TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Not Me” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
อีจองแจ ประกบคู่ อิมจียอน ในซีรีส์เกาหลีรอมคอมเรื่องใหม่ "Nice To Not Meet You ยินดีที่ไม่รู้จัก"
Prime Videoประกาศวันสตรีมซีรีส์เกาหลีโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่Nice to Not Meet Youนำแสดงโดยนักแสดงระดับโลก อีจองแจ (Squid Game, The Acolyte, Hunt)และนักแสดงหญิงมากฝีมือ อิมจียอน (The Glory, The Tale of Lady Ok, Lies Hidden in My Garden)ซีรีส์เรื่องนี้เตรียมสตรีมให้ได้รับชม เฉพาะที่Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ด้วยการผสานมุมมองเบื้องหลังของวงการบันเทิงเข้ากับเรื่องราวโรแมนติกสุดซาบซึ้งNice to Not Meet Youเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ระหว่าง อิมฮยอนจุน (อีจองแจ) นักแสดงที่มีภาพลักษณ์เดิมๆ และอยากเริ่มต้นใหม่ในบทแนวเมโลดราม่า และ วีจองชิน (อิมจียอน) นักข่าวสายการเมืองมากฝีมือที่ถูกย้ายอย่างกะทันหันมาทำข่าวบันเทิง จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าระหว่างสองคาแร็กเตอร์กลายเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ตรึงใจ เสียงหัวเราะ และเคมีความเข้ากันที่คาดไม่ถึง เตรียมสตรีมซีรีส์Nice to Not Meet Youตอนแรกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พร้อมรับชมตอนใหม่ทุกสัปดาห์ ในวันจันทร์และอังคาร เฉพาะที่ Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จจากความนิยมอย่างล้มหลามทั่วโลกของซีรีส์Squid Gameครั้งนี้อีจองแจมารับบทฮยอนจุน นักแสดงฝีมือดีแต่ติดภาพลักษณ์จากบท คังพิลกู ตัวละครเอกขวัญใจผู้ชมจากซีรีส์นักสืบชื่อดังที่กำลังเดินหน้าสู่ซีซั่นที่ห้า แม้อาชีพการงานจะไปได้ดีแต่เขากลับใฝ่ฝันอยากหลุดพ้นจากภาพจำเดิมๆ และพิสูจน์ฝีมือในบทบาทที่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น อิมจียอนรับบทเป็นวีจองชินนักข่าวมากฝีมือผู้เคยคว้ารางวัลจากการรายงานข่าวการเมือง ก่อนจะถูกย้ายให้มาทำข่าวบันเทิงกะทันหัน ขณะกำลังทำข่าวสืบสวนคดีสำคัญ ทำให้เธอต้องปรับตัวในโลกที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้ามา ก่อนจะพบว่าตัวเองหลุดเข้ามาในวงโคจรของนักแสดงที่เธอไม่อยากแม้แต่จะเขียนข่าวถึง จากผลงานการกำกับโดย คิมการัม (Good Partner, Nevertheless)เขียนบทโดย จองยอรัง (Doctor Cha)เตรียมพบกับNice to Not Meet Youที่พร้อมเสิร์ฟทั้งความสดใส เสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และการเสียดสีวงการบันเทิง ห้ามพลาดโมเมนต์ชวนใจเต้นและหัวเราะไม่หยุดในNice to Not Meet Youวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้ และสามารถรับชมตอนใหม่ได้ ทุกวันจันทร์และอังคาร เฉพาะที่Prime Videoเท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 29 ก.ย. 68
อ่าน
อีจองแจ-อิมจียอน เตรียมจุดประกายรักในซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ "Nice to Not Meet You"
Prime Videoเปิดตัวซีรีส์เกาหลีโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่Nice to Not Meet Youนำแสดงโดยนักแสดงระดับโลก อีจองแจ (Squid Game, The Acolyte, Hunt)และนักแสดงหญิงมากฝีมือ อิมจียอน (The Glory, The Tale of Lady Ok, Lies Hidden in My Garden)ซีรีส์เรื่องนี้เตรียมสตรีมให้ได้รับชม เฉพาะที่Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ด้วยการผสานมุมมองเบื้องหลังของวงการบันเทิงเข้ากับเรื่องราวโรแมนติกสุดซาบซึ้งNice to Not Meet Youเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ระหว่าง อิมฮยอนจุน (อีจองแจ) นักแสดงที่มีภาพลักษณ์เดิมๆ และอยากเริ่มต้นใหม่ในบทแนวเมโลดราม่า และ วีจองชิน (อิมจียอน) นักข่าวสายการเมืองมากฝีมือที่ถูกย้ายอย่างกะทันหันมาทำข่าวบันเทิง จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าระหว่างสองคาแร็กเตอร์กลายเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ตรึงใจ เสียงหัวเราะ และเคมีความเข้ากันที่คาดไม่ถึง ในซีรีส์เรื่องนี้อีจองแจนักแสดงผู้ประสบความสำเร็จจากความนิยมอย่างล้มหลามทั่วโลกของซีรีส์Squid Gameมารับบทฮยอนจุน นักแสดงฝีมือดีแต่ติดภาพลักษณ์จากบท คังพิลกู ตัวละครเอกขวัญใจผู้ชมจากซีรีส์นักสืบชื่อดังที่กำลังเดินหน้าสู่ซีซั่นที่ห้า แม้อาชีพการงานจะไปได้ดีแต่เขากลับใฝ่ฝันอยากหลุดพ้นจากภาพจำเดิมๆ และพิสูจน์ฝีมือในบทบาทที่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น อิมจียอนรับบทเป็นวีจองชินนักข่าวมากฝีมือผู้เคยคว้ารางวัลจากการรายงานข่าวการเมือง ก่อนจะถูกย้ายให้มาทำข่าวบันเทิงกะทันหัน ขณะกำลังทำข่าวสืบสวนคดีสำคัญ ทำให้เธอต้องปรับตัวในโลกที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้ามา ก่อนจะพบว่าตัวเองหลุดเข้ามาในวงโคจรของนักแสดงที่เธอไม่อยากแม้แต่จะเขียนข่าวถึง จากผลงานการกำกับโดย คิมการัม (Good Partner, Nevertheless)เขียนบทโดย จองยอรัง (Doctor Cha)เตรียมพบกับNice to Not Meet Youที่พร้อมเสิร์ฟทั้งความสดใส เสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และการเสียดสีวงการบันเทิง ห้ามพลาดโมเมนต์ชวนใจเต้นและหัวเราะไม่หยุดในNice to Not Meet Youเร็วๆ นี้ เฉพาะที่Prime Videoเท่านั้น
ซีรีส์ต่างประเทศ • 2 ส.ค. 68
อ่าน
"j.rabbit" ปล่อยเพลงใหม่ "แค่ดี (it’s not me)" กับความสัมพันธ์ที่เป็นคนดีอย่างเดียวคงไม่พอ
"j.rabbit" หรือ "เจสัน โสตางกูร" ศิลปินมากฝีมือจากค่ายเพลง MILK! BKK Music Label ที่มาพร้อมแนวเพลง Pop, Hip-hop กับ Lifestyle จัดจ้าน หลังจากปล่อยซิงเกิลเปิดตัวจังหวะสนุก ๆ กับเพลง "Loop" ไปแล้ว ครั้งนี้ "j.rabbit" กลับมาพร้อมเพลงใหม่ กับดนตรีที่น่าสนใจชวนติดตาม ในเพลง "แค่ดี (its not me)" เอาใจคนดีแต่ไม่เคยถูกรัก "แค่ดี (its not me)" ซิงเกิลที่สอง กับสตอรี่เพลงที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของการไม่ได้ถูกรักจากตัวตน แค่ชอบเพราะเป็นคนดี หน้าตาดี แต่ถ้าหากวันไหนที่เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นกับรูปลักษณ์ภายนอกเหล่านั้นแล้ว ก็คงตกกระป๋อง เพราะเขาก็พร้อมจะไปจากเราเสมอ โดยการทำงานในเพลงนี้ เจสัน ได้ชวนเพื่อนซี้มากความสามารถ อย่าง "กานต์ YENTED" กับ "Urworld" มาช่วยโปรดิวซ์เช่นเคย ซึ่งกว่าจะมาเป็นเวอร์ชันที่ทุกคนได้ฟังกัน พวกเขาได้มีการเปลี่ยนแปลง และทดลองทำอะไรใหม่ ๆ กับเพลงนี้เยอะมาก เรียกว่าเหมือนได้ของเล่นใหม่ที่มีการผสมความเป็น Latin cuban ลงไปในตัวเพลง พร้อมกับใส่ sound effects ประหลาด ๆ กับ Layer ของเสียงร้อง รวมถึงเรื่องมู้ดโทนก็ได้ น้องศรณ์ มาช่วยเรื่อง keys และเป็น arranger คนสำคัญอีกคนของทีม ยังไงอยากให้มาปล่อยใจสนุกไปด้วยกันกับซิงเกิลใหม่ "แค่ดี (its not me)" หากใครที่กำลังเจอเรื่องราวแบบนี้ สามารถรับฟังและรับชมมิวสิกวิดีโอ เพลง "แค่ดี (its not me)" ของ "j.rabbit" ได้ที่นี่ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ "j.rabbit" ผ่านทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.facebook.com/profile.php?id=61558911342152
ข่าวเพลงไทย • 9 ส.ค. 67
อ่าน
“ปุยเมฆ นภสร” ถอนตัวจาก NotMeSeries แล้ว
ปุยเมฆ นภสร ถอนตัวจากNotMeSeries แล้ว ปุยเมฆ นภสร นักแสดงวัยรุ่นและว่าที่คุณหมอเผยในโซเชี่ยลของตนเองว่า ด้วยการแพร่ระบาดชองโควิด19 ทำให้คิวเปิดกล้องซีรีส์ เรื่อง NotMe เลื่อนซึ่งทำให้เธอไม่สามารถลงเล่นได้เหมือนที่วางไว้ โดยเธอโพสตว่า ปุยเมฆ ไม่ได้เล่น Not Me แล้วนะคะ เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้คิวเปิดกล้องเลื่อนมาจากกำหนดเดิมคือเดือนเมษา ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของเราไม่มีคิวที่ match กับการถ่ายซีรี่ย์ได้เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวนักแสดง เรารู้สึกเสียดายมากๆ และขอโทษทุกคนที่ให้รอด้วยนะคะ : (#NotMeSeries จริงๆตั้งใจจะบอกนานแล้ว แต่ไม่รู้จะหาจังหวะไหนที่เหมาะสมมาบอก ช่วงนี้ซีรี่ย์ก็เริ่มเปิดกล้องแล้ว หลายๆคนเมนชั่นเรามาเยอะว่าไม่เห็นเราไปเลย เราก็รู้สึกเสียดายและเสียใจที่ทำให้ทุกคนต้องรอมาก ๆ เลยขออนุญาตมาบอกให้ทุกคนทราบพร้อมๆกันในวันนี้นะคะ
ดาราเดลี่บันเทิง • 19 ก.ย. 64
อ่าน
เอาที่ไหนมาพี่น้อง! ออฟ - กัน แฮปปี้! จับไมค์คู่ร้องเพลง เข้าข้างตัวเอง ประกอบซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม
ทำเอาแฟน ๆ ออกอาการกรี๊ดลั่นและฟินกันสุด ๆ ที่นอกจากจะได้ชมซีรีส์ของคู่จิ้นคู่ฮอต #ออฟกัน2 หนุ่ม ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ที่โคจรกลับมาแสดงร่วมกันแล้ว ยังได้ฟังเสียงเพราะๆ น่ารักสดใส จากทั้งคู่ที่จับไมค์ร้องเพลงประกอบซีรีส์คู่กันอีกด้วย กับ เพลง เข้าข้างตัวเอง ประกอบออริจินัลซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม จาก GMMTV ซึ่งในเพลง เข้าข้างตัวเอง ได้นักร้องนักแสดงคุณภาพ แกงส้ม ธนทัต ชัยอรรถ มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ ทั้งแต่งเนื้อร้องและทำนอง พร้อมดึงนักแสดงหนุ่ม โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ มาร่วมแต่งเนื้อเพลงนี้ให้ด้วย ในสไตล์เพลง Synth Pop กับแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งงานนี้เรียกว่าโดนใจแฟน ๆ สุด ๆ และทันทีที่ปล่อย MV ก็โกยกระแสตอบรับอย่างล้นหลามเลยทีเดียว ทำให้ #เข้าข้างตัวเองMV ขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์ไทยทันที หลังจากปล่อยทีเซอร์ล่าสุดยอดวิวทะลุ 360,750 วิวไปแล้ว ออฟ - กัน เผยว่า "ก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ ที่ได้มาร้องเพลง เข้าข้างตัวเอง ให้แฟน ๆ ทุกคนได้ฟังกัน ซึ่งเป็นเพลงที่พวกเราชอบตั้งแต่ฟังเดโม่เลย เป็นเพลงที่ฟังง่าย สบายๆ และเข้าใจได้ง่าย เพราะด้วยเนื้อหาของเพลงที่สื่อความหมายได้ตรงกับเนื้อเรื่องและคาแรคเตอร์ตัวแสดงในเรื่อง ถ่ายทอดความรู้สึกของ ไวท์ และ ฌอห์ณ ที่พวกเราเล่นได้ชัดเจนมากๆ โดยสื่อถึงความรู้สึกที่เราไม่มั่นใจว่าเค้าชอบเราหรือเปล่า แต่ก็ชอบแอบไปคิดเข้าข้างตัวเองตลอดว่าการกระทำของเค้าก็น่าจะรู้สึกเหมือนกันกับเรา ออฟ จุมพล กัน อรรถพันธ์ ซึ่งเพลงนี้พวกเราก็ตั้งใจกันมากๆ แม้ว่าจะมีเวลาไม่นานมากสำหรับการเตรียมตัวก็ตาม แต่ก็ได้ทุ่มเททั้งเรียนร้องและซ้อมร้องเพลงกันหนักมากๆ ซึ่งพวกเราโชคดีที่ได้ แกงส้ม-ธนทัต มาโปรดิวซ์เพลงนี้ให้ ทำให้วันที่เข้าห้องอัดใช้เวลาเร็วมากและราบรื่นสุดๆ แล้วตรงไหนที่เราร้องไม่ได้ก็ช่วยเราสองคนเต็มที่มากๆ นอกจากนี้พวกเรายังเซอร์ไพรส์สุดๆ ที่เพื่อนเรา โอบ-โอบนิธิ มาร่วมแต่งเนื้อร้องเพลงนี้ด้วย อีกทั้งวันที่ถ่ายเอ็มวีก็ได้ พี่เอ็กซ์ (ณัฐพงษ์ มงคลสวัสดิ์) ผู้กำกับฯ มาดูแลให้ ซึ่งเคยทำงานด้วยกันอยู่แล้ว ทุกอย่างก็เลยง่ายและราบรื่นมากๆ บรรยากาศการทำงานก็สนุกสนาน ยังไงพวกเราก็ขอฝากเพลง เข้าข้างตัวเอง มาฟังกันเยอะๆ นะครับ และฝากติดตามชมซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม ด้วยครับ" เนื้อเพลง เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) - ออฟกัน Ost.NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม เพลงใหม่2022 โดย แกงส้ม ได้โพสต์ถึงการทำงานเพลงนี้ผ่านอินสตาแกรมว่า kangsomks เป็นอีกเพลงที่ตอนแต่งเสร็จ รู้สึกเลยว่า อยากร้องเพลงนี้จัง ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าเสียดายเพลงนะครับ แต่แค่พอมาฟังในฐานะศิลปินรู้สึกว่าเพลงนี้มันเล่าความรู้สึกอะไรหลายๆอย่างได้ในทำนองและคำที่เรียบง่าย ตอนที่ @tumcial และ @gun_atthaphan มาอัดเสียงเพลงนี้ ผมประทับใจทั้งสองคนมากครับ คือทั้งคู่มีความเข้าใจตัวละครของตัวเองเป็นอย่างดีจริงๆ แล้วพอมันออกมาเป็นเสียงของสองคนอยู่ในเพลงเดียวกัน มันทำให้เพลงนี้ถูกเล่าออกมาได้อย่างสมบูรณ์จริงๆครับ ขอบคุณทั้งสองคนที่ตั้งใจ และที่สำคัญคือ ทั้งสองคนน่ารักมากจริงๆ ยินดีที่ได้ร่วมงานมากจริงๆครับ 🤍 รอดูรอเชียร์ผลงานต่อๆไปอยู่นะ สุดท้าย ตัวละครลับของผม @oabnithi ไอน้องชายของผม คือตอนที่ผมแต่งเพลงนี้ ผมอยู่สมุยกับโอบ แล้วผมยกคอมไปเพลงด้วย ผมก็คิดได้ว่า โอบ กับ กัน สนิทกัน ผมเลยคิดว่าถ้าโอบแต่งเพลงให้กันร้อง ก็ดูน่ารักดีนะ แล้วก็เป็นการให้น้องได้ลองฝึกแต่งเพลงในงานจริงด้วย เพราะโอบก็สนใจด้านนี้อยู่แล้ว ผมเลยยก 1 ท่อนให้โอบ บอกว่า แต่งมาเลย ขอเสร็จวันนี้ 555 แล้วพอมันมาอยู่ในเพลง มันก็น่ารักจริงๆด้วย เพื่อนร้องเพลงที่เพื่อนแต่ง (ถึงแม้ว่าสุดท้ายท่อนที่โอบแต่ง ออฟ จะเป็นคนร้องก็ตาม ฮ่าๆ) ผมว่ามันคืออีกเหตุผลที่ทำให้เพลงนี้มีมิติมากขึ้นครับ ปล. เขียนซะยาว เอาจริงผมก็ไม่ใช่นักแต่งเพลงที่เก่งอะไร แค่พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอบคุณที่ไว้ใจให้ผมได้มีโอกาสทำสิ่งที่ผมรักครับ ฝากด้วยนะครับ เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) Ost.NOT ME 🙏🏽 #ออฟกัน #เข้าข้างตัวเองMV #NotMeSeries#NotMeSeriesEP7 ติดตามชมมิวสิควีดิโอ เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) จากเสียงร้องของ ออฟ จุมพล และ กัน อรรถพันธ์ เพลงประกอบออริจินัลซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม ได้แล้ววันนี้ ทาง YouTube : GMMTV RECORDS และอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/gmmtvofficial IG YouTube Twitter : GMMTV ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม Kangsomks / Youtube GMMTV Records ฟังเพลงออนไลน์ เพลงใหม่ ได้แล้ววันนี้บน TrueID ทั้ง เว็บไซต์ และ แอปพลิเคชัน กดเลย community แห่งความบันเทิง📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี
ข่าวเพลงไทย • 2 ก.พ. 65
อ่าน
NOT ME...เขาไม่ใช่ผม ช่อง GMM25 (ตอนแรก)
เรื่องย่อ NOT ME...เขาไม่ใช่ผม ช่อง GMM25 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคมนี้ นำแสดงโดย คู่จิ้นคู่ฮอต ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ร่วมด้วยนักแสดงวัยรุ่นคุณภาพอีกคับคั่ง ที่มาประชันบทบาทสุดเข้มข้นเฟิร์ส คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล,ม่อน ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง,ฟลุ๊ค กวิน แคสกี้,ซิง หฤษฎ์ ชีวการุณ,ปาแปง พรหมพิริยะ ทองพุทธรักษ์,ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์,ลูกจัน ภาสิดี เพชรสุธี ฯลฯพร้อมจัดเต็มฝีมือการแสดงครั้งสำคัญของ กัน อรรถพันธ์กับบทฝาแฝดที่มีลักษณะนิสัยที่ต่างกันสุดขั้วครั้งแรก!!!
