รีเซต

ผลการค้นหา “iPhone” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Elvis Costello เขาคือใคร? Apple ถึงเชิญมาแสดงสดในงานเปิดตัว Iphone 5S และ Iphone 5C
อ่าน

Elvis Costello เขาคือใคร? Apple ถึงเชิญมาแสดงสดในงานเปิดตัว Iphone 5S และ Iphone 5C

เป็นประเด็นดังทั่วบ้านทั่วเมือง! สำหรับงานเปิดตัว Iphone 5S และ Iphone 5C เมื่อคืนที่ผ่านมา คงสงสัยกันใช่มั้ยว่าศิลปินที่ Apple ถึงขนาดเชิญมาร้องเพลงในงานเปิดตัวสะเทือนโลกอย่างงาน Special Event September 2013 เขาคือใคร ไม่ใช่ Lady Gaga ไม่ใช่ Taylor Swift แต่เป็น Elvis Costello! ถ้าพูดชื่อลุงใส่แว่นคนนี้คงจะไม่มีใครรู้จักมากนัก แต่ถ้าได้ฟังเพลงฮิตตลอดกาลของเขา ทุกคนคงจะต้องร้อง อ๋อ กับเพลง She บทเพลงอมตะตลอดกาลของเขา เหตุผลที่ Apple เชิญ Elvis Costello มาเนื่องจากเขาเคยอยู่ในวงการไอทีมาก่อน โดยเคยเป็นเจ้าหน้าควบคุมคอมพิวเตอร์ที่ Midland Bank ก่อนที่จะเข้าสู่วงการดนตรี ทำให้เขามีความสนใจในเทคโนโลยีเช่นเดียวกับดนตรี Elvis Costello เป็นนักดนตรีแนวร็อค เริ่มต้นอาชีพนักดนตรีในปี 1970 เคยได้รับรางวัล Grammy Awards และได้มีรายชื่ออยู่ใน Rock and Roll Hall of Fame ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดรางวัลหนึ่งของวงการดนตรีเลยทีเดียว เพลงที่ Elvis Costello แสดงในงานนนี้ ได้แก่ Peace Love and Understanding เพลง Radio Soul และเพลงใหม่ล่าสุดของเขาเอง ติดตามฟังได้ ที่นี่ติดตามความเคลื่อนไหววงการเพลง ได้อีกช่องทางที่FB : TrueMusicTW: TrueMusic

โปเตโต้..ชวนแฟนร่วม Cover เพลง Postcard ชิง iPhone 5s !!!
อ่าน

โปเตโต้..ชวนแฟนร่วม Cover เพลง Postcard ชิง iPhone 5s !!!

โปเตโต้ เชิญชวนเพื่อนๆ และแฟนเพลงมาร่วมกิจกรรม Cover เพลง Postcard (โปสการ์ด) ในแบบฉบับของคุณไม่ว่าจะร้องเดี่ยว ร้องคู่ หรือเป็นกลุ่ม โดยไม่จำกัดแนวเพลงและสไตล์ดนตรี เพียงเท่านี้ก็จะมีสิทธิลุ้นชิงรางวัล iPhone 5s จำนวน 1 รางวัล หลังจาก โปเตโต้ ปล่อยเพลงพิเศษ Postcard (โปสการ์ด) ซึ่งเนื้อหาของเพลงมีแต่คำอวยพรและความปรารถนาดีที่สามารถส่งให้กับคนรักได้ทุกเพศทุกวัย พร้อมกับเพลงโปสการ์ดนี้ได้รับกระแสตอบรับดีมากจากแฟนเพลงทั่วประเทศ ซึ่งทางวง โปเตโต้ และต้นสังกัด เวิร์คแก๊งค์ (Werkgang) จึงถือโอกาสเชิญชวนทุกคนที่สนใจมา Cover เพลงนี้กัน ตามกติกาง่ายๆ เพียงถ่ายคลิปวิดีโอ Cover (หรือ Rearrange) เพลง Postcard ของ POTATO ในสไตล์ใดก็ได้ แล้วอัพคลิปลง Youtube ในชื่อบัญชีของคุณเอง และส่ง Link ของคลิปดังกล่าวไปที่ Facebook ของ WerkGang พร้อมทั้งใส่ hashtag #PotatoPostcardCover ส่งคลิปได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 11 เมษายน 2557 เวลา 24.00 น. หรือสามารถติดตามรายละเอียดและกติกาทั้งหมดได้ที่ http://smarturl.it/ul75zhฟังเพลง Postcard Potato คลิ๊กที่นี่ติดตามความเคลื่อนไหววงการเพลง ได้อีกช่องทางที่FB : TrueMusicTW: TrueMusic

สุดยอด ภาพถ่ายด้วย iPhone สวยที่สุดในโลก จากงานประกวด iPhone Photography Awards 2014
อ่าน

สุดยอด ภาพถ่ายด้วย iPhone สวยที่สุดในโลก จากงานประกวด iPhone Photography Awards 2014

งานประกวดภาพถ่ายรางวัล iPhone Photography Award (IPPAWARDS) ที่จัดติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แล้ว ด้วยความง่ายต่อการใช้งาน และมีแอปตกแต่งภาพมากมายจึงทำให้มีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยมีเงื่อนไขเพียงแค่ต้องเป็นรูปที่ถ่ายจาก iPhone รุ่นใดก็ได้ ใช้แอปแต่งภาพได้ และห้ามนำออกมาแต่งบนคอมพิวเตอร์หมวดหมู่ของภาพก็มากมาย เช่น ภาพวิวทิวทัศน์ ภาพสถาปัตยกรรม ภาพท่องเที่ยว เป็นต้น ลองมาชมตัวอย่างบางส่วนของผู้ที่ได้รับรางวัลดูดีกว่าครับ คุณสามารถเข้าไปชมภาพทั้งหมดได้ที่ ippawards.comที่มา : ippawardsติดตาม travel.truelife.com ได้อีกช่องทางที่FB : Travel Truelifeทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และสุขภาพ คลิกที่http://travel.truelife.com

เปิดตัว iPhone 14, iPhone 14 Plus และ iPhone 14 Pro, iPhone 14 Pro Max มีอะไรใหม่บ้าง ?
อ่าน

เปิดตัว iPhone 14, iPhone 14 Plus และ iPhone 14 Pro, iPhone 14 Pro Max มีอะไรใหม่บ้าง ?

แอปเปิล (Apple) เปิดตัวแล้ว สำหรับไอโฟน 14 (iPhone 14) ที่มีขนาด 6.1 นิ้ว และไอโฟน 14 พลัส (iPhone 14 Plus) ที่มีขนาด 6.7 นิ้ว ซึ่งในส่วนของดีไซน์ภายนอกยังคงเดิมคล้ายกับไอโฟน 13 (iPhone 13) ที่เพิ่มเติมมาคือมีสีใหม่มาให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีดำ (Black), สีฟ้า (Blue), สีขาว (White), สีม่วง (Purple) และสีแดง (Red)ในส่วนของหน้าจอเป็นซูเปอร์ เรตินา เอ็กซ์ดีอาร์ (Super Retina XRD) และป้องกันหน้าจอด้วยแผ่นเซรามิกนอกจากนี้ยังมีกล้องหลังหลักใหม่ 12 เมกะพิกเซล (MP) ให้ความละเอียดมากกว่าเดิม และฟีเจอร์โฟกัสอัตโนมัติ (Auto Focus) ของกล้องหน้ามีอีก 2 ฟีเจอร์ที่โดดเด่น คือ ฟีเจอร์ตรวจจับการกระแทก (Crash Detection) ตรวจจับแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และฟีเจอร์การขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน (Emergency SOS) ที่ใช้ดาวเทียมในการส่งสัญญาณ และในส่วนของสิ่งที่จะหายไปนั่นก็คือถาดใส่ซิมโดยไอโฟน 14เปิดตัวมาที่ราคา 799 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 29,000 บาท และไอโฟน 14 พลัสเปิดตัวมาในราคา 899 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 32,000 บาทต่อกันที่ไอโฟน 14 โปร (iPhone 14 Pro) ขนาด 6.1 นิ้ว และไอโฟน 14 โปร แม็กซ์ (iPhone 14 Pro Max) ขนาด 6.7 นิ้ว ซึ่งมาด้วยกันถึง 4 สี ได้แก่ สเปซแบล็ค (Space Black), สีเงิน (Silver), สีทอง (Gold) และสีดีพ เพอพัล (Deep Purple)ให้กล้องหลักด้านหลังมาถึง 48 เมกะพิกเซล ใช้ชิปเอ 16 (A16) มีฟีเจอร์ตรวจจับการกระแทก และฟีเจอร์การขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมด้วยฟีเจอร์โฟกัสอัตโนมัติของกล้องหน้า เหมือนกับของไอโฟน 14 และไอโฟน 14 พลัสโดยไอโฟน 14 โปรเปิดตัวมาที่ราคา 999 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 36,000 บาท และไอโฟน 14 โปร แม็กซ์เปิดตัวมาในราคา 1099 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 40,000 บาทสำหรับประเทศไทยสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ในวันที่ 9 กันยายน 2022 เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. และเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 16 กันยายน 2022 ที่จะถึงนี้ภาพจากwww.apple.com

Geekbench ให้คะแนน iPhone SE ประสิทธิภาพใกล้เคียง iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max
อ่าน

Geekbench ให้คะแนน iPhone SE ประสิทธิภาพใกล้เคียง iPhone 13 และ iPhone 13 Pro Max

ภายหลังการเปิดตัว iPhone SE รุ่นใหม่ทาง Geekbench โปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งเปิดเผยผลการทดสอบ iPhone SE ว่ามีประสิทธิภาพใกล้เคียง iPhone 13 Pro Max สมาร์ตโฟนเรือธงของบริษัท Apple เป็นที่น่าสังเกตว่าสมาร์ตโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้มีราคาวางจำหน่ายที่แตกต่างกันมากกว่าเท่าตัว iPhone SE รุ่นใหม่มีราคาประมาณ 15,900 ส่วน iPhone 13 Pro Max มีราคา 42,900 บาทGeekBench ได้ให้คะแนนสมาร์ตโฟน iPhone SESingle-Core 1695 คะแนนMulti-Core 4021 คะแนนสมาร์ตโฟน iPhone 13Single-Core 1672 คะแนนMulti-Core 4481 คะแนนส่วนสมาร์ตโฟน iPhone 13 Pro MaxSingle-Core 1694 คะแนนMulti-Core 4659 คะแนนเมื่อเปรียบเทียบกับ iPhone SE รุ่นก่อนหน้า iPhone SE รุ่นใหม่มีการประมวลผลกราฟิกที่เร็วขึ้น 1.2 เท่า รวมไปถึงสามารถเล่นวิดีโอได้นาน 15 ชั่วโมง มากกว่า iPhone SE รุ่นก่อนหน้าประมาณ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ชิป A15 Bionic ยังถือเป็นทีเด็ดของ iPhone SE รุ่นใหม่นี้โดยสามารถช่วยให้ถ่ายภาพแบบ Smart HDR 4 ได้อย่างยอดเยี่ยมiPhone SE รุ่นใหม่มีความน่าสนใจและประสิทธิภาพการใช้งานเพิ่มมากขึ้นแม้การออกแบบภายนอกจแทบไม่เปลี่ยนเมื่อเทียบกับ iPhone SE รุ่นก่อน ขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้วของ iPhone SE รุ่นใหม่รองรับการแสดงผลที่มีประสิทธิภาพพร้อมปุ่ม Home และ Touch ID ที่กลายสิ่งที่ผู้ใช้งานหลายคนไม่อยากให้นำออกไป สำหรับระบบการเชื่อมต่อสื่อสารรองรับ 5G ที่รับส่งข้อมูลความเร็วสูงข้อมูลจาก macrumors.comภาพจาก Raytheon Technologies

