รีเซต

ผลการค้นหา “Write you again” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
"jaei" ส่งเพลงรักสดใสชวนฟัง "เธอน่าจะชอบนะ" ได้ "guncharlie" ร่วมแต่งให้
อ่าน

"jaei" ส่งเพลงรักสดใสชวนฟัง "เธอน่าจะชอบนะ" ได้ "guncharlie" ร่วมแต่งให้

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สาว "จ๊ะอี๋ jaei (นวลจันทร์ ณ ถลาง)" สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ได้ปล่อยซิงเกิล "ไม่รู้ไม่รู้ (Maybe I Like You)" เพลงป็อปฟังสบายที่มีกลิ่นอายวินเทจมาแล้วนั้น ล่าสุด ได้พร้อมปล่อยซิงเกิลใหม่เพลงรักอีกเช่นเคยชื่อ "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้ ได้ศิลปินรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง "guncharlie" มาร่วมแต่งคำร้องและทำนองให้อีกด้วย "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" เนื้อหาเล่าถึงโมเมนต์ในความรัก ความสัมพันธ์ ผ่าน มุมมองที่สดใสและน่ารักในแบบ "jaei" อีกเช่นเคย โดยเพลงนี้จะเปรียบการถ่ายรูปท้องฟ้าส่งให้ดูเป็นประโยคบอก "รักและคิดถึง" ของคนขี้อายคนหนึ่ง และได้ "guncharlie" มาเขียนเนื้อร้องและทำนองเพลงนี้ให้ โดยเขียนจากสิ่งที่ "jaei" เคยเล่าให้ฟังว่า "เวลาชอบใครก็จะชอบถ่ายท้องฟ้าไปให้ดู" หรือ "พอเจออะไรน่ารัก ๆ ก็จะนึกถึงเขาเสมอ และอยากให้เขาได้ดูด้วยเหมือนกัน" ซึ่งจะเล่าถึงคนบางคนที่อาจจะเขินกับการพูดคำว่ารัก ตรง ๆ เลยแสดงออกผ่านการส่งรูปน่ารัก ๆ หรือสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวันให้ดู หรือส่งท้องฟ้าที่กำลังมองอยู่มา เพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้จะไกลกันแต่เรายังคิดถึงเธอตลอด นอกจากนั้นในส่วนของดนตรี เพลงนี้ได้ "ปกป้อง Plastic Plastic" มาเรียบเรียงดนตรีให้ และ "แทน Lipta" ยังคงเป็นโปรดิวเซอร์อีกเช่นเคย ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" - "jaei" ได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่าน MV นี้ด้วยตนเอง โดยเล่าถึงการเป็น "นักสะสมท้องฟ้า" ที่คอยถ่ายท้องฟ้าส่งไปให้คนที่ชอบ ผ่านกล้องชนิดต่าง ๆ เพราะคิดว่าเขาเองก็น่าจะชอบเหมือนกัน อีกทั้งใน MV ยังถ่ายทำด้วยกล้อง iPhone อีกด้วย ติดตามฟังเพลง "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิง และรับชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube : jaeicoolkid / Kicks Records

"เจมส์ เรืองศักดิ์" คัมแบ็กงานเพลงในรอบหลายปี ปล่อยซิงเกิลใหม่ "อัสดง"
อ่าน

"เจมส์ เรืองศักดิ์" คัมแบ็กงานเพลงในรอบหลายปี ปล่อยซิงเกิลใหม่ "อัสดง"

หลังห่างหายจากการทำอัลบั้มเต็มไปนาน จนแฟนเพลงต่างเฝ้ารอการกลับมา ล่าสุด เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ศิลปินคุณภาพเจ้าของบทเพลงฮิตมากมาย กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ อัสดง เพลงเปิดตัวจากอัลบั้ม Present Tenseปัจจุบันกาล ผลงานที่สะท้อนตัวตน มุมมอง และความตั้งใจของเขาในฐานะศิลปินที่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน การกลับมาครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจของเจมส์ที่ไม่อยากให้ตัวเองถูกจดจำเพียงในฐานะ อดีตนักร้องยุค 90 แต่ยังอยากเป็นศิลปินที่มีผลงานใหม่ให้ผู้ฟังได้ติดตาม จึงเป็นที่มาของอัลบั้ม Present Tenseปัจจุบันกาล ซึ่งเปรียบเสมือนการบันทึกเรื่องราวของ เจมส์ เรืองศักดิ์ ณ วันนี้ ทั้งในแง่ความคิด มุมมองชีวิต และแนวทางการทำงานดนตรี เจมส์เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวทั้ง Facebook: Ruangsak James Loychusak และ Instagram: @jamesruangsak.co.th ว่า ก่อนอื่นต้องบอกว่า อัสดง คือเพลงแรกที่ผมเลือกปล่อยจากอัลบั้มใหม่ Present Tenseปัจจุบันกาล ครับ เพลงนี้พิเศษสำหรับผม เพราะเป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ผมไม่ได้แต่งเอง ผมชวน Jc Janez (เจน เจนจิรา เฉียงเอก) มาร่วมงาน เพราะผมชอบวิธีการใช้ภาษาไทยของเธอมาก เธอเลือกใช้คำไทยที่สวยและคลาสสิก แต่กลับทำให้ฟังรู้สึกร่วมสมัยได้ อย่างคำว่า อัสดง และอีกหลายคำในเพลงซึ่งเด็กรุ่นใหม่อาจไม่ค่อยได้ยินกันแล้ว สำหรับผม นี่แหละคือความหมายของความร่วมสมัย ไม่ใช่การทิ้งของเก่า แต่เป็นการหยิบความงดงามของภาษาไทยมาผสมกับดนตรีในยุคนี้ให้เข้ากันอย่างลงตัว ส่วนดนตรี ผมได้ พี่เปี๊ยก ธนเดช ผาสุกธรรม ที่เคยทำงานด้วยกันมาตั้งแต่สมัย RS มาช่วยเรียบเรียงและทำงานในส่วนการมิกซ์เสียงให้ เพลงนี้เลยมีกลิ่นอายที่ทั้งคุ้นเคยและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน และก็เป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ผมเปิดโอกาสให้คนอื่นมาแต่งและเรียบเรียง ส่วนอีก 9 เพลงที่เหลือ ผมแต่ง เรียบเรียง และควบคุมการผลิตเองทั้งหมด เนื้อหาของ อัสดง พูดถึงการแอบรักคนคนหนึ่ง ทั้งที่รู้ว่าความรักครั้งนั้นอาจไม่มีวันเป็นจริง แต่ก็ยังเลือกที่จะมีความหวังต่อไป ผมตั้งใจให้เพลงนี้มีทั้งความเป็นไทยและความร่วมสมัย โดยเฉพาะวิธีการร้อง การอิมโพรไวซ์ ที่ผมพยายามออกแบบให้ฟังแล้วรู้สึกสดใหม่ แต่ยังรักษาอารมณ์ของเพลงเอาไว้ ส่วน Music Video ผมตีความคำว่า อัสดง ผ่านแสงยามเย็น ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงคนสองคนที่อยู่คนละที่ คนละโลก แม้จะไม่เคยได้พบกัน แต่ต่างก็อยู่ใต้แสงเดียวกัน เป็นความหวังเล็ก ๆ ของคนที่แอบรักใครสักคน และมีความสุขเพียงแค่ได้อยู่ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน หวังว่าทุกคนจะชอบ อัสดง และหวังว่าเพลงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเดินทางในอัลบั้ม Present Tenseปัจจุบันกาล ที่ผมตั้งใจทำมากที่สุดอัลบั้มหนึ่งในชีวิตครับ แฟนเพลงสามารถรับฟัง "อัสดง" ซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม Present Tenseปัจจุบันกาล ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube ช่อง James Academy : https://youtu.be/uU0R86BlyrQ?si=Spae7cHtinCrdm_c และทุกแพลตฟอร์ม Music Streaming :https://bfan.link/asadong พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของ เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ผ่าน Facebook : Ruangsak James Loychusak และ Instagram: @jamesruangsak.co.th