เรื่องย่อละคร • 30 พ.ย. 64
อ่าน
ใจพองโต! ออฟ-กัน และนักแสดงซีรีส์ Not me เขาไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ฟินไปสิ (มีคลิป)
ข่าวบันเทิงวันนี้ ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ พร้อมด้วย ม่อน ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง และ เฟิร์ส คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล นักแสดงจากซีรีส์เรื่อง Not me เขา...ไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ทำแฟน ๆ ฟินสุดพลัง ปีหน้ามาแน่!! GMMTV จัดหนัก เปิดโผ 16 ซีรีส์ 2021 ออฟ-กัน และนักแสดงซีรีส์ Not me เขาไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ฟินไปสิ ทำเอาแฟน ๆ ฮือฮากันอีกแล้ว เมื่อหนุ่ม ๆ จากซีรีส์เรื่อง Not me เขา...ไม่ใช่ผม นำทีมโดยคู่พี่น้องสุดซี้ ออฟ จุมพล และ กัน อรรถพันธ์ พร้อมด้วย ม่อน ธนัชชัย และ เฟิร์ส คณพันธ์ รวมตัวกันอีกครั้ง เรียกว่าเป็นซีรีส์เรื่องล่าสุดที่ออฟและกันกลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง และเป็นซีรีส์ที่หลายคนรอคอย แฟน ๆ จึงพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #notmeseries จนติดเทรนด์กันเลยทีเดียว ขอบคุณคลิปจากยูทูบ GMMTV OFFICIAL สำหรับ Not me เขา...ไม่ใช่ผม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนที่รักการแข่งรถ และมีเรื่องกันไม่หยุด ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ เมื่อหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ที่เป็นฝาแฝด และคนเป็นพี่โดนทำร้าย คนเป็นน้องจึงต้องสวมรอย เพื่อสืบหาความจริงว่าใครเป็นคนทำร้ายพี่ชายของเขากันแน่ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปีหน้ามาแน่!! GMMTV จัดหนัก เปิดโผ 16 ซีรีส์ 2021 เบบี๋คิดถึงมาก!! ออฟ-กัน อวดโมเมนต์ชวนฟิน แฟนคลับพากันจิ้น ดัน #ออฟกัน ขึ้นเทรนด์ทันที หลงไม่ไหว! ออฟ-กัน แจกโมเมนต์ปริ่มสุข แฟนฟินสนั่นเทรนด์ ขอบคุณข้อมูลและภาพจากยูทูบ GMMTV OFFICIAL กดเลย community แห่งความบันเทิง📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี
ข่าวบันเทิง • 4 ก.ย. 64
กะดึก บาร์เทนเดอร์ บนรถไฟผี อย่าเสิร์ฟน้ำให้คนแปลกหน้า
กะดึก บาร์เทนเดอร์ บนรถไฟผี อย่าเสิร์ฟน้ำให้คนแปลกหน้า
ZBINGZ • 3 วันที่แล้ว
อ่าน
JAYLERR ปล่อยซิงเกิล NO PACER พร้อม MV สะท้อนตัวตน ในบทบาทศิลปินเบอร์แรก GX10 ASIA
เรียกว่ากลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดา สำหรับ JAYLERR ที่เปิดตัวซิงเกิลใหม่ NO PACER อย่างเป็นทางการ ในฐานะศิลปินคนแรกภายใต้ GX10 ASIA พร้อมปล่อย Music Video ที่ทั้งเท่ ล้ำ และสะท้อนตัวตนแบบจัดเต็ม NO PACER มาพร้อมคอนเซปต์ Living at My Own Pace หรือการใช้ชีวิตในจังหวะของตัวเอง ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องแข่งกับใคร แค่โฟกัสในเส้นทางของตัวเองก็พอ โดยครั้งนี้ JAYLERR มีส่วนร่วมในงานสร้างสรรค์แบบเต็มตัว ทั้งเขียนเนื้อเพลง และร่วมแต่งทำนองอีกด้วย สะท้อนอีกหนึ่งก้าว ของการเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว ในพาร์ทของดนตรี เพลงนี้โดดเด่นด้วยสไตล์ POP ผสม HIPHOP จังหวะ Fast Beat ที่ฟังสนุก มีท่อนแร็ปเพิ่มความเท่ และมาพร้อม Performance รูปแบบใหม่ที่แฟน ๆ จะได้เห็น JAYLERR ในลุคที่แตกต่างจากเดิม ด้าน Music Video ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กับการเล่าเรื่องผ่านคอนเซปต์ Multiverse ที่พาไปสำรวจหลายเวอร์ชันของ JAYLERR ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน นักเรียน เซลล์แมน หรือไรเดอร์ ที่แต่ละเวอร์ชันต้องเจอกับความท้าทาย และความวุ่นวายในแบบของตัวเอง แม้จะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ การต้องค้นหาทางของตัวเอง ท่ามกลางแรงกดดันของสังคม ความน่าสนใจคือ การเล่าเรื่องที่ผสมความสมจริงกับความแฟนตาซี ทำให้ผู้ชมเห็นภาพชีวิตที่ทั้งวุ่นวาย สนุก และบางครั้งก็เละเทะ แต่สุดท้ายทุกคนก็ยังคงเดินต่อไปในแบบของตัวเอง เพราะทุกคนมี My Own Pace ที่ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร ไม่ต้องพยายามเป็นแบบใคร แค่เดินตามจังหวะชีวิตของตัวเอง เหมือนกับ JAYLERR ที่ในวันนี้อยากทำงานในจังหวะของตัวเอง ในพาร์ทของการเป็นศิลปิน NO PACER ไม่ใช่แค่เพลงเปิดตัว แต่เป็นเหมือนการประกาศตัวตนของ JAYLERR ในอีกมิติที่ชัดขึ้น และกล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น พร้อมส่งสัญญาณก้าวแรกสู่เวทีเอเชียในฐานะศิลปินเบอร์แรกของ GX10 ASIA ได้อย่างน่าจับตามองสุด ๆ รับชมรับฟัง NO PACER ได้แล้วที่ Link: https://youtu.be/DrqXG-jsORA?si=U_k3E0tuQgMa_uXc และติดตามผลงานของ JAYLERR ได้ที่ JAYLERR OFFICIAL และ GX10 ASIA ทุกแพลตฟอร์ม#JAYLERR #NoPacer #GX10_ASIA Full MV Youtube : https://youtu.be/DrqXG-jsORA?si=U_k3E0tuQgMa_uXc Out Now IG : https://www.instagram.com/p/DXqa1bXDuCo/ Out Now TT : https://www.tiktok.com/@gx10_asia/video/7633670158036389140? Out Now FB : https://fb.watch/GL_OJE-EnQ/ Out Now X : https://x.com/GX10_ASIA/status/2048990596476313790?s=20
ข่าวเพลงไทย • 28 เม.ย. 69
ดู
TSS 50th Anniversary Drama "Future Train" To You Who Don't Know 'That Day'
ทรูวิชั่นส์ • 30 เม.ย. 69
อ่าน
“บุ๋ม ปนัดดา” แจงทุกดราม่า ไม่เคยหิวแสง ตอบเรื่องเตรียมเข้ารับยศกับกระทรวงกลาโหม
ไม่ว่าจะหยิบจับหรือเคลื่อนไหวอะไร ก็โดนจับตามองไปทั้งหมด พอแก้หายใจก็กลายเป็นดราม่าแล้ว สำหรับ "บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี" ที่ล่าสุดเจ้าตัวมาเปิดใจกลางรายการ คุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 ว่าบางทีก็ แอบเซ็ง กับบางดราม่า ที่พอคนอื่นพูด แต่ไหงทำไม? ไม่เป็นดราม่า แต่พอตัวเองพูด โดนด่าทุกครั้งว่า หิวแสง รวมไปถึงขอแก้ข่าว! ว่าตนเองไม่ใช่ เด็กเส้น หลังมีกระแสว่าตัวเองเตรียมจะเข้ารับยศของกระทรวงกลาโหม บุ๋ม ปนัดดา แจงทุกดราม่า ไม่เคยหิวแสง ตอบเรื่องเตรียมเข้ารับยศกับกระทรวงกลาโหม ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 วันนี้พาอาเธอร์ออกทีวีครั้งแรก? ถ้าถามว่าอาเธอร์เหมือนใคร คือถ้าคนนี้ จะคล้ายเรามากกว่า เป็นคนที่ใช้การสังเกต หรือจะพูดอะไรก็ว่ากันอีกทีนึง อเล็กซ์เค้าจะเป็นเหมือนคุณพ่อ มนุษย์สัมพันธ์สูง เฟรนลี่มาก สามารถวิ่งเข้าไปจับมือสาวได้เลย ถามว่าโตขึ้นจะหวงไหม คงไม่ เพราะสาวเยอะแน่นอน แต่อเล็กซ์เป็นคนติดแม่มาก ต้องอุ้มตลอดเวลา แล้วเค้าจะบอกว่าแม่ของอาเธอร์คือพ่อ และแม่ของอเล็กซ์คือแม่ และอเล็กซ์เค้าหวงเรามาก ใกล้พ่อก็ไม่ได้ หวงแม่ทุกอย่าง ตอนนี้เราปิดจ๊อบความเป็นคุณแม่แล้วหรือยัง ? ปิดแล้วค่ะ แต่พ่อเค้ายังอยากได้อยู่(ยิ้ม) อย่างล่าสุดเจอท่านนายก เห็นว่ามีการแซวกันด้วย? ท่านเอ่ยปากชม (ยิ้ม) คือเรื่องของเรื่อง พองานมันใกล้จะเสร็จแล้ว ท่านก็เดินลงมาทักทายทุกคน ท่านก็เดินเข้ามาชมว่าน้ำหนักลงไปเยอะนะเนี่ย จำไม่ได้เลย และท่านรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ก็บอกว่าดึงคุณบุ๋มมาช่วยงานที่กระทรวง ท่านนายกก็เลยบอกว่าอุ๊ยระวังนะคนนี้เค้าปากจัด (ยิ้ม) แล้วก็ตามคลิปท่าน ก็บอกว่าสนิทกัน แค่แซว คุยกันเล่น หยอกกันเล่น เพราะถ้าจำได้มันจะมีเรื่องนึงที่ มีคนถือปืนเข้าไปในโรงเรียนที่หาดใหญ่ และยิง ผอ. เสียชีวิต ซึ่งในตอนนั้นเราก็แสดงความคิดเห็นว่า มันเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุด กับการที่ถ้าคนเค้าซื้อปืนมาถูกกฎหมายแล้ว เราห้ามเขาครอบครอง ท่านต้องไปแก้ที่ยาเสพติด เพราะคนพวกนั้นเค้าเสพสิ่งพวกนี้ แล้วเข้าไปในโรงเรียน และปืนที่ใช้ก็คือปืนเถื่อน คือต้องคุมเรื่องยาเสพติดไม่ใช่มาคุมเรื่องปืนที่มันถูกกฎหมายอยู่แล้ว แล้วจะถามเราว่าเราอยากให้ท่านแก้กฎหมายอะไร อยากให้แก้ในเรื่องของยาเสพติด ไปแก้ในเรื่องที่มันผิดกฎหมายดีกว่า อย่ามาแก้ในเรื่องที่มันถูกกฎหมายที่มันลงทะเบียนถูกต้องไว้แล้วดีกว่า เพราะว่ามันเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ แล้วที่นายกว่าเราปากจัด เรายอมรับไหม? ยอมรับค่ะ เวลานักข่าวมาสัมภาษณ์เราในเรื่องนโยบายอะไร ที่สามารถคิดว่ามันเปลี่ยนแปลงได้ เราก็พูดตรง ๆ ของเรา อย่างล่าสุดที่เราเล่าข่าวเรื่องการที่พี่ลูกหมีถูกยืมเงิน จนคู่กรณีเค้าต้องออกมาฟาดเรา? คือพูดในรายการ เป็นรายการที่นำทั้งสองฝ่ายมาคุยกัน ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าวันนี้โปรดิวเซอร์จะเอาแขกคนไหนมา แต่การที่เราเป็นพิธีกร ไม่ว่าแขกจะเป็นใคร แต่เราก็ต้องสัมภาษณ์ให้ได้ เพราะว่ามันคืองานของเรา และในวันนั้นหน้างานมันคือคุณลูกหมีกับทนายประมาณ เราก็สัมภาษณ์ตามปกติ ซึ่งมันออนแอร์ไปเมื่อสองปีที่แล้ว อยู่ดีๆก็มาฟาด ว่าบุ๋มอย่าเสือก เมื่อเร็วๆ นี้เอง จนเราลืมไปแล้ว แล้วตอนนี้รายการมันก็เปลี่ยนเป็นการเมืองไปแล้ว เขาก็พูดเลยเป็นคลิป ว่า อีบุ๋มอย่าเสือก ซึ่งเราฟังแล้วเราก็เถียงไม่ออก เพราะว่าเราก็ เสือกจริงๆ อ้าวหรือคนอื่นไม่อยากรู้ ว่าทำไมเค้าไม่คืนเงิน เค้าก็หาว่าเราชี้นำสังคม แต่วันนั้นเรายืนยันว่าเราไม่ได้ชี้นำ แต่เราแค่พูดกับทนายประมาณ ไปว่าในเมื่อทั้งสองฝ่ายฟ้องกันและกัน ก็เป็นหมัดต่อหมัด แต่อีกฝ่ายติดทั้งแพ่งและอาญา เค้าก็เลยเข้าใจว่าเราไปชี้นำสังคม ซึ่งเราคิดว่าถ้าคืนเงินมันก็คงจะจบแล้ว อย่างน้อยถ้าจะต้องสู้กัน ก็ต้องหมิ่นประมาทกับหมิ่นประมาท จะได้ไปไกล่เกลี่ยกันในศาลได้ง่าย แต่ตอนนี้เรื่องมันก็ไปกันใหญ่แล้ว เราก็ไม่เข้าใจว่าที่มาที่ไปมันคืออะไร เราก็สงสัยว่าทำไมเราโดนเล่นเป็นประเด็นอยู่คนเดียว เราจะฟ้องกลับไหม? คงไม่ เพราะเรารู้สึกว่าเขามีชีวิตที่ยุ่งเหยิงมากพออยู่แล้ว และเป้าหมายในชีวิตของเรา มันไปเรื่องอื่นแล้ว ทำงานเพื่อสังคม เรื่องอนาคตลูก จนเราใช้ชีวิตตรงนี้ไปเกือบหมดแล้ว และเราก็มีคดีความของเด็กๆ ที่เราเข้าไปช่วยเหลือ มากกว่าจะมาสนใจเรื่องหยุมหยิมส่วนตัว ณ วันนี้ เรื่องศักดิ์ศรีไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับบุ๋ม คือถามว่าคำพูดที่เขาใช้มามันแรงไหม มันแรง แต่เราทำความเข้าใจเขามากกว่า เขาอาจกำลังเครียด เค้ามีคดีรุมเราเค้าเยอะ ซึ่งพอคนเราเครียด มันก็จะระเบิดออกมาในหลายๆ ด้าน ปล่อยเขาไปเถอะ คนก็เลยมองว่าเราก็งานเยอะ แต่ทำไมเราหิวแสงจัง? อันนี้เข้าใจและไม่เข้าใจ บุ๋มก็จัดรายการเหมือนทุกคน แต่คนอื่นไม่โดน เราอ่านข่าวเหมือนทุกคนเลย แต่ทุกคนจะแคปในสิ่งที่บุ๋มพูด แล้วเอาไปเขียนว่าบุ๋มปนัดดาบอกว่า แล้วชาวบ้านที่เค้าไม่ได้ติดตามดูทั้งรายการ ก็จะรู้สึกว่าปนัดดาด่าอีกแล้วหรอ และบางรายการมีพิธีกรห้าคน แต่บุ๋มโดนคนเดียว ซึ่งถามว่าเราเซ็งไหม มันก็มีบ้าง ทำไมต้องมีชื่อเรา ก็ถามนะว่าทำไมถึงเอาเราไปทำข่าว เค้าก็บอกว่าถ้าเป็นชื่อแม่ เรตติ้งมันจะขึ้น อีนี่ก็โดนอยู่คนเดียว อีกเรื่องหนึ่ง ก็กำลังจะเตรียมเข้าไปรับยศ ว่าที่พันโทหญิง จากกระทรวงกลาโหม ในฐานะกำลังพลสำรอง ก็เกิดดราม่า? ซึ่งดราม่าที่เกิดขึ้นหลายคนไม่เข้าใจว่ากำลังพลสำรองคืออะไร ใครที่เกณฑ์ทหารแล้วก็เป็นกำลังพลสำรอง ใครที่เกษียณไปแล้วหรือใครที่เป็น รด. นั่นก็คือกำลังพลสำรอง แล้วตั้งแต่ ปี 66 เค้าก็เอาคนข้างนอกเข้ามาเป็นกำลังพลสำรอง มาช่วยงานทางทหารมากขึ้น และบุ๋มไม่ใช่คนแรก มันมีมาตั้งแต่ปี 66 เค้าเปิดรับสมัครในแต่ละปี บุ๋มปนัดดาไม่ใช่คนแรก แต่เป็นคนที่โดนด่าคนแรก แล้วที่บุ๋มไปสมัครเพราะว่าเค้าเปิดรับตำแหน่งประชาสัมพันธ์ เพราะเราก็ทำงานด้านสื่อมานาน แต่ใช่ว่าทุกคนจะได้ เพราะเขาต้องตรวจสอบว่าเรามีประสบการณ์อะไรมาบ้าง คือหลายคนก็เลยมองว่าเราเป็นเด็กเส้นหรือเปล่า ? ทุกคนติดยศหมด และไม่ใช่ว่าติดยศเสร็จแล้วก็ไปเป็นว่าที่พันโทหญิงเลย มันก็ต้องค่อยๆ ขยับ เราก็ต้องฝึก แล้วก็ต้องอบรม ทำตามระเบียบที่เค้าวางมา ฝึกภาคสนามด้วย และอยากจะบอกว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้เงินเดือนนะ มีแต่ตำแหน่งเฉยๆ ส่วนสวัสดิการก็มีบ้าง แต่ไม่ได้เต็มเหมือนทหาร และกว่าจะติดยศก็อีกนาน ไม่ใช่สมัครปุ๊บได้ยศเลย คนเลยมองว่าอันนี้เป็นการปูทาง จะสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. หรือว่าจะสมัครเป็น สส.? เราไม่ได้มองตัวเองในด้านการเมืองเลย เรามองภาพตัวเองตรงนั้นไม่ออก เรารู้สึกว่าเราเป็นกู้ภัยโดยสายเลือด เราอยากจะช่วยคนโดยที่ไม่ต้องแบกว่าเราอยู่สีไหน คุณจะตีก็ตีกันไป แต่ถ้าคุณบาดเจ็บมาเราจะช่วยทุกคน ซึ่งก็มีคนติดต่อมาเยอะมาก แต่เรารู้สึกว่าตรงนั้นมันไม่ใช่เรา เราก็ยังนึกภาพไม่ออกว่า แต่อนาคตก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ยืนยันว่าวันนี้ เรายังนึกภาพไม่ออก แล้วเราเป็นคนที่ว่า เห็นคนโกงกิน และให้เราหลับตาข้างนึง เราทำไม่ได้ แต่เราอยู่ตรงนี้เราสามารถทำอะไรก็ได้ ล่าสุดเห็นว่าเซ็นยกทรัพย์สิน ทีมมูลค่าออกมา 30 กว่าล้าน ยกให้องค์กรทำดี? มันคือที่ดิน เราซื้อรถให้ เพราะว่าองค์กรเรามา 12 ปีแล้ว แล้วสิ่งที่เราลงไปกับ มูลนิธิ พอเรามาไล่เลียงแล้ว ก็ประมาณ 30 ล้าน มันไม่ได้มาในรูปแบบเงิน มันอาจจะเป็นพวกที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง จนมันเป็นมูลนิธิในทุกวันนี้ได้ เราเคยประกาศไปแล้วว่าเมื่อต้นปีเราอายุ 50 ที่ดินที่องค์กรอยู่ตอนนี้จะไม่ใช่ชื่อของปนัดดา ทุกอย่างจะเป็นสมบัติของชาติหมดเลย หลายคนอาจจะมองว่าทำไมไม่ยกให้ลูก ต้องเข้าใจว่ามันเป็นที่ดินขององค์กรก็คือขององค์กร ตามความรู้สึกของเรา ลูกไม่ควรเกี่ยวข้องกับมูลนิธิ มันเป็นของประชาชน แต่ของลูก มีบ้านราคา 40 ล้านแล้วนะ และดิฉันมีบ้านก่อนมีมูลนิธินะ ฉันมีตังค์ก่อนหน้านั้นอยู่แล้วนะ คือของลูกเรา แยกไว้แล้ว แต่ละคน เราก็ได้เตรียมเงินไว้ให้ เค้าสามารถใช้เรียนจนจบได้ และในส่วนของลูกบุญธรรมเราก็จะมีที่ให้เขาได้ซุกหัวนอน เราได้แจกแจงไว้หมดแล้ว ถ้าเราตายไปเค้าก็ไม่ลำบาก เห็นบอกว่าในวัย 50 เรากับสามีไม่ค่อยหวานแล้ว? วัย 50 กว่าจะมาหวานอะไรกัน แล้วลูกก็เล็ก ต่างคนก็ต้องต่างประกบลูก เพราะว่าเราก็ไม่ได้เลี้ยงดูตลอดเวลา เราก็ต้องดูเองด้วย แล้วเราก็ต้องลงพื้นที่ด้วย แล้วตอนนี้ก็ปวดหลังด้วย เพราะว่ากล้ามเนื้อฉีก (หัวเราะ) ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/wMOiAs2BgvM?si=VhztWYkeuwsNI0qW อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี
ข่าวบันเทิง • 6 วันที่แล้ว
อ่าน
“เขื่อน ภัทรดนัย” แง้มแผลใจ เคยรู้สึกเป็นจุดด่างดำของวง สู่วันที่รักตัวเองได้เกือบเต็มเรื่อย
จากมุมมองนักจิตบำบัด เขื่อน ภัทรดนัย เปิดใจลึกถึงจุดเปลี่ยนชีวิตในรายการ Woody Talk เล่าย้อนเส้นทางชีวิตตั้งแต่วัย 13 มีแผลในใจที่ถูกสังคมตัดสินจนฝังใจว่าตัวเองไม่คู่ควร คิดว่าตัวเองเป็นจุดด่างดำของวงบอยแบนด์ในอดีต พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนยอมรับ ก่อนจะพังลงจากความสัมพันธ์ Toxic จนเริ่มเรียนรู้การให้อภัยตัวเองอย่างจริงจัง พร้อมย้ำว่าการเลือกตัวเองไม่ใช่เรื่องผิดแต่คือพื้นฐานของการมีชีวิตที่ยั่งยืน พร้อมเปิดอินไซต์สุขภาพจิต ชี้ปมคนส่วนใหญ่ต้องดีพอให้คนอื่นก่อนถึงจะรักตัวเองได้ และคนทุกข์เพราะครอบครัวมากกว่าที่คิด อยากจะนิยามตัวเองตอนนี้ว่าเป็นใครยังไง ? เขื่อน ภัทรดนัย : สมมติคุยกับกล้องแล้วกัน สวัสดีครับ เขื่อนนะครับ เป็นนักจิตบำบัดแล้วก็ทำ Content เกี่ยวกับ Psychoeducation เรื่องสุขภาพจิต เป็นลูกชายของ Single Mom ที่ภูมิใจในตัวคุณแม่มาก และก็เป็นคนหนึ่งคนที่ทำผิดบ่อย ๆ แล้วก็เรียนรู้ทุกวัน และก็ให้อภัยตัวเองได้เรื่อย ๆ ในฐานะนักจิตบำบัด ปัญหาหรือความเจ็บปวดอะไรที่คนยุคนี้มาปรึกษาบ่อยที่สุด ? เขื่อน ภัทรดนัย : ต่างที่ต่างปัญหาจริง ๆ อันนี้ในฐานะนักจิตบำบัดที่มีโอกาสได้ทำงานที่อังกฤษด้วย มันทำให้เราได้เห็นเลยว่า เราอยู่แต่ละพื้นภาค คนเรามีปัญหาไม่เหมือนกันจริง ที่ต่างประเทศที่ตะวันตกเขาจะมีความ Individualism ปัญหาก็คือแบบ ฉันดีพอหรือยัง โตเร็วหรือยัง สำเร็จหรือยัง มันจะเห็นเลยว่า โอเค ปัญหามันจะไปทางด้านแนวนั้น เราไม่เหมารวม แต่นี่ประสบการณ์ที่เขื่อนทำมา ที่เมืองไทย ในจุดพักใจกับจุดพักใจ alive สิ่งที่เราเจอบ่อยมากเลย เพราะเราเป็น collective culture เราอยู่กันเป็นทีม เราถูกสอนมาให้ซัพพอร์ตกันและกัน community เพราะฉะนั้นปัญหาคือการยอมรับที่บ้านอันนี้เราเจอบ่อยมาก ว่าฉันดูแลพ่อแม่ดีหรือยัง ฉันเป็นเดอะแบก ฉันเหนื่อยมากเลยทำไมไม่มีใครเห็นใจฉันเลย ฉันเป็นลูกที่ดีหรือเปล่า ฉันอกตัญญูหรือเปล่า ฉันเป็นแม่ที่ดีหรือเปล่า ฉันเป็นสามีที่ดีพอหรือยัง มัน rivet กลับไปที่บ้าน คือเขาอาจจะเครียดเรื่องอื่นกลับมาก็ได้ แต่พอเราค่อย ๆ คุยกับเขา ใน active listening นั้น เราสามารถเห็นภาพชัดขึ้นเลยว่ามันสะสมมาจากที่บ้าน แล้วแบบเป็น People Pleaser หรือเปล่า หรือรู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอหรือเปล่าจากที่บ้าน เพราะว่าที่บ้านไม่ยอมรับ มันเลย fascinate มากว่า แต่ละประเทศก็มีธีมของการเจอปัญหาไม่เหมือนกัน ความกดดันในครอบครัว ทำดีพอหรือยัง ถูกมองเห็นหรือเปล่า เป็นเดอะแบกแล้วรู้สึกว่าคนอื่นไม่เห็นแล้วคนอื่นไม่เข้าใจ พี่วู้ดดี้เขื่อนเจอคนนึงใน active listing จุดพักใจ รู้สึกพูดแล้วก็แบบน้ำตามา คือเหมือนเขาให้แบบโอกาสเขื่อนได้เห็นชีวิตเขาแบบลึก ๆ เข้าไปเร็ว ๆ 50 นาทีที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีก 50 นาที เราจะมีโอกาสได้เจอเขาอีกครั้งหรือเปล่า บางทีเราก็อยากรู้ว่าเราจะได้เจอเธออีกไหม เราจะได้คุยอีกไหม เราจะได้กอดกันอีกครั้งต่อไปเมื่อไหร่ หลาย ๆ ครั้งส่วนใหญ่คือการแค่ฟังเขาเลย เพราะว่าเราอาจจะเป็นที่ ๆ เดียวที่เขาไม่สามารถไปบอกใครได้ว่า ฉันรู้สึก ฉันไม่ดีพอ ฉันเหนื่อย ไม่ไหวแล้ว เราอาจจะเป็นที่เดียวที่เขาสามารถมาระบายได้ เพราะฉะนั้นหลายครั้งเราอาจจะแค่ I just shut up เราแค่นั่งเงียบ ๆ แล้วบอกเขาเลยว่าไม่ต้องขอโทษที่จะร้องไห้ ไม่ต้องขอโทษหรือรู้สึกผิดที่พูดมามันจะหนักเกินไป ตอนนี้หน้าที่ของยูคือระบาย หน้าที่ของไอคือฟัง ถ้าเราเซตกันแล้วเรามาเริ่มกัน อันนี้คือส่วนใหญ่ แต่ถ้าหลายครั้งเลยที่เราเจอบ่อยก็คือหลาย ๆ คนไม่กล้าเลือกตัวเอง เพราะกลัวว่าการเลือกตัวเองก่อนจะดูไม่ดีในสายตาคนอื่น เลือกตัวเองคือช่วยคนอื่นก่อน ช่วยป้าข้างบ้าน ช่วยคุณแม่ ช่วยทุกคนก่อน ซึ่งเขารู้สึกว่าการช่วยคนอื่นก่อนมันเป็นเรื่องที่ดี Empathy is the best thing you can have เป็น good passive skill มาก แต่เมื่อ you empathy เพราะว่า you เป็น people pleaser จน empathy you มันทุกอย่าง energy จนหมด เพื่อที่จะให้คนอื่นยอมรับยู ให้ยูรู้สึกว่าตัวเองดีพอ อันนั้นคือวันที่ต้องกลับมาเลือกตัวเองก่อนว่าฉันไม่ไหว ฉันช่วยเธอไม่ไหวแล้ว ขอกลับไปเติมพลังให้ตัวเองก่อน ตอนนี้ปัญหาของการที่คนไม่สามารถเลือกตัวเองได้ก่อนค่อนข้างเยอะ ก็จะดึงเขากลับมาว่าแบบ ครั้งนี้มันยากนะ แต่ว่าเลือกตัวเองให้ได้ก่อน เราจะสามารถปฏิบัติในการฝึกเลือกตัวเองยังไงบ้าง ? เขื่อน ภัทรดนัย : เราก็ต้องเคลียร์ก่อนเลย talk about the elephant in the room ก่อนถึงช้างที่อยู่ในห้องที่คนกล้า ๆ กลัว ๆ ก่อนเลย เวลาเขื่อนพูดเรื่องตัวเอง ชาวเน็ต 1-2 หรือว่าคำถามก็จะมาเลยว่า พี่เขื่อน แล้วถ้าเกิดเราเลือกตัวเองก่อน มันไม่เห็นแก่ตัวเหรอ เขื่อนกล้าพูดเลยว่าคนที่เห็นแก่ตัวไม่นั่งกังวลหรอกว่าตัวเองเห็นแก่ตัวไหม เขาทำเลย เขาเป็นคน toxic คนที่เขาเอาเปรียบคนอื่น เขารู้อยู่แล้วว่า mechanic 1-5 มันต้องทำอะไร เขาไม่มานั่งกังวล practice they dont think they practice เขาคิดมาแล้ว คนที่มานั่งกังวลว่าการเลือกตัวเองมันเห็นแก่ตัวไหม มันทำได้ไหม คือคนที่ไม่ทำ เพราะว่ากังวลคนจนเลือกที่จะไม่เลือก เลือกที่จะไม่ทำ มันเหมือนเครื่องบิน เวลาเราก่อนบินแล้วแอร์โฮสเตสเขามาบอกเราว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นก่อนใส่หน้ากากออกซิเจนให้คนอื่น ใส่ให้ตัวเองก่อน คนตายช่วยคนอื่นไม่ได้ แต่ถ้าเกิดเราสามารถเติมตัวเองให้เต็ม 100% ได้ แล้ววันไหนที่แรงเราเหลือเป็น 120-140 เราสามารถไปเติมคนอื่นได้ เพราะฉะนั้นการเลือกตัวเองก่อนมันถึงสำคัญมาก อันนี้เราคุยกับ Audience ที่เขาเลือกตัวเองไม่ได้ เขาตื่นมาแล้วเขาไม่สามารถแบบวันนี้ฉันตื่นมาแล้วขอกอดตัวเอง ขอเลือกตัวเองก่อนให้ได้ เพราะรู้สึกว่าการที่เขาจะดีพอ เขาต้องให้คนอื่นยอมรับเขาก่อน แล้วเขาให้จนเขาไม่เหลืออะไรแล้ว ซึ่งเขื่อนเองและหลาย ๆ คนที่เขื่อนผ่านมาที่เคยคุยด้วย ก็ผ่านเรื่องเดียวกันมาว่าไม่รู้ตอนไหนในวัยเด็กไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน ที่บ้าน หรือเพื่อนกลุ่มหนึ่ง เราบังเอิญไปเรียนรู้ว่าการที่เราจะดีพอ คือเราต้องมีประโยชน์กับคนอื่น เราต้องให้คนอื่นมายอมรับเราก่อนถึงจะมีคุณค่าให้ตัวเองได้ ซึ่งจะบอกตลอดเลยว่า เราไม่ใช่เครื่องจักรไม่จำเป็นต้องมีประโยชน์ถึงจะถูกรัก เราสามารถถูกรักเพราะเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งได้ แต่ตอนนี้ mindset คนกลายเป็นแบบว่าฉันต้อง productive ฉันต้องมีประโยชน์ฉันถึงจะถูกรัก แล้วอันนี้กลายเป็นกับดักที่น่ากลัวมาก พอเขาจะกลับมาแล้วเขาจะแบบแล้วฉันทำดีพอหรือยัง แล้วฉันต้องพัฒนาตัวเองแบบไหนอีก ฉันต้องเสิร์ฟคนคนอื่นแบบไหนอีก แล้วเขาลืมไปว่าการที่เราจะพักเราไม่ต้องขออนุญาตใคร แล้วการที่คนกลุ่มหนึ่งมารักเรา เราไม่จำเป็นที่จะต้องมีประโยชน์กับเขา เราสามารถมี Human experience แบบความสัมพันธ์ของคนถึงคน เพราะว่าเราคิดเหมือนกัน หรือว่าเราหวังดีต่อกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าต้องมีประโยชน์ แล้วถ้าเกิดเราจับตัวเองทันว่า ในความสัมพันธ์นี้เราต้องมีประโยชน์คน ๆ นี้เขาถึงจะรักเรา เราอาจจะต้องคุยกับตัวเองในกระจกให้มากขึ้นว่าความสัมพันธ์นี้มัน healthy กับเราจริง ๆ ไหม แล้วมันSustainable หรือเปล่า จะพูดตลอดเลยว่าเรื่องสุขภาพจิต เรื่องการรักตัวเอง เรื่องความสัมพันธ์ Sustainability ด้วย ไม่ได้อยู่ในเรื่องแบบภาวะ climate change อย่างเดียว ยูสามารถตื่นมาแล้วให้คนอื่นแบบนี้ได้ทุกวันหรือเปล่า ถ้าทำไม่ได้กลับมาคุยกับตัวเองก่อนว่าเติมแรงให้ตัวเองยังไง เติม ห่วง และสงวน energy นี้ยังไงเพื่อที่วันที่พร้อมจะได้ให้คนอื่นได้ คนมักคิดว่าปัญหาทางจิตต้องเป็นเรื่องที่ผิดปกติ คนยังเข้าใจผิดว่าอะไร ? เขื่อน ภัทรดนัย : คนกลัวว่าถ้าเกิดคนรู้ว่าฉันไปหาจิตแพทย์ กลัวคน judge ว่าฉันเป็นบ้าหรือเปล่า พึ่งพาไม่ได้หรือเปล่า คือเรากลัว เขื่อนอยากให้เป็นแบบเหมือนที่เขื่อนทำงานที่ NGO ที่อังกฤษอย่างงี้ คือมองเลยว่า ฉันหิวข้าว ฉันก็ไปร้านอาหารตามสั่ง ฉันปวดฟันฉันก็ไปทำฟัน ไปหาหมอฟัน ฉันเจ็บคอฉันก็ไปหาหมอหูคอจมูก ฉันไม่สบายใจฉันก็ไปหาคนรับฟัง ไปหาจิตแพทย์ มองให้มันง่ายแค่นี้เลย ว่ารู้สึกอย่างงี้ก็ไปหาคนคุย ไปเอาออก เขื่อนเป็นนักจิตบำบัดตอนนี้เข้าปีที่ 7 ตอนที่เป็นนักเรียนเป็นนักจิตบำบัดฝึกหัด เขาบังคับให้นักจิตบำบัดฝึกหัดทุกคน เจอนักบำบัดส่วนตัวอาทิตย์ละครั้ง ครั้งนึงชั่วโมงละ 4,000 บาท เดือนนึงต้องเจอ 4 ครั้ง ปีหนึ่งต้องเจอ 48 ครั้ง แปลว่าเดือนหนึ่งเขื่อนมี fix cost ประมาณ 17,000 โดยที่แบบยังไม่ได้ออกไปดื่ม ออกไปเที่ยวเลย ไม่รวมค่าเทอม แค่เจอนักจิตบำบัดเพื่อที่จะเป็นนักจิตบำบัดฝึกหัด 17,000 ต่อเดือน แล้วเจอมาอย่างนี้ประมาณ 5-6 ปี ตอนแรกไม่เข้าใจ รู้สึกว่า this is a waste of money แบบเปลืองเงินมาก คือถ้าเจอแบบ 6 เดือนแล้วแบบโอเค แต่นี่ยูบังคับให้เจอ 48 ครั้ง 7 ปี อย่างงี้ คูณไปนี่มันคือเงินแบบ 600,000-700,000 พอมันผ่านกระบวนการ process มาแล้ว พอเราออกมาทำงาน เรามาเข้าใจเลยว่า this is the best thing that I can give myself เป็น service ที่ดีมากคือไม่ต้องรอไม่สบาย หรือไม่ต้องรอให้มีเรื่องที่ไม่ดี เราเอาอะไรเข้ามาเราก็ไปเอาออก อันนี้ในมุมเขื่อน เพราะงั้นอยากมองว่าแบบถ้าเรามีเรื่องแบบกังวลใจ แล้วรู้สึกว่าเราปลดล็อคตัวเองไม่ได้ แล้วแบบเรากลัวว่าถ้าเกิดเราเล่าให้เพื่อนฟังหรือคนที่บ้านฟังไปแล้วเรารู้สึกไม่ปลอดภัย ลองไปเจอนักจิตบำบัดดู ลองไปเจอนักจิตวิทยาคลินิกดู เจอจิตแพทย์ดู เดี๋ยวเขาบอกเราเองว่ามันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า คือบางทีเราหันไปหาเพื่อน เธอ ๆ ฉันแบบเป็นซึมเศร้าหรือเปล่า เช้า กลางวัน เย็น เพื่อนยังไม่รู้เลยว่าเพื่อนจะกินอะไร แล้วเพื่อนจะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นซึมเศร้าหรือเปล่า ภาวะซึมเศร้าหรือว่าโรคทาง mental health ของแต่ละคนมันหน้าตาไม่เหมือนกัน หนังสือที่บอกว่ามันอาจจะมีอาการอย่างนี้ แต่ในแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน บางคนเป็นคนที่นอนง่าย ช่วงนี้เริ่มนอนยาก เริ่มผิดปกติและสังเกตตัวเอง บางคนเป็นคนนอนไม่ได้ ช่วงนี้ไม่อยากตื่น ตื่นมาแล้วอยากตาย ไม่อยากทำอะไรเลย หรือเคยเป็นคนกินข้าวอร่อย กินไม่ได้ หรือเป็นคนที่ไม่ปกติ ไม่ค่อยมี food calving กินได้ไม่หยุด ความสุขมาจากการกินอย่างเดียว เราก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าช่วงนี้เราเปลี่ยนไป เรารู้จักตัวเองดีที่สุด ไม่ต้องไปขอถามใครว่ารู้สึกผิดหรือรู้สึกถูก แล้วเดี๋ยวนักจิตเขาจะบอกเราเองว่าจากนี้ไปทำอะไรต่อดี วงการจิตวิทยาในไทยเปลี่ยนไปเยอะไหมในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ? เขื่อน ภัทรดนัย : ดีขึ้นเยอะ คนเข้าใจมากขึ้นว่าไม่ต้องรอให้ถึง the end of the life แล้วค่อยไป แต่ว่าอาการเริ่มไม่ปกติและความสุข มันเริ่มไม่เยอะ ชีวิตมันเริ่มสวิงเกิน มันกลายเป็นแบบทุก 2-3 วัน ฉันเหวี่ยง ฉันวีน คนเริ่มเข้าถึงได้มากขึ้น แต่สิ่งที่เขื่อนอยากพูดให้มันชัดเลย ซึ่งอันนี้เราหนีไม่ได้ การที่ไปเจอนักจิตบำบัดบวกเจอจิตแพทย์ มันไม่ได้เจอครั้งเดียวแล้วจบ มันคือ process เพราะฉะนั้นมันมีค่าใช้จ่ายที่สูง มันยังถือว่าเป็น high end service อยู่ ประกันน้อย ประกันก็มีความแบบถามเยอะว่าอย่างนี้ ๆ ก็ทำให้เบิกยากอีก คือถ้าไปเอกชนแล้วบัทเจทเราถึง ก็เข้าถึงได้ในระดับนึง แล้วมันก็ต่อเนื่องเจอนักจิตบำบัด มันไม่ได้เจอแบบเจอครั้งเดียว มันแบบเดือนนึงเจอ 2-4 ครั้ง รับยากินทุกวัน มันมีค่าใช้จ่าย ทีนี้มันไม่ใช่ทุกคนที่สามารถ accessible ได้ รัฐบาลก็มีแล้วก็เข้าถึงได้ ราคาก็ย่อมเยาด้วย แต่ว่าคิวก็ยังยาวอยู่ ใช้เวลายาวอยู่ คนก็รู้สึกว่ามันไม่ accessible ทีนี้ตอนทำงานต่างประเทศมันมี service เยอะที่แบบ demand กับ supply พอ ๆ กันเลยว่าฟรีไปเลย หรือไม่ก็ sliding scale จ่ายเท่าไหร่ก็จ่ายไหวมา ทีนี้เขื่อนว่าตอนนี้เราก็ต้องปรับไปที่บุคลากรทางด้าน mental health ยังขาดมาก ๆ คือเราผลิตบุคลากรไม่ทัน เราก็สามารถกลับมาที่แบบ Community Support ที่แปลว่าเราซัพพอร์ตกันก่อน ฉันอกหัก จริง ๆ อกหักบางคนต้องไปเจอนักจิตบำบัดเลยก็ได้ เพราะบางคนเขาไม่ไหว แต่บางคนอกหักคุยกับเพื่อนดีขึ้นก็มี เพราะงั้นเมื่อบุคลากรเราไม่พอ accessibility เรายังไม่ดี ทุกอย่างมันยังไม่ cover เราก็ต้องหันมาที่ Community Support กันก่อน ทุกวันนี้ Community ของคุณเป็นยังไงบ้าง ? เขื่อน ภัทรดนัย : ถึงเริ่มโปรเจกต์ จุดพักใจไลฟ์กับจุดพักใจ คือจุดพักใจมันเริ่มตรงที่ เขื่อนเอาไปป้ายไปตั้ง แล้วก็ให้นามบัตรเขา บอกเขาเลยว่าเรื่องนี้ confidential ไม่พุดต่อ ไม่เล่าต่อ ไม่มีการอัดเสียง ถ้าเกิดมีภาพก็ขออนุญาตเป็น consent ว่าเราเอาภาพไปแล้วตอบเรื่องวุขภาพจิตต่อ มีเวลา 10-50 นาทีที่จะคุยกับเขื่อน ทุกคนที่มาใช้เกือบ 50 นาทีเต็ม ๆ แล้ว 1 วันเขื่อนคุยกับเคสได้หรือคนที่มาระบายกับเขื่อนได้เต็มที่ 6-7 คน เราก็รู้สึกว่า 5 ชั่วโมง 40 นาที เราก็โอเคเสร็จ แต่พอเราเห็นไปข้างหลังมีคนต่อคิวอีกเป็น 100 ที่เขาแค่อยากมาระบาย เรารู้แล้วว่านี่คือปัญหาเรื่อง accessibility แล้วแปลว่าเราไม่สามารถ cloning ตัวเองได้ ก็เลยมาคุยว่า ถ้าเราทำเป็นจุดพักใจไลฟ์ สมมติมีคนโทรมาเรื่องนี้ คนที่เขาอาจจะโทรไม่ติดหรือว่าไม่กล้าโทร เขาจะรู้สึกได้ว่ามันมีความหวัง ปัญหาที่ฉันมึนึกว่าฉันเจอคนเดียวมีคนมีปัญหาเหมือนฉันแล้วยังเอาตัวรอดได้เลย มีความหวังได้เลย ฉันก็มีความหวังในตัวเอง อันนี้ก็คือ Community Support ทำให้เห็นว่าปัญหาบางทีก็ไม่ได้แก้ได้เลย ปัญหาบางอันมันต้องใช้เวลา ความเข้าใจ และการเติบโต เพราะฉะนั้นถ้าเราแก้ปัญหาเลยไม่ได้ เราสามารถแก้ได้ว่าเราไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวไปกับปัญหา แล้วพอเราไม่ต้องรู้สึกโดดเดี่ยวไปกับปัญหา ปัญหามันเบาลงไปเลยครึ่งนึง ก็ค่อยสร้าง Community ขึ้นมา เชื่อว่าเราทุกคนสามารถซัพพอร์ตใครคนนึงได้ ถ้าเราไว้และต้องการ วันนี้มีอะไรไหมที่คนมาแบ่งปันแล้วมันเศร้ามาก และไม่คิดว่าจะได้เห็นเรื่องแบบนี้ด้วย ? เขื่อน ภัทรดนัย : ก็ถ้าเป็น common them ก็เห็นได้บ่อยสุดเลยก็คือ 2 อันแล้วกัน 1.เป็นความรู้สึกว่าเขาไม่ดีพอ แล้วกลายเป็นความสำเร็จมันเป็นแค่เป้าหมายที่แบบพอพุ่งชนได้ มีความสุขได้แค่ 2 วัน ก็กลับมาทุกข์ ไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันได้ พอวิ่งตามหา validation ไม่สามารถรักตัวเองได้ จะเห็นได้ค่อนข้างเยอะมาก คือรู้สึกว่าเขารักตัวเองได้แบบ 30% แล้วอีก 70% ต้องเป็น external validation เราต้องเติมด้วยตัวเอง เพราะว่าเราต้องท่องไว้เลย คนชมเราได้คนก็ด่าเราได้ คนรักเราได้คนก็เกลียดเราได้ ถ้าเกิดเรารักตัวเองได้ 100% ต่อให้คนไม่เข้าใจเรา ต่อให้ช่วงนี้คอนเทนต์มันไม่รัน ช่วงนี้ KPI เราไม่ดี เราก็รู้สึกว่ามันคือวันที่ไม่ดี ไม่ใช่ชีวิตที่ไม่ดี แล้วเราก็จะแบบ Im 100% The rest is profit การรักตัวเอง 100% คืออะไร ? เขื่อน ภัทรดนัย : เขื่อนว่ามันจะไม่แฟร์เลยถ้าเอาใครเป็นตัวอย่าง เขื่อนขออนุญาตใช้ตัวเองเป็นเคส study แล้วกัน เขื่อนก็เป็นเด็กอายุ 13 ที่สมองส่วนหน้า forebrain lope ยังพัฒนาไม่เสร็จเลย เราก็ถูกจับโยนเข้าไปในโลกวงการบันเทิงค่อนข้างเร็ว เด็กอายุ 13 ไปอยู่ในสื่อ เราร็สึกว่าชาวเน็ตเขารู้จักเราเยอะกว่าที่เรารู้จักตัวเองอีก พอออกมาคนก็จะพูดเลยว่า คนนี้มันโกหก มันแอ๊บแมน มันเป็นอย่างนี้อย่างนั้น เรายังงงอยู่เลยว่าคอนเซปว่าแบบ ตอนนั้นในวัย 13 เราชอบแค่ไหน เราชอบอะไร ชอบใคร เราไม่รู้จักตัวเอง แต่ทำไมเรารู้สึกว่าทุกคนรู้จักเราไปหมดเลย แล้วเราอยู่ในบ้าน บ้านเขื่อนเป็นทุ่งลาเวนเดอร์ เรารักกัน อยากเป็นอะไรเป็น ทำอะไรทำ แต่พอออกมาข้างนอกแล้วแบบทำไมโลกมันใจร้ายจัง ทำไมทุกคนดูแบบเอาความทุกข์ตัวเองมาโยนใส่คนอื่น อันนี้ก็พูดตอนโตแล้ว พอเรา 13 เราออกมาแล้วเราโดนคนรุมหนักมาก ใน K-OTIC โดนชมหมด แล้วพี่ ๆ เรา 4 คน เรารักพี่เรามาก พี่เรา 4 คน คือ protect เรามาตลอด แต่เราเห็น แต่ก่อนในเว็บไซต์ต่างๆ คอมเมนต์ เราเห็นแล้วว่าพี่ ๆ 4 คนถูกชม แล้วเราเป็นจุดด่างดำของวง ว่าเราเป็น LGBT ซึ่งเรายังไม่รู้เลยว่าคืออะไร ทีนี้สมองส่วนหน้าที่ยังพัฒนามันก็ค่อย ๆ บอกเลยว่า ไม่ดีพอ ไม่คู่ควร ไม่ควรอยู่ตรงนี้ หลอกตัวเอง อย่าอยู่ อย่าทำ เราก็รู้สึกแล้วว่าเราไม่ดีพอ กลายเป็นว่าเด็กวัย 13 เข้าสู่ 14 เราเป็นเหมือนเป็ด ผิวสวย เราลอยอยู่บนน้ำนิ่ง ๆ แต่ว่าเท้าเราคือตะกาย ๆ ในวันนั้นก็คือเขื่อนรู้สึกว่าเขื่อนเป็นจุดดำของวง แล้วเราไม่รู้ว่าเรื่องนี้คุยกับคนอื่นได้หรือเปล่า ก็เคยเห็นคนอื่นที่เขาเปิดตัวแล้วทัวร์ลงเขา ฉันก็ไม่พูดสิ ฉันเห็นตัวอย่างแล้วว่าคนอื่นพูดไม่ได้ ฉันพูดฉันก็โดนสิ แล้วก็ท่องเลยว่าถ้าเราไม่ดีพอ เราจะแก้โจทย์ยังไง ฉันเป็นแค่ 30% เอาที่เหลือมาถม เป็นเด็กที่ไม่เหนื่อย ป่วยก็ทำงาน เขื่อนจะเป็นคนที่แบบยิ้มแย้มแจ่มใส เฟรนด์ลี่ ทำงานเก่ง ขยัน ถ้าเรียนก็ต้องเรียนทุน เป็นเด็กดีของที่บ้าน คือทุกอย่างเรารู้สึกว่าเราจะเป็น Control Freak เราจะเป็น Perfectionist ทุกอย่างมันต้องปลอดภัย เพราะว่าฉันกลัว กลัวว่าคนจะมาเห็นรอยร้าวว่าฉันจะไม่ดีพอ ทีนี้ปัญหามันคือเราไปติด Dopamine Hit ว่าเราสามารถหลอกตัวเอง แล้วก็หลอกคนอื่นได้ตลอดไป จนถึงขั้นที่ว่ารีบมีแฟน ต้องมีแฟน ไม่เคยไม่มีแฟน เพราะรู้ว่าถ้าไม่มีแฟนแปลว่าไม่ดีพอ ก็ต้องมีแฟน ต่อให้แฟนจะ Toxic ก็จะอยู่ เพราะรู้สึกว่ายอมอยู่กับแฟน Toxic ดีกว่าไม่ถูกรัก เพราะเราต้องการให้คนมาเติมเต็มฉัน ต่อให้เธอจะชกหน้าฉันแล้วกะโหลดเคลื่อนฉันก็เลือกจะอยู่ เพราะว่าการไม่มีเธอฉันรู้สึกว่าฉันไม่ดีพอ เรายอมอยู่ใน Toxic relation จนไปถึงแบบรู้สึกว่าถ้าเรารีบแต่งงาน รีบจบปริญญาเอก เรารู้สึกว่า ถ้าฉันทำอะไรเหล่านี้ได้ ถ้าฉันทำได้ทุกอย่างที่เป็นติ้กบล็อคพวกนี้ ทุกคนจะต้องรักฉันและยอมรับฉันแน่เลย จนถึงวันที่หย่า ในวันที่ตัดสินใจหย่า ตอนนั้นชีวิตยากมาก พึ่งเข้าปริญญาเอกได้ มันก็เป็นความฝัน จนตอนนี้เหลือแค่ defense paper แล้ว พึ่งเป็นนักจิตบำบัดฝึกหัด แล้วถูกส่งไปแผนกจากลา bereavement เราแบบทำงานยังไง ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย พึ่งเดินออกมาจากชีวิตคู่ตัวเอง แล้วต้องมาฟังตรงนี้ เราจัดการตัวเองยังไง ก็เลยนักจิตบำบัดจะมี supervisor ของตัวเอง เป็นที่ปรึกษาเราอีกทีหนึ่ง เขาเลยบอกเขื่อนว่ายูเขียนให้ไอดูหน่อยว่าอันนี้ฝั่งซ้าย ยูทำให้สังคม ที่แปลว่ายูทำให้คนที่เขาไม่อยากเข้าใจยูมาเข้าใจ กับฝั่งขวายูทำให้ตัวเองจริง ๆ ที่ยูมีความสุข มันไปอยู่ฝั่งทำเพื่อ People Pleaser หมดเลย ฝั่งที่ทำให้ตัวเองทุกวันนี้ยังจำไม่ได้เลยว่าในนั้นมีอะไรบ้าง อันนั้นคือวันที่เขื่อนลุกขึ้นมาเลยแล้วบอกว่าต้องรักตัวเองแล้ว เพราะตอนนี้ให้คนอื่นจนไม่รักตัวเองแล้ว แล้วก็ค่อย ๆ กลับมาถามว่าการรักตัวเองคืออะไรสำหรับเขื่อน ก็ค่อย ๆ เติมมา จนทุกวันนี้ไปได้ประมาณ 95% แล้วกัน ก็มีบางวันที่ตื่นมาแล้วก็ไม่รักตัวเอง บางวันก็ 90 แต่ว่าค่าเฉลี่ยแล้วมัน 95 วันไหนมันดีมันคือกำไร แล้ววันไหนไม่ดีก็แค่เริ่มใหม่ แล้วมันต้องมีวันที่เป็นวันของเราสิแต่มันต้องเริ่มจากที่เราก่อนนะว่าเราชอบตัวเองได้ 100% ก่อน ถ้าเกิดเราเป็นเหมือนเขื่อนที่แบบเป็นแค่ 30% เราต้องเอา 7 ภายนอก เราก็ไปอยู่ใน Toxic relation มีเพื่อนที่จะเอาเปรียบเรา ต้องกลายเป็นเครื่องจักรที่ต้องมีประโยชน์คนถึงจะรักเรา ต้องแบบให้คนชมเรา เราถึงจะดีพอ ตื่นมาแล้วหายใจแล้วบอกว่า I am enough ไม่สามารถทำได้ รู้สึกว่าต้องมีผลงาน ต้องมีเครดิต ต้องมีคนชม ต้องมีอะไรสักอย่างที่แบบบอกว่าฉันดีพอ ถึงจะรู้สึกว่า I am enough ได้ ทุกวันนี้แค่ตื่นมาแล้วหายใจ แล้วแฟนชงมัทชะให้กิน รู้สึกว่าชีวิตนี้โคตรดีใจเลย ชีวิตนี้ดีมากเลย แต่ก่อน grateful เรื่องพวกนี้ไม่ได้เลย แต่ก่อนรู้สึกว่า I have to be better, I have to be perfect ถ้าฉัน Perfect จะไม่มีใครจับได้ว่าฉันไม่ดีพอ ทุกวันนี้ตื่นมาแค่หายใจก็ดีใจแล้ว มีความสุข อะไรคือสิ่งที่ทุกคนกังวลมากตอนนี้ ? เขื่อน ภัทรดนัย : เขื่อนชอบนักปรัชญาคนหนึ่งชื่อ เคียร์เคอกอร์ (Kierkegaard) เขาบอกว่า ความกังวล (anxiety) เป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิต เรากำจัดมันไม่ได้เพราะมีสิ่งที่ต้องเลือกเยอะมาก แต่ชีวิตเรามีจำกัด หน้าที่ของเราคือเข้าใจว่าความกังวลเป็นกลไกให้เราโต และเลือกในสิ่งที่เราพร้อมจะรับผิดชอบ คนที่กังวลคือคนที่อยากมีชีวิต บนโลกนี้ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีหรอก อารมณ์มันไม่มีอะไรดีหรือไม่ดี ทุกความรู้สึกคือความรู้สึก เช่น ความโกรธ กำลังบอกเราว่ามีคนมาล้ำเส้น (overstep boundary) เรานะ ปัญหาอยู่ที่การสื่อสารไม่เป็น ความอิจฉา ก็เหมือนกัน แปลว่าเราเห็นสิ่งดี ๆ ในตัวคนอื่น แต่เราเห็นได้เพราะเรามีสิ่งนั้นในตัวเอง ถ้าอิจฉาแบบเฮลตี้ (healthy) เราจะพัฒนาตัวเอง แต่ถ้าไม่เฮลตี้จะกลายเป็นการเกลียดและแซะแทน เพราะคนนั้นเป็นกระจกสร้างความอัปลักษณ์ที่เขาไม่อยากเห็นในตัวเอง ความกังวลเล็ก ๆ ระหว่างวันเป็นเรื่องปกติ เพราะเวลาจำกัด ค่าเฉลี่ยอายุคนไทย ผู้หญิงอยู่ได้ประมาณ 4,100 อาทิตย์ ผู้ชาย 3,900 อาทิตย์ ให้กังวลแบบพอประมาณ (moderation) อย่าให้ถึงขั้นไม่มีความหวัง พอเปรียบเทียบอายุขัยเป็นสัปดาห์ ฟังดูชีวิตไม่ได้ยาวนานมาก ? เขื่อน ภัทรดนัย : สั้นมากครับ เขื่อนคลั่งไคล้ (obsess) เรื่องนี้เพราะมันทำให้เขื่อนตื่นเลย เขื่อนรักแม่มาก ถ้าคุณแม่ไม่อยู่ก็ไม่รู้จะอยู่ยังไงเหมือนกัน ทีนี้คุณแม่เริ่มอายุเยอะและมีภาวะ SLE เขื่อนเลยมาคำนวณว่า คุณแม่เหลือเวลาอีกประมาณ 800 อาทิตย์เอง ถ้าเราไม่คิดเราจะไม่รู้เลยว่า "I only have 800 weeks with my mom." จากวันนี้ไปขอให้ทุกวันตื่นมาแล้วทำให้ดีที่สุดเพื่อแม่ น้องหมาเหมือนกัน อายุเฉลี่ยแค่ 700 อาทิตย์ เขื่อนจะจัดลำดับความสำคัญ (prioritize) ถูกว่าจะเอาเวลาให้ใคร การดู YouTube หรือ Netflix ไม่ผิด แต่ทำไปแบบมีสติ และจำไว้ว่าเวลาเราจำกัด แต่ก่อนชวนแม่ไปเที่ยวแม่ไม่ไปเลย เขื่อนเลยมานั่งทำกราฟนี้ให้แม่ดูว่า "แม่ ไปไม่ไปเรื่องของแม่นะ แต่เขื่อนซื้อตั๋วไว้ให้แล้ว เรามีเวลาอีกแค่ 800 อาทิตย์นะ" พอแม่เห็นแม่น้ำตาคลอเลย บอกว่าแม่ลืมคิดไปว่าเวลาที่แม่มีให้ลูกก็จำกัดเหมือนกัน นั่นเป็นครั้งแรกที่แม่ยอมเที่ยวต่างประเทศกับเขื่อนแบบไม่ต้องทำงาน สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนได้คือ ความเสียดาย (regret) ถ้าวันหนึ่งท่านจากไปแล้วเรามาพูดว่า "ทำไมวันนั้นไม่ใช้เวลากับแม่ให้มากกว่านี้" เราทำได้แค่พูด ทำไมถึงตัดสินใจไปเรียนโคลัมเบีย ? เขื่อน ภัทรดนัย : จบโทจิตวิทยาที่อังกฤษแล้วเรียนเอกต่อ ใครที่อยากเรียนเพื่อตามใจคนอื่น อย่าทำ เพราะเรียนเอกมีโอกาสซึมเศร้าและเลิกกับแฟนสูงมาก ตอนนั้นเรียนเอกเพราะถ้าจะเป็นนักจิตวิทยาที่อังกฤษ ปริญญาตรีไม่พอ และเราคิดว่าถ้าเรียนเร็วคนจะยอมรับมากขึ้น แต่พอเข้าไปเราอายุแค่ 28-29 นั่งอยู่กับคนอายุ 40-50 เราแทบไม่มีอะไรไปแลกเปลี่ยนกับเขาได้เลยเพราะเราเรียนเร็วเกิน ทีนี้เราไปรู้ว่าคณะจิตวิทยาที่โคลัมเบียดังมาก สถิติรับเข้าคือ 3% ทั่วโลก เราก็ลองดู เอกสารวุ่นวายมาก และเราขอทุนด้วย ขนาดเราบอกว่าไม่คาดหวัง แต่เหมือนตกนรก 3 เดือน ตื่นมารีเฟรชอีเมลทุกวัน เราเป็นคน "Control Freak" พอทำอะไรไม่ได้นอกจากรอก็เลยทรมาน ตอนนั้นแม่พูดดีมาก บอกว่า "ถ้าลูกไม่ได้ไป แค่ลูกกำลังจะจบปริญญาเอก นี่ก็ความภูมิใจที่สุดของแม่แล้ว" วันนั้นเขื่อนรู้สึก grounded ลงมาครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งเราก็มือซน ไปถามแชตจีพีที (ChatGPT) ว่าถ้าโคลัมเบียรับเข้าเขาจะพิมพ์ว่าอะไร ChatGPT บอกว่าถ้ารับจะขึ้นต้นว่า "Congratulations" แต่ถ้าไม่รับจะบอกว่า "Please visit our portal" พอเช้าวันหนึ่งตื่นมา อีเมลเด้งว่า "Please visit our portal" หัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเลย เราเลยบอกแฟนกับแม่มาอยู่เป็นเพื่อนหน่อย พอกดเข้าไปจอมันค้าง มันสั่น เหมือนถามว่า "Are you ready?" แล้วก็ขึ้นว่า "Congratulations!" และได้ทุนด้วย ร้องไห้เลยครับ เขื่อนอยากขอบคุณทุกสื่อและทุกคนที่มายินดีกับเขื่อน การไปครั้งนี้เขื่อนอยากไปเล่นระดับสเตจโลก (Global Stage) อยากได้ความรู้ที่ลึกขึ้น เป็น Psychology ด้าน Education และอยากเป็น practitioner ด้วย สุขภาพจิตที่ดีไม่ได้แปลว่าชีวิตจะไม่มีความทุกข์เลย แต่คือการที่เมื่อความทุกข์เข้ามา เราจะรู้ว่าจะรับมือยังไง สามารถติดตาม WOODY TALK ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK , Facebook: Woody, Youtube: Woody เวลา 18.00 น.
ข่าวบันเทิง • 25 เม.ย. 69
ดู
แต่งก่อนไม่รอแล้วนะฮ้า
ทรูวิชั่นส์ • 3 เม.ย. 69
ดู
Not giving away My Daughter To a YouTuber
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
อ่าน
ผมไม่ใช่เกมเมอร์! ซีอีโอ Take-Two ลั่นไม่ขอเล่น GTA 6 เน้นซัพพอร์ตคุมงบ ปล่อยทีมงานโชว์ฝีมือเต็มที่
ท่ามกลางกระแสไฮป์ของ Grand Theft Auto 6 ที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ เชื่อว่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างก็นับถอยหลังรอวันที่จะได้สัมผัสเกมนี้กันใจจะขาด ยกเว้นอยู่คนหนึ่งที่ดูจะเฉยเมยกว่าใครเพื่อน นั่นก็คือ Strauss Zelnick ซีอีโอของ Take-Two InteractiveZelnick นักธุรกิจผู้คร่ำหวอดซึ่งกุมบังเหียนบริษัทแม่ของ Rockstar มาตั้งแต่ปี 2011 ออกมายืนยันผ่านการสัมภาษณ์ว่า เขาแทบไม่ได้สัมผัสตัวเกม GTA 6 เลย แม้ว่าในฐานะบอสใหญ่เขาจะสามารถเข้าถึงตัวเกมเวอร์ชันพัฒนาได้ทุกเมื่อก็ตาม โดยเขาให้เหตุผลสั้น ๆ ว่าเขา "ไม่ใช่เกมเมอร์" และไม่อยากทำตัวเป็น "Consumer-in-chief" เพื่อหลีกเลี่ยงการแทรกแซงงานสร้างสรรค์ของทีมงานเขามองว่าการที่ซีอีโอพยายามทำตัวเป็นผู้บริโภคในอุตสาหกรรมบันเทิงนั้นอาจเป็น "ความผิดพลาด" เหมือนสมัยที่เขาอยู่วงการหนังหรือเพลง เขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นนักวิจารณ์ แต่เลือกที่จะทำหน้าที่บริหารให้ดีที่สุด ซึ่งมุมมองนี้อาจฟังดู "ห่างเหิน" แต่ถ้ามองอีกมุม นี่อาจเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับโปรเจกต์ GTA 6 เลยก็ได้ในโลกที่เกมยักษ์ใหญ่ต้องใช้ทุนสร้างมหาศาล การมี "คนคุมเงิน" ที่รู้จักบทบาทตัวเองนั้นสำคัญมาก Zelnick ย้ำชัดว่าหน้าที่ของเขาคือ "การดึงดูด รักษา และสร้างแรงจูงใจให้คนเก่ง ๆ ในวงการ แล้วจากนั้นก็ถอยออกมาให้พ้นทาง" การที่เขาไม่พยายามเข้าไปก้าวก่ายงานสายสร้างสรรค์ที่เขาไม่ถนัด ทำให้ทีมงานของ Rockstar Games มีอิสระเต็มที่ในการปั้นผลงานที่เขากล้าเคลมว่า "จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่วงการเคยเห็นมา"เรียกได้ว่า Zelnick เลือกที่จะเป็น "น้ำมันหล่อลื่น" มากกว่าจะเป็น "ฟันเฟือง" ที่เข้าไปขัดขวางการทำงาน ซึ่งปรัชญาการบริหารแบบ "จ่ายครบแล้วจบที่ปล่อยวาง" แบบนี้ อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ GTA 6 ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดอย่างที่ทุกคนตั้งตารอก็เป็นได้!แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com
Online Station • 9 เม.ย. 69
เกม
I am not a Monster: First Contact
ดื่มด่ำกับเกมวางกลยุทธ์สไตล์รีโทรที่ผสมผสานระหว่างเกม Among Us และ The Werewolves of Millers Hollow! พบกับนกอัลบาทรอสพร้อมฝูง และกลุ่มนักทัศนาจร คุณจะต้องช่วยเหลือกัปตันเลเซอร์ยุคเก่าถอดรหัสมนุษย์ที่ติดเชื้อโดยเอเลี่ยนผู้บุกรุก!
Blacknut • 22 ม.ค. 69
อ่าน
แคทธิน นิวตัน เสริมทัพเป็นน้องสาวสายบู๊ เติมเต็มความระทึกภาคต่อใน "Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2"
ต้องบอกว่าสะใจแพ็คคู่! ใครเคยเอาใจช่วยเกรซ เจ้าสาวเลือดสาดจาก Ready or Not เมื่อปี 2019 มาวันนี้ความลุ้นระทึกเพิ่มขึ้นแบบคูณสอง เมื่อ Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2 กลับมาพร้อมเกมใหม่ ใหญ่กว่า ระทึกกว่า ยกผู้ล่ามาถึง 4 ตระกูล พร้อมพา เฟธ น้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของเกรซ มาแท็กทีมฝั่งเหยื่อ หนีการไล่เชือดสุดหฤโหด พร้อมพลิกเกมเอาตัวรอดแบบแสบสัน ยกระดับทุกความมันส์ให้เข้มข้นกว่าเดิม ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ หนึ่งในความพิเศษของ Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2 คือการเปิดตัวละครสำคัญที่จะเปลี่ยนโครงสร้างของเกมอย่าง เฟธ (Faith) น้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของ เกรซ (Grace) โดยบทนี้ได้ Kathryn Newton นักแสดงสาวดาวรุ่งชื่อดัง มาโชว์ฝีมือสายบู๊ เสริมทัพความเดือดให้ผู้ชมได้มันยิ่งกว่าเดิม ซึ่งด้วยภูมิหลังของเฟธ ทำให้การปรากฏตัวของเธอไม่เพียงเป็นการเพิ่มตัวละครใหม่ แต่ยังเปลี่ยนโครงสร้างของเรื่องให้กลายเป็นการขับเคลื่อนด้วยตัวละครคู่ ที่ต้องเผชิญทั้งอดีตที่ยังไม่คลี่คลาย ความคับข้องใจ และการพึ่งพากันอย่างไม่เต็มใจ Kathryn Newton เผยถึงบทบาทสุดท้าทายนี้ว่า เฟธคือภาพสะท้อนที่เป็นด้านมืดของเกรซ เป็นเหมือนเงาที่พี่สาวสลัดไม่พ้น ซึ่งในภาคนี้เราจะได้เห็นว่า จริง ๆ แล้วเธอเป็นใคร ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ทั้งพึ่งพากันแต่ก็เต็มไปด้วยความขัดแย้ง โดยเฟธถูกวางให้เป็นตัวละครที่ติดอยู่กับที่ และยังไม่สามารถก้าวข้ามตัวเองได้ ตัวละครของฉันใช้พี่สาวเป็นข้ออ้างที่จะไม่พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น จนท้ายที่สุด เราต่างต้องช่วยชีวิตใครบางคน และผ่านสิ่งนั้น เราจึงได้ช่วยตัวเอง เธอกล่าว ทั้งนี้การกลับมาของเฟธเชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยถูกทิ้งไว้ในภาคแรก โดย Tripp Vinson ผู้อำนวยการสร้างให้ข้อมูลว่า ในภาคแรกตัวละครของ Samara (เกรซ) บอกว่าเธอไม่มีครอบครัว ซึ่งก็จริง แต่ยกเว้นเพียงคนเดียว และการกลับเข้าสู่ชีวิตเกรซของเฟธก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเธอถูกระบุเป็น ผู้ติดต่อฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาล และกลายเป็นจุดเชื่อมที่ทำให้ระยะห่างหลายปีถูกบีบเหลือเพียงการร่วมมือกันเท่านั้น ถึงจะเอาตัวรอดได้ ด้านผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett มองว่า การจับคู่ระหว่าง Newton และ Samara Weaving (รับบทเกรซ) คือเคมีที่ลงตัวที่สุด ทำให้เส้นอารมณ์ของเรื่องคมชัดขึ้นทันที พอ Samara กับ Kathryn มาอยู่ด้วยกัน ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นทันที ทั้งคู่แข็งแกร่ง และมีวิธีเอาตัวรอดที่ไม่ตรงกัน Gillett กล่าว ซึ่งความไม่ลงรอยนี้เอง กลายเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง เพราะ สิ่งที่สำคัญที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการได้เห็นทั้งสองกลับมาเป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง Gillett ย้ำ ก่อน Matt Bettinelli-Olpin จะเสริมว่า ทั้งคู่ต่างก็ถูกในบางแง่มุม และผิดในบางแง่มุม นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงได้ Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2 เป็นภาพยนตร์ระทึกขวัญภาคต่อจาก Searchlight Pictures ที่ขยายสเกลความโหดแบบจัดเต็ม เมื่อ Grace เจ้าสาวผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากภาคแรก ไม่ได้หนีจากการไล่ล่าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เธอต้องก้าวเข้าสู่ด่านใหม่ที่เดิมพันด้วยอำนาจสูงสุดของโลก และยังต้องจับมือกับน้องสาว Faith เพื่อเอาชีวิตรอดและชิงตำแหน่งสูงสุดแห่งสภาลับ ท่ามกลางการตามล่าจาก 4 ตระกูลคู่แข่งที่พร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อครองบัลลังก์แห่งอำนาจ โดยภาคนี้เป็นการกลับมาของ Samara Weaving ในบท Grace เจ้าสาวเลือดสาด พร้อมทีมผู้สร้างจากภาคแรก ทั้งคู่หูผู้กำกับ Matt Bettinelli-Olpin และ Tyler Gillett ที่เคยฝากผลงานสุดระทึกไว้ใน Ready or Not, Scream VI และ Abigail อีกทั้งยังได้บทภาพยนตร์จาก Guy Busick และ R. Christopher Murphy ที่กลับมาร่วมกันขยายโลกของ Ready or Not ให้กว้างขึ้นและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือ ไม่ว่าจะเป็น Kathryn Newton (Ant-Man and the Wasp: Quantumania, Abigail), Sarah Michelle Gellar (Cruel Intentions, I Know What You Did Last Summer, Buffy the Vampire Slayer), Shawn Hatosy (The Pitt) และ Elijah Wood (The Monkey) ร่วมด้วย Nstor Carbonell, Kevin Durand และ David Cronenberg ที่จะเข้ามาเติมเต็มเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ให้ทวีความดุเดือดยิ่งขึ้น เมื่อคนพี่ก็สับ คนน้องก็แซ่บ ไปลุ้นกับเกมไล่ล่าสุดโหด และเอาใจช่วยให้เจ้าสาวและน้องสาวต้องรอด กับ Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2 ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 31 มี.ค. 69
อ่าน
ซามารา วีฟวิ่ง คัมแบ็กบทเจ้าสาวเลือดสาดในภาคต่อสุดคลั่ง "Ready or Not: Here I Come"
หลังจากทิ้งภาพจำสุดสะพรึงไว้ตอนจบของReady or Notเมื่อปี2019นักแสดงมากฝีมือSamara Weavingก็หวนสู่ชุดเจ้าสาวโชกเลือดอีกครั้ง ในบทGraceผู้เอาชีวิตรอดจากเกมสุดเดือดในภาคแรก พร้อมพาทุกคนก้าวสู่เกมลุ้นตายครั้งใหม่ที่ยกระดับความคลั่งแบบคูณสอง ในReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ภาพยนตร์สุดระทึกตลกร้ายที่ทั้งลุ้นระทึกทั้งฮา ภาคต่อของที่สุดแห่งเกมเอาชีวิตรอดที่เคยสร้างปรากการณ์มาแล้วทั่วโลก26มีนาคมนี้ เตรียมลุ้นตายไปกับเธอ...และน้องสาวของเธอ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ สำหรับแฟนภาพยนตร์Ready or Notคงไม่มีใครปฏิเสธว่าการแสดงของSamara Weavingนักแสดงสาวมากฝีมือ คือหัวใจสำคัญของแฟรนไชส์ ที่ไม่เพียงทำให้ผู้ชมลุ้นระทึกไปกับการเอาชีวิตรอดของเธอ แต่ยังส่งให้ตัวละคร Graceกลายเป็นคาแรกเตอร์Cult Iconที่แฟนภาพยนตร์ทั่วโลกหลงรัก และการกลับมาของเธอในชุดเจ้าสาวเลือดสาด ในภาคต่อที่ทุกคนรอคอยReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ก็ทำให้แฟนหนังต่างคาดการณ์ว่าเธอจะยังคงเป็นแกนหลักทางอารมณ์ของเรื่องที่ยกระดับความเข้มข้นของเรื่องราวให้พีคขึ้นกว่าเดิมนักแสดงสาวเผยว่า ด้วยความผูกพันธ์กับทีมงาน และกระแสตอบรับจากภาคแรกที่แรงเกินคาด โดยเฉพาะการที่ ตัวละครGraceกลายเป็นภาพจำในวัฒนธรรมป๊อป ที่แฟน ๆ จำนวนมากเลือกที่จะแต่งตัวเป็นเจ้าสาวเลือดสาดในเทศกาลฮาโลวีน ทำให้เธอตอบตกลงกลับมาสวมชุดเจ้าสาวอีกครั้งทันที โดยไม่ต้องคิดนานมันมหัศจรรย์มากที่ผู้ชมรักหนังเรื่องนี้มากเท่ากับที่เรารักตอนสร้างมันออกมา และฉันก็มีช่วงเวลาที่ดีมากกับผู้กำกับMattและTylerรวมถึงทีมงานทั้งหมด พอพวกเขาถามว่าอยากทำภาคสองไหม คำตอบคือได้เลยทันทีเธอกล่าว และด้วยความที่เรื่องราวในภาคใหม่นี้ต่อเนื่องจากช่วงเวลาสุดท้ายของภาคแรกแบบแทบจะทันที ทำให้การกลับมาครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเราไม่เคยออกจากโลกของGraceไปเลย ขณะที่ตัวละครของเธอยังคงถูกออกแบบให้เป็นมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่ฮีโร่ที่ไร้เทียมทาน แต่เป็นคนที่เอาชีวิตรอดด้วยสัญชาตญาณและความไม่ยอมแพ้ โดยผู้กำกับMatt Bettinelli-Olpinอธิบายว่าGraceมีข้อบกพร่อง เธอไม่สมบูรณ์แบบ และเธอมีความลับ แต่Samaraทำให้ผู้ชมยังคงอยู่ข้างเธอได้เสมอ แม้ในวันที่เธอทำพลาดนั่นจึงเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้Graceแตกต่างจากตัวละครสายแอ็กชันทั่วไป เธอไม่ได้เอาชนะด้วยความเก่งเหนือมนุษย์ แต่เอาชนะด้วยความเป็นมนุษย์ล้วน ๆ นอกจากนี้Ready or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ยังเพิ่มความเข้มข้นด้วยการแสดงของKathryn Newtonที่เข้าร่วมแฟรนไชส์ในบทFaithน้องสาวต่างแม่ที่ห่างเหินของGraceซึ่งทำให้ภาคนี้กลายเป็นเรื่องราวที่ขับเคลื่อนด้วยตัวละครหลักสองคน บนพื้นฐานของอดีตที่ยังไม่คลี่คลาย ความคับข้องใจ และการพึ่งพากันอย่างไม่เต็มใจ โดยผู้กำกับTyler Gillettเผยว่า การจับคู่NewtonกับWeavingทำให้เส้นอารมณ์ของเรื่องคมชัดขึ้นทันทีพอSamaraกับKathrynมาอยู่ด้วยกัน ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นทันที เพราะทั้งคู่แข็งแกร่ง และมีวิธีเอาตัวรอดที่ไม่ตรงกันและความไม่ลงรอยนั้นเองกลายเป็นแรงขับของเรื่องหัวใจที่แท้จริงของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือการได้เห็นทั้งสองกลับมาเป็นทีมเดียวกันอีกครั้ง Gillettกล่าว ด้านKathryn Newtonอธิบายถึงตัวละครของเธอผ่านความสัมพันธ์กับGraceว่าFaith MacCaullayคือน้องสาวของGraceและฉันก็เป็นเหมือนภาพสะท้อนของเธอ ฉันเปิดเผยให้เห็นว่าเธอเป็นใครกันแน่ ฉันคือด้านมืด หรือเงาของเธอ ที่เธอไม่อาจสลัดทิ้งได้ ส่วนตัวเธอเองก็ประทับใจกับบทบาทนี้ไม่น้อย และยังติดตามกระแสการเปิดตัวภาพยนตร์ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ล่าสุดได้แชร์IG Storyของแจน - พลอยชมพู ศุภทรัพย์นักแสดงชาวไทย ซึ่งโพสต์ภาพงานThailand Gala Premiereที่แจนมาในฐานะตัวแทนของFaithตัวละครของเธอ และซาบีน่า ไมซิงเกอร์ในฐานะตัวแทนของGraceโดยKathrynยังแท็กSamara Weavingอย่างตื่นเต้นด้วยทั้งนี้Ready or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2นับเป็นภาพยนตร์ดาร์คคอเมดี้ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม หลังจากเข้าฉายในอเมริกาและบางประเทศไปแล้วก่อนหน้านี้โดยยังคงได้ใจนักวิจารณ์และผู้ชมด้วยสกอลที่น่าพอใจในRotten TomatoesทำคะแนนTomatometerของฝั่งนักวิจารณ์ที่75%และคะแนนPopcornmeterฝั่งผู้ชมทั่วไปสูงถึง90% (ข้อมูล ณ วันที่24มีนาคม2569)นอกจากนี้บรรดาสื่อมวลชนและนักวิจารณ์ไทยที่ได้รับชมรอบสื่อมวลชนแล้วยังการันตีว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาคต่อที่สมบูรณ์แบบ ทั้งบู๊กว่า ตลกกว่า โชกเลือดกว่า อัปเลเวลความโหดเลือดสาดจากภาคแรกอย่างถึงใจ แถมฉากแอ็กชันที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะก็ให้ความรู้สึกที่ดีมาก ๆ ในโรงภาพยนตร์ และแน่นอนว่าSamara WeavingในบทGraceเจ้าสาวเลือดสาย ยังคงจัดเต็มใส่สุดพลังการแสดง ด้วยความ แกร่งกว่าเดิม เรียกว่ายกระดับจากภาคแรกให้สนุกและน่าสนใจขึ้นในแบบที่คนดูยังฮาและลุ้นตามได้และเพื่อยืนยันขั้นกว่าของภาคนี้ นักแสดงสาวฝากบอกว่าคุณจะได้เห็นเลือดมากขึ้น ความคลั่งมากขึ้น เป็นการรวมทุกสิ่งที่คุณรักจากภาคแรก แต่เข้มข้นกว่าเดิมเธอเผย ก่อนทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มว่าและมีบาซูก้าโผล่มาในช่วงหนึ่งด้วย เตรียมพบการกลับมาทวงคืนตำแหน่งเจ้าสาวที่แกร่งที่สุดในโลกภาพยนตร์ของGraceภายใต้การแสดงของSamara Weavingในเกมล่าชีวิตครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยอานาจยิ่งใหญ่ และความตายReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2เข้าฉาย26มีนาคม ในโรงภาพยนตร์ ไม่อยากพลาดความมันสุดระทึก ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 25 มี.ค. 69
อ่าน
"Ready or Not: Here I Come เกมพร้อมตาย 2" ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้แล้ว ลุ้นกับเกมเอาชีวิตรอดครั้งใหม่
หากภาคแรกของReady or Notคือเกมเอาชีวิตรอดในคฤหาสน์สุดสยองReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2จะเป็นการยกระดับทุกอย่างให้ใหญ่กว่า อันตรายกว่า และเลือดสาดยิ่งกว่า อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังที่สองผู้กำกับMatt Bettinelli-OlpinและTyler Gillettแห่งRadio Silenceบอกไว้ว่า ภาคแรกได้จบลงอย่างสมบูรณ์และเปิดพื้นที่ให้ภาคใหม่นี้ไปไกลกว่า เดือดกว่า คลั่งกว่าเดิม ยกระดับความยิ่งใหญ่ออกไปทุกทิศทาง ทำให้ทุกสิ่งรอบข้างสามารถคลุ้มคลั่งได้อย่างเต็มที่ เมื่อการล่าไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในคฤหาสน์หลังเดียวอีกต่อไป แต่ขยายออกไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยพิธีกรรมลับ อำนาจ และความโกลาหลที่พร้อมปะทุได้ทุกวินาที เตรียมตัวให้พร้อม ซื้อตั๋วล่วงหน้าวันนี้ แล้วไปมันกับเกมลุ้นตายสุดระทึกในภาพยนตร์ภาคต่อที่ทุกคนรอคอย26มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ในภาคใหม่นี้ ทีมผู้สร้างจะพาผู้ชมออกจากพื้นที่ปิดในคฤหาสน์ของตระกูลLe Domasสู่แผนที่การล่าที่กว้างขึ้น ตั้งแต่โรงพยาบาลที่ชวนขนหัวลุก,คฤหาสน์ที่กว้างใหญ่จนหาทางออกไม่เจอ,คันทรีคลับหรู ไปจนถึงสนามกอล์ฟ ที่จะเปลี่ยนเป็นฉากไล่ล่าสุดวุ่นวาย เมื่อรถกอล์ฟแล่นตัดสนามสีเขียวอย่างอลหม่าน รวมถึงพื้นที่พิธีกรรมใต้ดินที่ซ่อนความลับสุดสยองไว้ ก่อนกลายเป็นเวทีของฉากไล่ล่า งานสตันต์ และความวุ่นวายสุดขีด เพิ่มทั้งความระทึกและอารมณ์แบบดาร์กคอมเมดี้ในสไตล์ของRadio Silenceที่แฟน ๆ คุ้นเคย ผู้ออกแบบงานสร้าง Andrew Stearnอธิบายว่าภาพยนตร์ภาคต่อนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นวิวัฒนาการหนังเรื่องใหม่นี้คือเวอร์ชันที่ใหญ่ขึ้นของเรื่องแรก เมื่อตัวละครใหญ่ขึ้น งานออกแบบก็ต้องใหญ่ขึ้น เรานำองค์ประกอบทุกอย่างจากคฤหาสน์Le Domasมาพัฒนาต่อ ขยายสเกลขึ้น และทำให้มีพลังเคลื่อนไหวมากกว่าเดิม ในคฤหาสน์และรีสอร์ตของตระกูลDanforthขณะที่งานภาพและบรรยากาศยังคงกลิ่นอายสยองขวัญแบบคลาสสิก ผ่านโทนสีเข้ม ความมืด และมุมอับที่ซ่อนภัยอันตรายไว้ทุกทิศทาง ก่อนจะพาผู้ชมดำดิ่งสู่พื้นที่ที่สุดโต่งที่สุด อย่างวิหารลับช่วงท้ายเรื่อง ฉากไฮไลต์ที่ถูกออกแบบให้เป็นโบสถ์กลับหัวหรือanti-churchบิดโครงสร้างศรัทธา ผ่านภาพสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่ถูกกลับด้าน ปกปิดกระจกสีให้มืดลง ให้เห็นภาพตัวละครค่อย ๆ เคลื่อนลงสู่เบื้องล่างแทนการขึ้นสู่เบื้องบน สื่อความหมายถึงการตกต่ำของอำนาจ และผลลัพธ์ที่ต้องชดใช้ สำหรับทีมผู้สร้าง พื้นที่การไล่ล่าในเรื่องไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง แต่เป็นตัวเล่าเรื่องที่สะท้อนอำนาจ ความเชื่อ และลำดับชนชั้นได้อย่างดี ทุกโลเคชันเหมือนกำลังบอกใบ้ว่าใครคือผู้ควบคุมเกม และใครกำลังจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป ทุกองค์ประกอบจึงถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยKathryn Newtonผู้รับบทFaithน้องสาวของGraceที่เข้ามาเป็นเหยื่อรายใหม่ของการล่า เล่าถึงความสมจริงของฉากที่ช่วยให้เธอรู้สึกเหมือนเข้าไปอยู่ในโลกของการล่าจริง ๆ ว่าพูดถึงฉากกระท่อม (Lodge)มันให้ความรู้สึกเหมือนฉากในเรื่องScooby-Dooเลย ทั้งเก่า น่าขนลุก พื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าด และยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างลูกแพะซ่อนอยู่ทั่วฉาก คุณอาจไม่ทันสังเกต แต่จะรู้สึกได้ เมื่อทุกอย่างเป็นของจริงและมีรายละเอียด มันพาคุณเข้าไปอยู่ในโลกนั้นจริง ๆ ทั้งรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในฉาก ไปจนถึงบรรยากาศที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยทั้งที่ยังมองไม่เห็นอันตรายตรงหน้า ทำให้โลกของReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2กลายเป็นสนามล่าที่ใหญ่ขึ้นและบ้าคลั่งขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้การกลับมาร่วมงานของทีมผู้สร้างชุดเดิม ทั้งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ผู้กำกับภาพ และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย ยิ่งทำให้ภาคต่อนี้สามารถขยายจักรวาลReady or Notได้โดยไม่สูญเสียเอกลักษณ์เดิม แต่กลับยิ่งเพิ่มดีกรีความมัน ความโหด และความเลือดสาดแบบถึงขีดสุดเตรียมเข้าสู่เกมล่าครั้งใหม่ที่ไม่มีที่ไหนปลอดภัยอีกต่อไปในReady or Not: Here I Comeเกมพร้อมตาย2ซื้อตั๋วล่วงหน้า จับจองที่นั่งก่อนใคร แล้วไปลุ้นกันว่า คืนนี้เจ้าสาวและน้องสาวของเธอจะรอดหรือไม่26มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 19 มี.ค. 69
ดู
เพื่อน(ไม่)สนิท
ทรูวิชั่นส์ • 14 มี.ค. 69
ดู
งานนี้..ฆ่าเอา
ทรูวิชั่นส์ • 6 มี.ค. 69
อ่าน
"คริส หอวัง" ทะเลาะกับ AI เรื่องเวลานอน ไขความลับเข้าเลข 4 แต่หน้ายัง 20
"Kims Mirror" รายการที่จะชวนคุณมาสะท้อนมุมมอง ปรับโฟกัสการดูแลตัวเองให้ตรงจุดส่องลึกทุกมิติความงามกับ "คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส" นั่งแท่นพิธีกรครั้งแรก ซูมลึกเรื่องสวยที่ผู้หญิงยุคนี้ควรรู้ เพื่อผลลัพธ์แห่งความงามที่อ่อนเยาว์อย่างยั่งยืนในแบบ Beauty Longevity เพราะความดูดีที่แท้จริงเป็นมากกว่าแค่ภาพสะท้อนและไม่ตามกระแสเพื่อเป็นคุณในเวอร์ชันที่ดีที่สุด ประเดิมแขกรับเชิญคนแรกด้วยสาวหมวยสุดแซ่บที่ขึ้นชื่อเรื่องหน้าเด็กตลอดกาลอย่าง "คริส หอวัง" แม้อายุเข้าเลข 4 แล้วยังเป๊ะ! เผยสมการสวยยั่งยืน เคยทะเลาะกับ AI เรื่องเวลานอน เปิดสูตรเด็กข้ามวัยผิวแข็งแรงก่อนสู้กล้องต้องทำยังไง ? "คริส หอวัง" ทะเลาะกับ AI เรื่องเวลานอน มีการดูแลผิวยังไงที่ทำให้แบบดูเด็กขนาดนี้ ?คริส หอวัง : ผิวมันก็เรื่องหนึ่งนะ แต่ว่าเอาอันนี้ก่อนเรื่อง DNA ของคนเอเชียพี่ว่ามันช่วยเหมือนกัน คือเราอาจจะมีแต้มต่อ เหมือน Age ช้ากว่าฝรั่งนิดหนึ่ง แต่ถ้าเกิดว่าไม่ดูแลรักษาผิวแล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติในมลพิษที่มันมีบนโลกใบนี้ พี่ว่ามันก็ไม่รอด ภ.รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ 20 ปีแล้วใช่ไหม ?คริส หอวัง : ประมาณ 16 ปี ทุกอย่างยังดูสดชื่น ยังมีความเด็กอยู่ ?คริส หอวัง : จริง ๆ พยายามแหละ ถ้าถามเรื่องดูแลผิวพี่ว่ามันน่าจะผสม ๆ กันค่ะ อาจจะเป็นเรื่องการออกกำลังกาย การกิน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องกับผิวของเรา แล้วก็ไม่ใช่ว่าคริสไม่เคยผ่านช่วงเวลาที่ผิวแพ้อะไรทุกอย่างไปหมด มันก็มี แต่ว่าผู้หญิงเราทุกคนในปัจจุบันนี้ผู้ชายก็ดูแลตัวเองเท่า ๆ กับผู้หญิงแล้ว ทุกคนก็ต้องต่อสู้เพื่อที่จะหาผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องกับผิวตัวเองจริง ๆ แล้วเมื่อเราเจอสิ่งนั้นมันก็จะอยู่บนเคาน์เตอร์ของเราตลอดไป ทั้งทางร่างกายเราก็ดูแล กินอาหาร ออกกำลังกาย นอน กินน้ำอะไรที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องผลิตภัณฑ์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราต้องไปตามหา แต่ถามว่าในโลกสมัยนี้มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้น้อง ๆ กว่าพวกเรา ได้รักษาหน้าเขาไปตลอด โดยจะไปเลเซอร์ก็ตาม จะไปหาหมอก็ตาม มันมี แต่ถามว่าต่อให้คุณไปทำสิ่งพวกนั้นแล้วคุณไม่ใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยพยุงรักษามัน มันก็ไปอยู่ดี คุณหมอก็ยังเคยบอกคริสเลยบอกว่าต่อให้เลเซอร์ไป ต่อให้ Ulthera Thermage ไป คุณไม่รักษามันก็หายไป เพราะฉะนั้นเปลืองเงิน ถ้าคุณคิดว่าคุณจะไม่รักษามัน ไม่ดูแลมัน แล้วคุณจะมาพึ่งหมออย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้สึกว่าต้องดูแลตัวเอง ?คริส หอวัง : เหมือนตอนนั้นไปเรียนที่อเมริกา แล้วเราอยู่โรงเรียนอาร์ต พอการอยู่โรงเรียนอาร์ตมันก็ไม่มีมานั่งสวย ๆ เราไม่ได้มานั่งอะไรอย่างนี้ แล้วยุคนั้นไม่มี Instagram ไม่มี TikTok นะ ไม่มีโลกโซเชียลไม่มีอะไรมีแต่ Facebook ซึ่งก็ยังไม่มีแอปพลิเคชันแต่งภาพ ฉันเห็นว่าถ้าฉันหน้าเนียนเท่านี้ฉันจะดีมาก ตอนนี้คือพวกแอปต่าง ๆ ที่ทำหน้าเนียนจริง ๆ มันเป็นแรงบันดาลใจสำหรับเรานะว่าถ้าเราหน้าแบบนี้มันจะดีมาก ตอนเด็ก ๆ ไม่เคยทำเลย เรียนอยู่อเมริกากลับมาพอมันเริ่มมี Instagram แล้วเราก็อยากสวย เราก็เริ่มดูแลตัวเอง ถามว่าเริ่มดูแลตัวเองตรงไหน ทำอาชีพดาราแล้วไปสักประมาณ 5-6 ปีถึงจะเริ่มจริงจัง เพิ่งจะมาหาข้อมูล เริ่มมาหาผลิตภัณฑ์ เริ่มดูว่าเรามีจุดบกพร่องอะไร ช่วงนี้เราดูแลเรื่องจุดด่างดำดีกว่า ช่วงนี้เราดูแลเรื่องผิวฟื้นฟูดีกว่า ช่วงนี้เราดูแลเรื่องริ้วรอยดีกว่า คือมันเพิ่งจะเริ่มจากที่ทำอาชีพนี้แล้วเพราะว่ามันเหมือนอยู่ในหน้าที่ด้วย แต่ก่อนหน้านั้นก็คือเละเทะ หน้าแห้งค่อยทา หน้าแพ้ค่อยจัดการ ยาแก้ผื่นแพ้อะไรก็ว่าไป แต่นอกนั้นคือปล่อยเลยตามเลยค่ะ แต่อันหนึ่งที่คริสว่าโชคดีที่อยู่ในรูทีนของชีวิตของคริสอยู่แล้ว คือเรื่องการออกกำลังกายหรือความไฮเปอร์ของคริส มันทำให้เหมือน active ตลอด ดูแลรูปร่างยังไง ?คริส หอวัง : การออกกำลังกายหรือว่าการเป็นคน active มันช่วยทั้งรูปร่างแล้วก็ผิวพรรณด้วย แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือเรื่อง mindset ด้วย มันก็จะช่วยเรื่องเราไม่เครียด หน้าไม่เหี่ยว ยิ้มเยอะ หัวเราะเยอะ อย่า take anything too serious อะไรแบบนี้ ก็ตอนเด็ก ๆ ต่อให้ไม่ได้ดูแลตัวเองเลย อยู่เมืองนอกหิมะตก หน้าหนาวผิวแห้ง ลอกเลยนะถึงจะทาครีม แต่ออกกำลังกายตลอดเนื่องจากว่าการเรียนของคริสเป็นโรงเรียนอาร์ต เรียนหนังสือครึ่งวันเหมือนคนอื่นเขา โรงเรียนอื่น ๆ เขาอาจจะอาจไปเล่นกีฬา ไปอยู่ Club chess อะไรใด ๆ ของคริสคือทุกคนไปอยู่ในแผนกอาร์ทของตัวเอง ของคริสเป็นบัลเลต์ ซ้อมวันละ 6 ชั่วโมง เหมือนออกกำลังกายวันละ 5-6 ชั่วโมงทุกวัน พอกลับมาเมืองไทยก็มีบางจุดที่ขี้เกียจ เราก็ยังโอเคแต่สุดท้ายพอเลข 4 มาพี่เพิ่งจะมารู้ตัวว่าเราต้องกลับไปออกกำลังกายแล้ว เราต้องกลับมาดูแลตัวเองแล้ว ตอนนี้ก็เลยทำเป็นรูทีนค่ะ ตอนนี้ออกกำลังกายอะไรบ้าง ?คริส หอวัง : ไม่ได้ฮาร์ดคอร์มาก ก็ออกแบบที่ช่วยเรื่องheart rateของเราให้อยู่ในโซน 4 โซน 5 กี่นาทีต่ออาทิตย์ ก็มีวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้า มีพิลาทิส มีโยคะ เพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อ แล้วก็จริง ๆ อันนี้ไม่รู้เป็นการออกกำลังกายหรือเปล่า แต่ว่าฝึกอยู่เป็นเรื่องของ sound bath (การอาบคลื่นเสียง) กับ breathwork (ฝึกหายใจ) ก่อนนอน เราก็เปิด YouTube มันก็มีเสียง sound bath เราก็ทำ breathwork ไปด้วย คือคริสอาจจะไฮเปอร์มากซะจนเวลาเรานั่งสมาธิเราอาจจะยังไม่นิ่งพอ เราก็เลยอยากจะฝึก วันหนึ่งอยากจะนั่งสมาธิได้เหมือนคนอื่นเพื่อที่จะชาร์จตัวเอง แต่วันนี้เหมือนเราเริ่มฝึกก็เลยเริ่มฝึกจาก sound bath กับ breathwork ก่อน ซึ่งพอทำมาแล้วรู้สึกว่ามันดีมาก แล้วมันเคลียร์ทุกอย่างที่วุ่นวายที่เราไฮเปอร์ทั้งวัน นอนกี่โมง ?คริส หอวัง : ปัจจุบันนี้เราก็มีเทคโนโลยีเยอะแยะ ทุกคนก็จะมีของตัวเองไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาอะไรที่วัดความเครียด วัดก้าวเดิน วัดหัวใจ ของคริสมันก็จะแนะนำให้นอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงในอายุของคริส มันก็จะบอกแล้ว จะนับจากช่วงเวลาที่คริสตื่น แล้วก็แนะนำว่าคืนนี้ต้องนอนเมื่อไหร่ บางทีก็ทะเลาะกับนาฬิกาบ้างว่าวันนี้ฉันอยากออกไปอยู่กับเพื่อน ฉันจะเลื่อนเวลานอนฉัน เธอมีปัญหาไหม คุยกับ AI ก็เลยต่อรองว่าคืนนี้ฉันจะนอนเลยเวลาที่เธอแนะนำ พรุ่งนี้เธออย่ามาหักคะแนน recovery ของฉัน แล้ว AI ก็จะถามกลับมาว่าแล้วคุณจะทำอะไรเพื่อตอบแทนฉัน โอเคพรุ่งนี้ฉันจะวิ่งจาก 30 นาทีเป็น 45 นาทีให้คุณ มันก็บอกโอเค งั้นขอเลื่อนเวลานอนให้ แต่เราต้องต่อรองกับมัน หลายคนไม่รู้นะว่าเราต่อรองกับอุปกรณ์พวกนี้ได้ เราอย่าเป็นไซบอร์กมาก สิ่งที่เขาบอกมันดีนะดีที่สุด สำหรับสิ่งที่เขาคำนวณมาแล้วจากสถานะที่เราผ่านมา แต่อย่าลืมความสุขของตัวเองด้วย อย่าให้ใครมาบังคับเรามากเกินไป ต้องต่อรอง คริสไม่ถอดเพราะว่าอยากชนะสกอร์มัน แต่มันก็หมายความว่าเราแข็งแรงขึ้นไง ?คริส หอวัง : ใช่ แต่ว่าเรารู้ตัวเราดีที่สุดไง เราวิ่งหอบจะแย่อยู่แล้ว เกิดพี่หัวใจวายบนลู่วิ่งเธอจะช่วยฉันไหม ค่อย ๆ ไปได้ไหมเป็น 162 ได้ไหมแทนที่จะเป็น 168 มันก็ยอม มันก็บอก I understand you very much เราต้องคุยกับมัน อันนี้เรียกว่าทะเลาะกับมัน เราต้อง be strong แต่วันที่เครื่องจะบอกว่าอะไรก็แล้วแต่นะ recovery จะบอกว่าเท่าไหร่ก็แล้วแต่ แต่พอตื่นมาแล้วเราสดชื่นมันมีพลังอยากให้รู้สึกว่าเราอยากจะกินดี อยากจะออกกำลังกาย รู้สึกว่าหน้าอิ่มฟูสวยมากอย่างนี้คือเรื่องการนอนมันก็ช่วยจริง ๆ ถ้าไม่มีเทคโนโลยีจะออกกำลังกายไหม ?คริส หอวัง : จริง ๆ พอเดือนแรกที่มันบังคับมาก ๆ เราก็รู้สึกว่าชีวิตฉันขนาดแม่ฉันยังไม่บังคับฉันเลย ทุกคนคือปล่อยให้คริสเป็นอิสระหมดเลย ถ้าบังคับฉันมากฉันจะใส่เธอแค่ 3 เดือนนะ สุดท้าย 3 เดือนนี้ที่พี่คิด คิดว่าจะได้รับความรู้ที่มันให้ว่าแบบนี้คือ perfect for you แล้วถ้าหลังจาก 3 เดือนมันทำให้ลำบากก็คิดว่าจะถอดมัน แล้วก็จะทำสิ่งที่เราได้เรียนรู้มาแล้ว 3 เดือน เพราะไม่อยากเป็นสิ่งที่ AI มาสั่งเราตลอดเวลา แต่เราใช้เขาในการเรียนรู้ว่า คำแนะนำแบบนี้คือดีที่สุดสำหรับเรา แต่ถ้าเกิดว่าเดือนที่ 4 เขาไม่วุ่นวายกับคริสมาก แล้วก็ทำให้ค่า AGEs ของเราเด็กลงๆ เพราะสิ่งพวกนี้เราไม่มีทางรู้ เราต้องใช้เครื่องพวกนี้ช่วยอยู่แล้ว อันนี้คริสคิดว่าเขาก็อาจจะได้อยู่ต่อ ถ้าเขาเรื่องมากจะโดนทิ้ง เคยมีปัญหาเรื่องผิวบ้างไหม ?คริส หอวัง : มีตอนช่วงที่ทำงานหนัก ๆ เมื่อ 7-8 ปีที่แล้วที่โหมวันละ 2 งาน 3 งาน แล้วก็มีถ่ายละครด้วย เวลาถ่ายละครเมืองไทยก็ชอบไม่ให้เปิดแอร์เพราะว่าเดี๋ยวเสียงไม่ดี แต่ว่าเราก็แต่งตัวเหมือนเราอยู่เกาหลีแต่เราอยู่ประเทศไทย เสร็จแล้วเแบบเหงื่อก็แตก แล้วก็กำลังเล่นซีนที่มันมากเลย อรรถรสกำลังมันมากเลย คัท ซับหน้า ห้ามหน้ามันแต่ชุดอยู่เกาหลีและปิดแอร์ ก็จะเป็นแบบว่าตอนนั้นจะมีความแพ้ง่ายมาก ๆ กับหน้าแล้วก็สิวขึ้น สิวอุดตันไม่ใช่สิวอักเสบนะ เป็นสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ อันนั้นเป็นบทเรียนของคริสเลยว่าจริง ๆ เราต้องทำให้ผิวเราแข็งแรงก่อน ก่อนที่เราจะไปสู้รบกับทั้งหมดพวกนี้เพราะนี่มันเป็นงานของเรา เราเลือกไม่ได้ แล้วอากาศเมืองไทยเราเลือกไม่ได้ จะหวังว่าเขาจะยกกองไปถ่ายที่เมืองนอกตลอดเป็นไปไม่ได้ พอเข้าเลข 4 เรื่องความแพ้ก็อาจจะไม่ใช่ประเด็นมากแล้วใช่ไหม ?คริส หอวัง : พอหลังจากตอนนั้นกลุ้มใจเพราะว่าสุดท้ายหน้ามันแพ้ แต่พรุ่งนี้เรายกเลิกงานไม่ได้ เพียงเพราะว่าหน้าคุณแพ้เหรอ คุณจะบอกให้คน 100 คนในกองโฆษณายกเลิกเหรอ ลูกค้าเสียหาย เราก็ทำไม่ได้ เราก็ต้องเอาหน้าที่เราไม่มั่นใจไปทำงาน แล้วก็ทำให้มันเหมือนเรามั่นใจ เพราะว่าลูกค้าทุกคนเขาก็คาดหวังให้เราไปแล้วก็ว้าวอะไรอย่างนี้ อันนั้นเป็นบทเรียนของคริสที่ทำให้เรียนรู้ว่าต้องทำให้ผิวของเรามันแข็งแรงก่อน มีริ้วรอยไหม ?คริส หอวัง : มีริ้วรอยมีอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่องริ้วรอยมันก็ได้ถูกรักษามาหลาย ๆ วิธี ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราลองหลาย ๆ แบบ แล้วอันไหนเห็นผลเราก็เก็บไว้บนเคาน์เตอร์ของเรา มันก็จะอยู่กับเราตลอด ถ้าเกิดว่าไปหาหมอคลินิกอะไรแบบนี้ คริสก็ไปตามปกติเหมือนทุกคนนั่นแหละแต่ว่าคริสไม่ได้ทำเยอะ จะทำแบบธรรมชาติเนื่องจากว่าอันนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากดูดี แต่คริสเชื่อว่าทุกคนถ้าเห็นคริสจากเหมยลี่แล้วที่แต่งหน้าแบบ 0 เลย คือเหมยลี่นี่คือ 0 จริง ๆ เขาก็คงจะยอมรับเราได้ ทุกวันนี้คริสออกไปข้างนอกแล้วไม่แต่งหน้า บางทีก็รู้สึกว่าหรือฉันต้องทาลิปนิดหนึ่งไหม หรือฉันต้องแต่งหน้านิดหนึ่ง แต่บางทีก็คิดว่าขี้เกียจ ไม่แต่งหน้าก็คือรอด ?คริส หอวัง : แต่งก็ดีกว่าเหมือนทุกคน แต่งมันก็ดีกว่าเราก็มั่นใจกว่า เราก็เหมือนผู้หญิงทุกคนแหละแต่ว่าบางวันมันขี้เกียจจริง ๆ เช่น ไปซูปเปอร์มาร์เก็ตหรืออะไรใด ๆ อะไรอย่างนี้ พี่เป็นคนแบบขี้เกียจ ไม่กินน้ำตาลมาเป็น 10 ปีแล้ว ?คริส หอวัง : อันนี้เป็นเรื่องบังเอิญที่โชคดีเหมือนกัน คือตั้งแต่เด็ก ๆ เรื่องอาหารมันก็เป็นเรื่องสำคัญ อยากให้แชร์มุมมองของ longevity ให้ฟังหน่อยว่ามีมุมมองยังไง ?คริส หอวัง : จริง ๆ ก็ไม่ได้เก่งหรอกนะ แต่ว่าก็เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กับทุกคน คริสถามคำหนึ่งกับ Longevity เราอยากมีอายุยืนยาวไปเพื่ออะไร คือเราก็ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่าเราอยากอยู่บนโลกนี้นาน ๆ เพราะว่าเราอยากมีสุขภาพที่แข็งแรง อยากอยู่กับครอบครัวเราไปนาน ๆ อยากอยู่กับหมาเรา อยากอยู่กับแฟนเรา ตอนเราอยู่เราอยากสวยไหม เราอยู่ไปนาน ๆ ก็ไม่อยากป่วย คำตอบพวกนี้มันคือคำตอบที่ทำให้เราไปสู่ longevity ในแบบของเรา เช่น คริสบอกว่าคำตอบของคริสคืออยากอยู่ไปนาน ๆ แบบสุขภาพดี แปลว่าเราก็ต้องมานั่งเชื่อพวกนี้ที่มันบอกเราว่าคุณควรออกกำลังกายนะ คุณควรนอนให้พอนะ วันนี้กินน้ำหรือยัง คุณกินน้ำครบถึงลิตรครึ่งหรือยังวันนี้อะไรอย่างนี้ คุณทำ breathwork หรือยัง ได้ลองทำ meditation บ้างหน่อยไหม คือเครื่องพวกนี้คริสว่ามันเป็นเครื่องที่ช่วยเตือนเรา เราจะทำหรือไม่ทำมันไม่รู้หรอก เราก็ป้อนข้อมูลไปว่าทำแล้ว เราจะหลอกมันแต่ว่าเราซื่อสัตย์กับตัวเองเพื่อ longevity ของเรามากแค่ไหน ถ้าเราทำมันก็ดีกับเรา อาหารก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ถ้าเกิดว่าเราอยากหุ่นดี สวย ออกกำลังกาย กินอาหารที่ดีมันก็ช่วยส่งเสริม มันอาจจะไม่เห็นวันนี้พรุ่งนี้นะ เดี๋ยวอีก 10 ปีมาวัดกัน มันไม่มีอะไรที่เป็นยาวิเศษเหมือนในเมทริกซ์ Red Pill Blue Pill มันไม่มี เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม จะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าผิวกายหรือแม้กระทั่งไปหาหมอ หรือการออกกำลังกายก็ตาม มันไม่เห็นผลพรุ่งนี้นะ แต่อีก 10 ปีมาวัดกัน เราอยู่ถึงอยู่แล้ว เพราะว่าพยายามทำทุกอย่างเพื่อ longevity เพราะฉะนั้น 10 ปีเราอยู่ถึงอยู่แล้ว ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าเวลาเราคุยกับคนอื่น มันก็จะมีบทสนทนาว่าไปลากเพื่อนคนนี้มาออกกำลังกายสิ มันดูห่อเหี่ยว มันดูไม่สดชื่นเลย กับอีกคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในห้องแล้วเขาดูสุขภาพดี เขาดูออกกำลังกาย เขาดูฟิตอย่างนี้ เขาก็จะดูหล่อสวยขึ้นมา ฉะนั้นคือนั่นแปลว่าเวลาคุณสะสมพลังของการออกกำลังกาย หรือการทำอะไรก็ตามที่ทุกคนบอกว่าสุขภาพดีทำไปเถอะ เพราะเดี๋ยววันหนึ่งมัน shine ออกมา มายืนคู่กันกับคนที่กินเหล้าทุกวัน เมาทุกวัน นอนไม่พอ กับคนที่ออกกำลังกายทุกวันทุกเช้าอย่างนี้มายืนเทียบกัน มันเห็นจริง ๆ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเหมือนกัน มันมีหลายคำมากเลยแต่มันมีคำหนึ่งที่มันโดนใจคริสมาก คิดยังไงกับคำว่า Beauty Longevity เวลามีใครมาชมคือมันเป็นเหมือนกำลังใจในการ boost เติมเหรียญให้กับสิ่งที่เราทำ Beauty Longevity หรือว่าการออกกำลังกายหรือการกินอะไร เวลามีคนมาชมว่าช่วงนี้ไปทำอะไรมาผิวดูเปล่งปลั่ง เธอดูสดชื่นมากเลยเหมือนเติมพลังนะ ถ้าเกิดอธิบายเหมือนแบบว่าเวลาคนกำลังไดเอทอยู่ แล้วอยู่ดี ๆ เพื่อนมาบอกว่าผอมลงหรือเปล่า มีกำลังใจเราทำต่อ การลงทุนที่ดีที่สุดคืออะไร ?คริส หอวัง : การลงทุนที่ดีที่สุดเหรอ หมายถึงกับตัวเองใช่ไหม ของคิมคืออะไรคิมเบอร์ลี่ : คิมว่าการรักษาสิ่งที่เราทำได้นี่แหละ ก็คือเรื่องออกกำลังกลายเป็นหลักแล้วก็การนอน คิมว่าการที่เรานอนเยอะ ๆ ก็เป็นการลงทุนที่ดีใน Longevity ข้างหน้าด้วยคริส หอวัง : คริสคล้าย ๆ คิมเหมือนกัน เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันคงต้องกลับมาที่การลงทุนกับตัวเรา แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของเราตอนนี้คือเรื่องมีความสุข แต่เราก็ต้องแจงมาอีกเรื่องมีความสุขของเรามันต้องใช้อะไรบ้าง เงินเหรอ เวลาไหม ได้กินอาหารอร่อยไหม ความรักจากคนรอบข้าง จากครอบครัว กับแฟน กับสัตว์เลี้ยง กับลูก กับอะไร เราต้องการอะไร ความสุขของทุกคนมันไม่เหมือนกัน แต่ความสุขของคริสตอนนี้คือเวลา เวลาที่คริสเลือกสามารถจะทำอะไรก็ได้ คือทำงานมาเยอะมากแล้ว ทำงานมาหนักมาก เราเคยอดหลับอดนอน ถ่ายนั่นถ่ายนี่เราเคยทำมาหมดแล้ว ในอายุนี้ของคริส ความสุขของอันดับ 1 คือเมื่อจะได้มาด้วยความสุข เวลาเป็นตัวบวกสำคัญในการจะเท่ากับความสุข เวลาบวกกับจุด ๆ อะไรก็แล้วแต่เท่ากับความสุข แต่มันต้องมีเวลาก่อนไง เช่น จุด ๆ วันนี้อาจจะเป็นเรื่องของรักตัวเองในการออกกำลังกาย พรุ่งนี้อาจจะเป็นเรื่องฉันได้ไปนั่งเฮฮากับเพื่อน ในร้านอาหารที่ฉันอยากไปกินด้วย อีกวันหนึ่งอาจจะเป็นฉันต้องการทะเล ทุกอย่างของคริสมันกลายเป็นว่ามันต้องมีเวลาอยู่ในสมการนั้นเพื่อที่จะเท่ากับความสุข คำตอบของคริสก็คือเวลา เวลาเป็นสิ่งที่ลงทุนที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวคริส อาชีพเรามันเป็นเรื่องของเราเอาชีวิตเราไปให้คนอื่น เราไม่สามารถบอกเวลาเริ่มที่แน่นอน บอกเวลาจบที่แน่นอน ถ้าเรามาไม่ตรงเวลากลายเป็นคนไม่น่ารัก เราขอไปก่อนเราเป็นคนไม่น่ารัก จะทำตามใจตัวเองบอก หนูไม่ใส่ค่ะอันนี้ เรากลายเป็นคนไม่น่ารัก เราไม่ทำตามสิ่งที่เขาบอกว่าละครมันมาแบบนี้เราต้องอยู่ในคาแรคเตอร์แบบนี้ เราอึดอัดที่จะอยากทำหรือไม่อยากทำ เราก็ต้องทำเพื่อที่จะให้งานมันดีที่สุด เพราะเราไม่อยากเป็นคนไม่น่ารัก เพราะฉะนั้นสุดท้ายเหมือนเวลามันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ สำหรับคริสในการแบบวันนี้ตื่นมาเราอยากทำอะไรเพื่อตัวเอง เราอยากจะไม่ทำอะไรเลยแล้วก็นอนดูซีรีส์ ชโลมตัวเองชโลมทุกอย่าง ผิว หน้า ผมอะไรอย่างนี้ คือเราอยากจะ take care ตัวเอง เรียกหมอนวดมานวด วันนี้อยากไปทำเล็บคือมันเป็นเวลาของเรา จะมีความสุขมาก จุดเริ่มต้นที่ทำให้เริ่มปรับโฟกัสในการดูแลตัวเองคืออะไร ?คริส หอวัง : ก็ตอนเด็ก ๆ มันเละเทะมาก ๆ แล้วพอเราทำอาชีพนี้สิ่งหนึ่งที่เราต้องนำเสนอคือเราต้องไปแบบพร้อม เราก็ไม่อยากจะให้ใครรู้สึกว่าเรียกคุณคริส หอวังมาแล้วหน้าไม่พร้อมเลยสักอย่าง แบบผดก็ขึ้นทุกอย่างก็ขึ้น เราก็เลยเริ่มปรับโฟกัสในการมาดูแลผิวของตัวเองอย่างจริงจัง การดูแลผิวของคริสก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น เราก็เริ่มจากส่องกระจกนั่นแหละ ดูว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร ตรงนี้มันมีริ้วรอย ผิวเราทำไมมันดูไม่อิ่มฟู นอนตื่นมาเรารู้สึกสดชื่นแต่ผิวมันก็ยังหมองคล้ำอยู่อย่างนี้ เราก็ปรับโฟกัสมาดูในส่วนที่เรามีปัญหาก่อน แล้วหลังจากนั้นผิวพี่ก็เริ่มแข็งแรงขึ้น ๆ ผดมันก็เริ่มหายไป สุดท้ายผลิตภัณฑ์ที่เราเจอกว่ามันจะเจอนะเราก็ลองไปเยอะเหมือนกัน แต่พอเจอเราก็จะวางเขาไว้ที่เคาน์เตอร์แล้วเก็จะอยู่ตลอดไป เสร็จแล้วก็จะสวดมนต์ต่อว่าอย่าเลิกผลิตนะคะ ขอร้องอย่าเลิกผลิตนะคะ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะย้อนกลับไปแก้อะไร ?คริส หอวัง : เด็กสมัยนี้นะโชคดีมากเพราะว่ามีนวัตกรรมที่เขาคิดค้นขึ้นมาใหม่เยอะแยะไปหมด มีเทคนิคของคุณหมอสำหรับใครที่ชอบเข้าคลินิกก็รู้อยู่แล้วนะว่ามีอะไรบ้าง มีวิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้สุขภาพเราดี แข็งแรง หน้าเปล่งปลั่งจากการออกกำลังกายหรืออะไรก็แล้วแต่ การกินอาหารอย่างนี้ ถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะทำแบบวันนี้ตั้งแต่ตอนคริส 22 มันจะดีกว่านี้อีกเพราะที่ทำอยู่ทุกวันนี้คือการรักษา แต่คริสไม่ได้สนใจนะ คริสแค่อยากสวยแบบตามวัยของคริสไม่ได้อยากจะกลับไปหน้าเหมือน 22 มันต้องตึงขนาดนั้น เราอยากธรรมชาติ เพราะฉะนั้นถ้าใครดูอยู่ น้องมีโอกาสที่จะได้ดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ ทำเลยไม่ต้องรอ มีวิธีหรือคำแนะนำให้สาว ๆ ในวัย 30 ไหม ?คริส หอวัง : คำแนะนำให้กับทุกคนดีกว่าค่ะ แต่ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่คริสสะท้อนออกมาจากตัวคริส ใครทำได้ก็ทำใครรู้สึกว่ามันไม่ใช่สำหรับตัวเองก็ไม่เป็นไร สำหรับคริสรู้สึกว่านอกเหนือจากความรู้ต่าง ๆ ที่มากมายที่มีให้เราได้เสพแล้ว ได้ใช้แล้ว ได้เอามาใช้ประโยชน์กับตัวเราแล้ว ออกกำลังกาย กินน้ำ กินอาหารที่ดี ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีอะไรต่าง ๆ ควบคู่กันไป สิ่งหนึ่งที่มันสำคัญมากเลยคือเรื่องของความคิด คือถ้าความคิดดี เรามีความสุข เราไม่เครียด คริสว่าอันนี้มันส่งผลทุก ๆ อย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นการเปล่งปลั่งของผิว ไม่ปวดหัว ไม่ปวดท้อง ไม่เมื่อย ไม่นอนแล้วเครียด คือความเครียดเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ถ้าเราสามารถทำความคิดของเราให้ดีคาดหวังจากโลกภายนอก จากคนอื่นให้ได้น้อยลง มันจะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะมาก สามารถติดตาม "Kims Mirror" ได้ที่ช่องทาง Facebook: Alive Dot, Youtube : Alive Dot และรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่ สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot, IG : alivedotlife, TikTok : alivedotlife
ข่าวบันเทิง • 27 ก.พ. 69
ดู
ถึงเป็นแค่นักฆ่า แต่ดูยังไงข้าก็เทพกว่าผู้กล้าซะอีก
ทรูวิชั่นส์ • 6 ต.ค. 68
อ่าน
“แมน ภิสิทธิ์พงษ์” ลั่น! “ผมคือผู้เสียหายเช่นกัน” หลังคอมเมนต์ถล่มจะไม่ฟังเพลงอีก
แมน ภิสิทธิ์พงษ์ ลั่น! ผมคือผู้เสียหายเช่นกัน หลังคอมเมนต์ถล่มจะไม่ฟังเพลงอีก กลายเป็นดราม่าขึ้นมาทันทีหลังจากนักร้องลูกทุ่งหมอลำสาว แอน อรดี ออกมาโพสต์ข้อความว่าเสียใจและเจ็บสุด หลังค่ายเพลงดังปล่อยข่าวเพื่อโปรโมทเพลงและไม่ได้แจ้งนักร้องสาวจนบานปลาย ล่าสุดฝั่งนักร้องชาย แมน ภิสิทธิ์พงษ์ ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียล ท่ามกลางกระแสคอมเมนต์จากแฟนคลับบางส่วนที่ประ กาศจะไม่เปิดฟังเพลงของค่ายนี้อีก โดย อ้ายแมน ระบุข้อความว่า #ผมคือผู้เสียหายเช่นกัน และครั้งนี้กระทบผลงาน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือผมเคารพทุกอารมณ์ และความรู้สึกของแฟนคลับทุกๆ ท่าน ผมคือศิลปินในค่าย แต่ไม่ใช่คนทำข่าว แต่ผมเป็นคนในข่าว โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นหลังทีมโปรโมทเพลงใหม่ออกมาขอโทษ แอน อรดี และ อ้ายแมน โดยยอมรับว่ามีการสื่อสารคลาดเคลื่อน ก่อนหน้านี้มีแฟนคลับบางส่วนแสดงความไม่พอใจ ต่อมามีการชี้แจงว่า ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการโปรโมทเพลง ศีลเสมอกัน เวอร์ชั่น แอน อรดี และ แมน ภิสิทธิ์พงษ์ ของทางค่ายเท่านั้น โดยทั้งคู่ไม่ทราบรายละเอียดล่วงหน้า จนทำให้เรื่องราวบานปลายและส่งผลกระทบต่อทั้งผลงานและความรู้สึกของศิลปิน
ดาราเดลี่บันเทิง • 17 ก.พ. 69
ดู
ชีวิตหมาต้องไม่หมา
ทรูวิชั่นส์ • 9 ก.พ. 69
อ่าน
ไม่จริงจังเลย!! บิ๊กอูนิโอนเผยปัดโอกาสเซ็นคว้าตัว 'สเตอร์ลิ่ง'
ฮอร์สท์เฮลด์ท ผู้อำนวยการฟุตบอลอาชีพชายของ อูนิโอน เบอร์ลิน กล่าวถึงข้อเสนอเซ็นสัญญากับ ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกชาวอังกฤษว่า มันดูไม่จริงจังเลย เราจึงไม่ได้ดำเนินการต่อ ฮอร์สท์เฮลด์ทผู้อำนวยการฟุตบอลอาชีพของอูนิโอน เบอร์ลิน กล่าวถึงการตอบสนองของสโมสรต่อข้อเสนอเซ็นสัญญากับ ราฮีม สเตอร์ลิง อดีตปีกของเชลซี ระบุว่า "บางครั้งคุณก็ต้องขยี้ตาเพื่อพิจารณาดูให้ดีๆ" "ในกรณีนี้ มันดูไม่จริงจังเอาเสียเลย เราจึงไม่ได้ดำเนินการในเรื่องนี้ต่อ" ฮอร์สท์เฮลด์ทกล่าว ปัจจุบัน ราฮีม สเตอร์ลิง ดาวเตะในวัย 31 ปี เพิ่งแยกทางกับ เชลซี และกลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา โดยผลงานในฤดูกาลนี้เขาทำไป 1 ประตู กับทำ 5 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 28 นัด ตลอดอาชีพค้าแข้งของ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงเล่นไปมากกว่า 600 นัด ทำประตูได้เกิน 120 ลูก และติดทีมชาติอังกฤษไปราว 80 นัด ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้
บุนเดสลีก้า • 3 ก.พ. 69
อ่าน
“บอย ภิษณุ” เห็นใจพระเอก หลังเจอข่าวลือ “ลูกที่เมียคลอดไม่ใช่ลูกตัวเอง” รับห่วงความรู้สึกเด็ก
บอย ภิษณุ เห็นใจพระเอก หลังเจอข่าวลือ ลูกที่เมียคลอดไม่ใช่ลูกตัวเอง รับห่วงความรู้สึกเด็ก เป็นอีกหนึ่งคุณพ่อที่มีชื่อถูกเดากับข่าวลือว่า... ดาราระดับพระ เอก เพิ่งรู้ลูกที่เมียคลอดไม่ใช่ลูกตัวเอง สำหรับ บอย ภิษณุ งานนี้เจ้าตัวรีบปฏิเสธพร้อมบอกว่าไม่ใช่แน่นอนเพราะทำเองรู้ตัว จริงๆ ตามข่าวอยู่บ้างแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่ถ้าบอกว่าเป็นผมอาจจะไม่ใช่เพราะดูหน้าลูกผมก่อนไม่ใช่ผมแน่นอน ก็สบายใจได้ เราก็ไม่รู้เนอะว่าเป็นใครของผมไม่ต้องตรวจทำเองผมรู้ ไม่จำเป็นต้องไปตรวจ DNA อะไรเลย แต่ผมรู้สึกว่า ดาราคนนั้นเขาอยากพูดหรือเปล่า เรื่องบางเรื่องเขาอาจจะอยากเก็บเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเปล่า แล้วพอเป็นข่าวมาคนก็ไปตามหากัน สุดท้ายหาเจอเขาจะรู้สึกยังไง นี่คือที่ผมรู้สึกนะ ผมรู้สึกแทนพระเอกคนนั้นว่าถ้าเรารู้ว่าวันหนึ่งลูกของเราที่คิดว่าเป็นลูกของเราไม่ใช่ลูกของเราจะรู้สึกยังไง คงอายมั้ยหรือเสียใจ เขาไม่ได้อยากบอกใครมั้ย เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปบอกคนอื่น เราแค่ห่วงความรู้สึกของคนๆ นั้นเท่านั้นเอง ว่าถ้าเป็นเราจะยังไง เราก็คงไม่ได้อยากให้ใครรู้มั้ง น่าจะดีที่สุดนะ ห่วงความรู้สึกเด็ก มันจะอยู่อย่างนี้ไปตลอด แล้ววันหนึ่งที่เด็กคนนั้นเติบโตขึ้นมา เขาจะรู้สึกยังไง ผมว่าสิ่งนี้สำคัญกว่าที่เราจะมาค้นหาว่า พระเอกคนนั้นเป็นใคร ถ้ามองหลายๆ มุมได้ มองหลายๆ มุมไว้ก็ดีเหมือนกัน ยุคนี้ทุกอย่างไวไปหมดเลย
ดาราเดลี่บันเทิง • 30 ม.ค. 69
อ่าน
เลิกงานไปดู “Send Help โปรดส่งใครมาช่วยฉันที” หนังระทึกที่อยากชวนพนักงานออฟฟิศไปดูด้วยกัน
งานหนักจนเครียด ต้องหาทางระบายSEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันทีภาพยนตร์ดาร์คคอเมดี้ ทริลเลอร์สั่นประสาท จาก20th Century Studiosผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับSam Raimiชวนไปปลดปล่อยแรงกดดันผ่านเสียงกรี๊ด กับเรื่องราวที่สะท้อนความจริงและภาพในหัวของเหล่าOffice Workerที่ต้องเผชิญกับToxic Bossได้อย่างถึงใจ เตรียมไประทึกให้สะใจ29มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ หรือถ้าเย็นนี้เลิกงานแล้วอยากกระตุ้นอะดรีนาลีนให้ใจเต้นแรง ไปดูก่อน ระทึกก่อน กับรอบพิเศษSneak Previewหลัง1ทุ่มเป็นต้นไป เช็คสาขาที่เข้าร่วมได้ในเว็บไซต์โรงภาพยนตร์ ถ้าต้องเจอToxic Bossในที่ทำงาน นี่คือภาพยนตร์ที่สะท้อนโครงสร้างองค์กรในระบบปิตาธิปไตย ที่ผู้หญิงคนหนึ่งถูกเอาเปรียบโดยระบบชายเป็นใหญ่ในที่ทำงาน ถูกกดทับด้วยโครงสร้างองค์กร และต้องเผชิญกับหัวหน้าที่ร้ายกาจแบบสุด ๆ ปฏิบัติต่อเธออย่างไม่ยุติธรรม จนทำให้เธอไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ ทั้งที่มีศักยภาพเพียงพอ ถ้าทุกวันนี้คุณต้องเจอกับหัวหน้าตัวร้าย การไปดูเรื่องราวของตัวเอกในSEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันทีอาจทำให้รู้สึกว่าบอสเรายังไม่ร้ายเท่าบอสเธอและแอบสะใจไปกับการเอาคืนที่สร้างความระทึกได้ถึงขีดสุด ถ้าคุณกำลังถูกมองข้าม ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงชีวิตของLinda Liddleผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และการวางแผนในบริษัทที่ปรึกษา เธอมีความสามารถโดดเด่นแต่กลับไม่ได้รับการเห็นคุณค่าอย่างที่ควรจะเป็น จนพบว่าตัวเองถูกมองข้ามจากการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองประธาน ทั้งที่สมควรได้รับ แถมเพื่อนร่วมงานยังเอาเปรียบและดูแคลนเธอแบบซึ่ง ๆหน้า Linda Liddleคือคนที่ทุกคนรู้จักในออฟฟิศ และไม่ว่าใครก็ต้องเคยเป็นLindaในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ที่ทำงานหนัก แต่กลับถูกมองข้าม ถึงเวลาแล้วที่ความยุติธรรมจะเกิดขึ้น อย่างน้อย ๆ ก็ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไปดูตัวละครที่สะท้อนตัวเรา แล้วให้Lindaเป็นตัวแทนทวงความยุติธรรมในSEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันที ถ้าอยากพลิกบทบาทในชีวิตจริง SEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันทีเป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์เชิงจิตวิทยา โดดเด่นในการเล่าเรื่องที่เต็มไปด้วยจุดหักมุมและสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียด เมื่อLinda Liddle (รับบทโดยRachel McAdams)พนักงานที่ถูกมองข้ามและไม่เห็นคุณค่าอย่างที่ควรจะเป็น และBradley Preston (รับบทโดยDylan OBrien)หัวหน้าคนใหม่ผู้หยิ่งผยองและดูแคลนคนอื่น พบว่าพวกเขาต้องมาติดเกาะอยู่ด้วยกันแค่สองคน แทนที่จะร่วมมือเพื่อเอาชีวิตรอดอย่างที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นการห้ำหั่นทางจิตใจและไหวพริบ จนเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจอย่างไม่คาดคิด และกลายเป็นความระทึกที่ปั่นประสาทแบบสุด ๆ งานนี้บอกเลยว่าทั้งตึงเครียดและชวนขำแบบดาร์ค ๆ แถมด้วยความสะใจสำหรับใครหลายคนที่อยากพลิกบทบาทในชีวิตจริง แต่ทำได้แค่ในหัว SEND HELPโปรดส่งใครมาช่วยฉันทีไม่เพียงได้Rachel McAdamsมารับบทเป็นพนักงานที่เคยถูกกดขี่ในออฟฟิศ และDylan O'Brienรับบทหัวหน้าตัวร้าย ยังพูดถึงประเทศไทย มีฉากถ่ายทำในเมืองไทย และมีนักแสดงไทยร่วมแสดงด้วย29มกราคมนี้ เตรียมพบกับความสั่นประสาท แฝงความขำแบบดาร์ค ๆ ของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ หรือถ้าอดใจไม่ไหว ซื้อตั๋วไปกรี๊ดกับรอบพิเศษSneak Previewได้แล้ววันนี้ หลัง1ทุ่มเป็นต้นไป เช็คสาขาที่เข้าร่วมได้ในเว็บไซต์โรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 28 ม.ค. 69
อ่าน
"ไนกี้ นิธิดล" เผยชีวิตรักไม่เคยสมหวัง ลั่นเปิดใจคู่ชีวิตไม่จำกัดเพศขอแค่เข้าใจกัน
เป็นหนึ่งในพระเอกในวงการบันเทิงไทยที่มีความสามารถรอบด้านการแสดง สำหรับหนุ่ม "ไนกี้ นิธิดล ป้อมสุวรรณ" ล่าสุดมาออกรายการวิดีโอพอดแคสต์ "โสดโซไซตี้ (Single Society)" ซีซัน 2 ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment เปิดใจถึงความผิดหวังในความรัก จนเป็นปม แถมเคยช็อกกลายเป็นชู้กับแฟนตัวเอง เมื่อมีคนรับสายบอกว่าเป็นสามีของแฟน พร้อมบอกชีวิตตอนนี้ไร้สเปก ไม่จำกัดเพศ และเปิดมุมมองความรักกว้างขึ้น ไม่ได้มองเรื่องบนเตียงอย่างเดียว แต่ถ้ามีใครสักคนเข้าคุยกันแล้วสบายใจก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า "ไนกี้ นิธิดล" เผยชีวิตรักไม่เคยสมหวัง โสดจริงเหรอไนกี้ ?ไนกี้ นิธิดล : โสดจริง ๆ ครับ เป็นคนที่ผิดหวังกับความรักมาก่อน เป็นคนที่ไม่มีดวงเรื่องความรักมั้งครับ เลยใช้คำนี้มาตลอด โสดมาเกือบ 10 ปี โสดแบบไหน ?ไนกี้ นิธิดล : โสดแบบมีคนคุย เราไม่เคยเปิดตัว คือคุยมาตลอด แต่บางครั้งมันเกิดขึ้นไวมาก แล้วก็ไปไวมาก เราก็เลยไม่เคยออกมาบอกเลยว่า เราคบใครอะไรกับใคร เพราะรู้สึกว่า ถ้าเราไม่มั่นใจ เราไม่กล้าบอกกับใครว่า เราแบบฉันมีแบบนี้แล้วนะ มันอายครับพี่เอ๊ะ รู้สึกอาย คนคุยเขาไม่ถามหาความชัดเจน ?ไนกี้ นิธิดล : คือทุกคนที่เข้ามา เขาเข้าใจเราว่า เราโสดแบบนี้ ชอบที่เหมือนจะหาเพื่อนคุยครับ ถ้ามันไปกันได้ เข้าใจกันได้ก็คุยกันแบบนี้มากกว่า ทุกคนเข้ามาจะเข้าใจในมุมของไนกี้ว่า เราพูดตรง ๆ กับเขาว่า ผมไม่ได้อยากแต่งาน และไม่ได้อยากมีครอบครัว สบายใจที่เป็นแบบนี้ ที่บอกว่าความรักไม่สมหวัง เจอแบบไหน ?ไนกี้ นิธิดล : ผมเจอเขามีคนอื่น เพราะเราทำงาน เราตั้งใจทำงาน และรักแท้อยู่ฝ่ายเดียว ทุ่มให้เขาทุกอย่าง พอวันนึงเจอสภาวะแบบนั้น เราก็ช็อกว่า เรารักผู้หญิงคนนึงมาก พร้อมที่จะทุ่มทุกอย่างให้เขา แต่สุดท้ายแค่เราทำงานไม่มีเวลาให้ เหตุผลเรื่องของเวลา ไม่มีเวลาให้ แล้วไม่รู้ว่าคบกับเราทำอาชีพแบบนี้ ไม่มั่นคง ร้องไห้เลย แย่เลย เข้าใจเลยว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม และเจ็บปวดแบบนี้เลยเหรอ มันไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่า เรารักกันจะอยู่ด้วยกันไปตลอด หรือเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนได้จริง ๆ ก็ใช้ธรรมะเยียวยาจิตใจ มันก็เป็นแบบนี้เนอะ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มันก็มีแบบนี้แหละ แต่พอเริ่มทำใจได้ พอมันเจออีก (2 คนติด) ก็รู้สึก โอเค เราเข้าใจกับตัวเองว่า โอเค ชีวิตกูต้องมาแบบนี้แล้วแหละ คงไม่มีความรักที่ดีงาม หรือควารักที่สวยหรูแล้วแหละ อยู่แบบนี้แหละ ช่างมันเถอะ มีประชดตัวเองบ้างไหม ?ไนกี้ นิธิดล : เหมือนในเอ็มวีเลย อยู่คนเดียว โมโห ต่อยกำแพง (หัวเราะ) มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา หลังจากนั้นก็ไม่เชื่อมั่นในความรัก ฯลฯ ไปจับได้ไง ?ไนกี้ นิธิดล : คนแรกจับได้ ก็เพราะโทรศัพท์ไป ก็เลยจับได้ เลยรู้ว่า อีกฝ่ายนึง ผู้ชายเขารับสายพอดี เขารู้ไหมว่าผู้หญิงคนนี้คุยกับเรา ?ไนกี้ นิธิดล : ไม่รู้ครับ แต่เขาก็บอกเราเลยว่า เขาคือผัวของผู้หญิงคนนี้ (หัวเราะ) หน้าชาเลย แล้วเขาก็คบผมอยู่ ไม่บอกเป็นเพื่อนด้วย เป็นผัวเลย คนที่สองจับได้ เพราะพี่สาวไปเที่ยวที่นึง และเห็นคนนี้ เลยมาบอกเรา และเขาใส่เสื้อคู่ ถ้าวันที่เรามีปัญหาเราปรึกษาใคร ?ไนกี้ นิธิดล : เข้าวัดครับ ต้องบอกว่าไนกี้ ไม่ได้มีแค่ผู้หญิง หลายเพศก็เข้ามา เราลื่นไหลทางเพศไหม เราจำกัดไหม ต้องเพศไหน ?ไนกี้ นิธิดล : ไม่ได้จำกัดครับ พอเราโตขึ้น แต่ก่อนพอคนถามว่าชอบแบบไหน คนแบบไหนก็จะตอบว่า ชอบคนผมยาว หมวย ๆ ขาว ๆ เราจะมีสเปกสมัยเด็ก ๆ พอโตมาเข้าใจเลยว่า การที่เราตั้งสเปกไว้ คือหายากมาก กลายเป็นว่า เราไม่ตั้งสเปกแหละ เราสามารถจะคบหรือคุยกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้ชาย ผู้หญิง เรารู้สึกว่า เราเข้ามาเป็นเพื่อนกัน เราเข้ามาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เราไม่รู้ว่า เราจะชอบแบบไหน ตอนนี้เราปิดมากขึ้น ตอนนี้เราเลือกแบบมีสเปก ขอแค่เป็นคนที่เหมือนใช่ คุยแล้วใช่ ?ไนกี้ นิธิดล : ใช่ เหมือนเพื่อนก็ได้นะ ไม่ต้องมีอะไรกันก็ได้นะ คุยแล้ว ถ้าเราสบายใจ เราพร้อมที่จะเปิดกว้างมากขึ้น ไม่ได้มองเรื่องบนเตียงอย่างเดียว แต่เรามองว่า วันนี้ ถ้ามีใครสักคน เราคุยกันแล้วเข้าใจ มันดีนะ แฟน ๆ และเหล่าคนโสดทั้งหลาย สามารถรับชมรายการ "โสดโซไซตี้ (Single Society)" ซีซัน 2 ทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ทางยูทูบช่อง KRP Entertainment และทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ Official : KRP Entertainment แฟน ๆ สามารถติดตาม ย้อนหลังได้ที่นี่ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ดาราคนดังมากันเพียบ! งานวิ่งการกุศล "ซุปตาร์รัน 2025"
ข่าวบันเทิง • 27 ม.ค. 69
อ่าน
ทีมผู้สร้างเผยทำไม “แนนโน๊ะ” คนใหม่ต้องเป็น “เบ็คกี้ รีเบคก้า”
ทีมผู้สร้างเผยทำไม แนนโน๊ะ คนใหม่ต้องเป็น เบ็คกี้ รีเบคก้า กระหึ่มเป็นไวรัลกระแสมาแรงสุดๆ หลังจากมีเปิดตัว แนนโน๊ะ คนใหม่อย่างเป็นทางการในGirl from Nowhere the Reset หรือ เด็กใหม่ The Reset โดยได้ เบ็คกี้ อาร์มสตรอง มารับบทบาทสุดท้าทาย เป็น แนนโน๊ะ ร่างใหม่ยืนยันว่าซีซั่นนี้ไม่ใช่ภาคต่อ! แถมล่าสุดข้อมูลจาก โกดังหนัง มีการเปิดเผยจากทีมผู้สร้าง แนนโน๊ะ พูดถึงการคัดเลือก น้องเบคกี้ รีเบคก้า มารับบท แนนโน๊ะคนใหม่ว่า จริงๆ เราทำแคสกันหลายรอบมาก แต่ตอนที่พี่ต่ายแคสติ้ง (พี่ต่าย ปทิตตา Casting Director ที่ช่วยเราหาแนนโน๊ะตั้งแต่ซีซั่นแรก) ส่งแคส เบ็คกี้ มาให้ดู เบ็คกี้เป็นคนเดียวที่ไม่พยายามเป็นแนนโน๊ะ แต่ตีความแนนโน๊ะ จากข้างในของตัวเองเรารู้สึกเลยว่านี่คือแนนโน๊ะที่เราอยากเห็น แนนโน๊ะอีกรสชาตินึงที่แตกต่างจากซีซั่นก่อนๆ ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นไปอย่างที่คิด คือเบ็คกี้เป็นแนนโน๊ะที่สดใหม่มากๆ เชื่อว่าแฟนๆ ไม่ผิดหวังแน่นอนและห้ามพลาด เด็กใหม่ The Reset เตรียมพิพากษาคนชั่ว 7 มีนาคมนี้ เวลา 20.30 น.ทางช่องวัน และดูได้ Netflix
ดาราเดลี่บันเทิง • 21 ม.ค. 69
ดูเพิ่มเติม