รีเซต

ผลการค้นหา “Top Form” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ทรูเปิด Flagship Store แห่งใหม่ "True Branding Shop Happitat" เชื่อมเทคโนโลยี สุขภาพ และไลฟ์สไตล์
อ่าน

ทรูเปิด Flagship Store แห่งใหม่ "True Branding Shop Happitat" เชื่อมเทคโนโลยี สุขภาพ และไลฟ์สไตล์

เมื่อเทคโนโลยี สุขภาพ และความสุขมาบรรจบกัน ณ Happitat Worlds First Happiness Destination ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยโฉม True Branding Shop บนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร เติมอีกมิติของ Digital Retail Experience ภายใต้คอนเซปต์ Active Health Tech Urban Motion เชื่อมเทคโนโลยี สุขภาพ การเคลื่อนไหว และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้ สัมผัส ทดลอง และค้นพบเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ตั้งแต่ HYPERSHELL X Pro S อุปกรณ์สวมใส่ช่วยเสริมกำลังขา, SHOKZ OpenRun Pro 2 หูฟัง Open-Ear สำหรับการออกกำลังกาย ไปจนถึง 1-VIBE Bottle Speaker Flask ขวดน้ำพร้อมลำโพงในตัว พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ กิจกรรมและเวิร์กชอปที่เชื่อมโยงคอมมูนิตี้และพันธมิตรด้าน Health Tech, Sports Tech และ Lifestyle เพื่อให้ทุกครั้งที่มาเยือนไม่ได้เป็นเพียงการมาช้อปหรือรับบริการ แต่เป็นโอกาสในการลองสิ่งใหม่ ค้นพบแรงบันดาลใจ และสัมผัสว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยให้ทุกจังหวะของชีวิต active ขึ้น สุขภาพดีขึ้น และมีความสุขขึ้นได้จริง รวมถึงบริการ จาก TrueSphere ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการสู่มาตรฐานระดับ Super First Class ด้วยการใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การบริการ ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ความสะดวกสบาย และการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วย Private Seating ที่ออกแบบให้เป็นสัดส่วน พร้อมที่นั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนท่วงท่าได้อย่างผ่อนคลาย ให้ผู้ใช้บริการสามารถพักระหว่างวันได้อย่างเต็มที่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบหรูและอบอุ่น ที่มาพร้อม Terrace Sky พื้นที่ชมวิวที่เปิดมุมมองให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสบรรยากาศโดยรอบ พร้อมรับบริการในแบบ First Class Service เติมเต็มทุกช่วงเวลาที่ TrueSphere ให้มากกว่าการเป็นพื้นที่ให้บริการ แต่คือ Premium Experience Destination ที่มอบความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์เหนือระดับในทุกครั้งที่มาเยือน นางสาวสุจิตรา อมิตรพ่าย หัวหน้าสายงานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ ทรู รีเทลช็อป บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า : เพราะลูกค้าคือหัวใจสำคัญของทรู เราจึงพัฒนาทุกประสบการณ์จากความเข้าใจในวิถีชีวิตและความต้องการที่เปลี่ยนไป สะท้อนความมุ่งมั่นของทรูในการเปลี่ยนร้านค้าปลีกให้เป็น Experience Destination และ Lifestyle Hub แห่งใหม่ เชื่อมโยงความเป็น Global destination ของ Happitat ด้วยมาตรฐานการบริการระดับ First Class จาก TrueSphere ควบคู่กับ Experience Zone ที่รวบรวมแก็ดเจ็ตและนวัตกรรมจากแบรนด์ชั้นนำ ครอบคลุมทั้ง Active Lifestyle, Health Tech, Wearable Technology และ Smart Devices เป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัส ทดลอง และค้นพบว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร True Branding Shop Happitat จึงได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด Active Health Tech Urban Motion เชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับสุขภาพ การเคลื่อนไหว และไลฟ์สไตล์ และแสดงศักยภาพของ Telco Tech ยุคใหม่ ที่เข้าใจถึง Lifestyle ที่มองเห็นกลุ่มลูกค้าอย่างชัดเจน การเปิด True Branding Shop ณ Happitat Worlds First Happiness Destination เป็นอีกก้าวของการยกระดับ Digital Retail Experience อย่างต่อเนื่อง เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นทั้ง Experience Destination และยังเป็นที่ลูกค้า พันธมิตร และผู้ประกอบการสามารถเข้ามาพบปะ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ พร้อมบริการเครื่องดื่มคุณภาพจาก TrueCoffee เพื่อเติมเต็มทุกช่วงเวลาของไลฟ์สไตล์ พร้อมเป็นพื้นที่เชื่อมโยงในการสร้างคอมมูนิตี้ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขของ Happitat เพราะบทบาทของทรูไม่ใช่เพียงการเชื่อมต่อผู้คนกับโลกดิจิทัล แต่คือการนำเทคโนโลยีมาเคียงข้างคนไทย ช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น มีสุขภาพที่ดีขึ้น และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจในทุกวัน เพื่อเป็นการฉลองการเปิด True Branding Shop Happitat อย่างเป็นทางการ ลูกค้าที่เข้ามาสัมผัสประสบการณ์ภายในร้านรับโปรโมชัน และสิทธิพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ได้แก่ ซื้อมือถือเครื่องเปล่ารุ่นที่ร่วมรายการ รับส่วนลดเพิ่ม 5% สูงสุด 1,000 บาท โดยสินค้าราคา 5,000 บาทขึ้นไป ลดสูงสุด 250 บาท สินค้าราคา 10,000 บาทขึ้นไป ลดสูงสุด 500 บาท และสินค้าราคา 20,000 บาทขึ้นไป ลดสูงสุด 1,000 บาท ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เสริมที่ร่วมรายการลดสูงสุด 50% อาทิ Samsung Galaxy Bud3 ราคา 2,745 บาท จากปกติ 5,490 บาท พร้อมอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้รักสุขภาพในราคาพิเศษ ได้แก่ HYPERSHELL X Pro S ราคา 31,490 บาท จากราคาปกติ 34,990 บาท, 1-VIBE Bottle Speaker Flask ราคา 2,060 บาท จากราคาปกติ 2,290 บาท และ SHOKZ OpenRun Pro 2 ราคา 6,020 บาท จากราคาปกติ 6,690 บาท สมัครบริการทรูออนไลน์พร้อม TrueX Home Hub ทุกแพ็กเกจ รับเพิ่ม หลอดไฟอัจฉริยะมูลค่า 199 บาท ลูกค้าที่เปิดเบอร์ใหม่ รับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 3 เดือน ตามเงื่อนไขที่กำหนด เติมเต็มทุกช่วงเวลาด้วยเครื่องดื่มคุณภาพจาก TrueCoffee พร้อมมอบความคุ้มค่าด้วยโปรโมชันสำหรับลูกค้าทรู ดีแทค รับส่วนลด 50% ให้ทุกคนได้อิ่มอร่อย ผ่อนคลาย และใช้เวลาร่วมกันอย่างลงตัว การเปิด True Branding Shop Happitat จึงเป็นมากกว่าการขยายพื้นที่รีเทล แต่คือการสร้างจุดหมายแห่งประสบการณ์ การเรียนรู้ และความสุข ที่นำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงผู้คน เติมพลังให้ทุกการเคลื่อนไหว และเปลี่ยนทุกครั้งที่มาเยือนให้เป็นช่วงเวลาพิเศษ พร้อมร่วมผลักดัน Happitat สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของคอมมูนิตี้คนเมืองอย่างเต็มรูปแบบ ร่วมเปิดประสบการณ์ Digital Retail แห่งอนาคต พร้อมสัมผัส ทดลอง และค้นพบนวัตกรรมที่ใช่ เพื่อเติมพลังให้ทุกการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนทุกวันให้เต็มไปด้วยความสุขเหนือจินตนาการได้แล้ววันนี้ ณ True Branding Shop Happitat สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE Official Account: @truehappitat หมายเหตุ: โปรโมชันและสิทธิพิเศษเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด กรุณาตรวจสอบรายละเอียด ณ จุดขาย

Win Rate 100%

Win Rate 100%

Win Rate 100%

BAM คว้าคะแนนเต็มร้อย AGM ปี 69 สูงสุด Excellent ต่อเนื่องปีที่ 3
อ่าน

BAM คว้าคะแนนเต็มร้อย AGM ปี 69 สูงสุด Excellent ต่อเนื่องปีที่ 3

#ทันหุ้น - ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า BAM ได้รับผลการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM checklist) ประจำปี 2569 ในระดับ "ดีเยี่ยม สมควรเป็นตัวอย่าง (Excellent)" ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน (5 เหรียญ) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย BAM เป็น 1 ใน 355 บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประเมินในระดับสูงสุดจากบริษัทจดทะเบียน 832 บริษัทที่เข้าร่วมการประเมิน ซึ่งการประเมินดังกล่าวจัดทำโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ผลการประเมินระดับสูงสุดสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ในการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดี ตลอดจนให้ความสำคัญในการรักษามาตรฐานการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยึดมั่นในหลักการและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้งด้านความโปร่งใส การตรวจสอบได้ และการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

DCKO เกมมือถือแนว PvP Fighting บนจักรวาล DC เปิดให้ระเบิดความมันส์ในรอบ Alpha Test แล้ว
อ่าน

