รีเซต

ผลการค้นหา “The Moment "I need you"” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ตื่นเต้น! “นนกุล” ได้นั่งสัมภาษณ์ซุปตาร์ฮอลลีวู้ด Matt Damon และ Tom Holland
อ่าน

ตื่นเต้น! “นนกุล” ได้นั่งสัมภาษณ์ซุปตาร์ฮอลลีวู้ด Matt Damon และ Tom Holland

ตื่นเต้น! นนกุล ได้นั่งสัมภาษณ์ซุปตาร์ฮอลลีวู้ด Matt Damon และ Tom Holland The Odyssey เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เตรียมจะเข้าฉายในประเทศไทยวันที่ 16 กรกฎาคมนี้แล้ว นำแสดงโดยนักแสดงฮอลลีวู้ดระดับตัวท็อป Matt Damon ,Tom Holland, Anne Hathaway, Robert Pattinson , Zendaya ฯลฯ ล่าสุด นนกุล ชานน ได้มีโอกาสไปนั่งสัมภาษณ์ 2 นักแสดงนำ Matt Damon และ Tom Holland ทำเอาเจ้าตัวตื่นเต้นสุดๆ ได้ลงคลิปพร้อมเขียนแคปชั่นเล่าความรู้สึกสุดพิเศษครั้งนี้ว่า.... @theodysseymovie รอบสื่อที่ Mumbai ได้เจอโนแลนกับนักแสดงตัวจริงงงง แถมยังได้โอกาสนั่งสัมภาษณ์ Matt Damon และ Tom Holland อีก เป็น 5 นาทีที่ตื่นเต้น (และเครียดด ) มากๆเลยครับขอบคุณทีมงานและทาง @uipthailand และ @universalpictures มาก ๆครับที่เชิญและมอบโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้ผมนะครับ รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจมากจริงๆ ส่วนหนังบอกเลยว่า EPICCCCC! ทุกอย่างยิ่งใหญ่มาก สนุกและลงตัวสุด ๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Agamemnonคุณพี่จะเท่ไปไหน) 16 July นี้ อย่าลืมไปดู TheOdyssey ในโรงนะครับ สนุกจริงๆ 3 ชั่วโมงไปเลยย Getting the chance to attend The Odyssey press screening in Mumbai and meet Nolan and the cast in person.On top of that, I had the opportunity to sit down and interview Matt Damon and Tom Holland. It was only five minutes, but definitely one of the most exciting (and nerve-wracking ) five minutes of my life. A huge thank you to Universal Pictures, United International Pictures, and the entire team for inviting me and giving me this incredible opportunity. It was truly an honor, and Im so grateful for the experience. As for the film The Odyssey is EPICCCCC! Everything is on such a massive scalethe story, the performances, and the production all come together perfectly. Especially that Agamemnon armor design SO goddamn cool!!!.Dont miss The Odyssey in cinemas on July 16! Trust me, its an experience thats absolutely worth seeing on the biggest screen possible. #TheOdyssey #OdysseyMumbaiPremiere #ChristopherNolan #MattDamon #TomHolland

SIRUP ASIA TOUR 2026 "TURN THE PAGE IN ASIA" เสิร์ฟ 2 เซอร์ไพรส์ไทยแลนด์โอนลี่
อ่าน

SIRUP ASIA TOUR 2026 "TURN THE PAGE IN ASIA" เสิร์ฟ 2 เซอร์ไพรส์ไทยแลนด์โอนลี่

เสิร์ฟความสุขแบบไทยแลนด์โอนลี่ดีต่อใจสุด สำหรับ SIRUP ASIA TOUR 2026 "TURN THE PAGE IN ASIA" (Bangkok) คอนเสิร์ตในรูปแบบวงครั้งแรกในไทยของ "SIRUP" ศิลปินนีโอโซล อาร์แอนด์บี ผู้เคยสร้างปรากฏการณ์ SIRUP LIVE HALL TOUR 2026 "TURN THE PAGE" Sold Out ทั้ง 16 โชว์ในประเทศญี่ปุ่นมาแล้ว และคราวนี้เมืองไทย ก็เป็น 1 ใน 3 หมุดหมาย นอกญี่ปุ่นที่ "SIRUP" เดินทางมามอบความสุขอย่างใกล้ชิด ณ Lido Connect (Hall 2) ในวันที่ 4 กรกฎาคม ภายใต้การดูแลของผู้จัด SEEN SCENE SPACE SIRUP ASIA TOUR 2026 "TURN THE PAGE IN ASIA" (Bangkok) ถือเป็นครั้งแรกที่ "SIRUP" มาเยือนไทยในรูปแบบ Band Set ที่จะทำให้เพลงที่เราเคยฟังในรูปแบบ Official Audio ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเพลง "LOOP" และ "Do Well" รวมถึงอัลบั้มชุดใหม่ "OWARI DIARY" และผลงานล่าสุด "Not AI" ที่กระแสตอบรับล้นหลาม ทำเอาแฟน ๆ หลายคนที่มาถึงพื้นที่งาน เข้ามาจับจองอัลบั้มและ Merchandise กันอย่างสนุกสนานก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม ก่อนที่แฟน ๆ จะพบกับ "SIRUP" ทุกคนก็ได้พบกับความ Exclusive ที่ต้องใช้คำว่า Thailand Only กับโชว์เปิดจาก "JAMES ALYN WEE" ศิลปินไทยที่เคยร่วมงานกับ "SIRUP" ในเพลง "Im Blessed" ในฐานะสมาชิกวง HYBS โดยเจ้าบ้านอย่าง "JAMES ALYN WEE" จัดมาทั้งเพลงใหม่ และ ผลงานในฐานะสมาชิก HYBS ให้ทุกคนฟังอย่างเต็มอิ่ม ประทับใจทั้งผู้ชมชาวไทยและแฟน ๆ ที่ลัดฟ้าเดินทางมาชมคอนเสิร์ตนี้จากต่างประเทศ พอถึงเวลา 2 ทุ่มกว่า โชว์ก็เริ่มด้วยโซโล่ดนตรีของวงแบนด์ ก่อน "SIRUP" จะขึ้นมาพาทุกคนสนุกไปกับเซ็ทเพลงสนุกอย่าง KIRA KIRA, LOCATION, Synapse และ Overnight ก่อนจะทักทายทุกคนด้วยภาษาไทย และตามมาด้วยเพลง Pool, Superpower, และ Need You Bad โดยนอกจากโวคอลการร้อง การแร็ปรัว ที่โหดสุด ๆ แล้ว การมาเยือนคราวนี้ "SIRUP" ยังมากับดนตรีแบบพิเศษใส่ไข่ แตกต่างจาก Official Audio แบบไม่ธรรมดา ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ผู้ชมคอนเสิร์ต "SIRUP" จะได้สัมผัสแค่ที่คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบของเขาเท่านั้น! หลังจากเพลงสนุกเซ็ตแรกจบลง "SIRUP" ก็พูดคุยกับแฟนด้วยภาษาไทยที่เตรียมมาจนแฟน ๆ เชียร์กันสนั่นฮอลล์ ก่อนตามมาด้วยเพลง GAME OVER, RENDEZVOUS และ TOMORROW ก่อนจะขอให้ทุกคนเตรียมร้องเพลงต่อไปอย่าง "LOOP" ที่เรียกเสียงเฮตั้งแต่อินโทร และพาทุกคนร้องคลอไปตาม ๆ กัน ก่อนจะมีการเฉลยเซอร์ไพรส์ที่เหนือความคาดหมาย เมื่อ "SIRUP" เปลี่ยนเนื้อร้องช่วงบริดจ์ของเพลง "LOOP" เป็นภาษาไทย เพื่อขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทย และการเปลี่ยนบรรยากาศฮอลล์คอนเสิร์ต ให้เป็นห้องคาราโอเกะแบบประสานเสียง เมื่อเนื้อร้องท่อนฮุคปรากฏขึ้นบนจอของงานขณะที่ "SIRUP" ชวนทุกคนให้ร้องไปตามกัน สร้างช่วงเวลาสุดพิเศษที่น่าประทับใจให้กับทุกคน! เมื่อโมเมนต์สุดประทับใจได้จบลงไป ความสุขของผู้ชมก็ถูกสานต่อด้วยเพลง "No Stress" และเซสชั่นอะคูสติกสุดพิเศษที่ "SIRUP" นำเพลง "TIRED" ที่ประกาศว่าจะปล่อยวันที่ 22 กรกฎาคม มาเล่นให้แฟน ๆ ได้ฟังก่อนใคร ก่อนที่จะเข้าสู่เพลง "INTO YOU" ที่เป็นการผสมผสานระหว่างพาร์ทอะคูสติกและดนตรีสด ๆ โดยระหว่างตั้งสายกีตาร์ "SIRUP" ก็เปิดโอกาสให้เพื่อน ๆ ในวงพูดคุยเล่าความประทับใจอาหารไทยอย่างผัดไทและข้าวเหนียวมะม่วง จนแฟน ๆ ชาวไทยหัวเราะไปตาม ๆ กันด้วยความเอ็นดู และจากนั้นก็เป็นโมเมนต์ความสนุกจากเพลง "SWIM" และอีกหนึ่งเพลงฮิต "Do Well" ที่เต็มไปด้วยเอเนอร์จี้เริ่ด ก่อนที่ "SIRUP" จะลาผู้ชมและโชว์เพลง "今夜 (KONYA)" พร้อมเผยความฝันที่อยากจะเห็นโลกที่เต็มไปด้วยความเท่าเทียมและความรักอย่างอบอุ่น ด้วยมวลความสุขของแฟน ๆ ที่ยังเต็มเปี่ยม ทำให้แฟน ๆ และผู้ชมต่างร้องขออังกอร์พิเศษ จน "SIRUP" กลับมาพร้อมเพลงใหม่ล่าสุด "Not AI" ที่ทำให้ไวบ์ความสนุกกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งท้ายงานด้วยเพลง "Im Blessed" ในแบบไทยแลนด์โอนลี่อีกครั้ง เพราะ "JAMES ALYN" ได้ขึ้นมาร่วมโชว์ไปกับ "SIRUP" ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นฮอลล์ เป็นการปิดท้ายทัวร์ SIRUP ASIA TOUR 2026 "TURN THE PAGE IN ASIA" (Bangkok) ในประเทศไทยได้อย่างตราตรึงใจทุกคน การมาเยือนไทยครั้งนี้ "SIRUP" ได้รับความรักจากผู้ชมล้นหลาม ผ่านกรูฟสุดจึ้ง โวคัลน่าทึ่ง พร้อมความใส่ใจแบบเกินร้อย ใครที่พลาดครั้งนี้ ไม่ต้องเสียใจ เพราะ "SIRUP" ได้สัญญาแล้วว่าจะกลับมาพบกับแฟน ๆ ชาวไทยอีกแน่นอน