"iPhone SE" vs "iPhone XR" สรุป 7 อย่างสำคัญ ตัดสินใจได้เลย
อ่าน

"iPhone SE" vs "iPhone XR" สรุป 7 อย่างสำคัญ ตัดสินใจได้เลย

หลังจากที่เกิดกระเเสฮือฮาที่ Apple ได้เปิดตัว IPhone SE 2020 เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา กับสเปคที่เเรงสวนทางกับราคาเพราะราคาถูกมาก ถือว่าเป็นไอโฟนที่เปิดตัวมาในราคาที่ถูกที่สุดเลยก็ว่าได้ จุดเด่นของ IPhone SE 2020 ที่นอกจากสเปคจะเเรงเทียบเท่ากับ ตระกูล IPhone 11 เเล้ว คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้อีกนั่นก็คือ Touch ID ทำให้ใครหลายที่คนรักใน Touch ID ก็เริ่มที่จะจับจองเป็นเจ้าของกันเรียบร้อยเเล้ว เเต่ก็ยังคงมีคนอีกไม่น้อยที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเลือกใช้อะไรดีระหว่าง Touch ID กับ Face ID ที่ได้รุ่น IPhone XR เป็นรุ่นที่ใช้ Face ID ราคาถูกที่สุด ในวันนี้นักเขียนได้รวบรวม 7 หัวข้อสำคัญมาเปรียบเทียบกันให้เห็นชัด ๆ กันไปเลยระหว่าง  IPhone SE 2020 VS  IPhone XR จะเลือกอะไรดี ไปดูกันเลยค่ะ ข้อมูลทั่วไปIPhone SE 2020 ขนาดหน้าจอ : 4.7 นิ้วหน่วยความจำ : RAM 3 ROM 64/128/256 GBชิพ : A13 Bionicสี : 3 สี ดำ เเดง ขาว ราคา : เริ่มต้นที่ 14,900-20,900 (กรณีไม่รวม AppleCare+)IPhone XRหน้าจอ : 6.1 นิ้วRAM : 3 ROM 64/128ชิพ : A12 Bionicสี : 6 สี ดำ เเดง ขาว ฟ้า ส้มคอรัล เหลืองราคา : เริ่มต้น 21,900-23,900 (กรณีไม่รวม AppleCare+) เมื่อทราบสเปคกันคร่าว ๆ เเล้วต่อไปมาลงรายละเอียดเเต่ละอย่างกันนะคะ อย่างเเรก หน้าจอ IPhone SE 2020  ขนาด 4.7 นิ้ว ใช้หน้าจอเเบบ Retina HD IPhone XR6.1 นิ้ว ใช้หน้าจอเเบบ Liquid Ratina HD ขนาดหน้าจอคงเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ของใครหลาย ๆ คน ที่จะตัดสินใจซื้อรุ่นไหนดี ซึ่งในส่วนนี้ก็คงต้องยกให้กับ IPhone XR ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ ดังนั้นเวลาเล่นเกมหรือดูหนังชมซีรีส์ก็สามารถดูได้อย่างจุใจกันเลยทีเดียว เเต่เมื่อขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ก็ต้องยอมรับกับน้ำหนักเเละขนาดที่ใหญ่ตามมา บางคนก็อาจะชอบหน้าจอเล็ก ๆ เพราะใช้งานถนัดมากกว่า ในส่วนนี้ก็อยู่ที่ความชอบของเเต่ละคนนะคะชนิดของทั้ง 2 จอเเตกต่างกันอย่างไร? หากเปรียบเทียบกันจริง ๆ หน้าจอเเบบ Liquid Ratina HD จะมีความคมชัดเเละเเสดงสีสันได้สมจริงมากกว่า อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Tap to wake ที่มีคุณสมบัติคล้าย ๆ กับฟีเจอร์ Raise to wake ที่จะเป็นการยกไอโฟนขึ้นมาเเล้วไอโฟนจะสว่างขึ้นอัตโนมัติ เเต่เเตกต่างกันที่ Tap to wake จะเป็นการเเตะเพื่อให้หน้าจอสว่างขึ้นนั่นเอง ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถใช้ได้เเค่กับรุ่นที่รองกับ Face ID เท่านั้น ดังนั้นหน้าจอเเบบ Retina HD อย่าง IPhone SE จึงไม่สามารถใช้ได้ เเต่ถ้าถามว่ามันจำเป็นต้องมีไหม ก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น บางคนอาจจะถนัดกับฟีเจอร์ยกหน้าจอขึ้นมามากกว่า อีกทั้งคุณสมบัติทั้งสองยังเหมือนกันเเตกต่างกันที่วิธีใช้มากกว่าค่ะ อย่างที่ 2 ชิพประมวลผลIPhone SE 2020  ชิพ : A13 BionicIPhone XRชิพ A12 Bionicอย่างที่เราทราบกันดีว่า ชิพ A13 Bionic นั้นเป็นชิพใหม่ล่าสุดที่ถูกใช้กับรุ่นตระกูล IPhone 11 ซึ่งมีความรวดเร็วเเละลื่นไหลไม่มีสะดุด ในขณะที่ IPhone XR ใช้ ชิพ A12 Bionic ก็ต้องยอมรับว่าความเร็วในส่วนนี้มีความเเตกต่างกัน เเถม RAM ที่มากับทั่งคู่ยังเป็น RAM 3 เท่ากัน ดังนั้นในส่วนนี้ก็ต้องยกความเร็วให้กับ IPhone SE 2020  ที่มีความเร็วมากกว่า IPhone XR นั่นเองค่ะ อย่างที่ 3 กล้อง ทั้งสองรุ่นมาในกล้องเดี่ยว ความละเอียดกล้องหลัง 12MP รูรับเเสง f/1.8 (ความสามารถในการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ) กล้องหน้า 7MP ในส่วนนี้ถือว่าทั้งคู่มีความสามารถเท่ากัน เเต่จะมีความเเตกต่างกันเล็กน้อย คือ-การวางตำเเหน่ง flash -สตูดิโอจัดเเสงของ IPhone SE 2020  มีให้เลือกถึง 6 เเบบ เเต่ในขณะที่ IPhone XR มีเพียง 3 เเบบ-IPhone SE 2020 มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Quick take คือฟีเจอร์ที่สามารถกดค้างที่ปุ่มถ่ายภาพเเล้วโหมดถ่ายภาพจะกลายเป็นโหมดวิดีโอ ทำให้สามารถถ่ายวิดีได้รวดเร็วมากขึ้น -IPhone SE 2020 สามารถบันทึกวิดีระดับ HD ได้ถึง 60 fps เเต่ IPhone XR สามารถถ่ายได้เเค่ 30 fps หากใครที่เป็นสายถ่ายวิดีโอ สายเซลฟี่ IPhone SE 2020 จะสามารถทำได้ลื่นไหลเเละสมูทมากกว่าค่ะอย่างที่ 4 Touch ID vs Face ID อย่างที่ทราบกันดีว่า IPhone SE 2020 มาในรุ่นที่รองรับ Touch ID ที่มีราคาถูกที่สุดที่เคยเปิดตัวมา ซึ่งในตอนนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุที่ใครหลายคนเริ่มมีความสนใจกับเจ้าตัว Touch ID เพราะสถานการณ์โควิดเป็นเหตุ เนื่องจากเราต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยเกือบจะตลอดทั้งวันทำให้หากใช้ Face ID เวลาสเเกนหน้าจอมักจะเจอปัญหาที่สเเกนไม่ค่อยติด ทำให้ตอนนี้ Touch ID นั้นค่อนข้างได้เปรียบ เพราะสะดวกต่อการใช้งานในสถานการณ์เเบบนี้มากกว่าค่ะ เเต่ไม่ใช่ว่า Face ID จะไม่มีข้อดีนะคะ จริง ๆ เเล้วตอนนี้ทาง apple ก็เริ่มอัพเดทซอฟต์เเวร์ให้สามารถสเเกนใบหน้าเเม้สวมใส่หน้ากากได้ค่ะ อีกทั้งกันป้องกันความปลอดภัยเเบบ Face ID ค่อนข้างที่จะสะดวกเเละปลอดภัยมากกว่า นักเขียนเป็นคนที่ประสบปัญหาในการใช้ Touch ID เนื่องจากเหงื่อที่มือเยอะ ทำให้สเเกนนิ้วไม่ค่อยติด หรือบางทีมือปกติก็สเเกนไม่ได้ต้องสเเกนประมาณ 2-3 รอบ ดังนั้น Face ID ก็ถือว่ามีข้อได้เปรียบได้ส่วนนี้ค่ะอย่างที่ 5 ความอึดเเบตเตอรี่IPhone SE 2020 1,821 mAhIPhone XR 2,942 mAhจากข้อมูลที่เราได้มานั้นจะเห็นว่าเจ้าตัว IPhone XR ทำออกมาได้ดีมาก ๆ มีความจุของเเบตเตอรี่ห่างกันเกือบเท่าตัว ทำให้เห็นความต่างของเเบตเตอรี่ทั้งสองรุ่นได้อย่างชัดเจน สายเกมเมอร์ สายซีรีส์นั้นคงตัดสินใจไม่ยากเลยว่าเลือกรุ่นไหนดีใช่ไหมคะ อย่างที่ 6 สี หากใครชื่นชอบในสีสันที่สดใสก็สามารถเลือก IPhone XR ได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ เพราะรุ่นนี้มีให้เลือกถึง 6 สี ด้วยกัน เเต่ละสีก็คือสดใส บ่งบอกตัวตรของผู้ฝช้งานได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว อย่างสุดท้าย ราคาจากที่เราได้เปรียบเทียบกันไปก่อนหน้าถึงราคาของทั้งสองรุ่น คงเห็นความเเตกต่างได้อย่างชัดเจนเพราะช่องว่างของราคาที่ถือว่ากว้างมาก ทำให้ราคาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการเลือกซื้อรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ถึงเเม้จะซื้อ IPhone SE 2020 ที่มีความจุสูงสุด คือ 256 GB ก็ยังมีเงินเหลือไปทำอะไรได้อีกมากมาย ในขณะที่ IPhone XR ตัวที่ราคาต่ำสุดก็ราคาอยู่ที่ 21,900 เลยล่ะค่ะ เเต่ในส่วนของราคาที่เเตกต่างกันก็เเลกมากับระบบความปลอดภัยเเละหน้าจอที่เเตกต่างกันนั่นเองค่ะ สรุปหากจะให้พูดถึงในมุมมองของความคุ้มค่าเเละราคา เจ้าตัว  IPhone SE 2020 ตอบโจทย์ในส่วนตรงนี้มากกว่า เพราะสเปคที่เทียบเท่ากับ Iphone 11 เพราะใช้ CPU ตัวเดียวกันทำให้ตัวนี้ถือว่าคุ้มค่ามาก สามารถใช้ได้อย่างยาว ๆ ในราคาที่จับต้องได้จริง อีกทั้งยังเป็นรุ่นที่รองรับ Touch ID ทำให้ได้เปรียบในช่วงสถานการณ์เเบบนี้ด้วยค่ะเเต่ถ้าหากมองในมุมของเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับคนที่ต้องการจะเปลี่ยนมาใช้ Face ID เเละชื่นชอบขนาดหน้าจอใหญ่สะใจคงจะต้องยกให้ IPhone XR เพราะถือว่าเป็นรุ่นที่รองรับระบบ Face ID ที่ราคาต่ำที่สุด หากใครที่พอจะมีงบเเละอยากจะเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็สามารถเลือกรุ่นนี้ได้เลยค่ะ สุดท้ายเเล้วก็คงบอกไม่ได้ว่าใครดีกว่าใคร เพราะทั้งสองรุ่นที่ต่างมีสิ่งที่อีกรุ่นไม่มี อยู่ที่มุมมองของผู้อ่านเชียร์ใจไปทางไหนมากกว่าค่ะ หวังว่าบทความนี้จะมีส่วนช่วยให้ใครที่กำลังลังเลกับทั้งสองรุ่นสามารถช่วยตัดสินใจได้นะคะ :) ขอขอบคุณรูปหน้า ปก Pixabay เเละ Apple รูปภาพประกอบทั้งหมดจาก Apple 

"iPhone SE" vs "iPhone XR" รุ่นไหนดี ? เรามีคำตอบ📱
อ่าน

"iPhone SE" vs "iPhone XR" รุ่นไหนดี ? เรามีคำตอบ📱

 ค่ายที่ขึ้นชื่อเรื่องขยันออกมือถือใหม่มาให้เราเสียเงินเสียจริง ๆ อย่างค่าย Apple พึ่งออกจะประกาศโละนำ ไอโฟน 8 และ 8 Plus ออกจากไลน์ไอโฟน และแทนที่ด้วย Iphone SE 2020 รุ่นใหม่ออกมาด้วยราคาจับต้องได้ที่ 14900.- บาท ทำเอาหลาย ๆ คนถึงกับตาลุกวาวอยากจะครอบครัวไอโฟนไว้ในมือ แต่หากมองกลับไปแล้วยังมีไอโฟนอีกรุ่นที่ยังเก่ากว่านั้นคือ Iphone XR ที่ยังไม่เลิกผลิต สามารถหาซื้อได้บนเว็บไซต์ Apple ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่า เรายังควรเสียเงินซื้อรุ่น Iphone XR หรือ ซื้อ Iphone SE ตัวใหม่ไปเลย  บางทีเรื่องของการซื้อโทรศัพท์มือถือนั้นนอกจากสเปคอย่างเดียว ไม่สาามารถตัดสินว่าเราควรซื้อรุ่นนั้น การใช้งานและชื่นชอบในรุ่นนั้น ๆ ก็มีผลในการตัดสินใจ ดังนั้นเรามาดูไปพร้อม ๆ กันค่ะ ว่าแต่ละรุ่น มีอะไรเด่น ๆ ดี ๆ บ้าง เปรียบเทียบกันเป็นเรื่อง ๆ ไปเลย จะได้ตัดสินใจถูกการแสดงผลจอภาพ Iphone SE : ขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้ว ความละเอียด 1334 x 750 พิกเซล (326ppi)Iphone XR : ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว ความละเอียด 1792 x 828 พิกเซล (326ppi) ทั้งสองมีอัตราส่วนคอนทราสต์ 1400:1(ทั่วไป) ชิปประมวลผล Iphone SE : ชิพ A13 Bionic พร้อม Neural Engine รุ่นที่ 3Iphone XR :  ชิพ A12 Bionic พร้อม Neural Engine รุ่นที่ 2 ความจุและ RAMIphone SE : มีให้คุณเลือกถึง 3 ความจุ คือ 64GB, 128GB และ 256GB ,  ส่วน RAM ยังไม่มีข้อมูลIphone XR : มีให้คุณเลือก 2 ความจุ คือ 64GB และ 128GB, ส่วน RAM 3GB กล้อง/การถ่ายภาพIphone SE : กองหน้า FaceTime HD ขนาด 7MP บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p สูงสุด 30 fps Iphone XR :  กล้องหน้า TrueDepth ขนาด 7MP บันทึกวิดีโอ ระดับ HD 1080p สูงสุด 60 fps ซึ่งรองรับ Animoji และ Memojกล้องหลังของทั้งสองเป็นกล้องเดี่ยวแบบไวด์ ความละเอียด 12MP แต่ Iphone SE มี 6 เอฟเฟ็กต์การจัดแสงภาพถ่ายบุคคลได้แก่ แสงไฟธรรมชาติ, แสงไฟสตูดิโอ, แสงไฟคอนทัวร์, แสงไฟเวที, แสงไฟเวทีขาวดำ, แสงไฟขาวดำไฮคีย์ ส่วน Iphone XR นั้นมีเอฟเฟ็กต์ 3 แบบ แสงไฟธรรมชาติ, แสงไฟสตูดิโอ, แสงไฟคอนทัวร์ เท่านั้นทั้งสอง บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps และบันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps หรือ 60 fp สามารถซูมได้ 3 เท่า ต่างกันแค่ที่ Iphone SE สามารถบันทึกวิดิโอ QuickTakeได้ ระบบยืนยันตัวiPhone SE : ใช้ Touch ID รุ่นที่ 2 ซึ่งยังใช้การสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่มโฮม เป็นการนำปุ่มโฮมกลับมาให้คนกลุ่มผู้ชอบใช้ปุ่มโฮมiPhone XR : ใช้ Face ID สแกนใบหน้าด้วยกล้อง TrueDepth ที่จดจำใบหน้าการกันน้ำทั้งสองรุ่นทนน้ำที่ระดับความลึก 1 เมตร ภายในระยะเวลาสูงสุด 30 นาทีแบตเตอรี่ทั้งคู่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดชาร์จซ้ำได้ภายในตัวเครื่อง รองรับการชาร์จไปไร้สาย และ Fast chargeiPhone SE : ใช้งานได้นานใกล้เคียงกับ iPhone 8iPhone XR : ความจุ 2942 mAhใช้งานได้นานกว่า iPhone 8 Plus สูงสุด 1.5 ชั่วโมงสีให้เลือก :iPhone SE : ดำ แดง ขาวiPhone XR : ฟ้า ขาว ดำ เหลือง ส้มคอรัล แดงราคาiPhone SE : ความจุ 64GB ราคา 14,900 บาท , ความจุ 128GB ราคา 16,900 บาท, ความจุ 256GB ราคา 20,900 บาทiPhone XR : ความจุ 64GB ราคา 21,900 บาท , ความจุ 128GB ราคา 23,900 บาทสรุปรุ่นไหนเหมาะกับใครIphone SE นั้นเหมาะกับคนที่ยังหลงรักในปุ่มโฮม สาวกปุ่มโฮมห้ามพลาด ราคาย่อมเยาว์เหมาะกับนักเรียนนักศึกษาที่ไม่ใช้อะไรมากมาย แต่ได้ชิปประมวลผล A13 เร็วแรงในราคาถูก ซึ่งหากเทียบกับกล้องแล้วไม่ได้ต่างกันมากมายกับ Iphone XR แถมยังสามารถเลือกความจุได้หลากหลาย สูงสุด 256GB ก็ยังราคาถูกกว่า Iphone XR ความจุ 64GB ซึ่งข้อเสียที่อาจจะทำให้คนขัดใจก็น่าจะเป็นขนาดหน้าจอที่เล็กกว่าเท่าตัว  ดีไซส์ของ Iphone XR ดูทันสมัยกว่านั่นเอง Iphone XR เหมาะกับคนที่อยากได้ในเรื่องของดีไซส์ล้ำ หน้าจอใหญ่ ไม่ได้สนใจในเรื่องของชิปการประมวลผลมากนักเพราะอย่างไรแอปเปิ้ลก็ขึ้นชื่อในเรื่องของชิปการประมวลผลที่เร็วแรงกว่าค่ายอื่น ๆ แม้ว่าจะเป็นรุ่นเก่านั่นเอง แบตเตอรี่ยาวนานกว่านิดหน่อย และรองรับ FaceID ซึ่งใครที่รำคาญปุ่มโฮมเต็มแก่อาจจะรู้สึกว่ารุ่นนี้มันตอบโจทย์กว่า Iphone SE มาก ๆ แถมยังมีสีให้เลือกอีกมากมาย ราคาแพงกว่าแต่มีส่วนดีในหลาย ๆ เรื่องดังนั้นคุณที่ซื้อต้องพิจารณาว่าอยากได้สิ่งใด ใช้ทำอะไร ใช้งานอย่างไรค่ะ เพราะให้เกิดประโยชน์ที่คุ้มค่าที่สุดนั่นเองแต่ก่อนจะจากกัน ใครที่อยากมองหา หรือ ตัดสินใจได้แล้วว่าอยากจะเปลี่ยนมือถือ ขอแนะนำโปรทรูมูฟ มีให้เลือกผ่อนในราคาย่อมเยาว์ ไหน ๆ ก็ต้องเสียเงินค่าโทรศัพท์รายเดือนอยู่แล้ว ทำไมต้องเสียให้มากหลายต่อ สามารถเข้าไปเข้าไปดูผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ Truemove : ซื้อเครื่องพร้อมแพคเกจสุดฮิต ไม่ว่าจะเป็นรุ่น SE หรือ XR ก็มีให้เลือกในราคาพิเศษ ประหยัดไปได้หลายบาทเชียว! ขอให้ทุก ๆ คนเลือกในสิ่งที่คิดว่าคุ้มค่าที่สุดและใช้มันให้เกิดประโยชน์ที่สุดค่ะ  อ้างอิงข้อมูล : https://www.apple.com/th/iphone/compare/?device1=iphoneSE2ndgendevice2=iphoneXRdevice3=iphone11proเครดิตรูปภาพ : ภาพทั้งหมดโดย Apple , pixabay บทความน่าสนใจอื่น ๆ ของนักเขียน :เรื่องน่ารู้ก่อนซื้อ iPhone SE 2020📱🔥10 ไอเทมเด็ดน่าลองจาก Xiaomi 🔥ที่ควรมีติดบ้านไว้

