รีเซต

ผลการค้นหา “Plan B to U” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
How To Get Around Hiroshima
ดู

How To Get Around Hiroshima

Nice hat bro

Nice hat bro

Nice hat bro

YAMAGATA: Your Fun Journey – Okitama
ดู

YAMAGATA: Your Fun Journey – Okitama

ลุ้นPLANBซินเนอร์จี้COM7 คาดปี70รับปันผล300ลบ.
อ่าน

ลุ้นPLANBซินเนอร์จี้COM7 คาดปี70รับปันผล300ลบ.

#PLANB #COM7 #ทันหุ้น - PLANB ทุ่มเงินรวม 7.22 พันล้านบาท ถือหุ้น COM7 ไม่เกิน 263 ล้านหุ้น หรือ 11% แหล่งเงินทุนมาจากกู้สถาบัน-นำหุ้น COM7 จำนำบางส่วน คาดได้รับเงินปันผลปีละ 300 ล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์ มองบวกเล็กน้อยต่อการลงทุน แต่หากเห็นภาพซินเนอร์จี้ชัดมีอัพไซด์ คาดมีโอกาสเพิ่มสัดส่วน Board Seat ให้เกิน 20% และเปลี่ยนวิธีการรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นแบบ "ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุน แนะนำ “ซื้อ”บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB อนุมัติการลงทุนเพิ่มเติม บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 รวมไม่เกิน 263 ล้านหุ้น หรือ 11.01% ของหุ้นทั้งหมดของ COM7 คิดเป็นมูลค่าลงทุนไม่เกิน 7.22 พันล้านบาท จากเดิมที่อนุมัติลงทุนไม่เกิน 93 ล้านหุ้น หรือ 3.89% เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ณ วันที่ 30 มิถุนายน PLANB ถือหัน COM7 รวม 263 ล้านหุ้น ที่ต้นทุนเฉลี่ย 27.44 บาทต่อหุ้น ประกอบด้วยหุ้น Big Lot จำนวน 166 ล้านหุ้น ที่ราคา 28.00 บาทต่อหุ้น และหุ้นที่ทยอยซื้อก่อนหน้านี้ที่มีต้นทุนเฉลี่ย 26.50 บาทต่อหุ้น @คาดรับปันผล 300 ลบ.ต่อปีโดยทางผู้บริหาร PLANB คาดว่าการลงทุนดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนในระยะยาวผ่านรายได้เงินปันผล และเปิดโอกาสให้บริษัทได้รับประโยชน์จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและบริการที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนครั้งนี้จะมาจากการกู้ยืมจากธนาคารเป็นหลัก โดย PLANBได้นำหุ้น COM7 บางส่วนที่ทถืออยู่ไปจำนำเป็นหลักประกันเพื่อให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้นตามที่สถาบันการเงินกำหนด ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่า PLANB ได้ปันผลจาก COM7 ปี 2570 จำนวน 300 ล้านบาททั้งนี้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกเล็กน้อยต่อธุรกรรมนี้ในด้านการเงิน การเพิ่มภาระหนี้ใน ระดับปานกลางน่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างเงินทุน ขณะที่การลงทุนดังกล่าวมีแนวโน้มช่วยเพิ่มกำไรในระดับหนึ่ง เนื่องจาก PLANB เข้าลงทุนใน COM7 ที่ PER ราว 14 เท่า ต่ำกว่า P/ER ที่ PLANB ซื้อขายอยู่ในปัจจุบันที่ประมาณ 18 เท่า อย่างไรก็ตาม การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการใช้เงินลงทุนจำนวนมากในธุรกิจที่อยู่นอกเหนือจากธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน(OOH Media) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ PLANB@ภาพ Synergy ไม่ชัดอย่างไรก็ตามทางผู้บริหา PLANB ยังไม่ได้แสดงให้เห็นถึง Synergy ที่ชัดเจน  และภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นยังทำให้ความยึดหยุ่นทางการเงินสำหรับการลงทุนในอนาคตลดลง ดังนั้นจึงมองว่าดีลดังกล่าว อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ในเชิงการเงิน แต่ยังไม่มีความน่าสนใจเพียงพอในเชิงกลยุทธ์ โดยหากบริษัทสามารถแสดงให้เห็นถึง Synergy ที่ชัดเจนมากขึ้น หรือสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมนอกเหนือจากรายได้เงินปันผล ก็จะเป็นอัพไซด์เพิ่มเติมโดยฝ่ายวิจัยแนะนำ "ซื้อ"  PLANB ด้วยราคาเป้าหมาย 5.55 บาท เราคาดว่าธุรกรรมดังกล่าวอาจสร้าง Upside ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี 2570 ของเราราว 5% จากผลสุทธิของรายได้เงินปันผลและต้นทุนทางการเงิน นอกจากนี้ ต้นทุนเฉลี่ยในการเข้าซื้อหุ้น COM7 ของ PLANB ที่ 27.44 บาทต่อหุ้น ยังต่ำกว่าราคาเป้าหมาย COM7 ของฝ่ายวิจัย ที่ 28.80 บาทต่อหุ้น Upside เพิ่มเติมอาจเกิดขึ้นหากผู้บริหารประกาศ Synergy เชิงกลยุทธ์หรือพาณิชย์ระหว่างทั้งสองบริษัทที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น@ระยะสั้นกังวลหนี้เพิ่มอย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ความกังวลของตลาดต่อภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นและการลงทุนขนาดใหญ่ในธุรกิจนอกเหนือจากธุรกิจหลักของ PLANB อาจกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทน ซึ่งเรามองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม ปัจจัยกระตุ้นสำคัญคือความชัดเจนที่มากขึ้นเกี่ยวกับ Synergy ที่คาดว่าจะเกิดจากการลงทุนครั้งนี้ อีกหนึ่งปัจจัยหนุนที่อาจเกิดขึ้นคือ นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบเหมาจ่าย 20/40 บาท ในปี 2570 ซึ่งอาจสร้าง Upside ต่อประมาณการกำไรหลักทั้งปีของเราราว 3-6%จากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น และสัดส่วนรายได้ที่สูงขึ้นจากสินทรัพย์สื่อโฆษณาที่บริหารโดย VGIบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยเรามองบวกต่อการลงทุนข้างต้น โดยตามสัดส่วนการลงทุนที่ 11% PLANB ในเบื้องต้น จะรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบ "รายได้ดอกเบี้ยรับ" (คาดไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาทต่อปี) ซึ่งจะใกล้เคียงกับต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น (ราว 290-360 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามการที่ PLANB ถือหุ้นในลำดับ 2-3 ทำให้เชื่อว่า PLANB มีโอกาสเรียกประชุมผู้ถือหุ้น COM7 เพื่อเพิ่มสัดส่วน Board Seat ให้เกิน 20% และเปลี่ยนวิธีการรับรู้ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นแบบ "ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุน" ซึ่งจะเป็นบวกต่อ "มูลค่าเพิ่มต่อหุ้นของ PLANB" และ "Upside ต่อกำไรของ PLANB" โดยยังคงแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 6.50 บาทต่อหุ้น

ทรูแบล็ค ลด 3% สูงสุด 300 บาท เที่ยวบิน ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ทรูแบล็ค ลด 3% สูงสุด 300 บาท เที่ยวบิน ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัดสูงสุด ฿300ที่ โกเธอร์ ลูกค้าทรูแบล็คใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 3% สูงสุด 300 บาท เมื่อจองเที่ยวบิน โดยมียอดการจองขั้นต่ำ 9,999 บาทขึ้นไป ต่อ 1 รายการจอง ระยะเวลาส่งเสริมการขาย: 20 พฤษภาคม 2569 - 30 กันยายน 2569 ระยะเวลาเดินทาง: 20 พฤษภาคม 2569 - 31 ธันวาคม 2569 ช่องทางการใช้สิทธิ์: เว็บไซต์ / แอปพลิเคชัน GotherLanding page หน้า TH https://www.gother.com/th-th/promotions/true-dtac หน้า EN https://www.gother.com/en-us/promotions/true-dtac เงื่อนไข 1. ลูกค้าต้องทำรายการภายในระยะเวลาส่งเสริมการขาย ผ่านเว็บไซต์/แอปพลิเคชัน Gother และใช้โค้ดส่วนลดตามเงื่อนไขที่กำหนด2. ลูกค้าต้องเป็นสมาชิก Gother และทำการยืนยันอีเมลเรียบร้อยแล้ว3. สิทธิ์สามารถใช้ได้กับการเดินทางตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 - 31 ธันวาคม 25694. โค้ดส่วนลดนี้ใช้ได้กับการชำระเงินออนไลน์ในสกุลเงินบาท (THB) ตามช่องทางที่กำหนดเท่านั้น5. การยืนยันการจองขึ้นอยู่กับจำนวนที่ว่างในขณะนั้น และเป็นไปตามเงื่อนไขการจองของ Gother6. จำนวนสิทธิ์ต่อโค้ด งบประมาณสนับสนุน และ quota ของแต่ละกลุ่มลูกค้า ให้เป็นไปตามที่ Gother และ partner ตกลงร่วมกัน7. กรณีการจองไม่สำเร็จ หรือยกเลิกการจอง/เกิดการคืนเงิน ลูกค้าสามารถขอโค้ดคืนได้ภายในระยะเวลาส่งเสริมการขายเท่านั้น โดยขึ้นอยู่กับอายุโค้ดและจำนวนสิทธิ์คงเหลือ8. โค้ดส่วนลดไม่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชันอื่น ไม่สามารถแลก/ทอนเป็นเงินสด คะแนนสะสม หรือโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่น9. การจองโรงแรมแบบชำระ ณ ที่พัก ไม่สามารถใช้โค้ดส่วนลดนี้ได้10 Gother ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ข้อกำหนด และ/หรือยกเลิกรายการส่งเสริมการขายนี้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าวิธีใช้โค้ดส่วนลด1. เข้าไปที่หน้าการจองของ Gother แล้วทำการจองตามขั้นตอนของระบบ2. กรอกรายละเอียดของผู้เดินทาง และกรอกโค้ดส่วนลดที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในช่อง Promo Code3. ส่วนลดจะแสดงในขั้นตอนสุดท้ายของการจองก่อนการชำระเงิน4. หากยังไม่ประสงค์ชำระเงิน กรุณากดลบโค้ดส่วนลดก่อนออกจากหน้าจอทุกครั้ง

