รีเซต

ผลการค้นหา “Something in my room” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
รีวิว Something in the Water ทริปงานแต่งที่ต้องมาหนีฉลาม
อ่าน

รีวิว Something in the Water ทริปงานแต่งที่ต้องมาหนีฉลาม

Something in the Water หนังระทึกขวัญเอาตัวรอดจากฉลามมีมาให้ทุกคนรับชมกันอีกแล้ว โดยเรื่องนี้เลือกหยิบเอาความกลัวของมนุษย์มาใช้เป็นแกนหลักของเรื่อง นั่นคือ ความหวาดกลัวใต้ท้องทะเลลึกที่อาจมีบางสิ่งซ่อนอยู่ใต้น้ำ ตามที่มาของชื่อเรื่อง โดยหนังจะเล่าเรื่องราวของกลุ่มเพื่อนสาวที่เดินทางไปแคริบเบียนเพื่อร่วมงานแต่ง เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข แต่การล่องเรือในทะเล คือ จุดเปลี่ยนที่ทำให้สถานการณ์กลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อพวกเขาต้องพลัดตกลงไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่โดยไม่มีทางกลับขึ้นเรือไปได้ รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! หนังเรื่องนี้โดดเด่นตรงที่การสร้างบรรยากาศที่อึดอัดและกดดัน เมื่อตัวละครเริ่มไปติดอยู่ในทะเล ถึงแม้ว่าจะใช้พื้นที่จำกัดอยู่ในผืนน้ำตลอดทั้งเรื่อง แต่มันก็ทำให้คนดูได้มีแอบลุ้นกันบ้างว่าฉลามจะโผล่ออกมาตอนไหน ดูไปซักพักก็จะสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวัง ไร้ทางออก และนั่นคงเป็นข้อดีเพียงข้อเดียวของเรื่อง เพราะเชื่อว่าหลายคนก็คงไม่ถูกใจกันเท่าไหร่ จากการที่ฉลามโผล่ออกมาน้อยมาก จนดูจบก็ยังเห็นหน้าฉลามตัวนี้ไม่ชัดซักที หนังเลือกใช้การเล่าที่เรียบง่ายและความเป็นจริงของสถานการณ์เป็นตัวขับเคลื่อน มันจึงไม่ใช่หนังเอาชีวิตรอดจากการโดนฉลามไล่ล่าที่สร้างความระทึก  เราจะได้เห็นทั้งตัวละครเริ่มหมดแรง ถูกแดดเผา เริ่มหิวกระหาย ความเครียดทางจิตใจนำไปสู่การทะเลาะกันเองบ้าง ซึ่งบอกเลยว่าก็คงเคยเห็นมาจากหนังฉลามเรื่องอื่นๆกันเยอะพอสมควร มันเลยไม่ได้สร้างความแปลกใหม่และน่าสนใจให้กับเรา ตัวละครแต่ละคนถูกใส่มาให้มีบุคลิกและมิติที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เพื่อนที่พยายามคุมสติ หาทางออก ไปจนถึงคนที่ค่อยๆสูญเสียความหวังและยอมแพ้ต่อชะตากรรม เมื่อสถานการณ์เลวร้ายขึ้น มิตรภาพก็ค่อยๆกลายเป็นความเห็นแก่ตัวทีละน้อย ทำให้การเอาตัวรอดอาจไม่ใช่การพยายามต่อสู้กับสิ่งที่อยู่ใต้น้ำเพียงอย่างเดียว แต่คือการเผชิญหน้าด้านมืดของมนุษย์ที่โหดร้ายยิ่งกว่า สรุปแล้ว Something in the Water จึงเป็นหนังฉลามที่เน้นความสมจริง มากกว่ามาขายความสนุกแบบชวนลุ้น หันมาเน้นในเรื่องความกลัวของมนุษย์ต่อทะเลลึก ใครที่ชื่นชอบความเรียบง่าย เหมือนติดอยู่ในกลางมหาสมุทรจริงๆ ก็ลองไปรับชมกันได้ครับ เครดิต ภาพปก 1 / 2 / 3 จาก majorgroup ภาพ 1 / 2 / 3 / 4 จาก sahamongkolfilm จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

#Review เกม The Room 1-3
อ่าน

#Review เกม The Room 1-3

The Room ภาค 1ราคา : 129 บาทแนว : ผจญภัย,ลึกลับ,ปริศนา,อินดี้ผู้พัฒนา : 28 ก.ค. 2014 (ไม่รองรับภาษาไทยนะคะ)  ถ้าหากมีคนให้แนะนำเกมแนวลึกลับ ปริศนาแต่ไม่น่ากลัวแล้วละก็ ตอนนี้ก็อยากจะขอแนะนำเกม The Room ทั้งสามภาคเลยค่ะ เกมนี้เป็นเกมที่ฝึกสมองได้ค่อนข้างดี เพราะเราต้องไขปริศนาต่าง ๆ ในเกม สำหรับภาคแรกนั้น อยากบอกว่าเป็นภาคที่เล่นยากที่สุด แต่ ด่านน้อยที่สุด หากว่าในตอนแรกใครที่งง หรือไม่สามารถแปลภาษาอังกฤษได้ในบางคำ ก็มียูทูปเบอร์หลายท่านได้เล่นเกมภาคนี้ให้ดูด้วยค่ะ หากใครที่สนใจอยากจะลองรับไปเล่นดูก็สามารถเข้าไปซื้อได้ที่  https://store.steampowered.com/app/288160/The_Room/  กันได้นะคะ รับรองว่าไม่มีผิดหวังค่ะ The Room ภาค 2ราคา : 129 บาทวางจำหน่าย : 13 พ.ย. 2018 (ไม่รองรับภาษาไทย) มาต่อกันที่ภาค 2 ของเกมนี้นะคะ สำหรับภาค 2 นั้น เมื่อเปิดเข้ามาแล้วเราก็จะเจอแบบสองรูปด้านบน เมื่อเราตั้งชื่อเสร็จแล้วก็ได้เวลาเข้าไปไขปริศนาได้เลยค่ะ ในส่วนของภาคนี้นั้น วิธีการไขปริศนา ก็ไม่ได้ต่างจากภาคแรกเท่าไหร่ค่ะ เพียงแต่เขาจะมีด่านใหม่และเยอะกว่าภาคแรก เรียกว่าเล่นเพลินๆ ไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ และในทุกภาคตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคสามนั้น เราก็จะได้กล้องตัวนี้เป็นการไขปริศนาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าค่ะ  ในภาพนี้ หากเรามองปกติโดยไม่ใช้เลนส์ที่ได้มา เราก็จะไม่สามารถถอดรหัสใส่ในช่องที่เขากำหนดให้ได้ค่ะ แต่ถ้าเราใช้เลนส์แล้วนั้น... ตัวหนังสือที่เรามองไม่เห็นก็จะปรากฏขึ้นมาค่ะ  แต่ไม่ต้องกังวลว่าเข้าไปแล้วจะเงอะงะนะคะ ทางผู้พัฒนาได้มีการสอนเราก่อนที่เราจะไปค้นหาปริศนาทุกภาคเลยค่ะ เมื่อเราสามารถไขปริศนาได้แล้ว ในแต่ละด่านก็จะปรากฏประตูเชื่อมไปยังด่านถัดไปค่ะ  ปริศนาในแต่ละด่านนั้น งงงวยและชวนปวดหัว แต่ก็ชวนให้ผู้เล่นนั้นเพลินไปกับเกมได้มากเลยทีเดียวค่ะสำหรับใครที่อยากจะลองซื้อมาเล่นดูก็สามารถคลิ๊กที่ https://store.steampowered.com/app/425580/The_Room_Two/ ได้เลยค่ะ  The Room ภาค 3 ราคา 119 บาทวางจำหน่าย 13 พ.ย. 2018 (ไม่รองรับภาษาไทย) สำหรับภาคสามนั้นเป็นเกมที่เล่นเป็นเกมแรก เพราะทางสตรีมแจกเกมนี้ฟรีค่ะ เลยกดไว้ พอได้ลองมาเล่นดูทำให้อยากเล่นในภาคแรกและภาคสองเลยทีเดียวค่ะในภาคสามเราจะมาโผล่บนรถไฟเป็นสถานที่แรก ซึ่งสองภาคก่อนหน้าเราจะได้เข้าไปในห้องเพื่อค้นหาปริศนาเลย แต่นี่เราต้องไขปริศนาบนรถไฟก่อน เมื่อเราเข้ามาแล้ว เขาก็จะเริ่มสอนเราเล่นเหมือนเช่นทุก ๆ ภาค และแน่นอนว่าไอเทมที่ขาดไม่ได้ในทุกภาคนั่นก็คือ เลนส์ นั่นเองค่ะ (ซึ่งเลนในภาคนี้ตอนแรกก็เข้าใจว่าแคปจากตัวเกมมาแล้ว แต่เผอิญว่า ไม่แคปตัวเลนส์มาต้องขออภัยด้วยนะคะ) ตัวเลนส์ในภาคสามนั้นจะแตกต่างออกไปเพราะเขาจะมีตัวที่สามารถซูมเข้าไปในรูเล็กๆ ได้ ตอนแรกเราอาจจะมองว่ามันเป็นกล่องธรรมดา จะไขปริศนาตรงไหนกัน ใช่ค่ะ ในกรณีนี้ เราต้องใช้เลนส์พิเศษนั่นเอง เมื่อเราใช้เลนส์พิเศษแล้ว เราก็จะสามารถเห็นปริศนาที่แฝงอยู่ในกล่องได้ และคีย์สำคัญในการผ่านไปแต่ละด่านนั้นก็คือ เจ้าพีระมิด ตัวนี้ เมื่อเราผ่านด่านเราจะได้พีระมิดตัวนี้เพื่อเปิดประตูไปยังด่านต่อไปค่ะ พีระมิดที่เราได้มา จะเอามาไว้ที่บ่อน้ำสีดำนี้ค่ะ และเราต้องหาให้ครบทั้งห้าอันนะคะ แต่ไม่ต้องกลัวว่าตัวเกมจะมีแค่นิดเดียวเหมือนสองภาคที่ผ่านมา เพราะภาคสามนั้น ทางผู้พัฒนาจัดเต็มให้เราเล่นกันแบบจุใจตาลายไปเลย (ถ้าจำไม่ผิดที่เคยดูตัวอย่างในยูทูป เกมนี้ถ้าเล่นแบบชิวๆ ก็ประมาณ 10 ชั่วโมงเห็นจะได้ค่ะ) แม้จะเป็นเกมแนวลึกลับ และเสียงดนตรีอาจจะดูน่ากลัวไปบ้าง แต่รับประกันได้ว่าไม่น่ากลัวแน่นอนค่ะ สำหรับใครที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษและกลัวจะเล่นไม่ได้ ไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะเราสามารถเข้าไปดูสตรีมเมอร์หลาย ๆ ท่านเล่นได้เลยค่ะ รับรองว่าเมื่อเราผ่านด่านแรกได้ ด่านต่อไปก็ไม่ง่ายแต่ก็คิดสนุกมากค่ะ เล่นคลายเครียดไม่ได้ แต่เครียดกว่าเดิมค่ะ (ฮา)สำหรับใครที่อยากจะลองซื้อมาเล่นดูก็สามารถคลิ๊กที่  https://store.steampowered.com/app/456750/The_Room_Three/  คะแนนเกม : 4/5 หักเพราะ ตัวเกมในภาคแรกมันเล่นค่อนข้างยาก และเดาทางไม่ออก อาจจะทำให้คนเล่นในช่วงแรก ๆ รู้สึกเบื่อได้ แต่โดยรวมถือว่าสนุก อยากให้หลาย ๆ คนได้ลองมาเล่นดูค่ะ  และตอนนี้ ทางผู้พัฒนาก็ได้ทำ The Room VR: A Dark Matter ออกมาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งก็ยังไม่ได้ทดลองเล่น หากได้ทดลองเล่นเมื่อไหร่ จะกลับมารีวิวว่าการเล่นโดยใช้ VR กับใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดานั้น ความสนุกต่างกันแค่ไหนนะคะ  สำหรับใครที่อยากเล่น แต่ไม่มีคอมพิวเตอร์ไม่ต้องเสียใจนะคะ ทางผู้พัฒนาเกมได้ทำลงในระบบมือถือทั้งระบบ Android และ ios Android The Room 1 ราคา 35 บาทThe Room 2 ราคา 72 บาทThe Room 3 ราคา 150 บาทiosThe Room 1 ราคา 29 บาทThe Room 2 ราคา 59 บาทThe Room 3 ราคา (ประมาณ) 131.75 บาท (3.99$) 

กาลครั้งหนึ่งกับอัลบั้ม "In The Room" ของวง "P.O.P."
อ่าน

กาลครั้งหนึ่งกับอัลบั้ม "In The Room" ของวง "P.O.P."

ในช่วงฤดูร้อนของปี พ.ศ. 2543 ในระหว่างที่เข้าไปในร้านขายเทปและซีดีแห่งหนึ่งได้สะดุดตากับปกเพลงอัลบั้ม "In The Room" ของศิลปินกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า "P.O.P." จึงได้ลองซื้อกลับมาฟังที่บ้าน หลังจากนั้นทำให้อยากรู้จักศิลปินกลุ่มนี้มากขึ้น สำหรับวง P.O.P. (Period of Party) นั้นเริ่มแรกประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 3 คนคือ "นภ พรชำนิ ทำหน้าที่เป็นนักร้องนำ" "ณฐพล ศรีจอมขวัญ เล่นเบส คีย์บอร์ดและคุมโปรแกรมมิ่ง" และ "มณเฑียร แก้วกำเนิด ทำหน้าที่เล่นกีต้าร์" ซึ่งเป็นแนวเพลงจะเป็นแนวป๊อปฟังสบาย ผสมป๊อปร็อคและมีแนวอื่น ๆ ผสมเข้ามา ก่อนหน้านี้ P.O.P. เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2541 ซึ่งออกงานอัลบั้มชุดแรกคือ "Era" ต่อมาออกผลงานอัลบั้มชุดที่ 2 คือ "P.O.P." ในปี พ.ศ. 2542 และต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2543 กับอัลบั้มแนวเพลงสไตล์ช้า ๆ เบา ๆ อย่าง "In The Room" ซึ่งในที่นี้จะเน้นกับงานอัลบั้มชุดนี้ภาพถ่ายจากปกอัลบั้ม In The Room ถ่ายโดย ผู้เขียนIn The Room อัลบั้มที่มีสไตล์เพลงที่เน้นเพลงช้า ฟังแล้วสบาย ๆ เนื้อหาในตัวบทเพลงในอัลบั้มไม่มีความซับซ้อน เสมือนกับการนั่งฟังเพลงอยู่ในห้องตามชื่ออัลบั้มของเพลง เอกลักษณ์และเสน่ห์ของวงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เกิดจากน้ำเสียงของนักร้องนำของวงอย่าง "นภ พรชำนิ" ที่ชวนทำเอาหลงไหลไปกับเสียงเพลง ในลักษณะของเพลงในอัลบั้มชุดนี้เน้นเพลงสไตล์อะคูสติกส์ส่วนใหญ่เป็นหลัก (ใช้เครื่องดนตรีจากกีต้าร์อะคูสติกส์เป็นหลัก) โดยมีหลายงานเพลงในอัลบั้มชุดนี้ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งเพลง "ยอม" เพลงนี้เป็นเพลงที่โด่งดังและสร้างชื่อให้กับวงนี้ เพลงจังหวะช้า ๆ ฟังสบายที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการตกหลุมรักใครสักคนที่ไม่อาจจะถอนตัวได้อีก เบื้องหลังของเนื้อร้องที่มีเนื้อหาอันแสนหวานมองโลกในแง่ดีนั้นเป็นฝีมือของบอย โกสิยพงษ์ และวง P.O.P. สำหรับทำนองแต่งโดย P.O.P. เพลงนี้มี 2 เวอร์ชั่นให้เลือกฟังในอัลบั้มชุดนี้เพลง "เธอ..คือหัวใจ" ซึ่งเป็นอีกเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักโรแมนติก เพลงนี้มีเสียงกีต้าร์คลอ ๆ เป็นบางช่วง ด้วยเนื้อร้องและทำนองบีบหัวใจยิ่งนัก (เป็นเพลงที่เหมาะสำหรับมอบให้กับคนที่รู้สึกพิเศษได้ฟัง)อัลบั้มชุดนี้ก็ยังมีเพลงเร็วเล็กน้อยแต่ยังคงเป็นแนวอะคูสติกส์เอาไว้นั่นคือเพลง "แค่ได้พบเธอ" เพลงนี้เสียงกีต้ามีความเด่นและไพเราะอย่างลงตัวไปกับทำนองของเพลง ความไพเราะของเพลงนี้มีองค์ประกอบจาก 4 ส่วนคือ เนื้อหาในเพลง เสียงนักร้องนำ เสียงจากการดีดกีต้าร์อะคูสติกส์ และเสียงคอรัส "วงกลม" อาจจะไม่ใช่เพลงที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักมากนัก แต่ก็เป็นอีกเพลงนึงที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ตัวทำนองของเพลงอาจจะฟังยากไปนิดนึง แต่ทำดนตรีออกมาได้ดีอีกเพลงหนึ่งเลยทีเดียว เนื้อหาในเพลงก็เขียนออกมาได้ดี เนื้อร้องเพลงนี้แต่งโดยบอย โกสิยพงษ์ วง P.O.P. และ Zentrady (เป็นนามปากกาสำหรับผลงานแต่งเพลงของ ตรัย ภูมิรัตน) ภาพถ่ายจากเทปของอัลบั้ม In The Room ถ่ายโดย ผู้เขียนสำหรับเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มชุดนี้ก็อย่างเช่น "ทำไม่ไหว" "ไม่มี" "เวลา" "ตรงนี้" "รักของเธอมีจริงรึเปล่า" และ "คนที่เดินผ่าน"งานอัลบั้มชุดนี้เป็นผลงานโปรดิวเซอร์โดยวง P.O.P. ซึ่งเป็นการเอางานเก่า ๆ จากอัลบั้มที่แล้วของวง P.O.P. เอามาทำใหม่ด้วยสไตล์ดนตรีแบบอะคูสติกส์ ปัจจุบัน P.O.P. มีสมาชิกเพิ่มมาอีก 2 คน (รวมเป็น 5 คน) มีสไตล์ดนตรีอย่างจัดจ้านขึ้นเพราะมีมือฉมังอย่าง "สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์" และ "ศศิศ มิลินทวนิช" ภาพถ่ายจากปกหลังอัลบั้ม In The Room ถ่ายโดย ผู้เขียน  

Hidden Something A rooftop bar & bistro ตรังในมุมสูง
อ่าน

Hidden Something A rooftop bar & bistro ตรังในมุมสูง

Hidden Something A rooftop bar bistro เป็นร้านที่ชื่อยาวววววววว มาร้านหนึ่งนะคะ เป็นบาร์ใต้คอนเซป rooftop ค่ะ ถึงแม้ว่าจะอยู่บนตึกที่ไม่ได้สูงระฟ้าเหมือน บาร์ใน กทม. แต่ที่นี้ก็ได้เห็นตรังในมุมสูง ที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งก็สวยไม่แพ้ตึกระฟ้าสูง ๆ ในกทม. นะ  ภาพโดยผู้เขียน ที่นี่จึงเป็นร้านแหล่งรวมสายชิว ทั้งไทย และเทศค่ะ ร้านบรรยากาศดี ลมโกรกตลอด ๆ ไม่ร้อนค่ะ ร้านมีแค่โซน outdoor นะคะ ดาดฟ้ามีการเล่นระดับ 2 - 3 ระดับ เลือกที่นั่งได้ตามอัธยาศัยค่ะ ชิวสุด ๆ บางวันมีดนตรีสดด้วยนะ เล่นเพลงสบาย ๆ เพราะเชียว ภาพโดยผู้เขียน อาหารที่ร้านมีทั้งอาหารหนัก ๆ อาหารทานเล่นเครื่องดื่ม ส่วนใหญ่เราไปสั่งแค่เครื่องดื่มและอาหารทานเล่น เวลาที่เหมาะสมนะคะ ควรไปช่วงเย็นประมาณ 17.30 น. จนดึก ๆ ค่ะ จะได้เห็นวิวเมืองตรังทั้ง 2 บรรยากาศ แต่ช่วงเย็นต้องทนร้อนนึงนะคะ เพราะร้านเป็นอาคารตึกปูน ค่อนข้างอมความร้อน แต่พอสักพักใหญ่ก็เย็นขึ้นค่ะ มาช่วงเย็น ๆ หน่อยก็ดีนะคะ ยังไม่มีลูกค้าท่านอื่น เดินถ่ายภาพบนดาดฟ้าได้รอบเลยค่ะ  ภาพโดยผู้เขียน ที่นี่เป็นที่พักด้วยนะคะ ตัวร้านอยู่บริเวณชั้นบนสูงคือชั้น 5 เราต้องเดินขึ้นบันไดอย่างเดียวนะคะ ไม่มีลิฟ หอบเล็กน้อย แต่เดินเพลิน ๆ ค่ะ เพราะผ่านส่วนที่เป็นห้องพัก ตกแต่งดี แต่ก็ระวังหากมีแขกพักเราก็อย่าส่งเสียงดังนะคะ ส่วนใหญ่เป็นแขกชาวต่างชาติ เพราะที่พักเป็นแบบแชร์ห้องแชร์ห้องน้ำ แต่ห้องส่วนตัวก็มีนะคะ ราคาถูกเชียวตกแต่งน่ารักดีค่ะ  ภาพโดยผู้เขียน ดึก ๆ คนจะเริ่มเยอะนะ คึกคัก ๆ  ภาพโดยผู้เขียน น้ำผลไม้ ก็มีนะคะ สดชื่นมากน้ำเสาวรสค่ะ   ข้อมูลเพิ่มเติมนะคะ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 17.00 - 23.59 น. https://www.facebook.com/Hidden-Something-A-rooftop-bar-bistro-209285906158307/ https://www.instagram.com/hiddensomething โทร 091 0434237            

Review Two do something cafe ย่านนนทบุรี
อ่าน

Review Two do something cafe ย่านนนทบุรี

สวัสดีครับ วันนี้ไปทำธุระแถวบางคูเวียง นนทบุรี เนื่องจากเห็นร้านนี้น่ารักดี สไตล์มินิมอล โทนสวย ผมเลยถือโอกาสนี้ชวนเพื่อนๆไป สร้าง content สักหน่อย เส้นทางไปง่ายมากครับ ร้านจะอยู่บนถนนนครอินทร์ พระราม5 แผนที่การเดินทางผมจะแปะลิงค์ไว้ท้ายบทความนะครับ สำหรับใครที่ไปรถส่วนตัวที่จอดรถของทางร้านไม่มีนะครับ สามารถจอดริมถนนได้เลย  ส่วนเรื่องการเดินทางโดยรถสาธารณะอันนี้ยังไม่มั่น แต่เห็นรถสองแถวผ่านอยู่นะครับ ยังไงลองศึกษาข้อมูลดูก่อนไปนะแค่ป้ายหน้าร้านก็สามารถสร้าง Content ได้ เพราะเก๋มาก มินิมอลสุดๆ แต่มุมรูปด้านบนนี้คือบนดาดฟ้าของร้านนะ แต่จะคล้ายกับของหน้าร้านเลย เพราะตรงหน้าร้านมันมีสายไฟครับ TT เลยเอารูปมุมนี้มาใส่ก่อน อยากจะบอกว่าผมมาร้านนี้เป็นครั้งที่สองแล้วครับ รอบแรกนั้นมาคนเดียว แต่ไปเม้าให้เพื่อนฟัง เพื่อนเลยอยากมากัน  หลังจากเปิดประตู้ร้านเข้ามาจะพบกับโซนที่นั่งที่จัดมุมน่ารักมากมาย เยอะไปหมด และข้างหน้าที่เห็นคือ Counter สั่งเครื่องดื่มครับ ร้านที่นี่เค้าจะมีขนมกับเครื่องดื่มกาแฟหลักๆ เลยนะครับ ผมมากับเพื่อนอีกสองคน วันนี้พวกเราจะสั่งอะไรรอดูข้างล่างเลยพอเราได้เครื่องดื่มกันแล้ว เราก็ขึ้นมาบนดาดฟ้าของร้าน อยากจะบอกว่าแดดแรงมากครับ ใครจะมาแนะนำมาช่วง เช้า ละก็ 16.00 เป็นต้นไปเลยนะ เพราะผมมาช่วงบ่าย 2 ไม่ไหวครับไหม้เลย ครั้งแรกที่ผมมา มาสั่งแค่เครื่องดื่มแล้วกลับเลย แต่ครั้งนี้มาเลยกะว่าจะถ่ายรูปเต็มที่เลย แต่ข้างบนดาดฟ้าไม่ได้เลย  มาถึงจุดที่ผมอยากอวยให้ร้านนี้มากๆคือ เครื่องดื่มของที่นี่ครับ ผมสั่งเป็น Dirty ครับ มันคือ On the top of the world สำหรับผมเลย สำหรับเมนู Dirty ของร้านนี้ ละมุน นุ่มนวล จนต้องมาซ้ำรอบที่สองอะทุกคน ผมแนะนำเลยอยากให้ไปลอง ราคาแก้วละ 120 ไม่แพงมากครับ กำลังดี ส่วนเพื่อนผมสองคน สั่งเป็น Matcha latte นะ แล้วขนมนี่เราแชร์กันครับ อร่อยดีครับ ไม่เลี่ยน นี่คือ Dirty แก้วแรกที่ผมเคยสั่งรอบแรก ไม่รู้จะพูดยังไงดีอะทุกคน มันปริ่ม มันรักเลยพูดง่ายๆ มีโอกาสครั้งสาม ผมจะไปอีกแน่ๆ  ส่วนตัวผมให้ร้านนี้เป็น Top ในใจผมเลย ไม่ว่าจะเครื่องดื่ม การตกแต่งร้าน บรรยากาศ ส่วนเมนูที่ผมแนะนำนอกจาก Dirty คือ Honey lemon นะครับ ชื่อจริงๆแล้วผมจำไม่ได้ น้ำผึ้งหอมมากๆ วันไหนที่ผมไม่อยากดื่มกาแฟ ผมนึกถึงเมนูมะนาวน้ำผึ้งร้านนี้แหล่ะ อยากกินแบบนี้ แต่หาร้านที่อร่อยแบบนั้นยังไม่ได้เลย ไว้ครั้งสามผมไปอีก ผมจะมารีวิวอีกรอบนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน๊า หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่กำลังจะไปนะครับ Enjoys ครับ Name : Two do somethingLocation : 38/8 mu1, ทางคู่ขนาน ถนนนครอินทร์ ตำบล บางคูเวียง อำเภอบางกรวย นนทบุรี 11130Map : https://goo.gl/maps/6f25cFH9gbFNAv28Aภาพปกแต่งจาก Canvaภาพถ่ายทั้งหมดโดย ผู้เขียนตามหาร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ รีวิวเด็ด ๆ ได้ที่นี่ App TRUEID โหลดฟรี !

คาเฟ่ร่มรื่นกับ Room11 ร่มเกล้า
อ่าน

คาเฟ่ร่มรื่นกับ Room11 ร่มเกล้า

สวัสดีเพื่อนๆทุกคน สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าวันหยุดจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหน  ขอแนะนำที่นี่เลยครับ Room11ไม่ต้องขับรถไปไกล ได้บรรยากาศที่ร่มรื่น สบายๆ มีพื้นที่ให้เด็กๆได้วิ่งเล่นขอแนะนำที่นี่เลยครับ Room11 มีสัตว์หลายๆชนิดให้ดู ได้ป้อนอาหารสัตว์ ถ่ายรูปได้ทุกมุม เก๋ไก๋ ไม่น่าเบื่อ พร้อมทั้งได้ทานเครื่องดื่มที่รสชาติดีคุ้มค่ากับราคาที่ไม่แพงจนเกินไป มีอาหาร ของว่าง ของทานเล่นแบบครบครันRoom11 ร้านอยู่ซอยเคหะร่มเกล้า74 ถนนราษฎร์พัฒนา เป็นคาเฟ่ในสวน ที่บรรยากาศดีมาก น่านั่งมาก จะเข้าจากทางซอยมิสทีนก็ได้อีกัวน่าตัวใหญ่ๆภายในร้านคาเฟ่แห่งนี้ จะเรียกว่าเป็นทั้งร้านกาแฟและฟาร์มสวนสัตว์ขนาดย่อยก็ได้ เพราะทางร้านมีตั้งแต่ เป็ด ไก่ ไปจนถึง งูหลายๆชนิด รวมถึงอีกัวน่า ให้ได้ยลโฉมกันด้วยสำหรับโซน outdoor(เอาท์ดอร์)พื้นที่นั่งจัดได้อย่างลงตัว ทุกมุมจะมีความร่มรื่น จะมีลมพัดเข้ามาอยู่ตลอด เรียกว่าถ้าเข้าหน้าหนาวแล้วไปนั่ง ไม่ผิดหวังเลยทีเดียว ในโซน indoor ที่นี่ก็มี ตั้งแต่จุดหน้าบาร์ ,โซน working space ที่ชั้น 2 หรือ โซนด้านหลังที่สามารถเน้นทานอาหารแบบร้านอาหารไปเลยผมเองก็เรียกได้ว่าเป็นแฟนประจำของร้านนี้ เพราะส่วนนึงคือไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ แต่ที่สำคัญเลย คือเครื่องดื่มของที่นี่อร่อยมาก เข้มข้น รสชาติดีมาก น้ำแอปเปิ้ลโซดาก็อร่อยไม่แพ้กัน กินแล้วสดชื่นสุดๆ เหมือนไปกินในร้านแบรนด์ดังๆแต่ผมจ่ายในราคาครึ่งเดียว ขนมเค้กที่นี่ก็เรียกว่าดีเลยอร่อยมากๆเลยล่ะ มาที่นี่คือว่าคุ้มมากๆครับโกโก้เย็น เทียบได้กับร้านดังแอปเปิ้ลโซดา อร่อยตลอดทั้งแก้ว ฮันนี่โทสต์ เมนูนี้ไม่อยากให้พลาดลืมบอกไปนะครับว่าที่นี่เขาเปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์วันเดียว ในส่วนของวันธรรมดาคนก็ยังเยอะอยู่ ยิ่งช่วงเที่ยงคนก็จะเข้ามาใช้บริการกันพอสมควร สำหรับใครที่สนใจ อยากหาคาเฟ่นั่งชิลชิล พักผ่อนหรือจะทำงานใกล้ๆ ไม่ต้องเหนื่อยกับการเดินทาง ยิ่งคนที่อยู่ในโซนร่มเกล้า หรือ สะพานสูง เดินทางง่าย ต้องที่นี่เลยไม่ผิดหวังพิกัดร้าน Room11 Credit Photo by ผู้เขียนภาพปก by ผู้เขียนตามหาร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ รีวิวเด็ด ๆ ได้ที่นี่ App TRUEID โหลดฟรี !

Bianca Tea Room ความสุขที่ต้องจอง
อ่าน

Bianca Tea Room ความสุขที่ต้องจอง

🍵 Bianca Tea Room ห้องชาเบียงก้า #รีวิวคาเฟ่ #คาเฟ่ชลบุรี 📌 ต.หนองรี จ.ชลบุรี อยู่ติดกับร้านชลบุรี mountain ♥️ความสุขที่ต้องจอง ♥️ #biancatearoom ห้องชาเล็กๆ ลอยอยู่บนน้ำ วิวด้านหน้าเห็นทิวเขาลูกใหญ่ และความเคลื่อนไหวของสายน้ำ มันช่างทำให้เราผ่อนคลายสุดๆ แถมได้จิบชาดีๆกับขนมอร่อยๆ มันดีสุดๆไปเลย แต่การที่จะได้จิบชาวิวสวยๆแบบนี้ ต้องจองคิวกับทางร้านก่อนเท่านั้นนะ ถ้าวนไปหน้าร้านก็เข้าไปทานไม่ได้นะจ๊ะ ก่อนไปร้านต้องจองก่อนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย ร้านจะเปิดให้จองเป็นรอบ รอบละ6คน ซึ่งการที่ให้จองร้านก็ไม่ได้เรื่องมากแต่อย่างใด แต่เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าทุกท่าน เพราะร้านอยู่บนแพลอยน้ำ ซึ่งถ้ารับน้ำหนักเยอะๆอาจจะเกิดอันตรายได้ สามารถแอดไลน์ไปสอบถามได้เลย @biancatearoom ใครอยากฟินแบบนี้ จองเถอะ 😊 ไปนั่งจิบชาตอนบ่าย พายเรือเก๋ๆ ก็นอนหลับฝันดีแล้ว ในส่วน ชานั้น มีให้เลือกหลากหลายมาก และมีทั้งเมนูร้อนและเย็น ชอบแบบไหน ถามทางร้านได้เลย แนะนำดีมาก ♥️ ของเราลองสั่งแบบชาเย็น จิบชาหอมๆไป มองบรรยากาศรอบๆไป มันช่างฟินสุดๆ มีให้เลือกทั้งดอกไม้ต่างๆ และจะมีเมนูพิเศษ มาเรื่อยๆ อย่างช่วงที่เราไปก็มีเมนูพิเศษต้อนรับตรุษจีน จะเป็นเมนูชาผสมสมุนไพรเมล็ดเก๋ากี้ ซึ่งจะมีกลิ่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว จะมีชาดอกกุหลาบ ชาขาว ชาอู่หลงใครชอบกลิ่นแรงกลิ่นอ่อนสอบถามทางร้านได้เลย ราคาเริ่มต้น 120 บาท ที่ร้านบริการดีสุดๆขนมก็อร่อยทุกอย่าง ต้องสั่งเลยนะ ทั้งบราวนี่ 55 บาท และซอฟท์คุ้กกี้ 45 บาท 🍪 เขาจะมีเรือคายัคให้พายด้วยล่ะ ไม่มีค่าบริการนะคะ แต่ก่อนลงไปพายเรือต้องเซฟตัวเองต้องใส่เสื้อชูชีพ และดูแลตัวเองนะ การพายเรือคายัคก็ไม่ได้ยากแต่อย่างใด เชื่อเลยว่าแค่ได้ลงไปก็จะไม่อยากขึ้นมาเลยล่ะ 😁 ลงไปพายเรือเล่น ถ่ายรูปมาอัพโปรไฟล์ใหม่ แค่นี้ก็เก๋สุดๆ พายเรือสนุกถ่ายรูปสวยก็อย่าลืมแบ่งปันให้คนอื่นๆลงไปพายเรือบ้างนะ ที่ร้านยังมีกิจกรรมศิลปะระบายสีน้ำให้คลายเครียดด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามทางร้านได้เลยค่ะ ส่วนรายละเอียดและรอบเวลาของการจองนั้น แต่ละเดือนจะไม่เหมือนกัน แต่ละรอบจะให้เวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง สามารถเช็คเวลากับทางร้านได้เลย ใครอยากจิบชาดีๆ มีความสุขแบบง่ายๆก็รีบไปจองกันนะ 📞จองรอบได้ทางนี้ โทร. 0652623965 line: @biancatearoom หรือคลิกเลย >> Line: https://lin.ee/waeJzf1 📌 พิกัดร้าน 13°18'31.2"N 101°02'46.1"E https://goo.gl/maps/dZNwqQsSNBvLoMp5A #biancatearoom Photo: FangzWTF Writer: FangzWTF

เปิดดูบาร์ลับ THE KEY ROOM NO. 72
อ่าน

เปิดดูบาร์ลับ THE KEY ROOM NO. 72

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ นักอ่านทุกท่านที่กำลังมองหาบาร์บรรยากาศดี ๆ ชิล ๆ และสามารถนั่งได้เรื่อย ๆ อยู่ ในวันนี้เราจะมาแนะนำบาร์ลับแห่งหนึ่งในย่านอารีย์ที่มีชื่อว่า THE KEY ROOM NO. 72 โดยที่บาร์แห่งนี้จะตั้งอยู่ที่ขั้น 1 ภายในโรงแรมJosh Hotel นั่นเองค่ะ ขอบอกก่อนเลยว่าบาร์แห่งนี้นับเป็นที่แรกที่เคยได้ไปบาร์เลยก็ว่าได้ มีความเก๋มาก โดยช่วงที่เราไปนั้นเป็นช่วงวันฮาโลวีนพอดีค่ะ เขามีการจัดธีมฮาโลวีนด้วยล่ะ จะเป็นอย่างไรนั้นมาลองดูกันนะคะ เหตุผลที่ตั้งชื่อบทความว่าบาร์ลับนั้น เพราะเขาลับสมชื่อจริง ๆ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าไปในบาร์ได้นะคะ เราจะต้องมีคีย์การ์ดในการเข้าไปในบาร์ด้วยล่ะ! เมื่อมาถึงที่โรงแรมให้ติดต่อเคาน์เตอร์ได้เลยว่าเราจะมาที่บาร์The Key Room No.72 ค่ะ พนักงานจะให้คีย์การ์ดเพื่อเข้าไปที่ห้องหมายเลข 72 นั่นเอง แต่เราต้องจ่ายค่ามัดจำด้วย 100 บาทนะคะ เมื่อดื่มเสร็จก็เอามาคืนค่ะ อย่าเมากันจนลืมคืนบัตรกันน้า เมื่อเข้ามาก็จะพบว่าเป็นบาร์เล็ก ๆ มีที่นั่งไม่ได้เยอะมาก แต่มีความเป็นส่วนตัวสูงถ้านั่งโต๊ะ มีเปิดเพลงคลอไปด้วยค่ะเป็นแนว JAZZ มีบรรยากาศที่ลึกลับจริง การตกแต่งจะออกไปทางคลาสสิคและวินเทจ เนื่องจากว่าเรามาช่วงฮาโลวีนมีการห้อยเหมือนศพที่โดนห่อด้วยล่ะ ได้บรรยากาศมาก ใครสนใจลองมาช่วงฮาโลวีนก็ดีค่ะ จากบรรยากาศบาร์เท่ ๆ จะมีความหลอนขึ้นมาในระดับหนึ่งเลยล่ะ บาร์ค่อนข้างจะเล็กและมีความเป็นส่วนตัวมากเลย ใครไปแนะนำให้นั่งตรงเคาน์เตอร์ค่ะ มองดูบาร์เทนเดอร์ชงเครื่องดื่มไปด้วยเพลินมาก ที่ผู้เขียนแนะนำให้นั่งเคาน์เตอร์นั้น นอกจากที่เราจะได้ดูบาร์เทนเดอร์ชงเครื่องดื่มเพลินตาแล้วนั้น เรายังจะสามารถพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์ได้สะดวกด้วยค่ะ ยิ่งใครที่ไม่เคยไปบาร์แบบเราหรือแม้กระทั่งคนที่เคยไปก็ตาม บาร์แต่ละที่เขาก็จะมีเมนูลับของเขาใช่ไหมล่ะ เราสามารถขอคำแนะนำจากเขาได้ว่าเราต้องการเครื่องดื่มรสชาติแบบไหนให้เขาแนะนำได้เลยค่ะขอบอกว่าบาร์เทนเดอร์น่ารักมาก แอบกระซิบว่าเพื่อนเราปรึกษาความรักกับเขา เขาก็ให้มุมมองที่ดีมากเลยค่ะ ใครไปคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงาเลย หลังจากสั่งเขาก็จะมี Snacks กับน้ำเปล่ามาเสิร์ฟก่อน รอดื่มเพลิน ๆ ค่ะ มาดูกันนะคะว่าเมนูเครื่องดื่มที่เราดื่มนั้นมีอะไรน่าสนใจบ้าง แต่ขอบอกก่อนนะคะว่าตัวเรานั้นไม่ใช่คอแอลกอฮอลล์ แม้ตอนเสิร์ฟบาร์เทนเดอร์จะบอกส่วนผสมแต่จำไม่ได้เลยจะขอเน้นบรรรยายรสชาติกับความรู้สึกที่ได้ชิมกันนะคะ Marilyn 1950sตัวนี้เห็นเพื่อนสั่งเลยสั่งตาม แก้วนี้แม้จะดูสวยงามสายหวานรังผึ้งน้อย แต่มีความแรงอยู่นิด ๆ แต่หอมมากค่ะหอมน้ำผึ้งและชินนามอน จิบกินได้เรื่อย ๆ Dao Ruengตัวนี้ชื่อเก๋มากแบบไทย ๆ เมนูดาวเรืองเสิร์ฟในถ้วยชาสวยงามพร้อมขนมอาลัวกินเพลิน ๆ ทานง่ายมากค่ะตัวนี้ มีความหวานหอม แอลกอฮอล์ไม่แรงค่ะ ใครคออ่อนแบบเราแนะนำเลยนะ ที่สำคัญคือถ่ายรูปสวยมากดูดีมากค่ะ! ตัวนี้กินง่ายมากที่สุดของที่สุดค่ะ เราสั่งเป็นตัวแรกเลยให้โจทย์ไปว่าขอแบบอ่อน ๆ แอลกอฮอล์ไม่แรง บาร์เทนเดอร์เลยจัดตัวนี้มาให้ มีความหวานอมเปรี้ยวของผลไม้สดชื่นมากเลย ดื่มทีเดียวยังได้ แต่เพื่ออรรถรสในการดื่มคอกเทลก็ควรจะค่อย ๆ จิบชิมบรรยากาศไปเนอะ ต้องขออภัยด้วยนะคะ จำชื่อเมนูนี้ไม่ได้ สำหรับเครื่องดื่มของที่นี่ราคาเริ่มต้นแก้วละ 380 บาทค่ะ ถือว่าราคาแรงใช้ได้เลยล่ะ เราดื่มกับเพื่อนทั้งหมด 6 แก้ว ตกประมาณเกือบ 3,000 บาทค่ะ แต่บรรยากาศของเขาก็สมราคานะคะมีความเท่สุขุมแฝงไปด้วยความลึกลับดูมีเรื่องราวมากเลยล่ะ ถ้าใครไม่ซีเรียสเรื่องราคาแนะนำเลยค่ะมาเก็บประสบการณ์ อย่างไรเราก็ไม่ได้มีโอกาสมาบ่อยอยู่แล้วล่ะ นาน ๆ มาทีได้ฟีลไปอีกแบบต่างจากร้านเหล้าเลย ลองมาดูกันนะคะThe Key Room No. 72 ที่ตั้ง : อารีย์ซอย 4 หรือ ตามแผนที่The Key Room No. 72 เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 18:00 - 01.00 น. ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก :https://www.facebook.com/thekey.joshhotel เรื่องและภาพโดย Lemoncandy

room with the wrapped door : ประตูที่ถูกห่อไว้
อ่าน

room with the wrapped door : ประตูที่ถูกห่อไว้

     สวัสดีครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงมหาวิทยาลัยปีที่ 3-4 ผมย้ายหอไปอยู่แถวรังสิตครับ เพื่อให้ใกล้มหาวิทยาลัยมากขึ้น วันแรกๆที่เข้าไป สังเกตเห็นว่าห้องข้างๆ เป็นห้องที่ห่อหุ้มด้วยพลาสติกที่มีตัวกระแทกไว้ครับ (ที่เป็นปุ่มๆ กดแล้วมีเสียงดังแป๊ะๆ) ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไรมาก คิดว่าเป็นห้องใหม่ที่ยังไม่มีคนย้ายเข้าเราย้ายของเข้าห้องใหม่กันเสร็จ คืนนั้นจำได้ว่าเหนื่อยมากเลยครับ      หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ ผมเริ่มเอาโน้ตบุ้คมาใช้เพื่อทำงานครับ ก็ search หาไวฟายในหอพักครับ ก็เจอหลายอันเลยครับ จนกระทั่งผมเลื่อนลงมาเจอชื่อนึง ที่ทำให้ผมขนลุก "room with the wrapped door" ครับ ผมสะดุ้งเบาๆ คิดทันทีว่าเห้ย! หรือว่ามีคนอยู่อาศัยในนั้นวะ แต่อีกใจก็คิดว่าอาจมีห้องอื่นๆ แกล้งขำๆ ก็ได้มั้งครับ ตั้งชื่อตลกๆให้คนตกใจเล่น พลางลองกดเข้าไวฟายดูครับ แต่ก็นั่นแหละครับ รหัส 123456 ที่ผมสุ่มเล่นๆ ถ้าเข้าได้ก็คงแปลก เพื่อนผมก็ฮาผมท้องแข็งเลยทีเดียว      คืนนั้นผมจำได้ว่าช่วงกลางดึก ประมาณตี1 ผมได้ยินเสียงดัง ปั้ง! จากในห้องนั้น ผมสะดุ้งตื่นทันที หันไปมองหน้ากับเพื่อน เราตกใจกันมากครับ แต่ไม่ได้แม้แต่จะออกไปดู เพราะดึกมากแล้ว บวกกับไม่กล้าออกไปด้วยครับ นี่เป็นคืนแรกที่มีเสียงออกมาจากห้องนั้นครับ      เช้าวันรุ่งขึ้น ผมออกไปเรียนตามปกติ กินข้าว จนกระทั่งกลับมาห้องครับ ผมแวะมองห้องนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้เห็นความผิดแปลกไปจากวันแรกสักเท่าไร พลาสติกยังห่อหุ้มไว้ ภายในดูเก่าๆ ฝุ่นเกาะๆยังไงก็อยู่อย่างนั้น ผมลองsearch ชื่อไวฟายก็ยังเจอชื่อนี้ครับ เหมือนจะเปิดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่ปิดเลย คืนนั้นช่วงเวลาประมาณตี1เหมือนเคย มีเสียงดังปั้ง!อีกแล้วครับ แต่คราวนี้เหมือนจะมีเสียงก่อกๆแก่กๆ ด้วย ผมเริ่มใจเสีย เพื่อนที่อยู่ด้วยก็เริ่มผวาแล้วครับ แต่เรายังคงต้องข่มใจนอน เพราะคิดว่าอาจไม่มีอะไรก็ได้       ผ่านไปอาทิตย์กว่าๆ  เหตูการณ์เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเสียงดังที่เกิดขึ้นช่วงตี1 สลับไปมาๆกับเสียงก่อกแก่กๆ วันเว้นวันเลยทีเดียว จนผมเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ละ มันต้องมีอะไรแน่ๆ ผมกับเพื่อนตัดสินใจว่า เดี๋ยวตอนเช้าวันรุ่งขึ้นจะลองไปเคาะประตูดู      ตึงๆๆ เสียงผมเคาะประตู สลับไปกับเสียงพูด "มีคนอยู่มั้ยครับ" ผมเคาะอยู่นานๆ จนฝุ่นที่ติดบนพลาสติกเริ่มฟุ้งกระจาย แต่ไร้วี่แววเสียงตอบรับกลับมา ในเวลา7โมงเช้า ผมคิดว่าถ้ามีคนอยู่คงน่าจะยังอยู่ในห้อง ต้องได้ยินเสียงผมแล้วแหละ ผมเริ่มชั่งใจ เพื่อนผมบอกผมว่า "เออ ไปเรียนก่อนละกันมึง ค่อยว่ากันเย็นนี้" จนกระทั่งตอนเย็น ผมกลับมาหอกับเพื่อน ผมลองเคาะอีกครั้ง ประจวบเหมาะกับมีคนในชั้นนั้นเดินขึ้นมาพอดี เขาเลยบอกผมว่า "พี่ไม่ต้องเคาะหรอกครับ ห้องนั้นเขาไม่มีคนอยู่นานแล้ว" ผมถามเขาต่อว่าเคยได้ยินเสียงดังๆช่วงดึกๆไหม เขาเลยเล่าต่อว่า เจ้าของห้องเขาเสียแล้ว เขาฆ่าตัวตายเมื่อนานมาแล้ว ให้พวกผมไปทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้เขา บางทีเขาอาจยังไปเกิดไม่ได้ จึงพยายามสื่อสารกับพวกพี่ ผมหน้าชาเลย ทำอะไรไม่ถูก ทั้งกลัวทั้งสงสาร ทั้งเสียดายเงินถ้าจะเลิกเช่าตอนนี้ วันรุ่งขึ้นผมเลยไปทำบุญให้เขา ขอให้เขาได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดี...     หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ยินเสียงอีกเลย แต่สัญญาณไวฟายยังมีอยู่เหมือนเดิม อาจเป็นห้องอื่นก็ได้ผมคิด     พอครบ3เดือน ผมสามารถเลิกเช่าได้ ผมและเพื่อนก็รีบไปจากที่นี่ทันที ถ้าต้องเดินผ่านทุกวัน มันก็คงทำใจได้ยาก ผมบอกเพื่อนแบบนั้น เพื่อนผมเห็นด้วยอย่างไม่ลังเล

ชวนฟังเพลง​ อัลบั้มโปรเจกต์​พิเศษ​ Secre7room
อ่าน

ชวนฟังเพลง​ อัลบั้มโปรเจกต์​พิเศษ​ Secre7room

เครดิตภาพ​ : ch7hd_dramasociety             สวัสดีค่ะผู้อ่านที่น่ารัก​ หลายคนอาจทราบกันแล้วบ้างกับโปรเจกต์​พิเศษ​ในสโลแกน​ ใหญ่ชนใหญ่​ ที่เปิดตัวกับประโยค​ "ลับต้องเปิด​ มิติใหม่​ ใหญ่ชนใหญ่​ การผสมผสาน​ มิติใหม่" ที่ทำแฟน​ ๆ​ ฮือฮากันว่าคือโปรเจกต์​อะไรกัน​ ล่าสุดความลับก็ได้เปิดเผย​ โปรเจกต์​ Secre7room เป็นโปรเจกต์​อัลบั้มพิเศษที่มีการจับมือ​ 2 สุดยอด​ Entertainment ของเมืองไทยระหว่าง​ ช่อง​ 7 HD​ และ​ GMM​ Grammy ถือว่าเป็นโปรเจกต์​พิเศษที่มีครั้งแรกในประเทศไทย      คอนเซ็ปต์​ของอัลบั้ม​ Secre7room​ คือการเสนอความลับเรื่องความรักของเหล่านักแสดงผ่านบทเพลง​ โดยที่นักแสดงจะร้องเพลงเล่าเรื่องด้วยตนเองพร้อมมีศิลปินมืออาชีพร่วมเสริมทัพเข้าไป​ เพื่อความสมบูรณ์ของโปรเจกต์​ เพลงในอัลบั้มมีทั้งหมด​ 5 เพลงโดยเพลงทั้งหมดอยู่ภายใต้การโปรดิวซ์​ของคุณโอม​ Cocktail ซึ่งแน่นอนจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง​ วันนี้ทางเราจะมาแนะนำเพลงทั้ง​ 5​ เพลงในโปรเจกต์​พิเศษนี้​กันค่ะ1.เพลง​ เธอทำให้ฉันไม่มีแฟน        เพลงนี้ขับร้องโดย​ เบล​ สุพล​ × มิน​ พีชญา​ เพลงนี้เรารู้สึกว่าเป็นเพลงน่ารักมาก​ เป็นเพลงคู่รักที่ตอบโต้กันด้วยเพลง​ ในเพลงจะมีอารมณ์ประมาณพ่อแงแม่ง่อนกัน​ ที่ทะเลาะกันแต่ก็รักกัน​ ยิ่ง​ดู​ Mv ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนดูมินิซีรีส์เรื่องหนึ่ง​ ที่ดูไปยิ้มไป​ Mv​ ทำออกมามีกลิ่นอายความเป็นเกาหลี​ ทุกอย่างดูละมุนไปหมด​        ส่วนเนื้อเพลงก็จะสื่อถึง​ ถ้าเราชอบใครคนหนึ่ง​ ก็จะทำทุกอย่างให้เขารับรู้​ พยายามขัดขวางคนที่เข้ามาใกล้เขา​ และแสดงตัวว่า​ "คนนี้เราจองนะ" ถ้าใครส่งเพลงนี้มาให้ ก็คือคิดไปไกลแล้ว​ ^___^สามารถฟังเพลง​ เธอทำให้ฉันไม่มีแฟน​ ได้ที่​ https://youtu.be/XIRuPOuHaTs2.เพลง​ ครั้งหนึ่งในชีวิต​          เพลง​ ครั้งหนึ่งในชีวิต​ ขับร้องโดย​ ส้มมารี​ × เวียร์​ ศกุลวัตน์ เป็นเพลงร็อคที่สุดในอัลบั้​มพิเศษ​นี้​ แต่ไม่ถึงขั้นร็อคมาก​ ยังคงให้ความรู้สึกฟังได้สบาย​ เสียงทุ้ม​ ๆ​ ของพี่เวียร์เข้ากับเสียงใส​ ๆ​ ของน้องส้มมารีมาก​ เหมือนสองคนนี้เติมเต็มเพลงกันและกันเลยทำให้รู้สึกเพราะมาก       เพลงครั้งหนึ่งในชีวิต​ พี่เวียร์กล่าวว่าในเพลงเล่าเรื่องพี่ชายที่ได้จากกันไปแล้ว​ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้รู้จักกัน ดูแลกันและกัน​ มีทั้งเรื่องดีไม่ดี​ แต่ก็เลือกที่จะเก็บมันไว้​ ให้เป็นความทรงจำที่งดงามที่จะคงอยู่ในใจเราเสมอ​        เพลงนี้ไม่ใช่เพลงความรัก​ ไม่ใช่เพลงอกหัก​ แต่เป็นเพลงความทรงจำ​ ที่จะอยู่ให้จำอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตเรารู้จักกันสามารถฟังเพลง​ ครั้งหนึ่งในชีวิต​ ได้ที่ https://youtu.be/qLr4qQmgOTQ3.เพลง​ จุดพักใจ     เพลง​ จุดพักใจ​ ขับร้องโดย​ นิวจิ๋ว​ × มิกค์​ ทองระย้า​ เป็นเพลงฟัง​สบาย​ ๆ​ ให้อารมณ์เหมือนได้ไปเที่ยว​ ยิ่งดู​ Mv ยิ่งรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวเอง​      เนื้อเพลงจุดพักใจ​ สะท้อนถึงการดำเนินชีวิตของเราปัจจุบัน​ เพราะถ้าหากทำอะไรมาเหนื่อย​ ๆ​ ก็อยากมีจุดพัก​ เพื่อเพิ่มพลังบวกให้กับตัวเอง​ จุดพักที่พูดถึงคือการได้ไปเที่ยวพักผ่อน​ หรือ​ แค่อยู่กับคนที่เรารักก็เพียงพอแล้ว​ สามารถฟังเพลง​ จุดพักใจ​ ได้ที่ https://youtu.be/0CqFbtEjy084.เพลง​ มองเห็นแต่ไม่ได้ยิน         เพลง​ มองเห็นแต่ไม่ได้ยิน​ ขับร้องโดย​ กวาง​ AB Normal × อ๋อม​ อรรคพันธ์​ เป็นเพลงอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้บอกรักเขา​ แนวเพลงเศร้า​ ๆ​ ปนร็อคนิดหนึ่ง​ เชื่อว่าเพลงนี้อาจเป็นเพลงที่แทนความรู้สึกของใครหลายคนได้ดี      เนื้อเพลงพูดถึงความรักที่เป็นไปได้​ เพราะกลัวกับการบอกว่าชอบเขา​ แล้วความสัมพันธ์​จะเปลี่ยนไป​ ยิ่งทำให้เราห่างไกลกันมากขึ้น​ เลยเลือกที่จะไม่บอก​ เพียงเพื่อให้เราได้อยู่ใกล้กันแบบนี้ต่อไปสามารถฟังเพลง​ มองเห็นแต่ไม่ได้ยิน​ ได้ที่​ https://youtu.be/OQqJR9JoqEw5.เพลง​ จัดสรร         เพลง​ จัดสรร​ ขับร้องโดย​ Jetseter × เปรี้ยว​ ทัศนียา เป็นเพลงความรัก​ อารมณ์เพลงที่ฟังแล้วจะทำให้เรารู้สึกดี​ เหมือนเป็นกำลังใจให้กับคนที่ตามหาหาความรัก      เนื้อเพลง​ จัดสรร​ สื่อถึงความรักที่มีความหวัง​ ที่ต้องการใครสักคนหนึ่งพอดีกับตัวเรา​ แต่เราไม่ได้พยายามที่จะไขว่คว้า​มันมากเกินไป​ เราแค่หวังว่าเวลาจะจัดสรรคนที่พอดีกับเรา​ ซึ่งเชื่อว่าหลายคนต้องการความรักแบบนี้​ ความรักที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการที่ต้องคอยวิ่งตาม​ ฉะนั้นเราควรรอความรักที่จัดสรรมาให้เราในรูปแบบที่พอดีกันนะคะสามารถฟังเพลง​ จัดสรร​ ได้ที่​ https://youtu.be/RrLU3t7T6Fw       5 เพลง​ 5 เรื่องเล่าความรักที่ถูกเปิดเผยจากดารานักแสดงที่ถ่ายถอดผ่านบทเพลงได้อย่างลงตัว​ หวังว่าความลับเรื่องความรักของใครหลายคนจะเป็นสิ่งสวยงาม​ ที่จะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป.  เครดิตรูปภาพทั้งหมด​ : OfficialWhiteMusic

มิน สร้างแลนด์มาร์คที่จีน ประเดิมหนังเรื่องแรก The nursery room 3D
อ่าน

มิน สร้างแลนด์มาร์คที่จีน ประเดิมหนังเรื่องแรก The nursery room 3D

เรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน dara.truelife.com เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นางเอกสาวสุดฮอต มิน-พีชญา วัฒนามนตรี ควงคุณพ่อ แพ็คกระเป๋าบินลัดฟ้าไปถ่ายทำภาพยนตร์จีนที่เมืองอันฮุย ประเทศจีน ทันทีที่ลงเครื่อง สนามบินผู่ตง เซี่ยงไฮ้ แฟนคลับชาวจีนมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น จากนั้นสาวมินเดินทางไปพบกับทีมงานภาพยนตร์ วันต่อมามินไปฟิตติ้งชุดบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พร้อมทั้งถ่ายรูปกับทีมงานให้แฟนๆ ทางเมืองไทยได้ดูอีกด้วย ล่าสุดเมื่อวานนี้ (21 กันยายน) สาวมินร่วมทำพิธีบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง The nursery room 3Dประกบกับพระเอกชื่อดังZhu Yi Longพร้อมทั้งเปิดกล้องถ่ายทำวันแรก แถมเทคเดียวผ่าน สมแล้วที่เป็นนางเอกคุณภาพ ด้านผู้ช่วยสาวมินบอกว่าทีมงานดูแลดีมากนอกจากนี้ยังบังเอิญเจอแฟนคลับชาวจีนที่กองถ่ายฯ กรี๊ดกร๊าดกันลั่น ขอเข้าไปแชะรูปกับสาวมินเป็นการใหญ่ เห็นหน้าจอยิ้มร่า แต่ลึกๆ แล้วสาวมินก็ต้องการกำลังใจเหมือนกัน เพราะมีประโยคหนึ่งที่เธอกล่าวไว้ใต้ภาพที่โพสต์บนอินสตาแกรมส่วนตัว ได้ซึ้งกินใจเหลือเกิน จากวันนี้ไปคงมีทั้งความสนุก ความเหนื่อย ความตื่นเต้น ความท้อ ความแปลกใหม่ การปรับตัว สิ่งที่ต้องเรียนรู้ใหม่ๆมากมาย #ทุกสิ่งจะทำให้เราเติบโต#ขอให้สนุกไปกับมัน#เป็นกำลังใจให้มินด้วยนะคะ#เย่จือเฟย#thenurseryroom เอ้า!! พลพรรคคนรักมินอย่าลืมชูป้ายไฟ ส่งแรงใจให้ถึงประเทศจีนเลยนะจ้ะ ทีมข่าวบันเทิง truelife ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจจ้า The Nursery Room #action ? Sep 19,2015 #firstday #filming #YeZiFei A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 21, 2015 at 7:07am PDT จากวันนี้ไปคงมีทั้งความสนุก ความเหนื่อย ความตื่นเต้น ความท้อ ความแปลกใหม่ การปรับตัว สิ่งที่ต้องเรียนรู้ใหม่ๆมากมาย #ทุกสิ่งจะทำให้เราเติบโต #ขอให้สนุกไปกับมัน #เป็นกำลังใจให้มินด้วยนะคะ #เย่จือเฟย #thenurseryroom A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 20, 2015 at 11:33pm PDT บวงสรวง The nursery room 3D #Filming #China A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 20, 2015 at 11:17pm PDT On set ? #YeZiFei A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 21, 2015 at 7:11am PDT Such a warm welcome to China from fans around here. My heart is full of happiness and excitement. ? A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 21, 2015 at 7:19am PDT First time working with Zhu Yi Long A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 21, 2015 at 11:22pm PDT 昨天是开拍的第一天,能够和中国的剧组一起工作,我感到非常兴奋和激动,每个人都对我很好,这是一个温暖的大家庭![爱你]虽然要离开泰国到这里工作,但是我感到很有趣,身边的每个人都是我的中文老师,学中文很好玩,要是我讲错了他们就会笑我[偷笑],我一定会好好学习中文,专心工作,做到最好!?另外,非常感谢中国粉丝对我照顾,我爱你们?,加油!? A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 22, 2015 at 2:23am PDT ชีวิต..ก็คงไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ #เมื่อเราตั้งใจ #อุปสรรคอะไรก็ต้องผ่านไปได้ ✌️#FilmingInChina A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 20, 2015 at 6:21pm PDT #day3 #FilmingInChina A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 20, 2015 at 1:14am PDT Reading script A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 19, 2015 at 8:32am PDT ? #day2 #fittingday A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 19, 2015 at 8:12am PDT Me and my dad back there ? #ไม่ฝากร้านนะค้า A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 19, 2015 at 8:09am PDT ???? A video posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 19, 2015 at 4:50am PDT Costume #filming A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 19, 2015 at 4:11am PDT Work work #ทำงานละจ้า A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 18, 2015 at 10:34pm PDT Take picture with my super manager and producer #FilmingInChina A photo posted by minpechaya (@minpechaya) onSep 18, 2015 at 2:51am PDT บวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์ The Nursery room 3D ที่เมืองอันฮุย ประเทศจีน เมื่อเช้านี้ พร้อมพระเอก Zhu Yi Long ? #Ye Zi Fei @minpechaya A photo posted by Baitong ฟรุ้งฟริ้ง✨ (@baitongzae) onSep 20, 2015 at 9:22pm PDT Chinese fans??? คือตกใจมาก บังเอิญเจอนักศึกษาจีน ที่เมืองอันฮุยมาวาดภาพที่ใกล้ๆที่พัก แล้วก็กรี้ดกร้าดดีใจที่เจอมิน วิ่งตามกันมาถ่ายรูป ตื่นเต้นตัวสั่นกันไปหมด น่ารักจริงๆ? A photo posted by Baitong ฟรุ้งฟริ้ง✨ (@baitongzae) onSep 19, 2015 at 9:57pm PDT Make Up and Hair Stylist Team? @minpechaya #minfilminginchina2015 A photo posted by Baitong ฟรุ้งฟริ้ง✨ (@baitongzae) onSep 19, 2015 at 4:17am PDT Slow life?? ดื่มด่ำธรรมชาติสุดๆ ณ จุดนี้???????? #minfilminginchina2015 #tongtongfilminginchina2015 A photo posted by Baitong ฟรุ้งฟริ้ง✨ (@baitongzae) onSep 18, 2015 at 2:51am PDT ??? #minfilminginchina2015 ?? A photo posted by Baitong ฟรุ้งฟริ้ง✨ (@baitongzae) onSep 18, 2015 at 1:06am PDT

เมฆแจกกอด แฟนคลับ ฟินกระจาย!! ใน Room Alone 2 Meeting ตอน Alone แต่ไม่ Lonely
อ่าน

เมฆแจกกอด แฟนคลับ ฟินกระจาย!! ใน Room Alone 2 Meeting ตอน Alone แต่ไม่ Lonely

สุดอบอุ่นประทับใจ กับงาน Room Alone 2 Meeting ตอน Alone แต่ไม่ Lonely ของซีรี่ส์ดัง รูม อะโลน 2 ผลิตโดย จีเอ็มเอ็ม ทีวี ที่ยกขบวนทีมนักแสดงวัยรุ่นสุดฮอตกว่า 20 ชีวิต มุก วรนิษฐ์, เมฆ จิรกิตติ์, วิคเตอร์ ชัชชวิศ, ใบเฟิร์น อัญชสา, ท็อปแท็ป จิรกิตติ์, โอ๊คเล่ ภาณุพงศ์, แอมป์ ภูริกูลกฤษฏ์, กัน อชิรวิทย์, พราว อรณิชา, บ้าน ฆนัท, จูเนียร์ เดอะสตาร์, เกรซ เดอะสตาร์, เต ตะวัน, นิว ฐิติภูมิ, ออฟ จุมพล, กิ๊กกี้ ปริยวิศว์, วาวา มริภา, นาแนน ภัคจิรา, แพร ณัฏฐธิดา, เอมม่า ปาณิสรา, เกรท สพล, เจน รมิดา, อ้าย สรัสชนา, แบงค์ ชนาธิป มาปล่อยของกันแบบเต็มที่ ทั้งร้อง เล่น เต้น และกระชับความสัมพันธ์กับแฟนๆ ด้วยกิจกรรมเซอร์วิสแบบสุดเอ็กซ์คลูซีพ ที่ โรงภาพยนตร์ IMAX สยามพารากอน ซีนีเพล็กซ์ เปิดงานด้วยเพลง โดดเดี่ยวด้วยกัน ที่เป็นเหมือนตัวแทนความเหงาของหนุ่มๆ สาวๆ จากนั้น เลโอ รับหน้าที่พิธีกร เชิญนักแสดงขึ้นเวทีพูดคุยถึงกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากคนดู ต่อด้วยโชว์จากความรัก 5 เส้าของ วิคเตอร์-เจน-ใบเฟิร์น ในเพลง รักคำโตๆ และ ทิ้งไว้กลางทาง จาก เมฆ-แนน จากนั้น กันอชิ มาในเพลง เธอเก่ง ต่อด้วยโชว์พิเศษ ไสว่าสิบ่ถิมกัน คู่กับ แอมป์ คู่จิ้นในตำนานจากซีซั่นแรก เรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นลั่นโรง ตามมาด้วย กิ๊กกี้ กอดกีต้าร์โชว์เพลง PLEASE และฟังเพลงกันยาวจากสาวสวยเสียงดี มุก เพลง สิ่งของ และ แอมป์-พราว ที่ควงคู่มาร้องในเพลง ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ พร้อมโชว์หวานๆ บนเวที ทำเอาแฟนๆ กรี๊ดกันคอแห้ง มาเต้นกันมันๆ กันต่อกับ เกรซ-ท็อปแท็ป ในเพลง ก็ใครมันจะไปรู้ล่ะ ต่อด้วยโชว์น่ารักๆ กุ๊กกิ๊กๆ ของ มุก-บ้าน ในเพลง ไม่อยากพูดว่ารักให้เธอรู้สึกดี ที่แฟนๆ กรี๊ดชอบอกชอบใจกันชุดใหญ่ ก่อนส่งต่อให้ วาวา มาในเพลง ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ ส่วน อ้าย มาพร้อมกีต้าร์ โชว์เพลง YOU YOU YOU สุดน่ารัก ต่อด้วยเพลง ดีอย่างไร จากหนุ่มสุดกวน ออฟ สลับกับเล่นเกมแจกของรางวัลให้แฟนคลับ มาถึงช่วงเซอร์วิสแฟนๆ กับซีนเด็ด โดน จิ้น ที่คนดูชื่นชอบ จัดให้เต็มๆ บนเวที ไม่ว่าจะเป็นซีนยอดฮิตกินมาม่ากับ ออฟ ซีนต่อมาคนพิเศษเท่านั้นที่ถูกถ่ายรูปโดยหนุ่ม เมฆ ซึ่งนอกจากได้ถ่ายรูปแล้ว ยังแถมแจกกอดแบบแนบแน่นให้แฟนคลับผู้โชคดีอีกด้วย ทิ้งท้ายช่วงนี้ด้วยความรู้สึกจากคนดูที่มีต่อนักแสดง ต่อด้วยโชว์สุดประทับใจของ เมฆ-ใบเฟิร์น เพลง ไม่พูดก็เข้าใจ ที่จบด้วยการกอดสุดอบอุ่นของทั้งคู่ ก่อนจะกรี๊ดกันสนั่น กับโชว์ร้องเต้นสุดพริ้วในเพลง Ill BE BACK จาก 6 หนุ่ม แอมป์-ออฟ-เต-นิว-ท็อปแท็ป-จูเนียร์ ต่อด้วยโหมดซึ้งๆ กับเพลง ผิดที่ฉันเอง จาก กันอชิ-วิคเตอร์-กิ๊กกี้-จูเนียร์ และเพลง บทเรียนจากน้ำตา จาก พราว-มุก-เจน-อ้าย-เกรซ และปิดท้ายกันแบบซึ้งๆ ด้วยคำขอบคุณและร่ำลาจากนักแสดง เมฆ เป็นตัวแทนเผยความรู้สึกว่า ขอบคุณ จีเอ็มเอ็ม ทีวี และ พี่เอ็กซ์ ผู้กำกับฯ ที่ให้พวกเราได้มาแสดงในบทบาทต่างๆ ในซีรี่ส์ รูม อะโลน ทั้ง 2 ซีซั่น ขอบคุณคนดูทุกคนที่เห็นคุณค่าในผลงานของพวกเรา คอยติดตามชม คอยบอกให้เรารู้กระแสตอบรับจากโซเซียลอยู่ตลอด ซึ่งเป็นกำลังใจที่สำคัญมากๆ หวังว่าจะติดตามผลงานของพวกเราต่อๆ ไปด้วยนะครับ

The Room ห้องขอหลอน ห้องวิเศษที่ขอได้ทุกอย่าง!!
อ่าน

The Room ห้องขอหลอน ห้องวิเศษที่ขอได้ทุกอย่าง!!

 “อธิฐานให้สาสมแล้วเตรียมรับกรรม ห้องวิเศษนี้เสกได้ทุกอย่างยกเว้น “ชีวิต” ผลงานสยองของ โอลก้า คูรีเลนโก เมื่อเราได้ดูตัวอย่างหนังหรือพล็อตเรื่องแล้วขอบอกเลยว่าเรื่องนี้เราจะไม่พลาดอย่างแน่นอนเพราะมันทั้งลึกลับ ดูมีปม ปริศนา ซ่อนเงื่อน และก็น่าค้นหาเชิญชวนทำให้เราอยากตามดูมาก ๆ ค่ะ และเป็นแนวที่เราชอบด้วย และในตัวหนังก็ได้บอกเอาไว้ว่าเป็นแนวระทึกขวัญก็น่าจะมีสะดุ้ง สะพรึงกันพอสมควรหล่ะค่ะ เราได้แต่ใจจดใจจ่อตั้งตารอวันเข้าฉายเลย...                                                                ขอพูดถึงเรื่องย่อนิดนึงนะคะ THE ROOMห้องขอหลอน ว่าด้วยเรื่องราวสุดยอดของคู่สามีภรรยา แมต(รับบทโดย เควิน แจนส์เซนศ์) และ เคท (รับบทโดย โอลก้า คูรีเลนโก) เมื่อทั้งคู่พบว่าในบ้านใหม่ของพวกเขานั้นมีห้องวิเศษที่สามารถดลบันดาลสิ่งของทุกอย่างตามที่ต้องการได้ วันหนึ่งเคทได้ตัดสินใจเสกสิ่งที่ทั้งคู่พยายามแสวงหาตลอดนั่นก็คือ “ลูกชาย” แต่ทว่าพวกเขาก็ได้ค้นพบกฏของบ้านหลังนั้น เมื่อทั้งคู่พบว่าทุกวิ่งที่เสกขึ้นมาะกลายเป็นเถ้าธุลีเมื่อออกห่างจากบริเวณบ้าน และมันก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายสำหรับทั้งคู่ นี่ก็เป็นเรื่องย่อสั้น ๆ จากหนังTHE ROOM                                                                                  ขอบคุณภาพจาก mpictures.com  ห้องหลอนยินดีต้อนรับค่ะ ใครอยากขออะไร ระวังให้ดี!!                                                                                 ขอบคุณภาพจาก mpictures.comและแล้ววันพฤหัสที่ 13กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาเราก็ได้ไปดูวันเปิดตัวเลยค่ะ จริง ๆ ขอบอกก่อนว่าเราค่อนข้างคาดหวังกับหนังเรื่องนี้พอสมควรนะ หวังว่าจะได้เห็นความสะพรึงต่าง ๆ ในหนัง เพราะจากในตัวอย่างหนังมันทำให้เราคิดถึงเรื่อง The Huanting in Connecticut ละก็ The Orphan นะ เพราะแกนหลักคือครอบครัวที่มีปัญหาแล้วอยากจะมาขออะไรเพื่อเติมเต็มและอาจจะต้องมีการชดใช้อะไรบางอย่าง... แต่ในพาทต่าง ๆ ที่นำเสนอมามันก็มีความดราม่าซ่อนอยู่หนังมีการเล่นกับภาวะทางอารมณ์ ภาวะทางจิต ต่าง ๆ และมิติอีกมิติหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังกำแพง แต่ในหนังคือไม่มีผี แต่มันก็สามารถทำให้เราระทึกขวัญได้นะคะ แต่หนังมันไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ของตัวหลักอย่างสามีภรรยาคู่นี้สักเท่าไหร่นั่นก็คือ เคทและแม็ท เราว่าเหมือน ย้ายเข้าบ้านนี้มาแล้วก็เจอห้องลึกลับนี้แล้วก็หลงไปกับห้องนี้ซะส่วนมาก...                                                                                ขอบคุณภาพจาก mpictures.comโดยที่ เคท และ แม็ท หลงระเริงไปกับความสุขที่ได้จากห้อง แต่มันทำให้หนังดูน่าเบื่อค่ะเพราะดูยืดเยื้อ วนอยู่นั่นอ่ะ อยู่แต่กับห้อง แล้วความผี ปีศาจ ความสะพรึงใด ๆ ที่เราคาดหวังไว้แต่แรก ว่าเอออาจจะได้เห็นความ ลึกลับ ซ่อนเงื่อน อะไรที่มันลุ้น ๆ ตื่นเต้น ๆ หน่อย คือมันไม่มีเลย และอยู่ ๆ หนังก็มาถึงจุดเปลี่ยนที่เคทไปขอลูกกับห้องด้วยการที่ เคท นางเองก็คงไม่อยากท้องแล้วเพราะตั้งท้อง2ครั้งลูกตายหมด เลยขอกับห้องซะเลย เพราะขี้เกียจตั้งท้อง(อันนี้ตามความเข้าใจของเรานะ) ซึ่งอันนี้เรายอมรับนะว่าดูแล้ว งง ค่ะ คืออะไรยังไง ตอนแรกเหมือนไม่อยากมี ไป ๆ มา ๆ ทำไมไปขอลูกจากห้อง อะไรงี้อ่ะค่ะ มันก็มีจุดที่ทำให้เราแบบไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่นะ                                                                              ขอบคุณภาพจาก mpictures.com                                                                               ขอบคุณภาพจาก mpictures.com  พอเจ้าหนู เชน เกิดมา หนังก็ไม่ได้ให้เรารู้สึกผูกพันตัวละครของ เคท กับ เชน เท่าไหร่ค่ะ มันทำให้เราเชื่อได้ว่าทำไมเชนต้องทำอะไรแบบนั้นตอนใกล้จะถึงจุดไคลแม็กซ์ของหนังแต่โดยรวมก็ไม่ได้แย่ไปซะหมดนะคะแต่มันแค่ดูหลอนแบบงง ๆ เพราะในหนังเค้าจะเล่นกับภาวะทางอารมณ์คนดู ความหลง โลภ กิเลส ต่าง ๆ อะไรประมาณนี้น่ะค่ะ แล้วแสดงให้เห็นอีกมิติหนึ่งที่สามารถให้เราได้ทุกอย่าง เราจะเห็นว่าหนังพยายามดึงเราให้เข้าไปอยู่ในห้วงอารมณ์ตรงนั้นอยู่ตลอด ๆ แต่เราก็แอบหวังอยากเห็นผีโผล่ออกมาจากห้องหน่อย หรือ อะไรก็ได้ แต่ก็นะคะ มันเป็นหนังแนวกึ่ง ๆ ระทึกขวัญผสมจิตวิทยาหน่อย ๆ นะเราว่า...แต่ทั้งหมดโดยรวมหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้แย่ไปซะหมดนะคะ ก็ยังมีความสนุกตามในแบบของหนังเรื่องนี้(เพียงแต่เราแค่อาจจะคาดหวังกับTHE ROOM) ไปนิดนึงค่ะ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ดูก็ลองไปดูกันได้นะคะ คุณอาจจะมีมุมมองที่เข้าใจของหนังเรื่องนี้อีกแบบก็ได้ค่ะ เขียนโดย Gasma.pที่มาข้อมูลเรื่องย่อ majorcineplexขอบคุณภาพจาก MPICTURES.COM                        

รีวิวจัดเต็ม  Something In The Rain : สื่อในสายฝน (2018)  โรแมนติกหวานละมุน ดราม่าเข้มคมคาย กับการ "ฟังเสียงหัวใจตนเอง"
อ่าน

รีวิวจัดเต็ม Something In The Rain : สื่อในสายฝน (2018) โรแมนติกหวานละมุน ดราม่าเข้มคมคาย กับการ "ฟังเสียงหัวใจตนเอง"

Series Full ReviewSomething In The Rain : สื่อในสายฝนจัดเต็มความโรแมนติก แต่ไม่ละทิ้งประเด็นที่คมคาย กับการฟังเสียงหัวใจตนเองNetflix : 1 Season 16 Episodes (2018)หนึ่งในนักแสดงเกาหลีในดวงใจที่ผู้เขียนชอบและประทับใจในบทบาทการแสดงเสมอมา ตั้งแต่ได้ชมผลงานของเธอเรื่องแรกจากงานเมโลดราม่าสุดโรแมนติก  งานที่สร้างความประทับใจให้กับคนดูหนังชาวไทยในยุคบุกเบิกหนังเกาหลีในบ้านเรา  งานรักโรแมนติกซึ้งๆ  ภาพสวยๆ  เพลงเพราะๆ  บทที่เนี้ยบแน่น  การแสดงระดับเอากันให้ตายไปข้างของนักแสดงทุกคน  งานในตำนานอย่าง The Classic (คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิต ในปี 2003) ที่ส่งนักแสดงหญิงนัยน์ตาโศกคนหนึ่งโด่งดังทะลุฟ้าเอเชีย  และค้างอยู่บนนั้นในฐานะเจ้าแม่เมโลดราม่ามาจนปัจจุบันใช่แล้วผู้เขียนกำลังกล่าวถึงซนเยจิน และไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นเมื่อหนังเกาหลีบูมอย่างสุดขีดในบ้านเรา  หน้าที่หนึ่งของคนดูหนังยุคนั้นโดยเฉพาะหนุ่มๆคือการตีตั๋วเข้าไปดูซนเยจินซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าซนเยจินคือหนึ่งในนักแสดงเกาหลีที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง และเมื่อได้เขียนถึง One Spring Night แล้วไม่เขียนถึงเรื่องนี้ก็ดูจะเป็นบาปมหันต์  เพราะเป็นงานที่สร้างจากผู้กำกับคนเดียวกัน  โทนเรื่องและแก่นคล้ายกันเล่นประเด็นหมิ่นเหม่คล้ายกันแต่ไม่หมิ่นเท่า และมองเห็นความโรแมนติกจัดจ้านที่เบื้องหน้า แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งประเด็นทางสังคมเบื้องหลัง  แม้ว่าเรื่องนี้จะมีไม่มาก  ไม่แรง  และยังไม่ลึกเท่าก็ตาม Something In The Rain เรื่องย่อยุนจินอา (ซนเยจิน) หญิงสาววัยสามสิบตอนกลางผู้กำลังมีปัญหากับแฟน  จนถึงขั้นเลิกรากันแบบจบไม่สวยเพราะสันดานห่วยแตกของฝ่ายชาย  พร้อมกันนั้นการเข้ามาของชายหนุ่มรุ่นน้องหน้าใสนามซอจุนฮี (จองแฮอิน)  ที่เรื่องไม่ได้หลบเร้นอะไรว่าเขามาเพื่อเยียวยาหัวใจที่แตกร้าวของจินอา  แต่เรื่องมันซับซ้อนตรงที่ว่าจุนฮีคือน้องชายของเพื่อนสนิท  อีกทั้งจุนฮีก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องชายตัวเอง  และสองพี่น้องคู่นั้นก็สนิทและผูกพันกับครอบครัวจินอาเหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกัน  แต่...ถ้าจุนฮีมีอะไรในสายตาตัวจินอาเองก็ก็ไม่ได้ต่างกัน  เพียงแต่ความสัมพันธ์อันซับซ้อนที่ว่านำพาอาการขัดขืนเสียงเพรียกของหัวใจ  ทว่าที่น่าเศร้าคือเสียงของหัวใจมักจะดังกว่าเหตุผลเสมอ เมื่อคนสองคนใจตรงกันทุกอย่างก็พังทลายในขณะเดียวกันตัวจินอาเองต้องเผชิญกับการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานของผู้ชายระดับผู้บริหาร  และเธอจำต้องสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองไปพร้อมๆกับประคับประคองความรักของเธอและจุนฮีให้ผ่านความคร่ำครึและคับแคบของแม่จินอา  กระทั่งในที่สุดปัจจัยหลายๆอย่างก็บีบให้คนสองคนต้องเลิกรากันไปมีทางของตน  แต่ความรักที่ลึกซึ้งไม่อาจเลือนหายไปกับเวลา เมื่อใจของคนสองคนยังมีกันและกันเสียงของหัวใจก็จะกระซิบบอกให้กลับมาเจอกันได้ในที่สุด  ผ่านการเล่าเรื่องที่แสนโรแมนติกมีประเด็นทางสังคมที่คมคาย  บนฉากหน้าความโรแมนติกแบบจัดเต็มมีพื้นที่ให้ประเด็นทางสังคมและครอบครัวแทรกมาอย่างลงตัว  แม้บางเรื่องจะดูหาทางลงง่ายไปบ้างทั้งที่ปูมาอย่างเข้มก็ตามบทที่แฝงความคมคายไว้หลังความโรแมนติกที่อาจดูหวานแต่ไม่เลี่ยน  เพราะมันคือเรื่องสามัญที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้บนโลกอย่างที่เคยกล่าวไว้หลายครั้งว่าด้วยวัยและสถานะของผู้เขียนจะไม่ค่อยอินกับความโมแมนติกหวานซึ้งจัดๆแล้ว  ทำให้การดูงานชิ้นนี้ของผู้กำกับแอนพันซอกรู้สึกว่ามันลงตัวน้อยกว่างานหลังจากนี้คือ One Spring Night ในด้านความลงตัวและความกลมกล่อม  ด้วยความที่เรื่องนี้เน้นความโรแมนติกด้านความรักของคู่พระนางจัดเต็ม  ซึ่งมันก็ได้ผลดีเพราะในแต่ละตอนจะมีความโรแมนติกให้สัมผัสในทุกๆตอนทำให้ออกรสหวาน  ในขณะที่ส่วนผสมที่จะทำให้กลมกล่อมคือเรื่องที่ซ้อนข้างหลังนั้นไม่หลากหลาย ซึ่งผู้เขียนเห็นเพียงสามประเด็น  คือเรื่องของการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานและสิทธิสตรี  การตีแสกหน้าสังคมที่ผู้ชายเป็นใหญ่ไร้ความเคารพเพศตรงข้าม  และประเด็นของการปะทะกันระหว่างยุคเก่ากับยุคใหม่  ความคร่ำครึกับความคิดนอกกรอบซึ่งถ้าเทียบกับงานที่มาทีหลังอย่าง One Spring Night แล้วเรื่องนี้ความหลากหลายและมิติเชิงลึกยังไม่ลงตัวเท่า  แถมเรื่องของการต่อสู้เรื่องการคุกความทางเพศเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของจินอาที่ปูมาอย่างแรงก็หาทางลงแบบง่ายไป  ทำให้มองเห็นความไม่สมบูรณ์ของบทในส่วนของเป้าหมายหลังเป้าหมาย  แต่ถ้านับว่านี่คืองานที่มาก่อนก็เข้าใจได้  แต่ทั้งนี้เรื่องนี้กลับมีดีกว่าตรงเส้นความโรแมนติกที่อยู่ในระดับเยี่ยม  พัฒนาการของบทและเหตุการณ์พลิกผันรายทางที่ดูใกล้ตัว  เป็นเรื่องปัจเจกที่เกิดขึ้นได้จริง แม้ความหวานจะล้ำหน้ารสอื่นแต่ก็ไม่ถึงกับเลี่ยนหรือเหนือธรรมชาติแต่อย่างใดเรื่องความรักอาจสามารถร่ายให้ยาวก็ได้  หรืออาจไม่สามารถเอ่ยเป็นถ้อยคำได้  เพราะความรักคือเรื่องของสามัญสำนึก  เป็นเรื่องของหัวใจหาใช่ตรรกะหรือเหตุผลด้วยเรื่องของความรักต่างวัยที่สามารถเกิดขึ้นได้บนโลก  เพราะความรักมันไม่ได้มีข้อจำกัดใดๆ  ความรักเป็นเรื่องเหนือตรรกะและเหตุผล  ไม่เชื่อคุณลองนึกดูว่าท่านรักใครสักคนเพราะเหตุผลอะไรจริงๆดู  เพราะความรักเป็นเรื่องของสามัญสำนึกและหัวใจล้วนๆ  เพียงแต่ความรักต่างวัยในเรื่องนี้มันมีความซับซ้อนเชิงความสัมพันธ์อยู่  เลยทำให้มันยุ่งและยากที่จะชี้ชัดว่าใครผิดหรือถูกในความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนั้น  ยุนจินอาและซอจุนฮีแม้ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆแต่ก็เกือบๆเพราะความสัมพันธ์นั้น  ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกันและได้เห็นอะไรหลายอย่างของกันและกันจึงไม่ยากที่จะกลายเป็นความรักที่ฝังลึกและเร้นอยู่ในนั้นเสมอมาซึ่งเอาตรงๆเรื่องก็พยายามบอกแล้วว่าลึกๆแล้วจินอาเองก็มีใจเช่นกันกับซีนที่เธอรอจุนฮีจับมือในรถ  ด้วยความที่คนทั้งคู่ไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆความรักครั้งนี้จึงไม่ได้ผิดแปลกในมิติใดถ้าจะผิดคือผิดที่ใจคนรอบข้างมากกว่า  แต่กระนั้นก็คงไม่สามารถไปห้ามความคิดและทัศนคติของคนอื่นได้  ที่จินอาและจุนฮีทำได้คือจับมือกัน  เชื่อมั่น  ต่อสู้  เป็นกำลังใจให้กัน  และเดินก้าวผ่านสายธารอันเชี่ยวกรากไปให้ได้อย่างมั่นคงเท่านั้น  แต่แม้คนรอบข้างจะทำอย่างไรหรือคิดอย่างไรทุกการกระทำของพวกเขาก็มิใช่เรื่องผิดเช่นกันด้วยความสัมพันธ์ที่คล้ายดั่งครอบครัวที่เอื้ออารีย์  พี่สาวจุนฮีไม่ผิดที่คิดว่าเป็นเรื่องไม่ควรเพราะจินอาไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทแต่เหมือนกับเป็นพี่สาวอีกคนของจุนฮี  แต่อาการแข็งขืนในตอนแรกก็สลายลงเพราะความมั่นคงในรักของเพื่อนกับน้องชาย  พ่อจินอาไม่ผิดที่แม้ในใจจะตะขิดตะขวงใจแต่ความเป็นผู้ใหญ่ต้องใจกว้างพอที่จะรับฟังเหตุผลของหัวใจลูกได้  เพราะอย่างที่บอกว่าความรักมันไม่มีคำอธิบายใดๆ  ความรักเป็นเหมือนกระแสน้ำป่าที่ไหลหลากยากที่อะไรจะขัดขวางได้  และพ่อเองก็รักลูกในมุมที่เห็นความสุขของลูกมากกว่าความสุขของตัวเองส่วนที่น่ารังเกียจที่สุดคือแม่จินอาที่แสดงออกถึงทัศนคติที่คร่ำครึเหยียดชาติตระกูล  แต่แม่เองก็ไม่ผิดที่คิดแบบนั้นด้วยบริบททางสังคมที่เรื่องของชนชั้น  ชาติตระกูล  และระบบอาวุโสยังเข้มข้น  จึงไม่แปลกที่จะเห็นแม่ที่คิดถึงลูกในมุมที่เห็นแก่ตัวเห็นแก่หน้าตาทางสังคมมากกว่าความสุขของลูก  แต่ทั้งนี้มันก็ไม่ผิดอะไรเพราะมันคือการกระทำที่มีพื้นฐานมาจากความรักและความหวังดี เพียงแต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปความสุขของลูกอาจเป็นเรื่องใหญ่ที่พ่อแม่ต้องคิดถึงเป็นสิ่งแรกก่อนคิดในมุมของตนเอง  ความคิดความอ่านของลูกต้องได้รับความเคารพเพราะลูกๆมิใช่หุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมา  แต่ลูกๆคือมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจเจ็บได้ร้องให้เป็นเช่นเดียวกัน  ซึ่งประเด็นเรื่องครอบครัวและทัศนคตินั้นสำหรับเรื่องนี้ยอดเยี่ยมและได้ใจถึงอารมณ์ผู้ชม  ชี้ให้เห็นถึงด้านมืดอย่างแม่จินอาที่หัวชนฝา  และด้านสว่างพร้อมเปิดใจโอนอ่อนและรับฟังอย่างพ่อจินอาและพี่สาวจุนฮี  ซึ่งว่ากันตามตรงมันกระชากใจได้เลยโลกปัจจุบันคือโลกแห่งความเท่าเทียม  ไม่มีใครเป็นศูนย์กลางจักรวาลอีกต่อไปแม้กระทั่งเพศชายอีกประเด็นที่ใส่เข้ามาที่นับว่าลงตัวคือเรื่องของการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน  และความโสมมในกมลสันดานผู้ชายที่จัดมาชนิดที่ว่าขนาดผู้เขียนเองเป็นผู้ชายยังรู้สึกรังเกียจ  ด้วยอารมณ์เสียดสีทัศนคติของแม่จินอาที่ชมชอบผู้ชายที่การศึกษาดีชาติตระกูลดี  แต่แท้จริงแล้วเรื่องราวเหล่านั้นหาได้สำคัญเท่าความดีงามในหัวใจ  ผ่านตัวละครแฟนเก่าที่แย่ในทุกมิติจนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าคนแบบนี้มีอะไรดีให้จินอารักร่วมด้วยตัวละครผู้บริหารในบริษัทในที่ทำงานของจินอาที่หาเศษหาเลยกับพนักงานหญิงแบบไร้ยางอายทั้งที่ตนก็มีครอบครัว  รวมถึงการตีแสกหน้าบริบททางสังคมเกาหลีที่ให้ความสำคัญกับผู้ชาย  ถึงขนาดที่แม้จะผิดเต็มประตูก็ยังพยายามบิดเบือนให้ร้ายผู้หญิงได้อย่างน่าทุเรศ  ซึ่งถ้าในความเป็นจริงในสังคมเป็นแบบนี้พนักงานหญิงต้องเผชิญกับเรื่องเหล่านี้แล้วไม่กล้าพูด  ถูกปิดปากด้วยการข่มขู่  ความระแวดระวังในการรักษาสถานะภาพการทำงาน และแม้กระทั้งชื่อเสียงที่อาจย่อยยับได้เพราะสังคมมองผู้หญิงเป็นฝ่ายให้ท่าและถ้าเป็นเช่นนี้มันคือความสกปรกโสมมอย่างที่สุดในระบบ  สังคม  และทัศนคติของผู้ชาย  แต่น่าเสียดายที่บทปูเรื่องความกล้าที่จะชน  ความกล้าที่จะสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองของจินอาและเพื่อนพนักงานหญิงคนอื่นๆที่ถูกปูมาอย่างเข้มข้น  มีมิติและน่าติดตามกลับถูกทำลายด้วยการหาทางลงง่ายๆด้วยคำพูดไม่กี่คำ  มันเลยทำลายน้ำหนักในสิ่งที่ปูมาทั้งหมดเพราะผู้ชมอยากเห็นผลของการกระทำแย่ๆของคนแย่ๆมากกว่า   และมันกลายเป็นการดึงภาพรวมของเรื่องให้ดร็อปลงและไปไม่ถึงจุดที่เรียกว่าสมบูรณ์การแสดงที่สื่อความรักให้ออกมาเห็นภาพความโรแมนติก  จัดเต็มขนาดที่คนโสดอาจมีเคืองสำหรับซนเยจินนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะบทแบบนี้เธอหลับตาเล่นก็คงได้  เหมือนเดินเข้าฉากมาแล้วทำตัวสบายๆก็ได้ผล  พลังดารายังคงเปี่ยมล้นยิ่งได้บทที่เป็นแกนหลักของเรื่อง  มิติเชิงลึกของตัวละครเยอะทั้งเรื่องความรักและปัญหากับครอบครัวและที่ทำงาน  ซนเยจินยังให้การแสดงระดับเจ้าแม่ที่สมบทบาทและออร่าทะลุจอเช่นเคย แต่ที่ผู้เขียนคิดว่าไม่น่าเชื่อคือจองแฮอินที่เคยดูเขาเล่นมาสองเรื่องคือ Prison Playbook กับ One Spring Night ที่เห็นว่าเขาแสดงออกทางแววตาเก่ง  แม้เรื่องนี้มิติทางตัวละครอาจไม่เท่าซนเยจินแต่เขากลับเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่โดนซนเยจินข่มมิดจนหายไปอาจมีบ้างที่ต้านพลังแม่ไม่ได้แต่ก็ไม่ถึงกับด้อยกว่าจนเหมือนส่วนประกอบฉาก  แต่กลับดูเข้ากันดีกับตัวแม่อย่างซนเยจินในเรื่องของเคมีที่ลงตัว  เห็นชัดว่าเป็นน้องชายที่เฝ้ามองพี่สาวคนนี้อยู่เสมอและเป็นรักแรกในแบบน้องรักเพื่อนพี่ที่โตมาด้วยกัน  เพียงแต่กับตัวของจุนฮีกลับไม่ได้ถูกสภาพแวดล้อมและการเติบโตที่ต้องเจอกับผู้หญิงมากหน้าที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงความมั่นคงในใจไปได้  แล้วในสายตานั้นไม่ว่าจะมองในฐานะไหนก็คือความมั่นคงกับผู้หญิงคนนี้   และเขาทำให้คนดูเชื่อในความรักของจุนฮีกับจินอาในชนิดที่ผู้ชมที่ชอบความโรแมนติกมีจิกหัวแม่เท้า  ยิ่งเรื่องนี้ฉากเข้าพระเข้านางมาเป็นสายฝนในวสันต์   มีหนักมีเบามีซาเม็ดบ้างแต่หน้าฝนก็คือหน้าฝนที่ฝนตกแทบตลอดเวลาจนคนโสดอาจมีเคืองเรื่องนี้ยังเต็มไปด้วยการปล่อยของจากนักแสดงสมทบ  ชนิดที่ว่ารักเป็นรักเกลียดเป็นเกลียดแบบเข้าถึงแก่นของตัวละคร  โดยเฉพาะกิลแฮยอนในบทแม่ที่แม้จะเป็นตัวละครมิติเดียวคือสุดจัดไปทางความคับแคบคร่ำครึ  แถมยังมีความย้อนแย้งในตัวเมื่อยึดมั่นในขนบทางสังคมหัวเก่า  แต่ตัวแม่กลับเป็นภรรยาที่มีอิทธิพลเหนือสามีที่เป็นการแหวกความคร่ำครึนั้น  จึงเป็นความฉลาดในการเขียนบทที่ชี้นิ่วสั่งผู้ชมเลยว่านี่คือบทที่น่ารังเกียจในมิติเดียวนั้น  ซึ่งนักแสดงที่คุ้นหน้ากันดีอย่างกิลแฮยอนก็รับผิดชอบมิติเดียวนั้นได้อย่างเด็ดขาด  และยังต้องเอ่ยถึงโอมันซอกในบทพ่อที่แม้จะเข้าใจแต่ต่านทานพลังแรงสูงของแม่ไม่ได้  หรือความสับสนที่พัฒนามาเป็นความเข้าใจและสนับสนุนของบทพี่สาวอย่างจางโซยอน  นับว่าบทสมทบที่ยอดเยี่ยมสามารถส่งเสริมให้เรื่องดราม่าที่หนักพอดูมีน้ำหนัก  และทำปฏิกิริยากับหัวใจผู้ชมได้อย่างชะงัดและอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็นที่น่าจดจำคงต้องยกความดีความชอบให้เพลงประกอบ  ที่เรื่องนี้มาแปลกที่ใช้เพลงสากลภาษาอังกฤษเพราะๆมาเป็นตัวเสริมส่งอารมณ์  กับงานด้านภาพสวยๆประหนึ่งอยู่ในความฝันที่ไม่อยากตื่น  เรียบนิ่งในบางครั้งให้ภาพเป็นตัวบรรยาย  บางคราวก็ให้ภาพที่สวยงามถูกเพลงที่เพราะพริ้งสื่อความหมาย  ทำให้บรรยากาศมีความโรแมนติกหนักเข้าไปอีกและมันมอบผลในระดับน่าประทับใจ  แม้จะไม่สมบูรณ์แบบหรืออาจจะไม่ถึงวางไว้บนหิ้ง  แต่ถ้าว่ากับที่ความเป็นงานแนวโรแมนติกนำหน้า นี่คืองานที่ชัดเจนในแนวทางและเปี่ยมคุณภาพอีกเรื่องหนึ่งแต่ทั้งนี้ที่ต้องชื่นชมที่สุดคือความโรแมนติกและพัฒนาการของบทด้านความรักที่มอบมาอย่างเต็มอิ่ม  สมบูรณ์แบบด้วยความรักที่มีพัฒนาการมีจุดเปลี่ยนในการเอาชนะกรอบทางความคิดในความไม่สมควรและกำแพงความซับซ้อนด้านความสัมพันธ์  เรื่อยมาถึงความรักที่มั่นคงโนสนโนแคร์แรงต้านใดๆ  ไปจนถึงการยอมแพ้ด้วยเหตุผลในใจที่ต่างคนก็ไม่ได้ผิดแค่มีมุมของตนเอง จนสุดท้ายเรียกเพรียกของหัวใจได้นำพาให้กลับมาลงเอยกันตามสูตร ซึ่งเรื่องราวตามสูตรแบบนี้จะได้ใจและทำให้ผู้ชมอินไปกับความรักที่มีอุปสรรคได้ต้องได้การแสดงที่เยี่ยมพอ  และเรื่องนี้มอบให้ได้ แต่เพราะมันคืองานของผู้กำกับคนเดียวกัน  จงเลี่ยงไม่ได้ที่จต้องเปรียบเทียบเพราะนี่คืองานที่มาก่อน One Spring Night  หลายๆอย่างเลยยังลงตัวได้ไม่เท่า  สำหรับเรื่องนี้มีดีที่ความหวานละมุนแต่ก็ไม่เลี่ยน  ความโรแมนติกที่แม้จะเป็นตามสูตรแต่ไม่บีบคั้นหรือเค้น  เคมีของคู่พระนางอยู่ในระดับสูงเพราะคนดูเชื่อในความรักของพวกเขาอย่างหมดใจ  ด้วยความชัดเจนในเนื้อหาที่วางตัวเป็นงานขายความโรแมนติก  เป็นเมโลดราม่าและสามารถประคองเมนหลักของเรื่องไปได้อย่างได้ผลตั้งแต่ต้นจนจบ แต่กับส่วนตัวผู้เขียนที่ไม่ค่อยอะไรมากมายกับความโรแมนติกหรือเรื่องความรัก  กลับมีอารมณ์ร่วมกับประเด็นรองเรื่องของการปะทะกันระหว่างกรอบความคิดเก่ากับความคิดที่เปิดกว้างแบบสมัยใหม่  อยากติดตามเรื่องของการต่อสู้ด้านสิทธิ์สตรีและการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน  รวมถึงอยากเห็นบทสรุปของผู้ชายแย่ๆมากกว่า  และเป้าหมายหลังเป้าหมายเหล่านี้คือสิ่งที่ตรึงให้ดูได้อย่างสนุกมากว่าเส้นเรื่องหลักด้านความรัก  แต่มันอาจเป็นเพราะผู้เขียนเลยวัยที่จะรู้สึกอะไรไปกับเรื่องพวกนั้นด้วยกระมัง  แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นเมื่อดูจบแล้วลองคิดในแบบคนในวัยนั้นดูกลับพบความสมเหตุสมผลในตัวของมันอยู่  เพราะความรักมันไม่เลือกว่าจะเกิดขึ้นกับใครหรือเมื่อไหร่  หรือจะลองมองตาคนที่คุณรักแล้วประหวัดไปนึกถึงตอนที่รู้สึกตกหลุมรักขึ้นมาคุณจะเข้าใจว่า  ไม่รู้ว่ามันมาเมื่อไหร่เช่นกันดูไปบ่นไป์NETFLIXขอบคุณภาพประกอบภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 / ภาพที่ 6 / ภาพที่ 7 / ภาพที่ 8 / ภาพที่ 11 / ภาพที่ 12 จาก Facebook Netflixภาพที่ 9 / ภาพที่ 10 / จาก Facebook JTBC Dramaเกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ ๆ ได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !

เนิร์ดรีวิว " Room Before the Dark " น้องกระต่ายกระชากวิญญาณ
อ่าน

เนิร์ดรีวิว " Room Before the Dark " น้องกระต่ายกระชากวิญญาณ

ในบทความนี้ผมยังขอเอาใจคอเกมอินดี้สยองขวัญอีกเช่นเคยครับ แต่คราวนี้ผมหยิบยกเกมที่มีฉากหน้าดูสดใสจากตัวละครสุดน่ารักที่มาพร้อมกับชื่อยาวๆ “ Room Before the Dark ” แต่ขอเตือนว่าคุณอย่าไว้ใจหน้าตาของเกมนี้เป็นอันขาด นั่นเป็นเพราะนอกจากชื่อจะดาร์คแล้ว ทางผู้พัฒนาเขายังติดแท็กแนวสยองขวัญเอาไว้อีกด้วย !! มันจึงทำให้ผมเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจจนต้องลองดาวน์โหลดมาพิสูจน์ให้ทุกคนอ่านกันครับส่วนตัวหลังเล่นจบผมคิดว่าเกมนี้จะหลอกผู้เล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ หากผู้พัฒนาตั้งชื่อเกมให้ดูสดใสกว่านี้ (พอเห็นชื่อเกมเราก็เดาได้ว่ามันตั้งใจเป็นเกมสยองขวัญ)เพราะเสน่ห์ของเกมคือความฉีกที่ผู้เล่นไม่ทันตั้งหลัก จากภาพปก และภาพโปรโมท  ส่วนหน้าดาวน์โหลดเกมที่เป็นโทนสีชมพูสดใสพร้อมน้องกระต่ายตัวอ้วนกลม แต่นั่นก็ถือเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดสำหรับคนบางกลุ่มที่ชื่นชอบการเล่นเกมไอเดียประหลาดๆ ฉีกจากขนบธรรมเนียม ซึ่งเกมนี้มันเหมาะกับคุณเป็นอย่างยิ่งครับRoom Before the Dark เป็นเกมอินดี้สั้นๆ ที่นำเสนอผ่านมุมมองการเล่นแบบบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งคาดว่าเราจะรับบทเป็นตัวละครผู้หญิง เมื่อดูจากข้าวของเครื่องใช้และสไตล์ในการแต่งห้อง ความประทับใจแรกคือเกมนี้มีฉากหลักที่เป็นเอกลักษณ์จากงานกราฟิกแนวพิกเซลอาร์ต 3 มิติ มาพร้อมโทนสีแนวพาสเทลสดใส และเสียงเพลงเพราะๆนอกจากนี้ตัวเกมมีฉากให้เดินสำรวจกว้างที่ผมคิดเอาไว้ จากตอนแรกคิดว่ามันจะมีให้เล่นแค่ในห้องนอนเท่านั้น แต่กลายเป็นว่าเราสามารถเดินเล่นได้ทั่วทั้งบ้านเลย นั่นจึงกลายเป็นอีเวนต์หลักที่เราจะต้องเดินหาน้อนตุ๊กตาสุดน่ารักที่วางอยู่ทั่วบ้านกลับมาให้เจ้ากระต่ายในห้องนอนเรา บรรยากาศโดยรวมนี่มันเกมเด็กผู้หญิงที่มีความฝันอยากใช้ชีวิตในบ้านตุ๊กตาชัดๆ แต่นั่นคือสิ่งที่ผู้พัฒนาเขาตั้งใจหลอกเราครับ เพราะสุดท้ายแล้วเกมนี้กลับซ่อนความลึกลับ + สยองขวัญเอาไว้อย่างที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งผมขอบรูปแบบการเล่นทั้งสองส่วนไม่แพ้กัน ถึงแม้ในพาร์ทสยองขวัญจะสั้นและไม่มีอีเวนต์อะไรให้ทำมากแต่ผมก็คงไม่สามารถเล่ารายละเอียดอะไรได้มากนัก เพราะอยากให้ทุกคนลองไปสัมผัสมันด้วยตัวเองครับ แล้วคุณจะรู้ถึงความน่ากลัวของการใช้เสียงดนตรีบรรเลงประกอบและกราฟิกน่ารักที่ไร้พิษภัย !!สรุปภาพรวมเกมนี้เหมาะสำหรับใครที่ชอบความฉีกขนบธรรมเนียม ชื่นชอบความสยองขวัญที่ไม่ได้เน้นจังหวะไล่ล่าหรือหลอกแบบตุ้งแช่ รวมไปถึงคนที่อยากหาเกมเบาๆ เล่นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะตัวเกมไม่ได้ยาวมากนักสามารถเล่นจบได้ไม่เกิน 20 นาทีครับเล่นเกม Itchioภาพประกอบ1. รูปปก จาก likeaardvark || รูปประกอบทั้งหมดบันทึกจากเกมเพลย์ *STAR COVER"อย่ามัวแต่ดูมาดังกัน"*ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ขอชวนทุกคนมาสนุกโคฟเวอร์ พร้อมลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท (5 รางวัล) โคฟคนที่ใช่ ไลค์คนที่ชอบ`ร่วมสนุกได้ที่ ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ห้อง cover บนแอปทรูไอดี` คลิกเลย  https://ttid.co/UAnK/7y9jfqkqอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม  https://bit.ly/3O1cmUQร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 - วันที่ 3 สิงหาคม 2565

ถ้าเธอหายไป ฉันคงหายดี - Something Sweet : ความเจ็บปวดของความรักฉันจะทำให้มันหายดี
อ่าน

ถ้าเธอหายไป ฉันคงหายดี - Something Sweet : ความเจ็บปวดของความรักฉันจะทำให้มันหายดี

