รีเซต

ผลการค้นหา “The Internship” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
The Internship
ดู

The Internship

พาส่อง 3 เวิร์กชอป ปลุกไอเดียใหม่ด้วย ‘สติ–ตัวต่อ–ศิลปะ’ ในงาน CP Innovation Exposition 2026
อ่าน

พาส่อง 3 เวิร์กชอป ปลุกไอเดียใหม่ด้วย ‘สติ–ตัวต่อ–ศิลปะ’ ในงาน CP Innovation Exposition 2026

ใครว่านวัตกรรมต้องเริ่มต้นจากเทคโนโลยีล้ำสมัยเสมอไป...ในยุคที่ AI พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนก้าวข้ามข้อจำกัดหลายประการ การกลับมาทำความเข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของมนุษย์กลายเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบอย่างยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้มิติใหม่ภายในงานมหกรรมนวัตกรรมระดับชาติ CP Innovation Exposition 2026 ภายใต้แนวคิด RISE TOGETHER INNOVATE BEYOND ผสานพลังขับเคลื่อนสู่นวัตกรรมแห่งอนาคต เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า ซึ่งไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคต แต่ยังให้ความสำคัญกับการปลดล็อกความก้าวหน้าจากภายใน ผ่าน 3 กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ทั้งการหลับตาฝึกสติ การต่อเลโก้และการสร้างสรรค์งานศิลปะ ที่ถูกร้อยเรียงเป็นเส้นทางสู่การเป็นนวัตกรที่สมบูรณ์แบบ ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เมื่อเร็วๆนี้ โลกยิ่งหมุนเร็ว ใจยิ่งต้องนิ่ง : เมื่อ สติ คือพลังที่คนยุคใหม่ต้องการที่สุด ท่ามกลางโลกแห่ง AI ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทักษะที่สำคัญที่สุดของคนยุคใหม่กลับไม่ใช่การวิ่งตามเทคโนโลยี หากแต่คือการย้อนกลับมาเจริญ สติ เพื่อพัฒนาศักยภาพภายใน ดร.ณัฐวุฒิ กุลนิเทศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ADGES ชวนหยุดพักจากความวุ่นวายเพื่อสำรวจเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์ นั่นคือ "กายและใจ" ผ่านการเวิร์ปชอป Innovative Mindfulness: From Inner Peace to New Possibilities - โลกยิ่งล้ำ ใจยิ่งต้องรู้ทัน: พลังสติและปัญญาสู่การสร้างนวัตกรรม ที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับการตระหนักรู้ เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน และเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ได้เติบโต โดย ดร.ณัฐวุฒิ ได้พาผู้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกสติสร้างสมาธิผ่านการตั้งใจรับรู้ลมหายใจ พร้อมสะท้อนมุมมองที่น่าสนใจ นักนวัตกรรมที่เก่งที่สุด คือนักนวัตกรรมที่อยู่กับปัจจุบัน ทั้งยังชี้ให้เห็นถึงการฝึกสติจะช่วยสร้างช่องว่างระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง ช่วยให้สามารถบริหารจัดการอารมณ์และตัดสินใจได้อย่างรอบคอบท่ามกลางความไม่แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น อนาคตของนวัตกรรมที่ยั่งยืนไม่อาจพึ่งพาเพียงความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี แต่เราจะต้องก้าวสู่การเป็น Transformative Innovator ที่สามารถผสานขีดความสามารถทางเทคโนโลยีเข้ากับความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ได้อย่างลงตัว ในยุคปัจจุบันที่ AI กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่าย แต่สิ่งที่จะสร้างความแตกต่างให้มนุษย์อย่างแท้จริงคือ สติ ปัญญา และความเมตตากรุณาสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า นวัตกรรมชั้นเลิศไม่ได้เกิดจากความโลภ แต่เกิดจากความปรารถนาที่จะยกระดับชีวิตผู้คนให้ดีขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จที่แท้จริงจึงไม่ได้ชี้วัดเพียงตัวเลข KPI แต่คือการสร้างมรดกทางความคิด เพื่อส่งมอบความสงบสุขและคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่สังคม ซึ่งต้องเริ่มต้นจากการสร้างความมั่นคงภายในจิตใจของเราเอง เมื่อ การเล่นเลโก้ กลายเป็นการปลดล็อกสมองและหัวใจ: บันทึกจากเวิร์กชอป. ที่ชวนเปลี่ยนมุมมองการทำงาน เคยลองจินตนาการไหมว่า ตึกสูงที่สร้างขึ้นจากตัวต่อเลโก้เพียงไม่กี่ชิ้นบนแผ่นฐานสีดำ จะสะท้อนความคิดและความรู้สึกที่ซับซ้อนภายในใจออกมาได้ นี่คือจุดเริ่มต้นของการค้นพบในเวิร์กชอป Dance with the Beast: Real-Time Strategy for a World That Wont Stand Still โดย คุณณฤดี คริสธานินทร์ Founder, Chief of Play และ ดร. หลุยส์ คริสธานินทร์ CEO จาก Eureka Global ที่ชวนผู้เข้าร่วมถ่ายทอดความคิดผ่านตัวต่อเลโก้ เพื่อทำความเข้าใจตัวเอง เรียนรู้จากมุมมองที่แตกต่างของเพื่อนร่วมทีม และร่วมกันค้นหาวิธีปรับตัวให้ทันความเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงาน บรรยากาศในห้องอบรมเริ่มต้นด้วยความตื่นเต้น เมื่อทุกคนได้รับโจทย์ให้สร้าง ตึกที่สูงที่สุดพร้อมวาง มนุษย์ตัวน้อย ไว้บนยอดตึกภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ท่ามกลางเสียงหัวเราะและความกดดันเบาๆ มือค่อย ๆ ถ่ายทอดความคิดและจินตนาการออกมาเป็นชิ้นงาน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีคำตอบที่ถูกเพียงแบบเดียว ตึกแต่ละหลังจึงมีหน้าตาแตกต่างกัน และความแตกต่างนั้นเองที่ทำให้เห็นว่า โจทย์เดียวกันสามารถนำไปสู่ความเป็นไปได้หลากหลายเพียงใด สิ่งที่ทำให้ตัวต่อเหล่านี้มีความหมายยิ่งขึ้น คือกระบวนการ Metaphor หรือการเปรียบเปรย เมื่อวิทยากรชวนมองลึกลงไปในชิ้นงาน และใช้สิ่งที่สร้างขึ้นเป็นตัวแทนของปัญหา ความอึดอัด หรือ Beast ในการทำงานที่บางครั้งยากจะอธิบายเป็นคำพูด ช่วงเวลาที่ได้นั่งอยู่กับตัวเอง จัดเรียงตัวต่อทีละชิ้น แล้วรับฟังเรื่องราวจากเพื่อนร่วมทีม จึงคล้ายการได้หยุดทบทวนทั้งความคิดและความรู้สึก เปิดพื้นที่ให้มองเห็นปัญหาจากหลายมุม และเรียนรู้ที่จะเผชิญความเปลี่ยนแปลงด้วยความยืดหยุ่น บทเรียนที่ได้จึงก้าวไกลกว่าทักษะการต่อเลโก้ ไปสู่การ ฟัง ให้ลึกซึ้งขึ้นทั้งเสียงของตัวเองและเสียงของคนรอบข้าง การเปิดใจรับมุมมองใหม่และรับรู้ว่ามีเพื่อนร่วมทีมพร้อมสนับสนุน ช่วยสร้างความมั่นใจในการก้าวต่อ แม้เส้นทางข้างหน้าจะยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเพราะบางครั้งการปล่อยให้มือได้ขยับ และให้ความคิดได้ เล่นอย่างอิสระ อาจช่วยให้มองเห็นคำตอบที่ซ่อนอยู่ พร้อมค้นพบวิธีรับมือกับ Beast ที่ต้องเผชิญไปด้วยกัน จากนวัตกรรมสู่โอกาส: ศิลปะฮีลใจ ที่ผสานความแตกต่างสู่การสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน ภายในกิจกรรมศิลปินออทิสติกได้ร่วมถ่ายทอดเทคนิคการระบายสีบน กรอบรูปแม่เหล็กจากเยื่อกระดาษรีไซเคิล ให้ผู้เข้าร่วมกว่า 150 คน ได้สัมผัสประสบการณ์สร้างงานศิลป์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นของการแบ่งปันและเปิดรับความแตกต่าง โดยเวิร์กชอปครั้งนี้ยังสะท้อนผลสำเร็จจากความร่วมมือกว่า 15 ปี ระหว่างทรูและมูลนิธิออทิสติกไทย ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาส่งเสริมการเรียนรู้ ตั้งแต่ Autistic Application ไปจนถึง ศูนย์การเรียนรู้ดิจิทัลสำหรับบุคคลออทิสติก (ADLC) เพื่อพัฒนาทักษะตามความถนัด ก่อนเชื่อมโยงสู่การฝึกอาชีพ การจ้างงาน และการพึ่งพาตนเอง จากผู้ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ สู่ผู้ถ่ายทอดความสามารถให้ผู้อื่น เวิร์กชอป ศิลปะฮีลใจ จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมสร้างสรรค์ แต่สะท้อนหัวใจสำคัญของ CP Innovation Exposition 2026 ที่มองนวัตกรรมเป็นพลังขับเคลื่อนทั้งเศรษฐกิจและสังคม เพราะอนาคตที่ดีกว่าไม่ได้เกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หากยังหมายถึงการเปิดพื้นที่ให้ทุกความสามารถได้รับการยอมรับ เติบโต และสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน เมื่อความสงบในใจมาบรรจบกับตัวต่อ LEGO หลากสี และผลงานศิลปะที่เต็มไปด้วยจินตนาการ 3 เวิร์กชอปสร้างสรรค์ในงาน CP Innovation Exposition 2026 แม้จะแตกต่างกันในวิธีการ แต่กลับเชื่อมโยงกันด้วยหัวใจเดียวกัน นั่นคือ พลังของมนุษย์ ที่เริ่มต้นจากการมีสติเพื่อเข้าใจตัวเอง การเปิดใจรับฟังและเรียนรู้มุมมองที่แตกต่างของผู้อื่น ไปจนถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เปิดพื้นที่ให้ทุกศักยภาพได้เปล่งประกายและต่อยอดสู่โอกาสใหม่ๆ ในชีวิต เพราะ ท้ายที่สุดแล้ว อนาคตที่ดีกว่า อาจไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากมนุษย์ที่เข้าใจกันมากขึ้น และพร้อมใช้พลังสร้างสรรค์เปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นไปด้วยกัน

Plook Campus
ดู

Plook Campus

เกร็ดข้อมูลสำคัญจากหนัง "Onslaught เหนือมนุษย์หลุดนรก" ความมันส์เดือดที่ต้องไม่พลาด
อ่าน

เกร็ดข้อมูลสำคัญจากหนัง "Onslaught เหนือมนุษย์หลุดนรก" ความมันส์เดือดที่ต้องไม่พลาด

ONSLAUGHT ได้แรงบันดาลใจจาก ASSAULT ON PRECINCT 13 ผสมผสานกับ THE FOG, THE TERMINATOR และ ALIENS อดัม วิงการ์ด สร้างหนังเรื่องนี้ขึ้น เพราะอยากสำรวจกลไกของทฤษฎีสมคบคิดและผลประโยชน์ลับๆ ระหว่างกองทัพและอุตสาหกรรมการผลิตอาวุธ อาเดรีย อาร์โฮน่า ได้รับบท เซเลสต์ เพราะเธอขับรถกระบะสีส้มปี 1979 มาคุยเรื่องบทกับ อดัม วิงการ์ด ซึ่งรถคันนั้น เธอได้ขอให้มาอยู่ในหนังเรื่องนี้ด้วย เดซี่ ลูกสาวของ เซเลสต์ เป็นบทที่แคสยากที่สุดของหนังเรื่องนี้ โดยต้องเฟ้นหานักแสดงเด็กกว่า 100 ชีวิต ก่อนจะมาเจอ เบลก เคนเนอดี อเล็กซ์ เพอเรรา ผู้รับบท เดอะ บุทเชอร์ / ไอ้มือเชือด ไม่เคยผ่านงานแสดงมาก่อน แต่ อดัม วิงการ์ด เลือกให้มารับบท เพราะต้องการคนที่น่ากลัวและใช้ชีวิตกับการต่อสู้มาตลอด ชุมชนรถบ้านเคลื่อนที่ วินดี้ โอเอซิส ถูกสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด เพราะไม่มีที่ไหนในโลกที่ได้ภาพอย่างที่ อดัม วิงการ์ด ต้องการ ห้องทดลองใต้ดินที่สร้างทหารมหาประลัย ดัดแปลงจาก โรงงานผลิตหนังสือพิมพ์เก่าในเมืองอัลบูเคอร์กี นิวเม็กซิโก ฉาก เซเลสต์ ปะทะ ทหารมหาประลัย ถ่ายทำด้วยเฟรมเรท 80 เฟรมต่อวินาที และให้นักแสดงสู้ช้าลง เพื่อให้ได้ภาพสโลว์โมชั่นสุดโดดเด่น ONSLAUGHT เหนือมนุษย์หลุดนรก วันนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งเสียงไทย และเสียงอังกฤษ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เปิดศึกนองเลือดที่เดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ฮังเกอร์เกมส์ กับ "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping"
อ่าน

เปิดศึกนองเลือดที่เดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ฮังเกอร์เกมส์ กับ "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping"

