รีเซต

ผลการค้นหา “TharnType2 - 7 Years of Love” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
TIGGER จับมือ TARA VIIS ปล่อยเพลง Faded Ink แต่งกันเองทุกขั้นตอน
อ่าน

TIGGER จับมือ TARA VIIS ปล่อยเพลง Faded Ink แต่งกันเองทุกขั้นตอน

ได้เวลาปล่อยของ TIGGER ทิกเกอร์ - อชิระ เทริโอ ชวน TARA ธารา - อนันต์ธารา กิ๊ปสัน วง VIIS (วิส) ศิลปินค่าย GNEST สังกัด GMM Music ทำเพลง Faded Ink ซิงเกิลใหม่ลำดับที่ 5 ในอัลบั้ม ACHIRA ออกมาให้ได้ฟังกันเป็นที่เรียบร้อย เพลงรักที่พูดถึงความรู้สึกขอบคุณต่อใครบางคนที่เข้ามาเติมเต็มชีวิต เพลงที่ทิกเกอร์เป็นคนแต่งทำนอง Melody รวมไปถึง Mixed Mastered เอง พร้อมชวนเพื่อนสนิท ธารา(VIIS) มาร่วมเขียนเนื้อเพลง นับเป็นเพลงแรกที่ทั้งคู่ได้ร่วมสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยกันอย่างสวยงาม TIGGER จับมือ TARA VIIS ปล่อยเพลง Faded Ink แต่งกันเองทุกขั้นตอน Faded Ink เพลงรักที่เปรียบชีวิตของเราเป็นเหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง และคนรักคือผู้ที่ทำให้น้ำหมึกของตัวอักษรที่เคยซีดจางกลับมาชัดเจนและมีความหมายอีกครั้ง เป็นเรื่องราวของการค้นพบความหมายใหม่ของชีวิต และการได้ร่วมเขียนอนาคตกับใครสักคนที่สำคัญ เริ่มต้นจาก Demo ที่ TIGGER แต่ง Sound และ Melody ขึ้นในช่วงกลางปี 2025 ก่อนชวน TARA (VIIS) มาร่วมเขียนเนื้อเพลง นับเป็นเพลงแรกที่ทั้งคู่ได้ร่วมสร้างสรรค์กัน เป็นเพลงสไตล์ Dream Pop โดยมี มุขเอก จงมั่นคง และ ปณต คุณประเสริฐ วง Getsunova ร่วมให้คำปรึกษา แม้โจทย์ตั้งต้นจะเป็นเพลงที่มีความ Metaphorical และท้าทายในการเขียน แต่ทั้งคู่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่หวานที่สุดของ TIGGER TARA และเป็นเวอร์ชั่นที่ทั้งคู่รู้สึกชอบมากที่สุด ทิกเกอร์ พูดถึงเพลงนี้ว่า เพลงนี้เริ่มต้นจากที่ผมและธารานั่งคุยกันแล้วก็ชวนทำเพลงขึ้นเล่นๆครับ แล้วผมก็เอา Demo ที่เราแต่งไปให้ค่ายฟัง หลังจากนั้นก็ได้เริ่มพัฒนามาเป็นเพลงนี้ คือเรา 2 คนทุ่มเทกันมากๆ จากเพลงที่เราเขียนกันในห้องเล็กๆ ที่ตึกแกรมมี่ จนตอนนี้กลายเป็นเพลงที่ได้มี MV และได้ปล่อยออกมาให้ทุกคนฟังกันแล้ว ส่วนเนื้อเพลงที่เขียนจะพูดถึงช่วงหนึ่งของชีวิตเรา ที่เราอาจจะรู้สึกว่าเราเคว้ง เราไปต่อไม่ถูก จนกระทั่งมีคนเข้ามาเติมเต็มชีวิตเราให้ดีขึ้น ซึ่งคนๆนั้นอาจจะเป็นใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น คู่รัก เพื่อน ครอบครัว หรือสัตว์เลี้ยง เราอยากให้ทุกคนได้เห็นผลงานด้านใหม่ๆ ของพวกเราค่ะ ธารา VIIS พูดเสริม ด้านมิวสิกวิดีโอเราได้ Wistsanupong Phupasook มาเป็นผู้กำกับถ่ายทอดเรื่องราวของความสัมพันธ์ผ่าน Theatrical Realism (สัจนิยมแนวละครเวที) ศิลปะการเล่าเรื่องที่ผสานความจริงทางอารมณ์เข้ากับฉากและการนำเสนอที่ถูกปรุงแต่งให้เหนือจริงแบบละครเวที ผู้ชมจะรู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังชมการแสดงในฉากที่สร้างขึ้น แต่ยังคงอินและคล้อยตามไปกับความรู้สึกของตัวละครได้อย่างสนิทใจ โดยมีเนื้อหาเปรียบเสมือนหนังสือที่แต่ละฉากคือหนึ่งหน้าของชีวิต คนสองคนค่อยๆ เดินผ่านช่วงเวลาต่างๆ ไปด้วยกัน ผ่านการเคลื่อนไหว การสัมผัส และระยะห่างที่เปลี่ยนไปตามความรู้สึก ซึ่งแต่ละช่วงได้รับแรงบันดาลใจจากถ้อยคำในวรรณกรรมของนักเขียนต่างประเทศ เพื่อสะท้อนความหมายของความรักในแต่ละบท ขณะที่ TIGGER และ TARA จะไม่ได้เป็นตัวละครในเรื่องโดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็น Inner Voice หรือเสียงของความรู้สึกที่ตัวละครไม่สามารถพูดออกมา ถ่ายทอดผ่านเสียงร้องเพื่อพาเราเข้าใจเรื่องราวและความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา จนเรื่องราวที่เคยจางหายกลับมาชัดเจนอีกครั้ง และนำไปสู่การเปิดหน้าถัดไป เพื่อเขียนบทใหม่ของชีวิตไปด้วยกัน เพลงนี้ ทิกเกอร์ธารา ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมากๆ อยากให้ทุกคนไปฟังและดู MV กันเยอะๆ สามารถติดตามชมมิวสิกวิดีโอ Faded Ink กันได้ทาง Youtube : gnest_official และสามารถติดตามโซเชียลมีเดียได้ทุกช่องทาง @tiggertheriault และอินสตาแกรมส่วนตัว @tiggerachira @taragibsonnn #TIGGER_FadedInk #TIGGER_ACHIRA #TARA_VIIS #TiggerTheriault #ทิกเกอร์ Link MV Feded Ink : https://youtu.be/-ycLenFShr4?si=clpsVLCOLz5mQqtK

Dsquared2
ดู

Dsquared2

ตอบรับล้นหลาม!! tantan สร้างปรากฏการณ์ เขย่าหัวใจคนโสด ทั่วเอเชียแปซิฟิก
อ่าน

ตอบรับล้นหลาม!! tantan สร้างปรากฏการณ์ เขย่าหัวใจคนโสด ทั่วเอเชียแปซิฟิก

tantan สร้างปรากฏการณ์เขย่าหัวใจคนโสดทั่วเอเชียแปซิฟิก พลิกเทรนด์หาเพื่อนออกกำลังกาย สู่จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ในชีวิตจริง จากกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในมาเลเซียและไต้หวัน tantan เตรียมยกทัพประสบการณ์คอมมูนิตี้เอาใจสายฟิตเนสสู่ กรุงเทพฯ และไทจง เร็ว ๆ นี้ กรุงเทพมหานคร, 18 กันยายน 2569 - tantan หนึ่งในแพลตฟอร์มหาคู่ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) เดินหน้าสานต่อเทรนด์การออกกำลังกาย ความสนุก และการสร้างความสัมพันธ์จากโลกออนไลน์สู่ชีวิตจริงทั่วภูมิภาค ผ่านกิจกรรมคอมมูนิตี้สายฟิตเนส ที่เปิดโอกาสให้คนโสดได้มาร่วมวิ่ง ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมไลฟ์สไตล์ร่วมกัน พร้อมสร้างโอกาสในการพบเจอผู้คนใหม่ ๆ และจุดประกายความสัมพันธ์ที่แท้จริงนอกหน้าจอ นับตั้งแต่เปิดตัวแคมเปญกิจกรรมฟิตเนสและไลฟ์สไตล์ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 tantan พบว่าความต้องการเข้าร่วมกิจกรรมออฟไลน์ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยจากกิจกรรมที่ผ่านมา อย่างงานฮาโลวีนที่สิงคโปร์และกิจกรรมออกกำลังกายต่าง ๆ มีผู้ลงทะเบียนจองที่นั่งถึง 80% ภายใน 2 วันแรกของการเปิดลงทะเบียน ขณะที่กิจกรรมล่าสุดมีผู้สมัครเต็มจำนวนภายในเวลาเพียง 1 วัน อีกทั้งยังมีอัตราการเข้าร่วมงานจริงสูงเกือบ 90% ของจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมด กิจกรรมดังกล่าวสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมจากหลากหลายกลุ่ม โดยสถิติการลงทะเบียนในกิจกรรมช่วงที่ผ่านมามีสัดส่วนผู้ชายราว 60% และผู้หญิง 40% ทั้งนี้ อัตราการมีส่วนร่วมของผู้หญิงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนผ่านยอดการลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันจากผู้หญิงที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5% ภายในระยะเวลา 7 วันหลังจากจบแต่ละกิจกรรมออฟไลน์ เราเชื่อมั่นมาโดยตลอดว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายสามารถเริ่มขึ้นได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรมออฟไลน์ก็เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของคอมมูนิตี้เช่นกัน อีเวนต์ของเราไม่เพียงได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม แต่ยังช่วยดึงดูดสมาชิกใหม่ ๆ เข้าสู่คอมมูนิตี้ของ tantan โดยเห็นได้จากยอดสมัครใช้งานแอปพลิเคชันจากกลุ่มผู้หญิงที่เพิ่มขึ้นหลังจบทุกกิจกรรม สำหรับเรา ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มาพบปะกันในชีวิตจริงช่วยสร้างแรงขับเคลื่อนที่ยั่งยืนเกินกว่าแค่งานอีเวนต์ กิจกรรมออฟไลน์จึงกลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการสร้างและขยายคอมมูนิตี้ของเรา ไม่ได้เป็นเพียงการต่อยอดประสบการณ์บนแอปพลิเคชันเท่านั้น" คุณวิลลินน์ อึ้ง (Willynn Ng) หัวหน้าฝ่ายตลาดต่างประเทศ ประจำภูมิภาค ของ Tantan กล่าว ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้พบปะกันผ่านความสนใจที่มีร่วมกัน ยังสะท้อนถึงพฤติกรรมการเข้าสังคมและทำความรู้จักกันที่เปลี่ยนไป ข้อมูลจาก Eventbrite ระบุว่า อีเวนต์ที่มีการใช้แนวคิดแบบ Meet-Cute หรือการพบกันโดยบังเอิญสุดโรแมนติก เติบโตขึ้นถึง 117% ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ขณะเดียวกัน กิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คนผ่านงานอดิเรก ไม่ว่าจะเป็นการทำความรู้จักเพื่อนใหม่ การลุยเดี่ยว และการตามหาคอมมูนิตี้ที่ใช่ ก็กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่สายสุขภาพและการดูแลตัวเอง สายธรรมชาติ ไปจนถึงงานฝีมือ และไลฟ์สไตล์อื่น ๆ สำหรับ Tantan เสน่ห์ของกิจกรรมฟิตเนสออฟไลน์อยู่ที่การสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้ทำความรู้จักกันอย่างเป็นธรรมชาติ แทนที่จะเป็นการนัดพบกันเพื่อจุดประสงค์ในการเดตเพียงอย่างเดียว ผู้เข้าร่วมงานจะได้สร้างความสัมพันธ์ผ่านกิจกรรม ความท้าทาย หรือความสนใจที่มีร่วมกัน ทำให้บทสนทนาและการทำความรู้จักกันเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่รู้สึกกดดันเหมือนการนัดเดตทั่วไป มุ่งมั่นส่งต่อประสบการณ์ออฟไลน์ สู่คอมมูนิตี้คนโสดทั่วเอเชียแปซิฟิก tantan เดินหน้าปรับรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและบริบทของคอมมูนิตี้ในแต่ละพื้นที่ ควบคู่กับการขยายกิจกรรมไปยังชุมชนต่าง ๆ ทั่วภูมิภาค สำหรับในประเทศมาเลเซีย tantan ได้จัดกิจกรรม Run Mingle ขึ้นเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ร่วมกับ RSS Run Club คอมมูนิตี้วิ่งและฟิตเนสที่ขับเคลื่อนโดยสมาชิกในมาเลเซีย โดยมีผู้เข้าร่วมงานรวม 43 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงถึง 80% และราว 80% เป็นคนโสด โดยสัดส่วนผู้หญิงที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้นับเป็นตัวเลขที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากที่ผ่านมา การดึงดูดผู้หญิงให้เข้าร่วมกิจกรรมเดตแบบออฟไลน์เป็นเรื่องที่ท้าทาย สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางสังคมที่ผสานการออกกำลังกาย ในฐานะทางเลือกใหม่ที่เข้าถึงง่ายและเป็นกันเองมากขึ้นในการพบปะและทำความรู้จักผู้คนใหม่ ๆ สำหรับประเทศไทย tantan เตรียมร่วมเป็น พันธมิตรแอปพลิเคชันหาคู่อย่างเป็นทางการ ของกิจกรรม BREW Vertical Fun Run ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 20 กันยายนนี้ ณ ไอคอนสยาม (ICONSIAM) กรุงเทพมหานคร ภายใต้เทศกาลกาแฟสุดยิ่งใหญ่ Iconic Coffee Festival โดยกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างไอคอนสยามและ Brew Run Club โดยจะเนรมิตแลนด์มาร์กระดับโลกให้กลายเป็นสนามวิ่งแนวตั้ง (Vertical Run) ทะลุผ่าน 7 ชั้น ซึ่งในแต่ละชั้นจะถูกเติมเต็มด้วยรสชาติของกาแฟ เบเกอรี แบรนด์ชั้นนำ ตลอดจนกิจกรรมสำหรับพบปะและใช้เวลาร่วมกัน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานราว 300 คน และเพื่อเติมสีสันให้การวิ่งครั้งนี้มากยิ่งขึ้น ภายในงานยังเตรียมกิจกรรมเกมและชาเลนจ์ต่าง ๆ ไว้หลังเข้าเส้นชัย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทำความรู้จักและมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างเป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันในไต้หวัน tantan เดินหน้าขยายคอมมูนิตี้สายฟิตเนสจากกรุงไทเปสู่เมืองไทจง กับงาน Bar Run ครั้งแรกของเมือง ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 ตุลาคมนี้ โดยผนึกกำลังกับ LONG SER 9 ZA (หลงเฉอจิ่วจ๋า) ผับท้องถิ่นชื่อดัง ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมงานได้มากถึง 3,000 ถึง 3,500 คน พร้อมผสานการออกกำลังกาย การพบปะสังสรรค์ และสีสันยามค่ำคืนไว้ด้วยกัน ผ่านกิจกรรมที่พาผู้เข้าร่วมออกไปสัมผัสบรรยากาศของเมืองไทจงในหลากหลายมุม ทั้งการเดินสำรวจย่านต่าง ๆ ลิ้มรสเครื่องดื่มสุดพิเศษจากบาร์พาร์ตเนอร์ สะสมแสตมป์ และร่วมสนุกกับเกมต่าง ๆ ซึ่งจะเปลี่ยนทั้งเมืองให้กลายเป็นพื้นที่ทางสังคมให้คนโสดได้ออกมาร่วมค้นหา เชื่อมต่อ และสร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ไปด้วยกัน ตลอดการดำเนินกิจกรรมในแต่ละประเทศ tantan ยังคงยึดแนวคิดที่ชัดเจนและเรียบง่าย นั่นคือ ให้การออกกำลังกายเป็นจุดร่วมที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน ขณะที่ความสัมพันธ์จะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างทาง "การเดตไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการปัดหน้าจอเสมอไป เราต้องการสร้างโอกาสให้ผู้คนได้มาพบกันอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมและคอมมูนิตี้ที่พวกเขาสนใจและชื่นชอบอยู่แล้ว โดยเฉพาะกิจกรรมฟิตเนสที่ถือเป็นตัวขับเคลื่อนอันทรงพลัง เพราะช่วยสร้างประสบการณ์ร่วมที่ทำให้ผู้คนเชื่อมโยงกันได้ทันที พร้อมกับมอบเหตุผลดี ๆ ในการก้าวออกมาพบปะกันในชีวิตจริง ซึ่งเสียงตอบรับในช่วงแรกจากทั่วทั้งภูมิภาค ก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความต้องการประสบการณ์ออฟไลน์เหล่านี้ที่มีอยู่อย่างล้นหลาม" คุณวิลลินน์ อึ้ง กล่าวเสริม พร้อมกันนี้ tantan เตรียมเดินหน้าสานต่อประสบการณ์ด้านฟิตเนสและไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่องทั่วเอเชียแปซิฟิก โดยมุ่งสร้างคอมมูนิตี้ที่เชื่อมโลกดิจิทัลเข้ากับประสบการณ์ในชีวิตจริงอย่างลงตัว โดยเปลี่ยนความสนใจที่มีร่วมกันให้กลายเป็นกิจกรรมและประสบการณ์ที่ได้แบ่งปันร่วมกัน ก่อนต่อยอดไปสู่โอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายในโลกออฟไลน์มากยิ่งขึ้น =========================

beIN SPORTS เปิดเรื่องราว “เติ้น” ทัศนพล นักขับ Formula 2 ชาวไทย
อ่าน

beIN SPORTS เปิดเรื่องราว “เติ้น” ทัศนพล นักขับ Formula 2 ชาวไทย

beIN SPORTS เปิดเรื่องราว เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักขับ Formula 2 ชาวไทย ใน Off the Grid Origins คอนเทนต์พิเศษความยาว 30 นาที พาแฟนกีฬาไปสัมผัสเรื่องราวนอกสนามของนักขับดาวรุ่งชาวไทย เปิดเส้นทางบนเวที Formula 2 และความมุ่งมั่นในการก้าวสู่เป้าหมายสูงสุดอย่าง Formula 1 กรุงเทพฯ, 25 กันยายน 2569 beIN SPORTS พาแฟนมอเตอร์สปอร์ตไปทำความรู้จักกับหนึ่งในนักขับดาวรุ่งที่น่าจับตามองของประเทศไทย เติ้น ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ผ่านคอนเทนต์พิเศษความยาว 30 นาที ถ่ายทอดเรื่องราวเส้นทางการแข่งขันในศึก Formula 2 และความมุ่งมั่นในการไล่ตามความฝันสู่จุดสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่าง Formula 1 โดยได้จัดงานเปิดตัวคอนเทนต์ OFF THE GRID [ORIGINS]: TASANAPOL INTHRAPHUVASAK อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายในงานได้รับเกียรติจากโค้ชด้านจิตวิทยา นักแข่งรถคนใกล้ชิดของเติ้น มาร่วมพูดคุย ถ่ายทอดมุมมองและเรื่องราวเบื้องหลังเส้นทางของเติ้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้น ความมุ่งมั่นและทุ่มเท ตลอดจนแรงสนับสนุนที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันสู่เส้นทางการแข่งขันระดับโลก พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองจากโปรดิวเซอร์ถึงแนวคิดเบื้องหลังการถ่ายทอดเรื่องราวครั้งนี้ รวมทั้งนักพากย์ F1 จากทรูวิชันส์ ณ ร้าน Raze Arcade ชั้น 5 ศูนย์การค้า Emsphere Off the Grid Origins: Tasanapol Inthraphuvasak จัดทำขึ้นโดย beIN SPORTS ร่วมมือกับ Nomad eSIM แบรนด์ eSIM ที่ให้บริการด้านการเชื่อมต่อสำหรับการเดินทางทั่วโลก จะพาผู้ชมไปไกลกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นบนสนามแข่ง เพื่อค้นหาเรื่องราวเบื้องหลังของนักขับดาวรุ่งชาวไทย ผู้คนที่มีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมเส้นทางอาชีพของเขา รวมถึงสิ่งที่ต้องทุ่มเทเพื่อก้าวขึ้นมาแข่งขันในระดับนี้ ด้วยวัยเพียง 20 ปี เติ้น ทัศนพล เริ่มสร้างชื่อบนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ หลังทำผลงานโดดเด่นในศึก Formula 3 ฤดูกาล 2025 ด้วยการคว้าชัยชนะ 3 เรซ และจบอันดับ 7 ในตารางคะแนนสะสม ก่อนก้าวขึ้นสู่การแข่งขัน Formula 2 กับทีม ART Grand Prix ในปี 2026 ฤดูกาลแรกบนเวที Formula 2 ของทัศนพลเต็มไปด้วยการเรียนรู้ ความอดทน และช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาตัวเอง หลังเริ่มต้นด้วยการเก็บคะแนนได้จากการแข่งขันทั้งสองเรซที่เมลเบิร์น เขาต้องผ่านสุดสัปดาห์การแข่งขันที่ท้าทายหลายสนาม ก่อนจะค่อยๆ ปรับตัวและทำผลงานได้ดีขึ้นตามลำดับเมื่อฤดูกาลดำเนินไป จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นที่ Spa-Francorchamps ประเทศเบลเยียม เมื่อทัศนพลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบควอลิฟาย คว้าตำแหน่งออกสตาร์ตแถวหน้า ด้วยเวลาที่ห่างจากตำแหน่งโพลเพียง 0.039 วินาที จากนั้นเขาขึ้นนำในการแข่งขันเรซหลัก (Feature Race) ก่อนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 คว้าโพเดียมแรกของตัวเองใน Formula 2 และยังเป็นโพเดียมแรกของนักขับชาวไทยในรายการนี้ นับตั้งแต่ อเล็กซ์ อัลบอน ทำได้เมื่อปี 2018 อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของ เติ้น ทัศนพล มีมากกว่าสิ่งที่แฟนกีฬาได้เห็นระหว่างการแข่งขัน Off the Grid Origins จะพาผู้ชมไปสัมผัสเรื่องราวเบื้องหลัง เพื่อทำความเข้าใจว่าอะไรคือสิ่งที่หล่อหลอมให้เขากลายมาเป็นนักขับอย่างทุกวันนี้ และต้องผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะก้าวขึ้นมาแข่งขันในมอเตอร์สปอร์ตระดับนี้ เติ้นเปิดใจถึงเส้นทางที่ผ่านมา ทั้งช่วงเวลาที่ดีและช่วงเวลาที่ยากลำบากในการแข่งขัน รวมถึงความมุ่งมั่นและเป้าหมายที่ยังคงผลักดันให้เขาเดินหน้าต่อไป คอนเทนต์ยังถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองของบุคคลที่รู้จักเขาเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อคุณแม่ ผู้จัดการ โค้ชด้านจิตใจ และทีมแข่ง สะท้อนให้เห็นทั้งพรสวรรค์ พัฒนาการ ตลอดจนแรงสนับสนุนและการเสียสละที่ช่วยพาเขาก้าวมาถึงจุดนี้ นอกเหนือจากชีวิตในสนามแข่ง แฟนๆ ยังจะได้รู้จักอีกด้านของ เติ้น ทัศนพล รวมถึงการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตนักแข่งรถอาชีพกับการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลในสหราชอาณาจักร Magdalene Ng, Executive Vice President, Marketing, Growth Consumer, beIN ASIA PACIFIC กล่าวว่า เราติดตามเส้นทางของเติ้นมาระยะหนึ่งแล้ว และเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ได้เห็นพัฒนาการของเขา การขึ้นโพเดียมที่ Spa ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ ไม่เพียงสำหรับตัวเขาเอง แต่ยังรวมถึงวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยด้วย สำหรับ Off the Grid Origins เราต้องการพาผู้ชมไปไกลกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในการแข่งขัน เพื่อเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้รู้จักเติ้นอย่างแท้จริง ผ่านมุมมองของตัวเขาเองและผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งในเส้นทางของเขา การก้าวขึ้นมาถึงระดับนี้ต้องผ่านทั้งการเสียสละและอุปสรรค ไปจนถึงวิธีคิดและแรงสนับสนุนจากผู้คนรอบตัว ด้วยวัยเพียง 20 ปี เติ้นประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเขาน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น คือเส้นทางข้างหน้ายังมีอีกมากให้ติดตาม ด้าน Shern Ng, General Manager, Nomad eSIM กล่าวว่า เส้นทางของเติ้นพาเขาจากประเทศไทยไปสู่ยุโรปและสหราชอาณาจักร รวมถึงเดินทางไปทั่วโลก เพื่อการไล่ตามความฝันในการก้าวสู่ Formula 1 เบื้องหลังความมุ่งมั่นนั้นมีทั้งผู้คนที่เขารัก คุณค่าที่เขายึดถือ และความตั้งใจที่จะก้าวต่อไปให้ไกลกว่าเดิม ความสมดุลระหว่างความทะเยอทะยานกับสิ่งที่มีความหมายที่สุด เป็นสิ่งที่ Nomad eSIM ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ beIN SPORTS ในการถ่ายทอดเรื่องราวของเขา และพร้อมอยู่เคียงข้างแฟนกีฬา ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ใดก็ตาม Off the Grid Origins: Tasanapol Inthraphuvasak มีกำหนดออกอากาศวันที่ 25 กันยายน เวลา 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ทาง beIN SPORTS รับชมได้ผ่าน TrueVisions NOW และ beIN SPORTS CONNECT ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรม โมโตจีพี 2026 ลิ้งก์ดูสด MotoGP 2026 ผลโมโต จีพี 2026 โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2026 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2026 ถ่ายทอดสด F1 ผลเอฟวัน

Shawn Mendes ฉลอง 10 ปีอัลบั้มระดับมัลติแพลทินัม Illuminate ส่ง Illuminate (10th Anniversary Edition)
อ่าน

Shawn Mendes ฉลอง 10 ปีอัลบั้มระดับมัลติแพลทินัม Illuminate ส่ง Illuminate (10th Anniversary Edition)

ครบรอบหนึ่งทศวรรษของอัลบั้มที่สร้างเพลงฮิตให้แฟน ๆ ร้องตามกันทั่วโลก Shawn Mendes ศิลปินและนักแต่งเพลงผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี กลับมาฉลอง 10 ปีของ Illuminate อัลบั้มชุดที่ 2 ของเขา ด้วย Illuminate (10th Anniversary Edition) ที่มาพร้อม 3 เวอร์ชันพิเศษ โดยแต่ละเวอร์ชันมีเดโมจากปี 2016 ที่แตกต่างกัน รวมถึงบันทึกการแสดงสดจากทัวร์ On The Road Again ในปี 2025 โดยนอกจากเพลงเก่าในตำนานที่แฟน ๆ ร้องตามกันได้ทั่วโลกแล้ว ยังมี Cold In California เพลงเดโมที่เป็นแทร็กโปรดของใครหลายคน นำมาใส่ในอัลบั้มนี้ เพื่อเป็นของขวัญสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ โดยเฉพาะอีกด้วย ฟังอัลบั้ม Illuminate (10th Anniversary Edition) ของ Shawn Mendeshttps://shawnmendesTH.lnk.to/Illuminate10thAnnivPR อัลบั้ม Illuminate วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2016 เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มสำคัญในเส้นทางดนตรีของ Shawn Mendes ที่ได้รับการรับรองยอดขายระดับ 3X Platinum จาก RIAA ภายในอัลบั้มอัดแน่นด้วยเพลงฮิตที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ของเขา ไม่ว่าจะเป็น Treat You Better, Theres Nothing Holdin Me Back, Mercy และ Ruin ซึ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องแม้เวลาจะผ่านไปครบ 10 ปี โดยเฉพาะ Treat You Better ที่เพิ่งได้รับการรับรองยอดขายระดับ 9 X Platinum จาก RIAA และกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งบน TikTok ด้วยยอดสร้างคอนเทนต์กว่า 25 ล้านครั้ง จนเพลงกลับเข้าสู่ชาร์ต Billboard ในรอบ 10 ปี ขึ้นถึงอันดับ 62 บน Global 200 และอันดับ 37 บน Global Excl. U.S. ในปีนี้ ขณะที่บน Spotify เพลงติดชาร์ตต่อเนื่องถึง 150 วัน และทำอันดับสูงสุดครั้งใหม่ที่อันดับ 17 บน Global Chart ส่วนเพลง Theres Nothing Holdin Me Back ก็ได้รับการรับรองยอดขายระดับ 9X Platinum เช่นกัน พร้อมทำอันดับใหม่บน Billboard Global 200 ที่อันดับ 111 และ Global Excl. U.S. ที่อันดับ 88 อีกทั้งยังเป็นเพลงของ Shawn Mendes ที่อยู่บนชาร์ต Global Excl. U.S. ยาวนานที่สุดถึง 114 สัปดาห์ ส่วน Mercy ก็เพิ่งได้รับการรับรองยอดขายระดับ 6X Platinum เช่นกัน อัลบั้ม Illuminate (10th Anniversary Edition) ทั้ง 3 เวอร์ชัน มีเซอร์ไพรส์ที่แตกต่างกัน เริ่มจากแผ่นไวนิลลิมิเต็ดเอดิชันจาก Blood Records พร้อมเดโมเพลง Shell Be The One จากปี 2016 ขณะที่เวอร์ชันบนแพลตฟอร์มสตรีมมิงมาพร้อมเดโมที่ไม่เคยปล่อยมาก่อนอย่าง Cold in California และเวอร์ชัน D2C ที่วางจำหน่ายผ่านร้านออนไลน์ของ Shawn Mendes มาพร้อมเดโมเพลง What If I Told You A Story จากปีเดียวกัน นอกจากนี้ ทั้ง 3 เวอร์ชันยังเพิ่มบันทึกการแสดงสดใหม่ 3 เพลง ได้แก่ Treat You Better, Ruin และ Mercy ซึ่งบันทึกจากโชว์ที่ New York, Boston และ Montreal ระหว่างทัวร์ On The Road Again ที่บัตรขายหมดเกลี้ยงในปี 2025 ในคืนเปิดตัวอัลบั้ม Illuminate (10th Anniversary Edition) Shawn Mendes ยังร่วมกับ Gucci จัดงานฉลองเปิดตัวอัลบั้มครบรอบ 10 ปีที่ Gucci Milano Monte Napoleone Flagship ในกรุงมิลาน โดยแฟน ๆ กว่า 100 คนได้ชมการแสดงแบบใกล้ชิดจาก Shawn Mendes ที่หยิบเพลงจากอัลบั้มนี้มาเล่นให้ฟังเป็นพิเศษ งานดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างเขากับ Gucci หลังจาก Shawn Mendes ได้รับการแต่งตั้งเป็น Brand Ambassador ของแบรนด์ในปีนี้ และร่วมปรากฏตัวในแคมเปญ Primavera ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา Shawn Mendes สร้างผลงานที่ประสบความสำเร็จในระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดสตรีมเพลงรวมกว่า 73 พันล้านครั้ง และยอดรับชมวิดีโอกว่า 20 พันล้านครั้ง พร้อมมีเพลงถึง 13 เพลงที่มียอดสตรีมทะลุ 1 พันล้านครั้ง การกลับมาของอัลบั้ม Illuminate (10th Anniversary Edition) จึงเป็นโอกาสให้แฟนเพลงได้ย้อนกลับไปหาอัลบั้มนี้ของเขาอีกครั้ง เพื่อรำลึกถึงความสำเร็จ และฟังเพลงโปรดในวันวานของคุณ จากสุดยอดซูเปอร์สตาร์ขวัญใจแฟนเพลงทั่วโลกไปด้วยกัน

