รีเซต

ผลการค้นหา “Pineapple Leaf Blade” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
แม็คโคร-โลตัส แหล่งรวมวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก
อ่าน

แม็คโคร-โลตัส แหล่งรวมวัตถุดิบคุณภาพจากทั่วทุกมุมโลก

#ทันหุ้น-บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CP AXTRA) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกภายใต้ แม็คโครและโลตัส ร่วมกับ ออสเทรด (Austrade: The Australian Trade and Investment Commission) สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และพันธมิตรทางธุรกิจ จัดแคมเปญ “Taste of Australia 2026” ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 พฤศจิกายน 2569 เพื่อนำเสนอความหลากหลายและคุณภาพของสินค้าออสเตรเลียสู่ผู้บริโภคชาวไทย ผ่านประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ Omnichannel ที่เชื่อมโยงทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการและผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาสินค้าคุณภาพระดับโลก ซึ่งภายในงานได้รับเกียรติจากท่านเอกอัครราชทูต ออสเตรเลียประจำประเทศไทย นายพาโบล คัง และท่านทูตพาณิชย์และการลงทุนออสเตรเลียประจำประเทศไทยและลาว นายแคเมอรอน อัลลัน ร่วมงานแคมเปญนี้ แม็คโคร-โลตัสนำเสนอสินค้าออสเตรเลียคุณภาพกว่า 500 รายการ ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ ตั้งแต่วัตถุดิบพรีเมียมสำหรับธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม ไปจนถึงสินค้าสำหรับผู้บริโภคทั่วไป อาทิ เนื้อวัวคุณภาพจาก Harvey Beef และ เนื้อแกะพรีเมียมจาก Woodward และ Amelia Park รวมถึงผักและผลไม้สดนำเข้าจากออสเตรเลีย เช่น สตรอว์เบอร์รี แอปเปิ้ล ส้ม เลมอน แครอท และผักสลัด ตลอดจนผลิตภัณฑ์นม ชีส โยเกิร์ต และไวน์คุณภาพจากออสเตรเลียที่ซึ่งได้รับการคัดสรรเพื่อตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร โรงแรม ร้านอาหาร และผู้บริโภคทั่วไปนอกจากนี้ แคมเปญยังรวบรวมสินค้าใหม่และสินค้าไฮไลต์จากออสเตรเลีย พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษเพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับลูกค้า ผ่านแม็คโคร-โลตัสสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ รวมถึง Makro PRO และ Lotus’s App สะท้อนความมุ่งมั่นของ CP AXTRA ในการมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งที่สะดวก ครบครัน และเข้าถึงสินค้าอาหารคุณภาพระดับสากลได้ทุกที่ ทุกเวลาไฮไลต์สำคัญของแคมเปญ Taste of Australia 2026 ประกอบด้วยการสาธิตเมนูพิเศษ “Grilled Rump Cap (Picanha) Taco” โดย เชฟอิท ศรัณญ์ สิทธิชาติ หนึ่งใน Aussie Beef Mate จาก Meat Livestock Australia (MLA) ที่นำเนื้อวัวคุณภาพจากออสเตรเลียมารังสรรค์เป็นเมนูสไตล์เม็กซิกันที่โดดเด่นทั้งรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00-11.00 น. ณ โลตัส สาขาสุขาภิบาล 1 ซึ่งจัดต่อเนื่องระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569กิจกรรม “Aussie Meat You Run: The Aussie Journey in Bangkok” ในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ณ แม็คโคร สาขาสาทร สัมผัสประสบการณ์การวิ่งยามเช้าบนเส้นทางที่สะท้อนเสน่ห์ของกรุงเทพมหานคร พร้อมเพลิดเพลินกับเมนูอาหาร ชีสบอร์ด เครื่องดื่มคุณภาพ และความบันเทิงจาก Live DJ Music และร่วมกิจกรรม “ชิม ชิลล์ ช้อป” เพื่อสัมผัสและเลือกซื้อสินค้าออสเตรเลียคุณภาพ พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษ ระหว่างวันที่ 9-11ตุลาคม 2569 ณ แม็คโคร สาขาสาทรสำหรับผู้ที่ชื่นชอบผลไม้คุณภาพ แคมเปญปีนี้ยังนำเสนอ “แอปเปิ้ลโซลูน่า (Soluna Apple)” แอปเปิ้ลสายพันธุ์พิเศษจากออสเตรเลีย คัดพิเศษโดดเด่นด้วยเปลือกสีแดงเบอร์กันดี เนื้อแน่น กรอบ ฉ่ำ และรสชาติเปรี้ยวหวานลงตัว พร้อมมอบโอกาสพิเศษให้ลูกค้าได้ร่วมลุ้นรับ แพ็กเกจท่องเที่ยวฮ่องกง 4 วัน 3 คืน สำหรับ 2 ท่าน มูลค่ารางวัลละ 64,000 บาท จำนวน 2 รางวัล สำหรับลูกค้าที่มียอดซื้อแอปเปิ้ล โซลูน่าสูงสุด แบ่งเป็นลูกค้าแม็คโคร 1 รางวัล และลูกค้าโลตัส 1 รางวัล ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2569 (โดยจะประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 22 ธันวาคม 2569 | เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)“Taste of Australia 2026” แคมเปญที่เชื่อมต่อทุกประสบการณ์ของลูกค้า ตั้งแต่ การสร้างการรับรู้ (Awareness) การทดลองสินค้า (Trial) ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ (Purchase) เพื่อให้ผู้บริโภคได้ รู้จัก ลิ้มลอง สัมผัส และเลือกซื้อ สินค้าคุณภาพจากออสเตรเลียได้อย่างสะดวกและครบวงจรมากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของแม็คโครและโลตัสในการคัดสรรสินค้าคุณภาพจากทั่วโลกมานำเสนอแก่ผู้บริโภคชาวไทย ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างประเทศไทยและออสเตรเลียอย่างต่อเนื่องย้ำพลาดไม่ได้! ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติและคุณภาพจากออสเตรเลีย “Taste of Australia 2026”เพื่อสัมผัสสินค้าและวัตถุดิบคุณภาพจากออสเตรเลียอย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอและโปรโมชันพิเศษตลอดการจัดงานได้แล้ววันนี้ที่ แม็คโคร โลตัส Makro PRO และ Lotus's App จนถึง 10 พฤศจิกายน 2569

Camp Whittlewood เกม old-school horror RPG เมื่อเรื่องเล่ารอบกองไฟกลายเป็นจริง วางจำหน่ายบน Steam แล้ว!
อ่าน

Camp Whittlewood เกม old-school horror RPG เมื่อเรื่องเล่ารอบกองไฟกลายเป็นจริง วางจำหน่ายบน Steam แล้ว!

จะเป็นอย่างไรถ้ากิจกรรมสุดสัปดาห์ที่ควรจะสนุกกลายเป็นฝันร้าย? Camp Whittlewood เกม old-school horror RPG ที่จะพาเราไปสัมผัสประสบการณ์เข้าค่ายในป่าลึก แต่แล้วเรื่องเล่าสยองขวัญรอบกองไฟยามค่ำคืน "กำลังจะกลายเป็นจริง" หน้าที่ของเราคือต้องไขปริศนาให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ โดยตัวเกมได้วางจำหน่ายบน Steam แล้ว!Camp Whittlewoodเราได้ไปเข้าค่ายลูกเสือ Bark Scouts ประจำปีที่ Camp Whittlewood ซึ่งเป็นอดีตค่ายพักคนงานตัดไม้ที่ลึกเข้าไปในป่าอนุรักษ์ แต่ก่อนที่ความสนุกกลางแจ้งจะเริ่มขึ้น เราโดนแกล้งด้วยเรื่องเล่าเก่า ๆ ของช่างไม้แกะสลักที่คอยเดินวนเวียนอยู่ในค่าย เราดันโดนเพื่อนในกลุ่มเมินใส่ ต้องเดินสำรวจทั่วค่ายเพื่อขุดคุ้ยประวัติอันลึกลับของที่นี่ ก่อนที่มันจะกลืนกินเราฟีเจอร์มาร่วมผจญภัยสยองขวัญสั้น ๆ สไตล์เกม RPG ยุคเก่าตามหาไอเทِมสำคัญ เพื่อดำเนินเนื้อเรื่องต่อฉากจบหลากหลายรูปแบบ ที่รอให้เราไปค้นพบเพื่อนร่วมค่ายสุดแปลก ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่นไม่ซ้ำใครCozy pixel art ตัดสลับกับฉากคัตซีนชวนขนหัวลุกเพลงประกอบชวนร้อนหลังดาวน์โหลดเกม Camp Whittlewood ได้ที่

เจาะขุมทรัพย์ “Base Editing” ดินสอและยางลบพันธุกรรมที่เปลี่ยนตัวอักษรชีวิต
อ่าน

เจาะขุมทรัพย์ “Base Editing” ดินสอและยางลบพันธุกรรมที่เปลี่ยนตัวอักษรชีวิต

สวัสดีครับเพื่อนนักลงทุน และพี่น้องผู้บริหารทุกท่าน#ทันหุ้น - ก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 35 ของปี 2026 ในช่วงกลางเดือนกันยายนกันแล้วครับ หากเราย้อนกลับไปในอดีต ผมเคยพาทุกท่านไปรู้จักกับเทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรม CRISPR ที่เปรียบเสมือน "กรรไกร" ตัดสาย DNA แต่วันนี้โลกของนวัตกรรมสุขภาพได้ก้าวล้ำหน้าข้ามขีดจำกัดเดิมไปอีกขั้นแล้วครับปัญหาของกรรไกรรุ่นแรกคือ เมื่อเรา "ตัด" สาย DNA แบบคู่ (Double-strand break) มันมีความเสี่ยงที่ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองผิดพลาด แต่วันนี้มนุษยชาติค้นพบเทคโนโลยีที่เหนือชั้นกว่า นั่นคือ "Base Editing" และ "Prime Editing" ซึ่งเปรียบเสมือน "ดินสอและยางลบ" ระดับโมเลกุล ที่สามารถเข้าไป "ลบและเขียนทับ" ตัวอักษรพันธุกรรม (A, C, G, T) ทีละตัวได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องตัดสาย DNA ให้ขาด นี่คือยุคของ Precision Medicine รุ่นที่ 2 อย่างแท้จริงครับThe Infrastructure of Base Editing: จากการตัด สู่การแก้ไขตัวอักษรชีวิตในเชิงโครงสร้างการลงทุน ธีมอนาคตนี้มีบริษัทจดทะเบียนที่เป็นผู้คุมกฎและบุกเบิกเทคโนโลยีอย่างชัดเจน ซึ่งกำลังพลิกโฉมวงการแพทย์โลกครับ:1. The Chronic Disease Curer (ผู้พลิกโฉมการรักษาโรคเรื้อรัง): Verve Therapeutics (Ticker: VERV)ลองจินตนาการว่าผู้ป่วยโรคไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจ ไม่ต้องกินยาลดคอเลสเตอรอลไปตลอดชีวิต แต่ใช้การ "ฉีดยาเพียงเข็มเดียว" เพื่อรักษาให้หายขาด VERV คือบริษัทที่กำลังทำให้สิ่งนี้เป็นจริงBusiness Model: VERV พัฒนายา VERVE-102 ซึ่งใช้เทคโนโลยี Base Editing เข้าไปปิดสวิตช์ยีน PCSK9 ในตับอย่างถาวร โมเดลธุรกิจนี้คือการทรานส์ฟอร์มตลาดยาโรคหัวใจ (ที่เคยเป็นแบบ Chronic Management กินยาทุกวัน) ให้กลายเป็นแบบ One-and-Done (รักษาครั้งเดียวจบ) โดยล่าสุดได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่อย่าง Eli Lilly ที่เข้ามาซื้อกิจการและร่วมลงทุนไปแล้วThe Moat (ป้อมปราการ): การที่ VERV สามารถพิสูจน์ผลการทดลองในเฟสคลินิกว่าสามารถลด LDL ได้อย่างถาวรและปลอดภัย ทำให้พวกเขามี "กำแพงความน่าเชื่อถือทางคลินิก" (Clinical Moat) ที่แข็งแกร่งมาก การเปลี่ยนแปลงจากยาเคมีรายวันมาเป็นพันธุกรรมบำบัดเข็มเดียว คือคูเมืองที่สกัดกั้นคู่แข่งรายย่อยได้อย่างเด็ดขาด2. The Molecular Pencil Pioneer (ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีดินสอพันธุกรรม): Beam Therapeutics (Ticker: BEAM)หากจะหาคนที่คุม "โครงสร้างพื้นฐาน" ของ Base Editing อย่างแท้จริง ต้องเป็น BEAM ครับ เพราะพวกเขาคือผู้ถือครองสิทธิบัตรตั้งต้นของเทคโนโลยีนี้Business Model: BEAM พัฒนาเทคโนโลยีการแก้ไขเบสแบบเจาะจง โดยมียาเรือธงอย่าง BEAM-302 ที่ใช้รักษาโรคพันธุกรรมตับ (AATD) ด้วยการแก้ตัวอักษร A ให้เป็น G เพียงตัวเดียว นอกจากจะพัฒนายาของตัวเองแล้ว โมเดลธุรกิจของ BEAM ยังรวมถึงการ "ให้เช่าสิทธิบัตร" (Licensing) แก่บริษัทยายักษ์ใหญ่ (เช่น Pfizer) เพื่อนำเทคโนโลยีนี้ไปต่อยอดThe Moat: ความแข็งแกร่งของ BEAM คือ "Intellectual Property (IP) Moat" หรือคูเมืองด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่หนาแน่นที่สุดในอุตสาหกรรม การถือครองสิทธิบัตร Base Editing ทำให้ไม่ว่าใครจะพัฒนายาด้วยวิธีนี้ ล้วนต้องเดินมาจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้พวกเขา นี่คือลักษณะของเสือนอนกินในโลก Biotech ครับบทสรุป: ก้าวข้ามความเสี่ยง สู่จุดเปลี่ยนของมนุษยชาติการลงทุนในเทคโนโลยี Base Editing ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน แต่กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดลองที่บริษัทยายักษ์ใหญ่ทุ่มเงินระดับพันล้านดอลลาร์เพื่อคว้าสิทธิ์ ในมุมมองของนักกลยุทธ์ การเลือกลงทุนในบริษัทที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรรากฐาน (Platform Company อย่าง BEAM) หรือบริษัทที่กล้าท้าทายตลาดโรคเรื้อรังที่ใหญ่ที่สุดในโลก (อย่าง VERV) คือการวางหมากในพอร์ตโฟลิโอที่มองข้ามความผันผวนระยะสั้น แต่เล็งผลลัพธ์ระดับเปลี่ยนโลกครับสัปดาห์หน้า... เราจะมาเจาะลึกโครงสร้างธุรกิจในกลุ่ม "Synthetic Biology" เมื่อจุลินทรีย์ถูกโปรแกรมให้กลายเป็นโรงงานผลิตยาและวัสดุชีวภาพ โอกาสซ่อนอยู่ที่ไหน? ห้ามพลาดครับ!Disclaimer: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียน เพื่อการศึกษาและวิเคราะห์ทิศทางอุตสาหกรรมระดับมหภาค โมเดลธุรกิจ และนโยบายความมั่นคงเท่านั้น มิใช่การประกอบธุรกิจการให้คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ปรากฏในบทความ ไม่ได้เป็นการชี้ชวนหรือชี้นำให้ซื้อขายหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้ดุลยพินิจของตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนDr. S.ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การลงทุน MA และนวัตกรรมสุขภาพ Longevity Wellness