 "ถ้าเธอหายไป ฉันคงหายดี" ของ Something Sweet  เล่าเรื่องการเริ่มต้นใหม่หลังจากการเจ็บปวดในความรัก ในบทความนี้ ผู้เขียนจะพาผู้อ่านทุกท่านมาอ่านรีวิวบทเพลง "ถ้าเธอหายไป ฉันคงหายดี" ของ Something Sweet กันครับ ติดตามอ่านในบทความนี้ได้เลยครับการเล่าเรื่องในบทเพลงเพลง "ถ้าเธอหายไป ฉันคงหายดี" ของ Something Sweet มีความรู้สึกของการเริ่มต้นใหม่หลังจากการเจ็บปวดในความรัก มันสร้างความหวังและความสดใสที่มีอยู่ในโลกของความรัก มันเป็นเพลงที่อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ฟังที่กำลังพยายามที่จะฟื้นตัวหลังจากความสูญเสียในความรักท่อนเพลงที่ชอบเละหมดเลย ใจที่เคยแข็งแรง เสียหมดเลย รักที่ดูว่าแพงก่อนจะร้าวจะรอน มันร้อนมันแรง ก็เลยไม่คิดเผื่อใจอยากจะลืม ว่าเราเคยรักกัน เผื่อสักวัน ฉันจะพออยู่ไหวแต่วันนี้ยังงง ต้องทำยังไง ถ้าหากว่าเธอหายไป ฉันคงหายดีผู้เขียนชอบเพลงท่อนนี้มากที่สุด เพราะ ท่อน "เละหมดเลย ใจที่เคยแข็งแรง เสียหมดเลย รักที่ดูว่าแพง" บอกเล่าความรู้สึกเข้มแข็งของหัวใจเมื่อต้องเจ็บปวดจากความรัก เนื้อความในท่อนนี้บอกความสูญเสียและการตัดสินใจที่ยากลำบากส่วนท่อน "ก่อนจะร้าวจะรอน มันร้อนมันแรง ก็เลยไม่คิดเผื่อใจ" บอกเล่าความรู้สึกที่มีการคิดเผื่อความรู้สึกเอาไว้ภายในใจ เนื้อความในท่อนนี้เล่าการปลดปล่อยความรู้สึกและพูดให้ความรู้สึกของตนเอง เป็นเพลงที่อาจสร้างความร่วมคิดและความเข้าใจโดยเฉพาะท่อน "แต่วันนี้ยังงง ต้องทำยังไง ถ้าหากว่าเธอหายไป ฉันคงหายดี" บ่งบอกถึงอารมณ์ของการหายดีของความรักที่เคยเจ็บปวด เนื้อความในท่อนนี้ชี้ถึงการคิดถึงถึงความรักและความสูญเสียในวันหนึ่งของชีวิตของเรา.เนื้อเพลงเล่าเรื่องนำเสนอได้เป็นอย่างดีเสน่ห์ดนตรี และเอ็มวีเสน่ห์ของดนตรี คือ เสียงของกีตาร์ มีลักษณะที่สดใสและน่าสนใจ มีใช้โทนที่อารมณ์และช่วยในการสื่อความรู้สึกของเพลง นี่เป็นเพลงที่มีความสมดุลในการจัดวางดนตรีและเสียงเครื่องดนตรี ซึ่งช่วยในการเน้นเนื้อหาของเพลง และ เสน่ห์ของเอ็มวี บอกเล่าเรื่องราวผ่านฉากของความอ่อนแอและเจ็บปวดในความรัก มันเสนอแนวคิดที่สำคัญว่าการเจรจากับความสูญเสียและการตัดสินใจที่ยากลำบากสรุปส่งท้ายเพลง "ถ้าเธอหายไป ฉันคงหายดี" ของ Something Sweet เป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่มีความไพเราะเล่าเรื่องความเจ็บปวดในความรักอย่างตรงไปตรงมาให้กับผู้ฟังได้เป็นอย่างดี ท่านผู้อ่านที่ยังไม่เคยฟัง เพลง "ถ้าเธอหายไป ฉันคงหายดี" ของ Something Sweet อย่าลืมไปติดตามฟังกันนะครับฟังเพลงเต็มได้ที่นี่เลยครับhttps://www.youtube.com/watch?v=oIiBv87P3Gcเครดิตรูปภาพภาพหน้าปก จาก Something Sweet ซัมติงสวีทภาพที่ 1 จาก Something Sweet ซัมติงสวีทภาพที่ 2 จาก Something Sweet ซัมติงสวีทภาพที่ 3 จาก Something Sweet ซัมติงสวีทภาพที่ 4 จาก Something Sweet ซัมติงสวีทเครดิตวิดีโอถ้าเธอหายไป ฉันคงหายดี - Something Sweet [Official MV] เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ตะวันซันชายน์ชวนอ่านหนังสือ "ช้างกูอยู่ไหน (Elephant in the room)"
อ่าน

ตะวันซันชายน์ชวนอ่านหนังสือ "ช้างกูอยู่ไหน (Elephant in the room)"

"ช้างกูอยู่ไหน!?""หมายถึงช้างที่เป็นสัตว์?""ไม่ใช่ กูหมายถึงช้างกระป๋อง"ผ่ามมพามมม! (แฮ่! ขำแห้ง แหะ ๆ 555555)          "ช้างกูอยู่ไหน" นี่ไม่ได้ถามหาว่าช้างอยู่ที่ไหน แต่มันคือชื่อหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดยคุณ "อานนทวงศ์ มฤคพิทักษ์ (รุตม์)" เจ้าของผลงานหนังสือขายดีเรื่อง "Thank God It's Monday..ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ" (สำนักพิมพ์อะไรเอ่ย) หนังสือที่เขียนสวนกระแสยุคที่มนุษย์เงินเดือนนิยมลาออกจากงานประจำแล้วออกไปทำธุรกิจ เพราะเกิดค่านิยมที่ว่าคนที่จะประสบความสำเร็จหรือร่ำรวยคือคนที่ต้องเป็นเจ้าของธุรกิจหรือทำอาชีพอิสระ ส่งผลให้สังคมมองมนุษย์เงินเดือนว่ายากที่จะร่ำรวยและประสบความสำเร็จ ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเรื่อง "Thank God It's Monday..ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ" จะพูดถึงแง่ดีของการเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีงานประจำทำ          มาถึงผลงานล่าสุดเรื่อง "ช้างกูอยู่ไหน (Elephant in the room)" ที่คุณรุตม์เขียนขึ้นจากประสบการณ์การใช้ชีวิตในวัยก่อร่างสร้างตัวที่นอกจากงานแล้ว ยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล งานหลักของคุณอานนทวงศ์คือการเป็น Head of People ที่ Wongnai ทำหน้าที่ดูแล สรรหา และสร้างคนให้มีศักยภาพมากขึ้น ด้วยความที่ทำงานกับผู้คนมากมายหลากหลาย บวกกับเป็นคนชอบอ่านหนังสือและเขียนบล็อก ทำให้เขามีประสบการณ์การทำงานและแง่คิดเกี่ยวกับชีวิตมาเล่าสู่กันฟังในหนังสือเล่มนี้ เปรียบเสมือนคู่มือมนุษย์ในวัยก่อร่างสร้างตัว (วัยสามสิบต้น ๆ ถึงสี่สิบกลาง ๆ) ที่อ่านแล้วทำให้เราอยากที่จะตามหาช้างที่อยู่ในตัวเรา ว่าแล้วเราก็ออกไปตามหาช้างตัวนั้นกันเถอะ!          ช้างที่ว่านี้คือการเปรียบเปรยว่าเป็นเหมือนศักยภาพในตัวเรา มีที่มาจากนิทานที่ว่ากันว่ามีช่างไม้ที่แกะสลักไม้เป็นรูปช้างได้เหมือนจริงมาก ชายหนุ่มคนหนึ่งจึงดั้นด้นไปหาช่างไม้ผู้นี้ เมื่อได้เจอช่างไม้ ชายหนุ่มจึงถามเคล็ดลับในการแกะสลักไม้ให้เหมือนช้าง ช่างไม้ตอบว่า "ก่อนอื่นเราต้องมีไม้ที่ดีก่อน เมื่อได้ไม้ที่ดีแล้ว เราก็แกะส่วนที่ไม่ใช่ช้างออกไป" เปรียบกับชีวิตในวัยก่อร่างสร้างตัวที่ต้องเรียนรู้ที่จะลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต เพื่อที่ชีวิตจะได้เบาขึ้น โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญ มีเวลาให้คนสำคัญ มีพื้นที่ให้ตัวเองได้ทำในสิ่งที่มีความสุข          หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 4 พาร์ท คือพาร์ท work (งาน) Relationships (ความสัมพันธ์) Society (สังคม) Self (ตัวเอง) แต่ละพาร์ทจะเป็นเรื่องสั้นที่ให้แง่คิดและแง่มุมที่อ่านแล้วทำให้เราหันกลับมาสำรวจชีวิตตัวเองในทุก ๆ ด้านว่าชีวิตที่เป็นอยู่มันมีคุณภาพพอมั้ย อย่างเรื่องงานที่คุณรุตม์หยิบยกเรื่องราวของชายผู้ถึงจุดสูงสุดในหน้าที่การงาน ชายผู้นี้ถูกเรียกตัวไปสัมภาษณ์เพื่อที่จะได้เลื่อนตำแหน่งและได้รับเงินเดือนที่สูงกว่า แต่เขากลับปฏิเสธ เหตุผลที่เขาให้ไว้คือเขาถึงจุดสูงสุดในหน้าที่การงานแล้ว เขาไม่ได้หมายถึงตำแหน่งสูงสุด แต่เขาหมายถึงชีวิตการงานที่มัน balance กับชีวิตส่วนตัว เขาทำงานในองค์กรที่มีสวัสดิการดี เงินเดือนมากพอที่จะอยู่อย่างสบาย ๆ เพื่อนร่วมงานปฏิบัติตัวกับเขาดี มีความยืดหยุ่นในการทำงาน เขารักในงานที่เขาทำ และที่สำคัญเขามีเวลาที่จะให้ครอบครัวได้เต็มที่ เขาไม่เคยพลาดการประชุมผู้ปกครองของลูก ไม่เคยพลาดวันครบรอบแต่งงานหรือวันสำคัญของครอบครัวเลย และนี่คือความหมายของชายผู้ที่ถึงจุด(สุข)สูงสุดในการทำงาน          เรื่องที่เราอ่านแล้วรู้สึกชอบและน่าจะกระแทกใจใครหลาย ๆ คน คือเรื่อง "ม้าตีนต้น ม้าตีนปลาย" ที่พูดถึงความสำเร็จที่แต่ละคนใช้เวลาไปถึงจุดนั้น หลายคนคงมีคำถามในใจว่า "เห้ย ทำไมเพื่อนคนนั้นประสบความสำเร็จ เจริญรุ่งเรืองกว่า มีบริษัทเป็นของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เรียนจบพร้อมกัน ตอนเรียนก็ไม่เห็นตั้งใจเรียน เรายังได้เกรดดีกว่าอีก ทำไมเราถึงไม่ประสบความสำเร็จกับเขาบ้าง ทั้ง ๆ ที่เราก็ขยันและพยายามถีบตัวเอง" หนังสือเล่มนี้บอกไว้ว่า "ที่เขาวิ่งนำหน้าเราฉิว ๆ นั้น เราไม่รู้หรอกว่าเขาผ่านอะไรมาบ้างและกำลังประสบกับอะไรอยู่ เขาอาจจะแซงหน้าเราในบางเรื่อง แต่ด้านที่เขาไม่ได้เปิดเผยนั้น เขาอาจจะตามเราอยู่ก็ได้ ฉะนั้นเราก็ใช้ชีวิตตามสปีดกำลังของเราก้าวไปข้างหน้าเรื่อย ๆ" อ่านแล้วมันก็ทำให้เรามีกำลังใจและเลิกเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร ยังมีอีกหลากหลายเรื่องราวที่อ่านแล้วจุดประกายไฟให้ชีวิตและตบสติให้เข้าที่เข้าทาง พอเราอ่านเล่มนี้จบ เราเริ่มจะเห็นช้างตัวนั้นในตัวเอง ช้างที่เราค่อย ๆ แกะสลักผ่านงานเขียนบทความที่ได้รับอนุมัติให้ลงในเว็บไซต์ TrueID In-Trend เราเองก็อยากให้คุณผู้อ่านเจอช้างที่อยู่ในตัวคุณ ช้างคุณอยู่ไหน? อ่านบทความนี้จบแล้ว จงออกไปตามหาช้างตัวนั้นให้เจอ ;)----------------------------------------------------------------------------------------------------------------ขอบคุณภาพประกอบ ภาพปก Canva.com /  pic1  Pixabay /  pic2  Pixabay /  pic3 ตะวันซันชายน์ / pic4 ตะวันซันชายน์ / pic5 Pixabay/ pic6 Pixabay/-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------ตามไปอ่านบทความอื่น ๆ ของตะวันซันชายน์ได้ที่  creators.trueid.net/@25346

ดุสิตธานี ผนึก Pixel One รุกงานประชุมสัมมนารูปแบบใหม่ VICE ROOM ร่วมประชุมได้เสมือนจริง ปักหมุดไทยเป็น MICE Destination
อ่าน

ดุสิตธานี ผนึก Pixel One รุกงานประชุมสัมมนารูปแบบใหม่ VICE ROOM ร่วมประชุมได้เสมือนจริง ปักหมุดไทยเป็น MICE Destination

นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากกลุ่มดุสิตธานี เปิดตัวการประชุมสัมมนาเสมือนจริง (Hybrid Virtual Meeting Platform) กับนักการทูต ตัวแทนจากหอการค้า องค์กรและบริษัทข้ามชาติต่างๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยวและการจัดประชุมสัมมนา ในทริปท่องเที่ยวพิเศษ Listen to the Earth in Silence ที่โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน เมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุด กลุ่มดุสิตธานีได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัท เดอะพิกเซลวัน โพรดักชั่น จำกัด ผู้สร้างสรรค์ Future One The Virtual Center ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดแสดงสินค้า บริการงานภาพและเสียง รวมถึงการสื่อสารการตลาดผ่านกิจกรรมชั้นนำของประเทศ นำเสนอ Hybrid Virtual Meeting Platform ที่เรียกว่า VICE ROOM (Virtual Interactive Conference Experience) ซึ่งสามารถสร้างประสบการณ์การจัดประชุมเสมือนจริงที่สามารถกระตุ้นการมีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่ ผ่านระบบเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่สามารถโต้ตอบแบบเรียลไทม์ และยังสร้างความใกล้ชิดเหมือนอยู่ในที่เดียวกัน โดยแพลตฟอร์มดังกล่าว มีพร้อมให้บริการในโรงแรมในเครือดุสิตธานีทุกแห่งในประเทศไทยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดวิถีใหม่ โดยเฉพาะการเว้นระยะห่าง ทำให้ผู้คนพบปะกันยากขึ้น ดังนั้นกลยุทธ์ในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป คือการนำเสนอความสะดวกสบาย ประสบการณ์ และความคุ้มค่า (Convenience, Experience, Value) ให้กับลูกค้า ซึ่งกลุ่มดุสิตธานีมุ่งมั่นที่จะสรรหาผู้เชี่ยวชาญที่มีความพร้อมมานำเสนอแพลตฟอร์มนี้ โดยเราจะทำหน้าที่เหมือน One-Stop-Shop มีทีมดุสิตอีเวนต์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งจัดหาออกาไนเซอร์มืออาชีพมาดูแลการประชุมให้ในราคาที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและกระตุ้นให้เกิดการประชุมสัมมนา โดยมองว่ารูปแบบการประชุมสัมมนาในปัจจุบันและอนาคตสามารถจะทำเป็น Hybrid Virtual Meeting คือมีคนจำนวนหนึ่งมาเข้าร่วมในห้องประชุม ส่วนที่เหลือเชื่อมต่อผ่านโปรแกรมที่เป็นที่นิยม แต่ลูกค้าทุกคนจะต้องได้รับประสบการณ์เสมือนจริงพอๆ กัน ซึ่ง VICE ROOM คือเทคโนโลยีที่สามารถตอบโจทย์ที่เราต้องการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดุสิตธานี กล่าวHybrid Virtual Meeting เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการการประชุมแบบมืออาชีพ แต่มีงบประมาณที่จำกัด และไม่มีเวลาตามหาอุปกรณ์ รูปแบบหรือออกาไนเซอร์มาช่วย ในราคาเริ่มต้น 90,000 บาท กลุ่มดุสิตธานีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดประชุมสัมมนาในรูปแบบดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น เพื่อกระตุ้นและขับเคลื่อนให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนหันมาจัดการประชุม การท่องเที่ยว หรือการสัมมนาภายในประเทศ และประกาศความพร้อมของประเทศไทยในการเป็น MICE Destinationด้านนายจตุพล สิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เดอะพิกเซลวัน โพรดักชั่น จำกัด กล่าวว่า วิกฤตไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลให้การประชุมต่างๆ ต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารแบบผ่าน VDO CONFERENCE ซึ่งสามารถช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารให้เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งที่เทคโนโลยียังแก้โจทย์ไม่ได้ คือการสร้างประสบการณ์กระตุ้นการมีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นได้ในแบบที่เกิดขึ้นได้ในที่ประชุมจริง VICE ROOM จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างห้องประชุมเสมือนจริงโดยผ่านระบบเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่สร้างความใกล้ชิดและการโต้ตอบแบบเรียลไทม์ สร้างสรรค์ประสบการณ์ให้ผู้เข้าประชุมมีส่วนร่วมและเกิดประสิทธิผลสูงในการถ่ายทอดข้อมูล เนื้อหา และกระตุ้นทีมงานในการระดมความคิดที่สร้างผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพVICE ROOM เป็นการนำเทคโนโลยีที่ใช้ในห้องส่งเพื่อการถ่ายทอดสด มาผสมผสานกับเทคโนโลยีวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ และรูปแบบการจัดงานอีเวนท์ เพื่อสร้างประสบการณ์เหมือนการดึงผู้เข้าประชุมมาอยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยจะใช้จอแอลอีดีความละเอียดสูงที่วางแยกจอ เลียนแบบที่นั่งสไตล์อัฒจันทร์ ซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับเทคโนโลยีการประชุมที่ทันสมัย สามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานที่แสดงบนหน้าจอแต่ละหน้าพร้อมกันสูงสุดถึง 100 คน นอกจากนี้ ฉากหลังของผู้นำเสนอการประชุมยังถูกซ้อนหลังด้วยระบบ Virtual Screen ที่สามารถสรรค์สร้างทุกจินตนาการให้เกิดขึ้นได้ตามที่ผู้พูดต้องการ นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งสตูดิโอบันทึกเสียง สตรีมมิ่งและพรีเซ็นเทชั่นระดับไฮเอนด์พร้อมภาพและเสียง สำหรับทำ VDO 360 สำรวจโพล การพรีเซ็นต์ทางไกล รวมถึงหน้าจอความละเอียดคมชัดสูงสำหรับการแชทถาม-ตอบ สำหรับออกอากาศทั่วโลกได้อีกด้วย

รีวิวหนัง  Escape room 2 กลับสู่เกมสยองอีกครั้ง
อ่าน

รีวิวหนัง Escape room 2 กลับสู่เกมสยองอีกครั้ง

*อาจมีส่วนสปอยล์เนื้อหาในหนัง และหนังเหมาะสำหรับเด็กอายุ 13 ปี ขึ้นไป*เรื่องย่อhttps://fb.watch/d9r2-svX3F/หลังจากคนกลุ่มหนึ่งถูกเชิญให้เข้าร่วมเล่นเกมในห้องๆหนึ่งเพื่อแลกกับของรางวัลคือเงินสดจำนวนมากจากองค์กรมินอส โซอี้ที่เพิ่งรอดชีวิตมาจากเกมโหดสยองจับคนมาอยู่ในห้องแล้วแข่งกันเอาชีวิตรอด ตัดสินใจจะกลับเข้าร่วมเล่นเกมอีกครั้งเพื่อสืบหาว่าเบื้องหลังของคนที่สร้างเกมคือใครกันแน่ความรู้สึกที่ได้ดูผู้เขียนยังไม่ได้ดู Escape room ภาคแรกที มันก็จะงงๆหน่อย แถมช่วงนั้นคนรีวิวในเชิงบ่นว่าผิดหวังกับเนื้อหาของหนัง สนุกแบบกลางๆกันมากกว่า เลยไม่ได้เข้าไปดู แต่ Escape room 2 ทำออกมาได้สุด สนุกมากเลย ไม่ว่าจะเปิดตัวที่ฉากรถไฟ ธนาคารโหด ทรายดูด และฝนกรด ต่างๆนาๆ ฉากที่ผู้เขียนชอบที่สุดคือการที่เกมผูกเรื่องราวไปที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อซอนย่าจนผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องตั้งคำถามว่าใครคือซอนย่า และจุดเฉลยของหนังมันก็เหมือนฟั่นเฟือนที่น่าหงุดหงิดใจ ฟีลฉันไม่มีทางเลือก ฉันเป็นนักโทษเหมือนกัน แต่ฉันต้องขึ้นมาเป็นผู้คุม เพราะถ้าฉันไม่ทำ เขาจะฆ่าฉันแถมยังตัดจบปูทางไปสู่ภาคที่สามอีก เอาจริงๆ Escape room 2 เป็นหนังต้นทุนต่ำที่โคตรตื่นเต้น โคตรระทึกขวัญ น่ากลัว และทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะทักษะการแสดงของนักแสดงด้วยที่แอคติ้งสมจริงจนทำให้เรากลัว เพราะถ้าเกิดวันหนึ่ง เราต้องไปอยู่ในสถานการณ์ เสี่ยงตายแบบนั้น เราอาจจะตัดสินใจที่จะทำตัวแบบนั้นซะเองก็ได้แถมผู้เข้าร่วมขันที่เข้าร่วมเล่นเกมภาคที่ 2 ยังเคยรอดชีวิตจากเกม Escape room ไปได้ครั้งหนึ่งแล้ว ประโยคหนึ่งในหนังที่ผู้เขียนชอบก็คือ เกมจะไม่จบจนกว่าพวกมันอยากจะให้จบ รู้สึกได้ถึงความฮึกเหิมที่อยากจะต่อสู้บางอย่างแม้ต้องเสียสละทุกอย่างหรือแม้ต้องตายก็ตาม แถมนางเอกยังมีความฉลาดมากๆ ไหวพริบดี ช่างสังเกต เอาตัวรอดสูงด้วยเหตุผลที่หยิบเรื่องนี้มารีวิวเพราะความน่ากลัวของหนังค่ะ และความสนุกของตัวหนังเองด้วย ตัวเอกของหนังไม่ได้เป็นเหยื่อของเกม และตัวผู้เล่นทุกคนก็ไม่ยอมเป็นเหยื่อของเกม อาจมีตัวละครที่ตัดสินใจทำอะไรแบบหุนหันพลันแล่นบ้าง แต่ทุกอย่างก็อยู่ในกรอบของความมีเหตุมีผล นางเอกของเรื่องที่มีนิสัยช่างสังเกต หาสัญญาณ พระเอกที่ไม่ได้เรื่องนิดหนึ่ง แต่ก็รอดตายเพราะเชื่อคำพูดของนางเอกมาตลอด หรือแม้แต่ต้วประกอบของเรื่องที่เป็นบาทหลวง สละชีวิตของตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนอื่น หรือเชื่อในคำมั่นของพระเจ้าแม้ต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงในสถานการณ์ที่ดูอันตรายก็ตาม ซึ่งเอาจริงๆตัวหนังมันไม่มีอะไรเลย ฉากก็มีแค่ไม่กี่ฉาก แต่การแสดงของตัวละครทุกๆตัวทำให้เราลุ้น อยากเอาใจช่วย สีหน้าและบทพูดที่ดูเป็นธรรมชาติ ความกลัวและความสงสัยใคร่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างเกมนี้ที่ถ่ายทอดออกมาจากตัวละครทำให้หนังสนุกมากเลยคะแนนรีวิว 8.8/10 เพราะหนังสนุกพลอตเรื่องแปลกมีความสมเหตุสมผลนะคะบทความอื่นๆที่น่าสนใจ :รีวิวหนัง the woman in the house across the street from the girl in the window มองเห็นคนถูกฆ่าตาย แต่ไม่มีใครเชื่อรีวิว Inventing anna นักต้มตุ๋นที่หลอกเอาเงินจากคนรวยและโกหกว่าเป็นทายาทเศรษฐีมาใช้ชีวิตหรูหรารีวิว Bling empire (2021) คนที่รวยจนงงวันๆเขาคุยอะไรกันรีวิว JUDY เด็กผู้หญิงที่รับบทเป็นโดเรธี ฮอลลีวูดของชาวอเมริกา แต่กลับขมขื่นหลังม่านปิดลงรีวิว Cruella (2021) แฟชันดี คอสตูมจัดเต็ม ไม่เหมาะกับคนที่รักครูเอลล่าฉบับดั้งเดิมขอขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปก / Canva รูปประกอบภาพหน้าปกที่ 1 / 2 โดย iG : escaperoomรูปภาพประกอบที่ 1 โดย  Netflix / 2 / 3 / 4 โดย iG : escaperoomจะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

The Room ห้องขอหลอน หนังจิตหลอน สะท้อนสังคม (ไม่สปอยล์)
อ่าน

The Room ห้องขอหลอน หนังจิตหลอน สะท้อนสังคม (ไม่สปอยล์)

ภาพจาก Movie.trueid.netภาพยนตร์เรื่อง The room ห้องขอหลอน เป็นเรื่องราวของคู่สามี-ภรรยา “เคทและแมท” ที่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่และค้นพบว่ามีห้องลับอยู่ห้องหนึ่ง แมทก็ได้ค้นพบว่าห้องนี้สามารถเสกทุกสิ่งที่เขาต้องการออกมาได้ หลังจากนั้นทั้งเคทและแมทก็ได้เสกข้าวของเงินทองมากมายออกมาซึ่งทำให้ทั้งคู่สนุกกับการอยู่ในบ้านหลังนี้มากภาพจาก Movie.trueid.netจุดเปลี่ยนของอารมณ์ในเรื่องนี้ก็คือเพื่อนบ้านของพวกเขาได้บอกกับพวกเขาว่าเจ้าของเก่าของบ้านหลังนี้เคยถูกฆ่าตายในบ้านมาก่อน แต่ทั้งสองคนก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป จุดแตกหักของคู่สามี-ภรรยาคู่นี้ก็คือ เคทก็ได้เสกเด็กชายคนหนึ่งออกมาโดยไม่ได้ปรึกษาแมทเมื่ออยู่ไปเรื่อย ๆ ทั้งคู่ก็ได้ค้นพบกฎของบ้านหลังนี้อีกอย่าง ก็คือสิ่งที่เสกขึ้นมาเมื่อเอาออกจากบ้านจะสูญสลายไปในทันที ดังนั้นทั้งคู่จึงต้องขังเด็กคนนี้ไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปไหน เมื่อเด็กคนนี้เริ่มโตขึ้นก็ยิ่งมีอารมณ์ที่ฉุนเฉียวและเริ่มใช้ความรุนแรง ซึ่งตัวแมทเองก็พยายามที่จะสืบหาความจริงและแก้ไขเรื่องราวทุกอย่างภาพจาก Movie.trueid.netหนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องมาอย่างเรียบง่ายในช่วงแรกด้วยการแสดงถึงความรักของคู่รักทั้งสองคนนี้ รวมไปถึงความต้องการที่จะเติมเต็มชีวิตครอบครัวด้วยการมีลูกมากเสียจนเผลอไปทำสิ่งที่ไม่ควรจะทำ คือการขอลูกจากห้องลึกลับ ซึ่งเป็นจุดที่หนังได้ใส่เรื่องราวของปริศนาเข้าไป ทำให้ภาพยนตร์มีความพิศวงและน่าติดตาม คนดูก็อยากที่จะรู้ความลับของห้องปริศนาและที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้ภาพจาก Movie.trueid.netในส่วนของจุดไคลแมกซ์ของเรื่องก็คือการที่เด็กเริ่มก้าวร้าว มีปัญหาทางจิตและใช้ความรุนแรง ทำให้คนดูรู้สึกจิตหลอนตามไปด้วย ในช่วงท้ายของหนังก็มีการสอดแทรกความแฟนตาซีเข้ามาเพิ่มเติมในเนื้อเรื่องอีก ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีความขัดแย้งในเนื้อเรื่องอยู่เล็กน้อย แต่ก็ถือว่าทำให้ภาพยนตร์จบได้อย่างสมบูรณ์และไม่ค้างคาใจกับปมปริศนามากมายในเนื้อเรื่องภาพจาก Movie.trueid.netภาพยนตร์เรื่อง The room ห้องขอหลอน นอกจากความจิตหลอนของตัวเด็กที่เป็นจุดเด่นของเรื่องแล้ว หนังเรื่องนี้ก็ได้เพิ่มมิติด้วยการใส่ปริศนาต่าง ๆ รวมไปถึงเพิ่มความแฟนตาซีเข้าไปด้วย นอกจากนี้ในเนื้อเรื่องก็ยังสอดแทรกเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว การดูแล รักษาจิตใจของกันและกัน เพื่อให้คนดูได้นำไปคิดตาม รวมไปถึงสะท้อนปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้นในยุคปัจจุบันด้วย       

Records Room ความทรงจำของเหล่าดันเจี้ยนที่หายไปจากเกม Another Eden
อ่าน

Records Room ความทรงจำของเหล่าดันเจี้ยนที่หายไปจากเกม Another Eden

สวัสดีผู้อ่านทุกท่านนะครับ วันนี้เรากลับมาพบกันอีกครั้งกับสาระจัดเต็มจากเกม Another Eden ในวันนี้เราจะมาพูดถึงดันเจี้ยนที่หายไปกัน ในระหว่างที่เนื้อเรื่องกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ ดันเจี้ยนบางแห่งจะหายไปและไม่ปรากฏออกมาอีกตามเนื้อเรื่องหลักด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ส่งผลให้เราไม่สามารถเข้าไปเก็บของหรือไปสู้กับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนเหล่านั้นได้อีก ทำให้ผู้เล่นหลายคนมักคิดว่าเราทำพลาดเสียแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลใจไปครับ เกมมีระบบ Records Room ที่จะช่วยให้เราไปยังดันเจี้ยนที่หายไปจากแผนที่หลักได้อยู่ รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นเรามาดูไปพร้อมกันครับRecords Room จะอยู่ใน Dimensional Rift เมื่อเราเข้ามาใน Records Room เราจะพบประตูมิติและเด็กน้อยคนหนึ่ง ประตูมิตินี้จะพาเราไปยังดันเจี้ยนที่เคยปรากฏอยู่ในแผนที่มาก่อนแต่ตอนนี้ไม่มีแล้วจากเนื้อเรื่องนั่นเอง ซึ่งเราสามารถพูดคุยกับเด็กน้อยข้างประตูมิติคนนี้เพื่อให้เขาเปลี่ยนสถานที่ในประตูมิติได้ อยากไปที่ไหนก็เลือกแล้วเข้าไปผจญภัยในสถานที่ที่เราเลือกได้เลยน่าจะมีผู้เล่นบางคนคิดเหมือนกันว่า เราจะย้อนกลับมาดันเจี้ยนเหล่านี้ทำไมกัน? เราย้อนกลับมาเพื่อเก็บหีบสมบัติที่เหลืออยู่ ไปกำจัดมินิบอสที่เรายังไม่ได้กำจัด อาจจะเพราะหาไม่เจอหรือ ณ.ตอนนั้นเรายังกำจัดมันไม่ได้เพราะทีมเรายังแข็งแกร่งไม่พอ รวมถึงมาเก็บวัตถุดิบจากมอนสเตอร์เหล่านี้เพื่อนำไปผลิตอาวุธให้ครบแบบครับ นอกจากนี้ดันเจี้ยนใน Records Room บางที่จะมีบอสลับอยู่ ซึ่งจะไม่มีเควสหรือการชี้แนะใดๆ จากตัวเกมเลยว่ามีบอสตัวนี้อยู่ เรามักจะเจอด้วยความบังเอิญล้วน ๆ ดังนั้นแล้วการมาสำรวจดันเจี้ยนใน Record Rooms ก็อาจทำให้เราเจอเซอร์ไพรส์อะไรบางอย่างก็ได้นะครับ ซึ่งอยากจะหาเองก็ได้ หรือจะหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ บนโลกของ Internet แล้วลุยเลยก็ได้เช่นกัน แล้วแต่แนวทางการของแต่ละคนนะครับ ที่สำคัญที่อยากจะเตือนคือ บอสเหล่านี้จะเก่งกว่าบอสที่ท่านเคยเจอในเนื้อเรื่องจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ดังนั้นเตรียมตัวเตรียมใจมาให้ดี ๆ ก่อนเข้าไปสู้นะครับจบกันไปแล้วกับ Records Room ความทรงจำของเหล่าดันเจี้ยนที่หายไป ผมบอกตามตรงว่าตอนที่ผมเล่นเนื้อเรื่องในช่วงแรกผมก็ตกใจมาก ดันเจี้ยนที่เราอยากจะฟาร์มของหายไป!! แล้วจะไปฟาร์มของที่ไหนเนี่ย สุดท้ายมาเจอ Records Room ใน Dimensional Rift เลยสบายใจขึ้น และเล่นเนื้อเรื่องต่อไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดอะไรไป สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเล่นเกมนี้ได้สนุกขึ้นนะครับ สำหรับวันนี้ผมขอตัวลาไปก่อนแล้ว สวัสดีครับข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเกม Another Eden: The Cat Beyond Time and SpaceAnother Eden: The Cat Beyond Time and Space เป็นเกมแนว Strategy RPG ผสมผสานการท่องโลกแบบ Open World ที่เราจะได้รับบทเป็น Aldo นักดาบแห่ง Baruoki ที่จะต้องออกผจญภัยไปในสถานที่ต่าง ๆ ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อรวบรวมพรรคพวกสุดแข็งแกร่งไปช่วยเหลือน้อยสาว Feinne ที่โดนจับตัวไปให้ได้ นอกจากนี้ยังมีการผจญภัยอีกมากมายที่รอให้ท่านเข้าไปสัมผัส!!Download เกม Another Eden: The Cat Beyond Time and Space ได้ที่นี่App Store : https://apps.apple.com/th/app/another-eden/id1439565347?l=thGoogle Play : https://play.google.com/store/apps/details?id=games.wfs.anotheredenhl=thแหล่งอ้างอิงรูปภาพประกอบบทความ : PDEster

รีวิวน้ำหอมกลิ่นพีช W Dress Room No.49 – Peach Blossom
อ่าน

รีวิวน้ำหอมกลิ่นพีช W Dress Room No.49 – Peach Blossom

        สวัสดีค่ะเพื่อนๆ วันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับน้ำหอมกลิ่นพีช W Dress Room No.49 Peach Blossom ที่ฮิตกันตอนนี้ทั้งในประเทศไทยและในประเทศเกาหลีค่ะ ขนาดไอดอลเกาหลียังใช้กันค่ะ บอกตรงๆทีแรกเราเองก็ซื้อตามเพราะไอดอลเนี่ยแหละค่ะเอาหล่ะเราไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ เครดิตรูปภาพจาก : ทวิตเตอร์ 임파카         W Dress Room No.49 Peach Blossom เป็นน้ำหอมของแบรนด์ W Dress Room ค่ะ น้ำหอมตัวนี้จะมีกลิ่นตรงตามชื่อเลยค่ะคือกลิ่นพีชที่หอมพีช มากๆ ทีแรกเราก็ว่าซื้อตามไอดอล แต่ แต่ แต่ ทุกคนคะน้ำหอมมันหอมมากเราเลยกลายเป็นชอบจริงๆเลยค่ะ น้ำหอมตัวนี้เหมาะกับคนที่ชอบกลิ่นแบบผลไม้หวานๆ หอมๆ ละมุนๆ และน้ำหอมตัวนี้ยังสามารถฉีดได้ทั้งร่างกาย เสื้อผ้า และฉีดเป็นสเปยร์ปรับอากาศในห้องได้อีกด้วยค่ะ น้ำหอมกลิ่นพีชตัวนี้จะมี ดาราไอดอลดังๆของเกาหลีที่ใช่กัน เช่น ฮวัง มินฮยอน (NU'EST) , เอสคุปส์ (Seventeen), ยู ซอนโฮ และ แจมิน (NCT Dream) เรียกได้ว่า W Dress Room No.49 Peach Blossom เป็นน้ำหอมกลิ่นพีชที่เป็นที่นิยมในกลุ่มไอดอลและชาวเกาหลีมากๆจนดังข้ามมาที่แระเทศไทยค่ะ เราก็เห็นคนไทยหลายคนซื้อมาใช้และรีวิวกันในทวิตเตอร์กันเยอะมากเลยเช่นกันค่ะ นอกจากน้ำหอมกลิ่นนี้แล้วทางแบรนด์ยังมีน้ำหอมกลิ่นอื่นที่น่าสนใจอีกมากมายให้เราเลือกกลิ่นที่ใช่กับที่ตัวเราต้องการค่ะ เพื่อนๆสามารถลองเขาไปดูกลิ่นอื่นๆ ได้ที่หน้าแฟนเพจของ W.Dress Room Thailand กันได้เลยนะคะ เครดิตรูปภาพ : ทวิตเตอร์ @byroseapple         สำหรับตัวน้ำหอม W Dress Room No.49 Peach Blossom จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ขนาดค่ะ คือ ขนาด 30 ml 70ml และขนาด 150ml ค่ะ                                  ขนาด 30 ml. เครดิตรูปภาพ : ทวิตเตอร์ @biscuitboy                                  ขนาด 70 ml. เครดิตรูปภาพ : ทวิตเตอร์ VLOVEU5                                ขนาด 150 ml. เครดิตรูปภาพ : korean style        สำหรับใครที่กำลังหาซื้ออยู่นั้นไม่ต้องพรี ออเดอร์ค่ะ สามารถเลือกช้อปผ่าน Beauticool ได้ค่ะมีกลิ่นให้เลือกครบทุกกลิ่นในราคาที่ไม่แพงจนเกินไปค่ะ และตอนนี้มีโปรโมชั่นส่วนลดให้เข้าไปเลือกซื้อกันอีกด้วย รู้แบบนี้แล้วต้องรีบเตรียมตัวไปซื้อกันแล้วล่ะค่ะ และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่แฟนเพจในเฟสบุ๊ค W.Dress Room Thailand และสั่งซื้อได้จากเว็ป LAZADA SHOPEE กันได้ค่ะ เพื่อนๆสามารถไปซื้อตามกันได้เลยนะคะ บอกเลยว่าหอมกลิ่นพีชละมุนมากจริงๆค่ะ  เครดิตรูปภาพ : ทวิตเตอร์ @Room613Sales         สำหรับวันนี้เราก็ขอตัวลาไปก่อนนะคะเดี่ยวคราวหน้าจะมาเขียนรีวิวเรื่องอะไรอีกก็สามารถติดตามได้เลยนะคะ ขอบคุณผู้อ่านทุกคนด้วยค่ะ บ๊ายบาย🤗

รีวิวภาพยนตร์ The Room Next Door ดูได้ที่ทรูไอดี
อ่าน

รีวิวภาพยนตร์ The Room Next Door ดูได้ที่ทรูไอดี

“The Room Next Door” (เดอะ รูม เน็กซ์ ดอร์) รับชมได้ที่ ทรูไอดี ภาพยนตร์จากการกำกับของ “เปโดร อัลโมโดวาร์” ได้รับรางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เวนิส ครั้งที่ 81 ซึ่งความประทับใจของของผู้ที่ได้ชมใน "เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองเวนิส ประจำปี 2024" กึกก้องด้วยเสียงปรบมือยาวนานถึง 17 นาที เป็นปรากฏการณ์ที่ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ที่เล่าถึงการ “การุณยฆาต” เรื่องราวที่เพียงแค่ได้ยินก็มีความหดหู เศร้าใจแฝงอยู่ในความหมายของคำนั้น แต่นำเสนอในมุมมองของภาพที่มีสีสันสดใส สวยงามตระการตา ผ่านเรื่องราวชีวิตของผู้หญิง 2 คน "มาร์ธา ฮันต์" รับบทโดย "ทิลดา สวินตัน" และ "อิงกริด พาร์คเกอร์" รับบทโดย "จูลีแอนน์ มัวร์" เพื่อนสนิทที่คนหนึ่งขอเลือกวิธีการเผชิญหน้ากับความตายด้วยตัวเอง กับอีกคนที่ต้องมาอยู่ร่วมในสถานการณ์นั้นด้วยวิธีคิดที่แตกต่างกันไป แต่....อยู่ด้วยกัน ณ ช่วงเวลานั้น... รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ "The Room Next Door" "มาร์ธา ฮันต์" (ทิลดา สวินตัน) ผู้สื่อข่าวสงครามที่ใช้ชีวิตมาอย่างโลดโผนจากสายงานที่ทำ เธอป่วยเป็นมะเร็ง และกำลังเจ็บป่วยทรมานกับมะเร็งระยะที่ 3 ซึ่งเป็นระยะกระจายออกไปยังต่อมน้ำเหลือง สิ่งที่มาร์ธาต้องการก็คือการเลือกการตายอย่างมีศักดิ์ศรี ซึ่งเธอตัดสินใจเลือกวิธีการุณยฆาตที่ยังไม่ได้รับการรองรับว่าถูกกฏหมาย ซึ่งเธอได้ขอให้ "อิงกริด พาร์คเกอร์" (จูลีแอนน์ มัวร์) เพื่อนสนิทในวัยเด็กอยู่ด้วยกันในช้วงสุดท้ายของชีวิต ทั้งคู่ทำงานในนิตยสารฉบับหนึ่งด้วยกัน อิงกริดเป็นนักเขียนนวนิยาย ส่วนมาร์ธาเป็นนักข่าวสงคราม ด้วยบทบาทหน้าที่ของการทำงานและการใช้ชีวิตที่แตกต่าง ทำให้ทั้งคู่ต้องห่างกันไป กระทั่งรู้ข่าวว่ามาร์ธาป่วยหนัก อิงกริดผู้หวั่นกลัวกับความตาย จึงต้องเผชิญหน้ากับความกลัวตายของตนเองเพื่อช่วยมาร์ธาเป็นครั้งสุดท้าย การกลับมาพบกันอีกครั้งในช่วงลมหายใจสุดท้ายของเพื่อนรักระหว่างอิงกริดกับมาร์ธาคือความงดงามแสนหวานอย่างน่าอัศจรรย์ คาแรคเตอร์ “มาร์ธา” ที่รับบทโดย ฺฺ"ทิลดา สวินตัน" หากมองจากสายงานที่เธอทำ การเป็นนักข่าวสงคราม ก็จะเห็นได้ถึงความเป็นสาวแกร่ง และด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยด้วย เท่ด้วย เป็นหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อป่วยหนัก และทนกับความเจ็บปวดจากการบำบัดเยียวรักษาอาการของโรคมะเร็งที่ไม่มีโอกาสหายอีกต่อไป และรู้ซึ้งถึงวาระสุดท้ายของชีวิตว่าจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง จึงส่งผลให้กลับมามองชีวิตของตัวเองอย่างยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ยอมรับชะตากรรมแห่งความเจ็บปวดนั้น จึงตัดสินใจที่จะจบชีวิตด้วยตัวเอง และในช่วงเวลาสุดท้ายนั้น คนที่เธอปรารถนาให้อยู่ด้วยก็คือ "อิงกริด" ที่รับบทโดย "จูลีแอนน์ มัวร์" การตัดสินใจของมาร์ธาที่ว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่การตัดสินใจของอิงกริดที่เลือกไปอยู่ตรงนั้นก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน สองคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันคนละขั้วกลับลงตัวได้อย่างงดงาม ในสถานการณ์ที่ต้องพูดถึงเรื่องความตายอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา เป็นเสน่ห์ที่ทำให้การดูหนังที่เต็มไปด้วยบทสนทนาให้ความรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้ง ทิลดา สวินตัน รับบท มาร์ธา ฮันต์ จูลีแอนน์ มัวร์ รับบท อิงกริด พาร์คเกอร์ ภาพยนตร์ “The Room Next Door” ผู้กำกับชาวสเปน “เปโดร อัลโมโดบาร์” ดัดแปลงมาจากนิยาย “What Are You Going Through” บทประพันธ์ “ซิกริด นูเนซ” (Sigrid Nunez) สิ่งที่ตื่นตาตื่นใจอย่างมากจากภาพยนตร์เรื่องนี้ หากไม่พูดถึงนักแสดงหรือเนื้อหาของเรื่องก็เห็นจะเป็นคอสตูม เสื้อผ้าหน้าผมที่จัดเต็มความเรียบหรูดูโก้อย่างมีสไตล์ที่ต้องพินิจนความงามนั้นซ้ำ ๆ เพราะน่าสนใจมาก ๆ และฉากหลังของตัวละครโดยเฉพาะฉากบ้านของมาร์ธาที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังชมงานศิลปะชิ้นเยี่ยมที่งดงามไปทุกมุมมอง รวมถึงบ้านที่มาร์ธาเลือกให้เป็นบ้านหลังสุดท้ายในชึวิต ที่ซึ่งอิงกริดเพื่อนสนิทที่อยู่ห้องข้าง ๆ เฝ้าดูอยู่ว่าประตูสีแดงที่เปิดไว้ตลอดเวลาจะปิดลงเมื่อใด ก็ทำให้ละสายตาไม่ได้เช่นกัน การอัตวินิบาตกรรม ด้วยการกระทำการุณยฆาต อย่างถูกต้องตามกฎหมายมีเพียงไม่กี่ประเทศที่มีกฏหมายรับรองว่าทำได้ อาทิ เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ลักเซมเบิร์ก, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรเลีย, แคนาดา ฯลฯ นอกจากประเทศเหล่านี้ยังเป็นเรื่องผิดกฎหมายรวมทั้งประเทศไทย แต่ก็มีการพูดถึงกันมากขึ้นเพราะหลากหลายความคิดเริ่มมีความคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรทำได้ ผู้ป่วยควรมีโอกาสได้เลือกเพื่อให้ตนเองได้ผ่านพ้นจากความเจ็บปวดที่สุดจะทนนั้น ซึ่งในซีรีส์ไทย “การุณยฆาต SPARE ME YOUR MERCY” ก็ได้เล่าเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจ แต่สำหรับ “The Room Next Door” เล่าถึงประเด็นการเลือกที่จะการุณยฆาตในวันที่ตัวมาร์ธาต้องการในวันที่อาการป่วยของเธอที่แม้จะทุกข์ทรมานจากการรักษา แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงบั้นปลายของชีวิต และเป็นประเทศที่กฎหมายยังไม่รองรับ นับว่าเนื้อหาของเรื่องท้าทายทุกความรู้สึกของทั้งตัวละครและคนดูอย่างเราอย่างมาก ที่ให้คิดถึงการจัดการกับเรื่องของความตายทั้งที่จัดการเองได้ และจัดการเองไม่ได้ โดยที่สุดแล้วเชื่อว่าเราต่างก็ไม่รู้ว่าจะลงเอยอย่างไร แต่ก็มีหลากหลายมุมมองให้คิด วิเคราะห์ถึงการที่ยังมีลมหายใจได้อยู่ในหลายเรื่องราว เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวของความตายด้วยภาพที่สวยงาม บอกเลยว่าต้องไม่พลาดนะคะทุกคน และติดตามชมได้ทาง ทรูไอดี ได้เลย คลิกชม The Room Next Door ที่ทรูไอดี ขอบคุณภาพประกอบจาก trueid_th/theroomnextdoormovie/warnerbrosth/caribbeancinemas/The Room Next Door ภาพปก ภาพที่1 ภาพที่2 ภาพที่3-6 ภาพที่7-10 ภาพที่11-12 ภาพที่13 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

โดดงานไปนั่งชิลร้านกาแฟสุดชิค Common Room x Ari
อ่าน

โดดงานไปนั่งชิลร้านกาแฟสุดชิค Common Room x Ari

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ Chachii ขอเป็นหน่วยกล้าตายอาสาพาโดดงานไปนั่งชิลกันที่ร้านกาแฟสุดชิคในย่านอารีย์ที่ชื่อว่า Common Room x Ari แค่ชื่อร้านก็เก๋แล้วใช่ไหมคะ บอกเลยค่ะว่าที่ร้านเนี่ยเก๋กว่านี้อีก เพราะแค่เดินผ่านเนี่ยก็อยากจะเข้าไปนั่งชิลแล้ว ด้วยสไตล์มินิมอลเรียบง่ายสีขาว ๆ สะดุดตา เหมาะกับการเช็คอินสุด ๆ แถมพอผลักเข้าไปในร้านก็พบกับเคาน์เตอร์บาร์ไม้สุดเก๋ด้วย เอาล่ะพร้อมจะโดดงานไปหรือยังคะ? พร้อมแล้วเราไปกันเล้ยย มาถึงแล้วเจ้าค่ะกับหน้าร้านของ Common Room x Ari สังเกตได้จากป้ายชื่อร้านมินิมอล ๆ และตึกสีขาวทรงเหลี่ยม พร้อมประตูบานเล็ก ๆ ที่จะพาคุณเข้าไปในโลกแห่งกาแฟ ที่นี่อาจจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่เป็นร้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่นพอควรเลยค่ะ มีโต๊ะที่นั่งประมาน 3 โต๊ะและเคาน์เตอร์บาร์นั่งได้ 3-4 คน มุมมหาชนยอดฮิตที่คนชอบไปถ่ายรูปกันก็คือหน้าร้าน และมุมที่ติดกับกระจกใสค่ะ ใครแวะมาทานก็ลองมาถ่ายรูปเช็คอินกันได้น้า Photo by: Chachii เข้าไปในร้านแล้วก็จะพบว่าร้านตกแต่งได้น่ารัก อบอุ่นมาก แต่ว่าอาจจะไม่เหมาะกับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัว หรือนัดเพื่อนมาคุยเรื่องไพรเวททอล์ก เพราะร้านค่อนข้างเล็กค่ะ แต่สำหรับใครที่ไม่ได้แวะมานั่งนาน ๆ แค่หาที่ชิล พักขา สักพัก ที่นี่ก็เหมาะมากเลยทีเดียว เมนูขึ้นชื่อเมื่อต้องมาก็คือ Cold Brew,Espresso on Milk Cream Rock และChocolate lced นอกจากเมนูเครื่องดื่มยังมีเมนูอาหารด้วย อาทิ Scramble Eggs on Toast และ Smoked Salmon เป็นต้น คือดีงามน่าลิ้มลองมาก Photo by: Chachii ส่วนตัวเราแล้ว เมนูโปรดที่เรามักดื่มคือ Cold Brew ขวดน่ารักที่แช่เย็นอยู่ในภาพนี้เลยค่ะ ราคาขวดละ 120 บาท เป็นการสกัดกาแฟด้วยน้ำเย็นและมีความเข้มข้นสูงปรี๊ด เทใส่น้ำแข็งทานเติมนมนิดหน่อยอร่อยเหาะค่ะ ราคาอาจจะแรงไปสักนิด แต่สำหรับสายกาแฟคือดีงามค่ะ เพราะความเข้มข้นค่อนข้างสูงกว่ากาแฟเย็นทั่วไปที่เราสั่งทานกัน ใครที่ชอบทานกาแฟแบบเข้มข้นหน่อย เราแนะนำให้มาลองค่ะ Photo by: Chachii นอกจากความน่ารับประทานของอาหาร และเครื่องดื่มที่นี่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจของร้านนี้คือ บรรยากาศภายในร้าน คือสำหรับเราเนี่ยการที่เข้าไปนั่งในร้านเล็ก ๆ แบบนี้มันทำให้เราได้โอกาสในการพูดคุยพบปะกับคนแปลกหน้า หรือคนที่สนใจสิ่งที่คล้าย ๆ กันได้ง่ายขึ้น ที่นี่เลยไม่ใช่เป็นเพียงแค่คาเฟ่เก๋ ๆ ใจกลางเมือง แต่ที่นี่คือพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่ชื่นชอบในเครื่องดื่ม อาหาร แบบเดียวกันเข้ามาพบปะกันและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อีกด้วย สำหรับเราแล้ว การได้ไปนั่งชิลในร้านกาแฟเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยแพสชั่นและความอบอุ่นแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นพลังใจในการทำงาน และใช้ชีวิตอย่างดีเยี่ยม ว่าแล้วขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะคะ :) Photo by: Chachii ตามมากิน: ปากซอยพหลโยธิน 5 (ซอยราชครู) ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ที่จอดรถ: มีจ้า เวลาเปิด-ปิด:08.00 น. – 17.00 น. Facebook Page:https://www.facebook.com/commonroomxari

แอมป์ The Star ชวนคนเหงาๆ ดูเรื่องรักๆ ผ่าน10 ตอน ใน Room Alone The Series (คลิป)
อ่าน

แอมป์ The Star ชวนคนเหงาๆ ดูเรื่องรักๆ ผ่าน10 ตอน ใน Room Alone The Series (คลิป)

งานนี้หนุ่มแอมป์The Star ชวนเตรียมความพร้อมก่อนชม ซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวของคนเหงาในยุคโซเชียล ที่ต่างคนต่างอาศัยอยู่คนเดียวภายในห้องพักชั้นเดียวกันตั้งแต่ห้อง 401 ไปจนถึงห้อง 410 แม้จะมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าของห้องทั้ง 10 คนต้องเผชิญเหมือนกัน นั่นคือความเหงา โลกเสมือนบนช่องทางออนไลน์จึงกลายเป็นทางออกสำหรับการมีใครสักคน เรื่องราวจะเป็นยังไงติดตามได้ช่อง One ทุกวันเสาร์ เวลา 13.00-14.00 น. เริ่ม 25 ต.ค.นี้ ชมทีวีออนไลน์ช่อง One HD แบบสดๆ ได้ที่นี่ ติดตามข่าวสารบันเทิงทีวีได้อีกช่องทาง Facebook.com/TVSociety

รีวิวเกมเก่า Silent Hill 4  The Room  มิติสยองในห้องพัก
อ่าน

รีวิวเกมเก่า Silent Hill 4 The Room มิติสยองในห้องพัก

  Silent Hill 4: The Room เป็นเกมแนวสยองขวัญที่ออกวางจำหน่ายในปี 2004 โดย Konami สำหรับเครื่อง PlayStation 2, Xbox และ PC เกมนี้เป็นภาคที่ 4 ในซีรีส์ Silent Hill อันโด่งดัง แต่มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างจากภาคก่อนหน้า ทำให้มันเป็นเกมที่แตกต่างและน่าสนใจในแบบของตัวเอง   เนื้อเรื่อง: ผู้เล่นรับบทเป็น Henry Townshend ชายหนุ่มที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ South Ashfield Heights ห้อง 302 วันหนึ่งเขาตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในห้องพักของตัวเอง ประตูถูกล่ามโซ่จากด้านใน หน้าต่างก็เปิดไม่ออก และไม่มีใครได้ยินเสียงตะโกนขอความช่วยเหลือของเขา   แต่แล้วจู่ๆ ก็มีรูปรอบแปลกๆ ปรากฏขึ้นบนผนังห้องน้ำ เมื่อ Henry มุดเข้าไปในรู เขาก็พบว่าตัวเองถูกพาไปยังโลกอีกมิติหนึ่งที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาดและปริศนาน่ากลัว เขาต้องสืบหาความจริงเบื้องหลังการถูกกักขังครั้งนี้ และความเชื่อมโยงระหว่างห้องพักของเขากับโลกอีกด้านหนึ่ง     การเล่น: Silent Hill 4 มีระบบการเล่นที่แตกต่างจากภาคก่อนๆ อย่างชัดเจน ครึ่งหนึ่งของเกมจะอยู่ในมุมมองบุคคลที่หนึ่งขณะที่ผู้เล่นสำรวจห้องพักของ Henry ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะเป็นมุมมองบุคคลที่สามเมื่อออกไปสู้กับศัตรูและสำรวจโลกอีกด้าน   การต่อสู้ในเกมนี้เน้นการใช้อาวุธระยะประชิดเป็นหลัก แต่ก็มีอาวุธปืนให้ใช้บ้างในบางครั้ง ระบบสุขภาพของตัวละครถูกแบ่งเป็นสองส่วน คือพลังชีวิตและสภาพจิตใจ ถ้าสภาพจิตใจแย่ลง ภาพหน้าจอก็จะเบลอและสั่นไหว ทำให้การควบคุมตัวละครยากขึ้น   ความน่ากลัว: Silent Hill 4 สร้างบรรยากาศน่ากลัวได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านการออกแบบฉาก เสียงประกอบ และการใช้แสงเงาที่หลอนประสาท แม้ว่าห้องพักของ Henry จะดูธรรมดาในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่น่าขนลุก มีเสียงประหลาดดังขึ้น ผีปรากฏตัว และสิ่งของถูกย้ายที่โดยไม่มีใครแตะต้อง   ส่วนโลกอีกด้านหนึ่งก็เต็มไปด้วยฉากที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลร้าง ป่าลึกลับ หรือสถานีรถไฟใต้ดินที่มืดมิด ทุกฉากล้วนถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นรู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดเวลา   ตัวละคร: นอกจาก Henry แล้ว เกมยังมีตัวละครสำคัญอื่นๆ อีกหลายคน เช่น Eileen Galvin เพื่อนบ้านสาวที่ Henry พยายามช่วยเหลือ, Walter Sullivan ฆาตกรต่อเนื่องที่เป็นตัวร้ายหลักของเรื่อง และ Cynthia Velasquez หญิงสาวลึกลับที่ Henry พบในโลกอีกด้าน ตัวละครแต่ละคนมีเรื่องราวและแรงจูงใจของตัวเอง ทำให้เนื้อเรื่องมีความซับซ้อนและน่าติดตาม     กราฟิกและเสียง: แม้ว่าจะเป็นเกมยุค PS2 แต่ Silent Hill 4 ก็มีกราฟิกที่ดีทีเดียวสำหรับยุคสมัยนั้น โมเดลตัวละครมีรายละเอียดสูง และฉากต่างๆ ก็ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยเฉพาะเอฟเฟกต์แสงเงาที่ช่วยสร้างบรรยากาศหลอนได้เป็นอย่างดี   ส่วนด้านเสียง ดนตรีประกอบโดย Akira Yamaoka นักแต่งเพลงประจำซีรีส์ Silent Hill ยังคงทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเคย เพลงแต่ละเพลงสื่ออารมณ์ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความหวาดกลัว ความเศร้า หรือความตึงเครียด นอกจากนี้เสียงเอฟเฟกต์ต่างๆ ก็ช่วยเพิ่มความน่ากลัวให้กับเกมได้เป็นอย่างดี   จุดเด่นและจุดด้อย: จุดเด่นของ Silent Hill 4 คือการนำเสนอเรื่องราวที่แปลกใหม่และน่าสนใจ การสร้างบรรยากาศน่ากลัวที่แตกต่างจากภาคก่อนๆ และการผสมผสานระหว่างมุมมองบุคคลที่หนึ่งและบุคคลที่สาม อย่างไรก็ตาม เกมก็มีจุดด้อยบางประการ เช่น ระบบต่อสู้ที่ค่อนข้างซ้ำซากและไม่สมจริง รวมถึงการที่ต้องกลับไปกลับมาระหว่างห้องพักกับโลกอีกด้านบ่อยๆ อาจทำให้ผู้เล่นรู้สึกเบื่อได้     สรุป Silent Hill 4: The Room เป็นเกมที่กล้าทดลองและพยายามนำเสนออะไรใหม่ๆ ให้กับแฟนซีรีส์ แม้ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับมากเท่าภาคแรกๆ แต่มันก็เป็นเกมที่มีเอกลักษณ์และน่าจดจำ เหมาะสำหรับแฟนเกมสยองขวัญที่ชอบเนื้อเรื่องซับซ้อนและบรรยากาศหลอนๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ชอบเกม Silent Hill แบบดั้งเดิมอาจจะต้องปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงในภาคนี้พอสมควร   ท้ายที่สุดแล้ว Silent Hill 4: The Room อาจไม่ใช่เกมที่สมบูรณ์แบบ แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจและท้าทายสำหรับแฟนเกมสยองขวัญ ด้วยเนื้อเรื่องที่ชวนติดตาม บรรยากาศที่น่ากลัว และแนวคิดที่แปลกใหม่ มันจึงเป็นเกมที่ควรค่าแก่การลองเล่นสักครั้ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเกมแนว psychological horror   เครดิตภาพ ทางผู้เขียนได้ซื้อเกมนี้มาเล่นเองถ่ายรูปลงเอง   เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Facebook เปิดตัว Messenger  Rooms แข่งกับ Zoom
อ่าน

Facebook เปิดตัว Messenger Rooms แข่งกับ Zoom

         Facebook เตรียมที่จะสร้างความฮือฮาอีกครั้งสำหรับการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เพื่อใช้ในการแข่งขันทางด้านการตลาดเรื่องของการประชุมออนไลน์ ภายใต้ชื่อ Messenger Rooms ที่เตรียมออกมาเพื่อฆ่ายักษ์แห่งวงการนี้อย่าง Zoom หากมองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ยักษ์ใหญ่หลายรายไม่ว่าจะเป็น Google ที่ได้เปิดตัว Google Meet มาสู้ ด้าน Microsoft เองก็ได้ปัดฝุ่น Skype อีกครั้งสำหรับที่จะทำให้ใช้ง่ายขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำลาย Zoom ลงได้แม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยก็ตาม แต่การเปิดตัวของทาง Facebook ในครั้งนี้อาจจะเป็นการล้ม Zoom ลงก็ได้เพราะว่าผู้ใช้งานสังคมออนไลน์นี้ติดอันดับหนึ่งของโลกในตอนนี้ไปแล้ว ไปดูกันดีกว่าว่า Messenger Rooms มีความพิเศษแค่ไหนกันแน่        เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการประกาศออกมาจากเจ้าของ Facebook Mark Zuckerberg ได้พูดถึงเรื่องของการเปิดตัว Messenger Rooms เพื่อเป็นทางเลือกของเหล่าผู้ใช้งาน Facebook ในการประชุมออนไลน์หรือการพูดคุยกันในแบบกลุ่มซึ่งแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ทาง Facebook เองได้เล็งเห็นถึงการประชุมออนไลน์ที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก จึงได้มีการพัฒนา Messenger Rooms นี้ขึ้นมา โดย Mark Zuckerberg กล่าวว่า “สิ่งนี้ได้รับการออกแบบให้มีความเป็นไปได้มากขึ้นและเป็นไปตามธรรมชาติสำหรับผู้ใช้งาน Facebook ซึ่งการใช้งานนั้นไม่ได้ยากและซับซ้อนสามารถเข้าใช้งานได้เพียงแค่คลิกเท่านั้น หลายคนกังวลว่าจะมีปัญหาสำหรับคนที่ไม่ได้เก่งเทคโนโลยี แต่เรื่องนี้จะหมดปัญหาไปเพราะการใช้งานนั้นง่ายเพียงแค่คลิกเดียวเท่านั้น” เมื่อเจ้าของ Facebook กล่าวมาขนาดนี้ไปดูคุณสมบัติของ Messenger Rooms กันดีกว่าว่าง่ายดายแค่ไหน        การทำงานของ Messenger Rooms นั้นสามารถที่จะใช้งานผ่าน Messenger ของทาง Facebook ได้เลย ซึ่งการทำงานนั้นสามารถเชิญเพื่อนได้มากถึง 50 คน ในการทำงานหนึ่งครั้งซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ Facebook มั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างความแตกต่างได้ ไม่เพียงเท่านั้นความสามารถในการใช้งานนั้นสามารถเปิดการใช้งานได้เพียงแค่ส่งลิงค์คำเชิญนั้นไปให้กับผู้อื่นผ่านทาง ข้อความโทรศัพท์มือถือ หรือผ่านทางใดก็ได้ เพียงแค่กดไปที่ลิงค์นั้นก็จะสามารถใช้งานได้ผ่าน Web Browser ใดก็ได้ที่มีอยู่ มาถึงตรงนี้หลายคนบอกว่า อ้าว!! นี่มันคุณสมบัติของ Skype ที่เพิ่งเปิดตัวไปนี่นา ถูกต้องแล้วความสามารถนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรเลยกับ Skype แต่สิ่งที่แตกต่างคือจำนวนของผู้คนที่มากกว่าเท่านั้นเอง         แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังไม่สามารถการันตีได้ถึงความปลอดภัยเช่นกัน เพราะว่าการเปิดตัวให้ใช้งานนั้นตามข่าวที่ออกมายังระบุวันที่ไม่แน่นอนสำหรับฟีเจอร์ใหม่นี้ แต่เชื่อว่าไม่นานเกินรอแน่นอนเพราะคู่แข่งในเรื่องนี้อย่าง Zoom  มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และยักษ์ใหญ่ทั้งหลายก็กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองอยู่เช่นกัน ฉะนั้น Facebook เองก็จะช้าไม่ได้ในเรื่องนี้เช่นกัน ผู้ใช้ Facebook เตรียมใช้งาน ฟีเจอร์ตัวใหม่นี้ได้เลยสำหรับคนที่ชื่นชอบการประชุมหรือพูดคุยออนไลน์เฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เกม หรือเรื่องที่มีกลุ่มที่สนใจรับรองว่าได้สุขสมอารมณ์หมายอย่างแน่นอน   เครดิตภาพ Canva.com , ภาพปกที่ 1, ภาพปกที่ 2 , ภาพปกที่ 3, ภาพที่ 1, ภาพที่ 2, ภาพที่ 3 แหล่งข้อมูลอ้างอิง :: twitter.com/alexvoica, gadgets.ndtv.com