"ขอวอนฟ้า" อยากเจอรักที่ดีสักครั้งจาก "เนย ซินญอริต้า" ที่ร่วมทำกับ marr team
อ่าน

"ขอวอนฟ้า" อยากเจอรักที่ดีสักครั้งจาก "เนย ซินญอริต้า" ที่ร่วมทำกับ marr team

"เนย ซินญอริต้า (ลลิตา สิงห์โตทอง)" อดีตนักร้องชื่อดังเจ้าของเพลงฮิต "Miss Call" ได้ผันตัวมาทำงานการเมืองท้องถิ่นเต็มตัวในฐานะ เลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ชลบุรี โดยเธอมีความสุขกับการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในบ้านเกิด และยังไม่คิดลงสนามการเมืองระดับชาติ ปัจจุบันได้มีโอกาสมาร่วมทำเพลงกับ marr team มีชื่อเพลงว่า "ขอวอนฟ้า" "ขอวอนฟ้า" ซิงเกิลที่ 40 จาก marr team ซึ่งได้ "เนย ซินญอริต้า" ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่แม้จะเคยผิดหวังจากความรักมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่หมดศรัทธาในการได้พบใครสักคนที่รักกันอย่างจริงใจ เพลง "ขอวอนฟ้า" เล่าถึงความรู้สึกของคนที่เคยทุ่มเทหัวใจให้กับความรักที่ไม่สมหวัง จนเกิดคำถามกับตัวเองว่าต้องผิดหวังอีกกี่ครั้ง ถึงจะได้เจอกับคนที่ใช่ ผ่านเนื้อเพลงที่ทั้งน่ารักและโดนใจ อย่างท่อนที่ว่า "ต้องทำบุญกี่รอบ ถึงได้คนที่ชอบเป็นแฟน อยากมีคนควงแขน แทนความเหงา" ที่สะท้อนความรู้สึกของคนโสดที่ยังคงแอบหวังว่าสักวันหนึ่งจะมีใครสักคนเดินเข้ามาในชีวิต นอกจากนี้ เพลงยังถ่ายทอดความปรารถนาอันเรียบง่ายของใครหลายคน ผ่านท่อนฮุกที่ว่า "ขอให้ฉันถูกพบโดยใครสักคนที่รักฉันหมดใจ ขอให้เจอความรักที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าปลอดภัย" ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานของคนที่ผ่านความเจ็บปวดมาแล้ว และไม่ได้ต้องการความรักที่หวือหวา เพียงแค่ต้องการใครสักคนที่จริงใจและพร้อมดูแลกันในทุกช่วงเวลา อีกทั้งเพลงนี้ยังถ่ายทอดมุมมองของคนที่ยังเชื่อในความรัก แม้จะเคยผิดหวังมาแล้วก็ตาม เมื่อผสานเข้ากับเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของ "เนย ซินญอริต้า" ยิ่งทำให้ "ขอวอนฟ้า" กลายเป็นบทเพลงที่อบอวลไปด้วยความหวัง และเป็นเหมือนตัวแทนของคนที่ยังคงเฝ้ารอวันได้พบกับรักแท้สักครั้งในชีวิต สามารถติดตามผลงานเพลง "ขอวอนฟ้า" ทาง Youtube : marr team official, Instagram : marrteam.official, Tiktok : marr_team รับชม MV ได้ที่นี่

สิ้นสุดการรอคอย! December 10 ปล่อย EP แรก On Your Side พร้อมส่งเพลงใหม่ “Us Against The World”
อ่าน

สิ้นสุดการรอคอย! December 10 ปล่อย EP แรก On Your Side พร้อมส่งเพลงใหม่ “Us Against The World”

เป็นอีกหนึ่งวงที่น่าจับตามองสุดๆ สำหรับDecember 10บอยแบนด์หน้าใหม่จากสหราชอาณาจักรที่กำลังมาแรงแบบหยุดไม่อยู่ ล่าสุดทั้ง7หนุ่มขอฉลองครบรอบ7เดือนนับตั้งแต่เดบิวต์ ด้วยการปล่อยEPแรกในชีวิตOn Your Sideออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมด9เพลง รวมเพลงใหม่อย่างOn Your SideและWhat Are We Nowรวมถึงซิงเกิลที่แฟน ๆ คุ้นเคยอย่างInfinity (123),Run My Way,Angelพร้อมเวอร์ชันStrippedของสองเพลงหลังที่เผยอีกมุมของเสียงร้องและอารมณ์ดนตรีที่อบอุ่นยิ่งขึ้น เพื่อเป็นของขวัญตอบแทนความรัก และการสนับสนุนจากแฟน ๆ ทั้งในอังกฤษ ทั่วโลก และTennersชาวไทยมาโดยตลอด สมาชิกวงเผยความรู้สึกถึงการปล่อยEPครั้งแรกว่าพวกเราตื่นเต้นมากที่อีพีOn Your Sideได้ปล่อยออกมาแล้ว ก่อนหน้านี้เราเพิ่งเล่นเพลงเหล่านี้ให้แฟน ๆ ฟังระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรป และดีใจมากที่ได้เห็นหลายคนร้องเพลงไปพร้อมกับพวกเรา หวังจริง ๆ ว่าทุกคนจะรักเพลงเหล่านี้มากเท่ากับที่พวกเรารัก อีพีชุดนี้ทำขึ้นเพื่อแฟน ๆ ทุกคน และพวกเราจะอยู่เคียงข้างทุกคนเสมอครับ ไฮไลต์ของอีพีนี้คือเพลงUs Against The Worldเพลงป๊อปฟีลกู๊ดที่หยิบเมโลดี้ของเพลงคลาสสิก(I Just) Died in Your ArmsของCutting Crewมาตีความใหม่ในแบบของDecember 10จนกลายเป็นเพลงที่ติดหู ฟังสนุก และเต็มไปด้วยเสน่ห์ของทั้ง7หนุ่ม โดยมาพร้อมVisualizerที่บันทึกภาพบรรยากาศการซ้อมก่อนขึ้นเวทีCapital FM Summertime Ballณ สนามเวมบลีย์ ถ่ายทอดพลังและเคมีของวงได้อย่างน่าประทับใจ On Your Sideได้โปรดิวเซอร์ระดับแถวหน้าของวงการมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นJulian Bunetta (Gracie Abrams, Sabrina Carpenter), Poo Bear (Justin Bieber, Usher)และSavan Kotecha (Ariana Grande, The Weeknd)โดยบันทึกเสียงกันในหลายเมืองทั้งลอสแอนเจลิส ลอนดอน แนชวิลล์ และสตอกโฮล์ม การันตีคุณภาพได้ตั้งแต่เห็นชื่อโปรดิวเซอร์เลยทีเดียว แม้จะเดบิวต์ได้เพียง7เดือน แต่December 10ก็สร้างสถิติที่น่าทึ่งไว้มากมาย ทั้งยอดสตรีมทะลุ30ล้านครั้ง ยอดวิวบนYouTubeกว่า22.9ล้านครั้ง และมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียรวมกว่า3.7ล้านคน นอกจากนี้ยังขายบัตรคอนเสิร์ตหมดหลายรอบอย่างรวดเร็ว ได้ขึ้นเวทีเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติ และกลายเป็นหนึ่งในบอยแบนด์หน้าใหม่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของอังกฤษในเวลานี้ ฟังอีพีOn Your SideของDecember 10ที่นี่https://December10TH.lnk.to/OnYourSidePR

Gracie Abrams ปล่อยซิงเกิลใหม่ “Look at My Life” จังหวะสนุกสดใส แต่เล่าชีวิตที่พังทลายได้ถึงใจ
อ่าน

Gracie Abrams ปล่อยซิงเกิลใหม่ “Look at My Life” จังหวะสนุกสดใส แต่เล่าชีวิตที่พังทลายได้ถึงใจ

