TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “The Tuxedo” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
THE TUXEDO สูทรักนักออกแบบ ช่อง 3HD (ตอนจบ)
เรื่องย่อซีรีส์ THE TUXEDO สูทรักนักออกแบบ ช่อง 3HD ทุกวันเสาร์เวลา 21.00 น. นำโดย พระเอกแชป ศุภชีพ ชนะภัยที่โคจรมาพบกันครั้งแรกกับนายเอกกรีน พงศธร ผดุงเกียรติวงศ์รับประกันความ จิ้นด้วยเคมีที่ลงตัวของ#แชปกรีนพร้อมทัพนักแสดงที่จะมาเสริมความสนุก ปอนด์ คุณพัทธ์,การ์โตว์ ปัณณวิชญ์,เทป วรชัย,ปิ๊ง กันตพัฒน์และออมสิน สุพิชชา ด้วยฝีมือการกำกับซีรีส์วายครั้งแรก ของไมค์ ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ บอกเลยงานนี้ไม่ธรรมดา คนหนึ่งออกแบบสูทด้วยความรัก อีกคนออกแบบความรักด้วยสูตรเลิฟ ความลงตัวที่แฟนๆสายวายต้องฟินจิกหมอนแน่นๆ แน่นอน
เรื่องย่อละคร • 22 เม.ย. 65
อ่าน
Q Power เจาะตลาดวาย! แถลงข่าวเปิดซีรีส์เรื่องแรก THE TUXEDO สูทรักนักออกแบบ
ข่าวบันเทิงวันนี้ บริษัทคิว พาวเวอร์ พับลิค มีเดีย จำกัดโดยคุณWei Zhang (William)กรรมการผู้จัดการจัดงานแถลงข่าวสุดอลังการพร้อมโชว์พิเศษ เปิดตัวซีรีส์วายTHE TUXEDOสูทรักนักออกแบบเมื่อวันที่13กุมภาพันธ์ ณ วาระเวลาการ์เด้น กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวนักแสดง พระเอกแชป ศุภชีพ ชนะภัยที่โคจรมาพบกันครั้งแรกกับนายเอกกรีน พงศธร ผดุงเกียรติวงศ์รับประกันความ จิ้นด้วยเคมีที่ลงตัวของ#แชปกรีนด้วยซีนหวานเรียกเสียงกรี๊ดจากผู้เข้าร่วมแถลงข่าว THE TUXEDO สูทรักนักออกแบบ พร้อมด้วยการแนะนำคาแรคเตอร์ตัวละครของนักแสดงที่จะมาเสริมทัพความสนุกปอนด์ คุณพัทธ์,การ์โตว์ ปัณณวิชญ์,เทป วรชัย,ปิ๊ง กันตพัฒน์และออมสิน สุพิชชาภายใต้บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นความรัก นอกจากนี้ยังได้ร่วมพูดคุยกับผู้กำกับไมค์ ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณถึงครั้งแรกของการมากำกับซีรี่ส์วาย พร้อมทั้งเล่าเรื่องราวเบื้องหลังการถ่ายทำสนุกๆ นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดตัวทีเซอร์เรียกน้ำย่อยให้แขกและสื่อมวลชนรับชมพร้อมกันเป็นที่แรกอีกด้วย บอกเลยว่างานนี้ไม่ธรรมดา กับเรื่องราวความรักของคนหนึ่งออกแบบสูทด้วยความรัก อีกคนออกแบบความรักด้วยสูตรเลิฟ ความลงตัวที่แฟนๆต้องฟินจิกหมอนอย่างแน่นอน! ซีรีส์ THE TUXEDOสูทรักนักออกแบบเรื่องราวของAOA brothrsร้านตัดสูทแบบexclusive tailorของ2พี่น้อง ไออุ่น และ โอบ ที่ได้รับมรดกตกทอดร้านนี้มาตั้งแต่รุ่นพ่อ โดยมีช่างตัดฝีมือดีอย่างไออุ่น พี่ชายคนโต ผู้มีพรสวรรค์ด้านการตัดสูทแบบหาตัวจับยาก ซึ่งความติสต์ของเขาเป็นที่ทราบกันดีของวงการ ว่าเขาเป็นช่างตัดที่เลือกลูกค้า โดยใช้เซ้นส์ว่าใครควรค่าที่จะตัดสูทกับเขา แต่แล้ววันหนึ่งด้วยฝีมือการตัดสูทของไออุ่น ก็ไปเข้าตา นาวี ไฮโซหนุ่มพันล้าน ผู้บริหารเอาแต่ใจที่มักเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของโลก แต่แท้จริงแล้วภายใต้ความแข็งกร้าวกลับซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ ไออุ่นไม่ถูกชะตานาวีตั้งแต่แรกพบ แต่ก็มีเรื่องราวให้ท้ายที่สุดไออุ่นยอมตกลงตัดสูทในกับนาวี ท่ามกลางความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวของทั้งคู่ ติดตามให้กำลังใจพวกเขาได้ใน THE TUXEDO สูทรักนักออกแบบ ทุกวันเสาร์ เวลา 21.00 น.ทาง 3 เริ่มออกอากาศปลุกความฟินตอนแรกวันเสาร์ 5 มีนาคมนี้!!
ข่าวละคร • 14 ก.พ. 65
อ่าน
เตรียมรับความโกลาหล! เจ้าเหมียวตัวป่วนพร้อมบุกโรงใน "The Cat in The Hat เหมียวแคทใส่หมวกโก้" พฤศจิกายนนี้!
เตรียมพบกับ"The Cat in the Hat"ในมุมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน! จากวรรณกรรมอันเปี่ยมไปด้วยจินตนาการและอารมณ์ขันของDr. Seussสู่การโลดแล่นบนจอใหญ่ครั้งแรกในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชันฟีเจอร์ภาคโรงภาพยนตร์ กับการผจญภัยครั้งใหม่สุดยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้น ที่ซึ่งความป่วน เวทมนตร์ และความอลหม่านจะเข้ามาครองเมือง! โดย "เจ้าแมวใส่หมวก" ตัวป่วน (พากย์เสียงโดย บิล เฮเดอร์) จะมาทำหน้าที่ที่เขาถนัดที่สุด นั่นคือการส่งต่อความสุขให้แก่เด็ก ๆ ในสไตล์สุดฮา เป็นเอกลักษณ์ และแฝงความกวนแบบไม่เหมือนใคร พร้อมพาทุกคนและผู้ชมร่วมเดินทางท่องไปในโลกแฟนตาซีเหนือจินตนาการที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ฮีโร่ของเราต้องรับภารกิจที่ท้าทายที่สุดเท่าที่เคยมีมาให้กับองค์กรI.I.I.I. (Institute for the Institution of Imagination and Inspiration, LLC)นั่นคือการไปสร้างรอยยิ้มและให้กำลังใจ แก็บบี้ และ เซบาสเตียน สองพี่น้องที่กำลังปรับตัวกับการย้ายบ้านมาอยู่ในเมืองใหม่ และขึ้นชื่อว่าเป็น "เจ้าพ่อแห่งความโกลาหล" ที่ชอบทำอะไรเกินเบอร์ไปซะทุกเรื่อง ภารกิจนี้อาจเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พิสูจน์ตัวเอง... ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะต้องสูญเสียหมวกวิเศษของเขาไปตลอดกาล! ร่วมพากย์เสียงโดยทีมนักแสดงแถวหน้าอย่าง โซชิตล์ โกเมซ,แมตต์ เบอร์รี,ควินตา บรันสัน,พอลลา เพลล์ พร้อมด้วย ติอาโก มาร์ติเนซ,จิอันคาร์โล เอสโปซิโต,อเมริกา เฟอร์เรรา,โบเวน ยาง และ ไททัส เบอร์เจสส์ The Cat in the Hat กำกับโดย เอริกา ริวิโนจา และ อเลสซานโดร คาร์โลนี จากบทภาพยนตร์ของพวกเขาเอง โดยอิงจากโครงเรื่องของ แคโรไลน์ วิลเลียมส์ และอำนวยการสร้างโดย ดานิเอลา มัซซูคาโต นี่เป็นผลงานแอนิเมชันขนาดยาวเรื่องแรกของWarner Bros. Pictures Animation The Cat in The Hat เหมียวแคทใส่หมวกโก้ วันที่ 5 พฤศจิกายน ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 10 มิ.ย. 69
ดู
Hello Ghost
ทรูวิชั่นส์ • 14 มิ.ย. 69
เกม
Juanito Arcade Mayhem
Arcade Mayhem Juanito คือประสบการณ์ย้อนยุคที่ให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นแบบอาร์เคด เทเลพอร์ตเข้าสู่วิดีโอเกมต่างๆ สนุกกับกลไกสุดสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากเกมอาร์เคดชื่อดัง เผชิญหน้ากับบอสสุดอลังการ และร่วมต่อสู้กับการรุกรานของโคลนเซลล์
Blacknut • 12 พ.ค. 69
ดู
The President's Cake
Sony Pictures (US) • 30 เม.ย. 69
อ่าน
คนเดือดทวงแค้น The Debt Collector
เรื่องย่อ คนเดือดทวงแค้น The Debt Collector ชื่อเรื่อง คนเดือดทวงแค้น The Debt Collectorประเภท แอคชัน / ดรามา / อาชญากรรมนำแสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ, พิทยา แซ่ฉั่ว, ชัยวัฒน์ ทองแสงกำกับโดย สุรพงษ์ เพลินแสงกำหนดฉาย 23 กรกฎาคม 2026 (ที่ Netflix)ความยาว -- นาที
เรื่องย่อหนัง • 5 วันที่แล้ว
ดู
The Masked Singer U.K.
