รีเซต

ผลการค้นหา “The Rebound” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
The Revenant
ดู

The Revenant

หุ้น BGRIM ดีดขึ้น โบรกคาดมาร์จิ้นฟื้น มองกลุ่มโรงไฟฟ้า 3 ปัจจัยหนุน
อ่าน

หุ้น BGRIM ดีดขึ้น โบรกคาดมาร์จิ้นฟื้น มองกลุ่มโรงไฟฟ้า 3 ปัจจัยหนุน

#BGRIM #ทันหุ้น-หุ้นบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ราคาปรับขึ้น 3.14% โบรกเกอร์คาดมาร์จิ้นในไตรมาส 3/69 ฟื้นตัวจากการที่ราคาน้ำมันลดลง จึงเป็นปัจจัยหนุนเชิง sentiment ในระยะสั้น พร้อมมองหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ามีปัจจัยบวก 3 ประเด็นที่หนุนราคาหุ้นให้ปรับตัวขึ้นความเคลื่อนไหวราคาหุ้น BGRIM อยู่ที่ 19.70 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 3.14% ระหว่างวันราคาได้ปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 20.00 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 630.73 ล้านบาทบล.เอเซีย พลัส ระบุว่าในช่วงสั้นราคาหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ายังมีแรงบวก ดังนั้นการลงทุนให้เน้นลงทุนแบบ selective buy เลือกหุ้น GULF แนะนำ"ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายที่ 80 บาท จากการเป็นหุ้นใหญ่ ที่ได้ประโยชน์จาก Fund Flow ไหลเข้า และกระแสธุรกิจ Data Center จาก Event ที่กำลังจะเกิดขึ้นขณะที่ BGRIM ให้ราคาเป้าหมายที่ 22 บาท มองว่าได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของ margin ในช่วงทิศทางราคาน้ำมันขาลง ส่วนหุ้น GPSC ให้ราคาเป้าหมายที่ 56 บาท เชื่อว่ายังสามารถเก็งกำไร ได้ ตาม sentiment กลุ่มโรงไฟฟ้าฝ่ายวิจัยเอเซีย พลัส มองว่าหุ้นกลุ่มโรงไฟ้ากลับมาได้รับความสนใจจาก 3 แรงหนุนหลัก ประกอบด้วย 1. กระแสลงทุน Data Center รอบใหม่ 2.ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง มีโอกาสส่งผ่านมายังต้นทุนก๊าซของโรงไฟฟ้าในระยะถัดไป และ 3.ค่าเงินบาทล่าสุดอยู่ที่ราว 33.45 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น จากช่วง ก.ค.ที่อยู่ที่ราว 34.0 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อบริษัทที่มีภาระหนี้ และการลงทุนในต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า จากการขยายตัวของ Data Center เป็นโอกาสต่อยอดการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการที่มีธุรกิจดังกล่าวโดยตรงและเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะกลาง–ยาว โดยปัจจุบัน GULF มี Data Center ที่ COD แล้ว 25 MW และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 38 MW โดยจะขยายอีก 100 MW ในระยะถัดไป ขณะที่ BGRIM อยู่ระหว่างก่อสร้าง 48 MW ใน Phase คาดทยอย COD ตั้งแต่ไตรมาส 4/69 จึงมีความชัดเจนในการรับประโยชน์สูงขณะที่ราคาน้ำมันที่ลดลง คาดเป็นแรงบวกหนุนเชิง sentiment ในระยะสั้นต่อ BGRIM และ GPSC จากการมีสัดส่วนการขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมราว20–35% ของรายได้ขายไฟฟ้า จึงมีโอกาสเห็น Margin ในระยะถัดไปคาดจะเริ่มฟื้นตัวจากช่วงไตรมาส 3/69 ซึ่งคาดเป็นช่วงที่ราคาก๊าซฯทำระดับสูงสุดของปีส่วนการแข็งค่าของเงินบาทช่วยลดมูลค่าหนี้ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท และมีโอกาสบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือ FX gain โดยเฉพาะ EGCO ซึ่งมีสัดส่วนเงินกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐ ราว 50–60% ขณะที่ GULF และ BGRIM อยู่ที่ราว 15%

“Cliffhanger” ฉบับรีเมคใหม่ จ่อหาวันฉายใหม่ต้นปี 2027 หลังค่ายหนังเดิมปิดตัวลง
อ่าน

“Cliffhanger” ฉบับรีเมคใหม่ จ่อหาวันฉายใหม่ต้นปี 2027 หลังค่ายหนังเดิมปิดตัวลง

มีความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับโปรเจกต์หนังแอคชันปีนป่ายที่หยิบเอาหนังคลาสสิกในปี 1993 มารีบูตสร้างใหม่ อย่าง Cliffhanger ของผู้กำกับ เจาเม คอลเล็ต-เซร์รา ที่ปัจจุบันได้ปิดกล้องเสร็จสิ้นในการถ่ายทำไปตั้งแต่ปี 2025 แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลงโรงฉายและออกสู่สายตาผู้ชมสักที ล่าสุดดูเหมือนว่าหนังจะได้สตูดิโอหนังจัดจำหน่ายแห่งใหม่ และกำลังมองหากำหนดวันฉายใหม่ในช่วงต้นปี 2027 อยู่ Deadline รายงานมาจากเทศกาลหนังโตรอนโตว่า Vertical Entertainment ค่ายจัดจำหน่ายรายสำคัญของอเมริกา ได้กลายมาเป็นผู้ยื้อชีวิตโปรเจกต์หนัง Cliffhanger เวอร์ชันรีบูตใหม่อย่างเป็นทางการ หนังจากที่ค่ายหนังดังกล่าวได้ตัดสินใจยื่นมือมารับช่วงต่อดูแลจัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้ให้ในอเมริกาและขายทอดในตลาดหนังทั่วโลก เนื่องจากหนังถูกทอดทิ้งไปกลางคัน จากผลพ่วงของค่ายหนัง Row K ที่เคยดูแลการจำหน่ายหนังเรื่องนี้ได้ประสบเหตุล้มละลายและปิดตัวลงไปเมื่อช่วงต้นปี 2026 โดยเดิมทีนั้น Cliffhanger เวอร์ชันใหม่นี้ ที่นำแสดงโดย ลิลลี่ เจมส์ และ เพียร์ซ บรอสแนน เคยวางกำหนดฉายเอาไว้ในฐานะหนังปิดฤดูร้อนปีนี้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าหนังได้ถอนโปรแกรมฉายออกไป เพราะปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นกับค่ายหนัง ทำให้ล่าสุด Vertical ได้เข้ามาซื้อสิทธิ์หนังเรื่องนี้ในการช่วยจัดจำหน่ายต่อ พร้อมเล็ง ๆ กำหนดฉายของหนังเอาไว้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นปี 2027 ซึ่งคาดว่าน่าจะราว ๆ เดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ Cliffhanger เป็นเรื่องราวของ เรย์ คูเปอร์ นักปีนเขาระดับตำนานได้พักอยู่บ้านตากอากาศกับลูกสาวของเขา นาโอมิ กับ ซิดนีย์ แต่เมื่อการเยือนของลูกชายเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลมาพักผ่อนที่บ้านพักด้วย ได้มีกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาลักพาตัวไปอย่างอุกอาจ ก่อนจะจับตัวเรย์กับซิดนีย์ไปด้วย ทำให้นาโอมิต้องเอาชนะความกลัวจากอุบัติเหตุปีนเขาในอดีต เพื่อต่อกรกับศัตรูและช่วยเหลือครอบครัวของเธอ ต้นฉบับหนังในปี 1993 เป็นหนังฮิตในช่วงฤดูร้อน ที่นำแสดงโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ที่เขายังรับหน้าที่ร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วย กวาดรายได้ทั่วโลกไปได้กว่า 255 ล้านเหรียญ และกลายเป็นหนึ่งในผลงานหนังบู๊ที่น่าจดจำของซิลเวสเตอร์จนถึงปัจจุบันด้วย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 ในไทย แม้ฉายเพียง 15 สาขา แค่ 3 วันเท่านั้น
อ่าน

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 ในไทย แม้ฉายเพียง 15 สาขา แค่ 3 วันเท่านั้น