"ฮันโซฮี" อยากแต่งงานก่อน 40  ฝันอยากมีลูก ขอสามีที่หล่อ ๆ
อ่าน

"ฮันโซฮี" อยากแต่งงานก่อน 40 ฝันอยากมีลูก ขอสามีที่หล่อ ๆ

ฮันโซฮี ให้สัมภาษณ์เปิดใจเกี่ยวกับผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ The Intern ซึ่งนอกจากเรื่องงานแสดงแล้ว เธอยังได้เปิดเผยความรู้สึกแบบตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเรื่องความรัก การแต่งงาน และอนาคตการมีครอบครัวจนทำเอาแฟน ๆ เอ็นดูในความจริงใจไปตาม ๆ กันระหว่างการสัมภาษณ์ ฮันโซฮีถูกถามขำ ๆ ว่า ถ้าในชีวิตจริงเธอไม่ได้เป็นนักแสดง แล้วต้องเป็นเด็กฝึกงาน เธออยากลองทำอะไร? นางเอกสาวตอบพร้อมรอยยิ้มทันทีว่า อยากลองเป็นนักข่าวฝึกงานสายบันเทิงเธอให้เหตุผลสุดน่ารักว่า น่าสนุกดีถ้าจะได้ไปเจอและสัมภาษณ์เหล่าคนดัง แถมยังอวดข่มแบบฮา ๆ ว่าตัวเธอเองก็เป็นคนที่พิมพ์งานไวมากเหมือนกัน และเมื่อถูกถามต่อว่า ถ้าได้เป็นนักข่าวจริง ๆ คำถามแรกที่เธอจะยิงใส่ดาราคืออะไร เจ้าตัวก็ตอบแบบไม่ลังเลเลยว่า "อยากถามว่าพวกเขาจะแต่งงานเมื่อไหร่กันค่ะ"เปิดสเปกสามีในอนาคต ขอคนอบอุ่น และหน้าตาดีเพื่อส่งต่อยีนให้ลูกพอพูดถึงเรื่องแต่งงาน นักข่าวเลยถือโอกาสถามย้อนกลับมาที่ตัวเธอเองบ้างว่า แล้วฮันโซฮีวางแผนเรื่องนี้ไว้ยังไงบ้าง?เธอเปิดใจว่า"ตั้งใจไว้ว่าอยากจะแต่งงานก่อนอายุ 40 ค่ะ" พร้อมเล่าต่อว่า ตัวเธอเองไม่ได้มีความฝันหรือจินตนาการแฟนตาซีเรื่องการแต่งงานที่หวานหยดย้อย แต่สิ่งที่เธอใฝ่ฝันจริง ๆ คือเรื่องการมีลูก"ฉันอยากแต่งงานกับคนที่ให้ความรู้สึกมั่นคงและอบอุ่นค่ะ และเพราะว่าฉันมีความฝันอยากมีลูกมาก ๆ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้คนที่จะมาเป็นสามีในอนาคตค่อนข้างหน้าตาดีสักหน่อย เพื่อที่ลูกจะได้มีพันธุกรรม หน้าตาดีส่งต่อไปด้วยค่ะ" คำตอบตรงไปตรงมาของเธอทำเอาคนในห้องสัมภาษณ์หัวเราะกันครืน อีกหนึ่งประเด็นที่ฮันโซฮีเปิดเผยแบบชัดเจนคือ แพลนชีวิตหลังจากกลายเป็นคุณแม่ โดยเธอยอมรับว่าหากมีลูกเมื่อไหร่ คงจะพักงานในวงการบันเทิงไปสักระยะใหญ่ๆ"คิดว่าคงจะยังไม่รับงานแสดงไปสักพักเลยค่ะ แน่นอนว่าอาจจะมีเรื่องของระยะเวลาสัญญาทำงานอยู่บ้าง แต่หลังจากคลอดลูกแล้ว ฉันอยากจะหยุดพักงานยาวจนกว่าลูกจะเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาเลยค่ะ พอเขาเข้าประถมแล้วคงจะเริ่มดูแลตัวเองได้ แต่ก่อนหน้านั้น ฉันอยากทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกับเขาให้ได้มากที่สุดค่ะ"สำหรับผลงานภาพยนตร์เรื่อง The Intern (กำกับโดย คิมโดยอง) ฮันโซฮี รับบทเป็น "ซอนอู" ประธานสาวสุดมั่นแห่งบริษัทแฟชั่น 'Wootootoo' ที่เติบโตอย่างรวดเร็วกระโดดขึ้นมาเป็นดาวรุ่งในวงการภายใน 3 ปี เรื่องราวความวุ่นวายสุดฮาเริ่มขึ้นเมื่อบริษัทของเธอรับ กีโฮ (รับบทโดยนักแสดงรุ่นใหญ่ ชเวมินชิก) อินเทิร์นวัยเก๋าที่มีประสบการณ์ชีวิตมานานถึง 37 ปีเข้ามาทำงาน จนเกิดเป็นเรื่องราวออฟฟิศคอมเมดี้ก้าวข้ามรุ่นและวัยที่ทั้งป่วนและอบอุ่นหัวใจ

“กบ - เอ๋” เผยเคล็ดลับรักหวาน 27 ปี ดูแลฝ่าวิกฤตป่วยหนัก 8 เดือน
อ่าน

“กบ - เอ๋” เผยเคล็ดลับรักหวาน 27 ปี ดูแลฝ่าวิกฤตป่วยหนัก 8 เดือน

กบ - เอ๋ เผยเคล็ดลับรักหวาน 27 ปี ดูแลฝ่าวิกฤตป่วยหนัก 8 เดือน ยกให้เป็นคู่ชีวิตที่ผ่านทั้งช่วงเวลาสุขและทุกข์มาด้วยกัน กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์ และ เอ๋ พรเทพ เตชะไพบูลย์ พร้อมเปิดใจถึงชีวิตคู่ตลอด 27 ปี เอ๋ : ครบรอบแต่งงาน 27 ปี เวลาผ่านไปเหมือนสายฟ้าแลบ กบ : รักของเราไม่เคยเก่าลงเลย 27 ปีเรามีแต่รักกันมากขึ้น 27 ปีถือว่าไม่น้อยในชีวิตคู่ สำหรับคนสองคนที่ไม่ได้เคยรู้จักกันมา แล้วก็มีผลผลิตออกมาเป็นคนนี้ เลยมองว่าชีวิตคู่มันไม่มีอะไรตายตัวนะคะ เราเรียนรู้กันในทุกๆ วัน รู้จักรัก รู้จักให้ แล้วก็ให้อภัยซึ่งกันและกัน แล้วก็คุยกัน คือครอบครัวเรามีแค่นี้จริงๆ มันไม่มีอะไรอย่างอื่นมาก แล้วพอวันหนึ่งเรามีบุคคลที่สามในครอบครัวมา คือเขาเนี่ย น้องเหนือ : พูดเหมือนหนูมาแทรกแซง บุคคลที่สาม กบ : คำพูดอาจจะเป็นอย่างนั้นนะลูก แต่ไม่ใช่ บุคคลที่สามนั่นคือลมหายใจของแม่กับป๊า เมื่อมีเขาปุ๊บ เราสองคนความรักมันไม่ได้หายไป ส่วนหนึ่งเราอยู่ที่เขาหมดแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนเราสองคนไม่ได้มีอะไรบกพร่องไปเลย เราเรียนรู้กันว่าเรามีเขาแล้ว เราก็ต้องทุ่มเทให้เขา แต่ในชีวิตรักของเราก็ไม่ได้หายไป เรายังใช้ชีวิตปฏิบัติแบบคู่รักเหมือนเดิมปกติ ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยน อาจจะมีบ้างช่วงเหนื่อยๆ ช่วงลูกทำงาน เลยไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน แล้วกบก็จะไปกองกับลูก อยู่กับลูก มีอยู่ช่วงหนึ่งพี่เอ๋ไม่ค่อยสบาย เราก็ดูแลกัน คือวันหนึ่งเราจะได้เห็น คำว่าชีวิตคู่กับคู่ชีวิตมันไม่เหมือนกัน คู่ชีวิตมันคือคู่ชีวิต แต่ชีวิตคู่เนี่ย มันก็ไปได้เรื่อยๆ วันที่พี่เอ๋ไม่สบาย อยู่โรงพยาบาลเหมือนบ้าน แล้ววันหนึ่งเรากลับ ก็เฮ้ย เราจะเดินทางกันยังไงดี 2 คน ตายาย แบบจะเดินได้ไหม มันจิตตกอยู่เหมือนกันช่วงนั้น แต่พวกเราก็ต่อสู้กันมาจนวันนี้ ปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง เอ๋ : รัก 27 ปี มันก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย เปลี่ยนเป็นรักและเคารพ เขาเป็นคนทุ่มเทกับครอบครัว อย่างไม่สบายอยู่ 8 เดือน นอนอยู่บนเตียง เขาก็มาทุกวัน เราลุกไม่ได้ แต่เราก็รู้สึกถึงครอบครัว ความอบอุ่นตรงนั้นแหละ ทั้งลูกทั้งแม่ก็ผลัดกันมา มันก็ผ่านพ้นไปได้ แต่ว่ามันก็ยังไม่ค่อยดีมาก อายุเราก็มากแล้ว แต่ได้เห็นลูกพัฒนา เขาก็ประสบความสำเร็จ ลุ่มๆ ดอนๆ แต่ก็ต้องฝากแฟนคลับเขาให้ดูแลแทน แก่แล้ว ตอนนี้ก็ให้แฟนคลับช่วยดูแล กบ : คือเราก็จะอยู่ข้างหลัง คงต้องฝากพี่ๆ สื่อมวลชน พี่ๆ แฟนคลับ พี่ๆ อินเตอร์แฟน พี่ชาวด้อมดูแลเขาแทนเรา คือกบก็จะต้องดูแลปะป๊า ส่วนที่เหลือพี่ๆ ก็ฝากดูแลน้องเหนือด้วย แตงกวาด้วยทั้งสองคน ซัปพอร์ตกันไป เอ๋ : ช่วงที่เราป่วย เป็นช่วงที่ครอบครัวสนิทกันมากรักกันมาก เขาเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับครอบครัว แบบคนบ้านนอก จะมีความรู้สึกว่าครอบครัวเนี่ย มีความสำคัญ พ่อ แม่ มันต้องผูกพัน ต้องช่วยเหลือดูแลกัน กบ : คือต้องบอกก่อนว่า เราไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน ไม่คิดว่าจะมาเจอกับครอบครัวเรา คนที่อยู่ข้างกายเรา ที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง แล้ววันหนึ่งกลับเหมือนจะเดินไม่ได้ มันก็ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่เคยเจอความทุกข์แบบนี้ แล้วเราจะอยู่กันยังไง ตอนนั้นมันงงนะ ช่วงแรกงง แต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เราจะต้องผ่านช่วงวิถีชีวิตตรงนี้ไปให้ได้ในช่วงเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือกำลังใจจากคนข้างตัว ซึ่ง ณ เวลานั้นงานกบก็เยอะ น้องเหนือก็เยอะ แต่กบไม่เคยให้มีพยาบาลมาเฝ้าเลย กบเฝ้าทุกคืน อยู่โรงพยาบาลทุกคืน โรงพยาบาลเหมือนบ้าน นี่เขาก็บอกเกรงใจ บอกมี๊ต้องทำงาน มี๊เหนื่อย เดี๋ยวพี่จ้างพยาบาลพิเศษก็ได้ เราก็เลยบอกว่าไม่ มันเป็นหน้าที่ของกบ ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของคนอื่น เราก็ใช้ชีวิตมา ถึงได้บอกว่าคำว่าชีวิตคู่กับคู่ชีวิต มันจะไม่เหมือนกัน

ในวันที่ใจเรามองหารัก ช่อง 7HD ปักหมุดละครใหม่ ดึง ภูมิ ประกบ Anita นางเอกสปป.ลาว
อ่าน

ในวันที่ใจเรามองหารัก ช่อง 7HD ปักหมุดละครใหม่ ดึง ภูมิ ประกบ Anita นางเอกสปป.ลาว

ในวันที่ใจเรามองหารัก ช่อง 7HD เซอร์ไพรส์แฟนละครสองประเทศ! ช่อง 7HD เรียกเสียงฮือฮาครั้งใหม่ ปล่อย Pilot Poster ละครเรื่องใหม่ ในวันที่ใจเรามองหารัก จับ ภูมิ เกียรติภูมิ ประกบคู่นางเอกจากสปป.ลาว Anita Vipha Yaganegi เตรียมเดินหน้าลุยถ่ายทำ ในวันที่ใจเรามองหารัก ช่อง 7HD ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD เพียงแค่ ช่อง 7HD ปล่อย Pilot Poster ปักหมุดละครใหม่ ในวันที่ใจเรามองหารัก ก็เรียกเสียงฮือฮาจากแฟนละครทั้งไทยและลาวทันที เพราะจะได้เห็นการร่วมงานของนักแสดงสองประเทศ ถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่มีทั้งความหวาน ความฟิน และดราม่าเข้มข้น โดย ในวันที่ใจเรามองหารัก ผลงานการผลิตจากค่าย เทโร เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ โดยมี น้ำฝน กุลณัฐ มานั่งแท่นเป็น Executive Producer จับพระเอกหนุ่มฝีมือดี ภูมิ-เกียรติภูมิ บันลือชัยฤทธิ์ ประกบคู่กับ นางเอกสาวจากสปป.ลาว Anita Vipha Yaganegi ร่วมด้วย โอ๊ต ชาคริต, จีน เฌอตินท์นารา, กัปตัน กันณทร, อ้อม อังคณา, ทศ รวิศชา, น้ำมนต์ กฤตนัย และนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง ด้านพระเอกหนุ่ม ภูมิ เกียรติภูมิ เปิดใจถึงโปรเจกต์ละครเรื่องนี้ว่า ตอนแรกที่รู้ว่าจะได้เล่นละครเรื่องนี้ รู้สึกว่ามันเป็นโปรเจกต์ที่เซอร์ไพรส์มากเลย ภูมิไม่ได้เห็นการร่วมงานของนักแสดงจากไทยและลาว กับทางช่อง7HD แบบนี้มานานมากแล้ว พอรู้ว่าจะได้แสดงในโปรเจกต์นี้ ก็รู้สึกว้าว น่าเล่นมาก มันคงเป็นรสชาติใหม่ ๆ เลยที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรื่องราวจะมีความบาดหมางกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ พอมาถึงรุ่นลูกที่ไม่รู้เรื่องความบาดหมางมาก่อน มันก็เลยจะเป็นรักต้องห้ามของสองฝั่งประเทศอะไรประมาณนี้ครับ พอรู้ว่าได้ร่วมงานกับ Anita ก็รู้สึกว่าอยากทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี และตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด ความตื่นเต้นมันอยู่ที่การได้ทำอะไรใหม่ ๆ บทบาทใหม่ ๆ เปลี่ยนความตื่นเต้น เป็นความสุขในการทำงานโปรเจกต์เรื่องนี้มากกว่า ซึ่งภูมิก็ใช้วิธีทำการบ้านกับตัวเอง ก่อนที่จะเจอครับ ภูมิพยายามล้างหัวตัวเองไปให้โล่ง แล้วก็รอไปเจอทีเดียว พยายามดูรูป Anita ให้น้อย รู้จักผ่านโซเชียลให้น้อยที่สุด เพราะอยากไปรู้จักตัวจริง ๆ ว่าเป็นคนอย่างไร พอได้เจอ ก็รู้สึกว่าเป็นคนที่น่ารักมาก จะมีความหวาน มีความละมุนนุ่มนวล พูดภาษาลาวกับผม แล้วเขาก็พูดภาษาไทยได้ด้วย น่ารักดีครับ แต่ตอนที่เจอกันแรก ๆ ก็สัมผัสได้อยู่ครับว่า ค่อนข้างมีความเกร็ง ๆ เหมือนกัน เพราะว่ามาต่างบ้านต่างเมือง มาเจอกับพวกเรานักแสดงทีมงานคนไทย แต่ก็มีความตั้งใจและทุ่มเทกับงานมาก ๆ ครับ ภูมิก็ชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ได้รู้ข้อมูลต่าง ๆ พอมาแชร์กัน คุยกันมันก็สนุกขึ้น แล้วก็ได้คุยกันเรื่องละครด้วย ติดขัดอะไรตรงไหน ยังไงก็ได้คุยกันหมด เป็นการสร้างความสนิทสนมให้ไม่เกร็ง ภูมิก็อยากทำหน้าที่เจ้าบ้าน อยากดูแลให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องการแสดงด้วยกัน จากที่ได้ลองเวิร์คชอป เราก็เข้ากันได้ดี ถ้าถ่ายทำเสร็จเมื่อไหร่ ก็อยากให้มาติดตามดูกันครับ ส่วนเรื่องกระแสตอบรับหลังจากที่มีการเปิดโปรเจกต์ละครเรื่องนี้ ภูมิก็มีการคุยกับ Anita ด้วย ก็ได้รู้กระแสตอบรับจากแฟน ๆ ทั้งสองฝั่ง ส่วนใหญ่เขาก็บอกว่า ตื่นเต้น และรอดูเรื่องนี้กัน ฝากแฟน ๆ ด้วยนะครับ สำหรับละครเรื่อง ในวันที่ใจเรามองหารัก เป็นละครที่ผู้ชมน่าจะไม่ได้สัมผัสเรื่องราวแบบนี้กันมานานมาก ๆ ที่เป็นการร่วมงานของนักแสดงจากสองประเทศ ไทยกับลาว และเป็นเรื่องราวความรักที่หวานมาก ๆ รับรองว่าหวานจิกหมอน เรื่องราวจะทำให้คุณฟินไปพร้อม ๆ กัน แต่ในพาร์ทที่ดราม่า ก็รับรองได้ว่าจะเข้มข้นไม่แพ้กัน เรียกว่าครบรส อยากให้รอติดตามความแปลกใหม่เรื่องนี้ เพราะว่าเราทุกคนตั้งใจทำกันจริง ๆ ครับ อดใจรอชมความสนุกละครเรื่อง ในวันที่ใจเรามองหารัก กับเรื่องราว รักต้องห้าม... สองฝั่งโขง แด่...รอยยิ้ม คราบน้ำตา และหัวใจที่พร้อมแตกสลาย ! ที่พร้อมเดินหน้าเปิดกล้องถ่ายทำกันแล้ว พร้อมลงจอเมื่อไหร่ แฟนละคร ไทย-ลาว เตรียมซึ้งได้เลย ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD

เผยเบื้องหลังความหมายสุดซึ้ง ใต้หมายเลขบนเสื้อเบสบอล “เจโน่-แจมิน” สู่สนามแห่งมิตรภาพใน “Wind Up ไวนด์อัพ”
อ่าน

เผยเบื้องหลังความหมายสุดซึ้ง ใต้หมายเลขบนเสื้อเบสบอล “เจโน่-แจมิน” สู่สนามแห่งมิตรภาพใน “Wind Up ไวนด์อัพ”

เตรียมตีลูกเสิร์ฟส่งโมเมนต์ความประทับใจกับWind Upไวนด์อัพภาพยนตร์แห่งมิตรภาพและความฝันเยาว์วัยที่จะฮีลใจทุกคน พบการพลิกบทบาทของไอดอลหนุ่มเจโน่และแจมินคู่หูแห่งวงNCTมารับบทนำทางการแสดงร่วมกันกันครั้งแรกในบทนักเรียนมัธยมปลายที่มีกีฬาเบสบอลเป็นหัวใจในการเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพร่วมกัน ความตื่นเต้นอย่างหนึ่งที่ทั้งคู่มี คือการย้อนวันวานสู่การเป็นเด็กมัธยมปลายอีกครั้ง โดยเจโน่ถึงกับกล่าวว่าตั้งแต่เรียนจบก็นานมากแล้วนะที่ผมไม่ได้กลับมาอยู่ในโรงเรียน และนอกจากรับบทนักเรียนมัธยมปลายแล้ว ทั้งคู่ยังต้องสวมบทเป็นนักกีฬาเบสบอลของโรงเรียน และได้ทุ่มเทฝึกซ้อมทักษะต่างๆ กับโคชผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อสวมวิญญาณของการเป็นนักกีฬาเบสบอลได้อย่างเข้มข้นสมจริง โดยอีกหนึ่งความพิเศษที่ซ่อนอยู่นั่นคือความหมายใต้หมายเลข23กับ42บนเสื้อเบสบอลของทั้งสอง โดยเบอร์23บนเสื้อของตัวละครอูจินซึ่งรับบทโดยเจโน่คือหมายเลขวันเกิดของเขา และเบอร์42บนเสื้อเบสบอลของแทฮีที่รับบทโดยแจมินมีความหมายต่อแจมินเพราะเป็นปีเกิดของคุณย่าผู้เป็นที่รักคือปี1942และเป็นเบอร์เดียวกับที่เคยอยู่บนเสื้อของเขาในช่วงที่กำลังร่วมโปรโมตเพลงCandyกับวงNCTอีกด้วย เกาะติดขอบสนามร่วมสัมผัสทุกโมเมนต์ความประทับใจกับเส้นทางแห่งมิตรภาพครั้งใหม่ของเจโน่-แจมินในWind Upไวนด์อัพ20สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“ณัฏฐ์ เทพหัสดิน - นาน่า” ครบรอบแต่งงาน 7 ปี ร่ายยาวความในใจสุดซึ้ง
อ่าน

“ณัฏฐ์ เทพหัสดิน - นาน่า” ครบรอบแต่งงาน 7 ปี ร่ายยาวความในใจสุดซึ้ง

ณัฏฐ์ เทพหัสดิน - นาน่า ครบรอบแต่งงาน 7 ปี ร่ายยาวความในใจสุดซึ้ง พาครอบครัวย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับนักแสดงหนุ่ม ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เพราะภรรยาสาว นาน่า ธันยา มีสัญชาติอเมริกัน น้องเนล่า ลูกสาวก็จะได้เรียนฟรีและมีคนในครอบครัวอยู่ด้วย ล่าสุดครบรอบแต่งงาน 7 ปี ของ ณัฏฐ์ เทพหัสดิน - นาน่า คุณสามีได้โพสต์รูปคู่ภรรยา พร้อมร่ายยาวความในใจของตนเองที่มีต่อคุณภรรยาสุดที่รักว่า... ครบรอบแต่งงาน 7 ปีแล้ว หรือ 11 ปีตั้งแต่รู้จักกัน จากเพื่อนและหุ้นสุวนธุรกิจ จนกลายเป็น life partner เป็นคู่ชีวิตกัน แน่นอนว่าเราผ่านอะไรกันมาเยอะมากจนไม่ต้องพิสูจน์หรือพูดอะไรกันให้เยอะแล้ว วันที่เราสบายก็สบายด้วยกัน ลำบากก็ลำบากด้วยกัน หนึ่งปีที่ผ่านมา จะว่าเป็น ปีที่ 7 ปีอาธรรพ์ก็ได้ เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต แต่เราสองคนก็จับมือกันเดินผ่านอุปสรรคต่างๆมาได้ จนเริ่มเห็นแสงตรงปลายทางแล้ว ภูมิไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่ขอแค่จับมือกันแบบนี้ไม่ปล่อย ขอให้เชื่อใจ และเชื่อมั่นว่าภูมิจะทำทุกอย่างเพื่อนน่า เพื่อลูก และครอบครัวของเรา ขอบคุณนะที่เป็นแม่ดี ที่เสียสละ ทุ่มเท ไม่เคยท้อ ขอบคุณที่รักในตัวภูมิแบบที่ภูมิเป็น ขอบคุณที่เป็นเพื่อน เป็นภรรยา และเป็นทุกอย่างให้ภูมิกับลูก ความรักของเราจะไม่มีวันปิดเหมือน 7-11 อยากได้อะไรก็แวะมานะ อยู่ข้างกันไปแบบนี้แหละLove you and only you.#7thyearanniversary #11yearstogether#15yearsasfriends #nanapoomwedding#จะมีเพียงแค่คุณคนเดียว

เลิกอีกคู่! นักแสดงสาว ปิดฉากรัก 7 ปีกับพระเอกหนุ่ม
อ่าน

เลิกอีกคู่! นักแสดงสาว ปิดฉากรัก 7 ปีกับพระเอกหนุ่ม

เลิกอีกคู่! นักแสดงสาว ปิดฉากรัก 7 ปีกับพระเอกหนุ่ม ทำเอาแฟนๆ ตกใจและส่งกำลังใจให้ทั้งคู่เมื่อนักแสดงสาว เพลง ชนารดี ได้ออกมาโพสต์ข้อความปิดฉากรัก 7 ปีกับนักแสดงหนุ่ม เขต ธาราเขต โดยสาว เพลง ได้โพสต์ข้อความว่า... จบบริบูรณ์ 7 ปี ขอให้ทางเดินใหม่ที่เจอเป็นการเดินทางที่มีแต่ความสุข รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ สุดท้ายเราจะเหลือกันไว้แค่ความทรงจำดีๆ และแค่ความหวังดีต่อกัน เราจะเป็นพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้วยกันเหมือนเดิม ไม่เคยอยากพิมอะไรแบบนี้เลย แต่เราอยากให้เกียรติทุกคน ทั้งนี้ทั้งคู่มีธุรกิจที่ทำร่วมกันเป็นร้านอาหารติ่มซำ ซึ่งแฟนๆ ต่างเข้ามาส่งกำลังใจให้ทั้งคู่กันเป็นจำนวนมาก

ไม่มีคำว่าฝันของใคร เส้นทางนี้คือฝันของเรา “เจโน่-แจมิน” วง NCT โชว์เคมีมิตรภาพสุดซึ้งใน “Wind Up”
อ่าน

ไม่มีคำว่าฝันของใคร เส้นทางนี้คือฝันของเรา “เจโน่-แจมิน” วง NCT โชว์เคมีมิตรภาพสุดซึ้งใน “Wind Up”

เส้นทางแห่งความฝันไม่มืดมนอีกต่อไป เมื่อนายเข้ามาอยู่เคียงข้างกัน เกาหลีใต้ตีโฮมรันถึงไทยส่งตรงภาพยนตร์Coming of Ageอบอุ่นหัวใจWind Upไวนด์อัพเรื่องราวการก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเพื่อเส้นทางฝันของอูจินพิชเชอร์วัยมัธยมปลายที่กำลังอยู่ในช่วงดิ่งลงเหวเมื่อไม่สามารถขว้างลูกเบสบอลได้เหมือนเดิม และแทฮีนักเรียนใหม่ที่เสนอตัวเข้ามาช่วยเหลืออูจินให้กลับมาเล่นเบสบอลได้อีกครั้ง โลกที่เคยมืดมนกำลังจะสดใสขึ้นอีกครั้งพร้อมกับมิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างสองคน จากนี้ไปไม่มีคำว่าฝันของใครเพราะเส้นทางนี้จะมีแต่ฝันของเรา มงคลซีนีม่าเผยโปสเตอร์ใหม่แสดงให้เห็นพลังแห่งมิตรภาพที่จะกอดคอร่วมเดินทางผ่านความทุกข์ ความสุข และความหวัง โดยคู่เพื่อนซี้เคมีธรรมชาติอเจโน่-แจมินวงNCTสองไอดอลหนุ่มแห่งยุคที่จะจับมือกันก้าวข้ามอุปสรรค พร้อมโชว์เสน่ห์ด้านการแสดงบนจอภาพยนตร์ร่วมกันเป็นครั้งแรก จากไวรัลขว้างลูกบอลขึ้นชั้นสามของสนามเบสบอลในร่มโกช็อกสกายโดมในขณะแสดงคอนเสิร์ตของเจโน่สู่การได้รับเกียรติขว้างลูกเปิดสนามให้กับทีมเบสบอลในประเทศเกาหลีใต้ และล่าสุดกับบทบาทอูจินนักกีฬาเบสบอลตัวท็อประดับมัธยมปลายตำแหน่ง"พิชเชอร์"(ผู้ขว้างลูก)ผู้มีลูกฟาสต์บอลที่ยอดเยี่ยม แต่เพราะปมในในบางอย่างทำให้เขาไม่สามารถขว้างลูกสไตรก์ได้อีก ส่งผลให้อนาคตการเป็นนักกีฬาของเขากำลังจะดับลง หวนคืนสู่บทบาทนักแสดงอีกครั้งสำหรับแจมินหลังเคยฝากเสน่ห์ด้านการแสดงไว้ในซีรีส์The Way I Hate You (2019)โดยในครั้งนี้เขาจะมารับบทแทฮีนักเรียนใหม่ที่หอบความสดใสมาเต็มกระเป๋า เขาเสนอตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับอูจินคอยเป็นแสงสว่างในวันที่มืดมน ดูแลทั้งร่างกาย และช่วยเติมไฟให้พลังใจจนอูจินกลับมามีความหวังบนเส้นทางฝันอีกครั้ง มิตรภาพจะคอยเป็นกำลังใจให้กัน ถ้ามีฉันอยู่ ความฝันของนายต้องไม่หลุดมือ ร่วมพิสูจน์ทุกความรู้สึกของการเติบโตก้าวผ่านวัยไปกับเจโน่-แจมินวงNCTในWind Upไวนด์อัพ20สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

BTS สร้างประวัติศาสตร์ ขึ้นแสดง Halftime Show นัดชิงฟุตบอลโลก 2026 ครั้งแรก
อ่าน

BTS สร้างประวัติศาสตร์ ขึ้นแสดง Halftime Show นัดชิงฟุตบอลโลก 2026 ครั้งแรก

วง BTS สร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการ K-Pop หลังได้รับเกียรติขึ้นแสดงใน Halftime Show ของนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) จัดการแสดงช่วงพักครึ่งในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติสเปน และ ทีมชาติอาร์เจนตินา จัดขึ้นที่สนาม เมตไลฟ์ สเตเดียม รัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา โดยไฮไลต์สำคัญนอกเหนือจากเกมการแข่งขัน คือการเปิดตัว Halftime Show ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกBTS ปรากฏตัวในฐานะศิลปินหลักของโชว์ พร้อมสมาชิกทั้ง 7 คน ซึ่งถือเป็นการกลับมาสร้างสีสันบนเวทีระดับโลกอีกครั้งก่อนหน้านี้ในฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ จองกุก เคยขึ้นแสดงเพลง Dreamers ในพิธีเปิดการแข่งขันเพียงคนเดียว แต่ในปี 2026 แฟน ๆ ได้เห็น BTS ในรูปแบบวงเต็มเป็นครั้งแรกบนเวทีฟุตบอลโลกโชว์สุดพิเศษกับเพลง Dynamiteในช่วง Halftime Show สมาชิก BTS ขึ้นแสดงเพลงฮิตระดับโลก Dynamite ท่ามกลางแดนเซอร์จำนวนมาก สร้างบรรยากาศคึกคักให้กับแฟนบอลภายในสนามและผู้ชมทั่วโลกแม้การแสดงของวงจะใช้เวลาไม่นาน แต่ก็กลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของค่ำคืน และตอกย้ำสถานะของ BTS ในฐานะศิลปินระดับโลกFIFA จัด Halftime Show ครั้งแรก พร้อมศิลปินระดับโลกHalftime Show ของฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นโปรเจกต์ใหม่ที่ FIFA จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยได้รับการดูแลด้านการสร้างสรรค์จาก คริส มาร์ติน นักร้องนำวง Coldplay และมีองค์กร Global Citizen ร่วมผลิต เพื่อระดมทุนสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กทั่วโลกการแสดงทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 27 นาที และรวบรวมศิลปินชื่อดังจากหลายประเทศมาร่วมสร้างความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นMadonnaJustin BieberShakiraBurna BoyJennifer HudsonRobbie WilliamsLaura PausiniNicole ScherzingerSwae LeeIShowSpeedคณะนักร้องประสานเสียง P.S.22ด้านผลการแข่งขันในสนามเป็น ทีมชาติสเปน ที่เฉือนชนะ อาร์เจนตินา 1-0 หลังต่อเวลาพิเศษ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ของประเทศได้สำเร็จ

Tim
ดู

Tim

จากมิตรภาพในชีวิตจริง สู่เคมีสุดทรงพลังใน “Wind Up” ทำความรู้จัก 2 หนุ่มคู่ซี้บนเส้นทางการเติบโต
อ่าน

จากมิตรภาพในชีวิตจริง สู่เคมีสุดทรงพลังใน “Wind Up” ทำความรู้จัก 2 หนุ่มคู่ซี้บนเส้นทางการเติบโต

