TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Still Holding Up Like The Moon” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
ครอบครัวคุณธนินท์ เจียรวนนท์ มอบคอนโดหรูให้ "เนเน่ รอยัล" แชมป์ America's Got Talent 2026
"คุณธนินท์ เจียรวนนท์" พร้อมด้วย "ดร.ณัฐวัฒน์ (ดร.แตน) คุณทิพพาภรณ์ (คุณบี) อริยวรารมย์" และ "คุณวรรณี เจียรวนนท์ รอสส์" เป็นตัวแทนครอบครัว มอบคอนโดมิเนียม Mulberry Grove The Forestias ให้แก่ "คุณณรงค์ อำลอย" และ "คุณชวนพิศ พูลเกิด" คุณพ่อและคุณแม่ "น้องเนเน่ รอยัล (รัตติกานต์ อำลอย)" เพื่อเป็นบ้านและรากฐานแห่งความมั่นคงให้กับครอบครัวของเนเน่ พร้อมเป็นกำลังใจให้ทุกคนก้าวเดินบนเส้นทางแห่งความฝันต่อไปอย่างมั่นคงและอบอุ่น ครอบครัวคุณธนินท์ เจียรวนนท์ มอบคอนโดหรูให้ "เนเน่ รอยัล" แชมป์ America's Got Talent 2026 การมอบในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความประทับใจในเรื่องราวของครอบครัวที่เชื่อมั่นในศักยภาพของลูกอย่างไม่เคยย่อท้อ แม้เส้นทางจะเต็มไปด้วยอุปสรรค พ่อแม่และครอบครัวยังคงอยู่เคียงข้าง ร่วมต่อสู้ ฝ่าฟัน และสนับสนุนเนเน่ด้วยความรักและความเชื่อมั่น จนสามารถก้าวเดินตามความฝันและมาถึงวันนี้ได้ บ้านหลังนี้จึงเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวที่ไม่เคยหยุดเชื่อในความฝันของลูกและพร้อมจะสละทุกสิ่งเพื่อให้ลูกได้ถึงฝั่งฝัน เรื่องราวของเนเน่สะท้อนให้เห็นว่า เบื้องหลังความสำเร็จของคนคนหนึ่ง ไม่ได้มีเพียงความสามารถและความพยายามของตนเอง แต่ยังมีความรัก ความเสียสละ และครอบครัวที่คอยเป็น "ลมใต้ปีก" ให้กล้าที่จะบินไปให้ถึงความฝัน "คุณธนินท์ เจียรวนนท์" ได้กล่าวกับครอบครัวน้องเนเน่ว่า "เรื่องราวของครอบครัวของน้องเนเน่นี้จะส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้กล้าที่จะฝัน กล้าที่จะลงมือทำ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค และเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมคุณค่าของครอบครัวและผู้คนที่คอยอยู่เคียงข้างตลอดเส้นทาง การมอบในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการมอบ ที่อยู่อาศัย แต่คือการมอบความมั่นคงให้กับครอบครัว และพื้นที่แห่งโอกาสให้ความฝันได้เติบโต ด้วยความเชื่อว่า ทุกความฝันที่ดี เมื่อได้รับโอกาส ความเชื่อมั่น และการสนับสนุน สามารถเติบโตเป็นพลังที่สร้างสิ่งดี ๆ ให้แก่สังคมได้ และเมื่อคนหนึ่งคนได้รับโอกาส วันหนึ่งเขาอาจเป็นผู้ส่งต่อโอกาสและแรงบันดาลใจนั้นให้กับผู้คนอีกมากมาย ขอให้บ้านหลังนี้เป็นมากกว่าสถานที่อยู่อาศัย แต่เป็นบ้าน ที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความมั่นคง เป็นจุดเริ่มต้นของความฝันบทใหม่ และเป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะไกลเพียงใด เมื่อเรามีความเชื่อมั่น มีความพยายาม และมีครอบครัวเป็นลมใต้ปีก ความฝันก็สามารถเป็นจริงได้" การมอบที่อยู่อาศัยในครั้งนี้เป็นการมอบจากครอบครัวถึงครอบครัว โดยไม่มีภาระผูกพันใด ๆ การมอบจัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2569 ณ โครงการ Mulberry Grove The Forestias Condominiums ก่อนที่น้องเนเน่และครอบครัวจะเดินทางไปแข่งขันรอบ Final ที่สหรัฐอเมริกา ข้อมูลโครงการ มัลเบอร์รี่ โกรฟ เดอะ ฟอเรสเทียส์ คอนโดมิเนียม (Mulberry Grove The Forestias Condominiums) คอนโดมิเนียมลักชัวรีภายในโครงการ The Forestias บนถนนบางนา-ตราด กม.7 ภายใต้แนวคิด Happy Living Community for Intergeneration ที่ออกแบบเพื่อการอยู่อาศัยร่วมกันของหลายgeneration ทุกช่วงวัย ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่และระบบนิเวศที่ยั่งยืน เป็นคอนโด Low Rise สูง 78 ชั้น จำนวน 6 อาคาร รวม 269 ยูนิต พื้นที่โครงการกว่า 16 ไร่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ พื้นที่ทำงาน ห้องเด็กเล่น และจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รองรับการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายในทุกมิติ โดยห้องชุดที่มอบให้ครอบครัวเนเน่เป็นแบบ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ประมาณ 98.69 ตารางเมตร อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "เนเน่ รอยัล" คว้าแชมป์ America's Got Talent 2026 สร้างประวัติศาสตร์คนไทยคนแรก! "เนเน่ รอยัล" สะกดคนทั้งโลก! ขับขานเพลงดัง Seven Nation Army พ่นไฟรอบชิงแชมป์ Americas Got Talent 2026 แรงใจล้น! "เนเน่ รอยัล" ลงคลิปชวนติดตาม AGT คอมเมนต์ตรงกัน "แชมป์เท่านั้น!" เนเน่ รอยัล โชว์สุดปัง! คว้า Golden Buzzer ทะลุเข้ารอบชิง Americas Got Talent 2026 แอ๊ด คาราบาว สุดปลื้ม! ทุ่ม 1 ล้านมอบให้ เนเน่ รอยัล ลุยภารกิจแทนคนไทย บนเวที AGT
ข่าวบันเทิง • 6 วันที่แล้ว
อย่าเสียใจไปเลยเจ้าน่ะแข็งแกร่ง
roblox aba
OPZTV • 13 ก.ย. 69
ดู
ค่ำคืนนี้ร้อนแรงจนตาตั้ง
21 ก.ย. 69
อ่าน
SCB WEALTH ผนึก ฮั่วเซ่งเฮง ชี้ทองลุ้นแตะ $5,000 ปลายปี แนะทยอยสะสม
#ทันหุ้น - SCB WEALTH ร่วมกับ ฮั่วเซ่งเฮง, SCB FM และ SCB CIO จัดสัมมนา Exclusive Investment Talk ในหัวข้อ “The New Gold Playbook อ่านเกมทองคำ ดอลลาร์ และโอกาสการลงทุนยุค Digital Wealth” โดย ฮั่วเซ่งเฮง มองว่า ราคาทองคำขึ้น 8 เท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ผลจากโครงสร้างตลาดเปลี่ยน กองทุน ETF ทองคำ และธนาคารกลาง กลายเป็นผู้กำหนดตลาด มองเป้าหมายราคาทองคำโลกปลายปีนี้ที่ 5,000 USD ต่อออนซ์ ขณะที่ หากราคาแตะ 4,200 USD ต่อออนซ์ เป็นจุดน่าสนใจสะสม ส่วนทองคำไทย คาดอยู่ที่บาทละ 75,000-75,700 บาท ด้าน SCB FM เผย ทองคำยังเป็นขาขึ้นรับแนวโน้มธนาคารกลางกระจายความเสี่ยง ถือทองคำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฝากทองคำในต่างประเทศ แต่ระยะสั้นอาจถูกกดดันจาก Bond Yield สหรัฐฯ ที่สูง ความกังวล Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย และสงคราม ด้านเงินบาทมักแข็งค่าทิศทางเดียวกับราคาทองคำ คาดปลายปีมีโอกาสอยู่ในกรอบ 32.80-33.80 บาทต่อ USD ได้ ส่วน SCB CIO แนะ 4 ทางเลือกลงทุนทองคำยุคใหม่ ได้แก่ ลงทุนผ่านกองทุนรวม SCBGOLD, SCBGOLDH และ SCBUSDGOLD ความเสี่ยง 8 รองรับสไตล์การลงทุนที่แตกต่างกัน และช่องทางใหม่ SCB Gold Marketplace ซื้อขายทองคำสกุลเงิน USD ออนไลน์ผ่าน SCB Easyนางสาวศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นกว่า 8 เท่า สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดจากเดิมที่ขับเคลื่อนโดยภาคเครื่องประดับ นักลงทุนรายย่อย มาเป็นกองทุน ETF ทองคำและธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด หลังจากกองทุน ETF ทองคำ SPDR Gold Shares ถือกำเนิดในปี 2547 ขณะที่ ธนาคารกลางทั่วโลก ซื้อทองคำสุทธิต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2553 โดยเฉพาะในปี 2565-2567 ที่ซื้อทองคำทั้งปี มากกว่า 1,000 ตัน ส่วนในปี 2568 มีแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยที่กลัวตกกระแส (FearofMissingOut : FOMO) ทำให้ความต้องการทองคำสูงเป็นประวัติการณ์แตะระดับ 5,000 ตัน ขณะที่ ปี 2569 ราคาทองคำในตลาดโลกมีความผันผวนสูง โดยทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,595 ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) ต่อออนซ์ ในเดือน ม.ค. ก่อนปรับลดลงในเดือน มี.ค.- มิ.ย. หลังเกิดสงครามอิหร่าน ที่ทำให้ความต้องการถือเงินสดเพิ่มขึ้น รวมถึงแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้น ทำให้เงินเฟ้อเร่งตัว และตลาดมีความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเร่งการขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามราคาทองคำกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้งในเดือน ก.ค. และ ส.ค. โดยคาดว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ราคาทองคำโลกมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อทั้งนี้ ปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำปรับขึ้น ได้แก่ ทิศทางเงินเฟ้อที่ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว การกลับเข้ามาลงทุนของนักลงทุน และสัญญาณจากปัจจัยทางเทคนิค โดยประเด็นสำคัญที่มีผลต่อราคาทองคำที่ต้องจับตา มี 5 ประเด็น ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางชั้นนำในโลก สถานการณ์สงครามในอิหร่าน ทิศทางการไหลเข้าออกของเงินลงทุน การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และ แรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลก เพื่อลดสัดส่วนการถือครองสกุลเงิน USD ขณะที่ เราประเมินเป้าหมายราคาทองคำโลกปลายปีไว้ที่ประมาณ 5,000 USD ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศมีโอกาสอยู่ในช่วง 75,000-75,700 บาทต่อบาททองคำ ภายใต้สมมติฐานอัตราแลกเปลี่ยนที่ 31.70-32.00 บาทต่อ USD สำหรับกลยุทธ์การลงทุน หากราคาทองคำอ่อนตัวลงแตะระดับ 4,200 USD ต่อออนซ์ ถือเป็นระดับที่น่าสนใจสะสมสำหรับผู้ที่ลงทุนระยะยาว โดยปัจจุบันนักลงทุนสามารถซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงิน USD กับฮั่วเซ่งเฮง ได้สะดวกมากขึ้น ผ่าน SCB Gold Marketplace บน SCB Easy นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส SCB Financial Markets (SCB FM) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาทองคำในระยะสั้น เผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นเร็ว หลังตลาดกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กดดันราคาน้ำมันทะลุ 100 USD ต่อบาร์เรล จะเป็นแรงกดดันที่ทำให้ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้เงิน USD แข็งค่า ซึ่งโดยปกติราคาทองคำจะเคลื่อนไหวตรงกันข้ามกับ bond yield และค่าเงิน USD อย่างไรก็ตาม หากตลาดมองว่าสงครามน่าจะจบเร็ว และ Fed ไม่น่าจะต้องขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ราคาทองคำก็มีโอกาสไปต่อได้ ในส่วนของความต้องการซื้อทองคำช่วงที่ผ่านมา พบว่า ธนาคารกลางจีนยังคงซื้อต่อเนื่อง แม้ช่วงที่สงครามรุนแรงและแรงซื้อจากกองทุนรวม ETF ทองคำ ลดลง ขณะที่ ธนาคารกลางบางแห่ง โดยเฉพาะประเทศที่เผชิญสงคราม ไม่ได้ซื้อทองคำสะสมในประเทศอย่างเดียว แต่ยังกระจายความเสี่ยงฝากทองคำไว้กับประเทศอื่นด้วย โดยพบสัญญาณการซื้อทองคำและฝากไว้ในอังกฤษมากขึ้น จึงทำให้เป็นอีกปัจจัยที่หนุนราคาทองคำต่อไปได้SCB FM มองราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นได้ในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 โดยคาดการณ์ ราคาทองคำในตลาดโลกปลายปีอาจแตะระดับ 4,900-5,000 USD ต่อออนซ์ ขณะที่ปี 2570 มีโอกาสปรับขึ้นไปอยู่เหนือระดับ 5,000 USD ต่อออนซ์ โดยคาดการณ์ว่า ปีนี้ความต้องการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก จะซื้อสุทธิ 50 ตันต่อเดือน ส่วนปี 2570 คาดการณ์ซื้อสุทธิอยู่ที่ 40 ตันต่อเดือน ขณะที่ เงินเฟ้อเร่งตัวมากกว่าตลาดคาด อาจทำให้ Fed ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในไตรมาสที่ 4 นี้ กดดันราคาทองคำให้ย่อลงได้ อย่างไรก็ตาม หาก Fed ไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยตามที่คาด แต่คงดอกเบี้ย อาจทำให้ Bond yield ย่อตัวลงมา กดดันเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นได้ในส่วนของทิศทางค่าเงินบาท ที่มีความเคลื่อนไหวสัมพันธ์กับราคาทองคำสูง โดยเวลาที่ราคาทองคำปรับขึ้น มักจะเห็นเงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วย ทั้งนี้ SCB FM มีมุมมองระยะสั้น 1-2 เดือนว่า เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าได้เล็กน้อย จากการที่สงครามยืดเยื้อและมีโอกาสรุนแรงเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันอาจปรับเพิ่มขึ้นต่อได้ ส่งผลให้ดุลการค้าของไทยยังมีแนวโน้มขาดดุล ประกอบกับมีโอกาสที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับไทยเพิ่มขึ้นในบางกลุ่มอุตสาหกรรม จึงคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.30-33.80 บาทต่อ USD สำหรับลูกค้าที่มีความจำเป็นต้องขายเงินบาท เพื่อซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจรอจังหวะที่เงินบาทกลับมาแข็งค่าในบางช่วง และตั้งเป้าซื้อดอลลาร์ที่ระดับราว 33.10 บาทต่อ USD หรือต่ำกว่าสำหรับช่วงปลายปี คาดการณ์เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.80-33.80 บาทต่อ USD โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเงินบาท ได้แก่ สงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งมองว่ามีแนวโน้มยืดเยื้อต่อในช่วงไตรมาสที่ 3 ถึงต้นไตรมาส 4อย่างไรก็ดี ช่วงปลายปี ความรุนแรงอาจทุเลาลง จากแรงกดดันทางการเมืองที่ และคลังอาวุธของสหรัฐฯ ที่ลดลง นอกจากนี้ การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เดือน พ.ย. อาจทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนต่าได้ โดยจากสถิติในอดีต 4 ใน 5 ครั้ง ที่พรรคเดโมแครต และลิพับลิกัน มีคะแนนใกล้เคียงกันมาก มักเห็นเงิน USD อ่อนค่า 2 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ ประกอบกับ ปลายปีเป็นฤดูกาลที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาไทยมากขึ้น อาจกดดันเงินบาทแข็งค่าเพิ่มเติม ด้วยเหตุนี้ จึงมองว่ามีโอกาสที่เงินบาทอาจกลับมาแข็งค่าได้เล็กน้อยช่วงปลายปี ประเด็นอื่นที่ต้องติดตามคือแนวโน้มเงินเยน หลังมีข่าวกองทุนบำเหน็จบำนาญของญี่ปุ่น จะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ นำเงินกลับมาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งตลาดตอบรับข่าวค่อนข้างแรง ทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นเร็ว และเงินบาทแข็งค่าตามในระยะต่อไปต้องติดตามว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้ต่อเนื่องในเดือน ต.ค. เลยหรือไม่ โดยหากยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยต่อ อาจทำให้เงินเยนกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อยได้ ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงเงินเยนอีกครั้งนายธนกฤต ศรันกิตติภัทร CFP®, ผู้แนะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนอาวุโส Investment Product ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และสนใจลงทุนในทองคำภายใต้สัดส่วนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ในปัจจุบันเรามีโซลูชันการลงทุนให้เลือกหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากการลงทุนซื้อทองคำที่จับต้องได้ สามารถลงทุน กองทุนรวมทองคำผ่าน SCB Easy ได้ 3 ทางเลือก ได้แก่ กองทุน SCBGOLD ความเสี่ยง 8 ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ETF ทองคำต่างประเทศ SPDR Gold Trust โดยกองทุนนี้ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ลงทุนด้วยสกุลเงินบาท ต่อมาคือ กองทุน SCBGOLDH ความเสี่ยง 8 ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ETF ทองคำต่างประเทศ SPDR Gold Trust แบบการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ลงทุนด้วยสกุลเงินบาท และกองทุน SCBUSDGOLD ความเสี่ยง 8 ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ETF ทองคำต่างประเทศ SPDR Gold Trust ด้วยสกุลเงิน USD โดยกองทุนนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีสกุลเงิน USD อยู่แล้ว ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนด้วยสกุลเงิน USD และบริหารจัดการเงินลงทุนโดยสับเปลี่ยนไปยังผลิตภัณฑ์การลงทุนอื่นในรูปสกุลเงิน USD ได้ ภายใต้ SCB USD Ecosystem ซึ่งมีสินทรัพย์การลงทุนให้เลือกครอบคลุมตั้งแต่สินทรัพย์สภาพคล่อง กองทุนรวมตราสารหนี้ กองทุนรวมผสม กองทุนรวมตราสารทุน ไปจนถึงสินทรัพย์ทางเลือกอย่าง ทองคำ ส่วนกรณีนักลงทุนแลกเงินบาทเพื่อมาลงทุนในสกุลเงิน USD อาจต้องพิจารณาต้นทุนการแลกเปลี่ยนเงินที่เหมาะสมประกอบด้วยขณะที่ ล่าสุดธนาคารไทยพาณิชย์มีทางเลือกใหม่สำหรับการลงทุนในทองคำด้วย SCB Gold Marketplace บริการซื้อขายทองคำออนไลน์ ผ่าน SCB Easy กับร้านทองชั้นนำ โดยซื้อขายสกุลเงิน USD ได้ทั้งทองคำแท่งบริสุทธิ์ 99.99% (ออนซ์) และซื้อขายทองคำ 96.5% (บาททองคำ) ในอัตราเริ่มต้นน้ำหนักทองคำ 0.05 บาททองคำ พร้อมกับเลือกถอนทองคำได้จริงโดยนัดรับที่ร้านทอง หรือจัดส่งทางไปรษณีย์แบบมีประกัน โดยสามารถซื้อขายได้ตั้งแต่เวลา 7.00 น. – 3.00 น. วันถัดไป ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และทำรายการซื้อขายทองคำได้ผ่าน SCB Easy โดยควรพิจารณาความเสี่ยงและเงื่อนไขก่อนตัดสินใจหมายเหตุ: เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปสาระสำคัญจากงานเสวนา Exclusive Investment Talk : The New Gold Playbook อ่านเกมทองคำ ดอลลาร์ และโอกาสการลงทุนยุค Digital Wealth โดยจัดทำขึ้น ณ วันที่ 11 ก.ย. 2569 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้สนใจลงทุน ข้อมูลและความคิดเห็นที่ปรากฎเป็นมุมมองของวิทยากร ณ วันที่จัดงาน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวการณ์ และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล
ทันหุ้น • 22 ก.ย. 69
อ่าน
"มีมี่ ภาพัชร" ถ่ายทอดเพลง "Your SUN" ส่งความอบอุ่นจากหัวใจของตัวละคร "ซัน"
นอกจากจะถ่ายทอดบทบาท ซัน ในซีรีส์ Third Person (ถ้อยรักคำลวง) ภายใต้สังกัด North Star Entertainment แล้ว มีมี่ ภาพัชร ยังได้ถ่ายทอดเพลง Your SUN เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยเพลงนี้หยิบชื่อของตัวละครมาเป็นกิมมิคหลัก พร้อมเล่าเรื่องผ่านภาพของดวงอาทิตย์ที่สื่อถึงแสงสว่างและความอบอุ่น ความหมายของเพลงทำให้เห็นถึงตัวตนของ ซัน เปรียบซันกับดวงอาทิตย์ ตัวแทนของแสงสว่าง ความสดใส และความอบอุ่น เช่นเดียวกับตัวละครที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และพร้อมเป็นพลังบวกให้คนสำคัญเสมอ เนื้อเพลงจึงถ่ายทอดความรู้สึกว่า เราพร้อมที่จะเป็นดวงอาทิตย์ให้เธอนะ แม้บางครั้งจะไม่ได้อยู่ข้างกัน แต่ก็พร้อมกลับมาส่องแสงให้กันในวันใหม่เสมอ Your SUN จึงเปรียบเหมือนคำสัญญาแสนอบอุ่นว่า ไม่ว่าวันนี้จะต้องเจอกับพายุหรือความเสียใจมากแค่ไหน เมื่อมองกลับมา ก็ยังมีดวงอาทิตย์ดวงเดิมรออยู่ หวังว่าเพลงนี้จะส่งต่อความอบอุ่นไปถึงทุกคนที่ได้ฟัง ซิงเกิ้ลใหม่จาก Mimie Bhapat Your Sun OST.Third Person ถ้อยรักคำลวง ฟังได้แล้วทุก Streaming Platforms! 🔗Apple Musichttps://geo.itunes.apple.com/at/album/id6814579496?at=1l3v9Txapp=itunes🔗Spotifyhttps://open.spotify.com/track/5ykQFoB8obyWtvvJVGjuF3?si=5rMcBYazRVyjFtoZORjrOAutm_source=copy- link🔗JOOXhttps://open.joox.com/s/rd?version=2k=F5Ue0🔗YouTubehttps://youtu.be/PM-bn3tQwwU?si=z_HAdtNYsJozaTZz🔗TikTokhttps://vt.tiktok.com/ZS9An1s6w2UDS-JeRrT/
ข่าวเพลงไทย • 2 วันที่แล้ว
อ่าน
"TELEx TELEXs" ส่งซิงเกิลใหม่ "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" โอบอุ้มหัวใจในวันที่ฝืนเข้มแข็งไม่ไหว
หลังจากเปิดตัวบทใหม่ในฐานะศิลปิน Duo อย่างเป็นทางการ และส่งความคิดถึงผ่านซิงเกิลคัมแบ็ก "พบกันอีก" ให้แฟนเพลงได้หายโหยหากันไปแล้ว "TELEx TELEXs" โดย "ออม (ร้องนำ)" และ "นาว (กีตาร์)" เดินหน้าถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกต่อเนื่องทันที ด้วยซิงเกิลที่ 2 "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" บทเพลงที่เปรียบเสมือนกอดอันอบอุ่นและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่กำลังเหนื่อยล้า "การร้องไห้ ไม่ใช่สัญญาณของความพ่ายแพ้ แต่มันคือการอนุญาตให้ตัวเองได้พัก" สำหรับซิงเกิล "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" มาพร้อมกับ Message หลักที่ต้องการโอบกอดและปลดล็อกความรู้สึกของคนฟัง โดย "TELEx TELEXs" ตั้งใจถ่ายทอดมุมมองว่า ความอ่อนแอหรือหยดน้ำตาไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนแพ้ แต่มันคือกระบวนการธรรมชาติทางอารมณ์ที่เปิดโอกาสให้ตัวเราได้ปลดปล่อยและพักผ่อนจากความกดดัน นอกจากนี้ เพลงยังแตะถึงความรู้สึก "โดดเดี่ยว" ที่หลายคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน โดยชวนให้ตระหนักว่า แม้ในวันที่รู้สึกว่าไม่มีใคร "ตัวเราเอง" นี่แหละคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุด และเป็นที่พักใจที่ปลอดภัยที่สุดได้เสมอ การยอมรับความรู้สึกตัวเอง ร้องไห้ออกมา แล้วคอยอยู่เป็นเพื่อนตัวเอง คือก้าวแรกของการฮีลใจอย่างแท้จริง และความพิเศษใน MV นี้คือได้นักแสดงอย่าง "สตาร์บัคส์" ที่ห่างหายจากการแสดงกลับมาโชว์ฝีมือให้ทุกคนได้ดูกันด้วย เชื่อว่าน่าจะทำให้แฟน ๆ หายคิดถึงและอินไปกับการแสดงของสตาร์บัคส์อย่างแน่นอน ด้านดนตรียังคงเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ "TELEx TELEXs" ไว้อย่างเข้มข้น เพิ่มเติมด้วยบรรยากาศและเมโลดี้ที่นุ่มนวล ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สอดรับกับเสียงร้องของออมที่ส่งผ่านความรู้สึกโอบอ้อมอารี และไลน์กีตาร์ของนาวที่คอยประคองอารมณ์เพลงให้ดิ่งลึกแต่แฝงไปด้วยความหวัง "พวกเราอยากให้เพลงนี้เป็นเหมือนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ ในวันที่คุณรู้สึกว่าโลกมันหนักเกินไป ไม่ต้องฝืนยิ้ม ไม่ต้องเก่งตลอดเวลา ร้องไห้ออกมาได้เลย เพราะสุดท้ายแล้ว การยอมรับความอ่อนแอก็คือจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองครับ/ค่ะ" TELEx TELEXs กล่าว รับฟังและชม Music Video เพลง "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" จาก "TELEx TELEXs" ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์ม Streaming และ Youtube Channel และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, Instagram, TikTok : TELEx TELEXs และ Facebook : Juicey / Instagram : juiceyisyours
ข่าวเพลงไทย • 6 ชั่วโมงที่แล้ว
😱ทดสอบ SEED มี Moon Woke up ใน Minecraft (99.99%)
Moon Woke up ใน Minecraft
MTR • 15 ก.ย. 69
อ่าน
BDMS มีอะไรดี? เมย์แบงก์ ชูหุ้นฟันธง
#ทันหุ้น - บมจ.หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) (MST) สแกนหุ้น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ราคาเริ่มมีสัญญาณของทิศทางเชิงบวกรอบใหม่ โดยราคาฟื้นตัวขึ้นผ่านแนวต้านหลักที่ 20.00 บาท ยืนเหนือเส้น EMA 200 วัน เป็นการดึงรอบของการฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง วางแนวต้านรอทดสอบถัดไปที่ 20.80 บาท และ 21.30 บาทกลยุทธ์ แนะตั้งรับที่ 20.00 บาท วางเป้าทำกำไรที่ 20.80 บาท และ 21.30 บาท วางจุด Stoploss ที่ 19.30 บาท
ทันหุ้น • 3 ก.ย. 69
คลิปนี้เล่นGTA
#OSXTRUEID
OPZTV • 26 ส.ค. 69
อย่าตุกติกนะน้อง
เกมPB
OPZTV • 26 ส.ค. 69
อ่าน
“เซ้นต์ ศุภพงษ์” เปิดใจหลังผ่านมรสุมดราม่า หวนคืนเบื้องหน้า-เบื้องหลังเต็มตัว ขอบคุณแฟนคลับซัพพอร์ตเกือบ 10 ปี
เซ้นต์ ศุภพงษ์ เปิดใจหลังผ่านมรสุมดรามา หวนคืนเบื้องหน้า-เบื้องหลังเต็มตัว ขอบคุณแฟนคลับซัพพอร์ตเกือบ 10 ปี ออกมาอัปเดตชีวิต สำหรับหนุ่ม เซ้นต์ ศุภพงษ์ นักแสดงและผู้จัดหนุ่มชื่อดัง หลังผ่านพ้นช่วงมรสุมดรามา เผยสภาพจิตใจดีขึ้นมากเนื่องจากพยายามคิดบวก ดูแลตัวเอง และได้รับพลังใจที่สำคัญจากแฟนคลับที่อยู่เคียงข้างกันมาอย่างยาวนาน โดยเซ้นต์ เผยว่า ตอนนี้กลับมารับงานแสดง อย่างล่าสุดใน Project Line up IDX Entertainment. กับ ป้อน เพราะหัวใจ... ไม่มีปุ่มปิดเสียง (Taste of LOVE) ที่เป็นนักแสดงหลัก รวมไปถึงเรื่องอื่นที่ไปรับเชิญด้วย รวมไปถึงงานพิธีกร และงานอีเวนต์แบบเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นงานภาคเอกชนหรือภาครัฐ รวมถึงงานราชการและโครงการต่างๆ ส่วนงานเบื้องหลังก็รับผลิต อย่างที่บอกรับผลิตสื่อเองทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ โฆษณาต่างๆ ก็ตัดต่อ เกรดดิ้ง ก็จะได้เห็นกันทั้งงานเบื้องหน้าเบื้องหลังเหมือนเดิม แต่ว่าช่วงนี้เราอาจจะไม่ได้ทำเป็นค่ายเหมือนสมัยก่อน ผมทำเป็นแบบสตูดิโอ ก็รับผลิตนี่แหละ ประมาณนั้น เมื่อถามถึงสภาพจิตใจ เซ้นต์เผยว่า ดีขึ้นมากโดยเน้นเติมพลังบวกให้ชีวิต ออกกำลังกาย ดูแลหุ่น ทำกิจกรรมที่มีความสุข ร่วมถึงการเข้าวัด พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนคลับ ที่คอยอยู่เคียงข้าง ร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาเกือบ 10 ปี ไม่เคยทิ้งกันไปไหน ในสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือเวลาเจอกันทุกคนจะคอยบอกว่าเป็นกำลังใจให้นะ รู้สึกว่าเราดีใจที่มีทุกคนอยู่ข้างๆ เสมอ ผมรู้สึกว่าในช่วงเวลาที่เรารู้สึกไม่มีใคร ผมยังมีพวกคุณทุกคน แฟนๆ ชาวหมิงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ ผมเสมอ จริงๆ ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนเลยที่อยู่ข้างๆ กันเสมอ ขอบคุณที่เราเป็นทั้งรอยยิ้ม เป็นทั้งเวลาร้องไห้ เราทุกข์ เรามีน้ำตา ก็คอยซับน้ำตาให้ คอยซับเหงื่อให้ เวลาท้อก็คอยอยู่ข้างๆ กันเสมอ รวมถึงเวลาที่รู้สึกอย่างที่บอกว่าไม่มีใคร
ดาราเดลี่บันเทิง • 17 ส.ค. 69
ดู
Hold my hand at Twilight
ทรูวิชั่นส์ • 8 พ.ค. 69
ดู
สติล ฮิวแมน
ทรูวิชั่นส์ • 21 ก.ค. 69
อ่าน
Kospi พุ่งสลับทิศ! พลิกจากหมีสู่กระทิงในเดือนเดียว รับกระแส AI โลก
#Kospi #หุ้นเกาหลีใต้ #ทันหุ้น สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หุ้นเกาหลีใต้ทะยานขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี ดันดัชนี Kospi ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดหลักเข้าสู่เขตตลาดกระทิงทางเทคนิค เนื่องจากกระแสการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่ม AI ทั่วโลกได้ช่วยฟื้นฟูการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากเกิดการเทขายครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือนที่แล้ว ดัชนี Kospi พุ่งขึ้นมากกว่า 4% ในการซื้อขายช่วงเช้า ส่งผลให้การฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 23% ตามข้อมูลจาก LSEG หุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงในดัชนีอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้น โดยยักษ์ใหญ่ด้านชิปทั้งสองรายพุ่งขึ้นมากกว่า 4% และ 7% ตามลำดับ ความต้องการของนักลงทุนสำหรับหุ้นกลุ่มฮาร์ดแวร์เทคโนโลยีเริ่มกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากผลประกอบการล่าสุดจากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกชี้ให้เห็นถึงการใช้จ่ายมหาศาลอย่างต่อเนื่องในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การฟื้นตัวระลอกล่าสุดของดัชนี Kospi ได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่กลับมาอีกครั้งต่อการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งช่วยฟื้นความสนใจในหุ้นกลุ่มสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) ซึ่งเป็นหุ้นน้ำหนักมากของเกาหลีใต้ การบูมของการใช้จ่ายด้าน AI ยังอีกยาวไกลกว่าจะจบลง David Morrison นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Trade Nation กล่าวในบทวิเคราะห์เมื่อคืนวันอังคาร โดยชี้ไปที่ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ในสหรัฐฯ โดย Supermicro และ CoreWeave ผู้ให้บริการคลาวด์ พุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้หลังจากรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าคาด การพัฒนาเหล่านี้ได้มอบแรงส่งใหม่ให้กับผู้ผลิตชิปของเกาหลีใต้ ซึ่งความมั่งคั่งของบริษัทเหล่านี้นั้นผูกติดอยู่กับอุปสงค์ของชิปหน่วยความจำที่ใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างใกล้ชิด โดย Samsung Electronics และ SK Hynix ได้เป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้นของดัชนี Kospi ซึ่งเป็นการขยายผลการฟื้นตัวอย่างแรงจากการเทขายที่นำโดยกลุ่มเทคโนโลยีเมื่อเดือนที่แล้ว การปรับตัวขึ้นของหุ้นเกาหลีใต้ยังมีพื้นที่ให้ไปต่อได้อีก เนื่องจากความแข็งแกร่งได้กลับคืนสู่ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของประเทศ ตามข้อมูลจาก Fundstrat Global Advisors Mark Newton หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ทางเทคนิคของบริษัท กล่าวว่า กองทุน iShares MSCI South Korea ETF ได้ทะลุผ่านระดับทางเทคนิคที่สำคัญขึ้นมา จากการปรับตัวขึ้นของ Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งช่วยปรับปรุงแนวโน้มระยะสั้นสำหรับหุ้นเกาหลีใต้ การเคลื่อนไหวล่าสุดของกองทุน ETF ได้ยืนยันรูปแบบการกลับตัว ซึ่ง Newton กล่าวว่า ดูมีความน่าสนใจทางเทคนิคสำหรับการปรับตัวขึ้นต่อในระยะสั้น สัญญาณที่ยิ่งใหญ่อาจมาจากหุ้นกลุ่มหน่วยความจำเอง หลังจากที่เป็นหนึ่งในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในช่วงการเทขายกลุ่มเทคโนโลยีเมื่อเร็วๆ นี้ หุ้นกลุ่มหน่วยความจำเริ่มทำผลงานได้ดีกว่ากลุ่มเทคโนโลยีโดยรวมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ตามข้อมูลจาก Fundstrat Newton อธิบายสิ่งนั้นว่าเป็น สัญญาณที่ดีในระยะสั้นสำหรับกลุ่มหน่วยความจำภายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี พร้อมเสริมว่ากลุ่มนี้น่าจะเป็นหนึ่งในมุมสำคัญสุดท้ายของกลุ่มเทคโนโลยีที่เริ่มกลับตัวสูงขึ้น เรื่องนี้มีความสำคัญสำหรับเกาหลีใต้ เมื่อพิจารณาจากอิทธิพลที่สูงมากของ Samsung และ SK Hynix ต่อตลาดหุ้นของประเทศ โดย Fundstrat กล่าวว่า การผสมผสานระหว่างการฟื้นตัวของเกาหลีใต้และการฟื้นตัวของชิปหน่วยความจำ กำลังขยายการหมุนเวียนเงินกลับเข้าสู่กลุ่มเทคโนโลยี แม้ว่าหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่บางตัวของสหรัฐฯ จะประสบปัญหาอยู่ก็ตาม Newton ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดในระยะสั้น แม้ว่าเขาจะเตือนว่าการปรับตัวขึ้นอาจสูญเสียแรงส่งในปลายเดือนนี้ หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และดอลลาร์เริ่มปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เขากล่าวว่าเกาหลีใต้และหุ้นกลุ่มหน่วยความจำ ดูจะเป็นตราสารที่เหมาะสมสำหรับการเปิดรับความเสี่ยงในระยะสั้น ที่มา https://www.cnbc.com/2026/08/13/south-korea-kospi-bull-market-sk-hynix-samsung-ai-trade.html
ทันหุ้น • 13 ส.ค. 69
อ่าน
MMM อวดกำไร Q2 โต19% ปันผลต่อเนื่องไตรมาสที่ 10
#MMM #ทันหุ้น - MMM โชว์ผลงานไตรมาส 2/2569 กวาดรายได้ 239.96 ล้านบาท โต 30.14% กำไรสุทธิแตะ 37.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.59% พร้อมใจดีเคาะปันผล 0.06 บาทต่อหุ้น เดินหน้าจ่ายต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 10 มั่นใจครึ่งปีหลังอานิสงส์มาตรการรัฐหนุนตลาดอสังหาฟื้น ดันผลงานโตต่อนางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานว่า บริษัทยังคงรักษาการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและน่าประทับใจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายในปัจจุบัน ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 239.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.57 ล้านบาท หรือร้อยละ 30.14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน@โชว์ผลงาน Q2และมีกำไรสุทธิ37.52ล้านบาท เพิ่มขึ้น6.15ล้านบาท หรือร้อยละ19.59ซึ่งเป็นการเติบโตที่โดดเด่นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญให้ผลการดำเนินงานในงวด6เดือนแรกของปี2569มีรายได้จากการขายและบริการรวม446.14ล้านบาท เพิ่มขึ้น31.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิ70.06ล้านบาท เพิ่มขึ้น10.68% จากกลยุทธ์การขยายธุรกิจในกลุ่มธุรกิจBU2 ส่งผลให้มีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสำหรับภาพรวมตลาดอสังหาครึ่งปีแรก ถูกกดดันจากกำลังซื้อที่ลดลง โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลาง-ล่าง ที่เผชิญปัญหาหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูง ทำให้ผู้พัฒนาโครงการมีการแข่งขันทั้งราคา และการตลาดค่อนข้างมาก ประกอบกับธุรกิจนายหน้าทั่วไปเข้าสู่ตลาดได้ง่าย (Low Barrier to Entry)ทำให้คู่แข่งหน้าใหม่ล้นตลาดแต่MMMสามารถก้าวข้ามปัจจัยลบเหล่านี้ และสร้างผลกำไรได้อย่างโดดเด่น ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้วยโมเดลPre-AMCซึ่งมีศักยภาพในการเข้าถึงสินทรัพย์ในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาอัตรากำไร (Margin)ระดับสูง โมเดลนี้ต้องอาศัยเครดิตความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ และฐานทุนแข็งแกร่ง ทำให้มีผู้เล่นในตลาดนี้น้อยมากอีกทั้ง MMM ยังมีทีมเครือข่ายนายหน้าอิสระ (Broker Network) ซึ่งเป็นเครือข่ายนายหน้าขนาดใหญ่ที่ช่วยทำการตลาด ทำให้ปิดการขายได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือ MMM ไม่มีหนี้ (Asset-Light) ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากการลงทุนซื้อที่ดินหรือก่อสร้าง ไม่มีภาระหนี้สินทางการเงิน ทำให้ MMM มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งจุดนนี้ถือเป็นข้อเปรียบเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเดียวกัน"คนอื่นมองสต๊อกอสังหาล้นคือวิกฤติ แต่สำหรับ MMM นี่คือ “โอกาสทอง” โมเดล Pre-AMC ของเราถูกออกแบบมาให้ Asset-Light ไม่ต้องแบกรับภาระการถือครองสินทรัพย์ มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถเข้าไปช่วยผู้ประกอบการระบายสินค้าได้ทันที ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ MMM มีการเติบโตและสามารถสร้างกำไรได้แข็งแกร่งในทุกสภาวะตลาด"@ใจดีปันผล 0.06 บ.ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดและตอบแทนความไว้วางใจของนักลงทุนที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดไตรมาส2/2569ในอัตรา0.06บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า21.78ล้านบาทตอกย้ำสถานะหุ้นปันผลคุณภาพสูง ที่สร้างผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยสามารถจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องยาวนานเป็นไตรมาสที่10ติดต่อกันโดยบริษัทกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date)ในวันที่14สิงหาคม โดยจะขึ้นเครื่องหมายXDในวันที่13สิงหาคมนี้ และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่นักลงทุนในวันที่28สิงหาคม2569อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 MMM ประเมินว่า ภาพรวมตลาดมีสัญญาณฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและอสังหาฯ จากภาครัฐ" ที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นตัวเร่งการฟื้นความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ปลดล็อกกำลังซื้อในระบบให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งปัจจัยบวกดังกล่าว จะเพิ่มโอกาสทองให้ถึงโมเดลธุรกิจของ MMM ได้อย่างมีนัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนสามารถขยายผลการดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
ทันหุ้น • 4 ส.ค. 69
ดู
Wakamiya Inari Shrine Autumn Festival -Taken-ge Bamboo Acrobatics
Docomo • 25 มี.ค. 68
อ่าน
IROYAL ติดปีก! กำไรทะยานแรง โปรเจ็กต์ใหม่วิ่งชน
#IROYAL #mai - 2 บิ๊กบอสแห่ง บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL "ภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง" และ "ประภาพรรณ ประภัทรโพธิพงศ์" แทบไม่มีเวลาให้หายใจ เพราะตารางงานแน่นเอี๊ยด เดินสายประชุม เจรจาพันธมิตร และติดตามโครงการกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น แว่วมาว่างานในมือยังรอส่งมอบอีกเพียบ ขณะที่โปรเจกต์ใหม่ก็ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เทคโนโลยีสื่อสาร และโซลูชันอัจฉริยะแบบครบวงจรของบริษัทที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือ "คุณภาพกำไร" ของ IROYAL เพราะนอกจากจะมีฐานะการเงินแข็งแกร่งแล้ว ยังมีภาระหนี้ต่ำมาก โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.08 เท่า ขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ก็ทำผลงานโดดเด่น ด้วยอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) สูงถึง 30.87% ติด Top 10 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาด mai อีกทั้งปัจจุบันหุ้นยังซื้อขายที่ P/E เพียง 6 เท่ากว่า ๆ ซึ่งสะท้อนว่ามูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับที่น่าจับตาเมื่อเทียบกับศักยภาพของธุรกิจเมื่อทั้งงานในมือยังแน่น โอกาสรับงานใหม่ยังมีเข้ามาไม่ขาดสาย และฐานะการเงินยังแข็งแกร่งแบบนี้ ก็ไม่แปลกที่ชื่อของ IROYAL จะเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้นในหมู่นักลงทุน งานนี้แฟนคลับหุ้น IROYAL คงต้องจับตากันแบบใกล้ชิด เพราะดูแล้วโมเมนตัมธุรกิจยังเดินหน้าแบบไม่มีแผ่ว!
ทันหุ้น • 15 ก.ค. 69
อ่าน
Bitcoin ร่วงหลังชน 64,000 ดอลลาร์ ตลาดเมินข่าว Strategy เทขายหมื่นล้าน
#Bitcoin #ทันหุ้น ข้อมูลจาก Coindesk ได้ระบุว่า ราคา Bitcoin ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำกว่า 63,000 ดอลลาร์ในวันอังคาร หลังจากที่แรงผลักดันข้ามคืนให้พุ่งสูงเกินกว่า 64,000 ดอลลาร์นั้นได้จางหายไป ซึ่งการปรับตัวขึ้นและลงในรอบนี้ส่งผลให้เหรียญโทเคนดังกล่าวมีราคาค่อนข้างทรงตัวในวันนั้น แต่ภาพรวมยังคงเพิ่มขึ้นประมาณ 6% ในรอบสัปดาห์ จากข้อมูลของคอยน์เดสก์ (CoinDesk) ระบุว่า Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 63,170 ดอลลาร์ หลังจากพุ่งแตะระดับ 64,400 ดอลลาร์ในช่วงเช้ามืดแล้วจึงขยับตัวลดลงมา การเคลื่อนไหวของราคาดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่าในสัปดาห์นี้บริษัท Strategy จะเปิดเผยว่าได้ขาย Bitcoin จำนวน 3,588 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 216 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการขายครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่บริษัทล้มเลิกจุดยืนที่จะไม่ขาย Bitcoin โดยตลาดสามารถดูดซับการขายนี้ได้เป็นส่วนใหญ่โดยไม่ทำให้การฟื้นตัวของราคาต้องหยุดชะงักลง ด้าน Ether ทรงตัวอยู่ใกล้ระดับ 1,770 ดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้น 11.6% ในรอบสัปดาห์ ในขณะที่ XRP และ Solana ยังคงรักษาการปรับตัวขึ้นในรอบสัปดาห์ส่วนใหญ่ไว้ได้ โดยอยู่ที่ระดับ 1.13 ดอลลาร์ และ 80 ดอลลาร์ตามลำดับ สินทรัพย์หลักส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในวันนั้น หลังจากที่เคยเป็นผู้นำในการปรับตัวขึ้นของสัปดาห์ก่อนหน้า การฟื้นตัวเริ่มมีความมั่นคงมากขึ้น แม้ว่ารากฐานจะยังคงเบาบางก็ตาม ราคา Bitcoin เคยร่วงลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 21 เดือนใกล้ระดับ 58,000 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายน และได้ตะเกียกตะกายกลับขึ้นมาสู่ระดับต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการดีดตัวกลับมากกว่าการพังทลายลง หลังจากที่ปิดฉากช่วงครึ่งปีแรกด้วยการปรับตัวลดลงประมาณ 20% พร้อมกับการปิดตัวรายสัปดาห์ครั้งแรกที่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (200-week moving average) ซึ่งเป็นเส้นแนวโน้มระยะยาว นับตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นมา เทรดเดอร์ในตลาดตราสารอนุพันธ์บางรายตีความว่า การชะล้างสถานะ (Washout) ครั้งนี้เป็นสัญญาณของระยะท้ายตลาดยิ่งกว่าจะเป็นระยะเริ่มต้น "แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันได้อันตรธานหายไปเกือบทั้งหมดแล้ว" ยูซุฟ ฟาโคร (Yusuf Fakhro) หุ้นส่วนของบริษัท เออาร์พี ดิจิทัล (ARP Digital) กล่าว โดยเขาได้ชี้ให้เห็นถึงปริมาณการถือครองสถานะคงค้าง (Open interest) ในตลาดฟิวเจอร์ส CME ที่ร่วงลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 32 เดือน และโครงสร้างระยะเวลา (Term structure) ที่ตึงตัวที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023 เขากล่าวเสริมว่า ค่าความเบี่ยงเบนของออปชันระยะ 6 เดือน (Six-month options skew) ซึ่งเป็นมาตรวัดว่าเทรดเดอร์ต้องจ่ายเงินมากเพียงใดเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการร่วงลงของราคา ได้พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับที่สี่ในประวัติการณ์ โดยมีเหตุการณ์ที่เทียบเคียงกันได้เพียงแค่ในเดือนมิถุนายนและพฤศจิกายนปี 2022 เท่านั้น ซึ่งทั้งสองครั้งเกิดขึ้นใกล้กับจุดต่ำสุดของรอบวัฏจักรหลัก เขากล่าวว่า เมื่อประกันความเสี่ยงขาลงมีราคาแพงขนาดนี้ นั่นหมายความว่าตลาดกำลังยอมจ่ายเงินแพงเพื่อซื้อการปกป้องความเสี่ยง ในขณะที่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดอาจจะถูกสะท้อนไปในราคาหมดแล้ว ราคาน้ำมันได้กลับเข้ามามีบทบาทในภาพรวมอีกครั้งเมื่อคืนนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) พุ่งขึ้น 0.6% ไปอยู่ที่ประมาณ 72.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลวที่มีสินค้าเต็มลำลำหนึ่ง ถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดใกล้กับชายฝั่งโอมานขณะเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของบลูมเบิร์ก ซึ่งการโจมตีครั้งใหม่นี้เป็นการทดสอบข้อตกลงสันติภาพที่บรรลุไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน วิกฤตพลังงานที่ผูกติดอยู่กับความขัดแย้งในอิหร่านเคยเป็นตัวขับเคลื่อนแรงเทขายในตลาดคริปโตเมื่อช่วงต้นปีนี้ ก่อนที่การสงบศึกจะช่วยบรรเทาความรุนแรงลง และการคุโชนของสถานการณ์ขึ้นมาอีกครั้งก็คือความเสี่ยงเชิงเศรษฐกิจมหภาคประเภทหนึ่งที่เคยเลือนหายไปจากมุมมองของตลาด ในส่วนอื่นๆ หุ้นเอเชียร่วงลงเนื่องจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญกับแรงเทขายระลอกใหม่ โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ดิ่งลง 6.7% ตามรายงานของบลูมเบิร์ก หุ้นซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) ทรุดลง 8.3% แม้ว่ากำไรรายไตรมาสจะพุ่งสูงขึ้นก็ตาม และหุ้นเอสเค ไฮนิกส์ (SK Hynix) ร่วงลงในอัตราส่วนที่เท่ากันเนื่องจากเริ่มทำตลาดเพื่อจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ด้านสัญญาฟิวเจอร์สของสหรัฐฯ บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ลดลง ซึ่งสะท้อนว่าการดีดตัวกลับของวอลล์สตรีทเมื่อวันจันทร์อาจจะไม่ส่งผลต่อเนื่อง ตลอดเกือบทั้งปีนี้ ความอ่อนแอในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ้นกลุ่มชิปได้ฉุดรั้งตลาดคริปโตให้ดิ่งลงไปด้วย ทว่าในสัปดาห์นี้ทั้งสองสินทรัพย์กลับเคลื่อนไหวแยกออกจากกัน โดย Bitcoin ทรงตัวในขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง การที่ความเป็นอิสระดังกล่าวจะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ และเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุน ETF จะก่อตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่ จะเป็นตัวตัดสินว่าการดีดตัวกลับจากระดับ 58,000 ดอลลาร์จะกลายเป็นฐานราคาที่มั่นคงหรือจะจางหายไป ความเสี่ยงด้านน้ำมันที่คุโชนขึ้นมาใหม่จากช่องแคบฮอร์มุซคือตัวแปรใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งย้ำเตือนว่าบริบทเศรษฐกิจมหภาคที่เคยทุบทำลายตลาดคริปโตในครึ่งปีแรกนั้น ยังไม่ได้คลี่คลายลงไปอย่างสิ้นเชิง ที่มา https://www.coindesk.com/markets/2026/07/07/bitcoin-drops-after-a-run-at-usd64-000-shrugging-off-strategy-s-usd213-million-btc-sale
ทันหุ้น • 7 ก.ค. 69
ดู
คุณผู้หญิงยืนหนึ่ง หัวใจแกร่ง
ทรูวิชั่นส์ • 18 มี.ค. 69
อ่าน
จิตวิญญาณไม่มีวันตาย: ลูก้า โมดริช จากเด็กหนีสงครามสู่ตำนานโครเอเชีย
หากถามแฟนบอลทั่วโลกวา ทีมชาติใดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกยุคโมเดิร์นที่ "อึด ตายยาก และใจเพชร" ที่สุด คำตอบของทุกคนจะตรงกันอย่างไม่ได้นัดหมาย นั่นคือ ทัพ "ตราหมากรุก" ทีมชาติโครเอเชีย ทีมที่พร้อมจะลากคู่แข่งไปเล่นช่วงต่อเวลาพิเศษ ดวลจุดโทษ และโกงความตายได้เสมอ ในสมรภูมิ ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ โครเอเชียยังคงเดินทางมาล่าความสำเร็จ และหัวใจดวงโตของทีมก็ยังคงเป็นชายร่างเล็กวัย 40 ปีที่ชื่อ ลูก้า โมดริช ชายผู้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า "เหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุด" ต้องถูกตีและหล่อหลอมขึ้นมาจากเตาหลอมที่ชื่อว่า... สงคราม เด็กชายผู้วิ่งหลบลูกระเบิด: ปูมหลังอันโหดร้ายของราชันชุดขาว ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของรางวัลบัลลังดอร์และตำนานของเรอัล มาดริด ชีวิตในวัยเด็กของโมดริชคือฝันร้ายที่เด็กคนหนึ่งไม่ควรเผชิญ ในปี 1991 ช่วงสงครามประกาศอิสรภาพโครเอเชีย บ้านเกิดของเขาถูกกลุ่มติดอาวุธบุกทำลาย คุณปู่ที่เขาตั้งชื่อตามและรักที่สุดถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมต่อหน้าต่อตา ครอบครัวของเขาต้องอพยพหนีตายมาอาศัยอยู่ในโรงแรมเก่าๆ ที่ดัดแปลงเป็นค่ายผู้อพยพ ในค่ายแห่งนั้น ไม่มีผืนหญ้าสีเขียวที่สวยงาม มีเพียงลานจอดรถคอนกรีตเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยเศษอิสระเบิด เด็กชายตัวเล็ก รูปร่างผอมแห้งอย่างโมดริช ใช้ลานจอดรถแห่งนั้นเป็นสนามซ้อมฟุตบอล เสียงเดาะบอลของเขาคละเคล้าไปกับเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศและเสียงระเบิดที่ดังสนั่น ความกดดันและการต้องเอาชีวิตรอดในทุกๆ วัน หล่อหลอมให้โมดริชกลายเป็นคนที่มี "จิตวิทยาที่แข็งแกร่งเกินมนุษย์" ตั้งแต่ยังไม่สิบขวบ "ระเบิดตกลงมาแทบทุกวัน... พวกเราต้องวิ่งหนีเข้าหลุมหลบภัยด้วยความกลัว แต่ฟุตบอลคือสิ่งเดียวที่ทำให้ผมลืมฝันร้ายเหล่านั้น และมันสอนให้ผมรู้ว่า ไม่มีอุปสรรคใดในโลกใหญ่เกินกว่าหัวใจที่พร้อมจะสู้"- ลูก้า โมดริช "เราคือโครเอเชีย": พลังขับเคลื่อนจากสายเลือดผู้ไม่ยอมแพ้ สตอรี่ของโมดริชไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่มันคือ DNA ของนักเตะทีมชาติโครเอเชียเกือบทั้งทีม นักเตะรุ่นใหญ่อย่าง อิวาน เปริซิช หรือ เดยัน ลอฟเรน ต่างก็เติบโตมาในฐานะผู้อพยพจากภัยสงครามเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้เสื้อตราหมากรุกสีแดง-ขาว มีความหมายมากกว่าแค่เสื้อแข่งฟุตบอล แต่มันคือสัญลักษณ์ของประเทศที่เคยเกือบถูกลบไปจากแผนที่โลก ทุกครั้งที่พวกเขาสวมเสื้อตัวนี้ลงสนาม โดยเฉพาะในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ พวกเขาไม่ได้เล่นเพื่อเงินหรือชื่อเสียง แต่เล่นเพื่อศักดิ์ศรีของบรรพบุรุษ นั่นคือคำตอบว่าทำไมเมื่อเกมลากยาวไปถึงนาทีที่ 120 ในขณะที่นักเตะชาติอื่นเริ่มถอดใจ ขุนพลโครเอเชียกลับยิ่งวิ่ง ยิ่งบด และยิ้มรับความกดดันในการดวลจุดโทษราวกับเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสำหรับพวกเขา ความกดดันในสนามฟุตบอล เทียบไม่ได้เลยกับความตายที่พวกเขาเคยเดินผ่านในวัยเยาว์ --- บันทึกหน้าประวัติศาสตร์นักสู้: ลูก้า โมดริช โครเอเชีย ช่วงเวลา เหตุการณ์สำคัญ 1991-1995 เติบโตท่ามกลางสงครามและชีวิตในค่ายผู้อพยพ ฟุตบอลโลก 2018 พาโครเอเชียเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ พร้อมคว้ารางวัลบัลลงดอร์ในปีเดียวกัน ฟุตบอลโลก 2022 นำทีมคว้าอันดับ 3 ของโลก ฟุตบอลโลก 2026 รับบทกัปตันทีมและแกนหลักของโครเอเชียอีกครั้ง The Last Danceในฟุตบอลโลก 2026 ของชายวัย 40 ปี ในสมรภูมิฟุตบอลโลก 2026 หลายคนเคยปรามาสว่าโครเอเชียชุดนี้ "แก่เกินแกง" และถึงเวลาที่สายเลือดทองคำจะหมดไฟ ทว่า ลูก้า โมดริช ในวัย 40 ปี ยอดมิดฟิลด์หมายเลข 10 คนนี้ ยังคงเดินลงสู่สนามพร้อมปลอกแขนกัปตันทีม คุมจังหวะเกม หมุนตัวจ่ายบอลไซด์ก้อยอันเลือกลั่น และวิ่งไล่กวาดแดนกลางราวกับหนุ่มวัยรุ่น การลงเล่นของโมดริชในทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ใช่แค่การมาประคองน้องๆ แต่มันคือการ "เต้นระบำครั้งสุดท้าย" (The Last Dance) ของหนึ่งในกองกลางที่เก่งที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ชายผู้เปลี่ยนหยาดน้ำตาในค่ายผู้อพยพให้กลายเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าบทสรุปของโครเอเชียในฟุตบอลโลกหนนี้จะจบลงที่ตรงไหน แต่ทุกวินาทีที่โมดริชยังคงโลดแล่นอยู่บนผืนหญ้า มันคือการประกาศให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า "สงครามและโชคชะตาอาจทำลายบ้านเรือนของคุณได้... แต่พวกมันไม่มีวันทำลายหัวใจที่แข็งแกร่งดั่งเพชรของขุนพลตาหมากรุกได้เลย
TNN ช่อง16 • 24 มิ.ย. 69
อ่าน
ประมวลภาพ "Shine Rain Acoustic Concert" ครบรอบ 10 ปี จาก "Whal & Dolph"
บันทึกความทรงจำครั้งใหม่ของชาวปลาได้ปิดจบลงอย่างงดงาม สำหรับ "Whal Dolph Shine Rain Acoustic Concert" ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ณ centralwOrld PULSE คอนเสิร์ตอะคูสติกเต็มรูปแบบในวาระครบรอบหนึ่งทศวรรษของศิลปินอินดี้ป๊อปขวัญใจเจนซีอย่าง "Whal Dolph" ประกอบด้วยสมาชิกดูโอ้เพื่อนรัก "ปอ กฤษสรัญ จ้องสุวรรณ (ร้องนำ)" และ "น้ำวน วนนท์ กุลวรรธไพสิฐ (กีตาร์)" ศิลปินจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) โดยคอนเซ็ปต์หลักของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ถูกเล่าผ่านคีย์เวิร์ดหลัก 2 คำ ได้แก่ Shine และ Rain หรือแปลตรงตัวในความหมายภาษาไทยว่า แสงสว่าง และ สายฝน ซึ่งเทียบเคียงได้กับความรู้สึกที่แฝงอยู่ในทุกบทเพลงจาก "Whal Dolph" ที่มีทั้งความอบอุ่นและเป็นเหมือนพลังคอยปลอบโยนใจผู้ฟัง แต่ขณะเดียวกัน บางผลงานจากพวกเขากลับซุกซ่อนอารมณ์ความเหงาเอาไว้อย่างจับใจด้วยเช่นกัน และแล้วก็เดินทางมาถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย เมื่อเสียงซาวด์จากกีตาร์โปร่งค่อย ๆ บรรเลงขึ้น คลอไปกับเสียงเครื่องสายและคอรัสที่เข้ามาช่วยปรุงรสชาติให้คอนเสิร์ตอะคูสติกในครั้งนี้สมบูรณ์แบบ ดึงดูดทุกสายตาให้จดจ้องไปพร้อมกัน ที่เวทีขนาดกะทัดรัด ที่ถูกดีไซน์ให้เป็นเหมือนจุดแคมป์ปิ้งบรรยากาศสบาย ๆ โดยพวกเขาทั้งสองเปิดตัวทักทายผู้ชมด้วย Songlists ไวบ์ดีอย่าง สบายดีไหม ?, เก็บเธอเอาไว้ดูก่อน และ ยิ้ม ก่อนไต่ระดับเสียงในฮอลล์ให้ดังขึ้นอีกระดับด้วยเพลย์ลิสต์ในตำนาน ไม่ว่าจะเป็น นานนาน, ฝากไว้กับดาว, บังเอิญ, ละเมอ, หลับตาลง และ น้ำตาฟ้า จากนั้นถึงช่วงปล่อยคิวแขกรับเชิญคนแรกอย่าง "เพลง Plastic Plastic" ที่เข้ามาช่วยเสริมทัพมวลความอบอุ่นในครั้งนี้ไปกับเสียงร้องนุ่ม ๆ ผ่านเพลง ใจสลาย, ตลอดไป, ฤดูกาล และ ฉันดีใจที่ได้พบเธอ เรียกได้ว่าเป็นการโคจรมาเจอกันอีกครั้งที่ทำเอาแฟนเพลงหายคิดถึงกันไปไม่น้อย ก่อนจะเซอร์ไพร์สคนทั่วทั้งฮอลล์ให้นั่งไม่ติดเก้าอี้ ด้วยการปรากฏตัวของ "มาร์คคริส BUS because of you i shine" รุ่นน้องสุดบ๊อกแบ๊กแห่งวงการ T-POP ขึ้นมาเป็นเกสต์ร่วมแจมในเพลง "สิ่งที่สวยงาม" และ "ฉันยังเก็บไว้" กลายเป็นอีกหนึ่งพาร์ทที่ทุกคนพร้อมใจกันยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายเก็บโมเมนต์กันแบบไม่ได้นัดหมาย ก่อนที่เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ แต่เพลย์ลิสต์ในความทรงจำยังถูกขนออกมาร้องไม่หมด มาต่อกันที่ ไม่รู้ทําไม, แค่ฝันไป, รอให้เธอบอก, สักวันหนึ่ง, ชุ่มฉ่ำ, ใจเดียว และโบกมือลาแฟนเพลงไปด้วยฝูงทะเลดาวในเพลง "ดีใจรึเปล่า" ปิดจบค่ำคืนนี้ไปอย่างสวยงาม "Whal Dolph Shine Rain Acoustic Concert" เปรียบเสมือนไดอารี่อีกหนึ่งหน้าที่เป็นภาพสะท้อนการเดินทาง การเติบโต และความสัมพันธ์ตลอด 10 ปี ของ "Whal Dolph" และแฟนเพลงชาวปลา โดยมีบทเพลงเป็นตัวถักทอพวกเขาเข้าด้วยกัน เชื่อว่าตลอดเวลากว่า 3 ชั่วโมงเต็มของคอนเสิร์ตครั้งนี้ทุกคนคงได้หอบหิ้วเอารอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำสุดแสนประทับใจใส่กระเป๋ากลับบ้านกันไปแบบเต็มเหนี่ยวอย่างแน่นอน สามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของศิลปินผ่านทาง https://www.instagram.com/whalanddolph และ https://www.facebook.com/whattheduckmusic
ศิลปินไทย • 17 มิ.ย. 69
อ่าน
"RIIZE" คัมแบ็กสุดปัง! ปล่อยมินิอัลบั้มชุดที่ 2 'II' ส่งเพลง 'Do your dance' ปลุกความมั่นใจ
RIIZE (ไรซ์) กลับมาในรอบ 7 เดือนด้วยมินิอัลบั้ม II (ทู) ผลงานชิ้นเอกที่เป็นตัวแทนที่ชัดเจนของ RIIZE (ไรซ์) ในปัจจุบัน ซึ่งบ่งบอกถึงการก้าวไปสู่ความท้าทายทางดนตรีที่หลากหลายและการขยายขอบเขตดนตรีแนว Emotional Pop อันเป็นเอกลักษณ์ของวง โดยทุกท่านสามารถรับฟังผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิงทั่วโลกได้แล้ววันนี้ สำหรับเพลงไตเติล Do your dance (ดู ยัวร์ แดนซ์) เป็นเพลงแดนซ์จังหวะเร็วที่ผสมผสานบีตฮิปฮอปกับซาวนด์อิเล็กทรอนิกป็อป พร้อมความโดดเด่นที่ความตัดกันระหว่างเสียงเบส 808 ที่มีเอฟเฟกต์ดิสทอร์ตอันทรงพลังซึ่งครอบงำบรรยากาศโดยรวมของเพลง กับท่อนฮุกที่ร้องซ้ำไปซ้ำมาอย่างเท่ ๆ ทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น แสดงให้เห็นถึงพลังและความมั่นใจที่อิสระของสมาชิก นอกจากนี้ เพลงไตเติลยังมีความน่าสนใจที่มิวสิกวิดีโอที่ทำให้ผู้ชมสัมผัสถึงความแข็งแกร่งในการแสดงของ RIIZE (ไรซ์) ได้ในทันทีด้วยสไตล์การถ่ายทำแบบเทคเดียวจบ รวมถึงการแสดงสดที่ถูกออกแบบให้มี ความสนุกในการรับชม ด้วยท่าเต้นชี้นิ้วที่เข้ากับเนื้อเพลง "Head, hips, shoulders, toes" และการเคลื่อนไหวของมือที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อเพลงที่ร้องว่า "Do your dance like a pro" นอกจากนี้ยังมีเพลงในอัลบั้มอีก 5 บทเพลงที่รวบรวมแง่มุมที่หลากหลายของวง ไม่ว่าจะเป็น เพลง SOAR (ซอร์) มาในแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกที่เปรียบดั่งสัญญาณเริ่มต้นของอัลบั้ม ดึงดูดผู้ฟังให้คล้อยตามข้อความที่เปี่ยมไปด้วยพลังของ RIIZE (ไรซ์) ว่าพวกเขาจะทะยานขึ้นไปได้สูงขึ้นไม่ว่าพวกเขาจะเผชิญกับอุปสรรคใดก็ตาม ซึ่งได้ KENZIE ที่เคยร่วมงานกันในผลงานก่อนหน้านี้มาร่วมโปรดิวซ์, D-D-Done (ดี-ดี-ดอน) เพลงแนวเบสเฮาส์ที่สร้างความสดชื่นผ่านเสียงร้องที่สื่ออารมณ์และการแร็ปที่ทรงพลัง ผสานกับจังหวะสไตล์เวสต์โคสต์ที่สนุกสนาน เนื้อเพลงบรรยายถึงอิสรภาพและความตื่นเต้นในช่วงเวลาที่เราได้ใช้ร่วมกัน, เพลง Overdrive (โอเวอร์ไดรฟ์) ผลงานแนวอาร์แอนด์บีฮิปฮอปที่ผสมผสานพลังและความนุ่มนวลได้อย่างลงตัว, เพลง Like a Bomb (ไลก์ อะ บอมบ์) ถ่ายทอดความตื่นเต้นชั่วขณะและความดึงดูดใจอย่างลึกซึ้งในช่วงเวลาที่ความรักเริ่มต้นขึ้น ด้วยเสียงซินธ์ที่หลากหลายซ้อนทับบนจังหวะฟังก์ที่สนุกสนาน และ In a Loop (อิน อะ ลูป) เพลงป็อปที่มีท่อนฮุกติดหูและร้องตามได้ง่าย เนื้อเพลงสื่อถึงความเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงแม้ในช่วงเวลาที่หลงทางและล่องลอยไปตามฤดูกาลต่าง ๆ ของชีวิต โดยสมาชิกวง RIIZE (ไรซ์) ได้แนะนำเกี่ยวกับผลงานมินิอัลบั้มนี้ว่า ที่ผ่านมาเราได้แสดงให้เห็นถึงการครุ่นคิดที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการเติบโตและการตระหนักรู้เป็นหลัก ผมคิดว่าในอัลบั้มนี้ ทุกคนจะได้พบกับ RIIZE (ไรซ์) ที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยการกระทำมากกว่าแค่การครุ่นคิด ผมอยากถ่ายทอดความรู้สึกที่ว่า การเดินทางของ RIIZE (ไรซ์) เพื่อก้าวไปให้สูงขึ้นและไกลขึ้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้วครับ และ ผมคิดว่าอัลบั้มนี้จะคงอยู่ในความทรงจำของผมในฐานะความสนุกและความสุข และผมหวังว่าความรู้สึกเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปถึงทุกคนด้วยครับ
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 16 มิ.ย. 69
ดู
Coming Soon
23 ก.พ. 68
อ่าน
[Thailand Box Office] ผนึกแรงเราสู้ "Mortal Kombat II" โฉบขึ้นแชมป์ใหม่แบบกรุบกริบ
Box Office Mortal Kombat II บ็อกซ์ออฟฟิศประเทศไทย รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2026 - สุดสัปดาห์หลังจากช่วงวันหยุดยาวก็มาจอยกับหนังบล็อกบัสเตอร์ฮอลลีวูดเรื่องใหม่ ที่เป็นการคัมแบ็กกลับมาในภาคต่อของหนังจากเกมดังอมตะ ที่ถือว่าเป็นต่อกรและงัดข้อสู้กับตัวแม่แห่งโลกแฟชั่นได้ขึงขัง ท่ามกลางกลุ่มหนังเข้าใหม่เรื่องอื่น ๆ สอดแทรกเข้ามาเป็นได้แค่ไม้ประทับ กับความร้อนแรงในตัวเลขบนบ็อกซ์ออฟฟิศเบาบางลงไปได้ชัด หลังจากพ้นช่วงเวลาของวันหยุดและน้อง ๆ หนู ๆ เริ่มกลับไปโรงเรียนอีกครั้ง ผงาดกลับมาขึ้นแชมป์ "Mortal Kombat II" ภาคต่อที่ทิ้งช่วงไป 5 ปี กลับมาครั้งนี้ก็ครองบัลลังก์อันดับที่ 1 ได้อย่างสมศักดิ์ศรี กับรายได้เปิดตัวเบาะ ๆ ที่ 4 วันแรก 5.86 ล้านบาท ถือว่าตัวเลขไม่ได้ร้อนแรงอย่างที่คิดเท่าไหร่ ก็ต้องยอมรับว่ากระแสของหนังเรื่องนี้ต้องมีพื้นฐานและภูมิหลังเกี่ยวกับวิดีโอเกมพอสมควร และหากว่าใครเป็นขาจรแวะมาดูก็อาจจะงง ๆ ในเนื้อหาได้สักหน่อย แต่กระนั้นก็เป็นหนังแอคชันแฟนตาซีที่โดนใจคอหนังชาวไทยได้ตามระเบียบ ซึ้งก็ได้ทำการเบียดตัวแม่ "The Devil Wears Prada 2" หล่นจากบัลลังก์ไปโดยปริยาย กับตัวเลขที่หวืดไปค่อนข้างน่ากลัว วีคนี้เก็บไปอีก 4.96 ล้านบาท นับว่าเป็นรายได้ที่ลดลงไปแรงถึง -65% เลยทีเดียว ต้องยอมรับว่าวีคก่อนมีช่วงวันหยุดยาวมารองรับเอาไว้ อีกทั้งกระแสปากต่อปากก็ทำงานได้ดี แต่ใด ๆ หนังก็สะสมรายได้ทั่วไทยได้เกือบจะแตะ 60 ล้านบาทได้เริ่ด ๆ แล้ว ทางด้าน "Michael" ก็ยังรั้งอันดับได้ดี เก็บไปอีก 2.45 ล้านบาท ลดลงไปอีกครึ่งหนึ่ง ถือว่ากระแสตอบรับจากแฟนเพลงไมเคิลยังทำหน้าที่ได้ดี กับยอดรวมสะสมขยับเข้าใกล้ 30 ล้านบาททั่วไทย โดยที่ "ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ ตอน ปริศนานางฟ้าตกสวรรค์" ก็ฮวบลงแรงเช่นกัน วีคนี้เก็บไปเพิ่ม 2.18 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ดร็อปลงถึง 69% ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าน้อง ๆ หนู ๆ เริ่มเปิดภาคเรียนใหม่กันแล้ว บรรยากาศความสนุกในโรงหนังก็เริ่มจางลงไป กลุ่มหนังเข้าใหม่เรื่องอื่น ๆ ในวีคนี้ก็เกาะกลุ่มกันดี ไม่ว่าจะเป็น "Billie Eilish Hit Me Hard and Soft: The Tour (Live in 3D)" หนังสารคดีคอนเสิร์ตของนักร้องสาว บิลลี ไอริช ที่ออกสตาร์ทเบาะ ๆ ที่ 760,000 บาท ด้วยรอบฉายและโรงฉายจำกัด ตามมาด้วยหนังสารคดีจากไทย "เขากะลา" ที่ว่าด้วยความเชื่อลี้ลับจากต่างดาว เปิดตัวไปกรุบกริบที่ 700,000 บาท ตามลำดับ ต่อด้วยสุดยอดหนังแห่งปีจากอินโดนีเซีย อย่าง "Ghost in the Cell วัยหนุ่มคุกผี" ที่เปิดตัวไปในบ้านเราที่ 620,000 บาท ร่วมด้วยหนังลึกลับปนสยองเรื่องใหม่ของแม่แอนน์ "Mother Mary" ก็ฟันรายได้ไปหอมปากหอมคอที่ 550,000 บาท ทางด้านหนังคอนเสิร์ตวงร็อกในตำนาน "Iron Maiden: Burning Ambition" ฉายวงแคบ ๆ ได้ไป 98,000 บาท ส่วนรอบพิเศษ 2 วันของจักรวาลสไลม์ ในอนิเมะ "That Time I Got Reincarnated as a Slime the Movie: Tears of the Azure Sea" ทำเงินไปได้ 93,000 บาท ปิดท้ายด้วย แชมป์หนังจีนช่วงตรุษจีนปีนี้ "Pegasus 3" ทำเงินแผ่ว ๆ ในบ้านเราที่ 58,000 บาท จากการฉายเฉพาะแค่โรงในเครือเอสเอฟเท่านั้น ขอบคุณข้อมูลจาก @Theaterist_th / ThailandBoxoffice อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง [Thailand Box Office] พลังนางมารผงาด "The Devil Wears Prada 2" เจิดจรัสรายได้ในไทย [Thailand Box Office] ออกสเต็ปเป็นหนึ่ง "Michael" เต้นโกยแชมป์หนังในไทย [Thailand Box Office] หลอนเฮี้ยนรับสงกรานต์ ฉบับใหม่ "The Mummy" ครองใจคอหนัง [Thailand Box Office] ฉ่ำต่อเนื่องวันสงกรานต์ "โกฮัง" พลังโฮ่งยังยืนแชมป์ [Thailand Box Office] พลังโฮ่งฮับ "โกฮัง" ผงาดขึ้นแชมป์เหนือทีม "Super Mario Galaxy" --------------------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/2RDrg8O
หนังไทย • 12 พ.ค. 69
อ่าน
"Slapkiss" ตอกย้ำความเจ็บลึก ปล่อยเพลง "ไม่มีที่ยืน" กับคนที่ไม่มีสถานะชัดเจน
กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิลใหม่ที่เจ็บลึกและจริงที่สุด สำหรับคนที่เคย "อยู่ข้าง ๆ แต่ไม่เคยได้อยู่ในใจ" จนสุดท้าย ไม่มีที่ยืนในความสัมพันธ์ ผลงานล่าสุดจาก "Slapkiss" ที่ถ่ายทอดอย่างเจ็บคม ตอกย้ำกับสถานะของ "คนเบอร์ 2" ที่คอยอยู่เคียงข้าง รับฟังทุกเรื่องราว เป็นพื้นที่ปลอดภัยในวันที่อีกฝ่ายอ่อนแอ แต่สุดท้ายกลับไม่เคยถูกเลือกให้เป็นคนสำคัญ เพลงนี้เล่าผ่านความรู้สึกของคนที่ "ทำให้เขารู้สึกดี" แต่ไม่เคย "ทำให้เขารู้สึกรัก" จนกลายเป็นตัวแทนของใครหลายคนที่กำลังเผชิญกับความสัมพันธ์ที่ไม่มีสถานะชัดเจน หรือที่เรียกว่า #ไม่มีที่ยืน ได้อย่างตรงไปตรงมาและบาดลึก งานนี้ได้ "MILO วง Tilly Birds" มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ คุมโทนดนตรีให้เท่ ลึก และครบเครื่องในทุกมิติ ผสานกับฝีมือการเขียนเนื้อและทำนองของ "Do Thanakorn" ที่ยังคงเอกลักษณ์การเล่าเรื่องแบบเจ็บจริงของวงไว้อย่างชัดเจน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือมิวสิกวิดีโอที่ได้ "AA วง BUS" มาร่วมถ่ายทอดบทบาทของ "คนที่ไม่มีที่ยืน" ผ่านการแสดงที่ละเอียดและลึกซึ้ง ช่วยขยายอารมณ์ของเพลงให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และทำให้ผู้ชมอินไปกับทุกโมเมนต์ของความสัมพันธ์ที่ไม่สมดุลนี้ เพลง "ไม่มีที่ยืน" ไม่ได้เป็นเพียงแค่เพลงเศร้า แต่คือความจริงของความสัมพันธ์ที่หลายคนกำลังเผชิญ และอาจกลายเป็นเพลงที่คุณเปิดฟังซ้ำในวันที่ต้องยอมรับว่า เราไม่เคยเป็นคนที่เขาเลือก สามารถรับชมและรับฟังกันได้แล้วทุกช่องทาง "ไม่มีที่ยืน (No Role)" ได้ที่ Youtube : Slapkiss และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook/TikTok : Slapkiss X/Instagram : slapkiss.official และ Facebook: LOVEiS / X, Instagram: @LOVEiS_ent
ข่าวเพลงไทย • 11 พ.ค. 69
อ่าน
รีวิวอนิเมะ "Dr. STONE Season 4 พาร์ต 3" พาลุ้นบทสรุปจากยุคหินสู่ดวงจันทร์!
และแล้วการเดินทางอันแสนยาวนานนับพันปีในโลกยุคหินก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้าย! สำหรับอนิเมะ Dr. STONE: Science Future (Dr. STONE Season 4 Part 3 ดอกเตอร์สโตน ซีซัน 4 พาร์ต 3) ที่คราวนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่บนพื้นโลก แต่กำลังจะพาเราก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ทะยานสู่ดวงจันทร์เพื่อเผชิญหน้ากับวายแมน ต้นตอของลำแสงสีเขียวที่สาปมนุษย์ให้กลายเป็นหินมาอย่างยาวนาน บอกเลยว่าพาร์ตนี้งานหินของจริง แต่ความสนุกกลับพุ่งทะยานทะลุเพดานแบบสุด ๆ เนื้อหาในซีซันนี้จะเน้นไปที่การแท็กทีมระหว่าง เซ็นคู และ ดร.เซโน่ สองอัจฉริยะที่ต้องทุ่มเทมันสมองทั้งหมดเพื่อสร้างจรวด สิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่อาณาจักรวิทยาศาสตร์เคยสร้างมา แน่นอนว่าระหว่างทางเราจะได้เห็นสูตรสำเร็จที่เป็นเสน่ห์ของเรื่องนี้ นั่นคือการออกเดินทางหาวัตถุดิบและการเปิดตัวตัวละครใหม่ ซึ่งคราวนี้เราได้ ไซ พี่ชายของริวซุย เข้ามาเสริมทัพในด้านการคำนวณและเขียนโปรแกรม ทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้นว่าการจะไปอวกาศนั้นพลังของคณิตศาสตร์สำคัญขนาดไหน เป็นการเติมเต็มช่องว่างที่ทำให้อินกับพล็อตเรื่องได้แบบเต็มอิ่ม ความสนุกของพาร์ตนี้คือสเกลของการประดิษฐ์ที่เจาะลึกและยากขึ้นเรื่อย ๆ จนเราอดไม่ได้ที่จะลุ้นตัวโก่งและเอาใจช่วยพวกเซ็นคูให้ทำสำเร็จไว ๆ ถึงแม้สถานการณ์จะดูตึงเครียดหรือต้องแบกรับชะตากรรมของโลกไว้ แต่ Dr. STONE ก็ยังไม่ทิ้งเอกลักษณ์เดิม คือการสอดแทรกมุกตลกกวน ๆ และจังหวะโบ๊ะบ๊ะของตัวละครที่ช่วยลดความกดดัน ทำให้หลายฉากที่ควรจะซึ้งหรือเครียดกลับมีรอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นมาเสมอ ในด้านงานสร้างด้วยจำนวนตอนที่ค่อนข้างจำกัดในพาร์ตสุดท้าย เราอาจจะเห็นการใช้เทคนิคภาพนิ่งสลับมุมมองบ้างเพื่อให้เนื้อหาดำเนินไปอย่างรวดเร็วและกระชับ ซึ่งแม้จะมีการลดทอนฉากแอนิเมชันขยับเขยื้อนลงไปบ้าง แต่ในฉากสำคัญระดับ Key Moment ทีมสร้างยังคงทำออกมาได้ดีเยี่ยมตามมาตรฐาน ส่วนลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์นั้นบอกเลยว่างานดีไม่มีตก ตั้งแต่ซีซันแรกจนถึงวินาทีสุดท้าย โดยรวมแล้ว Dr. STONE: Science Future ทำออกมาได้ตามสูตรสำเร็จที่แฟน ๆ รัก ทั้งการวางปมปัญหา การแก้โจทย์ด้วยวิทยาศาสตร์ และการสร้างความผูกพันผ่านตัวละคร แต่สิ่งที่พิเศษกว่าเดิมคือความลุ้นระทึกว่าบทสรุปบนดวงจันทร์จะจบลงอย่างไร? นี่คืออนิเมะที่ทำให้เราอยากตื่นมาดูตอนใหม่ทุกวัน และเชื่อมั่นในพลังของมนุษยชาติอย่างแท้จริง ใครที่ตามมาตั้งแต่ต้น พาร์ตนี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะนี่คือความตื่นเต้นครั้งสุดท้ายที่จะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล!
Anime • 8 พ.ค. 69
อ่าน
บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.2 : มอส-ใบตอง กับความหวังที่ต้องไขว่ขว้า
"บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.2" การประกวดแข่งขันอาจสร้างชื่อเสียงเงินทองและเส้นทางอาชีพให้ใครมาแล้วมากมาย หลายคนจึงไขว่คว้าด้วยหวังในความโด่งดัง แต่กับสองนักล่าฝัน "มอส-ใบตอง" การเดินเข้ามาสู่เวที True AF 2026 ของทั้งคู่คือการออกตามหาบางสิ่งที่มีความหมายยิ่งใหญ่กว่านั้น บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.2 : มอส-ใบตอง บทที่ 3 : AF001 มอส - บางอย่างที่ขาดหาย กลางเมืองเชียงใหม่เช้าตรู่วันที่ 21 มีนาคม 2569 คนมีฝันหลายร้อยคนกำลังเร่งรีบเดินทางไปสมัครออดิชั่น TrueAF 2026 บาริสต้าหนุ่มวัย 23 คนหนึ่งเหม่อมองผู้คนที่ผ่านไปมา ภายใต้สีหน้านิ่งเฉยนั้นในใจของเขากำลังร้อนระอุ "ขอเถอะ ขยายเวลาทีจะไปให้ได้" ซึ่ง "มอส กนกพล เริงจักร์" ภาวนาในใจ เขารู้สึกหงุดหงิดที่วันสำคัญแบบนี้ดันต้องมายืนขาแข็งทำงาน แต่เพราะชีวิตไม่มีทางเลือกมากนัก เขาจำใจต้องวางความต้องการของตนไว้เพื่อปัจจัยในการดำรงชีวิตที่สำคัญกว่า ชายหนุ่มย้อนอดีตให้ฟังว่าเขารักเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก อาศัยวิธีครูพักลักจำจนได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอนให้เขารู้จักแกะเพลง "อย่างเพลงภาษาอังกฤษ มอสพูดไม่ได้เลย แต่เน้นจำเอาครับ ถ้าถามว่าโน้ตนี้รู้จักไหม ไม่รู้จักครับ แต่เน้นปฏิบัติเอา" มอสเล่าอย่างอารมณ์ดี ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเรียกว่าพรสวรรค์ได้หรือไม่ แต่หนุ่มมอสก็พาตัวเองเดินสายประกวดจนได้เข้ารอบชิงมาหลายเวที ทั้งยังสามารถคว้าแชมป์รายการจันทร์พันดาวร้องสู้ฝัน รายการเพลงด่วนชิงทุน และอีกมากมาย ประสบการณ์การประกวดนี้ค่อย ๆ เติมเต็มความฝันของเขาทีละน้อยมอส : มอสเคยไปรายการหนึ่งแล้วได้เข้ารอบชิง เขาบอกว่าคนได้เข้ารอบชิงจะได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตกับวง T-Pop วงหนึ่งของเมืองไทย รู้สึกฟูลฟิลมาก ๆ ครับ ได้ร้องเพลง มีคนฟังเยอะ ๆ ได้เป็นตัวของตัวเองบนเวทีสยาม ผมนั่งรถไฟออกจากเชียงใหม่ พอถึงสยามเห็นคนรอเต็มไปหมดเลย แม้เขาจะมารอวงนั้น แต่เขาเทคแคร์เราดี เราเลยรู้สึกว่าที่นี่ควรจะเป็นที่ของเราจริง ๆ เวลาหมุนไปความสุขในการวิ่งตามฝันก็เลือนหายไปพร้อมกัน ฝันที่เห็นตัวเองเป็น "ศิลปิน" ในวันนี้กลับห่างไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึงมอส : ความฝันมันมีระยะเวลาครับ ความฝันในการร้องเพลงมันก็ต้องใช้งบประมาณเยอะมาก ๆ มอสยอมจำนน เขานั่งนิ่งชั่วครู่ก่อนสารภาพถึงความหวังหนึ่งเดียวที่เขากอดไว้แน่นในตอนนี้ ความหวังที่รอคอยการเติมเต็มบางอย่างที่ขาดหายไปมอส : พอเราโตขึ้นก็ต้องแบ่งเวลาระหว่างไปทำงานจริง ๆ กับเวลาที่เป็นความฝันที่อาจจะต้องหยุดไว้ พี่สาวของมอสแยกไปทำงานต่างประเทศ พ่อก็อยู่ตัวคนเดียวที่บ้าน ความฝันของมอสตอนนี้คือการได้เข้าบ้าน AF แล้วอาจจะมีชาเลนจ์บางอย่างที่ทำให้เราชนะ แล้วได้รวมคนที่บ้าน พี่สาวกับพ่อได้มาเจอกัน อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาสักวันหนึ่งครับ ราวกับสวรรค์มีตา สี่โมงเย็นขณะเตรียมเลิกงาน มอสได้ข่าวว่าออดิชั่นขยายออกไป มีเวลาเหลือไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงชายหนุ่มไม่รอช้ารีบบึ่งรถไปยังจุดหมายด้วยใจที่ไวกว่าแสง ยื่นใบสมัครเกือบเป็นคนสุดท้าย ได้ออดิชั่นต่อหน้ากรรมการ และผ่านเข้ารอบ 100 คนสมความตั้งใจ แม้จะเดินทางมาออดิชั่นด้วยความมุ่งมั่น แต่การห่างจากการจับไมค์ขึ้นเวทีมานานกลับกลายเป็นความรู้สึกกดดันที่โถมเข้ามาจนแทบยืนไม่อยู่มอส : มอสไม่ได้กดดันเรื่องประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่เพราะเราไม่ได้ร้องเพลงมานานมาก พอมาประกวดอีกครั้งความที่ไม่ได้ทำมานานกลับมากดดันเราแทน ออดิชั่นวันแรกมอสมีความสุขมาก แต่พออีกวัน (รอบเปียโน) ได้เห็นทุกคนที่ซ้อมกันมาเป็นเดือน มอสอยู่เลขสุดท้ายมันเลยรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดเรื่อย ๆ พอขึ้นเวทีปุ๊บ ระเบิดแล้วหายไปเลย ยืนร้องไห้อยู่บนเวทีเลยครับ ความรู้สึกจุกอกที่ถูกยกทิ้งไปหลังได้รับแจ้งว่าผ่านออดิชั่น เขาดีใจเนื้อเต้นรีบซื้อตั๋วรถทัวร์กลับบ้านเพื่อนำข่าวไปบอกพ่อที่อยู่ในอีกอำเภอ โดยไม่รู้ว่าการเดินทางสั้น ๆ ในครั้งนั้นจะทำให้เขาต้องนั่งตระหนักถึงความน่าสังเวชของชีวิตมอส : ผมนั่งรถทัวร์กลับมาแล้วเขาไล่ให้ลงข้างทาง อ้างว่าตั๋วที่ผมซื้อไม่ใช่คันเดียวกัน ทั้งที่มันเป็นตั๋วคันเดียวกัน ผมลงรถยืนอยู่คนเดียวที่ข้างทาง ถามตัวเองว่าชีวิตเราจะอยู่แบบไม่แน่นอนแบบนี้เหรอ แม้วันนั้นผมจะหาทางกลับถึงเชียงใหม่ได้ ก็ยังรู้สึกว่าไม่อยากให้ชีวิตเราไม่แน่นอนแบบนี้อีกแล้ว ถ้าอยากมั่นคงก็อย่ากลับมาจุดนี้ ต้องสู้ต่อไป ถ้าท้อเหรอ ก็ต้องทำทุกอย่างให้ไม่กลับมาอยู่ตรงนี้อีก คิดได้ดังนั้นมอสก็กลับมาตั้งใจฝึกซ้อม ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างหนักตามคำแนะนำที่ได้รับ เขาลดน้ำหนักลงไปถึง 10 กิโลกรัมในเวลาไม่ถึงเดือน ทั้งยังตั้งใจว่าจะดูแลตัวเองต่อไปไม่ว่าผลไฟนอลออดิชั่นจะออกมาอย่างหวังหรือไม่ เพราะสุดท้ายผลประโยชน์ของมันก็ตกเป็นของตัวเขาเองทั้งนั้นมอส : มอสเชื่อว่าทุกคนมีโอกาส อย่าเพิ่งตัดโอกาสตัวเองคิดว่า ฉันไม่ได้หรอก ถ้าเรากอดความฝันและความตั้งใจไว้ สุดท้ายคนที่แฮปปี้ที่สุดก็คือตัวเรา เราทำดีที่สุดแล้ว เรามีความสุขแล้ว ทำด้วยใจ ไม่มีใครได้อะไรนอกจากตัวเรา บทที่ 4 : AF 021 ใบตอง - หัวใจไม่จนตรอก เช้าตรู่วันที่ 3 เมษายน ดวงตะวันสีทองกำลังค่อย ๆ สาดแสงพ้นแนวขอบฟ้า พาดผ่านเงาของมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟเก่า ๆ คันหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ บนถนนสายเอเชียด้วยความเร่งรีบ เด็กสาววัย 18 ปีร่างบางคนหนึ่งนั่งซ้อนท้ายแฟนหนุ่มที่กำลังบิดด้วยใจจดจ่อ หอบหิ้วกระเป๋าใส่เอกสารและความฝันมาเต็มเปี่ยมจากพิจิตร เพื่อยื่นสมัครออดิชั่น AF ที่เปิดรับสมัครเป็นรอบสุดท้าย "ใบตอง ชลิตา ศรีสังข์" สาวน้อยดีกรีช่างกล เป็นอีกคนที่ต้องการท้าทายตัวเอง และใช้เวทีประกวดเพื่อวัดว่าฝีมือการร้องเพลงพัฒนาไปไกลแค่ไหน สาวเสียงดีคนนี้รักในการขับร้องมาตั้งแต่เด็ก ได้มีโอกาสเรียนเปียโนช่วงสั้น ๆ กับครูดนตรีไทย และฝึกร้องเพลงลูกทุ่งด้วยตนเองจากคลื่นวิทยุที่คุณย่าชอบเปิดทุกวัน จนเริ่มมีมือถือของตัวเองก็อาศัยดูยูทูปฝึกฝนเรื่อยมา โดยใช้เสียงเพลงจากศิลปินสายพลังเสียงที่ชื่นชอบ ตั้งแต่ แพท วง Klear, ดา เอ็นโดรฟิน, วี วิโอเลต จนถึงโบกี้ไลอ้อน และ เจฟ ซาเตอร์ ที่ใบตองทั้งฝึกฟังและร้องตามทุกคืนจนหลับคาโทรศัพท์ไป เธอเล่าว่าช่วงหนึ่งระหว่างฝึกร้องเพลง "หยดน้ำตา" ด้วยความที่อยากขึ้นไฮโน้ตให้ได้ จึงลองหลายวิธีจนเสียงหายไปถึง 3 เดือน ต้องพักยาวก่อนกลับมาฝึกใหม่จนร้องได้ กลายเป็นความภาคภูมิใจครั้งยิ่งใหญ่ของตัวเอง ใบตองยืดอกยอมรับว่าไม่เคยรู้จัก AF มาก่อน แม้จะเคยได้ยินผ่าน ๆ จากคนรอบข้างแต่ก็ยังไม่มีภาพในหัว กระทั่งวันหนึ่งบังเอิญเลื่อนเจอโฆษณาในมือถือ ด้วยความตื่นเต้นจึงออกปากชวนแฟนหนุ่มนักดนตรีที่คบกันมานานกว่า 3 ปี ให้ลองสมัครออดิชั่น "เฮ้ยพี่ ลองไปไหม ได้ไม่ได้ไม่รู้ ลองไป" เลือดนักสู้เริ่มสูบฉีดอีกครั้ง แต่เมื่อหยิบกระเป๋าเงินมาเปิดดู ฝันหวานของทั้งคู่พลันสลายไปในชั่วพริบตา "ตอนนั้นหนูกับแฟนมีเงินรวมกันแค่พันเดียวเองค่ะ" ใบตองเล่าให้ฟังอย่างเปิดอก "พี่ที่ร้านหมีทองที่ให้โอกาสหนูเล่นดนตรีรู้เข้าก็ช่วยสนับสนุนมาเพิ่ม 2,000 บาท บอกว่าได้ไม่ได้ไม่เป็นไร ถือว่าพี่ช่วยซัพพอร์ต" อาจจะเป็นเพราะตื่นเต้นหรืออากาศร้อนไม่ทราบได้ หลังจากเช็คอินเข้าโรงแรมในกรุงเทพฯ แล้ว จู่ ๆ ใบตองกลับรู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างว่างเปล่า จึงชักชวนแฟนหนุ่มบิดมอเตอร์ไซค์หิ้วลำโพงคู่ใจออกไปเปิดหมวกร้องเพลงที่แถวสวนลุมพินีใบตอง : ไหน ๆ ก็เข้ากรุงมาแล้ว ก็แอบมีความฝันว่าอยากร้องเพลงให้คนในกรุงฟังบ้างค่ะ เคยร้องแต่ต่างจังหวัด ได้เงินหรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่อยากให้เขาได้ยินเสียงเราเท่านั้นเองค่ะ ออดิชั่นวันแรกผ่านไปอย่างราบรื่น แม้จะแอบหวังแต่ก็ต้องปลอบใจแฟนหนุ่มหลังจากเห็นสีหน้าที่กังวล ทั้งคู่กลับเข้าห้องพักรอคอยเสียงโทรศัพท์อย่างใจจดจ่อ หนึ่งคืนผ่านไปโทรศัพท์ยังคงเงียบกริบ ใบตองถอดใจเตรียมเช็คเอาท์กลับบ้าน ทันใดนั้นเองใบตอง : มันเหมือนกับโชคชะตาฟ้าลิขิตค่ะ เพราะส่วนตัวหนูชอบกินอาหารทะเล หนูเลยบอกว่าแฟนหนูไปว่าอยากกินหอยช็อต เลยพากันขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อย ๆ กินลมชมวิวไปถึงบางแสน (หัวเราะ) แต่พอไปถึงร้านเค้าปิด ก็เลยตัดสินใจกันว่าจะขี่ย้อนกลับกรุงเทพฯ แล้วยิงยาวไปพิจิตรเลย แผนการของทั้งคู่สะดุดลงอีกครั้ง เมื่อรถมอเตอร์ไซค์เจ้ากรรมดันเครื่องดับกลางดึกระหว่างกลับเข้ากรุงเทพฯ ทั้งคู่พยายามแก้ไขปัญหาอยู่นานจนถอดใจ ระหว่างนั้นเองปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ทีมงาน AF โทรไปแจ้งข่าวดีว่าเธอผ่านออดิชั่นรอบคัดเลือกแล้ว ใบตองดีใจมากรีบวิ่งไปกอดแฟนร้องไห้โฮจนคนผ่านไปผ่านมาตกใจ รวมถึงช่างซ่อมรถคนหนึ่งที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ จึงอาสาซ่อมรถให้ทั้งคู่ฟรี แลกกับเสียงเพลงเพราะ ๆ จากสาวน้อยหนึ่งเพลง วันรุ่งขึ้นระหว่างออดิชั่นรอบเปียโนแม้ข้างในจะตื่นเต้นแต่ใบตองก็เก็บอาการอยู่ เธอฮึดสู้จน มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง หนึ่งในคณะกรรมการต้องออกปากชม "พี่มายบอกว่าชอบที่หนูเป็นคนตรง ๆ ซื่อสัตย์กับตัวเอง เขาถามว่าหนูคิดว่าตัวเองสวยไหม พอหนูตอบไปว่า ก็คิดว่าสวยค่ะ คนในฮอลล์ก็ฮือฮากันนิดนึง (หัวเราะ) หนูเลยเอ๊ะ เราไม่สวยเหรอ (หัวเราะ) หลังจากพี่เค้าบอกว่าเลือกเราแล้ว เดินออกมาน้ำตาซึม กระโดดกอดแฟนเลย" เมื่อกลับถึงพิจิตรรอยยิ้มที่เคยสดใสต้องหายไปอีกครั้ง ใบตองได้รับข่าวร้ายว่างานร้องเพลงถูกระงับไม่มีกำหนด รายได้หลักที่เธอจะนำมาใช้ทำตามฝันหายวับไปกับตา เจ้าของร้านหมีทองรู้เข้าจึงเสนอไอเดียให้ระดมทุนเพื่อส่งเธอมาร่วมไฟนอลออดิชั่น โดยยื่นข้อแม้ว่าใบตองจะต้องเก็บตัว ดูแลสุขภาพเสียงของตัวเองให้ดี ซึ่งใบตองก็ทำตามอย่างเคร่งครัดจนได้เดินทางมาเข้าร่วมเวิร์คช็อปและโชว์เพลง Titanium บนเวทีไฟนอลออดิชั่นได้อย่างทรงพลัง เธอสารภาพว่าหากปาฏิหาริย์มีจริง อยากย้อนเวลาให้แฟนหนุ่มลงสมัครและเข้าร่วมทุกคลาสของเวิร์คช็อปด้วยกัน เพราะความฝันหนึ่งเดียวของทั้งคู่คือการได้ยืนบนเวทีเคียงข้างกัน และเขาคือลมใต้ปีกหนึ่งเดียวที่คอยพยุงให้เธอได้มาเจอประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในวันนี้ "หนูต้องขอบคุณพี่เต พี่ออย กับพี่ปรางค์จากร้านหมีทอง พี่ช่างซ่อมรถคืนนั้น และคนทั้งจังหวัดพิจิตรที่ช่วยสนับสนุนหนูค่ะ" ใบตองกล่าวด้วยความตื้นตันใจ ก่อนทิ้งท้ายว่า "หน้าตาหนูอาจจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่หนูสู้คนอื่นได้คือใจหนู เพราะหนูไม่เคยยอมแพ้อะไรเลย" อยากให้เราเปิดบันทึกนักล่าฝันคนไหน ฝากคอมเมนต์ที่เฟซบุ๊ก TrueVisions หรือ TrueAF Thailand ได้เลยตอนนี้ อย่าลืมติดตามว่าครั้งหน้าจะเป็นคิวของใคร ติดตามที่เว็บไซต์ truevisions.co.th/Showtime ห้ามพลาด! ส่งกำลังใจเชียร์นักล่าฝันทั้ง 98 คน พร้อมลุ้นประกาศ 12 นักล่าฝันที่จะได้ไปต่อ ในรายการ ถ่ายทอดสด การประกาศผล 12 นักล่าฝัน "TrueAF 2026" วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม นี้ เริ่ม 17.00 น. ดูฟรีที่ช่อง AF Reality (334) และที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.1 : ไคริว-มิวสิค ขอลุยสู้สุดใจ ดูถ่ายทอดสด ประกาศผล 12 นักล่าฝัน TrueAF 2026 ทาง TrueVisions NOW ช่อง AF Reality 334 TrueAF 2026 คิดถึง "อาต้อย เศรษฐา" พิธีกรในตำนาน เคยรู้หรือไม่ อยากเลิกทำตั้งแต่ซีซันแรกจบ รอลุ้นใครทำหน้าที่พิธีกรปีนี้ แอบส่องบรรยากาศวันที่ 2 TrueAF 2026 Workshop Final Audition สุดคึกคัก 11 พฤษภาคมนี้ รู้กันใครได้เข้าบ้าน! ประเดิมวันแรกสุดคึกคัก TrueAF 2026 Workshop Final Audition สู่การเป็นนักล่าฝันตัวจริง
ข่าวบันเทิง • 6 พ.ค. 69
อ่าน
4EVE IS BACK! ส่งซิงเกิลใหม่ “My Chainz” กับแนวเพลงที่ทุกคนคิดถึง
4EVEที่สุดของเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุค ศิลปินสังกัดค่ายXOXO Entertainmentกลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่!My Chainzการคัมแบคครั้งนี้ทำให้นึกถึงสาวๆ4EVEในช่วงเดบิวต์ เพราะ7สาวได้กลับมาร่วมงานอีกครั้งกับโปรดิวเซอร์NINOที่เคยร่วมงานกันในเพลง4EVER , I LIKE BOYSและBooty Bombซึ่งแต่ละเพลงล้วนเป็นเพลงที่สะท้อนตัวตนของ4EVEทั้งในด้านเมโลดี้ เนื้อร้อง และการเต้น จึงเชื่อว่าเพลงMy chainzจะเป็นแนวเพลงอีกเพลงหนึ่งที่แฟนๆ คิดถึงอย่างแน่นอน!! เพลงMy Chainzเป็นเพลงแนวHip-Hop TrapและT-POPโดยเสน่ห์ของเพลงนี้คือการผสานเนื้อร้องผ่านการแร็ปสุดเท่และดุเดือด สามารถดึงดูดผู้ฟังได้ตลอดทั้งเพลง อีกทั้งยังมีท่อนOutroที่ใครฟังก็อยากจะลุกขึ้นมาเต้นไปด้วยกันอย่างแน่นอน ในส่วนของเนื้อเพลงได้MONA Vมาร่วมประพันธ์ให้อีกด้วย ความหมายของเพลงMy Chainzต้องการสื่อถึงผู้หญิงที่รู้คุณค่าของตัวเอง ประสบความสำเร็จ และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องการการยอมรับจากใคร เพราะพวกเธอมาเพื่อเป็นคนคุมเกมนอกจากนี้ยังมีประโยคที่กลายเป็นเอกลักษณ์อย่างMakes your heart go boomที่ได้นำกลับมาใช้ เพียงได้ยินก็รู้ทันทีว่า4EVE IS BACK! สำหรับมิวสิกวิดีโอเพลงMy Chainzได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่างDirectornetมาช่วยตีความของเพลงนี้ โดยมีการเปรียบเปรยถึงการอยู่บนจุดสูงสุดและความสำเร็จ โดยใช้เพชรและเครื่องประดับเป็นตัวแทนแห่งความสำเร็จDirectornetจึงนำแนวคิดการเปรียบเปรยที่มองว่าเพชรเป็นสิ่งที่บริสุทธิ์ สวยงาม แต่ก็เย็นชา เปรียบเสมือนหิมะที่ระยิบระยับ งดงาม แต่เย็นและยากที่จะจับต้องได้จึงทำให้ MVนี้เต็มไปด้วยภาพของหิมะสีขาวที่ปกคลุม สร้างบรรยากาศแปลกใหม่ และเมื่อได้เห็นภาพของ7สาวยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ ก็ยิ่งสะท้อนความสวยงามที่ดูสูงค่าและเข้าถึงได้ยาก ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของ4EVEที่Directornetต้องการถ่ายทอดให้แฟนๆ ได้รับชมกัน สามารถติดตามและรับชมMVเพลงMy Chainzได้แล้ววันนี้ทางYoutubeและบนสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์มและที่สำคัญในวันที่1พฤษภาคมนี้!อย่าลืมวอร์มนิ้วให้พร้อม เพื่อเตรียมรอกดบัตรคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่3ของสาวๆ4EVEที่จัดเต็มรับประกันความสนุกอย่างแน่นอน กับงานคอนเสิร์ตSUNSU PRESENTS 4EVE UNCHAINED CONCERTแล้วพบกัน สำหรับแฟนๆ ที่อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตนี้ คลิกที่นี่ได้เลยhttps://www.eventpop.me/s/4eve-unchained-concert
ข่าวเพลงไทย • 1 พ.ค. 69
อ่าน
ทุบสถิติ! Spot Bitcoin ETF เงินไหลเข้าแรงสุด ท่ามกลางศึกโลก
#Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกามรายงานตัวเลขเงินทุนไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้กระแสเงินไหลเข้าเป็นบวกติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สามแล้ว จากข้อมูลของ SoSoValue พบว่า Spot Bitcoin ETF มียอดเงินไหลเข้ามูลค่า 996.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นยอดรวมรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 16 มกราคม โดยในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุนเหล่านี้สามารถดึงดูดเงินทุนเข้ามาได้รวมแล้วกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กระแสเงินไหลเข้ารายสัปดาห์นำโดยกองทุน IBIT ของ BlackRock ซึ่งเป็นกองทุนบิตคอยน์ที่มีสินทรัพย์สุทธิใหญ่ที่สุด โดยดึงดูดเม็ดเงินไปได้ 906 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมายังถือเป็นสัปดาห์แรกของการซื้อขายแบบเต็มสัปดาห์สำหรับกองทุน MSBT ของ Morgan Stanley ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 8 เมษายน โดย MSBT มียอดเงินไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ที่ 71 ล้านดอลลาร์ ทางด้าน Spot Ethereum ETF ก็รายงานตัวเลขเงินทุนไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคมเช่นกัน โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 275.8 ล้านดอลลาร์ ความพยายามสร้างสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน "นักลงทุนสถาบันเชื่อว่าการลดระดับความตึงเครียดอย่างถาวรระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ และส่งผลให้มีการเพิ่มสถานะซื้อ (Long Position) ใน Bitcoin ETF" Jeff Mei ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของ BTSE กล่าวกับ The Block ข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลาสองสัปดาห์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีกำหนดจะสิ้นสุดลงในวันพุธนี้ ท่ามกลางความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ ในขณะที่สถาบันต่างๆ กำลังประเมินถึงความเป็นไปได้ในการยุติความขัดแย้ง รายงานล่าสุดระบุว่าสหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าติดธงอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศก่อนหน้านี้ว่า คณะผู้เจรจาของสหรัฐฯ กำลังเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด เพื่อความเป็นไปได้ในการเจรจากับอิหร่าน ในขณะที่แหล่งข่าวจากอิหร่านรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของตนจะไม่เข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ เว้นแต่สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่ดูเหมือนจะกลับมาคุโชนอีกครั้งในตะวันออกกลาง ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลดลง 0.25% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สู่ระดับ 75,006 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอร์ (Ether) ลดลง 0.6% อยู่ที่ 2,301 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจากหน้าราคาคริปโตของ The Block Mei จาก BTSE กล่าวว่า ความต้องการจากนักลงทุนรายย่อยกำลังปรับตัวดีขึ้นในขณะนี้ แต่เสริมว่าแรงส่งขาขึ้นที่ยั่งยืนนั้นจำเป็นต้องมีการลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) "นี่คือปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อเงินทุนที่ไหลเข้าคริปโตก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน และจะยังคงเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อความเชื่อมั่นในระยะกลางถึงระยะยาวต่อไป" Mei กล่าวกับ The Block ที่มาhttps://www.theblock.co/post/398044/spot-bitcoin-etfs-1-billion-weekly-inflows
ทันหุ้น • 20 เม.ย. 69
อ่าน
YLG คงเป้าราคาทอง 9 หมื่นบาทใน Q4/69 จีนตุนทองไม่หยุด
#ทันหุ้น-YLG มั่นใจทองคำระยะยาวเป็นขาขึ้น คงเป้าหมาย 5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ หรือ 90,000 บาทต่อบาททองคำ ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แม้ระยะสั้นอาจพักฐานสะสมกำลังอีก 1 ครั้ง ซึ่งจะเป็นจังหวะในการเข้าซื้อเก็งกำไร จากจังหวะที่นักลงทุนโยกเงินสลับกับทำกำไรจากราคาน้ำมัน โดยพบว่าธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าซื้อสะสม นำโดยธนาคารกลางจีนซื้อต่อเนื่อง 17 เดือน ขณะที่ประเทศหน้าใหม่เริ่มเข้าซื้อครั้งแรกในรอบหลายปี เช่น อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย สะท้อนความมั่นใจต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยต่อให้แพงแค่ไหนก็ยังซื้อต่อเนื่องนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวถึง ราคาทองคำในตลาดโลกยังคงเคลื่อนไหวลักษณะแกว่งตัว เพื่อรอสัญญาณชัดเจนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าก่อนนี้จะประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์แต่ก็ไม่สามารถปฏิตามข้อตกลงได้ จึงทำให้ทองคำที่บวกรับข่าวดังกล่าวในตอนแรกต้องชะลอการปรับขึ้นอีกครั้งอย่างไรก็ดีความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 6 สัปดาห์นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งแม้โดยปกติทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่มักจะปรับตัวขึ้นในช่วงที่เกิดความขัดแย้ง แต่ในครั้งนี้ราคาทองคำกลับตอบรับเชิงบวกต่อ “ข่าวการเจรจา” เนื่องจากตลาดประเมินว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่เคยพุ่งสูงเริ่มคลี่คลาย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงประมาณ 0.3% ทันทีหลังการประกาศข่าว ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีความน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยนักลงทุนบางส่วนได้โยกย้ายเม็ดเงินเข้าสู่ทองคำมากขึ้น เพื่อเก็งกำไรในรอบใหม่ (Buy the Dip) หลังจากที่ราคาทองคำพักตัวลงมาในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้าในระยะที่มีความขัดแย้งทองคำจะเคลื่อนไหวแกว่งตัวเนื่องจากนักลงทุนสลับทำกำไรกับสินทรัพย์อื่น แต่ระยะยาวยังมั่นใจว่าทองคำเป็นขาขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังมีความไม่เชื่อมั่นต่อเสถียรภาพนโยบายของสหรัฐ จึงคาดการณ์ว่าในปี 2569 นี้ราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายระดับ 5,824 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อทรอยออนซ์ หรือประมาณ 90,000 บาทต่อบาททองคำ ภายในไตรมาสที่ 4 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แท้จริง (Real Yield) ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าโลก โดยเฉพาะช่วงการบริหารภายใต้ “โดนัลด์ ทรัมป์”อีกหนึ่งปัจจัยสนับสนุนที่แข็งแกร่งที่ทำให้มองว่าทองคำยังเป็นขาขึ้นนั่นคือ ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าสะสมทองคำเป็นเงินทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่ง J.P. Morgan และ Goldman Sachs ระบุว่าในปีนี้ความต้องการทองคำจากภาครัฐยังคงสูงเฉลี่ยถึง 190 ตันต่อไตรมาส เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ในระบบการชำระเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแรงพยุงราคาไม่ให้ร่วงลงไปลึกแม้ในยามที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นทั้งนี้ วายแอลจี จัดอันดับข้อมูลประเทศที่เข้าซื้อทองคำมากที่สุดในไตรมาส 1/69 (ข้อมูลอัปเดตถึงสิ้นเดือนก.พ./ต้นเดือนมี.ค.) ดังนี้อินโดนีเซีย, เช็กเกีย และเซอร์เบีย เริ่มทยอยเข้าซื้อในลักษณะประปราย เฉลี่ยราวประเทศละ 1-2 ตัน สำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการลงทุน YLG มีบริการสำหรับการเริ่มต้นได้ง่ายๆผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที-จีน รักษาความเป็นผู้นำการสะสมทองคำต่อเนื่อง โดยเดินหน้าซื้อต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน แม้ตัวเลขรายเดือนจะดูไม่เยอะ (ประมาณ 1-2 ตันต่อเดือน) แต่เป็นการซื้อแบบสะสมต่อเนื่องเพื่อเพิ่มสัดส่วนทองคำในเงินทุนสำรองให้ถึงเป้าหมาย 10% การสะสมทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 17 แม้ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 4,800 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์แล้วก็ตาม สะท้อนมุมมองเชิงโครงสร้างที่หลายประเทศยังคงให้น้ำหนักกับทองคำในฐานะ "ทองคำคือสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าดอลลาร์" ในระยะยาว-อุซเบกิสถาน เป็นประเทศที่เข้าซื้อสูงสุดในช่วงต้นปี เพื่อสำรองมูลค่าสินทรัพย์ในประเทศ ในปริมาณประมาณ 9 ตัน (เฉพาะในเดือนมกราคม)-โปแลนด์ เข้าซื้อสะสมอย่างหนักต่อเนื่องมาจากปี 2568 ที่ซื้อไปกว่า 80 ตัน โดยในปี 2569 โปแลนด์ประกาศชัดเจนว่าจะเพิ่มสัดส่วนทองคำในสำรองเลี้ยงชีพสู่ระดับ 20-25% เพื่อเสริมเสถียรภาพความมั่นคงทางทหารและเศรษฐกิจ-อินเดีย เป็นกลุ่มผู้ซื้อหน้าใหม่ (Emerging Buyers) กลับมาเข้าซื้อแบบเป็นระยะ (Episodic Additions) เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ-มาเลเซีย เข้าซื้อในปริมาณประมาณ 3 ตัน เป็นการเพิ่มทองคำครั้งแรกตั้งแต่ปี 2561-อินโดนีเซีย, เช็กเกีย และเซอร์เบีย เริ่มทยอยเข้าซื้อในลักษณะประปราย เฉลี่ยราวประเทศละ 1-2 ตันสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการลงทุน YLG มีบริการสำหรับการเริ่มต้นได้ง่ายๆผ่านแอปพลิเคชัน YLG Get Gold ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ตโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชัน รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที
ทันหุ้น • 10 เม.ย. 69
ดูเพิ่มเติม