กระแสแรงเกินต้านOasis: Dont Look Back In Angerภาพยนตร์สารคดีที่พาแฟนเพลงทั่วโลกกลับมาสัมผัสมนต์เสน่ห์และพลังของ Oasis อีกครั้ง สร้างปรากฏการณ์ทันทีที่เข้าฉายในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวขึ้นอันดับ 1 Box Office เมืองไทย จากโรงฉายเพียง 15 สาขา ตอกย้ำกระแสความร้อนแรงของการกลับมาของวงร็อกระดับตำนานที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอย พร้อมชวนชาวร็อกมาร่วมพิสูจน์ที่สุดแห่งประสบการณ์ทางดนตรีด้วยตัวเอง ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นOasis: Dont Look Back In Angerคือภาพยนตร์สารคดีที่พาผู้ชมร่วมเดินทางไปกับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของLiam Gallagher และ Noel Gallagherผ่านOasis Live 25หนึ่งในการกลับมาของวงร็อกแอนด์โรลที่แฟนเพลงทั่วโลกตั้งตารอมากที่สุด พร้อมนำเสนอฟุตเทจที่ไม่เคยเปิดเผย และการเข้าถึงเบื้องหลังอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งช่วงการซ้อม เบื้องหลังเวที และการแสดงบนเวที โดยภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวของทัวร์คอนเสิร์ตผ่านการแสดงจาก 12 เวทีใน 3 ทวีป และถ่ายทำสำหรับ IMAX เพื่อเก็บทั้งพลังของการแสดง รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกวงและแฟนเพลงจากทั่วโลกอย่างลึกซึ้งที่สุด ไม่เพียงการได้เห็น Oasis กลับมาอยู่บนเวทีเดียวกันอีกครั้ง แต่ความพิเศษของภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ยังรวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ของแฟนเพลง ซึ่งทีมผู้สร้างให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องราวของวง โดยทีม Cinematographers ได้รับโจทย์ให้ถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองจากการชมการแสดง ขณะที่การถ่ายทำก็มุ่งค้นหาอารมณ์อันหลากหลายทั้งบนเวทีและท่ามกลางฝูงชน เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสดใหม่ และความใกล้ชิด เสมือนได้อยู่ในคอนเสิร์ตจริง ๆ ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นฟุตเทจการแสดงสดที่เปี่ยมด้วยพลังและอารมณ์อย่างยิ่ง ซึ่งหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การกลับมาของ Oasis เป็นหนึ่งในการคัมแบ็กของวงร็อกที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค คือการที่Oasis Live 25ไม่เพียงดึงดูดเฉพาะแฟนเพลงรุ่นเดิม แต่ยังขยายไปสู่แฟนเพลงเจเนอเรชันใหม่ เพราะในหลายเวทีผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงคนรุ่นก่อนที่ค้นพบวงในยุค 90s แต่ยังมีลูก ๆ และหลาน ๆ ของแฟนเพลงรุ่นนั้นเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งนี้ด้วย โดย Steven Knight ผู้สร้างและเขียนบทภาพยนตร์ เล่าว่า สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับ Liam และ Noel คือการได้เห็นพ่อกับลูกชาย หรือแม่กับลูกสาว มีปฏิกิริยาทางอารมณ์ร่วมกันไปกับบทเพลงของ Oasis ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดนตรีของวงได้กลายเป็นสะพานเชื่อมผู้คนต่างรุ่นเข้าหากันยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์ยังนำเสนออีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่แฟน Oasis ทั่วโลกรอคอย นั่นคือ บทสัมภาษณ์ร่วมกันครั้งแรกของLiam และ Noelในรอบกว่า 20 ปี เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นสองพี่น้องพูดคุยและย้อนรำลึกถึงความทรงจำร่วมกันอีกครั้ง ในมุมที่ทั้งจริงใจ เป็นธรรมชาติ และแตกต่างจากภาพจำที่ผู้คนคุ้นเคย ทั้งหมดนี้ทำให้ Oasis: Dont Look Back In Angerไม่ใช่เพียงภาพยนตร์สารคดีทางดนตรี แต่เป็นเรื่องราวของการกลับมาพบกันอีกครั้ง การให้อภัย การคืนดี และพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ดังที่ผู้กำกับ Dylan Southern และ Will Lovelace มองว่า หัวใจสำคัญของภาพยนตร์คือการถ่ายทอดเรื่องราวของการให้อภัยและการกลับมาคืนดี ผ่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงบนเวทีและท่ามกลางแฟนเพลง ขณะที่ความสุขและความปลาบปลื้มของผู้ชมเองก็มีส่วนในการขับเคลื่อนการกลับอย่างยิ่งใหญ่ของวงเช่นกันแฟนเพลงชาวไทยอย่าพลาด มาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์วงการเพลง ที่มีพลังเชื่อมโยงผู้คนต่างเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน ในOasis: Dont Look Back In Angerเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

LHS ส่อง BJC ครึ่งปีหลังฟื้นชัด MMVN โตแรง-บิ๊กซีเริ่มคืนฟอร์ม
อ่าน

LHS ส่อง BJC ครึ่งปีหลังฟื้นชัด MMVN โตแรง-บิ๊กซีเริ่มคืนฟอร์ม

#ทันหุ้น - บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ส่องหุ้น บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC แนวโน้ม 2H26F คาดกำไรกลับมาฟื้นตัว หนุนจากการควบรวม MMVN เต็มไตรมาสและธุรกิจ Packaging ที่ยังโตแกร่ง นอกจากนี้แล้ว Big C ยังเริ่มมีทิศทางฟื้นตัวชัดเจนขึ้นโดย SSSG ของ MMVN ในเวียดนามยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยสถิติล่าสุดในเดือนกรกฎาคม SSSG ในรูปสกุลเงินบาทขยายตัวเติบโตโดดเด่นถึง +6% จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้ดีธุรกิจ Packaging ยังเป็นแรงส่งสำคัญหนุนจากการฟื้นตัวของกลุ่มลูกค้าเครื่องดื่มและการปิดตัวและปรับลดกำลังการผลิตของเตาหลอมคู่แข่งในประเทศเริ่มให้คำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2569 ที่ 17.90 บาท/หุ้น ประเมินราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจที่ชัดเจน และยังมี upside จากโอกาสในการ Re Rate ขึ้นจากการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจ

สัญญะยิ่งใหญ่ ชู 3 นิ้ว เตรียมหวนกลับมาปฏิวัติโลกใน "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping"
อ่าน

สัญญะยิ่งใหญ่ ชู 3 นิ้ว เตรียมหวนกลับมาปฏิวัติโลกใน "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping"