สรุป iPhone 13 และ iPhone 13 Pro จากงานเปิดตัวสินค้าใหม่ Apple
อ่าน

สรุป iPhone 13 และ iPhone 13 Pro จากงานเปิดตัวสินค้าใหม่ Apple

สรุป iPhone 13 และ iPhone 13 Pro จากงาน #AppleEvent มีอะไรใหม่!? ก็ได้จบลงไปแล้วนะคะ กับงาน Apple Event California Streaming ทาง YouTube ในคืนวันพุธที่ 15 กันยา ในเวลาเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นของไทยนะคะ ในรอบนี้ Apple ได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มาด้วยกัน 4 ผลิตภัณฑ์ นั่นก็คือ iPad 9,  iPad mini 6, Apple watch series 7 และ iPhone 13 เราจะมาขอสรุปถึง iPhone 13 และ iPhone 13 Pro ค่ะ มาเริ่มกันที่ iPhone 13 นะคะ ยังคงคอนเสปเดิมค่ะ มีให้เลือกกันที่ 2 ขนาด ได้แก่ iPhone 13 mini และ iPhone 13 ธรรมดา ขนาดหน้าจออยู่ 5.4 และ 6.1 นิ้วค่ะ ขนาดเดียวกับ iPhone 12 เลย ส่วนหน้าจอเป็นหน้าจอ Super Retina XDR จอกระจกยังเป็นแบบ Ceramic Shield ที่ป้องกันการเกิดรอยจากการกระแทกต่าง ๆ และการกันน้ำยังใช้ IP68 เหมือนเดิมค่ะ รอยปากบนหน้าจอเล็กลงจากเดิมแค่ 20% มีการปรับดีไซน์แผงวงจรด้านในเล็กน้อย ทำให้เพิ่มปริมาณความจุแบตเตอรี่และใช้งานได้ยาวนานกว่าไอโฟน 12 ถึง 2.1 ชั่วโมง และยังปรับความสว่างจากเดิมมากถึง 28 % เพื่อการใช้งานในที่กลางแจ้ง ตัวกล้องหลังได้มีการเปลี่ยนจาก iPhone 12 ให้เป็นแนวทแยง เลนส์แรกจะเป็นเลนส์ Wide ความละเอียดจะอยู่ที่ 12 MP เท่าเดิมจากไอโฟน 12 แต่รับแสงได้ดีขึ้น ชิปประมวลผลรอบนี้เป็น cpu A15 Bionic ตัวชิป cpu มีทั้งหมด 6 core ชิบตัวนี้มันดียังไง ในเรื่องการประมวลผลดีขึ้นถึง 50% และกราฟิกดีขึ้นถึง 30% iPhone 13 และ iPhone 13 mini คราวนี้ออกสีใหม่ถึง 5 สี ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีมิดไนท์ สีสตาร์ไลท์ และ สีโปรดักส์เรด ราคาและหน่วยความจุ จะอยู่ตามรูปด้านล่างนี้เลยค่ะ ในส่วนของ iPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max หน้าจอมีขนาดอยู่ที่ 6.1 และ 6.7 นิ้วดีไซน์ยังคงมีความคล้ายจาก iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ส่วนหน้าจอเป็นหน้าจอแบบ Super Retina XDR ที่สำคัญมันเพิ่มเติมจากของเก่าคือ หน้าจอ ProMotion ซึ่งความถี่อยู่ที่ 120Hz มันจะขึ้นอยู่กับการทำงานของผู้ใช้เป็นส่วนใหญ่ ที่ตัวหน้าจอ จะให้มันปรับกับเฟรมเรทให้มันเหมาะสมกับการใช้งานเนื้อหาต่าง ๆ ถ้าหากเราเล่นเกมส์หรือดูวิดีโอที่ความละเอียดสูง มันก็จะปรับความถี่ให้สูงขึ้นและยังเพิ่มการประหยัดพลังงานได้ดีขึ้นด้วย ชิปประมวลผล A15 Bionic cpu 6 core เร็วและแรงกว่า iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max กล้อง Ultra Wide มีการปรับปรุงให้รูรับแสดงใหญ่ขึ้น เพื่อรับแสงได้มากถึง 92% ส่วน Wide ความละเอียด 12 MP และ Telephoto สามารถรองรับการซูมได้มากถึง 3 เท่า ทั้งสามกล้องนี้เมื่อทำงานกับชิป A15 จะรับแสงได้ดีขึ้น แม้แต่ที่มืดก็เลิศค่ะ แอปเปิ้ลยังยืนยันอีกว่าสามารถถ่ายภาพมาโครได้แล้วในยะเพียงแค่ 2 เซนติเมตร นอกจากภาพนิ่งแล้ว งานวิดีโอคราวนี้ถือว่าอเมซิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เพราะว่าเขารองรับการถ่ายแบบ Cinematic เพราะเป็นกล้องแบบ end-to-end pro workflow ระบบโฟกัสจะดียิ่งขึ้น ปรับการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้สมูธมาก ๆ แถมถ่ายไฟล์ดิบแบบ ProRes Dolby Vison HRD ได้ถึง 4K 30fps  ตรงนี่ใครที่ทำงานเกี่ยวกับหนังต้องไม่พลาดแล้ว และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่พลาดไม่ได้จริง ๆ ค่ะ ส่วนสี รอบนี้ทางแอปเปิ้ลจากจำหน่ายทั้งหมด 4 สีค่ะ ได้แก่ เซียร์ร่าบลู สีเงินสีทอง และสีกราไฟต์ และในรอบนี้ทางแอปเปิ้ลได้ให้หน่วยความจุที่ให้มาอย่างจุใจที่มากถึง 1TB เลย เหมาะกับสายภาพยนตร์จริง ๆ เลยล่ะค่ะ ราคาและหน่วยความจุ จะอยู่ตามรูปด้านล่างนี้เลย และนี่ก็เป็นสรุปแบบคร่าว ๆ จากเราค่ะ หลังจากได้ดูสตรีมมิ่งแล้วกระเป๋าตังค์และบัตรเครดิตก็คงจะสั่นกันเลยสิคะ ในความคิดเห็นของเรา เราคิดว่า iPhone 13 รอบนี้มันก็ยังไม่ต่างจาก iPhone 12 เลยค่ะ ด้วยรูปลักษณ์และขนาด มีแค่ iPhone 13 Pro เท่านั้นที่มีเทคโนโลยีการถ่ายแบบ Cinematic เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ดูว้าว แต่ในส่วนนี้ดูจะเหมาะกับมืออาชีพมากกว่าค่ะ แต่เราแนะนำเลยว่าใครที่กำลังลังเล หรือว่าใช้รุ่นเก่าอย่าง iPhone 6 หรือ 7 หรือ 8 นี่ควรเปลี่ยนนะคะ ถึงแม้ว่าในรุ่นที่กล่าวมายังสามารถออัพเดท ios 15 ได้อยู่ แต่ประสิทธิภาพการทำงานก็ยังคงช้ากว่า iPhone 13 ค่ะ แต่ขอแอบบกระซิบนะคะว่า ซื้อ iPhone 12 ยังแอบคุ้มกว่าเล็กน้อย แต่น่าเสียดายมากที่ทางแอปเปิ้ลเลิกขาย iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max เริ่มจับจองไอโฟนทั้ง 2 รุ่นได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2021 และทางแอปเปิ้ลจะเริ่มจัดจำหน่ายทางเว็บและหน้าร้านส่งวันที่ 8 ตุลาคม 2021 เล็งตัวไหนไว้ก็อย่าลืมมาแชร์บอกกันนะคะ อ้อ และอีกอย่าง ในรอบนี้การผลิตทั้งหมดจะเป็นการรีไซเคิล 100% เพื่อเป็นใช้ทรัพยกรให้น้อยที่สุด และจะไม่มีการห่อพลาสติกที่ตัวกล่องไอโฟนอีกต่อไป ฟังดูสมเหตุสมผลกับการรักษ์โกลมากเลยใช่ไหมล่ะคะ ขอขอบคุณรูปจาก Apple อัปเดตข่าว ดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID ฟรี!

iPhone รุ่นไหนดี 2021 ??
อ่าน

iPhone รุ่นไหนดี 2021 ??

iPhone รุ่นไหนดี ในปี 2021 ??                “เพิ่มเงินแล้วไปเอารุ่นนั้นดีมั้ย ?” ประโยคที่ได้ยินบ่อยๆสำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อไอโฟนสักรุ่น เนื่องจากปัจจุบันที่สมาร์ทโฟนจาก “แอปเปิ้ล” ไม่ได้ออกมาเพียงรุ่นเดียวในรอบปีเหมือนเมื่อก่อนแล้ว โดยเฉพาะซีรีส์ของไอโฟน 12 ที่มีรุ่นย่อยมาถึง 4 รุ่น ยังไม่นับรวมกับไอโฟน SE ที่เปิดตัวมาก่อนหน้า และรุ่นเก่าๆที่แอปเปิ้ลยังผลิตขายอยู่ ทำให้คนที่มีงบจำกัด หรือคิดถึงความคุ้มค่า แล้วอยากเลือกไอโฟนสักรุ่นที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุดในงบที่มี เกิดความลังเลมากขึ้นว่าช่วงราคาที่ต่างกันในแต่ละรุ่น ถ้าเพิ่มไปซื้อในรุ่นที่แพงกว่าจะคุ้มค่าไหม แต่ละรุ่นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง บทความนี้ ผมก็จะมาเปรียบเทียบไอโฟนแต่ละรุ่นที่ยังมีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยแอปเปิ้ลเอง ว่าในงบที่ทุกท่านมี ควรซื้อรุ่นไหนจะเหมาะสมที่สุด สเปคแต่ละรุ่น ภาพจาก : Apple ไอโฟน SE ค่าตัวถูกสุดๆกับดีไซน์ที่คุ้นเคย ภาพจาก : Apple                 ไอโฟนรุ่นนี้เป็นตัวที่เหมาะกับคนที่เน้นน้ำหนักเบาพกพาง่าย มีงบประมาณที่จำกัดแต่อยากทดลองใช้ไอโฟน ไม่ได้สนใจเรื่องฟังก์ชัน กล้อง ดีไซน์ และพกแบตสำรองติดตัวอยู่แล้ว ไอโฟน XR ดีไซน์ใหม่ จอใหญ่ แบตอึด แต่เก่าไปมั้ย ?? ภาพจาก : Apple                ส่วนรุ่นนี้ถึงแม้ชิปเซตจะเก่ากว่าไอโฟน SE แต่ด้วยดีไซน์ที่ใหม่กว่า จอที่ใหญ่กว่า แบตที่มากกว่า ทำให้ใครหลายๆคนอาจจะลังเล ด้วยความที่ได้อย่างเสียอย่างของทั้งสองรุ่นนี้ สำหรับใครที่ยังลังเลแล้วอยากอ่านบทความเพิ่มเติม สามารถกดเข้าไปอ่านได้ที่ iPhone SE 2020 VS iPhone XR ได้เลยครับ ไอโฟน 11 ตัวฮิตรุ่นที่แล้ว ยังน่าซื้อมั้ย ?? ภาพจาก : Apple                สำหรับรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นที่ได้รับการปรับปรุงจากไอโฟน XR โดยมีชิปที่แรงขึ้น แบตเตอรี่ที่มากขึ้น พร้อมกับกล้องมุมกว้างพิเศษ ผมมองว่ารุ่นนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเครื่องขนาดกลางๆ ยังใช้งานได้ลื่นไหล แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นล่าสุด และยังไม่จำเป็นต้องใช้งาน 5G เมื่อดูราคาก็ดันมาใกล้เคียงกับไอโฟน 12 มินิ สำหรับใครที่ลังเลสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ iPhone 12 mini VS iPhone 11 ได้เลยครับ   ไอโฟน 12 มินิ เทคโนโลยีล่าสุด แต่เล็กไปมั้ย ?? ภาพจาก : Apple                เป็นอีกรุ่นที่เหมาะกับการพกพา แต่แบตเตอรี่ก็น้อยไปตามขนาดเครื่องเช่นกัน โดยไอโฟน 12 มินิ เป็นรุ่นที่ถูกที่สุดในซีรีส์ไอโฟน 12 ผมว่าเหมาะกับคนที่มีงบจำกัดแต่อยากได้เทคโนโลยีล่าสุด ชิปแรงที่สุดในตอนนี้ ใช้งานเครือข่าย 5G แต่ยอมรับเรื่องขนาดจอที่เล็ก และแบตเตอรี่ที่อาจจะไม่พอใช้ระหว่างวันได้ ไอโฟน 12 ตัวล่าสุดขนาดปานกลาง เพียงพอหรือยัง ?? ภาพจาก : Apple                เป็นรุ่นที่ใช้งานพื้นฐานทั่วไปได้อย่างครบถ้วน ในขนาดเครื่องที่พอเหมาะ ผมจึงมองว่ารุ่นนี้ เหมาะกับคนที่อยากใช้ไอโฟนรุ่นล่าสุดในขนาดตัวเครื่องที่เหมาะสม แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ได้ชิปประมวลผลที่แรง รองรับเครือข่าย 5G แต่ไม่ได้ใช้งานในด้านที่จริงจังมากมายนัก ไอโฟน 12 โปร รุ่นโปรตัวเล็ก จบมั้ย ?? ภาพจาก : Apple                สำหรับรุ่นโปรตัวเล็กนี้ ผมมองว่าเหมาะกับคนที่ใช้งานในด้านมืออาชีพอย่างจริงจังมากขึ้นในด้านงานเชิง 3 มิติต่างๆ หรืออาจจะชอบถ่ายรูปอย่างจริงจังเนื่องจากได้เลนส์มาครบทุกระยะทำให้ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น แต่ก็ยังอยากได้เครื่องที่มีขนาดไม่ใหญ่เทอะทะเกินไป ไอโฟน 12 โปร แม็กซ์ แพงสุด ใหญ่สุด เกินความจำเป็นหรือเปล่า ?? ภาพจาก : Apple                ผู้อ่านท่านใดที่ชอบจอขนาดใหญ่ๆ ก็คงมีตัวเลือกเพียงรุ่นนี้รุ่นเดียว เนื่องจากเป็นรุ่นที่จอใหญ่ที่สุด แถมแบตเตอรี่ยังเยอะที่สุดอีกด้วย แต่นั่นก็ทำให้น้ำหนักตัวเครื่องมากขึ้นเช่นกัน ไอโฟนรุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบมือถือจอใหญ่ สามารถพกมือถือเครื่องใหญ่ๆได้ โดยฟังก์ชันต่างๆก็มาอย่างครบครันระดับมือโปร และต้องมีงบประมาณมากพอสมควรเนื่องจากเป็นรุ่นที่ราคาสูงที่สุดที่มีขายอยู่ในตอนนี้ ราคา ภาพจาก : Apple สรุป                หลังจากอ่านบทความนี้ ผมหวังว่าจะช่วยคุณผู้อ่านในการเลือกซื้อไอโฟนได้ แต่อย่าลืมว่าการซื้อมือถือสักเครื่องควรจะไปดูตัวเครื่องจริงเสียก่อนว่ามีความเหมาะสมกับเราหรือไม่ สีจริงๆของตัวเครื่องเป็นอย่างไร ไม่เช่นนั่นคุณผู้อ่านอาจจะมาเสียใจทีหลังได้ เนื่องจากบทความนี้เขียนมาเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น และขอให้ทุกท่านมีความสุขกับสมาร์ทโฟนที่ทุกท่านเลือกซื้อครับ สุดท้ายนี้ ฝากร้านเคสน่ารักๆ  twining.case ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความนี้ครับ ถ้าชอบบทความแบบนี้ ฝากกดติดตามไว้ได้เลยนะครับ จะมีข่าวสาร การเปรียบเทียบอุปกรณ์ต่างๆ มานำเสนอเรื่อยๆ อยากให้ผมเปรียบเทียบสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตรุ่นไหน คอมเม้นไว้ที่ด้านล่างได้เลย ติดต่อรีวิว/โฆษณา  twiningck@gmail.com   เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

รวมเปิดตัว iPhone รุ่นแรก สู่ iPhone 14 รุ่นเรือธงใบ
อ่าน

รวมเปิดตัว iPhone รุ่นแรก สู่ iPhone 14 รุ่นเรือธงใบ

ข่าววันนี้ iphone 14 มือถือออกใหม่ล่าสุด เปิดตัวความอลังการให้เหล่าสาวกแอปเปิลหลายคนจับจองไปแล้ว แถมแรงสุดต้าน ใครไม่มีต่างอิจฉาตาร้อนเป็นแถว ๆ รวมเปิดตัว iPhone รุ่นแรก สู่ iPhone 14 รุ่นเรือธงใบ วันนี้ TrueID จะพาทุกคนย้อนตำนานเปิดตัว iPhone รุ่นแรก สู่รุ่นเรือธงใบล่าสุด ใครจำได้บ้างมารายงานตัวกันหน่อย ปี 2007 เปิดตัว iPhone 2G รุ่นแรกมีปุ่ม Home ปุ่มเดียว หลายคนเริ่มรู้จักสมาร์ทโฟนสุดเท่ ฟังก์ชั่นถือว่าใหม่มาก ๆ ในการพัฒนาเทคโนโลยีที่ดูจะล้ำด้วยการดีไซต์รูปทรงที่แปลกตา ระบบต่าง ๆ โดยรุ่นแรกที่มีปุ่ม Home ปุ่มเดียว คือ iPhone 2G ที่เปิดตัวมาฮือฮา เพราะหลายคนอาจคุ้นเคยโทรศัพท์มือถือที่เป็นปุ่มนูน ๆ ปี 2008 iPhone 3G เครื่องแรกและเปลี่ยนฝาหลังเป็นพลาสติกโค้งมน มาต่อที่รุ่น iPhone 3G ถือเป็นรุ่นแรกที่ Apple ดีไซน์ใหม่ที่มีความโค้งมนมากขึ้น น่าสัมผัส ซึ่งใครจำได้จะมี 2 สีด้วยกันคือ สีดำและสีขาว ถือว่าเป็นรุ่นโค้งมนเพียงรุ่นเดียวของตำนานไอโฟนเลยก็ว่าได้ ปี 2010 เปิดตัว iPhone 4 เริ่มมีกล้องหน้า สำหรับ iPhone ที่โดดเด่นเรื่องดีไซต์ล้ำสมัยแล้ว ปี 2010 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการเซลฟี่รูปแบบเดิม ๆ ที่ใช้กล้องหลังเพียงอย่างเดียว แต่ในปีนั้นกล้องหน้าโผล่มาให้สาวกที่ชื่นชอบการถ่ายภาพได้เซลฟี่ง่ายขึ้น ถือเป็นรุ่นตำนานที่มีกล้องหน้าโผล่มาแล้ว ปี 2011 เปิดตัว iPhone 4s เริ่มมี Siri อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้สำหรับ Siri ผู้ช่วยคนใหม่ที่จะช่วยค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ให้เรา แถมระบบที่ถูกพัฒนาให้เจ้าของสมาร์ทโฟนสุดเก๋พูดโต้ตอบได้ แถม Siri ยังถูกนำมาใช้ในการสื่อสารรูปแบบใหม่ หรือนำมาเป็นคอนเทนท์ใหม่ ๆ ของเหล่านักการตลาดอีกด้วย ปี 2012 เปิดตัว iPhone 5 เริ่มใช้พาร์ท Lightning ในรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ด้วยดีไซน์ตัวเครื่องใหม่หมด ใช้วัสดุส่วนใหญ่เป็นอะลูมิเนียมและกระจก ถือเป็นตำนานรุ่นที่มีความบางเพียง 7.6 มิลลิเมตร แถมยังเป็น iPhone รุ่นแรกที่ใช้ Lightning รองรับ 4G LTE และมาพร้อมกับหูฟังแบบใหม่ Earpods อีกด้วยนะ ปี 2013 เปิดตัว iPhone 5s เริ่มใช้ Touch ID ในรุ่นนี้จะเปลี่ยนแปลงเป็นชิป Apple A7 ที่เป็นระบบ 64-bit ตัวแรกของโลก ที่มีความเร็วกว่า iPhone รุ่นแรกถึง 40 เท่า และยังมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือ Touch ID ปี 2014 เปิดตัว iPhone 6 Plus รุ่นแรกทำจอใหญ่ สมกับการพัฒนารูปแบบในสไตล์ Apple โดยรุ่นปี 2014 มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นถึง 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว จุดเด่นอีกนิดคือ การอัพเกรดสเปคใหม่และเป็นครั้งแรกที่ iPhone ใส่ OIS ให้กับกล้องของ iPhone 6 Plus ปี 2016 เปิดตัว iPhone 7 Plus กล้องหลังคู่รุ่นแรก ตัดช่องหูฟังทิ้ง Haptic Touch เป็นรุ่น iPhone ที่รองรับการกันน้ำกันฝุ่น IP 68 และกล้องหลังคู่สำหรับรุ่น iPhone 7 Plus โดยมีสีใหม่ ได้แก่ สีดำเงา Jet Black และสีแดง RED ที่มีเฉพาะรุ่นความจุ 128GB กับ 256GB และสีดำด้าน โดย iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ปี 2017 เปิดตัว iPhone x ตัดปุ่ม Home จอเต็มขอบ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่นิยมไม่แพ้กัน ด้วยดีไซน์ที่สะดุดตา แถมมีขนาดครื่องเล็กกะทัดรัด จุดเด่นในเรื่องการพัฒนา Face ID มาใช้งานแทน Touch ID พร้อมด้วยการตัดปุ่ม Home จอเต็มขอบพร้อมรอยบากปลดล็อคด้วยใบหน้า ปี 2019 เปิดตัว iPhone 11 Pro Max กล้องหลัง 3 ตัวรุ่นแรก เป็น iPhone รุ่นที่เป็นตำนานในเรื่องที่ Apple ปรับหน้าจอแบบใหม่ในชื่อ Super Retina XDA ขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว ที่ยอดเยี่ยมจนสถาบันทดสอบชื่อดังอย่าง DisplayMate ยกให้เป็นหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุด ปี 2020 เปิดตัว iPhone 12 เลิกแถมหัวชาร์จ มาถึง iPhone 12 รุ่นก่อนหน้ารุ่นเรือธงใบ ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดนอกจากฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่มีจุดเด่นแล้ว นั่นคือ การยกเลิกแถมหัวชาร์จ ซึ่งถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง แต่ก็ยังได้รับความนิยม ปี 2021 เปิดตัว iPhone 13 ยกระดับคุณภาพการถ่ายภาพ เพิ่มมิติด้วย Autofocus ในกล้อง Ultra-wide iPhone 13 เปิดตัวในราคาล่าสุดที่เชื่อว่าเหล่าสาวก Apple เตรียมจับจองกันแล้วด้วยดีไซต์ที่สวยงาม แถมยังยกระดับคุณภาพการถ่ายภาพ เพิ่มมิติด้วย Autofocus ในกล้อง Ultra-wide ปี 2022 iPhone 14 เปิดตัวแล้ว แรงสุดต้าน ปิดท้ายที่ iphone 14 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุด ด้วยการยกเลิก iPhone mini ขนาด 5.4 นิ้ว ซึ่งกำลังจะเลิกผลิต พ่วงด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำที่เหล่าสาวกแอปเปิลหลายคนรับเครื่องเป็นกลุ่มแรกก่อนใครไปแล้วเมื่อวานนี้ เต็มหน้าโซเชียลเต็มไปหมด เอาล่ะนี่คือตำนานของการเปิดตัว iPhone ในแต่ละปี แต่ละรุ่นที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเป็นเจ้าของกันมาแล้ว และหากใครที่เตรียมสอย iPhone 14 เมื่อเทรนด์ใหม่มาและถึงเวลาบอกลาเครื่องเก่า เปลี่ยนชีวิตให้สมาร์ทขึ้น เปลี่ยนใช้ไอโฟน 14 คลิกดูดีลจุก ๆ เลย 》》》 ที่นี่ ข้อมูล : มติชน, กรุงเทพธุรกิจ -------------------- เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณคลิกเลย!! รู้ทันกันโควิด หรือกด*301*35# โทรออก

รวมคะแนนรีวิว iPhone 12 Pro Max และ iPhone 12 Pro จากสำนัก DxOMark
อ่าน

รวมคะแนนรีวิว iPhone 12 Pro Max และ iPhone 12 Pro จากสำนัก DxOMark

DxOMark บริษัทที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทดสอบปคุณภาพของกล้องถ่ายภาพ, เซ็นเซอร์รับภาพ และเลนส์ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2008 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส การทดสอบของ DxOMark จะยึดตามหลักการทดสอบทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก โดยเครื่องมือที่ใช้ทดสอบก็จัดอยู่ในเกรดอุตสาหกรรม และมีการทดสอบประสิทธิภาพของสินค้าอย่างจริงจังในห้องทดลองของบริษัท เมื่อ DxOMarkทดสอบเสร็จสิ้น ทางบรืษัทจะนำผลทดสอบแต่ละส่วนมาหารเป็นค่าเฉลี่ยรวม หรือ DxOMark Score เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้อย่างง่ายๆ ว่า กล้อง และเลนส์ รุ่นนั้นๆ มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับใด ซึ่งหลังจากทดสอบกล้องถ่ายภาพและเลนส์มา 3 ปี บริษัทก็เริ่มหันมาทดสอบกล้องถ่ายภาพสมาร์ทโฟนอย่างจริงจังในปี 2012เนื่องจากสมาร์ทโฟนเริ่มมีความโดดเด่นด้านกล้องถ่ายภาพมากขึ้น คะแนน "iPhone 12 Pro Max" และ "iPhone 12 Pro" โดยDxOMark DxOMark ให้คะแนนกล้อง iPhone 12 Pro ทั้งหมด 128 คะแนน เป็นอันดับ 5 รองจากHuawei Mate 40 Pro , Xiaomi Mi 10 Ultra, Huawei P40 Pro, และ iPhone 12 Pro Max DxOMark ให้คะแนนกล้อง iPhone 12 Pro Maxทั้งหมด 130 คะแนน เป็นอันดับ 4 รองจากHuawei Mate 40 Pro , Xiaomi Mi 10 Ultra, และ Huawei P40 Pro iPhone 12 Pro มีคะแนนสูงกว่ากล้องiPhone 11 Pro Max ปีที่แล้ว 4 คะแนน คะแนนรวมของการถ่ายภาพอยู่ที่ 135 คะแนน วีดีโออยู่ที่ 112 คะแนน iPhone 12 Pro Max มีคะแนนรวมของการถ่ายภาพอยู่ที่ 138 คะแนน เป็นอันดับ 2 รองจากHuawei Mate 40 Pro วีดีโออยู่ที่ 113 คะแนน DxOMark เผยว่าจุดเด่นของ iPhone 12 Pro คือระบบออโต้โฟกัสที่ทำงานได้ไวในสภาพแสงส่วนใหญ่ และตัวกล้องเก็บรายละเอียดในแสงตามรูปแบบต่าง ๆ ได้ค่อนข้างสมบูรณ์ DxOMark เผยว่าจุดเด่นของiPhone 12 Pro Maxคือการให้สภาพแสงของรูปภาพที่ค่อนข้างแม่นยำ, สีทำมาได้ค่อนข้างดีโดยเฉพาะการถ่ายภาพในที่ร่ม, ออโต้โฟกัสที่ไวและแม่นยำ ซึ่งในส่วนออโต้โฟกัสนี้ DxOMark ให้คะแนน iPhone 12 Pro Max สูงที่สุดของกล้องมือถือ จุดด้อยของ iPhone 12 Pro คือระบบซูมที่ทำให้สูญเสียรายละเอียดในบางส่วนเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนเครื่องอื่น ๆ ที่มีอันดับสูงกว่า จุดด้อยของ iPhone 12 Pro Max คือเวลาถ่ายภาพที่มีสภาพแสงที่ dynamic range สูง สีจะออกเพี้ยนบ้าง รวมถึง highlight และ shadow มีอาการถูกตัด รวมถึง LiDAR ที่แม้ว่าจะช่วยสร้าง depth mapping ให้รูปภาพได้ แต่กับวัตถุบางอย่างที่ระบุตำแหน่งค่อนข้างยาก อย่างเช่นเส้นผมก็จะเจออาการแปลก ๆ บ้าง รวมสิทธิส่งเสริมคุณภาพชีวิต เกาะติดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ทันเรื่องราวกระแสสังคม สัมผัสประสบการณ์ข่าวได้ที่ แอปพลิเคชัน ทรูไอดี (ดาวน์โหลดเลยที่นี่!!) website:www.TNNTHAILAND.comfacebook :TNNONLINEfacebook live :TNN Livetwitter :TNNONLINELine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNONLINEInstagram :TNN_ONLINETIKTOK :@TNNONLINE แหล่งที่มา dxomark.com

iPHONE SE 2 ดีแค่ไหน?
อ่าน

iPHONE SE 2 ดีแค่ไหน?

IPHONE SE 2 เป็นไอโฟนราคาประหยัด เป็นไอโฟนที่ บริษัท APPLE คิดว่าเป็นไอโฟนราคาประหยัดที่ทำให้คนเข้าถึง ECOSYSTEM ได้ง่ายซึ่งราคาจะถูก เพราะใช้วัสดุเดิมแต่ใส่ชิพอันทรงพลังของรุ่นใหม่เข้าไป เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงความเร็วเหนือชั้นในราคาที่ประหยัดโดยสเปคที่มีก็จะประมาณนี้    สเปคของ  I PHONE SE 2 .1. ใช้ชิพ A13 Bionic สึ่งนับว่าแรงที่สุดในชุพประมวลผลของโทรศัพท์ https://images.app.goo.gl/YjrTcrsrEXDeY5rk7 2.ใช้จอแสดงผลแบบ Retina Display ขนาด 4.7 นิ้ว ขอบเขตสีเป็น (P3)  ความสว่างถึง 625 นิต จอเป็นแบบ TRUE TONE อัตราส่วนเป็นแบบ (16:9) ซึ่งเป็นสัดส่วนแบบเก่า 3.ความละเอียดจอเป็นแบบ HD (750×1334) พิกเซล (326ppi) 4.กันน้ำกันฝุ่น IP67 ลึกไม่เกิน 1 เมตรนาน 30 นาที 5.รองรับชารจ์เร็วและ wiresscharge แต่ไม่แถมให้ในกล่องน๊ะจ๊ะ 6.ตัวเครื่อง  Ram 3 GB Rom 64/ 128/256 GB 7.รองรับ  Bluetooth 5.0 Wifi 6 8.กล้องหลังเป็นกล้องขนาด  12 ล้านพิกเซลค่า f /1.8 หรือค่ารูรับแสงเท่ากับ 1.8 ไฟแฟลช Dual LED zoomดิจิตอลได้ 5 เท่า ระบบป้องกันภาพสั่นไหวออปติเคิล (OIS) การอัด VDO ได้ที่ 4k 60 fps 9.  ลำโพง (stereo speakers)กล้องหลังเป็นกล้องขนาด  7 ล้านพิกเซลค่า f / 2.2 หรือค่ารูรับแสงเท่ากับ 2.2 ไฟแฟลช การอัด VDO ได้ที่ 4k 60 fps 10.แบตเตอรี่ 1,821 mAh ชม VDO นานถึง 13 ชั่วโมง และฟังเพลงได้ถึง 40 ชั่วโมง    สรุปความคิดเห็นส่วนตัว สำหรับผมถือว่าเป็น ไอโฟนที่ดีเพราะ เรื่องการเล่นเกม เสพมัลติมีเดียได้อย่างดี ซึ่งเป็นราคาที่เข้าถึงกันไดง่าย ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 14,900 บาทจนถึงราคา 20,900 บาท โดยราคาและความจุที่ BALANCE อยู่ที่ Rom 128 GB ราคา 16,900 บาท เรามาดูเรื่องข้อดีข้อเสียกันก่อน https://www.promotiontoyou.com/wp-content/uploads/2020/04/Promotion2u-iPhone-SE2-Spec-and-Price-COVER.jpg   ข้อดี 1.เรื่องชิพที่ทรงพลังของ ชิพ A13 Bionic ที่เก่งเรื่องการคิดคำนวณเป็นอย่างมาก 2.ขอบเขตสีจอที่เป็น (P3) และความสว่างถึง 625นิต จอเป็นแบบ TRUE TONE 3.กันน้ำกันฝุ่น IP67 ลึกไม่เกิน 1 เมตรนาน 30 นาที เผื่อบางคนทำมือถือตกน้ำ 4.เก่งงานวีดีโอ ถ่าย 4K 60 FPS ถ่ายได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง 5.ราคาถูกที่สุดในไอโฟนใน(วันเปิดตัว)   ข้อเสีย 1.จอเป็นแบบ HD (750×1334) พิกเซล (326ppi) 2.อัตราส่วนจอเป็นแบบ (16:9) ซึ่งเป็นสัดส่วนแบบเก่า 3.แบตเตอรี่น้อยซึ่งมีแค่ 1,821 mAh 4.พอรต์ชารจ์ควรเป็นแบบ Type C ไม่ใช่ Lightning สำหรับวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้ THANK YOU  https://images.app.goo.gl/2tLYF3fm6mJwMbZE7

เปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13 แตกต่างกันแค่ไหน ซื้ออะไรคุ้มกว่ากัน ?
อ่าน

เปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13 แตกต่างกันแค่ไหน ซื้ออะไรคุ้มกว่ากัน ?