ทรูแบล็ค ทรูเรด ลด 200 บาท บริการ Personal Butler (1 seat) ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ทรูแบล็ค ทรูเรด ลด 200 บาท บริการ Personal Butler (1 seat) ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿200.00ที่ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ลูกค้าทรูแบล็ค ทรูเรดใช้ 0 พอยท์รับส่วนลด 200 บาท บริการ Personal Butler (1 seat) บริการผู้ช่วยส่วนตัวภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าและขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากปกติ 1,700 บาทสำรองบริการผ่าน SAWASDEE by AOT Application ได้ที่ https://app.airportthai.co.th หรือ www.sawasdeepass.com*ลูกค้าต้องนำรหัสที่ได้รับ มาสำรองวันเข้ารับบริการผ่านช่องทางที่กำหนดภายในเดือนที่กดรับสิทธิ์เท่านั้น เงื่อนไข 1. กรุณาสำรองบริการล่วงหน้าผ่าน SAWASDEE by AOT Application หรือ www.sawasdeepass.com โดยกรอกรหัสที่ได้รับจากการกดแลกรับสิทธิ์ ภายในเดือนที่กดรับสิทธิ์สำเร็จ เพื่อรับสิทธิพิเศษ
2. จำกัด 1 สิทธิ์ / 1 หมายเลขบัตรประชาชน / เดือน

3. จำกัด 200 สิทธิ์ / เดือน4. กรุณาจองบริการล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนการใช้บริการที่ SAWASDEE by AOT Application โดยผู้รับบริการต้องให้ข้อมูลการเดินทางและข้อมูลติดต่อตามที่ผู้ให้บริการกำหนด
5. จำกัดระยะเวลาให้บริการ 3 ชั่วโมง6. กระเป๋าเดินทางเพิ่มเติมใด ๆ ซึ่งเกินกว่าจำนวนที่ระบุ (รวมถึงสัมภาระเกินขนาด) จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 500 บาทต่อใบ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)7. ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธบริการสำหรับผู้โดยสารหรือกระเป๋าเดินทางที่เกินจำนวนที่ระบุในการจอง โดยไม่มีการคืนเงิน8. สามารถเปลี่ยนแปลงตารางการจองได้ 1 ครั้ง อย่างน้อยก่อนเวลาเที่ยวบิน 24 ชั่วโมง โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมของการให้บริการ9. สามารถยกเลิกบริการได้ไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมงก่อนเวลาเที่ยวบินขาเข้า/ขาออก และจะมีค่าธรรมเนียมการยกเลิก 5% ทั้งนี้หากดำเนินการยกเลิกบริการน้อยกว่าเวลาที่กำหนดไว้บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงิน10. กรณีผู้โดยสารไม่ปรากฏตัวและไม่สามารถติดต่อได้ (No-Show) บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการคิดค่าบริการปกติเต็มจำนวน11. กรุณาแสดงข้อความที่ได้รับจากการกดรับสิทธิ์ พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน หรือพาสปอร์ตตัวจริงของผู้ใช้สิทธิ์ ณ วันเข้าใช้บริการ
12. กรณีใช้บริการอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือเงื่อนไข ผู้ใช้สิทธิ์เป็นผู้รับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
13. ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนคะแนนทรูพอยท์ทุกกรณี
14. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้
15. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
16. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ SAWASDEE by AOT Application Support (+66) 2029 7889 หรือ support@sawasdeebyaot.com

บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.
อ่าน

บขส. ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขั้นตอนใช้สิทธิ์ ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส.

บขส. หรือ BKS เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ประชาชนใช้สิทธิ์เดินทางด้วย รถโดยสารสาธารณะ ได้! โดย รัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ 60% ส่วนประชาชนร่วมจ่ายเอง 40% ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ และกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในประเทศ วิธีใช้ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 เติมเงินเท่าไหร่ ซื้ออะไร คนละครึ่งพลัส Narin Nonthamand / Shutterstock.com ไทยช่วยไทยพลัส 2569 ขึ้นรถโดยสารสาธารณะ บขส. ขั้นตอนการใช้สิทธิ ไทยช่วยไทยพลัส รถโดยสาร บขส. มีเงื่อนไขดังนี้ สามารถใช้สิทธิผ่าน แอปพลิเคชัน เป๋าตัง ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ระยะเวลา 4 เดือน ในช่วง เวลา 06.00-23.00 น. ณ ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสารของสถานีเดินรถ BKS จำนวน 139 แห่งทั่วประเทศ ซื้อตั๋วรถโดยสาร BKS ภายในวงเงินที่ได้รับสิทธิจากรัฐ 200 บาทต่อวัน กรณีที่ค่าโดยสารเกินวงเงินที่ได้รับต้องจ่ายส่วนต่างเป็นเงินสด หรือใช้วงเงินในแอปฯ เป๋าตัง จ่ายก็ได้ ซื้อตั๋วรถโดยสารได้ทุกมาตรฐาน ทุกเส้นทาง ใช้ร่วมกับ สิทธิส่วนลดค่าโดยสารของ สมาชิก BKS Member ได้ 5-10% ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด เมื่อซื้อตั๋วโดยสารแล้วไม่สามารถคืนตั๋วได้ทุกกรณี กรณีผู้ใช้สิทธิซื้อตั๋วรถโดยสารโดยไม่ได้เดินทางเอง ต้องแจ้งชื่อผู้เดินทาง พร้อมเลขที่บัตรประชาชนของผู้เดินทางก่อนการออกตั๋วรถโดยสาร Wanolan Sriboonkam / Shutterstock.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และจองตั๋ว BKS ได้ที่ เว็บไซต์ BKS https://tcl99web.transport.co.th Application : BKS E ticket Facebook Page : บขส. https://www.facebook.com/BorKorSor99 ช่องจำหน่ายตั๋วโดยสาร BKS ทั่วประเทศ โทร. 0-2936-3660

ไทยช่วยไทย พลัส รถไฟฟ้า BTS / MRT ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ 1 มิ.ย.69 นี้
อ่าน

ไทยช่วยไทย พลัส รถไฟฟ้า BTS / MRT ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ 1 มิ.ย.69 นี้

มาแล้ววว! ไทยช่วยไทย พลัส บรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และรักษากำลังซื้อของประชาชน รวมไปถึงช่วยค่าเดินทาง บริการขนส่งสาธารณะ และ บริการขนส่งมวลชนสาธารณะ ใช้สิทธิ์ได้ที่ รถไฟฟ้า BTS และ MRT ตั้งแต่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 นี้ วิธีใช้ ไทยช่วยไทยพลัส 2569 เติมเงินเท่าไหร่ ซื้ออะไร คนละครึ่งพลัส ไทยช่วยไทย พลัส ใช้สิทธิ์ได้ที่ รถไฟฟ้า BTS / MRT รถไฟ MRT สายสีน้ำเงิน และ สายสีม่วง ไทยช่วยไทย พลัส MRT สายสีน้ำเงิน และ สายสีม่วง รองรับโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" 🗓️ เริ่มใช้สิทธิ์ ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ⏰ เวลา 06.00-23.00 น. 🔔 เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ใช้สิทธิ์ที่ห้องออกบัตรโดยสาร ทุกสถานี ผ่าน แอปฯ เป๋าตัง ใช้สิทธิ์ซื้อเหรียญโดยสาร ประเภทบุคคลทั่วไป หรือประเภทผู้สูงอายุได้ ใช้สิทธิ์ได้สูงสุด ตามวงเงินสิทธิ์คงเหลือภายในวันนั้นๆ ⚠️ หมายเหตุ ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในการซื้อและเติมเงินบัตรแมงมุม EMV ได้ ไม่สามารถซื้อเหรียญเก็บไว้ใช้ข้ามวันได้ ไม่สามารถซื้อเหรียญเดินทาง ไป-กลับ จากสถานีต้นทางได้ ไม่สามารถแลกคืนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทุกกรณี ================ รถไฟฟ้า BTS ไทยช่วยไทย พลัส รถไฟฟ้า BTS และสายสีทอง ร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" 🚈✨ 🗓️ เริ่มใช้สิทธิ์ ได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 ⏰ เวลา 06.00-23.00 น. ขั้นตอนการซื้อบัตรโดยสาร เที่ยวเดียว ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เติมเงินใส่ แอปฯ เป๋าตัง ในช่อง G - Wallet กดแถบ โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" และ สแกน QR เพื่อใช้สิทธิ สแกน QR ที่เจ้าหน้าที่สถานี เพื่อชำระค่าโดยสาร กดปุ่มยืนยันการชำระเงิน และใส่รหัส PIN ทำรายการสำเร็จ จะได้รับสลิปจากแอปฯ เป๋าตังยืนยัน สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" สามารถใช้ร่วมกับประเภทบัตรโดยสารเที่ยวเดียว (Single Journey Card) ✅ ใช้ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 - 23.00 น. ✅ สามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 200 บาท / คน / วัน ✅ บัตรจะไม่สามารถคืนเป็นเงินสดได้ ⚠️ หมายเหตุ : ไม่สามารถใช้เติมเงิน / เติมเที่ยวเดินทาง ในบัตรแรบบิทได้ ================

