TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “The Debut” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
สดจากงาน BNK48 THE DEBUT! เหล่าโอตะรอเจอสาว ๆ คับคั่ง!
ถือเป็นอีกงานใหญ่สำหรับก้าวสำคัญของ สาว ๆ BNK48 วงน้องสาวของ AKB48 เลยทีเดียว เพราะนี่จะเป็นการแสดงอย่างเป็นทางการครั้งแรก จากสมาชิก BNK48 วงเกิร์ลกรุ๊ป น้องใหม่ของประเทศไทย ในงาน BNK48 THE DEBUT ณ. Quartier Gallery ศูนย์การค้า The Emquartier ชั้น M 6โมงเย็น วันนี้ตอนนี้แฟน ๆ หรือ โอตะ ไปรวมตัวเพื่อพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยน และซื้อของที่ระลึกของ BNK48 กันอย่างอบอุ่น เรามีภาพบรรยากาศสด ๆ จากงานมาฝากกันค่ะ และเตรียมติดตามการแสดงของสาว ๆ BNK48 แบบเต็ม ๆ ได้เร็ว ๆ นี้ขอบคุณภาพจาก คุณพ่อบ้านคานาโตะทำความรู้จักสาว ๆ ไอดอลสาว BNK48!! กับทุกคำถาม ที่โอตะอยากรู้ (คลิป)เปิดวาร์ป 29 สาวแห่ง BNK48 สวมชุดไทยร่วมอวยพรรับวันสงกรานต์Music Trueid อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากลข่าว Gossip พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจและติดตามพวกเราชาว Intrend บันเทิง ได้ที่นี่ Line @Trueidและช่องทาง social ของ อินเทรนด์บันเทิง
ข่าวเพลงไทย • 2 มิ.ย. 60
อ่าน
ภาพ คลิปจัดเต็ม BNK48 รุ่น 2 พร้อมเปิดตัว 16 เซ็มบัตสึ ฤดูใหม่ ใน BNK48 2nd Generation The Debut
ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดและสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 2 ปี อีกครั้งได้รับกระแสความนิยมอย่างคับคั่งจนทำให้กลุ่มศิลปินสาวไอดอล Group ในนาม BNK48 กลายเป็นศิลปินที่มีแฟนคลับ แฟนเพลงรวมทั้งสาวกโอตะมากมายที่คอยชื่นชมและติดตามมากที่สุด ซึ่งล่าสุดสาว ๆ รุ่นแรก ทั้ง 26 คน ก็พร้อมแล้วที่จะต้อนรับสมาชิกใหม่ใน Generation ที่ 2 จากการเปิดฤดูใหม่เพื่อเปิดตัวน้อง ๆ ทั้ง 27 สาว BNK48 2nd Generation The Debutจากผู้สมัครกว่าหมื่นคน คัดเลือกด้วยความเข้มข้น พร้อมเผยรายชื่อผู้ที่คว้าตำแหน่ง BNK48 เซ็มบัตสึ ทั้ง 16 คน ในรุ่นที่ 2 เพื่อเป็นการเริ่มต้น ฤดูใหม่ ไปด้วยกัน พร้อมกับการโชว์ความสามารถให้แฟน ๆ ได้เห็นเป็นครั้งแรก ณ บริเวณ ควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้าดิเอ็มควอเทียร์ ในงานเปิดตัว BNK48 2nd Generation the Debutเริ่มต้นด้วยการโชว์เพลง Aitakatta และ BNK48 จากสาว ๆ รุ่นที่ 2 ทั้ง 27 คน พร้อมแนะนำตัวให้เหล่าแฟนคลับได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการทีละคน ก่อนจะเผยซิงเกิ้ลล่าสุด เพลง ฤดูใหม่ Tsugino Season ที่ร้องโดย 16 เซ็นบัตสึ ให้ได้ชมกันเป็นครั้งแรก! ซึ่งนับเป็นการตอกย้ำความสำเร็จไปอีกขั้น สำหรับการเติบโตของกลุ่มศิลปินสาวไอดอลกรุ๊ป BNK48 ภายใต้ บริษัท บีเอ็นเค โฟร์ตี้เอท ออฟฟิศ จำกัด (BNK48 Office) โดยการนำทัพของ คุณจิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ต้นสังกัดศิลปิน BNK48 ที่จะมาพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถของทั้ง 27 สาว BNK48 รุ่น2 ว่าเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติในการก้าวเข้ามาเป็นศิลปินตัวจริง ที่ผ่านการคัดสรรค์มาอย่างเข้มข้น จากจำนวนผู้เข้าสมัครกว่า 1 หมื่นคนทั่วประเทศ คุณจิรัฐ เผยถึงการเริ่มต้นปรากฎการณ์ฤดูใหม่ของสาว ๆ BNK48 รุ่นที่ 2 ในวันนี้ว่า "บรรยากาศของงานแถลงข่าวเต็มไปด้วยความอบอุ่นมากๆ ครับ ทั้งจากคณะผู้บริหาร ตัวแทนรุ่นพี่ BNK48 รุ่นที่1 อย่าง เฌอปราง, ปัญ และ อิสึตะ รินะ ซึ่งเป็นกัปตัน และรองกัปตันทีม BIII ที่มามอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีให้กับ น้องๆ ครูๆ ทุกๆ ท่าน และที่สำคัญคือการต้อนรับที่มากจากแฟนๆ ที่มามอบกำลังใจให้กับการเริ่มต้นฤดูใหม่ เรามีการเปิดตัวเพลง ฤดูใหม่ Tsugino Season และ เซ็นบัตสึทั้ง 16 คนของรุ่นที่2 รวมทั้งชุดคอสตูม ในเพลงนี้ที่น่ารักมาก ๆ ด้วยสีพาสเทล และ ยูนิฟอร์มสไตล์ AKB48 ซึ่งในเพลงฤดูใหม่นี้ ก็มาพร้อมกับจังหวะที่เร้าใจ และเนื้อหาที่พูดถึงการเริ่มต้นฤดูใหม่ ที่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นช่วงชีวิตใหม่ๆ ของพวกเธอเช่นเดียวกับเพลง และที่สำคัญคือ เราได้มีการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับการให้กำลังใจ ถึงผู้ที่กำลังมีความพยายามว่าจะต้องพบกับความสำเร็จในสักวัน ว่าพวกเค้าจะได้พบกับความสำเร็จนั้นอย่างที่ต้องการแน่นอน" โดย 16 เซ็มบัตสึ หรือ ตัวแทนที่ถูกเลือกที่ได้มาร่วมกันร้องเพลง ฤดูใหม่ ในครั้งนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นเด็กสาวอายุน้อย ที่ดูร่าเริงสดใสเหมาะกับการเริ่มต้นฤดูใหม่ที่เหมือนกับในเนื้อหาของเพลงจริง ๆ ครับ ประกอบด้วย 1. ชัญญาภัค นุ่มประสพ (นิว) อายุ 15 ปี จากกรุงเทพฯ2.จณิสตา ตันศิริ (แบมบู) อายุ 16 ปี จากสมุทรปราการ3. จิดาภา แช่มช้อย (แพนด้า) อายุ 21 ปี จากนครปฐม4. จุฑามาศ คลทา (เข่ง) อายุ 18 ปี จากสมุทรปราการ5. กมนธิดา โรจน์ทวีนิธิ (วิว) อายุ 14 ปี จากนนทบุรี6. กวิสรา สิงห์ปลอด (มายยู) อายุ 19 ปี จากกรุงเทพฯ7. นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล (มิวนิค) อายุ 16 ปี จากสมุทรปราการ CENTER8. ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา (ฟ้อนด์) อายุ 16 ปี จากประจวบคีรีขันธ์ Front Member9. ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุล (จีจี้) อายุ 17 ปี จากกรุงเทพฯ10. ปวีณ์ธิดา สกุลพิพัฒน์ (ฟีฟ่า) อายุ 17 ปี จากกรุงเทพฯ11. พิมพ์นิภา ตั้งสกุล (ดีนี่) อายุ 17 ปี จากกรุงเทพฯ12. เพลินพิชญา โกมลารชุน (จูเน่) อายุ 18 ปี จากกรุงเทพฯ Front Member13. รตา ชินกระจ่างกิจ (รตา) อายุ 16 ปี จากเชียงใหม่14. ตริษา ปรีชาตั้งกิจ (สตางค์) อายุ 15 ปี จากกรุงเทพฯ15. วรินท์รัตน์ ยลประสงค์ (นิกี้) อายุ 13 ปี จากเชียงใหม่16. วีรยา จาง (วี) อายุ 17 ปี จากชลบุรี เปิดตัว Coupling Song เพลงแรกของ BNK48 รุ่น 2 เพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ พร้อมทั้งเปิดตัว 16 เซ็มบัตสึ ได่แก่ เซ็นเตอร์เพลง มิวนิค สมาชิกแถวหน้า จูเน่, ฟอนด์ และ เซ็มบัตสึอื่น ๆ แบมบู , ฟีฟ่า , ดีนี่ , แพนด้า , เข่ง , สตางค์, วี , รตา , วิว , จีจี้ , นิกี้ , นิว และ มายยู (ทำความรู้จักเมมเบอร์รุ่น 2 ได้ที่นี่) ซึ่งการเปิดตัวทั้ง 27 คน ครั้งนี้ ก็นับเป็นบันไดแห่งความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของบริษัท BNK48 Office จำกัด ที่นำทัพโดย คุณจิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ต้นสังกัดศิลปิน BNK48 เพื่อพิสูจน์ว่าความสามารถของสาว ๆ ผู้มีคุณสมบัติและพร้อมที่จะก้าวมาเป็นศิลปินตัวจริงอย่างเต็มตัวนั้นจะต้องผ่านการคัดสรรมาอย่างเข้มข้น ดังนั้นทำให้การคัดเลือกผู้เข้าสมัครจากจำนวน 10,782 คนทั่วประเทศให้เหลือเพียงแค่ 27 คน จึงเป็นการคัดเลือกผู้ที่มีคุณภาพสูงสุดอย่างแท้จริงที่เข้ามาเป็น bnk48 2nd Generation The Debut เท่านั้น ซึ่งสาว ๆ ที่ผ่านการคัดเลือก ทำความรู้จักพวกเธอ ทั้ง 27 คนได้ที่นี่ Live! #BNK482ndGeneration พี่จ๊อบ มาแล้ว https://t.co/zGwAc5MuRT intrend บันเทิง (@IntrendBunTueng) 17 กรกฎาคม 2561 และก่อนจะปิดท้ายงานในวันนี้ลงไป คุณจ๊อบซัง ณัฐพล บวรวัฒนะ ผู้จัดการวง BNK48 ก็ได้ออกมาอัพเดทถึง 7 หัวข้อสำคัญ เกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับสาว ๆ BNK48 ให้เหล่าแฟนคลับได้รับทราบกันด้วยซึ่งงานแถลงข่าวถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลเด็ดกันแบบครบถ้วน ให้กับเหล่าสาวก BNK48 ทั้งรุ่นที่ 1 และรุ่นที่2 ได้คอยติดตามกันแบบห้ามกระพริบตากันเลยทีเดียว ติดตามสัมภาษณ์จ็อบซัง แบบเจาะลึก และ สัมภาษณ์รุ่นพี่ อิสึรินะ เฌอปราง ปัญ BNK48 เร็ว ๆ นี้ และห้ามพลาด กับ LIVE พูดคุยกับ สาว ๆ BNK48 รุ่น 2 ที่จะมาพูดคุยกันแบบสด ๆ ที่เพจ อินเทรนด์บันเทิง เร็ว ๆ นี้ อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากล พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจติดตาม Music.trueid.net ได้อีกช่องทางที่ TrueID Appหรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID
17 ก.ค. 61
อ่าน
ภาพ คลิป จัดเต็ม! BNK48 The Debut เปิดตัว 16 เซ็นบัตสึ พร้อมสัมภาษณ์พิเศษ 6 สาว ยูนิตแรก
จากที่เราได้เคยแนะนำ และสัมภาษณ์พิเศษ สาว ๆ BNK48 ไป จากวันนั้นถึงวันนี้ พวกเธอ ผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนักตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ได้เวลาของสาว ๆ BNK48 น้องสาวของ AKB48 ประจำประเทศไทย ที่เปิดตัว 16 สาว เซ็มบัตสึ ผู้ถูกเลือก ของ BNK48 ในงาน BNK48 The debut การออกเดบิวท์ครั้งแรกของพวกเธอ และยังเปิดตัว 3 เพลงฮิต ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น โดยมีการปรับเนื้อร้องให้เป็นภาษาไทย โดยทีมงานมืออาชีพทั้งไทยและญี่ปุ่น และยังมีเซอร์ไพรส์ 4 เรื่องจากทางผู้บริหาร เรียกว่างานนี้ เหล่าโอตะ ที่มาให้กำลังใจกันแน่น ณ บริเวณ ควอเทียร์ แกลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ถึงกับปรบมือและส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ (ตามไปดูภาพของสาว ๆ BNK48 ในช่วงก่อนเปิดตัว) และในปี 2021 ครบรอบ 4 ปี การเดบิวต์ BNK48 เดินทางมาถึงซิงเกิ้ล 10 ดีอะ ที่จะปล่อย MV วันนี้ ทีเซอร์ยังมาแรงไม่หยุด! #BNK48ดีอะ_MVTEASER ติดเทรนด์ Youtube On Trending! BNK48 ทั้ง 16 เซ็นบัตสึ ผู้ถูกเลือก วู๊ดดี้ ออม สุชา ไมค์ มาร่วมงาน BNK48 The Debut ในครั้งนี้ด้วย สมาชิก BNK48 รุ่น 1 16 เซ็มบัตสึ ผู้ถูกเลือก BNK48 ได้แก่ มิวสิค BNK48 รับหน้าที่ เซ็นเตอร์ แก้ว BNK48 ไข่มุก BNK48 แคนแคน BNK48 น้ำหนึ่ง BNK48 ซัทจัง BNK48 เฌอปราง BNK48 รับหน้าที่ กัปตัน มิโอริ BNK48 จ๋า BNK48 เนย BNK48 แจน BNK48 ปัญ BNK48 น้ำหอม BNK48 ตาหวาน BNK48 อร BNK48 เจนนิษฐ์ BNK48 สัมภาษณ์พิเศษ 6 สาว BNK48 ที่จะเป็นยูนิตแรกในการเดินสาย และเรายังได้ฟัง 3 เพลงแรก ของ BNK48 โดยได้นำเพลงฮิตของญี่ปุ่น มาทำเนื้อร้องภาษาไทยใหม่ ฟังเพลงสนุก และ ไพเราะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง Aitakatta หรือชื่อภาษาไทยคือ อยากจะพบเธอ เพลง Oogoe Diamond ชื่อภาษาไทยคือ ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ มี มิวสิค BNK48 เป็นเซ็นเตอร์ของ 2 เพลงนี้ และ เพลง 365 nichi no kamihikouki ชื่อภาษาไทยคือ 365 วัน กับเครื่องบินกระดาษ มี เจนนิษฐ์ เป็นเซ็นเตอร์ มิวสิค เซ็นเตอร์ เฌอปราง กัปตันเจนนิษฐ์ เซ็นเตอร์เพลง 365 วัน กับเครื่องบินกระดาษ 4 เรื่อง เซอรไพรส์ ในงาน BNK48 The Debut เซอร์ไพรส์ ที่ 1: การประกาศกัปตันคนแรกของ BNK48 ได้แก่ เฌอปรางซึ่งในการคัดเลือกมาจากคณะกรรมการและผู้บริหารทั้งไทยและญี่ปุ่นร่วมกันตัดสิน ซึ่งทั้งสาว ๆ BNK48 และ แฟน ๆ ต่างก็ได้รู้พร้อมกัน เฌอปรางพูดความรู้สึกให้ฟังว่า จริง ๆ ตอนเก็บตัวครั้งแรกเคยให้เป็นกัปตันชั่วคราวมาแล้วครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเฌอปรางทำดีแค่ไหน แต่ว่าครั้งนี้ขอบคุณมาก ๆ เฌอจะพยายามทำให้ดีที่สุดและทำให้ BNK48 มั่นคง และโด่งดั่งในประเทศไทย เซอร์ไพรส์ที่ 2: การมาของ อิสึตะ รินะ สมาชิก BNK48 คนที่ 30ซึ่งเซอร์ไพรส์จริง ๆ เพราะเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมาเปิดตัวในงานThe Debutด้วย ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้แฟน ๆ ชาวไทยมากมาย อิสึตะ รินะกล่าวว่าเหตุผลที่ตัดสินใจมาประจำที่ไทย ก็เพราะเคยมาตอน Japan expo มาแล้ว 2 ครั้ง และประทับใจแฟน ๆ น่ารัก และตกหลุมรักเลยอยากจะมาอยู่ประเทศไทย วันนี้ก็ได้ขึ้นเวทีร่วมกับ BNK48 แล้วก็อยากจะมีผลงานด้วยกันเร็ว ๆ รวมทั้งอยากให้สมาชิก BNK48 พาไปกินอาหารอร่อย ๆ และ พาไปเที่ยวด้วยนะคะ เซอร์ไพรสท์ที่ 3:เนื่องจากอิสึตะ รินะลงสมัครเลือกตั้งAKB48 49th Single Senbatsuในฐานะของสมาชิก BNK48 และจะเดินทางไปที่OKINAWAเลยจะส่งน้อง ๆ BNK48 จากประเทศไทยไปด้วย 3 คน ได้แก่มิโอริ, ซัทจัง และ แก้วพี่สาวคนโตสุดนั่นเอง ส่วนเหตุผลนั้นจะแจ้งให้ทราบเร็ว ๆ นี้ทาง official page เซอร์ไพรส์ที่ 4: อิสึตะ รินะเตรียมโปสเตอร์จากประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับลายเซ็น และได้จับมืออย่างใกล้ชิดด้วย ในราคาใบละ 400 บาท ซึ่งทำให้เหล่าโอตะมีความสุขและฟินกันสุด ๆ เลยทีเดียว และสำหรับดิจิตอล ไลฟ์ สตูดิโอของสาว ๆBNK48จะตั้งอยู่ที่โซน C ตึกด้านหลัง ตรงข้ามร้าน superdry ที่จะมีน้อง ๆ มา Live! ที่นี่ทุกวัน คุณครูที่สอนเรื่องร้องเพลง เต้น และ แอคติ้ง BNK 48เป็นไอดอลกรุ๊ปที่มีคอนเซปต์ชัดเจนidol you can meetศิลปินที่ไม่ได้มีแค่เพียงความสามารถเท่านั้น หากแต่ยังสามารถพบกับความน่ารักของพวกเธอเหล่านี้ได้ตามช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางรายการทีวีอย่างBNK48 Senpaiที่ออกอากาศทางช่อง 3 ตั้งแต่ audition และสเปเชียล อีเวนท์ และ Road Showในที่ต่าง ๆ ร่วมกับ เดอะ มอลล์ กรุ๊ป และที่สำคัญกลยุทธการ Live ผ่านช่องทางออนไลน์ และ โซเชียล มิเดีย ซึ่งได้มีการพัฒนาBNK 48 Digital Live Studioขึ้นที่ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ ให้ศิลปินได้ทำการไลฟ์ทุกวัน สมาชิก BNK48 ที่ไม่ได้เป็น 16 เซ็มบัตสึ ก็ยังต้องพัฒนาและทำหน้าที่ต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ ถือเป็นความแปลกใหม่ สำหรับวงการเพลงบ้านเรากันเลยทีเดียว เพราะหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นกับระบบไอดอล แต่เชื่อว่าสาว ๆ BNK 48 จะมาสร้างรอยยิ้ม แจกความสดใส และความน่ารักของพวกเธอ ให้คนไทยได้รู้จักพวกเธอกันมากขึ้น ติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมต่าง ๆ ของ BNK 48 กันได้ทางOfficial Pageนะคะ อ่านข่าวเพิ่มเติม : ทีเซอร์ยังมาแรงไม่หยุด! #BNK48ดีอะ_MVTEASER ติดเทรนด์ Youtube On Trending! ซ้อมเต้นรอ! ทีเซอร์ ดี-อะ ตัวเต็ม พร้อมท่าเต้นครั้งแรก #BNK48ดีอะ_MVTEASER แรงขึ้นเทรนด์อันดับ 1 (มีคลิป) BNK48 มาพร้อมความสดใส ปล่อยเพลงใหม่ ดีอะ Original Song ครั้งแรก แฟนฟินสุด! #ปูเสื่อรอเฌอสิค มาแรง! เฌอปราง มิวสิค BNK48 ดีอะ คอนเซปต์ ทีเซอร์ คู่ 8 เรือหลวงมาแล้ว! คลั่งรักไม่ไหว! ปัญ เจนนิษฐ์ BNK48 ใน Concept Teaser MV ดีอะ เสิร์ฟความฟิน 3 แบบให้ชาวสวน เห็นแค่ตาก็รู้ใจ! ปัญ เจนนิษฐ์ BNK48 ใน Concept Teaser คู่ต่อไป #ปลูกฟักรอปัญเจนนิษฐ์ ไข่ปู๊บมาแว้วขอแอ๊วหน่อย! ปูเป้ ไข่มุก BNK48 สานต่อความน่ารักแบบคนซึน ใน ดีอะ Concept Teaser สู่ขิตอีกคู่! น้ำหนึ่ง เนย BNK48 ในคลิปคอนเซปต์ ดี-อะ #น้ำหนึ่งเนยดีอะTeaser แรงอันดับ 1 เทรนด์ทวิต เจน มินมิน BNK48 มาพร้อมกับความน่ารักสดใสในคลิป Concept Teaser ดีอะ คู่ที่ 4 (มีคลิป) แฟนเก็บทรงไม่อยู่แล้ว! BNK48 สปอยล์ ดีอะ ภาพทีเซอร์คู่ที่ 3 #ซ้อมกริ๊ดรอน้ำหนึ่งเนย ขึ้นเทรนด์! ชิปเปอร์ถูกใจสิ่งนี้! อร ตาหวาน BNK48 น่ารักสุดฟิน ใน ดีอะ MV Teaser ตัวที่ 2 (มีคลิป) อีกหนึ่งศักยภาพ! IAM ปั้นโปรเจกต์ INDY CAMP ดัน 6 เมมเบอร์ BNK48 CGM48 แจ้งเกิดศิลปินมืออาชีพ วิเดียวก็กรี๊ด! BNK48 เผยภาพแรก โมบายล์ BNK48 เซ็นเตอร์ ดีอะ ซิงเกิ้ล 10 ในคลิปชวนเต้น! ฟังเพลงออนไลน์ เพลงใหม่ ได้แล้ววันนี้บน TrueID ทั้ง เว็บไซต์ และ แอปพลิเคชัน กดเลย community แห่งความบันเทิง 📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล 😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี
ข่าวเพลงไทย • 5 มิ.ย. 60
อ่าน
เปิดศึกนองเลือดที่เดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ฮังเกอร์เกมส์ กับ "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping"
นับถอยหลังสู่ความระทึกระดับปรากฏการณ์ เมื่อภาพยนตร์แฟรนไชส์บล็อกบัสเตอร์ระดับโลกที่สร้างจากวรรณกรรมชุดขายดีกว่า 100 ล้านเล่ม อย่าง "The Hunger Games" กำลังจะกลับมาสั่นสะเทือนทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่เคยสร้างกระแสจุดไฟในใจคนดูด้วยเนื้อหาสุดเข้มข้นที่เปลี่ยนเรื่องราวการต่อกรกับอำนาจเผด็จการใน เกมล่าชีวิต ให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้และเป็นตัวแทนเสียงของประชาชนในแบบที่ภาพยนตร์เรื่องอื่นทำไม่ได้ พฤศจิกายนนี้ มงคลเมเจอร์ และ ไลออนส์เกต พร้อมพาคอหนังชาวไทยก้าวเท้าสู่ลานประลองเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ใน "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม" ย้อนสู่จุดเริ่มต้นประกายไฟแห่งการปฏิวัติที่เป็นทั้งจุดสตาร์ตพาผู้ชมกลุ่มใหม่เข้าสู่โลกของ ฮังเกอร์เกมส์ และเป็นจุดกำเนิดความหวังครั้งสำคัญที่แฟนหนังตัวจริงห้ามพลาด! ยกระดับความโหดขึ้นเป็นทวีคูณกับกติกาพิเศษของ "ควอเตอร์เควล ครั้งที่ 2" (จัดขึ้นทุก 25 ปี) ในการแข่งขัน "เกมล่าชีวิต ครั้งที่ 50"ด้วยจำนวน เหล่าบรรณาการ ในสมรภูมิสังหารที่จะต้องส่ง ตัวแทนเข้าแดนตายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวรวมทั้งสิ้น 48 คน จากปกติ 24 คน ท่ามกลางสนามประลองสุดตระการตาที่ซ่อนเร้นกับดักร้ายไว้ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทั้งดอกไม้พิษ, ภูเขาไฟระเบิด, และสัตว์ที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมให้กลายเป็นเครื่องสังหารสุดเหี้ยม รวมถึงกับดักอื่นๆ ที่พร้อมปลิดชีพได้ทุกวินาที จนเรียกได้ว่าเป็น เกมที่นองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์ฮังเกอร์เกมส์ ร่วมลุยไปกับ 4 ตัวแทนเลือดใหม่จากเขต 12 นำโดย "เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี" ชายหนุ่มที่ไม่ได้เดิมพันแค่ชีวิตตัวเอง แต่ต้องสู้สุดตัวเพื่อโอกาสกลับไปหาคนรัก พร้อมด้วย "เมย์ซิลี ดอนเนอร์" ตัวแทนสาวที่พกความมั่นใจมาเกินร้อย เจ้าของเข็มกลัดม็อกกิ้งเจย์คนแรก, "ไวแอตต์ แคลโลว์" อัจฉริยะสายคำนวณผู้มีภูมิหลังเกี่ยวกับการพนัน หมกมุ่นเกี่ยวกับอัตราการเดิมพันในการแข่งขัน และ "ลูเอลลา แมคคอย" บรรณาการหญิงอายุน้อยที่สุดในการแข่งขัน เผชิญหน้าอำนาจมืดจากแคปิตอลจัดหนักด้วยเหล่าคนคลั่งที่พร้อมเปลี่ยนการสูญเสียให้กลายเป็นเรื่องสนุกบนหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็น "ดรูซิลลา ซิกเคิล" ผู้แทนคัดเลือกบรรณาการเขต 12, "เอฟฟี ทรินเกต" สไตลิสต์สุดเฟียร์ซผู้อยู่เบื้องหลังการแปลงโฉมของเหล่าบรรณาการให้ถูกตาต้องใจชาวแคปิตอล, "พลูทาร์ช เฮฟเวนส์บี" โปรดิวเซอร์แคปิตอลทีวีที่ทำทุกอย่างเพื่อเรตติง และ "ซีซาร์ ฟลิกเกอร์แมน" พิธีกรหน้าเนื้อใจเสือที่ใช้เหล่าบรรณาการเป็นเครื่องมือสร้างชื่อเสียงให้ตนเอง ปิดท้ายด้วยลาสต์บอสสุดคลั่งอำนาจแห่งพาเน็มอย่าง "ประธานาธิบดีสโนว์" ที่ในภาคนี้จะได้เห็นความเรืองรองในอำนาจและความอำมหิตถึงขีดสุดกับกฎเหล็ก ห้ามตั้งคำถาม ห้ามทรยศ ทุกชีวิตต้องอยู่ในเกมของเขา แต่บารมีอันล้นฟ้าของสโนว์ดันต้องสั่นคลอน เมื่อเฮย์มิตช์ปรากฏตัวและพลิกโฉมเกมล่าชีวิตให้กลายเป็นประกายไฟแห่งการปฏิวัติ พบกับการประชันบทบาทครั้งยิ่งใหญ่ของทีมนักแสดงรุ่นเก๋าดีกรีรางวัล นำโดยตัวพ่อ เรล์ฟ ไฟนส์ (ประธานาธิบดีสโนว์), เกลนน์ โคลส (ดรูซิลลา ซิกเคิล), แอลล์ แฟนนิง (เอฟฟี ทรินเกต) ปะทะทีมนักแสดง Gen Z ดาวรุ่งพุ่งแรง โจเซฟ ซาดา (เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี), แม็กเคนนา เกรซ (เมย์ซิลี ดอนเนอร์) และ วิตนีย์ พีก (เลนอร์ โดฟ) เตรียมสัมผัสความมหึมาเต็มตาบนจอใหญ่ยักษ์ ถ่ายทำด้วยระบบ IMAX เต็มรูปแบบเพื่ออรรถรสในเกมล่าชีวิตที่ตระการตาที่สุด "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม" ประเทศไทยเดือดก่อนใคร ดูก่อนอเมริกา 19 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งในระบบปกติและทุกระบบพิเศษ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 5 วันที่แล้ว
อ่าน
"หลิง-ออม" จัดเต็มคอนเสิร์ตแรก แขกรับเชิญจัดเต็มแน่นเวที
สร้างปรากฏการณ์แรงตลอด 2 วันเต็ม! สำหรับคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกของสองสาว หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส กับงาน LINGORM THE WORLD BETWEEN US CONCERT ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 1718 ตุลาคม 2569 ที่จัดเต็มทั้งโชว์ร้อง เต้น โปรดักชันสุดอลังการ และแขกรับเชิญสุดพิเศษตลอดสองวัน จนแฮชแท็ก #LingOrmBetweenUsConcertD1 และ #LingOrmBetweenUsConcertD2 ทะยานขึ้นเทรนด์อันดับ 1 ทั้งสองวัน ตอกย้ำพลังความรักและการสนับสนุนจากแฟน ๆ ที่ส่งถึงทั้งคู่แบบถล่มทลาย "หลิง-ออม" จัดเต็มคอนเสิร์ตแรก แขกรับเชิญจัดเต็มแน่นเวที ขนความสนุกจัดเต็มให้เจ้าความรักมากกว่า 3 ชั่วโมงเต็ม เนรมิตเวทีเป็นโลกแห่งความรักที่ไม่มีวันตาย เริ่มต้นการแสดงสุดยิ่งใหญ่ หลิง-ออม โรยตัวลงมากลางเวทีด้วยแสงสีสุดอลังการสะกดทุกสายตาด้วยเพลง Dracula และ Rockstar ก่อนจะกล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่ดินแดนแห่งรักอย่างเป็นทางการ จากนั้นมาเพิ่มดีกรีความร้อนแรงกับ Bad Angel, สวรรค์ชั้น 7 ที่ท่าเต้นแบดได้ใจสุด ๆ ถึงช่วงโชว์เดี่ยวในเพลง Love on Top ของสาวหลิงที่ส่งท่าเอนตัวต้านแรงโน้มถ่วงสุดเท่ ส่วนออมมาในเพลง One Punch ร้องแร็ปออกมาพร้อมชุดคลุมมวยสุดเท่ ก่อนถึงช่วงหลิงจับกีตาร์โปร่งไฟฟ้า โชว์เสน่ห์ความน่าหลงใหลในเพลง Until I Found You + L o v e ส่วนในวันที่สองมาในเพลง Cant Take My Eyes Off You + Fly Me To The Moon จากนั้นส่งเวทีต่อให้ออมที่เปิดตัวอยู่ใน snow globe ในเพลง Risk It All ที่เจ้าตัวถึงกับเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่ และวันที่สองเนรมิตเวทีเป็นชายหาดในเพลง Go Go Juice ก่อนจะกลับมาหวานกันต่อในเพลง ขี้แง (Boys Don't Cry) โชว์เต้นรำกลางน้ำพุที่ปลุกความหวานไปทุกอณู จากนั้นต่อเนื่องไปกับเพลง หล่ออนิเมะ สมใจแฟน ๆ ที่รอคอยทั้งคู่ร้องโชว์ด้วยกัน มาเสพความเซ็กซี่ต่อในเพลง T2T ไปกันต่อในเพลง หวานใจผมน่ารักกว่าใคร และ ใจฉันตามเธอไป พาร์ทเดี่ยวในเพลง สวยเด้งดึ๋ง ที่ทำเอากรามค้างเมื่อหลิงเปิดคลาสแทรมโพลีนกลางอิมแพ็ค และเพลง Sports car จากออมที่ใส่เต็มใส่อินเนอร์แบบเต็มแม็กซ์ จากนั้นทั้งฮอลล์ถูกดึงไปในโลกของความน่ารักในเพลง Magnetic ที่จัดเซอร์ไพรส์เรียกเสียงกรี๊ดถล่มทลายจาก LOLO หลานคนโปรดของเหล่าอุนย่า อุนยาย และ BUTTERBEAR กับพี่สาว BIANCA BEAR ก่อนสองพี่น้องแจกความน่ารักกันต่อแบบอันลิมิเต็ดในเพลง น่ารักมั้ยไม่รู้ เพิ่มความสดใสให้จักรวาลนี้เข้าไปอีก จากนั้นส่งเวทีต่อให้ โบว์ เมลดา มาจอยด้วยต่อในเพลง เจ็บนิดนิด ดวลสเต็ปแดนซ์สะบัดไม่นิด ๆ เหมือนชื่อเพลง และเพลง เกินต้าน ที่มาในท่าสะบัดผมจนเป็นไวรัลเต็มหน้าฟีด ส่วนวันที่สองก็ไม่เบา จับตัวแม่แห่งวงการเพลงลูกทุ่งอย่าง อาภาพร นครสวรรค์ ขึ้นมาร่วมจอยในเพลง เริ่มแล้วค่ะ พร้อมกับหลานรัก LOLO และ หลิง-ออม ที่มาในลุคแม่เสือสาวพาคนทั้งฮอลล์สนุกสุด ๆ ก่อนจะโชว์เดี่ยวในเพลง ชอบไหม ซิกเนเจอร์ที่แค่ได้ยินก็ต้องลุกเต้น และเกสท์คนสุดท้าย เบลล่า ราณี สร้างความฮือฮาแบบสุด ๆ ในเพลง Bad Shawty ปิดท้ายด้วยเพลง ดวงใจ ที่ทำหลายคนแอบตกใจอยู่ไม่น้อย ความพิเศษของวันแรกยังอยู่ที่การรวมตัวของแขกรับเชิญหลากสไตล์ เริ่มวันแรกด้วยแก๊ง GELBOYS ของ ออม ในเพลง ณ บัดNOW และเปิดเวทีวัยรุ่นเด็กสยามต่อในเพลง เลิกกั๊กแล้วรักก่อน ทำเอาแฟน ๆ ถึงกับอดเต้นตามไม่ได้ และ ALIE+BADMIXY+BABYJOLYSTAR จากแก๊งหิ้วหวี เปลี่ยนเวทีจากดินแดนแห่งรักเป็นดินแดนแห่งความเซ็กซี่ในชั่วพริบตา ในเพลง G.A.Y ก่อนส่งเวทีให้ไปสนุกกันต่อในเพลง LADY LONDON ฝั่ง หลิง ก็ไม่ธรรมดาสำหรับแขกรับเชิญ เริ่มจากศิลปินรุ่นพี่คารมดีอย่าง โอ๊ต ปราโมทย์ + ป๊อบ ปองกูล เปิดตัวด้วยการมาร่วมแจมในชุดสีทองสุดจี๊ดแสบตาในเพลง NOBODY ก่อนมอบเวทีให้กับคู่หูในเพลง คะนึงนิด และ PP KRIT ที่เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นลั่นฮอลล์ที่ขึ้นมาร่วมจอยในเพลง ไม่ได้ก็ไม่เอา และ YOU ARE MY LIGHT ในเวอร์ชันภาษาจีน สร้างเซอร์ไพรส์ให้แฟน ๆ กันอยู่ไม่น้อย และส่งพื้นที่ต่อให้ในเพลง เก่งไม่พอ ที่หลิงได้ไปเป็นนางเอก MV คนแรก จากนั้นต่อเนื่องความสนุกกันต่อในเมดเลย์เพลงฮิต Love shot, Ma boy, ล็อกเป้า, I'm the best, Touch ก่อนเดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายที่ทั้งคู่ขอมอบเพลง การเดินทางที่สวยงาม และ เหตุผลของการมีชีวิตอยู่คือการได้พบเธอ แทนทุกความรู้สึกที่มอบให้กับเจ้าความรักที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน และคอยซัพพอร์ต หลิง-ออม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก่อนจะขึ้นรถ LOLO ไปหาแฟน ๆ แจกลูกบอลเป็นของที่ระลึกในช่วงเมดเลย์เพลงไฮไลต์จาก 3 ภาค จากงาน LINGORM THAILAND FAN MEETING TOUR 2026 ในเพลง โอ้ละหนอMy Love, สัญญาเดือนหก, เด็กดอยใจดี ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยบรรยากาศอบอุ่น ปิดท้ายด้วยภาพความประทับใจ หลิง-ออม ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับเปล่งประกาย เป็นภาพแทนความผูกพันที่ส่งต่อถึงกันตลอดคอนเสิร์ต และยิ่งตอกย้ำความหมายของ The World Between Us โลกที่มีเรื่องราว ความทรงจำ กลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่แฟน ๆ อยากเก็บไว้ในใจ
ข่าวบันเทิง • 19 ต.ค. 69
อ่าน
"เจสซี ไอเซนเบิร์ก" เปิดใจว่าเขาไม่มีหนังสตูดิโอให้เล่นอีกเลย หลังได้รางวัลราสเบอร์รีเน่าสุดอัปยศ
นักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาทที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น อย่าง "เจสซี ไอเซนเบิร์ก" ที่ใครจะรู้ว่าปัจจุบันเขาไม่มีหนังจากสตูดิโอใหญ่ ๆ ติดต่อมาร่วมงานอีกเลย นับตั้งแต่เขาได้รับรางวัลนักแสดงยอดแย่จากเวทีรางวัลราสเบอร์รีเน่า จากผลงานหนังฮีโร "Batman v Superman: Dawn of Justice" เมื่อสิบปีที่แล้ว ทำให้ปัจจุบันเขาเริ่มผันตัวมาทำงานเบื้องหลังแทน กับล่าสุดที่กำลังเฉิดฉายใน "The Debut" หนังตลกดรามามิวสิคัลที่เฉิดฉายตามเทศกาลหนังต่าง ๆ และกลายเป็นขวัญใจนักวิจารณ์ในตอนนี้ เจสซี ไอเซนเบิร์ก ได้เล่าถึงจุดพลิกผันในอาชีพของเขา ระหว่างปรากฏตัวร่วมงานที่พิธีปิดเทศกาลหนังลอนดอน 2026 ที่ The Debut ผลงานการกำกับและเขียนบทเรื่องที่ 3 ในชีวิตของเขาได้เปิดตัวฉายในเทศกาลนี้ โดยเขายอมรับว่าเส้นทางการเป็นนักแสดงค่อนข้างโหดร้ายและไม่มีความมั่นคงอยู่เลยจริง ๆ "คือผมไม่สามารถหางานแสดงจากสตูดิโอหนังใหญ่ ๆ ได้อีกแล้ว เพราะผมดันไปได้รางวัลราสเบอร์รีเน่า มาจากหนัง Batman v Superman นั่นแหละ แล้วผมก็มองเห็นทิศทางที่มันกำลังจะเป็นไป ในฐานะนักแสดงแล้ว คุณมักจะตกอยู่ในความกังวลตลอดเวลาเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงในอาชีพแหละครับ เราจะคิดว่าตอนนี้เราอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลงกันนะ? เพราะไม่มีช่วงที่กราฟของเรานิ่งหรอกครับ มันเป็นอาชีพที่โหดร้ายพอสมควรเลย ผมเลยคิดว่า ผมต้องหันมากำกับและสร้างหนังดูบ้าง นั่นเป็นเหตุผลที่ผมเริ่มเขียนบทหนังขึ้นมา เพื่อประคับประคองอาชีพของตัวเองเอาไว้ครับ" Batman v Superman: Dawn of Justice อาจจะเป็นหนังที่ทำเงินไประดับ 420 ล้านเหรียญจากทั่วโลก แต่ผลลัพธ์ในกระแสวิจารณ์นั้นค่อนข้างล้มเหลว ทำให้ปีนั้นหนังเรื่องดังกล่าวได้รางวัลราสเบอร์รีเน่า หรือ ราสซี อวอร์ดส์ กลับบ้านไปหลายตัว และดูเหมือนจะทำลายอาชีพนักแสดงบางคนไปด้วย เพราะนับตั้งแต่นั้นมา เจสซีแทบไม่มีผลงานหนังกับสตูดิโอใหญ่ ๆ ชั้นนำของฮอลลีวูดอีกเลย โชคดีที่เขายังมีเฟรนไชส์หนัง Now You See Me ให้กลับมาปรากฏตัวบ้าง แต่ผลงานแสดงส่วนใหญ่ของเขา ต่างเป็นหนังนอกกระแสและหนังสตูดิโอเล็ก ๆ ทั้งสิ้น ทำให้ในปี 2022 เขาเริ่มผันตัวไปสร้างหนังเรื่องแรกของใน When You Finish Saving the World ที่อาจจะไม่ได้กระแสตอบรับที่ดีเท่าไหร่ แต่กลับมาแก้มืออีกครั้งในฐานะผู้กำกับและร่วมแสดงนำใน A Real Pain กลายเป็นผลงานที่โดดเด่นบนเวทีรางวัลได้อย่างสุดปัง และส่ง เคียแรน คัลกิน คว้าออสการ์ได้อย่างน่าประทับใจ และในปีนี้เขากลับมาใน The Debut ผลงานที่กำกับและเขียนบทเองอีกครั้ง ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหนังเข้าตากรรมการเวทีรางวัลต่าง ๆ ในช่วงต้นปีหน้าอีกเรื่อง ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 23 ต.ค. 69
อ่าน
รีวิวหนัง "Drive - The Pretenders แกล้งรัก หักพวงมาลัย" สูตรสำเร็จแสร้งเลิฟ เคมีฟินผีเสื้อบินอบอวลไปทั่วท้อง
มาเสิร์ฟต่อเนื่อง..กับอีกหนึ่งคอนเทนต์น้ำเน่าคลั่งรักจากนิยายสู่จอสตรีมมิง คราวนี้เป็นคิวความรักสุดเร้าร้อนในแวดวงแข่งซิ่งจากเยอรมัน "Drive - The Pretenders แกล้งรัก หักพวงมาลัย" แค่ชื่อเรื่องก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นของสูตรสำเร็จเน่าฟุ้งโชยมาแต่ไกล และก็แน่นอนว่านี่คือหนังรักที่ถอดแบบฉบับออกมาจากงานเขียนแท้ ๆ ที่อบอวลไปด้วยการเซอร์วิสพล็อตเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ชวนยั่วยวนแบบไม่มีตกสูตรไปเลย ซาราห์ หญิงสาวผู้มุ่งมั่นที่ก้าวเข้ามาเป็นช่างเครื่องหญิงคนแรกของทีมแข่งรถชั้นแนวหน้า เธอได้ตัดสินใจรับดีลแกล้งทำทีเป็นคู่หมั้นของ ดานเต้ นักแข่งรถหนุ่มสุดอื้อฉาวของวงการ เพื่อช่วยกอบกู้สถานการณ์และชื่อเสียงของเขาที่กำลังตกต่ำลงเรื่อย ๆ หลังจากการสูญเสียน้องสาวไป แต่เป้าหมายที่แท้จริงแล้ว เธออยากให้โอกาสนี้ในการก้าวขึ้นไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถแข่ง แต่ปรากฏว่าคำลวงและแนวคิดทะเยอทะยานต่าง ๆ ต้องพังทลายลง เพราะมันกลายเป็นภัยที่อาจจะทำลายทุกอย่าง..รวมทั้งความสัมพันธ์อันเร่าร้อนของพวกเขา หนังดัดแปลงสร้างมาจากนิยายขายดีของ ทามารา ลัช ที่ได้มือเขียนบทระดับรางวัลของเยอรมัน อย่าง "คริส ซิลเบอร์" มาช่วยปรุงแต่งบทหนังรักเห่ย ๆ เรื่องนี้ให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Drive - The Pretenders พล็อตเร่ืองเชยมาก ๆ ไม่ต่างกับละครไทยที่นำมารีเมคซ้ำซากอยู่บ่อยครั้ง กับเส้นเรื่องที่สูตรสำเร็จสุด ๆ ของหมวดหนังโรแมนซ์ ประเภทสัญญาเลิฟเผลอใจรัก เป็นความเชยเฉิ่มที่ต้องยอมรับว่ามันก็ยังคงเวิร์กอยู่กับคอนเทนต์ในปี 2026 ที่ผู้ชมต่างต้องการดูชมอะไรที่ง่าย ๆ ฝีมือการกำกับของ "เซอร์เก มอย" ดาราหนุ่มชื่อดังจากเยอรมันที่เริ่มผันตัวมาเป็นนักสร้าง Drive - The Pretenders น่าจะเป็นผลงานกำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของเขาเลยก็ว่าได้ หลังจากที่สั่งสมประสบการณ์จากการทำซีรีส์และกำกับมิวสิควิดีโอมาบ้าง นับว่าเขาใช้ประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาตั้งแต่เด็ก เต็มเปี่ยมไปด้วยแง่มุมวิสัยทัศน์ที่หนักแข็งจากคนที่เฝ้ามองการทำงานในวงการนี้มากว่า 20 ปี ทำให้ทุก ๆ รายละเอียดในหนังรักเรื่องนี้ ถึงจะหวานชวนเลี่ยนแต่ก็ทำออกมาได้ละมุนละไมดีในทุก ๆ สัดส่วน พื้นฐานของหนังเรื่องก็แทบจะไม่ต่างกับหนังรักทางสตรีมมิงทั่วไป เพียงแต่ Drive - The Pretenders ค่อนข้างเน้นย้ำพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างคู่พระนางได้อย่างอบอวลมากกว่าเรื่องก่อนหน้านี้ ไม่ปล่อยให้คนดูสัมผัสจังหวะอารมณ์ความรักแค่ผิวเผิน กับการจัดฉากยั่ว ๆ 18+ แบบยัดเยียดเกินความจำเป็น หนังทำให้คนดูได้ดำดิ่งและมีความรู้สึกไปกับตัวละครหลักอย่างค่อย ๆ ถลำลึกทีละน้อย แม้ว่ามันจะเป็นเส้นเรื่องที่ใคร ๆ ก็น่าจะคาดเดาได้ดีอยู่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่านี่คือการตอบโจทย์หนังรักได้ดีเกือบทุกข้อเลย องค์ประกอบงานสร้างก็น่าพอใจ แม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่งานโปรดักชันที่ช่วยสร้างบรรยากาศความโรแมนซ์ออกมาในแต่ละซีน ค่อนข้างทำออกมาด้วยมาตรฐานที่น่าพอใจ ยิ่งผสมผสานเข้ากับเส้นเรื่องการเป็นนักแข่งของคู่พระนางในเรื่อง ต้องยอมรับว่าหนังใส่ใจในซีนเสริมรถแข่งนี้เข้ามาได้ค่อนข้างกลมกล่อมกำลังดี ถึงจังหวะตัดต่อหนังจะค่อนข้างโดดเด้งไปอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ติดขัดใด ๆ พร้อมทั้งยังเสิร์ฟลีลาเฉิ่ม ๆ ที่พึงมีในหนังรักทุกเรื่อง หยอดเพลงเก่า ๆ ที่ใช้ในหนังรักเข้ามาให้ชวนคิดถึง ที่น่าเหลือเชื่อก็คือเคมีของนักแสดง กลายเป็นว่าการจับคู่กันของ "ลิซ่า-มารี โคโรล" กับ "อามิน บาห์เหม็ด" พรั่งพรูออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ คนหนึ่งเป็นนางเอกเจ้าบทบาท อีกคนเป็นพระเอกใหม่แกะกล่อง แต่เคมีของพวกเขาต่างมาผสมผสานเข้ากันได้ดีบนหน้าจอ และทำให้คนดูหลงใหลไปตามเส้นเรื่องความรักของพวกเขาได้ดี ถึงแม้ว่าการแสดงของอามินจะค่อนข้างใหม่เอี่ยมเด่นชัด แต่อย่างน้อย ๆ ลิซ่าก็ไม่ทอดทิ้งเขา กลายมาเป็นส่วนที่ช่วยผลักดันทางการแสดง รับส่งบทถึงกันได้ค่อนข้างลงตัว แม้ว่าจะคนละมาตรฐานประสบการณ์กันก็ตาม ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว Drive - The Pretenders ได้มอบผลลัพธ์ที่ค่อนข้างดีกว่าที่คาดคิดเอาไว้ เพราะกลายเป็นหนังรักที่ค่อนข้างมีความขันแข็งในเส้นเรื่องและน้ำหนักที่กำลังดี ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรที่แปลกใหม่เลย เต็มไปด้วยสูตรสำเร็จพื้นฐานที่แสนจำเจ แต่กลับยังมีประสิทธิภาพที่จะอิ่มใจในฐานะหนังรักที่กลมกล่อมดีเรื่องหนึ่ง เคมีนักแสดงดีกว่าที่คิด ลงตัวในกันและกันด้วยดี แม้ว่าต่างฝ่ายต่างมีประสบการณ์ที่ไม่เท่ากันก็ตาม ถ้าเปิดดูหนังเรื่องนี้แบบเพลิน ๆ ไม่ต้องคิดอะไร มันก็ไม่ต่างกับละครหลังข่าวที่ดูได้จอย ๆ เรื่องหนึ่ง ไม่ได้ดีที่สุด แต่ก็ไม่ได้แย่อะไร ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Drive - The Pretenders แกล้งรัก หักพวงมาลัย ประเภท: โรแมนติก / ดรามา / กีฬา ผู้กำกับ: เซอร์เก มอย นำแสดงโดย: ลิซ่า-มารี โคโรล, อามิน บาห์เหม็ด, กุสตาฟ ชมิดต์, มิเซล มาติเชวิช ความยาว: 100 นาที กำหนดฉายในไทย: 28 ตุลาคม 2026 (ที่ PrimeVideo) Movie.TrueID METRIC: Drive - The Pretenders แกล้งรัก หักพวงมาลัย ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.7/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.5/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.2/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 5 วันที่แล้ว
อ่าน
THE CROW CLUB อีกาสมาคม โชว์มิติใหม่ของซีรีส์ เปิดความสัมพันธ์ 8 หนุ่ม 4 คู่ ในงาน "THE CROW CLUB FIRST PREMIERE"
สนุกสมการรอคอย!! สำหรับสมาคมลับที่เต็มไปด้วยความแปลก ความน่ารัก และภารกิจเหนือคาดเดา กับซีรีส์ THE CROW CLUB อีกาสมาคม จากโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ที่รวม 8 หนุ่มหล่อ 4 คู่ เคมีแรงเกินต้าน มาพร้อมพล็อตเรื่องที่สนุกสนานแล้วยังมีความโรแมนติก มีมิติของความสัมพันธ์ที่น่าค้นหา สำหรับ THE CROW CLUB อีกาสมาคม นำเสนอเรื่องราวของ สมาคมคนแปลก ที่รวมตัวกันเพื่อรับจ้างทำ ภารกิจแปลกๆ ที่ไม่มีใครอยากรับ แต่ละงานมาพร้อมลูกค้าสุดคาดเดา และนำไปสู่สารพัดเรื่องวุ่นวาย ขณะเดียวกันความรัก ความไว้ใจ และมิตรภาพก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จนกลายเป็นเรื่องราวที่ไม่ได้มีเพียงโมเมนต์ฟินชวนจิ้น แต่ยังชวนลุ้นไปกับทุกการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา ห้ามพลาดอีกหนึ่งรสชาติใหม่จาก CHANGE2561 ที่พร้อมพาผู้ชมเข้าสู่โลกของ คลับอีกา ที่ทุกภารกิจเริ่มต้นด้วย เงิน แต่ปลายทางอาจกลายเป็น ความสัมพันธ์ ที่ไม่มีใครคาดคิด THE CROW CLUB FIRST PREMIERE ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา CHANGE2561 ได้จัดงาน THE CROW CLUB FIRST PREMIERE ณ สถานที่จัดงาน โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย พารากอนซีนีเพล็กซ์ ให้แฟนๆได้มาร่วมชม THE CROW CLUB อีกาสมาคม Ep.1 กับ 8 นักแสดงนำ สายลับ เหมวิช ภณ ธนภณ, มิ้ล ณัฐชนน นิวเยียร์ นวพรรษ, ป๊อป ภัทรพล ไตเติ้ล ธนธร , อ็อตโต้ พชร บีเจ ณัฐนนท์ แบบใกล้ชิดก่อนใคร ทันทีที่เปิดงานความฟินก็พุ่งเต็มแม็กซ์ เมื่อ 8 หนุ่มหล่อ 4 คู่ เคมีเกินต้านขึ้นเวทีพร้อมโชว์เพลง LOSER เพลงของเหล่า Loser ที่แม้อาจไม่เก่ง ไม่เป๊ะ หรือเคยผิดพลาดมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อเป็นเรื่องของความรักกลับพร้อมสู้เต็มที่ ผ่านท่อนฮุค ชวนจำ จะห่วยแค่ไหนขอแค่ได้เธอมาอยู่ข้างๆเจ็บมาเป็นร้อยขอแค่หนึ่งครั้ง ฉันจะไม่ Lose เธอคอยดู เติมทั้งความกวน น่ารัก และโรแมนติกได้อย่างลงตัว จากนั้นพิธีกร ดีเจเป้ วิศวะ ได้กล่าวต้อนรับทุกคนเข้าสู่งาน THE CROW CLUB FIRST PREMIERE พร้อมเชิญทั้ง 8 นักแสดงขึ้นมาบนเวที ทำความรู้จักตัวละคร 4 เรื่องราว 4 ความสัมพันธ์ ที่แม้จะแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นจากสถานที่เดียวกันคือ คลับอีกา คลับที่พร้อมรับทำสารพัดงานสุดแปลกที่คนทั่วไปไม่รับทำ เริ่มจาก ข้ามศพไปพบรัก มิ้ลนิวเยียร์, เสียงฉันในฝันเธอ ป๊อปไตเติ้ล, แฟนเก่าเผาไม่ตาย อ็อตโต้บีเจ และ เขียนฆาตวาดตะวัน สายลับภณ ซึ่งแต่ละคู่ต่างต้องเผชิญกับภารกิจ ความสัมพันธ์ และความรู้สึกที่ค่อยๆ เปลี่ยนจาก งานจ้าง ให้กลายเป็นเรื่องของ หัวใจ จากนั้นเข้าสู่ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยกับการรับชม THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 พร้อมกันเป็นครั้งแรก กับบาร์ลับสุดแปลก แหล่งรวมพลเหล่าคนตัวจี๊ด ภายใต้การนำของ ลินดา (คริส หอวัง) เจ้าของร้านตัวแม่สุดเพี้ยน กับ 4 คู่ 4 เคส และสารพัดภารกิจสุดแปลกที่ทั้งป่วนและคาดเดาไม่ได้ พร้อมเผยเสน่ห์และเคมีของแต่ละคู่ตั้งแต่ EP.แรก ทำเอาตลอดการรับชมเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงกรี๊ด และโมเมนต์ชวนหวีด ฟิน จิ้น ก่อนปิดท้ายด้วยเสียงปรบมือดังสนั่นทันทีที่จบตอน หลังม่านจอปิดลง แต่ความฟินยังไม่จบกับโชว์สุดพิเศษที่ 8 หนุ่มแท็กทีมกันมาจัดเต็มกับ 4 เพลงประกอบซีรีส์ เสิร์ฟทั้งเสียงเพลงและโมเมนต์ชวนกรี๊ดให้แฟนๆ ได้ฟินกันแบบต่อเนื่อง ประเดิมด้วย มิ้ลนิวเยียร์ กับเพลง รักหลอก (Ghosted Love) ที่หยิบความสัมพันธ์แบบ Ghosting มาเล่าผ่านอาการมาๆ หายๆ เดี๋ยวใกล้เดี๋ยวไกล จนอดสงสัยไม่ได้ว่าสรุปแล้ว จะรัก จะหยอก หรือจะหลอกกันแน่? ก่อนส่งไมค์ต่อให้ ป๊อปไตเติ้ล ในเพลง พูดออกไป (Shout Out!) เพลงแทนใจคน Introvert และคนขี้อายที่ไม่กล้าบอกความรู้สึกกับคนที่แอบรักตรงๆ จึงเลือกส่งสัญญาณหัวใจผ่านการกระทำในแบบของตัวเอง จากนั้นเพิ่มดีกรีความจี๊ดกับ อ็อตโต้บีเจ ในเพลง แฟนเก่าเผาไม่ตาย (Bad Habit) ที่ชวนตั้งคำถามโดนใจว่า คนไทยเป็นอะไรกับแฟนเก่า? เพราะต่อให้เลิกรากันไปนานแค่ไหน บางครั้งคนที่ได้ชื่อว่า แฟนเก่า ก็ยังไม่เคยหายไปจากความทรงจำ ก่อนปิดท้ายด้วย สายลับภณ กับเพลง ไม่ได้ตั้งใจรัก (Instincts) ถ่ายทอดมุมความรักของคนที่ไม่เคยเชื่อในความรัก จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นแบบไม่ได้คิดจริงจัง แต่หัวใจกลับเผลอถลำลึกจนกลายเป็นความรู้สึกที่ยากจะหยุด เรียกว่าทั้ง 4 คู่ขนเพลงมาเสิร์ฟครบทุกอารมณ์ พร้อมเคมีบนเวทีที่เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ได้แบบไม่มีพัก จากนั้นพิธีกรดีเจเป้ กล่าวเชิญ พี่ฉอด สายทิพย์, พี่เอส วรฤทธิ์ , พี่ปีเตอร์ นพชัย ผู้กำกับการแสดง พร้อม 8 นักแสดง กลับขึ้นเวทีร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการสร้างซีรีส์ ตั้งแต่ความท้าทายของงานโปรดักชัน ไปจนถึงการนำ 4 เรื่องราวที่มีสีสันแตกต่างกันมาร้อยเรียงให้อยู่ภายใต้จักรวาลเดียวกันของ คลับอีกา บนเวทีทั้ง 8 หนุ่ม ยังได้เปิดใจถึงการทำงานในซีรีส์เรื่องนี้ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่แตกต่างกันออกไป หนึ่งในโมเมนต์ที่สร้างรอยยิ้มคือ มิ้ล ที่บอกแฟนๆ ว่า ครั้งนี้กลับมาไม่ได้โดดเดี่ยวแล้ว เพราะมีนิวเยียร์ เป็นคู่แล้วครับ ขณะที่ ป๊อป ไตเติ้ล เผยความรู้สึกว่าทุกครั้งที่ได้กลับมายืนบนเวทีและพบกับแฟนๆ ยังรู้สึกตื่นเต้นเสมอ พร้อมพูดถึงการได้มาเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกันในซีรีส์เรื่องนี้ว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สำคัญที่ทั้งคู่ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ ส่วน อ็อตโต้ เปิดใจถึง บีเจ ว่าเป็นเหมือน จิ๊กซอว์อีกครึ่งหนึ่ง ที่รอคอย ด้าน สายลับ - ภณ ที่กลับมาประกบคู่กันอีกครั้งเป็นซีรีส์เรื่องที่ 3 เผยถึงความรู้สึกในการทำงานร่วมกันที่เต็มไปด้วยความสบายใจ และคิดถึงทั้งแฟนๆ หลังจากรอคอยซีรีส์เรื่องนี้กันมานาน พร้อมฝากทุกคนติดตามบทบาทใหม่ที่แตกต่างจากผลงานที่ผ่านมา ก่อนปิดท้ายค่ำคืนสุดพิเศษด้วยกิจกรรม FAN BENEFIT แบบฉ่ำหัวใจ สร้างรอยยิ้ม และความทรงจำประทับใจให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน THE CROW CLUB อีกาสมาคม คืออีกหนึ่งซีรีส์บอยเลิฟที่พร้อมพาผู้ชมไปไกลกว่าความฟิน เพราะทุกตัวละครต่างมีอดีตที่อยากวิ่งหนี และมีหัวใจที่กำลังรอใครสักคน ท่ามกลางภารกิจแปลกๆที่อาจพาพวกเขาไปพบความจริง ความรัก และบททดสอบที่ไม่มีใครคาดคิด ห้ามพลาด THE CROW CLUB อีกาสมาคม จากโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ในทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 และรับชมย้อนหลังพร้อมกันทั่วโลกทาง Netflix และแอป oneD เฉพาะประเทศไทย เวลา 23.30 น. อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ THE CROW CLUB อีกาสมาคม ช่องวัน31 (ตอนแรก) CHANGE2561 บวงสรวง 8 หนุ่ม 4 คู่ "THE CROW CLUB" อีกาสมาคม พาคนดูเปิดประตูสู่สมาคมลับ 18 กันยายนนี้
ข่าวละคร • 20 ก.ย. 69
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#33 จับกิก้าสายฟ้าหล่อเท่ดุดัน!!!!!Tame Storm Giganot
game
BONGAMERZ • 22 ก.ย. 69
อ่าน
THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 : เปิดฉาก 4 คู่ 4 เคส กับภารกิจที่ไม่มีคำว่าธรรมดา
"THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1" ได้เวลาเปิดประตูต้อนรับเข้าสู่ "THE CROW CLUB อีกาสมาคม" ซีรีส์จากโปรเจกต์ CHANGE2561ORIGINAL ที่เตรียมพาผู้ชมไปรู้จักกับบาร์ลับสุดแปลก แหล่งรวมพลเหล่าคนตัวจี๊ด ภายใต้การนำของ ลินดา (คริส หอวัง) เจ้าของร้านตัวแม่สุดเพี้ยน ผู้เปลี่ยนแก๊ง "อีกา" ให้กลายเป็นทีมรับจ้างแก้สารพัดปัญหาให้กับผู้ว่าจ้างแบบไร้เงื่อนไข ขอเพียงค่าจ้างถึง ทุกภารกิจก็พร้อมลุย แต่ทุกงานย่อมมีกฎ และ "THE CROW CLUB" ก็มีกฎเหล็กสำคัญที่อีกาทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจว่า "งานก็คืองาน" ห้ามมีความสัมพันธ์เกินเลยกับลูกค้าเด็ดขาด หากอีกาคนไหนเผลอเอาหัวใจลงไปเล่นจนเกิดเป็นความสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้าง มีสถานเดียวคือ "ถูกไล่ออก!" THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 EP.1 มหกรรมโกลาหลการว่าจ้างงาน 4 คู่ 4 เคส ที่ทำให้ทุกคนได้พบความน่ารักและความพิเศษที่ซ่อนไว้ในตัวอีกาแต่ละคน เมื่อสารพัดงานว่าจ้างสุดประหลาดกำลังนำพาเหล่าอีกาทั้ง 4 คน ไปพบกับเหล่าผู้ว่าจ้างที่จะเข้ามาปั่นป่วนทั้งชีวิตและหัวใจ เริ่มต้นที่ แวน (มิ้ล ณัฐชนน) วิศวกรหนุ่มอัจฉริยะผู้เชื่อมั่นในหลักวิทยาศาสตร์ ต้องมาเจองานจ้างที่เหนือความคาดหมาย เมื่อ รักคุณ (นิวเยียร์ นวพรรษ) ยื่นข้อเสนอด้วยค่าจ้างก้อนโตถึง 1 ล้านบาท เพื่อให้แวนรับบทเป็น "แฟนปลอม ๆ" ในภารกิจสุดพิลึก ไล่ผีที่คอยตามขัดขวางความรัก งานนี้แม้จะขัดกับทุกหลักความเชื่อ แต่เมื่อเงินล้านวางอยู่ตรงหน้า แวนจะยอมรับภารกิจสุดป่วนครั้งนี้หรือไม่ ? ด้าน พาที (ป๊อป ภัทรพล) นักร้องหนุ่มอินโทรเวิร์ตผู้หลงใหลในการร้องเพลง แต่กลับเลือกหันหลังให้คนดูทุกครั้งที่ขึ้นเวที ดันไปสะดุดตา รัลย์ (ไตเติ้ล ธนธร) เด็กฝึกค่ายเพลงที่มองเห็นบางสิ่งพิเศษในตัวเขา และเชื่อว่าพาทีคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะช่วยกอบกู้ความฝันในการเดบิวต์วง T-Pop ให้เป็นจริง งานนี้ รัลย์ จึงเดินหน้าชวนพาทีให้ก้าวออกจากเซฟโซนและเข้าสู่โลกที่เขาไม่เคยคิดจะเผชิญ พาที จะยอม "เซย์เยส" รับข้อเสนอนี้ไหม ? ส่วน แตงโม (อ็อตโต้ พชร) หนุ่มเลือดร้อนสายบู๊ ต้องเจอกับโจทย์สุดจี๊ด เมื่อ โยเย (บีเจ ณัฐนนท์) แฟนเก่าตัวแสบ ชวนให้ แตงโม กลับมาแท็กทีมกันอีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมเกมเรียลลิตี้ Werewolf ชิงเงินถึง 10 ล้านบาท งานนี้ต้องทั้งเอาชีวิตรอด แถมยังต้องร่วมมือกับ "แฟนเก่า" ที่ไม่อยากเข้าใกล้ ข้อเสนอนี้ แตงโม จะยอมรับงาน หรือขอบายเพราะคนจ้างคือคนที่ไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด! และ ทะเล (สายลับ เหมวิช) รองผู้จัดการคลับอีกาและจิตรกรหนุ่มผู้มีปมในอดีตจนเลือกปิดตายหัวใจ ต้องมาเจอกับข้อเสนอจาก ซัน (ภณ ธนภณ) นักเขียนนิยายรักดาวร่วง ซึ่งต้องการจ้างทะเลให้รับบทเป็น "สามีหลอก ๆ" ตามสัญญา เพื่อสร้างประสบการณ์ความรักสำหรับนำไปเขียนต้นฉบับเล่มใหม่ หวังกอบกู้ชื่อเสียงนักเขียนนิยายรักอันดับหนึ่งกลับคืนมา แต่สำหรับคนที่ไม่คิดจะเปิดหัวใจให้ใครอย่าง ทะเล การต้องมารับบท "สามี" ให้กับคนแปลกหน้าอาจไม่ใช่งานง่ายอย่างที่คิด ทะเล จะตอบตกลงรับงานครั้งนี้หรือไม่ ? ทุกงานอาจเริ่มต้นเพราะ "เงิน" แต่เมื่อผู้ว่าจ้างกับผู้รับงานต้องใกล้ชิดกันมากขึ้น กฎเหล็กที่ว่า "งานก็คืองาน ห้ามมีใจให้ลูกค้า" จะยังใช้ได้อยู่หรือไม่ ? เตรียมพบกับเคมีเคใจของ 4 คู่ 8 หนุ่ม และสารพัดภารกิจสุดป่วนใน "THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1" จากโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน และทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ THE CROW CLUB อีกาสมาคม ช่องวัน31 (ตอนแรก) CHANGE2561 บวงสรวง 8 หนุ่ม 4 คู่ "THE CROW CLUB" อีกาสมาคม พาคนดูเปิดประตูสู่สมาคมลับ 18 กันยายนนี้
ข่าวละคร • 18 ก.ย. 69
อ่าน
เคาะรายได้เปิดตัวหนัง "Heart of the Beast" ปะทะ "Primetime" ศึกโกยเงินของดารานำฝ่ายชาย
สุดสัปดาห์ปลายเดือนกันยายนนี้ จะเป็นอีกวีคที่หนาแน่นไปด้วยโปรแกรมหนังเด่น ๆ เข้าใหม่อย่างน่าสนใจ แต่หลายสำนักลงความคิดเห็นว่า "Avengers: Endgame Encore" หนังรวมฮีโร่ในตำนานที่จะกลับมาฉายใหม่ แบบเพิ่มฟุตเทจใหม่ 4 นาที จะเป็นหนังเข้าใหม่ที่ทำเงินเปิดตัวได้ดีที่สุด ราว ๆ 20-30 ล้านเหรียญ ตามมาด้วยหนังแอนิเมชัน "Forgotten Island" ของดรีมเวิร์กส์ ที่คาดว่าจะออกสตาร์ทราว ๆ 15-25 ล้านเหรียญ และยังมีหนังอีก 2 เรื่องที่จะแทรกโปรแกรมฉายใหม่ในวีคนั้น อย่าง "Heart of the Beast" กับ "Primetime" หนังคนละสไตล์ที่โดดเด่นด้วยนักแสดงนำชายทั้งสองเรื่อง เริ่มต้นที่ Heart of the Beast หนังผจญภัยคู่กับตูบสี่ขาที่มี แบรด พิตต์ แสดงนำ นี่คือผลงานใหม่ล่าสุดของผู้กำกับ เดวิด เอเยอร์ โดยนักวิเคราะห์จาก BoxOfficePro คาดว่าหนังจะทำเงินเปิดตัวได้ราว ๆ 15-25 ล้านเหรียญในสุดสัปดาห์แรก ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่มากแต่ก็ไม่น้อย ขณะที่ฝั่ง BoxOfficeTheory ก็คาดการณ์ตัวเลขใกล้เคียงกัน แต่อาจจะน้อยกว่าเล็กน้อยที่ 12-18 ล้านเหรียญ โดยพวกเขามองว่าหนังแนวเอาชีวิตรอดมักจะมีเรทรายได้ในระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็น The Mountain Between Us (เปิดตัว 10.5 ล้านเหรียญ), Adrift (เปิดตัว 11.6 ล้านเหรียญ) หรือ Send Help (เปิดตัว 19.1 ล้านเหรียญ) ซึ่งลิสต์หนังข้างต้นอาจจะมีชื่อดาราแถวหน้าร่วมแสดงนำ แต่พลังซุปตาร์ก็ยังไม่เทียบเท่ากับ แบรด พิตต์ ที่ยังจัดได้ว่าเฉิดฉายดาวค้างฟ้าอยู่ แต่พลังดาราของเขาในปัจจุบันอาจจะไม่สามารถการันตีเรื่องรายได้ได้ หนังของแบรด พิตต์ ในเดือนกันยายน ที่เคยเเปิดตัวได้ที่ 19 ล้านเหรียญ ก็คือ Ad Astra เมื่อปี 2019 ที่ก็นับว่าเป็นหนังไซไฟของแบรดที่ทุลักทุเลในการทำรายได้ในภาพรวมอยู่เช่นกัน ถัดมาอีกเรื่องก็คือ Primetime หนังระทึกขวัญอาชญากรรมที่อิงมาจากเรื่องจริงของพิธีกรรายการจับพวกเปโดล่อลวงเยาวชน ที่ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานการแสดงที่โดดเด่นของ โรเบิร์ต แพททินสัน หนังเรื่องนี้เพิ่งจะพรีเมียร์ฉายรอบปฐมทัศน์โลกในเทศกาลหนังเวนิส 2026 มาล่าสุด กวาดเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์ได้ดี เดบิวต์คะแนนสูงถึง 95% แต่ในแง่รายได้นั้น BoxOfficePro คาดการณ์ว่าหนังจะทำเงินเปิดตัวได้ระดับ 10-15 ล้านเหรียญ ทางฝั่ง BoxOfficeTheory กลับมองว่าตัวเลขอาจจะน้อยกว่านั้น ที่ราว ๆ 5-10 ล้านเหรียญ เท่านั้น เพราะด้วยความที่ Primetime เป็นหนังที่อยู่ใต้ชายคาค่ายหนังเล็ก ๆ ฟอร์มดีอย่าง A24 ที่โดยปกติมักจะมีรูปแบบการโปรโมตไปทิศทางหนังอินดี้ และอาจจะเสียเปรียบในแง่การจัดการบริหารโรงฉายที่น่าจะได้น้อยกว่าหนังเรื่องอื่น ๆ ในสัปดาห์เดียวกัน แต่โดยมาตรฐานรายได้หนังจากค่ายนี้ ก็มักจะเปิดตัวในระดับเท่านี้ แต่หนังอาจจะต้องพึงพากระแสจากเทศกาลหนังและเวทีรางวัลต่าง ๆ มาช่วยเกื้อหนุนในระยะยาว นี่จึงอาจจะเป็นหนังระทึกขวัญตีแผ่สารคดีข่าวเข้มข้น ที่อาจจะไม่ใช่หนังที่ดังเปรี้่ยงในแง่รายได้ แต่กระแสของหนังก็อาจจะถูไถไปได้ยาว ๆ อยู่ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 7 ก.ย. 69
อ่าน
รีวิวหนัง "HOPE" การคัมแบ็กกลับมาของนาฮงจิน ด้วยเส้นบาง ๆ ของงานตระการตากับความทะเยอทะยาน
การกลับมาสู่โลกภาพยนตร์อย่างเต็มตัวอีกครั้งของผู้กำกับชั้นครูจากเกาหลี "นาฮงจิน" กลายเป็นที่จับตามองอย่างแน่นอน เพราะนี่ผลงานการสร้างสรรค์หนังเรื่องแรกในรอบทศวรรษของเขา ที่ทิ้่งช่วงหายไปนับตั้งแต่งานระดับมาสเตอร์พีชเรื่องก่อน กลับหนนี้ก็ถือว่าฉีกทางต่างไปจากวิถีเดิม เพราะยกระดับสู่ความบล็อกบัสเตอร์เต็มตาใน "HOPE" หนังแอคชันไซไฟระทึกขวัญที่มาพร้อมกับมหึมาโปรดักชันงานสร้าง และยังเป็นการยกระดับการทำงานหนังเกาหลีสู่สเกลสากลได้อย่างหนักแน่น ชาวบ้านในเมืองเล็ก ๆ ริมชายฝั่งได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ประหลาดที่สร้างความโกลาหลวุ่นวาย ที่แทบจะแปรเปลี่ยนให้ทั้งเมืองกลายเป็นสมรภูมิรบและโศกนาฏกรรมที่หดหู่ บัดนี้เมืองทั้งเมืองเสี่ยงจะถูกทำลาย บอมซอก กับ ซองเอ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น จึงได้ผนึกกำลังกับ ซองกี นักล่าหนุ่มประจำถิ่น ในการร่วมต่อสู้กับภัยคุกคามลึกลับครั้งนี้ เมื่อหมายจะปกป้องผู้คนและเมืองที่หวงแหน โดยที่ไม่ล่วงรู้เลยว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญหน้าด้วยนั้น...น่าเกรงขามแค่ไหน HOPE ก็คือหนังบล็อกบัสเตอร์สูตรสำเร็จกลิ่นอายนายทุนแบบคุ้นเคยจากเกาหลี นับว่าเป็นสูตรเฉพาะที่คุ้นเคยกันดีเมื่อถึงช่วงฤดูร้อนทุกปี มันจะต้องมีหนังประเภทนี้ส่งออกมาเสิร์ฟให้กับผู้ชม แต่เมื่อเป็นหนังที่มีอยู่ในมือของผู้กำกับชั้นครู อย่าง นาฮงจิน ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังย่อมต้องถูกคาดหวังเอาไว้ประมาณหนึ่ง คล้าย ๆ กับชื่อหนัง ที่อยากจะเห็นมุมมองอะไรเด็ด ๆ และงานสร้างแจ่ม ๆ ในหนังที่ได้นักสร้างระดับตำนานมาทำการละเลงสร้าง แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้น...ค่อนข้างจะธรรมดาและไม่สดใหม่สักเท่าไหร่ โดยต้องยอมรับว่าวิสัยทัศน์ในการกำกับหนัของนาฮงจิน ก็ยังคงเส้นคงวาดี รักษามาตรฐานและใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ได้ค่อนข้างใช้ได้ดีเดียว แต่เพียงแค่องค์ประกอบไม่กี่สิ่งก็ไม่อาจจะขับเคลื่อนให้ออกมาเป็นหนังที่ดีได้ เพราะกลายเป็นว่า HOPE มอบผลลัพธ์ออกมาเป็นแค่เพียงหนังบล็อกบัสเตอร์ระเบิดภูเขาเผากระท่าม ระรัวยิงอะไรกันก็ไม่ได้รู้ตูมตามไปตลอดทั้งเรื่อง บนเนื้อหาโครงสร้างของหนังที่จับแก่นสารอะไรไม่ได้เลย เต็มไปด้วยกลวิธีการเล่าเรื่องที่ซ้ำซากและแทบไม่เชื่อมต่อจังหวะอารมณ์ร่วมระหว่างหนังกับคนดูได้เลย ซ้ำร้ายหนังยังไม่รู้จักการย่อความให้กลมกล่อมอีกด้วย สิ่งแรกที่ค่อนข้างให้ความรู้สึกผิดหวังใน HOPE ก็คงจะเป็นพล็อตเรื่องและบทหนัง ที่รังสรรค์โดยนาฮงจินเอง ที่แทบจะขยี้ตาและไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า หนังเรื่องนี้เป็นผลงานของนักสร้างชั้นครูผู้นี้ เพราะกลายเป็นผลงานที่ดูดวิญญาณและทำให้เขาสูญเสียตัวตนที่สั่งสมบารมีมาเป็นอย่างดี มันได้ถูกทำลายไปด้วยหนังบล็อกบัสเตอร์ทเแสนแห้งแล้งและจำเจเรื่องนี้ เพราะโครงสร้างบทหนังแทบไม่มีอะไรเลย ไร้ชั้นเชิง ไร้มิติ วนไปเวียนมากับไดอะล็อกบทพูดที่ซ้ำซาก พาคนดูไปสัมผัสกับเรื่องราวที่ไม่มีแก่นสารอะไรเลย กับเวลาที่เสียไปถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง ปัญหาหลัก ๆ อย่างหนึ่งใน HOPE ก็คือการไม่รู้จักกระชับย่อความในตัวหนัง ที่ปล่อยผลงานออกมายาวยืด 160 นาที โดยที่แทบจะไม่มีอะไรให้น่าจดจำเลยแม้แต่น้อย ในช่วง 40 นาทีแรกของหนัง ที่เป็นการโหมโรงและปูเรื่องอย่างขึงขัง ดูจะเป็นจุดแข็งที่อาจจะไร้รากฐานที่แข็งแรง แต่มันดูดีที่สุดในบรรดาภาพรวมทั้งหมดของหนังแล้วจริง ๆ กระทั่งหนังเปิดเผยความลับและตัวละครต่าง ๆ ออกมาทั้งหมด กลายเป็นว่าแก่นสารของหนังลอยเคว้งไปอย่างเลื่อนลอย พร้อมกับมหึมาสรรพวุธจำนวนมากที่ถูกใช้ไป โดยที่ไร้ที่มาที่ไปใด ๆ ทั้งสิ้น เชื่อเหลือเกินว่าระหว่างที่ผู้ชมนั่งดูหนังเรื่องนี้ผ่านไปสักชั่วโมงนิด ๆ น่าจะมีความคิดในใจเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า 'เมื่อไหร่จะจบ?' เพราะความที่ตัวหนังไร้แก่นสารหลักที่ชวนติดตาม นำทางไปด้วยพล็อตแห้ง ๆ สุดจะซ้ำซากและเคยเห็นมาจากผลงานสไตล์นี้เรื่องอื่นมาแล้ว พลังในบทหนัง HOPE แทบจะไม่เหลือสิ้นตลอด 100 นาทีให้หลังจากที่หนังฉายไป ภาพที่อยู่ตรงหน้าเป็นแค่เพียงหนังเกาหลีที่ใส่ความบ้าคลั่งกับการได้จับปืน และมุกตลกสไตล์เมดอินโคเรียนที่แทบจะไม่เกิดปฏิสัมพันธ์ใด ๆ ได้เท่าที่ควร แม้ว่าจุดนี้หนังจะพยายามมาก ๆ เลยก็ตาม ในแง่โปรดักชันงานสร้างต่าง ๆ ใน HOPE ก็ต้องยอมรับว่าเป็นหนังเกาหลีที่มีสเกลงานระดับสากลอย่างเด่นชัด โดยหลัก ๆ ก็น่าจะเพราะการใช้เทคนิคพิเศษเข้ามาเสริม กับโลเคชันที่แปลกตากว่าปกติทั่วไปในหนังเกาหลีนั่นเอง หนังเรื่องนี้ถือว่าทำงานกันมาหลายปี เพราะจริง ๆ พวกเขาเริ่มเปิดกล้องตั้งแต่ปี 2023 แล้วถ่ายทำเก็บรายละเอียดยาวนานเป็นปี ๆ ก่อนจะมาปิดกล้องในช่วงครึ่งหลังปี 2024 จากนั้นก็ใช้เวลาทำงานหลังการถ่ายทำอีกเกือบ 2 ปีเลยทีเดียว โดยหนังแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ยูนิตหลัก ๆ ก็คือกองถ่ายในเกาหลี ที่ใช้พื้นที่หมู่บ้านบุกพยอง ทางตอนใต้ของเกาหลีในการทำงาน กับในอุทยานแห่งชาติเรเตซัตของโรมาเนีย สำหับซีนบู๊ที่ป่าเขา ต้องยอมรับว่าการถ่ายทำจัดเต็ม หนังยังคงได้ช่างภาพคู่ใจ "ฮงคยองพโย" ที่เคยร่วมงานกับนาฮงจินจากหนังเรื่องก่อน กลับมาร่วมงานด้วยอีกครั้ง พร้อมกับได้มือตัดต่อระดับเซียนของเกาหลี "คิมซนมิน" มาช่วยบิวต์จังหวะหนังด้วยการตัดต่อที่ค่อนข้างเฉียบคมทีเดียว และเสริมด้วยบทเพลงประกอบหนังที่เร้าใจดีเหลือเกินของคอมโพสเซอร์ฮอลลีวูด "ไมเคิล อาเบิลส์" ที่แต่งเดิมซาวด์เพลงในหนังได้เข้ากับอารมณ์ดี ขณะที่งานวิชวลเอฟเฟกต์และเทคนิคพิเศษต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นฝีมือทีมนักสร้างในเกาหลี ที่ต้องยอมรับว่ามีทั้งส่วนที่ดีและส่วนที่ยังไม่ดีปะปนกันไป งานด้านวิชวลใน HOPE ค่อนข้างสำคัญไม่น้อย เพราะต้องเป็นองค์ประกอบหลักในการเล่าเรื่อง โดยผลลัพธ์ที่ออกมาก็จัดได้ว่าพอใช้ได้ เพราะยังสัมผัสได้ถึงความไม่แยบยลในบางจุดที่ปล่อยออกมาในนั้น ทั้งการรักษามาตรฐานและสร้างสเกลตัวละครออกมาในกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยงานที่ออกมานั้นอาจจะยังไม่คมกริบระดับสมบูรณ์แบบ แต่ใด ๆ ก็พอจะเทียบชั้นได้กับงานฝั่งฮอลลีวูด เพียงแต่ว่าในการดีไซน์บางรายละเอียดยังค่อนข้างเต็มไปด้วยความแห้งแล้งไปเสียหน่อย ขณะที่พาร์ทการแสดงก็ต้องปล่อยใจปล่อยจอยได้เลย เพราะเต็มไปด้วยทีมนักแสดงระดับเทพของเกาหลี นำโดย "ฮวังจองมิน", "โจอินซอง" และ "จองโฮฮยอน" ที่เชื่อว่าคนดูจะปล่อยให้พวกเขาทำการแสดงไป พร้อมกับดื่มด่ำการแสดงระดับมืออาชีพของพวกเขา แม้ว่าในแง่มิติบทบาทในแต่ละตัวละครของพวกเขาจะไม่เกิดประสิทธิภาพได้เท่าที่ควรเลยก็ตาม ยังผสมผสานความไร้ชั้นเชิงในคาแรกเตอร์เอาไว้เพียบ พร้อมกับบทซ้ำ ๆ ซาก ๆ ตามสูตรหนังเกาหลี แต่พวกเขาก็ทำหน้าที่ของตัวเองในระดับใช้ ประดับเสริมด้วยทัพนักแสดงสมทบขโมยซีนต่าง ๆ ที่มีทั้งดีเด่นและน่าขัดใจตามสูตร ทางด้านทีมนักแสดงฝั่งฮอลลีวูดที่มาร่วมสมทบเสริมในหนังเรื่องนี้ เอาจริง ๆ พวกเขาแทบจะไม่ได้มีพื้นที่ในการปล่อยของทางการแสดงสักเท่าไหร่ เพราะพวกเขารับบทเป็นเอเลี่ยนต่างดาวที่ถูทับถมไปด้วยงานซีจีแห้งแล้งไปตลอดทั้งเรื่องนี้ เรียกได้ว่ากว่าจะจับทางได้ว่านักแสดงคนไหนรับบทเป็นอะไร ก็ปาไปเกือบจะจบเรื่องแล้ว พวกเขาก็ทำการแสดงระดับมืออาชีพเช่นเคย เพียงแต่ถูกกดทับด้วยบทบาทที่ไร้ความโดดเด่นและไม่มีที่มาทีไปในการสนับสนุนภูมิหลังที่แน่ชัด ท้ายที่สุดก็เป็นตัวละครที่ไม่มีอะไรให้น่าจดจำแม้แต่น้อย ดังนั้นโดยสรุปในภาพรวมแล้ว HOPE เป็นการคัมแบ็กกลับมาในรอบทศวรรษของนาฮงจิน ที่ค่อนข้างมอบผลลัพธ์ที่ทำให้รู้สึกผิดหวังไปหน่อย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวิสัยทัศน์และการคุมงานสร้างในหนังเรื่องนี้ของเขายังทำได้ดี เพียงแต่ว่าสเกลงานอาจจะยิ่งใหญ่เกินไปกับเจ้าพ่อหนังที่มักจะบ่มเพาะความคมคายในหนังตัวเองอยู่เสมอ ๆ แต่เมื่อมาอยู่ในระดับงานบล็อกบัสเตอร์เช่นนี้ กลับสัมผัสได้ว่าการควบคุมงานสร้างค่อนข้างเลื่อนลอย ซ้ำยังมาพร้อมกับพล็อตเรื่องที่ไม่มีแก่นสารที่ชัดเจนใด ๆ เลย พร้อมกับวิธีการเล่าเรื่องที่ยืดยาวเกินจำเป็นไปมาก ถ้าหากว่าหนังกระชับได้กว่านี้ คุมเวลาในได้ไม่เกินสัก 130 นาที ก็น่าจะเอ็นจอยได้ยิ่งขึ้น แต่ใด ๆ ก็ต้องยอมรับว่าโปรดักชันงานสร้างใน HOPE ยังถ่ายทอดออกมาได้ดีตามมาตรฐาน โดยเฉพาะการสร้างสรรคฉากต่าง ๆ จาก 2 โลเคชันหลัก ๆ ใส่รายละเอียดและความตื่นตาเข้ามาได้ใช้ได้ดี การผนึกกำลังทำงานของทีมงานก็ค่อนข้างทีมเวิร์กไปกันได้ดี แม้ว่างานซีจีและวิชวลต่าง ๆ อาจจะแอบรู้สึกขัดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่กว่าบทหนัง ส่วนทางฝั่งการแสดงก็ไว้วางใจได้กับทีมดาราขั้นเทพของเกาหลี ที่รับมือบทบาทของพวกเขาได้ดี แม้ว่าบทหนังจะไม่ส่งเสริมเลยก็ตาม ฝั่งนักแสดงฮอลลีวูดก็ทำออกมาใช้ได้เช่นกัน แม้ว่าอินเนอร์ของพวกเขาจะถูกบดบังไปด้วยซีจีหนา ๆ ตลอดทั้งเรื่องก็ตาม แต่ใด ๆ อยากเห็นนาฮงจินกลับไปสู่งานเบสิคสไตล์เขา...แบบไม่ฝืนอีกครั้งจังเลย ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง HOPE ประเภท: แอคชัน / ไซไฟ / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: นาฮงจิน นำแสดงโดย: ฮวังจองมิน, โจอินซอง, ซองโฮยอน, ไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, อลิเซีย วิกานเดอร์ ความยาว: 160 นาที กำหนดฉายในไทย: 9 กันยายน 2026 Movie.TrueID METRIC: HOPE ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.3/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.6/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.3/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.3/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 8 ก.ย. 69
อ่าน
"Practical Magic 2" กลายเป็นหนังแห่งความหวังของวอร์เนอร์ฯ เหตุปีนี้ยังไร้ผลงานเรื่องฮิต
นับว่าเป็นสตูดิโอหนังที่กำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบากสุด ๆ ในปีนี้ สำหรับ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส หนึ่งในค่ายหนึ่งยักษ์ใหญ่ของฮอลลีวูด ที่กำลังท้อสุด ๆ กับผลลัพธ์ในผลงานตัวเองประจำปี 2026 เพราะกลายเป็นผ่านมาเข้าสู่เดือนที่ 9 ของปี สตูดิโอหนังแห่งนี้ยังไม่มีผลงานหนังเรื่องใดเลยที่ทำเงินในอเมริกาได้แตะถึง 100 ล้านเหรียญ ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสถานการณ์ที่รุ่งเรืองเมื่อปี 2025 ที่่ค่ายหนังแห่งนี้เคยมีหนังเปิดตัวอันดับ 1 บนบ็อกซ์ออฟฟิศกับรายได้ทะลุ 40 ล้านขึ้นไป แบบต่อเนื่องกันถึง 7 เรื่องซ้อน นั่นจึงทำให้ "Practical Magic 2" ภาคต่อหนังพลังเวทย์จากพลังหญิงเรื่องนี้ กลายเป็นความหวังล่าสุดของวอร์เนอร์ฯ ที่จะมากอบกู้สถานการณ์อันแสนเข็ญในเวลานี้ แม้ว่าจะเป็นหนังที่ทิ้งช่วงภาคต่อยาวนานไปเกือบ 30 ปี แต่เพราะยังได้พลังซุปตาร์ของ 2 นักแสดงนำ "แซนดร้า บูลล็อก" กับ "นิโคล คิดแมน" หวนกลับมาร่วมงานด้วยกันอีกครั้ง ที่นับว่าเป็นโอกาสที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก จึงกลายเป็นไฮไลต์ระดับแม่เหล็กที่น่าจะส่งผลดีต่อรายได้เปิดตัวหนังเรื่องนี้ในอเมริกา ล่าสุด Practical Magic 2 ก็สามารถทะยานรายได้เปิดตัววันแรกในอเมริกาไปได้ที่ 13 ล้านเหรียญ ซึ่งจะกลายเป็นหนังที่สามารถก้าวขึ้นบัลลังก์แชมป์แทนที่ Spider-Man: Brand New Day ที่ครองตำแหน่งนี้มานานถึง 6 สัปดาห์แล้วลงได้ในที่สุด โดยเบื้องต้นสตูดิโอหนังได้คาดหวังว่าหนังจะเปิดตัวในอเมริกาได้ด้วยตัวเลขมากกว่า 30 ล้านเหรียญขึ้นไป แม้ว่านักวิเคราะห์บางส่วนจะมองว่าหนังอาจจะมีศักยภาพออกสตาร์ทได้ใกล้ ๆ หลัก 40 ล้านเหรียญเลยก็ได้ Practical Magic 2 เป็นภาคต่อของ Practical Magic ต้นฉบับในปี 1998 ที่เอาจริง ๆ หนังออริจินัลก็จัดได้ว่าเป็นหนังที่ไม่ประสบความสำเร็จทางด้านรายได้และคำวิจารณ์ เพราะทำรายได้ไปแค่เพียง 94 ล้านเหรียญทั่วโลก จากทุนสร้างระดับ 75 ล้านในตอนนั้น แต่ปรากฏว่าหนังเรื่องนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากผู้ชม เมื่อย้ายไปลงจอในรูปแบบโฮมวิดีโอในภายหลัง จนกลายเป็นหนึ่งในหนังสุดบ้งที่เต็มไปด้วยความคลาสสิกอีกเรื่องของวงการ แต่ใด ๆ การกลับมาของ Practical Magic 2 ก็ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายเช่นกัน เพราะหนังยังคงได้คะแนนรีวิวจากนักวิจารณ์ค่อนข้างตกต่ำไม่ต่างกับหนังต้นฉบับเคยทำเอาไว้ แม้ว่าคะแนนจากฝั่งผู้ชมจะเอ็นจอยกว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต้องมาลุ้นว่าในแง่การฉายในระยะยาวนั้น หนังจะสามารถเกิดเป็นกระแสปากต่อปากถึงกันได้หรือไม่ เพราะหนังก็ใช้ทุนสร้างใกล้เคียงกับที่ภาคแรกทำเอาไว้ ถ้าหากจะรอดพ้นจากคำว่า 'หนังเจ๊ง' จะต้องทำเงินทั่วโลกได้มากกว่า 150 ล้านเหรียญขึ้นไปเป็นเครื่องการันตี วอร์เนอร์ บราเธอร์ส เป็นค่ายหนังที่เผชิญหน้ากับวิกฤตผลงานไม่ทำเงินอย่างหนักหนาในปี 2026 โดยผ่านมากว่าครึ่งปี สตูดิโอมีผลงานหนังที่รายได้แทบจะเข้าไม่ถึง Top 20 ในอเมริการอบปีนี้เลยด้วยซ้ำ โดยหนังที่ทำเงินได้สูงสุดในเวลานี้คือหนังรักน้ำเน่า "Wuthering Heights" (84 ล้านเหรียญ) ตามมาด้วย "Mortal Kombat II" (80 ล้านเหรียญ) กับความล้มเหลวที่น่าผิดหวังของ "Supergirl" (72 ล้านเหรียญ), "The Bride!" (12 ล้านเหรียญ) และล่าสุดกับ "The End of Oak Street" (52 ล้านเหรียญ) ที่แน่ชัดแล้วว่าหนังไม่อาจจะทำเงินคืนทุนได้ ซึ่งถ้าหากว่า Practical Magic 2 ยังไม่สามารถแก้สถานการณ์วิกฤตรายได้หนังดังกล่าวนี้ได้ วอร์เนอร์ฯ จะเหลือแค่ความหวังสุดท้ายกับ "Dune: Part 3" ในเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 13 ก.ย. 69
อ่าน
ADÉLA ส่งมิวสิกวิดีโอเพลงใหม่ “Nicole Kidman” พร้อมเปิดตัวอัลบั้มเดบิวต์ PRIMA เผยพลังของป๊อปสตาร์ยุคใหม่
หลังจากสร้างกระแสไปทั่วโลกด้วยเพลงไวรัลAint In LAและกลายเป็นหนึ่งในศิลปินป๊อปดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในเวลานี้ADLAพร้อมพาทุกคนเข้าสู่โลกของเธออย่างเต็มรูปแบบกับอัลบั้มเดบิวต์PRIMAผลงานที่รวบรวมทุกด้านของหญิงสาววัย22ปี ตั้งแต่ความมั่นใจ ความทะเยอทะยาน ความอ่อนโยน ไปจนถึงช่วงเวลาที่เปราะบาง พร้อมประกาศอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมุ่งหน้าสู่ความฝันในการเป็นป๊อปสตาร์ในแบบของตัวเอง PRIMAมาพร้อมเพลงทั้งหมด11เพลง รวมซิงเกิลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่างRed BottomsและAint In LAรวมถึงเพลงใหม่Nicole Kidmanซึ่งADLAเลือกปล่อยมิวสิกวิดีโอออกมาพร้อมกับอัลบั้ม โดยได้Hannah Lux Davisมารับหน้าที่กำกับ และหยิบแรงบันดาลใจจากบทบาทอันเป็นไอคอนิกของNicole Kidmanมาตีความใหม่ ตั้งแต่Eyes Wide Shut, Moulin Rouge, BirthและBabygirlไปจนถึงโฆษณาAMC Theatresที่กลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของนักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ฟังอัลบั้มPRIMAของADLAhttps://ADELATH.lnk.to/PRIMAPR พูดถึงจุดเริ่มต้นของ Nicole Kidman กับ W Magazine, ADLA เล่าว่าไม่รู้เหมือนกันว่าฉันได้รับเชิญไปงานGolden Globesได้ยังไง ฉันไม่เคยแสดงหนังเลยสักเรื่อง แต่วันนั้นฉันแต่งตัวเต็มยศ ใส่เดรส ทำผม และฉันดูดีมาก ๆ ผมของฉันเด้งสวยสุด ๆ ส่วนคอร์เซตก็รัดแน่นมากจนฉันคิดขึ้นมาว่าตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนNicole Kidmanเลยจริง ๆ แล้วฉันได้ดูEyes Wide Shutและหลังจากนั้นก็หลงใหลในตัวเธอมาก สำหรับฉันแล้ว เธอคือthe movie starตัวจริง หากEPแรกThe Provocateurคือการที่ADLAเปิดประตูเข้าสู่วงการดนตรีด้วยเพลงอินดัสเทรียลป๊อปหนักหน่วง อัลบั้มPRIMAก็เป็นผลงานที่ทำให้เราได้เห็นตัวตนทางศิลปะของเธอแบบรอบด้านยิ่งกว่าเดิม โดยมีBlake SlatkinและDylan Bradyรับหน้าที่เป็นCo-Executive Producerและเปิดพื้นที่ให้ทั้งด้านที่แข็งแกร่ง อ่อนโยน เปราะบาง สนุก และมั่นใจของเธอได้อยู่ร่วมกัน ADLA อธิบายถึงภาพที่เธอต้องการสร้างผ่านอัลบั้มชุดนี้ว่าฉันอยากให้อัลบั้มนี้ฟังแล้วรู้สึกเหมือนเด็กสาวอายุ22ปีจริง ๆ ตอนนี้มีเรื่องบ้า ๆ เกิดขึ้นในชีวิตฉันเยอะมาก ซึ่งมันก็เป็นธรรมชาติของการเป็นหญิงสาวในวัยนี้ ตอนอายุเท่าฉัน คนมักจะพูดกับคุณไม่ว่าเธอเป็นคนลึกซึ้งมากก็เธอตลกและไม่เคยจริงจังกับอะไรเลยฉันพยายามแสดงทั้งสองด้านออกมา ฉันผสมความแข็งแกร่งเข้ากับความอ่อนโยน ความเปราะบางเข้ากับความมั่นใจทั้งหมดนั้น บีตที่ทรงพลังเข้ากับพลังความเป็นผู้หญิง ฉันทำทุกอย่างในแบบที่ตัวเองต้องการ ตลอดทั้งPRIMAเธอยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง ขณะเดียวกันก็แสดงความเคารพต่อศิลปินที่ทำให้เธอตกหลุมรักโลกของเพลงป๊อปตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเป็นIm The Manโปรดิวซ์โดยCashmere Catซึ่งมีกลิ่นอายของงานโปรดักชันยุคแรกของAriana Grandeก่อนที่ADLAจะใช้เนื้อเพลงพลิกมุมมองต่อกรอบทางเพศและความสัมพันธ์แบบเดิม ๆ สำหรับแนวคิดเบื้องหลังเพลงนี้ เธอเผยว่ายิ่งฉันประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่ การหาผู้ชายที่รู้สึกสบายใจกับความสำเร็จของฉันก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้นก่อนขยายความว่าต้องเป็นผู้ชายที่เข้าใจตัวเองดีและมีความมั่นใจจริง ๆ ถึงจะยอมให้ผู้หญิงเป็นคนคุมเกมได้ ขณะที่Fantasizeเธอหยิบเสียงกระซิบอันเป็นเอกลักษณ์ที่ชวนให้นึกถึงผลงานของBritney Spearsมาใช้กับเพลงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และมุมมองเชิงบวกต่อเรื่องเซ็กซ์ แต่ท่ามกลางเพลงที่ADLAแสดงความมั่นใจและควบคุมเกมด้วยตัวเองPRIMAก็ยังเปิดพื้นที่ให้กับช่วงเวลาที่อ่อนโยนและเป็นส่วนตัว ผ่านทั้งRed Bottoms, HitachiและโดยเฉพาะTherapyหนึ่งในเพลงที่เปราะบางที่สุดของอัลบั้ม Therapyถูกเขียนและบันทึกเสียงในช่วงที่ADLAกำลังป่วยอย่างหนัก ท่ามกลางตารางชีวิตที่ต้องสลับไปมาระหว่างการทัวร์ ห้องอัด และภารกิจอีกมากมาย เธอเลือกใช้เสียงร้องที่ผ่านAuto-Tuneอย่างหนักวางอยู่เหนือเสียงคีย์ที่เรียบง่าย ก่อนระบายความรู้สึกในลักษณะคล้ายบันทึกส่วนตัว ตั้งแต่ประสบการณ์ที่มีต่อผู้บริหารในอุตสาหกรรมดนตรี ไปจนถึงความผูกพันระหว่างพี่สาวและน้องสาว แม้ทั้งคู่จะอยู่ห่างกันกว่า6,000ไมล์ อีกหนึ่งเพลงสำคัญในอัลบั้มคือAint In LAซิงเกิลที่เพิ่งสร้างสถิติสำคัญให้ADLAด้วยการพาเธอเข้าสู่Billboard Hot 100เป็นครั้งแรกหลังเปิดตัวในอันดับ85ก่อนทะยานขึ้นสู่อันดับที่61ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน เพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป๊อปยุคBangerzนี้พูดแทนผู้คนอีกนับร้อยล้านคนทั่วโลกที่อาจรู้สึกว่าความฝันอยู่ไกลเกินเอื้อม เพียงเพราะสถานที่ที่พวกเขาเกิดและเติบโตขึ้นมา ตั้งแต่เสียงรองเท้าส้นสูง จังหวะของการหมุนตัวแบบนักบัลเลต์ คีย์ที่เหมือนผ่านค่ำคืนแห่งการเต้นรำ ไปจนถึงเนื้อเพลงที่เป็นส่วนตัวราวกับข้อความที่ส่งหากันตอนตีสาม ทุกองค์ประกอบกลายเป็นส่วนหนึ่งของซาวด์เฉพาะตัวที่ADLAใช้สร้างPRIMAขึ้นมา และเบื้องหลังชื่ออัลบั้มก็ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับทั้งจุดเริ่มต้นและความทะเยอทะยานของเธอ ADLA อธิบายว่าPRIMAแปลว่าคนแรกซึ่งเหมาะมากเพราะนี่คืออัลบั้มเดบิวต์ของฉัน การเป็นprima ballerinaหมายความว่าคุณคือคนที่อยู่บนจุดสูงสุด หรือนักบัลเลต์ที่เก่งที่สุดของคณะ และยังเป็นคำที่ใช้เรียกกันด้วยความรักในชุมชนนักบัลเลต์อีกด้วย ฉันกำลังพยายามที่จะเป็นprima ballerinaแห่งวงการป๊อป และนี่คือก้าวแรกของฉันในการไปให้ถึงจุดนั้น จากศิลปินสาวที่ออกเดินทางจากสโลวาเกียเพื่อไล่ตามความฝัน วันนี้ADLAกำลังพิสูจน์ให้เห็นทีละก้าวว่าเธอมีทั้งวิสัยทัศน์ ความกล้า และตัวตนที่ชัดเจนพอจะสร้างพื้นที่ของตัวเองในวงการป๊อป อัลบั้มPRIMAจึงเป็นเหมือนคำประกาศการมาถึงของป๊อปสตาร์รุ่นใหม่ ที่พร้อมยอมรับทุกด้านของตัวเอง และเดินหน้าสู่เป้าหมายในการเป็นprima ballerina of popอย่างเต็มตัว แฟน ๆ ชาวไทยที่อยากติดตามADLAอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามแฟนเพจในไทยของเธอได้ที่Instagram @adela.thaifans
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 4 ก.ย. 69
เกม
A New Beginning
เกมระทึกขวัญเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนสไตล์กราฟิกโนเวล หลังจากทุ่มเททั้งชีวิตพัฒนาพลังงานหมุนเวียนชนิดใหม่ เบนท์ก็ได้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสงบสุข จนกระทั่ง ตู้ม! จู่ ๆ เด็กสาวที่ชื่อเฟย์ก็โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย และอ้างว่ามาจากอนาคตที่ภัยพิบัติทางสภาพแวดล้อมทำลายโลกไปแล้ว! ต่อสู้กับความโลภขององค์กรธุรกิจและออกเดินทางไปทั่วโลกเพื่อพิทักษ์มวลมนุษยชาติเลย
Blacknut • 1 ก.ย. 69
เปิดประตูให้คนแปลกหน้ามานอน 10 คืน
เปิดประตูให้คนแปลกหน้ามานอน 10 คืน
ZBINGZ • 26 ส.ค. 69
อ่าน
"titayah" ศิลปินเจนใหม่ ประเดิมซิงเกิลสากล "evergreen" เหงาที่อยากชวนทุกคนร่วมค้นหา