DCKO เกมมือถือแนว PvP Fighting บนจักรวาล DC เปิดให้ระเบิดความมันส์ในรอบ Alpha Test แล้ว

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับเหล่าแฟน ๆ DC ! กับเกม DCKO เกมมือถือแนว PvP Fighting ที่จะพาเราก้าวเข้าไปในสมรภูมิสุดเดือดของเหล่าฮีโร่และวายร้ายจากจักรวาล DC โดยล่าสุดนั้นทาง Drop Fake, Inc. ผู้พัฒนาและผู้ให้บริการก็ได้ประกาศพร้อมเปิดทดสอบตัวเกมรอบ Alpha Test แล้วอย่างเป็นทางการพร้อมกันนั้นทางทีมงานยังได้จัดตาราง PVP Tournament เอาไว้ด้วย โดยสามารถดูได้ที่โพสต์ด้านล่างสามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการ Test / Server Slam เพิ่มเติมกันได้ ที่นี่DCKO - Official Announcement TrailerDCKO นั้นได้ขนทัพเหล่าฮีโร่และวายร้ายจากจักรวาล DC มาแบบจัดเต็ม เลือกจับคู่ Duo ตัวละครสุดแกร่งในแบบของเรา แล้วเปิดศึกประลองฝีมือกับคู่แข่งแบบเรียลไทม์หรือจะท้าชนกับทั้งจักรวาล DC เลยก็ยังได้!DCKO คือเกม free-to-play fighter ที่เต็มไปด้วยเหล่าตำนาน DC ที่เรารู้จักและชื่นชอบ โดยจะมาสู้กันในสังเวียนสุดอลังการที่ถอดแบบมาจากเมืองและดินแดนต่างๆ ในจักรวาล DC เกมนี้ออกแบบมาให้เล่นง่าย เข้าถึงไว แต่ก็มีความท้าทายให้เราได้ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ และทำให้เราอยากกลับมาเล่นซ้ำได้เรื่อย ๆ ไม่มีเบื่อPvP แบบเรียลไทม์ผู้เล่นจริง สู้จริง แบบเรียลไทม์ ไต่แรงก์ขึ้นสู่จุดสูงสุด แล้วคว้าชัยชนะมาครองเหล่าตำนานแห่ง DCจัดทีมสุดแกร่งในฝันด้วยการเลือกฮีโร่และวายร้ายคนโปรดจากทั้งจักรวาล DCปรับแต่งตัวละครอัปเกรดความแข็งแกร่งให้เหล่านักสู้ เลือกสลับสับเปลี่ยนท่าไม้ตายสุดอลังการ และจัดเซ็ตสกิลได้อย่างอิสระโหมด PvEสัมผัสเรื่องราวในจักรวาล DC ผ่านโหมดเนื้อเรื่องสุดพิเศษท้าทายฝีมือในโหมด Rift และอื่น ๆ อีกมากมายเข้าถึงได้ทุกคนพบกับตัวละครใหม่ สนามใหม่ เนื้อเรื่องใหม่ และของรางวัลใหม่ ๆ ที่อัปเดตให้อย่างต่อเนื่อง!สามารถติดตามข่าวสารตัวเกม DCKO ได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ : https://playdcko.com/X(Twitter) : https://x.com/playdcko

TrueAF 2026 โจทย์เพลง Week 7 : BATTLE OF THE AGES ด้าน "แจ็คกี้" ได้กลับมาช่วยทีม
อ่าน

TrueAF 2026 โจทย์เพลง Week 7 : BATTLE OF THE AGES ด้าน "แจ็คกี้" ได้กลับมาช่วยทีม

TrueAF 2026 (True Academy Fantasia 2026) เดินทางเข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 พร้อมนักล่าฝัน 7 คนที่เหลือ ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.2569 ครูใหญ่ "โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล" พร้อมด้วยตัวแทน Voice Trainer อย่าง "ครูป้อม" และ "ครูต่อรัก" ได้เข้ามาแจก โจทย์เพลง Week 7 : BATTLE OF THE AGES ซึ่งนักล่าฝันจะได้ร้องเพลงตั้งแต่ปี 1950 ถึงปัจจุบัน สำหรับสัปดาห์นี้เป็นโจทย์การแข่งขันที่ออกแบบมาให้นักล่าฝันได้เรียนรู้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่ร้องเพลงเก่ง แต่ต้องแข่งขัน ปรับตัว และสร้างความโดดเด่นให้กับตัวเองได้อยู่เสมอ สำหรับคอนเสิร์ต TrueAF 2026 สัปดาห์ที่ 7 จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 ก.ค.2569 เวลา 20.00 - 22.30 น. ณ Cloud 11 (คลาวด์ อีเลฟเว่น) รวมไปถึงผู้ชมทางบ้าน สามารถชมถ่ายทอดสดได้ทางช่อง True X-Zyte 340 บนทรูวิชั่นส์, แอปทรูวิชั่นส์ นาว และรับชมบันทึกถ่ายทอดคอนเสิร์ตได้ทาง True4U ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เวลา 21.00 - 23.30 น. TrueAF 2026 โจทย์เพลง Week 7 : BATTLE OF THE AGES สำหรับ โจทย์เพลง Week 7 : BATTLE OF THE AGES ได้แบ่งเป็น 2 ทีม คือ ทีมสีน้ำเงินและทีมสีแดง ซึ่งทีมสีน้ำเงินขาด 1 คน ทางรายการจึงให้ทีมสีน้ำเงินเลือกเพื่อนที่ออกจากบ้านไปแล้ว กลับมาช่วยทีมได้ 1 คน นะโมตัดสินใจเลือก "V12 แจ็คกี้" มาเสริมทัพอยู่ช่วยทีม 1 สัปดาห์เท่านั้น และที่สำคัญ! กติกาสำหรับสัปดาห์ที่ 7 หากทีมไหนชนะจะได้รับสิทธิ์ "คุ้มครองทั้งทีม" นักล่าฝันที่คะแนนโหวตน้อยที่สุดที่อยู่ในทีม จะไม่ต้องออกจากการแข่งขัน ทีมสีน้ำเงิน V3 มิวสิค V5 ยูริ V11 นะโม V12 แจ็คกี้ ทีมสีแดง V1 เจเจ V6 บีม V7 โฟกัส V10 โอม TrueAF 2026 โจทย์เพลง Week 7 : BATTLE OF THE AGES Stage 1 : Song Battle ยุคที่ 1 ปี 1950 - 1970 เพลง Don't Stop Me Now - Queen (1978)V11 นะโม VS. V10 โอม ยุคที่ 2 ปี 1980 เพลง Like a Virgin - Madonna (1984)V5 ยูริ VS. V7 โฟกัส ยุคที่ 3 ปี 1990 เพลง Kiss Me - Sixpence None the Richer (1998)V12 แจ็คกี้ VS. V6 บีม ยุคที่ 4 ปี 2000 - ปัจจุบัน เพลง Chandelier - Sia (2014)V3 มิวสิค VS. V1 เจเจ Stage 2 : Strategy Battle ยุคที่ 1 ปี 1950 - 1970V7 โฟกัส เพลง หยาดเพชร - ชรินทร์ นันทนาคร (1965)V5 ยูริ เพลง รักข้ามขอบฟ้า - สมบัติ เมทะนี และ อรัญญา นามวงศ์ (1971) ยุคที่ 2 ปี 1980V1 เจเจ เพลง เจ้าสาวที่กลัวฝน - เรวัต พุทธินันท์ (1983)V11 นะโม เพลง แอบเจ็บ - XYZ (1988) ยุคที่ 3 ปี 1990V10 โอม เพลง ถ่านไฟเก่า - ธงไชย แมคอินไตย์ (1998)V12 แจ็คกี้ เพลง อยากให้รู้ว่าเหงา - เจตริน วรรธนะสิน (1998) ยุคที่ 4 ปี 2000 - ปัจจุบันV6 บีม เพลง เลี้ยงส่ง - SO COOL (2005)V3 มิวสิค เพลง ไม่บอกเธอ - BEDROOM AUDIO (2013) แฟน ๆ สามารถโหวตให้นักล่าฝันที่คุณชื่นชอบเพียงกด 787 ตามด้วย หมายเลขนักล่าฝัน (2 หลัก) ตามด้วยเครื่องหมาย # แล้วโทรออกร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางตามหาดาวดวงใหม่ไปพร้อมกันในTrue Academy Fantasia 2026ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งความฝัน ความสนุก และความผูกพันแบบครบรสตลอดทั้งซีซันได้แล้ว และสามารถติดตามรับชมถ่ายทอดสด 24 ชั่วโมงได้ทาง TrueVisions ช่อง AF Reality 334 และแอป TrueVisions Now อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : TrueAF 2026 คอนเสิร์ต Week 6 : "แจ็คกี้" โชว์ส่งท้ายอย่างทรงพลัง ก่อนออกจากบ้าน ไม่นอยด์! "V4 แป้ง" สุดเข้มแข็ง ลั่นไม่มีอะไรติดค้างกับโชว์ตัวเอง TrueAF 2026 คอนเสิร์ต Week 5 : "V4 แป้ง" พี่ใหญ่แม่พระของบ้าน ไม่ได้ไปต่อ TrueAF 2026 ดูได้ที่ไหน พร้อมบอกช่องทางรับชมอย่างละเอียดตลอด 24 ชั่วโมงเต็ม เปิดวิธีการโหวต TrueAF 2026 รักใครเชียร์ใคร เตรียมตัวกดโหวตกันได้เลย ขอบคุณข้อมูลและภาพจากTrueAF Thailand, TrueVisions