แค่ได้ยินอินโทรก็รู้เลยว่า นี่แหละเพลงของGracie Abramsนักร้อง-นักแต่งเพลงดีกรีเข้าชิงรางวัลแกรมมี กับซิงเกิลใหม่Look at My Lifeหลังจากทำให้แฟน ๆ ตื่นเต้นกันไปก่อนหน้านี้กับซิงเกิลแรกHit the Wallเมื่อเดือนที่ผ่านมา รอฟังอัลบั้มเต็มชุดที่3ที่มีชื่อว่าDaughter from Hellพร้อมกันทั่วโลกในวันที่17กรกฎาคมนี้Pre-Saveอัลบั้มได้แล้วที่https://gracieabrams.lnk.to/daughterfromhell มิวสิกวิดีโอเพลงLook at My LifeกำกับโดยMitch Ryanถ่ายทอดเรื่องราวการออกเดินทางผ่านเมืองชนบทเล็ก ๆ สลับกับภาพของเธอในสถานที่เงียบเหงา ทั้งสตูดิโอเต้นรำที่ว่างเปล่า และลานจอดรถร้านสะดวกซื้อ ก่อนปิดท้ายด้วยฉากล่องลอยบนบอลลูนลมร้อน สะท้อนอารมณ์ของการค้นหาตัวเองและการก้าวออกจากพันธนาการในแบบฉบับของเธอ Gracie Abramsยังคงอยู่ภายใต้สปอตไลต์ และได้รับความนิยมทั้งจากแฟนเพลง และสื่อมวลชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นปกAmerican VogueฉบับSummer Double Issueหรือการเป็นแขกรับเชิญในรายการPopcastของThe New York Timesขณะที่ซิงเกิลก่อนหน้าHit the Wallก็เปิดตัวอย่างแข็งแกร่งด้วยยอดสตรีมบนSpotifyกว่า3.9ล้านครั้งภายใน24ชั่วโมงแรก ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเธอ และปัจจุบันมียอดสตรีมสะสมมากกว่า88ล้านครั้ง อัลบั้มDaughter from Hellเขียนและโปรดิวซ์โดยGracie Abramsร่วมกับAaron Dessnerถือเป็นผลงานต่อจากอัลบั้มThe Secret of Usที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในปี2024ด้วยการขึ้นอันดับ1ในสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ รวมถึงเปิดตัวในอันดับ2ของชาร์ตBillboard 200พร้อมสร้างเพลงฮิตอย่างClose to You, I Love You, I'm SorryและThats So Trueที่ช่วยตอกย้ำการเติบโตของเธอในฐานะหนึ่งในศิลปินหญิงที่น่าจับตามองที่สุดของวงการเพลงป๊อป ชมมิวสิควิดีโอเพลงLook at My LifeของGracie Abramsที่นี่https://GracieAbramsTH.lnk.to/LookatMyLifePR/youtube นอกจากนี้Gracie Abramsยังเตรียมออกเดินสายเวิลด์ทัวร์The Look at My Life Tourช่วงปลายปีนี้ เริ่มต้นที่เมืองเดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา ก่อนเดินทางไปแสดงในเมืองสำคัญทั่วอเมริกาเหนือ และต่อเนื่องสู่ยุโรปในปี2027โดยมีทั้งปารีส ลอนดอน อัมสเตอร์ดัม แมนเชสเตอร์ มิลาน และบาร์เซโลนา รวมทั้งหมด64รอบการแสดง จากความสำเร็จที่สร้างสถิติอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมาGracie Abramsได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคือหนึ่งในศิลปินหญิงแห่งยุคที่น่าจับตามองที่สุด ทั้งในฐานะนักแต่งเพลงและศิลปินผู้ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านบทเพลงได้อย่างจริงใจ แฟนเพลงทั่วโลกสามารถฟังLook at My Lifeได้แล้ววันนี้ทุกบริการมิวสิกสตรีมมิง และร่วมนับถอยหลังสู่การมาถึงของDaughter from Hellอัลบั้มที่ถูกจับตามองว่าจะสานต่อความสำเร็จของเธอได้อย่างสวยงามอีกครั้ง ในวันที่17กรกฎาคมนี้

สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง
ดู

สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง

Get Ready!
ดู

Get Ready!

"สิงโต นำโชค" เก็บโมเมนต์ก่อนนอนกับลูก ถ่ายทอดเป็นซิงเกิลอบอุ่น "Ain’t No Need To Worry"
อ่าน

"สิงโต นำโชค" เก็บโมเมนต์ก่อนนอนกับลูก ถ่ายทอดเป็นซิงเกิลอบอุ่น "Ain’t No Need To Worry"

"สิงโต นำโชค" กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ "Aint No Need To Worry" เพลงป๊อปฟีลกู๊ดฟังสบายที่เต็มไปด้วยพลังบวกและกำลังใจ จุดเริ่มต้นมาจากการทำหน้าที่พ่อ วันไหนไม่ได้ออกไปทำงาน หน้าที่พาลูกเข้านอนตกเป็นของเขา เเต่เพราะร้องเพลงกล่อมลูกไม่เป็นเลยเลือกที่จะเปิดเพลงที่มีเนื้อหาเชิงบวก เพื่อหวังว่าจะให้ไปกระตุ้นสมองลูกและสมองตัวเองให้มองโลกในแง่ดี อย่าง "Dont Worry, Be Happy - Bobby McFerrin" และ "Three Little Birds - Bob Marley The Wailers" จนวันหนึ่งรู้สึกว่าอยากมีเพลงแบบนี้เป็นของตัวเองสักเพลง และเพลงนี้ก็เกิดขึ้นระหว่างที่กำลังกล่อมลูกนอน สิงโตพยายามเลือกใช้คำง่ายๆ ที่ตัวเองเข้าใจ จนได้ท่อนฮุกว่า "Aint No Need to Worry" พอร้องปุ๊บ ลูกก็ร้องตามได้ทันที กลายเป็นเพลงที่ทั้งพ่อเเละลูกชอบกันมาก ๆ ก่อนนอนก็จะร้องเพลงนี้ด้วยกัน เเละเพื่อไม่ให้เพลงนี้หายไปเลยอัดเพลงนี้เก็บไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งตอนที่ลูกยังเล็ก เขาเคยแต่งเพลงนี้และร้องเพลงนี้ด้วยกันก่อนนอน ด้านมิวสิกวิดีโอมาในรูปแบบ Lyric Video เรียบง่ายและอบอุ่น ใช้ภาพวาดฝีมือของลูกที่วาดพ่อ แม้จะมีการเขียนชื่อผิด แต่สิงโตก็เลือกเก็บรายละเอียดนั้นไว้ เพราะมองว่านั่นคือเสน่ห์และลายเซ็นของลูกที่เเท้จริง "สิงโต นำโชค" ฝากเพลง "Aint No Need To Worry" นะครับ อยากแชร์ให้เพื่อน ๆ ที่นอนหลับยาก ลองฟังกันดูนะครับ เผื่อจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น รับชม Official Lyric Video "Aint No Need To Worry" ได้ที่นี่

I Swear
ดู

I Swear

คุณผู้หญิงยืนหนึ่ง หัวใจแกร่ง
ดู

คุณผู้หญิงยืนหนึ่ง หัวใจแกร่ง

"Patrickananda" เปิดตัวซิงเกิลใหม่ "นิรันดร์ (Hikari)" ภายใต้บ้านหลังใหม่ BEEEF
อ่าน

"Patrickananda" เปิดตัวซิงเกิลใหม่ "นิรันดร์ (Hikari)" ภายใต้บ้านหลังใหม่ BEEEF

เตรียมพบกับการคัมแบ็กของศิลปินหนุ่มมากฝีมือผู้มีน้ำเสียงและเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง "Patrickananda (แพทริคอนันดา)" ที่ล่าสุดพร้อมพาทุกคนเดินทางเข้าสู่ห้วงอารมณ์ที่ลุ่มลึกและทรงพลังกว่าเดิม กับการเปิดตัวซิงเกิลล่าสุด "นิรันดร์ (Hikari)" ผลงานชิ้นแรกภายใต้การดูแลของ BEEEF ยูนิตจาก Believe Artist Services พาร์ทเนอร์ระดับโลกที่จะเข้ามาช่วยยกระดับและสนับสนุนการทำงานเพลงของศิลปินให้เต็มไปด้วยคุณภาพเพื่อให้เพลงของเขาเข้าถึงผู้ฟังในวงกว้างมากยิ่งขึ้นโดยยังคงอยากให้แฟนเพลงทุกคนได้สัมผัสเพลงในแบบที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของศิลปิน โดยความพิเศษของซิงเกิล "นิรันดร์ (Hikari)" นี้ แฝงนัยยะอันลึกซึ้งไว้ตั้งแต่ชื่อเพลง ซึ่งคำว่า "Hikari" ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า "แสงสว่าง" ถูกนำมาดีไซน์และร้อยเรียงผ่านมุมมองความรักที่มั่นคง ยั่งยืน และไร้กาลเวลา เปรียบเสมือนลำแสงสุดท้ายที่คอยนำทางและมอบพลังแห่งความหวังให้แก่กันในค่ำคืนที่มืดมิดที่สุด ถือเป็นผลงานเพลงป็อปที่ผสมผสานซาวด์ดนตรีได้เข้ากันกับความสัมพันธ์ที่สวยงามจนอยากให้คงอยู่เป็นนิรันดร์ ในด้านมิวสิกวิดิโอ ทุกคนจะได้เห็นกับการเดินทางตั้งแต่การเป็นคนอยู่ในความมืดโดยใช้ซิมโบลิกของสีมาช่วยให้เห็นภาพและใช้ตีความของคำว่า Hikari ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วยังมีความรักที่คอยช่วยปลอบประโลมให้ได้พบกับความจริงที่ว่า ความรักที่ดีนั้นจะเกิดขึ้นได้อาจจะต้องผ่านช่วงเวลาที่มืดมนมาก่อน จนวันหนึ่งอาจจะได้พบกับความรักที่มั่นคง เป็นความรักที่ดี เหมือนแสงสว่าง สามารถรับชมได้ทาง YouTube : PATRICKANANDA มาร่วมสัมผัสตัวตนผ่านดนตรีและแสงสว่างแห่งความหวังครั้งใหม่ใน "นิรันดร์ (Hikari)" จาก "Patrickananda" ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง

"Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” คว้า “บิ๊ก ดี เจอร์ราร์ด” ถ่ายทอดพลังเพลงที่รอบสื่อในไทย
อ่าน

"Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” คว้า “บิ๊ก ดี เจอร์ราร์ด” ถ่ายทอดพลังเพลงที่รอบสื่อในไทย

เริ่มต้นเรื่องราวพร้อมบทเพลงใหม่ที่ซ่อนความหมายและใครบางคนไว้เบื้องหลัง กับค่ำคืนแห่งความประทับใจหลัง ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จัดงานรอบสื่อ Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ ภาพยนตร์ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากต่างประเทศ พร้อมชวนศิลปินมากความสามารถ บิ๊ก ดี เจอร์ราร์ด มาร่วมสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษ ให้ทุกคนได้สัมผัสโลกของภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่าน บทเพลง หัวใจสำคัญก่อนส่งต่อแรงสั่นสะเทือนไปยังผู้ชมในโรงภาพยนตร์ 11 มิถุนายนนี้ ภายในงาน บิ๊ก ดี เจอร์ราร์ด ร่วมถ่ายทอดบทเพลง How to Write a Song Without You ในเวอร์ชันภาษาไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งส่งต่ออารมณ์และความหมายของบทเพลงผ่านน้ำเสียงได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสอีกด้านของ Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ นอกจากนั้นยังได้พูดคุยถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ในบทเพลงให้ได้ฟังอีกด้วย โดยยังได้รับเกียรติจาก คุณชัยวัฒน์ มิ่งไม้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, คุณจิรสิน จารุพรชัย ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่าย บริษัท ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ จำกัด และ บิ๊ก ดี เจอร์ราร์ด ร่วมพูดคุยพร้อมถ่ายภาพร่วมกันบนเวที ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของเสียงดนตรีจากภาพยนตร์เรื่องนี้ ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ กำกับโดย John Carney ผู้กำกับจาก Once, Begin Again และ Sing Street กว่า 10 ปีที่ John Carney ภาพยนตร์ที่พูดถึงความฝัน ชื่อเสียง และเพลงหนึ่งเพลงที่อาจเปลี่ยนชีวิตคนไปตลอดกาล และนี่ไม่ใช่แค่หนังดนตรี แต่คืออีกหนึ่งผลงานที่เต็มไปด้วยหัวใจของเขา พร้อมจะพาผู้ชมกลับเข้าสู่โลกของเสียงเพลงอีกครั้ง โดยได้รับเสียงตอบรับจากเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก คว้ารางวัล Best Feature จาก Annapolis Film Festival 2026 และ Boulder International Film Festival 2026 พร้อมกวาดคะแนนความประทับใจจากนักวิจารณ์ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญยังเป็นการโคจรมาพบกันของสองนักแสดงชั้นนำอย่าง Paul Rudd และ Nick Jonas มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของชื่อเสียง ความฝัน และความสำเร็จ ผ่านอีกด้านของบทเพลงที่อาจซ่อนความลับบางอย่างไว้เบื้องหลัง ภาพยนตร์ Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ เล่าเรื่องการพบกันโดยบังเอิญของ Rick (รับบทโดย Paul Rudd) นักร้องนำวงดนตรีงานแต่ง และ Danny (รับบทโดย Nick Jonas) อดีตบอยแบนด์ชื่อดัง เมื่อพบว่าเพลงที่ทั้งคู่แต่งเล่นๆ ร่วมกันในคืนนั้น กลับโด่งดังไปทั่วโลก จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเสียงดนตรี เรื่องราวพาไปสู่ชื่อเสียง ความสำเร็จ และคำถามสำคัญว่า เมื่อเพลงฮิตเพลงหนึ่งอาจไม่ได้เป็นของคนที่ทุกคนคิด เบื้องหลังบทเพลงติดหูนั้น บางครั้งอาจมี อีกคน ซ่อนอยู่ การทวงคืนความฝันผ่านบทเพลงหนึ่งเพลง อาจต้องแลกมาด้วยบางสิ่งที่สำคัญในชีวิต รับชมสกู๊ปพิเศษ และพบกับเรื่องราวใหม่ของบทเพลงใน Power Ballad: เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ 11 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ พร้อมรับฟังเพลง Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ ได้แล้ววันนี้บน Spotify ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

พอล รัดด์ และ นิค โจนัส พบกันใน “Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” ฟังเพลงอุ่นเครื่องได้แล้ว
อ่าน

พอล รัดด์ และ นิค โจนัส พบกันใน “Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” ฟังเพลงอุ่นเครื่องได้แล้ว

จากเพื่อนรักสู่การหักเหลี่ยมที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า เพลงนี้ใครเป็นคนแต่งกันแน่?เมื่อมิตรภาพในวงการดนตรีเริ่มพังลงเพราะ เครดิตเพลงถึงเวลาทวงคืนความฝันผ่าน1บทเพลงในภาพยนตร์Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ 11มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ และเบื้องหลังของเรื่องราวครั้งนี้ ถูกถ่ายทอดผ่านการโคจรมาพบกันของPaul RuddและNick Jonasกับเรื่องราวจากคืนแห่งการแจมเพลงธรรมดา สู่ดราม่าที่ทั้งโลกกำลังจับตา เมื่อความสำเร็จเริ่มเปลี่ยนทุกอย่างยิ่งทำให้การประชันบทบาทครั้งนี้ยิ่งน่าจับตาขึ้นไปอีกว่าท้ายที่สุดแล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เพราะอะไรคือสิ่งที่ทำให้บทเพลงแห่งความฝันบทนี้ต้องถูกทวงกลับคืนมา ที่สำคัญก่อนร่วมค้นหาคำตอบสามารถรับฟังเพลงจาก Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณได้แล้ววันนี้บนSpotifyรวมเพลงจากหนังดนตรีเรื่องล่าสุดของJohn Carneyนำโดย How to Write a Song Without Youที่จะพาเข้าไปอยู่ท่ามกลางชื่อเสียง ความฝัน และเรื่องราวเบื้องหลังของบทเพลงที่เปลี่ยนชีวิตได้ตลอดกาล สำหรับเพลงจากโลกภาพยนตร์ของJohn Carneyบทเพลงที่เคยพาผู้ชมตกหลุมรักทั้งในOnce, Begin Again, Sing StreetและFlora and Sonซึ่งภาพยนตร์บางเรื่องอาจจบลงพร้อมEnd Creditแต่หนังของJohn Carneyมักทิ้ง เพลง บางเพลงไว้ในชีวิตเราเสมอ และPower Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ อาจเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณจะเปิดฟังความหมายที่ซ่อนอยู่วนไปอีกนาน รับฟังเพลงจากPower Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ พร้อมร่วมค้นหาคำตอบของ ทุกความสัมพันธ์Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ 11 มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"JayQ" ปล่อยซิงเกิลใหม่ "WIRUNJUMBANG" เล่าชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์ ชวน "2ectasy" แจมสุดเดือด
อ่าน

"JayQ" ปล่อยซิงเกิลใหม่ "WIRUNJUMBANG" เล่าชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์ ชวน "2ectasy" แจมสุดเดือด

"JayQ (เจคิว)" ศิลปินจากยูนิต bYOND ภายใต้การดูแลของ Believe Artist Services กลับมาอีกครั้งกับซิงเกิลใหม่ชื่อ "WIRUNJUMBANG" หรือ "วิรุฬจำบัง" ผลงานที่เขาถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของตัวเองในฐานะศิลปินที่ค่อย ๆ สร้างตัวตนตั้งแต่อายุ 17 ปี แรงบันดาลใจในการทำเพลงนี้ มาจากตัวละครพญายักษ์ในวรรณคดีไทยชื่อ "วิรุฬจำบัง" ซึ่ง "JayQ" ได้นำมาใช้เปรียบกับตัวเองขณะอยู่บนเวที ที่เขาต้องแสดงออกอย่างเต็มที่ มีพลัง และดูแข็งแกร่ง แต่เมื่อก้าวลงจากเวทีแล้ว เขายังคงเป็นวัยรุ่นที่มีด้านอ่อนโยนและต้องการคนที่เข้าใจเขาในแบบที่เขาเป็น โดยเนื้อหาของเพลงพูดถึงการเริ่มต้นจากศูนย์ การฝ่าฟันแรงกดดันรอบด้านและความต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองผ่านดนตรี เพื่อชีวิตของตัวเองและเป้าหมายที่วางไว้ โดย "JayQ (เจคิว)" ได้เล่าถึงเพลงนี้ไว้ว่า "Im on the stage ผมกลายเป็นยักษ์ feel like วิรุฬจำบัง ผมเริ่มต้นจากศูนย์ ทำทุกอย่างไม่ง่ายเลย แต่ที่ผมยังเดินต่อก็เพราะอยากทำเพื่อชีวิต และเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความพยายามมันเปลี่ยนโชคชะตาได้จริง ๆ" นอกจากนี้ยังได้ชวน "2ectasy" ศิลปินที่กำลังมาแรงในขณะนี้มาร่วมฟีเจอริงด้วย โดยพาร์ทของ 2ectasy เน้นถ่ายทอดความรู้สึกของการเผชิญหน้ากับแรงกดดันในฐานะคนที่ต้องอยู่เบื้องหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มความหนักแน่นให้กับเพลงได้อย่างลงตัว ก่อนที่บทสรุปของเพลงจะพากลับมาสู่ความรู้สึกเรียบง่ายถึงวันที่เหนื่อยที่สุด สิ่งที่ต้องการจริง ๆ อาจเป็นแค่คนที่คอยอยู่ข้าง ๆ และเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เรียกได้ว่าเพลง "WIRUNJUMBANG (วิรุฬจำบัง)" เต็มไปด้วยตัวตนที่ชัดเจนของ "JayQ" ไว้อย่างครบถ้วนกับการแรปที่มีเอกลักษณ์ผสมกับเมโลดี้ที่ฟังเรียบง่ายและติดหู ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่มีทั้งความแข็งแกร่งและความอ่อนไหวในเวลาเดียวกัน สามารถติดตามฟัง "WIRUNJUMBANG (วิรุฬจำบัง)" ได้แล้วบนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และรับชม Music Video ได้ทาง YouTube ช่อง JayQ