ทรูวิชั่นส์ • 12 มิ.ย. 69
เกม
Californium
Californium คือวิดีโอเกมที่นำเสนอประสบการณ์ภายในจักรวาลของ Philip K. Dick ผู้เขียนเรื่อง Minority Report และ Blade Runner ความสนุกส่วนใหญ่ของเกมนี้จะอยู่ที่การเดินทางสำรวจและจับตาหาอะไรแปลกๆ ในสภาพแวดล้อมของเกมที่จะปรากฏเมื่อมองจากมุมบางมุมเท่านั้น ระหว่างเล่นคุณจะได้ฟังเสียง Michael Lonsdale นำทางไปเรื่อยๆ เชิญลิ้มรสอาหารตาและอาหารสมองได้เลย!
Blacknut • 24 ม.ค. 68
เกม
Q.U.B.E: Director's Cut
คุณตื่นขึ้นในห้องจัตุรัสสีขาวปลอดพร้อมถุงมือประหลาดหนึ่งคู่ที่สามารถควบคุมลูกบาศก์ที่อยู่รอบ ๆ ได้ เคลื่อนกล่องเหล่านี้ไปรอบ ๆ เพื่อไขพัซเซิลซับซ้อนหลากหลายรูปแบบ และทำทุกวิถีทางเพื่อหาทางออก เตรียมพบกับการผจญภัยสุดเพลิดเพลินของพัซเซิลลูกบาศก์ได้เลย!
Blacknut • 4 มิ.ย. 69
ดู
Haute Couture Fashion Week
ทรูวิชั่นส์ • 29 พ.ค. 69
เกม
Just Cause 4
เจ้าหน้าที่อันธพาล ริโก โรดริเกซ เดินทางไปยังโซลิส โลกแห่งความขัดแย้ง การกดขี่ และสภาพอากาศสุดขั้วในอเมริกาใต้ สวมชุดวิงสูทของคุณ ติดตะขอเกี่ยวที่ปรับแต่งได้อย่างเต็มที่ และเตรียมพร้อมที่จะนำฟ้าร้อง!
Blacknut • 2 มิ.ย. 69
ดู
ซาก้า 'พร้อมลงเล่น' หนุน ทูเคิล คว้าแชมป์โลก
บูกาโย่ ซาก้า เชื่อ โธมัส ทูเคิล จะสามารถพาอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้
ฟุตบอลชิงแชมป์โลก 2026 • 16 มิ.ย. 69
ดู
Coming Soon
23 ก.พ. 68
อ่าน
22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"
Eric Kripke ผู้สร้างซีรีส์ มองว่า The Boys ไม่ใช่เรื่องของ ซูเปอร์ฮีโร่ เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของอำนาจ ทุนนิยม ชื่อเสียง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ คนธรรมดา ทีมผู้สร้างตั้งใจให้ Homelander ไม่ใช่เพียงวายร้ายที่โหดร้าย แต่เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง ความโดดเดี่ยว และความต้องการการยอมรับ จนบางครั้งผู้ชมเองก็เผลอรู้สึกเห็นใจเขา Karl Urban และ Antony Starr รู้จักกันมานานกว่า 20 ปี ก่อนจะมาเล่นเป็นคู่ปรับใน The Boys ซึ่งทั้งคู่มองว่าความคุ้นเคยนอกจอช่วยเพิ่มมิติให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Butcher และ Homelander มากขึ้น Jack Quaid เผยว่า เขากดดันไม่น้อยหลังรู้ว่า Hughie ในเวอร์ชั่นคอมิกถูกออกแบบโดยอ้างอิงหน้าตาของ Simon Pegg ซึ่งเป็นนักแสดงที่เขาชื่นชมมาตลอด และสุดท้าย Simon Pegg ก็ได้มารับบทเป็นพ่อของ Hughie ในซีรีส์ กลายเป็นหนึ่งในความเชื่อมโยงที่แฟนคอมิกและแฟนซีรีส์ต่างประทับใจ Erin Moriarty ผู้รับบท Starlight คือนักแสดงคนแรกที่ถูกแคสต์ใน The Boys และเธอต้องรอนานถึง 6 เดือนเพื่อดูว่าใครจะได้เล่นเป็นสมาชิกคนอื่นๆ ของทีม Eric Kripke มองว่า Mothers Milk คือศูนย์กลางทางอารมณ์ของทีม The Boys และเป็นคนที่ช่วยยึดทุกคนเอาไว้ ในขณะที่ Billy Butcher เต็มไปด้วยความโกรธและความสุดโต่ง Tomer Capone ผู้รับบท Frenchie เป็นนักแสดงคนสุดท้ายที่ถูกแคสต์เข้าทีม The Boys เพราะทีมงานมองว่า Frenchie เป็นตัวละครที่หาคนเล่นได้ยากมาก เนื่องจากต้องทั้งประหลาด มีเสน่ห์ ตลก และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน โดย Tomer Capone มองว่า ถ้า Frenchie ไม่ได้พบ Kimiko เขาอาจกลายเป็นคนที่ หลงทางและอันตรายยิ่งกว่า Butcher เพราะ Kimiko คือคนที่ทำให้เขาเริ่มมองเห็นด้านที่ดีที่สุดของตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่าง Frenchie และ Kimiko เกิดจากการที่ทั้งคู่ต่างเป็นคนบอบช้ำ และพยายามเยียวยากันและกัน Karen Fukuhara ผู้รับบท Kimiko ต้องออดิชั่นโดยไม่มีบทพูดเลย ใช้เพียงสายตา การเคลื่อนไหว และสีหน้าในการสื่อสารอารมณ์ นอกจากนี้เธอยังมองว่า จุดสำคัญของ Kimiko คือต่อให้ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากแค่ไหน เธอก็ยัง พยายามเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง อยู่เสมอ Eric Kripke มองว่า Chace Crawford คือคนที่เหมาะกับบท The Deep มากที่สุด เพราะการจะเล่นเป็นตัวละครที่ทั้งซื่อบื้อ หลงตัวเอง และไม่ทันโลก ให้ออกมาตลกและน่าเชื่อจริงๆ นักแสดงคนนั้นต้องเป็นคนฉลาดและเข้าใจจังหวะคอเมดี้อย่างมาก เส้นเรื่องของ A-Train ถูกออกแบบให้สะท้อนด้านมืดของวงการกีฬาอาชีพ ทั้งเรื่องชื่อเสียง สารกระตุ้น ความกดดัน และระบบธุรกิจที่ทำลายตัวตนของคนดัง โดย Eric Kripke มองว่า Jessie T. Usher ผู้รับบท A-Train สามารถถ่ายทอดทั้ง ความมั่นใจแบบซูเปอร์สตาร์ และ ความเปราะบางของมนุษย์คนหนึ่ง ได้พร้อมกันในตัวละครเดียว Colby Minifie ผู้รับบท Ashley ถูกวางเป็นเพียงนักแสดงรับเชิญในช่วงแรกของซีรีส์ แต่หลังจากทีมงานเห็นพลังการแสดงของเธอ จึงตัดสินใจขยายบท Ashley จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง และเธอยังเป็นคนเสนอไอเดียเองว่า Ashley ควรดึงผมตัวเองจนหัวล้าน เพราะความเครียดจากการทำงานใน Vought ก่อนที่ไอเดียนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของตัวละคร Nathan Mitchell ผู้รับบท Black Noir ได้รับคำชมจากทีมผู้สร้างเป็นอย่างมาก เพราะแม้ตัวละครจะสวมหน้ากากและแทบไม่มีบทพูด แต่เขากลับใส่รายละเอียดการแสดงลงไปในทุกการเคลื่อนไหว จนทีมเขียนบทตัดสินใจขยายเส้นเรื่องของตัวละครนี้ Cameron Crovetti ผู้รับบท Ryan เริ่มเล่น The Boys ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี และตอนนี้เขาอายุ 18 ปีแล้ว โดยเขาบอกว่าถ้าไม่ได้เล่นเรื่องนี้ ตัวเองคงเป็นแฟนพันธุ์แท้ The Boys แบบสุดๆ แน่นอน ทั้งนี้เขารู้สึกเหมือนโตมากับซีรีส์เรื่องนี้จริงๆ เพราะเริ่มเล่นตั้งแต่เด็ก และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนักแสดงและทีมงานก็กลายเป็นเหมือนครอบครัว โดยตัวละคร Ryan คือเด็กที่แบกรับทั้ง ความโกรธแบบ Butcher และ ความโดดเดี่ยวแบบ Homelander เอาไว้พร้อมกัน