Janine Berdin ส่งเพลงใหม่ “PROMISE..!!!” สานต่อความปังจากเพลงไวรัลที่สายโวคอลแห่คัฟเวอร์
อ่าน

Janine Berdin ส่งเพลงใหม่ “PROMISE..!!!” สานต่อความปังจากเพลงไวรัลที่สายโวคอลแห่คัฟเวอร์

Janine Berdinนักร้อง นักแต่งเพลง และหนึ่งในศิลปินหญิงดาวรุ่งจากฟิลิปปินส์ เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของเพลงสุดไวรัลที่สายโวคอลแห่คัฟเวอร์ท้าพลังเสียงกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างWhat if I miss you for the rest of my life?จากอัลบั้มเดบิวต์LAB SONGS NG MGA TANGAที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนเพลงทั่วโลก ด้วยการปล่อยซิงเกิลใหม่PROMISE..!!!ซิงเกิลแรกจากDeluxe Editionของอัลบั้ม พร้อมพาทุกคนดำดิ่งสู่เรื่องราวของความรัก ความสูญเสีย และความโหยหา ผ่านบทเพลงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและอารมณ์อันเข้มข้น PROMISE..!!!เป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่เคยอ้อนวอน ต่อรอง และให้คำสัญญากับอีกฝ่าย เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่กำลังจะจบลง สะท้อนช่วงเวลาของความสิ้นหวังที่หลายคนเคยเผชิญ รวมถึงความรู้สึกของคนที่เคยส่งข้อความอ้อนวอนอย่างสุดหัวใจ แม้อีกฝ่ายจะเพียงแค่อ่านแล้วไม่ตอบ ฟังเพลงPROMISE..!!!ของJanine Berdinที่นี่https://JanineBerdinTH.lnk.to/PROMISEPR Janine BerdinพูดถึงเพลงPROMISE..!!!ว่าฉันเขียนเพลงนี้จากช่วงเวลาที่เอาแต่ส่งข้อความไปอ้อนวอนเขาในMessengerโดยพิมพ์เป็นตัวใหญ่ทั้งหมด แต่สุดท้ายก็ถูกอ่านแล้วไม่ตอบ พอย้อนกลับไปนึกถึงตอนนั้นก็แอบเขินอยู่เหมือนกันค่ะ เพลงPROMISE..!!!ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงของเธอ ที่เคยส่งข้อความอ้อนวอนคนรักผ่านMessengerที่อีกฝ่ายอ่านแล้วไม่ตอบทำให้ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความจริงใจ ถ่ายทอดความเปราะบาง ความเจ็บปวด และความหวังที่ยังหลงเหลืออยู่ได้อย่างลึกซึ้ง กลายเป็นบทเพลงที่ไม่เพียงชวนให้ทุกคนนึกถึงความอกหักในอดีต แต่ยังค่อย ๆ พาพวกเขากลับไปสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นอีกครั้ง พร้อมเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน และค้นพบความสบายใจจากการรู้ว่าพวกเขาไม่เคยต้องเผชิญกับความรู้สึกเหล่านั้นเพียงลำพัง เมื่อได้ฟังเพลงPROMISE..!!!แล้ว หลายคนน่าจะคิดไปในทางเดียวกันว่าJanine Berdinคือหนึ่งในศิลปินดาวรุ่งแห่งวงการOPM (Original Pilipino Music)ที่น่าจับตามอง และด้วยอัลบั้มLAB SONGS NG MGA TANGAเวอร์ชั่นDeluxe Editionแฟน ๆ จะได้สัมผัสบทเพลงใหม่ ๆ ที่เติมเต็มจักรวาลทางอารมณ์ของอัลบั้มนี้มากยิ่งขึ้น และพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ฟังหน้าใหม่ได้ค้นพบตัวตนและโลกดนตรีของJanine Berdinมากยิ่งขึ้น โดยอัลบั้มDeluxe Editionที่มาพร้อมเพลงใหม่4เพลง จะปล่อยให้แฟน ๆ ได้ฟังพร้อมกันในวันที่31กรกฎาคมนี้

"WINNING" feat.JayQ  การขอร้องครั้งสุดท้ายคนรักเก่า ผ่านซิงเกิลใหม่ "ดีใจกับฉันหน่อย"
อ่าน

"WINNING" feat.JayQ การขอร้องครั้งสุดท้ายคนรักเก่า ผ่านซิงเกิลใหม่ "ดีใจกับฉันหน่อย"

"WINNING" หรือ "วินนิ่ง เมธาวิน คุ้มโห้" ศิลปินเลือดใหม่จาก Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) หลังจากเปิดตัวกับค่ายด้วย "คิดจะไปก็ไป (It was never me)" พร้อมส่งซิงเกิลที่ 2 อย่างต่อเนื่องทันทีกับ "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" เพลงจบรักจากคนที่มูฟออน (Move On) ได้แล้ว พร้อมชวน "JayQ" มาอ้อนวอนครั้งสุดท้ายจากคนรักเก่า โดยเพลงนี้ยังคงเอกลักษณ์การเล่าเรื่องในแบบซิงเกิลแรกไว้ ผ่านมุมมองเจ็บรักอย่างเข้าใจ แม้ไม่ได้ใช้ชีวิตต่อด้วยกันก็ตาม "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" ซิงเกิลที่ 2 ของ "WINNING" จุดเริ่มต้นเกิดจากการอยากสื่อสารเรื่องราวบทถัดไปของซิงเกิลแรก "คิดจะไปก็ไป (it was never me)" จากเดิมที่พูดถึงการเจ็บปวดเรื้อรังจากการถูกทิ้ง เพลงนี้เลยเป็นสิ่งแทนใจของคนที่พยายามจะก้าวต่อไปมูฟออนจากรักที่ผ่านมา หลังจากผ่านความเจ็บปวด การเยียวยา การพยายามก้าวผ่านไป จนในที่สุดก็พอจะอยู่ได้แล้วกับการไม่มีใคร เลยอยากจะอ้อนวอนขอคนรักเก่าสักครั้งเป็นครั้งสุดท้ายคือการ "ดีใจกับฉันหน่อย" ที่ออกจาก (Exit) ความสัมพันธ์ครั้งนี้ได้แล้ว เลยเป็นที่มาของชื่อเพลงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเนื้อร้องและทำนองแต่งโดย "WINNING" เอง และยังได้ "March Vybes" ร่วมเรียบเรียง พาร์ทดนตรียังเป็น Pop-Rock แต่เน้นการสื่อสารอารมณ์อย่างตรงไปตรงมา และเพื่อไม่ให้มู้ดจมอยู่กับความเศร้าเลยเลือกเพลงนี้ให้อยู่ในจังหวะ Medium Tempo โดยเน้นความเข้มข้นและดุดันของกีตาร์ เพื่อสะท้อนความรู้สึกหนักแน่น พยายามเข้มแข็งของคนที่กำลังฝืนลุกยืนเพื่อก้าวไปอีกครั้ง แม้เนื้อหาจะมาพร้อมกับบาดแผล แต่ "WINNING" ตั้งใจให้ดนตรีพาให้คนฟังรู้สึกปลดปล่อย สะใจ ราวกับได้ระบายความรู้สึกทั้งหมดออกไปพร้อมกับเสียงเพลง อีกหนึ่งความพิเศษของเพลงนี้คือการได้ "JayQ" มาเติมอารมณ์ใหม่ ๆ ร่วมแต่งและสื่อสารผ่านท่อนแร็ปในช่วงกลางเพลง โดยจะนำเสนอเสียงในใจที่เจือไปด้วยความไม่แน่ใจ ความไม่แน่นอน ความพร้อมแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ของคนที่กำลังพยายามก้าวผ่านความเจ็บปวด ติดตามเพลงใหม่ล่าสุดจาก "WINNING" - "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" ได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิง และชม Music Video ได้ที่ YouTube : WINNING