สวัสดีเหล่าสาวกไอโฟนทุกท่าน หลังจากครั้งก่อนผมได้ทำให้ รู้ก่อนซื้อ iPhone 14 ก่อนวางจำหน่ายน่าสนใจแค่ไหน? ไปก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบ iPhone 14 vs iPhone 13 แตกต่างกันแค่ไหน ซื้ออะไรคุ้มกว่ากัน ? และเคลียร์ทุกประเด็นทุกข้อสงสัยสเปค iPhone 14 และ iPhone 13iPhone 14 SeriesiPhone 14 และ iPhone 14 Plusหน้าจอ Super Retina XDR OLED ขนาด 6.1 นิ้ว(รุ่นปกติ) และ 6.7 นิ้ว(Plus)ชิปเซ็ต Apple A15 Bionic GPU แบบ 5-core ระบบปฏิบัติการ iOS 16ROM 128GB/256GB/512GBกล้องหลัง 12 MP ทั้งกล้องหลักและอัลตร้าไวด์กล้องหน้า 12 MPการถ่ายวิดีโอระดับ 4K HDR 30fpsมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ลงน้ำลึกได้ 6 เมตร 30 นาทีรองรับ 5Gการเชื่อมต่อ Gigabit LTE + WiFi 6 + Bluetooth 5.3เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง(รุ่นปกติ) และ 26 ชั่วโมง(Plus)รองรับ Face IDiPhone 14 Pro และ iPhone 14 Pro Maxหน้าจอ Super Retina XDR OLED ขนาด 6.1 นิ้ว(Pro) และ 6.7 นิ้ว(Pro Max)ชิปเซ็ต Apple A16 Bionicระบบปฏิบัติการ iOS 16ROM : 128GB/256GB/512GB/1TBกล้องหลัง กล้องหลัก 48 MP ส่วนเลนส์อัลตร้าไวด์และเทเลโฟโต้ 12 MPกล้องหน้า 12 MPการถ่ายวิดีโอระดับ 4K HDR 30fpsการถ่ายแบบ ProRes สูงสุด 4K 30fps (ยกเว้นรุ่น 128GB ถ่ายได้แค่ 1080p 30fps)มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ลงน้ำลึกได้ 6 เมตร 30 นาทีรองรับ 5Gการเชื่อมต่อ Gigabit LTE + WiFi 6 + Bluetooth 5.3เล่นวิดีโอได้นามสูงสุด 23 ชั่วโมง(Pro) และ 29 ชั่วโมง(Pro Max)รองรับ Face IDiPhone 13 SeriesiPhone 13 และ iPhone 13 miniหน้าจอ Super Retina XDR OLED ขนาด 6.1 นิ้ว(รุ่นปกติ) และ 5.4 นิ้ว(mini)ชิปเซ็ต Apple A15 Bionic GPU แบบ 4-core ROM 128GB/256GB/512GBกล้องหลัง 12 MP ทั้งกล้องหลักและอัลตร้าไวด์กล้องหน้า 12 MPการถ่ายวิดีโอระดับ 1080p 30fpsมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ลงน้ำลึกได้ 6 เมตร 30 นาทีรองรับ 5Gการเชื่อมต่อ Gigabit LTE + WiFi 6 + Bluetooth 5.0เล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 19 ชั่วโมง(รุ่นปกติ) และ 17 ชั่วโมง(mini)รองรับ Face IDiPhone 13 Pro และ iPhone 13 Pro Max หน้าจอ Super Retina XDR OLED ขนาด 6.1 นิ้ว(Pro) และ 6.7 นิ้ว(Pro Max)ชิปเซ็ต Apple A15 Bionic แบบ 5-coreROM 128GB/256GB/512GB/1TBกล้องหลัง กล้องหลัก, เลนส์อัลตร้าไวด์และเทเลโฟโต้ 12 MPกล้องหน้า 12 MPการถ่ายวิดีโอระดับ 1080p 30fpsการถ่ายแบบ ProRes สูงสุด 4K 30fps (ยกเว้นรุ่น 128GB ถ่ายได้แค่ 1080p 30fps)มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ลงน้ำลึกได้ 6 เมตร 30 นาทีรองรับ 5Gการเชื่อมต่อ Gigabit LTE + WiFi 6 + Bluetooth 5.0เล่นวิดีโอได้นามสูงสุด 22 ชั่วโมง(Pro) และ 28 ชั่วโมง(Pro Max)รองรับ Face IDอะไรคือความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่าง iPhone 14 กับ iPhone 13 ผมจะแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้กล้องของ iPhone 14 กับ iPhone 13หนึ่ง อย่างที่เราทราบกันว่ากล้อง iPhone 14 โดยเฉพาะรุ่น Pro และ Pro Max ที่ใช้กล้องหลักความรายละเอียด 48MP ซึ่งตรงนี้แตกต่างกันอยู่แล้ว แต่เราจะพาท่านไปดูกล้อง iPhone 14 ในรุ่นปกติและ Plus ที่ใช้กล้องความรายละเอียด 12MP เหมือนกัน iPhone 13 Series แน่นอนว่ามันเหมือนกันใช่ไหม แต่ไม่ใช่เพราะกล้องของ iPhone 14 ได้ใส่ Photonic Engine ที่ช่วยถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดีกว่าในรุ่นก่อนเป็น 2 เท่า พูดง่ายๆ คือ ถ่ายภาพได้ดีกว่า 2 เท่าอย่างที่สอง คือ การบันทึกวิดีโอของ iPhone 14 กับ iPhone 13 ตรงนี้จะแตกต่างอย่างชัดเจน เริ่มจากโหมดถ่ายภาพยนตร์ของ iPhone 14 สามารถถ่ายได้ระดับ 4K HDR 30fps ส่วนของ iPhone 13 ได้แค่ 1080p 30fps ต่อมาอีกอย่างหนึ่งเลยที่มีเฉพาะแค่ iPhone 14 เลย คือ Action mode ซึ่งเป็นโหมดกันสั่นขั้นสูงสุดและถ่ายวิดีโอได้แบบดูสมูทมากขึ้นรอยบากใหม่บน iPhone 14 Pro และ Pro Maxรอยบากบน iPhone แสนน่ารำคาญที่อยู่กับเรามานาน แต่ iPhone 14 ในรุ่น Pro และ Pro Max ได้เปลี่ยนแบบรูกล้องบนหน้าจอมาพร้อมฟีเจอร์ Dynamic Island ซึ่งตรงออกแบบได้น่าสนใจ เพราะปรับเปลี่ยนขนาดตามแอพที่ใช้งานชอบเด้งขึ้นมาให้เหมาะสม โดยไม่ต้องทนรำคาญแถบแจ้งเตือนอีกต่อไปแล้วฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 14 ฟีเจอร์ใหม่ของ iPhone 14 คือ SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียม, การตรวจจับการชน ตรงนี้เป็นฟีเจอร์ที่ผมไม่คิดว่าจะมาใส่จริงๆ โดยเฉพาะโทรฉุกเฉินผ่านดาวเทียม คือ มันเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงและมีความเฉพาะทางด้วย การเป็นโทรผ่านดาวเทียมต้องมีผู้ให้บริการก่อนถึงจะใช้งาน เดี่ยวคงจะมีต้องคนถามว่า "โทรผ่านดาวเทียมในไทย ใช้งานได้ไหม" อันนี้ผมจะขอไปตอบในประเด็นข้อสงสัยเปรียบเทียบระหว่าง iPhone 14 กับ iPhone 13เอากันจริงๆ iPhone 13 ปกติและ mini มีสเปคที่คล้ายกันมากในรุ่น iPhone 14 ปกติและ Plus ที่ไม่เหมือนกันแน่นอน คือ ชิปที่ต่างกันนิดเดียว คือ จำนวน GPU และยังฟีเจอร์ใหม่ที่มีเฉพาะแค่ iPhone 14 เช่น SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียมกับการตรวจจับการชน และกล้องที่มีอัปเกรดใช้ Photonic engine ในการถ่ายภาพแสงน้อยดีขึ้น, Action mode ถ่ายวิดีโอแบบกันสั่นต่อมา iPhone 14 Pro และ Pro Max แน่นอนอยู่แล้ว เรื่องกล้องจากเดิมความละเอียด 12MP เป็น 48MP ,รอยบากใหม่เป็นแบบรูกล้องบนหน้าจอ มาพร้อมฟีเจอร์ Dynamic Island และชิป A16 ด้วยถ้าคุณเป็นเจ้าของ iPhone 13 อยู่แล้วที่อยากเปลี่ยนมาใช้ iPhone 14 ก็ดูจะเป็นตัวเลือกหนึ่งของท่าน แต่ถ้าหากไม่ได้แคร์เรื่องหน้าจอใหญ่, กล้องที่ดีขึ้นเล็กน้อยและชิป A15 ก็แรงอยู่แล้ว รวมถึงไม่ได้เดินทางไปที่ไกลๆ แบบไม่มีสัญญาณมือถือ จะเก็บเงินไว้ก่อนไปรอดู iPhone 15 ก็ยังได้เลยครับiPhone 14 และ iPhone 13 ซื้ออะไรคุ้มกว่ากันตรงนี้ถ้าใครยังไม่ทราบว่า Apple ประกาศเลิกขาย iPhone 13 Pro และ Pro Max ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยังสามารถซื้อผ่าน Shop ตัวแทนจำหน่ายได้อยู่นะ ถ้าผมแนะนำคงให้เลือกเป็น iPhone 14 ดีกว่า อย่างแรกคือประสิทธิภาพของ iPhone 14 ที่เร็วกว่า iPhone 13 แน่นอน อย่างที่สอง กล้องดีกว่าเดิม ที่ถ่ายภาพสวยและถ่ายวิดีโอได้คมชัดยิ่งขึ้น และสุดท้ายฟีเจอร์ใหม่ใน iPhone 14 ที่น่าใช้กว่า iPhone 13 อีกแต่ถ้าไม่ได้แคร์กับ iPhone 14 , ใช้เล่นเกมอย่างเดียว หรืองบมีจำกัด ก็แนะนำเป็น iPhone 13 ดีกว่าจะได้ประหยัดตังค์ในเป๋าอีกเยอะเลยประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับ iPhone 141.โทรผ่านดาวเทียมในไทย ใช้งานได้ไหมตอบเลยว่า ประเทศไทยยังไม่รองรับ เนื่องจากไม่มีดาวเทียมที่ให้บริการแบบนี้ในประเทศไทย แล้วในประเทศไทยมีการใช้โทรศัพท์ดาวเทียมไหม มีครับ แต่ส่วนใหญ่จะใช้หน่วยความมั่นคง2.ฟีเจอร์การตรวจจับการชนใช้งานอย่างไรโดยระบบนี้จะทำงานตรวจจับเปลี่ยนแปลงตามความเร็วกะหันทัน ใช้แรง g (gravity) เมื่อเกิดการเร่งหรือลดความเร็วฉับพลันทิศทางกะหันทัน ใช้ไจโรสโคปช่วงไดนามิกสูงค่าความดันในห้องโดยสาร บารอมิเตอร์สามารถตรวจจับค่าความดันที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อ ACRS(ถุงลมนิรภัย) ทำงานระดับเสียงปะทะที่ดังอย่างรุนแรง ใช้ไมโครโฟนจะคอยตรวจจับระดับเสียงที่ดังมากที่เกิดจากการชนซึ่งระบบนี้จะโทรฉุกเฉินทันทีเพื่อหาหน่วยฉุกเฉินหรือคนที่ต้องการให้ช่วยชีวิต ตรงนี้ผมว่าเป็นระบบที่ดีแต่มาช้ากว่า Android เช่นเดิม3.ค่าซ่อม iPhone 14 เบื้องต้นประมาณเท่าไหร่ตรงนี้ตามข้อมูลที่ผมทราบมาเบื้องต้นแบตเตอรี่ อยู่ประมาณ 3700-4000 บาทกล้องหลัง อยู่ประมาณ 5500-6000 บาทหน้าจอแตก อยู่ประมาณ 10000-11000 บาทความเสียหายอื่นๆ อยู่ประมาณ 20000-22000 บาทความเสียหายบนกระจกด้านหลัง อยู่ประมาณ 6500-7000 บาทราคานี้เป็นราคาเบื้องต้นเท่านั้นอาจจะมีการปรับราคาตามความเหมาะสมในภายหลังเป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับ iPhone 14 ในวันนี้ หวังว่าจะช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อระหว่าง iPhone 14 กับ iPhone 13 และคงคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับ iPhone 14 ไปบ้างนะครับส่วนใครอยากเป็นเจ้าของ iPhone 14 ก่อนใครสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้ทาง TrueMove H พร้อมโปรโมชั่นดีจาก True 5G ได้แล้ววันนี้สุดท้ายนี้หากใครที่รู้สึก ชอบบทความนี้ก็แชร์ออกไปได้เลย หรือถ้าอยากจะติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราก็สามารถติดตามได้ที่Facebook : WV reviewบทความ True ID : WV เรียบเรียงโดย : WVเครดิตภาพภาพปกและภาพประกอบจาก Apple : ภาพปก iPhone 14 , ภาพปก iPhone 13 , ภาพที่ 8ภาพประกอบจาก Facebook และ Twitter : Apple Hub : ภาพที่ 1 , ภาพที่ 2 , ภาพที่ 3 , ภาพที่ 4 , ภาพที่ 5 , ภาพที่ 6  , ภาพที่ 7ภาพประกอบจาก Facebook : TrueMove H : ภาพที่ 9เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

แทนคำขอบคุณ! ทรู มอบเงิน 1 ล้านบาท พร้อม iPhone 6s ให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย
อ่าน

แทนคำขอบคุณ! ทรู มอบเงิน 1 ล้านบาท พร้อม iPhone 6s ให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย

     กลุ่มทรู ร่วมส่งกำลังใจให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย ล้านแรงแชร์ ล้านกำลังใจ มอบเงิน 1 ล้านบาท พร้อม iPhone 6s รวม 24 เครื่อง แทนคำขอบคุณ ที่มอบความสุขให้คนไทย      26 พฤษภาคม 2559 สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย โดย นายสมพร ใช้บางยาง นายกสมาคม นำนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยและทีมผู้ฝึกสอน เยือนตึก ทรู ทาวเวอร์ เพื่อรับมอบเงิน 1 ล้านบาท พร้อม iPhone 6s จำนวน 24 เครื่อง จากกลุ่มทรู โดยมี ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการกลุ่ม ด้านสื่อสารองค์กรและกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม เป็นผู้แทนมอบ อันเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ล้านแรงแชร์ ล้านแรงใจ ที่กลุ่มทรู จัดขึ้นเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย และแทนคำขอบคุณ ที่มอบความสุขให้คนไทยทั้งประเทศ จากการสู้สุดใจในศึกวอลเลย์หญิงโอลิมปิก 2016 รอบคัดเลือก ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเร็วๆนี้      โดยเชิญชวนแชร์ภาพประทับใจพร้อมข้อความลงในโซเชียล เน็ตเวิร์ค พร้อมแฮชแทก #CheerThaiTogether และ #CheerVolleyballThai ให้สู้ต่อไปเพื่อประสบความสำเร็จ ได้รับชัยชนะระดับโลก รวมทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มทรู ในฐานะบริษัทของคนไทย ที่ได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมนักกีฬาชาวไทยมาโดยตลอด โดยการสรรหาคอนเทนต์ และรายการจากหลากหลายทั่วประเทศทั่วโลก ให้คนไทยได้รับชมผ่านทางทรูวิชั่นส์ พร้อมถ่ายทอดสดรายการกีฬาของคนไทย เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักกีฬา และยังให้คนไทยมีส่วนร่วมไปกับความสำเร็จของกีฬาด้วย

ช่างภาพ National Geographic ยังอวย ยืนยัน กล้อง iPhone 5s เจ๋งจริง
อ่าน

ช่างภาพ National Geographic ยังอวย ยืนยัน กล้อง iPhone 5s เจ๋งจริง

Jim Richardson ช่างภาพมืออาชีพของนิตยสาร National Geographic ได้โพสต์ภาพบน Instagram ส่วนตัวของเขา เพื่อโชว์ผลงานภาพที่ถ่ายจาก iPhone 5s โดยในระยะเวลากว่า 4 วันที่ผ่านมาได้ถ่ายภาพไปกว่า 4,000 ภาพทั่วสกอตแลนด์ ซึ่งเขาได้พบว่ากล้อง iPhone 5s สามารถถ่ายรูปที่มีศักยภาพมาก สีของภาพและรูรับแสงทำงานได้อย่างดีเหลือเชื่อเขายังคงชื่นชมการถ่ายภาพด้วยพาโนรามาที่ใช้วิธีการเคลื่อนจอไปเรื่อยๆ สามารถถ่ายภาพในขนาดสี่เหลี่ยมจตุรัสได้ในทันที และสามารถถ่ายภาพระยะใกล้ (Macro Shots) ซึ่งใช้งานได้ง่ายโดยไม่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากใครอยากได้มือถือถ่ายรูปได้ ไฟล์คุณภาพดี น่าลองพิจารณา iPhone 5s เหมือนกันนะ ที่มา : macrumors,blognone,nationalgeographicติดตาม travel.truelife.com ได้อีกช่องทางที่FB : Travel Truelifeทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และสุขภาพ คลิกที่http://travel.truelife.com

ข่าว iPhone 15 เปิดตัว เช็ค iPhone 15 สเปคที่ออกมามีอะไรใหม่บ้าง
อ่าน

ข่าว iPhone 15 เปิดตัว เช็ค iPhone 15 สเปคที่ออกมามีอะไรใหม่บ้าง

หลายคนคงได้ยินข่าวเปิดตัว iPhone 15 โดย เจฟฟ์ พู (Jeff Pu) นักวิเคราะห์ แจ้ง สเปค iPhone 15 และ iPhone 15 Pro เปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ ใช้วัสดุใหม่ แรมที่มากถึง 8GB มี 4 รุ่นเหมือนเดิม ข่าว iPhone 15 เปิดตัว เปิดตัว iPhone 15ช่วงปลายปีนี้ โดยเจฟฟ์ พู (Jeff Pu) เล่าว่า iPhone 15 จะยังมีทั้งหมด 4 โมเดลเช่นเดิม ได้แก่ iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro และ iPhone 15 Ultra โดยรุ่นท็อปหรือ iPhone 15 Pro ขึ้นไปจะมีการเปลี่ยนวัสดุจากสแตนเลสสตีลของขอบเครื่องเป็นไทเทเนียม ปุ่มจะใช้เป็นปุ่มเสมือน ไม่ใช่ปุ่มจริงทั้งปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง โดยใช้เทคโนโลยี Taptic Engine เป็นพื้นฐาน พร้อมกับแรมที่เพิ่มขึ้นเป็น 8GB จาก 6GB ที่ใช้ใน iPhone 14 Pro สำหรับ iPhone 15 และ iPhone 15 Plus จะใช้กลยุทธ์การขายแบบ iPhone 14 คือลดสเปกลงมา เช่นใช้ Apple A16 รุ่นเก่า แรม 6GB แต่ทั้ง 4 โมเดลจะใช้พอร์ต USB-C พร้อมชิป 5G Snapdragon X70 ส่วนกล้อง iPhone จะอัปเกรดพิเศษเฉพาะ iPhone 15 Ultra คือมีเลนส์ Periscope หรือเลนส์ซูมระยะไกล และมีข่าวเปิดตัว iPhone 15 Pro พอร์ตอาจเป็นแบบ Thunderbolt ที่โอนถ่ายข้อมูลได้ สเปค iPhone 15 คร่าวๆ iPhone 15 Pro, 15 Pro Max ตัวเครื่องวัสดุใช้ไทเทเนียม ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ปุ่มด้านข้าง เป็นแบบ Solid State ไม่นูนออกมา ปุ่มด้านข้าง (ปุ่ม Power) มี Haptic Feedback พร้อม Taptic Engines พิเศษ 2 ตัว RAM 8GB ชิป A17 Bionic ที่ลือว่าจัดการพลังงานได้ดี ช่วยให้ประหยัดแบต มีกล้อง Periscope ช่วยซูมแบบออปติคอลได้ดี iPhone 15, 15 Plus รายงานไม่ได้ระบุถึงดีไซน์และ Dynamic Island มาพร้อม RAM 6GB เท่า iPhone 14 Pro ใช้ชิป A16 Bionic ตัวเดียวกับ iPhone 14 Pro กล้องหลังละเอียด 48MP เปรียบเทียบ iPhone รุ่นต่างๆ https://www.apple.com/th/iphone/compare/ ข้อมูล แบไต๋ และ เพจเฟซบุ๊ก imod -------------------- เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณคลิกเลย!! รู้ทันกันโควิด หรือกด*301*35# โทรออก

ไม่รอแล้ว! ยูทูเบอร์จีนสร้าง iPhone พับจอได้จริงเครื่องแรกของโลกในชื่อ iPhone V
อ่าน

ไม่รอแล้ว! ยูทูเบอร์จีนสร้าง iPhone พับจอได้จริงเครื่องแรกของโลกในชื่อ iPhone V

ในตอนนี้ แบรนด์สมาร์ตโฟนรายใหญ่ของโลกมากมายได้เริ่มเปิดตัวสมาร์ตโฟนพับจอได้กันแล้ว เช่น Samsung Galaxy Z Fold หรือ Z Flip, Motorola Razr, Huawei Mate X, OPPO Find N Fold หรือ Vivo X Fold เป็นต้น แต่แบรนด์สมาร์ตโฟนอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง Apple นั้นยังไม่มีข่าวการพัฒนา iPhone เวอร์ชันพับจอได้มากนัก ล่าสุด ยูทูเบอร์ชาวจีนที่ใช้ชื่อว่า Keijimx ได้สร้าง iPhone เวอร์พับจอได้จริง ๆ เป็นเครื่องต้นแบบรุ่นแรกของโลก ในชื่อ iPhone V โดยใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์หลายชิ้นจาก Motorola Razr มาช่วยในการพัฒนาให้ iPhone V นี้ เป็นจริงขึ้นมา ทั้งนี้ Keijimx ได้เลือก iPhone X ที่เปิดตัวเมื่อ 5 ปีก่อน มาถอดชิ้นส่วนหน้าจอออกจากบอดีตัวเครื่อง ซึ่งเป็นชั้นตอนที่ยุ่งยากมาก เนื่องจาก Apple เลือกใช้เทคโนโลยีหน้าจอที่มีความซับซ้อนสูงและจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการแยกชั้นต่าง ๆ ของหน้าจอออกจากกันไปจนถึงชั้นของแผง OLED ที่ผลิตจากพลาสติกซึ่งมีคุณสมบัติบิดงอได้ โดยไม่สร้างความเสียหายต่อระบบการทำงานของหน้าจอ Keijimx ต้องใช้เวลา 5 สัปดาห์ และสูญแผงหน้าจอ iPhone X ไปเป็นจำนวนมาก (แน่นอนว่าต้องใช้เงินจำนวนมากด้วยเช่นกัน) จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการแยกชั้นของแผงหน้าจอชิ้นที่ 37 จากนั้นเขาได้นำแผงหน้าจอ, เมนบอร์ด, โมดูลกล้อง และชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ ของ iPhone X มาผสานเข้ากับบอดีที่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ และเทคโนโลยีบานพับจาก Motorola Razr 5G ที่เปิดตัวเมื่อปี 2020 ผลลัพธ์คือ Keijimx สามารถสร้าง iPhone V ซึ่งเป็น iPhone เครื่องแรกของโลกที่สามารถพับหน้าจอและทำงานได้จริง แต่ก็ต้องสูญเสียสเปกบางส่วนไป เช่น ปริมาณแบตเตอรี่ที่ลดลง และยูสเซอร์อินเทอร์เฟซของ iOS ที่ยังไม่รองรับการทำงานแบบพับหน้าจอ เป็นต้น Keijimx ใช้เวลากว่า 200 วัน ในการสร้างเครื่องต้นแบบของ iPhone V นี้ และเขายังต้องการพัฒนา iPhone V เวอร์ชันใหม่ให้มีความแข็งแรงทนทานและใช้งานได้ดีขึ้นต่อไป อ้างอิง(1), อ้างอิง(2) พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

iPhone 16 Pro อาจไม่มี Dynamic Island แล้ว
อ่าน

iPhone 16 Pro อาจไม่มี Dynamic Island แล้ว

Apple เปิดตัว iPhone 14 Pro มาพร้อมกับหน้าจอแบบใหม่ Dynamic Island ที่เป็นการปรับปรุงรอยบากให้กินพื้นที่มากขึ้น (ผ่าม!) โดยการใช้คอนเซปต์แบบเจาะรูหน้าจอ แต่ใช้ซอฟต์แวร์ทำให้การแสดงผลนั้นดูมีลูกเล่นมากกว่าเดิม แต่มีข่าวว่าเราอาจจะไม่ได้เห็น Dynamic Island ใน iPhone 16 Pro กันแล้วล่ะครับ สื่อจากเกาหลี The Elec เผยว่า Apple วางแผนที่จะย้ายกล้องและโมดูล Face ID ทั้งหมดลงไปไว้ใต้หน้าจอภายในปี 2024 หรือ iPhone 16 นั่นเองครับ ลักษณะของโมดูลใต้หน้าจอของ iPhone 16 คือจะมีการปรากฏออกมาให้เห็นเมื่อกำลังใช้งาน (อย่างน้อยก็สแกนใบหน้าด้วย Face ID) แต่หากไม่มีการใช้งานก็จะมีซอฟต์แวร์ซ่อนให้เนียนต่ออีกทีครับ ดีไซน์กล้องใต้หน้าจอจะจำกัดเฉพาะ iPhone 16 Pro เท่านั้น ลักษณะโมเดลธุรกิจแบบเดียวกับ iPhone 14 iPhone 14 Pro คือเก็บของใหม่ไว้ใน iPhone รุ่นท็อป และดูเหมือนว่าจะได้ผลดีมากด้วย แม้ว่ารุ่น Pro จะแพงกว่าพอสมควรแต่ผู้คนก็ยอมจ่ายเพื่อรุ่น Pro มากกว่า รายงานดังกล่าวของ The Elec นั้นสอดคล้องกับรายงานของรอสส ยัง (Ross Young) ที่เผยเรื่องไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลงหน้าจอของ iPhone ที่ตรงเลยทีเดียวครับ ที่มา MacRumors

ทรูส่งมอบ iPhone 12 ‘THE FIRST 5G CITIZENS’
อ่าน

ทรูส่งมอบ iPhone 12 ‘THE FIRST 5G CITIZENS’

วันนี้ทรูขอมอบปรากฎการณ์เหนือชั้น ‘THE FIRST 5G CITIZENS’ อัจฉริยะเหนือชั้น ของการส่งมอบ iPhone 12 ที่ครบที่สุดในประวัติศาสตร์ ดีกว่า ครบกว่า แรงกว่า ในวันที่ 27 พ.ย. 2563 เวลา 00.00.01 น. ผ่านหลากหลายรูปแบบของการส่งมอบเครื่องทั้ง 3 รูปแบบ (1)“THE FIRST EXCLUSIVE TRUERYDE MIDNIGHT 5G DELIVERY” บริการส่งเครื่องให้ถึงบ้านลูกค้า ด้วยบริการ TrueRyde (2)“THE FIRST PREMIERE AT TRUE BRANDING SHOP SIAM SQUARE SOI 2” รับเครื่องได้ทันใจ ที่ True Branding Shop สยามสแควร์ ซอย 2 (3)“THE FIRST ‘DRIVE-TRUE’ 5G AT TRUE DIGITAL PARK” ครั้งแรกของรูปแบบของการส่งมอบมือถือแบบ Social Distancing ของประเทศไทย “World's First 5G Drive TRUE” ที่ True Digital Park มาสัมผัสชีวิตอัจฉริยะที่ครบกว่า แรงกว่ากับ True 5G บน iphone12 ได้แล้ววันนี้เกาะติดข่าวที่นี่website:www.TNNThailand.comfacebook :TNNThailandfacebook live :TNN Livetwitter :@TNNThailandLine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNThailandInstagram :@tnn_onlineTIKTOK :@tnnonline

มาดู iPhone 14/ iPhone 14 Plus  มีอะไรน่าสนใจบ้าง มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง
อ่าน

มาดู iPhone 14/ iPhone 14 Plus มีอะไรน่าสนใจบ้าง มีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาอัปเดตกับข่าววงการไอทีกันอีกครั้ง กับการเปิดตัวสินค้าใหม่ภายในงาน Apple Event งานของ Apple ที่เรียกได้ว่าหลายคนนั้นจับตารอคอย เพราะว่าเรียกเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดในรอบปีเลย ที่เหล่าแฟนๆ เหล่าสาวกจะได้มาเตรียมตัวดูการเปิดตัวสินค้าใหม่ โดยในปีนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 เวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมา ในบทความของ TamKung วันนี้เราจะมาอัปเดตกันดีกว่า iPhone 14 มีอะไรมาใหม่บ้างเรียกได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ทาง Apple จะมาจัดงาน Apple Event ในช่วงเดือนกันยายนแบบนี้ และหากใครที่เป็นแฟนคลับ หรือสาวกก็จะรู้อยู่แล้วว่า งานนี้ต้องมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าในพวกของ iPhone ที่ออกมาเป็นรายปี และก็เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ไว้ มีการเปิดตัว iPhone 14 และสินค้าอื่นๆ วันนี้เรามาดูพร้อมกันดีกว่า ว่ามีอะไรน่าสนใจบ้างiPhone 14เรามาเริ่มต้นกันที่เครื่องน้องสุดกับ iPhone 14 โดยในครั้งนี้เราจะไม่ได้เห็น iPhone 14 mini แต่จะเหลือเพียง iPhone 14 และ iPhone 14 Plus กันเท่านั้น ซึ่งในส่วนของความเร็ว ความแรงก็ยังเรียกได้ว่าดีขึ้นกว่า iPhone 13 ครับ ขนาดหน้าจอ iPhone 14 จะมีหน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว ซึ่งใช้จอภาพแบบ Super Retina XDR ในการแสดงผล ความละเอียดที่ 2532 x 1170 PX ครับ ส่วน iPhone 14 Plus จะมีหน้าจอที่ขนาด 6.7 นิ้ว หน้าจอแบบ  Super Retina XDR และความละเอียดที่ 2778 x 1284 PX  โดยทั้ง 2 รุ่นจะเป็นหน้าจอแบบ  OLED ทั้งจอครับ ชิปประมวลผล อาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาก เพราะยังใช้เป็นชิป A15 Bionic เหมือนกับใน iPhone 13 แต่สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือการเพิ่ม Core ให้กับตัวชิปครับ โดยให้ CPU แบบ 6‑core GPU แบบ 5‑core และ Neural Engine แบบ 16‑core และมีการเพิ่มความเร็วให้ผ่านตัว Software ที่จะฉลาดในการจัดการงานต่างๆ ทำให้ประสิทธิภาพดี เร็วขึ้นครับกล้องก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่มีการแก้ไข โดยครั้งนี้ยังมีกล้องมาให้ทั้งหมด 2 ตัวเช่นเคย โดยเป็นกล้องขนาด 12 ล้านพิกเซล ขนาด 26 มม. แต่แก้ไขในเรื่องรูรับแสง ให้มีความสามารถในการเปิดรับแสดงได้กว้างขึ้น ซึ่งมีขนาด ƒ/1.5 และอีกตัวจะเป็นแบบกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/2.4การถ่ายภาพเรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่สนุกมากยิ่งขึ้น ยิ่งกล้องหน้า ก็มาพร้อมระบบ Auto Focus แล้ว ทำให้ภาพไม่เบลอแล้วครับ และยังสามารถทำงานในพื้นที่แสดงน้อยได้ดีมากยิ่งขึ้นกันสั่นในกล้องก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานของการถ่ายวิดีโอ เพราะว่าในครั้งนี้ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ที่เรียกได้ว่า Action Mode ที่จะทำให้การถ่ายวิดีโอนั้นนิ่งสุดๆ เหมือนกับกล้อง Action Cam ที่ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง ภาพก็ออกมาเนียนกริบ นิ่งมากๆ อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาทั้ง iPhone 14 Series คือโหมดของ Crash Detection หรือระบบตรวจจับการชน ที่ถูกติดตั้งมาหวังว่าจะไม่ได้ใช้ แต่หากเกิดอุบัติเหตุ รถชน รถคว่ำ ตัว iPhone ก็จะตรวจจับและโทรแจ้งเบอร์ฉุกเฉินให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีผู้คน ก็จะเป็นประโยชน์ตัวตัวผู้ใช้ที่อาจจะหมดสติก็เป็นได้ ทำให้ครั้งนี้ระบบขอความช่วยเหลือได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างเยอะมากๆ เลยครับการเชื่อมต่อก็อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกเสียดาย เพราะว่าพอร์ตการเชื่อมต่อยังคงเป็น Lightning อยู่นะครับ สามารถใช้งานได้ราวๆ 20 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และรองรับการชาร์จ MagSafe สูงสุด 15 วัตต์ในส่วนของราคาและสีเครื่อง ก็มีมาให้เราเลือกทั้งหมด 5 สี คือสีฟ้า สีม่วง สีมิดไนท์ สีสตาร์ไลท์ และ Red (Product) ครับ โดยราคาในส่วนของ iPhone 14 เริ่มต้นที่ 32,900 บาท และ iPhone 14 Plus เริ่มต้นที่ 37,900 บาทครับหากใครสนใจสามารถอยากจะให้ลองเข้าไปดูโปรโมชั่นจาก True Store กันครับ ช่วงนี้เขาจัดโปรโมชั่น Special Offer Super Sales ผ่อน 0 % เครื่องเปล่าไม่ติดสัญญา นานสูงสุด 10 เดือน แถมลดเพิ่มไปอีกแบบจุกๆ เพื่อนๆ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ True Store นะครับส่วนตัวมองว่า iPhone 14 และ iPhone 14 Plus เนี่ย ก็เป็นรุ่นใหม่ที่ออกมา และหลายคนอาจจะสงสัยว่าเราควรจะซื้อไหม ผมก็อยากจะแนะนำว่า หากใครที่มีงบถึงก็ควรแก่การซื้อมาใช้งานครับ แต่หากใครที่งบไม่ถึงจริงๆ iPhone 13 ก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดี เพราะว่าในรุ่นใหม่นี้ก็มีการพัฒนา เพิ่มเติมไปนิดหน่อย ไม่ได้เป็นการอัพเกรดที่เยอะแยะขนาดนั้น เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการถ่ายภาพ วิดีโอที่มีความผจญภัยเป็นหลัก ไม่ค่อยเหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปครับทางที่ดีหากเป็นไปได้ ก็น่าจะลองไปมองตัวก่อนหน้านี้ ราคาก็เบาลง แถมถ้าซื้อผ่าน True แล้วยังมีโปรโมชั่นอีกมากมายเลยครับ เข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ True Store นะครับเครดิตรูปภาพหน้าปก จาก Apple News Roomรูปที่ 1รูปภาพประกอบบทความ จาก Apple News Roomรูปที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5(1,2) | 6 ฟัง TamKung Podcast ได้ที่ Spotify Podcast | Apple Podcast | Google Podcastติดตาม TamKung ได้ที่ TamKung Facebook: แต้มเองTwitter: แต้มเองติดตาม TamKungPhoto ได้ที่ #TamKungPhoto ShutterStock | Pixabay7-11 Community ห้องลับเมาท์มอยของกินของใช้ในเซเว่น อะไรดีอะไรใหม่ ต้องรู้ ต้องคุย ต้องแชร์

ช้อป iPhone 13 สีไหนกัน?
อ่าน

ช้อป iPhone 13 สีไหนกัน?

