รีเซต

ผลการค้นหา “Not Me” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อีจองแจ ประกบคู่ อิมจียอน ในซีรีส์เกาหลีรอมคอมเรื่องใหม่ "Nice To Not Meet You ยินดีที่ไม่รู้จัก"
อ่าน

อีจองแจ ประกบคู่ อิมจียอน ในซีรีส์เกาหลีรอมคอมเรื่องใหม่ "Nice To Not Meet You ยินดีที่ไม่รู้จัก"

Prime Videoประกาศวันสตรีมซีรีส์เกาหลีโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่Nice to Not Meet Youนำแสดงโดยนักแสดงระดับโลก อีจองแจ (Squid Game, The Acolyte, Hunt)และนักแสดงหญิงมากฝีมือ อิมจียอน (The Glory, The Tale of Lady Ok, Lies Hidden in My Garden)ซีรีส์เรื่องนี้เตรียมสตรีมให้ได้รับชม เฉพาะที่Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ด้วยการผสานมุมมองเบื้องหลังของวงการบันเทิงเข้ากับเรื่องราวโรแมนติกสุดซาบซึ้งNice to Not Meet Youเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ระหว่าง อิมฮยอนจุน (อีจองแจ) นักแสดงที่มีภาพลักษณ์เดิมๆ และอยากเริ่มต้นใหม่ในบทแนวเมโลดราม่า และ วีจองชิน (อิมจียอน) นักข่าวสายการเมืองมากฝีมือที่ถูกย้ายอย่างกะทันหันมาทำข่าวบันเทิง จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าระหว่างสองคาแร็กเตอร์กลายเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ตรึงใจ เสียงหัวเราะ และเคมีความเข้ากันที่คาดไม่ถึง เตรียมสตรีมซีรีส์Nice to Not Meet Youตอนแรกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พร้อมรับชมตอนใหม่ทุกสัปดาห์ ในวันจันทร์และอังคาร เฉพาะที่ Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จจากความนิยมอย่างล้มหลามทั่วโลกของซีรีส์Squid Gameครั้งนี้อีจองแจมารับบทฮยอนจุน นักแสดงฝีมือดีแต่ติดภาพลักษณ์จากบท คังพิลกู ตัวละครเอกขวัญใจผู้ชมจากซีรีส์นักสืบชื่อดังที่กำลังเดินหน้าสู่ซีซั่นที่ห้า แม้อาชีพการงานจะไปได้ดีแต่เขากลับใฝ่ฝันอยากหลุดพ้นจากภาพจำเดิมๆ และพิสูจน์ฝีมือในบทบาทที่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น อิมจียอนรับบทเป็นวีจองชินนักข่าวมากฝีมือผู้เคยคว้ารางวัลจากการรายงานข่าวการเมือง ก่อนจะถูกย้ายให้มาทำข่าวบันเทิงกะทันหัน ขณะกำลังทำข่าวสืบสวนคดีสำคัญ ทำให้เธอต้องปรับตัวในโลกที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้ามา ก่อนจะพบว่าตัวเองหลุดเข้ามาในวงโคจรของนักแสดงที่เธอไม่อยากแม้แต่จะเขียนข่าวถึง จากผลงานการกำกับโดย คิมการัม (Good Partner, Nevertheless)เขียนบทโดย จองยอรัง (Doctor Cha)เตรียมพบกับNice to Not Meet Youที่พร้อมเสิร์ฟทั้งความสดใส เสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และการเสียดสีวงการบันเทิง ห้ามพลาดโมเมนต์ชวนใจเต้นและหัวเราะไม่หยุดในNice to Not Meet Youวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้ และสามารถรับชมตอนใหม่ได้ ทุกวันจันทร์และอังคาร เฉพาะที่Prime Videoเท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

อีจองแจ-อิมจียอน เตรียมจุดประกายรักในซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ "Nice to Not Meet You"
อ่าน

อีจองแจ-อิมจียอน เตรียมจุดประกายรักในซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ "Nice to Not Meet You"

Prime Videoเปิดตัวซีรีส์เกาหลีโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่Nice to Not Meet Youนำแสดงโดยนักแสดงระดับโลก อีจองแจ (Squid Game, The Acolyte, Hunt)และนักแสดงหญิงมากฝีมือ อิมจียอน (The Glory, The Tale of Lady Ok, Lies Hidden in My Garden)ซีรีส์เรื่องนี้เตรียมสตรีมให้ได้รับชม เฉพาะที่Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ด้วยการผสานมุมมองเบื้องหลังของวงการบันเทิงเข้ากับเรื่องราวโรแมนติกสุดซาบซึ้งNice to Not Meet Youเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ระหว่าง อิมฮยอนจุน (อีจองแจ) นักแสดงที่มีภาพลักษณ์เดิมๆ และอยากเริ่มต้นใหม่ในบทแนวเมโลดราม่า และ วีจองชิน (อิมจียอน) นักข่าวสายการเมืองมากฝีมือที่ถูกย้ายอย่างกะทันหันมาทำข่าวบันเทิง จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าระหว่างสองคาแร็กเตอร์กลายเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ตรึงใจ เสียงหัวเราะ และเคมีความเข้ากันที่คาดไม่ถึง ในซีรีส์เรื่องนี้อีจองแจนักแสดงผู้ประสบความสำเร็จจากความนิยมอย่างล้มหลามทั่วโลกของซีรีส์Squid Gameมารับบทฮยอนจุน นักแสดงฝีมือดีแต่ติดภาพลักษณ์จากบท คังพิลกู ตัวละครเอกขวัญใจผู้ชมจากซีรีส์นักสืบชื่อดังที่กำลังเดินหน้าสู่ซีซั่นที่ห้า แม้อาชีพการงานจะไปได้ดีแต่เขากลับใฝ่ฝันอยากหลุดพ้นจากภาพจำเดิมๆ และพิสูจน์ฝีมือในบทบาทที่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น อิมจียอนรับบทเป็นวีจองชินนักข่าวมากฝีมือผู้เคยคว้ารางวัลจากการรายงานข่าวการเมือง ก่อนจะถูกย้ายให้มาทำข่าวบันเทิงกะทันหัน ขณะกำลังทำข่าวสืบสวนคดีสำคัญ ทำให้เธอต้องปรับตัวในโลกที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้ามา ก่อนจะพบว่าตัวเองหลุดเข้ามาในวงโคจรของนักแสดงที่เธอไม่อยากแม้แต่จะเขียนข่าวถึง จากผลงานการกำกับโดย คิมการัม (Good Partner, Nevertheless)เขียนบทโดย จองยอรัง (Doctor Cha)เตรียมพบกับNice to Not Meet Youที่พร้อมเสิร์ฟทั้งความสดใส เสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และการเสียดสีวงการบันเทิง ห้ามพลาดโมเมนต์ชวนใจเต้นและหัวเราะไม่หยุดในNice to Not Meet Youเร็วๆ นี้ เฉพาะที่Prime Videoเท่านั้น

"j.rabbit" ปล่อยเพลงใหม่ "แค่ดี (it’s not me)" กับความสัมพันธ์ที่เป็นคนดีอย่างเดียวคงไม่พอ
อ่าน

"j.rabbit" ปล่อยเพลงใหม่ "แค่ดี (it’s not me)" กับความสัมพันธ์ที่เป็นคนดีอย่างเดียวคงไม่พอ

"j.rabbit" หรือ "เจสัน โสตางกูร" ศิลปินมากฝีมือจากค่ายเพลง MILK! BKK Music Label ที่มาพร้อมแนวเพลง Pop, Hip-hop กับ Lifestyle จัดจ้าน หลังจากปล่อยซิงเกิลเปิดตัวจังหวะสนุก ๆ กับเพลง "Loop" ไปแล้ว ครั้งนี้ "j.rabbit" กลับมาพร้อมเพลงใหม่ กับดนตรีที่น่าสนใจชวนติดตาม ในเพลง "แค่ดี (its not me)" เอาใจคนดีแต่ไม่เคยถูกรัก "แค่ดี (its not me)" ซิงเกิลที่สอง กับสตอรี่เพลงที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของการไม่ได้ถูกรักจากตัวตน แค่ชอบเพราะเป็นคนดี หน้าตาดี แต่ถ้าหากวันไหนที่เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นกับรูปลักษณ์ภายนอกเหล่านั้นแล้ว ก็คงตกกระป๋อง เพราะเขาก็พร้อมจะไปจากเราเสมอ โดยการทำงานในเพลงนี้ เจสัน ได้ชวนเพื่อนซี้มากความสามารถ อย่าง "กานต์ YENTED" กับ "Urworld" มาช่วยโปรดิวซ์เช่นเคย ซึ่งกว่าจะมาเป็นเวอร์ชันที่ทุกคนได้ฟังกัน พวกเขาได้มีการเปลี่ยนแปลง และทดลองทำอะไรใหม่ ๆ กับเพลงนี้เยอะมาก เรียกว่าเหมือนได้ของเล่นใหม่ที่มีการผสมความเป็น Latin cuban ลงไปในตัวเพลง พร้อมกับใส่ sound effects ประหลาด ๆ กับ Layer ของเสียงร้อง รวมถึงเรื่องมู้ดโทนก็ได้ น้องศรณ์ มาช่วยเรื่อง keys และเป็น arranger คนสำคัญอีกคนของทีม ยังไงอยากให้มาปล่อยใจสนุกไปด้วยกันกับซิงเกิลใหม่ "แค่ดี (its not me)" หากใครที่กำลังเจอเรื่องราวแบบนี้ สามารถรับฟังและรับชมมิวสิกวิดีโอ เพลง "แค่ดี (its not me)" ของ "j.rabbit" ได้ที่นี่ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ "j.rabbit" ผ่านทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.facebook.com/profile.php?id=61558911342152

“ปุยเมฆ นภสร” ถอนตัวจาก NotMeSeries แล้ว
อ่าน

“ปุยเมฆ นภสร” ถอนตัวจาก NotMeSeries แล้ว

ปุยเมฆ นภสร ถอนตัวจากNotMeSeries แล้ว ปุยเมฆ นภสร นักแสดงวัยรุ่นและว่าที่คุณหมอเผยในโซเชี่ยลของตนเองว่า ด้วยการแพร่ระบาดชองโควิด19 ทำให้คิวเปิดกล้องซีรีส์ เรื่อง NotMe เลื่อนซึ่งทำให้เธอไม่สามารถลงเล่นได้เหมือนที่วางไว้ โดยเธอโพสตว่า ปุยเมฆ ไม่ได้เล่น Not Me แล้วนะคะ เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้คิวเปิดกล้องเลื่อนมาจากกำหนดเดิมคือเดือนเมษา ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของเราไม่มีคิวที่ match กับการถ่ายซีรี่ย์ได้เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวนักแสดง เรารู้สึกเสียดายมากๆ และขอโทษทุกคนที่ให้รอด้วยนะคะ : (#NotMeSeries จริงๆตั้งใจจะบอกนานแล้ว แต่ไม่รู้จะหาจังหวะไหนที่เหมาะสมมาบอก ช่วงนี้ซีรี่ย์ก็เริ่มเปิดกล้องแล้ว หลายๆคนเมนชั่นเรามาเยอะว่าไม่เห็นเราไปเลย เราก็รู้สึกเสียดายและเสียใจที่ทำให้ทุกคนต้องรอมาก ๆ เลยขออนุญาตมาบอกให้ทุกคนทราบพร้อมๆกันในวันนี้นะคะ

เอาที่ไหนมาพี่น้อง! ออฟ - กัน แฮปปี้! จับไมค์คู่ร้องเพลง เข้าข้างตัวเอง ประกอบซีรีส์  NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม
อ่าน

เอาที่ไหนมาพี่น้อง! ออฟ - กัน แฮปปี้! จับไมค์คู่ร้องเพลง เข้าข้างตัวเอง ประกอบซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม

ทำเอาแฟน ๆ ออกอาการกรี๊ดลั่นและฟินกันสุด ๆ ที่นอกจากจะได้ชมซีรีส์ของคู่จิ้นคู่ฮอต #ออฟกัน2 หนุ่ม ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ที่โคจรกลับมาแสดงร่วมกันแล้ว ยังได้ฟังเสียงเพราะๆ น่ารักสดใส จากทั้งคู่ที่จับไมค์ร้องเพลงประกอบซีรีส์คู่กันอีกด้วย กับ เพลง เข้าข้างตัวเอง ประกอบออริจินัลซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม จาก GMMTV ซึ่งในเพลง เข้าข้างตัวเอง ได้นักร้องนักแสดงคุณภาพ แกงส้ม ธนทัต ชัยอรรถ มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ ทั้งแต่งเนื้อร้องและทำนอง พร้อมดึงนักแสดงหนุ่ม โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ มาร่วมแต่งเนื้อเพลงนี้ให้ด้วย ในสไตล์เพลง Synth Pop กับแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งงานนี้เรียกว่าโดนใจแฟน ๆ สุด ๆ และทันทีที่ปล่อย MV ก็โกยกระแสตอบรับอย่างล้นหลามเลยทีเดียว ทำให้ #เข้าข้างตัวเองMV ขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์ไทยทันที หลังจากปล่อยทีเซอร์ล่าสุดยอดวิวทะลุ 360,750 วิวไปแล้ว ออฟ - กัน เผยว่า "ก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ ที่ได้มาร้องเพลง เข้าข้างตัวเอง ให้แฟน ๆ ทุกคนได้ฟังกัน ซึ่งเป็นเพลงที่พวกเราชอบตั้งแต่ฟังเดโม่เลย เป็นเพลงที่ฟังง่าย สบายๆ และเข้าใจได้ง่าย เพราะด้วยเนื้อหาของเพลงที่สื่อความหมายได้ตรงกับเนื้อเรื่องและคาแรคเตอร์ตัวแสดงในเรื่อง ถ่ายทอดความรู้สึกของ ไวท์ และ ฌอห์ณ ที่พวกเราเล่นได้ชัดเจนมากๆ โดยสื่อถึงความรู้สึกที่เราไม่มั่นใจว่าเค้าชอบเราหรือเปล่า แต่ก็ชอบแอบไปคิดเข้าข้างตัวเองตลอดว่าการกระทำของเค้าก็น่าจะรู้สึกเหมือนกันกับเรา ออฟ จุมพล กัน อรรถพันธ์ ซึ่งเพลงนี้พวกเราก็ตั้งใจกันมากๆ แม้ว่าจะมีเวลาไม่นานมากสำหรับการเตรียมตัวก็ตาม แต่ก็ได้ทุ่มเททั้งเรียนร้องและซ้อมร้องเพลงกันหนักมากๆ ซึ่งพวกเราโชคดีที่ได้ แกงส้ม-ธนทัต มาโปรดิวซ์เพลงนี้ให้ ทำให้วันที่เข้าห้องอัดใช้เวลาเร็วมากและราบรื่นสุดๆ แล้วตรงไหนที่เราร้องไม่ได้ก็ช่วยเราสองคนเต็มที่มากๆ นอกจากนี้พวกเรายังเซอร์ไพรส์สุดๆ ที่เพื่อนเรา โอบ-โอบนิธิ มาร่วมแต่งเนื้อร้องเพลงนี้ด้วย อีกทั้งวันที่ถ่ายเอ็มวีก็ได้ พี่เอ็กซ์ (ณัฐพงษ์ มงคลสวัสดิ์) ผู้กำกับฯ มาดูแลให้ ซึ่งเคยทำงานด้วยกันอยู่แล้ว ทุกอย่างก็เลยง่ายและราบรื่นมากๆ บรรยากาศการทำงานก็สนุกสนาน ยังไงพวกเราก็ขอฝากเพลง เข้าข้างตัวเอง มาฟังกันเยอะๆ นะครับ และฝากติดตามชมซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม ด้วยครับ" เนื้อเพลง เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) - ออฟกัน Ost.NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม เพลงใหม่2022 โดย แกงส้ม ได้โพสต์ถึงการทำงานเพลงนี้ผ่านอินสตาแกรมว่า kangsomks เป็นอีกเพลงที่ตอนแต่งเสร็จ รู้สึกเลยว่า อยากร้องเพลงนี้จัง ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าเสียดายเพลงนะครับ แต่แค่พอมาฟังในฐานะศิลปินรู้สึกว่าเพลงนี้มันเล่าความรู้สึกอะไรหลายๆอย่างได้ในทำนองและคำที่เรียบง่าย ตอนที่ @tumcial และ @gun_atthaphan มาอัดเสียงเพลงนี้ ผมประทับใจทั้งสองคนมากครับ คือทั้งคู่มีความเข้าใจตัวละครของตัวเองเป็นอย่างดีจริงๆ แล้วพอมันออกมาเป็นเสียงของสองคนอยู่ในเพลงเดียวกัน มันทำให้เพลงนี้ถูกเล่าออกมาได้อย่างสมบูรณ์จริงๆครับ ขอบคุณทั้งสองคนที่ตั้งใจ และที่สำคัญคือ ทั้งสองคนน่ารักมากจริงๆ ยินดีที่ได้ร่วมงานมากจริงๆครับ 🤍 รอดูรอเชียร์ผลงานต่อๆไปอยู่นะ สุดท้าย ตัวละครลับของผม @oabnithi ไอน้องชายของผม คือตอนที่ผมแต่งเพลงนี้ ผมอยู่สมุยกับโอบ แล้วผมยกคอมไปเพลงด้วย ผมก็คิดได้ว่า โอบ กับ กัน สนิทกัน ผมเลยคิดว่าถ้าโอบแต่งเพลงให้กันร้อง ก็ดูน่ารักดีนะ แล้วก็เป็นการให้น้องได้ลองฝึกแต่งเพลงในงานจริงด้วย เพราะโอบก็สนใจด้านนี้อยู่แล้ว ผมเลยยก 1 ท่อนให้โอบ บอกว่า แต่งมาเลย ขอเสร็จวันนี้ 555 แล้วพอมันมาอยู่ในเพลง มันก็น่ารักจริงๆด้วย เพื่อนร้องเพลงที่เพื่อนแต่ง (ถึงแม้ว่าสุดท้ายท่อนที่โอบแต่ง ออฟ จะเป็นคนร้องก็ตาม ฮ่าๆ) ผมว่ามันคืออีกเหตุผลที่ทำให้เพลงนี้มีมิติมากขึ้นครับ ปล. เขียนซะยาว เอาจริงผมก็ไม่ใช่นักแต่งเพลงที่เก่งอะไร แค่พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอบคุณที่ไว้ใจให้ผมได้มีโอกาสทำสิ่งที่ผมรักครับ ฝากด้วยนะครับ เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) Ost.NOT ME 🙏🏽 #ออฟกัน #เข้าข้างตัวเองMV #NotMeSeries#NotMeSeriesEP7 ติดตามชมมิวสิควีดิโอ เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) จากเสียงร้องของ ออฟ จุมพล และ กัน อรรถพันธ์ เพลงประกอบออริจินัลซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม ได้แล้ววันนี้ ทาง YouTube : GMMTV RECORDS และอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/gmmtvofficial IG YouTube Twitter : GMMTV ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม Kangsomks / Youtube GMMTV Records ฟังเพลงออนไลน์ เพลงใหม่ ได้แล้ววันนี้บน TrueID ทั้ง เว็บไซต์ และ แอปพลิเคชัน กดเลย community แห่งความบันเทิง📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี

NOT ME...เขาไม่ใช่ผม ช่อง GMM25 (ตอนแรก)
อ่าน

NOT ME...เขาไม่ใช่ผม ช่อง GMM25 (ตอนแรก)

เรื่องย่อ NOT ME...เขาไม่ใช่ผม ช่อง GMM25 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคมนี้ นำแสดงโดย คู่จิ้นคู่ฮอต ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ร่วมด้วยนักแสดงวัยรุ่นคุณภาพอีกคับคั่ง ที่มาประชันบทบาทสุดเข้มข้นเฟิร์ส คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล,ม่อน ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง,ฟลุ๊ค กวิน แคสกี้,ซิง หฤษฎ์ ชีวการุณ,ปาแปง พรหมพิริยะ ทองพุทธรักษ์,ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์,ลูกจัน ภาสิดี เพชรสุธี ฯลฯพร้อมจัดเต็มฝีมือการแสดงครั้งสำคัญของ กัน อรรถพันธ์กับบทฝาแฝดที่มีลักษณะนิสัยที่ต่างกันสุดขั้วครั้งแรก!!!

ใจพองโต! ออฟ-กัน และนักแสดงซีรีส์ Not me เขาไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ฟินไปสิ (มีคลิป)
อ่าน

ใจพองโต! ออฟ-กัน และนักแสดงซีรีส์ Not me เขาไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ฟินไปสิ (มีคลิป)

ข่าวบันเทิงวันนี้ ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ พร้อมด้วย ม่อน ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง และ เฟิร์ส คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล นักแสดงจากซีรีส์เรื่อง Not me เขา...ไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ทำแฟน ๆ ฟินสุดพลัง ปีหน้ามาแน่!! GMMTV จัดหนัก เปิดโผ 16 ซีรีส์ 2021 ออฟ-กัน และนักแสดงซีรีส์ Not me เขาไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ฟินไปสิ ทำเอาแฟน ๆ ฮือฮากันอีกแล้ว เมื่อหนุ่ม ๆ จากซีรีส์เรื่อง Not me เขา...ไม่ใช่ผม นำทีมโดยคู่พี่น้องสุดซี้ ออฟ จุมพล และ กัน อรรถพันธ์ พร้อมด้วย ม่อน ธนัชชัย และ เฟิร์ส คณพันธ์ รวมตัวกันอีกครั้ง เรียกว่าเป็นซีรีส์เรื่องล่าสุดที่ออฟและกันกลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง และเป็นซีรีส์ที่หลายคนรอคอย แฟน ๆ จึงพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #notmeseries จนติดเทรนด์กันเลยทีเดียว ขอบคุณคลิปจากยูทูบ GMMTV OFFICIAL​​ สำหรับ Not me เขา...ไม่ใช่ผม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนที่รักการแข่งรถ และมีเรื่องกันไม่หยุด ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ เมื่อหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ที่เป็นฝาแฝด และคนเป็นพี่โดนทำร้าย คนเป็นน้องจึงต้องสวมรอย เพื่อสืบหาความจริงว่าใครเป็นคนทำร้ายพี่ชายของเขากันแน่ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปีหน้ามาแน่!! GMMTV จัดหนัก เปิดโผ 16 ซีรีส์ 2021 เบบี๋คิดถึงมาก!! ออฟ-กัน อวดโมเมนต์ชวนฟิน แฟนคลับพากันจิ้น ดัน #ออฟกัน ขึ้นเทรนด์ทันที หลงไม่ไหว! ออฟ-กัน แจกโมเมนต์ปริ่มสุข แฟนฟินสนั่นเทรนด์ ขอบคุณข้อมูลและภาพจากยูทูบ GMMTV OFFICIAL​​ กดเลย community แห่งความบันเทิง📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี

Not giving away My Daughter To a YouTuber
ดู

Not giving away My Daughter To a YouTuber

ผู้กำกับเล่าสาเหตุที่ "เจสซี ไอเซนเบิร์ก" ไม่กลับมารับบทซีอีโอดังในภาคต่อ "The Social Reckoning"
อ่าน

ผู้กำกับเล่าสาเหตุที่ "เจสซี ไอเซนเบิร์ก" ไม่กลับมารับบทซีอีโอดังในภาคต่อ "The Social Reckoning"

"The Social Reckoning" ภาคต่อของหนังเรื่องดัง เมื่อ 15 ปีก่อน อย่าง The Social Network ได้ทำการปล่อยทีเซอร์แรกออกมาให้แฟน ๆ ทั่วโลกได้ยลโฉม กับเนื้อหาความเข้มข้นจัดจ้านในประเด็นใหม่ของการขับเคลื่อนโลกทางโซเชียลมีเดีย ที่หลาย ๆ ฝ่ายมองว่าหนังจะต้องมีบทบาทบนเวทีรางวัลต่าง ๆ ในช่วงต้นปีหน้าแน่นอน แม้ว่าจะน่าเสียดายที่ "เจสซี ไอเซนเบิร์ก" นักแสดงนำจากหนังต้นฉบับจะไม่กลับมา และได้นักแสดงยอดฝีมือ "เจเรมี สตรอง" มาสวมบทบาทแทน แต่ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของมัน ล่าสุดผู้กำกับ "แอรอน ซอร์กิน" ที่รับหน้าที่กำกับ The Social Reckoning เรื่องนี้ ได้ออกมาเปิดเผยระหว่างการสัมภาษณ์กับนิตยสาร Vanity Fair พร้อมกับเล่าเบื้องลึกเบื้องหลัง รวมทั้งสาเหตุที่ในหนังภาคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงนักแสดงหลักของเรื่องไป โดยเขายอมรับว่าได้ใช้เวลาถึง 3 วัน ในการพยายามชักชวนให้เจสซีกลับมารับบทนี้ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ "ผมก็ยังรู้สึกว่าบทบาทนี้เหมาะกับเขา แล้วเขาก็ผ่านการทดสอบต่าง ๆ มามากแล้ว แต่เขาก็ไม่อยากถูกมองเป็น มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก อีกต่อไป เขาแค่รู้สึกไม่โอเคที่กลับมาแตะต้องบทบาทนี้ ไม่ชอบให้คนวิ่งมาขอลายเซ็นเขาที่สนามบิน เพื่อให้เขียนว่า 'ฉันเป็นซีอีโอ' อะไรทำนองนั้น" แอรอน ซอร์กิน ได้เจอกับ เจสซี ในงานปาร์ตี้หลังงานประกาศรางวัลออสการ์ เมื่อปี 2025 ที่นักแสดงหนุ่มคว้าออสการ์ในปีนั้นพอดี เขาได้บอกกับเจสซีว่ามีบทหนังภาคต่อ The Social Network รอเขาอยู่ แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ เจเรมี สตรอง ก็ร่วมปาร์ตี้อยู่ในงานเดียวกันด้วย เจเรมีไม่รีรอบอกเจตนารมณ์ว่าเขาสนใจที่จะรับบทเป็น มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ถ้าหากว่าเจสซีจะไม่กลับมารับบทนี้อีกแล้ว เจเรมี สตรอง ถูกประกาศให้มารับบทนำใน The Social Reckoning เมื่อช่วงกลางปี 2025 ก่อนหนังจะเริ่มถ่ายทำในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ผู้กำกับหนังถึงกับประทับใจในวิธีการตีความและถ่ายทอดการแสดงของเขา "เขาทำตามแบบวิถีสตรองจะทำ เขามาถึงกองถ่ายวันแรกก็ทักทายผมแต่เช้าเลย คือแค่เขาเปล่งคำพูดออกมาก็เป็นมาร์คไปแล้วครับ" The Social Reckoning จะเล่าถึงประเด็นอื้อฉาวใหม่ เมื่อวิศวกรผู้ดูแลระบบได้ตัดสินใจไปหานักข่าวหนุ่มจากสื่อยักษ์ใหญ่ เพื่อเปิดโปงความลับที่ถูกเก็บงำเอาไว้ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลก ที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่จะทำให้โลกต้องตกตะลึง หนังมาพร้อมกับทีมนักแสดงขั้นเทพ ที่นอกจาก เจเรมี สตรอง แล้ว ยังประกอบด้วย "ไมค์กี้ แมดิสัน", "เจรเมี อัลเลน ไวต์", "บิล เบอร์", "วุนมี โมซากุ" และ "บิลลี แม็กนัสเซน" ซึ่งหนังวางคิวฉายทั่วโลกเอาไว้ 8 ตุลาคมนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แพท KLEAR วาร์ปกลับไป 20 ปี กลับมาอีกครั้งใน MV "ไม่เจ็บเลยสักวัน"
อ่าน

แพท KLEAR วาร์ปกลับไป 20 ปี กลับมาอีกครั้งใน MV "ไม่เจ็บเลยสักวัน"

แฟนเพลงวง KLEAR ถึงกับกรี๊ด เมื่อได้เห็นสาวแพทในมิวสิกวิดีโอเพลงล่าสุด ไม่เจ็บเลยสักวัน (I Choose Me) กลับมาในลุคจากอัลบั้มแรกแบบเป๊ะทุกดีเทล เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มจนสองหนุ่มสมาชิกวงอย่าง ณัฐ (กีตาร์) และ นัฐ (กลอง) ถึงกับอึ้ง เพราะเหมือนภาพเมื่อ 20 ปีก่อนย้อนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แพทเล่าว่า ตื่นเต้นมาก ใจเต้นสุดๆ ทุกอย่างปรับกันสดๆหน้างานเลย ผมคือใส่วิกแล้วมาซอยกันตรงนั้น สไตลิสต์ก็ยกจักรมาเย็บกระโปรงกันสดๆ พอถ่ายลุคนี้เสร็จก็ต้องรื้อทุกอย่างออก เพื่อเริ่มแต่งเป็นลุคปัจจุบัน ถึงจะเหนื่อยแต่ก็หายเป็นปลิดทิ้งเพราะคอมเมนต์จากแฟนเพลงทำให้รู้ว่าหลายคนคิดถึงน้องแพทในวันนั้นมากจริง ๆ สาเหตุที่ต้องย้อนกลับไปเป็น น้องแพท เมื่อ 20 ปีก่อน มาจากคอนเซปต์ของมิวสิกวิดีโอที่ต้องการพาตัวละครกลับไปค้นหาตัวตนที่เคยซ่อนเอาไว้และดึงกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง ตามแนวคิดเรื่อง Shadow Work และ Inner Child ซึ่งแพทมองว่าช่วงเวลานั้นเป็นช่วงชีวิตที่เปราะบางมาก ทั้งเรื่องงานเพลงและความรัก เลยเหมือนตัวละครในเอ็มวีที่ตัดสินใจกลับไปบอกตัวเองในอดีตว่า ทุกอย่างจะโอเค มันจะผ่านไปได้ ในคลิปเบื้องหลังที่เห็นแพทน้ำตาซึม เพราะเราจำความรู้สึกของตัวเองในตอนนั้นได้จริงๆ ว่าเคยอ้างว้าง เคยโดดเดี่ยวและเปราะบางแค่ไหน ใครที่ยังไม่ได้ชมมิวสิกวิดีโอ ไม่เจ็บเลยสักวัน (I Choose Me) แพทฝากถึงทุกคนที่เคยหลงทาง เคยพยายามเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นหรือเคยไม่มั่นใจในตัวเอง ขอให้ได้กลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง บางทีการเดินคนเดียว อาจดีกว่าการเดินอยู่กับคนที่ทำให้เราทุกข์ตลอดเวลา หวังว่าเพลงนี้จะเป็นเพื่อนของทุกคนในวันที่กำลังเดินทางกลับมารักและเลือกตัวเองนะคะ LINK MV ไม่เจ็บเลยสักวัน (I Choose Me) https://www.youtube.com/watch?v=nvXYhDksvOo ฟังเพลงได้ที่ Spotify, JOOX , Plern , iTunes Store และ Apple Music ดาวน์โหลดเพลงนี้ได้ที่ *1230073 ติดตาม KLEAR ได้ทุกช่องทางที่ klearband และ genie records