ฟิตฟลอป
สิทธิพิเศษ

ฟิตฟลอป

-

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น – บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ BCH ให้เป้าพื้นฐาน 11 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคาเริ่มฟื้นตัวหลังสร้างฐาน กราฟรายสัปดาห์ MACD ฟื้นก่อนราคา (Bullish divergence) ประเมินแนวรับ 10 บาท / แนวต้าน 10.3 – 10.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 11 บาท (Stop loss 9.75 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากโอกาสการปรับรื้อระบบสวัสดิการข้าราชการเป็นระบบประกันสุขภาพ ล่าสุดรัฐบาลเตรียมปรับระบบสวัสดิการข้าราชการเป็น “ระบบประกันสุขภาพ” แทน หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ของโรงพยาบาลเอกชนอย่าง BCH* ที่มีสาขากระจายหลายจังหวัด ขณะที่คาดแนวโน้มกำไร 2H69 จะโต HoH (คาด 2Q เป็นจุดต่ำสุด) จาก i) ผู้ช่วยต่างชาติเริ่มฟื้นตัว ii) โอกาสปรับอัตราชดเชยจากประกันสังคม iii) ปัจจัยฤดูกาล 3) Valuation ไม่แพง PBV 1.89 เท่า (หลุด -2 SD และอยู่ในโซนต่ำสุดตั้งแต่ IPO) Dividend yield 4.2% ต่อปี (มีปันผลระหว่างกาล)หุ้น ADVICE ให้เป้า Consensus 7.48 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway up ประเมินแนวรับ 6.7 บาท / แนวต้าน 7.0 – 7.15 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.3 บาท (Stop loss 6.4 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q-3Q ดีต่อเนื่อง จากอัตรากำไร เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q69 จะโต YoY QoQ ทำ New high ผลจากราคาสินค้าไอทีที่มีการปรับขึ้น (ผลจากอุปทานสินค้าไอทีขาดแคลน) ขณะที่อุปสงค์สินค้าไอทียังแข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมทั้ง ADVICE มีการสำรอง Inventory ไว้เพียงพอสำหรับการขาย คาดแนวโน้มราคาสินค้าไอทีจะยังเป็นขาขึ้นต่อเนื่องใน 3Q69 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE +/-12 เท่า Dividend yield 7.5% ขณะที่ Consensus คาดกำไรปีนี้โต 31% YoYหุ้น KGEN ให้เป้า IAA Consensus 2.9 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นพักฐาน Sideway RSI เริ่มฟื้นก่อน มีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 1.87 บาท / แนวต้าน 1.93 – 1.98 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป 2.14 – 2.26 บาท (Stop loss 1.77 บาท) 2) ประเมิน 2Q69 Break-even + Turnaround ใน 3Q69 / ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอีกครั้งหนุน Sentiment เราประเมินผลการดำเนินงาน 2Q69 จะเริ่ม Break-even จากโรงงานผลิตรถอีวีค่าย Chery เริ่มดำเนินการผลิตและเร่งการผลิตเพื่อส่งมอบรถที่มีการจองจำนวนมาก (รถ Omoda Jaecoo Chery) โดยปัจจุบัน KGEN ถือหุ้นโรงงานผลิตรถค่าย Chery 43.7% และ KGEN เป็น Sole distributor รถค่าย Chery ทั้งสำหรับการขายในประเทศและการส่งออก และประเมินรับนโยบายรัฐฯเปลี่ยนผ่านพลังงานสนับสนุนการใช้รถอีวี ทั้งนี้ KGEN เป็นตัวแทนจำหน่ายรถตู้ Farizon ค่าย Geely ด้วย (รถตู้พาณิชย์) 3) Consensus คาดปีนี้ Turnaround Forward PE +/-8 เท่า

TOP บวกนำตลาด 55.00 บาท +3.75 บาท (+7.31%) โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 73 บาท
อ่าน

TOP บวกนำตลาด 55.00 บาท +3.75 บาท (+7.31%) โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 73 บาท

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #TOP บวกนำตลาด 55.00 บาท +3.75 บาท (+7.31%) โบรกแนะนำ "ซื้อ" เป้า 73 บาทบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) คาดผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะมีกำไรปกติ (Core Net Profit) ประมาณ 10,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 11,800 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569 โดยได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่น (GRM) ที่ยังแข็งแกร่งในระดับ 14-15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม การปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบในช่วงไตรมาสมีแนวโน้มทำให้บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ผลประกอบการสุทธิตามบัญชีพลิกเป็นขาดทุน แม้ว่าผลการดำเนินงานหลักยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งก็ตามฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก ระบุว่า ค่าการกลั่นยังได้รับแรงสนับสนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งคิดเป็น 37% ของผลผลิต น้ำมันอากาศยาน 18% และน้ำมันเบนซิน 17% แม้อัตราการใช้กำลังการกลั่นจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 105% จาก 110% ในไตรมาสก่อน เนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น อีกทั้งยังเผชิญแรงกดดันจากค่า Premium ของน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นเป็น 15-20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และผลประกอบการธุรกิจอะโรเมติกส์ที่อ่อนตัวลงธุรกิจอะโรเมติกส์ได้รับผลกระทบจากส่วนต่างราคาพาราไซลีน (PX) และเบนซีน (BZ) ที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่บางส่วนได้รับการชดเชยจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น สารลดแรงตึงผิวเชิงเส้น (LAB) และยางมะตอยที่ปรับตัวดีขึ้นจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งและอุปทานที่ตึงตัวในระยะยาว โกลเบล็กยังมองว่าโครงการ Clean Fuel Project (CFP) จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการสำคัญ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบในปี 2571 ซึ่งจะเพิ่มกำลังการกลั่นที่มีประสิทธิภาพเป็น 400,000 บาร์เรลต่อวัน จาก 275,000 บาร์เรลต่อวัน พร้อมยกระดับการผลิตไปสู่ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Middle Distillates ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น แม้ต้นทุนต่อบาร์เรลจะเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ค่าเสื่อมราคา และดอกเบี้ย แต่คาดว่าจะได้รับการชดเชยจากโครงสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าสำหรับไตรมาส 3/2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่าผลประกอบการจะเข้าสู่ภาวะปกติ โดยกำไรมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากค่าการกลั่นที่อาจลดลงสู่ระดับ 5-8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากผลกระทบของต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการตั้งด้อยค่าการลงทุนใน CAP ซึ่ง TOP ถือหุ้น 15% ภายหลังการขายหุ้นบางส่วนของ SCC แม้ว่าปัจจุบันฝ่ายบริหารและผู้สอบบัญชียังไม่เห็นความจำเป็นต้องบันทึกด้อยค่าในทันที แต่ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามโกลเบล็กยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น TOP โดยให้ราคาเหมาะสม 12 เดือนที่ 73 บาทต่อหุ้น อิงมูลค่า EV/EBITDA ปี 2569 ที่ 5 เท่า พร้อมมองว่าปัจจัยกดดันระยะสั้นจากผลขาดทุนสต๊อกน้ำมันและต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ไม่เปลี่ยนแปลงมุมมองเชิงบวกต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวจากโครงการ CFP และค่าการกลั่นที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง

CPN โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 83 บาท ลุยโครงการเรือธงใหม่ย่านปทุมวัน
อ่าน

CPN โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 83 บาท ลุยโครงการเรือธงใหม่ย่านปทุมวัน

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #CPN โบรกแนะนำ “ซื้อ” เป้า 83 บาท ลุยโครงการเรือธงใหม่ย่านปทุมวันบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN เดินหน้าขยายธุรกิจศูนย์การค้าและโครงการมิกซ์ยูสอย่างต่อเนื่อง หลังเปิดให้บริการโครงการ Central Northville อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พร้อมประกาศร่วมทุนกับ Mitsubishi Estate พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส “CenTRal CENtrAL” มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท บริเวณสยามสแควร์ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการบริโภคและตลาดค้าปลีกในประเทศไทยบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ มองว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ของ CPN และผู้ประกอบการรายอื่นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคไทย และสะท้อนกลยุทธ์หลักของธุรกิจศูนย์การค้าในปัจจุบัน ทั้งการพัฒนาโครงการเดิมใหม่ทั้งหมด การรีโนเวตสินทรัพย์เดิมด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า และการสร้างโครงการเรือธงในทำเลศักยภาพสูงCentral Northville ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ใช้งบลงทุนกว่า 4,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 59 ไร่ และมีพื้นที่อาคารรวม (GBA) 210,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนถนนรัตนาธิเบศร์ โดยเป็นการพัฒนาใหม่ทั้งหมดจากศูนย์การค้า Central Rattanathibet เดิมที่เริ่มรื้อถอนตั้งแต่ปี 2567โครงการดังกล่าวถือเป็นศูนย์การค้าแห่งที่ 4 ของ CPN ในจังหวัดนนทบุรี ต่อจาก Central Westgate, Central WestVille และ Central Chaengwattana ซึ่งรองรับประชากรรวมกว่า 1.8 ล้านคน โดยบริษัทระบุว่าเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกของไทยที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Biophilic Design ซึ่งเน้นสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการใช้ชีวิตระยะยาวภายในโครงการมีร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ โดยกว่า 80% เป็นแบรนด์ใหม่สำหรับพื้นที่ดังกล่าว พร้อมจุดเด่นสำคัญ เช่น D-Sports Stadium ขนาดกว่า 2,500 ตารางเมตร, Fitness First รูปแบบใหม่, ลู่วิ่งระยะทาง 450 เมตร รวมถึงพื้นที่สำหรับครอบครัวและสัตว์เลี้ยงขณะเดียวกัน CPN และ Mitsubishi Estate ได้ประกาศโครงการร่วมทุน “CenTRal CENtrAL” มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท บริเวณแยกปทุมวัน บนพื้นที่ประมาณ 7 ไร่ โดย CPN ถือหุ้น 60% และ Mitsubishi Estate ถือหุ้น 40%โครงการดังกล่าวมีพื้นที่อาคารรวม 141,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้าสูง 8 ชั้น ร้านค้ากว่า 300 แบรนด์ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 2/2570 อาคารสำนักงานสูง 12 ชั้น รองรับพนักงานราว 2,500 คน เปิดในไตรมาส 4/2570 และโรงแรม 25hours Hotel แห่งแรกในประเทศไทย จำนวน 349 ห้อง ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 1/2572ฝ่ายวิจัยทิสโก้ประเมินว่าโครงการ CenTRal CENtrAL จะเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของ CPN ประมาณ 1 บาทต่อหุ้น แม้ขนาดโครงการจะเล็กกว่าการขยาย Mega Bangna แต่มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนต่อพื้นที่สูงกว่า จากการตั้งอยู่ในทำเลพรีเมียมใจกลางกรุงเทพฯ ที่มีศักยภาพด้านการค้าปลีกและการท่องเที่ยวสูงนอกจากนี้ ทิสโก้ยังมองว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ของคู่แข่งอย่าง “1981 Soul Sold” ของ The Mall Group ซึ่งใช้งบลงทุน 1,300 ล้านบาทในการปรับปรุง The Mall Ramkhamhaeng เดิม สะท้อนแนวทางการพัฒนาสินทรัพย์เดิมด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า และตอกย้ำการแข่งขันในธุรกิจศูนย์การค้าที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมผู้บริโภคจากการขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพ และความแข็งแกร่งของพอร์ตศูนย์การค้าเดิม ฝ่ายวิจัยทิสโก้ยังคงเลือก CPN เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเหมาะสมที่ 83 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าโครงการใหม่ทั้ง Central Northville และ CenTRal CENtrAL จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้และมูลค่าในระยะยาว.

FINANSIA คว้ารางวัล Broker Champion ในงาน SET in the City 2026
อ่าน

FINANSIA คว้ารางวัล Broker Champion ในงาน SET in the City 2026

FINANSIA ผู้นำด้านการลงทุนชั้นนำของประเทศ ร่วมออกบูธในงาน SET in the City 2026 นำเสนอนวัตกรรมการลงทุนแบบครบจบในที่เดียวโดยคุณนุสรา รุ่นเจริญ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) นำทีมร่วมต้อนรับและเชิญชวนนักลงทุนเปิดประสบการณ์การลงทุนผ่านแอปพลิเคชัน “HeroM” ที่พร้อมเชื่อมต่อสินทรัพย์ทั่วโลกในแอปเดียว ครอบคลุมทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ TFEX และกองทุนรวม ซึ่งในงานนี้ FINANSIA ได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม จนคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 “TFEX Broker Champion”มาครองได้ ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะพรีเมียมโบรกเกอร์ที่ได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง

Gulf  Singtel ขายหุ้น 2.78% หนุนเพิ่ม free float ตามเกณฑ์ของ MSCI – Globlex ให้ราคาเป้าหมาย 82 บาท
อ่าน

Gulf  Singtel ขายหุ้น 2.78% หนุนเพิ่ม free float ตามเกณฑ์ของ MSCI – Globlex ให้ราคาเป้าหมาย 82 บาท

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #Gulf Singtel ขายหุ้น 2.78% หนุนเพิ่ม free float ตามเกณฑ์ของ MSCI - Globlex ให้ราคาเป้าหมาย 82 บาทGULF - การขายหุ้น 2.78% ของ Singtel และการถูกลดชั้นของตลาดหุ้นอินโดนีเซียสู่ตลาด frontier คาดว่าจะช่วยผลักดันราคาหุ้น Gulf กลับไปสู่นิวไฮได้เย็นวันนี้ตลาดมีเรื่องแปลกใจ เมื่อมีข่าว Singtel ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองใน Gulf ที่ 7.78% ก่อนการขายหุ้น 2.78% หรือราว 416m หุ้นออกมา โดยราคาหุ้นที่ขายออกมาอยู่ในช่วง THB58.8-60 คิดเป็นเพียง 2-4% ส่วนลดจากราคาหุ้นในกระดาน ด้วยมูลค่าทั้งหมด THB25b แต่ส่วนลดที่น้อย สะท้อนถึงดีมานที่สูงสำหรับหุ้น Gulfแต่วันนี้ราคาที่ลงมากว่า 4% นักลงทุนควรกังวลหรือ ไม่? แล้วเหตุผลใดที่ Singtel ตัดสินใจขายหุ้นบางส่วนออกมา 2.78% แต่ยังคงถือหุ้น Gulf อีก 4.9%Gulf สามารถเพิ่ม free float ตามเกณฑ์ของ MSCI Foreign Inclusion Factor (FIF)การขายหุ้นบางส่วน 2.78% ออกมา ดูเผินๆ อาจหมายถึงการที่ Singtel อยากถอนตัวออกจาก Gulf แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราอาจมองได้ว่า1) Gulf ต้องการเพิ่ม free float ของตนในมุมมองของ MSCI เพราะปัจจุบัน คุณสารัช ถือหุ้นใน Gulf ในชื่อกองทุนและชื่อตนเองรวมกันราว 56% มากกว่าผู้ถือหุ้นอันดับสอง Singtel ที่จะถือเหลือ 4.9% ลดลงจาก 7.78% เดิมภายใต้กฏใหม่ของ MSCI FIF ที่จะนับ free float ที่ตัดผู้ถือหุ้นบางรายที่สามารถนับเป็นผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ออก นั่นทำให้ free float ของ Gulf ตามกฏ FIF จะอยู่ที่ 25% ซึ่งต่ำกว่า 26% ที่ใช้ 32% free float ที่นับตามเกณฑ์ของ SET หักด้วยผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์และปัดเศษลงเหลือเพียง 25% เท่านั้นแต่หากหุ้นบางส่วนใน 2.78% ที่ขายออกมาโดย Singtel ให้ทั้งกองทุนในประเทศ กองทุนต่างประเทศ และนักลงทุนรายใหญ่ นั่นจะทำให้สัดส่วน free flaot ของ Gulf ตามกฏ FIF เพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 27.5% เพราะจะเป็นการปัดเศษขึ้นขั้นละ 2.5% จาก 25% เป็น 27.5% นั่นเองแล้วการมี free float เพิ่มขึ้นของ Gulf ตามเกณฑ์ FIF ดียังไง?นั่นจะทำให้หุ้น Gulf มีโอกาสถูกซื้อเพิ่มเติมโดยกองทุน index fund ที่จะเพิ่มน้ำหนักการถือหุ้น Gulf เพิ่มขึ้นนั่นเอง และอาจนำไปสู่ราคาหุ้นที่เพิ่มสูงขึ้นต่อไปSingtel มีความคล่องตัวมากขึ้นในการไม่ต้องรายงานการทำธุรกรรมซื้อขายหุ้น Gulf ต่อไปหลังการลดการถือหุ้นใน Gulf ของ Singtel เหลือ 4.9% จะทำให้ Singtel ไม่ต้องรายงานธุรกรรมใดๆ ในการซื้อขายหุ้น Gulf โดยไม่น่าจะมีผลกระทบใดๆ ต่อธุรกิจและการเติบโตของ Gulf เพราะ Singtel เองไม่มีตำแหน่ง board ไม่มีส่วนร่วมใดๆ ในการบริหารและตัดสินใจใดๆ ใน Gulf ส่วนธุรกิจที่ร่วมมือกัน เช่น JV ในการทำ data center ยังคงสามารถเดินต่อไปได้ปกติปัจจุบัน ผู้ถือหุ้นที่น่าสนใจมี STECON (1.52%), BBL (1.0%), Rojana (0.78%), Vayuphak 1 (3.72%)ผมเชื่อว่า ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงมาวันนี้ จากการขาย big lot ของ Singtel ที่ราคาหุ้นต่ำกว่ากระดานเพียง 2-4% น่าจะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้น Gulf ที่กำไรยังเติบโตมากต่อเนื่อง จากทั้งธุรกิจ data center ทั้งกำไรจาก Advanc และกพไรจากธุรกิจไฟฟ้าเดิมที่มีโอกาสเติบโตจาก Direct PPA 2GW พลังงานทดแทนที่มุ่งเน้นป้อนให้ data center และ PDP แผนพัฒนาไฟฟ้าใหม่ที่กำลังใกล้คลอดภายในปี 2026 นี้อีกด้วยปัจจุบัน หุ้นกลุ่ม Gulf ที่ประกอบด้วย Gulf + Advanc + Kbank + THCOM และอาจรวม Gunkul ด้วย มีมูลค่าตลาดรวมราว THB3tr หรือคิดเป็น 15% ของมูลค่าตลาด SET นั่นทำให้เชื่อได้ว่า หากราคาหุ้นกลุ่ม Gulf ยังคงเดินหน้าทำนิวไฮต่อไป ด้วยกำไรที่เติบโตสูงและ fund flow ที่ไหลเข้า จะทำให้ SET มีโอกาสไปแตะจุดสูงสุดเดิมที่ราว 1800 จุดได้หรือไม่ใน 12 เดือนข้างหน้า?