ทีมออกแบบเครื่องแต่งกายของซีรีส์ ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลิกผ่านชุดฮีโร่ โดยแต่ละชุดจะสะท้อนทั้งภาพลักษณ์ อำนาจ และจิตวิทยาของตัวละคร ไม่ใช่เพียงการออกแบบให้ดูเท่เท่านั้น การออกแบบชุดจะเริ่มจากคำถามว่า ตัวละครนี้อยากให้โลกมองเขายังไง โดยทีมงานซ่อนรายละเอียดและแรงบันดาลใจเล็กๆ แบบ Easter Eggs เอาไว้ในชุดของตัวละครหลายตัว เช่น ลวดลายและเนื้อผ้าบางส่วนของชุด The Deep ที่อ้างอิงจากผิวสัตว์ทะเล หรือรายละเอียดบนชุดของ Sister Sage ที่ได้แรงบันดาลใจจากดวงตาของผีเสื้อกลางคืน เพื่อสะท้อนความลึกลับและการมองเห็นโลกในมุมที่แตกต่าง ทีมผู้สร้างเผยว่า หลายครั้งระหว่างเขียนบท พวกเขากลับรู้สึกว่า โลกความจริงกำลังบ้าคลั่งยิ่งกว่าในซีรีส์ จนการเขียนเรื่องเสียดสีสังคมให้เหนือความจริงกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แทบดูไม่ต่างจากโลกสุดโต่งใน The Boys ทีมเขียนบทของ The Boys ยืนยันว่า ความรุนแรงในซีรีส์ไม่เคยมีไว้เพื่อช็อกคนดูเฉยๆ แต่ทุกฉากจะส่งผลต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการของตัวละครเสมอ หนึ่งในฉากที่ทีมสตันต์ภูมิใจที่สุดคือ ศึกสุดท้ายของซีรีส์ ซึ่งพวกเขายืนยันว่าเป็นฉากที่แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด กองถ่าย The Boys มีธรรมเนียมแกล้งคนที่มีวันเกิดตรงกับวันถ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือทีมงาน โดยทีมงานคนอื่นๆจะเริ่มร้อง Happy Birthday ในขณะที่กล้องยังถ่ายอยู่ เพื่อทำให้เจ้าของวันเกิดรู้สึกเขินอาย ทีมงานเผยว่า บรรยากาศในกองถ่ายซีซั่นสุดท้ายเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา เพราะนักแสดงหลายคนต้องถ่ายซีนสุดท้ายของตัวเอง และทุกครั้งที่มีตัวละครปิดฉาก ทีมงานจะรวมตัวกันปรบมือส่งนักแสดงออกจากกองถ่ายเสมอ ทีมเขียนบทตั้งใจให้ซีซั่นสุดท้ายมีธีมหลักเกี่ยวกับ การต่อสู้ระหว่างความหวังและความสิ้นศรัทธา พร้อมตั้งคำถามว่า ในโลกที่ทุกอย่างเลวร้ายลงเรื่อยๆ มนุษย์จะยังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้หรือไม่ Eric Kripke หวังว่า ในอนาคตซีรีส์ The Boys จะถูกจดจำในฐานะ ภาพสะท้อนของยุคสมัยหนึ่ง มากกว่าเพียงซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายโหด ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 20 พ.ค. 69
อ่าน
ส่องลุคเริ่ดของเหล่าไอคอนใน “The Devil Wears Prada 2" ล่าสุดกวาดรายได้มุ่งสู่ 50 ล้านบาท
เรียกได้ว่าเป็นวาระแฟชั่นแห่งชาติอย่างแท้จริง สำหรับการกลับมาของThe Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2ที่เปิดตัวแรงขึ้นแท่นภาพยนตร์เปิดตัวอันดับ1ในไทย โดยเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูดทำเงินวันแรกสูงสุดของปี2026ในประเทศไทย พร้อมกวาดรายได้สุดสัปดาห์แรกมุ่งสู่50ล้านบาท ท่ามกลางกระแสตอบรับล้นหลามจากผู้ชมที่ยกให้เป็นมากกว่าหนังแฟชั่น แต่คือหนังฟีลกู๊ด ฮีลใจแห่งปี ที่สะท้อนชีวิตวัยทำงานยุคใหม่ได้อย่างเฉียบคม ทันโลก ทันสมัย และถึงจะไม่ใช่สายแฟ ก็ยังเอ็นจอยได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ส่งให้คว้าคะแนนบนRotten Tomatoesได้สูงทั้งฝั่งผู้ชมและนักวิจารณ์ โดยทำคะแนนPopcornmeterฝั่งผู้ชมที่86%ส่วนTomatometerของนักวิจารณ์ได้ไปที่78% (ข้อมูล ณ วันที่6พฤษภาคม2569) ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในสิ่งที่ทำให้จักรวาลRUNWAYกลับมาสะกดทุกสายตาอีกครั้ง คือลุคอันทรงพลังของเหล่าตัวละครระดับไอคอน ที่ครั้งนี้ไม่ได้มาแค่สวย แต่สื่อความหมายมากกว่าที่เคย ภายใต้การออกแบบของMolly Rogersคอสตูมดีไซเนอร์มือทอง ที่เคยร่วมงานกับPatricia Fieldดีไซเนอร์ระดับตำนาน ในฐานะพาร์ตเนอร์ด้านความคิดสร้างสรรค์ในภาพยนตร์และซีรีส์ระดับไอคอนมาแล้วหลายเฤรื่อง โดยเป้าหมายของเธอในการสร้างสรรค์ลุคของเหล่าไอคอนในเรื่องนี้คือ การสืบทอดมรดกของภาพยนตร์ภาคแรก ด้วยการสร้างลุคที่เหนือกาลเวลาเสื้อผ้าทุกชิ้นต้องไม่ผูกติดอยู่กับเทรนด์ ฉันเลยต้องตัดใจจากหลายไอเท็มที่รู้ว่าจะไม่สามารถยืนระยะได้ในอีก20ปีข้างหน้าเธอกล่าว เริ่มที่ลุคของAndy Sachsที่Rogersเน้นให้เป็นFeminine Menswearโดยมีชิ้นเด่นเป็นเสื้อกั๊ก เบลเซอร์เนื้อผ้านุ่ม และเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อเบลาส์ที่จับคู่กับกางเกงเอวสูง ซึ่งคอสตูมดีไซเนอร์อธิบายสไตล์ของAndy Sachsว่า ในฐานะนักข่าว เครื่องแต่งกายของตัวละครนี้ต้องดูเหมือนผ่านการใช้งานจริง มีชีวิต มีเรื่องราว โดยผสมผสานไอเท็มวินเทจกับของใหม่Andyเป็นคนที่เดินทางไปทั่วโลก ดังนั้นแนวคิดคือ เวลาเธอไปทำงานในที่ต่าง ๆ จะซื้อเสื้อผ้าจากร้านConsignmentหรือร้านวินเทจติดตัวกลับมา เธอเป็นคนฉลาด ไม่ได้มองข้ามเรื่องแฟชั่น และเธอก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากช่วงเวลาที่อยู่ที่Runway Rogersอธิบาย ก่อนเผยว่าในเรื่องนี้Anne Hathawayมีการเปลี่ยนชุดมากถึง47ลุค และมีลุคเด่นที่เธอชอบคือ The Last Supper in Milan:กางเกงกำมะหยี่สีดำสไตล์menswearพร้อมสายเอี๊ยมลายทางประดับลูกปัด จากคอลเลกชันFall 2024ของArmani Privจับคู่กับเครื่องประดับจากดีไซเนอร์ชาวกรีกที่Rogersชื่นชอบNikos Koulis Andys press award outfit:เบลเซอร์จากDolce Gabbana,กางเกงผ้าวูลลายทางจากLoewe,เสื้อผ้าไหมผสมอีลาสเทนจากRomeo Gigli,สร้อยคอทองคำแบบtoggleจากJemma Wynne,สร้อยไข่มุกจากTamushkaที่ปรับแต่งโดยJames Banksและกระเป๋าCoach messenger bagซึ่งกลายเป็นไอเท็มประจำตัวสำคัญของตัวละคร Meeting Emily at Dior:เสื้อกั๊กและกางเกงเซ็ตเดียวกันจากJean Paul Gaultier (archival),รองเท้าบู๊ตจากSaint Laurent,แหวนมาลาไคต์จากTarin Thomasและกระเป๋าCoach messenger bagใบเดิม เสื้อผ้าไหมจากTom Ford,กางเกงpalazzoจากValentino,แจ็กเก็ตจากLouis Vuitton,รองเท้าบู๊ตจากAquazzura,กระเป๋าทรงกล่องโลหะจากDellaluna,แว่นกันแดดChanelและต่างหูจากJemma Wynneซึ่งสวมในฉากเผชิญหน้ากันในห้องพักโรงแรมที่Milan In Milan:ชุดสองชิ้นboucleที่โดดเด่น ประกอบด้วยเสื้อและกระโปรง พร้อมเข็มขัด และกระเป๋าquiltedแบบสามชิ้น ทั้งหมดจากChanel Andys Hamptons dress:เดรสจากGabriela Hearstจับคู่กับรองเท้าChlo,กระเป๋าtoteจากFendiและหมวกbucketจากAmor Y Mezcal Irvs birthday party:เดรสสีฟ้าแวววาวจากPaco Rabanneพร้อมรองเท้าส้นสูงจากRene Caovilla,กระเป๋าRabanneและเครื่องประดับจากFred Leighton, Jemma WynneและSophie Blake สำหรับMiranda PriestlyบรรณาธิการสุดเฉียบRogersต้องการให้silhouetteหลักของเธอทำหน้าที่เป็นยูนิฟอร์ม โดยเล่าว่าเราศึกษาคนอย่างKarl Lagerfeldที่มีลุคประจำตัวชัดเจน ซึ่งในภาคแรกจะเห็นว่าสำหรับMirandaมีแจ็กเก็ตสั้นและกระโปรงทรงดินสอ ซึ่งกลายเป็นroadmapสำหรับภาคนี้และเธอยังเล่าอีกว่าMeryl Streepมีส่วนร่วมอย่างมากในการออกแบบลุคของตัวละคร และยังเป็นผู้เลือกไอเท็มหนึ่งด้วยตัวเอง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุดของภาพยนตร์ในแง่High-Low Fashionนั่นก็คือต่างหูห่วงสีเงินจากร้านยาCVSโดยRogersเล่าว่าMerylมาฟิตติ้งครั้งแรก แล้วหยิบต่างหูห่วงเงินคู่ที่ขนาดพอดีออกมาจากกระเป๋า ซึ่งเป็นอะไรที่เราหามานานมาก เพราะต้องไม่ดึงความสนใจออกจากวิก แต่ก็ต้องไม่เล็กจนหายไป ที่สำคัญคือMirandaจะไม่ใส่ต่างหูที่ดูอ่อนแอแน่นอน และเราก็มีเพียงคู่เดียวที่Merylซื้อมา เลยกลัวมากว่าจะทำหาย ในภาพยนตร์เรื่องนี้Meryl Streepมีการเปลี่ยนชุดประมาณ28ลุค โดยไฮไลต์ที่Rogersยกให้เป็นที่สุดคือ ฉากแรกที่ออฟฟิศMirandaสวมแจ็กเก็ตและกระโปรงสีเทาจากSa Su Phi,รองเท้าจากDeiMille,กระเป๋าสีครีมจากPinel et Pinel,สร้อยข้อมือและสร้อยคอจากBriony Raymondและต่างหูจากCVS มีเพียงสองลุคในภาพยนตร์ที่เป็นCustom-Madeและแน่นอนว่าMirandaเป็นผู้สวมหนึ่งในนั้น ในงานกาล่าของRunwayโดยPierpaolo Piccioliซึ่งเพิ่งเข้าร่วมBalenciagaได้ออกแบบเดรสบอลสีแดงแบบOne-of-A-Kindให้กับStreep ฉากประชุมกับที่ปรึกษาMirandaสวมแจ็กเก็ตDries Van Notenแบบมีพู่ ซึ่งRogersบอกว่าเป็นSpiritual Bookendของแจ็กเก็ตปักเลื่อมในภาคแรก จับคู่กับเสื้อLibertineสีลาเวนเดอร์,กระโปรงGabriela Hearstและรองเท้าGucci ในMilanกับฉากที่Streepต้องสวมArmaniเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้ดีไซเนอร์ระดับตำนานที่เสียชีวิตระหว่างการถ่ายทำ และฉากLast Supper Museumที่เธอสวมArmani Priv jeweled evening dusterพร้อมเสื้อOud,กางเกงCarolina Herreraและรองเท้าYSL ในภาคต่อนี้Emily Charltonกลับมาพร้อมความจัดจ้านแบบเต็มพิกัด และครั้งนี้ไม่มีคำว่าToo Muchสำหรับเธอ โดยRogersเผยว่าEmilyเป็นตัวละครที่ทีมช็อปปิ้งทุกคนอยากแต่งตัวให้มากที่สุด เพราะสามารถเล่นให้สุดได้อย่างเต็มที่ ทั้งในแง่ของความจัดจ้านและความEdgy เสื้อผ้าทั้งหมดของEmilyในภาพยนตร์ภาคแรกมาจากCentury 21แต่ในเรื่องนี้ ทุกแบรนด์ต่างก็อยากเสนอเสื้อผ้าให้เธอสวมใส่โดยลุคโปรดสำหรับRogersคือ สูทลายhoundstoothออกแบบโดยJonathan AndersonสำหรับDiorสวมทับด้วยเคปจากZimmermannและรองเท้าบู๊ตLouboutinแบบยาวเหนือเข่า ที่ใช้ในฉากนัดทานอาหารกลางวันที่Milan ชุดเอี๊ยมจากJean Paul Gaultier (archival)จับคู่กับเสื้อยืดและผ้าพันคอจากDiorที่ใช้ในฉากก่อสร้างร้านDior flagship เสื้อจากDior,กางเกงจากJean Paul Gaultier,คอร์เซ็ตจากWiederhoeftและรองเท้าส้นสูงจากBrandon Blackwoodที่ใช้ในฉากการกลับมาพบกันแบบไม่คาดคิดของRunway เดรสจากDior,กระโปรงจากPeter Do,รองเท้าจากAlexander McQueen,กระเป๋าทรงboxจากMark Crossและหมวกberet Diorวินเทจ ซึ่งใช้ในฉากงานรวมตัวของIrv และเดรสจากRick Owens,เข็มขัดจากMassimo Dutti,ผ้ากันเปื้อนสีเงินวินเทจ,รองเท้าส้นสูงLouboutinและเครื่องประดับจากGallery Luloที่ใช้ในงานวันเกิดของIrv พูดถึงลุคของNigel Kiplingสไตล์ของเขาไม่ได้พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่กลับสะกดด้วยความประณีตในรายละเอียด ตั้งแต่Tailoringไปจนถึงแอ็กเซสเซอรี โดยRogersเลือกลุคโปรดของNigel Kiplingออกมา5ลุค นั่นคือ แจ็กเก็ตจากDolce Gabbana,กางเกงจากZegna,รองเท้าPaul Stuart,โบว์ไทจากGiorgio Armani,กำไลจากDavid Yurmanและผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อจากPucciที่ใช้ในลุคสุดท้ายของเขาที่Milan สูทสามชิ้นจากDolce Gabbanaพร้อมKerchiefและผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าเสื้อ ที่ใช้ในแฟชั่นโชว์ของดีไซเนอร์ สูทสามชิ้นลายGlen PlaidจากSaville RowโดยRichard James,เสื้อเชิ้ตจากTurnbull Asser,เนกไทวินเทจ,กระเป๋าจากBerlutiและรองเท้าจากSantoniที่ใช้ในฉากประชุมที่Dior ทักซิโด้สามชิ้นสั่งตัดจากZegnaที่ใช้ในงานกาล่าของRunway และแจ็กเก็ตสีCamelจากTom Ford,ผ้าพันคอวินเทจ,กางเกงจากBerwichและรองเท้าจากStubbs Wootton mujใช้ในฉากเดินทางไปMilan นับได้ว่าแต่ละลุคไม่เพียงแค่มอบสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนตัวตนและภาพลักษณ์ของเหล่าตัวละคร แต่ยังบอกเล่าถึงเส้นทางชีวิต การเติบโต และตัวตนของพวกเขาด้วย และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้The Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2ไม่ใช่แค่หนังแฟชั่น แต่คือหนังที่ทำให้แฟน ๆ และผู้ชมอยากลุกขึ้นมาเป็นเวอร์ชันที่ดีกว่าของตัวเอง พร้อมลุคที่ใช่ และความมั่นใจแบบสับกว่าที่เคยใครยังไม่ได้ดู ห้ามพลาด! ไปอินกับความเริ่ดของเหล่าตัวแม่แบบเต็ม ๆ ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 6 พ.ค. 69
ดู
Wakamiya Inari Shrine Autumn Festival -Taken-ge Bamboo Acrobatics
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 68
อ่าน
ตัวมัมกลับมาครองใจ "The Devil Wears Prada 2" เล็งโกยเงินวีคแรกทั่วโลกระดับ 180 ล้าน!
เป็นช่วงเวลานาทีทองของวงการหนังจริง ๆ เพราะโปรแกรมฉายหนังซัมเมอร์ปี 2026 กำลังจะได้เวลาเริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นการสานต่อความปังอย่างต่อเนื่องกับ "Michael" ที่สร้างผลงานรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกเอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจเมื่อวีคก่อน แต่สำหรับในวีคนี้จะเป็นแตะมือรับความเจิดจรัสต่อไปยัง "The Devil Wears Prada 2" หนังวงการแฟชันภาคต่อที่จะกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้งในรอบ 20 ปีเต็ม Deadline ได้ทำการวิเคราะห์ตัวเลขรายได้ของหนัง The Devil Wears Prada 2 ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะลงโรงฉายอย่างเป็นทางการในสุดสัปดาห์นี้ โดยมีการคาดการณ์ว่าหนังภาคต่อที่มีเนื้อดึงดูดใจผู้ชมสาว ๆ และกลุ่ม LGBTQ+ จะสร้างปรากฏการณ์ในวงการหนังทั่วโลกได้แบบสบาย ๆ เชื่อว่าหนังจะสร้างเปิดตัวในอเมริกาได้ในระดับ 73-80 ล้านเหรียญใน 3 วันแรก และน่าจะโกยรายได้ทั่วโลกได้เกือบ ๆ 180 ล้านเหรียญหรือมากกว่านั้น จากการออกฉายในตลาดหนังทั่วโลก The Devil Wears Prada 2 กลายเป็นหนังที่นัยยะสำคัญ เมื่อพิจารณาจากกระแสการจองตั๋วหนังล่วงหน้าของผู้ชมในทวีปอเมริกาเหนือ ที่ตอนนี้มียอดสะสมกักตุนเอาไว้เบาะ ๆ แล้วที่ 20 ล้านเหรียญ เฉพาะในส่วนการจับจองซื้อตั๋วหนังเก็บเอาไว้ของแฟนหนัง โดยหนังจะเปิดตัวฉายที่ 4,150 โรงฉายทั่วอเมริกา ทำให้สถานการณ์นี้ตัวเลขค่อนข้างสูสีกับที่ Project Hail Mary และ Dune: Part 2 เคยทำเอาไว้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าภาคต่อเรื่องนี้จะทิ้งช่วงห่างถึง 2 ทศวรรษ แต่กลับไม่ใช่ปัญหาใด ๆ ในการจูนกับผู้ชมเลย นักวิเคราะห์มองว่ากลุ่มผู้ชมสาว ๆ และชาว LGBTQ+ จะเป็นเป้าหมายหลักของหนังเรื่องนี้ จังหวะในการฉายและทำการตลาดของหนังเรื่องนี้เหมาะเจาะมาก ๆ เพราะหนังจะเข้าฉายในช่วงวันหยุดวันแรงงานแห่งชาติของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป, เอเชีย และละตินอเมริกา ที่บางประเทศมีวันหยุดวันแรงงานตรงกันในวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ทำให้หนังจะมีจังหวะในการเก็บรายได้ในวันหยุดต่อเนื่องเป็นพิเศษ ประกอบกับคาบเกี่ยวการฉายตรงกับวันแม่ของอเมริกา ที่ตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมในทุก ๆ ปี ที่น่าจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้หญิงตีตั๋วหนังเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ The Devil Wears Prada 2 ยังถือว่าเป็นหนังที่ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์หนังได้ยอดเยี่ยม ตามมาตรฐานหนังจากดิสนีย์ ที่เรียกได้ว่าสามารถเกาะได้ทุกกลุ่มเป็นกระแส ทั้งสอดแทรกกับผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังได้อย่างแนบเนียน และยังสามารถดึงเอาซุปตาร์ดีว่าตัวแม่ป๊อปไอคอน อย่าง เลดี้ กาก้า มาช่วยผลักดันหนังเรื่องนี้ได้อย่างแจ่มจรัสอีกด้วย ล่าสุดหนังเปิดตัวคะแนนเฉลี่ยบนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ที่ 78% ที่ถือว่าเป็นมาตรฐานใกล้เคียงกับภาคแรกเคยทำไว้ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังทำการคาดการณ์สถานการณ์ตัวเลขของหนัง Michael ในวีคที่ 2 ของการฉายทั่วโลก โดยคาดว่าจะทำรายได้ดร็อปลงประมาณครึ่งหนึ่งที่ -50% ในสัปดาห์นี้ น่าจะเก็บรายได้ไปอีก 45-50 ล้านเหรียญทั่วโลก และน่าจะเคาะรายได้เพิ่มมาได้เพิ่มที่ 105 ล้านเหรียญ ผลักดันทำให้หนังทำยอดมุ่งหน้าสู่หลัก 400 ล้านเหรียญต่อไปอย่างน่าประทับใจ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 30 เม.ย. 69
อ่าน
รีวิวหนัง “เขากะลา Khao Kala” ไอเดียช่างบรรเจิด ปลุกความท้าท้ายบรรทัดฐานวิจารณญาณคนดู
นับว่าเป็นหนังประเภทที่นาน ๆ ทีจะคลอดออกมาป้อนออกสู่สายตาคนดูและโรงหนังสักครั้ง เพราะถือว่าเป็นแนวหนังที่ท้าทายขนบวิถีการดูหนังของคนไทยไม่น้อย แต่เพราะเรื่องนี้มากับเส้นเรื่องและคอนเซ็ปต์ที่สะกิดต่อมวิจารณญาณให้ฟุ้งเฟ้อมาก ๆ ก็น่าจะมากระตุ้นปฏิกิริยาบางอย่างให้กับคอหนังชาวไทยได้บ้าง สำหรับ เขากะลา Khao Kala ผลงานที่สร้างสรรค์มากึ่งหนังสารคดีกึ่งเรื่องเล่า ที่พร้อมจะมาทำหน้าที่เป็นคอนเทนต์ที่สร้างประเด็นถกเถียงให้เกิดขึ้นในสังคมอีกครั้ง ออกเดินทางเข้าสู่ใจกลางความลี้ลับ ณ สถานที่แห่งหนึ่งในนครสวรรค์ ที่ถูกขนานนามว่าเป็น Area 51 of Asia และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน Top UFO Sightseeing Location of The World จากนิตยสารระดับโลก นี่ไม่ใช่เรื่องราวไซไฟไกลตัว แต่คือการสำรวจวัฒนธรรมความเชื่อ แบบเอเชียอาคเนย์ที่เส้นกั้นระหว่างโลกแห่งความจริงกับสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นเบาบางจนน่าขนลุก เรื่องจริงหรืออุปทานหมู่? ต้องอธิบายก่อนเลยว่า เขากะลา เรื่องนี้จัดเป็นหนังอยู่ในประเภท Mockumentary หรือจำกัดความง่าย ๆ ก็คือหนังสารคดีเชิงล้อเลียน ที่เป็นการผสมผสานระหว่างข้อเท็จจริงเข้ากับการปรุงแต่งผ่านเรื่องราวสมมติ เป็นอีกรูปแบบหนังสารคดีที่ค่อนข้างต้องใช้ทักษะในการสร้างสรรค์ออกมาจากฝีมือของนักสร้างที่ฝีมือเฉียบคมพอดู แม้ว่าหนังจะได้ผู้กำกับรุ่นใหม่ ยังเติร์ก-ธนเดช รามสมภพ รับหน้าที่ดูแลงานผลิต แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า..ถึงจะใหม่แต่ฝีมือดีใช้ได้เลย ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่า เขากะลา มาพร้อมกับประเด็นและเส้นเรื่องที่ค่อนข้างแข็งแรงมาก ๆ เป็นหนังสารคดีที่หนักแน่นในสิ่งที่ต้องการนำเสนอ ตั้งแต่เปิดเรื่องไปจนถึงปลายทาง แม้ว่าจะเป็นการเสนอเนื้อหาที่ค่อนข้างละเอียดต่อแนวคิดและความเชื่อส่วนบุคคลอยู่มากก็ตาม แต่ใด ๆ แล้ว หนังเรื่องนี้กลับไม่ได้พยายามยัดเยียดหรือชี้นำใด ๆ ให้เกิดความลุ่มหลงในสิ่งที่นำเสนอ แต่กลับปล่อยให้คนดูใช้วิจารณญาณของแต่ละคน เป็นฝ่ายตัดสินสิ่งที่หนังนำเสนอออกมาเองมากกว่า แน่นอนว่าหนังอาจจะยังไม่ใช่สารคดีที่สมบูรณ์แบบใด ๆ ในทุกองค์ประกอบ เพราะยังพบจุดบกพร่องและจุดด้อยปะปนอยู่มากมาย โดยเฉพาะวิธีการเล่าเรื่อง ที่ถึงจะเป็นหนังที่มีประเด็นที่สตรองดี แต่การร้อยเรียงเรื่องราวของหนังยังค่อนข้างบางเบา และจัดได้ว่ายังไม่เร้าใจได้เท่าที่ควร ความหย่อนยานในการเล่าเรื่องเกิดขึ้นเป็นเนือง ๆ โดยเฉพาะช่วงกลางเรื่องที่ค่อนข้างอาจจะน่าเบื่อไปสักนิด ถึงขนาดที่ผู้ชมที่นั่งข้าง ๆ ผู้เขียน เผลอออกอาการคร่อก..ปล่อยเสียงกรนเบา ๆ ออกมากลางโรงหนังที่กำลังเงียบสงัด แต่ทั้งนี้ เขากะลา ก็ยังมีบางมุมที่ค่อนข้างมอบผลลัพธ์ได้ดีกว่าที่คาดคิดเอาไว้ไม่น้อย โดยเฉพาะการเซ็ตติ้งงานสร้างต่าง ๆ ที่ไหลลื่น รวมถึงการออกแบบโปรดักชันที่เรียกได้ว่ามาตรฐานดีกว่าหนังไทยทั่วไปหลายเรื่องทีเดียว และที่ต้องยกนิ้วให้เลยก็คือ งานออกแบบเทคนิคพิเศษซีจีในเรื่องนี้ แนบเนียนและเต็มไปด้วยมิติที่สมจริง เกินค่ามาตรฐานที่ไม่คิดว่าหนังสารคดีเล็ก ๆ เรื่องนี้จะรังสรรค์ซีจีออกมาได้ในระดับนี้ และด้วยความที่หนังเป็น Mockumentary จึงทำให้มีส่วนที่ร้อยเรียงเรื่องไปด้วยการเล่าและการแสดงสลับกันไป นี่ก็เป็นอีกองค์ประกอบที่ค่อนข้างประหลาดใจผลลัพธ์ที่ออกมา เพราะเป็นจุดที่ไม่ได้คาดหวังใด ๆ แต่ก็ได้ทีมนักแสดงและศิลปินมืออาชีพมาช่วยทำการแสดงได้ค่อนข้างสมบทบาทกับเนื้อหาของหนัง กลายเป็นการช่วยยกระดับและประคับประคองอารมณ์ของหนังให้คงที่ได้เป็นอย่างดี ต้องขอบคุณความเป็นมืออาชีพของพวกเขา แต่กระนั้นในพาร์ททางการแสดงก็ยังปะปนไปด้วยส่วนที่ดูแล้วขาด ๆ เกิน ๆ ค่อนข้างกระอักกระอวนอยู่ด้วย โดยเฉพาะในส่วนของการแสดงของบุคคลที่ไม่ใช่ศิลปินนักแสดงด้วยอินเนอร์ พวกเขาปล่อยของออกมาในรูปแบบทำการแสดงมากเกินไป จนขัดความเป็นธรรมชาติเกินเหตุ และแอคติ้งของพวกเขา ก็แอบมีส่วนที่ช่วยผลักดันความหลงใหลในเนื้อหาจากหนังให้ออกห่างไปเรื่อย ๆ อย่างน่าเสียดาย ดังนั้นโดยสรุปแล้ว เขากะลา กลายเป็นหนังสารดคีกึ่งเรื่องสมมติที่ให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างบียอนด์กว่าที่ตั้งมาตรฐานเอาไว้ เพราะเนื้อหาที่หนักแน่นกับการสร้างที่ค่อนข้างลื่นไหล น้ำหนักในการใช้หลักฐานข้อเท็จจริง รวมทั้งฟุตเทจต่าง ๆ มาประกอบ ถือว่าสอดแทรกจังหวะและเหตุผลไปในทิศทางที่กำลังเหมาะ แม้ว่าหนังจะยังคงมีร่องรอยความบกพร่องปรากฏอยู่ตลอดทั้งเรื่อง แต่เป็นการสัดส่วนที่กลบทับกันไประหว่างส่วนผสมที่ดีกับไม่ดี และไฮไลต์ที่โดดเด่นเลยของเขากะลา ก็คือการนำเสนอหนังที่มาจากข้อเท็จจริงที่รู้ลึกรู้จริง ศึกษาและเก็บข้อมูลมาจากบุคลากรที่วนเวียนอยู่ในแวดวงนี้จริง ๆ ถึงจะเป็นการหยิบเอาประเด็นที่สังคมยังถกเถียงกันอยู่ในด้านความเชื่อ แต่เนื้อหาของหนังเรื่องนี้ไม่ได้มีการชี้นำใด ๆ เพื่อให้คนดูต้องเชื่อตาม แต่กลับส่งสารกลับมาหาคนดู เพื่อทำหน้าที่ในการตัดสินด้วยวิจารณญาณส่วนบุคคลของแต่ละคน ว่ามีมุมมองแนวคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ นับว่าเป็นความชาญฉลาดในการนำเสนอไม่น้อย ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง เขากะลา Khao Kala ประเภท: สารคดี / ไซไฟ ผู้กำกับ: ธนเดช รามสมภพ นำแสดงโดย: ศิวดล จันทนเสวี, อรรถพล รุจิระประวัติ, ภานุพัฒน์ กังวลสุข ความยาว: 94 นาที กำหนดฉายในไทย: 7 พฤษภาคม 2026 Movie.TrueID METRIC: เขากะลา Khao Kala ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.3/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.3/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.7/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังไทย • 6 พ.ค. 69
อ่าน
ดูอนิเมะ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ EP.4 แผนสังหารเงียบของผู้ใช้เสียง
ดูอนิเมะออนไลน์ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ ซับไทย ตอนที่ 4 ผู้ใช้เสียง การต่อสู้ระหว่างผู้ใช้สายเลือดแปรผันดำเนินไปอย่างดุเดือด ซึ่งเกโระต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้น้ำที่ทรงพลังจนเกือบจะจนมุม ทว่าในจังหวะวิกฤตฮิเมคาวะก็ปรากฏตัวพร้อมเข็มฉีดยาที่กลายเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้เขาพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัยชนะ และชิงรูปภาพคืนมาได้อย่างปลอดภัย หลังจบศึกคิโนซากิได้จัดแจงให้เกโระได้ออกเดตกับฮิเมคาวะแบบสองต่อสอง แม้ความประหม่าจะทำให้เกโระหาหัวข้อสนทนาแทบไม่ได้ แต่ด้วยความเป็นกันเองของฮิเมคาวะ ทั้งคู่จึงค่อย ๆ เริ่มเปิดใจผ่านเรื่องราวในวัยเด็กที่คล้ายคลึงกัน จนในที่สุดเกโระรวบรวมความกล้าขอเป็นเพื่อนเพื่อทำความรู้จักเธอให้มากขึ้น นับเป็นก้าวแรกสู่เป้าหมายการแต่งงานที่ดูจะไปได้สวย แต่ทว่าคิโนซากิกลับเตรียมแผนการบทใหม่รอเขาอยู่เสียแล้ว สามารถรับชมอนิเมะ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอังคาร เวลาประมาณ 21.30 น. ที่ทรูไอดี ดูอนิเมะ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ ตอนที่ 4 เรื่องราวในตอนที่ 4 ภารกิจใหม่ของ เกโระ คือการรับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับ อุเรชิโนะ ชิโอริ ลูกสาวประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ โดยเขาต้องแฝงตัวเข้าไปในมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ในฐานะนักศึกษาคนหนึ่ง สำหรับเกโระที่ไม่เคยสัมผัสชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยมาก่อน ทุกอย่างรอบตัวดูจะเปล่งประกายไปหมด เขาได้สนุกสุดเหวี่ยงกับงานปาร์ตี้และตื่นตาตื่นใจกับการเข้าเรียน จนได้รับประสบการณ์ครั้งแรกในชีวิตอย่างเต็มอิ่ม แต่ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขในแคมปัสกลับสั้นกว่าที่คิด เมื่อเกโระและพรรคพวกถูกซุ่มโจมตีโดยกลุ่มนักฆ่าที่หมายหัวชิโอริ แม้พวกเขาจะปกป้องเธอไว้ได้และประคับประคองชีวิตนักศึกษาต่อไปได้อีกสักระยะ แต่ในเงามืดนั้น นารุโกะ เก็นยะ ผู้ใช้เสียง กำลังเริ่มแผนการลอบสังหารชิโอริอย่างเงียบเชียบ...
Anime • 28 เม.ย. 69
ดู
The Art of Appreciation
ทรูวิชั่นส์ • 1 พ.ค. 69
อ่าน
"ก้อย อรัชพร" ตัวแทนคนไทยสัมภาษณ์พร้อมเสิร์ฟกางเกงมวยไทยให้นักแสดง The Devil Wears Prada 2"
วงการบันเทิงไทยได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง เมื่อนักแสดงและพิธีกรสาวมากความสามารถ "ก้อย อรัชพร โภคินภากร" ได้รับเกียรติเป็นตัวแทนจากประเทศไทย บินลัดฟ้าไปร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ทุกคนตั้งตารอคอยอย่าง "The Devil Wears Prada 2" ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งงานนี้ "ก้อย" ไม่เพียงแต่ได้กระทบไหล่สองนักแสดงระดับตำนานอย่าง "Meryl Streep" และ "Anne Hathaway" เท่านั้น แต่ยังได้มอบของขวัญสุดพิเศษที่สร้างความประทับใจให้กับทั้งคู่เป็นอย่างมาก ในระหว่างการสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ "ก้อย อรัชพร" ได้มอบกางเกงมวยไทยที่ปักชื่อตัวละครสุดไอคอนิกอย่าง "Miranda" และ "Andy" ให้กับ "Meryl Streep" และ "Anne Hathaway" ซึ่งของขวัญชิ้นนี้ได้สร้างความตื่นเต้นและประทับใจให้กับนักแสดงทั้งสองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ "Meryl Streep" ที่ถึงกับออกปากด้วยความชื่นชอบว่า "จะใส่โชว์แน่นอน" นับเป็นโมเมนต์ที่น่ารักและน่าจดจำ ที่แสดงให้เห็นถึงซอฟต์พาวเวอร์ของไทยได้อย่างยอดเยี่ยม การกลับมาของ "The Devil Wears Prada 2" ในครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อเรื่องราวแฟชั่นสุดเข้มข้นที่แฟนๆ ทั่วโลกรอคอยมานานเกือบ 20 ปี โดยในภาคนี้ "Andy" (รับบทโดย "Anne Hathaway") จะกลับเข้าสู่โลกแห่งแฟชั่นอีกครั้ง ในขณะที่ "Miranda Priestly" (รับบทโดย "Meryl Streep") จะต้องเผชิญหน้ากับ "Emily Charlton" (รับบทโดย "Emily Blunt") อดีตผู้ช่วยที่ผันตัวมาเป็นบอสแบรนด์หรู เพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงของวงการสิ่งพิมพ์และรักษาอาณาจักร Runway ให้คงอยู่ ภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศในวันที่ 30 เมษายน 2569 นี้ แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด!
TNN ช่อง16 • 23 เม.ย. 69
ดู
เปนชู้กับผี
ทรูวิชั่นส์ • 20 มี.ค. 69
อ่าน
ปังมากแม่! เลดี้ปราง-ก้อย-มารีญา เฉิดฉายบนพรมแดงเปิดตัว "The Devil Wears Prada 2" ที่โตเกียว
นับเป็นโมเมนต์ระดับอินเตอร์ที่ทำเอาแฟน ๆ ชาวไทยต้องร้องว้าว เมื่อ3สาวตัวแทนประเทศไทยเลดี้ปราง-กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล,ก้อย-อรัชพร โภคินภากรและมารีญา พูลเลิศลาภแท็กทีมกันไปประกาศความปังบนพรมแดงงานThe Devil Wears Prada 2 Red Carpet Event in Tokyoฉลองการกลับมาของภาพยนตร์ระดับตำนานที่คนทั้งโลกตั้งตารอ งานนี้นอกจากจะกระทบไหล่ตัวแม่แห่งฮอลลีวูด บอกเลยว่าทั้ง3สาวยังสวยเริดจนเรียกเสียงแฟลชและสะกดสายตาสื่อทั่วโลก สมฐานะตัวแทนไทยที่ได้ร่วมต้อนรับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลกThe Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2ซึ่งกำลังจะกลับมาสร้างปรากฏการณ์แฟชั่นแห่งยุคอีกครั้ง30เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ บรรยากาศภายในงานเรียกได้ว่าเริ่ดตั้งแต่ก้าวแรก เพราะนอกจากจะรวมตัวแม่จากทั่วโลกมาไว้ในงานเดียว ยังมีไฮไลต์สุดพิเศษกับการปรากฏตัวของสองไอคอนระดับตำนานอย่างMeryl Streep (ผู้รับบทเป็นMiranda Priestly)และAnne Hathaway (ผู้รับบทเป็นAndy Sachs)ที่มาร่วมอวดโฉมบนพรมแดง พร้อมทักทายแฟน ๆ อย่างเป็นกันเอง ก่อนขึ้นเวทีเผยเรื่องราวความสนุกเบื้องหลังการทำงานของThe Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2ที่ต้องไปดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้นถึงจะได้ฟีลตัวแม่ตัวมัมแบบถึงใจ และหนึ่งในความพิเศษของงานนี้คือการที่สองสาวจากประเทศไทยก้อย อรัชพรและมารีญาได้รับโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟในการสัมภาษณ์สองตัวมัมแบบใกล้ชิด ขอแอบกระซิบบอกว่า บรรยากาศการพูดคุยของสาว ๆ อบอุ่นและประทับใจสุด ๆ ส่วนเรื่องที่คุยจะสนุกหรือมีเซอร์ไพรส์อะไรบ้าง เตรียมรอชมคลิปสัมภาษณ์พิเศษจากก้อยและมารีญาได้ เร็ว ๆ นี้ สำหรับ3สาวตัวแทนจากประเทศไทยที่ได้ร่วมเดินพรมแดงงานThe Devil Wears Prada 2 Red Carpet Event in Tokyoแต่ละคนต่างมาในลุคสุดเริด สะท้อนตัวตนของผู้หญิงในหลากหลายมิติได้อย่างน่าสนใจ เริ่มที่เลดี้ปรางปรากฏตัวในลุคสวยเริด สมกับเป็นBrand AmbassadorจากTRESemm Thailandพาร์ตเนอร์ระดับโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้ โดยมาพร้อมภาพลักษณ์ผู้หญิงที่สะท้อนความเป็นธรรมชาติแต่ทรงพลังแบบผู้หญิงยุคใหม่ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ ด้านก้อยอรัชพรตัวแทนจากTRESemm Thailandเผยเสน่ห์ความสวยเก่ง เต็มไปด้วยพลัง ที่กล้าเป็นตัวเอง ขณะที่ลุคของมารีญาเปี่ยมด้วยความมั่นใจและการเป็นตัวเอง สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายในแบบของแฟชั่นยุคใหม่ และครั้งนี้เธอไม่เพียงไปร่วมงานในฐานะแฟชั่นไอคอน แต่ยังเป็นหนึ่งในทีมพากย์เสียงภาษาไทยของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย นับได้ว่าการปรากฏตัวบนพรมแดงงานThe Devil Wears Prada 2 Red Carpet Event in Tokyoของ3สาวไทยในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของคนไทยบนเวทีระดับโลก แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าThe Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2คือภาพยนตร์ที่สื่อให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในทุกมิติ บอกเลยว่าพรมแดงยังปังขนาดนี้ ตัวหนังยิ่งเริดกว่าหลายเท่า30เมษายนนี้ เตรียมพบกับการกลับมาฟาดฟันในโลกแฟชั่นยุคดิจิทัลของเหล่าไอคอน ที่ไม่ใช่แค่เล่าเรื่องราวแบบภาคต่อ แต่คือการคัมแบ็กของตัวแม่ที่ทั้งโลกแฟชั่นและโลกภาพยนตร์ตั้งตารอ หากใครเคยประทับใจกับภาพยนตร์ต้นฉบับThe Devil Wears Prada20ปีหลังจากฝากการแสดงอันเป็นตำนานในบทMiranda, Andy, EmilyและNigel Meryl Streep, Anne Hathaway, Emily BluntและStanley Tucciหวนคืนสู่ถนนสายแฟชั่นแห่งนครนิวยอร์ก และออฟฟิศสุดเฉียบของRunway Magazineอีกครั้ง ในภาพยนตร์ภาคต่อที่ทั่วโลกรอคอย สานต่อปรากฏการณ์จากปี2006ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับทั้งเจเนอเรชันมาแล้ว โดยThe Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2เป็นการกลับมารวมตัวอีกครั้งของทีมงานจากภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับDavid FrankelและนักเขียนบทAline Brosh McKennaอีกทั้งยังเสริมทัพด้วยนักแสดงชุดใหม่ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับรันเวย์ อาทิKenneth Branagh, Simone Ashley, Justin Theroux, Lucy Liu, Patrick Brammall, Caleb Hearon, Helen J. Shen, Pauline Chalamet, B.J. NovakและConrad Ricamoraพร้อมการกลับมาของTracie ThomsและTibor FeldmanในบทLilyและIrvซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความต่อเนื่องจากภาคแรก นอกจากนี้ยังได้Wendy Finermanมาอำนวยการสร้าง และได้Michael Bederman,Karen RosenfeltและAline Brosh McKennaเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารไม่อยากตกเทรนด์30เมษายนนี้ เตรียมชุดให้พร้อมแบบเริดเลยล่ะแล้วไปเช็กอินความปังพร้อมกันในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 7 เม.ย. 69
ดู
แต่งก่อนไม่รอแล้วนะฮ้า
ทรูวิชั่นส์ • 3 เม.ย. 69
อ่าน
Lady Gaga x Doechii จูงมือเดินแบบสับ ๆ ร่วมร้องเพลงประกอบหนัง "The Devil Wears Prada 2"
ซัมเมอร์นี้สองสาวก็ไม่ลืมที่จะเริ่ด!Lady Gagaโกลบอลซูเปอร์สตาร์ เจ้าของ16รางวัลแกรมมี ควงแขนDoechiiแรปเปอร์ นักร้อง และนักแต่งเพลงสุดแซ่บ เจ้าของ2รางวัลแกรมมี เดินแคทวอล์กแบบสับ ๆ ด้วยกันในRunwayเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องThe Devil Wears Prada 2ของ20th Century Studiosที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ รอปังไปด้วยกันทั้งหนังทั้งเพลงกันได้เลย ฟังเพลงRunwayของLady Gaga, Doechiiที่นี่https://UmusicTH.lnk.to/LGDRunwayPR Runway รวมศิลปิน นักแต่งเพลงชื่อดังมาสร้างสรรค์ผลงานให้เพลงยังคงคอนเซ็ปต์ของภาพยนตร์เบื้องหลังวงการแฟชั่นเอาไว้เหมือนเดิม เพิ่มเติมรสชาติใหม่ ๆ ที่ชูโรงให้เพลงนี้ในปี2026แซ่บยิ่งขึ้น ฝีมือของBruno Marsร่วมกับJaylah Hickmon, Lady Gaga, Andrew Watt, Henry Walter, Dernst DMile Emile IIและJayda Loveโปรดิวซ์โดยBruno Mars, Andrew Watt, CirkutและDMileแค่เห็นรายชื่อทีมแต่งเพลงแล้ว ก็รับประกันได้เลยว่าไม่มีผิดหวัง Runwayเป็นผลงานที่ได้Lagy GagaและDoechiiมาร่วมงานด้วยกันครั้งแรก โดยก่อนหน้าที่ทั้งคู่เคยเผยว่าชื่นชอบผลงานซึ่งกันและกันมาก่อนอยู่แล้ว ปี2025 Doechiiเคยเป็นตัวแทนมอบรางวัลInnovator AwardบนเวทีiHeartRadio Music Awardsให้กับLady Gagaพร้อมทั้งยืนยันว่าLady Gagaเป็นดั่งผู้ช่วยชีวิตของเธอ และเป็นศิลปินมีอิทธิพลต่อกลุ่มวัยรุ่นเพศทางเลือกทั่วโลก ทางด้านของLady Gagaเองก็เคยเผยในบทสัมภาษณ์กับBritish Vogueว่าDoechiiมีความเป็นศิลปินมาก ๆฉันไม่เคยเห็นใครที่จู่ ๆ ก็จับปากกาแต่งเพลง แล้วทำผลงานระดับตำนานออกมาได้ทันทีแบบนั้นDoechiiสำหรับฉันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ภาพยนตร์The Devil Wears Prada 2ดำเนินเรื่อง20ปีที่แก๊งMiranda, Andy, EmilyและNigel (นำแสดงโดยMeryl Streep, Anne Hathaway, Emily BluntและStanley Tucci)คัมแบ็กสู่วงการแฟชั่นในกรุงนิวยอร์ก และกลับมาเจอกันในออฟฟิศสุดเนี้ยบของนิตยสารRunwayอีกครั้ง เป็นภาคต่อของภาพยนตร์ฮิตปี2006ที่แฟนๆ รอคอย กำกับโดยDavid FrankelเขียนบทโดยAline Brosh McKennaอำนวยการสร้างโดยWendy Finermanพร้อมด้วยโปรดิวเซอร์บริหารMichael Bederman, Karen RosenfeltและAline Brosh McKennaรับชมในไทยได้30เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 10 เม.ย. 69
อ่าน
เริ่ดเลยล่ะ! “มารีญา” ร่วมพากย์เสียงไทยในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี “The Devil Wears Prada 2"
สร้างแรงสั่นสะเทือนจากวงการภาพยนตร์สู่แวดวงแฟชั่น เมื่อล่าสุดThe Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2เซอร์ไพรส์แฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเปิดตัวมารีญา พูลเลิศลาภนางแบบ นักแสดง และนางงามขวัญใจใครหลายคน เป็นหนึ่งในนักพากย์คนดังผู้ร่วมพากย์เสียงภาษาไทยในภาพยนตร์ภาคต่อสุดไอคอนิกแห่งยุค งานนี้ไม่เพียงสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ เจ้าตัวเองก็ดีใจไม่น้อยที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างตำนานบทใหม่กับเหล่าไอคอนระดับตัวแม่ ส่วนใครที่อยากรู้ว่า มารีญาจะพากย์เสียงเป็นตัวละครไหน ต้องไปลุ้นกันในโรงภาพยนตร์30เมษายนนี้การร่วมเป็นหนึ่งในทีมพากย์เสียงภาษาไทยในภาพยนตร์The Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2เรียกได้ว่าเป็นบทบาทใหม่ของมารีญาในแวดวงภาพยนตร์และวงการแฟชั่น หลังฝากภาพจำจากการเป็นเมนเทอร์ของรายการเรียลลิตี้ชื่อดังThe Face Thailandมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยเธอเผยว่า เป็นแฟนภาพยนตร์ที่ชื่นชอบทั้งเรื่องราวและประทับใจในทุกตัวละครของThe Devil Wears Pradaอยู่แล้ว โดยเฉพาะMiranda Priestlyตัวแทนของผู้หญิงเก่งที่ขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดของสายอาชีพด้านแฟชั่น จึงรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติ ที่ได้มีส่วนร่วมในภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลกับคนในวงการแฟชั่นทั่วโลก จำได้ว่าตอนดูThe Devil Wears Pradaครั้งแรกรู้สึกว้าวมาก เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความหรูหรา ความน่าหลงไหลของโลกแฟชั่นออกมาได้ดี ขณะเดียวกันก็สื่อให้เห็นถึงเบื้องหลังอุตสาหกรรมนี้ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและการแข่งขัน สะท้อนภาพชีวิตของคนทำงานที่ต้องเผชิญความท้าทายหลาย ๆ อย่าง พอรู้ว่าจะได้ดูThe Devil Wears Prada 2เลยตื่นเต้นสุด ๆ คาดเดาไปต่าง ๆ นานา ว่าทีมผู้สร้างจะเล่าเรื่องยังไง เพราะโลกแฟชั่นทุกวันนี้เปลี่ยนไปเยอะมากเลยตื่นเต้นที่จะได้เห็นเรื่องราวของตัวละครที่เรารักในบริบทใหม่ ๆ โดยเฉพาะMiranda Priestlyที่ต้องมาเห็นว่า สิ่งที่เธอสร้างมากำลังถูกท้าทายจากโลกที่เปลี่ยนไป อยากเห็นค่ะว่าเธอจะยอมปรับตัวแค่ไหนโดยที่ไม่เสียตัวตนของตัวเองนักพากย์คนดังกล่าวแม้จะตื่นเต้นกับการได้ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของเหล่าไอคอนในเวอร์ชันภาษาไทยจนแทบเก็บอาการดีใจไม่ไหว แต่มารีญาก็ไม่เผลอเปิดเผยว่าตัวเองพากย์เสียงเป็นตัวละครใด เพราะอยากให้แฟน ๆ ได้คาดเดาและลุ้นไปด้วยกัน ก่อนไปค้นหาคำตอบในโรงภาพยนตร์30เมษายนนี้ และแล้ว20ปีหลังจากฝากการแสดงอันเป็นตำนานในบทMiranda, Andy, EmilyและNigel Meryl Streep, Anne Hathaway, Emily BluntและStanley Tucciหวนคืนสู่ถนนสายแฟชั่นแห่งนครนิวยอร์ก และออฟฟิศสุดเฉียบของRunway Magazineอีกครั้ง ในภาพยนตร์ภาคต่อที่ทั่วโลกรอคอย สานต่อปรากฏการณ์จากปี2006ที่เคยสร้างนิยามใหม่ให้กับทั้งเจเนอเรชันมาแล้วนอกจากนี้The Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2ยังเป็นการกลับมารวมตัวอีกครั้งของทีมงานจากภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับDavid FrankelและนักเขียนบทAline Brosh McKennaอีกทั้งยังเสริมทัพด้วยนักแสดงชุดใหม่ที่จะมาสร้างมิติใหม่ให้กับรันเวย์ อาทิKenneth Branagh, Simone Ashley, Justin Theroux, Lucy Liu, Patrick Brammall, Caleb Hearon, Helen J. Shen, Pauline Chalamet, B.J. NovakและConrad Ricamoraพร้อมการกลับมาของTracie ThomsและTibor FeldmanในบทLilyและIrvซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงความต่อเนื่องจากภาคแรกThe Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า2อำนวยการสร้างโดยWendy Finermanและได้Michael Bederman,Karen RosenfeltและAline Brosh McKennaเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร ฝากThe Devil Wears Prada 2ด้วยนะคะ ประสบการณ์การพากย์เสียงภาพยนตร์ระดับตำนานในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ท้าทายและมีความหมายมาก ๆ สำหรับมารีญา เลยอยากชวนทุกคนไปดูกันค่ะไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงการแฟชั่นหรือไม่เพราะจริงๆแล้วสารสำคัญของเรื่องไม่ได้เล่าถึงแค่แวดวงแฟชั่นแต่เป็นการเติบโตการเลือกและการเป็นตัวเองในโลกที่เต็มไปด้วยความคาดหวังซึ่งจะทำให้ทุกคนทั้งสนุกไปกับโลกแฟชั่นสุดเข้มข้น และได้อินไปกับเรื่องราวชีวิตที่สะท้อนตัวเราในแต่ละช่วงเวลาด้วยมารีญาฝากผลงานล่าสุดของเธอเตรียมพบกับนิยามใหม่ของคำว่าไอคอน ในสมรภูมิแห่งสไตล์และความมั่นที่จะสะกดทุกสายตากับThe Devil Wears Prada 2นางมารสวมปราด้า230เมษายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 3 เม.ย. 69
อ่าน
เห็นยันด้าย! เมื่อชาว Reddit เปิดภาพเทียบความต่าง GTA 5 และ GTA 6 ที่ต่างกันยันเส้นใยผ้าขนหนู
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังรอคอย Grand Theft Auto 6 อย่างใจจดใจจ่อ เหล่าแฟนเกมก็ได้หยิบเอาภาพสกรีนช็อตล่าสุดมาเทียบกับ GTA 5 (เวอร์ชันดั้งเดิมปี 2013) และผลที่ออกมามันน่าทึ่งมาก แม้ว่าที่ผ่านมา Rockstar จะพยายามอัปเกรดกราฟิกภาค 5 มาหลายรอบบนหลายแพลตฟอร์ม แต่ดูเหมือนว่าภาค 6 จะเป็นการยกระดับไปอีกขั้นที่แท้จริงสิ่งที่ทำให้ชาวเน็ตฮือฮาที่สุดคือภาพที่ชาว Reddit นำมาเทียบกันแบบช็อตต่อช็อตตรงบริเวณ "ผ้าขนหนู" ที่วางอยู่ข้างตัวเอกอย่าง Lucia ซึ่งในภาค 6 เราสามารถเห็นรายละเอียดลึกลงไปถึงเส้นใยผ้าแต่ละเส้นที่ขดตัวอยู่เลย ในขณะที่ภาค 5 นั้นดูแบนราบและขาดมิติอย่างเห็นได้ชัด นอกจากเรื่องผ้าแล้ว แสงและเงาก็ทำออกมาได้สมจริงสุด ๆ อย่างขอบโทรศัพท์มือถือที่มีการสะท้อนแสงอาทิตย์เหมือนของจริงเป๊ะ ๆ อีก GTA 5 looks like a PS1 game when compared to GTA 6 by u/Witty_Librarian5672 in GTA ส่วนเรื่องวันวางจำหน่ายที่เลื่อนกันมาหลายรอบ ตอนนี้ Rockstar ปักหมุดใหม่เป็นวันที่ 19 พฤศจิกายน 2026 บน PS5 และ Xbox Series X/S ซึ่งรอบนี้ CEO ของ Take-Two ออกมายืนยันด้วยตัวเองเลยว่าจะเริ่มเดินหน้าโปรโมตแบบจัดเต็มในช่วงหน้าร้อนปีนี้ เพื่อกู้ความมั่นใจจากแฟน ๆ กลับมาหลังจากที่ให้รอกันมาอย่างยาวนานสรุปง่าย ๆ คือการที่ยอมเลื่อนเกมออกไปก็เพื่อความเนี๊ยบระดับที่แม้แต่ของประกอบฉากเล็ก ๆ ก็ต้องสมจริงที่สุดเนี่ย มันสะท้อนให้เห็นว่าภาพรวมของเกมจะโหดขนาดไหน เตรียมตัวรอรับความอลังการช่วงปลายปีได้เลยแปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com
Online Station • 3 เม.ย. 69
เกม
Disney Universe
ในเกม คุณจะรับบทบาทเป็นมนุษย์ตัวสีฟ้าตัวจิ๋ว ที่ทำลังค้นหาชุดคอสตูมที่พวกมันจะต้องนำไปใช้การการซ่อมแซมจักรวาล Disney ทั้ง 6 ไม่ว่าจะเป็น การโจมตีจากคอมพิวเตอร์ไวรัส ซึ่งแท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงเกมให้กำจัดผู้เล่นหลายคนและสามารถเล่นได้ทุกวัย ทั้งนี้ยังมีตัวละครจากจักรวาล Disney โดยมีเกม Rabbids และ The LEGO เกมนี้เหมาะสำหรับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป
Blacknut • 9 มี.ค. 69
เกม
Mable & The Wood
เกมที่ไม่ใช่แค่เกมแพลตฟอร์ม 2D พร้อมกราฟิกศิลปะที่สวยงามและอารมณ์ขันที่แท้จริง นี่คือเกมแนว Metroidvania ที่คุณสามารถทำภารกิจให้สำเร็จโดยไม่ต้องสังหารใคร คุณจะชอบเจ้าหญิงตัวน้อยที่โศกเศร้าพร้อมกับดาบที่หนักจนเธอไม่สามารถยกขึ้นได้ นี่เป็นเกมที่ดีเกมหนึ่งเลย
Blacknut • 3 มิ.ย. 69
ดูเพิ่มเติม