รักไม่ลืมเลือน
ดู

รักไม่ลืมเลือน

"ฮงอีซอล" เคลียร์ชัดไม่ได้เดท "ฮอนัมจุน" วอนหยุดเดาผิด ๆ
อ่าน

"ฮงอีซอล" เคลียร์ชัดไม่ได้เดท "ฮอนัมจุน" วอนหยุดเดาผิด ๆ

“ฮงอีซอล” ออกมาโรงเคลียร์ประเด็นร้อนด้วยตัวเอง หลังมีกระแสลือบนโลกออนไลน์ว่าเธอกำลังเดทอยู่กับนักแสดงหนุ่มสุดฮอต ฮอนัมจุน โดยเมื่อวันที่ 13 ที่ผ่านมา “ฮงอีซอล” ได้โพสต์ข้อความชี้แจงลงบนไอจีส่วนตัวเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเธอเผยว่า ระหว่างฮอนัมจุน เป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกันเท่านั้น แถมยังรู้จักและสนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเพราะได้ลงเรียนคลาสเดียวกันสาเหตุของข่าวลือครั้งนี้ เริ่มต้นมาจากมีชาวเน็ตไปตั้งกระทู้จับผิดพฤติกรรมของทั้งคู่ จนคนแชร์ต่อกันไปไกล เนื่องจากทั้งสองคนเพิ่งจะมีผลงานร่วมกันในซีรีส์ My Royal Nemesis โดย ฮอนัมจุน รับบทนำเป็น ชาเซเก ส่วนสาว ฮงอีซอล มารับบทเป็นเลขา งานนี้ดูเหมือนว่ากระแสจิ้นนอกจอจะต้องพับเก็บไปก่อน แต่แฟน ๆ ยังคงสามารถติดตามผลงานของทั้งคู่ผ่าน My Royal Nemesis

เบรกหัวทิ่ม! สองตำนานผู้สร้าง RE และ DMC สั่งห้ามทำ Stupid Never Dies เป็นแนว Soulslike เอาให้มนุษย์ทั่วไปเล่นจบได้บ้าง
อ่าน

เบรกหัวทิ่ม! สองตำนานผู้สร้าง RE และ DMC สั่งห้ามทำ Stupid Never Dies เป็นแนว Soulslike เอาให้มนุษย์ทั่วไปเล่นจบได้บ้าง

เมื่อคุณ Eiichiro Sasaki ผู้กำกับ Resident Evil 6 และคุณ Hiroyuki Kobayashi โปรดิวเซอร์มือทองที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Devil May Cry และ Dino Crisis ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของเกมใหม่ล่าสุดภายใต้สตูดิโอ GPTRACK50 กับเกมที่มีชื่อสุดกวนอย่าง Stupid Never Dies ซึ่งหลังจากปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาจนแฟน ๆ แอบระแวงว่ามันจะเป็นเกมแนวเกิดใหม่วนลูปตายรัว ๆ หรือเปล่า ล่าสุดตัวพ่อทั้งสองคนก็ได้ออกมาเคลียร์ประเด็นนี้ผ่านสื่อดังอย่าง Famitsu แบบตรงไปตรงมาและโคตรปั่นแล้วสำหรับตัวเกม Stupid Never Dies จะเป็นเกม Action RPG มุมมองบุคคลที่สาม ที่มีความรวดเร็วและเน้นการเติบโตของตัวละครแบบกวน ๆ โดยเราจะได้รับบทเป็น Davy เด็กหนุ่มซอมบี้ชนชั้นล่างสุดของสังคมมอนสเตอร์ ที่ดันไปตกหลุมรัก Julia ศพเด็กสาวมนุษย์ที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ในตู้แช่ห้างสรรพสินค้า เขาเลยต้องออกเดินทางตะลุยดันเจี้ยนสุดโหดเพื่อหาทางชุบชีวิตเธอให้ฟื้นคืนชีพกลับมาทำแบบประเมินความรักให้ได้ ระบบการเล่นหลัก ๆ จะเป็นการลงดันเจี้ยนแบบจำกัดเวลาเพื่อกำจัดศัตรู เก็บไอเทมแปลก ๆ และอัปเลเวล โดยมีทีเด็ดอยู่ที่ระบบ "Style Eat" ที่เปิดโอกาสให้ Davy สามารถเขมือบแกนกลางของศัตรูเพื่อขโมยพลังมาเป็นของตัวเอง ซึ่งมีให้เลือกเปลี่ยนร่างสลับสับเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ได้ถึง 11 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นร่างมนุษย์หมาป่า แวมไพร์ หรือฮาร์ปี แถมยังมีระบบ "Body Hack" แฮ็กร่างกายดัดแปลงอวัยวะด้วยอาวุธสุดล้ำ และระบบ "Davy Burst" ปลดปล่อยจินตนาการมโนจนสเตตัสพุ่งทะลุหลอดแต่ประเด็นที่ทำเอาแฟนเกมฮือฮาสุด ๆ ก็คือการที่ผู้สร้างออกมายืนยันนั่งยันนอนยันว่าเกมนี้ "ไม่ใช่เกมแนว Soulslike แน่นอน" โดยคุณ Kobayashi เผยว่าตั้งแต่เริ่มพัฒนาเกมนี้ เขาได้สั่งย้ำและเบรกทีมงานในสตูดิโอไว้ตั้งแต่แรกเลยว่าห้ามทำเกมนี้ให้ยากนรกแตกแบบแนว Souls เด็ดขาด แม้ว่าตัวเกมจะมีความท้าทายสำหรับคนที่ไม่เคยจับจอยเกมเลยในชีวิต แต่อย่างน้อยตัวเกมก็ถูกบาลานซ์มาอย่างดีเพื่อให้เกมเมอร์ที่มีประสบการณ์ทั่วไปสามารถเล่นจนจบและเคลียร์เนื้อเรื่องประมาณ 20 - 30 ชั่วโมงได้อย่างมีความสุขทางด้านผู้กำกับ Sasaki ก็เสริมว่าระบบของเกมนี้จะไม่มีการรีเซ็ตค่าพลังของผู้เล่นกลับไปเป็นศูนย์เวลาตายเหมือนเกมอื่น แต่จะใช้วิธีสุ่มสไตล์พลังที่ผสมผสานระหว่างสิ่งที่เราควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ เพื่อให้คนเล่นรู้สึกตื่นเต้นและมีสารเคมีในสมองหลั่งไหลด้วยความสะใจเวลาเอาชนะอุปสรรคได้ มากกว่าการมานั่งเครียดจนหัวร้อน โดยในปัจจุบันตัวเกมพัฒนาไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว และมีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบน PC และ PS5 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 นี้แล้วนะ!Wishlist เกม Stupid Never Dies ได้ที่แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com

Coming Soon
ดู

Coming Soon

ไหนใครว่าพวกมันไม่ถูกกัน
ดู

ไหนใครว่าพวกมันไม่ถูกกัน

AMA ปฏิเสธข่าว “กว้านซื้อที่ดินแลนด์บริดจ์”
อ่าน

AMA ปฏิเสธข่าว “กว้านซื้อที่ดินแลนด์บริดจ์”

#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #AMA ปฏิเสธข่าว "กว้านซื้อที่ดินแลนด์บริดจ์"เรียน สื่อมวลชน นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านผม นายพิศาล รัชกิจประการ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณชน จากกรณีที่มีการพาดพิงบริษัทฯ ในประเด็นเกี่ยวกับการกว้านซื้อที่ดิน และข้อมูลที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนดังข้อความที่ถอดจากการแถลงข่าวของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อและโฆษกของพรรคประชาชนในวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ได้กล่าวว่า “ เสียดายที่ท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ยกเลิกการลงพื้นที่ ดิฉันอยากให้ท่านลงพื้นที่ไปรับฟังประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ประชาชนจัดตั้ง ถ้าท่านไม่รู้ว่าต้องไปรับฟังตรงไหน ดิฉันแนะนำให้ไปที่ อ่าวเคย จังหวัดระนอง ซึ่งประชาชนเขาพร้อมที่จะให้ข้อมูลและขณะนี้ทราบว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการกว้านซื้อที่ดินไปแล้วประมาณ 500 ไร่ จากบริษัทนอมินีที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนามของ อาม่า นะคะ ดิฉันคิดว่าท่านรัฐมนตรี ท่านเชี่ยวชาญในภาคใต้ ท่านหาเจอแน่นอนถ้าท่านจะไปจริงๆ "บริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ทั้งทางบกและทางน้ำมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจหลัก ได้แก่ การขนส่งน้ำมัน เคมีภัณฑ์ และสินค้าเหลว ตลอดจนการให้บริการด้านโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทดำเนินการมาเป็นระยะเวลานาน และเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัทบริษัทมิได้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และไม่มีนโยบายกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรจากโครงการของภาครัฐแต่อย่างใดในส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าบริษัทเข้าไปกว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่ เพื่อรองรับโครงการ Land Bridge นั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง และไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในการดำเนินธุรกิจของบริษัทหากบริษัทมีการถือครองทรัพย์สินใด ๆ ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจตามปกติ และอยู่ภายใต้การเปิดเผยข้อมูลตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมดนอกจากนี้ บริษัทขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า บริษัทไม่ได้เป็นนอมินี หรือถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลใดทั้งสิ้นบริษัทมีโครงสร้างผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท ระบบบริหารจัดการ และการกำกับดูแลกิจการที่โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และอยู่ภายใต้การตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแล ผู้สอบบัญชี นักลงทุน รวมถึงผู้ถือหุ้นของบริษัทในฐานะบริษัทมหาชน การดำเนินธุรกิจทุกขั้นตอนของบริษัทต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และสามารถตรวจสอบได้ผมขอเรียนว่า บริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้น นักลงทุน คู่ค้า ลูกค้า และสาธารณชน จึงเห็นว่าการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในครั้งนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อบริษัทบริษัทพร้อมให้ข้อมูลข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพร้อมเปิดเผยข้อมูลตามกระบวนการที่ถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน ลูกค้า คู่ค้า และทุกฝ่ายที่ยังคงเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของบริษัทมาโดยตลอดขอบคุณครับ

“อิงฟ้า” เคลียร์ดราม่าเข้าห้องน้ำ รับน้อยใจถูกเอ่ยชื่อทั้งที่ไม่เกี่ยว จ่อฟ้องคอมเมนต์ล้ำเส้น ลั่นเดี๋ยวได้เจอกันต่อหน้า
อ่าน

“อิงฟ้า” เคลียร์ดราม่าเข้าห้องน้ำ รับน้อยใจถูกเอ่ยชื่อทั้งที่ไม่เกี่ยว จ่อฟ้องคอมเมนต์ล้ำเส้น ลั่นเดี๋ยวได้เจอกันต่อหน้า

อิงฟ้า เคลียร์ดราม่าเข้าห้องน้ำ รับน้อยใจถูกเอ่ยชื่อทั้งที่ไม่เกี่ยว จ่อฟ้องคอมเมนต์ล้ำเส้น ลั่นเดี๋ยวได้เจอกันต่อหน้า กลายเป็นประเด็นร้อน หลังมีผู้ใช้บัญชี X (ทวิตเตอร์) รายหนึ่ง ออกมาโพสต์ว่า... เจออิงฟ้า วราหะ ออกจากร้านอาหารพร้อมการ์ด เราจะเดินไปห้องน้ำ เราเดินแซงขวาเพราะเราปวดฉี่ และการ์ดกางแขนกั้นเราไม่ให้ไปห้องน้ำ บอกว่า ทางนี้ก็จะไปห้องน้ำเหมือนกัน คือไงอ่า ห้องน้ำเป็นสิทธิของดาราเลยดิ ประชาชนห้ามเข้าห้องน้ำงิ้ดิ บ้าบอมาก ต่อมา อิงฟ้า วราหะ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องนี้ว่า... จริงๆ เคลียร์ไปหมดแล้ว มันก็น่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ในจุดประสงค์และเจตนา ซึ่งตัวฟ้าเองจริงๆ เราไม่ได้เห็นเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พอเกิดเรื่องที่เป็นเรื่องที่บานปลายทางผู้ใหญ่เขาก็มีการเช็กกับเรา ว่าอยากเช็กกล้องวงจรปิดไหม ถ้าเราอยากได้ข้อเท็จจริง ซึ่งเราก็รู้สึกว่ามันไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นก็ได้ เขาก็กลัวเราจะเครียด เพราะว่าประเด็นมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากแค่เรื่องห้องน้ำ มันไปเรื่อยๆ มันกลายเป็นห้องใหญ่ และประเด็นก็คือหนูไม่ได้เข้าไง ก็คือโดยเนเจอร์ปกติ ประเด็นแรกที่มันเข้าใจผิดก็คือ เท่าที่ไปอ่านตอนแรกเนาะ ที่เราตื่นมาแล้วเรางง ก็คือไปแค่ทานข้าว ทำไมต้องมีการ์ด อันนี้คือประเด็นแรกที่เข้าใจผิด แล้วประเด็นที่สองก็คือ ห้องน้ำเป็นอภิสิทธิ์ของดาราใช่ไหม ไม่สามารถที่จะเข้าร่วมกันได้ใช่ไหม ซึ่งเราก็รู้สึกว่าประเด็นแรกที่เราต้องชี้แจงคือ วันนั้นเราไม่ได้ไปแค่ทานข้าว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลของนักแสดงที่ไปวันนั้นคือเรามีอีเวนต์แล้วเราก็แวะทานข้าวเฉยๆ เพราะฉะนั้นคือถ้าชีวิตปกติ เราไม่จำเป็นต้องมีการ์ด ก็เจอฟ้าได้ทั่วทั่วไปปกติเลย แล้วเนเจอร์การเข้าห้องน้ำของเรา เราก็เข้าปกติแต่เราก็เข้าใจในการทำงานของพี่การ์ด เพราะว่าเวลาถ้ามีซาแซงขึ้นมา คนที่ต้องรับผิดชอบมันก็ต้องเป็นพี่การ์ด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ หนึ่งการแอบถ่ายในห้องน้ำ หรือว่าเรื่องของการประชิดตัวของศิลปิน เขาก็ทำหน้าที่ของเขาเต็มที่ แต่ตัวฟ้าเองเวลาเราเจอแฟนคลับในห้องน้ำ บางคนก็มาขอถ่ายรูป ขอถ่ายติ๊กต๊อก ถ้าเราไม่ปวดมากจนเกินไปก็ได้เลยชาวเน็ตบางคน อาจจะต้องเจอดาราแบบหนู ถ้าต้อง การความจริง ก็ต้องรับความจริงกันให้ได้ แต่หนูแค่รู้สึกว่าปกติ หนูเจอเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ เกือบทุกวันอยู่แล้วแหละ แต่เราแทบจะไม่ค่อยตอบ เป็นคนที่ตอบยากมาก แล้วก็ใส่ใจน้อยมากๆ บางทีก็ปล่อยผ่าน แต่ว่าเรื่องนี้มันเป็นประเด็นในวงกว้าง แล้วมันโดนไปถึงทีมงาน แล้วก็ลูกค้า ที่เขาก็ไม่สบายใจด้วย ที่ทำงานกับเราในวันนั้น ทางผู้ ใหญ่ก็เป็นห่วงเราด้วย แล้วก็มีการอย่างที่บอกว่าประเด็นมันพลิกไปเรื่อยๆ มันก็ทำให้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์เราได้ ถ้าเราไม่ออกมาปกป้องตัวเอง มันก็ไม่มีใครปกป้องเราได้นอกจากตัวเรา ทั้งตัวพี่การ์ดและตัวบริษัทการ์ด เขาก็ออกมายืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่ได้ทำให้ลำบากต่อการเข้าห้องน้ำขนาดนั้น ซึ่งสามารถที่จะเข้าได้ แต่อาจจะมีขอความกรุณาบางอย่าง ตัวฟ้าเองก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ก็ไม่สามารถตัดสินได้ อย่างที่บอกก็คือถ้าสมมติเราข้องใจจริงๆ เขาก็ยินดีที่จะแบบ เฮ้ย ไปดูกล้องไหม จะได้รู้ว่าข้อเท็จจริงมันเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราอยากได้ความจริง ตัวฟ้าเอง ฟ้าไม่ได้ติดใจอะไรแล้วกับทางคนโพสต์ เราแค่ขอพื้นที่อธิบาย คือหนูแค่รู้สึกว่าการชื่นชมใครมันเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะเราก็สนับสนุนในการที่คุณจะชมใคร เพียงแต่ว่าเราแค่รบกวนอยากให้ดูพื้นที่ตรงนั้น ว่ามันเหมือนเป็นการเปิดการมองเห็นของข้อความที่มันไม่ได้เป็นจริง ให้คนเห็นมากขึ้น แล้วตัวเราที่เป็นศิลปิน ที่เป็นชื่อเรา อิงฟ้า วราหะ ถ้าเราไม่ไปเทคแอ็คชั่น แล้วใครจะมาเทกแทนเราล่ะ เพราะเราคือบุคคลที่เราโดนกล่าวหา แต่ก็อย่างว่ามันก็มีถูกใจ ไม่ถูก ใจ แล้วแต่บางคน ถ้าเขาเลือกที่จะไม่เข้าใจ ก็ไม่มีวันเข้าใจ ก็สุดท้ายก็เลยต้องปล่อย ตอนนี้มันไม่ได้มีแค่ด้อมกับด้อมแล้ว เราเห็นมีคนนอกที่เข้ามาซัพพอร์ตจุดตรงกลาง ว่า เฮ้ย ความถูกต้องมันคืออย่างนี้นะ ถ้าเรามองแบบไม่อคติ อันนี้มันก็ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจขึ้นมา ว่ามันก็มีชาวเน็ตที่เข้าใจจริงๆ เราลองมองแบบเอาความรู้สึกของศิลปิน-ศิลปินออกไปก่อน แล้วมองตรงกลางจริงๆ มันก็ไม่ควร แต่ว่าตัวฟ้าเอง ศิลปินไม่มีปัญหาอะไรกันหรอก เพราะว่าทุกครั้งที่เจอก็น่ารักและเฟรนด์ลี่กันอยู่แล้วและฟ้าว่าการทำงานอยู่ในวงการ มันมีอะไรมากกว่านั้นที่เรารู้สึกว่าเฮ้ย การที่เราแคร์ความรู้สึกหรือการที่เรามีการเคลียร์กัน หรือพูดคุยกันมันดีที่สุดแล้ว เพราะเราก็อายุมากกว่า แล้วเราก็มองเขาเหมือนน้องคนหนึ่ง ประโยคนั้นแหละที่ทำให้หนูรู้สึกน้อยใจนิดหนึ่ง คือวันนั้นก็เหนื่อยงานมากแล้ว แล้วเราตื่นมา มันงงว่าโพสต์นั้นคือคนดูประมาณล้านกว่า แล้วเราก็เฮ้ย อะไรเนี่ย แล้วน้องๆ ทุกคนก็... วันนั้นที่เข้าก็คือจะมีมิเชล - กชเบล แล้วก็มีชาล็อตด้วย ก็ทักมาหาว่าเราเทกแอ็กชั่นตรงนี้กันยังไงดี ก็ไม่อยากให้คนเข้าใจผิด แต่ว่าส่วนตัวฟ้า ฟ้าก็น้อย ใจนิดหนึ่ง เขาใช้คำพูดที่เหมือนลักษณะประมาณว่า จริงๆ เห็นหลายคนที่เข้าห้องน้ำ แต่รู้จักคนเดียว ก็เลยเอ่ยชื่อเรา แต่เรายืนอยู่หน้าลิฟต์ คำถามคือเรื่องราวทั้งหมดตรงนี้ มันเกี่ยวอะไรกับหนู ไม่เกี่ยว โอเค พอเหตุการณ์มันผ่านไปแล้ว มันก็ทำให้เราเห็นอะไรหลายอย่างเช่นเดียวกัน อันนี้สุดแต่ใจจะไขว่คว้าของแต่ละคนแล้ว ว่าอยากจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ เราก็ถือว่าเราทำเต็มที่ในเหตุการณ์นี้แล้ว ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งแล้วกัน ที่เราออกมาเทกแอ็กชั่นในทุกๆ เรื่อง แต่ว่าไม่ได้มีเจตนาประสงค์ที่จะโกรธจะเกลียดหรือจะอะไรใครอยู่แล้ว เราแค่มองจุดตรงกลาง แล้วก็ในความเหมาะสมของแต่ละเรื่องเท่านั้นเอง คือบางงานเราก็ไม่มี ถ้าไม่ใช่งานใหญ่จริงๆ แต่ว่าอยากให้คนทั่วไปได้รู้ ว่าที่ศิลปินต้องมี เพราะว่างานบางงานมันมีจำนวนแฟนคลับค่อนข้างมาก และเราก็เจอซาแซงกันมาเยอะมากๆ ในระดับแบบว่าประชั้นชิด ขู่จะทำร้ายกันก็มี ซึ่งมันกันไว้ก่อนแก้แค่นั้นเอง ในห้องน้ำยังไม่เคย แต่ว่าเคยเห็นข่าวบ้าง ที่มีแอบถ่าย ต่อให้ไม่ใช่ดาราก็มีประชาชนโดนแอบถ่ายเหมือนกัน ทางพี่การ์ดเขาก็คงเรียกว่ารักษาความปลอดภัยให้เบื้องต้น แต่ถ้าไปคนเดียวก็เข้าได้ ก็เลือกห้องริมสุด ถ้าจะโดนก็โดนฝั่งเดียว อีกฝั่งจะได้ไม่ต้องพะวง ได้เคลียร์ แล้วก็หวังว่าน่าจะจบกันได้แล้ว ก็เตือนแฟนคลับของตัวเราเองด้วย ว่าไม่ใช้ถ้อยคำที่จะไปตอบโต้บุคคลอื่นด้วยคำหยาบคาย ซึ่งเราก็พยายามควบคุมแฟนคลับของเราด้วย ถ้าสมมติว่ามีบางแอ็ค ที่เราสามารถเจาะได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาพเรา ใช้เสียงเรา หรือว่ามีชื่อเรา อันนี้ก็เดี๋ยวได้เจอกันต่อหน้าแน่นอน ค่ายไม่ได้ฟ้อง แต่หนูนี่แหละจะฟ้อง ถ้ารอค่ายอะอาจจะใจเย็น อาจจะต้องเป็นเรา ก็มีแบบแฟนคลับ บางทีหนูไม่เห็นหรอกเพราะเขาบล็อกไปบ้าง เขาก็ลบโพสต์กันบ้าง แต่บางทีมีแฟนคลับที่เขาแคปทัน ส่งลิงก์มาให้เราทัน

JAYLERR ปล่อยซิงเกิล NO PACER พร้อม MV สะท้อนตัวตน ในบทบาทศิลปินเบอร์แรก GX10 ASIA
อ่าน

JAYLERR ปล่อยซิงเกิล NO PACER พร้อม MV สะท้อนตัวตน ในบทบาทศิลปินเบอร์แรก GX10 ASIA

เรียกว่ากลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดา สำหรับ JAYLERR ที่เปิดตัวซิงเกิลใหม่ NO PACER อย่างเป็นทางการ ในฐานะศิลปินคนแรกภายใต้ GX10 ASIA พร้อมปล่อย Music Video ที่ทั้งเท่ ล้ำ และสะท้อนตัวตนแบบจัดเต็ม NO PACER มาพร้อมคอนเซปต์ Living at My Own Pace หรือการใช้ชีวิตในจังหวะของตัวเอง ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องแข่งกับใคร แค่โฟกัสในเส้นทางของตัวเองก็พอ โดยครั้งนี้ JAYLERR มีส่วนร่วมในงานสร้างสรรค์แบบเต็มตัว ทั้งเขียนเนื้อเพลง และร่วมแต่งทำนองอีกด้วย สะท้อนอีกหนึ่งก้าว ของการเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว ในพาร์ทของดนตรี เพลงนี้โดดเด่นด้วยสไตล์ POP ผสม HIPHOP จังหวะ Fast Beat ที่ฟังสนุก มีท่อนแร็ปเพิ่มความเท่ และมาพร้อม Performance รูปแบบใหม่ที่แฟน ๆ จะได้เห็น JAYLERR ในลุคที่แตกต่างจากเดิม ด้าน Music Video ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กับการเล่าเรื่องผ่านคอนเซปต์ Multiverse ที่พาไปสำรวจหลายเวอร์ชันของ JAYLERR ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักเรียน เซลล์แมน หรือไรเดอร์ ที่แต่ละเวอร์ชันต้องเจอกับความท้าทาย และความวุ่นวายในแบบของตัวเอง แม้จะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ การต้องค้นหาทางของตัวเอง ท่ามกลางแรงกดดันของสังคม ความน่าสนใจคือ การเล่าเรื่องที่ผสมความสมจริงกับความแฟนตาซี ทำให้ผู้ชมเห็นภาพชีวิตที่ทั้งวุ่นวาย สนุก และบางครั้งก็เละเทะ แต่สุดท้ายทุกคนก็ยังคงเดินต่อไปในแบบของตัวเอง เพราะทุกคนมี My Own Pace ที่ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร ไม่ต้องพยายามเป็นแบบใคร แค่เดินตามจังหวะชีวิตของตัวเอง เหมือนกับ JAYLERR ที่ในวันนี้อยากทำงานในจังหวะของตัวเอง ในพาร์ทของการเป็นศิลปิน NO PACER ไม่ใช่แค่เพลงเปิดตัว แต่เป็นเหมือนการประกาศตัวตนของ JAYLERR ในอีกมิติที่ชัดขึ้น และกล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น พร้อมส่งสัญญาณก้าวแรกสู่เวทีเอเชียในฐานะศิลปินเบอร์แรกของ GX10 ASIA ได้อย่างน่าจับตามองสุด ๆ รับชมรับฟัง NO PACER ได้แล้วที่ Link: https://youtu.be/DrqXG-jsORA?si=U_k3E0tuQgMa_uXc และติดตามผลงานของ JAYLERR ได้ที่ JAYLERR OFFICIAL และ GX10 ASIA ทุกแพลตฟอร์ม#JAYLERR #NoPacer #GX10_ASIA Full MV Youtube : https://youtu.be/DrqXG-jsORA?si=U_k3E0tuQgMa_uXc Out Now IG : https://www.instagram.com/p/DXqa1bXDuCo/ Out Now TT : https://www.tiktok.com/@gx10_asia/video/7633670158036389140? Out Now FB : https://fb.watch/GL_OJE-EnQ/ Out Now X : https://x.com/GX10_ASIA/status/2048990596476313790?s=20

TSS 50th Anniversary Drama "Future Train" To You Who Don't Know 'That Day'
ดู

TSS 50th Anniversary Drama "Future Train" To You Who Don't Know 'That Day'

“เขื่อน ภัทรดนัย” แง้มแผลใจ เคยรู้สึกเป็นจุดด่างดำของวง สู่วันที่รักตัวเองได้เกือบเต็มเรื่อย
อ่าน

“เขื่อน ภัทรดนัย” แง้มแผลใจ เคยรู้สึกเป็นจุดด่างดำของวง สู่วันที่รักตัวเองได้เกือบเต็มเรื่อย

จากมุมมองนักจิตบำบัด เขื่อน ภัทรดนัย เปิดใจลึกถึงจุดเปลี่ยนชีวิตในรายการ Woody Talk เล่าย้อนเส้นทางชีวิตตั้งแต่วัย 13 มีแผลในใจที่ถูกสังคมตัดสินจนฝังใจว่าตัวเองไม่คู่ควร คิดว่าตัวเองเป็นจุดด่างดำของวงบอยแบนด์ในอดีต พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนยอมรับ ก่อนจะพังลงจากความสัมพันธ์ Toxic จนเริ่มเรียนรู้การให้อภัยตัวเองอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่าการเลือกตัวเองไม่ใช่เรื่องผิดแต่คือพื้นฐานของการมีชีวิตที่ยั่งยืน พร้อมเปิดอินไซต์สุขภาพจิต ชี้ปมคนส่วนใหญ่ต้องดีพอให้คนอื่นก่อนถึงจะรักตัวเองได้ และคนทุกข์เพราะครอบครัวมากกว่าที่คิด อยากจะนิยามตัวเองตอนนี้ว่าเป็นใครยังไง ? เขื่อน ภัทรดนัย : สมมติคุยกับกล้องแล้วกัน สวัสดีครับ เขื่อนนะครับ เป็นนักจิตบำบัดแล้วก็ทำ Content เกี่ยวกับ Psychoeducation เรื่องสุขภาพจิต เป็นลูกชายของ Single Mom ที่ภูมิใจในตัวคุณแม่มาก และก็เป็นคนหนึ่งคนที่ทำผิดบ่อย ๆ แล้วก็เรียนรู้ทุกวัน และก็ให้อภัยตัวเองได้เรื่อย ๆ ในฐานะนักจิตบำบัด ปัญหาหรือความเจ็บปวดอะไรที่คนยุคนี้มาปรึกษาบ่อยที่สุด ? เขื่อน ภัทรดนัย : ต่างที่ต่างปัญหาจริง ๆ อันนี้ในฐานะนักจิตบำบัดที่มีโอกาสได้ทำงานที่อังกฤษด้วย มันทำให้เราได้เห็นเลยว่า เราอยู่แต่ละพื้นภาค คนเรามีปัญหาไม่เหมือนกันจริง ที่ต่างประเทศที่ตะวันตกเขาจะมีความ Individualism ปัญหาก็คือแบบ ฉันดีพอหรือยัง โตเร็วหรือยัง สำเร็จหรือยัง มันจะเห็นเลยว่า โอเค ปัญหามันจะไปทางด้านแนวนั้น เราไม่เหมารวม แต่นี่ประสบการณ์ที่เขื่อนทำมา ที่เมืองไทย ในจุดพักใจกับจุดพักใจ alive สิ่งที่เราเจอบ่อยมากเลย เพราะเราเป็น collective culture เราอยู่กันเป็นทีม เราถูกสอนมาให้ซัพพอร์ตกันและกัน community เพราะฉะนั้นปัญหาคือการยอมรับที่บ้านอันนี้เราเจอบ่อยมาก ว่าฉันดูแลพ่อแม่ดีหรือยัง ฉันเป็นเดอะแบก ฉันเหนื่อยมากเลยทำไมไม่มีใครเห็นใจฉันเลย ฉันเป็นลูกที่ดีหรือเปล่า ฉันอกตัญญูหรือเปล่า ฉันเป็นแม่ที่ดีหรือเปล่า ฉันเป็นสามีที่ดีพอหรือยัง มัน rivet กลับไปที่บ้าน คือเขาอาจจะเครียดเรื่องอื่นกลับมาก็ได้ แต่พอเราค่อย ๆ คุยกับเขา ใน active listening นั้น เราสามารถเห็นภาพชัดขึ้นเลยว่ามันสะสมมาจากที่บ้าน แล้วแบบเป็น People Pleaser หรือเปล่า หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอหรือเปล่าจากที่บ้าน เพราะว่าที่บ้านไม่ยอมรับ มันเลย fascinate มากว่า แต่ละประเทศก็มีธีมของการเจอปัญหาไม่เหมือนกัน ความกดดันในครอบครัว ทำดีพอหรือยัง ถูกมองเห็นหรือเปล่า เป็นเดอะแบกแล้วรู้สึกว่าคนอื่นไม่เห็นแล้วคนอื่นไม่เข้าใจ พี่วู้ดดี้เขื่อนเจอคนนึงใน active listing จุดพักใจ รู้สึกพูดแล้วก็แบบน้ำตามา คือเหมือนเขาให้แบบโอกาสเขื่อนได้เห็นชีวิตเขาแบบลึก ๆ เข้าไปเร็ว ๆ 50 นาทีที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีก 50 นาที เราจะมีโอกาสได้เจอเขาอีกครั้งหรือเปล่า บางทีเราก็อยากรู้ว่าเราจะได้เจอเธออีกไหม เราจะได้คุยอีกไหม เราจะได้กอดกันอีกครั้งต่อไปเมื่อไหร่ หลาย ๆ ครั้งส่วนใหญ่คือการแค่ฟังเขาเลย เพราะว่าเราอาจจะเป็นที่ ๆ เดียวที่เขาไม่สามารถไปบอกใครได้ว่า ฉันรู้สึก ฉันไม่ดีพอ ฉันเหนื่อย ไม่ไหวแล้ว เราอาจจะเป็นที่เดียวที่เขาสามารถมาระบายได้ เพราะฉะนั้นหลายครั้งเราอาจจะแค่ I just shut up เราแค่นั่งเงียบ ๆ แล้วบอกเขาเลยว่าไม่ต้องขอโทษที่จะร้องไห้ ไม่ต้องขอโทษหรือรู้สึกผิดที่พูดมามันจะหนักเกินไป ตอนนี้หน้าที่ของยูคือระบาย หน้าที่ของไอคือฟัง ถ้าเราเซตกันแล้วเรามาเริ่มกัน อันนี้คือส่วนใหญ่ แต่ถ้าหลายครั้งเลยที่เราเจอบ่อยก็คือหลาย ๆ คนไม่กล้าเลือกตัวเอง เพราะกลัวว่าการเลือกตัวเองก่อนจะดูไม่ดีในสายตาคนอื่น เลือกตัวเองคือช่วยคนอื่นก่อน ช่วยป้าข้างบ้าน ช่วยคุณแม่ ช่วยทุกคนก่อน ซึ่งเขารู้สึกว่าการช่วยคนอื่นก่อนมันเป็นเรื่องที่ดี Empathy is the best thing you can have เป็น good passive skill มาก แต่เมื่อ you empathy เพราะว่า you เป็น people pleaser จน empathy you มันทุกอย่าง energy จนหมด เพื่อที่จะให้คนอื่นยอมรับยู ให้ยูรู้สึกว่าตัวเองดีพอ อันนั้นคือวันที่ต้องกลับมาเลือกตัวเองก่อนว่าฉันไม่ไหว ฉันช่วยเธอไม่ไหวแล้ว ขอกลับไปเติมพลังให้ตัวเองก่อน ตอนนี้ปัญหาของการที่คนไม่สามารถเลือกตัวเองได้ก่อนค่อนข้างเยอะ ก็จะดึงเขากลับมาว่าแบบ ครั้งนี้มันยากนะ แต่ว่าเลือกตัวเองให้ได้ก่อน เราจะสามารถปฏิบัติในการฝึกเลือกตัวเองยังไงบ้าง ? เขื่อน ภัทรดนัย : เราก็ต้องเคลียร์ก่อนเลย talk about the elephant in the room ก่อนถึงช้างที่อยู่ในห้องที่คนกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนเลย เวลาเขื่อนพูดเรื่องตัวเอง ชาวเน็ต 1-2 หรือว่าคำถามก็จะมาเลยว่า พี่เขื่อน แล้วถ้าเกิดเราเลือกตัวเองก่อน มันไม่เห็นแก่ตัวเหรอ เขื่อนกล้าพูดเลยว่าคนที่เห็นแก่ตัวไม่นั่งกังวลหรอกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวไหม เขาทำเลย เขาเป็นคน toxic คนที่เขาเอาเปรียบคนอื่น เขารู้อยู่แล้วว่า mechanic 1-5 มันต้องทำอะไร เขาไม่มานั่งกังวล practice they dont think they practice เขาคิดมาแล้ว คนที่มานั่งกังวลว่าการเลือกตัวเองมันเห็นแก่ตัวไหม มันทำได้ไหม คือคนที่ไม่ทำ เพราะว่ากังวลคนจนเลือกที่จะไม่เลือก เลือกที่จะไม่ทำ มันเหมือนเครื่องบิน เวลาเราก่อนบินแล้วแอร์โฮสเตสเขามาบอกเราว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นก่อนใส่หน้ากากออกซิเจนให้คนอื่น ใส่ให้ตัวเองก่อน คนตายช่วยคนอื่นไม่ได้ แต่ถ้าเกิดเราสามารถเติมตัวเองให้เต็ม 100% ได้ แล้ววันไหนที่แรงเราเหลือเป็น 120-140 เราสามารถไปเติมคนอื่นได้ เพราะฉะนั้นการเลือกตัวเองก่อนมันถึงสำคัญมาก อันนี้เราคุยกับ Audience ที่เขาเลือกตัวเองไม่ได้ เขาตื่นมาแล้วเขาไม่สามารถแบบวันนี้ฉันตื่นมาแล้วขอกอดตัวเอง ขอเลือกตัวเองก่อนให้ได้ เพราะรู้สึกว่าการที่เขาจะดีพอ เขาต้องให้คนอื่นยอมรับเขาก่อน แล้วเขาให้จนเขาไม่เหลืออะไรแล้ว ซึ่งเขื่อนเองและหลาย ๆ คนที่เขื่อนผ่านมาที่เคยคุยด้วย ก็ผ่านเรื่องเดียวกันมาว่าไม่รู้ตอนไหนในวัยเด็กไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน ที่บ้าน หรือเพื่อนกลุ่มหนึ่ง เราบังเอิญไปเรียนรู้ว่าการที่เราจะดีพอ คือเราต้องมีประโยชน์กับคนอื่น เราต้องให้คนอื่นมายอมรับเราก่อนถึงจะมีคุณค่าให้ตัวเองได้ ซึ่งจะบอกตลอดเลยว่า เราไม่ใช่เครื่องจักรไม่จำเป็นต้องมีประโยชน์ถึงจะถูกรัก เราสามารถถูกรักเพราะเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งได้ แต่ตอนนี้ mindset คนกลายเป็นแบบว่าฉันต้อง productive ฉันต้องมีประโยชน์ฉันถึงจะถูกรัก แล้วอันนี้กลายเป็นกับดักที่น่ากลัวมาก พอเขาจะกลับมาแล้วเขาจะแบบแล้วฉันทำดีพอหรือยัง แล้วฉันต้องพัฒนาตัวเองแบบไหนอีก ฉันต้องเสิร์ฟคนคนอื่นแบบไหนอีก แล้วเขาลืมไปว่าการที่เราจะพักเราไม่ต้องขออนุญาตใคร แล้วการที่คนกลุ่มหนึ่งมารักเรา เราไม่จำเป็นที่จะต้องมีประโยชน์กับเขา เราสามารถมี Human experience แบบความสัมพันธ์ของคนถึงคน เพราะว่าเราคิดเหมือนกัน หรือว่าเราหวังดีต่อกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าต้องมีประโยชน์ แล้วถ้าเกิดเราจับตัวเองทันว่า ในความสัมพันธ์นี้เราต้องมีประโยชน์คน ๆ นี้เขาถึงจะรักเรา เราอาจจะต้องคุยกับตัวเองในกระจกให้มากขึ้นว่าความสัมพันธ์นี้มัน healthy กับเราจริง ๆ ไหม แล้วมันSustainable หรือเปล่า จะพูดตลอดเลยว่าเรื่องสุขภาพจิต เรื่องการรักตัวเอง เรื่องความสัมพันธ์ Sustainability ด้วย ไม่ได้อยู่ในเรื่องแบบภาวะ climate change อย่างเดียว ยูสามารถตื่นมาแล้วให้คนอื่นแบบนี้ได้ทุกวันหรือเปล่า ถ้าทำไม่ได้กลับมาคุยกับตัวเองก่อนว่าเติมแรงให้ตัวเองยังไง เติม ห่วง และสงวน energy นี้ยังไงเพื่อที่วันที่พร้อมจะได้ให้คนอื่นได้ คนมักคิดว่าปัญหาทางจิตต้องเป็นเรื่องที่ผิดปกติ คนยังเข้าใจผิดว่าอะไร ? เขื่อน ภัทรดนัย : คนกลัวว่าถ้าเกิดคนรู้ว่าฉันไปหาจิตแพทย์ กลัวคน judge ว่าฉันเป็นบ้าหรือเปล่า พึ่งพาไม่ได้หรือเปล่า คือเรากลัว เขื่อนอยากให้เป็นแบบเหมือนที่เขื่อนทำงานที่ NGO ที่อังกฤษอย่างงี้ คือมองเลยว่า ฉันหิวข้าว ฉันก็ไปร้านอาหารตามสั่ง ฉันปวดฟันฉันก็ไปทำฟัน ไปหาหมอฟัน ฉันเจ็บคอฉันก็ไปหาหมอหูคอจมูก ฉันไม่สบายใจฉันก็ไปหาคนรับฟัง ไปหาจิตแพทย์ มองให้มันง่ายแค่นี้เลย ว่ารู้สึกอย่างงี้ก็ไปหาคนคุย ไปเอาออก เขื่อนเป็นนักจิตบำบัดตอนนี้เข้าปีที่ 7 ตอนที่เป็นนักเรียนเป็นนักจิตบำบัดฝึกหัด เขาบังคับให้นักจิตบำบัดฝึกหัดทุกคน เจอนักบำบัดส่วนตัวอาทิตย์ละครั้ง ครั้งนึงชั่วโมงละ 4,000 บาท เดือนนึงต้องเจอ 4 ครั้ง ปีหนึ่งต้องเจอ 48 ครั้ง แปลว่าเดือนหนึ่งเขื่อนมี fix cost ประมาณ 17,000 โดยที่แบบยังไม่ได้ออกไปดื่ม ออกไปเที่ยวเลย ไม่รวมค่าเทอม แค่เจอนักจิตบำบัดเพื่อที่จะเป็นนักจิตบำบัดฝึกหัด 17,000 ต่อเดือน แล้วเจอมาอย่างนี้ประมาณ 5-6 ปี ตอนแรกไม่เข้าใจ รู้สึกว่า this is a waste of money แบบเปลืองเงินมาก คือถ้าเจอแบบ 6 เดือนแล้วแบบโอเค แต่นี่ยูบังคับให้เจอ 48 ครั้ง 7 ปี อย่างงี้ คูณไปนี่มันคือเงินแบบ 600,000-700,000 พอมันผ่านกระบวนการ process มาแล้ว พอเราออกมาทำงาน เรามาเข้าใจเลยว่า this is the best thing that I can give myself เป็น service ที่ดีมากคือไม่ต้องรอไม่สบาย หรือไม่ต้องรอให้มีเรื่องที่ไม่ดี เราเอาอะไรเข้ามาเราก็ไปเอาออก อันนี้ในมุมเขื่อน เพราะงั้นอยากมองว่าแบบถ้าเรามีเรื่องแบบกังวลใจ แล้วรู้สึกว่าเราปลดล็อคตัวเองไม่ได้ แล้วแบบเรากลัวว่าถ้าเกิดเราเล่าให้เพื่อนฟังหรือคนที่บ้านฟังไปแล้วเรารู้สึกไม่ปลอดภัย ลองไปเจอนักจิตบำบัดดู ลองไปเจอนักจิตวิทยาคลินิกดู เจอจิตแพทย์ดู เดี๋ยวเขาบอกเราเองว่ามันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า คือบางทีเราหันไปหาเพื่อน เธอ ๆ ฉันแบบเป็นซึมเศร้าหรือเปล่า เช้า กลางวัน เย็น เพื่อนยังไม่รู้เลยว่าเพื่อนจะกินอะไร แล้วเพื่อนจะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นซึมเศร้าหรือเปล่า ภาวะซึมเศร้าหรือว่าโรคทาง mental health ของแต่ละคนมันหน้าตาไม่เหมือนกัน หนังสือที่บอกว่ามันอาจจะมีอาการอย่างนี้ แต่ในแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บางคนเป็นคนที่นอนง่าย ช่วงนี้เริ่มนอนยาก เริ่มผิดปกติและสังเกตตัวเอง บางคนเป็นคนนอนไม่ได้ ช่วงนี้ไม่อยากตื่น ตื่นมาแล้วอยากตาย ไม่อยากทำอะไรเลย หรือเคยเป็นคนกินข้าวอร่อย กินไม่ได้ หรือเป็นคนที่ไม่ปกติ ไม่ค่อยมี food calving กินได้ไม่หยุด ความสุขมาจากการกินอย่างเดียว เราก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าช่วงนี้เราเปลี่ยนไป เรารู้จักตัวเองดีที่สุด ไม่ต้องไปขอถามใครว่ารู้สึกผิดหรือรู้สึกถูก แล้วเดี๋ยวนักจิตเขาจะบอกเราเองว่าจากนี้ไปทำอะไรต่อดี วงการจิตวิทยาในไทยเปลี่ยนไปเยอะไหมในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ? เขื่อน ภัทรดนัย : ดีขึ้นเยอะ คนเข้าใจมากขึ้นว่าไม่ต้องรอให้ถึง the end of the life แล้วค่อยไป แต่ว่าอาการเริ่มไม่ปกติและความสุข มันเริ่มไม่เยอะ ชีวิตมันเริ่มสวิงเกิน มันกลายเป็นแบบทุก 2-3 วัน ฉันเหวี่ยง ฉันวีน คนเริ่มเข้าถึงได้มากขึ้น แต่สิ่งที่เขื่อนอยากพูดให้มันชัดเลย ซึ่งอันนี้เราหนีไม่ได้ การที่ไปเจอนักจิตบำบัดบวกเจอจิตแพทย์ มันไม่ได้เจอครั้งเดียวแล้วจบ มันคือ process เพราะฉะนั้นมันมีค่าใช้จ่ายที่สูง มันยังถือว่าเป็น high end service อยู่ ประกันน้อย ประกันก็มีความแบบถามเยอะว่าอย่างนี้ ๆ ก็ทำให้เบิกยากอีก คือถ้าไปเอกชนแล้วบัทเจทเราถึง ก็เข้าถึงได้ในระดับนึง แล้วมันก็ต่อเนื่องเจอนักจิตบำบัด มันไม่ได้เจอแบบเจอครั้งเดียว มันแบบเดือนนึงเจอ 2-4 ครั้ง รับยากินทุกวัน มันมีค่าใช้จ่าย ทีนี้มันไม่ใช่ทุกคนที่สามารถ accessible ได้ รัฐบาลก็มีแล้วก็เข้าถึงได้ ราคาก็ย่อมเยาด้วย แต่ว่าคิวก็ยังยาวอยู่ ใช้เวลายาวอยู่ คนก็รู้สึกว่ามันไม่ accessible ทีนี้ตอนทำงานต่างประเทศมันมี service เยอะที่แบบ demand กับ supply พอ ๆ กันเลยว่าฟรีไปเลย หรือไม่ก็ sliding scale จ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายไหวมา ทีนี้เขื่อนว่าตอนนี้เราก็ต้องปรับไปที่บุคลากรทางด้าน mental health ยังขาดมาก ๆ คือเราผลิตบุคลากรไม่ทัน เราก็สามารถกลับมาที่แบบ Community Support ที่แปลว่าเราซัพพอร์ตกันก่อน ฉันอกหัก จริง ๆ อกหักบางคนต้องไปเจอนักจิตบำบัดเลยก็ได้ เพราะบางคนเขาไม่ไหว แต่บางคนอกหักคุยกับเพื่อนดีขึ้นก็มี เพราะงั้นเมื่อบุคลากรเราไม่พอ accessibility เรายังไม่ดี ทุกอย่างมันยังไม่ cover เราก็ต้องหันมาที่ Community Support กันก่อน ทุกวันนี้ Community ของคุณเป็นยังไงบ้าง ? เขื่อน ภัทรดนัย : ถึงเริ่มโปรเจกต์ จุดพักใจไลฟ์กับจุดพักใจ คือจุดพักใจมันเริ่มตรงที่ เขื่อนเอาไปป้ายไปตั้ง แล้วก็ให้นามบัตรเขา บอกเขาเลยว่าเรื่องนี้ confidential ไม่พุดต่อ ไม่เล่าต่อ ไม่มีการอัดเสียง ถ้าเกิดมีภาพก็ขออนุญาตเป็น consent ว่าเราเอาภาพไปแล้วตอบเรื่องวุขภาพจิตต่อ มีเวลา 10-50 นาทีที่จะคุยกับเขื่อน ทุกคนที่มาใช้เกือบ 50 นาทีเต็ม ๆ แล้ว 1 วันเขื่อนคุยกับเคสได้หรือคนที่มาระบายกับเขื่อนได้เต็มที่ 6-7 คน เราก็รู้สึกว่า 5 ชั่วโมง 40 นาที เราก็โอเคเสร็จ แต่พอเราเห็นไปข้างหลังมีคนต่อคิวอีกเป็น 100 ที่เขาแค่อยากมาระบาย เรารู้แล้วว่านี่คือปัญหาเรื่อง accessibility แล้วแปลว่าเราไม่สามารถ cloning ตัวเองได้ ก็เลยมาคุยว่า ถ้าเราทำเป็นจุดพักใจไลฟ์ สมมติมีคนโทรมาเรื่องนี้ คนที่เขาอาจจะโทรไม่ติดหรือว่าไม่กล้าโทร เขาจะรู้สึกได้ว่ามันมีความหวัง ปัญหาที่ฉันมึนึกว่าฉันเจอคนเดียวมีคนมีปัญหาเหมือนฉันแล้วยังเอาตัวรอดได้เลย มีความหวังได้เลย ฉันก็มีความหวังในตัวเอง อันนี้ก็คือ Community Support ทำให้เห็นว่าปัญหาบางทีก็ไม่ได้แก้ได้เลย ปัญหาบางอันมันต้องใช้เวลา ความเข้าใจ และการเติบโต เพราะฉะนั้นถ้าเราแก้ปัญหาเลยไม่ได้ เราสามารถแก้ได้ว่าเราไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวไปกับปัญหา แล้วพอเราไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวไปกับปัญหา ปัญหามันเบาลงไปเลยครึ่งนึง ก็ค่อยสร้าง Community ขึ้นมา เชื่อว่าเราทุกคนสามารถซัพพอร์ตใครคนนึงได้ ถ้าเราไว้และต้องการ วันนี้มีอะไรไหมที่คนมาแบ่งปันแล้วมันเศร้ามาก และไม่คิดว่าจะได้เห็นเรื่องแบบนี้ด้วย ? เขื่อน ภัทรดนัย : ก็ถ้าเป็น common them ก็เห็นได้บ่อยสุดเลยก็คือ 2 อันแล้วกัน 1.เป็นความรู้สึกว่าเขาไม่ดีพอ แล้วกลายเป็นความสำเร็จมันเป็นแค่เป้าหมายที่แบบพอพุ่งชนได้ มีความสุขได้แค่ 2 วัน ก็กลับมาทุกข์ ไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันได้ พอวิ่งตามหา validation ไม่สามารถรักตัวเองได้ จะเห็นได้ค่อนข้างเยอะมาก คือรู้สึกว่าเขารักตัวเองได้แบบ 30% แล้วอีก 70% ต้องเป็น external validation เราต้องเติมด้วยตัวเอง เพราะว่าเราต้องท่องไว้เลย คนชมเราได้คนก็ด่าเราได้ คนรักเราได้คนก็เกลียดเราได้ ถ้าเกิดเรารักตัวเองได้ 100% ต่อให้คนไม่เข้าใจเรา ต่อให้ช่วงนี้คอนเทนต์มันไม่รัน ช่วงนี้ KPI เราไม่ดี เราก็รู้สึกว่ามันคือวันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี แล้วเราก็จะแบบ Im 100% The rest is profit การรักตัวเอง 100% คืออะไร ? เขื่อน ภัทรดนัย : เขื่อนว่ามันจะไม่แฟร์เลยถ้าเอาใครเป็นตัวอย่าง เขื่อนขออนุญาตใช้ตัวเองเป็นเคส study แล้วกัน เขื่อนก็เป็นเด็กอายุ 13 ที่สมองส่วนหน้า forebrain lope ยังพัฒนาไม่เสร็จเลย เราก็ถูกจับโยนเข้าไปในโลกวงการบันเทิงค่อนข้างเร็ว เด็กอายุ 13 ไปอยู่ในสื่อ เราร็สึกว่าชาวเน็ตเขารู้จักเราเยอะกว่าที่เรารู้จักตัวเองอีก พอออกมาคนก็จะพูดเลยว่า คนนี้มันโกหก มันแอ๊บแมน มันเป็นอย่างนี้อย่างนั้น เรายังงงอยู่เลยว่าคอนเซปว่าแบบ ตอนนั้นในวัย 13 เราชอบแค่ไหน เราชอบอะไร ชอบใคร เราไม่รู้จักตัวเอง แต่ทำไมเรารู้สึกว่าทุกคนรู้จักเราไปหมดเลย แล้วเราอยู่ในบ้าน บ้านเขื่อนเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ เรารักกัน อยากเป็นอะไรเป็น ทำอะไรทำ แต่พอออกมาข้างนอกแล้วแบบทำไมโลกมันใจร้ายจัง ทำไมทุกคนดูแบบเอาความทุกข์ตัวเองมาโยนใส่คนอื่น อันนี้ก็พูดตอนโตแล้ว พอเรา 13 เราออกมาแล้วเราโดนคนรุมหนักมาก ใน K-OTIC โดนชมหมด แล้วพี่ ๆ เรา 4 คน เรารักพี่เรามาก พี่เรา 4 คน คือ protect เรามาตลอด แต่เราเห็น แต่ก่อนในเว็บไซต์ต่างๆ คอมเมนต์ เราเห็นแล้วว่าพี่ ๆ 4 คนถูกชม แล้วเราเป็นจุดด่างดำของวง ว่าเราเป็น LGBT ซึ่งเรายังไม่รู้เลยว่าคืออะไร ทีนี้สมองส่วนหน้าที่ยังพัฒนามันก็ค่อย ๆ บอกเลยว่า ไม่ดีพอ ไม่คู่ควร ไม่ควรอยู่ตรงนี้ หลอกตัวเอง อย่าอยู่ อย่าทำ เราก็รู้สึกแล้วว่าเราไม่ดีพอ กลายเป็นว่าเด็กวัย 13 เข้าสู่ 14 เราเป็นเหมือนเป็ด ผิวสวย เราลอยอยู่บนน้ำนิ่ง ๆ แต่ว่าเท้าเราคือตะกาย ๆ ในวันนั้นก็คือเขื่อนรู้สึกว่าเขื่อนเป็นจุดดำของวง แล้วเราไม่รู้ว่าเรื่องนี้คุยกับคนอื่นได้หรือเปล่า ก็เคยเห็นคนอื่นที่เขาเปิดตัวแล้วทัวร์ลงเขา ฉันก็ไม่พูดสิ ฉันเห็นตัวอย่างแล้วว่าคนอื่นพูดไม่ได้ ฉันพูดฉันก็โดนสิ แล้วก็ท่องเลยว่าถ้าเราไม่ดีพอ เราจะแก้โจทย์ยังไง ฉันเป็นแค่ 30% เอาที่เหลือมาถม เป็นเด็กที่ไม่เหนื่อย ป่วยก็ทำงาน เขื่อนจะเป็นคนที่แบบยิ้มแย้มแจ่มใส เฟรนด์ลี่ ทำงานเก่ง ขยัน ถ้าเรียนก็ต้องเรียนทุน เป็นเด็กดีของที่บ้าน คือทุกอย่างเรารู้สึกว่าเราจะเป็น Control Freak เราจะเป็น Perfectionist ทุกอย่างมันต้องปลอดภัย เพราะว่าฉันกลัว กลัวว่าคนจะมาเห็นรอยร้าวว่าฉันจะไม่ดีพอ ทีนี้ปัญหามันคือเราไปติด Dopamine Hit ว่าเราสามารถหลอกตัวเอง แล้วก็หลอกคนอื่นได้ตลอดไป จนถึงขั้นที่ว่ารีบมีแฟน ต้องมีแฟน ไม่เคยไม่มีแฟน เพราะรู้ว่าถ้าไม่มีแฟนแปลว่าไม่ดีพอ ก็ต้องมีแฟน ต่อให้แฟนจะ Toxic ก็จะอยู่ เพราะรู้สึกว่ายอมอยู่กับแฟน Toxic ดีกว่าไม่ถูกรัก เพราะเราต้องการให้คนมาเติมเต็มฉัน ต่อให้เธอจะชกหน้าฉันแล้วกะโหลดเคลื่อนฉันก็เลือกจะอยู่ เพราะว่าการไม่มีเธอฉันรู้สึกว่าฉันไม่ดีพอ เรายอมอยู่ใน Toxic relation จนไปถึงแบบรู้สึกว่าถ้าเรารีบแต่งงาน รีบจบปริญญาเอก เรารู้สึกว่า ถ้าฉันทำอะไรเหล่านี้ได้ ถ้าฉันทำได้ทุกอย่างที่เป็นติ้กบล็อคพวกนี้ ทุกคนจะต้องรักฉันและยอมรับฉันแน่เลย จนถึงวันที่หย่า ในวันที่ตัดสินใจหย่า ตอนนั้นชีวิตยากมาก พึ่งเข้าปริญญาเอกได้ มันก็เป็นความฝัน จนตอนนี้เหลือแค่ defense paper แล้ว พึ่งเป็นนักจิตบำบัดฝึกหัด แล้วถูกส่งไปแผนกจากลา bereavement เราแบบทำงานยังไง ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย พึ่งเดินออกมาจากชีวิตคู่ตัวเอง แล้วต้องมาฟังตรงนี้ เราจัดการตัวเองยังไง ก็เลยนักจิตบำบัดจะมี supervisor ของตัวเอง เป็นที่ปรึกษาเราอีกทีหนึ่ง เขาเลยบอกเขื่อนว่ายูเขียนให้ไอดูหน่อยว่าอันนี้ฝั่งซ้าย ยูทำให้สังคม ที่แปลว่ายูทำให้คนที่เขาไม่อยากเข้าใจยูมาเข้าใจ กับฝั่งขวายูทำให้ตัวเองจริง ๆ ที่ยูมีความสุข มันไปอยู่ฝั่งทำเพื่อ People Pleaser หมดเลย ฝั่งที่ทำให้ตัวเองทุกวันนี้ยังจำไม่ได้เลยว่าในนั้นมีอะไรบ้าง อันนั้นคือวันที่เขื่อนลุกขึ้นมาเลยแล้วบอกว่าต้องรักตัวเองแล้ว เพราะตอนนี้ให้คนอื่นจนไม่รักตัวเองแล้ว แล้วก็ค่อย ๆ กลับมาถามว่าการรักตัวเองคืออะไรสำหรับเขื่อน ก็ค่อย ๆ เติมมา จนทุกวันนี้ไปได้ประมาณ 95% แล้วกัน ก็มีบางวันที่ตื่นมาแล้วก็ไม่รักตัวเอง บางวันก็ 90 แต่ว่าค่าเฉลี่ยแล้วมัน 95 วันไหนมันดีมันคือกำไร แล้ววันไหนไม่ดีก็แค่เริ่มใหม่ แล้วมันต้องมีวันที่เป็นวันของเราสิแต่มันต้องเริ่มจากที่เราก่อนนะว่าเราชอบตัวเองได้ 100% ก่อน ถ้าเกิดเราเป็นเหมือนเขื่อนที่แบบเป็นแค่ 30% เราต้องเอา 7 ภายนอก เราก็ไปอยู่ใน Toxic relation มีเพื่อนที่จะเอาเปรียบเรา ต้องกลายเป็นเครื่องจักรที่ต้องมีประโยชน์คนถึงจะรักเรา ต้องแบบให้คนชมเรา เราถึงจะดีพอ ตื่นมาแล้วหายใจแล้วบอกว่า I am enough ไม่สามารถทำได้ รู้สึกว่าต้องมีผลงาน ต้องมีเครดิต ต้องมีคนชม ต้องมีอะไรสักอย่างที่แบบบอกว่าฉันดีพอ ถึงจะรู้สึกว่า I am enough ได้ ทุกวันนี้แค่ตื่นมาแล้วหายใจ แล้วแฟนชงมัทชะให้กิน รู้สึกว่าชีวิตนี้โคตรดีใจเลย ชีวิตนี้ดีมากเลย แต่ก่อน grateful เรื่องพวกนี้ไม่ได้เลย แต่ก่อนรู้สึกว่า I have to be better, I have to be perfect ถ้าฉัน Perfect จะไม่มีใครจับได้ว่าฉันไม่ดีพอ ทุกวันนี้ตื่นมาแค่หายใจก็ดีใจแล้ว มีความสุข อะไรคือสิ่งที่ทุกคนกังวลมากตอนนี้ ? เขื่อน ภัทรดนัย : เขื่อนชอบนักปรัชญาคนหนึ่งชื่อ เคียร์เคอกอร์ (Kierkegaard) เขาบอกว่า ความกังวล (anxiety) เป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิต เรากำจัดมันไม่ได้เพราะมีสิ่งที่ต้องเลือกเยอะมาก แต่ชีวิตเรามีจำกัด หน้าที่ของเราคือเข้าใจว่าความกังวลเป็นกลไกให้เราโต และเลือกในสิ่งที่เราพร้อมจะรับผิดชอบ คนที่กังวลคือคนที่อยากมีชีวิต บนโลกนี้ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีหรอก อารมณ์มันไม่มีอะไรดีหรือไม่ดี ทุกความรู้สึกคือความรู้สึก เช่น ความโกรธ กำลังบอกเราว่ามีคนมาล้ำเส้น (overstep boundary) เรานะ ปัญหาอยู่ที่การสื่อสารไม่เป็น ความอิจฉา ก็เหมือนกัน แปลว่าเราเห็นสิ่งดี ๆ ในตัวคนอื่น แต่เราเห็นได้เพราะเรามีสิ่งนั้นในตัวเอง ถ้าอิจฉาแบบเฮลตี้ (healthy) เราจะพัฒนาตัวเอง แต่ถ้าไม่เฮลตี้จะกลายเป็นการเกลียดและแซะแทน เพราะคนนั้นเป็นกระจกสร้างความอัปลักษณ์ที่เขาไม่อยากเห็นในตัวเอง ความกังวลเล็ก ๆ ระหว่างวันเป็นเรื่องปกติ เพราะเวลาจำกัด ค่าเฉลี่ยอายุคนไทย ผู้หญิงอยู่ได้ประมาณ 4,100 อาทิตย์ ผู้ชาย 3,900 อาทิตย์ ให้กังวลแบบพอประมาณ (moderation) อย่าให้ถึงขั้นไม่มีความหวัง พอเปรียบเทียบอายุขัยเป็นสัปดาห์ ฟังดูชีวิตไม่ได้ยาวนานมาก ? เขื่อน ภัทรดนัย : สั้นมากครับ เขื่อนคลั่งไคล้ (obsess) เรื่องนี้เพราะมันทำให้เขื่อนตื่นเลย เขื่อนรักแม่มาก ถ้าคุณแม่ไม่อยู่ก็ไม่รู้จะอยู่ยังไงเหมือนกัน ทีนี้คุณแม่เริ่มอายุเยอะและมีภาวะ SLE เขื่อนเลยมาคำนวณว่า คุณแม่เหลือเวลาอีกประมาณ 800 อาทิตย์เอง ถ้าเราไม่คิดเราจะไม่รู้เลยว่า "I only have 800 weeks with my mom." จากวันนี้ไปขอให้ทุกวันตื่นมาแล้วทำให้ดีที่สุดเพื่อแม่ น้องหมาเหมือนกัน อายุเฉลี่ยแค่ 700 อาทิตย์ เขื่อนจะจัดลำดับความสำคัญ (prioritize) ถูกว่าจะเอาเวลาให้ใคร การดู YouTube หรือ Netflix ไม่ผิด แต่ทำไปแบบมีสติ และจำไว้ว่าเวลาเราจำกัด แต่ก่อนชวนแม่ไปเที่ยวแม่ไม่ไปเลย เขื่อนเลยมานั่งทำกราฟนี้ให้แม่ดูว่า "แม่ ไปไม่ไปเรื่องของแม่นะ แต่เขื่อนซื้อตั๋วไว้ให้แล้ว เรามีเวลาอีกแค่ 800 อาทิตย์นะ" พอแม่เห็นแม่น้ำตาคลอเลย บอกว่าแม่ลืมคิดไปว่าเวลาที่แม่มีให้ลูกก็จำกัดเหมือนกัน นั่นเป็นครั้งแรกที่แม่ยอมเที่ยวต่างประเทศกับเขื่อนแบบไม่ต้องทำงาน สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนได้คือ ความเสียดาย (regret) ถ้าวันหนึ่งท่านจากไปแล้วเรามาพูดว่า "ทำไมวันนั้นไม่ใช้เวลากับแม่ให้มากกว่านี้" เราทำได้แค่พูด ทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนโคลัมเบีย ? เขื่อน ภัทรดนัย : จบโทจิตวิทยาที่อังกฤษแล้วเรียนเอกต่อ ใครที่อยากเรียนเพื่อตามใจคนอื่น อย่าทำ เพราะเรียนเอกมีโอกาสซึมเศร้าและเลิกกับแฟนสูงมาก ตอนนั้นเรียนเอกเพราะถ้าจะเป็นนักจิตวิทยาที่อังกฤษ ปริญญาตรีไม่พอ และเราคิดว่าถ้าเรียนเร็วคนจะยอมรับมากขึ้น แต่พอเข้าไปเราอายุแค่ 28-29 นั่งอยู่กับคนอายุ 40-50 เราแทบไม่มีอะไรไปแลกเปลี่ยนกับเขาได้เลยเพราะเราเรียนเร็วเกิน ทีนี้เราไปรู้ว่าคณะจิตวิทยาที่โคลัมเบียดังมาก สถิติรับเข้าคือ 3% ทั่วโลก เราก็ลองดู เอกสารวุ่นวายมาก และเราขอทุนด้วย ขนาดเราบอกว่าไม่คาดหวัง แต่เหมือนตกนรก 3 เดือน ตื่นมารีเฟรชอีเมลทุกวัน เราเป็นคน "Control Freak" พอทำอะไรไม่ได้นอกจากรอก็เลยทรมาน ตอนนั้นแม่พูดดีมาก บอกว่า "ถ้าลูกไม่ได้ไป แค่ลูกกำลังจะจบปริญญาเอก นี่ก็ความภูมิใจที่สุดของแม่แล้ว" วันนั้นเขื่อนรู้สึก grounded ลงมาครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งเราก็มือซน ไปถามแชตจีพีที (ChatGPT) ว่าถ้าโคลัมเบียรับเข้าเขาจะพิมพ์ว่าอะไร ChatGPT บอกว่าถ้ารับจะขึ้นต้นว่า "Congratulations" แต่ถ้าไม่รับจะบอกว่า "Please visit our portal" พอเช้าวันหนึ่งตื่นมา อีเมลเด้งว่า "Please visit our portal" หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเลย เราเลยบอกแฟนกับแม่มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อย พอกดเข้าไปจอมันค้าง มันสั่น เหมือนถามว่า "Are you ready?" แล้วก็ขึ้นว่า "Congratulations!" และได้ทุนด้วย ร้องไห้เลยครับ เขื่อนอยากขอบคุณทุกสื่อและทุกคนที่มายินดีกับเขื่อน การไปครั้งนี้เขื่อนอยากไปเล่นระดับสเตจโลก (Global Stage) อยากได้ความรู้ที่ลึกขึ้น เป็น Psychology ด้าน Education และอยากเป็น practitioner ด้วย สุขภาพจิตที่ดีไม่ได้แปลว่าชีวิตจะไม่มีความทุกข์เลย แต่คือการที่เมื่อความทุกข์เข้ามา เราจะรู้ว่าจะรับมือยังไง สามารถติดตาม WOODY TALK ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK , Facebook: Woody, Youtube: Woody เวลา 18.00 น.

My Lawyer is Not So Easy
ดู

My Lawyer is Not So Easy

แต่งก่อนไม่รอแล้วนะฮ้า
ดู

แต่งก่อนไม่รอแล้วนะฮ้า

ผมไม่ใช่เกมเมอร์! ซีอีโอ Take-Two ลั่นไม่ขอเล่น GTA 6 เน้นซัพพอร์ตคุมงบ ปล่อยทีมงานโชว์ฝีมือเต็มที่
อ่าน

ผมไม่ใช่เกมเมอร์! ซีอีโอ Take-Two ลั่นไม่ขอเล่น GTA 6 เน้นซัพพอร์ตคุมงบ ปล่อยทีมงานโชว์ฝีมือเต็มที่

ท่ามกลางกระแสไฮป์ของ Grand Theft Auto 6 ที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ เชื่อว่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างก็นับถอยหลังรอวันที่จะได้สัมผัสเกมนี้กันใจจะขาด ยกเว้นอยู่คนหนึ่งที่ดูจะเฉยเมยกว่าใครเพื่อน นั่นก็คือ Strauss Zelnick ซีอีโอของ Take-Two InteractiveZelnick นักธุรกิจผู้คร่ำหวอดซึ่งกุมบังเหียนบริษัทแม่ของ Rockstar มาตั้งแต่ปี 2011 ออกมายืนยันผ่านการสัมภาษณ์ว่า เขาแทบไม่ได้สัมผัสตัวเกม GTA 6 เลย แม้ว่าในฐานะบอสใหญ่เขาจะสามารถเข้าถึงตัวเกมเวอร์ชันพัฒนาได้ทุกเมื่อก็ตาม โดยเขาให้เหตุผลสั้น ๆ ว่าเขา "ไม่ใช่เกมเมอร์" และไม่อยากทำตัวเป็น "Consumer-in-chief" เพื่อหลีกเลี่ยงการแทรกแซงงานสร้างสรรค์ของทีมงานเขามองว่าการที่ซีอีโอพยายามทำตัวเป็นผู้บริโภคในอุตสาหกรรมบันเทิงนั้นอาจเป็น "ความผิดพลาด" เหมือนสมัยที่เขาอยู่วงการหนังหรือเพลง เขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นนักวิจารณ์ แต่เลือกที่จะทำหน้าที่บริหารให้ดีที่สุด ซึ่งมุมมองนี้อาจฟังดู "ห่างเหิน" แต่ถ้ามองอีกมุม นี่อาจเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับโปรเจกต์ GTA 6 เลยก็ได้ในโลกที่เกมยักษ์ใหญ่ต้องใช้ทุนสร้างมหาศาล การมี "คนคุมเงิน" ที่รู้จักบทบาทตัวเองนั้นสำคัญมาก Zelnick ย้ำชัดว่าหน้าที่ของเขาคือ "การดึงดูด รักษา และสร้างแรงจูงใจให้คนเก่ง ๆ ในวงการ แล้วจากนั้นก็ถอยออกมาให้พ้นทาง" การที่เขาไม่พยายามเข้าไปก้าวก่ายงานสายสร้างสรรค์ที่เขาไม่ถนัด ทำให้ทีมงานของ Rockstar Games มีอิสระเต็มที่ในการปั้นผลงานที่เขากล้าเคลมว่า "จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่วงการเคยเห็นมา"เรียกได้ว่า Zelnick เลือกที่จะเป็น "น้ำมันหล่อลื่น" มากกว่าจะเป็น "ฟันเฟือง" ที่เข้าไปขัดขวางการทำงาน ซึ่งปรัชญาการบริหารแบบ "จ่ายครบแล้วจบที่ปล่อยวาง" แบบนี้ อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ GTA 6 ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดอย่างที่ทุกคนตั้งตารอก็เป็นได้!แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com

ยอมรับตรงๆ!! 'อัลเลกรี' รับ มิลาน หมดลุ้นแชมป์ลีก-โฟกัสคว้าตั๋วไป UCL
อ่าน

ยอมรับตรงๆ!! 'อัลเลกรี' รับ มิลาน หมดลุ้นแชมป์ลีก-โฟกัสคว้าตั๋วไป UCL

มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรีกุนซือของ เอซี มิลาน ยอมรับว่าทีม ปีศาจแดงดำ หมดลุ้นแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา แล้ว หลังจากที่ทีมพ่ายต่อ นาโปลี 0-1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กุนซือชาวอิตาลีรายนี้ยืนยันว่าทัพ "รอสโซเนรี่"ได้เปลี่ยนโฟกัสทั้งหมดไปที่การคว้าท็อปโฟร์เพื่อคว้าตั๋วไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า โดยได้มีการดร็อปผู้เล่นตัวหลักอย่าง คริสเตียน พูลิซิช และ ราฟาเอล เลเอา ซึ่งส่งผลเสียต่อทีมในเกมที่พ่ายต่อ นาโปลี ที่สนาม สตาดิโอดีเอโก อาร์มันโด มาราโดนา จากความพ่ายแพ้ในเกมล่าสุดส่งผลให้ เอซี มิลาน มีแต้มตามหลังจ่าฝูง อินเตอร์ มิลาน 9 คะแนน และตามหลัง นาโปลี อยู่ 2 คะแนน ซึ่งหลังจบเกมทาง อัลเลกรี ได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความหวังของทีมในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ การลุ้นแชมป์เซเรีย อา ไม่ใช่เป้าหมายของเราแล้ว เรามีแต้มตามหลัง อินเตอร์ มิลาน อยู่ 9 คะแนน และ นาโปลี มีแต้มนำหน้าพวกเราอยู่ เราต้องโฟกัสที่ตัวเอง สู้ไปทีละเกม มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กล่าวกับ DAZN ตอนนี้เรายังอยู่ในเส้นทางตามเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้ แต่ผลลัพธ์จะยังไม่ติดสินภายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์นี้ เราต้องรักษาความได้เปรียบนี้ไว้ด้วยการพยายามคว้าชัยชนะในเกมต่อๆ ไป เกมเมอร์รวมพล!! สุดยอดคลังเกมฮิตกว่า 1,000 เกม ที่ trueID GAME HUB เข้ามาได้เลย ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

His - I Didn't Think I Would Fall in Love
ดู

His - I Didn't Think I Would Fall in Love

แคทธิน นิวตัน เสริมทัพเป็นน้องสาวสายบู๊ เติมเต็มความระทึกภาคต่อใน "Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2"
อ่าน

แคทธิน นิวตัน เสริมทัพเป็นน้องสาวสายบู๊ เติมเต็มความระทึกภาคต่อใน "Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2"

ต้องบอกว่าสะใจแพ็คคู่! ใครเคยเอาใจช่วยเกรซ เจ้าสาวเลือดสาดจาก Ready or Not เมื่อปี 2019 มาวันนี้ความลุ้นระทึกเพิ่มขึ้นแบบคูณสอง เมื่อ Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2 กลับมาพร้อมเกมใหม่ ใหญ่กว่า ระทึกกว่า ยกผู้ล่ามาถึง 4 ตระกูล พร้อมพา เฟธ น้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของเกรซ มาแท็กทีมฝั่งเหยื่อ หนีการไล่เชือดสุดหฤโหด พร้อมพลิกเกมเอาตัวรอดแบบแสบสัน ยกระดับทุกความมันส์ให้เข้มข้นกว่าเดิม ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ หนึ่งในความพิเศษของ Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2 คือการเปิดตัวละครสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างของเกมอย่าง เฟธ (Faith) น้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของ เกรซ (Grace) โดยบทนี้ได้ Kathryn Newton นักแสดงสาวดาวรุ่งชื่อดัง มาโชว์ฝีมือสายบู๊ เสริมทัพความเดือดให้ผู้ชมได้มันยิ่งกว่าเดิม ซึ่งด้วยภูมิหลังของเฟธ ทำให้การปรากฏตัวของเธอไม่เพียงเป็นการเพิ่มตัวละครใหม่ แต่ยังเปลี่ยนโครงสร้างของเรื่องให้กลายเป็นการขับเคลื่อนด้วยตัวละครคู่ ที่ต้องเผชิญทั้งอดีตที่ยังไม่คลี่คลาย ความคับข้องใจ และการพึ่งพากันอย่างไม่เต็มใจ Kathryn Newton เผยถึงบทบาทสุดท้าทายนี้ว่า เฟธคือภาพสะท้อนที่เป็นด้านมืดของเกรซ เป็นเหมือนเงาที่พี่สาวสลัดไม่พ้น ซึ่งในภาคนี้เราจะได้เห็นว่า จริง ๆ แล้วเธอเป็นใคร ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ทั้งพึ่งพากันแต่ก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง โดยเฟธถูกวางให้เป็นตัวละครที่ติดอยู่กับที่ และยังไม่สามารถก้าวข้ามตัวเองได้ ตัวละครของฉันใช้พี่สาวเป็นข้ออ้างที่จะไม่พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น จนท้ายที่สุด เราต่างต้องช่วยชีวิตใครบางคน และผ่านสิ่งนั้น เราจึงได้ช่วยตัวเอง เธอกล่าว ทั้งนี้การกลับมาของเฟธเชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยถูกทิ้งไว้ในภาคแรก โดย Tripp Vinson ผู้อำนวยการสร้างให้ข้อมูลว่า ในภาคแรกตัวละครของ Samara (เกรซ) บอกว่าเธอไม่มีครอบครัว ซึ่งก็จริง แต่ยกเว้นเพียงคนเดียว และการกลับเข้าสู่ชีวิตเกรซของเฟธก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเธอถูกระบุเป็น ผู้ติดต่อฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาล และกลายเป็นจุดเชื่อมที่ทำให้ระยะห่างหลายปีถูกบีบเหลือเพียงการร่วมมือกันเท่านั้น ถึงจะเอาตัวรอดได้ ด้านผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett มองว่า การจับคู่ระหว่าง Newton และ Samara Weaving (รับบทเกรซ) คือเคมีที่ลงตัวที่สุด ทำให้เส้นอารมณ์ของเรื่องคมชัดขึ้นทันที พอ Samara กับ Kathryn มาอยู่ด้วยกัน ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นทันที ทั้งคู่แข็งแกร่ง และมีวิธีเอาตัวรอดที่ไม่ตรงกัน Gillett กล่าว ซึ่งความไม่ลงรอยนี้เอง กลายเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง เพราะ สิ่งที่สำคัญที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการได้เห็นทั้งสองกลับมาเป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง Gillett ย้ำ ก่อน Matt Bettinelli-Olpin จะเสริมว่า ทั้งคู่ต่างก็ถูกในบางแง่มุม และผิดในบางแง่มุม นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงได้ Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2 เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญภาคต่อจาก Searchlight Pictures ที่ขยายสเกลความโหดแบบจัดเต็ม เมื่อ Grace เจ้าสาวผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากภาคแรก ไม่ได้หนีจากการไล่ล่าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เธอต้องก้าวเข้าสู่ด่านใหม่ที่เดิมพันด้วยอำนาจสูงสุดของโลก และยังต้องจับมือกับน้องสาว Faith เพื่อเอาชีวิตรอดและชิงตำแหน่งสูงสุดแห่งสภาลับ ท่ามกลางการตามล่าจาก 4 ตระกูลคู่แข่งที่พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อครองบัลลังก์แห่งอำนาจ โดยภาคนี้เป็นการกลับมาของ Samara Weaving ในบท Grace เจ้าสาวเลือดสาด พร้อมทีมผู้สร้างจากภาคแรก ทั้งคู่หูผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett ที่เคยฝากผลงานสุดระทึกไว้ใน Ready or Not, Scream VI และ Abigail อีกทั้งยังได้บทภาพยนตร์จาก Guy Busick และ R. Christopher Murphy ที่กลับมาร่วมกันขยายโลกของ Ready or Not ให้กว้างขึ้นและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น Kathryn Newton (Ant-Man and the Wasp: Quantumania, Abigail), Sarah Michelle Gellar (Cruel Intentions, I Know What You Did Last Summer, Buffy the Vampire Slayer), Shawn Hatosy (The Pitt) และ Elijah Wood (The Monkey) ร่วมด้วย Nstor Carbonell, Kevin Durand และ David Cronenberg ที่จะเข้ามาเติมเต็มเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ให้ทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น เมื่อคนพี่ก็สับ คนน้องก็แซ่บ ไปลุ้นกับเกมไล่ล่าสุดโหด และเอาใจช่วยให้เจ้าสาวและน้องสาวต้องรอด กับ Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2 ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ซามารา วีฟวิ่ง คัมแบ็กบทเจ้าสาวเลือดสาดในภาคต่อสุดคลั่ง "Ready or Not: Here I Come"
อ่าน

ซามารา วีฟวิ่ง คัมแบ็กบทเจ้าสาวเลือดสาดในภาคต่อสุดคลั่ง "Ready or Not: Here I Come"

หลังจากทิ้งภาพจำสุดสะพรึงไว้ตอนจบของReady or Notเมื่อปี2019นักแสดงมากฝีมือSamara Weavingก็หวนสู่ชุดเจ้าสาวโชกเลือดอีกครั้ง ในบทGraceผู้เอาชีวิตรอดจากเกมสุดเดือดในภาคแรก พร้อมพาทุกคนก้าวสู่เกมลุ้นตายครั้งใหม่ที่ยกระดับความคลั่งแบบคูณสอง ในReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ภาพยนตร์สุดระทึกตลกร้ายที่ทั้งลุ้นระทึกทั้งฮา ภาคต่อของที่สุดแห่งเกมเอาชีวิตรอดที่เคยสร้างปรากการณ์มาแล้วทั่วโลก26มีนาคมนี้ เตรียมลุ้นตายไปกับเธอ...และน้องสาวของเธอ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ สำหรับแฟนภาพยนตร์Ready or Notคงไม่มีใครปฏิเสธว่าการแสดงของSamara Weavingนักแสดงสาวมากฝีมือ คือหัวใจสำคัญของแฟรนไชส์ ที่ไม่เพียงทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกไปกับการเอาชีวิตรอดของเธอ แต่ยังส่งให้ตัวละคร Graceกลายเป็นคาแรกเตอร์Cult Iconที่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลกหลงรัก และการกลับมาของเธอในชุดเจ้าสาวเลือดสาด ในภาคต่อที่ทุกคนรอคอยReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ก็ทำให้แฟนหนังต่างคาดการณ์ว่าเธอจะยังคงเป็นแกนหลักทางอารมณ์ของเรื่องที่ยกระดับความเข้มข้นของเรื่องราวให้พีคขึ้นกว่าเดิมนักแสดงสาวเผยว่า ด้วยความผูกพันธ์กับทีมงาน และกระแสตอบรับจากภาคแรกที่แรงเกินคาด โดยเฉพาะการที่ ตัวละครGraceกลายเป็นภาพจำในวัฒนธรรมป๊อป ที่แฟน ๆ จำนวนมากเลือกที่จะแต่งตัวเป็นเจ้าสาวเลือดสาดในเทศกาลฮาโลวีน ทำให้เธอตอบตกลงกลับมาสวมชุดเจ้าสาวอีกครั้งทันที โดยไม่ต้องคิดนานมันมหัศจรรย์มากที่ผู้ชมรักหนังเรื่องนี้มากเท่ากับที่เรารักตอนสร้างมันออกมา และฉันก็มีช่วงเวลาที่ดีมากกับผู้กำกับMattและTylerรวมถึงทีมงานทั้งหมด พอพวกเขาถามว่าอยากทำภาคสองไหม คำตอบคือได้เลยทันทีเธอกล่าว และด้วยความที่เรื่องราวในภาคใหม่นี้ต่อเนื่องจากช่วงเวลาสุดท้ายของภาคแรกแบบแทบจะทันที ทำให้การกลับมาครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเราไม่เคยออกจากโลกของGraceไปเลย ขณะที่ตัวละครของเธอยังคงถูกออกแบบให้เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่ฮีโร่ที่ไร้เทียมทาน แต่เป็นคนที่เอาชีวิตรอดด้วยสัญชาตญาณและความไม่ยอมแพ้ โดยผู้กำกับMatt Bettinelli-Olpinอธิบายว่าGraceมีข้อบกพร่อง เธอไม่สมบูรณ์แบบ และเธอมีความลับ แต่Samaraทำให้ผู้ชมยังคงอยู่ข้างเธอได้เสมอ แม้ในวันที่เธอทำพลาดนั่นจึงเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้Graceแตกต่างจากตัวละครสายแอ็กชันทั่วไป เธอไม่ได้เอาชนะด้วยความเก่งเหนือมนุษย์ แต่เอาชนะด้วยความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ นอกจากนี้Ready or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ยังเพิ่มความเข้มข้นด้วยการแสดงของKathryn Newtonที่เข้าร่วมแฟรนไชส์ในบทFaithน้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของGraceซึ่งทำให้ภาคนี้กลายเป็นเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละครหลักสองคน บนพื้นฐานของอดีตที่ยังไม่คลี่คลาย ความคับข้องใจ และการพึ่งพากันอย่างไม่เต็มใจ โดยผู้กำกับTyler Gillettเผยว่า การจับคู่NewtonกับWeavingทำให้เส้นอารมณ์ของเรื่องคมชัดขึ้นทันทีพอSamaraกับKathrynมาอยู่ด้วยกัน ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นทันที เพราะทั้งคู่แข็งแกร่ง และมีวิธีเอาตัวรอดที่ไม่ตรงกันและความไม่ลงรอยนั้นเองกลายเป็นแรงขับของเรื่องหัวใจที่แท้จริงของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการได้เห็นทั้งสองกลับมาเป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง Gillettกล่าว ด้านKathryn Newtonอธิบายถึงตัวละครของเธอผ่านความสัมพันธ์กับGraceว่าFaith MacCaullayคือน้องสาวของGraceและฉันก็เป็นเหมือนภาพสะท้อนของเธอ ฉันเปิดเผยให้เห็นว่าเธอเป็นใครกันแน่ ฉันคือด้านมืด หรือเงาของเธอ ที่เธอไม่อาจสลัดทิ้งได้ ส่วนตัวเธอเองก็ประทับใจกับบทบาทนี้ไม่น้อย และยังติดตามกระแสการเปิดตัวภาพยนตร์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ล่าสุดได้แชร์IG Storyของแจน - พลอยชมพู ศุภทรัพย์นักแสดงชาวไทย ซึ่งโพสต์ภาพงานThailand Gala Premiereที่แจนมาในฐานะตัวแทนของFaithตัวละครของเธอ และซาบีน่า ไมซิงเกอร์ในฐานะตัวแทนของGraceโดยKathrynยังแท็กSamara Weavingอย่างตื่นเต้นด้วยทั้งนี้Ready or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2นับเป็นภาพยนตร์ดาร์คคอเมดี้ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม หลังจากเข้าฉายในอเมริกาและบางประเทศไปแล้วก่อนหน้านี้โดยยังคงได้ใจนักวิจารณ์และผู้ชมด้วยสกอลที่น่าพอใจในRotten TomatoesทำคะแนนTomatometerของฝั่งนักวิจารณ์ที่75%และคะแนนPopcornmeterฝั่งผู้ชมทั่วไปสูงถึง90% (ข้อมูล ณ วันที่24มีนาคม2569)นอกจากนี้บรรดาสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ไทยที่ได้รับชมรอบสื่อมวลชนแล้วยังการันตีว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อที่สมบูรณ์แบบ ทั้งบู๊กว่า ตลกกว่า โชกเลือดกว่า อัปเลเวลความโหดเลือดสาดจากภาคแรกอย่างถึงใจ แถมฉากแอ็กชันที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะก็ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ในโรงภาพยนตร์ และแน่นอนว่าSamara WeavingในบทGraceเจ้าสาวเลือดสาย ยังคงจัดเต็มใส่สุดพลังการแสดง ด้วยความ แกร่งกว่าเดิม เรียกว่ายกระดับจากภาคแรกให้สนุกและน่าสนใจขึ้นในแบบที่คนดูยังฮาและลุ้นตามได้และเพื่อยืนยันขั้นกว่าของภาคนี้ นักแสดงสาวฝากบอกว่าคุณจะได้เห็นเลือดมากขึ้น ความคลั่งมากขึ้น เป็นการรวมทุกสิ่งที่คุณรักจากภาคแรก แต่เข้มข้นกว่าเดิมเธอเผย ก่อนทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มว่าและมีบาซูก้าโผล่มาในช่วงหนึ่งด้วย เตรียมพบการกลับมาทวงคืนตำแหน่งเจ้าสาวที่แกร่งที่สุดในโลกภาพยนตร์ของGraceภายใต้การแสดงของSamara Weavingในเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยอานาจยิ่งใหญ่ และความตายReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2เข้าฉาย26มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ ไม่อยากพลาดความมันสุดระทึก ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa