รีเซต

ผลการค้นหา “khot 9i9i” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล EP.7-8 : ชอบผู้หญิงน่ารัก "โมเน่ต์-แพรว-มารีน" เด็กแสบคนไหนจะชนะใจ "แจนรี่" สาวฮอตประจำโรงเรียน
อ่าน

Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล EP.7-8 : ชอบผู้หญิงน่ารัก "โมเน่ต์-แพรว-มารีน" เด็กแสบคนไหนจะชนะใจ "แจนรี่" สาวฮอตประจำโรงเรียน

Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล EP.7-8 : เล่นเอาคนดูใจสั่นกับฉากจบทุก EP แถมยังมีแฟนๆ แคปภาพจากซีนต่างๆ ในเรื่องเอามาปั่นกันในโซเชี่ยลมากมาย สำหรับซีรีส์แซฟฟิคแนวตั้งเรื่อง Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ซึ่งมีนักแสดงนำทั้ง 4 คน นำทีมโดย (โมเน่ต์)ภาริตา ริเริ่มกุล, (แพรว)แพรวา ศิริวัฒนศักดิกุล, (แจนรี่)กัลยารัตน์ ปั้นพิพัฒน์, (มารีน)กชพร พรโชคชัย จนล่าสุดทำให้ EP.4 ยอดคนดูทะลุล้านวิวอย่างรวดเร็ว งานนี้ อินดิเพนเด้นท์ ฟิล์ม (Independent Film) สังกัด iAM ก็ไม่รอช้าทำภาพกราฟิกให้เป็นของขวัญให้แฟนๆ เอาไปใช้ตั้งเป็นวอลเปเปอร์เพื่อขอบคุณทุกแรงซัพพอร์ตเรียบร้อย Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล EP.7-8 สำหรับ EP.7-8 เรื่องราวเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หลังจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในครั้งก่อน จอร์จี้ รับบทโดย (โมเน่ต์) ภาริตา ริเริ่มกุล เริ่มลดทิฐิเปิดใจกลับมาเชื่อใจ มินตรา รับบทโดย (แพรว) แพรวา ศิริวัฒนศักดิกุล อย่างจริงจัง และยอมทำตามทุกวิธีที่ มินตรา แนะนำไม่ว่าจะเป็นการปรับลุค การแต่งหน้า หรือแม้แต่การเรียนรู้วิธีเข้าหาผู้อื่นอย่างอ่อนโยน จากสาวห้าวที่เคยแข็งกร้าว จอร์จี้ ค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดระหว่างสองคนนี้ก็เพิ่มมากขึ้นทุกวัน จากความสัมพันธ์แบบ ผู้ว่าจ้างกับลูกจ้าง กลับเริ่มกลายเป็นความผูกพัน อีกด้านหนึ่งของ ตะวัน รับบทโดย (แจนรี่) กัลยารัตน์ ปั้นพิพัฒน์ หลังจากได้รับจดหมายจาก จอร์จี้ กลับหายตัวไปจากโรงเรียน 3 วันเต็ม สร้างความสงสัยให้กับคนรอบตัว และทิ้งคำถามสำคัญว่าแท้จริงแล้ว ตะวัน กำลังปิดบังอะไร หรือกำลังวางแผนบางอย่างอยู่กันแน่ ความลึกลับยิ่งทวีคูณ เมื่อ เสี่ย รับบทโดย (มารีน) กชพร พรโชคชัย มีการพูดคุยกับ ตะวัน อย่างมีนัยสำคัญ ไม่มีใครล่วงรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่แววตาและท่าทีที่เปลี่ยนไปของทั้งคู่ กลับยิ่งทำให้สถานการณ์ดูซับซ้อนขึ้น และอาจเกี่ยวโยงกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เมื่อคนหนึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงเพื่อความรัก อีกหนึ่งคนกลับหายไปพร้อมความลับ และอีกคนอาจกำลังซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เคยเรียบง่ายเริ่มเต็มไปด้วยปริศนา และความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา บทสรุปของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะพาใครไปสู่หัวใจของใคร และความลับของ ตะวัน จะส่งผลต่อทุกคนอย่างไร ติดตามต่อได้ใน EP.78 ของซีรีส์เรื่องนี้ ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 20:00 น. ทาง TikTok @shockmegirls.official สามารถโหลดภาพกราฟิกวอลเปเปอร์ หรือดูรายละเอียดได้ทาง FB : facebook.com/ShockMeGirls/ สามารถติดตามความเคลื่อนไหว Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล ได้ทาง FB : facebook.com/ShockMeGirls/ , IG : instagram.com/shockmegirls.official/ , X : x.com/shockmegirls?s=21 , Tiktok : tiktok.com/@shockmegirls.official #ShockMeGirlsTH #รักช็อตใจยัยช็อตฟีล #IndependentFilm #BNK48 #CGM48 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล EP.5-6 : "โมเน่ต์" ปะทะ "แพรว" ร้อนถึงประธานนักเรียนโผล่เคลียร์ Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล EP.3-4 :"โมเน่ต์" เด็กแสบประจำโรงเรียน อยากเป็นผู้หญิงน่ารัก จะทำได้หรือไหม!? Shock Me Girls รักช็อตใจ ยัยช็อตฟีล EP.1-2 : แก๊งเด็กแสบ "โมเน่ต์-แพรว-แจนรี่-มารีน" เสิร์ฟความกวนสุดปั่นตอนแรก โมเน่ต์-แพรว-แจนรี่-มารีน นำทีม เปิดตัว Shock Me Girls ปักหมุดความฟิน 28 ก.พ.นี้

Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties รวมจุดเด่นน่าสนใจของตัวเกมที่ควรรู้ก่อนเล่น!
อ่าน

Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties รวมจุดเด่นน่าสนใจของตัวเกมที่ควรรู้ก่อนเล่น!

ชื่อเกม: Yakuza Kiwami 3 & Dark Tiesวันวางจำหน่าย: 12 กุมภาพันธ์ 2026แพลตฟอร์ม: PlayStation 5 / PlayStation 4 / Nintendo Switch 2 / Xbox Series X|S / PC (Steam)*เวอร์ชัน Xbox Series X|S, PC (Steam) และ Deluxe Edition วางจำหน่ายในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้นเว็บไซต์ทางการ: https://ryu-ga-gotoku.com/kiwami3/asia_en/Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties นั้นถือว่าเป็นผลงานที่รวมเอาเกม Yakuza 3 เวอร์ชั่นรีเมคเต็มรูปแบบที่เคยวางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2009 โดยในคราวนี้ทางทีมงานได้ใช้ Dragon Engine เวอร์ชั่นล่าสุดในการพัฒนาเกม พร้อมกล่าวว่า "ให้คุณค่ากับต้นฉบับ แต่ต้องไม่ยึดติดจนเกินไป" มาพร้อมกับเริ่มต้นใหม่ด้วยแนวคิดในการสร้างเกมแอ็กชั่นที่ดีและสนุกในแบบสมัยใหม่ ตัวเกมในภาคนี้มีการปรับปรุงในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเกมเพลย์ให้ดูทันสมัย เพิ่มเนื้อเรื่อง มินิเกม เควสต์ย่อยใหม่ และอื่น ๆ เข้ามาส่วน Dark Ties นั้นจะเป็นเนื้อเรื่องเสริมใหม่ที่ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นโยชิทากะ มิเนะ (Yoshitaka Mine) โดยเขาเป็นตัวละครฝ่ายร้ายจากเนื้อเรื่องหลัก ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นการขยายเนื้อหา เพิ่มมิติให้กับตัวละครนี้ด้วย ซึ่งก่อนที่ตัวเกมจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ ทางทีมงานจะขอรวมจุดเด่นที่น่าสนใจของตัวเกมมาให้เพื่อน ๆ ได้ทราบก่อนที่จะลองเล่นจริงครับYakuza Kiwami 3- เกมเพลย์ตอนอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า "Morning Glory" มีความหลากหลายและลึกกว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับมีภารกิจและมินิเกมช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคิริวกับเด็ก ๆ ให้แน่นแฟ้นขึ้น ตอนอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า Morning Glory ที่คิริวเปรียบเสมือนเป็นผู้ปกครองของเด็กนั้นมีอะไรให้ทำเยอะมาก ๆ เช่น สอนทำการบ้าน ปลูกผัก ช่วยทำอาหาร กิจกรรมตกปลาหรือจับแมลง และอื่น ๆ นอกจากนี้การได้ใช้เวลาร่วมกับเด็ก ๆ ก็จะปลดล็อคเส้นเรื่องเฉพาะของพวกเขาด้วย ซึ่งในฐานะที่เป็นผู้ปกครองคิริวก็ต้องเข้าไปเป็นที่ปรึกษาเป็นที่พึ่งพร้อมเสริมในเรื่องความมั่นใจให้กับเด็ก ๆ ซึ่งเนื้อเรื่องเฉพาะของเด็กแต่ละคนก็มีความแตกต่างและน่าสนใจ- Dragon of Dojima Style ระบบการต่อสู้ในรูปแบบตะลุมบอนDragon of Dojima คือรูปแบบการต่อสู้ของคิริวที่มีการวิวัฒนาการแบบดั่งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการแตะ ต่อย ท่าจับทุ่มที่มีความดุดัน ความดิบเถื่อนที่ทำให้คิดถึงในช่วงวัยหนุ่มของเขา และมาพร้อม "Heat Action" ท่าไม้ตายที่มีการผสมเทคนิคใหม่และเก่าเข้าด้วยกัน และเมื่อเกจพลังเต็มสูบ ผู้เล่นสามารถใช้ท่า "Dragon Boost" หรือ "Dragon Finish" ที่จะเป็นท่าไม้ตายจัดการศัตรูพร้อมปิดฉากการต่อสู้แบบสุดโหดได้อีกด้วย- Ryukyu Style ระบบการต่อสู้ที่เน้นการใช้อาวุธRyukyu Style หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือสไตล์ต่อสู้ประจำจังหวัดโอกินาว่าที่มีการหยิบอาวุธท้องถิ่นของโอกินาว่ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นโล่ทินเบและหอกสั้นโรชิน, ทอนฟา, สนับมือ, เคียว และอื่น ๆ อีกมากมาย จุดเด่นของสไตล์การต่อสู้นี้คือความสามารถในการป้องกันที่สามารถต้านการโจมตีของศัตรูได้แทบทุกรูปแบบ ทั้งยังสามารถต่อคอมโบและเปลี่ยนไปใช้อาวุธต่าง ๆ ด้วยการกดปุ่มรัว ๆ หรือกดค้างเอาไว้ได้ด้วย ที่สำคัญก็คือ มันยังเป็นสไตล์ที่เหมาะกับการต่อสู้ในสถานการณ์ที่เราถูกศัตรูหลายคนล้อมได้เช่นกัน- Bad Boy Dragon คอนเท้นต์เด่นที่อยากให้ลองคิริวต้องไปรับบทเป็นประธานที่ปรึกษาของแก๊งมอเตอร์ไซค์ประจำถิ่น เป้าหมายของแก๊งคือการปกป้องโอกินาว่าไม่ให้แก๊งอื่น ๆ เข้ามาสร้างความวุ่นวาย โดยระบบการเล่นหลัก ๆ นั้นก็ถือว่าทำมาได้ดีและสนุก อีกหนึ่งโหมดเด่นในคอนเท้นต์นี้คือ Total Annihilation หรือก็คือการพาสมาชิกในทีมทั้งหมดไปตะลุมบอนกับศัตรูตรง ๆ นั่นเองDark Ties- Dark Ties เนื้อเรื่องเสริมที่มีภารกิจและกิจกรรมให้ทำเพียบ!ในเนื้อเรื่องเสริมนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น โยชิทากะ มิเนะ ที่ในช่วงแรกที่เข้ามาสู่แก๊งยากูซ่าจำเป็นต้องทำภารกิจคอยสร้างคะแนนนิยมให้กับ "คันดะ" (Tsuyoshi Kanda) ผู้เป็นยากูซ่ารุ่นพี่ ซึ่งจะมีภารกิจให้ได้ทำเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ช่วยเหลือผู้คนในเมืองคามุโรโจ ใช้กำลังช่วยคนที่กำลังเดือดร้อนและอื่น ๆ ซึ่งเมื่อปฏิบัติภารกิจสำเร็จจะช่วยเสริมระดับความสัมพันธ์ระหว่างมิเนะกับคันดะ ตลอดจนได้เห็นแนวคิดของมิเนะที่มีต่อผู้คนหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ซึ่งถือว่าเป็นการนำเสนอมุมมองใหม่ของตัวนี้ได้เป็นอย่างดีครับ และด้วยภารกิจที่เป็นแนวกอบกู้ชื่อเสียงคันดะก็จะมีกิจกรรมให้ทำมากมายหลายอารมณ์ รับรองได้ว่าทำกันไม่มีเบื่อแน่- โหมด "Dark Awakening" ปลดปล่อยพลังด้านมืดระบบการต่อสู้ของมิเนะที่จะสามารถปลดปล่อยพลังด้านมืดได้สูงสุดถึง 3 ขั้นด้วยกัน เป็นการผสมการต่อสู้ที่ใช้หมัด เท้าได้อย่างลงตัว ผู้เล่นสามารถกดปุ่มแอ็คชั่นพิเศษเพื่อใช้ท่าโจมตีมีการผสมผสานเทคนิคขั้นสูง เช่น โจมตีศัตรูกลางอากาศ ขึ้นเหยียบศัตรู และอื่น ๆ เมื่อมิเนะสามารถสะสมเกจ "Dark Heart" ได้มากพอก็จะเข้าสู่โหมด "Dark Awakening" ซึ่งจะทำให้ตัวเขานั้นมีการโจมตีศัตรูและการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น การต่อย+เตะแบบรัวไม่ยั้ง การทุ่มคู่ต่อสู้ลงพื้น การลากไถศัตรูไปตามพื้น เตะตัดขา หรือเตะกลางหักแบบสุดโหด เรียกว่าปลดปล่อยพลังในด้านมืดมาใช้ได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว- มินิเกม Kanda Damage Controlคือการทำความดีโดยอ้างชื่อเป็นคันดะที่มีสถานะเป็นลูกพี่ของมิเนะในช่วงนั้น ซึ่งวิธีการทำความดีที่ว่านี้ก็จะมีตั้งแต่การทำตามคำขอของผู้คนในคามุโรโจ ตั้งแต่การซื้อน้ำ ซื้ออาหารไปให้ ไปจนถึงการช่วยไล่คนท่าทางน่าสงสัยหรืออันธพาลไปให้พ้น และเมื่อเล่นไปถึงระดับที่กำหนด ตัวเกมก็จะปลดล็อกภารกิจที่เป็นเหมือนเควสต์ย่อยสำหรับส่วนเสริมนี้มาให้ โดยบรรดาเควสต์ย่อยฝั่งมิเนะก็ยังคงทำให้เรายิ้มและหัวเราะได้เหมือนเดิม- มินิเกม Hell’s Arena แบ่งออกเป็น 2 โหมดBrawler Hell เป็นโหมดที่ผู้เล่นต้องล้มคู่ต่อสู้ให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่สนุกมาก ๆ โดยเราจำเป็นต้องโค่นศัตรูไต่อันดับไปเรื่อย ๆ ซึ่งคู่ต่อสู้ของเราก็จะแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่น ถือว่าเป็นโหมดที่ท้าทายฝีมือเป็นอย่างดีSurvival Hell เป็นโหมดผู้เล่นจะต้องทำการฝ่าด่านที่กำหนดให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งภายในด่านก็จะมีศัตรูให้เราสู้เป็นระยะ ๆ รวมไปถึงมีกล่องสมบัติให้เราเก็บสะสม ของที่เราจะได้จากการเปิดหีบพวกนี้ก็จะมีตั้งแต่ตัวละครผู้ช่วย อาวุธต่าง ๆ และหนังสือที่จะช่วยเพิ่มความสามารถให้กับตัวละครของเรา และเมื่อผ่านด่านทั้งหมดได้สำเร็จ ผู้เล่นก็จะต้องโค่นบอสประจำด่านลงให้ได้ ถือเป็นมินิเกมที่มีความสนุกและโดดเด่นที่สุดเลยก็ว่าได้โดยรวมแล้ว Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties จะมีรูปแบบการเล่นที่นำเสนอผ่านตัวละครหลักอย่าง "คิริว" และ "มิเนะ" ที่แตกต่างกัน โดยเรื่องราวของ "คิริว" จะเป็นการต่อสู้เพื่อปกป้องในสิ่งที่ตัวเองรัก พร้อมสานสัมพันธ์กับผู้คนมากมาย มาพร้อมท่าทางการต่อสู้ที่แข็งกร้าว ตามแนวยากูซ่าตามที่เราคุ้นเคย และภารกิจเสริมต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ส่วน "มิเนะ" จะมาพร้อมเรื่องราวที่เข้มข้น สุดดราม่า พร้อมรูปแบบการเล่นและการต่อสู้ที่สุขมนิ่ง แต่บางครั้งก็แฝงความดิบเถื่อน บ้าคลั่ง ซึ่งบอกเลยว่าตัวเกม Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties นั้นมีความสนุก ครบรส และเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ น่าติดตาม สำหรับใครที่เล่นตัวเกมในเวอร์ชั่นต้นฉบับก็จะได้รับบรรยากาศและเกมเพลย์ที่สดใหม่ ในขณะที่ผู้เล่นหน้าใหม่ก็สามารถสนุกและได้รับอรรรสในการเล่นเช่นกันโดยในตอนนี้ Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties ได้เปิดให้เกมเมอร์ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเดโมไปลองเล่นกันได้ด้วย ซึ่งไปโหลดเกมมามันส์กันได้ที่ https://store.steampowered.com/app/3937550/Yakuza_Kiwami_3__Dark_Ties/Yakuza Kiwami 3 & Dark Ties มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 บนแพลตฟอร์ม : PlayStation 5 / PlayStation 4 / Nintendo Switch 2 / Xbox Series X|S / PC (Steam)*เวอร์ชัน Xbox Series X|S, PC (Steam) และ Deluxe Edition วางจำหน่ายในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้นเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ryu-ga-gotoku.com/kiwami3/asia_en/ ลุ้นรับโค้ดเกมฟรี 5 รางวัล (Steam) ฟรี ร่วมสนุกกง่ายๆ  ร่วมสนุกเรียบร้อยแล้ว อย่าลืม คอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า "ร่วมกิจกรรม" ด้วยนะครับ! กำลังโหลด…

MBK ศูนย์การค้า-โรงแรมเด่น ท่องเที่ยวฟื้นปักธงโต 10%
อ่าน

MBK ศูนย์การค้า-โรงแรมเด่น ท่องเที่ยวฟื้นปักธงโต 10%

#MBK #ทันหุ้น - MBK วางเป้ารายได้เติบโตราว 10% แม้เศรษฐกิจไทยจะโตต่ำ ชูแรงหนุนจากการฟื้นตัวท่องเที่ยวที่ส่งผลเชิงบวกต่อ ศูนย์การค้า โรงแรม อาหาร และกอล์ฟ ตั้งงบลงทุนเฉลี่ยราว 1 พันล้านบาทต่อปี เน้นรอจังหวะเหมาะสม ล่าสุดร่วมพันธมิตรสิงคโปร์เปิดโรงเรียนนานาชาติเพิ่มมูลค่า โครงการ Riverdale District ระยะยาว               นายวิจักษณ์  ประดิษฐวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 ยังเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ กดดันจากข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน โครงสร้างประชากร และการแข่งขันด้านการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ               สำหรับกลุ่ม MBK ได้บริหารความเสี่ยงในการลงทุน มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันโครงสร้างรายได้ของกลุ่ม MBK แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ รายได้จากธุรกิจที่ดำเนินการเอง มีสัดส่วนราว 30% ของรายได้รวมทั้งปี และรายได้จากการลงทุน ผ่านการถือหุ้นในธุรกิจศักยภาพ เช่น การถือหุ้นใน TCAP สัดส่วน 24.9% รวมถึงการลงทุนในสยามพิวรรธน์ ซึ่งสร้างผลตอบแทนในรูปของกำไรกลับคืนสู่บริษัทอย่างต่อเนื่อง               เบื้องต้นกลุ่มบริษัท MBK ยังคงตั้งเป้าหมายรายได้รวมทั้งปี 2569 เติบโตราว 10% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ส่งผลเชิงบวกแบบ Multiplier โดยตรงต่อ 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ 1.ศูนย์การค้า 2.โรงแรมและท่องเที่ยว 3.ธุรกิจอาหาร และ 4.ธุรกิจกอล์ฟ   สำหรับกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นายวิจักษณ์ยอมรับว่ายังไม่ฟื้นตัว เนื่องจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่กระทบต่อความสามารถในการขอสินเชื่อของผู้บริโภค “ปี 2568 ศูนย์การค้า MBK เซ็นเตอร์มีปริมาณทราฟฟิกเฉลี่ยในช่วงวันหยุดกว่า 1 แสนราย และช่วงวันทำงานเฉลี่ยราว 9 หมื่นราย ขณะที่ธุรกิจโรงแรมทั้ง 8 แห่งมีอัตราการเข้าพักค่อนข้างสูงโดยเฉพาะที่ภูเก็ต และกรุงเทพ ดังนั้นปีนี้ก็คาดว่าจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง”@ ยกระดับบริหาร สำหรับสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในต่างประเทศ กลุ่ม MBK ให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์โรคระบาดอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทมีแนวทางรับมือที่เป็นระบบมากขึ้นเนื่องจากมีบทเรียนจากช่วงโควิด-19 ซึ่งทำให้บริษัทมีการเตรียมแผนสำรอง (Backup Plan) ไว้รองรับหากเกิดวิกฤตการณ์ขึ้นอีก โดยปัจจุบันกำลังมอนิเตอร์สถานการณ์ไวรัสจากประเทศอินเดียงบลงทุนราว 1 พันล. ขณะเดียวกัน บริษัทยังมองหาโอกาสการลงทุนใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยใช้เกณฑ์พิจารณาจากราคา ความเสี่ยง และผลตอบแทนที่เหมาะสม เน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว อาทิ ธุรกิจโรงแรม การลงทุนในที่ดิน รวมถึงธุรกิจเชิงท่องเที่ยวโดยมีงบประมาณเฉลี่ยราว 1 พันล้านบาทต่อปี “MBK เลือกใช้กลยุทธ์รอจังหวะที่เหมาะสม เนื่องจากบริษัทไม่มีข้อจำกัดด้านเงินทุน จึงเลือกที่จะรอคอยและมอนิเตอร์สถานการณ์แทนการเร่งเปิดตัวโครงการในช่วงที่ตลาดยังไม่เอื้ออำนวย เมื่อมีความเสี่ยงมากขึ้น บริษัทจะยิ่งต้องเลือกมากขึ้น โดยพิจารณาจากราคาที่เหมาะสมและจำนวนเงินลงทุนที่ต้องใช้” ล่าสุดบริษัท ริเวอร์เดล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่ คลับ จำกัด ในเครือ MBK ร่วมกับ Sing-Ed Corporation ผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติ Invictus International School จากประเทศสิงคโปร์ พัฒนาสถาบันการศึกษานานาชาติภายในพื้นที่โครงการ Riverdale District มิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ให้เป็น Community ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น และช่วยยกระดับศักยภาพการแข่งขันของอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ โดยจะใช้งบประมาณการลงทุนในเฟสแรกไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติ Invictus International School บริหารโรงเรียนนานาชาติ 9 แห่งใน 5 ประเทศโดยในประเทศไทยมีนักเรียนในโปรแกรมการศึกษาราว 100 – 200 รายอัตราค่าเทอมเฉลี่ย 2.9 – 4 แสนบาทต่อเทอม จึงเตรียมขยายโรงเรียน ไปยังพื้นที่โครงการ Riverdale District เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มเปิดรับนักเรียนได้ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2571 เปิดสอนหลักสูตร Cambridge Curriculum ตั้งแต่ระดับ Nursery ถึง Year 13 รองรับนักเรียนได้ประมาณ 1,400 คน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวม ทั้งด้านวิชาการ ทักษะชีวิต และ กิจกรรมเสริมหลักสูตร (Co-Curricular Programme) ควบคู่กับการประเมินผลแบบ Assessment for Learning ที่ได้มาตรฐานสากล “การมีโรงเรียนนานาชาติชั้นนำเข้ามาในพื้นที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทั้งลูกบ้านเดิมและผู้ที่ใช้ชีวิตทำกิจกรรมในพื้นที่หรือคนในชุมชนโดยรอบ ขณะเดียวกันยังดึงดูดกลุ่มครอบครัวที่ต้องการที่อยู่อาศัยใกล้สถานศึกษา ลดภาระการเดินทาง และก่อให้เกิดความเกื้อกูลระหว่างกลุ่มลูกค้าของโรงเรียนและโครงการอย่างชัดเจน ส่งผลให้ Riverdale District พัฒนาไปสู่การเป็น Education Lifestyle Destination ชุมชนคุณภาพท่ามกลางธรรมชาติที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว”

NOW ASEAN PARA GAMES 9
ดู

NOW ASEAN PARA GAMES 9

"The Angel Next Door Spoils Me Rotten ซีซัน 2" ประกาศวันฉาย พร้อมเผยภาพวิชวลใหม่!
อ่าน

"The Angel Next Door Spoils Me Rotten ซีซัน 2" ประกาศวันฉาย พร้อมเผยภาพวิชวลใหม่!

ใครที่กำลังรอคุณนางฟ้ามาฮีลใจอยู่บ้าง? ล่าสุดอนิเมะ The Angel Next Door Spoils Me Rotten (ขาดคุณนางฟ้าข้างห้องไป ผมคงมีชีวิตต่อไปไม่ได้อีกแล้ว) Season 2 ได้ปล่อยภาพวิชวลหลักออกมาให้เราชมกันแล้ว บอกเลยว่าความน่ารักจัดเต็มจนใจเจ็บจริง ๆ สำหรับใครที่นับวันรอเตรียมปักหมุดไว้ได้เลยเพราะตัวอนิเมะมีกำหนดออกอากาศในญี่ปุ่นวันที่ 3 เมษายน 2026 นี้ อีกแค่เอื้อมมือเดียวเราจะได้เห็นความนุ่มฟูของชินะจังกันแบบเต็มอิ่มแน่นอน เรื่องย่ออนิเมะ ขาดคุณนางฟ้าข้างห้องไป ผมคงมีชีวิตต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ภาค 2 จากคนแปลกหน้าที่อาศัยอยู่ห้องติดกัน สู่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ครั้งใหม่ อามาเนะ ฟูจิมิยะ และ ชินะ มาฮิรุ ได้ตัดสินใจขยับสถานะอย่างเป็นทางการ หลังผ่านพ้นงานกีฬาสีในช่วงชั้นมัธยมปลายปีที่ 2 แม้บรรยากาศระหว่างทั้งคู่จะดูอบอวลไปด้วยความหวานประหนึ่งคู่ข้าวใหม่ปลามัน ไม่ว่าจะเป็นการร่วมโต๊ะทานอาหารฝีมือทำเอง หรือการไปออกเดทในชุดยูคาตะสุดพิเศษ แต่กระนั้นหัวใจของทั้งสองก็ยังคงเต้นรัวด้วยความประหม่าและตื่นเต้นทุกครั้งที่เข้าใกล้กัน ท่ามกลางกิจกรรมและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา ทั้งคู่เริ่มเรียนรู้ที่จะเปิดใจและก้าวข้ามบาดแผลในอดีตไปพร้อม ๆ กัน เรื่องราวความรักอันแสนหวานที่ชวนให้ลุ้นจนใจสั่นของทั้งสองคนกำลังดำเนินต่อไป... The Angel Next Door Spoils Me Rotten เป็นไลท์โนเวลผลงานการเขียนของ Saekisan และวาดภาพประกอบโดย Hanekoto จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้มาจากบนเว็บไซต์ Shosetsuka ni Naro ก่อนจะได้รับการตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ SB Creative ภายใต้แบรนด์ GA Bunko ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2019 นอกจากนี้ยังมีฉบับมังงะที่วาดโดย Wan Shibata และเรียบเรียงเนื้อหาโดย Suzu Yuki เริ่มลงให้อ่านในนิตยสารออนไลน์ Manga Up! ของ Square Enix ตั้งแต่เดือนมกราคม 2022 และฉบับอนิเมะผลิตโดยสตูดิโอ Project No.9 ขอบคุณภาพจาก X @tenshisama_PR

Honkai: Star Rail ประกาศอัปเดตสเปกอุปกรณ์เตรียมพร้อมต้อนรับการมาของเวอร์ชัน 4.0
อ่าน

Honkai: Star Rail ประกาศอัปเดตสเปกอุปกรณ์เตรียมพร้อมต้อนรับการมาของเวอร์ชัน 4.0

ในปีนี้นั้นเหล่าผู้บุกเบิกก็เตรียมตัวที่จะได้ก้าวเข้าสู่ Honkai: Star Rail เวอร์ชัน 4.0 พร้อมกับไปเยือนดาวใหม่อย่าง Planarcadia กันแล้ว! ซึ่งในการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการอัปเดตเนื้อหาและประสิทธิภาพของเกมในเวอร์ชันต่อไปนั้น ทาง HoYoverse ก็ได้ออกมาประกาศอัปเดตสเปกอุปกรณ์ที่รองรับและสเปกที่แนะนำของตัวเกม Honkai: Star Rail เพิ่มแล้ว!ทั้งนี้อ้างอิงจากโพสต์ใน HoYoLAB นั้นก็ได้มีการระบุว่า อุปกรณ์ที่ต่ำกว่าสเปกที่รองรับขั้นต่ำนั้น"อาจจะยัง"สามารถเข้าสู่ตัวเกมได้แต่ความเสถียรในการเล่นอาจจะลดลง โดยผู้เล่นอาจจะประสบปัญหาต่าง ๆ เช่น เกมค้าง เกมขัดข้อง เป็นต้นสเปกที่แนะนำใหม่สำหรับตัวเกม Honkai: Star Rail เวอร์ชัน 4.0PCอุปกรณ์: Intel® Core™ i7/RAM 16GB/การ์ดจอแยก การ์ดจอ Nvidia GeForce GTX1060 6GB หรือสูงกว่าระบบ: Windows 10 64-bit ขึ้นไปDirectX เวอร์ชัน: 11Androidอุปกรณ์: อุปกรณ์ Android ที่ใช้ SoC ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่า Snapdragon 870 (Adreno 650), Dimensity 1300 (Mali-G77 MC9) หรือ Kirin 9000 (Mali-G78 MP24)RAM: 6GB ขึ้นไประบบ: Android 9 ขึ้นไปiOSอุปกรณ์: iPhone 11 ขึ้นไปiPad (รุ่นที่ 9 ปี 2021 ชิป A13) หรือสูงกว่าiPad mini (รุ่นที่ 6 ปี 2021 ชิป A15) หรือสูงกว่าiPad Pro 11 นิ้ว (รุ่นที่ 3 ปี 2021 ชิป M1) หรือสูงกว่าระบบ: iOS 13.0 ขึ้นไปสเปกที่รองรับใหม่สำหรับตัวเกม Honkai: Star Rail เวอร์ชัน 4.0PCอุปกรณ์: Intel® Core™ i5/RAM 8GB/การ์ดจอแยก การ์ดจอ Nvidia GeForce GTX1050 หรือสูงกว่าระบบ: Windows 10 64-bit ขึ้นไปDirectX เวอร์ชัน: 11Androidอุปกรณ์: อุปกรณ์ Android ที่ใช้ SoC ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือสูงกว่า Snapdragon 835 (Adreno 540), Dimensity 720 (Mali-G57 MC3) หรือ Kirin 810 (Mali-G52 MP6)RAM: 4GB ขึ้นไประบบ: Android 9 ขึ้นไปความเข้ากันได้: ไม่รองรับ GPU สถาปัตยกรรม PowerVR ทั้งหมด ยกเว้น Imagination D-SeriesiOSอุปกรณ์iPhone 8 Plus หรือสูงกว่าiPad (รุ่นที่ 7 ปี 2019 ชิป A10) หรือสูงกว่าiPad Pro 10.5 นิ้ว (ปี 2017 ชิป A10X) หรือสูงกว่าระบบ: iOS 13.0 ขึ้นไปอุปกรณ์ที่รองรับ PlayStation®PlayStation®5ที่มา : hoyolab

10 ไอเทม เที่ยวเมืองนอก หนาวๆ ยี่ห้อไหนดี ที่คนขี้หนาวต้องมีติดกระเป๋า
อ่าน

10 ไอเทม เที่ยวเมืองนอก หนาวๆ ยี่ห้อไหนดี ที่คนขี้หนาวต้องมีติดกระเป๋า

ใครที่แพลนจะไป เที่ยวเมืองนอก หนาวๆ เที่ยวต่างประเทศ เร็วๆ นี้ โดยเฉพาะสายขี้หนาวขั้นสุดที่หนาวนิดหน่อยก็เริ่มสั่น อย่าพึ่งกังวลไปค่ะ เพราะเรารวบรวม 10 ไอเทมเที่ยวเมืองหนาว ที่ควรมีติดกระเป๋าไว้ ช่วยให้คุณอุ่นสบายตลอดทริป ไม่ต้องทรมานกับอากาศหนาวเย็น แถมยังแต่งตัวได้ชิคๆ ถ่ายรูปสวยๆ ได้ จะไปเที่ยวไหน จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา ก็เอาอยู่ มาดูกันเลย! ไอเทมเที่ยวเมืองหนาว หิมะตก ยี่ห้อไหนดีที่ทั้ง อุ่น นุ่ม สวย ใส่สบาย พกง่าย 1. HotHands Hand Warmers HotHands Hand Warmers คือไอเทมกันหนาวที่หลายคนยกให้เป็นของจำเป็นเวลาไปเที่ยวเมืองหนาว หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ผืนนี้เป็นแผ่นให้ความร้อนแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 1 ซอง บรรจุ 2 แผ่น ใช้งานง่ายมาก แค่ฉีกซองออกแล้วเขย่ากับอากาศเบาๆ ตัวแผ่นจะเริ่มปล่อยความร้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานถึง 10 ชั่วโมงเต็ม แถมยังผ่านการรับรองจาก TSA สามารถพกขึ้นเครื่องบินได้แบบสบายๆ จะเอาไว้ใส่ในถุงมือหรือกระเป๋าเสื้อก็อุ่นมือสุดๆ เหมาะกับทุกกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเดินเที่ยว ช้อปปิ้ง วิ่งจ็อกกิ้ง หรือดูอีเวนต์ข้างนอก ก็ช่วยให้มือนุ่มอุ่นไม่สั่นแน่นอน บอกเลยว่าต้องมีติดกระเป๋าไว้สักแพ็ก ใช้ง่าย อุ่นไว พกสะดวก และอุ่นใจสุดๆ ค่ะ ราคา 30 บาท =============== 2. UNIQLO HEATTECH Extra Warm ใครที่เตรียมตัวไปเที่ยวหนาวๆ หรือชอบความอบอุ่นแบบนุ่มฟูต้องเลิฟรุ่นนี้ เสื้อ HEATTECH Ultra Warm คอกลม แขนยาว จาก UNIQLO ตัวท็อปของไลน์ ฮีทเทค ที่อุ่นกว่ารุ่นปกติถึง 2.25 เท่า เลยนะ ผ้าด้านในเป็นบรัชสัมผัสนุ่ม ลื่นสบาย ไม่คัน ไม่อึดอัด แถมช่วยกักเก็บความร้อนได้ดีมาก เหมาะสุด ๆ สำหรับใส่เป็นอินเนอร์เวลาไปต่างประเทศ อุ่นกำลังดี แถมดีไซน์ก็เรียบหรู คอกลม แขนยาว เข้ารูปกำลังดี แมตช์ง่ายกับทุกลุค จะใส่คู่กางเกงยีนส์หรือกระโปรงก็ดูเรียบเก๋ ใครที่หนาวง่าย บอกเลยว่าตัวนี้คือ ของมันต้องมี เป็นไอเทมคู่ใจของสายเที่ยวหน้าหนาวติดกระเป๋าทริปหน้าหนาวที่ต้องมีติดกระเป๋าไว้สักตัว อุ่น ฟีลดี และใส่ได้ทุกวันแน่นอนค่ะ ราคา 990 บาท =============== 3. Polo Ralph Lauren WMPOSWENC021330 Polo Ralph Lauren แบรนด์แฟชั่นระดับตำนานจากอเมริกา ที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นอายความ "modern preppy" ผสมผสานความเรียบโก้กับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ใส่ง่าย ดูดีไม่มีวันตกเทรนด์ รุ่นนี้คือ เสื้อสเวตเตอร์ผู้หญิง รุ่น WMPOSWENC021330 ผลิตจากผ้า Cotton 100% เนื้อนุ่ม ระบายอากาศดี ให้สัมผัสสบายผิวตลอดวัน มาพร้อมทรง Slim Fit ที่ช่วยขับรูปร่างให้ดูเพรียวแต่ยังเคลื่อนไหวได้คล่อง ใส่ง่ายแม้ใส่ทับเสื้อชั้นในหลายชั้น ดีไซน์เรียบหรูแต่แฝงดีเทลความเนี้ยบด้วยโลโก้ Polo Player ปักบริเวณหน้าอกเพิ่มความคลาสสิกสุด ๆ เหมาะมากสำหรับใส่เที่ยวเมืองหนาว แมทช์ง่ายกับกางเกงยีนส์อุ่น ๆ หรือกระโปรงมินิพร้อมบูทหนังให้ลุคพรีปปี้แบบสาวนิวยอร์ก ใส่ไปเดินเล่นในเมือง เที่ยวคาเฟ่ หรือแม้แต่วันสบาย ๆ ก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์ เรียกได้ว่าเป็นไอเทมเที่ยวเมืองหนาวที่ทั้งอบอุ่นและชิคสุดๆ ที่ต้องมีติดกระเป๋าเลยค่ะ ราคา 9,100 บาท =============== 4. หมวกไหมพรม COLUMBIA Whirlibird Cuffed หมวกไหมพรม COLUMBIA Whirlibird Cuffed หมวกคู่ใจสำหรับสายลุยที่ชอบความเรียบเท่ แต่ยังมีสไตล์ ด้วยดีไซน์คลาสสิกและผ้าถักเนื้อนุ่มพิเศษ ให้สัมผัสอบอุ่นสบายตั้งแต่ครั้งแรกที่สวม ไม่ว่าจะใส่เดินเล่นในวันอากาศเย็น หรือออกผจญภัยกลางแจ้งก็พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ขอบหมวกพับขึ้นทรงกระชับพอดีศีรษะ เพิ่มความอบอุ่นโดยไม่รู้สึกอึดอัด มาพร้อมโลโก้ Columbia ปักอย่างประณีต เพิ่มความพรีเมียมสุดๆ ใครที่กำลังมองหาหมวกไหมพรมใส่ไปเมืองหนาว หมวกใบนี้คือไอเท็มที่ไม่ควรพลาดเลยค่ะ ราคา 990 บาท =============== 5. แจ็กเก็ต THE NORTH FACE W NORTH TABLE DOWN TRICLIMATE ใครมีแพลนไป เที่ยวเมืองนอก อากาศหนาวๆ บอกเลยว่าห้ามพลาดไอเทมนี้ แจ็กเก็ตTHE NORTH FACE W NORTH TABLE DOWN TRICLIMATE ทรง Oversized Fit ตัวนี้เลยค่ะ ตัวนี้เป็นเสื้อที่ทั้งอุ่น ทั้งเท่ และใส่ง่ายสุดๆ ผลิตจากผ้า Nylon Ripstop ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงแต่ยังคงน้ำหนักเบา ใส่แล้วไม่รู้สึกเทอะทะ เสริมด้วยฉนวน ขนห่าน 700 ฟิลล์ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน RDS ให้ความอบอุ่นสูงแม้ในอากาศติดลบ ดีไซน์ทรง A-Shape สวมแล้วดูสวยมีโครง ไม่บวม ดูชิคและคล่องตัวในทุกการเคลื่อนไหว ตัวฮู้ดสามารถถอดได้ด้วยกระดุมแป๊ก เพิ่มความยืดหยุ่นในการแต่งตัว จะใส่แบบมีฮู้ดลุคสปอร์ต หรือถอดออกให้ดูมินิมอลก็ได้หมด ชายเสื้อปรับกระชับได้ด้วยระบบ เชือกบันจี้ ป้องกันลมหนาวเข้า ส่วนกระเป๋าซิปสองข้างก็เก็บของสำคัญได้ปลอดภัยไม่ต้องกลัวหล่น เรียกได้ว่าเป็นแจ็กเก็ตที่รวมทั้งฟังก์ชัน ความอุ่น และสไตล์ไว้ในตัวเดียว จะใส่เดินหิมะ เที่ยวญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรป ก็เอาอยู่ทุกอุณหภูมิ แถมถ่ายรูปออกมาคือดูแฟมากกก ราคา 15,900 บาท =============== 6. ผ้าพันคอ Acne Studio Mohair Checked Scarf สายแฟคนไหนมีแพลนเที่ยวเมืองหนาว บอกเลยว่า ผ้าพันคอ Acne Studios Mohair Checked Scarf คือไอเทมที่ต้องมี! ผืนนี้ขึ้นแท่น Must-have ของสายแฟทั่วโลก ด้วยลายเช็กเอกลักษณ์และดีไซน์ทรง Oversize สุดชิค ที่แค่คลุมหรือพันรอบคอก็ดูแพงขึ้นมาทันที เนื้อผ้าทอจาก Mohair ผสม Alpaca และ Wool ให้สัมผัสนุ่ม ฟู อบอุ่นมาก มีโลโก้ Acne Studios ปักเด่นตรงชายผ้า เพิ่มความลักชัวรีเบาๆ แบบไม่ต้องพยายามมาก บอกเลยว่าทั้งอุ่น ทั้งเท่ และทั้งแฟชั่นในชิ้นเดียว หมาะสุดๆ สำหรับอากาศหนาวจัดหรือวันที่มีลมแรง ใส่คู่โค้ทเรียบ ๆ หรือเสื้อไหมพรมโทนพื้นก็ช่วยเสริมลุคให้ดูโดดเด่นแบบ Effortless สไตล์สาวแฟปารีเซียง ใครมีแพลนไปญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรปช่วงหนาวนี้ ต้องมีไว้ติดกระเป๋าเลยค่ะ ราคา 12,600 บาท =============== 7. ถุงมือ TOPCOAT Snow Glover TOPCOAT Snow Glover ถุงมือกันหนาว สุดนุ่ม ที่ทั้งอุ่น ทั้งสวย ใส่แล้วนิ้วดูเรียว ไม่เทอะทะ ถุงมือรุ่นนี้ บุขนด้านในหนานุ่ม ให้ความอบอุ่นเต็มขั้น สวมใส่สบายและยืดหยุ่นดีมาก ไม่รัดแน่นจนเกินไป ใส่ถ่ายรูปก็ยังดูเรียวสวย มือไม่บวม ที่สำคัญคือ กันน้ำได้ และใช้ทัชสกรีนได้ จะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปหิมะหรือแชะสตอรี่ก็ไม่ต้องถอดถุงมือออกให้มือเย็น เหมาะกับอุ ณหภูมิตั้งแต่ 20 - 0 องศา จะใส่เที่ยวเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป หรือขึ้นดอยในไทยก็อุ่นกำลังดี แถมแมตช์ง่ายกับทุกลุค เสื้อโค้ท ผ้าพันคอ หรือหมวกไหมพรมก็ดูเข้ากันสุดๆ ค่ะ ใครที่กำลังแพลนไปเที่ยวต่างประเทศช่วงปลายปีนี้ บอกเลยว่าต้องมี TOPCOAT Snow Glover ติดกระเป๋าไว้รับรองอุ่นมือ อุ่นใจแน่นอน! ราคา 390 บาท =============== 8. ถุงเท้าเดินป่า Smartwool Hike Classic Edition ใครกำลังเตรียมตัวไปเที่ยวเมืองหนาว ต้องไม่พลาดไอเทมรักษ์โลกสุดเท่คู่นี้เลย ถุงเท้าเดินป่าจาก Smartwool รุ่น Hike Classic Edition ที่ทั้งอุ่น ทน และใส่สบายสุดๆ รุ่นนี้ผลิตจาก เส้นด้าย Second Cut ซึ่งมีส่วนผสมของใยผ้ารีไซเคิล รวมกับ ขนแกะ Merino บริสุทธิ์ ทำให้ได้ถุงเท้าที่ทั้งอบอุ่น ระบายอากาศดี และสวมใส่สบายแม้ในอากาศเย็นจัด แถมปลายเท้ายังใช้เทคโนโลยี Virtually Seamless Toe ที่ช่วยให้พื้นผิวเรียบลื่น ไม่มีตะเข็บกวนใจ เดินนานแค่ไหนก็สบาย ใส่เที่ยวเมืองหิมะ เทรคกิ้งบนเขา หรือเดินเล่นรับลมหนาวก็เอาอยู่ทุกสถานการณ์ ใครชอบความอุ่นและรักษ์โลก ต้องมีติดกระเป๋าทริปหน้าหนาวไว้สักคู่เลยค่ะ ราคา 1,015 บาท =============== 9. รองเท้าบูท COAT OVER SWOWIE BOOTS COAT OVER SWOWIE BOOTS รองเท้าบูท ขนนุ่มสีน้ำตาลสุดคิ้วท์ ที่ทั้งอุ่น ทั้งใส่สบาย ด้านในบุขนนุ่มฟูละเอียด ใส่แล้วรู้สึกอบอุ่นทันทีตั้งแต่สวม กันหนาวได้ดีมาก แม้อยู่ในอุณหภูมิติดลบ ด้านนอกพิมพ์ลายโลโก้ COAT OVER เพิ่มดีเทลเก๋ๆ ให้ดูแฟขึ้นอีกระดับ รองเท้าคู่นี้มาพร้อมพื้นเสริมส้นเล็กน้อย ช่วยเพิ่มความสูงและทรงขาให้ดูเรียวยาวขึ้น และตัวรองเท้าน้ำหนักเบาและนิ่มสุดๆ เดินได้นานไม่เมื่อย ใส่ง่ายด้วยทรงบูทสวมที่กระชับพอดีเท้า แถมพื้นรองเท้ายังกันลื่นได้ดี เดินบนพื้นหิมะ หรือพื้นเปียก ก็ไม่ต้องกลัวลื่นล้ม จะใส่แมทช์กับเลกกิ้ง โค้ท หรือเดรสไหมพรมก็ดูน่ารักลงตัวสุดๆ ค่ะ ราคา 1,790 บาท =============== 10. HM Fluffy Earmuffs หน้าหนาวนี้ใครยังไม่มีไอเทมกันหนาวน่ารักๆ แนะนำ HM Fluffy Earmuffs เลย ตัวนี้ผลิตจากผ้าโพลีเอสเตอร์ 100% ทั้งด้านนอกและด้านใน ทำให้มีความนุ่มและสบายเวลาสวมใส่ ช่วยกันลมหนาวได้ดี ใส่แล้วอุ่นหูมากๆ แถมสายคาดศีรษะปรับขนาดได้อีกด้วย เหมาะกับทุกไซส์ น้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวก ใส่เดินเล่นก็สบาย ใครที่ชอบไอเทมแนว cozy หรือ minimal ต้องถูกใจแน่นอน เพราะมันแมทช์ได้หมดทั้งเสื้อไหมพรม เสื้อกันหนาว หรือแม้แต่ลุคสตรีทเท่ๆ ก็ยังเข้า นอกจากกันหนาวได้ดีแล้ว ยังช่วยเพิ่มความน่ารักในทริปหน้าหนาวได้แบบง่ายๆ เลยค่ะ ราคา 499 บาท ===============

แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน ธันวาคม 2568
อ่าน

แนะนำมือถือเปิดตัวใหม่น่าใช้ประจำเดือน ธันวาคม 2568

ส่งท้ายปลายปี 2568 ที่ปีนี้ตลาดมือถือจัดว่าเดือดทะลุปรอท โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้ที่ปีนี้เริ่มได้รับเสียงตอบรับมากขึ้นอย่างมาก ทำให้หลายแบรนด์หันมาพัฒนาอย่างจริงจังตามหลังค่ายจากเกาหลีที่ออกตัวแรง แซงไปหลายทางโค้งแล้ว จนมียอดขายนำหน้าไปไกลแล้ว แต่กลับมาที่เรื่องมือถือเปิดตัวใหม่ในเดือนธันวาคมของเรากันดีกว่า เดือนนี้ก็ถือว่ามีมือถือหลายรุ่นที่น่าสนใจเปิดตัวกันมาก แต่จะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย vivo X300 Series รุ่นแรกไปดูกันที่สมาร์ตโฟนสายพันธุ์ "กล้องโทรได้" อย่าง vivo X300 Series ที่เปิดตัวพร้อมกันสองรุ่นคือ vivo X300 และ vivo X300 Pro ที่มาพร้อมเทคโนโลยีกล้องที่โดดเด่นจาก ZEISS และแต่ละรุ่นมีจุดที่น่าสนใจดังนี้ vivo X300 Pro มาดูกันที่รุ่นพี่ vivo X300 Pro กันก่อน ถ้ากำลังมองหามือถือที่มาพร้อมคำว่า "สุดจัด" ในด้านกล้องและสเปคแบบไม่เกรงใจใคร ต้องนี่เลย vivo X300 Pro ที่ยกขบวนชุดเลนส์ ZEISS ระดับโปรมาแบบครบเครื่อง เริ่มตั้งแต่กล้องหลักที่จัดเซนเซอร์ Sony LYT-828 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลมาให้แบบเต็มๆ ไม่นับรวมกล้องหน้าและกล้องอัลตราไวด์ที่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซลเท่ากัน ซึ่งใช้เซนเซอร์ ISOCELL JN1 ตัวเทพอีกด้วย แต่ที่ต้องยกให้เป็นพระเอกตัวจริงของรุ่นนี้คือ กล้องเทเลโฟโต้พลังซูม 200 ล้านพิกเซล! ที่บ้าพลังใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPB ขนาดใหญ่ถึง 1/1.4 นิ้ว รับประกันความคมชัดแบบทะลุโลก จับคู่กับระบบไฟแฟลชสว่างพิเศษเหมือนรุ่นพี่ X200 Ultra ให้ภาพถ่ายออกมาสวยมีมิติ ไม่ว่าจะซูมไกลแค่ไหนก็คมกริบ ไม่ต้องกลัวภาพแตก นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์ภาพและเสียงระดับพรีเมียมผ่านหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 8T LTPO และวัสดุ Q10 Plus ให้สีสันสดใส ความละเอียดคมชัดถึง 1,260 x 2,800 พิกเซล พร้อมอัตรารีเฟรช 120Hz ที่โคตรลื่นไหล แถมยังรองรับมาตรฐาน HDR10+, HDR Vivid และ Dolby Vision เปลี่ยนมือถือของคุณให้เป็นโรงภาพยนตร์ส่วนตัวได้เลย ไม่เพียงแต่กล้องที่โหดจัด แต่เรื่องประสิทธิภาพภายในก็แรงแซงทางโค้ง ด้วยขุมพลังชิปเรือธง MediaTek Dimensity 9500 ที่ทำงานประสานกับ ชิปประมวลผลภาพ V3+ โดยเฉพาะ ทำให้การใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ การเล่นเกมกราฟิกโหด หรือการจัดการความร้อนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด และแน่นอนว่าช่วยให้การถ่ายภาพและวิดีโอมีคุณภาพสูงสุดแบบมืออาชีพสุดๆ ส่วนใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่บอกเลยว่าลืมไปได้เลย เพราะ X300 Pro อัดแบตเตอรี่ความจุสะใจถึง 6,510mAh (เยอะกว่ารุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด) รองรับการชาร์จไวด้วยสาย 90W และชาร์จไร้สาย 40W เติมพลังได้ไวทันใจ ไม่ต้องกลัวแบตหมดระหว่างวัน ทั้งหมดนี้ถูกบีบอัดอยู่ในตัวเครื่องที่บางเฉียบเพียง 7.99 มม. น้ำหนักกำลังดีที่ 226 กรัม แถมยังทนทานสุดๆ ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 และ IP69 เรียกได้ว่า สเปคเทพขนาดนี้ ใส่ความอึด ความแรง ความสวยงามมาครบแบบไม่กั๊กจริงๆ vivo X300 Pro มีราคาเปิดตัว 39,999 บาท แต่ถ้ากำลังเบื่อมือถือจอใหญ่ยักษ์ที่ต้องใช้สองมือจับแล้วล่ะก็ ต้องหันมามอง vivo X300 ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "เล็กแต่แจ๋ว" โดยแท้จริง เพราะรุ่นนี้คือการพัฒนาต่อยอดมาจาก X200 Pro Mini ปีที่แล้ว ทำให้มันกลายเป็นสมาร์ทโฟนไซซ์กะทัดรัดที่อัดแน่นด้วยสเปคระดับโปรแบบไม่กั๊ก เริ่มตั้งแต่หน้าจอ AMOLED 8T LTPO ขนาด 6.31 นิ้ว ที่ใช้พาเนล Q10 Plus ของ BOE ให้ภาพคมชัดสะใจด้วยความละเอียด 2640 x 1216 พิกเซล แถมยังลื่นไหลสุดๆ ด้วยรีเฟรชเรท 120Hz สู้แดดได้สบายเพราะสว่างสูงสุดถึง 4,500 นิต! รองรับ HDR ครบเครื่อง พร้อมเซนเซอร์สแกนนิ้วมือแบบอัลตราโซนิคสุดล้ำใต้จอ นอกจากนี้ยังมาพร้อมขุมพลัง Dimensity 9500 ที่ถูกปรับจูนมาแบบก้าวกระโดด ทำให้ประสิทธิภาพ CPU แบบซิงเกิลคอร์ดีขึ้น 32% และจัดการพลังงานในงานหนักดีกว่าเดิมถึง 37% ผสานพลังกับ ชิปประมวลผลภาพ V3+ โดยเฉพาะ ทำให้การเล่นเกมและการใช้งานทั่วไปลื่นไหลไม่มีสะดุด แถมยังประหยัดพลังงานจากการใช้ NPU ได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 56% เลยทีเดียว แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคือกล้อง! ถึงจะตัวเล็กแต่ ชุดกล้องหลังกลับอัปเกรดความละเอียดกล้องหลักไปถึง 200 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ ISOCELL HPB ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสงกว้าง f/1.68 ให้ภาพคมชัดสุดๆ แถมยังมีกล้อง Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ Sony LYT-602) และกล้อง Ultrawide 50 ล้านพิกเซล (เซนเซอร์ ISOCELL JN1) ที่ให้คุณภาพเดียวกับกล้องหน้า ทำให้การถ่ายภาพทุกรูปแบบออกมาเพอร์เฟกต์ ส่วนเรื่องความอึดก็หายห่วง เพราะรุ่นนี้ยัดแบตเตอรี่มาให้ถึง 6,040mAh พร้อมรองรับการชาร์จเร็วทั้งแบบมีสาย 90W และไร้สาย 40W พร้อมพอร์ต USB-C 3.2 Gen 1 ให้การโอนถ่ายข้อมูลเร็วปรื๋อ แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับท็อป IP68 + IP69 ลำโพงคู่เสียงกระหึ่ม และขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด OriginOS 6 บนพื้นฐาน Android 16 เรียกว่า vivo X300 เป็นม้ามืดที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "ขนาด" ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในโลกสมาร์ทโฟนอีกต่อไป! vivo X300 มีราคาเปิดตัว 31,999 บาท iQOO 15 iQOO 15 นี่ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อ "ทุบ" ทุกสถิติของวงการเกมมิ่งโฟน! พระเอกเบอร์หนึ่งคือหน้าจอ 2K Samsung Everest Display ขนาด 6.85 นิ้ว ที่ร่วมกันพัฒนากับ Samsung Display โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นจอ 2K LEAD OLED รุ่นแรกของโลกที่ใช้พาเนลวัสดุ M14 จุดที่ทำให้ต้องอ้าปากค้างคือความสว่างสูงสุด (HDR) ที่พุ่งทะลุไปถึง 6,000 นิต! เรียกว่าสว่างขนาดนี้ ดูคอนเทนต์ HDR10+ หรือ Dolby Vision กลางแดดเปรี้ยงก็ยังเห็นชัดแจ๋ว แถมยังฉลาดสุดๆ ด้วยระบบตรวจจับแสงสามทิศทางที่ปรับความสว่างอัตโนมัติได้แม่นยำแม้ในสภาพแสงซับซ้อน นอกจากนี้ยังเอาใจสายเกมเมอร์หนักมาก ด้วยรีเฟรชเรท 144Hz และอัตราการตอบสนองการสัมผัสสูงถึง 3200Hz ให้การตอบสนองรวดเร็วเหนือแสง พร้อมเทคโนโลยีถนอมสายตา Eye Comfort 2.0 และหน้าจอกันแสงสะท้อนพิเศษ ทำให้คุณเล่นเกมได้ยาวๆ โดยไม่ต้องกลัวตาเสียหรือพลาดทุกวินาทีสำคัญ แต่ความแรงที่แท้จริงอยู่ที่ขุมพลังภายใน เพราะ iQOO 15 จัดหนักด้วยชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3nm สูตร All Big Core (2+6) ความเร็วประมวลผลสูงสุด 4.6GHz ประกบคู่กับหน่วยความจำ LPDDR5X Ultra (9600 Mbps) และพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.1 ทำให้คะแนน AnTuTu ทะยานไปถึง 4.38 ล้านคะแนน! ไม่เท่านั้น iQOO ยังเสริมทัพด้วยชิปกราฟิก Q3 ที่พัฒนาเอง พร้อมเทคโนโลยี Ray Tracing, Super Resolution และ Frame Boost ให้คุณรันเกม AAA ความละเอียด 2K ที่ 144fps ได้แบบเต็มสูบ ไม่ต้องกลัวร้อน เพราะมีระบบระบายความร้อน Ice Dome Cooling System ที่มาพร้อมแผ่น VC ขนาดใหญ่และกราไฟต์สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 14,000 ตร.มม. ซึ่งเคลมว่าเล่น Genshin Impact ต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง เครื่องยังร้อนสูงสุดแค่ 39.3C เท่านั้น! แบตเตอรี่ก็อึดถึง 7,000mAh พร้อมชาร์จไว 100W (มีสาย) และ 40W (ไร้สาย) แถมยังมีโหมด Direct Power Supply ลดความร้อนขณะชาร์จไปเล่นเกมไปได้อีก นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องหลังที่อัปเกรดแบบยกชุด ทั้งกล้องหลัก 50MP เซนเซอร์ Sony IMX921 พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto 50MP ที่ซูมดิจิทัลได้ถึง 100 เท่า โดยใช้ระบบเลนส์สามชั้น Prisma M-shaped และ Large Model AI Enhancement ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณคมชัดและสวยสดแบบโปร บอกเลยว่า iQOO 15 เครื่องนี้คือ "สัตว์ประหลาด" ที่เกิดมาเพื่อครองบัลลังก์เกมมิ่งโฟนอย่างแท้จริง! iQOO 15 ราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 29,900 บาท Poco F8 Series อีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจซึ่งเปิดตัวในช่วงเดือนที่ผ่านมาคือ Poco F8 Series ที่ประกอบไปด้วย Poco F8 Ultra และ Poco F8 Pro ซึ่งเป็นตระกูลที่คนชอบความคุ้มต้องหลงรักเช่นเคยครับ เพราะเป็นรุ่นที่ไม่กั๊กสเปกในราคาสบายกระเป๋า โดยมีจุดที่น่าสนใจดังนี้เลย POCO F8 Pro มาแล้ว! POCO F8 Pro สมาร์ทโฟนที่เกิดมาเพื่อสายคุ้มค่าและสาย Performance โดยแท้จริง! ดีไซน์ภายนอกถือว่ากินขาด ด้วยหน้าจอ AMOLED ขอบแบนขนาด 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ที่มาพร้อมความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดถึง 3,500 นิต ใช้พาเนล M10 ระดับพรีเมียม ให้ภาพคมชัดสีสันจัดจ้านสะใจ พร้อมกับตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ด้วยฝาหลังกระจกขึ้นรูปชิ้นเดียว ผสานกับเฟรมตัวเครื่องที่มีมุมโค้งมนเล็กน้อย ทำให้สัมผัสในการจับถือดีกว่าเดิมมาก น้ำหนักเบาเพียง 199 กรัม และบางแค่ 8 มม. มีให้เลือกถึงสามสีสุดเท่ ทั้ง Titanium Silver, Blue และ Black แถมยังปลดล็อกได้รวดเร็วทันใจด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้หน้าจอเลยทีเดียว ส่วนเรื่องความแรงนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพราะ POCO F8 Pro เลือกใช้ชิปเซ็ตเรือธงตัวแรงแห่งปีอย่าง Snapdragon 8 Elite ที่กวาดคะแนน AnTuTu ไปได้กว่า 3.2 ล้านคะแนน! ประสิทธิภาพระดับนี้เปิดเกม AAA ที่ความละเอียดสูงก็ทำได้สบายๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน เพราะมีระบบระบายความร้อนสุดล้ำ 3D Triple-layer IceLoop cooling system ที่เคลมว่าระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิมถึง 40%! นอกจากจะแรงแล้วยังโคตรอึด ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 6,210mAh ที่ POCO กล้าเคลมว่าสามารถใช้งานโทรสายสนทนาต่อเนื่องได้นานกว่า 56 ชั่วโมง และถ้าแบตหมดก็หายห่วง เพราะมีเทคโนโลยี 100W HyperCharge ที่ชาร์จจาก 1% ถึง 50% ได้ในเวลาเพียง 16 นาทีเท่านั้น! แถมยังใจดีให้ชาร์จย้อนกลับได้อีก 22.5W ปิดท้ายด้วยชุดกล้องหลัง 3 ตัว นำโดยกล้องหลัก 50MP (เซนเซอร์ Light Fusion 800 พร้อม OIS) กล้อง Telephoto 50MP ที่ซูมแบบ Lossless ได้ถึง 5 เท่า และกล้อง Ultrawide 8MP มุมมอง 120 องศา เรียกได้ว่า POCO F8 Pro เป็นมือถือที่ "ครบเครื่อง แรงเร็ว และแบตอึด" ที่สุดอีกรุ่นในตลาดตอนนี้! Poco F8 Pro เปิดตัวด้วยราคา 17,990 บาท POCO F8 Ultra บอกเลยว่า POCO F8 Ultra เกิดมาเพื่อเป็นราชาแห่งความแรงและพรีเมียมตัวจริง! ถึงแม้จะเป็นร่างที่รีแบรนด์มาจาก REDMI K90 Pro Max แต่สเปคที่ยกมาคือจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก ด้วยดีไซน์ใหม่ที่หรูหราสะดุดตา มีให้เลือกสองสีสุดคลาสสิกอย่าง Denim Blue และ Black ส่วนหน้าจอคือที่สุดของความฟิน ด้วยพาเนล AMOLED ขนาดใหญ่ถึง 6.9 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz เพื่อการเล่นเกมและเสพคอนเทนต์ที่ลื่นไหลระดับเทพ ความสว่างของหน้าจอก็สุดขั้ว โดยความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดพุ่งไปถึง 3,500 นิต และสว่างทั่วทั้งจอที่ 2,000 นิต แถมยังรองรับมาตรฐาน HDR10+ และ Dolby Vision ครบเครื่อง ให้คุณดื่มด่ำกับสีสันที่สดใสและคอนทราสต์ที่สมจริงในทุกสภาพแสง หัวใจหลักที่ทำให้ F8 Ultra ลื่นไหลราวสายน้ำคือชิปเซ็ตเรือธงตัวใหม่ล่าสุด Snapdragon 8 Elite Gen 5 ที่มีความเร็วประมวลผลสูงถึง 4.6GHz ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับหน่วยความจำมาตรฐาน LPDDR5X และ UFS 4.1 ระดับท็อป ก็พร้อมชนกับทุกเกมและทุกแอปพลิเคชันที่ต้องใช้การเรนเดอร์หนักๆ ได้อย่างสบายๆ แถมยังเสริมทัพด้วยชิปประมวลผลภาพ VisionBoost D8 ที่ช่วยให้กราฟิกภายในเกมไหลลื่นและแสดงผลภาพแบบ HDR ได้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น! ส่วนเรื่องกล้องก็ไม่น้อยหน้า จัดกล้องหลังมาให้ถึง 3 ตัว ความละเอียด 50MP ทั้งหมด นำโดยกล้องหลักเซนเซอร์ Light Fusion 950 พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto ที่ซูมออปติคัลได้ไกลถึง 5 เท่า ให้ภาพถ่ายคมชัดทุกระยะ ปิดท้ายด้วยแบตเตอรี่สุดอึด 6,500mAh พร้อมชาร์จเร็วสะใจทั้งแบบมีสาย 100W และไร้สาย 50W แถมยังมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 5.4 ครบถ้วนทุกการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะมองมุมไหน POCO F8 Ultra ก็คือสมาร์ทโฟนระดับ Ultra ที่เกิดมาเพื่อครองใจเกมเมอร์และสายพรีเมียมอย่างแท้จริง! POCO F8 Ultra เปิดตัวด้วยราคา 24,990 บาท HONOR X9d 5G HONOR X9d 5G มือถือที่ไม่ได้เน้นแค่ความสวย แต่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ "โคตรทน" ชนิดที่ว่าเครื่องอื่นทำไม่ได้! ดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์โมดูลกล้องทรงกลมอันโดดเด่น มีให้เลือกสามสีสุดยั่ว ทั้ง Reddish Brown, Sunrise Gold และ Midnight Black แต่ความลับที่แท้จริงอยู่ที่ความแกร่งระดับมหากาฬ ด้วยการออกแบบที่เน้นความทนทานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นกระจกกันกระแทกแบบหลายชั้น (Multilayer Cushioning Design) ที่เสริมชั้นดูดซับแรงกระแทกเข้าไปอีก ทำให้เครื่องนี้ได้รับการรับรอง Triple-resistant จาก SGS พร้อมรับมือกับการตกจากที่สูงถึง 2.5 เมตร! แถมยังเป็นมือถือสายลุยที่แท้ทรู เพราะมาพร้อมมาตรฐาน IP6X ป้องกันฝุ่นละเอียดระดับทรายและฝุ่นก่อสร้างได้อย่างสมบูรณ์แบบ และที่พีคกว่าคือมาตรฐาน IPX9K ที่ทนต่อการกระเซ็นของน้ำ ฝน และน้ำแรงดันสูงได้สบายๆ ทำให้คุณพกพาไปลุยได้ทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องกังวล นอกจากจะอึดถึกทนแล้ว สเปคภายในก็จัดเต็มแบบไม่ยอมใคร เริ่มจากหน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1.5K ขนาด 6.79 นิ้ว ที่มีขอบบางเฉียบเพียง 1.3 มม. ให้พื้นที่การมองเห็นแบบเต็มตา ที่สำคัญคือความสว่างสูงสุดของหน้าจอที่พุ่งทะลุไปถึง 6,000 นิต! พร้อมเทคโนโลยี HONOR Eye Comfort Display ทำให้การใช้งานกลางแจ้งหรือดูคอนเทนต์ HDR เป็นไปอย่างคมชัด สดใส และสบายตา ส่วนขุมพลังมาจากชิปเซ็ตใหม่ล่าสุด Snapdragon 6 Gen 4 (4nm) ที่ทั้งแรงขึ้น 11% (CPU) และ 29% (GPU) แถมยังทำงานร่วมกับระบบระบายความร้อน VC Ice ของ HONOR ที่จัดการความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนแบตเตอรี่คือไฮไลท์ที่ต้องปรบมือให้ดังๆ เพราะให้ความจุมาถึง 8,300mAh! ที่ HONOR กล้าเคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 3 วัน โดยที่แบตเตอรี่จะไม่เสื่อมประสิทธิภาพในระยะเวลา 6 ปี พร้อมชาร์จเร็ว 66W HONOR Supercharge นอกจากนี้ชุดกล้องหลัง 108MP พร้อม OIS และฟีเจอร์ AI สุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็น AI Eraser, AI Eyes Open และ AI Cutout ก็พร้อมเปลี่ยนคุณให้เป็นโปรด้านการถ่ายภาพได้อย่างง่ายดาย ทำให้ HONOR X9d 5G เป็นมือถือที่ครบเครื่องทั้งความทนทานสุดขั้ว ประสิทธิภาพที่ลื่นไหล และแบตเตอรี่ที่อึดระดับตำนาน! HONOR X9d 5G เปิดตัวด้วยราคา 11,990 บาท realme C85 5G อีกหนึ่งรุ่นที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหามือถือที่ไม่ได้แค่ "อึด" แต่คือ "โคตรอึดระดับตำนาน" แถมแบตเตอรี่ก็มหาศาลใช้ได้ข้ามวันข้ามคืน ต้องกรี๊ดให้กับ realme C85 5G ตัวนี้เลย! เริ่มกันที่หน้าจอ LCD ขนาด 6.8 นิ้ว ที่มาพร้อมรีเฟรชเรท 144Hz ลื่นไหลไม่แพ้ใคร แถมยังสู้แดดได้สบายเพราะความสว่างสูงสุดถึง 1,200 นิต พร้อมเทคโนโลยี DC Dimming ช่วยถนอมสายตาให้คุณเล่นได้ยาวๆ สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นแบบไร้คู่แข่งคือความทนทานสุดขั้ว เพราะมันผ่านมาตรฐานกันกระแทกระดับทหาร MIL-STD 810H! ไม่ว่าจะตกกระแทกก็รอด แถมยังกันน้ำกันฝุ่นจัดเต็มทั้ง IP69K, IP69, IP68 และ IP66 จะโดนฝน โดนละอองน้ำ หรือจะเผลอทำตกน้ำลึก 6 เมตรนาน 30 นาที ก็ยังใช้งานได้ต่อ! สำหรับแบตเตอรี่ก็จัดหนักด้วยความจุ 7,000mAh ที่ realme เคลมว่าถ้าใช้งานไปแล้ว 12 ชั่วโมง แบตเตอรี่ยังเหลือถึง 50% และรับประกันอายุการใช้งานยาวนานถึง 6 ปี! พร้อมรองรับชาร์จไว 45W และมีระบบ Bypass Charging ที่ช่วยลดความร้อนขณะเล่นเกมไปชาร์จไป และยังสามารถใช้ชาร์จย้อนกลับให้อุปกรณ์อื่นได้อีก 6.5W เรียกได้ว่าอึด แกร่ง และใจกว้างสุดๆ ไปเลย ส่วนประสิทธิภาพการทำงานนั้นหายห่วง ด้วยขุมพลังชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6300 ที่พร้อมให้คุณใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ได้อย่างราบรื่น จับคู่กับ RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสูงสุด 256GB ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ realme UI 6.0 บนพื้นฐาน Android 15 ในส่วนของกล้องก็ไม่น้อยหน้า ถึงแม้จะมีกล้องหลังตัวเดียวความละเอียด 50MP เซนเซอร์ Sony IMX852 แต่ก็ให้ภาพที่คมชัดสวยงามเกินราคา พร้อมกล้องหน้า 8MP และรองรับการถ่ายวิดีโอ 1080p ที่ 30fps แถมยังมาพร้อมฟีเจอร์ AI สุดล้ำ AI Edit Genie เหมือนกับรุ่นพี่ ทำให้คุณสามารถแก้ไขรูปภาพด้วย AI ได้อย่างครบครัน จะลบวัตถุที่ไม่ต้องการ หรือปรับภาพให้ดูดีขึ้นก็ทำได้ง่ายๆ ในพริบตา นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพงเดี่ยวที่รองรับการเพิ่มเสียงระดับ 400% และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มข้างตัวเครื่อง ทำให้ realme C85 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่ทั้งอึด ถึก ทน และแบตเตอรี่อยู่ได้นานจนลืมที่ชาร์จไปเลย! realme C85 5G เปิดตัวด้วยราคา 6,999 บาท HUAWEI nova 14 Series HUAWEI nova 14 Series ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน โดยเปิดตัวมาทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ HUAWEI nova 14 Ultra, nova 14 Pro และ nova 14 แต่สำหรับในไทยจะมีวางจำหน่ายเฉพาะ 2 รุ่นหลังเท่านั้น โดยมีจุดเด่นด้านดีไซน์ที่สวยหรูดูพรีเมียม และด้านการถ่ายภาพอันเป็นจุดเด่นของค่ายนี้อยู่แล้ว ซึ่งแต่ละรุ่นมีรายละเอียดดังนี้ HUAWEI nova 14 Pro HUAWEI nova 14 Pro รุ่นนี้กลับมาเขย่าวงการสมาร์ทโฟนอีกครั้งด้วยดีไซน์สุดล้ำและสเปคที่เน้นการถ่ายภาพและประสบการณ์พรีเมียม! ตัวเครื่องยังคงความบางเบาและโดดเด่นตามสไตล์ nova แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือหน้าจอ OLED ที่คมชัด สีสันสดใสจัดจ้านเต็มตา พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ที่ทำให้การปัดนิ้วหรือเล่นเกมไหลลื่นไม่มีสะดุด และแน่นอนว่ารุ่นนี้มักจะมาพร้อมเทคโนโลยี Kunlun Glass ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานต่อรอยขีดข่วนและการตกกระแทก ทำให้มือถือของคุณสวยทนทานนานกว่าใคร! ส่วนเรื่องพลังงานก็หายห่วง เพราะรุ่น Pro ย่อมมาพร้อมแบตเตอรี่ 5500mAh ที่อึดกว่าเดิมและเทคโนโลยี HUAWEI SuperCharge 100W ที่ชาร์จเร็วทันใจ ไม่ต้องรอนานให้เสียอารมณ์ และคาดว่ามาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่อัปเกรดขึ้น ให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ แต่ทีเด็ดที่ทำให้สาวกโซเชียลต้องตาลุกวาวคือ ชุดกล้องหน้าที่ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด! HUAWEI มักจะใส่กล้องหน้าแบบ Dual Camera มาในรุ่น Pro พร้อมฟีเจอร์ที่เรียกว่า "ซูมได้" ด้วยเลนส์ Ultra-wide และเทคโนโลยี Auto-Focus ที่ทำให้คุณเซลฟี่ได้อย่างคมชัดทุกระยะ 50MP+8MP แถมยังซูมภาพหมู่ได้แบบไม่ตกขอบ ส่วนกล้องหลังนั้นก็ไม่ยอมแพ้ คาดว่าจะมาพร้อมเซนเซอร์ความละเอียดสูงระดับ 50MP ขึ้นไป พร้อมระบบประมวลผลภาพ XMAGE ที่ช่วยให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือภาพ Portrait สวยมีมิติยิ่งกว่าเดิม! ด้านขุมพลังก็คาดว่าจะใช้ชิปเซ็ต Kirin 8020 ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในซีรีส์นี้ ทำให้การเล่นเกมและการใช้งานแอปพลิเคชันหนักๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ก็ถูกพัฒนาให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างเต็มที่ มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ฉลาด และเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของ HUAWEI ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ HUAWEI nova 14 Pro ไม่ใช่แค่มือถือ แต่คืออุปกรณ์คู่ใจที่พร้อมให้คุณสร้างสรรค์คอนเทนต์และใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัวที่สุด! HUAWEI nova 14 Pro เปิดตัวที่ราคา 18,990 บาท HUAWEI nova 14 HUAWEI nova 14 กลับมาพร้อมความลงตัวที่ทุกคนรักในซีรีส์ nova นั่นคือดีไซน์ที่ดูดีมีสไตล์ ตัวเครื่องบางเบาจับถนัดมือ และสีสันสดใสที่สะท้อนความเป็นแฟชั่นโฟนได้อย่างชัดเจน! รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอคุณภาพสูงแบบ OLED ที่ให้สีสันที่สดใสและความดำที่ลึกสมจริง ขนาดกำลังดีสำหรับการใช้งานทั่วไป พร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ทำให้การไถฟีดโซเชียลหรือดูวิดีโอเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด แถมยังมาพร้อมระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือใต้หน้าจอเพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบาย ส่วนเรื่องพลังงานก็ไว้ใจได้ ด้วยแบตเตอรี่ความจุ 5500 mAh เพียงพอต่อการใช้งานตลอดวัน พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 100W ที่จะช่วยเติมพลังกลับมาได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเฝ้าเครื่องชาร์จนานๆ ทำให้ HUAWEI nova 14 เป็นเพื่อนร่วมทางที่พร้อมไปกับคุณได้ทุกที่อย่างมีสไตล์และไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด หัวใจสำคัญของ HUAWEI nova 14 อยู่ที่ประสิทธิภาพกล้องและการประมวลผลที่ฉลาดขึ้น! คาดการณ์ว่ารุ่นนี้จะมาพร้อมกับกล้องหลังหลักความละเอียดสูงถึง 50MP ที่ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพ XMAGE อันเป็นเอกลักษณ์ของหัวเว่ย ทำให้ภาพถ่ายของคุณไม่ว่าจะเป็นวิวทิวทัศน์หรือภาพอาหารก็สวยคมชัด มีมิติ และเก็บรายละเอียดในที่แสงน้อยได้ดีเยี่ยม ส่วนกล้องหน้าก็จัดความละเอียดมาให้สูงถึง 50MP ที่เน้นการถ่ายเซลฟี่ให้ผิวสวยเนียนและเป็นธรรมชาติที่สุด ส่วนเรื่องการประมวลผลก็หายห่วง เพราะรุ่นนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 8000 ที่มอบความเร็วและความเสถียรสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดแอปพลิเคชัน การเล่นเกมเบาๆ หรือการสลับไปมาระหว่างหลายแอปพลิเคชัน ก็ทำได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด ด้วยระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายและปลอดภัย ทำให้ HUAWEI nova 14 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสมดุลระหว่างแฟชั่น ประสิทธิภาพกล้องที่เชื่อถือได้ และความคุ้มค่าอย่างลงตัว! HUAWEI nova 14 เปิดตัวที่ราคา 14,990 บาท Infinix HOT 60i 5G Infinix Hot 60i 5G เปิดตัวมาเขย่าตลาดด้วยราคาสุดเบาหวิว แต่สเปคที่ให้มานั้นเกินราคาไปมากโขเลยทีเดียว! หัวใจหลักคือการประมวลผลด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6400 5G ที่ทำให้การใช้งานไหลลื่นไม่มีสะดุด รองรับสัญญาณ 5G ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเล่นเกม ดูวิดีโอ หรือสลับแอปพลิเคชันก็ทำได้อย่างรวดเร็วทันใจ นอกจากความแรงแล้ว สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นคือ แบตเตอรี่ความจุ 6,000mAh ที่อึดแบบสุดๆ Infinix เคลมว่าสามารถโทรสนทนาได้นานกว่า 41 ชั่วโมงต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง! และแม้จะรองรับการชาร์จ 18W แต่อย่างน้อยก็มีฟีเจอร์ชาร์จย้อนกลับผ่านสายให้เพื่อนๆ ได้อีกด้วย ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์ฝาหลังที่ดูพรีเมียมเกินราคา แถมยังมีความทนทานต่อฝุ่นและน้ำในระดับ IP64 ให้คุณใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวละอองน้ำหรือฝุ่นเข้า ส่วนประสบการณ์การใช้งานก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ด้วยหน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.75 นิ้ว ที่มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 120Hz ทำให้ทุกการปัดและการสัมผัสเป็นไปอย่างสมูทและรวดเร็ว แม้ว่าความละเอียดจะเป็น HD+ แต่ก็ให้ความสว่างสูงสุดที่ 670 นิต ทำให้ใช้งานกลางแจ้งได้ในระดับที่น่าพอใจ ดีไซน์กล้องหน้าแบบติ่งหยดน้ำ พร้อมกล้องหน้า 5MP และกล้องหลังความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.6 ที่มีโหมดถ่ายภาพและฟีเจอร์ AI ช่วยแก้ไขรูปภาพให้สวยงามอย่างครบครัน ที่สำคัญคือให้หน่วยความจำมาถึง RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 256GB ซึ่งสามารถเพิ่ม microSD Card ได้สูงสุดถึง 2TB เลยทีเดียว พร้อมพอร์ตหูฟัง 3.5 มม. ที่ยังคงมีมาให้ และระบบปฏิบัติการ XOS 15.1 บนพื้นฐาน Android 15 ทำให้ Infinix Hot 60i 5G เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนที่ต้องการมือถือ 5G สเปคดี แบตอึด และราคาคุ้มค่าที่สุดในงบประมาณห้าพันนิดๆ! Infinix Hot 60i 5G เปิดตัวที่ราคา 5,199 บาท Samsung Galaxy Tab A11+ 2025 และปิดท้ายด้วยแท็บเล็ตโทรได้อย่าง Samsung Galaxy Tab A11+ ที่บอกเลยว่านี่ไม่ใช่แค่แท็บเล็ตธรรมดา แต่เป็นมัลติฟังก์ชันสุดคล่องตัวที่สามารถ โทรออก รับ-ส่ง SMS และ OTP ได้ครบจบในเครื่องเดียว เหมือนเป็นมือถือจอใหญ่เลยทีเดียว! ดีไซน์ตัวเครื่องก็ทำออกมาได้พรีเมียมทันสมัย บางเบา พกพาสะดวก พร้อมหน้าจอใหญ่เต็มตาถึง 11 นิ้ว เพื่อการเรียน การทำงาน และความบันเทิงที่เต็มอิ่ม ส่วนเรื่องความอึดนั้นหายห่วง เพราะรุ่นนี้จัดแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 7,040mAh มาให้ใช้งานกันยาวๆ ต่อเนื่องไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมด แถมยังรองรับระบบชาร์จเร็ว 25W Fast Charging ที่ช่วยลดเวลาในการรอชาร์จไปได้เยอะมาก ที่สำคัญที่สุดคือ Samsung ใจป้ำสุดๆ ด้วยการ รับประกันอัปเดตซอฟต์แวร์ (OS) สูงสุดถึง 7 เวอร์ชัน และอัปเดตความปลอดภัยต่อเนื่องนานถึง 7 ปี! มั่นใจได้เลยว่าซื้อไปแล้วจะใช้งานได้ยาวนานหลายปีแบบไม่ตกเทรนด์แน่นอน Galaxy Tab A11+ ไม่ได้มีดีแค่ความอึดและอายุยืนยาวเท่านั้น แต่ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์ระดับเรือธงที่พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานแท็บเล็ตของคุณไปอีกขั้น! ตัวเครื่องทำงานบน One UI 8 บนพื้นฐาน Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง พร้อมรองรับฟีเจอร์เด็ดอย่าง Samsung DeX รุ่นล่าสุด ที่เปลี่ยนแท็บเล็ตให้กลายเป็นหน้าจอเดสก์ท็อปเพื่อการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าเดิมหลายเท่า นอกจากนี้ยังตามเทรนด์ AI ได้ทัน ด้วยการใส่ฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง Gemini และ Circle to Search with Google มาให้ใช้ได้ทันที เพิ่มความสะดวกสบายในการค้นหาและจัดการข้อมูลได้อย่างฉลาดขึ้นไปอีกขั้น! ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือความบันเทิง รุ่นนี้ก็พร้อมจัดเต็มให้คุณแบบเต็มอรรถรส ด้วยอัตรารีเฟรชหน้าจอ 90Hz ที่ลื่นไหล และระบบลำโพงถึง 4 ตัว ให้เสียงรอบทิศทางเต็มอิ่มทุกการรับชมและเล่นเกม ด้วยสเปคที่ครบเครื่องขนาดนี้ พร้อมราคาที่คุ้มค่าและโปรโมชันเปิดตัวสุดพิเศษ บอกเลยว่านี่คือแท็บเล็ตที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว! Samsung Galaxy Tab A11+ เปิดตัวด้วยราคา 9,990 บาท (5G) และ 7,990 บาท (Wi-Fi) และย้ำอีกเช่นเคย ใครที่สนใจรุ่นไหน สามารถไปสัมผัสเครื่องจริงพร้อมส่วนลดโดนใจกันได้ที่ True Shop ทุกสาขาใกล้บ้านเลย สำหรับวันนี้ก็ต้องขอจบการแนะนำเพียงเท่านี้ จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ :)

รู้จัก "Heated Rivalry" ซีรีส์กีฬาดุเดือด(...สยิว 18+) เป็นกระแสร้อนแรงส่งท้ายศักราช
อ่าน

รู้จัก "Heated Rivalry" ซีรีส์กีฬาดุเดือด(...สยิว 18+) เป็นกระแสร้อนแรงส่งท้ายศักราช

กลายเป็นซีรีส์ใหม่รสชาติร้อนแรงมาก ๆ ในช่วงปลายปี 2025 ที่ได้รับความนิยมและเป็นการกล่าวถึงในโซเชียลมีเดียแรงไปทั่วโลกจริง ๆ สำหรับซีรีส์แนวโรแมนติกกีฬาจากแคนาดา ที่ชื่อว่า "Heated Rivalry" ที่เป็นซีรีส์แนวกีฬาที่โยงใยถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนและเร่าร้อนของนักกีฬาหนุ่ม LGBTQ ในทีมฮอกกี้ ได้กลายเป็นหนึ่งในซีรีส์สุดแซ่บที่ดัดแปลงสร้างมาจากนิยายเล่มดัง แต่ความสยิวในเนื้อหาของซีรีส์เรื่องนี้ได้ช่วยผลักดันให้กลายเป็นความนิยมแบบพุ่งปรี๊ด เปิดวาร์ปและทำความรู้จัก 10 นักแสดงซีรีส์ "Heated Rivalry ศึกฮอกกี้เดือด(รัก)เร่าร้อน Heated Rivalry เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร Heated Rivalry เป็นซีรีส์ที่หยิบเอานิยายชุด Game Changers ที่เป็นผลงานขายดีของนักเขียน เรเชล รี้ด ที่ปัจจุบันนิยายชุดนี้ได้ตีพิมพ์ออกมาแล้ว 6 ภาค และเนื้อหาในซีรีส์เป็นการหยิบเอานิยายเล่มที่ 2 มาสร้าง ที่เป็นการเล่าถึงความสัมพันธ์ของ 2 นักกีฬาฮอกกี้อาชีพ เชน ฮอลแลนเดอร์ กับ อิลยา โรซานอฟ ที่ต่างฝ่ายต่างเป็นผู้เล่นในทีมคู่แข่งกัน ระหว่าง ทีมมอนทรีออล เมโทรส กและ บอสตัน เรเดอร์ส เมื่อถึงเวลาลงแข่งขันในสนามเมื่อใด พวกเขามักจะต่อกรทำคะแนนให้ทีมอย่างดุเดือด แต่ว่าเมื่อเสร็จสิ้นแมตซ์ที่ต้องประลองกันแล้ว เชน กับ อิลยา ก็มักจะพัฒนาความสัมพันธ์ทางกายร่วมกันในฐานะเพื่อนร่วมสัมพันธ์ทางเซ็กส์ พวกเขาดำรงความสัมพันธ์ลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางอาชีพและเสียงชื่อที่พัฒนายิ่งขึ้น กลายเป็นจุดที่้เริ่มผกผันและท้าทายความสัมพันธ์ส่วนตัวแบบลับ ๆ ของพวกเขาในที่สุด ทีมนักแสดง-ทีมผู้สร้างในซีรีส์ Heated Rivalry ซีรีส์ Heated Rivalry เป็นซีรีส์สัญชาติแคนาดา จากฝีมือผู้จัด "เจคอบ เทียร์นีย์" นักแสดงและนักสร้างชื่อดัง จากซีรีส์ Letterkenny และหนัง The Death Life of John F. Donovan โดยเขายังรับหน้าที่เขียนบทละครและช่วยกำกับซีรีส์เรื่องนี้ด้วย โดยซีซันแรกของซีรีส์เรื่องนี้ ผลิตออกมาทั้งหมด 6 ตอน ทีมนักแสดงของซีรีส์ Heated Rivalry ต่างเป็นนักแสดงดาวรุ่งที่ยังไม่มีชื่อเสียงมากนัก ผสมผสานทั้งนักแสดงฝั่งแคนาดาและฝั่งอเมริกา "ฮัดสัน วิลเลียมส์" รับบทเป็น เชน ฮอลแลนเดอร์ เขาคือนักแสดงชาวแคนาเดียน ที่เพิ่งจะเดบิวต์ผลงานเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา และซีรีส์เรื่องนี้ก็กลายเป็นผลงานแจ้งเกิดให้กับเขาโดยปริยาย "คอนเนอร์ สตอร์รี" รับบทเป็น อิลยา กริกอรเยวิช นักแสดงหนุ่มชาวอเมริกัน ที่เคยเก็บประสบการณ์เล่นหนังสั้นและรับบทตัวประกอบในหนังมาหลายเรื่อง แต่ซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้แจ้งเกิดให้กับเขาเช่นกัน "ฟร็องซัวส์ อาร์โนด์" รับบทเป็น สก็อต ฮันเตอร์ ดาราหนุ่มเจ้าเสน่ห์จากแคนาดา ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเกือบ 20 ปี มีผลงานหนังและซีรีส์ในเครดิตอยู่หลายเรื่อง "ร็อบบี้ จี.เค." รับบทเป็น คริสโตเฟอร์ 'คิป' กราดี บาริสต้าหนุ่มช่างฝัน ที่เขาคือดาราหนุ่มสายซีรีส์ที่เข้าวงการมาตั้งแต่วัยรุ่น เมื่อต้นปีเขาก็เพิ่งจะมีซีนเล็ก ๆ ใน Overcompensating ซีรีส์ LGBTQ เรื่องดังอีกเรื่องมาก่อน กระแสตอบรับฟีเวอร์ของ Heated Rivalry ซีรีส์ Heated Rivalry เดิมทีจะเป็นซีรีส์ที่ออกอากาศผ่านช่องทางสตรีมมิงท้องถิ่นของแคนาดา อย่าง Crave เท่านั้น แต่ปรากฏว่า HBO Max ของอเมริกาและออสเตรเลีย ได้ประกาศลิขสิทธิ์ออกอากาศทั่วโลก และเมื่อถึงวันพรีเมียร์ฉายที่ทำการออนแอร์ 2 ตอนแรกในวันแรก ซีรีส์ได้กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงในโซเชียลมีเดียเป็นอย่างมาก โดยที่กระแสรีวิวบนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes กวาดคะแนนเฉลี่ยได้สูงถึง 95% พร้อมกับกวาดเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก แฟน ๆ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า Heated Rivalry ฉบับซีรีส์เป็นการดัดแปลงสร้างจากนิยายที่ออกมาได้ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบ แม้ว่าจะมีเนื้อหาที่ล่อแหลมและวาบหวิวในทุก ๆ ตอน แต่เนื้อหาของซีรีส์เก็บรายละเอียดได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่เพียงเท่านั้น Heated Rivalry ยังกอบโกยยอดวิวจากผู้ชมได้อย่างน่าประทับใจ โดยซีรีส์ผงาดขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ของซีรีส์ยอดนิยมของ HBO Max อเมริกา หลังจากเดบิวต์ฉายในสัปดาห์แรก เป็นรองแค่เพียงซีรีส์ It: Welcome to Derry ที่ได้รับความนิยมอยู่อีกเรื่อง และยังติดชาร์ตความนิยมที่ออสเตรเลียเช่นเดียวกัน ซ้ำยังขึ้นแท่นเป็นซีรีส์ออริจินัลของ Crave ที่มียอดผู้ชมสูงสุดตลอดกาลด้วย นั่นทำให้ล่าสุดได้ไฟเขียวสร้างต่อในซีซัน 2 แล้ว สำหรับแฟน ๆ ชาวไทย ติดตามชมซีรีส์ Heated Rivalry ที่จะออกอากาศแบบถูกลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ทาง HBO Max ทุกวันศุกร์ เริ่มวันที่ 19 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป ห้ามพลาด! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Hell’s Kitchen Thailand ss2 EP.9 : 10 ผู้เข้าแข่งขันช็อก เปิดครัว 2 รอบ ทั้งเครียด ทั้งกดดัน
อ่าน

Hell’s Kitchen Thailand ss2 EP.9 : 10 ผู้เข้าแข่งขันช็อก เปิดครัว 2 รอบ ทั้งเครียด ทั้งกดดัน

Hells Kitchen Thailand ss2 EP.9 : กลับมาเขย่าวงการอาหารไทยให้ลุกเป็นไฟอีกครั้ง! กับรายการเรียลลิตี้แข่งขันทำอาหารสุดโหดระดับโลก ของบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด โดยมี 4 กรรมการ เชฟป้อม ม.ล.ขวัญทิพย์ เทวกุล, เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย, เชฟวิลเมนต์ ลีออง, เชฟอ๊อฟ ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ เป็นผู้เฟ้นหา Head Chef มืออาชีพคนต่อไป Hells Kitchen Thailand ss2 EP.9 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD ไม่มีคำว่าแผ่วเลยจริง ๆ โดยเฉพาะการแข่งใน Hells Kitchen Restaurant สัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองทีมถึงกับเกิดอาการช็อก แทบจะล้มทั้งยืน เมื่อความโหดถูกอัพเลเวลเพราะจะต้องเปิดครัวถึง 2 รอบด้วยกัน โดยจะเป็นการเปิดร้านขายอาหารในรูปแบบ delivery online เพิ่มจากรอบปกติ เมื่อทั้ง 2 ทีมรู้ว่าวันนี้จะต้องเปิดครัวทำอาหารถึง 2 รอบถึงกับร้องโอดครวญ เพราะการเปิดครัวแต่ละรอบนั้นมันค่อนข้างที่จะหนักและเหนื่อยมาก ถ้าจะต้องเปิดเพิ่มอีกรอบเป็นอะไรที่โหดสุด ๆ งานนี้บอกเลยว่าทำเอาขี้แตกขี้แตนกันเป็นแถว แถมการเปิดร้านรูปแบบ delivery online ยังจะต้องถูกกดดันเรื่องของเวลาอีก จึงทำให้ทั้งสองทีมต่างเร่งรีบกันสุด ๆ เพื่อให้ทันกับการมารับของพนักงานส่งของ จนเกิดความชุลมุนวุ่นวายกันบ้างแต่ทั้งสองทีมก็รีบแก้ปัญหากันอย่างโดยด่วน ซึ่งการเปิดครัวทั้ง 2 รอบในแบบ delivery online และรอบปกติ ทั้งสองทีมต่างก็เจอกับอุปสรรคที่ไม่ยิ่งหย่อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะเรื่องของความกดดันและความเครียดต่างพยายามทุ่มเทและหาทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ไม่ถูกปิดครัว แต่สุดท้ายแล้วใครจะแกร่งพอที่จะยืนหยัดอยู่ได้ ติดตามชมความดุเดือดเร้าใจของ Hells Kitchen Thailand Season 2 ได้ในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.00 น.ทางช่อง 7HD ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD

มือถือใหม่ Thailand Mobile Expo 2025 คัดรุ่นใหม่น่าใช้ ที่จะมาในงานนี้
อ่าน

มือถือใหม่ Thailand Mobile Expo 2025 คัดรุ่นใหม่น่าใช้ ที่จะมาในงานนี้

ใกล้เข้ามาแล้วครับ สำหรับงาน Mobile Expo 2025 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 2326 ตุลาคม 2568 ณ. ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ที่เดินทางสะดวกทั้งรถส่วนตัว หรือรถไฟฟ้าก็ง่ายเช่นกัน กลับมาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีเลยครับ เพราะจะเป็นงานทิ้งท้ายงานใหญ่ปลายปี ที่เหล่าผู้ผลิตต่างขนดีลเด็ด โปรโมชั่นโดน และของแถมเพียบตามแบบฉบับงานโมบายล์อีกเช่นเคย งาน Thailand Mobile Expo 2025 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดครั้งนี้ เรา True ID ได้รวบรวมไฮไลต์สำคัญของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่หลายรุ่นจะมาวางขายที่งานนี้เป็นที่แรก วันนี้เราคัดมาให้เน้นๆ แล้วกับ 30 รุ่นเด็ดที่จะมาแน่ในงานนี้ ใครกำลังเล็งมือถือรุ่นใหม่อยู่ เดินงานนี้น่าจะได้เสียเงินกันล่ะ ไปติดตามกันเลย iPhone 17 Pro Max iPhone 17 Pro Max คือเรือธงที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปิดตัวด้วยดีไซน์ตัวเครื่องแบบชิ้นเดียวที่ขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมสุดแกร่ง พร้อมขุมพลัง ชิป A19 Pro ที่เร็วสุดขั้ว และเสริมด้วยเทคโนโลยี Vapor Chamber ช่วยระบายความร้อน ทำให้สามารถรักษาระดับประสิทธิภาพของ CPU และ GPU ได้นานต่อเนื่องสูงสุดถึง 40%! สำหรับสายกล้องก็ไม่ผิดหวัง เพราะมาพร้อมระบบกล้องหลัง 48MP ระดับโปรที่ซูมได้โหดขึ้นถึง 8 เท่าแบบออปติคัล ให้คุณเก็บรายละเอียดได้คมชัดกว่าเดิม และไฮไลต์เด็ดที่ทุบสถิติคือแบตเตอรี่ที่อึดที่สุดในตระกูล iPhone สามารถ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุดถึง 37 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ปิดท้ายด้วยการอัปเกรดซอฟต์แวร์สู่ iOS 26 และฟีเจอร์อัจฉริยะ Apple Intelligence ที่ช่วยอำนวยความสะดวกตั้งแต่การสร้างสรรค์ภาพไปจนถึงการแปลภาษาสดเลยทีเดียว iPhone 17 iPhone 17 มาพร้อมการอัปเกรดที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าจอ Super Retina XDR ขนาด 6.3 นิ้ว ที่สว่างสุดๆ และได้นำเทคโนโลยี ProMotion 120Hz มาใช้ในรุ่นมาตรฐานเป็นครั้งแรก ทำให้การแสดงผลลื่นไหลยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความทนทานด้วยกระจก Ceramic Shield 2 ที่ทนการขีดข่วนได้ดีกว่าเดิมถึง 3 เท่า! ด้านประสิทธิภาพใช้ชิป A19 ที่เร็วแรงและมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวัน นอกจากนี้ยังอัปเกรดระบบกล้องหลักเป็น Fusion คู่ 48MP และกล้องหน้าใหม่ Center Stage 18MP ที่สามารถจัดเฟรมภาพเซลฟี่กลุ่มได้อย่างชาญฉลาด ปิดท้ายด้วยการมาพร้อม iOS 26 และคุณสมบัติ Apple Intelligence ที่มีประโยชน์มากมาย เช่น การแปลภาษาสดและการสร้าง Genmoji ที่เปลี่ยนประสบการณ์การใช้งาน iPhone ไปอีกขั้น Samsung Galaxy S25 Ultra Samsung Galaxy S25 Ultra คือสุดยอดสมาร์ทโฟนที่รวมพลังแห่งนวัตกรรมไว้ครบถ้วน โดยมีไฮไลต์เด่นอยู่ที่การเป็นผู้นำเข้าสู่ยุค AI ในมือถือ (Galaxy AI) ที่ช่วยให้การทำงานในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นมาก เช่น การทำงานหลายแอปพร้อมกันด้วยการสั่งการง่ายๆ ผ่าน Google Gemini เพียงแค่กดแล้วพูด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้อง AI ProVisual Engine ที่ล้ำหน้าที่สุด เพื่อให้ได้ฟุตเทจที่คมชัดแม้ในที่แสงน้อย, ขับเคลื่อนด้วย หน่วยประมวลผลทรงพลังที่สร้างมาเพื่อ Galaxy โดยเฉพาะ, และมี อายุแบตเตอรี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งใช้งานได้ยาวนานทุบสถิติถึง 37 ชั่วโมงสำหรับการเล่นวิดีโอ, ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ดีไซน์ที่ ประณีตบรรจง ด้วย เฟรมไทเทเนียม ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ และปากกา S Pen ในตัวหนึ่งเดียวในตลาด Samsung Galaxy S25 FE Samsung Galaxy S25 FE มาพร้อมการอัปเกรดที่คุ้มค่าเพื่อมอบประสบการณ์ระดับเรือธงในราคาที่เข้าถึงได้ โดยโดดเด่นด้วยหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X 120Hz ขนาด 6.7 นิ้ว ที่คมชัดและลื่นไหล, ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Samsung Exynos 2400 (Deca-Core) ที่ให้ประสิทธิภาพสูง รองรับวิดีโอ 8K และมีกล้องหลังระดับโปรความละเอียด 50MP + 12MP + 8MP พร้อม Optical Zoom 3x และ OIS กันสั่น ที่สำคัญคือมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,900 mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน รองรับการชาร์จเร็ว 45W (แบบมีสาย) และ 15W (ไร้สาย) พร้อมคุณสมบัติกันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP68 ที่ช่วยให้คุณมั่นใจในการใช้งานในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะภายใต้ Galaxy AI มากมาย รวมถึง Google Gemini, Photo Assist และฟีเจอร์แก้ไขภาพอื่นๆ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสเปกแรง กล้องเทพ และฟีเจอร์ AI ครบครัน Samsung Galaxy A56 5G Samsung Galaxy A56 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่มอบความสามารถที่โดดเด่นในซีรีส์ Galaxy A โดยมีไฮไลต์ที่หน้าจอแสดงผล FHD+ Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ที่มาพร้อมกับ Vision Booster เพื่อความสว่างสูงสุด 1,200 nits ทำให้รับชมได้อย่างยอดเยี่ยมทุกสภาพแสง, ตัวเครื่องมีความทนทานสูงด้วย เฟรมโลหะ และกระจก Corning Gorilla Glass Victus+ พร้อมมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IP67 ภายในขับเคลื่อนด้วย หน่วยประมวลผล Octa-core ระดับเน็กซ์เจนพร้อมระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ทำให้การเล่นเกมและการมัลติทาสก์ลื่นไหล, มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 mAh ที่สามารถรับชมวิดีโอได้นานถึง 29 ชั่วโมง, และยังมีคุณสมบัติอัจฉริยะอย่าง "วงเพื่อค้นหาด้วย Google" และฟีเจอร์กล้อง Object Eraser ที่ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณไร้ที่ติ Xiaomi 15 Ultra Xiaomi 15 Ultra คือสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ยกระดับการถ่ายภาพไปอีกขั้น ด้วยระบบ กล้องสี่ตัวแห่งอนาคตจาก Leica ที่มีไฮไลต์คือ กล้องหลัก 1 นิ้ว พร้อมเลนส์ออปติคอล Summilux จาก Leica และกล้อง Ultra Telephoto 200MP ใหม่ล่าสุด ที่ให้ช่วงซูมครอบคลุมตั้งแต่ 14 มม. ถึง 200 มม. พร้อมรูรับแสงที่กว้างในทุกความยาวโฟกัส ซึ่งช่วยให้สามารถเก็บภาพยามค่ำคืนและรายละเอียดจากระยะไกลได้อย่างเหนือระดับ ขุมพลังของเครื่องมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite ที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิต 3nm เพื่อประสิทธิภาพที่ล้ำหน้า พร้อมทำงานบน Xiaomi HyperOS 2 ที่ขับเคลื่อนด้วย Xiaomi HyperAI เพื่อสร้าง Ecosystem อัจฉริยะ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีดีไซน์ที่งดงามและทนทานด้วยโครงสร้าง Xiaomi Guardian Structure ที่ใช้เฟรมอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูงและปกป้องด้วย Xiaomi Shield Glass 2.0 Xiaomi 15T Pro Xiaomi 15T Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในด้านประสิทธิภาพและการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบ กล้อง Leica สามตัว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มี เลนส์เทเลโฟโต้ Leica 5x Pro พร้อมออปติคัลซูม 5 เท่า และซูมระดับออปติคัลสูงสุด 10 เท่า พร้อมกล้องหลัก 50MP Light Fusion 900 ที่ใช้เลนส์ Summilux จาก Leica ซึ่งมีรูรับแสงกว้างและเซนเซอร์ไดนามิกเรนจ์สูงถึง 13.5EV ทำให้เก็บรายละเอียดแสงและเงาได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้ในที่แสงน้อย ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ และมาพร้อมจอถนอมสายตาขนาด 6.83 นิ้ว ที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz เพื่อการแสดงผลที่ลื่นไหล นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,500mAh ที่ใช้งานได้ยาวนาน และรองรับระบบชาร์จเร็ว HyperCharge 90W (แบบมีสาย) และ 50W (แบบไร้สาย) ทำให้คุณพร้อมใช้งานอยู่เสมอ Redmi A5 Redmi A5 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่เน้นมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่าย โดยมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.88 นิ้ว ที่ให้อัตราการรีเฟรชสูงถึง 120Hz และรองรับ DC dimming รวมถึงใบรับรองสามใบจาก TV Rheinland เพื่อการถนอมสายตา ทำให้ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์และการอ่านลื่นไหลและสบายตา ภายในขับเคลื่อนด้วย โปรเซสเซอร์ Octa-core รุ่นใหม่ที่มอบประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 83% พร้อมรองรับการขยาย RAM แบบไดนามิกสูงสุด 8GB เพื่อความราบรื่นในการใช้งาน ด้านการถ่ายภาพมาพร้อม กล้องคู่ AI 32MP ที่มีเซ็นเซอร์กล้องใหญ่ขึ้น สามารถจับแสงได้มากขึ้น 18% ทำให้ถ่ายภาพยามค่ำคืนได้ดีขึ้น และโดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,200mAh ที่รองรับการชาร์จเร็ว 15W ซึ่งสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 1.45 วันสำหรับการใช้งานทั่วไป vivo X200 Pro vivo X200 Pro ถูกสร้างมาเพื่อเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่โดดเด่นด้านการถ่ายภาพและประสิทธิภาพ ด้วยระบบกล้องที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS ซึ่งมีไฮไลต์คือ กล้องเทเลโฟโต้ ZEISS APO คมชัด 200MP พร้อมเซนเซอร์ขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ซูมได้ถึง 100x และถ่ายภาพในโหมดต่าง ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง เช่น เทเลโฟโต้พอร์ตเทรตที่สมบูรณ์แบบ, และ กล้องหลัก ZEISS สีสันเที่ยงตรง 50MP พร้อมเซนเซอร์ vivo Sony LYT-818 เพื่อภาพถ่ายที่คมชัดและสีสันแม่นยำ ภายในขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง MediaTek Dimensity 9400 ขนาด 3 นาโนเมตร เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า พร้อมชิปประมวลผลภาพและวิดีโอ vivo V3+ นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสุดอึดถึง 6,000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Semi-Solid ที่ทนทานต่อสภาวะอุณหภูมิ และมีดีไซน์ที่หรูหราด้วยหน้าจอ Quad Curved ที่เสริมความแข็งแกร่งด้วย กระจก Armor Glass vivo V60 vivo V60 คือสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่มุ่งเน้นประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตขั้นสูงและแบตเตอรี่ที่ทนทานเป็นพิเศษ โดยมีไฮไลต์ที่ระบบกล้อง ZEISS ระดับโปร ประกอบด้วย กล้องหลัก ZEISS OIS 50MP และ กล้องซูเปอร์เทเลโฟโต้ ZEISS 50MP ที่มีโครงสร้างแบบปริทรรศน์ พร้อมระบบกันสั่น OIS ซึ่งสามารถรองรับ พอร์ตเทรต ZEISS หลายระยะโฟกัส ได้ถึง 5 ระยะ และมีโหมด เทเลโฟโต้ซูมเวที 10x เพื่อเก็บภาพได้คมชัดแม้ในระยะไกล ด้านพลังงานโดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 6,500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 90W FlashCharge นอกจากนี้ยังมาพร้อมการป้องกันที่ครอบคลุมด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และ IP69 และมีฟีเจอร์ AI ช่วยปรับแต่งภาพถ่าย เช่น AI พอร์ตเทรต 4 ฤดู และ AI ช่วยลบวัตถุในภาพ iQOO 13 5G iQOO 13 5G คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกมและการใช้งานหนัก โดยมาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับเรือธง Snapdragon 8 Elite Mobile Platform ที่ใช้กระบวนการผลิต 3 นาโนเมตร และสถาปัตยกรรมคอร์ขนาดใหญ่ทั้งหมด 2+6 ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 45% และประหยัดพลังงานมากขึ้น 44% พร้อมระบบระบายความร้อน Ultra VC 7K เพื่อควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดดเด่นด้านการแสดงผลด้วย หน้าจอถนอมสายตา 2K 144Hz ที่มาพร้อมชิปประมวลผลกราฟิก Q2 ทำให้สามารถทำงานพร้อมกันที่ความละเอียด 2K และอัตราเฟรม 144 FPS เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่บางเฉียบความจุ 6,150 mAh และระบบกล้องหลังสามตัวความละเอียดสูง 50MP + 50MP + 50MP เพื่อการถ่ายภาพด้วยสีสันสมจริง realme GT 7 Pro realme GT 7 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่เน้นพลังการทำงานและการถ่ายภาพขั้นสูง โดยขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite ซึ่งเป็นชิปตัวแรกของ Qualcomm ที่ใช้โครงสร้าง dual prime core และกระบวนการผลิต 3nm จาก TSMC ทำให้มีสมรรถนะสูงขึ้น 45% พร้อมคะแนน AnTuTu มากกว่า 3,000,000+ มาพร้อมกล้องหลัง AI Ultra-clear Snap สามตัวระดับแฟลกชิปจาก Sony ซึ่งประกอบด้วย IMX 882 3X Periscope 50MP เพื่อการซูมระยะไกลถึง 120X ได้อย่างคมชัด และมีฟีเจอร์ AI ด้านภาพถ่ายที่หลากหลาย หน้าจอเป็นแบบ RealWorld Eco OLED Plus ขนาด 6.78 นิ้ว ที่ realme พัฒนาร่วมกับ Samsung ซึ่งเป็นจอแบน LTPO 8T ที่ให้อัตรารีเฟรชแบบแปรผัน 120Hz พร้อมความสว่างสูงสุด 6,500 นิต และยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,500mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว Ultra Charge 120W นอกจากนี้ยังมีความทนทานต่อฝุ่นและน้ำในระดับสูงสุดด้วยมาตรฐาน IP69 realme 15 Pro 5G realme 15 Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในด้านประสิทธิภาพ กล้องถ่ายภาพ และแบตเตอรี่ โดยขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 1,100,000 คะแนน AnTuTu พร้อมระบบระบายความร้อน 7000mm AirFlow VC ขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเล่นเกมที่หนักหน่วงได้ยาวนาน กล้องมีความคมชัดสูงระดับ Photography Master ด้วยกล้อง 50MP ครบทุกเลนส์ (กล้องหลัก, กล้องมุมกว้าง, และกล้องเซลฟี่) ซึ่งรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ได้ทุกเลนส์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอ 144Hz HyperGlow 4D Curve+ เพื่อประสบการณ์ภาพที่สว่างสดใสและลื่นไหล และมีแบตเตอรี่ความจุใหญ่พิเศษถึง 7,000mAh พร้อมระบบชาร์จไว 80W Ultra Charge ที่ช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดวัน realme Note 70 realme Note 70 เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความทนทานและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นพิเศษ ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,300mAh พร้อมระบบชาร์จไว 15W และฟังก์ชันชาร์จย้อนกลับ 6W ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 วัน ตัวเครื่องมีความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้าง ArmorShell ที่ผ่านมาตรฐานทางทหารสำหรับกันกระแทกระดับสูง (ทนตกสูง 1.8 เมตร) และมีระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำกระเด็น IP54 ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Octa-core ที่ทำคะแนน AnTuTu ได้ 280K และมีหน้าจอ 90Hz ที่รองรับ Real DC-Dimming เพื่อถนอมสายตา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ AI เช่น AI Eraser สำหรับลบวัตถุในภาพ และมีลำโพงที่ให้พลังเสียงดังถึง 300% OPPO Find X8 Pro OPPO Find X8 Pro คือสมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่เน้นความเป็น "ที่สุดของกล้อง และ AI ทรงพลัง" โดยมีจุดเด่นที่ระบบกล้อง Hasselblad ที่มาพร้อม กล้องหลัก Hypertone 4 ตัว ประกอบด้วย กล้อง Telephoto คู่ (3x และ 6x) ความละเอียด 50MP ทั้งคู่ ซึ่งรองรับการซูมสูงสุดถึง 120x ด้วยพลัง AI Telescope Zoom พร้อมฟีเจอร์ AI ด้านการถ่ายภาพ เช่น Lightning Snap และ AI Photo Remaster ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Trinity Engine x Dimensity 9400 ระดับ 3 นาโนเมตร เพื่อการทำงานที่เสถียรและทรงพลัง และมาพร้อมแบตเตอรี่ OPPO Silicon-carbon ความจุ 5,910mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 26 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จไว 80W SuperVOOC OPPO Reno 14 Series OPPO Reno 14 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น "ไอเทมคู่ใจสำหรับปาร์ตี้" โดยเน้นที่การถ่ายภาพพอร์ตเทรตในสภาวะแสงน้อยด้วยฟีเจอร์ AI แฟลช ที่สุดของการถ่ายภาพด้วยแฟลช และ AI แก้ไขภาพอัจฉริยะ 2.0 ที่ทำหน้าที่เหมือนช่างภาพมืออาชีพส่วนตัว ตัวเครื่องมีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ลวดลายหางปลาพลิ้วไหวแบบ ดีไซน์ออร่าไล่เฉดสี และ ฝาหลังกระจกกำมะหยี่ ที่บางเฉียบเพียง 7.42 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 187 ก. พร้อมหน้าจอ OLED 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ที่รองรับฟีเจอร์ Splash Touch และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี AI สำหรับการเล่นเกม (AI Gaming) และระบบปฏิบัติการ ColorOS ที่มี Google Gemini ในตัว OPPO A6 Pro 5G OPPO A6 Pro 5G มีจุดเด่นที่ความทนทานเป็นพิเศษและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับสูงสุด IP69 ซึ่งสามารถทนทานต่อน้ำแรงดันสูงและน้ำร้อนกระเด็นได้ พร้อมการรับรองมาตรฐานทางการทหารเพื่อทนต่อแรงกระแทก ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,500mAh ที่ทนทานยาวนานเกิน 5 ปี และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 80W SUPERVOOC ที่สามารถชาร์จเต็มได้ภายใน 50 นาที นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ลื่นไหลผ่านหน้าจอ AMOLED สว่างพิเศษ 120Hz และระบบระบายความร้อน SuperCool VC ที่ช่วยให้เครื่องเย็น แม้ในระหว่างการเล่นเกมหนักด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6300 HUAWEI Pura 80 Ultra HUAWEI Pura 80 Ultra ถูกนิยามให้เป็น "นิยามใหม่ของดีไซน์แห่งอนาคต" ที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านการถ่ายภาพอย่างที่สุด โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ระบบกล้อง "เทเลโฟโต้คู่แบบสลับได้" ที่มีเซนเซอร์ขนาดใหญ่พิเศษ พร้อม กล้อง Ultra Lighting HDR ขนาด 1 นิ้ว ซึ่งให้ช่วงไดนามิกสูงถึง 16 EV ทำให้เก็บรายละเอียดแสงและเงาได้อย่างแม่นยำแม้ในที่แสงน้อย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอ Crystal Armour Kunlun Glass รุ่นที่ 2 เพื่อความทนทาน และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เน้นสัญลักษณ์ Forward Symbol และวงแหวนกล้องสีทอง พร้อมประสบการณ์อันชาญฉลาดและทรงพลังผ่านฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ HUAWEI nova Y73 HUAWEI nova Y73 โดดเด่นด้วยการเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความอึดของแบตเตอรี่และความทนทาน โดยมาพร้อม แบตเตอรี่ซุปเปอร์ขนาดใหญ่ 6,620 mAh ที่สามารถรองรับการใช้งานได้ยาวนาน และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40 W HUAWEI SuperCharge Turbo ที่ชาร์จเพียง 10 นาทีก็สามารถเล่นวิดีโอได้ถึง 5 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบให้ ทนทานต่อการตกและละอองน้ำ ด้วยการรับรองระดับห้าดาวจาก SGS และมาตรฐาน IP64 สำหรับกันฝนและฝุ่น และมีฟีเจอร์ที่ใช้งานง่ายอย่าง X Button ซึ่งทำหน้าที่เป็นปุ่มลัดอเนกประสงค์สำหรับการเรียกใช้แอปที่ใช้บ่อย, ทางลัดวิดเจ็ต หรือเป็นรีโมทอัจฉริยะ HONOR Magic V5 HONOR Magic V5 เป็นสมาร์ทโฟนจอพับได้ที่เน้นการพลิกโฉมประสบการณ์ผู้ใช้ โดยมีจุดเด่นที่การออกแบบ "ศิลปะแห่งการพับที่ 8.8 มม." ซึ่งบางเฉียบที่สุดในอุตสาหกรรม และมีความทนทานสูงด้วยบานพับเหล็กเกรดโล่ที่ทนทานต่อการพับได้ 500,000 ครั้ง พร้อมการรับรองกันน้ำและฝุ่นระดับ IP58 และ IP59 ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Mobile Platform และยังให้พลังงานที่ยาวนานด้วย แบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน 5,820mAh ซึ่งเป็นรุ่นแรกในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการ Gemini AI สำหรับผู้ช่วยอัจฉริยะแบบแบ่งหน้าจอ และมาพร้อมระบบกล้อง HONOR Falcon ที่มีกล้อง Telephoto Periscope Ultra Sensing 64MP เพื่อการถ่ายภาพระดับภาพยนตร์ HONOR 400 Pro HONOR 400 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้านการถ่ายภาพด้วย ระบบกล้องหลัก AI แบบแอดวานซ์ความละเอียด 200MP พร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว และระบบกันสั่น OIS/EIS รวมถึงกล้องเทเลโฟโต้ 50MP ที่ซูมออปติคอลได้ 3 เท่า และฟีเจอร์ Advance AI Image to Video และ HD Moving Photo ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์บางเบา (8.1 มม., 205 ก.) ที่จับถนัดมือ และยังมอบพลังงานที่เหนือกว่าด้วย แบตเตอรี่ซิลิกอนคาร์บอน 6,000mAh พร้อมคุณสมบัติความทนทานระดับสูงด้วยมาตรฐาน กันน้ำและฝุ่น IP68 IP69 นอกจากนี้ยังมี หน้าจอสว่างสูงสุด 5,000 nit ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกสภาพแสง HONOR X9C 5G HONOR X9C 5G ถูกออกแบบมาเพื่อความทนทานเป็นพิเศษและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน โดยมีจุดเด่นหลักคือเทคโนโลยีป้องกันการตกกระแทก HONOR Ultra-Bounce 2.0 ที่ต้านทานการตกได้ถึง 2 เมตร พร้อมการปกป้องรอบด้าน 360 และมาตรฐานกันน้ำระดับ IP65M นอกจากนี้ยังมาพร้อม แบตเตอรี่ซิลิคอนคาร์บอนขนาดใหญ่พิเศษ 6,600mAh ที่รองรับการชาร์จไว 66W HONOR SuperCharge เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน ด้านความบันเทิงมาพร้อม หน้าจอ Risk-free Dimming ที่มีความสว่างสูงสุดถึง 4,000 nits เพื่อความสบายตา และระบบ กล้อง AI คมชัด 108MP พร้อม OIS เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัดและลดภาพเบลอ Infinix GT 30 Pro Infinix GT 30 Pro ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์โดยเฉพาะ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ประสิทธิภาพในการเล่นเกมอย่างเหนือชั้นด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8350 Ultimate 5.5G ที่สามารถขยาย RAM ได้สูงสุดถึง 24GB พร้อมระบบระบายความร้อนเพื่อเกมเมอร์ตัวจริง ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอเกมมิ่งระดับเรือธง 1.5K 144Hz AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรช 144Hz และอัตราการตอบสนองการสัมผัส 2160Hz เพื่อความลื่นไหลสูงสุด นอกจากนี้ยังมีปุ่ม GT Trigger ที่ช่วยให้ควบคุมเกมได้อย่างแม่นยำเหมือนคอนโซล และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์แบบ Mechanical Light Waves ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมกล้องหลักความคมชัด 108MP สำหรับการถ่ายภาพที่คมชัดในทุกรายละเอียด Infinix Note 50 Pro+ 5G Infinix Note 50 Pro+ (5G) ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่เร็วแรงและทรงพลังในทุกด้าน โดยมีไฮไลต์สำคัญที่สเปคระดับสูง ได้แก่ ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8350 Ultimate ที่รองรับ 5G เพื่อความเร็วเหนือจินตนาการ และมอบประสบการณ์การเล่นเกมเฟรมเรตสูง 120FPS ได้อย่างเสถียร ระบบกล้องโดดเด่นด้วยกล้องหลักคมชัด 50MP พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto 50MP ที่สามารถซูมได้สูงสุดถึง 100X และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60FPS ตัวเครื่องใช้ แบตเตอรี่ Cheetah Ultra 5,200 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 100W และรองรับการชาร์จไร้สาย MagCharge 50W ทั้งหมดนี้ถูกประกอบอยู่ในดีไซน์ที่ประณีตด้วยวัสดุ ArmorAlloy ที่ผสานความแกร่งจาก Damascus Steel และ Aerospace-Grade Aluminium Infinix Smart 10Plus Infinix Smart 10 Plus เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความทนทานและการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยจุดเด่นหลักคือ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W ที่สามารถสแตนด์บายได้นานถึง 36 วัน และยังมีความทนทานสูงด้วยมาตรฐาน IP64 กันฝุ่นและน้ำ พร้อมผ่านการทดสอบความทนทานต่อการตกกระแทกถึง 1.5 เมตร ด้านประสบการณ์การใช้งานมีความลื่นไหลจาก จอ Punch-Hole 120Hz ที่สว่างสูงสุด 700 nit ทำให้อ่านชัดแม้กลางแจ้ง และชิปประมวลผล T7250 ที่ได้รับการรับรองความลื่นไหลนาน 48 เดือนจาก TV นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำจาก ลำโพงคู่ ที่มีพลังเสียงเพิ่มขึ้น 300% และมาพร้อมฟีเจอร์ Infinix AI ที่ช่วยในการเขียนสรุป และแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้อย่างง่ายดาย Nothing Phone 3 Nothing Phone (3) ยังคงโดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และฟีเจอร์ที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพ โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ New Glyph Interface ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Nothing ที่ผสานแสงและเสียงเพื่อการแจ้งเตือนและการสื่อสารที่ไม่เหมือนใคร ในด้านการถ่ายภาพ มาพร้อม Four 50MP cameras system และเทคโนโลยี TrueLens Engine 4 เพื่อยกระดับคุณภาพของภาพถ่ายให้เป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน (Phone 2) และมาพร้อม AMOLED Display ที่มอบประสบการณ์การแสดงผลที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังนำเสนอ New Essential Search ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Nothing OS เพื่อการค้นหาข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้น CMF Phone 2 Pro CMF Phone 2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความสวยงามตามแบบฉบับของ CMF by Nothing ในโทนสีที่ตัดกันอย่างลงตัว มาพร้อมกับฟีเจอร์หลักที่ครอบคลุมการใช้งานที่จำเป็น โดยมีกล้องหลังแบบ Four cameras system ที่เน้นการเก็บแสงได้มากขึ้น (more light) เพื่อภาพถ่ายที่มีคุณภาพ ตัวเครื่องมาพร้อมประสิทธิภาพที่ปรับปรุงจากรุ่นก่อน และใช้งานได้ยาวนานด้วย แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh พร้อมทั้งมีหน้าจอแบบ AMOLED display ที่คมชัด นอกจากนี้ยังถูกสร้างขึ้นอย่างมีสุนทรียภาพด้วยขอบที่เพรียวบาง (Sleek edges) และได้รับการรับรองมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นที่ระดับ IP54 เพื่อความทนทานในการใช้งานในชีวิตประจำวัน Nubia Air Nubia Air เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความบางและเบาเป็นพิเศษ โดยมีความบางเพียง 5.9 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 172 กรัม ในขณะที่ยังคงความทนทานในระดับเรือธงด้วยมาตรฐาน กันน้ำและฝุ่น IP69K, IP69 และ IP68 หน้าจอเป็นแบบ AMOLED Display ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (1224x2720) ที่มีอัตรารีเฟรช 120Hz และความสว่างสูงสุด 4,500 nits ซึ่งถูกปกป้องด้วย Corning Gorilla Glass 7i ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต octa-core 5G พร้อม Dynamic RAM สูงสุด 20GB และมาพร้อม แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh พร้อมชาร์จเร็ว 33W สำหรับการถ่ายภาพ มี กล้องหลัง 50MP AI Triple Camera และกล้องหน้า 20MP พร้อมฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ เช่น AI Real-time Translate และ AI Magic Photos Nubia Neo 3 GT 5G Nubia Neo 3 GT 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ยุคใหม่โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์แนว Mecha สุดเข้ม พร้อม RGB Lighting ที่สะท้อนความเป็นสายเกมอย่างชัดเจน และเสริมด้วย Gaming Shoulder Triggers (ทริกเกอร์เกมมิ่งคู่) เพื่อการควบคุมเกมที่แม่นยำและลื่นไหล หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Ultra-Smooth Display 120Hz ขนาด 6.8 นิ้ว ที่มีความสว่างสูงสุดถึง 1,000 nits เมื่อใช้งานกลางแจ้ง ขับเคลื่อนด้วย โปรเซสเซอร์ 5G Unisoc T8300 ประสิทธิภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีรวมแรมสูงสุด 20GB Dynamic RAM และแบตเตอรี่ความจุสูง 6,000 mAh พร้อมชาร์จไว 33W ที่รองรับ Bypass Charging เพื่อลดความร้อนขณะเล่นเกม นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกล้อง AI Neovision 50MP และฟีเจอร์ AI Game Space 3.0 ที่มีคู่หูอัจฉริยะช่วยในการเล่นเกมโดยเฉพาะ Redmagic 10 Air REDMAGIC 10 Air คือสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกมที่เน้นประสิทธิภาพและความเย็นอย่างเหนือระดับ โดยขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตเรือธง Snapdragon 8 Gen 3 ที่ทำงานร่วมกับชิปเกมมิ่ง RedCore R3 และ Energy Cube Technology เพื่อมอบขุมพลังที่ทรงประสิทธิภาพเกินขีดจำกัด พร้อมระบบระบายความร้อน ICE-X แบบ 9 ชั้น และเทคโนโลยี Liquid Metal Cooling ที่ช่วยให้เล่นเกมได้อย่างราบรื่นและยาวนานโดยไม่ร้อน ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz เพื่อภาพที่สมจริง มี ปุ่มไหล่ (Shoulder Triggers) ที่ตอบสนองรวดเร็วถึง 520Hz และไฟ RGB ที่เสริมบรรยากาศการเล่นเกม นอกจากนี้ยังมี แบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W และมีกล้องหลังคู่ 50MP + 50MP พร้อมการทำงานของ Google Gemini AI เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบเครื่องยิ่งขึ้น นี้เป็นเพียงบางส่วนของสมาร์ตโฟนที่จะมาถล่มงาน Thailand Mobile Expo 2025 นะครับ เพราะได้ข่าวว่าจะมีมามากกว่า 80 รุ่นที่งานนี้ ใครที่หามือถือใหม่อย่าลืมนะครับ 2326 ตุลาคม 2568 ที่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ แล้วเจอกันครับ

"Tron: Ares" ยกกริดสุดล้ำมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ เปิดตัวนักรบเอไออัจฉริยะกับสงครามสุดมันส์
อ่าน

"Tron: Ares" ยกกริดสุดล้ำมาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ เปิดตัวนักรบเอไออัจฉริยะกับสงครามสุดมันส์

ยิ่งใหญ่สมการรอคอยกับการเปิดตัวTron: Aresทรอน แอรีสภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี ที่จัดTron: Ares Light Installationเปลี่ยนInfinicity Hallชั้น5สยามพารากอน ให้เป็นกริดสุดล้ำ มอบประสบการณ์แสงสีสุดตระการตาแบบโลกดิจิทัล ให้แฟนภาพยนตร์ได้อินไปกับสงครามระหว่างมนุษย์และนักรบเอไอสุดอัจฉริยะ พร้อมชวนคนดังแฟนTronอย่างธามไท แพลงศิลป์และเก้า-สุภัสสรา ธนชาตมาแชร์ความประทับใจในภาพยนตร์ ก่อนร่วมปาร์ตี้สุดมันไปกับแสงสีและดนตรี EDMโดยดีเจดัง22Bulletsสร้างความตื่นเต้นให้แฟนTronและคนรักหนังแอ็กชันไซไฟ ก่อนฉายจริง9ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และระบบIMAX งานนี้นอกจากปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางแสงเลเซอร์สุดตื่นตาและดนตรีEDMสุดเร้าใจในTron: Ares Light Installationเหล่านักวิจารณ์และสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานยังได้รับชมภาพยนตร์รอบสื่อเรื่องTron: Aresทรอน แอรีสเป็นครั้งแรกก่อนใคร โดยต่างประทับใจในทุกองค์ประกอบอันยอดเยี่ยม ทั้งงานภาพ แสง เสียง รวมถึงเรื่องราวแปลกใหม่ผ่านการเดินทางของAresจากเอไออัจฉริยะสู้การค้นหาความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง และย้ำเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟที่ควรค่าแก่การไปดูในโรงภาพยนตร์ โดยเฉพาะในระบบIMAXที่ให้ความรู้สึกเต็มอารมณ์ยิ่งกว่า Tron: Aresทรอน แอรีสเป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากแฟรนไชส์ภาพยนตร์แอ็คชันไซไฟยอดฮิตTronโดยWalt Disney Studiosที่จะพาทุกคนไปมันกับสงครามระหว่างมนุษย์และนักรบเอไอสุดอัจฉริยะ เมื่อปัญญาประดิษฐ์ที่มีความซับซ้อนสูงอย่างAres (Jared Leto)ถูกส่งมาทำภารกิจสุดอันตรายในโลกจริง และได้สัมผัสกับสิ่งรอบตัว มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ จนทำให้จิตสำนึกและมโนธรรมของเขาเริ่มพัฒนาขึ้น ทั้งยังพบกับพันธมิตรอย่างEve Kim (Greta Lee)โปรแกรมเมอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่กำลังออกตามหาโค้ดซึ่งจะทำให้มนุษย์และเอไออยู่ร่วมกันได้ จึงเกิดเป็นมิตรภาพและความเข้าใจ ที่ทำให้เป้าหมายของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากอาวุธทำลายล้าง สู่การต่อต้านคำสั่ง เพื่อเปลี่ยนไปเป็นมนุษย์และดำรงอยู่บนโลกจริง จนทำให้ถูกตามล่าและกลายเป็นสงครามที่ไม่เพียงต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ยังต้องสู้อนาคตที่เทคโนโลยีและมนุษยชาติจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง งานนี้บอกเลยว่า ทั้งยิ่งใหญ่และเข้มข้นกว่าเดิม ตื่นตาตื่นใจไปกับแสงสี งานภาพ ฉากแอ็กชัน และอินมากขึ้นด้วยเพลงประกอบจากNine Inch Nailsวงร็อกอินดัสเทรียลชื่อดังระดับตำนาน ซึ่งเสริมบรรยากาศอันตราย โศกเศร้า และหวาดหวันของเนื้อเรื่องได้เป็นอย่างดี ด้วยท่วงทำนองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมจัดเต็มความมันแบบทะลุจอ ด้วยการถ่ายทำเพื่อระบบIMAXโดยเฉพาะ ให้แฟน ๆ ได้มันถึงอารมณ์ ความตื่นเต้น ความระทึก ในทุกฉากบนระบบIMAX ไปมันกับประสบการณ์ไซไฟสุดล้ำในTron: Aresทรอน แอรีสพร้อมกัน9ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์และระบบIMAXทั่วประเทศ พิเศษ สำหรับแฟน ๆ ที่มีบัตรชมภาพยนตร์เรื่องTron: Aresทรอน แอรีสในเครือMajor Cineplexสามารถนำบัตรมาเข้าชมTron: Ares Light Installationเพื่อสัมผัสโลกของกริดสุดล้ำ พร้อมรับม็อกเทลฟรี ท่านละ1แก้ว (จำกัดจำนวนวันละ200แก้ว) ที่Infinicity Hallชั้น 5สยาม พารากอน ตั้งแต่วันที่9-13ตุลาคมนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

'Tilly Birds' ปลื้มได้ร่วมงาน 'Ben&Ben' ในซิงเกิลใหม่ 'Heaven' พร้อมชวนชมโชว์ Exclusive 16 ต.ค. นี้!
อ่าน

'Tilly Birds' ปลื้มได้ร่วมงาน 'Ben&Ben' ในซิงเกิลใหม่ 'Heaven' พร้อมชวนชมโชว์ Exclusive 16 ต.ค. นี้!

ปล่อยออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับซิงเกิลพิเศษ Heaven ผลงานการร่วมมือทางดนตรี ระหว่าง Tilly Birds และ BenBen วงดนตรีเจ้าของยอดสตรีมสูงสุดในประวัติศาสตร์วงการเพลงฟิลิปปินส์ พร้อมกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ฟังทั้งในไทย ฟิลิปปินส์และอีกหลายประเทศทั่วเอเชีย Heaven เป็นผลงานที่ผสมผสานเอกลักษณ์ทางดนตรีของทั้ง 2 วงดนตรี ได้อย่างลงตัว เป็นเพลงป๊อปสนุก ๆ ที่มาพร้อมดนตรีทันสมัยและท่วงทำนองที่ไพเราะ สดใส ถ่ายทอดเรื่องราวการได้พบเจอใครบางคนในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิด แต่กลับเข้ากันได้อย่างลงตัวราวกับพบสวรรค์ที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อม และในอีกความหมายหนึ่ง การที่ Tilly Birds และ BenBen ได้พบและทำงานร่วมกัน ก็เปรียบเสมือนนิยามของ Heaven นั่นเอง เมื่อพูดถึงที่เรื่องราวของการทำงานในครั้งนี้ Tilly Birds เล่าถึงความประทับใจในการร่วมงานกับ BenBen ว่าการได้ทำงานร่วมกับ BenBen ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ ทุกอย่างเริ่มต้นจากมิตรภาพหลังเวทีคอนเสิร์ตในเทศกาลดนตรีที่มาเลเซียปีที่ผ่านมา พวกเราประทับใจในโชว์ของพวกเขามาก จึงได้พูดคุยทำความรู้จักกัน และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้ชวนมาทำเพลงด้วยกันครับ ซึ่งเพลงนี้ไมโลได้ขึ้นเพลงไว้ก่อน จากนั้นเราก็ได้พูดคุยวางแผนการทำงานกันและได้บินไปกรุงมะนิลาเพื่อเขียนเพลงร่วมกับ BenBen พร้อมบันทึกเสียงและทำงานแลกเปลี่ยนไฟล์เพลงข้ามประเทศ จนกลายเป็นซิงเกิล Heaven ที่สมบูรณ์ และพวกเราได้เดินทางไปฟิลิปปินส์อีกครั้งเพื่อถ่ายทำมิวสิกวิดีโอร่วมกับสมาชิกทั้ง 9 คนของ BenBen ด้วย ซึ่งบรรยากาศการถ่ายทำเต็มไปด้วยความสนุกสนาน อบอุ่น และเป็นกันเอง แม้จะเจอฝนตกตลอดการถ่ายทำ แต่พวกเราทุกคนก็เต็มที่ครับ ทางด้าน BenBen ก็ได้เผยความรู้สึกว่า Tilly Birds เป็นวงที่เจ๋งมาก พวกเราเป็นแฟนตัวยงของ Tilly Birds ตั้งแต่ได้รู้จักและเจอกันครั้งแรก เคมีของพวกเราเข้ากันได้ดีมากและพวกเรามีความตั้งใจอยากทำงานด้วยกันตั้งแต่ตอนนั้น และสุดท้ายมันก็เกิดขึ้นจริงในเพลงนี้! การได้ร่วมงานกับ Billy, Third และ Milo ทำให้เห็นความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาและพวกเราได้เรียนรู้หลายอย่างทั้งในแง่การเขียนเพลงและการโปรดิวซ์ดนตรีจากการทำงานร่วมกันครั้งนี้ด้วย ทั้งสองวงฝากถึงแฟนเพลงว่า แม้โลกทุกวันนี้จะมีด้านที่ทำให้มองในแง่ร้ายได้ง่าย แต่เราหวังว่าเพลงนี้จะส่งพลังบวก ความสุข และความสงบเหมือนอยู่บนสวรรค์ให้ทุกคน รับชมมิวสิกวิดีโอ Heaven ได้แล้วที่ YouTube: Tilly Birdsและเตรียมพบกับอีเว้นท์พิเศษ Tilly Birds : A Night Called Heaven ที่แฟนเพลงจะได้สัมผัสการแสดงสด Heaven เป็นครั้งแรกแบบใกล้ชิด พร้อมเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากวง Tilly Birds ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ณ The Wireless Club, One Bangkok วิธีร่วมลุ้นรับสิทธิ์เข้าชม 1. เลือกวิธีโพสต์ 1 ช่องทาง - ลง Instagram Post, Reels หรือ TikTok Post โดยใช้แผ่นเสียง Official เพลง Heaven - Tilly Birds x BenBen (โดยจะต้องตั้งค่าบัญชีและโพสต์เป็นสาธารณะ) - หรือคอมเมนต์ ใน Official Music Video Heaven - Tilly Birds x BenBen บน Youtube 2. แคปหน้าจอโพสต์ และคอมเมนต์ลงใต้โพสต์นี้ 3. ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 3 ตุลาคม 2025 หมายเหตุ - ทีมงานจะทำการสุ่มผู้โชคดีที่ได้เข้าร่วมงานทั้ง 100 ท่าน และประกาศผลภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ผ่านทาง Facebook: Tilly Birds - ผู้โชคดี 1 ท่าน ได้รับสิทธิเข้าชมเพียง 1 สิทธิ์เท่านั้น - สามารถเข้าร่วมงานได้เฉพาะผู้ที่มีรายชื่อตามที่ลงทะเบียนมาเท่านั้น ไม่สามารถโอนหรือให้สิทธิกับผู้อื่นทุกกรณี - มีการบันทึกภาพ และวิดิโอ เพื่อนำไปใช้บน Social Media ต่าง ๆ ของทางวง

"Nine Inch Nails" ส่งอัลบั้มเพลง OST. สุดเท่จากหนังแอ็กชั่นไวไฟชื่อดัง TRON: Ares
อ่าน

"Nine Inch Nails" ส่งอัลบั้มเพลง OST. สุดเท่จากหนังแอ็กชั่นไวไฟชื่อดัง TRON: Ares

หนังเท่ ๆ ก็ต้องคู่กับเพลงประกอบเท่ ๆ และจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก "Nine Inch Nails" วงอินดัสเตรียลอเมริกัน นำโดย "Trent Reznor" และ "Atticus Ross" ที่ล่าสุดปล่อยอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์แอ็กชั่นไซไฟจากแฟรนไชส์ชื่อดังเรื่อง "TRON: Ares" แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้ง "Trent Reznor" และ "Atticus Ross" จะเคยฝากผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์เอาไว้มากมาย แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ใช้ชื่อวง "Nine Inch Nails" ในการปล่อยผลงานด้วยกัน ก่อนหน้านี้ "Trent Reznor" และ "Atticus Ross" เคยฝากผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังด้วยกันในชื่อของตัวเองหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Social Network, The Girl with the Dragon Tattoo, Gone Girl, Bird Box และอีกมากมาย ทั้งคู่เคยได้รับ 2 รางวัลออสการ์, 3 รางวัลลูกโลกทองคำ รางวัลเอ็มมีและแกรมมีจากผลงานเพลงประกอบภาพยนตร์มาแล้ว ดังนั้นอัลบั้มเพลงประกอบ "TRON: Ares" จึงเป็นอีกอัลบั้มหนึ่งที่แฟน ๆ ต่างคาดหวัง และทั้งคู่ก็รังสรรค์ออกมาได้อย่างงดงามและน่าจดจำเช่นเคย พิสูจน์ฝีมือการเป็นเจ้าพ่อเพลงประกอบภาพยนตร์มือรางวัลระดับโลกได้อีกครั้งอย่างสวยงาม อัลบั้ม "TRON: Ares (Original Motion Picture Soundtrack)" ประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 24 เพลง นำโดยเพลง "As Alive As You Need Me To Be" ที่ New York Times เรียกว่าเป็นเพลงที่มาพร้อมซาวด์ซินธิไซเซอร์หนัก ๆ บีทจังหวะชัดเจนจนลำโพงสะเทือน และการแผดเสียงสุดเท่ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำวง "Nine Ince Nails" ทำให้เพลงนี้ขึ้นอันดับ 1 ทั้งชาร์ต Official Physical Singles และ Official Vinyl Singles ของอังกฤษได้ในทันทีตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ปล่อย นอกจากนี้ยังไต่อันดับเข้า Top 10 ของชาร์ต Alternative Airplay ของ Billboard ที่สหรัฐอเมริกาได้อีกด้วย จึงทำให้ Nine Inch Nails เป็นวงที่มีเพลงฮิตติด Top 10 ของชาร์ต Billboard มาตลอดทั้งทศวรรษ นับตั้งแต่ปี 1990s-2020s จวบจนถึงปัจจุบัน "TRON: Ares" เป็นภาคที่ 3 ของภาพยนตร์แฟรนไชส์ชื่อดังอย่าง "TRON" ทั้ง "Trent Reznor" และ "Atticus Ross" ขึ้นแท่นเป็น Executive Producer ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยตนเองอีกด้วย เข้าโรงภาพยนตร์ในไทยวันที่ 9 ตุลาคม นี้ Track Listing TRON: Ares (Original Motion Picture Soundtrack) 1. INIT 2. FORKED REALITY 3. AS ALIVE AS YOU NEED ME TO BE 4. ECHOES 5. THIS CHANGES EVERYTHING 6. IN THE IMAGE OF 7. I KNOW YOU CAN FEEL IT 8. PERMANENCE 9. INFILTRATOR 10. 100% EXPENDABLE 11. STILL REMAINS 12. WHO WANTS TO LIVE FOREVER? 13. BUILDING BETTER WORLDS 14. TARGET IDENTIFIED 15. DAEMONIZE 16. EMPATHETIC RESPONSE 17. WHAT HAVE YOU DONE? 18. A QUESTION OF TRUST 19. GHOST IN THE MACHINE 20. NO GOING BACK 21. NEMESIS 22. NEW DIRECTIVE 23. OUT IN THE WORLD 24. SHADOW OVER ME ติดตาม "Nine Inch Nails" ที่ INSTAGRAM | X | YOUTUBE | TIKTOKติดตาม "Universal Music Thailand" ที่ FACEBOOK | INSTAGRAM | X | YOUTUBE

โน้ตบุ๊กเด็ดปลายปี 2025 สำหรับงานตัดต่อ ที่สุดของพลังสร้างสรรค์!
อ่าน

โน้ตบุ๊กเด็ดปลายปี 2025 สำหรับงานตัดต่อ ที่สุดของพลังสร้างสรรค์!

สำหรับชาวครีเอเตอร์และนักตัดต่อวิดีโอทุกคนที่กำลังมองหาคู่หูคู่ใจ บอกเลยว่าปี 2025 นี้เป็นยุคทองของวงการโน้ตบุ๊กจริงๆ เพราะมีตัวเลือกที่ทรงพลังและตอบโจทย์ทุกระดับความต้องการ ตั้งแต่งบประมาณสบายกระเป๋าไปจนถึงสเปกขั้นเทพที่ทำงานได้ทุกอย่าง! TrueID เราได้รวบรวมโน้ตบุ๊ก 6 รุ่นยอดเยี่ยมที่พร้อมจะยกระดับงานของคุณให้ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม มาดูกันเลยครับว่ามีรุ่นไหนบ้างที่เข้าตาคุณ! 1. MSI Thin 15: คุ้มค่าเกินคาดสำหรับมือใหม่ ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางสายตัดต่อ หรือมีงบประมาณที่จำกัด MSI Thin 15 คือตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง! ในราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 22,490 บาท คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมสเปกที่เหลือเฟือสำหรับงานพื้นฐาน หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD แบบ IPS ให้สีสันเที่ยงตรง พร้อมอัตรารีเฟรช 144Hz ที่ทำให้ภาพไม่สะดุด หัวใจสำคัญคือขุมพลังจากชิป Intel Core i5-13420H และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3050 ที่ทำงานตัดต่อวิดีโอ Full HD ได้อย่างราบรื่น และยังมาพร้อม RAM DDR5 16GB, SSD 512GB และระบบปฏิบัติการ Windows 11 แท้ครบครัน 2. Lenovo LOQ 15: พลัง Render ที่สายงานโปรดปราน สำหรับคนที่ต้องการความเร็วในการ Render งานที่เพิ่มขึ้นเพื่อประหยัดเวลา Lenovo LOQ 15 เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม! ด้วยราคาประมาณ 26,000 27,000 บาท คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมชิป Intel Core i7-12650HX ซึ่งเป็นรหัสพิเศษที่ถูกปรับจูนมาให้แรงกว่าปกติ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงๆ และยังทำงานคู่กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 4050 ที่ช่วยเร่งความเร็วในงานกราฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อม RAM DDR5 16GB และ SSD 512GB ที่พร้อมลุยทุกโปรเจกต์ของคุณ 3. Acer Nitro V15: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า ถ้าคุณเป็นนักตัดต่อมืออาชีพที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงานสูงสุด Acer Nitro V15 จะทำให้คุณต้องทึ่ง! ในราคาประมาณ 39,990 บาท โน้ตบุ๊กเครื่องนี้อัดแน่นด้วยชิปตัวท็อปอย่าง Intel Core i9-13900H ซึ่งเป็นขุมพลังที่ยอดเยี่ยมสำหรับงาน Render ที่หนักหน่วง และจับคู่มากับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 4060 ที่รับมือได้ทั้งงานวิดีโอระดับสูงและเกมกราฟิกระดับ AAA หน้าจอ 15.6 นิ้ว Full HD IPS ยังมาพร้อมอัตรารีเฟรช 165Hz ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวดูสมูทไร้ที่ติ 4. MSI Cyborg 15: ฉีกกฎดีไซน์ด้วยสเปกที่โดนใจ สำหรับใครที่ชอบโน้ตบุ๊กที่มีดีไซน์ไม่เหมือนใคร ดูล้ำสมัย MSI Cyborg 15 คือคำตอบที่ใช่ ในราคาประมาณ 39,490 บาท รุ่นนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ Intel Core Ultra 7 และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 4050 ที่ช่วยให้งานตัดต่อของคุณไม่สะดุด ด้วยประสิทธิภาพของ GPU ที่ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า พร้อม RAM DDR5 16GB และ SSD 512GB ทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ 5. Lenovo Legion Pro 7: โน้ตบุ๊ก Workstation ที่สายโปรห้ามพลาด! สำหรับนักตัดต่อที่ต้องการประสบการณ์ระดับมืออาชีพ Lenovo Legion Pro 7 คือคำตอบสุดท้าย! ในราคาประมาณ 113,990 บาท คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมหน้าจอ WQXGA OLED ขนาด 16 นิ้ว ที่ให้สีสันตรงและคมชัดที่สุดในตลาด พร้อมอัตรารีเฟรชสูงถึง 240Hz ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิป Intel Core Ultra 9 ที่ปรับจูนมาให้แรงสุดๆ และการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 5080 ที่ทรงพลัง นอกจากนี้ยังมี RAM DDR5 32GB และ SSD 1TB ที่พร้อมรองรับทุกโปรเจกต์ใหญ่ 6. MSI Titan 18 HX AI: ตัวจบทุกภารกิจ นี่คือสุดยอดโน้ตบุ๊กอันดับหนึ่งที่สามารถทำงานได้ทุกอย่างที่คุณจินตนาการ! MSI Titan 18 HX AI คือ "เครื่องมือขั้นสุด" ในงบประมาณประมาณ 222,990 บาท คุณจะได้โน้ตบุ๊กที่มาพร้อมหน้าจอ 18 นิ้ว UHD (4K+) แบบ Mini-LED ที่แสดงผลได้คมชัดและสวยงามเหนือกว่าใคร ขุมพลังมาจากชิปตัวท็อป Intel Core Ultra 9 285HX และการ์ดจอที่แรงที่สุดในตลาดอย่าง NVIDIA GeForce RTX 5090 พร้อม RAM 64GB และพื้นที่เก็บข้อมูล SSD ขนาดมหาศาลถึง 6TB ที่ไม่มีทางเต็ม (2TB SSD M.2 + 4TB SSD M.2) ไม่ว่าจะ Render วิดีโอ 8K หรือทำกราฟิก 3D ที่ซับซ้อนก็เอาอยู่ทั้งหมด โดยสรุปแล้ว การเลือกโน้ตบุ๊กสำหรับงานตัดต่อในปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะมีตัวเลือกที่หลากหลายและน่าสนใจตั้งแต่ราคาหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน สิ่งสำคัญคือการเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะงานและงบประมาณของคุณ เพื่อให้ได้เครื่องมือที่ช่วยให้งานสร้างสรรค์ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพที่สุด และราคาด้านบนเป็นราคาโดยประมาณ ซึ่งราคาอาจแตกต่างไปจากนี้ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและตัวแทนจำหน่ายครับ Photo Credit : MSI, Lenovo, Acer

ไรซ์ฟอร์มร้อน!! แยงกี้ส์ ทุบชนะ โอริออลส์ 7-1 เมเจอร์ลีก เบสบอล
อ่าน

ไรซ์ฟอร์มร้อน!! แยงกี้ส์ ทุบชนะ โอริออลส์ 7-1 เมเจอร์ลีก เบสบอล

เบน ไรซ์ หวดแกรนด์แสลม ปลดล็อก นิวยอร์ก แยงกี้ส์ ในอินนิ่งส์ 10 ของศึก เมเจอร์ลีก เบสบอล เมื่อช่วงเช้า 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย เอาชนะ บัลติมอร์ โอริออลส์ 7-1 และไล่กดดันจ่าฝูงกลุ่ม อเมริกัน ลีก ตะวันออก โตรอนโต้ บลูเจยส์ ตามหลัง 2 เกม ยิวยอร์ก แยงกี้ส์ ลงสนามใน เมเจอร์ลีก เบสบอล เมื่อช่วงเช้า 22 ก.ย. ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย พบกับคู่ปรับร่วมกลุ่ม อเมริกัน ลีก ตะวันออก บัลติมอร์ โอริออลส์ โดยก่อนหน้านี้ 3 เกม แยงกี้ส์ นำ 2-1 และยังต้องการชัยชนะเพิ่มเพื่อลุ้นตำแหน่งแชมป์กลุ่มเพื่อผ่านเข้าสู่เพลย์ออฟต่อไป เกมเริ่มต้นด้วยความอึดอัดกดดัน กว่าที่สกอร์แรกของเกมจะมาก็ต้องรอถึง 5 อินนิ่งส์ และเป็น โอริออลส์ ที่ได้สกอร์จากโฮมรันของ ซามูเอล บาสซาลโล่ จากนั้นอินนิ่งส์ 6 ครึ่งบน เบน ไรซ์ หวดให้ เทรนท์ กริแชม วิ่งเข้าบ้านตีเสมอ แต่เกมไม่จบง่าย ครบ 9 อินนิ่งส์ เสมอกัน 1-1 ต้องเล่นต่อ อินนิ่งส์ 10 เบน ไรซ์ ออกมาตี โดยมีเพื่อนรออยู่ในเบส 3 คน และยังหวดลูกไกล 433 ฟุต เก็บเพื่อนเข้าบ้านทั้งหมดเป็นแกรนด์แสลมที่ 9 ของ แยงกี้ส์ ในซีซั่นนี้ จากนั้น แจ็ซ ชิสซั่ม ทำโซโล่โฮมรัน และการตีของ แอนโทนี่ โวล์ป เอาชนะไป 7-1 ในวันเดียวกัน โตรอนโต้ บลูเจย์ส จ่าฝูง AL ตะวันออก เอาชนะ แคนซัส ซิตี้ รอยัลส์ 8-5 คว้าตั๋วเข้าเพลย์ออฟ และนำหน้า แยงกี้ส์ 2 เกม โดย แยงกี้ส์ ยังเป็นไวลด์การ์ดอันดับ 1 เหลือการแข่งขันอีก 6 เกม 2 ซีรี่ส์ โปรแกรม เมเจอร์ลีก เบสบอล เวลา 00.35 น. วันที่ 22 ก.ย. (คืนวันอาทิตย์) - นิวยอร์ก แยงกี้ส์ @ บัลติมอร์ โอริออลส์ เวลา 08.40 น. วันที่ 23 ก.ย. - มิลวอกี้ บรูเออร์ส @ ซาน ดิเอโก้ พาเดรส์ เวลา 08.40 น. วันที่ 24 ก.ย. - แอลเอ ด็อดเจอร์ส @ แอริโซน่า ไดมอนด์แบ็คส์ เวลา 03.10 น. วันที่ 25 ก.ย. (คืนวันพุธ) - มิลวอกี้ บรูเออร์ส @ ซาน ดิเอโก้ พาเดรส์ เวลา 08.40 น. วันที่ 25 ก.ย. - แอลเอ ด็อดเจอร์ส @ แอริโซน่า ไดมอนด์แบ็คส์ เวลา 02.05 น. วันที่ 29 ก.ย. (คืนวันอาทิตย์) - บัลติมอร์ โอริออลส์ @ นิวยอร์ก แยงกี้ส์ *โปรแกรมถ่ายทอดสดอาจมีการเปลี่ยนแปลง MLB เมเจอร์ลีก เบสบอล ถ่ายทอดสดทางแอพพลิเคชั่น ทรูวิชันส์นาว SPOTV2 (690) สมัครและดูได้แล้ววันนี้ NOW Sports 699 บาท/เดือน (2 จอ ดูได้ทุกอุปกรณ์) สมัครเลยคลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/oby1f3l6

Jaecoo 5 EV บุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยดีไซน์สุดล้ำและราคาที่เข้าถึงง่าย!
อ่าน

Jaecoo 5 EV บุกตลาดไทยอย่างเป็นทางการ ด้วยดีไซน์สุดล้ำและราคาที่เข้าถึงง่าย!

รถยนต์ไฟฟ้าในไทยกำลังร้อนแรงสุดๆ และล่าสุดก็มีน้องใหม่สุดฮอตกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย นั่นคือ Jaecoo 5 EV จากแบรนด์ OMODA JAECOO ที่มาพร้อมกับความคุ้มค่าเกินราคา บอกเลยว่าถ้ากำลังมองหารถ EV คันใหม่ ต้องหันมามองเจ้าคันนี้! เปิดตัวแรง! ราคาพิเศษแค่ 1,000 คันแรก งานนี้ OMODA JAECOO ไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะเปิดตัว Jaecoo 5 EV พร้อมราคาที่ทำเอาหลายคนต้องร้องว้าว! โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ดังนี้: รุ่น Long Range Dynamic: ราคาเริ่มต้น 629,000 บาท แต่สำหรับ 1,000 คนแรกเท่านั้น ได้ราคาพิเศษไปเลยที่ 549,000 บาท! รุ่น Long Range Max: ราคาเริ่มต้น 679,000 บาท และมีราคาพิเศษสำหรับ 1,000 คนแรกอยู่ที่ 599,000 บาท! คุณบิล จาง ผู้บริหารแบรนด์ถึงกับบอกเองเลยว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะทำให้รถ EV ระดับพรีเมียมเข้าถึงทุกคนได้ง่ายขึ้น ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติและ Range Rover ใครเห็น Jaecoo 5 EV เป็นครั้งแรกต้องสะดุดตาแน่นอน เพราะถูกออกแบบภายใต้แนวคิด "Origin of nature" ที่เรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง และยังได้แรงบันดาลใจจากรถยนต์สุดหรูอย่าง Range Rover ทำให้ตัวรถดูพรีเมียมเกินราคา ไม่ว่าจะเป็นไฟ LED รอบคัน ไปจนถึงดีไซน์ด้านหน้าที่ดูบึกบึน และด้านท้ายที่ดูทันสมัย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระที่ใหญ่จุใจถึง 480-1,284 ลิตร ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน รวมถึงการออกแบบที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงด้วย ออปชันจัดเต็มทั้ง 2 รุ่นย่อย ถึงแม้จะมีราคาพิเศษที่ต่างกัน แต่ก็ต้องบอกว่าออปชันที่ให้มานั้นคุ้มค่าไม่แพ้กันเลย รุ่นเริ่มต้น Long Range Dynamic: มาพร้อมเบาะผ้า หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว และกล้องรอบคัน 360 มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี และสีภายใน 1 สี ที่สำคัญคือมีโหมดคาราโอเกะมาให้ด้วย! รุ่นท็อป Long Range Max: อัปเกรดความหรูหราขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเบาะหนังสังเคราะห์พรีเมียม เบาะปรับไฟฟ้า และหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 13.2 นิ้ว พร้อมไฟเรืองแสงในห้องโดยสาร 64 สี นอกจากนี้ยังได้กล้องรอบคัน 540 หลังคาพาโนรามิกขนาด 1.45 ตร.ม. และประตูท้ายไฟฟ้าที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายไปอีกขั้น สมรรถนะที่แรงและไปได้ไกลเกินคาด ในด้านขุมพลัง ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า และสามารถทำระยะทางได้ไกลถึง 461 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS ถึง 19 ฟังก์ชัน และโครงสร้างตัวถังที่ใช้เหล็กกำลังสูงถึง 77% ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกการเดินทางจะปลอดภัยและราบรื่นอย่างแน่นอน เรียกได้ว่า Jaecoo 5 EV เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ฟีเจอร์ที่จัดเต็ม และดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ใครที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรกอยู่ล่ะก็ ต้องลองไปสัมผัสคันจริงดูให้ได้ครับ!

เดือดชนเดือด.! โดลิดเซ พร้อมแตกหัก เฮร์นานเดซ ในศึก UFC FIGHT NIGHT
อ่าน

เดือดชนเดือด.! โดลิดเซ พร้อมแตกหัก เฮร์นานเดซ ในศึก UFC FIGHT NIGHT

โรมัน โดลิดเซ นักสู้ชาวจอร์เจีย พร้อมวัดหมัดมวยกับ แอนโธนีย์ เฮร์นานเดซ คู่ต่อกรชาวอเมริกัน ในศึก UFC FIGHT NIGHT UFC องค์กรศิลปะป้องกันตัวและการต่อสู้แบบผสมสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เตรียมระเบิดศึกประจำเดือนสิงหาคม ภายใต้รายการ UFC FIGHT NIGHT : DOLIDZE VS HERNANDEZ คู่เอกเป็นการดวลกันในพิกัดรุ่นมิดเดิลเวท ระหว่าง โรมัน โดลิดเซ นักสู้ชาวจอร์เจีย จะพบกับ แอนโธนีย์ เฮร์นานเดซ คู่ต่อกรชาวอเมริกัน โดยจะระเบิดศึกกัน ณ สังเวียน UFC APEX ,ลาส เวกัส สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคมนี้ ไฮไลท์ของรายการเป็นการดวลในพิกัดรุ่นมิดเดิลเวท ระหว่าง โรมัน โดลิดเซ นักสู้ฟอร์มแรงชาวจอร์เจียวัย 37 ปี แรงกิงอันดับที่ 9 ที่มาพร้อมสถิติชนะ 15 แพ้ 3 โดยเป็นการชนะแบบไม่ครบยก 11 ไฟต์ ผลงานช่วงหลังถือว่าร้อนแรง เมื่อชนะมา 3 ไฟต์ติดต่อกัน ล่าสุดคือการเอาชนะคะแนน มาร์วิน เว็ตโตรี เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยนักสู้เจ้าของฉายา "The Caucasian" จะเผชิญหน้ากับ แอนโธนีย์ เฮร์นานเดซ นักสู้อเมริกันวัย 31 ปีแรงกิงอันดับที่ 10 ที่มาพร้อมสถิติชนะ 14 แพ้ 2 แถมยังชนะมาแล้ว 7 ไฟต์ติดต่อกัน โดยฟอร์มล่าสุดคือการชนะคะแนน เบรนแดน อัลเลน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รองคู่เอกน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเป็นการดวลกันในพิกัดรุ่นสตรอว์เวทหญิง ระหว่าง ยาสมิน ลูซินโด นักสู้ดาวรุ่งวัย 23 ปี เจ้าของสถิติชนะ 17 แพ้ 6 ผลงานล่าสุดคือการแพ้คะแนน อแมนดา เลมอส ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้โดย ลูซินโด จะได้ประลองกับ แองเจลา ฮิลล์ นักสู้อจมเก๋าชาวอเมริกันวัย 40 ปี ที่มาพร้อมสถิติชนะ 18 แพ้ 14 ผลงานล่าสุดคือการชนะคะแนน เก็ทเลน ซูซา ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการต่อสู้อันสนุกตื่นเต้น เร้าใจ อีกมากมาย รอคุณอยู่ในศึก UFC FIGHT NIGHT : DOLIDZE VS HERNANDEZ วันอาทิตย์นี้ ผลการประกบคู่อย่างเป็นทางการศึก UFC FIGHT NIGHT : DOLIDZE VS HERNANDEZ คู่หลักของรายการมีดังนี้ คู่เอก - รุ่นมิดเดิลเวท โรมัน โดลิดเซ VS แอนโธนีย์ เฮร์นานเดซ รองคู่เอก - รุ่นแบนตัมเวท อเล็กซ์ เปเรซ VS สตีฟ เออร์เซ็ค รุ่นสตรอว์เวทหญิง ยาสมิน ลูซินโด VS อันเจลา ฮิลล์ รุ่นเฟเธอร์เวท อันเดร ฟิลี VS คริสเตียน โรดริเกวซ รุ่นแบนตัมเวท ไมล์ส จอห์นส VS ฌอง มัตสึโมโต รุ่นมิดเดิลเวท อีริค อันเดอร์ส VS คริสเตียน ลีรอย ดันแคน สำหรับการต่อสู้ภายใต้รายการ UFC FIGHT NIGHT : DOLIDZE VS HERNANDEZ จะระเบิดศึกกัน ณ สังเวียน UFC APEX ,ลาส เวกัส สหรัฐอเมริกา ในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคมนี้ คู่หลักของรายการเริ่มเวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยแฟนหมัดมวยชาวไทยติดตามชมได้ทางช่อง True Sports 3 (668) ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมมวยไทยวันนี้ ตารางมวยไทย ลิ้งก์ดูมวยสด ผลมวย ผลมวยไทยประจำวัน ผลมวยไทย เมื่อคืนที่ผ่านมา เช็กผลมวยไทย โปรแกรมศึกจ้าวมวยไทย มวยไทยช่อง 3 พร้อมลิ้งก์ดูมวยสด โปรแกรมมวยช่อง 7 มวยไทย 7 สี ตารางมวยไทย ลิ้งก์ดูมวยสด โปรแกรมมวย วัน ลุมพินี ONE LUMPINEE พร้อมลิ้งก์ดูมวยสด โปรแกรมมวยไทย มวยมันส์วันศุกร์ พร้อมลิ้งก์ดูมวยสด

มือถือเล่นเกมงบ 15000 - 20000 รุ่นไหนน่าใช้ อัปเดตกลางปี 2025
อ่าน

มือถือเล่นเกมงบ 15000 - 20000 รุ่นไหนน่าใช้ อัปเดตกลางปี 2025

เดินทางมาถึงช่วงกลางปี 2025 แบบนี้ เรามาสำรวจตลาดมือถือเล่นเกมในช่วงราคา 15,000 - 20,000 บาทในประเทศไทยที่มีการแข่งขันสูง และมีตัวเลือกที่น่าสนใจจากหลายแบรนด์กันกับพวกเราทีมงาน TrueID กันครับ และนี่คือ 5 รุ่นที่น่าสนใจในงบประมาณที่ดังกล่าว พร้อมจุดเด่น จุดสังเกต และราคาโดยประมาณของแต่ละรุ่นกัน 1. POCO F7 เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทยกันไปหมาดๆ กับ POCO F7 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมพลังระดับเรือธงพร้อมประสิทธิภาพอันชาญฉลาด Snapdragon 8s Gen 4 CPU แบบ All-Big-Core คะแนน AnTuTu ระดับ 2 ล้าน เล่นเกม AAA ได้อย่างยอดเยี่ยมในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบระบายความร้อนขั้นสุดยอดอย่าง 3D Dual-Channel IceLoop System ขนาด 6000 ตารางมิลลิเมตร และท่อระบายความร้อน Loop Heat Pipe ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอุปกรณ์ของ POCO ได้หน้าจอ 1.5K เล่น Genshin Impact ได้สูงสุด 120fps ตัวเครื่องกันน้ำ IP68 กล้อง 50MP Sony IMX882 แบตเตอรี่ 6,500 mAh และรองรับการชาร์จเร็ว 90W HyperCharge จัดว่าล้ำสุดๆ ในงบสบายกระเป๋า POCO F7 มิอถือแรงๆ รุ่นนี้เปิดตัวเริ่มต้นที่ราคาเพียง 13,499 บาท บันเทิงกันล่ะพี่น้อง 2. realme GT 7T realme GT 7T เป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนจากซีรีส์ GT 7 ที่ realme เพิ่งเปิดตัวสู่ตลาดโลกและในประเทศไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเน้นจุดเด่นด้านประสิทธิภาพ มาพร้อมชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8400-MAX ซึ่งเป็นชิประดับกลาง-สูงที่ทรงพลัง แบตเตอรี่ใหญ่พิเศษ 7000 mAh และการชาร์จเร็ว 120W และยังเป็นสมาร์ทโฟนในฐานะ "AI Performance Flagship" ที่มีราคาจับต้องได้ realme GT 7T มีราคาโดยประมาณในประเทศไทยอยู่ที่ 17,999 บาท สำหรับรุ่น RAM 12GB + ROM 256GB จัดว่าแจ่ม สมน้ำสมเนื้อทีเดียวล่ะ 3. iQOO Neo 10 5G iQOO Neo 10 5G เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในประเทศไทยที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8s Gen 4 สามารถเล่นเกม AAA กราฟิกสูงๆ ได้อย่างลื่นไหลและเสถียร จัดการความร้อนได้ดี และยังมี Supercomputing Chip Q1 ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านกราฟิกและ AI โดยเฉพาะ มีหน้าจอ 144Hz แบตเตอรี่ 7,000 mAh ชาร์จไว 120W ไม่ถึงชั่วโมงเต็ม 100% เล่นเกมเพลินจัดๆ iQOO Neo 10 5G มีราคาเปิดตัว 15,900 บาท สำหรับรุ่น RAM 12GB + ROM 256GB โดยรวมแล้วเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ตโฟนที่เน้นประสิทธิภาพการเล่นเกมเป็นหลัก ด้วยชิปเซ็ตที่ทรงพลัง แบตเตอรี่ที่อึดถึกทน และระบบชาร์จที่เร็วสุดๆ 4. Nothing Phone (3a) Pro เผื่อไว้สำหรับคนที่อยากเล่นเกมแรงๆ แต่ได้มือถือที่มีดีไซน์โดดเด่น และเน้นถ่ายภาพด้วย ต้องรุ่นนี้เลย Nothing Phone (3a) Pro ที่มาพร้อม Snapdragon 7s Gen 3 ตัวแรงระดับกลางที่ทรงพลัง ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วและลื่นไหลสำหรับการใช้งานทั่วไป และที่สำคัญ รุ่นนี้มีกล้องซูมเจ๋งๆ ด้วยกล้อง Periscope Zoom 50MP (เซ็นเซอร์ Sony LYT-600) พร้อมระบบกันสั่น OIS รองรับ Optical Zoom 3x และ Ultra Zoom สูงสุด 60x ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่หาได้ยากในมือถือช่วงราคานี้ ทำให้สามารถถ่ายภาพซูมในระยะไกลได้ดีเยี่ยม Nothing Phone (3a) Pro เป็นสมาร์ตโฟนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ Glyph Interface อันเป็นเอกลักษณ์และฟีเจอร์กล้อง Periscope Zoom ที่หาได้ยากในระดับราคาเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่าง ความล้ำสมัย และต้องการคุณภาพกล้องซูมที่ดี รวมถึงประสิทธิภาพที่น่าพอใจสำหรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมระดับกลางถึงสูง โดยตอนนี้มีราคาอยู่ที่ 17,499 บาท 5. Xiaomi 14T Xiaomi 14T เป็นสมาร์ตโฟนที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อช่วงปลายปี 2024 โดยยังคงเน้นจุดเด่นด้านประสิทธิภาพที่ทรงพลัง กล้องที่พัฒนาร่วมกับ Leica และการชาร์จเร็ว ในราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้ โดยมาพร้อมประสิทธิภาพทรงพลังด้วยชิป Dimensity 8300-Ultra ซึ่งเป็นชิประดับไฮเอนด์ที่ให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเล่นเกม AAA กราฟิกสูงๆ ได้อย่างลื่นไหลและเสถียร แถมด้านการถ่ายภาพยังมาพร้อมกล้อง Leica Vario-Summilux ที่ร่วมมือกันพัฒนากับแบรนด์ชั้นนำของโลก รองรับสไตล์ภาพถ่าย Leica Authentic Look และ Leica Vibrant Look Xiaomi 14T เป็นสมาร์ตโฟนที่นำเสนอสเปกที่น่าประทับใจในราคาที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ดีเยี่ยม และกล้องคุณภาพสูงที่พัฒนาร่วมกับ Leica พร้อมแบตเตอรี่ที่อึดและชาร์จไว โดยตอนนี้มีราคาอยู่ที่ประมาณ 15,990 บาท จัดว่ายังน่าใช้มากในตอนนี้ครับ Photo Credit : AI Generated

เปิดตัว Nothing Phone (3) ดีไซน์ล้ำ พร้อมฟีเจอร์ AI และกล้อง 50MP
อ่าน

เปิดตัว Nothing Phone (3) ดีไซน์ล้ำ พร้อมฟีเจอร์ AI และกล้อง 50MP

น็อตติง (Nothing) บริษัทเทคโนโลยีที่เน้นการออกแบบสุดแหวกแนว ได้กลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Phone (3) สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด หลังจากเว้นช่วงไปถึงสองปี โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 29,000 บาท ซึ่งมุ่งเป้าที่จะแข่งขันโดยตรงกับผู้นำตลาดอย่าง Samsung และ Apple ด้วยจุดเด่นด้านดีไซน์ ปัญญาประดิษฐ์ AI และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์คนรักเทคโนโลยี Nothing Phone (3)Nothing Phone (3) มาพร้อมหน้าจอAMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K พร้อมการป้องกัน Gorilla Glass 7i ใช้ชิปประมวลผล Snapdragon 8 Gen 4 (สถาปัตยกรรม 4 นาโนเมตร) แบตเตอรี่ 5,150 มิลลิแอมป์ รองรับชาร์จไวแบบมีสาย 65W และแบบไร้สาย 15W และใช้ระบบปฏิบัติการNothing OS 3.5 บน Android 15 และจะได้รับการอัปเดตเป็น Nothing OS 4.0 บน Android 16 ในปลายปีนี้ โดย Nothing ให้คำมั่นว่าจะอัปเดตซอฟต์แวร์ 5 ปี และอัปเดตความปลอดภัย 7 ปีทั้งนี้ Nothing Phone (3) มีกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ทั้งหมด โดยกล้องหลักมีเซ็นเซอร์ขนาด 1.3 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า Phone (2) ถึง 20% รูรับแสง f/1.68 เลนส์ Periscope Telephoto ซูมออปติคัล 3 เท่า และดิจิทัล 60 เท่าพร้อม AI Super Res Zoom และเลนส์ Ultra-wide ให้มุมมอง 114 องศา นอกจากนี้กล้องเซลฟี่ยังได้รับการอัปเกรดเป็น 50 ล้านพิกเซลดีไซน์ ของNothing Phone (3)Phone (3)ยังคงยึดมั่นในแนวคิดการใช้ดีไซน์โปร่งใสที่ทำให้ผลิตภัณฑ์แตกต่างจากคู่แข่ง แต่มีการปรับปรุงการจัดเรียงกล้องด้านหลังที่แปลกตา ต่างจากกรอบสี่เหลี่ยมหรือวงกลมทั่วไปซึ่งเอกลักษณ์ของ Nothing Phone (3) คือฟีเจอร์ Glyph ซึ่งเป็นไฟ LED ที่จัดเรียงอยู่ด้านหลังเครื่อง เพื่อแสดงการแจ้งเตือนต่าง ๆ ที่ได้อัปเกรดไปอีกขั้นด้วย Glyph Matrix ซึ่งเป็นหน้าจอ mini LED รูปวงกลมขนาดเล็กที่มุมขวาบนของตัวเครื่อง สามารถแสดงผลลวดลายสไตล์ 16 บิตได้หลากหลายรูปแบบ และให้ข้อมูลได้มากกว่า Glyph แบบเดิมนอกจากนี้ Nothing ยังเตรียมปล่อยมินิแอปพลิเคชันสำหรับอินเทอร์เฟซนี้ด้วย เช่น เกมหมุนขวด หรือเป่ายิงฉุบ เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับผู้ใช้งานฟีเจอร์ AINothingPhone (3) มาพร้อมฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้แก่ Essential Space ที่ได้รับการอัปเกรดให้สามารถบันทึกการประชุมและสร้างการถอดเสียงพร้อมสรุปโดย AI ได้ เพียงแค่กดปุ่ม Essential และวางโทรศัพท์คว่ำหน้าลง อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ Nothing ยังไม่มีเว็บอินเทอร์เฟซให้เข้าถึงการถอดเสียงและสรุปเหล่านี้ และ Essential Searchที่คล้ายกับ Spotlight search ของ iPhone แต่เพิ่มความสามารถด้าน AI เข้ามา ให้ผู้ใช้สามารถค้นหาการตั้งค่า ไฟล์ หรือรูปภาพในโทรศัพท์ได้ด้วยการพิมพ์คำสำคัญ และยังสามารถพิมพ์คำถามด้วยภาษาธรรมชาติเพื่อรับผลการค้นหาจากเว็บได้อีกด้วย ซึ่งคล้ายกับอินเทอร์เฟซ Siri ที่อัปเกรดใหม่ของ iPhone ที่ผสานรวมกับ ChatGPT Nothing Phone (3) วางจำหน่าย รุ่น 256GB ในราคา 799 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 29,000 บาทและ รุ่น 512GB ราคา 899 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33,000 บาท เริ่มการสั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม และจะวางจำหน่ายทั่วไปในวันที่ 15 กรกฎาคม

Lenovo เปิดตัวแล็ปท็อป แก็ทเจ็ท และแอคเซสซอรีเกมมิ่งแบบครบวงจร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เกมเมอร์ยุคใหม่
อ่าน

Lenovo เปิดตัวแล็ปท็อป แก็ทเจ็ท และแอคเซสซอรีเกมมิ่งแบบครบวงจร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เกมเมอร์ยุคใหม่

เลอโนโว (Lenovo) เปิดตัว Lenovo Legion Full Gaming Ecosystems กับระบบเกมมิ่งเต็มรูปแบบในประเทศไทย ยกทัพไลน์อัพแล็ปท็อปเกมมิ่งประสิทธิภาพสูง อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ และโซลูชันซอฟต์แวร์ครบวงจร พร้อมด้วยขุมพลังการประมวลผลที่เหนือชั้น และดีไซน์ที่รองรับการใช้งานที่บ้านและข้างนอก Lenovo Legion Go S (8”, 1)เครื่องเล่นเกมพกพา กับแฮนด์เฮลเกมมิ่งรุ่นใหม่ ที่มอบประสบการณ์การเล่นเกมพีซีได้ทุกที่ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล AMD Ryzen™ Z2 Go รุ่นเฉพาะของเลอโนโว หรือ AMD Ryzen Z1 Extreme และหน้าจอสัมผัส PureSight ขนาด 8 นิ้ว ความละเอียด WUXGA อัตราส่วน 16:10 รีเฟรชเรต 120Hz ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 730 กรัม พกพาสะดวก หน่วยความจำ LPDDR5X สูงสุดถึง 16GB ที่ความเร็ว 7500MHz แบตเตอรี่แบบ 3 เซลล์ ความจุ 55.5Whr รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6e, พร้อมพอร์ต USB 4 จำนวน 2 พอร์ต และช่องอ่านการ์ด microSD สามารถเล่นเกมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งในรูปแบบพกพาและใช้งานภายในบ้านLegion Pro 7i (16”, 10), Legion Pro 5i (16”, 10) และ Legion Pro 5 (16”, 10)แล็ปท็อปเกมมิ่งเจนใหม่ล่าสุด กับไลน์อัพซีรีส์แล็ปท็อปเกมมิ่ง Lenovo Legion Pro พร้อมดีไซน์ใหม่ เพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์ แต่ละรุ่นขับเคลื่อนด้วยขุมพลังสูงสุดจาก Intel Core™ Ultra 9 275HX และ AMD Ryzen™ 9 9955HX พร้อมด้วย กราฟิกการ์ดจาก NVIDIA® GeForce RTX™ 5090 และ GPU ที่สามารถประมวลผลระดับสูงและรองรับการใช้งานที่ต้องการประสิทธิภาพเข้มข้น Legion Pro Series มาพร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อนขั้นสูงอย่าง Legion Coldfront Vapor ใน Legion Pro 7i มาพร้อมระบบ Coldfront Vapor และเทคโนโลยี HyperChamber ที่ระบายความร้อนได้สูงถึง 250W TDPอีกทั้ง Legion Pro 5i และ Legion Pro 5 ยังมีเทคโนโลยี Coldfront Hyper ที่รองรับได้สูงสุดถึง 200W TDP แสดงผลคมชัดด้วยหน้าจอ OLED PureSight ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA อัตราส่วน 16:10 รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุดถึง 240Hz ต่ำกว่า 0.5 มิลลิวินาที มอบประสบการณ์ภาพที่ลื่นไหลและสมจริงยิ่งขึ้นสำหรับเกมความละเอียดสูง Legion Pro 7i ยังมาพร้อมระบบไฟ RGB แบบปรับได้ต่อปุ่ม (Per-Key RGB)และ สามารถปรับแต่งไฟได้ 24 โซน ให้ความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะแล็ปท็อปเกมมิ่ง เชื่อมต่อครบครันด้วยพอร์ต USB Type-C 2 ช่อง, USB-A 3 ช่อง, HDMI 2.1, RJ45 LAN และรองรับ Wi-Fi 7 มอบประสิทธิภาพสูงสุดในการเชื่อมต่อทั้งแบบใช้สายและไร้สาย นอกจากนี้ทุกรุ่นยังมาพร้อม Lenovo AI Engine+ กับฟีเจอร์ Scenario Detection ทั้งในโหมด Performance และ Balance ที่สามารถปรับจ่ายพลังงานระหว่าง CPU และ GPU ได้แบบเรียลไทม์ มอบประสิทธิภาพสูงสุดและรักษาสมดุลของอัตราเฟรมเรทให้เสถียรตลอดการใช้งานLenovo Legion 7i (16", 10) และ ซีรีส์ของ Legion 5 (Lenovo Legion 5i (15”, 10), Lenovo Legion 5 (15”, 10)แล็ปท็อปเกมมิ่งที่บางและเบายิ่งขึ้นกับดีไซน์ระดับพรีเมียม รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และประสิทธิภาพระดับสูงเพื่อการเล่นเกม โดย Legion 7i รุ่นใหม่มีขนาดบางกว่าเดิม 10% และเบากว่า 7% เหมาะสำหรับเกมเมอร์สาย STEM และยังผสานสมดุลระหว่างการใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ กับการเล่นเกมAAA ได้อย่างลงตัว มาพร้อมหน้าจอ PureSight OLED ขนาด 16 นิ้ว ความละเอียด WQXGA อัตราส่วน 16:10 รองรับอัตราคอนทราสต์ 1,000,000:1, รีเฟรชเรท 240Hz, และขอบเขตสี DCI-P3 100% ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra 9 HX และกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX 5070, GPU พร้อมระบบระบายความร้อนLegion Coldfront Hyperสูงสุดถึง 145W TDP พร้อมลดเสียงรบกวนได้ถึง 7 เดซิเบล เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 84Whr รองรับการใช้งานที่ยาวนาน กับระบบไฟ RGB แบบปรับได้ต่อปุ่ม (Per-key RGB) และการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 สำหรับ Legion 5 Series มีการปรับดีไซน์ให้บางและเบาลงถึง 13% ตอบโจทย์นักเรียนนักศึกษาที่มองหาอุปกรณ์ทรงประสิทธิภาพเพื่อเล่นเกมและใช้งานทั่วไปในซีรีส์จะมีหน่วยประมวลผลให้เลือกถึง 2 ตัวเลือก ได้แก่ Intel Core Ultra 9 275HX หรือ AMD Ryzen AI 7 350 พร้อมกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX 5070, GPU พร้อมหน้าจอ PureSight OLED ขนาด 15.3 นิ้ว ความละเอียด WQXGA อัตราส่วน 16:10 รีเฟรชเรท 165Hz รองรับขอบเขตสี DCI-P3 100% ให้ภาพคมชัดและสีสันแม่นยำ ทั้ง Legion 7i และ Legion 5 Series มาพร้อมระบบระบายความร้อน Legion Coldfront Hyper นอกจากนี้ฝาเครื่องด้านบนยังผลิตจากโลหะสี Eclipse Black เพิ่มความแข็งแรงทนทานให้กับตัวเครื่องเช่นกันLenovo Legion Tower 7i (34L, 10) และ Lenovo Legion Tower 5i (30L, 10)เกมมิ่งเดสก์ท็อป หรือ เกมมิ่งทาวเวอร์ ที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์เดสก์ท็อปสูงสุดกับ Intel® Core™ 9 275HX บนทั้ง Legion Tower 7i และ Legion Tower 5i พร้อมตัวเลือกกราฟิกสูงสุดถึง NVIDIA GeForce RTX 4080 SUPER GPU บน Legion Tower 7i และ NVIDIA GeForce RTX 4060 Ti บน Legion Tower 5i นอกจากนี้ยังมีโซลูชันระบายความร้อนขั้นสูงด้วยของเหลวอันเป็นเอกสิทธิ์พิเศษเฉพาะของเลอโนโวอย่าง Legion Coldfront Liquid Cooling บน Legion Tower 7i และพัดลม ARGB แบบเก็บเสียงที่สามารถปรับแต่งได้ ซึ่งให้ค่า TDP สูงถึง 250W บน Legion Tower 7i และ 180W บน Legion Tower 5i ให้การอัปเกรดในอนาคตสามารถเข้าถึงได้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น โดยปราศจากการใช้เครื่องมือผ่านฝาปิดด้านข้างกระจกตัวเครื่องLenovo Legion Tab (8.8”,3)แท็บเล็ตซูเปอร์ไซส์ดีไซน์โลหะ บางเพียง 7.79 มม. และหนักเพียง 350 กรัม ได้รับการออกแบบมาเพื่อขยายประสิทธิภาพในการเล่นเกมโดยเฉพาะ ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon® 8 Gen 3 Mobile Platform ซึ่งรองรับการ Ray Tracing และเฟรมเรตสูงสุดถึง 165FPS มาพร้อมหน้าจอ PureSight 2.5K 165Hz6 ขนาด 8.8 นิ้ว กับหน่วยความจำ LPDDR5X 12GB และ UFS 4.0 256GB พร้อมนวัตกรรมการจัดการความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพอย่าง Legion Coldfront Vapor Chamber ขนาดกว่า 14% บนแท็บเล็ต นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ขนาด 6550mAh และพอร์ตชาร์จบายพาส USB-C ถึง 2 พอร์ตLenovo Legion Pro 34WD-10 และ Lenovo Legion R34w-30จอภาพเกมมิ่งสไตล์ Legion แบบ Immersive และ Ultrawide ที่มาพร้อมจอภาพ PureSight OLED WQHD แบบโค้งขนาด 34 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 240 Hz และค่าตอบสนองต่ำเพียงแค่ 0.03 msจอมอนิเตอร์นี้ผสานนวัตกรรมเทคโนโลยี AI ที่มีอัลกอริทึม Anti-Burn-in และตรวจจับผู้ใช้ พร้อมโซลูชันเคเบิล USB Type-C เพียง 1 เส้นแต่ให้พลังงานสูงถึง 140W และยังมีตัวเลือกพอร์ตหลายแบบ รวมถึง 2.5G RJ45 และยังรองรับ Lenovo TrueSplit สำหรับจอเสมือนได้สูงสุดถึง 3 จอ รวมสวิตช์ KVM ในตัว กับโหมด PiP/PbP และแสง RGB ที่เปลี่ยนได้ตามโหมดเกม Dark Boost และ Crosshair Magnifierสำหรับ Lenovo Legion R34w-30 เป็นมอนิเตอร์ UWQHD ขนาด 34 นิ้ว สัดส่วน 21:9 แบบกว้างพิเศษ พร้อมความโค้ง 1500R และอัตรารีเฟรชเรทที่สูงถึง 180Hz7 และ MPRT 0.5ms มอบความอเนกประสงค์และยังมีไฟ RGB ที่ให้บรรยากาศสมจริงได้ผ่านการควบคุมบน Legion Space นอกจากนี้จอภาพทั้ง 2 รุ่นมีการครอบคลุมสีที่กว้าง (98.5% DCI-P3 บน Pro 34WD-10, 99% sRGB ทั้ง 2 รุ่น)Lenovo LOQ 17IRX10แล็ปท็อปเกมมิ่งที่เข้าถึงง่ายและราคาคุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกความต้องการพื้นฐานทั้งในการเล่นเกมและการใช้งาน กับตัวเลือกที่มีทั้งบนแล็ปท็อป และทาวเวอร์ พร้อมขุมพลังโปรเซสเซอร์จาก Intel, GPU และกราฟิกการ์ดจาก NVIDIA GeForce RTX 5070ขนาด 17 นิ้ว กับขุมพลังโปรเซสเซอร์ Intel Core i7-14650HX และยังมาพร้อมกับไลน์อัพอื่น ๆ ได้แก่ LOQ 15IRX10 กับโปรเซสเซอร์ Intel Core i7-14650HX และ LOQ Tower 17IAX10 กับโปรเซสเซอร์ที่สามารถอัพเกรดได้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้นกับ Intel Core Ultra 9 280HXอุปกรณ์เสริมอัจฉริยะจาก Lenovo Legionกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ได้แก่ กระเป๋าสะพาย Lenovo Legion Sling Bag ดีไซน์เฉพาะ Legion Go มอบประสบการณ์เสมือนจริงกับแว่นตาอัจฉริยะ Legion Glasses 2 กับหน้าจอ Micro-OLED ขนาด 126 นิ้ว ให้ระบบภาพ 3 มิติแบบสเตอริโอ รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz และมอบค่าความละเอียดสี DCI-P3 สูงถึง 98% (จากเดิม 90%) ความสว่างเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 800 nits (จาก 270 nits) มีน้ำหนักเบาเพียง 65 กรัม บางเพียง 18.5 มม.นอกจากนี้ยังมีชุดหูฟังเกมมิ่งไร้สาย Lenovo Legion H600 ที่มาพร้อมตัวรับสัญญาณไร้สาย 2.4 GHz แบบ lossless คุณภาพและระบบเสียงระดับแข่งขัน รองรับการชาร์จผ่านสายและแบบแม่เหล็กกับช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. เพื่อให้สามารถสลับการใช้งานได้กับหลากหลายอุปกรณ์Legion Spaceซอฟต์แวร์เกมมิ่งดีไซน์ใหม่ มอบประสบการณ์การเล่นเกมให้สมบูรณ์แบบและทันสมัย โดย Legion Space ได้ผสานการตั้งค่าอุปกรณ์ และเกิดเป็น Ecosystems ที่ให้อุปกรณ์ตระกูลเกมมิ่งจากเลอโนโวทั้งหมดสามารถเชื่อมต่อได้อย่างไร้ขีดจำกัด ตั้งแต่ แล็ปท็อป Legion, LOQ, เดสก์ท็อป, เครื่องเกมพกพา และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆนอกจากนี้ยังให้เกมเมอร์เข้าถึงคลังเกมครบวงจรได้ในที่เดียว และยังรองรับการปรับแต่งแสง RGB รวมถึงฟีเจอร์ Atmospheric Sync สำหรับอุปกรณ์เสริม ผ่าน Lenovo ID ก็จะสามารถเข้าถึงการอัพเดตระบบได้อย่างง่ายดายและยังมี Gaming Zone หรือชุดเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง AI ช่วยให้เกมเมอร์ได้พัฒนาทักษะ การสตรีม และค้นหาแรงบันดาลใจในการเล่นเกม ซึ่งรวมไปถึงฟีเจอร์ Game Coach ที่สามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพการเล่นเกมตามข้อมูลผู้เล่น, Game Clip Master ที่ให้การตัดต่อวิดีโอจากการสตรีมเป็นเรื่องง่ายด้วย AI และฟีเจอร์ Game Companion หรือ AI Avatar ที่สามารถปรับแต่งและตอบสนองการเล่นเกมให้ดีขึ้นไปอีกขั้น Legion Space ยังมีอีกหลากหลายฟีเจอร์ให้ผู้ใช้ได้ปรับแต่งเพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมได้อย่างไร้ขอบเขต สินค้าพร้อมจำหน่ายและราคาในประเทศไทยLenovo Legion Go S(8”, 1) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 22,990 บาทLenovo Legion Pro 7i(16”, 10) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 99,990 บาทLenovo Legion Pro 5i(16”, 10) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 79,990 บาทLenovo Legion Pro 5(16”, 10) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 69,990 บาทLenovo Legion 7i(16”, 10) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 79,990 บาทLenovo Legion 5i(15”, 10) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 47,990 บาทLenovo Legion 5(15”, 10) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 46,990 บาทLenovo Legion Tower 7i(34L, 10) คาดว่าจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ โดยราคาจะประกาศเมื่อวางจำหน่ายLenovo Legion Tower 5i(30L, 10) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 59,990 บาทLenovo Legion Tab(8.8”, 3) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 20,990 บาทLenovo Legion Pro 34WD-10 Gaming Monitorวางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคา 36,990 บาทLenovo Legion R34w-30 Gaming Monitorวางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคา 9,990 บาทLenovo LOQ 17IRX10คาดว่าจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ โดยราคาจะประกาศเมื่อวางจำหน่ายLenovo LOQ 15IRX10วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 35,990 บาทLenovo LOQ Tower 17IAX10(17L, 10) วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 40,990 บาทLenovo Legion Sling Bagคาดว่าจะวางจำหน่ายเร็ว ๆ นี้ โดยราคาจะประกาศเมื่อวางจำหน่ายLenovo Legion Glasses 2วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคา 11,190 บาทLenovo Legion H600 Wireless Gaming Headset วางจำหน่ายแล้ว โดยมีราคา 3,990 บาท

10 หนุ่ม THE JET BOY BANGERZ ปล่อย EP ใหม่ ส่งเพลง Hot summer ละลายทุกองศา
อ่าน

10 หนุ่ม THE JET BOY BANGERZ ปล่อย EP ใหม่ ส่งเพลง Hot summer ละลายทุกองศา

10 หนุ่มส่งพลังดนตรี ดนตรีส่งจังหวะเพลง เพลงฮอตมาก! ฮอตสุด! Hot summer เพลงล่าสุดต้อนรับฤดูร้อนแดนอาทิตย์อุทัย จากบอยกรุ๊ป J-Pop มากความสามารถ THE JET BOY BANGERZ พร้อมปล่อย EP ใหม่ Masaka Nakutowa Omowanakatta ให้แฟนเพลงได้จึ้งใจกันขั้นสุด! Hot summer เพลงฮอตที่จะทำให้ใจละลายทุกองศา หนุ่ม ๆ THE JET BOY BANGERZ นำบรรยากาศของฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกคึกคัก สนุกสนาน มาใส่ในเพลงด้วยดนตรีแนว electronic club music จัดหนักกับบีทสุดมันส์ และท่อนฮุก Hot hot summer, hot hot summer ที่แค่ได้ฟังก็อยากร้องตาม แถมเนื้อเพลงที่พูดถึงความรักอันร้อนแรงจนทำเอาใจละลายแบบไม่รู้ตัว! เพลง Hot summer เป็นบทสรุปความร้อนแรงทั้งหมดของ EP ล่าสุด Masaka Nakutowa Omowanakatta ซึ่งออกวางจำหน่ายเมื่อ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ประกอบด้วย 3 เพลงใหม่ เริ่มด้วยเพลง Masaka Nakutowa Omowanakatta ชื่อเดียวกับ EP เป็นเพลงหลักประกอบซีรีส์ญี่ปุ่นTV TOKYO Drama 9 เรื่อง "Shissounin Sousakuhan Kieta Shinjitsu" ถัดมา เพลง Attention แนวเพลงเท่ ๆ จังหวะเทสดี และส่งท้ายด้วยเพลง Hot summer ที่มาเติมเต็มฤดูร้อนนี้ให้สมบูรณ์แบบ สตรีมฟังได้แล้ววันนี้ทุกแพลตฟอร์ม 10 หนุ่ม Green Flag ที่ห้ามปล่อยผ่าน! พบกันครั้งแรกในเมืองไทย ก.ค.นี้ ไม่ว่าซัมเมอร์ที่ญี่ปุ่นหรือประเทศไทยจะร้อนแค่ไหน ทั้ง 10 หนุ่ม THE JET BOY BANGERZ ก็พร้อมหลอมละลายหัวใจแฟน ๆ ไปกับเสน่ห์แสนอบอุ่นและความเท่หลากสไตล์ของพวกเขา โดยเฉพาะเหล่า TEAM JETZ (ชื่อแฟนคลับ) ห้ามปล่อยผ่าน! เตรียมซัพพอร์ตโชว์แรกในเมืองไทยที่งาน MIXEDPOP Music Festival Bangkok 2025 เดือนกรกฎาคมนี้ มาเจอกัน!

SM True เปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ 'NCT 127 Starry Summer' ครั้งแรกในประเทศไทย
อ่าน

SM True เปิดตัวคอลเล็กชันพิเศษ 'NCT 127 Starry Summer' ครั้งแรกในประเทศไทย

SM True (เอสเอ็ม ทรู) ผู้จัดและต้นสังกัดในประเทศไทยของศิลปินค่ายที่บุกเบิกเค-ป็อปSM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์)เปิดตัวสินค้าคอลเล็กชันพิเศษ NCT 127 Starry Summer (เอ็นซีที วันทูเซเว่น สตาร์รี ซัมเมอร์) ครั้งแรกในประเทศไทยที่นำลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์สุดโด่งดัง STARFISH หรือปลาดาวของวงที่ได้รับความนิยมอย่างถล่มทลาย NCT 127 (เอ็นซีที วันทูเซเว่น) มาออกแบบเป็นสินค้าแสนน่ารักหลากหลายรูปแบบที่สามารถใช้ได้ทุกวัน พร้อมชวนให้นึกถึงวันพักผ่อนสบาย ๆ คลายร้อนที่ริมทะเลในช่วงซัมเมอร์ สำหรับไลน์อัปแรกของสินค้าคอลเล็กชันพิเศษ NCT 127 Starry Summer (เอ็นซีที วันทูเซเว่น สตาร์รี ซัมเมอร์) ได้กระจายความสดใสสู่ทุกสายตาเรียบร้อย รวมทั้งหมด 9 รายการ ได้แก่ กางเกงช้าง (ELEPHANT PANTS), ผ้าโพกหัว (BANDANA), เสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์ (OVERSIZED T-SHIRT), เสื้อยืดครอป (CROP T-SHIRT), กิ๊บหนีบผม (HAIR CLIP) คู่คาแรกเตอร์ STARFISH ของสมาชิก NCT 127, พัดลมพกพา (MOBILE FAN), กระดาษโน้ต (MEMO PAD) แบบครบเซ็ต, กระเป๋าใสพกพา (RANSPARENT POUCH) และเทปตกแต่ง (MASKING TAPE) โดยสินค้าทั้งหมดจะถูกผลิตขึ้นในประเทศไทย และจัดจำหน่ายผ่านทาง Shopee (ช้อปปี้) อีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ที่ครองใจผู้ใช้งานชาวไทย แพลตฟอร์มเดียวเท่านั้น เปิดพรีออเดอร์สินค้าคอลเล็กชัน NCT 127 Starry Summer 1st DROP MD แล้วตอนนี้ ! จนถึงวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 เวลา 18:00 น. เท่านั้น ที่ร้านค้าอย่างเป็นทางการ SM True Store ทาง Shopee ทั้งนี้ รอติดตามข่าวสารและรายละเอียดของสินค้าคอลเล็กชันพิเศษสำหรับประเทศไทย NCT 127 Starry Summer (เอ็นซีที วันทูเซเว่น สตาร์รี ซัมเมอร์) ไลน์อัปที่สองได้ทางบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของSM True(เอสเอ็ม ทรู)ผ่านช่องทางดังนี้ Facebook (เฟซบุ๊ก)facebook.com/smtruethailand, Instagram (อินสตาแกรม)instagram.com/smtruethailand, X (เอ็กซ์)x.com/SMTrueThailand และ TikTok (ติ๊กต๊อก)tiktok.com/@smtruethailand

ซีรีส์ "The X-Files" ฉบับรีบูตใหม่ จะเป็นโปรเจกต์ถัดไปของผู้กำกับ ไรอัน คูเกลอร์
อ่าน

ซีรีส์ "The X-Files" ฉบับรีบูตใหม่ จะเป็นโปรเจกต์ถัดไปของผู้กำกับ ไรอัน คูเกลอร์

เพิ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ พร้อมกวาดคำชมอย่างล้มหลามกับหนังแวมไพร์ "Sinners" ดูเหมือนว่าผู้กำกับยอดฝีมือ "ไรอัน คูเกลอร์" จะมีพันธะและมีโปรเจกต์ให้ได้รังสรรค์ต่อไปแบบยาว ๆ แต่โครงการใหม่ชิ้นถัดไปของเขา อาจจะเป็นการเว้นวรรคงานสร้างจอใหญ่ไปสักน้อย เพราะดูเหมือนว่าเขาจะเบนเข็มกลับไปสนุกกับการทำซีรีส์จอเล็ก ในเรื่องที่สเกลงานไม่ธรรดาเสียด้วย "ผมตื่นเต้นมานานแล้วครับ ผมพร้อมที่จะกลับมาลุยมันอีกครั้ง" ไรอัน คูเกลอร์ ให้สัมภาษณผ่านพอดแคส Last Podcast on the Left ระหว่างเดินทางโปรโมตหนัง Sinners ของเขา ที่เป็นการยืนยันว่าโปรเจกต์งานชิ้นถัดไปที่เขาจะทำต่อนั้นก็คือฉบับรีบูตใหม่ของซีรีส์ "The X-Files" ที่เขาจะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์งานให้ "เรามีวัตถุดิบบางตอนที่พยายามปลุกปั้นกันอยู่ คือถ้าเราได้ถึงได้ปัง มันน่าจะออกมาเป็นซีรีส์ตอนที่น่าสะพรึงอย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียวครับ" ไรอัน คูเกลอร์ กล่าว การมีส่วนร่วมในโปรเจกต์รีบูตซีรีส์ The X-Files ไม่ใช่ข่าวใหม่อะไร เพราะย้อนกลับไปเมื่อปี 2023 ที่มีข่าวว่าซีรีส์จะปัดฝุ่นสร้างใหม่ ก็มีชื่อ ไรอัน คูเกลอร์ ปรากฏร่วมอยู่ด้วย ภายใต้การสร้างของผู้จัด "คริส คาร์เตอร์" ที่จะทำให้ตำนานซีรีส์สืบสวนสอบที่มีกลิ่นอายความหลอนจากสิ่งลี้ลับกลับมาปังอีกครั้งในยุคนี้ พร้อมกับหวังว่าจะได้ "เดวิด ดูคอฟนี" กับ "จิลเลียน แอนเดอร์สัน" กลับมาสานต่อบทบาทในตำนานของพวกเขาอีกครั้ง The X-Files เป็นซีรีส์ดังแห่งยุค 90s ที่ถือกำเนิดอยู่ภายใต้การออนแอนร์ของอดีตช่องฟ็อกซ์ ที่สร้างออกมาต่อเนื่องถึง 9 ซีซัน ตั้งแต่ปี 1993 เรื่อยมาจนถึงปี 2001 ก่อนจะกลับมาสานต่ออีกเบา ๆ ในช่วงปี 2016-2018 ซึ่งโครงการรีบูตใหม่ของ The X-Files ครั้งนี้ได้มาอยู่ในมือของดิสนีย์ เทเลวิชัน อย่างเต็มตัว และอยู่ในขั้นตอนพัฒนางานสร้างมาสักระยะหนึ่งแล้ว นี่จึงเป็นสัญญาณที่บ่งชี้แล้ว ในอีกไม่นานนี้เราจะได้เห็นฉบับใหม่ของ The X-Files ที่หน้าจอแน่ ๆ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แบบใหม่แบบสับ! ช่อง 7HD เสิร์ฟซีรีส์วาย จับตารอชมตัวอย่างเต็ม "ฉันคอยเธอ" 16 เม.ย.นี้
อ่าน

แบบใหม่แบบสับ! ช่อง 7HD เสิร์ฟซีรีส์วาย จับตารอชมตัวอย่างเต็ม "ฉันคอยเธอ" 16 เม.ย.นี้

หลังจากมีการปล่อยโปสเตอร์ภาพกุมมือสุดฟินลงบนโลกออนไลน์ พร้อมติดแฮชแท็กว่า #ฉันคอยเธอ วันที่ 19 พฤษภาคม นี้ ก็เรียกเสียงฮือฮาจากแฟน ๆ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เรียกว่ากรี๊ดกันสนั่นโซเชียล โดยเฉพาะคอซีรีส์วาย ที่ต่างจับตา และรอคอยทันที ช่อง 7HD เสิร์ฟซีรีส์วาย รอชมตัวอย่างเต็ม "ฉันคอยเธอ" 16 เม.ย.นี้ ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD ล่าสุดยังคงสร้างความฮือฮาต่อเนื่อง กับอีกหนึ่งโปสเตอร์โปรโมตภาพใหม่ของ "ฉันคอยเธอ" ชวนแฟน ๆ ให้รอติดตาม OFFICIAL TRAILER ตัวอย่างซีรีส์ฉบับเต็ม ที่จะลงจอให้ชมทางช่อง 7HD ในวันพุธที่ 16 เมษายน นี้ ก็ยิ่งทำให้หลายคน แทบอดใจรอไม่ไหว กับซีรีส์ที่จะมาสร้างสีสัน และบรรยากาศใหม่ ๆ ให้กับแฟน ๆ ของช่องทุกรุ่น และขอบอกเลยว่า นี่เป็นเพียงการเรียกน้ำย่อยเท่านั้น อดใจอีกไม่นานเกินรอ ทุกคนจะได้รับชมภาพฉากที่สวยงามละมุนละไม ซึ่งจะมาพร้อมกับสตอรี่ที่น่าสนใจ ผ่านการแสดงของทีมนักแสดงรุ่นใหม่ ที่มีเสน่ห์เหลือร้าย ชนิดที่หลายคนดูแล้วจะต้องตกหลุมรัก 16 เมษายน นี้ มาอุ่นเครื่องความฟิน เตรียมปักหมุดรับชมตัวอย่างซีรีส์ "ฉันคอยเธอ" ได้ เวลา 13.09 น. ทางช่อง 7HD กด 35 ก่อนที่จะรับชมซีรีส์ตอนแรก ในวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม นี้