ชู 3 นิ้ว กลับมาปฏิวัติโลก จากสัญญะในจักรวาลฮังเกอร์เกมส์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ภาพของประชาชนเขต 12 ที่พร้อมใจชู 3 นิ้วให้กับ แคตนิส เอเวอร์ดีน แทนการขอบคุณ, สรรเสริญ และบอกลาคนรัก ได้กลายมาเป็นการแสดงพลังของประชาชนในโลกความเป็นจริง และจากตัวอย่างล่าสุดที่ปรากฎภาพเฮย์มิตช์ทำสัญญะชู 3 นิ้วอีกครั้ง ส่งสัญญาณว่า The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่ครั้งนี้มันคือการเปิดศึกกับแคปิตอลที่ดุเดือดที่สุด เกร็ดน่ารู้ - อ้างอิงจากสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วของเฮย์มิตช์ ตัวแทนจากเขต 12 ในตัวอย่างThe Hunger Games: Sunrise on the Reapingโยงกลับมาที่การพูดถึงกระแสตอนที่ The Hunger Games ภาคแรกเข้าฉาย แล้วเกิดกระแสการนำสัญญะ ชู 3 นิ้ว จากในภาพยนตร์มาเป็นเครื่องหมายการแสดงพลังทางการเมือง ของประชาชนในโลกของความเป็นจริง อาทิการต่อต้านคณะคสช.ในประเทศไทย การประท้วงรัฐบาลฮ่องกง หรือการต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาร์ - ซีนแรกในจักรวาลฮังเกอร์เกมส์ที่ปรากฏภาพของการชู 3 นิ้ว คือซีนที่ประชาชนในเขต 12 ชู 3 นิ้วให้กับแคตนิส เอเวอร์ดีน ที่อาสาเข้าสู่การแข่งขันฮังเกอร์เกมส์ครั้งที่ 74 ก่อนที่จะปรากฏในภาคต่อ ๆ มา เพื่อสื่อถึงการต่อต้านอำนาจของประธานาธิบดีสโนว์และแคปิตอล - ความหมายของสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว จากภาพยนตร์ THG คือการขอบคุณ, การสรรเสริญ และการบอกลาคนรัก- การกลับมาของสัญญะ ชู 3 นิ้ว ของเฮย์มิตช์จากตัวอย่างใหม่ The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เป็นช่วงเวลา 24 ปีก่อนหน้าเหตุการณ์ของแคตนิส คือสัญญาณสำคัญว่าการชู 3 นิ้ว มีมาแล้วตั้งแต่ก่อนหน้าไตรภาคแรก รวมทั้งบอกเป็นนัยว่าเกมการแข่งขันครั้งที่ 50 ที่มีเฮย์มิตช์เป็นตัวแทนของเขต 12 จะลุกลามไปสู่การรวมพลังของคนธรรมดาต่อต้านอำนาจล้นฟ้าของสโนว์ในแบบที่ดุเดือดไม่น้อย The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม 19 พฤศจิกายน ในโรงภาพยนตร์ ทุกระบบพิเศษ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

พี่กลับมาแล้ว! สรุปรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศหนังซัมเมอร์ 2026 ปิดจบด้วยสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในประวัติศาสตร์
อ่าน

พี่กลับมาแล้ว! สรุปรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศหนังซัมเมอร์ 2026 ปิดจบด้วยสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในประวัติศาสตร์

หนังซัมเมอร์ฮอลลีวูดปี 2026 ได้ฤกษ์ปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการนับสรุปรายได้จนถึงสุดสัปดาห์วันหยุดวันแรงงานแห่งชาติของอเมริกา ที่ปรากฏว่าปีนี้ได้สร้างความร้อนแรงกลับคืนมาสู่วงการภาพยนตร์อีกครั้ง กับตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการล่าสุด ที่เชื่อว่าตัวเลขรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาสามารถสร้างสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 13 ปี และเป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดความร้อนแรงขึ้นในฤดูกาลนี้หลังจากผ่านพ้นช่วงยุคการระบาดของโควิด-19 Rentrak องค์กรจัดเก็บสถิติข้อมูลรายได้หนังในอเมริกา ได้ทำการสรุปตัวเลขรายได้ผลประกอบการบนบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา ประจำช่วงฤดูร้อนปี 2026 ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยข้อมูลที่พวกเขาเปิดเผยออกมานั้น เก็บสถิติตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 7 กันยายน 2026 ที่พบว่ารายได้หนังสะสมตลอดทั้ง 4 เดือนไปด้วยตัวเลข 4.76 พันล้านเหรียญ ที่นับว่าเป็นสถิติใหม่ แซงหน้าแชมป์เดิมในปี 2013 ที่เคยทำเอาไว้ 4.75 พันล้านเหรียญ ในปีที่มี Iron Man 3, Despicable Me 2 และ Man of Steel ออกฉายได้อย่างร้อนแรง ดังนั้นทำให้หนังซัมเมอร์ 2026 กลายเป็นปีที่ทำยอดรายได้สะสมสูงที่สุดตลอดกาลครั้งใหม่ ในรอบ 13 ปี แม้ว่าระยะเวลาเก็บสถิติในปี 2026 นั้นได้กินระยะเวลาใน 130 วัน ที่มากกว่า 123 วันในปี 2013 อยู่ราว ๆ 1 สัปดาห์ แต่ปรากฏการณ์ทางด้านรายได้ในปีนี้ ก็นับว่าเป็นหมุดหมายที่ดีต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์และธุรกิจผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์โดยทั่วไป เพราะเป็นสัญญาณบ่งชี้ได้ว่าโรงหนังยังมีเป็นแหล่งจ่ายเพื่อความบันเทิงให้กับผู้ชมในยุคสมัยนี้ หลังจากที่พฤติกรรมเเปลี่ยนไปเมื่อช่วงทั้งโลกต้องล็อกดาวน์จากโรคระบาด ไม่เพียงเท่านั้น หนังซัมเมอร์ปี 2026 ยังทำสถิติครั้งแรกที่รายได้สะสมในแต่ละเดือน ตลอดทั้ง 4 เดือน มียอดแตะถึงพันล้านเหรียญครบทุกเดือน ได้แก่ เดือนพฤษภาคม สะสมยอดได้ถึง 1.07 พันล้านเหรียญ จากความร้อนแรงของ "Michael" และ "The Devil Wears Prada 2" ถัดมาในเดือนมิถุนายน ทำยอดไปได้ 1.08 พันล้านเหรียญ เป็นช่วงที่ "Toy Story 5" และ "Scary Movie" กลับมาเติมเต็มคนดู แล้วเดือนกรกฎาคมก็ฟาดไป 1.18 พันล้านเหรียญ จากพลังของ "The Odyssey" กับ "Minions Monsters" และเดือนสิงหาคมปังที่สุด 1.27 พันล้านเหรียญ ต้องขอบคุณพลังจาก "Spider-Man: Brand New Day" ที่ทำให้ปิดจบซัมเมอร์ได้งดงาม หนังซัมเมอร์ปีนี้นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ในยุคหลังโควิด ที่ยอดรายได้และจำหน่ายตั๋วหนังทะลุผ่านหลัก 4 พันล้านเหรียญ หลังจากที่ปี 2023 เคยปังมาถึง 4.09 พันล้านเหรียญ จากความแรกของ Barbenheimer และถือว่ายังเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีที่สถานการณ์โลกเป็นปกติก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น 2019 ที่เคยทำไว้ 4.3 พันล้านเหรียญ ในช่วงที่ Avengers: Endgame ครองตลาด หรือในปี 2018 ที่เคยสะสมไว้ที่ 4.42 พันล้านเหรียญ กับหนังเด่น ๆ ในปีนั้นอย่าง Avengers: Infinity War และ The Incredibles 2 นอกจากนี้องค์ประกอบความสำเร็จของกลุ่มหนังบล็อกบัสเตอร์ในปี 2026 แล้ว ในปีนี้ยังต้องขอบคุณพลังแกร่งกล้าจากคอนเทนต์เต้นคนกลุ่มเจน Z ด้วย เพราะกลายเป็นว่าหนังฟอร์มเล็ก ๆ แต่สร้างปรากฏการณ์ฮิตมหาศาล อย่าง "Obsession" กับ "Backrooms" เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนที่เกินคาดในฤดูนี้ จากฝีมือการทำหนังของผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ลงทุนน้อย ๆ แต่โกยกำไรและกระแสกลับมาได้อย่างมหาศาล จนร่วมเป็นหนึ่งในหนังซัมเมอร์ระดับหัวแถวของปีนี้ไปได้อย่างงดงาม แต่ใด ๆ ซัมเมอร์ปี 2026 ก็ยังปะปนไปด้วยกลุ่มหนังที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จหลายเรื่องเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น หนังไลฟ์แอคชันของดิสนีย์ อย่าง "Moana" ที่ทำรายได้พลาดเป้า หนังแอคชันแฟนตาซี "Masters of the Universe" และหนังฮีโรดีซีเรื่องล่าสุด "Supergirl" ต่างเป็นหนังบล็อกบัสเตอร์ทุนสูงปรี๊ดที่จัดได้ว่าล้มเหลวทางด้านกระแสตอบรับในทุก ๆ ด้านไปอย่างน่าผิดหวังประจำฤดูร้อนปีนี้ Source: Variety ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แกกลับมา

แกกลับมา

#OSXTRUEID

ดูอนิเมะ กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก EP.7 ศึกแห่งศักดิ์ศรีครั้งใหม่เปิดฉาก
อ่าน

ดูอนิเมะ กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก EP.7 ศึกแห่งศักดิ์ศรีครั้งใหม่เปิดฉาก

ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 7 อาริฮิโตะและพวกพ้องเดินทางสำรวจพื้นที่ปริศนาจนได้เผชิญหน้ากับทหารยักษ์หัวอินทรีมอนสเตอร์เลเวลสูงลิบ พวกเขาเปิดฉากปะทะได้ไม่ทันไร ศัตรูก็กราดการโจมตีเป็นวงกว้างจนอาริฮิโตะต้องยอมเอาตัวเข้าแลก ใช้โล่รับการโจมตีแทนพวกพ้องจนบาดเจ็บสาหัส แต่ทุกคนในปาร์ตี้ก็ไม่ยอมแพ้ร่วมมือกันงัดสกิลกำลังใจพร้อมลอบโจมตีสวนกลับจนสามารถล้มมอนสเตอร์ยักษ์ลงได้สำเร็จ หลังผ่านพ้นวิกฤตพวกเขามุ่งหน้าขึ้นบันไดอันสูงชันจนได้พบกับโลงศพปริศนาที่มีร่างของ อาเรียดเน่ เทพลับนอนหลับใหลอยู่ เธอคือผลงานที่ไม่สมบูรณ์ซึ่งถูกผนึกไว้ในเขาวงกตแห่งนี้ แต่พวกของอาริฮิโตะกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น พวกเขาตัดสินใจน้อมรับพรจากเธอ และเตรียมพร้อมเดินทางกลับสู่เขาวงกตเบื้องบนอีกครั้ง สามารถรับชมอนิเมะ กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 21:00 น. ดูอนิเมะ กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ตอนที่ 7 เรื่องราวในตอนที่ 7ในที่สุดปาร์ตี้ของอาริฮิโตะก็ทะยานขึ้นสู่ปาร์ตี้ระดับท็อปของเขต 8 ได้สำเร็จ พวกเขาได้เอ่ยปากบอกความตั้งใจกับ ไลเกอร์ทัน ผู้ทำลายล้าง ผู้มีลูกสาวเป็นอมนุษย์ว่าต้องการมุ่งหน้าสู่เขตต่อไป เพื่อหาทางคืนร่างเทเรเซียให้กลับมาเป็นมนุษย์อีกครั้ง ด้วยการร่วมทีมของสองสมาชิกใหม่ อย่างสุนัขเฝ้าระวังสายพันธุ์ซิลเวอร์ฮาวนด์ และผู้ทำลายล้างสาวเมลิสซาทำให้ขีดความสามารถของปาร์ตี้พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ทว่าในตอนนั้นเอง..."นายคือหัวหน้าของปาร์ตี้หน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามางั้นเหรอ?" เกออร์กหัวหน้าปาร์ตี้นอร์ทสตาร์ อดีตอันดับหนึ่งแห่งเขต 8 ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าอาริฮิโตะ ศึกปะทะศักดิ์ศรีครั้งใหม่กำลังจะเปิดฉากขึ้นแล้ว!

KGI คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น – บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ WHAUP ให้เป้าพื้นฐาน 9.3 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคาพัก Sideway มีโอกาสฟื้นตัวจากแนวรับ ประเมินแนวรับ 7.7 บาท / แนวต้าน 8.0 – 8.2 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 8.5 บาท (Stop loss 7.45 บาท) 2) ประเมิน Sentiment จากการเร่งลงทุน Data center และอุตสาหกรรม New S-curve ในไทย เราประเมินการลงทุน Data center ในไทยอยู่ระหว่างการกำหนดกฏเกณฑ์โดยภาครัฐฯ ซึ่งจะเป็นบวกต่อ WHAUP* ในระยะยาว เนื่องจากกฏเกณฑ์ที่ชัดจน จะทำให้เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะเลือกลงทุนในพื้นที่นิคมฯ ที่มีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ขณะที่ Thailand FastPass ที่กำลังเร่งลงทุน ในอตุสาหกรรม New S-curve หนุนการใช้สาธารณูปโภคในพื้นที่นิคมฯ 3) Valuation ไม่แพง Forward PE +/-20 เท่า (ใกล้ค่าเฉลี่ยที่ 19 เท่า) ขณะที่คาดกำไรสุทธิโต 34% CAGR (2568-70)หุ้น GFPT ให้เป้าพื้นฐาน 11.4 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคาพักฐานแนวรับในกรอบ Sideway up ประเมินแนวรับ 9.65 บาท / แนวต้าน 9.9 – 10.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 10.4 บาท (Stop loss 9.55 บาท) 2) ประเมินราคาเนื้อไก่ปรับขึ้นแรง ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์กำลังจะลดลง ราคาเนื้อไก่ในประเทศปรับขึ้น +13% QTD เป็น 43.5 บาท/กก. (ทดสอบจุดสูงเดิมตั้งแต่ปี 2567) ขณะที่เราประเมินแนวโน้มวัตถุดิบอาหารสัตว์จะปรับลดลงใน 2H69 จาก i) ปรากฏการณ์ El Niño (หนุนผลผลิตข้าวโพด-ถั่วเหลืองทวีปอเมริกา) ii) ไทยเริ่มเปิดนำเข้าข้าวโพดจากสหรฐัฯ (ราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ในไทยลงแรง -18% QTD) 3) Valuation ถูก Forward PE +/-5.5 เท่า (-1 SD) ขณะที่คาดแนวโน้มกำไร Q3 ฟื้นตัวดีCENTEL ให้เป้าพื้นฐาน 49 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ประเมินแนวรับ 40 บาท / แนวต้าน 42 - 43 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 45 บาท (Stop loss 38 บาท) 2) รายงานกำไร Q2/69 ดีเกินคาด (แม้มีสงคราม) แนวโน้ม 2H69 แข็งแกร่งต่อ CENTEL*รายงานกำไร Q2/69 ดีกว่าคาดมาก แม้อยู่ในช่วงภาวะสงครามตะวันออกกลาง เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2H69 จะดีต่อเนื่องหลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางผ่อนคลายลงจาก 2Q69 รวมทั้งงานอีเว้นท์ใหญ่ๆ จำนวนมากใน 4Q69 และคาดหวังมาตรการกระต้นการท่องเที่ยวภาครฐัฯหนุน

Kospi พุ่งสลับทิศ! พลิกจากหมีสู่กระทิงในเดือนเดียว รับกระแส AI โลก
อ่าน

Kospi พุ่งสลับทิศ! พลิกจากหมีสู่กระทิงในเดือนเดียว รับกระแส AI โลก

#Kospi #หุ้นเกาหลีใต้ #ทันหุ้น สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นเกาหลีใต้ทะยานขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี ดันดัชนี Kospi ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดหลักเข้าสู่เขตตลาดกระทิงทางเทคนิค เนื่องจากกระแสการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่ม AI ทั่วโลกได้ช่วยฟื้นฟูการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากเกิดการเทขายครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือนที่แล้ว ดัชนี Kospi พุ่งขึ้นมากกว่า 4% ในการซื้อขายช่วงเช้า ส่งผลให้การฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 23% ตามข้อมูลจาก LSEG หุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงในดัชนีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้น โดยยักษ์ใหญ่ด้านชิปทั้งสองรายพุ่งขึ้นมากกว่า 4% และ 7% ตามลำดับ ความต้องการของนักลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มฮาร์ดแวร์เทคโนโลยีเริ่มกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากผลประกอบการล่าสุดจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกชี้ให้เห็นถึงการใช้จ่ายมหาศาลอย่างต่อเนื่องในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การฟื้นตัวระลอกล่าสุดของดัชนี Kospi ได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่กลับมาอีกครั้งต่อการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งช่วยฟื้นความสนใจในหุ้นกลุ่มสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ซึ่งเป็นหุ้นน้ำหนักมากของเกาหลีใต้ การบูมของการใช้จ่ายด้าน AI ยังอีกยาวไกลกว่าจะจบลง David Morrison นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Trade Nation กล่าวในบทวิเคราะห์เมื่อคืนวันอังคาร โดยชี้ไปที่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ในสหรัฐฯ โดย Supermicro และ CoreWeave ผู้ให้บริการคลาวด์ พุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้หลังจากรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาด การพัฒนาเหล่านี้ได้มอบแรงส่งใหม่ให้กับผู้ผลิตชิปของเกาหลีใต้ ซึ่งความมั่งคั่งของบริษัทเหล่านี้นั้นผูกติดอยู่กับอุปสงค์ของชิปหน่วยความจำที่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างใกล้ชิด โดย Samsung Electronics และ SK Hynix ได้เป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้นของดัชนี Kospi ซึ่งเป็นการขยายผลการฟื้นตัวอย่างแรงจากการเทขายที่นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีเมื่อเดือนที่แล้ว การปรับตัวขึ้นของหุ้นเกาหลีใต้ยังมีพื้นที่ให้ไปต่อได้อีก เนื่องจากความแข็งแกร่งได้กลับคืนสู่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของประเทศ ตามข้อมูลจาก Fundstrat Global Advisors Mark Newton หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ทางเทคนิคของบริษัท กล่าวว่า กองทุน iShares MSCI South Korea ETF ได้ทะลุผ่านระดับทางเทคนิคที่สำคัญขึ้นมา จากการปรับตัวขึ้นของ Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งช่วยปรับปรุงแนวโน้มระยะสั้นสำหรับหุ้นเกาหลีใต้ การเคลื่อนไหวล่าสุดของกองทุน ETF ได้ยืนยันรูปแบบการกลับตัว ซึ่ง Newton กล่าวว่า ดูมีความน่าสนใจทางเทคนิคสำหรับการปรับตัวขึ้นต่อในระยะสั้น สัญญาณที่ยิ่งใหญ่อาจมาจากหุ้นกลุ่มหน่วยความจำเอง หลังจากที่เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในช่วงการเทขายกลุ่มเทคโนโลยีเมื่อเร็วๆ นี้ หุ้นกลุ่มหน่วยความจำเริ่มทำผลงานได้ดีกว่ากลุ่มเทคโนโลยีโดยรวมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ตามข้อมูลจาก Fundstrat Newton อธิบายสิ่งนั้นว่าเป็น สัญญาณที่ดีในระยะสั้นสำหรับกลุ่มหน่วยความจำภายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พร้อมเสริมว่ากลุ่มนี้น่าจะเป็นหนึ่งในมุมสำคัญสุดท้ายของกลุ่มเทคโนโลยีที่เริ่มกลับตัวสูงขึ้น เรื่องนี้มีความสำคัญสำหรับเกาหลีใต้ เมื่อพิจารณาจากอิทธิพลที่สูงมากของ Samsung และ SK Hynix ต่อตลาดหุ้นของประเทศ โดย Fundstrat กล่าวว่า การผสมผสานระหว่างการฟื้นตัวของเกาหลีใต้และการฟื้นตัวของชิปหน่วยความจำ กำลังขยายการหมุนเวียนเงินกลับเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยี แม้ว่าหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่บางตัวของสหรัฐฯ จะประสบปัญหาอยู่ก็ตาม Newton ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดในระยะสั้น แม้ว่าเขาจะเตือนว่าการปรับตัวขึ้นอาจสูญเสียแรงส่งในปลายเดือนนี้ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และดอลลาร์เริ่มปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เขากล่าวว่าเกาหลีใต้และหุ้นกลุ่มหน่วยความจำ ดูจะเป็นตราสารที่เหมาะสมสำหรับการเปิดรับความเสี่ยงในระยะสั้น ที่มา https://www.cnbc.com/2026/08/13/south-korea-kospi-bull-market-sk-hynix-samsung-ai-trade.html

EPG กำไรโค้งแรกกระหึ่มพุ่ง65%รุกโมเดลเติบโตคุณภาพระยะยาว
อ่าน

EPG กำไรโค้งแรกกระหึ่มพุ่ง65%รุกโมเดลเติบโตคุณภาพระยะยาว

#ทันหุ้น-ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 1     ปีบัญชี 69/70 (เม.ย.-มิ.ย. 69) บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้า 3,642.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน มีอัตรากำไรขั้นต้น 37.1% และมีกำไรสุทธิ 446.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.1% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าอยู่ที่ 95.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.1% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ยังมีความไม่แน่นอน พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว สำหรับผลการดำเนินงานของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขายในไตรมาส 1 ปีบัญชี 69/70 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยตลาดสหรัฐอเมริกายังคงมีผลการดำเนินงาน          โดดเด่น จากความต้องการผลิตภัณฑ์ฉนวนเกรดพรีเมียม รวมถึงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าโครงการและภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Data Center และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรม Semiconductor และ Cloud รวมถึง Infrastructure ระบบทำความเย็น อุตสาหกรรมอาหารและยา และอุตสาหกรรมยานยนต์สำหรับตลาดญี่ปุ่น ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการของกลุ่มอุตสาหกรรม Semiconductor และอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ตลาดในประเทศยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อนธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขายในไตรมาส 1 ปีบัญชี 69/70 ปรับตัวลดลงที่ 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ให้แก่กลุ่มลูกค้า OEM ในประเทศยังคงได้รับผลกระทบจากภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ชะลอตัว รวมถึงการส่งออกไปยังลูกค้าในประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายไตรมาสเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยคำสั่งซื้อจากลูกค้าเริ่มทยอยกลับมา สะท้อนแนวโน้มความต้องการที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นขณะที่ธุรกิจในออสเตรเลียยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน ส่วนใหญ่มาจากการส่งออกต่างประเทศ อีกทั้ง เริ่มเห็นผลเชิงบวกจากมาตรการปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่าย การบริหารจัดการทรัพยากร และการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการดำเนินงาน เพื่อยกระดับผลการดำเนินงานและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในประเทศออสเตรเลีย ขณะที่ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์ใหม่ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาด Aftermarket และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไปนอกจากนี้ ในไตรมาสนี้ บริษัทเริ่มรับรู้รายได้และกำไรบางส่วนจากการดำเนินงานของ Aeroklas Automotive South Africa (Pty) Ltd. (บริษัทย่อย) ซึ่งสามารถเปิดดำเนินการได้ตามแผนงานสะท้อนความคืบหน้าของการขยายธุรกิจและการสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดต่างประเทศธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้ บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด หรือ EPP มียอดขายในไตรมาส 1 ปีบัญชี 69/70 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการบรรจุภัณฑ์พลาสติกในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภค แม้ว่าภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในระดับสูง แต่ EPP สามารถรักษาความเชื่อมั่นจากลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความสามารถในการผลิต และมาตรฐานการรับรองที่ได้รับการยอมรับ ได้แก่ มอก. GHP HACCP และ BRC เป็นต้น ส่งผลให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.1% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งผลิตในหลายประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารต้นทุนเฉลี่ยได้อย่างเหมาะสม รวมถึงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนขายอย่างต่อเนื่อง สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพิ่มขึ้น 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ในประเทศ และในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากค่าขนส่งสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งจากยอดขายที่เติบโตขึ้นและค่าพลังงานที่สูงขึ้น ทั้งนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพิ่มเติมในระยะถัดไป เพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพในการทำกำไรของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่องบริษัทมีผลขาดทุนทางเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 46.8 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากรายการลูกหนี้การค้าของ บริษัท แอร์โรคลาส จำกัด ซึ่งจำหน่ายวัตถุดิบเพื่อใช้ผลิตสินค้าให้แก่ธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้ โดยในไตรมาสนี้ผลการดำเนินงานของกิจการร่วมค้าเริ่มปรับตัวดีขึ้น และยังคงดำเนินมาตรการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเสริมสร้างกระแสเงินสดและเพิ่มความสามารถในการชำระคืนหนี้แก่บริษัทในอนาคตในไตรมาสนี้บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.2 ล้านบาท จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศขณะเดียวกันบริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าจำนวน 95.5 ล้านบาท ซึ่งมาจากผลการดำเนินงานของธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น และธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสนี้ดร.เฉลียว กล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะถัดไป EPG ยังคงมุ่งเน้นการสร้าง Quality Growth with Resilience โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาดในกลุ่มที่มีศักยภาพ บริษัทได้ติดตามทิศทาง ปัจจัยทางเศรษฐกิจ และแนวโน้มอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละธุรกิจและตลาด เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับคุณภาพของผลประกอบการ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว