รีเซต

ผลการค้นหา “The Internship” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
The Internship
ดู

The Internship

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ปลุกไฟแอคติ้ง คัมแบ็กทรงพลังใน "The Rivals of Amziah King คนอย่างคิง"
อ่าน

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ปลุกไฟแอคติ้ง คัมแบ็กทรงพลังใน "The Rivals of Amziah King คนอย่างคิง"

ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม สำหรับภาพยนตร์ดราม่า อาชญากรรมเรื่อง "The Rivals of Amziah Kingคนอย่างคิงที่ล่าสุดคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินอร์เวย์ (Norwegian International Film Festival)เมืองเฮาเกซุนด์ ครั้งที่54มาครอง และยังเป็นการกลับจู่จอภาพยนตร์ครั้งสำคัญในรอบ 6 ปี ของแมทธิว แม็กคอนาเฮย์(Matthew McConaughey)นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่ไม่ใช่แค่การรับบทบาทใหม่อีกครั้ง แต่คือการพาตัวเองดำดิ่งสู่โลกที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบท"แอมไซอาห์ คิง"ชายผู้ดูแลกิจการน้ำผึ้ง ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลาง และที่พึ่งของเหล่าคนนอกคอกในโอคลาโฮมา เรื่องราวของนักดนตรีบลูแกรสส์กับกลิ่นอายดราม่าสืบสวน พร้อมเผยเบื้องหลังสุดทรหดแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากการถ่ายทำร่วมกับฝูงผึ้งจริงนับพันตัว มาร่วมเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจ และเหตุผลที่ทำให้นักแสดงระดับตำนานคนนี้ตัดสินใจเข้าร่วมเดินทางไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ Q:ช่วยแนะนำตัวเองและบทบาทที่คุณได้รับใน "The Rivals of Amziah King" แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ผมรับบทเป็น"แอมไซอาห์ คิง"ทำโรงงานน้ำผึ้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐโอคลาโฮมา ผมเป็นพ่ออุปถัมภ์ตอนนี้โสดแล้วเพราะ เกลนดาภรรยาของผม เราเคยรับอุปการะเด็ก ๆ หลายคนส่วนใหญ่เป็นเด็กชนพื้นเมืองอเมริกัน และตั้งแต่ที่เธอจากไปผมก็ไม่สามารถรับอุปการะเด็กตามกฎหมายได้อีก ผมเลยมักจะคอยดูแลพวกคนหลงทางหรือคนนอกคอกรอบ ๆ ตัว ซึ่งพวกเขาก็กลายมาเป็นวงดนตรีเป็นเพื่อน เป็นลูกจ้างของผมจนกระทั่งเด็กสาวคนนี้ ที่ชื่อคาเทรีตัวละครนำในหนังของเราผมบังเอิญเจอเธออีกครั้งในปัจจุบัน แล้วคุณจะได้รู้ทีหลังในหนัง ว่าเธอและน้องชายของเธอ เคยเป็นเด็กในอุปถัมภ์ของผมกับเกลนดาเมื่อ 10 ปีก่อน ผมชวนเธอกลับเข้ามาในชีวิต ให้งานทำเธอก็กลายเป็นเหมือนลูกศิษย์คนโปรดและเป็นเหมือนลูกสาวของผมอีกครั้งแล้วหลังจากนั้น มันก็กลายเป็นเรื่องราวของเธอ Q:อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณรับบทนี้? คือผมไม่ได้อ่านบทที่สามารถดึงผมออกจากชีวิตส่วนตัว หรือดึงผมกลับมาอยู่หน้ากล้องตลอด 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา จนกระทั่งได้อ่านเรื่องนี้ ทั้งความสละสลวยทางภาษา ความไร้เดียงสา ความเป็นมา แล้วก็ความงดงาม และอารมณ์ขัน เป็นสิ่งที่ผมอยากมีส่วนร่วม และคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะถ่ายทอดออกมาให้โลกเห็น ตามความคิดผมนะ ตัวละคร แอมไซอาห์ คิง คือชายระดับตำนาน คนที่คอยเป็นผู้ชี้นำทางให้เหล่าคนนอกคอก เป็นทั้งครูต้นแบบ เหมือนเป็นพ่อกลาย ๆเขาชุบเลี้ยงเธอจากเจ้าหญิงให้กลายเป็นราชินี และมันก็เป็นเรื่องราวที่งดงามมาก คุณมักจะไม่ค่อยได้เห็นมันถูกถ่ายทอดออกมาโดยเฉพาะฉากหลังที่มีความออริจินัลขนาดนี้ที่แอนดรูว์ผู้กำกับและนักเขียนบทของเราเนรมิตออกมา ผมรู้จักคนพวกนี้นะ ผมรู้จักสถานที่แห่งนี้แต่ผมเดาว่าคน 90% ในโลกคงจะคิดว่าหนังเรื่องนี้ถูกเซ็ตให้อยู่ในยุคปลาย60s-70sหรือไม่ก็คิดว่ามันอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นไปเลย แต่มันมีอยู่จริงในปัจจุบันและมันมีความบริสุทธิ์เป็นความไร้เดียงสาที่ผมคิดว่าโลกควรได้เห็น และมันก็สนุกมาก ๆ ด้วย Q:ดนตรีมีบทบาทอย่างไรในภาพยนตร์เรื่องนี้? จริง ๆ จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังมิวสิคัลก็คงได้ เราไม่ได้ร้องไดอะลอกเป็นเพลงหมดหรอกนะ แต่เราก็ไม่ได้เปิดวิทยุ ไม่ได้เปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือSpotifyดนตรีในเรื่องมันเป็นดนตรีสด เราทุกคนเล่นเครื่องดนตรี ผมเล่น แมนโดลิน หีบเพลง และผมก็ร้องเพลงเวลาที่พวกเรามารวมตัวกัน ในคืนวันศุกร์ เราจะจัดคอนเสิร์ตสดกันที่ลานจอดรถตรงร้านแซนด์วิชไก่ทอดไดรฟ์อิน เวลาที่เราเล่นคอนเสิร์ตใหญ่คืนวันเสาร์มันก็จะจัดที่หอประชุมท้องถิ่นขนาด 400 ที่นั่ง คนอาจจะไม่เต็มเวลาที่เราจัดปาร์ตี้ฉลองการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งลอตแรกของปี เราจะไปที่บ้านเพื่อนกินของอร่อย ๆ แล้วทุกคนก็เล่นดนตรีและร้องเพลง ทุกคนได้มีส่วนร่วมหนึ่งในสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับ แอมไซอาห์ คือเขามักจะเป็นดาวเด่นของงานเสมอ และเหตุผลที่เขาเป็นดาวเด่นก็เพราะเขามักจะส่องสปอตไลต์ไปที่คนอื่น และทำให้พวกเขาเป็นดาวเด่นแทน เขาเป็นดาวเด่นเพราะเขาทำแบบนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย เขาแค่เป็นคนแบบนั้น Q:คุณต้องเรียนแมนโดลินเพื่อบทนี้ด้วยหรือเปล่า? ผมกำลังเรียนวิธีเล่นแมนโดลินอยู่ ส่วนหนึ่งที่ผมรับเล่นหนังเรื่องนี้ ก็เพราะผมหาข้ออ้างมาตลอด40ปีที่จะเรียนเครื่องดนตรีประเภทสายสักชิ้น ผมเลยตัดสินใจรับงานนี้เพื่อบังคับตัวเองให้เรียนดนตรี ผมเริ่มเรียนน่าจะประมาณ4เดือนก่อน ผมคงไม่กล้าบอกว่าตัวเองเล่นเก่งหรอกนะ แต่ผมเล่น2เพลงหลักที่ผมต้องเล่น และร้องในหนังเรื่องนี้อย่างเพลงQuill(ซึ่งร้องร่วมกับ เบน ฮาร์เดสตี)และTalk on Indolence(ที่ร้องร่วมกับ เซธ อะเว็ตต์) และผมคงจะเล่นมันต่อไปหลังจากจบงานนี้ อย่างที่บอกผมหาข้ออ้างที่จะทำมา40ปีแล้วและผมรับงานนี้เพื่อให้มันเป็นจริงสักที Q:เล่าถึงการร่วมงานกับ ที-โบน เบอร์เนตต์ ให้ฟังหน่อย ผมรู้จักที-โบนมาพักใหญ่แล้ว เราเจอกันที่สตูดิโอในแอลเอ เพื่อเตรียมงานก่อนเปิดกล้อง ผมอัดเสียงร้องเอาไว้ แล้วเขาพามือแมนโดลินเข้ามา ช่วยแต่งเพลงพวกนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ3วันเราก็ได้แทร็กพื้นฐานที่จะเอาไว้ใช้เล่นสด เวลาถ่ายทำมันยังไม่สมบูรณ์หรอก เพราะมันจะยิ่งสมจริงและดีขึ้นกว่าเดิมในคืนที่เราถ่ายทำจริง ซึ่งจะนำไปสู่เวอร์ชันสุดท้ายที่สมบูรณ์ แต่เราก็มีพื้นฐานที่เราจะใช้เล่นคืนนั้นทุกเพลง Q:การทำงานร่วมกับผึ้ง เป็นอย่างไรบ้าง? "คุณรู้ไหม นี่เป็นหนังที่ผมได้ทำลายสถิติตัวเองหลายอย่างเลย อย่างการเข้าฉากกับผึ้งเป็นพันๆ ตัวนั่น ไม่มีCGสักนิด ของจริงล้วนๆ แต่ที่ตลกคือผมดันมารู้ว่าตัวเองแพ้ผึ้งก็ตอนถ่ายหนังเรื่องนี้นี่แหละ! (หัวเราะ) ผมโดนต่อยตอนซ้อมกับพวกมันเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดกล้อง ทีมงานเลยต้องเปลี่ยนคิวถ่ายฉากที่ผมต้องถือผึ้งนางพญาไปไว้เป็นฉากสุดท้ายของเรื่องเลย เผื่อผมโดนต่อยจนหน้าบวมอีกรอบ จะได้ปิดกล้องไปเลยแบบไม่ต้องถ่ายซ่อม ผมเคยทำงานกับผึ้งมาแล้วทั้ง ที่เท็กซัส ที่ฮาวาย แล้วก็ที่นี่ในแอละแบมา ความจริงก็คือ ผึ้งทุกรังที่คุณไปเจอ นิสัยต่างกันหมด มีผลหมดไม่ว่าอากาศร้อนแค่ไหน เย็นแค่ไหน หรือพวกมันหิว อายุเท่าไหร่สภาพอากาศเป็นยังไง อารมณ์ของพวกมันเปลี่ยนไปตามปัจจัยเหล่านี้ เราได้ทำงานกับผึ้งตัวเป็น ๆ ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณทำตัวนิ่ง ๆ พูดน้ำเสียงเรียบ ๆ และห้ามเกร็งเด็ดขาด เพราะพวกมันสัมผัสได้ ถ้ารูขุมขนคุณหดเกร็ง ถ้ามันสัมผัสได้ถึงความกังวล หรือความตึงเครียด พวกมันจะป้องกันตัวและต่อยคุณ ดังนั้นคุณต้องผ่อนคลาย ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากหลังจากที่คุณเพิ่งโดนต่อย และยังมีผึ้งเกาะอยู่เต็มตัว จะให้ผ่อนคลายเอาไว้มันยากมาก และใช่ ผมตัวบวมเป่งเลยทั้งที่แขนและที่หน้า การสัมภาษณ์นี้คุณน่าจะได้เห็นภาพตอนที่ผมตาบวมปิดเพราะโดนต่อยที่หน้าผาก Q:มีฉากไหนหรือโมเมนต์ไหนที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำสำหรับคุณบ้าง? ฉากที่นิยามความเป็นหนังเรื่องนี้ และน่าจะเป็นฉากโปรดของแอนดรูว์ด้วย ก็คือตอนที่เราเล่นเพลงQuillที่บ้านของผม และผมดึงคาเทรี( แอนเจลินา ลุกกิงกลาสส์) เข้ามาแล้วบอกให้เธอร้องโซโล่ ซึ่งเธอไม่อยากทำ คนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากทำ แต่นี่คือสิ่งที่แอมไซอาห์ทำ เขาจับคนมาอยู่กลางแสงสปอตไลต์ แล้วบอกว่าเอาเลย ทำสิ เธอไม่มีทางทำพลาดหรอกและฉากนั้นเป็นฉากที่คาเทรีถูกดึงเข้ามาในครอบครัวของผม ซึ่งเต็มไปด้วยนักดนตรีนอกคอก เป็นฉากที่เธอลดกำแพงลง และทำให้เธอเห็นว่าเธอจะเข้ากับที่นี่อีกครั้งได้ยังไง เธอเห็นว่าผู้คนดูแลกันยังไง เธอรับรู้ได้อีกครั้งว่า ครอบครัวคือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาเอง เป็นฉากที่เธอถูกดึงเข้ามาจริง ๆ เธอยอมทิ้งความดื้อรั้น และคิดว่า โอเค ฉันไว้ใจที่นี่ได้ฉันเชื่อใจพวกเพี้ยนแสนน่ารักเหล่านี้ได้ รวมถึงวิธีที่พวกเขาสนับสนุนเธอด้วย Q:เล่าถึง แอนดรูว์ แพตเทอร์สัน (ผู้กำกับ) หน่อย ทำไมคุณถึงเลือกที่จะร่วมงานกับเขา? เขาเป็นหนุ่มที่อาศัยอยู่กับภรรยาในโอคลาโฮมา เขาเคยทำหนังเรื่องThe Vast of Nightเมื่อ5ปีก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จมากในสายเทศกาล และทำให้เขาได้รับข้อเสนอใหญ่ ๆ ให้ไปฮอลลีวูดและกำกับหนังฟอร์มยักษ์ งบเป็นสิบล้านถึงร้อยล้านเหรียญ แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลทุกครั้ง เขาบอกว่าไม่ล่ะ ขอบคุณฮอลลีวูด ผมจะอยู่แบบนี้และทำงานกับสิ่งที่ผมรู้จักดีกว่า สิ่งนี้บอกว่าเขาเป็นคนยังไง ผมเลยคิดว่า โอเค หมอนี่มีมุมมองเป็นเอกลักษณ์ แน่วแน่ และเป็นตัวของตัวเอง ในสิ่งที่เขาเป็น สิ่งที่เขาเขียน และสิ่งที่เขารู้ สิ่งที่เขาทุ่มเวลาและแรงกายลงไป เขาอดทนและเชื่อมั่นในตัวเอง การทำแบบเขาได้ตอนอายุเท่านั้นช่างน่ายกย่อง มันสะท้อนตัวตนของเขา และมันทำให้ผมมั่นใจว่า ผมกำลังร่วมงานกับคนที่จะไม่ยอมโอนอ่อน ต่อแรงกดดัน แค่เพื่อให้หนังเอาใจตลาดมากขึ้น หรือเปลี่ยนบทให้กลายเป็นอย่างอื่น อาจจะมีคนพูดว่าลองเติมมุกตลกแบบนี้เข้าไปหน่อยสิ เขาเขียนสคริปต์ที่ออริจินัลมาก ๆ ทุก ๆ ฉากมีความออริจินัลในแบบของมันเอง มันทำให้ผมเชื่อใจเขามาก ผมอยากจะเชื่อมั่นในผู้ชายที่เชื่อมั่นในตัวเองคนนี้ผมเลยกระโดดขึ้นรถไฟขบวนนี้ไปกับเขา Q:คุณตื่นเต้นที่จะให้ผู้ชมได้เห็นอะไรมากที่สุด? ความดิบ ความไร้เดียงสา และอารมณ์ขันของหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นทั้งหนังรัก เป็นหนังคาวบอย เป็นหนังดราม่าอาชญากรรม ทั้งหมดในเรื่องเดียว ไม่ค่อยได้เห็นอัดแน่นขนาดนี้ในเรื่องเดียวหรอก มันเกี่ยวกับครอบครัว และสิ่งที่คุณสร้างมันขึ้นมา ไม่ใช่ครอบครัวในอุดมคติที่มีพ่อแม่ ลูกสองคน และสุนัขหนึ่งตัว มันคือกลุ่มคนนอกคอกที่มารวมตัวกัน พึ่งพากัน และสนับสนุนกันจนกลายเป็นชุมชนเล็ก ๆ มันคือเรื่องราวสืบสวนคดีฆาตกรรม เป็นการไขปริศนาว่าใครทำทั้งหมดนี้ ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่สนุกมาก ๆ คุณจะได้เห็นความสนุกที่เรามีในเรื่อง คุณจะรับรู้ได้ตั้งแต่30วินาทีแรก แล้วคุณจะร้องว่าโอ้ นี่มันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลยและผมดีใจที่มันเป็นแบบนั้น ร่วมสัมผัสอีกหนึ่งภาพยนตร์ฟอร์มเยี่ยมแห่งปี"The Rivals of Amziah Kingคนอย่างคิง"17กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รวมลิงค์ดูอนิเมะ กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ซับไทย
อ่าน