เปลี่ยนด่วน! 1 มิ.ย. นี้ ตั๋วใหม่ MRT ใช้ EMV Contactless บัตรแมงมุมมาแล้ว
อ่าน

เปลี่ยนด่วน! 1 มิ.ย. นี้ ตั๋วใหม่ MRT ใช้ EMV Contactless บัตรแมงมุมมาแล้ว

ใครที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT เป็นประจำ ต้องฟังทางนี้ด่วนเลยครับ เพราะตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้เป็นต้นไป ระบบตั๋วโดยสารของ MRT จะก้าวเข้าสู่ระบบ EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งหมายความว่าบัตรเติมเงิน MRT และ MRT Plus แบบเก่าที่เราคุ้นเคยกันมานาน จะไม่สามารถใช้เดินทางได้อีกต่อไป เปลี่ยนด่วน! 1 มิ.ย. นี้ ตั๋วใหม่ MRTใช้ EMV Contactless บัตรแมงมุมมาแล้ว แตะเข้าสถานีง่ายๆ ด้วยบัตรที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless ต่อไปนี้เราคงใช้รถไฟฟ้าสะดวกสบายขึ้นอีกเยอะ เพราะไม่จำเป็นต้องพกบัตรเติมเงินสำหรับรถไฟฟ้าแยกหลายๆ ใบ แค่มีบัตรเหล่าที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless (รูปคลื่นวิทยุ) ก็สามารถแตะผ่านประตูทางเข้า MRT ได้ทันที บัตรประเภทนี้ได้แก่ บัตรเครดิต (Visa / Mastercard / UnionPay) บัตรเดบิต * บัตรพรีเพด (บัตรเติมเงินประเภทต่างๆ ที่รองรับ EMV) บัตร MRT / MRT Plus เดิมจะใช้งานไม่ได้แล้ว ส่วนใครที่ยังมีเงินเหลืออยู่ในบัตรเติมเงิน MRT หรือ MRT Plus แบบเดิม (สีเหรียญ/สีสัญลักษณ์ MRT แบบเก่า) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป บัตรเหล่านี้จะไม่สามารถแตะผ่านทางเข้าไปยังระบบรถไฟฟ้าได้แล้วโดย รฟม. และ BEM ได้เตรียมมาตรการรองรับสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนบัตรไว้เรียบร้อย ดังต่อไปนี้ เปลี่ยนเป็นบัตร "Mangmoom EMV" (หรือบัตรแมงมุมที่รอกันมานานนั่นเอง) ได้ฟรี! ไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใหม่ สามารถไปติดต่อขอเปลี่ยนบัตรได้ที่ห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ทุกสถานี สามารถไปเปลี่ยนได้ตั้งแต่วันนี้ยาวๆ ไปจนถึง สิ้นปี 2569 (31 ธันวาคม 2569) ก้าวสำคัญสู่ระบบตั๋วร่วม ใบเดียวเที่ยวทั่วกรุง การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้แม้อาจดูเหมือนเป็นแค่การเปลี่ยนรูปแบบบัตรธรรมดาๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว นี่คือก้าวสำคัญสู่ยุค "ระบบตั๋วร่วม (Single Ticket)" อย่างแท้จริง โดยในอนาคตจะช่วยเชื่อมโยงการเดินทางในทุกระบบเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการต่อรถไฟฟ้าข้ามสาย ข้ามสี การเดินทางเชื่อมต่อไปยังรถเมล์สาธารณะ หรือแม้กระทั่งเรือโดยสาร ทั้งหมดนี้จะสามารถใช้บัตรเพียงใบเดียวแตะเข้า-ออกได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนอีกต่อไป นับเป็นข่าวดีมากๆ ทั้งสำหรับนักเดินทาง และคนเมือง เพราะนอกจากจะช่วยลดความยุ่งยากในการพกบัตรหลายใบในกระเป๋าตังค์แล้ว ยังช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ สะดวกสบาย และทันสมัยทัดเทียมกับมหานครใหญ่ๆ ทั่วโลกอย่างลอนดอน สิงคโปร์ หรือโตเกียวอีกด้วย ใครที่มีบัตรเก่าอยู่ แนะนำให้รีบนำไปเปลี่ยนเป็นบัตร Mangmoom EMV หรือเตรียมบัตรเครดิต/เดบิตในกระเป๋าของคุณให้พร้อมก่อนวันที่ 1 มิถุนายนนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อแถวยาวเหยียดที่หน้าสถานีในช่วงวันแรกๆ ที่เริ่มปรับเปลี่ยนระบบครับ ข้อมูล : การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ====================

Bitcoin จ่อเป็นสินทรัพย์ชาติ! สหรัฐฯ เตรียมประกาศครั้งใหญ่ในไม่กี่สัปดาห์
อ่าน

Bitcoin จ่อเป็นสินทรัพย์ชาติ! สหรัฐฯ เตรียมประกาศครั้งใหญ่ในไม่กี่สัปดาห์

#Bitcoin #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า ในขณะที่บรรดานักกฎหมายกำลังผลักดันร่างกฎหมายเพื่อรับรองคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Bitcoin Reserve) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายถาวร ทางด้าน แพทริก วิตต์ (Patrick Witt) ที่ปรึกษาด้านคริปโตระดับสูงของทำเนียบขาว ได้เผยตัวอย่าง "การประกาศครั้งใหญ่" ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปของคลังสำรองดังกล่าว ในระหว่างการเสวนาบนเวทีเมื่อวันจันทร์ที่งานประชุม Bitcoin 2026 ในลาสเวกัส ผู้อำนวยการบริหารสภาที่ปรึกษาประธานาธิบดีด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุว่าเขาและคนอื่นๆ ได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักในโครงการคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ของทรัมป์ "ท่านประธานาธิบดีได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เรื่องคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ไปเมื่อปีที่แล้ว และเราได้เริ่มทำงานเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกที่จำเป็นและการตีความทางกฎหมายที่ต้องใช้ เพื่อให้กระบวนการนี้ถูกต้อง แข็งแกร่ง และสามารถปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin ที่เรามีอยู่ในงบดุลของรัฐบาล" วิตต์กล่าว ในช่วงไม่กี่เดือนแรกของรัฐบาลชุดใหม่ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ โดยเงินทุนส่วนใหญ่มาจาก Bitcoin ที่รัฐบาลครอบครองอยู่แล้วผ่านการยึดทรัพย์ในคดีอาญาหรือคดีแพ่ง รวมถึงคลังสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลแยกต่างหาก อย่างไรก็ตาม คำสั่งฝ่ายบริหารไม่มีสถานะความมั่นคงถาวรเท่ากับกฎหมาย ดังนั้นเหล่านักกฎหมายจึงพยายามผลักดันร่างกฎหมายเพื่อรับรองการดำเนินงานของทรัมป์ โดยเมื่อปีที่แล้ว สว. ซินเทีย ลัมมิส (Cynthia Lummis) จากพรรครีพับลิกัน รัฐไวโอมิง และ สส. นิค เบกิช (Nick Begich) จากพรรครีพับลิกัน รัฐอลาสก้า ได้ร่วมกันนำเสนอ "ร่างกฎหมาย BITCOIN Act" (Boosting Innovation, Technology, and Competitiveness through Optimized Investment Nationwide Act) อีกครั้ง ร่างกฎหมายดังกล่าวสร้างต่อยอดจากคำสั่งฝ่ายบริหาร พร้อมทั้งระบุข้อความเกี่ยวกับการจัดซื้อ Bitcoin จำนวน 1 ล้านเหรียญภายในระยะเวลา 5 ปี โดยใช้ "กลยุทธ์ที่เป็นกลางต่อฐานะงบประมาณ" (Budget-neutral strategies) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เบกิชระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "ร่างกฎหมายการปรับปรุงทุนสำรองของอเมริกาให้ทันสมัย" หรือ ARMA (American Reserves Modernization Act) "ดังนั้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราจะมีประกาศครั้งใหญ่" วิตต์กล่าว "ผมคิดว่าเรามีการค้นพบที่สำคัญ (Breakthrough) ในเรื่องนั้น และแน่นอนว่าสิ่งนี้จำเป็นต้องได้รับการติดตามผลด้วยกระบวนการทางนิติบัญญัติ" "ในระหว่างนี้ เราเชื่อว่าเราจะสามารถก้าวไปข้างหน้าก้าวใหญ่จากฝั่งฝ่ายบริหารได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า" วิตต์กล่าวเสริม ทั้งนี้ ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นเกี่ยวกับประกาศดังกล่าวในทันที ที่มา https://www.theblock.co/post/399087/white-house-crypto-advisor-trump-strategic-bitcoin-reserve-coming-weeks

ส่วนลดห้องพักสูงสุด 54% ห้องพัก ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ส่วนลดห้องพักสูงสุด 54% ห้องพัก ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู รับส่วนลดสูงสุด 54% สำหรับห้องพักจากราคาปกติ (Best Flexible Rate)Except Beachfront Club Penthouses, Baba Mama Penthouses, 5 Bedroom Luxury Pool Villa ช่วงเวลาการสำรองห้องพักและเข้าพัก: 20 มีนาคม 2569 - 31 มีนาคม 2570สำรองที่พักได้ที่ http://www.bababeachclub.com/huahin กดปุ่ม Reservation และกรอก Promotion Code ที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ ที่ช่อง Rate Access/ Corporate Code หรือ อัตราค่าบริการ/ รหัสบริษัทส่วนลดร้านอาหารและสปา● รับส่วนลด 10% สำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ Baba Beach Bar Restaurant, Baba Soul Food, and Baba Lounge● รับส่วนลด 20% สำหรับสปาเมนูปกติ ณ คูลสปา● รับส่วนลด 10% สำหรับสปาแพคเกจ ณ คูลสปาExcept Beachfront Club Penthouses, Baba Mama Penthouses, 5 Bedroom Luxury Pool Villa เงื่อนไข 1. ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการกดปิดจากหน้าเว็บไซต์2. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ มาสำรองที่พักได้ที่ www.sripanwa.com กดปุ่ม Reservation และกรอก Promotion Code ที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ ที่ช่อง Rate Access/ Corporate Code หรือ อัตราค่าบริการ/ รหัสบริษัท3. สิทธิพิเศษนี้สามารสำรองห้องพัก และเข้าพักได้ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 - 31 มีนาคม 25704. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ได้ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นราคาปกติของหน้าเว็ปไซต์5. ราคานี้ไม่สามารถขอคืนเงิน เปลี่ยนแปลง และยกเลิกการจองได้6. ราคานี้รวมค่าบริการและภาษีแล้ว7. โรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการรับจองห้องพัก ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่างในขณะนั้น8. เวลาเช็คอิน 15:00 น. และเวลาเช็คเอ้าท์ 12:00 น.9. รายการส่งเสริมการขายนี้ เริ่มต้นและสิ้นสุดตามช่วงระยะเวลาข้างต้นเท่านั้น10. ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ในช่วงวันที่ (Blackout Date): 24 - 31 ธันวาคม 256911. โรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า12. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

ส่วนลดห้องพักสูงสุด 54% ห้องพัก ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ส่วนลดห้องพักสูงสุด 54% ห้องพัก ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู รับส่วนลดสูงสุด 54% สำหรับห้องพักจากราคาปกติ (Best Flexible Rate) ช่วงเวลาการสำรองห้องพักและเข้าพัก: 20 มีนาคม 2569 - 31 มีนาคม 2570สำรองที่พักได้ที่ www.bababeachclub.com/natai กดปุ่ม Reservation และกรอก Promotion Code ที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ ที่ช่อง Rate Access/ Corporate Code หรือ อัตราค่าบริการ/ รหัสบริษัทส่วนลดร้านอาหารและสปา● รับส่วนลด 10% สำหรับค่าอาหารและเครื่องดื่มที่ Baba Poolclub, Baba Chino, Baba Hot Box, Baba IKI and Baba Soul Food● รับส่วนลด 20% สำหรับสปาเมนูปกติ ณ คูลสปา● รับส่วนลด 10% สำหรับสปาแพคเกจ ณ คูลสปา เงื่อนไข 1. ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการกดปิดจากหน้าเว็บไซต์2. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ มาสำรองที่พักได้ที่ www.sripanwa.com กดปุ่ม Reservation และกรอก Promotion Code ที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ ที่ช่อง Rate Access/ Corporate Code หรือ อัตราค่าบริการ/ รหัสบริษัท3. สิทธิพิเศษนี้สามารสำรองห้องพัก และเข้าพักได้ ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 - 31 มีนาคม 25704. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถใช้ได้ในวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นราคาปกติของหน้าเว็ปไซต์5. ราคานี้ไม่สามารถขอคืนเงิน เปลี่ยนแปลง และยกเลิกการจองได้6. ราคานี้รวมค่าบริการและภาษีแล้ว7. โรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการรับจองห้องพัก ขึ้นอยู่กับจำนวนห้องพักที่ว่างในขณะนั้น8. เวลาเช็คอิน 15:00 น. และเวลาเช็คเอ้าท์ 12:00 น.9. รายการส่งเสริมการขายนี้ เริ่มต้นและสิ้นสุดตามช่วงระยะเวลาข้างต้นเท่านั้น10. ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ในช่วงวันที่ (Blackout Date): 24 - 31 ธันวาคม 256911. โรงแรมขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคาโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า12. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

ORI แผนชัดดึงต่างชาติ ลุยพัฒนาเมืองท่องเที่ยว
อ่าน

ORI แผนชัดดึงต่างชาติ ลุยพัฒนาเมืองท่องเที่ยว

#ORI #ทันหุ้น – ORI พร้อมดึงต่างชาติเข้าไทย ชูไทย “Safe Haven” โลก ปักหมุดภูเก็ต-พัทยารับดีมานด์หนีหนาว-เลี่ยงสงคราม กางแผนปี 2569 ลุยเปิดโครงการใหม่ 1.94 หมื่นล้านบาท ทั้งคอนโด บ้าน โรงแรม พร้อมกลยุทธ์ “Circular Model” สร้าง บริหาร ขาย ปั้นผลตอบแทนและกระแสเงินสดนายปิติพงษ์  ไตรนุรักษ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า บริษัทวางกลยุทธ์เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติอย่างเข้มข้น เนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนภูมิรัฐศาสตร์โลก ทำให้ชาวต่างชาติต้องการย้ายถิ่นฐานมายังประเทศที่เป็นกลางและปลอดภัย ซึ่งไทยนับเป็น "Global Safe Zone" และจุดหมายปลายทางสำหรับ "บ้านหลังที่สอง"  ที่โดดเด่นด้านอัธยาศัย ค่าครองชีพที่คุ้มค่า และระบบสาธารณสุขระดับโลก  ขณะเดียวกันสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงทำให้กลุ่ม "หนีหนาว" จากประเทศแถบยุโรปมองหาที่พำนักระยะยาวในไทยที่มีอากาศอบอุ่นตลอดปีด้วยซึ่ง ORI ได้พัฒนาโครงการในเมืองท่องเที่ยวระดับโลกเพื่อรองรับดีมานด์ต่างชาติ โดยเฉพาะ ภูเก็ต ปัจจุบันมีโครงการคอนโดและบ้านรวม 8 โครงการ มูลค่ากว่า 1.67 หมื่นล้านบาท และได้รับการตอบรับดีมาก โดยสามารถทำยอดขายผ่านระบบ Online Booking ได้ถึง 500 ล้านบาทภายใน 24 ชั่วโมง และโควตาต่างชาติในบางโครงการเกือบเต็มภายใน 1 เดือน ส่วนพัทยาจะมีการเปิดตัวโครงการ Origin Branded Resident Pattaya มูลค่า 1,400 ล้านบาท เพื่อเจาะตลาดต่างชาติโดยเฉพาะ“บริษัทมีโมเดลสินค้าที่ตอบโจทย์ ทั้งสำหรับต่างชาติที่ไม่ได้พำนักประจำ ORI มีโปรแกรมการลงทุนที่บริหารจัดการโดย Hampton Hotel Residence เพื่อเปลี่ยนคอนโดเป็นสินทรัพย์สร้างรายได้ ส่วนกลุ่มที่ต้องการบ้านหลังที่ 2 ก็มีทำเลที่ตอบสนองได้ บริษัทยังมีการใช้เครือข่ายเอเจนต์ และมี Agent Club ที่แข็งแกร่งในการกระจายข้อมูลและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง”@ เป้าพรีเซล 2.5 หมื่นล้านสำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดพรีเซลที่ 25,000 ล้านบาท การโครงการ 16,000 ล้านบาท เป็นโครงการร่วมทุนหรือ JV ประมาณ 9,000 ล้านบาท และคาดการณ์รายได้ 10,000 ล้านบาท และเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่รวมมูลค่า 19,400 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัย 6 โครงการ แบ่งเป็น คอนโด 3 โครงการ 4,200 ล้านบาท ประกอบด้วย The Origin สถานีแยก คปอ.  มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท จำนวน 868 ยูนิต ราคาเริ่มต้นเพียง 1.49 ล้านบาท  Origin Branded Residences Pattaya โครงการหรูเพื่อเจาะกลุ่มตลาดต่างชาติโดยเฉพาะ มูลค่า 1,400 ล้านบาท จำนวน 306 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.49 ล้านบาท และ Origin Residences Phuket บางเทา มูลค่า 1,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 3.79 ล้านบาทส่วนโครงการบ้านแนวราบ 3 โครงการมูลค่า 3,200 ล้านบาท ประกอบด้วย Belia Exclusive 49 ทำเลราชพฤกษ์  ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท Avenue ราคาเริ่มต้น 50 ล้านบาท Brilliant Business Park โครงการที่ร่วมมือกับ Alpha ผสมผสานที่พักอาศัยเข้ากับพื้นที่สำนักงานและคลังสินค้าสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาทมีแผนเปิดตัว โรงแรมใหม่ 4 แห่ง  รวม 762 ห้อง มูลค่า 3,000 ล้านบาท  โครงการอาคารสำนักงานและรีเทล รวม 3,100 ล้านบาท และการขยายธุรกิจคลังสินค้าผ่านทาง Alpha  เพิ่มอีก 5 โครงการ มีพื้นที่รวมประมาณ 150,000 ตร.ม. มูลค่า 3,000 ล้านบาท เน้นกลยุทธ์ Build-to-Suit เป็นหลัก  โซนบางนา  โซนแหลมฉบัง@ จัดการเงินแกร่ง ลุยลดหนี้นางสาวกนกไพลิน  วิไลแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าภายใต้แนวคิด “Portfolio Evolution” เพื่อบริหารความเสี่ยง โดยชูกลยุทธ์หลัก Circular Business Model เน้นวงจร พัฒนา > ดำเนินงาน > และขายสินทรัพย์ > เพื่อนำเงินกลับมาหมุนเวียนลงทุนใหม่ รวมถึงการเดินหน้ารักษาตำแหน่งเบอร์ 1 คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ที่มีถึง 25 โครงการ และต่อยอดสู่คอนโด Wellness เช่น โครงการศิริราช ที่กวาดคิวจองเต็ม 100% ตั้งแต่ช่วงพรีเซลในด้านการจัดการทางการเงิน นางสาวกนกไพลิน ย้ำแผนการ Deleverage เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของงบแสดงฐานะการเงิน โดยตั้งเป้าลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ลงจาก 1.48 เท่าในปี 2568 ให้เหลือประมาณ 1.2 เท่าภายในปี 2571 บริษัทมีแผนรองรับหุ้นกู้ครบกำหนด ผ่านการสร้างกระแสเงินสด เช่น การ Divest สินทรัพย์ มีเป้าหมายขายโรงแรม 4 แห่ง (Staybridge Suites สุขุมวิท, IBIS ภูเก็ต และกระบี่, Wellness Stay Hotel) มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท และการขายคลังสินค้า Alpha เข้ากอง REIT เพื่อนำเงินมาคืนหนี้ รวมถึงการพิจารณาใช้ Bridging Loan หรือ Inventory Finance เพื่อแปลงสต๊อกที่พร้อมโอนเป็นเงินสดสำหรับลดแรงกดดันในการชำระคืนหุ้นกู้@ หาช่องร่วมลุยดิสนีย์สำหรับการตั้งรัฐบาลใหม่ หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้รวดเร็ว จะเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมของประเทศและภาคธุรกิจ โดยบริษัทมีความพร้อมและกำลังมองหาโอกาสที่จะเข้าไป มีส่วนร่วมในโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ เช่น ดิสนีย์แลนด์ด้วย

กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directive ไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ!
อ่าน

กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directive ไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ!

สิงคโปร์ยกระดับความเข้มงวดขั้นสุดเพื่อสกัดผีน้อย และยกระดับความปลอดภัยชายแดน วันนี้ Travel.TrueID จะพาทุกคนไปเจาะลึกมาตรการใหม่ No-Boarding Directive (NBD) ว่าคืออะไร แล้วเราต้องเตรียมตัวยังไงไม่ให้ทริปล่มตั้งแต่อยู่ที่ไทยครับ กฎใหม่สิงคโปร์ No-Boarding Directiveไม่มีที่พัก ไม่มีตั๋วขากลับ ห้ามเข้าประเทศ! ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2569 เป็นต้นไป สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจของสิงคโปร์ (ICA) ได้เริ่มใช้มาตรการ "No-Boarding Directive" หรือเรียกสั้นๆ ว่า NBD ซึ่งเป็นตัวช่วยคัดกรองนักเดินทางตั้งแต่ต้นทาง กันเลยทีเดียว มาตรการ NBD คืออะไร? ปกตินักท่องเที่ยวไทยมักจะไปลุ้นกันที่ด่าน ตม. ที่สนามบินชางงีใช่ไหมครับ? แต่กฎใหม่นี้คือการเช็กก่อนบิน ครับ โดยทาง ICA จะนำข้อมูลผู้โดยสารที่สายการบินส่งให้มาทำการตรวจสอบล่วงหน้า หากระบบพบว่าใครเป็นบุคคลต้องห้าม ไม่พึงประสงค์ หรือไม่มีคุณสมบัติ/เอกสาร ไม่ครบตามข้อกำหนดในการเข้าประเทศ (เช่น เข้าข่ายมาทำงานผิดกฎหมายหรือผีน้อย) ICA จะส่งคำสั่ง NBD ไปยังสายการบินทันที เพื่อระงับการออกบัตรที่นั่ง (Boarding Pass) ทำให้เราอดบิน ตั้งแต่ตอนเช็กอินที่ไทยนั่นเอง เพื่อให้ผ่านฉลุยแบบไร้กังวล พนักงานสายการบินอาจมีการตรวจสอบเอกสารเหล่านี้เพิ่มเติมก่อนให้ขึ้นเครื่องครับ ตั๋วเครื่องบินขากลับ ✈️: ต้องมีหลักฐานการจองตั๋วกลับไทย หรือตั๋วไปประเทศที่สามอย่างชัดเจน (ห้ามซื้อตั๋วขาเดียว) หลักฐานที่พัก 🏨: ใบจองโรงแรมต้องระบุชื่อเราชัดเจน หรือหากพักกับคนรู้จัก ต้องมีที่อยู่และเบอร์ติดต่อในสิงคโปร์ที่ตรวจสอบได้ แผนการท่องเที่ยว 🗺️: ควรเตรียมแผนคร่าวๆ ว่าจะไปที่ไหนบ้าง เพื่อยืนยันว่าเรามาเที่ยวจริงๆ พาสปอร์ต 📕: ต้องมีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ถ้าโดนปฏิเสธการขึ้นเครื่อง ต้องทำยังไง? หากใครที่ถูกสั่ง NBD แต่ยังยืนยันว่าต้องการเข้าประเทศสิงคโปร์ คุณไม่สามารถจองตั๋วใหม่แล้วไปเสี่ยงดวงอีกรอบได้ทันทีนะครับ แต่จะต้อง ติดต่อขออนุมัติจาก ICA เป็นกรณีพิเศษ เพื่อขออนุมัติเป็นกรณีไปก่อนจัดเที่ยวบินใหม่ ====================