นับถอยหลังสู่ความระทึกระดับปรากฏการณ์ เมื่อภาพยนตร์แฟรนไชส์บล็อกบัสเตอร์ระดับโลกที่สร้างจากวรรณกรรมชุดขายดีกว่า 100 ล้านเล่ม อย่าง "The Hunger Games" กำลังจะกลับมาสั่นสะเทือนทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่เคยสร้างกระแสจุดไฟในใจคนดูด้วยเนื้อหาสุดเข้มข้นที่เปลี่ยนเรื่องราวการต่อกรกับอำนาจเผด็จการใน เกมล่าชีวิต ให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนในแบบที่ภาพยนตร์เรื่องอื่นทำไม่ได้ พฤศจิกายนนี้ มงคลเมเจอร์ และ ไลออนส์เกต พร้อมพาคอหนังชาวไทยก้าวเท้าสู่ลานประลองเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ใน "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม" ย้อนสู่จุดเริ่มต้นประกายไฟแห่งการปฏิวัติที่เป็นทั้งจุดสตาร์ตพาผู้ชมกลุ่มใหม่เข้าสู่โลกของ ฮังเกอร์เกมส์ และเป็นจุดกำเนิดความหวังครั้งสำคัญที่แฟนหนังตัวจริงห้ามพลาด! ยกระดับความโหดขึ้นเป็นทวีคูณกับกติกาพิเศษของ "ควอเตอร์เควล ครั้งที่ 2" (จัดขึ้นทุก 25 ปี) ในการแข่งขัน "เกมล่าชีวิต ครั้งที่ 50"ด้วยจำนวน เหล่าบรรณาการ ในสมรภูมิสังหารที่จะต้องส่ง ตัวแทนเข้าแดนตายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวรวมทั้งสิ้น 48 คน จากปกติ 24 คน ท่ามกลางสนามประลองสุดตระการตาที่ซ่อนเร้นกับดักร้ายไว้ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทั้งดอกไม้พิษ, ภูเขาไฟระเบิด, และสัตว์ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้กลายเป็นเครื่องสังหารสุดเหี้ยม รวมถึงกับดักอื่นๆ ที่พร้อมปลิดชีพได้ทุกวินาที จนเรียกได้ว่าเป็น เกมที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ฮังเกอร์เกมส์ ร่วมลุยไปกับ 4 ตัวแทนเลือดใหม่จากเขต 12 นำโดย "เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี" ชายหนุ่มที่ไม่ได้เดิมพันแค่ชีวิตตัวเอง แต่ต้องสู้สุดตัวเพื่อโอกาสกลับไปหาคนรัก พร้อมด้วย "เมย์ซิลี ดอนเนอร์" ตัวแทนสาวที่พกความมั่นใจมาเกินร้อย เจ้าของเข็มกลัดม็อกกิ้งเจย์คนแรก, "ไวแอตต์ แคลโลว์" อัจฉริยะสายคำนวณผู้มีภูมิหลังเกี่ยวกับการพนัน หมกมุ่นเกี่ยวกับอัตราการเดิมพันในการแข่งขัน และ "ลูเอลลา แมคคอย" บรรณาการหญิงอายุน้อยที่สุดในการแข่งขัน เผชิญหน้าอำนาจมืดจากแคปิตอลจัดหนักด้วยเหล่าคนคลั่งที่พร้อมเปลี่ยนการสูญเสียให้กลายเป็นเรื่องสนุกบนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็น "ดรูซิลลา ซิกเคิล" ผู้แทนคัดเลือกบรรณาการเขต 12, "เอฟฟี ทรินเกต" สไตลิสต์สุดเฟียร์ซผู้อยู่เบื้องหลังการแปลงโฉมของเหล่าบรรณาการให้ถูกตาต้องใจชาวแคปิตอล, "พลูทาร์ช เฮฟเวนส์บี" โปรดิวเซอร์แคปิตอลทีวีที่ทำทุกอย่างเพื่อเรตติง และ "ซีซาร์ ฟลิกเกอร์แมน" พิธีกรหน้าเนื้อใจเสือที่ใช้เหล่าบรรณาการเป็นเครื่องมือสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง ปิดท้ายด้วยลาสต์บอสสุดคลั่งอำนาจแห่งพาเน็มอย่าง "ประธานาธิบดีสโนว์" ที่ในภาคนี้จะได้เห็นความเรืองรองในอำนาจและความอำมหิตถึงขีดสุดกับกฎเหล็ก ห้ามตั้งคำถาม ห้ามทรยศ ทุกชีวิตต้องอยู่ในเกมของเขา แต่บารมีอันล้นฟ้าของสโนว์ดันต้องสั่นคลอน เมื่อเฮย์มิตช์ปรากฏตัวและพลิกโฉมเกมล่าชีวิตให้กลายเป็นประกายไฟแห่งการปฏิวัติ พบกับการประชันบทบาทครั้งยิ่งใหญ่ของทีมนักแสดงรุ่นเก๋าดีกรีรางวัล นำโดยตัวพ่อ เรล์ฟ ไฟนส์ (ประธานาธิบดีสโนว์), เกลนน์ โคลส (ดรูซิลลา ซิกเคิล), แอลล์ แฟนนิง (เอฟฟี ทรินเกต) ปะทะทีมนักแสดง Gen Z ดาวรุ่งพุ่งแรง โจเซฟ ซาดา (เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี), แม็กเคนนา เกรซ (เมย์ซิลี ดอนเนอร์) และ วิตนีย์ พีก (เลนอร์ โดฟ) เตรียมสัมผัสความมหึมาเต็มตาบนจอใหญ่ยักษ์ ถ่ายทำด้วยระบบ IMAX เต็มรูปแบบเพื่ออรรถรสในเกมล่าชีวิตที่ตระการตาที่สุด "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม" ประเทศไทยเดือดก่อนใคร ดูก่อนอเมริกา 19 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งในระบบปกติและทุกระบบพิเศษ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Castaway Diary เกม Survival Adventure เอาชีวิตรอดบนเกาะร้างฉบับสาวสวย ประกาศเลื่อนไปปี 2027 ขอเพิ่มความเป๊ะ!
อ่าน

Castaway Diary เกม Survival Adventure เอาชีวิตรอดบนเกาะร้างฉบับสาวสวย ประกาศเลื่อนไปปี 2027 ขอเพิ่มความเป๊ะ!

รอกันต่ออีกนิด! REMIMORY ประกาศเลื่อนวางจำหน่าย Castaway Diary: Portal to the Unknown Isles เกม Survival Adventure เอาชีวิตรอดบนเกาะร้างฉบับสาวสวย จากช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ออกไปเป็นปี 2027 เนื่องจากตัวเกมได้รับกระแสตอบรับดีกว่าที่คาดไว้มาก จึงตั้งใจจะทำเกมให้ออกมาดีสุดให้สมกับความคาดหวังของแฟนเกม พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวธีมบ้านใหม่ และเผย Roadmap ก่อนเข้าสู่ช่วง Early Access ด้วย!↓ Release Schedule Change, Roadmap, and New Themes Reveal ↓ https://t.co/qW64i8DNRe #indiedev #CastawayDiary #漂流ダイアリー #gamedev #steam https://t.co/IHOBgZoCQW— REMIMORY (@REMIMORY) November 2, 2026 REMIMORY ได้เผยว่า นับตั้งแต่เปิดหน้า Steam Store ไปเมื่อเดือนเมษายน 2026 ตัวเกมก็ได้รับกระแสตอบรับและความสนใจจากผู้เล่นทั่วโลกเกินกว่าที่ทีมพัฒนาคาดไว้มาก ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงตัดสินใจทบทวนกำหนดวันวางจำหน่ายใหม่ เพื่อทำเกมออกมาให้ดีที่สุดพร้อมกันนี้ ยังได้เปิดเผย Roadmap การพัฒนาก่อนเข้าสู่ช่วง Early Access ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่PlaytestDemoSteam Next FestEarly Access Launchโดยในส่วนของ Playtest นั้น มีกำหนดเริ่มบน Steam ในช่วง Q1 ของปี 2027 สำหรับการเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมทดสอบ จะเริ่มขึ้นพร้อมกับการประกาศทันทีที่ตัวเกมเวอร์ชันทดสอบพัฒนาเสร็จสมบูรณ์Castaway Diary: Portal to the Unknown Isles - Official Housing Themes Trailer - Maid Cafe & Schoolใน Trailer แรกได้เผยให้เห็นเฉพาะบ้านพักธีมพื้นฐานเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วตัวเกมมีแผนจะขนธีมสุดหลากหลายที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจ Subculture โดยเฉพาะ และในคราวนี้ก็ได้เปิดตัวธีมบ้านใหม่ 2 สไตล์ด้วยกัน นั่นก็คือ "โรงเรียน" และ "เมดคาเฟ่" แถมแน่นอนว่าจะมีชุดคอสตูมเข้าธีมมาให้ด้วย!เด็กสาวกลุ่มหนึ่งต้องมาติดอยู่บนเกาะปริศนาสุดลึกลับ และต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวใช้ชีวิตในโลกที่ไม่คุ้นเคย แต่มันก็ไม่ได้มืดมนหรือน่าหดหู่เลยสักนิด เพราะพวกเธอมักจะมองโลกในแง่ดีและพกพาความสดใสมาเต็มร้อย ไม่มีวันยอมแพ้ และมุ่งมั่นมองไปข้างหน้าเพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเสมอไม่ว่าจะเลือกดื่มด่ำกับอิสระบนเกาะนี้คนเดียว หรือจับมือกับเพื่อน ๆ เพื่อก้าวข้ามทุกอุปสรรคไปด้วยกัน การผจญภัยอันแสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยสีสันก็กำลังรอทุกคนอยู่ ยึดมั่นในความหวังที่จะได้กลับบ้านเอาไว้ แล้วมาเริ่มต้นการเดินทางไปด้วยกันเลย!โลกที่เต็มไปด้วยกิจกรรมหลากหลายตั้งแต่การเก็บเกี่ยวผลผลิต การตกปลา ไปจนถึงการทำอาหารและตัดเย็บเสื้อผ้าลองดึงทรัพยากรธรรมชาติบนเกาะมาใช้คราฟต์ของจำเป็น แล้วสนุกไปกับวิถีชีวิตอันอุดมสมบูรณ์กันได้เลยแถมยังมีสัตว์ขี่คู่ใจค่อยช่วยให้คุณออกเดินทางท่องไปได้ทุกซอกทุกมุมของเกาะอันกว้างใหญ่แห่งนี้ได้อย่างสบาย ๆเกาะลึกลับและดันเจี้ยนที่ยังไม่มีใครค้นพบออกเดินทางค้นพบดินแดนใหม่ ๆ และออกตะลุยดันเจี้ยนลึกลับที่ซ่อนอยู่ทั่วหมู่เกาะสัมผัสความตื่นเต้นของการออกล่า โดยการเผชิญหน้ากับเหล่ามอนสเตอร์สุดน่ารักหลากหลายชนิดสร้างบ้านในฝันก้าวข้ามการเอาชีวิตรอดแบบเดิม ๆ แล้วมาสร้างพื้นที่ที่เป็นสไตล์ของคุณเองโดยเฉพาะตกแต่งบ้านทั้งข้างในและข้างนอก สนุกกับการทำฟาร์มปลูกผักให้งอกงาม แล้วปล่อยใจไปกับจังหวะชีวิตสุดสงบบนเกาะแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่หาสไตล์ที่ใช่สร้างสรรค์ชุดคอสตูมสุดงดงามและสดใสได้หลากหลายรูปแบบถึงแม้พวกสาว ๆ จะน่ารักกันอยู่แล้ว แต่เซนส์แฟชั่นและการแต่งตัวในสไตล์ของคุณ จะยิ่งช่วยให้ตัวละครโดดเด่นและเปล่งประกายแบบสุด ๆสนุกขึ้นเมื่อเล่นกับเพื่อนออกเดินทางคนเดียวแบบสงบ ๆ ก็ดี แต่พอมีเพื่อนมาแชร์ความสุขด้วย ความสนุกก็เพิ่มเป็นสองเท่า!มาสร้างบ้านไปด้วยกัน ลุยดันเจี้ยนสุดท้าทาย และสร้างความทรงจำสุดประทับใจร่วมกันเป็นทีมได้เลย

Ripple Lane 101 : Moments With You  เกมใช้ชีวิตพร้อมปฏิสัมพันธ์กับตัวละครสาวสวย เปิดให้โหลดเดโมเล่นฟรีบน Steam
อ่าน

Ripple Lane 101 : Moments With You เกมใช้ชีวิตพร้อมปฏิสัมพันธ์กับตัวละครสาวสวย เปิดให้โหลดเดโมเล่นฟรีบน Steam

Ripple Lane 101 : Moments With You จะกล่าวถึงเรื่องราวในปี 2146 เมื่อ Yiling เด็กสาวจาก New Shanghai ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในหอพักของ Jiutian Institute of Interstellar Navigation สถาบันที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เกี่ยวกับการเดินทางข้ามระยะทางอันกว้างใหญ่ระหว่างดวงดาว โดยตัวเกมเปิดโอกาสให้ผู้เล่นค่อย ๆ ใช้เวลาไปกับตัวละครและโลกของเธออย่างเป็นธรรมชาติ ผู้เล่นสามารถนั่งอยู่ในห้องเดียวกับ Yiling ทำงานของตัวเองไปด้วย หรือจะปล่อยให้เกมดำเนินต่อไปในขณะที่เธอใช้ชีวิตประจำวันก็ได้ชีวิตประจำวันของ Yiling จะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา บางครั้งเธออาจกำลังอ่านหนังสือ บางครั้งกำลังพักผ่อน หรือเลือกที่จะปล่อยงานบางอย่างเอาไว้จัดการในวันถัดไป ผู้เล่นสามารถใช้ชีวิตไปตามจังหวะเดียวกับเธอ หรือจะแยกย้ายกันไปทำสิ่งที่ตัวเองต้องการก็ได้ ตัวเกมไม่ได้บังคับให้ผู้เล่นต้องคอยมีปฏิสัมพันธ์กับ Yiling ตลอดเวลา แต่เน้นการสร้างความรู้สึกเหมือนมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ร่วมในพื้นที่เดียวกัน และค่อย ๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันตัวเกมยังให้ความสำคัญกับเสียงและบรรยากาศเป็นอย่างมาก ผู้เล่นสามารถเลือกเสียงพื้นหลังได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝนท่ามกลางตึกสูงในยามค่ำคืน เสียงจากห้องเรียนในช่วงฤดูร้อน หรือท่วงทำนองที่ดำเนินไปอย่างไม่เร่งรีบ นอกจากนี้ยังมีเพลง Lofi และธีมเสียง Ambient ที่ครอบคลุมทั้งเสียงสังเคราะห์ เสียงจากธรรมชาติ และเสียงในชีวิตประจำวัน ห้องพักของ Yiling ยังสามารถปรับแต่งได้ตามความชอบของผู้เล่น ตั้งแต่การเปลี่ยนช่วงเวลาของวัน ไปจนถึงการเลือกบรรยากาศของสภาพอากาศอยากให้ห้องเต็มไปด้วยแสงแดดในช่วงบ่ายที่ท้องฟ้าแจ่มใส หรืออยากมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพบกับค่ำคืนที่มีสายฝนก็สามารถเลือกได้ตามต้องการRipple Lane 101 : Moments With You จะมาที่งาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ด้วย เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปกดโหลดตัวเกมในเวอร์ชั่นเดโมมาลองเล่นกันได้ที่อ้างอิงข้อมูลจากhttps://store.steampowered.com