รวมลิงค์ดูอนิเมะ กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ซับไทย

ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ซับไทย อัปเดตตอนใหม่ อนิเมะแนวเกิดใหม่ในต่างโลกที่จะพาคุณผู้ชมก้าวเข้าสู่มหากาพย์การผจญภัยในดันเจี้ยนสุดท้าทายที่จะมาเปลี่ยนนิยามของสายซัพพอร์ตไปตลอดกาล ผลงานแอนิเมชันจากสตูดิโอฝีมือดี Maho Film ดัดแปลงจากผลงานไลท์โนเวลการแต่งของ Toowa และวาดภาพประกอบโดย Huuka Kazabana เรื่องย่ออนิเมะ กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก อาริฮิโตะ ทาสบริษัทที่ใช้ชีวิตหามรุ่งหามค่ำดันโชคร้ายประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิต และได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกที่มีชื่อว่าอาณาจักรเขาวงกต ที่โลกใบใหม่แห่งนี้ อาริฮิโตะได้ผันตัวมาเป็นนักสำรวจเขาวงกต และตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพสุดลึกลับที่ไม่มีใครเคยสนใจอย่างกองหลัง ทว่า พลังที่แท้จริงของอาชีพนี้กลับเป็นคลาสสารพัดประโยชน์ขั้นเทพที่สามารถทำได้ทั้งการโจมตี การป้องกัน และการฟื้นฟูรักษาในหนึ่งเดียว และพลังซัพพอร์ตจากแนวหลังของเขานี่เองที่จะช่วยทลายทุกขีดจำกัด พร้อมทั้งถักทอสายสัมพันธ์ของทีมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น...บทพิสูจน์การผจญภัยของคลาสซัพพอร์ตที่แข็งแกร่งที่สุดได้เปิดฉากขึ้นแล้ว! ดูอนิเมะออนไลน์ กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 1 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 2 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 3 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 4 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 5 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 6 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 7 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 8 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 9 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 10 🆕 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 11 ดูอนิเมะออนไลน์ The World's Strongest Rearguard: Labyrinth Country's Novice Seeker กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ~นักสำรวจหน้าใหม่ ณ แดนเขาวงกต~ ตอนที่ 12

"ฮันโซฮี" อยากแต่งงานก่อน 40  ฝันอยากมีลูก ขอสามีที่หล่อ ๆ
อ่าน

"ฮันโซฮี" อยากแต่งงานก่อน 40 ฝันอยากมีลูก ขอสามีที่หล่อ ๆ

ฮันโซฮี ให้สัมภาษณ์เปิดใจเกี่ยวกับผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ The Intern ซึ่งนอกจากเรื่องงานแสดงแล้ว เธอยังได้เปิดเผยความรู้สึกแบบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องความรัก การแต่งงาน และอนาคตการมีครอบครัวจนทำเอาแฟน ๆ เอ็นดูในความจริงใจไปตาม ๆ กันระหว่างการสัมภาษณ์ ฮันโซฮีถูกถามขำ ๆ ว่า ถ้าในชีวิตจริงเธอไม่ได้เป็นนักแสดง แล้วต้องเป็นเด็กฝึกงาน เธออยากลองทำอะไร? นางเอกสาวตอบพร้อมรอยยิ้มทันทีว่า อยากลองเป็นนักข่าวฝึกงานสายบันเทิงเธอให้เหตุผลสุดน่ารักว่า น่าสนุกดีถ้าจะได้ไปเจอและสัมภาษณ์เหล่าคนดัง แถมยังอวดข่มแบบฮา ๆ ว่าตัวเธอเองก็เป็นคนที่พิมพ์งานไวมากเหมือนกัน และเมื่อถูกถามต่อว่า ถ้าได้เป็นนักข่าวจริง ๆ คำถามแรกที่เธอจะยิงใส่ดาราคืออะไร เจ้าตัวก็ตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า "อยากถามว่าพวกเขาจะแต่งงานเมื่อไหร่กันค่ะ"เปิดสเปกสามีในอนาคต ขอคนอบอุ่น และหน้าตาดีเพื่อส่งต่อยีนให้ลูกพอพูดถึงเรื่องแต่งงาน นักข่าวเลยถือโอกาสถามย้อนกลับมาที่ตัวเธอเองบ้างว่า แล้วฮันโซฮีวางแผนเรื่องนี้ไว้ยังไงบ้าง?เธอเปิดใจว่า"ตั้งใจไว้ว่าอยากจะแต่งงานก่อนอายุ 40 ค่ะ" พร้อมเล่าต่อว่า ตัวเธอเองไม่ได้มีความฝันหรือจินตนาการแฟนตาซีเรื่องการแต่งงานที่หวานหยดย้อย แต่สิ่งที่เธอใฝ่ฝันจริง ๆ คือเรื่องการมีลูก"ฉันอยากแต่งงานกับคนที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและอบอุ่นค่ะ และเพราะว่าฉันมีความฝันอยากมีลูกมาก ๆ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้คนที่จะมาเป็นสามีในอนาคตค่อนข้างหน้าตาดีสักหน่อย เพื่อที่ลูกจะได้มีพันธุกรรม หน้าตาดีส่งต่อไปด้วยค่ะ" คำตอบตรงไปตรงมาของเธอทำเอาคนในห้องสัมภาษณ์หัวเราะกันครืน อีกหนึ่งประเด็นที่ฮันโซฮีเปิดเผยแบบชัดเจนคือ แพลนชีวิตหลังจากกลายเป็นคุณแม่ โดยเธอยอมรับว่าหากมีลูกเมื่อไหร่ คงจะพักงานในวงการบันเทิงไปสักระยะใหญ่ๆ"คิดว่าคงจะยังไม่รับงานแสดงไปสักพักเลยค่ะ แน่นอนว่าอาจจะมีเรื่องของระยะเวลาสัญญาทำงานอยู่บ้าง แต่หลังจากคลอดลูกแล้ว ฉันอยากจะหยุดพักงานยาวจนกว่าลูกจะเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาเลยค่ะ พอเขาเข้าประถมแล้วคงจะเริ่มดูแลตัวเองได้ แต่ก่อนหน้านั้น ฉันอยากทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับเขาให้ได้มากที่สุดค่ะ"สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่อง The Intern (กำกับโดย คิมโดยอง) ฮันโซฮี รับบทเป็น "ซอนอู" ประธานสาวสุดมั่นแห่งบริษัทแฟชั่น 'Wootootoo' ที่เติบโตอย่างรวดเร็วกระโดดขึ้นมาเป็นดาวรุ่งในวงการภายใน 3 ปี เรื่องราวความวุ่นวายสุดฮาเริ่มขึ้นเมื่อบริษัทของเธอรับ กีโฮ (รับบทโดยนักแสดงรุ่นใหญ่ ชเวมินชิก) อินเทิร์นวัยเก๋าที่มีประสบการณ์ชีวิตมานานถึง 37 ปีเข้ามาทำงาน จนเกิดเป็นเรื่องราวออฟฟิศคอมเมดี้ก้าวข้ามรุ่นและวัยที่ทั้งป่วนและอบอุ่นหัวใจ

เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1
อ่าน

เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1

อมยิ้มตามในความน่ารัก ของ "คัลแลน" ยูทูบเบอร์เกาหลีที่หลายคนรู้จัก คัลแลน Cullen HateBerry หรือ พัค กีดึก (Park Ki Deuk) เจ้าของช่อง Cullen HateBerry แขกรับเชิญคนแรกของ "กตัญญู สว่างศรี" ในรายการ "The Celebrities" ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. เริ่มตอนแรก 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น! และคือแขกรับเชิญพิเศษคนแรก คือ คัลแลน ที่ทำเอาทั้งอมยิ้มในความน่ารัก และความตลกแบบธรรมชาติ และการพูดภาษาไทยสำเนียงเกาหลีที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าตัวเผิดใจว่า หลงรักเมืองไทยจากคำว่า "ไม่เป็นไร" แถมยังหลงรักประเทศไทยทั้งเรื่องอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และความน่ารักของคนไทยที่ทำให้เขาหลงรัก และขอบคุณคนดูที่ทำให้คนอินโทรเวิร์ตธรรมดาคนหนึ่งมีความสุขมากในวันนี้ กดดูเลย The Celebrities EP.1 : เปิดใจ "คัลแลน" เปิดฉากจากการแต่งตัวหล่อมาก ไหว้สวย เสียงกรี๊ดสนั่นสตูฯ จนพิธีกรต้องแซวว่า "แค่ขยับกางเกงก็กรี๊ดกันสนั่นแล้ว" กตัญญู ถึงกับแซว และเอ่ยทักทายคัลแลน ก่อนจะยิงคำถามสนุก ๆ ให้ได้พูดคุยชนิดที่อมยิ้มตามกับคำตอบ หลังจากได้กินแกงไตปลา อาหารโปรดจากทีมงานไปแล้ว คัลแลนแฮปปี้มากในการพูดคุยครั้งนี้ Celebrities ในมุมมองของคัลแลน คืออะไร?"ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็น Celebrities ผมเป็นคนธรรมดา อาจจะโชคดีที่มีคนรัก ได้ความรักจากทุกคน คำพูด คำถาม การทำตัว มีความรับผิดชอบ ผมไม่ใช่ Celebrities ครับ ผม (มองว่าคุณเป็น) อ่าวเหรอครับ วัยเด็กของคัลแลนเป็นอย่างไร ?"คืออายุประมาณเท่าไหร่ (คัลแลนย้อนถามละเอียดจนพิธีกรขำ) กลับจากโรงเรียน ซื้อต็อกโบกี ที่เกาหลี ยุคนั้นไม่มีโทรศัพท์ด้วย ผมเป็นคนขี้อาย เป็นอินโทรเวิร์ตมาก ขี้เกรงใจ ไม่กล้าพูด ไม่กล้าคุยกับคนใหม่ ๆ ไปร้านไปอะไร ต้องถาม แต่ไม่กล้าถาม ไม่ถามเลย บางครั้งก็ไม่ได้ของอะไร ก็เดินกลับบ้าน ไม่กล้าคุยกับคน" จุดเปลี่ยนที่ทำให้กล้าขึ้น คืออะไร?"เริ่มที่จะต้องเปลี่่ยนจากอินโทรเวิร์ตเพราะเริ่มทำยูทุูบ ไปเที่ยวก็ไม่กล้าคุย พอเริ่มทำรายการก็คุยก่อน สวัสดีครับ อันนี้อะไรครับ รู้จักคนเยอะขึ้น คุยกับพี่จอง แดน จูดี้ เขาก็ให้กำลังใจ ค่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ก็มีอินโทรเวิร์ตอยู่ ก็พยายามปรับ" ตอนนี้คุยเยอะมากนะคุณรู้ตัวมั้ย?"ใช่ครับ พอทำยูทุูบช่วยเยอะมาก ต้องคุยกับกล้อง" พอถึงวัยหนุ่ม 15 ปี ความฝันตอนนั้นอยากเป็นอะไร?"ไม่ได้คิด แต่อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ อยู่ในห้องคนเดียว จะได้ไม่ต้องคุยกับคนอื่น" ชอบเดินทางตอนไหน?"ตอนอยู่เกาหลี มาไทยครั้งแรกตอนอายุ 25-26 มาทำธุรกิจที่กรุงเทพ ประทับใจที่อากาศ ตอนนั้นเกาหลีหนาวมาก ก็เลยมาไทย ชอบคนไทย ประทับใจในความน่ารักของคนไทย" มาไทยครั้งแรกแล้วก็กลับมาอีก?"ตอนแรกมากับเพื่อน รอบสองมาคนเดียว ไปที่ไหนของกินก็เยอะ สตรีทฟู้ดก็เยอะ" เจอวัฒนธรรมอะไรที่แปลก ๆ มั้ย?"จิ้งจก...ที่เกาหลีไม่ค่อยได้เจอ ตอนแรกคิดว่าจระเข้ แอบคิดว่ามันกินคนหรือเปล่านะ (หัวเราะ)" ชอบอะไรในคนไทย?"คนไทยชอบพูดว่าไม่เป็นไร ประทับใจ ทำผิด ต้องทำอย่างไร พอไม่เพอร์เฟ็กต์ เราก็ไม่เครียด ก็พอได้ยินคำว่าไม่เป็นไรก็ลองทำอีก คำว่าไม่เป็นไร ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่ทำให้เรากล้าที่จะลุกขึ้นกับทำอีกครั้ง" ตอนแรกคนดูรายการเยอะมั้ย?"ตัวเลขปีสองปี น้อยมาก พันสองพันคน ก็คิดว่าไปต่อดีมั้ย ทุกคนก็บอกว่าไม่เป็นไรต้องลอง ไปต่อ" รวมอยุ่เมืองไทยมา 6-7 ปีแล้ว อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง?การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือเมื่vก่อนอินโทรเวิร์ตมาก กล้าคุยกับคน ชีวิตก็เปลี่ยนเยอะ เพราะชีวิตต่างกันมากกับที่ผ่านมา" การเดินทางของคุณได้อะไรบ้าง?"การเดินทางทำให้ค้นพบความหมายของชีวิต ได้เรียนรู้ความอดทน มิตรภาพ แก้ปัญหาอย่างไร การเดินทางเรียนรู้ในหลายเรื่อง สิ่งที่ได้มาก็คือเรื่องราวที่ได้ส่งต่อ จริงจัง จริงใจ อยากกินข้าวก็กิน ขี้เกียจก็ขี้เกียจ ได้เป็นตัวเอง และมีความสุขในวันนี้" ก่อนที่จะเขาจะเล่าว่า เขาชอบเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทยมาก และออกมาเล่นสงกรานต์ทุกปี ทาแป้งเล่นกัน ผู้คนสนุกสนาน แถมยังเผยว่าขนมไทยที่ชอบมากคือ "ข้าวหลาม" ที่ทำจากข้าวเหนียวสีดำ กลิ่นกะทิกับต้นไผ่ ช่างโดนใจเขามาก ในรายการคัลแลนยังร้องเพลงไทย รำไทย และถ้าให้แนะนำมาเมืองไทย ที่มีที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มากมาย ของกินอร่อยมาก ก่อนที่จะได้ฝึกภาษาไทยใบ้คำสุดฮา ซึ่งคัลแลนรู้จักคำไทยมากมาย บอกเลยว่างานนี้ ทุกคนได้ยิ้มและหัวเราะไปกับความน่ารักของคัลแลน ที่เรียนภาษาไทยและเก่งมากขึ้นแล้วในวันนี้ ไม่ใช่แค่หล่อ พาเที่ยวเก่งจนเป็นอินฟลูฯ สายปัง แต่บอกเลยว่า "น่ารัก" สมกับเป็นยูทูบเบอร์ที่ได้ใจคนไทยไม่น้อยเลย สามารถรับชม The Celebrities EP.1 ของคัลแลน ได้แล้วบน TrueID ที่เดียวเท่านั้น! และสามารถรับชมรายการ "The Celebrities" กับการพูดคุยกับแขกคนพิเศษ ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น.รับชมได้ที่ TrueID EP.หน้าคือใคร!? ห้ามพลาด! อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : The Celebrities EP.1 : คัลแลน เปิดใจแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ชวนทุกคนอมยิ้มตาม ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้