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ BH ให้เป้าพื้นฐาน 210 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคาเริ่มฟื้นตัวหลังสร้างฐานบริเวณค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 183 บาท / แนวต้าน 186 – 195 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 205 บาท (Stop loss 176.5 บาท) 2) ประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลายปลดล๊อคการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ เราประเมินแนวโน้มผู้ป่วยต่างชาติโดยเฉพาะจากตะวันออกกลางจะฟื้นตัวเด่นใน 3Q69 หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลง ทั้งนี้ผลกระทบของสงครามใน 2Q69 ฝ่ายวิจัยฯประเมินว่ามีผลกระทบที่จำกัด (ใน 2Q69 ผู้ป่วยต่างชาติยังคงมีการเดินทางมารับการตรวจรักษา แม้จะชะลอลง) แต่ราคาหุ้นซึบซับข่าวลบไปพอสมควรแล้ว 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-20 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี ที่ 24 เท่า / ใกล้เคียง -1SD ที่ 18 เท่า)หุ้น ADVICE ให้เป้า Consensus 7.2 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้น เริ่มฟื้นตัวหลังพักฐานในกรอบ Sideway up ประเมินแนวรับ 6.35 บาท / แนวต้าน 6.6 – 6.85 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.15 บาท (Stop loss 6.1 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 ทำจุดสูงใหม่ต่อเนื่อง คาดอัตรากำไร 2Q69 จะยืนสูงต่อเนื่องจาก 1Q69 จากการปรับราคาขายสินค้าไอทีขึ้น (ผลจากสินค้าไอทีขาดแคลน) ขณะที่อุปสงส์แข็งแกร่ง ผู้บริโภคจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ไอที เพื่อรองรับเทรนด์ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล … แผนการเร่งยอดขายกลุ่ม Commercial (ลูกค้าองค์กร) เป็น Upside ใน 2H69 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 11.4 เท่า (เท่ากับ -1SD) ขณะที่ Consensus คาดกำไรปีนี้โต +31% YoYหุ้น NTF ให้เป้าพื้นฐาน 20.8 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นพักฐานแรง Oversold มีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 13.3 บาท และ 13.1 บาท / แนวต้าน 13.8 – 14.4 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 15.5 บาท (Stop loss 12.6 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวก หลังที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติออกหุ้นกู้เตรียม Working cap เพิ่มยอดส่งออกทุเรียน เราประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 จะโตเด่น YoY QoQ เนื่องจากเป็น High season ทุเรียนภาคตะวันออก และเงินทุนหมุนเวียนที่มากขึ้นจากการ IPO ขณะที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติออกหุ้นกู้วงเงิน ≤ 900 ล้านบาท เพื่อเสริมเงินทุนหมุนเวียนสำหรับช่วง High season ทุเรียนภาคใต้ 3Q และเตรียมสะสมทุเรียนตกเกรด (ไม่สวย/แต่เนื้อดี) เพื่อทำทุเรียนแช่แข็งเตรียมไว้ส่งออกช่วง Low season (4Q - 1Q) 3) Valuation ถูก ราคาหุ้นพักฐานแรงจน Forward PE ต่ำเพียง 6.5 เท่า ขณะที่คาดกำไร 2Q69 จะทำจุดสูงใหม่ และ 3Q69 คาดจะโตเด่น YoY

ลูกค้าแพ็กเกจรายเดือน 5G Super Xtreme Entertainment  รับสิทธิ์ชมฟรี TrueID+ นานสูงสุด 12 เดือน
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าแพ็กเกจรายเดือน 5G Super Xtreme Entertainment รับสิทธิ์ชมฟรี TrueID+ นานสูงสุด 12 เดือน

ลูกค้าแพ็กเกจรายเดือน 5G Super Xtreme Entertainment รับสิทธิ์ชมฟรี TrueID+ นานสูงสุด 12 เดือน เงื่อนไข1.ผู้ใช้บริการแพ็กเกจ 5G Super Xtreme Entertainment ชมฟรี True ID+ เป็นระยะเวลา 12 เดือน เมื่อลงทะเบียนรับสิทธิสำเร็จและชำระค่าบริการรายเดือนมือถือต่อเนื่อง2.สามารถรับชม True ID+ ได้พร้อมกัน 2 จอ ผ่านแอปพลิเคชัน หรือ เว็บไซต์ https://e22s5.app.goo.gl/jNa1B โดยทำการล็อกอินด้วยบัญชีทรูไอดีของเบอร์ที่ทำการสมัครแพ็กเกจ 5G Super Xtreme Entertainment เท่านั้น3.กรณีลูกค้ามีแพ็ก True ID+ อยู่แล้วที่ยังไม่หมดอายุ จะไม่สามารถรับสิทธิ์ True ID+ จากแพ็กเกจนี้ได้4.กรณีทำการยกเลิกแพ็กเกจมือถือ 5G Super Xtreme Entertainment สิทธิในการรับชม True ID+ จะสิ้นสุดทันที

จริงจัง!! อัล นาสเซอร์ สนคว้าตัว หลุยส์ มีย่า แข้ง เกตาเฟ่ เสริมทัพ
อ่าน

จริงจัง!! อัล นาสเซอร์ สนคว้าตัว หลุยส์ มีย่า แข้ง เกตาเฟ่ เสริมทัพ

Marca สื่อกีฬาชื่อดังของสเปน รายงานว่า อัล นาสเซอร์ทีมดังในลีกซาอุดีอาระเบียกำลังให้ความสนใจอย่างจริงจังในการเซ็นสัญญากับ หลุยส์ มีย่า กองกลางตัวเก่งของ เกตาเฟ่ คาดว่า หลุยส์ มีย่า มิดฟิลด์วัย 31 ปีจะตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตการค้าแข้งของเขาในเร็วๆ นี้ โดยมีรายงานว่าสโมสรจากซาอุดีอาระเบียเสนอสัญญาที่ให้ค่าเหนื่อยสูกสุดในอาชีพการค้าแข้งของเขา ขณะเดียวกัน บียาร์เรอัล เป็นอีกหนึ่งสโมสรที่ให้ความสนใจในตัวของ หลุยส์ มีย่า เช่นกัน เนื่องจากทัพ "เรือดำน้ำสีเหลือง" ได้โควต้าร่วมการแข่งขันในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า แต่อย่างไรก็ตามทาง อัล นาสเซอร์พร้อมที่จะจ่ายค่าฉีกสัญญาประมาณ 6 ล้านยูโร เพื่อปิดดีลคว้าตัวดาวเตะชาวสเปนรายนี้ให้ได้โดยเร็ว สำหรับ หลุยส์ มีย่า โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ เกตาเฟ่ ในฤดูกาล 2025/26 โดยทำไป 1 ประตูกับอีก 10 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 38 นัดรวมทุกรายการ (Photo by JAVIER SORIANO / AFP) (Photo by Pierre-Philippe MARCOU / AFP) ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

Coming Soon
ดู

Coming Soon

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น -บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ หุ้น CPN ให้เป้าพื้นฐาน 75 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway กรอบแคบ มีโอกาส Break กรอบแนวต้าน ขณะที่ MACD RSI เริ่มฟื้นก่อน ประเมินแนวรับ 64.5 บาท / แนวต้าน 67 บาท กรณี Break ผ่านแนวต้านนี้ได้ประเมินกรอบแนวต้านถัดไป 69 – 71 บาท (Stop loss 62.5 บาท) 2) คาดกำไร 1Q69 โต YoY และประเมินรายได้ค่าเช่าจะยังโตดีต่อเนื่องตลอดปี ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 1Q69 = 4.6 พันล้านบาท โต +9% YoY และคาดธุรกิจพื้นที่จะเช่าจะยังเติบโตได้ดีตลอดปี + คาดหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐฯหนุน ขณะที่การทยอยโอนโครงการ Dusit residences (ถือหุ้น 30%) จะเป็นอีกปัจจัยเสริมกำไรปีนี้ 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 14.6 เท่า (-1 SD) Dividend yield 3.8%หุ้น WHA ให้เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท โดย 1) ประเมินรูปแบบราคา Sideway Up ลุ้นทดสอบจุดสูงเดิม ประเมินแนวรับ 4.6 บาท / แนวต้าน 4.76 – 4.86 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.1 บาท (Stop loss 4.44 บาท) 2) คาดการเร่งลงทุนตามนโยบาย Thailand FastPass ปลดล๊อค BOI มูลค่ามหาศาลที่ค้างท่อ เราประเมินนโยบายเรือธงของรัฐบาลคือ “Thailand FastPast” ที่จะปลดล๊อคให้การลงทุนที่ขอ BOI ไว้แล้วผ่านขั้นตอนได้เร็วขึ้น จากปัจจุบันที่สะสมรวมมูลค่าเกือบ 3 ล้านล้านบาทแล้ว (ปีก่อน 1.8 ล้านล้านบาท + ต้นปีนี้อีก 1 ล้านล้านบาท) … เราคาดจะเป็นบวกต่อยอดโอนที่ดินนิคมฯใน 1- 2 ปีนี้ ขณะที่การเร่งลงทุน Data center จะหนุนธุรกิจสาธารณูปโภคไฟฟ้า+น้ำ 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE +/-12.5 เท่า (-1 SD) Dividend yield ปีละ 4.8% … วันนี้ฝ่ายวิจัยฯปรับเป้าหมายขึ้น สะท้อนธุรกิจสาธารณูปโภคที่ดีขึ้นหุ้น KTB ให้เป้าพื้นฐาน 37 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวลุ้น Break กรอบ Sideway ขึ้นปิดแก๊ปราคา ประเมินแนวรับ 33.25 บาท / แนวต้าน 34.5 – 35 บาท กรณีปิดแก๊ปราคานี้และผ่านไปได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 36 บาท (Stop loss 32.5 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและนโยบายรัฐ เราประเมินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จาก พรก เงินกู้ จะประคองภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งยอดขอ BOI ที่รอปลดล๊อคสูงถึงเกือบ 3 ล้านล้านบาทแล้ว + การเร่งลงทุนโครงการภาครัฐฯ จะหนุนภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อ ขณะที่เราประเมินความเสี่ยงส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ขาลงผ่อนคลายลง 3) ปันผลยังเด่น คาดปันผลปีนี้ 2.2 บาท/หุ้น (Dividend yield 6.5%)

7 รองเท้า ใส่สบาย เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยขา ยี่ห้อไหนดี
อ่าน

7 รองเท้า ใส่สบาย เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยขา ยี่ห้อไหนดี

ปี 2026 นี้ เที่ยวต่างประเทศ ทั้งที ก็ต้องมี รองเท้าดีๆ ใส่สบาย เดินนานแล้วไม่เมื่อย สักคู่แล้วค่ะ ท่องไว้เลยว่า รองเท้าดีใส่แล้วแฮปปี้ตลอดทริป! หากใครยังลังเลใจเลือกไม่ได้ว่าจะสอย รองเท้า ใส่เดินนานๆ เที่ยวต่างประเทศ ยี่ห้อไหนดี และยังไม่มีรองเท้าคู่โปรดที่ช่วยรองรับสรีระเท้า นุ่มเด้ง น้ำหนักเบา เดิน 20,000 ก้าว ก็ไม่เมื่อยขา ไม่ปวดฝ่าเท้า แถมไม่กัดเท้าจนทริปกร่อยล่ะก็! 7 แบรนด์นี้ที่เราลิสต์มาฝาก รับรองใส่ดีสมคำร่ำลือค่ะ งานนี้เตรียมเสียทรัพย์ได้เลยจ้า! รองเท้า เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ยี่ห้อไหนดี 2026ใส่สบาย ทนทาน ซัพพอร์ตเท้า ไม่กัดเท้า 1. Sketchers Slip-ins : GOwalk Massage Fit คู่แรกเราขอประเดิมด้วย Sketchers Go walk 7 รองเท้าสลิปอินรุ่นฮิต ดีไซน์เท่ที่ยืนหนึ่งเรื่องการเดิน ซึ่งโดดเด่นด้วย Midsole แบบคลื่นที่ช่วยนวดเท้าอย่างนุ่มนวล เสริมพื้นรองเท้ากันกระแทกแบบ Hyper burst พร้อมหมอนรองส้นเท้าช่วยรองรับทุกย่างก้าวอย่างปลอดภัย ทำให้รองเท้าคู่นี้มีน้ำหนักเบา ให้สัมผัสนุ่มเด้ง ส่งแรงเดินได้ดี จะเดินเป็นหมื่นก้าวก็ไม่เหนื่อยค่ะ แถมตัวรองเท้าทำมาจากวัสดุสังเคราะห์และผ้าตาข่ายลวดลวยเป็นเอกลักษณ์ ช่วยระบายอากาศ ไม่เกิดกลิ่นอับง่าย ส่วนหน้าเท้ากว้าง ไม่บีบ ไม่กัด นับว่าเป็น Travel Shoes ที่น่าลงทุนคู่นึงเลย! ราคา 3,990 บาท ================ 2. New Balance 530 New Balance รองเท้าผ้าใบในตำนานรุ่นนี้จะไม่พูดถึงคงไม่ได้ค่ะ เพราะหลายเสียงโหวตให้เป็น Travel Shoes ดีไซน์สวยคลาสสิกเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายเรโทรที่จะหยิบมาแมตช์กับเสื้อผ้าออกทริปตัวไหนก็รอด! แถมใส่สบาย ไม่ปวดขา เหมาะกับการเดินเยอะยืนนาน รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าวิ่งสายซัพพอร์ตหรือ Stability shoes มาด้วยอัปเปอร์หนังกลับที่จับคู่กับผ้าตาข่ายอย่างลงตัว และช่วยดูดซับแรงกระแทกทุกการเคลื่อนไหวด้วยแผ่นกันกระแทก ABZORB ที่มีความยืดหยุ่นแข็งแรง แต่ให้สัมผัสนุ่ม เบาสบายเท้า ทำให้เดินได้อย่างมั่นคง ราคา 3,900 บาท ================ 3. Asics Gel 1130 ขอเป็นอีกเสียงที่ยืนยันว่า Asics Gel 1130 ฝาแฝดรุ่นเรือธงอย่าง Gel Kayano 14 รุ่นนี้ ใส่ออกทริปแล้วไม่เคยทำให้ผิดหวังสักครั้ง เรื่องความนุ่ม แน่น เด้ง ต้องยกให้เลย! Asics Gel 1130 เป็นรองเท้าวิ่งสไตล์เรโทรอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับจองเป็นเจ้าของ ซึ่งถูกปรับรูปโฉมมาจากซีรีส์ GEL-1000 โดยมีการเติมแต่งวัสดุอย่างผ้าตาข่ายซ้อนทับกันหลายๆ ชั้นผสมผสานกับหนังเกรดพรีเมียม พร้อมดีเทลลายเส้นคาดสุดโฉบเฉี่ยว ส่วนตัวคิดว่า รองเท้ารุ่นนี้พื้นรองเท้าจะมีความนิ่มและเฟิร์มเด้งกว่าตัวบนนิดหน่อยค่ะ ซัพพอร์ตเท้าและรองรับแรงกระแทกได้ดีมากๆ เดินนานหลายชั่วโมงก็ไม่ปวดขา! ราคา 3,900 บาท ================ 4. Rockfish Weatherwear Cloudy Flatform Fur Slingback สาวๆ คนไหนชอบเที่ยวเมืองหนาวเป็นชีวิตจิตใจ อยากได้รองเท้าดีไซน์เก๋ ดูลำลองสบายๆ แต่ใส่แล้วอุ่นสบายเท้าสุดๆ เดินเยอะได้ไม่งอแง! ทั้งยังหยิบมาแมตช์กับเสื้อผ้าสไตล์ไหนก็ดูคิ้วท์ขึ้นมาทันที ต้องมีรองเท้าแพลตฟอร์มรัดส้นบุขนจากแบรนด์ Rockfish Weatherwear ในกรุค่ะ รองเท้ารุ่นนี้เค้ามาด้วยวัสดุหนังกลับสีน้ำตาลอมส้มหัวกลมมน ด้านในบุขนเฟอร์สีครีมอ่อนหนานุ่มดุจปุยเมฆ ซึ่งกันหนาว กันลมเย็นได้ดีงามมากๆ ส่วนสายรัดก็ทำมาจากขนเฟอร์เช่นเดียวกัน สามารถถอดเปลี่ยนได้ อีกทั้งเสริมส้นหนาที่น้ำหนักเบา ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินอีกด้วย ราคา 3,900 บาท ================ 5. TOPCOAT รองเท้ากันหนาวบุขนหนาพิเศษกันเปียก กันลื่น ลุยหิมะได้ ส่วนใครวางแพลนเที่ยวเมืองหิมะอากาศติดลบ เราก็ขอป้ายยารองเท้าบูทลุยหิมะราคาน่าคบไว้ในอ้อมอกอ้อมใจกันหน่อย รองเท้าแบรนด์ TOPCOAT นี้เป็นบูทหุ้มข้อที่เผยให้เห็นถึงความเรียบง่าย สวมใส่สบายด้วยวัสดุผ้าไนลอนผสมโพลีเอสเตอร์ ซึ่งเด่นด้านการกันน้ำ กันความชื้นได้ดี ด้านในบุขนเฟอร์สังเคราะห์ฟูๆ นุ่มๆ มีความหนาแบบพิเศษ จึงช่วยเพิ่มความอบอุ่นได้ดีมากเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นพื้นรองเท้าเป็นยางที่มีความยืดหยุ่นกระชับรับกับสรีระเท้า เดินเยอะแค่ไหนก็ไม่ทำให้เจ็บฝ่าเท้า แถมมีดอกยางกันลื่นล้มด้วยนะ ราคา 1,690 บาท ================ 6. Camper Pelotas Mars หนุ่มๆ คนไหนกระเป๋าหนักและกำลังมองหารองเท้าบูทหนังนิ่มๆ ยืดหยุ่นดี น้ำหนักเบา ซัพพอร์ตเท้าทุกการก้าวเดิน แนะนำให้ลงทุนกับรองเท้าคู่นี้ค่ะ เค้าเป็นรองเท้าบูทดีไซน์เรียบๆ แบบ Chelsea Boots แต่เปี่ยมด้วยความคูล ดูชิคแบบตัวพ่อแห่งวงการแฟชั่นทุกครั้งที่สวมใส่จากดีเทลส้นรองเท้าแบบ Sneaker ที่ทำด้วยยาง EVA ชนิดเบาพิเศษ ช่วยในการยึดเกาะ ทั้งเสริมพื้นรองเท้าแบบ Ortholite ซึ่งสามารถซับแรงกระแทก ส่งแรงเดินได้อย่างดีเยี่ยม กอปรกับตัวรองเท้าที่รังสรรค์ด้วยหนัง Pu คุณภาพพรีเมียม ใส่เดินนานๆ รับรองว่า ไม่บีบ ไม่กัดเท้าแน่นอนค่ะ ราคา 10,950 บาท ================ 7. Fitflop F-Luma Stretch Suede Demi-Wedge Mid-Calf Boots ถ้าพูดถึงความเรียบหรู ใส่สบาย เดินนานไหว ไม่เมื่อยขา MID-CALF BOOTS จากแบรนด์ Fitflop แบรนด์รองเท้าขึ้นชื่อเรื่องความสบายที่ครองใจคนไทยมาอย่างยาวนานคู่นี้ บอกเลยว่า สาวๆ จะพลาดไม่ได้เชียว! เค้าเป็นบูทครึ่งน่องทรงสลิมฟิต ดีไซน์หัวเหลี่ยมมน ส้นแพลตฟอร์มหนา 3 นิ้ว ซึ่งตัวรองเท้าตัดเย็บจากวัสดุหนังกลับสีชมพูเบจอย่างประณีต เพิ่มเติมด้วยดีเทลรอยต่อ ขับให้ผู้สวมใส่มีบุคลิกอ่อนหวานนุ่มนวล น้อยแต่มาก ดูมีระดับแบบ Quiet Luxury ยิ่งไปกว่านั้นพื้นรองเท้าด้านในเป็นแบบเวดจ์นุ่มๆ ผสานกับเทคโนโลยี Microwobbleboard มาช่วยลดแรงกระแทกขณะเดิน นับว่าเป็นอีกคู่ที่เหมาะกับเหล่านักเดินสายแฟเลย! ราคา 7,990 บาท ================ รองเท้าใส่เที่ยวต่างประเทศ ที่น่าสนใจอื่นๆ 6 รองเท้าผ้าใบ ใส่สบาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ ไม่เมื่อยเท้า ไม่ปวดขา ยี่ห้อไหนดี มัดรวม 7 รองเท้าผ้าใบ สีขาว ใส่เที่ยว เดินนานๆ ทริปต่างประเทศ ก็ยังไหว! 5 รองเท้าแตะ นุ่มๆ กันน้ำ กันลื่น ยี่ห้อไหนดี เล่นน้ำสงกรานต์ เที่ยวทะเล ต้องจัด!

"SMTR25" เตรียมบินลัดฟ้าเปิดแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย เปิดจองบัตร 25 เมษายนนี้!
อ่าน

"SMTR25" เตรียมบินลัดฟ้าเปิดแฟนมีตติ้งครั้งแรกในไทย เปิดจองบัตร 25 เมษายนนี้!

SM True (เอสเอ็ม ทรู) ชวนเก็บกระเป๋าออกเดินทางร่วมทริปฉลองจบการศึกษาสุดพิเศษของ SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ทีมเด็กฝึกชายหลากหลายสัญชาติจาก SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) ที่ตั้งใจบินลัดฟ้ามาพบแฟน ๆ ชาวไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรก กับแฟนมีตติ้ง Reply High School Fan Meeting Tour Graduation Trip in BANGKOK (รีพลาย ไฮ สคูล แฟน มีตติ้ง ทัวร์ เกรดูเอชัน ทริป อิน แบงค็อก) ในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2026 เวลา 17:00 น. ณ ธันเดอร์โดม SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 15 คน ได้แก่ HANBI (ฮันบิ), SONGHA (ซงฮา), DANIEL (แดเนียล), HYUNJUN (ฮยอนจุน), HAMIN (ฮามิน), JAEWON (แจวอน), WOOLIN (อูลิน), NICHOLAS (นิโคลัส), KASSHO (คัสโช), JUSTIN (จัสติน), HARUTA (ฮารุตะ), SADAHARU (ซาดาฮารุ), CHARLIE (ชาร์ลี), KACHIN (คชิน) และ TATA (ตาต้า) โดยในจำนวนนี้มี 3 เด็กฝึกมากความสามารถจากประเทศไทย CHARLIE, KACHIN และ TATA ที่เตรียมกลับมาปรากฏตัวบนเวทีในประเทศบ้านเกิดอย่างเป็นทางการในงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมโยงกับประเทศไทยและความเป็นสากลของทีมได้อย่างชัดเจน โดย SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) เปิดตัวครั้งแรกผ่านเวทีพิเศษฉลองครบรอบ 30 ปีของ SM ในคอนเสิร์ต SMTOWN LIVE 2025 ณ กรุงโซล เมื่อเดือนมกราคม 2025 ก่อนจะเดินหน้าขึ้นแสดงบนเวที SMTOWN LIVE ในเมืองสำคัญระดับโลก ทั้งเม็กซิโกซิตี้, ลอสแอนเจลิส, ลอนดอน, โตเกียว, ฟุกุโอกะ และกรุงเทพฯ พร้อมได้รับการแนะนำในฐานะศิลปินเจเนอเรชันใหม่ที่จะขับเคลื่อนอนาคตของ K-POP สร้างกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงและได้รับความสนใจจากแฟนเพลงทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้น การแสดงคัฟเวอร์เพลงรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง 다시 만난 세계 (Into The New World) ของ Girls' Generation และ 늑대와 미녀 (Wolf) ของ EXO ยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านการแสดงและคาแรกเตอร์ที่แตกต่างของสมาชิกทั้ง 15 คน จนกลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนเพลง อีกทั้งสมาชิกจากทีมเด็กฝึก SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ยังถูกจับตามองว่า จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเดบิวต์บอยกรุ๊ปวงใหม่ ซึ่งแผนการดังกล่าวนี้ ทาง SM ENTERTAINMENT ได้ประกาศอย่างเป็นทางการในช่วงเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กระแสความคาดหวังต่อการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของพวกเขายิ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ยังได้เปิดตัวรายการเรียลลิตี้ของตนเอง Reply High School (รีพลาย ไฮ สคูล) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง SM ผู้อยู่เบื้องหลังระบบฝึกฝนศิลปินอันแข็งแกร่งระดับโลก และ eggiscoming บริษัทโปรดักชันชั้นนำจากเกาหลี โดยออกอากาศทั้งในประเทศเกาหลีใต้และต่างประเทศ สำหรับแฟน ๆ ชาวไทยสามารถรับชมได้พร้อมเกาหลีในทุกวันศุกร์ ทางทรูวิชั่นส์ ช่อง True X-Zyte เวลา 18:20 น. และดูย้อนหลังทางแอปพลิเคชันทรูวิชั่นส์ นาว เวลา 20:00 น Reply High School เป็นรายการเรียลลิตี้แนวไทม์สลิปที่สมาชิกทั้ง 15 คนเข้าเรียนในโรงเรียนสมมติ โรงเรียนมัธยมปลาย WOOJEONG เพื่อสัมผัสวัฒนธรรม K-culture ตั้งแต่ยุค 1990s, 2000s และ 2010s ผ่านการแบ่งห้องเรียนตามคอนเซปต์แต่ละยุค ถ่ายทอดทั้งชีวิตหอพัก มิตรภาพ และเส้นทางการเติบโตของเด็กฝึกที่กำลังค้นหาคำตอบเกี่ยวกับการเดบิวต์ของพวกเขา สำหรับแฟนมีตติ้ง Reply High School Fan Meeting Tour Graduation Trip in BANGKOK จะถ่ายทอดบรรยากาศเหมือนทริปสมัยเรียนที่ทุกคนรอคอย ภายใต้คอนเซปต์การเดินทางฉลองการจบการศึกษา ที่แฟน ๆ จะได้ร่วมออกทริปไปพร้อมกับสมาชิกทั้ง 15 คน ภายในงานเตรียมพบกับกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการแสดงเพลง We Go (วีโก) เพลงประกอบรายการ Reply High School ที่บอกเล่าความตื่นเต้นของการเริ่มต้นใหม่ผ่านเสียงร้องอันสดใสของ SMTR25 (เอสเอ็มทีอาร์ยี่สิบห้า) ให้ได้ชมกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมด้วยช่วง Hi-Bye ที่แฟน ๆ จะได้ใกล้ชิดกับพวกเขา ถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับแฟนคลับชาวไทยที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความทรงจำบทสำคัญระหว่างกันให้มีความหมายมากที่สุด เปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก JOY CLUB Pre-Sale ในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 เวลา 11:00 น. 12:59 น. เท่านั้น และรอบบุคคลทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2026 เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/GraduationTrip_in_BANGKOK บัตรนั่งราคา 5,500 / 4,500 / 3,500 / 2,500 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อบัตร ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมของคอนเสิร์ตได้ทางบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของ SM True : เฟซบุ๊ก facebook.com/smtruethailand, อินสตาแกรม instagram.com/smtruethailand, เอ็กซ์ x.com/SMTrueThailand และ TikTok (ติ๊กต๊อก) tiktok.com/@smtruethailand สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อบัตรได้ทาง Counter Service : อีเมล support@allticket.com และไลน์ออฟฟิเชียล @counterservice

BLA ฝ่าปัจจัยท้าทาย ผุดแบรนด์แคมเปญ พิชิตเป้าหมาย
อ่าน

BLA ฝ่าปัจจัยท้าทาย ผุดแบรนด์แคมเปญ พิชิตเป้าหมาย

#BLA #ทันหุ้น - BLA แก้โจทย์ความท้าทายดันธุรกิจโตผ่านแบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” สร้างโอกาสในยุคที่โครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนเป็นสังคมสูงวัย ด้วยการโฟกัสใน 4 มิติ กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล และความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เป้าหมายเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้านางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA กล่าวว่า เพื่อเป็นหนึ่งในใจของลูกค้า และสร้างการจดจำแบรนด์ BLA ได้ต่อยอด แบรนด์แคมเปญ “ใส่ใจ” มาสู่ แบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” เพราะมองว่า ความใส่ใจจะยั่งยืนที่สุด ถ้าสามารถเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน*ทฤษฎีหน้ากากออกซิเจน “ไม่อยากให้มองว่าการใส่ใจตัวเองก่อน คนอื่นในครอบครัวเป็นเรื่องผิด เพราะถ้าเราเป็นเดอะแบกเราจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งสุขภาพร่างกาย การเงิน เราถึงจะดูแลคนอื่นได้ เหมือนทฤษฎีหน้ากากออกซิเจนบนเครื่องบินที่ว่า ต้องใส่หน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อนคนที่ต้องช่วยเหลือ ซึ่งมีความหมายว่าหากใส่ให้ลูกก่อน ลูกรอด แต่ถ้าเราไม่รอดลูกก็ไปต่อไม่ได้” นางสาวอรนาฎ กล่าวอีกว่า ความท้าทายในปัจจุบันมีมากขึ้นทั้งจากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอกที่เหนือการควบคุม ทำให้การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อที่ลดลง โครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันก็มีความคาดหวังในผลิตภัณฑ์ และบริการที่มากขึ้น ซึ่งแม้ธุรกิจจะเจอกับความท้าทายแค่ไหน แต่โจทย์ก็คือต้องเดินหน้าต่อไป เพราะภายใต้ความท้าทายก็ยังมีโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมสูงวัยแล้ว นางสาวอรนาฎ มองว่าการที่มีอายุยืนขึ้น (longevity) อายุสุขภาพก็ต้องดีด้วย และการที่จะดีได้ก็ต้องเริ่มจากตัวเราเอง ซึ่งเป็นที่มาของแบรนด์ แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง”*คุณภาพชีวิตที่ดีซึ่ง BLA มองว่า การมีอายุยืนขึ้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีครบ 4 มิติ คือ สุขภาพ หรือ กายฟิต การมีสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงและมีการดูแลที่เหมาะสม ความมั่นคงทางการเงิน หรือ เงินพร้อม การสร้างความมั่นคงทางการเงินพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีอิสระในการใช้ชีวิตจากการวางแผนชีวิตระยะยาวเอาไว้ ความสมดุลทางใจ หรือ ใจสมดุล มีความสบายใจ พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงชีวิต และ ความสัมพันธ์ที่ดี กับ ครอบครัว คนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพอย่างต่อเนื่องทั้งนั้ บริษัทได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึก ที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุค longevity หรือ การมีอายุยืนยาว สิ่งสำคัญคือการมีชีวิตอยู่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ได้นานที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับการมีอายุยืนยาวขึ้น“เราถ่ายทอดความคิดของ Brand และสื่อสารออกไปผ่านหนังโฆษณา เพื่อจะบอกกับทุกคนที่ต่างมีภาระหน้าที่เพื่อคนอื่น ซึ่งเปรียบเสมือนยอดมนุษย์ของใครบางคน ให้หันมา “ใส่ใจตนเองเพื่อให้มีชีวิตที่ดี” start from self-care for yourself loved ones. ยอดมนุษย์ คือ สัญลักษณ์ของการเสียสละ ทำได้ทุกอย่างเพื่อทำให้คนที่เรารักมีชีวิตที่ดี มีความสุขที่สุด แต่มุมคนที่เรารักจริงๆ แล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานๆ ซึ่งภาพนี้จะสมบูรณ์ได้ คือ การที่เราแบ่งเวลามาดูแลใส่ใจตัวเราเองบ้าง” นางสาวอรนาฎ กล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่า*พัฒนาแอปในปีนี้ BLA ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน BLA Happy Life เวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดยจะมีสิทธิพิเศษ กิจกรรมข่าวสาร ต่างๆ เพื่อเติมความสุข และการเตรียมความพร้อมทุกมิติเพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยให้ได้มากที่สุดและยังเป็นปีแรกที่เปิด App ให้กับคนทั่วไปที่สนใจได้ใช้ด้วย โดยสามารถดาวน์โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้“เรามั่นใจว่า ความใส่ใจที่เราทำให้และกำลังสื่อสารออกไปเพื่อให้ทุกคนที่เป็นเหมือนยอดมนุษย์ หันมาใส่ใจตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและพร้อมที่จะดูแลคนที่รัก ทั้งนี้แคมเปญรวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะทำต่อจากนี้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ลูกค้ารับรู้ สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเรา และเชื่อว่าสิ่งที่เราทำนี้จะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าและสังคมไทยของเราได้อย่างแท้จริง สุดท้ายความใส่ใจนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และเลือกที่จะให้เราดูแลตลอดไปค่ะ” นางสาวอรนาฎกล่าว

THIP ตั้ง ‘สุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี’ นั่ง CEO มีผล 1 เม.ย.นี้
อ่าน

THIP ตั้ง ‘สุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี’ นั่ง CEO มีผล 1 เม.ย.นี้

#ทานตะวันอุตสาหกรรม (THIP) ขยับทัพครั้งใหญ่! ประกาศแต่งตั้ง “สุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี” เป็น CEO กางแผนเขย่าวงการบรรจุภัณฑ์โลกด้วยกลยุทธ์ “3 พลัง: ประสิทธิภาพ-คน-การเติบโต” มุ่งเป้าปั๊มกำไร-ขยายฐานลูกค้า พร้อมโชว์ฟอร์ม ‘ฐานผลิตเวียดนาม’ ส่งสัญญาณบวกหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ขยับทัพครั้งใหญ่! ประกาศแต่งตั้ง “สุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อนำทัพขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้บริบทการแข่งขันในระดับสากลที่มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านรายได้ ความสามารถในการทำกำไร และความยั่งยืนในระยะยาวนายสุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับเป้าหมายในปี 2569 บริษัทมุ่งสร้างการเติบโต โดยเน้นการขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการเดินหน้าสู่การเป็น Global Player อย่างเต็มรูปแบบ”ชูกลยุทธ์ "3 พลัง" ลุยสนาม Packaging โลก1. การเติบโตของธุรกิจเร่งสยายปีกขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ เพิ่มกำลังการผลิต และปั้น New Business Model เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับ Global โดยยึดมั่นในมาตรฐานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ2. การยกระดับประสิทธิภาพปรับจูนองค์กรสู่ระบบ Lean Organization เต็มรูปแบบ นำเทคโนโลยี Data-driven มาใช้ในการตัดสินใจและบริหารความเสี่ยง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในทุกกระบวนการ3. การพัฒนาบุคลากรสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ "Can-Do Attitude" พัฒนาทักษะบุคลากรให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง และดึงดูด Talents รุ่นใหม่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนองค์กรส่องผลงาน “เวียดนาม” จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ นอกจากภารกิจใหญ่ในไทยแล้ว นายสุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี ยังพ่วงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ (MD) บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม (เวียดนาม) จำกัด นั่งคุมบังเหียนฐานการผลิตยุทธศาสตร์สำคัญด้วยตัวเอง พร้อมแย้มข่าวดีถึงความคืบหน้าที่ปัจจุบันมีทิศทางดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการคุมต้นทุน การลดของเสีย และประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น โดยคาดว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นบวกชัดเจนภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นลมใต้ปีกสำคัญที่ช่วยหนุนให้ THIP ก้าวสู่การเป็น "พันธมิตรด้านบรรจุภัณฑ์ระดับโลก" ได้ตามเป้าหมาย

ดีเซล
สิทธิพิเศษ

ดีเซล

บริการทุกรดับประทับใจ