Moto GP
ดู

Moto GP

ผู้บริหาร Shift Up ตอบคำถามแฟนเกมในประเด็น การนำเสนอ MV ที่ใช้ AI ในการสร้าง เพื่อโปรโมตเกม Stellar Blade: Blood Rain
อ่าน

ผู้บริหาร Shift Up ตอบคำถามแฟนเกมในประเด็น การนำเสนอ MV ที่ใช้ AI ในการสร้าง เพื่อโปรโมตเกม Stellar Blade: Blood Rain

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง Shift Up ผู้พัฒนาเกมสัญชาติเกาหลีได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Wanna be in LOVE เพื่อใช้ในการโปรโมทเกม Stellar Blade: Blood Rain โดยเป็นการนำเสนอ Evie ตัวเอกมาร้องเพลง แต่ประเด็นมันอยู่ที่มิวสิกวิดีโอนี้ถูกสร้างด้วย AI จนทำให้เหล่าแฟน ๆ เกิดความไม่พอใจในเรื่องคุณภาพของผลงาน ล่าสุดคุณ Kim Hyung-tae ซีอีโอของ Shift Up ได้ออกมาโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียตอบกระแสวิจารณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้แล้วKim Hyung Tae ตอบกลับว่า"Evie ตัวละครหลักของมิวสิกวิดีโอนี้ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบโดยทีมศิลปินและนักสร้างโมเดลของเรา ซึ่งทุ่มเทเวลากว่าหนึ่งปีในการพัฒนาเธอขึ้นมา AI ไม่ได้เป็นผู้สร้างตัวละครนี้ขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่เป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้เรนเดอร์และนำเสนอตัวละคร โดยอ้างอิงจากข้อมูล งานออกแบบ และฝีมือการสร้างสรรค์ที่ทีมของเราได้พัฒนาขึ้น เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะรับชมผลงานชิ้นนี้ด้วยความเข้าใจในประเด็นดังกล่าว"ก่อนหน้านี้คุณ Kim Hyung Tae ได้ออกมาสบับสนุนการใช้เทคโนโลยี AI และถือว่านี่เป็นเครื่องมือที่จำเป็นต้องนำมาใช้ หากต้องการแข่งขันกับผู้พัฒนาเกมจากจีนได้อย่างสูสี ด้วยเหตุนี้เราอาจจะได้เห็นคอนเท้นต์ที่สร้างด้วย AI อีกในอนาคตอย่างแน่นอน งานนี้คงต้องรอดูกันต่อไปครับ แปลและเรียบเรียงจากhttps://www.eurogamer.net

Teamfight Tactics: Enchanted Wilds เผยโฉมเซ็ตใหม่สุดพิศวงของ TFT เตรียมเปิดให้เล่น 12 สิงหาคมนี้
อ่าน

Teamfight Tactics: Enchanted Wilds เผยโฉมเซ็ตใหม่สุดพิศวงของ TFT เตรียมเปิดให้เล่น 12 สิงหาคมนี้

ภายใต้ผืนป่าลึกลับที่คับคั่งไปด้วยเวทมนตร์โบราณ สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ และจิตวิญญาณสุดพิศวง Teamfight Tactics เตรียมพาผู้เล่นออกเดินทางสู่เซ็ตใหม่ล่าสุด Enchanted Wilds ที่จะเปิดให้เล่นบนเซิร์ฟเวอร์หลักในวันที่ 12 สิงหาคม 2569 พร้อมเข้าสู่ PBE ในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้Enchanted Wilds เชิญชวนผู้เล่นทุกคนมาร่วมบุกเบิกเส้นทางของตนเองท่ามกลางระบบนิเวศแสนมีชีวิตชีวา ผ่านคุณสมบัติ แชมเปี้ยน กลไก และกลยุทธ์ใหม่ ๆ มากมาย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผืนป่าเวทมนตร์ เทพนิยาย และเหล่าสัตว์ป่าสุดอัศจรรย์ในวิดีโอ TFT Dev Drop ที่เพิ่งปล่อยออกมา Riot Games ได้เผยโฉมเซ็ตใหม่สุดพิศวงนี้เป็นครั้งแรก พร้อมไฮไลต์กลไกประจำเซ็ตอย่าง Wisp เผ่าและคุณสมบัติใหม่ ๆ มากมาย รวมถึงแชมเปี้ยนระดับ Legendary ที่จะช่วยทำให้โลกแห่งพงไพรของ Enchanted Wilds มีชีวิตขึ้นมาอย่างเต็มรูปแบบกลไกประจำเซ็ต: Wispหัวใจหลักของ Enchanted Wilds คือเหล่า Wisp สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ที่จะปรากฏในร้านค้าของผู้เล่นในฐานะแหล่งพลังชั่วคราวแบบใช้ครั้งเดียว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลไก Charm อันเป็นที่รักจาก Magic N’ MayhemWisp จะมอบตัวเลือกเชิงกลยุทธ์ให้ผู้เล่นหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟกต์เสริมการต่อสู้ รางวัลด้านเศรษฐกิจ ค่าประสบการณ์เพิ่มเติม ไปจนถึงข้อเสนอแบบเสี่ยงมากได้มาก ผู้เล่นสามารถซื้อ Wisp ได้หนึ่งครั้งต่อรอบ และ Wisp ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นจะค่อย ๆ ปรากฏเมื่อเกมดำเนินต่อไปการวิวัฒนาการจาก Charm มาสู่ Wisp มาพร้อมการปรับเปลี่ยนกลไกครั้งใหญ่ ทั้งการปรับปรุงเอฟเฟกต์ เพิ่มความหลากหลาย อัปเกรดภาพลักษณ์ และระบบความคืบหน้าใหม่ที่จะทำให้กลไกนี้มีความล้ำลึกยิ่งขึ้นตลอดทั้งแมตช์นอกจากบทบาทด้านเกมเพลย์แล้ว Wisp ยังเป็นสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์แสนเอ็นดูแห่ง Enchanted Wilds โดยทุกครั้งที่ผู้เล่นซื้อ Wisp พวกเขาจะพุ่งตัว กระโดด ว่ายน้ำ หรือโบยบินพาดผ่านหน้าจอไปกับภาพอาร์ตแบบออริจินัล เพิ่มชีวิตชีวาให้กับทุกการตัดสินใจในร้านค้าคุณสมบัติและเผ่าใหม่ใน Enchanted WildsEnchanted Wilds เปิดตัวแชมเปี้ยนและคุณสมบัติหลากหลายแบบ ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการทดลอง การจัดคอมพ์อย่างสร้างสรรค์ และเปิดโอกาสให้ผู้เล่นค้นพบเส้นทางการเล่นใหม่ ๆ ในทุกเกมRiftbeastRiftbeast คือหนึ่งในคุณสมบัติล้วนตัวชูโรงของเซ็ตนี้ ที่นำพาเหล่ามอนสเตอร์ป่าอันเป็นเอกลักษณ์จาก League of Legends มาสู่ TFTผู้เล่นสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับสัตว์ป่าแต่ละตัวผ่านระบบ Alpha Mark ซึ่งมอบบัฟต่าง ๆ เช่น บัฟแดงและบัฟฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ League of Legends พร้อมเพิ่มบัฟใหม่เฉพาะ TFT เข้ามาด้วย ไม่ว่าจะเป็นบัฟม่วงสำหรับพิษแบบแปรเปลี่ยนของ Gromp หรือบัฟส้มสำหรับเอฟเฟกต์ลดเกราะของ Raptorเมื่อเพิ่มจุดเปลี่ยนมากขึ้น ผู้เล่นจะสามารถรวบรวมทั้งฝูงได้แบบเต็มกำลังเมื่อพวกมันเริ่มปรากฏในร้านค้า และเมื่อไปถึงจุดเปลี่ยนระดับสูงสุด ผู้เล่นจะอัญเชิญ Elder Dragon อันเกรียงไกรออกมา ยูนิตสุดแกร่งที่ใช้ช่องทีม 2 ช่อง และช่วยปลดล็อกความเป็นไปได้อันทรงพลังในช่วงท้ายเกมElderwoodElderwood คืออีกหนึ่งคอมพ์ล้วนขนาดใหญ่ที่มาพร้อมพืชพรรณแห่งป่า ซึ่งผู้เล่นสามารถนำไปวางบนสนามได้ โดยพืชเหล่านี้จะมอบรางวัลให้ผู้เล่นผ่านอรรถประโยชน์ด้านการป้องกัน การเสริมพลังพันธมิตร หรือแม้กระทั่งการสนับสนุนแถวหน้าElderwood ถูกออกแบบมาให้เข้าคู่กับคุณสมบัติรองอื่น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงทำหน้าที่เป็นรากฐานแสนยืดหยุ่นสำหรับคอมพ์หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าผู้เล่นจะต้องการปั้นแนวหน้าให้แข็งแกร่ง เสริมพลังยูนิตหลัก หรือสร้างบอร์ดที่เติบโตไปพร้อมกับป่าเวทมนตร์Sunbeam, Moonbeam และ EclipseEnchanted Wilds ยังมาพร้อมคุณสมบัติพิเศษที่สามารถนำมาผสมผสานกันเพื่อปลดล็อกพลังที่ซ่อนอยู่Sunbeam จะเสริมพลังบอร์ดด้วยโล่ป้องกันและโบนัสความเสียหายเวท ซึ่งจะแข็งแกร่งขึ้นตามจำนวนยูนิต 3 ดาวภายในทีมMoonbeam จะมอบโบนัสความเร็วโจมตีและความเสียหายเวทให้กับแชมเปี้ยน Moonbeam รวมถึงเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ติดกันเมื่อผู้เล่นผสมผสาน Sunbeam และ Moonbeam เข้าด้วยกัน จะสามารถปลดล็อกคุณสมบัติลับอย่าง Eclipse ได้ โดยหลังจากสุริยันและจันทราซ้อนทับกันในการต่อสู้ Eclipse จะสังหารยูนิตศัตรูที่มีพลังชีวิตน้อยที่สุดในทันทีเป็นระยะ ๆ เปิดทางให้เกิดจังหวะพลิกไฟต์ที่ทั้งทรงพลังและน่าจับตาBlossomสำหรับผู้เล่นที่ต้องการโอบรับกลไกใหม่อย่างเต็มที่ คุณสมบัติ Blossom จะปลดล็อก Wisp ทุกชนิดในเวอร์ชันอัปเกรด เพิ่มทั้งพลังและอรรถประโยชน์ พร้อมมอบวิธีใช้งานเพิ่มเติมเมื่อเพิ่มจุดเปลี่ยนมากขึ้นBlossom จึงเป็นคุณสมบัติที่ช่วยให้ผู้เล่นได้ดื่มด่ำกับกลไกประจำเซ็ตอย่าง Wisp อย่างเต็มรูปแบบ และเปิดโอกาสให้การซื้อ Wisp ในแต่ละรอบกลายเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีน้ำหนักมากขึ้นแชมเปี้ยนระดับ Legendary แห่ง Enchanted Wildsแชมเปี้ยนระดับ Legendary ในเซ็ตนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นได้ดื่มด่ำกับดินแดนสุดพิศวงของ Enchanted Wilds มากยิ่งขึ้น พร้อมมอบแนวทางการเล่นที่แตกต่างและสร้างสรรค์ในช่วงท้ายเกมDravenDraven มาพร้อมระบบค่าหัวสุดพิเศษ ซึ่งมอบเป้าหมายส่วนตัวให้ผู้เล่นตลอดทั้งแมตช์ การทำภารกิจย่อยเหล่านี้สำเร็จจะมอบรางวัลในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่โบนัสด้านเศรษฐกิจเล็กน้อย ไปจนถึงรางวัลแสนทรงพลังที่สามารถเปลี่ยนทิศทางของเกมได้IvernIvern นำเสนอประสบการณ์สร้างบอร์ดรูปแบบใหม่ผ่านคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวอย่าง Greenfather ทุกครั้งที่ Ivern ร่ายสกิล เขาจะปลูกเมล็ดพันธุ์ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสนามรบให้กลายเป็นชีวนิเวศสุดพิเศษผู้เล่นสามารถปลูกได้ทั้งป่า บึง หุบเขา หรือน้ำตก โดยแต่ละชีวนิเวศจะมอบโบนัสที่แตกต่างกันให้กับยูนิตบนสนาม แต่ละช่องจะเสริมพลังยูนิตที่ยืนอยู่บนนั้นในรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน และหากชีวนิเวศเสร็จสมบูรณ์ ช่องสุดท้ายที่ปรากฏจะเป็นต้นวิลโลว์ศักดิ์สิทธิ์เสมอLuxLux กลับมาอีกครั้งหลังจากเซ็ต 2 ในฐานะแชมเปี้ยนระดับ Legendary สุดยืดหยุ่น ซึ่งสามารถอยู่ร่วมกับเผ่ามากมายในเซ็ตนี้เมื่อผู้เล่นซื้อ Lux เธอจะนับเป็น +2 สำหรับเผ่าที่เลือก และจะไม่สามารถปรากฏเป็นเผ่านั้นแก่ผู้เล่นคนอื่นได้อีกตลอดทั้งเกม เว้นแต่ว่าผู้เล่นจะขายเธอออกไป ทำให้ Lux กลายเป็นยูนิตที่มีผลต่อทั้งการวางแผนบอร์ดของตนเอง และการแย่งชิงทรัพยากรกับผู้เล่นคนอื่นในเกมเดียวกันไฮไลต์ใหม่ในเซ็ตEnchanted Wilds ยังมาพร้อมการกลับมาของวงล้อร่วม ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ดราฟต์ไอเทมและแชมเปี้ยนในแต่ละด่าน พร้อมเพิ่มความหลากหลายให้กับจังหวะสำคัญของเกมเซ็ตนี้ยังส่งเสริมอิสระในการสร้างทีมมากขึ้น ด้วยการลดจุดเปลี่ยนคุณสมบัติ ทำให้ผู้เล่นสามารถผสมผสานและจับคู่คุณสมบัติได้ง่ายกว่าเดิม ขณะเดียวกันก็ยังคงมีคอมพ์ล้วนสุดตื่นตา ซึ่งเป็นตัวแทนขององค์ประกอบต่าง ๆ ในผืนป่าแห่ง Enchanted Wilds ตั้งแต่ต้นไม้มีชีวิตแห่ง Elderwood ไปจนถึง Riftbeast ที่นำเหล่าศัตรู PvE จาก League of Legends มาสู่สมรภูมิ TFTเมื่อผสานเข้ากับระบบ Wisp, แชมเปี้ยนแสนยืดหยุ่น, คุณสมบัติลับ และแชมเปี้ยนระดับ Legendary ที่พลิกแพลงได้หลายรูปแบบ Enchanted Wilds จึงนำเสนอตัวเลือกเชิงกลยุทธ์อันหลากหลาย ทั้งสำหรับผู้เล่นสายแข่งขันและผู้เล่นทั่วไปที่อยากค้นพบความสนุกใหม่ ๆ ในทุกเกมไฮไลต์ของตกแต่งEnchanted Wilds เปิดตัวพร้อม คอลเลกชันของตกแต่งใหม่ ซึ่งประกอบด้วยแชมเปี้ยน Chibi, อารีน่า และแชมเปี้ยน Unbound สุดตื่นตาแชมเปี้ยน ChibiChibi Soul Fighter Jinx รูปลักษณ์ออริจินัลของ TFTChibi Office Aatroxอารีน่าJinx’s Tournament of Chaos Arenaแชมเปี้ยน UnboundSpirit Blossom Springs Aphelios UnboundCoven LeBlanc Unboundอัปเดตอีสปอร์ต: Convergence FestTeamfight Tactics ยังได้ประกาศเปิดตัว Convergence Fest งานเฉลิมฉลองแบบผสานรวมคอมมูนิตี้ระหว่าง TFT Vegas Open และ Riftbound North American Regional ChampionshipConvergence Fest จะจัดขึ้นที่ลาสเวกัส ระหว่างวันที่ 11 - 13 ธันวาคม 2569 เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้แข่งขัน รับชม และเชื่อมต่อกับทั้งผู้เล่น TFT และ Riftbound ภายในอีเวนต์เกมแนววางแผนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ Riot Games เคยจัดขึ้น โดยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันจะถูกเปิดเผยในเร็ว ๆ นี้Matthew “Wittrock” Wittrock หัวหน้าฝ่ายออกแบบเซ็ต เผยว่า “Enchanted Wilds คือเซ็ตที่เน้นไปที่ความยืดหยุ่นและการทดลอง เราอยากสร้างโลกที่ทุก ๆ เกมให้ความรู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางไปบนเส้นทางใหม่ท่ามกลางป่าเวทมนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการบัญชาฝูง Riftbeast ปลูกป่าทดแทนไปกับ Ivern หรือค้นพบคุณสมบัติลับอย่าง Eclipse พร้อมกับเหล่า Wisp ที่มอบชีวิตใหม่ให้กับกลไกที่ทุกคนคุ้นเคย Enchanted Wilds เองก็จะมอบหนทางอันหลากหลายให้ผู้เล่นได้กำหนดเส้นทางเดินเช่นเดียวกัน”ด้าน Sam Judd หัวหน้าฝ่ายกลไกประจำเซ็ต กล่าวเสริมว่า “ผ่านมา 5 เซ็ตแล้วนับตั้งแต่กลไกโปรดของแฟน ๆ อย่าง Charm เปิดตัวใน TFT และเราก็ตื่นเต้นมากที่จะนำมันกลับมาอีกครั้งในฐานะ Wisp พร้อมอัปเกรดหลายอย่าง เหล่า Wisp ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งหมดให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตสุดน่ารัก พร้อมปรับปรุง UI เมื่อเลือกซื้อ และปรับ QoL เกมเพลย์หลายอย่าง ที่จะทำให้พวกเขามีเสน่ห์มากขึ้นและสนุกกว่าที่เคยเป็น!”Teamfight Tactics: Enchanted Wilds เปิดให้เล่น 12 สิงหาคมนี้Teamfight Tactics: Enchanted Wilds จะเข้าสู่ PBE ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 และเปิดให้เล่นบนเซิร์ฟเวอร์หลักในวันที่ 12 สิงหาคม 2569เตรียมออกเดินทางสู่ผืนป่าเวทมนตร์ ค้นพบเหล่า Wisp รวบรวมฝูง Riftbeast ปลูกพงไพรไปกับ Ivern และสร้างเส้นทางของคุณเองในเซ็ตใหม่สุดพิศวงของ Teamfight Tacticsติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Teamfight Tactics ได้ทางช่องทางอย่างเป็นทางการของ Teamfight Tactics Thailand[ข่าวประชาสัมพันธ์]

Fire Emblem: Fortune’s Weave ปล่อยคลิปตัวอย่างล่าสุดพร้อมเผยวันวางจำหน่าย 17 กันยายนนี้บน Nintendo Switch 2
อ่าน

Fire Emblem: Fortune’s Weave ปล่อยคลิปตัวอย่างล่าสุดพร้อมเผยวันวางจำหน่าย 17 กันยายนนี้บน Nintendo Switch 2

ภาคใหม่ล่าสุดของเกมซีรีส์ Fire Emblem ในงาน Nintendo Direct โดยภาคนี้มีชื่อภาคว่า Fire Emblem: Fortune’s Weave (ファイアーエムブレム 万紫千紅) ประกาศความคืบหน้าโดยมีกำหนดการวางจำหน่ายในวันที่ 17 กันยายนนี้ เอ็กคลูซีฟบน Nintendo Switch 2 ทั้งนี้ภายในงานมีปล่อยคลิปตัวอย่างและข้อมูลต่าง ๆ เบื้องต้นของเกมโดยเฉพาะตัวละครหลักที่มีถึง 4 ตัวละครโดยตัวละครหลักทั้ง 4 ได้มีการเปิดเผยชื่อมาก่อนหน้านี้แล้วCaiเด็กหนุ่มจากชนบทตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันประลองฝีมือเพื่อช่วยเหลือพ่อของเขา เขาเชี่ยวชาญการใช้หอกและยังเชี่ยวชาญากาคต่อสู้บนหลังสัตว์เพราะได้รับการฝึกฝนมานเป็นอย่างดีDietrichนักดาบผู้มีผมยาวและใบหน้าหล่อเหลา มักเปล่งเสียงด้วยน้ำเสียงสงบแต่คำพูดดุดันไม่แพ้การต่อสู้ เขามีเทคนิคพิเศษที่ช่วยให้สามารถเทเลพอร์ตได้โดยไม่สนใจสิ่งกีดขวางTheodoraหญิงสูงศักดิ์ผู้นำทัพทหารจำนวนมาก แข็งแกร่งและสามารถล้มคู่ต่อสู้ที่สวมเกราะหนักได้พร้อมกันหลายด้วยการฟาดฟันเพียงครั้งเดียว ในการต่อสู้จริงสามารถใช้พลังของกองทัพในการโจมตีได้Ledaหญิงสาวที่ดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ด้วยการระบำอันน่าหลงใหล ในการต่อสู้เธอจะเรียกสัตว์วิเศษที่ทรงพลังออกมาได้ด้วยใช้เครื่องดนตรีและบทเพลงนอกเหนือจากนี้ในคลิปจะมีการเผยฉากหลังเป็นจักรวรรดิ Dagdan Empire ที่เต็มไปด้วยเหล่านักสู้ (Fighter) ผู้เปี่ยมไปด้วยพลังมากมาย และพวกเขามักจะรวมตัวกันเพื่อต่อสู้แข่งขันหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด โดยผู้ชนะจได้รับพร 1 ข้อ ซึ่งภายในคลิปเราจะได้เห็นฉากการดวลนี้ด้วย ในยามว่างคุณสามารถฝึกฝนเทคนิคการต่อสู้ในสนามฝึกซ้อมเพื่อเข้าประลอง หรือออกเดินทางไปนอกเมืองเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก็ได้แปลและเรียบเรียงจากhttps://www.famitsu.com/article/202606/77806https://www.famitsu.com/article/202509/52289

สอนศาสตร์ TPAT
ดู

สอนศาสตร์ TPAT

สอนศาสตร์ A-level
ดู

สอนศาสตร์ A-level

สอนศาสตร์ TGAT
ดู

สอนศาสตร์ TGAT

"ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" ปล่อยมวลสวยสาดออร่าท้าแดดริมหาด
อ่าน

"ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" ปล่อยมวลสวยสาดออร่าท้าแดดริมหาด

นางเอกสาว "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์" ร่วมงาน "Baby Bright SUN SUN BEACH CLUB" ที่เนรมิตคาเฟ่สุดฮิปริมทะเล Cafe Casa Tropika ให้กลายเป็นสเปซแห่งความบิวตี้ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ Baby Bright SUNSUN Matte Lip SPF50+ PA++++ ลิปแมทท์กันแดดนวัตกรรมใหม่ที่ปกป้องพร้อมบำรุง "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" ปล่อยมวลสวยสาดออร่าท้าแดดริมหาด เรียกได้ว่าการปรากฏตัวของ "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" ที่มาพร้อมออร่าความสวยสะกดตา เปลี่ยนบรรยากาศริมหาดให้เต็มไปด้วยพลังและชีวิตชีวา โดยครั้งนี้ใบเฟิร์นไม่ได้มาเพียงแค่ความสดใส แต่ยังมาเผยความลับการดูแลตัวเองที่เชื่อว่า "ความสวยต้องมาคู่กับสุขภาพริมฝีปากที่ดี" พร้อมเปิดตัวไอเทมชิ้นใหม่ ลิปสติกคอลเลกชันล่าสุดที่ผสานพลังบำรุงจากธรรมชาติ มอบสัมผัสเนียนนุ่มชุ่มชื้น ให้ริมฝีปากสวยสู้แดดจัดได้ตลอดวัน ท่ามกลางรอยยิ้มที่เป็นกันเอง ซึ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความสวยที่จับต้องได้และเปี่ยมด้วยความมั่นใจในแบบฉบับ Baby Bright ในงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณชลธิดา สถาวรวิจิตร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาด ตัวแทน บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงก้าวสำคัญของแบรนด์ในครั้งนี้ว่า "ในปี 2026 BABY BRIGHT เราตั้งใจยกระดับแบรนด์ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง โดยเฉพาะสภาพอากาศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เราให้ความสำคัญกับการคัดสรรส่วนผสมหลักจากธรรมชาติ (Natural-based Ingredients) ที่อ่อนโยนแต่ทรงประสิทธิภาพ เพื่อสร้างเกราะป้องกันริมฝีปากให้แข็งแรงในระยะยาว เราอยากให้ทุกคนรู้สึกดีกับตัวเองในทุกมิติ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด" อีกทั้ง "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" ร่วมแชร์เคล็ดลับความมั่นใจท่ามกลางแสงแดดอีกว่า "ใบเป็นคนชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งมากค่ะ สิ่งที่กังวลเสมอคือริมฝีปากที่อาจคล้ำเสียจากแดด แต่พอได้ลอง SUNSUN Matte Lip บอกเลยว่าเลิฟมาก! เพราะเป็นลิปแมทท์ที่มี SPF50+ PA++++ ปกป้องปากเราได้จริง แถมเนื้อนุ่มเกลี่ยง่าย ไม่ตกร่องเลยค่ะ ที่สำคัญคือเป็นวีแกน อ่อนโยนต่อปากใบเฟิร์นสุด ๆ ไม่ว่าจะทำกิจกรรมไหน ใบเฟิร์นก็มั่นใจว่าปากสวยเป๊ะและสุขภาพดีแน่นอนค่ะ" บรรยากาศภายในงานยังสะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างความงามและไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นมุมทดลองผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาให้พกพาสะดวก ตอบโจทย์ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งของคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่แบรนด์เริ่มนำมาปรับใช้ ก้าวต่อไปของ Baby Bright ในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง แต่เป็นการส่งมอบประสบการณ์ที่ช่วยให้ทุกคนรู้สึกดีกับตัวเองในทุกมิติ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจภายใต้แสงแดดในแบบที่เป็นตัวเองที่สุด ดังคำมั่นสัญญาที่จะพาแบรนด์ก้าวสู่ความสวยงามที่ยั่งยืนไปพร้อมกับทุกคน