คิมซองโฮ ผู้กำกับแชร์โมเมนต์ประทับใจและเบื้องหลังการถ่ายทำ “Wind Up” ตีโฮมรันให้ทัชใจทุกพื้นที่ในไทย
อ่าน

คิมซองโฮ ผู้กำกับแชร์โมเมนต์ประทับใจและเบื้องหลังการถ่ายทำ “Wind Up” ตีโฮมรันให้ทัชใจทุกพื้นที่ในไทย

เดินหน้าสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องกับภาพยนตร์มิตรภาพชวนอบอุ่นหัวใจWind Upไวนด์อัพที่ได้สองหนุ่มไอดอลชื่อดังเจโน่และแจมินจากวงNCTมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดทัชใจชวนคนดูให้น้ำตาซึมทุกที่นั่ง โดยมงคลซีนีม่าได้รับเกียรติจากผู้กำกับคิมซองโฮผู้เคยฝากผลงานสุดซึ้งอย่างMove to Heaven(2021)มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ความประทับใจ และโมเมนต์เบื้องหลังการถ่ายทำที่จะทำให้เหล่าแฟนๆ ต้องอมยิ้มตามไม่หยุด จุดเริ่มต้นของWind Upเวอร์ชันภาพยนตร์ ตอนแรกWind Upเป็นรูปแบบซีรีส์ชอร์ตฟอร์ม เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มสองคนวัยมัธยมปลายที่มีความฝัน ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ร่วมกันกับค่ายSM Entertainmentซึ่งทางSMได้ส่งนักแสดงมาสองคนคือเจโน่และแจมินจากตอนแรกที่ถ่ายชอร์ตฟอร์มก็มีไอเดียว่าจะนำมาทำมิวสิกวิดีโอด้วยเลยมีการถ่ายให้เป็นแนวนอนเอาไว้ตั้งแต่แรก และด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากๆ ก็เลยได้นำมาสู่เป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ในวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เกาหลีใต้ยังไม่เคยมีซีรีส์ชอร์ตฟอร์มเรื่องไหนเลยที่ออกมาเป็นเวอร์ชันเต็มจอขนาดนี้ หลังจากที่มีเรื่องนี้ออกมาก็ได้ยินมาว่ามีซีรีส์ชอร์ตฟอร์มเรื่องอื่นๆ กำลังจะวางแผนออกฉายในแบบภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน สองคาแร็กเตอร์นำของเรื่องนี้ เจโน่-แจมิน มีความเหมาะสมกับบทบาทอย่างไร นักแสดงนำทั้งสองคนจะมีบทอูจินเป็นนักกีฬาเบสบอลมีตำแหน่งพิตเชอร์เป็นคนปาลูกแต่ว่ามีอยู่วันหนึ่งเขาเกิดมีปมในใจทำให้ไม่สามารถขว้างลูกได้ ส่วนอีกคนหนึ่งคือแทฮีเป็นเด็กที่สดใสมากและก็เข้ามาเป็นคนที่ฉุดอูจินขึ้นมาให้เขาสามารถกลับมาเล่นกีฬาได้อีกครั้ง ด้วยความที่แจมินเขาเคยแสดงละครมาก่อนแล้ว เดิมทีตอนแรกคิดว่าเขาน่าจะเหมาะกับบทอูจินมากกว่า แต่ผมก็บอกทีมงานว่าอย่าเพิ่งตัดสินใจ อันนี้แค่เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้อย่างเดียว พอถึงวันที่ได้มาเจอนักแสดงทั้งสองคน ผมต้องการที่จะเรียนรู้และซึมซับนิสัยของทั้งคู่ก่อน ดูว่าใครเหมาะกับบทอะไรซึ่งทันทีที่เริ่มบทสนทนา ผมก็ตัดสินใจได้เลยว่าบทอูจินต้องเป็นเจโน่เหมาะมากๆ คือตัวเจโน่มีเคมีบางอย่างที่เหมือนอูจิน ซึ่งก็เหมือนกับที่ผมคิดไว้ครับ ส่วนแจมินเองผมรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่อ่านสคริปต์ว่าเขามีบางอย่างที่เหมือนแทฮี เป็นคนที่สดใสร่าเริงและมองโลกในแง่ดี เพราะแบบนี้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ถ่ายทำก็ไม่มีอะไรที่ผิดคาดเลย เหมือนกับที่คิดไว้ตั้งแต่แรกทุกอย่าง แล้วทั้งสองคนนี้ในชีวิตจริงเขาก็หยอกล้อกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ ถ้าทุกคนได้ดูในหนังก็จะได้เห็นแทฮีกับอูจินเขาเล่นกันยังไง ในชีวิตจริงเจโน่กับแจมินเขาก็เล่นกันอย่างนั้นเลย จากปรากฏการณ์ซีรีส์ชอร์ตฟอร์มสู่รูปแบบใหม่บนจอภาพยนตร์ เอาตรง ๆ ผมตกใจมาก ผมรู้อยู่แล้วว่าNCTดังและก็มีแฟนคลับเยอะ แต่ผมก็ยังจินตนาการไม่ออกว่าเยอะขนาดไหน พอออกอากาศในแพลตฟอร์มKITZเห็นยอดวันละ1ล้านวิวทุกวันก็ทำให้ผมเริ่มรู้สึกได้แล้วว่าแฟนคลับด้อมNCTมหาศาลมากๆ และก็ตั้งแต่ที่เห็นยอดวิววันแรก คือกลายเป็นว่าผมตื่นมาทุกเช้าก็จะเช็กยอดวิวก่อนตลอดเลย ซึ่งพอเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ จากเดิมที่เป็นชอร์ตฟอร์มคนดูจะได้เห็นแค่หน้า โฟกัสหน้าของนักแสดงได้เห็นมุมแคบๆ ใช่ไหมครับ แต่ว่าพอมาเป็นภาพยนตร์ทุกคนก็จะได้เห็นทิวทัศน์ ได้เห็นวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้น รวมถึงเพลงประกอบซาวนด์แทร็กต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปด้วย ทุกคน ทุกฉาก แต่ละฉากก็จะมีความยาวมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ผมใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ตอนที่ตัดต่อเลยว่าจะต้องใส่รายละเอียดยังไงให้กับคนดูได้สัมผัสแต่ละฉากได้อย่างยาวนานมากขึ้น เรื่องราวแห่งมิตรภาพที่ถูกเล่าผ่านกีฬาเบสบอล คือจริงๆ ผมก็ไม่ได้ชอบกีฬาเบสบอลขนาดนั้น เพียงแต่ว่ากีฬาเบสบอลเป็นอะไรที่อยู่รอบตัวผมตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย โรงเรียนก็เป็นที่โด่งดังเรื่องเบสบอลทำให้ผมคุ้นเคยกับกีฬาประเภทนี้ แล้วก็มักจะดูหนังที่เกี่ยวกับกีฬาเบสบอลบ่อย เคยดูหนังที่แบรด พิตต์เล่นเรื่องMoneyball(2011)ตั้งแต่ดูเรื่องนั้นก็เลยเหมือนเป็นความฝันเล็กๆ ว่าสักวันหนึ่งเราก็อยากจะทำหนังเกี่ยวกับเบสบอลสักเรื่องเหมือนกัน แล้ววันนี้ก็ได้มาทำหนังเรื่องนี้แล้ว ก็เหมือนฝันที่เป็นจริง และการที่จะเล่าถึงหนังComing of ageความฝันของนักเรียนมัธยมปลายเกี่ยวกับการฟันฝ่าอุปสรรค คิดว่าเอากีฬานี้มาเล่าก็น่าจะเป็นอะไรที่ทำให้คนดูได้อินมากขึ้น มันเหมือนเป็นการสานฝันของเด็กคนหนึ่งที่เอามิตรภาพมาดึงไม่ให้ความฝันนั้นหลุดมือไป อีกอย่างคือที่เกาหลีใต้กีฬาเบสบอลก็เป็นที่นิยมมากๆ ด้วยเช่นกัน เบื้องหลังการเตรียมตัวและ เคมี ที่ผู้กำกับตามหา ผมประทับใจมากๆ ครับ ช่วงที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งเจโน่และแจมินต้องเตรียมอัลบั้มด้วย อยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตด้วย ทั้งสองมีตารางงานที่ยุ่งมากๆ แต่ก็ยังแบ่งเวลา ต่อให้มีเวลาเพียงเล็กน้อยก็ยังมาซ้อม ทั้งเรื่องของท่าทาง การตีลูก รับลูก ทุกอย่างต้องเหมือนนักกีฬาจริงๆ ผมรู้สึกประทับใจและขอบคุณทั้งสองคนมากๆ ที่ตั้งใจทุ่มเทฝึกเล่นกีฬาเบสบอลอย่างเต็มที่ อีกอย่างที่ผมสัมผัสได้เลยคือเรื่องของมิตรภาพและความน่ารักของทั้งคู่ การถ่ายทำเรื่องนี้ใช้เวลาสั้นมากๆ ต้องรีบถ่าย เพราะพวกเขามีตารางงานที่แน่นมาก ช่วงที่ถ่ายทำคือเป็นช่วงชูซ็อก (วันขอบคุณพระเจ้ของเกาหลี)ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งสองคนพอจะมีคิวให้กองถ่าย ฉะนั้นด้วยความที่เวลาถ่ายสั้น ทั้งสองคนก็เลยเหนื่อยมาก ทีมงานก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่ว่าทั้งสองคนเขาก็น่ารัก คือฝ่ายใดเหนื่อยอีกฝ่ายหนึ่งก็จะคอยเติมเต็มให้ คอยเป็นคนบูสต์พลังให้อีกฝ่าย ทำให้บรรยากาศในการถ่ายทำผ่านไปได้ด้วยดี และก็ผ่านไปได้ด้วยความสนุกสนานมากๆ ฝีมือการแสดงของ เจโน่-แจมิน ตอนแรกผมแอบกังวลนิดนึง เพราะทราบมาว่าเจโน่ไม่เคยผ่านการแสดงเลย แต่ว่าพอมาถ่ายทำจริงๆ ผมเห็นถึงความตั้งใจ เขาพยายามมาก ในขณะเดียวกันเขาก็มีความกังวลแล้วก็กดดันตัวเองมากเป็นพิเศษ บางครั้งเวลาถ่ายทำเขาก็เครียดเกินไป ผมต้องให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร นายทำดีแล้ว ไม่ต้องเครียด สบายๆ ผมก็เลยรู้สึกประทับใจในความตั้งใจของเขา ผมคิดว่าเจโน่เขาเป็นอาร์ตทิสต์ มีการฝึกซ้อมการเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีของเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรกับการที่เขาจะมาแสดงหน้ากล้องแจมินเองก็ช่วยเจโน่ได้เยอะมากๆ ทั้งสองเขาเป็นเพื่อนกันทำให้เขาคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และมีการคุยกันเยอะมาก พออยู่หน้ากล้องบางซีนมีบทที่ต้องพูดยาวๆ ก็มีลืมบ้าง แต่ว่าทั้งสองคนก็ช่วยกันต่อบทจนสุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี แล้วตอนที่ผมมาดูในขั้นตอนตัดต่อก็พบว่าหลายๆ บทสนทนามีการนอกบทด้วยคือไม่ได้อยู่ในสคริปต์ เขาช่วยกันต่อบทจนทำให้ผ่านซีนนั้นไปได้ ส่วนด้านแจมินเขามีเซนส์ในการแสดงที่ดีมาก ต้องบอกก่อนว่าสไตล์การถ่ายงานของผมคือจะไม่ได้ถ่ายแค่สั้นๆ แล้วก็คัต ผมจะปล่อยยาวเลยแล้วค่อยมาดูทีเดียว มาเลือกซีนเอาอีกทีหนึ่ง ฉะนั้นตัวนักแสดงพอเริ่มทำงานกับผมไปเรื่อยๆ เขาก็จะรู้สไตล์ผม แล้วพอเขารู้สึกว่าเขาพลาด เขาก็จะไม่บอกว่าผมขอถ่ายใหม่ เขาจะไม่พูด แต่ว่าเขาจะหาทางเอาตัวรอดยังไงก็ได้ให้ซีนนั้นสามารถจบลงได้ด้วยดี อันนี้ก็เป็นเซนส์ของแจมินเหมือนกัน จริงๆ แล้วถ้าใครได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ให้สังเกตรีแอ็กชันของนักแสดงดีๆ ถ้าซีนไหนที่แบบว่าคนหนึ่งพูด แล้วอีกคนหนึ่งพูดตามว่าอย่างงั้นเหรอนั่นคือเขานึกบทไม่ออก แต่ว่าก็ปล่อยไปเพราะว่าซีนนั้นดูธรรมชาติมากๆ เจโน่-แจมิน บน เวที กับ จอภาพยนตร์ แตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าแตกต่างกัน ในเวอร์ชันที่เขาเป็นไอดอล เขามีการแสดงผ่านกล้องตอนที่เขาถ่ายมิวสิกวิดีโอ แต่ว่าเวลามาถ่ายหนังมันจะมีซีนที่ต้องแสดงอารมณ์อย่างเช่น โกรธกัน ทะเลาะกัน ตะโกนใส่กัน คือพอเห็นเขาแสดงตอนแรก ผมรู้เลยว่าเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน เพราะว่าเขาแสดงอารมณ์เวลาทะเลาะกันได้ไม่ค่อยเหมือนคนโกรธกันจริงๆ ผมมั่นใจว่าถ้าแฟนๆ ได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ ฉากที่เขาทะเลาะกัน แฟนๆ ก็จะรู้สึกว่าเขาเหมือนไม่ได้ทะเลาะกันจริงๆ เพราะว่าเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน โมเมนต์ประทับใจในกองถ่ายWind Up สิ่งที่อยู่ในความทรงจำแล้วก็เป็นซีนที่ประทับใจผมที่สุด คือซีนที่ทั้งสองคนปั่นจักรยานท่ามกลางฝนตกแล้วก็ถือร่มมาด้วย ซึ่งจริงๆ ซีนนั้นเป็นซีนที่ถ่ายทำยากมาก ทางทีมงานต้องเตรียมงานกันเยอะมากเพื่อให้ซีนนั้นออกมาได้ด้วยดี พอผมมาดูในห้องตัดต่อแล้วก็รู้สึกประทับใจ ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจทำงานของทั้งสองคนจริงๆ ซีนนี้ก็เลยเป็นซีนที่ประทับใจเป็นพิเศษ จากผลงานเรียกน้ำตา Move to Heaven สู่ภาพยนตร์ทัชใจWind Up ยังไงก็ต้องมีซีนเรียกน้ำตา บางซีนก็อาจจะให้ความรู้สึกที่คล้ายกับเรื่องMove to Heavenเลย จริงๆ แล้วผมคิดเยอะมากว่าจะถ่ายทอดซีนอารมณ์นั้นให้คนดูอินไปด้วยได้ยังไง แต่ก็อยากให้มาลองมาชมกัน รับรองว่าน้ำตาไหลเหมือนกันแน่นอน ซีนที่คนดูน่าจะเห็นบ่อยๆ ในเรื่องMove to Heavenที่เป็นสโลว์โมชันเปิดประตูมาแล้วได้เห็นภาพที่อยู่ในห้องนั้นเรื่องนี้ก็จะเหมือนกัน ผมพูดมากไม่ได้เดี๋ยวจะเป็นการสปอยล์ แต่ว่ามีซีนสโลว์โมชันที่เปิดประตูออกมาแล้วก็จะได้เห็นภาพของเด็กสองคนอยู่ข้างในนั้นผมพยายามถ่ายทอดซีนอารมณ์ ถ้าเป็นอย่างเรื่องMove to Heavenก็จะเป็นฉากที่อีแจวอนวิ่งสโลว์โมชัน แล้วก็มีเรื่องที่ดีโอแสดง(Bad Prosecutor, 2022)ก็มีซีนสโลว์โมชันที่เรียกอารมณ์เหมือนกัน เรื่องนี้ก็เช่นกันครับจะเป็นซีนที่อูจินปั่นจักรยานสโลว์โมชัน แต่ว่าทำไมฉากนั้นถึงเรียกอารมณ์ ทำไมถึงเศร้า อันนี้ต้องไปรับชมด้วยตนเอง เรื่องราวแห่งความฝันวัยเยาว์ การก้าวข้ามความเจ็บปวด และการเติบโต ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับชีวิตของวัยรุ่นเรื่องราวตอนวัยเยาว์ การก้าวผ่านความเจ็บปวด ความไร้เดียงสาของเด็ก และการฟันฝ่าอุปสรรค ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะต้องมีประสบการณ์เหล่านี้มาอยู่แล้ว แต่ว่าที่สำคัญคือจะถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดของตัวละครให้กับคนดูได้รู้สึกตามไปด้วยยังไง อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวลมากแต่เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้กันมาแล้ว หลังจากที่เดินทางมาประเทศไทย เห็นWind Upหน้าโรงภาพยนตร์ รู้สึกตื่นเต้นมั้ย ผมได้มีโอกาสไปถ่ายรูปหน้าป้ายมา ผมรู้สึกดีใจมากที่Wind Upได้มาอยู่ในประเทศไทย แล้วผมก็คาดหวังว่าคนไทยทุกคนจะชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมมาไทยรอบนี้ส่วนมากก็จะอยู่ตามห้าง ผมชอบอาหารไทยทุกอย่างเลย มานี่กินแต่อาหารไทยครับ โดยเฉพาะพวกอาหารตามสั่ง ข้าวราดต่างๆ แล้วก็อีกอย่างที่มาไทยในรอบนี้ ผมกำลังจะเตรียมถ่ายทำซีรีส์ไทยก็เลยมาดูโลเคชันต่างๆ ในไทย ไปอีสานด้วย เป็นซีรีส์ไทย ทีมงานโปรดักชันเป็นคนไทย แต่ว่ามีนักแสดงไทยแล้วก็เกาหลีใต้ด้วย ก็จะฉายในไทย ยังไงก็ขอให้Wind Upประสบความสำเร็จนะครับ ผมจะได้มีงานในไทยเยอะๆ เลย มิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวจะช่วยเติมเต็มความฝันของกันและกัน ร่วมสัมผัสความรัก ความอบอุ่น และเติมโมเมนต์แห่งมิตรภาพให้หัวใจได้ชุ่มฉ่ำบนเส้นทางแห่งฝันWind Upไวนด์อัพวันนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

