รีเซต

ผลการค้นหา “ZeeNuNewの恋するTOKYOデート ~世界的大ヒット!タイBLドラマの二大スターが来日~” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
"ซี - นุนิว" ฉลองวันครบรอบแฟนด้อม จัด "ZeeNuNew 2nd Fan Sign"
อ่าน

"ซี - นุนิว" ฉลองวันครบรอบแฟนด้อม จัด "ZeeNuNew 2nd Fan Sign"

คิวงานฮอตต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ จนทำให้ 2 หนุ่ม "ซี พฤกษ์ พานิช" และ "นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์" ได้รับโอกาสทำงานที่หลากหลายจนสั่งสมประสบการณ์มากมาย และด้วยศักยภาพที่เก่งรอบด้าน เลยทำให้มีผลงานให้แฟนคลับอย่างเหล่า "ซนซน, ซันไชน์, นานานุ" (ชื่อเรียกแฟนคลับ) ติดตามและคอยซัพพอร์ตอย่างต่อเนื่อง "ซี - นุนิว" ฉลองวันครบรอบแฟนด้อมจัด "ZeeNuNew 2nd Fan Sign" ล่าสุด "ซี-นุนิว" ยังทำให้ใจบางกันสุด ๆ ด้วยการส่งโฟโต้บุ๊คเล่มที่ 2 "ZeeNuNew Be Closer" ออกมาให้แฟนคลับได้เป็นเจ้าของ ซึ่งจะได้อินไปกับภาพสวย ๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น และความรักที่สะท้อนออกมาจาก ซี-นุนิว ซึ่งทำถึงตรงตามคอนเซ็ปต์อย่าง ZeeNuNew Be Closer จริง ๆ เพราะใกล้ชิดสนิทแนบแน่นกันมาก จนเรียกได้ว่าเปิดครบทุกหน้าจนจบเล่ม แฟนคลับต้องยิ้มแก้มแตกแน่ ๆ พร้อมความพิเศษในโอกาสครบรอบ 2 ปี ที่ได้เปิดตัวชื่อด้อม "ซนซน" อย่างเป็นทางการในวันที่ 21 เมษายน โดยแฟนคลับผู้โชคดี 1,500 คน ได้มาใจฟูไปด้วยกันในงาน "ZeeNuNew 2nd Fan Sign" ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณแฟนคลับที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด และฉลองวันครบรอบไปด้วยกัน โดยเป็นโมเมนต์ที่เต็มไปด้วยความสุข นอกจากนี้ผู้โชคดี 500 คน ยังได้ Say Hi และได้ลายเซนต์ ซี-นุนิว พร้อมสบตาระยะใกล้ จนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะอีกด้วย สำหรับโฟโต้บุ๊ค "ZeeNuNew Be Closer" ซึ่งเป็นเล่มที่ 2 ในชีวิตของ "ซี-นุนิว" สัมผัสได้ถึง 2 หนุ่มที่โตขึ้นซึ่งมีความแตกต่างจากเล่มแรกที่ออกมาเมื่อปีก่อน โดย ซี-นุนิว เป็นผู้คิดคอนเซ็ปต์นี้ขึ้นมา พร้อมเอ็นจอยกับการไปถ่ายในสถานที่ต่าง ๆ อย่าง ปากคลองตลาด และสะพานพุทธ โดยให้อารมณ์แนวสตรีทที่สะท้อนให้เห็นอีกสไตล์ของ ซี-นุนิว รวมถึงยังใกล้ชิดกันอีกในสตูที่บอกได้เลยว่าต้องร้อง โอ้โห! ไปกับความเป็นมืออาชีพในการโพสต์ท่า แบบไม่ต้องไกด์ แต่มาจากอินเนอร์ด้านในที่เรียกได้ว่า ซี-นุนิว แพรวพราวสุด ๆ พร้อมกับนิยามที่ทั้งคู่บอกว่าโฟโต้บุ๊คเล่มนี้ แซ่บ สวย และมีความสุข งานนี้ "ซี-นุนิว" เผยว่า "โฟโต้บุ๊ค ZeeNuNew Be Closer เล่มนี้ พวกเราตั้งใจทำกันมาก ๆ ทั้งคิดคอนเซ็ปต์เองที่อยากให้ออกมาในอารมณ์ของความใกล้ชิด เพราะพวกเราก็สนิทกันมาก ๆ Mood Tone ของภาพก็มีความอบอุ่น มีกลิ่นอายความวินเทจ มีความสตรีท ที่เป็นอีกสไตล์ที่ไม่ค่อยเห็นพวกเราในมุมนี้ นอกจากนี้ยังมีบางภาพที่สลับกันถ่ายด้วย หวังว่าทุกคนจะชอบและประทับใจกับโฟโต้บุ๊คเล่านี้ ซึ่งทำมาเพื่อฉลองครบรอบ 2 ปี ซนซน ซึ่งเป็นแฟนคลับที่น่ารักของพวกเรา ชอบภาพไหนมาแชร์ให้ดูกันด้วยนะครับ" ไม่ใช่แค่แฮปปี้ไปกับโฟโต้บุ๊ค รวมถึงได้ใกล้ชิด "ซี-นุนิว" ในงาน Fan Sign เท่านั้น เพราะงานนี้ยังเต็มอิ่มไปกับ Mini Show จากทั้งคู่ ที่เตรียมมาเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็น 1 วันที่คุ้มค่าและมีความหมายกลายเป็นความทรงจำสุดอบอุ่นที่ ซี-นุนิว และแฟนคลับอย่างซนซน ซันไชน์ นานานุ ได้มีร่วมกัน อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : กรี้ดออกมาสิคะ! ไพล็อต ข้ามฟ้าเคียงเธอ งานดี ซี-นุนิว เคมีเริ่ดพร้อมจิกหมอน น่ารักจัง! นุนิว เซอร์ไพรส์ ซี เปย์ของขวัญย้อนหลังวันวาเลนไทน์ แรงแห่งความคิดถึง! ซี-นุนิว ครบรอบ 2 ปีซีรีส์ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ มาแรงติดเทรนด์ที่ 1

รีวิวหนัง Weathing With You 天気の子
อ่าน

รีวิวหนัง Weathing With You 天気の子

 เครดิตรูปภาพจากภาพยนตร์ Weathering With You --เนื้อเรื่องคร่าวๆและตัวละครรายละเอียดหนัง--           เรื่องราวสุดประทับใจจากผู้กำกับสายอนิเมะ Makoto Shinkai จากภาพยนตร์การ์ตูนสุดประทับใจที่ทุกคนชื่นชอบ “Your Name” ชื่อไทย “หลับตาฝันถึงชื่อเธอ” จนมาถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าทำไมชื่อไทยแม่งแปลได้ยาวขนาดนี้ถ้าแปลจริงๆคือแค่ ชื่อของคุณ ก็น่าจะเรียบง่ายและดูน่าค้นหาแล้ว 5555 ความเห็นส่วนตัวๆ ซึ่งในรอบนี้การกลับมาของผู้กำกับท่านนี้ได้เอาฉากเรียกน้ำตามาฝากกันเช่นเคยรวมไปถึงเอาตัวละครจากในเรื่อง Your Name มาให้หายคิดถึงกันด้วยนะ~ ดูกันให้ดีๆละสนุกแน่นอน          มาว่ากันต่อในเรื่องของตัวละครซึ่งตัวละครหลักๆที่เราจะได้เห็นในเรื่องก็มี โมริชิมะ โฮดากะ เป็นพระเอกสุดหล่อยืนหนึ่งในเรื่องฮ่าๆและนางเองสุดคาวาอี้คือ ฮินะจัง นั่นเองซึ่งผมบอกเลยว่าขอไม่บอกรายละเอียดเยอะเพราะอาจสปอย์เนื้อหาบางส่วนของหนังซึ่งเนื้อเรื่องคร่าวๆเนี่ยก็ประมาณว่า Hokada เป็นชายหนุ่มอายุเพียงแค่ 16 ปี (ผิดขออภัย) มาจากชนบทย้ายมาอยู่ Tokyo แล้วใช้ชีวิตที่นั่นแล้วสังเกตว่าฝนนั้นตกอยู่ตลอดเวลาสภาพอากาศแปรปรวนอย่างน่าประหลาดใจและตอนหลังได้ไปทำงานเป็นนักเขียนแบบผมนี่ไงกำลังเขียนๆอยู่ แล้วก็ไปเขียนเอาเข้ากับเรื่องราวที่ว่ามีคนสามารถที่จะเปลี่ยนสภาพอากาศได้ตามต้องการ เรียกกันว่า แม่สาวฟ้าใส !! (Otenki-Girl) เรื่องราวคร่าวๆก็ประมาณนี้เนอะปะเราไปต่อในส่วนของการรีวิวหลังจากดูเสร็จเครดิตรูปภาพจากภาพยนตร์ Weathering With You--Review--           แค่เปิดมาฉากแรกก็ชวนทำให้คิดถึงภาพเก่าๆของ Your Name ลักษณะของตัวละครเอยภาพต่างๆที่ทำออกมาได้แบบว่าสมจริงแต่ยังคงความเป็นการ์ตูนอนิเมอยู่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครที่สำคัญในหนังเรื่องนี้ยังให้ความสำคัญกับเอกลักษณ์ที่ของแต่ละตัวละครแสดงออกมาให้เราเห็นจนเราผูกพันกับตัวละครได้ในระยะเวลาไม่นานซึ่งช่วยทำให้ตอนท้ายๆอินจนถึงขั้นน้ำตาแตกไงละหึหึ แต่ผมไม่ได้ร้องนะแค่ซึมๆตัวหนังนั้นจะเล่าประวัติความเป็นมาของตัวละครให้เราได้ทราบพอสมควรอีกทั้งยังทำให้เราพอดูหนังเรื่องนี้ไปจะแยก Character ออกมาได้อย่างชัดเจนโดยที่เราไม่ต้องคิดไปเองว่าเขาจะเป็น งี้นะๆหนังจะทำให้เราตัดเรื่องนี้ไปและไปเอาใจช่วยตัวละครแต่ละตัวได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียวเครดิตรูปภาพจากภาพยนตร์ Weathering With You             ส่วนที่ดีกว่า Your Name อีกจุดคือเรื่องของเพลงประกอบที่มากขึ้นสำหรับผมนั้นถือว่าดีเลยนะเพราะเพลงจะช่วยให้เราอินกับหนังมากขึ้นอีกทั้งยังเพราะเอามากๆหลายเพลงถึงแม้ฟังครั้งแรกผมอาจจะไม่ได้ความหมายหรือจับใจความไม่ได้มากแต่ก็เข้าใจเลยว่าฟิลของเพลงจะถ่ายทอดมาประมาณนี้ เอาจริงๆแค่ไปนั่งฟัง Melody ของตัวเพลงเองก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วบวกกะภาพแบบนี้ต้องบอกเลยว่าฟินจริงๆตรงนี้ช่วยเรียกคะแนนได้อย่างมากเลยทีเดียวสำหรับผม ถ้าพูดถึงเรื่องของจังหวะต่างๆในการปล่อยตัวเพลงต้องบอกเลยว่าทำออกมาได้เป๊ะและแทบหาข้อผิดพลาดไม่ได้เลยเพราะมันเป๊ะจริงๆแบบ เชี่ยยยยยยย เพลงนี้จังหวะนี้อย่างได้ อย่างหล่อโอ้โหอย่างได้อารมณ์ อื้อหือๆๆ ผมดูจบแล้ว End Credit ขึ้นยังนั่งฟังเพลงอยู่เลย ฮ่าๆ ที่ผมจะบอกว่าเพราะมากก็เช่นเพลง Grand Escape , Is There Anything Love Can Do , Rain Again เป็นต้น บอกเลยว่าสามเพลงนี้ดีงามสุดๆเครดิตรูปภาพจากภาพยนตร์ Weathering With You             ว่ากันต่อด้วยเรื่องของพวกภาพรายละเอียดสิ่งรอบข้างต่างๆต้องบอกเลยว่าหนังเรื่องนี้ยกเอาสถานที่บางสถานที่มาจาก Tokyo จริงๆเนอะเพราะงั้นดูจบ ใครอินจัดบินไปเลยจ้า Japan ถ่ายรูปสถานที่ตามรอย Weathering with you 555 ในหนังเนี่ยทำภาพออกมาได้สวยและสมจริงแต่ก็ยังคงคอนเซปต์ของความเป็นการ์ตูนซึ่งทำให้ภาพออกมาแหวกไม่เหมือนใครโดยเฉพาะพวกฉากอาหารเนี่ยแม่งเอ้ยได้รับพลังมาจาก Flavor of Youth พอสมควรภาพนี้ขึ้นมาเลย ใครไปดูไม่ได้ทานไรไปละก็หาไรทานก่อนไปดูเพราะเองหิวแน่ๆบอกเลย เขาทำฉากพวกอาหารการกินได้แบบว่าน่ากินสุดๆจนอยากให้มาเสริฟตรงหน้ากินไปดูไป 555555            ตัวละครที่ผมชอบมากเลยคงจะเป็นเจ้าเหมียวน้อยที่ชื่อว่า Rain นี่ละ เพราะความน่ารักของมันที่แทบจะแฝงตัวเข้าไปในหนังได้อย่างแนบเนียนทำให้หนังไม่เศร้าและเรียกเสียงหัวเราะความน่ารักได้พอสมควรทำให้ผมชอบมันเอามากๆเลย ผมไม่บอกหรอกว่าน้องเขามาจากไหนมายังไง ไปดูกันเอาเองน้าาาา ^^ เครดิตรูปภาพจากภาพยนตร์ Weathering With You            สรุปแล้วหนังเรื่องนี้ควรค่าแก่การไปดูเพราะหากใครชอบผลงานภาพอันเป็นเอกลักษณ์แบบนี้และเรื่องราวที่เข้าถึงง่ายกว่า Your Name แล้วละก็ไปดูเถอะไม่ผิดหวังแน่นอนแต่ อ้อ อย่าลืมพาคนพิเศษไปดูด้วยกันละ5555 บอกเลยว่าเป็นเดทที่ดีได้เลยน้า ^^ ส่วนตัวผมขอให้หนังเรื่องนี้ดีกว่า Your Name และก็ดีต่อใจผมมากๆที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรง ผมขอให้คะแนนหนังเรื่องนี้ที่ 8.5/10 เลยแล้วกันนะ มันดีมากจริงๆไม่ผิดหวังเลยเหมียวน้อย Reiko image widget 

Yama no Tsubaki - 山の椿 - ยามาโนะ สุบากิ อร่อยและดี มีอยู่จริง!!!
อ่าน

Yama no Tsubaki - 山の椿 - ยามาโนะ สุบากิ อร่อยและดี มีอยู่จริง!!!

Yama no Tsubaki - 山の椿 - ยามาโนะ สุบากิ #โชว์รีวิวโพสนี้มีของแถมเพิ่มนะอาหารญี่ปุ่น อร่อยขั้นเทพ ในราคาที่สัมผัสได้ โพสนี้ fc Demon Slayer ต้องตำ #ร้านเด็ดที่อยากดัน ⭐ดูรีวิวใน Youtube 》https://youtu.be/t_b-3Bu4_UU Yama no Tsubaki เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น , ดงบุริ และ อิซากายะสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ในราคาเบาสบายกระเป๋า อร่อยแบบ #homemade 💋เมนูแนะนำ🍱🍣🥢🥟 🥟เกี๊ยวซ่า ทางร้านจะเป็นเกี๊ยวซ่าไก่ทอดกรอบนอก อร่อยใน ใครลองก็ต้องชอบ 🍡ทาโกะยากิ เข้มข้น เต็มรสชาติทาโกะ 🍛ข้าวหน้าปลาไหลย่างซีอิ๊ว เมนูนี้คือต้องขอสั่งซ้ำ เป็นอีกร้านที่ขอบอกเลยว่าอร่อยสุดๆ! ยกให้เป็น no.1 เลย แตกต่างจากที่อื่นเพราะทางร้านใช้ปลาไหลสด มาย่างกับซีอิ๊วสูตรเด็ด ย่างจนเข้าเนื้อไม่แห้งแข็งเกินไป ทานคู่ข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนหยุดตักเข้าปากไม่ได้ 🍣ข้าวหน้าปลาแซลมอนซาชิมิ มาพร้อมไข่ปลาแซลมอน เมนูขายดีประจำร้าน สดทุกชิ้น ฟินทุกคำ 🍗ไก่ย่างญี่ปุ่น ทอดกรอบๆ แต่ยัง Juicy มาก บีบมะนาวลงไปตัดเลี่ยนหน่อย อื้มมมม😚 🍖คาคูนิ เจ้าหมูสามชิ้นต้มซีอิ๊วคอลลาเจนเน้นๆ นุ่มเด้งเห็นชิ้นหนา แต่แค่เอาปลายช้อนตักลงไปก็แทบละลายทานคู่ข้าวร้อนๆ โคตรฟิน~ 🥗เซตหมูผัดกิมจิและอาหารประจำวัน คงรสชาติกิมจิได้เหมือนเดิม เป็นอีกความตั้งใจของร้าน ที่เสิร์ฟในเซตที่มีเมนูอาหารประจำวันหมุนเวียน อร่อยได้ไม่จำเจ ^^ 🍛ข้าวแกงกะหรี่ไก่คาราเกะ ปกติชอบแกงกะหรี่เผ็ดๆ ที่ไหนไม่เผ็ดต้องราดพริกเพิ่ม แต่ร้านนี้คือเอาอยู่ ไม่เผ็ดมากไป แต่อร่อยด้วยตัวเอง ส่วนไก่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเป็นไก่คาราเกะ Homemade ชิมแล้วรับรู้ได้เลย ไก่ Juicy กรอบ ทานคู่กับรสแกงเด็ดมาก อยากจะคลุกกับข้าวแล้วทานให้หมดเลยทีเดียว 🍝ยากิอุด้งเบคอน ใครว่าหน้าตาเบาๆ ที่ไหนก็มี Noo!!! อย่าหาทำ ลองก่อนสิเธอ กลิ่นงี้เตะจมูก ทางร้านบอกคลุกให้เข้ากันก่อน อร่อยแบบเลเวลอัพ! 🍜ชิโอะราเมง เห็นซุปใสๆ แต่ชิมแล้วเข้มข้นนะเออ หมูสับรสแบบแม่ทำให้ชิม ซู้ดดังๆ พร้อมเส้นและซุป เมนูนี้ทำเอาคิดถึงแม่เลยน๊า ^^ 🎉ปิดท้ายด้วยโปรฯ ของร้าน 🍛US. กิวนาเบะ + ไข่ออนเซ็น หรือเบนโตะรถไฟของท่านเร็นโกคุ เคียวจูโร่ จากอนิเมะเรื่องดัง "Demon Slayer" ใช้เนื้อ US Beef เพิ่มความอร่อยไปอีกระดับ ชิมไป 1คำ อร่อยจนหยุดไม่ได้ เข้าใจแล้วทำไม ท่านเร็นโกคุถึงจัดไป 11 กล่องเลย ก็อร่อยจนต้องร้องว่า "Umai!" เลยทีเดียว ใครสนใจสั่งเมนูนี้ได้จากราคาปกติ 280บาท เหลือ 190บาท ถ้าใส่ไข่บวกเพิ่มอีก 30บาท บอกพิกัดร้านนิ๊ดนุง ��Yama no Tsubaki - #山の椿 - ยามาโนะ สุบากิ🎌🍱🥢 ตั้งอยู่อาคารเมืองไทยภัทร ชั้น 1 ริมถนนทางเข้าที่จอดรถ หน้าวงเวียนทางเข้าอาคาร MRT สุทธิสาร 300 เมตร มีที่จอดรถ (จอดในอาคารจอดรถเมืองไทยภัทรเลย จอดฟรี 2ชม.) เปิดร้านทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10:30น.-20:00น. หยุดทุกวันอาทิตย์ Tel.0818542566, 0969785533 ⭐⭐พิเศษสำหรับเพจ ส้มไปเรื่อย⭐⭐ โชว์โพสรีวิวนี้ที่ร้าน เมื่อทานครบ 🍱🍱 ❤500บาท เลือกทานฟรีเมนู ทาโกะยากิ, เกี๊ยวซ่า, ไข่หวาน, หรือ คร็อกเก้ครีมปู ❤1,000บาท เลือกทานฟรี ปูอัดแซ่บ, ซาบะย่างซีอิ๊วไซด์ S, ไก่ย่างญี่ปุ่น, หรือ แซลมอนซาซิมิ ❤1,500บาท เลือกทานฟรี ซาบะดองบนไฟ, แซลมอนแซ่บ, ปลาดิบรวมชุดเล็ก, หรือ US. กิวด้ง เมื่อมาใช้บริการตั้งแต่เวลา 15:00น.-19:30น. ทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ ได้ตั้งแต่วันนี้ 31 พ.ค. 64 มาเลยๆ ราคาไม่แพง แถมใช้สิทธิ์ คนละสิทธิ์ และ เราชนะได้อีกด้วยน๊า ถ้าใครชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น ร้านนี้เป็นอีกตัวเลือกที่อยากแนะนำให้มาลองชิมกันค่ะ 🥄รีวิวเต็มๆ ใน Spoonwalk https://www.spoonwalk.com/review/detail/de7067ea-ecaa-41f0-921e-c31585e899d3 📸นายแบบ เบนซ์มาแล้ว 📸ภาพจาก ส้มไปเรื่อย #ร้านเด็ดที่อยากดัน #yamanotsubaki #ส้มไปเรื่อย #ส้มรีวิวเอง #demonslayer

รีวิวนิยาย : ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก 流星の絆  โดย ฮิงาชิโนะ เคโงะ 東野 圭吾
อ่าน

รีวิวนิยาย : ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก 流星の絆 โดย ฮิงาชิโนะ เคโงะ 東野 圭吾

ในคืนที่สามพี่น้อง โคอิจิ ไทสุกะ และชิซึนะ แอบออกไปดูดาวในตอนกลางคืน เมื่อกลับมาก็พบว่าพ่อกับแม่ของตนเองได้ถูกฆาตกรรมโดยน้ำมือของคนปริศนาคนหนึ่ง และได้จากไปอย่างกระทันหัน ภายใต้ความจริงอันน่าเจ็บปวด และไม่มีเบาะแสใด ๆ ที่สืบไปถึงตัวฆาตกรได้ พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็ก จนเมื่อพวกเขาได้โตขึ้น ทั้งสามได้เริ่มมีอาชีพร่วมมือกันเป็นนักต้มตุ๋น หลอกเอาเงินจากคนรวย วันหนึ่งได้พบเจอกับคนที่คล้ายกับคนที่ฆ่าพ่อแม่ของตนโดยบังเอิญ การวางแผนแก้แค้นจึงได้เริ่มต้นขึ้น          รูปถ่ายด้วยตนเอง ประเด็นของนิยายเรื่องนี้จะมุ่งไปที่ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่มีร่วมกันในคดีฆาตกรรมของสามพี่น้อง เราจะเห็นตั้งแต่ตอนที่พวกเขายังเป็นเด็กในคืนที่เกิดเหตุ ที่ร้านอาหารอาริอาเกะ ว่าพวกเขาพบเจอและทำใจยอมรับกับเหตุการณ์อันน่าสลดนี้ และยังคงรอคอยความจริงที่ไม่ถูกค้นพบมาโดยตลอด จนพอไปถึงกลางเรื่อง และท้ายเรื่อง คดีก็ค่อย ๆ ถูกคลี่คลายปมออกมาทีละเล็กน้อย ผ่านการร่วมมืออย่างพยายามกันของพี่น้องทั้งสามคน ทั้งการสืบหาต้นตอความจริง และการสร้างหลักฐานเพื่อมามัดตัวคนที่มีหน้าตาคล้ายกับคนที่ไทสุเกะเห็นในคืนเกิดเหตุ รวมถึงเบื้องหลังของสูตรอาหารที่มี “ฮายาชิไรซ์” ดั้งเดิมของร้านอาริอาเกะ ก็เป็นอีกปมหนึ่งที่ค่อนข้างซับซ้อนของเรื่องนี้เช่นเดียวกัน รูปถ่ายด้วยตนเอง นอกจากนั้นเรายังได้เห็น ประเด็นที่เกี่ยวกับการเป็นนักต้มตุ๋นของสามพี่น้องอีกด้วย ว่ามีสาเหตุและแรงจูงใจมาจากสังคมที่คอยเอาแต่ผลประโยชน์ จากพวกเขา ดังนั้น ถ้ากลายมาเป็นฝ่ายหลอกคนอื่นเสียเอง มันก็จะยุติธรรมมากขึ้นในโลกที่พวกเขาอยู่ เป็นการถ่ายทอดมุมมองของคนเป็นนักต้มตุ๋นให้คนอ่านได้เข้าใจถึงวิธีการ และรูปแบบของการต้มตุ๋นได้เป็นอย่างดี ผ่านตัวละครโคอิจิ ไทสุเกะ และชิซึนะ ที่ช่วยกันสร้างตัวตนปลอม และแผนการขึ้นมาหลอกลวงคนรวยให้หลงเชื่อผ่านการแสดงละครอย่างแยบยล นิยายเรื่องนี้มีการชวนให้คล้อยตามจนเชื่อไปกับความคิดของตัวละคร อะไรที่เราคิดว่าจะเป็นในตอนแรก และตัวละคร ก็มีการหักมุมในตอนท้ายได้อย่างที่เราไม่คาดคิด การสืบสวนคดีและบทสนทนาระหว่างเรื่องที่ค่อย ๆ ดำเนินไปตอนความจริงค่อย ๆ กระจ่างเป็นอะไรที่น่าลุ้นไปตาม ๆ กัน ทั้งลุ้นว่าแผนการของพวกเขาจะสำเร็จหรือไม่ และลุ้นว่าใครจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของสามพี่น้องตัวจริง ถ้าอยากรู้ว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไรต่อไปสถานการณ์เข้าไกล้ความจริงแบบนี้ ต้องไปซื้อมาอ่านและลุ้นกันเอาเองได้เลย  รูปถ่ายด้วยตนเอง 

รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu
อ่าน

รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu

     มาใหม่มาแรงมาก ๆ สำหรับซีรีส์บอยเลิฟสุดฟิน อย่างซีรีส์เรื่อง “Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2” จากโปรเจกต์Viu Original จากทางค่ายผู้ผลิต 9NAA PRODUCTION (ก้าวหน้า โปรดักชั่น) ที่บอกเลยว่าดุ เดือด เผ็ดไม่ไหว! บอกเล่าเรื่องราวของเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ ที่จุดเริ่มต้นเกิดที่สวนสาธารณะในกรุงโตเกียวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความสดชื่นของธรรมชาติ💝 นอกเหนือจากนี้แล้วก็ยังได้พระเอกหนุ่มหล่อหน้าสวยอย่างหนุ่ม “พี เอกภพ ต๊ะตา” วันนี้เราเลยอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับหนุ่มคนนี้ผ่านทาง ‘รู้จัก พีเอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu’พี เอกภพ      ชื่อของหนุ่มคนนี้คือ “พี เอกภพ ต๊ะตา” เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ส่วนสูง 175 เซนติเมตร การศึกษา ปริญญาตรี สาขาผู้ประกอบการธุรกิจ มหาวิทยาลัย STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY และจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิศวะยานยนต์ มหาวิทยาลัย NAKANIHON AUTOMOTIVE COLLEGE ทำให้หนุ่มพีมีทักษะการพูด สื่อสาร เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น https://www.instagram.com/p/CySOQDxvA8d/?igsh=MmI5cWEyOGxmYzVy      โดยหนุ่มพี เอกภพ เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นครั้งแรกจาก การถ่ายแบบ เดินแบบ เป็นนายแบบ อีกทั้งเขายังมีการไปแคสโฆษณา และได้เล่นโฆษณาหนึ่งตัว จนต่อมาก็ได้มาแคสบทบาทนักแสดงกับทางบริษัท ๙ หน้า โปรดักชั่น จำกัด และตอนนั้นเขาก็ตัดสินใจว่าหากไม่ผ่านอีกก็จะหยุดเดินสายแล้ว และต่อมาหนุ่มพีก็ได้ผ่านเข้ารอบ และได้ขึ้นมาเป็นพระเอกซีรีส์วายครั้งแรกกับซีรีส์เรื่อง KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viuhttps://www.instagram.com/p/C1Br3hrryi5/?igsh=MTNmYnM1Z2diaTBvaQ==     ในซีรีส์เรื่อง Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 หนุ่มพีแสดงเป็น “พี” หนุ่มคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เป็นเพื่อนซี้ของบีบอย เขามีอุปนิสัยตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ ไม่ค่อยยอมใคร ดูภายนอกดุ ๆ ดูเย็นชา แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนที่ใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดยหนุ่มพีก็แสดงคาแรคเตอร์ของพีออกมาได้เป็นอย่างดี มีความหล่อ เท่ มีสไตล์ที่แบบชัดเจนมาก ไม่เพียงเท่านั้นฉากเลิฟซีรกับหนุ่มป้าน จิรโชติ บอกเลยว่าเอาใครหลายคนซู้ดปากอย่างแน่นอนค่า! ถือว่าเป็นการแสดงครั้งแรกที่หนุ่มพีสุดยอดมาก อีกทั้งด้วยความที่หนุ่มพีมีความสามารถในการพูดภาษาญี่ปุ่น ทำให้บทบาทที่เขาได้รับสมบูรณ์แบบมากจริง ๆ ค่ะ 10/10 ไปเลยค่ะKiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 | Official Trailer VER2 [EngSub]https://m.youtube.com/watch?v=YpkPj2_OyBYhttps://www.instagram.com/p/Czgm0kpP2D2/?igsh=MXNrdTZ3YXlrMTRjdg==https://www.instagram.com/p/C4kwbUmPkLG/?igsh=djdhMzFpeWlpb25i      อุปนิสัยของหนุ่มพีคือเขาเป็นหนุ่มหล่อ น่ารัก สดใส ร่าเริงมาก มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ เขาเฟรนลี่ เอาใจใส่กับแฟนคลับมาก หนุ่มพีเป็นคนชอบเที่ยว ชอบการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยมวย ฟิตเนส ทำให้เขามีหุ่นที่ดีมาก ๆ เป็นทาสหมาhttps://www.instagram.com/p/CsFuIFcP03H/?igsh=ZW1mMXFvb3ozdWFjช่องทางการติดตามพี เอกภพInstagram : @ekkapopppFacebook : TaTa Ekkapopก็จบลงไปแล้วนะคะสำหรับ รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu ต้องบอกเลยค่ะว่าเป็นหนุ่มหล่อหน้าสวยที่ปังมาก เก่งเรื่องของการแสดง ฉากแซ่บก็คือแตกแตนเป็นไวรัลมาก💗💖🫶🏻 โดยเพื่อน ๆสามารถติดตามซัพพอร์ตหนุ่มพี เอกภพ ได้ทาง Instagram : @ekkapoppp ได้เลยค่า! และรับชมซีรีส์เรื่อง Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter 2 ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.00 น. เริ่ม 17 มีนาคม 2567 นี้ ทาง Viu เท่านั้นจ้า ^^ เครดิตภาพหน้าปกโดย @ekkapopppภาพหน้าปก1 / ภาพหน้าปก2 / ภาพหน้าปก3เครดิตภาพประกอบบทความโดย @ekkapopppภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 / ภาพที่4 / ภาพที่5 เครดิตวิดีโอประกอบบทความโดย 9NAA ChannelKiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 | Official Trailer VER2 [EngSub]บทความที่น่าสนใจ : https://intrend.trueid.net/post/436319เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

นายกฯ ยินดี "สายสุนีย์ จ๊ะนะ" คว้าเหรียญทองแดงแรกใน Tokyo 2020 Paralympics
อ่าน

นายกฯ ยินดี "สายสุนีย์ จ๊ะนะ" คว้าเหรียญทองแดงแรกใน Tokyo 2020 Paralympics

ข่าววันนี้ (26 ส.ค.64) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความยินดีกับ "สายสุนีย์ จ๊ะนะ" หรือ "แวว" นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย ที่ได้รับชัยชนะ และสามารถคว้าเหรียญทองแดงแรก ให้กับทัพนักกีฬาพาราลิมปิกทีมชาติไทย ในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น สายสุนีย์ เอาชนะ โจวจิงจิง (Zhou Jingjing) นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติจีน ในการแข่งขันประเภทดาบเอเป้ หญิงเดี่ยว ในรอบรองชนะเลิศ จึงทำให้สามารถประเดิมเหรียญแรกให้ชาติไทย สายสุนีย์ เป็นนักกีฬาที่น่าชื่นชม เป็นนักกีฬาที่นำชื่อเสียงให้ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เคยได้รับเหรียญทองในการแข่งขันพาราลิมปิกถึง 2 ครั้ง จากการแข่งขันประเภทเอเป้ จากพาราลิมปิกเกมส์เมื่อปี 2004 ที่เอเธนส์ และ 2012 ที่ลอนดอน โฆษกรัฐบาลฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ยังได้ฝากส่งกำลังใจและเน้นย้ำกับนักกีฬาพาราลิมปิกทุกคน ว่าขอให้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ สนุกกับการเล่นกีฬา รักษาความสมดุลของสภาพจิตใจ และไม่ต้องกังวลกับผลการแข่งขัน เพราะนักกีฬาทุกคนได้ทุ่มเทฝึกซ้อมและทำอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชนไทย และฝากเชิญชวนประชาชนร่วมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬา ตลอดระยะเวลาการจัดการแข่งขันพาราลิมปิกครั้งนี้ -------------------- เกาะติดสถานการณ์โควิด-19 ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณคลิกเลย!! รู้ทันกันโควิด หรือกด*301*35# โทรออก

เตรียมตัวให้พร้อม #ZeeNuNew1stPhotobook พรีออเดอร์ 9 เมษายนนี้!!
อ่าน

เตรียมตัวให้พร้อม #ZeeNuNew1stPhotobook พรีออเดอร์ 9 เมษายนนี้!!

เตรียมตัวให้พร้อม #ZeeNuNew1stPhotobook พรีออเดอร์ 9 เมษายนนี้!! ก่อนหน้านี้สองหนุ่มคู่จิ้นสุดฮอตอย่าง ซี พฤกษ์ และ นุนิว ชวรินทร์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับพี่ๆสื่อมวลชนถึงโปรเจ็คท์โฟโต้บุ๊คของทั้งคู่ว่าตั้งใจจะทำมานานแล้ว แอบซุ่มถ่ายรูปหลายลุคหลายสไตล์เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมี 2 เล่มด้วยกันมีทั้งเดี่ยวทั้งคู่อีกด้วย แถมเดือนเมษายนนี้ก็กำลังจะครบรอบ 1 ปีของ ด้อมซนซน อีกต่างหากเลยจะเปิดพรีออเดอร์กันเร็วๆนี้ ล่าสุดมีการปล่อยคลิปทีเซอร์ตัวอย่างลุคต่างๆของ ซี-นุนิว ออกมาเรียบร้อยแล้ว มีทั้งแบบเท่ๆ และน่ารักสดใสทั้งในห้องนอนและในสระว่ายน้ำ กับคอนเซ็ปต์ "EVERYTIME WITH YOU" ซึ่งจะปล่อยให้แฟนคลับจับจองกันวันที่ 9 เมษายน นี้ เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ทาง www.ticketmelon.com ซี ได้มีการทวิตข้อความว่า ฝากด้วยนะครับครั้งแรกของพวกเราเลย ชอบไหม อยากให้ชอบอยากให้ชม จริงๆ มีอีกหลายลุคเลยครับ วันอาทิตย์เจอกันนะครับ ฝากด้วยนะครับ Thank you kub #ZeeNuNew1stPhotobook #ZeeNuNew และอีกข้อความ ขอบคุณพี่ออฟ @AoftionDMD สำหรับโลโก้และโปรดัคชั่นให้ด้วยนะครับ ตรงใจๆ รอเกบเล้ยยยย #ZeeNuNew1stPhotobook ทางด้าน นุนิว ก็บอกว่า ฝาก Photobook ของเฮียกับหนูด้วยนะงับบ ตั้งใจถ่ายมากกก สะสมถ่ายกันตั้งแต่ปีที่แล้วยันปีนี้เลย วันที่ 9 เจอกันนะงับ ใครสะดวกฝากด้วยนะค้าบบ เผื่อเป็นผู้โชคดีได้มาเจอกันนะค้าบ 我们的写真集终于来了!请大家多多关注。方便的话来跟我们见面啊 #ZeeNuNew1stPhotobook #ZeeNuNew แน่นอนว่าเปิดตัวโฟโต้บุ๊คคู่กันครั้งแรกของ ซี-นุนิว ทั้งที่ก็ต้องทำให้เทรนด์ทวิตเตอร์สั่นสะเทือนดันแฮชแท็ก #ZeeNuNew1stPhotobook ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับที่ 1 ตั้งแต่เมื่อคืนจนเช้าวันนี้ พร้อมกับอีกหลายๆประเทศ เช่น สิงคโปร์,เวียดนาม,มาเลเซีย,อินโดนีเซีย เป็นต้น

Review อนิเมะ The Eminence in Shadow (陰の実力者になりたくて!)  "ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงา"
อ่าน

Review อนิเมะ The Eminence in Shadow (陰の実力者になりたくて!) "ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงา"

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา อนิเมะเรื่อง The Eminence in Shadow (陰の実力者になりたくて!) หรือชื่อภาษาไทย คือ ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงา ได้ออกอากาศให้แฟน ๆ ชาวอนิเมะได้รับชมตอนแรกกันแล้ว หลังจากที่มีการโปรโมตให้แฟน ๆ ต่างรอคอยมานานกับอนิเมะที่สร้างจากไลท์โนเวล และมังงะชื่อดัง อย่าง  The Eminence in Shadow (陰の実力者になりたくて!) หรือ ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงาThe Eminence in Shadow (陰の実力者になりたくて!) หรือ ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงา เป็นซีรีส์ที่สร้างจากต้นฉบับไลท์โนเวล เขียนโดยอาจารย์  Aizawa Daisuke ภาพประกอบโดย Tōzai ได้รับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Enterbrain ตีพิมพ์เป็นหนังสือไลท์โนเวล สำหรับในประเทศไทยได้รับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Phoenix Next และถูกนำมาสร้างเป็นอนิเมะโดยสตูดิโอ Nexus ในปีนี้ PV ตัวอย่างแรก ของอนิเมะ The Eminence in Shadow! (陰の実力者になりたくて!) หรือ ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงา https://youtu.be/H-3fre7943Uสำหรับ The Eminence in Shadow! (陰の実力者になりたくて!) หรือ ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงา เป็นอนิเมะที่ว่าด้วยเรื่องราวของ Minoru Kagenou (ชื่อในโลกเดิม) หรือ Cid Kagenou เด็กหนุ่มผู้หลงใหลในการเป็นตัวละครลับ (เทพในเงา) ตั้งแต่ยังเด็ก เขาได้ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และศาสตร์ต่าง ๆ เพื่อจะได้เป็นเทพในเงาตามที่เขาใฝ่ฝันไว้ในวัยเด็ก ในยามปกติเขาจะพยายามทำตัวไม่ให้โดดเด่น แต่เมื่อตกกลางคืนเขาจะออกล่าเหล่าอันธพาลโดยการสวมชุดที่ปิดบังตัวตน การล่าเหล่าอันธพาลเป็นการฝึกฝนฝีมือเพื่อให้เขาบรรลุเป้าหมายในการเป็นเทพในเงา หลังจากที่เขาได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกที่มีพลังเวทมนตร์ เขาก็พยายามฝึกฝนตัวเองทั้งวิชาดาบและพลังเวทมนตร์ในต่างโลก เพื่อทำให้ตัวเขากลายเป็นพลังในเงามืดหรือเป็นเทพในเงาดังที่เขาตั้งใจ เพื่อที่จะคอยกำจัดลัทธิชั่วร้าย (ที่เขาจินตนาการขึ้นมาเอง) ก่อนจะรู้ทีหลังว่าลัทธิชั่วร้ายนั้นมีอยู่จริง นอกจากนี้เขายังได้ก่อตั้งองค์กร Shadow Garden องค์กรที่มีหน้าที่กำจัดลัทธิชั่วร้ายนั้นแนะนำตัวละครเบื้องต้นCid Kagenou  พระเอกของเรื่อง เด็กหนุ่มผู้คลั่งไคล้หลงใหลในตัวละครแฝงที่แอบอยู่เบื้องหลังในเงามืด หลังจากที่เขาเกิดใหม่และเติบโตที่ต่างโลก เขาก็ได้ก่อตั้งองค์กรลับ Shadow Garden เพื่อกำจัดลัทธิชั่วร้าย (ในจินตนาการ) ก่อนจะได้รู้ว่าลัทธินั้นมีอยู่จริงAlexia Midgar องค์หญิงลำดับที่ 2 ของอาณาจักร Midgar  น้องสาวของ Iris Midgar เธอเป็นนักดาบเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยม และมีนิสัยที่ตรงไปตรงมาIris Midgar องค์หญิงลำดับที่ 1 ของอาณาจักร Midgar นักดาบเวทมนตร์ที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักร เธอเป็นสมาชิกของ Midgar Kingdom Knight Order เธอมีจิตวิญญาณอันสูงส่งและยึดมั่นในความยุติธรรมภาพสมาชิกในองค์กร Shadow Garden ในเบื้องหน้า และเบื้องหลัง จากภาพ Key Visual ที่เปิดเผยภาพสมาชิกที่จะปรากฎตัวในเรื่องรีวิวอนิเมะ  The Eminence in Shadow! (陰の実力者になりたくて!) หรือ ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงา (คำเตือน : เนื้อหาอาจมีการสปอยล์เล็กน้อยในตอนที่ 1 เพื่อประกอบการรีวิว การรีวิวเป็นเพียงมุมมองจากผู้เขียนเท่านั้น)หลังจากการรอคอยมาอย่างยาวนานกับอนิเมะเรื่อง The Eminence in Shadow! อนิเมะจากไลท์โนเวลชื่อดัง ทางผู้รีวิวต้องขอยอมรับเลยว่าครั้งแรกที่ได้ดูอนิเมะเรื่องนี้ก็เกือบจะเข้าใจผิดไปเสียแล้วว่าดูอนิเมะผิดเรื่องไปหรือเปล่า ?เพราะในการดำเนินเรื่องในตอนแรกดูจะไม่เหมือนอนิเมะแนวต่างโลกเรื่องอื่น ๆ ที่มักจะปูเรื่องให้บทตัวละครเอกจะต้องไปยังต่างโลกโดยเร็ว เพื่อโชว์ความเทพในตอนแรกและอธิบายฉาก Setting ในโลกใหม่ที่ตัวละครเอกจะต้องอาศัยอยู่เพื่อดำเนินเรื่อง แต่ในตอนที่ 1 กลับเป็นการเล่าเรื่องโดยพูดถึงตัวละครในโลกปกติเกือบตลอดทั้งตอนเนื่องจากอนิเมะแนวต่างโลกที่มีอยู่ในปัจจุบันมีอยู่เป็นจำนวนมาก  การที่จะดึงผู้ชมหรือคนดูให้ชื่นชอบอนิเมะแนวต่างโลกเรื่องนั้น ๆ ให้ได้ตั้งแต่ตอนแรกจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ถึงเสน่ห์ของเรื่องให้ได้โดยเร็วและเป็นการดึงดูดให้ผู้ชมอยากจะติดตามเรื่องราวในตอนต่อ ๆ ไปแต่สำหรับ The Eminence in Shadow! การเล่าเรื่องของอนิเมะเรื่องนี้จะมีความต่างออกไปอยู่เล็กน้อย โดยมีการเล่าเรื่องราวเริ่มต้นที่ต่างจากทั้งเวอร์ชันมังงะ และไลท์โนเวล โดยลำดับเรื่องราวใหม่โดยบอกเล่าถึงตัวละครในโลกปกติเกือบตลอดทั้งตอน  เข้าใจว่าทางผู้กำกับอาจจะทำแบบนี้เพื่อให้การดำเนินเรื่องในฉบับอนิเมะสามารถเล่าเรื่องได้เข้าใจง่ายมากขึ้นในอนาคต โดยปู Setting ของตัวละครในโลกปกติให้มากที่สุดเสียก่อน แล้วค่อยลงรายละเอียดในส่วนของต่างโลกในตอนต่อ ๆ ไป  ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้เกิดทั้งข้อดีในการเล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย  และข้อเสียหากคนที่ไม่ได้ทราบเนื้อเรื่องของอนิเมะเรื่องนี้คร่าว ๆ มาตั้งแต่แรกจากไลท์โนเวลหรือมังงะ ก็อาจจะมีบ้างที่รู้สึกว่าอนิเมะเรื่องนี้อาจจะไม่น่าติดตาม หากไม่ถูกจริตในการรับชมตั้งแต่ตอนแรก  หรือคนที่ติดตามไลท์โนเวลหรือมังงะก็อาจจะเกิดข้อสงสัยว่าทำไมถึงไม่ดำเนินเรื่องให้เหมือนกันกับต้นฉบับ  แต่อนิเมะก็ได้ทดแทนข้อเสียตรงจุดนี้ ด้วยการปิดฉากตอนแรกด้วยการ Time skip ไปยังเรื่องราวในอนาคตที่มีองค์กร Shadow Garden ให้คนดูได้เห็นในตอนท้าย เพื่อกระตุ้นให้คนอยากดูต่อเช่นเดียวกับเวอร์ชันมังงะซึ่งใช้ฉากนี้ในการเปิดตัว ด้านงานภาพประกอบกับฉากแอ็กชัน รวมถึงฉากความรุนแรงในเรื่อง อนิเมะมีการนำเสนอที่ออกมาได้อย่างพอเหมาะพอดี งานภาพทำออกมาได้สวย ฉากแอ็กชันทำออกมาได้ดี  ฉากความรุนแรงมีการหลบมุมฉากที่ดูไม่น่าเกลียด แต่ก็ไม่ทำให้เสียอรรถรสในการรับชม ด้านการเล่าเรื่องทางผู้รีวิวรู้สึกว่าทีมสร้างอนิเมะมีการเรียบเรียงและรูปแบบการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ  คุณภาพของอนิเมะในตอนแรกจึงถือได้ว่าทำออกมาได้ดีโดยสรุปแล้วจากมุมมองของผู้รีวิวมองว่า The Eminence in Shadow!  หรือ ชีวิตไม่ต้องเด่น ขอแค่เป็นเทพในเงา น่าจะเป็นอนิเมะแนวต่างโลกอีกหนึ่งเรื่องที่น่าจับตามองและน่าติดตามเช่นเดียวกับฉบับไลท์โนเวลและมังงะ หากการดำเนินเรื่องมีการดำเนินไปอย่างน่าติดตามและยังคงคุณภาพของอนิเมะเอาไว้เช่นเดียวกับตอนแรก แล้วเพื่อน ๆ นักอ่านทุกท่านล่ะครับ คิดเห็นยังไงกันบ้าง ? ชื่นชอบอนิเมะเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า ? ลองบอกเล่าความรู้สึกหรือความคิดเห็นของทุกท่านให้ได้อ่านกันได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับ และถ้าหากเพื่อน ๆ ชื่นชอบบทความนี้ ฝากแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันด้วยนะครับ ^^ #陰の実力者 #TheEminenceinShadow #ชีวิตไม่ต้องเด่นขอแค่เป็นเทพในเงา #Anime #Japan #Reviewขอขอบคุณภาพหน้าปก จาก Twitter  『陰の実力者になりたくて!』公式ภาพประกอบบทความ: ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 จาก Twitter  『陰の実力者になりたくて!』公式เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน  App TrueID โหลดเลย ฟรี !

"ซี-นุนิว" แจกความสดใสเกินร้อย ใน Photobook จัดงาน "ZeeNuNew 3rd Fansign"
อ่าน

"ซี-นุนิว" แจกความสดใสเกินร้อย ใน Photobook จัดงาน "ZeeNuNew 3rd Fansign"

ยกให้เป็นงานอีเวนต์ประจำปีที่ตั้งใจจัดขึ้นทุกปี โดย ซี พฤกษ์ พานิช และ นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ ล็อคคิวไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้ได้มาใกล้ชิดกับเหล่าซนซน (ชื่อเรียกแฟนคลับ) ในงาน ZeeNuNew 3rd Fansign พร้อมทั้งมี Photobook เล่มที่ 3 กับ Come Rain Come Shine โดยมีความหมายสุดลึกซึ้ง ซึ่งมาจากหัวใจของ ซี-นุนิว ที่ช่วยกันคิด และถ่ายทำขึ้นมาเพื่อให้แฟน ๆ ได้เก็บเป็นที่ระลึก ที่สำคัญจะได้ยิ้มตามไปกับความสดใสของ ซี-นุนิว ตั้งแต่หน้าปกจนถึงหน้าสุดท้าย "ซี-นุนิว" แจกความสดใสเกินร้อย ใน Photobook จัดงาน "ZeeNuNew 3rd Fansign" สำหรับงาน ZeeNuNew 3rd Fansign ที่จัดขึ้นนี้ ยังถือเป็นการฉลองครบรอบ 3 ปี ซนซน ซึ่งเป็นชื่อเรียกแฟนคลับของ ซี-นุนิว อีกด้วย ซึ่งมีแฟนคลับ 1,500 คน มาร่วมสนุก และมีแฟนคลับผู้โชคดี 500 คน ที่ได้รับลายเซนต์ พร้อมพูดคุยกับ ซี-นุนิว แบบใกล้ชิด พร้อมทั้งยังมีโชว์สุดพิเศษจากทั้งคู่ กับเพลง คือเธอ และซิงเกิลที่ 5 ของ นุนิว ที่เพิ่งปล่อยออกมาอย่าง จนนิรันดร์ และโชว์เดี่ยวจาก ซี ในเพลง Super Secret งานนี้เลยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขที่ล้นงาน เพราะเป็นช่วงเวลาพิเศษที่ได้มาอยู่ร่วมกันงานนี้ ซี-นุนิว เผยว่า ตั้งใจอยากจัดงานให้ได้ทุกปี เพื่อได้มาอยู่ร่วมกันกับแฟนคลับ รวมถึงปีนี้เราทั้งสองคน ตั้งใจคิดคอนเซปต์ของ Photobook เอง กับ Come Rain Come Shine เปรียบเสมือนกับการเดินทางของพวกเราสองคนและแฟนคลับทุก ๆ คน ที่ผ่านกันมาในทุก ๆ เรื่อง ซึ่งไม่ได้สวยงามในทุกช่วงเวลา มีทั้งวันที่ดีและวันที่ยาก ตรงกับคอนเซปต์ของ Photobook ที่ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก เราจะอยู่เคียงข้างและเดินไปด้วยกัน เพื่อเป็นการขอบคุณและตอบแทนการเดินทางของพวกเราและแฟนคลับที่อยู่ด้วยกันมา จะมีความสดใสให้ได้สะสม 2 เล่ม ทั้งความเซ็กซี่ที่ได้เปียกน้ำในแบบ Come Rain และสีสันสุดจี๊ดกับ Come Shine เบื้องหลังการถ่ายทำก็สนุกมาก ทั้งเปียก ทั้งได้ใส่ชุดที่มีสีสัน และจะได้เห็นความเป็นธรรมชาติของภาพที่อยู่ใน Photobook เล่มนี้ครับ และยกให้เป็นงานที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น สุดประทับใจไป โดย ซี-นุนิว ร่วมเป่าเค้กฉลองครบรอบ 3 ปี ให้กับ ซนซน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีค่าและมีความหมายต่อความรู้สึกของแฟน ๆ อย่างมาก ที่ได้อยู่เคียงข้างกับดาราคนโปรดในโอกาสพิเศษนี้ โดยนอกจากการการจัดงาน Photobook Come Rain Come Shine ที่วางจำหน่ายในไทย และได้จัดงาน ZeeNuNew 3rd Fansign ครั้งนี้ขึ้นมาแล้ว ทั้ง ซี-นุนิว เตรียมบินไปจัดงาน Fan Sign ที่ประเทศจีน เพื่อใกล้ชิดกับแฟน ๆ ที่ต่างประเทศอีกด้วย

"ซี-นุนิว" จับมือขึ้นคอนเสิร์ต "ZeeNuNew 2nd Concert CRAZY IN LOVE" 25 ต.ค.นี้
อ่าน

"ซี-นุนิว" จับมือขึ้นคอนเสิร์ต "ZeeNuNew 2nd Concert CRAZY IN LOVE" 25 ต.ค.นี้

การกลับมาอีกครั้งกับคอนเสิร์ตที่แฟนคลับทุกคนตั้งตารอ เตรียมหัวใจของคุณให้พร้อมกับปรากฏการณ์ความรักที่จะถ่ายทอดโดยสองศิลปินคู่ขวัญแห่งยุค "ซี พฤกษ์ พานิช" และ "นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์" ในคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งที่ 2 ในงาน "ZeeNuNew 2nd Concert CRAZY IN LOVE" ที่จะเกิดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ครั้งนี้ ซีและนุนิวจะพาแฟน ๆ ดื่มด่ำไปกับบทเพลงและโชว์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดความรักในหลากหลายรูปแบบ ที่แฟนคลับจะได้สัมผัสครบทุกอารมณ์ความรักอย่างเต็มอิ่ม พร้อมแขกรับเชิญสุดเซอร์ไพรส์ที่จะมาร่วมเติมเต็มความร้อนแรงให้เวทีนี้เดือดยิ่งกว่าเดิม และโปรดักชันสุดอลังการทั้งแสง สี เสียง ที่จัดเต็มในมาตรฐานระดับอารีน่า เพื่อสร้างประสบการณ์สุดประทับใจที่แฟน ๆ จะไม่มีวันลืมเตรียมหัวใจของคุณให้พร้อม แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยความรักและความคลั่งไคล้ใน "ZeeNuNew 2nd Concert CRAZY IN LOVE" เปิดจำหน่ายบัตรพร้อมกัน วันที่ 6 กันยายน 2568 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven ทุกสาขาหรือทางออนไลน์ที่ www.allticket.com/event/zeenunew2ndconcert

Food in Tokyo
อ่าน

Food in Tokyo

สวัสดีครับบทความนี้ผมจะพาไปตะลุยกินกันที่ดินแดนที่มีอาหารที่แสนอร่อยขวัญใจนักท่องเที่ยวชาวไทยนั่นก็คือประเทศญี่ปุ่นครับ ซึ่งจะพาไปกันที่กรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีอาหารอะไรอร่อยบ้างเชิญติดตามได้จากบทความนี้เลยครับ Tsukiji Fish Market ตลาดปลาแห่งนี้เป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโตเกียวครับ โดยเป็นตลาดที่ขึ้นชื่อว่ามีปลาดิบที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น แต่วันนี้ผมจะพามาทานหอยนางรมสดครับ ซึ่งร้านหอยนางรมตั้งอยู่ริมถนนในตลาดเลยครับมีให้เลือกมายมายตามใจชอบครับ ซึ่งผมก็จ่ายเงินตัวละ 400 ¥ แล้วหยิบขึ้นมาราดด้วยซอสของทางร้านและเอาไม้จิ้มฟันจิ้มกินกันหน้าร้านเลยครับ ซึ่งหอยนางรมทั้งตัวใหญ่และสดมากครับ ควรค่าแก่การมาตามรอยครับ วิธีการเดินทาง Tokyo Subway Tsukiji Station Mutekiya Ramen ร้านนี้เป็นร้านราเมนชื่อดังของโตเกียวเลยครับ ซึ่งกว่าจะได้กินนี่รอคิวประมาณครึ่งชั่วโมงเลยครับ โดยร้านมีชื่อว่า Mutekiya Ramen ซึ่งราคาชามละ 1,000 ¥ โดยในชามราเมนจะประกอบไปด้วยเส้น , ไข่ต้มยางมะตูม ,หมูชาชู , ผัก , สาหร่าย ซึ่งไฮไลท์ของชามนี้คือหมูชาชูเลยครับ ซึ่งนุ่มและอร่อยมากครับ ซึ่งหากมีโอกาสมาที่ย่าน Ikebukero ก็อย่าพลาดร้านนี้เลยนะครับ วิธีการเดินทาง Tokyo Subway Ikebukero Station Yoshinoya ร้านนี้เป็นร้านที่ปัจจุบันมีในประเทศไทยแล้วครับ ซึ่งอยู่ตามห้างต่าง ๆ แต่ในประเทศญี่ปุ่นร้าน Yoshinoya จะมีอยู่ในทุก ๆ แยก ซึ่งหาง่ายมากครับ โดยเมนูที่ต้องห้ามพลาดคือ ข้าวหน้าปลาไหล ซึ่งปกติแล้วข้าวหน้าปลาไหลในประเทศญี่ปุ่นจะรับประทานกันในฤดูร้อน ซึ่งขายในราคาประหยัดเพียง 550 ¥ ซึ่งต้องห้ามพลาดมาทานโดยเด็ดขาดครับ ถึงแม้ร้านนี้จะดังเมนูข้าวหน้าเนื้อแต่ข้าวหน้าปลาไหลก็อร่อยใช้ได้เลยครับ วิธีการเดินทาง Tokyo Subway Shibuya Station ดังโงะ ดังโงะร้านนี้ผมซื้อบริเวณทางขึ้นภูเขาทาคาโอะ ซึ่งลักษณะเหมือนไส้กรอกอีสาน แต่เป็นขนมที่เป็นแป้งแล้วเคลือบด้วยซอสสูตรพิเศษที่จะมีรสเค็มซีอิ๊ว เมื่อทานไปแล้วจะสัมผัสกับความเค็มของซีอิ๊วก่อนแล้วหลังจากนั้นจะสัมผัสถึงรสแป้งของดังโงะ ซึ่งก็อร่อยดีครับ ถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่นแล้วพบเห็นก็ต้องลองสักหน่อยไม่เสียหายอะไรครับ วิธีการเดินทาง สถานีทาคาโอะซังกูชิ ซึ่งสำหรับผมแล้วกรุงโตเกียว เมืองหลวงประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่มีอาหารที่แสนอร่อยจริง ๆ ครับ โดยที่ไม่ว่าเครื่องจะมาถึงกรุงโตเกียวกี่โมงก็จะยังมีร้านอาหารเปิดให้บริการเสมอครับ ซึ่งก่อนจะเดินทางมาที่กรุงโตเกียวทางที่ดีผมแนะนำให้ลดน้ำหนักรอมาก่อน 3 กิโลกรัมเลยครับ แล้วคุณจะไม่อ้วนกลับไปเมืองไทยแน่นอนครับ เพราะของกินที่นี่มันเยอะจริง ๆ ครับ ถ้าหากสถานการณ์โรคระบาดกลับสู่ภาวะปกติก็อย่าพลาดที่จะเดินทางมาครับ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ภาพถ่ายทั้งหมดโดยผู้เขียน

รีวิวตัวอย่างภาพยนตร์ 流浪の月(Rurou no Tsuki)  เรื่องราวของเขาชายที่ถูกล่าวหาว่าเป็นโลลิคอน กับ เธอเด็กสาววัย 9 ขวบที่ถูกลักพาตัว
อ่าน

รีวิวตัวอย่างภาพยนตร์ 流浪の月(Rurou no Tsuki) เรื่องราวของเขาชายที่ถูกล่าวหาว่าเป็นโลลิคอน กับ เธอเด็กสาววัย 9 ขวบที่ถูกลักพาตัว

ต๊ามตามกระแสวันนี้หนอนมากับภาพยนตร์น่าดูที่อยากพามาฝากนักอ่านอีกหนึ่งเรื่องค่ะกับ ' 流浪の月(Rurou no Tsuki) ' หรือในชื่อภาษาอังกฤษ 'Wandering' ที่นอกจากบทภาพนักแสดงรวมไปถึงผู้กำกับจะดีมากๆแล้วนั้นน้องยังเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่กำลังติดกระแส และ เป็นภาพยนตร์ที่นอกจากคนญี่ปุ่นเองจะปูเสื่อรอแล้วแฟนๆต่างชาติเองก็รอชมกันเยอะเลยทีเดียว วันนี้หนอนจะพาไปเจาะทีเซอร์กันแบบลึกๆ!! ไปโลด!!เรื่องย่อนักศึกษามหาลัยวัย 19 ปี เซกิ ฟูมิ ได้เจอกับ สาราสะ คาไน เด็กหญิงวัย 9 ขวบในตอนนั้นในวันที่ฝนตกสาระสะเด็กสาวที่วิ่งหนีออกจากบ้านได้ขอความช่วยเหลือจาก เซกิ ในตอนนั้นเขาได้ช่วยเหลือเธอและพาเธอไปอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ของเขาแทนแต่ในช่วงเวลาไม่นานเขาก็โดนตำรวจจับและตั้งดำเนินคดี 'ลักพาตัว' และถูกผู้คนกล่าวหาว่าเป็น 'คนบ้าโลลิค่อน' และ สาระสะ เด็กสาววัย 9 ขวบในตอนนั้นเธอเองก็ต้องทนฟังคำนินทามาตลอด 10 กว่าปีและกลายเป็นผู้หญิงที่มีตำหนิ จน 15 ปีต่อมาเวลาได้พาทั้งสองคนมาเจอกันอีกครั้ง ความสัมพันธ์ของทั้งสองที่สับสนเกินกว่าจะอธิบายได้ ทั้งไม่ได้เป็น คนรู้จัก คนรัก และ ศัตรู แต่ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่ทั้งสองคนมองกลับไปหากันถึงยังมีความเข้าใจกันและกันมาก นักแสดงมัตซึสากะ โทริ รับบทเป็น เซกิ ฟูมิหนุ่มนักศึกษาวัย 19 ปีที่ดูนิ่งเงียบน่ากลัวเขาเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกความรู้สึก ทั้งยังเป็นคนที่มองออกยากว่ากำลังรู้สึกอะไร เขาตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักพาตัวดังในคดีดัง 15 ปีก่อน ฮิโรเสะ ซึสึ รับบทเป็น สาราสะ คาไนหญิงวัย 24 ปีที่ถูกสังคมจองจำว่าเป็นหญิงที่มีตำหนิเพียงเพราะ 15 ปีก่อนเธอได้หนีออกจากบ้านและได้ไปเจอเซกิ หลังจากนั้นกำเเพงหลายอย่างก็เกิดขึ้นกับชีวิตเธอไม่จบไม่สิ้น ตีแผ่ทีเซอร์เปิดภาพมาด้วยตัวของสาราสะเด็กสาววัย 9 ขวบกำลังเล่นชิงช้าที่สวนสาธารณะเเห่งหนึ่ง ซึ่งสังเกตจากสีหน้าน้องมีความชินชาอยู่นิดนึงซึ่งในที่นี้ไม่แน่ใจว่าน้องกำลังจะสื่อถึงเรื่องในจิตใจหรืออะไรที่เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวหรือเรื่องอื่น ก่อนภาพจะตัดไปที่นักศึกษาหนุ่มเซกิ ฟูมิ วัย 19 ปี ที่กำลังอยู่ในสวนเดียวกัน เป็นเซกิที่เดินเข้ามาหาสาราสะก่อนและเหมือนเป็นคนที่ยื่นความช่วยเหลือให้เธอ ภาพที่หนังพยามเสนอดูเหมือนทั้งคู่จะมีความเหมือนกันอยู่มาก และ เข้ากันได้ดี ซึ่งคาแรกเตอร์ของทางเซกิเองก็มีความนิ่ง เงียบ แต่ก็อ่อนโยน เขาดูแลสาราสะอย่างดี ก่อนที่ภาพของทั้งสองจะถูกตัดไปเป็นภาพของหญิง-ชายที่คาดว่าจะมีความสัมพันธ์มากกว่าคนรู้จักซึ่งภาพของตัวหนังก็แสดงให้เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่าทั้งคู่น่าจะเป็นแฟนกันหรือมากกว่านั้น ก่อนตัวหนังจะตัดมาถึงตอนที่ตัวละครหญิงปริศนาเดินทางไปที่ร้านอาหารเเห่งหนึ่งและตัวละครชายที่2ก็ปรากฏขึ้นมาอย่างปริศนาและภาพก็ถูกย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อ 15 ปีก่อน สาราสะในวัย 24 ปี กับ เซกินักศึกษาหนุ่มที่ช่วยเธอไว้ในตอนนั้น คือคนเดียวกันที่ยืนอยู่ตรงหน้า ซึ่งจุดเปลี่ยนที่แท้จริงก็คือหลังจากที่ทั้งคู่ได้เจอกัน เพราะนอกจากทั้งสองฝ่ายจะมีความรักใหม่นั้นที่ดูเหมือนจะสวยงามจริงๆก็ไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียว ความทรงจำบางอย่างที่ยากจะลืม รวมถึงความหลังที่จะว่าไม่ดี..ก็ไม่ใช่จะจบลงยังไงต้องไปติดตามต่อเอาเองนะจ๊ะ เข้าฉายในญี่ปุ่นปี 2022​ นี้ปักหมุดรอไว้เลยofficial trailer ;流浪の月(Rurou no Tsuki)  https://www.youtube.com/watch?v=uDOZfOlA4oYlist=LLindex=1ab_channel=%E3%82%AE%E3%83%A3%E3%82%AC%E5%85%AC%E5%BC%8F%E3%83%81%E3%83%A3%E3%83%B3%E3%83%8D%E3%83%ABTalk w หนอนถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่น่าติดตามอีกเรื่องนึงเลยเพราะนอกจากนักแสดงจะคุณภาพแล้วคุณผู้กำกับคนเก่งของเราอย่างคุณ 'ลีซางอิล' ที่กำกับภาพยนตร์เรื่องดังมาหลายเรื่อง ทั้งคุณภาพ บท เนื้อเรื่อง เรียกว่าหายห่วงไม่ต้องกลัวอะไรแค่รอเข้าไทยก็พอ(รอกันน้า) ซึ่งระหว่างที่กำลังๆรอๆปูเสื่อกันอยู่นั้นนักอ่านทุกคนสามารถกดไปดูทีเซอร์ตัวอย่างกันได้ตอนนี้เลยค่ะ หนอทิ้งไว้ให้เรียบร้อยแล้ว!วันนี้กราบลา สวัสดีค่ะ ขอขอบคุณเครดิต ; @rurounotsuki , @ギャガ公式チャンネルภาพปกถ่ายรูปหน้าจอมาจาก @rurounotsuki  l ภาพที่ 1 l ภาพที่ 2 l ภาพที่ 3 l ภาพที่ 4 l ภาพที่ 5  I คลิปทีเซอร์สำหรับใครที่อยากอ่าน #รีวิวหนอนๆ เพิ่มเติมชวนดูซีรีส์ "KinnPorsche The Series" ซีรีส์วายไทยที่กำลังได้รับความสนใจ Official Trailer 3 ล้านวิวแตกแล้ว รีวิวซีรีส์ญี่ปุ่น 18+ Kakafukaka (2019) หรือ 'เธอเท่านั้นที่ทำให้ผมยิ้มได้'ชวนอ่าน! "บุพเพสันนิวาส" เว็บตูนไทยเรื่องแรกของ KAKAO WEBTOON ประเทศไทย! สร้างจากจากนิยายชื่อดัง สู่ละครโทรทัศน์ และ ภาพยนตร์ เปิดสัมผัสใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อนส่อง 7 ลุคคนบันเทิง กับ กระเป๋าคู่ใจน้องใหม่ของ 'VersaceLaMedus' ในคอลเล็กชั่นใหม่ของแบรนด์ VERSACE 'VERSACE RESORT 2022' มีความคัลเลอร์ฟูลสุดอะไรสุด​​​​​​​เกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ ๆ ได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !

แต้ว-เคน ควงแขนรับรางวัล International drama Festival in Tokyo 2017
อ่าน

แต้ว-เคน ควงแขนรับรางวัล International drama Festival in Tokyo 2017

เป็นตัวแทนทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ของละคร นาคี  ละครที่เคยโกยเรตติ้งโด่งดังไปเมื่อปีก่อน ล่าสุด พระเอกและนางเอกของเรื่อง แต้ว ณฐพร – เคนภูภูมิ  พร้อมด้วยผู้จัดคนเก่ง อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ แดง ธัญญา เป็นตัวแทนของทีมงานไปร่วมงาน  International Drama Festival in Tokyo 2017 ที่ประเทศญี่ปุ่น และ คว้ารางวัล ละครต่างชาติยอดเยี่ยมมาได้ โดยหลังจากที่ทั้งคู่รับรางวัล ก็เดินทางไปร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายที่สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว อีกด้วย ขอบคุณภาพจาก taewaew_in_lakorn , taew.natapohn_fan อัพเดทชีวิตคนดัง ครบครันเรื่องบันเทิง เพลิดเพลินไปกับบทละคร ติดตาม Dara.trueid.net ได้อีกช่องทางที่ TrueID App  หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID

รีวิวซีรีส์ "Tokyo in April is | ผลิรักที่โตเกียว" (2023) ซีรีส์BLสร้างจากมังงะ การกลับมาเจอรักแรกอีกครั้งหลังจาก10ปี
อ่าน

รีวิวซีรีส์ "Tokyo in April is | ผลิรักที่โตเกียว" (2023) ซีรีส์BLสร้างจากมังงะ การกลับมาเจอรักแรกอีกครั้งหลังจาก10ปี

konnichiwa~ ทักทายทุกคนนะคะ วันนี้หยิบเอาซีรีส์ BL ญี่ปุ่นหนึ่งในลิสต์ที่น่าดูของนักเขียนมาฝากทุกคนกันค่ะ กับเรื่อง Tokyo in April is หรือ ผลิรักที่โตเกียว เป็นซีรีส์ BL ที่ถูกสร้างมาจากมังงะสุดฮิตในชื่อเดียวกันผลงานของคุณ Haru (ยังไม่มีแปลเป็นภาษาไทย) เรื่องราวการจากลากับรักแรกเป็นเวลานานกว่า 10 ปี แค่ฟังแค่นี้ก็รู้แล้วว่ามู้ดแอนด์โทนของซีรีส์จะออกแนวเศร้าแน่ๆ แต่จะเศร้าแค่ไหนต้องไปติดตามรีวิวกันเลยค่ะ~นักแสดงTakamatsu Aloha (วง Bullet Train) รับบทเป็น Ishihara Ren (อิชิฮาระ เร็น) ดีไซเนอร์ของบริษัทออกแบบแห่งหนึ่ง เป็นคนที่คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ชอบแบกรับทุกๆอย่างไว้คนเดียว เพื่อนสนิทที่สุดของคาซึมะเมื่อตอนมัธมต้น มีความลับในอดีตที่ไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้โดยเฉพาะคาซึมะSakurai Yuki รับบทเป็น Takizawa Kazuma (ทาคิซาวะ คาซึมะ) พนักงานใหม่ในบริษัทเดียวกับเร็น แอบชอบเร็นมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นจนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกกับเร็นเหมือนเดิม ตั้งใจกลับมาที่โตเกียวเพราะเร็นโดยเฉพาะ เป็นดั่งพระอาทิตย์ที่เปล่งประกายอยู่เสมอเรื่องย่อเรื่องราวของ 'คาซึมะ' ชายหนุ่มที่ไปอยู่ต่างประเทศมาหลายปีได้กลับมาที่โตเกียวอีกครั้งเพื่อตามหารักแรก ไม่น่าเชื่อเลยว่าโชคชะตาลิขิตให้เขาได้มาเจอกับ 'อิชิฮาระ เร็น' ผู้เป็นรักครั้งแรกของเขาที่บริษัทใหม่ที่เขาได้เริ่มงาน ความตื่นเต้นดีใจทำให้เขาทักทายอีกฝ่ายโดยไม่ลังเล แต่ปฏิกิริยาของเร็นทำให้คาซึมะรู้สึกแปลกใจ คาซึมะมีคำถามมากมายถึงการหายตัวไปของเร็นอย่างกระทันหันเมื่อ10ปีก่อน แต่เร็นกลับหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน ทั้งๆที่ในอดีตพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน คาซึมะซึ่งต้องการสานต่อความสัมพันธ์ที่ขาดหายไปเมื่อ10ปีก่อน แต่ดูเหมือนเร็นจะอยากรักษาเขาไว้แค่เพียงสถานะเพื่อนเท่านั้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปติดตามชมซับไทยต่อได้ที่gagaoolala"ตั้งแต่เราเจอกัน มีเพียงนายที่เป็นโลกทั้งใบของฉัน"-อิชิฮาระ เร็น- รีวิวซีรีส์เนื้อเรื่อง อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นโทนของเรื่องจะออกแนวเศร้า ขมแต่เป็นขมที่ไม่คาย การกลับมาเจอรักแรกอีกครั้งที่คนหนึ่งไม่เคยลืมอีกคนแม้แต่วินาทีเดียว ส่วนอีกคนหนึ่งก็ไม่อยากสานต่อความสัมพันธ์เพราะเหตุการณ์ในอดีต แต่ความขมก็ไม่อยู่กับเรานานเหมือนอย่างที่นักเขียนบอกว่าเรื่องนี้เป็นขมที่ไม่คาย ความหวานยังคงมีให้เห็นเพราะ2ตัวละครนี้เคยมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน การกลับมาเจอกันอีกครั้งจะให้ห้ามความรู้สึกไม่ให้หวั่นไหวก็คงเป็นไปไม่ได้ อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือปมในอดีตของเร็นซึ่งเนื้อเรื่องจะค่อยๆคลายออกทีละตอน ทำให้ดูไปลุ้นไปว่าตกลงในอดีตเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เรียกได้ว่าเนื้อเรื่องมีครบทุกรสชาติเป็นอีกเรื่องที่ต้องห้ามพลาดเลยน้า!นักแสดง เรื่องนี้จะมีทั้งนักแสดงที่แสดงในวัยเด็กและนักแสดงที่แสดงตอนโต อยากชื่นชมทีมงานว่าแคสนักแสดงตอนเด็กกับตอนโตได้มีบุคลิกที่คล้ายคลึงกันมาก สิ่งที่เห็นได้ชัดก็คือทรงผมในซีรีส์จะเห็นว่าทั้งนักแสดงตอนเด็กและตอนโตที่แสดงในบทบาทเดียวกันจะทำทรงผมที่เหมือนกันเพื่อความง่ายในการแยกแยะตัวละคร ซึ่งมันดีมากเพราะจะทำให้คนดูรู้สึกถึงความต่อเนื่องเวลาดู สำหรับนักแสดงนำทั้ง2คนมีเคมีที่ดีต่อกันมากๆ โดยเฉพาะยูกิที่รับบทเป็นคาซึมะ มีความเป็นหมาใหญ่ขี้อ้อนที่น่ารักมาก(ก ล้านตัว) และอโลฮ่าที่รับบทเป็นเร็น บทเร็นถือว่าเป็นบทที่ยากมากเพราะเขามีปมบาดแผลในใจที่ไม่สามารถแสดงออกให้ใครรู้ได้แม้กระทั่งต่อหน้าคนที่เขาชอบ ซึ่งอโลฮ่าถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบตอนที่ประทับใจ เป็นฉากเร็นในตอนเด็กที่ยอมรับความผิดทุกอย่างเพื่อปกป้องคาซึมะ ไม่อยากให้คาซึมะต้องเจ็บปวด ซีนนี้เป็นเบสซีนสำหรับนักเขียนมากๆ พอลองมองย้อนกลับไปตอนนั้นเร็นก็แค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งอายุเพียง15ปีเท่านั้น แต่เขากลับกล้าตัดสินใจที่จะยอมรับความผิด แบกรับทุกอย่างไว้เพียงคนเดียวเพื่อปกป้องคนที่รักอย่างสุดหัวใจ ถึงแม้ว่าเขาจะต้องโดนคนรอบข้างหรือคนในครอบครัวเกลียดก็ตามแต่เขาก็ยินดีที่จะรับมัน แสดงให้เห็นเลยว่าเร็นเองก็รักคาซึมะมากพอๆกับคาซึมะรักเร็น และเด็กวัยเพียง15ปีคนหนึ่งสามารถกล้าตัดสินใจเรื่องที่ยากแบบนี้ได้ต้องเป็นคนที่กล้าหาญขนาดไหน ขอชื่นชมเลยเพราะถ้าเป็นตัวเราเองคงไม่รู้ว่าจะกล้าตัดสินใจแบบเร็นมั้ยรายละเอียดซีรีส์เรื่อง Tokyo in April is | ผลิรักที่โตเกียว (2023)นำแสดงโดย Takamatsu Aloha x Sakurai Yukiจำนวน 8 ตอนติดตามชมซับไทยได้ที่ gagaoolalaOfficial Trailerเครดิตรูปภาพ : ภาพปก // ภาพที่ 1 // ภาพที่ 2 // ภาพที่ 3 // ภาพที่ 4 // ภาพที่ 5 // ภาพที่ 6 // ภาพที่ 7 // ภาพที่ 8 // ภาพที่ 9 จาก @tunku_showerเครดิตวิดิโอ : Official Trailer จาก GagaOOLala - Find YourStoryเกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ ๆ ได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !

"ฟลุ้ค-ยูโด" เตรียมจัดแฟนมีต ในงาน JudoFluke Japan 1st Fan Meeting in Tokyo
อ่าน

"ฟลุ้ค-ยูโด" เตรียมจัดแฟนมีต ในงาน JudoFluke Japan 1st Fan Meeting in Tokyo

จับมือกันปังไกลข้ามประเทศต่อยอดจากซีรีส์แบบสวยๆ สำหรับ ฟลุ้ค ณธัช ศิริพงษ์ธร และ ยูโด ธรรม์ธัช ธารินทร์ภิรมย์ ที่ก่อนหน้านี้ประกบคู่กันครั้งแรกในซีรีส์ Make a Wish ภารกิจนายเทวดา เดอะซีรีส์ ได้รับกระแสโดนใจแฟนคลับชาวไทยไปหมาดๆ แต่ล่าสุดปังยิ่งกว่า เมื่อซีรีส์ไปลงจอฉายในประเทศญี่ปุ่น ก็ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนๆแดนซากุระอย่างล้นหลาม จนล่าสุดเตรียมจัดงานแฟนมีตครั้งแรกที่ญี่ปุ่นไปเลย ในงาน JudoFluke Japan 1st Fan Meeting in Tokyo ที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ ฟลุ้ค เผยว่า "ช่วงนี้ซีรีส์ Make a Wish ที่ฟลุ้คกับพี่ยูโดเล่นได้ไปฉายที่ญี่ปุ่นด้วยครับ ทาง AsiaDramaticTV アジアドラマチックTV [アジドラ], J:COM, SKY PerfectTV, Hikari TV และ CableTV และช่วงที่เรากำลังจะไปแฟนมีตก็เป็นช่วงที่น่าจะกำลังจบพอดีครับ เลยถือโอกาสตรงนี้ไปจัดแฟนมีตคู่กันที่ญี่ปุ่นด้วยเลย เพราะถือว่าเป็นครั้งแรกด้วยครับ ความพิเศษก็จะมีเล่นเกมกับแฟนคลับ รวมถึง benefits ต่างๆ เช่นถ่ายรูป และ hi-touch ครับ ส่วนความพิเศษน่าจะเป็นโชว์การแสดงพิเศษ อาจจะมีร้องเพลงที่พวกเราทั้งสองคนยังไม่เคยร้อง มาร้องให้แฟนๆที่มาร่วมงานได้ฟังกัน และอาจจะมีร้องเพลงประกอบซีรีส์ที่พวกเราเล่นด้วยกันครับ ต้องขอบคุณทุกคนมากที่ติดตามพวกเราทั้งสองคน ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับที่ติดตามเราอยู่แล้ว หรือ จะเป็นคนใหม่ๆ ที่เพิ่งรู้จักกับพวกเรา หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบซีรีส์เรื่องนี้และผลงานของพวกเราทั้งสองคนนะครับ ตื่นเต้นมากครับ เพราะมีตคู่นี้เป็นครั้งแรกของเราที่ได้ไปจัดต่างประเทศด้วยกัน ฟลุ้คว่าพี่ยูโดก็คงตื่นเต้นไม่แพ้กัน ฟลุ้คเองก็มีคุยกับพี่ยูโดไว้บ้างแล้วครับว่าจะร้องเพลงอะไรกันดี จะแต่งตัวยังไง หรือเราจะสร้างโมเม้นต์ความประทับใจอะไรให้กับอินเตอร์แฟนที่ไปร่วมงานในครั้งนี้ครับ สามารถติดตามที่ฟลุ้คโพสต์ได้เลยครับ หรือ ช่องทาง official ของงานครับ จะมีรายละเอียดทั้งกดบัตร และ benefits ต่างๆครับ ฝากติดตามแฟนมีต JudoFluke Japan 1st Fan Meeting in Tokyo ของพวกเราทั้งสองคนไว้ด้วยนะครับ และฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วย และก็ฝากผลงานมินิซีรีส์ ของทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ครับ ซึ่งในโปรเจกต์นี้ก็รวมนักแสดงไว้หลายคนเลย ซึ่งฟลุ้คกับพี่ยูโดก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้ด้วย เราจะไปถ่ายที่ ตราด ครับ ชื่อตอนว่า เฮียไม่ปลื้ม ถ่ายในวันที่ 14 กันยายน นี้ครับ ที่จะมาพร้อมความสนุกและภาพบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในจังหวัด ตราด ด้วยครับ" ยูโด กล่าวเสริมว่า "ตื่นเต้นครับ ตื่นเต้นมาก ปกติแค่มีแฟนมีตก็ตื่นเต้นแล้วแต่รอบนี้ไปต่างประเทศ ถือว่าเป็นแฟนมีตต่างประเทศครั้งแรกด้วย ดีใจครับที่ได้มีโอกาสนี้ ก็ต้องขอบคุณแฟนๆทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ให้การตอบรับที่ดีเลยทำให้มีโอกาสนี้ครับ เราก็พร้อมที่จะทำให้เต็มที่เพื่อตอบแทนแฟนๆครับ ต้องเป็นอะไรที่พิเศษแน่นอนครับ ให้สมกับเป็นแฟนมีตต่างประเทศครั้งแรกครับ ฝากแฟนมีตต่างประเทศของผมกับฟลุ้คครั้งแรกด้วยครับ รับรองว่าจะมีความสุขไปด้วยกันแน่นอน งาน Judo Fluke Japan 1st Fan meeting in Tokyo จะมีขึ้น วันที่ 21 ตุลาคม 2023 จำนวน 2 รอบ สถานที่ Parthenon Tamaสามารถซื้อบัตรได้ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2023

ประมวลภาพ "PIT BABE ASIA TOUR 1ST FAN MEETING IN TOKYO LOVE'S JOURNEY"
อ่าน

ประมวลภาพ "PIT BABE ASIA TOUR 1ST FAN MEETING IN TOKYO LOVE'S JOURNEY"

ผ่านไปแล้วกับงานแฟนมีตติ้งที่อัดแน่นไปด้วยความประทับใจในทุกโมเมนต์กับ "PIT BABE ASIA TOUR 1ST FAN MEETING IN TOKYO LOVE'S JOURNEY" ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นของทั้ง 12 หนุ่มนักแสดงนำ "PIT BABE THE SERIES" อย่าง "พาเวล นเรศ, พูห์ กฤติน, สายลับ เหมวิช, ภณ ธนภณ, นัท ศุภณัฐ, ปิง โอบนิธิ, เบนซ์ อัทธ์ธนิน, กาฟิวส์ พันธุ์ธัช, ไมเคิล เกียรติศักดิ์, ท็อปเทน ศุภกรณ์, ป๊อป ภัทรพล, ลี อัสรี" จาก CHANGE2561 ORIGINAL ผู้นำด้านคอนเทนต์บันเทิงแบบครบวงจร ที่ได้เดินทางมามอบความสุขเป็นของขวัญให้กับอินเตอร์แฟนที่คอยซัพพอร์ตมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปีตั้งแต่ซีรีส์เริ่มจนจบ โดยจัดขึ้นเมื่อ (วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน 2567) ณ (NISSHO HALL TOKYO) ประเทศญี่ปุ่น โดย CHANGE2561 ได้จับมือร่วมกับ A.R.A และ Aplan International Group ซึ่งทั้ง 12 หนุ่มนักแสดงนำ PIT BABE THE SERIES ได้รับการต้อนรับจากแฟน ๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นตั้งแต่ก่อนเดินทางไปยัง ประเทศญี่ปุ่น และเมื่อเดินทางถึงก็มีแฟน ๆ มารอต้อนรับกันอย่างอบอุ่น PIT BABE ASIA TOUR 1ST FAN MEETING IN TOKYO เริ่มต้นความสุขแบบฉุดไม่อยู่ สตาร์ทความฟินด้วยเพลง Speed of love ให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงพร้อมกล่าวทักทาย สวัสดีแฟน ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นก็ได้รับเรียกกรี๊ดสนั่นอย่างต่อเนื่อง ทำเอาทั้ง 12 หนุ่มนักแสดงนำ "PIT BABE THE SERIES" ปลาบปลื้มกับการต้อนรับสุดอบอุ่น หลังจากนั้นเป็นการพูดคุยถึงความรู้สึกของงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ โดยระหว่างการพูดคุย 12 หนุ่มได้หยอดโมเม้นต์ฟิน ๆ ให้แฟน ๆ ได้ปลื้มปริ่มกันถ้วนหน้า จากนั้นทั้ง 12 หนุ่มได้พาทุกคนไปสนุกกันต่อกับช่วงเวลาแห่งการเล่นเกมส์ ซึ่งก็อบอวลไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสนุกที่อัดแน่นทุกวินาที โดยเฉพาะเกมส์ป็อกกี้ที่ให้ทั้ง 6 คู่ ใช้ปากกัดป็อกกี้แท่งเดียวกันและเกมส์ให้พูดภาษาญี่ปุ่นที่ยาก ๆ แบบไว ๆ จากนั้น 12 หนุ่มก็เข้าสู่ช่วงของ SET เพลงแทนความรู้สึกของตัวละคร "PIT BABE THE SERIES" ที่แต่ละคนก็ถ่ายทอดความรู้สึกตัวละครผ่านเพลงได้อย่างสุดฟินพาแฟน ๆ กรี๊ดแบบไม่พักเลยทีเดียว โดย นัท ศุภณัฐ ออกมาถ่ายทอดเพลง คนไม่ค่อยดี ต่อด้วย ปิง โอบนิธิ ในเพลง เดี๋ยวรักเอง จากนั้นก็เป็นโชว์สุดพิเศษของสองหนุ่มสีสันในซีรีส์ ไมเคิล เกียรติศักดิ์, ท็อปเทน ศุภกรณ์ พาแฟน ๆ โยกตัวไปพร้อมกันในเพลง เหลือจะเชื่อ ก่อนส่งไมค์ต่อให้ 4 หนุ่มตัวร้ายในซีรีส์ กาฟิวส์ พันธุ์ธัช, เบนซ์ อัทธ์ธนิน, ป๊อป ภัทรพล, ลี อัสรี ออกมากระชากใจแฟน ๆ ในเพลง ผู้ชายร้าย ๆ กับลุคแบดบอยพร้อมท่าเต้นสุดคูล ก่อนจะเข้าโหมดหวานของ สายลับ เหมวิช กับ ภณ ธนภณ ขึ้นมาเสิร์ฟความฟินชุดใหญ่พาใจละลายไปกับเพลง บอกแล้วคบก็จบ จากนั้น พาเวล และ พูห์ ก็ออกมาตกแฟนกับการแสดงโชว์เพลง BETTER ME เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น หลังจากนั้นก็ถึงเวลา PHOTO TIME เป็นช่วงถ่ายรวม และถ่ายรูปคู่สุดฟิน และเมื่อเวลาเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย 12 หนุ่มนักแสดงนำ "PIT BABE THE SERIES" ก็ได้กล่าวขอบคุณความรักของแฟน ๆทุกคนที่ทำให้เกิดงานในครั้งนี้ขึ้นจากใจ พร้อมให้คำสัญญาว่าจะสร้างผลงานดี ๆ ออกมาเพื่อทุกคนต่อไป หลังจากนั้นเป็นการถ่ายรูปร่วมกัน และปิดท้ายงานนี้ด้วย ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่เตรียมมามอบให้แฟนคลับโดยเฉพาะกับเพลง ถึงจะน้อยแต่ 100% หลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลา FAN BENEFIT และการถ่ายรูปร่วมกันกับแฟน ๆ เรียกได้ว่าเป็นของขวัญปลื้มปริ่มหัวใจกันถ้วนหน้าทั้งแฟนคลับและศิลปินเลยทีเดียวและ Next Station ต่อไปของ PIT BABE ASIA TOUR 1ST FAN MEETING LOVE'S JOURNEY ปักหมุดเตรียมไปพบกับอินเตอร์แฟนกันต่อกันที่ประเทศเกาหลีใต้ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ความสุขล้นฮอลล์! "PIT BABE" แฟนมีตครั้งแรกที่ฮ่องกง อัดแน่นความประทับใจกว่า 2 ชั่วโมง เปิดวาร์ป IG นักแสดง ซีรีส์ Pit Babe The Series เรื่องย่อ PIT BABE THE SERIES ช่อง ONE31 (ตอนจบ)

5 กีฬาบรรจุใหม่ใน Tokyo Olympic 2020
อ่าน

5 กีฬาบรรจุใหม่ใน Tokyo Olympic 2020

       ในปี ค.ศ. 2020 นี้ จะมีการจัดมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ขึ้นในภูมิภาคเอเซีย นั่นก็คือ โตเกียวโอลิมปิค ซึ่งเป็นโอลิมปิคครั้งที่ 32  มีการแข่งขันกีฬากว่า 300 รายการ ซึ่งในขณะนี้ ทางด้านรัฐบาลญี่ปุ่นได้เตรียมความพร้อม ในการรองรับนักกีฬากว่า 15,000 คน จาก 207 ประเทศทั่วโลก และรวมไปถึงนักท่องเที่ยวหลายแสนคนที่จะบินไปเยี่ยมชมงานด้วย         ประเภทกีฬาทั้งหมด มี่ทั้งสิ้น 55 รายการ โดยจะแบ่งเป็น โอลิมปิค 33 รายการ และ พาราลิมปิค 22 รายการ โดยที่ในปีนี้คณะกรรมการโอลิมปิคสากลได้เสนอให้เพิ่ม กีฬาใหม่หรือกีฬาที่เคยถูกบรรจุแล้วกลับมาบรรจุใหม่ทั้งหมด 5 รายการด้วยกัน ได้แก่ 1.Baseball/Softball - เบสบอล/ซอฟท์บอล กีฬาเบสบอลนั้นจะเเบ่งออกเป็นสองทีม โดยที่แต่ละทีมจะมี 9 คน โดยจะแบ่งออกเป็นฝ่ายรุกและฝ่ายรับ โดยที่ฝ่ายรับจะเป็นฝ่ายที่ใส่ถุงมือคอยรับบอล และฝ่ายรุกจะเป็นฝ่ายที่ถือไม้ตีลูก เมื่อฝ่ายรุกตีลูกเสร็จแล้วจะวิ่ง 3 จุด และกลับมาจุดที่ตีลูกก็จะได้ 1 แต้ม ในส่วนของซอฟท์บอลนั้น การเล่นจะเบากว่าเบสบอล และ ขนาดลูกและไม้จะไม่เท่ากัน Credit : Tokyo Olympic 2020 Baseball/Softball ประเภทการแข่งขันใน Tokyo Olympic 2020 Baseball (ชาย) Softball (หญิง) 2.Karate - คาราเต้ คาราเต้เป็นศิลปะป้องกันตัวของประเทศญี่ปุ่นมาช้านาน โดยถือกำเนิดในโอกินาว่า และได้แพร่หลายทั่วญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1920 โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องสวมชุดสีขาว และคาดเข็มขัดที่บอกถึงระดับชั้น การให้คะแนนของคณะกรรมการจะพิจารณาจากเทคนิคคาราเต้ที่ถูกต้อง และการเข้าปะทะถูกจุด แต่ถ้าหากว่าโจมตีรุนแรงเกินไปจนทำให้คู่ต่อสู่บาดเจ็บ อาจถูกกรรมการปรับแพ้ได้ Credit : Pixabay ประเภทการแข่งขันใน Tokyo Olympic 2020 Kata (Men/Women) Kumite Three weight categories (Men -67kg, -75kg, +75kg / Women -55kg, -61kg, +61kg) 3.Skateboarding - สเกตบอร์ด อีกหนึ่งกีฬาที่เอาใจวัยรุ่นแนวเอ็กตรีม ที่ได้รับการถูกบรรจุเข้าไปใน โอลิมปิค 2020 ด้วยนั้น เสน่ห์จะอยู่ที่การแสดงทักษะการเล่นสเกตบอร์ดของผู้เข้าแข่งขัน ทั้งการกระโดด และหมุนตัว ว่ากันว่าสเกตบอร์ดมีต้นกำเนิดมาจากอเมริกา ในปี ค.ศ.1940 โดยเริ่มแรกเป็นเพียงล้อเหล็กที่ติดอยู่กับไม้กระดานเล็กๆแค่นั้น แต่ต่อมาได้เป็นที่นิยมในวงการสตรีทตั้งแต่ปี ค.ศ.1990 ส่วนที่จะจัดขึ้นนี้มีด้วยกันสองแบบคือแบบ Street และแบบ Park ทั้งสองแบบจะแตกแต่งกันที่ลักษณะสนาม โดยที่แบบ สตรีทลักษณะสนามถูกออกแบบมาให้คล้ายข้างถนน จะมีทั้งราวเหล็ก กำแพง และทางลาด ส่วนแบบพาร์คนั้นลักษณะสนามจะกว้างใหญ่เต็มไปด้วยโค้งและความชันในแนวราบและแนวนอน  Credit : Tokyo Olympic 2020 Skateboarding ประเภทการแข่งขันใน Tokyo Olympic 2020 Park (ชาย/หญิง) Street (ชาย/หญิง)  4.Sport Climbing - ปีนหน้าผาจำลอง การปีนผาจำลองเป็นกีฬาเอ็กตรีมที่ท้าทายอีกกีฬาหนึ่งแต่กีฬานี้ไม่เหมาะกับคนที่กลัวความสูง นักปีนเขานั้นจะต้องใช้แขน ขา และส่วนต่างๆของร่างกายในการปีน หน้าผาจะประกอบไปด้วยหินและเหลี่ยมมุมที่แตกแต่างกัน โดยรูปแบบการปีนเขาที่บรรจุในโอลิมปิค ที่โตเกียวครั้งนี้ มีสามรูปแบบได้แก่ แบบ Speed เป็นการปีนเขาแข่งกันของผู้เข้าแข่งขันสองคนในระยะความสูงที่ 15 เมตร โดยที่ผู้ชนะคือคนที่ถึงไวที่สุด แบบ Bouldering เป็นการปีนในเส้นทางที่กำหนดระยะทาง 4 เมตร โดยตัดสินกันที่เวลา และแบบสุดท้าย Lead เป็นการปีนเขาความสูงกว่า 15 เมตร ในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าหากเวลาหมดใครสูงกว่าจะเป็นผู้ขนะ Credit : Tokyo Olympic 2020 Sport Climbing ประเภทการแข่งขันใน Tokyo Olympic 2020 Bouldering, Lead Speed Combined (Men/Women) 5.Surfing - กีฬาโต้คลื่น การโต้คลื่นเป็นกีฬาสุดท้ายใน 5 กีฬาที่ถูกเพิ่มเข้ามาในโอลิมปิคที่จะถึงนี้ การโต้คลื่นการแข่งขันจะถูกจัดขึ้นท่ามกลางทะเลหรือมหาสมุทร ซึ่งจะมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หลายอย่าง ทั้งคลื่นที่สูงไม่เท่ากันในแต่ละลูก ความเร็วลม และทิศทางการไหลของน้ำทะเล โดยขนาดบอร์ดที่ได้จัดแข่งขันขึ้นที่ โตเกียวโอลิมปิคคือ Surfing board ขนาด 1.8 เมตร Credit : Tokyo Olympic 2020 Surfing ประเภทการแข่งขันใน Tokyo Olympic 2020 Short board (ชาย/หญิง) Data credit:https://tokyo2020.org/en/news/notice/20160804-01.html

รีวิวTOKYO MER :  ภารกิจชีวิตเดือด (2021)
อ่าน

รีวิวTOKYO MER : ภารกิจชีวิตเดือด (2021)

สวัสดีมิตรรักนักอ่านทุกคนค่ะ วันนี้น้ำจะพาทุกคนไปรู้จักกับทีมแพทย์สุดแกร่งประจำรถ ER - Car จากซีรีส์ญี่ปุ่นสุดลุ้นระทึกในปี 2021 เรื่อง 'TOKYO MER' เป็นซีรีส์ที่ได้รับผลตอบรับดีมาก ๆ จนมีเวอร์ชั่นหนังเป็นของตัวเอง เรื่องราวของทีมแพทย์ชุดนี้จะน่าทึ่งแค่ไหนมีเพียงคุณเท่านั้นที่พิสูจน์ได้ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ  TOKYO MER ย่อมาจาก Tokyo Mobile Emergency Room เป็นหน่วยแพทย์ฉุกเฉินเคลื่อนที่เพื่อรับมือกับเหตุการณ์รุนแรงในโตเกียวทั้งอุบัติเหตุ และอุบัติภัยต่าง ๆ โดยผู้ก่อตั้งคือ ผู้ว่าราชการจังหวัด อาซูซะ อากัตสึกะ ภารกิจของพวกเขามีเพียงหนึ่งเดียว คือ 'ยอดผู้เสียชีวิตต้องเป็นศูนย์เท่านั้น' ซึ่งสมาชิกมีทั้งหมด 7 คน นำทีมโดยหมอโคตะ คิตามิ ผู้มีอดีตที่ไม่อาจบอกใครได้ หมอนาโอะ โอโตวะ ผู้ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มาริโกะ ชิโรกาเนะให้มากำจัดทีมนี้ทิ้งเพื่อทำลายชื่อเสียงทางการเมืองของผู้ว่าฯ อาซูซะ หมอฝึกหัดฮินะ สึรุมากิ หมอวิสัญญีจิโร ฟูยุกิ  วิศวกรชีวการแพทย์โมโตอิจิ โทกุมารุ  และพยาบาล 2 คน คือ นัตสึเมะ คุรามาเอะ กับ ฮหว่าง เลิน มินห์  ความรู้สึกหลังดูจบ TOKYO MER เป็นหนึ่งในซีรีส์ญี่ปุ่นที่น้ำอยากให้คนที่ไม่เคยดูได้ดูจริง ๆ ภาพรวมซีรีส์ทำออกมาได้ดีมีครบทุกรสชาติทั้งสนุก ลุ้นระทึก และซึ้งตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนจบ ในส่วนของการแสดงที่หลายคนกลัว เพราะซีรีส์ญี่ปุ่นบางเรื่องติดเล่นใหญ่จนทำเส้นเรื่องเสีย แต่เรื่องนี้หายห่วง แต่ละเคสจบภายในตอนนั้นเลยไม่มียืดเยื้อให้เสียอารมณ์แน่นอน อีกจุดหนึ่งที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้ นั่นคือรถ ER - Car รถคู่ใจประจำทีมที่ออกแบบมาได้ทันสมัยสุด ๆ อุปกรณ์ครบแถมมีห้องผ่าตัดด้วยทำให้คนไข้เข้าถึงหมอได้ง่ายขึ้น สุดท้ายแม้หมอคิตามิ และทุกคนในทีมจะเก่งแค่ไหนถ้าขาดแรงสนับสนุน หรือกองกำลังหนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทีม TOKYO MER คงทำภารกิจไม่สำเร็จ ฉะนั้นเรื่องนี้เอาไปเลย 10 คะแนนเต็ม !! เหตุการณ์ประทับใจ เหตุการณ์ที่ 1 อยู่ในตอนที่ 4 ของซีรีส์ เมื่อเจ้าหน้าที่หญิงต้องนำส่งหัวใจของผู้บริจาคมายังโรงพยาบาลเพื่อเตรียมผ่าตัดปลูกถ่ายหัวใจให้กับคนไข้ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมงจึงจำเป็นต้องใช้เส้นทางลัดในการเดินทางครั้งนี้ แต่ดันเกิดเหตุไม่คาดฝันจู่ ๆ อุโมงค์ที่ใช้เป็นทางลัดได้เกิดพังถล่มลงมาทำให้รถของเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นโดนเศษปูนหล่นทับไม่สามารถออกมาจากรถได้ ตอนนี้ซีรีส์ทำออกมาให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความเสียสละ และพลังสามัคคีของทุกฝ่ายจึงทำให้ภารกิจนี้สำเร็จอย่างราบรื่น แต่กว่าจะสำเร็จได้เล่นเอาลุ้นจนน้ำตาคลออยู่เหมือนกัน    เหตุการณ์ที่ 2 อยู่ในตอนที่ 6 ของซีรีส์ เมื่ออดีตของหมอคิตามิ ผู้เป็นกำลังสำคัญของทีมได้ถูกเปิดเผยทำให้ทีมอยู่ในช่วงกำลังโดนยุบ ตอนนี้ซีรีส์เผยให้เห็นถึงมิตรภาพของทีม TOKYO MER ว่าหนักแน่นกว่าที่คนภายนอกคิด แม้ในตอนแรกคนในทีมบางคนอาจไม่เห็นด้วยกับการทำงานที่บ้าระห่ำจนเกือบตาย หรือช่วยเหลือแม้กระทั่งคนเลวของหมอคิตามิ แต่ช่วงเวลาที่ทุกคนได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจรักษาชีวิตคนไข้ ทำให้ทุกคนเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของหมอคิตามิมากขึ้น หากต่อไปทีมนี้ต้องพบเจอกับอุปสรรคอะไรน้ำเชื่อมั่นว่าพวกเขาสู้ได้แน่นอน เพราะจุดหมายของพวกเขาก็เหมือนกับหมอคิตามิ คือ การช่วยเหลือคนไข้ทุกคนอย่างเท่าเทียม และไม่ปล่อยให้คนไข้ต้องรออย่างสิ้นหวัง  ข้อคิดจากเรื่อง "ในยามคับขันหมอ พยาบาล ตำรวจ และกู้ภัย คือด่านหน้าที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด จึงควรช่วยเหลือประชาชนด้วยความเท่าเทียมไม่ควรแบ่งแยกชนชาติ ฐานะทางสังคม หรือความดี กับความเลว เพราะประชาชนทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง"  น้ำขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความนี้ และหากใครมีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแชร์กันได้นะ สุดท้ายฝากกดติดตาม กดไลค์ กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียนหน้าใหม่คนนี้ด้วยนะคะ ^_^   ขอบคุณเครดิตภาพซีรีส์ จาก : tokyo_mer_tbs  ภาพหน้าปก / ภาพประกอบที่ 1 / ภาพประกอบที่ 2 / ภาพประกอบที่ 3 / ภาพประกอบที่ 4 / ภาพประกอบที่ 5 ภาพประกอบแผนผังตัวละครทั้งหมด  เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Zeal ส่งตรงความมันถึงแดนปลาดิบ ในคอนเสิร์ต Zeal Live In Tokyo
อ่าน

Zeal ส่งตรงความมันถึงแดนปลาดิบ ในคอนเสิร์ต Zeal Live In Tokyo

แรงจนฉุดความดังไว้ไม่อยู่แล้วสำหรับ วง zeal (ซีล) ที่สะสมเพลงฮิตมาต่อเนื่องและยาวนาน ล่าสุดก็ฟอร์เวิร์ดความมันไปถึงแดนปลาดิบกับ คอนเสิร์ต Singha Corporation Presents Zeal live in Tokyo (สิงห์ คอร์ปอเรชั่น พรีเซนต์ ซีล ไลฟ์ อิน โตเกียว) ที่ร้าน Zest (เซสท์) ย่าน Akihabara (อากิฮาบาระ) เป็นการอุ่นเครื่องในต่างแดนครั้งแรกก่อนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ในต้นปีหน้างานนี้ Zeal ก็ไม่ได้ทำให้แฟนเพลงชาวไทยและชาวญี่ปุ่นผิดหวัง ขนเพลงฮิตมาระเบิดความมันกันแบบนันสต๊อป ทั้งเพลงฮิตอย่าง สองรัก, อย่าอยู่คนเดียว, หมดชีวิตฉันให้เธอ, หยุดรักยังไง ฯ สลับกับการปล่อยมุขฮากันบนเวที เรียกได้ว่าเก็บสแปร์กันได้ครบทุกอรรถรสและที่ขาดไม่ได้คือ โชว์ไฮไลท์ที่นำเอาเพลงดังกระแสแรงอย่าง เตลิด มาร่วมฟีทเจอริ่งกับ ชิน วงหนุมาน ศิลปินชาวญี่ปุ่นหัวใจไทย เพิ่มความพิเศษให้โชว์ด้วย งานนี้ได้ปลดปล่อยอาการเตลิดกันสนั่นฮอลล์เลยทีเดียว เล่นเอาแฮปปี้กันถ้วนหน้าทั้งวงเองที่ก่อนหน้าก็พกความตื่นเต้นมาจากเมืองไทยมาไม่น้อย และแฟนๆที่รอคอยศิลปินวงโปรดของพวกเขา ขอบคุณแฟนๆของซีลทั้งคนไทยและญี่ปุ่น รวมถึงทีมงานเบื้องหน้า,เบื้องหลังที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้โชว์ในวันนี้ออกมาสมบูรณ์แบบ ขอบคุณที่ทำให้พวกเราวงซีลมีโอกาสได้มาเจอแฟนๆที่นี่ และหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกในครั้งต่อไปนะครับ เป๊กซ์-ปราชญ์ พงษ์ไชย นักร้องนำ กล่าวทิ้งท้ายฟังเพลงของ ZEAL ที่ TrueID MUSICสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ ค่าย Me Records (มี เรคคอร์ด) และ วง Zeal (ซีล) ได้ที่Fb : Merecordslabel : zealrockbandIG : Merecordslabel : zealrockbandYouTube channel: Merecordslabel : ZealchannelMusic Trueid อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากลข่าว Gossip พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจและติดตามพวกเราชาว Intrend บันเทิง ได้ที่นี่และ แอปพลิเคชั่น TrueID ApplicationAdd friend ที่ ID : @TrueID

มูฟวี่รีวิว :: Tokyo Godfathers (2003) เมตตาไม่มีวันตาย
อ่าน

มูฟวี่รีวิว :: Tokyo Godfathers (2003) เมตตาไม่มีวันตาย

วันคริสต์มาส คือวันที่ชาวคริสต์เฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูคริสต์ เป็นโอกาสที่จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แกะของขวัญ และขอพรกับพระเจ้า ไม่ว่าจะขอให้มีความสุข ร่างกายแข็งแรง หรือให้ได้รับความรัก ความเมตตาจากผู้คน ซามะมีแอนิเมชันที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับวันคริสต์มาสที่จะพาให้ทุกคนไปพบเจอกับความอบอุ่น ผสมความตลก (ร้าย) และมีกลิ่นอายดรามาให้ได้ซึ้งกัน นั่นคือ Tokyo Godfathers เมตตาไม่มีวันตาย (2003) ของ ซาโตชิ คง ที่มีผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Perfect Blue (1997) และ Paprika (2006) ใครพร้อมอ่านแล้วเลื่อนนิ้วเลยจ้า เชิญเลยยย (การรีวิวนี้เป็นความเห็น และความรู้สึกส่วนตัวของซามะนะคะ ผิดพลาดประการใดขออภัยล่วงหน้าจ้า) รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!!                                                                                               ตัวอย่าง  คลิปตัวอย่าง ตัวอย่าง Tokyo Godfathers | Official Trailer ขอบคุณคลิปจาก Youtube : SF Cinema                                                                                             เรื่องย่อ ในคืนศริสต์มาส เทศกาลที่ผู้คนต่างมีความสุขและเฉลิมฉลองกับคนที่รัก ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่มีหิมะขาวปกคลุมในโตเกียว มีคนไร้บ้าน 3 คน ได้แก่ ‘ฮานะ’ สาวข้ามเพศและอดีตนักร้องในไนต์คลับ ‘จิน’ ชายวัยกลางคนผู้ติดแอลกอฮอล์ และ ‘มิยูกิ’ เด็กสาวที่หนีออกจากบ้าน ร่อนเร่ไปตามทางโดยทิ้งอดีตของตัวเองไว้ข้างหลัง ระหว่างกำลังหาอาหารที่กองขยะก็ได้ยินทารกน้อยที่ถูกทิ้งกำลังร้องไห้ ฮานะตั้งชื่อทารกคนนี้ว่า ‘คิโยโกะ’ ทั้ง 3 คนต้องกลายเป็นพ่อแม่บุญธรรมโดยปริยาย และออกตามหาแม่ที่แท้จริงของเด็กคนนี้ ซึ่งภารกิจตามหาแม่ในครั้งนี้จะมีอุปสรรคและเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล                                                                “ความเป็นครอบครัว” ไม่ได้เกิดจากสายเลือดเสมอไป ความโดดเด่นและน่าสนใจของ Tokyo Godfathers ในจุดแรกคือการหยิบเอาคนไร้บ้านมาเป็นตัวละครเดินเรื่องโดยมีแก่นหลักสำคัญ คือความเป็นครอบครัวที่มาจากต่างสายเลือด ชายคนหนึ่งที่ขี้เมาและหลีกหนีความล้มเหลวในชีวิต สาวข้ามเพศคนหนึ่งที่มีจิตใจเมตตาและอยากเป็นแม่คน และเด็กคนหนึ่งที่ทะเลาะกับครอบครัวจนหนีออกจากบ้าน ยามกลางวันต้องเร่ร่อนหาอาหารกินประทังชีวิต ตกกลางคืนมักนึกถึงอดีตอันเจ็บปวด แม้ทั้งสามคนจะมีปากเสียงและขัดแย้งกันบ้าง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา หรือใครได้รับบาดเจ็บ ก็อดจะเข้าไปช่วย หรือห่วงใยไม่ได้ สิ่งนี้ทำให้เห็นว่าทั้งสามคนต่างมีความผูกพันในนิยามของคำว่าครอบครัวต่างสายเลือดไปแล้ว                                                                              การไถ่บาปและโอกาสครั้งที่สอง บาดแผลจากอดีตของจิน ฮานะ และมิยูกิที่เกิดขึ้นกับแต่ละคน ทำให้รู้สึกว่าตนนั้นไม่สมควรได้รับการให้อภัย ความภาคภูมิใจในตัวเองค่อย ๆ ถูกกัดกร่อนไปทีละนิด และเลือกที่จะเป็นคนไร้บ้านอย่างเต็มตัว หลายเหตุการณ์ที่จิน ฮานะ และมิยูกิเผชิญกับอดีตของตัวเองที่เคยพลั้งพลาด เพราะด้วยอารมณ์โกรธ เกลียด หรือแค้นฝังหุ่นแค่ไหนก็ตาม สิ่งนั้นจะกลับมาหาเราเสมออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพบเจอกับคิโยโกะ อาจมองได้ว่าเป็นของขวัญจากพระเจ้าในคืนคริสต์มาสพร้อมกับมอบโอกาสครั้งที่สองให้ได้กลับไปแก้ไขข้อผิดพลาด แต่ครั้งนี้ต้องแก้ไขด้วยความเมตตา ความรัก และการให้อภัย หรือบางที ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์จากบนฟ้า แต่มันคือความกล้ากลับมาเผชิญกับอดีต และเปลี่ยนแปลงให้มีความหมายกับชีวิตของเราก็ได้                                                                          ทุกคนมีคุณค่า แม้ไม่สมบูรณ์แบบ ในชีวิตจริงของคนเราย่อมเคยเผชิญกับความล้มเหลว และสรุปภาพรวมชีวิตตัวเองว่า “ไม่มีค่า” เพราะไม่เป็นไปตามมาตรฐานของสังคม แต่ Tokyo Godfathers สะท้อนให้เราเห็นว่าความล้มเหลวเหล่านั้น ไม่ได้ลบล้างคุณค่าความเป็นมนุษย์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตและบอกให้เรา “ศรัทธาในคุณค่าของตัวเอง” เมื่อจิน ฮานะ และมิยูกิต่างเผชิญหน้ากับอดีตของตนเอง พวกเขาไม่ได้สมบูรณ์แบบ  แต่เมื่อมีโอกาสได้ช่วยเหลือชีวิตเล็กๆ อย่างคิโยโกะ พวกเขาเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องและยอมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องทารกน้อยให้ปลอดภัย แม้จะไม่มีอะไรในมือเลยก็ตาม ในชีวิตคนเรา บางครั้งอาจไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่เราสามารถ "เลือก" ได้ว่าเราจะใช้วันนี้ทำสิ่งที่ดีอะไรได้บ้าง คุณค่าของคนเราไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเคยพลาดแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า เรากล้าจะลุกขึ้นมาและยังเชื่อว่าตัวเองมีค่าพอที่จะมอบสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่นได้หรือไม่                                                                                             รีวิวจากซามะ ด้วยเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ ตัวละครที่เป็นตัวแทนของคนชายขอบ บวกกับลูกเล่นตามลายเซ็นของอาจารย์ซาโตชิ คง ทุกอย่างประกอบสร้างให้เรื่องนี้มีเสน่ห์ที่ไม่ธรรมดา ชวนให้ขบคิดถึงมิติของครอบครัวและคนชายขอบในสังคมโตเกียว อีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คืองานภาพที่เรียกได้ว่าเก็บรายละเอียดได้เสมือนจริงมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากผู้คนพลุกพล่านในเมืองใหญ่ ตึกสูงเสียดฟ้า หรือฉากแอ็กชันต่าง ๆ ที่ทั้งสนุกและลุ้นไปในเวลาเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำให้ Tokyo Godfathers เป็นแอนิเมชันที่ควรค่าแก่การดูมากในช่วงวันคริสต์มาสเพื่อให้ได้กลับไปคิด ทบทวน และย้อนความถึงเรื่องราวในอดีตของเรา จนสามารถยอมรับและกลับไปแก้ไขได้หากมีโอกาสอีกครั้ง  อยากดูแอนิเมชันที่จะพาเราอบอุ่นหัวใจในวันคริสต์มาส ต้องไปดูเรื่อง Tokyo Godfathers (2003) กันนะคะ ซามะขอรับรองว่าแอนิเมชันเรื่องนี้ครบรสทั้งอบอุ่น คอมเมดี้ แฟนตาซี และดรามา ขอบคุณทุกคนที่อ่านบทความของซามะจนจบนะคะ สามารถเข้าไปอ่านบทความอื่นได้ โดยคลิ๊กที่ชื่อ ซามะ เรื่องหน้าจะเป็นแนวไหนต้องติดตามเท่านั้น! วันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีค่า บทความอื่นๆ: มูฟวี่รีวิว :: Jai Bhim ใจภิม (2021) เรื่องจริงสุดอื้อฉาวในวงการตำรวจที่จับชาวชนเผ่ามาเป็นแพะ มูฟวี่รีวิว :: Dangal ปล้ำฝันสนั่นโลก (2016) เรื่องจริงของอดีตนักมวยปล้ำ จับลูกสาวมาสานฝันคว้าแชมป์ให้ประเทศ อนิเมะรีวิว :: โคทาโร่อยู่คนเดียว Kotaro Lives Alone (2022) อนิเมะอบอุ่นหัวใจ พร้อมคราบน้ำตา อนิเมะรีวิว :: ยาสึเกะ ซามูไรแอฟริกา (Yasuke) อนิเมะแอ็กชันไซไฟแฟนตาซี กราฟิก CG คุณภาพเยี่ยม เครดิตรูปภาพ ภาพปก : Canva จาก ผู้เขียน (ซามะ) I ภาพประกอบโดย Facebook: GKIDS (1) (2)  ภาพที่ 1, 2, 4, 6, 8, 9 จาก Facebook: GKIDS ภาพที่ 3, จาก IG: gkidsfilms ภาพที่ 5 จาก Canva ภาพประกอบโดย Facebook: GKIDS (1) (2) (3)  ภาพที่ 7 จาก Canva ภาพประกอบโดย Facebook: GKIDS (1) (2) (3)  เครดิตคลิป คลิปตัวอย่าง ตัวอย่าง Tokyo Godfathers | Official Trailer   จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !  

ทำความรู้จักกับ 5 กีฬาทางน้ำ ใน Tokyo Olympic 2020
อ่าน

ทำความรู้จักกับ 5 กีฬาทางน้ำ ใน Tokyo Olympic 2020

       ในปี ค.ศ. 2020 ที่จะถึงนี้จะมีกิจกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่มาจัดในเอซียของเรา นั่นก็คือ Tokyo Olympic 2020 นั่นเอง ในงานนี้มี่กีฬาโอลิมปิคและพาราลิมปิครวมทั้งสิ้นกว่า 55 ชนิดกีฬา โดยหน่วยงาน International Olympic Committee (IOC) ได้สรุปรวมกีฬาโอลิมปิคมา 33 ชนิดกีฬา และกีฬาโอลิมปิคทางน้ำที่จะจัดขึ้นที่โตเกียวนี้ มีทั้งหมด 5 ชนิดกีฬาด้วยกันดังนี้ 1.Swimming (กีฬาว่ายน้ำ) กีฬาว่ายน้ำเป็นกีฬาที่มีประเภทการแข่งขันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น ฟรีสไตล์ กบ ผีเสื้อ กรรเชียง โดยในปี 2016 ณ งานโอลิมปิคที่จัดขึ้นที่ Rio นั้น ได้มีการแข่งขัยว่ายน้ำชาย-หญิงทั้งหมดรวม 32 รายการด้วยกัน แต่ในปี 2020 ที่จะจัดขึ้นที่โตเกียวนี้จะจัดให้มีการแข่งขันว่ายน้ำทั้งชาย-หญิงรวม 35 รายการ โดย 3 รายการที่เพิ่มขึ้นมานั้น คือ ว่ายน้ำฟรีสไตล์ 800 เมตรชาย , ว่ายน้ำฟรีสไตล์ 1,500 เมตรหญิง , ว่ายน้ำแบบผลัดผสม 4 x 100 เมตร Credit : tokyo2020.org รายการการแข่งขัน  ฟรีสไตล์ 50 ม. (ชาย / หญิง)  ฟรีสไตล์ 100 ม. (ชาย / หญิง)  ฟรีสไตล์ 200 ม. (ชาย / หญิง)  ฟรีสไตล์ 400 ม. (ชาย / หญิง)  ฟรีสไตล์ 800 ม. (ชาย / หญิง)  ฟรีสไตล์ 1500 ม. (ชาย / หญิง)  กรรเชียง 100 ม. (ชาย / หญิง)  กรรเชียง 200 ม. (ชาย / หญิง)  ท่ากบ100 ม. (ชาย / หญิง)  ท่ากบ 200 ม. (ชาย / หญิง)  ท่าผีเสื้อ 100 ม. (ชาย / หญิง)  ท่าผีเสื้อ 200 ม. (ชาย / หญิง)  ผสมบุคคล 200 ม. (ชาย / หญิง)  ผสมบุคคล 400 ม. (ชาย / หญิง)  ผลัดฟรีสไตล์ 4 x 100 ม. (ชาย / หญิง)  ผลัดฟรีสไตล์ 4 x 200 ม. (ชาย / หญิง)  ผลัดผสม 4 x 100 ม.(ชาย / หญิง)  ผลัดผสม 4 x 100 ม.(ชาย - หญิง)  2.Diving (กระโดดน้ำ) กีฬากระโดดน้ำที่จะจัดแข่งขันขึ้นปกติจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่กระโดดจากสปริงบอร์ด (Springboard) และกระโดดจากชานของหอกระโดด(Platform) การให้คะแนนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ท่วงท่า ความสวยงามของร่างกาย การหมุนตัว และการลงถึงผิวน้ำ เป็นต้น Credit : tokyo2020.org รายการการแข่งขัน  กระดานกระโดด 3 ม. (ชาย / หญิง)  แพลตฟอร์ม 10 ม. (ชาย / หญิง)  กระดานกระโดดแบบคู่ประสาน 3 ม. (ชาย / หญิง)  แพลตฟอร์มแบบคู่ประสาน 10 ม. (ชาย / หญิง   3.Water Polo (โปโลน้ำ) โปโลน้ำเป็นกีฬาที่ถือกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษซึ่งในสมัยก่อนได้จัดแข่งขันขึ้นในปี 1860 เพื่อทดสอบ ความแข็งแรง และทักษะในการว่ายน้ำ หลังจากนั้นก็ได้มีการปรับปรุงกติกาเรื่อยมาเพื่อลดการบาดเจ็บ จนกระทั่งปี 1900 ได้ถูกบรรจุเข้าไปในโอลิมปิคที่ปารีส โดยโปโลน้ำน้ำจัดได้ว่าเป็นกีฬาทีมชาย ที่เก่าแก่ที่สุด แต่ถึงกระนั้นกว่าที่จะมีโปโลน้ำหญิงก็ต้องรอถึง โอลิมปิคปี 2000 เลยทีเดียว Credit : tokyo2020.org รายการการแข่งขัน แข่งแบบทัวนาเม้น ทีมชาย 12 คน แข่งแบบทัวนาเม้น ทีมหญิง 10 คน  4.Artistic Swimming กีฬานี้เป็นการแสดงท่าทางในน้ำประกอบเสียงดนตรี นักกีฬาสามารถแต่งชุดสวยๆและใช้เครื่องสำอางกันน้ำได้ ในการตัดสินคะแนนนั้นจะตัดสินจากท่าบังคับ ความสวยงามของท่าและคะแนนเทคนิดการประสานกันของทีม กีฬาชนิดนี้ผู้แข่งขันร่างกายจะต้องแข็งแรงเพราะขาจะไม่ถึงพื้นเลยตลอดการแข่ง จึงต้องใช้การพยุงตัวและการกลั้นหายใจพร้อมๆไปกับการแสดงตลอดเวลา Credit : tokyo2020.org รายการการแข่งขัน แบบคู่ หญิง แบบทีม หญิง 5.Marathon Swimming (ว่ายน้ำมาราธอน) มาถึงกีฬาทางน้ำอย่างสุดท้าย เป็นกีฬาสุดโหดและระยะทางไกลที่สุด นั่นก็คือว่ายน้ำมาราธอนนั่นเอง กีฬาชนิดนี้นั้นจะจัดขึ้นกลางแจ้งท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา โดยได้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 2002 ที่กรุงปักกิ่ง โดยปกติจะว่ายเป็นวงกลมและใช้เวลากว่าสองชั่วโมง โดยนอกเหนือจากพลังทางร่างกายของผู้เข้าแข่งขันแล้วผู้เข้าแข่งขันยังต้องใช้ประโยชน์จากความเร็วและทิศทางของกระแสน้ำอีกด้วย Credit : tokyo2020.org รายการการแข่งขัน ว่ายน้ำมาราธอน 10 กม. (ชาย/หญิง) ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Tokyo Olympic Swimming

เดอะทอยส์ โกอินเตอร์ร่วมงานเทศกาลดนตรี TOKYO M.A.P.S
อ่าน

เดอะทอยส์ โกอินเตอร์ร่วมงานเทศกาลดนตรี TOKYO M.A.P.S

ทำเพลงให้ฟังเพลงกับเนื้อเพลง และมิวสิควีดีโอสุดฮอต สำหรับ THE TOYS หรือ ทอย ธันวา ที่ล่าสุดได้ขึ้นโชว์ร่วมกับ ICHIKA NITO มือกีตาร์ระดับโลกที่ญี่ปุ่น สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับวงการดนตรีอีกครั้ง หลัง THE TOYS หรือ ทอย - ธันวา บุญสูงเนิน ศิลปินและโปรดิวเซอร์มากความสามารถ จากสังกัดค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) มือวางกีตาร์อันต้น ๆ ของไทย เจ้าของผลงานเพลงฮิตมากมาย มีชื่อโผล่ในลิสต์รายชื่อศิลปินที่จะได้ร่วมโชว์ในเทศดนตรีเพลงร็อคระดับโลกอย่าง FUJI ROCK FESTIVAL2023 เรียกเสียงฮือฮาให้กับบรรดาแฟนเพลงชาวไทย ล่าสุด ประกาศข่าวดีอีกครั้ง THE TOYS เตรียมลุยแดนปลาดิบ พร้อมโชว์ซาวน์กีตาร์เอกลักษณ์ ร่วมกับ ICHIKA NITO มือวางกีตาร์ระดับโลก ในอีกหนึ่งเทศกาลดนตรีอย่าง "TOKYO M.A.P.S" ที่ Roppongi Hills Arena ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 6 พฤษภาคม นี้ โดยก่อนหน้านี้ ทั้งคู่เคยได้มีโอกาสร่วมงานกันในมินิโปรเจกต์ที่ชื่อว่า Colours ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ THE TOYS โชว์สกิลร้องเพลงภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต เรียกได้ว่าทั้งคู่มีเคมีที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ซึ่งในคอนเสิร์ตครั้งนี้ พวกเขาจะเตรียมเซอร์ไพรส์อะไรให้แฟนเพลงบ้าง รอติดตามกันได้เลย ฟังเพลงออนไลน์เพลงใหม่ ได้แล้ววันนี้บน TrueID ทั้ง เว็บไซต์ และ แอปพลิเคชัน อ่านข่าวเพลงใหม่วันนี้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : THE TOYS ร่วมงาน ICHIKA มือกีตาร์ติดอันดับโลก ปล่อยเพลงใหม่ Colors โบกี้ไลอ้อน เดอะทอยส์ ปล่อยความกวนในเพลง คืนวันศุกร์ ประกอบหนัง ว่าน วันวาน โบกี้ไลอ้อน ส่งเพลง Cant Connect พลังเสียงดีแบบตะโกน รอติดตามเลย! โบกี้ไลอ้อน ปรับลุคแซ่บ เตรียมคัมแบ็กปล่อยผลงานเพลงใหม่ วาดไว้ ละมุนทุกองศา! โบกี้ไลอ้อน ปล่อยเพลงใหม่ล่าสุด ทราบแล้วเปลี่ยน บินแรงติดเทรนด์ ในเวลาไม่ถึงวัน (มีคลิป) อะไรยังไง! BOWKYLION ทำเอาแฟนเพลงถึงกับลุ้นหลังโพสต์ใบสมัครแอร์โฮสเตส หรือจะปล่อยเพลงใหม่ โชว์ความรวย! เดอะทอยส์ ส่งเพลงใหม่ ฉันรวย คนมันรวยช่วยไม่ได้ ใช้ยังไงก็ไม่หมด (มีคลิป) เป็นกระแสทุกเพลง! The TOYS ปล่อยเพลงใหม่ เมะ (kiss by kiss) 16ชั่วโมงขึ้นเทรนด์เพลงฮิต (มีคลิป) ทอย ธันวา ว่าไง? แฟน ๆ ยกให้เป็นนักร้องสามีแห่งชาติคนใหม่! แรงดีไม่มีตก! ไวน์ลดา The TOYS 2 วันยังติดเทรนด์ #2ONTRENDING (มีคลิป)

เหล่าคนดังทั่วเอเชีย ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี Onitsuka Tiger กับ Event in TOKYO
อ่าน

เหล่าคนดังทั่วเอเชีย ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี Onitsuka Tiger กับ Event in TOKYO

Onitsuka Tiger (โอนิซึกะ ไทเกอร์) เฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ในปี 2024 โดยยังคงยืดมั่นในความหลงใหลและวิสัยทัศน์ของ Kihachiro Onitsuka ผู้ก่อตั้งในการทำธุรกิจที่สามารถส่งมอบความฝันและความหวังให้กับผู้คน Onitsuka Tiger ปรารถนาที่จะตอบรับกับความท้าทายในอนาคต พร้อมมุ่งไปสู่การครบรอบ 100 ปีที่จะมาถึง และเพื่อตอกย้ำความสำเร็จครั้งสำคัญของการครบรอบ 75 ปี แบรนด์ Onitsuka Tiger จึงได้จัดงานเฉลิมฉลองที่โตเกียว ตั้งแต่วันที่ 9 - 25 สิงหาคม 2024 ร่วมเปิดประตูสู่โลกอันกว้างใหญ่ของ Onitsuka Tiger สำรวจเรื่องราวความสำเร็จในอดีตและแรงบันดาลใจอันน่าตื่นเต้นสำหรับอนาคต "Onitsuka Tiger 75th Anniversary Event in TOKYO" เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สื่อถึงการเดินทางของแบรนด์ผ่านอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่จะนำไปสู่การครบรอบ 100 ปี โดยมีคนดังจากทั่วเอเชียร่วมเฉลิมฉลองและสร้างสีสันมากมาย อาทิ โบว์ - เมลดา สุศรี และ แชจงฮยอบ นักแสดงหนุ่มสุดฮอตจากเกาหลี ภายในงานได้มีการจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายของรองเท้า 75 คู่สำคัญ โดยแต่ละคู่ได้เล่าเรื่องราวและแรงบันดาลใจไว้มากมาย และมีรองเท้าที่เป็นไฮไลท์พิเศษ อย่างรองเท้าคู่แรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ คู่ที่เป็นจุดเปลี่ยนของแบรนด์ในแต่ละยุค และคู่ที่มีบทบาทสำคัญในการขยายตลาดทั่วโลกของ Onitsuka Tiger สำหรับผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะมีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การแสดงศิลปะที่สร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจของแบรนด์ พร้อมชมภาพยนตร์สั้นที่นำเสนอร้าน Onitsuka Tiger จากทั่วทุกมุมโลก โดยใช้เทคโนโลยี CG, XR และการจับการเคลื่อนไหวที่ทันสมัย พร้อมกับการจัดแสดงสินค้าคอลเล็กชั่นล่าสุด นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับของสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ออกแบบเพื่อระลึกถึงการครบรอบ 75 ปีของแบรนด์โดยเฉพาะจำนวนทั้งหมด 5 ชิ้นที่จัดแสดงภายในงาน และยังได้มีโอกาสในการรับชมโมเดลที่เป็นจุดเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลง ความท้าทาย และการพัฒนาของ Onitsuka Tiger ซึ่งได้รับการออกแบบและตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัยเป็นครั้งแรก

Tokyo 5 บาร์สุดโรแมนติกสำหรับคู่รัก
อ่าน

Tokyo 5 บาร์สุดโรแมนติกสำหรับคู่รัก

สวัสดีครับ เมื่อคุณเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองหลวงอย่างโตเกียว ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่เป็นเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยวหลายคน เมื่อทุกท่านเที่ยวในตอนกลางวันเสร็จแล้ว ท่านคงอยากจะพาคนที่ท่านรักไปเที่ยวต่อในช่วงเวลากลางคืนใช่ไหมครับ เพราะคุณปฏิเสธไม่ได้ว่าการดื่มสุรา ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้คุณเพลิดเพลินในยามค่ำคืน ผมคิดว่าการท่องราตรีในโตเกียว จัดว่าเป็นเมืองที่เปรียบเสมือนใจกลางของนักท่องราตรีเลยก็ว่าได้ครับ วันนี้ผมจึงอยากมาแนะนำบาร์ที่แสนจะโรแมนติก หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองหลวง แล้วใช้เวลากับเครื่องดื่มดี ๆ ฟังเพลงเบา ๆ ดังนั้นบาร์ของโรงแรมจึงเป็นสถานที่ ที่เหมาะสำหรับคู่รักที่จะรับประทานอาหาร ในบรรยากาศที่เงียบสงบและทันสมัย ผมจึงขอรวบรวม 5 บาร์ที่แสนจะโรแมนติก เพลงเพราะอาหารอร่อย มาฝากทุกท่านครับ เสน่ห์ของบาร์คือบรรยากาศ ดนตรี และการตกแต่งที่หรูหรา หากท่านไปกับคนที่ท่านรัก ท่านจะสามารถผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มและบรรยากาศได้ดีเลยครับ โดยผมขออนุญาตแนะนำบาร์ที่สุดแสนจะโรแมนติกทั้ง 5 บาร์ดังนี้ครับ โรงแรมอิมพีเรียลโตเกียว ( Old imperial Bar ) ภาพถ่ายจากเว็บไซต์โรงแรมold imperial bar tokyo บรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์และเงียบสงบไม่เหมือนใคร มีเครื่องดื่มให้เลือกรับประทานมากมายครับ ถ้าใครอยากลิ้มรสชาติสาเกญี่ปุ่นชั้นดี ที่นี่ไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนครับ เมนูอาหารก็มีให้เลือกหลากหลาย โรงแรมไฮแอทรีเจนซี่โตเกียว ( The lounge )ภาพถ่ายจากเว็บไซต์โรงแรมhyattregencytokyo เป็นบาร์ในเครือโรงแรม Hyatt ที่เป็นโรงแรมชื่อดังระดับโลก มีการตกแต่งที่สวยหรูทันสมัยเหมาะกับลูกค้ากลุ่มไฮแอทฯ เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในชินจุกุมีเครื่องดื่มมากมายให้คุณเลือกจากทั่วทุกมุมโลกเลยครับ แมนดารินโอเรียนเต็ลโตเกียว ( Mandarin Bar )ภาพถ่ายจากเว็บไซต์โรงแรมMandarin เป็นบาร์ในเครือโรงแรม Mandarin หนึ่งในโรงแรมที่หรูหราที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนชั้น 37 เป็นบาร์ที่ดีที่สุด ที่จะทำให้คุณเห็นทัศนียภาพของเมือง มีดนตรีแจ๊ซขับกล่อมท่านสด ๆ ในยามค่ำคืน ผมว่ามันสุดแสนจะโรแมนติกเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีหน้าต่างบานใหญ่ให้คุณชมวิวยามค่ำคืนอีกด้วย โรงแรมตั้งอยู่ที่ Nihonbashi ครับ โรงแรมเซรูลีน ทาวเวอร์ โตเกียว ( BELLOVISTO Bar )ภาพถ่ายจากเว็บไซต์โรงแรมcerulean-tower เป็นบาร์ที่อยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม การเดินทางสะดวกเพราะอยู่ไม่ห่างจากสถานีชิบูย่าครับ เป็นบาร์ที่สุดแสนโรแมนติกมากครับ มีหน้าต่างบานใหญ่ให้คุณได้ชมวิวยามค่ำคืน มีการแสดงเปียโนสด ๆ ให้ฟัง ค็อกเทลสีสันสดใสจากบาร์เทนเดอร์ชื่อดังระดับโลก ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับค่ำคืนได้ดีเลยครับ เดอะปรินซ์ ปาร์คทาวเวอร์ โตเกียว ( Sky Lounge “Stellar Garden” Bar)ภาพถ่ายจากเว็บไซต์โรงแรมprincehotels Sky Lounge “Stellar Garden” Bar ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของโรงแรมชั้น 33 สามารถมองเห็นวิวยามค่ำคืนสุดแสนจะโรแมนติก มีโซฟาเรียงไว้บริเวณริมหน้าต่างให้ท่านสามารถชมวิว มีเครื่องดื่มให้เลือกมากมายโดยเฉพาะคอไวน์ ผมว่าไม่ควรพลาดครับ เป็นยังไงกันบ้างครับกับ 5 บาร์สุดหรูในเมืองหลวงอย่างโตเกียว ผมหวังว่าท่านคงจะชอบบรรยากาศและการตกแต่งอย่างแน่นอน ที่สำคัญแต่ละบาร์ที่ผมยกมาแนะนำล้วนเป็นบาร์ที่เงียบสงบเป็นส่วนตัว เหมาะกับคู่รักที่จะพากันมาดื่มด่ำในค่ำคืนสุดแสนโรแมนติก พร้อมกับชมวิวยามค่ำคืนของเมืองหลวงประเทศญี่ปุ่น ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับท่านนะครับ สวัสดีครับ ภาพหน้าปกโดยNick KwanจากPexels

ประมวลภาพ "SCRUBB 1st Live in Tokyo" คอนเสิร์ต Sold Out ภายใน 15 นาที
อ่าน

ประมวลภาพ "SCRUBB 1st Live in Tokyo" คอนเสิร์ต Sold Out ภายใน 15 นาที

จบไปอย่างสวยงามกับ "SCRUBB 1st Live in Tokyo" เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ HULIC HALL TOKYO ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่แฟนเพลงเรียกร้องให้ "scrubb" ไปเปิดคอนเสิร์ตเป็นอย่างมาก หลังจากเปิดจำหน่ายบัตรคอนเสิร์ต ก็มีการประกาศ Sold Out ภายใน 15 นาทีแรก เรียกว่ากระแสดีตั้งแต่ยังไม่ได้เดินทาง จนมีการเรียกร้องให้จัดอีกครั้ง โดยความพิเศษในครั้งนี้ "scrubb" เตรียมเซอร์ไพรส์แฟนเพลงญี่ปุ่น ที่นอกจากจะเล่นเพลงฮิตที่ทุกคนรอคอย ยังนำเพลง "เรา | we" ซิงเกิลล่าสุดที่เพิ่งปล่อยไปเมื่อปลายเดือนกันยายนไปโชว์ในครั้งนี้ ซึ่งเรียกว่าเป็นการเล่นเพลง เรา | we นอกประเทศไทยเป็นครั้งแรก! เรา | we เพลงป๊อปสไตล์ Soul Funk ที่ยังคง Healing ในแบบ scrubb เพลงที่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนถูกโอบกอด ถ่ายทอดออกมาผ่านเนื้อเพลงแสนอบอุ่น ด้วยประโยคที่แทนคําว่าไม่เป็นไรในแบบฉบับของ scrubb ที่ตั้งใจมอบความรู้สึกดี ๆ ถึงการมีอยู่ของใครอีกคนเสมอ ซึ่งศิลปินเองก็ตั้งใจให้เพลงนี้เป็นตัวแทนความอบอุ่น พร้อมที่จะโอบกอด ปลอบ ประโลมไปถึงแฟนเพลงทุก ๆ คนอีกด้วย ที่สามารถเข้าไปชมมิวสิกวิดีโอได้แล้ว ที่นี่ "scrubb" ยังคงเดินหน้าทัวร์คอนเสิร์ตในเอเชียอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะได้ไปพบกับแฟน ๆ ชาวฮ่องกง อีกครั้งในเดือน ธันวาคมนี้ และประเทศสิงค์โปรเดือนมกราคม 2567 โดยสามารถติดตามรายละเอียดและตารางทัวร์คอนเสิร์ตของ scrubb ได้ที่ :Facebook : scrubbInstagram : @scrubbbandTwitter : @scrubbbandTikTok : scrubbbandYouTube : SCRUBB MUSIC TUBE

รีวิวเที่ยว Hokkaido-Tokyo ใน 8 วัน ( Part 5 )
อ่าน

รีวิวเที่ยว Hokkaido-Tokyo ใน 8 วัน ( Part 5 )

          เช้าก่อนวันกลับเราเปิดวันด้วยการไปขึ้น Tokyo Skytree โดยราคาตั๋วจะอยู่ที่ 2,100-2,300 เยน แต่เนื่องด้วยวันที่ขึ้นนั้นมีฝนตกทำให้มองไม่เห็นภูเขาไฟฟูจิ  พอชมวิวจนทั่วก็แวะกินไอศกรีมกันซักหน่อย             เมื่อกินไอศกรีมเสร็จก็ไปต่อกันที่ Imperial Palace โดยที่เราไปเป็นฝั่ง East Garden โดยไม่เสียค่าเข้า แต่ตอนเข้าไปเราจะได้ตั๋วแบบนี้เข้าไปข้างในก็จะเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้มากมาย ซึ่งบรรยากาศดีมาก เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจ นี่เป็นบรรยากาศบริเวณทางเดิน ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ ทำให้อากาศข้างในนั้นดีมากกก ต่อมาก็จะเป็นสวนดอกไม้ต่างๆซึ่งก็สวยและร่มรื่นไม่กัน          Imperial Palace นั้นมีประวัติคร่าวๆคือเป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิ มีพื้นที่กว้างและตำหนักต่างๆมากมาย บริเวณโดยรอบจะเป็นกำแพงหินสูง และส่วนมากใช้เป็นที่จัดงานสำคัญด้วย โดยตรงขาออกเราต้องคืนตั๋วที่เราได้รับมาตอนทางเข้าคืนแก่พนักงานด้วย หลังจากเที่ยวชมเรียบร้อยเราก็ไปต่อกันที่ Tokyo Station เป็นสถานีเก่าที่เปิดให้บริการมากว่า 100 ปี โดยข้างในมีร้านค้ามากมายให้เราเลือกซื้อของ และแถวๆนั้นก็ยังมีร้านอาหารโดยเราเลือกกินร้าน Maisen ซึ่งเป็นร้านหมูทอดทงคัตสึเจ้าดัง ซึ่งรสชาติก็อร่อยสมกับที่เป็นเจ้าดัง และยังมีสาขาที่ไทยอีกด้วย เราใช้เวลากินและนักพักหลบฝนกันนานพอสมควร ก่อนที่จะกลับไปซื้อของที่ Shibuya อีกครั้ง โดยบรรยากาศรอบนี้ที่เราเห็นเป็นบรรยากาศยามเย็นซึ่งแตกต่างกับตอนกลางวันที่เรามาในเมื่อวานมาก เพราะที่เที่ยวกลางคืนเริ่มเปิด กลุ่มวัยรุ่นก็จะมากขึ้นกว่าตอนกลางวัน โดยคืนนี้ก็เป็นคืนสุดท้ายที่เราอยู่ที่โตเกียวโดยที่ฝนตกหนักและอากาศเย็นมาก           เช้าวันสุดท้ายฝนตกหนักมาก เราออกจากโรงแรมและหนังรถไฟตรงมาที่สนามบิน Narita เลย เนื่องจากรถไฟเกิดการ delay เลยทำให้ไปถึงสนามบินเค้าเตอร์ Check-in ก็เปิดแล้ว โดยเราเดินทางกลับไทยด้วยสายการบิน Air Asia X ( XJ 603 ) ก่อนจะไปขึ้นเครื่องเราก็แวะ duty free เพื่อซื้อขนมและของฝากและเครื่องได้ออกตอน 14.25 น. เตื่อเพราะฝนตกหนักและสภาพอากาศที่ไม่ดีทำให้เครื่องไม่สามารถขึ้นได้เลย delay ไปประมาณ 30 ชม. จริงๆตามไฟล์ทเครื่องเราจะลงประมาณ 19.10 น. ที่สนามบินดอนเมือง แต่ก็เลทนิดหน่อย และถึงไทยโดยสวัสดิภาพ ก็ขอจบทริป Hokkaido-Tokyo 8 วัน เพียงเท่านี้ ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน 😊 รูปทั้งหมดถ่ายโดย : Iphone6 , Olympus omd em10 mk2 , Minolta x-700                

รีวิวเที่ยว Hokkaido-Tokyo ใน 8 วัน ( Part 3 )
อ่าน

รีวิวเที่ยว Hokkaido-Tokyo ใน 8 วัน ( Part 3 )

          เช้าวันที่ 3 กับการออกจากโรงแรมตี 5.45 น. เพื่อขึ้นรถไฟรอบ 6.00 น. ไปยังเมือง Hakodate โดยใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงครึ่ง ในเช้านี้อากาศอยู่ที่ 16 องศา ซึ่งเย็นสบายมาก เวลา 9.30 น. เราได้เดินทางมาถึงเมือง Hakodate โดยสวัสดิภาพ เมื่อมาถึงเราได้เดินหาอะไรกินก็ได้เจอกับ Hakodate Morning Market Square เราเลยเปิดมื้อเช้าด้วยการกินเมล่อนหวานๆแล้วพอเดินมาเรื่อยๆก็ได้ตัดสินใจกินปูกับข้าวสวยร้อนๆกันในเช้านี้ โดยเราสามารถเลือกได้ว่าให้เค้าปรุงสุกแบบไหน โดยเราได้เลือกครบทุกแบบทั้งทำซาชิมิ เอาไปเผา และเอาไปต้ม          หลังจากกินเสร็จเราได้เดินกลับมาที่สถานีเพื่อหาซื้อตั๋วรถโดยสาร โดยที่นี่สามารถเดินทางโดนใช้รถราง ( tram ) หรือ รถบัสก็ได้ แต่เราเลือกรถบัสเพราะสะดวกและเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยวในหลายจุดมากกว่า สถานที่แรกที่เราไปคือ Goryokaku Tower หรือมีอีกชื่อคือ ป้อมดาว 5 แฉก เป็นจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบสวนสาธารณะโกเรียวคาคุได้ทั้งหมด นี่เป็นวิวที่เราจะได้เห็นเมื่อขึ้นไปที่หอคอย              หลังจากเดินชมวิวบนหอคอยจนทั่วแล้ว ก็มากินมื้อเที่ยงกันที่ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังของเมือง Hakodate ก็คือร้าน Lucky Pierrot   โดยเราสามารถกินร้านนี้ได้แค่ในเมือง Hakodate เท่านั้น เมื่อเข้าไปในร้านจะจัดตกแต่งแนวๆสวนสนุกมีมาสคอตประจำร้านเป็นตัวตลก เราได้สั่งเบอร์เกอร์ไก่และเฟร้นฟราย ซึ่งรสชาติอร่อยมาก ขนมปังนุ่ม ไก่ทอดทาซอสได้อร่อยกลมกล่อมมาก ราคาไม่แพง ใครที่มาเมือง Hakodate แล้วไม่ได้กินถือว่ามาไม่ถึงจริงๆ            พอกินเสร็จก็นั่งรถบัสมาที่ Motomachi บริเวณนั้นจะมีสวนสาธารณะ และเป็นบริเวณเมืองเก่า ไปยืนถ่ายรูปกับสโลปได้สวยๆ ข้างทางก็จะเต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้มากมาย           หลังจากเดินลงมาจากสโลปก็ได้มาถึง Kanemori Red Brick Warehouse ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำของอ่าว Hakodate เป็นเหมือนแหล่มรวมร้าน shopping และยังเป็นที่ๆคนนิยมมาถ่ายรูปอีกด้วย หลังจากเดินเที่ยวรอบๆหมดแล้วก็ได้แวะซื้อเบอร์เกอร์ที่ร้าน Lucky Pierrot ซ้ำเพื่อกินในมื้อเย็นระหว่างนั่งรถไฟกลับ โดยสาขานี้ก็จะแต่งร้านคล้ายๆกัน ได้ฟิลสวนสนุกเบาๆมีที่ให้ถ่ายรูปทั้งหน้าร้านและในร้าน เมื่อซื้อเสร็จก็นั่งรถบัสกลับไปที่สถานี Hakodate เพื่อรอขึ้นรถไฟรอบ 16.37 น. แต่ขากลับจะใช้เวลามากกว่าขาไปโดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จริงๆที่เที่ยวใน Hakodate ยังมีอีกเยอะแต่ด้วยความที่เรามา one day trip จึงเที่ยวได้แค่นี้ รอบหน้าถ้าได้มาอีกจะต้องไม่พลาดที่จะมาซ้ำ   รูปทั้งหมดถ่ายโดย : Iphone6 , Olympus omd em10 mk2      

รีวิวเที่ยว Hokkaido-Tokyo ใน 8 วัน ( Part 1 )
อ่าน

รีวิวเที่ยว Hokkaido-Tokyo ใน 8 วัน ( Part 1 )

          สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน ขณะนี้เราจะเริ่มการเดินทางจากกรุงเทพไปยังเมืองฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ด้วยสายการบิน Air asia X (XJ620) โดยออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองเวลา 23.55 น. และถึงที่สนามบิน New Chitose ในเวลา 08.40 น. เมื่อผ่านตม. รับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมารับตั๋วรถไฟที่เราได้มีการซื้อล่วงหน้าตั้งแต่เมืองไทยไว้ โดยตั๋วที่เราเลือกซื้อคือ Hokkaido rail pass 3 days ราคา 16,500 เยน                         เมื่อได้ตั๋วรถไฟเรียบร้อย ก็เดินทางมุ่งหน้าเมืองซัปโปโร เพื่อนำกระเป๋าไปเก็บที่โรงแรม โดยการเดินทางจากสนามบินไปยังสถานีซัปโปโรใช้เวลาประมาณ 30 นาที ในการไปครั้งนี้เราได้เลือกพักที่ Hotel Keihan Sapporo ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟเพียง 300 เมตร โดยใช้เวลาเดินเพียง 4 นาทีเท่านั้น หลังจากเช็คอินและฝากกระเป๋ากับทางโรงแรมเรียบร้อย ก็ได้หามื้อเที่ยงกิน ซึ่งทางเราได้เลือกกินอุด้งในสถานีรถไฟซัปโปโร            เมื่อกินอิ่มเราก็ได้เดินทางไปยัง Hokkaido Old Main Government โดยใช้การเดินเท้าเพียง 8 นาที ในระยะทาง 650 เมตร ซึ่งที่นี่คือศาลาว่าการกลางเก่าของฮอกไกโดที่ปัจจุบันได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและได้รับความนิยิมด้านการถ่ายรูปและการเข้าเยี่ยมชมมากที่สุดไปแล้วในซัปโปโร          หลังจากเดินชมและถ่ายรูปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เดินต่อไปยัง Sapporo Tv Tower อยู่บริเวณ Odori Park ซึ่งอยู่ไกลกับศาลาว่าการกลางเก่าฮอกไกโดถึง 1.5 กิโลเมตร แต่เนื่องด้วยอากาศที่เย็น จึงทำให้สามารถเดินไปได้ โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที บริเวณนี้จะเป็นที่นิยมในการมานั่งปิคนิคของคนซัปโปโรและได้ปิดท้ายวันด้วยการเดินเล่นบริเวณ Susukino ซึ่งแถวนั้นจะเป็นแหล่งshopping มีร้านค้ามากมาย ให้ได้เลือกซื้อเลือกชมกัน           เราเลือกขึ้น subway เพื่อที่จะกลับโรงแรมโดยราคาอยู่ที่ 200 เยน นั่งจาก Susukino station ไป Sapporo station แล้วก็ปิดท้ายวันด้วยการไปซื้อของกินจาก supermarket แถวที่พัก แล้วแยกย้ายกันพักผ่อนจากการเหนื่อยล้ามาทั้งวัน   รูปทั้งหมดถ่ายโดย : iphone6 , Olympus om10 mk2 

Yamashita Honki Udon ร้านอุด้งโฟมที่ห้ามพลาดใน Tokyo !
อ่าน

Yamashita Honki Udon ร้านอุด้งโฟมที่ห้ามพลาดใน Tokyo !

  สวัสดีค่าทุกคน วันก่อนเราได้มีโอกาสได้ไปลองทานอุด้งโฟมจากร้าน Yamashita Honki Udon ที่ Shinjuku มาค่า (ซึ่งจริง ๆ มีสาขาที่อื่น เช่น Shibuya ค่า) และเราก็ประทับใจกับรสชาติของร้านนี้มาก ๆ เลยอยากเอาประสบการณ์ดี ๆ นี้มาแชร์ต่อให้เพื่อน ๆ ได้เก็บไปเป็นตัวเลือกตอนไปเที่ยวค่า ถ้าพร้อมแล้วเราก็ไปดูกันเลย!!   เปิดกันที่เมนู signature ของร้านนี้ก็คงจะหลุดไม่พ้นกับอุด้งโฟมนะคะ โดยเมนูหลัก ๆ ก็จะมีอยู่ 3 อัน ได้แก่ White Mentaiko Cheese Cream Udon, White Cream Cheese Curry Udon, และ White Carbonara Udon แต่ตอนเราไปทานจะมีเมนู special  ที่ใช้ผักเคลเป็นท็อปปิ้งค่า (สารภาพว่าตอนแรกไม่ได้อ่านชื่อ โบนึกว่าเป็นชาเขียว55555) เดี๋ยวจะทิ้งรีวิวไว้ด้านล่างเลยนะคะ ส่วนเรื่องราคาจะอยู่ที่ชามละ 1,480 เยน หรือประมาณ 300 กว่าบาทค่า สำหรับคนที่อยากลองทานอย่างอื่นนะคะ ร้านนี้ก็ยังมีเมนูอื่น ๆ เช่น อุด้งแกงกะหรี่ อุด้งกับของทอด หรือจะเป็นเมนูข้าวก็มีค่ะ เราเห็นของเพื่อนที่กินก็น่ากินไม่แพ้กันเลยค่า    เนื่องจากเราลืมถ่ายรูปหน้าร้านมานะคะ(TT) ทุกคนสามารถเสิร์จใน Google Maps ว่า Yamashita Honki Udon Shinjuku ได้เลย หรือว่ากด ตรงนี้ เลยก็ได้ค่ะ! แถมร้านนี้ยังห่างจากสถานี Shinjuku แค่ 230 เมตร หรือเดินถึงได้ใน 3 นาทีอีกด้วยค่ะ   พูดถึงเมนูที่เราสั่งมานะคะ ซึ่งพอรู้ว่าเป็นผักก็คิดว่าจะมีรสติดเขียว ๆ ค่ะ แต่พอได้ลองก็รู้สึกว่ารสชาติมันกลมกล่อมมากเลยค่ะ แถมตัวครีมที่ทำใจมาแล้วจะเลี่ยนก็กลายเป็นความมันในระดับที่พอดีสุด ๆ ด้วยค่ะ ตอนเสิร์ฟมาเราจะเห็นแค่วิปครีมท่วมไปทั้งชาม และช้อนรูปทรงใหญ่แปลก ๆ (ทำให้ทานยากนิดหน่อย แต่อุด้งอร่อยจนไม่เป็นอุปสรรคเลยค่ะ55555) เรากับเพื่อนก็นั่งงงกันว่าต้องทำยังไงต่อ จนหาทางได้ว่าเราสามารถคนให้ครีมผสมกับเส้นไปได้เลยค่ะ และเราก็สามารถกะปริมาณเอาที่เราชอบได้เลย (สำหรับเรา เราไม่ได้คนจนครีมละลายหมด แล้วเก็บที่เหลือไว้กินตอนท้ายค่ะ รสชาติเหมือนวิปครีมดี ๆ นี่เอง) และเมนูของเรายังมีน้ำซุปมาให้สำหรับคนที่กลัวเลี่ยนด้วยนะคะ จะเสิร์ฟแยกในกาให้เทได้สะดวก ๆ เลย แต่ส่วนตัวไม่ได้ลองเพราะรู้สึกพอใจอยู่แล้วค่ะ มาต่อที่เรื่องของเส้นกันดีกว่าค่ะ ซึ่งร้านนี้เค้าก็ทำได้ดีไม่แพ้กับเรื่องครีมโฟมเลยค่ะ ถูกใจสายชอบเส้นหนึบ ๆ สุด ๆ เส้นไม่ได้แข็งหรือนิ่มจนเกินไป เคี้ยวเพลินมากเลยค่ะ (พูดแล้วก็น้ำลายไหล555)    บรรยากาศภายในร้าน (ลืมถามมาเหมือนเดิมTT) เป็นร้าน 2 ชั้น เราไปตรงมื้อ ประมาณเที่ยงครึ่งพอดี แต่ว่าไม่มีคิวเลยค่ะ ได้ขึ้นไปนั่งที่ชั้นสองด้วย บรรยากาศร้านอบอุ่นน่ารักดี เราสามารถสั่งผ่านแท็บเล็ตได้เลยค่ะ ในนั้นจะมีภาษาอังกฤษและรูปภาพประกอบให้ดูด้วย สะดวกมาก ๆ เลยค่า   ก็จบลงไปแล้วนะคะกับการรีวิวร้าน Yamashita Honki Udon สาขา Shinjuku (ถ้าไปที่สาขา Shibuya ก็อาจจะมีรายละเอียดบางอย่างต่างกันไปนิดหน่อยนะคะ) ถ้าใครมีโอกาสได้ไปโตเกียวก็อย่าลืมไปลองชิมร้านนี้ได้นะคะ เรายกให้เป็นร้านที่อร่อยที่สุดในทริปนี้เลยค่ะ หวังว่าจะชอบกันนะคะ แล้วอย่าลืมติดตามว่าคอนเท้นต่อไปเราจะเขียนเกี่ยวกับอะไรนะคะะ!   เครดิตภาพ • ภาพปก • ภาพที่ 1 : ภาพแคปโดยการใช้งาน Tabelog • ภาพที่ 2 : ภาพแคปโดยการใช้งาน Google Maps • ภาพที่ 3 : ภาพถ่ายโดยครีเอเตอร์ • ภาพที่ 4 : ภาพถ่ายโดยครีเอเตอร์   หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !