รีเซต

ผลการค้นหา “When Oranges Fall” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
แนะนำ 3 ช่วงเวลาไหน ไม่ควรไปเที่ยวเกาหลี! รู้ก่อนไปไม่เฟล
อ่าน

แนะนำ 3 ช่วงเวลาไหน ไม่ควรไปเที่ยวเกาหลี! รู้ก่อนไปไม่เฟล

ที่ เกาหลีใต้ เองก็มีบรรยากาศสวยๆ ทั้งช่วง ฤดูใบไม้ผลิ ที่ซากุระบานสะพรั่ง หรือ ฤดูใบไม้ร่วง ที่ใบไม้เปลี่ยนสีจนทั่วทั้งเมืองกลายเป็นสีเหลืองทอง แต่รู้ไหมครับว่าเกาหลีใต้ก็มีบางช่วงเวลาที่อาจทำให้ทริปไม่สนุกอย่างที่คิด! วันนี้เราจะมา 3 ช่วงเวลาที่ควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจจองตั๋ว จะได้เที่ยวเกาหลีแบบไม่เฟล! แนะนำ 3 ช่วงเวลาที่ไม่ควรไปเที่ยวเกาหลี 1. หนีร้อนไปเจอฝน! ช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม) หลายคนอาจเลือกไปเที่ยวเกาหลีช่วงฤดูร้อนเพื่อเลี่ยงคนเยอะ แต่บอกเลยว่าอาจได้เจอกับสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจเอาซะเลย ฤดูร้อนของเกาหลีใต้อยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม และเป็นช่วงที่อากาศร้อนชื้นจนเหนียวตัว และมีฝนตกหนักมาก อุณหภูมิในช่วงนี้อาจสูงถึง 30 องศาเซลเซียสขึ้นไป ต่อจากความร้อนก็คือเรื่องมรสุม และพายุไต้ฝุ่น เดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเป็นช่วงที่เกาหลีใต้มีฝนตกชุก หรือที่เรียกว่า "ชังมา" (Changma) และอาจมีพายุไต้ฝุ่นเข้า ทำให้การเดินทางไม่สะดวก หรือต้องยกเลิกกิจกรรมกลางแจ้งที่วางแผนไว้ 2. สภาพอากาศใน ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) สำหรับคนที่ฝันอยากไปสัมผัสหิมะ และอากาศหนาวจัดในเกาหลี อาจต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะอากาศในช่วงนี้หนาวกว่าที่หลายๆ คนคิด! อุณหภูมิในฤดูหนาวของเกาหลีอาจลดต่ำกว่าศูนย์องศาไปจนถึง -15 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ หนาวจัดจนเที่ยวไม่สนุกถนนลื่น และหิมะตกหนักทำให้การเดินทางด้วยรถสาธารณะล่าช้ากว่าปกติ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ชอบอากาศหนาวๆ เบ่นหิมะที่สกีรีสอร์ตก็น่าจะถูกใจ แต่ก็อย่าลืมเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะช่วงคริสต์มาส และปีใหม่เป็นช่วงที่คนนิยมไปเล่นสกี และพักผ่อนตามต่างจังหวัด เลยทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พัก และกิจกรรมต่างๆ แพงขึ้นเป็นพิเศษ (ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ) 3. ช่วงหยุดยาว และเทศกาลสำคัญ (ซอลลัล และชูซอก) หากคุณอยากไปสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวแบบเงียบสงบในเกาหลี ขอให้หลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลสำคัญเหล่านี้ เพราะเกาหลีมีช่วงวุ่นวายไม่แพ้วันหยุดยาวในประเทศอื่นๆ เลย นั่นคือ ซอลลัล (Seollal) : หรือ วันตรุษจีนของเกาหลี มักจะอยู่ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ เป็นช่วงวันหยุดที่ชาวเกาหลีจะเดินทางกลับบ้านเกิด ทำให้การจราจรติดขัด และร้านค้าหลายแห่ง รวมถึงร้านอาหารบางร้านอาจปิดให้บริการ ชูซอก (Chuseok) : หรือ เทศกาลไหว้พระจันทร์ มักจะอยู่ระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี! แต่เหมือนกับเทศกาลซอลลัล ชาวเกาหลีจะเดินทางกลับบ้านกันอย่างคึกคัก ทำให้การจองตั๋วรถไฟ และเครื่องบินเต็มเร็วมาก ใครจะไปต้องเตรียมจองตั๋วแต่เนิ่นๆ ช่วงพีคซีซัน คนเยอะแต่ครื้นเครง เกาหลีใต้มีช่วงพีคซีซันที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมไปเยือน ซึ่งก็คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน - พฤศจิกายน) แม้คนจะเยอะจนต้องเบียดเสียด แต่ก็เป็นเป็นช่วงที่สวยที่สุด ผู้คนจะออกไปเที่ยวตามในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังเคียงบกกุง, หอคอย N Seoul Tower หรือสวนสนุกต่างๆ สรุปแล้วควรไปช่วงไหนดี? ถ้าอยากเลี่ยงช่วงเวลาที่กล่าวมา และอยากไปสัมผัสเกาหลีใต้ในบรรยากาศที่น่ารัก เดินทางง่ายๆ อาจลองพิจารณาช่วงระหว่างฤดูต่างๆ แทน เช่น ปลายเดือนมีนาคม ก่อนที่ซากุระจะบานเต็มที่ หรือช่วง ปลายเดือนพฤษภาคม ที่อากาศเริ่มอุ่นขึ้นแต่ยังไม่เข้าฤดูฝน หรือช่วงต้นเดือนกันยายน ที่อากาศเริ่มเย็นลงก่อนที่ใบไม้จะเปลี่ยนสีอย่างเป็นทางการครับ ====================

น้ำตกมิโน Minoh Falls ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า เช้าไปเย็นกลับ เดินทางด้วยรถไฟง่ายๆ
อ่าน

น้ำตกมิโน Minoh Falls ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า เช้าไปเย็นกลับ เดินทางด้วยรถไฟง่ายๆ

โอซาก้า ใครว่ามีแต่ตึกสูงๆ ตามเรามาปักหมุดเลยกับ น้ำตกมิโน Minoh Falls โอซาก้า ที่เที่ยวธรรมชาติสวยๆ ใกล้เมือง และยัง เดินทางง่ายด้วยรถไฟ เช้าไปเย็นกลับได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาชมความงามของธรรมชาติอย่างไม่ขาดสายค่ะ ทำให้ที่นี่เป็นที่เที่ยวที่เหมาะกับทั้งสายธรรมชาติ สายถ่ายรูป และคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ออกไปให้ธรรมชาติสวยๆ ฮีลใจ นั่นเอง ที่เที่ยวธรรมชาติ ใกล้โอซาก้า ไปเช้าเย็นกลับน้ำตกมิโน Minoh Falls เดินทางด้วยรถไฟ ไฮไลท์ต้องห้ามพลาดของ น้ำตกมิโน Minoh Falls ✅ น้ำตกสูงประมาณ 33 เมตร รายล้อมด้วยภูเขาและต้นไม้เขียวขจี 🍁 ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมากในช่วง ปลายเดือนพฤศจิกายน 🚶♂️ เส้นทางเดินป่าระยะสั้นเพียง 2.6 กิโลเมตร จากสถานีรถไฟถึงตัวน้ำตก 🏞 ใกล้กับ อุทยานธรรมชาติมิโนะ (Minoh Park) ที่เต็มไปด้วยเส้นทางเดินและจุดชมวิวสวยๆ 📸 จุดถ่ายรูปยอดนิยมตลอดทาง เช่น สะพานแดง และ วัดเรียวอันจิ (Ryuanji Temple) สำหรับเราในวันนี้ เดินทางมาที่ น้ำตกมิโน ด้วยรถไฟค่ะ โดยมาลงที่ สถานีมิโน (Minoo Station) ใช้เวลาเดินทางจากโอซาก้าประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ จากนั้นก็เดินต่อไปยังน้ำตกได้เลยค่ะ โดยระยะทางจากสถานีไปถึงน้ำตกมิโน ประมาณ 2.6 กิโลเมตร แต่ว่าเดินชิลๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ เพลินมากๆ ค่ะ นอกจากนี้ระหว่างทางเดินก็ไม่ได้มีแต่ป่านะคะ ยังมี สะพานแดง วัดเรียวอันจิ พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ด้วย รับรองไม่ต้องกลัวเหงา แม้ตอนนี้เป็นช่วงหน้าฝน แถวนี้จะดูเงียบสงบหน่อย แต่พอใบไม้เปลี่ยนสีก็จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนค่ะ แต่ข้อดีของการมาเที่ยวในช่วงหน้าฝน หน้าร้อนของญี่ปุ่นแบบนี้ก็คือ คนไม่เยอะ ไม่ต้องรอต่อคิวเข้าคาเฟ่นานๆ รวมถึงผืนป่าที่เป็นสีเขียวชอุ่ม สดชื่นมากๆ ค่ะ อากาศก็ไม่ร้อนด้วยนะ เดินสบายๆ เลย Yuzuya Cafe ก่อนไปถึงน้ำตกมิโน เราแวะคาเฟ่กันแวะหาอะไรรองท้องกันหน่อยที่ Yuzuya Cafe ค่ะ มีทั้งโซนที่นั่งในร้าน และเอาท์ดอร์ ออกมานั่งชิลๆ มองวิวสวยๆ ของต้นไม้ พร้อมเสียงน้ำไหลเพลินๆ สำหรับเมนูก็มีทั้งอาหารคาว ของหวาน และเครื่องดื่มค่ะ แต่ไฮไลท์ของร้านก็คือ ในเมนูจะมีส่วนผสมของส้มยูซุอยู่ เรีบกได้ว่าสดชื่นมากๆ สมกับเป็นฤดูร้อนเลย จุดถ่ายรูป สะพานแดง น้ำตกมิโน หลังอิ่มอร่อยเรียบร้อย เราก็เดินไปต่อ จนมาถึง สะพานแดง จุดถ่ายรูปยอดฮิตของที่นี่ แต่เสียดายมากๆ ค่ะ ที่อยู่ในระหว่างปิดซ่อม คราวหน้าคงได้กลับมาซ่อมแน่นอน! น้ำตกมิโน ธรรมชาติสวยๆ ใกล้โอซาก้า ไม่นานก็มาถึงน้ำตกมิโน เราจะได้เห็นสะพานแดงมาแต่ไกล และได้ยินเสียงน้ำตกดังมากๆ เป็นภาพที่สวยงามจริงๆ ค่ะ ใกล้ๆ น้ำตกยังมีร้านค้าขายของมากมาย ทั้ง ไอศกรีม น้ำผลไม้ น้ำหวานต่างๆ รวมไปถึงของกินอื่นๆ ด้วยน้า วัดเรียวอันจิ Ryuanji Temple นั่งชมธรรมชาติ ถ่ายรูปสวยๆ กันหนำใจแล้ว ขากลับเราไปแวะเที่ยวที่ วัดเรียวอันจิ (Ryuanji Temple) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางเดินมาน้ำตกมิโนนั่นเอง วัดแห่งนี้ประดิษฐาน เบ็นไซเท็น (Benzaiten) เทพีแห่งศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการขอพรด้านศิลปะ และความสำเร็จทางการเงิน ค่ะ อีกทั้ง เบ็นไซเท็น ยังเป็น 1 ใน 7 เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ของญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ เพราะงั้นสายมู แวะมาสักการะกันได้เลย! การเดินทางไปน้ำตกมิโน จาก โอซาก้า ด้วยรถไฟ ขึ้นรถไฟ สาย Hankyu Takarazuka Line จาก สถานี Osaka-Umeda Station ไปลงที่ สถานี Ishibashi-handaimae Station แล้วเปลี่ยนสายเป็น Hankyu Minoh Line ลงที่สถานีปลายทาง Minoh Station จาก สถานี Minoh Station เดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติประมาณ 2.6 กิโลเมตร (ใช้เวลาเดิน 30-45 นาที) เพื่อไปยังตัวน้ำตก เส้นทางมีป้ายบอกทางตลอด ไม่หลงแน่นอน และระหว่างทางจะมีร้านขายของที่ระลึก ของกินท้องถิ่น เช่น โมมิจิเท็มปุระ (ใบเมเปิ้ลทอดกรอบ) ให้แวะพักด้วย คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยว 🕒 เวลาที่เหมาะแก่การเที่ยว : ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนพฤศจิกายน) หรือ ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม - เดือนเมษายน) 👟 แนะนำให้ใส่รองเท้าเดินสบาย เพราะเส้นทางมีความลาดชันบางช่วง 🎒 พกน้ำดื่ม และเสื้อกันฝนหากไปช่วงหน้าฝน ที่เที่ยวโอซาก้า ที่น่าสนใจอื่นๆ เที่ยวญี่ปุ่น 10 ที่เที่ยวใกล้โอซาก้า คันไซ จุดเช็กอิน สวยปังๆ 15 ที่เที่ยวโอซาก้า ตามไลน์ สถานีรถไฟ เที่ยวญี่ปุ่นง่ายๆ ด้วยตัวเอง รีวิว เที่ยวงาน Osaka Expo 2025 ญี่ปุ่น ฉบับเที่ยวเอง เรื่องที่ต้องรู้ก่อนไป

Olivia Rodrigo โผล่เชียร์บอลทีม FC Barcelona พร้อมเผยคอลเล็กชั่น Olivia Rodrigo x FC Barcelona x Spotify สุดเท่
อ่าน

Olivia Rodrigo โผล่เชียร์บอลทีม FC Barcelona พร้อมเผยคอลเล็กชั่น Olivia Rodrigo x FC Barcelona x Spotify สุดเท่

Olivia Rodrigoนักร้อง นักแต่งเพลง ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลงป็อปขวัญใจวัยรุ่น เจ้าของรางวัลแกรมมี และยอดขายระดับมัลติแพลตินัม ร่วมชมการแข่งขันฟุตบอลศึกEl Clsico (เอล กลาซิโก) หรือฟุตบอลดาร์บี้แมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศสเปน และได้พูดคุย-ถ่ายรูปกับดาวรุ่งตัวท็อปของสโมสรฟุตบอลระดับโลกFC Barcelonaอย่างLamine Yamalเมื่อวันอาทิตย์ที่10พ.ค. ที่ผ่านมา ที่Spotify Camp Nouในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน นอกจากนี้Olivia Rodrigoยังโผล่เซอร์ไพรส์ บุกเจอแข้งสาวFC Barcelona Femenถึงสนามซ้อม และได้รับเสื้อเรโทรรุ่นพิเศษปี2003ซึ่งเป็นปีเกิดของเธอจากทางสโมสรอีกด้วย Olivia RodrigoโคจรมาพบกับFC Barcelonaภายใต้การสนับสนุนของSpotifyเพื่อร่วมงานกันในคอลเล็กชั่นสุดเท่ เสื้อเจอร์ซีย์อย่างเป็นทางการของทางสโมสร ที่มีโลโก้ของOlivia Rodrigoอยู่บนหน้าอก ที่นอกจากนักฟุตบอลของทีมจะได้ใส่ลงแข่งกันถ้วนหน้าแล้ว แฟน ๆ ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของกันได้เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชันพิเศษที่รวมเอาอัตลักษณ์สุดไอคอนิกของBaraมาผสานกับวิชวลสไตล์เฉพาะตัวของOlivia Rodrigoกลายเป็นไลน์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่แฟน ๆ จะต้องชื่นชอบอีกด้วย ก่อนหน้านี้Olivia Rodrigoปล่อยเพลงdrop deadออกมาให้แฟน ๆ หายคิดถึงเมื่อวันที่17เม.ย. ที่ผ่านมา และทะยานขึ้นอันดับ1ชาร์ตBillboard Hot 100อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเตรียมปล่อยอัลบั้มที่3ที่มีชื่อว่าyou seem pretty sad for a girl so in loveในวันที่12มิถุนายนนี้แฟน ๆ สามารถPre-saveอัลบั้มyou seem pretty sad for a girl so in loveของOlivia Rodrigoได้ที่นี่https://umusicth.lnk.to/girlsoinloveTH

ต้นส้มอยู่บ้านเขาฯ EP.1 : แอลม่อน-โปรเกรส เสิร์ฟเคมีลงตัว ประกบคู่ลงซีรีส์ใหม่
อ่าน

ต้นส้มอยู่บ้านเขาฯ EP.1 : แอลม่อน-โปรเกรส เสิร์ฟเคมีลงตัว ประกบคู่ลงซีรีส์ใหม่

ต้นส้มอยู่บ้านเขา แต่ผลส้มหล่นมาบ้านเราตลอดเลย EP.1 :ส้มข้างบ้าน...ทำไมมันหวานเป็นพิเศษ ที่ขนทัพนักแสดงวัยรุ่นมาแรงเสิร์ฟเคมีชวนเขินให้แฟนๆ ได้ฟินกันแบบโอเวอร์โดส นำทีมโดยคู่จิ้นสุดปัง แอลม่อน ภูมิสุวรรณ สุวรรณสถิตย์, โปรเกรส ภาสวิชญ์ ธรรมสังคีติ ร่วมด้วย เคน กันต์ธีร์ ลิมปิติกรานนท์, พอล ธนัน โลหะวัฒนกุล, จัสติน แองกัส มอยร์, คีตั้น สิทธิทัศนิฐ์ ตังติสานนท์ ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์สุดอบอุ่นประทับใจ และอมยิ้มไปกับมิตรภาพของแก๊งเพื่อน ผ่านฝีมือการกำกับของผู้กำกับฯ คนเก่ง นิว ศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล ที่การันตีความฟินถึงใจแฟนๆ แน่นอน ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25 เรื่องราวความรักในวัยเรียนที่เริ่มมาจาก ผลส้ม ของ โก๋สอง (แอลม่อน ภูมิสุวรรณ) ไปหล่นในรั้วบ้านของ โก๋หนึ่ง (โปรเกรส ภาสวิชญ์) เพื่อนบ้านและเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มีชื่อเล่นเหมือนกันแต่นิสัยแตกต่างกัน ความสัมพันธ์จากที่ไม่ชอบขี้หน้ากลายมาเป็นสนิทกันผ่านสื่อกลางคือ ผลส้ม รวมถึงเรื่องราวมิตรภาพของแก๊งเพื่อนที่มีสมาชิกอีก 3 คน ออก้า (เคน กันต์ธีร์), อชิ (พอล ธนัน), ออกัส (จัสติน แองกัส) และเพื่อนร่วมห้องอีก 1 คน เติ้ล (คีตั้น สิทธิทัศนิฐ์) ผ่านการถ่ายทอดภาพวัยเรียนในยุค 90s ผลส้มจะทำให้ความรักก่อตัวอย่างไร? ติดตามไปพร้อมกัน! ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25

When it rains, it pours
ดู

When it rains, it pours

คริสปี้ ครีม ส่งความสุขสไตล์ไทยรับสงกรานต์ ด้วยทินบ็อกซ์คอลเล็กชัน Summer Joy Summer Splash
อ่าน

คริสปี้ ครีม ส่งความสุขสไตล์ไทยรับสงกรานต์ ด้วยทินบ็อกซ์คอลเล็กชัน Summer Joy Summer Splash

Krispy Kreme คริสปี้ ครีม ประเทศไทย โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก ส่งความสุขรับมหาสงกรานต์ ด้วยทินบ็อกซ์คอลเล็กชัน Summer Joy Summer Splash ที่ผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้ากับความสนุกสนานผ่านลวดลายช้างน้อยแบบไทยไทยได้อย่างลงตัว 2 แบบ 2 สไตล์ ได้แก่ กล่อง Thai Elephant treats โทนสีแดงสดใส ตกแต่งเป็นลูกช้างตัวน้อยคู่กับโดนัทหลากสี และทินบ็อกซ์แบบใหม่ล่าสุด Elephant Green Carnival กล่องสีเขียวเข้ม ผสมผสานลวดลายดอกพิกุลที่แสนอ่อนช้อย เข้ากับโดนัทและช้างน้อย ให้ดูสนุกสนานมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญให้กับครอบครัวและคนพิเศษ หรือเก็บสะสมเป็นคอลเล็กชันส่วนตัว ทั้งแบบเซ็ต Original Glazed Tin Box โดนัทออริจินอล เกลซ ยอดนิยม จำนวน 6 ชิ้น ในราคา 199 บาท หรือเซ็ต Assorted Tin Box ให้คุณเลือกอร่อยกับโดนัทชิ้นโปรด จำนวน 6 ชิ้น ในราคา 249 บาท (ราคาดังกล่าว ยกเว้น สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และแอปพลิเคชันฟู้ดดิลิเวอรี) Krispy Kreme Summer Joy Summer Splash พร้อมมอบความอร่อยในเทศกาลนี้ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 30 พฤศจิกายน 2569 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) ณ ร้านคริสปี้ ครีม กว่า 60 สาขา ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หรือสั่งผ่านแอปพลิเคชันฟู้ดดิลิเวอรี พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของ คริสปี้ ครีม โดนัท สุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือ www.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ #Krispykremethailand

อัปเดต พยากรณ์ซากุระญี่ปุ่น 2026 ฉบับ 8 มาแล้ว! อากาศเริ่มนิ่ง
อ่าน

อัปเดต พยากรณ์ซากุระญี่ปุ่น 2026 ฉบับ 8 มาแล้ว! อากาศเริ่มนิ่ง

สายเที่ยวญี่ปุ่นห้ามพลาด ล่าสุดทาง Japan Meteorological Corporation (JMC) ได้ประกาศพยากรณ์ซากุระประจำปี 2026 ครั้งที่ 8 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยครอบคลุมจุดชมซากุระยอดฮิตกว่า 1,000 แห่ง ตั้งแต่เกาะฮอกไกโดตอนเหนือไปจนถึงคาโงชิมะทางตอนใต้ ซึ่งข่าวดี (หรือข่าวต้องรีบจอง) ก็คือ ปีนี้ดูเหมือนว่าซากุระสายพันธุ์โซเม โยชิโนะ (Somei Yoshino) จะเริ่มส่งสัญญาณ "บานเร็วขึ้นเล็กน้อย" ในหลายพื้นที่ครับ อัปเดต พยากรณ์ซากุระ ญี่ปุ่น ประจำปี 2026 *ใครที่อยากไปดูตอนจังหวะที่ดีที่สุด ให้เริ่มนับช่วงซากุระเริ่มบาน แล้วนับต่อไปอีกประมาณ 5 วัน ถึง 2 สัปดาห์ จะเป็นช่วงที่สามารถชมซากุระได้สวยที่สุด* เมือง พยากรณ์วันเริ่มบาน พยากรณ์วันเริ่มบานเต็มที่ วันที่ออกดอกจริง เฉลี่ยในแต่ละปี Sapporo ซัปโปโร 25 เมษายน 28 เมษายน 1 พฤษภาคม Aomori อาโอโมริ 18 เมษายน 22 เมษายน 22 เมษายน Sendai เซนได 3 เมษายน 8 เมษายน 8 เมษายน Tokyo โตเกียว 19 มีนาคม 27 มีนาคม 24 มีนาคม Kanazawa คานาซาวา 1 เมษายน 6 เมษายน 3 เมษายน Nagano นางาโนะ 4 เมษายน 10 เมษายน 11 เมษายน Nagoya นาโกยา 17 มีนาคม 28 มีนาคม 24 มีนาคม Kyoto เกียวโต 23 มีนาคม 1 เมษายน 26 มีนาคม Osaka โอซาก้า 24 มีนาคม 31 มีนาคม 27 มีนาคม Wakayama วาคายามา 26 มีนาคม 3 เมษายน 24 มีนาคม Hiroshima ฮิโรชิมา 21 มีนาคม 30 มีนาคม 25 มีนาคม Kochi โคจิ 19 มีนาคม 27 มีนาคม 22 มีนาคม Fukuoka ฟุกุโอกะ 20 มีนาคม 29 มีนาคม 22 มีนาคม Kagoshima คาโกชิมะ 26 มีนาคม 6 เมษายน 26 มีนาคม ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอยอย่าง โตเกียว คาดการณ์ว่าปีนี้จะเริ่มบานตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม และจะบานเต็มที่ (Full Bloom) ในวันที่ 27 มีนาคม ซึ่งถือว่าเร็วกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ส่วนทางด้าน โอซากะ และ เกียวโต คาดว่าจะเริ่มบานในวันที่ 24 มีนาคม และสวยงามที่สุดในช่วงสิ้นเดือนพอดี ใครอยากสัมผัสลมหนาวพร้อมซากุระที่ ซัปโปโร ต้องรอช่วงปลายเดือนเมษายน โดยคาดว่าจะเริ่มบานวันที่ 25 เมษายนนี้ครับ ส่วนเมืองอื่นๆ ที่น่าสนใจอย่าง นาโกยา ก็บานเร็วขึ้นเช่นกันเริ่มที่ 17 มีนาคม หรือจะลงใต้ไป ฟุกุโอกะ ก็เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ใครมีแพลนไปเมืองไหนต้องคอยติดตามการอัปเดตครั้งถัดไปในวันที่ 19 มีนาคม 2569 อย่างใกล้ชิด *ตารางมิเตอร์วัดการออกดอกซากุระตามความคืบหน้าในปัจจุบันของต้นซากุระในการออกดอก และบานเต็มที่ *อัปเดตวันที่ 12 มีนาคม 2569 ตัวช่วยสายล่าซากุระ แอปฯ Sakura Navi 2026 ถ้าใครไม่อยากพลาดช่วงเวลาที่สวยที่สุด แนะนำให้โหลดแอปพลิเคชัน Sakura Navi - Forecast in 2026ติดเครื่องไว้เลยครับ แอปฯ นี้เคยขึ้นแท่นอันดับ 1 ในหมวดท่องเที่ยวของ App Store ทั้งในไทย และฮ่องกงมาแล้ว ความเจ๋งคือเขามีตัววัดความก้าวหน้าการบาน (Flowering Meter) ให้ดูแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อคุณอยู่ใกล้จุดชมซากุระ แถมยังมีฟีเจอร์การ์ดสแตมป์ให้สะสมบันทึกการไปเยือนแต่ละที่ด้วยนะ เบื้องหลังพยากรณ์แม่นๆ ของ JMC เขาไม่ได้เดาสุ่มนะครับ แต่คำนวณจากหลายปัจจัย ทั้งอุณหภูมิที่ลดต่ำลงในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งมีผลต่อการพักตัว ของตายอดซากุระ รวมถึงการคำนวณอุณหภูมิสะสมในช่วงที่น้องจะเริ่มเติบโต ผสมผสานกับข้อมูลทางสถิติย้อนหลัง ทำให้เราสามารถวางแผนจองตั๋ว และที่พักล่วงหน้าได้แม่นยำยิ่งขึ้นนั่นเอง ปีนี้ใครอยากไปถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางอุโมงค์ซากุระสีชมพู อย่าลืมเช็กวันลา และเตรียมกดตั๋วกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ เพราะซากุระสวยๆ มักจะมาเร็วและไปไวเสมอ ==================== ข้อมูล :https://n-kishou.com/corp/news-contents/sakura/

เตรียมปิดตำนาน! "BEASTARS Final Season Part 2" เผยวันฉาย พร้อมดรามาจัดเต็ม
อ่าน

เตรียมปิดตำนาน! "BEASTARS Final Season Part 2" เผยวันฉาย พร้อมดรามาจัดเต็ม

นี่คือบทสรุปของดรามาวัยเรียนฉบับสรรพสัตว์ที่ทั่วโลกต่างหลงรัก "BEASTARS Final Season Part 2" เมื่อล่าสุดทางออฟฟิเชียลทำการปล่อยวิดีโอเทรลเลอร์ใหม่ พาเรามาพบกับเหล่าเยาวชนสัตว์ป่าที่ต้องเผชิญหน้ากับสัญชาตญาณดิบในโลกที่ผู้ล่าและผู้ถูกล่าจำต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งเต็มไปด้วยฉากเร่งเร้าอารมณ์แบบเต็มพิกัดจนสลัดความน่าติดตามออกไปไม่ได้เลย โดยแฟน ๆ สามารถรอรับอนิเมะได้ในวันที่ 7 มีนาคม 2026 นี้ทาง Netflix เรื่องย่ออนิเมะ BEASTARS Final Season ท่ามกลางความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นระหว่างสัตว์กินพืชและสัตว์กินเนื้อ คมเขี้ยวของเมลอนกำลังคืบคลานเข้าใกล้ฮารุมากขึ้นทุกที ทางด้านเลโกชิต้องระหกระเหินเข้าไปพัวพันกับตลาดมืดจนต้องเผชิญหน้ากับตัวตนที่แท้จริงอีกครั้ง และ หลุยส์กำลังดิ้นรนกับพันธะใหม่ในโลกใต้ดิน ทั้งสองได้กลับมาพบกันและตัดสินใจร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งเมลอน! เลโกชิผู้เชื่อมั่นในปาฏิหาริย์, ฮารุผู้มองไปข้างหน้าสู่รุ่งอรุณ, หลุยส์ผู้ลุกขึ้นสู้กับโชคชะตา และเมลอนผู้เคียดแค้นต่อโลกใบนี้ ในโลกที่สั่นคลอนด้วยแรงปรารถนาและความกลัว คำตอบสุดท้ายที่พวกเขาค้นพบคืออะไร? BEASTARS เป็นผลงานมังงะระดับขึ้นหิ้งที่เขียนและวาดภาพประกอบโดย Paru Itagaki เริ่มตีพิมพ์ผ่านนิตยสารรายสัปดาห์ Weekly Shonen Champion ของสำนักพิมพ์ Akita Shoten ระหว่างเดือนกันยายน 2016 ถึงตุลาคม 2020 มีฉบับรวมเล่มทั้งหมด 22 เล่มจบ และฉบับอนิเมะผลิตโดยสตูดิโอ ORANGE ขอบคุณภาพจาก X @bst_anime

อัปเดตพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 ล่าสุด 4 พฤศจิกายน 2568
อ่าน

อัปเดตพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 ล่าสุด 4 พฤศจิกายน 2568

ฤดูใบไม้ร่วง คือช่วงเวลา เที่ยวญี่ปุ่น ที่สวยที่สุดอีกฤดูกาลหนึ่ง ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นเหลือง แดง ส้ม ไล่เฉดทั่วทั้งประเทศ ตั้งแต่ฮอกไกโดจรดคิวชู กลายเป็นภูมิประเทศที่เหมือนหลุดมาจากภาพวาด และปี 2025 ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น! ใครกำลังวางแผนไปญี่ปุ่นช่วง เดือนตุลาคม ธันวาคม เพื่อชม ใบไม้เปลี่ยนสี นี่คือข้อมูล อัปเดตพยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีญี่ปุ่น ที่ประกาศอย่างเป็นทางการโดย JMC (Japan Meteorological Corporation) *อัปเดตล่าสุด วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568* โดยปีนี้คาดว่าดีเลย์ทั้งประเทศโดยรวมประมาณ 1 สัปดาห์จากค่าเฉลี่ย พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น 2025 Japan Autumn Leaves Forecast ตามประมาณการเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี จะเริ่มประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม ในกรุงโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ในพื้นที่บริเวณภูเขาไฟฟูจิ กลางถึงปลายเดือนตุลาคม ในนิกโกะ และกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ในฮาโกเนะ พยากรณ์ใบไม้แดงในญี่ปุ่น เมือง วันที่คาดว่าจะเปลี่ยนเป็นสีแดง(เดือน / วัน) วันที่เปลี่ยนสีจริง เฉลี่ยในแต่ละปี(เดือน / วัน) Sapporo 11/5 10/28 Aomori 11/15 11/13 Sendai 11/27 11/21 Tokyo 12/2 11/28 Kanazawa 12/2 11/24 Nagano 11/25 11/12 Nagoya 12/5 11/28 Kyoto 12/15 12/5 Osaka 12/7 12/1 Wakayama 12/15 12/6 Hiroshima 11/30 11/22 Kochi 12/13 12/2 Fukuoka 12/12 12/1 Kagoshima 12/16 12/15 พยากรณ์ใบไม้เหลืองในญี่ปุ่น เมือง วันที่คาดว่าจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง(เดือน / วัน) วันที่เปลี่ยนสีจริง เฉลี่ยในแต่ละปี(เดือน / วัน) Sapporo 11/5 11/4 Aomori 11/6 11/2 Sendai 11/30 11/23 Tokyo 11/27 11/23 Kanazawa 11/4 11/10 Nagano 11/17 11/10 Nagoya 11/20 11/18 Kyoto 11/30 11/24 Osaka 11/26 11/22 Wakayama 11/29 11/23 Hiroshima 11/22 11/15 Kochi 11/19 11/15 Fukuoka 12/1 11/20 Kagoshima 12/2 11/25 ข้อมูล : n-kishou.com/corp/news-contents/autumn ที่เที่ยวชมใบไม้เปลี่ยนสี ญี่ปุ่น ที่น่าสนใจ 9 จุดชมใบไม้เปลี่ยนสี โอซาก้า ญี่ปุ่น เดินชิลถ่ายรูปสวย 6 จุดไฮไลท์ ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ภูมิภาคโทโฮคุ ญี่ปุ่น ====================

คาดการณ์ฝนและอุณหภูมิเดือนพ.ย.68 ไทยตอนบนเริ่มเย็น-ใต้ฝนยังชุก
อ่าน

คาดการณ์ฝนและอุณหภูมิเดือนพ.ย.68 ไทยตอนบนเริ่มเย็น-ใต้ฝนยังชุก

เดือนพฤศจิกายนถือเป็นเดือนที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการ โดยภาพรวมสภาพอากาศในปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ฝนจะเริ่มลดลงชัดเจนในพื้นที่ตอนบนของประเทศ ขณะที่ ภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อเนื่อง จากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้สำหรับ ปริมาณฝนเฉลี่ยทั่วประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2568 คาดว่าจะ สูงกว่าค่าปกติราวร้อยละ 10–30 โดยจากแผนที่การกระจายตัวของฝนพบว่า ประเทศไทยตอนบนทั้งหมด ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลงส่วน ภาคใต้ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ตั้งแต่จังหวัด ชุมพรลงไปจนถึงนราธิวาสจะเป็นพื้นที่ที่มีฝนชุกหนาแน่น กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้เฝ้าระวัง ฝนตกหนักถึงหนักมาก เป็นพิเศษในจังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังหรือน้ำป่าไหลหลากได้ในบางพื้นที่ ด้าน อุณหภูมิเฉลี่ยในเดือนพฤศจิกายน ปีนี้คาดว่าจะ สูงกว่าค่าปกติเล็กน้อยประมาณ 0.5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มมี มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยเป็นระยะ ๆ ส่งผลให้หลายพื้นที่เริ่มสัมผัสอากาศหนาวได้บ้าง โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ• ภาคเหนือและภาคอีสานตอนบน มีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยประมาณ 20–22 องศาเซลเซียส• ภาคกลาง อยู่ที่ราว 22–24 องศาเซลเซียส• ภาคตะวันออกและภาคใต้ เฉลี่ยประมาณ 23–25 องศาเซลเซียส• ส่วน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงอุ่นกว่าภูมิภาคอื่น โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 24–26 องศาเซลเซียสนี่คือภาพรวมของ แนวโน้มฝนและอุณหภูมิในเดือนพฤศจิกายน จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งชี้ชัดว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งอากาศเย็นสบายในหลายพื้นที่ ขณะที่ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีจีน 2025 ไปมณฑลไหน ช่วงเวลาไหน สวยที่สุด?
อ่าน

พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีจีน 2025 ไปมณฑลไหน ช่วงเวลาไหน สวยที่สุด?

ใครมีแพลนไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่จีนต้องไม่พลาด! เพราะฤดูใบไม้ร่วงที่จีนนั้นสวยงามราวกับภาพวาด ยิ่งใหญ่ และอลังการกว่าที่คิดไว้มาก ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือระหว่างเดือนกันยายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน และเพื่อให้วางแผนการเดินทางได้อย่างแม่นยำ วันนี้เราจะพาไปดูว่าใบไม้ในจีนจะเริ่มเปลี่ยนสีจากที่ไหน และจะเดินทางไปที่ไหนถึงจะฟินที่สุด! พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีจีน 2025ไปมณฑลไหน ช่วงเวลาไหน สวยที่สุด? ลักษณะการเปลี่ยนสีของใบไม้ในจีน ลักษณะการเปลี่ยนสีของใบไม้ในประเทศจีนจะเริ่มต้นจากทางตอนเหนือสุดของประเทศก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า เช่น บริเวณเทือกเขาและมณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะค่อยๆ ไล่ลงมาทางใต้ตามแนวพื้นที่ราบและชายฝั่ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเริ่มในเดือนกันยายน และจะเปลี่ยนสีอย่างสมบูรณ์จนสิ้นสุดในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้นฤดู (กันยายน - ต้นตุลาคม): เหมาะสำหรับมณฑลที่อยู่ทางตอนเหนือและพื้นที่สูง เช่น เฮยหลงเจียง จี๋หลิน และเขตปกครองตนเองซินเจียง กลางฤดู (กลางตุลาคม - ปลายตุลาคม): เป็นช่วงที่สวยที่สุดสำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่ของจีน เช่น ปักกิ่ง และมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ปลายฤดู (ปลายตุลาคม - พฤศจิกายน): เป็นช่วงสุดท้ายของการเปลี่ยนสี โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนใต้และที่ราบลุ่ม อย่าง เซี่ยงไฮ้ และมณฑลกวางตุ้ง พยากรณ์ใบไม้เปลี่ยนสีในจีน 2025 ไล่เป็นมณฑล ใครนึกภาพไม่ออก ว่าใบไม้เปลี่ยนสีในจีนค่อยๆ ไล่จากเหนือลงใต้ที่มณฑลไหน เราได้ลองเรียงลำดับคร่าวๆ ไว้ให้ เผื่อจะวางแผนการเดินทางได้ง่ายขึ้น ดังนี้ครับ มณฑลเฮยหลงเจียง (Heilongjiang): ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน และสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนกันยายน มณฑลจี๋หลิน (Jilin): เริ่มเปลี่ยนสีตั้งแต่กลางเดือนกันยายน และพีคสุดในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม เขตปกครองตนเองซินเจียง (Xinjiang): ใบไม้ที่เทือกเขาจะเริ่มเปลี่ยนสีในปลายเดือนกันยายน และสวยงามที่สุดในช่วงต้นเดือนตุลาคม มณฑลเหลียวหนิง (Liaoning): เริ่มเปลี่ยนสีในช่วงต้นเดือนตุลาคม และพีคสุดในกลางเดือนตุลาคม มณฑลชานตง (Shandong): ใบไม้จะเปลี่ยนสีอย่างเต็มที่ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ปักกิ่ง (Beijing): เป็นเมืองยอดนิยมสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี โดยจะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงกลางเดือนตุลาคม และสวยที่สุดในช่วงปลายเดือนตุลาคม มณฑลซื่อชวน (Sichuan): พื้นที่สูงอย่างอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวจะเริ่มเปลี่ยนสีในช่วงปลายเดือนตุลาคม และพีคสุดในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) และมณฑลกวางตุ้ง (Guangdong): ใบไม้จะเปลี่ยนสีช้าที่สุด และสามารถชมได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ====================

ดูแสงเหนือกลางกรุง ที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ ชม มหัศจรรย์แห่งออโรรา แค่ 50 บาท
อ่าน

ดูแสงเหนือกลางกรุง ที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ ชม มหัศจรรย์แห่งออโรรา แค่ 50 บาท

ไม่ต้องบินไปไกลถึงขั้วโลกก็ฟินได้ สำหรับสายเที่ยวที่อยากสัมผัสความสวยงามของ แสงออโรรา หรือ แสงเหนือ วันนี้เรามีข่าวดีมาบอก เพราะ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ จัดรอบพิเศษให้ทุกคนได้ไป นอนดูแสงเหนือ กันแบบฟินๆ ตลอดเดือนสิงหาคมนี้! ดูแสงเหนือกลางกรุง ที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯชมมหัศจรรย์แห่งออโรรา แค่ 50 บาท "มหัศจรรย์แห่งออโรรา (Experience the Aurora)" คือภาพยนตร์เต็มโดมความยาว 27 นาที ที่จะพาเราไปสัมผัสความงามของแสงสีบนท้องฟ้าที่เกิดขึ้นจากสนามแม่เหล็กโลก เหมือนได้ไปยืนอยู่บนคาบสมุทรอาร์กติกด้วยตัวเอง บอกเลยว่าภาพสวยอลังการเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในขั้วโลกจริงๆ แถมงานนี้ยังพากย์เสียงภาษาไทยโดยคุณ พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร อีกด้วย ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ยังเคยเข้าชิงรางวัล Telly Awards มาแล้ว นอกจากจะได้นอนดูแสงเหนือแบบเพลินๆ ในโดมแล้ว ก่อนฉายภาพยนตร์ก็ยังมีวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์ และอวกาศ รวมถึงมียานอวกาศจำลองให้ได้ถ่ายรูปกันเก๋ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ออกไปนอกโลกจริงๆ ใครยังไม่เคยไปต้องลองไปสักครั้ง รับรองว่าคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน รายละเอียดการเข้าชมและค่าใช้จ่าย ภาพยนตร์รอบพิเศษ : มหัศจรรย์แห่งออโรรา (Experience the Aurora) ช่วงเวลา : 1 - 31 สิงหาคม 2568 (ปิดทุกวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 50 บาท / เด็ก 30 บาท รอบการแสดงสำหรับบุคคลทั่วไป : วันอังคาร - วันศุกร์ : รอบ 11.00 น. และ 15.00 น. วันเสาร์ - วันอาทิตย์ : รอบ 10.00 น., 11.00 น., 13.00 น., 14.00 น. และ 15.00 น. การเดินทาง : BTS สถานีเอกมัย ทางออก 2 หรือนำรถยนต์ส่วนตัวมาเองก็ได้ มีที่จอดรองรับ สอบถามเพิ่มเติม/เช็กรอบเข้าชม : ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ - Bangkok Planetarium เตรียมตัวให้พร้อม จองตัวคนพาไปไว้เลย แล้วไปเปิดประสบการณ์ชมแสงเหนือที่ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ กัน ====================

เชียงใหม่เสี่ยงฝนตกหนัก เตือนน้ำป่า–ดินถล่ม 23–24 ก.ค. นี้
อ่าน

เชียงใหม่เสี่ยงฝนตกหนัก เตือนน้ำป่า–ดินถล่ม 23–24 ก.ค. นี้

ปภ. เตือนฉุกเฉิน! เชียงใหม่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม 23–24 ก.ค. นี้วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ศูนย์แจ้งเตือนฉุกเฉิน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ ออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตรวจพบว่าพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณฝนตกหนักและยังคงตกต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในหลายจุดโดยเฉพาะพื้นที่ ลาดเชิงเขา และ พื้นที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ในอำเภอฝาง อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอพร้าว และอำเภอแม่ออน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจากลักษณะภูมิประเทศและฝนที่ตกสะสม ปภ. แนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณเสี่ยง ให้เฝ้าระวังและเตรียมตัวอพยพในกรณีฉุกเฉิน พร้อมให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง เช่นผู้สูงอายุผู้ป่วยติดเตียงเด็กผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวในจุดเสี่ยง ทั้งนี้ คำเตือนดังกล่าวมีผลในช่วงวันที่ 23–24 กรกฎาคม 2568 ประชาชนควรติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และสามารถขอความช่วยเหลือได้ผ่านสายด่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โทร. 1784 หรือสายด่วน สปภ.1330 ตลอด 24 ชั่วโมง

อัปเดต “พายุวิภา” เตือนภาคเหนือ-อีสานฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังถึง 24 ก.ค. 2568
อ่าน

อัปเดต “พายุวิภา” เตือนภาคเหนือ-อีสานฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังถึง 24 ก.ค. 2568

22 กรกฎาคม 2568 พายุโซนร้อน “วิภา” อยู่บริเวณเมืองท้ายบิ่ญ ประเทศเวียดนาม ส่งผลให้ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือ มีฝนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าฝนจะเริ่มกระทบพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงเที่ยงถึงบ่ายของวันนี้ และภาคเหนือในช่วงเย็น โดยช่วงที่มีผลกระทบหนักที่สุดคือวันที่ 21 กรกฎาคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสานตอนบนจนถึงเที่ยงคืน หลังจากนั้นปริมาณฝนจะเริ่มลดลงตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังจนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2568กรมอุตุนิยมวิทยา ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่ผลการพยากรณ์โอกาสความน่าของโอกาสเกิดฝนมากกว่า 10 มม. ทุกๆ 24 ชม. สภาพอากาศสุดขั้วแบบ Multi-parameters (Extreme Forecast Index (EFI) และ โอกาสของความน่าจะเป็นในการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน (Tropical cyclone activity (Including genesis) (ทุกๆ 48 ชม.)จากศูนย์พยากรณ์ระยะกลางยุโรป (ECMWF) init.2025072112 : ยังต้องติดตามพายุโซนร้อนกำลังแรง"วิภา" ในช่วง 22-24 ก.ค.68 มีดัชนีบ่งชี้ที่สำคัญเรื่องฝนและลมแรงอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องอิทธิพลจาก “พายุวิภา” เปิดรายชื่อจังหวัด 22 กรกฎาคม 2568 ฝนตกหนักถึงหนักมากเตือนเฝ้าระวังขั้นสูงสุด “พายุวิภา” ฝนตกหนัก-เสี่ยงน้ำหลาก น้ำท่วมฉับพลัน 22-24 ก.ค.เตือนสัปดาห์อันตราย 21-28 กรกฎาคมนี้ เตรียมรับมือฝนตกหนัก-ชุมชนหลายพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนฉบับ 3 เปิดรายชื่อจังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก 19-24 ก.ค. 2568

ภัยโลกร้อนทำอาหารแพง  บีบคนรายได้น้อย เลือกไม่ได้  ต้องทานแต่ของไร้ประโยชน์!
อ่าน

ภัยโลกร้อนทำอาหารแพง บีบคนรายได้น้อย เลือกไม่ได้ ต้องทานแต่ของไร้ประโยชน์!

รายงานฉบับใหม่เตือนว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังผลักดันราคาอาหารทั่วโลกให้พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ส่งผลกระทบรุนแรงต่อประชากรที่ยากจนที่สุด โดยอาจนำไปสู่ภาวะทุพโภชนาการ ความไม่มั่นคงทางอาหาร และความไม่สงบทางสังคมในหลายประเทศงานวิจัยที่จัดทำโดยเครือข่ายนักวิชาการจากหลายองค์กร ได้แก่ Energy Climate Intelligence Unit (ECIU) ของสหราชอาณาจักร, ธนาคารกลางยุโรป (ECB), Food Foundation, Barcelona Supercomputing Center และ Potsdam Institute for Climate Impact Research พบความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนระหว่างสภาพอากาศสุดขั้ว (Extreme Weather) และการพุ่งขึ้นของราคาอาหารในช่วงปี 2022–2024 รายงานระบุว่า ความผันผวนของสภาพอากาศ เช่น ภัยแล้ง ฝนตกหนัก หรือคลื่นความร้อน ส่งผลให้ราคาอาหารจำเป็นในแต่ละประเทศพุ่งสูงอย่างผิดปกติ เช่น• ผักกาดหอมในออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 300% (จากเดือนมิถุนายน 2022)• โกโก้ในกานาและไอวอรีโคสต์ เพิ่มขึ้น 280% (จากเดือนเมษายน 2024)• กาแฟโรบัสต้าในเวียดนาม เพิ่มขึ้น 100% (จากเดือนกรกฎาคม 2024)• หัวหอมและมันฝรั่งในอินเดีย เพิ่มขึ้น 89% (จากเดือนมิถุนายน 2024)• ผักในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 80% (จากเดือนพฤศจิกายน 2022)• กะหล่ำปลีในเกาหลีใต้ เพิ่มขึ้น 70% (จากเดือนกันยายน 2024)• กาแฟในบราซิล เพิ่มขึ้น 55% (จากเดือนสิงหาคม 2024)• น้ำมันมะกอกในอิตาลีและสเปน เพิ่มขึ้น 50% (จากเดือนมกราคม 2024)• ราคาสินค้าเกษตรในปากีสถาน เพิ่มขึ้น 50% (จากเดือนสิงหาคม 2022)• ข้าวในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 48% (จากเดือนกันยายน 2024)• ราคาสินค้าอาหารในเอธิโอเปีย เพิ่มขึ้น 40% (จากเดือนมีนาคม 2023)• ข้าวโพดในแอฟริกาใต้ เพิ่มขึ้น 36% (จากเดือนเมษายน 2024)• ผักในจีน เพิ่มขึ้น 30% (จากเดือนสิงหาคม 2024)• มันฝรั่งในสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 22% (จากเดือนกุมภาพันธ์ 2024)• ผลไม้และผักในเม็กซิโก เพิ่มขึ้น 20% (จากเดือนมกราคม 2024)• ข้าวในอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 16% (จากเดือนกุมภาพันธ์ 2024) นักวิจัยเตือนว่า เมื่อราคาอาหารสูงขึ้น ครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมักถูกบังคับให้หันไปบริโภคอาหารราคาถูกแต่คุณค่าทางโภชนาการต่ำ ซึ่งเชื่อมโยงกับโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น มะเร็ง เบาหวาน และโรคหัวใจดร.แม็กซิมิเลียน ค็อตซ์ จาก Barcelona Supercomputing Center หัวหน้าทีมวิจัย กล่าวว่า “จนกว่าเราจะบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) สภาพอากาศสุดขั้วจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลกระทบต่อพืชผลทั่วโลก ซึ่งผู้คนเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบนี้แล้ว โดยราคาของอาหารเป็นอันดับสองรองจากคลื่นความร้อน ที่ประชาชนเห็นว่าเป็นผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในชีวิตประจำวัน”ผลกระทบจากราคาอาหารไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังลุกลามไปสู่เศรษฐกิจมหภาคและการเมืองภายในประเทศ ตัวอย่างเช่น อัตราเงินเฟ้อในสหราชอาณาจักรยังคงสูงกว่าคาดในปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากฤดูใบไม้ผลิที่แห้งแล้ง ซึ่งทำให้ราคาอาหารภายในประเทศพุ่งขึ้น รายงานยังชี้ว่าการเลือกตั้งในหลายประเทศอาจได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในประเทศประชาธิปไตย เช่น สหรัฐฯ ที่ปัญหาค่าครองชีพกลายเป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งที่ผ่านมาด้าน “ราจ พาเทล” นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทกซัสกล่าวว่า “ราคาอาหารไม่เคยเป็นเรื่องแค่เศรษฐกิจ แต่มันคือการเมืองด้วย” พร้อมยกตัวอย่างเหตุจลาจลในโมซัมบิกเมื่อปี 2010 ที่ประชาชนลุกฮือหลังราคาขนมปังพุ่งขึ้นจากวิกฤตความร้อนในรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่ของโลกรายงานฉบับนี้เผยแพร่ก่อนการประชุม UN Food Systems Summit Stocktake ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ โดยผู้นำทั่วโลกจะหารือเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านอาหารและแนวทางรับมือกับวิกฤตที่กำลังทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

เกาหลีใต้ฝนตกต่อเนื่องวันที่ 4 ยอดเสียชีวิต-สูญหาย เพิ่ม คาดตกต่อถึงต้นสัปดาห์
อ่าน

เกาหลีใต้ฝนตกต่อเนื่องวันที่ 4 ยอดเสียชีวิต-สูญหาย เพิ่ม คาดตกต่อถึงต้นสัปดาห์

ฝนยังคงตกหนักในเกาหลีใต้ติดต่อกันเป็นวันที่ 4 แล้วในวันนี้ (19 กรกฎาคม) สร้างความเสียหายหนักขึ้น ระดับน้ำท่วมยังคงเพิ่มสูงขึ้นด้านกระทรวงมหาดไทยเกาหลีใต้ แถลงสรุปความเสียหายจากฝนตกหนักน้ำท่วม ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา (16 กรกฎาคม ) จนถึงเวลา 6.00 น. วันนี้ (19 กรกฎาคม) ตามเวลาเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นวันที่ 4 ที่ฝนตกหนักติดต่อกันสำหรับยอดผู้เสียชีวิตขณะนี้อยู่ที่ 4 คน แต่เพิ่งมีรายงานผู้สูญหาย 2 คน อพยพประชาชนกว่า 7,000 คนในช่วง 3 วันที่ผ่านมา อาคารบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างเสียหายไปกว่า 641 หลัง ถนนเสียหาย 388 สาย และฟาร์มเกษตรเสียหาย 59 แห่งกระทรวงมหาดไทยระบุต่อไปว่า ฝนที่ยังตกไม่หยุด และระดับน้ำท่วมที่ยังเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ยังเหลือผู้ประสบภัยที่ต้องอพยพทิ้งบ้านไป ที่ยังคงไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้เป็นจำนวน 2,816 คน จากประชาชนที่ต้องอพยพทั้งหมดกว่า 7,000 คน ส่วนปริมาณฝนทั้งหมดที่ตกหนักตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมาสูงสุดทุบสถิติที่กว่า 500 มิลลิเมตร ที่เมืองซอซัน จังหวัดชุงชองใต้ ตั้งอยู่ทางใต้ของกรุงโซล เมืองหลวงเกาหลีใต้อย่างไรก็ตาม พยากรณ์อากาศในเกาหลีใต้เตือนล่าสุด ฝนจะตกค่อไปจนถึงวันจันทร์หน้า (21 กรกฎาคม) และเตือนให้เฝ้าระวังขั้นสูงสุดอาจเกิดดินถล่มและน้ำท่วมเพิ่มอีก มีการออกประกาศเตือนภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับฝนตกหนักและน้ำท่วมทั่วประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งรอยเตอร์คาดว่า น่าจะเกิดฝนตกหนักในเกาหลีเหนือด้วย

ฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ส่งต่อความโชคดีด้วยคอลเลคชั่นขนมไหว้พระจันทร์ “Mid-Autumn Magic 2025” จากโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ
อ่าน

ฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ส่งต่อความโชคดีด้วยคอลเลคชั่นขนมไหว้พระจันทร์ “Mid-Autumn Magic 2025” จากโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ

ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ พร้อมส่งต่อความโชคดีด้วยคอลเลคชั่นขนมไหว้พระจันทร์ Mid-Autumn Magic 2025 จากโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ ที่ผสมผสานกลิ่นอายวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับดีไซน์สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ขนมไหว้พระจันทร์แต่ละชิ้นบรรจุอยู่ในแพ็กเกจดีไซน์พิเศษ โดดเด่นด้วยสีสันสดใสและถุงของขวัญเข้าชุดที่ออกแบบมาอย่างประณีต เพื่อสร้างความประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการส่งมอบเป็นของขวัญในช่วงเวลาพิเศษให้กับเพื่อน ครอบครัว และมิตรภาพทางธุรกิจ โดยขนมไหว้พระจันทร์นั้นได้ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบสุดพรีเมียม ออกมาเป็น 4 รสชาติ ได้แก่ ทุเรียนไข่เค็ม รสเข้มข้น กลมกล่อม ผสานความหอมมันของทุเรียนกับไข่เค็มอย่างลงตัว ลูกบัวไข่เค็ม คลาสสิกเหนือกาลเวลา รสละมุน หวานกำลังดี พุทราจีนไข่เค็ม รสหวานธรรมชาติ ตัดด้วยความเค็มนุ่มของไข่แดง ชาเขียวและถั่วพิสตาชิโอ หอมกลิ่นชาเขียว ผสานความมันของถั่วพิสตาชิโอ รสชาติร่วมสมัยที่ลงตัวในทุกคำ บรรจุลงในกล่องดีไซน์สุดเก๋พร้อมจำหน่ายทั้งแบบชิ้นเดี่ยว และแบบกล่อง 4 ชิ้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 188 บาทสุทธิต่อชิ้น และ 1,288 บาทสุทธิต่อกล่องสำหรับ 4 ชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อมอบเป็นของขวัญแด่คนพิเศษ หรือสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าคนสำคัญ คอลเลคชั่นขนมไหว้พระจันทร์จากโรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ พร้อมเติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุขในเทศกาลปีนี้อย่างงดงาม พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ที่ เดอะ แพนทรี และห้องอาหารจีน หนาน หยวน โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE Official Account @avaniratchada หรือโทร +66 2 641 1500 หรืออีเมล dining.vrat@avanihotels.com

เข้าสู่ครึ่งหลังก.ค. เตือนฝนเพิ่มทั่วไทย
อ่าน

เข้าสู่ครึ่งหลังก.ค. เตือนฝนเพิ่มทั่วไทย

เดือนมิถุนายนถึงช่วงครึ่งแรกกรฎาคม บางพื้นที่ของไทยตอนบนจะมีฝนน้อยเพราะร่องมรสุมหรือร่องฝนจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านจีนตอนใต้ ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะอ่อนกำลังลง ฝนจะกลับมาตกหนาแน่นขึ้นอีกในช่วงครึ่งหลังกรกฎาคม สิงหาคมและกันยายน สำหรับในเดือนกันยายนนั้นฝนจะตกมากที่สุด เพราะร่องมรสุมจะเลื่อนลงมา และอาจจะมีพายุหมุนเขตร้อนผ่านเข้ามาด้วย ส่วนฝนบริเวณภาคใต้หรือไทยตอนล่าง เป็นบริเวณที่มีฝนตกตลอดทั้งปี โดยตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงมกราคม ภาคใต้จะได้รับอิทธิพลจากลมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดพาเอาไอน้ำและความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามายังแผ่นดิน จากนั้นพอเข้าเดือนกุมภาพันธ์ก็จะเริ่มมี “ลมตะวันออกเฉียงใต้” พัดพาเอาไอน้ำ ความชื้นและความร้อนจากเส้นศูนย์สูตรผ่านอ่าวไทย เข้ามายังแผ่นดิน โดยจะเริ่มพัดปกคลุมภาคใต้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน สำหรับฝั่งทะเลอันดามัน ฝนจะเริ่มตกในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คือ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมจนถึงตุลาคม สำหรับเดือนกรกฎาคม คาดว่าปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะใกล้เคียงถึงมากกว่าค่าปกติเล็กน้อยประมาณร้อยละ 5 เว้นแต่ ภาคเหนือ ปริมาณฝนรวมจะน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ปริมาณฝนรวมจะน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5 ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยยังคูงสูงกว่าค่าปกติกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าฝนจะกลับมาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังเดือนกรกฎาคม และตกหนักในเดือนสิงหาคม กันยายน ตุลาคม อาจถึงขั้นน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่ ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่จะเพิ่มขึ้นด้วย

พายุ “นาริ” จ่อญี่ปุ่น  คาดทวีกำลังเป็นไซโคลน
อ่าน

พายุ “นาริ” จ่อญี่ปุ่น คาดทวีกำลังเป็นไซโคลน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น หรือ JMA รายงานพิกัดของพายุนาริ พายุลูกล่าสุดลูกที่ 6 ของฤดูพายุในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่มีแนวโน้มมุ่งหน้าไปประเทศญี่ปุ่น JMA คาดการณ์ว่าพายุนาริ มีแนวโน้มทวีกำลังเป็นพายุไซโคลนเขตร้อน คาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งทางชายฝั่งตะวันออกของเกาะฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 27-28 กรกฎาคมพายุไต้ฝุ่นลูกนี้อาจส่งผลกระทบต่อการคมนาคมขนส่งหรือเทศกาลฤดูร้อนที่จะจัดขึ้นในบางพื้นที่ของญี่ปุ่น ขอแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่นติดตามรายงานสภาพอากาศท้องถิ่น ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และดำเนินการอื่นๆ ที่เหมาะสมตามทั้งนี้ นาริ มีที่มาจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งแปลว่า "ดอกลิลลี่" ส่วนพายุอีก 1 ลูกคือ พายุลูกที่ 7 ของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ก่อตัวขึ้นทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตะวันออก ขณะนี้เริ่มอ่อนกำลังลงแล้ว

“ดร.สนธิ” เปิดสาเหตุ  น้ำท่วม เท็กซัส-น่าน มาจากหลายปัจจัย
อ่าน

“ดร.สนธิ” เปิดสาเหตุ น้ำท่วม เท็กซัส-น่าน มาจากหลายปัจจัย

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เผยข้อมูลการเปรียบเทียบภัยพิบัติสาเหตุน้ำท่วมที่คล้ายกัน ที่ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา กับ อ เวียงสา จ. น่าน ของประเทศไทย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่ามาจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง ลักษณะภูมิประเทศ สภาวะโลกร้อนส่งผลต่อการสะสมของความชื้นในบรรยากาศ รวมถึงระบบเตือนภัย1.ฝนตกหนักต่อเนื่อง ที่รัฐเท็กซัส เกิดฝนตกหนักเนื่องจากกระแสลมหมุนพาความร้อนระดับกลางที่มีความชื้นที่เหลือจากพายุโซนร้อนแบร์รี่ที่ถล่มประ เทศเม็กซิโกเมื่อวันที่ 28มิถุนายน68รวมกับความชื้นที่ระเหยจากอ่าวเม็กซิโก และเมื่อมีลมมาปะทะทำให้เกิดฝนตก หนักสูงสุดถึง 516.4 มม.ภายใน 6 วันขณะที่ อ.เวียงสา จ.น่าน น้ำท่วมหนัก เกิดจากร่องมรสุมความกดอากาศต่ำ พาดผ่านภาคเหนือตอนบนและอีสานตอนบนรวมทั้งประเทศเมียนมาร์และมีลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดจากอ่าวไทยและทะเลอันดามันเข้ามาปะทะ เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ฝนตกหนักสะสมถึง 217มม. ภายใน3 วัน2. ลักษณะภูมิประเทศ ที่รัฐเท็กซัส น้ำท่วมหนักจะเกิดขึ้นที่พื้นที่Hill county ซึ่งเรียกว่าFlash flood Alley ซึ่งเป็นเนินเขาสูงชันล้อมรอบพื้นที่ราบ ขณะที่พื้นที่ราบเป็นพื้นที่กึ่งแห้งแล้งดินไม่ดูดซับน้ำมากนัก เมื่อเกิดฝนตกหนักน้ำจะไหลลงพื้นที่ราบอย่างรวดเร็ว น้ำไหลลงสู่ลำธารตื้นๆ หลายสายและลงสู่แม่น้ำกัวดูลาเป ทำ ให้น้ำในแม่น้ำดังกล่าวสูงขึ้นถึง 9 เมตรภายใน 45 นาทีขณะที่อ.เวียงสา จ.น่าน สภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับกับพื้นที่ลาดเชิงเขามีพื้นที่ราบน้อยมีแม่น้ำน่านไหลผ่าน สภาพดินส่วนใหญ่เป็นดินภูเขา มีอัตราการกัดเซาะชะล้างพังทลายสูงและพื้นที่โดยรอบมีการตัดไม้ทำลายป่ามาก ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์เมื่อฝนตก หนักเกิดน้ำขุ่นสีแดงไหลอย่างรวดเร็วลงสู่แม่น้ำน่าน ระดับน้ำในแม่น้ำน่านสูงถึง 6.88 ม.สูงกว่าริมตลิ่งถึง0.38ม.หลังจากฝนตกหนัก6ชม. ทำให้ตำบลน้ำมาบ อ. เวียงสาเกิดดินสไลด์ทับบ้านเรือน 3. ระบบการเตือนภัยรัฐเท็กซัสการเตือนภัยด้วยเทคโนโลยีผ่านดาวเทียมครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่ปัญหาคือขาดแคลนบุคคลากร เนื่อง จากรัฐบาลกลางตัดงบประมาณเกี่ยวกับงานวิจัยโลกร้อนและการเตือนภัยลงร้อยละ30ต่อปีและลดพนักงานเจ้าหน้า ที่ลงถึง 8,000 คน ทำให้ขาดบุคลากรในการเตือนภัยโดยเฉพาะในพื้นที่ชน บทมีการเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือล่วงหน้าเพียง1วัน ระหว่างน้ำท่วมไม่มีการตออบรับสายที่ขอความช่วยเหลือจากหลายสายที่โทรเข้ามา เนื่องจากพนักงานไม่เพียงพอ ขณะที่การแจ้งเตือนฉุกเฉินทางโทรศัพท์มือถือ ในพื้นที่ชนบทมีประสิทธิภาพไม่ดีพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนสำหรับที่อ.เวียงสา จ.น่าน มีการแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือล่วงหน้า แต่ปัญหาคือระบบโทรศัพท์ประเภท 2G ,3G และโทรศัพท์ iPhone 10 ลงมาไม่สามารถรับข้อมูลได้ ต้องใช้ระบบ SMS แทนขณะที่การประสานงานในการแจ้งอพยพและแผนเผชิญเหตุในพื้นที่น้ำท่วมยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ 4.สภาวะโลกร้อนส่งผลต่อการสะสมของความชื้นในบรรยากาศ อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 องศา จะทำให้ความชื้น ในบรรยากาศเพิ่มขึ้นถึง 7%ขณะที่ฝนที่ตกลงมาจะมีปริมาณมากขึ้นถึง 5% เปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน ในช่วงฤดูฝนหรือพื้นที่มีพายุโซนร้อนพัดผ่าน จะต้องหลีกเลี่ยงการไปท่องเที่ยวหรือไปพักค้างแรมในพื้นที่ใกล้ภู เขาสูง,พื้นที่ต้นน้ำลำธารหรือพื้นที่ลาดเชิงเขา เนื่องจากอาจจะเกิดฝนตกลงอย่างกะทันหัน อาจมีน้ำป่าไหลหลากลงมา กลายเป็นผู้ประสบภัยได้

จับตาพายุกลางปี! เสี่ยงฝนถล่ม น้ำท่วมหลายพื้นที่
อ่าน

จับตาพายุกลางปี! เสี่ยงฝนถล่ม น้ำท่วมหลายพื้นที่

ในช่วงกลางปีนี้ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ปริมาณฝนในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น คือ พายุหมุนเขตร้อน ซึ่งมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะระหว่างเดือน พฤษภาคมถึงตุลาคม ที่มีโอกาสสูงที่สุดที่พายุจะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยจากข้อมูลสถิติย้อนหลังพบว่า ประเทศไทยมีพายุเคลื่อนผ่านเข้ามาโดยเฉลี่ย ประมาณ 3–4 ลูกต่อปี โดยเดือนที่พายุเคลื่อนเข้าสู่ไทยมากที่สุดเรียงตามลำดับ ได้แก่1. ตุลาคม สูงสุดถึง 56 ลูกในรอบ 74 ปี2. กันยายน 55 ลูก3. พฤศจิกายน4. สิงหาคม พายุมีผลกระทบต่อภาคใดมากที่สุด?พื้นที่ที่มักได้รับผลกระทบจากพายุมากที่สุดคือ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะบริเวณตอนบนของภาค• พฤษภาคม – มิถุนายน: พายุที่เคลื่อนเข้ามาช่วงนี้ส่วนใหญ่จะมาจากทิศตะวันตก เคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือตอนบน• มิถุนายน – กรกฎาคม: พายุเปลี่ยนทิศทางมาจากด้านตะวันออก เคลื่อนขึ้นไปทางเหนือ มีแนวโน้มส่งผลต่อภาคอีสานตอนบน• สิงหาคม – กันยายน: เป็นช่วงที่พายุเคลื่อนเข้าสู่ภาคอีสานมากที่สุด• ตุลาคมเป็นต้นไป: เส้นทางพายุเริ่มขยับลงใต้ มักส่งผลกระทบต่อภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน• พฤศจิกายน – ธันวาคม: โอกาสที่พายุจะเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือและอีสานลดลง เนื่องจากอิทธิพลของมวลอากาศเย็นจากจีน ระบบอากาศในช่วงปลายปีนี้ไม่เอื้อต่อการเคลื่อนตัวของพายุขึ้นสู่ตอนบนของประเทศ พยากรณ์ปีนี้ คาดการณ์พายุเข้าไทย 1–2 ลูก ต้องจับตาใกล้ชิดกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปี 2568 (2025) ประเทศไทยจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามาประมาณ 1–2 ลูก ในช่วงเดือน สิงหาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลให้เกิด ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน หรือดินถล่ม ได้ในบางพื้นที่การติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงกลางปีถึงปลายปีที่มีโอกาสเกิดพายุสูง ประชาชนควรเตรียมความพร้อม รับมือกับสภาพอากาศแปรปรวน และวางแผนการใช้ชีวิตและการเกษตรให้สอดคล้องกับพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

คาดการณ์อากาศเดือนก.ค.68 ครึ่งเดือนหลังฝนเพิ่ม-มีพายุก่อตัว
อ่าน

คาดการณ์อากาศเดือนก.ค.68 ครึ่งเดือนหลังฝนเพิ่ม-มีพายุก่อตัว

ช่วงต้นและกลางเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนยังคงมีน้อย โดยจะมีฝนร้อยละ 20 - 30 ของพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ และจะก่อให้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่แล้งซ้ำซากนอกเขตชลประทาน เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมประเทศไทยยังคงมีกำลังอ่อนจากนั้นในช่วงครึ่งหลังของเดือน ปริมาณและการกระจายของฝนจะเพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่อง กับจะมีฝนหนักถึงหนักมากในบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทย จะกลับมามีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับในบางช่วงจะมีร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณตอนบนของทั้งภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือคาดว่าปริมาณฝนรวมบริเวณประเทศไทยส่วนใหญ่จะใกล้เคียงถึงมากกว่าค่าปกติเล็กน้อยประมาณร้อยละ 5 เว้นแต่ ภาคเหนือ ปริมาณฝนรวมจะน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ปริมาณฝนรวมจะน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 5 ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยยังคงสูงกว่าค่าปกติ เดือนนี้ มักจะมีพายุหมุนเขตร้อนก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก และเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาไว้ด้วยสภาพอากาศในเดือนนี้บางช่วงฝนน้อย บางช่วงก็จะมีฝนตกหนักทีเดียว ดังนั้นต้องติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด

22 มิถุนายน "วันป่าฝนโลก" ร่วมอนุรักษ์ป่าฝน
อ่าน

22 มิถุนายน "วันป่าฝนโลก" ร่วมอนุรักษ์ป่าฝน

ทุกวันที่ 22 มิถุนายนของทุกปีตรงกับ “วันป่าฝนโลก (World Rainforest Day) “ ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 2017 เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของป่าฝนในระบบนิเวศ ที่สำคัญต่อสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ และลดผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ที่คุกคามระบบนิเวศป่าฝนป่าฝน คือป่าที่มีต้นไม้สูง สภาพอากาศร้อน และฝนตกปริมาณมาก ป่าฝนเขตร้อน คือป่าไม้ในแถบพื้นที่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เช่น ทวีปอเมริกาใต้ แอฟริกา และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นป่าไม้ที่มีอุณหภูมิคงที่ตลอดทั้งปี ราว 20-27 องศาเซลเซียส ได้รับน้ำฝนเฉลี่ยอย่างน้อย 2,000 มิลลิเมตรต่อปี ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง ส่งผลให้ต้นไม้และพืชพรรณต่างๆ เจริญเติบโตได้ดีนอกจากนี้ป่าฝนเป็นระบบนิเวศที่มีความชื้นสูงและเต็มไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ แม้ว่าจะมีพื้นที่ครอบคลุมเพียง 6% ของพื้นผิวโลก แต่กลับเป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก นอกจากนี้ป่าฝนยังมีบทบาทสำคัญในการควบคุมสมดุลของอากาศ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ปล่อยออกซิเจน และกักเก็บน้ำไว้ในดิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ปัจจุบันป่าฝนทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตจากการตัดไม้ทำลายป่า การขยายตัวของเมืองที่ไม่มีการวางแผน ทำให้พื้นที่ป่าลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย ดังนั้นการก่อตั้งวันป่าฝนโลกจึงเป็นการย้ำเตือนถึงการอนุรักษ์ป่าฝนทั่วโลกให้คงอยู่ต่อไป

โลกร้อนเปลี่ยนรสจิน?  นักวิจัยเตือน ลูกจูนิเปอร์ อาจไม่หอมเหมือนเดิมแล้ว
อ่าน

โลกร้อนเปลี่ยนรสจิน? นักวิจัยเตือน ลูกจูนิเปอร์ อาจไม่หอมเหมือนเดิมแล้ว

เมื่อพูดถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายคนอาจนึกถึงพายุรุนแรง น้ำท่วม หรือภัยแล้ง แต่มีอีกหนึ่งผลกระทบที่คาดไม่ถึง ซึ่งกำลังเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์ในยุโรป นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงของรสชาติในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจินและโทนิค อันเกิดจากความไม่แน่นอนของสภาพอากาศที่ส่งผลต่อผลผลิตของ "ลูกจูนิเปอร์" พืชสมุนไพรสำคัญที่ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวแก่จินทีมวิจัยจากศูนย์นานาชาติด้านการผลิตเครื่องดื่มและการกลั่นของมหาวิทยาลัยเฮริออต-วัตต์ (Heriot-Watt University) ในสกอตแลนด์ พบว่า ปีที่มีฝนตกชุกจะทำให้ปริมาณสารประกอบระเหยในลูกจูนิเปอร์ลดลงถึง 12% เมื่อเทียบกับปีที่แห้งแล้ง ซึ่งส่งผลต่อกลิ่นและรสของจินโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นไม้ กลิ่นเรซิน หรือโน้ตของผลไม้รสเปรี้ยวและดอกไม้ที่ผู้บริโภคคุ้นเคย ลูกจูนิเปอร์ที่ปลูกในแต่ละพื้นที่มีเอกลักษณ์ทางภูมิประเทศ หรือ terroir แบบเดียวกับองุ่นที่ใช้ทำไวน์ กล่าวคือ ปริมาณแสงแดดและฝนที่ได้รับจะมีผลต่อองค์ประกอบทางเคมีของผลไม้ชนิดนี้ การเก็บเกี่ยวในปีที่ฝนตกมากยังทำให้ต้องใช้เวลาในการตากให้แห้งนานขึ้น ซึ่งไปเปลี่ยนแปลงสมดุลของสารประกอบที่ละลายน้ำในลูกจูนิเปอร์อย่างมีนัยสำคัญการศึกษาใช้ตัวอย่างลูกจูนิเปอร์จากหลายประเทศในยุโรป ได้แก่ แอลเบเนีย บอสเนีย มาเซโดเนีย มอนเตเนโกร เซอร์เบีย โคโซโว และอิตาลี โดยนำมาผ่านกระบวนการกลั่นและวิเคราะห์สารระเหยด้วยเทคนิคโครมาโตกราฟี พบว่าแต่ละแหล่งปลูกให้ผลลัพธ์ทางรสชาติที่ต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับอุตสาหกรรมจินระดับพรีเมียม ซึ่งให้ความสำคัญกับความคงที่ของรสชาติและภาพลักษณ์ของแบรนด์ การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อคุณภาพและความพึงพอใจของผู้บริโภคในระยะยาว ศ.แอนนี ฮิลล์ ผู้ควบคุมการวิจัยกล่าวว่า “เมื่อแหล่งปลูกที่เคยให้กลิ่นเฉพาะเริ่มเปลี่ยนไปเพราะอากาศไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นั่นอาจหมายถึงการสูญเสียเอกลักษณ์ของจินที่เราคุ้นเคย”ในขณะที่เรามองหาวิธีปรับตัวกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป การศึกษานี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องเตือนใจว่าแม้แต่สิ่งเล็ก ๆ อย่างรสชาติในแก้วเครื่องดื่ม ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากเงื้อมมือของภาวะโลกร้อนได้เช่นกัน

พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี่ จันทร์เต็มดวงในช่วงเดือนมิ.ย.
อ่าน

พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี่ จันทร์เต็มดวงในช่วงเดือนมิ.ย.

ทุกปีในช่วงต้นฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ ผู้คนทั่วโลกต่างเฝ้ารอชมความงดงามของ “พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี่” (Strawberry Moon) ปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ไม่เพียงแต่สะกดสายตาด้วยพระจันทร์เต็มดวงสีทองแดงนวลเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมและความเชื่อที่น่าสนใจ“พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี่” ไม่ได้หมายถึงพระจันทร์ที่มีสีชมพูหรือแดงเหมือนผลสตรอว์เบอร์รี่ตามชื่อเรียกแต่อย่างใด แต่เป็นชื่อที่ชาวอเมริกันพื้นเมืองเผ่า “อัลกอนควิน” (Algonquin) ใช้เรียกพระจันทร์เต็มดวงในเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงเวลาเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอร์รี่ป่าในภูมิภาคอเมริกาเหนือ ชื่อเรียกนี้ถูกนำมาใช้โดยสำนักพิมพ์อย่าง Farmer’s Almanac และแพร่หลายไปทั่วโลกภายหลัง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการตั้งชื่อพระจันทร์เต็มดวงในแต่ละเดือน เช่น Wolf Moon (มกราคม), Harvest Moon (กันยายน) และ Cold Moon (ธันวาคม) ในบางปี พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี่อาจดูมีเฉดสีส้มทองหรือแดงอ่อน ๆ ซึ่งเกิดจากตำแหน่งของดวงจันทร์ที่ปรากฏอยู่ใกล้ขอบฟ้าในเวลาที่ดวงอาทิตย์เพิ่งลับขอบฟ้า ทำให้แสงที่ผ่านชั้นบรรยากาศถูกหักเหและกระเจิงมากกว่าปกติ คล้ายกับปรากฏการณ์พระอาทิตย์ตกดิน สีของพระจันทร์จึงเปลี่ยนไปจากสีขาวนวลที่คุ้นเคยในหลายวัฒนธรรม พระจันทร์เต็มดวงในเดือนมิถุนายนมักเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่าน ความอุดมสมบูรณ์ และความพร้อมในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ สำหรับชาวยุโรปยุคโบราณ พระจันทร์ในช่วงนี้ยังสัมพันธ์กับการเก็บเกี่ยวผลผลิตและการจัดงานเฉลิมฉลองกลางปี เช่น เทศกาล Midsummer ที่เต็มไปด้วยพิธีกรรมทางธรรมชาติ สำหรับคนรุ่นใหม่ พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี่กลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของพระจันทร์ ที่ได้รับความนิยมในการถ่ายภาพท้องฟ้าและแชร์ลงบนโซเชียลมีเดีย เพราะความงดงามและความโรแมนติกที่แฝงอยู่ในชื่อเรียก“พระจันทร์สตรอว์เบอร์รี่” มักปรากฏขึ้นในช่วงกลางคืนของเดือนมิถุนายน โดยเฉพาะในช่วงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของแต่ละประเทศ แม้จะไม่ได้หายากเท่าจันทรุปราคา แต่ก็เกิดขึ้นเพียงปีละหนึ่งครั้ง จึงถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในดาราศาสตร์และความงดงามของท้องฟ้ายามค่ำคืน

"บาร์บารา" เฮอริเคนลูกแรก ประเดิมปี 2025 จ่อซัดเม็กซิโก  จับตา "คอสเม" มาอีกลูก
อ่าน

"บาร์บารา" เฮอริเคนลูกแรก ประเดิมปี 2025 จ่อซัดเม็กซิโก จับตา "คอสเม" มาอีกลูก

ฤดูกาลพายุหมุนเขตร้อนปี 2025 เริ่มต้นขึ้นแล้วในฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก เมื่อพายุโซนร้อน “บาร์บารา” ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุเฮอริเคนลูกแรกของปี ขณะที่ในมหาสมุทรแอตแลนติกกลับยังไม่พบพายุลูกใดก่อตัว แม้เข้าสู่ฤดูกาลมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์พายุโซนร้อนบาร์บาราเริ่มก่อตัวเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน ห่างจากชายฝั่งตะวันตกของเม็กซิโกราว 180 ไมล์ ก่อนทวีกำลังขึ้นเป็นเฮอริเคนระดับ 1 ในเช้าวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่เคลื่อนขึ้นฝั่งโดยตรง แต่ก็ก่อให้เกิดคลื่นลมแรง ซัดชายฝั่งตะวันตกของเม็กซิโกอย่างรุนแรง โดยเฉพาะตามแนวชายฝั่งรัฐเกร์เรโรและมิโชอากังและถึงแม้ว่าศูนย์กลางพายุยังอยู่ห่างจากฝั่ง แต่ทางการก็เตือให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งยังคงต้องเฝ้าระวังคลื่นสูงและกระแสน้ำย้อนที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงกลางสัปดาห์ คาดว่าบาร์บาราจะยังคงมีกำลังแรงในระดับเฮอริเคนไปจนถึงคืนวันจันทร์ ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนภายในวันพุธ ขณะเดียวกัน พายุอีกลูกหนึ่งก็ได้ก่อตัวขึ้นตามมาในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเริ่มต้นจากดีเปรสชันในช่วงสายของวันอาทิตย์ และพัฒนาเป็นพายุโซนร้อน “คอสเม” ในช่วงบ่าย โดยเช้าวันจันทร์ ความเร็วลมของคอสเมแตะระดับ 65 ไมล์ต่อชั่วโมง ซึ่งใกล้จะเป็นพายุเฮอริเคนอย่างเต็มรูปแบบทั้ง “บาร์บารา” และ “คอสเม” ไม่มีแนวโน้มจะขึ้นฝั่งโดยตรง แต่การก่อตัวของพายุถึงสองลูกภายในเวลาใกล้เคียงกัน บ่งชี้ว่าฤดูกาลในฝั่งแปซิฟิกตะวันออกปีนี้เริ่มต้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยปกติอย่างมากข้อมูลจาก AccuWeather ระบุว่า ปี 2024 ที่ผ่านมา พายุลูกแรกในฝั่งนี้ยังไม่ก่อตัวจนกว่าจะถึงวันที่ 4 กรกฎาคม ในขณะที่ปีนี้ ภายในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายนกลับมีพายุถึงสามลูก และคาดว่าอาจเกิดลูกที่สี่ในช่วงกลางเดือน หากพัฒนาได้จริง จะได้รับชื่อว่า “ดาลิลา” และมีแนวโน้มจะเข้าใกล้ชายฝั่งเม็กซิโกอีกเช่นกัน ขณะที่ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกกำลังเต็มไปด้วยพายุ แต่ด้านมหาสมุทรแอตแลนติกกลับยังเงียบ สาเหตุหลักมาจากฝุ่นทะเลทรายซาฮาราจำนวนมากและลมเฉือนในระดับสูง ซึ่งยังคงกดการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนในภูมิภาคแคริบเบียนตอนกลางและตะวันออก แม้จะมีการคาดการณ์ว่าอาจเกิดพายุลูกแรกในฝั่งแอตแลนติกภายในกลางเดือนมิถุนายน แต่โอกาสในการพัฒนาอาจถูกจำกัดจากความใกล้ชิดกับแผ่นดินอเมริกากลางและเม็กซิโกตอนใต้ถึงแม้ช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลจะดูเงียบ แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก AccuWeather ยังคงเตือนว่า ฤดูกาลปีนี้มีแนวโน้มจะรุนแรงเป็นพิเศษ โดยฤดูกาลพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกจะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤศจิกายน

เปิดเส้นทางพายุเข้าไทยเดือนมิ.ย. เหนือ-อีสานเสี่ยงสุด
อ่าน

เปิดเส้นทางพายุเข้าไทยเดือนมิ.ย. เหนือ-อีสานเสี่ยงสุด

ในเดือนมิถุนายน ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว ซึ่งมักเริ่มเห็นสัญญาณของพายุหมุนเขตร้อนที่อาจเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ได้มากขึ้นตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป แม้ว่าในเชิงสถิติจะพบว่ามิถุนายนยังไม่ใช่เดือนที่พายุเคลื่อนเข้ามาบ่อยที่สุด แต่ก็ยังคงมีโอกาสที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องจากข้อมูลย้อนหลัง 74 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 ถึง พ.ศ. 2567 พบว่า เดือนมิถุนายนมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยทั้งหมด 7 ลูก แบ่งเป็นพายุระดับดีเปรสชัน 6 ลูก และพายุโซนร้อน 1 ลูก ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มากนักเมื่อเทียบกับเดือนอื่น ๆ โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนและตุลาคมที่มักเป็นช่วงพีคของฤดูพายุ สำหรับพายุที่เคลื่อนเข้าประเทศไทยในเดือนมิถุนายน ส่วนใหญ่มักก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ ก่อนจะเคลื่อนขึ้นฝั่งทางตอนบนของประเทศเวียดนาม ผ่านสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จากนั้นอาจเคลื่อนไปถึงภาคเหนือ ขณะที่พายุในรูปแบบรองมักจะก่อตัวใกล้ชายฝั่งตอนล่างของเวียดนาม และเคลื่อนผ่านกัมพูชา เข้าสู่พื้นที่บริเวณรอยต่อของภาคอีสานตอนล่างกับภาคตะวันออกของไทยแม้จำนวนพายุในเดือนมิถุนายนจะไม่มาก แต่ก็มีบทบาทสำคัญต่อปริมาณฝนในประเทศ โดยในปีที่มีน้ำมาก พายุอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ แต่ในปีที่มีแนวโน้มภัยแล้ง การมาของพายุหมุนเขตร้อนก็อาจช่วยบรรเทาปัญหา และส่งผลดีต่อพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรดังนั้น แม้เดือนมิถุนายนจะยังไม่ใช่ฤดูพายุที่รุนแรงที่สุด แต่ก็ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือและปรับตัวได้อย่างทันท่วงที

พระจันทร์เต็มดวงต่ำที่สุดในรอบ 18 ปี โผล่ใกล้ขอบฟ้า 10–11 มิ.ย. นี้
อ่าน

พระจันทร์เต็มดวงต่ำที่สุดในรอบ 18 ปี โผล่ใกล้ขอบฟ้า 10–11 มิ.ย. นี้

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการชมปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ในเดือนมิถุนายน พระจันทร์เต็มดวงเดือนมิถุนายน จะปรากฏอยู่ต่ำที่สุดในท้องฟ้าในรอบหลายสิบปีจะเกิดขึ้นเฉพาะบางละติจูด เช่น ซีกโลกเหนือเท่านั้น และจะเกิดขึ้นในวันที่ 10-11 มิถุนายน 2025ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงความงามทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นผลมาจากกลไกการโคจรที่ซับซ้อนของดวงจันทร์ ซึ่งนักดาราศาสตร์และผู้สนใจต่างเฝ้ารอชม ทำไมดวงจันทร์ถึงโคจรต่ำกว่าปกติ?พระจันทร์เต็มดวงในเดือนมิถุนายนนี้ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 10 ถึง 11 มิถุนายน 2025 ซึ่งห่างจากวันครีษมายัน หรือวันที่มีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในซีกโลกเหนือและสั้นที่สุดในซีกโลกใต้ เพียง 10 วัน ซึ่งการที่ดวงจันทร์โคจรต่ำเช่นนี้เป็นผลมาจาก วงจรการโคจรที่เป็นเอกลักษณ์ของดวงจันทร์ที่มาของภาพWikipediaโดยดวงจันทร์นั้นเอียงทำมุม 5.15 องศาเมื่อเทียบกับระนาบสุริยวิถี ซึ่งเป็นระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ด้วยเหตุนี้ ดวงจันทร์จึงสามารถปรากฏขึ้นได้ตั้งแต่ 28.65 องศาทางใต้ไปจนถึงทางเหนือในท้องฟ้า วงจรนี้ใช้เวลาประมาณ 18.6 ปี จากปรากฏการณ์จุดหยุดใหญ่ของดวงจันทร์ (Major Lunar Standstill)หรือ ช่วงเวลาที่จุดขึ้นและตกของดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งที่เบี่ยงเบนไปทางเหนือหรือใต้ของเส้นศูนย์สูตรฟ้ามากที่สุด ซึ่งเป็นช่วงที่เส้นทางของดวงจันทร์จะกว้างที่สุดในท้องฟ้าทั้งนี้ในปี 2025 หลังจากวันที่ 29 มกราคม เส้นทางโคจรของดวงจันทร์จะเริ่ม"โคจรใกล้กับระนาบสุริยวิถี"ลง หรือพูดง่าย ๆ คือ ดวงจันทร์จะโคจรใกล้กับระนาบที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์มากขึ้น โดยเราจะเห็นดวงจันทร์อยู่ต่ำลงบนท้องฟ้า ซึ่งจะปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเฉพาะบางละติจูดเช่น ซีกโลกเหนือเท่านั้น อีกทั้งตรงกันข้ามกับปรากฏการณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ที่เราเห็นพระจันทร์เต็มดวงอยู่สูงที่สุดในรอบ 20 ปีปรากฏการณ์อื่น ๆ ที่น่าสนใจนอกจากการโคจรที่ต่ำลงแล้ว ยังมีปรากฏการณ์น่าสนใจอื่น ๆ อีกด้วย ในวันที่ 6 มิถุนายน ดวงจันทร์จะ บังดาวรวงข้าว (Spica) และในวันที่ 10 มิถุนายน ดวงจันทร์จะบัง ดาวแอนทาเรส (Antares) โดยประกฎการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นแถบซีกโลกใต้ปริเวณประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ก่อนที่จะถึงช่วงพระจันทร์เต็มดวงเล็กน้อยและในเดือนกรกฎาคมนี้ ดาวเรกูลัส (Regulus) จะเข้าสู่เส้นทางบังของดวงจันทร์ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากที่ดาวฤกษ์สว่างระดับสี่สามในสี่ดวงที่ดวงจันทร์สามารถบังได้ในปัจจุบันจะอยู่ในเส้นทางโคจรของดวงจันทร์ มีเพียงดาวอัลเดบารันเท่านั้นที่เป็นดาวที่ไม่ได้อยู่ในเส้นทางนี้ สำหรับใครที่สนใจรับชมประกฎการณ์ทางดาราศาสตร์นี้ หากท้องฟ้าโปร่งใสในคืนวันที่ 10 และ 11 มิถุนายน อย่าลืมออกไปสังเกตตำแหน่งของพระจันทร์เต็มดวงที่กำลังขึ้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์ทางดาราศาสตร์ที่ดวงจันทร์จะอยู่ต่ำที่สุดในท้องฟ้าในรอบหลายสิบปี

มัดรวม จุดชมดอกไฮเดรนเยีย อะจิไซ โตเกียว และใกล้โตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝนฉ่ำ
อ่าน

มัดรวม จุดชมดอกไฮเดรนเยีย อะจิไซ โตเกียว และใกล้โตเกียว เที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝนฉ่ำ

สำหรับการไป เที่ยวหน้าฝนที่ญี่ปุ่น นั้น ข้อดีมากๆ เลยก็คือ ตั๋วเครื่องบินราคาถูก กว่าช่วงเวลาอื่นๆ และยังเป็นช่วงเวลาแห่ง ดอกไม้ นั่นเองค่ะ โดยเฉพาะ ดอกไฮเดรนเยีย หรือ อะจิไซ (Ajisai) ที่จะเบ่งบานสวยงามในเฉพาะช่วงหน้าฝน ช่วง ปลายๆ เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม ใครที่วางแผน เที่ยวญี่ปุ่นช่วงหน้าฝน ตามเรามาเช็กลิสต์กันได้เลยค่ะ กับ จุดชมดอกไฮเดรนเยีย อาจิไซ ในโตเกียว และ ใกล้โตเกียว เดินทางไปง่ายๆ ไปถ่ายรูปสวยเพลินๆ ฉ่ำๆ กับ ดอกไม้สวยๆ กันได้เลยค่ะ! จุดชมดอกอะจิไซ ไฮเดรนเยีย โตเกียว และ ใกล้โตเกียวเที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝน ถ่ายรูปสวยๆ 1. ศาลเจ้าฮาคุซัน Hakusan Shrine หลบความวุ่นวายในเมืองใหญ่ไปพร้อมกับ ดอกไฮเดรนเยีย ที่ ศาลเจ้าฮาคุซัน (Hakusan Shrine) ศาลเจ้าเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว ที่หลายๆ คน หรือแม้กระทั่งคนญี่ปุ่นเองก็ยังไม่รู้จัก แต่ที่นี่กลับมี สวนไฮเดรนเยีย เก่าแก่สร้างตั้งแต่กลางศตวรรษที่ 10 ที่สวยงาม และพร้อมเบ่งบานในช่วงหน้าฝนให้ทุกคนมาแวะชมสวน และถ่ายรูปสวยๆ กัน โดยทุกๆ ปีในช่วงฤดูฝนเข้าฤดูร้อน ศาลเจ้าจะมีการจัด เทศกาลบุงเคียวไฮเดรนเยีย (Bunkyo Ajisai Matsuri) ขึ้น โดยเปิดให้ทุกคนได้เข้าชม พุ่มไฮเดรนเยียกว่า 3,000 ต้น ที่บานสะพรั่งทั่วพื้นที่สวยงาม ที่มีทั้งเฉดสีฟ้าอ่อน ม่วง และพันธุ์หายากอื่นๆ จากทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ เช่น สายพันธุ์ที่นำเข้าจากอเมริกาและฝรั่งเศส นอกจากนี้ภายในศาลเจ้ายังมีเนินเขาเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดเลยทีเดียว เฉดสีฟ้าและม่วงของดอกไฮเดรนเยียให้ความรู้สึกเย็นสบาย บวกกับบรรยากาศเงียบสงบภายในศาลเจ้า ทำให้ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมานั่งพักใจ ฮีลใจ ถ่ายรูปสวยๆ ในช่วงหน้าฝนมากเลยทีเดียวค่ะ การเดินทางไป ศาลเจ้าฮาคุซัน 🚆รถไฟใต้ดิน สาย Toei Subway Mita Line ลงที่ สถานี Hakusan Stationเดินต่อประมาณ 2 นาที 📌 ที่อยู่ : 5-31-26 Hakusan, Bunkyo City,Tokyo 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/JUBMFQ3JWD8Q5WeQA ⏰ เปิดให้เข้าชม : เปิด 24 ชั่วโมง (ไม่เสียค่าเข้าชม) 🖱 เว็บไซต์ : - ============== 2. สุมิดะ ปาร์ค Sumida Park สุมิดะ ปาร์ค (Sumida Park) สวนสาธารณะในโตเกียว ที่เรารู้จักกันดี ซึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของ ย่านอาซากุสะ (Asakusa) ใกล้สถานที่ท่องเที่ยว วัดดังของโตเกียวอย่าง วัดเซ็นโซจิ (Sensō-ji) สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ริม แม่น้ำสุมิดะ (Sumida River) ในโตเกียว บรรยากาศร่มรื่น และที่สำคัญ ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ ตลอดทางเดินเราจะได้พบกับ ไฮเดรนเยีย เรียงรายสวยงาม จนถูกขนานนามว่า "ถนนไฮเดรนเยีย" กันเลยทีเดียวค่ะ ใครที่มาเที่ยว หรือช้อปปิ้งแถวย่านอาซากุสะ แล้วอยากหามุมพักผ่อนชิลๆ ริมน้ำ สวนสุมิดะ ก็คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าแวะพักฮีลใจมากๆ มานั่งชิลๆ สูดอากาศดีๆ ที่นี่ พร้อมถ่ายรูปสวยๆ ของไฮเดรนเยียกันอย่างจุใจได้เลย และถ้ามาถึงแล้ว อย่าลืมเก็บภาพดอกไฮเดรนเยียคู่กับ โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) ไว้เป็นความทรงจำด้วยนะ! การเดินทางไป สุมิดะ ปาร์ค 🚆รถไฟสาย Tokyo Metro Ginza Line หรือ Toei Asakusa Line ลงที่ สถานี Asakusa Station เดินต่อประมาณ 2 นาที 🚆รถไฟสาย Tobu SKYTREE Line ลงที่ สถานี Tobu Asakusa เดินต่อประมาณ 3 นาที 📌 ที่อยู่ : 1 Chome Hanakawado, Taito City, Tokyo 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/CaxRJt4L9YqxQMcL8 ⏰ เปิดให้เข้าชม : เปิด 24 ชั่วโมง (ไม่เสียค่าเข้าชม) 🖱 เว็บไซต์ : https://www.city.taito.lg.jp ============== 3. วัดเมเกตสึอิน Meigetsu-in Temple พาออกนอกเมืองกันสักนิดไปที่ คามาคุระ (Kamakura) ที่เที่ยวใกล้โตเกียว เช้าไปเย็นกลับ ได้สบายๆ ค่ะ และเราจะพามาเช็กอินกันที่นี่ วัดเมเกตสึอิน (Meigetsu-in Temple) โดยในช่วงเดือนมิถุนายน ที่นี่จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีฟ้าสดใสของ ดอกไฮเดรนเยีย ที่เรียงรายทั่วทางเดินภายในวัด จนหลายคนเรียกกันว่า วัดแห่งดอกไฮเดรนเยีย หรือ อาจิไซเดระ วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1160 และเคยได้รับการสนับสนุนจาก โชกุนโฮจิ โทกิโยริ (Hojo Tokiyori) ในสมัยคามาคุระ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่ยังคงเงียบสงบและงดงามมาจนถึงปัจจุบัน ไฮเดรนเยียกว่า 2,500 ต้น ถูกปลูกเรียงเป็นแนวตามทางเดินหินที่คดเคี้ยว ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินเล่นอยู่ในภาพวาดญี่ปุ่นโบราณกันเลยทีเดียว หนึ่งในสายพันธุ์ที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ ฮิเมะ อะจิไซ หรือ เจ้าหญิงไฮเดรนเยีย ดอกสีฟ้าอ่อนนวลราวกับชุดของเจ้าหญิงซินเดอเรลล่า เรียกได้ว่าแค่ได้เห็นก็เหมือนได้หลุดเข้าไปในเทพนิยายแล้วจริงๆ ใครที่มาเที่ยวญี่ปุ่นหน้าฝนแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดแวะมาที่นี่เลยค่ะ! นอกจากแนวพุ่มไฮเดรนเยียสีฟ้าที่เรียงรายตลอดทางเดินภายในวัด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ สวนด้านหลังของวัด ซึ่งจะเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงเวลาพิเศษเท่านั้น ได้แก่ ช่วงดอกไฮเดรนเยียบาน ในเดือนมิถุนายน และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีปลายปี ต้องไม่พลาดแวะมาเที่ยวชมเลยค่ะ การเดินทางไป วัดเมเกตสึอิน คามาคุระ 🚆รถไฟ JR สาย Yokosuka Line ลงที่ Kita-Kamakura Station เดินต่อไปวัดประมาณ 10 นาที 📌 ที่อยู่ : 189 Yamanouchi, Kamakura, Kanagawa 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/7ma81erpHHftWiFH6 ⏰ เปิดให้เข้าชม : 09.00-16.00 น. ✨ ค่าเข้าชมวัด : ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 300 เยน / ค่าเข้าชมสวนพิเศษด้านหลังโถงหลัก : เปิดให้ชมเฉพาะในเดือนมิถุนายนและในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ต้องชำระเงินเพิ่มเติม 500 เยน 🖱 เว็บไซต์ : https://www.trip-kamakura.com ============== ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก https://www.japankuru.com ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าฝน หน้าร้อน ที่น่าสนใจอื่นๆ 8 จุดชม ดอกไฮเดรนเยีย ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าร้อน สีสวยละมุนใจ พิกัด 11 ที่เที่ยวญี่ปุ่น หน้าร้อน เมืองไหนดี ที่ไหนโดน ต้องไปชิล!

ชม “พระอาทิตย์ทรงกลด” เหนือท้องฟ้าเชียงใหม่
อ่าน

ชม “พระอาทิตย์ทรงกลด” เหนือท้องฟ้าเชียงใหม่

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ โพสต์ภาพพร้อมข้อความหลังเกิดปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ทรงกลดเหนือท้องฟ้าเมืองเชียงใหม่ ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา สำหรับดวงอาทิตย์ทรงกลดเกิดจากบรรยากาศของโลกในชั้นโทรโพสเฟียร์ ซึ่งเป็นบรรยากาศชั้นล่างสุด และเป็นที่อยู่ของกลุ่มเมฆจำนวนมาก มีอากาศเย็นจัดจนทำให้ละอองน้ำในอากาศแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งอนุภาคเล็กๆ จำนวนมหาศาลลอยอยู่บนท้องฟ้า เมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสงทำมุมกับเกล็ดน้ำแข็งอย่างเหมาะสม จะเกิดการหักเหและการสะท้อนของแสง ทำให้เกิดเป็นแถบสีรุ้ง คล้ายการเกิดรุ้งกินน้ำหลังฝนตกโดยดวงอาทิตย์ทรงกลดจะเกิดเป็นวงหรือเรียกว่า ฮาโล (Halo) รอบดวงอาทิตย์ สามารถเกิดเป็นวงกลม วงรี หรืออาจเกิดไม่เต็มวงก็ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอของการกระจายตัวของผลึกน้ำแข็งในบรรยากาศ และมีขนาดแตกต่างกันออกไป ส่วนมากจะมีขนาดเชิงมุมเฉลี่ยประมาณ 44 องศาฯ โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ดวงอาทิตย์ ระยะเวลาการเกิดปรากฏการณ์แต่ละครั้งไม่สามารถคาดการณ์ได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ ความชื้น และปริมาณเกล็ดน้ำแข็งบนท้องฟ้าในขณะนั้น เป็นปรากฏการณ์ท้องฟ้าที่สามารถอธิบายได้ ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์และไม่เกิดผลกระทบใดๆ ต่อโลก