เบื้องหลัง “นาย กรชิต” ถ่าย MV “Give Me Five” ความหล่อ ความสดใสคมชัด!
อ่าน

เบื้องหลัง “นาย กรชิต” ถ่าย MV “Give Me Five” ความหล่อ ความสดใสคมชัด!

เบื้องหลัง นาย กรชิต ถ่าย MV Give Me Five ความหล่อ ความสดใสคมชัด! ปล่อยซิงเกิลล่าสุดเพลงแรกจากอัลบั้มใหม่มาให้แฟนคลับได้ฟังเพื่อหายคิดถึงกันแล้ว สำหรับ นาย กรชิต กับเพลงที่ชื่อว่า Give Me Five มาพร้อม MV ที่บ่งบอกว่าหนุ่มหล่อคนนี้โตขึ้นจนสามารถจีบสาวได้แล้วนะ Give Me Five เป็นเพลงภาษาจีนที่ฟังง่ายๆสบายๆ และมีจังหวะให้ลุกขึ้นมาเต้น มาโยกกันได้ด้วย แถมยังใส่ใจสุดๆ ใน MV มีชาวแยมสตรอว์เบอร์รี่ แฟนคลับของ นาย อยู่ในนั้นด้วย เพราะมีทั้งขวดแยมสตรอว์เบอร์รี่,ร้าน Nine JAM Shop เชื่อว่าแฟนคลับที่ดู MV นี้ต้องยิ้มแก้มแทบแตกเลยละจ้า ล่าสุดทาง Insight Artist ได้ปล่อยภาพเบื้องวันถ่ายทำ MV Give Me Five มาให้ดูกัน บอกเลยว่าความหล่อ ความสดใส มากันแบบเต็มจอและคมชัดแจ๋ว พร้อมเขียนแคปชั่นว่า... เบื้องหลังภาพถ่ายและทุกจังหวะของ MV น้องนาย เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความตั้งใจ และโมเมนต์ที่ทำให้หัวใจเต้นแรงไม่แพ้ในเพลงเลยขอบคุณทุกคนที่ร่วมสร้างความทรงจำดี ๆ ไปด้วยกัน แล้วมา Give Me Five กันให้สุดหัวใจ #นายท่านกรชิต #高卿尘Nine #InsightArtist #InsightEntertainment แฟนๆตามไปส่องกันได้ในโซเชียลและอย่าลืมไปดู MV Give Me Five และฟังเพลงใหม่ของ นาย กันเยอะๆนะจ๊ะ

22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"
อ่าน

22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"

Eric Kripke ผู้สร้างซีรีส์ มองว่า The Boys ไม่ใช่เรื่องของ ซูเปอร์ฮีโร่ เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของอำนาจ ทุนนิยม ชื่อเสียง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ คนธรรมดา ทีมผู้สร้างตั้งใจให้ Homelander ไม่ใช่เพียงวายร้ายที่โหดร้าย แต่เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง ความโดดเดี่ยว และความต้องการการยอมรับ จนบางครั้งผู้ชมเองก็เผลอรู้สึกเห็นใจเขา Karl Urban และ Antony Starr รู้จักกันมานานกว่า 20 ปี ก่อนจะมาเล่นเป็นคู่ปรับใน The Boys ซึ่งทั้งคู่มองว่าความคุ้นเคยนอกจอช่วยเพิ่มมิติให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Butcher และ Homelander มากขึ้น Jack Quaid เผยว่า เขากดดันไม่น้อยหลังรู้ว่า Hughie ในเวอร์ชั่นคอมิกถูกออกแบบโดยอ้างอิงหน้าตาของ Simon Pegg ซึ่งเป็นนักแสดงที่เขาชื่นชมมาตลอด และสุดท้าย Simon Pegg ก็ได้มารับบทเป็นพ่อของ Hughie ในซีรีส์ กลายเป็นหนึ่งในความเชื่อมโยงที่แฟนคอมิกและแฟนซีรีส์ต่างประทับใจ Erin Moriarty ผู้รับบท Starlight คือนักแสดงคนแรกที่ถูกแคสต์ใน The Boys และเธอต้องรอนานถึง 6 เดือนเพื่อดูว่าใครจะได้เล่นเป็นสมาชิกคนอื่นๆ ของทีม Eric Kripke มองว่า Mothers Milk คือศูนย์กลางทางอารมณ์ของทีม The Boys และเป็นคนที่ช่วยยึดทุกคนเอาไว้ ในขณะที่ Billy Butcher เต็มไปด้วยความโกรธและความสุดโต่ง Tomer Capone ผู้รับบท Frenchie เป็นนักแสดงคนสุดท้ายที่ถูกแคสต์เข้าทีม The Boys เพราะทีมงานมองว่า Frenchie เป็นตัวละครที่หาคนเล่นได้ยากมาก เนื่องจากต้องทั้งประหลาด มีเสน่ห์ ตลก และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน โดย Tomer Capone มองว่า ถ้า Frenchie ไม่ได้พบ Kimiko เขาอาจกลายเป็นคนที่ หลงทางและอันตรายยิ่งกว่า Butcher เพราะ Kimiko คือคนที่ทำให้เขาเริ่มมองเห็นด้านที่ดีที่สุดของตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่าง Frenchie และ Kimiko เกิดจากการที่ทั้งคู่ต่างเป็นคนบอบช้ำ และพยายามเยียวยากันและกัน Karen Fukuhara ผู้รับบท Kimiko ต้องออดิชั่นโดยไม่มีบทพูดเลย ใช้เพียงสายตา การเคลื่อนไหว และสีหน้าในการสื่อสารอารมณ์ นอกจากนี้เธอยังมองว่า จุดสำคัญของ Kimiko คือต่อให้ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากแค่ไหน เธอก็ยัง พยายามเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง อยู่เสมอ Eric Kripke มองว่า Chace Crawford คือคนที่เหมาะกับบท The Deep มากที่สุด เพราะการจะเล่นเป็นตัวละครที่ทั้งซื่อบื้อ หลงตัวเอง และไม่ทันโลก ให้ออกมาตลกและน่าเชื่อจริงๆ นักแสดงคนนั้นต้องเป็นคนฉลาดและเข้าใจจังหวะคอเมดี้อย่างมาก เส้นเรื่องของ A-Train ถูกออกแบบให้สะท้อนด้านมืดของวงการกีฬาอาชีพ ทั้งเรื่องชื่อเสียง สารกระตุ้น ความกดดัน และระบบธุรกิจที่ทำลายตัวตนของคนดัง โดย Eric Kripke มองว่า Jessie T. Usher ผู้รับบท A-Train สามารถถ่ายทอดทั้ง ความมั่นใจแบบซูเปอร์สตาร์ และ ความเปราะบางของมนุษย์คนหนึ่ง ได้พร้อมกันในตัวละครเดียว Colby Minifie ผู้รับบท Ashley ถูกวางเป็นเพียงนักแสดงรับเชิญในช่วงแรกของซีรีส์ แต่หลังจากทีมงานเห็นพลังการแสดงของเธอ จึงตัดสินใจขยายบท Ashley จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง และเธอยังเป็นคนเสนอไอเดียเองว่า Ashley ควรดึงผมตัวเองจนหัวล้าน เพราะความเครียดจากการทำงานใน Vought ก่อนที่ไอเดียนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของตัวละคร Nathan Mitchell ผู้รับบท Black Noir ได้รับคำชมจากทีมผู้สร้างเป็นอย่างมาก เพราะแม้ตัวละครจะสวมหน้ากากและแทบไม่มีบทพูด แต่เขากลับใส่รายละเอียดการแสดงลงไปในทุกการเคลื่อนไหว จนทีมเขียนบทตัดสินใจขยายเส้นเรื่องของตัวละครนี้ Cameron Crovetti ผู้รับบท Ryan เริ่มเล่น The Boys ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี และตอนนี้เขาอายุ 18 ปีแล้ว โดยเขาบอกว่าถ้าไม่ได้เล่นเรื่องนี้ ตัวเองคงเป็นแฟนพันธุ์แท้ The Boys แบบสุดๆ แน่นอน ทั้งนี้เขารู้สึกเหมือนโตมากับซีรีส์เรื่องนี้จริงๆ เพราะเริ่มเล่นตั้งแต่เด็ก และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนักแสดงและทีมงานก็กลายเป็นเหมือนครอบครัว โดยตัวละคร Ryan คือเด็กที่แบกรับทั้ง ความโกรธแบบ Butcher และ ความโดดเดี่ยวแบบ Homelander เอาไว้พร้อมกัน ทีมออกแบบเครื่องแต่งกายของซีรีส์ ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลิกผ่านชุดฮีโร่ โดยแต่ละชุดจะสะท้อนทั้งภาพลักษณ์ อำนาจ และจิตวิทยาของตัวละคร ไม่ใช่เพียงการออกแบบให้ดูเท่เท่านั้น การออกแบบชุดจะเริ่มจากคำถามว่า ตัวละครนี้อยากให้โลกมองเขายังไง โดยทีมงานซ่อนรายละเอียดและแรงบันดาลใจเล็กๆ แบบ Easter Eggs เอาไว้ในชุดของตัวละครหลายตัว เช่น ลวดลายและเนื้อผ้าบางส่วนของชุด The Deep ที่อ้างอิงจากผิวสัตว์ทะเล หรือรายละเอียดบนชุดของ Sister Sage ที่ได้แรงบันดาลใจจากดวงตาของผีเสื้อกลางคืน เพื่อสะท้อนความลึกลับและการมองเห็นโลกในมุมที่แตกต่าง ทีมผู้สร้างเผยว่า หลายครั้งระหว่างเขียนบท พวกเขากลับรู้สึกว่า โลกความจริงกำลังบ้าคลั่งยิ่งกว่าในซีรีส์ จนการเขียนเรื่องเสียดสีสังคมให้เหนือความจริงกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แทบดูไม่ต่างจากโลกสุดโต่งใน The Boys ทีมเขียนบทของ The Boys ยืนยันว่า ความรุนแรงในซีรีส์ไม่เคยมีไว้เพื่อช็อกคนดูเฉยๆ แต่ทุกฉากจะส่งผลต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการของตัวละครเสมอ หนึ่งในฉากที่ทีมสตันต์ภูมิใจที่สุดคือ ศึกสุดท้ายของซีรีส์ ซึ่งพวกเขายืนยันว่าเป็นฉากที่แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด กองถ่าย The Boys มีธรรมเนียมแกล้งคนที่มีวันเกิดตรงกับวันถ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือทีมงาน โดยทีมงานคนอื่นๆจะเริ่มร้อง Happy Birthday ในขณะที่กล้องยังถ่ายอยู่ เพื่อทำให้เจ้าของวันเกิดรู้สึกเขินอาย ทีมงานเผยว่า บรรยากาศในกองถ่ายซีซั่นสุดท้ายเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา เพราะนักแสดงหลายคนต้องถ่ายซีนสุดท้ายของตัวเอง และทุกครั้งที่มีตัวละครปิดฉาก ทีมงานจะรวมตัวกันปรบมือส่งนักแสดงออกจากกองถ่ายเสมอ ทีมเขียนบทตั้งใจให้ซีซั่นสุดท้ายมีธีมหลักเกี่ยวกับ การต่อสู้ระหว่างความหวังและความสิ้นศรัทธา พร้อมตั้งคำถามว่า ในโลกที่ทุกอย่างเลวร้ายลงเรื่อยๆ มนุษย์จะยังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้หรือไม่ Eric Kripke หวังว่า ในอนาคตซีรีส์ The Boys จะถูกจดจำในฐานะ ภาพสะท้อนของยุคสมัยหนึ่ง มากกว่าเพียงซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายโหด ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Coming Soon
ดู

Coming Soon

"the ge" แท็กทีม "2Ectasy - 2K" ปล่อย "ผิดจังหวะ" 3 ความต่างที่ลงตัว
อ่าน

"the ge" แท็กทีม "2Ectasy - 2K" ปล่อย "ผิดจังหวะ" 3 ความต่างที่ลงตัว

ส่งเพลงใหม่ออกมาให้ฟังอย่างต่อเนื่องจริง ๆ สำหรับ "the ge (เดอะ จี)" ที่หลังจากปล่อยซิงเกิล "ผิดจังหวะ (Off Beat)" เมื่อไม่นานมานี้และได้รับการตอบรับอย่างดี ร่วมไปถึงยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในศิลปิน Spotify Radar Thailand 2026 เวอร์ชันนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนการพัฒนาทางดนตรีของเขา และได้ขึ้นปกเพลย์ลิสต์ "เป๊ะ ดัง ปัง เวอร์" บน Spotify และด้วยกระแสตอบรับอันดีเยี่ยม "the ge" เลยเกิดไอเดียที่อยากนำเพลงนี้มาทำให้อีกเวอร์ชันจึงกลายมาเป็นเพลง "ผิดจังหวะ (Chaotic Version)" พร้อมชวนเพื่อน ๆ อย่าง "2Ectasy" และ "2K" มาเพิ่มสีสันให้เพลงนี้มีมิติและสีสันที่น่าสนใจยิ่งขึ้นด้วยการผสมผสาน Pop, RB และ Afro groove เข้าด้วยกัน จึงทำให้เห็นถึงการเคลื่อนอยู่บน "คนละจังหวะ" แต่กลับสามารถไปด้วยกันได้อย่างน่าสนใจเรียกได้ว่าเป็นความ contrast ที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ของ flow, energy และ personality ที่มาสร้างความลงตัวในแบบของตัวเองซิเกิลนี้ ซึ่งเพลงนี้เปรียบเหมือนกับก้าวแรกแรกการทำ Mini Album แรกในชีวิตของ "the ge" ด้วยซาวด์ดนตรีและทิศทางใหม่ที่เขากำลังพัฒนาผ่านซิงเกิลนี้ โดย "the ge" ได้พูดถึงอินสไปร์ในการนำเพลง ผิดจังหวะ มาทำในอีกเวอร์ชันให้ฟังว่า "ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ให้การตอบรับเพลงนี้ดีเกินกว่าที่ผมคิดไว้ครับ เวอร์ชันนี้ผมเลยอยากลองเอาคนที่มีคนละ energy มาอยู่ในเพลงเดียวกัน โดยไม่ได้พยายามให้ทุกอย่างมันตรงกันเกินไป แต่ปล่อยให้แต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง แล้วสุดท้ายมันกลับฟังลงตัวในแบบแปลก ๆ ซึ่งผมชอบความรู้สึกนั้นมากครับ มันก็เป็นเหมือน direction ใหม่ของผมในช่วงนี้ด้วย ที่กำลังค่อย ๆ เดินไปสู่ EP แรกของตัวเองครับ" สมกับเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่น่าจับตามมองจริง และสำหรับใครที่ยังไม่เคยสัมผัสความพิเศษของศิลปินที่ชื่อ "the ge (เดอะ จี)" สามารถติดตามฟังเพลงของเขาได้ในทุกช่องทาง หรือจะเริ่มด้วยการกดเข้าไปฟังเพลง "ผิดจังหวะ (Chaotic Version)" FT.2Ectasy และ 2K ได้เลย รวมถึง Mini Album แรกที่ใกล้จะออกมาให้ทุกคนได้ฟังกันเร็ว ๆ นี้ ติดตามข่าวสารได้ที่ IG: thegewassup

"เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ซิงเกิลใหม่จาก "BLVCKHEART" ถ่ายทอดชีวิตคนเหงา
อ่าน

"เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ซิงเกิลใหม่จาก "BLVCKHEART" ถ่ายทอดชีวิตคนเหงา

ในโลกที่การเชื่อมต่อเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาที แต่ทำไมบางครั้งการรอคอยเสียงจากใครบางคนกลับดูยาวนานกว่าที่เคย นี่คืออารมณ์ของซิงเกิลล่าสุดในชื่อ "เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" จาก "BLVCKHEART (แบล็คฮาร์ต)" ศิลปินมาแรงแห่งยุคจาก bYOND ยูนิตฮิปฮอปภายใต้ Believe Artist Services โดย "BLVCKHEART (แบล็คฮาร์ต)" ได้พูดถึงความสัมพันธ์ของคนในยุคนี้ได้อย่างลึกซึ้งผ่านเพลงที่แปลกใหม่ด้วยซาวด์ดนตรีและเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา หลังจากที่สร้างปรากฏการณ์ไวรัลฮิตมาแล้วจากเพลง "อยากจะกอดเธอนาน ๆ (HAVE A GOOD TIME)" และ "One Of My Life" จนสามารถคว้ารางวัล MOST POPULAR MALE ARTIST OF THE YEAR จากเวที TOTY Music Awards มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ครั้งนี้ "BLVCKHEART" กลับมาพร้อมเพลง "เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ซึ่งยังได้ "ตูน วง Three Man Down" มาช่วยรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้อีกด้วย ในพาร์ทดนตรีมีการเบลนด์เอาความละมุนของ Pop, RB มาผสมกับซาวด์กลิ่นอายยุค 90's ด้วยกันอย่างกลมกล่อม ให้ความรู้สึกของความเหงาได้อย่างชัดเจน พร้อมใช้กิมมิค "เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์" ซึ่งกลายเป็นลายเซ็นประจำตัวของ "BLVCKHEART" ในหลาย ๆ เพลง มาถ่ายทอดเรื่องราวของการรอคอยที่ไร้จุดหมาย เมื่อโทรศัพท์เครื่องเดิมเงียบเหงาลง ความหวังเดียวที่เหลืออยู่คือการได้ยินเสียงจากคนปลายสายอีกสักครั้ง "เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ทำให้เห็นพัฒนาทางดนตรีของ "BLVCKHEART" อย่างชัดเจน ที่กล้าจะทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเพลงนี้มีความละเอียดในพาร์ทดนตรีมากมายที่ตั้งใจทำออกมา ไม่ว่าจะซาวด์ที่ให้บรรยากาศเหงา ๆ เข้ากับเสียงร้องของเขาได้อย่างดี ร่วมค้นหาคำตอบของการรอคอยไปกับ "BLVCKHEART" ในซิงเกิล "เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง Music Streaming พร้อมรับชมมิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทอดอารมณ์เหงาอย่างถึงที่สุดได้ทาง YouTube : BLVCKHEART และติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

