รีเซต

ผลการค้นหา “Payback” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ซีรีส์มิตรภาพฟอร์มยักษ์ "PAYBACK The Series" ลงจอช่องวัน 31 "ท็อปแท็ป–มินลี" พร้อมปังแล้ว!
อ่าน

ซีรีส์มิตรภาพฟอร์มยักษ์ "PAYBACK The Series" ลงจอช่องวัน 31 "ท็อปแท็ป–มินลี" พร้อมปังแล้ว!

เปิดเกมแค้นเข้มข้นทุกอารมณ์ สำหรับซีรีส์วายฟอร์มยักษ์ที่ดัดแปลงจากเว็บตูนยอดนิยมสัญชาติเกาหลี ในเรื่อง PAYBACK The Series เรื่องราวสุดเข้มข้นเป็นแนวดราม่า ที่ไม่ได้มีแค่ความรัก แต่เต็มไปด้วยความลับ การทรยศ และการชำระแค้น วู้ดดี้ พงษ์ชัยพัฒน์ เศรษฐนันท์ นั่งแท่นกำกับถ่ายทอดเส้นแบ่งระหว่าง พันธมิตร กับ ศัตรู โดยได้สองหนุ่มเคมีใหม่ พร้อมปะทะอารมณ์ อย่าง ท็อปแท็ป จารุกิต และ มินลี ธนากร มารับบทนักแสดงนำ ร่วมด้วย โชกุน ปารมี , ฟูไอซ์ ธนวัตร และ บอส ชัยกมล ซีรีส์มิตรภาพฟอร์มยักษ์ "PAYBACK The Series" ลงจอช่องวัน 31 "ท็อปแท็ปมินลี" พร้อมปังแล้ว! ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ซีรีส์เรื่องนี้ยังถือเป็นโปรเจกต์ความร่วมมือระดับนานาชาติจาก 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แฟนซีรีส์วายและคอดราม่า เตรียมรับแรงกระแทกความสนุกสุดเข้มข้นที่พร้อมสร้างกระแสตอบรับอย่างร้อนแรงแบบไร้ขีดจำกัดไปพร้อมกัน ซึ่งจะออกอากาศกันให้ชมทุกวันเสาร์ เวลา 22:30 น. โดยเริ่ม วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม เป็นตอนแรกทาง ช่องวัน 31 นอกจากจะออกอากาศให้ชมพร้อมกันทั่วโลกเป็นตอนแรกแล้ว ท็อปแท็ป - มินลี สองนักแสดงนำจากซีรีส์ PAYBACK The Series ได้ไปเก็บโปรเจกต์ทีเซอร์ที่ขึ้นจอ LED รอบพื้นที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยทั้งคู่ต่างโพสท่าเก็บโมเมนต์ สลับกันเป็นตากล้องและเป็นแบบถ่ายรูปกันรัว ๆ งานนี้ใครอยากฟูลฟิลหัวใจสุด ๆ แบบทั้งสองหนุ่ม ต้องห้ามพลาด เพราะโปรเจกต์มีตั้งแต่วันที่ 25 - 30 เม.ย. นี้เท่านั้น ติดตามเรื่องราวความรักท่ามกลางการล้างแค้นและการต่อสู้ชิงดีชิงเด่นกันในวงการมายาของซัน และ เจย์ ในซีรีส์ PAYBACK The Series เริ่มออกอากาศตอนแรกวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ เวลา 22:30 น. ทาง ช่องวัน 31

เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Payback" จับมือ "The Interest of Love" ปิดฉากฟอร์มดี
อ่าน

เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Payback" จับมือ "The Interest of Love" ปิดฉากฟอร์มดี

สัปดาห์นี้ดูเหมือนว่าจะเป็นช่วงเปลี่ยนผลัดใบและเปลี่ยนฤดูกาลของวงการซีรีส์ เพราะว่ามีซีรีส์หลาย ๆ ทะยอยกันอำลาจอกันไป แต่ก็ไม่ใช่ทุกเรื่องนี้จะโบกมือลาไปด้วยผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ ในขณะที่ซีรีส์เรื่องอื่น ๆ ที่ยังท็อปฟอร์มนั้นก็ยังทำผลลัพธ์ได้ท็อปฟอร์มอย่างต่อเนื่องเช่นเคย แบบไม่มีใครยอมใครจริง ๆ มาเริ่มกับวันจันทร์-อังคารที่เป็นการเริ่มต้นสัปดาห์ที่แสนเงียบเหงาไปสักหน่อย Our Blooming Youth จากช่อง tvN เป็นเรื่องใหม่ที่มาเสริมทัพกลุ่มละครในล็อตนี้ สามารถเปิดตัวด้วยเรตติ้งค่อนข้างน่าพอใจทีเดียว แม้ว่าจะค่อย ๆ ดร็อปลงมาในตอนถัดมายังมีนัยยะ แต่แค่วีคแรกยังตัดสินอะไรไม่ได้หรอก ขณะที่อีก 2 เรื่อง Brain Works กับ Trolley ก็ยังขับเคี่ยวกันต่อไป แบบเรตติ้งหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว โดยภาพรวมนั้นละครทั้ง 3 เรื่องในล็อตประเดิมเปิดสัปดาห์นั้น ยังคงวนเวียนอยู่ที่เรตติ้งเลข 3 กันถ้วนหน้า ต้องมาดูกันต่อไปว่าสถานการณ์เช่นนี้ช่องต่าง ๆ จะแก้เกมเช่นไร ถัดมาในคืนวันพุธ-พฤหัสบดีกันบ้าง ถึงคิวอำลาจอไปพร้อม ๆ กัน 2 เรื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา The Interest of Love ถือว่าดีขึ้นตอนปลายอย่างน่าพอใจ แม้ว่าจะวนเวียนอยู่แต่เรตติ้งหลัก 3 ไม่ขยับขึ้นไปไหน แต่ก็ถือว่าทำเรตติ้งได้อย่างน่าพอใจ เมื่อเทียบกับกระแสบ่นเบา ๆ ของแฟนละคร ผิดต่างจาก Poong, The Joseon Psychiatrist 2 ที่ปิดซีซั่นล่าสุดไปแบบเงียบ ๆ ตามกระแสและเสียงวิจารณ์ของซีรีส์ ที่หลายคนบ่นว่ายิ่งเล่ายิ่งไม่สนุก ทำให้เรตติ้งโดยรวมในซีซั่นดิ่งลงจากซีซั่นแรกอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ Can We Be Strangers? ยิ่งฉายยิ่งแซ่บขึ้น แม้จะเป็นซีรีส์ช่องเคเบิ้ลที่ยอดไม่สูง แต่วีคที่ผ่านมานั้นก็ทำเรตติ้งสูงสุดของเรื่องครั้งใหม่อีกครั้ง ศึกในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ Payback: Money and Power ได้เวลาปิดฉากลงไปอย่างเป็นทางการ ด้วยเรตติ้งที่สูงสุดครั้งใหม่ของเรื่องที่ทำได้สำเร็จอีกหน โดยสามารถโบกมือลาด้วยเรตติ้งเลข 2 หลักตามที่ใจหวัง แม้ว่าคืนเสาร์สถานการณ์ของคู่ต่อสู้จะหนักหน่วงสักหน่อย แต่ก็ยังประคับประคองตัวเลขได้เป็นอย่างดี ทางด้าน Crash Course in Romance กับ Agency ยังเป็นซีรีส์ 2 เรื่องที่เรตติ้งสตรองไม่หยุด ขับเคี่ยวกับเรตติ้งแบบสูสีคู่คี่กันมาไม่มีใครยอมใคร และทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่เหมือนกันทั้งคู่ ท่ามกลางความปังของ 2 เรื่องนี้ ก็ยังมีอีก Red Balloon มาเงียบ ๆ แต่แซ่บมากนะจ๊ะ เพราะล่าสุดทะยานเรตติ้งขึ้นมาอีกครั้ง เฉียดเข้าใกล้เรตติ้ง 2 หลักเข้ามาทุกที ๆ สรุปภาพรวมเรตติ้งซีรีส์เกาหลีในรอบสัปดาห์ 6-12 กุมภาพันธ์ 2023 ชื่อเรื่อง (สถานีโทรทัศน์) ตอนที่ เรตติ้ง Brain Works (KBS2) 9 3.9% 10 3.7% Trolley (SBS) 13 3.6% 14 3.6% Our Blooming Youth (tvN) 1 4.2% 2 3.5% Poong, The Joseon Psychiatrist 2 (tvN) 9 2.4% 10 2.3% The Interest of Love (JTBC) 15 3.6% 16 3.6% Can We Be Strangers? (ENA) 7 1.4% 8 1.7% Payback: Money and Power (SBS) 11 11.4% 12 11.1% Kokdu: Season of Diety (MBC) 5 2.8% 6 1.9% Crash Course in Romance (tvN) 9 10.4% 10 13.5% Agency (JTBC) 11 10.4% 12 12.6% Red Balloon (TV Chosun) 15 8.9% 16 9.5% Three Bold Siblings (KBS2) 40 23.3% 41 26.8% อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี คุณแม่ทำเริ่ด! นำพา "Agency" แรงแซงโค้ง-ยอดพุ่งไม่หยุด เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี น้ายง กับ ครูนัมเบอร์วัน กอดคอกันโกยความนิยมทะลุสองหลัก! เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี สัปดาห์วันหยุดยาว..ตรุษจีน ทำตัวเลขหลายเรื่องดร็อป เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Payback" แค้นร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้แตะเลข 2 หลักอีกไม่ไกล เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี ตอนแรก "Payback" ตอนจบ "Alchemy of Souls 2" เปิดปีได้สวย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Payback" แค้นร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้แตะเลข 2 หลักอีกไม่ไกล
อ่าน

เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Payback" แค้นร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้แตะเลข 2 หลักอีกไม่ไกล

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของปีนี้ที่วงการซีรีส์เกาหลีก็อยู่ระหว่างการเก็บกักความปังในผลงานแต่ละเรื่อง จึงยังไม่ค่อยเห็นเรื่องไหนเปล่งแสงออกมาได้ชัดเจนในระยะนี้ แม้ว่าความปังก็ยังคงไปกระจุกตัวอยู่ในอยู่ช่วงสุดสัปดาห์อีกเช่นเคย แต่สถานการณ์เรตติ้งโดยรวมในช่วงเริ่มต้นปีนี้ก็ยังถือว่าพอใจในทุกเรื่อง ประคับประคองตัวเลขเอาไว้ได้ใช้ได้ดี วันจันทร์-อังคารที่ยังฟาดฟันกันแบบกรุบกริบไปสักเล็กน้อย เพราะกลายเป็นว่า "Missing: The Other Side 2" ละคช่องเคเบิ้ลขึ้นนำทุกช่องด้วยเรตติ้งที่ยังยืนตัวเลขที่หลัก 4 เอาไว้ได้สตรอง ขณะที่ "Brain Works" ที่ส่อแววว่าผู้ชมจะพากันเทกันเรื่อย ๆ หลังจากที่เปิดตัวได้น่าพอใจ ล่าสุดเรตติ้งก็ยังลดลงมาทุกตอน ทางฝั่งของ "Trolley" เรตติ้งก็ยังเรื่อย ๆ มาเนื้อหาของเรื่องนั่นแหละ ถัดมาที่วันพุธ-พฤหัสบดีที่มี "Poong, The Joseon Psychiatrist 2" มาร่วมเสริมทัพความเงียบเหงาในช่วงกลางสัปดาห์ กลับมาในซีซั่นที่ 2 ที่ถือว่ากระแสดร็อปลงไปจากซีซั่นก่อน แม้ว่าจะทำเรตติ้งได้ตามมาตรฐานแต่ก็ถือว่าเปิดตัวได้น้อยกว่าที่เคยทำเอาไว้อยู่ "The Interest of Love" ก็ค่อย ๆ สนุกขึ้นสอดคล้องกับเรตติ้งที่ค่อย ๆ ขึ้นมา ทางด้าน "Unlock My Boss" วีคนี้ได้ฤกษ์อำลาจอ ก็ปิดฉากลงไปด้วยเรตติ้งตามมาตรฐาน "Payback: Money and Power" ก็ส่อแววจะเป็นซีรีส์ที่ทำผลงานโดดเด่นเรื่องแรกของปีนี้ เพราะล็อตสุดสัปดาห์ช่วงนี้ยังไม่มีคู่แข่งเรื่องไหนที่น่ากลัว ทำให้เรื่องนี้ที่พอจะท็อปฟอร์มได้ดีกว่าเรื่องไหน ๆ ล่าสุดก็ยังเดินหน้าโกยเรตติ้งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ใกล้จะแตะเลข 2 หลักได้แล้วอีกนิดเดียวเท่านั้น "The Forbidden Marriage" เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนลาจอ ก็ยังทำเรตติ้งได้เท่า ๆ เดิม สัปดาห์นี้ต้อนรับซีรีส์รอมคอมเรื่องใหม่ ที่ได้ตัวแม่ตัวพ่อมาประกบคู่เคมีน่าดูไม่น้อย "Crash Course in Romance" ออกสตาร์ทกับวีคแรกด้วยตัวเลขที่ค่อนข้างพอใช้ได้ทีเดียว อาจจะยังได้ไม่มากเท่าไหร่ แต่ดูทรงก็น่าจะไปได้สวยในลำดับต่อไป เช่นเดียวกับ "Agency" ที่ก็ยังทำเรตติ้งสูงขึ้นเรื่อย ๆ พอกับ "Red Balloon" ที่ความน้ำเน่ายังดึงดูดผู้ชมและเรตติ้งได้ดี จนทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ตั้งแต่ออนแอร์มากันถ้วนหน้า สรุปภาพรวมเรตติ้งซีรีส์เกาหลีในรอบสัปดาห์ 9-15 มกราคม 2023 ชื่อเรื่อง (สถานีโทรทัศน์) ตอนที่ เรตติ้ง Brain Works (KBS2) 3 3.9% 4 3.3% Trolley (SBS) 7 4.2% 8 3.7% Missing: The Other Side 2 (tvN) 7 4.4% 8 4.4% Poong, The Joseon Psychiatrist 2 (tvN) 1 3.6% 2 2.5% The Interest of Love (JTBC) 7 2.4% 8 2.7% Unlock My Boss (ENA) 11 1.4% 12 1.4% Payback: Money and Power (SBS) 3 8.7% 4 9.6% The Forbidden Marriage (MBC) 9 4.7% 10 3.8% Crash Course in Romance (tvN) 1 4.0% 2 5.8% Agency (JTBC) 3 6.5% 4 8.9% Red Balloon (TV Chosun) 9 6.7% 10 7.7% Three Bold Siblings (KBS2) 32 21.9% 33 25.0% อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี ตอนแรก "Payback" ตอนจบ "Alchemy of Souls 2" เปิดปีได้สวย เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี ปิดฉากซีซั่นแรก "The First Responders" พุ่งแตะเลขสองหลัก! เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี โค้งสุดท้ายก่อนจบปี "Reborn Rich" ปิดฉากด้วยสถิติใหม่! เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Reborn Rich" แซงขึ้นแท่นอันดับ 2 ซีรีส์ช่องเคเบิ้ลปังตลอดกาล เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Reborn Rich" กราฟตกครั้งแรก แต่ก็พลิกกลับมาทะลุ 20! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี ตอนแรก "Payback" ตอนจบ "Alchemy of Souls 2" เปิดปีได้สวย
อ่าน

เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี ตอนแรก "Payback" ตอนจบ "Alchemy of Souls 2" เปิดปีได้สวย

ย่างเข้าสู่ปี 2023 อย่างเป็นทางการ ก็แน่นอนว่าซีรีส์เกาหลีกลับมารันฉายและออนแอร์ตามตารางปกติเป็นส่วนใหญ่แล้ว และก็เริ่มมีซีรีส์ใหม่ ๆ เข้ามาเสริมทัพ ส่วนซีรีส์ที่ฉายอยู่แล้วก็กำลังเข้มข้นและใกล้ลาจอไปก็หลายเรื่อง ทำให้ภาพรวมของเรตติ้งเกาหลีในสัปดาห์แรกของปีนี้ ยังเต็มไปด้วยสีสันที่หลากหลายไม่เบาเลย ประเดิมด้วยวันจันทร์-อังคาร ที่ปรับโหมดมาคึกคักขึ้นได้หน่อยเพราะการเปิดตัวตอนแรกของ "Brain Works" ซีรีส์ตลกสืบสวนสอบสวนเรื่องใหม่ของช่อง KBS2 ที่ถือว่าสตาร์ทได้ค่อนข้างน่าพอใจ กับเรตติ้งที่ถึงเลข 5 แม้ว่าจะน้อยกว่าเรื่องก่อนทำเอาอยู่ประมาณหนึ่งก็ตาม แต่ก็ถือว่าน่าจะเป็นซีรีส์สนุก ๆ ที่มีฐานคนดูได้ยาว ๆ เพียงแต่น่าเสียดายที่เรื่องนี้ไม่มีเจ้าไหนซื้อมาฉายแบบถูกลิขสิทธิ์ในไทย ขณะที่ "Missing: The Other Sider 2" ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นซีรีส์ที่ทำเรตติ้งนำชั้นกว่าใครในล็อตนี้ไปแล้ว แม้ว่าจะยังรักษามาตรฐานเรตติ้งเลข 4 ของตัวเองเอาไว้ได้ดี แต่ก็ถือว่าเป็นซีรีส์ที่มียอดผู้ชมเยอะที่สุดในช่วงต้นสัปดาห์ เช่นเดียวกับ "Trolley" ที่เรื่อย ๆ มาเรียง ๆ มาเนื้อหาของเรื่อง เรตติ้งก็ยังทรงตัวไปแบบเนื้อหานั่นแหละ ถัดมากับวันพุธ-พฤหัสบดี ที่ยังค่อนข้างเหงาอยู่เหมือนเดิม แต่ "The Interest of Love" ก็ดูทรงทำเรตติ้งกระเตื้องขึ้นมาได้หน่อยแล้ว ลักษณะเดียวกับ "Unlock My Boss" ที่กำลังสนุกในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจบ ก็ทำเรตติ้งดีขึ้นมาอยู่ จริง ๆ ล็อตนี้จะมีซีรีส์ใหม่อีกเรื่องของช่อง KBS2 มาแจมด้วย แต่มีการปรับผังและเปลี่ยนวันออนแอร์ไปในช่วงเกือบนาทีสุดท้าย ทำให้กลางสัปดาห์หน้าจอทีวีจะยังถูกทิ้งให้เหงา ๆ แบบนี้ต่อไป แต่ความคึกคักก็ยังไปอัดแน่อยู่ในช่วงสุดสัปดาห์เช่นเคย "Payback: Money and Power" ซีรีส์ใหม่ฟอร์มดีจากช่อง SBS ที่ส่งมาลงจอเป็นตอนแรกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าเปิดตัวได้ศักดิ์ศรี ด้วยการออกสตาร์ทด้วยเรตติ้งสูงมาก ๆ สูงกว่าบรรดาซีรีส์สุดเรื่องในปี 2022 ที่ช่อง SBS เคยทำสถิติเอาไว้ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีทีเดียว และไม่ยากที่จะทะยานเรตติ้งขึ้นเลขสองหลัก ขณะที่ "The Forbidden Marriage" กลับมาต่อกับเรื่องราวในครึ่งหลัง หลังจากพักเบรกไปช่วงปีใหม่ ก็ยังกักเก็บเรตติ้งได้ในระดับตามมาตรฐาน ทางด้าน "Red Balloon" ดีกรีความแซ่บและสนุกก็ยังมีต่อเนื่อง เรตติ้งก็เลยยังค่อนข้างดีขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนช่อง JTBC ก็ส่งเรื่องใหม่มาลงจอเช่นกัน "Agency" ที่ได้ตัวแม่ อีโบยอง มาดึงเรตติ้ง ก็สามารถออกสตาร์ทได้ค่อนข้างใช้ได้เลยทีเดียว น่าเสียดายเช่นกันที่เรื่องนี้ไม่มีให้ดูแบบถูกลิขสิทธิ์ในบ้านเรา และในสัปดาห์นี้เป็นการโบกมือลาของซีรีส์แฟนตาซีเรื่องดัง ที่เหมือนจะเป็นการปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ แต่แฟน ๆ ก็หวังว่าจะให้มีต่อเช่นกัน "Alchemy of Souls: Light and Shadow" สามารถลาจอไปด้วยเรตติ้งที่สุดสถิติใหม่ มากกว่าพาร์ทแรกเคยทำเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถทะยานขึ้นไปแตะเรตติ้งสองหลักได้..อีกนิดเดียว ก็นับว่าเป็นปิดฉากที่ค่อนข้างสวยงามทีเดียว บราโว่! สรุปภาพรวมเรตติ้งซีรีส์เกาหลีในรอบสัปดาห์ 2-8 มกราคม 2023 ชื่อเรื่อง (สถานีโทรทัศน์) ตอนที่ เรตติ้ง Brain Works (KBS2) 1 5.2% 2 4.1% Trolley (SBS) 5 3.9% 6 3.5% Missing: The Other Side 2 (tvN) 5 4.6% 6 4.4% The Interest of Love (JTBC) 5 2.7% 6 2.9% Unlock My Boss (ENA) 9 1.1% 10 1.4% Payback: Money and Power (SBS) 1 8.7% 2 7.4% The Forbidden Marriage (MBC) 7 4.9% 8 3.2% Alchemy of Souls: Light and Shadow (tvN) 9 8.2% 10 9.6% Agency (JTBC) 1 4.8% 2 5.1% Red Balloon (TV Chosun) 7 6.1% 8 6.9% Three Bold Siblings (KBS2) 30 21.4% 31 24.4% อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี ปิดฉากซีซั่นแรก "The First Responders" พุ่งแตะเลขสองหลัก! เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี โค้งสุดท้ายก่อนจบปี "Reborn Rich" ปิดฉากด้วยสถิติใหม่! เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Reborn Rich" แซงขึ้นแท่นอันดับ 2 ซีรีส์ช่องเคเบิ้ลปังตลอดกาล เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี "Reborn Rich" กราฟตกครั้งแรก แต่ก็พลิกกลับมาทะลุ 20! เช็กเรตติ้งซีรีส์เกาหลี หลานคนเล็ก..ทุบสถิติ พระราชินี..โกยกระหน่ำตอนจบ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ลูกค้าทรูไวท์ รับสิทธิ์ Package Free 1-day pass 1 ครั้ง เพื่อเข้าใช้บริการ Working Space @True Digital Park
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรูไวท์ รับสิทธิ์ Package Free 1-day pass 1 ครั้ง เพื่อเข้าใช้บริการ Working Space @True Digital Park

ประหยัด ฿500.00ที่ True Digital Park เงื่อนไข1.จำกัดการแลกรับสิทธิ์ได้ 1 สิทธิ์/ หมายเลขบัตรประชาชน / เดือน, จำกัด 15 สิทธิ์ / เดือน2.ลูกค้ากดรับสิทธิ์ได้ที่ Community Counter ชั้น 6 ตึกเพกาซัส โดยแสดงรหัสรับสิทธิ์ต่อเจ้าหน้าที่เท่านั้น3.สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่และเวลาที่กำหนดเท่านั้น โดยเวลาเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00 18.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์4.โค้ดจากการกดรับสิทธิ์มีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ (รหัส 1 รหัสสามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ซ้ำได้)5.การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่สามารถนำผู้ติดตามเข้ามาในพื้นที่ Co-Working Space ได้6.การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่รวมถึงบริการห้องประชุมและพื้นที่ Event space ลูกค้าสามารถใช้ได้เฉพาะ Hot Desk ในพื้นที่ Co-Working Space เท่านั้น7.การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่รวมถึงกิจกรรมที่ทาง True Digital Park จัดเพื่อสมาชิก8.สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้9.สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่นๆ ได้10.เงื่อนไขการเข้าใช้งานพื้นที่เป็นตามที่ทรู ดิจิทัล พาร์คกำหนด กรุณาศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดก่อนการเข้าใช้งานทรู ดิจิทัล พาร์ค ทุกครั้ง11.สถานที่มีที่นั่งจำนวนจำกัดต่อวัน

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น – บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ SPA ให้เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคาสร้างฐานมีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 3.0 บาท / แนวต้าน 3.16 – 3.20 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไปค่าเฉลี่ย 200 วัน (EMA) +/- 3.4 บาท (Stop loss 2.92 บาท) 2) ประเมินนักท่องเที่ยวฟื้นตัวหนุนผลการดำเนินงาน Q2/69 ฟื้นตัวต่อ ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยกว่าคาด ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวจีนที่เป็นลูกค้าหลักของ SPA หนุนอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ใน Q2/69 ให้ยังเติบโตในระดับ Mid-single digit 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-16 เท่า (ยังต่ำกว่า -1 SD ที่ราว 20 เท่า) ขณะที่คาดกำไรปีนี้จะเริ่มมกลับมาโต +30% YoY หลังลดลง YoY มาหลายปีติดต่อกันหุ้น SCGP ให้เป้าพื้นฐาน 28 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ลุ้นทำจุดสุงใหม่ ประเมินแนวรับ 25 บาท / แนวต้าน 26.25 – 27.0 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้นผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 30 บาท (Stop loss 24.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร Q2/69 ฟื้นต่อเนื่อง ประเมินอัตรากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องจาก Q1/69 จากราคากระดาษในภูมิภาคที่ปรับขึ้น (อุปทานกระดาษทุนต่ำในภูมิภาคจากจีนลดลง) การจัดหากระดาษลูกฟูกเก่าใช้แล้วได้มากขึ้น (เป็นบวกต่ออัตรากำไร) และธุรกิจ Fajar ทยอยฟื้นตัว ขณะที่คาดแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยกว่าคาด 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-20 เท่า (ต่ำกว่า -1SD ที่ 22 เท่า) ขณะที่คาดกำไรปีนี้ฟื้นตัว +37% YoYหุ้น MRDIYT ให้เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway ในกรอบฯ แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” แนวรับ 8.8 บาท / แนวต้าน 9.25 – 9.45 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 9.65 บาท (Stop loss 8.6 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเข้า FTSE SET Mid-Cap Index และลุ้นเข้า SET50 ต่อจาก MSCI ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ และ FTSE Russell ประกาศ MRDIYT เข้าคำนวณในดัชนี FTSE SET Mid-Cap Index (มีผล 22 มิ.ย.) และฝ่ายวิจัยฯคาดมีโอกาสเข้าคำนวณดัชนี SET50 สำหรับรอบ 2H69 (คาดประกาศกลางเดือน มิ.ย.นี้) คาดหนุนเม็ดเงินลงทุนนักลงทุนสถาบัน 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 17.5 เท่า (ต่ำกว่า -2SD ของกลุ่มค้าปลีกที่ 18.6 เท่า)

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น - บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เจาะ 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ ADVANC ให้เป้าพื้นฐาน 422 บาท โดย 1) ประเมินราคาฟื้นตัวหลังพักใกล้ทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 344 บาท และ 340 บาท / แนวต้าน 356 – 360 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 370 บาท (Stop loss 336 บาท) 2) ประเมินราคาหุ้น Laggard TRUE* ขณะที่รับ Sentiment บวกผลการดำเนินงานและธีม Data center เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของ ADVANC* จะยังโตดีต่อเนื่องใน 2Q69 จากต้นทุนต่างๆที่ลดลง + การแข่งขันในอุตสาหกรรมฯที่ลดลง ขณะที่เราคาดการเร่งลงทุน Data center ในไทยจะเป็นปัจจัยหนุนการใช้เทคโนโลยี การสื่อสาร อินเตอร์เนต ขณะที่ราคาหุ้นพักฐานต่อเนื่องหลังขึ้น XD ปันผลพิเศษทำให้ราคา Laggard TRUE* 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 18.9 เท่า (-1 SD) และ Dividend yield 5%หุ้น AURA ให้เป้า Consensus 18.27 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้น Sideway ทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน ขณะที่กราฟรายสัปดาห์ MACD RSI เริ่มฟื้นก่อนราคา ประเมินแนวรับ 13.8 บาท / แนวต้าน 14.2 – 14.8 บาท กรณีแกว่งผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 15.7 บาท (Stop loss 13.4 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไรดีต่อเนื่อง ประมาณการฯมี Upside รายงานกำไร 1Q69 = 700 ล้านบาท +76% YoY และกำไร 1Q69 คิดเป็น 44% ของประมาณการฯกำไรทั้งปีใน Bloomberg consensus ขณะที่เราคาดธุรกิจจำนำทอง “ทองมาเงินไป” ที่เร่งขยายสาขาใหม่ต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตโดยเฉพาะในช่วงที่ทองแพง + เศรษฐกิจชะลอ 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 11.9 เท่า Dividend yield 4.3%หุ้น SYNEX ให้เป้าพื้นฐาน 11 บาท โดย 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่ม Break กรอบ Sideway ประเมินแนวรับ 9.5 บาท / แนวต้าน 9.8 - 10.1 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 10.3 บาท (Stop loss 9.45 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากความต้องการสินค้าไอที + กระแสติดตั้งโซลาร์ รายงานกำไร 1Q69 = 221 ล้านบาท ดีกว่าคาด +19% ขณะที่เราคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะได้ Sentiment บวกจากความต้องการสินค้าไอทีที่จะเร่งตัวขึ้นรองรับการลงทุนด้านเทคโนโลยี Data center AI นอกจากนี้ธุรกิจติดตั้งโซลาร์สำหรับภาคธุรกิจคาดได้ Sentiment บวกจากนโยบายสนับสนุนภาครัฐฯ 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 11.4 เท่า (ต่ำกว่า -1 SD ที่ 12 เท่า) Dividend yield 5.7%

ฟรีบริการเช่าพาวเวอร์แบงค์ CHARGESPOT 1 ชั่วโมง ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ฟรีบริการเช่าพาวเวอร์แบงค์ CHARGESPOT 1 ชั่วโมง ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน ฟรีบริการเช่าพาวเวอร์แบงค์ CHARGESPOT 1 ชั่วโมง (มูลค่า 20 บาท)- จำกัดสิทธิ์ : 1 บัตรประชาชน /1 ท่าน /1 ครั้งตลอดแคมเปญ- ช่องทางการรรับสิทธิ์ http://api.chachastation.com/v1/h5/app/download?- สำหรับลูกค้าที่เช่าผ่าน LINE สามารถนำโค้ดไปแลกได้ทาง LINE OA@CHARGESPOT.THค้นหาจุดเช่า ดาวน์โหลดแอป CHARGESPOT ได้ทาง App Store และ Play Store-Android: https://bit.ly/3Hl0Ypi-iOS: https://bit.ly/3HhypZU-Line @chargespot.thLINE: https://bit.ly/46Lkt4Q เงื่อนไข 1. ลูกค้าสำรองผ่านช่องทางการรับสิทธิ์ โดยนำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ทาง http://api.chachastation.com/v1/h5/app/download? หรือสำหรับลูกค้าที่เช่าผ่าน LINE สามารถนำโค้ดไปแลกได้ทาง LINE OA @CHARGESPOT.THใส่รหัสในช่องโค้ดส่วนลด (coupon code)2. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น3. Code สิทธิพิเศษนี้ เมื่อทำการแลกเป็นคูปองในแอปพลิเคชัน CHARGESPOT4. Code จะถูกใช้งานโดยอัตโนมัติเมื่อพาวเวอร์แบงค์ถูกนำไปคืน โดยระบบจะทำการเลือกใช้คูปองที่เหมาะสมกับการใช้งานที่สุด5. การใช้งานหนึ่งครั้งสามารถใช้คูปองได้ใบเดียวเท่านั้น หากค่าบริการที่ท่านต้องจ่ายมีมูลค่ามากว่ามูลค่าของคูปอง ท่านจะต้องชำระยอดค่าบริการที่เกินมา6. ส่วนลด /Code ไม่สามารถเลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้7. CHARGESPOT ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายหรือส่วนลดอื่น ๆ ได้8. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้9. หากต้องการความช่วยเหลือกรุณาติดต่อ LINE @CHARGESPOT.TH หรือ โทร 062-880-3456

DMT หวังคว้าโครงการ M82 เงินสดแน่น-โดดเด่นปันผลดุ
อ่าน

DMT หวังคว้าโครงการ M82 เงินสดแน่น-โดดเด่นปันผลดุ

#DMT #ทันหุ้น - DMT ยื่นประมูล M82 เชื่อคุณสมบัติมีโอกาสชนะ จ้องลุยโครงการอื่นปลายปี ถึงเวลาทราฟฟิกดีรับเปิดเทอม - ได้ประโยชน์รัฐหนุนเดินทางในประเทศ ตบกระเป๋าโชว์กระแสเงินสดแน่น เดินหน้าเป็นหุ้นปันผลดีสม่ำเสมอทุกไตรมาสอัตราไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิ ล่าสุดประกาศจ่ายอีก หุ้นละ 0.223 บาท 11 มิถุนายน นี้รอรับได้เลย ยิลด์ปันผลเฉพาะไตรมาสนี้ 2%                 ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า บริษัทมีความสนใจขยายฐานรายได้ผ่านการเข้าประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยล่าสุดยื่นข้อเสนอประมูลโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (M82) ไปแล้วเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา@ ลุยโครงการใหม่ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติและข้อเสนอทางเทคนิคและจากรายชื่อผู้ซื้อซองประมูล 7 ราย แต่มีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย ทำให้บริษัทประเมินว่ามีโอกาสในการชนะการประมูลสูง ไม่ต่ำกว่า 50% เพราะมั่นใจศักยภาพความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี นอกจากนี้คาดการณ์ช่วงปลายปีนี้หรือปีหน้าอาจจะมีโครงการใหม่เข้ามาให้ประมูลเพิ่มประมาณ 1-2 โครงการ ซึ่งบริษัทมีความพร้อมลงทุน เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนหลักพันล้านบาทเพียงพอต่อการรองรับโครงการใหม่ๆ เหล่านี้ได้โดยไม่เป็นภาระด้านดอกเบี้ย                ส่วน ธุรกิจย่อย ได้แก่ บริษัท เอ สยาม อินฟรา จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจการให้บริการซ่อมแซม ปรับปรุง และเพิ่มความแข็งแรงโครงสร้างพื้นฐาน และบริษัท แอลฟา ดี เอ็ม เทค จำกัด ดำเนินธุรกิจการให้บริการระบบชำระเงิน บริหารจัดการจราจร ก็ยังมีผลประกอบการเติบโตที่โดดเด่นจากการรับงานนอกกลุ่มและการขยายงานบริการอย่างต่อเนื่องสะท้อนมายังผลประกอบการรวม@มุ่งปันผลต่อเนื่อง                และจากโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรง ไตรมาส 1/2569 ยังสามารถขยายตัวมีรายได้รวม 695.40 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิอยู่ที่ 286.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากทั้งไตรมาส 4/2568 ราว 2% และไตรมาส 1/2568 ราว 5% จึงทำให้คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตราหุ้นละ 0.223 บาท คิดเป็น 91.51% ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 263.41 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 มิถุนายน 2569@ ไตรมาส 2 ผลงานยังดี สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เชื่อมั่นยังคงรักษาระดับที่ดีได้ต่อไป แม้จะต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายด้านราคาน้ำมันและผลกระทบตามฤดูกาล แต่บริษัทเคยผ่านเหตุการณ์โควิดมาแล้ว ดังนั้นจึงสามารถรับมือได้                อย่างไรก็ดีบริษัทมีการคาดการณ์เชิงบวกจากการฟื้นตัวของปริมาณการเดินทางในช่วงเปิดภาคเรียน และความเชื่อมั่นในแผนการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ มีการนำเทคโนโลยี AI และระบบ Process Automation มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพงานและความรวดเร็วในกระบวนการภายใน เติมศักยภาพพนักงาน บริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน ส่วนกรณีที่รัฐบาลผลักดันการท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น มองว่าจะส่งผลดีต่อการเดินทางไปกลับท่าอากาศยานดอนเมือง อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงต้องติดตามปริมาณการผู้โดยสารเครื่องบินด้วยเช่นกัน แต่มองว่าภาพรวมจะเป็นบวกได้ ทั้งนี้บริษัทม่มีภาระหนี้สิน และมีกระแสเงินสดที่สูง โดยในไตรมาส 1/2569 มีรายการเทียบเท่าเงินสด 555 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 30% ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าบริษัทจะยังสามารถดำเนินการตามนโยบายการจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 90% ได้  ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการจ่ายปันผลทุกไตรมาสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและตอบแทนผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง                อนึ่ง DMT ประกาศเป้าหมายรายได้รวม 2569 เติบโตประมาณ 10% จากปีก่อน พร้อมคาดการณ์ปริมาณจราจรเฉลี่ยทั้งปีไม่ต่ำกว่าปี 2568 จากปัจจัยสนับสนุนด้านการท่องเที่ยว การเดินทางภายในประเทศ และการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงโอกาสขยายธุรกิจจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในอนาคต

GULFไตรมาส2กำไรนิวไฮ ขายไฟสูงขึ้น-บุ๊กกำไรพิเศษ
อ่าน

GULFไตรมาส2กำไรนิวไฮ ขายไฟสูงขึ้น-บุ๊กกำไรพิเศษ

#GULF #ทันหุ้น - โบรกคาด GULF ไตรมาส 2/2569 กำไรนิวไฮต่อเนื่อง จาก ADVANC งบดีด-รับรู้เงินปันผล KBANK-บุ๊กกำไรพิเศษขายหุ้นโรงไฟฟ้าในสปป.ลาว-ขายไฟมากขึ้นจากฤดูร้อน-Jackson ค่าความพร้อมจ่ายสูงขึ้น  คาดกำลังผลิตเพิ่มจาก PDP ฉบับใหม่ เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ประสานเสียง แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 66-91 บาทต่อหุ้น บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แจ้งกำไรปกติในไตรมาส 1/2569 ที่ 9,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.2% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และเพิ่มขึ้น 43.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) ใกล้เคียงกับที่คาด และทำระดับสูงสุดใหม่ โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,117 ล้านบาท *Q2 กำไรนิวไฮโดยฝ่ายคาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 มีโอกาสสูงที่จะทำนิวไฮได้ต่อจากการรับรู้เงินปันผล KBANK และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนโครงการ Pak Lay ในสปป.ลาว ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้า IPP คาดว่าจะมีการเรียกใช้ไฟเพิ่มขึ้น ทั้ง QoQ และ YoY ตามภาวะอากาศ และต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้น โดยประเมินราคาเหมาะสม 12 เดือนข้างหน้าที่ 91 บาทต่อหุ้น*มีอัพไซด์ PDP ใหม่บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยคาดแนวโน้มผลดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ของ GULF จะเติบโตต่อเนื่อง YoY หนุนจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากโครงการพลังงานหมุนเวียนที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายปี 2568 (พลังงานแสงอาทิตย์ 597 เมกะวัตต์/ระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี) อัตราค่าไฟฟ้าใหม่สำหรับ MKW ซึ่งซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือน กุมภาพันธ์ 2569 และการก่อสร้าง MTP3 อย่างต่อเนื่องโดยคำแนะนำ GULF มีสัญญาชื้อขายไฟฟ้า (PPA) รองรับทำให้การเติบโตของกำไรหลักมีความชัดเจนยาวนานมากกว่า 10 ปีข้างหน้า มีอัพแผนPDP ฉบับใหม่ นอกจากนี้ บริษัทกำลังขยายธุรกิจไปสู่ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 76.50 บาทต่อหุ้น*รับปันผล KBANK 2.8 พันล.บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 2/2569 โดดเด่นขึ้นอีก จาก โรงไฟฟ้าในไทยที่ได้ประโยชน์จากการถูกเรียกเดินเครื่องเพิ่มขึ้น ตามสภาพอากาศที่ร้อน,คาดส่วนแบ่งกำไรกลับมาเพิ่มขึ้นจาก ADVANC และ Jackson และรายได้เงินปันผลจาก KBANK ก้อนใหญ่ ซึ่ง GULF ถือหุ้น 236.805 ล้านหุ้น จ่าย 12 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่า 2.84 พันล้านบาท นอกจากนั้น คาดบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นโรงไฟฟ้าปากลายอีก 1.8 พันล้านบาทโดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" จากกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่และดีกว่าคาด ซึ่งกำไรไตรมาส 2/2569 จะเพิ่มขึ้นไปอีกตามเงินปันผลรับจาก KBANK ซึ่งจะทำให้กำไรปกติครึ่งปีแรก 2569 แข็งแกร่ง และทำให้กำไรที่คาดไว้มี Upside โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 66 บาทต่อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/2569 เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ จากคาด เงินปันผล KBANK ราว 2.8 พันล้านบาท บนการถือหุ้นที่ 10%, การรับรู้รายได้โครงการ Mekong Wind ตามอัตราค่าไฟใหม่ และคาดส่วนแบ่งกำไร Jackson ปรับขึ้น YoY และ QoQ จากการปรับขึ้นค่าไฟ CP ในตลาด PJM สหรัฐจาก 270 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน เป็น 329 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในเดือนมิถุนายน และการปิดซ่อมลดลง QoQ ขณะที่กำไรสุทธิคาดมี Gain จากการการขายหุ้น 51% ในโครงการ Pak Lay ราว 1.8 พันล้านบาททั้งนี้คงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายใหม่ 74.0 บาทต่อหุ้น จากเดิม 70 บาทต่อหุ้น เป็น Top Pick ของกลุ่มในฐานะBig Cap ที่กำไรเติบโตต่อเนื่อง ทั้งยังเป็น Proxy ที่ดีสำหรับการลงทุนธีม Data Center และ PDP ฉบับใหม่บนศักยภาพฐานทุนพร้อมรับ MW Growth ใหม่

ดราม่าภาษี! Sony โดนฟ้อง จี้คืนส่วนต่าง หลังรัฐบาลสหรัฐฯ คืนภาษี ตามรอยปู่นิน
อ่าน

ดราม่าภาษี! Sony โดนฟ้อง จี้คืนส่วนต่าง หลังรัฐบาลสหรัฐฯ คืนภาษี ตามรอยปู่นิน

ดราม่าวงการเกมมาอีกแล้ว! บอกเลยว่าสั่นสะเทือนไปถึงกระเป๋าเงินของคนซื้อเครื่อง PS5 แน่นอน เมื่อค่ายยักษ์ใหญ่กำลังโดนยื่นฟ้องร้องแบบกลุ่มข้อหาเนียนเก็บเงินที่ได้คืนจากรัฐบาลไว้เอง โดยทาง Sony กำลังเจอคดีฟ้องร้องครั้งใหม่เกี่ยวกับการขึ้นราคาเครื่อง PlayStation 5 (PS5) และการเปลี่ยนแปลงเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐฯโดยคำฟ้องอ้างว่า Sony เตรียมจะเก็บเงินก้อนโตที่ได้รีฟันด์คืนจากภาษีเอาไว้เอง ทั้งที่เงินส่วนนี้ควรจะตกเป็นของผู้บริโภคที่ยอมจ่ายเงินซื้อเครื่องในราคาที่แพงขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าทาง Nintendo ก็โดนเกมเมอร์ฟ้องในเรื่องนี้เช่นกัน! (อ่านข่าว : เกมเมอร์รวมตัวฟ้อง Nintendo)กำแพงภาษีที่ถูกประกาศใช้ในปี 2025 โดยรัฐบาลทรัมป์ได้ถูกระงับไปเรียบร้อยแล้วหลังจากศาลฎีกาตัดสินว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเปิดช่องให้บริษัทต่าง ๆ ยื่นขอคืนเงินภาษี ซึ่งนี่คือจุดเริ่มต้นของคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มครั้งนี้โดยกล่าวหาว่า Sony ได้กำไรสองเด้ง เด้งแรกจากราคาเครื่อง PS5 ที่ปรับแพงขึ้นเพื่อชดเชยค่าภาษี และเด้งที่สองจากเงินภาษีที่รัฐบาลคืนมา แต่กลับไม่มีการส่งต่อเงินคืนนี้ให้กับลูกค้าเลย คำฟ้องจึงเรียกร้องให้ทางบริษัทต้องจ่ายคืนส่วนต่างนั้นให้ผู้บริโภคทุกคนที่ซื้อเครื่องไปในช่วงดังกล่าวก่อนหน้านี้ Sony ก็เคยตกเป็นเป้าฟ้องร้องมาแล้วหลายคดี ทั้งเรื่องการตั้งราคาบน PlayStation Store ปัญหาจอยดริฟต์ที่ถูกยกฟ้องไป หรือคดีผูกขาดทางการค้าที่เพิ่งจบลงโดย Sony ยอมจ่ายชดเชยไป 7.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างไรก็ตาม ปัญหารอบนี้ไม่ได้เกิดแค่กับ Sony เท่านั้น เพราะ Nintendo เองก็โดนฟ้องด้วยเหตุผลเดียวกันเป๊ะ รวมถึงแบรนด์ดังอย่าง Amazon, Nike และ Adidas ด้วย ส่วนบริษัทขนส่งอย่าง UPS และ FedEx ยอมตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการสัญญาว่าจะส่งต่อเงินคืนภาษีนี้ไปให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบแล้วตอนนี้ยังต้องรอดูกันต่อไปว่า Sony จะรับมือยังไง และคนเล่นเกมจะได้เงินคืนไหม ซึ่งสถานการณ์กำแพงภาษีนี้สร้างความวุ่นวายให้ทั้งบริษัทและผู้บริโภคอย่างมาก และคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เลยกว่าปัญหานี้จะคลี่คลายและได้ข้อสรุปที่ชัดเจนนี่ถือเป็นประเด็นดราม่าภาษีที่ลุกลามไปทั่วแบรนด์ดังในสหรัฐฯ เลย โดยมี Sony และ Nintendo ที่ตกเป็นเป้าสายตาของเกมเมอร์อย่างหนักจากการพยายามเก็บเงินรีฟันด์ภาษีปี 2025 เข้ากระเป๋าตัวเอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผลักภาระให้คนซื้อต้องจ่ายค่าเครื่องแพงขึ้น ซึ่งถ้าหากฝั่งผู้บริโภคชนะคดี แฟน ๆ PlayStation 5 และ Nintendo ก็อาจจะมีลุ้นได้เงินส่วนต่างคืนในอนาคตแน่แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com

PTTEP ขาขึ้นรอบใหญ่ Q2  กระแสเงินสดแกร่งปันผลสูง
อ่าน

PTTEP ขาขึ้นรอบใหญ่ Q2  กระแสเงินสดแกร่งปันผลสูง

#PTTEP #ทันหุ้น - กูรูชี้ PTTEP งบไตรมาส 1 ดีเกินคาด แต่ยังไม่เท่าไตรมาส 2 ที่จะรับเต็มๆ ราคาน้ำมันขาขึ้น เชื่อราคาน้ำมันไตรมาส 2 จะยืน 100 ดอลลาร์ หนุนงบจะออกมาแรงโดดเด่นสุดของปี ส่วนขาดทุนประกันความเสี่ยงจะลดลงมาก ด้านกระแสเงินสดยังสุดแกร่ง-มองเข้าสะสมรับปันผล 10 บาท ยิลด์เด่น 8% เป้า 185 บาท มีอัพไซด์ ด้าน PTTEP รับเร่งผลิตก๊าซอ่าวไทยสูงขึ้นรับมือวิกฤติพลังงานนายเบญจพล  สุทธิ์วนิช  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" ว่า ผลประกอบการ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ไตรมาส 1/2569 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.18 หมื่นล้านบาท ถือว่าสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับตลาดอย่างมาก จากที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ราว 8 พันล้านบาท  แม้ตัวเลขกำไรสุทธิจะดูลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) เนื่องจากมีผลขาดทุนจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันแต่หากพิจารณาที่เนื้อในจะพบว่า กำไรจากการดำเนินงานปกติปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  จากรายได้รวมที่พุ่งแตะ 78,841 ล้านบาท โดยมีปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 553,369 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นผลจากการรับรู้ส่วนแบ่งการผลิตจากโครงการใหม่ๆ อาทิ โครงการเอ 18, โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค 408 ที่เริ่มเห็นดอกออกผลชัดเจนในปีนี้ ขณะที่ต้นทุน (Unit Cost) ที่ทำได้ต่ำเพียง 27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าสมมติฐานเดิมที่ตั้งไว้ โดยในไตรมาส 1 PTTEP มีผลขาดทุนจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันสูงถึง 8,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นธรรมชาติของธุรกิจสำรวจและผลิต ที่ต้องมีการล็อกราคาขายบางส่วนเพื่อบริหารความเสี่ยง โดยปกติบริษัทจะทำ Hedging ไว้ประมาณ 15% ของยอดขาย แต่ปัจจุบันทำอยู่เพียง 13% เท่านั้น ซึ่งผลขาดทุนที่เกิดขึ้นเป็นเพียงตัวเลขทางบัญชี (Paper Loss) แต่ในแง่ของการดำเนินงานจริง (Operation) ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากราคาน้ำมันที่ขายได้จริงในระดับสูง@ไตรมาส 2 เข้าพีคของปีนายเบญจพล ระบุชัดเจนว่า ไตรมาส 2/2569 จะเป็นไตรมาสที่พีค (Peak) ที่สุดของปี โดยกำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากนั้นราคาขายที่คาดว่าจะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก QoQ ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก ส่วนขนาดของผลขาดทุนจากการประกันความเสี่ยงในไตรมาส 2 จะลดลงจากไตรมาสแรกเกือบครึ่งหนึ่ง ขณะที่ปริมาณการขาย แม้คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยประมาณ 3% QoQ เนื่องจากรอบการขนส่งน้ำมันดิบในตะวันออกกลางที่ลดลงตามวงรอบปกติ ขณะที่ต้นทุนอาจจะขึ้นไปที่ 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาขายเฉลี่ยที่พุ่งสูงขึ้นจะเข้ามากลบผลกระทบนี้ได้หมด@ เจาะลึกราคาน้ำมันยังสูงยาวในมุมมองเชิงลึก นายเบญจพล เชื่อว่าราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยในไตรมาส 2 จะยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และโอกาสที่จะเห็นราคาดิ่งลงอย่างรุนแรงนั้นเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐ สถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะสงบสุขได้ง่ายๆ เพราะข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายยังมีความต่างกันสูง (Gap กว้าง) และมีโอกาสที่อิหร่านจะดึงเกมยื้อเพื่อทำให้คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ตกลงในช่วงการเลือกตั้งกลางเทอม เดือนพฤศจิกายนนอกจากนี้ท่อขนส่ง LNG 2 เส้นในโอมานถูกทำลาย ซึ่งต้องใช้เวลาซ่อมแซมถึง 3-5 ปี ทำให้ความกังวลเรื่องอุปทานส่วนเกิน (Over Supply) หายไปทันที ดังนั้นต่อให้สถานการณ์คลี่คลาย ราคาน้ำมันก็น่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าระดับ 50-60 ดอลลาร์ในช่วงอดีตอย่างมาก@อัพไซด์เปิดยิลด์ปันผลเด่นทั้งนี้ให้ราคาเป้าหมายของ PTTEP ไว้ที่ 185 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นในปัจจุบันยังปรับฐานลงมาจากจุดสูงสุดพอสมควร ทำให้มีอัพไซด์ (Upside) เปิดกว้างให้นักลงทุนเข้าสะสมได้ และยังมีอัพไซด์ที่เพิ่มขึ้นอีกหากราคาน้ำมันเฉลี่ยขึ้นไปแตะ 90 บาท ซึ่งสูงกว่าประมาณการ ด้วยกระแสเงินสด (Cash Flow) ที่ "แข็งแรง"  และฐานกำไรที่พุ่งสูงตามราคาน้ำมัน คาดการณ์ว่าปีนี้จะจ่ายปันผลไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน โดยมีโอกาสเห็นการจ่ายปันผลรวม เกิน 10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 7-8% หากราคาหุ้นยังอยู่แถว 150 บาทอีกหนึ่งประเด็นที่ส่งผลบวกต่อการจ่ายปันผลคือ แผนการลงทุน (CAPEX) ในรอบ 5 ปีข้างหน้า ที่บริษัทประกาศออกมาถือว่าไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับอดีต สิ่งนี้กลายเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการกำไรเพื่อนำมาจ่ายเงินปันผลคืนสู่ผู้ถือหุ้นได้มากขึ้น  ด้วยพื้นฐานที่แกร่งและนโยบายปันผลสูง นักลงทุนจึงควรหาจังหวะสะสมเพื่อรับรอบขาขึ้นใหญ่ในไตรมาส 2ด้านนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น การดำเนินงานของ ปตท.สผ. จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยให้มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงานในการช่วยบรรเทาผลกระทบต่อการใช้พลังงานของประชาชนและอุตสาหกรรมต่างๆ จากวิกฤติพลังงานโลก โดยในระยะที่ผ่านมา บริษัทได้เพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาติเต็มศักยภาพ สู่ระดับการผลิตที่ประมาณ 2,720 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปริมาณการขายก๊าซธรรมชาติต่อวันตามสัญญา ที่ประมาณ 2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน  

PIS ปันผลฉ่ำ 0.20 บ. ลุยชิงงานรัฐพันล้าน
อ่าน

PIS ปันผลฉ่ำ 0.20 บ. ลุยชิงงานรัฐพันล้าน

#PIS #ทันหุ้น – PIS แจกข่าวดีผู้ถือหุ้น ไฟเขียวปันผลปี 68 หุ้นละ 0.20 บาท รวม 108 ล้านบาท พร้อมปักธงปี 69 รายได้โตต่อ 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ อานิสงส์เมกะเทรนด์ Digital Transformation ภาครัฐหนุนเต็มสูบ เดินหน้าลุยประมูลงานรัฐ-รัฐวิสาหกิจมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทนางเบญญาภา เฉลิมวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) หรือ PIS เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ในวันที่ 27 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค. 2568) ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 108 ล้านบาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พฤษภาคม และจ่ายปันผลในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569โชว์ผลงานทั้งนี้ ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 มีรายได้รวม 3,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% เทียบปีก่อนมีรายได้รวม 1,471 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163% เทียบปีก่อนมีกำไรสุทธิ 103 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการได้รับงานโครงการขนาดใหญ่จากทางภาครัฐ และสามารถส่งมอบงานได้ตามแผนสำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากแรงหนุนของนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ของภาครัฐ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เมืองอัจฉริยะ และระบบราชการอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มดำเนินงานมากขึ้น และคาดว่าจะได้รับการผลักดันจากรัฐบาลต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่ส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัท โดยในปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 10-15% สร้างสถิติใหม่สูงสุดลุยประมูลงาน“บริษัทยังคงเดินหน้าเข้าร่วมการประมูลงานโครงการของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจหลายโครงการที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่ม Backlog ให้มีมูลค่าสูงขึ้น และมุ่งมั่นศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ อาทิ ด้าน AI-Driven Security, Cloud-Based Data Management และบริการ IT Outsourcing รวมถึงนำเสนอโซลูชันสอดคล้องความต้องการของลูกค้า เพื่อยกระดับคุณภาพบริการ เสริมศักยภาพในการแข่งขันและเพิ่มโอกาสในการได้รับงานโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต สนับสนุนผลการดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดด” นางสาวเบญญาภา กล่าว

SHRลุยอัพพอร์ตดันโตยั่งยืน มุ่งลงทุนสินทรัพย์คุณภาพสูง
อ่าน

SHRลุยอัพพอร์ตดันโตยั่งยืน มุ่งลงทุนสินทรัพย์คุณภาพสูง

#SHR #ทันหุ้น-SHR พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ยกระดับพอร์ตสู่การเติบโตยั่งยืน  ปี 2569 เน้นลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูง-ปรับปรุงโรงแรมในอังกฤษ 2 แห่ง ดันอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย  -อัตราการเข้าพัก   ด้านที่ประชุมผู้ถือหุ้น เคาะจ่ายปันผลปี 2568 ที่ 0.07 บาทต่อหุ้น  หลังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นายไมเคิล เดวิท มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน)  หรือ SHR  ผู้นำด้านการบริหารงานโรงแรมและรีสอร์ตระดับนานาชาติในเครือ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S กล่าวภายหลังการประชุมผู้ถือหุ้นว่า   ในปี 2569 บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจโดยมุ่งยกระดับพอร์ตการลงทุน ควบคู่กับการหมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) *มุ่งสินทรัพย์คุณภาพสูงโดยมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพสูงมากกว่าการขยายเชิงปริมาณ พร้อมแผนปรับปรุงโรงแรมในสหราชอาณาจักร 2 แห่งในเมือง Manchester และ Glasgow เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการภายใต้แบรนด์ lyf ของ The Ascott Limited พร้อมกันนี้ บริษัท มุ่งเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ (Asset Enhancement) ผ่านการปรับปรุงโรงแรม เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) และอัตราการเข้าพักทั้งนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ผ่านการพัฒนาอาหารและเครื่องดื่ม บริการสปา และกิจกรรมที่หลากหลาย ควบคู่กับการต่อยอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ SAii Hotels Resorts พร้อมขยายศักยภาพการให้บริการเพื่อรองรับตลาด MICE และการจัดงานแบบครบวงจร เพื่อผลักดันรายได้จากธุรกิจที่ไม่ใช่ห้องพัก ตลอดจนยกระดับมาตรฐานด้านความยั่งยืน ผ่านการรับรอง EIC Certificate ในโรงแรมและรีสอร์ตในเครือสำหรับการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทได้มีการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่บริษัท ประสบความสำเร็จในหลายด้าน โดยสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพิ่มอัตราการทำกำไร และลดค่าใช้จ่ายทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้บริษัท สามารถรายงานกำไรปกติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่จำนวน 615 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อนเกือบ 3 เท่า*ไฟเขียวปันผลดังนั้นจึงส่งผลให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท รวมเป็นเงินจ่ายทั้งสิ้น 251,554,800 บาท คิดเป็นร้อยละ 46.67 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักเงินสำรองตามกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท โดยในจำนวนนี้ บริษัท ได้ดำเนินการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ในอัตราหุ้นละ 0.015 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันที่ 10 กันยายน 2568 ดังนั้นส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.055 บาท บริษัทจะดำเนินการจ่าย โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ต่อไป”“ผลประกอบการในปี 2568 ตอกย้ำแนวทางการบริหารงานที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ในปี 2568 สามารถเพิ่มจำนวนเงินปันผลจ่ายได้สูงขึ้นกว่าปีก่อนกว่าเท่าตัว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่บริษัท เคยประกาศจ่ายเงินปันผลมา สำหรับปี 2569 บริษัทยังคงเดินหน้ารักษามาตรฐานการดำเนินงานในระดับสูง พร้อมเร่งขยายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินงานอย่างโปร่งใส่ และและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน” นายไมเคิลกล่าว

TIPHอนุมัติจ่ายปันผล1.50บ. แผนปี69เน้นโตแบบมีคุณภาพ
อ่าน

TIPHอนุมัติจ่ายปันผล1.50บ. แผนปี69เน้นโตแบบมีคุณภาพ

#TIPH #ทันหุ้น TIPH บอร์ดอนุมัติปันผล 1.50 บาทต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2567 ชี้ธุรกิจในเครือผลงานดีทำกำไรส่งให้บริษัท ย้ำแผนธุรกิจปี 2569 ยังคงเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ขณะที่ผลงานปี2568 ยังคงบวก แต่ถูกกดดันจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ปิดงบกำไรสุทธิได้ 1,003.58 ล้านบาท ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH กล่าวว่า ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลอัตราหุ้นละ 1.50 บาท หุ้น สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ซึ่งจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่จ่ายไป 1.00 บาทต่อ โดยบริษัทได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท และจะจ่ายส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พร้อมกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 16 มีนาคม 2569 สำหรับอัตราเงินปันผลตอบแทน ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 7%พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยมุ่งเสริมศักยภาพบริษัทย่อยและบริษัทร่วม รวมถึงต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวนอกจากนี้ TIPH ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต*บ.ลูกตบเท้าส่งกำไรสำหรับผลการดำเนินงานของTIPH ในปี 2568 บริษัทมีผลการดำเนินงานด้านการลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่บริษัทรับรู้กำไรตามสัดส่วน จากธุรกิจประกันภัย และธุรกิจอื่นเพิ่มขึ้น 33.59 ล้านบาทหรือคิดเป็นการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญร้อยละ 34.80 เมื่อเทียบกับปีก่อนในส่วนของธุรกิจประกันภัย ผลจากการที่บริษัทเข้าลงทุนเพิ่มในบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผ่านบริษัท ทิพย ไอบี จำกัด (บริษัทย่อยของบริษัท)ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ในสัดส่วนร้อยละ 3.75 ทำให้บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นรวมเป็นร้อยละ 21.34 ภายหลังการเข้าทำรายการ ส่งผลให้บริษัท รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทร่วมจำนวน 102.52 ล้านบาท เข้ามาในงบการเงินรวมของบริษัท ในไตรมาส 3 และ ในไตรมาส 4 ปี 2568สะท้อนผลสำเร็จกการลงทุนของบริษัท ภายหลังปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัทเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์ รวมทั้งความสามารถในการทำกำไร และการเติบโตของบริษัทย่อยและบริษัทว่ามในกลุ่ม ขณะที่บริษัท มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ ผ่านการลงทุนในตลาดการเงินสำหรับปี 2568 เพิ่มขึ้น 88.29 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.21 โดยเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับและเงินปันผลรับที่เพิ่มขึ้น*ภัยพิบัติกดดันอย่างไรก็ดี จากการที่บริษัท มีผลการดำเนินงานการบริการประกันภัยลดลง 595.09 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 23.56 โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวและอุทกภัยทางภาคใต้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ ครั้งเดียว (One-Time Events) และภาวะตลาดที่อ่อนตัว (Soft Market) ของลูกรายใหญ่ ประกอบกับบริษัทฯ มีการซื้อประกันภัยต่อความเสียหายส่วนเกินจากภัยพิบัติหรือมหันตภัย (Excess of Loss - XoL) เพิ่มเติมเพื่อป้องกันความเสี่ยง ทำให้บริษัท มีกำไรสุทธิ สำหรับปี 255568 ที่ 1,003.58 ล้านบาท ลดลง 491.78 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 32.89 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

บัวหลวงเจาะ Q1/69 เปิด 12 หุ้นกำไรฟื้น
อ่าน

บัวหลวงเจาะ Q1/69 เปิด 12 หุ้นกำไรฟื้น

#ทันหุ้น - บล.บัวหลวง ส่องกลยุทธ์ตลาดหุ้นไทย คาดการณ์กำไรสุทธิ Q1/69 ภาพรวมเติบโต 15% YoY และ 26% QoQ แรงหนุนหลักบริการมือถือ–อินเทอร์เน็ต อิเล็กทรอนิกส์ (AI/data center) ค่าการกลั่น-ส่วนต่างปิโตร กำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่ และกำไรจากโรงไฟฟ้าต่างประเทศ แม้ยังโดนกดดันจากส่วนต่างดอกเบี้ยกลุ่มธนาคารหดตัว/ราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง YoYหากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรหลักคาดออกมาเพิ่มขึ้น 14% YoY และ 14% QoQ โดยในมุม YoY กลุ่มที่กำไรเติบโต นำโดยกลุ่มปิโตรฯ (PET West เด่นกว่า HDPE) กลุ่มพลังงาน (นำโดยโรงกลั่น GRM +115% YoY) โรงไฟฟ้า สื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ (โดยเฉพาะ AI/Data Center ยังเด่นกว่า Consumer Electronic ที่ทยอยฟื้นตัว) แพคเกจจิ้ง โรงแรม (RevPar 2M26 +10% YoY) ค้าปลีกสินค้า IT ห้างฯ อิงค่าเช่าขณะที่กลุ่มกำไรลดลง YoY นำโดยโดยกลุ่มอาหาร (ราคาเนื้อสัตว์ทั้งราคาหมู-ไก่หดตัว), กลุ่มธนาคาร (ส่วนต่างดอกเบี้ยกลุ่มธนาคารหดตัว), กลุ่มขนส่ง (ราคาตั๋วเครื่องบินหดตัว/รายได้ duty-free ลดลง YoY ยังกดดันธุรกิจสนามบิน)หากเจาะแนวโน้มของรายหุ้นในแต่ละอุตสาหกรรม ที่กำไรจะดีขึ้น (ฟื้น/โต) ได้แก่ ปิโตรฯ (PTTGC-IVL-SCC) ค้าปลีก (CPALL จาก SSSG+GM) ห้างสรรพสินค้า (CPN จาก traffic และพื้นที่เช่า) สื่อสาร (ADVANC-TRUE ดีจาก ARPU) โรงไฟฟ้า (GULF คาดดีจากทั้งไทย-ตปท. Data center และ PDP ใหม่ในอนาคต, GUNKUL คาดมีงาน backlog เพิ่มจากโครงการขยายสายส่งไฟฟ้า transmission) กลุ่มส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยง (ITC จากยอดขายกลุ่ม premium) โรงพยาบาล (BH คาดหวังการฟื้นตัวของ pent-up demand) โรงแรม (MINT ยุโรปกระทบสงครามน้อย ขณะที่ต้นทุนพลังงานล็อคไว้แล้ว)

PC Game Pass ปรับลดราคาสมาชิก แต่จะไม่มี Call of Duty ภาคใหม่ให้เล่น Day1 อีกต่อไป
อ่าน

PC Game Pass ปรับลดราคาสมาชิก แต่จะไม่มี Call of Duty ภาคใหม่ให้เล่น Day1 อีกต่อไป

ข่าวดีสำหรับชาว PC Game Pass ในไทยครับ เมื่อทาง Microsoft Gaming ได้ประกาศปรับลดราคาค่าสมาชิก PC Game Pass จาก 16.49 ดอลลาร์สหรัฐฯ เหลือเพียง 13.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนในฝั่งของไทยก็ปรับลดจากราคา 199 บาทเหลือ 129 บาทด้วย ทว่าราคาที่ปรับลดนี้ก็ต้องแลกมากับการที่เกม Call of Duty ภาคใหม่ในอนาคตจะไม่มีการนำมาลง PC Game Pass ในวันแรกของการวางจำหน่ายอีกต่อไป โดยจะถูกเลื่อนการนำมาลงเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดปลายปีของปีถัดไปแทน (หรือประมาณ 1 ปีให้หลังนั่นเอง) แต่ในส่วนของ Call of Duty ภาคก่อนหน้าที่มีในคลังของ Game Pass อยู่แล้วจะยังคงเปิดให้เล่นตามปกติอยู่เช่นเดิมครับนอกจากนี้ Game Pass Ultimate ที่มีให้บริการเฉพาะประเทศที่รองรับ (ซึ่งไม่ได้รวมประเทศไทย) ก็มีการปรับลดราคาค่าสมาชิกจาก 29.99 เหรียญสหรัฐฯ เหลือ 22.99 เหรียญสหรัฐฯ เช่นกัน ซึ่งในการประกาศล่าสุดนี้ ทีมงานของ Microsoft Gaming ได้อธิบายว่าผู้เล่นของ Game Pass ล้วนมีความหลากหลายทั้งในด้านที่อยู่อาศัย ความชอบ และรสนิยม ดังนั้นจึงอาจจะไม่มีโมเดลการให้บริการแบบใดแบบหนึ่งที่จะสามารถตอบโจทย์ทุกคนได้ดีที่สุด แต่การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อฟีดแบ็คต่าง ๆ ที่ทีมงานได้รับและนำมาพิจารณา โดยที่ทีมงานจะยังคงรับฟังต่อไปครับแปลและเรียบเรียงจากhttps://www.gematsu.com/2026/04/game-pass-ultimate-and-pc-game-pass-remove-call-of-duty-at-launch-drop-price

กลโกงแบบใหม่? สลับจอย Switch รุ่นเก่าส่งคืน Amazon ทำลูกค้าซวยได้ของ "ย้อมแมว"
อ่าน

กลโกงแบบใหม่? สลับจอย Switch รุ่นเก่าส่งคืน Amazon ทำลูกค้าซวยได้ของ "ย้อมแมว"

กลายเป็นประเด็นเตือนภัยที่ชาวเกมเมอร์ต้องระวัง! เมื่อผู้ใช้ Reddit ชื่อ OutcastKatarn02 ออกมาแชร์ประสบการณ์สุดช็อก หลังสั่งซื้อจอย Switch 2 Pro Controller จาก Amazon เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดให้คนในครอบครัว แต่พอเปิดกล่องออกมากลับเจอจอย Switch Pro รุ่นแรก อยู่ข้างในแทนซะงั้น! Buyer beware when buying Switch 2 pro controllers. People are returning the box with Switch 1 controllers inside. by u/OutcastKatarn02 in gaming เหตุการณ์นี้คาดว่าเป็นฝีมือของมิจฉาชีพที่ใช้วิธีซื้อจอยรุ่นใหม่ไป แล้วแอบเอาตัวเก่ามาใส่กล่องแทนก่อนจะทำเรื่องคืนเงินกับทาง Amazon เพื่อเอาเงินคืนและเก็บจอยใหม่ไว้เอง ส่งผลให้สินค้าชิ้นนั้นถูกส่งต่อไปยังลูกค้าคนอื่น ซึ่งความต่างของราคามันแม้ดูไม่เยอะ (ประมาณ $5 หรือ 180 บาท) แต่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่ต่างกันลิบเลยล่ะจอย Switch 2 Pro: ราคาเปิดตัว $84.99 มีปุ่มพิเศษอย่าง GameChat และมี Back Pedals (แป้นกดด้านหลัง 2 ปุ่ม) ที่ตั้งค่าได้ ซึ่งรุ่นแรกไม่มีจอย Switch Pro รุ่นเดิม: ราคาปัจจุบันประมาณ $79.99 แม้จะยังใช้งานกับเครื่อง Switch 2 ได้ผ่าน Bluetooth หรือสาย USB-C แต่ก็จะขาดฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของรุ่น 2 ไปทั้งหมดและก็โชคดีที่เคสนี้ทาง Amazon ยอมคืนเงินให้ และเจ้าตัวก็ได้ไปซื้อใหม่ที่หน้าร้าน Best Buy แทนเพื่อให้มั่นใจว่าได้ของแท้แน่นอน ซึ่งตอนนี้ราคาจอย Switch 2 Pro ที่ Best Buy พุ่งไปแตะที่ $89.99 แล้วด้วยนะ ใครที่คิดจะสั่งซื้ออุปกรณ์เสริมจากเว็บออนไลน์ในช่วงนี้แนะนำว่าต้องเช็กของให้ดีตั้งแต่นาทีที่ได้รับเลยนะ ไม่งั้นอาจเจอแบบเคสนี้ได้!?แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com

ตำนานบทใหม่เริ่มแล้ว! s&box ภาคต่อ Garry's Mod เคาะวันขายปลายเดือนนี้ เตรียมเปลี่ยนโฉมวงการเกมสร้างเองอีกครั้ง
อ่าน

ตำนานบทใหม่เริ่มแล้ว! s&box ภาคต่อ Garry's Mod เคาะวันขายปลายเดือนนี้ เตรียมเปลี่ยนโฉมวงการเกมสร้างเองอีกครั้ง

หลังจากปล่อยให้รอคอยมานานถึง 20 ปีเต็ม! ในที่สุด Facepunch Studios ก็แอบเผยวันวางจำหน่ายของ sbox (อ่านว่า Sandbox) ภาคต่ออย่างเป็นทางการของ Garry's Mod บน Steam แล้ว โดยเคาะฤกษ์วันที่ 28 เมษายน 2026 นี้ ซึ่งการประกาศครั้งนี้มาแบบเรียบง่ายสุด ๆ แค่อัปเดตหน้าเพจ Steam เงียบ ๆ แต่ก็ทำเอาวงการสั่นสะเทือนเลยล่ะความเด็ดของข่าวนี้คือ Facepunch ได้เซ็นสัญญากับ Valve เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะอนุญาตให้ผู้ใช้ sbox สามารถสร้างเกมของตัวเองขึ้นมา แล้ว Export ออกไปวางขายเป็น "เกมแยก" บน Steam ได้เลย! ที่สำคัญคือทาง Facepunch จะไม่เก็บส่วนแบ่งรายได้ใด ๆ ทั้งสิ้นด้วยนะโดย Garry Newman ผู้ก่อตั้งสตูดิโอให้เหตุผลแบบหล่อๆ ว่า "ผมมีเงินพอแล้ว" และอยากส่งต่อโอกาสที่เขาเคยได้รับจาก Valve ให้กับคนรุ่นใหม่บ้าง เขาเชื่อว่าถ้าทุกคนได้ประโยชน์ วงการก็จะเติบโตขึ้นเอง ส่วนราคาค่าตัวของ sbox บน Steam ตอนนี้ยังไม่นิ่ง แต่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ $10 - $20 (ราว ๆ 360 - 720 บาท)Wishlist เกม sbox ได้ที่แปลและเรียบเรียงจาก : pcgamer.com

NAKWON: LAST PARADISE เกมซอมบี้เซอร์ไววัลใหม่จาก NEXON สรุปผลช่วงการเปิดทดสอบ
อ่าน

NAKWON: LAST PARADISE เกมซอมบี้เซอร์ไววัลใหม่จาก NEXON สรุปผลช่วงการเปิดทดสอบ

‘NAKWON: LAST PARADISE’ เกมซอมบี้เซอร์ไววัลใหม่จาก NEXON ประกาศสิ้นสุดการทดสอบ Closed Alpha Test (CAT) ที่จัดขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-16 มีนาคมที่ผ่านมา คอนเทนต์ใหม่ต่างๆ เช่น ประสบการณ์การต่อสู้ ระบบฐานที่พัก และอุปกรณ์เอาชีวิตรอดต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาจาก Pre-Alpha Test ได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงความสนใจของผู้เล่นที่มีต่อ ‘NAKWON’ ได้เป็นอย่างดี แม้จะยังอยู่ในขั้นตอนของการทดสอบ แต่ก็มีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดบน Steam มากถึง 37,000 คน และมีผู้เข้าชมพร้อมกันบน CHZZK แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเกมของเกาหลีสูงสุดกว่า 70,000 คน ทั้งนี้หลังจากสิ้นสุดการทดสอบดังกล่าว ทาง NEXON ได้เปิดเผยวิดีโออินโฟกราฟิกที่แสดงข้อมูลเกมเพลย์สำคัญ และสถิติการเอาชีวิตรอดใน ‘NAKWON’ จากความร่วมมือของผู้เข้าร่วมทดสอบอีกด้วย■ กำจัดผู้ติดเชื้อเฉลี่ยคนละ 115 ราย... บันทึกการเอาชีวิตรอดสุดแสนดิ้นรนตลอดระยะเวลา 5 วันจากการทดสอบ Closed Alpha Test ในครั้งนี้ มีผู้สำรวจเข้าร่วมทั้งหมด 279,484 คน โดยในจำนวนนี้มี 43,311 คนที่เคยเข้าร่วมในการทดสอบ Pre-Alpha Test และกลับมาร่วมเดินทางเอาชีวิตรอดใน ‘NAKWON’ อีกครั้ง ตลอดระยะเวลาทดสอบ 5 วัน ผู้สำรวจได้กำจัดผู้ติดเชื้อไปทั้งสิ้น 32,041,716 ราย เฉลี่ยกำจัดได้คนละ 115 รายทว่าตัวเลขสถิติก็ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียไม่น้อย มีผู้สำรวจทั้งสิ้น 567,669 คนที่ไม่รอดจากการโจมตีของผู้ติดเชื้อ ทั้งนี้ ‘โพลิซแมน’ ผู้ติดเชื้อรายพิเศษในเครื่องแบบตำรวจสามารถจัดการ 1 ใน 3 ของผู้สำรวจที่เผชิญหน้ากับตนได้ และถูกบันทึกว่าเป็นซอมบี้ที่อันตรายที่สุดในการหลบหนีย่อมมีทั้งผู้อยู่รอดและผู้ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง จากสถิติพบว่าการหลบหนีที่ทำได้สำเร็จมีจำนวนถึง 1,856,948 ครั้ง โดยหนึ่งในผู้สำรวจได้รับไอเทมมูลค่า 3,797,200 เครดิต จากการออกสำรวจ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม มีผู้สำรวจที่รวบรวมทรัพยากรได้ถึง 3,348,360 เครดิต แต่ไม่อาจรอดชีวิตกลับมาได้ และได้กลายเป็นเพียงตำนานของ ‘การสำรวจที่น่าเสียดายที่สุด’ ไป ซึ่งถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะพิเศษของเกมประเภทเอาชีวิตรอด ที่ท้ายที่สุดแล้วการมีชีวิตรอดกลับมาคือสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด■ ‘ยองดึง พาเลซ’ ที่มีแค่ Top 0.1% เท่านั้นที่เข้าอยู่ได้ และแฟชั่น ‘เสื้อกั๊กลายดอก’ ความสดใสในความมืดมนในการทดสอบครั้งนี้ มีผู้สำรวจเพียง 393 คนเท่านั้นที่บรรลุการเป็นพลเมืองระดับ 10 ซึ่งเป็นระดับพลเมืองสูงสุด และมีผู้เข้าร่วมทดสอบเพียง 0.1% เท่านั้นที่มีสิทธิ์ในการเข้าอยู่ใน ‘ยองดึง พาเลซ’ สถานที่แห่งความสะดวกสบายที่เปิดรับพลเมืองเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ระบบฐานที่พักที่ผู้สำรวจสามารถจัดวางไอเทมที่ได้รับจากการสำรวจเพื่อตกแต่งที่พักของตนซึ่งจะขยายตามระดับพลเมือง เป็นระบบที่ได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกในแง่ของแรงจูงใจในการเล่นที่ ‘ต้องเตรียมบ้านของตนในกรุงโซลที่กลายเป็นดินแดนหายนะครั้งใหญ่จากเหล่าซอมบี้’สำหรับไอเทมที่เหล่าผู้รอดชีวิตหมายปองที่สุดก็เป็นไอเทมที่สอดคล้องกับบริบทการเอาชีวิตรอด โดยพบว่า ‘ทองแท่ง’ ที่มีมูลค่า 200,000 เครดิตต่อชิ้นเป็นไอเทมราคาแพงที่สุดที่สามารถรับได้ระหว่างระยะเวลาการทดสอบ โดยในตลอด 5 วัน ผู้สำรวจได้รับทองแท่งไปรวม 17,856 ชิ้น ฉากหลังสมจริงของย่านจงโนที่เต็มไปด้วยร้านขายทอง ผสานเข้ากับความคิดเกี่ยวกับเศรษฐกิจหลังวันสิ้นโลกที่ซึ่งเงินคือกระดาษไร้ค่า ส่วนทรัพย์สินจริงกลับมีมูลค่าสูงขึ้นนั้นหล่อหลอมเป็นความสมจริงอันเป็นเอกลักษณ์ของ ‘NAKWON’ ได้เป็นอย่างดีในขณะเดียวกัน ท่ามกลางสงครามการเอาชีวิตรอดที่ดุเดือด ผู้เล่นก็ไม่ลืมที่จะโชว์เซนส์แฟชั่นที่สดใสของตน แม้จะต้องติดอยู่ในโลกหลังวันสิ้นโลกที่มืดมน ซึ่งไอเทมแฟชั่นอย่าง ‘เสื้อกั๊กลายดอก’ สีสันสดใสและ ‘กระโปรงเทนนิส’ ที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาก็เป็นไอเทมแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากผู้เล่นทุกเพศทุกวัย โดยมีสถิติยอดขายสูงถึง 12,443 และ 270,059 ตัวตามลำดับ■ Steam Wishlist ทะยายสูงขึ้น 81 อันดับหลังการทดสอบ... ยืนยันศักยภาพความสำเร็จของคอนเทนต์ ‘K-Zombie’ แบบใหม่แม้จะเป็นช่วงการทดสอบสั้นๆ แต่เกมเพลย์ที่โดดเด่นและคอนเซปต์สไตล์เกาหลีของ ‘NAKWON: LAST PARADISE’ ก็กลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็วและดึงดูดความสนใจจากผู้เล่นทั่วโลก โดยมีอันดับ Steam Wishlist สูงขึ้น 81 อันดับจนแตะที่อันดับ 40 นอกจากนี้ ไอเทมต่างๆ ที่สะท้อนเอกลักษณเกาหลีอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ป้องกันของเทควันโดและหน้ากากแบบดั้งเดิมของเกาหลี รวมถึงฉากหลังที่ถ่ายทอดทิวทัศน์ของกรุงโซลอย่างสมจริง ได้กลายเป็นเสน่ห์ที่แตกต่างสำหรับทั้งในประเทศเกาหลีและในตลาดโกลบอลที่คุ้นเคยกับคอนเทนต์ K-Zombie อย่างภาพยนตร์ดัง ‘ด่วนนรก ซอมบี้คลั่ง (Train to Busan)’คุณชางคยองฮัน ไดเรกเตอร์ของ ‘NAKWON: LAST PARADISE’ ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมในการทดสอบ Closed Alpha Test ครั้งนี้ และกล่าวว่าการถ่ายทอดโลกแห่ง ‘NAKWON’ อันเป็นแดนสวรรค์ของมวลมนุษยชาติคือก้าวสำคัญที่มีความหมายอย่างยิ่ง นอกจากนี้จะนำทุกความคิดเห็นที่ได้รับมาพิจารณาอย่างรอบด้านและปรับปรุงตัวเกม และมีแผนที่จะพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ต่างๆ รวมถึงแผนที่เพิ่มเติม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เล่นทุกคนจะยังคงติดตามและให้ความสนใจ ‘NAKWON’ ต่อไป[ข่าวประชาสัมพันธ์]

ผถห. MMM ไฟเขียวปันผล ‘เงิน+หุ้น’ พ่วงวอร์แรนต์
อ่าน

ผถห. MMM ไฟเขียวปันผล ‘เงิน+หุ้น’ พ่วงวอร์แรนต์

#MMM #ทันหุ้น-MMM ตอกย้ำหุ้นปันผลแกร่งต่อเนื่อง 9 ไตรมาสติด หลังล่าสุดผู้ถือหุ้นไฟเขียว อนุมัติจ่ายปันผลทั้งเงินสด 0.05 บาทต่อหุ้น และ หุ้น ปันผล (อัตรา 10:1) กำหนดจ่ายปันผล 7 เม.ย.นี้ พร้อมเคาะออกวอร์แรนต์ MMM-W1 และ MMM-W2 รวมกว่า 72.6 ล้านหน่วย เสริมฐานทุน ปูทางสร้างอาณาจักรธุรกิจ Property Finance เต็มสตรีม ผ่าน“MMM Mega Fin Holding” สู่ New S-Curve เพื่อสร้างผลตอบแทนคุ้มค่าในระยะยาวบริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM ผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการ พัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ แบบครบวงจร จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ นำโดย นาย ประเสริฐ หวังรัตนปราณี ประธานกรรมการบริษัท, นางสาว ณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นาย สุริยา วงศ์สิทธิชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ และคณะกรรมการบริษัทร่วมประชุมพร้อมนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ถือหุ้น ตอกย้ำในการเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นจากเงินปันผลต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 ติดต่อกัน ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด 0.05 บาทต่อหุ้น พร้อมปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 10;1 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 เมษายน 2569นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นยังมีมติอนุมัติให้บริษัทออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (Warrant) จำนวน 2 ชุด ได้แก่ MMM-W1 และ MMM-W2 รวมจำนวนทั้งสิ้น 72,599,996 หน่วย โดยมีหุ้นสามัญรองรับการใช้สิทธิรวมไม่เกิน 108,899,994 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 30 ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษโดยเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนจากการออก Warrant ในครั้งนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 319.44 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และเป็นเงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจใหม่ของกลุ่มบริษัทฯ เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) ในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่บริษัทฯ อีกทั้งยังสะท้อนถึงความตั้งใจของ MMM ในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคง และเพิ่มโอกาสการลงทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น เพื่อวางรากฐานการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงในระยะยาวรายละเอียดของวอร์แรนต์ทั้งสองชุดมีดังนี้MMM-W1: จำนวน 36,299,998 หน่วย จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยมีอายุไม่เกิน 24 เดือน กำหนดอัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย MMM-W1 ต่อ 2 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ที่ราคาใช้สิทธิ 2.60 บาทต่อหุ้นMMM-W2: จำนวน 36,299,998 หน่วย จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ โดยมีอายุไม่เกิน 18 เดือน กำหนดอัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย MMM-W2 ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ที่ราคาใช้สิทธิ 3.60 บาทต่อหุ้นนางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล เปิดเผยว่า บริษัทฯ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และเชื่อมั่นในก้าวการเติบโตของ MMM มาโดยตลอด สำหรับปี 2569 บริษัทฯ พร้อมขยายฐานรายได้สู่มิติใหม่ ด้วยการจัดตั้งอาณาจักรการเงินอสังหาฯ ครบวงจร (Property Finance) เพื่อปูทางสู่การสร้างรายได้ทั้งจากธุรกิจหลักและธุรกิจใหม่ ผ่านโมเดลสินเชื่อที่ตอบโจทย์ Pain Point ของตลาด ผ่านการขับเคลื่อน บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม เมกะ ฟิน โฮลดิ้ง จำกัด (MMM Mega Fin Holding) ภายใต้ ‘เงินติดรั้ว’ และ ‘MMM พิโก พลัส โฮลดิ้ง’ โดยมุ่งเน้น การปล่อยสินเชื่อแก่กลุ่มผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายกลางและรายย่อย รวมถึงบริการสินเชื่อรายย่อยที่ใช้โฉนดที่ดินเป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดที่มีศักยภาพและมีส่วนต่างกำไร (Margin) สูง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะสร้าง New S-Curve รวมถึงเสริมแกร่งของโครงสร้างรายได้แบบ Recurring Income และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว“MMM จะทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ปั้นอาณาจักรสินเชื่ออสังหาฯ ครบวงจร สร้างโอกาสการเติบโต สู่มุ่งเน้นการสร้างรายได้ที่มั่นคงและผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น ซึ่งการขยายธุรกิจในครั้งนี้ถือเป็น บทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของ MMM ในการเป็นฟันเฟืองสำคัญ ในฐานะผู้เล่นในตลาดการเงินและสินเชื่ออสังหาฯ” กล่าว

TISCO ดาโอคาดกำไร Q1/69 ที่ 1.6 พันลบ. ลดลง เหตุตั้งสำรองเพิ่ม
อ่าน

TISCO ดาโอคาดกำไร Q1/69 ที่ 1.6 พันลบ. ลดลง เหตุตั้งสำรองเพิ่ม

#TISCO #ทันหุ้น-บล.ดาโอ(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO คาดว่าจะมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 ที่ 1.6 พันล้านบาท ลดลง 2% YoY และลดลง 1% QoQ เนื่องจากคาดว่ามีการตั้งสำรองที่ 688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% YoY และเพิ่มขึ้น 22% QoQ เพราะมีการตั้ง Management overlay เพิ่มเติมจากสถานการณ์ความขัดแย้งอิสราเอลอิหร่านที่ท าให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ NIM ในไตรมาส 1/69 คาดว่าอยู่ที่ 4.86% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 4.83% จาก Cost of fund ที่ลดลงจากดอกเบี้ยขาลงส่วนสินเชื่อรวมไตรมาส 1/69 เพิ่มขึ้น 2.1% YoY และเพิ่มขึ้น 0.3% QoQ จากสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อเช่าซื้อที่เพิ่มขึ้นจาก EV car ส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนลดลงเพราะเห็นความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ด้าน NPL จะอยู่ที่ 2.21% ลดลงจากไตรมาสก่อนได้ที่ 2.28% เพราะสินเชื่อเช่าซื้อที่ดีขึ้นฝ่ายวิจัยดาโอ คงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2569 ของ TISCO อยู่ที่ 6.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY จาก NIM ที่เพิ่มขึ้น เพราะได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยขาลง แต่ยังมีสำรองที่ยังคงตั้งในระดับสูง โดยคงคำแนะนำถือ ในหุ้น TISCO ให้ราคาเป้าหมายที่ 110 บาท ขณะที่มี Dividend yield สูงถึง 7%

MTC หุ้นกู้ 4 ชุดใหม่ ขายเกลี้ยง! เดินหน้าหนุนเศรษกิจฐานราก
อ่าน

MTC หุ้นกู้ 4 ชุดใหม่ ขายเกลี้ยง! เดินหน้าหนุนเศรษกิจฐานราก

#ทันหุ้น - บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ 4 ชุดใหม่ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท ขายหมดเกลี้ยง! สะท้อนความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อพื้นฐานธุรกิจ และเสถียรภาพทางการเงินในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล (World-class Thai Microfinance) พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน ผ่านการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมนายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC) เปิดเผยว่า หุ้นกู้ 4 ชุดใหม่ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ เปิดขายระหว่างวันที่  9 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยเสนอขายให้กับผู้ลงทุนทั่วไป และผู้ลงทุนสถาบัน (เฉพาะผู้ลงทุนสถาบันที่เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น โดยให้จองซื้อในฐานะผู้ลงทุนทั่วไป) อัตราดอกเบี้ยคงที่ระหว่าง 2.80–3.85% ต่อปี  ทั้งนี้ หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ “A-(tha)” โดยบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569 ผลการเสนอขายในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีเยี่ยม สามารถขายหมดทั้งจำนวน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพื้นฐานธุรกิจและเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทฯ ในฐานะผู้ประกอบการรายใหญ่ในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทยสำหรับหุ้นกู้ของ MTC ทั้ง 4 ชุด ประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี 3 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี 11 เดือน 14 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.00% ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 5 ปี 11 เดือน 12 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.35% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 8 ปี 5 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.85% ต่อปี มีกำหนดชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ เว้นดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะชำระในวันครบกำหนดไถ่ถอนของหุ้นกู้แต่ละชุด  โดยวัตถุประสงค์ในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อไปใช้ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้ (roll-over) และเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อของบริษัทฯ ต่อไป"ในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยใช้กลยุทธ์ส่งเสริมยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มต่างๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้าได้กว้างขึ้น จากจำนวนสาขาที่กระจายอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพครอบคลุมทั่วประเทศ โดย ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวน 8,673 สาขา" นายปริทัศน์ กล่าวสำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56% มีรายได้รวม 30,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17% และกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.59 % เทียบปีก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 3.48 ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage ratio) อยู่ที่ 142.99% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวนอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดจากผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ในอัตรา 0.29 บาท/หุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เมษายน 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 15 พฤษภาคม 2569ที่ผ่านมา MTC ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความรับผิดชอบ โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 รวมถึงผลการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Rating) ระดับ AA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการจัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นขององค์กรในระดับสากลขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG), บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว สะท้อนบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)

SSPลั่นงบไตรมาส1/69ดีด ทุ่ม2.3หมื่นล้านลงทุน5ปี
อ่าน

SSPลั่นงบไตรมาส1/69ดีด ทุ่ม2.3หมื่นล้านลงทุน5ปี

#SSP #ทันหุ้น - SSP คาดผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โต จากยอดขายไฟเพิ่ม หลังปรับปรุงประสิทธิภาพ-COD เพิ่ม ปักธงปี 2569 รายได้ทะยานต่อเนื่องจากปี 2568 อานิสงส์บุ๊ก “LEO 2”-SPN โฉมใหม่เต็มปี พร้อมรับอานิสงส์ดอกเบี้ยลง หนุนต้นทุนการเงินลด วางงบลงทุน 5 ปี 2.3 หมื่นล้านบาท ปูทางต่อยอดผลิตไฟฟ้าใน-ต่างประเทศเต็มสูบ ด้านโบรกเกอร์ มองธุรกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง แนะ ซื้อนายชยุตม์  หลีหเจริญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า บริษัทคาดแนวโน้มผลดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 น่าจะปรับตัวดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) ประกอบกับมีการรับรู้โครงการใหม่ในต่างประเทศที่เปิดผลิตเชิงพาณิชย์เพิ่มเติม ส่งผลให้ปริมาณขายไฟฟ้าขยายตัวมากขึ้น@มั่นใจงบปี 69 โต ทั้งนี้ ปัจจุบัน SSP มีกำลังผลิตไฟฟ้า ณ สิ้นปี 2568 รวมราว 367 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโซลาร์ฟาร์มและการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (รูฟท็อป) รวมอยู่ที่ราว 72%, โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) อีก 25% และที่เหลือมาจากโครงการส่วนอื่นๆ สำหรับผลประกอบการทั้งปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตต่อเนื่องจากปี 2568 ที่มีรายได้ประมาณ 3.26 พันล้านบาท เพราะได้แรงสนับสนุนจากโซลาร์ฟาร์มในส่วนของ SPN เข้าเพิ่มเติม รวมทั้งจะมีการเปิดโครงการโซลาร์ฟาร์มภายใต้ชื่อ LEO 2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 22 เมกะวัตต์ในประเทศญี่ปุ่นช่วงในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งบริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ทิศทางดอกเบี้ยที่อ่อนตัว ประกอบกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี และมีผลตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนนี้บริษัทเองก็ได้ผลดีเช่นกัน เพราะจะช่วยทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยในส่วนวงเงินสินเชื่อในประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยปรับตัวลดลง จากเดิมมีวงเงินส่วนดังกล่าวราว 3 พันล้านบาท ตลอดจนทำให้ต้นทุนการเงินรวมดียิ่งขึ้นอีกทางหนึ่ง@ควักงบต่อยอดไฟฟ้า นายชยุตม์ กล่าวว่า บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปี (ปี 2569 -2573) ประมาณ 2.3 หมื่นล้านบาท รองรับการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ คิดเป็นกำลังผลิตรวมอีกไม่ต่ำกว่า 400 เมกะวัตต์ อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 150 เมกะวัตต์, โรงไฟฟ้าแปรรูปขยะชุมชนในไทย จำนวน 2 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 19.8 เมกะวัตต์   เพื่อขยายฐานธุรกิจไฟฟ้าเพิ่มเติม รวมทั้งสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวต่อไป ขณะเดียวกันประชุมคณะกรรมการบริษัทฯในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2568 เป็นเงินสดในอัตรา 0.205  บาทต่อหุ้น เตรียมขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในงาน AGM วันที่ 27 เมษายน 2569 และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กำหนดจ่ายเงินวันที่ 21 พฤษภาคม 2569ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด  กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น SSP เนื่องจากคาดผลประกอบการได้ผ่านพ้นช่วงต่ำสุดในปี 2568 มาแล้ว และน่าจะได้เห็นแนวโน้มธุรกิจฟื้นตัวต่อเนื่องหลังจากนี้  โดยในระยะสั้น ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติในไตรมาส 1/2569 ยังโตจากไตรมาสก่อนหน้า และภาพใหญ่ 1-2 ปีข้างหน้ายังเห็นการเติบโตต่อเนื่อง ผลจากการเริ่มรับรู้กำลังการผลิตใหม่ๆ  ที่มีในมือ ซึ่งราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside เปิดกว้าง จึงมองเป็นโอกาสลงทุนในระยะยาว ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SSP

TAN ขับเคลื่อนธุรกิจไลฟ์สไตล์รีเทลครบวงจร
อ่าน

TAN ขับเคลื่อนธุรกิจไลฟ์สไตล์รีเทลครบวงจร

บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ TAN ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2568 (มกราคม – ธันวาคม 2568) สร้างสถิติยอดขายสูงสุดใหม่ (All-Time High) ด้วยรายได้รวม 1,882 ล้านบาท เติบโต 6.1% จากปีก่อนหน้า (YoY) มีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ ในช่วงเทศกาลปลายปี โดยในช่วงไตรมาส 4/2568 เติบโตดีต่อเนื่อง จากกลุ่มแฟชั่น Marimekko, GANNI และ UNITED ARROWS รวมถึงการกลับมาฟื้นตัวชัดเจนของกลุ่มไลฟ์สไตล์ PANDORA เปิดตัวคอลเลกชันที่กระตุ้นดีมานด์ของลูกค้าใหม่ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภายนอกหลายด้าน สำหรับปี 69 บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโต 10-12% เตรียมรุกโปรเจกค์ใหม่ให้กลุ่มรีเทล แฟชั่น ไลฟ์สไตล์ รวมทั้งขยายแบรนด์ HARNN ในประเทศจีนต่อเนื่อง เพื่อเสริมการเติบโตระยะยาวนายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทาย แต่เรายังสามารถสร้างยอดขายสูงสุดใหม่ได้อีกครั้ง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแรงของแบรนด์ในเครือ และความสามารถของทีมงานในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว TAN มีผลการดำเนินงานปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) ทำรายได้รวม 1,882 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่เติบโตได้ดีในออนไลน์ และการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีน ของแบรนด์ HARNN และแบรนด์ในกลุ่มแฟชั่นอย่าง Marimekko และ GANNI ที่มีการเติบโตโดดเด่น โดยสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจต่างๆ แบ่งได้เป็น กลุ่มธุรกิจ Lifestyle 48% กลุ่มธุรกิจ Fashion 26% กลุ่มธุรกิจ Beauty Wellness 19% และกลุ่มธุรกิจ Food Beverage 7% ตามลำดับ โดยโครงสร้างรายได้จากต่างประเทศ คิดเป็น 13% ของรายได้รวมซึ่งมีการเติบโตจากปีก่อน 77% สะท้อนถึงความก้าวหน้าในการขยายกิจการในต่างประเทศ”ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 46 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SGA) เพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าการเติบโตของรายได้รวมในระยะสั้น และรายการปรับปรุงที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการปรับมาตรฐานบัญชี อย่างไรก็ดีการปรับรายการนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด จึงทำให้บริษัทฯ สามารถจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่ากำไรได้ บริษัทฯ มองว่าในระยะยาวธุรกิจในต่างประเทศจะเสริมศักยภาพของกลุ่มธนจิราให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในอนาคตในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตที่ 10-12% ภายใต้แนวคิด Customer Centric มุ่งให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ พร้อมสร้างความผูกพันระยะยาวกับทุกแบรนด์ในกลุ่มธนจิรา ด้วยการขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างชัดเจน ได้แก่1.กิจการในประเทศ (Domestic E-Commerce Platform: ขยายฐาน – เพิ่ม Scale – รักษากำไร)บริษัทฯ มุ่งขยายฐานลูกค้าใหม่ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าเดิมอย่างเป็นระบบ ในกลุ่มธุรกิจไลฟ์สไตล์ นำโดย PANDORA เดินหน้ารุกกลุ่ม Gen Z ด้วยการสื่อสารผ่าน Thailand Brand Ambassadors “เก่ง-น้ำปิง” เพื่อสร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ และเสริมความแข็งแกร่งในช่องทาง Online สำหรับกลุ่มธุรกิจ แฟชั่น ขยายสาขาของ GANNI และ UNITED ARROWS ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าที่เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ควบคู่กับการปรับโฉมร้าน Flagship Store ของ Marimekko และ HARNN เพื่อส่งมอบประสบการณ์แบรนด์และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน อีกทั้งในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม มุ่งสร้าง “Economy of Scale” ปรับโครงสร้างต้นทุนและโมเดลร้านให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยใช้แนวคิด Casual Concept ในการขยายสาขาของ Gordon Ramsay Street Pizza และ Street Burger โดยจะใช้การลงทุนในพื้นที่ขนาดเล็ก และบริหารต้นทุนบุคลากรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังสามารถสร้างยอดขายในระดับที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับร้าน Gordon Ramsay Bread Street Kitchen Bar2. กิจการต่างประเทศ (International: ขยายจุดจำหน่ายอย่างเป็นระบบ) โดยเฉพาะในประเทศจีน บริษัทฯ เร่งขยายจุดจำหน่ายกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มจำนวน HARNN Concept Store จาก 10 แห่ง เป็น 30 แห่ง โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 55 ล้านหยวน หรือประมาณ 250 ล้านบาท โดยมีสินค้าได้รับความนิยมสูงคือ Body Oil Spray ซึ่งจะพัฒนาและขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคจีนมากขึ้น กลยุทธ์การเติบโตจะมุ่งเน้นความร่วมมือกับเครือข่ายร้านค้าปลีกเครื่องสำอางรายใหญ่ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์และความผูกพันกับผู้บริโภคในระยะยาวประเทศสิงคโปร์ บริษัทฯ เดินหน้าสร้าง Retail Network วางแผนการเปิดสาขาลำดับที่ 3 ของ Marimekko ในทำเลยุทธศาสตร์ เพื่อรองรับฐานลูกค้าระดับพรีเมียม สำหรับประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีแผนขยาย Brand Portfolio เปิดร้าน Multi- Brand Store โดยจะคัดสรรสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน (Daily- Use Products) เพื่อขยายฐานลูกค้าในกลุ่มไลฟ์สไตล์ในด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า บริษัทฯ ได้เปิดตัว TANACHIRA CLUB แพลตฟอร์มสมาชิกบน LINE Official Account ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการข้อมูลลูกค้า (Data-Driven Strategy) เชื่อมโยงประสบการณ์ระหว่างแบรนด์ในเครือ มอบสิทธิประโยชน์เฉพาะบุคคล (Personalized Engagement) และยังช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารแบรนด์อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นทั้งนี้ เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ในอัตรา 0.27 บาทต่อหุ้น มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนมากกว่ากำไรสุทธิปี 2568 โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ได้รับปันผล (Record Date) ในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 กำหนดจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและความเชื่อมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดี ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นธนจิรา กรุ๊ปเดินหน้าสร้างการเติบโตควบคู่ความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานตามหลัก ESG อย่างเป็นระบบ ล่าสุดในปีที่ผ่านมาได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ระดับ “A” และผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับ 5 ดาว นับเป็นปีแรกที่บริษัทเข้ารับการประเมิน สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการสู่ความโปร่งใสและความรับผิดชอบในระยะยาว

PTT มุ่งเสริมแกร่งภายใน เพิ่มกระแสเงิน 8.3 หมื่นล.
อ่าน

PTT มุ่งเสริมแกร่งภายใน เพิ่มกระแสเงิน 8.3 หมื่นล.

#PTT #ทันหุ้น - PTT ชี้ ปี 2569 ท้าทาย จากปัจจัยต่างประเทศ จึงยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งภายในบริษัท “อัพประสิทธิภาพการดำเนินงาน-สร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านโครงการ “P1-D1 -Mission- AXIS -ลดค่าใช้จ่าย” พร้อมเพิ่มเงินสดอีก 8.3 หมื่นล้านบาท เพื่อทำได้ตามเป้าหมาย 2 ปี (68-69) แตะแสนล้านบาท  แจงภายในปีนี้ชัดเจนหาพันธมิตรให้บริษัทลูกในธุรกิจปลายน้ำ-พีทีที แทงค์  รวมถึงผู้ถือหุ้น  “เล็งซื้อหุ้นคืนอีกรอบ – ร่วมโครงการ JUMP+ -จะมีปันผลพิเศษอีกหรือไม่ต้องพิจารณาเรื่องกระแสเงินสดควบคู่งบแผนลงทุน”ดร.คงกระพัน  อินทรแจ้ง  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ในปีนี้ถือว่าเป็นอีกปีที่มีความท้าทาย ทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์  ภาพเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน และความผันผวนของราคาผลิตภัณฑ์  ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางปตท.ไม่สามารถควบคุมได้ แต่สิ่งที่ปตท.สามารถได้คือ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อทำให้ปตท.มีความแข็งแกร่งจากภายใน@มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มโดยปีนี้ทางปตท.ยังคงเดินหน้าทำโครงการบริหารความร่วมมือด้าน ซับพลายเชน ผ่านโครงการ P1 และD1, การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานผ่านโครงการ MissionX รวมถึงการนำ ดิจิทัล และ AI เข้ามาใช้ผ่านโครงการ AXIS และการเพิ่มกระแสเงินสดผ่าน A1 การลดต้นทุนและการรักษาวินัยทางการเงิน หลังจากปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมากการทำโครงการดังกล่าวที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่มกว่า 3.8 หมื่นล้านบาท (Profit Enhancement)  และเพิ่มกระแสเงินสดได้ถึง 1.7 หมื่นล้านบาท และเพิ่มกำไรสุทธิ 1.47 หมื่นล้านบาท ทำให้ปี 2568 ปตท.ยังสามารถทำกำไรสุทธิได้ 9.01 หมื่นล้านบาทสำหรับในปีนี้บริษัทคาดคาดว่าจะสร้างกระแสเงินสดเพิ่มอีก 8.3 หมื่นล้านบาท  จากปีที่ผ่านมาทำได้  1.7 หมื่นล้านบาท เพื่อทำให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1 แสนล้านบาท  (ปี 2568-2569) โดยโครงการ P1 ปีนี้มีเป้าหมายที่ 3.24 พันล้านบาท  จากปีก่อนที่ทำได้  4.38 พันล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โครงการ D1 ปีนี้ตั้งเป้า 1.03 พันล้านบาท  จากปีก่อนทำได้  666 ล้านบาท  โครงการ MissionX ตั้งเป้าปีนี้ 2 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนทำได้ 1.2 หมื่นล้านบาท  โครงการ AXIS ปีนี้ตั้งเป้า 2 พันล้านบาท จากปีก่อนที่ 224 ล้านบาท  ขณะที่การประหยัดค่าใช้จ่ายตั้งเป้าปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท  จากปีก่อนที่ทำได้  1.39 หมื่นล้านบาท@หาพันธมิตรเสริมแกร่งส่วนแผนระยะกลาง ในการหาพันธมิตรให้ธุรกิจปลายน้ำ (ปิโตรเคมีและการกลั่น) คาดว่าจะชัดเจนในปีนี้ แต่ปตท.ยืนยันว่าจะยังคงถือหุ้นใหญ่อยู่ โดยพันธมิตรที่จะเข้ามานั้นจะต้องเป็นบริษัทระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจดังกล่าว และจะต้องทำให้บริษัทย่อยของปตท.มีความแข็งแรงมากขึ้น  และปตท.กำลังการพันธมิตรเข้ามาถือหุ้นใน บริษัท  พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด  (PTT Tank) หลังจากปีที่ผ่านมาได้มีการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์ภายในกลุ่ม โดยการซื้อสินทรัพย์บริษัทย่อยเข้ามา ผ่านการกู้เงินก่อน เพื่อทำให้ปตท.จะใช้เงินไม่มากในการทำรายการดังกล่าว  ซึ่งก็จะมีความชัดเจนภายในปีนี้เช่นกัน และเพื่อพอร์ตเทรดดิ้งธุรกิจ LNG  ขณะที่แผนระยะยาวการลงทุนใน CCS และไฮโดรเจน“ผลการดำเนินงานปีนี้ เนื่องจากราคาเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่เชื่อว่าปริมาณการขาย (วอลุ่ม) จะเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจการสำรวจและผลิต ขณะที่ปตท.มุ่งเน้นการสร้างกำไรจากการดำเนินงานภายในมากกว่าการรอพึ่งพาปัจจัยด้านราคาตลาดเพียงอย่างเดียว โดยให้ความสำคัญกับการทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพผลกำไร (Profit Enhancement) อย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ผลประกอบการเติบโตจากศักยภาพของบริษัทเอง”@เข้าโครงการ JUMP+ดร.คงกระพัน กล่าวว่า ในส่วนของการดูแลผู้ถือหุ้นในปีนี้ ปตท.ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน ผ่านการทำผลการดำเนินงานที่ดี และทางปตท.อยู่ระหว่างการพิจารณาที่จะทำโครงการซื้อหุ้นคืนอีกครั้งหรือไม่ หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทำโครงการซื้อหุ้นคืนเสร็จแล้ว แต่ว่าใช้วงเงินไปเพียง 50% ของวงเงินที่ตั้งไว้ โดยการจะทำโครงการซื้อหุ้นคืนอีกครั้งนั้นจะต้องพิจารณาใน 2 เรื่องคือ ราคาหุ้นอยู่ในระดับเหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานหรือไม่ และทำเพื่อสร้าง ROE ให้สูงขึ้น จากปีที่ผ่านมาคณะกรรมการ (บอร์ด)มองราคาหุ้นต่ำกว่า P/BV เกินไป ส่วนจะปันผลพิเศษอีกหรือไม่ จะต้องพิจารณาเรื่องของกระแสเงินสด ควบคู่กับแผนการลงทุน หลังจากผลการดำเนินงานปี 2568 ปตท.จ่ายปันผลพิเศษเป็นครั้งแรกรวมถึงทางปตท.จะเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และยังเป็นตัวอย่างของบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมโครงการนี้ และบริษัทในกลุ่มของปตท. ก็จะมีเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เช่นกัน  ซึ่งหากบริษัทย่อยไหนพร้อมก่อนก็เข้าก่อน แต่หากครบกำหนดเปิดรับสมัครในวันที่ 31 มีนาคม 2569 เชื่อว่าตลาดหลักทรัพย์ฯจะเปิดรับสมัครรอบ 2

TQM กำไรปี 68 แตะ 784 ลบ.ปันผล 0.60 บาท พ่วง “ซื้อหุ้นคืน”
อ่าน

TQM กำไรปี 68 แตะ 784 ลบ.ปันผล 0.60 บาท พ่วง “ซื้อหุ้นคืน”

#TQM #ทันหุ้น TQM กำไรปี 68 แตะ 784 ลบ. ปันผล 0.60 บาท พ่วง "ซื้อหุ้นคืน" มั่นใจปี 69 โตแกร่งเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มอัตราต่ออายุ–พัฒนาประสบการณ์ลูกค้า บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยมีกำไรสุทธิ 784 ล้านบาท และสร้างเบี้ยประกันภัยรวมกว่า 20,000 ล้านบาท แรงหนุนสำคัญมาจากการปรับกลยุทธ์สู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI อย่างเป็นรูปธรรมในไตรมาส 4 ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการขาย การบริหารต้นทุน และการให้บริการลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ *เดินแผนซื้อคืนหุ้น จากผลการดำเนินงานและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทจึงมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300 ล้านบาท จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนไม่เกิน 20 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 3.37% ของทุนเรียกชำระแล้ว โดยกำหนดซื้อคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การซื้อหุ้นคืนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของกลุ่มบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทั้งนักลงทุนและองค์กร พร้อมทั้งช่วยสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นในตลาด*ปันผลรวม1.10บ.ต่อหุ้นนอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตรา 0.60 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาล 0.50 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ปี 2568 บริษัทจ่ายเงินปันผลรวม 1.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 656.26 ล้านบาท สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 พิจารณานำเสนอแต่งตั้งนายวรภัทร ชวนะนิกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการบริหารธุรกิจ ดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านธรรมาภิบาลและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท เพื่อขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า “แม้ปี 2568 เผชิญความผันผวนเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ TQM ยังเติบโตต่อเนื่อง จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมพันธมิตรบริษัทประกันภัยเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครอบคลุม หนุนรายได้ธุรกิจหลักเติบโตแบบ Organic โดยปี 2568 มีรายได้รวม 3,950 ล้านบาท ปี 2569 *3กลยุทธ์หลักบริษัทวาง 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management) การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล (Digital Transformation) และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร (People Development) เพื่อเพิ่มอัตราต่ออายุกรมธรรม์ ขยายการถือครองผลิตภัณฑ์ต่อราย และบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างการเติบโตมั่นคงระยะยาว”   ด้าน ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) เสริมว่า “วันนี้เราเดินหน้าสู่การเป็น Data-Driven Organization อย่างเต็มรูปแบบ นำ Big Data และ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเชิงลึก เพื่อออกแบบข้อเสนอที่เหมาะสมและสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์แบบ Real-Time ครอบคลุมการตลาด การดูแลลูกค้า และการบริหารความเสี่ยง ควบคู่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเชื่อมข้อมูลทุกช่องทางสู่บริการแบบ 360 องศา การใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่แม่นยำและยั่งยืน พร้อมผลักดัน TQM สู่ผู้นำธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิตของประเทศ”  

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 99  คะแนน แลก Package Free 1-day pass 1 ครั้ง เพื่อเข้าใช้บริการ Working Space @True Digital Park
สิทธิพิเศษ

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 99 คะแนน แลก Package Free 1-day pass 1 ครั้ง เพื่อเข้าใช้บริการ Working Space @True Digital Park

เงื่อนไข1. จำกัด 2 สิทธิ์ / หมายเลขบัตรประชาชน /เดือน2. ลูกค้ากดรับสิทธิ์ได้ที่ Community Counter ชั้น 6 ตึกเพกาซัส โดยแสดงรหัสรับสิทธิ์ต่อเจ้าหน้าที่เท่านั้น3. โค้ดจากการกดรับสิทธิ์มีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ (รหัส 1 รหัสสามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ซ้ำได้)4. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่และเวลาที่กำหนดเท่านั้น โดยเวลาเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 9.00 18.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์5. การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่สามารถนำผู้ติดตามเข้ามาในพื้นที่ Co-Working Space ได้6. การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่รวมถึงบริการห้องประชุมและพื้นที่ Event space ลูกค้าสามารถใช้ได้เฉพาะ Hot Desk ในพื้นที่ Co-Working Space เท่านั้น7. การใช้สิทธิพิเศษนี้ ไม่รวมถึงกิจกรรมที่ทาง True Digital Park จัดเพื่อสมาชิก8. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้9. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่นๆ ได้10. เงื่อนไขการเข้าใช้งานพื้นที่เป็นตามที่ทรู ดิจิทัล พาร์คกำหนด กรุณาศึกษาเงื่อนไขและข้อกำหนดก่อนการเข้าใช้งานทรู ดิจิทัล พาร์ค ทุกครั้ง11. สถานที่มีที่นั่งจำนวนจำกัดต่อวัน

บอร์ด TISCO ไฟเขียวปันผลอีก 5.75 บาท XD 29 เม.ย. ทั้งปี 68 จ่าย 7.75 บาท
อ่าน

บอร์ด TISCO ไฟเขียวปันผลอีก 5.75 บาท XD 29 เม.ย. ทั้งปี 68 จ่าย 7.75 บาท

#TISCO #ทันหุ้น-บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า คณะกรรมการเห็นชอบการจ่ายเงินปันผลจากผลดำเนินงานปี 2568 แก่ผู้ถือหุ้นสามัญและผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิในอัตราหุ้นละ 7.75 บาท และเนื่องจากบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2568 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาทเป็นจำนวนเงิน 1,601.31 ล้านบาทดังนั้นจึงเสนอจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายอีกในอัตราหุ้นละ 5.75 บาท เป็นจำนวนประมาณ 4,603.77 ล้านบาท รวมเป็นเงินปันผลทั้งสิ้น 6,205.08 ล้านบาท โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 29 เม.ย. 2569 , วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 30 เม.ย. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 พ.ค. 2569