รีเซต

ผลการค้นหา “ThamePo HEART THAT SKIPS A BEAT” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Let Me Love You With All My Heart
ดู

Let Me Love You With All My Heart

FOOL STEP ชวน "พี GOODMOOD" และ "โบนัส DE FLAMINGO" ร่วม Cover เพลง "ความรักทำให้คนตาบอด"
อ่าน

FOOL STEP ชวน "พี GOODMOOD" และ "โบนัส DE FLAMINGO" ร่วม Cover เพลง "ความรักทำให้คนตาบอด"

เดินหน้าต่อกับโปรเจกต์ Live Session FOOL STEP Spin-Off Session ชวน พี GOODMOOD และ โบนัส DE FLAMINGO มาร่วมถ่ายทอดเพลง ความรักทำให้คนตาบอด เพลงฮิตระดับตำนานของรุ่นพี่อย่าง bodyslam มาตีความใหม่ผ่าน 3 ศิลปินจาก genie New Gen ที่มีคาแรกเตอร์และสไตล์การร้องแตกต่างกัน ถ่ายทอด 3 มุมมอง 3 อารมณ์ แต่รวมอยู่ในเพลงเดียวกัน FOOL STEP Spin-Off Session เป็นโปรเจกต์ Live Session ที่นำเพลงมาเรียบเรียงใหม่ เพื่อถ่ายทอดเพลงในมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยก่อนหน้านี้ได้ปล่อย หายไปไม่บอกลา (Acoustic Ver.) ที่เป็นการเล่นในรูปแบบ Acoustic และการร้องประสานเสียง (chior) ให้บทเพลงมีความลึกซึ้งมากขึ้น ก่อนต่อด้วย ลบเลือน (2026 Ver.) ซิงเกิลของ FOOL STEP ในปี 2020 ซึ่งถูกนำกลับมาเรียบเรียงใหม่ให้สะท้อนตัวตนและซาวด์ของวงในปัจจุบัน และครั้งนี้ FOOL STEP เลือกหยิบเพลง ความรักทำให้คนตาบอด ของ bodyslam มาตีความใหม่ พร้อมชวน พี GOODMOOD และ โบนัส DE FLAMINGO มาร่วมถ่ายทอดเพลงผ่านสไตล์ของแต่ละคน เติมมิติใหม่ให้กับเพลงที่หลายคนคุ้นเคย และสร้างสีสันให้กับ SPIN-OFF SESSION ในอีกหนึ่งรูปแบบ ติดตาม FOOL STEP Spin-Off Session ได้ที่ 1. หายไปไม่บอกลา (Acoustic Ver.) - FOOL STEP [Spin-Off Session] https://youtu.be/LscWGh-36Ow?si=PXjGN8kG-UShbaFd 2. ลบเลือน (2026 Ver.) - FOOL STEP [Spin-OFF Session] https://youtu.be/cuVqAZHE65w?si=_80HbXr_vCfGhhRV 3.ความรักทำให้คนตาบอด - FOOL STEP x P GOODMOOD BONUS DE FLAMINGO [Spin-Off Session] https://youtu.be/9CYHqkiqGp0?si=yVFEmSUm0mJzBuq-

Hold my hand at Twilight
ดู

Hold my hand at Twilight

I Still Want to Do It with My Wife
ดู

I Still Want to Do It with My Wife

LOKA เปิดโลกงดงามที่แสนเศร้าในเพลง “โปรด” บอกเล่าความหมดใจ ที่กลายเป็นเดิมพันที่ไม่มีวันชนะ
อ่าน

LOKA เปิดโลกงดงามที่แสนเศร้าในเพลง “โปรด” บอกเล่าความหมดใจ ที่กลายเป็นเดิมพันที่ไม่มีวันชนะ

ประเดิมจักรวาลใหม่กับ LOKA (โลกา) วงดูโอ้ดนตรีป็อปที่นำโดย แมงมุม-พิมพ์นิชกุล บำรุงกิจ (ร้องนำ) ที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับบทบาทพิธีกรวัยรุ่น ทั้งยังฝากผลงานในวงการบันเทิงไว้มากมาย และ ตั๋ม-จุลพัชร บัณฑิตพุฒ (กีตาร์) โปรดิวเซอร์ หัวเรือใหญ่ค่าย Tamamoto Music Label โดยชื่อ LOKA มีรากมาจากคำว่า โลก ซึ่งสื่อถึงพื้นที่แห่งความรู้สึกและเรื่องราวที่แตกต่างกันของผู้คน ที่ถูกนำมาเชื่อมโยงเข้าหากันผ่านเสียงดนตรี และแนวคิดนี้ได้ถูกสะท้อนออกมากับเพลง โปรด ซิงเกิลแรกเปิดตัวของ LOKA เพลง โปรด เปรียบความรักเสมือนเกมพนันที่ครั้งหนึ่งเราเคยทุ่มเดิมพันด้วยหัวใจทั้งหมด เมื่อความสัมพันธ์เดินทางมาถึงจุดที่ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนแปลง คนหนึ่งยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม พร้อมวางเดิมพันครั้งสุดท้าย ขณะที่อีกคนกำลังลุกจากเกม ระหว่างความหวังและความจริง ระหว่างการยื้อไว้กับการยอมรับการสูญเสีย คำว่า โปรด จึงกลายเป็นถ้อยคำสุดท้ายที่ถูกส่งออกไป ก่อนทุกอย่างจะจบลงอย่างไม่มีวันหวนกลับ ความรักครั้งนี้ก็เหมือนเกมพนันฉันขอเดิมพันหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย วง LOKA สร้างสรรค์ผลงานเพลงด้วยแนวคิดที่ว่า เพลงที่จริงที่สุด คือเพลงที่เข้าถึงหัวใจได้ดีที่สุด ทุกบทเพลงจึงเกิดขึ้นจากประสบการณ์และความรู้สึกที่สมาชิกวงได้พบเจอ ผสานการเรียบเรียงดนตรีแนว Pop Ballad ร่วมสมัยเข้ากับเสน่ห์ของเครื่องดนตรีเอเชีย ถ่ายทอดผ่านภาษาที่งดงามราวบทกวี และไลน์กีตาร์ที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่ในทุกผลงาน ในแบบฉบับของ LOKA และสิ่งเหล่านี้ก็มีอยู่เต็มเปี่ยมในเพลง โปรด นอกจากเรื่องราวในบทเพลงสุดทัชใจแล้ว ในเอ็มวีเพลง โปรด ก็ได้ "มาร์โค เมาเร่อ" มาร่วมแสดงเป็นพระเอก เขาได้พลิกบทบาทครั้งสำคัญจากหนุ่มฮิปฮอปแร็ปเปอร์เป็นแบดบอยในซิงเกิลนี้เพื่อสะท้อนเรื่องราว ก่อนที่คำว่า รัก จะกลายเป็นคำว่า เคยรัก ก้าวสู่โลกของ LOKA ได้แล้วทาง YouTube TAMAMOTO MUSIC LABEL และทุกช่องทางสตรีมมิ่ง พร้อมติดตามทุกช่องทางของ TAMAMOTO MUSIC LABEL ได้ทุกช่องทางโซเชียล พร้อมกดติดตามผลงานใหม่ของจักรวาลนี้

The Butterfly ส่งซิงเกิล "แต่ยังรู้สึก" บทเพลงที่ปล่อยให้ความคิดถึงเล่นซ้ำไม่รู้จบ
อ่าน

The Butterfly ส่งซิงเกิล "แต่ยังรู้สึก" บทเพลงที่ปล่อยให้ความคิดถึงเล่นซ้ำไม่รู้จบ

เดินหน้าขยับปีกบนเส้นทางดนตรีอย่างต่อเนื่องสำหรับ The Butterfly จากค่าย Move Records ในเครือ Muzik Move ล่าสุดส่งซิงเกิลใหม่ แต่ยังรู้สึก (Autoplay) บทเพลงของคนที่ปล่อยให้ความคิดถึงเล่นซ้ำอยู่ในใจราวกับโหมด Autoplay ความพิเศษของซิงเกิลนี้คือการได้ เจษฎา หันช่อ นักเขียนเพลงระดับปรมาจารย์ เจ้าของปลายปากกาผู้อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง หัวใจกระดาษ มารับหน้าที่เขียนคำร้อง ถ่ายทอดความคิดถึงที่ฝังลึกผ่านรายละเอียดของภาพจำอันแสนคลาสสิก ขณะที่ โอ๊บ - เพิ่มศักดิ์ พิสิษฐ์สังฆการ โปรดิวเซอร์แถวหน้าของวงการ รับหน้าที่ดูแลภาพรวมและร้อยเรียงบรรยากาศของเพลงอย่างประณีต แต่ยังรู้สึก (Autoplay) เล่าถึงความทรงจำที่ไม่ยอมเลือนหาย เปรียบเสมือนม้วนวิดีโอเก่าที่ถูกตั้งค่าให้เล่นซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเป็นลิปสติกสีแดงที่เธอชอบใช้ หรือสัมผัสจากจูบแรกใต้เงาดวงไฟ แม้ความสัมพันธ์จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านั้นยังคงแจ่มชัดอยู่ในใจ จนไม่อาจกดหยุดหรือหลีกหนีจากความรู้สึกนี้ได้ ลายมือการเขียนของ "เจษฎา หันช่อ" ยังคงโดดเด่นด้วยการถ่ายทอดอารมณ์อย่างซื่อตรง ละเมียดละไม และชวนให้ผู้ฟังค่อย ๆ ย้อนกลับไปเผชิญหน้ากับความทรงจำของตัวเอง โดยไม่ตัดสินว่าความรู้สึกนั้นถูกหรือผิด ขณะที่กรู๊ฟดนตรีค่อย ๆ ขับเคลื่อนอารมณ์ของเพลงอย่างละเมียดละไม เปิดพื้นที่ให้ทุกถ้อยคำและทุกอารมณ์ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ร่วมปล่อยใจให้ความคิดถึงทำงานแบบอัตโนมัติผ่านซิงเกิล แต่ยังรู้สึก (Autoplay) จาก The Butterfly ได้แล้ววันนี้ทางทุกแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิง พร้อมติดตามมิวสิกวิดีโอที่พาผู้ชมดำดิ่งสู่ม้วนวิดีโอแห่งความทรงจำได้ทาง YouTube ช่อง Move Records

Get Ready
ดู

Get Ready

จากเรื่องจริง! SUJJA ถ่ายทอดความเจ็บปวดและความหวังผ่าน “ร้องไปข้างหน้า” ย้ำว่าการร้องไห้ไม่เคยแปลว่าเราพ่ายแพ้
อ่าน

จากเรื่องจริง! SUJJA ถ่ายทอดความเจ็บปวดและความหวังผ่าน “ร้องไปข้างหน้า” ย้ำว่าการร้องไห้ไม่เคยแปลว่าเราพ่ายแพ้

จากเวที EDM ที่เคยทำให้ผู้คนนับร้อยกระโดดไปพร้อมกัน วันนี้ SUJJA (ศัจจา พันพุก) นักร้องนำวง Boom Boom Cash เลือกใช้เสียงเพลงเพื่อพาใครบางคนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ผ่านซิงเกิลใหม่ ร้องไปข้างหน้า พร้อมข้อความสำคัญว่า การร้องไห้ไม่เคยทำให้เราพ่ายแพ้ การหยุดเดินต่างหาก ที่ทำให้เราไม่ได้ไปต่อ ร้องไปข้างหน้า คือบทเพลงอิเล็กทรอนิกส์ร็อกที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงของผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเติบโตท่ามกลางความไม่สมบูรณ์ ผ่านทั้งการสูญเสีย การเสียสละ และการเริ่มต้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้พรากความฝันของเธอไป กลับหล่อหลอมให้กลายเป็นบทเพลงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความหวัง และพลังของการก้าวต่อไป เพลงนี้ไม่ได้บอกให้เราฝืนลืมความเจ็บปวด แต่ชวนให้ยอมรับว่ามันยังคงอยู่ อนุญาตให้ตัวเองร้องไห้ และค่อย ๆ เดินหน้าต่อไปด้วยหัวใจที่ยังไม่หมดหวัง เพราะชีวิตอาจไม่รอให้เราพร้อมหรือเข้มแข็งเสมอไป บางครั้งเราจึงต้องก้าวต่อ ทั้งที่หัวใจยังไม่หายดี เรื่องราวและทำนองเขียนโดย ทอมสัน ศรีสุระ โปรดิวซ์และเรียบเรียงโดย ดีมธรรมรัต อุยตระกูล มือกีตาร์ดีกรีแชมป์ Overdrive Guitar Contest พร้อมด้วย แขกชาชาลีคาน ซันคาน และ Sweet Tooth เพื่อนร่วมวง Boom Boom Cash ที่มาร่วมเติมเต็มผลงานนี้ให้สมบูรณ์ นอกเหนือจากบทบาทในฐานะศิลปิน SUJJA ยังรับหน้าที่ Executive Producer ของโปรเจกต์นี้ โดยเป็นผู้กำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางการสร้างสรรค์ทั้งหมด ตั้งแต่การวางแนวคิดของเพลง การพัฒนาคอนเซ็ปต์ การทำงานร่วมกับทีมสร้างสรรค์ และการดูแลคุณภาพของผลงานในทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน เธอยังรับหน้าที่ Producer ในส่วนของการผลิตมิวสิกวิดีโอ ควบคุมการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด การเล่าเรื่อง การออกแบบภาพลักษณ์ การกำกับทิศทางการทำงานของทีมโปรดักชัน ไปจนถึงรายละเอียดของการถ่ายทำ เพื่อให้ทุกเฟรมสามารถถ่ายทอดอารมณ์และสารของบทเพลงได้อย่างทรงพลัง" การกลับมาครั้งนี้ SUJJA ตั้งใจนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงมาส่งต่อเป็นกำลังใจให้กับผู้คนที่กำลังเผชิญบททดสอบของชีวิต เพราะเธอเชื่อว่า บทเพลงหนึ่งเพลง อาจเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้จริง รับฟังเพลง ร้องไปข้างหน้า ได้แล้วทาง YouTube: sujja_official และทุกช่องทางสตรีมมิ่ง

Zenless Zone Zero ปล่อย Remielle EP - "Two to Tango" ออกมาให้รับชมและรับฟังแล้ว!
อ่าน

Zenless Zone Zero ปล่อย Remielle EP - "Two to Tango" ออกมาให้รับชมและรับฟังแล้ว!

พรุ่งนี้แล้ว! ที่เราจะได้มาต้อนรับและกดหา "Remielle" Void Agent แรงก์ S สายธาตุผิดปกติ ธาตุลูมิฟลักซ์คนแรกในประวัติศาสตร์ของ Zenless Zone Zero และยังเป็นหนึ่งใน Void Hunter รุ่นแรกอีกด้วย หลังจากที่วันก่อน ๆ ได้มีการปล่อยทั้งตัวอย่าง และคลิปภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับเธอกันไป ล่าสุดนั้นทาง HoYoverse ก็ได้มีการปล่อยตัว Remielle EP - "Two to Tango" ออกมาให้ได้รับชมและรับฟังระหว่างที่รอคอยกัน! ว่าแล้วไปดูกัน!Remielle EP - "Two to Tango" | Zenless Zone Zeroรายชื่อทีมงานผู้รังสรรค์Producer: Yang WutaoVocals: E1andLyrics: Lei Shiyi/Jesscia NathaniaComposer: Yang WutaoArranged by: Yang WutaoBrass Arrangement: Yang Wutao / Wang MingjiSaxophone: Li ShihaiTrumpet: Hu DanfengTrombone: Cao KanRecording: Pan Junyu @ 52Hz StudioMixing & Mastering: Huang Wei @ 52Hz Studio

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์
ดู

รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์

"TONEYLIU" ถ่ายทอดเรื่องจริงสุดสะเทือนใจ ผ่านซิงเกิลใหม่ "วันที่ฝนพรำ"
อ่าน

"TONEYLIU" ถ่ายทอดเรื่องจริงสุดสะเทือนใจ ผ่านซิงเกิลใหม่ "วันที่ฝนพรำ"

"TONEYLIU (โทนี่ หลิว)" ศิลปิน และนักแต่งเพลงอิสระเชื้อสายไต้หวัน เจ้าของสไตล์ Mando-pop (แมนโดป๊อป) กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ "วันที่ฝนพรำ" หลังสร้างผลงานยอดนิยมระดับล้านวิวจากเพลง เก็บเศษหัวใจ, ไออุ่นต้องห้าม และ กระต่ายบนดวงจันทร์ ตอกย้ำความสามารถด้านการแต่งเพลงและการถ่ายทอดอารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ "วันที่ฝนพรำ" ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง เมื่อคุณพ่อของ "TONEYLIU" เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างกะทันหัน ระหว่างความกังวล รอฟังอาการ เสียงโทรศัพท์จากคุณพ่อดังขึ้น แต่แทนที่จะพูดถึงอาการป่วย กลับเอ่ยเพียงว่า "ฝนใกล้จะตกแล้วนะ อย่าลืมเก็บผ้าที่ตากไว้ที่บ้านด้วยล่ะ" ประโยคธรรมดาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทเพลงที่ถ่ายทอด "การจากลา" ผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน สะท้อนว่าความรักที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดที่ยิ่งใหญ่เสมอไป ด้วยบรรยากาศของสายฝนและเนื้อหาที่อบอุ่นแต่กินใจ "วันที่ฝนพรำ" จึงเป็นบทเพลงที่ส่งต่อกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับการสูญเสีย การเปลี่ยนแปลง หรือการต้องบอกลาคนสำคัญ "เพลงนี้จะไม่ใช่แค่เพลงที่ทำให้คุณร้องไห้ แต่จะเป็นเพลงที่โอบกอดคุณในวันที่ฝนตก" พร้อมรับฟังและรับชมมิวสิกวิดีโอพร้อมกัน ได้ที่นี่ ผ่านทุกแพลตฟอร์ม Music Streaming และ YouTube และติดตามผลงานได้ที่ YouTube : TONEYLIU, TikTok : @thisistoneyliu

Fight For Hope หมัดสั่งตายหัวใจสั่งสู้ EP.7 : "ไป่ ทาคน" ถูกตราหน้าล้มมวย บนสังเวียน ซ้ำหนักเจอศึกนอกเวทีจากศัตรู
อ่าน

Fight For Hope หมัดสั่งตายหัวใจสั่งสู้ EP.7 : "ไป่ ทาคน" ถูกตราหน้าล้มมวย บนสังเวียน ซ้ำหนักเจอศึกนอกเวทีจากศัตรู

Fight For Hope หมัดสั่งตายหัวใจสั่งสู้ EP.7 จากฮีโร่บนสังเวียน สู่คนที่ตกเป็นจำเลยของสังคมเพียงชั่วข้ามคืน! ความพ่ายแพ้ของ สีหะ (ไป่ ทาคน) จุดชนวนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรง จนถูกสื่อและแฟนคลับรุมโจมตีว่า ตั้งใจล้มมวย ชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังพังทลาย ขณะที่บาดแผลในใจกลับผลักให้เขาเดินออกจากครอบครัว และก้าวเข้าสู่เกมอันตรายที่มีคนรอซ้ำเติมอยู่ทุกฝีก้าว Fight For Hope หมัดสั่งตายหัวใจสั่งสู้ EP.7 ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 8 เมื่อศัตรูเลือกเล่นงานนอกสังเวียน แผนร้ายที่ซ่อนอยู่จึงค่อย ๆ เปิดฉากขึ้น สีหะต้องเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ ทั้งชื่อเสียง ครอบครัว และอนาคต กำลังถูกเดิมพันไว้กับความลับบางอย่างที่อาจเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาล ขณะที่คนใกล้ตัวต่างพยายามยื่นมือเข้าช่วย ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้บทพิสูจน์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ด้วยหมัด แต่คือการต่อสู้เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรี ความไว้วางใจ และโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ สีหะจะผ่านมรสุมครั้งใหญ่ได้หรือไม่ และใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเกมล้างแค้นครั้งนี้? ติดตามความเข้มข้นของซีรีส์ Fight For Hope หมัดสั่งตายหัวใจสั่งสู้ พร้อมระบบเสียง 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและภาษาเมียนมา อีพี 7 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 22.15 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27#ช่อง8 #FightForHope #หมัดสั่งตายหัวใจสั่งสู้

"Tahiti 80" เตรียมหวนคืนเมืองไทยกับคอนเสิร์ตครั้งใหม่ 29 พ.ย.นี้
อ่าน

"Tahiti 80" เตรียมหวนคืนเมืองไทยกับคอนเสิร์ตครั้งใหม่ 29 พ.ย.นี้

"Tahiti 80" วงอินดี้ป๊อประดับตำนานจากฝรั่งเศส เตรียมหวนคืนสู่กรุงเทพฯ อีกครั้ง กับคอนเสิร์ตครั้งใหม่ในทัวร์สนับสนุนสตูดิโออัลบั้มใหม่ชุดที่ 11 "Rejoice (An Inventory of Pop Maps)" ใน "VERY Live Presents : Tahiti 80 Live in Bangkok 2026" วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ณ Volume Livehouse ตลอดเวลากว่า 30 ปี "Tahiti 80" คือหนึ่งในวงที่นิยามเสียงอินดี้ป๊อปยุคใหม่ได้อย่างงดงาม ผ่านบทเพลงคลาสสิกอย่าง Heartbeat, 1000 Times, Big Day, Easy และอีกมากมาย ก่อนจะเดินหน้าสู่บทใหม่ด้วยอัลบั้ม "Rejoice (An Inventory of Pop Maps)" ผลงานที่สมาชิกวงนิยามว่าเป็น "แผนที่แห่งดนตรีป๊อป" ที่รวบรวมทุกอิทธิพลทางดนตรีที่หล่อหลอม "Tahiti 80" ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ตลอดค่ำคืนแฟนเพลงจะได้สัมผัสทั้งบทเพลงใหม่จากอัลบั้มล่าสุด และบทเพลงสุดคลาสสิกที่อยู่ในความทรงจำ กับการแสดงสดอันอบอุ่น เปี่ยมด้วยเสน่ห์เฉพาะตัวของ "Tahiti 80" ที่ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในวงอินดี้ป๊อปที่ได้รับความรักจากผู้ฟังทั่วโลก รวมถึงแฟนเพลงชาวไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับคอนเสิร์ต "VERY Live Presents : Tahiti 80 Live in Bangkok 2026" วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ณ Volume Livehouse เปิดขายบัตร Early Bird : 1,600 บาท (จำนวนจำกัด), บัตร GA : 1,900 บาท ซื้อบัตร : www.ticketmelon.com/very/tahiti80 เปิดจำหน่าย: 28 กรกฎาคม นี้ เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

NAMP ปล่อยซิงเกิล "ไม่มีสิ่งไหน" เวอร์ชันใหม่ ชวนหวนคิดถึงเพลงรักสุดฮิตในยุค 2000
อ่าน

NAMP ปล่อยซิงเกิล "ไม่มีสิ่งไหน" เวอร์ชันใหม่ ชวนหวนคิดถึงเพลงรักสุดฮิตในยุค 2000

NAMP (แนมพ์) เกิร์ลกรุ๊ปสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง มาพร้อมกับคาแรกเตอร์ Girl Crush สุดมั่นใจ ศิลปินจากค่าย XOXO Enterrtainment ประกอบไปด้วย NITA ณิตา-ประณิตา อุทัยเฉลิม, AZARRA อซาร์ร่า-สสิธณ ทเวทส์, MILES มายล์-ณัฐมน อบบุญ และ PAMMIE แพมมี่-พิมพ์พิชชา เจริญศักดิ์ ปล่อยซิงเกิลใหม่ล่าสุด ไม่มีสิ่งไหน Original by ZTUDIOTOMO เป็นซิงเกิลที่ 5 จากโปรเจกต์ THE TEST OF TIME 2000 เพลงรักสุดฮิตจากยุค 2000 ที่นำกลับมารีเมกใหม่โดยค่าย XOXO Entertainment ในปี 2026 นี้ NAMP ได้นำเพลง ไม่มีสิ่งไหน Original by ZTUDIOTOMO มาเรียบเรียงและตีความใหม่ โดยได้โปรดิวเซอร์มากฝีมืออย่าง แต๊บธนพล มหธร (TABEAZY) มาร่วมโปรดิวเซอร์ให้กับซิงเกิลนี้อีกด้วย และแน่นอนว่าสำหรับซิงเกิลนี้ แต๊บ ยังคงใส่เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ NAMP ผ่านเสียงร้องที่แตกต่างกันได้อย่างกลมกลืน เพลงนี้ได้ถ่ายทอดทั้งความอ่อนโยน ความหวั่นไหว และความรู้สึกของการเปิดใจอีกครั้งและอีกหนึ่งไฮไลต์ของเวอร์ชันนี้คือ มีท่าเต้น ที่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่องของเพลง ตั้งแต่จังหวะการเคลื่อนไหว ที่ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป ด้วย Movement ที่คม มีจังหวะที่สามารถจำง่าย ช่วยส่งให้เวอร์ชันใหม่นี้มีความน่าสนใจมากขึ้น ไม่มีสิ่งไหน ในเวอร์ชัน 2026 นี้ ทุกคนจะได้เห็นศักยภาพของ NAMP ในมุมใหม่ๆ มากยิ่งขึ้น จากเพลงเร็วและเต้นเดือด สู่เพลงรักที่อ่อนไหว กับท่าเต้นและจังหวะของเพลงที่ช้าลง แน่นอนว่าใครที่ได้ฟัง ไม่มีสิ่งไหน ในเวอร์ชันของ NAMP แล้ว จะได้สัมผัสกลิ่นอายความคุ้นเคยของเพลงต้นฉบับ ผสานกับสีสันใหม่ของทำนองที่มีความป๊อปและทันสมัยมากขึ้น สามารถติดตามฟังเพลงและรับชมมิวสิกวิดีโอเพลง ไม่มีสิ่งไหน ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube: XOXO Entertainmentและ Music Streaming ทุกแพลตฟอร์ม

"COSMOS" เขย่าไทเป เสิร์ฟโชว์สะกดอินเตอร์แฟนใน "COSMOS 1st Music Concert in Taipei"
อ่าน

"COSMOS" เขย่าไทเป เสิร์ฟโชว์สะกดอินเตอร์แฟนใน "COSMOS 1st Music Concert in Taipei"

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผลักดัน T-POP ไทย สู่เวทีระดับนานาชาติ เมื่อเกิร์ลกรุ๊ป "COSMOS" จาก STAR HUNTER ENTERTAINMENT นำทีม 11 เมมเบอร์ "ปิ่น ดนิตา โชคธาดาภรณ์, อันดา อนันตา เตียวิรัตน์, ลูกแก้ว กมลลักษณ์ แสงทรัพย์สิน, นุ่น ธัญญพัทธ์ อินยาวิเลิศ, แพรวา พุทธิชา บุญมาศ, ซีนโฮ ดั่งตะวัน โฮ, อะตอม อภิชญา กำเนิดศิริกุล, เดวี่ เทวิยาภา อุทธจันทร์, เจนนี่ ภัทรวดี ฐิติวุฒิกุล, แพม พริมา เปี่ยมการุญรัตน์, ส้ม สุภัสสรณ์ สุริยกุล" จัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในไต้หวัน กับ "COSMOS 1st Music Concert in Taipei" โดยมีแฟนคลับ Unimy ทั้งไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไทย และอีกหลายประเทศ เดินทางมาร่วมส่งกำลังใจ พร้อมร่วมสร้างค่ำคืนแห่งความทรงจำตลอดโชว์กว่า 2 ชั่วโมง ที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ รอยยิ้ม และน้ำตาแห่งความสุขในโอกาสฉลองครบรอบ 3 ปีของวง COSMOS ณ WESTAR, Taipei ที่ผ่านมา ทันทีที่แสงไฟบนเวทีสว่างขึ้น พร้อมอินโทรสุดอลังการ จักรวาลของ "COSMOS" ก็เปิดฉากขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางโปรดักชัน แสง สี เสียง และวิชวลที่สะกดทุกสายตา ก่อนที่ทั้ง 11 สาว "COSMOS" จะทยอยปรากฏตัวด้วยความมั่นใจและพลังที่เปล่งประกาย เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นทั่วทั้งฮอลล์ตั้งแต่วินาทีแรก พร้อมพาแฟน ๆ ดื่มด่ำไปกับโชว์ที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ทั้งการร้อง การเต้น และการแสดงที่ถ่ายทอดเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละเมมเบอร์ได้อย่างลงตัวบรรยากาศยิ่งทวีความคึกคัก เมื่อทั้ง 11 สาวชวนแฟน ๆ ร่วมร้องและเต้นไปกับเพลงฮิตของวงอย่าง "Youre My Universe" และ "ชอบใช่มะ! (YOU GET LUCKY)" ก่อนส่งต่อความสนุกกับการแสดงของยูนิต "COSMOS CYGNUS" นำโดย ซีนโฮ, อะตอม, เดวี่, เจนนี่, แพม และ ส้ม ที่ขนเพลง เฉี่ยว (Alone), แอบเผลอ (Untitled) และ Touch Too มาระเบิดความมันส์แบบไม่มีพักจากนั้นถึงคิวของยูนิต "COSMOS SUN" นำโดย ปิ่น, อันดา, ลูกแก้ว, นุ่น และ แพรวา ที่โชว์พลังการแสดงอย่างเต็มที่ ผ่านเพลง BABY RUN, ไม่เคยฝันดี (never) และ คิด(KISS)ถึง ถ่ายทอดทั้งความสดใส ความแข็งแรง และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ จนแฟน ๆ ส่งเสียงเชียร์ตลอดทั้งคอนเสิร์ต บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และโมเมนต์สุดอบอุ่น เมื่อเหล่าสมาชิกผลัดกันพูดคุย สื่อสาร และแบ่งปันเรื่องราวกับแฟน ๆ อย่างเป็นกันเอง สะท้อนให้เห็นถึงสายใยความผูกพันระหว่าง "COSMOS" และเหล่า Unimy ที่เติบโตเคียงข้างกันมาตลอด 3 ปี จากนั้นทั้ง 11 สาว "COSMOS" กลับมารวมตัวบนเวทีอีกครั้ง พร้อมถ่ายทอดซิงเกิลล่าสุด "ขออนุญาตชอบนะ (Excuse me)" อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของค่ำคืน คือเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่ "COSMOS" ตั้งใจเตรียมไว้เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 3 ปีของวง ด้วยการแปลงโฉมห่มสไบ โชว์ร้องและเต้นเพลง "Bangkok City" ของศิลปิน "KT Kratae" เรียกเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือดังทั่วทั้งฮอลล์ ก่อนเข้าสู่ช่วงท้ายของคอนเสิร์ตที่ "ทั้ง 11 เมมเบอร์ พร้อมใจกันกล่าว ขอบคุณเหล่า Unimy แฟนด้อมของ COSMOS ที่คอยสนับสนุนและเติบโตไปด้วยกันตลอด 3 ปี" จนหลายคนในฮอลล์กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรัก ความผูกพัน และความซาบซึ้ง ทิ้งไว้ซึ่งรอยยิ้มและความทรงจำอันแสนพิเศษให้กับแฟน ๆ ตลอดค่ำคืน ความสำเร็จของ "COSMOS 1st Music Concert in Taipei" ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ "COSMOS" บนเส้นทางศิลปิน และสะท้อนศักยภาพ T-POP ของศิลปินไทยที่สามารถก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติได้อย่างสง่างาม พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ STAR HUNTER ENTERTAINMENT ภายใต้การบริหารของ "โอ๋ ยชญ กรณ์หิรัญ" ประธานกรรมการ และ "เฟิร์ส ชนันตร์ ลาภอนันต์รุ่ง" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่มุ่งผลักดันศิลปินไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายฐานแฟนคลับในระดับเอเชียให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ค่ำคืนที่ไทเปจึงไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของ "COSMOS" เท่านั้น แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงศักยภาพของศิลปิน T-POP ไทย ที่พร้อมก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ "COSMOS" บนเส้นทางสู่การเติบโตในระดับเอเชีย ติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินนักแสดงจากออฟฟิเชียล STAR HUNTER ENTERTAINMENT ได้ทาง :Website | Facebook Fanpage | YouTube | Instagram | Twitter (X) | TikTok

ปิดจบ EP แรกในชีวิต! BONDLOON ขอเป็น “หัวจ่ายเพลงรัก” ให้คนฟัง ขอบคุณ “เธอ” ผู้ฟื้นพลังใจให้ชีวิตสวยงาม
อ่าน

ปิดจบ EP แรกในชีวิต! BONDLOON ขอเป็น “หัวจ่ายเพลงรัก” ให้คนฟัง ขอบคุณ “เธอ” ผู้ฟื้นพลังใจให้ชีวิตสวยงาม

ปิดจบ Chapter สำคัญอย่างสวยงาม สำหรับ BONDLOON ศิลปินไทย Global Pop ที่นอกจากจะสำเร็จการศึกษาคณะ Birmingham City University ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 2 จาก คณะ Sound Engineering and Production ในฐานะวิศวกรตัวจริง และ เป็นบัณฑิตสัญชาติเอเชียหนึ่งเดียวในรุ่น และนอกจากการเรียนจบแล้ว เขาก็ได้สร้างสรรค์ผลงานเพลง ฉันจะเป็นของเธอเสมอ ให้กับซีรีส์ชวนฟิน Your Dear Daddy เรียกแด๊ดสิธาร แถมปิดจบ EP อัลบั้มแรก ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเพลง หัวจ่ายเพลงรัก ที่เป็นเหมือนบทสรุปมุมมองของคนที่รับความรักอย่างเต็มเปี่ยม จนอยากที่จะเป็น ผู้ให้ กลับคืน "หัวจ่ายเพลงรัก" ถูกเขียนขึ้นเพื่อสะท้อนตัวตนและจุดยืนของ BONDLOON ในฐานะศิลปินที่ต้องการเป็น "หัวจ่ายเพลงรัก" ให้กับผู้ฟังทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสุข ความคิดถึง หรือความผิดหวังในความรัก เขาหวังว่าบทเพลงของเขาจะเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่คอยเติมพลังบวก ความอบอุ่น และรอยยิ้มให้กับผู้คนเสมอในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเพลงเศร้าที่บอกเล่าความผิดหวัง เหตุผลที่ BONDLOON ยืนหยัดจะเป็นผู้ส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ผ่านเสียงดนตรี เพราะเขาเชื่อว่าบทเพลงหนึ่งเพลงสามารถเป็นทั้งเพื่อน กำลังใจ และความทรงจำที่อยู่เคียงข้างใครสักคนได้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต ไม่ว่าผู้ฟังจะกำลังตกหลุมรัก กำลังคิดถึงใครบางคน หรือกำลังมองหาความหวังในวันที่เหนื่อยล้า BONDLOON ก็อยากให้เพลงของเขาเป็นเหมือน "หัวจ่ายเพลงรัก" ที่คอยเติมเต็มหัวใจและส่งต่อความสุขให้กับทุกคนอย่างน้อย 3-4 นาทีก็ยังดี โดยนอกจากตัวเพลงที่ฟีลกู้ดแล้ว งานเอ็มวีเพลงนี้ก็จะทำให้หลายคนอมยิ้มไปกับความน่ารักของ BONDLOON ในฐานะหัวจ่ายความสุขอีกด้วย สัมผัสความรักจาก หัวจ่ายเพลงรัก อย่างเต็มหัวใจได้แล้ววันนี้ทาง YouTube BONDLOON และทุกช่องทางสตรีมมิ่ง รวมถึงติดตามทุกมุมมองความรักแบบฉบับ BONDLOON และคอนเทนต์สุดฮีลใจจากเขาได้แล้วทุกช่องทางSocial Media ของ BONDLOON

เปิดกล้องพร้อมเชิด! เอส คมกฤษ นำทีมบวงสรวงเปิดกล้อง “Lion Heart” ถ่ายทอดจิตวิญญาณนักเชิดสิงโต
อ่าน

เปิดกล้องพร้อมเชิด! เอส คมกฤษ นำทีมบวงสรวงเปิดกล้อง “Lion Heart” ถ่ายทอดจิตวิญญาณนักเชิดสิงโต

เสียงกลองดังกึกก้องขึ้นในพิธีเปิดตาสิงโต ก่อนที่อาจารย์ผู้ประกอบพิธีจะจรดปลายพู่กันแต้มสีแดงสดลงบนดวงตาสิงโต เพื่อปลุกให้มีชีวิต เคลื่อนไหวอย่างแข็งแกร่ง มั่นคง และสง่างาม ณ มูลนิธิโพธิภาวนาสงเคราะห์ (จิบเสียงเซี่ยงตึ๊ง) เอส คมกฤษ ตรีวิมลผู้กำกับภาพยนตร์ พร้อมทีมผู้บริหาร ได้แก่ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร,นลินา ชยสมบัติ โปรดิวเซอร์และภาณุ อารี ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่ายภาพยนตร์M STUDIOร่วมด้วยทีมนักแสดงที่มาร่วมงาน ได้แก่ทิพานัน นิลสยาม (พั้นช์4EVE),เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ,หยวน กวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร,ลูลู่ ดวงฤดี บุญบำรุง (ลูลู่ โปงลางสะออน)และเอิร์ธ ณัฐนันท์ ศดิศสิทธินนท์ได้ร่วมกันจัดพิธีบวงสรวงและพิธีเบิกเนตรสิงโตอย่างเป็นทางการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มต้นการถ่ายทำภาพยนตร์ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความตั้งใจของทีมงานและนักแสดงทุกคน โปรเจกต์LION HEART (Working Title)ภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่คาร์แมนไลน์และM STUDIOร่วมสร้าง โดยมีJungKa Studioรับหน้าที่ผลิต นับเป็นการเล่าเรื่องราวที่แตกต่างจากผลงานชิ้นก่อนของเอส คมกฤษ ตรีวิมลผู้กำกับที่เคยฝากผลงานประทับใจผู้ชมมาแล้วจาก เพื่อนสนิท,หนูหิ่น เดอะมูฟวี่,สายลับจับบ้านเล็ก และ อนงค์ โดยครั้งนี้เขาพร้อมนำเสนออีกแง่มุมของชีวิตที่เต็มไปด้วยความผูกพัน ความฝัน และพลังแห่งแรงบันดาลใจ ผ่านโลกของ การเชิดสิงโต ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย ทิพานัน นิลสยาม (พั้นช์4EVE),เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ,หยวน กวินรัฏฐ์ ยศอมรสุนทร,เจ็ท ภัทร์ไพบูลย์ โอภาสสุวรรณ (เจ็ทATLAS),นีน นีนนารา บุญนิธิไพสิฐ (นีนILY),ลูลู่ ดวงฤดี บุญบำรุง (ลูลู่ โปงลางสะออน) และ เอิร์ธ ณัฐนันท์ ศดิศสิทธินนท์ เพื่อถ่ายทอดความสมจริงในการเชิดสิงโต นักแสดงทุกคนต้องเข้ารับการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ทั้งการเรียนรู้กลไกการเชิดสิงโต จดจำลีลาท่าทาง การเคลื่อนไหวของร่างกาย ตลอดจนเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ก่อนส่งต่อเรื่องราวที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจสู่สายตาผู้ชมในปี2027 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

BanG Dream! Our Notes เกมมือถือแนว Rhythm จาก BanG Dream! Project เปิดให้ลงทะเบียนเตรียมลุ้นสิทธิ์เข้าทดสอบ CBT แล้ว!
อ่าน

BanG Dream! Our Notes เกมมือถือแนว Rhythm จาก BanG Dream! Project เปิดให้ลงทะเบียนเตรียมลุ้นสิทธิ์เข้าทดสอบ CBT แล้ว!

หลังจากที่ได้มีการประกาศเปิดตัวเกมกันไปในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนนี้ก็มีข่าวคราวมาอัปเดตให้เหล่าแฟน ๆ ผู้รอคอยได้ตื่นเต้นเตรียมตัวกันแล้ว! เมื่อล่าสุดนั้นทาง BILIBILI ก็ได้ประกาศเปิดให้ลงทะเบียนเพื่อลุ้นรับสิทธิ์เข้าทดสอบรอบ Closed Beta Test สำหรับตัวเกม BanG Dream! Our Notes แล้วอย่างเป็นทางการ! โดยการทดสอบนั้นจะเริ่มขึ้นในวันที่ 6 สิงหาคม 2026 ที่จะถึงนี้!📢 BanG Dream! Our Notes Global CBT Recruitment Is Now Open!Recruitment for the BanG Dream! Our Notes Closed Beta Test is now open!The Closed Beta Test will begin on August 6.Complete the Global CBT application survey for a chance to participate in the test! ✨▼ Apply… pic.twitter.com/AFHIu8MP3S— BanG Dream! Our Notes (@bangdreamon_EN) June 28, 2026 ซึ่งอ้างอิงจากแบบสอบถามที่ทางทีมงานให้กรอกนั้น การทดสอบ Closed Beta Test นี้จะเป็นการทดสอบแบบจำกัดจำวนผู้เข้าทดสอบ และจะเปิดให้ทดสอบบน Android และ iOS ด้วยกันใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปกรอกแบบสอบถามได้ที่ด้านล่างhttps://usersurvey.biligame.com/vm/PDAfEY4.aspxBanG Dream! Our NotesBanG Dream! Our Notes เกมแนว rhythm adventure ตัวใหม่ล่าสุดจาก BanG Dream! Project!เพลิดเพลินไปกับบทเพลงหลากหลายจากแบนด์ทั้ง 5 มาพร้อมด้วยเรื่องราวครั้งใหม่สุดเข้มข้นที่รอให้คุณไปค้นพบระบบเกม Rhythm ใหม่ : “GEKISO LIVE”เซคชั่นพิเศษอย่าง GEKISO LIVE จะปรากฎขึ้นในระหว่างเกมเพลย์ Rhythm !คอมโบ ความแม่นยำของการจับจังหวะ และแม้กระทั่งดวง วัดคมสกิลเกม Rhythm ของคุณไปในสุดยอดประสบการณ์เกมเพลย์แบบใหม่สุดน่าตื่นเต้นนี้สัมผัสความตื่นเต้นและความสมจริงที่ดื่มด่ำราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในการแสดง Live พร้อมเพลิดเพลินไปกับเกมเพลย์ Rhythm สไตล์ Party ที่เล่นพร้อมกันได้สูงสุดถึง 5 คนนอกจากนั้นเกม Our Notes ของเราก็ยังมีระบบเอ็กคลูซีฟส์ใหม่อย่าง Assist Mode ด้วยไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในเกมแนว Rhythm หรือกำลังมองหาประสบการณ์ที่ผ่อนคลายชิล โหมด Assist ก็จะเป็นตัวช่วยให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงและพัฒนาฝีมือได้ตามจังหวะของคุณพบกับเพลงออริจินอลไปจนถึงเพลง Cover ฮิตล่าสุดตั้งแต่เพลงต้นฉบับสุดไอคอนิกจากในอนิเมะ BanG Dream! เพลงจาก MyGO!!!!! และ Ave Mujica ไปจนถึงเพลง Cover ยอดนิยมอีกมากมาย ไลน์อัพนั้นจะเต็มไปด้วยเพลงมากมายให้ได้เพลิดเพลินกันเลือกเล่นเพลงโปรด ตั้งแต่เพลงยอดนิยมล่าสุดไปจนถึงเพลงคลาสสิกที่ทุกคนหลงรักนอกจากนี้คุณยังสามารถรับชมฉากการแสดงและมิวสิกวิดีโอจากซีรีส์อนิเมะ BanG Dream ได้อีกด้วย! ไม่เพียงเท่านั้นเพลงใหม่ล่าสุดจากวงขวัญใจแฟน ๆ อย่าง MyGO!!!!! และ Ave Mujica เองก็จะมาเปิดตัวใน Our Notes! เป็นที่แรกด้วยรายชื่อเพลง BanG Dream!Mayoiuta / MyGO!!!!!KiLLKiSS / Ave MujicaHaruhikage (MyGO!!!!! ver.) / MyGO!!!!!MUGEN MY WORLD / Mugendai MewTypeKishi Kaisen / millsageHomie’s Tie!! / Ikka Dumb Rock!และอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นก็ยังมีเพลง Covers อื่น ๆ ที่จะตามมาเร็ว ๆ นี้ด้วยเรื่องราวบทใหม่ที่ถักทอขึ้นโดยวงทั้ง 5นอกจาก MyGO!!!!!, Ave Mujica, และMugendai MewType แล้ว millsage และ Ikka Dumb Rock! ก็จะมาก้าวสู่เวทีด้วยเช่นกันด้วยระบบ Cinematic Story ตัวละครภายในเกมนั้นจะมีการเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวา และสีหน้าท่าทางที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่หลากหลาย เหมือนกับในอนิเมะหรือมูฟวี่ฉากพิเศษต่าง ๆ เองก็จะมีฉากแอนิเมชันอยู่ด้วย ซึ่งก็รวมไปถึงฉากใหม่เอี่ยมต่าง ๆ ตัวเกมนั้นได้ทำการรวบรวมเอฟเฟกต์ภาพและภาพประกอบที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกันเพื่อที่จะส่งมอบประสบการณ์เนื้อเรื่องที่ได้รับการปรับโฉมอย่างตระการตามาร่วมหวนคืนสู่เรื่องราวอนิเมะที่คุ้นเคยของ MyGO!!!!!, Ave Mujica, และ Mugendai MewType จากมุมมองพิเศษเฉพาะในเกม และคุณเองก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับตอนพิเศษที่จะมาสานต่อเรื่องราวของอนิเมะเอ็กคลูซีฟส์เฉพาะในเกม Our Notes นี้ ในขณะเดียวกันนั้น millsage และ Ikka Dumb Rock! ก็จะมาพร้อมด้วยเรื่องราวใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นร่วมสัมผัสเรื่องราวอันเต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ถูกถักทอขึ้นโดยวงทั้ง 5 และสมาชิกทั้ง 25 คนสำหรับใครที่สนใจนั้นก็สามารถเข้าไปลงทะเบียนตัวเกมล่วงหน้ากันได้ที่ลิงก์สโตร์ไทยด้านล่างเลย!

"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!
อ่าน

"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!

Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกที่ต่างบอกว่าครบรส ทั้งซาบซึ้ง สนุก อบอุ่นหัวใจ และสมบูรณ์แบบในทุกมิติ จนหลายคนยกให้เป็นที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี ที่ยังคงสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความประทับใจได้ไม่ต่างจากวันแรกที่ทุกคนได้รู้จักWoodyและBuzz Lightyearซึ่งนอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ทั้งหัวเราะและน้ำตาซึมแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้แฟน ๆ ต้องตีตั๋วกลับเข้าโรงภาพยนตร์ไปดูแบบซ้ำ ๆ คือการซ่อนรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ ไว้แทบทุกเฟรมทั้งFun FactsและEaster Eggsไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ การคารวะทีมงานผู้สร้าง ไปจนถึงการแอบใบ้ผลงานเรื่องใหม่ของสตูดิโอ ชนิดที่ยิ่งดูซ้ำก็ยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยสำหรับFun FactsในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีหลายจุด หลายฉาก ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่รายละเอียดซึ่งแฝงความหมาย รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานที่ประทับใจทีมงานจนอยากบอกต่อ เช่น เสื้อคลุมปอนโชของWoodyเป็นการคารวะ (Homage)ต่อเครื่องแต่งกายของClint Eastwoodในภาพยนตร์คาวบอยเรื่องThe Good, the Bad and the Ugly หลังจากที่Conan O'Brienเสร็จสิ้นการบันทึกเสียงที่Pixarให้กับตัวละครSmarty Pantsของเล่นเทคโนโลยีฝึกการใช้ห้องน้ำในภาพยนตร์ เขาได้เซ็นลายเซ็นไว้บนผนังห้องน้ำแห่งหนึ่งในอาคารSteve Jobsภายในสตูดิโอ กล่องบรรจุของBuzz Lightyearยังคงใช้ดีไซน์เดียวกับที่ปรากฏครั้งแรกบนเตียงของAndyในภาพยนตร์Toy Story หมูเลี้ยงของBlazeเป็นหมูพันธุ์Berkshireซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากสหราชอาณาจักร ชื่อตัวละครJimmy Deanได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมูของพี่ชายBob Pauleyโปรดักชันดีไซเนอร์ของภาพยนตร์ ซึ่งมีชื่อเดียวกัน เสื้อผ้าของBonnieเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของเธอ โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยชุดหลายชั้นที่มีระบาย ก่อนจะค่อย ๆ เรียบง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสื้อสเวตเชิ้ต ซึ่งเปรียบเสมือนผ้าห่มที่มอบความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับเธอ และเมื่อเรื่องราวจบลง เธอกลับมาสวมชุดหลายชั้นที่มีระบายอีกครั้งในเวอร์ชันที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เพื่อสื่อว่าเธอได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกครั้ง สไตล์การเล่นของBonnieและBlazeได้รับแรงบันดาลใจจากโทนสีพาสเทลดั้งเดิมที่สร้างขึ้นสำหรับToy Storyภาคแรก (ออกแบบโดยRalph Egglestonอาร์ตไดเรกเตอร์ผู้ล่วงลับของภาพยนตร์) ระหว่างการออกแบบเตียงของBonnieและBlazeทีมงานได้สร้างรูปแบบการวางและการจับจีบของผ้าห่มขึ้นมาประมาณ35แบบเพื่อรองรับฉากการใช้งานเตียงที่หลากหลาย ซึ่งเต็มไปด้วยความนุ่มฟูและอบอุ่นตลอดทั้งเรื่อง ภายในโรงนา (Barn)ของBlazeมีฟ่อนหญ้าจำนวนทั้งสิ้น25,304,146ชิ้น ม้าเพกาซัสของเล่นที่Buzzขี่ มีชื่อว่าBenito Blanco ผู้รับผิดชอบการออกแบบเส้นขนของม้าเพกาซัสของBuzzไว้ผมยาวสีชมพูในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังสร้างทรงผมสีชมพูแบบเดียวกันให้กับตัวละครม้าตัวนี้ ในฉากที่WoodyและBuzzทะยานขึ้นบินเพื่อหนีจากรถบรรทุกรับบริจาคของเล่น ดนตรีประกอบจะนำทำนองจากช่วงเวลาที่ทั้งคู่บินในToy Storyภาคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ทีมแอนิเมชันยังออกแบบการเคลื่อนไหวของตัวละครให้เหมือนกับฉากต้นฉบับ เพื่อให้เป็นการจำลองฉากจากภาพยนตร์เรื่องแรก นอกจากนี้ในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5ยังซ่อนEaster Eggsเอาไว้อีกมากมาย อาทิ ในช่วงต้นของฉากHighway Robberyเมื่อของเล่นทั้งหมดหยุดนิ่งอยู่ริมถนน จะสามารถเห็นรถPizza Planetขับผ่านไปด้านหลัง ขณะที่รถบรรทุกรับบริจาคของเล่นกำลังวิ่งขึ้นทางด่วน ผู้ชมจะมองเห็นร้านPizza Planetอยู่ด้านหลังของฉาก นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตเห็นสถานที่จากภาพยนตร์Toy Storyภาคก่อน ๆ ได้อีก ได้แก่Poultry Palace,Sleepwell Motelและปั๊มน้ำมันDinocoที่มีรถPizza Planetกำลังเติมน้ำมันอยู่ (หากสังเกตให้ดี อาจเห็นของเล่นบางตัวกำลังเถียงกันอยู่ใต้รถด้วย) อพาร์ตเมนต์ของAlจากToy Story 2ปรากฏอยู่บนเส้นขอบฟ้าของเมือง ในฉากที่Jessieพยายามกลับไปยังบ้านของBonnieหลังจากเดินทางมาถึงฟาร์มของBlazeเป็นครั้งแรก รองเท้าบู๊ตของBlazeปักลายดอกแดฟโฟดิล เพื่อเป็นเกียรติให้กับม้าของเธอที่ชื่อDaffodil ชื่อBlazeเป็นการอ้างอิงถึงคำว่าblazesซึ่งหมายถึงลวดลายหรือบริเวณสีขาวบนใบหน้าของม้าบางตัว Eggmanคือชื่อแบรนด์ของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่LilypadและSmarty Pantsใช้งาน โดยตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงRalph Egglestonโปรดักชันดีไซเนอร์ดั้งเดิมของToy Storyผู้ล่วงลับ ตัวละครKaraและChelseaซึ่งเป็นเพื่อนของBonnieได้รับการตั้งชื่อตามทีมงานCara BrodyและChelsea Waltonอย่างไรก็ตาม ชื่อCaraถูกเปลี่ยนการสะกดเป็นKaraเพื่อให้ในห้องแชตของBonnieมีตัวอักษรCและKแยกจากกัน แทนที่จะเป็นตัวCสองตัว ลูกชายBenและลูกสาวAudreyของAndrew Stantonเคยได้รับการระบุชื่อในเครดิตท้ายเรื่องToy Storyภาคแรก ภายใต้หัวข้อProduction Babies แอปโน้ตเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอของLilypadแสดงโน้ตดนตรีที่ตรงกับทำนองของเพลงYou've Got a Friend in Me บนหน้าจอของLilypadมีเกมชื่อChicken Farmerซึ่งมีAl's Toy Barnและมาสคอตรูปไก่จากToy Story 2ปรากฏอยู่ นอกจากนี้ยังมีเกมชื่อPrance Prance Revolutionซึ่งเคยเป็นเกมอาร์เคดที่ปรากฏในภาพยนตร์Onward มีป้ายชื่อถนนKennas Wayซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับKenna Harrisผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ ส่วนถนนMartin Aveได้รับการตั้งชื่อตามหลานชายของผู้กำกับAndrew Stanton ในภาพยนตร์ทุกเวอร์ชันทั่วโลก แทนที่QR CodeของHi-Tech Edition Buzz Lightyearจะแสดงข้อความว่าStar Command Updateจะเปลี่ยนเป็นUPDT_1195-2INFTY_PLSโดยเลข1195หมายถึงเดือนพฤศจิกายน ปี1995ซึ่งเป็นช่วงที่Toy Storyภาคแรกเข้าฉาย ส่วนINFTYเป็นการอ้างอิงถึงวลีประจำตัวของBuzz Lightyearคือ"To infinity and beyond!" หนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านให้ลูก ๆ ฟังภายในเต็นท์ ระหว่างฉากOperation Jessieคือเรื่องThe Velveteen RabbitผลงานของMargery Williamsซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกระต่ายของเล่นที่ได้รับความรักจากเด็กคนหนึ่งมากเสียจนกลายเป็นของจริง ชื่อร้านไอศกรีมที่Bonnieและคุณแม่ไปนั้น มีที่มาจากToy Storyภาคแรก โดยชื่อนี้เคยปรากฏอยู่บนลังไม้สีน้ำเงินภายในห้องของSidและรสชาติไอศกรีมทั้งหมดที่มีจำหน่ายในร้าน ยังเป็นรสโปรดของทีมงานฝ่ายศิลป์ของToy Story 5อีกด้วย เสื้อของคุณพ่อBonnieตัวหนึ่งมีการอ้างอิงถึงวงดนตรีสัญชาติแคนาดาRushซึ่งเป็นวงโปรดของผู้กำกับAndrew StantonและLaura Meyerกราฟิกอาร์ตไดเรกเตอร์ของภาพยนตร์ โลโก้บนไม้เทนนิสที่ปรากฏในช่วงPrologueใช้ดีไซน์เดียวกับโลโก้ของPixar RenderMan ภายในห้องทำงานของคุณพ่อBlazeมีการซ่อนกาน้ำชาMrs. Nesbitt RenderManซึ่งเป็นของที่ระลึกจากงานSIGGRAPH 2019ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าฉายของToy Story 4 หมายเลขA113อ้างอิงถึงห้องเรียนแห่งหนึ่งของCalArtsที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของPixarหลายคนเคยศึกษาอยู่ รวมถึงPete DocterและAndrew StantonโดยหมายเลขA113จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์Pixarทุกเรื่อง สำหรับToy Story 5หมายเลขนี้ปรากฏในฐานะแบรนด์ของกระดาษภาพถ่าย ซึ่งสามารถเห็นได้ที่ด้านหลังของรูปถ่ายEmilyที่โตเป็นผู้ใหญ่พร้อมลูกสาวของเธอ ในฉากBuried Treasure โค้ดที่ปรากฏบนหน้าจอขณะHi-Tech Edition Buzz LightyearกำลังติดตามภาพของJessieจะลงท้ายด้วยหมายเลขIP139.104.180.97ซึ่งเชื่อมโยงไปยังforthebirds.pixar.comเพื่อเป็นการรำลึกถึงRalph Egglestonนอกจากนี้ เลข97ยังเป็นปีที่Ralphเริ่มทำงานกับPixarอีกด้วย มีEaster Eggจากภาพยนตร์เรื่องGattoซึ่งเป็นผลงานเรื่องต่อไปของPixarที่มีกำหนดเข้าฉายวันที่5มีนาคม2027จำนวน2จุด ได้แก่ มีเกมชื่อPigeon Piazzaปรากฏอยู่บนหน้าจอของLilypadระหว่างที่เธอกำลังเลื่อนดูแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีกระป๋องลูกอมยี่ห้อSaverioวางอยู่บนโต๊ะของBlazeในช่วงท้ายของภาพยนตร์ ขณะที่Tech Trioกำลังดูภาพถ่ายงานแต่งงานบนแล็ปท็อป เรียกว่าทุกฉากถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ แฝงไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราวพิเศษซึ่งรอให้ผู้ชมค้นพบด้วยตัวเองบนจอภาพยนตร์ ใครยังไม่ได้ดูเตรียมเช็กลิสต์ไปเก็บรายละเอียดกันได้เลย ส่วนใครดูแล้วพลาดฉากไหนไปโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้ตีตั๋วไปดูซ้ำ เพราะยิ่งดูซ้ำจะยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อย่าพลาด ไปร่วมตามหาFun FactsและEaster Eggsเหล่านี้ด้วยกันในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"RIIZE" คัมแบ็กสุดปัง! ปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 2 'II' ส่งเพลง 'Do your dance' ปลุกความมั่นใจ
อ่าน

"RIIZE" คัมแบ็กสุดปัง! ปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 2 'II' ส่งเพลง 'Do your dance' ปลุกความมั่นใจ

RIIZE (ไรซ์) กลับมาในรอบ 7 เดือนด้วยมินิอัลบั้ม II (ทู) ผลงานชิ้นเอกที่เป็นตัวแทนที่ชัดเจนของ RIIZE (ไรซ์) ในปัจจุบัน ซึ่งบ่งบอกถึงการก้าวไปสู่ความท้าทายทางดนตรีที่หลากหลายและการขยายขอบเขตดนตรีแนว Emotional Pop อันเป็นเอกลักษณ์ของวง โดยทุกท่านสามารถรับฟังผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงทั่วโลกได้แล้ววันนี้ สำหรับเพลงไตเติล Do your dance (ดู ยัวร์ แดนซ์) เป็นเพลงแดนซ์จังหวะเร็วที่ผสมผสานบีตฮิปฮอปกับซาวนด์อิเล็กทรอนิกป็อป พร้อมความโดดเด่นที่ความตัดกันระหว่างเสียงเบส 808 ที่มีเอฟเฟกต์ดิสทอร์ตอันทรงพลังซึ่งครอบงำบรรยากาศโดยรวมของเพลง กับท่อนฮุกที่ร้องซ้ำไปซ้ำมาอย่างเท่ ๆ ทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แสดงให้เห็นถึงพลังและความมั่นใจที่อิสระของสมาชิก นอกจากนี้ เพลงไตเติลยังมีความน่าสนใจที่มิวสิกวิดีโอที่ทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงความแข็งแกร่งในการแสดงของ RIIZE (ไรซ์) ได้ในทันทีด้วยสไตล์การถ่ายทำแบบเทคเดียวจบ รวมถึงการแสดงสดที่ถูกออกแบบให้มี ความสนุกในการรับชม ด้วยท่าเต้นชี้นิ้วที่เข้ากับเนื้อเพลง "Head, hips, shoulders, toes" และการเคลื่อนไหวของมือที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อเพลงที่ร้องว่า "Do your dance like a pro" นอกจากนี้ยังมีเพลงในอัลบั้มอีก 5 บทเพลงที่รวบรวมแง่มุมที่หลากหลายของวง ไม่ว่าจะเป็น เพลง SOAR (ซอร์) มาในแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่เปรียบดั่งสัญญาณเริ่มต้นของอัลบั้ม ดึงดูดผู้ฟังให้คล้อยตามข้อความที่เปี่ยมไปด้วยพลังของ RIIZE (ไรซ์) ว่าพวกเขาจะทะยานขึ้นไปได้สูงขึ้นไม่ว่าพวกเขาจะเผชิญกับอุปสรรคใดก็ตาม ซึ่งได้ KENZIE ที่เคยร่วมงานกันในผลงานก่อนหน้านี้มาร่วมโปรดิวซ์, D-D-Done (ดี-ดี-ดอน) เพลงแนวเบสเฮาส์ที่สร้างความสดชื่นผ่านเสียงร้องที่สื่ออารมณ์และการแร็ปที่ทรงพลัง ผสานกับจังหวะสไตล์เวสต์โคสต์ที่สนุกสนาน เนื้อเพลงบรรยายถึงอิสรภาพและความตื่นเต้นในช่วงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน, เพลง Overdrive (โอเวอร์ไดรฟ์) ผลงานแนวอาร์แอนด์บีฮิปฮอปที่ผสมผสานพลังและความนุ่มนวลได้อย่างลงตัว, เพลง Like a Bomb (ไลก์ อะ บอมบ์) ถ่ายทอดความตื่นเต้นชั่วขณะและความดึงดูดใจอย่างลึกซึ้งในช่วงเวลาที่ความรักเริ่มต้นขึ้น ด้วยเสียงซินธ์ที่หลากหลายซ้อนทับบนจังหวะฟังก์ที่สนุกสนาน และ In a Loop (อิน อะ ลูป) เพลงป็อปที่มีท่อนฮุกติดหูและร้องตามได้ง่าย เนื้อเพลงสื่อถึงความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้ในช่วงเวลาที่หลงทางและล่องลอยไปตามฤดูกาลต่าง ๆ ของชีวิต โดยสมาชิกวง RIIZE (ไรซ์) ได้แนะนำเกี่ยวกับผลงานมินิอัลบั้มนี้ว่า ที่ผ่านมาเราได้แสดงให้เห็นถึงการครุ่นคิดที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเติบโตและการตระหนักรู้เป็นหลัก ผมคิดว่าในอัลบั้มนี้ ทุกคนจะได้พบกับ RIIZE (ไรซ์) ที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยการกระทำมากกว่าแค่การครุ่นคิด ผมอยากถ่ายทอดความรู้สึกที่ว่า การเดินทางของ RIIZE (ไรซ์) เพื่อก้าวไปให้สูงขึ้นและไกลขึ้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้วครับ และ ผมคิดว่าอัลบั้มนี้จะคงอยู่ในความทรงจำของผมในฐานะความสนุกและความสุข และผมหวังว่าความรู้สึกเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปถึงทุกคนด้วยครับ

แฟนเกมจับโป๊ะหน้าปก Kingdom Hearts คอลเลกชันใหม่ ส่อแววใช้ AI สร้าง แถมงานหยาบด้วย!
อ่าน

แฟนเกมจับโป๊ะหน้าปก Kingdom Hearts คอลเลกชันใหม่ ส่อแววใช้ AI สร้าง แถมงานหยาบด้วย!

ดูเหมือนว่าเกมซีรีส์ Kingdom Hearts ที่เพิ่งจะประกาศภาคใหม่รวมถึงคอลเลกชันภาคเก่าในสตรีม Nintendo Direct ไปแบบสด ๆ ร้อน ๆ จะเจอดราม่าร้อนจี๋เสียแล้ว เพราะมีคนตาดีไปสังเกตเห็นว่าภาพหน้าปกของชุดคอลเลกชันเกมที่จะลงให้เครื่อง Nintendo Switch 2 ส่อแววว่าจะถูกสร้างขึ้นด้วย AI เพราะหลังถูกชาวเน็ตนำมาซูมดูแบบทุกรูขุมขนและยิ่งดูก็ยิ่งเจอจุดบกพร่องเพียบ ทำเอาหลายคนตั้งคำถามว่าตั้งใจทำกันจริงไหม ในเมื่อหน้าปกยังออกมาแย่ซะขนาดนี้!โดยภาพรวมของอาร์ตเวิร์กชิ้นนี้เต็มไปด้วยเลเยอร์ที่ทับซ้อนกันแบบงงๆ เส้นสายบิดเบี้ยว และสัดส่วนที่ผิดเพี้ยน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดคาดมากสำหรับแฟรนไชส์ระดับตำนานที่มีทีมสร้างสุดเนี้ยบและมีหน้าปกเก่าๆ ให้ใช้อ้างอิงอยู่เป็นกระบุง หากสังเกตโซระฝั่งซ้ายจะเห็นว่ามือซ้ายบวมเป่งเหมือนโดนผึ้งต่อย ในขณะที่โซระฝั่งขวากลับมีมือซ้ายที่ใหญ่โตมโหฬารเกินจริง แถมมือขวาก็ดูเหมือนจะทะลุกลืนไปกับคีย์เบลดจนเห็นโกร่งดาบโผล่มาตรงตำแหน่งที่ควรจะเป็นด้ามจับซะอย่างนั้น ขณะที่โดนัลด์ดั๊กมีนิ้วมือซ้าย 5 นิ้วแต่ดันมีนิ้วมือขวาแค่ 4 นิ้ว!หลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดน่าจะอยู่ตรงฉากหลังบริเวณใกล้กับกู๊ฟฟี่ โดยอาคารที่หน้าตาคล้ายวิหารนั้นมีองค์ประกอบที่ดูเละเทะไร้เหตุผลสุดๆ มุมตึกบิดเบี้ยวพับไปมา เสาค้ำยันดูย้วยเหมือนโดนเอาไปเข้าไมโครเวฟนานเกินไป ส่วนขอบบัวตกแต่งก็ไม่มีแพตเทิร์นและจู่ ๆ ก็กลืนหายไปดื้อ ๆ นอกจากนี้ยังมีจุดสังเกตบริเวณขอบซ้ายของภาพที่โครงสร้างหน้าต่างม้วนบิดเป็นเกลียว ลวดลายหินดูเหมือนถูกเอาผ้าพันแผลมาปะแปะไว้ ลายเส้นไฟนีออนก็เบลอจัดแต่ดันมีคอนทราสต์สูงปรี๊ด แถมหน้าจอที่ซ้อนกันด้านบนก็ดูถูกจับมายัดรวมกันแบบลวก ๆประเด็นดังกล่าวนั้นทำให้มีผู้เข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย บางคนมองว่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง ยอมรับไม่ได้ ทำให้รู้สึกไม่อยากจะอุดหนุนเกมไปเลย บางคนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถึงกับคอขาดบาดตาย ไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ขณะที่บางคนก็แสดงความเห็นว่าปกนี้อาจจะไม่ได้ "สร้างใหม่ด้วย AI" 100% เสียทีเดียว แต่อาจจะเป็นการ "อัปสเกลรูปเก่า ๆ ในคลังให้ใหญ่ขึ้่นด้วย AI" ก่อนนำมาประกอบกัน ทำให้เกิดข้อผิดพลาดต่าง ๆ ตามมา เนื่องจากตรวจสอบคุณภาพได้ไม่ถี่ถ้วน ถือได้ว่าเป็นความสะเพร่าในการจัดเก็บไฟล์ผลงานเก่าและการใช้ AI เพื่อช่วยสร้างสรรค์ผลงานแบบลวก ๆถือเป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่ตอกย้ำให้เห็นว่าเกมเมอร์ยังคงต่อต้านและไม่ยอมรับการนำ AI มาใช้สร้างสรรค์ผลงานในวิดีโอเกมอย่างหนักหน่วง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีประเด็นดราม่าลักษณะเดียวกันสดๆ ร้อนๆ จากช่วงงาน Summer Game Fest ทั้งประเด็นของเกม Tomb Raider: Legacy of Atlantis และเกม Crazy Taxi: World Tour ของค่าย Sega ที่ถูกวิจารณ์เรื่องยัดงาน AI มาใช้ในลักษณะคล้ายกันแปลและเรียบเรียงจากGamesRadar

สมมง 10 ปีที่รอคอย! "I.O.I" ปลดล็อกความคิดถึงกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในไทย
อ่าน

สมมง 10 ปีที่รอคอย! "I.O.I" ปลดล็อกความคิดถึงกับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในไทย

ผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่น อิ่มเอมไปด้วยความทรงจำสุดพิเศษ และมีแต่คำว่า เริ่ด! เริ่ดมาก! เริ่ดสะใจ!! สำหรับคอนเสิร์ต 2026 I.O.I Concert Tour: LOOP in BANGKOK ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2569 ณ IDEA LIVE, BRAVO BKK กับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของเกิร์ลกรุ๊ประดับตำนาน I.O.I (ไอโอไอ) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของวง และมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับแฟนๆ ที่คอยสนับสนุนพวกเธอมาตลอดคอนเสิร์ตครั้งนี้ I.O.I ไม่เพียงพาแฟนๆ ย้อนกลับไปสัมผัสช่วงเวลาอันงดงามตลอดเส้นทางที่ผ่านมา แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวของมิตรภาพ ความผูกพัน และการเติบโตของสมาชิกแต่ละคนตลอดระยะเวลา 10 ปี ผ่านการแสดงที่ครบทั้งความสนุก ความซาบซึ้ง และมีความหมายต่อใจ บรรยากาศคึกคักตั้งแต่หน้างาน เมื่อแฟนเกิร์ลและแฟนบอยพร้อมใจกันสวมชุดสีชมพูมารวมตัวกัน เพื่อแสดงพลังความรักให้กับสมาชิกทั้ง 9 คน ได้แก่ Jeon Somi (จอนโซมี), Kim Se Jeong (คิมเซจอง), Choi Yoo Jung (ชเวยูจอง), Kim Chungha (คิมชองฮา), Kim So Hye (คิมโซฮเย), Jung Chae Yeon (จองแชยอน), Kim Do Yeon (คิมโดยอน), Lim Na Young (อิมนายอง) และ Yoo Yeonjung (ยูยอนจอง) ทันทีที่ทั้ง 9 สาวปรากฏตัวบนเวที ความสดใสก็เปล่งประกายไปทั่วทั้งฮอลล์ เปิดฉากด้วยเพลงฮิตอย่าง Pick Me, Dream Girls และ Whatta Man ท่ามกลางโปรดักชันสุดยิ่งใหญ่ที่ผู้จัดสายเปย์ iMe Thailand ทุ่มเต็มที่ให้สมการรอคอย ขณะที่ อังดุงงี (Angdungi : ชื่อแฟนคลับ) ส่งเสียงเชียร์และตะโกนแฟนชานท์ดังสนั่นทุกเพลง ปลดล็อกความคิดถึงที่เฝ้ารอกันมายาวนาน ฮาร์ทเรทพุ่งยิ่งกว่าเดิมเมื่อสาวๆ ทักทายบอกคิดถึงเป็นภาษาไทย ทุกคนคะ คิดถึงจังเลยค่ะ พร้อมเผยว่ารู้สึกประทับใจกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากอังดุงงีชาวไทย และย้ำว่านี่คือวันแห่งความสุข เพราะนอกจากจะเป็นคอนเสิร์ตในประเทศไทยครั้งแรกแล้ว ยังเป็นคอนเสิร์ตต่างประเทศครั้งแรกของ I.O.I อีกด้วย พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่ทำให้ช่วงเวลานี้เกิดขึ้นจริง จากนั้นทั้ง 9 สาวยังคงสาดความน่ารักสดใส โชว์พลังเสียงผ่านเพลง 똑 똑 똑 (Knock Knock Knock), Doo Wap และเซอร์ไพรส์สุดพิเศษที่ทำเอาฮอลล์แทบแตก เมื่อยูจองเปลี่ยนท่อนจบของเพลง 사랑해 기억해 (I Love You, I Remember You) เป็นภาษาไทยว่า รักนะคะ ก่อนพาทุกคนนั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ได้เริ่มต้นรู้จักกัน ผ่านเพลง 핑거팁스 (Fingertips), 얌얌 (Yum Yum), 24시간 (24 Hour) และ Crush แฟนๆ โซนยืนกระโดดกันสุดตัว ส่วนโซนนั่งก็แทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ ต่อเนื่องด้วยเพลงจากอัลบั้มล่าสุดที่พาพวกเธอกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่ศิลปินถึงกับอึ้ง!! เมื่อแฟนๆ ร้องตามเพลงใหม่ดังกระหึ่มทั้งฮอลล์ ไม่ว่าจะเป็น 갑자기 (Suddenly), SPF 100+ (Summer Pop Fantasy) และ IOI (Where My Girls At) เพิ่มระดับความประทับใจขึ้นอีกหลายเท่าตัว ก่อนจะต่อด้วยเพลง 너무너무너무 (Very Very Very), 같은 곳에서 (In The Same Place) และ 잠깐만 (Hold On) ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุขที่ไม่มีแผ่ว เข้าสู่พาร์ทที่หลายคนรอคอย กับการได้ฟังพลังโวคอลในเพลง 소나기 (Downpour), 그때 우리 지금 (Then, Now and Forever) และ 벚꽃이 지면 (When The Cherry Blossoms Fade) ที่ทำเอาทั้งศิลปินและแฟนคลับน้ำตาคลอไปตามกัน ความประทับใจยิ่งลึกซึ้งขึ้นเมื่อแฟนๆ ร่วมกันทำโปรเจกต์บอกความในใจ ด้วยการแปลอักษรจากกล่องไฟเป็นข้อความ I❤️I พร้อมชูแบนเนอร์ข้อความ 함께 기다려온 10년,약속을 지켜줘서 고마워 I.O.I (10 ปีที่เรารอด้วยกันมา ขอบคุณนะ I.O.I ที่รักษาสัญญา) และร่วมกันร้องเพลง 소나기 (Downpour) ดังกึกก้องทั่วทั้งฮอลล์ เพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับศิลปินที่กลับมาหาตามสัญญา หลังซึ้งจนใจเปียกปอนไปแล้ว ก็ถึงเวลาปลดปล่อยความมันส์ให้สาแก่ใจ มันส์ให้สุดกว่าเดิมในช่วงอังกอร์ เมื่อ I.O.I ใส่เต็มทุกพลังกับเพลง Bang Bang, 내 말대로 해줘 (More More), IF I, 웃으며 안녕 (Goodbye With A Smile) และ Reprise ก่อนปิดท้ายด้วย Pick Me (Remix Version)ที่ทำให้ทั้งฮอลล์กระโดดกันแบบไม่มีแรงเหลือ เรียกว่าตลอดการแสดงเกือบ 3 ชั่วโมง สมาชิกทั้ง 9 คนได้ร่วมสร้างช่วงเวลาอันแสนพิเศษกับแฟนๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมส่งต่อความรักและคำขอบคุณทั้งน้ำตาให้กับทุกคนที่อยู่เคียงข้างมาตั้งแต่วันแรก จนกลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความทรงจำ และความประทับใจที่จะถูกเก็บไว้ในหัวใจของ I.O.I และอังดุงงีตลอดไป จนกว่าจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง!!!