60 แคปชั่นน่ารักๆ ภาษาอังกฤษ ใช้เป็นแคปชั่นไอจี แคปชั่นเฟสบุ๊กเก๋ๆ
อ่าน

60 แคปชั่นน่ารักๆ ภาษาอังกฤษ ใช้เป็นแคปชั่นไอจี แคปชั่นเฟสบุ๊กเก๋ๆ

จะโพสต์รูปเดี๋ยวนี้ จะขาดแคปชั่นไปได้ยังไงล่ะ! ยิ่งมี แคปชั่นน่ารักๆ มาใส่ ยิ่งช่วยให้รูปของเราน่าสนใจขึ้นไปอีกค่ะ งานนี้เราก็เลยหยิบแคปชั่นน่ารักๆ ภาษาอังกฤษ มาฝากกันเพียบ จะใช้เป็นแคปชั่นไอจี หรือแคปชั่นเฟสบุ๊ก ก็รับรองว่าเพิ่มความอินเตอร์แถมเพิ่มความน่ารักให้กับรูปได้อีกด้วย! แคปชั่นน่ารักๆ ภาษาอังกฤษ สั้นๆ When youre feeling downie, eat a brownie. เมื่อคุณรู้สึกหดหู่ ให้กินบราวนี่ I am not weird. Im limited edition. ฉันไม่ได้แปลก ก็แค่ลิมิเต็ดอิดิชั่นเท่านั้นเอ๊งงง Good food = Good mood. อาหารอร่อย = อารมณ์ดี Confidence level: Selfie with no filter. ระดับความมั่นใจ: เซลฟี่แบบไม่มีฟิลเตอร์ Life is too short for boring hair. ชีวิตสั้นเกินไปสำหรับผมที่น่าเบื่อ เปลี่ยนทรงผมใหม่ดีกว่า! Shopping is cheaper than therapy. การไปช้อปปิ้งถูกกว่าไปหาหมอบำบัดความเครียดอีกจ่ะ Short hair, dont care. ผมสั้นอย่าได้แคร์ When in doubt, wear red lipstick. เมื่อไหร่ที่รู้สึกกังวล ทาปากแดงไปเลย Messy bun and having fun. ผมยุ่งๆ และความสนุกสนาน Food before dudes. อาหารมาก่อนเพื่อนจ่ะ Caffeine Queen. ราชินีแห่งวงการคาเฟอีน Just chillin แค่ทำใจให้สบาย Age is just a hashtag. อายุเป็นเพียงแฮชแท็ก Life isnt perfect. But my Hair is! ชีวิตไม่เพอร์เฟ็กต์แบบได้ แต่ผมฉันต้องเพอร์เฟ็กต์! Worry less, smile more. กังวลน้อยลง ยิ้มให้มากขึ้น Keep the Smile On! ยิ้มเข้าไว้! Current status: Single. Taken. Hungry สถานะปัจจุบัน: โสด. กิน. หิว Believe in your #selfie. เชื่อมั่นใน #เซลฟี่ ของคุณ Dance first, think later. เต้นก่อน คิดทีหลัง Donut worry be happy. ไม่ต้องกังวล มีความสุข (กับการกินโดนัท) เถอะ เลียนเสียง Donut กับ Don't หาแคปชั่น อัปรูปรัวๆ จนเน็ตหมด มารับเน็ตเล่นแอปทรูไอดีฟรี วันละ 2GBกดรับได้ทุกวัน บนแอปทรูไอดี คลิกรับเลย! แคปชั่นภาษาอังกฤษสั้นๆ น่ารักๆ Half coffee, half human. ฉันคือครึ่งกาแฟ ครึ่งคน Game of (ice cream) cones. นี่มันเกมของไอศครีมโคน (ช่วงเวลาของไอศครีม!) In the mood for noods. อยู่ในอารมณ์ที่อยากกินก๋วยเตี๋ยว Donut kill my vibe. เลียนเสียงมาจาก Don't kill my vibe ใช้ลงกับรูปโดนัทได้เลย! I loaf you so much. ฉันรักเจ้าขนมปังนี้มาก เลียนเสียง loaf กับ love Todays the best kind of day. วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุด I believe in pink. ฉันเชื่อในสีชมพู Dogs are my favorite people. สุนัขคือคนที่ฉันชอบ Their name is spelled, C - U - T - E. ชื่อเค้าสะกดว่า คิ้ - ว - ท์ Keep calm and party on! ทำใจร่มๆ และปาร์ตี้ต่อไป! Nobody is perfect. I'm nobody! ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และฉันคือคนนั้นแหละ! Weekend ready. พร้อมสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์แล้วจ้า Picture perfect. รูปที่สมบูรณ์แบบ Another day, another slay. อีกหนึ่งวันที่ขี้เกียจ Vacation mode: activated. โหมดวันหยุด: เปิดใช้งาน Home is wherever the food is. ทุกที่ที่มีอาหารคือบ้าน Weekend, please dont leave me. วันหยุดสุดสัปดาห์ ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไป Happiness is a new lipstick. ความสุขก็คือลิปสติกแท่งใหม่นั่นล่ะ Life isnt perfect but your outfit can be. ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ชุดของคุณเป๊ะได้ The happiest girls always have the prettiest nails. ผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดมักจะมีเล็บที่สวยที่สุดเสมอ แคปชั่นน่ารักๆ ภาษาอังกฤษ สำหรับรูปคู่ รูปแฟน Home is where bae is. บ้านคือที่ที่มีที่รักอยู่ไง You make me hap-pea. คุณทำให้ฉันมีความสุข You matter to me. คุณมีความสำคัญกับฉัน Every moment matters. ทุกช่วงเวลามีความสำคัญ Always better together. อยู่ด้วยกันดีกว่าเสมอ I love you a latte. ฉันรักคุณมาก (เลียนเสียงคำว่า a lot เป็นa latte) I love you, even when Im hungry. ฉันรักคุณแม้ว่าฉันจะหิวแค่ไหนก็ตาม You make my heart skip a beat. คุณทำให้หัวใจฉันเต้นรัว Falling in love all over again. ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า Nothing can replace you! ไม่มีอะไรมาแทนที่คุณได้! We go together like COPY PASTE. เราจะก้าวไปด้วยกัน เหมือนการก้อปและวางนั่นล่ะ My favorite place is inside your hug. สถานที่โปรดของฉันอยู่ในอ้อมกอดของคุณ One soul, two bodies. หนึ่งวิญญาณ สองร่าง 50% savage, 50% sweetheart. 50% อาจจะดุหน่อย แต่อีก 50% ก็รักน้า You're my cutie 🥧 เธอคือแฟนที่น่ารักของฉัน (Cutie pie ใช้เรียกแทนที่รัก น่ารัก) We 🐝-long together. เราเป็นของกันและกัน (We belong together) The 🍎 of my 👁️ คุณคือสิ่งอันเป็นที่รัก แก้วตาดวงใจของฉัน (The apple of my eyes) I love you to the 🌙 and back. ฉันรักเธอมาก เท่ากับระยะทางจากตรงนี้ไปดวงจันทร์แล้วก็กลับมาอีกรอบเลยล่ะ (Ilove you to the moon and back) You 💡 up my life. คุณทำให้ชีวิตฉันสดใส (You light up my life) Every 🍕 me loves every 🍕 you. ฉันรักทุกอณู ทุกชิ้นส่วนของเธอเลย (Every part of me loves every piece of you) หาแคปชั่น อัปรูปรัวๆ จนเน็ตหมด มารับเน็ตเล่นแอปทรูไอดีฟรี วันละ 2GBกดรับได้ทุกวัน บนแอปทรูไอดี คลิกรับเลย! บทความที่คุณอาจสนใจ 250 แคปชั่นภาษาอังกฤษ ไว้ตั้งแคปชั่น IG แคปชั่นความรัก แคปชั่นฮามีครบ! 100 คำคมภาษาอังกฤษ ประโยคให้กำลังใจตัวเองภาษาอังกฤษ ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ!

40 แคปชั่นเจ้าสาว แคปชั่นแต่งงาน ภาษาอังกฤษ ประกาศแต่งงานแบบเก๋ๆ
อ่าน

40 แคปชั่นเจ้าสาว แคปชั่นแต่งงาน ภาษาอังกฤษ ประกาศแต่งงานแบบเก๋ๆ

เป็นเจ้าสาวทั้งที ต้องประกาศบอกลาความโสดแบบเก๋ๆ ด้วยแคปชั่นเจ้าสาว แคปชั่นแต่งงาน ภาษาอังกฤษ กันซะหน่อย! ซึ่งวันนี้เราก็คัดแคปชั่นที่เหมาะกับเจ้าสาวที่อยากบอกให้โลกรู้ว่า 'ฉันไม่โสดแล้วนะ' มาให้เลือกกันแบบจัดเต็มค่ะ จะหยิบไปโพสต์กับภาพตอนโดนขอแต่งงาน หรือภาพในวันแต่งงานสุดหวานชื่นก็ได้เหมือนกัน เป็นแคปชั่นภาษาอังกฤษสั้นๆ ที่ทั้งหวานซึ่งเหมาะกับการประกาศแต่งงานที่สุดเลยล่ะ! แคปชั่นแต่งงาน สั้นๆ แคปชั่นเจ้าสาว ภาษาอังกฤษ Forever starts today 💍 ตลอดไปของเราจะเริ่มต้นในวันนี้ Officially off the market 💕 มีเจ้าของอย่างเป็นทางการแล้วนะ! Just said YES to forever! เพิ่งตอบตกลงกับคำว่า ตลอดไป Bride vibes only 👰✨ โหมดเจ้าสาวเท่านั้นวันนี้ He stole my heart, so Im taking his last name! เขาขโมยหัวใจฉันไป งั้นฉันก็ขอใช้นามสกุลเขาละกัน! Love, laughter happily ever after. ความรัก เสียงหัวเราะ และตอนจบแบบแฮปปี้ Walking into forever with you 💖 ก้าวเข้าสู่ตลอดไปไปพร้อมกับเธอ Mrs. [Your Last Name] loading... กำลังโหลด... คุณนาย [นามสกุลสามี] My favorite I do ever 💍 ตกลง ครั้งโปรดของฉันเลยล่ะ From Miss to Mrs. 🥂 จากคุณหนู สู่คุณนายแล้วนะจ๊ะ Pop the Bubbly; I am getting a Hubby. ฉันกำลังจะได้สามีแล้วจ้าา He took my heart, so I took his last name. เขาเอาใจฉันไป ฉันก็เลยเอานามสกุลเขามา Keep calm and just say, I do. ใจเย็นๆ แล้วพูดว่า "แต่งค่ะ" Im the bride. I dont need a filter. ฉันเป็นเจ้าสาว แบบที่ไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์แล้วจ่ะ Traveling from Miss to Mrs. การเดินทางจากนางสาวไปเป็นนาง เริ่มต้นขึ้นแล้ว Happy to go from miss to mrs. มีความสุขที่ได้เปลี่ยนจากนางสาวเป็นนาง To have and to hold. จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน The day that yes means forever วันที่คำว่า ตกลง แปลว่าตลอดไป This is the next page of our love story. นี่คือหน้าถัดไปของเรื่องราวความรักของเรา Diamonds are forever, and so is this love. เพชรเป็นนิรันดร์ และความรักนี้ก็เช่นกัน To have and to hold for ever and ever. มีกันและกันตลอดไป The day when two hearts became one. วันที่สองใจรวมกันเป็นหนึ่ง When yes means forever. เมื่อ 'ใช่' หมายถึง 'ตลอดไป' Eat, drink, and be married. กิน ดื่ม และแต่งงาน Happily ever after starts now. การมีความสุขตลอดไปเริ่มต้นขึ้นแล้ว I said, "Yaaaassss!" ใช่ ฉันพูดว่า "ตกลงงงง" Pop the ChampagneI'm changing my last name! เปิดแชมเปญเลยฉันกำลังจะเปลี่ยนนามสกุล! You smile. I smile. That how it works. เธอยิ้ม ฉันยิ้ม นั่นล่ะแบบที่มันควรจะเป็น It was love at first swipe. มันเป็นรักแรกพบ (จากการปัดแอปหาคู่) I cant wait to be your wife forever. รอที่จะเป็นภรรยาของคุณตลอดไปไม่ไหวแล้ว I am yours, and you are mine. ฉันเป็นของคุณและคุณเป็นของฉัน Congrats on being stuck with me forever! ยินดีด้วยที่คุณต้องติดอยู่กับฉันตลอดไป! The next stage of our life ก้าวต่อไปของชีวิตเรา Little things make big days. สิ่งเล็กน้อยสร้างวันที่ยิ่งใหญ่ This girl is getting hitched! ผู้หญิงคนนี้กำลังจะถูกผูกมัด! All of my smiles start with you. รอยยิ้มทั้งหมดของฉันเริ่มต้นจากคุณ Locked in for life! ติดคุกตลอดชีวิต! (ขำๆ นะ!) Ready to be the mac to your cheese forever. พร้อมจะเป็นมักกะโรนีให้กับชีสอย่างคุณตลอดไปแล้วว Nothing fancy, just love. ไม่มีอะไรหรูหรา แค่รักเท่านั้น Id marry you anytime and anywhere. ฉันจะแต่งงานกับคุณทุกที่ทุกเวลา บทความที่คุณอาจสนใจ 60 แคปชั่นงานแต่ง ไปงานแต่งเพื่อน พร้อมแคปชั่นอวยพรงานแต่ง ภาษาอังกฤษ 30 คำอวยพรงานแต่ง ภาษาอังกฤษ แคปชั่นอวยพรงานแต่งเพื่อน ลงพร้อมรูปเก๋ๆ

ยูกิโอ! รีบไปเลย!!
ดู

ยูกิโอ! รีบไปเลย!!

ยอดวิวพุ่งทะยาน! Vitamin A ปล่อยของเต็มกราฟในเพลง “มันต้องเต้น” เสิร์ฟบีทเดือด เชือดรักร้ายด้วยซาวด์สุดอันตราย!
อ่าน

ยอดวิวพุ่งทะยาน! Vitamin A ปล่อยของเต็มกราฟในเพลง “มันต้องเต้น” เสิร์ฟบีทเดือด เชือดรักร้ายด้วยซาวด์สุดอันตราย!

ร้อนแรงสมเป็นคัมแบ็กรับเดือนที่ร้อนสุดแห่งปี สำหรับ มันต้องเต้น (Dance or Die) ผลงานล่าสุดของ Vitamin A เจ้าพ่อเพลงแดนซ์ ผู้มากับอัลบั้มใหม่ในรอบ 23 ปีอย่าง SO ME โดยการกลับมาครั้งนี้นอกจากไวบ์ 90 ที่หลายคนคุ้นเคยแล้ว ยังมากับความหนักหน่วงทางดนตรีสมศักดิ์ศรีผลงานเพลงที่เดือดที่สุดของอัลบั้ม ทั้งในพาร์ทดนตรี และ ยอดวิวที่พุ่งทะยานเกินความคาดหมาย! "มันต้องเต้น (Dance or Die) " คือเพลงอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ สไตล์ Modern ที่มีทั้งความเป็น Acid Rave มีเบสหนักแน่นและ แนว Eurodance แบบยุโรป ใช้ภาษาและเมโลดี้ที่หลายคนคุ้นเคย มีท่อนแร๊พเอกลักษณ์ของ Vitamin A ที่อยากให้ทุกคนลองฟังจากเขา ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเพลงแดนซ์ในยุค 90, Y2K หรือ Gen Z ก็จะมีรอยยิ้มทันทีเมื่อได้ยินอินโทรของเพลง เพราะมีทั้งความเก๋าที่หลายคนคิดถึงและพลังแบบฉบับเพลงแดนซ์ยุคใหม่ให้ฟัง ครบจบใน 1 เพลง การกลับมาครั้งนี้ มันต้องเต้น (Dance or Die) เล่าเรื่องของการอกหักที่ไม่จมอยู่กับความเศร้า แต่เลือก ลุกขึ้นเต้น เพื่อปลดปล่อยอารมณ์ เปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลัง โดยนอกจากดนตรีที่เดือดชวนเร้าใจให้ทุกคนลุกขึ้นเต้นแล้ว ในท่อนฮุคก็มีการแชนท์เสียง ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังเป็นวลี มันต้องเต้น! ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้คนฟังสามารถร้องตามได้ทันที จนกลายเป็นเพลงที่เหมาะกับการสร้างบรรยากาศงานเฟสติวัลและปาร์ตี้ให้มีชีวิตชีวา ตามความตั้งใจที่อยากให้เพลงนี้เป็นชอยส์แรกสำหรับทุก Dance Floor นอกจากจะเป็นผลงานที่ดนตรีเดือดสุดของอัลบั้มแล้ว ล่าสุดผลงานเพลง มันต้องเต้น มากับยอดวิวที่ทะลุ 3 แสนวิว ใน 5 วันในช่วงวันหยุดยาว และยังคงพุ่งทะยานไม่หยุด เช่นเดียวกับฟีดแบคล้นหลามของแฟนๆ ที่รุ่นใหม่และรุ่นใหญ่ที่แสดงความคิดถึงกันทุกแพลตฟอร์ม ได้เวลาปลดปล่อยทุกความเฮิร์ท แล้วมาเปิดฟลอร์ไปพร้อมๆ กันกับเพลง มันต้องเต้น (Dance or Die) ผลงานที่เดือดที่สุดจากอัลบั้มใหม่ของ Vitamin A ได้ทาง Vitamin A Official และทุกช่องทางสตรีมมิ่ง รวมถึงทุกๆ ผลงานจากอัลบั้ม SO ME ที่จะมีเซอร์ไพรส์ให้ติดตามแบบไม่มีพัก!