TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “batman” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
แบทแมน บีกินส์
Warner Bros (US) • 1 ธ.ค. 68
ดู
Batman Ninja vs. Yakuza League
Warner Bros (US) • 8 พ.ค. 68
ดู
เดอะ แบทแมน
Warner Bros (US) • 1 ธ.ค. 68
อ่าน
ข่าวลือจักรวาลดีซี เซบาสเตียน สแตน กำลังเจรจาเข้ามาเป็นหนึ่งในนักแสดงของ "The Batman: Part II"
หลังจากดึงตัว สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักแสดงเมื่อเดือนธันวาคมของปีก่อน ในตอนนี้ ภาพยนตร์ The Batman: Part II (2027) ก็กำลังเจรจากับหนึ่งในนักแสดงจากจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวลอีกคนหนึ่งอย่าง เซบาสเตียน สแตน เข้ามาเติมเต็มทีมนักแสดง โดยยังไม่มีรายละเอียดว่า นักแสดงชาวโรมาเนีย-อเมริกันจะมารับบทบาทใดในภาพยนตร์เรื่องนี้ ส่วนทีมนักแสดงของ The Batman: Part II ที่นอกเหนือไปจาก โจแฮนส์สัน ก็จะประกอบไปด้วย โรเบิร์ต แพททินสัน, โคลิน ฟาร์เรล, เจฟฟรีย์ ไรต์ และ แอนดี้ เซอร์คิส ในขณะที่ทีมงานเบื้องหลังจะประกอบไปด้วย แมตต์ รีฟส์ ผู้กำกับและเขียนบทจากภาพยนตร์ภาคแรก แมตต์สัน ทอมลิน นักเขียนบทจากภาพยนตร์ภาคแรก เอริค เมสเซอร์ชมิดท์ ผู้กำกับภาพที่เคยร่วมงานกับ เดวิด ฟินเชอร์ และ ไมเคิล แมนน์ มาแล้ว The Batman Part IIมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 1ตุลาคม 2027 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลจาก Deadline
Major Cineplex • 8 ม.ค. 69
อ่าน
สการ์เล็ต โจแฮนส์สัน จ่อข้ามอีกจักรวาล อยู่ระหว่างเจรจารับบทภาคต่อ "The Batman II"
เธอกลายเป็นซุปตาร์สาวที่กำลังเขมือบจักรวาลหนังในฮอลลีวูดอยู่ในตอนนี้ เพราะหลังจากที่ไปได้สวย ๆ ปัง ๆ จากจักรวาลหนังมาร์เวล เธอจะเพิ่งจะเดบิวต์ในจักรวาลหนังจูราสสิค แล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็เพิ่งจะมีชื่อเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ให้กับจักรวาลหนังสยอง ดิ เอ็กซอซิสต์ บัดนี้ "สการ์เล็ต โจแฮนส์สัน" ก็มาปรากฏชื่อเตรียมจะร่วมแจมอีกหนึ่งจักรวาล นั่นก็คือ จักรวาลหนังดีซี เพราะมีข่าวแว่ว่าเธอจะโดดมาร่วมแสดงเป็นตัวละครใหม่ที่สำคัญ Variety รายงานว่า สการ์เล็ต โจแฮนส์สัน อยู่ระหว่างการเจรจาตกลงขั้นตอนเกือบจะสุดท้าย ก่อนที่จะเตรียมลุยถ่ายทำ "The Batman II" ภาคต่อของหนังแบทแมนฉบับเอกเขนกของผู้กำกับ "แมตต์ รีฟส์" ที่หากว่าข้อตกลงอะไรต่าง ๆ ลงตัวด้วยดี เธอก็น่าจะไปร่วมแสดงสมทบคู่กับเพื่อนนักแสดง "โรเบิร์ต แพททินสัน" ในบทบาทที่ยังคลุมเครืออยู่ในตอนนี้ The Batman II เป็นภาคต่อจากต้นฉบับในปี 2022 ที่โครงการหนังค่อนข้างล่าช้ากว่าแผนอยู่ในตอนนี้ ท่ามกลางการละเลงรีบูตจักรวาลใหม่ของดีซีที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในปีนี้ หนังภาคต่อมีแผนจะเริ่มถ่ายทำกันในกรุงลอนดอน หลังจากช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ เพื่อที่จะทันฉายตามคิวที่วางเอาไว้ในเดือนตุลาคม 2027 นั่นเอง เป็นจังหวะเดียวกับที่มีข่าวลือสะพัดออกมาหนาหูว่า "โซอี้ คราวิทซ์" นักแสดงสาวที่เคยรับบทเป็น แคทวูแมน ในภาคแรกของหนังเรื่องนี้ ได้ตัดสินใจไม่กลับมารับบทเดิมของเธออีกครั้ง โดยแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ไม่ได้แจ้งเหตุผลเป็นเหตุใด เพราะตารางงานของเธอก็เพิ่งจะเคลียร์ถ่ายทำหนังใหม่เสร็จไปแล้ว หรืออาจจะเป็นไปได้ว่าเธอกำลังสุ่มสร้างโปรเจกต์หนังเรื่องใหม่ของตัวเอง หลังจากที่ติดใจการทำงานเบื้องหลังมาจากการกำกับหนังเรื่องแรกใน Blink Twice เมื่อปีก่อน ดังนั้นยังคงไม่มีการยืนยันใด ๆ ว่า สการ์เล็ต โจแฮนส์สัน จะตัดสินใจรับบทนำฝ่ายหญิงคนใหม่ใน The Batman II หรือไม่ และจะมารับบทบาทเป็นตัวละครใด แต่คาดว่าเร็ว ๆ นี้น่าจะได้ทราบข่าวที่แน่ชัด เพราะหนังจะต้องเดินหน้าถ่ายทำอย่างเป็นทางการแล้ว ถ้าหากว่าประเด็นข่าวนี้เป็นจริง ก็จะถือว่าเธอเป็นดาราสาวซุปตาร์ที่กินเรียบจับจักรวาลหนังเบอร์ใหญ่ ๆ ในฮอลลีวูดได้หลากหลายไม่น้อย ทั้งนี้ ดีซี สตูดิโอส์ และ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ไม่ได้มีท่าทีและแสดงความคิดเห็นใด ๆ เกี่ยวกับกระแสข่าวนักแสดงใหม่ในครั้งนี้ เราคงจะต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 5 ธ.ค. 68
ดู
Aztec Batman: Clash of Empires
Warner Bros (US) • 9 ต.ค. 68
อ่าน
ผู้กำกับ "The Batman 2" บอกใบ้ถึงวายร้ายภาคใหม่ เป็นตัวละครที่ไม่เคยขึ้นจอใหญ่มาก่อน
"The Batman 2" อยู่ในขั้นตอนเตรียมงานสร้างและคาดหวังว่าจะสามารถเปิดกล้องเริ่มถ่ายทำได้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2026 ในขณะนี้บทหนังที่ถูกเขียนขึ้นโดยผู้กำกับ "แมตต์ รีฟส์" ได้เขียนเสร็จสิ้นแล้ว บทหนังได้ถูกนำส่งไปให้นักแสดงนำ "โรเบิร์ต แพททินสัน" ได้อ่านเรียบร้อยแล้ว หนึ่งในประเด็นที่แฟน ๆ กำลังใคร่รู้ว่าในหนังภาคต่อเรื่องนี้จะเล่าไปในทิศทางไหน ในเมื่อภาคแรกเน้นหลัก ๆ ไปที่ตัวละคร แบทแมน อย่างสมบูรณ์แล้ว แมตต์ รีฟส์ ได้ให้สัมภาษณ์กับ จอช ฮอโรวิตซ์ แห่ง Happy Sad Confused บนพรมแดงงานประกาศผลรางวัลเอ็มมี่ส์ 2025 เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ที่เขาได้เน้นย้ำว่า The Batman 2 จะได้เห็นอีกมุมมองของชายที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากในรูปแบบใหม่ที่แฟน ๆ ยังไม่เคยเห็นมาก่อน โดยที่ยังคงปกปิดเนื้อหาของบทหนังเอาไว้เป็นความลับสุดขีดอยู่ต่อไป "ในหนังเรื่องอื่น ๆ ที่ผมชื่นชอบมาก เมื่อเราเล่าเรื่องราวต้นกำเนิดตัวละครไปแล้วก็เป็นสิ่งที่ผ่านเลยไป แต่สำหรับเราคงไม่ได้ทำตามแบบนั้นครับ แม้ว่าเราจะเล่าถึงต้นกำเนิดของเขาไปแล้ว แต่ครั้งนี้จะเริ่มเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับ Rogues Gallery พร้อมกับแก่นเรื่องของตัวละครอย่างละเอียดยิ่งขึ้น ผมไม่อยากดึงโรเบิร์ตออกจากศูนย์กลางเรื่อง เขาจะยังคงอยู่และนั่นคือเป้าหมายที่เรากำลังตั้งใจไปให้ถึงจริง ๆ" แมตต์ รีฟส์ ได้กล่าวเอาไว้ และเมื่อถูกถามเบา ๆ ถึงตัวละครวายร้ายใน The Batman 2 ก็เป็นใคร แมตต์ รีฟส์ ก็ได้ตอบแบบอ้อม ๆ ที่ไม่เปิดเผยตรง ๆ ว่า "เป็นตัวละครที่ยังไม่เคยถูกหยิบมาใส่ในหนังจอใหญ่มาก่อนครับ" แมตต์ รีฟส์ ยังยืนยันว่าขณะนี้บทหนังของ The Batman 2 ถูกเก็บรักษาเอาไว้ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง ที่ใครอาจจะมองว่าเว่อร์เกินเหตุก็เป็นไปได้ "เราใส่บทหนังเอาไว้ในกระเป๋าที่มีแม่กุญแจและต้องใส่รหัสเปิดเท่านั้นครับ โรเบิร์ตอยู่ด้วยในการบรรจุบทหนังลงไป และบอกได้เลยว่าทุกอย่างทำด้วยมาตรฐานรักษาความปลอดภัยขั้นสูง เพราะมันเป็นความลับแบบสุด ๆ" The Batman 2 จะเริ่มถ่ายทำในฤดูใบไม้ผลิ ปี 2026 ที่อังกฤษ นอกจาก โรเบิร์ต แพททินสัน ที่คอนเฟิร์มกลับมาแสดงนำอีกครั้ง ก็ยังมีชื่อ "คอลิน ฟาร์เรลล์" ที่หวนกลับมาเป็น เดอะ เพนกวิน ในเวอร์ชันหนัง ร่วมด้วย "เจฟฟรีย์ ไรต์" และ "แอนดี้ เซอร์กิส" กลับมารับบทเดิมของพวกเขาอีก หนังวางคิวฉายเอาไว้ทั่วโลก เดือนตุลาคม 2027 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 19 ก.ย. 68
อ่าน
"The Batman 2" เตรียมพร้อมแล้ว! เล็งเปิดกล้องเริ่มถ่ายทำช่วงต้นปี 2026 หลังล่าช้ามานาน
ในที่สุดข่าวดีเกี่ยวกับโครงการหนังภาคต่อ The Batman ของพระเอกหนุ่ม "โรเบิร์ต แพททินสัน" ก็มีอัปเดตใหม่ให้ได้ชื่นใจกันยิ่งขึ้น เพราะหลังจากที่อยู่ระหว่างการพัฒนาสร้างและแผนงานค่อนข้างล่าช้ากว่ากำหนดเดิมไปพอสมควร ดูเหมือนว่า "The Batman 2" พร้อมแล้ว ที่จะใส่เกียร์เดินหน้าในการทำงานโปรดักชันถ่ายทำอย่างเป็นทางการ Variety รายงานว่า วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ทำการปล่อยจดหมายสารพันข่าวแจ้งกับเหล่าผู้ลงทุนและพันธมิตรของสตูดิโอ ประกาศข่าวสำคัญเกี่ยวกับโครงการหนังภาคต่อ The Batman 2 ของผู้กำกับ "แมตต์ รีฟส์" ระบุว่าขณะนี้ได้นิมิตหมายอันดีที่หนังจะเดินเครื่องต่อ โดยพวกเขาคาดว่าจะได้เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำกันอย่างเป็นทางการ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ที่จะถึงนี้ โรเบิร์ต แพททินสัน จะกลับมารับบทนำอีกครั้ง ท่ามกลางตารางงานที่ค่อนข้างแน่นเอียด The Batman 2 คือภาคต่อของหนังอัศวินรัตติกาลภาคเอกเขนกของดีซี ที่เคยออกฉายต้นฉบับเมื่อปี 2022 กวาดรายได้ทั่วโลกไปได้ 772 ล้านเหรียญ ท่ามกลางการฉายในระหว่างสถานการณ์โควิด-19 กำลังคลี่คลายลง วอร์เนอร์ได้ทำการประกาศสร้างภาคต่อแทบจะในทันที แต่โครงการก็พัฒนาไปอย่างช้า ๆ และติดขัดเล็กน้อย จากเดิมมีแผนจะฉายช่วงปลายปี 2026 ก็ต้องขยับไปเป็น 1 ตุลาคม 2027 วันฉายของหนังในปัจจุบัน และเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แมตต์ รีฟส์ ก็เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการว่า บทหนัง The Batman 2 ได้เสร็จสิ้นพร้อมถ่ายทำแล้ว และถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะมีช่องว่าระหว่างภาคเกิดขึ้นถึง 5 ปีเต็ม แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ได้เป็นปัญหาใด ๆ เพราะทุกงานสร้างย่อมมีรายละเอียดที่ต้องรังสรรค์และเก็บข้อมูลอย่างพิถีพิถันในทางที่ดีอยู่แล้ว ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 10 ส.ค. 68
อ่าน
บทหนัง "The Batman 2" ของผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ เสร็จแล้ว หลังล่าช้าแบบข้ามปี
ในที่สุด..หนึ่งในข่าวที่แฟน ๆ ดีซีกำลังรอคอยก็คือความคืบหน้าโปรเจกต์หนังเอกเขนกภาคต่อ "The Batman 2" ของผู้กำกับ "แมตต์ รีฟส์" ที่ล่าสุดเป็นที่ยืนยันแล้วว่า บทหนังของหนังเรื่องนี้ได้เสร็จสมบูรณ์ พร้อมแจกจ่ายและเตรียมงานเพื่อการถ่ายทำต่อไปแล้ว โดยผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ ได้โพสต์ภาพลงอินตสแกรมส่วนตัวของเขา ที่เผยให้เห็นบทหนังเป็นปึก ๆ วางอยู่ พร้อมกับโลโก้สัญญาณมนุษย์ค้างคาวอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่ว่า "Partners in Crime (Fighters)" ที่เป็นโพสต์ติดแท็กคู่กับ "แมตต์สัน ทอมลิน" ที่มาช่วยเขาเขียนบทหนังในครั้งนี้ โดยที่รายละเอียดต่าง ๆ มาหน้าปกบทหนังยังถูกเบลอเอาไว้อยู่ ทั้งนี้ Variety ได้คอนเฟิร์มแล้วว่า บทหนัง The Batman 2 ได้เขียนเสร็จสมบูรณ์แล้วในตอนนี้ ถือว่าค่อนข้างล่าช้ากว่าแผนการไปประมาณหนึ่งเลยทีเดียว เพราะว่าหนังภาคต่อเรื่องนี้เคยประกาศสร้างเอาไว้ตั้งแต่ปี 2022 ภายหลังจากที่หนังภาคแรกออกฉายอย่างประสบความสำเร็จไป แต่ทว่าขั้นตอนในการพัฒนาสร้างค่อนข้างติดขัด ซ้ำยังเป็นช่วงจังหวะที่จักรวาลหนังดีซีได้มีการยกเครื่องใหม่ทั้งหมดด้วย เดิมทีนั้น The Batman 2 เล็งจะฉายในปี 2025 นี้ แต่เพราะความล่าช้าในการทำงานและการผลิตบทหนัง ทำให้วันฉายล่าสุดขยับไปเป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2027 หรือเท่ากับว่าภาคต่อจะฉายตามหลังภาคแยกห่างกันถึง 5 ปีครึ่งเลยทีเดียว คาดว่าหนังน่าจะสามารถเปิดกล้องถ่ายทำได้ในช่วงต้นปี 2026 เพราะต้องทำการแคสติ้งนักแสดงเพิ่มเติมอีก รวมทั้งรอคิวทำงานของ "โรเบิร์ต แพททินสัน" ที่จะกลับมาเป็น แบทแมน โดยที่เขาก็จัดว่าเป็นนักแสดงคิวทองคนหนึ่งของวงการ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 29 มิ.ย. 68
อ่าน
Batman Begins แบทแมน บีกินส์ - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ Movie of the Day นี่คือจุดเริ่มต้นของมหากาพย์ไตรภาคมนุษย์ค้างคาวเรื่องเยี่ยมที่สุดนับตั้งแต่มีการสร้างมา "Batman Begins แบทแมน บีกินส์" ด้วยฝีมือการสร้างสรรค์ระดับตำนานของ "คริสโตเฟอร์ โนแลน" ที่ในปี 2025 นี้มีอายุครบ 20 ปีเต็มแล้ว เรื่องราวเกี่ยวกับจุดกำเนิดของตำนานยอดวีรบุรุษแห่งรัตติกาลเพื่อปลดปล่อยตัวเองจากฝันร้ายที่พ่อแม่ของเขาถูกฆาตกรรม ทายาทมหาเศรษฐี บรูซ เวย์น ออกเดินทางสู่โลกกว้างเพื่อค้นหาวิถีในการต่อสู้กับความอยุติธรรมและสร้างความหวาดหวั่นให้แก่เหล่าอาชญากรที่เบียดเบียนผู้บริสุทธิ์ ดูหนัง Batman Begins ด้วยความช่วยเหลือจากอัลเฟรด พ่อบ้านผู้ภักดี ตำรวจตงฉินอย่าง จิม กอร์ดอน และพันธมิตรผู้แสนดีอย่างลูเซียส ฟอกซ์ บรูซ เวย์น จึงหวนคืนสู่กอดแธมซิตี้ พร้อมปลดปล่อยตัวตนอีกภาคหนึ่งของเขาภายใต้ชื่อ แบทแมน วีรบุรุษสวมหน้ากาก ผู้ใช้ทั้งความแข็งแกร่ง สติปัญญาและสรรพาวุธยุทโธปกรณ์สุดไฮเทค เพื่อต่อกรกับเหล่าร้ายชนิดแบบระทึกและสะใจ "คริสเตียน เบล" มาสวมบทเป็นแบทแมนในเวอร์ชันนี้ ที่เขาได้กลายมาเป็นหนึ่งนักแสดงที่รับบทเป็นมนุษย์ค้างคาวที่เป็นตำนานอีกคนหนึ่ง ที่ยังมาพร้อมกับทีมนักแสดงชั้นนำ อย่าง "แกรี่ โอลด์แมน", "มอร์แกน ฟรีแมน", "ไมเคิล เคน", "เลียม นีสัน", "คิลเลียน เมอร์ฟีย์" และ "เคธี โฮล์มส" กระแสตอบรับของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างดี เพราะได้เสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ที่ 85% อีกทั้งยังได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 1 สาขาด้วย โดยหนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างระดับ 150 ล้านเหรียญ ก่อนจะเก็บรายได้ทั่วโลกไปได้ในระดับ 370 ล้านเหรียญ ที่ถือว่าเพียบพอที่จะเข็นสร้างภาคต่อตามออกมาอีกอย่างน้อย ๆ 2 ภาค ที่กลายมาเป็นไตรภาคที่แข็งแกร่งอีกเรื่องของฝั่งดีซี | คุณสามารถดู Batman Begins แบทแมน บีกินส์ แบบเต็มเรื่องได้ คลิกที่นี่ ประเภท: แอคชัน / อาชญากรรม / ไซไฟ / ระทึกขวัญ นำแสดงโดย: คริสเตียน เบล, แกรี่ โอลด์แมน, มอร์แกน ฟรีแมน, ไมเคิล เคน, เลียม นีสัน กำกับโดย: คริสโตเฟอร์ โนแลน ความยาว: 134 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 15 มิถุนายน 2005 (กำหนดฉายในไทย) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 18 มิ.ย. 68
อ่าน
เจมส์ กันน์ ยอมรับหนังใหม่ "Batman" เป็นปัญหาใหญ่สุดในการไปต่อของจักรวาลดีซี
จักรวาลดีซี..ยุคใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป กับการเปิดตัว "Superman" บุรุษเหล็กที่จะกลับมาเรืองรองบนหน้าจออีกครั้ง ภายใต้การนำทีมของจักรวาลดีซีของ "เจมส์ กันน์" และ "ปีเตอร์ ซาฟราน" หัวเรือใหญ่คนปัจจุบันของค่ายหนังฮีโร่ชื่อดัง ท่ามกลางความระมัดระวังรอบคอบให้การให้ไฟเขียวสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ออกมา ดูเหมือนว่ามนุษย์ค้างคาวยังเป็นตัวละครที่แฟน ๆ ยังคงเฝ้ารอข่าวอยู่ ล่าสุด เจมส์ กันน์ ได้ให้สัมภาษณ์พูดคุยกับ Rolling Stone กับทิศทางของจักรวาลดีซีในอนาคต โดยมีบางช่วงบางตอนได้พูดถึงอนาคตเกี่ยวกับตัวละคร Batman ที่ขณะนี้มีแผนที่จะสร้างออกมา แต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่ เพราะก็ยังมี The Batman ฉบับเอกเขนกของแมตต์ รีฟส์ ยังดำเนินการสร้างภาคต่ออยู่ ที่น่าจะพอช่วยให้จักรวาลดีซีภาคหลักมีเวลาในการหาวัตถุดิบมาสังสรรค์มอบให้แฟน ๆ มากยิ่งขึ้น "ตอนนี้ Batman เป็นเหมือนปัญหาใหญ่ที่สุดของผมในการทำงานกับดีซีเลยครับ คือไม่ใช่ว่าผมจะไม่ทำอะไรกับมัน แต่ผมกำลังทำงานร่วมกับมือเขียนบทเรื่องใหม่ และผมพยายามทำให้มันถูกที่ถูกทางที่สุด เพราะตัวละครนี้สำคัญมาก ๆ ในดีซี ไม่ต่างกับ Wonder Woman เลยครับ ดังนั้นนอกจากที่ผมกำลังทำโปรเจกต์ต่าง ๆ อยู่ สิ่งที่สำคัญ 2 ประการของเราก็คือผลักดันสร้าง Wonder Woman ออกมาให้ แล้วปั้นบท Batman ออกมาให้เสร็จสิ้นอย่างน่าพอใจ" "The Brave and the Bold" คือโปรเจกต์เกี่ยวกับแบทแมนที่ เจมส์ กันน์ อยู่ระหว่างพัฒนางานสร้างร่วมกับนักเขียนบทที่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นใคร โดยหนังเรื่องนี้ได้วางตัวให้ "แอนดี มุสชิเอตติ" รับหน้าที่กำกับ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือการ์ตูนฉบับของ แกรนท์ มอร์ริสัน ที่เน้นเรื่องของอัศวินรัตติกาลกับลูกชายของเขาที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตนอยู่จริง "คือเราจะไม่ใช่เขาออกมาเพียงแค่เขาเป็นตัวละครที่ยิ่งใหญ่และเรืองรองที่สุดของวอรเนอร์ฯ แต่เพราะว่าจักรวาลดีซีจำเป็นยังต้องมีเขาอยู่ และเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องเหมือนกับ The Batman ฉบับของ แมตต์ รีฟส์ บอกตรง ๆ ผมไม่ได้สนใจอะไรตรงนั้นเลย ไม่แคร์ว่าจะเป็นแบทแมนที่ตลกหรือแปลกประหลาด แต่มันเป็นสิ่งที่เราต้องจัดการกับมัน ผมคิดว่ามันมีทางเป็นไปได้ และคิดว่าผมรู้ว่าคืออะไร เพียงแค่กำลังจัดการกันอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่ามันสามารถทำออกให้เป็นจริงได้" ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 17 มิ.ย. 68
อ่าน
หรือจะเปลี่ยนแนว? ข่าวใหม่ "The Batman 2" หนังอาจเปลี่ยนเป็นไซไฟ-แฟนตาซี
ข้อมูลใหม่นี้มาจากเว็บไซต์ทางการของ Warner Bros. Spain ซึ่งได้อัปเดตรายชื่อภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในอนาคต โดยภาพยนตร์ภาคต่อของ The Batman ถูกระบุไว้ในชื่อ "Untitled Batman Film" หรือ "ภาพยนตร์ Batman ที่ยังไม่มีชื่อ" แทนที่จะใช้ชื่อเดิมคือ The Batman: Part II นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนแปลงหมวดหมู่แนวภาพยนตร์จากที่เคยเป็นเพียงแค่ "แอ็กชัน" และ "ผจญภัย" ไปเป็น "ไซไฟ" และ "แฟนตาซี" อีกด้วย การอัปเดตนี้ยืนยันรายงานก่อนหน้าที่ระบุว่าภาคต่อของ The Batman จะได้รับชื่อใหม่และตัดคำว่า Part II ออกไป โดยคาดว่าจะมีการเพิ่มคำโปรยใหม่แทน แต่ในตอนนี้หนังยังไม่มีชื่อทางการ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแนวหนังไปสู่ไซไฟและแฟนตาซีอาจหมายความว่าภาคต่อนี้จะมีองค์ประกอบที่เหนือธรรมชาติและล้ำสมัยมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากภาคแรกที่เน้นความสมจริงเป็นหลัก Reeves เคยเปิดเผยว่าบทภาพยนตร์ของภาคต่อจะพา Bruce Wayne ไปในเส้นทางที่เขา "คาดไม่ถึงในภาคแรก" ซึ่งยิ่งเป็นการยืนยันว่าคราวนี้อัศวินรัตติกาลกำลังจะก้าวไปสู่ทิศทางใหม่ที่แตกต่างออกไป ใครจะเป็นวายร้ายใน The Batman 2? ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่าวายร้ายหลักของ The Batman 2 จะเป็นใคร แต่มีข่าวลือว่า Clayface, Hush, Mr. Freeze และ Court of Owls เป็นตัวเลือกที่มีโอกาสสูง โดย Reeves ได้ยืนยันแล้วว่าภาคต่อนี้จะมีฉากหลังเป็นช่วงฤดูหนาว ซึ่งทำให้ Mr. Freeze ดูเป็นตัวร้ายที่เหมาะสมที่สุด ทั้งยังสอดคล้องกับแนวหนังที่ได้รับการอัปเดตใหม่ เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งในศัตรูของ Batman ที่มีความแฟนตาซีสูง นอกจากนี้ Mr. Freeze ยังเป็นตัวละครที่แฟนๆ หลายคนต้องการเห็นมานาน หลังจากที่ The Batman ออกฉายในปี 2022 แฟนๆ นับพันต่างพากันเรียกร้องผ่านโซเชียลมีเดียให้วายร้ายผู้เย็นยะเยือกคนนี้เป็นศัตรูตัวต่อไปของ Gotham City ซึ่งถ้าหากเป็นจริง ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นสำหรับไตรภาคนี้ แต่สุดท้ายแล้วจะออกมาเป็นอย่างไรก็คงต้องติดตามกันต่อไปเท่านั้นแ สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้มM PASSที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิกที่นี่ Source: Movie Web
Major Cineplex • 27 มี.ค. 68
อ่าน
หวังว่าจะไม่เลื่อนอีก ยืนยันกำหนดการถ่ายทำ "The Batman Part 2" โดย โรเบิร์ต แพททินสัน
โรเบิร์ต แพททินสัน นักแสดงคนล่าสุดผู้รับบทเป็นอัศวินรัตติกาล แบทแมน ได้ออกมายืนยันถึงกำหนดการถ่ายทำของภาพยนตร์ภาคต่อ The Batman Part II (2027) ว่าจะอยู่ในช่วงท้ายของปีนี้ มันเป็นช่วงเวลาพักใหญ่เลย ทุกอย่างเหมือนผ่านไปนานมากแล่ว เพราะว่าโควิดทำให้ช่วงเวลาสามปีนั้นหายไป The Batman Part II เพิ่งจะถูกเลื่อนกำหนดการเข้าฉายจากเดือนตุลาคม 2026 ไปเป็นเดือนตุลาคม 2027 เนื่องจากความล่าช้าในกระบวนการเขียนบท และความล่าช้าอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ จะกลับมารับหน้าที่เดิมทั้งกำกับและเขียนบทให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ ร่วมกับทีมนักแสดงชุดเดิมที่ประกอบไปด้วย แพททินสัน, แอนดี้ เซอร์คิส, เจฟฟรีย์ ไรต์ และ โคลิน ฟาร์เรล อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอื่น ๆ ยังไม่ถูกเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด The Batman Part IIมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 1ตุลาคม 2027 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลจาก Deadline
Major Cineplex • 18 ก.พ. 68
อ่าน
รอไปก่อน..อย่าเพิ่งท้อ "The Batman 2" เลื่อนฉายข้ามปีอีกหน กลายเป็นหนังปี 2027
ดูเหมือนว่าแฟน ๆ จะต้องร้องเพลงรอกันไปยาวกว่าที่คิดอีกแล้ว เพราะการกลับของโลกอาชญากรรมแห่งนครก็อธแฮม จะต้องรอคอยยาวนานกว่าที่คิดเอาไว้ เพราะล่าสุด วอร์เนอร์ บราเธอร์ส สตูดิโอเจ้าของหนังเรื่องได้ประกาศข่าวร้ายในการปรับเลื่อนวันฉายของ "The Batman 2" ออกไปล่าช้าอย่างน้อยอีกปี Variety เปิดเผยว่า วอร์เนอร์ฯ ได้ประกาศเลื่อนวันฉาย The Batman 2 ออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปีเต็ม ไปเป็นวันที่ 1 ตุลาคม 2027 จากเดิมได้จองคิวเอาไว้วันที่ 2 ตุลาคม 2026 โดยทางสตูดิโอไม่ได้ระบุถึงสาเหตุที่หนังจำเป็นต้องเลื่อนฉายออกไปในครั้งนี้ แม้ว่าในส่วนการทำงานถ่ายทำเบื้องหน้านั้นจะแล้วเสร็จไปตั้งแต่ช่วงกลางปี 2024 ที่ผ่านมาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าหนังอาจจะต้องเก็บรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมายต่อไป The Batman 2 เป็นภาคต่อของหนังเมื่อปี 2022 ของผู้กำกับ "แมตต์ รีฟส์" นำแสดงโดย "โรเบิร์ต แพททินสัน" ที่เป็นมนุษย์ค้างค้าวฉบับเอกเขนกที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวใด ๆ กับจักรวาลหนังฮีโร ก่อนจะกวาดรายได้ทั่วโลกไปได้ถึง 770 ล้านเหรียญ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เพิ่งจะเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 โดยเดิมทีหนังภาคต่อเคยมีแผนจะฉายในเดือนตุลาคม 2025 แต่ต้องขยับออกไปเพราะฮอลลีวูดหยุดชะงักการทำงานไปช่วงมีการประท้วงในปี 2023 จากนั้นจึงเลื่อนมาในปี 2026 และล่าสุดขยับออกไปอีกเป็นปี 2027 ในที่สุด โดยวันฉายเดิมของ The Batman 2 นั้น วอร์เนอร์ฯ ได้เสียบเอาโปรเจกต์ลึกลับเรื่องใหม่ที่เป็นการร่วมงานของผู้กำกับ "อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อิญญาร์ริตู" กับ "ทอม ครูซ" ในผลงานที่ยังไม่มีชื่อเรื่อง ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นดรามาระทึกขวัญที่หมายตาจะลงสนามล่ารางวัลในปีนั้นแน่ ๆ เพราะมีชื่อนักแสดงสมทบปัง ๆ อย่าง "เจสซี พลีมอนส์", "แซนดร้า ฮึลเลอร์" และ "จอห์น กู๊ดแมน" ที่จัดได้ว่าเป็นดาราสายรางวัลทั้งนั้น จะฉายในวันที่ 2 ตุลาคม 2026 นอกจากนี้ วอร์เนอรฯ ยังประกาศสลับวันฉายผลงานใหม่ของ โรเบิร์ต แพททินสัน อีกเรื่องในปี 2025 อย่าง "Mickey 17" ที่เลื่อนมาเร็วขึ้นเป็นวันที่ 7 มีนาคม 2025 ถือว่าเป็นการสลับวันฉายกับ "Sinners" หนังระทึกขวัญเรื่องใหม่ของผู้กำกับ "ไรอัน คลุเกลอร์" ที่ย้ายไปเป็นวันที่ 18 เมษายน 2025 แทน ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 28 ธ.ค. 67
อ่าน
เจสซี ไอเซนเบิร์ก น้อยใจ รับบท Lex Luthor ใน "Batman v Superman" ได้คำวิจารณ์แย่จนทำเสียงาน
ในที่สุด ตัวอย่างแรกของ Superman ภาพยนตร์เปิดประเดิมจักรวาลDCU (DC Universe)ตามแนวทางใหม่ของ DC Studios ที่ได้บอสใหญ่ เจมส์ กันน์ (James Gunn) มารับหน้าที่เขียนบทและลงมือกำกับเอง ก็ได้ออกสู่สายตาสาธารณชนแล้วในที่สุด โดยนอกจากเราจะได้เห็น เดวิด คอเรนสเว็ต (David Corenswet) ในมาดของคลาร์ก เคนต์ และซูเปอร์แมน รวมทั้งบรรดานักแสดง โดยเฉพาะ นิโคลัส เฮาลต์ (Nicholas Hoult) ผู้รับบทวายร้าย เล็กซ์ ลูเทอร์ (Lex Luthor) แห่งจักรวาลDCU ในขณะที่หลายคนอาจคิดถึง Lex Luthor คนก่อนหน้า นิโคลัส เฮาลต์ (Nicholas Hoult) จากจักรวาลDCEUอย่าง เจสซี ไอเซนเบิร์ก (Jesse Eisenberg) นักแสดงที่แจ้งเกิดจาก The Social Network (2010) ได้เปิดใจพูดกับพอดแคสต์Armchair Expertถึงผลกระทบด้านลบที่มีต่อตัวเขาจากการรับบทวายร้ายอัจฉริยะทั้งใน Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) และ Justice League (2017) ที่ทำให้เขาได้รับคำวิจารณ์แง่ลบ และส่งผลเสียต่ออาชีพนักแสดงของเขาด้วยเช่นกัน ผมแสดงในหนังแบทแมน หนังเรื่องนั้นก็ได้รับกระแสตอบรับที่แย่มาก ๆ และผมเองก็ได้รับกระแสตอบรับที่แย่มากเหมือนกัน ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้ที่ไหนมาก่อน และมันก็ค่อนข้างน่าอายที่จะยอมรับ แต่ผมคิดของผมจริง ๆ ว่า มันส่งผลเสียต่ออาชีพของผมค่อนข้างจะชัดเจน ที่ผมได้รับกระแสตอบรับไม่ดีมากถึงขนาดนั้น เป็นเพราะบรรดาสิ่งที่เผยแพร่ออกสู่สาธารณะ ซึ่งในวงการนี้ ถ้าคุณอยู่ในหนังฟอร์มใหญ่มาก ๆ แล้วถูกมองว่าแสดงไม่ดี คนที่มีหน้าที่คัดเลือกนักแสดงในหนังเรื่องต่อไปของพวกเขาก็จะไม่เลือกคุณ ผมเคยแสดงในผลงานที่ได้รับกระแสตอบรับไม่ดี คือถ้าเรื่องนี้ไม่ได้พูดกันเป็นวงกว้าง คนส่วนใหญ่ก็แทบไม่รู้หรอก แต่เรื่องนี้มันแพร่กระจายออกไปสู่สาธารณะชนอย่างแพร่หลายมาก ๆ แล้วผมก็เป็นคนที่แทบไม่อ่านบทวิจารณ์ หรือข่าวสารเกี่ยวกับหนังเลย ผมเลยไม่รู้ว่าได้รับการตอบรับที่แย่ขนาดไหน หลังจากเปิดจักรวาล DCEU อย่างเป็นทางการด้วยผลงานแรก Man of Steel (2013) ผู้กำกับแซ็ก สไนเดอร์ (Zack Snyder)ได้สร้างความฮือฮาด้วยหนังครอสโอเวอร์ครั้งแรกของแบทแมนและซูเปอร์แมนใน Batman v Superman: Dawn of Justice แต่เมื่อออกฉายจริง แม้ตัวหนังจะทำรายได้สูงถึง 874 ล้านเหรียญ แต่ตัวหนังถูกนักวิจารณ์และผู้ชมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รวมทั้งบทบาท Lex Luthor ของไอเซนเบิร์กที่ถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม ตั้งแต่ดูเด็กเกินไป หรือไม่ก็ดูคล้ายกับ Joker มากเกินไป แม้สไนเดอร์เองจะออกมายืนยันว่าเขาเหมาะสมแล้วที่จะรับบทวายร้ายมหาเศรษฐีอัจฉริยะที่มีความซับซ้อน ไอเซนเบิร์กเคยเปิดเผยในคลิปสัมภาษณ์ของKonbiniถึงเหตุผลที่เขาตัดสินใจรับบทบาทนี้ และยังเปิดเผยด้วยว่า เขาตอบรับบทบาท Lex Luthor ทั้งที่ยังอ่านบทไม่จบ ก่อนที่บทของเขาจะถูกลบออกไปด้วยเหตุผลด้านการเก็บรักษาความลับ มันเป็นบทที่ชวนขบคิดทางปัญญามาก ๆ ครับ ผมเลยต้องใช้เวลาอ่านพอสมควร เพราะมันมีรายละเอียดเยอะมาก มีการอ้างอิงสิ่งที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ผมรู้สึกตกใจ เพราะผมไม่เคยดูหนังซูเปอร์ฮีโรมาก่อนเลย อาจจะเพราะผมสนใจแต่เฉพาะสิ่งที่ตัวเองสนใจ หรืออะไรก็ตาม ผมเลยคิดว่ามันคงเป็นแค่เรื่องของคนบินไปบินมาเป็นร้อย ๆ หน้า ไอเซนเบิร์กเคยเปิดเผยความรู้สึกในการรับบทนี้กับDeadlineว่า แม้เขาจะตั้งใจในการรับบทมากแค่ไหน แต่สุดท้ายผู้คนก็ไม่ชอบเขาอยู่ดี และเขาคงตกใจถ้าหากได้กลับไปแสดงหนังซูเปอร์ฮีโรอีกครั้ง ผมผูกพันกับสิ่งนี้มาก คนที่เขียนบท คริส เทอร์ริโอ (Chris Terrio) เป็นคนที่จริงจัง และมีอารมณ์อ่อนไหวมาก เขาคิดถึงตัวละครของผมอย่างมาก และผมเองก็คิดถึงตัวละครของผมมากเหมือนกัน ผมคุยกับครูสอนการแสดงเกี่ยวกับตัวละครนี้เยอะมาก ทั้งเรื่องภูมิหลังของเขากับพ่อ และอารมณ์ของเขา แต่สุดท้ายผู้คนก็เกลียดผม ผมคงตกใจถ้าผมได้กลับไปแสดงในหนัง DC อีก คือมันคงเป็นเรื่องประหลาดใจในแง่ดีน่ะนะ แต่ว่าผมไม่ได้เป็นแฟนคอมิก สำหรับผม การรับบทนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก แต่มันเป็นโอกาสที่ได้รับบทตัวละครที่ยอดเยี่ยม เขียนโดยนักเขียนบทที่ยอดเยี่ยม และผมก็รักในการได้แสดง เพราะฉะนั้น การได้รับบทจึงถือเป็นความสุข แต่การไม่ได้รับบท ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะรู้สึกอายถ้าผมจะต้องเล่าให้ลูก ๆ ฟังน่ะนะครับ เพราะมันไม่ได้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม แม้ว่าผมจะรักการแสดงในหนังเรื่องนี้ แต่มันเป็นเพราะผมรักมันในฐานะนักแสดงที่ต้องทำสิ่งที่หลากหลาย และบางครั้ง บทที่ยอดเยี่ยมก็มาในรูปของหนังฟอร์มยักษ์ และบางครั้งบทแย่ ๆ ก็มีอยู่ในหนังนอกกระแสได้เช่นกัน เพื่อย้ำให้ชัดว่า แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่เขาเองก็รักในการได้แสดงในหนังเรื่องนี้ และสนุกกับการรับบทเป็น Lex Luthor ทุกครั้งที่คุณเล่นบทอะไร คุณก็จะรู้สึกผูกพันกับบทนั้น มันเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ครับ ไม่ว่าคุณจะเล่นหนังฮอลลีวูด หรือหนังแบบไหนก็ตาม คุณจะรู้สึกเชื่อมโยงกับมัน ผมรักในบทบาทของตัวผมเอง และผมก็รักหนังเรื่องนี้ด้วย รวมทั้งกระบวนการทำงานและทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ถ้าผมรู้สึกว่าจะต้องโทษใคร ผมก็คงต้องโทษตัวเองนั่นแหละ ผมไม่เคยรู้สึกว่าใครทำไม่ดีกับผมหรืออะไรแบบนั้นเลยครับ ผมคิดแค่ว่า โอ้ มันคงเป็นเพราะผมทำผิดตรงนั้นเองแหละ ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่น่าหดหู่ใจอยู่ ที่มา :Variety People Entertainment Weekly
แบไต๋ • 22 ธ.ค. 67
อ่าน
ฟังความคืบหน้าของ "The Batman: Part II" จากปาก โคลิน ฟาร์เรล ผู้สวมบทบาท เดอะ เพนกวิน
ในระหว่างที่ภาพยนตร์ The Batman: Part II (2026) กำลังจะเริ่มต้นกระบวนการถ่ายทำในช่วงต้นปีหน้า เรื่องราวของโลกอาชญากรรมในเมืองก็อตแธมก็ยังคงดำเนินต่อไปในซีรีส์ The Penguin หรือ เดอะ เพนกวิน ที่นำแสดงโดย โคลิน ฟาร์เรล ในบทบาทของ ออซ ค็อบบ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อของ เดอะ เพนกวิน เจ้าพ่อแก๊งอาชญากรที่เคยเผชิญหน้ากับอัศวินรัตติกาลมาแล้วในภาพยนตร์ภาคแรก และ โคลิน ฟาร์เรล ก็จะกลับมาอีกครั้งในบทบาทเดิมในภาพยนตร์ภาคต่อของผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ ที่วางกำหนดการฉายเอาไว้ในช่วงปลายปี 2026 โดยนักแสดงชาวไอริช ก็เพิ่งจะได้ออกมาให้สัมภาษณ์พูดถึงความคืบหน้าของ The Batman: Part II กับทาง โคลไลเดอร์ เพื่อนยาก ผมไม่รู้อะไรเลย ผมรู้มากพอ ๆ กับคุณนั่นแหละ อาจจะน้อยกว่าด้วยซํ้าเพราะว่าคุณได้คุยกับ แมตต์ มากกว่าผม อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเขายังไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากไปกว่าที่สื่อและนักข่าวมี แต่เขาก็เชื่อว่า ดีแลน คลาร์ก นักออกแบบงานสร้างของภาพยนตร์ชุดนี้และซีรีส์ เดอะ เพนกวิน จะติดต่อมายังเขาเพื่อแจ้งกำหนดการให้ทราบในเร็ว ๆ นี้ ไม่ ไม่เลย แต่ผมก็คงจะพูดได้ว่า ดีแลน จะบอกกับผมในเร็ว ๆ นี้ ผมคงจะโทรหา ดีแลน แล้วถามเขาในวันนี้เลยก็ได้ ว่าเราก็กำลังมองดูอะไรกันอยู่ เมื่อไหร่กันที่เราจะเริ่มถ่ายทำ และอะไรพวกนั้น แต่ผมคิดว่าผมคงจะพักจากเรื่องพวกนั้นไปก่อนในตอนนี้ ผมอยากที่จะออกมาพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ทำตัวสบายๆ นั่งดูหนัง หรือไม่ก็ออกไปปีนเขา โคลิน ฟาร์เรล จะกลับมาแสดงใน The Batman: Part II เช่นเดียวกันกับ โรเบิร์ต แพททินสัน, โซอี้ คราวิทซ์, แอนดี้ เซอร์คิส, เจฟฟรีย์ ไรต์ และ แบร์รี่ คีโอแกน The Batman Part IIมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 1ตุลาคม 2026 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลจาก Collider
Major Cineplex • 12 พ.ย. 67
อ่าน
โซอี้ คราวิทซ์ พูดถึงความคาดหวังที่มีต่อ "The Batman Part II" หากได้เป็นส่วนหนึ่งของหนัง
จักรวาลอัศวินรัตติกาลของ แมตต์ รีฟส์ กำลังจะเดินหน้ากันต่อกับภาพยนตร์ The Batman Part II (2026) ที่จะเริ่มต้นการถ่ายทำกันในปี 2025 ที่จะถึงนี้ และก็เพิ่งจะมีข่าวดีสำหรับแฟนคลับของ แคทวูแมน ถูกเปิดเผยออกมาสด ๆ ร้อน ๆ จากการให้สัมภาษณ์ของ โซอี้ คราวิทซ์ นักแสดงผู้รับบทเป็นหัวขโมยสาวใน The Batman (2022) หรือ เดอะ แบทแมน โดยในช่วงท้ายของภาพยนตร์ภาคแรก หลังจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมดในเมืองก็อตแธมทีเกิดขึ้นจากฝีมือของ เดอะ ริดเลอร์ สิ้นสุดลง เซลิน่า ไคล์ ได้ตัดสินใจชักชวนให้ บรูซ เวย์น เดินทางออกจากเมืองแห่งนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปพร้อมกับเธอ และถึงแม้ว่าเขาจะปฏิเสธคำชวนของเธอเพื่อที่จะอยู่ช่วยฟื้นฟูเมืองแห่งนี้ต่อไป เซลิน่า ก็ได้ตัดสินใจที่จะออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวของเธอเองเพียงคนเดียว แต่จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุดของเธอกับทาง โคลไลเดอร์ ก็เหมือนว่านักแสดงหญิงชาวอเมริกันคนนี้จะได้ออกมาบอกใบ้แล้วว่า แคทวูแมน จะกลับมามีบทบาทต่อไปใน The Batman Part II ถึงแม้ว่าตัวของเธอเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า บทบาทของเธอจะออกมาเป็นแบบไหนกันแน่ก็ตาม แมตต์ เก็บตัวสุด ๆ ในตอนที่เขาเขียนบท ต้องยํ้าอีกครั้ง ว่าเขาเป็นคนที่มุ่งมั่นมาก เป็นผู้กำกับที่ใส่ใจในรายละเอียด ดังนั้นฉันก็แค่ต้องทำตัวเองให้ยุ่งเข้าไว้ รอเวลาที่จะมีคนติดต่อมา ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับ เซลิน่า ในหนังเรื่องนั้นเป็นเรื่องราวต้นกำเนิดของเธอ ดังนั้นก็แน่นอนแล้วว่ามันจะมีอะไรอีกมากให้ออกไปสำรวจ เธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ขึ้นมามีอำนาจ และต้องการที่จะออกสำรวจว่ามันจะเป็นอย่างไร ในตอนที่เธอสามารถครอบครองและเล่นกับอำนาจนี้ได้ และก็หวังว่ามันจะเป็นอะไรสนุกที่จะได้รับบทนี้สักวันหนึ่ง The Batman Part II จะเป็นผลงานการกำกับและเขียนบทโดย แมตต์ รีฟส์ จากบทภาพยนตร์ที่เขาเขียนร่วมกันกับ ปีเตอร์ เคร็ก และ แมตต์สัน ทอมลิน โดยจะได้ทีมนักแสดงจากภาพยนตร์ภาคแรกอย่าง โรเบิร์ต แพททินสัน, โคลิน ฟาร์เรล, แอนดี้ เซอร์คิส และ เจฟฟรีย์ ไรต์ กลับมาสานต่อบทบาทเดิม The Batman Part IIมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 1ตุลาคม 2026 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลจาก Collider
Major Cineplex • 21 ก.ย. 67
อ่าน
แมตต์ รีฟส์ ยังไม่เปลี่ยนเป้าหมาย หวังสร้าง "The Batman" ให้เป็นไตรภาคสมบูรณ์
ภาพยนตร์อัศวินรัตติกาลเวอร์ชั่นของ โรเบิร์ต แพททินสัน และ แมตต์ รีฟส์ ที่มีชื่อว่า The Batman (2022) หรือ เดอะ แบทแมน เข้าฉายพร้อมกับความอย่างสำเร็จล้นหลาม ด้วยการทำรายได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกไปถึง $772 ล้านเหรียญ รวมไปถึงถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์เป็นจำนวน 3 สาขา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ความสำเร็จดังกล่าวจะทำให้มีการประกาศสร้างภาพยนตร์ภาคต่อออกมาแทบจะทันที แต่เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปแล้วเกินสองปี The Batman Part II (2026) กลับยังคงติดอยู่ในช่วงของการพัฒนาก่อนการถ่ายทำ ทำให้แฟนภาพยนตร์ต้องรอคอยกันอย่างน้อยสี่ปีนับตั้งแต่การเข้าฉายของ เดอะ แบทแมน กว่าที่จะได้เห็นอัศวินรัตติกาลกลับมาวาดลวดลายในเมืองกอทแธมอีกครั้ง กระบวนการเตรียมงานสร้างที่ยาวนานดังกล่าว ยังทำให้หลายคนเริ่มที่จะตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของแผนการดั้งเดิมของ รีฟส์ ที่จะปลุกปั้นเรื่องราวฮีโร่ในเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมแห่งนี้ขึ้นมาเป็นไตรภาค เหมือนกับที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน เคยได้ทำเอาไว้ในไตรภาค The Dark Knight (2005-2012) ว่าจะยังคงเป็นไปได้ตามแผนหรือไม่ หรือว่าบทบาท บรูซ เวย์น ของ แพททินสัน จะสิ้นสุดลงไปในภาพยนตร์ภาคที่สองนี้ ล่าสุดในการให้สัมภาษณ์กับทาง โคลไลเดอร์ ผู้กำกับชาวอเมริกันก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงรายละเอียดแฟนภาพยนตร์สบายใจก็ไปได้ประมาณหนึ่ง เพราะว่าแผนการที่จะสร้าง เดอะ แบทแมน ให้เป็นไตรภาคยังคงมีอยู่เหมือนเดิม อีกทั้งยังจะมีการขยายจักรวาลไปในมินิซีรีส์ The Penguin (2024) ที่กำลังจะเข้าฉายในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย ใช่แล้ว แผนการมันยังคงเป็นไปตามนั้นอยู่ ที่ผมหมายถึงก็คือ มันยังคงอยู่ในเส้นทางที่เราได้จินตนการกันเอาไว้มากทีเดียว รีฟส์ ยังได้พูดถึงความสำคัญของ The Penguin ในฐานะที่มันจะเป็นสิ่งที่ช่วยปูเรื่องราวให้กับวายร้ายคนนี้ รวมไปถึงเรื่องราวเบื้องหลังกลุ่มอาชญกรแห่งเมืองกอธแทม ที่จะยังคงเกี่ยวข้องกับอัศวินรัตติกาลของเรา ไปในช่วงเวลาอีกหลายปีต่อจากนี้ อะไรหลายๆ อย่างก็เหมือนจะเปลี่ยนไปบ้าง ดังนั้นในตอนที่เรามีความคิดเกี่ยวกับ The Penguin ขึ้นมา นั่นเป็นอะไรที่ผมตั้งใจที่จะสานต่อเรื่องราวของ เพนกวิน มาโดยตลอด และอยากที่จะบอกเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นในการขึ้นมาสู่อำนาจของเขา เพราะว่าเรารู้ดีว่า เขาถูกนำเสนอใน เดอะ แบทแมน เป็นเหมือนกับใครสักคนที่อยู่ในระดับทั่วไป คล้ายว่าจะถูกมองข้ามเสียด้วยซํ้า เป็นคนที่ถูกล้อเลียน คนที่ยังไม่ได้อยู่ในสายตาใครในฐานะของเจ้าพ่ออาชญากรอย่างที่เรารู้จักกันดี เพราะแบบนั้นแหละ มันถึงเป็นเรื่องคิดกันเอาไว้แล้ว เพราะผมต้องการสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องราวต้นกำเนิดของ แบทแมน มันต้องการเรื่องราวต้นกำเนิดของตัวละครอื่น ๆ เรื่องราวต้นกำเนิดของพวกตัวร้าย และเรื่องราวเหล่านี้ก็จะถูกนำเอาไปใส่ไว้ในหนังเรื่องต่อไป ส่วนข่าวสารล่าสุดของ The Batman Part II ก็คือมีรายงานออกมาว่าจะเริ่มต้นการถ่ายทำในช่วงกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยจะได้ โรเบิร์ต แพททินสัน, โซอี้ คราวิทซ์, โคลิน ฟาร์เรล และ เจฟฟรีย์ ไรต์ กลับมาสานต่อบทบาทเดิม The Batman Part IIมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 1ตุลาคม 2026 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลจาก Collider
Major Cineplex • 19 ก.ย. 67
อ่าน
"Arkham Asylum" ซีรีส์ภาคแยกจากหนัง The Batman จอดสนิท-ไม่ได้ไปต่อ
ดูเหมือนว่าการละเลงไพ่ใหม่ในวงการคอนเทนท์ซูเปอร์ฮีโรก็ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอจุดที่เข้าที่เข้าทาง เพราะล่าสุดหนึ่งในโครงการซีรีส์ที่น่าจับตามอง ที่จะเป็นการแตกไลน์ขยายเรื่องราวจากเวอร์ชันหนังออกมานั้น มีข่าวว่าการพัฒนาสร้างได้หยุดนิ่งไปแล้ว โดยเรื่องนั้นก็คือ "Arkham Asylum" ที่มีข่าวว่าทางต้นสังกัด อย่าง Max ได้ทิ้งโปรเจกต์สร้างซีรีส์เรื่องดังกล่าวไปแล้ว Variety รายงานข่าวนี้เป็นที่แรกระบุว่า โปรเจกต์ซีรีส์ Arkham Asylum ที่จะเป็นการแตกยอดออกมาจากเวอร์ชันหนัง The Batman ของผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ ว่าด้วยโรงพยาบาลจิตเวชอันเลื่องชื่อของเมืองก็อทแธม ที่เต็มไปด้วยเหล่าอาชญากรจิตป่วง ขณะที่โครงการซีรีส์เรื่องดังกล่าวไม่น่าจะมีโอกาสได้ไปต่อในสายการผลิตอีกแล้ว จากไทม์ไลน์การสร้างซีรีส์ Arkham Asylum เมื่อปี 2022 ทาง Max ได้ว่าจ้างให้ อันโตนีโอ แคมปอส จากหนัง The Devil All the Time มารับหน้าที่ขัดเกลาบทและเป็นผู้จัดให้กับซีรีส์เรื่องนี้ โดยซีรีส์ Arkham Asylum ได้วางแผนจะสร้างมาตั้งแต่ปี 2020 แต่แหล่งข่าวระบุว่าวิสัยทัศน์และแนวคิดสร้างสรรค์ของอันโตนีโอที่เคาะออกมานั้น ยังไม่เข้าตาสตูดิโอสักเท่าไหร่ จึงสั่งระงับสร้างเอาไว้ก้อน ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังบอกอีกว่าโครงการซีรีส์ Arkham Asylum นับว่าเดินทางมาสุดสายปลายทางก่อนจะเข้าไปสู่ขั้นตอนการผลิตแล้ว นับตั้งแต่ทีมผู้สร้างพยายามหาแนวทางปลุกปั้นเรื่องนี้ออกมา เริ่มจากการพยายามเล่าประเด็นในกรมตำรวจเมืองก็อทแธม ก่อนจะบิดมาเป็นซีรีส์เกี่ยวกับโรงพยาบาลจิตเวช ทำให้แนวทางในตอนนี้ค่อนข้างจะมีทิศทางที่ไปต่อได้ยาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโครงการซีรีส์ Arkham Asylum จะถูกระงับไป แต่ในอนาคตก็อาจจะมีการพัฒนาสร้างซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ที่จะหยิบเอาโรงพยาบาลจิตเวชแห่งนี้เข้าไปเป็นองค์ประกอบด้วยก็เป็นไปได้ คงจะต้องติดตามกันต้อไปในภายภาคหน้า ดังนั้นจึงทำให้โครงการซีรีส์ภาคแยกจากจักรวาลหนัง The Batman ฉบับเอกเขนก ในตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่ The Penguin ซีรีส์ที่จะโฟกัสที่หนึ่งในวายร้ายคนสำคัญของจักรวาล ที่นำแสดงโดย "คอลิน ฟาเรลล์" ที่มีกำหนดจะพรีเมียร์ฉายในเดือนกันยายนนี้ ทาง Max และ HBO Go ขณะที่หนังภาคต่อ "The Batman Part 2" ที่แผนงานต้องเลื่อนการถ่ายทำไปช่วงครึ่งแรกของปี 2025 ทำให้หนังวางคิวฉายเอาไว้ตอนปลายปี 2026 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 8 ก.ค. 67
อ่าน
มนุษย์ค้าวคาวและคู่หูของเขา แบทแมน & โรบิน (BATMAN & ROBIN)
โดยได้ โจเอล ชูมัคเกอร์ ผู้กำกับฝีมือฉกาจกลับมารับหน้าที่กำกับเช่นเดิม พร้อมการมารับบทเป็น แบทแมน ครั้งแรกของ จอร์จ คลูนีย์ นักแสดงสุดหล่อมากฝีมือ ร่วมด้วยทีมนักแสดงสุดโด่งดัง อาทิ อาร์โนลด์ ชวาเซเนกเกอร์, อูมา เธอร์แมน และคริส โอ ดอนเนล หนังเล่าเรื่อง เมืองก็อธแฮม ต้องตกอยู่ในห้วงแห่งฝันร้ายภายใต้บรรยากาศเย็นยะเยือกสุดขั้ว ทั่วทั้งเมืองกำลังจะแปรสภาพเป็นน้ำแข็ง จากการกระทำของจอมวายร้าย มิสเตอร์ฟรีซ (อาร์โนลด์ ชวาเซเนกเกอร์) อดีต ดร.วิกเตอร์ ฟริซ นักวิทยาศาสตร์ผู้เก่งกาจซึ่งภรรยาล้มป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เขาจึงคิดจะแช่แข็งภรรยาเพื่อหาทางรักษาเธอ แต่อุบัติเหตุทำให้เขาพลัดตกลงในบ่อน้ำแข็ง จนกลายเป็น มิสเตอร์ฟรีซ ผู้ที่ต้องมีชีวิตอยู่ภายใต้ความเย็นเท่านั้น เขาต้องการเงินเพื่อมาใช้ในการรักษาภรรยา เขาจึงผนึกพลังความชั่วร้ายกับ พอยซั่นไอวี่ (อูม่า เธอร์แมน) เจ้าของจุมพิษมรณะ ผู้ที่เคยเป็นวิจัยเกี่ยวกับพันธุ์พืช แต่เนื่องจากไปเห็นการทดลองมนุษย์ของดร.เจสัน เธอจึงโดนฆ่าปิดปาก แต่เนื่องจากโดนสารเคมีในการทดลองตกใส่ ทำให้เธอเกิดใหม่เป็น พอยซั่นไอวี่ ผู้สามารถโปรยเสน่ห์ให้ผู้ชายหลงใหล ภาระกิจอันหนักหน่วงของ แบทแมน จึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง นอกเหนือจากการกอบกู้วิกฤตการณ์ในครั้งนี้ เขายังต้องคอยช่วยเหลือ โรบิน (คริส โอ ดอนเนล) และ แบทเกิร์ล (อลิเซีย ซิลเวอร์สโตน) 2 ผู้ช่วยหนุ่มสาว ไม่ให้ตกหลุมพรางของวายร้ายทั้ง 2 ด้วย รับชม มนุษย์ค้าวคาวและคู่หูของเขา กันได้ในวันศุกร์ที่ 7 มิ.ย. 67 ทางช่อง True Film 1 (222) เวลา 20:00 น. 📢 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ คลิก https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/zrw142fi #TrueVisions #Movie #TrueFilm1 #BATMANROBIN #แบทแมน
ทรู วิชั่นส์ • 7 มิ.ย. 67
อ่าน
รอกันยาว! "The Batman Part 2" เลื่อนกำหนดการฉายยาวไปเป็นช่วงปลายปี 2026
ต้องรอคอยกันอีกนานเลยทีเดียว สำหรับสาวกอัศวินรัตติกาลคนล่าสุดอย่าง โรเบิร์ต แพททินสัน ที่หลังจากได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างสูงใน The Batman (2022) หรือ เดอะ แบทแมน แฟนคลับของนักแสดงชาวอังกฤษคนนี้ต้องรอคอยกันไปอีกอย่างน้อยสองปี กว่าจะที่จะได้รับชมภาพยนตร์ภาคต่อ The Batman Part II (2026) The Batman Part II ได้กำหนดการฉายใหม่เป็นช่วงต้นเดือนตุลาคม 2026 จากกำหนดการฉายเดิมที่อยู่ในช่วงเดือนตุลาคม 2025 เนื่องจากปัญหาความล่าช้าของบทภาพยนตร์ หลังจากที่มีการประท้วงหยุดงานของนักเขียนบทในฮอลลีวูดเมื่อกลางปีก่อน เดอะ แบทแมน ประสบความสำเร็จทั้งด้านคำวิจารณ์และรายได้เป็นอย่างสูง โดยมันได้รับคำชื่นชมเกี่ยวกับเนื้อหาที่มืดหม่นกว่าภาพยนตร์อัศวินรัตติกาลในอดีต รวมไปถึงความเป็นภาพยนตร์สืบสวนเชิงอาชญากรรม พร้อมทั้งกวาดรายได้ในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกไปกว่า $770 ล้านเหรียญ จนถึงตอนนี้มีการยืนยันตัวนักแสดงในภาพยนตร์ภาคต่อนี้ออกมาเพียงแค่สองคนเท่านั้น คือ แพททินสัน และ เจฟฟรีย์ ไรต์ ส่วนทีมนักแสดงคนอื่นอย่าง โซอี้ กราวิทซ์, พอล ดาโน่, แอนดี้ เซอร์คิส ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าจะกลับมารับบทบาทเดิมหรือไม่ ส่วนวายร้ายใน The Batman Part II คาดว่าจะเป็น โจ๊กเกอร์ ของ แบร์รี่ คีโอแกน ที่ปรากฏตัวในฉากพิเศษหลังเครดิตของภาพยนตร์ภาคแรก The Batman Part IIมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 1ตุลาคม 2026 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลจาก The Hollywood Reporter
Major Cineplex • 14 มี.ค. 67
อ่าน
โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ เกือบได้เป็น Scarecrow ใน "Batman Begins" ก่อนมาเป็น Iron Man
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในวันนี้ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ (Robert Downey Jr.) เป็นหนึ่งในนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล จากการรับบทเป็น Iron Man ตั้งแต่ปี 2008 2019 และกลายเป็นภาพในความทรงจำของผู้คนตลอดมา จึงยากที่จะจินตนาการภาพลักษณ์ของเขาในบทบาทตัวละครอื่น ๆ จากหนังสือการ์ตูน ที่จะได้รับเสียงตอบรับที่ดีเช่นนี้ได้อีก แต่ที่จริงแล้วก็เกือบจะไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้ เพราะดาวนีย์ จูเนียร์ ได้รับการเสนอบท Scarecrow ในหนัง Batman Begins'(2005) ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) แต่เขาก็บอกปฏิเสธบทนี้ไป ซึ่งในที่สุดบทนี้ก็ตกเป็นของ คิลเลียน เมอร์ฟี (Cillian Murphy) นักแสดงนำในหนัง Oppenheimer ซึ่งตัวดาวนีย์ จูเนียร์ เป็นผู้เปิดเผยเรื่องราวนี้เอง ระหว่างที่ไปร่วมงาน American Cinematheque เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ คิลเลียน เมอร์ฟี ในบท Scarecrow แม้ว่า Scarecrow จะเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญในอาชีพการแสดงของเมอร์ฟี แต่การตัดสินใจปฏิเสธบทนี้ของดาวนีย์ จูเนียร์ กลับได้พาเขาไปในเส้นทางที่ไกลกว่านั้นมากมาย เพราะหลังจากนั้นเพียงแค่ 3 ปี ดาวนีย์ จูเนียร์ ก็ถูกเลือกให้รับบทเป็น โทนี่ สตาร์ก ใน Iron Man (2008) และเป็นบทสำคัญที่กลายเป็นฐานรากของจักรวาลภาพยตร์มาร์เวล บท โทนี่ สตาร์ก กลายเป็นตัวละครที่โดดเด่นที่สุดในโลกภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร ถึงขนาดที่ว่าวันนี้ผ่านมา 5 ปีแล้ว ที่ตัวละคร โทนี่ สตาร์ก ได้จบชีวิตไปบนหน้าจอ แต่แฟน ๆ ก็ยังคงระลึกถึง และคาดหวังว่าเขาจะกลับมา และยังคงเป็นหัวข้อสนทนาบนโลกโซเชียลอยู่เนือง ๆ แม้ว่าดาวนีย์ จูเนียร์ และ คริสโตเฟอร์ โนแลน เกือบจะได้ร่วมงานกันใน Batman Beginsแต่กลับกลายเป็นว่าต้องใช้เวลาอีกเกือบ 20 ปี ที่ทั้งคู่และ คิลเลียน เมอร์ฟี ถึงได้มีโอกาสได้ร่วมงานกันจริง ๆ ใน Oppenheimerและนับว่าเป็นการร่วมงานกันครั้งยิ่งใหญ่ คุ้มค่าการรอคอย เพราะสุดท้ายแล้วทั้งสามก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ด้วยกันทั้งสามคน และมีความเป็นไปได้สูงที่ทั้งสามจะสามารถคว้าออสการ์มาได้สำเร็จ แม้ว่า Oppenheimerจะเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ตึงเครียด ไม่เน้นขายสเปเชียลเอฟเฟกต์ บนเวลาที่ยาวถึง 3 ชั่วโมง แต่ก็ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้อย่างงดงาม เกือบแตะ 1,000 ล้านเหรียญ ในขณะที่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรที่เคยครองตลาด กลับเงียบเหงาในปีที่ผ่านมา จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าถ้ามีการปล่อยภาพยนตร์ออกฉายในจังหวะเวลาที่เหมาะสม ก็สามารถประสบความสำเร็จบนบ็อกซ์ออฟฟิศได้ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ และ คริสโตเฟอร์ โนแลน ส่วนหนึ่งในความสำเร็จของ Oppenheimer นั้น ก็ต้องขอบคุณ Barbie ที่เข้าฉายพร้อมกัน แต่แทนที่จะเป็นภาพยนตร์คู่แข่ง แต่ทั้งคู่กลับร่วมกันสร้างกระแส Barbenheimer กลายเป็นปรากฎการณ์ที่พาให้ทั้งสองเรื่องต่างประสบความสำเร็จทางด้านรายได้ด้วยกันทั้งคู่ รวมไปถึงการประกาศศักดาบนเวทีแจกรางวัลต่าง ๆ และแฟน ๆ ของหนัง Oppenheimerต่างก็ส่งแรงใจเชียร์ให้ ดาวนีย์ จูเนียร์, เมอร์ฟี และ โนแลน ได้คว้าออสการ์สำเร็จเป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาทั้งสามคนนี้ต่างก็เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์มาแล้ว แต่ยังไม่มีใครเคยคว้ามาได้สำเร็จ แต่ครั้งนี้ก็นับว่าไม่ง่ายเลย เพราะแต่ละคนก็ต้องเจอกับคู่แข่งสุดหิน คริสโตเฟอร์ โนแลน ต้องชิงออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมกับ มาร์ติน สกอร์เซซี (Martin Scorsese) คิลเลียน เมอร์ฟี ต้องชิงออสการ์สาขานักแสดงนำชายกับ พอล เจียแมตทิ (Paul Giamatti) ส่วน โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ต้องชิงออสการ์สาขานักแสดงสมทบชายกับ โรเบิร์ต เดอ นีโร (Robert De Niro) และ ไรอัน กอสลิง (Ryan Gosling) ที่มา : Movieweb IMDB
แบไต๋ • 6 ก.พ. 67
อ่าน
ตัวละครฮีโรจากดีซี Superman หรือ Batman กำลังจะกลายเป็นสาธารณสมบัติ
ในขณะที่เราทราบกันดีว่า วอร์เนอร์ บราเธอร์ส อยู่ระหว่างการปรับปรุงยกเครื่องใหม่ให้กับแบรนด์ซูเปอร์ฮีโร อย่าง ดีซี ของพวกเขาอยู่ โดยยุคใหม่จะออกมาให้แฟน ๆ ได้เชยชมกันอย่างเร็วที่สุดในปี 2025 ที่จะถึงนี้ ภายใต้การกุมบังเหียนของ "เจมส์ กันน์" กับ "ปีเตอร์ ซาฟราน" แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่กำลังสั่นคลอนสิ่งใหม่ที่คืบคลานเข้ามาในเร็ว ๆ นี้ ก็คือเงื่อนไขด้านลิขสิทธิ์ของตัวละครนั้น ๆ ตามรายงานระบุว่า คาแรกเตอร์ซูเปอร์โรและวายร้ายหลาย ๆ ตัวของดีซี จากเดิมที่วอร์เนอร์ได้ผูกขาดการถือครองลิขสิทธิ์เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็น ซูเปอร์แมน, แบทแมน, วันเดอร์วูแมน หรือ โจ๊กเกอร์ แต่ภายในปี 2034 หรืออีกราว ๆ 10 ปีต่อจากนี้ ลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์เหล่านั้นจะกลายเป็นสาธารณสมบัติ (Public Domain) อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งการเปลี่ยนคาแรกเตอร์ต่าง ๆ ให้เป็นสาธารณสมบัตินั้น เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐอเมริกา (Copyright Term Extension Act) ที่ระบุว่าหากอายุลิขสิทธิ์ครบ 95 ปีขึ้นไป จะทำให้มีการปลดล็อกลิขสิทธิ์เหล่านั้นไปโดยปริยาย ซึ่งกรณีนี้ก็เพิ่งเกิดขึ้นกับตัวละคร วินนี-เดอะ-พูห์ หรือ มิกกีเมาส์ จากฝั่งดิสนีย์ ที่เพิ่งจะกลายเป็นสาธารณสมบัติไปเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา ซูเปอร์แมน กับ ลูอิส เลน เป็นตัวละครในฉบับคอมิกส์ ที่ถูกตีพิมพ์เปิดตัวครั้งแรกในปี 1938 เท่ากับว่าในปี 2034 จะเข้าเงื่อนไขมีอายุครบเกณฑ์ที่จะเป็นสาธารณสมบัติ ตามมาด้วย แบทแมน กับ โจ๊กเกอร์ ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1939 ที่จะกลายเป็นสาธารณสมบัติในปี 2036 และ วันเดอร์วูแมน ก็จะเข้าเงื่อนไขในปี 2037 ตามลำดับ ภายใต้เงื่อนไขกฎหมายดังกล่าว จะทำให้ผู้สร้างสรรค์สามารถหยิบตัวละครเหล่านี้ไปเผยแพร่ซ้ำ และทำใหม่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ผิดลิขสิทธิ์อีกต่อไป แต่องค์ประกอบบางอย่าง เช่น นิยามคำว่า Man of Steel (บุรุษเหล็ก) หรือ สัญลักษณ์ค้างคาวของแบทแมนในฉบับต่าง ๆ ไม่นับว่าเป็นสาธารณสมบัติ เพราะทั้งหมดเป็นเครื่องหมายทางการค้าที่เป็นลิขสิทธิ์ของวอร์เนอร์ บราเธอร์ส สิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้ผู้บริหารวอร์เนอร์ฯ และดีซี ต้องวางแผนและคิดกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อรองรับเงื่อนไขลิขสิทธิ์เปลี่ยนเป็นสาธารณสมบัติในอนาคต โดยพวกเขามองว่าเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ยังมีความซับซ้อนในเงื่อนไขต่าง ๆ ซ่อนอยู่มากมาย โดยแนวทางที่พวกเขาเตรียมจะไป ก็คือความพยายามผลักดันสร้างความโดดเด่นให้กับคาแรกเตอร์ฮีโรใหม่ ๆ ที่ยังเต็มไปด้วยวัตถุดิบอีกมากมากมาย สำหรับแนวทางของดีซียุคใหม่ ก็ยังคงจะใช้ตัวละครหลัก ๆ อย่าง ซูเปอร์แมน, แบทแมน หรือ วันเดอร์วูแมน มาเป็นตัวชูโรงให้กับผลงานแต่ละเรื่อง แต่ก็จะเสริมทัพด้วย บูสเตอร์โกลด์, กรีนแลนเทิร์น, พลาสติกแมน และตัวละครอื่น ๆ ที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ชมในอนาคต ที่น่าจะเป็นอีกหนึ่งสีสันที่น่าจับตามองไม่น้อย Source: Variety ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 18 ม.ค. 67
อ่าน
"Catwoman" หนังนางแมวขาวดำ ภาคแยก Batman Returns ของ ทิม เบอร์ตัน ที่ไม่เคยถูกสร้าง
นอกจาก Batman Returns (1992) ผลงานกำกับแบทแมนภาคสุดท้ายของ ทิม เบอร์ตัน (Tim Burton) จะประสบความสำเร็จในแง่การสร้างสรรค์เรื่องราวในแบบฉบับของตัวเอง สิ่งที่แฟน ๆ หลายคนน่าจะจดจำได้ นอกจากแบทแมน เพนกวิน วายร้ายของเรื่อง ก็ยังมีตัวละคร เซลีนา ไคล์ (Selina Kyle) หรือ แคตวูแมน (Catwoman) นางแมวสาวสวย ที่รับบทโดย มิเชล ไฟเฟอร์ (Michelle Pfeiffer) ที่ออกมาปรากฏตัวด้วยลุคสุดเซ็กซี่ และฉากอมนก (แคนารี) ที่เกือบจะได้มีหนังเดี่ยวเป็นของตัวเองแล้ว แดเนียล วอเตอร์ส (Daniel Waters) ผู้เขียนบท Batman Returns ได้ให้สัมภาษณ์ Exclusive กับเว็บไซต์ IndieWire ถึงเบื้องหลังของการทำงานร่วมกับเบอร์ตันในหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะการพัฒนาหนัง Spin-Off ตัวละคร Catwoman ที่เรียกได้ว่าไอเดียไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะทำขึ้นเพื่อสดุดีหนังคลาสสิก Cat People (1942) ใช้ทุนสร้าง 18 ล้านเหรียญ และเป็นหนังขาวดำทั้งเรื่อง แล้ว หนังเรื่องนี้จะเป็นหนังที่วิพากษ์เสียดสีความเป็น ชายแท้ ของซูเปอร์ฮีโรแบบเน้น ๆ เขาอยากสร้างหนังขาวดำทุนสร้าง 18 ล้านเหรียญ แบบเดียวกับ Cat People ที่ให้ เซลีนา ไคล์ ที่อาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ครับ และผมก็อยากทำหนังที่เชื่อมโยงไปถึง Batman ด้วย ดังนั้นผมเลยให้เธอย้ายไปอยู่ในก็อตแธมซิตี้ แต่เป็นเวอร์ชันลอสแองเจลิส และบริหารงานโดยแอนตี้ฮีโรวายร้าย 3 คน มันจะเป็น (หนังเสียดสีซูเปอร์ฮีโร) ที่มาก่อนซีรีส์ The Boys แต่สุดท้าย เขา (เบอร์ตัน) ก็ไม่มีกะจิตกะใจจะอ่านบทของผมแล้ว นอกจากรายละเอียดเกี่ยวกับสปินออฟ Catwoman แล้ว วอเตอร์สยังได้แอบเล่าแง้มถึงฉากที่ถูกตัดออกไปใน Batman Returns ด้วย โดยภาคนี้จะพยายามนำเอารายละเอียดจากภาคแรก Batman (1989) กลับมาใส่เอาไว้ ฉากเปิดในบทร่างแรก ๆ จึงเปิดเรื่องด้วยโลโก้ของแบทแมนที่ติดอยู่หน้าร้าน Merchandise ที่มีสินค้าเกี่ยวกับแบทแมนมากมายหลายชนิด ก่อนที่ลูกสมุนของเพนกวินจะบุกเข้ามาเผาทำลายในที่สุด ซึ่งวอเตอร์สเองมองว่าฉาก (ขายของ) นี้เป็นอะไรที่ห่วยมาก เจ้าตัวยังอ้างถึงเจ้าของบทแบทแมน ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) ที่กล่าวเกี่ยวกับฉากนี้แบบสั้น ๆ ว่า คีตันเล่าครับว่า ฉลาดนะเนี่ย แต่ว่าเอาออกไปเหอะ' หลังจากที่ประสบความสำเร็จตอนเข้าฉาย Batman Returns กลายมาเป็นโปรเจกต์สุดท้ายของทั้งเบอร์ตัน รวมทั้งการรับบทแบทแมนของคีตันด้วย ทาง Warner Bros. Pictures จึงมีความพยายามจะสานต่อแฟรนไชส์แบทแมนด้วยทิศทางที่เบากว่าเพื่อให้เหมาะกับผู้ชมครอบครัวมากขึ้น สตูดิโอจึงได้เริ่มต้นประกาศ 2 โปรเจกต์ นั่นก็คือ Batman Forever (1995) รวมทั้งหนังเดี่ยว Catwoman ที่เป็นสปินออฟจาก Batman Returns ซึ่งวอลเตอร์สก็กลับมาเขียนบท ส่วนไฟเฟอร์ก็กลับมารับบทเดิมเช่นกัน โดยบทของ Catwoman ฉบับของวอเตอร์สนั้นจะเล่าต่อจาก Batman Returns ซึ่ง Catwoman ถูกยิงจนพรุน แต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้เลย เธอจึงเดินทางไปพักผ่อน ณ รีสอร์ตที่ตั้งอยู่ในเมืองเมืองหนี่ง ที่มีบรรดาฮีโรคอยดูแล และหนังก็จะเล่าเรื่องของการล้อขนบซูเปอร์ฮีโรชายแท้ทั้งเรื่อง ซึ่งทำให้ เซลีนา ไคล์ ต้องกลับมาเป็น Catwoman ท่ามกลางเหล่าฮีโรชายแท้อีกครั้ง จะมีก็แต่เบอร์ตันเอง ที่ยังอยู่ในช่วงลังเลว่าจะกลับมากำกับ Catwoman หรือกำกับหนัง The Fall of the House of Usher ดี โปรเจกต์เลยต้องติดลูปนรกแห่งการพัฒนา ไฟเฟอร์ที่เพิ่งจะมีลูกก็ลังเลว่าจะไปต่อดีหรือไม่ จนสุดท้าย เบอร์ตันหันไปกำกับหนัง Mars Attacks! (1996) แทน และบท Catwoman ก็ถูกเปลี่ยนผ่านจากไฟเฟอร์ไปเป็น แอชลีย์ จัดด์ (Ashley Judd) และสุดท้าย โปรเจกต์นี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง จนกระทั่งการมาของ Catwoman เวอร์ชันของ ฮัลลี เบอร์รี (Halle Berry) ที่ออกฉายในปี 2004 แม้ Batman Returns จะถือเป็นหนึ่งในหนังแฟรนไชส์แบทแมนยุครุ่งเรืองที่ได้รับคำชมอย่างมาก แต่แฟน ๆ หลายส่วนต่างก็รุมวิจารณ์เบอร์ตันที่ดูเหมือนจะพยายามปรับแปลงบทและภาพลักษณ์ของแบทแมนตามแบบฉบับของตัวเอง โดยไม่ได้เคารพต้นฉบับจากคอมิกสักเท่าไหร่ ซึ่งทั้งวอเตอร์สและเบอร์ตันเองต่างก็รู้ตัวดีว่าพวกเขาสร้างแบทแมน โดยที่ไม่ได้พยายามทำการบ้าน หรือพยายามต้องซื่อสัตย์กับคอมิกต้นฉบับมากนัก มันเป็นงานที่แปลกดี ตรงที่ผมไม่จำเป็นต้องเอาใจใครเลยนอกจาก ทิม เบอร์ตัน ก่อนจะมีอินเทอร์เน็ต คุณไม่จำเป็นต้องยืนหน้าบัลลังก์และพูดว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ มีแค่ผู้ชาย 2 คนทะเลาะกันในห้อง เราไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับวายร้ายของแบทแมนด้วยซ้ำ เอาจริงเราก็ไม่ได้เข้าใจในหนังสือคอมิกทั้งหมดหรอก ผมเองก็เพิ่งรู้ว่า DC มันย่อมาจาก Detective Comics ทุกอย่างที่แฟน ๆ โจมตีเราเกี่ยวกับ Batman Returns นั้นเพราะเขาคิดว่า นี่เป็นแค่หนังแบทแมนเรื่องที่ 2 เท่านั้น พวกแกกำลังทำอะไรอยู่วะ ? กำลังจะออกนอกลู่นอกทางแล้วเห็นไหม ? แต่ตอนนี้มีหนังแบทแมนสักประมาณ 50 เรื่องได้ พวกเขาก็เลย เฮ้ นี่มันก็น่าสนใจดีนะ' ที่มา: IndieWire, Super Hero Hype
แบไต๋ • 31 ธ.ค. 66
อ่าน
เจมส์ กันน์ ยืนยัน แมตต์ รีฟส์ กำลังพัฒนาโปรเจกต์ Arkham ไปพร้อมกับสร้างจักรวาล Batman
เป็นที่ทราบกันดีว่า แมตต์ รีฟส์ (Matt Reeves) กำลังพัฒนา ‘The Batman: Part II’ อย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกันก็ได้มีการยืนยันว่ารีฟส์กำลังพัฒนาโปรเจกต์ใหม่ในจักรวาล DCU (DC Universe) ของ DC Studios ไปพร้อมกันด้วย ผู้ใช้ Threads นามว่า @NickTiznado บน Threads ที่ว่า “ซีรีส์ Arkham จะวางโครงเรื่องในจักรวาล DCU หรือไม่” ซึ่ง เจมส์ กันน์ (James Gunn) ซีอีโอร่วมของ DC Studios ได้ตอบว่า “ผมชอบแมตต์ทั้งในฐานนะผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ดั้งนั้นเขาจะสร้างทั้ง 2 เรื่อง ทั้งจักรวาล Batman และจักรวาล DCU ไปพร้อมกัน” นั่นแสดงให้เห็นว่ารีฟส์กำลังพัฒนาซีรีส์ Arkham ที่จะมีเรื่องราวอยู่ในจักรวาล DCU ของกันน์อยู่ในขณะนี้ และมีความเป็นไปได้ว่าเขาอาจเตรียมพัฒนาภาพยนตร์อีกเรื่องหนี่งด้วย กันน์และ ปีเตอร์ ซาฟราน (Peter Safran) ได้เข้ามาเป็นซีอีโอของ DC Studios เมื่อปลายปี 2022 เพื่อพัฒนาจักรวาล DCU ใหม่ด้วยแผนระยะยาว 8 – 10 ปี โดยส่วนแรกของ DCU ที่เรียกว่า ‘Chapter One: Gods and Monsters’ จะเปิดตัวด้วย ‘Superman: Legacy’ ในปี 2025 พร้อมถึงพัฒนาเนื้อหาอื่น ๆ ในจักรวาลคู่ขนานที่เรียกว่า Elseworlds ด้วย ยกตัวอย่างเช่น จักรวาล ‘Batman’ ของรีฟส์ หรือจักรวาลด้านมืดใน ‘Constantine’ ของผู้กำกับ ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ (Francis Lawrence) ที่เตรียมสร้างภาค 2 อยู่ในขณะนี้ ก่อนหน้านี้กันน์ได้ยืนยันว่า แฟรนไชส์ ‘The Batman’ ของรีฟส์นั้น จะยืนอยู่ในจักรวาล ‘Batman’ ของตนเองอย่างเต็มตัว และจะไม่เกี่ยวข้องกับจักรวาล DCU แต่อย่างใด เพื่อสร้างแนวทางใหม่ที่แตกต่างออกไป จึงมีความเป็นไปได้ที่เราจะได้เห็นตัวร้ายใหม่ ๆ ที่ต่างออกไปจากจักรวาล DCU และนั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่กันน์เดินหน้าพัฒนา ‘Batman: The Brave and the Bold’ ในจักรวาล DCU ที่วางตัวให้ แอนดี มัสเชียตติ (Andy Muschietti) มาเป็นผู้กำก้บ ซึ่งจะเล่าเรื่องของ Damian Wayne ลูกชายโรคจิตของ Bruce Wayne ที่มาเป็น Robin ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานครอบครัว ‘Batman’ ขึ้นมาใหม่ The Batman (2022) : ภาพจาก Warner Bros. ที่มา : ScreenRant
แบไต๋ • 19 ธ.ค. 66
อ่าน
แบร์รี่ คีโอแกน เกือบจะเป็น โจ๊กเกอร์ แต่มาได้บท เดอะ ริดเลอร์ ใน "The Batman"
เหมือนว่าปี 2022 จะเป็นปีที่ แบร์รี่ คีโอแกน นักแสดงหนุ่มชาวไอริช ได้เฉิดฉายในวงการภาพยนตร์เสียที หลังจากที่เขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขานักแสดงสมทบชายในภาพยนตร์ The Banshees of Inisherin (2022) อีกทั้งยังชนะรางวัลแบฟตาจากบทบาทในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวอีกด้วย และล่าสุดหลังจากปรากฏตัวสั้น ๆ ในฉากพิเศษหลังเครดิตในภาพยนตร์ The Batman (2022) หรือ เดอะ แบทแมน ของผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ คีโอแกน ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทางเอสไควร์ ว่าเขาได้ส่งวิดีโอออดิชั่นในบทบาทของ เดอะ ริดเลอร์ ในแบบโฮมเมดไปให้กับทางทีมงานของ เดอะ แบทแมน ผมก็แค่ทำมันขึ้นมา ผมอยากที่จะทำให้มันออกมาเป็นแบบสมมาตรในแกนวายแบบ คูบริก โดยมีแกนเอ็กซ์อยู่ข้างหลัง มีขอบประตูทรงสี่เหลี่ยม ทุกอย่างเป็นสี่เหลี่ยมหมด ผมอยากให้มันออกมาเจ๋ง ทั้งเจ๋งและน่าหลงใหล ผมทำงานชิ้นนี้ขึ้นมาคนเดียว แล้วผมก็บอกกับตัวเองว่า งั้นก็ส่งมันไปเลยแล้วกัน! ถึงแม้ว่าวิดีโอออดิชั่นดังกล่าวจะไม่ได้ทำให้เขาได้รับบทบาทของ เดอะ ริดเลอร์ ที่ตกไปเป็นของ พอล ดาโน่ แต่มันก็มากพอที่จะทำให้ รีฟส์ มอบบทบาทของอาชญากรตัวตลกให้กับเขา ตามรอยของยอดนักแสดงหลายคน ทั้ง ซีซาร์ โรเมโร, แจ็ก นิโคลสัน, ฮีธ เลดเจอร์, จาเรด เลโท และ วาคีน ฟินิกซ์ โดย คีโอแกน อธิบายว่าการตีความบทบาท โจ๊กเกอร์ ของเขาคือ ทั้งมีเสน่ห์และเจ็บปวดเล็กน้อย อีกทั้งยังเป็นเหมือนกับเด็กชายคนหนึ่งที่แตกสลาย ผมอยากที่จะทำให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับเข้าได้ เพื่อที่จะรู้ว่าหน้ากากอะไรที่เขาสวมเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าอาชญากรตัวตลกจะปรากฏตัวในฉากพิเศษหลังเครดิตของ เดอะ แบทแมน แต่ผู้กำกับ แมตต์ รีฟส์ ก็ได้ออกมาเน้นยํ้าว่า โจ๊กเกอร์ ไม่จำเป็นที่จะต้องปรากฏตัวออกมาในภาพยนตร์ภาคต่อแต่อย่างใด มันไม่ได้เป็นฉากอีสเตอร์เอ้ก มันไม่ได้เป็นฉากหลังเครดิตของหนังมาร์เวลหรือดีซีอะไรแบบนั้น ที่จะบอกว่า เฮ้ย นี่หนังเรื่องต่อไปนะ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผมไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่ หรือแม้แต่ว่าเราจะได้ตัวละครนั้นกลับมาในหนังหรือไม่ The Batman Part IIมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในวันที่ 3 ตุลาคม 2025 สำหรับแฟนหนังเมเจอร์ ห้ามพลาดกับบัตรดูหนังสุดคุ้ม M PASS ที่จะทำให้คุณคุ้มเต็มอิ่มกับการดูหนังตลอดทั้งปี เตรียมไปมันส์กับกองทัพหนังดังมากมาย สมัครง่ายๆเพียงแค่คลิก ที่นี่ ขอบคุณข้อมูลจาก Collider ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
Major Cineplex • 7 ต.ค. 66
อ่าน
เฉลิมฉลอง Batman Day กับหนังคลาสิคของอัศวินรัตติกาล "Batman" ฉบับปี 1989
เรียกว่ากลับมาให้ชาวDCชื่นใจกันอีกครั้งกับการนำภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ขึ้นหิ้งอย่างBatman (1989) กลับมาฉายบนจอภาพยนตร์อีกครั้งเพื่อเฉลิมฉลองเดือนแห่งอัศวินรัตติกาลอย่างBatman Dayที่จะเข้าฉายในวันที่ 14 กันยายนนี้ แฟนๆ ท่านใดยังไม่เคยดูฉบับนี้บนจอยักษ์นี่คือโอกาสทองของทุกคนแล้วจากผลงานการกำกับของTim BurtonและการแสดงของMichael Keatonในบท บรูซ เวยน์ และBatman ย้อนความทรงจำกับการรับบทเป็นอัศวินรัตติกาลครั้งแรกของ ไมเคิล คีตันในBatman (1989) 14กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 7 ก.ย. 66
อ่าน
เฮนรี่ คาวิลล์ ยอมรับรู้สึกหวั่นเกรงต่อ เบน แอฟเฟล็ก ตอนที่เข้าฉาก "Batman V Superman"
เฮนรี่ คาวิลล์ (Henry Cavill) เผยว่าตอนที่เข้าฉากถ่ายทำ Batman V Superman: Dawn of Justice แล้วได้พบกับ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) ครั้งแรกนั้น เขาค่อนข้างหวั่นเกรงอยู่สักหน่อย เพราะว่าแอฟเฟล็กล่ำบึ้กมาก (เบน แอฟเฟล็ก สูง 189 ซม. ส่วน เฮนรี่ คาวิลล์ สูง 185 ซม.) Batman V Superman: Dawn of Justice เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโรฝั่งดีซี ออกฉายเมื่อปี 2016 เมื่อ บรูซ เวย์น บทของ เบน แอฟเฟล็ก คิดว่า ซูเปอร์แมน บทของ เฮนรี่ แควิลล์ เป็นภัยคุกคามต่อสังคม ในระหว่างที่ซูเปอร์แมนกำลังรับมืออยู่กับ เล็กซ์ ลูเธอร์ ศัตรูตัวฉกาจของเขา เรื่องนี้คือการเปิดตัว เบน แอฟเฟล็ก ในบทบาท Batman หรือ บรูซ เวย์น ทำให้เขาต้องฟิตร่างกายอย่างหนักเพื่อให้เหมาะกับบทบาทซูเปอร์ฮีโรที่ทั่วโลกรู้จักกันดี เขาเผยกับนิตยสาร Mens Journalผมรู้ดีว่าสิ่งที่ผู้คนคาดหวังคาดหวังมากที่สุดจากบทบาทนี้ก็คือรูปร่างและหน้าตาของผมเองและนั่นก็เป็นเรื่องที่ผมควบคุมได้ ถ้าหากว่าจะต้องมีอะไรผิดพลาดในการรับบทนี้ ก็จะต้องไม่ใช่เรื่องที่ผมแก้ไขได้ถ้าผมทุ่มเทให้มากขึ้นในการเตรียมพร้อมตัวเองสำหรับบทนี้ผมต้องทุ่มเทเวลาทั้งวันทั้งคืนไปกับวอลเธอร์ แต่มันเป็นงานที่ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าร่างกายผมใหญ่โตขึ้นและสุขภาพจิตผมก็ดีขึ้นด้วย จากที่แอฟเฟล็กบอกเล่ามาว่า เมื่อเขาฟิตซ้อมอย่างหนักกับ วอลเธอร์ นอร์ตัน เทรนเนอร์ส่วนตัวแล้ว เขาเองยังรู้สึกว่าตัวเขาใหญ่ขึ้น และมันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ขนาดที่ว่า เฮนรี่ คาวิลล์ ที่เราคิดว่าเป็นนักแสดงสุดล่ำบึ้กแล้ว ยังรู้สึกตกตะลึงกับร่างกายที่ใหญ่โตของแอฟเฟล็ก จนทำให้เขาคิดว่าต้องฟิตร่างตัวเองให้ทัน เฮนรี่ คาวิลล์ พูดถึงเรื่องนี้ไว้เมื่อปี 2020ก็เหมือนกับอีกหลาย ๆ เรื่องในชีวิตเรานั่นแหละครับ เมื่อผมฟิตร่างตัวเองมาจนพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว และผมคิดว่าหุ่นผมดูดีพร้อมที่จะเข้ากล้องแล้วแล้วผมก็ได้เจอกับ เบน แอฟเฟล็ก อย่างแรกเลยคือผมประทับใจในความตลกเป็นกันเองของเขา แต่ว่าเขาก็ฟิตหุ่นมาสวยมากคือที่จริงผมก็ไม่ใช่คนประเภทที่ว่าอยากจะแข่งเรื่องแมน ๆ กับผู้ชายด้วยกันอะไรแบบนี้หรอกนะ แต่ผมยอมรับเลยว่าเบนทำให้ผมรู้สึกหวั่นเกรงอยู่บ้างเหมือนกัน นั่นยิ่งทำให้ผมอยากจะผลักดันตัวเองให้มากขึ้น เพราะเบนทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ เขาเป็นคนตัวใหญ่มาก พอมายืนเทียบกันแล้ว ผมรู้สึกแย่ไปเลย เขาตัวใหญ่กว่าที่ผมคาดไว้มาก ทั้งรูปร่างที่ใหญ่โตและกว้างผมต้องขึ้นไปอีกขั้น พอผมเห็นร่างที่ใหญ่โตอย่างกับภูเขาของเขาเดินไปเดินมาในฉาก ยิ่งทำให้ผมคิดเลยว่า ผมต้องไปยิมแล้ว หลังจาก Batman V Superman: Dawn of Justice เฮนรี่ คาวิลล์ กลับมาสวมชุด ซูเปอร์แมน อีก 3 ครั้ง ใน Justice League 2017, Zack Snyders Justice League 2021 และโผล่มาในบทรับเชิญท้ายเรื่องใน Black Adam 2022 ก่อนที่ดีซีจะเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในยุคที่ เจมส์ กันน์ และ ปีเตอร์ ซาฟราน มากุมบังเหียน และยกเครื่องจักวาล DCU ใหม่ทั้งหมด แต่ดูเหมือนการเสียบทบาท ซูเปอร์แมน ไป จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของคาวิลล์ เพราะเขายังคงสถานะหนุ่มฮอตในฮอลลีวูด ที่มีงานต่อเนื่องตลอดเวลา ตอนนี้คาวิลล์กำลังอยู่กับทีมงาน Squadron 42 ในการผลิตวิดีโอเกมฟอร์มใหญ่ ที่มีนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูดมาเป็นต้นแบบตัวละครในวิดีโอเกมมากมาย นอกจากนั้นเขายังมีภาพยนตร์ที่ถ่ายทำเสร็จแล้ว 2 เรื่อง และอยู่ในขั้นตอนเตรียมการสร้างอีก 3 เรื่อง อีก 2-3 ปีจากนี้ไป ได้เห็นหน้าคาวิลล์กันจนเบื่อแน่นอน ที่มา : unilad IMDB
แบไต๋ • 28 ส.ค. 66
อ่าน
"Barbie" ทำรายได้แซงหน้า The Batman ขึ้นเป็นหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวอร์เนอร์ฯ ในรอบทศวรรษ
Warner Bros. ได้เปิดเผยว่า ‘Barbie’ ทำรายได้ทั่วโลกไแล้ว 774 ล้านเหรียญ จากการฉาย 2 สัปดาห์ แซงหน้า ‘The Batman’ (2022) ที่ทำรายได้สุทธิไป 766 ล้านเหรียญ และกำลังทำรายได้ไต่อันดับขึ้นไปเรื่อย ๆ นั่นทำให้ ‘Barbie’ กลายเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Warner Bros. ในรอบทศวรรษ ที่ได้ทั้งคำชื่นชมจากนักวิจารณ์และรายได้อย่างมหาศาลไปพร้อมกับ ๆ กัน ก่อนหน้านี้ ‘Barbie’ เพิ่งทำรายได้ในสุดสัปดาห์ที่ 2 ไป 93 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นสถิติรายได้สัปดาห์ที่ 2 ที่สูงสุดของ Warner Bros. ในรอบ 15 ปี นับตั้งแต่ ‘The Dark Knight’ (2008) รวมถึงทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง ‘Oppenheimer’ และ ‘Mission: Impossible – Dead Reckoning’ ไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำซัมเมอร์ปี 2023 นี้ แม้ว่าจะประสบความสำเร็จในหลายด้าน แต่ ‘Barbie’ ก็ยังถูกค่อนขอดว่ามีความธีมที่เน้นความเป็นเฟมินิสต์และหยอกล้อกับประเด็นสังคมที่ล่อแหลมมากไปสักหน่อย ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คะแนนวิจารณ์บน Rotten Tomates ลดต่ำลงจาก 89% ลงมาที่ 74% ในขณะที่เขียนบทความอยู่ทนี้ ‘Barbie’ ได้ขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงสุดประจำปี 2023 นี้ไปแล้ว รองจาก ‘Guardians of the Galaxy Vol. 3’ (844.8 ล้านเหรียญ) และ ‘The Super Mario Bros. Movie’ (1,350 ล้านเหรียญ) และด้วยความที่ภาพยนตร์จะมีเวลายืนโรงฉายอีกหลายสัปดาห์ ก็มีโอกาสที่ ‘Barbie’ อาจทำรายได้แซงหน้า ‘The Super Mario Bros. Movie’ อีกด้วย ที่มา : ScreenRant
แบไต๋ • 2 ส.ค. 66
อ่าน
เปิด 2 ทฤษฎีกับหนทางที่ Batman ของ ไมเคิล คีตัน จะได้ไปต่อใน DCU
การได้เห็น ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) กลับมาสวมชุดแบทแมนใน The Flash นับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดีของแฟน ๆ ในยุค 90s การกลับมาของเขานับเป็นหนึ่งในเรื่องดีที่สุดของ The Flash และแฟน ๆ ของคีตันก็ยังบ่นอีกว่า บทของเขาในเรื่องนี้ยังน้อยไป และยังอยากเห็นแบทแมนผู้เป็นที่รักคนนี้มากขึ้น แต่ด้วยรายได้ของ The Flash ที่นับเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ของดีซี ก็ยิ่งทำให้ความหวังที่จะได้เห็น แบทแมน คีตัน ต่อไปนั้นช่างดูริบหรี่ เดิมทีนั้น แบทแมน คีตัน นั้นถูกวางตัวไว้ให้เป็นเสาหลักของ DCEU เขาจะทำหน้าที่เสมือน โทนี่ สตาร์ค ในการรวบรวมเหล่าสมาชิกซูเปอร์ฮีโร แต่ในวันนี้เมื่อ เจมส์ กันนน์ (James Gunn) เข้ามากุมบังเหียนใน DCU แล้ว ก็ทำให้อนาคตของ แบทแมน คีตัน เริ่มไม่แน่นอนแล้ว แต่การที่ให้เขากลับมาแบบ ใช้งานครั้งเดียวแล้วจบสิ้นไป นั่นก็ดูจะเป็นการสูญเปล่าเกินไป สำหรับตัวละครที่ยิ่งใหญ่ในจักรวาลภาพยนตร์ดีซีผู้นี้ แบทแมน คีตัน มีฐานแฟนที่แน่นหนาจำนวนมาก ควรค่าแก่การได้สานต่อตำนานของเขาที่เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ปี 1989 ถึงตอนนี้มี 2 หนทางความเป็นไปได้ ที่เราจะได้เห็น แบทแมน คีตัน โลดแล่นต่อไปบน DCU ในยุคของ กันน์-ซาฟราน ให้คีตันรับบทนำใน Batman Beyond Batman Beyond เคยถูกสร้างเป็นแอนิเมชันซีรีส์เมื่อปี 1999 และได้รับความนิยมทั้งในหมู่ผู้ชมและเป็นที่ชื่นชอบของนักวิจารณ์ ซีรีส์เล่าเรื่องของ บรูซ เวย์น ในวันที่อายุมากแล้ว เขารับเด็กหนุ่มนาม เทอร์รี แม็กกินนิส เข้ามาเป็นศิษย์ ถ้าพิจารณาตามเนื้อหาแล้ว ก็สอดคล้องกับบทบาทของเขาใน The Flash ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แบทแมน คีตัน พร้อมสำหรับการดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา อย่างที่เราได้เห็นกันไปว่าเขาได้ทำหน้าที่เป็นซูเปอร์ฮีโรที่มากความรู้และประสบการณ์ เขาได้สอนแบร์รีให้เข้าใจกฎของพหุจักรวาล ทุก ๆ จักรวาลล้วนมีคุณค่าในตัวมันเองควรค่าที่จะคงอยู่สืบไป ขณะเดียวกัน แบร์รีก็ได้สอนให้บรูซได้กลับมาสวมชุดแบทแมน แล้วออกมาวาดลวดลายอีกครั้ง DCEU เคยวางแผนไว้ว่าจะสร้างภาพยนตร์ Batman Beyond ถ้าหากว่า The Flash ประสบความสำเร็จ แต่ตอนนี้เราก็ได้เห็นกันแล้วว่า ผลลัพธ์นั้นออกมาตรงกันข้าม The Flash กลายสถานะไปเป็นหายนะทางการเงินครั้งใหญ่ของดีซีและวอร์เนอร์ บราเธอส์ แต่ถึงแม้ The Flash จะล้มเหลว แต่ถ้าพิจารณาถึงเสียงตอบรับของแฟน ๆ ที่มีต่อ แบทแมน คีตัน แล้ว เขาก็ควรค่าที่จะได้รับโอกาสต่อไปใน DCU บทบาทของ แบทแมน คีตัน ใน The Flash นั้น เกี่ยวกับการคืนชีพของซูเปอร์ฮีโรแห่งรัตติกาล บรูซวางมือจากภารกิจซูเปอร์ฮีโร เขากลายเป็นคนสันโดษไปแล้ว แต่แบร์รี่ก็บอกเขาว่า โลกนี้ยังมีค่าพอที่จะต่อสู้เพื่อมัน นั่นทำให้เขาตัดสินใจกลับมาสวมชุดแบทแมนอีกครั้ง และตรงจุดนี้ล่ะ ที่น่าจะสานต่อให้บรูซนำไปสอนซูเปอร์ฮีโรหน้าใหม่ ๆ ให้ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ปกป้องโลกได้ ซึ่งในตำแหน่งหน้าที่ที่ปรึกษานี้ เขาไม่จำเป็นต้องสวมชุดแบทแมนออกปฏิบัติการก็ได้ แต่เขาสามารถฝึกสอนซูเปอร์ฮีโรรุ่นต่อไปแทน ประสบการณ์ของเขาจากการเป็น Batman ในยุค 90s สานต่อมาถึง The Flash นั้นเพียงพอที่จะหล่อหลอมให้เขาเป็นที่ปรึกษาที่ดี บวกกับการที่เขาได้ออกไปต่อสู้เคียงข้างกับแบร์รี่และคารานั้น ก็ได้สั่งสมประสบการณ์และมุมมองใหม่ ๆ ให้กับชีวิตเขา ทฤษฎีที่จะให้บรูซกลายเป็นที่ปรึกษาในเหล่าซูเปอร์ฮีโรรุ่นใหม่ นี้ก็น่าจะเป็นจริงได้ แต่นี่ก็ไม่ใช่ทางเลือกเดียวสำหรับก้าวต่อไปใน DCU ในยุคของ เจมส์ กันน์ ไมเคิล คีตัน ทำหน้าที่เหมือน นิค ฟูรี ใน DCU ปกหนังสือการ์ตูน The Authority กันน์เคยพูดถึงภาพยนตร์ Batman เรื่องต่อไปว่าจะเล่าเรื่องราวตามหนังสือการ์ตูน Brave and the Bold ซึ่งพอคาดเดาได้ว่า Batman ของกันน์เรื่องนี้น่าจะมีส่วนเชื่อมโยงกับ Superman Legacy ที่กำลังเตรียมการสร้างอยู่ขณะนี้ ซึ่งเป็นไปได้ว่า DCU ยังคงดำเนินเนื้อหาเกี่ยวกับพหุจักรวาล และด้วยคอนเซ็ปต์นี้ก็เปิดโอกาสให้ แบทแมนของคีตันสามารถปรากฏตัวในมุมใดก็ได้ในจักรวาล DCU ของกันน์ แล้ว แบทแมน คีตัน ก็ยิ่งได้เปรียบด้วย เพราะถูกปูทางไว้ใน The Flash แล้วว่าเขารู้จักวิธีการเข้าถึงมัลติเวิร์สแล้วด้วย ใน DCEU ดั้งเดิมนั้น แบทแมน คีตัน ถูกวางตัวไว้ให้ปรากฏตัวในหลาย ๆ เรื่อง อย่างใน Batgirl ที่ถูกยกเลิกไปแล้วนั้นก็ด้วย และมีข่าวลือว่าเขาอาจจะปรากฏตัวใน Aquaman and the Lost Kingdom มีข่าวว่า แบทแมน คีตัน ที่จะปรากฏตัวใน 2 เรื่องนั้น จะเป็นแบทแมนที่กำลังจะเกษียณตัวเอง แต่เนื้อหาในส่วนนี้ก็ได้เล่าไปแล้วใน The Flash ก็ถ้ามีการปรากฏตัวของ แบทแมน คีตัน ครั้งต่อไป ก็สามารถข้ามเรื่องราวส่วนนี้ไปได้เลย เขาสามารถปรากฏตัวในฐานะ Batman ที่พร้อมลุยแล้วอีกครั้ง ใน The Authority หนังรวมเปล่าซูเปอร์ฮีโรดีซีที่อยู่ในแผนการเฟส 1 ของ เจมส์ กันน์ นั้น ก็เปิดโอกาสให้ แบทแมน คีตัน กลับมาปรากฏตัวได้ด้วยเช่นกัน เพราะยังไม่มีการยืนยันว่าสมาชิกทีมนี้จะประกอบไปด้วยซูเปอร์ฮีโรรายไหนบ้าง การใส่ แบทแมน คีตัน เข้าไปในฐานะซูเปอร์ฮีโรรุ่นดั้งเดิมก็น่าจะเติมเต็มให้ทีมสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หรือไม่เขาก็อาจจะไปเป็นตัวละครรับเชิญใน Superman Legacy นั่นก็เป็นไปได้เช่นกัน ในขณะที่กำลังเตรียมการสร้าง Superman Legacyอยู่นี้ ก็มีข่าวลือออกมาว่า จะมีการเปิดตัวสมาชิกทีม The Authorityในเรื่องนี้ด้วย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าพวกเขาจะเผยโฉมมาในรูปแบบใด เรารู้แค่เพียงว่าใน ซูเปอร์แมนใน เวอร์ชันนี้จะอ่อนวัยลงกว่าเดิม เขาอาจจะได้รับการช่วยเหลือจากทีม The Authority ในการปะทะกับเหล่าร้าย แล้วความสามารถของซูเปอร์แมนก็น่าจะสร้างความประทับใจให้กับเหล่า The Authority จนพวกเขาอยากได้ตัวซูเปอร์แมนมาร่วมทีม แล้วในตอนจบเหล่า The Authority ก็อาจจะเผยว่ามีบุคคลลึกลับที่อยู่เบื้องหลังพวกเขา ซึ่งก็คือ แบทแมน คีตัน ซึ่งเขาก็อาจจะปรากฏตัวในฉากหลังเอนด์เครดิต มาทำหน้าที่เจรจาชักชวนให้ซูเปอร์แมนเข้าร่วมทีม The Authority จากนี้ก็รอลุ้นกันต่อไปว่า เจมส์ กันน์ จะมองเห็นว่า แบทแมน คีตัน มีคุณค่าสมควรแก่การได้ไปต่อใน DCU ของเขาหรือไม่ ที่มา : movieweb
แบไต๋ • 1 ก.ค. 66
ดูเพิ่มเติม