Once Again
ดู

Once Again

อยากบอกล้านครั้งว่ารักเธอ
ดู

อยากบอกล้านครั้งว่ารักเธอ

Love You Forever
ดู

Love You Forever

“เฉียวพี” คืออะไร? กระดาษหนึ่งใบย่นระยะความห่างไกล สู่บทซาบซึ้งใน "Dear You จดหมายรักถึงอาม่า"
อ่าน

“เฉียวพี” คืออะไร? กระดาษหนึ่งใบย่นระยะความห่างไกล สู่บทซาบซึ้งใน "Dear You จดหมายรักถึงอาม่า"

คุณอาจจะคิดว่า จดหมายโพย หรือ เฉียวพี เป็นเพียงจดหมายหนึ่งแผ่น แต่สำหรับใครบางคน มันคือทั้งความรัก ความคิดถึง และความหวัง ของทั้งครอบครัว ในยุคสมัยก่อนมีชาวจีนมากมายที่ต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปทำงานต่างประเทศ เมื่อเริ่มลงหลักปักฐานได้ก็จะส่งจดหมายพร้อมเงินกลับมาบ้านเกิดผ่าน โพยก๊วนเนื้อความในจดหมายก็จะคอยเล่าสารทุกข์สุกดิบ ให้คนที่เฝ้ารออีกฟากฝั่งรู้ว่ายัง สบายดี จดหมายเหล่านี้จึงเปรียบเสมือนบันทึกความทรงจำอันมีค่า ความงดงามของวัฒนธรรมดังกล่าวจึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกโดยยูเนสโกในปี 2013 ภาพยนตร์ Dear You จึงหยิบยกเอาความละเมียดละไมที่ซ่อนอยู่ภายในจดหมายนับล้านฉบับ สร้างเรื่องราวซาบซึ้งใจของการออกตามหาอากงผ่านเส้นทาง จดหมายรักถึงอาม่า จนกลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญที่เรียกน้ำตาผู้ชมทั่วโลก ชวนแฟน ๆ ชาวไทยเปิดอ่านจดหมายฉบับนี้พร้อมกัน กับ Dear You จดหมายรักถึงอาม่า 6 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รีวิวหนัง "Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป" สู่บทอวสานถึงการเติบใหญ่ตลอดกาล
อ่าน

รีวิวหนัง "Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป" สู่บทอวสานถึงการเติบใหญ่ตลอดกาล

หนึ่งในซีรีส์วัยรุ่น Coming-of-Age เรื่องฮิตจากเกาะอังกฤษ ที่ดำเนินเรื่องราวประทับใจมาตลอด 3 ซีซัน บัดนี้เดินทางมาถึงบทสรุปสุดท้ายของชีวิตวัยรุ่นชาวเควียร์แล้ว มาในตอนอวสานรูปแบบหนังแทนซีรีส์หลายตอน ออกมาเป็น "Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป" ภาคสุดท้ายของเฟรนไชส์ Heartstopper ที่ยังคงมาพร้อมกับสตอรี่การเติบโตของทุก ๆ ตัวละคร ไม่ใช่แค่เพียงการเติบใหญ่ที่เข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ มีเซ็กส์ได้ หรือเมามายได้ แต่หมายถึงการเติบโต..ตลอดกาล บททดสอบความรักและความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของ นิค กับ ชาร์ลี กำลังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป การเติบโตยังเกิดขึ้นทุกวัน นิคกำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ขณะที่ชาร์ลีได้รับผิดชอบหน้าที่ใหม่ ๆ ในโรงเรียน ที่ช่วงเวลาก้าวข้ามผ่านวัยระหว่างพวกเขา กำลังจะสปาร์กจังหวะหัวใจคลื่นใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็บและยกระดับความใกล้ชิดไปอีกขั้น..ตลอดไป สำหรับในหนัง Heartstopper Forever ยังคงดัดแปลงสร้างมาจากนิยายต้นฉบับของ "อลิซ โอสแมน" ที่แน่นอนว่าเธอยังคงกลับมาทำหน้าที่เขียนบทให้อีกเช่นเคย โดยเป็นการหยิบเอาหนังเล่มที่ 6 มาผสมผสานกับเล่มนิยายภาคเสริม Nick and Charlie เข้ามาเติมเต็มสร้างเป็นบทอวสานของห้วงชีวิตวัยรุ่นที่กำลังอยู่ในทางแยกในลักษณะหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่พวกเขากำลังมองหาเส้นทางว่าจะเดินไปทางไหน และความสัมพันธ์ที่ดีงามในช่วงวัยรุ่น อาจจะไม่ตอบโจทย์ในช่วงเวลาก้าวไปสู่วัยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ "วอช เวสต์มอร์แลนด์" นักสร้างหนังสายนอกกระแสจาก Still Alice และ Colette มารับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ โชคดีที่หนังมีองค์ประกอบและพื้นฐานที่ปูทางเอาไว้ได้ค่อนข้างหนักแน่นมาตลอดทั้ง 3 ซีซันที่ผ่านมาแล้ว ทำให้การกลั่นกรองออกมาเป็นบทสุดท้ายในรูปแบบภาพยนตร์ที่มีเวลาจำกัดไม่กี่ร้อยนาที ก็น่าจะพอเหมาะพอเจาะกำลังในการขมวดเรื่องราวทุก ๆ อย่างของพวกเขาในจักรวาลนี้ได้พอดี ฝีมือการกำกับหนังของ วอช เวสต์มอร์แลนด์ อาจจะยังไม่ได้มีจุดเด่นอะไรที่สัมผัสได้ชัด ๆ บ่งบอกเป็นเอกลักษณ์ในวิสัยทัศน์ของเขาสักเท่าไหร่ นอกจากการเอาผลงานตัวเองสอดแทรกเข้าไปในหนังแบบเนียน ๆ เพราะรูปแบบและมาตรฐานก็ยังคงมาพร้อมกับปริมาณทัดเทียมเดิมในแบบที่ซีรีส์เคยปูทางเอาไว้ให้แล้ว ทั้งมุมภาพมุมกล้อง รวมทั้งการดีไซน์เกรดโทนสีในหนังต่าง ๆ ก็ค่อนข้างหยิบเอาเทมเพลตที่ซีรีส์ทำเอาไว้ได้ประยุกต์ให้ต่อ..ก็เท่านั้น แน่นอนว่าคุณควรจะที่จะต้องดูฉบับซีรีส์มาก่อนจะมาเปิดดูหนังเรื่องนี้ เพราะเส้นเรื่องของหนังมีความต่อเนื่องกันในจุด ๆ ทุก และนั่นก็ทำให้การมาของหนังเรื่องนี้ได้เปรียนตรงที่มีจุดแข็งเป็นความมั่นคงของทุกคาแรกเตอร์ตัวละคร ที่ยังทำให้หนังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้เป็นอย่างดีอยู่ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะออกมาในลักษณะสูตรสำเร็จหนังโรแมนซ์ทั่ว ๆ ไป มีรัก มีเลิก มีโกรธ มีคืนดี แต่กลายเป็นส่วนเสริมที่ช่วยเติมเต็มให้ตัวละครเติบโตได้ตรงตามจุดประสงค์ "คิต คอนเนอร์" กับ "โจ ล็อก" ยังคงเป็นแก้วเป็นแสงที่โดดเด่นสำหรับเฟรนไชส์นี้ นี่คือผลงานที่เคยแจ้งเกิดให้กับพวกเขา และตอนนี้พวกเขาก็ได้้เติบโตกับมันได้เป็นอย่างดี พวกเขาคือ นิค กับ ชาร์ลี ในอุดมคติที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างเหมาะเจาะในเรื่องราวนี้ โดยที่พวกเขาสวมบทบาทในแบบที่คาแรกเตอร์ไม่ติดตัวพวกเขาไปด้วยซ้ำ แต่ทุกครั้งที่หวนกลับมาแตะต้องบทบาทนี้ พวกเขาก็ยังกลับมาสวมบทต่อได้อย่างไหลลื่น และขับพลังในตัวละครนั้น ๆ ออกมาได้ค่อนข้างลึกซึ้งถึงแก่น ขณะที่บรรดาทีมนักแสดงสมทบในเรื่องนี้ เพราะด้วยความที่บทสุดท้ายกลายมาเป็นหนังที่มีเวลาจำกัด ทำให้แอร์ไทม์ของพวกเขาอาจจะไม่ได้มีเยอะเท่ากับตอนเป็นฉบับซีรีส์ แต่พวกเขาก็โผล่หน้าคร่าตาออกมาให้คลายความคิดถึงและมาเฉลิมฉลองการปิดฉากเรื่องราวนี้กันแทบจะทุกคน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีซีนและมีส่วนสร้างมิติให้กับหนังเรื่องนี้ได้เทียบเท่ากับนักแสดงนำหลักของเรื่องทั้ง 2 คน ท้ายที่สุดแล้ว Heartstopper Forever ก็เหมือนมาทำหน้าที่เป็นงานเลี้ยงฉลองจบการศึกษา แต่อาจจะมาทำหน้าที่แค่เพียงโฟกัสเรื่องราวของคนคู่เดียวเป็นหลัก แต่ยังสามารถกอบโกยและเก็บเกี่ยวทิ้งทวนความสดใสแห่งวัยเยาว์เอาไว้ได้อย่างครบก้วน แม้ว่าในแง่เนื้อหาและองค์ประกอบหลัก ๆ นั้นอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบถึงที่สุด แต่หนังก็ยังทำหน้าที่เซอร์วิสส่งท้ายให้กับแฟน ๆ เฟรนไชส์นี้ได้อย่างกลมกล่อม และอาจจะตรงจุดที่หลายคนต้องการแล้วระดับหนึ่ง เพราะนี่เป็นแค่เพียงอีกก้าวสเต็ปหนึ่งของช่วงชีวิต ที่พวกเขาได้ผละตัวออกจากวัยรุ่น เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอีกรูปแบบ... ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป ประเภท: โรแมนติก / ดรามา ผู้กำกับ: วอช เวสต์เมอร์แลนด์ นำแสดงโดย: คิต คอนเนอร์, โจ ล็อก, เทา ซู, แอลล์ เออร์เจนท์ ความยาว: 113 นาที กำหนดฉายในไทย: 17 กรกฎาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.2/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.8/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.4/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"Morvasu" ส่งซิงเกิล "อีกนานแค่ไหน" บทเพลงแทนความรู้สึกถึงคนที่รัก
อ่าน

"Morvasu" ส่งซิงเกิล "อีกนานแค่ไหน" บทเพลงแทนความรู้สึกถึงคนที่รัก

"Morvasu" หรือ "มอร์ วสุพล เกรียงประภากิจ" ศิลปินภายใต้สังกัด What The Duck (วอท เดอะ ดัก) นอกจากบทบาทของผู้กำกับมากฝีมือแห่งวงการแล้ว เขายังควบตำแหน่งศิลปินเจ้าของซิงเกิลไวรัลฮิตในตำนานอย่าง "Melbourne" ตลอดจนซิงเกิลความหมายสุดชิคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดูดฝุ่น (home.), Honeymoon และ หมอนข้าง (Now that I found you) ภายหลังจากหายหน้าหายตาไปนาน เขาได้กลับมาเสิร์ฟซิงเกิลใหม่ให้แฟน ๆ หายคิดถึงกันตั้งแต่ต้นปีแบบ Non-stop ผ่านซิงเกิลอารมณ์ดีอย่าง "Party Girl" และ "เก่งแต่กับเธอ" ไม่เว้นช่วงนาน กลับมาอีกครั้งพร้อมผลงานใหม่อย่าง "อีกนานแค่ไหน (How long?)" บทเพลงแทนคำขอบคุณแด่ทุกความสัมพันธ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต โดยต้องการสื่อสารว่า ไม่รู้อีกนานแค่ไหนที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน แต่อยากบอกว่าดีใจที่มีเธออยู่ในชีวิตนะ สำหรับที่มาของเพลงนี้ เขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวในชีวิตจริงของเขาและคุณแม่ โดยมีจุด Turning Point เมื่อคุณแม่ป่วย เป็นเหมือนกับช่วงเวลาที่เขาตกตะกอนอะไรหลายอย่างได้ ภาพความทรงจำในอดีตต่าง Flashback เข้ามาทักทายเป็นฉาก ๆ ทำให้เกิดเป็นความรู้สึกที่ฉุดคิดขึ้นว่า "เพิ่งรู้ว่าเราไม่สามารถอยู่กับคนที่รักไปได้ตลอด" บทเพลงนี้เลยเป็นเหมือนกับข้อความที่เขาใช้เพื่อย้ำเตือนใจตัวเอง ให้ใช้ทุกวินาทีที่เหลืออยู่อย่างมีคุณค่ามากที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งซิงเกิลที่ชวนคนฟังให้ปรับอารมณ์เข้าสู่โหมดที่หม่นขึ้นกว่าที่เคย ก่อนนำเสนอผ่านซาวด์ดนตรีแบบ Alternative Pop เพิ่มลูกเล่นให้เพลงมีมิติหลากรสชาติมากยิ่งขึ้น นอกจากซิงเกิลความหมายดีที่อยากให้ทุกคนลองฟังดูแล้ว "Morvasu" ยังขอเซอร์ไพร์สแฟน ๆ ด้วยการปล่อยสปอย Tracklists กว่า 11 บทเพลงที่จะมัดรวมอยู่ในอัลบั้มเต็มที่เขากำลังซุ่มลงมือทำอยู่รับประกันได้เลยว่าทุกคนจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เตรียมวอร์มนิ้วรอกดเซฟเข้าเพลย์ลิสต์โปรดกันได้เลย สามารถฟังเพลง "อีกนานแค่ไหน (How long?)" ได้แล้วทุกช่องทาง และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทาง https://www.facebook.com/morvasu และ https://www.instagram.com/morvasu/

"SCRUBB" จับมือออร์เคสตร้า 72 ชีวิต เนรมิตคอนเสิร์ตใหญ่ ฉลองเส้นทางดนตรี 26 ปี
อ่าน

"SCRUBB" จับมือออร์เคสตร้า 72 ชีวิต เนรมิตคอนเสิร์ตใหญ่ ฉลองเส้นทางดนตรี 26 ปี

จบลงอย่างงดงามกับ SCRUBB The Orchestra Concert: The First-Ever Collaboration คอนเสิร์ตครั้งสำคัญของดูโอ้อินดี้ป็อปขวัญใจแฟนเพลงชาวไทย SCRUBB ที่เปิดประสบการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่ผ่านการร่วมงานกับวงออร์เคสตร้ากว่า 72 ชีวิต ภายใต้การเรียบเรียงโดย ผศ.ดร.ธนพล เศตะพราหมณ์ (อาจารย์ออม) ณ มหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 2728 มิถุนายน 2569 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ชมทั้งสองรอบการแสดง คอนเสิร์ตครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ SCRUBB ที่นำบทเพลงตลอดเส้นทางกว่า 26 ปี มาตีความใหม่ในรูปแบบออร์เคสตร้า เติมเต็มทุกบทเพลงให้มีมิติที่ยิ่งใหญ่ ละเมียดละไม และเปี่ยมไปด้วยรายละเอียดทางดนตรี พาผู้ชมเดินทางผ่านเรื่องราวของความรัก ความคิดถึง การเติบโต และช่วงเวลาต่าง ๆ ที่หล่อหลอมให้วงเป็น SCRUBB ในวันนี้ การแสดงเปิดฉากด้วยบทเพลง Overture ที่หยิบเมโลดี้จากเพลงของวงมาร้อยเรียงเป็นบทบรรเลง ก่อนที่ SCRUBB จะปรากฏตัวพร้อมเพลงฮิตอย่าง "ใกล้", "รอยยิ้ม" และ "คนนี้" สร้างบรรยากาศอันอบอุ่นและโรแมนติก ชวนผู้ชมค่อย ๆ ดื่มด่ำไปกับความสุขของการตกหลุมรัก เมื่ออารมณ์ของการแสดงค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่ช่วงแห่งความคิดถึงและการเติบโต วงได้หยิบบทเพลงหลายเพลงที่แทบไม่เคยนำกลับมาเล่นบนเวทีอีกเลย จนบางเพลงก็ลืมไปแล้วว่าเป็นเพลงของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น "ลืม", ให้เธอ, "ลอย", ขอ ถ่ายทอดความเปราะบางและความหวังในเวอร์ชันออร์เคสตร้าที่งดงามและแตกต่างจากที่แฟนเพลงคุ้นเคย ครึ่งหลังของการแสดงเริ่มต้นด้วยบทบรรเลง "Good Morning" และ "The Picnic Song" ก่อนเชื่อมเข้าสู่ "เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ" บทเพลงต้นฉบับของวงเฉลียงที่ถูกนำมาตีความใหม่อย่างละเมียดละไม ต่อด้วย "คำตอบ" และ "หนี" ที่เสียงร้องและเสียงดนตรีส่งอารมณ์ได้อย่างเข้มข้น ขณะที่อีกหนึ่งช่วงไฮไลต์คือ "เพลงนั้นยังอยู่" ในเวอร์ชันอะคูสติก ซึ่งเหลือเพียงบอลและเมื่อยบนเวที ถ่ายทอดเสน่ห์ของบทเพลงอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง อีกหนึ่งสีสันของค่ำคืนคือ "ดอกไม้ (Let It Flow) feat. Aheye 4EVE" ที่ได้ Millie Snow ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมถ่ายทอดแทนต้นฉบับ พร้อมทีมนักร้องประสานเสียงที่ช่วยเติมเต็มมิติของเพลงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตพาผู้ชมสนุกไปกับเมดเลย์เพลง "พอ", "กลัว", "มอง", "เก็บมันเอาไว้" และ "เก็บไว้กับเธอ" ก่อนส่งต่อสู่ "See Scape" บทเพลงที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์และแรงกดดันของการเป็นนักดนตรี ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของวง จากนั้นจึงปิดท้ายด้วยเมดเลย์ "ลึกลึก (Deep)", "ฝน", "คู่กัน", "ทุกอย่าง", "เวลา" และ "ฟ้า" ก่อนส่งทุกคนกลับบ้านด้วย "เข้ากันดี" ท่ามกลางทะเลดาวที่ส่องสว่างทั่วทั้งฮอลล์ สร้างภาพความทรงจำอันงดงามให้กับผู้ชมทุกคน SCRUBB กล่าวว่า "คอนเสิร์ตครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีทุกคนที่อยู่เบื้องหลัง ต้องขอขอบคุณอาจารย์ออมและทีมอาจารย์ผู้เรียบเรียงดนตรี ที่ช่วยทำให้บทเพลงของพวกเรามีมิติใหม่ ๆ มากขึ้น ขอบคุณวงออร์เคสตร้ากว่า 72 ชีวิต กลุ่มนักร้องประสานเสียง และนักดนตรีทุกคนที่ร่วมสร้างค่ำคืนอันแสนพิเศษนี้ ขอบคุณน้อง ๆ นักศึกษาจากสาขาวิชาธุรกิจดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ทุ่มเทและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์ รวมถึงทีมงานทุกฝ่ายที่อยู่เบื้องหลังการทำงานอย่างหนัก สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณ บริษัท Bassline Entertainment ภายใต้บริษัท Plan B ในฐานะผู้อำนวยการจัดงาน ตลอดจนผู้สนับสนุนและพาร์ตเนอร์ทุกภาคส่วน รวมถึง Universal Music Thailand บ้านของพวกเรา ที่คอยสนับสนุนและเชื่อมั่นในพวกเรามาโดยตลอด และที่สำคัญที่สุด ขอบคุณแฟนเพลงทุกคน ถ้าไม่มีพวกคุณที่คอยอยู่เคียงข้างและสนับสนุนพวกเรามาตลอด ก็คงไม่มี SCRUBB ที่เดินทางมาถึงปีที่ 26 ได้ ขอบคุณที่มาร่วมสร้างความทรงจำไปด้วยกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะกำลังใจจากทุกคนคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ SCRUBB The Orchestra Concert: The First-Ever Collaboration เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ และกลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่พวกเราจะไม่มีวันลืม" SCRUBB The Orchestra Concert: The First-Ever Collaboration นำบทเพลงของ SCRUBB มาบรรเลงร่วมกับวงออร์เคสตร้าสุดยิ่งใหญ่ ที่นอกจากจะเพิ่มมิติให้กับบทเพลงจนออกมาในรูปแบบพิเศษที่แฟน ๆ ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล้ว ยังช่วยรื้อฟื้นความทรงจำของทั้งศิลปินและผู้ฟัง ผ่านการตีความบทเพลงใหม่ในมิติที่ลึกซึ้งกว่าเดิม พร้อมปิดฉากสองค่ำคืนแห่งความประทับใจด้วยเสียงปรบมือกึกก้อง และความทรงจำที่ยังคงอยู่ในใจของทุกคน แล้วอย่าลืมพบกันในคอนเสิร์ตครั้งใหญ่เต็มรูปแบบของ SCRUBB ตามคำเรียกร้องของทุกคน ในวันที่ 19 มิถุนายน 2570 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้

"Slapkiss" ส่งเพลงยินดีถึงเขา "ผู้ครองหัวใจ" ทั้งที่ในใจเจ็บจนไม่ไหวเลย
อ่าน

"Slapkiss" ส่งเพลงยินดีถึงเขา "ผู้ครองหัวใจ" ทั้งที่ในใจเจ็บจนไม่ไหวเลย

"ขอให้รักครั้งนี้ ดีกว่าที่ฝัน ด้วยรักและความยินดี แด่เธอที่เป็นผู้ครองหัวใจ" ประโยคสั้น ๆ ที่ฟังเผิน ๆ อาจเหมือนคำอวยพร แต่สำหรับคนที่ยังรักอยู่ มันกลับเป็นประโยคที่เจ็บจนแทบพูดไม่ออก "Slapkiss" กลับมาส่งต่อความเศร้าบาดลึกผ่านซิงเกิลใหม่ "ผู้ครองหัวใจ (Twilightship)" บทเพลงของคนที่ยังคงรักใครสักคนสุดหัวใจ แต่ไม่มีสิทธิ์ได้ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาอีกต่อไป เหลือเพียงหน้าที่เดียว คือการยิ้มให้กับความสุขของเขา แม้ข้างในจะแตกสลายแค่ไหนก็ตาม "ผู้ครองหัวใจ (Twilightship)" เล่าถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ได้จบลงเพราะหมดรัก แต่จบลงทั้งที่ยังรู้สึกอยู่ เป็นความเจ็บปวดของคนที่ต้องเฝ้ามองคนสำคัญพบเจอความรักครั้งใหม่ และมีความสุขกับใครอีกคน โดยที่ตัวเองทำได้เพียงเก็บทุกความรู้สึกไว้เงียบ ๆ แล้วส่งคำอวยพรจากระยะไกล เพลงนี้จึงแทนคนที่เคยต้องฝืนยิ้มทั้งน้ำตา ยอมเป็นเพียงผู้ชมในเรื่องราวความรัก ต่อให้ลึก ๆ ยังมีความหวังเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่ แต่สุดท้ายก็เลือกเปลี่ยนความหวังนั้นให้กลายเป็นความหวังดี ในพาร์ทของเพลงนี้ยังได้ "Milo" จากวง Tilly Birds มารับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์อีกครั้ง ซึ่งสามารถเอาเสน่ห์และตัวตนที่แท้จริงของ "Slapkiss" ออกมาได้อย่างดี นอกจากเพลงที่ชวนเศร้าลึก ก็ยังมีอีกความพิเศษคือได้ "แพรวา ณิชาภัทร" มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวกับ "โด้ Slapkiss" ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันในชีวิตจริง ทำให้เคมี ความผูกพัน และสายตาที่ส่งถึงกันใน MV ออกมาจริงใจ เข้าถึงอารมณ์อย่างลึกซึ้ง ยิ่งไปกว่านั้น MV เพลงนี้ยังนำฟุตเทจจริงของทั้งคู่ที่ไม่เคยถูกเปิดเผยที่ไหนมาก่อน! มาร้อยเรียงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว ถ่ายทอดทั้งความรัก ความทรงจำ รอยยิ้ม และน้ำตาที่ซ่อนอยู่ข้างในได้จริงใจ กลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ "ผู้ครองหัวใจ (Twilightship)" ยิ่งบีบหัวใจคนดูมากขึ้น สำหรับใครที่กำลังอยู่ในสถานะของคนที่ยังรัก แต่ทำได้เพียงยินดีกับความสุขของอีกฝ่าย "ผู้ครองหัวใจ (Twilightship)" อาจเป็นเพลงที่เข้ามากอดความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ และบอกกับคุณว่า ความเจ็บปวดแบบนี้ คุณไม่ได้เผชิญอยู่เพียงลำพัง สามารถรับชมและรับฟังกันได้แล้วทุกช่องทาง "ผู้ครองหัวใจ (Twilightship)" Youtube : Slapkiss และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook/TikTok : Slapkiss X/Instagram : slapkiss.official และ Facebook: LOVEiS / X, Instagram: @LOVEiS_ent

รวมเด็ดไฮไลต์ “Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” หนังฟีลกู๊ด สร้างรอยยิ้ม น้ำตา และความประทับใจ
อ่าน

รวมเด็ดไฮไลต์ “Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” หนังฟีลกู๊ด สร้างรอยยิ้ม น้ำตา และความประทับใจ

98 นาที ของภาพยนตร์ ที่จะเต็มไปด้วย เสียงดนตรี ความทรงจำ และความหมาย ที่จะทำให้คุณกลับไปฟังเพลงเดิม ด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม หลังเข้าฉายPower Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณโดยฉายแสง แอด.เวนเจอร์ได้รับกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นภาพยนตร์เพลงที่สร้างแรงสั่นสะเทือนทางความรู้สึกให้กับผู้ชม หลายคนเดินออกจากโรงภาพยนตร์พร้อมรอยยิ้ม บางคนน้ำตาซึม และบางเสียงยอมรับว่าเสียน้ำตาให้กับเรื่องราวบนจอ เสียงตอบรับหลายเสียงบอกตรงกันว่า นี่คือหนังเพลงฟีลกู๊ดที่มีทั้งความอบอุ่น ความซาบซึ้ง และโมเมนต์ชวนอิน โดยเฉพาะช่วงท้ายเรื่อง เพราะบางครั้ง... เพลงหนึ่งเพลงอาจพาเรากลับไปหาใครบางคนได้อีกครั้งPower Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณไม่ได้โดดเด่นเพียงบทเพลงไพเราะ แต่มาพร้อมเรื่องราวเข้าถึงง่าย และเพลงที่ดูจบแล้วอาจวนอยู่ในเพลย์ลิสต์ของหลายคนอีกนาน นี่คือเหตุผลที่หนังดนตรีเรื่องนี้ไม่ควรพลาดในโรงภาพยนตร์ ผู้กำกับระดับตำนานJohn Carneyผู้กำกับที่เปลี่ยนเพลงธรรมดาให้กลายเป็นความทรงจำ กับการกลับมาในรอบ 10 ปีของเจ้าของผลงานภาพยนตร์เพลงที่หลายคนรักอย่าง OnceและBegin Again ในทุก ๆ บทเพลง มี คนหนึ่งคน ซ่อนอยู่เบื้องหลังเสมอหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ คือการพาผู้ชมไปสำรวจความหมายที่ซ่อนอยู่หลังบทเพลง การประชันบทบาทของ Paul RuddและNick Jonasทั้งคู่ถ่ายทอดตัวละครที่ช่วยเติมเต็มอารมณ์ของภาพยนตร์ ทั้งความอบอุ่น ความเจ็บปวด และความจริงใจ ศิลปินมากฝีมือ บิ๊ก D Gerrardถ่ายทอดบทเพลงเพลงประกอบภาพยนตร์ How to Write a Song Without Youเวอร์ชันภาษาไทย ได้ศิลปินมากฝีมืออย่างบิ๊กD Gerrardมาร่วมแปลเนื้อเพลงและถ่ายทอดน้ำเสียงในแบบที่เต็มไปด้วยพลัง เสียงตอบรับจากเทศกาลภาพยนตร์และนักวิจารณ์อีกหนึ่งหนังดนตรีที่ได้รับเสียงพูดถึงจากทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์ พร้อมกระแสความประทับใจที่ตอกย้ำเสน่ห์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ทุกคนมีเพลงอยู่เพลงหนึ่ง เพลงที่พาเราย้อนกลับไปหาใครบางคน พาเรากลับไปยังช่วงเวลาหนึ่ง หรือพาเรากลับไปเป็นคนเดิมในวันนั้นPower Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“fromearth” ส่งมหากาพย์ 3 ซิงเกิลแนว Cinematic Rock ถ่ายทอดความทรงจำจากเรื่องจริงของเอิร์ท วสวัตติ์
อ่าน

“fromearth” ส่งมหากาพย์ 3 ซิงเกิลแนว Cinematic Rock ถ่ายทอดความทรงจำจากเรื่องจริงของเอิร์ท วสวัตติ์

"fromearth" (ฟรอมเอิร์ท)หรือ"เอิร์ท วสวัตติ์ ปัญญรัตน์วงศ์"ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผ่านเสียงดนตรีหวนคืนวงการเพลงอีกครั้งในฐานะศิลปินชายเดี่ยวจากค่ายXOXO Entertainmentและครั้งนี้"fromearth"ได้ถ่ายทอดความทรงจำและเรื่องราวของชีวิตผ่านดนตรีแนวCinematic Rockกับซีรีส์บทเพลง3เรื่องราวที่เชื่อมโยงกันด้วยอารมณ์ของความรัก การสูญเสีย และการปลอบประโลม กับ3ซิงเกิลใหม่อย่าง "ไม่ต้องมีฉัน", "ชั่วนิรันดร์"และ"ขอให้โลกใบนี้อย่าโหดร้ายกับเธอเกินไป"โดยเอิร์ท ได้เขียนเนื้อร้องและร่วมสร้างสรรค์ทุกเพลงด้วยตัวเอง โดยทั้ง3เพลงนี้เอิร์ธได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ฝีมือฉกาจอย่าง (แม็ก ธิติวัฒน์ รองทอง)หรือ"แม็กThe Darkest Romance"ร่วมกันถ่ายทอดอารมณ์และบรรยากาศเรื่องราวของเพลงให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด เรื่องราวของซีรีส์เพลงทั้ง 3 บทเพลงได้ถูกนำมาร้อยเรียงเรื่องราวเข้าด้วยกัน โดยเริ่มด้วยซีรีย์บทที่ 1 : ไม่ต้องมีฉัน เรื่องราวของคู่รักที่เดินทางมาถึงจุดที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาทางทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ สุดท้ายต้องเลือกเดินจากกันทั้งที่ยังรักสุดหัวใจ เพราะไม่อยากทำร้ายกันไปมากกว่านี้ ต่อด้วยซีรีย์บทที่ 2 :ชั่วนิรันดร์ภาคต่อความเจ็บปวดด้วยความจริงของการสูญเสีย เมื่อสิ่งสำคัญจากไป สิ่งที่เหลืออยู่คือความคิดถึง และการเรียนรู้ที่จะก้าวต่อ โดยเก็บความทรงจำนั้นไว้ตลอดกาลปิดท้ายกับซีรีย์บทที่3 :ขอให้โลกใบนี้อย่าโหดร้ายกับเธอเกินไปบทสรุปในวันที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยสิ่งที่พร้อมจะทำร้ายหัวใจเรา บางทีเราไม่ต้องการรู้ทางออกหรอก แต่แค่เพียงมีใครสักคนนั่งข้างๆ คอยโอบกอดและรับฟังก็พอ สำหรับfromearthไม่ได้เป็นเพียงชื่อศิลปินแต่เปรียบเสมือนพื้นที่บางอย่างที่เขาเลือกจะทิ้งข้อความไว้บนโลกใบนี้ผ่านประสบการณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกอันหลากหลายในการใช้ชีวิต เพียงเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง ใครบางคนจะได้พบกับเรื่องราวเหล่านี้ และรู้สึกเชื่อมโยงกับบางส่วนของตัวเองผ่านร่องรอยที่เขาได้ทิ้งไว้และทั้ง3บทเพลงนี้ เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านความรัก การสูญเสีย และการปลอบประโลม ที่ถูกเล่าออกมาผ่านซาวด์ดนตรีCinematic Rockอันเป็นเอกลักษณ์ของfromearthผสานการเรียบเรียงดนตรีที่เข้มข้นและภาพบรรยากาศทางอารมณ์ที่ชวนให้ผู้ฟังดำดิ่งไปกับเรื่องราวในแต่ละบทเพลงสามารถติดตามรับฟังและรับชมผลงานทั้ง3เพลงจากfromearthได้แล้ววันนี้ทุกช่องทางStreamingและYouTube XOXO Entertainment

Gracie Abrams ปล่อยซิงเกิลใหม่ “Look at My Life” จังหวะสนุกสดใส แต่เล่าชีวิตที่พังทลายได้ถึงใจ
อ่าน

Gracie Abrams ปล่อยซิงเกิลใหม่ “Look at My Life” จังหวะสนุกสดใส แต่เล่าชีวิตที่พังทลายได้ถึงใจ

แค่ได้ยินอินโทรก็รู้เลยว่า นี่แหละเพลงของGracie Abramsนักร้อง-นักแต่งเพลงดีกรีเข้าชิงรางวัลแกรมมี กับซิงเกิลใหม่Look at My Lifeหลังจากทำให้แฟน ๆ ตื่นเต้นกันไปก่อนหน้านี้กับซิงเกิลแรกHit the Wallเมื่อเดือนที่ผ่านมา รอฟังอัลบั้มเต็มชุดที่3ที่มีชื่อว่าDaughter from Hellพร้อมกันทั่วโลกในวันที่17กรกฎาคมนี้Pre-Saveอัลบั้มได้แล้วที่https://gracieabrams.lnk.to/daughterfromhell มิวสิกวิดีโอเพลงLook at My LifeกำกับโดยMitch Ryanถ่ายทอดเรื่องราวการออกเดินทางผ่านเมืองชนบทเล็ก ๆ สลับกับภาพของเธอในสถานที่เงียบเหงา ทั้งสตูดิโอเต้นรำที่ว่างเปล่า และลานจอดรถร้านสะดวกซื้อ ก่อนปิดท้ายด้วยฉากล่องลอยบนบอลลูนลมร้อน สะท้อนอารมณ์ของการค้นหาตัวเองและการก้าวออกจากพันธนาการในแบบฉบับของเธอ Gracie Abramsยังคงอยู่ภายใต้สปอตไลต์ และได้รับความนิยมทั้งจากแฟนเพลง และสื่อมวลชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นปกAmerican VogueฉบับSummer Double Issueหรือการเป็นแขกรับเชิญในรายการPopcastของThe New York Timesขณะที่ซิงเกิลก่อนหน้าHit the Wallก็เปิดตัวอย่างแข็งแกร่งด้วยยอดสตรีมบนSpotifyกว่า3.9ล้านครั้งภายใน24ชั่วโมงแรก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเธอ และปัจจุบันมียอดสตรีมสะสมมากกว่า88ล้านครั้ง อัลบั้มDaughter from Hellเขียนและโปรดิวซ์โดยGracie Abramsร่วมกับAaron Dessnerถือเป็นผลงานต่อจากอัลบั้มThe Secret of Usที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปี2024ด้วยการขึ้นอันดับ1ในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ รวมถึงเปิดตัวในอันดับ2ของชาร์ตBillboard 200พร้อมสร้างเพลงฮิตอย่างClose to You, I Love You, I'm SorryและThats So Trueที่ช่วยตอกย้ำการเติบโตของเธอในฐานะหนึ่งในศิลปินหญิงที่น่าจับตามองที่สุดของวงการเพลงป๊อป ชมมิวสิควิดีโอเพลงLook at My LifeของGracie Abramsที่นี่https://GracieAbramsTH.lnk.to/LookatMyLifePR/youtube นอกจากนี้Gracie Abramsยังเตรียมออกเดินสายเวิลด์ทัวร์The Look at My Life Tourช่วงปลายปีนี้ เริ่มต้นที่เมืองเดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา ก่อนเดินทางไปแสดงในเมืองสำคัญทั่วอเมริกาเหนือ และต่อเนื่องสู่ยุโรปในปี2027โดยมีทั้งปารีส ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม แมนเชสเตอร์ มิลาน และบาร์เซโลนา รวมทั้งหมด64รอบการแสดง จากความสำเร็จที่สร้างสถิติอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาGracie Abramsได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคือหนึ่งในศิลปินหญิงแห่งยุคที่น่าจับตามองที่สุด ทั้งในฐานะนักแต่งเพลงและศิลปินผู้ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงได้อย่างจริงใจ แฟนเพลงทั่วโลกสามารถฟังLook at My Lifeได้แล้ววันนี้ทุกบริการมิวสิกสตรีมมิง และร่วมนับถอยหลังสู่การมาถึงของDaughter from Hellอัลบั้มที่ถูกจับตามองว่าจะสานต่อความสำเร็จของเธอได้อย่างสวยงามอีกครั้ง ในวันที่17กรกฎาคมนี้

"POTATO" ประเดิม Livingroom Session ชวน "อิ้งค์ วรันธร" ร่วมแจมสุดอบอุ่น
อ่าน

"POTATO" ประเดิม Livingroom Session ชวน "อิ้งค์ วรันธร" ร่วมแจมสุดอบอุ่น

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้อง สำหรับโปรเจกต์ Live Session สุดอบอุ่น Livingroom Session by POTATO ที่ครั้งนี้จัดเต็มความพิเศษให้แฟนเพลงได้ตื่นเต้นกันตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยการชวน INK WARUNTORN มาร่วมร้องด้วยกันเป็นครั้งแรกในเพลงฮิต อารมณ์สีเทา สร้างโมเมนต์สุดพิเศษที่หลายคนอยากเห็นให้เกิดขึ้นจริง การร่วมงานครั้งนี้ถือเป็นคอลแลบที่ถูกพูดถึงไม่น้อย เพราะทั้ง POTATO และ INK WARUNTORN ต่างชื่นชมผลงานของกันและกัน และมีความตั้งใจอยากร่วมงานกันมานาน แต่ด้วยจังหวะเวลาและโอกาสที่ยังไม่ตรงกัน จึงยังไม่เคยมีผลงานร่วมกันมาก่อน จนกระทั่งปีนี้ทุกอย่างลงตัว และได้มาถ่ายทอดบทเพลงร่วมกันใน อารมณ์สีเทา นอกจากเคมีทางดนตรีที่เข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว การร่วมงานครั้งนี้ยังช่วยเติมมิติและสีสันใหม่ให้กับบทเพลง จนกลายเป็นอีกหนึ่งเวอร์ชันที่แฟนเพลงไม่ควรพลาด และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะยังมีโปรเจกต์สนุก ๆ ของทั้งคู่รอให้แฟนเพลงได้ติดตามกันอีกในอนาคต สามารถรับชม Livingroom Session by POTATO ที่ยังมีเซอร์ไพรส์และโมเมนต์พิเศษรอให้ทุกคนได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง ทางช่อง Youtube POTATO Band Official

Disney’s Moana ชวนออกเดินทางสู่ท้องทะเลอีกครั้ง พร้อมเพลง “Along The Way” ออกค้นหาความหมายของการเดินทาง
อ่าน

Disney’s Moana ชวนออกเดินทางสู่ท้องทะเลอีกครั้ง พร้อมเพลง “Along The Way” ออกค้นหาความหมายของการเดินทาง

แฟน ๆ ดิสนีย์เตรียมออกเดินทางสู่มหาสมุทรอันกว้างใหญ่อีกครั้งกับDisneys Moanaฉบับไลฟ์แอ็กชัน ที่ครั้งนี้มาพร้อมบทเพลงใหม่สุดไพเราะอย่างAlong The Wayผลงานการประพันธ์ของLin-Manuel Mirandaนักแต่งเพลงเจ้าของรางวัลGrammy, EmmyและTony Awardที่แฟน ๆ คุ้นเคยกันดีจากภาพยนตร์Moanaโดยเพลงนี้ได้Catherine Lagaaiaผู้รับบทMoanaในภาพยนตร์เวอร์ชันใหม่,Dwayne Johnsonที่กลับมารับบทMauiอีกครั้ง และAulii Cravalhoเจ้าของเสียงพากย์Moanaจากภาพยนตร์แอนิเมชัน ร่วมถ่ายทอดบทเพลงแห่งการผจญภัยและการเติบโตที่อบอุ่นหัวใจอย่างที่ทุกคนเคยประทับใจมาทุกครั้ง ฟังเพลงAlong The Wayจากภาพยนตร์เรื่องMoanaของDisneyที่นี่Apple Music:https://music.apple.com/us/album/moana-original-motion-picture-soundtrack/6779424259 Spotify: https://open.spotify.com/album/2ZaaAHqCBhZKCQiPz3LBEY นอกจากนี้Disneyยังปล่อยมิวสิกวิดีโอ พร้อมเบื้องหลังการสร้างสรรค์บทเพลงนี้ออกมาให้แฟน ๆ ได้ชมกันอีกด้วย โดยเผยให้เห็นกระบวนการทำงานของLin-Manuel Mirandaพร้อมบทสัมภาษณ์จากทีมนักแสดงและผู้สร้าง ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวและจิตวิญญาณของโลกแห่งMoanaผ่านเสียงเพลงได้อย่างงดงาม Lin-Manuel Mirandaกล่าวว่าผมมีความสุขมากที่ได้กลับมาเขียนเพลงให้กับโลกของMoanaอีกครั้ง เสียงร้องของAuliiและCatherineเข้ากันได้อย่างสวยงาม และการได้เขียนเพลงให้DwayneในบทMauiก็เป็นเรื่องสนุกเสมอ ผมรู้สึกขอบคุณที่พวกเรามีโอกาสสร้างสิ่งพิเศษสำหรับเรื่องราวการเดินทางครั้งใหม่ของMoana อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์Disneys Moana (Original Soundtrack)พร้อมให้แฟน ๆ ได้ฟังพร้อมกันทั่วโลกวันที่26มิถุนายนนี้ โดยรวบรวมบทเพลงจากLin-Manuel Miranda, Opetaia FoaiและMark Mancinaรวมถึงเพลงใหม่Along The Wayที่แฟน ๆ กำลังพูดถึง พร้อมเปิดให้ฟังในระบบเสียงDolby Atmosเพื่อมอบประสบการณ์ที่สมจริงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในวันที่31กรกฎาคม ดิสนีย์ยังเตรียมปล่อยอัลบั้มพิเศษMoana: Voices Across The Oceanที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของMoanaและวัฒนธรรมแห่งหมู่เกาะแปซิฟิก โดยมีDwayne Johnson, Lauren Hashian, Tiana Nonosina LiufauและKayla Faamaligiรับหน้าที่Executive Producersอัลบั้มนี้ประกอบด้วย15บทเพลงจากศิลปินชาวแปซิฟิกที่เป็นตัวแทนของ7เกาะ อาทิStan Walker, Dinah Jane, Iam Tongi, Paula Fuga, MaoliและCommon Kingsเพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรม เสียงดนตรี และเรื่องราวจากมหาสมุทรอันกว้างใหญ่สู่ผู้ฟังทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องDisneys Moanaมีกำหนดเข้าฉายเฉพาะในโรงภาพยนตร์ไทย วันที่9กรกฎาคมนี้