สาวก Apple ซื้อ iPhone 13 สีไหนกันบ้าง? ซื้อที่ไหนได้สิทธิพิเศษอะไรจากตัวแทนจำหน่ายแอปเปิล อย่างร้าน Dotlife, Studio 7, ร้าน Banana, เจมาร์ท และทรู มาบอกกันหน่อย สำหรับราคาในแต่ละรุ่นที่ประกาศใน Apple Store Thailand มีราคาดังนี้ iPhone 13 mini หน้าจอขนาด 5.4 นิ้ว 128 GB เริ่มที่ 25,900 บาท 256 GB เริ่มที่ 29,900 บาท 512 GB เริ่มที่ 37,900 บาท iPhone 13 หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว 128 GB เริ่มที่ 29,900 บาท 256 GB เริ่มที่ 33,900 บาท 512 GB เริ่มที่ 41,900 บาท iPhone 13 Pro หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว 128 GB เริ่มที่ 38,900 บาท 256 GB เริ่มที่ 42,900 บาท 512 GB เริ่มที่ 50,900 บาท 1 TB เริ่มต้นที่ 58,900 บาท iPhone 13 Pro Max หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว 128 GB เริ่มที่ 42,900 บาท 256 GB เริ่มที่ 46,900 บาท 512 GB เริ่มที่ 54,900 บาท 1 TB เริ่มต้นที่ 62,900 บาท ส่วนใครที่กำลังตัดสินใจที่จะช้อปก็ลองศึกษาข้อมูล และอย่าลืมวางแผนการเงินกันด้วยนะ ข่าวเกี่ยวข้อง : เผยกลยุทธ์ในการเลือก iPhone 13 ที่เหมาะสม ด้วยข้อมูลย้อนหลังของ Bitcoin รวมเปิดตัว iPhone รุ่นแรก สู่ iPhone 13 รุ่นเรือธงใบ สื่อต่างชาติมอง iPhone 13 ยังไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค -------------------- เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณคลิกเลย!! รู้ทันกันโควิด หรือกด*301*35# โทรออก

คริส อีแวนส์ กัปตันอเมริกายังคิดถึง iPhone 6S บ่น iPhone 12 Pro หนักเกินไป
อ่าน

คริส อีแวนส์ กัปตันอเมริกายังคิดถึง iPhone 6S บ่น iPhone 12 Pro หนักเกินไป

เมื่อไม่นานมานี้ คริส อีแวนส์ (Chris Evans) นักแสดงเจ้าของบทบาทกัปตันอเมริกา ได้ออกมาโพสอำลาไอโฟน 6เอส (iPhone 6S) สมาร์ตโฟนคู่กายที่ใช้มานานถึง 7 ปี ผ่านอินสตาแกรม (Instagram) ว่าRIP iPhone 6s เราผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะเลย ฉันจะคิดถึงปุ่มโฮมของนายแต่ฉันจะไม่ลืมความยากลำบากในทุกคืน ตอนที่ต้องหาที่ชาร์จให้นาย หรือภาพแตก ๆ ของนาย หรือแบตเตอรี่ของนาย ที่สามารถลดลงอย่างกะทันหันจาก 100% เหลือ 15% ก่อนจะหมดลงภายในไม่กี่นาทีมันเป็นการเดินทางที่ระทึกมาก หลับให้สบายนะเพื่อนทำเอาบรรดาแฟนคลับทั้งขำทั้งเอ็นดูไปตาม ๆ กัน โดยล่าสุดคริส อีแวนส์ได้เปลี่ยนมาใช้ไอโฟน 12 โปร (iPhone 12 Pro) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีผู้คนจำนวนมากคาดการณ์ว่าสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ของคริส อีแวนส์จะเป็นไอโฟน 13 (iPhone 13)ในบทสัมภาษณ์จากคอลไลเดอร์ (Colider) ที่เขาถูกสัมภาษณ์ขณะร่วมงานแถลงข่าวของภาพยนตร์แนวระทึกขวัญเรื่อง เดอะ เกรย์ แมน (The Grey Man) เขาได้ยอมรับว่ายังคงคิดถึงไอโฟน 6เอสของเขาและปุ่มโฮม (Home) ของมัน อีกทั้งไอโฟน 12 โปรยังหนักเกินไป ตัวเครื่องมีขนาดที่เทอะทะ และรู้สึกไม่มั่นคงขณะที่ถือ โดยเฉพาะการต้องใช้นิ้วก้อยช่วยประคองเครื่องซึ่งนอกจากหนุ่มคริส อีแวนส์ที่ติดการใช้ปุ่มโฮมของไอโฟน (iPhone) ยังมีคนดังอีกคนที่ต้องการปุ่มโฮมกลับมา นั่นก็คือโดนัล ทรัมป์ (Donald Trump) อดีตประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าตัวเคยทวีตไว้ในปี 2019 ว่าถึง ทิม: ปุ่มโฮมของไอโฟนนั้นดีกว่าการเลื่อนมากโดยแอปเปิล (Apple) ได้เลิกผลิตไอโฟนที่มีปุ่มโฮมแบบกดได้มาตั้งแต่ไอโฟน เอ็กซ์ (iPhone X) แต่ผู้ใช้งานยังคงสามารถเข้าไปตั้งค่าสัมผัสช่วยเหลือ (Assistive Touch) เพื่อใช้งานปุ่มโฮมแบบสัมผัสได้ แม้ว่าความรู้สึกในการใช้งานจะต่างกันอยู่บ้างพอสมควรข้อมูลจากwww.theverge.comภาพจากwww.reuters.com

Apple เตรียมขายอะไหล่ Iphone ซ่อมเองได้ที่บ้าน!
อ่าน

Apple เตรียมขายอะไหล่ Iphone ซ่อมเองได้ที่บ้าน!

Apple บริษัทคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีชื่อดัง กำลังจะเปิดให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์สามารถซื้อชิ้นส่วนอะไหล่เพื่อซ่อม Iphone ของตัวเองที่บ้านได้แบบไม่ต้องพึ่งศูนย์ซ่อมอีกต่อไป โดยจะเริ่มเปิดขายอะไหล่ของ Iphone 12 และ Iphone 13 ก่อน จากนั้นก็จะเริ่มขายอุปกรณ์ของ Mac รุ่น M1 เป็นลำดับถัดไป ซึ่งผู้ใช้จะสามารถซื้ออุปกรณ์เพื่อเปลี่ยนหน้าจอ แบตเตอรี่ และกล้องได้ด้วยตนเอง และในอนาคตจะสามารถซ่อมในส่วนอื่นๆ ได้เพิ่มเติมที่มาของภาพ MetroAppleจะเริ่มให้บริการขายอะไหล่สำหรับผู้ใช้ภายในปีพ.ศ. 2565โดยเริ่มจากประเทศสหรัฐอเมริกาก่อนจากนั้นจึงค่อยขยายออกไปยังประเทศอื่นๆแต่ถึงอย่างไรก็ตามทางบริษัทจะเปิดจำหน่ายอะไหล่เพียงบางชนิดเท่านั้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถซ่อมแซมIphoneด้วยตัวเองได้บางส่วนเช่นการเปลี่ยนหน้าจอเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือแก้ไขกล้องเป็นต้นAppleกล่าวว่าผู้ที่ต้องการซ่อมผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองนั้นควรจะต้องมีความรู้ด้านเทคนิคและประสบการณ์ในการซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มาก่อนถ้าหากไม่มีประสบการณ์ก็แนะนำให้นำไปซ่อมที่ศูนย์บริการหรือกับผู้เชี่ยวชาญตามเดิมจะดีกว่าเนื่องจากอาจทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหายมากกว่าเดิมได้ที่มาของภาพ NPR Dailyในอดีตทางบริษัท Apple นั้นไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ใช้ซ่อมแซม Iphone ของตัวเอง แต่จะส่งเสริมให้นำไปซ่อมที่ศูนย์บริการหรือร้านที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Apple มากกว่า ถึงขนาดที่ว่าหากผู้ใช้นำ Iphone ไปเปลี่ยนหน้าจอเอง ก็จะไม่สามารถใช้งาน Face ID หรือการปลดล็อกหน้าจอด้วยใบหน้าได้เลยทีเดียว การตัดสินใจแบบนี้จึงนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของแอปเปิ้ลเลยก็ว่าได้โดยสำหรับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญมองว่าทาง Apple ไม่ได้เต็มใจนักกับการขายอะไหล่สำหรับการซ่อมผลิตภัณฑ์เองที่บ้าน แต่ในระยะหลังมานี้มีหลายองค์กรที่ผลักดันเรื่องสิทธิ์ในการซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ มากขึ้น เพื่อช่วยในการยืดอายุของอุปกรณ์เทคโนโลยี ซึ่งคาดว่าจะช่วยแบ่งเบาภาระที่เกิดจากกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นอันตรายได้ ทาง Apple จึงพยายามปรับตัวก่อนที่จะโดนกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตมาบังคับนั่นเองที่มาของภาพ digitaltrendsถึงอย่างไรก็ตามการนำชิ้นส่วนออกมาขายเองแบบนี้ก็อาจไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ กับทาง Apple มากนัก เพราะโดยปกติทาง Apple นั้นก็มีโครงการขายชิ้นส่วนอะไหล่ให้กับร้านซ่อมที่เป็นพาร์ทเนอร์อยู่แล้ว เนื่องจากทางบริษัทต้องการให้ผู้ใช้ซ่อมแซมอุปกรณ์ของตนด้วยอะไหล่ของแท้เท่านั้น ดังนั้นการที่บริษัทนำอะไหล่เหล่านี้ออกมาขายเองก็มีแนวโน้มที่จะช่วยลดการซื้ออะไหล่ที่ไม่ใช่ของแท้ได้มากขึ้นด้วยเช่นกันแม้ว่าทาง Apple จะยังไม่ได้มีประกาศราคาสำหรับชิ้นส่วนและเครื่องมือออกมา แต่ทาง Apple ก็กล่าวว่าบริษัทมีแผนจะขายชิ้นส่วนและเครื่องมือมากกว่า 200 ชิ้น และนอกจากนี้แล้วก็จะมีคู่มือการซ่อมให้ลูกค้าได้ศึกษาก่อนซื้อชิ้นส่วนอีกด้วยขอบคุณข้อมูลจากdigitaltrendsNPR DailyMetrothe verge

ก่อนรับ IPhone 13! ส่อง 7 วิธีเช็คเครื่อง
อ่าน

ก่อนรับ IPhone 13! ส่อง 7 วิธีเช็คเครื่อง

ช้อป iPhone 13 สีไหนกัน? หรือใครที่กำลังเตรียมไปดูตัวจริงของสมาร์ทโฟนที่ขึ้นชื่อว่าเทคโนโลยีล้ำสุด ๆ กับตัวแทนจำหน่ายแอปเปิล เช่น Dotlife, Studio 7, ร้าน Banana, เจมาร์ท และทรู วันนี้ TrueID มีเทคนิคดี ๆ ให้เหล่าสาวกทั้งหลายตรวจสอบเครื่องก่อนรับกลับบ้านไปใช้เข้าโซเชียลฯ ถ่ายรูปเก๋ ๆ ฯลฯ จะได้ไม่มานั่งบ่นเสียเวลา เพราะหากเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย หรือมีคำถามอะไรจะได้ปรึกษากับทางผู้ขายได้เลย วิธีเช็คเครื่องก่อนรับ ไอโฟน 13 กลับบ้าน เชื่อว่าหลายคนที่เคยซื้อสินค้าพวกอุปกรณ์ไอที เทคโนโลยีต่าง ๆ หากซื้อกับแบรนด์ชั้นนำ ทั้ง Studio 7 ร้าน Banana หรือทรู ก่อนรับเครื่องกลับบ้าน พนักงาน หรือผู้ขายจะให้เราได้ตรวจสอบเครื่องในเบื้องต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สายช้อปไม่ควรมองข้าม การตรวจสอบเครื่องไอโฟน 13 ก่อนรับกลับบ้าน หรือก่อนตกลงซื้อขายเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น จะได้ไม่เสียเวลาเดินทางไป ๆ มา ๆ เมื่อ iPhone 13 หรืออุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ มีปัญหาต้องเคลม หรือต้องเปลี่ยนเครื่อง หรือต้องเช็คนั่นโน้นนี่ จะมีวิธีตรวจสอบเครื่องเบื้องต้นอย่างไรบ้าง? พร้อมแล้วก็มาดูกันเลย 1. สภาพของสินค้าต้องสมบูรณ์ เมื่อน้อง ๆ พนักงานขายทรู พนักงานขายร้าน Studio 7 หรือพนักงานขายร้านต่าง ๆ ที่จำหน่ายไอโฟน 13 หรืออุปกรณ์ไอที นำสินค้าที่เราซื้อมาวางตรงหน้า สิ่งแรกที่ต้องดูเลยคือ สภาพของกล่องที่บรรจุสินค้าของเราว่าอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่ มีรอยบุบของกล่องหรือไม่ ชื่อสินค้าตรงกับสินค้าที่เราสั่งจอง หรือซื้อหรือเปล่า สรุปง่าย ๆ ภายนอกของสินค้าต้อง "สมบูรณ์" กล่องไม่บุบ ไม่เบี้ยว 2. อุปกรณ์ในกล่อง IPHONE 13 ครบไหม? ขณะที่ภายในก็ต้องตรวจสอบว่า มีเครื่องไอโฟนที่สั่งไหม มีสายชาร์จหรือไม่ คู่มือำคแนะนำต่าง ๆ และอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์หรือเปล่า ตามรายละเอียดของข้อมูลสินค้าที่ระบุไว้ หรือที่น้อง ๆ พนักงานขายได้ให้ข้อมูล 3. รอบเครื่องต้องไม่มีรอย แม้แต่ขนแมว เมื่อเอาเครื่องออกมาสิ่งที่ต้องเช็คเลยคือ รอบตัวเครื่อง หน้าจอ ด้านหลัง มีร่องรอยอะไรหรือไม่ 4. ฟังก์ชั่นพื้นฐาน อย่าลืมเช็ค ทีนี้ก็ลองใช้งานฟังก์พื้นบานต่าง ๆ เช่น เปิดแสงสว่าง เปิดปุ่มเสียง ลดเพิ่มเสียง ถ่ายรูปทอดสอบแฟลช 5. ใช้งานแอปฯ ที่มากับเครื่องไอโฟน 13 จากนั้นลองเข้าเบราเซอร์ google หรือลองใช้งานแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ว่ามีความลื่นไหล มีอาการสะดุด หรือทัชหน้าจอแล้วแสดงผลรวดเร็วไหม 6. ใช้บัตรเครดิต อย่าละสายตา เมื่อเตรียมจะชำระเงินแล้ว จะด้วยเงินสด หรือชำระผ่านบัตรเครดิต ห้ามละสายตาจากบัตรเครดิตเด็ดขาด เพราะอาจเผลอที่ข้อมูลบัตร หรืออาจเกิดความผิดพลาดได้ 7. ใบเสร็จ ใบประกัน เช็คให้ดี อย่าลืมตรวจเช็คใบเสร็จหลังจากชำระเงินซื้อไอโฟน 13 เรียบร้อยว่ายอดเงินที่เราจ่ายไปนั้น ตรงกับราคาสินค้าหรือไม่ ส่วนใบรับประกันสินค้า มีรายละเอียดครบถ้วน ถูกต้องหรือเปล่า และนี่คือ 7 วิธีเบื้องต้นในการตรวจเช็คเครื่องไอโฟน 13 หากมีข้อสงสัย หรือมีคำถาม สอบถามพนักงานขายของตัวแทนแอปเปิลได้เลย พร้อมสอบถามชื่อพนักงานขายไว้ เพราะหากมีปัญหาอะไรจะได้ลำดับขั้นตอนได้ว่าซื้อกับใคร เวลาไหน เอาล่ะตรวจสอบเช็คเครื่องแน่ใจแล้ว ก็รับกลับบ้านไปใช้ไอโฟน 13 กันเล๊ย ส่วนใครที่กำลังตัดสินใจและอยากช้อป iphone 13 พร้อมสิทธิประโยชน์ดี๊ดี มาไว้ครอบครอง ช้อปเลยที่ https://truemoveh.truecorp.co.th/apple/iphone-13-pro/ ข่าวเกี่ยวข้อง : มีอะไรใหม่ ใน 'iOS 15' จาก 'Apple' ที่ต้องรู้! 'iPhone' รุ่นไหนยังรอด? รวมเปิดตัว iPhone รุ่นแรก สู่ iPhone 13 รุ่นเรือธงใบ -------------------- เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณคลิกเลย!! รู้ทันกันโควิด หรือกด*301*35# โทรออก

เจาะลึก iPhone SE 2020 รุ่นใหม่ล่าสุด!!!
อ่าน

เจาะลึก iPhone SE 2020 รุ่นใหม่ล่าสุด!!!

            สมกับที่ทุกคนรอคอย โดยเฉพาะสาวกค่ายผลไม้เมื่อบริษัท แอปเปิล (Apple) ได้เปิดตัว iPhone ราคาประหยัดผ่านช่องทางออนไลน์ตามที่กูรูไอทีหลาย ๆ คนได้คาดการณ์เอาไว้ว่า แอปเปิล จะทำการเปิดตัวโทรศัพท์ iPhone ราคาประหยัดเร็ว ๆ นี้คือในวันที่ 15 เมษายน 2563             และเมื่อถึงค่ำคืนของวันที่ 15 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 22.00 น. (เวลาประเทศไทย) บริษัท Apple ก็ได้เปิดตัวโทรศัพท์ยอดฮิตนั่นก็คือ iPhone รุ่นใหม่ต่อจาก iPhone 11 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่แล้วซึ่งรุ่นนั้นเป็นรุ่นท็อปสุดของ Apple มาคราวนี้ Apple ได้เปิดตัวโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งเหล่าบรรดากูรูแอปเปิลได้คาดการณ์กันไปต่าง ๆ นา ๆ บ้างก็ว่าจะใช้ชื่อ iPhone 9 บ้างก็ว่าจะใช้ชื่อ iPhone SE2 สุดท้ายแล้วบริษัท Apple ได้ตั้งชื่อโทรศัพท์ iPhone ตัวใหม่ล่าสุดนี้ว่า iPhone SE โดยไม่มีเลข 2 ต่อท้ายแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงนั่นก็คือเรื่องของราคา ที่หลาย ๆ คนคาดว่าน่าจะมาพร้อมกับราคาเริ่มต้นที่ราว ๆ 18,000 – 20,000 บาท แต่ผลปรากฏว่าบริษัท Apple ได้เปิดตัวที่ราคาถูกอย่างไม่น่าเชื่อนั่นคือ เริ่มต้นเพียง 14,900 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าราคาถูกมาก ๆ จนคนที่ใช้โทรศัพท์ฝั่งแอนดรอยด์น่าจะต้องมีเปลี่ยนโทรศัพท์กันก็คราวนี้ล่ะ ทีนี้ลองมาดูรายละเอียดกันครับ รายละเอียด iPhone SE 2020             สำหรับ iPhone SE รุ่นนี้จะเรียกว่าเป็นฝาแฝด iPhone 8 เลยก็ได้ เพราะมีขนาดและลักษณะการดีไซน์เหมือนกับ iPhone 8 ทุกประการแต่วัสดุอาจแตกต่างกันเล็กน้อยกล่าวคือ ใช้วัสดุอลูมิเนียมและกระจกคล้ายกับ iPhone XR กล้องหลังมีเพียง 1 กล้องที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.8 มีระบบกันสั่นที่ชิ้นเลนส์มาให้สามารถถ่ายวีดิโอ 4k ที่สูงสุด 60 fps และกล้องหน้า 1 กล้องที่ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล f/2.2 ความคมชัดระดับ HD มีโหมดถ่ายภาพ Portrait ให้ถึง 6 โหมด ใช้หน้าจอแบบ LCD Retina HD IPS ขนาด 4.7 นิ้วแนวแทยงแบบไม่เต็มจอซึ่งมีขนาดเท่ากับ iPhone 6S หรือ iPhone 8 โดยยังคงมีปุ่มโฮมทำหน้าที่ปลดล็อคแบบ TouchID เหมือนเดิม (แสดงว่าไม่มีระบบ FaceID) รองรับระบบ 4G LTE แถมยังใส่ซิมได้ 2 ซิมและสิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือใช้หน่วยประมวลผล Apple A13 Bionics แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPhone 11 และ 11 Pro Max เลยทีเดียวซึ่งแน่นอนว่าการใช้งานต่าง ๆ ต้องมีความลื่นไหลอย่างแน่นอน การชาร์จสามารถชาร์จแบบไร้สายได้แต่ต้องซื้อแท่นชาร์จไร้สายแยกต่างหาก นอกจากนี้ยังสามารถกันฝุ่นและน้ำได้ถึงระดับ IP67 ทำร่วงตกน้ำได้ลึก 1 เมตรนาน 30 นาที และสุดท้ายมีสีให้เลือก 3 สีคือ สีแดง สีดำ และสีขาว ราคา iPhone SE 2020             iPhone SE 2020 ถูกแบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อยตามขนาดของความจุที่ทาง Apple จัดให้ดังนี้คือ ขนาดความจุ 64 GB ราคา 14,900 บาท ขนาดความจุ 128 GB ราคา 16,900 บาท ขนาดความจุ 256 GB ราคา 20,900 บาท กำหนดการวางขายในต่างประเทศวันที่ 17 มีนาคมนี้ ส่วนประเทศไทยคาดว่าไม่น่าเกิน 1-2 สัปดาห์หลังจากต่างประเทศวางจำหน่ายแล้ว ใครที่ใช้ iPhone รุ่นที่สูงกว่า iPhone 8 นั้นมองข้ามไปได้เลย             สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอให้ความเห็นส่วนตัวว่า iPhone SE 2020 นี้ก็เหมือนกับเอา iPhone 8 มาอัพเกรด CPU นั่นเองดังนั้นหากใครที่ใช้ iPhone รุ่นที่สูงกว่า iPhone 8 นั้นมองข้ามไปได้เลย ไอ้ที่ใช้อยู่มันดีกว่าอยู่แล้ว แต่เป้าหมายหลักของการมาของ iPhone SE 2020 ในครั้งนี้ผู้เขียนคาดการณ์ว่าบริษัท Apple น่าจะปักธงไปที่กลุ่มผู้ใช้โทรศัพท์ Android โดยเฉพาะ โดยสังเกตได้ว่าที่หน้าเว็บไซต์มีการกล่าวเชิญชวนผู้ใช้โทรศัพท์ Android ให้เปลี่ยนมาใช้ iPhone SE 2020 อย่างโจ่งแจ้งซึ่งบริษัท Apple ไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อนและคงเล็งเห็นแล้วว่าบนโลกนี้ยังมีคนอีกมากที่ต้องการใช้ Smartphone ราคาประหยัดและถึงเวลาแล้วที่ Apple จะจับมือต้อนรับกลุ่มคนเหล่านี้             เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อน ๆ ถ้าใครที่สนใจ iPhone รุ่นนี้แล้วล่ะก็สามารถเข้าไปหาข้อมูลและสั่งซื้อออนไลน์ได้เลยที่ www.apple.co.th เพราะหน้าร้านยังปิดอยู่เนื่องจากสถานการณ์ไวรัส Covid-19 นะครับ ก็ขอให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจอย่างรอบคอบ มีสติ อย่าสติหลุดง่าย ๆ แบบผู้เขียนนะครับ ฮ่า ๆ สวัสดีครับ

เเนวทางการดูเเลโทรศัพท์มือถือ IPHONE
อ่าน

เเนวทางการดูเเลโทรศัพท์มือถือ IPHONE

สำหรับใครหลายคนตอนที่จะเลือกซื้อมือถือสักยี่ห้อหนึ่งเเล้วโทรศัพท์ยี่ห้อ IPHONE ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ขึ้นหัวของใครหลายคนเเละซื้อไปจากหลายสาเหตุซึ่งส่วนมากก็จะมาจาก เห็นคนใช้กันเเพร่หลาย, เป็นโทรศัพท์มาตรฐานหรือเป็นโทรศัพท์ที่เป็น IOS กันส่วนมาก ซึ่งเราก็อาจจะซื้อมาเเล้วไม่ได้รู้ถึงการดูเเลโทรศัพท์ อย่างละเอียดมากนักซึ่งบ้างอย่างก็สำคัญเเละมีผลต่อการใช้ IPHONE ของหลายๆท่านการหมั่นอัปเดตIPHONE ของเรานอกจากจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆให้เราได้ใช้มันเเล้วยังรวมไปถึงการอัปเดตในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยให้กับIPHONEของเราอีกด้วย ซึ่งมันช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของIPHONEของเราอีกด้วย การชาร์จ IPHONE ที่ดีเราควรที่จะไม่ให้เเบตของ IPHONE เราหมดเพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของเเบตต่ำลง ทางที่ดีเราควรที่จะชาร์จตอนเเบตต่ำกว่า 20% การหาอุปกรณ์ป้องกัน IPHONE ของเราทางภายนอก ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญนอกจากการรักษาดูเเลระบบ IPHONE ภายในเเล้วเราควรที่จะหาเคสที่จะป้องกัน IPHONE ของเราในการตกหล่น เเละควรเลือกเคสที่เเน่ใจว่าเเข็งเเรงเเละถนัดมือเรา นอกจากเรื่องของการป้องกัน IPHONE จากการตกหล่นเเล้วยังมีในเรื่องของความร้อนที่เราไม่ควรจะเอา IPHONE ของเราไว้ในที่ร้อนๆ เป็นเวลานานๆซึ่งมันจะทำให้IPHONEของเราอาจเกิดความเสียหายเเละทำให้การใช้งานอยู่ได้ไม่นานการดูเเลส่วนภายในเเละการป้องกันภายนอกของ IPHONE เเน่นอนว่าเป็นเรื่องสำคัญเเต่เราก็ควรที่จะ ทำความสะอาด IPHONE เช่นกันซึ่งไม่ใช่การไปโหลดเเอปทำความสะอาดเเต่หมายถึงการปัดฝุ่นที่อยู่ตามเคสหรือหน้าจอ เพื่อไม่ให้ฝุ่นเข้าไปอุดใน IPHONE ของเราเเละรักษาการทำงานของลำโพงเเละกล้องของเราให้มันยังทำงานต่ออย่างมีประสิทธิภาพครีเอเตอร์เองก็เป็นผู้ใช้ IPHONE ที่ตอนเเรกๆก็ไม่ได้รู้ถึงการดูเเล IPHONE ที่ถูกต้องอะไรมากขนาดนั้นตอนเเรกๆ ก็ใช้ๆไปเเบบปกติ เเบตหมดหรือน้อยมากๆก็ชาร์จ ซึ่งมันทำให้ประสิทธิการทำงานของเเบต IPHONE อยู่ไม่ถึง 80% จาก 100% หลังจากนั้นมาตัวครีเอเตอร์ก็เริ่มจริงจังในการดูเเลมันขึ้นมาเเละช่วงหลังมานี้การทำงานของมันก็อยู่ในระดับเดิมไม่ลดไปไหนมานานมากพอขอบคุณภาพจากภาพที่ปก จาก Vựa Táo ที่ unsplashภาพที่1 จาก Mihai Moisa ที่ unsplashภาพที่2 จาก Daniel Korpai ที่ unsplashภาพที่3 จาก LARS KAIZER ที่ unsplashภาพที่4 จาก Bagus Hernawan ที่ unsplashเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Iphone SE 2020 คุ้มไหมในราคา 15000
อ่าน

Iphone SE 2020 คุ้มไหมในราคา 15000

   Iphone se 2020 ที่เปิดเพิ่งวางขายไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนราคานั้นก็เรียกได้ว่าโดนใจสาวก Apple กันเลยทีเดียว เพราะเปิดตัวมาในราคา 15000 บาท ถือว่าเป็น smart phone ของ Apple ที่เปิดตัวมาได้ถูกที่สุดแล้ว แต่ถ้าเทียบกับฝั่งแอนดรอยในราคา 15000 แล้วเรียกว่าทางแอนดรอยกินขาดในหลายๆ ด้านเลยทีเดียว ดีไซน์ของ iphone SE 2020 นั้นเรียกได้ว่ายก iphone 8 มาเลยก็ว่าได้ ทั้งขนาด น้ำหนัก และก็ตำแหน่งกล้องถือว่าเป็นการต่อยอดกันมาเลยทีเดียว iphone se 2     เหมาะกับใคร ซึ่งแน่นอนว่าหลังที่ Apple ได้เปิดตัวตัว iphone se2 แล้ว ก็มีเสียงวิพากย์วิจารณ์เกี่ยวกับตัว iphone ตัวนี้มาก เพราะมีขนาดหน้าจอเพียง 4.7 นิ้วแบบ ips ซึ่งทาง apple เขาบอกว่าดีไซต์มาเพื่อคนที่ชอบโทรศัพท์ขนาดเล็กพกพาง่าย ซึ่งมันก็เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ในราคาที่จับต้องได้ เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป หรือซื้อใว้โชว์ก็ได้นะ แต่ถ้าใครชอบเล่นเกมส์หรือต้องการหน้าจอที่ใหญ่ รุ่นนี้ไม่ตอบโจทย์คุณแน่นอน     ส่วนของสเปกนั้น ก็เรียกได้ว่าเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน เพราะเขาได้ใช้ cpu ที่เรียกว่าแรงที่สุดในโลก ในส่วนของมือถืออย่าง Apple Bionic A13 ซึ่งมันก็แรงมากจริงๆ นะ เรียกว่าลื่นหัวทิ่มเลยแหละ สามารถเล่นเกมส์ได้ทุกเกมส์บนโลกเลย ในส่วนของ Body นั้นก็เป็นที่คุ้นเคยกันอย่างดี ด้วยขนาดหน้าจอ 4.7 นิ้วแบบ IPS และใช้ Touch ID และปุ่ม Home ที่คุ้นเคย ในส่วนของกล้องหลังนั้นก็เหมือนๆ เดิมเลย คือเลนส์เดี่ยวความละเอียด 12 ล้านพิกเซล แถมมีกันสั่นมาด้วยนะ ทาง VDO นั้นถือว่าจัดเต็มมาก สามารถถ่ายได้ถึง 4K 30fps Slow Motion 1080p 240fps. ในส่วนของแบตนั้นถือว่าอยู่ในระดับกลาง ใช้ได้นานพอๆ กับ iphone 8 เลย แถมยังรองรับไวเรสชาร์จและฟาสต์ชาร์จ 18 วัตต์หรือสูงกว่าด้วย นี่ก็เป็นบทความคร่าวๆ รีวิวง่ายๆ ลองอ่านและตัดสินใจดู     รูปปกจาก https://www.apple.com/ ขอบคุณรูปภาพ รูปที่ 1/รูปที่ 2 /รูปที่ 3