บล.กรุงศรี เลือก BA หุ้นเด่น ลุ้นโครงการอู่ตะเภาชัดเจนก.พ.นี้
อ่าน

บล.กรุงศรี เลือก BA หุ้นเด่น ลุ้นโครงการอู่ตะเภาชัดเจนก.พ.นี้

#ทันหุ้น -บล.กรุงศรี ส่องหุ้น บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA วานนี้ (29 ม.ค.69) UTA (BA 40% /BTS 40%/ STEC 20%) และ EEC (สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, สกพอ.) ลงนามข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเพื่อเริ่มต้นการดำเนินโครงการฯ อย่างเป็นทางการโครงการแรกคาดว่าจะเริ่มปลายปี 2569 นี้ บนพื้นที่ 6,500 ไร่ จะเป็นโครงการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ โดยจะเร่งรัดการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อกระตุ้นปริมาณผู้โดยสาร และดึงดูดนักลงทุนUTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้าง และการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินEEC เตรียมส่งหนังสือเริ่มนับระยะเวลาโครงการ (NTP) ภายในเดือน ก.พ.69หลังจากออก NTP แล้ว ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดมาตรการแก้ไขผลกระทบโครงการฯ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปความเห็น-คำแนะนำฝ่ายวิจัยมองเป็น Positive Sentiment จากโครงการอู่ตะเภาเริ่มมีความชัดเจนใน Time Line ของโครงการมากขึ้น หลังจากผ่านมาแล้วประมาณ 5 ปีครึ่งที่ UTA ชนะการประมูลโครงการฯ ด้วยมูลค่าการลงทุนประมาณ 2.9 แสนลบ. ระยะเวลาโครงการ 50 ปี รูปแบบการลงทุนแบบ PPP (รัฐร่วมลงทุนกับเอกชน) โดยมีเป้าหมายพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการบินและโลจิสติกส์ของภูมิภาค ตั้งเป้า Capacity รองรับผู้โดยสารสูงสุดที่ 60 ล้านคนต่อปี (vs ปี 2568 มีผู้โดยสาร 0.34 ล้านคน)คาดปรับแผนลงทุนเพิ่มความเป็นไปได้โครงการจากที่ UTA ยอมสละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อนตามสัญญาร่วมลงทุนในบางข้อ คาดจะมีความชัดเจนก่อนเริ่มลงทุนฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ Buy ราคาเป้าหมายปี 69 ที่ 24 บาท ฝ่ายวิจัยยังเลือก BA เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มฯ จากจุดเด่น (1) เส้นทางบินสมุย (นทท.ยุโรปเป็นลูกค้าหลัก) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ช่วงวันที่ 1-26 ม.ค. ยอดผู้โดยสารที่สนามบินสมุยเติบโต +3%y-y และ (2) รอลุ้น Catalyst บวกจากความชัดเจนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาใน Q1/69F ซึ่งฝ่ายวิจัยมองเป็น Growth Driver ใหม่ของ BAทั้งนี้ แนวโน้มผลการดำเนินงาน Q4/68F เบื้องต้นฝ่ายวิจัยคาดกำไรลดลง y-y จากฐานสูงปีก่อน และลดลง q-q ตามฤดูกาลที่ไตรมาสก่อนหน้าเป็น High season เส้นทางบินสมุย ฝ่ายวิจัยยังคาดกำไรปกติปี 2568F ที่ 3.6 พันลบ. (-5% y-y) และปี 2569F ที่ 3.1 พันลบ. (-15%y-y) อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยมีแนวโน้มปรับเพิ่มกำไรปี 2569F ขึ้นจากราคาน้ำมัน (Jet Fuel) ที่ต่ำกว่าคาด

แฟนไทยเฮได้!! “G-DRAGON” เตรียมจัด “2026 G-DRAGON FAM MEETING FAM+ILY” เจอกันเดือนแห่งความรัก
อ่าน

แฟนไทยเฮได้!! “G-DRAGON” เตรียมจัด “2026 G-DRAGON FAM MEETING FAM+ILY” เจอกันเดือนแห่งความรัก

แฟนไทยเฮได้!! G-DRAGON เตรียมจัด 2026 G-DRAGON FAM MEETING FAM+ILY เจอกันเดือนแห่งความรัก ก่อนหน้านี้ทำเอาชาวไทยใจหายไม่น้อยเลียทีเดียว หลังจากที่มีประกาศจากทางผู้จัดอย่างเป็นทางการว่าคอนเสิร์ต G-DRAGON 2025 WORLD TOUR [BERMENSCH] IN BANGKOK ที่มีกำหนดแสดงในวันที่ 2 สิงหาคม 2025 ที่ประเทศไทย ได้ถูกยกเลิกเนื่องจากเหตุสุดวิสัย พร้อมทั้งแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อแฟนๆ ที่ตั้งตารอการแสดงครั้งนี้ ล่าสุดประกาศงานใหม่แล้วจ้า G-DRAGON จะมีแฟมมีตติ้งที่ไทยแล้ว ชาวไทยอย่าพลาดกับงาน 2026 G-DRAGON FAM MEETING FAM+ILY : FAMILY: FAM I LOVE YOU, IN THAILAND ปักหมุดแลนดิ้งที่ BANGKOK BITEC ในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ ซึ่งก่อนที่จะมาประเทศไทยเจ้าตัวจะออกสตาร์ทที่เมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 13-14-15 กุมภาพันธ์ 2026 ส่วนผัง ราคา และรายละเอียดการจัดจำหน่ายบัตรรอติดตามกันได้เลย เชื่อว่าไม่นานเกินรอ เตรียมใส่ถ่านแท่งไฟกันได้เลย ครั้งนี้แฟนชาวไทยต้องได้ใช้ต้องได้โบก เดือนแห่งความรักทั้งที เจ้าความรักก็บินมาหา จะพลาดได้ยังไงล่ะคร้าบพี่น้อง!!

FORTHผงาดเสิร์ฟ“ตู้ของทอด” บุกตลาดQ1/69ดิสรัปรถเข็น
อ่าน

FORTHผงาดเสิร์ฟ“ตู้ของทอด” บุกตลาดQ1/69ดิสรัปรถเข็น

#FORTH #ทันหุ้น - FORTH จัดหนัก! ส่ง "ตู้ทอดอัจฉริยะ" บุก Q1 ปีหน้า เล็งดิสรัปตลาดรถเข็น พร้อมดันตู้ "โซดา-น้ำแข็ง" เจาะกลุ่มผับบาร์-คอนโด ตอกย้ำผู้นำ Vending Machine เมืองไทย ด้านงานธุรกิจโครงการขาขึ้น โชว์ Backlog งานรัฐทะลัก 5,000 ล้านบาท จ่อเซ็นงานใหม่เพียบ มั่นใจรายได้แกร่งถึงปี 2570นายพัทธนันท์ อมตานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FORTH เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทเตรียมเขย่าวงการอาหารว่าง (Snack) ด้วยการส่งนวัตกรรมใหม่ที่เร่งพัฒนาอย่าง "ตู้ทอดอัจฉริยะ" หรือตู้ Vending ที่ขายอาหารประเภทของทอดแบบปรุงสด เป้าหมายหลักของโปรดักต์ไม่ได้แข่งกับร้านค้าในห้างสรรพสินค้า แต่เป็นการดิสรัป (Disrupt) ตลาดรถเข็นขายของทอดสำหรับแนวคิดนี้เกิดจากการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคในไทยที่นิยมรับประทานของทอดริมทาง อย่าง ลูกชิ้นทอด เฟรนช์ฟรายส์ หรือไก่ป๊อบ ซึ่งข้อจำกัดของรถเข็นคือความไม่แน่นอนของทำเลและความสะอาด ซึ่งตู้ทอดของบริษัทถูกออกแบบมาให้มีความคล่องตัว (Versatility) สามารถเข้าถึงพื้นที่ต่างๆ ได้หลากหลายกว่า*เทสต์ตลาด 200 ตู้ Q1 ปีหน้าขณะที่กลยุทธ์การขยายตัว จะใช้โมเดลความสำเร็จเดียวกับ "เต่าบิน" โดยเริ่มต้นจาก Pilot Project ประมาณ 100-200 ตู้ก่อน เพื่อทดสอบการตอบรับของตลาดและความเสถียรของเครื่อง เนื่องจากต้นทุนต่อตู้คาดว่าจะอยู่ที่หลักแสนบาท โดยราคาจะอยู่ระหว่างตู้ขายน้ำกระป๋อง (ประมาณ 100,000 บาท) และตู้เต่าบิน (350,000 - 400,000 บาท) หากผลตอบรับดีก็จะเร่งขยายตัวอย่างรวดเร็วทันทีทั้งนี้ตู้ทอดดังกล่าวได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ด้วยการซื้อตู้ทอดจากประเทศจีนมาศึกษากระบวนการ (Process) และนำมาปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ทั้งในส่วนของระบบชำระเงิน (Payment) และ User Interface (UI/UX) เนื่องจากตู้เดิมจากต่างประเทศมักมีปัญหาเรื่องความคงทนและเมนูที่จำกัด ปัจจุบันอยู่ในเฟสสุดท้ายของการพัฒนา และคาดว่าจะพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไตรมาส 1/2569*ผนึกฐานทัพเดิม "เต่าบิน" ต่อยอดสำหรับจุดแข็ง บริษัทได้เปรียบจากการมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของ "เต่าบิน" การขยายตู้ทอดจึงไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่จะใช้การกลยุทธ์ความร่วมมือ (Synergize) กับตัวแทนจำหน่ายเดิมของเต่าบิน ซึ่งมีทั้งคลังสินค้า (Warehouse) รถขนส่ง และทีมโอเปอเรชันที่วิ่งเข้าถึงจุดตั้งตู้อยู่แล้วนอกจากนี้ การหาทำเลจะง่ายขึ้นเพราะสามารถตั้งคู่กับตู้เต่าบินในพื้นที่เดิมได้เลย ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ (Revenue) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Profit - OP) เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และยังสามารถต่อรองค่าเช่าพื้นที่แบบเหมาสำหรับ 2 ตู้ได้อีกด้วย ทั้งนี้ในระยะแรกบริษัทจะดำเนินการบริหารจัดการเองทั้งหมด ยังไม่มีแผนเปิดขายแฟรนไชส์ให้กับบุคคลภายนอก*เปิดแผน "ตู้โซดา-น้ำแข็ง" และ "เต่าบินพรีเมียม”ขณะที่ธุรกิจ "ตู้กดน้ำแข็งและโซดา" ได้พัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยตู้รุ่นนี้เป็นการต่อยอดด้วยการถอดโมดูลบางส่วนออกมาจากตู้เต่าบิน (Stand-Alone Module) ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลงมาก โดยเป้าหมายหลักของตู้โซดาคือกลุ่ม B2B เช่น ร้านอาหาร ผับ บาร์ คอนโดมิเนียม และโรงแรม โดยบริษัทต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมการสั่งโซดาแบบขวดมาเป็นการใช้เครื่องนี้แทน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการ Margin ได้ดีขึ้น และลดปัญหาการสต๊อกขวด อย่างไรก็ตาม บริษัทยังอยู่ระหว่างการวางกลยุทธ์การตลาด เนื่องจากต้องพิจารณาเรื่องภาชนะบรรจุ เช่น การใช้เหยือกเก็บความเย็นแทนขวด เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานในร้านอาหารนอกจากนี้ในปีหน้า เตรียมอัพเกรดปล่อย "เต่าบินพรีเมียม" ที่จะเน้นวัตถุดิบระดับ Specialty เช่น ชาเขียวเกรดพรีเมียม หรือเมล็ดกาแฟสายพันธุ์พิเศษ โดยจะเจาะกลุ่มทำเลที่มีกำลังซื้อสูง (High Purchasing Power) ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มสั่งผลิตไปแล้วบางส่วนประมาณหลักสิบตู้เพื่อเริ่มวางในเร็วๆ นี้* Backlog ล้นมือ 5,000 ล้านสำหรับธุรกิจหลักงานโครงการ ปัจจุบันบริษัท Backlog อยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท อีกทั้งได้รับข่าวดีจากการได้รับคัดเลือกเป็นผู้ชนะงานใหม่ๆ อีกหลายโครงการ อาทิ งานจากกระทรวงมหาดไทย มูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท, งานจากการไฟฟ้า (PEA/MEA) มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าภายในไตรมาส 1 ปีหน้า จะมีสัญญางานใหม่เข้ามาเติมอีกราว 3,000-4,000 ล้านบาท ทั้งนี้งานใหม่จะเพิ่มเติมในช่วงหลังจากไตรมาส 1 ปีหน้า อาจต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะสนับสนุนต่องานของบริษัทมากน้อยเพียงใดทั้งนี้ งานส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นงานภาครัฐในกลุ่มพลังงาน (Energy Sector) เช่น ระบบ Utility ของการไฟฟ้า และงานด้านการบิน (Aviation) ซึ่ง Backlog ดังกล่าวจะทำให้บริษัทมีการรับรู้รายได้ที่มั่นคงไปจนถึงสิ้นปีหน้าหรือยาวไปถึงปี 2570-2571 ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของแต่ละโครงการ

บลจ.ยูโอบีเสิร์ฟ กองเทอมฟันด์ สกุลเงินดอลลาร์
อ่าน

บลจ.ยูโอบีเสิร์ฟ กองเทอมฟันด์ สกุลเงินดอลลาร์

#บลจ.ยูโอบี #ทันหุ้น บลจ.ยูโอบี นำเสนอโอกาสการลงทุนในพันธบัตรภาครัฐบาลต่างประเทศสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ USD 6M9 (UGUSD6M9) IPO 15-17 ธันวาคม 2568บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.ยูโอบี ได้เสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (IPO) กองทุนเปิด ยูไนเต็ด พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ USD 6M9 (UGUSD6M9) อายุประมาณ 6 เดือน มีประมาณการผลตอบแทน 3.30% ต่อปี (ข้อมูลจากอัตราผลตอบแทนที่เสนอโดยผู้ออกตราสาร หรือจากผู้ขาย ณ วันที่ 11 ธันวาคม 2568) กองทุนมีขนาดโครงการ 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเสนอขายในราคา 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อหน่วย และยอดลงทุนครั้งแรกขั้นต่ำ 100 ดอลลาร์สหรัฐกองทุน UGUSD6M9 มีความเสี่ยงระดับ 3 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) โดยกองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และ/หรือตราสารหนี้ ที่รัฐบาลต่างประเทศ และ/หรือธนาคารกลางต่างประเทศ และ/หรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ และองค์การระหว่างประเทศเป็นผู้ออก หรือผู้คํ้าประกัน รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนมีกลยุทธ์ลงทุนแบบครั้งเดียว โดยจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนไว้จนครบอายุโครงการของกองทุนรวม (buy-and-hold)กองทุน UGUSD6M9 ไม่มีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน ซึ่งกองทุนนี้จะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเมื่อสิ้นสุดอายุโครงการ โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการชำระเงินให้ผู้ขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 5 วันทำการนับถัดจากวันรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ โดยการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนรวมตลาดเงินในสกุลเงินต่างประเทศ (“กองทุนปลายทาง”) ที่บริษัทจัดการเปิดให้บริการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ซึ่งเป็นกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ตามเงื่อนไขการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดการกำหนดในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวมหรือโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Deposit : FCD) ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยถือว่าได้รับความยินยอมจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

ลด 300 บาท ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ลด 300 บาท ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ 0 ทรูพอยท์ รับส่วนลด 300 บาท สำหรับเซ็ทคอมโบ Reservation detail: Call 02 232 8888 เงื่อนไข 1. ลูกค้าต้องทำการจองล่วงหน้าและแจ้งรหัสที่ได้รับเพื่อใช้สิทธิ์โปรโมชั่นกับทางห้องอาหาร Rolling Ribs Brew Bar BBQ (Le Meridien Bangkok)2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้5. ส่วนลดเฉพาะค่าอาหารเท่านั้น6. ลูกค้าสามารถทำการจองได้ที่ 02 232 8888 หรือไลน์@lemeridienbangkok

“ดาโอ” เปิดโผหุ้นเด่น รับไอเดียรัฐปั้นโปรเจกต์ ดิสนีย์แลนด์-สนามกีฬายักษ์
อ่าน

“ดาโอ” เปิดโผหุ้นเด่น รับไอเดียรัฐปั้นโปรเจกต์ ดิสนีย์แลนด์-สนามกีฬายักษ์

#ทันหุ้น - บล.ดาโอ มองเป็นบวกจากข่าวภาครัฐมีแนวคิดปั้นโปรเจกต์ 3 แสนลบ. ดิสนีย์แลนด์-สนามกีฬายักษ์ หากมีการลงทุนจะเป็นการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังเป็นแนวคิดเบื้องต้น ยังต้องติดตามว่า Disney สนใจลงทุนในประเทศไทยหรือไม่ รวมถึงการลงทุนจะต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก และใช้ระยะเวลานาน อาจเกิดความไม่แน่นอนได้หากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล สำหรับ sector/หุ้น ที่ฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะได้ผลบวก ดังนี้( + ) กลุ่มท่องเที่ยว (ERW, CENTEL, MINT, SHR) ได้ประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มมากขึ้น( + ) Aviation (AOT, AAV, BA) จะช่วยเพิ่ม demand นักท่องเที่ยวเข้าสู่ไทยเพิ่มขึ้น( + ) Construction Services (CK, STECON) ได้อานิสงส์จากงานก่อสร้างในพื้นที่ที่มากขึ้น รวมถึงงานโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น รถไฟ มอเตอร์เวย์( + ) กลุ่มนิคม/อสังหา (WHA, AMATA, ORI, SPALI, SIRI) ดิสนีย์แลนด์ต้องใช้พื้นที่มาก อาจส่งผลบวกต่อราคาที่ดิน–กิจกรรมการลงทุนใน EEC( + ) MEDIA (PLANB, ONEE) สำหรับโครงการสนามกีฬาขนาดใหญ่ ฝ่ายวิจัยมองว่ากลุ่มสื่อจะได้อานิสงส์จากการจัด event ต่างๆ เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ PLANB ในฐานะผู้นำสื่อ OOH ฝ่ายวิจัยมองว่ามีโอกาสสูงที่จะได้บริหารจัดการสื่อ OOH ในสนามกีฬาทั้งนี้ จากข่าวภาครัฐมีแนวคิดโปรเจกต์ 3 แสนลบ. ดิสนีย์แลนด์-สนามกีฬายักษ์ ในพื้นที่ EEC นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมพื้นที่ใน 4 จังหวัดของ EEC (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และฉะเชิงเทรา) รองรับการสร้างสนามกีฬาระดับโลกขนาด 80,000 ที่นั่ง และสวนสนุกขนาดใหญ่ โดยศึกษาความเหมาะสมในการดึงสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ เข้ามาในพื้นที่ EEC โดยดิสนีย์แลนด์ขนาดใหญ่สุดจะใช้พื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ ที่สำคัญคือจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมายังพื้นที่ EEC ช่วยหนุน 2 โครงการลงทุนสำคัญ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และทำให้เอกชนตัดสินใจง่ายขึ้นในการลงทุน ขณะที่รายงานระบุว่า หากไทยผลักดันโครงการสวนสนุกระดับโลกเทียบเท่า Shanghai Disney Resort สร้างในปี 2016 บนพื้นที่ 963 เอเคอร์ ประมาณ 2,435 ไร่ ใช้งบลงทุน 5,500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 175,450 ล้านบาท ประเทศไทยอาจต้องใช้งบลงทุนสูงถึง 7,000-8,000 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 256,000-292,000 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก่อสร้างยุคปัจจุบันสูงขึ้น บนพื้นที่ 3,000 ไร่ (1,200 เอเคอร์) เพื่อให้ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ

BKA ยกชั้นสู่ตลาดพรีเมียม อัดงบปรับโฉมปั้นแบรนด์
อ่าน

BKA ยกชั้นสู่ตลาดพรีเมียม อัดงบปรับโฉมปั้นแบรนด์

#BKA #ทันหุ้น – BKA เตรียมปรับโมเดลมุ่งสู่ตลาดพรีเมียม เล็งควักงบลงทุนสร้างแบรนด์ เปลี่ยนโฉมบ้านใหม่ให้ดูแพง อัพราคาขาย พร้อมแตกไลน์ธุรกิจบริการรับรีโนเวท-อินทีเรีย ใส่เกียร์เดินหน้าขยายฐานกรุงเทพฯ เต็มกำลังในปีหน้า                นายพชร  ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก แอสเซท อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BKA ผู้นำบริการซื้อ-ขายบ้านมือสองตกแต่งใหม่ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า บริษัทเตรียมปรับทิศทางและโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ มุ่งสู่ตลาดระดับบน และผลิตภัณฑ์ที่มีความน่าสนใจมากขึ้น หลังคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งในปีนี้ธนาคารมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากกว่าปี 2567 ดังนั้นจึงปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มงบลงทุนทั้งด้านโปรดักต์ แบรนดิ้ง และทีมงาน คาดเห็นผลชัดเจนในไตรมาส 1-2 ปีหน้า** ปรับโมเดลธุรกิจ ขณะที่ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ (Business Model) และทิศทางหลายอย่าง โดยกลยุทธ์หลักในปัจจุบันคือการยกคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Product Quality) ไปอีกขั้น และลงทุนในส่วนของการสร้างแบรนด์                “ในปี 2568 เป็นปีที่ธนาคารปล่อยสินเชื่อยากกว่าปีก่อนเยอะพอสมควร ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์หลายอย่างและเพิ่มค่าใช้จ่ายพอสมควรการปรับนี้เป็นการมุ่งเน้นเจาะกลุ่มตลาดบน หรือระดับพรีเมียมมากขึ้น และคู่แข่งในตลาดมีจำนวนมากขึ้น กลยุทธ์การทำแค่ทา สี ปู กระเบื้องจึงไม่เพียงพออีกต่อไป บริษัทจึงจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อเปลี่ยนโปรดักต์ให้ว้าวกว่าเดิม โดยมีการปรับเน้นการทำผลิตภัณฑ์ในลักษณะพรีเมียม รวมถึงการเปลี่ยนรูปแบบการตกแต่ง และยกระดับวัสดุภายในให้สูงขึ้นไปอีกขั้นจากที่เคยรีโนเวทแค่ 5-6 แสน เราจะขยับไปที่ 2 ล้านบาท คาดว่าจะออสู่ตลาดช่วงไตรมาส 1-2 ปีหน้า” นายพชร กล่าว** ทุ่มทุนสร้างแบรนด์ อย่างไรก็ตามการยกระดับผลิตภัณฑ์ และราคาขายทำให้บริษัทต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการสร้างแบรนด์ (Branding) เพื่อให้สามารถปรับราคาขายขึ้นไปได้ ซึ่งบริษัทได้ว่าจ้างที่ปรึกษา (Consult) มาทำแบรนด์ด้วย เป็นการลงทุนเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง การเปลี่ยนโมเดลนี้ยังส่งผลให้ต้องรีครูตทีมใหม่ รวมถึงทีมสถาปัตย์ และระบบต่างๆ เนื่องจากโปรดักต์ที่สูงขึ้นต้องอาศัยทีมที่มีฝีมือมากขึ้น เช่น เดิมที่มีสถาปนิกหนึ่งคน อาจต้องเพิ่มเป็นสิบคน ด้านการดำเนินงานหลังจากระดมทุน บริษัทได้ดำเนินการตามแผนเดิม คือการขยายเข้าสู่กรุงเทพฯ และคาดว่าภาพรวมตลาดกรุงเทพฯ น่าจะชัดเจนขึ้นในปีหน้า โดยได้มีการตั้งทีมงานใหม่เพื่อบุกกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ เพราะการใช้ทีมจากนนทบุรีไปบุกกรุงเทพฯ นั้นยังไม่ชำนาญ                นอกจากนี้ บริษัทยังเริ่มมีการแตกไลน์ธุรกิจ โดยเริ่มมีบริการรับรีโนเวต (RENOVATE) และบริการรับทำ Interior แล้ว                ทั้งนี้ภายหลังจากได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับพันธมิตรทั้ง บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM และ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) หรือ UOB ซึ่งได้รับทรัพย์สินมาแล้วอยู่ระหว่างทำการรีโนเวต ส่วนในแง่ของซัพพลายบ้านยึดที่เพิ่มขึ้นในตลาดนั้น บริษัทสามารถหาซัพพลายได้มากขึ้น และบริษัทไม่ได้ทำตลาดบ้านราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท

ตลท.ดึงบิ๊กแคปเทรด จ่อถกไอบีแก้เกมIPO
อ่าน

ตลท.ดึงบิ๊กแคปเทรด จ่อถกไอบีแก้เกมIPO

#ตลท. #ทันหุ้น - ตลท.เดินหน้าเพิ่มความน่าสนใจตลาดหุ้นไทย ดึงนักลงทุนเทรดหุ้นมากขึ้น-ดันธุรกิจนิวอีโคโนมี-บริษัทขนาดใหญ่-บริษัทต่างชาติ “BOI To IPO” เข้าจดทะเบียน มั่นใจปีหน้า IPO เข้าเทรดมากกว่าปีนี้ที่  17 บริษัท มีหุ้นบิ๊กแคปอย่างน้อย 2 บริษัท  เล็งหารือสมาคมไอบีคลับสัปดาห์นี้ พร้อมขยายเวลาให้บจ.ยื่นเข้าโครงการ JUMP+ถึงสิ้นไตรมาส 1/2569 จากเดิมปิดสิ้นปีนี้ เปิดทาง บจ.ขนาดกลาง-ใหญ่มากขึ้นนายสรวิศ ไกรฤกษ์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แผนงานของตลาดหลักทรัพย์จากนี้คือ ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจ ดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขายหุ้นมากขึ้นและเพิ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีธุรกิจน่าสนใจในการลงทุนมากขึ้น เช่น ธุรกิจนิวอีโคโนมี และบริษัทต่างชาติที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ผ่านโครงการ BOI To IPO ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่เข้ามาจดทะเบียน@อัพเสน่ห์หุ้นไทยสำหรับในการเพิ่มความน่าสนใจให้นักลงทุนเข้ามาซื้อขายหุ้นมากขึ้น ที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการคือ โครงการ JUMP+ ที่บริษัทจดทะเบียนจะมีการทำแผนการเติบโตในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยการลงทุนในธุรกิจใหม่ และขยายการลงทุน เพื่อที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นมากขึ้น และโครงการบัญชีออมหุ้น (TISA)ส่วนแนวโน้มของบริษัทที่จะเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ในปี2569 มั่นใจว่าจำนวนหุ้นIPO จะเข้าจดทะเบียนมากกว่าในปี 2568 ที่มีจำนวน 17 บริษัท มีมูลค่าเสนอขายเพียง 12,093.24 ล้านบาท โดยจะมีหุ้นไอพีโอขนาดใหญ่เข้ามาจดทะเบียนอย่างน้อย 2 บริษัท โดยบริษัทแรกได้รับอนุมัติให้เสนอขายหุ้นได้แล้ว คือ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ส่วนอีกบริษัทยังไม่สามารถบอกชื่อได้ ต้องรอให้บริษัทยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ก่อนนายสรวิศ กล่าวว่า หุ้นไอพีโอเข้าเทรดปี 2568 ที่น้อยเป็นผลจากภาวะตลาดไม่ดี ทำให้บริษัทที่จะเสนอขายหุ้นไอพีโอ ชะลอออกไป ส่วนราคาหุ้นไอพีโอเข้าซื้อขายวันแรกแล้วราคาต่ำจองนั้นมีหลายปัจจัย อาจจะไม่ใช่การกำหนดราคาอย่างเดียว ก็จะต้องไปดูเรื่องการกระจายหุ้น และการจัดสรรหุ้นให้แก่นักลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งนักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบัน@จ่อหารือสมาคมไอบีรวมถึงต้องทำความเข้าใจลงทุนว่าการลงทุนในหุ้นไอพีโอ ไม่ใช่เข้ามาทำกำไรแค่ข้ามคืน แต่นักลงทุนต้องศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนและพิจารณาการลงทุนว่าจะลงทุนในระยะสั้นหรือระยะยาว โดยตลาดหลักทรัพย์ฯจะมีการประชุมร่วมกับทางสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย และสมาคมวาณิชธนกิจ (ไอบีคลับ)เพื่อหารือในเรื่องหุ้นไอพีโอ ในสัปดาห์หน้านายอำนวย จิรมหาโภคา ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์ 1 และ ดูแลสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ภายในสิ้นปีนี้จะได้ข้อสรุปการปรับเกณฑ์ให้บริษัทต่างชาติที่เข้าโครงการ BOI To IPO เข้ามาจดทะเบียน ว่าจะต้องมีการปรับแก้อะไรบ้างเพื่อให้บริษัทต่างชาติเข้ามาจดทะเบียนได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น เพื่อที่จะเสนอให้ทางก.ล.ต.เห็นชอบต่อไป@ขยายเวลายื่นเข้า JUMP+โดยปัจจุบันทางตลาดหลักทรัพย์ มีการทำงานร่วมกับ BOI อย่างใกล้ชิด ซึ่งทาง IPO ได้พาบริษัทต่างชาติที่ได้ BOI มาคุยกับตลาดหลักทรัพย์แล้ว เช่น บริษัท ฉางอาน และบริษัท ไฮเซ่นส์ จำกัด ซึ่งทั้ง 2 บริษัทสนใจที่จะเข้าร่วมโครงการ BOI To IPO แต่ทั้ง 2 บริษัทต้องไปขออนุมัติจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลาสำหรับโครงการ JUMP+ ตลาดหลักทรัพย์ได้ขยายเวลาให้บริษัทจดทะเบียน ยื่นเข้าโครงการได้ถึง 31 มีนาคม 2569 จากเดิมที่จะปิดให้ยื่นภายใน 31 ธันวาคม 2568 เพราะบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่สนใจที่จะเข้าร่วมแต่ต้องใช้เวลาในการทำแผนไปเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท โดยปัจจุบันมีบริษัทที่ยื่นเข้าโครงการแล้ว JUMP+ 90 บริษัท คาดว่าสิ้นไตรมาส 1/2569 มีบริษัทยื่นเข้าโครงการมากขึ้น

ถอดรหัสAIไทยต้นน้ำ DELTA-ICT-โรงไฟฟ้า
อ่าน

ถอดรหัสAIไทยต้นน้ำ DELTA-ICT-โรงไฟฟ้า

#บล.บัวหลวง#AI#ทันหุ้น -บล.บัวหลวงมอง บริษัทไทยหันนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ-ลดต้นทุน 48% มองหุ้นได้รับอานิสงส์ DELTA จากเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ รองมากลุ่มโรงไฟฟ้า -นิคมอุตสาหกรรม -ไอซีที ผลดีแห่ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยนายนภนต์ ใจแสน ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจ AI ของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังอยู่ในเฟสของการลงทุนในส่วนต้นน้ำ คือ การลงทุนใน Data Center ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการนำ AI ใช้มาเยอะ โดยประมาณ 48% ของบริษัทในประเทศไทยมีการนำ AI มาใช้งานจริง แต่อีก 66% ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบต่อกำไรได้ ทำให้การสร้างกำไรจากการนำ AI มาใช้ยังมีผลน้อยอยู่ ซึ่งโครงการส่วนใหญ่ที่นำมาใช้อาจเป็นเพียง Pilot Project หรือโครงการเล็ก ๆ เท่านั้น โดยการนำ AI มาใช้ในองค์กร ยังเป็นการอยู่ในระหว่างช่วงทดลอง@สร้าง ROI ต่ำโดยแม้ว่ากลุ่มผู้นำอย่างธนาคารจะมีการใช้ AI เพื่อพัฒนาการให้บริการ และลดต้นทุน แต่การประเมิน Impact และ ผลตอบแทนการลงทุน (ROI) จากการลงทุน AI ยังค่อนข้างยาก ซึ่ง AI ยังมีปัญหาและข้อจำกัดที่ต้องระวัง เช่น Hallucination (การสร้างข้อมูลที่ผิดพลาด) และปัญหาด้านกฎระเบียบ (Regulation) ที่ต้องจัดระเบียบอีกมาก จึงยังจำเป็นต้องทดลองลงทุนไปก่อนทั้งนี้มองว่าการลงทุนเรื่อง AI ถูกแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มต้นน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่เป็น Global Play ซึ่งมี DELTA ตัวเดียวที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศ แต่ถ้าเป็นการลงทุนในประเทศจะเป็นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่ขายที่ดิน ซึ่งมองว่าผ่านจุด Peak ไปแล้ว เนื่องจากมีการซื้อที่ดินกันไว้หมดแล้วโดยต่อมาคือกลุ่มโรงไฟฟ้าและธุรกิจขายน้ำเข้านิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับดีมานด์ Data Center ที่มาจากต่างประเทศ และอีกกลุ่มที่น่าสนใจ คือ ธุรกิจสายส่งไฟฟ้า เพราะต้องมีการขยาย Capacity และอัปเกรดระบบสายส่งเพื่อรองรับ Data Center@ไอซีที2.กลุ่มผู้นำ AI มาใช้จริง ซึ่งมีผลกระทบยังน้อยอยู่ โดยกลุ่มที่น่าสนใจ คือ ICT, Health, Food และ Packaging, 3.กลุ่มผู้ช่วยการลงทุน เช่น System Integrator และ Consultant อย่าง BBIK, BE8 กลุ่มนี้อาจจะต้องเห็นภาพใน ระยะกลาง เป็นต้นไป (หลังจากที่เห็น Use Case ต่างๆ ชัดเจนแล้วขณะที่ประเมินว่าผลกระทบที่ชัดเจนจะเริ่มเห็นได้ในอีกประมาณ 2-3 ปี ข้างหน้า โดยสัญญาณในปัจจุบัน คือ ความพยายามในการลงทุน Data Center และระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ Large Language Model (LLM) จากต่างประเทศ ซึ่งจุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ เมื่อการลงทุนขยับมาสู่อุปกรณ์ ยกตัวอย่างเช่น ผู้คนพร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้มือถือหรือ PC ที่รองรับ AI หรือมี AI ในรถยนต์ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน จนคนต้องยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้นเพื่อใช้งานอย่างไรก็ดีความกังวลในฝั่งสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่เรื่องฟองสบู่ AI แต่คือการต้องลงทุน AI อย่างต่อเนื่อง โดยมีความเสี่ยง คือ ไม่สามารถสร้างกำไรให้เกิดขึ้นจริง จากการลงทุนไปมาก ส่วนในประเทศไทยความเสี่ยงหลักคือไม่สามารถพัฒนา "คน" หรือไม่นำ AI มาใช้จริงจัง หากเป็นเช่นนั้น ประเทศไทยก็อาจจะเป็นได้แค่ Data Center Hub ที่ให้ต่างประเทศเข้ามาใช้น้ำใช้ไฟ

แหลม สมพล ถ่ายทอดจิตวิญญาณ “มือปืน” ผ่านบทเพลงจริงจากใจ “สุนัขของนาย” และ "หนีคดี"
อ่าน

แหลม สมพล ถ่ายทอดจิตวิญญาณ “มือปืน” ผ่านบทเพลงจริงจากใจ “สุนัขของนาย” และ "หนีคดี"

บทเพลงใหม่จากศิลปิน นักแต่งเพลง และนักแสดงมากฝีมือ แหลม-สมพล รุ่งพาณิชย์ ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของภาพยนตร์แอ็กชันดราม่าเรื่องมือปืน จากM STUDIOและPlan Bผลงานล่าสุดของผู้กำกับพุฒิพงษ์ นาคทองซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองในวงการภาพยนตร์ไทย แหลม สมพลได้แต่งเพลงสุนัขของนายและ"หนีคดี"ขึ้นสด ๆ กลางกองถ่าย โดยอาศัยแรงบันดาลใจจากอารมณ์จริงของฉาก และบรรยากาศในขณะถ่ายทำ ตอนนั้นผมเห็นสีหน้าและแววตาของนักแสดง เหมือนทุกอย่างมันพูดแทนบทเพลงได้เลย ผมเลยหยิบกีตาร์มาแต่งตรงนั้น เพื่อเก็บอารมณ์นั้นไว้ แหลม สมพล รุ่งพาณิชย์ กล่าว เพลงสุนัขของนาย เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์ มือปืน ว่าด้วยเรื่องของอาชีพมือปืน ที่มีหน้าที่เก็บคนตามใบสั่งของนาย ทุกๆ การกระทำเป็นเพียงเพราะ เงิน มือปืน ก็เป็นแค่เพียงสุนัขรับใช้ของนาย เหมือนประโยคในท่อนของเพลงนี้ว่า อย่าโกรธผมที่ทำให้คุณถึงความตาย แค่มือปืนรับใช้ของเจ้านาย ก็เท่านั้นเอง ต้องหนีไปไกล ต้องหนีคดีใหญ่ แต่ใจยังรักเธอ "หนีคดี" เพลงรักกลางเสียงปืน เพลงเหงากลางความดิบของโลกอาชญากรรม คืออีกด้านของ เพชร ที่ทำให้ผู้ชมเข้าใจว่า แม้แต่มือปืน ก็มีหัวใจ ทั้งเพลง สุนัขของนาย และ หนีคดี ถ่ายทอดอารมณ์ของ มือปืน ผู้ต้องหนีอดีตของตนเอง ผ่านภาษาดนตรีที่ดิบ ซื่อ และทรงพลัง สะท้อนแก่นของภาพยนตร์ที่ว่าด้วยความเป็นมนุษย์ ความผูกพัน และการเผชิญหน้ากับผลของการเลือก และเพลงทั้งสองจะถูกใช้เป็นเพลงประกอบของภาพยนตร์ มือปืน นำแสดงโดย แหลม สมพล, ฟ้า ษริกา, เฟย ภัทร, เบนจามิน วาร์นี, อาร์ อรรถกร และ ตุ๋ย อรุณ ซึ่งเตรียมเข้าฉาย 27 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ซะงั้น!! 'พูลิซิช' ขอรอมิลานได้ไป UCL ถึงจะยอมต่อสัญญาฉบับใหม่
อ่าน

ซะงั้น!! 'พูลิซิช' ขอรอมิลานได้ไป UCL ถึงจะยอมต่อสัญญาฉบับใหม่

กัลโช่ แมร์คาโต้ สื่อของอิตาลี รายงานว่า คริสเตียน พูลิซิช ปีกทีมชาติสหรัฐอเมริกาของ เอซี มิลาน ได้หยุดการเจรจาเรื่องการต่อสัญญาฉบับใหม่ไว้เป็นการชั่วคราว เนื่องจากต้องการทำให้มั่นใจว่า เขาจะได้ลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอนเสียก่อน ก่อนหน้านี้ เอซี มิลาน แสดงความต้องการอย่างชัดเจนที่จะขยายสัญญากับ พูลิซิช ออกไป ขณะที่ตัวนักเตะเองก็ไม่ได้ปิดโอกาสที่จะอยู่กับ "รอสโซเนรี่" ต่อไปเช่นกัน อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวล่าสุดระบุว่าการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายได้หยุดชะงักลงรายงานจาก กัลโช่ แมร์คาโต้ ระบุว่า ทั้งสโมสรและตัวแทนของ พูลิซิช กำลังจัดการเรื่องสัญญาใหม่แบบไม่กดดัน เนื่องจากสัญญาปัจจุบันของนักเตะยังมีเหลือจนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2027 และยังมีเงื่อนไขในการต่อเพิ่มได้อีก 1 ปีอยู่แล้ว ทำให้ เอซี มิลาน ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนต่อสัญญาใหม่กับนักเตะแม้ว่าก่อนหน้านี้ ทีมปีศาจแดงดำเคยพยายามจะต่อสัญญากับ พูลิซิช ตั้งแต่ก่อนจะจบฤดูกาลที่แล้ว แต่แนวรุกชาวอเมริกันรู้สึกผิดหวังกับผลงานของทีม และต้องการทราบว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งเทรนเนอร์ ซึ่งตอนนี้เขาก็พอใจกับการแต่งตั้ง มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี เข้ามาเป็นนายใหญ่คนใหม่ และกำลังพาทีมรั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนน เซเรีย อา อยู่ในเวลานี้อย่างไรก็ดี รายงานข่าวระบุว่า พูลิซิช จะยังไม่ยอมเซ็นสัญญาฉบับใหม่ในตอนนี้ เนื่องจากมองว่าการได้เล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ ดังนั้น กองหน้าทีมชาติสหรัฐฯ จะขอรอดูว่า มิลาน จะสามารถคว้าโควตาไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จหรือไม่ ก่อนที่จะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายต่อไป ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

Krafton เปิดให้พนักงาน "สมัครใจลาออก" เพื่อดันองค์กรเป็น AI Company
อ่าน

Krafton เปิดให้พนักงาน "สมัครใจลาออก" เพื่อดันองค์กรเป็น AI Company

Krafton ผู้จัดจำหน่ายเกม Subnautica 2 และ inZOI เปิดโครงการ "ลาออกด้วยความสมัครใจ" ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา แม้ว่าบริษัทจะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสล่าสุด ซึ่งแท้จริงแล้วการตัดสินใจนี้เป็นส่วนหนึ่งของการ "ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่" เพื่อเปลี่ยนบริษัทให้เป็น AI Company ที่เน้น AI นั่นเองซึ่งพนักงาน Krafton ที่ลาออกตามโครงการสมัครใจจะได้รับ "เงินชดเชยก้อนพิเศษ" อยู่ที่ตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 36 เดือนของเงินเดือนเลยทีเดียว และทาง Krafton ก็มองว่านี่คือการ "เสนอทางเลือก" ให้กับพนักงานที่ไม่เห็นด้วยการปรับเปลี่ยนแนวทางของบริษัทสู่ยุค AIทั้งนี้ Krafton ให้สิทธิ์พนักงาน "ตัดสินใจเลือกรับเงินชดเชยหรืออยู่ต่อได้อย่างอิสระ" แต่มีการระงับการจ้างงานใหม่ในส่วนงานที่ไม่เกี่ยวกับ AI ไว้ อีกทั้งการที่ Krafton เคยประกาศจะ "ลงทุน 70 ล้านดอลลาร์ใน GPU Cluster สำหรับ AI" ก็ยิ่งเป็นอะไรที่ย้ำให้เห็นว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ AI เป็นอย่างมากเลยทีเดียวinZOIแปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com