Caillou Professions
เกม

Caillou Professions

THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 : เปิดฉาก 4 คู่ 4 เคส กับภารกิจที่ไม่มีคำว่าธรรมดา
อ่าน

THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 : เปิดฉาก 4 คู่ 4 เคส กับภารกิจที่ไม่มีคำว่าธรรมดา

"THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1" ได้เวลาเปิดประตูต้อนรับเข้าสู่ "THE CROW CLUB อีกาสมาคม" ซีรีส์จากโปรเจกต์ CHANGE2561ORIGINAL ที่เตรียมพาผู้ชมไปรู้จักกับบาร์ลับสุดแปลก แหล่งรวมพลเหล่าคนตัวจี๊ด ภายใต้การนำของ ลินดา (คริส หอวัง) เจ้าของร้านตัวแม่สุดเพี้ยน ผู้เปลี่ยนแก๊ง "อีกา" ให้กลายเป็นทีมรับจ้างแก้สารพัดปัญหาให้กับผู้ว่าจ้างแบบไร้เงื่อนไข ขอเพียงค่าจ้างถึง ทุกภารกิจก็พร้อมลุย แต่ทุกงานย่อมมีกฎ และ "THE CROW CLUB" ก็มีกฎเหล็กสำคัญที่อีกาทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจว่า "งานก็คืองาน" ห้ามมีความสัมพันธ์เกินเลยกับลูกค้าเด็ดขาด หากอีกาคนไหนเผลอเอาหัวใจลงไปเล่นจนเกิดเป็นความสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้าง มีสถานเดียวคือ "ถูกไล่ออก!" THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 EP.1 มหกรรมโกลาหลการว่าจ้างงาน 4 คู่ 4 เคส ที่ทำให้ทุกคนได้พบความน่ารักและความพิเศษที่ซ่อนไว้ในตัวอีกาแต่ละคน เมื่อสารพัดงานว่าจ้างสุดประหลาดกำลังนำพาเหล่าอีกาทั้ง 4 คน ไปพบกับเหล่าผู้ว่าจ้างที่จะเข้ามาปั่นป่วนทั้งชีวิตและหัวใจ เริ่มต้นที่ แวน (มิ้ล ณัฐชนน) วิศวกรหนุ่มอัจฉริยะผู้เชื่อมั่นในหลักวิทยาศาสตร์ ต้องมาเจองานจ้างที่เหนือความคาดหมาย เมื่อ รักคุณ (นิวเยียร์ นวพรรษ) ยื่นข้อเสนอด้วยค่าจ้างก้อนโตถึง 1 ล้านบาท เพื่อให้แวนรับบทเป็น "แฟนปลอม ๆ" ในภารกิจสุดพิลึก ไล่ผีที่คอยตามขัดขวางความรัก งานนี้แม้จะขัดกับทุกหลักความเชื่อ แต่เมื่อเงินล้านวางอยู่ตรงหน้า แวนจะยอมรับภารกิจสุดป่วนครั้งนี้หรือไม่ ? ด้าน พาที (ป๊อป ภัทรพล) นักร้องหนุ่มอินโทรเวิร์ตผู้หลงใหลในการร้องเพลง แต่กลับเลือกหันหลังให้คนดูทุกครั้งที่ขึ้นเวที ดันไปสะดุดตา รัลย์ (ไตเติ้ล ธนธร) เด็กฝึกค่ายเพลงที่มองเห็นบางสิ่งพิเศษในตัวเขา และเชื่อว่าพาทีคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะช่วยกอบกู้ความฝันในการเดบิวต์วง T-Pop ให้เป็นจริง งานนี้ รัลย์ จึงเดินหน้าชวนพาทีให้ก้าวออกจากเซฟโซนและเข้าสู่โลกที่เขาไม่เคยคิดจะเผชิญ พาที จะยอม "เซย์เยส" รับข้อเสนอนี้ไหม ? ส่วน แตงโม (อ็อตโต้ พชร) หนุ่มเลือดร้อนสายบู๊ ต้องเจอกับโจทย์สุดจี๊ด เมื่อ โยเย (บีเจ ณัฐนนท์) แฟนเก่าตัวแสบ ชวนให้ แตงโม กลับมาแท็กทีมกันอีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมเกมเรียลลิตี้ Werewolf ชิงเงินถึง 10 ล้านบาท งานนี้ต้องทั้งเอาชีวิตรอด แถมยังต้องร่วมมือกับ "แฟนเก่า" ที่ไม่อยากเข้าใกล้ ข้อเสนอนี้ แตงโม จะยอมรับงาน หรือขอบายเพราะคนจ้างคือคนที่ไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด! และ ทะเล (สายลับ เหมวิช) รองผู้จัดการคลับอีกาและจิตรกรหนุ่มผู้มีปมในอดีตจนเลือกปิดตายหัวใจ ต้องมาเจอกับข้อเสนอจาก ซัน (ภณ ธนภณ) นักเขียนนิยายรักดาวร่วง ซึ่งต้องการจ้างทะเลให้รับบทเป็น "สามีหลอก ๆ" ตามสัญญา เพื่อสร้างประสบการณ์ความรักสำหรับนำไปเขียนต้นฉบับเล่มใหม่ หวังกอบกู้ชื่อเสียงนักเขียนนิยายรักอันดับหนึ่งกลับคืนมา แต่สำหรับคนที่ไม่คิดจะเปิดหัวใจให้ใครอย่าง ทะเล การต้องมารับบท "สามี" ให้กับคนแปลกหน้าอาจไม่ใช่งานง่ายอย่างที่คิด ทะเล จะตอบตกลงรับงานครั้งนี้หรือไม่ ? ทุกงานอาจเริ่มต้นเพราะ "เงิน" แต่เมื่อผู้ว่าจ้างกับผู้รับงานต้องใกล้ชิดกันมากขึ้น กฎเหล็กที่ว่า "งานก็คืองาน ห้ามมีใจให้ลูกค้า" จะยังใช้ได้อยู่หรือไม่ ? เตรียมพบกับเคมีเคใจของ 4 คู่ 8 หนุ่ม และสารพัดภารกิจสุดป่วนใน "THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1" จากโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน และทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ THE CROW CLUB อีกาสมาคม ช่องวัน31 (ตอนแรก) CHANGE2561 บวงสรวง 8 หนุ่ม 4 คู่ "THE CROW CLUB" อีกาสมาคม พาคนดูเปิดประตูสู่สมาคมลับ 18 กันยายนนี้

ทำความรู้จัก "มิ้ล ณัฐชนน" และ "นิวเยียร์ นวพรรษ" จากซีรีส์ "THE CROW CLUB อีกาสมาคม"
อ่าน

ทำความรู้จัก "มิ้ล ณัฐชนน" และ "นิวเยียร์ นวพรรษ" จากซีรีส์ "THE CROW CLUB อีกาสมาคม"

อีกหนึ่งเคมีคู่ใหม่ที่น่าจับตามองจากซีรีส์ "THE CROW CLUB อีกาสมาคม" ในโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL สำหรับ "มิ้ล ณัฐชนน ศุภวรวงค์" และ "นิวเยียร์ นวพรรษ ธนมงคลสวัสดิ์" ที่โคจรมาร่วมงานและเป็นพาร์ทเนอร์กันครั้งแรก ในบท "แวนรักคุณ" สองตัวละครต่างขั้วที่ต้องมาเจอกันผ่านภารกิจสุดแปลก พร้อมเปิดใจถึงการทำงานครั้งนี้ที่ทั้งคู่ต่างทุ่มเทอย่างเต็มที่ ทำความรู้จัก "มิ้ล ณัฐชนน" และ "นิวเยียร์ นวพรรษ" ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 สำหรับ "มิ้ล ณัฐชนน" การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการคืนจอในรอบ 1 ปี หลังจากฝากฝีไม้ลายมือไว้ใน "Pit Babe The Series 2" โดยเจ้าตัวเผยความรู้สึกถึงการกลับมารับงานแสดงอีกครั้งว่า "อีกาสมาคม เป็นซีรีส์เรื่องที่ 2 ของผม หลังจากหายหน้าไปประมาณ 1 ปี สำหรับเรื่องนี้ผมตั้งใจทำงานให้ออกมาดีที่สุด เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟน ๆ ขอบคุณทุกคนที่ยังรอคอย มิ้ล อยู่ และครั้งนี้ผมก็ไม่ได้โดดเดี่ยวแล้วเพราะ มีคู่แล้ว ได้ นิวเยียร์ มาเป็นพาร์ทเนอร์ ซึ่งเราก็ค่อย ๆ ปรับจูนและเรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ลงตัวมากครับ ในเรื่องนี้ มิ้ล รับบทเป็น แวน หนุ่มสายไอทีมากความสามารถที่มีเป้าหมายหาเงินเพื่อไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของ คลับอีกา สถานที่ที่รับทำสารพัดงานสุดแปลกที่คนทั่วไปอาจไม่กล้ารับ แวน เป็นคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างห่างจากตัวผมมาก เลยต้องทำการบ้านหนักพอสมควร ทั้งวิธีคิดและบุคลิกของตัวละคร แต่ผมก็พยายามทำออกมาให้ดีที่สุดครับ" ขณะที่ "นิวเยียร์ นวพรรษ" ซึ่งประเดิมผลงานซีรีส์เรื่องแรกกับ CHANGE2561 ก็พร้อมทุ่มเทเต็มที่กับโอกาสครั้งสำคัญ โดยเจ้าตัวเผยว่า "ผมดีใจมากครับ ที่ได้โอกาสจาก พี่ฉอด พี่เอส ให้เข้ามาร่วมอยู่ในโปรเจกต์นี้ THE CROW CLUB อีกาสมาคม เป็นซีรีส์เรื่องแรกของผมกับ CHANGE2561 และยังได้ พี่มิ้ล มาเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย ถึงแม้ผมจะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ทั้งการแสดง การร้องเพลง หรือการเต้น แต่ผมก็ตั้งใจเรียนรู้และพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด สำหรับบท รักคุณ ที่ได้รับ รักคุณ เป็นคนซื่อ ๆ ตรงไปตรงมา มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและถูกเลี้ยงมาอย่างลูกคุณหนู เป็นคนที่โหยหาความรัก แต่กลับไม่เคยได้รักใครอย่างจริงจังสักที และที่สำคัญคือกลัวผีมาก ๆ ผมดีใจมากที่ได้รับเลือกให้มารับบทนี้ และตั้งใจกับตัวละครรักคุณมาก ๆ หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบและเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยครับ" เรียกว่า "มิ้ลนิวเยียร์" เป็นอีกหนึ่งคู่เคมีใหม่ที่น่าจับตาทีเดียว กับการถ่ายทอดความสัมพันธ์ของ "แวนรักคุณ" ที่เริ่มต้นจากภารกิจสุดพิลึก เมื่อหนุ่มสายวิทย์ผู้เชื่อมั่นในเหตุผล ต้องมาเจอกับลูกคุณหนูผู้กลัวผีสุดชีวิต จากงานจ้างที่ดูไม่น่าจะลงตัว จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์แบบไหน ต้องรอลุ้นไปพร้อมกันใน "THE CROW CLUB อีกาสมาคม" ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : THE CROW CLUB อีกาสมาคม โชว์มิติใหม่ของซีรีส์ เปิดความสัมพันธ์ 8 หนุ่ม 4 คู่ ในงาน "THE CROW CLUB FIRST PREMIERE" เรื่องย่อ THE CROW CLUB อีกาสมาคม ช่องวัน31 (ตอนล่าสุด) CHANGE2561 บวงสรวง 8 หนุ่ม 4 คู่ "THE CROW CLUB" อีกาสมาคม พาคนดูเปิดประตูสู่สมาคมลับ 18 กันยายนนี้

รีวิวหนัง "Heart of the Beast หัวใจผจญไพร" กลเม็ดเดินป่าขั้นพื้นฐานสู่ขั้นสูง กับน้องหมาอินเนอร์ชนะเลิศ
อ่าน

รีวิวหนัง "Heart of the Beast หัวใจผจญไพร" กลเม็ดเดินป่าขั้นพื้นฐานสู่ขั้นสูง กับน้องหมาอินเนอร์ชนะเลิศ

