รีเซต

ผลการค้นหา “b19วิ่งหนีบ้านบัง” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
“นายกเบี้ยว” แจงลูกชายยังตกใจ ปม BMW ชนกระบะ ลั่นไม่คิดหนี
อ่าน

“นายกเบี้ยว” แจงลูกชายยังตกใจ ปม BMW ชนกระบะ ลั่นไม่คิดหนี

นายกเบี้ยว โฟนอิน “โหนกระแส” ยืนยันลูกชายไม่ได้หนี แต่ยังตกใจไม่กล้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บ ปมขับ BMW ชนกระบะ เผยเตรียมรับผิดทุกอย่างวันที่ 17 เมษายน 2568 นายกฤษฎา หลีนวรัตน์ หรือ “นายกเบี้ยว” นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี โทรศัพท์ชี้แจงผ่านรายการ “โหนกระแส” ถึงกรณีลูกชาย นายสมิทธิพัฒน์ หลีนวรัตน์ หรือ “น้องพีช” ขับรถยนต์ BMW ป้ายแดงชนกับรถกระบะ บริเวณมอเตอร์เวย์ช่วงรังสิต-นครนายก จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ นายกเบี้ยวเปิดเผยว่า ลูกชายยังอยู่ในอาการตกใจกลัวอย่างหนัก จึงยังไม่กล้าเดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ แต่แสดงความห่วงใยอย่างมาก พร้อมฝากให้พ่อดูแล “คุณลุง-คุณป้า” ซึ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ ขออย่าให้มีใครเป็นอะไร เพราะลูกชายรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นนายกเบี้ยว ยืนยันว่า เป็นการกระทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะลูกชายยังอายุไม่มาก และไม่มีเจตนาคุกคามจริงจัง พร้อมขอโทษสื่อมวลชนและสังคมแทนลูกชายด้วย สำหรับข้อสงสัยเรื่องการหลบหนี นายกเบี้ยวระบุว่า หลังเกิดเหตุลูกชายอยู่ในอาการสับสนและตัดสินใจปิดโทรศัพท์หนีข่าว แต่ไม่ได้มีเจตนาหลบหนีหรือทำลายหลักฐานแต่อย่างใด โดยเพิ่งตามตัวพบเมื่อคืนก่อนและพากลับบ้านแล้วด้านความคืบหน้าทางคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำรวจทางหลวงเปิดเผยว่าป้ายแดงของรถ BMW ที่พีชใช้ขับขี่ไม่พบในระบบทะเบียน ขณะที่ใบอนุญาตขับขี่ของพีชหมดอายุไปตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งอาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้

ไอ้หนุ่มรถไถ EP.15 : "เบิ้ล-ซาร่า" แอบสวีตกลางความสยอง "ด้งเด้ง-ตาต้าร์" แท็กทีมสาวซิ่งหนีปอบสุดคลาสสิก
อ่าน

ไอ้หนุ่มรถไถ EP.15 : "เบิ้ล-ซาร่า" แอบสวีตกลางความสยอง "ด้งเด้ง-ตาต้าร์" แท็กทีมสาวซิ่งหนีปอบสุดคลาสสิก

"ไอ้หนุ่มรถไถ EP.15" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เรียกว่าแฟนละครเตรียมฮาท้องแข็ง กับฉากวิ่งหนีผีปอปในตำนาน เมื่อ "เบิ้ล ปทุมราช" จับมือ "ซาร่า สรัลรักษณ์ เจริญจันทร์" แต่ความพีคคือระหว่างที่ขาสั่น หนีผีกันสุดแรง ยังมีจังหวะแอบหวานให้ฟินกันอีก ด้านสองคู่ซี้ "ตาต้าร์ ชาติชาย ชินศรี" และ "ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร" ก็ไม่แพ้กัน ชวนสาว ๆ "ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น, อัยยา อารียา ศิลปะนาวา, ฟ้าบาร์บี้ วิศัลย์ศยา ภคสุภกุล" วิ่งหนีปอบลงตุ่มแบบสุดฮา งานนี้ทั้งตลกทั้งวุ่น จะป่วนแค่ไหน มาส่องภาพกันเลย ไอ้หนุ่มรถไถ EP.15 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 8 เป็นฉากที่ กระแต (ซาร่า สรัลลักษณ์) และ ลิลลี่ (ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น) วิ่งหนีผีปอบมาหา แคน (เบิ้ล ปทุมราช) แคนไม่อยากจะเชื่อว่าในหมู่บ้านจะมีผีปอบ แต่ก็ต้องร้องจ๊าก เมื่อเห็นผีปอบตัวเป็น ๆ แบบสยดสยอง งานนี้วงแตกทุกคนวิ่งกระเจิงหนีผีไปคนละทิศละทาง ด้านแคน กับ ครูกระแต ก็วิ่งไปหลบบนต้นไม้ และในบ้าน ด้าน ห้อย (ตาต้าร์ ชาติชาย) และ โหน (ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ) ก็วิ่งพาทั้ง กิ๊ฟซี่ (อัยยาอารียา) กิ๊ฟซ่า (ฟ้าบาร์บี้ วิศัลย์ศยา) ไปลงตุ่มหลบผีปอป ส่วนลิลลี่นั้นลุยเดี่ยวขอซ่อนผีที่รถไถ งานนี้ทำเอาทุกคนกลัวจนขนหัวตั้ง เบื้องหลังฉากนี้พูดเลยว่ามีความว้าวุ่นกันไม่แพ้เบื้องหน้าแน่นอน เพราะเป็นการรวมตัวของนักแสดงที่พูดเลยว่าแทบจะครบทั้งเรื่อง ความฮาของฉากนี้นั้นก็คือ การที่ทุกคนต้องวิ่งหาที่หลบซ่อนผีปอป ถึงแม้ว่าฉากนี้จะเป็นฉากที่คลาสสิกมาก ๆ ในละครไทย แต่นักแสดงทุกคนไม่ว่าจะเป็น เบิ้ล ซาร่า ลิลลี่ อัยยา ฟ้า ตาต้าร์ ด้งเด้ง ทุกคน แอ็กติ้งกลัวผีได้แบบทำถึง ไม่มีความกังวลว่าจะห่วงหล่อห่วงสวย หนีผีลงตุ่มก็ว่าคลาสสิกแล้ว แต่งานนี้ เบิ้ล กับ ซาร่า ต้องหนีผีไปหลบบนต้นไม้ สูงก็สูง กลัวก็กลัว แถมยังจะต้องมีโมเมนต์หยอกและจีบกันอีก ต้องจับตาดูว่า ทั้งเบิ้ลและซาร่า เค้าจะถ่ายทอดฉากนี้ออกมาได้ฮาและน่ารัก แค่ไหน ด้านลิลลี่เอง ที่ได้เสียงชื่นชมจากแฟนละครตั้งแต่ต้นเรื่องว่าเล่นคอมเมดี้ได้โบ๊ะบ๊ะ ต้องจับตาดูฉากนี้ของลิลลี่ได้เลย เพราะเธอจะหนีผีแบบฉายเดี่ยว ส่วนตาต้าร์ ด้งเด้ง อัยยา และ ฟ้า ก็ได้รับตำแหน่ง "แก๊งหนีปอบลงตุ่ม 2025" ไปแบบไม่มีข้อกังขาไปครอง งานนี้จะสนุกสนานแค่ไหน แล้วใครที่เป็นปอบ แล้วปอบมีจริงหรอ ? มาลุ้นพร้อมกันได้ในละคร "ไอ้หนุ่มรถไถ" อีพี 15 วันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27 สามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueID ผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชัน, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ไอ้หนุ่มรถไถ EP.13 : "ต้าวหยอง" ชวน "เบิ้ล ปทุมราช" แต่งหญิงในภารกิจล้วงคองูเห่าเสี่ยงตาย เรื่องย่อ ไอ้หนุ่มรถไถ ช่อง 8 (ตอนล่าสุด) ดูย้อนหลังที่แรกที่ TrueID ดูฟรีทุกเครือข่าย ดูฟรี ไอ้หนุ่มรถไถ ช่อง 8 ย้อนหลัง ทุกตอน ทาง TrueID

เสียเงินแถมโดนด่า! “กิต Three Man Down” งัดหลักฐานโต้กลับ หลังถูกด่าว่า ชนแล้วหนี
อ่าน

เสียเงินแถมโดนด่า! “กิต Three Man Down” งัดหลักฐานโต้กลับ หลังถูกด่าว่า ชนแล้วหนี

เสียเงินแถมโดนด่า! กิต Three Man Down งัดหลักฐานโต้กลับ หลังถูกด่าว่า ชนแล้วหนี ทำเอาเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เมื่อนักร้องนำ กิต Three Man Down ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเป็นอุทาหรณ์เตือนใจ จากเหตุการณ์ที่เจ้าตัวถูกกล่าวหาว่า ชนแล้วหนี ทั้งโดนด่าและเสียเงิน โดยเจ้าตัวได้แนบคลิปหลักฐานพร้อมอธิบายว่า ... เรื่อง นายก็เป็นได้นะฮีโร่แต่มึงช่วยไม่กร่างก่อนเสียเงิน โดนด่า หาว่าชนแล้วหนี แล้วเกือบมีเรื่องอีก แต่เอาเป็นว่ามาเล่าให้ฟังเป็นอุทาหรณ์ละกันครับ เมื่อวานตอนเย็น (13 ธค 19.15 โดยประ มาณ) ผมขับรถจะไปทานข้าวกับเพื่อนแถวพัฒนาการ ตำแหน่งร้านอยู่แถวๆ ซอย32 ผมเลยขับชิดซ้ายมาตั้งแต่ก่อนถึง ตรงแยกซอย32 เพราะผมกลัวจะขับเลยร้าน ผมขับตามรถขนน้ำแข็งมาช้าๆ เพราะกลัวแซงแล้วขับเลย พอขับมาเรื่อยๆ พ้นซอย32 รถมันก็ติดนิดหน่อยขยับไปช้าๆ ผมเจอหน้าร้านพี่ยามเปิดรั้วให้ ขับเข้าไปจะจอดรถ มีมอไซขับมาบีบแตรมาอย่างรัว ปี๊บๆๆๆๆๆๆ แล้วตะโกน เฮ้ย มึงชนแล้วหนีอ่อ ผมคิดในใจ ชิบหายละกุไปชนตอนไหนวะ? ผมงงจัด ลดกระจก ถามไปว่าผมชนเหรอ? พี่มอไซแม่งใส่ผมเป็นชุดด่านู่นนี่บอกว่าชนแล้วหนี ผมบอกว่า เอ้ยถ้าผมชนผมต้องได้ยิน นี่ผมไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย พี่มอไซพูดใส่มาอีกเป็นชุดบอกจะไม่กลับไปดูเลยเหรอ?ขับหนีมาเลยเหรอ? ผมเลยบอกว่าเอ้ยผมไม่ได้หนี ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมชน ถ้าผมรู้ผมจอด รับผิดชอบอยู่แล้ว ผมเลยถอยไป หน้าร้านเพื่อไปหาคนที่เค้าบอกว่าผมชนเค้า ลุงแกขับรถมาช้าๆลงมา บอกว่าผมไปเบียดเค้า สภาพลุงคือ หมวกกันน็อคแตก มือมีแผล(หมูแดง) บังโคลนล้อหน้าแตก กระจกซ้ายแตก ตอนนั้นผมคิดว่า ผมจะไม่ได้ยินเสียงที่ผมชนขนาดนี้ได้ยังไงวะ? ผมคุยกับลุงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ลุงบอกว่าผมไปเบียดเค้า เค้าเลยเสียหลักรถเลยล้ม หน้ากระแทกฟุตบาท แต่โชคดีใส่หมวกกันน็อคไม่งั้นหน้าแหกไปแล้ว ระหว่างนั้นพี่มอไซคนนั้นแม่งก็ยืนด่าผมอยู่ตลอดนะ แล้วพยายามพูดว่า ถ้าไม่รับผิดชอบลุงมึงเจอแน่ จะไปเรียกพวกมา ถ้าลุงไม่ได้รับความยุติธรรมลุงบอกผมนะ กูอะลูกน้องบัง (สักชื่อผมฟังไม่ทัน) ถ้ามึงไม่รับผิดชอบมึงไปตัดกระเจี๊ยวเหอะ กูอายุ 33 แล้ว มึงอายุเท่าไหร่? กูอะอยู่แถวนี้อยู่แล้ว อยากเจอก็เรียกมาได้ตลอดนะ แล้วคือแม่งแบบนี้ตลอดการคุยกับลุง ผมพยายามจะไม่สนใจละ แต่ผมมาวิบตรงที่เค้าพยายามบอกว่าผมชนแล้วหนีเนี่ย แล้วพอคนเริ่มมามุงผมก็ไม่อยากให้มันรบกวนคนอื่น ผมถามว่าลุงอยากให้เรียกประกันไหม ผมเรียกให้แล้วซ่อมรถลุงให้หมดเลย เปลี่ยนใหม่ทั้งหมดเอาไหมครับลุงบอกว่าอยากไปหาหมอมากกว่ารถมันไม่เป็นอะไรมาก ผมเลยบอกว่า งั้นเดี๋ยวผม ออกค่ารักษาพยาบาลให้ ขอเลขบัญชีลุงหน่อย ลุงจะไปโรงพยาบาลอะไร หลังจากนั้น ผมประเมิน ค่ากระจก ค่าหมวก ค่าทำแผล ค่าบังโคลน ผมเลยโอนไปให้ลุง 5,000 บาท แล้วบอกว่าลุงเอาเงินนี่ไปหาหมอแล้วซ่อมรถด้วยนะ ผมแสดงความตั้งใจของผมเลยว่าผมไม่ได้จะหนี ผมไม่ได้ยินว่าผมไปชนลุง ลุงบอกว่าโอเคแล้วครับ แล้วลุงก็ขับรถออกไป เรื่องจบลง ผมมาเปิดกล้องที่รถดู (ผมมีแปะคลิปไว้ทั้งกล้องหน้าและหลัง ให้ดูทั้งความเร็วและที่ลุงบอกว่าผมไปเบียด ไปจนถึงช็อตที่พี่มอไซฮีโร่โผล่มาด่าเลย) สรุปคือ ตามคลิป ผมไม่ได้ขับไปเบียดเลยนี่หว่า ลุงแม่งออกมาจากซอย เร่งเครื่องแล้วตกใจไฟเบรก(ซึ่งที่ผมเบรกเพราะรถมันติด ความเร็วที่ผมขับมันคือปล่อยไหลไปเรื่อยๆ) แล้วลุงดันกำเบรกล้อหน้าหลังเร่งเครื่อง รถมันเลยเสียหลักล้ม แล้วพี่มอไซแม่งก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลย ขับตามมาด่ากู บอกให้ไปรับผิดชอบ แล้วจะมามีเรื่องกับกูอีก คือกุงงไปหมดเลย เสียเงิน 5,000 แถมโดนด่าอีก กุงงไปหมด กุส่งคลิปไปหาลุง ลุงแม่งอ่านไม่ตอบ สงสัยบล็อคกูไปละ สรุปคือใครโดนใคร ใครเสียหายวะเนี่ยเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าไอ้พี่มอไซคนนั้นจะมาเห็นโพสนี้มั้ย แต่ผมมีคำถามอยากจะถามหน่อย คือพี่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเหรอวะ เลยมาหาว่าผมทำสิ่งนั้น แล้วพูดจาไม่ดีแบบนั้น เพราะเท่าที่ดูกล้องคือมึงไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลยนะ พี่เป็นลูกน้องใครนะ แล้วคนนั้นเค้าทำให้พี่สามารถมากร่างกับประชาชนคนอื่นๆ ได้เลยเหรอ? เอาเป็นว่าทำบุญไปละกันแม่งเอ้ยแต่กูวิบ ไอ้มอไซผู้ผดุงความยุติธรรม ที่ไล่ให้กูไปตัดกระเจี๊ยวมากเลยหวะ

ไฟไหม้โรงงานสี-ทินเนอร์ ย่านบางขุนเทียนกลางดึก ควันดำพวยพุ่งเต็มฟ้า
อ่าน

ไฟไหม้โรงงานสี-ทินเนอร์ ย่านบางขุนเทียนกลางดึก ควันดำพวยพุ่งเต็มฟ้า

เมื่อเวลา 00:50 น ของวันที่ 24 สิงหาคม 2567 เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตสีและทินเนอร์ ภายในซอยบางกระดี่ 8 ถนนบางกระดี่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และมีเสียงระเบิดอยู่เป็นระยะ เนื่องจากมีสารเคมีที่ติดไฟง่ายอยู่จำนวนมาก เกิดควันดำพวยพุ่งขึ้นสูงสู่ท้องฟ้า เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถดับเพลิงนับสิบคันเข้าฉีดน้ำสกัดกันเพลิงไม่ให้ลุกลามจากการสอบถาม พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงงาน เล่าว่า เหตุเกิดเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ขณะที่ตนตนเองปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายในโรงงาน ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น เมื่อไปดูก็พบแสงเพลิงลุกไหม้เป็นห่วงกว้างลุกลามอย่างรวดเร็ว จึงวิ่งหนีเอาชีวิตรอดออกมาจากโรงงาน แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดับเพลิงอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงวางกำลังฉีดน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำกัดพื้นที่ไม่ให้ลุกลามเพิ่มเติม ต้องใช้เวลาอีกพอสมควรจึงจะทำให้เพลิงสงบได้ ในส่วนสาเหตุและความเสียหาย ต้องรอเจ้าหน้าที่กองพิสูนจ์หลักฐาน และพนักงานสอบสวน สน แสมดำ เข้าตรวจสอบอีกครั้ง

ไมค์ ภัทรเดช เดือด! ถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ใครแจ้งเบาะแส มีรางวัลให้
อ่าน

ไมค์ ภัทรเดช เดือด! ถูกมอเตอร์ไซค์ชนแล้วหนี ใครแจ้งเบาะแส มีรางวัลให้

ทำเอาพระเอกหนุ่มหล่อ ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี ต้องหัวร้อนกลางดึก หลังประสบอุบัติเหตุ มีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนบริเวณซอยสถานทูตจีน แถมไม่ยอมจอดรถพูดคุยหรือขอโทษอะไร ขับรถซิ่งหนีไปเลย โดยที่พระเอกหนุ่มได้โพสต์ภาพจากกล้องบนรถ พร้อมข้อความว่า.. "เวลา 22:25 มอเตอร์ไซค์คันนี้ เฉี่ยวชนแล้วหนี หน้าเซเว่นซอยอยู่เจริญ10 พี่วินรัชดา3(ซอยสถานทูตจีน) หรือท่านใดใครรู้เป็นใคร กรุณาแจ้งด้วยนะคับ มีรางวัลให้5,000บาทครับ ถ้ามีความรับผิดชอบ จอดมาคุยกัน ผมคงไม่ได้อะไร แต่เฉี่ยวชนแล้วหนีแบบนี้ ไม่โอเคเลยครับ" ภาพจาก : mike_pattaradet ภาพจาก : mike_pattaradet ภาพจาก : อินสตาแกรม mike_pattaradet

สวนสัตว์เชียงใหม่วุ่น! "จิงโจ้" หลุดออกจากกรงกระโดดขึ้นดอยสุเทพ
อ่าน

สวนสัตว์เชียงใหม่วุ่น! "จิงโจ้" หลุดออกจากกรงกระโดดขึ้นดอยสุเทพ

นักท่องเที่ยวบันทึกวิดิโอพบ จิงโจ้ กระโดดอยู่บนถนนสายทางขึ้นดอยสุเทพ ใกล้กับบริเวณวัดศรีโสดา ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนที่จิงโจ้ตัวดังกล่าวจะหลบหนีเข้าไปยังบริเวณป่าริมทาง ใกล้กับสถานีวัดความสั่นสะเทือน กรมอุทกศาสตร์ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดศรีโสดา และเข้าป่าไปในที่สุดขณะที่ล่าสุด ภายหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการออกค้นหายังบริเวณจุดที่มีรายงานพบจิงโจ้ตัวดังกล่าวหนีเข้าป่าไป พร้อมทั้งได้ขยายอาณาเขตบริเวณป่าในพื้นที่โดยรอบ ที่คาดว่าจิงโจ้ที่หลุดไปจะวนเวียนอยู่ และยังคงดำเนินการติดตามค้นหา เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับจิงโจ้ตัวนี้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวที่จิงโจ้หลบหนีเข้าไปนั้นยังเป็นบริเวณชุมชนมีบ้านคน และมีสุนัขที่อาจจะไล่กัดหรือทำร้ายจิงโจ้ได้ด้าน นายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า การดำเนินการในขณะนี้ ทางด้านผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้มีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในการออกติดตามค้นหาจิงโจ้หลุดออกมา พร้อมทั้งจัดทีมเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมในการช่วยเหลือ หากสามารถติดตามจับตัวได้ และในตอนนี้ก็กำลังอยู่ในระหว่างการค้นหา พร้อมทั้งได้ให้ชุดลานตระเวนของอุทยานฯ ช่วยดำเนินการช่วยสนับสนุนติดตามรอยอีกทางด้วยเบื้องต้นจากข้อมูลตามคลิปที่ลงในโซเชียล พบว่าจิงโจ้ตัวนี้กระโดดอยู่บนถนน แล้วข้ามฟากมาจากวัดศรีโสดา และวิ่งข้ามายังบริเวณสถานีวัดความสั่นสะเทือน กรมอุทกศาสตร์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะเป็นชุมชนที่มีชาวบ้านอยู่อาศัย และมีป่า จึงได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ติดตามรอยในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากในบริเวณยี้มีสุนัขค่อนข้างเยอะ และเกรงว่าจิงโจ้อาจจะถูกสุนัขไล่ทำร้ายได้ เพราะที่ผ่านมามีรายงานสัตว์ป่าถูกสุนัขที่อยู่ในระแวกนี้ทำร้ายบ่อยครั้งขณะที่นายสุทธิพงษ์ เหมือนสุธิวงศ์ เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่พบเจอจิงโจ้ บอกว่า ในช่วงนั้นกำลังขับรถของอุทยานฯ ลงมาตามเส้นทางก็พบจิงโจ้กระโดดมาตามถนน และขามฟากลงไปบริเวณป่าริมทางใกล้กับสถานีวัดความสั่นสะเทือน และมีสุนัขวิ่งไล่เข้าไปในป่า จึงได้แจ้งให้ทางหัวหน้าอุทยานฯ ทราบและดำเนินการติดตามอย่างไรก็ตามในส่วนของความคืบหน้าล่าสุด ทางเจ้าหน้าที่กำลังปูพรมระดมกำลังออกตามหากันอย่างต่อเนื่อง ในบริเวณป่าพื้นที่ดังกล่าว และทางด้านสวนสัตว์เชียงใหม่ จะมีการแถลงข่าวถึงกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันนี้ โดยในส่วนของความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

หลักสูตรเอาตัวรอด ‘หนี ซ่อน สู้’ กับ 3 บทเรียนใหญ่ที่ผ่านมาของ ผบ.ตร.คนที่14
อ่าน

หลักสูตรเอาตัวรอด ‘หนี ซ่อน สู้’ กับ 3 บทเรียนใหญ่ที่ผ่านมาของ ผบ.ตร.คนที่14

หลักสูตรเอาตัวรอด หนี ซ่อน สู้ กับ 3 บทเรียนใหญ่ที่ผ่านมาของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.คนที่14จากเหตุการณ์เยาวชนชายวัย 14 ปีก่อเหตุยิงภายในศูนย์การค้า ย่านปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ความสูญเสียที่ไม่คาดคิด เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะกลางเมืองหลวง จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมาเหตุการณ์นี้ทำให้สังคมเกิดความตื่นตัว และ ค้นหาแนวทางตั้งรับเพื่อป้องกันเหตุอันไม่คาดคิดในอนาคต หนึ่งในแนวทางที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดมากที่สุดคือหลักสูตรการเอาตัวรอดจากเหตุกราดยิง Active Shooter คือ หนี ซ่อน สู้ หรือ Run Hide Fightซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นผู้ผลักดันและพัฒนาการฝึกอบรมให้เป็นที่แพร่หลาย ทั้งในกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ประชาชน และหน่วยงาน เพราะเล็งเห็นว่าสิ่งนี้ควรเป็นหลักสูตรพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้เพื่อเอาตัวรอดเบื้องต้นเนื่องจากไม่มีใครหยั่งรู้ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เช่นเดียวกับสถิติการเกิดเหตุที่คนร้ายใช้อาวุธปืนตามที่สาธารณะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นจนน่าเป็นกังวล ฉะนั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ จึงกล่าวไว้ว่า การลดอาชญากรรมได้ดีที่สุดคือ การมีพี่น้องประชาชนเป็นแนวร่วมของตำรวจ แต่บทเรียน หนี ซ่อน สู้ นี้ไม่ได้พึ่งถูกพูดถึงหลังเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก บทเรียนนี้เคยถูกหยิบยกมาตั้งเป็นโจทย์สำคัญให้กับสังคมตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์ โศกนาฎกรรมที่ห้างเทอร์มินอล 21 กลางเมืองนครราชสีมา เมื่อปี พ.ศ. 2563เหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นเหตุกราดยิงครั้งที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย เนื่องจากมียอดผู้เสียชีวิตสูงถึง 30 คน บาดเจ็บ 58 คน ความเลวร้ายที่เกิดขึ้น เริ่ม เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยผู้ก่อเหตุ คือ จ.ส.อ. จักรพันธ์ ได้ใช้ปืนยิงผู้บังคับบัญชาและญาติถึงแก่ความตาย จากนั้นหลบหนีเข้าไปในตัวเมือง และกราดยิงผู้คนตามรายทาง และเข้าไปซ่อนตัวหลบอยู่ในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จับบุคคลในห้างเป็นตัวประกัน และถ่ายทอดสดตนเองขณะก่อเหตุลงเฟซบุ๊ก จนท้ายที่สุดถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้เคยระบุไว้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นบทเรียนใหญ่ของสังคม และถึงเวลาที่จะต้องมีการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์กราดยิงเอาตัวรอดด้วยการ หนีซ่อนสู้เหตุกราดยิงเทอร์มินอล 21 นี้จึงนับเป็น จุดเริ่มต้นแรกของการพูดถึงหลักสูตรเอาชีวิตรอด หนีซ่อนสู้จนกระทั่งเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2565 ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ช่วงเวลาประมาณ 12.30 น. ส.ต.อ. ปัญญา ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเคยรับราชการอยู่ที่ สถานีตำรวจภูธรนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู ก่อนจะถูกไล่ออกจากราชการจากพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้เดินทางไปที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯพร้อมอาวุธปืนยาว ปืนลูกซอง ปืนสั้นขนาด 9 มม. และมีด เข้าไปทำร้ายเด็ก ๆ ขณะกำลังนอนหลับอยู่ ซึ่งนอกจากเด็กเล็ก 24 คนที่เสียชีวิตแล้ว ระหว่างเดินทางมาผู้ก่อเหตุได้ยิงพ่อลูกคู่หนึ่งเสียชีวิต และยิงครูที่พยายามปิดประตูไม่ให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปในห้องโดยรวมแล้วมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ 37 คนรวมผู้ก่อเหตุ และบาดเจ็บอย่างน้อย 10 คนการสูญเสียในครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญและเป็นจุดย้ำเตือนความมุ่งมั่นในการถ่ายทอดความรู้วิธีเอาชีวิตรอดของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ที่มองว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆขึ้น และมีผู้แจ้งไปที่ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 กว่าเจ้าหน้าที่จะไปถึงที่เกิดเหตุก็ถือว่านานเกินไป ฉะนั้นการให้องค์ความรู้ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะทำให้ทุกคนรอดชีวิตได้ความเปลี่ยนแปลงหลังเหตุการณ์กราดยิงที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นแรกที่หลักสูตรเอาชีวิตรอด หนีซ่อนสู้ ถูกส่งต่อและฝึกฝนอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุดในประเทศไทยหลายโรงเรียนในต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานครมีการฝึกอย่างจริงจังเพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้ความเข้าใจใช้ในการดูแลตนเองและคนรอบข้างหากเกิดเหตุไม่คาดคิดเช่น ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ฝ่ายมัธยม) ได้จัดโครงการฝึกเอาชีวิตรอดและการบริหารเหตุการณ์วิกฤต กรณีมือปืนยิงกราด ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังเกิดเหตุการณ์ที่จังหวัดหนองบัวลำภูประมาณ 2 สัปดาห์มีผู้รวมฝึกอบรมจำนวน 45 คน ได้แก่ ผู้แทนอาจารย์, บุคลากร และนักเรียนเนื้อหาสำคัญ ที่เป็นหัวใจหลักในการฝึกคือ หนี ซ่อน สู้การหนีต้องสังเกตทางเข้าออกว่ามีกี่ทิศทาง มีทางไหนสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนได้ หลีกเลี่ยงการหนีไปทางตัน กำแพง หรือเส้นทางที่ไม่สามารถไปต่อได้ ทิศทางการหนีต้องตรงข้ามกับเสียงปืน ส่วนกรณีที่ไม่ได้ยินเสียงปืนให้ไปทิศทางเดียวกับการวิ่งของกลุ่มคน การจดจำรูปพรรณสัณฐานคนร้าย เพศ ความสูง สีผิว การแต่งกาย จำนวนลักษณะอาวุธที่ใช้ จำนวนคนที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และสุดท้ายเมื่ออยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแล้วให้โทรแจ้ง 191 ทันทีการซ่อนเมื่อไม่สามารถหนีหรือหนีไม่ทันและไม่แน่ใจว่าคนร้ายอยู่จุดไหนจะต้องซ่อนทันที โดยเลือกห้องที่มีความแข็งแรง เข้าไปแล้วปิดล็อกประตูหาสิ่งของมาค้ำยันเพื่อไม่ให้ดันจากภายนอกได้ แจ้งตำแหน่งตัวเองกับผู้ใกล้ชิดห้ามแจ้งต่อตำแหน่งตัวเองลงสื่อโซเชียล เพราะคนร้ายอาจจะเข้าถึงข้อมูลได้ ปิดเสียงปิดสั่นลดแสงโทรศัพท์ สังเกตที่ประตูและหาสิ่งของเพื่อเตรียมใช้เป็นอาวุธมาไว้ใกล้เผื่อต้องสู้ ที่สำคัญพยามปลอบขวัญดึงสติกับเพื่อนร่วมห้องและสื่อสารวางแผนหากต้องสู้การสู้เมื่อไม่สามารถหนีไปที่อื่นได้แล้วคนร้ายบุกเข้ามาที่ซ่อนทุกคนต้องร่วมใจกันสู้ไม่เฉพาะสู้คนใดคนหนึ่งแต่ต้องสู้ทุกคน โดยมีข้อควรระวังการสู้เป็นกรณีที่คนร้ายบุกเข้ามาหาที่ซ่อน ไม่ใช่การออกไปสู้กับคนร้าย กรณีคนร้ายยังไม่พบเจอเรา โดยสู้จากทุกสิ่งที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้เช่นถังดับเพลิง น้ำยาล้างห้องน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ ปากกา ดินสอ แม้จะมือเปล่าสู้จนกว่าคนร้ายจะหยุดหรือไม่สามารถจะทำอันตรายต่อเราได้แล้วเมื่อเราย้อนกลับมาที่ปัจจุบันภายหลังเกิดเหตุยิงที่ศูนย์การค้ากลางเมือง มีการรายงานข่าวประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ คือ มีเด็กนักเรียนชายคนหนึ่งได้นำความรู้จากการอบรมวิธีเอาตัวรอดหนีซ่อนสู้ มาใช้ในสถานการณ์จริงและได้แนะนำให้ผู้ปกครองที่อยู่ด้วยกับตนเองในขณะนั้นใช้วิธีดังกล่าวจนสามารถออกจากพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างปลอดภัยในที่สุดเหตุการณ์ครั้งนี้จึงนับเป็นเหตุการณ์แรกที่ประชาชนและทุกภาคส่วนให้ความสำคัญตรงกันถึงวิธีการเอาตัวรอด หนีซ่อนสู้เราจะเห็นว่า ในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาสิ่งหนึ่งที่สังคมมักจะทำคือการถอดบทเรียนการวางแผนเพื่อป้องกันเหตุ การพูดคุยถึงต้นตอปัญหาที่เป็นระดับโครงสร้างของสังคม แต่สิ่งหนึ่งที่สังคมไม่ควรละเลยที่จะพูดถึงและรณรงค์ให้เป็นเรื่องปกติคือการที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดด้วยตัวเอง ยึดหลักตนเป็นที่พึ่งแห่งตนก่อนจะพึ่งพาความช่วยเหลือจากคนอื่นหลักสูตรหนีซ่อนสู้เป็นอีกหนึ่งวิธีเอาตัวรอดที่สามารถใช้งานได้จริงแต่อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือสติของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ที่จะต้องตั้งมั่นประคับประคองตัวเองให้อยู่และยึดความปลอดภัยของตัวเองเป็นที่ตั้งภาพ : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ระวังภัย! ช้างป่าอุทยานฯทับลานพังบ้าน สามพ่อแม่ลูกวิ่งหนีจ้าละหวั่น
อ่าน

ระวังภัย! ช้างป่าอุทยานฯทับลานพังบ้าน สามพ่อแม่ลูกวิ่งหนีจ้าละหวั่น

เมื่อเวลา 03.43 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีช้างป่าอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก จำนวน 1 ตัว บุกเข้ามาพังบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านทุ่งแฝก ต.ทุ่งโพธิ์ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายวิชา พู่ถนนนอกและนางวันทนา เรืองคำ เจ้าของบ้านเล่าว่า เมื่อเวลาค่อนรุ่งประมาณ 03.00 น.ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงหมาเห่าที่หน้าบ้านจึงบอกภรรยาว่าช้างน่าจะมาที่หน้าบ้าน ให้ปลุกลูกชาย จากนั้นเปิดประตูบ้านออกมาดูพบช้างป่ามายืนอยู่ที่หน้าบ้านห่างออกไป 2 เมตร ทันใดนั้นช้างเอาหัวโขกกำแพงปูนพังครืนลงมา ก่อนใช้งวงควานหาของกินในครัว ตนรีบพาภรรยาและลูกออกมานอกบ้าน ส่วนช้างเดินวนรอบบ้าน ตนพาภรรยาและลูกวิ่งหนีรอบๆ บ้าน จากนั้นช้างจึงค่อยออกจากบ้าน เดินไปยังบ้านของพ่อซึ่งอยู่ถัดไป อึดใจต่อมาช้างป่าได้หนีขึ้นไปทางป่ายางพาราหลังบ้าน ตนได้โทร.แจ้งให้ชุดเฝ้าระวังช้างป่าเข้ามาช่วยเหลือ ในเวลาต่อมานายยงยุทธ ประเพณี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านได้รายงานให้ผู้ใหญ่บ้านทราบและนำกำลังจิตอาสาเฝ้าระวังช้างเดินทางไปที่บ้านนายวิชา แต่ไม่พบช้างป่าตัวดังกล่าว และห่างจากบ้านนายวิชา 400 เมตร พบมีการแอบเอาเกลือและข้าวสารมาวางไว้เพื่อที่จะทำโป่งเทียม ให้ช้างป่าได้กิน กระทั่งเวลา 08.00 น.นายวิชาออกไปช่วยเพื่อนบ้านกรีดยางพารา ขณะนั้นได้ยินเสียงหมาเห่าเมื่อหันไปมองเห็นช้างป่าวิ่งไล่หมาและมุ่งหน้ามาทางพวกตน จึงพากันหนีออกจากป่ายางกลับมาที่บ้าน หลังเกิดเหตุทางนายกอบต.และ คณะกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เดินทางมาที่บ้านของนายวิชาเพื่อสำรวจความเสียหายและจะทำการซ่อมแซมบ้านให้ภายในเร็ววันนี้ตามประกาศภาวะภัยพิบัติ

สาวใกล้คลอดผวากลางดึก ช้างป่า 3 ตัว พังรั้วบุกเข้ามาถึงในบ้าน จนท.เร่งผลักดันกลับ
อ่าน

สาวใกล้คลอดผวากลางดึก ช้างป่า 3 ตัว พังรั้วบุกเข้ามาถึงในบ้าน จนท.เร่งผลักดันกลับ

สาวท้อง 8 เดือน ผวาช้างป่า 3 ตัว บุกพังรั้วเข้าไปถึงในบ้าน เผยช้างวิ่งตามคนขับรถ จยย.มาขอหลบ เจ้าหน้าที่เร่งผลักดันกลับเข้าไป เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี รายงานว่า มีประชาชนถ่ายคลิปวิดีโอขณะที่ช้างป่าจำนวน 3 ตัว กำลังบุกเข้าบ้าน โดยพังประตูและข้าวของในบ้านพังเสียหาย ก่อนที่ช้างจะเดินไปกินต้นกล้วยข้างบ้าน แล้วเดินหนีเข้าป่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อำเภอหนองใหญ่ ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ บริเวณบ้านเลขที่ 277 หมู่ 6 ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี จึงรีบไปตรวจสอบทันที พบ น.ส.นิตยา กอบเงิน อายุ 27 ปี เป็นเจ้าของบ้าน มีผู้อาศัยอยู่ภายในบ้าน จำนวน 4 คน เป็นผู้ใหญ่ 3 และเด็ก 1 เจ้าหน้าที่ชุดผลักดันช้างป่าอำเภอหนองใหญ่อ ประกอบด้วย น.ส.เรณู ศรีอุบลปลัดอำเภอหนองใหญ่ ร.ต.ต.วัลลภ ทัศนาธนพงษ์หัวหน้าสายตรวจตำบลคลองพลู พันจ่าเอกสมาน แก้มกระโทก หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอหนองใหญ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ประมาณ 10 กว่านาย ออกตรวจสอบพบช้างป่าประมาณ 3 ตัว เดินหากินอยู่ในบริเวณรอบบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ จึงผลักดันเข้าป่าที่เป็นที่อยู่อาศัยทันที จากการสอบถาม น.ส.นิตยา เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ตนและครอบครัวกำลังนั่งทำขนมอยู่ภายในบ้าน ได้ยินเสียงสุนัขเห่าหน้าบ้านเลยออกมาดู พบมีคนขับขี่รถจักรยานยนต์มาหลบช้างป่าที่วิ่งไล่มา ตนจึงให้เข้ามาในบ้านก่อน ทันใดนั้นช้างป่า 3 ตัวก็มาอยู่หน้าบ้าน กำลังจะพังรั้วหน้าบ้านเพื่อเข้ามาภายในบ้าน ตนจึงถ่ายคลิปวิดีโอไว้และเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยผลักดันออกไปจากบ้าน น.ส.นิตยา กล่าวต่อว่า ปกติช้างป่ากลุ่มนี้จะเคยเดินผ่านแถวบ้านบ่อย แต่ไม่เคยบุกเข้ามาแบบนี้ ครั้งนี้ทำให้ตนและครอบครัวตกใจหวาดกลัว เนื่องจากตนกำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 8 เดือน ซึ่งใกล้จะคลอด กลัวว่าถ้าเกิดปวดท้องคลอดขึ้นมาตอนกลางคืนจะกล้าออกไปโรงพยาบาลหรือเปล่า อยากฝากเตือนผู้ใช้รถสัญจรในตอนกลางคืนให้หลีกเลี่ยง เพราะเราจะมองไม่เห็นตัวช้าง หวั่นเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ด้าน ร.ต.ต.วัลลภ กล่าวว่าตนได้รับแจ้งว่ามีช้างบุกบ้านเรือนประชาชนจึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันสอดส่องดูแลชาวบ้าน พร้อมผลักดันช้างป่าให้กลับเข้าถิ่นที่อยู่อาศัยทันที ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงก็จะร่วมการประชุมหารือ เพื่อดำเนินการจัดการช้างป่าให้ออกนอกพื้นที่ต่อไป

เพิ่งพ้นโทษไม่อยากติดคุกอีก ผู้ต้องหาโดดหน้าต่าง วิ่งหนีออกจากโรงพัก
อ่าน

เพิ่งพ้นโทษไม่อยากติดคุกอีก ผู้ต้องหาโดดหน้าต่าง วิ่งหนีออกจากโรงพัก

ตามวุ่นผู้ต้องหาคดียาเสพติด วิ่งหนีออกจากโรงพักขณะสอบสวน ใช้เวลานาน 4 ชั่วโมง จับได้ในเล้าไก่ เผยไม่อยากติดคุก เพราะเพิ่งพ้นโทษ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 29 เม.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชาญณรงค์ อู่คงคา อายุ 30 ปี หรือปู ผู้ต้องหาคดีครอบครองยาเสพติด จำนวน 20 เม็ด สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมรองเท้า วิ่งหนีออกจากห้องสอบสวน สภ.เกษไชโย จ.อ่างทอง หนีเข้าป่าหลังโรงพักหนีหายไป โดยได้ถอดรองเท้าอยู่บริเวณเก้าอี้งานสอบสวน ก่อนวิ่งหนีหายไป ทาง พ.ต.ท.ณัชพงษ์ธร ถมรุ่ง สว.สภ.ไชโย พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกษไชโย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.อ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไชโย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ติดตามหาตัว ใช้เวลานานประมาณ 4 ชั่วโมง จึงพบว่าแอบหลบซ่อนตัวอยู่ในเล้าไก่บ้านหลังหนึ่ง ที่เจ้าของบ้านออกไปธุระนอกบ้าน จาการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาบอกว่า ไม่อยากติดคุก เนื่องจากเพิ่งออกมาจากเรือนจำได้เพียง 6 เดือน พอได้จังหวะจึงสลัดกุญแจมือออก แล้ววิ่งกระโดดลงหน้าต่างของห้องสอบสวนหนีไป จึงควบคุมตัว ส่งให้ ร.ต.อ.วิภพ แช่มเรือง รองสารวัตร สอบสวน สภ.เกษไชโย มาทำการสอบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

คาดด.ต. หนีเข้าป่า กบดานอยู่บ้านเพื่อนแล้ว แจกรูปให้ ปชช. แจ้งเบาะแส
อ่าน

คาดด.ต. หนีเข้าป่า กบดานอยู่บ้านเพื่อนแล้ว แจกรูปให้ ปชช. แจ้งเบาะแส

คาดด.ต.หนีเข้าป่า 9 วัน ไปกบดานอยู่บ้านเพื่อนแล้ว ยุติค้นหาในป่า แต่ตรึงกำลังไว้ ก่อนขยายผลเพิ่ม แจกรูปแก่ปชช. หวังได้เบาะแส วันที่ 30 มี.ค.2565 พล.ต.ท.ณัฐ สิงห์อุดม ผบช.ตชด.กล่าวถึงความคืบหน้าการหายตัวไปของด.ต.นิกัน อัศพิมพ์ ผบ.หมู่ กก.ตชด.13 อายุ 50 ปี ที่หลังออกเวร กองร้อยตชด. 136 ต.ลุ่มสุ่ม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี แล้วหนีเข้าป่า เป็นเวลา 9 วันแล้ว ยังไม่พบ ว่า คาดว่าด.ต.นิกันน่าจะออกจากป่า ไปหลบอยู่บ้านเพื่อนแล้ว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเป็นเสื้อผ้า รอยเท้า และรังผึ้ง ซึ่งด.ต.นิกันน่าจะกินประทังชีวิต แต่ทั้งหมดนั้นพบหลายวันแล้ว คงไม่ซ่อนตัวแล้ว จึงหยุดการค้นหา หากออกจากป่า เจ้าหน้าที่ก็คงพบตัวแน่ ทั้งนี้คาดว่าด.ต.นิกันน่าจะไปซ่อนตัวที่บ้านเพื่อนสนิท จึงได้มีการลงหาข่าวพื้นที่โดยรอบ พร้อมทั้งแจกจ่ายรูปเจ้าตัวประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนให้ช่วยแจ้งเบาะแสด้วยต่อไป

ไม่คิดว่าจะเจอ! ชาวบ้านผวาช้างป่าเข้าสวน เผยนาทีชีวิต วิ่งหนีตาย กว่า 2 กม.
อ่าน

ไม่คิดว่าจะเจอ! ชาวบ้านผวาช้างป่าเข้าสวน เผยนาทีชีวิต วิ่งหนีตาย กว่า 2 กม.

ข่าววันนี้ 24 พ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านไทยสันติสุข ม.16 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา พบช้างป่าออกมาหากินพืชสวนชาวบ้าน ซึ่งห่างจากหมู่บ้านเพียง 500 เมตร มีชาวบ้านที่ออกกรีดยางเผชิญหน้ากับช้างป่าในระยะประชิดต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดจนได้รับบาดเจ็บที่ขา โดยบริเวณที่ช้างป่าออกมาหากินนั้นมีทั้ง สวนยาง ไร่อ้อย ไร่มัน สวนถั่วฝักยาว มีร่องรอยการกัดกินอ้อยและมันสำปะหลังประปราย พร้อมกับทิ้งกองอุจจาระไว้หลายจุด แต่ความเสียหายของพืชเกษตรที่ช้างป่ากัดกินนั้นก็ไม่เสียหายมากนัก แต่สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านที่ต้องออกมากรีดยางในช่วงเวลากลางคืนมากกว่า เพราะพื้นที่ บ.ไทยสันติสุข มีสวนยางจำนวนหลายพันไร่ มีชาวบ้านทำอาชีพสวนยางหลายครอบครัว น.ส.กุลนัน อายุ 22 ปี ชาวบ้านไทยสันติสุข กล่าวว่า ตอนนั้นเวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ ขณะที่ตนและสามีกำลังกรีดยางอยู่ในสวนซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร คุณยายเพื่อนบ้านที่มีสวนอยู่ติดกันได้ตะโกนบอกว่ามีช้างป่าเข้ามาในสวน พ่อของตนซึ่งอยู่ในกระท่อมก็รีบวิ่งมาบอกตนให้รีบปิดไฟฉายที่ใช้ส่องกรีดยาง ตนและสามีจึงรีบปิดไฟและนั่งลงเพื่อฟังเสียง ก็ได้ยินเสียงเหมือนช้างกำลังเดิน สามีของตนจึงตัดสินใจใช้ไฟส่องไปทางที่ได้ยินเสียงก็พบว่ามีช้าง 2 ตัวน่าจะเป็นแม่กับลูกกำลังเดินเข้ามาในระยะใกล้มาก ห่างจากตนและสามีประมาณไม่ถึง 10 เมตร ตกใจมากจึงตัดสินใจวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต โดยวิ่งมุ่งหน้าไปทางฐานทหารที่ปราสาทตาควาย โดยวิ่งตัดสวนยางของเพื่อนบ้านไปท่ามกลางความมืด เพราะไม่กล้าเปิดไฟ ทำให้ตนล้มหลายครั้งจนรู้สึกเจ็บที่ขาบริเวณเหนือข้อเท้าและมีอาการชาที่นิ้วเท้า จนสามีต้องช่วยพยุงและวิ่งต่อไปจนถึงฐานทหารที่ทางเข้าปราสาทตาควาย เพื่อขอความช่วยเหลือ รวมระยะทางวิ่งหนีไปน่าจะมากกว่า 2 กิโลเมตร ซึ่งวันนี้ก็กำลังจะให้สามีพาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจดูอาการเจ็บและบวมที่ขา เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นช้างป่าในระยะที่ใกล้ที่สุดในชีวิตเป็นครั้งแรก โชคดีที่รอดชีวิตมาได้ ด้าน นายพวย พอกฉลาด อายุ 64 ปี ชาวบ้านไทยสันติสุข กล่าวว่า ขณะนั้นเวลาประมาณสามทุ่มกว่า ๆ ตนนอนหลับอยู่ในกระท่อมข้างคอกควายสองคนกับภรรยาก็ได้ยินเสียงหมาเห่า ที่แรกตนก็คิดแต่วัวเพื่อนบ้านหลุดมากินหญ้าข้าง ๆ กระท่อมที่ตนปลูกไว้ จึงลุกขึ้นมาส่องไฟดูจึงพบว่าเป็นช้างป่ากำลังกินหญ้าอยู่ และอีกตัวกำลังเดินหันหลังกลับเข้าไปในสวนยาง แต่ตัวที่กำลังกินหญ้าอยู่มีอาการฟึดฟัดใส่หมาของตนที่กำลังเห่า ตนจึงตะโกนไล่ ช้างป่าจึงหันหลังกลับแล้วเดินตามกันไป จึงรีบโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบ เพราะกลัวชาวบ้านที่ออกมากรีดยางตอนกลางคืนอาจจะได้รับอันตราย ส่วนตนตกใจมากไม่คิดว่าช้างป่าจะเข้ามาใกล้หมู่บ้านขนาดนี้ เคยมีคนเห็นบ้างเมื่อปีที่แล้วแต่ก็เห็นอยู่ในป่าแถบแนวชายแดน ไม่เคยเห็นเข้ามาใกล้หมู่บ้านขนาดนี้ซึ่งตรงนี้ห่างหมู่บ้านประมาณ 500 เมตร คืนนี้ตนคงไม่กล้านอนเฝ้าควายอีกแน่คงต้องให้ลูกชายออกมาช่วยเฝ้าให้ ด้าน น.ส.วิมล แข่งเพ็ญแข ผู้ใหญ่บ้านไทยสันติสุข กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านเมื่อเวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ ว่าพบช้างป่า 3 ตัวเข้ามาในพื้นที่สวนยางใกล้ๆหมู่บ้าน ตนจึงได้แจ้งทางอำเภอให้ทราบ และประสานเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าไม้ในเขตพื้นที่ให้ออกมาช่วยดู พร้อมเรียกผู้ช่วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านออกมารวมกับเจ้าหน้าที่ อส.ที่ทางอำเภอส่งมาออกติดตามช้างป่าทันที่แต่ก็ไม่พบ พบเพียงร่องรอยของช้างป่าที่เดินวนเวียนในพื้นที่สวนยางและไร่อ้อยไร่มันของชาวบ้าน ตนจึงหารือกับชาวบ้านแล้วช่วยกันตั้งจุดเวรยามเฝ้าระวังตลอดทั้งคืนเพื่อคอยเตือนชาวบ้านที่จะออกไปกรีดยางให้ระมัดระวังหรือให้งดกรีดยางก่อนในระยะนี้ เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของหมู่บ้านที่ช้างป่าเข้าใกล้หมู่บ้านมากที่สุด สำหรับความเสียหายของพืชเกษตรของชาวบ้านก็ถือว่าเสียหายไม่เยอะมากแต่ชาวบ้านกลัวอันตรายจากช้างป่ามากกว่า และคิดว่าช้างป่าโขลงนี้น่าจะยังวนเวียนอยู่ในพื้นที่ชายป่าของหมู่บ้านน่าจะยังยังไม่หนีไปไหนก็คงต้องเฝ้าระวังกันต่อไป

หมูวิ่งกระเจิง! รถบรรทุกเสียหลังเทกระจาด จนท.ไล่จับวุ่น เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
อ่าน

หมูวิ่งกระเจิง! รถบรรทุกเสียหลังเทกระจาด จนท.ไล่จับวุ่น เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ต.ท.ไชยยา สระโสม สารวัตร(สอบสวน)สภ.เมืองบุรีรัมย์ รับแจ้งมีเหตุรถบรรทุกหมูพลิกคว่ำ บริเวณบ้านยาง ถนนสายบุรีรัมย์-สตึก จึงรุดเข้าไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ พบ จนท.หน่วยกู้ชีพ อบต.บ้านยาง กำลังช่วยกันจับหมูเป็น ที่หลุดจากกรงขัง ที่หลุดออกมาจากตัวรถกระจัดกระจายทั่วบริเวณ ใกล้กันพบรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ ทะเบียน ผห-3167 นครราชสีมา มีนายคมสัน อิ่มแมน อายุ 33 ปี เป็นคนขับ มีนางสาวอรุณรัตน์ เลิศภูเขียว อายุ 32 ปี ภรรยาคนขับและ ด.ช.ภัทรพล เลิศภูเขียว อายุ 10 ขวบ ลูกชายคนขับ ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จนท.นำตัวส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สามารถจับหมูเป็นได้จำนวน 19 ตัว สอบถามนายธนชิด นพคุณ อายุ 23 ปี คนเห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ตนขับรถตามหลังรถคันเกิดเหตุ เห็นรถคันเกิดเหตุ กระโดด เหมือนตกหลุมอะไรบางอย่าง ก่อนจะเสียหลักหมุนพลิกคว่ำ เห็นทั้งหมูทั้งสิ่งของกระเด็นตกจากรถกระจาย สำหรับคนขับรถยังอยู่ในอาการตกใจ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากถนนที่กำลังก่อนสร้างยังไม่เสร็จ โดยคนขับรถไม่ทันสังเกต แล้วขับรถมาตกหลุมพลิกคว่ำดังกล่าว ทั้งนี้ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุอีกครั้ง

รอไม่ไหว! แรงงานไทยหนีจากมาเลเซีย ว่ายน้ำข้ามประเทศจนหมดแรง
อ่าน

รอไม่ไหว! แรงงานไทยหนีจากมาเลเซีย ว่ายน้ำข้ามประเทศจนหมดแรง

วันนี้ (15 เม.ย.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท. บรรเจิด มานะเวช สว.สถานีตำรวจน้ำ 3 กก.9 บก.รน. เปิดเผยว่า คืบหน้ากรณีนำตัวผู้ว่ายน้ำมาหมดแรง. ตำรวจน้ำสตูลนำส่งให้รถ รพ. สตูล นำไปตรวจวัดอุณหภูมิ ปรากฏไม่มีไข้ จากนั้นได้นำไปกักตัว 14 วันที่บ้านพักอาศัย ทราบชื่อ นายรัตนพล พันอุ่น. อายุ 45 ปี ชาวจ.สตูล ทำงานเป็นลูกเรือประมงมาเลเซีย และได้ว่ายน้ำกลับเข้ามาฝั่งไทย บริเวณคลองกำ ตำบลปูยู อำเภอเมือง จังหวัดสตูล พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช สว.สถานีตำรวจน้ำ 3 กก.9 บก.รน. กล่าวว่า แรงงานไทยคนจังหวัดสตูลที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซีย และติดค้างอยู่ในประเทศมาเลเซียได้หนีว่ายน้ำข้ามทะเล กลับมายังจังหวัดสตูล พบว่าเป็นลูกเรือประมง เดินทางมาโดยเดินเท้าหลบมาช่องทางธรรมชาติ แนวรอยต่อชายแดน น่านน้ำไทย โดยเดินมา 2 วัน จนมาถึงคลองกำ ความห่างของคลองประมาณ 100 เมตร จึงว่ายน้ำข้ามมา แต่ปรากฏว่า ว่ายข้ามไม่ได้ เพราะช่วงน้ำใหญ่ และน้ำช่วงลงไปกลางทะเลไหลแรง จนหมดแรง แต่โชคดีมีเรือประมงชาวบ้านแถวนั้นล่องมา เลยขอความช่วยเหลือ ทางเรือประมงจึงให้เกาะขอบเรือวิ่งเข้าฝั่งมาในจังหวัดสตูล เพราะเจ้าของเรือไม่กล้าให้ขึ้น กลัวโรคโควิด-19 จากแรงงานไทยคนนี้ ส่งมายังอีกฝั่งหนึ่ง จากนั้นจึงโทรหาผู้นำในชุมชน และทางผู้นำชุมชนจึงแจ้งมาทางตำรวจน้ำไปรับตัวทันที "จากสภาพเขาตอนนั้นหมดแรงแล้ว เราพามายังสถานีตำรวจน้ำ จากนั้นให้รถโรงพยาบาลฉุกเฉินมารับตัวไปทันที และไปคัดกรองสแกนป้องกันโควิด-19 ซึ่งตรวจแล้วอุณหภูมิในร่างกายปกติ ไม่มีไข้ ทางโรงพยาบาลสตูลจึงทำการกักตัว 14 วันนับจากวันนี้ และนำไปกักตัวที่สถานที่ของทางเทศบาลเมืองสตูล จัดทำที่กักตัวไว้ที่สวนสาธารณะเขาโต๊ะพญาวัง ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล" พ.ต.ท.บรรเจิด อธิบาย พ.ต.ท.บรรเจิด กล่าวต่อว่า นายรัตนพลอยู่ประเทศมาเลเซียมา 20 วันแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้กลับประเทศไทย สถานทูตก็ยังไม่ได้เจอ และยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่อยู่รวมกันรอวันกลับไทย ตกค้างอยู่ที่รัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย โดยไม่รู้ว่าจะได้กลับไทยเมื่อไร จึงตัดสินใจหนีเดินเท้า และว่ายน้ำข้ามทะเลกลับมาคนเดียว สำหรับระยะทางจากชายแดนสตูล กับรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซียห่างกันประมาณ 10 กิโลเมตร โดยนายรัตนพลว่ายน้ำข้ามทะเลประมาณ 100 กว่าเมตร ไปที่เกาะปูยู ตำบลปูยู อำเภอเมือง ซึ่งทางเดินเป็นพื้นดินจากรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซียจากถึงแนวเขตแดน 4 กิโลเมตร ซึ่งเป็นป่ารกร้างแล้วก็ว่ายน้ำข้ามมายังเขตแดนไทย ส่วนข้อหานี้หลบหนีเข้าช่องทางธรรมชาติ โดยผิดกฎหมาย โดยมิได้รับอนุญาตผ่านแดน ส่งต่อให้ฝ่ายปกครองสอบสวนต่อไป เกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNThailand.comfacebook : TNNThailandtwitter : @TNNThailandLine : @TNNThailandYoutube Official : TNNThailand

รวบโจรวิ่งราว หล่นตุ้บจากหลังคาจนมุม เปิดประวัติอึ้ง เข้าคุกกว่า 10 ครั้ง ไม่เข็ด หวนทำซ้ำ
อ่าน

รวบโจรวิ่งราว หล่นตุ้บจากหลังคาจนมุม เปิดประวัติอึ้ง เข้าคุกกว่า 10 ครั้ง ไม่เข็ด หวนทำซ้ำ

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สส.ภ.จว.ตรัง สั่งการให้ พ.ต.ท.จรัญ โอนิกะ สว.กก.สส.ภ.จว.ตรัง พ.ต.ต.ขวัญเจริญ ไกรทอง สว.กก.สส.ภ.จว.ตรัง นำกำลังตำรวจชุดกองกำกับการสืบสวนภูธร จ.ตรัง กว่า 10 นาย เฝ้าติดตามตัวผู้ต้องหาคือ นายอนุรักษ์ กะกา หรือก้า อายุ 28 ปี หลังสืบทราบว่า ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ อ.เมืองตรัง จำนวน 4 คดี จนกระทั่งพบ นายอนุรักษ์ ขี่รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุเข้ามาที่บ้านพัก จึงได้เข้าแสดงตัวแต่ปรากฏว่า นายอนุรักษ์ ตกใจและวิ่งหลบหนีไปทางหลังบ้าน ก่อนจะปีนขึ้นหลังคาบ้านเรือนชาวบ้าน จนแตกตื่น และตกลงจากหลังคา ผ่านฝ่าเพดาน กระแทกพื้น เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปิดล้อมอยู่จึงได้เรียกให้ นายอนุรักษ์ เปิดประตูและสอบถามว่า หลบหนีทำไม ก่อนที่นายอนุรักษ์ จะรับสารภาพว่า ไม่รู้ตำรวจมาทำไม แต่เพิ่งก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวิ่งหลบหนี และเก็บเสื้อผ้าที่ใส่ก่อเหตุ รวมทั้งรถที่ใช้ในการก่อเหตุ ไว้ภายในบ้าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบภายในห้องนอนของนายอนุรักษ์ พบอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน และยาเสพติด (ยาบ้า) จำนวน 1 ถุง ประมาณ 200 เม็ด และนายอนุรักษ์ ฯ ได้นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจยึดเสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุ และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ที่ได้จากการก่อเหตุ ที่บ้านของแฟนแฟนของนายอนุรักษ์ พื้นที่ หมู่ 2 ต.บางเป้า อ.กันตัง ด้วยความสมัครใจก่อนจะนำตัวมาให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำแผลที่บาดเจ็บจากการพลาดตกจากหลังคาบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาต และแจ้งข้อกล่าวหาวิ่งราวทรัพย์ของผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการหลบหนี จากการสืบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาใช้รถ จยย.จำนวน 3 คันใช้ในการก่อเหตุโดยรถทั้งหมดเป็นรถที่ยืมของเพื่อนและคนสนิทมาทั้งสิ้น โดยลงมือก่อเหตุวิ่งราว 4 ครั้ง ห้วงเวลาภายใน 12 วัน โดยวันที่ 27 พ.ค. 65 ได้ทรัพย์สิน เป็นสร้อยคอ 2 สลึง วันที่ 31 พ.ค. 65 ได้ทรัพย์สิน กระเป่า เงินสด 2,200 บาท โทรศัพท์เรียวมี 1 เครื่อง วันที่ 5 มิ.ย. 65 ได้ทรัพย์สิน เงินสด 130 บาท โทรศัพท์ 1 เครื่อง และวันที่ 7 มิ.ย.65 ได้ทรัพย์สิน เงินสด 800 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง โดยเหตุเกิดบริเวณถนนรักจันทน์ หน้าวัดโคกหล่อ และหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กควนปริง ก่อนที่ทางตำรวจจะ รวบรวมพยานหลักฐานทั้งข้อมูลกล้องวงจรปิดจนทราบลักษณะการแต่งกายตำหนิรูปพรรณคนร้าย และติดตามจนทราบตัวและจับกุมได้ในที่สุด จากการพลิกตรวจสอบแฟ้มประวัติผู้ต้องหารายนี้พบว่า เพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำในคดีวิ่งราวทรัพย์และยาเสพติดมาเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 64 และผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกต้องโทษจำคุกจนพ้นโทษในคดีอาญามาแล้วกว่า 10 คดี ตั้งแต่ปี 2553 ครั้นยังเป็นเยาวชน ในคดีเกี่ยวกับวิ่งราวทรัพย์และยาเสพติด จนมาก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ น.ส.ประภานิช ฤทธิ์ท้วม อายุ 18 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกวิ่งราวทรัพย์ กล่าวว่า วันเกิดเหตุขับรถ จยย.มาจากบ้านเพื่อน กำลังจะขับรถกลับบ้านเมื่อมาถึงสี่แยกต้นสมอ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขับกลับบ้านเป็นประจำ คนร้ายจึงขับรถมาประกบและเบียดรถต้น ก่อนจะมองหน้าแล้วหยิบกระเป๋าที่ตั้งอยู่ในตกล้ารถ มีทรัพย์สินอยู่ในนั้นขับหลบหนีไป จึงขับรถตามระยะทางประมาณ 1 กม.แต่เกิดคลาดกันคนร้ายหลบหนีไปได้ รู้สึกตกใจมากแต่ตั้งสติได้จึงขับตามไป อยากฝากบอกคนอื่นๆว่า อย่าตั้งทรัพย์สินไว้ในตะกร้ารถ จยย. แต่โชคดีที่ในวันนี้ได้โทรศัพท์มือถือคืน เพราะผู้ก่อเหตุยังเก็บไว้

สาวโคราชหนีกักตัวจากสุวรรณภูมิ ไม่พอใจ โต้เถียง จนท. ล่าสุดตามครบ 4 คนแล้ว
อ่าน

สาวโคราชหนีกักตัวจากสุวรรณภูมิ ไม่พอใจ โต้เถียง จนท. ล่าสุดตามครบ 4 คนแล้ว

สาวโคราชหนีกักตัวจากสุวรรณภูมิ โต้เถียง จนท.ไม่ยอมกักตัว ก่อนที่ ผวจ.จะกล่อมจนใจอ่อน ล่าสุดจังหวัดนำทั้ง 4 คนจากสุวรรณภูมิกักตัวครบแล้ว นครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง จ.นครราชสีมา เข้าไปเจรจาขอรับตัวผู้หญิงรายหนึ่ง อายุ 39 ปี ที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศแล้วหนีการกักตัวจากสนามบินสุวรรณภูมิ มาอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา แต่ภายหลังจากที่รัฐบาลประกาศให้ผู้ที่หลบหนีการกักตัวจากสนามบินสุวรรณภูมิ ให้เข้ามารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อดำเนินการกักตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ภายในเวลา 18.00 น. วันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ทางจังหวัดนครราชสีมา ต้องเร่งติดตามตัวผู้ที่หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ เพื่อนำตัวไปทำการกักตัวตามคำสั่งรัฐบาลทุกคน แต่ปรากฏว่าหญิงคนดังกล่าวมีการโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ และแสดงความไม่พอใจไม่ต้องการให้ถูกนำตัวไปกักตัว โดยบอกว่าถ้านำตัวไปต้องรับผิดชอบจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดด้วย กระทั่งเวลาต่อมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ต้องเดินทางไปเกลี้ยกล่อมหญิงสาวคนดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยให้เหตุผลว่า พื้นที่กักตัวซึ่งอยู่ใน อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และอาคารสุรนิเวศ 17 ซึ่งเป็นหอพักอยู่ในโซนโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่มีความสะดวกสบาย และมีอาหารให้รับประทานฟรี 3 มื้อตลอด 14 วันของการกักตัว อีกทั้งผู้ที่หลบหนีการกักตัว จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จึงทำให้หญิงสาวคนดังกล่าวยินยอมเดินทางไปกักตัวแต่โดยดี สำหรับผู้ที่หลบหนีมาจากการกักตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมาที่ จ.นครราชสีมา มีทั้งหมด จำนวน 4 ราย ประกอบไปด้วย 1.ชาย อายุ 45 ปี ภูมิลำเนา ต.ประสุข อ.ชุมพวง จ.นครราชสีมา2.หญิง อายุ 18 ปี ภูมิลำเนา ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา 3.หญิง อายุ 32 ปี ภูมิลำเนา ต.หนองบัวศาลา อ.เมืองนครราชสีมา และ 4.หญิง อายุ 39 ปี ภูมิลำเนา ต.มะเกลือใหม่ อ.สูงเนิน ซึ่งขณะนี้ได้ถูกนำตัวไปกักตัวที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีครบทุกคนแล้ว โดยล่าสุดมีกลุ่มเสี่ยงที่ทางจังหวัดนครราชสีมา นำตัวมากักตัวที่อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และอาคารสุรนิเวศ 17 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี รวมทั้งสิ้น 19 คน โดยเป็นกลุ่มเสี่ยงจากหมู่บ้านท่าอ่าง ม.3 ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย จำนวน 10 คน ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย จำนวน 5 คน และผู้ที่หลบหนีมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวน 4 คน

โจรสาวบุกเดี่ยวปล้นธนาคาร ชักอาวุธจี้พนง. คนรอลงทะเบียนเราชนะแตกตื่น
อ่าน

โจรสาวบุกเดี่ยวปล้นธนาคาร ชักอาวุธจี้พนง. คนรอลงทะเบียนเราชนะแตกตื่น

โจรบุกธนาคารใช้ปืนจี้พนักงานแบงก์ ธกส. ชาวบ้านที่มาต่อคิวลงทะเบียนเราชนะแตกตื่น ช่วยตะโกนว่า ตำรวจมา โจรจี้จยย.ชาวบ้านขี่หลบหนี ตร.เร่งล่าตัว วันที่ 22 ก.พ. 64 ร.ต.อ.หญิง สุภาภรณ์ ดวงกัลยา รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ รับแจ้งเหตุมีคนร้าย ใช้อาวุธปืนจี้หวังชิงทรัพย์ ภายในธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขา อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ หรือ ธ.ก.ส. ริมถนนสละชีพ ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.เสมอ อยู่สำราญ ผกก. สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อไปถึงพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ตรงบริเวณเคาน์เตอร์ที่ 3 มี น.ส.จรรยา อายุ 40 ปี พนักงานธนาคาร อยู่ในอาการตกใจ ให้การว่า ช่วงเกิดเหตุขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ให้บริการลูกค้า เป็นช่วงเวลาเที่ยง มีลูกค้าภายในธนาคารรอคิวประมาณ 5 ราย กระทั่งสังเกตเห็นมี หญิงสาว อายุประมาณ 35 ปี ลักษณะคล้ายทอม สวมชุดดำ หมวกกันน็อกเต็มใบ สีดำ เดินตรงเข้ามาในธนาคาร ก่อนจะชักอาวุธปืนออกมาแล้วจ่อมาที่ตน แล้วสั่งให้นำเงินใส่ถุง พร้อมกับตะโกนว่าใครไม่เกี่ยวอย่ายุ่ง ด้วยความตกใจมากตนจึงรีบวิ่งหนี จังหวะนั้นชาวบ้านด้านนอกธนาคารที่เดินทางมารอคิวเพื่อลงทะเบียนโครงการเราชนะ เห็นเหตุการณ์เข้า ได้ช่วยร้องตะโกนเสียงดังว่า ตำรวจมา ๆ ทำให้คนร้ายตกใจ รีบวิ่งหนีออกจากธนาคารไปทันที โดยไม่ทันได้เงินไปสักบาทเดียว รวมระยะเวลาช่วงที่เกิดเหตุที่รวดเร็วมาก ประมาณ 1 นาทีเท่านั้นเอง ทั้งนี้เมื่อคนร้ายวิ่งหนีออกจากธนาคาร ปรากฏว่าได้ใช้อาวุธปืนที่ถืออยู่ในมือ จี้ชิงรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู้ปปี้ไอ สีชมพู จากนางสะอาด อายุ 61 ปี ที่ริมถนนประจวบคีรีขันธ์ ด้านข้างปั๊มน้ำมัน ปตท.หัวเขา ห่างจากธนาคาร ธ.ก.ส.ไม่ถึง 100 เมตร ขณะที่ นางสะอาด กำลังจะขี่รถไปลงทะเบียนโครงการเราชนะ โดยคนร้ายได้ขี่รถหลบหนีไป โดยใช้เส้นทางถนนสวนสน-อ่าวน้อย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้ตรวจพบรถจักรยายนต์ที่คนร้ายจี้ชิงมาแล้วใช้หลบหนี ถูกจอดทิ้งไว้ริมถนนชายทะเลใกล้ร้านอาหาร ชุมชนปากคลองบางนางรม ชาวบ้านในระแวกดังกล่าว ระบุว่าเห็นคนขี่รถจักรยานยนต์มาถึงแล้วจอดรถไว้ ก่อนจะวิ่งข้ามคลองบางนางรมเข้าไปหลบซ่อนในป่าโกงกาง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กระจายกำลังปิดล้อมพื้นที่เพื่อจับกุม พร้อมนำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาหลักฐานของคนร้ายภายในธนาคาร และงดบริการธุรกรรมการเงินลูกค้า พร้อมปิดรับลงทะเบียนโครงการเราชนะวันแรก สำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนเป็นการชั่วคราว และห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่ธนาคารเด็ดขาด

ด่วน! ผู้ต้องหา หลบหนีจากศาลจังหวัดลำปาง
อ่าน

ด่วน! ผู้ต้องหา หลบหนีจากศาลจังหวัดลำปาง

วันที่ 19 มีนาคม 2564 เวลาประมาณ 11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุ 191 จังหวัดลำปาง วิทยุสั่งการด่วร ตามคำสั่ง พล.ต.ต.นันทวิทย์ เทียมบุญธง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดลำปาง ให้เจ้าหน้าที่ เร่งตั้งสกัด ตั้งจุดสกัด ติดตามผู้ต้องหาหลบหนีจากศาลจังหวัดลำปาง โดยผู้ต้องหาเป็นชาย ทราบชื่อต่อมา นายดนุสรณ์ เป็นผู้ต้องหาคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนและ พ.ร.บ.ยาเสพติดโดยเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาที่ศาลจังหวัดลำปาง เพื่อฝากขัง ซึ่งญาติผู้ต้องหายื่นประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกัน จากนั้นผู้ต้องหาอาศัยจังหวะเจ้าหน้าที่เผลอวิ่งหลบหนี และวิ่งออกจากศาลจังหวัดลำปางไปขึ้นรถกระบะมิซูบิชิ ไตรตั้น สี่ประตูสีขาว ไม่ทราบทะเบียน หลบหนีไปล่าสุดเจ้าหน้าที่ประสานชุดสืบสวน เข้าติดตามคนร้ายที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่พบต้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

สาว ส.อบต.เมืองช้าง วิ่งแก้บนกลับบ้านระยะทาง 11 กม. หลังชนะเลือกตั้ง
อ่าน

สาว ส.อบต.เมืองช้าง วิ่งแก้บนกลับบ้านระยะทาง 11 กม. หลังชนะเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2565 เวลา 06.00 น. ที่บริเวณหน้าที่ทำการ อบต.บักได ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ปราณี แหลมทอง อายุ 44 ปี ส.อบต.บ้านหนองแวง ม.15 ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ พร้อมด้วยเพื่อนๆ รวม 5 คนได้ออกวิ่งจากหน้า อบต.บักได กลับบ้านหนองแวง เป็นระยะทาง กว่า 11 กม. เพื่อแก้บนหลังจากที่ก่อนหน้า น.ส.ปราณี ได้ลงสมัคร ส.อบต.บ้านหนองแวง และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับตัวเอง จึงได้ไปบนไว้กับศาลตา-ยาย ประจำหมู่บ้าน ว่า ถ้าหากได้รับการเลือกตั้งจะวิ่งจาก อบต.กลับบ้าน โดยมีเพื่อนๆ และลูกหลานของ น.ส.ปราณี ที่ทราบข่าวก็มาร่วมวิ่งเป็นกำลังใจให้อีกด้วย น.ส.ปราณี เปิดเผยว่า หลังจากที่ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.อบต.บ้านหนองแวง และได้เริ่มลงพื้นที่หาเสียง ก็รู้สึกว่าชาวบ้านให้การตอบรับเป็นอย่างดี แต่ในใจลึกๆ ก็ยังรู้สึกว่า คะแนนยังสูสีอยู่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง จึงได้เข้าไปกราบขอพร และบนไว้กับศาลตา-ยาย ประจำหมู่บ้านที่ตนนับถือมาตลอดว่า หากตน และทีมผู้สมัคร นายก อบต. ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะวิ่งจากหน้า อบต.บักได กลับบ้าน ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ 11 กม. หลังจากนั้นก็มุ่งมั่นหาเสียงเข้าพบปะชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอโอกาสเข้ามาเป็นตัวแทนของชาวบ้าน จนเมื่อถึงวันลงคะแนนเลือกตั้งผลปรากฏว่า ตัวเอง และทีมผู้สมัคร นายก อบต.ได้รับความไว้วางใจอย่างท่วมท้นเกินความคาดหมาย ทำให้ดีใจมาก และหลังจากที่ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จนได้มีการเปิดประชุมสภาให้นายกแถลงนโยบายต่อสภาเป็นที่เรียบร้อย วันนี้จึงถือเป็นฤกษ์ดี วิ่งแก้บนให้กับศาลตา-ยาย ประจำหมู่บ้านที่ตนนับถือตลอดมาตามที่ได้บนไว้ น.ส.ปราณี กล่าว

ตามหาวุ่น! 2 หนุ่มหนีออกจากที่กักตัวไปกินเหล้ากับเพื่อน พยาบาลวอนอย่าทำแบบนี้
อ่าน

ตามหาวุ่น! 2 หนุ่มหนีออกจากที่กักตัวไปกินเหล้ากับเพื่อน พยาบาลวอนอย่าทำแบบนี้

ตามหาวุ่น 2 หนุ่ม หนีออกจากสถานที่กักตัวป้องกันโควิด แอบย่องไปกินเหล้ากับเพื่อน พยาบาลวอนอย่าทำแบบนี้ อยากอดทนรอหน่อย 14 วัน วันที่ 25 ส.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนที่เดินทางมาจาก จ.พื้นที่เสี่ยง หลบหนีออกจากสถานที่กักตัว ที่ศูนย์เด็กเล็ก อบต.บ้านยา ต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 ส.ค. จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานที่กักตัวได้แจ้งไปยัง สภ.หนองหานและนายกอบ ต.บ้านยา โดยเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามหาตัวทั้งคืนในที่สุดก็ติดตามตัวเจอ ขณะหลบไปอยู่เถียงนาท้ายหมู่บ้านบ้านยา พร้อมนำตัวกลับมายังสถานที่กักตัวทันที และมีเจ้าหน้าที่ อพปร.ดูแลเข้มหวั่นจะหลบหนีไปอีก นายบัวจันทร์ ศรีบุญ นายกอบต.บ้านยา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ตนเองพร้อมเจ้าหน้าที่ฯ และตร.ตามหาวุ่นกันทั้งคืนสุดท้ายก็ตามตัวเจอ เบื้องต้นทราบว่าเป็นชายชื่อต้อง เป็นคนที่เดินทางมาจาก จ.ชลบุรีและนายประจวบ เดินทางมาจาก จ.กรุงเทพฯ มากักตัวที่สถานที่แห่งนี้ได้แล้วประมาณ 7 วัน แต่ยังไม่ครบ 14 วันก็หลบหนีไป แต่สุดท้ายก็เจอตัวตอนนี้เราได้ย้ายให้คนทั้งสองไปอยู่หอประชุมอบต.บ้านยา โดยที่ดังกล่าวเป็นหอประชุมใหญ่และมีกุญแจล็อกไว้แน่นหนายามค่ำคืน จากนี้ไปหนีอีกไม่ได้แล้ว ส่วนสาเหตุทราบว่า หนีออกไปเพราะอยากกินเหล้ากับเพื่อน ๆ ขณะที่ พยาบาล รพ.สต.บ้านยา กล่าวว่า ทั้งสองคนเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยทุกๆ เย็นเวลาประมาณหกโมงหรือทุ่มนึง หมอจะวิดีโอคอลเพื่อสอบถามอาการต่าง ๆ โดยเมื่อวานนี้เห็นเขาผิดสังเกตไม่เปิดไฟ เพราะปกติเวลาจะเปิดไฟพูดกับคุณหมอ จึงเดินทางมาดูที่สถานที่กักตัว ปรากฏว่าทั้งสองคนหนีออกจากสถานที่กักตัวไปแล้ว จึงพากันตามหาทั้งคืน สุดท้ายก็เจอตัว โดยทั้งสองคนตรวจหาเชื้อครั้งแรกไม่พบเชื้อ แต่ต้องรอตรวจรอบที่ 2 ยังไม่ตรวจก็พากันหนีแล้ว เราห่วงว่าถ้าเขาตรวจหาเชื้อรอบที่ 2 เจอ เขาหนีออกไปอย่างนี้ หวั่นไปกระจายเชื้อให้คนทั้ง ต.บ้านยา อันนี้น่าห่วง ต้องลุ้นว่าตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 เจอหรือไม่ ตนไม่อยากให้หลบหนีถึงอย่างไรแล้วอยากให้ดูอาการจนครบ ไม่ใช่หลบหนีออกแบบนี้หมอก็หนักใจ ไหนต้องดูแลคนป่วยไหนต้องมาตามหาคนหลบหนี ให้อยากอดทนรอหน่อย 14 วัน ถ้าไม่พบเชื้อก็ออกมาได้แล้ว

ชาว Tik Tok แชร์คลิปนาทีระทึก หลวงพี่ยังต้องวิ่งเมื่อเจอเจ้าถิ่น!
อ่าน

ชาว Tik Tok แชร์คลิปนาทีระทึก หลวงพี่ยังต้องวิ่งเมื่อเจอเจ้าถิ่น!

วันนี้ ( 4 เม.ย. 64 ) ผู้ใช้Tik Tok ได้แชร์คลิปนาทีระทึกที่เกิดขึ้นในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดบึงกาฬ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปเป็นภาพของพระรูปหนึ่งลงไปเคลียร์ทางเก็บกิ่งไม้ที่ที่เกะกะขวางทางรถกระบะโดยพระรูปนี้เดินเก็บกิ่งไม้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งอยู่ดีๆก็หยุดชะงัก แล้วหันหลังวิ่งกลับทันที สร้างความสงสัยให้กับรถกระบะที่ขับตามมาว่าเกิดอะไรขึ้น และความจริงก็เฉลยในทันที เมื่อเห็นช้างสีดอเจ้าถิ่นตัวใหญ่กำลังเดินมา ทำให้รถกระบะต้องค่อยๆขับถอยหลังออกมาเพื่อป้องกันช้างตกใจและวิ่งเข้าใส่มาทำร้ายทั้งนี้คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ของเดือนมีนาคมที่ผ่านมามียอดวิวเกือบ 3 ล้านวิวเลยทีเดียว ชาวเน็ตต่างระบุว่าตอนที่ช้างโผล่ออกมานั้นตกใจมากเพราะตัวใหญ่มากๆ ไม่แปลกใจที่หลวงพี่จะวิ่งจนสบงปลิว" style="height: 1262px;">

'สีดอแก้ว' สุดดื้อ หนีสถานกักกันป้วนเปี้ยนในเขตชุมชน จนท.เร่งผลักดันกลับ
อ่าน

'สีดอแก้ว' สุดดื้อ หนีสถานกักกันป้วนเปี้ยนในเขตชุมชน จนท.เร่งผลักดันกลับ

พี่ใหญ่สีดอแก้วสุดดื้อ หนีสถานกักกันออกมาป้วนเปี้ยนในเขตชุมชนอีกแล้ว เดินอุ้ยอ้ายหากิน โบกหูอย่างใจเย็น ไม่ทำร้ายคน เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ได้รับรายงานจากผู้ใหญ่บ้านบ้านคีรีเขตพัฒนา หมู่ 26 ต.ทุ่งมหาเจริญ อ.วังน้ำเย็น ว่ามีช้างพลาย สีดอแก้ว ซึ่งเป็นช้างป่าที่อยู่ในศูนย์กักกันช้างป่าเขาอ่างฤๅไนหลุดออกมาจากสถานที่กักกัน เข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 26 นายอำเภอวังน้ำเย็นได้มอบหมายให้กำนันตำบลทุ่งมหาเจริญ ประสานหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไนให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ผลักดันช้างดังกล่าวกลับเข้าสถานที่กักกัน แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ จากนั้นได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 26 และหมู่บ้านข้างเคียงประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านในพื้นที่ระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ติดตามและเฝ้าระวังช้างสีดอแก้ว ซึ่งปัจจุบันได้หลบหนีอยู่ในพื้นที่บริเวณวัดคีรีเขตพัฒนา หมู่ 26 ต.ทุ่งมหาเจริญ และขณะนี้สีดอแก้วยังอยู่ในบริเวณวัดคีรีเขตพัฒนา เจ้าหน้าที่จะทำการผลักดันต่อไป เพื่อไม่ให้ช้างสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน

กระบะพุ่งเสยท้าย 18ล้อ ดับสลด เข็มไมล์ค้าง140 เพื่อนเผยขับแข่งมา!
อ่าน

กระบะพุ่งเสยท้าย 18ล้อ ดับสลด เข็มไมล์ค้าง140 เพื่อนเผยขับแข่งมา!

กระบะพุ่งเสยท้าย 18ล้อพ่วง เสียชีวิตคาที่ 1 ราย โจ๋วัย 17 บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย บนถนนในพื้นที่ จ.ชลบุรี พบไมล์ค้าง 140 เพื่อนเผยขับแข่งมากับรถอีกคัน เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 24 ต.ค.2563 ร.ต.อ.ยุทธพล บุญเกิด รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางละมุง รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อ บริเวณหน้าทางเข้าวัดทุ่งกราด ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 3กอ6174 กรุงเทพมหานคร สภาพชนเข้ากับรถพ่วง 18 ล้อบรรทุกเม็ดพลาดสติกของบริษัท บางละมุงทรานสปอร์ต ทะเบียนส่วนหัว 70-9814 ชลบุรี ทะเบียนส่วนหาง 72-2386 ชลบุรี รถกระบะเสียหายยับเยินตกอยู่ข้างทาง มีบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถ 2 ราย คือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี บาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาล กระบะพุ่งเสยท้าย 18ล้อพ่วง เสียชีวิตคาที่ 1 ราย โจ๋วัย 17 บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย บนถนนในพื้นที่ จ.ชลบุรี ส่วนอีกรายชื่อ นายธีรวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี เสียชีวิตอยู่ที่เบาะคนขับ เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือนำร่างออกจากรถ จากการตรวจสอบพบว่า ที่ไมล์วัดความเร็วยังค้างอยู่ที่ 140 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการเบรกยาวกว่า 200 เมตร เข็มไมล์ค้างอยู่ที่ 140 กิโลเมตร จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพวกตนและผู้ตายได้นั่งกินหมูกระทะด้วยกัน หลังจากนั้น ได้แยกย้ายกันกลับ แต่ผู้ตายขับรถแข่งไล่กันมากับรถยนต์อีกคันซึ่งไม่รู้จักกัน มารู้อีกทีก็เจอชนเข้ากับท้ายพ่วง 18 ล้อแล้ว ด้าน คนขับรถพ่วง กล่าวว่า ได้ขับรถออกมาจากทางวัดทุ่งกราดเพื่อกลับรถมุ่งหน้าไปแหลมฉบัง จังหวะนั้น สังเกตเห็นรถยนต์ 2 คันวิ่งมา แต่ 1 คันหักหลบออกไปได้ แต่คันของผู้ตายเบรกไม่ทัน จึงชนเข้าที่ด้านท้ายอย่างจัง หลังเกิดเหตุก็รีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบดังกล่าว เบื้องต้น ร.ต.อ.ยุทธพลได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อสรุปสาเหตุการเกิดเหตุอีกครั้ง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยาเก็บรักษายังโรงพยาบาลบางละมุงต่อไป

ไฟไหม้บ้านหรู เสียหายหลายล้าน 5 ชีวิตหนีตาย สลด แมวเปอร์เซียตาย 4 ตัว
อ่าน

ไฟไหม้บ้านหรู เสียหายหลายล้าน 5 ชีวิตหนีตาย สลด แมวเปอร์เซียตาย 4 ตัว

เมื่อเวลา 04.00 น.วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ต.ท.วิทยา เซ็นบัว พนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในหมู่บ้านวิวสวย ริมถนนบางกรวย-ไทรน้อย ม.3 ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.ไทรน้อยรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดียว 2 ชั้น ไฟกำลังลุกไหม้ที่ด้านหน้าบ้านซึ่งทำเป็นโรงจอดรถ ภายในมีรถเก๋งยี่ห้อเบนซ์ ซีแอลเอ 250 ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ 1 คัน รถกระบะฟอร์ด เอเวอร์เรส 1 คันทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ยามาฮ่ฟีโน่ 1 คันถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เจ้าหน้าที่ดับเพลิงนำรถน้ำ จำนวน 4 คัน ระดมฉีดน้ำนานกว่า 1 ชม.จึงจะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ จากการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าต้นเพลิงมาจากโรงจอดรถก่อนจะไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้คาดว่าน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจรแต่ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานก่อน นายกรวิชญ์ อายุ 15 ปี ลูกชายเจ้าของบ้านเล่าว่า เมื่อเวลา 03.00 น.ขณะที่ตนลุกมาเข้าห้องน้ำได้ยินเสียงดังคล้ายพลุระเบิด ก่อนได้ยินเสียงเพื่อนบ้านตะโกนว่าไฟไหม้เมื่อมองออกจากหน้าต่างมาดูก็พบว่ามีควันไฟพวยพุ่งออกมาจากตัวบ้านเป็นจำนวนมากตนจึงรีบวิ่งไปเรียกพ่อกับแม่ที่นอนอยู่ในห้องนอน ก่อนจะหนีกันออกมาจากทางด้านหลังบ้านปีนรั้วออกมา และพยายามช่วยกันดับไฟ นายชัยยุทธ ประสานวงศ์ อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน กล่าวว่า เป็นเจ้าของบริษัท กีกรกาญจน์ วิศวกรรม รับเหมาก่อสร้าง และบริษัท บริษัท เค-แปลน ดีไซน์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น หลังจากลูกชายมาเรียกว่าไฟไหม้บ้านตนและคนในบ้านร่วม 5 คน ภรรยา และลูก 3 คน ได้รีบวิ่งหนีออกมาจากบ้านแต่เมื่อมาถึงประตูหน้าบ้านก็พบว่าไฟได้ไหม้โรงรถและลามมาที่ประตูทางออกหน้าบ้าน ไม่สามารถหนีออกมาได้ จึงวิ่งหนีไปออกทางประตูหลังบ้านแทน ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและพยาเอาสายยางมาฉีดจากข้างบ้านมาฉีดที่ที่บริเวณโรงจอดรถ ซึ่งขณะนั้นไฟได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงจนรถเบนซ์ และรถกระบะฟอร์ด รถจยย.ที่จอดอยู่ในโรงรถถูกไฟไหม้เสียหายหมดทุกคัน ห้องทำงานทั้ง 2 บริษัทไหม้หมดเอกสาร ได้รับความเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีแมวพันธ์เปอร์เซียสายพันธ์หิมารยัน ที่เลี้ยงไว้ในกรงอีก 4 ตัวถูกไฟคลอกตายหมดทุกตัว ส่วนสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ในครั้งนี้ตนยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบก่อน แต่ยังดีที่ขณะเกิดเหตุตนกับลูกชายยังไม่หลับไม่งั้นอาจจะเป็นอันตรายกันทั้งครอบครัว นอกจากนี้รถตนยังทำประกันไฟไหม้ไว้ด้วย มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 5 ล้านบาท

รอง ผบช.ภาค 2 ลงพื้นที่ สั่งระดมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีบุกเดี่ยวชิงทอง 15 บาท ในห้างดัง จ.สระแก้ว
อ่าน

รอง ผบช.ภาค 2 ลงพื้นที่ สั่งระดมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีบุกเดี่ยวชิงทอง 15 บาท ในห้างดัง จ.สระแก้ว

สระแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เดินทางลงพื้นที่ สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว สั่งระดมชุดสืบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายสวมไอ้โม่ง บุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 15 บาท ในห้างดัง อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า สภ.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เดินทางลงพื้นที่ เพื่อติดคดีอุกฉกรรจ์ที่คนร้ายสวมไอ้โม่งปิดบังใบหน้า บุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 15 บาท ในห้างเพชรทองออโรร่า ภายในห้องบิ๊กซี สาขาวังน้ำเย็น ต.วังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 19.10 น.วานนี้ (11 พ.ย.) โดยคนร้ายใช้เวลาปฏิบัติการบุกเข้าไปภายในห้าง ใช้ปืนจี้พนักงานร้านทองและกระโดดข้ามเคาเตอร์ เพื่อกวาดทองใส่ถุงดำและกระโดนออกมาวิ่งหลบหนีออกมานอกห้าง วิ่งข้ามถนนสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี เข้าไปในซอยข้างร้านวังน้ำเย็นหม้อน้ำ หลบหนีไปได้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามปิดล้อมและตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียง แต่ก็ยังไม่พบตัว พบเพียงหลักฐานรองเท้าที่ถูกทิ้งไว้ 1 คู่ คาดว่าจะเป็นของคนร้าย กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.ต.สุรจิต ฯ เดินทางมาประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ,พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว และ พ.ต.อ.ชณพัฒน์ ศิริเลิศ ผกก.สภ.วังน้ำเย็น โดยมีการสั่งระดมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้วลงพื้นที่เพื่อคลี่คลายคดี ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.วังน้ำเย็น โดยมีชุดสืบสวนของ สภ.ข้างเคียง อาทิ สภ.วังสมบูรณ์ , สภ.คลองหาด และสภ.เขาฉกรรจ์ ร่วมทีมด้วย จากการสอบถามชาวบ้านภายในซอยตรงข้ามห้างบิ๊กซีวังน้ำเย็น ได้ข้อมูลว่า ซอยดังกล่าวแม้จะเป็นซอยตัน แต่ก็สามารถเดินลัดเลาะไปออกซอยต่าง ๆ ได้หลายทาง โดยเฉพาะซอยเอกชนด้านขวามือ ตรงร้านกาแฟ 123 ที่สามารถเดินทะลุไปออกซอยปั๊มน้ำมันพีที ซึ่งคืนวันเกิดเหตุชาวบ้านในซอยได้ยินเสียหมาเห่าไปตามเส้นทางดังกล่าว ขณะที่ชาวบ้านรายหนึ่งในซอยนี้ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวและตำรวจว่า เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีชายคนแปลกหน้า ไม่ใช่คนในซอย รูปร่างท้วม คล้ายกับคนในภาพจากกล้องวงจรปิด มาเดินสำรวจเส้นทางตั้งแต่ท้ายซอยมาออกด้านหน้าซอย ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีการประชุมสั่งการฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ได้กระจายกำลังกันลงพื้นที่ตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ และสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อนำมาประมวลหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังน้ำเย็น ได้ลงพื้นที่กระจายกำลัง เพื่อตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่า คนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนีตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยเช่นกัน แต่ก็ยังไม่พบข้อมูลความผิดปกติหรือวัตถุพยานที่คนร้ายทิ้งไว้ระหว่างหลบหนี

ตามตัววุ่น! หนุ่มวัย29 ป่วยโควิด หนีออกจากที่กักตัว รพ.สนาม หวั่นแพร่เชื้อ
อ่าน

ตามตัววุ่น! หนุ่มวัย29 ป่วยโควิด หนีออกจากที่กักตัว รพ.สนาม หวั่นแพร่เชื้อ

เจ้าหน้าที่ตามตัววุ่น หนุ่มวัย 29 ปี ป่วยโควิด หนีออกจากที่กักตัว รพ.สนาม หวั่นแพร่เชื้อ ใครพบเห็นรถกระบะที่ใช้หลบหนีโปรดแจ้ง 1669 และ191 วันที่ 31 ก.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ระบุว่า มีคนไข้ยืนยันติดเชื้อโควิด หนีออกจากโรงพยาบาลสนามลำพูน สาขาเวียงยอง เมื่อเช้ามืดช่วงเวลาตี 4 ที่ผ่านมา เป็นชายอายุ 29 ปี หลบหนีโดยรถยนต์ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 2ฒ 4320 กทม. หากผู้ใดพบเห็นรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ให้โทรแจ้ง 1669 และ191 ให้เจ้าหน้าที่ส่วนเกี่ยวข้องไปรับตัว ทั้งนี้ หนุ่มวัย 29 ปี ชาว จ.ลำพูน ถูกส่งมารักษาตัวเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 64 ล่าสุด ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ได้รับการประสานจาก รปภ. ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาลำพูนว่า พบรถกระบะต้องสงสัย ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับออกจากห้างฯ แล้วขับรถมุ่งหน้าไปทางเส้นทางบ้านหนองเป็ด คาดจะไปตามทางในพื้นที่ ต.เหมืองง่า อ.เมือง จ.ลำพูน เบื้องต้นให้ทุกตู้ยามในเขตท้องที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองลำพูน สังเกต หากพบให้จับกุมทันทีโดยไม่ต้องนำส่งให้ประสานกับ รพ.สนามฯ ให้มารับ เนื่องจากทางตำรวจไม่มีชุด PPE และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ระทึก จงอางยักษ์ หมารุมหนีซุกใต้ท้องรถ แผ่แม่เบี้ยฉกสู้ ทีมพิทักษ์งู ชาวบ้านแห่ส่องทะเบียน
อ่าน

ระทึก จงอางยักษ์ หมารุมหนีซุกใต้ท้องรถ แผ่แม่เบี้ยฉกสู้ ทีมพิทักษ์งู ชาวบ้านแห่ส่องทะเบียน

ระทึก จงอางยักษ์ แผ่แม่เบี้ยฉกสู้ ทีมพิทักษ์งู เจ้าของแจ้ง หมารุมหนีซุกใต้ท้องรถ ล่อเข้ากล่องพลาสติก เตรียมปล่อยคืนธรรมชาติ ชาวบ้านแห่ส่องทะเบียน เมื่อเวลา 22.20 น. วันที่ 10 มี.ค.65 ศูนย์วิทยุกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบงูจงอางตัวขนาดใหญ่ เลื้อยหนีสุนัขเข้าไปซุกใต้ท้องรถ เกรงมีคนได้รับอันตราย ให้มาช่วยจับไปปล่อยคืนป่าธรรมชาติ โดยเหตุเกิดบริเวณบ้านพักเลขที่ 35 หมู่ 1 บ้านสิ้ว ต.สองพี่น้อง อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังรับแจ้งได้ประสานไปยัง สิบเอก ณัฐพล เสืองาม เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาล ตำบลหนองคล้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ครูฝึกอสรพิษวิทยา พร้อมทีมงานอสรพิษวิทยาภาคตะวันออก, อาสาพิทักษ์งูเมืองจันท์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี พร้อมอุปกรณ์ ร่วมเดินทางตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เป็นบ้านพักชั้นเดียวปลูกอยู่กลางสวนผลไม้ พบ นางสังวาลย์ มูลทองสงค์ อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน พาตรวจสอบ รถกระบะ โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน บค-2956 จันทบุรี ที่ใช้บรรทุกเครื่องพ่นยา จอดอยู่หน้าบ้าน มีงูจงอางเลื้อยเข้าไปตรวจซ่อนตัว เบื้องต้นพบงูจงอางตัวขนาดใหญ่ เลื้อยเข้าไปซ่อนตัวอยู่บนถังน้ำมันใต้ท้องรถซึ่งเป็นพื้นที่แคบ และมืด ไม่สามารถใช้อุปกรณ์เข้าไปจับตัวได้ ต่อมาทีมอาสาพิทักษ์งู ใช้แสงไฟส่องเข้าไปใต้ท้องรถ ทันทีที่สบโอกาสและเห็นช่องทาง ได้ใช้มือเปล่าล้วงเข้าไปคว้าจับตัวงูจงอาง ดึงออกมาจากใต้ท้องรถ ให้ออกมาในที่โล่ง เพื่อไม่ให้งูตื่นตกใจ ง่ายต่อการควบคุม ตรวจสอบและวัดขนาดเพื่อเก็บข้อมูล พบงูจงอางตังดังกล่าว เป็นงูเพศเมียวัยเจริญพันธ์ ความยาว 3.29 เมตร น้ำหนักราว 10-12 กก. โดยเกล็ดของงูมีเหลืองทอง เป็นลักษณะพิเศษแตกต่างจากงูจงอางป่าทั่วไป พบได้ค่อนข้างยาก ต่อมาทางทีมพิทักษ์งู หลอกล่องูจงอาง ซึ่งพยายามแผ่แม่เบี้ยฉกสู้ ใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถทำให้เลื้อยเข้าไปซ่อนตัวในกล่องพลาสติก เพื่อหลบภัยตามสัญชาติญาณ ก่อนเตรียมนำกลับพักฟื้น รอการปล่อยคืนป่าธรรมชาติที่ห่างไกลชุมชนต่อไป สอบถาม นายแสวง บุญมาก อายุ 35 ปี คนงานดูแลสวนผลไม้ ที่พบงูจงอาง เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียง เจ้าอ้วน และ เจ้าจ่อย สุนัขพันธ์ไทยอายุ 3 ปี ที่เลี้ยงไว้ ส่งเสียงเห่าผิดปกติ เมื่อออกมาดูพบว่า กำลังเห่าไล่งูจงอางตัวขนาดใหญ่ ที่พยายามยกหัวแผ่แม่เบี้ยขึ้นสูงกว่า 1 เมตร เพื่อป้องกันตัวสุดฤทธิ์ ก่อนเลื้อยหนีไปรอบบ้าน โดยมีสุนัขไล่ตามไปติดๆ จนงูจงอางเลื้อยหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องรถ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯมาช่วยจับดังกล่าว ขณะที่ นางสังวาลย์ เล่าว่า ตั้งแต่เกิดมา ไม่เคยพบเห็นงูจงอางตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แต่ดูจากลักษณะของงูจงอางที่มีเกล็ดสีทอง และสุนัขไม่กล้ากัด ตลอดจนไม่ทำร้ายคนในบ้าน คาดว่าจะเป็นบริวารพญางูมาให้โชคลาภ จึงเลื้อยหนีไปซุกใต้ท้องรถ แทนที่จะเลื้อยหนีเข้าไปในป่า ขณะที่เพื่อนบ้าน ที่มาสังเกตการณ์ ต่างพากันจดเลขทะเบียนรถ และขนาดความยาวของงู เพื่อนำไปตีเลขเด็ด หวังได้โชคลาภ ลั่นชัดเจนมาก งวดนี้มาแน่

หนุ่มสตูลซิ่งเก๋ง หนีด่านโควิด-19 เสียหลักลงข้างทาง หวิดดับ
อ่าน

หนุ่มสตูลซิ่งเก๋ง หนีด่านโควิด-19 เสียหลักลงข้างทาง หวิดดับ

วันที่ 30 ธันวาคม นายสิทธิชัย ลีลานนท์ กำนันตำบลควนขัน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เปิดเผยว่า ขณะนำทีมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตำรวจ ทหาร ตั้งด่านตรวจความมั่นคงชุมชนป้องกันโควิด-19 หมู่ที่ 1 ตำบลควนขัน อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ระหว่างรอยต่อตำบลคลองขุด และตำบลบ้านควนอยู่นั้น จู่ ๆ มีรถยนต์เก๋งโตโยต้า วีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน 4 กภ 8043 กทม ขับมาด้วยความเร็ว เมื่อเห็นด่านชุมชนส่อพิรุธก่อนรับเลี้ยวหัวกลับขับไปด้วยความเร็วสูง จากนั้นเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจจึงขับตาม ห่างจากจุดตั้งด่านไปประมาณ 1 กิโลเมตรรถคันดังกล่าวหายไปเส้นทางสะพานรอยต่อ (เขาเจ๊ะโป๊ะ) ตำบลควนขัน กับบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จึงสอบถามชาวบ้านในละแวกต่างพากันชี้ไปที่ข้างทางในโพงป่าหญ้าคาลึกประมาณ 15 เมตร เห็นแต่ไฟท้ายรถกระพริบอยู่ จากนั้น ร.ท.อนพัทย์ อินทะไชย หัวหน้าชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชนที่ 4113 หรือ (ชพส.4113) กอ.รมน.ภาค 4 สย.1 พร้อมนายปฐมพงศ์ อินทรภักดิ์ ปลัดอำเภอเมืองสตูล, นายสิทธิชัย ลีลานนท์ กำนันตำบลควนขัน, ร.ต.ต.ธนกร ชัยโรจน์ สายตรวจเนินสูงร้อยเวรปราบปราม สภ.เมืองสตูล ลงไปดูยังที่เกิดเหตุก่อนนำคนขับรถและผู้โดยสาร 1 คนออกจากตัวรถ ทราบภายหลังชื่อ นายอนาวิน อายุ 33 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 6 ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว และนายรอซีดีน ชาวตำบลฉลุงเช่นกัน อยู่ในอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ติดอยู่ภายในรถ จึงเร่งประสานให้มูลนิธิธรรมรังสี เข้ามารับตัวรีบส่งโรงพยาบาลสตูลทันที โดยของกลางพบที่ท้ายรถยนต์เก๋งมีปืนไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก ขนาด จุด 22 พร้อมบุหรี่หลบหนีภาษีจำนวน 16 ซอง ก่อนเจ้าหน้าที่ทำการยึดรถและส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากเหตุการณ์ในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากมีการตั้งด่านชุมชนด้านความมั่นคงเน้นหนักไปที่สถานการณ์โควิด-19 เป็นคืนแรก ทำให้ผู้กระทำความผิดที่ชะล่าใจคิดว่าเส้นทางในหมู่บ้านจะปลอดเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เป็นการกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายไปในตัวพร้อมกันด้วย

นาทีระทึก! ตำรวจพลเมืองดี สยบชายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง
อ่าน

นาทีระทึก! ตำรวจพลเมืองดี สยบชายเกิดอาการคลุ้มคลั่ง

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 27 พ.ค.63 พ.ต.ต.ยงยุทธ หวานเหนือ สว.สส.สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุมีบุคคลคลุ้มคลั่ง อาละวาด เหตุเกิดที่ด้านหน้าโครงการบ้านเอื้ออาทรจังหวัดชลบุรี นาเกลือ ต.หนองปรือ อ .บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเขต เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุบนถนนชัยพรวิถี ด้านหน้าโครงการบ้านเอื้ออาทร พบผู้ชายทราบชื่อภายหลังคือนายพีรชัย หิรัญศิริ อายุ 32 ปี สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นแบบสามส่วน ไม่สวมเสื้อ อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง โวยวายว่ามีคนจะมาทำร้ายลูกกับเมีย ในมือถืออาวุธเป็นส้อม อยู่กลางถนน มีภรรยาและลูกนั่งอยู่ในศาลาข้างทางร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว เจ้าหน้าที่จึงจัดกำลังปิดถนนไม่ให้รถสัญจรผ่านป้องกันอันตราย ระหว่างนั้นนายพีรชัย เริ่มมีอาการคลุ้มคลั่งอย่างหนักวิ่งกระโดดไปมา เจ้าหน้าที่ และพลเมืองดีจึงล้อมกรอบพยายามเข้าระงับเหตุ จนผู้ก่อเหตุวิ่งหนีไปขึ้นบนหลังคารถยนต์ เจ้าหน้าที่และพลเมืองดีเข้าล้อมจับจนสามารถควบคุมตัวไว้ได้อย่างโกลาหล โดยตัวผู้ก่อเหตุก็ยังมีอาการเพ้อตลอดเวลาว่ามีคนจะมาทำร้ายลูกและเมีย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.หนองปรือ สอบถามนายวรยุทธ์ กลีบบัว อายุ 26 ปี ทราบว่าในระหว่างที่ตนเองและภรรยาขับรถกลับที่พักเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านจำนวนมากยืนเต็มถนน แต่ไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์อะไร จังหวะนั้นได้มีผู้ชายลักษณะคลุ้มคลั่งวิ่งหนีการไล่จับกุมมากระโดดขึ้นบนหลังคารถ โดยมีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านไล่ติดตามมาและล้อมจับอยู่รอบตัวรถ ตนเองและภรรยาซึ่งยังอยู่ในรถอยู่ในอาการตกใจทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายพีรชัย ไปสงบสติอารมณ์ที่สภ.หนองปรือ ก่อนจะทำการตรวจสารเสพติดในร่างกาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนภรรยาและลูกนั้นยังอยู่ในอาการตกใจไม่สามารถให้การใดได้ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับผู้ที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมากดชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ชลบุรี-พัทยา กับ พัทยานิวส์ผ่านไลน์ได้แล้ววันนี้