ภาพยนตร์ Coming of Age ที่น่าจับตามองแห่งปี Wind Up ถ่ายทอดเรื่องราวของการก้าวข้ามช่วงเวลาสำคัญของชีวิต โดยมีมิตรภาพเป็นแรงผลักดันสำคัญ ผ่านการแสดงของสองหนุ่มคู่ซี้แห่งยุค เจโน่ (JENO) และ แจมิน (JAEMIN) ที่พร้อมพาผู้ชมร่วมเดินทางไปกับทุกความรู้สึก ทั้งรอยยิ้ม ความฝัน และการเติบโต จากเพื่อนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันในชีวิตจริง สู่การถ่ายทอดอารมณ์สุดลึกซึ้ง เจาะลึกเบื้องหลังความผูกพันและสถิติความปังของ เจโน่ และ แจมิน ก่อนไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเองในโรงภาพยนตร์ มิตรภาพกว่าทศวรรษที่ไม่มีใครแทนได้ หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผู้ชมอินกับความสัมพันธ์ของตัวละครคือ เคมีธรรมชาติ ของสองเพื่อนซี้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ผ่านทั้งช่วงเวลาแห่งความสุข ความท้าทาย และการเติบโต จนได้มายืนเคียงข้างกันในวันที่ความฝันประสบความสำเร็จ นอกจากทั้งคู่จะเกิดปีเดียวกัน (ค.ศ. 2000) อายุเท่ากันแล้ว เจโน่และแจมินเข้าสู่วงการและเริ่มต้นเป็นเด็กฝึกที่บริษัท SM Entertainment ในวันเดียวกัน (ปี 2013) ทั้งคู่เรียนมัธยมที่โรงเรียนเกี่ยวกับศิลปะการแสดงแห่งเดียวกัน คือ School of Performing Arts Seoul (SOPA) จบการศึกษาพร้อมกัน เติบโตและเดบิวต์มาด้วยกันในโปรเจคบอยกรุ๊ป NCT จนแฟน ๆ และสื่อมวลชนต่างยกให้เป็น "Soulmate" ของกันและกัน ซึ่งทั้งคู่เคยนิยามความรู้สึกที่มีให้อีกฝ่ายผ่านบทสัมภาษณ์สุดซึ้งไว้ว่า เขาเหมือนครอบครัวเลยครับ ผมรู้สึกว่าคำอย่าง สมาชิก หรือ เพื่อน มันไม่พออีกต่อไปแล้ว แจมิน แจมินเป็นมากกว่าเพื่อน เป็นครอบครัว เจโน่ Both Side ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เจโน่ มีเสน่ห์ในแบบนิ่ง สุขุม มั่นคง อบอุ่น และเป็นคนที่พึ่งพาได้ ขณะที่ แจมินโดดเด่นด้วยความสดใส เปิดเผย ละเอียดอ่อน และเต็มไปด้วยพลัง เมื่อความต่างที่ลงตัวนี้ถูกส่งต่อเข้าไปในบทบาทของ Wind Up เคมีระดับแค่มองตาก็รู้ใจ ส่งผลให้การรับ-ส่งอารมณ์ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผสานกับเนื้อหาภาพยนตร์ที่ทัชใจ รับประกันความอบอุ่นที่จะทำให้คนดูหัวใจพองโตตลอดทั้งเรื่อง เจโน่ รับบท อูจิน นักกีฬาเบสบอลระดับมัธยมปลาย ที่กำลังเผชิญหน้ากับอุปสรรคบางอย่างที่จะทำให้ความฝันพังทลาย แจมิน รับบท แทฮี นักเรียนใหม่ที่เสนอตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับ อูจิน เพื่อนใหม่ที่เข้ามามอบพลังใจให้ อูจิน มีความกล้าที่จะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปให้ได้ ดีกรีความร้อนแรงสร้างปรากฏการณ์ความนิยมระดับ Global ไม่ใช่แค่ในประเทศเกาหลี แต่กระแสความนิยมของ "เจโน่-แจมิน" คือปรากฏการณ์ระดับโลก ทุกครั้งที่พวกเขามีผลงานร่วมกัน จะสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาลบนโลกโซเชียลเสมอ ตัวพ่อแห่ง Social Media ทั้งเจโน่และแจมินมียอดผู้ติดตามบน Instagram ส่วนตัวทะลุหลัก 5 ล้านคน (และยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง) ทุกโพสต์ที่พวกเขาอัปเดตร่วมกันกลายเป็นไวรัลและสร้างกระแสในโลกโซเชียลในเวลาไม่กี่นาที วงบอยกรุ๊ป NCT ที่ทั้งคู่เดบิวต์ ได้สร้างสรรค์ผลงานระดับโลกที่เขย่าวงการมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้มระดับเมกะโปรเจกต์อย่าง NCT RESONANCE Pt. 1 Pt. 2 (2020), NCT U Digital Single (2020) และ NCT 2021 Universe และล่าสุดกับโปรเจคยูนิตคู่ที่ทั้งสองตัดสินใจทำร่วมกันอย่าง NCT JNJM ก็ได้สร้างสถิติความปังไปทั่วโลก ขึ้นแท่น Half-Million Seller ด้วยยอดจำหน่ายถล่มทลายเกิน 5 แสนอัลบั้มหลังปล่อยมินิอัลบั้มชุดแรก BOTH SIDE เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สร้างสถิติตอกย้ำความปังกับการเดินสายทัวร์แฟนมีตติ้ง (DUALITY) ด้วยสมาชิกเพียง 2 คน แต่สามารถเดินสายโปรโมทใน 6 ประเทศทั่วเอเชียได้อย่างยิ่งใหญ่ การันตีพลังขับเคลื่อนและฐานแฟนคลับที่หนาแน่นในระดับสากล แฟนคลับชาวไทยไม่น้อยหน้าท้าพิสูจน์ความสมบูรณ์แบบของเคมีที่แตกต่างแต่ลงตัวเมื่ออยู่เคียงคู่กันของ เจโน่ และ แจมิน สร้างสถิติ Sold Out ทั้ง 3 รอบการแสดง ในฮอลล์คอนเสิร์ตในร่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอย่าง อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี ทันทีที่มีการประกาศโปรเจกต์ซีรีส์ตอนสั้นที่ทั้งคู่จะได้รับบทนำร่วมกัน ก็จุดกระแสความตื่นเต้นให้แฟนคลับทั่วโลกเฝ้ารอที่จะได้เห็นเคมีระดับทำลายล้างของคู่นี้ สร้างสถิติอันน่าทึ่งเมื่อเข้าฉายบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ซีรีส์ของพวกเขาสร้างปรากฏการณ์ มียอดเข้าชมทะลุ 5 ล้านครั้งภายในเวลาเพียง 5 วันแรก ตอกย้ำถึงกระแสนิยมอันท่วมท้นและฝีมือการแสดงที่สะกดใจคนดูได้อย่างอยู่หมัด ไม่ปล่อยให้แฟนชาวไทยต้องรอนาน จากความสำเร็จบนหน้าจอซีรีส์ สู่ก้าวสำคัญครั้งยิ่งใหญ่บนจอภาพยนตร์ เพราะมิตรภาพที่ดีที่สุด คือการได้เติบโตไปพร้อมกัน เตรียมสัมผัสพลังแห่งเคมีที่จริงใจที่สุด และร่วมเดินทางไปกับเรื่องราวของความฝัน มิตรภาพ และหยาดน้ำตาแห่งการเติบโตของพวกเขาใน Wind Up 20 สิงหาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ดูอนิเมะ Mushoku Tensei เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 EP.3 รูเดียสแนะนำภรรยาใหม่
อ่าน

ดูอนิเมะ Mushoku Tensei เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 EP.3 รูเดียสแนะนำภรรยาใหม่

ดูอนิเมะออนไลน์ Mushoku Tensei: Jobless Reincarnation Season 3 เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 ตอนที่ 3 ชีวิตประจำวันที่หวนกลับมาเอริสได้ออกเดินทางร่วมกับกิสเลนจนมาถึงโรงฝึกดาบอันเลื่องชื่อของเทพดาบ กัล ฟาริออน ทันทีที่ก้าวเข้าสำนักเอริสก็เปิดฉากท้าดวลกับศิษย์ร่วมสำนักอย่างดุเดือดจนฝีมือไปเข้าตาเทพดาบ และได้รับการยอมรับให้ฝึกปรือในฐานะดาบศักดิ์สิทธิ์ จนกระทั่งเธอสามารถบรรลุทักษะดาบยาวแสงอันทรงพลังได้สำเร็จ! ทว่าความสำเร็จอันก้าวกระโดดนี้กลับสร้างความไม่พอใจให้กับนีน่าศิษย์พี่ร่วมสำนักที่มองเอริสเป็นคู่แข่ง จนกระทั่งวันประลองครั้งสำคัญกับราชาวารีอิโซลเตมาถึง ทั้งเอริสและนีน่าได้มีโอกาสทบทวนขีดจำกัดของตัวเองเพื่อก้าวข้ามไปอีกขั้น ในที่สุดเอริสก็สามารถควบคุมจิตสังหารอันบ้าคลั่งและผ่านการทดสอบอันโหดหินของราชาวารีได้สำเร็จ แต่หนทางสู่การเป็นผู้ไร้เทียมทานของเธอยังอีกยาวไกล สามารถรับชมอนิเมะ เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ภาค 3 อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 22:00 น. ดูอนิเมะ เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 ตอนที่ 3 เรื่องราวในตอนที่ 3 หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตและได้ต้อนรับร็อกซี่เข้ามาเป็นภรรยาคนที่สอง รูเดียสก็ได้เริ่มต้นชีวิตประจำวันอันแสนสงบสุขร่วมกับครอบครัวใหญ่ที่มีทั้ง ซิลฟี, ลูซี่ ลูกสาวตัวน้อย รวมถึงเหล่าน้องสาวอย่างนอร์นและไอช่า ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้กลับไปเรียนต่อที่โรงเรียนเวทมนตร์ลาโน โดยมีร็อกซี่เข้ามาทำหน้าที่เป็นอาจารย์คนใหม่ ทว่าในขณะที่รูเดียสกำลังเดินสายแนะนำร็อกซี่ให้ทุกคนรู้จักในฐานะภรรยาของเขาอย่างภาคภูมิใจ คลิฟฟ์เพื่อนสนิทผู้ยึดมั่นในหลักคำสอนทางศาสนาอย่างแรงกล้า กลับไม่สามารถยอมรับความสัมพันธ์แบบสามีหลายภรรยานี้ได้ กำแพงแห่งความเชื่อจะสั่นคลอนมิตรภาพของพวกเขาหรือไม่!

"Sterling Point" ปล่อยตัวอย่างเต็ม ที่เปิดทางสู่กองมรดก ณ เกาะลึกลับที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้
อ่าน

"Sterling Point" ปล่อยตัวอย่างเต็ม ที่เปิดทางสู่กองมรดก ณ เกาะลึกลับที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้

Prime Videoเผยตัวอย่างอย่างเป็นทางการและภาพชุดใหม่จากSterling Pointซีรีส์แนวComing-of-ageที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรู้สึก โดยตัวอย่างซีรีส์มาพร้อมกับเพลง "Look at My Life"ซิงเกิลใหม่จากอัลบั้มชุดถัดไปของGracie Abramsที่มีชื่อว่าDaughter from Hellซึ่งมีกำหนดปล่อยในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ ซีรีส์Sterling Pointทั้ง 8 ตอน จะพร้อมสตรีมในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เฉพาะบนPrime Videoในมากกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ซีรีส์เล่าเรื่องราวของAnnie Jacobson (รับบทโดยElla Rubin)เด็กสาววัย 17 ปี ผู้เติบโตในนครนิวยอร์กพร้อมกับพี่น้องฝาแฝดของเธอ (รับบทโดยKeen Ruffalo)และพ่อบุญธรรมแสนอบอุ่น (รับบทโดยJay Duplass)แต่ชีวิตของAnnieกลับต้องเปลี่ยนไป เมื่อพบว่าคุณปู่ได้ทิ้งมรดกเป็นเกาะลึกลับในแคนาดาไว้ให้ และที่แห่งนั้น เธอจะได้พบกับมิตรภาพครั้งใหม่ ความรักที่กำลังก่อตัว และความลับในครอบครัวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน นอกจากนี้Sterling Pointยังร่วมแสดงโดยนักแสดงอีกมากมาย อาทิAmlie Elisabeth Hoeferle (The Hunger Games: The Ballad Of Songbirds Snakes, Night Swim), Jacob Whiteduck-Lavoie (Billie Blue), Daniel Quinn-Toye (Sunny Dancer) Bo Bragason (Renegade Nell, The Radleys), Jeffrey Dean Morgan (The Walking Dead), Nikko Angelo Hinayo (Davey Jonesie's Locker), Mabel Strachan (The Ridge), Elle-Maija Tailfeathers (Three Pines)และMissi Pyle (Harlan Cobens Shelter) ซีรีส์เรื่องนี้ได้Megan Park (My Old Ass)มารับหน้าที่เป็นผู้กำกับ โชว์รันเนอร์ร่วม และผู้อำนวยการสร้าง ร่วมกับJosh SchwartzและStephanie Savageภายใต้บริษัทFake Empireพร้อมด้วยDani GorinและTom Ackerleyภายใต้บริษัทLuckyChap ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"แทยง NCT" ปลดปล่อยสัญชาตญาณผ่านอัลบั้มเต็มชุดแรก 'WYLD' โชว์สกิลโปรดิวซ์เองทั้ง 10 เพลง
อ่าน

"แทยง NCT" ปลดปล่อยสัญชาตญาณผ่านอัลบั้มเต็มชุดแรก 'WYLD' โชว์สกิลโปรดิวซ์เองทั้ง 10 เพลง

TAEYONG (แทยง) แห่งวง NCT (เอ็นซีที) กลับมาในรอบ 2 ปีด้วยอัลบั้มเต็มชุดแรก WYLD (ไวลด์) ปลดปล่อยพลังและสัญชาตญาณผ่านผลงานทั้งหมด 10 เพลงที่เขามีส่วนร่วมทั้งในด้านเนื้อเพลงและการโปรดิวซ์ทั้งหมด นับเป็นการนำเสนอตัวตนภายในที่แข็งแกร่งขึ้นและความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้เพลิดเพลินไปกับโลกดนตรีที่กว้างขวางขึ้นของเขาอย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่ชื่อของอัลบั้มที่สะท้อนการตีความของ TAEYONG (แทยง) ที่เลือกใช้คำว่า WYLD (ไวลด์) แทนคำภาษาอังกฤษ WILD (ไวลด์) โดยเขากล่าวว่า ชื่อนี้เกิดจากการนำอักษรตัวแรกของคำว่า Wild, Yell, Loud และ Dance มาผสมกัน ผมอยากจะสื่อถึงความดุดัน เสียงคำราม การเต้นรำ สัญชาตญาณ และการแสดงออกในอัลบั้มนี้ ผมคิดมาอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับภาพลักษณ์ที่ผมอยากจะแสดงออกมาในฐานะศิลปิน และผมเชื่อว่าอัลบั้มนี้เป็นผลลัพธ์ของการถ่ายทอดสัญชาตญาณและพลังงานที่สะสมอยู่ภายในตัวผมออกมาอย่างซื่อสัตย์ที่สุด สำหรับเพลงไตเติล WYLD (ไวลด์) เป็นเพลงฮิปฮอปที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณของสัตว์ป่า โดยเนื้อเพลงถ่ายทอดตัวตนของศิลปินซึ่งถูกกลั่นกรองมาเป็นเวลานานออกมาอย่างดิบเถื่อน ผสานกับเสียงเบสที่หนักแน่นและจังหวะดนตรีที่เร้าใจ พร้อมการเรียบเรียงองค์ประกอบเสียงเชิงทดลอง (experimental) ต่าง ๆ ซ้อนทับกันอย่างประณีต จนสร้างความรู้สึกเสมือนจริงในรูปแบบ 3 มิติราวกับอยู่ในโลกแห่งป่าธรรมชาติ ด้านมิวสิกวิดีโอของเพลงไตเติลยังเป็นผลงานที่เผยให้เห็นสัญชาตญาณที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจมนุษย์อย่างลึกซึ้งผ่านพลังการแสดงและภาพลักษณ์ของ TAEYONG (แทยง) นำเสนอช่วงเวลาที่องค์ประกอบที่ขัดแย้งกันระหว่างสัญชาตญาณและการควบคุมมาปะทะและตัดกันอย่างเข้มข้น ซึ่งฉายให้เห็นสุนทรียภาพที่ทรงพลังและซับซ้อน ชวนให้ผู้ชมนึกถึงภาพยนตร์แฟชั่น นอกจากนี้ ภายในอัลบั้มยังประกอบด้วยอีก 9 เพลง ไม่ว่าจะเป็นเพลงฮิปฮอปอย่าง Storm (สตอร์ม) ที่น่าประทับใจด้วยสไตล์การแร็ปที่หลากหลาย พร้อมด้วยท่อนฮุคที่เย็นชาและไร้อารมณ์, Hypnotic (ฮิปโนติก) ที่ผสมผสานแจ๊สและฮิปฮอปเข้าด้วยกัน, Im a Dancing Cactus (ไอม์ อะ แดนซิง แคกตัส) ที่เพิ่มจังหวะอันสดชื่นบนดนตรีเฮาส์แบบ EDM, Hot (ฮอต) การตีความฮิปฮอปคลาสสิกในรูปแบบสมัยใหม่, Run (รัน) เพลงป็อปและอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่ให้ความรู้สึกอิสระอย่างท่วมท้น อีกทั้งยังมีเพลงที่ถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกภายใน ตั้งแต่ 404 Euphoria (โฟร์โอโฟร์ ยูโฟเรีย) ซึ่งเป็นภาคต่อของ 404 Series (โฟร์โอโฟร์ ซีรีส์)อันเป็นเอกลักษณ์ของอัลบั้มเดี่ยวของเขา ที่เขาเปิดเผยความรู้สึกว่างเปล่าอย่างตรงไปตรงมา ไปจนถึง Mermaid (เมอร์เมด) ที่บ่งบอกถึงความรักอันลึกซึ้งที่มีต่อแฟน ๆ , Skiii (สกี) ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อ และ Feeling Myself (ฟีลลิง มายเซลฟ์) ซึ่งสื่อข้อความเกี่ยวกับการยึดมั่นในจุดยืนตัวเอง

ปิดฉากรัก 7 ปี! นักแสดงหนุ่มรับเลิกแฟนสาว ยอมรับช่วงแรกทำใจลำบาก แต่ตอนนี้หัวใจกลับมาแฮปปี้
อ่าน

ปิดฉากรัก 7 ปี! นักแสดงหนุ่มรับเลิกแฟนสาว ยอมรับช่วงแรกทำใจลำบาก แต่ตอนนี้หัวใจกลับมาแฮปปี้

ปิดฉากรัก 7 ปี! นักแสดงหนุ่มรับเลิกแฟนสาว ยอมรับช่วงแรกทำใจลำบาก แต่ตอนนี้หัวใจกลับมาแฮปปี้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ถูกจับตาเรื่องความรัก สำหรับนักแสดงหนุ่ม บิ๊ก ณทรรศชัย ที่ต่างฝ่ายต่างอัลฟอลโลว์กับหวานใจที่คบกันมานานถึง 7 ปี ล่าสุดได้ออกมาเปิดใจกับทางไทยรัฐทีวี ยอมรับตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับอดีตแฟนสาวที่คบหากันยาวนานถึง 7 ปีแล้ว ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า หลังจากเลิกรากันยอมรับว่าได้รับผลกระทบทางความรู้สึกค่อนข้างมาก เพราะอีกฝ่าย ถือเป็นคนสำคัญที่อยู่เคียงข้างกันมาตลอด ช่วงแรกยังทำใจไม่ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงค่อยๆ ปรับตัว และยอมรับความจริง พร้อมหันมาโฟกัสที่ตัวเองมากขึ้น ซึ่งหลังจากใช้ชีวิตโสดได้ 4 เดือน สภาพจิตใจเริ่มดีขึ้น แม้จะไม่ได้คบกันแล้ว แต่ยังคงมีการติดต่อ และร่วมกันดูแลธุรกิจต้นไม้ที่ทำร่วมกัน ต่างฝ่ายต่างเข้าใจ และเคารพการตัดสินใจของกันและกัน ส่วนหัวใจตอนนี้ ก็มีคนใหม่เข้ามาทำความรู้จัก และพัฒนาความสัมพันธ์อยู่

7 สัญญาณผู้ชาย ธงเขียว Green Flags วิธีดูแฟน คนนี้แหละ คู่ชีวิตที่ดี!
อ่าน

7 สัญญาณผู้ชาย ธงเขียว Green Flags วิธีดูแฟน คนนี้แหละ คู่ชีวิตที่ดี!

ทำความรู้จัก 7 สัญญาณผู้ชาย ธงเขียว คนนี้แหละ คือ คู่ชีวิตที่ดี! ใครๆ ก็พูดถึงแต่ Red Flags หรือสัญญาณอันตรายจนเรากลายเป็นคนระแวงความรักไปเสียหมด เทรนด์ความสัมพันธ์ยุคนี้ ได้เปลี่ยนไปสู่การมองหา Green Flags หรือสัญญาณเชิงบวกที่บ่งบอกว่าคนตรงหน้าคือคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์และพร้อมจะเติบโตไปกับคุณอย่างยั่งยืนค่ะ การมองหา ธงเขียว ไม่ใช่การมองหา คนใจดี เท่านั้น แต่คือการมองหาคนที่ ส่งเสริมพลังงานบวก ให้ชีวิตเรา มาเช็กกันค่ะว่าคนข้างๆ คุณมี 7 สัญญาณ ธงเขียว เหล่านี้ครบไหม? 7 สัญญาณ ธงเขียว ที่คุณควรให้ความสำคัญ 1. ฟังอย่างตั้งใจ เขาไม่ได้แค่ได้ยินสิ่งที่คุณพูด แต่เขา รับฟัง ถึงความรู้สึกเบื้องหลัง ไม่ขัดจังหวะ และพยายามทำความเข้าใจมุมมองของคุณแม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม 2. ให้เกียรติ พื้นที่ส่วนตัว ธงเขียวที่ชัดเจนที่สุด คือการที่เขาไม่พยายามควบคุมคุณ เขาส่งเสริมให้คุณได้ไปทำสิ่งที่ชอบ เจอเพื่อน หรือมีเวลาอยู่กับตัวเอง โดยไม่มีอาการหึงหวงที่ไร้เหตุผล 3. ทะเลาะเพื่อ แก้ปัญหา ไม่ใช่เพื่อ เอาชนะ เวลาขัดแย้งกัน เขาจะใช้ประโยคว่า เราจะแก้เรื่องนี้ด้วยกันยังไง? แทนการขุดคุยความผิดในอดีตหรือใช้อารมณ์ตัดสิน เขาโฟกัสที่ปัญหา ไม่ได้โฟกัสที่การตำหนิตัวตนของคุณ 4. มีความสม่ำเสมอ คำพูดกับการกระทำของเขาตรงกันเสมอ คุณไม่ต้องมานั่งเดาใจว่า วันนี้เขาจะรักเราไหม? หรือ ทำไมเขาหายไป? ความสม่ำเสมอ คือรากฐานของความไว้วางใจ ที่สำคัญที่สุดค่ะ 5. สนับสนุนความสำเร็จของคุณ เขาคือแฟนคลับเบอร์หนึ่งของคุณค่ะ เมื่อคุณได้ดีเขาจะดีใจอย่างจริงใจโดยไม่มีความรู้สึกอิจฉา หรือรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า และในวันที่คุณล้ม เขาจะเป็นไหล่ที่มั่นคงให้คุณพักพิง 6. ยอมรับผิดและขอโทษเป็น คนที่เป็นธงเขียวจะไม่มีอีโก้สูงจนบังตา เมื่อทำผิดเขาจะกล้ายอมรับ และแสดงความรับผิดชอบผ่านการปรับปรุงพฤติกรรม ไม่ใช่แค่ขอโทษส่งๆ เพื่อให้จบปัญหา 7. รู้สึก เป็นตัวเอง ได้อย่างเต็มที่ นี่คือสัญญาณที่สำคัญที่สุดค่ะ เมื่ออยู่กับเขา คุณไม่ต้องพยายามเป็นคนอื่น ไม่ต้องระวังคำพูดจนอึดอัด แต่คุณรู้สึกปลอดภัยที่จะเผยด้านที่อ่อนแอ หรือด้านที่ตลกของตัวเองออกมา บทความที่คุณอาจสนใจ นกหรือไม่นก! 10 วิธีเช็คว่าคนที่เราคุยด้วย ชอบเรา หรือ ไม่ได้ชอบเราเลย! ทำความรู้จัก 5 ภาษารัก ยุคใหม่ ธรรมดาแสนพิเศษ มากกว่าแค่การกอดหรือคำพูด

"นนนี่" ควงสามีเคลียร์ทุกดราม่า "ท้องก่อนแต่ง" เผย "แอน สิเรียม" บอกท้องก็เลี้ยง!
อ่าน

"นนนี่" ควงสามีเคลียร์ทุกดราม่า "ท้องก่อนแต่ง" เผย "แอน สิเรียม" บอกท้องก็เลี้ยง!

นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวคนสวยนางเอกระดับตำนาน แอน สิเรียม วันนี้อุ้มท้องมาเปิดใจครั้งแรก หลังควงแฟนหนุ่มนอกวงการแต่งงานสุดชื่นมื่น เผยสาเหตุโพสต์ตัดพ้อ รู้สึกไม่มีบ้าน หันไปไม่เจอใคร พร้อมเผยป่วยซึมเศร้าหนักมาก จนคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ "นนนี่" ควงสามีเคลียร์ทุกดราม่า "ท้องก่อนแต่ง" เผย "แอน สิเรียม" บอกท้องก็เลี้ยง! ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ตอนนี้อายุครรภ์เท่าไหร่? นนนี่ : 6 เดือนกว่า ๆ ค่ะ มารายการคุยแซ่บโชว์รายการแรก ทราบเพศแล้ว? นนนี่ : ได้ลูกสาวค่ะ หนูไม่ได้คิดว่าอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ได้หมดเลยค่ะ ไม่ติดเลยค่ะ สามีล่ะ? นนนี่ : เหมือนกัน แต่ดูเหมือนเขาอยากได้ลูกสาวมากกว่า วันนี้เขาก็มาแต่ไม่ออกกล้อง เขินค่ะ (หัวเราะ) สามีชื่ออะไร? นนนี่ : คุณอาร์ค่ะ คุณอาร์อยากได้ลูกสาวเพราะอะไร? อาร์ : เราเป็นผู้ชายก็รู้นิสัยผู้ชาย คิดว่าถ้ามีลูกสาวน่าจะเลี้ยงง่ายกว่ามั้ง (หัวเราะ) ไปพบรักกันได้ยังไง? นนนี่ : จริง ๆ เราสองคนทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ตอนนั้นนนนี่อยู่เชียงใหม่ อาร์อยู่สุวรรณภูมิ และเจอกันที่อบรมสัมมนาของบริษัทค่ะ ไม่มีใครจีบใครค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน เริ่มสปาร์กกันตอนไหน? นนนี่ : เหมือนคุยกันไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าถูกใจค่ะ ถูกใจอะไรในตัวคุณอาร์? นนนี่ : เขาเป็นคนซื่อ ๆ ขี้อายด้วยค่ะ จริงมั้ยอาร์? นนนี่ : เปล่า เราโดนหลอก (หัวเราะ) อาร์ : ตามนั้นแหละครับ ผมตามเขาไม่ค่อยทันหรอกครับ (หัวเราะ) นนนี่ : ไม่ (หัวเราะ) ต่างคนต่างตามกันไม่ทันไง อาร์ชอบนนนี่ตรงไหน? อาร์ : ชอบคนขาวครับ แล้วเขานิสัยดี ยิ้มง่ายตลอดเลย พูดอะไรก็ยิ้ม หัวเราะ เลยหลงเสน่ห์ครับ รักทางไกลส่งผลมั้ย? นนนี่ : มันก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น เดี๋ยวนี้ตั๋วเครื่องบินก็ชม.เดียวเอง บินหากันบ่อยมั้ย? นนนี่ : หนูก็ติดเขานะ หนูไปหาเขาแทบทุกอาทิตย์ เขามาเดือนละครั้ง ที่เหลือหนูบินไป ชม.เดียว ศุกร์-อาทิตย์ บินไปบินมาจนวันนึงเกิดเหตุ วันที่เรารู้ว่าตั้งครรภ์? นนนี่ : ตอนนั้นย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วค่ะ เรารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรสักอย่างผิดปกติ ก็คิดว่าราท้องหรือเปล่า เราก็เลยตรวจ แค่นั้นเอง เริ่มกินเยอะ เริ่มโหย เหมือนอารมณ์แปรปรวน อารมณ์ไม่เหมือนเดิม ก็ตรวจ แต่ไม่ได้คิดว่าจะท้อง พอท้องก็ไม่ได้ตกใจมากนะคะ ก็บอกเขาเป็นคนแรกค่ะ อาร์รู้ว่านนนี่ท้อง รู้สึกยังไง? อาร์ : การที่มีเด็กคนนึงเกิดมาก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เราไม่ได้ทำอะไรผิด เขาท้อง เราก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนั้นไป จริง ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ เราอายุ 30 ไปแล้ว พร้อมเป็นคุณพ่อครับ ฝั่งแม่แอนว่าไงบ้าง? นนนี่ : แม่บอกว่าท้องก็เลี้ยง แค่นี้เลยค่ะ ตอนแรกพอรู้ว่าท้องจะไม่จัดงานแต่งยิ่งใหญ่อลังการ? นนนี่ : ต้องเข้าใจก่อนว่า พอเราท้องแล้วพอเราจัดงานแต่งงาน ถ้าเป็นตัวเราเองมันก็สนุกได้ไม่เต็มที่เนอะ เราก็ยังรับแขกได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถใส่ส้นสูงเต็มที่อะไรขนาดนั้น ดื่มก็ไม่ได้ ก็คิดว่าไม่จัดดีมั้ย แต่พอผู้ใหญ่สองฝั่งมานั่งคุยกัน เขาอยากให้จัด ก็ไม่ได้เป็นงานที่ใหญ่ขนาดนั้น บรรยากาศก็อบอุ่น ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนแม่ งานเป็นสไตล์เรียบง่าย เพื่อนแม่ พี่ป้าน้าอามาช่วยกันร้องเพลง เป็นงานเล็ก ๆ ค่ะ พอปล่อยภาพแต่งงานออกไป นนนี่ก็บอกเลยว่าตัวเองท้องได้ 4 เดือนแล้ว? นนนี่ : ก็ต้องบอกแล้วล่ะ เพราะมันขึ้นมาเยอะมาก คนก็ดูรู้อยู่แล้ว เราไม่ได้มีเหตุผลต้องปิดบังอะไร ยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้ว ได้ปรึกษาแม่แอนก่อนมั้ย? นนนี่ : ไม่ได้ปรึกษาค่ะ ตัดสินใจเองเลย เพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรด้วยค่ะ มีกระแสอะไรกลับมามั้ย? นนนี่ : หนูโดนดีเอ็มด่าว่าท้องก่อนแต่ง หน้าไม่อายเหรอ หนูก็โดนเหมือนกัน เราก็ตอบว่าไม่ได้ผิดนี่ แล้วยังไง เมื่อก่อนไม่เคยตอบเลยเรื่องนี้ แต่วันนึงอยู่ในจุดที่ไม่อยากทนแล้ว ทำไมมีคนมาด่าเราฟรีๆ ตลอดเลย แต่ก็เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่คอมเมนต์ในทางบวก เราก็รับพลังบวกดีกว่า หลังแต่งปุ๊บ คนส่องไอจีนนนี่ พอแต่งแล้วรูปคู่กับอาร์หายไปไหนหมดเลย? นนนี่ : มีคนเอาไปลงว่าเตียงหัก เลยแก้ข่าวว่าเตียงเราไม่ได้หัก เตียงเราสั่น (หัวเราะ) เกิดอะไรขึ้น? นนนี่ : เรื่องทะเลาะที่ไร้สาระมาก แล้วก็เป็นเรื่องเล็กมากด้วยนะ จนหนูจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร หนูไม่ได้ลบด้วยนะ หนูแค่ซ่อนเฉย ๆ อาร์เขามีอินสตาแกรมที่เป็นแอ็กหลุม เอาไว้ส่องหนูคนเดียว เขาเห็นว่ารูปคู่หาย เขาก็บอกว่าทำไมต้องเอารูปคู่ออกด้วย แค่นั้นเอง เราก็ตอบว่าไม่อยากเก็บ (หัวเราะ) ก็งอนกันนั่นแหละ งอนนานมั้ย? นนนี่ : ไม่นานค่ะ เราจะไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ ปกติก็ผลัดกันง้อ รอบนี้ที่รูปหายก็จำไม่ได้แล้ว คิดว่าเป็นทุกคนนะที่งอนกัน รูปที่ซ่อนไว้ เอากลับมาหรือยัง? นนนี่ : กลับมานานแล้วค่ะ ไปส่องได้เลยปกติค่ะ โพสต์ตัดพ้อเหมือนกัน ล่าสุดบอกว่าไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าบ้านเลย มันเกิดอะไรขึ้น? นนนี่ : เป็นอารมณ์น้อยใจ หนูก็ตอบไม่ได้ว่าจากฮอร์โมนหรือเปล่า อารมณ์นี้ก่อนท้องไม่มีค่ะ เราอยากระบายแต่ไม่รู้จะระบายกับใคร เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ทำไมเราไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น เราก็เห็นคนโพสต์ไอจีกันเยอะแยะนี่นา ทำไมเราจะโพสต์ไม่ได้ คิดว่าพอลูกคลอดคงไม่ได้มีเวลามาโพสต์แล้วล่ะ ก็ขอโพสต์สัก 5 อันได้มั้ย แล้วจะไม่โพสต์แล้ว สามีเห็นภรรยาโพสต์แบบนี้ ให้กำลังใจกันยังไง? อาร์ : นนเขาเป็นคนที่ถ้าเขาโกรธ เขาจะไม่ค่อยบอก จะเก็บไว้คนเดียว เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ ต้องรอให้มันหายไปเอง ถึงมาคุย เขาถึงจะเปิดว่าเป็นแบบนี้ๆ นอนกรนบ้างอะไรบ้าง เยอะแยะไปหมด มันก็หลายเรื่อง ผมคิดว่าเป็ฯฮอร์โมนคนท้องด้วยแหละ ก่อนท้องยิ้มง่ายมาก พูดอะไรก็ยิ้ม พอท้องปุ๊บเปลี่ยนเลย หน้ามือเป็นหลังมือ นนนี่ : พอแล้ว ๆ อาร์ : ผมหายใจก็ผิด (หัวเราะ) พอเจอข้อความแบบนี้อยากบล็อกภรรยามั้ย? อาร์ : ไม่เลยครับ ไม่คิดจะบล็อกภรรยาเลย ผมเข้าใจ ต้องระวังภาวะหลังคลอด มาม่าบลูอีก? นนนี่ : ยังมีอีกเหรอคะ สาเหตุที่โพสต์ตัดพ้อยาว ๆ เป็นเพราะก่อนหน้านั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วย? นนนี่ : ใช่ค่ะ ต้องเท้าความก่อนว่านนนี่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาประมาณ 4-5 ปีแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่ผิดมากนะคะ ห้ามทำเด็ดขาด การกินยาไม่สม่ำเสมอ ต้องกินยาให้สม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ และต้องไปพบแพทย์ตามนัดตลอด ด้วยความที่เราอยู่ เชียงใหม่ กรุงเทพฯไปๆ มาๆ ต้องยอมรับว่าก่อนท้อง เราใช้ชีวิตเต็มที่เต็มเหนี่ยวเหมือนกัน ทำให้เราละเลยการกินยา การพบแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราควรไปตลอด กินยาให้สม่ำเสมอ พอผ่านไปเรื่อยๆ เราไม่ได้ดีขึ้น อาการเริ่มดิ่งลงๆๆ ครั้งแรกที่รู้สึกว่าเราแปลก ๆ ต้องพบแพทย์? นนนี่ : รู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรเลย อยู่ดี ๆ ก็เบื่อทุกอย่าง อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุอะไรเลย นอนไม่หลับเลยค่ะ ก็เริ่มไปหาหมอ แต่ไปหาหมอไม่ปะติดปะต่อด้วย เปลี่ยนรพ.ไปเรื่อยๆจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องที่รู้สึกผิด เราไม่สบายก็ไปหาหมอ จะป่วยกายหรือป่วยใจก็ป่วยอยู่ดี ไปหาหมอดีกว่า การไม่ได้ไปหาหมอต่อเนื่อง ถึงขั้นทำให้เราทำร้ายร่างกาย? นนนี่ : ด้วยความที่แย่มาก ตอนไปหาหมอ หมอพูดว่านนนี่ไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เลยทำให้มันเคว้ง พอเคว้งมันก็ดิ่ง อาการแย่ลง ๆ ถึงจุดที่เราคิดสั้นด้วย แต่เป็นการกระทำที่ไม่ควรอย่างมาก ลงมือไปแล้วด้วย? นนนี่ : ใช่ค่ะ ตอนนั้นเราไม่รู้เรากินยาเกินขนาด เรากินยาที่มีเข้าไปหมดเลย กินจนค่าตับปาเข้าไป 3-4 พัน ต้องนอนแอดมิตเป็นอาทิตย์ค่ะ รอดได้ยังไง? นนนี่ : คุยกับแฟนนี่แหละ เขารู้สึกว่ามันไม่ได้ปกติ เขารู้สึกว่าเราน่าจะดาวน์หรือเปล่า เขาเรียก 1669 ไปตามขั้นตอน ล้างท้อง อยู่ไอซียู เรารู้ทุกอย่าง แต่มันขยับไม่ได้ รู้ทุกอย่างว่าเขาล้างท้อง ทำอะไรเกิดขึ้น แล้วอย่าทำเลย ไม่เวิร์ก วิธีล้างท้องเขาใส่สายสอดเข้าไปในจมูกถึงกระเพาะ เอาชาโคลสูบขึ้นมา เราต้องคาสายเอาไว้เป็นวันข้ามคืน มันทรมาน ไม่สบายตัวเลย และเจ็บค่ะ พอล้างท้องเสร็จแล้ว? นนนี่ : ต้องอยู่ไอซียู หมดค่ารักษาเป็นแสน ก็เป็นบทเรียน ไม่ทำแล้ว เจอค่ารักษาหายเลย (หัวเราะ) มันไม่ดีเลย จริงๆ เข้าใจแหละทุกคนต้องมีช่วงเวลาอ่อนแอ เราเป็นหนึ่งในคนที่ไม่รู้จะหาทางออกยังไงด้วย วินาทีที่รู้ว่านนนี่ทำแบบนี้ ส่งรพ.รู้สึกยังไง? อาร์ : เป็นห่วงมากเลยครับ ตอนนั้นเขาอยู่เชียงใหม่คนเดียว ผมอยู่กรุงเทพฯ เราอยากไปหาเดี๋ยวนั้นเลย แต่คงเป็นไปไม่ได้ ก็บอกให้เขาใจเย็นๆ ก่อน โทรเรียก 1669 ให้เขาพานนไปรพ.ให้ไวที่สุด ตอนแรกนนจะไม่ไปด้วย อาจด้วยภาวะซึมเศร้าหรือเปล่า สุดท้ายแล้วพูดไปพูดมากล่อมได้ ก็เลยสามารถพาไปได้ ณ ตอนนั้นผมก็ดิ่งเหมือนกัน ทำอะไรไม่ถูกเลยตอนนั้น นนนี่ : เชื่อมั้ยเขาจับผิดอะไรถูกทุกอย่างเลย น่ากลัวมากเลย ถ้าไม่รู้สึกว่าแฟนตัวเองผิดปกติ เราอาจไม่ได้นั่งคุยอยู่ตรงนี้ก็ได้อาร์ให้กำลังใจนนนี่ยังไง? อาร์ : บอกว่าเราต้องตั้งสติ ใจเย็นๆ มีอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว ให้หาคนปรึกษา คนคุย คนที่ไว้ใจได้ เพราะถ้าคุณเก็บไว้คนเดียว แน่นอนแหละ เหมือนแบกโลกทั้งใบ นนนี่ : หนูมีอะไรจะไม่พูด ชอบเก็บไว้คนเดียว พอรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คุณแม่ได้พูดอะไรมั้ย? นนนี่ : เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกับหนู หนูว่าเขาก็คงเสียใจ คนเป็นแม่ก็คงเสียใจทุกคน เขาก็เลยคุยกับอาร์แทน เขาอัปเดตอะไรกับอาร์ ตอนลูกสาวอยู่ไอซียู? อาร์ : คุณแม่เขาเป็นห่วงมากเลยครับ โห คนเป็นแม่เนอะ ไม่มีใครอยากเห็นลูกเข้าไอซียูหรอกครับ เขาก็เสียใจ เหมือนทำอะไรไม่ถูกตอนนั้น เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่แม่ก็โอเค เขาติดภารกิจ ติดงาน ไม่สามารถมาดูได้จริงๆ ผมก็เลยไปดูแทน อย่างน้อยเขาจะได้อุ่นใจว่ายังมีคนดูแลเขาอยู่ หลังจากนั้นก็คีฟคอนแทคกันมาตลอดเลย นนนี่ : เพราะส่วนใหญ่ถ้าเป็นแม่ลูกคุยกันจะชอบตีกัน เขาเป็นห่วงเรามาก แค่ไม่ได้เดินมาบอกเราตรงๆ พอได้ฟังรู้สึกยังไง? นนนี่ : หนูรู้อยู่แล้วว่าแม่ก็ต้องเป็นห่วงลูกทุกคน แม่ก็รักลูกทุกคน หนูก็รักแม่เหมือนกัน แต่ว่าบางทีการสื่อสารของเรา มันเหมือนคุยกันได้สองสามคำก็ชอบตีกัน (หัวเราะ) มันเริ่มเป็นตั้งแต่อายุ 14-15 ค่ะ ตอนนี้อาการทุกอย่างเป็นปกติหรือยัง? นนนี่ : มันก็อาจมีผลข้างเคียงในอนาคต ซึ่งร่างกายเราไม่รู้หรอกเพราะในนั้นได้รับสารพิษต่อให้ได้รับการล้างท้อง แต่เอฟเฟกต์ก็คงอยู่แหละ โรคซึมเศร้าไม่ได้หายขาด? นนนี่ : ต้องใช้เวลารักษานาน เราชอบคิดว่าดีแล้ว นนนี่กินยาวันละ 5-6 เม็ด พอท้องกินอะไรก็อยากอ้วก เราไม่อยากกิน ยานอนหลับก็พยายามไม่กินแล้ว เขาจะบอกว่าถ้านอนไม่หลับจริงๆ ค่อยกินนะ ตอนนี้ลูกเราเริ่มดิ้นแล้ว พอเรากินยาลูกเราไม่ดิ้น เราใจหาย เพราะตัวยาที่กินค่อนข้างแรง เรากินเรายังเบลอเลย นนนี่สงสัยว่าเป็นจุดกำเนิดของโรคซึมเศร้าหรือเปล่า เป็นเพราะปมในวัยเด็ก? นนนี่ : ที่คุยกับหมอ มันก็ค่อนข้างเกี่ยว กว่าจะป่วยเป็นซึมเศร้าได้ ไม่ใช่ 2-3 วันเป็นเลย มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างสะสมมา 25 ปี ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า ปมนั้นคืออะไร? นนนี่ : เรารู้สึกว่าเราเหงา เราเคว้ง หันไปแล้วไม่มีใครเลย ไม่รู้จะคุยกับใคร ช่วงเด็กๆ แม่ทำงานเยอะค่ะ มันสะสมมาหลายปีค่ะ พอมองย้อนกลับไป เราเข้าใจ? นนนี่ : เราเข้าใจ แต่ไม่ใช่เราไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เราก็เข้าใจว่าถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนใช้ ค่าเรียน ค่าเลี้ยงดู ค่าโน่นค่านี่ เขายิ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ยิ่งต้องทำงานหนัก 2-3 เท่าอีก พอโตมาเราก็เข้าใจ แต่ตอนนั้น 5-6 ขวบ เราก็รู้สึกว่าเงินไม่ได้สำคัญ เราอยากได้เวลา อยากมีเพื่อนเล่น อยากมีเพื่อนคุย อยากไปโน่นไปนี่ แต่เราไม่มี เราก็เหงา เข้าใจแม่ช่วงไหน? นนนี่ : ประมาณ 20 กว่า ๆ สิ่งที่ขาดไปตอนเด็ก ก็ส่งผลตอนโต ตอนนี้เราเป็นแม่แล้ว จะชดเชยอะไร? นนนี่ : อะไรที่เราขาดไป ก็ไม่อยากให้ลูกขาด รู้สึกว่าขาดเวลา ก็จะมีเวลาให้ลูก วางแผนการเลี้ยงยังไง? นนนี่ : จริงๆ ไม่มีแผนอะไรเลย ไม่เคยมีลูก ยากจัง (หัวเราะ) เชื่อว่าแม่ได้ดูเทปนี้ มีอะไรอยากบอกแม่? นนนี่ : เชื่อแล้วค่ะว่าเป็นแม่เหนื่อยมากเลย (หัวเราะ) ขนาดยังไม่คลอดออกมา อะไรที่หนูทำผิดพลาดไป หนูขอโทษนะคะ หนูขออย่าให้ลูกดื้อเหมือนหนูเลย (หัวเราะ) เขาพูดเสมอว่าทำอะไรไว้กับฉัน เดี๋ยวรอดูนะ (หัวเราะ) ช่วงวัยเด็ก ความดื้อกับแม่ ขนาดไหน? นนนี่ : ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าดื้อเงียบ จะไม่พูด ไม่แสดงออก แต่ไม่ทำ จะเดาไม่ถูกกัน แม่ไม่เคยตีเลยนะคะ แม่ใจดีมาก อายุ 20 กว่าถึงคุยกันรู้เรื่อง? นนนี่ : เป็นช่วงที่ไปเรียนที่อังกฤษด้วย แม่ก็จะมาหา มาอยู่ด้วย เวลาไปไหนก็เหมือนเพื่อนกัน ไปช้อปปิ้ง ไปกินข้าว ไปดื่ม ไปดริ๊งค์ แม่ลูกไม่เคยคุยกันดีๆ เลย เคยทะเลาะหนักสุด ไม่คุยกันนานมั้ย? นนนี่ : เป็นเดือนค่ะ จำเรื่องราวไม่ได้แล้ว คงพูดกันไม่เข้าหูนี่แหละ ไม่มีใครง้อใคร อยู่ดีๆ ก็กลับมาคุยกันเอง หนูก็ไม่ง้อ เขาก็ไม่ง้อ มีแต่คนบอกเรานิสัยเหมือนกัน ถึงไม่พูดแต่เราก็รัก ไม่จำเป็นต้องพูด แต่ก็รู้ว่ารัก ท้อง 6 เดือนแล้ว ได้ปรึกษาแม่แอนมั้ย? นนนี่ : ไม่มีเลยค่ะ เขาบอกเขาลืมแล้วค่ะ มัน 30 ปีแล้ว เขาพูดประโยคนี้ประโยคเดียวเลย หนูเลยไม่พูดอะไรต่ออีกเลย เขาบอกจำไม่ได้แล้ว มันนานไป (หัวเราะ) ท้องนี้ต้องสู้กับอาการเจ็บป่วยหนักมาก มีปวดหัวไมเกรนด้วย? นนนี่ : อาการปวดหัวไมเกรนเพิ่งเป็นตอนท้อง ไม่เคยเป็นเลยค่ะ หนูไปหาหมอหลายรอบมาก ไปทุกอาทิตย์เลย สามวันไปที เขาก็ตอบไม่ได้ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ แต่ที่แน่ๆ มันกินยาไม่ได้ ฉีดยาไม่ได้ ที่ทำได้แล้วดีขึ้นเลยคือฝังเข็ม หายเลยค่ะ เวลาเป็นปีก็ฝังเข็ม? นนนี่ : ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว เปลี่ยนมาเป็นปลายประสาทอักเสบแทน เวลาเดินจะเจ็บช่วงอุ้งเชิงกราน มันไม่ถึงกับเดินไม่ได้ แต่เดินแล้วเจ็บ เลยทำให้ไม่อยากเดิน ถ้าฝืนเดิน มีอันตรายมั้ย? นนนี่ : มีแย่ไปกว่านั้น มีภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งเขาไม่ให้เดินเยอะด้วย มันเยอะมาก (หัวเราะ) โรคปลายประสาทอักเสบเกิดจากอะไร? นนนี่ : เขาก็ไม่ได้บอก พอท้องใหญ่ขึ้น อาจไปกดทับเส้นประสาทหรือเปล่า ตอนนี้เดินแล้วเจ็บแปร๊บขึ้นมา แล้วมันร้าว เป็นตอน 2-3 อาทิตย์หลังค่ะ สามีดูแลยังไง? อาร์ : เราไม่ใช่หมอเนอะ พาไปรพ.อย่างเดียวเลย บางทีเห็นแล้วก็อยากช่วย แต่ทำอะไรไม่ได้ เราไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดจากอะไร ต้องให้หมอดูให้ นนนี่ : เปลี่ยนมา 4 หมอ ต้องมีรถเข็นมั้ย? นนนี่ : อย่าเลย เรายังชอบเดินอยู่ ใช้รถเข็นก็ลำบากอยู่นะ เดี๋ยวท้องใหญ่ขึ้น มันก็อาจเป็นทางเลือกที่ดี? นนนี่ : เราไม่อยากนั่งรถเข็น เราอยากเดิน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันแล้วกัน คุณหมอให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษมั้ย? นนนี่ : เขาไม่ให้ทำงานหนัก ไม่ให้ออกกำลังกาย งดอะไรที่ใช้ร่างกายเยอะๆ ขับรถเจ็บ พอเราเกร็งเท้าปุ๊บมันจะจี๊ดขึ้นมา เบรกงานแล้ว? นนนี่ : ลาหยุดค่ะ มีภาวะรกเกาะต่ำด้วย ส่งผลอะไรบ้าง? นนนี่ : เห็นหมอบอกว่าต้องผ่าคลอด ไม่ให้เดินเยอะค่ะ ไม่ได้แพลนจะคลอดเองค่ะ กลัว (หัวเราะ) จะผ่าอยู่แล้ว ไม่มีดูฤกษ์ เอาเป็นฤกษ์ที่ลูกอยากออกมาเลย มาตอนไหนก็ตอนนั้นเลยค่ะ เราไม่มูเลย แฟนก็ไม่มูเหมือนกัน เอาที่สะดวกค่ะ ส่วนสาเหตุเกิดจากอะไร เชื่อว่าแชต GPT ต้องมีคำตอบค่ะ มีเตรียมใจขนาดไหนใกล้คลอดแล้ว? นนนี่ : สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แต่หลายคนพูดว่าเหนื่อยแน่ๆ ก็แพลนเลี้ยงกันเอง มีแม่อาร์ช่วยเลี้ยง พุฒ : ตอนแรกเราอยากเห็นทุกพัฒนาการของลูก เราอยากเลี้ยงเอง พอกลับไปอยู่บ้านเท่านั้นแหละ ที่รักเราหาพี่เลี้ยงเถอะ ไม่งั้นจะเป็นเราสองคนที่ตีกัน (หัวเราะ) นนนี่ : เพื่อนหนูมีลูกก่อนหนู อายุเท่าๆ กัน ก็ไม่แพลนที่จะเลี้ยงเองเลย จ้างพี่เลี้ยงตั้งแต่อีก 3 เดือนคลอด แล้วเตือนเลยว่าต้องจ้าง ก็รอก่อน ถ้าไม่เวิร์กก็ค่อยว่ากัน ชื่อใครคิด? นนนี่ : ช่วยๆ กันคิดค่ะ ชื่อเล่นมีชื่อเดียวเลย ชื่อจริงก็ยากมากเลย ให้คุณยายเป็นคนตั้ง แต่เราปัดตกไปหลายทีแล้ว ชื่อเล่นช่วยคิดมั้ย? อาร์ : ผมชื่ออาร์ แม่ชื่อแอน ตระกูลนนเขาตระกูล อ. หมดเลย ก็เลย เป็น อ. นี่แหละ อัยย์มาเป็นชื่อแรกเลย และผ่านเลย นนนี่ : จริง ๆ อยากมีลูกสองคน อยากได้ผู้ชาย บ้านผู้หญิงเยอะแล้ว อาร์ : ผมไม่ติดเลย ผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ดีครับ มีอะไรอยากบอกสามี? นนนี่ : อยากบอกว่ารักทุกวัน บางทีอาจงี่เง่าไปบ้าง ขี้งอนไปบ้าง เหวี่ยงบ้าง โมโหบ้าง แต่ก็รักค่ะ อยากบอกว่าเขาก็เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่เข้ามาในชีวิตเรา อยากบอกอะไรคุณภรรยา? อาร์ : รักเสมอครับ รักไม่เปลี่ยนแปลง เป็นเหมือนวันแรกที่เจอกัน ยันวันสุดท้ายของชีวิตครับ นนนี่ : (ยิ้มหวานกอดสามี) ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/cpFuspIsvQg?si=u2uHM2yK4CKTpSm8

Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.7 : "มาสุ-ตี๋-ต้า-อัส" เสิร์ฟซีนทำแผล ดูแลทุกโมเมนต์
อ่าน

Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.7 : "มาสุ-ตี๋-ต้า-อัส" เสิร์ฟซีนทำแผล ดูแลทุกโมเมนต์

"Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.7" ทำถึงแบบไม่ให้พัก ที่จัดโมเมนต์ทำแผลมาเสิร์ฟ แต่ระดับความรู้สึกไม่หยุดแค่การดูแล เมื่อ สายลม (ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์) ค่อย ๆ ทายาให้ พี่หมอนับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) ในระยะประชิดทุกองศา สายตาล็อกกันแน่น สัมผัสชัดจนคนดูแทบกลั้นหายใจ ก่อนอารมณ์จะไหลไปสู่จังหวะจูบที่ทั้งละมุนและร้อนแรงในช็อตเดียว ทางด้านฝั่ง ดินดิน (ต้า นันคุน ภัคภัทรพรพบ) กับ ตะวัน (อัส นิติธร อัครโชติโสภณ) ก็ไม่แผ่ว ซีนทำแผลที่ยิ่งใกล้ยิ่งเหมือนเติมเชื้อไฟ ความสัมพันธ์ขยับชัดแบบไร้เบรก กลายเป็นอีกคู่ที่ทำเอาคนดูใจเต้นแรงไม่แพ้กัน Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.7 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD เรียกได้ว่าเป็นซีนทำแผลที่ลามถึงหัวใจ เพราะความใกล้ชิดดันทุกความรู้สึกให้พุ่งสุดโดยไม่ต้องเร่ง ทั้งสองคู่เดินหน้าเต็มสปีด ทิ้งไว้ทั้งความเขิน ความฟิน และแรงกระแทกทางอารมณ์ที่คนดูรับไปเต็ม ๆ ครบทั้งละมุนและเดือดในฉากเดียว บอกเลยว่าห้ามพลาด 2 อีพีสุดท้าย ที่ความรักจะชัดแบบตะโกน พร้อมบทสรุปที่ทำให้หัวใจฟูแบบไม่พักใน "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" คืนวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2569 เวลา 22.30 น. ทางช่อง 3 กด 33 พร้อมติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้ทาง Instagram / TikTok / X : Love Like A Bike และ Facebook / YouTube : sclssentertainment อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.6 : "มาสุ" รุกหนัก "ตี๋" ความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำยิ้มได้ Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.5 : "มาสุ-ตี๋" ความรู้สึกที่เริ่มเกินหน้าที่ ยิ่งใกล้ยิ่งห้ามใจยาก! เรื่องย่อ Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก ช่อง 3HD

นางเอกสาว โพสต์รูปคู่แฟนหนุ่ม ครบรอบรัก 5 ปี หวานขั้นสุด
อ่าน

นางเอกสาว โพสต์รูปคู่แฟนหนุ่ม ครบรอบรัก 5 ปี หวานขั้นสุด

นางเอกสาว โพสต์รูปคู่แฟนหนุ่ม ครบรอบรัก 5 ปี หวานขั้นสุด นานๆ ทีจะหวานออกสื่อ คู่รักนักแสดงสาว เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เตจะสาเวศซ์ กับแฟนหนุ่มนอกวงการ แก้วที่คบหาดูใจกันมานานถึง 5 ปี ล่าสุดสาว เฌอเบลล์ ได้โพสต์รูปคู่หวานๆ กับแฟนหนุ่มพร้อมกับข้อความครบรอบความรัก 5 ปีโดยระบุว่า Half a decade of growing, learning, and leaning on each other. Thank you for being my constant in a world that never stops changing.....I'm super Lucky#5thanniversary(ครึ่งทศวรรษของการเติบโต เรียนรู้ และพึ่งพิงซึ่งกันและกัน ขอบคุณที่เป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายในโลกที่ไม่เคยหยุดเปลี่ยนแปลง..... ฉันโคตรโชคดี) บอกเลยว่าหวานกว่านี้ไม่มีใครเกิน ว่าแต่คบมา 5 ปีแล้วเมื่อไหร่จะมีข่าวดี แอดลุ้นตามตลอดนะ

Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.3 : "มาสุ - ตี๋" เคลียร์ใจกลางสายฝน
อ่าน

Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.3 : "มาสุ - ตี๋" เคลียร์ใจกลางสายฝน

"Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.3" จากค่าย S CLASS ENTERTAINMENT กระแสแรงต่อเนื่องแบบหยุดไม่อยู่ ที่เดินหน้าดันความสัมพันธ์ของแต่ละคู่ให้เข้มข้นขึ้นทุกตอน โดยเฉพาะคู่ สายลม (ตี๋ ธนพล จารุจิตรานนท์)และนับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) ที่ครั้งนี้ความรู้สึกพุ่งทะลุจุดเดิมแบบไม่ทันตั้งตัว จากที่เคยพยายามเก็บอาการเอาไว้ ตอนนี้กลับซ่อนความรู้สึกไม่อยู่ จนแฟน ๆ พากันพูดเป็นเสียงเดียวว่าเคมีของคู่นี้แรงขึ้นทุกสัปดาห์ และอีพีนี้มีโมเมนต์ท่ามกลางสายฝนที่ทั้งละมุน ทั้งร้อนแรง และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เกินจะห้ามใจ Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.3 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD เป็นฉากที่ สายลม (ตี๋ ธนพล) ตัดสินใจไปหา นับหนึ่ง (มาสุ จรรยางค์ดีกุล) ถึงคลินิก แม้ฝนจะตกหนักแต่ก็ยังฝ่าฝนไปแบบไม่ลังเล เปียกโชกไปทั้งตัวเหมือนกับหัวใจที่ยิ่งพยายามห้ามก็ยิ่งไม่ฟัง เมื่อทั้งสองต้องยืนอยู่ใกล้กันในระยะที่แทบไม่มีช่องว่าง สายตาที่เคยหลบกลับกลายเป็นมองกันตรง ๆ และในวินาทีที่ความรู้สึกที่กดเอาไว้ตลอดเอ่อล้นเกินควบคุม สายลมตัดสินใจก้าวข้ามทุกความกลัว โผเข้าไปจูบนับหนึ่ง กลายเป็นซีนที่ทั้งอบอุ่น ละมุน และร้อนแรงในเวลาเดียวกัน จนทีมงานหลังมอนิเตอร์ยังต้องลุ้นตาม เพราะเคมีของทั้งคู่พุ่งแรงแบบไม่ต้องเร่ง บรรยากาศเบื้องหลังฉากนี้ไม่ง่าย เพราะต้องใช้ฝนเทียมถ่ายทำหลายเทค นักแสดงต้องเปียกจริง หนาวจริง และเล่นอารมณ์จริงทุกครั้ง โดยมี พี่กอล์ฟ ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับ คอยดูรายละเอียดอย่างใกล้ชิด ทั้งจังหวะสายตา ระยะการเข้าใกล้ และระดับอารมณ์ที่ต้องค่อย ๆ ดันขึ้นจนถึงจุดพีค เพื่อให้ฉากออกมาสมจริงที่สุด ซึ่งทั้งมาสุและตี๋ทุ่มเทเต็มที่ในทุกเทค จนได้ฉากที่ทั้งสวยงามและเต็มไปด้วยพลังความรู้สึก ขณะที่ความสัมพันธ์ของ "นับหนึ่ง สายลม" เริ่มชัดเจนขึ้นทุกวินาที เตรียมมาปั่นหัวใจไปพร้อมกันใน "Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก" EP.3 ที่อัดแน่นทั้งความฟิน ความเขิน และความหวานปนร้อนแรงแบบจัดเต็ม ในคืนวันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 22.30 น. ทางช่อง 3 กด 33 พร้อมติดตามทุกความเคลื่อนไหวของซีรีส์ได้ที่ Instagram / Tiktok / X : Love Like A Bike และ Facebook / YouTube : sclssentertainment อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.2 : "ตี๋-มาสุ" กับความสัมพันธ์ที่เริ่มขยับ Love Like A Bike ปั่นไปให้ถึงรัก EP.1 : "ตี๋-มาสุ" กับอุบัติเหตุที่ไม่ได้ใครตั้งใจ แต่หัวใจดันเต้นแรงเกินต้าน "มาสุ-ตี๋ ธนพล" เปิดสตาร์ทความฟิน สะเทือนทั้งฮอลล์ในงาน "Love Like A Bike Pre-Screening"

"เก่ง - น้ำปิง" ถ่ายทอดรักเรียบง่ายแต่มั่นคง ผ่านเพลง "รักฉันจะมั่นคง" ร่วมทำกับ marr team
อ่าน

"เก่ง - น้ำปิง" ถ่ายทอดรักเรียบง่ายแต่มั่นคง ผ่านเพลง "รักฉันจะมั่นคง" ร่วมทำกับ marr team

"เก่ง - น้ำปิง" เป็นคู่พาร์ทเนอร์คู่ใหม่ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ โดยทั้งคู่ได้รับกระแสความนิยมจาก ซีรีส์เรื่อง "เขมจิราต้องรอด" ที่ถ่ายทอดเรื่องราวเข้มข้นและได้กลายเป็น คู่จิ้นเคมีที่เข้ากันมากและตอนนี้ทำให้มาแรงแบบฉุดไม่อยู่ หลังทั้งคู่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว ปัจจุบันได้มีโอกาสมาร่วมทำเพลงกับ marr team มีชื่อเพลงว่า "รักฉันจะมั่นคง (secure)" "รักฉันจะมั่นคง (secure)" Single ที่ 36 จาก marr team บทเพลงรักที่นิยามความสัมพันธ์แบบเรียบง่าย ที่จริงใจและยืนยาว เพลงนี้พูดแทนหัวใจของคนที่อาจไม่ใช่สายหวาน พูดไม่ค่อยเก่ง แต่พร้อมจะรักอย่างซื่อตรงและอยู่เคียงข้างกันเสมอ โดยครั้งนี้ได้ "เก่ง - น้ำปิง" มาร่วมถ่ายทอดเพลงนี้ด้วย เพลง "รักฉันจะมั่นคง (secure)" เพลงนี้เป็นเพลงรักที่พูดแทนหัวใจของใครหลายคนที่อาจไม่ได้แสดงออกเก่ง ไม่ได้มีคำหวานให้ ทุกวัน แต่เลือกจะแสดงความรักผ่านความสม่ำเสมอและการอยู่เคียงข้างกันอย่างมั่นคง อย่างท่อนที่ว่า "อาจไม่ใช่คนหวาน แต่รักฉันจะมั่นคง ต่อให้เราแก่ลง ฉันก็ยังจะรักเธอ" นอกจากนี้ยังได้ "พัด Vorapat" มารับหน้าที่เขียนเนื้อร้อง ทำให้ถ่ายทอดมุมมองของความรักที่ไม่หวือหวาแต่จริงจัง ผ่านถ้อยคำเรียบง่ายและตรงไปตรงมา เมื่อผสานเข้ากับเสียงร้องที่จริงใจและอบอุ่นของ "เก่ง - น้ำปิง" ยิ่งทำให้บทเพลงนี้ชัดเจนในความหมายของคำว่า "ความมั่นคง" สามารถติดตามผลงานเพลง "รักฉันจะมั่นคง (secure)" ทาง Youtube : marr team official, Instagram : marrteam.official, Tiktok : marr_team

"The Voice of Hind Rajab" หนังชิงออสการ์ 2026 ภาพยนตร์ที่ทุกหัวใจต้องดูในโรง
อ่าน

"The Voice of Hind Rajab" หนังชิงออสการ์ 2026 ภาพยนตร์ที่ทุกหัวใจต้องดูในโรง

วันที่ 29 มกราคม ปี 2024 ศูนย์รับแจ้งเหตุสมาคมเสี้ยววงเดือนแดง (Red Crescent) ที่รอมัลลอฮ์ ได้รับสายฉุกเฉินสายหนึ่งปลายสายคือเสียงของเด็กหญิงวัย 6 ขวบที่ติดอยู่ในรถยนต์ ท่ามกลางสถานการณ์ยิงปะทะในกาซา เจ้าหน้าที่พยายามประคองการสนทนาให้นานที่สุด เพื่อให้เธอไม่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเวลาเพียง 8 นาทีเท่านั้นที่จะส่งรถพยาบาลเข้าไปช่วยเด็กคนนั้นออกมา เด็กหญิงคนนั้นมีชื่อว่า ฮินด์ ราจาบ (Hind Rajab) เรื่องราวนี้ไม่ใช่บทภาพยนตร์ที่แต่งขึ้น แต่เป็นเรื่องราวความจริงที่สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้คนทั่วโลก เสียงเล็กๆ ของเธอนั้นเป็นตัวแทนของความสูญเสียอันน่าเศร้าของทุกครอบครัวผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อความโหดร้ายจากสงคราม ภาพยนตร์เรื่องนี้ นำเสียงจริงของเธอมานำเสนออีกครั้ง โดยมีความปณิธาณอันสูงสุดคือความสงบสุขสิ้นสุดการเข่นฆ่ากันโดยไร้เหตุผล และเยียวยาดวงใจที่แตกสลายไปให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง "เคาเธอร์ เบน ฮาเนีย" ผู้กำกับที่ท้าทายขอบเขตโลกภาพยนตร์ ในโลกของแผ่นฟิล์ม เส้นแบ่งระหว่าง "ความจริง" และ "เรื่องแต่ง" มักจะถูกขีดไว้ชัดเจนเสมอ แต่สำหรับผู้กำกับหญิงมือรางวัลระดับโลกชาวตูนีเซียอย่างเคาเธอร์ เบน ฮาเนีย (Kaouther Ben Hania)เธอเลือกที่จะเชื่อมโลกทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อทำหน้าที่เป็นพยานให้แก่โศกนาฏกรรมที่โลกไม่อาจเมินเฉย เธอสามารถเล่าเรื่องหนังทั้งจากเรื่องจริงและเรื่องแต่งออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยหนังสารคดีFour Daughters (2023)เริ่มต้นจากการเปิดตัวในสายประกวดหลักที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาสารคดียอดเยี่ยมประจำปี2024นอกจากนี้ ตัวหนังยังกวาดรางวัลอันทรงเกียรติมาแล้วนับไม่ถ้วน แถมยังถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายทั่วโลกกว่า40ประเทศเลยทีเดียว หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ผลงานเรื่องThe Man Who Sold His Skin (2020)ก็เคยสร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศตูนิเซีย ด้วยการเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมในปี2021มาแล้ว ความไม่ธรรมดาของเธอพิสูจน์ได้จากผลงานทุกเรื่องที่ผ่านมา ซึ่งล้วนได้เปิดตัวครั้งแรกในเทศกาลหนังระดับ "A-List"ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น คานส์,เวนิส, AFI,ลอสแอนเจลิส,โลคาร์โน รวมถึงเทศกาลสารคดีระดับโลกอย่างIDFAและHot Docsที่โตรอนโต และล่าสุด สปอตไลต์กำลังเริ่มจับจ้องไปที่The Voice of Hind Rajabผลงานชิ้นที่6ของเธอ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่ง "มาสเตอร์พีซ" ที่โลกต้องจดจำ ผลงานที่ผ่านมา The Challat of Tunis (2014)Zaineb Hates the Snow (2016)Beauty and the Dogs (2017)The Man Who Sold His Skin (2020)Four Daughters (2023) The Voice of Hind Rajab (2025) :คือผลงานภาพยนตร์เรื่องที่6ของ เคาเธอร์ เบน ฮาเนีย ซึ่งเธอทำหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบท เรื่องนี้ ไม่ใช่สารคดี แต่เป็นภาพยนตร์แนว Docudramaซึ่งนำความจริงมาเล่าใหม่อีกครั้งโดยมีการแสดงแต่งเติมให้เรื่องราวมีความสมบูรณ์ขึ้น โดยในหนังมีการใช้เสียงจริงๆ ของ ฮินด์ ราจาบ (Hind Rajab)เด็กหญิงชาวปาเลสไตน์ ซึ่งถูกกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลสังหาร พร้อมกับครอบครัวของเธออีก6คน (ลูกพี่ลูกน้องอีก4คน,ป้าและลุงของเธอ) รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พยายามอย่างยิ่งที่จะเข้าไปช่วยเหลือเธออีก2คนก็ถูกสังหารไปด้วย หนังเรื่องนี้เป็นผลงานร่วมมือสร้างระหว่างประเทศ ตูนิเซียและฝรั่งเศส ออกฉายรอบปฐมทัศน์โลกในงานประกวดหลักของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสครั้งที่82เมื่อวันที่3กันยายน2025ซึ่งได้รับรางวัลGrand Jury Prizeและรางวัลอื่นๆ อีก7รางวัล นอกจากนี้ The Voice of Hind Rajab ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Golden Globe Awards ครั้งที่ 83 ในสาขา Best Non-English Language Filmและได้เป็นภาพยนตร์ตัวแทนประเทศตูนิเซีย เข้าชิงรางวัล Academy Awards ครั้งที่ 98 ในสาขา Best International Feature Film อีกด้วย 23นาทีแห่งการให้เกียรติ หลังการฉาย The Voice of Hind Rajabที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิสได้เกิดเหตุการณ์น่าประทับใจขึ้นเมื่อเหล่าผู้ชมต่างลุกขึ้นยืนปรบมือ (standing ovation) ดังสนั่นยาวนานถึง 23 นาที 50 วินาที ซึ่งคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของเวลาฉายทั้งหมด (เวลาฉายภาพยนตร์ 89นาที) ซึ่งสถิตินี้นับเป็นเวลา standing ovation ที่ยาวนานที่สุดในเทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกทำลายสถิติเดิม จากเรื่องPan's Labyrinth ซึ่งเคยทำสถิติเอาไว้ที่ 22 นาที จากการฉายที่ Cannes Film Festival เมื่อปี 2006 The Voice of Hind Rajab ฮินด์ราจาบเสียงร่ำไห้จากกาซา 5 มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa