รีเซต

ผลการค้นหา “Wedding Plan The Series” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
เปิดวาร์ป "ปลั๊ก ณภัทร" พระเอกหน้าหวานจากซีรีส์ "Wedding Plan The Series"
อ่าน

เปิดวาร์ป "ปลั๊ก ณภัทร" พระเอกหน้าหวานจากซีรีส์ "Wedding Plan The Series"

หลังจากที่ได้รู้จักกับ "สายลม" พระเอกของเรื่อง "Wedding Plan The Series แผนการ(รัก)ร้ายของนายเจ้าบ่าว" กันไปแล้ว วันนี้มาทำความรู้จักกับพระเอกอีกคนของเรื่องอย่าง "น้ำเหนือ" กันบ้าง รับรองเลยว่ามีเสน่ห์ขโมยหัวใจสาววายไม่แพ้กันแน่นอน เพราะเขาทั้งหน้าหวาน ยิ้มเก่ง ขี้เล่น แถมช่างพูดอีกด้วย เปิดวาร์ป "ปลั๊ก ณภัทร" พระเอกหน้าหวานจากซีรีส์ "Wedding Plan The Series" แนะนำตัวเองหน่อย ?ปลั๊ก : สวัสดีครับ ปลั๊ก ณภัทร ลีฬหาทร อายุ 20 ปี เกิดวันที่ 3 มีนาคม 2546 ครับ การศึกษา ?ปลั๊ก : กำลังศึกษาปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒครับ นิสัยส่วนตัว ?ปลั๊ก : ผมเป็นคนเหมือนจะนิ่ง ๆ แต่อยู่ไม่ค่อยนิ่งครับ (หัวเราะ) เข้าสังคมเก่ง คุยเก่ง ขี้แกล้งนิดหน่อย เข้ากับคนอื่นค่อนข้างง่ายมากครับ เข้ามาเล่น Wedding Plan The Series ได้ยังไง ?ปลั๊ก : มาแคสติ้งตอนที่ มี มายด์ วาย ในช่วงที่มี มายด์ วาย เปิดรับสมัครเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมาครับ มีเมย์เห็นว่าผมน่าจะเล่นเป็น "น้ำเหนือ" ได้ก็เลยได้รับโอกาสนี้มาครับ ตอนถ่ายทำซีรีส์เป็นยังไงบ้าง ?ปลั๊ก : ช่วงเเรก ๆ ก็ตื่นเต้นเเล้วก็กดดันเล็กน้อยครับเเต่ก็ค่อยปรับตัวไปเรื่อยๆ บรรยากาศในกองก็สนุกเลยครับพี่ๆทุกคนเป็นกันเองมาก เเล้วที่สำคัญอาหารกองอร่อยครับ ความยาก - ง่าย ในการรับบทน้ำเหนือ ?ปลั๊ก : ความยากในการรับบทน้ำเหนือคิดว่าน่าจะเป็นประสบการณ์ชีวิต มุมมองการใช้ชีวิตที่น้ำเหนืออาจจะมีมากกว่าครับ ผมเลยต้องทำความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับนิสัย บุคลิกของเขา เเต่ความง่ายก็คือเรื่อง Energy ที่ล้น และนิสัยที่ค่อนข้างร่าเริง โก๊ะ ๆ เพราะเหมือนกับตัวผมเลย น้ำเหนือ กับ ปลั๊ก แตกต่างหรือเหมือนกัน ?ปลั๊ก : มีทั้งเหมือนเเล้วก็ไม่เหมือนครับ ในส่วนที่ไม่เหมือนน่าจะเป็นเรื่องของอายุที่ห่างกันเเล้วก็กิจวัตรในชีวิตครับ เเต่เรื่อง Energy กับความโก๊ะ ร่าเริง นี่ค่อนข้างเหมือนกันเลยครับ ความคาดหวัง ?ปลั๊ก : อยากให้ Wedding Plan The Series ประสบความสำเร็จ อยากให้ซีรีส์ที่เราทุกคนตั้งใจกันมาก ๆ เรื่องนี้ สามารถสร้างรอยยิ้มเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่ดูไม่มากก็น้อยครับ อยากให้คนดูรักตัวละครของเราครับ ฝากผลงาน และช่องทางการติดตาม ?ปลั๊ก : ฝาก Wedding Plan The Series ด้วยนะครับ ออนเเอร์ทุกวันพุธ เวลา 5 ทุ่ม ทางช่อง GMM25 ดูย้อนหลังได้ที่ Youtube MeMindY Official และเวอร์ชั่น Uncut ได้ที่ IQIYI ครับ เเละติดตามทุกข่าวสารได้ที่ MeMindY Official ทุกแพลตฟอร์มเลยครับ สามารถติดตามชม "Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว" ได้เร็ว ๆ นี้ ทางช่อง GMM25

รีวิว Wedding Plan The Series แผนการ(รัก)ร้ายของนายเจ้าบ่าว ซีรีส์น่าดูที่ iQIYI #iQIYIซีรีส์ฮีลใจ
อ่าน

รีวิว Wedding Plan The Series แผนการ(รัก)ร้ายของนายเจ้าบ่าว ซีรีส์น่าดูที่ iQIYI #iQIYIซีรีส์ฮีลใจ

​​​​​​Wedding Plan The Series หรือ แผนการ (รัก) ร้าย ของนายเจ้าบ่าว เป็นผลงานจากทางค่าย Me Mind Y แน่นอนว่าทางค่ายนี้ผลิตซีรี่ย์วายปังๆ หลายเรื่อง เรื่องล่าสุดที่พึ่งจบไปไม่นานกับ Love in The Air The Series หรือ บรรยากาศรัก ทำเอาแฟนๆจิ้นกับคู่ของเรนพายุ และคู่ของพระพายสกายไปตามๆกัน ยิ่งฉาก nc ของทางค่ายนี้ทำไว้ดีไม่มีแผ่ว พอมาถึงคิวของ Wedding Plan The Series แฟนๆต่างรอชมฉากจิ้นๆฟินจิกหมอนขาดกันอย่างตาตั้งเลยทีเดียว เรื่องย่อน้ำเหนือ (รับบทโดย ปลั๊ก ณภัทร ) เป็น Wedding Planner ที่จะต้องมาจัดงานแต่งให้กับคุณสายลม (รับบทโดย ซันนี่ วรรณรัตน์) และคุณยี่หวา (รับบทโดย เอญ่า อรพรรณ) แต่การจัดงานแต่งครั้งนี้ไม่ง่ายเลย แม้เจ้าสาวและเจ้าบ่าวจะมีงบไม่จำกัดในการจัดงาน แต่ก็ทำเอา Wdding Planner อย่างน้ำเหนือปวดหัวไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อถามถึงรูปแบบการจัดงาน น้ำเหนือไม่เคยได้คำตอบจากเจ้าสาวและเจ้าบ่าวเลย  เพราะแท้ที่จริงแล้วการแต่งงานครั้งนี้เป็นการแต่งงานบังหน้า เพื่อที่จะให้พ่อแม่ของสายลมและยี่หวาเลิกยุ่งวุ่นวายกับตนทั้งสองสักที่ ส่วนยี่หวานั้นมีคนรักอย่างมารีน (รับบทโดย เคท ศศิศรัณย์) อยู่แล้ว และคิดกับสายลมแค่พี่น้องเท่านั้นส่วนสายลมแอบชอบน้ำเหนือตั้งแต่ตอนที่น้ำเหนือเคยไปจัดงานแต่งให้กับเพื่อนของตนแล้ว การที่สายลมเลือกน้ำเหนือให้เป็น Wedding Planner ก็เป็นแผนการของสายลมที่หาวิธีจีบน้ำเหนือเมื่อ Weddin Planner โดนว่าที่เจ้าบ่าวรุกจีบ เรื่องราวความรักครั้งนี้จะวุ่นวายแค่ไหนไปติดตามกันได้ที่ ทางช่อง GMM25 ทุกวันพุธ เวลา 23.00 น.หรือรับชมย้อนหลังแบบ UNCUT ได้ทาง iQIYI  ฉากที่ประทับชอบฉากที่น้ำเหนือไปอาละวาดสายลมที่ยิม เพราะแม่ของสายลมจะเพิ่มจำนวนแขกในงาน ทำเอาน้ำเหนือโมโหมาก ถามอะไรไปสายลมไม่ยอมพูดเลย น้ำเหนือจึงเผลอพูดไปว่า หรือต้องให้ผมง้างปากคุณด้วยปากผม คุณถึงจะยอมพูด และสายลมก็เข้าไปจูบน้ำเหนือ งานนี้ทำเอา Wedding Planner อย่างน้ำเหนือไปไม่เป็นเลยที่โดนว่าที่เจ้าบ่าวจูบเข้า ฉากนี้แฟนๆจิ้นและก็ฟินกันสุดๆไปเลยและแน่นอนฉากที่ไม่รีวิวไม่ได้คือ ฉาก nc แซ่บอย่างที่คิดไว้เลย เป็น nc ที่จูโจมแบบเร้าร้อนกันทั้งคู่ สมกับการรอคอยของน้ำเหนือที่อยากจะจูบกล้ามของสายลมตั้งแต่วันแรกที่เจอ ซื้อแพ็กเกจ iQIYI ที่ทรูไอดีคลิก!!!นำแสดงโดยปลั๊ก ณภัทร ลีฬหาทร รับบทเป็น น้ำเหนือNaphat Leelahatorn (Pak)ซันนี่ วรรณรัตน์ วัฒดาลิมมา รับบทเป็น สายลมWannarat Wattadalimma (Sunny)เอญ่า อรพรรณ ผ่องเมฆินทร์ รับบทเป็น ยี่หวาOrapan Phongmaykin (Aya)เคท ศศิศรัณย์ พิบูลรัตพงศ์ รับบทเป็น มารีนSasisarun Phiboonrattapong (Kate)โฟร์ท คเชนทร์ พิเชฐโสภณ รับบทเป็น ซันKashane Pichetsopon (Forth)โดนัท ศุภวิชญ์ ทองยืน รับบทเป็น ริวSuppawit Thongyuen (Donut)  อ้างอิงขอขอบคุณข้อมูลจาก :  Me Mind Y , iqiyithailand , ภาพปก/ภาพที่ 1/ภาพที่ 2/ภาพที่ 3/ภาพที่ 4/ภาพที่ 5/ภาพที่ 6/ภาพที่ 7/ภาพที่ 8/ภาพที่ 9/ภาพ 10/ภาพที่ 11/ภาพที่ 12/ภาพที่ 13เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี ! 

รีวิว Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว ที่ความรักไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับใครก็ได้
อ่าน

รีวิว Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว ที่ความรักไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นกับใครก็ได้

รีวิว Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าววันนี้มารีวีวซีรีส์เรื่องใหม่ของค่าย Me Mind Y จากนวนิยายของผู้เขียนคนดัง"เมย์ อรวรรณ" ซึ่งผลงานที่ผ่านมาถ้ากล่าวถึงคงไม่มีใครไม่รู้จัก "บรรยากาศรัก The serise" โด่งดังมากๆ ในช่วงที่ผ่านมา และในเดือนกรกฎาคมนี้ก็มีการปล่อยตัวซีรีส์เรื่องใหม่" Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว "ต้องบอกเลยว่าแค่ตัวอย่างซีรีส์ก็น่าดูมากๆ พร้อมกันหรือยังค่ะ พร้อมแล้วไปรีวิวกันเลยค่ะตัวอย่าง " Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว "https://www.youtube.com/watch?v=FTI29qlruLgOFFICIAL TRAILER l Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าวนักแสดงสำหรับซีรี่ส์เรื่องนี้ได้นักแสดงนำอย่างหนุ่มหล่อ "ซันนี่ วรรณรัตน์"  รับบท "สายลม" และหนุ่มน่ารัก "ปลั๊ก ณภัทร "  รับบท  "น้ำเหนือ" รังสรรค์ผลงานโดยผู้กำกับมือทอง "เน เนติ สุวรรณจินดา" และถ้าไม่กล่าวถึงคนนี้คงไม่ได้นั่น คือ "เมย์ อรวรรณ" ซึ่งเป็นทั้งผู้ประพันธ์และผู้อำนวยการผลิต แค่เอยถึงชื่อบุคคลเหล่านี้ก็รับประกันความสนุกและน่าติดตามแล้วใช่ไหมค่ะ สำหรับนักแสดงเรื่องนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าเป็นนักแสดงใหม่เกือบทั้งหมด แต่สำหรับการถ่ายทอดอารมณ์ สายตา ท่าทางออกมานั้นไม่ธรรมดาเลยค่ะ การเลือกนักแสดงถือว่าลงตัวและเหมาะสมกับบทบาทที่ได้รับมากๆ เมื่อดูซีรี่ย์เรื่องนี้แล้วไม่ติดเลยค่ะ ต้องชื่นชมเลยว่าหน้าตาอาจจะใหม่ในวงการแต่ไม่มือการแสดงนั้นดีกว่าที่ทุกคนคิดไว้เยอะค่ะเนื้อเรื่องมาเล่าถึงเนื้อเรื่องนี้กันสักหน่อยค่ะ ซีรี่ส์เรื่องเป็นเรื่องราวความรักระหว่างเวดดิ้งแพลนเนอร์กับนักธุรกิจ เริ่มเรื่องจากกการที่พระเอก"สายลม" นักธุรกิจหนุ่มทั้งหล่อ ทั้งรวยที่กำลังจะแต่งงานใน 3 เดือนข้างหน้า กับว่าที่เจ้าสาวคนสวย"ยี่หวา" ที่สนิทสนมกันมานาน ได้มีการไปที่บริษัทจัดงานแต่งงานเพื่อเนรมิตงานแต่งงานของทั้งคู่ สายลมเลยได้เจอกับนายเอก"น้ำเหนือ"ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดงานแต่ครั้งนี้ แต่ปัญหาที่น้ำเหนือเจอนั่นก็คือ ว่าที่เจ้าบ่าวและว่าที่เจ้าสาวยังไม่ได้คิดรูปแบบงานแต่งงาน ทำให้น้ำเหนือต้องนัดเจอว่าที่เจ้าบ่าวนอกรอบ เพื่อค้นหาคำตอบรูปแบบเกี่ยวกับงานแต่งงานครั้งนี้ให้ได้ เมื่อสายลมและน้ำเหนือเจอกันบ่อยๆ จึงเกิดเป็นความรัก ระหว่างหน้าที่และความรักได้สวนทางกัน งานแต่งของสายลมกับยี่หวาจะเกิดขึ้นหรือไม่ ความรักของสายลมและน้ำเหนือจะเป็นไปได้ไหม เรื่องราวต่างๆ จะลงเอยอย่างไร มาเอาใจช่วยและติดตามชมกันดีกว่าค่ะ คอสตูมและสถานที่ถ่ายทำเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม ขอชื่นชม 3 ตัวละครหลักก่อนนะค่ะ บอกเลยค่ะจัดมาแบบลงตัวกับนักแสดงมากๆ พระเอกแต่งตัวได้ดูแพงสุดๆ หล่อมากๆ เหมาะสมที่เป็นนักธุรกิจหนุ่มขวัญใจสาวๆ นายเอกตัวเล็กๆ ขาวๆ กับชุดโทนสีละมุน ทรงผมรับกับหน้าสุดๆ แต่ต้องชื่นชมเสื้อผ้าหน้าผมของยี่หวามากๆ ค่ะสวยสมมงว่าที่เจ้าสวย ออร่ามากๆ ส่วนสถานที่สวยมากๆ โดยเฉพาะฉากงานแต่งงานที่เปิดเรื่องมาตอนแรกเลยสวย อลังการมาก ไม่แน่นะค่ะอาจจะเป็นรูปแบบงานแต่งงานที่ใครบางคนฝันไว้ก็ได้ แต่ถ้าอยากรู้ว่าเป็นแบบไหนต้องไปติตามเลยค่ะ555Wedding Plan EP1. เริ่มออกอากาศเมื่อวันพุธที่ 19 กรกฎาคม 2566 ทางช่อง GMM 25 เวลา 23.00 น. ต้องบอกเลยแค่ EP แรกก็สนุกแล้ว ให้คะแนน 9/10 ไปเลย โดยชื่อ EP นี้คือ First Step : ก่อนจะแต่งต้องมีเจ้าบ่าว ซึ่งเป็นการเปิดตัวซีรี่ส์ที่ชวนติดตามมากๆ ชื่อเรื่อง EP นี้สมจริงมาก555 เพราะทุกคนจะแต่งงานไม่ได้ถ้าขาดเจ้าใช่ไหมค่ะ และเจ้าบ่าวของเรื่องนี้ขอกระซิบเบาๆ ว่าหล่อ แต่สำหรับหุ่นของเขานั้นต้องตะโกนดังๆ ว่า งานดีมาก ทุกคนเชื่อในความรักไหมค่ะ ความรักที่ไม่ได้เกิดกับใครก็ได้ แต่ความรักกับคนที่ใช่แม้เจอกันแค่ครั้งเดียวก็ถูกใจ ถูกชะตา และเฝ้ามองหาใครคนนั้นอยู่ตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรก็นึกถึง หรือคิดถึงเขาไปหมด พระเอกของเรื่องนี้ก็เป็นเช่นนั้ค่ะ ตนเองกำลังจะเป็นว่าที่เจ้าบ่าวแท้ๆ แต่กลับคิดถึงเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่ตนเองแอบชอบ เพื่อต้องการให้เขาจัดงานแต่งงานให้ แต่แอบหวังลึกๆ ว่าอยากเจอและทำความรู้จักคนที่ตนเองชอบให้มากกว่านี้ฉากที่ชื่นชอบเริ่มด้วยฉากนี้"สโลแกนของเราคือคุณฝันมาเราทำให้ แต่คุณเล่นไม่ฝันอะไรมาเลย แล้วผมจะทำให้คุณได้อย่างไรล่ะครับ" สำหรับฉากนี้ต้องบอกเลยว่าเข้าใจเวดดิ้งแพลนเนอร์เลย เพราะการที่เราจะจัดงานแต่งงานขึ้นมาแต่ละครั้งประกอบด้วยองค์ประกอบหลายๆ ส่วน เนื่องจากเป็นความคาดหวังของคู่รักหรือคู่แต่งงานที่อยากให้งานออกมาดีที่สุด ฉากนี้นายเอกแสดงออกมาดีมากๆ นายเอกตัวเล็กๆ ขาวๆ กับพระเอกตัวสูงๆ มาประกบคู่กันน่ารักมากๆ  ค่ะ เปิดตัวมานายเอกก็เป็นคนจริงจัง ทำงานดี มุ่งมั่นและตั้งใจทำงานมากๆ ให้ไปเลย 9/10 ค่ะฉากนี้ในเมื่อว่าที่เจ้าสาวอย่างยี่หวา ก็เอาแต่พูดว่า"หวาแล้วแต่พี่ลมเลยค่ะ" ฉากนี้ยี่หวาสวยมากๆ ออร่าเจ้าสาวจับมากๆ 555 เสียดายไม่ได้ลงรูปมาให้ดู แต่ดูจากสีหน้านายเอกต้องขอชื่นชมยี่หวาที่แสดงได้ดี จนส่งอารมณ์ความรู้สึกให้นายเอกรู้สึกได้ดีมากๆ ดูแล้วไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะว่าเป็นนักแสดงหน้าใหม่ในวงการ แสดงได้ถึงบทบาทและอินไปกับบท ต้องบอกว่านายเอกเรื่องนี้เป็นคนติดตลกด้วยนะค่ะ ฉากนี้ให้ 9/10 ค่ะฉากนี้ สายลมพูดว่า"ไม่เป็นไรหรอก ผมเชื่อใจคุณ" การแสดงออกทางสายตาของพระเอกส่งความรู้สึกทำให้อีกฝ่ายมั่นใจว่าตนเองทำได้ เชื่อในความสามารถของตนเอง และความจริงใจที่พระเอกมอบให้จากใจจริงๆ ทำให้นายเอกของเรารู้สึกทึ่งไปเลยค่ะ นายเอกอาจจะมีความคิดที่ว่าทำไมเขาถึงมีความเชื่อมั่นและเชื่อใจตนเองขนาดนี้ทั้งๆ ที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกแท้ๆ ฉากนี้ให้ 9/10 ค่ะใน EP 1. ถ้าไม่กล่าวถึงฉากนี้คงไม่ได้ เพราะจากรูปทุกคนเห็นไหมค่ะว่าพระเอกเขาได้ถอดเสื้อแล้วโชว์หุ่นล่ำๆ ซิกแพคแน่นๆ กับแขนกล้ามปูขาวๆ ต้องบอกเลยว่าฉากนี้ทำเอาบรรดาแฟนซีรี่ส์เรื่องนี้น้ำลายไหลกันเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ฉากนี้นะค่ะที่โชว์ความเท่ ความหล่อของพระเอกยังมีฉากอื่นๆ อีกเพียบ ต้องไปติดตามกันในซีรี่ส์ "Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว EP1." ฉากนี้เอาไป 10 /10 ค่ะซีรีส์มาแรงอันดับ 1 Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าว ใครที่ยังไม่ดู รีบเปิดดูนะค่ะ วิวาห์หลังเลนส์https://www.youtube.com/watch?v=wa86eL_z7Twวิวาห์หลังเลนส์ l Wedding Plan The Series EP1 : First Stepสุดท้ายฝากรับชมและติดตามซีรี่ส์เรื่องนี้ใน EP.ต่อๆ ไปทุกวันพุธ เวลา 23.00 น. ทางช่อง GMM 25ดูย้อนหลังได้ที่ Youtube: MeMindY Official ได้เลยค่ะเครดิตTwitter: MEMINDY@MemindyOfficial : รูปปก ตัดแต่งรูปโดย MilinYoutube : MeMindY Official :OFFICIAL TRAILER l Wedding Plan The Series แผนการ (รัก) ร้ายของนายเจ้าบ่าวFacebook: Me Mind Y : รูปที่ 1/2/3/4/5/6/7/8Youtube : MeMindY Official : วิวาห์หลังเลนส์ l Wedding Plan The Series EP1 : First Stepเกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ App TrueID โหลดฟรี!

(Hands-On) สัมผัสแรก Samsung Galaxy Watch6 Series และ Galaxy Tab S9 Series ณ งาน Unpacked กรุงโซล
อ่าน

(Hands-On) สัมผัสแรก Samsung Galaxy Watch6 Series และ Galaxy Tab S9 Series ณ งาน Unpacked กรุงโซล

เปิดตัวไปแล้วกับ Samsung Galaxy Tab S9 Series และ Galaxy Watch6 Series ในงาน Unpacked ณ กรุงโซลสุดยิ่งใหญ่ ซึ่งหลังจบงานเราก็ได้มีโอกาสไปจับเครื่องจริงกันด้วย กับทั้งสองรุ่น ซึ่งภายในงานก็มีการจัดโซน และ Drop Out ต่าง ๆ ให้ลองเล่น และถ่ายภาพ สมกับเป็นงาน Unpacked Galaxy Watch6 และ Watch6 Classic นี่เป็นสมาร์ตวอตช์ที่ผมตื่นเต้นมากที่จะได้จับของจริง Watch6 Classic นำเอา Rotate Ring กลับมาแล้ว หน้าตาดูมีความ Classic และสวยมาก ซึ่งก็นำมาแทนที่รุ่น Pro ไปเลย หลังจากที่ในรุ่น 5 นั้นถูกตัด Classic ออกไป สิ่งแรกที่ได้จับแล้วต้องสังเกตเห็นเลย คือหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม จนแทบจะสุดขอบ ไม่เหมือนกับรุ่นเก่าที่ขอบหนา (เช่น Watch4 ที่ผมใช้อยู่) ซึ่งในรุ่นนี้มีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 37.33 มม. แล้วนั่นเอง และอัปเกรดเป็นรุ่น 43mm และ 47mm แทน วัสดุเท่าที่จับ ดูแข็งแรงทนทานดี ตัวกระจกหน้าจอก็เปลี่ยนมาใช้ Crystal Sapphire แทนแล้ว ซึ่งจากรูปลักษณ์ภายนอก ก็จะเปลี่ยนแปลงไปประมาณนี้สำหรับ Watch6 Series ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ขอบบางลงแบบนี้ ดูหล่อมากกว่าเดิมเยอะมาก ๆ Samsung Galaxy Tab S9 Series ในส่วนของ Tab S9 Series รอบนี้ ก็ยังมีรุ่นสับมากถึง 3 รุ่นเหมือนเดิม Tab S9, Tab S9+ และ Tab S9 Ultra ซึ่งคราวนี้ถึงแม้หน้าตาจะดูเหมือนเดิมหมด แต่ที่สังเกตเห็นได้ทันทีคือตัว S9 ที่เปลี่ยนมาใช้หน้าจอ AMOLED แบบรุ่นใหญ่ แทนที่จะเป็น LCD แล้ว หน้าจอดูสวยงามมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยก็สมกับเป็นแท็บเล็ตเรือธงทุกตัวสักที นอกจากนั้นไม่ค่อยมีอะไรแปลงที่เห็นได้ทันทีมากนัก ซึ่งหลัก ๆ ที่อัปเกรดจากรุ่นปีที่แล้ว ที่เด่นชัดที่สุดก็คงจะเป็น Snapdragon 8 Gen 2 For Galaxy ที่ก็เหมือนกับรุ่นอื่น ๆ ที่เข้ามาช่วยในเรื่องของประสิทธิภาพ ความร้อน และแบตเตอรี ซึ่งใครสนใจทั้งสอง Series นี้ก็เข้าไปอ่านรายละเอียดสเปกเพิ่มเติมในลิงก์นี้ ซึ่งมีรายละเอียดโปรโมชัน ของ Samsung ประเทศไทยอยู่ด้วยครับ ความประทับใจของงาน NDA ครั้งนี้ อันนี้แอบอยากพูดแนบมาด้วย ประทับใจงาน NDA (Non Disclosure Agreement งานรอบสื่อที่จะได้จับเครื่องจริงก่อนเปิดตัวจริง เพื่อเตรียมข้อมูลไปทำข่าว) ของ Samsung ที่เกาหลีมาก ด้วยความที่ครั้งนี้มันเป็นการจัด Unpacked ครั้งแรกในบ้านเกิดเขา พร้อมกับมีจำนวนสื่อไอทีมาจากทั่วโลกแบบล้นหลาม มันเลยเป็นงาน NDA ที่ยิ่งใหญ่มาก แต่พื้นที่ที่จัด NDA ก็จะเล็ก ๆ นะ ไม่ได้ใหญ่ จะคงเพราะว่าจะได้คุมคนได้ ซึ่งทางทีมงานได้มีการจัดแสงทุก Drop Out เลย แบบว่านี่คือการเดินดุ่ม ๆ เอา S23 Ultra ไปถ่ายแบบเร็ว ๆ ภาพก็ออกมาสวยเลย เพราะทีมงานจัดแสงโหดมาก แต่ละจุดก็จะมีการวางเรียงกันเล่นกับกิมมิคต่าง ๆ ของเครื่องด้วย ซึ่งจำนวนเครื่องที่ใช้ในพื้นที่ NDA มีเป็นร้อย ๆ เครื่องเลย แถมยังเอาวิศวกรผู้ออกแบบมานั่งตอบคำถามที่สงสัยเองเลยด้วย และยังมีโซน Studio ให้เราเข้าไปนั่งรีวิวกันข้างในนั้นได้เลยอีก

The Plan is no Plan การเดินทางแห่งความหมาย
อ่าน

The Plan is no Plan การเดินทางแห่งความหมาย

The Plan is no Plan คุณเคยมั้ย อยากจะทิ้งทุก ๆ อย่างในตอนนี้ไว้ข้างหลัง แล้วเปิดประตูออกไป ค้นหาสิ่งที่ทำให้จิตใจได้มีพลังอีกครั้ง  ในบางครั้งความวุ่นวาย ความสับสน ในทุก ๆ วันที่ผ่านเข้ามา เสมือนสิ่งที่บังคับให้คุณต้องทำสิ่งนั้น ๆ วนไป วนมา ซ้ำไป ซ้ำมา จนคุณหลงลืมส่วนลึกในจิตใจ สิ่งที่คุณเคยหวัง สิ่งที่คุณใฝ่หา จนนึกขึ้นได้อีกครั้ง ในตอนที่ไม่เหลือไฟในความคาดหวังแล้ว หากลองมองย้อนกลับไปในช่วงวัยเด็ก เราทุกคนต่างอยากจะพบเจอสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ แล้วในทุก ๆ ที่ ที่มีคนพาคุณไปที่นั้น คุณจะตื่นเต้นตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณได้รู้ ความรู้สึกของความอยากลอง อยากรู้ มันมากเกินจะจินตนาการได้ พอนึกถึงความรู้สึกนั้นทีไร คุณจะรู้สึกถึงอิสระที่คุณเคยได้มีมันไว้ ในช่วงหนึ่งของชีวิต แล้วตอนนี้ล่ะ ทำไมคุณไม่อยากเป็นอิสระบ้าง เมื่อทุกอย่างของความนึกคิด ในสิ่งที่เราเคยใฝ่หา ได้มาบรรจบกัน ณ ช่วงเวลาแห่งความเป็นจริง  เรามี รองเท้า ที่พร้อมจะพาเราเดินไปในทุก ๆ ที่ ที่เราอยากไป เรามี เป้ใบใหญ่ ที่พร้อมจะใส่ทุกอย่างที่จำเป็นไว้ในนั้น เรามี กล้องคู่ใจ ที่พร้อมเก็บภาพความจริง เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำ และ เรามี พลังใจ ที่จะสั่งให้เท้าก้าวออกไป ในที่ ที่อยู่ในความฝัน  เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ม่านหมอกสีจาง ที่เป็นเหมือนภาพฝันเลือนๆ ก็จะค่อย ๆ ชัดขึ้น ชัดขึ้น “ไปเที่ยวกันเถอะครับ”  รุ่งอรุณของการก้าวเดิน The Plan is on Plan คำศัพท์คำนี้ ใครที่ได้ฟังอาจจะงงซักเล็กน้อย เพราะเปอร์เซ็นต์ของคนที่ทำได้นั้นน้อยมาก สำหรับคนที่กำลังเริ่ม แบกเป้เที่ยว ส่วนมากแล้วหลาย ๆ คน จะวางแผนจัดเตรียมทุกสิ่ง ทุกอย่าง ในการเที่ยวไว้ เพื่อให้ได้รับความสะดวก สบาย นั่นล่ะ คือ การ Plan ทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ทั้งการจองห้องพัก ร้านอาหารที่ต้องแวะ คาเฟ่ที่ต้องไปเช็คอิน รวมไปถึงเส้นทางการเดินทาง ทุกวันนี้ความสะดวกสบาย ทำให้เราออกไปท่องโลกกว้างได้มากยิ่งขึ้น  แต่หากคิดไปแล้ว ความสะดวกสบาย พวกนี้ ได้ทำให้เราลืมความรู้สึกในตอนเด็ก ๆ ไป เพราะเมื่อตอนนั้น ตอนที่เราจำความได้ คนที่พาเราไปเราใช้เพียงแผนที่ หรือ อาศัยการดูป้ายบอกทาง โดยอ้างอิงจุดหมายจากภาพถ่ายแค่ใบเดียวเป็นแรงบันดาลใจที่ให้ไปถึงที่นั่น ในตอนนั้นทุกคนที่ร่วมเดินทาง ต่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ให้ความสำคัญกับรูปถ่ายใบนั้น เพราะไม่มีรีวิวให้อ่าน และไม่มีโซเชียลให้หาข้อมูล ภาพถ่าย กับ ภาพตรงหน้า จะเหมือนกันมั้ย นั่นล่ะคือแรงผลักดันให้เรามุ่งไปข้างหน้าจนถึงจุดหมาย แต่เมื่อในตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว การเดินตามโลกอาจจะสำคัญ แต่การเดินตามความฝัน ก็สำคัญไม่แพ้กันใช่มั้ยล่ะ ^^ The Plan is no Plan รูปแบบการเดินทางที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝัน การเดินทางที่คิดถึงแค่ปลายทาง โดยให้ระหว่างทาง คือ ประสบการณ์ความตื่นเต้นที่กำลังจะถาโถมเข้ามา คุณไม่รู้หรอกว่าจะเจอกับอะไรข้างหน้า มันอาจมีทั้งผิดหวัง และสมหวัง สิ่งที่เกิดขึ้นแบบไม่คาดคิดนี่ล่ะ คือสิ่งที่นักเดินทางรูปแบบนี้อยากเจอ พวกเค้าไม่เคยสนว่าจะเจอคนที่เค้าคุ้นเคยหรือเปล่า แต่ผู้คนที่เค้าเจอ คือ คนรู้จักคนใหม่ ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์ดี ๆ ให้กันและกัน  หากคุณก้าวออกมาจากที่ ที่คุ้นเคยแล้ว สิ่งต่อไปที่คุณจะต้องทำ คือ ใช้ใจทั้งใจเชื่อมั่นในความกล้าของตัวเอง และการข้ามผ่านความกลัวไปให้ได้ หากคุณเคยกลัวคนแปลกหน้า จงผูกมิตรซะ หากคุณเคยกลัวที่จะถาม จงกล้าที่จะเอ่ยมันออกมาซะ และหากคุณเคยกลัวการอยู่คนเดียว จงรู้ไว้ เมื่อใดที่คุณเริ่ม “ก้าวแรก” ไปแล้ว คุณจะได้เจอกับมิตรภาพที่ผ่านเข้ามาในก้าวต่อ ๆ ไป และมันจะเป็นความทรงจำที่คุณจะจดจำเค้าเหล่านั้นไปชั่วชีวิต เพราะด้วยน้ำใจที่เต็มเปี่ยม ที่คุณจะได้รับ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ๆ สำหรับคนที่เดินทางคนเดียว ทำให้เราอยากก้าว และก้าวต่อไปให้ถึงจุดหมาย การเตรียมตัว สำคัญพอ ๆ กับการเตรียมใจ หากคุณเตรียมตัวดี ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ก่อนที่จะสะพายเป้คู่ใจขึ้นบ่า อย่างน้อยคุณจะต้องรู้ว่า ความไม่แน่นอน เกิดขึ้นได้เสมอ และนี่คือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ชุดที่คุณสวมใส่ : คุณไม่ควรยึดติดกับความสวยงามมากเกินไป เน้นใช้งานดีกว่า อย่าลืมคุณเดินทางคนเดียว ชุดที่ยึดหยุ่น และระบายอากาศได้ดีสำคัญมาก เพราะคุณต้องผจญกับความร้อน หรือฝนที่ตกลงมา   รองเท้า : ควรเป็นรองเท้าที่เราคุ้นเคย ใส่แล้วไม่อับชื้นได้ง่าย เพราะคุณอาจจะต้องเดินมากเป็นพิเศษ เสบียง : น้ำ และอาหารให้พลังงานสูงสำคัญมาก เพราะเมื่อใดที่คุณเหนื่อย เสบียงที่คุณเตรียมไว้ จะช่วยให้คุณก้าวต่อไปได้ เสื้อกันฝน : นี่คืออุปกรณ์ ที่จะช่วยให้คุณรอดจากอาการป่วย เพราะเสื้อกันฝนจะกันได้ทั้ง ฝน ลม และ บรรเทาความหนาวได้นิดหน่อย ไฟฉาย : แสงสว่าง จะทำให้เราไม่คิดไปเอง มีดพก : ตัวช่วยอย่างดี ทั้งยังช่วยให้เราอุ่นใจอีกด้วย ยาสามัญ : จะเป็นแก้ปวด แก้คัน แก้ท้องเสีย มีไว้ก็อุ่นใจกว่า ผ้าเช็ดตัว : ถ้าเป็นไมโครไฟเบอร์จะดีมาก เพราะน้ำหนักเบา และบาง เต็นท์ ถุงนอน : ถ้าอุปกรณ์ของคุณไม่หนักจนเกินไป คุณควรจะพกมันไปด้วย เพราะคุณจะได้ใช้มันแน่นอน และ Power Bank : เมื่อไรที่โทรศัพท์ของคุณยังใช้งานได้อยู่ คุณจะรู้สึกถึงความปลอดภัยจากทุกสิ่งอยู่เสมอ เท่านี้ เราก็ก้าวออกจากเซฟโซนได้อย่างมั่นใจแล้ว หากคุณยังไม่เคยโบกรถ นี่คือคำแนะนำ ความเป็นไปได้น่าจะเกือบเป็น 0 หากคุณเลือกโบกรถในกรุงเทพฯ สิ่งที่คุณควรรู้และควรทำ นั่นคือ นั่งรถประจำทางไปลงยังจังหวัดที่เป็นที่หมายของคุณ หรือ ไปลงนอกเขตปริมณฑล ไม่ใช่ว่าคนกรุงเทพฯ ไม่มีน้ำใจนะครับ เพราะความวุ่นวายของกรุงเทพฯ ทำให้คนให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกันน้อยลงไปทุกที การโบกรถ หากอยากให้ได้ขึ้นรถไวไว การแต่งตัว : สำคัญมาก เพราะคนที่เค้าจะรับคุณ เค้าจะเห็นคุณแค่แว๊ปเดียว และจะเห็นคุณชัด ๆ อีกครั้ง ก็เมื่อจอดรถนั่นเอง อีกอย่างที่ทำให้ขึ้นรถได้ไวขึ้น ก็คือ ความตั้งใจและท่าทางในการโบก : หากคุณมีความอ่อนน้อมให้คนที่ขับรถผ่านไปผ่านมาเห็น คุณก็จะดูไม่มีพิษไม่มีภัยสำหรับคนที่จะรับคุณ ฉะนั้น หากมีคนขับเข้ามาชะลอ การทักทายด้วยการไหว้ หรือ การโน้มตัวแบบถ่อมตน จะเป็นสิ่งที่ดีมากถ้ามีติดตัวไว้ตลอด เมื่อมีคนจอดแล้ว สิ่งที่ต้องบอกเพื่อความชัดเจน ก็คือปลายทาง และเส้นทางถนนหลักที่จะผ่านไปถึง : คุณต้องเข้าใจว่า ทุกคนมีที่หมายคนละที่ การสื่อสารที่ชัดเจนจะทำให้คนที่จอดรับคิดได้ไว หากเค้าต้องผ่านทางนั้นอยู่แล้ว และหากคุณคิดว่ามันไม่ประสบความสำเร็จแน่ ๆ สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือ เดินเข้าไปคุยกับใครซักคน : คนที่เค้าเป็นคนพื้นที่แถวนั้น สิ่งที่เราได้รับกลับมา น่าจะเป็นมิตรภาพเล็ก ๆ ไม่เป็นการบอกทางที่ถูกต้อง ก็เป็นการช่วยหารถให้คุณไปถึงจุดหมาย และเมื่อใดที่คุณทำภารกิจสำเร็จ เมื่อมีคนพยักหน้า แล้วเอ่ยออกมาว่า “ขึ้นรถสิ” ในความดีใจนั้นก็อย่าลืม คำขอบคุณ มารยาทขั้นต่อไปในการขึ้นรถนั้น ก็คือ เสนอตัวนั่งหลังกระบะ เพราะไม่มีใครไว้ใจเราในทันทีที่เจอหน้ากันหรอก ฉะนั้นเราจะต้องรอจนกว่าเค้าเสนอให้เรานั่งในรถได้ เราถึงจะควรรับคำชวนนั้น มารยาทในรถ เราควรแนะนำตัวกับเค้าบ้าง แล้วเราก็ควรบอกจุดหมายที่เราจะไป หากเมื่อใดที่คุณและผู้ที่ใจดีคนนั้นคุยถูกคอกัน คุณอาจจะได้โบนัสแถมเป็นการไปส่งคุณจนถึงที่หมายเลยก็เป็นได้ สิ่งที่จะลืมไม่ได้ก่อนที่คุณจะลงรถของผู้ใจดีคนนั้น คุณควรเก็บภาพความประทับใจไว้ซักนิด หรือขอไลน์ แลกเบอร์กัน เผื่อในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ คุณอาจจะได้สานต่อมิตรภาพดี ๆ กับคนที่มีน้ำใจคนนี้ก็ได้ แล้วการโบกรถครั้งต่อไปของคุณก็จะง่ายขึ้น ด้วยความมั่นใจที่คุณได้รับมาแล้ว ที่พัก : การคาดหวังว่า จะใช้เงินที่เตรียมไว้ มาพักในห้องพัก หรือรีสอร์ตหรู ๆ คุณก็จะต้องจ่ายเงินในจำนวนมาก แน่นอน ถ้าทริปของคุณทริปนี้ เป็นทริปแบบประหยัด คุณก็ควรมองหาโฮสเทล หรือจุดกางเต็นท์ที่ทำให้คุณประหยัดเงินในทริปนี้ไปได้มากเลยทีเดียว เพราะสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่การถ่ายรูปสวย ๆ หรือ การเช็คอิน ในที่หรู ๆ สิ่งที่เราต้องการ คือ เตียงนอนสบาย ๆ สักเตียง ห้องน้ำที่ให้เราได้ผ่อนคลายกับความเหนื่อยล้าของทั้งวันที่ผ่านมา แค่นี้ก็น่าจะพอ สำหรับให้เราชาร์จพลังเพื่อเก็บไว้ใช้ในจุดมุ่งหมาย ของการก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้แล้ว เมื่อเช้าวันใหม่มาเยือน สิ่งที่เราควรทำก่อนเดินทางนั้น คือ เราควรพูดคุยกับพนักงาน หรืออาจจะเจอเจ้าของที่ ที่เราไปพัก คนพวกนี้รู้จักพื้นที่นี้ดีกว่าคุณ ทีนี้เราก็จะได้ความสะดวกสบายจากการแนะนำ โดยที่ไม่ต้องไปแบบไม่มีข้อมูลอีก การแนะนำให้ติดรถคนระแวกนั้นไป เป็นเรื่องที่เจอได้บ่อย เพราะเมื่อมีคนท้องถิ่นแนะนำ คนที่ให้ติดรถไปด้วยก็จะสบายใจ และผ่อนคลายความกังวลไปในระดับหนึ่ง ว่าเราน่าจะไว้ใจได้ เพราะมีคนแนะนำให้ ในระหว่างเดินทาง คุณไม่ควรลืมที่จะสัมผัสกับความสุข ของสถานที่ท่องเที่ยวรายทาง เราสามารถหาข้อมูลได้จากคนที่เรานั่งรถเค้าไปด้วยนั่นล่ะ คำแนะนำดี ๆ อาจจะพาเราไปพบกับความสวยงาม ที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นก็ได้ เพราะในแต่ละพื้นที่ ก็น่าจะมีที่เที่ยว ที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไป จะต้องเป็นคนพื้นที่จริง ๆ เท่านั้นถึงจะรู้จัก นี่ล่ะโบนัสที่เราจะได้รับ เราอาจจะเป็นคนที่ รีวิว สถานที่ลับนี้ เป็นคนแรกก็ได้ จริง ๆ แล้วความสำคัญของจุดหมายที่เราได้ตั้งไว้ อาจจะไม่สำคัญเท่าระหว่างทางก็เป็นได้ เพราะประสบการณ์ที่เราได้รับมาทั้งหมดในการเดินทาง จะทำให้เราเข้าใจการเดินทางในอีกรูปแบบหนึ่งได้ดีมากขึ้น และนี่คือ การเดินทางที่ไม่ต้องเร่งรีบ การเดินทางที่หมุนเวียนแปลี่ยนไปได้เสมอ การเดินทางที่ไม่ต้องยึดติดกับการวางแผน และการเดินทางคนเดียว ที่มีแต่มิตรภาพดี ๆ ที่ได้รับจากทุก ๆ คนที่ผ่านเข้ามา ในย่างก้าวของเราทุกก้าว หากเราใช้ประสบการณ์ดี ๆ เหล่านี้มาคิดย้อนกลับไป เราจะได้พบเจอกับทัศนคติใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นมากมาย ภายในจิตใจของเรา เราจะเข้าใจธรรมชาติของคน ทั้งที่ดี และไม่ดีกับเราได้มากขึ้น เราจะมีน้ำใจมากขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นจากสิ่งที่เราได้รับมา และเราจะก้าวครั้งต่อไปได้ไม่มีวันหยุด เพราะในทุก ๆ ครั้งที่เราก้าว ประสบการณ์ทุกประสบการณ์ จะย้อนกลับเข้ามาเป็นแรงผลักดัน ให้เราก้าวข้ามอุปสรรค์ที่แม้จะมากมายเท่าไร ก็ไม่เคยทำให้เรา ท้อได้เลย ภาพปกโดย www.pexels.com ภาพประกอบโดย 1 / 2 / 3       

iPhone 15 Series มีตัวเครื่องพร้อมขายลดลง 8% เมื่อเทียบจาก iPhone 14 Series
อ่าน

iPhone 15 Series มีตัวเครื่องพร้อมขายลดลง 8% เมื่อเทียบจาก iPhone 14 Series

เป็นที่ทราบกันดีว่าอีกไม่กี่เดือนนั้น Apple จะเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อย่าง iPhone 15 Series ซึ่งตามรายงานก่อนหน้านั้นมีการระบุว่า Apple กำลังเผชิญกับปัญหาในการผลิต iPhone 15 Pro/Pro Max ส่งผลให้มีสินค้าสต็อกในช่วงเริ่มต้นต่ำกว่า iPhone 14 Series รุ่นปัจจุบัน ตามรายงานระบุไว้ว่า สต็อกโดยประมาณสำหรับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2022 อยู่ที่ประมาณ 90 ล้านเครื่อง แต่คาดว่า iPhone 15 Series จะมีสินค้าพร้อมจำหน่ายเบื้องต้นที่ 83 ถึง 85 ล้านเครื่อง เนื่องจากปัญหาทางเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตเกี่ยวกับหน้าจอ โดยปัญหาดังกล่าวนั้นจะส่งผลกับรุ่น iPhone 15 Pro Max มากที่สุด และรุ่น iPhone 15 Pro รองลงมา หลายคนทราบกันดีว่าการวางขายในช่วงแรกนั้น iPhone รุ่นใหม่ ๆ นั้น จะหาสินค้ายากมาก ในรุ่น iPhone 15 Series รอบนี้ถ้าดูจากข่าวแล้ว ก็น่าจะยากมากกว่าเดิมครับ ที่มา : Gizmochina.com

“ไบเบิ้ล” ตัวแทน “KinnPorsche The Series” รับรางวัล “Most Popular Y Series”
อ่าน

“ไบเบิ้ล” ตัวแทน “KinnPorsche The Series” รับรางวัล “Most Popular Y Series”

ไบเบิ้ล ตัวแทน KinnPorsche The Series รับรางวัล Most Popular Y Series ถึงแม้ว่า KinnPorsche The Series ซีรีส์วายสายแอคชั่น มาเฟียในไทยเรื่องแรกเรื่องนี้จะลาจอไปนานแล้ว แต่ด้วยกระแสของความปังทั้งตัวของนักแสดงทุกคน เนื้อเรื่อง โปรดักชั่นที่จัดเต็ม แสง สี เสียง เอฟเฟ็ค เลยยังทำให้มีแฟนๆพูดถึงตลอด ซึ่งไม่ได้โด่งดังแค่ในไทยเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างฐานแฟนคลับไปได้ไกลทั่วโลกอีกด้วย ล่าสุด KinnPorsche The Series คว้ารางวัล Most Popular Y Series หรือ ซีรีส์วายยอดเยี่ยม จากงานประกาศรางวัล ASIA TOP AWARDS 2023 งานนี้ ไบเบิ้ล วิชญ์ภาส เลยเป็นตัวแทนเพื่อนๆนักแสดงและจากบริษัท บีออนคลาวน์ จํากัด ขึ้นไปรับรางวัลนี้อีกด้วย ยังไงทางดาราเดลี่ขอแสดงความยินดีกับนักแสดงและทีมงาน KinnPorsche The Series ทุกคนด้วยนะคะ เพราะสมมงสุดๆไปเลยค่า

สุดฟิน! 5 หนุ่ม 25hours Soft Serve ใน ONCE THE CONCERT SERIES 3
อ่าน

สุดฟิน! 5 หนุ่ม 25hours Soft Serve ใน ONCE THE CONCERT SERIES 3

ONCE THE CONCERT SERIES 3 : 25hours SOFT SERVE จัดโดย FM ONE 103.5 งานนี้สองผู้บริหาร บริษัท อินดิเพ็นเดนท์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวอร์ค เนรมิตพื้นที่บริเวณ โรงภาพยนตร์ สกาล่า ให้ดูอบอุ่นมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยสีสันของแฟน ๆ ชาว เอฟเอ็ม วัน และ แฟนพันธุ์แท้ของ 5 หนุ่ม 25hours เริ่มสตาร์ทความสุข ตั้งแต่หน้างานกับ ดีเจ ออย วรนิษฐ์ รัตนมั่นคงพงศ์ และ ดีเจ ต้อง ศุภัชญา รื่นเริง ที่ชวนชาวเอฟเอ็ม วัน ร่วมสนุกเล่นเกมส์ แจกของรางวัลกันไม่อั้น!25Hours กับผู้บริหารบรรยากาศหน้างานเมื่อได้เวลา แฟนเพลงต่างทยอยจับจองที่นั่งแบบใกล้ชิด ก่อนจะเปิดตัวหนุ่ม ๆ 25hours ที่เปิดเพลงแรกมาในจังหวะสนุกให้โยกตามกันได้กับ เพลง สุขาอยู่หนใด ตามมาด้วยเพลงฮิตติดหูอย่าง เที่ยงคืนสิบห้านาที, วันดีดี, ยินดีที่ไม่รู้จัก, ไม่เคย, ทำได้เพียง ฯลฯ ที่ขนมาเอาใจแฟนเพลงให้ได้ฟิน และอินกันแบบซอฟต์ ๆชวนแฟน ๆ ขึ้นไปแจมบนเวทีพวกคุณ สุดยอดไปเลย!หนุ่ม แหลม นักร้องนำ ยังชวนแฟนเพลงขึ้นมาร่วมจอยบนเวที และทำเซอร์ไพรส์เดินไปทักทายแฟนๆ อย่างเป็นกันเอง ก่อนจะปิดท้ายซีนประทับใจด้วยการร่วมเซลฟี่กับแฟนเพลงชาวเอฟเอ็ม วัน แบบใกล้ชิดติดขอบเวที ช็อตนี้!! ทำเอาทุกคนกรี๊ดสนั่น ลั่นสกาล่า กลับบ้านไปพร้อมความสุขและเต็มอิ่มกับซีรี่ส์คอนเสิร์ตสุดพิเศษในครั้งนี้ แหลม 25Hours ลงมาพบแฟน ๆ รอบ ๆ โรงหนังSelfie กันหน่อย!!!Once The Concert Series ครั้งต่อไป จะเป็นศิลปินท่านใด ติดตามกันต่อให้ดีที่ คลื่น FM ONE 103.5 ตลอดทุกช่วงดีเจ และแฟนเพจ facebook.com/fmone1035 หรือ Instagram: fmone1035Music Truelife อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากลข่าว Gossip พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจและติดตามพวกเราชาว Entertainment Truelife ได้ที่นี่

Oppo Find X7 Series อาจไม่มีรุ่น Pro ?!
อ่าน

Oppo Find X7 Series อาจไม่มีรุ่น Pro ?!

ตามรายงาน Oppo Find X7 Series คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนมกราคมปีหน้า ข่าวก่อนหน้ายังรายงานว่า Find X7 Series จะมีทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ Find X7, Find X7 Pro และรุ่น Find X7 Ultra แต่ล่าสุดนั้นมีรายงานใหม่ระบุว่า ใน Find X7 Series จะไม่มีรุ่น Pro แหล่งที่มาของข่าวคือ Digital Chat Station ซึ่งเป็นทิปสเตอร์ที่รู้จักกันดีในวงการเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวนี้ได้ถูกลบออกไปแล้ว โดยตามรายงานระบุว่า Find X7 จะไม่มีรุ่น Pro แต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ยังคงมีทั้งหมด 3 รุ่น โดยจะมีรุ่น Find X7, Find X7 Ultra และ Find X7 Ultra Satellite Communication แทน ถ้าสังเกตจากชื่อรุ่นแล้ว รุ่น Ultra ทั้ง 2 รุ่นจะมีความแตกต่างกันที่คุณสมบัติการสื่อสารผ่านดาวเทียมเท่านั้น ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สอดคล้องกับการยืนยันของ Oppo เกี่ยวกับคุณสมบัตินี้ใน Find X7 Series นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่าทุกรุ่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์จะมีแบตเตอรี่ 5000mAh ที่รองรับการชาร์จ 100W ในขณะที่รุ่น Ultra จะรองรับการชาร์จไร้สาย 50W ที่มา : Gizmochina.com

Realme V-Series สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของ Realme ปรากฏบน TENAA
อ่าน

Realme V-Series สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของ Realme ปรากฏบน TENAA

พบสมาร์ตโฟน Realme รุ่นใหม่ 2 รุ่นที่มีหมายเลขรุ่น RMX3781 และ RMX3783 ปรากฏบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ TENAA ของจีน รายงานกล่าวว่าอุปกรณ์ดังกล่าวคือสมาร์ตโฟน Realme V-Series ในตลาดจีน แต่รายชื่อยังไม่ได้มีการเปิดเผยสเปกมาให้ทราบ สมาร์ตโฟนรุ่นดังกล่าวนั้นมีลักษณะคล้ายกับ Realme 11 5G ที่เปิดตัวในไต้หวันเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จากข้อมูลของ TENAA เผยให้เห็นว่าสมาร์ตโฟนมีหน้าจอแบบเจาะรูตรงกลางและเป็นจอแบน ด้านหลังมีโมดูลกล้องทรงกลมพร้อมกล้องคู่และแฟลช LED พร้อมตราสินค้า Realme อยู่ที่ด้านหลัง ส่วนรายละเอียดด้านอื่น ๆ นั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมาให้ทราบ ที่มา : Gizmochina.com

รู้ไว้ก่อนซื้อ ! 6 ข้อแตกต่าง ระหว่าง Apple Watch Series 8 กับ Apple Watch Series 9
อ่าน

รู้ไว้ก่อนซื้อ ! 6 ข้อแตกต่าง ระหว่าง Apple Watch Series 8 กับ Apple Watch Series 9

หลังจากที่แอปเปิล (Apple) เปิดตัวสินค้าใหม่ในงาน Apple Wonderlust Event เมื่อ 13 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย หนึ่งในไอเทมใหม่สำหรับสายสุขภาพที่น่าสนใจก็คือ Apple Watch Series 9 สมาร์ตวอชรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่ง TNN Tech ได้รวบรวมความแตกต่างกับ Apple Watch Series 8 สมาร์ตวอชรุ่นก่อนหน้ามาไว้ 6 จุด ด้วยกัน6 ข้อแตกต่าง ระหว่าง Apple Watch Series 8 กับ Apple Watch Series 9ความสว่างหน้าจอสูงสุด Apple Watch Series 8 มีความสว่างของหน้าจอสูงสุด 1000 nits ในที่กลางแจ้ง ส่วน Apple Watch Series 9 ได้รับการปรับปรุงให้สว่างกลางแจ้งสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 nitsชิปประมวลผล หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เนื่องจาก Apple Watch Series 8 ใช้ชิปประมวลผล S8 ที่มีพื้นฐานมาจากชิป A13 Bionic ซึ่งใช้ใน iPhone 11 Series และ iPhone SE แต่ Apple Watch Series 9 ได้พัฒนาพื้นฐานมาจาก A15 Bionic เป็น S9 SiPNeural Engine หรือหน่วยประมวลผลการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เพิ่มแกนประมวลผลเป็น 4 คอร์ (Core) เพิ่มจากรุ่น 8 มาอีก 3 coreระบบ Siriหรือระบบผู้ช่วยส่วนตัวใน Apple Watch Series 9 เป็นครั้งแรกที่พัฒนาให้ฝังมากับระบบ ต่างจากทุกรุ่นก่อนหน้าที่ต่ออินเทอร์เน็ตการระบุตำแหน่ง ในรุ่นก่อนหน้าถือเป็นครั้งแรกที่มีการใส่ชิประบุตำแหน่ง (1st Gen Ultra-Wideband) ใน Apple Watch ส่วนใน Apple Watch Series 9 ได้มีการปรับปรุงเป็น 2nd Gen Ultra-Wideband ซึ่งช่วยระบุทิศทางและตำแหน่งได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น รวมถึงประยุกต์เป็นการหาไอโฟน (Find my) ได้แม่นยำขึ้นตามไปด้วยพื้นที่เก็บข้อมูล Apple Watch Series 8 มีพื้นที่จัดเก็บทั้งหมด 32 กิกะไบต์ (GB) ส่วนใน Apple Watch Series 9 ได้รับการเพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 64 GBนอกจากความแตกต่างของสเปกแล้ว อีกหนึ่งการปรับปรุงในครั้งนี้ยังมีสีใหม่อย่างสีชมพูเป็นตัวชูโรงในการเปิดตัวครั้งนี้ด้วย โดยแอปเปิลจะเปิดให้สั่งซื้อและจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ พร้อมกับวันขาย iPhone 15 วันแรก 22 กันยายนนี้ที่มาข้อมูลMacRumors

เปิดตัวสมาร์ทโฟน “OPPO Reno5 Series 5G” ที่สุดของวิดีโอ Portrait
อ่าน

เปิดตัวสมาร์ทโฟน “OPPO Reno5 Series 5G” ที่สุดของวิดีโอ Portrait

ออปโป้ ไทยแลนด์ เปิดตัว OPPO Reno5 Series 5G สมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่เป็นที่สุดของสมาร์ทโฟนถ่ายวิดีโอ Portrait ได้แก่ OPPO Reno5 และ OPPO Reno5 5G ภายใต้แนวคิด Picture Life Together ให้บันทึกทุกโมเมนต์สุดประทับใจได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยฟีเจอร์สุดล้ำมากมาย อาทิ Dual-view Video บันทึกวิดีโอพร้อมกันทั้งกล้องหน้า-หลัง, AI Mixed Portrait ครั้งแรกของโลกบน OPPO Reno5 ช่วยสร้างสรรค์วิดีโอที่เหนือกว่าโดยการนำวิดีโอ 2 ตัวมาซ้อนกัน, นำเทรนด์ด้วยดีไซน์ฝาหลังที่สวยประกาย บางเบาพร้อมทั้งสามารถสะท้อนเฉดสีถึงพันสี รวมถึงรองรับ 5G และชาร์จไว 65W SuperVOOC 2.0 บน OPPO Reno5 5G โดย OPPO Reno5 เปิดตัวที่ราคา 10,990 บาท และ OPPO Reno5 5G เปิดตัวที่ราคา 13,990 บาท จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 5 กุมภาพันธ์ รับโปรโมชั่นและของสมนาคุณมูลค่ากว่า 8,000 บาท และพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ OPPO Reno5 Series 5G สมาร์ทโฟนที่ถ่ายวิดีโอ Portrait สวยที่สุด พร้อมให้คุณปลดล็อกพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ และบันทึกทุกโมเมนต์อันน่าประทับใจกับคนรอบข้างด้วยสุดยอดนวัตกรรมเพื่อการถ่ายวิดีโอมากมาย รวมที่สุดของดีไซน์อันโดดเด่นและประสิทธิภาพที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานไปอีกขั้นด้วย 3 ไฮไลต์เด็ด ได้แก่ ที่สุดของวิดีโอ Portrait ด้วยฟีเจอร์ Dual-view Video และ AI Mixed Portrait OPPO Reno5 Series 5G สมาร์ทโฟนเพื่อการสร้างสรรค์วิดีโอ Portrait ให้โดดเด่นที่สุดด้วยความสามารถในการสร้างสรรค์วิดีโอที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ด้วยฟีเจอร์ Dual-view Video ที่มีในทั้งสองรุ่น สามารถบันทึกวิดีโอพร้อมกันทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เพื่อสร้างความทรงจำอันน่าจดจำร่วมกับคนรอบข้าง ปลดล็อกจินตนาการด้วยฟีเจอร์ AI Mixed Portrait ที่มีเฉพาะใน OPPO Reno5 ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกบนสมาร์ทโฟนที่นำเอา Double Exposure Effect มาใช้กับการถ่ายวิดีโอบนสมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นการนำวิดีโอ 2 ตัวมาซ้อนเข้าด้วยกันเกิดเป็นวิดีโอใหม่ที่สวยงามกว่าเดิม โดยทำงานร่วมกับอัลกอริทึม AI ขั้นสูงที่ช่วยตัดขอบตัวบุคคลได้อย่างแม่นยำเพื่อนำไปซ้อนเข้ากับอีกวิดีโอได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้เพื่อสนับสนุนการถ่ายวิดีโอให้สนุกและสวยงามมากยิ่งขึ้น ทั้งการควบคุมแสง ใส่ฟิลเตอร์ปรับสี หรือปรับแต่งใบหน้าสำหรับการถ่ายวิดีโอกล้องหน้าให้ประณีตและเป็นธรรมชาติมากขึ้น OPPO Reno5 Series 5G ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกล้องหลัง 4 กล้อง ความละเอียด 64MP+8MP+2MP+2MP โดย OPPO Reno5 กล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 44MP ขณะที่ OPPO Reno5 5G มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 32MP โดยทั้งสองรุ่นสามารถถ่ายวิดีโอได้สูงสุดถึง 4K ที่ 30fps สำหรับกล้องหลัง และรองรับความละเอียด 1080P หรือ 720P ที่ 30fps ในกล้องหน้า สวยงาม บางเบา นำเทรนด์ด้วยเทคโนโลยีดีไซน์ตัวเครื่องที่เรียกว่า Diamond Spectrum Process สร้างเฉดสีใหม่นับพันสีภายในเครื่องเดียว OPPO Reno5 Series 5G เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นไอเทมที่โดดเด่นทุกท่วงท่ากับดีไซน์สวยสะกดทุกสายตากับเทคโนโลยีล่าสุด Diamond Spectrum Process ทำให้ฝาหลังของตัวเครื่องสีเงิน Fantasy Silver ของ OPPO Reno5 และ สีเงิน Galactic Silver ของ OPPO Reno5 5G สามารถสะท้อนเฉดสีได้นับพันในเครื่องเดียวเมื่อมองจากมุมหรือในสภาพแสงที่ต่างกัน ลดการเกิดรอยนิ้วมือเพราะเคลือบผิวฝาหลังแบบด้านด้วยเทคนิค Reno Glow นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีดีไซน์เบาบาง พกพาได้คล่องตัว โดย OPPO Reno5 มีให้เลือกสองสี ได้แก่ สีเงิน Fantasy Silver และ สีดำ Starry Black ส่วน OPPO Reno5 5G มาในสองสี ได้แก่ สีเงิน Galactic Silver และสีดำ Starry Black OPPO Reno5 Series 5G ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมจอ AMOLED FHD+ ขนาด 6.43 แสดงผลความไวสูงถึง 90Hz มอบประสบการณ์ที่ไหลลื่น สมจริง และเต็มตาด้วย Edge-to-edge Display ที่มีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 91.7% ใช้งานได้อย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด OPPO Reno5 ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Snapdragon 720G RAM 8GB และ ROM128GB ประสิทธิภาพลื่นไหลไม่แพ้กัน มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4,310mAh และเทคโนโลยี 50W Flash Charge ชาร์จไวไม่ต้องรอนานเพียง 48 นาที ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ 100% ส่วน OPPO Reno5 5G รองรับการสื่อสารแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยี 5G และขุมพลัง Snapdragon 765G 5G RAM 8GB และ ROM 128GB มอบประสิทธิภาพการใช้งานได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4,300mAh และเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของออปโป้ 65W SuperVOOC 2.0 ชาร์จไวขั้นสุดเพียง 35 นาที สามารถชาร์จได้ 100% นับว่า OPPO Reno5 Series 5G นั้นเป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายวิดีโอ Portrait ได้สวยที่สุดในยุคนี้เลยก็ว่าได้ โดยมาด้วยกันสองรุ่น ได้แก่ OPPO Reno5 ราคา 10,990 บาท มี 2 สี ได้แก่ สีเงิน Fantasy Silver และสีดำ Starry Black สำหรับ OPPO Reno5 5G ราคา 13,990 บาท มี 2 สีเช่นเดียวกัน คือ สีเงิน Galactic Silver และสีดำ Starry Black จองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 5 กุมภาพันธ์ พร้อมรับโปรโมชั่นและของสมนาคุณจัดเต็ม สำหรับผู้ที่จอง OPPO Reno5 รับฟรี Smart Scale และ OPPO E-VIP Card มูลค่ารวม 6,299 บาทสำหรับผู้ที่จอง OPPO Reno5 5G รับฟรี Smart Scale, Bluetooth Speaker และ OPPO E-VIP Card มูลค่ารวม 8,398 บาท เป็นเจ้าของ OPPO Reno5 Series 5G ได้ง่ายขึ้นเมื่อจองผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย โดยสามารถเป็นเจ้าของ OPPO Reno5 ในราคาเริ่มต้นเพียง 4,490 บาท และเป็นเจ้าของ OPPO Reno5 5G ในราคาเริ่มต้น 5,490 บาท ระหว่างวันนี้ถึง 5 กุมภาพันธ์นี้ เท่านั้น โดย OPPO Reno5 Series 5G จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

สรุปราคาและวันวางจำหน่าย iPhone 17 Series ในไทย
อ่าน

สรุปราคาและวันวางจำหน่าย iPhone 17 Series ในไทย

แอปเปิลเปิดตัว iPhone 17 Series อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยรายละเอียดราคาและกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทย โดยปีนี้มีให้เลือกหลายรุ่น ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นมาตรฐานไปจนถึงตัวท็อปสุดที่มีความจุสูงถึง 2TBราคาของแต่ละรุ่น iPhone 17 SeriesiPhone 17256GB: ฿29,900512GB: ฿37,900iPhone Air (รุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยความบางเบา)256GB: ฿39,900512GB: ฿47,9001TB: ฿55,900iPhone 17 Pro256GB: ฿43,900512GB: ฿51,9001TB: ฿59,900iPhone 17 Pro Max (รุ่นท็อปสุดของปีนี้)256GB: ฿48,900512GB: ฿56,9001TB: ฿64,9002TB: ฿80,900จากโครงสร้างราคาจะเห็นได้ว่ารุ่น iPhone 17 Pro Max ยังคงเป็นเรือธงที่ราคาแรงที่สุด โดยมีตัวเลือกความจุสูงสุดถึง 2TB เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเก็บภาพ วิดีโอ และไฟล์จำนวนมากวันเปิดจองและวันวางจำหน่าย iPhone 17 Proวันสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order): 12 กันยายน 2568 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไปวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ: 19 กันยายน 2568ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของ iPhone รุ่นใหม่ก่อนใคร สามารถสั่งจองได้ตั้งแต่เย็นวันที่ 12 กันยายน และจะได้รับสินค้าในสัปดาห์ถัดมา

Asus ยืนยัน ROG Phone 8 Series มาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
อ่าน

Asus ยืนยัน ROG Phone 8 Series มาพร้อมมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68

Asus มีกำหนดเปิดตัว ROG Phone 8 Series ในวันที่ 8 มกราคมผ่านงาน CES (Consumer Electronics Show) 2024 และเปิดตัวในจีนต่อมาในวันที่ 16 มกราคม ล่าสุดทางแบรนด์ออกมายืนยันว่า ROG Phone 8 series จะรองรับการกันน้ำกันฝุ่น Asus ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า ROG Phone 8 series จะมาพร้อมกับแชสซีที่ได้รับการจัดอันดับ IP68 หมายความว่า ROG Phone 8 series จะมีการออกแบบที่ทนน้ำและฝุ่น ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การเล่นเกมสมาร์ตโฟนที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้มากขึ้น ถือเป็นการปรับปรุงที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ ROG Phone 7 Series ที่รองรับการกันน้ำกันฝุ่นที่ระดับ IP54 และ ROG Phone 6 Series ที่ระดับ IP X4 ที่มา : Gizmochina.com

Realme Buds Air 5 series จะเปิดนอกประเทศจีนในวันที่ 23 สิงหาคมนี้!
อ่าน

Realme Buds Air 5 series จะเปิดนอกประเทศจีนในวันที่ 23 สิงหาคมนี้!

Realme 11 seires เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และในอีเวนต์นั้นก็มีการเปิดตัวหูฟัง Buds Air 5 Pro ควบคู่ไปด้วย โดยในวันนี้เราพบว่า Realme Buds Air 5 Series จะเปิดตัวที่ตลาดต่างประเทศ (นอกประเทศจีน) เป็นครั้งแรกในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ โดยเป็นการเปิดตัวที่ประเทศอินเดีย Buds Air 5 Pro มาพร้อมวูฟเฟอร์ 11 มม. และไดรเวอร์แบบ planar magnetic ขนาด 6 มม. รองรับ high-bitrate LDAC codec มีมาตรฐานกันน้ำกระเซ็นเพื่อป้องกันเหงื่อและฝน อีกทั้ง Realme ยังเผยว่ารุ่นนี้สามารถกันเสียงรบกวนได้สูงสุด 50dB จากไมโครโฟน 6 ตัว (ข้างละ 3 ตัว) ในด้านแบตเตอรี่จะสามารถใช้งานได้นาน 11 ชั่วโมงเมื่อปิดฟีเจอร์ ANC และสามารถใช้งานได้นาน 40 ชั่วโมงหากรวมการชาร์จจากเคส สำหรับ Buds Air 5 Pro มีการวางขายในประเทศจีนในราคา 399 หยวน (ประมาณ 2,000 บาท) แต่เรายังไม่ทราบว่าเมื่อวางขายในต่างประเทศราคาจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ที่มา: GSMArena

รีวิว Hearts in Play The Series💘 ซีรีส์วายแนวตั้งทาง GMMTV
อ่าน

รีวิว Hearts in Play The Series💘 ซีรีส์วายแนวตั้งทาง GMMTV

          มาใหม่มาแรง! สำหรับซีรีส์แนวบอยเลิฟเรื่องใหม่อย่าง “Hearts in Play The Series” ซึ่งเป็นไมโครซีรีส์แนวตั้งเรื่องใหม่จาก GMMTV ที่บอกเล่าเรื่องราวเมื่อความรู้สึกถูกถ่ายทอดผ่าน “เกม” และความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก “เพื่อน” แต่กำลังกลายเป็นเฟื่อน! โดยในวันนีแราจะชวนเพื่อน ๆ ดูซีรีส์เรื่องนี้ผ่านทาง ‘รีวิว Hearts in Play The Series💘 ซีรีส์แนวตั้งทาง GMMTV’ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! ซีรีส์ Hearts in Play The Series         ซีรีส์ “Hearts in Play The Series” ได้บอกเล่าเรื่องราวถึงความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจาก เพื่อนสนิททั้ง 4 คน ได้แก่ เจมส์ ไชน์ ริว และวินที่ทั้ง 4 คนเป็นคนที่ชอบเล่นเกมมาก ทำให้พวกเขามักจะรวมตัวกันเล่นเกม ซึ่งในแต่ละเกมก็จะมี กิม มิคแอบแฝงเอาไว้อยู่ ซึ่งเป็นอะไรที่สนุกครบรสแถมฮาไม่ไหว! โดยในครั้งนี้ทั้ง 4 ก็ได้เล่นเกมทั้งหมด 6 เกม นั่นคือ เกม1 : Good Dog and Bad Dog  เป็นเกมที่ผู้เล่นจะต้องค้นหาให้ได้ว่าแท้จริงแล้วใครเป็นหมาเลวที่แท้จริง เกม2 : You Know Me Well  เกมนี้เป็นเกมที่ผู้เล่นจะมีคำใบ้ให้กับเพื่อน ๆ ทั้ง 3 และเพื่อน ๆ ทั้งสามจะต้องเดาว่าคำใบ้นั้นหมายถึงการ์ดใบไหน เกม3 : Drop or Dare  เกมนี้จะเป็นเกมไพ่ หากคนไหนไม่มีไพ่ที่จะลง จะต้องโดนท้าให้ทำอะไรก็ได้  เกม4 : Guess One  เกมนี่คือจะให้ผู้เล่นเลือกเลข 1-4 จากโจทย์ และเพื่อน ๆ จะต้องเขียนใบ้ หากตอบถูกก็จะชนะ เกม5 : เที่ยวทั่วไทย  เกมนี้เป็นเกมที่หากพูดว่าภาคไหน ให้เอามือไปแตะยังภาคนั้น ๆ ยังจุดที่กำหนดเอาไว้ เกม6 : We're Not Really Strangers สำหรับเกมสุดท้ายเป็นเกมถามคำถาม ถามอะไรก็ได้ แต่เกมนี้ก็เป็นเกมที่เจมส์ได้สารภาพบอกนักไชน์!  ตัวอย่าง “Hearts in Play" The Micro Series https://m.youtube.com/shorts/c18A3SOQG5g นักแสดง Hearts in Play The Series ลูค ภีมสรรค์ รับบทเป็น “เจมส์” เขาเป็นหนุ่มหล่อทะเล้นประจำกลุ่ม ที่แอบชอบไชน์มานานแล้ว โดยเขาจะชอบแอบมองไชน์อยู่เสมอ และความรู้สึกของเขาก็จะเริ่มเผยออกมาเรื่อย ๆ  https://www.instagram.com/p/DLXJBkhJpD2/?igsh=MWl5NjhnNHZydG84eA== มิค เมธัส รับบทเป็น “ไชน์” เขาเป็นเพื่อนสนิทกับริวมาตั้งแต่ยังเด็ก เป็นหนุ่มที่มีความตลก ๆ โบ๊ะบ๊ะ ปล่อยจอยมากอีกทั้งยังเป็นคนที่ตรงไปตรงมา และหลายครั้งที่เจมส์ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหว https://www.instagram.com/p/DLXJWJDRuOl/?igsh=dmZzcDVlYjluMXQ3           และในซีรีส์เรื่อง Hearts in Play The Series เป็นซีรีส์แนวบอยเลิฟ รอมคอม มาในแนวแบบสบาย ๆ บอกเล่าเรื่องราวของแก๊งเพื่อนหนุ่มที่ทั้งหมดสนิทกันมาก และชอบเล่นเกมด้วยกัน และในครั้งนี้ซีรีส์ก็ได้นำเสนอ 6 พาร์ท 6 ตอนใน 6 เกมที่สนุกมาก ในแต่ละเกมก็จะมีกฎ กติกาที่แตกต่างกันออกไป เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ก็ต้องไปดูกันค่า            อีกทั้งซีรีส์เรื่อง Hearts in Play The Micro Series มีความพิเศษคือในเรื่องนี้คือเป็นไมโครซีรีส์แนวตั้งที่ใครหลาย ๆคนอาจจะยังไม่คุ้นตากัน แต่ซีรีส์แนวตั้งแบบนี้ฮิตติดลมมากในประเทศจีน ณ ตอนนี้ ซึ่งส่วนตัวเราชอบมาก ดูแบบง่ายๆ เหมาะสำหรับดูในมือถือ ให้ฟีลเหมือนดู Tiktok เลย ใครอยากจะหาซีรีส์สั้น ๆ ดูภายใน 1 วันจบเราว่าเหมาะมากค่า☺️           และในซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้หนุ่ม ๆ จากแก๊ง Boys in Love เปิดเทอมใหม่หัวใจหัดรัก ที่พวกเขาได้กลับมาไม่ว่าจะเป็นคู่หลักอย่าง “ลูค ภีมสรรค์ และมิค เมธัส” ที่มานิ่ม ๆ แต่ความน่ารักคือเกินต้านมาก! หรือจะเป็นคู่รองอย่างสองหนุ่ม “โชกุน พุทธิพงษ์ และแอสตัน รติภัทร” ที่แน่นอนว่าความคิ้วท์ความน่ารักเกินต้านเวอร์ บอกเลยว่าเป็นแก๊งหนุ่ม ๆ ที่กลัยมาให้แฟน ๆ ใจฟูอีกครั้ง https://www.instagram.com/p/DJB9ugfSVgl/?igsh=MXE1cG1rYTFia204Zg== ก็จบลงไปแล้วนะคะสำหรับ รีวิว Hearts in Play The Series💘 ซีรีส์แนวตั้งทาง GMMTV และในซีรีส์เรื่อง Hearts in Play The Series สามารถรับชมได้ในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ เวลา 17:00 น. มีทั้งหมด 6 ตอน และดูได้ทุกช่องทางโซเชียลของ GMMTV เลยค่า 🎮💖 เครดิตภาพหน้าปก @GMMTV ภาพหน้าปก เครดิตภาพประกอบบทความ @lukeso_ : ภาพที่1 / ภาพที่5 @mickmeta : ภาพที่2  @GMMTV : ภาพที่3 / ภาพที่4 เครดิตวิดีโอประกอบบทความ GMMTV OFFICIAL ตัวอย่าง “Hearts in Play" The Micro Series จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

iPhone 15 Series อาจรองรับชาร์จเร็วที่ 35W
อ่าน

iPhone 15 Series อาจรองรับชาร์จเร็วที่ 35W

ข้อมูลจาก 9to5Mac เปิดเผยว่า iPhone 15 Series อาจมาพร้อมกับความเร็วในการชาร์จที่เร็วขึ้นสูงสุดถึง 35W นี่ถือเป็นการอัปเกรดอีกอย่างหนึ่งที่น่าดีใจมากสำหรับแฟน ๆ Apple เนื่องจากปัจจุบัน iPhone 14 Pro มีความเร็วในการชาร์จสูงสุดที่ 27W ส่วนด้านของ iPhone 14 นั้นมีความเร็วในการชาร์จสูงสุดที่ 20W เท่านั้น โดยทั้ง 2 รุ่นนี้ใช้เวลาชาร์จมากกว่าสมาร์ตโฟนเรือธงฝั่งแอนดรอยด์ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุว่าความเร็วในการชาร์จ 35W นี้ จะรองรับ iPhone 15 ทั้ง 4 รุ่น หรือจะจำกัดไว้แค่ใน iPhone 15 Pro เท่านั้น ถ้าดูจากประวัติที่ผ่านมานั้น เป็นไปได้ว่าความเร็วนี้อาจจะรองรับแค่ใน iPhone 15 Pro เท่านั้น เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างรุ่น Pro และรุ่นปกติ ที่มา : Gizmochina.com

vivo เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ iQOO Z8 series ในเดือนกันยายนนี้!
อ่าน

vivo เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ iQOO Z8 series ในเดือนกันยายนนี้!

สมาร์ตโฟน iQOO Z7 series เปิดตัวในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และหลังจากผ่านมา 6 เดือน vivo ก็เตรียมเปิดตัว iQOO Z8 series แล้วในเดือนกันยายน โดยนี่จะเป็นครั้งแรกที่ไลน์อัปนี้จะมีตัวเลือกพื้นที่จัดเก็บ 512GB สำหรับสเปกของ iQOO Z8 คาดการณ์ว่าจะมาพร้อมหน้าจอ LCD 6.64 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ พร้อมรีเฟรชเรตสูงสุด 144Hz ชิปเซต Dimensity 8200 และแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ที่จะรองรับการชาร์จไว 120W โดยรุ่นนี้จะมีกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล + OIS ส่วน iQOO Z8x จะมีราคาที่เข้าถึงง่ายมากกว่า ทำให้ในด้านสเปกก็จะแตกต่างไปจาก iQOO Z8 คือจะมาพร้อมชิปเซต Snapdragon 6 Gen 1 แต่รายงานกลับระบุว่า iQOO Z8x จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่า โดยมีความจุ 6,000 mAh ที่มา: GSMArena

Huawei Mate 60 Series อาจรองรับการโทรด้วยเสียงผ่านดาวเทียม !
อ่าน

Huawei Mate 60 Series อาจรองรับการโทรด้วยเสียงผ่านดาวเทียม !

ล่าสุดมีรายงานว่า Huawei กำลังพัฒนา Huawei Mate 60 Series ซึ่งคาดว่าจะรองรับการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียมเหมือนกับรุ่นก่อนหน้า แต่อาจรองรับการโทรด้วยเสียงด้วยผ่านดาวเทียมด้วยชิป PA ตัวใหม่ ซึ่งใน Huawei Mate 50 Series รองรับแค่การส่งข้อความผ่านดาวเทียมเท่านั้น ชิปดังกล่าวนั้นถูกผลิตโดยผู้ผลิตชิปในจีน และได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับระบบสื่อสารเคลื่อนที่ผ่านดาวเทียม Tiantong-1 ระบบดาวเทียมสามารถใช้สำหรับการสื่อสารด้วยเสียง และสามารถส่งภาพ ส่งตำแหน่งได้แม่นยำ  ชิปนี้จึงมีความจำเป็นสำหรับการสื่อสารผ่านดาวเทียม และในปัจจุบันชิปดังกล่าวอยู่ใน Huawei Mate X3 และ P60 Series ซึ่งทั้ง 2 รุ่นน้้น รองรับแค่การสื่อสารผ่านดาวเทียมแบบ 2 ทาง ผ่าน SMS เท่านั้น  หากข้อมูลนี้เป็นความจริง Huawei Mate 60 Series จะเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกที่รองรับการโทรด้วยเสียงผ่านการเชื่อมต่อดาวเทียมเป็นครั้งแรก เพิ่มเติมคือใน iPhone 14 Series ของ Apple รองรับการโทรผ่านดาวเทียมเช่นกัน แต่สามารถใช้ได้แค่เฉพาะการโทร SOS ฉุกเฉินผ่านดาวเทียมเท่านั้น ที่มา : Gizmochina.com

เปิดตัว Samsung Galaxy Tab S9 Series แท็บเล็ตเรือธงที่ใช้จอ AMOLED ซะที พร้อม Galaxy Watch 6 Series อย่างเป็นทางการ!
อ่าน

เปิดตัว Samsung Galaxy Tab S9 Series แท็บเล็ตเรือธงที่ใช้จอ AMOLED ซะที พร้อม Galaxy Watch 6 Series อย่างเป็นทางการ!

นอกจากในงาน Samsung Galaxy Unpacked จะได้เปิดตัว Samsung Galaxy Z Flip5 และ Z Fold5 แล้ว ยังได้เปิดตัว Samsung Galaxy Tab S9 Series แท็บเล็ตเรือธงที่ใช้จอ Dynamic AMOLED 2x เสียที พร้อม Galaxy Watch 6 Series ที่ในที่สุดก็พาปุ่มหมุนที่เป็นแอนะล็อกกลับมาเสียที เรียกได้ว่าเปิดตัวกันแบบครบเซต ครบ Ecosystem เลยก็ว่าได้ สำหรับงานเปิดตัว Samsung Galaxy Unpacked รอบเดือนกรกฎาคม 2023 ที่ได้เปิดตัวทั้ง Samsung Galaxy Z Flip5 และ Z Fold5 และได้เปิดตัวแท็บเล็ตเรือธงของค่ายอย่าง Samsung Galaxy Tab S9, S9+ และ S9 Ultra ที่ทั้งสามรุ่นมาพร้อมกับหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X, รองรับ 5G, ชิปเซตเรือธง Snapdragon 8 Gen 2 และที่สำคัญ ผ่านมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 ! รวมถึง Samsung Galaxy Watch6 Series ที่ได้พารุ่น Classic ที่ใช้ปุ่มหมุนแบบแอนะล็อก กลับมาให้ได้ใช้งานกันแล้ว Samsung Galaxy Tab S9 Series Samsung Galaxy Tab S9 Series เป็นแท็บเล็ตระดับเรือธงของทางซัมซุงที่ห่างหายไปจากการเปิดตัวนานกว่า 1 ปี โดยในคราวนี้มาพร้อมกับการออกแบบใหม่ทั้งในด้านดีไซน์ สเปก ความทนทาน ความพรีเมียม และที่สำคัญ นี่คือแท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S รุ่นแรกที่กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68 แล้ว ดีไซน์ของ Samsung Galaxy Tab S9 Series มาพร้อมกับดีไซน์ที่มีแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ แต่ก็ดุดันด้วยหน้าจอที่ใช้พาแนลเป็น Dynamic AMOLED 2X ทั้ง 3 รุ่น (ทั้ง Galaxy Tab S9, S9+ และ S9 Ultra) ซึ่งทำให้หน้าจอของแท็บเล็ตซีรีส์นี้ รองรับเทคโนโลยี Vision Booster ซึ่งเป็น Intelligent Outdoor Algorithm หรืออัลกอริทึมที่จะช่วยเรื่องความสว่างของหน้าจอ ให้มีความสว่างมากขึ้นกว่าเดิม สู้แสงแดด (โดยเฉพาะแดดไทย) ได้ดีกว่าเดิมด้วย โดย Samsung Galaxy Tab S9 มีหน้าจอขนาด 11 นิ้ว, Tab S9+ มีหน้าจอขนาด 12.4 นิ้ว และ Tab S9 Ultra มีหน้าจอขนาด 14.6 นิ้ว นอกจากนั้นด้วยวัสดุ Armor Aluminium ที่แน่นหนาขึ้น ทำให้กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 อีกด้วย สเปกของ Samsung Galaxy Tab S9 Series ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับชิปเซต Qualcomm Snapdragon 8 Gen 2 ที่เป็นเรือธงที่สุดในตอนนี้ แต่นอกจากนั้น ยังรองรับการ Ray Tracing ในระดับอุปกรณ์พกพาอีกด้วย (แม้จะยังไม่มีเกมรองรับ) รวมถึงอัดลำโพงมาแน่นถึง 4 ตัวในทุกรุ่น และระบบเสียงรอบทิศทางด้วย Dolby Atmos ส่วน S-Pen ปากกาแปะหลังเคสที่ซัมซุงชอบแถมมาให้ในกล่องก็ยังมีแถมให้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือตอนนี้ S Pen ก็กันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 เช่นเดียวกับแท็บเล็ต นอกจากนี้ยังได้รับการปรับปรุงให้ปลายปากกาลดการรับรู้เมื่อเผลอคลิกโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ Samsung Galaxy Tab S9 Series ยังรองรับแอปฯ Goodnotes แอปฯจดโน้ตยอดนิยมที่ใครหลาย ๆ คนชื่นชอบ ก็ได้มี ‘แถม’ ให้กับทุกคนที่ซื้อ Tab S9 Series ฟรี 1 ปีอีกด้วย ฟีเจอร์ซอฟต์แวร์อื่น ๆ ของ Samsung Galaxy Tab S9 Series อย่างเช่น DeX Mode การเชื่อมต่อระหว่าง Galaxy Ecosystem และการเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ Windows ก็ยังมีให้เห็นอยู่เหมือนเดิม ! และกล้องถ่ายภาพของ Galaxy Tab Tab S9 Ultra มีกล้องหลัง 13 MP และ 8 MP และกล้องหน้ามุมกว้างพิเศษ 12 MP และ 12 MP ส่วน Galaxy Tab S9+ มีกล้องหลัง 13 MP และ 8 MP และกล้องหน้ามุมกว้างพิเศษ 12 MP  และ Galaxy Tab S9 มีกล้องหลัง 13 MP และกล้องหน้ามุมกว้างพิเศษ 12 MP Samsung Galaxy Tab S9 Series วางจำหน่ายในประเทศไทยอยู่ 2 สี ประกอบไปด้วยสีดำกราไฟต์ (Graphite), และสีเบจ (Beige) โดยจะวางขายจริงในวันที่ 11 ส.ค. 2023 ส่วนราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยจะประกอบไปด้วย Galaxy Tab S9 WiFi (8/128GB) ราคา 28,900 บาท Galaxy Tab S9 5G (12/256GB) ราคา 31,900 บาท Galaxy Tab S9+ WiFi (8/256GB) ราคา 35,900 บาท Galaxy Tab S9+ 5G (8/128GB) ราคา 39,900 บาท Galaxy Tab S9 Ultra 5G (12/128GB) ราคา 49,900 บาท โดยจะให้เปิดพรีออเดอร์จนถึงวันที่ 10 ส.ค. 2023 ผ่านช่องทางออนไลน์ Samsung Thailand, Shopee, Lazada แต่ละช่องทางก็จะมีโปรโมชันแตกต่างกันไป โปรโมชันของ Samsung Thailand อัปเกรดความจุ 2 เท่า รับสิทธิ์เก่าแลกใหม่ทั่วประเทศ สูงสุด 37,500 บาท ลูกค้าใหม่ที่สั่งซื้อครั้งแรกรับส่วนลด 1,000.- เมื่อใส่โค้ด NEWMEM สิทธิ์แลกซื้อ Galaxy Watch6, Galaxy Buds2 Pro ด้วยส่วนลดสูงสุด 30% ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่อนผ่าน TTB ใส่โค้ด TTBTS9 รับเครดิตเงินคืน 5% ผ่อนผ่าน KBank ใส่โค้ด KBATS9 รับเครดิตเงินคืน 4% ผ่อนผ่าน Krungsri ใส่โค้ด BAYTS9 รับเครดิตเงินคืน 3% ผ่อนผ่าน SCB ใส่โค้ด SCBTS9 รับเครดิตเงินคืน 3% พรีออเดอร์ Samsung Galaxy Tab S9 Series ใหม่ ราคาและโปรโมชั่นล่าสุด สั่งจองล่วงหน้า ได้ที่นี่เลยค่ะ Samsung Thailand   และยังสามารถสั่งจองบน Shopee และ Lazada ของซัมซุงได้อีกด้วย โปรโมชันของ Shopee อัปเกรดความจุ 2 เท่า รับโค้ดเงินคืนสูงสุด 2,495 Coins รับส่วนลด 30% เมื่อสั่งซื้อ Book Cover Keyboard, Galaxy Watch 5/6 Series, Galaxy Buds2 / Buds2 Pro โปรโมชันของ Lazada อัปเกรดความจุ 2 เท่า รับส่วนลด 30% เมื่อสั่งซื้อ Book Cover Keyboard, Galaxy Watch 5/6 Series, Galaxy Buds2 / Buds2 Pro Samsung Galaxy Watch6 Series Samsung Galaxy Watch6 Series นาฬิกาประจำค่าย ในปี 2023 นี้ เปิดตัวด้วยกัน 2 รุ่นได้แก่ Galaxy Watch6 ตัวหน้าปัดธรรดา บอดี้ทำจากอะลูมิเนียม และ Galaxy Watch6 Classic หน้าปัดคลาสสิกที่มีวงแหวนแอนะล็อกหมุนได้ บอดี้ทำจากสแตนเลสสตีล ด้านดีไซน์จะมีความ Smartwatch มากขึ้น หลังจากที่รุ่นก่อนออกไปในทาง Sportwatch ส่วนหน้าจอจะใช้ Super AMOLED ที่มีขนาดหน้าปัดใหญ่ขึ้น 20% มีให้เลือกตั้งแต่ 40, 43, 44 และ 47 มิลลิเมตร ส่วนขอบจอมีขนาดบางลง 30% การเปลี่ยนสายเองก็ง่ายด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว ชิปเซตภายจะใช้เป็น Exynos W930 ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น 18% เพื่อรองรับฟีเจอร์ด้านสุขภาพใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามา และฟีเจอร์เก่าที่ทำงานได้ละเอียดกว่าเดิม เช่น ฟีเจอร์ติดตามการเคลื่อนไหวในการออกกำลังกายกว่า 90 แบบ, ฟีเจอร์ BioActive วิเคราะห์การเต้นของหัวใจขณะออกกำลักาย และแจ้งเตือนหากอัตราการเต้นของหัวใจนั้นสูงหรือต่ำเกินไป แบตเตอรี่ก็มีขนาดใหญ่ขึ้น ทาง Samsung เคลมว่าหากปิดโหมด Alway On จะอยู่ได้ถึง 40 ชั่วโมง และถ้าเปิดไว้จะลดลงมาเหลือ 30 ชั่วโมง ส่วนแรมมีขนาด 2GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 16GB Galaxy Watch 6 จะมีราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท โดยมีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Graphite, Silver และ Gold หน้าปัด 40 มม. ราคา 9,900 บาท หน้าปัด 44 มม. ราคา 11,900 บาท Galaxy Watch 6 Classic จะมีราคาเริ่มต้นที่ 13,900 บาท มีให้เลือก 2 สี คือ Graphite, Silver หน้าปัด 43 มม. ราคา 13,900 บาท หน้าปัด 43 มม. LTE ราคา 15,900 บาท หน้าปัด 47 มม. ราคา 14,900 บาท หน้าปัด 47 มม. LTE ราคา 16,900 บาท สำหรับการพรีออเดอร์จะเปิดถึงวันที่ 10 ส.ค. 2023 ทำได้ผ่าน Samsung Thailand, Shopee โดยโปรโมชันก็จะแตกต่างไปแต่ละช่องทาง โปรโมชันของ Samsung Thailand ส่วนลด 1,500 บาท  รับฟรี สายนาฬิกา Fabric Band สีครีม มูลค่า 1,290 บาท ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่อนผ่าน TTB ใส่โค้ด TTBTS9 รับเครดิตเงินคืน 5% ผ่อนผ่าน KBank ใส่โค้ด KBATS9 รับเครดิตเงินคืน 4% ผ่อนผ่าน Krungsri ใส่โค้ด BAYTS9 รับเครดิตเงินคืน 3% ผ่อนผ่าน SCB ใส่โค้ด SCBTS9 รับเครดิตเงินคืน 3% โปรโมชันของ Shopee ส่วนลด 1,500 บาท  รับฟรี สายนาฬิกา Fabric Band สีครีม มูลค่า 1,290 บาท รับโค้ดเงินคืน 5% สูงสุด 770 Coins

iPhone 15 Series อาจมีสีใหม่ 2 สี พร้อมกรอบเครื่องแบบไทเทเนียม !
อ่าน

iPhone 15 Series อาจมีสีใหม่ 2 สี พร้อมกรอบเครื่องแบบไทเทเนียม !

สีใหม่ที่ Apple เปิดตัวไปล่าสุดนั้นคือสีเหลืองใน iPhone 14 ล่าสุดมีข่าวลือว่า Apple จะเปิดตัวสีใหม่ 2 สีใน iPhone 15 Series ได้แก่ สีแดงเข้มใน iPhone 15 Pro และสีเขียวสำหรับ iPhone 15 และ iPhone 15 Plus สีแดงใหม่ใน iPhone 15 Pro ถูกอธิบายว่าเป็น ‘สีแดงเข้มหรือสีแดงเลือดหมู’ คาดว่าจะอ่อนกว่าสีม่วงเข้มของ iPhone 14 Pro เล็กน้อย ส่วนสีเขียวของ iPhone 15 และ iPhone 15 Plus นั้นจะมีความคล้ายคลึงกับสีเขียวของ iPhone 12 และ iPhone 11 นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า iPhone 15 Pro จะทำกรอบเครื่องจากไทเทเนียม ซึ่งถือเป็นความแปลกใหม่ใน iPhone และยังทำให้มีความแข็งแรงมากกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ Apple ใช้ไทเทเนียมใน Apple Watch มาหลายปีแล้ว ก็ไม่แปลกถ้าจะนำมาใช้ใน iPhone ด้วย ที่มา : Gizmochina.com

Realme ประกาศเปิดตัว Narzo 60 Series ในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้!
อ่าน

Realme ประกาศเปิดตัว Narzo 60 Series ในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้!

Realme ประกาศจะเปิดตัว Narzo 60 series ในวันที่ 6 กรกฎาคม เวลา 12.00 น. ตามเวลาอินเดีย อีกทั้งยังได้ปล่อยภาพดีไซน์ Realme narzo 60 5G ที่มาในสีโทนส้ม-น้ำตาลธีม ‘ขอบฟ้าดาวอังคาร (Martian Horizon)’ ในไลน์อัปนี้จะประกอบด้วยสมาร์ตโฟน 2 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ Narzo 60 และ Narzo 60 Pro โดยจากภาพที่ปล่อยออกมาเราจะเห็นสัญลักษณ์ตัวอักษร “NARZO” ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง นอกจากนี้ที่กล้องหลังยังมีตัวหนังสือระบุความละเอียด ‘100 MP’ อีกด้วย สำหรับสเปกอื่น ๆ นั้น ก่อนหน้านี้มีผลทดสอบของ Narzo 60 5G บน Geekbench หลุดออกมา โดยระบุว่ารุ่นนี้จะใช้ชิป Dimensity 6020, แรม 8GB และทำงานบน Android 13 ที่มา: GSMArena

5 Series Y สุดจิ้น ฟินกระจาย
อ่าน

5 Series Y สุดจิ้น ฟินกระจาย

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ Series Y และผู้ที่พึ่งจะก้าวเข้าสู่โลกของ Y พลาดไม่ได้กับ 5 เรื่องเด็ดที่จะสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ บางครั้งอาจมีเสียน้ำตาแต่สุดท้ายจะจบลงด้วยความอิ่มเอมใจ ผู้อ่านที่รักคะ … ห้ามพลาดเลยค่ะ บอกได้แค่นี้ 😊1.    เพราะเราคู่กัน (2gether The Series)บอกได้เลยว่าสำหรับเรื่องนี้นั้น สร้างความจิ้น ฟินกระจายไม่ใช่เฉพาะในไทยเท่านั้นแต่ดังไกลถึงต่างแดน ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ในทุกสัปดาห์ ความลงตัวของเรื่องนี้เกิดจากหลายๆองค์ประกอบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นบทนิยายที่เขียนโดย ”JittiRian” ซึ่งมีฐานแฟนนิยายที่ค่อนข้างเหนียวแน่น base ของเรื่องนี้มีความโดดเด่นจากการนำบทเพลงของวง Scrubb มาเป็นเส้นเรื่อง ซึ่งสร้างเอกลักษณ์ให้กับซีรีส์เรื่องนี้ได้ดี เมื่อนำมาทำเป็นซีรีส์มีการปรับบทที่สร้างความกลมกล่อมเพิ่มความดึงดูดให้กับเรื่องมากยิ่งขึ้น รวมถึงเคมีที่ลงตัวของเหล่าบรรดานักแสดงโดยเฉพาะคู่หลักที่แคสคาแรคเตอร์มาได้ตรงกับบทที่สุด ไม่ว่าจะเป็น”ไบร์ท” ที่ต้องสวมบท “สารวัตร” ที่มีความนิ่ง เท่ เป็นทั้งนักบอลและเล่นดนตรี น่าจะเป็นคาแรคเตอร์หนุ่มๆที่ใครๆก็นึกถึง สำหรับไทน์มีความซนๆแต่แฝงไปด้วยความน่ารัก อ่อนโยน ซึ่งทั้งคู่เล่นได้สมบทบาทจนผู้ชมเชื่อและอินขั้นสุด ถึงกับว่าในบาง EP. ตัวเอกของเรื่องเกือบแย่กันเลยทีเดียว (โดนถล่มในสื่อออนไลน์ไม่น้อยเลย) เสน่ห์ของเรื่องนี้อีกอย่างคือการอิมโพรไวด์ของบรรดานักแสดงไม่ว่าจะเป็นตัวหลักหรือนักแสดงร่วมทำให้เกิดความเป็นธรรมชาติน่าติดตามมากขึ้น อย่างไรก็ตามจากความดังนี้ก็ส่งผลให้ 2 หนุ่มนักแสดงนำของเรื่อง “ไบร์ท-วิน” ทะยานขึ้น Top Chart และเป็นที่ต้องการตัวของหลายๆผลิตภัณฑ์กันเลยทีเดียวเรียกได้ว่าฉุดไม่อยู่กันแล้วงานนี้ ... และหากถามถึงบทสรุปของเรื่องนี้นั้น ขอบอกว่า ความคลั่งรักและพรหมลิขิตมันได้ผสมผสานกันอย่างลงตัวที่สุดแล้ว และสำหรับเรื่องนี้นั้นยังมีภาคต่อกันให้ฟินทั้งในส่วนของซีรีส์และภาพยนตร์กันด้วย ควรค่าแก่การติดตามที่สุดhttps://youtu.be/1ufpSqkv-nI2.    ปลาบนฟ้า (Fish upon the sky)ขอต่อกันที่บทประพันธ์ของ “JittiRian” อีกสักเรื่อง ต้องบอกว่าผลงานของนักเขียนท่านนี้จะมีลักษณะที่เป็นฟีลกู้ด อ่านแล้วทำให้ยิ้มและมีความสุขได้ไม่ยาก สำหรับเรื่องนี้ได้กล่าวถึงการแอบรักที่คิดว่าเอื้อมไม่ถึง เป็นไปไม่ได้ เปรียบเสมือนปลาที่อยู่บนท้องฟ้า แต่ขณะเดียวกันเรื่องนี้ก็สอดแทรกถึงเรื่องการเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญในการยอมรับคุณค่าของตนเอง รวมถึงความผูกพันของสายสัมพันธ์ในครอบครัว และยังมีการหยิบจับประเด็นการคุกคาม การละเมิดสิทธิของบุคคลที่ควรตระหนักถึงของคนในสังคมอีกด้วย สำหรับในส่วนของตัวซีรีส์ทางผู้กำกับถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีชั้นเชิงแต่เข้าถึงได้ง่าย เรื่องนี้นอกจากเส้นเรื่องที่ว่าด้วยการแอบรัก (ซึ่งหลายๆคนคงเคยมีชุดประสบการณ์เหล่านี้อยู่บ้างทำให้เข้าถึงอารมณ์ได้ไม่ยาก) ความโดดเด่นที่น่าจับตาไม่แพ้กันนั้นคือจังหวะโบ๊ะบ๊ะของเรื่องที่ทำออกมาได้ดี สนุกและน่าติดตาม ต้องบอกว่าหัวเราะจนแทบกลั้นหายใจกันเลย สำหรับนักแสดงทั้งคู่หลักและคู่รองมีความเคมีที่เข้ากันได้ดี พระเอกของเรื่อง “ปอนด์” ถึงแม้จะเป็นนักแสดงใหม่แต่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตาคนคลั่งรักในบทของ ”หมอก” จนทำให้เชื่อได้ เรียกว่าหลายๆคนโดยตกก็ตรงนี้ ส่วนนายเอกนั้นรับบทโดย “ภูวินทร์” เล่นบท “ปี” ได้อย่างน่ารักน่าหยิกเพราะเล่นกันแบบไม่ห่วงหล่อกันเลย อีกบทที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เพราะเป็นตัวสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคู่พระเอก-นายเอก คือ บท “เมืองน่าน” ที่ต้องยอมใจคนแคสเลย แคสได้เหมาะกับคาแรคเตอร์มาก เพราะ “มิกซ์” มีความลงตัวทุกอย่างที่ทำให้รู้สึกได้ว่าเขาเป็นปลาบนฟ้าได้จริง ไม่แปลกใจที่ตัวเอกของเรื่องจะแอบรัก ถ้าหากจะให้นิยามถึงเรื่องนี้นอกจากเรื่องความคลั่งรักก็เห็นจะเป็นเรื่องความเชื่อมั่นในตัวเอง การยอมรับในตัวตนของตนเองและมีความสุขไปกับมัน … แนะนำย้ำเลยว่าดูเถอะ คุณจะมีความสุขกับเรื่องนี้จริงๆhttps://youtu.be/6p22a14oj_03.    เกลียดนักมาเป็นที่รักกันซ่ะดีๆ (TharnType The Series)ซีรีส์เรื่องนี้เป็นภาคต่อจากเรื่องบังเอิญรัก สร้างมาจากนิยายดังบนเว็บไซต์ Dek-D.com ของนักเขียน “MAME” บทเริ่มจากความเกลียดสุดขั้วของนายเอก”ไทป์” (รับบทโดยกลัฟ) ที่มีต่อ “ธาร” (รับบทโดยมิว) พระเอกของเรื่อง นายเอกจะมีลักษณะที่เป็นคนแมนๆเป็นนักฟุตบอลที่ไม่ชอบเกย์และต้องมาอยู่ร่วมห้องกับ  รูมเมทที่เป็นเกย์จึงรู้สึกต่อต้านและพยายามที่จะทำทุกทางให้พระเอกของเรื่องย้ายออกจากห้องไปแต่กลับกลายเป็นว่าทุกการกระทำกลับสร้างความสัมพันธ์ให้ก่อเกิดขึ้น ทั้งนี้บทยังกล่าวถึงปมที่เป็นประเด็นของตัวละครหลักทั้งคู่ ซึ่งเป็นประเด็นที่สอดแทรกเรื่องราวที่เป็นปัญหาทางสังคมที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับความโดดเด่นของเรื่องนี้ คงเป็นเรื่องคาแรคเตอร์แมนๆของนายเอกที่มักไม่ค่อยได้พบแล้ว ฉากเลิฟซีนที่ฟินจิกหมอนกันนั้น ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างแซบ เผ็ด ดุเดือดกันพอประมาณเลยทีเดียว นักแสดงสามารถถ่ายทอดออกมาได้ถึงอารมณ์ เรื่องนี้มีความครบรส และสำหรับความนิยมของเรื่องนี้นั้น บอกได้เลยว่าทั้งในไทยและต่างประเทศขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์กันตลอด ส่งผลให้ทั้งสองนักแสดงนำกลายเป็นคู่จิ้นแห่งปีในหลายรายการ ... นิยามสั้นๆสำหรับเรื่องนี้ “เกลียดอะไรได้อย่างนั้น”https://youtu.be/BeFFEICnz2A4.    นิทานพันดาว (1000 Stars)สำหรับเรื่องนี้นั้นสร้างจากนิยายชื่อดังของนักเขียน Bacteria ต้องบอกว่ามีฐานแฟนคลับที่คอยติดตามเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยเนื้อเรื่องในนิยายทั้งแก่นของเรื่องที่น่าติดตามและภาษาที่ใช้สวยงามเข้าใจง่าย บทที่เริ่มจากตัวนายเอก (รับบทโดยมิกซ์) ที่ใช้ชีวิตลูกคนรวยแบบไม่เห็นคุณค่าเพราะรู้ว่าตัวเองใกล้จะตายจากโรคหัวใจที่เป็นอยู่ วันหนึ่งได้รับโอกาสกลับมามีชีวิตใหม่และเริ่มหาความหมายของชีวิตโดยยอมลำบากขึ้นไปเป็นครูบนดอยและได้พบพระเอก (รับบทโดยเอิร์ท) เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เข้ามาดูแลนายเอกจนก่อเกิดความสัมพันธ์อันดีและนำมาซึ่งเรื่องราวต่างๆ ความโดดเด่นของเรื่องนี้คงต้องบอกว่า บทบาทที่นักแสดงหลักของเรื่องถ่ายทอดผ่านทางสายตาและท่าทางนั้นแสดงออกมาได้ดีมีความเป็นธรรมชาติ เคมีเข้ากัน (หลายฉากที่จะตกหลุมรักทั้งนายเอกและพระเอกอย่างไม่ทันตั้งตัว) นอกจากนี้แล้วนักแสดงสบทบต่างก็แสดงเป็นธรรมชาติสูงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือภาพที่ตัดต่อออกมาสวยงาม ธรรมชาติ เห็นแล้วอยากไปเที่ยวผาปันดาวกันเลยทีเดียว (ในเรื่องถ่ายทำที่ จ.เชียงราย)  สำหรับเรื่องนี้นอกจากมีความโรแมนติกทั้งเรื่องบทและภาพแล้ว ยังสอดแทรกประเด็นอิทธิพลของผู้มีอำนาจและความเหลื่อมล้ำของสังคมให้ได้ตระหนักกันด้วย ... และหากจะหาบทสรุปของเรื่องนี้ คงเป็นเรื่องการหาความหมายของชีวิตและอยู่กับมันอย่างมีความสุขhttps://youtu.be/rqifRDavfcA5.    ปรมาจารย์ลัทธิมาร (The Untamed)ขอแนะนำข้ามฝั่งมาที่จีนสักหน่อย คงต้องบอกว่าเรื่องนี้นั้นดังเป็นพลุแตกเลยก็ว่าได้ สำหรับซีรีส์จีนกำลังภายในที่มีคำนิยามว่า “ซีรีส์มิตรภาพลูกผู้ชาย” เป็นบทประพันธ์ของ โม่เซียงถงซิ่ว นำแสดงโดย เซียวจ้าน และ หวัง อี้ป๋อ โดยเรื่องราวกล่าวถึงการผจญภัยของ 2 ตัวละครเอก เว่ยอู๋เซียน และ หลานวั่งจี ที่ฝึกฝนวิทยายุทธ์ตั้งแต่วัยเยาว์โดยตั้งปณิธานจะปราบเหล่ามารให้หมดไปจากยุทธภพ เรื่องราวมีจุดหักเหจนทำให้สองสหายเหมือนยืนกันคนละฝั่ง แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินเรื่องกลับมีหลายปมซ้อนอยู่ทำให้เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ ประกอบกับเหล่าตัวนักแสดงหลักถ่ายทอดอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ทำให้น่าติดตามในทุกตอน (มี 50 EP) คุณอาจจะตกหลุมรักความน่ารักของเว่ยอู๋เซียน และไม่สามารถละสายตาจากความนิ่งๆ เท่ๆ ของหลานวั่งจีได้ ทั้งนี้ต้องบอกว่าเลยว่าถ้าจะถามหาฉากเลิฟซีนนั้นคงยาก (ก็มิตรภาพลูกผู้ชาย) แต่ถ้าถามถึงความฟินนั้นมีแบบจุกๆ ครบรสมากเรื่องนี้ สนุกและลุ้นไปจนจบกันเลยทีเดียว พลาดไม่ได้ ... หากจะต้องหานิยามของเรื่องนี้คงเป็นเรื่องความซื่อตรงต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นในการทำความดีhttps://youtu.be/9BVGF8CqejMเครดิตภาพ: ปกโดยผู้เขียนอ้างอิงวิดีโอประกอบบทความ :วิดีโอที่ 1 GMMTV / youtubeวิดีโอที่ 2 GMMTV / youtubeวิดีโอที่ 3 MeMindY / youtubeวิดีโอที่ 4 GMMTV / youtubeวิดีโอที่ 5 WeTV Thailand / youtube จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

เปรียบเทียบ Samsung Galaxy Tab S9 Series และ Samsung Galaxy Tab S8 Series แตกต่างกันแค่ไหน ซื้ออะไรคุ้มกว่ากัน ?
อ่าน

เปรียบเทียบ Samsung Galaxy Tab S9 Series และ Samsung Galaxy Tab S8 Series แตกต่างกันแค่ไหน ซื้ออะไรคุ้มกว่ากัน ?

สวัสดีเหล่าสาวก Samsung ทุกท่านครับ หลังจาก Samsung ได้เปิดตัว Samsung Galaxy Tab S9 Series ในงาน Samsung Galaxy Unpacked July 2023 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็สร้างความสนใจให้แก่เหล่าสาวกที่ชื่นชอบสายแท็บเล็ตไม่ใช่น้อยๆเลย ซึ่งรุ่นนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงหลายๆ อย่างให้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Samsung Galaxy Tab S8 Series แต่จะต่างกันแค่ไหนยังไงบ้างนั้น วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบให้ดูกันก่อน เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อแท็บเล็ตของท่านเองการเปรียบเทียบ Samsung Galaxy Tab ครั้งนี้จะเปรียบเทียบแบ่งเป็น 3 รุ่น ได้แก่Samsung Galaxy Tab S9 Standard กับ Samsung Galaxy Tab S8 Standard Samsung Galaxy Tab S9+ กับ Samsung Galaxy Tab S8+Samsung Galaxy Tab S9 Ultra กับ Samsung Galaxy Tab S8 Ultraดีไซน์Samsung Galaxy Tab S9 Series กับ Tab S8 Series จะมีดีไซน์ตัวเครื่องที่ดูค่อนข้างเหมือนกันทั้งขนาดและน้ำหนัก ถ้ามองไว้ตาเปล่า แต่มันจะแตกต่างกันดังนี้S9 Standard น้ำหนัก 500 กรัม หนา 5.9 มม. / S8 Standard น้ำหนัก 507 กรัม หนา 6.3 มม. S9+ น้ำหนัก 586 กรัม / S8+ น้ำหนัก 572 กรัมS9 Ultra มีน้ำหนัก 737 กรัม / S8 Ultra น้ำหนัก 728 กรัมแต่จุดแตกต่างกันจริง คือ Tab S9 Series มีมาตรฐานทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 คือ สามารถทนน้ำได้ที่ความลึกระดับ 1.5 เมตร เป็นเวลา 30 นาที ที่กันทั้งตัวเครื่องและปากกา S Pen ในขนาดที่ Tab Series อื่นๆ ไม่สามารถทนน้ำทนฝุ่นได้ กลายเป็นข้อดีอย่างหนึ่งสำหรับคนที่ชอบใช้แท็บเล็ตภาคสนามที่ไม่ต้องกลัวน้ำไม่เข้าเครื่องเหมือนก่อนแล้วหน้าจอหน้าจอ Tab S9 Series จะเป็น Dynamic AMOLED 2X ในขณะส่วนหน้าจอของ Tab S8 Series จะเป็น sAMOLED ในรุ่น S8+ และ S8 Ultra ยกเว้น S8 Standard จะเป็น LTPS TFT แต่ทุกรุ่นรองรับ Refresh Rate 120Hz เท่ากัน และขนาดหน้าจอยังเหมือนเดิมSamsung Galaxy Tab S9 Standard / Samsung Galaxy Tab S8 Standard ขนาด 11 นิ้วSamsung Galaxy Tab S9+ / Samsung Galaxy Tab S8+ ขนาด 12.4 นิ้วSamsung Galaxy Tab S9 Ultra / Samsung Galaxy Tab S8 Ultra ขนาด 14.6 นิ้วสเปกTab S9 Series ใช้ชิปประมวลผลระดับเรือธงตัวล่าสุด Snapdragon 8 Gen 2 S9 Standard แรม 8GB/12GB ความจุ 128GB/256GB S9+ แรม 12GB ความจุเลือกได้ 256GB/512GB S9 Ultra แรม 12GB ความจุเลือกได้ 256GB/512GB ส่วน Tab S8 Series ชิปประมวลผล Snapdragon 8 Gen 1 ซึ่งแรงน้อยกว่า มีแต่แรมแค่ 8GB และมีความจุให้แค่ 128GB โดยรองรับ 5G เหมือนกันทั้งสองซีรี่ย์กล้องทั้ง Tab S9 Series และ Tab S8 Series จะมาพร้อมสเปกกล้องแตกต่างกันนิดนึง ตามดังนี้ S9 Standard กล้องหลัง Main 13MP พร้อมแฟลช LED และกล้องหน้า Ultrawide 12MP ในแค่ที่นี้ Tab S8 มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ Main 13MP + Ultrawide 6MP พร้อมแฟลช LED และกล้องหน้า Ultrawide 12MPS9+ กล้องหลังคู่ Main 13MP + Ultrawide 8MP พร้อมแฟลช LED และกล้องหน้า Ultrawide 12MP S9 Ultra กล้องหลังคู่ Main 13MP + Ultrawide 8MP พร้อมแฟลช LED และกล้องหน้า Main 12MP + Ultrawide 12MPในแค่ที่นี้ Tab S8 Series มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ Main 13MP + Ultrawide 6MP พร้อมแฟลช LED และกล้องหน้า Ultrawide 12MP ทุกรุ่น ยกเว้นรุ่น Tab S8 Ultra กล้องหน้าเหมือนรุ่น Tab S9 Ultraแบตเตอรี่แบตเตอรี่ Tab S9 Series มีความจุแบตเหมือนกับตัว Tab S8 Series ยกเว้น Tab S9 Standard ที่มีความจุแบต 8400 mAh ซึ่งมากกว่า Tab S8 Standard ที่มีความจุแบตแค่ 8000 mAh เท่านั้นเองราคาราคาของ Tab S9 SeriesS9 Standard WiFi8GB/128GB ราคา 28,900 บาท12GB/256GB ราคา 34,900 บาทS9 Standard 5G 8GB/128GB ราคา 32,900 บาท12GB/256GB ราคา 38,900 บาทS9+ WiFi12GB/256GB ราคา 35,900 บาท12GB/512GB ราคา 41,900 บาทS9+ 5G12GB/256GB ราคา 39,900 บาท12GB/512GB ราคา 45,900 บาทS9 Ultra (มีแค่รุ่น 5G)12GB/256GB ราคา 49,900 บาท12GB/512GB ราคา 55,900 บาทราคาของ Tab S8 Series ณ เวลานี้ S8 Standard (ณ เวลานี้มีแค่รุ่น 5G)8GB/128GB ราคา 26,900 บาทS8+WiFi 8GB/128GB ราคา 28,900 บาท5G 8GB/128GB ราคา 33,900 บาทS8 Ultra WiFi 8GB/128GB ราคา 33,900 บาท5G 8GB/128GB ราคา 40,900 บาทซึ่งราคา Tab S9 Series อาจจะแรงไปหน่อย เพราะอย่างเพิ่งเปิดตัวไปแต่ก็แลกมาด้วยชิปประมวลผลที่แรงกว่าเดิม รวมทั้งหน้าจอสวยและความปลอดภัยของเครื่องที่ดีขึ้นสรุปแล้วซื้อแท็บเล็ตรุ่นไหนดีตรงนี้ขอแบ่งมุมมองเป็น 3 กลุ่มผู้ใช้งาน คือ คนใช้งานทั่วไป, คนใช้เพื่อเล่นเกม และครีเอทีฟหรือครีเอเตอร์คนใช้งานทั่วไป ตรงนี้ผมมองว่าสามารถใช้ได้ทุกรุ่น ถือว่าคุ้มค่าทุกรุ่น เพราะประสิทธิภาพในการทำงานดีพอสมควร สนุกกับความบันเทิงได้อย่างเต็ม และสามารถใช้แทนโน้ตบุ๊คได้ด้วย หากใช้ภาคสนามและประสิทธิภาพแรงแนะนำเป็นตัว Tab S9 Series ไปเลย เพราะมีมาตรฐาน IP68 ที่กันน้ำกันฝุ่น ไม่ต้องกลัวเครื่องเสียหายจากน้ำ (ใช้ภาคสนามแนะนำเป็น S9 Standard เพราะเครื่องเล็กพกพาสะดวกกว่า)คนใช้เพื่อเล่นเกม ตรงนี้ผมมองว่าถ้าเป็นพวกแคสเกมถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะอย่างประสิทธิภาพของชิปประมวลผล Snapdragon 8 Gen 2 และ Gen 1 แรงพอสมควร โอกาสที่จะกระตุกมีน้อยมาก ยกเว้นไม่มีอินเตอร์เน็ตเท่านั้น เล่นเกมไม่ได้ อันนี้จบเลย แต่ขอเพิ่มเติมสำหรับคนที่ต้องการจอใหญ่เลยแนะนำเป็นตัว S9 Ultra ไปเลยดีกว่าครีเอทีฟหรือครีเอเตอร์ ตรงนี้ผมมองว่าถ้าเป็นคนทำงานสายนี้อยู่แล้ว ผมแนะนำใช้รุ่น S9+ และ S9 Ultra เพราะแรม 12GB ที่โคตรแรงแล้ว หน่วยความจำ 512GB ที่สามารถเก็บงานไว้เครื่องได้เยอะอีกด้วย และเชื่อมต่อได้ทุกอุปกรณ์ รับรองคุ้มค่าอย่างแน่นอนเป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับ Tab S9 Series ในวันนี้ หวังว่าจะช่วยเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจเลือกซื้อระหว่าง Tab S9 Series กับ Tab S8 Series ได้นะครับส่วนใครอยากเป็นเจ้าของ Tab S9 Series ก่อนใครสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้ว พร้อมสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นดีจาก True5G ได้แล้ววันนี้จนถึง 10 สิงหาคมนี้สุดท้ายนี้หากใครที่รู้สึก ชอบบทความนี้ก็แชร์ออกไปได้เลย หรือถ้าอยากจะติดตามเรื่องราวอื่นๆ ของเราก็สามารถติดตามได้ที่Facebook : WV reviewบทความ True ID : WV เรียบเรียงโดย : WVเครดิตภาพภาพปก : ออกแบบ-ผู้เขียน และภาพจากเว็บไซต์ Samsung : Tab S9 และ Tab S8 ภาพประกอบจาก Facebook : Samsung : 1-7ภาพประกอบที่ 8 จาก Facebook : TrueMove Hเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน  App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Samsung Galaxy S24 Series อาจมาพร้อมความเร็วในการชาร์จเท่ากับรุ่นเดิม !
อ่าน

Samsung Galaxy S24 Series อาจมาพร้อมความเร็วในการชาร์จเท่ากับรุ่นเดิม !

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Samsung Galaxy S24 Ultra จะรองรับชาร์จเร็วสูงสุด 65W แต่รายการชุดใหม่จากหน่วยงาน 3C ของจีน ยืนยันว่า Galaxy S24 Series จะยังคงมีความเร็วในการชาร์จที่ 25W และ 45W โดยมี Gaalxy S24 (SM-S9210) ที่ 25W เช่นเดียวกับ Galaxy S23 และ Galaxy S24+ (SM-S9260) และ S24 Ultra (SM-S9280) จะยังคงความเร็ว 45W เหมือนกับรุ่นก่อนเช่นกัน รายชื่อใหม่ยังยืนยันว่า Samsung จะไม่แถมที่ชาร์จในกล่องเหมือนเดิม คงต้องรอดูกันว่า Samsung จะเลือกใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบซ้อนบน Galaxy S24+ และ Galaxy S24 Ultra ตามข่าวลือเมื่อต้นปีนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตามทั้ง 2 รุ่น คาดว่าจะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ 5,000mAh ในขณะที่ Galaxy S24 รุ่นธรรมดาอาจมีความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ที่มา : GSMarena.com