โดยปกติแล้วหากเอ่ยชื่อถึงผู้กำกับ "เดวิด เอเยอร์" ก็มักจะนึกถึงภาพหนังบู๊ระห่ำชวนมันส์จัดจ้านสนั่นจอ แต่สำหรับผลงานใหม่ในปี 2026 ไม่ใช่แนวที่คุ้นเคย เพราะเรียกได้ว่าเขาได้ฉีกแนวของตัวเองครั้งสำคัญ ด้วยการปลุกปั้นและรังสรรค์หนังแนวผจญภัยกลิ่นฟีลกู้ดหน่อย ๆ ด้วยสมการกับน้องตูบสี่ขา ออกมาเป็น "Heart of the Beast หัวใจผจญไพร" หนังผจญป่าที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์เดินป่าเผชิญหน้ากับความเป็นความตายกับการเอาชีวิตให้รอดของอดีตทหารกับสุนัขฝึกสนามรบที่เป็นคู่หูกัน เรื่องราวของ เจมส์ เบลมอนต์ อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยการรบพิเศษ กับ โอดิน สุนัขสมรภูมิรบคู่กายของเขา ได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในพื้นที่อลาสก้า ทำให้พวกเขาติดอยู่ในผืนป่ากว้าง ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บและแฝงไปด้วยอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ พวกเขาจึงได้ดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและความผูกพันอันแข็งแกร่งระหว่างคนกับสุนัข คือถ้าย้อนกลับไปดูเครดิตหนังเก่า ๆ ของเดวิด เอเยอร์ คุณอาจจะไม่เชื่อว่าเขาจะพลิกผันแนวมาทำหนังสไตล์ออกมากับเขาได้ เพราะเรียกได้ว่าแตกต่างจากแนวถนัดของเขาอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างน้อย ๆ ก็พิสูจน์ให้ได้เห็นแล้วว่า ถึงจะช่ำชองทำหนังแนวระเบิดภูเขาเผาระเบิดมามากมายหลายเรื่อง ก็ยังสามารถปรับโหมดเป็นความฟีลกู้ดได้เช่นกัน ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้หยิบเอาบทหนังของ "คาเมรอน อเล็กซานเดอร์" ที่เคยติดแบล็กลิสต์เป็นบทหนังที่ควรค่าแก่การนำสร้างเป็นหนังประจำปี 2017 แต่ก็ได้รับการพัฒนาสร้างเกือบสิบปีกว่าจะขึ้นจอได้สำเร็จ ในแง่พล็อตเรื่องใน Heart of the Heart คงต้องบอกว่าไม่มีอะไรที่หวือหวาแปลกใหม่อะไรสักเท่าไหร่เลย ทุก ๆ สัดส่วนล้วนแต่เป็นองค์ประกอบสูตรสำเร็จที่คุ้นเคยดี ระหว่างหนังผจญภัยเอาชีวิตรอดกับคอนเทนต์ฟีลกู้ดสไตล์เจ้านายและน้องหมาเคียงข้างกัน ล้วนแต่เป็นคอนเซ็ปต์ที่เคยผ่านตาและเห็นมาจากหนังหลาย ๆ เรื่องมาก่อนหน้านี้แล้วทั้งสิ้น อีกทั้งเส้นเรื่องก็แทบจะไม่มีชั้นเชิงตื้นลึกหนาบางอะไรเช่นเดียวกัน นอกจากเป็นหนังที่เน้นการเดินป่าลำเนาไพรไปเรื่อย ๆ ตามสเต็ป พร้อมกับสอดแทรกสถานการณ์พลิกผันต่าง ๆ นานาเข้ามาต่อเนื่องแบบสำเร็จรูป เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกติดใจหรือเห็นว่าสไตล์การร้อยเรียงเรื่องราวของ Heart of the Beast ที่ออกมาในทำนองนี้จะเป็นปัญหาใด ๆ กลับมองว่าเป็นหนังที่ไหลลื่นและดูได้สบาย ๆ ตามประสาหนังฟีลกู้ดเพลินดีด้วยซ้ำ หนังมอบผลลัพธ์ชนิดที่ไม่ต้องคิดอะไรเลย ปล่อยจอยไปกับการเดินเท้าเดินป่าตามเส้นทางของตัวละครหลักทั้ง 2 ชีวิต แต่ถ้าในแง่ความเป็นภาพยนตร์นั้น หนังยังค่อนข้างขาดชั้นเชิงอยู่มาก แม้จะพยายามแทรกเส้นเรื่องภูมิหลังเกี่ยวกับชีวิตนักรบในสมรภูมิเข้ามา แต่ก็เป็นส่วนเสริมในลักษณะแฟลชแบ็กเบา ๆ ที่ไมได้เน้นให้เกิดความสำคัญมากนัก ทำให้หนังเรื่องนี้จึงดำเนินเรื่องไปในทิศทางที่ค่อนข้างราบเรียบ...เกือบจะไร้จุดเด่น โชคดีที่วิสัยทัศน์และมุมมองของผู้กำกับที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ทำหนังมากว่า 20 ปี บ่มเพาะหนังเรื่องนี้ออกมาได้พอถูไถได้ดีไม่น้อย ถึงบทหนังจะซ้ำ ๆ เดิม ๆ ไม่มีมิติอะไร แต่ก็ได้รับการทดแทนได้จากจังหวะการกำกับและดีไซน์งานสร้างของหนังเรื่องนี้ได้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ถึงมันจะออกมาเป็นทำนองคล้าย ๆ กับหนังสร้างเพื่อโปรโมตกิจกรรมการเดินป่าและโฆษณาแบรนด์อุปกรณ์เครื่องใช้กลางแจ้งก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าผืนป่าธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ในหนังเรื่องนี้ ได้ทำหน้าที่ฮีลใจและทำให้คนดูประทับใจได้โดยอัตโนมัติ Heart of the Beast อาจจะบอกว่าเป็นหนังที่มีฉากหลังเกิดขึ้นในอะแลสกาของสหรัฐฯ แต่ความจริงแล้วหนังเรื่องนี้ปักหลักถ่ายทำในผืนป่าเขาของนิวซีแลนด์แทบจะทั้งเรื่อง เรียกได้ว่าโลเคชันที่ถ่ายทำกับสถานที่ที่อ้างอิงในหนังอยู่คนละขั้วโลกกันเลย แต่ใด ๆ งานออกแบบโปรดักชันและสร้างแลนด์สเคปที่งดงามในหนังเรื่องนี้ ก็เป็นสิ่งที่ต้องยกนิ้วให้จริง ๆ หนังยังไหลลื่นไปกับจังหวะการตัดต่อที่สบาย ๆ ราบรื่น ผนวกเขากับการงานดนตรีบรรเลงที่ได้ "จาเรด ไมเคิล ฟราย" กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับคนนี้อีกครั้ง แม้ว่าแนวดนตรีจะต่างออกไป เพราะก่อนหน้านี้ประพันธ์ได้จังหวะเร้า ๆ ในหนังบู๊เป็นส่วนใหญ่ "แบรด พิตต์" ก็ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นนักแสดงมืออาชีพได้อย่างช่ำชอง อาจจะดูว่าเป็นหนังที่น่าจะเล่นได้ง่าย เพราะแทบจะไม่มีไดอะล็อกบทพูดสื่อสารกับคู่แสดงใด ๆ ที่เป็นมนุษย์ เขาต้องประกบคู่เคียงกายกับน้องหมาตลอดทั้งเรื่อง แต่หารู้ไม่ว่าการแสดงที่บทน้อย ๆ นี่แหละ มืออาชีพของจริงเท่านั้นที่จะรับมือกับมันได้อย่างเยี่ยมยอด และแบรดก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ในฐานะหนึ่งในตัวละครนำที่ช่วยขับเคลื่อนตัวหนังในพาร์ทของความเป็นมนุษย์ แต่ที่ไม่อาจจะเลี่ยงการอวยยศให้เลย ก็คือการแสดงของ เจ้าอูเบอร์ น้องหมาดาราเจ้าบทบาท ที่ทำหน้าที่ในการประคับประคองตัวหนังในพาร์ทของสัตว์ได้อย่างน่าประทับใจ นี่เป็นอีกครั้งที่การแสดงของสัตว์สามารถแทรกซึมไปสู่หัวใจของผู้ชมได้อย่างเต็มเปี่ยม เชื่อเหลือเกินว่าคนดูน่าจะถูกเจ้าอูเบอร์ตกกันเป็นแถบ ๆ กับอินเนอร์ทางการแสดงที่ชนะเลิศของมัน เพราะดูแล้ว ๆ มันอาจจะแสดงได้โดดเด่นดีกว่า แบรด พิตต์ ในหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว Heart of the Beast ก็อาจจะเป็นหนังผจญภัยฟีลกู้ดที่สร้างออกมาได้ดีตรงตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น แม้ว่าในแง่ชั้นเชิงและมิติของเรื่องราวในหนังเรื่องนี้จะยังค่อนข้างบกพร่องไปอยู่ แต่ในองค์ประกอบอื่น ๆ กลับมาช่วยส่งเสริมความใจฟูของหนังได้เป็นอย่างดี เดวิด เอเยอร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้ถนัดแค่หนังบู๊ มาพร้อมกับการผนวกงานสร้างที่ค่อนข้างน่าหลงใจ และน่าจะทำให้คนรักการเดินป่าจะชื่นชอบหนังเรื่องนี้ การแสดงก็ดีตามเกณฑ์ เผลอ ๆ น้องหมาดาราจะเล่นได้โดดเด่นกว่าพระเอกซุปตาร์ด้วยซ้ำ หนังอาจจะวนอยู่กับการเดินป่าขั้นพื้นฐาน แล้วค่อย ๆ ไปสู่ขั้นสูงตามลำดับ แต่อย่างน้อย ๆ หนังก็อบอวลไปด้วยความประทับใจและอาจจะแอบปาดน้ำตาแห่งความเใจฟูได้ด้วยเช่นกัน ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Heart of the Beast หัวใจผจญไพร ประเภท: ผจญภัย / ดรามา / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: เดวิด เอเยอร์ นำแสดงโดย: แบรด พิตต์, เจ้าอูเบอร์ ความยาว: 101 นาที กำหนดฉายในไทย: 24 กันยายน 2026 Movie.TrueID METRIC: Heart of the Beast หัวใจผจญไพร ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.5/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.4/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.1/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1
อ่าน

เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1

อมยิ้มตามในความน่ารัก ของ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีที่หลายคนรู้จัก คัลแลน Cullen HateBerry หรือ พัค กีดึก (Park Ki Deuk) เจ้าของช่อง Cullen HateBerry แขกรับเชิญคนแรกของ "กตัญญู สว่างศรี" ในรายการ "The Celebrities" ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. เริ่มตอนแรก 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น! และคือแขกรับเชิญพิเศษคนแรก คือ คัลแลน ที่ทำเอาทั้งอมยิ้มในความน่ารัก และความตลกแบบธรรมชาติ และการพูดภาษาไทยสำเนียงเกาหลีที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าตัวเผิดใจว่า หลงรักเมืองไทยจากคำว่า "ไม่เป็นไร" แถมยังหลงรักประเทศไทยทั้งเรื่องอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และความน่ารักของคนไทยที่ทำให้เขาหลงรัก และขอบคุณคนดูที่ทำให้คนอินโทรเวิร์ตธรรมดาคนหนึ่งมีความสุขมากในวันนี้ กดดูเลย The Celebrities EP.1 : เปิดใจ "คัลแลน" เปิดฉากจากการแต่งตัวหล่อมาก ไหว้สวย เสียงกรี๊ดสนั่นสตูฯ จนพิธีกรต้องแซวว่า "แค่ขยับกางเกงก็กรี๊ดกันสนั่นแล้ว" กตัญญู ถึงกับแซว และเอ่ยทักทายคัลแลน ก่อนจะยิงคำถามสนุก ๆ ให้ได้พูดคุยชนิดที่อมยิ้มตามกับคำตอบ หลังจากได้กินแกงไตปลา อาหารโปรดจากทีมงานไปแล้ว คัลแลนแฮปปี้มากในการพูดคุยครั้งนี้ Celebrities ในมุมมองของคัลแลน คืออะไร?"ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็น Celebrities ผมเป็นคนธรรมดา อาจจะโชคดีที่มีคนรัก ได้ความรักจากทุกคน คำพูด คำถาม การทำตัว มีความรับผิดชอบ ผมไม่ใช่ Celebrities ครับ ผม (มองว่าคุณเป็น) อ่าวเหรอครับ วัยเด็กของคัลแลนเป็นอย่างไร ?"คืออายุประมาณเท่าไหร่ (คัลแลนย้อนถามละเอียดจนพิธีกรขำ) กลับจากโรงเรียน ซื้อต็อกโบกี ที่เกาหลี ยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ด้วย ผมเป็นคนขี้อาย เป็นอินโทรเวิร์ตมาก ขี้เกรงใจ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคุยกับคนใหม่ ๆ ไปร้านไปอะไร ต้องถาม แต่ไม่กล้าถาม ไม่ถามเลย บางครั้งก็ไม่ได้ของอะไร ก็เดินกลับบ้าน ไม่กล้าคุยกับคน" จุดเปลี่ยนที่ทำให้กล้าขึ้น คืออะไร?"เริ่มที่จะต้องเปลี่่ยนจากอินโทรเวิร์ตเพราะเริ่มทำยูทุูบ ไปเที่ยวก็ไม่กล้าคุย พอเริ่มทำรายการก็คุยก่อน สวัสดีครับ อันนี้อะไรครับ รู้จักคนเยอะขึ้น คุยกับพี่จอง แดน จูดี้ เขาก็ให้กำลังใจ ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็มีอินโทรเวิร์ตอยู่ ก็พยายามปรับ" ตอนนี้คุยเยอะมากนะคุณรู้ตัวมั้ย?"ใช่ครับ พอทำยูทุูบช่วยเยอะมาก ต้องคุยกับกล้อง" พอถึงวัยหนุ่ม 15 ปี ความฝันตอนนั้นอยากเป็นอะไร?"ไม่ได้คิด แต่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยู่ในห้องคนเดียว จะได้ไม่ต้องคุยกับคนอื่น" ชอบเดินทางตอนไหน?"ตอนอยู่เกาหลี มาไทยครั้งแรกตอนอายุ 25-26 มาทำธุรกิจที่กรุงเทพ ประทับใจที่อากาศ ตอนนั้นเกาหลีหนาวมาก ก็เลยมาไทย ชอบคนไทย ประทับใจในความน่ารักของคนไทย" มาไทยครั้งแรกแล้วก็กลับมาอีก?"ตอนแรกมากับเพื่อน รอบสองมาคนเดียว ไปที่ไหนของกินก็เยอะ สตรีทฟู้ดก็เยอะ" เจอวัฒนธรรมอะไรที่แปลก ๆ มั้ย?"จิ้งจก...ที่เกาหลีไม่ค่อยได้เจอ ตอนแรกคิดว่าจระเข้ แอบคิดว่ามันกินคนหรือเปล่านะ (หัวเราะ)" ชอบอะไรในคนไทย?"คนไทยชอบพูดว่าไม่เป็นไร ประทับใจ ทำผิด ต้องทำอย่างไร พอไม่เพอร์เฟ็กต์ เราก็ไม่เครียด ก็พอได้ยินคำว่าไม่เป็นไรก็ลองทำอีก คำว่าไม่เป็นไร ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่ทำให้เรากล้าที่จะลุกขึ้นกับทำอีกครั้ง" ตอนแรกคนดูรายการเยอะมั้ย?"ตัวเลขปีสองปี น้อยมาก พันสองพันคน ก็คิดว่าไปต่อดีมั้ย ทุกคนก็บอกว่าไม่เป็นไรต้องลอง ไปต่อ" รวมอยุ่เมืองไทยมา 6-7 ปีแล้ว อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง?การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือเมื่vก่อนอินโทรเวิร์ตมาก กล้าคุยกับคน ชีวิตก็เปลี่ยนเยอะ เพราะชีวิตต่างกันมากกับที่ผ่านมา" การเดินทางของคุณได้อะไรบ้าง?"การเดินทางทำให้ค้นพบความหมายของชีวิต ได้เรียนรู้ความอดทน มิตรภาพ แก้ปัญหาอย่างไร การเดินทางเรียนรู้ในหลายเรื่อง สิ่งที่ได้มาก็คือเรื่องราวที่ได้ส่งต่อ จริงจัง จริงใจ อยากกินข้าวก็กิน ขี้เกียจก็ขี้เกียจ ได้เป็นตัวเอง และมีความสุขในวันนี้" ก่อนที่จะเขาจะเล่าว่า เขาชอบเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทยมาก และออกมาเล่นสงกรานต์ทุกปี ทาแป้งเล่นกัน ผู้คนสนุกสนาน แถมยังเผยว่าขนมไทยที่ชอบมากคือ "ข้าวหลาม" ที่ทำจากข้าวเหนียวสีดำ กลิ่นกะทิกับต้นไผ่ ช่างโดนใจเขามาก ในรายการคัลแลนยังร้องเพลงไทย รำไทย และถ้าให้แนะนำมาเมืองไทย ที่มีที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มากมาย ของกินอร่อยมาก ก่อนที่จะได้ฝึกภาษาไทยใบ้คำสุดฮา ซึ่งคัลแลนรู้จักคำไทยมากมาย บอกเลยว่างานนี้ ทุกคนได้ยิ้มและหัวเราะไปกับความน่ารักของคัลแลน ที่เรียนภาษาไทยและเก่งมากขึ้นแล้วในวันนี้ ไม่ใช่แค่หล่อ พาเที่ยวเก่งจนเป็นอินฟลูฯ สายปัง แต่บอกเลยว่า "น่ารัก" สมกับเป็นยูทูบเบอร์ที่ได้ใจคนไทยไม่น้อยเลย สามารถรับชม The Celebrities EP.1 ของคัลแลน ได้แล้วบน TrueID ที่เดียวเท่านั้น! และสามารถรับชมรายการ "The Celebrities" กับการพูดคุยกับแขกคนพิเศษ ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น.รับชมได้ที่ TrueID EP.หน้าคือใคร!? ห้ามพลาด! อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : The Celebrities EP.1 : คัลแลน เปิดใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนทุกคนอมยิ้มตาม ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้

"ฮันโซฮี" อยากแต่งงานก่อน 40  ฝันอยากมีลูก ขอสามีที่หล่อ ๆ
อ่าน

"ฮันโซฮี" อยากแต่งงานก่อน 40 ฝันอยากมีลูก ขอสามีที่หล่อ ๆ

ฮันโซฮี ให้สัมภาษณ์เปิดใจเกี่ยวกับผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ The Intern ซึ่งนอกจากเรื่องงานแสดงแล้ว เธอยังได้เปิดเผยความรู้สึกแบบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องความรัก การแต่งงาน และอนาคตการมีครอบครัวจนทำเอาแฟน ๆ เอ็นดูในความจริงใจไปตาม ๆ กันระหว่างการสัมภาษณ์ ฮันโซฮีถูกถามขำ ๆ ว่า ถ้าในชีวิตจริงเธอไม่ได้เป็นนักแสดง แล้วต้องเป็นเด็กฝึกงาน เธออยากลองทำอะไร? นางเอกสาวตอบพร้อมรอยยิ้มทันทีว่า อยากลองเป็นนักข่าวฝึกงานสายบันเทิงเธอให้เหตุผลสุดน่ารักว่า น่าสนุกดีถ้าจะได้ไปเจอและสัมภาษณ์เหล่าคนดัง แถมยังอวดข่มแบบฮา ๆ ว่าตัวเธอเองก็เป็นคนที่พิมพ์งานไวมากเหมือนกัน และเมื่อถูกถามต่อว่า ถ้าได้เป็นนักข่าวจริง ๆ คำถามแรกที่เธอจะยิงใส่ดาราคืออะไร เจ้าตัวก็ตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า "อยากถามว่าพวกเขาจะแต่งงานเมื่อไหร่กันค่ะ"เปิดสเปกสามีในอนาคต ขอคนอบอุ่น และหน้าตาดีเพื่อส่งต่อยีนให้ลูกพอพูดถึงเรื่องแต่งงาน นักข่าวเลยถือโอกาสถามย้อนกลับมาที่ตัวเธอเองบ้างว่า แล้วฮันโซฮีวางแผนเรื่องนี้ไว้ยังไงบ้าง?เธอเปิดใจว่า"ตั้งใจไว้ว่าอยากจะแต่งงานก่อนอายุ 40 ค่ะ" พร้อมเล่าต่อว่า ตัวเธอเองไม่ได้มีความฝันหรือจินตนาการแฟนตาซีเรื่องการแต่งงานที่หวานหยดย้อย แต่สิ่งที่เธอใฝ่ฝันจริง ๆ คือเรื่องการมีลูก"ฉันอยากแต่งงานกับคนที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและอบอุ่นค่ะ และเพราะว่าฉันมีความฝันอยากมีลูกมาก ๆ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้คนที่จะมาเป็นสามีในอนาคตค่อนข้างหน้าตาดีสักหน่อย เพื่อที่ลูกจะได้มีพันธุกรรม หน้าตาดีส่งต่อไปด้วยค่ะ" คำตอบตรงไปตรงมาของเธอทำเอาคนในห้องสัมภาษณ์หัวเราะกันครืน อีกหนึ่งประเด็นที่ฮันโซฮีเปิดเผยแบบชัดเจนคือ แพลนชีวิตหลังจากกลายเป็นคุณแม่ โดยเธอยอมรับว่าหากมีลูกเมื่อไหร่ คงจะพักงานในวงการบันเทิงไปสักระยะใหญ่ๆ"คิดว่าคงจะยังไม่รับงานแสดงไปสักพักเลยค่ะ แน่นอนว่าอาจจะมีเรื่องของระยะเวลาสัญญาทำงานอยู่บ้าง แต่หลังจากคลอดลูกแล้ว ฉันอยากจะหยุดพักงานยาวจนกว่าลูกจะเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาเลยค่ะ พอเขาเข้าประถมแล้วคงจะเริ่มดูแลตัวเองได้ แต่ก่อนหน้านั้น ฉันอยากทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับเขาให้ได้มากที่สุดค่ะ"สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่อง The Intern (กำกับโดย คิมโดยอง) ฮันโซฮี รับบทเป็น "ซอนอู" ประธานสาวสุดมั่นแห่งบริษัทแฟชั่น 'Wootootoo' ที่เติบโตอย่างรวดเร็วกระโดดขึ้นมาเป็นดาวรุ่งในวงการภายใน 3 ปี เรื่องราวความวุ่นวายสุดฮาเริ่มขึ้นเมื่อบริษัทของเธอรับ กีโฮ (รับบทโดยนักแสดงรุ่นใหญ่ ชเวมินชิก) อินเทิร์นวัยเก๋าที่มีประสบการณ์ชีวิตมานานถึง 37 ปีเข้ามาทำงาน จนเกิดเป็นเรื่องราวออฟฟิศคอมเมดี้ก้าวข้ามรุ่นและวัยที่ทั้งป่วนและอบอุ่นหัวใจ

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ปลุกไฟแอคติ้ง คัมแบ็กทรงพลังใน "The Rivals of Amziah King คนอย่างคิง"
อ่าน

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ปลุกไฟแอคติ้ง คัมแบ็กทรงพลังใน "The Rivals of Amziah King คนอย่างคิง"

ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม สำหรับภาพยนตร์ดราม่า อาชญากรรมเรื่อง "The Rivals of Amziah Kingคนอย่างคิงที่ล่าสุดคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินอร์เวย์ (Norwegian International Film Festival)เมืองเฮาเกซุนด์ ครั้งที่54มาครอง และยังเป็นการกลับจู่จอภาพยนตร์ครั้งสำคัญในรอบ 6 ปี ของแมทธิว แม็กคอนาเฮย์(Matthew McConaughey)นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่ไม่ใช่แค่การรับบทบาทใหม่อีกครั้ง แต่คือการพาตัวเองดำดิ่งสู่โลกที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบท"แอมไซอาห์ คิง"ชายผู้ดูแลกิจการน้ำผึ้ง ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลาง และที่พึ่งของเหล่าคนนอกคอกในโอคลาโฮมา เรื่องราวของนักดนตรีบลูแกรสส์กับกลิ่นอายดราม่าสืบสวน พร้อมเผยเบื้องหลังสุดทรหดแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากการถ่ายทำร่วมกับฝูงผึ้งจริงนับพันตัว มาร่วมเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจ และเหตุผลที่ทำให้นักแสดงระดับตำนานคนนี้ตัดสินใจเข้าร่วมเดินทางไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ Q:ช่วยแนะนำตัวเองและบทบาทที่คุณได้รับใน "The Rivals of Amziah King" แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ผมรับบทเป็น"แอมไซอาห์ คิง"ทำโรงงานน้ำผึ้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐโอคลาโฮมา ผมเป็นพ่ออุปถัมภ์ตอนนี้โสดแล้วเพราะ เกลนดาภรรยาของผม เราเคยรับอุปการะเด็ก ๆ หลายคนส่วนใหญ่เป็นเด็กชนพื้นเมืองอเมริกัน และตั้งแต่ที่เธอจากไปผมก็ไม่สามารถรับอุปการะเด็กตามกฎหมายได้อีก ผมเลยมักจะคอยดูแลพวกคนหลงทางหรือคนนอกคอกรอบ ๆ ตัว ซึ่งพวกเขาก็กลายมาเป็นวงดนตรีเป็นเพื่อน เป็นลูกจ้างของผมจนกระทั่งเด็กสาวคนนี้ ที่ชื่อคาเทรีตัวละครนำในหนังของเราผมบังเอิญเจอเธออีกครั้งในปัจจุบัน แล้วคุณจะได้รู้ทีหลังในหนัง ว่าเธอและน้องชายของเธอ เคยเป็นเด็กในอุปถัมภ์ของผมกับเกลนดาเมื่อ 10 ปีก่อน ผมชวนเธอกลับเข้ามาในชีวิต ให้งานทำเธอก็กลายเป็นเหมือนลูกศิษย์คนโปรดและเป็นเหมือนลูกสาวของผมอีกครั้งแล้วหลังจากนั้น มันก็กลายเป็นเรื่องราวของเธอ Q:อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณรับบทนี้? คือผมไม่ได้อ่านบทที่สามารถดึงผมออกจากชีวิตส่วนตัว หรือดึงผมกลับมาอยู่หน้ากล้องตลอด 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา จนกระทั่งได้อ่านเรื่องนี้ ทั้งความสละสลวยทางภาษา ความไร้เดียงสา ความเป็นมา แล้วก็ความงดงาม และอารมณ์ขัน เป็นสิ่งที่ผมอยากมีส่วนร่วม และคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะถ่ายทอดออกมาให้โลกเห็น ตามความคิดผมนะ ตัวละคร แอมไซอาห์ คิง คือชายระดับตำนาน คนที่คอยเป็นผู้ชี้นำทางให้เหล่าคนนอกคอก เป็นทั้งครูต้นแบบ เหมือนเป็นพ่อกลาย ๆเขาชุบเลี้ยงเธอจากเจ้าหญิงให้กลายเป็นราชินี และมันก็เป็นเรื่องราวที่งดงามมาก คุณมักจะไม่ค่อยได้เห็นมันถูกถ่ายทอดออกมาโดยเฉพาะฉากหลังที่มีความออริจินัลขนาดนี้ที่แอนดรูว์ผู้กำกับและนักเขียนบทของเราเนรมิตออกมา ผมรู้จักคนพวกนี้นะ ผมรู้จักสถานที่แห่งนี้แต่ผมเดาว่าคน 90% ในโลกคงจะคิดว่าหนังเรื่องนี้ถูกเซ็ตให้อยู่ในยุคปลาย60s-70sหรือไม่ก็คิดว่ามันอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นไปเลย แต่มันมีอยู่จริงในปัจจุบันและมันมีความบริสุทธิ์เป็นความไร้เดียงสาที่ผมคิดว่าโลกควรได้เห็น และมันก็สนุกมาก ๆ ด้วย Q:ดนตรีมีบทบาทอย่างไรในภาพยนตร์เรื่องนี้? จริง ๆ จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังมิวสิคัลก็คงได้ เราไม่ได้ร้องไดอะลอกเป็นเพลงหมดหรอกนะ แต่เราก็ไม่ได้เปิดวิทยุ ไม่ได้เปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือSpotifyดนตรีในเรื่องมันเป็นดนตรีสด เราทุกคนเล่นเครื่องดนตรี ผมเล่น แมนโดลิน หีบเพลง และผมก็ร้องเพลงเวลาที่พวกเรามารวมตัวกัน ในคืนวันศุกร์ เราจะจัดคอนเสิร์ตสดกันที่ลานจอดรถตรงร้านแซนด์วิชไก่ทอดไดรฟ์อิน เวลาที่เราเล่นคอนเสิร์ตใหญ่คืนวันเสาร์มันก็จะจัดที่หอประชุมท้องถิ่นขนาด 400 ที่นั่ง คนอาจจะไม่เต็มเวลาที่เราจัดปาร์ตี้ฉลองการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งลอตแรกของปี เราจะไปที่บ้านเพื่อนกินของอร่อย ๆ แล้วทุกคนก็เล่นดนตรีและร้องเพลง ทุกคนได้มีส่วนร่วมหนึ่งในสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับ แอมไซอาห์ คือเขามักจะเป็นดาวเด่นของงานเสมอ และเหตุผลที่เขาเป็นดาวเด่นก็เพราะเขามักจะส่องสปอตไลต์ไปที่คนอื่น และทำให้พวกเขาเป็นดาวเด่นแทน เขาเป็นดาวเด่นเพราะเขาทำแบบนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย เขาแค่เป็นคนแบบนั้น Q:คุณต้องเรียนแมนโดลินเพื่อบทนี้ด้วยหรือเปล่า? ผมกำลังเรียนวิธีเล่นแมนโดลินอยู่ ส่วนหนึ่งที่ผมรับเล่นหนังเรื่องนี้ ก็เพราะผมหาข้ออ้างมาตลอด40ปีที่จะเรียนเครื่องดนตรีประเภทสายสักชิ้น ผมเลยตัดสินใจรับงานนี้เพื่อบังคับตัวเองให้เรียนดนตรี ผมเริ่มเรียนน่าจะประมาณ4เดือนก่อน ผมคงไม่กล้าบอกว่าตัวเองเล่นเก่งหรอกนะ แต่ผมเล่น2เพลงหลักที่ผมต้องเล่น และร้องในหนังเรื่องนี้อย่างเพลงQuill(ซึ่งร้องร่วมกับ เบน ฮาร์เดสตี)และTalk on Indolence(ที่ร้องร่วมกับ เซธ อะเว็ตต์) และผมคงจะเล่นมันต่อไปหลังจากจบงานนี้ อย่างที่บอกผมหาข้ออ้างที่จะทำมา40ปีแล้วและผมรับงานนี้เพื่อให้มันเป็นจริงสักที Q:เล่าถึงการร่วมงานกับ ที-โบน เบอร์เนตต์ ให้ฟังหน่อย ผมรู้จักที-โบนมาพักใหญ่แล้ว เราเจอกันที่สตูดิโอในแอลเอ เพื่อเตรียมงานก่อนเปิดกล้อง ผมอัดเสียงร้องเอาไว้ แล้วเขาพามือแมนโดลินเข้ามา ช่วยแต่งเพลงพวกนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ3วันเราก็ได้แทร็กพื้นฐานที่จะเอาไว้ใช้เล่นสด เวลาถ่ายทำมันยังไม่สมบูรณ์หรอก เพราะมันจะยิ่งสมจริงและดีขึ้นกว่าเดิมในคืนที่เราถ่ายทำจริง ซึ่งจะนำไปสู่เวอร์ชันสุดท้ายที่สมบูรณ์ แต่เราก็มีพื้นฐานที่เราจะใช้เล่นคืนนั้นทุกเพลง Q:การทำงานร่วมกับผึ้ง เป็นอย่างไรบ้าง? "คุณรู้ไหม นี่เป็นหนังที่ผมได้ทำลายสถิติตัวเองหลายอย่างเลย อย่างการเข้าฉากกับผึ้งเป็นพันๆ ตัวนั่น ไม่มีCGสักนิด ของจริงล้วนๆ แต่ที่ตลกคือผมดันมารู้ว่าตัวเองแพ้ผึ้งก็ตอนถ่ายหนังเรื่องนี้นี่แหละ! (หัวเราะ) ผมโดนต่อยตอนซ้อมกับพวกมันเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดกล้อง ทีมงานเลยต้องเปลี่ยนคิวถ่ายฉากที่ผมต้องถือผึ้งนางพญาไปไว้เป็นฉากสุดท้ายของเรื่องเลย เผื่อผมโดนต่อยจนหน้าบวมอีกรอบ จะได้ปิดกล้องไปเลยแบบไม่ต้องถ่ายซ่อม ผมเคยทำงานกับผึ้งมาแล้วทั้ง ที่เท็กซัส ที่ฮาวาย แล้วก็ที่นี่ในแอละแบมา ความจริงก็คือ ผึ้งทุกรังที่คุณไปเจอ นิสัยต่างกันหมด มีผลหมดไม่ว่าอากาศร้อนแค่ไหน เย็นแค่ไหน หรือพวกมันหิว อายุเท่าไหร่สภาพอากาศเป็นยังไง อารมณ์ของพวกมันเปลี่ยนไปตามปัจจัยเหล่านี้ เราได้ทำงานกับผึ้งตัวเป็น ๆ ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณทำตัวนิ่ง ๆ พูดน้ำเสียงเรียบ ๆ และห้ามเกร็งเด็ดขาด เพราะพวกมันสัมผัสได้ ถ้ารูขุมขนคุณหดเกร็ง ถ้ามันสัมผัสได้ถึงความกังวล หรือความตึงเครียด พวกมันจะป้องกันตัวและต่อยคุณ ดังนั้นคุณต้องผ่อนคลาย ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากหลังจากที่คุณเพิ่งโดนต่อย และยังมีผึ้งเกาะอยู่เต็มตัว จะให้ผ่อนคลายเอาไว้มันยากมาก และใช่ ผมตัวบวมเป่งเลยทั้งที่แขนและที่หน้า การสัมภาษณ์นี้คุณน่าจะได้เห็นภาพตอนที่ผมตาบวมปิดเพราะโดนต่อยที่หน้าผาก Q:มีฉากไหนหรือโมเมนต์ไหนที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำสำหรับคุณบ้าง? ฉากที่นิยามความเป็นหนังเรื่องนี้ และน่าจะเป็นฉากโปรดของแอนดรูว์ด้วย ก็คือตอนที่เราเล่นเพลงQuillที่บ้านของผม และผมดึงคาเทรี( แอนเจลินา ลุกกิงกลาสส์) เข้ามาแล้วบอกให้เธอร้องโซโล่ ซึ่งเธอไม่อยากทำ คนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากทำ แต่นี่คือสิ่งที่แอมไซอาห์ทำ เขาจับคนมาอยู่กลางแสงสปอตไลต์ แล้วบอกว่าเอาเลย ทำสิ เธอไม่มีทางทำพลาดหรอกและฉากนั้นเป็นฉากที่คาเทรีถูกดึงเข้ามาในครอบครัวของผม ซึ่งเต็มไปด้วยนักดนตรีนอกคอก เป็นฉากที่เธอลดกำแพงลง และทำให้เธอเห็นว่าเธอจะเข้ากับที่นี่อีกครั้งได้ยังไง เธอเห็นว่าผู้คนดูแลกันยังไง เธอรับรู้ได้อีกครั้งว่า ครอบครัวคือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาเอง เป็นฉากที่เธอถูกดึงเข้ามาจริง ๆ เธอยอมทิ้งความดื้อรั้น และคิดว่า โอเค ฉันไว้ใจที่นี่ได้ฉันเชื่อใจพวกเพี้ยนแสนน่ารักเหล่านี้ได้ รวมถึงวิธีที่พวกเขาสนับสนุนเธอด้วย Q:เล่าถึง แอนดรูว์ แพตเทอร์สัน (ผู้กำกับ) หน่อย ทำไมคุณถึงเลือกที่จะร่วมงานกับเขา? เขาเป็นหนุ่มที่อาศัยอยู่กับภรรยาในโอคลาโฮมา เขาเคยทำหนังเรื่องThe Vast of Nightเมื่อ5ปีก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จมากในสายเทศกาล และทำให้เขาได้รับข้อเสนอใหญ่ ๆ ให้ไปฮอลลีวูดและกำกับหนังฟอร์มยักษ์ งบเป็นสิบล้านถึงร้อยล้านเหรียญ แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลทุกครั้ง เขาบอกว่าไม่ล่ะ ขอบคุณฮอลลีวูด ผมจะอยู่แบบนี้และทำงานกับสิ่งที่ผมรู้จักดีกว่า สิ่งนี้บอกว่าเขาเป็นคนยังไง ผมเลยคิดว่า โอเค หมอนี่มีมุมมองเป็นเอกลักษณ์ แน่วแน่ และเป็นตัวของตัวเอง ในสิ่งที่เขาเป็น สิ่งที่เขาเขียน และสิ่งที่เขารู้ สิ่งที่เขาทุ่มเวลาและแรงกายลงไป เขาอดทนและเชื่อมั่นในตัวเอง การทำแบบเขาได้ตอนอายุเท่านั้นช่างน่ายกย่อง มันสะท้อนตัวตนของเขา และมันทำให้ผมมั่นใจว่า ผมกำลังร่วมงานกับคนที่จะไม่ยอมโอนอ่อน ต่อแรงกดดัน แค่เพื่อให้หนังเอาใจตลาดมากขึ้น หรือเปลี่ยนบทให้กลายเป็นอย่างอื่น อาจจะมีคนพูดว่าลองเติมมุกตลกแบบนี้เข้าไปหน่อยสิ เขาเขียนสคริปต์ที่ออริจินัลมาก ๆ ทุก ๆ ฉากมีความออริจินัลในแบบของมันเอง มันทำให้ผมเชื่อใจเขามาก ผมอยากจะเชื่อมั่นในผู้ชายที่เชื่อมั่นในตัวเองคนนี้ผมเลยกระโดดขึ้นรถไฟขบวนนี้ไปกับเขา Q:คุณตื่นเต้นที่จะให้ผู้ชมได้เห็นอะไรมากที่สุด? ความดิบ ความไร้เดียงสา และอารมณ์ขันของหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นทั้งหนังรัก เป็นหนังคาวบอย เป็นหนังดราม่าอาชญากรรม ทั้งหมดในเรื่องเดียว ไม่ค่อยได้เห็นอัดแน่นขนาดนี้ในเรื่องเดียวหรอก มันเกี่ยวกับครอบครัว และสิ่งที่คุณสร้างมันขึ้นมา ไม่ใช่ครอบครัวในอุดมคติที่มีพ่อแม่ ลูกสองคน และสุนัขหนึ่งตัว มันคือกลุ่มคนนอกคอกที่มารวมตัวกัน พึ่งพากัน และสนับสนุนกันจนกลายเป็นชุมชนเล็ก ๆ มันคือเรื่องราวสืบสวนคดีฆาตกรรม เป็นการไขปริศนาว่าใครทำทั้งหมดนี้ ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่สนุกมาก ๆ คุณจะได้เห็นความสนุกที่เรามีในเรื่อง คุณจะรับรู้ได้ตั้งแต่30วินาทีแรก แล้วคุณจะร้องว่าโอ้ นี่มันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลยและผมดีใจที่มันเป็นแบบนั้น ร่วมสัมผัสอีกหนึ่งภาพยนตร์ฟอร์มเยี่ยมแห่งปี"The Rivals of Amziah Kingคนอย่างคิง"17กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

คิมซองโฮ ผู้กำกับแชร์โมเมนต์ประทับใจและเบื้องหลังการถ่ายทำ “Wind Up” ตีโฮมรันให้ทัชใจทุกพื้นที่ในไทย
อ่าน

คิมซองโฮ ผู้กำกับแชร์โมเมนต์ประทับใจและเบื้องหลังการถ่ายทำ “Wind Up” ตีโฮมรันให้ทัชใจทุกพื้นที่ในไทย

เดินหน้าสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องกับภาพยนตร์มิตรภาพชวนอบอุ่นหัวใจWind Upไวนด์อัพที่ได้สองหนุ่มไอดอลชื่อดังเจโน่และแจมินจากวงNCTมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดทัชใจชวนคนดูให้น้ำตาซึมทุกที่นั่ง โดยมงคลซีนีม่าได้รับเกียรติจากผู้กำกับคิมซองโฮผู้เคยฝากผลงานสุดซึ้งอย่างMove to Heaven(2021)มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ความประทับใจ และโมเมนต์เบื้องหลังการถ่ายทำที่จะทำให้เหล่าแฟนๆ ต้องอมยิ้มตามไม่หยุด จุดเริ่มต้นของWind Upเวอร์ชันภาพยนตร์ ตอนแรกWind Upเป็นรูปแบบซีรีส์ชอร์ตฟอร์ม เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มสองคนวัยมัธยมปลายที่มีความฝัน ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ร่วมกันกับค่ายSM Entertainmentซึ่งทางSMได้ส่งนักแสดงมาสองคนคือเจโน่และแจมินจากตอนแรกที่ถ่ายชอร์ตฟอร์มก็มีไอเดียว่าจะนำมาทำมิวสิกวิดีโอด้วยเลยมีการถ่ายให้เป็นแนวนอนเอาไว้ตั้งแต่แรก และด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากๆ ก็เลยได้นำมาสู่เป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ในวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เกาหลีใต้ยังไม่เคยมีซีรีส์ชอร์ตฟอร์มเรื่องไหนเลยที่ออกมาเป็นเวอร์ชันเต็มจอขนาดนี้ หลังจากที่มีเรื่องนี้ออกมาก็ได้ยินมาว่ามีซีรีส์ชอร์ตฟอร์มเรื่องอื่นๆ กำลังจะวางแผนออกฉายในแบบภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน สองคาแร็กเตอร์นำของเรื่องนี้ เจโน่-แจมิน มีความเหมาะสมกับบทบาทอย่างไร นักแสดงนำทั้งสองคนจะมีบทอูจินเป็นนักกีฬาเบสบอลมีตำแหน่งพิตเชอร์เป็นคนปาลูกแต่ว่ามีอยู่วันหนึ่งเขาเกิดมีปมในใจทำให้ไม่สามารถขว้างลูกได้ ส่วนอีกคนหนึ่งคือแทฮีเป็นเด็กที่สดใสมากและก็เข้ามาเป็นคนที่ฉุดอูจินขึ้นมาให้เขาสามารถกลับมาเล่นกีฬาได้อีกครั้ง ด้วยความที่แจมินเขาเคยแสดงละครมาก่อนแล้ว เดิมทีตอนแรกคิดว่าเขาน่าจะเหมาะกับบทอูจินมากกว่า แต่ผมก็บอกทีมงานว่าอย่าเพิ่งตัดสินใจ อันนี้แค่เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้อย่างเดียว พอถึงวันที่ได้มาเจอนักแสดงทั้งสองคน ผมต้องการที่จะเรียนรู้และซึมซับนิสัยของทั้งคู่ก่อน ดูว่าใครเหมาะกับบทอะไรซึ่งทันทีที่เริ่มบทสนทนา ผมก็ตัดสินใจได้เลยว่าบทอูจินต้องเป็นเจโน่เหมาะมากๆ คือตัวเจโน่มีเคมีบางอย่างที่เหมือนอูจิน ซึ่งก็เหมือนกับที่ผมคิดไว้ครับ ส่วนแจมินเองผมรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่อ่านสคริปต์ว่าเขามีบางอย่างที่เหมือนแทฮี เป็นคนที่สดใสร่าเริงและมองโลกในแง่ดี เพราะแบบนี้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ถ่ายทำก็ไม่มีอะไรที่ผิดคาดเลย เหมือนกับที่คิดไว้ตั้งแต่แรกทุกอย่าง แล้วทั้งสองคนนี้ในชีวิตจริงเขาก็หยอกล้อกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ ถ้าทุกคนได้ดูในหนังก็จะได้เห็นแทฮีกับอูจินเขาเล่นกันยังไง ในชีวิตจริงเจโน่กับแจมินเขาก็เล่นกันอย่างนั้นเลย จากปรากฏการณ์ซีรีส์ชอร์ตฟอร์มสู่รูปแบบใหม่บนจอภาพยนตร์ เอาตรง ๆ ผมตกใจมาก ผมรู้อยู่แล้วว่าNCTดังและก็มีแฟนคลับเยอะ แต่ผมก็ยังจินตนาการไม่ออกว่าเยอะขนาดไหน พอออกอากาศในแพลตฟอร์มKITZเห็นยอดวันละ1ล้านวิวทุกวันก็ทำให้ผมเริ่มรู้สึกได้แล้วว่าแฟนคลับด้อมNCTมหาศาลมากๆ และก็ตั้งแต่ที่เห็นยอดวิววันแรก คือกลายเป็นว่าผมตื่นมาทุกเช้าก็จะเช็กยอดวิวก่อนตลอดเลย ซึ่งพอเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ จากเดิมที่เป็นชอร์ตฟอร์มคนดูจะได้เห็นแค่หน้า โฟกัสหน้าของนักแสดงได้เห็นมุมแคบๆ ใช่ไหมครับ แต่ว่าพอมาเป็นภาพยนตร์ทุกคนก็จะได้เห็นทิวทัศน์ ได้เห็นวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้น รวมถึงเพลงประกอบซาวนด์แทร็กต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปด้วย ทุกคน ทุกฉาก แต่ละฉากก็จะมีความยาวมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ผมใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ตอนที่ตัดต่อเลยว่าจะต้องใส่รายละเอียดยังไงให้กับคนดูได้สัมผัสแต่ละฉากได้อย่างยาวนานมากขึ้น เรื่องราวแห่งมิตรภาพที่ถูกเล่าผ่านกีฬาเบสบอล คือจริงๆ ผมก็ไม่ได้ชอบกีฬาเบสบอลขนาดนั้น เพียงแต่ว่ากีฬาเบสบอลเป็นอะไรที่อยู่รอบตัวผมตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย โรงเรียนก็เป็นที่โด่งดังเรื่องเบสบอลทำให้ผมคุ้นเคยกับกีฬาประเภทนี้ แล้วก็มักจะดูหนังที่เกี่ยวกับกีฬาเบสบอลบ่อย เคยดูหนังที่แบรด พิตต์เล่นเรื่องMoneyball(2011)ตั้งแต่ดูเรื่องนั้นก็เลยเหมือนเป็นความฝันเล็กๆ ว่าสักวันหนึ่งเราก็อยากจะทำหนังเกี่ยวกับเบสบอลสักเรื่องเหมือนกัน แล้ววันนี้ก็ได้มาทำหนังเรื่องนี้แล้ว ก็เหมือนฝันที่เป็นจริง และการที่จะเล่าถึงหนังComing of ageความฝันของนักเรียนมัธยมปลายเกี่ยวกับการฟันฝ่าอุปสรรค คิดว่าเอากีฬานี้มาเล่าก็น่าจะเป็นอะไรที่ทำให้คนดูได้อินมากขึ้น มันเหมือนเป็นการสานฝันของเด็กคนหนึ่งที่เอามิตรภาพมาดึงไม่ให้ความฝันนั้นหลุดมือไป อีกอย่างคือที่เกาหลีใต้กีฬาเบสบอลก็เป็นที่นิยมมากๆ ด้วยเช่นกัน เบื้องหลังการเตรียมตัวและ เคมี ที่ผู้กำกับตามหา ผมประทับใจมากๆ ครับ ช่วงที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งเจโน่และแจมินต้องเตรียมอัลบั้มด้วย อยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตด้วย ทั้งสองมีตารางงานที่ยุ่งมากๆ แต่ก็ยังแบ่งเวลา ต่อให้มีเวลาเพียงเล็กน้อยก็ยังมาซ้อม ทั้งเรื่องของท่าทาง การตีลูก รับลูก ทุกอย่างต้องเหมือนนักกีฬาจริงๆ ผมรู้สึกประทับใจและขอบคุณทั้งสองคนมากๆ ที่ตั้งใจทุ่มเทฝึกเล่นกีฬาเบสบอลอย่างเต็มที่ อีกอย่างที่ผมสัมผัสได้เลยคือเรื่องของมิตรภาพและความน่ารักของทั้งคู่ การถ่ายทำเรื่องนี้ใช้เวลาสั้นมากๆ ต้องรีบถ่าย เพราะพวกเขามีตารางงานที่แน่นมาก ช่วงที่ถ่ายทำคือเป็นช่วงชูซ็อก (วันขอบคุณพระเจ้ของเกาหลี)ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งสองคนพอจะมีคิวให้กองถ่าย ฉะนั้นด้วยความที่เวลาถ่ายสั้น ทั้งสองคนก็เลยเหนื่อยมาก ทีมงานก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่ว่าทั้งสองคนเขาก็น่ารัก คือฝ่ายใดเหนื่อยอีกฝ่ายหนึ่งก็จะคอยเติมเต็มให้ คอยเป็นคนบูสต์พลังให้อีกฝ่าย ทำให้บรรยากาศในการถ่ายทำผ่านไปได้ด้วยดี และก็ผ่านไปได้ด้วยความสนุกสนานมากๆ ฝีมือการแสดงของ เจโน่-แจมิน ตอนแรกผมแอบกังวลนิดนึง เพราะทราบมาว่าเจโน่ไม่เคยผ่านการแสดงเลย แต่ว่าพอมาถ่ายทำจริงๆ ผมเห็นถึงความตั้งใจ เขาพยายามมาก ในขณะเดียวกันเขาก็มีความกังวลแล้วก็กดดันตัวเองมากเป็นพิเศษ บางครั้งเวลาถ่ายทำเขาก็เครียดเกินไป ผมต้องให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร นายทำดีแล้ว ไม่ต้องเครียด สบายๆ ผมก็เลยรู้สึกประทับใจในความตั้งใจของเขา ผมคิดว่าเจโน่เขาเป็นอาร์ตทิสต์ มีการฝึกซ้อมการเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีของเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรกับการที่เขาจะมาแสดงหน้ากล้องแจมินเองก็ช่วยเจโน่ได้เยอะมากๆ ทั้งสองเขาเป็นเพื่อนกันทำให้เขาคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และมีการคุยกันเยอะมาก พออยู่หน้ากล้องบางซีนมีบทที่ต้องพูดยาวๆ ก็มีลืมบ้าง แต่ว่าทั้งสองคนก็ช่วยกันต่อบทจนสุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี แล้วตอนที่ผมมาดูในขั้นตอนตัดต่อก็พบว่าหลายๆ บทสนทนามีการนอกบทด้วยคือไม่ได้อยู่ในสคริปต์ เขาช่วยกันต่อบทจนทำให้ผ่านซีนนั้นไปได้ ส่วนด้านแจมินเขามีเซนส์ในการแสดงที่ดีมาก ต้องบอกก่อนว่าสไตล์การถ่ายงานของผมคือจะไม่ได้ถ่ายแค่สั้นๆ แล้วก็คัต ผมจะปล่อยยาวเลยแล้วค่อยมาดูทีเดียว มาเลือกซีนเอาอีกทีหนึ่ง ฉะนั้นตัวนักแสดงพอเริ่มทำงานกับผมไปเรื่อยๆ เขาก็จะรู้สไตล์ผม แล้วพอเขารู้สึกว่าเขาพลาด เขาก็จะไม่บอกว่าผมขอถ่ายใหม่ เขาจะไม่พูด แต่ว่าเขาจะหาทางเอาตัวรอดยังไงก็ได้ให้ซีนนั้นสามารถจบลงได้ด้วยดี อันนี้ก็เป็นเซนส์ของแจมินเหมือนกัน จริงๆ แล้วถ้าใครได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ให้สังเกตรีแอ็กชันของนักแสดงดีๆ ถ้าซีนไหนที่แบบว่าคนหนึ่งพูด แล้วอีกคนหนึ่งพูดตามว่าอย่างงั้นเหรอนั่นคือเขานึกบทไม่ออก แต่ว่าก็ปล่อยไปเพราะว่าซีนนั้นดูธรรมชาติมากๆ เจโน่-แจมิน บน เวที กับ จอภาพยนตร์ แตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าแตกต่างกัน ในเวอร์ชันที่เขาเป็นไอดอล เขามีการแสดงผ่านกล้องตอนที่เขาถ่ายมิวสิกวิดีโอ แต่ว่าเวลามาถ่ายหนังมันจะมีซีนที่ต้องแสดงอารมณ์อย่างเช่น โกรธกัน ทะเลาะกัน ตะโกนใส่กัน คือพอเห็นเขาแสดงตอนแรก ผมรู้เลยว่าเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน เพราะว่าเขาแสดงอารมณ์เวลาทะเลาะกันได้ไม่ค่อยเหมือนคนโกรธกันจริงๆ ผมมั่นใจว่าถ้าแฟนๆ ได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ ฉากที่เขาทะเลาะกัน แฟนๆ ก็จะรู้สึกว่าเขาเหมือนไม่ได้ทะเลาะกันจริงๆ เพราะว่าเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน โมเมนต์ประทับใจในกองถ่ายWind Up สิ่งที่อยู่ในความทรงจำแล้วก็เป็นซีนที่ประทับใจผมที่สุด คือซีนที่ทั้งสองคนปั่นจักรยานท่ามกลางฝนตกแล้วก็ถือร่มมาด้วย ซึ่งจริงๆ ซีนนั้นเป็นซีนที่ถ่ายทำยากมาก ทางทีมงานต้องเตรียมงานกันเยอะมากเพื่อให้ซีนนั้นออกมาได้ด้วยดี พอผมมาดูในห้องตัดต่อแล้วก็รู้สึกประทับใจ ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจทำงานของทั้งสองคนจริงๆ ซีนนี้ก็เลยเป็นซีนที่ประทับใจเป็นพิเศษ จากผลงานเรียกน้ำตา Move to Heaven สู่ภาพยนตร์ทัชใจWind Up ยังไงก็ต้องมีซีนเรียกน้ำตา บางซีนก็อาจจะให้ความรู้สึกที่คล้ายกับเรื่องMove to Heavenเลย จริงๆ แล้วผมคิดเยอะมากว่าจะถ่ายทอดซีนอารมณ์นั้นให้คนดูอินไปด้วยได้ยังไง แต่ก็อยากให้มาลองมาชมกัน รับรองว่าน้ำตาไหลเหมือนกันแน่นอน ซีนที่คนดูน่าจะเห็นบ่อยๆ ในเรื่องMove to Heavenที่เป็นสโลว์โมชันเปิดประตูมาแล้วได้เห็นภาพที่อยู่ในห้องนั้นเรื่องนี้ก็จะเหมือนกัน ผมพูดมากไม่ได้เดี๋ยวจะเป็นการสปอยล์ แต่ว่ามีซีนสโลว์โมชันที่เปิดประตูออกมาแล้วก็จะได้เห็นภาพของเด็กสองคนอยู่ข้างในนั้นผมพยายามถ่ายทอดซีนอารมณ์ ถ้าเป็นอย่างเรื่องMove to Heavenก็จะเป็นฉากที่อีแจวอนวิ่งสโลว์โมชัน แล้วก็มีเรื่องที่ดีโอแสดง(Bad Prosecutor, 2022)ก็มีซีนสโลว์โมชันที่เรียกอารมณ์เหมือนกัน เรื่องนี้ก็เช่นกันครับจะเป็นซีนที่อูจินปั่นจักรยานสโลว์โมชัน แต่ว่าทำไมฉากนั้นถึงเรียกอารมณ์ ทำไมถึงเศร้า อันนี้ต้องไปรับชมด้วยตนเอง เรื่องราวแห่งความฝันวัยเยาว์ การก้าวข้ามความเจ็บปวด และการเติบโต ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับชีวิตของวัยรุ่นเรื่องราวตอนวัยเยาว์ การก้าวผ่านความเจ็บปวด ความไร้เดียงสาของเด็ก และการฟันฝ่าอุปสรรค ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะต้องมีประสบการณ์เหล่านี้มาอยู่แล้ว แต่ว่าที่สำคัญคือจะถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดของตัวละครให้กับคนดูได้รู้สึกตามไปด้วยยังไง อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวลมากแต่เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้กันมาแล้ว หลังจากที่เดินทางมาประเทศไทย เห็นWind Upหน้าโรงภาพยนตร์ รู้สึกตื่นเต้นมั้ย ผมได้มีโอกาสไปถ่ายรูปหน้าป้ายมา ผมรู้สึกดีใจมากที่Wind Upได้มาอยู่ในประเทศไทย แล้วผมก็คาดหวังว่าคนไทยทุกคนจะชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมมาไทยรอบนี้ส่วนมากก็จะอยู่ตามห้าง ผมชอบอาหารไทยทุกอย่างเลย มานี่กินแต่อาหารไทยครับ โดยเฉพาะพวกอาหารตามสั่ง ข้าวราดต่างๆ แล้วก็อีกอย่างที่มาไทยในรอบนี้ ผมกำลังจะเตรียมถ่ายทำซีรีส์ไทยก็เลยมาดูโลเคชันต่างๆ ในไทย ไปอีสานด้วย เป็นซีรีส์ไทย ทีมงานโปรดักชันเป็นคนไทย แต่ว่ามีนักแสดงไทยแล้วก็เกาหลีใต้ด้วย ก็จะฉายในไทย ยังไงก็ขอให้Wind Upประสบความสำเร็จนะครับ ผมจะได้มีงานในไทยเยอะๆ เลย มิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวจะช่วยเติมเต็มความฝันของกันและกัน ร่วมสัมผัสความรัก ความอบอุ่น และเติมโมเมนต์แห่งมิตรภาพให้หัวใจได้ชุ่มฉ่ำบนเส้นทางแห่งฝันWind Upไวนด์อัพวันนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

The Departed ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
อ่าน

The Departed ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)

แนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ Movie of the Day ขอเสนอสุดยอดหนังอาชญากรรมระดับมาสเตอร์พีชของผู้กำกับชั้นครู ที่รีเมคสร้างมาจากหนังฮ่องกงเรื่องดังใน "The Departed ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ" ที่ระดมทีมผู้สร้างและทีมนักแสดงซุปตาร์แถวหน้ามาประชันบทบาทกันอย่างเข้มข้น และยังกลายเป็นหนังที่เดินสายกวาดรางวัลยอดเยี่ยมเป็นกระบุง ณ บอสตันตอนใต้ ตำรวจรัฐกำลังทำสงครามกับองค์กรอาชญากรรม บิลลี่ คอสติแกน ตำรวจหนุ่มนอกเครื่องแบบได้รับมอบหมายให้แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มอาชญากรที่มี คอสเตลโล เป็นหัวหน้า ในขณะที่บิลลี่ได้รับความไว้วางใจจากคอสเตลโลอย่างรวดเร็วนั้น โคลิน ซัลลิแวน อาชญากรหนุ่มจอมโหด ซึ่งได้เข้าแทรกซึมกรมตำรวจเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับคอสเตลโล ก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ในหน่วยสืบสวนพิเศษ แต่ละคนต่างถลำลึกกับการใช้ชีวิตสองหน้า รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแผนการณ์และแผนซ้อนแผนในปฏิบัติการที่ตนได้วางช่องทางไว้ แต่เมื่อเป็นที่ชัดเจนกับทั้งทางกลุ่มอาชญากรและตำรวจว่าต่างก็มีหนอนบ่อนไส้ บิลลี่และโคลินจึงตกอยู่ในความล่อแหลมที่จะถูกจับได้ และถูกเปิดโปงกับฝ่ายศัตรู ต่างฝ่ายจึงต้องแข่งกับเวลาที่จะเปิดเผยตัวตนของอีกฝ่ายให้ทันเวลาเพื่อเอาตัวรอด "มาร์ติน สกอร์เซซี" รับหน้าที่ดูแลงานสร้างกำกับหนังเรื่องนี้ จากบทหนังของ "วิลเลียม โนนาฮาน" ที่ดัดแปลงสร้างมาจากหนังฮ่องกงเรื่องดัง Infernal Affairs ของ อลัน มัก กับ เฟลิกซ์ ชอง มาพร้อมกับทัพนักแสดงมากมาย อย่าง "ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ", "แมตต์ เดมอน", "แจ็ค นิโคลสัน", "มาร์ค วาห์ลเบิร์ก", "มาร์ติน ชีน", "เวรา ฟาร์มิก้า" และอีกมากมาย โกยเงินทั่วโลกไปเกือบ 300 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างราว ๆ 90 ล้าน The Departed ยังโดดเด่่นด้วยการเป็นหนังแนวหน้าสายรางวัล เพราะเดินสายเก็บรางวัลโดยทั่วในปีนี้ ได้เข้าชิง 6 รางวัลลูกโลกทองคำ และยังกวาด 4 รางวัลออสการ์ รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนั้นด้วย ด้วยเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงถึง 91% ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังฮอลลีวูดที่รีเมคจากหนังเอเชียที่ยอดเยี่ยมอีกเรื่องในประวัติศาสตร์ | คุณสามารถดู The Departed ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ แบบเต็มเรื่องที่ทรูไอดี คลิกเลย! ประเภท: ดรามา / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ นำแสดงโดย: ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ, แมตต์ เดมอน, แจ็ค นิโคลสัน, มาร์ค วาห์ลเบิร์ก กำกับโดย: มาร์ติน สกอร์เซซี ความยาว: 151 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 15 ตุลาคม 2006 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รีวิวหนัง "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" ไอเดียว่าเข้าท่า..แต่ก็อาจจะยังนะ
อ่าน

รีวิวหนัง "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" ไอเดียว่าเข้าท่า..แต่ก็อาจจะยังนะ

นี่คือหนังสไตล์มิตรภาพลูกผู้ชาย ที่เป็นหนังมิตรภาพจริง ๆ ไม่ได้แอบแฝงความฟินกลิ่นวายลึกซึ้งใด ๆ เพราะเป็นหนังที่ว่าความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของชายแท้ ที่ถูกรบกวนด้วยตัวแปรที่คาดไม่ถึง เข้ามาสั่นคลอนความเป็นเพื่อนระหว่างกัน จึงกลายออกมาเป็นหนังตลกที่มาพร้อมกับภาพปกที่คล้ายกับภาพมีมดังในตำนาน ออกมาเป็น "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" หนังชวนอลวนจากเยอรมัน ที่พร้อมจะมาละเลงมิตรภาพให้ยุ่งเหยิงไปอีกขั้น กับความรักเพื่อน..ที่รักและหวงแทนเกินไปสักหน่อย ออลลี กับ มัตเซอ เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนประถม มิตรภาพของพวกเขาซี้ปึ้กมาอย่างยาวนาน ทุกช่วงชีวิตของพวกเขาต้องมีกันและกัน แม้กระทั่งเติบใหญ่ก็ยังทำงานด้วยกัน แล้วพวกเขาก็มีความฝันเหมือนกัน นั่นก็คือออกเดินทางไปท่องเที่ยวรอบโลกด้วยกัน แต่แล้วแผนของพวกเขาก็สะดุด เมื่อมัตเซอได้พบรักกับรีเบคก้า ลูกค้าสาวที่พัฒนาความสัมพันธ์กลายมาเป็นการคบหาดูใจ ทำให้ทุกพลิกผันไปหมด โดยเฉพาะโลกใบเดิมของออลลี ที่เป้าหมายชีวิตของเขาสั่นคลอน เมื่อมีใครสักคนกำลังจะแย่งเพื่อนซี้ไปจากอ้อมกอดของเขา My Best Friend, His Girlfriend and Me อาจจะไม่ใช่หนังตลกที่แปลกใหม่อะไรเลย ทุกอย่างดำเนินไปตามสูตรสำเร็จตามหนังประเภทนี้ที่เราเคยได้เห็นมาก่อน เมื่อสักสิบกว่าปีก่อน แม้ว่าจะเป็นหนังที่มีไอเดียและแนวคิดที่ค่อนข้างเข้าท่าดีอยู่ แต่ว่าหนังยังไม่มีชั้นเชิงมากมายในการนำเสนอเรื่องราวออกมาได้อย่างน่าสนใจ เพราะในท้ายที่สุด ก็เป็นแค่เพียงหนังตลกที่หยิบยืมพล็อตจากหนังดังในอดีตมาประยุกต์ใหม่ แบบไม่ได้มีชั้นเชิงอะไร จังหวะและท่วงท่าก็เดิม ๆ ไร้ความแปลกใหม่ และมุกหลาย ๆ มุกก็มีทั้งเวิร์กบ้างและไม่เวิร์กบ้างปะปนกันไป แต่ใด ๆ ก็จัดได้ว่าเป็นหนังที่ย่อยง่าย และดูได้เพลิน ๆ แบบไม่คิดอะไร นี่คือผลงานล่าสุดของ "มาร์โก เพทรี" ผู้กำกับชาวเยอรมันที่เพิ่งจะมี Eat Pray Bark หนังตลกของเน็ตฟลิกซ์ที่เพิ่งฉายเมื่อต้นปีไปหมาด ๆ โดยหนังเรื่องนี้เขาก็ยังมีส่วนร่วมในการเขียนบทด้วย อย่างที่เราเกริ่นไปแล้วว่านี่คือหนังที่บทแสนจะธรรมดาและไม่แปลกใหม่เลยสักนิด นั่นก็ทำให้มุมมองการกำกับหนังเรื่องนี้ของเขา ก็ดำเนินไปตามสูตรสำเร็จแบบไม่ออกนอกลู่นอกทางเลย เป็นไปด้วยงานโปรดักชันง่าย ๆ ถ่ายทำในกันสตูดิโอที่เซ็ตฉากขึ้นมา มุมภาพมุมกล้องก็เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นสะดุดสักเท่าไหร่ ทุกอย่างเต็มไปด้วยงานระดับพื้นฐานไปหมด แต่อย่างน้อย ๆ นักแสดงนำหลัก 3 คนก็คือจุดแข็งที่สุดของหนังเรื่องนี้ พวกเขาสามารถประคับประคองตัวหนังเอาไว้ แม้ว่าบทหนังจะค่อนข้างเบาโหวงไม่น้อย "คอสเตีย อุลล์มันน์" สวมบทบาทเพื่อนรักที่ไม่อยากเสียเพื่อนได้อย่างน่าหมั่นไส้ และชวนรังเกียจได้ดี ในแง่มิติบทบาทจะไม่มีชั้นเชิงอะไรเลยก็ตาม แต่ความเป็นมืออาชีพของเขาก็ทำมันออกมาได้ดีกว่าที่คิด ยิ่งมาประชันบทบาทฟาดใส่กันกับ "จานิน่า อูห์เซ" ก็เป็นหนึ่งในสมการที่ช่วยส่งเสริมอรรถรสความสนุกของหนัง ถึงจะออกมาในลีลาที่ซ้ำซากจำเจไม่หน่อย แต่ก็ยังถูกไถไปได้ดี มาเสริมอีกเสาหลักกับการแสดงของ "เดวิด ครอสส์" คนนี้ชั่วโมงบินทางการแสดงค่อนข้างโดดเด่น มีประสบการณ์รับบทใหม่ ๆ และบทความเป็นสากลมากกว่าเพื่อน แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นบทที่ท้าทายทักษะการแสดงของเขาเลยก็ตาม แต่เขาก็ทำให้บทบาทนี้ไม่จมไม่หาย และยังโดดเด่นได้ดีตลอดเรื่อง กับการถือครองบทเห่ย ๆ ที่หามิติอะไรไม่ได้ แต่ความเป็นมืออาชีพของเขาก็สามารถถ่ายบทนี้ออกมาค่อนข้างดีว่าที่คาดเอาไว้ ทำให้องค์ประกอบการแสดงจาก 3 นักแสดงนำ มาช่วยบ่มเพาะและเติมเต็มหนังเรื่องนี้ได้อยู่ แต่โดยสรุปแล้ว My Best Friend, His Girlfriend and Me อาจจะยังไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบใด ๆ เรียกได้ว่ายังค่อนข้างห่างชั้นพอสมควร เพราะมันเป็นแค่เพียงหนังเพลิน ๆ ที่ดูได้ฆ่าเวลาเรื่องหนึ่งเท่านั้น ด้วยบทหนังที่ไม่ได้แปลกใหม่และมีชั้นเชิงใด ๆ จึงทำให้หนังไม่ได้มีอะไรที่น่าจดจำเลยสักนิด กับพล็อตเห่ย ๆ และไดอะล็อกเชย ๆ ที่บางทีก็ไม่เข้าปากนักแสดงสักเท่าไหร่ บางทีเรากลับมองว่านี่คือหนังที่บั่นทอนการแสดงของนักแสดงด้วยซ้ำ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังสูตรสำเร็จที่ไม่หวือหวาอะไรเลย หนังก็ยังตอบโจทย์ของตัวเองได้น่าพอใจในระดับหนึ่งอยู่ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม ประเภท: ตลก ผู้กำกับ: มาร์โก เพทรี นำแสดงโดย: คอสเตีย อุลล์มันน์, จานิน่า อูห์เซ, เดวิด ครอสส์ ความยาว: 96 นาที กำหนดฉายในไทย: 14 สิงหาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.0/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.5/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เผยเบื้องหลังความหมายสุดซึ้ง ใต้หมายเลขบนเสื้อเบสบอล “เจโน่-แจมิน” สู่สนามแห่งมิตรภาพใน “Wind Up ไวนด์อัพ”
อ่าน

เผยเบื้องหลังความหมายสุดซึ้ง ใต้หมายเลขบนเสื้อเบสบอล “เจโน่-แจมิน” สู่สนามแห่งมิตรภาพใน “Wind Up ไวนด์อัพ”

เตรียมตีลูกเสิร์ฟส่งโมเมนต์ความประทับใจกับWind Upไวนด์อัพภาพยนตร์แห่งมิตรภาพและความฝันเยาว์วัยที่จะฮีลใจทุกคน พบการพลิกบทบาทของไอดอลหนุ่มเจโน่และแจมินคู่หูแห่งวงNCTมารับบทนำทางการแสดงร่วมกันกันครั้งแรกในบทนักเรียนมัธยมปลายที่มีกีฬาเบสบอลเป็นหัวใจในการเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพร่วมกัน ความตื่นเต้นอย่างหนึ่งที่ทั้งคู่มี คือการย้อนวันวานสู่การเป็นเด็กมัธยมปลายอีกครั้ง โดยเจโน่ถึงกับกล่าวว่าตั้งแต่เรียนจบก็นานมากแล้วนะที่ผมไม่ได้กลับมาอยู่ในโรงเรียน และนอกจากรับบทนักเรียนมัธยมปลายแล้ว ทั้งคู่ยังต้องสวมบทเป็นนักกีฬาเบสบอลของโรงเรียน และได้ทุ่มเทฝึกซ้อมทักษะต่างๆ กับโคชผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อสวมวิญญาณของการเป็นนักกีฬาเบสบอลได้อย่างเข้มข้นสมจริง โดยอีกหนึ่งความพิเศษที่ซ่อนอยู่นั่นคือความหมายใต้หมายเลข23กับ42บนเสื้อเบสบอลของทั้งสอง โดยเบอร์23บนเสื้อของตัวละครอูจินซึ่งรับบทโดยเจโน่คือหมายเลขวันเกิดของเขา และเบอร์42บนเสื้อเบสบอลของแทฮีที่รับบทโดยแจมินมีความหมายต่อแจมินเพราะเป็นปีเกิดของคุณย่าผู้เป็นที่รักคือปี1942และเป็นเบอร์เดียวกับที่เคยอยู่บนเสื้อของเขาในช่วงที่กำลังร่วมโปรโมตเพลงCandyกับวงNCTอีกด้วย เกาะติดขอบสนามร่วมสัมผัสทุกโมเมนต์ความประทับใจกับเส้นทางแห่งมิตรภาพครั้งใหม่ของเจโน่-แจมินในWind Upไวนด์อัพ20สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa