รีเซต

ผลการค้นหา “too close friend” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
รู้จัก ผู้ชายธงดำ คือแบบไหน นิสัยยังไง ทำไมควรหนีให้ไกลก่อนชีวิตพัง!
อ่าน

รู้จัก ผู้ชายธงดำ คือแบบไหน นิสัยยังไง ทำไมควรหนีให้ไกลก่อนชีวิตพัง!

ถ้าพูดถึงเรื่อง ความรักความสัมพันธ์ ในยุคนี้ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องเคยได้ยินคำฮิตอย่าง "ผู้ชายธงแดง" (Red Flag) หรือพฤติกรรมแปลกๆ ที่เป็นสัญญาณเตือนภัยให้เราเริ่มระวังตัวกันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับบอสใหญ่ที่น่ากลัวกว่านั้นหลายเท่า นั่นก็คือ "ผู้ชายธงดำ" หรือ Black Flag ค่ะ! ผู้ชายธงดำ (Black Flag) คืออะไร นิสัยต่างจากธงแดงยังไง หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ! แล้วธงดำมันต่างจากธงแดงยังไง อธิบายง่ายๆ เลยค่ะ ผู้ชายธงแดง (Red Flag) คือคนที่มีนิสัยบางอย่างที่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์มีปัญหาในอนาคต เช่น ขี้หึงเกินเบอร์ ตอบแชทช้า ติดเพื่อน หรืออีโก้สูง ซึ่งบางอย่างยังพอพูดคุยปรับจูนให้รอดไปต่อกันได้ แต่สำหรับ ผู้ชายธงดำ (Black Flag)🖤 มันคือสัญลักษณ์ของ "ความอันตรายขั้นสุด" ค่ะ! มันไม่ใช่แค่นิสัยเสียทั่วไป แต่มันคือพฤติกรรมที่เป็นพิษ หรือ ความสัมพันธ์ Toxic ที่ทำลายชีวิต ทำลายความเคารพตัวเอง (Self-esteem) และอาจจะถึงขั้นคุกคามความปลอดภัยในชีวิตของเราด้วยค่ะ เรียกง่ายๆ ว่านี่ไม่ใช่แค่สัญญาณเตือนให้ระวัง แต่เป็นป้ายไฟนีออนไซส์ยักษ์ที่ตะโกนใส่หน้าว่า "อันตราย ห้ามเข้าเด็ดขาด!" บอกเลยนะคะว่าถ้าสาวๆ บังเอิญเดินไปตกหลุมรักคนที่มีลักษณะแบบนี้ ไม่ต้องรอเวลาสังเกตอาการ ไม่ต้องใช้ความรักความเข้าใจเข้าลูบ และไม่ต้องคิดฝันว่าจะเปลี่ยนเขาให้เป็นคนดีได้ สิ่งเดียวที่ต้องทำเพื่อเซฟหัวใจและชีวิตตัวเองคือ "วิ่งหนีไปให้ไกลที่สุด!" ค่ะ 5 เช็กลิสต์สัญญาณอันตราย! แบบไหนที่เรียกว่า ผู้ชายธงดำ สาวๆ ลองเช็กดูนะคะว่า คนที่เรากำลังคุยอยู่ หรือคนข้างกาย มีพฤติกรรมเหล่านี้แม้แต่ข้อเดียวหรือไม่ ถ้ามี... รีบเตรียมตัวถอยด่วน! 1. ทำร้ายร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง นี่คือ Black Flag ตัวพ่อที่ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดค่ะ! ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกาย ทุบตี ผลัก หรือการทำร้ายจิตใจด้วยคำพูดหยาบคายด่าทอ ลดทอนคุณค่าความเป็นคนของเรา ทำให้เรากลายเป็นตัวตลกหรือรู้สึกไร้ค่า ผู้ชายที่รักเราจริง จะไม่มีวันทำให้เราเจ็บตัวหรือเจ็บใจเด็ดขาดค่ะ ข้อนี้ไม่อนุโลมใดๆ ทั้งสิ้น 2. ควบคุมชีวิตแบบเบ็ดเสร็จ แรกๆ อาจจะดูเหมือนหวงเพราะรัก แต่พอนานไปเริ่มลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว เช็กโทรศัพท์ทุกสิบนาที ห้ามแต่งตัวสวยๆ ห้ามออกไปเจอเพื่อนสนิท หรือหนักสุดคือพยายามกีดกันเราออกจากครอบครัวของตัวเอง! พฤติกรรมแบบนี้เขาเรียกว่าการตัดขาดเราจากโลกภายนอก (Isolation) เพื่อให้เราต้องพึ่งพาเขาแค่คนเดียวและหนีไปไหนไม่ได้ค่ะ นี่คือความสัมพันธ์ที่ Toxic สุดๆ เลย 3. นอกใจเป็นสันดาน โกหกหน้าตาย การเป็นคนเจ้าชู้ แอบคุยกับคนอื่นเล็กๆ น้อยๆ อาจจะเป็นธงแดงที่หลายคนยังฝืนให้โอกาสแก้ไข แต่ถ้าเขานอกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า จับได้ก็แถ โกหกหน้าตายโดยไม่รู้สึกผิด หรือมีความสัมพันธ์ซ้อนแบบไม่ให้เกียรติเราเลย นี่คือธงดำที่โบกสะบัดแรงมากค่ะ ผู้ชายแบบนี้ไม่มีวันหยุดที่ใคร อย่าเสียเวลาไปเป็นตัวเลือกหรือของตายของใครเลยค่ะ เรามีค่ามากกว่านั้นเยอะ! 4. เจ้าพ่อ Gaslighting ปั่นหัวให้เราดูเป็นคนผิดเสมอ สาวๆ เคยเจอไหมคะ เวลาทะเลาะกันทีไร จากที่เขาเป็นคนเริ่มทำผิด แต่คุยไปคุยมากลายเป็นเราที่ต้องเป็นฝ่ายร้องไห้ขอโทษ พฤติกรรม Gaslighting คือการปั่นหัว โกหก บิดเบือนความจริง จนทำให้เราเริ่มสงสัยในความจำหรือสติปัญญาของตัวเอง เช่น "คิดมากไปเองหรือเปล่า" "ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น เธอประสาทไปเองแล้ว" นี่คือการทำร้ายจิตใจที่แนบเนียนและอันตรายมาก ทำให้เราสูญเสียความเป็นตัวเองไปในที่สุด 5. ไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตและสังคม ไม่ใช่แค่เรื่องเงินนะคะ แต่หมายถึงคนที่ไม่เคยมองว่าตัวเองผิด โทษโชคชะตา โทษแฟนเก่า โทษเจ้านาย แต่ไม่เคยโทษตัวเอง มีพฤติกรรมเสี่ยงๆ เช่น ติดการพนันขั้นรุนแรง เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย หรือเอาเปรียบคนอื่นหน้าตาเฉย คนที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง จะมาดูแลชีวิตและอนาคตของเราได้ยังไงจริงไหมคะ? วิธีรับมือเมื่อรู้ตัวว่าเผลอรัก ผู้ชายธงดำ ไปแล้ว ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพบว่าแฟนนิดๆ ของเราเข้าข่ายธงดำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติและกอดตัวเองแน่นๆ ค่ะ อย่าโทษตัวเองที่มองคนพลาด ความรักบางทีมันก็ทำให้เราตาบอดได้ชั่วขณะ สำคัญที่ก้าวต่อไปของเราต่างหาก เลิกหวังว่าจะเปลี่ยนเขา จำคีย์เวิร์ดนี้ไว้นะคะ "เราเป็นแฟน ไม่ใช่ศูนย์บำบัด" เราไม่สามารถรักษาคนที่เป็นพิษได้ด้วยพลังรักอันบริสุทธิ์ค่ะ วางแผนตีตัวออกห่าง ถ้าเขาเป็นประเภทอารมณ์รุนแรง อย่าเพิ่งผลีผลามโวยวาย ค่อยๆ วางแผน หาที่ปลอดภัย ปรึกษาเพื่อนสนิท ครอบครัว หรือสายด่วนต่างๆ เพื่อหาทางถอยออกมาอย่างปลอดภัยที่สุด บล็อกทุกช่องทางการติดต่อ* วิธีตัดใจที่ได้ผลที่สุดคือ การตัดขาดการติดต่อทุกช่องทางค่ะ บล็อกให้หมด อย่าให้เขาเข้ามามีอิทธิพลหรือบีบน้ำตาปั่นหัวเราได้อีก ความรักที่ดี ต้องเป็นความรักที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย สบายใจ และเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองนะคะ ถ้าความสัมพันธ์มันบั่นทอนจนทำให้เราร้องไห้มากกว่าหัวเราะ นั่นไม่ใช่ความรัก แต่มันคือยาพิษค่ะ ทิ้ง ผู้ชายธงดำ ไว้ข้างหลัง แล้วเชิดหน้ามูฟออนไปหาความรักดีๆ ที่คู่ควรกับเรากันดีกว่าค่ะ! เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ บทความที่คุณสนใจ โสดแล้วไง? ไลฟ์สไตล์สาวโสดยุคใหม่ โสดไม่เหงา ที่ใครก็อิจฉา โสดอย่างมีคุณภาพ 4 อย่างสิ้นคิด อย่าทำเด็ดขาด หลังเลิกกับแฟน เผยสเปคของหนุ่มๆ ... ผู้หญิงแบบไหน ที่ผู้ชายจะรัก

อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans”
อ่าน

อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans”

เมื่อ อาจารย์เบียร์ ฅนตื่นธรรม มารายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 พี่อ้อย พี่ฉอด พี่อั๋น มีหนาว งานนี้ถ้าถามไม่ดีเจอแน่! อาจารย์เบียร์ หยอกๆ พร้อมเปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก ช่วงมหาวิทยาลัยเรียกได้ว่าเละเทะ !?? จาก "ฅนตื่นธรรม เกือบจะเป็น "OnlyFans ตอนนั้น อาจารย์เบียร์ คิดอะไรอยู่ สักยันต์" เพื่อให้แฟนหลงรักก็ทำมาแล้ว ก่อนจะหยุดก็เคยสุดมาก่อน ตอนมีแฟนก็เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานมากเกินจนเป็นเรื่อง ไม่ต้องมีใครสอนก็ควรทราบ การนอกใจ" ไม่ใช่เรื่องดีที่มนุษย์จะทำกันเพราะมันคือสาเหตุที่ทำให้ทุกคนเป็น ทุกข์" อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 อาจารย์เบียร์ : อยากมารายการนี้มานานมากทำไมต้องมีกระโถนมาอยู่ตรงนี้ด้วยเอ่ยอาจารย์เบียร์ : เอาไว้ตีปากคนถามโดยเฉพาะเลย ตั้งแต่เด็กอาจารย์เป็นเด็กแนวไหนเอ่ยอาจารย์เบียร์ : ถ้าเป็นเด็กนักเรียนอาจารย์เป็นเด็กเรียบร้อย ปรากฏวันนึงเราไปเรียนมหาวิทยาลัยใจแตกเลย เพราะเราไม่เคยเจอสังคมมหาวิทยาลัยเลย มหาวิทยาลัยคือไม่ได้อยู่ในกรอบแล้วไง เพราะเราอยากใช้ชีวิตของเราแล้วเราอยู่ในกรอบมานานเรารู้ตัวว่าเราอยากจะออกจากกรอบนี้มานานมากแล้ว จนวันหนึ่งนกมันถูกปล่อยบินหายเลย แล้วกลายเป็นอาจารย์เละเทะตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นเกเรยังไงบ้างอาจารย์เบียร์ : เกเรเลยกินเหล้าทุกวันในผับ กินทุกวันเล่นทุกวัน เที่ยวทุกวันขอเงินเป็นหมื่น ๆ เพื่อที่จะเอาไปเที่ยวล้างผลาญเงิน มีความรักไหมอาจารย์เบียร์ : มหาวิทยาลัยคืออิ่มมาก ตอนนั้นคือแรก ๆ อาจารย์ไม่เคยบอกเลิกใครเลยมีแต่คนที่ทิ้งเราไป จากนั้นก็เลยเปลี่ยนเป็นคนเจ้าชู้อาจารย์เบียร์ : ใช่ จากนั้นก็เปลี่ยนเลย เราคบใครเราต้องคบแบบอย่าจริงจัง เราต้องไม่ใช่คนที่ถูกทิ้งเราต้องทิ้งเขาก่อนเสมอถาม แต่ใครจะคิดว่า ฅนตื่นธรรม อาจารย์เบียร์ กาลครั้งหนึ่ง เกือบจะทำ "OnlyFansอาจารย์เบียร์ : ใช่.. อาจารย์เคยรักใครถึงขั้นคิดอยากจะลงหลักปักฐานไหมอาจารย์เบียร์ : มีรักมากมันเป็นความสัมพันธ์ที่คาราคาซังมาก เวลาจะเลิกคือจะตัดใจแล้วเขาก็มาขอคืนดีรักใคร่เอ็นดูแล้วก็ออกไปอีก เราก็ทำใจพอกำลังจะทำใจได้ก็กลับมาอีกวนอยู่แบบนี้เป็นสิบ ๆ รอบตัดใจไม่ได้วนเวียนร้องไห้น้ำตาไหลพิธี สักยันต์" ข้างหลังอาจารย์ไปสักก็เพราะมันนี่แหละ เพื่อที่จะให้มันรักอาจารย์นี่แหละ แล้วก็บอกตัวเองว่าแบบนี้ไม่เอาแล้วนะแต่แล้วก็เอาอีกไม่รู้ทำไม ตอนที่อาจารย์เป็นแฟน อาจารย์เป็นแฟนแนวไหนเอ่ยอาจารย์เบียร์ : หึงมาก รักมาก ดูแลมาก เปย์มาก เอาใจมากทุกอย่างเลย แบบทุกทาง อยากรู้ทุกเรื่องเพราะว่าตัวเราเคยเป็น ตัวเราเคยนอกใจ เอาตัวเองเป็นเกณฑ์เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานว่าเขาต้องเป็นเหมือนเรา ขนาดนอนอยู่กับเรายังแอบไปคุยกับคนอื่นได้เลย อยากให้อาจารย์เบียร์พูดถึงเรื่อง การนอกใจ"อาจารย์เบียร์ : การทำชั่ว ทำเลวมันเกิดจากการประพฤตินอกใจ คนเราประพฤตินอกใจเพราะอะไร เพราะว่าไม่รู้จักพอเกิดจากอะไรเกิดจากความมักมากในกาม เพราะฉะนั้นการทำสันดานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย แล้วมันจะทำให้ครอบครัวแตกแยก ทำให้เกิดความร้าวฉานสุดท้ายเราจะเกิดการใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ติดตามช่วงชีวิตก่อนจะมาเป็น "ฅนตื่นธรรม ของ อาจารย์เบียร์ ได้ในรายการ Club Friday Showวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 10.00 น. ทางช่องวัน31 และรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : CHANGE2561

“อาร์ม-ซาบอล OHANA” เคลียร์ชัดปมคดี 6 ล้าน ลั่นสถานะ “เดอะมีน” ไม่ใช่เพื่อน บอกตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยมาขอโทษต่อหน้า
อ่าน

“อาร์ม-ซาบอล OHANA” เคลียร์ชัดปมคดี 6 ล้าน ลั่นสถานะ “เดอะมีน” ไม่ใช่เพื่อน บอกตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยมาขอโทษต่อหน้า

อาร์ม-ซาบอล OHANA เคลียร์ชัดปมคดี 6 ล้าน ลั่นสถานะ เดอะมีน ไม่ใช่เพื่อน บอกตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยมาขอโทษต่อหน้า ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก สำหรับอาร์ม-ซาบอลสองสมาชิกหลักจากแก๊งOHANAที่เคลียร์ชัด หลังศาลมีคำตัดสินในคดีที่ฟ้องร้องอดีตเพื่อนสนิทเดอะมีนปมยักยอกเงิน ยอดฟ้องรวมกว่า 6 ล้านบาท โดยอาร์ม-ซาบอลได้อัปเดตถึงความคืบหน้าด้านคดีความว่า คดีความสิ้นสุดลงตามที่ศาลมีคำตัดสิน ซึ่งทางกลุ่มได้ยื่นฟ้องร้องในส่วนของความเสียหายที่จับได้ย้อนหลัง 9 เดือน (มกราคม - กันยายน) เป็นจำนวนเงินรวม 6 ล้านบาท ปัจจุบันศาลสั่งลงอาญา 2 ปี โดยฝั่งเดอะมีนได้ทยอยชดใช้คืนมาแล้วกว่า 80% แต่ยังคงมียอดค้างชำระอยู่อีกประมาณ 800,000 บาท ซึ่งตามกำหนดจะต้องชำระให้ครบทั้งหมดภายในช่วงต้นปีหน้ามกราคม แต่เรื่องราวอาจจะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจากล่าสุดหลังจากคดีแรกตัดสินเสร็จสิ้น ทางทีมโอฮาน่าได้ส่งข้อมูลให้ทนายความ ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินสืบย้อนหลังเพิ่มอีก 3 - 5 ปี ซึ่งเบื้องต้นพบความผิดปกติ มีเงินโอนออกไปโดยไม่ทราบสาเหตุอีกเป็นจำนวนมาก และเตรียมที่จะดำเนินคดีเพิ่มเติมตามระบบระเบียบของกฎหมายต่อไป เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานเกือบ 20 ปี ทั้งคู่ยอมรับว่าเสียใจมากในตอนแรกจนถึงขั้นน้ำตาร่วง แต่ปัจจุบันความรู้สึกเหล่านั้นหมดไปแล้ว และขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไป โดยให้ต่างคนต่างไปเดินในเส้นทางของตัวเอง นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเผยอีกว่า ที่ผ่านมาเดอะมีนไม่เคยมาเข้าพบหรือมาขอโทษต่อหน้าเลย มีเพียงแค่การส่งข้อความยาว ๆ มาขอโทษผ่านแชต ซึ่งเมื่อเช็กดูแล้วพบว่าเป็นข้อความแบบก๊อปปี้วางแล้วเปลี่ยนแค่ชื่อส่งให้แต่ละคนเท่านั้น ทำให้รู้สึกถึงความไม่จริงใจ เพราะหากคบกันมา 15-20 ปี แล้วทำผิดขนาดนี้ อย่างน้อยก็ควรจะมาหาที่บ้านเพื่อขอโทษต่อหน้า ซึ่งถ้าเกิดเขามาหาเราที่บ้านตั้งแต่วันนั้นวันนี้คิดว่าคงคุยกันได้ครับแต่นี่มันผ่านมาร่วมปีแล้วมันนานเกินไปไม่ทันแล้วครับพร้อมย้ำชัดว่าหลังจากนี้จะไม่มีวันร่วมงานกันอีกแน่นอน

“เพลง ชนม์ทิดา” เผยมุมมองเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ไหม? “เป๊ก เศรณี” กดไลก์
อ่าน

“เพลง ชนม์ทิดา” เผยมุมมองเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ไหม? “เป๊ก เศรณี” กดไลก์

เพลง ชนม์ทิดา เผยมุมมองเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ไหม? เป๊ก เศรณี กดไลก์ ออกมาเผยมุมมองทัศนคติดีๆ ให้แฟนๆ ได้ฟังกัน เพลง ชนม์ทิดา ทำให้หลายคนต่างชื่นชมในความคิดของเจ้าตัว ล่าสุด เพลง ให้สัมภาษณ์กับ pimchology นักจิตวิทยาถึงประเด็นเรื่องขอบเขตของการเป็นเพื่อนกับแฟนเก่า ซึ่งเจ้าตัวตอบว่า... ถ้าเพลงรู้สึกนะ มันเป็นเรื่องที่มุมมองส่วนบุคคลหมายความว่าคู่ของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน เพลงว่าถ้าเราจะเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ หนึ่งความสัมพันธ์เก่าของเราต้องไม่กระทบความสัมพันธ์ใหม่ และแค่ไหนที่เราสบายใจแบบนี้ แล้วคนที่เราคุย เราเป็นแฟน หรือมีความสัมพันธ์ด้วย เขาจะรู้สึกสบายใจด้วย เพราะความรู้สึกเขาก็ต้องสำคัญ มันเป็นแบบ 3 คนอยู่อย่างนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ ย้อนกลับไปที่ว่า เราจะเป็นเพื่อนกับแฟนเก่าได้ไหม มันง่ายกว่าถ้าเราโสด เขาโสด และเรายังเป็นเพื่อนกัน แต่เมื่อไหร่ที่คนใดคนหนึ่ง หรือสองคน เริ่มมีอีกคน อันนี้อีกเรื่องหนึ่งนะ เพราะขอบเขตมันต้องชัดเจน ว่าแค่ไหนเราสบายใจ และจากคลิปสัมภาษณ์นี้ อดีตคู่หมั้นหนุ่ม เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ได้เข้าไปกดไลก์วิดีโอบทสัมภาษณ์นี้ด้วย

“หลิงหลิง” สุดทนพฤติกรรมซาแซงประชิดตัว หวั่นความปลอดภัย  “ออม” วอนรักให้พอดี
อ่าน

“หลิงหลิง” สุดทนพฤติกรรมซาแซงประชิดตัว หวั่นความปลอดภัย  “ออม” วอนรักให้พอดี

หลิงหลิง สุดทนพฤติกรรมซาแซงประชิดตัว หวั่นความปลอดภัย ออม วอนรักให้พอดี สุดที่จะทน หลิงหลิง คอง เจอซาแซงประชิดตัวขณะไปทำ งานที่ต่างประเทศ สร้างความตกใจและหวาดกลัวเป็นอย่างมากให้กับเจ้าตัว งานนี้เจอทั้งคู่เลยถามถึงเรื่องนี้ โหดมากๆไม่คิดว่าตัวเองจะเจอขนาดนี้ ก็ไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ระวังตัวมากขึ้น เขาเข้ามาใกล้เลย เขาทำงานกันแบบมืออาชีพจริงๆ หลิงสังเกตเขาตั้งแต่ก่อนเข้างานแล้ว เขามีลักษณะไม่เหมือนแฟนคลับเรา เขาใช้แฟลชยิงเข้ามา หลิงก็เห็นแล้ว เราเห็นรอบที่สองคือตอนที่หลิงออกจากงาน หลิงจะลดหน้าต่างลงเพื่อบ๊ายบายแฟนคลับ แล้วเขากะพุ่งเข้ามาถ่ายรูป แล้วก็ออกไปเลย เพื่อตามหลิงไปอีกที่นึง ซึ่งกลุ่มนั้นมีประมาณ 4-5 คน ทำงานต่อๆ กัน เป็นขบวนการเหมือนตามกันเป็นทอดๆ เหมือนเขารู้ว่าเราไปไหนต่อ เพื่อที่จะรอ พอเราทำธุระเสร็จออกมา เขาก็ถ่ายรูป มีสองคนหลักที่พุ่งมาถ่ายรูปอีกสามคนเหมือนยืนเผื่อสมมติเราไปทำอะไรเขา เขาก็จะมีหลักฐาน ว่าไม่ได้เข้ามาขนาดนั้น พอหลิงขึ้นรถ เขาพุ่งมาถ่ายอะไรไม่รู้ จนหลิงรู้สึกว่ามันน่ากลัวมาก แล้วหลิงรู้สึกว่าพฤติกรรมแบบนี้หลิงไม่โอเคเลยอย่างมาก ก็เลยตัดสินใจโพสต์ลงโซเชียล เพราะหลิงไม่รู้จะทำยังไงแล้ว หลิงได้แต่ระวังตัวเองให้มากขึ้น ปรากฎว่าคนนั้นเขาเคยมางานหลิงเมื่อปีที่แล้วด้วย คนเดียวกัน ใส่ชุดแบบเดียวกัน อย่างแรกก็ต้องขอบคุณแฟนคลับที่คอยสังเกตว่าคนนี้ที่มาที่ไปยังไง แล้วก็ช่วยกันระวังมากขึ้น อันนี้ก็รุนแรงมาก พอมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น มันมีเรื่องความกังวลในเรื่องความปลอดภัย ไพรเวซี่ของตัวเอง แต่เนื่องจากสถานที่เกิดเหตุอยู่ต่างประเทศ เราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเขาได้ไหม ก็อาจต้องมีอาวุธติดตัว แต่จริงๆ มีการ์ดไปแล้ว 2 คนเพื่อกันไว้ เขาก็ช่วยกัน ที่จีนก็มีคนกันให้เหมือนกันเขาเลยมาใกล้ชิดเรามากขึ้นไม่ได้ มีคุยๆ กันไว้ว่าอาจต้องเพิ่มการ์ด แต่ที่แน่ๆ หลิงต้องมีอาวุธติดตัวแน่นอนเพื่อไม่ให้เขาเข้ามาทำร้ายเราได้ เป็นครั้งแรกที่เขาอยู่ข้างนอก หลิงหาอาวุธก่อนว่ามีอะไรบ้าง เจอพัดลมที่แข็งๆ ภาพที่เขาได้ไปหลิงถือพัดลมไว้ ถ้าเขาเข้ามา หลิงต้องทุบหัวเขา วางแผนไว้ในหัวแต่โชคดีที่เขาไม่มา แต่เข้าใจเลยถ้าไม่โดนกับตัว ไม่รู้จริงๆ ว่ามันน่ากลัว ออมก็เห็นแล้วแหละว่ามันเกิดอะไรขึ้น พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลิงก็มาเล่าให้ฟังทีหลังว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ถ้าไม่โดนกับตัวไม่รู้หรอกค่ะ เพราะมันน่ากลัวจริงๆ เกิดมาเราไม่เคยเจอคนวิ่งเข้าใส่ จะวิ่งขึ้นรถอีกก็ไม่รู้มาเป็นกลุ่มอีก น่ากลัวสำหรับผู้หญิงคนนึงมาก อย่าทำเลยรักให้พอดีดีกว่า หลิงว่าอันนั้นไม่ใช่ความรักแล้ว ฝากแฟนๆ ช่วยกันดูแลด้วย ฝากถึงคนที่ตั้งใจทำพฤติกรรมแบบนี้ ไม่ว่าหลิง หรือศิลปินใดๆ ก็ตาม ไม่ควรเจอเรื่องอะไรแบบนี้ ถ้ามีกฎหมายเพิ่มป้องกันเราจะดีมากเลย ก็ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ช่วยๆ กันลองหาทางออก เผื่อทำอะไรเขาได้ ถามว่าชีวิตประจำวันต้องระวังไหม เพราะไม่มีบอดี้การ์ด หลิงไม่ค่อยไปไหน ถ้ามีการขายบัตร น่าจะเป็นที่แรกที่ประกาศเลย ก่อนซื้อแนะนำให้คิดดีๆ ก่อน บัตรรีเซลล์ก็มีคนโดนหลอกเงินไปเยอะเลย อยากให้ทุกคนระมัดระวัง และเช็กก่อนซื้อ เป็นห่วงเพราะเท่าที่รู้มาการรีเซลล์ของบัตรแรงมากเลย แล้วแต่ละครั้ง เราไปต่างประเทศก็ไม่ได้เสียแค่ค่าบัตร เสียค่าที่อยู่ ค่าเดินทาง วอนเลิกหลอกได้ไหม เลิกซื้อบัตรอัปราคาได้แล้ว ออมรู้ว่าห้ามไม่ได้แต่สงสารคนที่เขาอยากไปจริงๆ แต่เขาไม่ทัน ไม่รู้แนวทางด้วยว่าเขาจะสามารถป้องกันตนเองจากเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร ก็ได้แต่บอกว่าระวังตัวหรือเช็กให้ดี ก่อนซื้อบัตรรีเซลล์หรือซื้อของอะไรก็แล้วแต่จากในโซเชียล ของเราไม่ค่อยมีระดมทุนเพื่อขายของอยู่แล้ว อยากให้แฟนๆ ช่วยกันบอกเพื่อนเตือนแล้วกัน ถ้าเจอก็สามารถบอกกัน ช่อง 3 ก็น่าจะออกมาชี้แจงว่าวันไหนเป็นของแท้ อันไหนเป็นของปลอม ก็รู้สึกเสียใจ มันเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายแหละถ้าเจอก็อาจฟ้องได้ แต่อยากใช้สื่อ ณ ตรงนี้ให้เลิกทำพฤติกรรมแบบนี้ เป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ถ้าหากจับได้ ช่องอาจดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ถ้าไม่ได้ออกจากช่องหรือออมเอง หรือบ้านเบสแฟนคลับพวกเรา ก็อยากให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนอีกที จะได้ไม่เกิดการพลาดกัน อย่าทำอีกเลย มันไม่ดีหรอก คนเขาตั้งใจทำจริงๆ เขาเสียใจ แฟนคลับที่เขาระดมทุนเพื่อช่วยเหลือคนจริงๆ เขาก็เสียชื่อนะ ไม่ใช่แค่หนู นึกออกไหม อย่าทำเลยดีกว่า ให้ดูออฟฟิเชียลดีกว่า ปลอดภัย

"แก๊งนมผง" จากซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS" แท็กทีมโชว์ Busking แบบใกล้ชิด
อ่าน

"แก๊งนมผง" จากซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS" แท็กทีมโชว์ Busking แบบใกล้ชิด

ได้รับความสนใจอย่างมากมาย ตั้งแต่ซีรีส์ยังไม่ทันออกอากาศ สำหรับ "CLASS CRUSH CRISIS เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ" ซีรีส์วัยรุ่น Gen Z จากโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ที่นำเรื่องราวของมิตรภาพ ความรักในวัยเรียน ความคาดหวังจากครอบครัว และแรงกดดันจากโลกยุคปัจจุบัน มาถ่ายทอดผ่านช่วงวัยที่หัวใจมี เส้นบาง ๆ ระหว่างคำว่าเพื่อนสนิทกับความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อหัวใจเริ่มเต้นแรงเกินกว่าจะควบคุม ความสัมพันธ์จึงอาจต้องเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ ด้วยคำถามสำคัญว่า "คบกันตอนเรียน ถ้าเลิกกันแล้วเราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้จริงหรือไม่ ?" "แก๊งนมผง" จากซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS" แท็กทีมโชว์ Busking ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ สถานที่ยอดฮิตทั้ง ไอคอนสยาม, เซ็นทรัลเวิลด์ และสยามสแควร์ เหล่านักแสดง "แก๊งนมผง" จากซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS" ได้ยกทีมมาแจกความสดใสแบบจัดเต็ม นำโดยสองหนุ่มชื่อเดียวกัน "ยูจีน อัยภณ" และ "ยูจีน ญาณวัฒน์" ร่วมด้วย ฮีโร่ อาชวิน, ไอเดีย บัฟเฟตต์, วีโน่ ชวิศ, บอสสึ ศุภณัฐ, บีบอส ศศกฤช พร้อมด้วยแก๊ง สาว ๆ นักแสดงจากเรื่องเดียวกัน ได้แก่ ออมทอง ณัฎฐา, นารา นาราริน และ บิว บุษยา ที่มาพร้อมความหล่อ ความสวย ความสดใส ความขี้เล่น และพลังอันล้นเหลือ สตาร์ทความฟินด้วยโชว์ Busking สุดพิเศษจาก 7 หนุ่มน้อย ที่พกพาความคิวต์มาพร้อมสเต็ปน่ารัก ๆ ในเพลง Puppy Love ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งเล่นกับแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด ก่อนส่งต่อความละมุนให้ "ยูจีน อัยภณ" และ "ยูจีน ญาณวัฒน์" ขึ้นโชว์เพลงหวาน จะมาอะไร เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น จากนั้นสลับโหมดให้ 3 สาว ออมทอง นารา บิว ขึ้นมาเติมความสดใสด้วยสเต็ปเบา ๆ ในเพลง ยิ่งใกล้ยิ่งคิด ก่อนคืนเวทีให้คู่ ยูจีน - ยูจีน กลับมาส่งโมเมนต์ชวนยิ้มกับเพลง คือฉันอะ และปิดท้ายความม่วนจอยด้วยพลังของ 7 หนุ่ม ด้วยเซอร์ไพรส์สุดท้ายที่นำเพลงของพวกพี่ในค่าย CHANGE2561 อย่าง ถึงจะน้อยแต่ร้อยเปอร์เซ็น, No Hero และ ฟินทุกดอก ทำเอาแฟน ๆ กรี๊ดและสนุกไปกับพลังอันล้นเหลือของ "แก๊งนมผง" ตลอดงานบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และพลังน่ารักที่ทำให้แฟน ๆ ได้ทั้งความฟิน ความใกล้ชิด และความเอ็นดูกลับบ้านไปแบบหัวใจพองโต ใครที่พลาดงานนี้ไม่ต้องเสียใจ เพราะความฟินยังไม่จบ เตรียมนับถอยหลังสู่คลาสเรียนของความรู้สึก ที่อาจทำให้คำว่า "เพื่อน" ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ในซีรีส์วัยรุ่นที่จะทำให้ผู้ใหญ่อมยิ้ม และพาทุกคนย้อนกลับไปคิดถึงวันวานที่เคยมีหัวใจเต้นแรง เพราะคำว่า "เพื่อนสนิท" ใน "CLASS CRUSH CRISIS เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ" รอร่วมเดินทางไปกับพวกเขาทุกวันศุกร์ เริ่มวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม นี้ ทางช่อง ONE31 เวลา 22.30 น. อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เปิดภาพฟิตติ้ง "CLASS CRUSH CRISIS" เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ เตรียมปักหมุดซีรีส์วัยรุ่นแห่งปี

Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
อ่าน

Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)

ช่วงMovie of the Dayในวันนี้ Movie.TrueID ขอแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัด กับภาพยนตร์เรื่อง "Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน" หนังรักโรแมนติกที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์เส้นบาง ๆ ที่คั่นอยู่ระหว่างคำความรักแบบเพื่อนกับความรักแบบคนรัก นำแสดงโดยคู่พระนางที่เคมีดี ทำให้หนังมีความนใจมากยิ่งขึ้นอย่าง "นาย ณภัทร" และ "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" "Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน" เรื่องราวความสัมพันธ์ของความเป็น เพื่อนกับแฟนซึ่งพื้นที่เล็ก ๆ ริมชายแดนตรงนี้มีชื่อเรียกแบบสากลว่า Friend Zone หรือเขตแดนพิเศษของคนที่อยู่ในสภาพ กลับตัวไปเป็นเพื่อนก็ไม่ได้ ให้ไปเป็นแฟนก็ไปไม่ถึง ปาล์ม (นาย ณภัทร) คือ หนึ่งในคนที่ติดอยู่ใน Friend Zone ของ กิ๊ง (ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก) เพื่อนสนิทของเขามานานเป็น 10 ปี ปาล์มเคยพยายามจะออกจากเขตแดนพิเศษนี้ ด้วยการสารภาพรักกับกิ๊งไปตอน ม.ปลาย แต่ถูกกิ๊งปฏิเสธง่าย ๆ ด้วยคำว่า เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้ว คลิกดูหนัง Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน ได้ที่นี่ ประเภท : โรแมนติก / ตลก นักแสดง : ณภัทร เสียงสมบุญ, พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ผู้กำกับ : ชยนพ บุญประกอบ ความยาว : 119 นาที เข้าฉายครั้งแรก : 14 กุมภาพันธ์ 2562 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่TrueID Help Centerเป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"บอย-พีธ" เสิร์ฟแฟนฉ่ำ คอนเสิร์ตนี้ หัวเราะร่า น้ำตาท่วมฮอลล์ เติมความสุขครบรส ให้สมกับที่รอคอยมา 23 ปี
อ่าน

"บอย-พีธ" เสิร์ฟแฟนฉ่ำ คอนเสิร์ตนี้ หัวเราะร่า น้ำตาท่วมฮอลล์ เติมความสุขครบรส ให้สมกับที่รอคอยมา 23 ปี

กลับมาอย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีสุดปัง สําหรับ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026 คอนเสิร์ตใหญ่ของวงดูโอ้ระดับตำนานอย่าง บอย-พีธ (บอย - อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี และ พีธ - พีราวัชร อัศววชิรวิท) ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2569 ณ ฮอลล์ระดับเวิลด์คลาส UOB Live, Emsphere โดย บริษัท มาสเตอร์พีธ แอนด์ โค จำกัด (MASTERPEET CO Co., Ltd.) ที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากผู้ชม และสื่อมวลทั้งหมด ที่พร้อมใจกันยกให้เป็นคอนเสิร์ตคุณภาพที่มอบความสุขให้กับคนดูได้อย่างครบทุกมิติ ทั้งโปรดักชั่นที่ดูเป็นงานศิลปะ แสงคมสวย เสียงร้องสด ดีไซน์โชว์ทุกซีน ทุกเพลง ทุกแขกรับเชิญ ออกมาได้อย่างสวยงาม ครบรส กลมกล่อมลงตัวที่สุด สมกับที่แฟนๆ รอคอยกันมา 23 ปี งานนี้เรียกได้ว่าทั้ง บอย และ พีธ ปล่อยของเทหมดหน้าตักจัดเสิร์ฟความสุขให้กับแฟนๆ แบบจุกๆ เซอร์ไพรส์รัวๆ ชนิดที่แค่ลุกไปเข้าข้องน้ำก็ยังพลาดซีนเด็ดกันเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่เปิดตัว บอย พีธในลุคสุดคูลกับเซ็ตเพลงที่ทุกคนคิดถึงของพีซเมกเกอร์อย่าง คิดถึง, เป็นของเธอ, อย่าคิดเลย, จนกว่าฟ้าจะมีเวลา, ฉันมีค่าแค่ไหน, ช่างไม่รู้เลย, ไม่เคยถาม, ส่วนเกิน ก่อนจะพักทักทายแฟนเพลงในฮอลล์แล้วเสิร์ฟเพลงเพราะต่อเนื่องแบบฉ่ำๆ เต็มอิ่ม ด้วยเซ็ตเพลงเดี่ยวของบอยที่เปิดตัวจากมินิสเตจลอยฟ้าลงมากลางฮอลล์พร้อมโชว์พลังเสียงสุดบาดใจ และเซ็ตโชว์สุดละมุนของพีธ ต่อด้วยไฮไลท์โชว์สุดพิเศษที่สะกดคนดูได้ทั้งฮอลล์ ด้วยโชว์การร้องเพลง อยู่อย่างเหงาเหงา+รักเค้าไปก่อนดีมั๊ย และระยะสุดท้าย+เจ็บกว่าจาก ด้วยเทคนิค Mash Up ที่ทั้งบอยและพีธต้องใช้สมาธิขั้นสุดในการที่ต้องต่างคนต่างร้องเพลงของตัวเองในเวลาเดียวกัน ซึ่งถือเป็นเทคนิคสุดเทพของการร้องโชว์ที่ยากมากที่ไม่เคยเห็นในคอนเสิร์ตไหนมาก่อน ซึ่งดีไซน์โดย จั๊ก ชวิน ที่นอกจากจะทำหน้าที่มิวสิคไดเรคเตอร์ของคอนเสิร์ตนี้แล้ว ยังเซอร์ไพรส์คนดูด้วยการเปิดตัวโชว์โซโล่กีต้าร์จากแท่นคอนโทรลได้อย่างสุดเท่ ต่อด้วยพาร์ทเซอร์ไพรส์แขกรับเชิญกล่องจุ่มสุดจึ้งที่เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงหัวเราะได้อย่างถล่มทลาย ไม่ว่าจะเป็นสายร้องอย่าง แพท วงเคลียร์ ที่บอยถึงกับยกให้เป็น บอยพีซเมกเกอร์ภาคหญิงเลยทีเดียว / สายแซ่บอย่าง จ๊ะ นงผณี ที่ออกมาสวย สุดเซ็กซี่ พร้อมเรียกเสียงฮาด้วยการชวนบอย-พีธ เต้นร่อนสะโพกกันแบบจัดเต็มไม่เกรงใจเอว / สายหล่ออย่าง นาย ณภัทร ที่ประกาศ Sold Out จนต้องมาร้องเพลงแก้บน / สายฮาอย่าง ป๊อป ปองกูล - โอ๊ต ปราโมทย์ ที่โชว์แปลงเพลงเหงา ออกมาได้ในเวอร์ชั่นสุดเสียว และมอส - มายด์ (มอสมัดจุก) ที่มาสัมภาษณ์งานกันสดๆ บนเวที / สายตำนานตัวพ่อ ปู พงษ์สิทธิ์ ที่ร่วมร้องเพลงเรื่องบนเตียงกับบอย พีธได้อย่างสุดซึ้ง ถึงขนาดบอยให้เพลงนี้เป็นซีนที่จะซาบซึ้งไปตลอดชีวิต ตามมาด้วยพาร์ทเพลงสนุกที่บอยรับจบ โชว์ฟอร์มการเต้นที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แล้วลงไปเต้นยาวต่อเนื่องกับแฟนๆ ทุกโซนในฮอลล์อย่างใกล้ชิดสนุกสนาน ก่อนจะส่งท้ายโชว์ไปกับโมเม้นท์สุดซึ้งกระชากใจ กับเซ็ตเพลงในตำนานของพีซเมกเกอร์ อย่าง สุดท้าย เหงา คิดถึง ที่บอยกับพีธลงมาร้องกลางฮอลล์ ท่ามกลางแฟนๆ ที่พร้อมใจกันร่วมร้องเพลงออกมาได้เสียงดังกระหึ่มสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ จนทำให้บอยถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว ในพลังของความรักและความคิดถึงที่แฟนๆ ส่งมาให้แบบเกินต้านขนาดนี้ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026 ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ตที่นำพาทุกคนย้อนเวลากลับไปเปิดกล่องความทรงจำล้ำค่าร่วมกัน แต่ยังเป็นค่ำคืนที่เติมเต็มหัวใจของทั้งศิลปินและแฟนเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด! ด้วยพลังแห่งความรักความคิดถึง และการให้ที่แท้จริง เพราะรายได้ 50 บาทจากบัตรคอนเสิร์ตทุกใบ ได้ร่วมส่งต่อ ปาฏิหาริย์ อันยิ่งใหญ่ให้กับผู้ป่วยทารกแรกเกิดให้คืนสู่อ้อมกอดครอบครัว โดยจะนำไปสมทบทุนกองทุนเพื่อผู้ป่วยทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

เธอทีน สตูดิโอ ทุ่มทุน ปลุกชีพสวนน้ำร้าง “โฟร์ท-ยอร์ช” เทคิวเพื่อถ่าย “กฤษดาพาราไดซ์”
อ่าน

เธอทีน สตูดิโอ ทุ่มทุน ปลุกชีพสวนน้ำร้าง “โฟร์ท-ยอร์ช” เทคิวเพื่อถ่าย “กฤษดาพาราไดซ์”

แถลงข่าวเปิดตัวไปแบบท็อปฟอร์ม ติดเทรนด์อันดับหนึ่งของเอ็กซ์ (X) ไปเมื่อวันก่อน สำหรับภาพยนตร์สยองขวัญกฤษดาพาราไดซ์ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธอทีน สตูดิโอฝีมือการกำกับของไมค์-ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณนำแสดงโดย2พระเอกหนุ่มสุดฮอตที่โคจรมาพบกันครั้งแรกในเรื่องนี้อย่างโฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรชน์ธิกุลและยอร์ช-ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ร่วมด้วยเซน-จตุรวิชญ์เชี่ยวประสิทธิ์, กาโตว์-ปัณณวิชญ์พัฒนศิริ, เตย-วรพัช ภัคภัทรพรพบ, ไจ๋ไจ๋-สรธร เฉลิมลาภสมบัติและยูโร-วรัชต์ธิปต์ กิตติสิริไพศาลโดยมีคุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทาที่เคยมีผลงานกำกับ ธี่หยด1-2และAttackวิญญาณเลขที่13มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ ล่าสุด กฤษดาพาราไดซ์ ปล่อยตัวอย่างเต็มมาให้คอหนังสยองขวัญได้ชมกัน จาก ซ่อนหาย สู่มิตรภาพ ซ่อนตาย เมื่อหัวโจกของแก๊ง นำทีมโดย แท็ก (โฟร์ท-ณัฐวรรธน์)ชวนก๊วนเพื่อนสนิท รวมถึงเพื่อนร่วมชั้นอย่าง โอม (ยอร์ช-ยงศิลป์) และเพื่อนเด็กพิเศษ จ็อด (เซน-จตุรวิชญ์) เล่นซ่อนหาในสวนน้ำร้างที่ขึ้นชื่อว่าใครที่ก้าวเข้าไปจะไม่มีวันได้ออกมา การลองดีเพียงชั่ววูบทำให้ จ็อด หายตัวไป และนำไปสู่ความเขย่าขวัญขั้นสุด เมื่อสิ่งที่พวกเขาเคยเรียกว่าเพื่อน กลับมาพร้อมกับความสยองขวัญทั้งหลอกหลอน ตามล่า และบังคับให้ทุกคน ต้องอยู่เล่นเป็น เพื่อนตาย กับเขา ในสวนน้ำร้างแห่งนี้ไปตลอดกาล ผู้กำกับ ไมค์-ภณธฤต กล่าวว่า โลเกชั่นที่เราถ่ายทำเป็นสวนน้ำร้างจริง ๆ แต่ที่นั่นมีสวนน้ำอย่างเดียว เครื่องเล่นอะไรถูกยกออกหมดแล้ว พอเป็นที่รกร้าง เราเซ็ทตั้งแต่ทางเข้ายันข้างในสวนน้ำ เพิ่มสวนสนุกเข้าไป บรรยากาศก็เซ็ทย้อนกลับไปเมื่อ30ปีที่แล้ว นอกจากนี้เรายังสร้างท่อสไลเดอร์ส่วนหนึ่งขนาดเท่าของจริงในสตูดิโอ ต้องสร้างให้แข็งแรง เพราะเรามีต้องแอ็คชั่นกันในท่อสไลเดอร์ด้วย เรื่องนี้ฉากแอ็คชั่นเยอะที่สุดตั้งแต่ผมทำหนังมาเลย มีทั้งสลิง แอ็คชั่นในท่อ การสู้ผี เพราะแก๊งนี้เป็นเด็กเทควันโดอยู่แล้ว พอต่อมาสู้ผีเตะต่อยก็จะทำให้หนังสนุกขึ้น ก่อนเริ่มถ่ายทำก็ส่งเด็ก ๆ ไปฝึกและเวิร์คช็อปเทควันโด เพราะในเรื่องต้องเป็นนักเทควันโดของ ร.ร. เรียนเพื่อให้ได้ท่าทางที่ถูกต้อง เวลาแสดงไม่ให้ใช้สแตนด์อินต้องเล่นกันเองครับ ถามว่าผมได้2นักแสดงวัยรุ่นที่คิวฮอตอย่าง โฟร์ทและยอร์ช มาร่วมงานได้ยังไง คือ ผมเคยเจอทั้งโฟร์ทและยอร์ช ตั้งแต่เด็ก ผมคุยDMกับโฟร์ทอยู่ตลอด จังหวะที่ทำโปรเจ็กต์นี้ผมอยากจะreunionกับน้องที่เราเคยทำงานทั้งคู่เลย พออ่านบท แท็ก แล้วรู้สึกว่าควรจะเป็นโฟร์ท พอถามโฟร์ทว่ามาเล่นได้ไหม เขาก็บอกว่าเอาซิพี่ อยากทำงานด้วย ส่วนยอร์ชก็ตรงกับ โอม ที่เราวางเอาไว้ ก็เลยดีลกับผู้จัดการฝั่งไทยของเขา ซึ่งโชคดีที่ครั้งนี้เขามีเวลาให้เรา พอผู้จัดการฝั่งไทยเล่าบทและคาแร็คเตอร์ให้ฟัง เขาก็อยากเล่น ซึ่งเคมีดีมาก โชคดีมากจริง ๆ ในส่วนเรื่องการแมทช์คิวของทั้งคู่ ก็ต้องใช้เวลาในการวางคิวพอสมควร แต่เราโชคดีที่ช่วงนั้นยอร์ชหมดทัวร์ที่ยุโรปพอดี เขาก็บินมาสแตนด์บายอยู่กับเราเลย โฟร์ทก็พยายามเทคิวให้ทีม เพราะเราต้องไปถ่ายทำหนังที่เชียงใหม่กันนาน พอทุกคนพร้อมลุยเราก็เดินหน้าทำงานกันเต็มที่ครับ ผู้กำกับ ไมค์ กล่าว เตรียมตีตั๋วเข้าสู่สวนน้ำสุดสยองพร้อมกันได้ตั้งแต่วันที่ 11มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"ป๋ากิ๊ก-ติ๊ก กลิ่นสี" เล่าเรื่อง "แดนนี่ ศรีภิญโญ" เรื่องที่ไม่มีใครเคยได้ฟัง!
อ่าน

"ป๋ากิ๊ก-ติ๊ก กลิ่นสี" เล่าเรื่อง "แดนนี่ ศรีภิญโญ" เรื่องที่ไม่มีใครเคยได้ฟัง!

อีกสองบุคคลที่สนิทสนมเรียกได้ทำงานมาด้วยกันจน แดนนี่ ศรีภิญโญ ยกให้เป็นไอดอลของการใช้ชีวิตเลยก็ว่าได้ ก็คือ ป๋ากิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ และ ติ๊ก กลิ่นสี ซึ่งทั้ง 3 คนรู้จักกันมานานกว่า 30 ปี จนถึงวันที่น้องรักต้องออกเดินทางไกล ล่าสุดทั้ง ป๋ากิ๊ก-ติ๊ก กลิ่นสี ได้เล่าเรื่องราวผ่านรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne 31 ถึงเรื่องราวที่ไม่เคยเล่าที่ไหน รวมไปถึงการแนะนำการใช้ชีวิตให้ผู้ชายที่ชื่อแดนนี่จนประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ "ป๋ากิ๊ก-ติ๊ก กลิ่นสี" เล่าเรื่อง "แดนนี่ ศรีภิญโญ" เรื่องที่ไม่มีใครเคยได้ฟัง! ป๋ากิ๊ก-ติ๊ก กลิ่นสี รู้จักกันได้ไง? ป๋ากิ๊ก : เราสองคนเจอกันในหนังเรื่องกลิ่นสีและกาวแป้ง ปี 2530 คือตอนนั้นพี่ติ๊กเค้าไปถ่ายหนังเรื่องนี้ ในเรื่องเป็นนักศึกษา และชีวิตจริงก็ยังเป็นนักศึกษา แต่เค้าเกิดปี 04 นะ ซึ่งเค้ายังเป็นนักศึกษาจริงๆ อยู่นะ อยู่ปี 5 เขาแก่กว่าพี่ 2 ปี ติ๊ก : ไอ้นี่เข้าเรียนตอน รหัส 24 รับ ปริญญาตอนปี 30 รับพร้อมกัน ป๋ากิ๊ก : เค้าเรียนจิตรกรรม แต่เค้าก็เป็นรุ่นพี่ช่างศิลป์ เพราะว่ารุ่นนี้เรียนหลายสถาบัน เป็นเพื่อนกันมา 40 ปี แล้วอย่างกับแดนนี่เป็นยังไงบ้าง ? ป๋ากิ๊ก : ตอนนี้เราหยุดการคบกันแล้ว เพราะว่าถ้าคบกันต่อเราก็ต้องตามเขาไป (ยิ้ม) พี่อยากจะบอกว่า สำหรับพี่กับแดนนี่ รู้จักกันมานาน เรื่องสภาพจิตใจของพี่ มันมีทั้งสองสภาพนะ คือเราเสียใจที่เขาไม่อยู่แล้ว แต่ก็ดีใจที่เขาไปอย่างสงบ เค้าหยุดแล้ว เค้าไม่ต้องเหนื่อยแล้ว เหมือนว่าเค้าได้หยุดพักแล้ว ไม่ต้องมีกังวลอะไรแล้ว แต่เราก็ไม่รู้ว่าโลกหน้าเป็นยังไง เพราะว่าเราก็ไม่เคยไป เราเสียใจที่จะไม่ได้เจอเขาแบบเป็นๆ แต่ก็ดีใจที่โอเค น้องคงหมดห่วงหมดภาระแล้ว แต่พี่ไม่ต้องทำใจอะไรมากมาย เพราะว่าเราก็ไม่ใช่ญาติพี่น้องกับเขา เพราะว่าย้อนกลับไปพี่รู้จักกับแดนนี่เริ่มต้นจากการเป็นนักแสดง สมัยก่อนเราเป็นนักแสดงวัยรุ่น เล่นเป็นนักเรียนด้วยกันในภาพยนตร์ แต่คนที่เจอพี่แดนนี่ก่อนเลยคือพี่ติ๊ก ? ติ๊ก : เจอตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ตอนนั้นเค้าเป็นเด็กลูกครึ่ง เริ่มจากบ้านเพื่อนพี่อยู่ที่ดินแดง และบ้านแดนนี่ก็อยู่ใกล้ๆ เราก็ไปแกล้งเขา ป๋ากิ๊ก : คือตอนนั้นแดนนี่อายุยังไม่ถึง 10 ขวบ เพราะว่าบ้านแม่บุญธรรมของแดนนี่อยู่ข้างบ้านเพื่อนของพี่ติ๊ก ติ๊ก : เราไปบ้านเพื่อน เป็นห้องซ้อมดนตรี เราก็ไปสิงที่บ้านเพื่อน แล้วแดนนี่ก็เป็นเด็กน้อยอยู่บ้านข้างๆ เราก็แกล้งเด็ก คือตอนนี้เราก็เล่าเรื่องความน่ารัก การปฏิสัมพันธ์ในการเจอกันกับเด็ก หลังจากนั้นเราก็ได้ข่าวว่าแดนนี่เค้าก็มาเป็นโดมอนแมน ตอนนั้นเทรนด์ลูกครึ่งกำลังมา จากนั้นเค้าก็ไปเล่นให้กันตนา เค้าก็เป็นดารา ป๋ากิ๊ก : ตอนนั้นที่เค้าเข้ากันตนาแล้ว เค้าเป็นดาราแล้วนะ แต่ติ๊ก กลิ่นสียังไม่เป็นดารา ตอนนั้นยังเป็นนักศึกษาทั่วไป แล้วตอนไหนที่มาร่วมงานกับพี่แดนนี่แบบจริงจัง ? ป๋ากิ๊ก : ก็น่าจะเป็นตอนที่เรามาเปิดบริษัทกันแบบจริงจัง รายการแสบคูณสอง และเกมส์พันหน้า ซึ่งตอนนั้นแดนนี่เค้าก็เป็นเจ๊ตุ่มแล้ว ซึ่งความสามารถของแดนนี่เค้าหลากหลายนะ นอกจากเป็นนักแสดงแล้ว เค้าเล่นตลกได้ เค้าเป็นพิธีกรได้ เพราะว่าเขาเป็นคนพูดเก่ง เค้าเป็นคนมีความสามารถด้านนี้ แล้วเราก็เปลี่ยนมาทำเกมพันหน้า ก็ให้แดนนี่มาอยู่ในแก๊งค์แมวเหมียว เป็นแก๊งค์แมวมอง เพื่อเอาคนอื่นมาออกรายการ เห็นว่าพอมาทำรายการด้วยกัน ก็ชวนกันไปดื่มยันเช้า? ป๋ากิ๊ก : อันนี้ต้องบอกว่า ทำตั้งแต่ก่อนทำงานแล้ว ติ๊ก : ต้องบอกว่านี่เป็นกิจกรรมสันทนาการที่เราร่วมกันทำ อย่างมีความสุข โดยใช้เครื่องดื่มเป็นตัวนำ ตอนนั้นพวกเราก็ 30 แดนนี่ก็ประมาณ 20กว่า ๆ ป๋ากิ๊ก : คือแดนนี่ไปด้วยกัน เค้าเป็นคนเฮฮา เราก็เป็นคนเอนเตอร์เทน แต่ก็ไม่ใช่ทุกวัน เพียงแค่บางวันออกมาจากร้าน ก็พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว อันนี้มันเกิดขึ้นก่อนที่จะมีเคอร์ฟิวส์ เพราะว่าเราเจอกันแล้วเที่ยวด้วยกันตั้งแต่พาเลซสมัยก่อนโน้น แต่พี่แดนนี่เค้าก็มองปากกิ๊กไอดอล ? ป๋ากิ๊ก : เค้าน่าจะมองว่าการใช้ชีวิตของเราแบบเฮฮา พวกพี่จะมี concept แบบเดียวกัน เป็นพวกสุขนิยม ประมาณว่าเฮ้ยมึงเชื่อกู ปัญหามันมีเยอะแล้ว ทุกอย่างมันไม่ใช่ปัญหาเพราะปัญหามันมีเยอะแล้ว ทุกปัญหามีทางออก แต่ถ้าหาทางออกไม่เจอ ก็ออกมันตรงทางเข้า เพราะว่าทำไมหรอ ก็ตะกี้ที่มึงเข้ามาไง ทุกปัญหามันมีทางออก ก็เลิก อย่าไปฝืน อย่าไปดิ้นรน แดนนี่เค้าก็คงคิดว่าพวกพี่เป็นคนง่ายง่ายแบบนั้น ใช้ชีวิตให้มีความสุข ติ๊ก : เวลาเราคุยกัน มันมักจะมีมวลไปในทิศทางเดียวกัน แต่ในอีกมุมนึงพี่แดนนี่เค้าก็มีมุมที่น้อยเนื้อต่ำใจ? ป๋ากิ๊ก : จะใช้คำว่าน้อยเนื้อต่ำใจนั้น พี่ว่ามันไม่ใช่หรอก แต่มันเป็นคนที่แบบว่า ผมไม่ดีพอ เราก็บอกว่ามึงคิดเยอะว่ะ มันถึงทำให้เรามีเรื่องที่จะคุยกันบ่อย ซึ่งหลายคนก็ฟังว่าตามข่าวที่บอกว่าพี่แดนนี่มีอะไรก็จะปรึกษาเรา มันไม่ใช่หรอก แต่จริงๆคือมันเป็นคนชอบถาม เพราะว่าเค้าเป็นคนที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง หรือว่าเวลาเค้าใส่เสื้อ เค้าจะชอบถามว่าผมใส่เสื้อตัวนี้ไหม แล้วคนอื่นเค้าจะรังเกียจผมไหม เราก็บอกว่าไม่เป็นไร ถ้าเค้าไม่ชอบ เค้าก็ไม่ชอบตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งถามว่า ให้กำลังใจยังไงไหม แต่สำหรับพี่ไม่ใช้คำว่าให้กำลังใจ เพราะว่าเราพูดตรงๆ ถ้าดีก็บอกว่าดี และเห็นว่าพี่ติ๊กเป็นคนพาพี่แดนนี่ไปซื้อบ้านและสอนเรื่องเก็บเงิน? ติ๊ก : คือความจริงการวางอนาคตของแต่ละคน ผมเห็นว่านี่เค้าควรจะมีบ้านแล้ว เค้าควรจะเซฟในเรื่องระบบของการเงิน เราก็บอกว่าแดนนี่ควรจะซื้อบ้านหลังนี้นะเพราะว่าหันหน้าทางทิศนี้แล้วมันดี และหรือเราก็บอกว่าเอาเงินก้อนนี้ควรจะมาใช้ทำแบบนี้สิ หรือเรื่องรถเราก็ว่าน้องควรใช้รถแบบนี้สิ ซึ่งถ้าเราไม่เข้าจัดการ เค้าก็อาจจะมีมายด์เซ็ทของตัวเองอยู่แล้วก็ได้ แต่การที่เราเสริมสิ่งที่เราพูดไป เราก็แนะนำในฐานะรุ่นพี่ ซึ่งเขาก็โอเค ป๋ากิ๊ก : คือถ้าเป็นคนสมัยนี้เค้าอาจจะมองพวกพี่สองคนว่าเป็นคนชอบใส่ใจ รวมไปถึงก็มาปรึกษาเรื่องซื้อของให้ผู้หญิงคนหนึ่ง ? ป๋ากิ๊ก : คือจะเล่าให้ฟัง คือเค้ามีแฟนคนนึง คือเค้าซื้อเสื้อให้ผู้หญิง เค้าก็ให้เราช่วยเลือก เราก็เลือกสีขาวไป แต่แดนนี่บอกว่าขอสีแดง เพราะว่ามันตัวดำ ก็คือภรรยาคนปัจจุบันคนนี้แหละ ก็จ๋านี่แหละ ซึ่งเราก็เข้าใจว่าชื่อนี้ และครั้งแรกที่เราได้เจอผู้หญิงคนนี้ ทุกคนก็เรียกชื่อผู้หญิงคนนี้ว่าจ๋ากินนู่นกินนี่ ซึ่งจ๋าก็งงว่าเรียกใคร เค้าก็ตอบกลับมาว่าหนูไม่ได้ชื่อจ๋า หนูชื่อกวาง เราก็ไปด่าแดนนี่ว่าไหนบอกว่าชื่อจ๋า แดนนี่ก็บอกว่าผมไม่ได้บอกเลยว่าเค้าชื่อจ๋า แต่ที่ผมเรียกเขาว่าจ๋าเพราะว่าเค้าชื่อกวางจ๋า เกือบบรรลัย สรุปก็คือคนเดียวกันนั่นแหละ และป๋ากิ๊กก็เป็นคนตั้งชื่อ น้องเอวา ลูกของพี่แดนนี่ ? ป๋ากิ๊ก : เราก็ดีใจที่เขามีครอบครัวไปฝั่งเป็นฝา ผมชอบให้คนมีครอบครัว เพราะสุดท้ายแล้วคนเรามันอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก คือตอนนี้แม้เราจะยังอยู่ได้ แต่ถ้าวันนึงเราแก่ตัวไป เพราะว่าเพื่อนรอบนอกมันจะหายไปเรื่อยๆ เราก็บอกว่ามึงเชื่อกู มึงควรจะมีครอบครัวเป็นของตัวเอง กูว่าเนี่ยคือความฝันของมึง เพราะว่าเค้าไม่มีครอบครัว แล้ววันนึงมันมีลูก วันที่ลูกคลอดออกมา เราก็รีบดิ่งไปเลย ไปดูลูกมัน แดนนี่มันก็บอกว่าผมมีลูกสาว ช่วยตั้งชื่อให้ลูกมันหน่อยสิ ลูกผู้หญิงหรอชื่อเอวาสิ ก็มาจากอดัมกับเอวา เพราะว่าเราเป็นคริสต์ ก็คือเราไปใส่ใจในเรื่องครอบครัวเขา คือพี่แดนนี่เค้าให้ความเคารพกับพี่สองคนมาก ? ป๋ากิ๊ก : คือเค้าก็ไม่มีครอบครัว เค้าไม่มีญาติพี่น้อง ติ๊ก : เพราะว่าผมเคยถามเขา ว่าเค้ามีพี่หรือมีน้อง ก็ถามแดนนี่ว่าทำไมไม่คิดไปหาญาติที่เมกา เพราะว่าพ่อเค้ากลับไปอยู่อเมริกา ก็น่าจะมีพี่น้องอีกไม่ใช่หรอ เราก็บอกให้เค้าไปหาสิ เพราะว่าถ้าเป็นผม ผมไป ซึ่งเค้าอาจจะไม่อินในเรื่องนี้มากก็ได้ ก็จบเรื่องนี้ไป แต่ถ้าพี่ไปคนเดียวก็ไม่ได้เพราะว่าพี่ก็ไม่มีญาติอยู่ที่นั่นเลย ก็เลยไม่ไปดีกว่า ถามถึงสาเหตุที่บริษัทที่ทำมาด้วยกันทำไมถึงปิดตัวลง ? พากิ๊ก : 20 กว่าปี อย่างตอนนั้นที่เราต้องปิดตัว เพราะว่าธุรกิจมันเปลี่ยน เราขายของยากขึ้น เพราะว่าตอนนั้นเราเปิดบริษัท ขายเอง และมีรายการเดียว มันขายยากขึ้น เงินมันก็เข้าน้อยลง เราก็เลยบอกว่าถ้าเราหยุดตอนนี้ เรายังพอมีเงินจ่ายให้กับลูกน้อง ชดเชยให้ทุกคนได้ไปต่อ เพราะว่าเราไม่มีเนื้อให้เขานะ ซึ่งถามว่าตีกันหรอ ก็ไม่มี ติ๊ก : อ้าวถ้าไม่ทะเลาะแล้วจะปิดตัวทำไมล่ะ ป๋ากิ๊ก : พูดไปเรื่อย ไม่ได้ตีกัน มันเป็นเหตุผลทางธุรกิจ อย่างที่เล่าไปเมื่อกี้ เราก็คุยกันสองคนว่ามันไปไม่ไหวแล้ว เลิกตอนนี้ดีกว่ามันยังเงินทอนให้กับน้องๆ เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็ฟาร์มมรสุมกันมาเรื่อยๆ ลงอย่างสวยงามมากกว่า ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/19aQWc2o_fI?si=Rft6SSnUGXA3pmkH

“เบียร์ เดอะวอยซ์” รับจงใจโพสต์แชต ”ท็อป LazyLoxy” เพราะอยากหยิกหลัง ยันสถานะตอนนี้ ปิดตายโอกาสรีเทิร์น
อ่าน

“เบียร์ เดอะวอยซ์” รับจงใจโพสต์แชต ”ท็อป LazyLoxy” เพราะอยากหยิกหลัง ยันสถานะตอนนี้ ปิดตายโอกาสรีเทิร์น

เบียร์ เดอะวอยซ์ รับจงใจโพสต์แชต ท็อป LazyLoxy เพราะอยากหยิกหลัง ยันสถานะตอนนี้ ปิดตายโอกาสรีเทิร์น กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อนักร้องสาวเบียร์ เดอะวอยซ์เดินทางไปเปิดใจในรายการARMCHAIR คุยเล่นเอาจริงกับพิธีกรหนุ่ม อาร์ม กรกันต์ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกรณีแชตลับของอดีตแฟนหนุ่มท็อป LazyLoxyที่ส่งข้อความมาอ้อนขอนอนกอดจนเป็นไวรัลไปก่อนหน้านี้ โดยสาวเบียร์ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า แชตที่ทุกคนเห็นนั้นเธอเป็นคนตัดสินใจโพสต์ด้วยตัวเอง ก็ตามที่เห็นเลยค่ะ คือหยิกหลังเขาหน่อย เหตุผลเพราะว่าลำไย บอกว่าไม่ก็คือไม่ แค่นั้น แต่เขายังไม่หยุด ก็เลยขอหยิกกลับบ้าง นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงจังหวะเวลาที่ดูเหมือนจะพอดีไปหมดว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์ ซึ่งเธอกำลังเตรียมปล่อยเพลงใหม่พอดี แม้ใจจริงจะไม่ได้ตั้งใจใช้เรื่องส่วนตัวมาโปรโมตงาน แต่ในเมื่อสถานการณ์มันเข้าล็อกและเนื้อหาดันไปตรงกับเพลงใหม่เข้าอย่างจัง จึงตัดสินใจโพสต์ออกไปตามความรู้สึกจริง สำหรับแฟนคลับที่ลุ้นว่าจะมีถ่านไฟเก่าคุหรือไม่ งานนี้สาวเบียร์ย้ำชัดตัดตอนกลางรายการว่าไม่มีโอกาสรีเทิร์นแน่นอนถือเป็นการประกาศปิดประตูหัวใจกับอดีตแฟนหนุ่มอย่างถาวร

"เต๋า-คชา" เปิดใจความลับบ้าน True AF
อ่าน

"เต๋า-คชา" เปิดใจความลับบ้าน True AF

ถ้าพูดถึงคู่จิ้นในตำนานจากบ้าน True AF หนึ่งในคู่ที่ดังมาก ๆ คงหนีไม่พ้น "เต๋า-คชา" จากซีซัน 8 ที่มีมิตรภาพยาวนานถึง 15 ปี ซึ่งล่าสุดทั้งคู่ก็ลุกมาจับไมค์จัดรายการพอดแคสต์ เล่าเรื่องราวในอดีตผ่าน Tao Kacha Podcast โดยมานั่งเปิดใจถึงความลับบ้าน True AF ที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน บ้านที่เห็น...อาจไม่ใช่บ้านจริง? ความลับแรกที่ทำเอาหลายคนอึ้งคือบ้าน AF ที่เห็นในจอทีวีตลอด 24 ชั่วโมง จริง ๆ แล้วมันคือสตูดิโอขนาดใหญ่ ที่ถูกเซ็ตขึ้นมา เต๋าและคชาเล่าว่าข้างในมีการจัดมุมกล้องและแสงสีให้ดูเหมือนบ้านจริงๆ แถมมุมกล้องยังหลอกตาให้ดูพื้นที่กว้างขวางกว่าความเป็นจริงเยอะมาก อยู่แบบไม่รู้เวลาและงดติดต่อสื่อสาร พวกเขาอยู่ในนั้น 3 เดือน โดยใช้โทรศัพท์ไม่ได้ ไม่รู้ข่าวสารโลกภายนอก และที่พีคสุดคือไม่รู้เวลาด้วย นอกจากนี้ยังห้ามพูดถึงคนข้างนอกอีกด้วย ใครเผลอทำผิดกฎเตรียมตัวโดนทำโทษด้วยการวิ่งรอบบ้านตอนเช้าได้เลย เรียลลิตี้ที่เรียลจริง หลายคนชอบสงสัยว่ารายการแบบนี้มีสคริปต์ไหม? มีการเตี๊ยมให้ใครจิ้นกับใครหรือเปล่า? ทั้งคู่ยืนยันเสียงแข็งเลยว่าไม่มีสคริปต์ 100% ทุกความสัมพันธ์ ความสนิทสนม หรือแม้แต่ดราม่าต่าง ๆ เกิดขึ้นตามธรรมชาติล้วน ๆ ใครที่อยากฟังความสนุกแบบเต็ม ๆ ไปดูต่อได้ที่ Tao Kacha Podcast

"แพต ชญานิษฐ์" เคยกินวันละมื้อจนผมร่วง ก่อนกลับสู่การใช้ชีวิตแบบสุดโต่ง
อ่าน

"แพต ชญานิษฐ์" เคยกินวันละมื้อจนผมร่วง ก่อนกลับสู่การใช้ชีวิตแบบสุดโต่ง

"Prime Cast" เปิดใจ "แพต ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช" จากเด็กหอบหนักสู่สายปาร์ตี้ตัวจริง เล่าเรียลทุกมุม เคยอินเทรนด์ดูแลสุขภาพขั้นสุด ถึงขั้นกินวันละมื้อเพื่อหวังอายุยืนแต่ผลลัพธ์กลับตรงข้าม ผอมโทรม หงุดหงิด ผมร่วง ออกกำลังกายยังไงก็ไม่เห็นผล ยอมรับตรง ๆ ชีวิตจริงไม่ได้เพอร์เฟกต์ "แพต ชญานิษฐ์" เคยกินวันละมื้อจนผมร่วง สมัยก่อนเป็นเด็กที่ต้องพกถังออกซิเจนไปโรงเรียนเพราะว่าหอบ ?แพต ชญานิษฐ์ : เป็นหอบ รู้จักหญ้ามาเลย์ไหม คือหญ้าที่มันแบน ๆ แล้วมีขนอยู่ในหญ้า อันนั้นแพ้หนักมาก แล้วที่โรงเรียนปลูกทั้งโรงเรียน เท่ากับว่าเวลาเขาพักเบรก ที่มันจะวิ่งเล่นกัน หมดสิทธิ์ ไม่ได้เล่น ถ้าวิ่งลงไปอีกนิดเดียว คือมี 2 ช้อยส์ ให้เลือก คือ 1.เลือดกำเดาไหล กับ 2.หอบ ฉันก็ต้องเอาถังออกซิเจนไปโรงเรียน แล้วอยากเล่น พอหอบมาแล้ว พี่เลี้ยงเขย่า ๆ ตอนนี้หายแล้ว เพราะว่าเริ่มมีนวัตกรรมในการฉีดสิ่งที่เราแพ้เข้าไปในร่างกายตอนที่อายุประมาณแบบ 10 ขวบ ก็รักษาอยู่ประมาณตั้งแต่ 10 ขวบ จนถึง ม.1 ทุกวันนี้ยังมีอะไรที่แพ้อยู่ไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : ทุกวันนี้กลายเป็นแพ้ถั่ว นม เนย ไข่ อะไรอย่างงี้แทน เป็นอาหารแทน ฝุ่นก็ยังแพ้อยู่ PM 2.5 เข้าใจคำว่าโรคกรรมไหม โรคกรรมมันอยู่ที่ไหนก็ไม่หาย มันก็ยังเป็นอยู่ ก็ต้องรับไป กินยาแก้แพ้ไป พวกอาหารที่แพ้อาการเกิดอะไรขึ้น ?แพต ชญานิษฐ์ : มันก็ Common เลย สิวขึ้น ตอนนี้ยังเดาไม่ได้ว่าอะไรที่ทำให้ลมพิษขึ้นเวลากิน ซึ่งมันก็อยู่ในอาหารทั่วไป นม เนย ถั่ว ไข่ โอ๊ต กินไม่ได้เยอะมากเลย แต่ว่าเราเป็นคนแบบไม่ได้เป็น OCD ไม่ได้เป็นคนเป๊ะอะไรขนาดนั้น หรือว่าก็ช่างมัน วันนี้ขอกิน สมมติวันจันทร์กิน อังคาร ถึง อาทิตย์ ฉันอาจจะต้องกินอาหารคลีน (Clean Food) จริง ๆ จะมีให้ตัวเองสักอาทิตย์ละวันถึงสองวันพอ ไม่เกินนี้ เป็นคนที่กินอาหารคลีนตลอดเลยไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : กินตลอด เพราะว่าแพ้อาหารเยอะมาก ถ้าพกได้พก แต่ถ้าพกไม่ได้ก็กินอาหารกองได้ เพราะเราไม่ได้อยากให้กองมาวุ่นวายเพราะเรา ไม่อยากให้เขามาวุ่นวายเพราะอาหารของฉัน ฉันเอาไปเองได้ ทำเองตลอด เพราะเราเป็นคนขี้แพ้ เป็นคนป่วยง่าย ทำให้เราต้องหันมาดูแลตัวเองมากขึ้นไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : ไม่นะ ไม่ดู เป็นคนแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ชีวิตฉันเป็นคนแก้ปัญหาด้วยปลายเหตุแทบจะทุกเรื่องเลย Longevity แบบนี้ แต่ปล่อยใจ สุขภาพจิตคุณดีไว้ก่อน แล้วเดี๋ยวอะไรก็ดีเอง อันนี้คือเป็นคนแบบอย่างนี้เลย กินอาหารคลีนเพราะว่าพื้นเพไม่ได้เป็นคนชอบกินทอด ไม่กินทอด ไม่กินมัน ไม่กินเลี่ยน ไม่กินครีม แล้วพอแพ้ก็รู้สึกว่าไม่ได้เดือดร้อนที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ กินอาหารแบบนี้ แล้วก็ออกกำลังกาย ไม่ได้โฟกัสด้วยว่าจะต้องผอม จะต้องออกกำลังกายเพราะมันจำเป็นต้องออก แต่ออกเพราะว่าเราชอบใช้พลัง ออกกำลังกายอะไรบ้าง ?แพต ชญานิษฐ์ : ชอบปั่นจักรยานอินดอร์ (Indoor Cycling) ชอบเข้าฮิตคลาส (HIIT Class) แล้วก็เพื่อนก็เริ่มบังคับให้แบบว่า เวท (Weight Training) นะ ซึ่งไม่ชอบเลย เป็นอะไรที่แบบมาทำอะไรที่นี่ แล้วเคยมีเรื่องอะไรที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสุขภาพบ้างไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : เข้าใจผิดเยอะมากเลย เช่น สมัยก่อนเข้าใจว่ามันมีทุกยุคเลยนะ ไล่ตั้งแต่ยุคมัธยมก่อน มัธยมรู้สึกการนอนเป็นเรื่องไร้สาระมาก เสียเวลา สักพักขึ้นมหาลัยมาเริ่มชอบนอน แต่ว่ามี Mindset ว่าถ้าเลือกระหว่างปาร์ตี้กับนอน เลือกปาร์ตี้ตอนมหาลัย แล้วก็พอเริ่มเข้าวงการ เริ่มรู้สึกว่าเวลาในการปาร์ตี้มันไม่มี เพราะว่าพรุ่งนี้ต้องออกกองเช้ามากเลย ก็เริ่มใช้ชีวิตที่ Balance ที่สุด เริ่มมีอาชีพการงานเข้ามาในชีวิตบาลานซ์ที่สุด เริ่มช่วงก่อนหน้านี้ที่ไม่นานมานี้ แล้วก็ไปอินการกินข้าวมื้อเดียว เพราะว่าไปฟังมาว่าอายุจะยืน เหมือนแบบที่ไปฟังคนญี่ปุ่นพูดว่าอายุ 70 แล้วกินมื้อเดียวแล้วเขาสุขภาพทุกอย่างเขาดีมาก ไปตรวจสุขภาพก็เหมือนเดิม สิ่งที่ไม่ดีคือกล้ามเนื้อ ผอมมาก ไม่สวยเลย รู้สึกมองตัวเองแล้วรู้สึกว่า ทำไมทุกข์จัง ทำแล้วแบบกลายเป็นคนขี้โมโห เพราะหิว เหวี่ยงไปหมด อะไรก็ด่าไปหมดเลย ทั้งวันไม่กินอะไรเลย กินแต่กาแฟดำกับน้ำเปล่า กลายเป็นโรคประสาทแทน แล้วเทรนเนอร์ก็เริ่มท้อแล้ว ไม่เห็นผลเลย มันไม่เหลืออะไรเลย แล้วเราเป็นคนใช้กำลัง ชอบใช้พลัง เราชอบออกกำลังกายใช้แรงเยอะ ๆ เราทำทุกอย่างเหมือนเดิม แต่เราลดอาหารไปกินมื้อเดียว ทุกอย่างผิดหมด ผมร่วง ออกกำลังกายไม่เห็นผล หุ่นไม่เลิศ ผอมไม่สวย แล้วก็เลยกลายเป็นว่าขี้หงุดหงิดด้วย เกือบปีหนึ่ง แล้ววันที่หยุดคือเกิดอะไรขึ้น ?แพต ชญานิษฐ์ : เบื่อ แค่นั้นเลย คือชีวิตไม่มีหลักการ ไม่มีสูตร มีแต่ความคิดเพ้อฝันว่าอยากทำ อยากลอง อยากเอาชนะ แล้วก็ลุยไปข้างหน้าโดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ไม่มีหลักการ ไม่มีรีเสิร์ช (Research) ถ้าเกิดว่าให้เลือกไปปาร์ตี้ ไปนอน ไปออกกำลังกาย ไปเจอแฟน เลือกอะไร ?แพต ชญานิษฐ์ : เลือกทั้งหมด ใน 1 วัน จะทำให้หมดทุกอย่าง ต้องทำงานด้วย ทำทั้งหมด เคยทำมาแล้ว ใน 1 อาทิตย์ มีการจิบอาทิตย์ละกี่วัน ?แพต ชญานิษฐ์ : เขาไม่นับกันหรอก อาจจะมากกว่า 2 วัน เราอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า เพราะว่าถ้าพูด เคยได้ยินคำนี้ไหม มันจะเป็นคำอาถรรพ์ ถ้าพูดวันนี้ฉันจะเบา ๆ มันจะเป็นตรงข้าม ถ้าพูดวันนี้ฉันจะหนัก ๆ มันก็จะเป็นตรงข้ามเหมือนกัน ไม่พูดเลย ปล่อยให้เป็นตามเรื่องของมัน วันนี้ชิล ๆ วันนี้แบบว่าจอย ๆ ไหลไป อย่าพูดเลย ไม่พูดดีกว่า average 2-4 ประมาณนี้ และจะมีเละกระจายแบบเลยป้ายสักวันหนึ่ง ใน 1 อาทิตย์ มีเคล็ดลับการแก้แฮงค์ของสาวปาร์ตี้ยังไงบ้าง ให้ยังดูดีอยู่ ?แพต ชญานิษฐ์ : ไม่มี แล้ววันต่อไปสมมติว่าเราไปดื่มมาเมื่อคืน วันต่อไปเราสามารถออกกำลังกายได้ไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : ดูสภาพก่อน ถ้ามันหนักมาก แบบหัวมันเอาไม่ขึ้นเลย อย่าออก เพราะว่าเหมือนมีคนพูดกับเราว่า มันตายได้เลยนะ เหมือนแฟนฉันพูดตลอด อย่าไปออกนะ มันตายได้เลยนะ เพราะว่าเวลาเรากินเหล้าเข้าไป เลือดกับน้ำมันจะแตกตัวออกจากกัน มันจะทำให้เราเวียนหัว เลือดกับน้ำในร่างกายเรามันแตกตัวออกจากกัน ให้เห็นภาพเฉย ๆ นะ มันจะทำให้เราเวียนหัว มันไม่บาลานซ์ แล้วแฟนดื่มด้วยไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : ไม่ แฟนไม่ดื่มเลย สำหรับเขาก็คือแก้วสองแก้ว แต่ฉันก็คือแพริ่ง (Pairing) เลย เราเป็นคนไหล ๆ เป็นคนชิล ๆ เป็นคนดื่มแล้วไม่โมโหด้วยนะ บางคนดื่มแล้วไม่น่ารักนะ แต่ว่าเราเป็นคนดื่มแล้วเราเทิร์น เป็นคนมีความสุข เจอใครก็ยิ้ม มีความสุข ยืนไม่ค่อยตรงแล้ว มันไม่เครียด แล้วเราก็จะชิล อัปเดตชีวิตความรัก คนนี้เป็นมายังไง กี่ปีแล้ว แล้วเขามาจีบยังไง หรือว่าจีบเอง ?แพต ชญานิษฐ์ : 2 ปี คือเขามาจีบฉันเลย แบบว่าตั้งใจมาจีบเลย คือเหมือนว่าเป็นเพื่อนของพี่แอริน พี่แอรินเป็นเพื่อนกัน เขาก็ทักมาคุย แต่ว่าก็คุยนานอยู่ประมาณหนึ่ง Average ปกติ 4-6 เดือน เดทแรกเราหัวทิ่มใส่เขาเลยไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : เดทแรกยังไม่หัวทิ่ม แต่เดท 2 บาร์ฮอปปิ้ง (Bar Hopping) เลย เขาพยายามจะดื่ม เราบอกเขาแล้วว่าเราโอเคเกี่ยวกับเรื่องนี้ เราไม่ใช่ผู้หญิงคออ่อนนะ แจ้ง Information ให้เขาทราบตั้งแต่ต้นเลยว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงคออ่อน เรา Enjoy กับสิ่งนี้ เราไม่ได้ชอบเพราะเข้าสังคม เราชอบเพราะเราชอบจริง ๆ แจ้งให้ทราบ เรารู้สึกว่าการที่เขาเป็นตัวของตัวเอง 100% แล้วเราเป็นตัวเอง 100% ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ คืออันนี้พูดได้เลยว่า เรามีกำแพงเพราะเราไม่ได้สนิท แต่เราไม่ได้เก๊ก ไม่ต้องมีฟอร์มแล้ว ไม่ได้อยากให้เขาเห็นว่าเราเป็นใครแล้ว เราเป็นเราจริง ๆ ที่เป็นแบบนี้ ไม่กลัวที่จะทำอะไรแล้ว ไม่ได้กลัวว่าเขาจะมองว่าน่าเกลียด ไม่มีคำว่าคิดแทนแล้ว เวลาเราไปเที่ยว เขาไม่ตามเลยเหรอ ?แพต ชญานิษฐ์ : ไม่เลย เพราะเราคุยกันชัดเจนมากว่านี่คือโลกของฉัน คือไลฟ์สไตล์ของฉัน คือเพื่อนของฉัน อีกอย่างฉันไม่ได้ไปกินเหล้าแล้วทำตัวมีเรื่องกับใคร หรือเรื่องผู้ชาย ไปเต้นล้วน ๆ กลุ่มเพื่อนเดิม ๆ ที่เขารู้จักทุกคน เป็นคนชอบกินเหล้าจริง แต่ก็เลือกคนที่จะไปด้วย ไม่ใช่ว่าชอบกินแล้วจะไปกับใครก็ได้ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น แล้วถ้าเรื่องผู้ชายจะมามอมนะ มาเลย จะสู้สุดหัวใจเลย เคยมีผู้ชายคนหนึ่งนานมากแล้วก่อนจะมีแฟนคนปัจจุบัน เขาโอเคเลยนะ น่ารักเลย ใช้คำว่าเราชอบเขาได้เลย เขาบอกว่า "เธอ น่ารักจังนะ แต่เธอดื่มแล้วน่ากลัว" ขอโทษนะ รู้จักกันวันนั้นวันแรกวันเดียว คิดว่านี่คือเหตุผลที่ทำให้โสดสนิทมาปีหนึ่งไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : ฉันว่ามีสิทธิ์ เพราะไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะรับอะไรอย่างนี้ได้ ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะชอบผู้หญิงที่มีคาแรคเตอร์แบบพูดตรงไปตรงมา ห้าว หรือไม่เรียบร้อย ผู้หญิงมีสเปก ผู้ชายก็มีสเปกเหมือนกัน อย่าไปคิดว่าตัวเองเลิศเลอที่สุด ใครทุกคนไม่ใช่คนที่ดีที่สุด อย่าไปคิดอะไรมาก เวลาอยู่กับแฟนเป็นคนแบบนี้ไหม ?แพต ชญานิษฐ์ : เป็นอย่างงี้เลย เคยทะเลาะกันหนักสุดเรื่องอะไรบ้าง ?แพต ชญานิษฐ์ : ตั้งแต่คบกันมา 2 ปี ทะเลาะกันหนักสุดคือเรื่องเลือกร้านอาหารว่าจะกินไทยหรือจีน แทบจะไม่เคยทะเลาะกันเลยจนเคยพูดกับเขาว่า "อยากทะเลาะ ช่วยชวนทะเลาะหน่อยได้ไหม สักเรื่องหนึ่ง อะไรก็ได้" เขาก็บอกว่าเป็นเรื่องที่ไร้สาระที่สุดในโลก Longevity ในฉบับของแพทคือเรื่องชาวบ้าน ?แพต ชญานิษฐ์ : I love เรื่องชาวบ้านมาก ฉันรักเรื่องการเมาท์มาก รู้เอาไว้ให้เป็น Entertainment สนุกจังเลย กลับบ้านก็ลืมแล้ว คนนั้นเธอรู้อยู่หรือยัง ถามว่าใช่เรื่องของตัวเองไหม บางทีไม่มีเรื่องของตัวเองเลย เรื่องชาวบ้านเท่ากับ Longevity สุขภาพจิตเราสำคัญที่สุด ทุกวันนี้ฉันให้เรื่องสุขภาพจิตเป็นอันดับ 1 สุขภาพจิตดี อะไรที่เราชอบ อะไรที่ทำให้เรามีความสุข เสพเข้ามาแล้วทำให้ใจเรา Rise up นั่นคือ Longevity ปกติแล้วคนที่สุขภาพจิตดีบางคนเขาจะบอกว่าเขาบาลานซ์ชีวิต ทั้งการนอน การกิน mental health, physical health การงาน financial everything ?แพต ชญานิษฐ์ : mental health ก็แบบดีมาก ๆ จนอะไรที่มันแย่ ดีหมด ต่อให้นอนไม่ดี ไม่เป็นไร พรุ่งนี้เริ่มใหม่ สมมติทีมงานหลังบ้านวุ่นวาย ไม่เป็นไร เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่เอาใหม่ แต่คนที่ทำงานด้วยอาจจะเครียดนิดหนึ่ง มีอะไรอีกบ้างที่ทำให้สุขภาพจิตเราดีได้อีก ?แพต ชญานิษฐ์ : ฉันเป็นคนสุดโต่งมาก ปาร์ตี้สุดโต่ง อยากทำอะไรก็ทำสุดโต่ง แล้วเวลาฉันอยากสงบ ก็สงบสุดโต่ง สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot เวลา 18.00 น. สามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่

หนุ่ม UK วัย 19 ปี ติดคุกอ่วม หลังพยายามล่อลวงเด็กหญิงผ่าน Roblox หวังล่วงละเมิด
อ่าน

หนุ่ม UK วัย 19 ปี ติดคุกอ่วม หลังพยายามล่อลวงเด็กหญิงผ่าน Roblox หวังล่วงละเมิด

รอบนี้เป็นข่าวพึงระวังสำหรับผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในวัยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะครับ โดยทางสำนักข่าว BBC ของสหราชอาณาจักรได้รายงานว่านายคาร์โล ทริตตา (Carlo Tritta) ผู้ต้องหาวัย 19 ปีถูกตัดสินจำคุก 28 เดือน หลังจากพยายามล่อลวงเด็กหญิงวัย 14 ปีผ่าน Roblox โดยจงใจให้เธอเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคาร์โลนั้นเป็นไปด้วยความเสน่หา แต่ในความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์ดังกล่าวล้วนเกิดจากการบีบบังคับ ควบคุม และล่วงละเมิดทั้งสิ้นทั้งนี้ นายคาร์โลได้ยอมรับผิดในข้อหาสำคัญได้แก่ สื่อสารไปในเชิงอนาจารกับเด็ก, สร้างภาพลามกของเด็ก, บังคับให้เด็กอายุไม่เกิน 15 ปีรับชมเนื้อหาทางเพศหรือเชิงอนาจาร รวมถึงข่มขู่พยานและทำลายทรัพย์สิน ฯลฯ หลังจากที่เจ้าตัวเดินทางไปยังบ้านของเด็กหญิงเพื่อข่มขู่ให้ถอนฟ้อง ซึ่งผู้พิพากษาระบุว่าตัวคาร์โลทราบแต่แรกแล้วว่าเด็กหญิงคู่กรณีมีอายุต่ำกว่า 16 ปี อีกทั้งแสดงพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเหยื่อและครอบครัว ทำให้เด็กหญิงที่เป็นเหยื่อต้องเข้ารับการบำบัดจากภาวะเครียดและวิตกกังวลอนึ่ง นายคาร์โลกับเด็กหญิงที่เป็นเหยื่อได้รู้จักกันผ่าน Roblox ก่อนจะย้ายไปติดต่อกันผ่านแอปพลิเคชั่น WhatsApp และ Snapchat พร้อมกับหว่านล้อมด้วยคำพูดต่าง ๆ นานาให้เด็กหลงเชื่อว่าเขามีความรักต่อเธอ มิหนำซ้ำยังพยายามส่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี่มาให้ และโทรศัพท์มือถือด้วย เพื่อให้ได้มาซึ่งภาพลามกจากเหยื่อ แถมบทสนทนาของทั้งคู่ที่เริ่มจากการพูดคุยเรื่องเกม ก็ดันค่อย ๆ เปลี่ยนไปในเชิง 18+ มากขึ้น กระทั่งแม่เด็กหญิงได้พบข้อความในโทรศัพท์ของลูกสาวเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 จนนำไปสู่การจับกุมนายคาร์โลในเวลาต่อมา ซึ่ง ณ ตอนนั้นนายคาร์โลได้รับการประกันตัวชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขว่าห้ามติดต่อหรือเข้าใกล้เหยื่อเด็ดขาด แต่นายคาร์โลก็ฝ่าฝืนคำสั่งศาลและถูกตัดสินจำคุกในที่สุดทางด้านผู้ให้บริการ Roblox ก็ออกมาแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และระบุว่าพวกเขาได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบอายุและความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุล่อลวงเด็กเช่นนี้อีกสำหรับกรณีนี้ ทีมงานก็อยากให้เพื่อน ๆ หรือน้อง ๆ ระวังตัวจากภัยสังคมเหล่านี้กันด้วยนะครับ ซึ่งไม่ได้จำกัดวงแค่ใน Roblox เท่านั้น หากแต่เกมอะไรก็ตามที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอื่นด้วย พึงระลึกไว้เสมอว่าอย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ให้กับคนแปลกหน้าโดยเด็ดขาดแปลและเรียบเรียงจากhttps://www.bbc.com/news/articles/cgqkl8j75k3ohttps://insider-gaming.com/man-jailed-for-grooming-teen-via-roblox-no-system-perfect/

"ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์" เคยมั่นใจเกินไปจนทำความสัมพันธ์พัง เผยถ้าวันหนึ่งจากไปให้เผามือถือทิ้ง
อ่าน

"ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์" เคยมั่นใจเกินไปจนทำความสัมพันธ์พัง เผยถ้าวันหนึ่งจากไปให้เผามือถือทิ้ง

เปิดใจแบบหมดเปลือกในรายการ "WOODY TALK" กับ "ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ" ทั้งมุมมองด้านชีวิตและครอบครัว ยอมรับเคยมั่นใจในตัวเองเกินไปจนทำความสัมพันธ์พัง ไม่แคร์สแตนดาร์ดสังคม ไม่จำเป็นไม่ต้องโลกสวย ถ้าไม่ใช่ตัวเองก็อย่าฝืน เตือนสติการรักตัวเองมากเกินไปอาจไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ลั่น! ถ้าวันหนึ่งจากไปให้เผามือถือทิ้งห้ามใครล่วงเกินข้อมูล "ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์" เคยมั่นใจเกินไปจนทำความสัมพันธ์พัง คุณพอใจกับทุกอย่างในชีวิตที่เข้ามา ?ม๊าเดี่ยว : ใช่ค่ะ จริง ๆ เรามองหลายอย่าง เราจะมีความรักสัตว์มาก โดยเฉพาะสัตว์ที่มีความบกพร่อง อันนั้นเราจะมองว่าน่ารักสำหรับเรา เช่น สัตว์ที่เป็นออทิสติก หรือสัตว์ที่ไม่มีขา เราก็จะเอ็นดูเขา พิการอะไรยังงี้ เราไม่เคยเลี้ยงสัตว์ แต่เวลาเห็นจะรู้สึกเอ็นดู เพราะฉะนั้นมันก็ใช้ชีวิตสดใสของมันไป มีแต่เรานี่แหละน่าสงสารจังเลย หมาขาขาด หมาตาเหล่ ตาเข ทั้งที่จริง ๆ แล้วมันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ การที่เราโตมาโดยการให้ความหมายกับทุกอย่าง มันเป็นปมของมนุษย์ไหมเลยทำให้ไม่มีความสุขเท่าไหร่ ?ม๊าเดี่ยว : จริง ๆ มันเป็นสังคมไหม มันอาจจะเป็นเพราะว่าคือ เริ่มต้นจากสแตนดาร์ดก่อน ไม่ใช่แค่คนพิการหรอก แค่คนไม่หลุดจากสแตนดาร์ดที่ควรจะเป็นที่เราเคยเห็นว่าคนนี้สวย แค่หลุดสแตนดาร์ด เขาก็จะรู้สึกว่าตัวเองฉันเกิดมาฉันมีบาปหรือเปล่า เหมือนกับการที่มะเดี่ยวเป็นตุ๊ดเหมือนกัน สมัยที่บ้านแถวต่างจังหวัดเขาก็จะบอกว่าทำบาปมาแต่ชาติที่แล้ว เป็นเพราะเจ้าชู้หรือเปล่าเลยเกิดมาเป็นตุ๊ด ทั้งหมดมันอยู่ที่คนจะให้คุณค่ากันเองมากกว่า ถ้ามองเด็กในวันนั้นกับตัวเราในวันนี้ ตอนนั้นความฝันคืออะไร ?ม๊าเดี่ยว : ตอนนั้นฝันอยากเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์ เพราะเราชอบเสื้อผ้า แต่ตอนนั้นยังไม่มีเรียนว่าการชอบเสื้อผ้าเป็นอะไรได้บ้าง อาชีพที่แบบคุณครูบอกก็มีนักออกแบบ เราก็ไม่รู้ ซึ่งจริง ๆ รายละเอียดอาชีพมันมีเยอะมาก อาจจะเป็นสไตลิสต์ บรรณาธิการนิตยสาร หรือคนทำสิ่งพิมพ์ก็ได้ แต่ตอนนั้นเรารู้แค่ว่าการที่เราชอบเสื้อผ้ามันก็คือแฟชั่นดีไซเนอร์ ตอนนั้นเราเลยคิดว่าเราอยากเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ จากวันนั้นถึงวันนี้ยังชอบอยู่ไหม ?ม๊าเดี่ยว : ชอบไหมแฟชั่นชอบ แต่แฟชั่นดีไซน์เนอร์ไม่ได้ชอบแล้ว เพราะหลังจากมะเดี่ยวได้ไปเรียนแฟชั่นจริง ๆ แล้วรู้สึกไม่ชอบ เพราะแฟชั่นจริง ๆ ตอนที่เราคิดมันจะเป็นการที่เอาชุดมา Dressing ง่าย ๆ เอาเสื้อตัวนี้มาแมตท์ตัวนี้ แต่จริง ๆ เสื้อมันมีรายละเอียดเยอะมากการที่เราจะเป็นแฟชั่นดีไซน์เนอร์คือเราต้องมาวาดแพทเทิร์นเสื้อแต่ละตัว ถ้าคุณเอวใหญ่ขึ้น 1 เซน คุณก็ต้องปรับแพทเทิร์นเสื้อผ้าให้เข้ารูปมากขึ้น มันมีรายละเอียดที่แบบเหมือนคณิตศาสตร์ ซึ่งคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่มะเดี่ยวเกลียดมาก เพราะฉะนั้นตอนที่มะเดี่ยวเรียนก็เลยเหมือนอยู่กับความเกลียดตลอดเวลา ผ่านมาได้อย่างไร ?ม๊าเดี่ยว : คือหน้าที่ มะเดี่ยวคิดว่าถ้าเราไม่ชอบก็ต้องทนทำให้มันจบ มันคือหน้าที่ที่เราต้องทำ จริง ๆ มะเดี่ยวคิดว่ามันควรที่จะทำให้จบแล้วเราก็ไปทำอย่างอื่น ทุกอย่างมันมีหน้าที่ การรับผิดชอบ อันนั้นเป็นสิ่งที่เราควรที่จะถือไว้ ความรับผิดชอบก็ต้องมีส่วนด้วย เพราะตอนนั้นก็ได้รับทุนด้วย ระหว่างทางที่เราไม่ชอบก็ได้ไปเจอสิ่งที่ชอบในการไม่ชอบนั้น เช่น History ซึ่งมะเดี่ยวไม่เคยรู้เลยว่าชอบประวัติศาสตร์หรือเปล่า คือชีวิตนี้ใครจะไปฟัง แต่การที่เราได้เรียนแฟชั่นในสิ่งที่เราชอบ แล้วเราก็ได้เรียนประวัติศาสตร์แฟชั่น ทำไมเราตื่นตาตื่นใจ มันคือทำให้มะเดี่ยวได้เรียนรู้เหมือนกันว่าจะเจอความชอบในสิ่งที่เกลียด เรื่องประวัติศาสตร์แฟชั่นมีอะไรที่เป็นไฮไลท์ที่รู้สึกว่าตื่นตาตื่นใจ ?ม๊าเดี่ยว : การเปลี่ยนยุคของแฟชั่นมันต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงหรือสงคราม เช่น ยุคหนึ่งผู้หญิงนิยมใส่ถุงน่องเพราะดูไฮคลาสและไฮโซ แต่ถุงน่องสมัยนั้นมันจะไม่เรียบเนียนเหมือนขาเสมอไป ถุงน่องสมัยนั้นมันจะมีการตัดเย็บซึ่งเป็นขีดขึ้นมา สมัยนั้นเทคโนโลยีของเขามันทอเป็นรูปขาไม่ได้ การตัดเย็บก็เป็นเหมือนถุงเท้าขึ้นไป พอเกิดสงครามอะไรก็แร้นแค้นยากจน แต่ความหรูหราความฟุ่มเฟือยของคนติดหรูมันยังมี จมลงไม่เป็นแม้กระทั่งสงครามไม่ได้ใส่ถุงน่องแต่เอาปากกาเมจิกมาขีดขาให้เป็นเส้นตรงเหมือนใส่ถุงน่องอยู่ อีโก้คนอยากมีอยากได้ ก็เหมือนเราใส่ของปลอมทุกวันนี้เป็นแบบเดียวกันเลย แล้วสมัยอียิปต์ใครใส่สีม่วงไม่ได้นะเพราะสูงศักดิ์เป็นสีที่ราชวงค์ใส่ อะไรที่เป็นสีม่วงจะแพงมากเพราะสมัยนั้นไม่ได้สกัดขึ้นมากง่าย ๆ ต้องใช้เปลือกหอยเป็นหมื่น ๆ ตัวมาบด ๆ รวมกัน คิดว่ายุคนี้คนยังเป็นแบบนั้นอยู่ไหม ?ม๊าเดี่ยว : เป็นสิ คนสมัยนี้เป็นหมด ทุกคนพยายามประโคมตัวเอง เพื่อตัวเองหรือเปล่า ไม่ใช่เพื่อคนอื่น เคยไปสัมภาษณ์รายการ ๆ หนึ่ง เขาก็บอกว่า จริง ๆ มะเดี่ยวไม่ได้แบบว่าชอบเกี่ยวกับกระเป๋า แต่มะเดี่ยวก็มีบ้าง แต่เขาพูดประมาณว่าจริง ๆ ก็ต้องมีบ้างเพื่อเข้าสังคม ก็เลยถามกลับว่าสังคมไหน สังคมของฉันเลือกเข้าได้เอง แล้วฉันก็ไม่ได้อยากไปอยู่ในสังคมที่เธอยกยอว่านั่นคือสังคมที่ดี ถ้าฉันอยากอยู่ในสังคมที่แย่ฉันผิดเหรอ ทำไมต้องไปอยู่ในสังคมที่มันเหนื่อยขนาดนั้นด้วย แล้วมันใช่ตัวตนเราจริง ๆ ไหม แล้วทำไมสังคมไม่ยอมรับในสิ่งที่เราเป็นตอนนี้เลย แล้วเธอรู้ได้ไงว่าคนอื่นที่อยู่ในสังคมนั้นจะไม่ fit in เข้าไปในสังคมนี้ของเธอ สังคมหน้ากากหรือเปล่า ทุกคนใช่ตัวตนตัวเองจริง ๆ ไหม เพราะฉะนั้นควรเป็นสังคมเสรีเปิดเผย ทุกคนทำตามที่ตัวเองทำได้เลย เพราะฉะนั้นทุกคนควรอยู่ในที่ ๆ ตัวเองสบายใจและไม่ต้องเหนื่อยมาก เพราะถ้าเหนื่อยมากไม่ต้องเข้าสังคมอยู่คนเดียวเถอะ คนมาปรึกษาเราส่วนใหญ่เรื่องอะไรมากที่สุด ?ม๊าเดี่ยว : ชีวิตจริงคนไม่มาปรึกษาอะไรเลย แม้กระทั่งเพื่อนก็ยังไม่มาปรึกษา เพื่อนก็จะรู้ดีว่าจริงๆบางครั้งเราก็เอาชีวิตตัวเองไม่รอดเหมือนกันในบางจุด ในชีวิตจริงก็ไม่พูดในสไตล์ที่เรามานั่งสัมภาษณ์แบบนี้ ชีวิตจริงก็เถลไถลเล่นเกมส์เป็น Gamer เที่ยงคือถึงตี 4 ทุกวัน ในยุคที่ทุกคนสอนให้ Self-Love แต่คุณบอกว่าคนเราควร "เกลียดตัวเองบ้าง" หมายความว่ายังไง ?ม๊าเดี่ยว : คือเราไม่ชอบพูดคำที่บอกว่าให้ทุกคนรักตัวเอง มันจะเป็นคำพูดของคนที่เห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า ไม่ เธอไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันจะทำแบบนี้เพราะฉันรักตัวเอง แต่คำว่ารักตัวเองมันไปทำร้ายใครหรือเปล่า ลองถ้าเป็นเราอยากส่องกระจกแล้วมองเข้าไปในกระจกแล้วถามว่าเราเกลียดอะไรในตัวคน ๆ นี้บ้าง หมายถึงว่ามันมองย้อนกลับมาถึงตัวเรา ว่าถ้าเราเป็นคนอื่น คนจะเกลียดเราเรื่องไหน เพราะฉะนั้นการรักตัวเองมากเกินไปเหมือนการหลงระเริง เหมือนการมั่นใจจนเกินไป เพราะฉะนั้นลองเห็นมาสัก 20% แบ่งมาเกลียดตัวเองดูบ้าง พอเกลียดตัวเองก็ลองแก้ไขว่าคนที่เขาไม่ชอบเรา เขาเกลียดเราเรื่องอะไร เราอาจจะเป็นคนที่ดีขึ้นก็ได้ การรักตัวเองมันทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นจริง ๆ เหรอ หรือแค่ทำให้เรารู้สึกดี มีอะไรที่เราเกลียดตัวเองในช่วงที่ผ่านมา แล้วเกลาให้เราเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ?ม๊าเดี่ยว : มีเยอะเลย จริง ๆ มันเป็นเรื่องของการที่รู้สึกว่าเรามั่นใจในความคิดของตัวเองมากเกินไป ณ ตอนนั้น ว่าสิ่งที่เราทำมันถูก ยกตัวอย่างเช่น เราทะเลาะกับเพื่อนคนหนึ่งเพราะเรื่องอะไรบางอย่างแต่พอมองย้อนกลับไปเรื่องนั้นเราผิด ความ creative ได้มาจากใคร ?ม๊าเดี่ยว : พ่อจะเป็นนักประดิษฐ์เหมือนกัน อย่างเช่น เวลาแบบทำเสาบ้าน จะเป็นแบบปั้นปูน แล้วก็ทำงานอาร์ตจากเศษเหล็ก เอาเศษเหล็กมาเชื่อมเป็นหุ่นคน พ่อก็จะ creative มาก จากแม่จะเป็นคนกล้าพูดกล้าคุย แม่รู้เรื่องทุกคนเลย ชอบเม้าท์ รู้เรื่องทั้งหมู่บ้าน มีอะไรเขาก็จะมาเม้าท์มอยกับเรา คนต่างจังหวัดจะเป็นแบบนี้ คุณเป็นเหมือนฟองน้ำดูดซึมอะไรได้ง่ายมาก ?ม๊าเดี่ยว : ดูดซึมทั้งสิ่งดีและสิ่งไม่ดีด้วย อารมณ์แบบนี้จะดูดได้เยอะมาก เราจะรู้ว่าใครรู้สึกยังไงแล้วก็จะเอาเก็บมาเป็นของเราประมาณนั้น มะเดี่ยวจะไม่ชอบไปอยู่ในสถานการณ์ที่คนด่ากัน แล้วในทางกลับกันคุณได้พลังงานบวกมากจากอะไร ?ม๊าเดี่ยว : ได้มาจากทุกที่ ได้จากการกิน คือเวลาเครียดหนูจะกินเลย ตื่นมาหนูต้องกินข้าว การกินคือความสุขของหนู การกินรสเปรี้ยวมันก็จะเสริมความเปรี้ยวมั่นใจให้เรา การกินรสเผ็ดมันก็จะทำให้เรามั่นใจ เผ็ดแซ่บซ่า การกินสำคัญ ถ้าเราเริ่มกินของหวาน วันนี้เราก็จะหวานเลย คำว่าปล่อยวางเป็นคำที่ง่ายแต่ทำยาก ถ้าให้คุณแบ่งปันวิธีการปล่อยวางแบบที่ง่ายและทำได้ทันที ?ม๊าเดี่ยว : การปล่อยวางถ้าเรารู้สึกว่ามันทำยาก การปล่อยวางมันต้องอาศัยการลืมด้วยในบางครั้ง หาอะไรทำให้กับตัวเองบ่อย ๆ ทำตัวเองให้มันยุ่ง ๆ เข้าไว้ แล้วเราจะลืมมัน วันหนึ่งเราลืมมันแล้ว ก็จะกลายเป็นคำปล่อยวาง พยายามคิดเรื่องอื่น ยังจำไม่ได้เลยว่าเมื่อวานไปทำไรมา เพราะเราอยู่กับปัจจุบันของตัวเอง แปลว่าชีวิตไม่ค่อยผูกกับอนาคตไกล ๆ เท่าไหร่ ?ม๊าเดี่ยว : ใช่ เอาเดี๋ยวนี้เลย เพราะมี mindset ว่าเราอาจจะอยู่ไม่ถึงวันพรุ่งนี้หรือเปล่า แล้วก็คิดกับตัวเองมาตลอดว่าอีก 1 ปีเราจะอยู่ถึงไหม จะไม่เคยมองไปถึง 5 หรือ 10 ปีเลย เพราะฉะนั้นก็ใช้ชีวิตสนุก ๆ ถ้าสมมุติฉันตุยไปในวันหนึ่ง ก็สนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้ปล่อยให้ฉันสูญสิ้นไป แล้วก็ไม่ต้องมาเปิดมือถือฉัน ก็คือเผามือถือฉันไปเลย เพราะในมือถือฉันมีอะไรเยอะมาก ห้ามล่วงเกินข้อมูลของฉัน สามารถติดตาม "WOODY TALK" ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK, Facebook : Woody, Youtube : Woody เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่

“เก่ง–น้ำปิง” ผวาซาแซงขับรถตาม วอนหยุดพฤติกรรมคุกคาม ชี้กระทบความปลอดภัยและชีวิตส่วนตัว
อ่าน

“เก่ง–น้ำปิง” ผวาซาแซงขับรถตาม วอนหยุดพฤติกรรมคุกคาม ชี้กระทบความปลอดภัยและชีวิตส่วนตัว

น้ำปิงเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตอนแรกก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการติดตามจริงหรือไม่ จึงลองเปลี่ยนเส้นทางโดยเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมัน แต่กลับพบว่ารถคันเดิมยังตามมา มันก็แอบน่ากลัวนะ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาตามแบบไหน พอลองเลี้ยวเข้าปั๊มแล้วบังเอิญเจออีก ก็เลยรู้สึกว่าน่าจะใช่ เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่สบายใจ และเริ่มกังวลเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ด้านเก่งได้สะท้อนมุมมองถึงปัญหานี้อย่างชัดเจนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความไม่สะดวก แต่เป็นเรื่องของ ความปลอดภัย ทั้งของตัวศิลปินเอง และแฟนคลับคนอื่นๆ ด้วย เวลาจบงานแล้ว เราก็อยากมีพื้นที่ส่วนตัวบ้าง อยากให้มีระยะห่างกัน เพื่อให้ได้ใช้ชีวิต ได้พักผ่อนขณะที่น้ำปิงเสริมว่า แม้จะเข้าใจว่าแฟนคลับบางคนอาจทำไปด้วยความหวังดี แต่การติดตามในลักษณะนี้กลับสร้างความกดดันมากกว่าความรู้สึกดี อยากให้เคารพกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ ง่ายๆ คือเราไม่อยากโดนใครมาตาม ทั้งคู่ฝากข้อความถึงกลุ่มซาแซงโดยตรง ขอให้หยุดพฤติกรรมการติดตาม เพราะอาจนำไปสู่สถานการณ์อันตรายโดยไม่ตั้งใจ เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยทั้งตัวเราและแฟนคลับ อยากให้หยุดพฤติกรรมแบบนี้ ใช้ชีวิตกันเถอะครับ เวลางานค่อยมาเจอกัน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงอีกด้านของวงการบันเทิง ที่ศิลปินต้องเผชิญกับการถูกละเมิดพื้นที่ส่วนตัว แม้จะมาจากความชื่นชอบก็ตาม การสนับสนุนศิลปินในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย แต่ยังเป็นการสร้างสังคมแฟนคลับที่น่ารักและยั่งยืนอีกด้วย

นักร้องสาว ร้อง ปอท.โดนมิจฯแฮกเข้าระบบคอมพิวเตอร์บัญชีอีเมลและTikTok ส่วนคดียักยอกเงินค่าแสดง ตร.เตรียมเรียกอดีตคนใกล้ชิดมาสอบ
อ่าน

นักร้องสาว ร้อง ปอท.โดนมิจฯแฮกเข้าระบบคอมพิวเตอร์บัญชีอีเมลและTikTok ส่วนคดียักยอกเงินค่าแสดง ตร.เตรียมเรียกอดีตคนใกล้ชิดมาสอบ

นักร้องสาว ร้อง ปอท.โดนมิจฯแฮกเข้าระบบคอมพิวเตอร์บัญชีอีเมลและTikTok ส่วนคดียักยอกเงินค่าแสดง ตร.เตรียมเรียกอดีตคนใกล้ชิดมาสอบ ทนายเจมส์ นายนิติธร แก้วโต พร้อมด้วย มีนตรา อินทิรา น.ส.อินทิรา โมราเลส อายุ 29 ปี นักร้องสาวค่ายแกรมมี่โกลด์ เดินทางเข้าพบพล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท.,พ.ต.อ.ภัททสักก์ ธนสุกาญจน์ ผกก.(สอบสวน) และ พนักงานสอบสวน กก.2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อแจ้งความกรณีที่โดนอดีตคนใกล้ชิดยักยอกเงินค่าแสดงและยังพบว่า ตั้งแต่เดือน ก.ย.68 มีมิจฉาชีพพยายามเข้ามาแฮกข้อมูลจากระบบคอมพ์ฯ ซึ่งเป็นอีเมลของ gmail.com ที่ใช้สมัครใช้งานบัญชีสังคมออนไลน์ต่างๆ ทั้งเฟซบุ๊ก/ยูทูป และ TikTok พบว่ามีความพยายามจะเข้ามาแฮกต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทนายเจมส์ นิติธร กล่าวว่า วันนี้ตนพาน้องมินตรา มาพบ พงส.บก.ปอท.เพื่อแจ้งความกรณีที่มีผู้ไม่หวังดีพยายามจะเข้ามาในแอพฯ สังคมออนไลน์ของเธอ ซึ่งเราตรวจพบว่าผู้ไม่หวังดีรายนี้เข้ามาได้แล้วตั้งแต่กลางปี 68 เข้ามาแฝงตัวคอยส่องเจ้าของบัญชีแล้ว ซึ่งทางน้องมีนตราทราบก็ได้ทำการรายงานแล้วดีดออกไป แต่ก็ยังพยายามจะเข้ามาอีกตลอดเวลา ตัวน้องมินตราไม่รู้วัตถุประสงค์ของบุคคลรายนี้ว่าจะพยายามเข้ามาทำอะไร เชื่อว่าน่าจะมีวัตถุประสงค์ไม่ดี จึงพาน้องมาแจ้งความป้องกันไว้ก่อน ซึ่งการที่พยายามเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ฯ และความผิดตาม กม.อาญาด้วย จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษให้ตำรวจ ปอท.สืบสวนหาผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ด้านมีนตรา ระบุว่า ตนเพิ่งมาสังเกตเห็นว่ามีคนพยายามจะเข้ามาในบัญชีอีเมล และ บัญชีTikTok เมื่อ 12-13 มี.ค.ที่ผ่านมา ตอนแรกรู้สึกตกใจมาก เพราะบัญชี gmail ของตนใช้งานสมัครบัญชีสังคมออนไลน์แฟลตฟอร์มต่างๆ รวมทั้งใช้ทำธุรกรรมต่างๆ ตนได้พยายามดีดเขาออกไปได้ แต่ก็ยังมีความพยายามจะเข้ามาอีกหลายครั้ง ซึ่งทางระบบแจ้งเตือนมาตลอดว่าอุปกรณ์อันนี้ซึ่งไม่ใช่ของเราพยายามที่จะเข้ามาในระบบฯ นะ จึงรวบรวมหลักฐานต่างๆ มามอบให้พนักงานสอบสวนทำการสืบสวนติดตามหาคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับบัญชีTikTok ตน ชื่อ Ms.Meentran มีผู้ติดตาม 2.7 ล้านคน จะเป็นช่องจริงๆ ของตน ส่วนช่องๆ ก็จะเป็นใครไม่ทราบมาแอบอ้างเยอะพอสมควร ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรปล่อยเขาไปก่อน ค่อยๆ ดำเนินการไปที่จะอย่าง ทนายเจมส์ กล่าวเพิ่มเติมความคืบหน้าคดีที่แจ้งความไว้ สน.พหลโยธิน เมื่อ 20 มี.ค.ว่า น้องมีนตรา ได้มอบอำนาจให้ทนายความไปแจ้งความ พงส.ไว้ในคดีถูกคนรู้จักใกล้ชิด ปลอมลายเซ็นใบแต่งตั้งทนายความ และอีกคดีเป็นกรณีถูกยักยอกเงินค่าแสดง โดยมีการปลอมรายเซ็นของน้องมินตรา ตัวศิลปินนักร้อง จำนวนหลายครั้งตั้งแต่ปี 2565 มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยอดีตคนใกล้ชิดรายนี้มาสอบสวนแล้ว พบว่ามีการนำเงินที่รับมอบว่าจ้างให้แสดงไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ ไม่ยอมส่งมอบตัวศิลปินและต้นสังกัดเลย เบื้องต้นพนักงานสอบสวนรับแจ้งความแล้วได้มอบให้ฝ่ายสืบสวนทำการตรวจหลักฐานก่อนการแฮกข้อมูลฯ เพื่อติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพื่อน(ไม่)สนิท
ดู

เพื่อน(ไม่)สนิท

Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.9 : "จิมมี่-โต๋-หมอฟรีซ" สมการนี้ ใครเจ็บที่สุด
อ่าน

Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.9 : "จิมมี่-โต๋-หมอฟรีซ" สมการนี้ ใครเจ็บที่สุด

"Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.9" ทางช่อง 8 เดินทางเข้าสู่โค้งสุดท้ายที่คนดูห้ามกะพริบตา เตรียมพาผู้ชมดำดิ่งสู่ความสัมพันธ์สามเศร้าที่เข้มข้น เมื่อคำว่า รัก กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครได้ครอบครองอย่างสมบูรณ์ และคำถามสำคัญกำลังเกิดขึ้น ว่าสุดท้ายแล้ว ใครกันแน่ที่จะเจ็บที่สุดหลังจาก โต๋ (กาด พลอยสุภา) ตัดสินใจเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับ หมอฟรีซ (คิณ อาณาคิณ นนทิประสิทธิ์) ทุกอย่างดูเหมือนจะเดินไปในทางที่ดี แต่ยิ่งพยายามก้าวต่อ หัวใจก็ยิ่งย้อนกลับไปหาความทรงจำเดิม จนความรักครั้งใหม่เริ่มสั่นคลอน Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.9 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 8 ในขณะที่ จิมมี่ (เจมส์ เพรสคอท) ต้องเผชิญความจริงที่ยากจะยอมรับ ความเสียใจพาเขาดำดิ่งจนแทบเสียศูนย์ ถึงขั้นเมาหนักและปล่อยตัวเองพังต่อหน้าคนรอบข้างอย่าง เต๋ (เดวิด แมทธิว โรเบิร์ตส), ปลายฟ้า (แฟ้ม ตนุภัทร พ่วงสุวรรณ) และ รัน (ดิว จิรเมธ ศรีหนองห้าง) ที่ต่างพยายามดึงเขากลับมา แต่เรื่องราวกลับซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เมื่อหมอฟรีซเริ่มสัมผัสได้ว่า หัวใจของโต๋อาจไม่ได้อยู่ตรงหน้าเขาเต็มร้อย และการปรากฏตัวของรันที่นำเรื่องราวอาการเฮิร์ตหนักของจิมมี่มาเล่า กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เบื้องหลังฉากดราม่าในอีพีนี้ นักแสดงนำอย่าง เจมส์ และ กาด ต่างทุ่มสุดตัวกับซีนอารมณ์หนัก โดยเฉพาะเจมส์ที่อินกับบทจนสามารถปล่อยน้ำตาออกมาได้ทันทีโดยไม่ต้องบิ้วอารมณ์ ขณะที่กาดถ่ายทอดความสับสนของตัวละครผ่านสายตาและความรู้สึกที่เข้มข้น จนทีมงานยกให้เป็นหนึ่งในฉากอารมณ์พีคก่อนถึงบทสรุปของเรื่อง เรื่องราวกำลังเดินทางสู่จุดตัดสินหัวใจในโค้งสุดท้ายนี้ ความรักจะเยียวยา หรือทำลายทุกอย่างลง ติดตามทั้งหมดนี้ได้ในซีรีส์ "Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง" อีพี 9 วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 22.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.7 : "จิมมี่" ยังไม่พร้อมปล่อย เมื่อหัวใจ "โต๋" อาจสั่นไหวเพราะ "หมอฟรีซ" Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.6 : เมื่อรักอาจถึงทางตัน "โต๋" จุกอก เจอ "จิมมี่" ฉลองวันเกิดกับรักครั้งเก่า Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.5 : "ปลายฟ้า" ยื่นคำขาด "เต๋" ก่อนตัดสัมพันธ์ ด้าน "โต๋" อาจพังเพราะเทใจให้ "จิมมี่"

Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.7 : "จิมมี่" ยังไม่พร้อมปล่อย เมื่อหัวใจ "โต๋" อาจสั่นไหวเพราะ "หมอฟรีซ"
อ่าน

Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.7 : "จิมมี่" ยังไม่พร้อมปล่อย เมื่อหัวใจ "โต๋" อาจสั่นไหวเพราะ "หมอฟรีซ"

"Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.7" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 เตรียมรับแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์ เมื่อเส้นทางหัวใจของ โต๋ (กาด พลอยสุภา) เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ หลังผ่านมรสุมความเสียใจจากการเลิกรา โต๋เลือกตั้งสติ ลุกขึ้นยืนเพื่อตัวเอง และทำตามความฝันด้วยการเปิดร้านกาแฟจนสำเร็จ ท่ามกลางกำลังใจอบอุ่นจากคนรอบตัว โดยเฉพาะ เต๋ (เดวิด แมทธิว โรเบิร์ตส) และ ปลายฟ้า (แฟ้ม ตนุภัทร พ่วงสุวรรณ) Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.7 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 8 แต่ฟ้าหลังฝนที่ควรจะสวยงาม กลับนำพาหัวใจของโต๋เข้าสู่บททดสอบใหม่ เมื่อการเปิดร้านกาแฟวันแรก กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพบกับ หมอฟรีซ (คิณ อาณาคิณ) ทันตแพทย์หนุ่มโปรไฟล์ดี เพอร์เฟกต์ทั้งบุคลิกและท่าที จากอุบัติเหตุเล็ก ๆ ที่เกือบทำให้ทั้งคู่ล้ม กลับกลายเป็นจังหวะสำคัญที่ทำให้ได้ทำความรู้จักกัน ความสัมพันธ์ใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นในขณะเดียวกัน จิมมี่ (เจมส์ เพรสคอท) ที่พยายามบอกตัวเองว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จบลงแล้ว กลับไม่อาจละสายตาจากชีวิตของโต๋ได้ เมื่อได้ยินจากปลายฟ้าและเต๋พูดว่า มีคนใหม่เข้ามาใกล้ชิด โต๋ จิมมี่จึงเลือกแอบตามมาดูอยู่ห่าง ๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่า ความคิดถึงที่ซ่อนอยู่ในใจนั้นไม่เคยจางหาย งานนี้เมื่อคนหนึ่งกำลังจะมูฟออนแต่อีกคนยังไม่พร้อมปล่อยและอีกคนเพิ่งก้าวเข้ามาในจังหวะที่พอดีเกินไป เส้นทางหัวใจของโต๋จะเลือกเดินไปทางไหน หมอฟรีซจะเป็นเพียงคนผ่านทาง หรือคือคำตอบใหม่ของหัวใจและจิมมี่จะยอมมองดูอยู่ห่าง ๆ หรือพร้อมทวงคืนในวันที่อาจสายเกินไป สามารถติดตามพร้อมกันได้ในซีรีส์ "Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง" อีพี 7 วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 22.15 น. ทางช่อง 8 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.6 : เมื่อรักอาจถึงทางตัน "โต๋" จุกอก เจอ "จิมมี่" ฉลองวันเกิดกับรักครั้งเก่า Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.5 : "ปลายฟ้า" ยื่นคำขาด "เต๋" ก่อนตัดสัมพันธ์ ด้าน "โต๋" อาจพังเพราะเทใจให้ "จิมมี่" Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง EP.1 : "เจมส์" เปียกน้ำทำ "กาด" ใจบาง ด้าน "แมทธิว" เตือนระวังหัวใจพี่ชายจะไม่ปลอดภัย!

“นิกกี้ ณฉัตร” เดือด! ถูกเพจดังโพสต์แขวะ ทำคนอื่นเข้าใจผิด
อ่าน

“นิกกี้ ณฉัตร” เดือด! ถูกเพจดังโพสต์แขวะ ทำคนอื่นเข้าใจผิด

นิกกี้ ณฉัตร เดือด! ถูกเพจดังโพสต์แขวะ ทำคนอื่นเข้าใจผิด ทำเอาหนุ่ม นิกกี้ ณฉัตร ถึงกับออกอาการเดือด หลังเจอเพจดังเขียนวิจารณ์ หลังเจ้าตัวไปร่วมทอล์ค กับ หม่ำ จ๊กมก ในรายการ หม่ำโต๊ะเดียว ถึงสถานะโสด พร้อมเผยสาเหตุเลิกแฟนสาวคนล่าสุด โดยเจ้าตัวเผยว่า ตอนนี้ยังโสด ยังหาไม่ได้ เพิ่งเลิกกับแฟนไป ยอมรับตอนเลิกมันก็มีเศร้า (มันเรื่องอะไร พอรู้ไหม?) เราก็เล่นสไตล์เราอะไรอย่างงี้ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเค้าไม่ชอบสไตล์ หอมหัวผู้หญิง (แล้วเค้าเตือนเราไหม?) เค้าไม่ได้เตือน เขาเห็นในงานของเรา (แล้วเราทำบ่อยไหม?) บ่อยพี่ ทุกอาทิตย์เลย (หอมหัวหรือหอมแก้ม?) หอมหัวพี่ ไม่ถึงขั้นหอมแก้ม (แล้วเคยขอโทษเขาไหม?) ไม่เคยเลย เพราะเรามีอีโก้ เราถือว่ามันเป็นงาน (ตอนนี้ยังคุยกันอยู่หรือเปล่า?) เนี้ย อยู่สตู 11 เองเนี้ย พี่ให้คนไปเรียกมาสิ ถ่ายหกฉาก อยู่ (ตอนนี้คุยกันอยู่หรือเปล่า?) คุย แต่คุยเป็นเพื่อนไปแล้ว โดยเพจดังกล่าวได้เขียนข้อความถึงนิกกี้ว่า.. ทุกความสัมพันธ์ ต้องการการให้เกียรติกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง1) ได้ดูสัมภาษณ์ของคุณ #นิกกี้ณฉัตร ในรายการ #หม่ำโต๊ะเดี่ยว เลยเข้าใจทันทีว่า ทำไมจึงมีปัญหาความสัมพันธ์? คำตอบคือ ต่อให้ไม่มีอะไร ทำแบบสนุกสนานในงาน แต่ในแง่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่มีคนรักที่ไหนสบายใจ (นี่ไม่ใช่เรื่องของเพศด้วยนะ ต่อให้ผู้หญิงไปยุ่งกับผู้ชายในงาน ก็ไม่มีแฟนที่ไหนสบายใจได้ 100%)2) แม้จะไม่มีอะไรเลย งานจบ คนจบ ไม่ได้สานต่อ ไม่ได้นอกใจ ไม่ได้ทำอะไรนอกกรอบที่แสดงถึงการมีชู้ มีอะไรที่แสดงออกว่านอกเหนือจากงานแล้ว ไปทำอะไรกันต่อ แต่สำหรับทุกความสัมพันธ์ เราแค่ต้องการความสบายใจ ต้องการได้รับความใส่ใจ ให้เกียรติ และเคารพซึ่งกันและกัน3) การมีขอบเขตต่อผู้ร่วมงาน ในการปฏิบัติต่อกันเป็นเรื่องสำคัญที่ควรให้คุณค่า เช่น การรักษาระยะห่าง, การปฏิสัมพันธ์ ใช้ถ้อยคำหรือข้อความ, การสัมผัสร่างกายและความใกล้ชิดสนิทสนม ทุกอย่างเป็นองค์ประกอบที่แสดงถึงการให้เกียรติและเคารพเพื่อนร่วมงาน ในขณะเดียวกันก็เป็นการเคารพและให้เกียรติคนรักที่ทำให้ ขอบเขต ชัดเจนว่า Treat คนรอบตัวแบบใด4) เอาจริงๆ เรามองว่า คุณนิกกี้อาจจะไม่พร้อมมี long-term relationship หากยังมองว่าความบันเทิงจากการนำเสนอมุกต่างๆ เป็นไปในแนวที่มีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ร่วมงาน ที่มันไม่สามารถอธิบายให้คนให้ความสัมพันธ์รู้สึกสบายใจ เข้าใจ และมองเห็นภาพตรงกันได้ มุกตลกที่เกิดขึ้น หรือการเล่นในจอ ที่สนุกสนาน อาจจะเป็นความทุกข์ของคนรัก เพราะไม่อยากให้ใกล้ชิดเกินขอบเขต (ต่อให้เข้าใจว่าเป็นงาน ก็ยังรู้สึกอึดอัดใจอยู่ดี)5) มันหาคนเข้าใจยาก ที่จะ O.K. กับการปฏิบัติกับผู้อื่นแบบใกล้ชิด แล้วรู้สึกถูกละเมิดในความสัมพันธ์ (แม้ในชีวิตจริงไม่มีอะไรเลย) แต่การมองเห็นการทำงานและกิจกรรมที่ไม่ให้เกียรติกันซ้ำๆ มีผลทางความรู้สึก ให้คนรักมองว่าตนถูกด้อยค่า ไม่ให้คุณค่า ไม่ให้ความสบายใจกัน มันถูกคิดไปได้ต่างๆนานา เช่น เขาจะฉวยโอกาสไหม?, หลังงานจบแล้ว มีอะไรไหม? มันสร้างความระแวงไม่รู้จบ6) ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าเปลี่ยนรูปแบบความใกล้ชิดสนิทสนม ที่ให้เกียรติกับเพื่อนร่วมงาน และทุกๆคนรอบตัว ให้เป็นไปอย่างเคารพกัน บนพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างมีขอบเขตซึ่งกันและกัน ไม่ได้สร้างความสบายใจแค่กับคนรัก แต่มันทำให้ความสบายใจเกิดกับเพื่อนร่วมงาน และภาพลักษณ์ของตัวบุคคล ยิ่งสง่างามมากขึ้น7) บางทีที่คนเราไม่ขอโทษกัน เพราะเราไม่ได้รู้สึกว่าเราทำอะไรผิด แต่จริงๆแล้วเราอาจจะไม่เคยถามความรู้สึกอีกฝ่ายก็ได้ว่า เราทำเขาเจ็บปวดตรงไหน ถ้าเราเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น การขอโทษกัน การให้อภัยกัน และการปรับตัวกัน ทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น และนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ราบรื่น และให้คุณค่ากันและกันอย่างแท้จริง แค่เพียงลด Ego ของตัวเองลงเท่านั้น สถานการณ์จะเปลี่ยน และพฤติกรรมของเราเปลี่ยนได้เสมอ ต่อให้เป็นในงาน ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเราจะหอมหัวเพื่อนร่วมงานกันทำไม? เพื่ออะไร? หน้าพี่หม่ำตอนสัมภาษณ์เรื่องความรัก ... ตอบแทนใจเสียงในหัวไปหมดแล้ว (พี่หม่ำสัมภาษณ์อย่างใจเย็น และรับฟังอย่างไม่ตัดสิน เป็นมืออาชีพมาก ถ้าเป็นพี่หน่วง อาจจะหนังคนละม้วน) ด้านนิกกี้ที่ได้เห็นโพสต์ดังกล่าวก็ได้แคปมาแชร์ต่อ พร้อมข้อความระบุว่า.. งานคุณง่ายเนอะแค่เอาชีวิตคนอื่นมาแขวะเล่น ให้คนอื่นมาด่าผมเข้าใจผมในทางที่ไม่ดี ทุกงานมีค่าเสียหายค่าตัวนักแสดง ในการทำงาน แต่คุณแค่เอาเรื่องราวของคนอื่นที่ลงทุนลงแรงมาแชวะเล่นเพื่อเอายอด engagement !! ตุ๊ดส์review

"ขวัญ อุษามณี" อัปเดตเรื่องหัวใจ ไม่ได้เจ้าชู้ แค่ดูหลายคน
อ่าน

"ขวัญ อุษามณี" อัปเดตเรื่องหัวใจ ไม่ได้เจ้าชู้ แค่ดูหลายคน

เมื่อ "ขวัญ อุษามณี" มารายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เปิดใจเรื่องนางเอกหน้าสดเข้าฉากเพราะห่วงสวยจนโดนวีน!? พร้อมเล่าเกือบติดคุกเพราะเพื่อนร่วมงานในวงการ ประสบการณ์ชีวิตเกือบขิตเพราะเลือกคบเพื่อนผิด เผยสถานการณ์เจ้าแม่มีมในตำนาน ขวัญรักโรงเรียน ขวัญรักพี่ฉอด และเรื่องความรักก็ฮอตพอตัว แต่หนูไม่ได้เจ้าชู้แค่ดูหลายคน ยอมรับเมื่อก่อนขาดแฟนแล้วอยู่ไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เปิดสถานะหัวใจที่สตรองขึ้นของ ขวัญ อุษามณี พร้อมกันในรายการ Club Friday Show "ขวัญ อุษามณี" อัปเดตเรื่องหัวใจ ไม่ได้เจ้าชู้ แค่ดูหลายคน ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 เจ้าของฉายาบาร์บี้เมืองไทยสวยจังเลย โดนเม้าท์ว่าเป็นดาราห่วงสวยขวัญ อุษามณี : ตอนนั้นขวัญไปถ่ายละคร ไม่สิ้นไร้ไฟพิศวาส เป็นสถานที่คืออยู่ในคุกคือเราชอบติดขนตา ชอบกรีดอายไลเนอร์ ชอบทาปาก คือชอบแต่งหน้า พี่หลุยส์ สังวริบุตร ตะโกนมาใครจะแต่งหน้า แต่งตัวไปแต่งข้างนอกไม่ต้องเข้ากองเลยอยู่คุกใครเขาจะแต่งหน้ากัน แล้วเราเป็นคนที่แบบว่าต่อต้านด้วยไง คือ ถ้ายิ่งห้ามเราก็จะยิ่งทำ พี่หลุยส์ ขวัญติดขนตาได้ไหมไม่ปัดแก้มแต่ขอติดขนตา พี่หลุยส์ เขาก็บอกเราว่าให้เราเดินเข้าไปดูในคุกขวัญมีช่วงที่เราวีน ฤทธิ์เยอะสวยดังมีช่วงเป็นขวัญที่ยากไหมขวัญ อุษามณี : เคยเจอเพื่อนร่วมงานซึ่งเกือบทำให้เราเข้าคุกจริง ๆขวัญ อุษามณี : บางอย่างเราทำถูกต้องหมดเลย มันก็ไม่ใช่ชีวิตคน ชีวิตคนมันก็ต้องมีอะไรที่มันผิดบ้าง ตรงนั้นมันคือที่ที่เราจะอยู่ผิดมันก็เลยเกือบจะทำให้เราพลาดมีเพื่อนรุ่นพี่เหมือนชวนไปไหนทำอะไรกันเราก็ชอบสนุกอะไรอย่างนี้ เราก็เลยไปกับพี่เขาด้วยเราไปเที่ยวแบบเต้นๆใช่ไหมขวัญ อุษามณี : ใช่ค่ะ เพราะตอนนั้นเราอายุยังไม่ถึง 18 ค่ะแต่ตำรวจมาตรวจพอดีใช่ไหมเอ่ยขวัญ อุษามณี : ใช่ค่ะ ก็ขึ้นนั่งรถกระบะไปเหมือนเล่นสงกรานต์ก็ไปที่สถานีตำรวจตอนนั้นเป็นการกลั่นแกล้งกันของเพื่อนในวงการหรือเปล่า ? เป็นมีมสุด ๆ ขวัญรักโรงเรียน มีขวัญรักพี่ฉอดด้วยขวัญ อุษามณี : ใช่ๆขวัญรักพี่ฉอดค่ะขวัญรักโรงเรียน ขวัญรักคุณครู คืออะไรขวัญ อุษามณี : เป็นคำตอบที่ตอบตรง ๆ ไม่ได้เพราะคนฟังต้องวิเคราะห์ก่อนว่าตอนนั้นเราอยู่ในสถานการณ์อะไร คำถามที่ถามเรามาคืออะไร และคำตอบที่เราตอบมันตีความเป็นอะไรได้บ้าง เติบโตขึ้นมาท่ามกลางสายตาคนไทยทั้งประเทศ เยอะแยะมากมายและในกองถ่ายด้วยพระเอกจีบเยอะไหมเอ่ยขวัญ อุษามณี : ฮอตอยู่ค่ะ รถไฟชนกันบ้างไหมก็ชนค่ะ เหตุการณ์คือมันโป๊ะเราไปกดประชุมสาย ขวัญรักคนแรกมากเขาเป็นคนสร้างทำให้เราหมดเลย แต่ว่าอีกคนเป็นคนที่ป๊อปในโรงเรียนคนนี้เขาหล่อดีเขาก็มาคุยกับเราแล้วคนหล่อนี้รู้ไหมว่ามีพี่เขาขวัญ อุษามณี : ไม่รู้ ๆ ค่ะทุกครั้งที่จะจบความสัมพันธ์ขวัญจะใช้วิธีแบบบล็อกไม่อธิบายไม่คุยกันขวัญ อุษามณี : ค่ะใช่ถ้าสมมติว่าเราจะบอกว่าความรักของขวัญ อุษามณี มักจะไม่ได้ไปต่อเพราะว่าถ้ามองในสายตาบางคนอาจจะคิดว่าเราเจ้าชู้ก็ได้ ขวัญชอบคนที่แบบคนที่โตกว่า เพราะว่าอะไรเอ่ย เพราะมาจากที่เรารักคุณพ่อใช่หรือเปล่าขวัญ อุษามณี : ถ้าขวัญจะมีสามีขวัญอยากได้สามีที่ Gentleman เป็นสุภาพบุรุษแบบพ่อเรื่องความรักของขวัญคุณแม่อยากจะแบบขวัญมีครอบครัวเถอะแม่ขอร้องแม่จะได้สบายใจคุณแม่ : แม่ก็พูดค่ะ วันหนึ่งถ้าแม่ไม่อยู่เขาก็บอกว่าเดี๋ยวเขาไปอยู่วัดได้ขวัญ อุษามณี : แม่เขาจะคิดว่าเหมือนเราเป็นทุพพลภาพทำไมถ้าไม่มีผู้ชายเราก็อยู่ได้ไม่ได้รู้สึกว่าถ้าเกิดขาดคู่ชีวิตแล้วจะอยู่ไม่ได้ขวัญ อุษามณี : เมื่อก่อนเป็นค่ะ เมื่อก่อนรู้สึกว่าขาดแฟนอยู่ไม่ได้เลย ไม่ได้ทานข้าวคนเดียวไม่ได้ในความเป็น ขวัญ อุษามณี ยากไหมเอ่ยกับการที่จะดูว่าใครเข้ามาเขาจะจริงใจหรือเปล่า หรือเข้ามาเพราะความเป็นขวัญ อุษามณี ติดตามประสบการณ์ชีวิตและเรื่องราวความรักของ ขวัญ อุษามณี ได้ในรายการ Club Friday Showวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 10.00 น. ทางช่องวัน31 และรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : CHANGE2561 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์

เพื่อน..ที่ระลึก
ดู

เพื่อน..ที่ระลึก

แค้นเกินทน
ดู

แค้นเกินทน

“เก่ง หฤษฎ์” สงสาร “นุนิว” โดนคุกคาม ค่ายจ่อดำเนินคดี วอนหยุดพฤติกรรมแบบนี้
อ่าน

“เก่ง หฤษฎ์” สงสาร “นุนิว” โดนคุกคาม ค่ายจ่อดำเนินคดี วอนหยุดพฤติกรรมแบบนี้

เก่ง หฤษฎ์ สงสาร นุนิว โดนคุกคาม ค่ายจ่อดำเนินคดี วอนหยุดพฤติกรรมแบบนี้ สร้างความหวาดกลัวให้กับศิลปิน จากกรณีที่ นุนิว ชวรินทร์ นักร้องนักแสดงชื่อดัง โดนข่มขู่ด้วยคำพูดรุนแรงถึงขั้นคุกคามถึงชีวิต ซึ่งเรื่องนี้ เก่ง หฤษฎ์ นักแสดงรุ่นพี่ร่วมค่าย เปิดใจถึงประเด็นนี้ว่า... รู้สึกสงสารนุนิว เพราะเราเป็นคนที่ทำงานกับนุนิวในช่วงนี้ แล้วก็เข้าใจความรู้สึกนุนิวเลยว่าการที่เราออกมาทำงานแล้วเราต้องพบกับปัญหานี้มันรู้สึกยังไง อีกอย่างหนึ่งเก่งรู้สึกว่า มันคือการข่มขู่ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มีใครโอเคกับเหตุการณ์แบบนี้อยู่แล้ว เก่งว่ามันไม่ใช่เรื่องปกติที่มันจะเกิดขึ้น ก็เลยรู้สึกว่าอยากให้ทุกคนคิดก่อนที่จะพิมพ์อะไรสักอย่างลงไปบนโซเชียล เพราะทุกอย่างที่เราตัดสินใจมันล้วนมีผลกระทบต่อใครสักคนหนึ่ง ถึงแม้จะมองว่าสิ่งที่เราพิมพ์มันอยู่ในพื้นที่ของเราหรือว่าอยู่ในแอ็คเคาท์ของเรา แต่การที่ศิลปินหรือว่าใครสักคนหนึ่งที่เราต้องการสื่อออกไปมาเห็น อย่างน้อยมันเกิดอะไรในใจเราอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าในความคิดเราจะบอกว่าไม่เป็นไร เราไม่ได้สน ไม่ได้แคร์ เก่งว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ปกติมากกว่า เพราะว่าคนปกติที่จะพิมพ์อะไรแบบนี้คงไม่พิมพ์กัน มันคือเรื่องไม่ปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้ทางค่ายมีมาตรการให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินคดี ตัวน้องๆ ก็เกิดขึ้น รวมถึงตัวเราด้วย เก่งมองว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซีเรียสเหมือนกัน แต่อยากฝากทุกคนอย่างหนึ่งว่า ก่อนที่เราจะพิมพ์อะไรสักอย่างลงไปในโซเชียล อยากให้ทุกคนตระหนักถึงคนรอบข้างหน่อย เพราะการที่คุณทำแบบนี้ในใจคุณอาจจะไม่ได้คิดอะไร แต่มันอาจจะเกิดบาดแผลในใจสำหรับใครสักคนหนึ่งที่คุณพิมพ์ออกไป ก็ต้องยอมรับว่ากลัวเหมือนกัน เราไม่รู้ว่าคนหลังแอ็คเคาท์เป็นใคร เราอยู่ในยุคที่ทุกคนเวลาพิมพ์อะไรที่มันเป็นประเด็นที่เป็น Hate Speech แบบนี้ ทุกคนจะไม่ได้คำนึงถึงว่าคนที่ได้รับฟีดแบ็กหรือคนที่ได้อ่านเขาจะรู้สึกยังไงอยากบอกทุกคนว่ามีสติก่อนจะพิมพ์อะไร เพราะเก่งรู้สึกว่าเราคือมนุษย์เหมือนกัน เก่งทำหน้าที่ของเก่ง ทุกคนทำหน้าที่ในสิ่งที่ทุกคนชอบมาตามซัพพอร์ตเรา แน่นอนว่าเราเสมอภาคกันอยู่แล้ว แต่บางทีมันต้องมีสเปซระหว่างกัน เราห่วงใยได้ เรารักได้ แต่รักในพื้นที่ของเรา อย่าไปรักในพื้นที่ของใครสักคนนึงที่เราพยายามเข้าไปแล้วทำให้เขารู้สึกอึดอัดและกดดัน เก่งอยากให้หยุดพฤติกรรมแบบนี้มากกว่า แล้วก็อยากให้คิดถึงคนที่เรารักเยอะๆ ถ้าเกิดสิ่งนี้กับคนที่เรารักมันก็คงเป็นความรู้สึกที่ไม่ดี เพราะว่าอย่างเกิดกับนุนิว เก่งก็รู้สึกไม่ดี มันเกิดกับคนรอบข้างของเราได้ยังไง เกิดกับเราได้ยังไง หรือแม้แต่เกิดกับเพื่อนๆ ของเราได้ยังไงในสังคมปัจจุบันที่รู้สึกว่าเราค่อนข้าง Educate ในสังคมนี้ค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์นี้อยู่ อยากให้ทุกคนค่อยๆ พูด ค่อยๆ จากัน ค่อย ๆ คิดมากกว่า ค่อยๆ ประนีประนอมกัน

“นุนิว” เดินหน้าเอาผิดหลังถูกขู่ทำร้าย ยอมรับรู้สึกกลัวและหวาดระแวง ด้าน “ซี” บอกครั้งนี้รุนแรงไป
อ่าน

“นุนิว” เดินหน้าเอาผิดหลังถูกขู่ทำร้าย ยอมรับรู้สึกกลัวและหวาดระแวง ด้าน “ซี” บอกครั้งนี้รุนแรงไป

นุนิว เดินหน้าเอาผิดหลังถูกขู่ทำร้าย ยอมรับรู้สึกกลัวและหวาดระแวง ด้าน ซี บอกครั้งนี้รุนแรงไป ทำเอาแฟนๆ แห่เป็นห่วง หลัง นุนิว ชวรินทร์ โดนแอนตี้แฟนป่วนหนักถึงขั้นโพสต์ขู่จะทำร้ายร่างกาย ทำให้แฟนๆ หลายคนเป็นห่วงความปลอดภัย ล่าสุดเจอตัว ซี-นุนิว ที่เดินทางมารับรางวัลในงาน2025 Thailand Headlines Person of the year เจ้าตัวก็เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า จริงๆ แล้วไม่คิดเลยว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ก่อนหน้านี้ทำงานมาประมาณ 4-5 ปี ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย เรียกว่าจะเป็นครั้งแรกๆ อาจจะครั้งแรกหรือครั้งที่สองนี่แหละที่มีคนขู่จะฆ่า จะเอาชีวิต ก็รู้สึกว่ามันน่ากลัวนะ ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้มีข้อดีอะไรเลยกับที่ทำพฤติกรรมแบบนี้ แต่ก็เข้าใจ เข้าใจว่าคนเราเติบโตมาในสังคมที่อาจจะไม่เหมือนกัน หรือวัฒนธรรมความคิดที่เลี้ยงดูมาไม่เหมือนกัน จะทำพฤติกรรมแบบนี้ก็เข้าใจ แต่ว่าอย่าทำดีกว่า เพราะรู้สึกว่ามันไม่เกิดผลดีกับใครเลย เกิดแต่ผลเสียด้วย ไม่ได้เกิดผลเสียแค่กับผมนะแต่มันกระทบ ทั้งการทำงาน กระทบทั้งสภาพจิตใจของคนรอบข้าง และสภาพจิตใจของผมด้วย อยากจะบอกว่าอย่าทำ อย่าทำอีก ไม่สนับสนุนใช้ความรุนแรงครับ และคิดว่าเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับผมแค่คนเดียวด้วย มีศิลปินนักแสดงหลายๆ ท่านมากๆ ที่เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้เช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับตัวเองเลย ก็เลยไม่รู้ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน เพราะมันเกิดกับตัวเองปุ๊บสมาธิในการทำงานของเรามันลดลงอย่างเห็นได้ชัดเลย เหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นตอนไปโปรโมทหนังเนาะ ก็รู้สึกว่าแทนที่เราจะได้ไปมีความสุข ไปพูดคุยเกี่ยวกับหนัง มันทำให้เรากลายเป็นมีสมาธิ ทำให้เราแอบหวาดระแวง ต้องมองซ้ายมองขวา ซึ่งรู้สึกว่าอันนี้มันกระทบกับการทำงานจริงๆ รู้สึกไม่ดีมากๆเลยแต่ใดๆ เรื่องราวตอนนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมกับทางค่ายได้คุยกับทนายความไป และทำการแจ้งเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดก็เพิ่งเซ็นหนังสือมอบอำนาจไป สำหรับเรื่องการแจ้งความผมคิดว่ามันตามตัวค่อนข้างยาก เพราะมันเป็นแอพในสื่อโซเชียล และบวกกับการเป็นแอคที่อาจจะเพิ่งสร้างขึ้นมาด้วยซ้ำ ซึ่งมันตามตัวยากมากๆ แต่ทางค่ายก็จะพยายามอย่างเต็มที่ ซึ่งทางค่ายบอกว่าอาจจะใช้ระยะเวลานึงเลย แต่ได้มีการส่งข้อมูลไปทางแอพอยู่เหมือนกัน ถ้าตามตัวได้ผมก็จะดีใจมาก ไม่ปล่อยแน่นอนเพราะว่าครั้งนี้เรื่องใหญ่ ตอนนี้ผมดีขึ้นแล้ว เพราะว่าได้ทุกคนให้กำลังใจด้วย ทุกคนยังเป็นเหมือนเดิม ยิ้มและหัวเราะเรา มีความเป็นห่วงทั้งหน้างานและในโซเชียลด้วย ซึ่งมันช่วยฮีลใจผม แต่เรื่องนี้ผมจริงจังไม่โอเคมาก ด้าน ซี บอกต่อว่า จริงๆ แล้วเราก็เป็นคนนึงที่ใจเย็น แต่ครั้งนี้เรารู้สึกว่ามันรุนแรงเกินไป จริงๆ ผมเคยเจอข้อความแบบนี้มาเยอะพอสมควร แต่เราไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ซึ่งอย่างที่ผมพิมพ์บอกไปรู้สึกว่าคนแบบนี้ไม่ควรอย่าผุดอย่าเกิดมาอีกเลย เพราะว่าเกินเยียวยาแล้ว มันเหมือนเป็นการคุกคามที่อันตรายและรู้สึกว่าถ้ามันเกิดกับพ่อแม่ของคุณคุณจะรู้สึกยังไง ตัวเราเองยังรู้สึกระแวง มันรู้สึกว่าคุกคามมากๆ นับประสาอะไรกับครอบครัวของนุนิวเอง หรือแฟนคลับและคนที่รัก

สรุป “พุทธทอล์ค” เมื่อคืนชี้สมมติฐานการเสียชีวิต “นัทปง” คาดมาจากปมนี้
อ่าน

สรุป “พุทธทอล์ค” เมื่อคืนชี้สมมติฐานการเสียชีวิต “นัทปง” คาดมาจากปมนี้

สรุป พุทธทอล์ค เมื่อคืนชี้สมมติฐานการเสียชีวิต นัทปง คาดมาจากปมนี้ จากกรณีการเสียชีวิตของ ณัฐวุฒิ ปงลังกา หรือ นัทปง ผู้สื่อข่าวช่องดัง ล่าสุดรายการ พุทธทอล์ค เมื่อคืน พุทธ กับไอซ์ สารวัตร ต่อสายคุยกับ บิ๊ก หมอหนุ่มที่อยู่กับ นัทปงก่อนเสียชีวิต น่าจะตีวงแคบลงได้สำหรับสมมุติฐานการเสียชีวิต ทั้งนี้ต้องรอให้ตำรวจนำร่างของนัทปงมาพิสูจน์อีกครั้ง สรุปพุทธทอล์คเมื่อ 7/12/68 นัทปง เป็นคนนำสาร ซ มาเก็บในบ้าน พุทธทอล์ค เมื่อคืน พุทธ กับไอซ์ สารวัตร ต่อสายคุยกับบิ๊ก เพื่อนสนิท นัทปง นักข่าวช่อง 8 ที่เสียชีวิต และอยุ่ในเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ -บิ๊กรู้จักกับนัท 4-5 ปี -นัทปง ชอบพูดทีเล่นทีจริง เรื่องของสาร ซ ตั้งแต่คดีแอมป์ - จนช่วงพฤศจิกายน นัทปงได้สารซ มาวางไว้ในห้องรับแขก จึงถ่ายรุปไว้ และสอบถาม นัทปงและย้าย สาร ซ อยู่ในซองน้ำตาลไปเก็บห้องเกิดเหตุเพราะกลัวหมากิน ด้าน อ.ตฤณห์ โพสต์กรณีนัทปง กับไซนาไนต์น่าสนใจดังนี้ หลังจากได้ดู Phutta talk" จบ เห็นโพสต์ของ อ.ตฤณห์ อารมณ์+ประสิทธิภาพของอาวุธ = ความไวและความรุนแรงของผลกระทบในเหตุการณ์ (ทะเลาะวิวาท หึงหวง แก้แค้น น้อยใจ โกรธ) อารมณ์+แอลกอฮอล์ หรือ สารเสพติด = กดปิดสวิตช์การทำงานของสมองส่วนหน้าและเหตุผล รุนแรง แย่ลง (ทะเลาะวิวาท น้อยใจ พลั้งมือ) อารมณ์+แอลกอฮอล์ หรือ สารเสพติด + อาวุธ = ความสูญเสีย (หึงหวง วิวาท แก้แค้น น้อยใจ เรียกร้องความสนใจ) (อารมณ์+ อาการป่วยทางใจ) + แอลกอฮอล์ + การเข้าถึงอาวุธ = โศกอนาฎกรรม (พบเห็นบ่อยๆ ตาม suicidal case)

“นานา” เผยสามีไม่รู้เรื่องหนี้สิน ..น้ำตาคลอ “เพื่อนแอน” มาปักตะกร้าให้
อ่าน

“นานา” เผยสามีไม่รู้เรื่องหนี้สิน ..น้ำตาคลอ “เพื่อนแอน” มาปักตะกร้าให้

นานา เผยสามีไม่รู้เรื่องหนี้สิน ..น้ำตาคลอ เพื่อนแอน มาปักตะกร้าให้ จากกรณี ดารา น .ออกมารับทำธุรกิจเกินตัว เป็นหนี้สินในกลุ่มเพื่อนมากกว่า 400 ล้าน ล่าสุดเธอไลฟ์ว่าจะขอแก้ตัวขายของไลฟ์ โดยในไลฟ์มีแฟนๆมาเมนต์ว่า แอน อลิชา ปักตะกร้าให้เธอ เธอถึงกับน้ำตาคลอ นานา เล่าทั้งน้ำตาทำธุรกิจเกินตัว บริหารเงินผิดพลาด ปัดติดพนัน ซ้ำยังโง่เอง เลือกใช้วิธีผิด ยืมเงินและเสนอดอกเบี้ยจนจ่ายไม่ไหว กลายเป็นดินพอกหางหมู จนปัญหาบานปลาย เธอยืนยันว่า เงินทั้งหมดถูกใช้ไปกับธุรกิจ และโปรเจ็กต์ต่าๆง แต่สิ่งที่สำคัญมากๆ คือไม่ได้เล่นการพนัน และไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แต่เริ่มมีปัญหาจากจุดเล็กๆ นำเงินมาทำธุรกิจจนเกินตัว จนไม่สามารถบริหารได้ จนมาถึงจุดที่ปัญหาพันไปเรื่อยๆ เข้าสู่กระบวนการที่มีดอกเบี้ย ทำให้ทุกอย่างเริ่มหนักขึ้น ก่อนที่เรื่องจะไปถึงคนอื่น นานาก็พยายามทำทุกอย่าง เวลาทำอะไรก็ตาม คิดว่าเราต้องทำได้ แต่สุดท้ายหลายธุรกิจมันเกินตัว เคยทำเสื้อผ้าเด็ก ตอนหลังทำอาหารเสริมก็พอจะมีกำไร แต่มันมามีกำไรช่วงที่มีดอกเบี้ยแล้ว กำไรก็จ่ายไปกับดอกเบี้ย เลยไม่รู้ว่าจะหลุดออกจากปัญหาได้ตอนไหน" "คิดแค่ว่าอยากจะรอด อะไรที่ไม่ควรทำ อะไรที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องทำ เหมือนแก้ผ้าเอาหน้ารอด ไม่ได้มีเจตนาที่อยากจะทำไม่ถูกต้อง แต่มันเหมือนเข้าตาจน เลยต้องทำอะไรที่ไม่ถูกต้อง อยากขอโทษทุกคนที่เป็นผู้เสียหาย พวกเขาเป็นคนที่รักนานาทุกคน ทุกวันนี้ที่ตื่นมา นั่งนับนิ้ว จะห้านิ้ว สิบนิ้ว ก็นับและนั่งคิดว่าจะทำอะไรเป็นเงินได้บ้าง คิดจะทำให้หมด "มีคนคิดว่านานาจะหนีออกไปนอกประเทศ วันนี้เลยได้ตัดสินใจไลฟ์ เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง นานาไม่ได้อยากออกมานั่งร้องไห้ให้ทุกคนดู" ทั้งนี้ในไลฟ์มีแฟนๆมาเมนต์ว่า แอน อลิชา ปักตะกร้าให้เธอ เธอถึงกับน้ำตาคลอ