"titayah (ฑิ-ทา-ย่า)" หรือ "อาฟ่ง ฑิตยา พิภพพรชัย" ศิลปินสาวมากเสน่ห์สไตล์ Bedroom Pop เมมเบอร์คนล่าสุดจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) สำหรับจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายดนตรีของเธอ เริ่มมาจากแพสชันด้านดนตรีที่ฉายแววตั้งแต่เด็ก ผ่านการเข้าร่วมเป็นสมาชิกวงดนตรีประจำชมรมโรงเรียน และโคฟเวอร์ลงโซเชียลมีเดียอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงหลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเธอดีจากซิงเกิลแรกในชีวิตกับเพลงที่มีชื่อว่า "เรื่องบังเอิญ Moment" อีกทั้งเธอยังเป็นอดีตสมาชิกวง "VINI" ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น lost love, The Cage และ love chronicles ก่อนที่แพสชันด้านดนตรี บวกกับความหลงใหลในการแต่งเพลงจะผลักดันให้เธอก้าวเข้าสู่ประตูบานใหม่ในฐานะศิลปินสากลเดี่ยวภายใต้ชื่อ "titayah" สเตจเนมที่ได้ไอเดียมาจากชื่อจริงของเธออย่าง "ฑิตยา" โดยตั้งใจให้หมุดหมายครั้งใหม่นี้เปรียบเสมือนห้องทดลองที่เธอสามารถถ่ายทอดเรื่องราวและค้นหาตัวตนได้อย่างอิสระ ไปพร้อมกับผู้ฟังที่จะค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกันกับเธอ สำหรับการเดินทางครั้งใหม่นี้ "titayah" ขอเปิดตัวด้วย "evergreen" ซิงเกิลสากลที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์หลากรสชาติ ทั้งความรัก ความขัดแย้ง และความซับซ้อน สะท้อนถึงความจริงอันเจ็บปวดของคู่รักที่ไม่ได้มีแต่ความสุขสมหวังเสมอไป โดยเนื้อหาของเพลงแทนความรู้สึกของคนที่พยายามประคับประคองความสัมพันธ์เอาไว้ ทั้งที่รู้อยู่ในใจลึก ๆ ว่าเรื่องราวครั้งนี้จะลงเอยแบบไหน แต่ก็ฝืนรั้งจะไปต่อ รวมถึงในเพลงยังมีท่อนนึงที่ร้องว่า "It's not your fault // Oh, it's just my trauma // It's not my fault" ซึ่งหมายความว่า บางครั้งความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น มันอาจไม่ใช่ความผิดของเธอ และก็ไม่ใช่ความผิดของฉัน แต่ปัญหามันอาจมาจากบาดแผลในอดีตที่เราทั้งคู่ต่างแบกมันเอาไว้ จนตามมาทิ่มแทงความสัมพันธ์ในครั้งนี้ และเมื่อเจาะลึกถึงคำว่า "evergreen" หมายถึง ต้นไม้ที่เขียวชอุ่มตลอดปี เลยถูกนำมาใช้เป็นชื่อเพลงเพื่อเป็นตัวแทนของความรัก ความทรงจำ และความสดใหม่ ที่จะไม่มีวันเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา หรือความเจ็บปวดที่ผ่านเข้ามา ส่วนในพาร์ทดนตรีได้ดีไซน์เข้ากับแนว Pop alternative และ Indie pop ที่ช่วยเข้ามาเบรกความหม่นของเนื้อหา พร้อมให้ไวบ์ของความสดใสขึ้นอีกระดับผ่านเมโลดี้และเสียงสุดยูนีคจากเจ้าตัว สามารถฟังเพลง "evergreen" ได้แล้ว และติดตามการเคลื่อนไหวของ "titayah" ได้ที่ https://www.instagram.com/arfhong และ https://www.facebook.com/whattheduckmusic
ข่าวเพลงไทย • 28 ส.ค. 69
อ่าน
"Kiismet" ส่งซิงเกิลแรก "Give Me More" พร้อมโชว์แรกในงาน Kiismet Debut Showcase
พร้อมเปิดตัวในฐานะศิลปิน T-POP เจเนอเรชันใหม่ ในนาม "Kiismet (คิสเมท)" เกิร์ลกรุ๊ปวงแรกภายใต้ค่าย One Music ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน ได้แก่ "พรู ภัทรจารีย์ วณิชย์วงศ์วาน, พิมญ่า พิมพ์ณดา รุ่งสิริประเสริฐ, พั้นช์ ภัทรวดี ธาดาเจริญภักดี, เอมี่ เอมิกา เศรษฐศิริรัตน, แพรวพิม พิมพ์วรุณ ศิริธาดาเจริญ" ด้วยคอนเซ็ปต์ที่สะท้อนเสน่ห์ของผู้หญิงยุคใหม่ ผสานความสามารถด้านการร้อง การเต้น การแสดง และภาพลักษณ์ที่โดดเด่น ผ่านการฝึกซ้อม การแสดง และกิจกรรมต่าง ๆ ที่เผยให้เห็นพัฒนาการของสมาชิกแต่ละคน รวมถึงเคมีของวงที่แข็งแรง ทำให้ "Kiismet" สามารถสร้างฐานแฟนคลับได้ตั้งแต่ก่อน Debut และได้รับการจับตามองในฐานะหนึ่งในศิลปินหญิงรุ่นใหม่ของวงการ ซึ่งแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ในวงการบันเทิง และผ่านการฝึกฝนจากหลากหลายเส้นทาง ทั้งการเป็นเด็กฝึกในค่ายเพลงทั้งประเทศไทยและค่ายเพลงดังจากต่างประเทศ การประกวดร้องเพลง การแข่งขันเต้นระดับนานาชาติ การเป็นศิลปิน การแสดงละครเวที และละครโทรทัศน์ รวมถึงงานแฟชั่น การเดินแบบ ฯลฯ และถึงเวลาที่พร้อมพิสูจน์ความสามารถให้เป็นที่รู้จักในฐานะเกิร์ลกรุ๊ป ที่มาพร้อมเสน่ห์ ความมั่นใจ และพลังของแก๊งเด็กสาว เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในงาน "Kiismet Debut Showcase" ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ EM SKYE, ชั้น 14, EM TOWER, Emsphere มาพร้อมกับ Debut Single "Give Me More" เพลง T-Pop จังหวะสนุก แฝงความซนและน่ารักขี้เล่น ที่จะชวนทุกคนลุกขึ้นมาเต้นกับพวกเธอ โดดเด่นด้วยความหลากหลายและลงตัวของซาวด์ โดยเฉพาะการผสมผสานทั้ง Electronic และยังมีดนตรี/เมโลดี้ ที่คุ้นหู พร้อมท่อนฮุก "Give Me More, Give Me More" ที่ติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง รวมถึงคำที่แสดงถึงความขี้เล่นอย่าง "Time is ticka ticka ticking baby" ที่เปรียบเสมือนนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลัง ย้ำถึงความรักที่ไม่ชัดเจน จึงเป็นการเล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้หญิงที่ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองเป็นฝ่ายรอ แต่เลือกที่จะเป็นคนกำหนดจังหวะของความสัมพันธ์ด้วยตัวเอง นอกจาก energy ของเพลงที่กล่าวไปแล้ว "Give Me More" ยังสะท้อนถึงตัวตนของ "Kiismet" ได้อย่างชัดเจน ทั้งความมั่นใจ ขี้เล่น มีเสน่ห์ และการเป็นผู้หญิงที่กล้าพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกมาอย่างลงตัวและน่าสนใจ จนเกิดเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของวงที่มีนิยามว่า การรวมตัวของพวกเธอราวกับเป็น "Kiismet" ที่มีความหมายว่า "Destiny" โดยได้ทำงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลงฮิตมากมาย อย่าง "ฮาย ธันวา เกตุสุวรรณ (ฮาย Paper Planes)" และ "พลอยชมพู (JEN)" มาช่วยแต่งคำร้องให้ พร้อมด้วย "คุณบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน), กั้ง กรณ์ Head of One Music มาช่วยมอบกำลังใจ พร้อมต้อนรับเข้าสู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว อีกทั้งยังมีศิลปิน-นักแสดงรุ่นพี่ อย่าง ต้าห์อู๋ พิทยา, ออฟโรด กันตภณ, ไดมอนด์ ณรกร, ปาว ปวรดา, ภาคิน ลิขิตอัมพร จากช่องวัน 31 และ One Music และตัวแทนนักแสดง, ศิลปิน T-Pop ชื่อดังจากค่ายต่าง ๆ ทั่วเมืองไทย อาทิ เจมส์ มาร์, พาย รินรดา, แพร์ พิชชาภา, โตโต้ ธนเดช, ลูกหว้า พิจิกา, โรส ศิรินทิพย์, ใบปอ ธิติยา, ฮาร์ท - จั๋ง BUS, ทีเจ 9214kids, จีวัท - จูเนียร์,เจนัส VVV, พีท - รีออน - เท็ดดี้ DMD Trainee, หมีพูห์, เชียร์ - ธารา VIIS, แซม - ติวเตอร์ - พี CIR*CRL, ปิ่น - เพ่ยเพ่ย Alters, TACE, มาย NAMP, ตาต้า THX, ปาเอญ่า GMMTV, พลอย - จีนี่ change, เจ๋ง jengchtps, แพรซัน - กัปตัน - เพลง - เอม LOVEiS Trainee, fforthpcsp, Persona, butterfliiii ฯลฯ ที่มาร่วมแสดงความยินดี พร้อมร่วมชม MV และการ On Stage ครั้งแรก ซึ่ง 5 สาว "Kiismet" ได้เผยความรู้สึกว่า "พวกเราทั้ง 5 คน ขอขอบคุณ ผู้ใหญ่ทุกท่าน พี่ ๆ ทีมงานทุกคน ครอบครัว แฟนคลับ และทุกกำลังใจที่ส่งมาถึงพวกเราตั้งแต่วันแรก จนถึงวันเดบิวต์ รู้สึกภูมิใจมาก ๆ ที่ได้เดินมาถึงก้าวแรกของการเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว พวกเราเฝ้ารอวันนี้กันมานานมาก ถึงเวลาที่ได้มาโชว์ให้ทุกคนได้ดูกันครั้งแรก ก็รู้สึกดีใจมาก ๆ ค่ะ หวังว่าทุกคนจะชอบซิงเกิลแรกของพวกเรานะคะ ทุกขั้นตอนพวกเราเต็มที่มาก ๆ และตั้งใจถ่ายทอดออกความเป็นตัวเองออกมาให้ทุกคนได้รู้จักมากที่สุด ฝากเพลง Give Me More ด้วยนะคะ (ยิ้ม)" สามารถรับฟังและชม Official MV "Give Me More" Debut Single จาก "Kiismet" ได้ทาง Youtube : One Music และ Audio ได้ทุก Streaming Platforms รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทุกช่องทาง Social Media ของ One Music และ Kiismet.theofficial
ข่าวเพลงไทย • 21 ส.ค. 69
อ่าน
The Mermaid เงือกสาว ปัง ปัง - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
มาพบกันเป็นประจำในทุกๆ เช้ากับการแนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ "Movie of the Day" นำเสนอหนังที่จะเรียกเสียงหัวเราะเพลินอารมณ์ให้คุณไปตลอดทั้งวันและทั้งปีนี้กับหนังตลกแฟนตาซีเรื่องดัง "The Mermaid เงือกสาว ปัง ปัง"หนังบ็อกซ์บัสเตอร์เรื่องดังที่เคยกวาดรายได้ได้อย่างถล่มทลายทั่วภูมิภาคเอเชียมาแล้ว The Mermaid เงือกสาว ปัง ปัง เล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นที่มาจากการก่อสร้างโปรเจคอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ได้เป็นบ่อนทำลายธรรมชาติ โดยเฉพาะเขตทะเลที่มีสิ่งมีชีวิต รวมถึงเหล่านางเงือกที่อาศัยอยู่มากมาย ซาน (หลิน หยุน) เงือกสาวสุดปัง ได้รับภารกิจสำคัญให้ไปต่อกรกับเจ้าของโปรเจคยักษ์ใหญ่นี้ เมื่อทั้งคู่ดันตกหลุมรักกันเข้าอย่างจัง จะเกิดอะไรขึ้นกับโปรเจคยักษ์ใหญ่ของเขา และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับนางเงือก และนี่คือผลงานการกำกับและเขียนบทเองของซูเปอร์สตาร์ "โจวซิงฉือ" ที่เรื่องนี้ขอทำงานเบื้องหลังโดยเฉพาะ ปล่อยของปล่อยมุกผ่านมุมมองของเขาอย่างเต็มที่ และสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการหนังจีนได้อย่างน่าทึ่ง หนังเรื่องนี้ถือว่าใช้ทุนสร้างไปมหาศาลกว่า 60 ล้านเหรียญ ที่หมดไปกับการใช้เทคนิคพิเศษกับซีจีในเรื่องที่ก็ถือว่าทำออกมาได้เหมาะสมกำลังพอดี The Mermaid ถือว่าเป็นโปรแกรมหนังต้อนรับช่วงเทศกาลตรุษจีนในปีนั้นที่กวาดรายได้ไปทั่วโลกได้ไม่ต่ำกว่า 550 ล้านเหรียญ ที่ยังถือว่าเป็นหนังจีนที่สามารถต่อกรกับเหล่าหนังฟอร์มยักษ์ฮอลลิวูดได้อย่างสมศักดิ์ มาพร้อมกับทีมนักแสดงที่มีอินเนอร์และทักษะเปี่ยมล้น ไม่ว่าจะเป็น "หลิน หยุน", "เติ้ง จ้าว", "จาง หยี่ฉี", "จาง เหวิน" หรือ "ฉีเคอะ" เป็นองค์ประกอบที่ทำให้หนังเรื่องนี้ ปัง ปัง สมชื่อ! | ดูหนัง The Mermaid เงือกสาว ปัง ปัง แบบเต็มเรื่องทรูไอดี คลิกเลย! ประเภท: ตลก / แฟนตาซี นำแสดงโดย: หลิน หยุน, เติ้ง จ้าว, ฉีเคอะ กำกับโดย: โจวซิงฉือ ความยาว: 94 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 8 กุมภาพันธ์ 2016 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 15 ส.ค. 69
31นาที มาดื่มกันเถอะ
31นาที มาดื่มกันเถอะ
OPZTV • 16 ส.ค. 69
อ่าน
เดบิวต์แล้ว! 5 สาว "TACE" เปิดตัวซิงเกิลแรก "Mask On" เสิร์ฟเพอร์ฟอร์แมนซ์สะกดทุกสายตา
ถึงเวลาแล้ว! หลังสร้างกระแสทำให้หลายคนติดหูกับท่อนจำอย่าง "T-A-C-E" จากเพลงพรีเดบิวต์ "My Taste" วันนี้ 5 สาววง "TACE (อายูมิ, เจ้าจอม, ลียา, จันทร์เจ้า, โตเกียว)" จากค่าย LOVEiS ENTERTAINMENT ได้ก้าวสู่การเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว กับเดบิวต์สเตจครั้งสำคัญในงาน "TACE DEBUT STAGE [Tear The Mask]" เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ ท่ามกลางแฟน ๆ สื่อมวลชน และเหล่าคนในวงการที่มาร่วมเป็นกำลังใจในก้าวแรกของทั้ง 5 สาวอย่างคับคั่ง จัดเต็มทั้งโปรดักชัน แสง สี เสียง และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่สะกดทุกสายตา สมการรอคอยของแฟน ๆ โดยเพลง "Mask On" เป็นซิงเกิลเดบิวต์ที่เล่าความเป็นวง "TACE" ออกมาได้อย่างชัดเจน พูดถึงการเติบโตท่ามกลางบทบาทที่หลากหลายในชีวิต ทั้งการเป็นวัยรุ่น เป็นศิลปินฝึกหัด เป็นคนที่มีความฝัน ที่ต้องรับผิดชอบหลายอย่างไปพร้อมกัน "Mask On" จึงสื่อสารว่าอย่าเพิ่งตัดสินใครจากสิ่งที่เห็นเพียงชั่วขณะ หรือเพียงด้านเดียว เพราะตัวตนของแต่ละคนล้วนมีเรื่องราวและเบื้องหลังที่มากกว่านั้น ภายในงานเริ่มต้นด้วยโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อแฟน ๆ ได้รับชมมิวสิกวิดีโอ "Mask On" เป็นกลุ่มแรกก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทันทีที่ภาพสุดท้ายบนจอจบลง เสียงอินโทรของเพลงก็ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงกรี๊ดที่รอคอยของแฟน ๆ ก่อนที่ทั้ง 5 สาว "TACE" จะปรากฏตัวบนเวที พร้อมเสิร์ฟเพอร์ฟอร์แมนซ์แรกในฐานะศิลปินอย่างเต็มพลัง ถ่ายทอดเสน่ห์ ความมั่นใจ และเอกลักษณ์ของแต่ละคนผ่านทั้งการร้องและการเต้นได้อย่างลงตัว สะกดทุกสายตาตั้งแต่วินาทีแรก ก่อนพาทุกคนสนุกต่อกับเพลง "Achoo" ของรุ่นพี่ในเครือ "Pimma PiXXiE" ที่ช่วยเติมสีสันให้เวทีคึกคักยิ่งขึ้น จากนั้นทั้ง 5 สาวได้ทักทายและพูดคุยกับแฟน ๆ อย่างเป็นกันเอง พร้อมแบ่งปันความรู้สึกของการเดบิวต์ในวันที่เฝ้ารอ ก่อนส่งต่อความอบอุ่นผ่านการแสดงเพลง "จะบอกเธอว่ารัก" ที่เผยให้เห็นอีกด้านของ "TACE" ผ่านน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอารมณ์ได้อย่างละเมียดละไม ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เมื่อ "TACE" ยังได้หยิบเพลงฮิตอย่าง "Fashion" จาก CORTIS และ "WICKED" จาก ALLDAY PROJECT มาคัฟเวอร์เพลงในสไตล์ของตัวเอง พร้อมปล่อยสเต็ปแดนซ์สุดเฉียบและพลังบนเวทีแบบไม่มีแผ่ว ก่อนเข้าสู่ช่วง Special Talk ที่อบอวลไปด้วยความประทับใจ เมื่อ พี่จิ๊บ, เมล (LE7EL) และ เต ที่เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์ขึ้นเวทีร่วมแสดงความยินดีกับการเดบิวต์ พร้อมย้อนเล่าความทรงจำตั้งแต่วันแรกที่ทั้ง 5 สาวก้าวเข้ามาในฐานะศิลปินฝึกหัด จนถึงวันที่ความพยายามผลิดอกออกผล กลายเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว ท่ามกลางเสียงปรบมือจากแฟน ๆ มากมาย หลังซึมซับโมเมนต์แห่งความประทับใจ ทั้ง 5 สาวพาผู้ชมดื่มด่ำไปกับบทเพลง "ทุกนาทีที่สวยงาม" ของศิลปินรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง "NONT TANONT" ที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างอบอุ่นและกินใจ ตามด้วยช่วง Talk Talents กับช่วงเวลาที่สมาชิกแต่ละคนได้โชว์ความสามารถสุดพิเศษ ที่เตรียมมาเพื่อทุกคนโดยเฉพาะ ก่อนพลิกมู้ดกลับมาเดือดอีกครั้งด้วยเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเท่ เผยอีกด้านของ "TACE" ผ่านพลังการร้อง การแร็ป และสเต็ปแดนซ์อันแข็งแรงใน "No Diggity" และ "Uptown Funk" ก่อนปิดท้ายค่ำคืนแห่งความทรงจำด้วยเพลงพรีเดบิวต์ "My Taste" ท่ามกลางกำลังใจที่ดังทั่วทั้งฮอลล์ การเดบิวต์ครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ "TACE" ที่พร้อมเข้ามาเติมสีสันให้กับวงการ T-Pop ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว คาแรกเตอร์ที่โดดเด่น และเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่แข็งแรงเกินคาด พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของทั้ง 5 สาวที่พร้อมสร้างเส้นทางของตัวเองและก้าวขึ้นเป็นอีกหนึ่งเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ที่น่าจับตามอง สามารถรับฟังซิงเกิลเดบิวต์ "Mask On" ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง และติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ "TACE" เพื่อร่วมเดินทางไปกับทุกก้าวสำคัญของทั้ง 5 สาวในอนาคต ได้ที่ Youtube : TACE.officialTH และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook/X/TikTok : TACE, Instagram : tace.officialth และ Facebook : LOVEiS / X, Instagram : @LOVEiS_ent
ข่าวเพลงไทย • 26 ก.ค. 69
อ่าน
[US Box Office] มหากาพย์สมราคาคุย "The Odyssey" ครองบัลลังก์ โกยรายได้ระดับอู้ฟู่!
Box Office The Odyssey บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 17-19 กรกฎาคม 2026 -เป็นหนึ่งสุดสัปดาห์ที่โลกเฝ้าจับตามองการกลับมาของนักสร้างหนังระดับเทพของวงการหนังยุคปัจจุบัน ที่ครั้งนี้เขามาพร้อมกับการหยิบมหากาพย์ปกีรณัมกรีกระดับตำนานมาละเลงสร้างและตีความรูปแบบใหม่ พร้อมกับเทคนิคงานสร้างระดับแพรวพราว ที่ทำให้แฟน ๆ แห่แหนกันจับจองตั๋วหนังล่วงหน้าหมดเกลี้ยงตั้งแต่ปีที่แล้ว และผลลัพธ์ที่ออกมานั้นก็สมราคาเป็นอย่างมาก เพราะสามารถขึ้นบัลลังก์แชมป์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี คริสโตเฟอร์ โนแลน กลับมาในผลงานลำดับที่ 13 ของเขาใน "The Odyssey" ที่เป็นการหยิบเอกงานกวีชั้นเอกของโฮเมอร์มาดัดแปลงสร้างและตีความใหม่ในรูปแบบที่เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างได้อย่างตระการตา หนังสามารถสร้างปรากฏการณ์บนบ็อกซ์ออฟฟิศได้อย่างภาคภูมิใจ กวาดรายได้ 3 วันแรกไป 124.5 ล้านเหรียญ จาก 3,919 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงเกือบ ๆ 32,000 เหรียญ ที่ถือว่าเป็นตัวเลขที่มากกว่าคาดการณ์เอาไว้เล็กน้อย ต้องยอมรับว่ากระแสปากต่อปากของหนังโนแลน ยังทรงประสิทธิภาพ The Odyssey กลายเป็นหนังที่เปิดตัวได้ร้อนแรงที่สุดอีกเรื่องของโนแลน นับตั้งแต่ The Dark Knight Rises (160 ล้านเหรียญ) เมื่อปี 2012 โดยหนังยังทำสถิติเปิดตัวได้สูงที่สุดในปี 2026 เป็นอันดับที่ 3 เป็นรองแค่ Toy Story 5 (159 ล้านเหรียญ) กับ The Super Mario Galaxy Movie (131 ล้านเหรียญ) แม้ว่าอุปสรรคใหญ่ของหนังก็คือความยาวเฉียด ๆ 3 ชั่วโมง และติดเรต R ในด้านเนื้อหาความรุนแรง แต่ก็ไม่ได้บั่นทอนตัวเลขรายได้ของหนังไปแต่อย่างใด ทั้งนี้ หนังใหม่ของโนแลนยังตีตลาดทั่วโลกใน 73 ประเทศในสุดสัปดาห์นี้ด้วย ออกสตาร์ททั่วโลกที่ 139.6 ล้านเหรียญ ทำให้ในสัปดาห์แรกหนังเปิดตัวไปได้ที่ 264.1 ล้านเหรียญ กลายเป็นหนังโนแลนที่เปิดตัวระดับโลกได้แรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา แซงหน้าสถิติของ The Dark Knight Rises (249 ล้านเหรียญ) ไปอย่างราบคาบ หนังได้กระแสรีวิวที่ยอดเยี่ยมมาช่วยสนับสนุน ทำให้เกิดกระแสปากต่อปากในหมู่ผู้ชม แม้ว่าหนังจะใช้ทุนสร้างสูงระดับ 250 ล้านเหรียญ โดยที่ยังไม่รวมงบประชาสัมพันธ์อีก 125 ล้านเหรียญ แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ หนังก็น่าจะทะยานเงินไปถึงจุดคุ้มสร้างได้ไม่ยากเย็น และสัปดาห์นี้ก็ต้องขอบคุณ The Odyssey ที่ช่วยกระตุ้นสถานการณ์รายได้หนังในอเมริกา เพราะหลังจากที่เผชิญหน้ากับผลงานหนังที่ทำรายได้น่าผิดหวังต่อเนื่องกันหลายสัปดาห์ ไล่มาตั้งแต่ Supergirl, Minions Monsters จนมาถึง Moana ฉบับไลฟ์แอคชัน ทำให้ตอนนี้ภาพรวมบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาแซงหน้าช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้วมา 10% และยังทำยอดรายได้รวมทะลุหลัก 4 พันล้านเหรียญได้อย่างเป็นทางการ นับว่าเป็นครั้งแรกที่ทำได้ถึงในช่วงกลางปีเช่นนี้ ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นก็คือปี 2019 ทางด้าน "Moana" ฉบับคนแสดงก็เผชิญหน้ากับกระแสคลื่นลมที่เหือดหายไป เพราะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการฉาย ก็ทำเงินดร็อปลงมาได้ใจหายเบา ๆ ที่ -56% เก็บเพิ่มไปอีก 19 ล้านเหรียญ เป็นสัญญาณที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก เพราะล่าสุดสะสมยอด 10 วันแรกไปได้ที่ 82 ล้านเหรียญ โดยที่ตัวเลขทั่วโลกขยับไปอยู่ที่ 180 ล้านเหรียญ โดยที่หนังมีทุนสร้างระดับ 250 ล้านเหรียญค้ำคอเอาไว้อยู่ จึงตอกย้ำความเสี่ยงที่หนังเรื่องนี้มีโอกาสสูงที่จะสร้างผลลัพธ์ขาดทุนให้กับสตูดิโอ "Toy Story 5" กับ "Minions Monsters" เป็นหนังแอนิเมชันที่ต้องมาขับเคี่ยวการชิงตำแหน่งอันดับที่ 3 และ 4 กันในผลลัพธ์สุดท้ายในวันจันทร์ เพราะหนังทั้งสองเรื่องทำรายได้เพิ่มไปในระดับเท่า ๆ กันที่ 14.8 ล้านเหรียญ Minions Monsters ดร็อปลงไปไม่มากแค่ -30% ยอดรวมในบ้านล่าสุดอยู่ที่ 137 ล้านเหรียญ และมีตัวเลขทั่วโลกขยับไปที่ 323 ล้านเหรียญ ขณะที่ Toy Story 5 ทำเงินลดลงไปแค่ -22% ทำให้สะสมยอดในอเมริกาไปแล้วที่ 430 ล้านเหรียญ กับตัวเลขทั่วโลกใกล้พันล้านเข้าไปเรื่อย ๆ อยู่ที่ 960 ล้านเหรียญแล้วในตอนนี้ กระแสโชยหายไปเงียบ ๆ อย่างน่าเสียดายก็คือ "Evil Dead Burn" ที่เข้าสู่วีคที่ 2 ของการฉายทำเงินไปอีก 5 ล้านเหรียญ หดหายไปถึง -64% ทำให้ตัวเลข 10 วันแรกของหนังทำไปได้ที่ 24 ล้านเหรียญ แม้ว่าจะไม่ใช่ที่ใช้ทุนสร้างสูงอะไร แต่พิจารณาดูจากสถานการณ์์ที่เกิดขึ้นก็มีโอกาสที่ทำให้หนังทำการปิดโปรแกรมฉายในโรงหนังเร็วกว่าที่คิดเอาไว้ โดยที่หนังจากสตูดิโอวอร์เนอร์ฯ อีกเรื่อง อย่าง "Supergirl" กำลังจะหลุด Top 10 ไปแล้ว กับตัวเลขที่ดร็อปแรงทุกวีค และหลังจากเข้าฉายสู่สัปดาห์ที่ 4 ก็เพิ่งจะทำเงินไปแตะ 70 ล้านเหรียญเท่านั้น ทำให้เชื่อว่าหนังฮีโร่สาวน้อยผู้นี้ ไม่น่าจะปิดโปรแกรมในบ้านได้ถึงหลักร้อยล้านแน่ ๆ "The Invite" หนังอินดี้รวมดารากระแสดี ก็ยังทำเงินได้ดีต่อไป วีคนี้ดร็อปลงมาแค่ -34% เก็บไปอีก 3.9 ล้านเหรียญ สะสมยอดรายได้จากที่เพิ่งเปิดตัวฉายแบบวงกว้างไปเมื่อวีคก่อนไปได้แล้วทั้งสิ้น 15 ล้านเหรียญ ถือว่าเป็นหนังนอกกระแสเรื่องฮิตประจำซัมเมอร์ปีนี้ได้โดยปริยาย สัปดาห์ถัดไปเป็นการเว้นวรรคเบา ๆ ก่อนจะต่อเนื่องกับหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องถัดไป ที่จะเติมเต็มไปด้วยหนังฟอร์มไม่ใหญ่ไม่เล็กปะปนกันหลายเรื่อง นำมาด้วย "Her Private Hell" หนังระทึกขวัญอินดี้จากค่าย Neon มาพร้อมกับหนังตลกครอบครัว "Bad Counselors" ร่วมด้วยหนังแอคชันย้อนยุคเดือด ๆ อย่าง "Motor City" พ่วงมาด้วยความสยองของพินอคคิโอฉบับตีความใหม่ "Pinocchio Unstrung" ที่จะมาสร้างความสะพรึงให้ผู้ชม Source: TheNumbers อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : [US Box Office] "Moana" ฉบับไลฟ์แอคชัน เผชิญหน้าลมมรสุม ลอยโคลงเคลงยังไม่ถึงฝั่งฝัน [US Box Office] ฉลองวันชาติอเมริกา "Minions Monsters" ยึดแชมป์แต่..แผ่วแรงที่สุดในเฟรนไชส์ [US Box Office] บินไม่สูง..แบบใครเขา "Supergirl" โฉบทำเงินด้วยท่วงท่าที่ได้แค่เป็นรอง [US Box Office] ยิ่งเยอะภาค ยิ่งมากทรัพย์ "Toy Story 5" ผงาดเปิดตัวแรงที่สุดในรอบปีนี้ [US Box Office] ไซไฟฉบับสปีลเบิร์กยังใช้ได้ "Disclosure Day" ออกสตาร์ทไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย ------------------------------------ ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 20 ก.ค. 69
อ่าน
เปิดไลน์อัป 6 ภาพยนตร์ฮ่องกงหาชมยากใน "Hong Kong Film Gala Presentation 2026" เริ่ม 31 ก.ค.นี้
กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง2026หรือHong Kong Film Gala Presentation2026ที่ขน7ภาพยนตร์ฮ่องกงหาชมยากมาให้แฟนหนังชาวไทยได้ชมพร้อมร่วมพูดคุยกับผู้สร้างภาพยนตร์และนักแสดงที่บินตรงมาจากฮ่องกงตั้งแต่วันที่31กรกฎาคม- 9สิงหาคม2569ณโรงภาพยนตร์เฮาส์สามย่าน(ชั้น5สามย่านมิตรทาวน์) โอกาสดีๆที่จะได้ชมภาพยนตร์ฮ่องกงคุณภาพเยี่ยมหลากรสหลายแนวให้ได้ดูกันแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนักและในปีนี้ทางสถาบันรางวัลภาพยนตร์เอเชีย(Asian Film Awards Academy)ด้วยความสนับสนุนด้านเงินทุนโดยAsianงานกาล่าภาพยนตร์ฮ่องกง(Hong Kong Film Gala Presentation),สำนักงานพัฒนาวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์(Cultural and Creative Industries Development Agency),กองทุนพัฒนาภาพยนตร์(Film Development Fund)และสำนักงานเศรษฐกิจและการค้าฮ่องกง(HKETO)ในกรุงเทพฯ(Hong Kong Economic and Trade Office (HKETO) in Bangkok)ได้กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์ฮ่องกง2026หรือHong Kong Film Gala Presentation 2026โดยในปีนี้ได้Joey Wuผู้กำกับจากภาพยนตร์เรื่องBIRD OF PARADISE,Catherine Chauนักแสดงจากเรื่องBIRD OF PARADISE,Ronald Lamนักแสดงจากเรื่องUNIDENTIFIED MURDERและYukki Taiนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องDOG DAY EVENINGบินลัดฟ้ามาร่วมพูดคุยถึงผลงานภาพยนตร์ของพวกเขาที่เข้าฉายในเทศกาลครั้งนี้ด้วย และนี่คือรายชื่อ7ภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่องเยี่ยมที่ส่งตรงจากมาฉายให้ได้ชมกันที่กรุงเทพฯในปีนี้ BIRD OF PARADISE (ภาพยนตร์เปิดเทศกาล)QAกับJoey Wuผู้กำกับภาพยนตร์และCatherine Chauนักแสดงนำวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 | รอบ 20:00 น. ภาพยนตร์เปิดเทศกาลพร้อมรอบQAในวันที่31กรกฎาคม2569ให้ผู้ชมได้พูดคุยพร้อมฟังเบื้องหลังไปกับJoey Wuผู้กำกับภาพยนตร์และCatherine Chauนักแสดงนำของภาพยนตร์ เรื่องราวสุดแสนจะอลหม่านของหยวนแม่บ้านสาวที่ชีวิตปกติธรรมดาพลิกผันสู่โลกน่าตื่นตะลึงเมื่อเธอได้รู้จักกับการเต้นโพลแดนซ์ที่มีอะไรมากกว่าการเต้นรูดเสาแบบที่คนอื่นๆเข้าใจความท้าทายของโพลแดนซ์เย้ายวนจนดึงดูดให้หยวนตัดสินใจลงเรียนโพลแดนซ์โดยที่เธอต้องปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับกับสามีหัวโบราณและลูกชายไม่ให้พวกเขารู้ขณะเดียวกันความท้าทายของโพลแดนซ์เองก็ค่อยๆแต่งแต้มสีสันให้เธอมากขึ้นทีละเล็กทีละน้อยไปพร้อมๆการได้พบมิตรภาพครั้งใหม่กับหวิงซานเพื่อนใหม่รุ่นราวคราวลูก ทว่าฟงเหม่ยคุณแม่ของหยวนวัย70ปีที่ซ่าเกินวัยกลับโดนหนุ่มจากแอปหาคู่ปอกลอกจนหมดตัวส่งให้เธอต้องย้ายมาอาศัยอยู่กับหยวนและด้วยนิสัยจอมเจ้ากี้เจ้าการอีกทั้งยังปากไวเกินใครฟงเหว่ยเลยเปลี่ยนให้บ้านที่กระท่อนกระแท่นของลูกสาวถึงคราวต้องปั่นป่วน! นั่นเองทำให้หยวนต้องหาทางประคับประคองทั้งครอบครัวและความหลงใหลส่วนที่มีต่อการเต้นโพลแดนซ์นี้ไปให้ได้โดยหวังว่าเธอจะสามารถเต้นท่านกแห่งสรวงสวรรค์(Bird of Paradise)ได้อย่างไร้ที่ติ UNIDENTIFIED MURDERQA กับนักแสดง Ronald Lamวันที่ 1 สิงหาคม 2569 | รอบ 15:55 ภาพยนตร์ตลกผสมอาชญากรรมดูหนังจบพร้อมฟังเบื้องหลังในรอบพิเศษQAกับนักแสดงRonald Lamในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ว่าด้วยเรื่องราวเมื่อ25ปีก่อนที่เคยเกิดคดีปริศนาสุดสยองขวัญเมื่อเด็กชายโฮหายตัวไปอย่างลึกลับหลังจากวิ่งเล่นกับเพื่อนที่เนินเขาหลังโรงเรียนซึ่งมาร์กและกิตให้การกับตำรวจว่าระหว่างเกิดเหตุพวกเขาทั้งสองได้พบเจอกับยูเอฟโอ วันเวลาล่วงเลยแต่ปริศนาครั้งนั้นก็ไม่เคยได้รับการแถลงไขและได้กลายมาเป็นตำนานสยองขวัญของฮ่องกงอีกทั้งยังเป็นหนึ่งในเรื่องเล่าสร้างชื่อให้กับมาร์กที่เติบโตจนกลายมาเป็นอินฟลูหนุ่มชื่อดังทว่าหม่านแฟนสาวของเขากลับคิดว่าเรื่องเล่านี้ของมาร์กเป็นเพียงสิ่งที่เขากุขึ้นมาและทำให้เธอตัดสินใจจ้างกิมนักแสดงสมัครเล่นให้มาสวมรอยเป็นโฮที่อ้างว่าถูกมนุษย์ต่างดาวปล่อยตัวกลับมา ไม่เพียงเท่านั้นหม่านยังหลอกล่อมาร์กและกิตให้กลับไปยังเนินเขาที่เกิดเหตุอีกครั้งทว่าแผนการที่วางไว้กลับพังไม่เป็นท่าและทำให้กิมเสียชีวิต?!แต่แล้วไม่กี่นาทีต่อมามีบุคคลปริศนาส่งข้อความมาเรียกเงินหลักล้านพร้อมขู่จะปล่อยคลิปการตายของกิมลงบนอินเตอร์เน็ตเรื่องราวที่วุ่นวายกลับยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีกขั้นเมื่อจู่ๆอินฟลูเรื่องยูเอฟโอรุ่นใหญ่คนหนึ่งโผล่มาพร้อมทีมงานเพื่อถ่ายทอดสดรำลึกเหตุการณ์ครบรอบ25ปีของเด็กที่ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป ท่ามกลางความชุลมุนและความมืดแปดด้านพวกเขาทุกคนที่บังเอิญมารวมตัวกันยังเขาลูกนั้นก็ได้เห็นลำแสงประหลาดพร้อมการมาถึงของมนุษย์ต่างดาวที่จะนำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดฝันจนต้องกุมขมับ!!และแล้วความลับในอดีต25ปีก่อนก็ถึงเวลาได้รับการเปิดเผยเสียที DOG DAY EVENINGQAกับYukki Taiนักแสดงนำวันที่1สิงหาคม2569 |รอบ19:00น. ภาพยนตร์ตลกร้ายมาพร้อมรอบพิเศษQAกับYukki Taiนักแสดงนำในวันที่1สิงหาคม2569เรื่องราวของเหตุการณ์ไม่คาดฝันในวันที่แสนจะธรรมดาเมื่อตั๊กไจ๋บุกเข้าไปในแผนกลูกค้าสัมพันธ์ของสถานีโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิกแห่งหนึ่งแล้วจับพนักงานเป็นตัวประกันทว่าจุดประสงค์ในการบุกจับตัวประกันครั้งนี้ไม่ใช่การปล้นหรือเรียกค่าไถ่หากแต่เป็นการขอยกเลิกบริการสมาชิก! แต่ใครจะไปเชื่อว่าจะมีคนก่อเหตุด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้จริง ๆ ทำให้สารวัตรใหญ่ซานรับมือกับเหตุการณ์ นี้ด้วยการออกปฏิบัติการราวกับเป็นวิกฤตระดับก่อการร้ายพร้อมส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าควบคุมสถานการณ์ และแล้วตัวประกันทุกคนก็ค้นพบว่าการยกเลิกบริการของสถานีโทรทัศน์นี้ยุ่งยากกว่าที่คิดไว้จริงๆ!ทำให้พวกเขาพร้อมใจกันโทรหาศูนย์บริการทำตามทุกขั้นตอนพร้อมกรอกสารพัดเอกสารเพื่อทำให้คำขอของตั๊กไจ๋สำเร็จ เมื่อความอดทนถึงขีดสุดตั๊กใจ๋จึงยื่นคำขาดขอเจรจากับเจ้าของสถานีด้วยตัวเองพลิกให้สถานการณ์เดือดระอุแสนจะอิหยังวะให้นำไปสู่บทสรุปที่ไม่มีใครคาดคิด! PALIMPSEST: THE STORY OF A NAMEวันที่ 2 สิงหาคม 2569 | เวลา 15:15 ภาพยนตร์สารคดีที่บอกเล่าเนื้อหาครอบคลุมระยะเวลาถึง 8 ทศวรรษในพื้นที่ 4 ทวีป ที่ตัวแมรี สตีเวน ผู้กำกับของภาพยนตร์ได้เดินทางสืบค้นที่มาของนามสกุลภาษาอังกฤษของตัวเธอเองซึ่งการเดินทางในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพราะความหมกมุ่นกับตัวเองแต่เป็นความพยายามเปิดเผยความย้อนแย้งที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนดตัวตนของมนุษย์ทุกคน แม้ว่ามนุษย์จะโหยหาความกลมเกลียวต่อกันมากเพียงใด ก็ตาม การเดินทางครั้งนี้จะค่อย ๆ ไขปริศนาไปทีละเปลาะด้วยความเชื่อเช่นกัน โดยสตีเวนได้นำเอาฟุตเทจจากหนังบ้านและบันทึกประจำวันของผู้เป็นพ่อภาพถ่ายครอบครัวภาพการเดินทางที่เธอบันทึกไว้เองเศษเสี้ยวของประวัติศาสตร์บอกเล่าและเอกสารจากหอจดหมายเหตุนำมาร้อยเรียงเรื่องเล่าอันซับซ้อนหลายชั้นจนความทรงจำส่วนบุคคลและประวัติศาสตร์ร่วมของผู้คนค่อยๆหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว สารคดีเรื่องนี้จะพาผู้ชมย้อนผ่านช่วงเวลาอันปั่นป่วนในประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่การล่มสลายของราชวงศ์ชิงสงครามกลางเมืองการรุกรานของญี่ปุ่นจนถึงการขึ้นสู่อำนาจของพรรคคอมมิวนิสต์ท่ามกลางฉากหลังดังกล่าวฮ่องกง(ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1842)ปรากฏขึ้นในฐานะพื้นที่แห่งความย้อนแย้งที่ซึ่งความทันสมัยแบบตะวันตกปะทะกับมรดกวัฒนธรรมตะวันออกเมืองที่ชาวจีนหนึ่งล้านคนถูกปกครองโดยชาวยุโรปเพียงสองหมื่นคน จากย่านชุมชนของชนชั้นแรงงานในฮ่องกงครูสาวชื่อฮิลดายิกแต่งงานกับกรรมกรหนุ่มเฉินติกฟงสู่เมืองอู่ฮั่นในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ซึ่งจูเลียนเบลล์(หลานชายของเวอร์จิเนียวูลฟ์)แอบมีชู้กับนักเขียนหญิงที่แต่งงานแล้วไปจนถึงชนบทในออสเตรเลียไปยังเมืองมอนทรีออลโตรอนโตลอนดอนเคมบริดจ์และเมืองกาซีส์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเพื่อติดตามเส้นทางของชะตากรรมที่มาบรรจบกันอย่างไม่น่าเป็นไปได้ของผู้คนและการปฏิวัติอันเงียบงัน วันเวลาพาให้ฮิลดายิกและเฉินติกฟงกลายมาเป็นฮิลดาและเฮนรีสตีเวนได้อย่างไรและเพราะเหตุใด แมรีสตีเวนจะค่อยๆประกอบเศษเสี้ยวของข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นภาพโมเสกอันงดงามละเอียดอ่อนสะท้อนถึงการสร้างตัวตนแรงดึงดูดอันยากจะต้านทานของการเขียนเรื่องราวชีวิตเสียใหม่และแรงผลักดันอันเป็นสากลของมนุษย์ที่จะเติมแต่งชีวิตของตนให้กลายเป็นเรื่องเล่าที่น่าจดจำ SOMEONE LIKE MEวันที่2สิงหาคม2569 |เวลา19:20 ภาพยนตร์ดรามาว่าด้วยเรื่องราวของอามุ่ยที่เกิดมาด้วยภาวะสมองพิการจนส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อตลอดระยะเวลา20ปีบนโลกอามุ่ยเกิดมาเพียงแค่มีชีวิตแต่กลับไม่เคยได้ใช้ชีวิตเลยสักครั้งแม่ของเขาพยายามทำให้ชีวิตของอามุ่ยเรียบง่ายที่สุดเธอไม่เคยได้แต่งหน้าแต่งตัวยิ่งเรื่องมีความรักยิ่งไม่ต้องพูดถึงแต่แล้ววันหนึ่งแม่ของเธอก็ตัดสินใจเสนอให้อามุ่ยไปตัดมดลูกเพื่อจะได้ไม่ต้องมีประจำเดือนอีกต่อไปและนั่นทำให้เธอตระหนักได้ว่าความเป็นผู้หญิงของเธอกำลังจะถูกพรากไป ด้วยคำแนะนำของเพื่อนคนพิการด้วยกันอามุ่ยได้ไปหาเอวาอาสาสมัครของหน่วยงานการกุศลที่ให้คำปรึกษาและบริการทางเพศแก่ผู้พิการด้วยความที่เธอเติบโตมากับแม่ที่เคร่งครัดและหัวโบราณการได้เจอกับเอวาเหมือนเป็นการได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้า และนั่นทำให้อามุ่ยได้พบกับ อาเคน ชายหนุ่มท่าทางเคร่งขรึม อาสาสมัครที่จะมาให้บริการทางเพศ กับเธอ ซึ่งเขาคนนี้คือคนที่เธอได้พบเห็นอยู่บ่อย ๆ การ ร่วมห้อง กันในวันนั้นเป็นไปอย่างอ่อนโยน และทำให้อามุ่ยได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิตจนทำให้เธอได้ค้นพบว่าตัวเองเริ่มตกหลุมรักอาเคน ทั้งที่ไม่ควรจะหลงรัก ทว่าอาเคนเองก็มีปัญหาชีวิตไม่ต่างกันเขาเข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนพิการเพราะปมเรื่องพี่สาวที่กลายเป็นโรคซึมเศร้าหลังจากประสบอุบัติเหตุจนเดินไม่ได้หลังสูญเสียพี่สาวไปอาเคนใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมายไม่เคยทำงานที่ไหนได้นานและไม่เคยคิดจะคบหาใครจริงจังเมื่อพบว่าอามุ่ยเริ่มมีความรู้สึกพิเศษให้กับเขาอาเคนเลยพยายามหาทางตัดไฟแต่ต้นลม อามุ่ยกำลังอยู่ในช่วงทางแยกของชีวิตเมื่อความรักความรู้สึกทางเพศและข้อจำกัดของร่างกายกำลังแยกไปคนละทาง WEB OF DECEPTION (1989)วันที่3สิงหาคม2569 |เวลา19:15 ภาพยนตร์ระทึกขวัญ ที่เต็มไปด้วยการหลอกลวง ความลับ และการหักหลัง อำนวยการสร้างโดยฉีเคอะที่ส่งให้หวังเสี่ยวเฟิงเข้าชิงรางวัลนักแสดงสมทบหญิงบนเวทีม้าทองคำและฮ่องกงฟิล์มอวอร์ดส์จากบทบาทเมย์ เรื่องราวของหลินทนายสาวมากความสำเร็จที่กำลังจะอพยพไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในแคนาดาเธอได้รับจดหมายขู่กรรโชกเรียกเงินหนึ่งล้านดอลลาร์ฮ่องกงเพื่อแลกกับการปิดบังความผิดที่เธอเคยก่อไว้ในอดีตแม้หลินจะเริ่มสงสัยว่าเมย์ผู้ช่วยคนสนิทอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่เธอกลับขอให้เมย์ช่วยตามหาตัวคนร้ายและวางแผนจับผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ขณะเดียวกันควีนนีเพื่อนร่วมห้องของเมย์ผู้มีอาชีพเป็นช่างแต่งหน้าเองก็ต้องรีบหาเงินอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือพี่สาวที่เพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำและกำลังถูกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบตามคุกคามด้วยคำแนะนำของเมย์ควีนนีเลยตัดสินใจลักขโมยเงินค่าไถ่ในบ้านของเจนไปโดยไม่รู้ว่าการตัดสินใจเพียงครั้งเดียวนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่ยากเกินควบคุม เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันพลิกทุกอย่างให้เลวร้ายลงผู้คนที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้องกันกลับต้องเข้ามาพัวพัน ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังเอเชีย • 17 ก.ค. 69
อ่าน
เดบิวต์เป็นนักแสดงเต็มตัว “น้องฉัตร” ประกบคู่ “ซึงโฮ” ลงบอยเลิฟครั้งแรก ไพล็อตแรกออกตัวแรงเวอร์
เดบิวต์เป็นนักแสดงเต็มตัว น้องฉัตร ประกบคู่ ซึงโฮ ลงบอยเลิฟครั้งแรก ไพล็อตแรกออกตัวแรงเวอร์ บททดสอบของความไว้วางใจกำลังจะเริ่มต้นขึ้น กับซีรีส์ The Last Lock of Love ล็อกสุดท้าย...คือนายคนเดียว จากค่าย One by Chat Entertainment ที่ได้นักแสดงนำสุดว้าวอย่าง น้องฉัตร ฉัตรชัย ช่างแต่งหน้าชื่อดัง มาวางแปรงบลัชออนชั่วคราว รับบท แชท นักพัฒนาโปรดักส์ที่ใช้ชีวิตแบบปล่อยใจไปกับ One Night Stand ต้องกลับมาเจอ ซึงอู ผู้จัดการคนใหม่ที่ดันเป็นคนเมื่อคืน รับบทโดยหนุ่มเกาหลี ซึงโฮ จนเกิดเป็นเรื่องราวของสงครามภายในออฟฟิศ ซึ่งแค่ Pilot แรกที่ปล่อยออกมาก็กระแสแรง แซ่บถึงใจ ทำเอาสาววายจิกหมอนฟินฉ่ำไปตามๆ กัน เรียกว่าเคมีเคใจไทย-เกาหลี ตรงกันเกิ้น นอกจากนี้ยังมีนักแสดงที่มาร่วมสร้างสีสันอีกมากมาย อาทิ แอน สิเรียม, โม อมีนา, เอแคลร์ จือปาก, มะเดี่ยว และอีกหลายท่าน ล่าสุดได้ฤกษ์จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องอย่างเป็นทางการ ณ วัดสำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มการถ่ายทำ มีผู้บริหาร ผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดงร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนเตรียมส่งมอบเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นให้ผู้ชมได้รับชมกันแบบเต็มๆ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางช่อง 3HD คืนเดียวที่แค่เผลอวันไนท์แสตนด์ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามในออฟฟิศ สงครามครั้งนี้จะดุเดือดแค่ไหน ติดตาม ซีรีส์ The Last Lock of Love ล็อกสุดท้าย...คือนายคนเดียว ห้ามพลาด
ดาราเดลี่บันเทิง • 14 ก.ค. 69
อ่าน
เปิดตัว “น้องออกัส” สาวไทยคนแรกที่จะเดบิวต์กับ JYP ในฐานะวง “OURBIRTHDAY”
อ้าแขนต้อนรับแทกุกไลน์คนใหม่ ครั้งนี้ "น้องออกัส" กำลังถูกจับตามองในฐานะสมาชิกชาวไทยของเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ OURBIRTHDAY ว่าที่เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ของ JYP Entertainment ที่เปิดตัวผ่านบริษัทลูก INNIT Entertainment โดยนับเป็นศิลปินหญิงชาวไทยคนแรกที่เตรียมเดบิวต์ภายใต้สังกัด JYP Entertainment อย่างเป็นทางการOURBIRTHDAY เกิร์ลกรุ๊ปใหม่จาก JYP หลังรอคอยกว่า 4 ปีOURBIRTHDAY เป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ที่ JYP เปิดตัวหลังจากเดบิวต์ NMIXX เมื่อปี 2022 โดยครั้งนี้บริษัทเลือกสร้างความแตกต่างด้วยการค่อย ๆ ปล่อยปริศนาและเนื้อเรื่องของวงออกมา ผ่านคอนเทนต์ทีเซอร์และตัวละครที่เป็นตัวแทนของสมาชิกแต่ละคน ก่อนจะเผยโฉมสมาชิกจริงบางส่วนในเวลาต่อมา">เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2026 วงได้ปล่อย Introduction Film ชื่อ "ERROR 502: Bad Gateway" ถ่ายทอดเรื่องราวของสมาชิกที่หลงอยู่ในโลกเสมือนจากความผิดพลาดของระบบ ก่อนจะค่อย ๆ มาพบกัน และปิดท้ายด้วยฉากเค้กที่มีชื่อ OURBIRTHDAY พร้อมการเป่าเทียน ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปมสำคัญของจักรวาลที่วงกำลังสร้าง"น้องออกัส" สมาชิกชาวไทยที่หลายคนจับตาหนึ่งในสมาชิกที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ น้องออกัส อชิรญา การ์วินวิท เกิดวันที่ 18 สิงหาคม 2009 ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นเด็กไทยและเคยเป็นเด็กฝึกของ ABYSS Companyก่อนเข้าสู่เส้นทางเดบิวต์ ออกัสเคยมีประสบการณ์ขึ้นแสดงบนเวทีคอนเสิร์ตของ BamBam ในงาน BamBam AREA 52 in Bangkok เมื่อปี 2023 ทำให้แฟนคลับหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาและชื่นชมฝีมือการเต้นของเธอมาตั้งแต่ก่อนเดบิวต์หลังมีการเปิดเผยสมาชิกชุดแรก แฟน ๆ จำนวนมากเชื่อว่าออกัสคือสมาชิกที่ใช้คาแรกเตอร์ I-YAT ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวละครที่ JYP เปิดตัวก่อนเผยสมาชิกจริง แม้ในตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า I-YAT จะเป็นชื่อบนเวทีหรือเป็นเพียงตัวแทนคาแรกเตอร์ของสมาชิกเท่านั้น แม้ปัจจุบันจะเปิดเผยสมาชิกเพียงบางส่วน แต่แฟน ๆ สังเกตเห็นว่าทีเซอร์ต่าง ๆ มักปรากฏเค้กและเทียนทั้งหมด 7 เล่ม จึงเกิดการคาดการณ์ว่า OURBIRTHDAY น่าจะเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่มีสมาชิกทั้งหมด 7 คน และจะทยอยเปิดตัวสมาชิกที่เหลือในช่วงก่อนเดบิวต์OURBIRTHDAY ยังคงทยอยปล่อยคอนเทนต์และเปิดเผยสมาชิกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ก่อนการเดบิวต์อย่างเป็นทางการ ซึ่งแฟน ๆ ทั้งในเกาหลีและต่างประเทศต่างเฝ้ารอติดตามว่าเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่จาก JYP จะสร้างสีสันและความแปลกใหม่ให้วงการ K-Pop ได้มากแค่ไหน
TNN ช่อง16 • 16 ก.ค. 69
อ่าน
เริ่มต้นด้วยคำขอบคุณ! THE GENIUS เปิดห้องหัวใจครั้งแรกใน “ยังมีเธออยู่ตรงนี้” เพลงนิยามรักจากเรื่องจริงของครอบครัว
เริ่มก้าวเดินอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับ THE GENIUS (สตางค์-กรวิชญ์ ศรีธาดา) ศิลปินหนุ่มผู้ทุ่มเทกับทุกบทบาทในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเล่นบาสเก็ตบอลสมัยมัธยม มาจนถึงการเป็นนักร้องที่เริ่มต้นตอนรั้วมหาวิทยาลัย และวันนี้เขาก็ได้ก้าวสู่การเป็นศิลปินในนาม พร้อมผลงานเพลงแรกที่เขาทำเองแทบทุกขั้นตอนอย่าง ยังมีเธออยู่ตรงนี้ ยังมีเธออยู่ตรงนี้ เป็นผลงานที่เกิดขึ้นมาจากความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้สึกที่หลายคนอาจเคยมีต่อใครสักคนที่อยู่เคียงข้างเรามาเสมอ โดยผลงานนี้ได้แรงบันดาลใจของเพลงนี้มาจากคุณพ่อและคุณแม่ที่อยู่เคียงข้างมาตลอดในทุกช่วงของชีวิตจนทำให้ตัวของ THE GENIUS ตั้งคำถามว่า หากวันหนึ่งเราต้องขอบคุณคนที่มีความหมายต่อชีวิตเรามากที่สุดเราจะใช้คำว่าอะไร ด้วยเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ทำให้ THE GENIUS ทำผลงานนี้ออกมาเป็นเพลงป็อปร็อคช้าๆ เพื่อสื่อสารเรื่องราวของคนๆ หนึ่งซึ่งอยากขอบคุณคนสำคัญในชีวิตแต่ไม่สามารถจะหาคำไหนมาอธิบายความรู้สึกนี้ได้แม้แต่คำว่า รัก ก็ยังไม่มากพอจะอธิบายความรู้สึกทั้งหมดที่มี โดยผลงานนี้ THE GENIUS อยู่ในทุกขั้นตอนทั้งโปรดิวซ์ แต่งเนื้อร้อง ทำนอง เรียบเรียง และได้สตูดิโอมืออาชีพ Polarbear Studio ช่วยซัพพอร์ตในส่วนของโปรดักชั่นทางดนตรีให้สมบูรณ์ โดย THE GENIUS ได้ฝากถึงเพลงนี้ว่า ผมเชื่อว่าทุกคนต่างมีใครบางคนที่ซ่อนอยู่ในเพลงนี้ ผมหวังว่าเพลงนี้จะเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ทุกคนสามารถส่งต่อให้คนคนนั้นได้รับรู้ ว่าการมีเขาอยู่ในชีวิตมันมีความหมายมากมายเพียงใด และหวังว่าสักวันในอนาคตผมจะได้ใช้เพลงนี้ขอบคุณผู้ฟังทุกๆ คนเช่นกันนะครับ สัมผัสความสวยงามของเพลง ยังมีเธออยู่ตรงนี้ ได้ทาง YouTube THE GENIUS และทุกช่องทางสตรีมมิ่งได้แล้ววันนี้ พร้อมกดติดตามทุกช่องทางเพื่อฟังผลงานใหม่ก่อนใครได้เช่นกัน
ข่าวเพลงไทย • 16 ก.ค. 69
อ่าน
ภาพแรก "The Fix" หนังบู๊เรื่องใหม่ของลุงเลียม นีสัน แท็กทีม แซคคารี ลีวาย ได้ฤกษ์ออกจากโหลดองแล้ว
ใครที่คิดถึงลีลาหนังบู๊สไตล์ลุงเลียม ครึ่งหลังปีนี้เตรียมรับมือกับแรงถาโถมใส่ของคอนเทนต์หนังของลุงได้เลย เพราะ "เลียม นีสัน" ยังไม่หยุดบู๊ง่าย ๆ ยังมีสต็อกหนังแอคชันที่อยู่ในมือและเตรียมจะออกฉายในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้แบบแน่น ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ "The Fix" หนังบู๊เรื่องใหม่ที่กำลังจะได้ฤกษ์ออกจากโหลดองสักที หลังจากที่หนังปิดกล้องไปเกือบ ๆ 2 ปีได้แล้ว เพราะล่าสุดได้หนังได้ตัวแทนจัดจำหน่ายหนัง ประกาศวันฉายอย่างเป็นทางการ พร้อมกับปล่อยโฉมแรกออกมาให้ได้เชยชม The Hollywood Reporter รายงานว่า The Fix ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ "กาย โมเช" ที่รับหน้าที่ดูแลงานสร้างและเขียนบทหนัง ได้กำหนดวันฉายในอเมริกาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 11 กันยายน 2026 นี้ โดยหนังเรื่องนี้เดิมทีมีชื่อว่า Hotel Tehran ที่เล่าเรื่องราวของกลุ่มอดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอได้กลับมารวมตัวกันทำภารกิจช่วยเหลือสุดระห่ำในเมืองหลวงของอิหร่าน เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงจากความล้มเหลวในภารกิจที่อัฟกานิสถาน โดยหนังเรื่องนี้ได้ทีมนักแสดงชั้นนำ อย่าง "เลียม นีสัน" มาประชันบทบาทกับ "แซคคารี ลีวาย" ร่วมด้วย "ควินซี ไอเซอาห์", "เวส แชตแฮม", "เจค ชอย", "ออกัสโต อากิเลรา", "นาวิด เนกาห์บัน" และ "ทิทัส เวลลิเวอร์" ซึ่งได้รับไอเดียเค้าโครงเรื่องมาจากแนวคิดของอดีตเจ้าหน้าที่หน่วยซีไอเอจริง ๆ ก่อนจะถูกนำมาพัฒนาสร้างเป็นบทหนัง หนังได้เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำตั้งแต่กลางปี 2024 โดยใช้พื้นที่หลัก ๆ ที่สตูดิโอถ่ายทำในรัฐมิสซิซิปปี แทนการใช้โลเคชันจริงในอิหร่าน The Fix เผชิญหน้ากับการหาสตูดิโอผู้จัดจำหน่าย ทำให้กระบวนการส่งหนังเข้าฉายค่อนข้างล่าช้า กระทั่งปิดดีลลงตัวกับค่ายจัดจำหน่ายหนังอิสระ อย่าง Inaugural Entertainment จึงได้รีบลงตัวในการผลักดันส่งหนังเรื่องนี้ออกฉายในทันที ซึ่งคาดว่าหนังจะมีโอกาสได้ขายลิขสิทธิ์ฉายในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งในเมืองไทยด้วย แฟนหนังบ้านเราคงจะต้องติดตามฟังข่าววันฉายในไทยของหนังเรื่องนี้ต่อไป สำหรับ เลียม นีสัน ที่ยืนกรานว่ายังไม่มีแนวคิดจะเลิกเล่นหนังบู๊ในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่าจะอายุขึ้น 70 กลาง ๆ แล้วก็ตาม ทำให้ในช่วงครึ่งปีนี้ นอกจาก The Fix แล้ว ในเดือนสิงหาคมนี้เขามี "4 Kids Walk Into a Bank" หนังตลกปนปล้นในแก๊งเด็ก ๆ รอฉายอยู่ และในเดือนตุลาคมก็จะเป็นคิวของ "The Mongoose" หนังแอคชันอาชญากรรมเดือด ๆ อีกเรื่อง เรียกได้ว่าเสิร์ฟให้หายคิดถึงในปีนี้ไปเลย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 12 ก.ค. 69
อ่าน
ญาญ่า อุรัสยา เปิดใจให้เสียงพากย์ไทย “Moana” ที่กล้าตามเสียงหัวใจ ท้าทายกับบทบาทใหม่ของชีวิต
นับถอยหลังสู่การผจญภัยครั้งใหม่ที่ทั่วโลกรอคอยกับภาพยนตร์แอ็กชันผจญDisney's Moanaโมอาน่าซึ่งนำเรื่องราวของสาวน้อยผู้กล้าจะตามเสียงหัวใจตัวเอง จากภาพยนตร์แอนิเมชันที่หลายคนรักอย่างMoanaเมื่อ10ปีก่อน มามอบความประทับใจครั้งใหม่ในเวอร์ชันไลฟ์แอ็กชัน โดยเตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่9กรกฎาคมนี้ ท่ามกลางความตื่นเต้นของแฟน ๆ รวมถึงอีกหนึ่งคนที่ตั้งตารอไม่แพ้ใครคือญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์นักแสดงคนดัง ผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยเป็นโมอาน่าซึ่งตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ชมผลงานพากย์ของตัวเองพร้อมกับทุกคน โดยก่อนหน้านี้เธอมีโอกาสได้เดินทางไปพบโมอาน่าและมาวอิตัวจริงที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย พร้อมสัมภาษณ์ผู้กำกับThomas KailและนักแสดงCatherine Laga'aia (ชมสัมภาษณ์ได้ที่นี่)รวมถึงต้นฉบับมาวอิอย่างDwayne Johnson (ชมสัมภาษณ์ได้ที่นี่)มาแล้ว และก่อนที่การเดินทางของหญิงสาวผู้กล้าจะเริ่มต้นบนจอภาพยนตร์ ญาญ่ายังได้เปิดใจถึงอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ซึ่งหลายแง่มุมเชื่อมโยงกับเรื่องราวของโมอาน่า ทั้งการกล้าก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย การเชื่อในเสียงหัวใจ และการออกเดินทางเพื่อค้นพบตัวตนในเวอร์ชันที่ดียิ่งกว่าเดิมสำหรับแฟน ๆ ที่ติดตามญาญ่า อุรัสยามาตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นเส้นทางอาชีพในฐานะนักแสดง จนกลายเป็นขวัญใจมหาชนของคนไทย และในวันนี้ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตคู่สร้างครอบครัวใหม่ หลายคนอาจมองว่าชีวิตของเธอเดินทางมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เต็มไปด้วยความสำเร็จและความสุขที่ลงตัวอย่างสวยงาม แต่ญาญ่ากลับมองว่า ทุกช่วงเวลาคือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ครั้งใหม่ และทุกการตัดสินใจคือการเลือกเดินตามเสียงหัวใจ ไม่ต่างจากโมอาน่า ที่ตัดสินใจออกเรือเพื่อค้นหาคำตอบของชีวิต แม้ไม่รู้ว่าปลายทางจะมีอะไรรออยู่ ถ้าต้องเลือกระหว่างฟังเสียงหัวใจหรือฟังสมอง ญ่าเป็นคนที่เลือกจะฟังหัวใจตัวเองเป็นหลัก ในหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ เหตุการณ์เรามักจะให้เสียงหัวใจนำทาง โดยเฉพาะในงานแสดง ต้องไปตามสัญชาตญาณหรือตามหัวใจตัวเองเลยค่ะ และที่สำคัญคึอญ่าเชื่อว่าข้างหน้าของญ่ามีเส้นขอบน้ำเหมือนที่โมอาน่าต้องก้าวข้ามไป เพื่อที่จะค้นหาตัวเอง เลยพร้อมที่จะตามเสียงหัวใจออกไปค้นพบตัวจริงของเราในเวอร์ชันใหม่ที่ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆเธอเล่าก่อนเสริมพร้อมรอยยิ้มว่า แม้ในวันนี้จะรู้สึกสบายใจและมั่นใจกับตัวตนของตัวเอง แต่ก็ยังอยากเดินหน้าพัฒนาฝีมือในฐานะนักแสดง เพื่อก้าวไปสู่ความฝันบทต่อไปของชีวิตตอนนี้ญ่ารู้สึกcomfortableกับความเป็นตัวเองมาก ๆ ก้าวต่อไปก็คือการเดินหาความฝันของเราในฐานะนักแสดง คือมีความมั่นใจแล้วก็อยากจะพัฒนาฝีมือ อยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมเรื่อย ๆ ค่ะเมื่อพูดถึงบทใหม่ของชีวิตที่เพิ่งเริ่มขึ้น ญาญ่าบอกว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การตัดสินใจออกเดินทางสู่เส้นทางสายใหม่เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการได้มีเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะลงเรือลำเดียวกันเพื่อแล่นไปยังจุดหมายใหม่ญ่าว่าสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดในการเดินทางครั้งนี้คือการที่เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยที่ไม่ได้มีแค่ตัวเราเอง แต่มีคู่ชีวิตของเราลงเรือลำเดียวกัน พายไปด้วยกัน ซึ่งญ่าว่าเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก ๆเธอเผยพร้อมรอยยิ้มที่ราวกับจะสื่อว่า สำหรับเธอแล้วความสุขของการเดินทางครั้งใหม่อาจไม่ได้อยู่ที่การรู้ว่าปลายทางคืออะไร แต่อยู่ที่การได้ก้าวไปพร้อมกับคนสำคัญในทุกช่วงเวลาของชีวิตมากกว่า นอกจากนี้ญาญ่ายังฝากถึงทุกคนว่า เรื่องราวของDisney's Moanaโมอาน่าไม่ใช่แค่การผจญภัยกลางมหาสมุทร แต่เป็นการเดินทางเพื่อค้นหาความกล้า ความเชื่อมั่น และการเติบโต ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมทุกวัยได้ออกไปค้นพบตัวตนของตัวเองโมอาน่าเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ๆ ญ่าเชื่อว่า ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยไหน การที่เราทำตามเสียงหัวใจ ทำตามสิ่งที่เชื่อว่าThis is our destiny.ถ้าเราสู้ ผลลัพธ์จะออกมาดีแน่นอนค่ะสุดท้าย นางเอกคนดังผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยเป็นโมอาน่าฝากข้อคิดสั้น ๆ แต่เปี่ยมด้วยความหมายว่าFollow your heart is the right decision.พร้อมชวนทุกคนเตรียมตัวพบกับเซอร์ไพรส์สุดพิเศษในงานThailand Gala Premiereเปิดตัวภาพยนตร์Disney's Moanaโมอาน่าวันที่8กรกฎาคม2569ณParagon Cineplexสยามพารากอน ซึ่งเธอจะมาร่วมแบ่งปันความประทับใจและพบปะแฟน ๆ ก่อนออกผจญภัยไปพร้อมกันกับDisney's Moanaโมอาน่าเข้าฉายจริง9กรกฎาคม ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้
หนังต่างประเทศ • 6 ก.ค. 69
VOC VISUAL OF CHANGE VOC INTRO FILM
VOC INTRO FILM
TPOPUPDATE • 1 เม.ย. 69
VOC VISUAL OF CHANGE
VOC INTRO FILM
TPOPUPDATE • 1 เม.ย. 69
ดูเพิ่มเติม