ซินนาบอน ส่งแคมเปญ Strawberry Cheesecake Lover ให้คุณอร่อยกับเมนูพิเศษเอาใจคนรักชีสเค้ก
อ่าน

ซินนาบอน ส่งแคมเปญ Strawberry Cheesecake Lover ให้คุณอร่อยกับเมนูพิเศษเอาใจคนรักชีสเค้ก

"ซินนาบอน" (Cinnabon) แบรนด์ขนมอบชื่อดังที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นแบรนด์ที่มี "ซินนามอนโรล รสชาติดีที่สุดในโลก" เอาใจคนรักซินนาบอนและชีสเค้กกับ Strawberry Cheesecake Lover ที่ผสานความหอมละมุนของชีสเค้กเข้ากับความเปรี้ยวหวานของสตรอว์เบอร์รี ในรูปแบบของซินนามอนโรลได้อย่างลงตัวกับ Minibon Strawberry Cheesecake มินิบอนเนื้อนุ่มราดด้วยครีมชีสฟรอสติ้งสูตรเฉพาะ เพิ่มความเข้มข้นด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี ท็อปด้วยครัมเบิลกรุบกรอบ ในราคาชิ้นละ 55 บาท และเติมความสดชื่นให้ฟินไปกับเครื่องดื่ม Strawberry Cheesecake Crush ที่รวมความหอมของนมสดแท้และชีสเค้ก เข้ากับสตรอว์เบอร์รีเพียวเร่ พร้อมวิปครีมและบิสคอฟครัมเบิลด้านบน ในราคาแก้วละ 129 บาท พิเศษ! Strawberry Cheesecake Combo Set ที่จับคู่ Minibon Strawberry Cheesecake 1 ชิ้น และ Strawberry Cheesecake Crush 1 แก้ว ในราคาพิเศษเพียง 149 บาท (จากปกติ 184 บาท) หรือจะเลือกจัดเต็มกับ Strawberry Cheesecake Box Set (มินิบอน คลาสสิก 3 ชิ้น, มินิบอน ช็อกโก 3 ชิ้น และมินิบอน สตรอว์เบอร์รี ชีสเค้ก 3 ชิ้น) ในราคาพิเศษ 329 บาท (จากปกติ 450 บาท) มาลิ้มลองความอร่อยแบบครบรสกับ Strawberry Cheesecake Lover ณ ร้านซินนาบอนทุกสาขาใกล้บ้านคุณ ตั้งแต่วันนี้ - 30 มิถุนายน 2569 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) ติดตามความเคลื่อนไหวของซินนาบอนLINE@Cinnabonthai หรือ www.facebook.com/cinnabonthailandfanpage และ #cinnabonthailand

ยุคใหม่ Apple! เปิดตัว John Ternus ซีอีโอสายฮาร์ดแวร์ ผู้ยึดค่านิยม “Steve Jobs”
อ่าน

ยุคใหม่ Apple! เปิดตัว John Ternus ซีอีโอสายฮาร์ดแวร์ ผู้ยึดค่านิยม “Steve Jobs”

#Apple #ทันหุ้น – ข้อมูลจาก Investing ได้ระบุว่า หากต้องการเข้าใจว่า John Ternus ซีอีโอคนใหม่ของ Apple จะบริหารบริษัทอย่างไร ให้สังเกตสิ่งที่เขาปฏิเสธที่จะขายในขณะที่คู่แข่งด้านซอฟต์แวร์อย่าง Microsoft และ Google กำลังทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อผลักดันปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้าไปในทุกมุมของธุรกิจ แต่ชายผู้ถูกกำหนดให้เป็นผู้นำบริษัทที่มีเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกลับปฏิบัติกับ AI ด้วยความระมัดระวังและเน้นการใช้งานจริงอย่างแน่วแน่จนเกือบจะดูเหมือนดื้อรั้น"เราไม่เคยคิดถึงการส่งมอบเทคโนโลยี" Ternus วัย 50 ปีกล่าวในการสัมภาษณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ AI กับเว็บไซต์รีวิวเทคโนโลยี Tom’s Guide "เราคิดเสมอว่าเราจะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร"เมื่อเขาเข้ารับตำแหน่งต่อจาก Tim Cook ในวันที่ 1 กันยายนนี้ ความแตกต่างดังกล่าวจะมีความสำคัญอย่างมหาศาล การที่ Ternus มุ่งเน้นไปที่ตัวผลิตภัณฑ์ทำให้เขากลายเป็นผู้สืบทอดประเพณีของ Apple ในช่วงเวลาที่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีจากคูเปอร์ติโนแห่งนี้ได้สูญเสียตำแหน่งบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกให้กับ Nvidia ไปแล้วการเปิดตัวผู้ช่วย Siri รูปแบบใหม่ที่ล่าช้าของ Apple รวมถึงการพึ่งพา Google สำหรับเทคโนโลยี AI ที่นำมาใช้ขับเคลื่อน ได้ทำให้นักวิเคราะห์บางคนตั้งคำถามถึงกลยุทธ์ของบริษัทต่อเทคโนโลยีใหม่นี้แม้ว่าสิ่งนี้จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย iPhone แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกล่าวว่า ความก้าวหน้าของ AI อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบชั่วอายุคน ซึ่งอาจคุกคามบทบาทหลักของสมาร์ทโฟนในชีวิตของผู้คนได้คู่แข่งอย่าง Samsung และ OpenAI กำลังเดิมพันว่าความก้าวพลาดของ Apple คือโอกาสทอง ขณะที่ Meta ก็ประสบความสำเร็จในช่วงแรกด้วยแว่นตาอัจฉริยะ Ray-Ban ที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI"คำถามคือเขามีความมุ่งมั่นสำหรับการตัดสินใจที่กล้าหาญและบางครั้งก็น่าลำบากใจ ซึ่งจำเป็นต่อการกำหนดนิยามของแพลตฟอร์มใหม่หรือไม่" Francisco Jeronimo รองประธานฝ่ายอุปกรณ์ไคลเอนต์ของบริษัทวิจัย IDC กล่าว"การสร้างฮาร์ดแวร์ที่ยอดเยี่ยมเป็นปัญหาที่มีนิยามชัดเจน แต่การสร้างแพลตฟอร์ม AI ที่นักพัฒนาและองค์กรต่างๆ ยอมรับและนำไปใช้งานจริงนั้นถือเป็นความท้าทายที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง"‘ทุกคนที่ Apple รักเขา’Ternus ผู้ทำงานกับ Apple มาอย่างยาวนานถึง 25 ปี โดยเริ่มต้นจากการออกแบบหน้าจอแสดงผลภายนอก ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุดด้วยประสบการณ์หลายสิบปีในฐานะวิศวกรฮาร์ดแวร์ ผู้ใช้เวลาทั้งอาชีพในการพิสูจน์ว่า การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างอุปกรณ์ที่ดียิ่งกว่าในการสัมภาษณ์กับรอยเตอร์เมื่อปี 2023 เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล Ternus ดูเป็นคนที่มีความคิดรอบคอบและใจเย็น เขามีความเข้าใจอย่างละเอียดไม่ใช่แค่เรื่องการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple เท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีที่จะขยายห่วงโซ่อุปทานเพื่อรวมวัสดุรีไซเคิลให้มากขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Appleสไตล์ดังกล่าวได้แสดงออกมานอกเวทีเช่นกัน ในขณะที่เขากลับไปยังมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียซึ่งเป็นสถาบันเก่าของเขา ในฐานะผู้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีประสาทปริญญาของคณะวิศวกรรมศาสตร์ในปี 2024 เขาได้กระตุ้นให้บัณฑิต "สันนิษฐานไว้เสมอว่าคุณฉลาดเท่ากับใครก็ตามในห้อง แต่จงอย่าสันนิษฐานว่าคุณรู้มากเท่ากับพวกเขา" ซึ่งเป็นการผสมผสานความมั่นใจในตนเองเข้ากับความอ่อนน้อมถ่อมตนเขายังเล่าถึงความพิถีพิถัน (Perfectionism) ของตัวเองให้เหล่าบัณฑิตฟัง โดยเล่าว่าในช่วงต้นอาชีพของเขา มีคืนหนึ่งที่เขาพบว่าตัวเองกำลังโต้เถียงกับซัพพลายเออร์เรื่องร่องบนสกรูที่ติดอยู่ด้านหลังจอมอนิเตอร์ สกรูตัวนั้นลูกค้าแทบจะไม่มีวันได้เห็น แต่ Ternus สังเกตเห็นว่ามันมี 35 ร่อง แทนที่จะเป็น 25 ร่องตามที่ Apple กำหนดไว้"หากคุณจะใช้เวลากับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากขนาดนั้น คุณควรทุ่มเทความพยายามอย่างดีที่สุดลงไป"นักวิเคราะห์กล่าวว่า Ternus ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่ Apple และได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากทุกระดับชั้น "ทุกคนที่ Apple รักเขา ผู้บริหารทุกคนที่ผมรู้จักต่างพูดถึงเขาในแง่ดีมาก" Ben Bajarin นักวิเคราะห์จาก Creative Strategies กล่าวการให้ความสำคัญกับอุปกรณ์มากกว่าซอฟต์แวร์ล้วนๆ ทำให้ซีอีโอคนใหม่มีส่วนคล้ายกับ Steve Jobs ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple มากกว่าบรรพบุรุษคนล่าสุดของเขา Jobs เองก็ไม่เคยสนใจเทคโนโลยีเพื่อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว โดยเคยกล่าวคำพูดอันโด่งดังว่า "คุณต้องเริ่มต้นที่ประสบการณ์ของลูกค้า แล้วค่อยย้อนกลับมาหาเทคโนโลยี ไม่ใช่ทำในทางกลับกัน"Ternus ซึ่งเคยทำงานภายใต้ Jobs ในช่วงต้นอาชีพที่ Apple สัญญาเมื่อวันจันทร์ว่าจะเดินหน้าสืบสาน "ค่านิยมและวิสัยทัศน์ที่กำหนดนิยามของสถานที่พิเศษแห่งนี้มานานครึ่งศตวรรษ"เขาเป็นผู้ดูแลฮาร์ดแวร์ที่สำคัญที่สุดของ Apple หลายตัว ตั้งแต่ iPad ไปจนถึง AirPods และเมื่อเร็วๆ นี้เขาได้เปิดตัว iPhone Air ที่บางเป็นพิเศษ รวมถึง MacBook Neo โน้ตบุ๊กที่มีราคาเริ่มต้นเพียง 599 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นราคาที่เป็นไปได้จากการใช้ชิปตัวเดียวกับ iPhone 16 Proบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของ Ternus คือตอนที่เขาขับเคลื่อนไลน์ผลิตภัณฑ์แล็ปท็อป Mac ไปสู่การใช้โปรเซสเซอร์ที่ Apple ออกแบบเอง ซึ่งเป็นการยุติการพึ่งพา Intel มานานกว่าทศวรรษ และถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่โดยบริษัทที่มักถูกกล่าวหาว่าเล่นปลอดภัยเกินไปความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Mac ซึ่งช่วยจุดกระแสยอดขายให้กลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่มา https://www.investing.com/news/stock-market-news/apples-new-ceo-is-a-product-perfectionist-taking-on-the-ai-age-4625004

Snowtee x Arknights: Endfield เผยรายละเอียดการคอลแลปส์พร้อมชวนเหล่า Endministrator มาเติมความสดชื่นตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์นี้
อ่าน

Snowtee x Arknights: Endfield เผยรายละเอียดการคอลแลปส์พร้อมชวนเหล่า Endministrator มาเติมความสดชื่นตั้งแต่ 10 กุมภาพันธ์นี้

เหล่า Endministrator เตรียมตัว! ความสดชื่นกำลังมาเสิร์ฟทุกคนแล้ว! กับการคอลแลปส์ร้านเครื่องดื่มร้านที่ 2 ในไทยของเกม Arknights: Endfield ! "Snowtee x Arknights: Endfield" ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ! ส่วยรายละเอียดการคอลแลปส์จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เราไปดูกัน!SNOWTEE x ARKNIGHTS: ENDFIELD โดยการคอลแลปส์ "Snowtee x Arknights: Endfield" นั้นจะเริ่มขึ้นตั้งแต่ 10 - 23 กุมภาพันธ์ 2026 นี้ โดยเหล่า Endministrator นั้นสามารถไปร่วมลิ้มรสความหวานสดชื่นกันได้ที่ SnowTee ทั้ง 15 สาขาด้วยกัน! ดังนี้!UTCC (ประชาสงเคราะห์ 27)ตลาดดินแดงห้วยขวางThe Street Ratchadaอาคารไทยภัทร (สุทธิสาร)ลาดพร้าว (ตลาลโชคชัย 4)ราม 1 (ซอยรามคำแหง 41)หลังราม (ซอยรามคำแหง 24)พันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วานเดอะมอลล์ บางกะปิจามจุรีแสควร์อุดมสุขราม2 (ตลาดนัมเบอร์วัน)ม.ธรรมศาสตร์ม.รังสิตสำหรับเซ็ตเมนูเครื่องดื่มการคอลแลปส์นั้นก็จะมีดังนี้!Set A ชาพีชโฟร์ซีซันสปริง 1 แก้วชาดำต้นตำรับ 1 แก้ว (เพิ่มท็อปปิ้งมูลค่า 5 บาท ฟรี!)ปลอกแก้ว 1 ชิ้น (สุ่มลาย) ปลอกหลอด 1 ชิ้นสติกเกอร์ 1 แผ่นบัตรขูด T-cred 1 ใบSet Bชาไทยไข่มุกฟองนม 1 แก้วชานมไข่มุก 1 แก้วปลอกแก้ว 1 ชิ้น (สุ่มลาย) ปลอกหลอด 1 ชิ้นสติกเกอร์ 1 แผ่นบัตรขูด T-cred 1 ใบและนอกจากนั้นหากว่า Endministrator ทำการโพสต์ภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอลงบน Tiktok, Facebook หรือ Instagram พร้อมตั้งค่าเป็นสาธารณะ ติดแฮชแท็กดังนี้ #Snowtee#SnowteeOrigin#ArknightsEndfield#Endfield#SnowteexArknightsพร้อมแท็กแอคเคาท์ทางการของ Snowtee และ Arknights: Endfield ก็รับไปเลย ไมะอะคริลิกเซลฟี่ 1 ชิ้น! งานนี้ห้ามพลาด!โดยสำหรับอื่น ๆ เกี่ยวกับการคอลแลปส์นั้นก็สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมกันได้ที่ช่องทางโซเชียลของ Snowtee Origin หรือลิงก์ด้านล่าง!Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/profile.php?id=61580139570421

ADVICE เปิดตัว MacBook  หนุนยอด-ปักธงรายได้ 20%
อ่าน

ADVICE เปิดตัว MacBook หนุนยอด-ปักธงรายได้ 20%

#ADVICE #ทันหุ้น - ADVICE รับอานิสงส์จ่อเปิดตัว MacBook Pro โฉมใหม่ ชี้หนุนรายได้กลุ่ม “แอปเปิ้ล” พุ่งทะยาน พร้อมปักหมุดปี 2569 รายได้โต 20% จากปีก่อน รับพอร์ตลูกค้าโต-สินค้าใหม่หนุน แถมส่องตลาดไอทีสดใสต่อเนื่อง รับเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีหนุน นายณัฏฐ์  ณัฐนิธิการัชต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE  เปิดเผยว่า กรณีมีกระแสข่าว Apple เดินหน้าอัพเกรดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mac ครั้งใหญ่ ทั้งในส่วนของ MacBook Air ชิป M5 ที่แรงขึ้นกว่าเดิมถึง 3.5 เท่า ส่วนความเร็ว CPU คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15-25% และประสิทธิภาพกราฟิก (GPU) อาจดีขึ้นถึง 45% เมื่อเทียบกับชิป M4 ตลอดจน MacBook Pro รุ่นที่ใช้ชิป M5 Pro และ M5 Max โดยเน้นการอัพเกรดความแรงของชิปเป็นหลักในช่วงครึ่งปีแรก รวมถึงกำลังปรับโฉมครั้งใหญ่ พร้อมหน้าจอ OLED แบบสัมผัสได้  ตัวเครื่องบางลง รองรับการเชื่อมต่อ Cellular ในตัว และอาจข้ามไปใช้ชิป M6 Pro และ M6 Max  และข่าวลือ Apple กำลังพัฒนา MacBook รุ่นราคาประหยัดที่อาจเปิดตัวในปีนี้ โดยเลือกใช้ชิป A18 Pro เพื่อควบคุมต้นทุนให้ต่ำลง Apple เดินหน้าอัพเกรดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Mac ครั้งใหญ่ ทั้งการนำชิป M5 มาใช้ใน MacBook Air และการเตรียมปรับโฉมครั้งสำคัญของ MacBook Pro ในช่วงปลายปีครับ  หากข่าวดังกล่าวเป็นความจริงนั้นบริษัทมอง MacBook Pro รุ่นที่มีราคาถูกนั้นน่าจะเป็นประเด็นบวกต่อบริษัทอย่างชัดเจน เพราจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ได้กว้างขึ้น นอกเหนือ จากรุ่นที่แพงที่มีกำหนดเปิดตัวช่วงปลายปี 2569 ที่เข้ามาเสริม รวมมองปัจจัยดังกล่าวคงจะสนับสนุนให้รายได้ในกลุ่มสินค้าแบรนด์ Apple ของบริษัทเติบโตยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีสัดส่วนรายได้ราว 10%@ ปีนี้ขอโต 20% ขณะที่แนวโน้มรายได้ในปี 2569 คาดจะเพิ่มขึ้นราว 20% เมื่อเทียบกับปี 2568 ผลธุรกิจมีแนวทางทำการตลาดในส่วนต่างๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น นอกเหนือจากการที่ธุรกิจสามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น            ส่วนกลยุทธ์การดำเนินงานจากนี้ยังจะเน้นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติม โดยเฉพาะการทำตลาดสินค้ากลุ่ม ”แอปเปิ้ล“ ผ่านการเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบสแตนอโลนภายใต้ชื่อ “Advice iStore” ให้มากขึ้น จากสิ้นปี 2568 ที่คาดมีสาขาในส่วนดังกล่าวราว 17 สาขา เพื่อขยายช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติมและสนับสนุนการเติบโตของรายได้ให้กับบริษัทในอนาคต                 ขณะเดียวกันทาง ADVICE จะมีการนำเสนอสินค้าใหม่และบริการในกลุ่มไอทีและอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง หวังตอบสนองความต้องการของกลุ่มต่างๆ ให้สามารถเข้าถึงได้กว้างขึ้น และยังเป็นแรงสนับสนุนให้ภาพรวมธุรกิจปีนี้เป็นไปตามที่ประเมินไว้@ ไอทีคึกต่อเนื่อง นายณัฏฐ์ กล่าวว่า บรรยากาศอุตสาหกรรมไอทีในปี 2569 ประเมินว่าจะยังสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากปี 2568  เนื่องจากยังได้รับผลบวกจากการยกเลิกการสนับสนุน Windows 10 ส่งผลให้ซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันอื่นๆ จำเป็นต้องมีการอัปเดตระบบปฏิบัติการ ประกอบมีการเปิดตัวโปรดักต์ใหม่ๆ ทั้งไอที, มือถือ ฯลฯ ที่มากขึ้นต่อเนื่อง@ สตอรี่เด่นอนาคต 7.20 บ.                 ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ADVICE ให้ราคาเป้าหมาย 7.20 บาท  เพราะมองตลาดไอทีปี 2569 จะยังสามารถเติบโตต่อเนื่องจากปี 2568 ผลจากสถานการณ์สินค้าไอทีขาดแคลนคาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง  ส่วนกำไรปี 2568 ฝ่ายวิเคราะห์คาดเติบโตประมาณ 18% จากปี 2567 มาอยู่ที่ 278 ล้านบาท หลังจากช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 นั้นทาง ADVICE สามารถทำกำไรได้คิดเป็นราว 75% ของคาดการณ์ดังกล่าว ประกอบกับมองทิศทางธุรกิจในไตรมาส 4/2568 จะยังดีต่อเนื่อง ผลมาจากรับรู้รายได้ iPhone เต็มไตรมาสเข้ามาเสริม

แอบส่องคอมเม้นต์สุดเดือด เมื่อมีการโพสต์ภาพเปรียบเทียบตัวละครจากเกม Stellar Blade กับ Fable ที่ยืนในท่าเดียวกัน
อ่าน

แอบส่องคอมเม้นต์สุดเดือด เมื่อมีการโพสต์ภาพเปรียบเทียบตัวละครจากเกม Stellar Blade กับ Fable ที่ยืนในท่าเดียวกัน

กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อผู้ใช้งาน X ที่ชื่อว่า LearningTheLaw ได้โพสต์ข้อความและรูปตัวละครประมาณว่า "ผู้หญิงเกาหลี (Eve จาก Stellar Blade) เทียบกับผู้หญิงอังกฤษ (Fable 2026) โพสท่าเดียวกัน" ซึ่งงานนี้ได้มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาคอมเม้นต์ภาพกันยกใหญ่ ซึ่งเราไปส่องกันดูดีกว่ามีความคิดเห็นกันอย่างไรบ้าง"ผมเพิ่งเริ่มกลับไปเล่นเกมนี้ (Stellar Blade) อีกรอบพอดีก่อนจะมาเห็นนี่เลย มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ ระบบการต่อสู้สนุกมาก""นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไม Stellar Blade ถึงยังคงขายได้อยู่จนถึงตอนนี้""พวกเขาเรียกผู้หญิงยุคกลางหน้าตาดีจากเกม Knights Path ว่าเป็น ผู้หญิงที่ไม่สมจริง และก็เรียกผู้หญิงจากอนาคตหน้าตาดีอย่าง Stellar Blade ว่าเป็น ผู้หญิงที่ไม่สมจริง เหมือนกัน มันแทบจะเหมือนว่ามีวาระบางอย่างในการเกลียดผู้หญิงที่ดูสวย ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยหรือฉากหลังแบบไหนก็ตาม""ผมเพิ่งเริ่มกลับมาเล่นมันอีกรอบพอดีก่อนจะเห็นโพสต์นี้เลย เป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ ระบบต่อสู้สนุกสุด ๆ""พวกเขาจะบอกว่าคนทางซ้ายนั้นไม่สมจริง ทั้งที่ไม่รู้เลยว่ามันถูกสร้างขึ้นจากผู้หญิงจริง ๆ"(ข้อมูลเสริมจากทีมงาน: คุณ Shin Jae-eun เธอเป็นนางแบบสาวสวยสัญชาติเกาหลีใต้ที่มีแฟน ๆ ติดตามอยู่ทั่วโลก ด้วยหน้าตาที่ดูน่ารักและรูปร่างที่สมส่วนจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าจะมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก เธอนั้นเป็นทั้งนางแบบที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและเธอยังเป็นต้นแบบโมเดลร่างกายของ Eve ตัวละครเอกจากเกม Stellar Blade)"นักพัฒนาเกมฝั่งตะวันตกนี่ใส่ความเป็น ผู้ชาย ลงในตัวผู้หญิงได้จริง ๆ""ตอนนี้ผมยอมซื้อ Stellar Blade เพื่อจะแดกดัน นักพัฒนาเกมฝั่งตะวันตก ถึงแม้ว่าเกมแนวนี้จะไม่ใช่ทางของผมก็ตาม ว่ามีวิธีลบภาพทางขวาออกจากความทรงจำของเราได้ไหม?""ผมเลือก Eve นะ ไม่โกหกเลย ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าคนทางขวานั่นคืออะไรกันแน่""นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อคุณเลิกจ้างคนที่มความรู้ ความสามารถจริง ๆ แล้วหันไปจ้างคนที่มีความคิดอ้างอิงจากเพศ สีผิว ศาสนา หรือจุดยืนทางการเมืองเข้ามาแทน มีแต่เรื่องการเมืองไร้สาระมากเกินไป การพยายามเอาใจทุกคน สุดท้ายก็จะไม่ถูกใจใครเลย""Eve น่ารักมาก ๆ เลยละ""สำหรับผม ทั้งสองคนก็ดูแย่พอ ๆ กัน""ภายในเกมควรมีผู้หญิงหน้าตาดูปกติมากกว่านี้ แบบเดียวกับในเกม Stellar Blade""ผมนี่สงสัยจริง ๆ ว่า มีใครใน Microsoft นั้น เตรียมใจไว้บ้างหรือว่า Fable ภาคใหม่จะล้มเหลวอย่างยับขนาดไหน""ผมเลือก Eve นะ พูดตรง ๆ เลย ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าไอ้สิ่งประหลาดรูปทางขวานั่นคืออะไร"เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านคอมเม้นต์เพิ่มเติมได้ที่ https://x.com/Mangalawyer/status/2014916516081283147อ้างอิงข้อมูลจากhttps://x.com/Mangalawyer/status/2014916516081283147

LEGO เปิดตัวเซ็ตคอลเล็กชั่น Pokemon ราคาตั้งแต่หลักพันยันหลักหมื่นบาท
อ่าน

LEGO เปิดตัวเซ็ตคอลเล็กชั่น Pokemon ราคาตั้งแต่หลักพันยันหลักหมื่นบาท

เหล่าเทรนเนอร์และแฟนคลับโปเกมอนเตรียมพร้อมกันได้เลย เมื่อ LEGO แบรนด์ตัวต่อชื่อดังของโลกได้ร่วมคอลแลบกับ The Pokemon Company ในการออกชุดคอลเล็กชั่นใหม่ โดยเริ่มจากชุด LEGO Pokemon Venusaur, Charizard and Blastoise ที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนตัวต่อทั้งสิ้น 6,838 ชิ้น สนนราคาอยู่ที่ 650 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 20,400 บาทถัดมาเป็นชุด LEGO Pokemon Pikachu and Poke Ball ที่ประกอบไปด้วยตัวต่อ 2,050 ชิ้น ราคา 200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,300 บาท และชุด Lego Pokemon Eevee ที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนตัวต่อ 587 ชิ้น ราคา 60 ดอลลาร์ หรือราว 1,900 บาทครับนอกเหนือจาก 3 ชุดที่กล่าวไปข้างต้น ก็ยังมีชุดโปรโมชั่นอย่าง Kanto Region Badge Collection ที่เป็นของแถมเมื่อทำการซื้อชุด LEGO Pokemon Venasuar, Charizard และ Blastoise ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม และชุด Mini Pokemon Center ที่เป็นรางวัลสำหรับสมาชิก LEGO Insiders โดยสามารถนำคะแนนจำนวน 2,500 คะแนนมาแลกรับได้ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป ซึ่ง LEGO Insiders สามารถสมัครได้ฟรี และจะได้รับ 6.5 คะแนนทุก ๆ การใช้จ่าย 1 ดอลลาร์ครับ ทั้งนี้ ในส่วนของชุด LEGO Pokemon ประจำคอลเล็กชั่นนี้จะเริ่มวางขายวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ เฉพาะสำหรับสมาชิก LEGO Insiders และวางจำหน่ายวันที่ 1 มีนาคมสำหรับบุคคลทั่วไปที่สนใจ ใครเป็นแฟนเลโก้หรือโปเกมอนก็อย่าพลาดล่ะ!แปลและเรียบเรียงจากhttps://www.pokemon.com/us/pokemon-news/the-lego-group-reveals-first-ever-lego-pokemon-sets-and-trainer-challengehttps://www.polygon.com/lego-pikachu-pokemon-price-fan-reaction-price-mega-blok-eevee/https://www.cnet.com/culture/entertainment/these-lego-sets-let-you-catch-pokemon-in-a-whole-new-way/

รีวิว Wingstop ร้านไก่ทอดจากอเมริกา สาขาแรกในไทย MBK Center
อ่าน

รีวิว Wingstop ร้านไก่ทอดจากอเมริกา สาขาแรกในไทย MBK Center

ไก่จุ่มซอสเจ้าดังจากอเมริกา ในที่สุดก็เดินทางมาถึงไทยแลนด์แล้ววันนี้! ตามมาดู รีวิว Wingstop วิงสต๊อป ร้านไก่ทอดจากอเมริกา สาขาแรกในไทย MBK Center แบรนด์ที่หลายคนเฝ้ารอ ร้านอาหารระดับโลกที่มีกว่า 3,000 สาขาใน 18 ประเทศทั่วโลกแต่วันนี้เราไม่ต้องบินไปกินที่ไหนไกล ใครที่ชอบกินไก่จุ่มซอสอยู่แล้ว ขอให้มาลองชิมได้ใจกลางกรุงเทพฯ ความน่าอีทจะสักแค่ไหนกันเชียว พร้อมแล้วมาดู! Wingstop ร้านไก่ทอดจากอเมริกา MBK Center Wingstop (วิงสต๊อป) แบรนด์ระดับโลกที่สร้างตำนานความอร่อยมาแล้วกว่า 18 ประเทศทั่วโลก แลนดิ้งสู่เมืองไทยอย่างเป็นทางการ ปักหมุดสาขาแรกที่ MBK Center ชั้น 2 พร้อมให้สายกินได้พิสูจน์ปรากฎการณ์ Bring The Flavor ที่เป็นกระแสไปทั่วโลกแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป โดยงานนี้ได้ เนม-ปราการ ไรวา ที่สลัดคราบนักร้องนำวง Getsunova ก้าวขึ้นแท่นหัวหอกของแบรนด์ในฐานะผู้บริหารแบรนด์วิงสต๊อปประเทศไทย หรือ Wingstop Bro เพื่อนำทัพและสร้างปรากฏการณ์ทางด้านรสชาติให้คนไทยด้วยตนเอง Were not in the wings business. Were in the flavour business. การมาถึงของ Wingstop ประเทศไทย ภายใต้การนำทีมของ "เนม-ปราการ ไรวา" ผู้บริหารแบรนด์วิงสต๊อปประเทศไทย หรือ Wingstop Bro พร้อมจุดยืนที่ชัดเจนว่า เราไม่ได้ทำธุรกิจไก่ทอด (Wings Business) แต่เราทำธุรกิจแห่งรสชาติ (Flavor Business) เพราะเชื่อว่ารสชาติไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็น ประสบการณ์ ที่สะท้อนตัวตนและทำให้ชีวิตของผู้คนมีรสชาติพิเศษขึ้นในทุกๆ วัน และนี่คือวัฒนธรรม ความอร่อยแบบใหม่ที่แบรนด์ตั้งใจมอบให้กับคนไทยได้สัมผัสร่วมกับอีกหลายประเทศทั่วโลก 9 รสชาติซิกเนเจอร์บน Flavour Scale พบกับไลน์อัพความอร่อยที่ Wingstop จัดมาให้ครบทุกสเปกตรัม โดยไล่ระดับตาม Heat Scale ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ดังนี้ NO HEAT - ไม่เผ็ดแต่อร่อย GARLIC PARMESAN (การ์ลิก พาร์เมซาน) - หอม มัน นัว! การรวมตัวของ Savory Garlic และ Buttery Parmesan ที่ให้ความหอม เค็มกลมกล่อมแทรกความมันนัวอร่อยแบบลงตัวสุดๆ LEMON PEPPER (เลมอน เปปเปอร์) - ราชินีแห่งรสชาติ ผสานความเปรี้ยวสดใสของเลมอน หยอดพริกไทยในรูปแบบ Dry Rub (แบบแห้ง) เคี้ยวกรอบสนั่น เหมาะกับการเป็นเมนูเริ่มต้นในการปลดล็อคประสบการณ์ทางรสชาติ ใครไม่สั่ง = มาไม่ถึง Wingstop HICKORY SMOKED BBQ (ฮิกคอรี สโมก บาร์บีคิว) - ไม่เผ็ดก็เด็ดได้! ด้วยซอสบาร์บีคิวที่ทำถึง เข้มข้นเคลือบไก่ทอดร้อนๆ จนฉ่ำวาว หอมกลิ่นควันไม้ฮิกคอรี่เข้มข้น ผสานกับความหวานเค็มนัวครบจบในคำเดียว อร่อยจนวางไม่ลง SOME HEAT - เผ็ดกำลังดี HOT HONEY RUB (ฮอท ฮันนี่ รับ) - นิยามของคำว่า กลมกล่อม การคอลแลปส์ที่ลงตัวระหว่าง 'น้ำผึ้งหวานฉ่ำ' และ 'พริกเผ็ดร้อน' เติมความอร่อยมาในรูปแบบ Dry Rub (แบบแห้ง) ที่ล็อคความกรอบให้ฟินทุกคำ! ฟินจนต้องเลียนิ้ว! LOUISIANA RUB (หลุยเซียน่า รับ) - สายกรอบต้องจัด! ไก่ทอดร้อนๆ คลุกเคล้าเครื่องเทศ Cajun (เคจัน) แบบ Dry Rub (แบบแห้ง) บนไก่ร้อนๆ ทำให้คงความกรอบและหอมฟุ้งไปทั่วปาก TEXAS BUFFALO (เท็กซัส บัฟฟาโล) - รสชาติแห่งจุดเริ่มต้น ซอสสูตรแรกที่ถูกคิดค้น ตำนานความเผ็ดเปรี้ยวจากเท็กซัสที่จัดจ้านและถึงใจคนทั่วโลก ALL THE HEAT - เผ็ดถึงใจ MANGO HABANERO (แมงโก ฮาบาเนโร) - หวานฉ่ำมะม่วง ตัดกับความเผ็ดฮาบาเนโรแบบจัดจ้าน รสชาติผู้ดีแบบมีมิติ เป็นรสชาติที่หาอะไรมาแทนได้ยาก INFERNO (อินเฟอร์โน) - เผ็ดแบบไฟลุก ความเร่าร้อนระดับ 3 ดาว เป็นความเผ็ดที่แสนสนุก มีสัมผัสของแป้งกรุบ จำลองความระอุของเปลวไฟที่เกิดขึ้นภายในปาก จนต้องร้องว่า อร่อยแบบตะโกน ATOMIC BLAST (อะตอมมิค บลาสต์) - ความเผ็ดระดับปรมาณูที่ระเบิดความเผ็ดในคำแรกแล้วค่อยๆ กระจายความแสบร้อนออกมา เหมาะสำหรับสายโหดที่ชอบความท้าทาย *รสชาติเฉพาะสำหรับ 2 ประเทศในโลก (ไทย,อินโดนีเซีย) การเปิดตัวที่ MBK Center ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเปิดร้านอาหาร แต่ Wingstop ตั้งใจให้พื้นที่นี้เป็น Space ของคนรุ่นใหม่ ที่ทุกคนสามารถมาจอย มาแฮงค์เอาท์ และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม "Bring the Flavor" พร้อมเครื่องเคียงไฮไลท์อย่าง Voodoo Fries เฟรนช์ฟรายส์ราดชีสเยิ้มๆ และเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมอร่อยไม่เหมือนใคร และที่ขาดไม่ได้คือ Ranch แรนช์ดิป ที่เอาไว้จุ่มบูสความอร่อยได้ทุกเมนู สูตรต้นตำรับที่เป็นลายเซ็นของ Wingstop ที่ทำสดใหม่ในร้านทุกวัน ไม่ใช่ซอสสำเร็จรูป ด้วยรสชาติความนัวที่เป็นเอกลักษณ์จนกลายเป็น "ต้นแบบ" ที่หลายแบรนด์พยายามเลียนแบบแต่ก็ไม่มีใครทำได้เหมือน มาพิสูจน์ความอร่อยที่เป็นกระแสไปทั่วโลกกันได้ที่ Wingstop MBK Center ชั้น 2 ได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป รับรองว่ารสชาติถูกปากคนไทยเชื้อสายกินแน่นอน! ข้อมูลร้าน Wingstop Thailand พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vxrbLMpt3zBqknG38 ที่อยู่ : MBK Center โซน A ชั้น 2 ติด Skywalk ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ร้านเปิดบริการ : 10.00 - 02.00 น. ที่จอดรถ : มี เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/wingstopth/ บทความที่คุณอาจสนใจ 15 ร้านอาหาร MBK Center 2025 อร่อยฟิน หลากหลายของกินใจกลางเมือง กินอะไรดี 25 ร้านอาหาร สยามสแควร์ 2025 ของกินสยาม ร้านดัง อร่อยปังๆ 20 ร้านอาหาร สยามเซ็นเตอร์ 2025 รวมของอร่อย ติดรถไฟฟ้า ใจกลางเมือง

Among Us เกม social deduction สุดปั่นประกาศคอลแลปส์กับ Stardew Valley เกมทำฟาร์มสุดชิล!
อ่าน

Among Us เกม social deduction สุดปั่นประกาศคอลแลปส์กับ Stardew Valley เกมทำฟาร์มสุดชิล!

Innersloth ได้ประกาศพร้อมเปิดประตูต้อนรับเหล่าชาวไร่สู่เกม social deduction สุดปั่นในการคอลแลปส์ครั้งใหม่อย่าง Among Us x Stardew Valley ! หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทางทีม Innersloth นั้นได้มีการแง้มการคอลแลปส์ด้วยภาพเงาปริศนาออกมา (โพสต์นี้) ! โดยการคอลแลปส์ในครั้งนี้นั้นจะเริ่มตั้งแต่ 18 พฤศจิกายน - 18 กุมภาพันธ์ 2026! ซึ่งในช่วงระยะเวลาของการคอลแลปส์นั้น Stardew Cosmicube จะเปิดให้สามารถกดซื้อได้ในหน้าร้านค้าในราคา 3300 Beans ! (Beans เป็นหน่วยเงินภายในเกมที่สามารถรับได้จากการเล่นตัวเกมโหมด Online แบบปกติ) ซึ่งภายใน Cosmicube นั้นก็มีไอเทมมากมายตั้งแต่ สกิน , หมวก , ของประดับ , Pet และ Nameplate ด้วยกัน! ภายใน Stardew Cosmicube นั้นก็จะมีไอเทมต่าง ๆ ดังนี้Junimo PetKrobus PetAbigail’s Outfit SkinAbigail’s Locks HatDance of the Moonlight Jellies NameplateDay’s End NameplateFeathery Friend – Blue HatFeathery Friend – Void HatFeathery Friend – White HatGrandpa’s Beard VisorGrandpa’s Nightcap HatIt’s a New Day NameplateLooking For These? SkinLewis’s Overalls SkinLewis’s Moustache VisorLewis’s Cap HatLinus’s Hair HatLinus’s Beard VisorLinus’s Leaves SkinPrized Straw HatMr. Qi’s Suit SkinMr. Qi’s Shades VisorMr. Qi’s HatSebastian’s Bangs HatSebastian’s Hoodie SkinSpring’s Parsnip HatSummer’s Melon HatVoid Egg HatWork Overalls Skinภาพจากภายในเกมภาพจากภายในเกมที่มา : innersloth

พลิกโฉมแท็บเล็ต! iPad Pro M5 (2025) ขุมพลัง AI ที่จ่อแทนที่แล็ปท็อป
อ่าน

พลิกโฉมแท็บเล็ต! iPad Pro M5 (2025) ขุมพลัง AI ที่จ่อแทนที่แล็ปท็อป

Apple ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดแท็บเล็ตอีกครั้งด้วยการเปิดตัว iPad Pro ใหม่ปี 2025 ซึ่งมาพร้อมกับการอัปเกรดครั้งใหญ่ที่หัวใจหลักอย่าง ชิป M5 ยกระดับทั้งประสิทธิภาพการประมวลผลและการทำงานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้ก้าวไปอีกขั้น วันนี้ TrueID จะมาเจาะลึกว่าแท็บเล็ตพลัง AI รุ่นนี้จะมีจุดที่น่าสนใจ และการมาครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อตลาดแท็บเล็ตบ้าง คุณสมบัติและฟีเจอร์เด่น: ชิก M5 คือก้าวกระโดดที่แท้จริง การมาของ iPad Pro M5 ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงความเร็วตามปกติ แต่เป็นการปรับเปลี่ยนสถาปัตยกรรมภายในเพื่อรองรับโลกของ AI และงานระดับโปรอย่างเต็มตัว หัวใจสำคัญ: ชิป M5 และ AI Performance สุดยอดขุมพลัง: ชิป Apple M5 คือหัวใจหลักที่ทำให้ iPad Pro ใหม่นี้ทรงพลังที่สุดในตลาดแท็บเล็ต ด้วย CPU สูงสุด 10-core และ GPU 10-core (แตกต่างกันตามความจุ) ก้าวกระโดดด้าน AI: ชิป M5 มาพร้อมกับ Neural Engine 16-core ที่เร็วขึ้นอย่างมหาศาล และมีสถาปัตยกรรม Neural Accelerator ที่ฝังอยู่ในทุกคอร์ของ GPU ทำให้: ประสิทธิภาพ AI เร็วขึ้นกว่า M4 สูงสุด 3.5 เท่า และ เร็วขึ้นกว่า iPad Pro ชิป M1 สูงสุด 5.6 เท่า รองรับ Apple Intelligence: พลัง AI นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเร่งความเร็วในการประมวลผล Apple Intelligence (ระบบอัจฉริยะส่วนตัวของ Apple) และงาน AI เฉพาะทาง เช่น การสร้างภาพแบบ Diffusion-based ในแอปอย่าง Draw Things หรือ AI Video Masking ใน DaVinci Resolve สเปกหน่วยความจำ: รุ่น 256GB และ 512GB มาพร้อม RAM 12GB ส่วนรุ่น 1TB และ 2TB ได้รับ RAM 16GB จอภาพ Ultra Retina Tandem OLED จอภาพที่ดีที่สุด: iPad Pro ใหม่ยังคงใช้จอภาพเทคโนโลยี Ultra Retina Tandem OLED ที่ให้ความสว่าง ความแม่นยำของสี และคอนทราสต์ที่เหนือกว่า โดยมีความสว่างสูงสุดถึง 1,600 nits ตัวเลือกกระจก Nano-texture: สำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องการความแม่นยำสูงสุดในการทำงานด้านสีและการวาดภาพ รุ่นความจุ 1TB และ 2TB มีตัวเลือก กระจก Nano-texture ที่ช่วยลดแสงสะท้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อุปกรณ์เสริมใหม่เพื่อมืออาชีพ Apple Pencil Pro: รองรับ Apple Pencil Pro ที่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น บีบ (Squeeze) เพื่อเรียกเครื่องมือ และ การหมุน (Roll) เพื่อควบคุมหัวแปรง รวมถึงฟีดแบ็กการตอบสนองแบบสั่น (Haptic Feedback) Magic Keyboard ใหม่: ถูกออกแบบให้ บางและเบาลง แต่มาพร้อม แทร็คแพดขนาดใหญ่ขึ้น และมี ปุ่มฟังก์ชันแถวบนสุด (Function Row) ที่ผู้ใช้แล็ปท็อปคุ้นเคย ดีขึ้นอย่างไร และเหมาะกับใคร? ดีขึ้นอย่างไร (เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า): พลัง AI มหาศาล: นี่คือการอัปเกรดที่สำคัญที่สุด iPad Pro M5 เป็นแท็บเล็ตที่ถูกสร้างมาเพื่อประมวลผล AI บนตัวเครื่องโดยเฉพาะ ทำให้การใช้งาน Apple Intelligence และแอปพลิเคชันสร้างสรรค์ AI เป็นไปอย่างรวดเร็วและประหยัดพลังงาน Multitasking ที่ราบรื่น: ด้วยพลังของ M5 และ iPadOS 26 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ การทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) และการสลับแอปทำได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อนาคตที่ยาวนาน: ผู้ใช้ที่ลงทุนกับ M5 จะได้รับอายุการใช้งานด้านซอฟต์แวร์และการรองรับฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตที่ยาวนานที่สุด iPad Pro M5 เหมาะสำหรับ: ครีเอเตอร์/โปรดิวเซอร์: ผู้ที่ทำงานด้านวิดีโอ 4K/8K, เรนเดอร์ 3D, หรือใช้งานแอปพลิเคชันสร้างสรรค์ที่กินทรัพยากรสูง เช่น DaVinci Resolve, Logic Pro หรือ Procreate นักพัฒนา/วิศวกร: ผู้ที่ต้องรัน Machine Learning Models หรือทำงานที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่บนอุปกรณ์โดยตรง ผู้ใช้ที่อัปเกรดจากรุ่นเก่า (M1 หรือเก่ากว่า): ผู้ที่ใช้ iPad Pro รุ่นเก่าจะได้รับประสบการณ์ที่ก้าวกระโดดอย่างชัดเจนทั้งด้านความเร็วและจอภาพ ราคาเปิดตัวในไทย ราคาเปิดตัวของ iPad Pro M5 ในไทย (สำหรับรุ่น Wi-Fi ความจุ 256GB) มีดังนี้ รุ่น iPad Pro 11 นิ้ว ราคาเริ่มต้น (Wi-Fi) 35,900 บาท และราคาเริ่มต้น (Wi-Fi + Cellular) 42,900 บาท ในขณะที่ iPad Pro 13 นิ้ว ราคาเริ่มต้น (Wi-Fi) 47,900 บาท และ 54,900 บาท สำหรับราคาเริ่มต้น รุ่น Wi-Fi + Cellular โดยราคาจะปรับสูงขึ้นตามความจุ (สูงสุด 2TB) และตัวเลือกกระจก Nano-texture ผลกระทบต่อตลาด ยกระดับคำจำกัดความของแท็บเล็ต: iPad Pro M5 ได้ตอกย้ำว่าแท็บเล็ตระดับพรีเมียมไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ "บริโภคสื่อ" อีกต่อไป แต่เป็น "เครื่องมือสร้างสรรค์" ที่สามารถทำงานหนักเทียบเท่า (หรือเหนือกว่า) แล็ปท็อประดับกลาง-สูงได้ ผลักดันให้คู่แข่ง Android ต้องเร่งพัฒนาชิปเซ็ตและซอฟต์แวร์ให้ก้าวทัน แรงกดดันต่อ MacBook Air: ประสิทธิภาพที่สูงมากของ M5 ประกอบกับ Magic Keyboard ใหม่ ทำให้ iPad Pro M5 กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการทำงานที่เน้นความพกพาสูง จนอาจแย่งส่วนแบ่งผู้ซื้อบางส่วนที่เดิมเคยมองหา MacBook Air M2/M3 เปิดประตูสู่ Apple Intelligence: การเพิ่มพลัง AI อย่างชัดเจนบน M5 เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับ Apple Intelligence ที่จะมาพร้อมกับ iPadOS 26 ทำให้ iPad Pro กลายเป็น แพลตฟอร์ม AI ส่วนตัว ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ผู้ใช้ทั่วไปยังต้องพิจารณา: สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่เน้นดูหนัง ฟังเพลง หรือทำงานเอกสารเบา ๆ iPad รุ่นมาตรฐานหรือ iPad Air อาจยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า เนื่องจากพลังของ M5 นั้น "เกินจำเป็น" สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน สรุปแล้ว การเปิดตัว iPad Pro M5 (2025) เป็นการยกระดับแท็บเล็ตให้เป็นสุดยอดเครื่องมือระดับโปร ด้วยขุมพลังจาก ชิป M5 ที่มี Neural Engine 16-core ส่งผลให้ประสิทธิภาพด้าน AI เร็วขึ้นกว่ารุ่น M1 ถึง 5.6 เท่า และออกแบบมาเพื่อรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence โดยเฉพาะ พร้อมหน้าจอ Ultra Retina Tandem OLED ที่งดงาม และรองรับอุปกรณ์เสริมใหม่ ๆ เช่น Apple Pencil Pro และ Magic Keyboard ที่บางลง แม้จะมีราคาเริ่มต้นในไทยที่ค่อนข้างสูง (รุ่น 11 นิ้ว เริ่ม 35,900 บาท และ 13 นิ้ว เริ่ม 47,900 บาท) แต่ iPad Pro M5 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมืออาชีพและครีเอเตอร์ที่ต้องการพลังประมวลผลสูงสุดสำหรับการทำงานที่ซับซ้อน เช่น การตัดต่อวิดีโอ 8K และงาน AI กราฟิก ทำให้แท็บเล็ตนี้เป็นทางเลือกที่ท้าชนกับแล็ปท็อประดับสูงอย่างแท้จริง Credit : Apple

รวมปุ่มลัด คีย์บอร์ด Mac เอาใจสาย Apple
อ่าน

รวมปุ่มลัด คีย์บอร์ด Mac เอาใจสาย Apple

การใช้งาน Mac OS จะสะดวกและรวดเร็วกว่าเดิมมาก หากคุณจดจำและใช้งานคีย์ลัดต่างๆ ได้คล่อง เพราะจะช่วยประหยัดเวลาและลดการใช้เมาส์หรือแทร็กแพดได้เป็นอย่างดี โดยเรา TrueID ได้รวบรวมปุ่มคีย์ลัดสำคัญบนคีย์บอร์ด Mac OS ที่ครอบคลุมสำหรับการทำงานทั้งหมดมาให้เพื่อนๆ นำไปเพิ่ม Productivity กันแล้วครับ ตามนี้เลย ภาพโดย Pexels จาก Pixabay 1. คีย์ลัดพื้นฐานสำหรับทำงานทั่วไป กลุ่มคีย์ลัดเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ Mac ทุกคนควรจำ เพราะใช้ได้กับแทบทุกแอปพลิเคชัน ถือว่าเป็นปุ่มลัดเบสิคครับ ตามนี้เลย Command (⌘) + C: คัดลอก (Copy) Command (⌘) + X: ตัด (Cut) Command (⌘) + V: วาง (Paste) Command (⌘) + Z: ยกเลิกคำสั่ง (Undo) Command (⌘) + Shift + Z: ทำซ้ำคำสั่งที่ยกเลิกไป (Redo) Command (⌘) + A: เลือกทั้งหมด (Select All) Command (⌘) + S: บันทึกเอกสาร (Save) Command (⌘) + P: พิมพ์เอกสาร (Print) Command (⌘) + W: ปิดหน้าต่างที่ใช้งานอยู่ (Close Window) Command (⌘) + Q: ออกจากแอปพลิเคชัน (Quit App) Command (⌘) + F: ค้นหา (Find) 2. คีย์ลัดสำหรับการจัดการหน้าต่างและแอปพลิเคชัน คีย์ลัดชุดนี้ จะช่วยให้คุณสลับไปมาระหว่างแอปและจัดการหน้าต่างต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว Command (⌘) + Tab: สลับไปยังแอปพลิเคชันที่ใช้งานล่าสุด Command (⌘) + M: ย่อหน้าต่างที่ใช้งานอยู่ลง Dock Command (⌘) + H: ซ่อนหน้าต่างของแอปที่กำลังใช้งานอยู่ Command (⌘) + Space bar: เปิด/ปิด Spotlight Search เพื่อค้นหาสิ่งต่างๆ ในเครื่อง Command (⌘) + Option + Esc: บังคับปิดแอปพลิเคชัน (Force Quit) ภาพโดย free stock photos from www.picjumbo.com จาก Pixabay 3. คีย์ลัดสำหรับการทำงานกับข้อความและเอกสาร เพิ่มความเร็วในการพิมพ์และแก้ไขเอกสารให้ง่ายขึ้น สำหรับสายทำงาน คีย์ลัดกลุ่มนี้ควรจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงานได้อีกเยอะ Command (⌘) + B: ทำตัวอักษรเป็นตัวหนา Command (⌘) + I: ทำตัวอักษรเป็นตัวเอียง Command (⌘) + U: ขีดเส้นใต้ตัวอักษร Command (⌘) + Left Arrow: ย้ายเคอร์เซอร์ไปจุดเริ่มต้นของบรรทัด Command (⌘) + Right Arrow: ย้ายเคอร์เซอร์ไปจุดสุดท้ายของบรรทัด Option (⌥) + Left Arrow: ย้ายเคอร์เซอร์ไปข้างหน้าทีละ 1 คำ Option (⌥) + Right Arrow: ย้ายเคอร์เซอร์ไปข้างหลังทีละ 1 คำ 4. คีย์ลัดสำหรับ Finder และการจัดการไฟล์ ปุ่มลัดสำหรับ Mac ชุดนี้ จะช่วยให้การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ใน Finder เป็นเรื่องง่าย Command (⌘) + N: เปิดหน้าต่าง Finder ใหม่ Command (⌘) + Shift + N: สร้างโฟลเดอร์ใหม่ Command (⌘) + Delete: ย้ายไฟล์ที่เลือกไปที่ถังขยะ Command (⌘) + Shift + Delete: ล้างถังขยะ Space bar: ใช้ Quick Look เพื่อดูตัวอย่างไฟล์อย่างรวดเร็ว Command (⌘) + I: ดูข้อมูลของไฟล์หรือโฟลเดอร์ (Get Info) ภาพโดย Pexels จาก Pixabay 5. คีย์ลัดสำหรับการถ่ายภาพหน้าจอ (Screenshot) Command (⌘) + Shift + 3: ถ่ายภาพหน้าจอทั้งหมด Command (⌘) + Shift + 4: ถ่ายภาพหน้าจอเฉพาะส่วนที่เลือก Command (⌘) + Shift + 5: เปิดเมนูสำหรับบันทึกภาพหน้าจอและวิดีโอหน้าจอ ถ้าเราใช้งานคีย์ลัดบน Mac เหล่านี้อย่างคล่องแล้ว เชื่อว่าจะช่วยให้การทำงานของเรารวดเร็วขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพแน่นอนครับ

เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ เปิดตัว 6 เมนูใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ด้วยพลังซุปเปอร์ฟู้ดจาก ไข่ผำ
อ่าน

เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ เปิดตัว 6 เมนูใหม่ ใส่ใจสุขภาพ ด้วยพลังซุปเปอร์ฟู้ดจาก ไข่ผำ

"เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์" ร้านคาเฟ่ชั้นนำจากฮ่องกงสู่ไทย ภายใต้การบริหารงานโดยอิมแพ็ค เมืองทองธานี ขอยกระดับประสบการณ์มื้อพิเศษเอาใจคนรักสุขภาพ ด้วยการเปิดตัว 6 เมนูใหม่ที่ประกอบด้วย 3 เมนูอาหารและ 3 เมนูเครื่องดื่มชั้นดี ที่ผสมผสานคุณประโยชน์จาก วอล์ฟเฟีย หรือ ไข่ผำ พืชน้ำจืดขนาดเล็กที่ถูกยกให้เป็นซุปเปอร์ฟู้ดของคนไทยยุคใหม่ พร้อมให้บริการ ราคาเริ่มต้น 150 - 340 บาท ตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน นี้ ที่ร้าน "เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์" วอล์ฟเฟีย หรือ ไข่ผำ เป็นพืชน้ำจืดที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยโปรตีนคุณภาพสูงกว่า 40% ไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกาย จึงถูกขนานนามว่าเป็น โปรตีนทางเลือกจากธรรมชาติ ที่ดีต่อสุขภาพ ปลอดภัย เหมาะกับคนรักสุขภาพ ในครั้งนี้ The Coffee Academics Thailand นำ วอล์ฟเฟีย มารังสรรค์เป็นเมนูอาหารสุดพิเศษ 3 เมนู ได้แก่ Wolffia Mushroom Ravioli in Creamy Parmesan Sauce - ราคา 320.-บาทราวิโอลี่โฮมเมดไส้เห็ดและทรัฟเฟิล ราดซอสครีมชีสเข้มข้น ผสานไข่ผำเพิ่มความกลมกล่อมและคุณค่าเต็มคำ Burrata Supergreen Salad with Honey Chilly - ราคา 340.-บาทสลัดผักสดกรอบ ธัญพืช ถั่วหลากชนิด และชีสบูราต้านุ่มนวล ราดด้วยน้ำสลัดน้ำผึ้งรสเผ็ดหวาน ตัดรสชาติได้อย่างลงตัว เติมเต็มด้วยไข่ผำเพื่อความสดชื่นและดีต่อสุขภาพ Serrano Peach Wolffia Toast - ราคา 320.-บาทโทสต์ซาวโดว์อบกรอบ หน้าแฮมเซอร์ราโน ลูกพีชที่นำมาย่าง พร้อมโยเกิร์ต กราโนล่าและไข่ผำ ที่มอบรสชาติหวาน เค็ม มัน ครบถ้วนในคำเดียว เมนูอาหารดังกล่าว พร้อมให้ทุกท่านลิ้มลองความอร่อยที่ดีต่อสุขภาพที่ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ สาขา โครงการเวลา หลังสวน (สินธร วิลเลจ) และ สาขา เกษร วิลเลจ นอกจากนี้ยังมี 3 เมนูเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมจาก วอล์ฟเฟีย ผสานวัตถุดิบจากธรรมชาติที่แสนสดชื่น ได้แก่ Green Tiramisu Latte - ราคา 180.-บาทกรีนทีลาเต้สูตรพิเศษที่ผสมผสานโอ๊ตมิลค์กับเอสเปรสโซ คาราเมล และโยเกิร์ตสมูทตี้ ราดด้วยท็อปปิ้งทีรามิสุและไข่ผำ เติมความหวานนุ่มละมุนในรูปแบบเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ Peachsfier - ราคา 190.-บาทดื่มด่ำรสชาติผลไม้สดชื่นจากพีช ยูซุ และชิซึโอกะมัทฉะ ผสมกับนมสดและครีม ราดหน้าด้วยไข่ผำและพีชหั่นชิ้น หอมละมุน ดื่มง่าย Gem Forest - ราคา 150.-บาทเครื่องดื่มสีเขียวสดใส รวมความเปรี้ยวหวานจากส้มซันคิสท์สด ผักเคล องุ่นแดง และโยเกิร์ตสมูทตี้ ปั่นรวมกับไข่ผำเพื่อสุขภาพ สามารถมาเติมความสดชื่นได้ที่ "เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์" ทุกสาขา ได้เเก่ สาขา โครงการเวลา หลังสวน (สินธร วิลเลจ) ,สาขา เกษร วิลเลจ และ สาขา เซ็นทรัลเวิลด์ ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ยังคงความพรีเมียม ผ่อนคลาย และอบอุ่น "เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์" ขอชวนทุกคนมาลิ้มลองรสชาติใหม่ ๆ ที่อร่อย ดีต่อสุขภาพ และดีต่อใจไปพร้อมกัน สัมผัสพลังซุปเปอร์ฟู้ดจากธรรมชาติ และเติมเต็มความสุขในทุกมื้อ ได้แล้ววันนี้ที่ "เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์" (เฉพาะสาขาที่กำหนด) ติดตามโปรโมชั่นและข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง LINE: @TCA_thailand หรือสั่งเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชัน LINE MAN, GrabFood, foodpanda และ Robinhood ติดตามโปรโมชั่นดีๆ และอัปเดตใหม่ๆ จากทางร้านได้ที่ Facebook: TheCoffeeAcademicsTH และ Instagram: @TheCoffeeAcademicsTH

"Apple" เดินเกมใหญ่ ใช้ AI ออกแบบชิปเอง ท้าชนคู่แข่ง l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

"Apple" เดินเกมใหญ่ ใช้ AI ออกแบบชิปเอง ท้าชนคู่แข่ง l การตลาดเงินล้าน

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า Apple กำลังพิจารณานำเทคโนโลยี Generative AI มาใช้ในการออกแบบชิปเฉพาะของตนเอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น iPhone, Mac และ Vision Pro โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งกระบวนการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้นJohny Srouji รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ของ Apple เปิดเผยเรื่องนี้ระหว่างกล่าวสุนทรพจน์ในประเทศเบลเยียม เมื่อเดือนที่ผ่านมา ระหว่างการเข้ารับรางวัลจาก Imec สถาบันวิจัยและพัฒนาชิปเซมิคอนดักเตอร์อิสระที่ทำงานร่วมกับผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก ระบุ เส้นทางการพัฒนาชิปของ Apple ตั้งแต่ชิปรุ่น A4 ที่ใช้ใน iPhone เมื่อปี 2010 จนถึงชิปรุ่นล่าสุดที่ขับเคลื่อน Mac และอุปกรณ์สวมใส่อย่าง Vision Pro หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่ Apple ได้เรียนรู้ คือการต้องใช้เครื่องมือออกแบบที่ล้ำสมัยที่สุดที่มีอยู่ในตลาดโดยชี้ให้เห็นว่า ซอฟต์แวร์จากบริษัทด้านการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EDA) อย่าง Cadence Design Systems และ Synopsys ซึ่งต่างก็พัฒนาแพลตฟอร์มที่นำ AI มาใช้ในการออกแบบชิป ถือว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับมือกับความซับซ้อนของการออกแบบในระดับสูง ขณะที่เทคโนโลยี Generative AI มีศักยภาพอย่างมากในการเร่งการออกแบบให้เสร็จเร็วขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมีนัยสำคัญนอกจากนี้ยังย้ำถึงอีกหนึ่งบทเรียนที่ Apple ได้เรียนรู้จากการพัฒนาชิปของตนเอง คือความกล้าที่จะตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ โดยไม่เผื่อแผนสำรองไว้และทุ่มทรัพยากรทุกอย่างไปในทิศทางเดียว รวมถึงด้านซอฟต์แวร์การย้ายจากชิป Intel มาใช้ชิปที่พัฒนาเองภายในบริษัทถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของ Apple ที่ช่วยควบคุมทั้งประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้สอดประสานกันมากขึ้น ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในระยะยาวที่เน้นการลงทุนในเทคโนโลยีที่ Apple สามารถควบคุมได้เองทั้งหมด

เจาะลึก Apple เปิดตัวดีไซน์ใหม่ "Liquid Glass" ยกระดับความหรูหรา ควบคู่ประสบการณ์ที่ลื่นไหล
อ่าน

เจาะลึก Apple เปิดตัวดีไซน์ใหม่ "Liquid Glass" ยกระดับความหรูหรา ควบคู่ประสบการณ์ที่ลื่นไหล

ในงาน WWDC 2025 ที่ผ่านมา Apple ได้เผยโฉมดีไซน์ซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุดภายใต้แนวคิด “Liquid Glass” ซึ่งถือเป็นการรีดีไซน์อินเทอร์เฟซครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท นับตั้งแต่เริ่มต้นยุค iOS โดยนำเสนอความโปร่งแสงและมีชีวิตชีวาในระดับใหม่ที่ผสมผสานความงามแบบกระจกเข้ากับการตอบสนองอย่างไดนามิก ซึ่งครอบคลุมทุกแพลตฟอร์ม ได้แก่ iOS 26, iPadOS 26, macOS Tahoe 26, watchOS 26 และ tvOS 26อลัน ได (Alan Dye) รองประธานฝ่ายออกแบบอินเทอร์เฟซมนุษย์ของ Apple ระบุว่า “Liquid Glass” เป็นวัสดุใหม่ที่ผสมผสานคุณสมบัติทางแสงของกระจกเข้ากับความลื่นไหลเฉพาะตัว ช่วยสร้างประสบการณ์การใช้งานที่น่าหลงใหล โดยการเปลี่ยนแปลงตามเนื้อหาหรือบริบทของผู้ใช้ ถือเป็นรากฐานสำคัญของการโต้ตอบในอนาคต ที่ไม่เพียงใช้งานง่าย แต่ยังเปี่ยมด้วยความรู้สึกและความสนุกสนาน"> Liquid Glass: วัสดุแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนอารมณ์ได้รับแรงบันดาลใจจากมิติของ visionOS และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเรนเดอร์เรียลไทม์ Liquid Glass สามารถสะท้อนและหักเหสภาพแวดล้อมได้อย่างชาญฉลาด โดยจะเปลี่ยนสีตามเนื้อหาบริเวณรอบข้าง ทั้งในโหมดสว่างและมืด นำไปใช้ตั้งแต่ปุ่ม สวิตช์ ข้อความ ไปจนถึงองค์ประกอบขนาดใหญ่ เช่น แถบด้านข้าง และหน้าจอล็อกออกแบบใหม่ทั้งระบบ แอปกลมกลืนกับฮาร์ดแวร์Apple ได้ปรับดีไซน์การควบคุมภายในแอปใหม่ให้สอดคล้องกับมุมโค้งของฮาร์ดแวร์และหน้าต่างแอปสมัยใหม่ ช่วยให้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยแถบแท็บใน iOS 26 สามารถหดหรือขยายได้อัตโนมัติขณะเลื่อน เพื่อให้โฟกัสกับเนื้อหา ส่วนแถบด้านข้างใน iPadOS และ macOS ก็ได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับพื้นหลังและวอลเปเปอร์ของผู้ใช้ ข้ามแพลตฟอร์มอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่ iPhone ถึง Macการออกแบบใหม่นี้ครอบคลุมตั้งแต่หน้าจอล็อกของ iPhone ไปจนถึง Dock บน macOS Tahoe 26 โดยใช้ชั้น Liquid Glass เพื่อเสริมมิติให้กับวิดเจ็ตและไอคอน พร้อมเพิ่มตัวเลือกการปรับแต่ง เช่น ธีมสว่าง–มืด และแถบเมนูโปร่งใสที่ช่วยให้หน้าจอ Mac ดูกว้างขวางยิ่งขึ้นเครื่องมือใหม่สำหรับนักพัฒนาApple ยังได้อัปเดตชุด API สำหรับ SwiftUI, UIKit และ AppKit เพื่อให้นักพัฒนาสามารถนำ Liquid Glass มาใช้ได้ง่ายขึ้นในแอปของตน ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมแบบใหม่ การจัดกลุ่มเมนู หรือเอฟเฟกต์การสะท้อนแสงแบบสดทันที เพื่อมอบประสบการณ์ที่ทั้งคุ้นเคยและน่าตื่นตาด้วยการยกระดับดีไซน์ครั้งใหญ่ Apple ไม่เพียงแค่เพิ่มความงามให้ซอฟต์แวร์ แต่ยังมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่ “มีชีวิต” ซึ่งเชื่อมโยงผู้ใช้กับเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา

เช็กรุ่น iPhone รุ่นไหนรองรับ iOS 26 พร้อมอัปเดตดีไซน์ Liquid Glass สุดล้ำ
อ่าน

เช็กรุ่น iPhone รุ่นไหนรองรับ iOS 26 พร้อมอัปเดตดีไซน์ Liquid Glass สุดล้ำ

บริษัท Apple ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 26 อย่างเป็นทางการ ภายในงาน WWDC 2025 ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจไม่เพียงแต่ฟีเจอร์ใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นครั้งแรกที่ Apple ได้นำเสนอ “Liquid Glass” ดีไซน์ซอฟต์แวร์รูปแบบใหม่ ที่เน้นความโปร่งใสและการหักเหของสีสันตามมุมมอง เพื่อยกระดับประสบการณ์ใช้งานให้สมจริงและมีมิติยิ่งขึ้น ทั้งนี้ iOS 26 จะเข้าสู่ช่วงทดสอบ (Beta) ในเดือนกรกฎาคม ก่อนปล่อยให้อัปเดตจริงในปีนี้ สำหรับผู้ใช้ iPhone ที่กำลังรออัปเดต iOS 26 อยู่ สามารถตรวจสอบรายชื่อรุ่นที่ Apple ยืนยันว่าจะได้ไปต่อดังนี้iPhone 16: iPhone 16e, iPhone 16, iPhone 16 Plus, iPhone 16 Pro, iPhone 16 Pro MaxiPhone 15: iPhone 15, iPhone 15 Plus, iPhone 15 Pro, iPhone 15 Pro MaxiPhone 14: iPhone 14, iPhone 14 Plus, iPhone 14 Pro, iPhone 14 Pro MaxiPhone 13: iPhone 13, iPhone 13 mini, iPhone 13 Pro, iPhone 13 Pro MaxiPhone 12 (รวมทั้งรุ่น mini, Pro, Pro Max)iPhone 11: iPhone 11, iPhone 11 Pro, iPhone 11 Pro MaxiPhone SE (รุ่นที่ 2 และ รุ่นที่ 3) นอกจากนี้ iOS 26 ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์เด่นหลายด้าน เช่น การปรับปรุงระบบหน้าต่าง (Multitasking) ให้ใช้งานได้ใกล้เคียง Mac มากขึ้น, Adaptive Lock Screen ปรับแต่งหน้าจอล็อกตามพฤติกรรมผู้ใช้, และ Live Translation ที่แปลข้อความเสียงได้แบบเรียลไทม์ ขณะที่ Liquid Glass UI จะถูกนำไปใช้ร่วมกับ iPadOS 26, macOS Tahoe 26, watchOS 26 และ tvOS 26 อีกด้วยผู้ใช้ iPhone สามารถเข้าไปลงทะเบียนเข้าร่วมโปรแกรม Apple Beta Software Program เพื่อทดลองใช้งาน iOS 26 เวอร์ชันทดสอบได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป และเมื่ออัปเดตเวอร์ชันจริงในปลายปีนี้ จะได้สัมผัสประสบการณ์ “Liquid Glass” ดีไซน์ใหม่ที่ Apple ตั้งใจพลิกโฉมการแสดงผล UI ครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของระบบปฏิบัติการมือถือเลยทีเดียว