The Departed ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
อ่าน

The Departed ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)

แนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ Movie of the Day ขอเสนอสุดยอดหนังอาชญากรรมระดับมาสเตอร์พีชของผู้กำกับชั้นครู ที่รีเมคสร้างมาจากหนังฮ่องกงเรื่องดังใน "The Departed ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ" ที่ระดมทีมผู้สร้างและทีมนักแสดงซุปตาร์แถวหน้ามาประชันบทบาทกันอย่างเข้มข้น และยังกลายเป็นหนังที่เดินสายกวาดรางวัลยอดเยี่ยมเป็นกระบุง ณ บอสตันตอนใต้ ตำรวจรัฐกำลังทำสงครามกับองค์กรอาชญากรรม บิลลี่ คอสติแกน ตำรวจหนุ่มนอกเครื่องแบบได้รับมอบหมายให้แทรกซึมเข้าไปในกลุ่มอาชญากรที่มี คอสเตลโล เป็นหัวหน้า ในขณะที่บิลลี่ได้รับความไว้วางใจจากคอสเตลโลอย่างรวดเร็วนั้น โคลิน ซัลลิแวน อาชญากรหนุ่มจอมโหด ซึ่งได้เข้าแทรกซึมกรมตำรวจเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้กับคอสเตลโล ก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่ในหน่วยสืบสวนพิเศษ แต่ละคนต่างถลำลึกกับการใช้ชีวิตสองหน้า รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแผนการณ์และแผนซ้อนแผนในปฏิบัติการที่ตนได้วางช่องทางไว้ แต่เมื่อเป็นที่ชัดเจนกับทั้งทางกลุ่มอาชญากรและตำรวจว่าต่างก็มีหนอนบ่อนไส้ บิลลี่และโคลินจึงตกอยู่ในความล่อแหลมที่จะถูกจับได้ และถูกเปิดโปงกับฝ่ายศัตรู ต่างฝ่ายจึงต้องแข่งกับเวลาที่จะเปิดเผยตัวตนของอีกฝ่ายให้ทันเวลาเพื่อเอาตัวรอด "มาร์ติน สกอร์เซซี" รับหน้าที่ดูแลงานสร้างกำกับหนังเรื่องนี้ จากบทหนังของ "วิลเลียม โนนาฮาน" ที่ดัดแปลงสร้างมาจากหนังฮ่องกงเรื่องดัง Infernal Affairs ของ อลัน มัก กับ เฟลิกซ์ ชอง มาพร้อมกับทัพนักแสดงมากมาย อย่าง "ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ", "แมตต์ เดมอน", "แจ็ค นิโคลสัน", "มาร์ค วาห์ลเบิร์ก", "มาร์ติน ชีน", "เวรา ฟาร์มิก้า" และอีกมากมาย โกยเงินทั่วโลกไปเกือบ 300 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างราว ๆ 90 ล้าน The Departed ยังโดดเด่่นด้วยการเป็นหนังแนวหน้าสายรางวัล เพราะเดินสายเก็บรางวัลโดยทั่วในปีนี้ ได้เข้าชิง 6 รางวัลลูกโลกทองคำ และยังกวาด 4 รางวัลออสการ์ รวมทั้งรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนั้นด้วย ด้วยเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ที่ได้คะแนนเฉลี่ยสูงถึง 91% ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังฮอลลีวูดที่รีเมคจากหนังเอเชียที่ยอดเยี่ยมอีกเรื่องในประวัติศาสตร์ | คุณสามารถดู The Departed ภารกิจโหด แฝงตัวโค่นเจ้าพ่อ แบบเต็มเรื่องที่ทรูไอดี คลิกเลย! ประเภท: ดรามา / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ นำแสดงโดย: ลีโอนาร์โด ดิแคพริโอ, แมตต์ เดมอน, แจ็ค นิโคลสัน, มาร์ค วาห์ลเบิร์ก กำกับโดย: มาร์ติน สกอร์เซซี ความยาว: 151 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 15 ตุลาคม 2006 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Caillou Professions
เกม

Caillou Professions

รีวิวหนัง "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" ไอเดียว่าเข้าท่า..แต่ก็อาจจะยังนะ
อ่าน

รีวิวหนัง "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" ไอเดียว่าเข้าท่า..แต่ก็อาจจะยังนะ

นี่คือหนังสไตล์มิตรภาพลูกผู้ชาย ที่เป็นหนังมิตรภาพจริง ๆ ไม่ได้แอบแฝงความฟินกลิ่นวายลึกซึ้งใด ๆ เพราะเป็นหนังที่ว่าความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของชายแท้ ที่ถูกรบกวนด้วยตัวแปรที่คาดไม่ถึง เข้ามาสั่นคลอนความเป็นเพื่อนระหว่างกัน จึงกลายออกมาเป็นหนังตลกที่มาพร้อมกับภาพปกที่คล้ายกับภาพมีมดังในตำนาน ออกมาเป็น "My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม" หนังชวนอลวนจากเยอรมัน ที่พร้อมจะมาละเลงมิตรภาพให้ยุ่งเหยิงไปอีกขั้น กับความรักเพื่อน..ที่รักและหวงแทนเกินไปสักหน่อย ออลลี กับ มัตเซอ เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนประถม มิตรภาพของพวกเขาซี้ปึ้กมาอย่างยาวนาน ทุกช่วงชีวิตของพวกเขาต้องมีกันและกัน แม้กระทั่งเติบใหญ่ก็ยังทำงานด้วยกัน แล้วพวกเขาก็มีความฝันเหมือนกัน นั่นก็คือออกเดินทางไปท่องเที่ยวรอบโลกด้วยกัน แต่แล้วแผนของพวกเขาก็สะดุด เมื่อมัตเซอได้พบรักกับรีเบคก้า ลูกค้าสาวที่พัฒนาความสัมพันธ์กลายมาเป็นการคบหาดูใจ ทำให้ทุกพลิกผันไปหมด โดยเฉพาะโลกใบเดิมของออลลี ที่เป้าหมายชีวิตของเขาสั่นคลอน เมื่อมีใครสักคนกำลังจะแย่งเพื่อนซี้ไปจากอ้อมกอดของเขา My Best Friend, His Girlfriend and Me อาจจะไม่ใช่หนังตลกที่แปลกใหม่อะไรเลย ทุกอย่างดำเนินไปตามสูตรสำเร็จตามหนังประเภทนี้ที่เราเคยได้เห็นมาก่อน เมื่อสักสิบกว่าปีก่อน แม้ว่าจะเป็นหนังที่มีไอเดียและแนวคิดที่ค่อนข้างเข้าท่าดีอยู่ แต่ว่าหนังยังไม่มีชั้นเชิงมากมายในการนำเสนอเรื่องราวออกมาได้อย่างน่าสนใจ เพราะในท้ายที่สุด ก็เป็นแค่เพียงหนังตลกที่หยิบยืมพล็อตจากหนังดังในอดีตมาประยุกต์ใหม่ แบบไม่ได้มีชั้นเชิงอะไร จังหวะและท่วงท่าก็เดิม ๆ ไร้ความแปลกใหม่ และมุกหลาย ๆ มุกก็มีทั้งเวิร์กบ้างและไม่เวิร์กบ้างปะปนกันไป แต่ใด ๆ ก็จัดได้ว่าเป็นหนังที่ย่อยง่าย และดูได้เพลิน ๆ แบบไม่คิดอะไร นี่คือผลงานล่าสุดของ "มาร์โก เพทรี" ผู้กำกับชาวเยอรมันที่เพิ่งจะมี Eat Pray Bark หนังตลกของเน็ตฟลิกซ์ที่เพิ่งฉายเมื่อต้นปีไปหมาด ๆ โดยหนังเรื่องนี้เขาก็ยังมีส่วนร่วมในการเขียนบทด้วย อย่างที่เราเกริ่นไปแล้วว่านี่คือหนังที่บทแสนจะธรรมดาและไม่แปลกใหม่เลยสักนิด นั่นก็ทำให้มุมมองการกำกับหนังเรื่องนี้ของเขา ก็ดำเนินไปตามสูตรสำเร็จแบบไม่ออกนอกลู่นอกทางเลย เป็นไปด้วยงานโปรดักชันง่าย ๆ ถ่ายทำในกันสตูดิโอที่เซ็ตฉากขึ้นมา มุมภาพมุมกล้องก็เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป ไม่มีสิ่งใดโดดเด่นสะดุดสักเท่าไหร่ ทุกอย่างเต็มไปด้วยงานระดับพื้นฐานไปหมด แต่อย่างน้อย ๆ นักแสดงนำหลัก 3 คนก็คือจุดแข็งที่สุดของหนังเรื่องนี้ พวกเขาสามารถประคับประคองตัวหนังเอาไว้ แม้ว่าบทหนังจะค่อนข้างเบาโหวงไม่น้อย "คอสเตีย อุลล์มันน์" สวมบทบาทเพื่อนรักที่ไม่อยากเสียเพื่อนได้อย่างน่าหมั่นไส้ และชวนรังเกียจได้ดี ในแง่มิติบทบาทจะไม่มีชั้นเชิงอะไรเลยก็ตาม แต่ความเป็นมืออาชีพของเขาก็ทำมันออกมาได้ดีกว่าที่คิด ยิ่งมาประชันบทบาทฟาดใส่กันกับ "จานิน่า อูห์เซ" ก็เป็นหนึ่งในสมการที่ช่วยส่งเสริมอรรถรสความสนุกของหนัง ถึงจะออกมาในลีลาที่ซ้ำซากจำเจไม่หน่อย แต่ก็ยังถูกไถไปได้ดี มาเสริมอีกเสาหลักกับการแสดงของ "เดวิด ครอสส์" คนนี้ชั่วโมงบินทางการแสดงค่อนข้างโดดเด่น มีประสบการณ์รับบทใหม่ ๆ และบทความเป็นสากลมากกว่าเพื่อน แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นบทที่ท้าทายทักษะการแสดงของเขาเลยก็ตาม แต่เขาก็ทำให้บทบาทนี้ไม่จมไม่หาย และยังโดดเด่นได้ดีตลอดเรื่อง กับการถือครองบทเห่ย ๆ ที่หามิติอะไรไม่ได้ แต่ความเป็นมืออาชีพของเขาก็สามารถถ่ายบทนี้ออกมาค่อนข้างดีว่าที่คาดเอาไว้ ทำให้องค์ประกอบการแสดงจาก 3 นักแสดงนำ มาช่วยบ่มเพาะและเติมเต็มหนังเรื่องนี้ได้อยู่ แต่โดยสรุปแล้ว My Best Friend, His Girlfriend and Me อาจจะยังไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบใด ๆ เรียกได้ว่ายังค่อนข้างห่างชั้นพอสมควร เพราะมันเป็นแค่เพียงหนังเพลิน ๆ ที่ดูได้ฆ่าเวลาเรื่องหนึ่งเท่านั้น ด้วยบทหนังที่ไม่ได้แปลกใหม่และมีชั้นเชิงใด ๆ จึงทำให้หนังไม่ได้มีอะไรที่น่าจดจำเลยสักนิด กับพล็อตเห่ย ๆ และไดอะล็อกเชย ๆ ที่บางทีก็ไม่เข้าปากนักแสดงสักเท่าไหร่ บางทีเรากลับมองว่านี่คือหนังที่บั่นทอนการแสดงของนักแสดงด้วยซ้ำ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นหนังสูตรสำเร็จที่ไม่หวือหวาอะไรเลย หนังก็ยังตอบโจทย์ของตัวเองได้น่าพอใจในระดับหนึ่งอยู่ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม ประเภท: ตลก ผู้กำกับ: มาร์โก เพทรี นำแสดงโดย: คอสเตีย อุลล์มันน์, จานิน่า อูห์เซ, เดวิด ครอสส์ ความยาว: 96 นาที กำหนดฉายในไทย: 14 สิงหาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: My Best Friend, His Girlfriend and Me เพื่อนรัก แฟนเพื่อน และตัวผม ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.0/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.5/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เผยเบื้องหลังความหมายสุดซึ้ง ใต้หมายเลขบนเสื้อเบสบอล “เจโน่-แจมิน” สู่สนามแห่งมิตรภาพใน “Wind Up ไวนด์อัพ”
อ่าน

เผยเบื้องหลังความหมายสุดซึ้ง ใต้หมายเลขบนเสื้อเบสบอล “เจโน่-แจมิน” สู่สนามแห่งมิตรภาพใน “Wind Up ไวนด์อัพ”

เตรียมตีลูกเสิร์ฟส่งโมเมนต์ความประทับใจกับWind Upไวนด์อัพภาพยนตร์แห่งมิตรภาพและความฝันเยาว์วัยที่จะฮีลใจทุกคน พบการพลิกบทบาทของไอดอลหนุ่มเจโน่และแจมินคู่หูแห่งวงNCTมารับบทนำทางการแสดงร่วมกันกันครั้งแรกในบทนักเรียนมัธยมปลายที่มีกีฬาเบสบอลเป็นหัวใจในการเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพร่วมกัน ความตื่นเต้นอย่างหนึ่งที่ทั้งคู่มี คือการย้อนวันวานสู่การเป็นเด็กมัธยมปลายอีกครั้ง โดยเจโน่ถึงกับกล่าวว่าตั้งแต่เรียนจบก็นานมากแล้วนะที่ผมไม่ได้กลับมาอยู่ในโรงเรียน และนอกจากรับบทนักเรียนมัธยมปลายแล้ว ทั้งคู่ยังต้องสวมบทเป็นนักกีฬาเบสบอลของโรงเรียน และได้ทุ่มเทฝึกซ้อมทักษะต่างๆ กับโคชผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อสวมวิญญาณของการเป็นนักกีฬาเบสบอลได้อย่างเข้มข้นสมจริง โดยอีกหนึ่งความพิเศษที่ซ่อนอยู่นั่นคือความหมายใต้หมายเลข23กับ42บนเสื้อเบสบอลของทั้งสอง โดยเบอร์23บนเสื้อของตัวละครอูจินซึ่งรับบทโดยเจโน่คือหมายเลขวันเกิดของเขา และเบอร์42บนเสื้อเบสบอลของแทฮีที่รับบทโดยแจมินมีความหมายต่อแจมินเพราะเป็นปีเกิดของคุณย่าผู้เป็นที่รักคือปี1942และเป็นเบอร์เดียวกับที่เคยอยู่บนเสื้อของเขาในช่วงที่กำลังร่วมโปรโมตเพลงCandyกับวงNCTอีกด้วย เกาะติดขอบสนามร่วมสัมผัสทุกโมเมนต์ความประทับใจกับเส้นทางแห่งมิตรภาพครั้งใหม่ของเจโน่-แจมินในWind Upไวนด์อัพ20สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เปิดไลน์อัป 6 ภาพยนตร์ฮ่องกงหาชมยากใน "Hong Kong Film Gala Presentation 2026" เริ่ม 31 ก.ค.นี้
อ่าน

เปิดไลน์อัป 6 ภาพยนตร์ฮ่องกงหาชมยากใน "Hong Kong Film Gala Presentation 2026" เริ่ม 31 ก.ค.นี้

