รีเซต

ผลการค้นหา “Not Me” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อีจองแจ ประกบคู่ อิมจียอน ในซีรีส์เกาหลีรอมคอมเรื่องใหม่ "Nice To Not Meet You ยินดีที่ไม่รู้จัก"
อ่าน

อีจองแจ ประกบคู่ อิมจียอน ในซีรีส์เกาหลีรอมคอมเรื่องใหม่ "Nice To Not Meet You ยินดีที่ไม่รู้จัก"

Prime Videoประกาศวันสตรีมซีรีส์เกาหลีโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่Nice to Not Meet Youนำแสดงโดยนักแสดงระดับโลก อีจองแจ (Squid Game, The Acolyte, Hunt)และนักแสดงหญิงมากฝีมือ อิมจียอน (The Glory, The Tale of Lady Ok, Lies Hidden in My Garden)ซีรีส์เรื่องนี้เตรียมสตรีมให้ได้รับชม เฉพาะที่Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ด้วยการผสานมุมมองเบื้องหลังของวงการบันเทิงเข้ากับเรื่องราวโรแมนติกสุดซาบซึ้งNice to Not Meet Youเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ระหว่าง อิมฮยอนจุน (อีจองแจ) นักแสดงที่มีภาพลักษณ์เดิมๆ และอยากเริ่มต้นใหม่ในบทแนวเมโลดราม่า และ วีจองชิน (อิมจียอน) นักข่าวสายการเมืองมากฝีมือที่ถูกย้ายอย่างกะทันหันมาทำข่าวบันเทิง จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าระหว่างสองคาแร็กเตอร์กลายเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ตรึงใจ เสียงหัวเราะ และเคมีความเข้ากันที่คาดไม่ถึง เตรียมสตรีมซีรีส์Nice to Not Meet Youตอนแรกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พร้อมรับชมตอนใหม่ทุกสัปดาห์ ในวันจันทร์และอังคาร เฉพาะที่ Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก หลังจากประสบความสำเร็จจากความนิยมอย่างล้มหลามทั่วโลกของซีรีส์Squid Gameครั้งนี้อีจองแจมารับบทฮยอนจุน นักแสดงฝีมือดีแต่ติดภาพลักษณ์จากบท คังพิลกู ตัวละครเอกขวัญใจผู้ชมจากซีรีส์นักสืบชื่อดังที่กำลังเดินหน้าสู่ซีซั่นที่ห้า แม้อาชีพการงานจะไปได้ดีแต่เขากลับใฝ่ฝันอยากหลุดพ้นจากภาพจำเดิมๆ และพิสูจน์ฝีมือในบทบาทที่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น อิมจียอนรับบทเป็นวีจองชินนักข่าวมากฝีมือผู้เคยคว้ารางวัลจากการรายงานข่าวการเมือง ก่อนจะถูกย้ายให้มาทำข่าวบันเทิงกะทันหัน ขณะกำลังทำข่าวสืบสวนคดีสำคัญ ทำให้เธอต้องปรับตัวในโลกที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้ามา ก่อนจะพบว่าตัวเองหลุดเข้ามาในวงโคจรของนักแสดงที่เธอไม่อยากแม้แต่จะเขียนข่าวถึง จากผลงานการกำกับโดย คิมการัม (Good Partner, Nevertheless)เขียนบทโดย จองยอรัง (Doctor Cha)เตรียมพบกับNice to Not Meet Youที่พร้อมเสิร์ฟทั้งความสดใส เสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และการเสียดสีวงการบันเทิง ห้ามพลาดโมเมนต์ชวนใจเต้นและหัวเราะไม่หยุดในNice to Not Meet Youวันที่ 3 พฤศจิกายน นี้ และสามารถรับชมตอนใหม่ได้ ทุกวันจันทร์และอังคาร เฉพาะที่Prime Videoเท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

อีจองแจ-อิมจียอน เตรียมจุดประกายรักในซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ "Nice to Not Meet You"
อ่าน

อีจองแจ-อิมจียอน เตรียมจุดประกายรักในซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ "Nice to Not Meet You"

Prime Videoเปิดตัวซีรีส์เกาหลีโรแมนติก-คอเมดี้เรื่องใหม่Nice to Not Meet Youนำแสดงโดยนักแสดงระดับโลก อีจองแจ (Squid Game, The Acolyte, Hunt)และนักแสดงหญิงมากฝีมือ อิมจียอน (The Glory, The Tale of Lady Ok, Lies Hidden in My Garden)ซีรีส์เรื่องนี้เตรียมสตรีมให้ได้รับชม เฉพาะที่Prime Videoประเทศไทยและกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ด้วยการผสานมุมมองเบื้องหลังของวงการบันเทิงเข้ากับเรื่องราวโรแมนติกสุดซาบซึ้งNice to Not Meet Youเล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ระหว่าง อิมฮยอนจุน (อีจองแจ) นักแสดงที่มีภาพลักษณ์เดิมๆ และอยากเริ่มต้นใหม่ในบทแนวเมโลดราม่า และ วีจองชิน (อิมจียอน) นักข่าวสายการเมืองมากฝีมือที่ถูกย้ายอย่างกะทันหันมาทำข่าวบันเทิง จุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าระหว่างสองคาแร็กเตอร์กลายเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ตรึงใจ เสียงหัวเราะ และเคมีความเข้ากันที่คาดไม่ถึง ในซีรีส์เรื่องนี้อีจองแจนักแสดงผู้ประสบความสำเร็จจากความนิยมอย่างล้มหลามทั่วโลกของซีรีส์Squid Gameมารับบทฮยอนจุน นักแสดงฝีมือดีแต่ติดภาพลักษณ์จากบท คังพิลกู ตัวละครเอกขวัญใจผู้ชมจากซีรีส์นักสืบชื่อดังที่กำลังเดินหน้าสู่ซีซั่นที่ห้า แม้อาชีพการงานจะไปได้ดีแต่เขากลับใฝ่ฝันอยากหลุดพ้นจากภาพจำเดิมๆ และพิสูจน์ฝีมือในบทบาทที่ได้แสดงอารมณ์ความรู้สึกลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น อิมจียอนรับบทเป็นวีจองชินนักข่าวมากฝีมือผู้เคยคว้ารางวัลจากการรายงานข่าวการเมือง ก่อนจะถูกย้ายให้มาทำข่าวบันเทิงกะทันหัน ขณะกำลังทำข่าวสืบสวนคดีสำคัญ ทำให้เธอต้องปรับตัวในโลกที่ไม่เคยคิดจะก้าวเข้ามา ก่อนจะพบว่าตัวเองหลุดเข้ามาในวงโคจรของนักแสดงที่เธอไม่อยากแม้แต่จะเขียนข่าวถึง จากผลงานการกำกับโดย คิมการัม (Good Partner, Nevertheless)เขียนบทโดย จองยอรัง (Doctor Cha)เตรียมพบกับNice to Not Meet Youที่พร้อมเสิร์ฟทั้งความสดใส เสียงหัวเราะ ความอบอุ่น และการเสียดสีวงการบันเทิง ห้ามพลาดโมเมนต์ชวนใจเต้นและหัวเราะไม่หยุดในNice to Not Meet Youเร็วๆ นี้ เฉพาะที่Prime Videoเท่านั้น

"j.rabbit" ปล่อยเพลงใหม่ "แค่ดี (it’s not me)" กับความสัมพันธ์ที่เป็นคนดีอย่างเดียวคงไม่พอ
อ่าน

"j.rabbit" ปล่อยเพลงใหม่ "แค่ดี (it’s not me)" กับความสัมพันธ์ที่เป็นคนดีอย่างเดียวคงไม่พอ

"j.rabbit" หรือ "เจสัน โสตางกูร" ศิลปินมากฝีมือจากค่ายเพลง MILK! BKK Music Label ที่มาพร้อมแนวเพลง Pop, Hip-hop กับ Lifestyle จัดจ้าน หลังจากปล่อยซิงเกิลเปิดตัวจังหวะสนุก ๆ กับเพลง "Loop" ไปแล้ว ครั้งนี้ "j.rabbit" กลับมาพร้อมเพลงใหม่ กับดนตรีที่น่าสนใจชวนติดตาม ในเพลง "แค่ดี (its not me)" เอาใจคนดีแต่ไม่เคยถูกรัก "แค่ดี (its not me)" ซิงเกิลที่สอง กับสตอรี่เพลงที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของการไม่ได้ถูกรักจากตัวตน แค่ชอบเพราะเป็นคนดี หน้าตาดี แต่ถ้าหากวันไหนที่เขาไม่รู้สึกตื่นเต้นกับรูปลักษณ์ภายนอกเหล่านั้นแล้ว ก็คงตกกระป๋อง เพราะเขาก็พร้อมจะไปจากเราเสมอ โดยการทำงานในเพลงนี้ เจสัน ได้ชวนเพื่อนซี้มากความสามารถ อย่าง "กานต์ YENTED" กับ "Urworld" มาช่วยโปรดิวซ์เช่นเคย ซึ่งกว่าจะมาเป็นเวอร์ชันที่ทุกคนได้ฟังกัน พวกเขาได้มีการเปลี่ยนแปลง และทดลองทำอะไรใหม่ ๆ กับเพลงนี้เยอะมาก เรียกว่าเหมือนได้ของเล่นใหม่ที่มีการผสมความเป็น Latin cuban ลงไปในตัวเพลง พร้อมกับใส่ sound effects ประหลาด ๆ กับ Layer ของเสียงร้อง รวมถึงเรื่องมู้ดโทนก็ได้ น้องศรณ์ มาช่วยเรื่อง keys และเป็น arranger คนสำคัญอีกคนของทีม ยังไงอยากให้มาปล่อยใจสนุกไปด้วยกันกับซิงเกิลใหม่ "แค่ดี (its not me)" หากใครที่กำลังเจอเรื่องราวแบบนี้ สามารถรับฟังและรับชมมิวสิกวิดีโอ เพลง "แค่ดี (its not me)" ของ "j.rabbit" ได้ที่นี่ และสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของ "j.rabbit" ผ่านทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.facebook.com/profile.php?id=61558911342152

“ปุยเมฆ นภสร” ถอนตัวจาก NotMeSeries แล้ว
อ่าน

“ปุยเมฆ นภสร” ถอนตัวจาก NotMeSeries แล้ว

ปุยเมฆ นภสร ถอนตัวจากNotMeSeries แล้ว ปุยเมฆ นภสร นักแสดงวัยรุ่นและว่าที่คุณหมอเผยในโซเชี่ยลของตนเองว่า ด้วยการแพร่ระบาดชองโควิด19 ทำให้คิวเปิดกล้องซีรีส์ เรื่อง NotMe เลื่อนซึ่งทำให้เธอไม่สามารถลงเล่นได้เหมือนที่วางไว้ โดยเธอโพสตว่า ปุยเมฆ ไม่ได้เล่น Not Me แล้วนะคะ เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้คิวเปิดกล้องเลื่อนมาจากกำหนดเดิมคือเดือนเมษา ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของเราไม่มีคิวที่ match กับการถ่ายซีรี่ย์ได้เพียงพอ จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวนักแสดง เรารู้สึกเสียดายมากๆ และขอโทษทุกคนที่ให้รอด้วยนะคะ : (#NotMeSeries จริงๆตั้งใจจะบอกนานแล้ว แต่ไม่รู้จะหาจังหวะไหนที่เหมาะสมมาบอก ช่วงนี้ซีรี่ย์ก็เริ่มเปิดกล้องแล้ว หลายๆคนเมนชั่นเรามาเยอะว่าไม่เห็นเราไปเลย เราก็รู้สึกเสียดายและเสียใจที่ทำให้ทุกคนต้องรอมาก ๆ เลยขออนุญาตมาบอกให้ทุกคนทราบพร้อมๆกันในวันนี้นะคะ

เอาที่ไหนมาพี่น้อง! ออฟ - กัน แฮปปี้! จับไมค์คู่ร้องเพลง เข้าข้างตัวเอง ประกอบซีรีส์  NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม
อ่าน

เอาที่ไหนมาพี่น้อง! ออฟ - กัน แฮปปี้! จับไมค์คู่ร้องเพลง เข้าข้างตัวเอง ประกอบซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม

ทำเอาแฟน ๆ ออกอาการกรี๊ดลั่นและฟินกันสุด ๆ ที่นอกจากจะได้ชมซีรีส์ของคู่จิ้นคู่ฮอต #ออฟกัน2 หนุ่ม ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ที่โคจรกลับมาแสดงร่วมกันแล้ว ยังได้ฟังเสียงเพราะๆ น่ารักสดใส จากทั้งคู่ที่จับไมค์ร้องเพลงประกอบซีรีส์คู่กันอีกด้วย กับ เพลง เข้าข้างตัวเอง ประกอบออริจินัลซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม จาก GMMTV ซึ่งในเพลง เข้าข้างตัวเอง ได้นักร้องนักแสดงคุณภาพ แกงส้ม ธนทัต ชัยอรรถ มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ ทั้งแต่งเนื้อร้องและทำนอง พร้อมดึงนักแสดงหนุ่ม โอบ โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์ มาร่วมแต่งเนื้อเพลงนี้ให้ด้วย ในสไตล์เพลง Synth Pop กับแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งงานนี้เรียกว่าโดนใจแฟน ๆ สุด ๆ และทันทีที่ปล่อย MV ก็โกยกระแสตอบรับอย่างล้นหลามเลยทีเดียว ทำให้ #เข้าข้างตัวเองMV ขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์ไทยทันที หลังจากปล่อยทีเซอร์ล่าสุดยอดวิวทะลุ 360,750 วิวไปแล้ว ออฟ - กัน เผยว่า "ก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ๆ ที่ได้มาร้องเพลง เข้าข้างตัวเอง ให้แฟน ๆ ทุกคนได้ฟังกัน ซึ่งเป็นเพลงที่พวกเราชอบตั้งแต่ฟังเดโม่เลย เป็นเพลงที่ฟังง่าย สบายๆ และเข้าใจได้ง่าย เพราะด้วยเนื้อหาของเพลงที่สื่อความหมายได้ตรงกับเนื้อเรื่องและคาแรคเตอร์ตัวแสดงในเรื่อง ถ่ายทอดความรู้สึกของ ไวท์ และ ฌอห์ณ ที่พวกเราเล่นได้ชัดเจนมากๆ โดยสื่อถึงความรู้สึกที่เราไม่มั่นใจว่าเค้าชอบเราหรือเปล่า แต่ก็ชอบแอบไปคิดเข้าข้างตัวเองตลอดว่าการกระทำของเค้าก็น่าจะรู้สึกเหมือนกันกับเรา ออฟ จุมพล กัน อรรถพันธ์ ซึ่งเพลงนี้พวกเราก็ตั้งใจกันมากๆ แม้ว่าจะมีเวลาไม่นานมากสำหรับการเตรียมตัวก็ตาม แต่ก็ได้ทุ่มเททั้งเรียนร้องและซ้อมร้องเพลงกันหนักมากๆ ซึ่งพวกเราโชคดีที่ได้ แกงส้ม-ธนทัต มาโปรดิวซ์เพลงนี้ให้ ทำให้วันที่เข้าห้องอัดใช้เวลาเร็วมากและราบรื่นสุดๆ แล้วตรงไหนที่เราร้องไม่ได้ก็ช่วยเราสองคนเต็มที่มากๆ นอกจากนี้พวกเรายังเซอร์ไพรส์สุดๆ ที่เพื่อนเรา โอบ-โอบนิธิ มาร่วมแต่งเนื้อร้องเพลงนี้ด้วย อีกทั้งวันที่ถ่ายเอ็มวีก็ได้ พี่เอ็กซ์ (ณัฐพงษ์ มงคลสวัสดิ์) ผู้กำกับฯ มาดูแลให้ ซึ่งเคยทำงานด้วยกันอยู่แล้ว ทุกอย่างก็เลยง่ายและราบรื่นมากๆ บรรยากาศการทำงานก็สนุกสนาน ยังไงพวกเราก็ขอฝากเพลง เข้าข้างตัวเอง มาฟังกันเยอะๆ นะครับ และฝากติดตามชมซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม ด้วยครับ" เนื้อเพลง เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) - ออฟกัน Ost.NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม เพลงใหม่2022 โดย แกงส้ม ได้โพสต์ถึงการทำงานเพลงนี้ผ่านอินสตาแกรมว่า kangsomks เป็นอีกเพลงที่ตอนแต่งเสร็จ รู้สึกเลยว่า อยากร้องเพลงนี้จัง ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าเสียดายเพลงนะครับ แต่แค่พอมาฟังในฐานะศิลปินรู้สึกว่าเพลงนี้มันเล่าความรู้สึกอะไรหลายๆอย่างได้ในทำนองและคำที่เรียบง่าย ตอนที่ @tumcial และ @gun_atthaphan มาอัดเสียงเพลงนี้ ผมประทับใจทั้งสองคนมากครับ คือทั้งคู่มีความเข้าใจตัวละครของตัวเองเป็นอย่างดีจริงๆ แล้วพอมันออกมาเป็นเสียงของสองคนอยู่ในเพลงเดียวกัน มันทำให้เพลงนี้ถูกเล่าออกมาได้อย่างสมบูรณ์จริงๆครับ ขอบคุณทั้งสองคนที่ตั้งใจ และที่สำคัญคือ ทั้งสองคนน่ารักมากจริงๆ ยินดีที่ได้ร่วมงานมากจริงๆครับ 🤍 รอดูรอเชียร์ผลงานต่อๆไปอยู่นะ สุดท้าย ตัวละครลับของผม @oabnithi ไอน้องชายของผม คือตอนที่ผมแต่งเพลงนี้ ผมอยู่สมุยกับโอบ แล้วผมยกคอมไปเพลงด้วย ผมก็คิดได้ว่า โอบ กับ กัน สนิทกัน ผมเลยคิดว่าถ้าโอบแต่งเพลงให้กันร้อง ก็ดูน่ารักดีนะ แล้วก็เป็นการให้น้องได้ลองฝึกแต่งเพลงในงานจริงด้วย เพราะโอบก็สนใจด้านนี้อยู่แล้ว ผมเลยยก 1 ท่อนให้โอบ บอกว่า แต่งมาเลย ขอเสร็จวันนี้ 555 แล้วพอมันมาอยู่ในเพลง มันก็น่ารักจริงๆด้วย เพื่อนร้องเพลงที่เพื่อนแต่ง (ถึงแม้ว่าสุดท้ายท่อนที่โอบแต่ง ออฟ จะเป็นคนร้องก็ตาม ฮ่าๆ) ผมว่ามันคืออีกเหตุผลที่ทำให้เพลงนี้มีมิติมากขึ้นครับ ปล. เขียนซะยาว เอาจริงผมก็ไม่ใช่นักแต่งเพลงที่เก่งอะไร แค่พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอบคุณที่ไว้ใจให้ผมได้มีโอกาสทำสิ่งที่ผมรักครับ ฝากด้วยนะครับ เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) Ost.NOT ME 🙏🏽 #ออฟกัน #เข้าข้างตัวเองMV #NotMeSeries#NotMeSeriesEP7 ติดตามชมมิวสิควีดิโอ เข้าข้างตัวเอง (MY SIDE) จากเสียงร้องของ ออฟ จุมพล และ กัน อรรถพันธ์ เพลงประกอบออริจินัลซีรีส์ NOT ME เขา...ไม่ใช่ผม ได้แล้ววันนี้ ทาง YouTube : GMMTV RECORDS และอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/gmmtvofficial IG YouTube Twitter : GMMTV ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม Kangsomks / Youtube GMMTV Records ฟังเพลงออนไลน์ เพลงใหม่ ได้แล้ววันนี้บน TrueID ทั้ง เว็บไซต์ และ แอปพลิเคชัน กดเลย community แห่งความบันเทิง📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี

NOT ME...เขาไม่ใช่ผม ช่อง GMM25 (ตอนแรก)
อ่าน

NOT ME...เขาไม่ใช่ผม ช่อง GMM25 (ตอนแรก)

เรื่องย่อ NOT ME...เขาไม่ใช่ผม ช่อง GMM25 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรกวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคมนี้ นำแสดงโดย คู่จิ้นคู่ฮอต ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ร่วมด้วยนักแสดงวัยรุ่นคุณภาพอีกคับคั่ง ที่มาประชันบทบาทสุดเข้มข้นเฟิร์ส คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล,ม่อน ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง,ฟลุ๊ค กวิน แคสกี้,ซิง หฤษฎ์ ชีวการุณ,ปาแปง พรหมพิริยะ ทองพุทธรักษ์,ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์,ลูกจัน ภาสิดี เพชรสุธี ฯลฯพร้อมจัดเต็มฝีมือการแสดงครั้งสำคัญของ กัน อรรถพันธ์กับบทฝาแฝดที่มีลักษณะนิสัยที่ต่างกันสุดขั้วครั้งแรก!!!

ใจพองโต! ออฟ-กัน และนักแสดงซีรีส์ Not me เขาไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ฟินไปสิ (มีคลิป)
อ่าน

ใจพองโต! ออฟ-กัน และนักแสดงซีรีส์ Not me เขาไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ฟินไปสิ (มีคลิป)

ข่าวบันเทิงวันนี้ ออฟ จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ พร้อมด้วย ม่อน ธนัชชัย วิจิตรวงศ์ทอง และ เฟิร์ส คณพันธ์ ปุ้ยตระกูล นักแสดงจากซีรีส์เรื่อง Not me เขา...ไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ทำแฟน ๆ ฟินสุดพลัง ปีหน้ามาแน่!! GMMTV จัดหนัก เปิดโผ 16 ซีรีส์ 2021 ออฟ-กัน และนักแสดงซีรีส์ Not me เขาไม่ใช่ผม รวมตัวกัน ฟินไปสิ ทำเอาแฟน ๆ ฮือฮากันอีกแล้ว เมื่อหนุ่ม ๆ จากซีรีส์เรื่อง Not me เขา...ไม่ใช่ผม นำทีมโดยคู่พี่น้องสุดซี้ ออฟ จุมพล และ กัน อรรถพันธ์ พร้อมด้วย ม่อน ธนัชชัย และ เฟิร์ส คณพันธ์ รวมตัวกันอีกครั้ง เรียกว่าเป็นซีรีส์เรื่องล่าสุดที่ออฟและกันกลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง และเป็นซีรีส์ที่หลายคนรอคอย แฟน ๆ จึงพร้อมใจกันติดแฮชแท็ก #notmeseries จนติดเทรนด์กันเลยทีเดียว ขอบคุณคลิปจากยูทูบ GMMTV OFFICIAL​​ สำหรับ Not me เขา...ไม่ใช่ผม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกลุ่มวัยรุ่นเลือดร้อนที่รักการแข่งรถ และมีเรื่องกันไม่หยุด ด้วยศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ เมื่อหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนี้ที่เป็นฝาแฝด และคนเป็นพี่โดนทำร้าย คนเป็นน้องจึงต้องสวมรอย เพื่อสืบหาความจริงว่าใครเป็นคนทำร้ายพี่ชายของเขากันแน่ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ปีหน้ามาแน่!! GMMTV จัดหนัก เปิดโผ 16 ซีรีส์ 2021 เบบี๋คิดถึงมาก!! ออฟ-กัน อวดโมเมนต์ชวนฟิน แฟนคลับพากันจิ้น ดัน #ออฟกัน ขึ้นเทรนด์ทันที หลงไม่ไหว! ออฟ-กัน แจกโมเมนต์ปริ่มสุข แฟนฟินสนั่นเทรนด์ ขอบคุณข้อมูลและภาพจากยูทูบ GMMTV OFFICIAL​​ กดเลย community แห่งความบันเทิง📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี

อย่าปล่อยให้เรื่องมันบานปลาย
ดู

อย่าปล่อยให้เรื่องมันบานปลาย

รีวิวหนัง "The Whisper Man เสียงกระซิบ" ชูจิตวิญญาณสืบหาฆาตกรสไตล์ 90s แค่ทีมดาราก็คุ้มค่าเน็ต
อ่าน

รีวิวหนัง "The Whisper Man เสียงกระซิบ" ชูจิตวิญญาณสืบหาฆาตกรสไตล์ 90s แค่ทีมดาราก็คุ้มค่าเน็ต

ถ้าหากว่าคุณชื่นชอบหนังสไตล์ลึกลับอาชญากรรม ตามสืบเสาะหาเบาะแสเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องสุดพิศวง กลิ่นอายแบบเดียวกับหนังคลาสสิกเรื่องดังจากยุค 90s นี่น่าจะเป็นคอนเทนต์ที่คุณจะถวิลหาและเติบเต็มความฟินให้ได้ไม่มากก็น้อยใน "The Whisper Man เสียงกระซิบ" ที่จะพาผู้ชมดำดิ่งไปกับคลี่คลายปริศนาการหายตัวไปและการฆาตกรเหยื่อเด็กหลาย ๆ รายในพื้นที่ แล้วยังพบว่าจิ๊กซอว์ชิ้นนี้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนและมีอะไรให้ชวนติดตามเสาะหาไปตลอดทั้งเรื่อง ทอม เคนนาดี้ เป็นนักเขียนนิยายอาชญากรรมที่เป็นพ่อม่ายลูกติด หลังจากภรรยาของเขาเสียชีวิตไป ย้ายไปตั้งรกรากที่เมืองไทย ปราากฏว่าลูกชายวัย 8 ขวบของเขาถูกลักพาตัวหายไปอย่างลึกลับ เขาจึงจำใจต้องขอความช่วยเหลือจากอดีตตำรวจสายสืบที่ห่างหายกันไปนาน เขาได้เข้ามาช่วยค้นหา และพบความเชื่อมโยงระหว่างการลักพาตัวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลาย 10 ปีก่อน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม ชายเสียงกระซิบ หนังเรื่องนี้หยิบนิยายอาชญากรรมขายดีของ อเล็กซ์ นอร์ธ ที่ตีพิมพ์ในปี 2019 ออกมาดัดแปลงสร้าง สตอรี่เรื่องนี้ก็คล้าย ๆ กับเป็นการสดุดีและยำรวมงานคลาสสิกแนวอาชญากรรมฆาตกรรมต่อเนื่องจากยุคปี 80s และ 90s มาประยุกต์ใหม่ให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น จากฝีมือการกำกับของอดีตนักแสดงที่ผันตัวมาเป็นนักสร้างหนัง "เจมส์ แอชครอฟท์" ที่เพิ่งจะชิมลางสร้างหนังเขย่าขวัญมาแล้ว 2-3 เรื่อง พร้อมกับได้มือเขียนบทมือดี "เชส พาลเมอร์" จาก It Chapter One และ "เบน จาคอบี้" จาก The First Omen มารับหน้าที่รังสรรค์บทหนังเรื่องนี้ให้ ต้องยอมรับเลยว่า The Whisper Man ทำการละเลงสร้างบรรยากาศและโทนของหนังออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจทีเดียว ใส่ความวังเวงและบิวต์อารมณ์เข้าสู่ห้วงปริศนาที่พล็อตเรื่องพยายามแอบซ่อนเอาไว้ ทำให้โทนภาพอาจจะดูมืด ๆ ทะมึนไปสักหน่อย แต่ก็ไม่ถึงขั้นมองไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร แต่ใด ๆ องค์ประกอบงานสร้างด้านอื่นของหนังกลับไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาหรือตื่นตามากเท่าไหร่ ทั้งงานถ่ายภาพของ "ปีเตอร์ เดมมิง" (จาก Spider-Noir) หรืองานเพลงประกอบของ "คอลิน สเตตสัน" (จาก Hereditary) ยังไม่ค่อยโดดเด่นอย่างมีเสน่ห์มากนัก อีกทั้งในแง่การสร้างสรรค์บทหนังใน The Whisper Man ถึงจะมีโทนบรรยากาศที่ดี แต่พล็อตกลับยังไม่น่าดึงดูดใจสักเท่าไหร่ วางเส้นเรื่องที่ค่อนข้างอยู่บนพื้นฐานตามสูตรหนังประเภทนี้ทั่วไป กลิ่นอายหนังอาชญากรรมสืบสวนจากยุค 90s แอบคล้าย ๆ The Silence of the Lambs หรือ Se7en อะไรทำนองนั้น แต่ความกลมกล่อมยังจัดจ้านไม่ถึงขนาดนั้น อาจจะเป็นเพราะความเชื่อมโยงและการเชื่อมต่อส่วนต่าง ๆ ของหนังยังชักจูงคนดูได้ไม่หนักแน่นเพียงพอ ทำให้หนังยังไม่อาจจะตรึงใจผู้ชมให้จดจ่ออยู่เนื้อหาได้เต็มร้อยเท่าที่ควร และยังมีจุดที่ชวนเบื่อหน่ายปะปนอยู่เรื่อย ๆ แต่ต้องยอมรับว่าบทสรุปโค้่งสุดท้ายของหนังทำได้ค่อนข้างคมคาย และไฮไลต์ของทีมนักแสดงในเรื่องนี้ก็จัดได้ว่าเป็นการคืนกำไรให้กับคนดูได้แท้ ๆ เพราะไล่เรียงชื่อซุปตาร์เบอร์ใหญ่มาประชันบทบาทกัน ก็ถือว่าคุ้มค่าเน็ตแล้วจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น "โรเบิร์ต เดอ นีโร", "มิเชล โมนาฮาน", "อดัม สก็อต" และ "ไมเคิล คีตัน" ต้องร้องโอ้โห้...ว่าขาได้คิวพวกเขามาได้ยังไง แน่นอนว่าฝีมือการแสดงระดับรางวัลการันตีของพวกเขา มีส่วนที่ช่วยผลักดันความโดดเด่นของตัวหนังเพิ่มขึ้นได้อีกเป็นกอง แม้ว่าจะแอบเสียดายนิด ๆ เพราะถึงจะได้แอคติ้งปัง ๆ แต่เพราะบทหนังไม่ได้ส่งเสริมความกลมกล่อมได้ดีนัก ก็ไม่อาจจะประคับประคองให้ตัวหนังร้อยเรียบไปถึงจุดที่สมบูรณ์แบบได้เท่าที่ควร ดังนั้นโดยสรุปแล้ว The Whisper Man ถือว่าเป็นหนังสืบสวนล่าตามหาฆาตกรต่อเนื่องที่เข้าใจและเข้าถึงกิมมิกที่ควรจะเป็นของหนังประเภทนี้ค่อนข้างดี ถึงจะแอบผิดหวังเล็ก ๆ กับการสร้างอารมณ์ของหนังด้วยจังหวะการเล่าเรื่องและเส้นเรื่องที่ยังไม่คมคายเท่าที่ควร ทำให้เล่าเรื่องยังไม่ชวนให้ติดตามอย่างเต็มที่ แต่อย่างน้อย ๆ ทีมนักแสดงตัวเปังชุดใหญ่ของหนังเรื่องนี้ ก็ช่วยมาเติมเต็มความดีงามของตัวหนังได้ขึ้นเล็กน้อย ถึงจะช่วยเติมความฟินและความคิดถึงของวังวนหนังฆาตกรต่อเนื่องยุคก่อน ๆ ได้สักหน่อย แต่ก็แอบเสียดายเล็ก ๆ ที่ภาพรวมของหนังยังไม่กลมกล่อมเท่าที่คาดหวัง...ทั้งที่ไม่ได้หวัง ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง The Whisper Man เสียงกระซิบ ประเภท: ดรามา / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: เจมส์ แอชครอฟท์ นำแสดงโดย: โรเบิร์ต เดอ นีโร, มิเชล โมนาฮาน, อดัม สก็อต, ไมเคิล คีตัน ความยาว: 111 นาที กำหนดฉายในไทย: 28 สิงหาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: The Whisper Man เสียงกระซิบ ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.9/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.7/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

จูลี แอนดรูว์ส ยืนยันจะไม่มีซีนใน "The Princess Diaries 3" เพราะไม่น่ามีบทสำคัญเธออีกแล้ว
อ่าน

จูลี แอนดรูว์ส ยืนยันจะไม่มีซีนใน "The Princess Diaries 3" เพราะไม่น่ามีบทสำคัญเธออีกแล้ว

อัปเดตความคืบหน้าอีกเล็กน้อยของโปรเจกต์ "The Princess Diaries 3" ภาคต่อของหนังเจ้าหญิงเรื่องดังที่จะกลับมาโลดแล่นบนจออีกครั้ง ล่าสุดเป็นที่ยืนยันแล้วว่า "จูลี แอนดรูว์ส" นักแสดงอาวุโสจะไม่กลับมารับบทบาทเดิมของเธอในภาคล่าสุด เป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่าเธอจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการหนังเรื่องนี้ เพราะน่าจะเป็นการพัฒนาสร้างหนังในอีกทิศทางใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม "ฉันคงจะไม่ได้อยู่ในภาคนี้ค่ะ ฉันว่าเนื้อเรื่องของภาคนี้จะแตกต่างออกไป และฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขาจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรนะคะ แต่ตอนนี้น่าจะสายเกินไปแล้วสำหรับฉัน ฉันว่าเรื่องราวน่าจะต้องดำเนินต่อไปกับเจ้าหญิงมีอา คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องราวของเธอ ไม่ใช่สำคัญฉันอีกแล้วค่ะ" จูลี แอนดรูว์ส ให้สัมภาษณ์ล่าสุดกับ Today.com ก่อนหน้านี้ จูลี แอนดรูว์ส ก็มักจะพูดย้ำ ๆ หลายครั้งว่าเธอจะไม่กลับมาเล่่นหนังภาคที่ 3 อีก เพราะว่าเข้าสู่ช่วงการเกษียณการเป็นนักแสดงของเธอแล้ว แม้ว่าเธอจะรับบทในหนังทั้ง 2 ภาคก่อนหน้านี้มาแล้ว ปัจจุบัน The Princess Diaries 3 ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาสร้างอย่างเข้มข้น หลังจากที่มีคำสั่งให้รื้อเขียนบทหนังแบบยกใหญ่ เป็นการยกเครื่องใหม่ที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มมิติให้กับการกลับมาอีกครั้งขององค์หญิงในตำนานของดิสนีย์ "แอนน์ แฮทธาเวย์" จะกลับมารับบทเดิมของเธออีกครั้ง ในเวอร์ชันที่เติบโตกว่าภาคก่อน ๆ นี่นับว่าจะเป็นการกลับมาสานต่อความสำเร็จอีกครั้งของหนังดังยุค 2000s ที่พร้อมจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมได้อีกครั้ง ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“เอกนิติ” สั่งถกบอร์ด ธ.ก.ส. นัดพิเศษสัปดาห์นี้ เคลียร์ปมร้องเรียนเอ็มดี
อ่าน

“เอกนิติ” สั่งถกบอร์ด ธ.ก.ส. นัดพิเศษสัปดาห์นี้ เคลียร์ปมร้องเรียนเอ็มดี

#ทันหุ้น “เอกนิติ"สั่งถกบอร์ดธ.ก.ส.นัดพิเศษสัปดาห์นี้เคลียร์ปมร้องเรียนการบริหารงานของเอ็มดี ยันต้องให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ขณะที่ สหภาพแรงงานธ.ก.ส.เรียกร้องให้มีคำสั่งให้เอ็มดีหยุดปฎิบัติหน้าที่ทันทีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่า บอร์ดธ.ก.ส.สั่งนัดประชุมบอร์ดนัดพิเศษเร่งด่วนภายในสัปดาห์นี้เพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนการบริหารงานของเอ็มดีหลังมีม็อบบุกทวงถามความเป็นธรรมในการบริหารงาน”เมื่อวานนี้ได้ส่งตัวแทนไปรับหนังสือร้องเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วและในฐานะประธานบอร์ดจำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมเพื่อดำเนินการเชิงรุก(Take Action)และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามกระบวนการพิจารณาของบอร์ด“ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ธนาคารเพื่อการตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้(10 ส.ค.)พนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)นำโดยกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจประมาณ500คนได้รวมตัวกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์และประท้วงการบริหารงานของธนาคารพร้อมชูป้าย#Save ธ.ก.ส.เรียกร้องให้ผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะกรรมการผู้จัดการ(เอ็มดี)แสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเมื่อช่วงเช้าวันนี้การรวมตัวดังกล่าวมีบรรยากาศตึงเครียดโดยกลุ่มพนักงานได้แสดงจุดยืนคัดค้านแนวทางการบริหารงานในปัจจุบันและมีการเรียกร้องให้เอ็มดีพิจารณาลาออกจากตำแหน่งท่ามกลางความสนใจของพนักงานและผู้เกี่ยวข้องกลุ่มผู้ประท้วงระบุว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนความไม่พอใจต่อการบริหารงานและต้องการให้ฝ่ายบริหารรับฟังข้อเรียกร้องของพนักงานรวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อบุคลากรและการดำเนินงานของธนาคารสำหรับข้อเรียกร้องของสหภาพดังกล่าวมีจำนวน 8 ข้อ ดังนี้ 1.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้ธ.ก.ส.ทบทวนกระบวนการCheckbalanceกรณีการวิเคราะห์สินเชื่อในการจ่ายเงินกู้ให้กับเกษตรกรลูกค้าให้เหมาะสมกับบริบทและสภาพความเป็นจริงของเกษตรกรเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งเงินกู้สะดวกและรวดเร็ว2.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้ผู้จัดการธ.ก.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีและดำเนินการตรวจสอบกรณีการใช้จ่ายเงินของผู้จัดการธ.ก.ส.อย่างฟุ่มเฟือยและไม่เหมาะสมรวมทั้งพิจารณาความคุ้มค่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณโครงการต่างๆเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างของธ.ก.ส.ซึ่งสวนทางกับนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายของส่วนงานภูมิภาคจนกระทบกับการบริการลูกค้า3.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาไม่ต่อสัญญาการปฏิบัติงานของผู้จัดการธ.ก.ส.เป็นสมัยที่2เนื่องจากบริบทการทำงานไม่เหมาะสมกับการดูแลภาคการเกษตร4.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้สอบสวนผู้บริหารระดับสูงของธ.ก.ส.ที่แสดงความเห็นในเชิงเป็นการด้อยค่าและไม่ดูแลลูกค้าเงินฝากรายย่อยซึ่งต้องเป็นหน้าที่หลักของธ.ก.ส.ที่จะมีนโยบายให้ลูกค้าเงินฝากรายย่อยได้ออมเงินกับธ.ก.ส.อย่างกว้างขวางและยั่งยืน5.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้ตรวจสอบผู้จัดการธ.ก.ส.กรณีมีข้อสงสัยอาจมีการบริหารเงินหรือประโยชน์อื่นที่ได้รับคืนจากบริษัทประกันในลักษณะงบประมาณนอกบัญชีงบการเงินของธ.ก.ส.6.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้ตรวจสอบผู้จัดการธ.ก.ส.กรณีมีการแทรกแทรงการทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ซึ่งขัดกับหลักธรรมาภิบาล7.ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสั่งการให้มีการตรวจสอบกรณีธ.ก.ส.มีการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างเป็นไปตามหลักแรงงานสัมพันธ์ที่ดีและยึดข้อกฎหมายตามพรบ.แรงงานรัวสาหกิจสัมพันธ์พ.ศ.2543หรือไม่ทั้งนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงต้องผ่านกระบวนการเจรจาและเห็นชอบร่วมกันกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธ.ก.ส.ซึ่งเป็นองค์กรผู้แทนพนักงานมิใช่ดำเนินการโดยนายจ้างฝ้ายเดียวและขอให้รัฐมนตรีว่าการกระหรวงการคลังสั่งการธ.ก.ส.นำคำว่า"เคียงคู่รู้ค่าประชาชน"มาใช้เป็นคำขวัญโดยยกเลิกคำว่า"The way we are" "ทันทีผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เอ็มดีคนปัจจุบันจะหมดวาระการทำงานลงในปลายเดือนมีนาคม 2570 ซึ่งจะต้องมีกระบวนการสรรหาในเร็วๆนี้

ผู้ให้เสียงพากย์ Kratos จวกทีมสร้างซีรีส์ God of War ไม่จ้างคนเขียนบทฝั่งเกมเลยสักคน!
อ่าน

ผู้ให้เสียงพากย์ Kratos จวกทีมสร้างซีรีส์ God of War ไม่จ้างคนเขียนบทฝั่งเกมเลยสักคน!

ดูเหมือนว่า Christopher Judge ผู้ให้เสียงพากย์ Kratos ในเวอร์ชันเกม จะมีเรื่องขัดใจไม่ใช่น้อยกับโปรเจกต์ซีรีส์ที่นำเกมดังมาดัดแปลงอย่าง God of War โดยเฉพาะประเด็นที่ทีมสร้างเลือกที่จะเมินและไม่จ้างทีมงานหรือนักเขียนบทที่เป็นผู้สร้างสรรค์เกมต้นฉบับเลยแม้แต่คนเดียว!โดยระหว่างที่ขึ้นพูดในงาน FanExpo เมื่อช่วงต้นฤดูร้อน Christopher Judge ได้เปิดใจถึงซีรีส์จากเกมที่มักมองข้ามทีมงานและนักแสดงชุดเดิม ทั้งที่เนื้อเรื่องในซีรีส์ก็แทบจะถอดแบบมาจากตัวเกม ซึ่งเขาชี้เป้าไปที่ซีรีส์ God of War ของ Amazon โดยตรงว่า รู้สึกงงมากที่ไม่มีการดึงตัวทีมเขียนบทฉบับเกมมาช่วยทำซีรีส์ ทั้งที่คนกลุ่มนี้คลุกคลีและจมอยู่กับจักรวาลนี้มานานกว่า 20 ปี แต่กลับมีคนคิดว่า "ตัวเองรู้ดีกว่า"คุณ Judge ยังได้ยกตัวอย่างซีรีส์ The Last of Us ของ HBO โดยตั้งคำถามว่า แม้เขาจะชอบ Pedro Pascal แต่นักแสดงในซีรีส์นั้นสามารถทำได้ดีกว่านักแสดงจากเกมจริงหรือ เพราะเขาเคยดูการอ่านบทของทีมนักแสดงฉบับเกมแล้วรู้สึกว่ามันยอดเยี่ยมทรงพลังมาก เขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมสตูดิโอถึงไม่ใช้นักแสดงและนักเขียนบทชุดเดิม โดยเฉพาะกับซีรีส์ที่มีฉากซึ่งรีเมกจากฉบับเกมแบบช็อตต่อช็อตแม้ Cory Barlog ผู้สร้างเกม God of War จะมีชื่อเป็นถึงผู้อำนวยการสร้างบริหาร (Executive Producer) ร่วมกับ Hermen Hulst บอสใหญ่ PlayStation แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าเขามีส่วนร่วมในการสร้างมากน้อยแค่ไหน ต่างจาก Neil Druckmann ผู้สร้าง The Last of Us ที่รับบทเป็นทั้งโชว์รันเนอร์ คุมเขียนบท และกำกับเองอย่างจริงจังประเด็นนี้ยิ่งน่าจับตามองเพราะกองถ่ายซีรีส์ God of War เพิ่งสั่งระงับการถ่ายทำไปเมื่อเดือนกรกฎาคม เนื่องจาก Ryan Hurst นักแสดงผู้รับบท Kratos บาดเจ็บหนักจากฉากสตันท์จนต้องประกาศแคสติ้งใหม่ ซึ่งขณะนี้ Dave Bautista กำลังอยู่ในช่วงเจรจาเพื่อมารับบทแทน แม้แฟนเกมบางส่วนจะเชียร์ให้ดึง Christopher Judge มารับบท Kratos ฉบับคนแสดงเองเลยเพราะทั้งรูปร่าง เสียง และความเข้าใจในตัวละครนั้นสมบูรณ์แบบ แต่ดูเหมือนว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นจริงนั้นมีน้อยมากแปลและเรียบเรียงจากIGN

เจเรมี สตรอง สารภาพส่งอีเมลไปหา มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เพื่อรับบทเป็นเขาใน "The Social Reckoning"
อ่าน

เจเรมี สตรอง สารภาพส่งอีเมลไปหา มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก เพื่อรับบทเป็นเขาใน "The Social Reckoning"

นักแสดงหนุ่มผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ "เจเรมี สตรอง" ที่จะรับบทเป็น มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ในหนัง "The Social Reckoning" ภาคต่อของ The Social Network ที่จะออกฉายในเดือนตุลาคมนี้ ทุ่มเททุกอย่างในการเตรียมพร้อมรับบทเป็นซีอีโอของ Meta และผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก โดยล่าสุดเขาได้สารภาพกับสื่ออย่างตรงไปตรงมาว่า เขาได้เขียนอีเมลส่งไปหาซีอีโอคนดัง เพื่อรับผิดชอบหน้าที่อย่างจริงจัง เจเรมี สตรอง ได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร GQ ล่าสุดเกี่ยวกับประเด็นนี้ "ผมเขียนไปหาเขา เรื่องนี้ผมอาจจะทำให้โซนีช็อกตาตั้งได้เลยนะครับ (หัวเราะ) คือผมส่งอีเมลไปหาเขา เพื่อบอกว่าผมรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง และให้ความสำคัญกับความถูกต้องเรื่องนี้อย่างจริงจัง และผมรับมือกับเรื่องนี้ด้วยความเคารพต้นฉบับครับ" เขายังกล่าวเสริมอีกว่า "มันบ้ามาก ๆ ที่รับบทนี้ ผมรู้ว่าเขาเป็นคนที่ถูกสังคมประณามและไม่เป็นที่โปรดปรานสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่คิดว่าจะมีนักแสดงคนไหนที่รับบทเป็นเขา เพื่อตั้งใจจะประณามเขาโดยตรง ผมรู้สึกหนักใจนะ ที่จะพูดถึงหนังเรื่องนี้ พูดถึงมาร์ค และการเป็นคนที่รับบทเป็นมาร์ค ผมรู้สึกถึงน้ำหนักและความรับผิดชอบอย่างมหาศาล งานของผมคือการทำความเข้าใจและปกป้องมุมมองของเขา ต่อสู้เพื่อเขา" "แอนดี้ ซอว์กิ้น" รับหน้าที่กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้ ที่จะเกี่ยวข้องกับประเด็นการรั่วไหลของเอกสารในปี 2021 ที่เป็นการเปิดโปงเบื้องหลังสุดล่่อแหลมของเฟซบุ๊กที่ก่อให้เกิดเป็นประเด็นทางสังคม ที่นอกจากจะแสดงนำโดย เจเรมี สตรอง แล้ว หนังยังสมทบด้วย "ไมกี้ แมดิสัน", "เจเรมี อัลเลน ไวต์", "บิล เบอร์", "วุนมิ โมซากุ" และ "เบ็ตตี้ กิลพิน" โดยหนังมีคิวจะลงโรงฉายทั่วโลกในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

หมาเห่าเครื่องบิน EP.10 ตอนจบ :  เต ฝ่าด่านครอบครัว นิว ส่งท้ายความฟิน
อ่าน

หมาเห่าเครื่องบิน EP.10 ตอนจบ : เต ฝ่าด่านครอบครัว นิว ส่งท้ายความฟิน

หมาเห่าเครื่องบิน EP.10 ตอนจบ : โตโต้ (เต ตะวัน)ทั้งรักและเป็นห่วงคณิต (นิว ฐิติภูมิ)ที่ต้องไปทำงานอยู่ต่างประเทศคนเดียว เพราะไม่นานมานี้คณิตเพิ่งเจออุบัติเหตุทำให้เจ็บตัวโตโต้เลยไม่อยากให้ต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก หมาเห่าเครื่องบิน EP.10 ตอนจบ ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 โตโต้จึงรวบรวมความกล้าเข้าไปคุยกับครอบครัวคณิตอีกครั้งเพื่อขอคณิตแต่งงาน ซึ่งโตโต้ไม่อยากปล่อยให้ชีวิตผ่านไปโดยไม่มีคณิตอยู่ข้าง ๆ อีกแล้ว ส่วนเพื่อนสนิทกู้ภัยอย่างอัคคี (ม่อน ธนัชชัย)ก็ไม่อยากให้เวหา (ริว พุติพัฒน์)ต้องรอเขานานถึงสองปี ถ้าเจอใครที่ดีกว่าอัคคีก็พร้อมจะปล่อยมือเวหาไป มาร่วมลุ้นบทสรุปชีวิตคู่ของพวกเขาไปพร้อมกันว่าจะลงเอยเช่นไร? ห้ามพลาด ติดตามซีรีส์ หมาเห่าเครื่องบิน A Dog and A Plane (EP.10) ตอนจบ ในวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมนี้ เวลา 20:30 น. ทางช่อง ONE31 และทางแอปพลิเคชั่น TrueVisions NOW เท่านั้น ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31

เลิกปั่นได้แล้ว! ผู้สร้าง Persona โต้ข่าวลือ Atlus โดน "คำสาป" เล่นงาน ชี้เป็นแค่เรื่องแต่ง
อ่าน

เลิกปั่นได้แล้ว! ผู้สร้าง Persona โต้ข่าวลือ Atlus โดน "คำสาป" เล่นงาน ชี้เป็นแค่เรื่องแต่ง

สยบข่าวลือสายมูระดับตำนาน! Kazuma Kaneko อาร์ตไดเรกเตอร์และดีไซเนอร์คู่บุญผู้ให้กำเนิดแฟรนไชส์ Megami Tensei และ Persona ยุคแรก ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่าน X (Twitter) โต้ข่าวลือสุดหลอนที่เชื่อกันมาเป็นสิบปีว่า ค่าย Atlus โดนคำสาปของ 'ไทระ โนะ มาซาคาโดะ' (เทพแห่งความอาฆาตพยาบาทของญี่ปุ่น) เล่นงานจนบริษัทแม่ล้มละลาย! โดยเจ้าตัวยืนยันชัด ๆ เลยว่า 'ท่านไม่เคยนำพาภัยพิบัติหรือคำสาปใด ๆ มาสู่พวกเราเลยจ้า'マサカド公は会社に災いをもたらせた事はありません。巷で囁かれている真・女神転生シリーズにおけるマサカド公の噂は、メディアが話を面白くするために誇張したり、関係のない事故を先入観から祟りと結びつけて紹介してしまった誤報です。 https://t.co/6qTJ0uY3K2— Kazuma Kaneko (@kazumaKaneko666) July 26, 2026 จุดเริ่มต้นของตำนานสุดหลอนย้อนกลับไปช่วงปี 2013 บริษัท Index (บริษัทแม่ของ Atlus ในตอนนั้น) ได้ยื่นฟ้องล้มละลายอย่างกะทันหัน ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงที่เกม Shin Megami Tensei IV วางขายพอดี! แฟนเกมสายไสยศาสตร์เลยจับเชื่อมโยงเรื่องราวว่า เป็นเพราะทีมพัฒนาเกมภาคนี้ 'ละเว้นธรรมเนียมการไปกราบไหว้ทำพิธีล้างคำสาป/ทำบุญที่สุสานของท่านมาซาคาโดะ' แถมยังนำท่านมาเป็นตัวละครหลักในภาคนี้อีก เลยทำให้วิญญาณของท่านโกรธจัดจนสั่งลงโทษค่ายเกมซะเลย!แถมในสัมภาษณ์ยุคนั้น Kazuyuki Yamai ผู้อำนวยการสร้าง SMT IV เคยพูดติดตลกไว้จริง ๆ ว่า 'ผมตั้งใจไม่ทำพิธีเองแหละ ทำเกมเกี่ยวกับปีศาจทั้งที ถ้ามัวแต่ไปทำพิธีล้างปีศาจมันดูไม่จริงใจ โดนคำสาปเล่นงานสักนิดหน่อยจะเป็นไรไป' พอสัมภาษณ์นี้ปล่อยได้ไม่กี่เดือน ค่ายก็ล้มละลายจริง ๆ คนเลยยิ่งเชื่อกันไปใหญ่เลอคุณน้า!Personaความจริงจากปาก Kazuma KanekoKaneko ออกมาชี้แจงว่า เรื่องคำสาปทำค่ายล้มละลายมันเป็นเรื่องไร้สาระที่สื่อและแฟนเกมปั่นกันไปเองจนเกินจริง! จริงอยู่ว่าทีมงาน Megami Tensei ยุคเก่าจะมีความเคารพและยำเกรงต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือปีศาจที่เอามาลงในเกม จนต้องมีธรรมเนียมไปทำพิธีกันทุกภาค แต่เรื่องบริษัทแม่ล้มละลายมันคือเรื่องทางธุรกิจล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับคำสาปของท่านมาซาคาโดะเลยสักนิด!Shin Megami Tensei V: Vengeanceแปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com

รีวิวหนัง "72 Hours 72 ชั่วโมงในไมแอมี" เดอะแฮงก์โอเวอร์ฉบับปรับปรุง ที่อาจจะยังนะคุณน้าาาา...
อ่าน

รีวิวหนัง "72 Hours 72 ชั่วโมงในไมแอมี" เดอะแฮงก์โอเวอร์ฉบับปรับปรุง ที่อาจจะยังนะคุณน้าาาา...

ปาร์ตี้สุดเหวี่ยง น้ำเมาไม่อั้น ร่วมด้วยคำหยาบอันลิมิเตด เป็นส่วนประกอบและส่วนผสมความครื้นเครงในสมการของหนังเรื่องนี้ เพียงมีจุดขายเป็นชื่อของ "เควิน ฮาร์ต" ที่เป็นตัวหลักในการนำทีม "72 Hours 72 ชั่วโมงในไมแอมี" เส้นทางความอลเวงของหนุ่ม ๆ ในการสังสรรค์แบบสุดเหวี่ยงระหว่างคนเจน Y กับคนเจน Z ที่ความหนุ่มกับความแก่ไม่ใช่อุปสรรคในการเชื่อมรอยต่่อ แต่มิตรภาพที่จริงใจต่างหาก..ที่ล้ำค่าที่สุด นักธุรกิจหนุ่มวัยหลักสี่ที่หวังจะกอบกู้หน้าและสถานการณ์ทางการงานที่กำลังตกที่นั่งลำบาก ด้วยการเข้าร่วมกรุ๊ปก๊วนหนุ่มเจน Z วัยยี่สิบกว่า ๆ ในงานปาร์ตี้สละโสดอันสุดเหวี่ยงตลอด 3 วัน 3 คืนที่ไมอามี หลังจากที่เขาได้ถูกลากเข้าไปในกลุ่มแชทของพวกเขาแบบไม่ได้ตั้งใจ เขาหวังจะใช้โอกาสแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มคนละวัยเพื่อผลทางธุรกิจ แต่การผจญภัยผสมความมึนเมาของเขาได้นำทางไปสู่ความโกลาหลอลหม่านสุดอันตรายเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้ บอกได้สั้น ๆ เลยว่าผลลัพธ์ของ 72 Hours เรื่องนี้คือ..เละเทะ นี่คือการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในผู้กำกับและนักแสดงคู่บุญ "ทิม สตรี่" กับ เควิน ฮาร์ต ที่เป็นคอนเทนต์ที่ยิ่งดูแล้วยิ่งเหนื่อย ท่ามกลางการสบถพ่นคำหยาบออกมารัว ๆ แบบไม่ยั้ง พร้อมกับพล็อตเรื่องที่ไร้ซึ่งน้ำหนัก และมุกตลกห้าบาทสิบบาทที่แทบจะไม่เกิดปฏิกิริยาใด ๆ ที่สะกิดต่อมหัวเราะของคนดูได้เลย หนังมาพร้อมกับเส้นเรื่องที่ไม่มีความสมเหตุสมผลเลยสักนิด เดี๋ยวก็เหวี่ยงไป เดี๋ยวก็เหวี่ยงมา แม้จะมีกลิ่นอายของตำนานหนังตลกเมามาย The Hangover เมื่อทศวรรษที่แล้ว แต่เรื่องนี้..คนละชั้นจริง ๆ ถึงแม้ว่า 72 Hours จะเป็นหนังตลกที่ไม่ได้ยืดยาวอะไร แต่สารภาพตรง ๆ เลยว่าแค่หนังผ่านไป 17 นาทีแรก ก็รู้สึกเหมือนยาวนาน ราวกับนั่งดูมา 72 ชั่วโมงแล้ว เพราะอรรถรสของหนังที่ไม่ชวนสนุกเท่าที่ควร เต็มไปด้วยจังหวะเดิม ๆ ที่ไม่สร้างสรรค์ คารมและความขับขันก็ไม่สามารถปลุกเร้าอารมณ์ความสนุกได้แบบที่ต้องการ อีกทั้งยังมาพร้อมกับงานสร้างที่สาดแสงไฟจัด ๆ กับฉากหลังลอย ๆ ที่เข้าใจว่าส่วนหนึ่งหนังก็ถ่ายทำในโรงถ่าย ประกอบบางจุดแอบสัมผัสได้ว่ามีเอไอมาเป็นส่วนเสริมในหนังเรื่องนี้ด้วย อาจจะไม่เนียนเท่าไหร่ แต่ก็พอถูไถไปได้ งานกำกับของ ทิม สตอรี่ แทบไม่ออกเลย เพราะด้วยการใช้แต่สูตรสำเร็จมากไปสักหน่อย กับการปล่อยอิสระให้นักแสดงด้นสดและปล่อยมุกทางการแสดงแบบไม่ยึดตามบทมากนัก ทำให้อีกนิดเดียวก็จะเข้าสูตรเดียวกับจำพวกตระกูลหนังล้อเลียนเห่ย ๆ ไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น จังหวะการตัดต่อและวิธีการร้อยเรียงยังคงค่อนเชย เหมือนกับกำลังเปิดดูหนังเมื่อ 10-20 ปีที่แล้ว รสนิยมในการเลือกใช้เพลงประกอบก็ค่อนข้างตกยุค มีแต่บีทเพลงสมัย 2000s มาประยุกต์ใช้เข้ากับฉากหลังที่เป็นปาร์ตี้ของคนเจน Z ในปี 2026 ที่ออกจะมีประหลาดไปสักหน่อย แน่นอนในพาร์ทการแสดง เควิน ฮาร์ต ก็ยังคงเป็นตัวหลักตัวสำคัญในการขับเคลื่อนหนังเรื่องนี้ แทบจะแบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้คนเดียวเลย ลีลาการแสดงของเขาก็แทบไม่ต่างจากผลงานในช่วง 4-5 ปีของเขาทุกเรื่องเลย มันซ้ำซากจำเจและไม่มีอะไรที่แปลกใหม่ พ่นแต่มุกตลกหยาบ ๆ ออกมาไม่หยุด ที่กลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่ได้ทำให้หนังสนุกขึ้นมาได้สักนิด ส่วนหนุ่ม ๆ รุ่นใหม่ที่มาร่วมเสริมทีม อย่าง "มาร์เชลโล เฮอร์มานเดซ", "เมสัน กู้ดดิ้ง", "เบน มาร์แชล" หรือ "แคม แพตเตอร์สัน" ก็มาเป็นส่วนเสริมที่ไม่ได้มีมิติใด ๆ เป็นแค่เพียงลิ่วล้อ ที่เหมือนจะอยากโดดเด่น แต่ก็ไม่มีพื้นที่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาเฉิดฉายได้ ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว 72 Hours เป็นหนังตลกเมามายที่แม้ว่าจะสังเขปเป็นหนังตลกสุดเหวี่ยง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นยังไม่สามารถตอบโจทย์ความสนุกได้ในระดับที่น่าพอใจ หนังแทบไม่มีเนื้อหาสาระใด ๆ ที่จับเป็นชิ้นเป็นอันได้เลยสักนิดเดียว จะบอกได้ว่าเป็นหนัง..ที่เล่าไปเรื่อย อยากทำอะไรก็ทำ อยากใส่อะไรเข้ามาก็ใส่ ถึงจะเป็นหนังแค่ร้อยนาที แต่กลับช่างดูยาวนานกว่านั้นกว่าจะจบ และกลายเป็นว่าช่วงเครดิตเก็บตกฉากหลุด ๆ ใน 3 นาทีท้ายเรื่องของหนังนั้น เป็นจุดที่บันเทิงกว่าในนั้นหลายขุม นี่จึงกลายเป็นหนังตลกที่ยังตลกไม่ออก ไร้ความน่าจดจำ เป็นหนังที่แค่จะให้เปิดดูฆ่าเวลาก็ยังไม่อยากจะแนะนำเท่าไหร่ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง 72 Hours 72 ชั่วโมงในไมแอมี ประเภท: ตลก ผู้กำกับ: ทิม สตอรี่ นำแสดงโดย: เควิน ฮาร์ต, เทยานา เทย์เลอร์, มาร์เชลโล เฮอร์มานเดซ, เมสัน กู้ดดิ้ง ความยาว: 105 นาที กำหนดฉายในไทย: 24 กรกฎาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: 72 Hours 72 ชั่วโมงในไมแอมี ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.5/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.0/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.6/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.5/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.6/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“อาร์ม-ซาบอล OHANA” เคลียร์ชัดปมคดี 6 ล้าน ลั่นสถานะ “เดอะมีน” ไม่ใช่เพื่อน บอกตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยมาขอโทษต่อหน้า
อ่าน

“อาร์ม-ซาบอล OHANA” เคลียร์ชัดปมคดี 6 ล้าน ลั่นสถานะ “เดอะมีน” ไม่ใช่เพื่อน บอกตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยมาขอโทษต่อหน้า

อาร์ม-ซาบอล OHANA เคลียร์ชัดปมคดี 6 ล้าน ลั่นสถานะ เดอะมีน ไม่ใช่เพื่อน บอกตั้งแต่เกิดเรื่องไม่เคยมาขอโทษต่อหน้า ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก สำหรับอาร์ม-ซาบอลสองสมาชิกหลักจากแก๊งOHANAที่เคลียร์ชัด หลังศาลมีคำตัดสินในคดีที่ฟ้องร้องอดีตเพื่อนสนิทเดอะมีนปมยักยอกเงิน ยอดฟ้องรวมกว่า 6 ล้านบาท โดยอาร์ม-ซาบอลได้อัปเดตถึงความคืบหน้าด้านคดีความว่า คดีความสิ้นสุดลงตามที่ศาลมีคำตัดสิน ซึ่งทางกลุ่มได้ยื่นฟ้องร้องในส่วนของความเสียหายที่จับได้ย้อนหลัง 9 เดือน (มกราคม - กันยายน) เป็นจำนวนเงินรวม 6 ล้านบาท ปัจจุบันศาลสั่งลงอาญา 2 ปี โดยฝั่งเดอะมีนได้ทยอยชดใช้คืนมาแล้วกว่า 80% แต่ยังคงมียอดค้างชำระอยู่อีกประมาณ 800,000 บาท ซึ่งตามกำหนดจะต้องชำระให้ครบทั้งหมดภายในช่วงต้นปีหน้ามกราคม แต่เรื่องราวอาจจะไม่จบลงง่าย ๆ เนื่องจากล่าสุดหลังจากคดีแรกตัดสินเสร็จสิ้น ทางทีมโอฮาน่าได้ส่งข้อมูลให้ทนายความ ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินสืบย้อนหลังเพิ่มอีก 3 - 5 ปี ซึ่งเบื้องต้นพบความผิดปกติ มีเงินโอนออกไปโดยไม่ทราบสาเหตุอีกเป็นจำนวนมาก และเตรียมที่จะดำเนินคดีเพิ่มเติมตามระบบระเบียบของกฎหมายต่อไป เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานเกือบ 20 ปี ทั้งคู่ยอมรับว่าเสียใจมากในตอนแรกจนถึงขั้นน้ำตาร่วง แต่ปัจจุบันความรู้สึกเหล่านั้นหมดไปแล้ว และขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นเพื่อนกันอีกต่อไป โดยให้ต่างคนต่างไปเดินในเส้นทางของตัวเอง นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเผยอีกว่า ที่ผ่านมาเดอะมีนไม่เคยมาเข้าพบหรือมาขอโทษต่อหน้าเลย มีเพียงแค่การส่งข้อความยาว ๆ มาขอโทษผ่านแชต ซึ่งเมื่อเช็กดูแล้วพบว่าเป็นข้อความแบบก๊อปปี้วางแล้วเปลี่ยนแค่ชื่อส่งให้แต่ละคนเท่านั้น ทำให้รู้สึกถึงความไม่จริงใจ เพราะหากคบกันมา 15-20 ปี แล้วทำผิดขนาดนี้ อย่างน้อยก็ควรจะมาหาที่บ้านเพื่อขอโทษต่อหน้า ซึ่งถ้าเกิดเขามาหาเราที่บ้านตั้งแต่วันนั้นวันนี้คิดว่าคงคุยกันได้ครับแต่นี่มันผ่านมาร่วมปีแล้วมันนานเกินไปไม่ทันแล้วครับพร้อมย้ำชัดว่าหลังจากนี้จะไม่มีวันร่วมงานกันอีกแน่นอน

สื่อดังชำแหละเบื้องหลัง "Supergirl" ที่นำสู่ความล้มเหลวทางรายได้และกระแสรีวิว..อีกครั้งของดีซี
อ่าน

สื่อดังชำแหละเบื้องหลัง "Supergirl" ที่นำสู่ความล้มเหลวทางรายได้และกระแสรีวิว..อีกครั้งของดีซี

"Supergirl" ได้กลายเป็นอีกหนึ่งผลงานตราบาปให้กับสตูดิโอดีซี ที่น่าจะค่อนข้างเป็นทางการแล้ว เพราะล่าสุดหนังเพิ่งจะเก็บสะสมยอดรายได้ทั่วโลกแตะหลักร้อยล้านเหรียญไปเท่านั้น หลังจากเข้าฉายเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 สถานการณ์ตัวเลขรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลกก็มาในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือปรากฏการณ์คนดูเท เพราะยอดเทียบระหว่างสัปดาห์ตกฮวบระดับ -70% ในหลายพื้นที่ ทำให้หนังที่ใช้ทุนสร้างสูงถึง 170 ล้านเหรียญ น่าจะต้องขาดทุนไม่ต่ำกว่าร้อยล้านขึ้นไป กลายเป็นอีกครั้งที่หนังฮีโร่ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ล่าสุด The Hollywood Reporter ได้ทำสกู๊ปรายงานข่าวพิเศษที่เจาะลึกเกี่ยวกับเบื้องลึกเบื้องหลังที่นำมาสูความล้มเหลวในหลาย ๆ ด้านของ Supergirl ที่สืบเสาะเบาะแสมาจากแหล่งข่าววงในและบุคลากรที่ข้องเกี่ยวกับโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่เริ่ม ที่พวกเขาต่่างพูดคล้าย ๆ กันว่า หนังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ไกลแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะล้มเหลวได้รุนแรงระดับนี้ และนี่คือการวิเคราะห์ในแต่ละส่วนที่นำไปสู่ความล้มเหลวของหนัง Supergirl ครั้งนี้ แนวคิดสร้างสรรค์ทีมผู้สร้างที่ไม่ตรงกัน แหล่งข่าวอ้างว่า เจมส์ กันน์, ปีเตอร์ ซาฟราน และผู้กำกับหนัง เกร็ก กิลเลสบี้ มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับงานกำกับ และหนังก็เผชิญหน้่ากับแนวคิดที่ว่าจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ หลังจากถ่ายทำเสร็จและเข้าสู่กระบวนการตัดต่อหลังการถ่ายทำ มีข้อมูลว่าจากการลองฉายรอบทบลองหลาย ๆ ครั้งของ Supergirl ให้กับผู้บริหารและคนวงในได้ชมเบื้องต้น ไม่มีครั้งไหนที่หนังจะได้คะแนนฟีดแบกเฉลี่ยได้มากกว่า 60 คะแนน สะท้อนให้เห็นชัดว่าพวกเขาอาจจะมีความคิดเห็นด้านความคิดสร้างสรรค์ในการงานสร้างเรื่องคนละทิศทาง แต่ใด ๆ ก็แหล่งข่าวอีกแหล่งออกมาโต้แย้งว่า ประเด็นความขัดแย้งทางแนวคิดระหว่างทีมผู้สร้างเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติในขั้นตอนการสร้างหนังอยู่แล้ว เพราะพวกเขาต่างต้องการให้ผลงานออกมาดี เจมส์กับปีเตอร์ ต่างเคารพและนับถือฝีมือการกำกับของเคร็ก ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักจากการกำกับ มาร์โกต์ ร็อบบี้ ใน I, Tonya จนส่งให้เธอได้เข้าชิงรางวัลออสการ์มาแล้ว สตูดิโอหนังเข้ามาลุยถ่ายซ่อมใหม่ ขณะที่มีอีกเบาะแสบอกว่า ภายหลังจากการถ่ายทำหนังเสร็จในช่วงกลางปี 2025 เมื่อตัดต่อและมีการฉายรอบทดลองแล้ว และมีเกณฑ์อยู่น่าในระดับพอใจได้ ทำให้สตูดิโอหนังได้เข้ามาจัดการ ดูแลควบคุมการผลิตและตัดต่อหนังใหม่อีกครั้ง พร้อมกับดึงด้วย เจเรมี สเลเตอร์ มือเขียนบทคู่ใจที่ร่วมงานกับ เจมส์ กันน์ มาบ่อยครั้ง ลงมาช่วยขัดเกลาในช่วงขั้นตอนหลังการผลิตด้วย แต่ไม่แน่ชัดว่าขอบเขตที่เขามารับหน้าที่นั้นอยู่ในจุดใด แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะเขียนบทเสริมใหม่สำหรับใช้ในการถ่ายทำซ่อม เป็นเวลา 9 วัน เมื่อช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา โดยที่ อนา โนกิเอร่า มือเขียนบทหนังดั้งเดิมยังคงได้รับเครดิตในส่วนนี้เพียงคนเดียว และเธอก็มีส่วนร่วมในการปรับแก้ในกระบวนการหลังการผลิตด้วยเช่นกัน แหล่งข่าวบอกว่าหนึ่งในซีนที่เสริมเข้าไปใหม่จากต้นฉบับ ก็คือฉากไคลแม็กซ์ช่วงท้ายเรื่องดังกล่าว การเลือกเพลงประกอบยังเป็นประเด็น แม้แต่ประเด็นการเลือกใช้เพลงประกอบหนังก็ยังเกิดปัญหาถกเถียงกันยกใหญ่ เป็นที่ทราบกันดีว่ารสนิยมในหนังจากฝีมือการอำนวยการสร้างของเจมส์ กันน์ มักจะโดดเด่นด้วยการคัดเลือกเพลงดังในอดีตมาใช้ ซึ่งเขาก็เคยปังมาก ๆ มาแล้วกับหนังชุด Guardians of the Galaxy ทำให้ เคร็ก กิลเลสบี้ อยากจะใช้เสน่ห์ตรงนี้มาใส่เอาไว้ในหนังด้วย เขาได้แรงบันดาลใจมาจากตอนทำหนัง Cruella ให้กับดิสนีย์ ที่หยิบเอาเพลงแนวพังก์ร็อกใส่เข้ามา แต่ผลลัพธ์จากการฉายรอบทดลองประมาณ 4 รอบ มีคอมเมนท์เกี่ยวกับเรื่องเพลงทุกครั้ง จากข้อมูลพบว่าหนังเลือกใช้เพลง The Middel ของ Jimmy Eat World ในทีแรก ก่อนจะได้รับฟีดแบก และเปลี่ยนเป็นเพลง Girls Just Want to Have Fun ของ ซินดี้ ลาวเพอร์ ที่เป็นเพลงที่ เจมส์ กันน์ เลือก แต่ในท้ายที่สุดก็กลับไปใช้เพลงของ Jimmy Eat World หนังฉบับตัดต่อ 2 เวอร์ชันได้มาแบทเทิลกัน Supergirl ลงเอยด้วยการแบทเทิลตัดต่อหนังออกมาเป็น 2 เวอร์ชัน จะเห็นว่ามีชื่อเครดิตมือตัดต่อหนังถึง 2 คนในหนังเรื่องนี้ นั่นก็คือ ทาเทียนา เรเกิล ที่เป็นคู่หูมือตัดต่อของเคร็ก กิลเลสบี้ มาอย่างยาวนาน กับอีกคนก็คือ เฟรด แรสกิน มือตัดต่อที่คุ้นเคยกับการทำงานร่วมกับเจมส์ กันน์ มาในหลาย ๆ ผลงาน ทั้งคู่แยกตัดต่อกันเป็นฉบับกิลเลสบี้และฉบับสตูดิโอหนังบริหาร จากนั้นก็นำของทั้งสองเวอร์ชันมาเปรียบเทียบกัน โดยแหล่งข่าววงในที่ได้มีโอกาสสัมผัสการชมทั้งสองเวอร์ชันนั้น บอกว่า ฉบับของกิลเลสบี้ จะมีความยาวกว่าประมาณ 10 นาที และมีซีนตัวร้าย เคร็ม มากขึ้นมากว่าเวอร์ชันสตูดิโอหนังบริหาร แต่ปรากฏว่าคะแนนความพอใจของผู้ชมลดลงไปอีก แต่ในท้ายที่สุดแล้ว มีข้อมูลว่าสตูดิโอได้เลือกเวอร์ชันตัดต่อใหม่ ที่เฉือนชนะเวอรชันกิลเลสบี้ไปแค่ 2 คะแนน เป็นฉบับสุดท้ายในการส่งลงโรงฉาย ทั้งที่ความแตกต่างแทบไม่ค่อยต่างกัน ความล้มเหลวของ Supergirl ครั้งนี้ ถือว่าค่อนข้างสั่นคลอนบัลลังก์การบริหารของ เจมส์ กันน์ กับ ปีเตอร์ ซาฟราน แม้ว่า เจมส์ ยังคงเป็นเพียงคนเดียวที่รังสรรค์ผลงานของดีซีได้ค่อนข้างดีใช้อยู่จนถึงตอนนี้ แต่แนวทางบริหารของเขาก็ยังไม่สามารถส่งเสริมทิศทางคอนเทนต์ต่าง ๆ ในค่ายได้ดีเท่าที่ควร ยังไม่แน่ชัดว่าระยะเวลาสัญญาบริหารของพวกเขาจะสิ้นสุดลงเมื่อใด แหล่งข่าวบางแหล่งบอกว่าอาจจะเป็นปลายปี 2027 ที่จะถึงตอนนั้น ผลงานภายใต้การดูแลสร้างของพวกเขา อย่าง Clayface, Man of Tomorrow หรือ The Batman: Part 2 ก็น่าจะปล่อยฉายออกไปหมดแล้ว นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้บริหารดีซียุคใหม่ค่อย ๆ ผลิต และไม่รีบรีอนให้ไฟเขียวสร้างโปรเจกต์ใหม่ ๆ เพราะต้องการหยั่งเชิงดูสถานการณ์ก่อนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม Supergirl ยังเต็มไปด้วยอีกหลากหลายปัจจัยที่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งทำให้เกิดเป็นความล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็น ความเหมาะสมเกี่ยวกับการสวมบทบาทนำของดาราสาวหน้าใหม่ มิลลี่ อัลค็อกซ์ รวมทั้งแนวการการกำกับที่ไม่เฉียบคมพอของเคร็ก กิลเลสบี้ หรืออาจจะเป็นปัญหาการวางแผนทางการตลาดและประชาสัมพันธ์หนัง ไม่แน่ก็อาจจะเป็นเพราะหนังใช้ทุนสร้างสูงเกินไป และการเปิดตัวหนังในช่วงกลางซัมเมอร์ อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่ที่แน่ ๆ ก็บ่งได้อย่างหนึ่งว่า หนังฮีโร่ไม่ใช่คอนเทนต์หลักที่คนดูหนังนิยมอีกต่อไปในยุคนี้ ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งให้ความคิดเห็นว่า คนเจน Z สมัยนี้แทบไม่สนใจหนังฮีโร่เลย แต่กลับมีแต่คนเจน Y เท่านั้นที่ยังแคร์หนังพวกนี้อยู่ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เจสซี ไอเซนเบิร์ก พูดแล้ว สาเหตุที่ไม่กลับมาเล่นภาคต่อ "The Social Reckoning" เพราะอยากก้าวไปทางอื่น
อ่าน

เจสซี ไอเซนเบิร์ก พูดแล้ว สาเหตุที่ไม่กลับมาเล่นภาคต่อ "The Social Reckoning" เพราะอยากก้าวไปทางอื่น

หนึ่งในประเด็นที่ภาคต่อของหนัง The Social Network อย่าง "The Social Reckoning" เป็นที่ถกเถียงกันไม่น้อย นั่นก็คือการที่ไม่ได้นักแสดงนำคนเดิม อย่าง "เจสซี ไอเซนเบิร์ก" กลับมารับบทบาทเป็นตัวละครเดิมในหนังภาคต่อ ทั้งที่เขายังมีศักยภาพเพียงพอที่น่าจะสามารถสานต่อบทบาทนี้ได้อีกครั้ง ล่าสุดนักแสดงหนุ่มที่เคยเข้าชิงรางวัลออกสาร์ ก็ได้ออกมาเปิดเผยครั้งแรกกับสื่อเกี่ยวกับประเด็นนี้ พร้อมกับขออธิบายแบบสั้น ๆ แต่ได้ใจความในแฟนหนังได้ทราบถึงเหตุผลที่ไปที่มา ที่เขาไม่อาจจะกลับมาสู่จักรวาลหนังเรื่องนี้ได้ "นับว่าเป็นเกียรติมาก ๆ เลยครับที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ แอรอน ซอร์กินส์ เพราะเขาเป็นคนพูดจาฉะฉาน มีเสน่ห์ และหลักแหลมมาก ๆ คือเราได้คุยกับว่าจำทำหนังเรื่องนี้มานานแล้วครับ วิธีการพูดและอธิบายของเขายอดเยี่ยมามาก รวมทั้งการเขียนบทหนังของเขาด้วยเช่นกัน ถ้าไม่ได้่ร่วมงานกับเขา ก็เหมือนว่าจะทำให้สิ่งที่หลายคนต้องผิดหวัง" เจสซี ได้บอกเล่ากับ Variety ระหว่างร่วมงานเปิดตัวรอบปฐมทัศน์หนัง Minions Monsters ในลอสแองเจลิส เมื่อวันอาทิตยที่ผ่านมา เขาเล่าเสริมต่อไปอีกว่า "ผมบอกเขาแค่ว่าผมกำลังก้าวเดินไปในอีกทิศทางที่ต่างไปในชีวิต และคุณรู้ไหมว่าเขาพูดสรุปออกมาได้ดีมาก เพราะผมไม่อยากจะถูกเชื่อมโยงกับตัวละครนั้นอีก แต่เหตุผลที่ผมไม่อยากเล่นหนังเรื่องนี้จะไม่ได้ทำให้ลดทอนคุณภาพของหนังภาคต่อไปเลย และผมก็มั่นใจว่าหนังจะออกมายอดเยี่ยมในตัวเองอยู่แล้ว" คำตอบของเจสซี ไอเซนเบิร์ก ก็ดูเหมือนจะสอดคล้องกับการบอกเล่าครั้งล่าสุดของผู้กำกับ แอรอน ซอร์กินส์ เมื่อก่อนหน้านี้ ที่บอกว่าเขาใช้เวลาถึง 3 วันในการพยายามเกลี้ยกล่อมให้เจสซีกลับมารับบทเป็น มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก อีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดเขาก็เข้าใจและเคารพในการตัดสินใจนักแสดงหนุ่มที่ไม่อยากจะถูกเชื่อมโยงใด ๆ กับตัวละครนี้อีกแล้ว เป็นการพูดคุยที่มีบทสรุปที่เข้าใจกันดีและไร้ปัญหาใด ๆ นั่นจึงทำให้ "เจเรมี สตรอง" ก้าวขึ้นมารับบทดังกล่าวแทนในภาคต่อ The Social Reckoning จะเป็นการเล่าเรื่องอีกประเด็นอื้อฉาวที่สำคัญของเฟซบุ๊ก ที่จะโฟกัสเส้นทางการเปิดโปงของวิศวกรสาวของเฟซบุ๊กกับนักข่าวจากวอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่พยายามสืบเชิงลึกเกี่ยวกับการขยายฐานข้อมูลและให้ข้อมูลเท็จที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของกลุ่มวัยรุ่นและเชื่อมโยงไปสู่ความรุนแรงทางการเมือง "ไมกี้ แมดิสัน" และ "เจเรมี อัลเลน ไวต์" ร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ด้วย วางคิวฉายเอาไว้ในเดือนตุลาคมนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“เอวา” ร่ายยาวสยบดราม่า ยัน “เนท My Mate Nate” ไม่เคยนอกใจ ขอมูฟออน-ให้เกียรติครอบครัวอีกฝ่าย
อ่าน

“เอวา” ร่ายยาวสยบดราม่า ยัน “เนท My Mate Nate” ไม่เคยนอกใจ ขอมูฟออน-ให้เกียรติครอบครัวอีกฝ่าย

เอวา ร่ายยาวสยบดราม่า ยัน เนท My Mate Nate ไม่เคยนอกใจ ขอมูฟออน-ให้เกียรติครอบครัวอีกฝ่าย ออกมาเปิดใจเคลียร์ สำหรับนักแสดงและยูทูบเบอร์สาวคุณหนูหมื่นล้านเอวาปวรวรรณที่ล่าสุดเจ้าตัวทนไม่ไหวหลังจากโดนชาวเน็ตบางกลุ่มนำคลิปไปตัดต่อและโยงเข้าสู่ประเด็นดราม่าเรื่องความสัมพันธ์ในอดีตกับอดีตหวานใจอย่างเนทMy Mate Nate โดยล่าสุด สาวเอวาได้ออกมาโพสต์ข้อความร่ายยาวผ่านสตอรี่อินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อชี้แจงความจริงทั้งหมดแบบม้วนเดียวจบ พร้อมแท็กตรงถึงอินสตาแกรมของ เนท@mymatenateและหวานใจอย่างน้ำตาลเพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจและแสดงความบริสุทธิ์ให้กับทุกฝ่าย โดยเอวาได้ระบุข้อความทั้งหมดในสตอรี่ไอจี ว่า เอวาต้องออกมาพูดเพราะไม่อยากให้คนโยงไปมั่วซั่วไปหมดทุกครั้งที่เอวาออกรายการและต้องตอบคำถามหลายคนจะชอบตัดต่อคลิปและโยงให้เกิดดราม่าเสมอซึ่งมันน่าเหนื่อยใจมากๆค่ะเอวายากบอกว่าพี่เนทไม่เคยนอกใจเอวาและเอวาก็จะเคารพเขาในฐานะพี่ชายคนนึงเสมอไม่อยากให้ใครต้องโดนว่าจากสิ่งที่เขาไม่ได้ทำและมันผ่านมาจะ2ปีแล้วเอวาอยากที่จะให้เกียรติครอบครัวพี่เนทด้วยค่ะ

“fromearth” ส่งมหากาพย์ 3 ซิงเกิลแนว Cinematic Rock ถ่ายทอดความทรงจำจากเรื่องจริงของเอิร์ท วสวัตติ์
อ่าน

“fromearth” ส่งมหากาพย์ 3 ซิงเกิลแนว Cinematic Rock ถ่ายทอดความทรงจำจากเรื่องจริงของเอิร์ท วสวัตติ์

"fromearth" (ฟรอมเอิร์ท)หรือ"เอิร์ท วสวัตติ์ ปัญญรัตน์วงศ์"ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตผ่านเสียงดนตรีหวนคืนวงการเพลงอีกครั้งในฐานะศิลปินชายเดี่ยวจากค่ายXOXO Entertainmentและครั้งนี้"fromearth"ได้ถ่ายทอดความทรงจำและเรื่องราวของชีวิตผ่านดนตรีแนวCinematic Rockกับซีรีส์บทเพลง3เรื่องราวที่เชื่อมโยงกันด้วยอารมณ์ของความรัก การสูญเสีย และการปลอบประโลม กับ3ซิงเกิลใหม่อย่าง "ไม่ต้องมีฉัน", "ชั่วนิรันดร์"และ"ขอให้โลกใบนี้อย่าโหดร้ายกับเธอเกินไป"โดยเอิร์ท ได้เขียนเนื้อร้องและร่วมสร้างสรรค์ทุกเพลงด้วยตัวเอง โดยทั้ง3เพลงนี้เอิร์ธได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ฝีมือฉกาจอย่าง (แม็ก ธิติวัฒน์ รองทอง)หรือ"แม็กThe Darkest Romance"ร่วมกันถ่ายทอดอารมณ์และบรรยากาศเรื่องราวของเพลงให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุด เรื่องราวของซีรีส์เพลงทั้ง 3 บทเพลงได้ถูกนำมาร้อยเรียงเรื่องราวเข้าด้วยกัน โดยเริ่มด้วยซีรีย์บทที่ 1 : ไม่ต้องมีฉัน เรื่องราวของคู่รักที่เดินทางมาถึงจุดที่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาทางทำให้ทุกอย่างดีขึ้นได้ สุดท้ายต้องเลือกเดินจากกันทั้งที่ยังรักสุดหัวใจ เพราะไม่อยากทำร้ายกันไปมากกว่านี้ ต่อด้วยซีรีย์บทที่ 2 :ชั่วนิรันดร์ภาคต่อความเจ็บปวดด้วยความจริงของการสูญเสีย เมื่อสิ่งสำคัญจากไป สิ่งที่เหลืออยู่คือความคิดถึง และการเรียนรู้ที่จะก้าวต่อ โดยเก็บความทรงจำนั้นไว้ตลอดกาลปิดท้ายกับซีรีย์บทที่3 :ขอให้โลกใบนี้อย่าโหดร้ายกับเธอเกินไปบทสรุปในวันที่โลกภายนอกเต็มไปด้วยสิ่งที่พร้อมจะทำร้ายหัวใจเรา บางทีเราไม่ต้องการรู้ทางออกหรอก แต่แค่เพียงมีใครสักคนนั่งข้างๆ คอยโอบกอดและรับฟังก็พอ สำหรับfromearthไม่ได้เป็นเพียงชื่อศิลปินแต่เปรียบเสมือนพื้นที่บางอย่างที่เขาเลือกจะทิ้งข้อความไว้บนโลกใบนี้ผ่านประสบการณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกอันหลากหลายในการใช้ชีวิต เพียงเพื่อหวังว่าสักวันหนึ่ง ใครบางคนจะได้พบกับเรื่องราวเหล่านี้ และรู้สึกเชื่อมโยงกับบางส่วนของตัวเองผ่านร่องรอยที่เขาได้ทิ้งไว้และทั้ง3บทเพลงนี้ เปรียบเสมือนการเดินทางผ่านความรัก การสูญเสีย และการปลอบประโลม ที่ถูกเล่าออกมาผ่านซาวด์ดนตรีCinematic Rockอันเป็นเอกลักษณ์ของfromearthผสานการเรียบเรียงดนตรีที่เข้มข้นและภาพบรรยากาศทางอารมณ์ที่ชวนให้ผู้ฟังดำดิ่งไปกับเรื่องราวในแต่ละบทเพลงสามารถติดตามรับฟังและรับชมผลงานทั้ง3เพลงจากfromearthได้แล้ววันนี้ทุกช่องทางStreamingและYouTube XOXO Entertainment

ผู้กำกับเล่าสาเหตุที่ "เจสซี ไอเซนเบิร์ก" ไม่กลับมารับบทซีอีโอดังในภาคต่อ "The Social Reckoning"
อ่าน

ผู้กำกับเล่าสาเหตุที่ "เจสซี ไอเซนเบิร์ก" ไม่กลับมารับบทซีอีโอดังในภาคต่อ "The Social Reckoning"

"The Social Reckoning" ภาคต่อของหนังเรื่องดัง เมื่อ 15 ปีก่อน อย่าง The Social Network ได้ทำการปล่อยทีเซอร์แรกออกมาให้แฟน ๆ ทั่วโลกได้ยลโฉม กับเนื้อหาความเข้มข้นจัดจ้านในประเด็นใหม่ของการขับเคลื่อนโลกทางโซเชียลมีเดีย ที่หลาย ๆ ฝ่ายมองว่าหนังจะต้องมีบทบาทบนเวทีรางวัลต่าง ๆ ในช่วงต้นปีหน้าแน่นอน แม้ว่าจะน่าเสียดายที่ "เจสซี ไอเซนเบิร์ก" นักแสดงนำจากหนังต้นฉบับจะไม่กลับมา และได้นักแสดงยอดฝีมือ "เจเรมี สตรอง" มาสวมบทบาทแทน แต่ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของมัน ล่าสุดผู้กำกับ "แอรอน ซอร์กิน" ที่รับหน้าที่กำกับ The Social Reckoning เรื่องนี้ ได้ออกมาเปิดเผยระหว่างการสัมภาษณ์กับนิตยสาร Vanity Fair พร้อมกับเล่าเบื้องลึกเบื้องหลัง รวมทั้งสาเหตุที่ในหนังภาคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงนักแสดงหลักของเรื่องไป โดยเขายอมรับว่าได้ใช้เวลาถึง 3 วัน ในการพยายามชักชวนให้เจสซีกลับมารับบทนี้ แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ "ผมก็ยังรู้สึกว่าบทบาทนี้เหมาะกับเขา แล้วเขาก็ผ่านการทดสอบต่าง ๆ มามากแล้ว แต่เขาก็ไม่อยากถูกมองเป็น มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก อีกต่อไป เขาแค่รู้สึกไม่โอเคที่กลับมาแตะต้องบทบาทนี้ ไม่ชอบให้คนวิ่งมาขอลายเซ็นเขาที่สนามบิน เพื่อให้เขียนว่า 'ฉันเป็นซีอีโอ' อะไรทำนองนั้น" แอรอน ซอร์กิน ได้เจอกับ เจสซี ในงานปาร์ตี้หลังงานประกาศรางวัลออสการ์ เมื่อปี 2025 ที่นักแสดงหนุ่มคว้าออสการ์ในปีนั้นพอดี เขาได้บอกกับเจสซีว่ามีบทหนังภาคต่อ The Social Network รอเขาอยู่ แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ เจเรมี สตรอง ก็ร่วมปาร์ตี้อยู่ในงานเดียวกันด้วย เจเรมีไม่รีรอบอกเจตนารมณ์ว่าเขาสนใจที่จะรับบทเป็น มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ถ้าหากว่าเจสซีจะไม่กลับมารับบทนี้อีกแล้ว เจเรมี สตรอง ถูกประกาศให้มารับบทนำใน The Social Reckoning เมื่อช่วงกลางปี 2025 ก่อนหนังจะเริ่มถ่ายทำในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ผู้กำกับหนังถึงกับประทับใจในวิธีการตีความและถ่ายทอดการแสดงของเขา "เขาทำตามแบบวิถีสตรองจะทำ เขามาถึงกองถ่ายวันแรกก็ทักทายผมแต่เช้าเลย คือแค่เขาเปล่งคำพูดออกมาก็เป็นมาร์คไปแล้วครับ" The Social Reckoning จะเล่าถึงประเด็นอื้อฉาวใหม่ เมื่อวิศวกรผู้ดูแลระบบได้ตัดสินใจไปหานักข่าวหนุ่มจากสื่อยักษ์ใหญ่ เพื่อเปิดโปงความลับที่ถูกเก็บงำเอาไว้ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลก ที่เต็มไปด้วยข้อมูลที่จะทำให้โลกต้องตกตะลึง หนังมาพร้อมกับทีมนักแสดงขั้นเทพ ที่นอกจาก เจเรมี สตรอง แล้ว ยังประกอบด้วย "ไมค์กี้ แมดิสัน", "เจรเมี อัลเลน ไวต์", "บิล เบอร์", "วุนมี โมซากุ" และ "บิลลี แม็กนัสเซน" ซึ่งหนังวางคิวฉายทั่วโลกเอาไว้ 8 ตุลาคมนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เบรกหัวทิ่ม! สองตำนานผู้สร้าง RE และ DMC สั่งห้ามทำ Stupid Never Dies เป็นแนว Soulslike เอาให้มนุษย์ทั่วไปเล่นจบได้บ้าง
อ่าน

เบรกหัวทิ่ม! สองตำนานผู้สร้าง RE และ DMC สั่งห้ามทำ Stupid Never Dies เป็นแนว Soulslike เอาให้มนุษย์ทั่วไปเล่นจบได้บ้าง

เมื่อคุณ Eiichiro Sasaki ผู้กำกับ Resident Evil 6 และคุณ Hiroyuki Kobayashi โปรดิวเซอร์มือทองที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Devil May Cry และ Dino Crisis ได้ออกมาอัปเดตความคืบหน้าของเกมใหม่ล่าสุดภายใต้สตูดิโอ GPTRACK50 กับเกมที่มีชื่อสุดกวนอย่าง Stupid Never Dies ซึ่งหลังจากปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาจนแฟน ๆ แอบระแวงว่ามันจะเป็นเกมแนวเกิดใหม่วนลูปตายรัว ๆ หรือเปล่า ล่าสุดตัวพ่อทั้งสองคนก็ได้ออกมาเคลียร์ประเด็นนี้ผ่านสื่อดังอย่าง Famitsu แบบตรงไปตรงมาและโคตรปั่นแล้วสำหรับตัวเกม Stupid Never Dies จะเป็นเกม Action RPG มุมมองบุคคลที่สาม ที่มีความรวดเร็วและเน้นการเติบโตของตัวละครแบบกวน ๆ โดยเราจะได้รับบทเป็น Davy เด็กหนุ่มซอมบี้ชนชั้นล่างสุดของสังคมมอนสเตอร์ ที่ดันไปตกหลุมรัก Julia ศพเด็กสาวมนุษย์ที่ถูกแช่แข็งเอาไว้ในตู้แช่ห้างสรรพสินค้า เขาเลยต้องออกเดินทางตะลุยดันเจี้ยนสุดโหดเพื่อหาทางชุบชีวิตเธอให้ฟื้นคืนชีพกลับมาทำแบบประเมินความรักให้ได้ ระบบการเล่นหลัก ๆ จะเป็นการลงดันเจี้ยนแบบจำกัดเวลาเพื่อกำจัดศัตรู เก็บไอเทมแปลก ๆ และอัปเลเวล โดยมีทีเด็ดอยู่ที่ระบบ "Style Eat" ที่เปิดโอกาสให้ Davy สามารถเขมือบแกนกลางของศัตรูเพื่อขโมยพลังมาเป็นของตัวเอง ซึ่งมีให้เลือกเปลี่ยนร่างสลับสับเปลี่ยนแบบเรียลไทม์ได้ถึง 11 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นร่างมนุษย์หมาป่า แวมไพร์ หรือฮาร์ปี แถมยังมีระบบ "Body Hack" แฮ็กร่างกายดัดแปลงอวัยวะด้วยอาวุธสุดล้ำ และระบบ "Davy Burst" ปลดปล่อยจินตนาการมโนจนสเตตัสพุ่งทะลุหลอดแต่ประเด็นที่ทำเอาแฟนเกมฮือฮาสุด ๆ ก็คือการที่ผู้สร้างออกมายืนยันนั่งยันนอนยันว่าเกมนี้ "ไม่ใช่เกมแนว Soulslike แน่นอน" โดยคุณ Kobayashi เผยว่าตั้งแต่เริ่มพัฒนาเกมนี้ เขาได้สั่งย้ำและเบรกทีมงานในสตูดิโอไว้ตั้งแต่แรกเลยว่าห้ามทำเกมนี้ให้ยากนรกแตกแบบแนว Souls เด็ดขาด แม้ว่าตัวเกมจะมีความท้าทายสำหรับคนที่ไม่เคยจับจอยเกมเลยในชีวิต แต่อย่างน้อยตัวเกมก็ถูกบาลานซ์มาอย่างดีเพื่อให้เกมเมอร์ที่มีประสบการณ์ทั่วไปสามารถเล่นจนจบและเคลียร์เนื้อเรื่องประมาณ 20 - 30 ชั่วโมงได้อย่างมีความสุขทางด้านผู้กำกับ Sasaki ก็เสริมว่าระบบของเกมนี้จะไม่มีการรีเซ็ตค่าพลังของผู้เล่นกลับไปเป็นศูนย์เวลาตายเหมือนเกมอื่น แต่จะใช้วิธีสุ่มสไตล์พลังที่ผสมผสานระหว่างสิ่งที่เราควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ เพื่อให้คนเล่นรู้สึกตื่นเต้นและมีสารเคมีในสมองหลั่งไหลด้วยความสะใจเวลาเอาชนะอุปสรรคได้ มากกว่าการมานั่งเครียดจนหัวร้อน โดยในปัจจุบันตัวเกมพัฒนาไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว และมีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการบน PC และ PS5 ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 นี้แล้วนะ!Wishlist เกม Stupid Never Dies ได้ที่แปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com