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง2026หรือHong Kong Film Gala Presentation2026ที่ขน7ภาพยนตร์ฮ่องกงหาชมยากมาให้แฟนหนังชาวไทยได้ชมพร้อมร่วมพูดคุยกับผู้สร้างภาพยนตร์และนักแสดงที่บินตรงมาจากฮ่องกงตั้งแต่วันที่31กรกฎาคม- 9สิงหาคม2569ณโรงภาพยนตร์เฮาส์สามย่าน(ชั้น5สามย่านมิตรทาวน์) โอกาสดีๆที่จะได้ชมภาพยนตร์ฮ่องกงคุณภาพเยี่ยมหลากรสหลายแนวให้ได้ดูกันแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนักและในปีนี้ทางสถาบันรางวัลภาพยนตร์เอเชีย(Asian Film Awards Academy)ด้วยความสนับสนุนด้านเงินทุนโดยAsianงานกาล่าภาพยนตร์ฮ่องกง(Hong Kong Film Gala Presentation),สำนักงานพัฒนาวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์(Cultural and Creative Industries Development Agency),กองทุนพัฒนาภาพยนตร์(Film Development Fund)และสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง(HKETO)ในกรุงเทพฯ(Hong Kong Economic and Trade Office (HKETO) in Bangkok)ได้กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง2026หรือHong Kong Film Gala Presentation 2026โดยในปีนี้ได้Joey Wuผู้กำกับจากภาพยนตร์เรื่องBIRD OF PARADISE,Catherine Chauนักแสดงจากเรื่องBIRD OF PARADISE,Ronald Lamนักแสดงจากเรื่องUNIDENTIFIED MURDERและYukki Taiนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องDOG DAY EVENINGบินลัดฟ้ามาร่วมพูดคุยถึงผลงานภาพยนตร์ของพวกเขาที่เข้าฉายในเทศกาลครั้งนี้ด้วย และนี่คือรายชื่อ7ภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่องเยี่ยมที่ส่งตรงจากมาฉายให้ได้ชมกันที่กรุงเทพฯในปีนี้ BIRD OF PARADISE (ภาพยนตร์เปิดเทศกาล)QAกับJoey Wuผู้กำกับภาพยนตร์และCatherine Chauนักแสดงนำวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 | รอบ 20:00 น. ภาพยนตร์เปิดเทศกาลพร้อมรอบQAในวันที่31กรกฎาคม2569ให้ผู้ชมได้พูดคุยพร้อมฟังเบื้องหลังไปกับJoey Wuผู้กำกับภาพยนตร์และCatherine Chauนักแสดงนำของภาพยนตร์ เรื่องราวสุดแสนจะอลหม่านของหยวนแม่บ้านสาวที่ชีวิตปกติธรรมดาพลิกผันสู่โลกน่าตื่นตะลึงเมื่อเธอได้รู้จักกับการเต้นโพลแดนซ์ที่มีอะไรมากกว่าการเต้นรูดเสาแบบที่คนอื่นๆเข้าใจความท้าทายของโพลแดนซ์เย้ายวนจนดึงดูดให้หยวนตัดสินใจลงเรียนโพลแดนซ์โดยที่เธอต้องปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับกับสามีหัวโบราณและลูกชายไม่ให้พวกเขารู้ขณะเดียวกันความท้าทายของโพลแดนซ์เองก็ค่อยๆแต่งแต้มสีสันให้เธอมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อยไปพร้อมๆการได้พบมิตรภาพครั้งใหม่กับหวิงซานเพื่อนใหม่รุ่นราวคราวลูก ทว่าฟงเหม่ยคุณแม่ของหยวนวัย70ปีที่ซ่าเกินวัยกลับโดนหนุ่มจากแอปหาคู่ปอกลอกจนหมดตัวส่งให้เธอต้องย้ายมาอาศัยอยู่กับหยวนและด้วยนิสัยจอมเจ้ากี้เจ้าการอีกทั้งยังปากไวเกินใครฟงเหว่ยเลยเปลี่ยนให้บ้านที่กระท่อนกระแท่นของลูกสาวถึงคราวต้องปั่นป่วน! นั่นเองทำให้หยวนต้องหาทางประคับประคองทั้งครอบครัวและความหลงใหลส่วนที่มีต่อการเต้นโพลแดนซ์นี้ไปให้ได้โดยหวังว่าเธอจะสามารถเต้นท่านกแห่งสรวงสวรรค์(Bird of Paradise)ได้อย่างไร้ที่ติ UNIDENTIFIED MURDERQA กับนักแสดง Ronald Lamวันที่ 1 สิงหาคม 2569 | รอบ 15:55 ภาพยนตร์ตลกผสมอาชญากรรมดูหนังจบพร้อมฟังเบื้องหลังในรอบพิเศษQAกับนักแสดงRonald Lamในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ว่าด้วยเรื่องราวเมื่อ25ปีก่อนที่เคยเกิดคดีปริศนาสุดสยองขวัญเมื่อเด็กชายโฮหายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากวิ่งเล่นกับเพื่อนที่เนินเขาหลังโรงเรียนซึ่งมาร์กและกิตให้การกับตำรวจว่าระหว่างเกิดเหตุพวกเขาทั้งสองได้พบเจอกับยูเอฟโอ วันเวลาล่วงเลยแต่ปริศนาครั้งนั้นก็ไม่เคยได้รับการแถลงไขและได้กลายมาเป็นตำนานสยองขวัญของฮ่องกงอีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าสร้างชื่อให้กับมาร์กที่เติบโตจนกลายมาเป็นอินฟลูหนุ่มชื่อดังทว่าหม่านแฟนสาวของเขากลับคิดว่าเรื่องเล่านี้ของมาร์กเป็นเพียงสิ่งที่เขากุขึ้นมาและทำให้เธอตัดสินใจจ้างกิมนักแสดงสมัครเล่นให้มาสวมรอยเป็นโฮที่อ้างว่าถูกมนุษย์ต่างดาวปล่อยตัวกลับมา ไม่เพียงเท่านั้นหม่านยังหลอกล่อมาร์กและกิตให้กลับไปยังเนินเขาที่เกิดเหตุอีกครั้งทว่าแผนการที่วางไว้กลับพังไม่เป็นท่าและทำให้กิมเสียชีวิต?!แต่แล้วไม่กี่นาทีต่อมามีบุคคลปริศนาส่งข้อความมาเรียกเงินหลักล้านพร้อมขู่จะปล่อยคลิปการตายของกิมลงบนอินเตอร์เน็ตเรื่องราวที่วุ่นวายกลับยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีกขั้นเมื่อจู่ๆอินฟลูเรื่องยูเอฟโอรุ่นใหญ่คนหนึ่งโผล่มาพร้อมทีมงานเพื่อถ่ายทอดสดรำลึกเหตุการณ์ครบรอบ25ปีของเด็กที่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป ท่ามกลางความชุลมุนและความมืดแปดด้านพวกเขาทุกคนที่บังเอิญมารวมตัวกันยังเขาลูกนั้นก็ได้เห็นลำแสงประหลาดพร้อมการมาถึงของมนุษย์ต่างดาวที่จะนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันจนต้องกุมขมับ!!และแล้วความลับในอดีต25ปีก่อนก็ถึงเวลาได้รับการเปิดเผยเสียที DOG DAY EVENINGQAกับYukki Taiนักแสดงนำวันที่1สิงหาคม2569 |รอบ19:00น. ภาพยนตร์ตลกร้ายมาพร้อมรอบพิเศษQAกับYukki Taiนักแสดงนำในวันที่1สิงหาคม2569เรื่องราวของเหตุการณ์ไม่คาดฝันในวันที่แสนจะธรรมดาเมื่อตั๊กไจ๋บุกเข้าไปในแผนกลูกค้าสัมพันธ์ของสถานีโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกแห่งหนึ่งแล้วจับพนักงานเป็นตัวประกันทว่าจุดประสงค์ในการบุกจับตัวประกันครั้งนี้ไม่ใช่การปล้นหรือเรียกค่าไถ่หากแต่เป็นการขอยกเลิกบริการสมาชิก! แต่ใครจะไปเชื่อว่าจะมีคนก่อเหตุด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้จริง ๆ ทำให้สารวัตรใหญ่ซานรับมือกับเหตุการณ์ นี้ด้วยการออกปฏิบัติการราวกับเป็นวิกฤตระดับก่อการร้ายพร้อมส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าควบคุมสถานการณ์ และแล้วตัวประกันทุกคนก็ค้นพบว่าการยกเลิกบริการของสถานีโทรทัศน์นี้ยุ่งยากกว่าที่คิดไว้จริงๆ!ทำให้พวกเขาพร้อมใจกันโทรหาศูนย์บริการทำตามทุกขั้นตอนพร้อมกรอกสารพัดเอกสารเพื่อทำให้คำขอของตั๊กไจ๋สำเร็จ เมื่อความอดทนถึงขีดสุดตั๊กใจ๋จึงยื่นคำขาดขอเจรจากับเจ้าของสถานีด้วยตัวเองพลิกให้สถานการณ์เดือดระอุแสนจะอิหยังวะให้นำไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิด! PALIMPSEST: THE STORY OF A NAMEวันที่ 2 สิงหาคม 2569 | เวลา 15:15 ภาพยนตร์สารคดีที่บอกเล่าเนื้อหาครอบคลุมระยะเวลาถึง 8 ทศวรรษในพื้นที่ 4 ทวีป ที่ตัวแมรี สตีเวน ผู้กำกับของภาพยนตร์ได้เดินทางสืบค้นที่มาของนามสกุลภาษาอังกฤษของตัวเธอเองซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพราะความหมกมุ่นกับตัวเองแต่เป็นความพยายามเปิดเผยความย้อนแย้งที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนดตัวตนของมนุษย์ทุกคน แม้ว่ามนุษย์จะโหยหาความกลมเกลียวต่อกันมากเพียงใด ก็ตาม การเดินทางครั้งนี้จะค่อย ๆ ไขปริศนาไปทีละเปลาะด้วยความเชื่อเช่นกัน โดยสตีเวนได้นำเอาฟุตเทจจากหนังบ้านและบันทึกประจำวันของผู้เป็นพ่อภาพถ่ายครอบครัวภาพการเดินทางที่เธอบันทึกไว้เองเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์บอกเล่าและเอกสารจากหอจดหมายเหตุนำมาร้อยเรียงเรื่องเล่าอันซับซ้อนหลายชั้นจนความทรงจำส่วนบุคคลและประวัติศาสตร์ร่วมของผู้คนค่อยๆหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว สารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมย้อนผ่านช่วงเวลาอันปั่นป่วนในประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่การล่มสลายของราชวงศ์ชิงสงครามกลางเมืองการรุกรานของญี่ปุ่นจนถึงการขึ้นสู่อำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ท่ามกลางฉากหลังดังกล่าวฮ่องกง(ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1842)ปรากฏขึ้นในฐานะพื้นที่แห่งความย้อนแย้งที่ซึ่งความทันสมัยแบบตะวันตกปะทะกับมรดกวัฒนธรรมตะวันออกเมืองที่ชาวจีนหนึ่งล้านคนถูกปกครองโดยชาวยุโรปเพียงสองหมื่นคน จากย่านชุมชนของชนชั้นแรงงานในฮ่องกงครูสาวชื่อฮิลดายิกแต่งงานกับกรรมกรหนุ่มเฉินติกฟงสู่เมืองอู่ฮั่นในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ซึ่งจูเลียนเบลล์(หลานชายของเวอร์จิเนียวูลฟ์)แอบมีชู้กับนักเขียนหญิงที่แต่งงานแล้วไปจนถึงชนบทในออสเตรเลียไปยังเมืองมอนทรีออลโตรอนโตลอนดอนเคมบริดจ์และเมืองกาซีส์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเพื่อติดตามเส้นทางของชะตากรรมที่มาบรรจบกันอย่างไม่น่าเป็นไปได้ของผู้คนและการปฏิวัติอันเงียบงัน วันเวลาพาให้ฮิลดายิกและเฉินติกฟงกลายมาเป็นฮิลดาและเฮนรีสตีเวนได้อย่างไรและเพราะเหตุใด แมรีสตีเวนจะค่อยๆประกอบเศษเสี้ยวของข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นภาพโมเสกอันงดงามละเอียดอ่อนสะท้อนถึงการสร้างตัวตนแรงดึงดูดอันยากจะต้านทานของการเขียนเรื่องราวชีวิตเสียใหม่และแรงผลักดันอันเป็นสากลของมนุษย์ที่จะเติมแต่งชีวิตของตนให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่น่าจดจำ SOMEONE LIKE MEวันที่2สิงหาคม2569 |เวลา19:20 ภาพยนตร์ดรามาว่าด้วยเรื่องราวของอามุ่ยที่เกิดมาด้วยภาวะสมองพิการจนส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อตลอดระยะเวลา20ปีบนโลกอามุ่ยเกิดมาเพียงแค่มีชีวิตแต่กลับไม่เคยได้ใช้ชีวิตเลยสักครั้งแม่ของเขาพยายามทำให้ชีวิตของอามุ่ยเรียบง่ายที่สุดเธอไม่เคยได้แต่งหน้าแต่งตัวยิ่งเรื่องมีความรักยิ่งไม่ต้องพูดถึงแต่แล้ววันหนึ่งแม่ของเธอก็ตัดสินใจเสนอให้อามุ่ยไปตัดมดลูกเพื่อจะได้ไม่ต้องมีประจำเดือนอีกต่อไปและนั่นทำให้เธอตระหนักได้ว่าความเป็นผู้หญิงของเธอกำลังจะถูกพรากไป ด้วยคำแนะนำของเพื่อนคนพิการด้วยกันอามุ่ยได้ไปหาเอวาอาสาสมัครของหน่วยงานการกุศลที่ให้คำปรึกษาและบริการทางเพศแก่ผู้พิการด้วยความที่เธอเติบโตมากับแม่ที่เคร่งครัดและหัวโบราณการได้เจอกับเอวาเหมือนเป็นการได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้า และนั่นทำให้อามุ่ยได้พบกับ อาเคน ชายหนุ่มท่าทางเคร่งขรึม อาสาสมัครที่จะมาให้บริการทางเพศ กับเธอ ซึ่งเขาคนนี้คือคนที่เธอได้พบเห็นอยู่บ่อย ๆ การ ร่วมห้อง กันในวันนั้นเป็นไปอย่างอ่อนโยน และทำให้อามุ่ยได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิตจนทำให้เธอได้ค้นพบว่าตัวเองเริ่มตกหลุมรักอาเคน ทั้งที่ไม่ควรจะหลงรัก ทว่าอาเคนเองก็มีปัญหาชีวิตไม่ต่างกันเขาเข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนพิการเพราะปมเรื่องพี่สาวที่กลายเป็นโรคซึมเศร้าหลังจากประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้หลังสูญเสียพี่สาวไปอาเคนใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมายไม่เคยทำงานที่ไหนได้นานและไม่เคยคิดจะคบหาใครจริงจังเมื่อพบว่าอามุ่ยเริ่มมีความรู้สึกพิเศษให้กับเขาอาเคนเลยพยายามหาทางตัดไฟแต่ต้นลม อามุ่ยกำลังอยู่ในช่วงทางแยกของชีวิตเมื่อความรักความรู้สึกทางเพศและข้อจำกัดของร่างกายกำลังแยกไปคนละทาง WEB OF DECEPTION (1989)วันที่3สิงหาคม2569 |เวลา19:15 ภาพยนตร์ระทึกขวัญ ที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง ความลับ และการหักหลัง อำนวยการสร้างโดยฉีเคอะที่ส่งให้หวังเสี่ยวเฟิงเข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบหญิงบนเวทีม้าทองคำและฮ่องกงฟิล์มอวอร์ดส์จากบทบาทเมย์ เรื่องราวของหลินทนายสาวมากความสำเร็จที่กำลังจะอพยพไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแคนาดาเธอได้รับจดหมายขู่กรรโชกเรียกเงินหนึ่งล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อแลกกับการปิดบังความผิดที่เธอเคยก่อไว้ในอดีตแม้หลินจะเริ่มสงสัยว่าเมย์ผู้ช่วยคนสนิทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่เธอกลับขอให้เมย์ช่วยตามหาตัวคนร้ายและวางแผนจับผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ขณะเดียวกันควีนนีเพื่อนร่วมห้องของเมย์ผู้มีอาชีพเป็นช่างแต่งหน้าเองก็ต้องรีบหาเงินอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือพี่สาวที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำและกำลังถูกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบตามคุกคามด้วยคำแนะนำของเมย์ควีนนีเลยตัดสินใจลักขโมยเงินค่าไถ่ในบ้านของเจนไปโดยไม่รู้ว่าการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ยากเกินควบคุม เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันพลิกทุกอย่างให้เลวร้ายลงผู้คนที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันกลับต้องเข้ามาพัวพัน ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“เกรซ กาญจน์เกล้า” แจงดราม่าปมปริญญาตรี ยันไม่ได้ด้อยค่าการศึกษา ย้ำ AI แทนการเรียนจริงไม่ได้
อ่าน

“เกรซ กาญจน์เกล้า” แจงดราม่าปมปริญญาตรี ยันไม่ได้ด้อยค่าการศึกษา ย้ำ AI แทนการเรียนจริงไม่ได้

เกรซ กาญจน์เกล้า แจงดราม่าปมปริญญาตรี ยันไม่ได้ด้อยค่าการศึกษา ย้ำ AI แทนการเรียนจริงไม่ได้ ออกมาเปิดใจสำหรับนักแสดงสาวมากความสามารถ เกรซ กาญจน์เกล้า กับประเด็นดราม่า หลังมีคลิปสั้นเกี่ยวกับการศึกษาของเธอถูกแชร์ในโลกออนไลน์จนเกิดการเข้าใจผิด พร้อมแชร์มุมมองสุดลึกซึ้งเกี่ยวกับการเรียนต่อระดับสูง การใช้ AI ในยุคปัจจุบัน โดยบอกว่า ไม่ได้มีเจตนาด้อยค่าการเรียนระดับปริญญาตรีอย่างใด เพียงแต่ต้องการสื่อสารจากประสบการณ์ตรงของตนเองว่า ในวัยนั้นยังตกตะกอนและค้นหาความชอบที่แท้จริงไม่เจอ ทำให้สาขาที่เรียนจบมาไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างตรงสายกับอาชีพนักแสดงในปัจจุบัน ปริญญาตรีคือการเรียนพื้นฐานเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ส่วนปริญญาโทและปริญญาเอกคือการลงลึกเฉพาะทางและการทำวิจัย ทุกระดับชั้นมีความสำคัญและนำไปต่อยอดได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแต่ละบุคคล ส่วนประเด็นเปรียบเทียบระหว่างการหาข้อมูลผ่าน AI กับการนั่งเรียนในห้อง เกรซมองว่า แม้ AI จะรวดเร็ว แต่ก็อาจให้ข้อมูลที่ถูกต้องไม่ครบถ้วนทั้งหมด และต้องใช้เวลาค้นหาซ้ำหลายรอบเพื่อความแน่ใจ ในทางกลับกัน การเรียนด้วยตนเองจะช่วยสร้างลำดับกระบวนการคิด ได้ชุดความรู้ที่ถูกต้อง ชัดเจน และสามารถพิสูจน์ได้ ที่สำคัญยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อต้องนำความรู้ไปสื่อสารต่อให้ผู้อื่น สำหรับเบื้องหลังการเรียนต่อ เกรซเผยว่าต้องบริหารจัดการเวลาอย่างหนัก โดยใช้เวลาช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ในการเร่งเคลียร์งานทั้งหมด เพื่อเตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการเรียนตลอดวันเสาร์และวันอาทิตย์ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อย แต่เจ้าตัวย้ำว่าคุ้มค่าและมีความสุขมากที่ได้เห็นตัวเองพัฒนาเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน ยังตั้งเป้าหมายนำความรู้เฉพาะทางเกี่ยวกับ Wellness Economy ซึ่งเป็นเทรนด์มูลค่าสูงในระดับโลก มาต่อยอดทำประโยชน์ให้แก่สังคม ทั้งการเป็นวิทยากร โค้ช และบทบาท อาจารย์พิเศษ

Backrooms Manager - Together เกมอินดี้ เอาชีวิตภายใน 49 วันเพื่อแลกกับอิสรภาพ เตรียมวางจำหน่่าย 26 กรกฎาคมนี้!
อ่าน

Backrooms Manager - Together เกมอินดี้ เอาชีวิตภายใน 49 วันเพื่อแลกกับอิสรภาพ เตรียมวางจำหน่่าย 26 กรกฎาคมนี้!

ทุกความผิดพลาด ทุกความตายมีราคาที่ต้องจ่าย... Backrooms Manager - Together เกมอินดี้ Co-op เล่นกับเพื่อนได้ 6 คน ที่จะให้เรารับบทพนักงาน ที่ถูกขังขององค์กรลึกลับแห่งหนึ่ง เอาชีวิตรอดให้ครบ 49 วันเพื่อแลกกับอิสรภาพ โดยตัวเกมเตรียมวางจำหน่ายบน Steam แบบ Early Access วันที่ 26 กรกฎาคมนี้!ทางเดินสีเหลืองทอดสุดลูกหูลูกตา เสียงหึ่ง ๆ ของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ และกลิ่นเหม็นอับของพรมเปียกชื้น...ยินดีต้อนรับ คุณไม่รู้หรอกว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จำอะไรไม่ได้เหมือนกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าการตามหาอดีตของตัวเอง นั่นคือการเอาชีวิตรอดจากสัญญาจ้างฉบับนี้จงออกสำรวจพื้นที่อันตราย แยกชิ้นส่วนขยะทุกชิ้นที่พบ บริหารงบประมาณของทีม และหาเงินรางวัลในหน่วย ◇ ในฐานะพนักงานที่ถูกกักขังขององค์กรลึกลับแห่งหนึ่ง คุณต้องเอาชีวิตรอดให้ครบ 49 วันเพื่อแลกกับอิสรภาพ แต่จำไว้ให้ดีว่า ทุกความผิดพลาด ทุกกระสุนปืน และทุกความตายล้วนมีราคาที่ต้องจ่ายเรื่องราวความตายไม่ใช่ทางออกของที่นี่ แต่มันคือการหักเงินคุณถูกลักพาตัว ถูกลบอดีตจนหมดสิ้น และถูกบีบให้ทำสัญญาจ้างสุดอันตรายเป็นเวลา 49 วันโดยองค์กรลึกลับที่ชื่อว่า Z.O.L. ตอนนี้คุณเป็นสมบัติของพวกมันแล้ว ถ้าพวก Anomalies ฆ่าคุณตาย Z.O.L. ก็จะชุบชีวิตคุณขึ้นมาใหม่เพื่อทำงานในกะต่อไปแต่ถึงจะฆ่าไม่ตายก็ต้องทำยอดให้ถึง เพราะทุก ๆ 3 วัน ระบบจะทำการตรวจเช็กบัญชีอย่างโหดเหี้ยม หากยอดเงิน ◇ ที่คุณหาได้ติดลบเมื่อไหร่ พวกมันจะหยุดชุบชีวิตคุณทันที คุณจะไม่ใช่แค่ตาย แต่จะถูกลบหายไปตลอดกาล จงรักษาบัญชีของคุณให้เป็นบวก เอาชีวิตรอดให้ครบ 49 วัน และซื้อชีวิตตัวเองกลับคืนมา ถ้าคุณทำได้นะGAMEPLAY และ CORE OBJECTIVEสำรวจคลังสินค้า - ออกสำรวจห้องและทางเดินที่ถูกสุ่มขึ้นมาภายใน Backrooms เพื่อค้นหาไอเทมที่นำมาใช้งานได้เปลี่ยนไอเทมเป็นเศษเหล็ก - ใช้เครื่องจักรที่อยู่จุดเริ่มต้นเพื่อเปลี่ยนไอเทมที่คุณหามาได้ให้กลายเป็นเศษเหล็ก จากนั้นนำไปขายที่คอมพิวเตอร์เพื่อทำยอดให้ถึงเป้าส่งสินค้า - ขนส่งพัสดุไปยังจุดต่าง ๆ บนแผนที่ให้ตรงเวลา โดยการส่งสินค้าสำเร็จในแต่ละครั้งคุณจะได้รับเงินทำยอดให้ทะลุเป้า - ในแต่ละด่านจะมีเป้าหมายและสิ่งของที่แตกต่างกันออกไป คุณจึงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของคุณให้เหมาะสมอัปเกรดตัวเอง - ปลดล็อกความสามารถและอุปกรณ์ใหม่ ๆ ด้วยเงินที่คุณหามาได้ฟีเจอร์บรรยากาศแบบ Backrooms - บรรยากาศที่สมจริงและชวนให้รู้สึกไม่สบายใจราวกับอยู่ในพื้นที่กึ่งกลางระหว่างสองโลกวงจรการเก็บขยะและขนส่ง - รวบรวม แยกชิ้นส่วน นำไปขาย และรักษาชีวิตพร้อมงบประมาณ แล้ววนลูปซ้ำ ๆพื้นที่สุ่ม - พบกับห้องและทางเดินที่จะเปลี่ยนไปไม่ซ้ำกันในทุกรอบที่เล่นความท้าทายที่เพิ่มขึ้น - ในแต่ละด่านจะมาพร้อมกับเป้าหมายยอดขายและวัตถุที่แตกต่างกันออกไประบบการพัฒนาตัวละคร - ปลดล็อกความสามารถและอุปกรณ์ใหม่ ๆ ด้วยเงินที่คุณหามาได้Wishlist เกม Backrooms Manager - Together ได้ที่ที่มา : 4gamer.net

อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans”
อ่าน

อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans”

เมื่อ อาจารย์เบียร์ ฅนตื่นธรรม มารายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 พี่อ้อย พี่ฉอด พี่อั๋น มีหนาว งานนี้ถ้าถามไม่ดีเจอแน่! อาจารย์เบียร์ หยอกๆ พร้อมเปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก ช่วงมหาวิทยาลัยเรียกได้ว่าเละเทะ !?? จาก "ฅนตื่นธรรม เกือบจะเป็น "OnlyFans ตอนนั้น อาจารย์เบียร์ คิดอะไรอยู่ สักยันต์" เพื่อให้แฟนหลงรักก็ทำมาแล้ว ก่อนจะหยุดก็เคยสุดมาก่อน ตอนมีแฟนก็เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานมากเกินจนเป็นเรื่อง ไม่ต้องมีใครสอนก็ควรทราบ การนอกใจ" ไม่ใช่เรื่องดีที่มนุษย์จะทำกันเพราะมันคือสาเหตุที่ทำให้ทุกคนเป็น ทุกข์" อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 อาจารย์เบียร์ : อยากมารายการนี้มานานมากทำไมต้องมีกระโถนมาอยู่ตรงนี้ด้วยเอ่ยอาจารย์เบียร์ : เอาไว้ตีปากคนถามโดยเฉพาะเลย ตั้งแต่เด็กอาจารย์เป็นเด็กแนวไหนเอ่ยอาจารย์เบียร์ : ถ้าเป็นเด็กนักเรียนอาจารย์เป็นเด็กเรียบร้อย ปรากฏวันนึงเราไปเรียนมหาวิทยาลัยใจแตกเลย เพราะเราไม่เคยเจอสังคมมหาวิทยาลัยเลย มหาวิทยาลัยคือไม่ได้อยู่ในกรอบแล้วไง เพราะเราอยากใช้ชีวิตของเราแล้วเราอยู่ในกรอบมานานเรารู้ตัวว่าเราอยากจะออกจากกรอบนี้มานานมากแล้ว จนวันหนึ่งนกมันถูกปล่อยบินหายเลย แล้วกลายเป็นอาจารย์เละเทะตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นเกเรยังไงบ้างอาจารย์เบียร์ : เกเรเลยกินเหล้าทุกวันในผับ กินทุกวันเล่นทุกวัน เที่ยวทุกวันขอเงินเป็นหมื่น ๆ เพื่อที่จะเอาไปเที่ยวล้างผลาญเงิน มีความรักไหมอาจารย์เบียร์ : มหาวิทยาลัยคืออิ่มมาก ตอนนั้นคือแรก ๆ อาจารย์ไม่เคยบอกเลิกใครเลยมีแต่คนที่ทิ้งเราไป จากนั้นก็เลยเปลี่ยนเป็นคนเจ้าชู้อาจารย์เบียร์ : ใช่ จากนั้นก็เปลี่ยนเลย เราคบใครเราต้องคบแบบอย่าจริงจัง เราต้องไม่ใช่คนที่ถูกทิ้งเราต้องทิ้งเขาก่อนเสมอถาม แต่ใครจะคิดว่า ฅนตื่นธรรม อาจารย์เบียร์ กาลครั้งหนึ่ง เกือบจะทำ "OnlyFansอาจารย์เบียร์ : ใช่.. อาจารย์เคยรักใครถึงขั้นคิดอยากจะลงหลักปักฐานไหมอาจารย์เบียร์ : มีรักมากมันเป็นความสัมพันธ์ที่คาราคาซังมาก เวลาจะเลิกคือจะตัดใจแล้วเขาก็มาขอคืนดีรักใคร่เอ็นดูแล้วก็ออกไปอีก เราก็ทำใจพอกำลังจะทำใจได้ก็กลับมาอีกวนอยู่แบบนี้เป็นสิบ ๆ รอบตัดใจไม่ได้วนเวียนร้องไห้น้ำตาไหลพิธี สักยันต์" ข้างหลังอาจารย์ไปสักก็เพราะมันนี่แหละ เพื่อที่จะให้มันรักอาจารย์นี่แหละ แล้วก็บอกตัวเองว่าแบบนี้ไม่เอาแล้วนะแต่แล้วก็เอาอีกไม่รู้ทำไม ตอนที่อาจารย์เป็นแฟน อาจารย์เป็นแฟนแนวไหนเอ่ยอาจารย์เบียร์ : หึงมาก รักมาก ดูแลมาก เปย์มาก เอาใจมากทุกอย่างเลย แบบทุกทาง อยากรู้ทุกเรื่องเพราะว่าตัวเราเคยเป็น ตัวเราเคยนอกใจ เอาตัวเองเป็นเกณฑ์เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานว่าเขาต้องเป็นเหมือนเรา ขนาดนอนอยู่กับเรายังแอบไปคุยกับคนอื่นได้เลย อยากให้อาจารย์เบียร์พูดถึงเรื่อง การนอกใจ"อาจารย์เบียร์ : การทำชั่ว ทำเลวมันเกิดจากการประพฤตินอกใจ คนเราประพฤตินอกใจเพราะอะไร เพราะว่าไม่รู้จักพอเกิดจากอะไรเกิดจากความมักมากในกาม เพราะฉะนั้นการทำสันดานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย แล้วมันจะทำให้ครอบครัวแตกแยก ทำให้เกิดความร้าวฉานสุดท้ายเราจะเกิดการใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ติดตามช่วงชีวิตก่อนจะมาเป็น "ฅนตื่นธรรม ของ อาจารย์เบียร์ ได้ในรายการ Club Friday Showวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 10.00 น. ทางช่องวัน31 และรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : CHANGE2561

จอช โบรลิน เกือบขอถอนตัวออกจากหนัง "The Dog Stars" หลังไปเข้าฉากวันแรกกับริดลีย์ สก็อต
อ่าน

จอช โบรลิน เกือบขอถอนตัวออกจากหนัง "The Dog Stars" หลังไปเข้าฉากวันแรกกับริดลีย์ สก็อต

"The Dog Stars" หนังหายนะไซไฟผจญภัยที่จะเป็นผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับชั้นครู "ริดลีย์ สก็อต" เตรียมจะเข้าฉายในช่วงปลายซัมเมอร์นี้ เป็นหนังฟอร์มดีที่ดาราหนุ่มสุดฮอต "เจคอบ เออลอร์ดี" มารับบทนำแสดง โดยที่ยังมี "จอช โบรลิน" นักแสดงรุ่นใหญ่ยอดฝีมือร่วมสมทบด้วย แต่เขาเพิ่งจะออกมาเปิดเผยความจริงว่า เขาเกือบจะขอถอนตัวออกจากหนังเรื่องนี้ หลังจากที่เริ่มถ่ายทำหนังตั้งแต่วันแรก "ริดลีย์เข้ามาและเล่าเรื่องเยอะแยะมากมาย ทำให้ผมแทบไม่ได้ซ้อมบทเลย นั่นทำให้ผมรู้สึกไม่เซลฟ์และไม่สบายใจในการทำงานสักเกท่าไหร่ ผมเลยโทรไปหาเอเยนต์ส่วนตัวของผม บอกว่าผมอยากจะถอนตัวจากหนังเรื่องนี้ เพราะทุกอย่างมันผิดปกติ และผมอยากออกไปจากที่นี่ แต่โชคดีที่ตัวแทนของผมที่เป็นเพื่อนซี้กัน ได้พูดเตือนสติขึ้นมาให้ผมลองพักผ่อนสักวัน ปล่อยใจปล่อยสมอง ผมก็เลยเถียงกลับไปว่า เรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะหายได้แค่เพียงวันเดียว ซึ่งผมก็คิดถูกตามนั้น" อันที่จริง จอช โบรลิน เคยร่วมงานกับ ริดลีย์ สก็อต มาแล้วใน American Gangster เมื่อเกือบ ๆ 20 ปีก่อน แต่เขาก็ยังคงไม่คุ้นเคยกับสไตล์การทำงานแบบมีหลากหลายมุมกล้อง และเอเนอร์จี้สูง ๆ ของริดลีย์ที่ทำงานไม่แผ่วเลย แต่หลังจากที่เขาได้มานั่งเช็กฟุตเทจหนังที่ถ่ายทำไปแต่ละวันด้วย เขาก็เริ่มเข้าใจในวิสัยทัศน์และการทำงานในสไตล์ของริดลีย์มากยิ่งขึ้นในลักษณะการซึบซับ "ริดลีย์เรียกผมไปที่รถเทรลเลอร์ของเขา เปิดฉากที่เราเพิ่งถ่ายทำเสร็จให้ดู มันออกมาเป็นฉากที่ดีมาก ๆ ระหว่างผมกับเจคอบ แล้วเขาได้ถามความคิดเห็นผมว่าโอเคไหม? ผมก็ตอบโอเคไปตามความจริง ทุกอย่างเหมือนปลดล็อก หลังจากนั้นผมก็เริ่มทำการแสดงและร่วมงานกับเขาต่อไปจนจบด้วยดี" The Dog Stars เป็นหนังที่สร้างมาจากนิยายขายดีของ "ปีเตอร์ เฮลเลอร์" ที่ว่าด้วยเรื่องราวของโลกหลังถูกไวรัสปริศนาคุกคาม ทำให้คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบทั้งโลก ผู้รอดชีวิตที่หลงเหลือก็พยายามดิ้นรนต่อสู้ ท่ามกลางอิทธิพลความเป็นใหญ่ของกลุ่มสังคมใหม่ ๆ ที่ต่างก็ดิ้นรนเช่นกัน กระทั่งหนุ่มนักบินได้รับสัญญาณวิทยุปริศนาถึงตัวเขา ทำให้เขาเกิดความเชื่อมั่นและมีความหวังที่จะออกตามหาสังคมที่ยังหลงเหลืออยู่บนโลกใบเดิม หนังวางคิวฉายในบ้านเรา 27 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ Source: Deadline ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!
อ่าน

"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!

Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกที่ต่างบอกว่าครบรส ทั้งซาบซึ้ง สนุก อบอุ่นหัวใจ และสมบูรณ์แบบในทุกมิติ จนหลายคนยกให้เป็นที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี ที่ยังคงสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความประทับใจได้ไม่ต่างจากวันแรกที่ทุกคนได้รู้จักWoodyและBuzz Lightyearซึ่งนอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ทั้งหัวเราะและน้ำตาซึมแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้แฟน ๆ ต้องตีตั๋วกลับเข้าโรงภาพยนตร์ไปดูแบบซ้ำ ๆ คือการซ่อนรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ ไว้แทบทุกเฟรมทั้งFun FactsและEaster Eggsไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ การคารวะทีมงานผู้สร้าง ไปจนถึงการแอบใบ้ผลงานเรื่องใหม่ของสตูดิโอ ชนิดที่ยิ่งดูซ้ำก็ยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยสำหรับFun FactsในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีหลายจุด หลายฉาก ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่รายละเอียดซึ่งแฝงความหมาย รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานที่ประทับใจทีมงานจนอยากบอกต่อ เช่น เสื้อคลุมปอนโชของWoodyเป็นการคารวะ (Homage)ต่อเครื่องแต่งกายของClint Eastwoodในภาพยนตร์คาวบอยเรื่องThe Good, the Bad and the Ugly หลังจากที่Conan O'Brienเสร็จสิ้นการบันทึกเสียงที่Pixarให้กับตัวละครSmarty Pantsของเล่นเทคโนโลยีฝึกการใช้ห้องน้ำในภาพยนตร์ เขาได้เซ็นลายเซ็นไว้บนผนังห้องน้ำแห่งหนึ่งในอาคารSteve Jobsภายในสตูดิโอ กล่องบรรจุของBuzz Lightyearยังคงใช้ดีไซน์เดียวกับที่ปรากฏครั้งแรกบนเตียงของAndyในภาพยนตร์Toy Story หมูเลี้ยงของBlazeเป็นหมูพันธุ์Berkshireซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากสหราชอาณาจักร ชื่อตัวละครJimmy Deanได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมูของพี่ชายBob Pauleyโปรดักชันดีไซเนอร์ของภาพยนตร์ ซึ่งมีชื่อเดียวกัน เสื้อผ้าของBonnieเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของเธอ โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยชุดหลายชั้นที่มีระบาย ก่อนจะค่อย ๆ เรียบง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสื้อสเวตเชิ้ต ซึ่งเปรียบเสมือนผ้าห่มที่มอบความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับเธอ และเมื่อเรื่องราวจบลง เธอกลับมาสวมชุดหลายชั้นที่มีระบายอีกครั้งในเวอร์ชันที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เพื่อสื่อว่าเธอได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกครั้ง สไตล์การเล่นของBonnieและBlazeได้รับแรงบันดาลใจจากโทนสีพาสเทลดั้งเดิมที่สร้างขึ้นสำหรับToy Storyภาคแรก (ออกแบบโดยRalph Egglestonอาร์ตไดเรกเตอร์ผู้ล่วงลับของภาพยนตร์) ระหว่างการออกแบบเตียงของBonnieและBlazeทีมงานได้สร้างรูปแบบการวางและการจับจีบของผ้าห่มขึ้นมาประมาณ35แบบเพื่อรองรับฉากการใช้งานเตียงที่หลากหลาย ซึ่งเต็มไปด้วยความนุ่มฟูและอบอุ่นตลอดทั้งเรื่อง ภายในโรงนา (Barn)ของBlazeมีฟ่อนหญ้าจำนวนทั้งสิ้น25,304,146ชิ้น ม้าเพกาซัสของเล่นที่Buzzขี่ มีชื่อว่าBenito Blanco ผู้รับผิดชอบการออกแบบเส้นขนของม้าเพกาซัสของBuzzไว้ผมยาวสีชมพูในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังสร้างทรงผมสีชมพูแบบเดียวกันให้กับตัวละครม้าตัวนี้ ในฉากที่WoodyและBuzzทะยานขึ้นบินเพื่อหนีจากรถบรรทุกรับบริจาคของเล่น ดนตรีประกอบจะนำทำนองจากช่วงเวลาที่ทั้งคู่บินในToy Storyภาคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ทีมแอนิเมชันยังออกแบบการเคลื่อนไหวของตัวละครให้เหมือนกับฉากต้นฉบับ เพื่อให้เป็นการจำลองฉากจากภาพยนตร์เรื่องแรก นอกจากนี้ในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5ยังซ่อนEaster Eggsเอาไว้อีกมากมาย อาทิ ในช่วงต้นของฉากHighway Robberyเมื่อของเล่นทั้งหมดหยุดนิ่งอยู่ริมถนน จะสามารถเห็นรถPizza Planetขับผ่านไปด้านหลัง ขณะที่รถบรรทุกรับบริจาคของเล่นกำลังวิ่งขึ้นทางด่วน ผู้ชมจะมองเห็นร้านPizza Planetอยู่ด้านหลังของฉาก นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตเห็นสถานที่จากภาพยนตร์Toy Storyภาคก่อน ๆ ได้อีก ได้แก่Poultry Palace,Sleepwell Motelและปั๊มน้ำมันDinocoที่มีรถPizza Planetกำลังเติมน้ำมันอยู่ (หากสังเกตให้ดี อาจเห็นของเล่นบางตัวกำลังเถียงกันอยู่ใต้รถด้วย) อพาร์ตเมนต์ของAlจากToy Story 2ปรากฏอยู่บนเส้นขอบฟ้าของเมือง ในฉากที่Jessieพยายามกลับไปยังบ้านของBonnieหลังจากเดินทางมาถึงฟาร์มของBlazeเป็นครั้งแรก รองเท้าบู๊ตของBlazeปักลายดอกแดฟโฟดิล เพื่อเป็นเกียรติให้กับม้าของเธอที่ชื่อDaffodil ชื่อBlazeเป็นการอ้างอิงถึงคำว่าblazesซึ่งหมายถึงลวดลายหรือบริเวณสีขาวบนใบหน้าของม้าบางตัว Eggmanคือชื่อแบรนด์ของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่LilypadและSmarty Pantsใช้งาน โดยตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงRalph Egglestonโปรดักชันดีไซเนอร์ดั้งเดิมของToy Storyผู้ล่วงลับ ตัวละครKaraและChelseaซึ่งเป็นเพื่อนของBonnieได้รับการตั้งชื่อตามทีมงานCara BrodyและChelsea Waltonอย่างไรก็ตาม ชื่อCaraถูกเปลี่ยนการสะกดเป็นKaraเพื่อให้ในห้องแชตของBonnieมีตัวอักษรCและKแยกจากกัน แทนที่จะเป็นตัวCสองตัว ลูกชายBenและลูกสาวAudreyของAndrew Stantonเคยได้รับการระบุชื่อในเครดิตท้ายเรื่องToy Storyภาคแรก ภายใต้หัวข้อProduction Babies แอปโน้ตเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอของLilypadแสดงโน้ตดนตรีที่ตรงกับทำนองของเพลงYou've Got a Friend in Me บนหน้าจอของLilypadมีเกมชื่อChicken Farmerซึ่งมีAl's Toy Barnและมาสคอตรูปไก่จากToy Story 2ปรากฏอยู่ นอกจากนี้ยังมีเกมชื่อPrance Prance Revolutionซึ่งเคยเป็นเกมอาร์เคดที่ปรากฏในภาพยนตร์Onward มีป้ายชื่อถนนKennas Wayซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับKenna Harrisผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ ส่วนถนนMartin Aveได้รับการตั้งชื่อตามหลานชายของผู้กำกับAndrew Stanton ในภาพยนตร์ทุกเวอร์ชันทั่วโลก แทนที่QR CodeของHi-Tech Edition Buzz Lightyearจะแสดงข้อความว่าStar Command Updateจะเปลี่ยนเป็นUPDT_1195-2INFTY_PLSโดยเลข1195หมายถึงเดือนพฤศจิกายน ปี1995ซึ่งเป็นช่วงที่Toy Storyภาคแรกเข้าฉาย ส่วนINFTYเป็นการอ้างอิงถึงวลีประจำตัวของBuzz Lightyearคือ"To infinity and beyond!" หนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านให้ลูก ๆ ฟังภายในเต็นท์ ระหว่างฉากOperation Jessieคือเรื่องThe Velveteen RabbitผลงานของMargery Williamsซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกระต่ายของเล่นที่ได้รับความรักจากเด็กคนหนึ่งมากเสียจนกลายเป็นของจริง ชื่อร้านไอศกรีมที่Bonnieและคุณแม่ไปนั้น มีที่มาจากToy Storyภาคแรก โดยชื่อนี้เคยปรากฏอยู่บนลังไม้สีน้ำเงินภายในห้องของSidและรสชาติไอศกรีมทั้งหมดที่มีจำหน่ายในร้าน ยังเป็นรสโปรดของทีมงานฝ่ายศิลป์ของToy Story 5อีกด้วย เสื้อของคุณพ่อBonnieตัวหนึ่งมีการอ้างอิงถึงวงดนตรีสัญชาติแคนาดาRushซึ่งเป็นวงโปรดของผู้กำกับAndrew StantonและLaura Meyerกราฟิกอาร์ตไดเรกเตอร์ของภาพยนตร์ โลโก้บนไม้เทนนิสที่ปรากฏในช่วงPrologueใช้ดีไซน์เดียวกับโลโก้ของPixar RenderMan ภายในห้องทำงานของคุณพ่อBlazeมีการซ่อนกาน้ำชาMrs. Nesbitt RenderManซึ่งเป็นของที่ระลึกจากงานSIGGRAPH 2019ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าฉายของToy Story 4 หมายเลขA113อ้างอิงถึงห้องเรียนแห่งหนึ่งของCalArtsที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของPixarหลายคนเคยศึกษาอยู่ รวมถึงPete DocterและAndrew StantonโดยหมายเลขA113จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์Pixarทุกเรื่อง สำหรับToy Story 5หมายเลขนี้ปรากฏในฐานะแบรนด์ของกระดาษภาพถ่าย ซึ่งสามารถเห็นได้ที่ด้านหลังของรูปถ่ายEmilyที่โตเป็นผู้ใหญ่พร้อมลูกสาวของเธอ ในฉากBuried Treasure โค้ดที่ปรากฏบนหน้าจอขณะHi-Tech Edition Buzz LightyearกำลังติดตามภาพของJessieจะลงท้ายด้วยหมายเลขIP139.104.180.97ซึ่งเชื่อมโยงไปยังforthebirds.pixar.comเพื่อเป็นการรำลึกถึงRalph Egglestonนอกจากนี้ เลข97ยังเป็นปีที่Ralphเริ่มทำงานกับPixarอีกด้วย มีEaster Eggจากภาพยนตร์เรื่องGattoซึ่งเป็นผลงานเรื่องต่อไปของPixarที่มีกำหนดเข้าฉายวันที่5มีนาคม2027จำนวน2จุด ได้แก่ มีเกมชื่อPigeon Piazzaปรากฏอยู่บนหน้าจอของLilypadระหว่างที่เธอกำลังเลื่อนดูแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีกระป๋องลูกอมยี่ห้อSaverioวางอยู่บนโต๊ะของBlazeในช่วงท้ายของภาพยนตร์ ขณะที่Tech Trioกำลังดูภาพถ่ายงานแต่งงานบนแล็ปท็อป เรียกว่าทุกฉากถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ แฝงไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราวพิเศษซึ่งรอให้ผู้ชมค้นพบด้วยตัวเองบนจอภาพยนตร์ ใครยังไม่ได้ดูเตรียมเช็กลิสต์ไปเก็บรายละเอียดกันได้เลย ส่วนใครดูแล้วพลาดฉากไหนไปโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้ตีตั๋วไปดูซ้ำ เพราะยิ่งดูซ้ำจะยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อย่าพลาด ไปร่วมตามหาFun FactsและEaster Eggsเหล่านี้ด้วยกันในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa