รีเซต

ผลการค้นหา “Melody Of Secrets” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เพลงรักพาเธอกลับมา
ดู

เพลงรักพาเธอกลับมา

Six-Second Path: The Melancholy of Fireworks Master Seitaro Mochizuki
ดู

Six-Second Path: The Melancholy of Fireworks Master Seitaro Mochizuki

MECCHA CHAMELEON เกมซ่อนหาสุดอินดี้ ทำยอดขายเกิน 7 ล้านชุดแล้ว!
อ่าน

MECCHA CHAMELEON เกมซ่อนหาสุดอินดี้ ทำยอดขายเกิน 7 ล้านชุดแล้ว!

ต้องถือได้ว่า MECCHA CHAMELEON นั้นกำลังมาแรงมาก ๆ ซึ่งในคราวนี้ทาง Lemorion ทีมงานผู้พัฒนาเกม ได้ออกมาประกาศความสำเร็จว่าในตอนนี้ตอนนี้ตัวเกมนั้นสามารถทำยอดขายไปแล้วทะลุ 7 ล้านชุดแล้ว หลังจากที่ตัวเกมวางจำหน่ายบน Steam เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ยังไม่พอ ทางทีมงานได้เผยว่าเตรียมอัปเดตแผนที่ใหม่ในธีมญี่ปุ่นเข้ามาในเกมด้วยMECCHA CHAMELEON จะมีกติกาที่แสนเรียบง่าย โดยจะแบ่งผู้เล่นออกเป็นทีม Seeker (ผู้ค้นหา) และทีม Hider (ผู้ซ่อน) เพื่อเล่นซ่อนหา โดยฝ่าย Seeker จะเป็นผู้ชนะ ก็ต่อเมื่อหาตัวผู้ซ่อนทั้งหมดได้ ภายในเวลาที่กำหนด แต่อย่างที่บอกไปการซ่อนตัวภายในเกมนี้นั้นมีความพิเศษกว่าเกมอื่น ๆ โดยผู้เล่นจะได้ระบายสีร่างกายของตัวเองให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมภายในฉาก พร้อมหาจุดซ่อนตัวที่ใช้ เพื่อหลอก Seeker ให้ได้!ในตอนนี้ MECCHA CHAMELEON กำลังได้รับความนิยมจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์เป็นอย่างมาก เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเกมเพิ่มเติมได้ที่อ้างอิงข้อมูลจากhttps://x.com/lemorion1224https://store.steampowered.com

FLO โชว์ไลน์ประสานเสียงแนว R&B สไตล์ 90s’ สุดนุ่มในเพลงใหม่ “Don’t Break Her Heart”
อ่าน

FLO โชว์ไลน์ประสานเสียงแนว R&B สไตล์ 90s’ สุดนุ่มในเพลงใหม่ “Don’t Break Her Heart”

เนื้อเพลงสุดสตรอง ถ่ายทอดแอดติจูดเพื่อนหญิงพลังหญิง จากDont Break Her Heartซิงเกิลล่าสุดจากFLOสามสาวเกิร์ลกรุ๊ปแนวHip-Hop RBสุดสวยจากเกาะอังกฤษ ประกอบด้วยJorja Douglas, Stella QuaresmaและRene Downerดีกรีเจ้าของอัลบั้มเข้าชิงแกรมมี2026ที่หลังจากชวนโยกเซ็กซี่ ๆ ในเพลงสุดไวรัลอย่างLeak Itและโชว์โวคอลซึ้ง ๆ ในTherapy at the Clubกันไปแล้ว รอบนี้สามสาวกลับมาพร้อมดนตรีแนวRBยุค90s-2000sโชว์ไลน์ประสานเสียงเพราะ ๆ นุ่ม ๆ แต่เนื้อเพลงสุดสตรองที่บอกว่าพวกเธอพร้อมสู้เพื่อเพื่อนสาวในแก๊ง หากพบว่ามีชายหนุ่มคนใดกล้ามาหักอกหรือทำร้ายจิตใจของเพื่อนพวกเธอ นี่แหละตัวแทนเพลงของแก๊งเพื่อนสาวที่จริงใจที่สุดในยุคนี้ ชมมิวสิควิดีโอเพลงDont Break Her HeartของFLOที่นี่https://FLOTH.lnk.to/DBHHPR/youtube ในเพลงDont Break Her Heartสาว ๆFLOได้กลับมาร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คู่บุญอย่างJulian Bunetta (ที่ีเคยร่วมงานกับGracie Abrams)และนักแต่งเพลงSteph Jones (ที่เคยแต่งเพลงให้Sabrina CarpenterและJADE)ที่เคยทำเพลงสุดฮิตอย่างLeak Itด้วยกัน นอกจากทำนองจะนุ่มนวลฟังเพลิน ที่ตรงกันข้ามกับเนื้อเพลงที่สู้เพื่อเพื่อนแบบยิบตา ทั้งบอกว่าถ้านายหักอกเพื่อนฉัน นายจะต้องชดใช้ไปจนถึงถ้านายหักอกเพื่อนฉัน ฉันจะตามเอาเรื่องนายแน่แล้ว ทางด้านมิวสิควิดีโอที่กำกับโดยTroy Roscoeก็เด็ดไม่แพ้กัน เราจะได้เห็นสามสาวสวมบทนักสืบ ไขคดีเปิดโปงความชั่วร้ายของคนทรยศ FLOเผยว่าDont Break Her Heartคือเพลงประจำแก๊งเพื่อนสาวที่พวกเรารักที่สุด เพราะสะท้อนความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน รวมถึงความพร้อมที่จะปกป้องหัวใจของเพื่อนสาวในทุกสถานการณ์ ต่อจากเพลงDont Break Her Heartสามสาวเตรียมปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่2ที่หลายคนรอคอย โดยใช้ชื่อเดียวกับเพลงล่าสุดTherapy at the Clubในวันที่24กรกฎาคมนี้ ดูจากชื่อของอัลบั้มนี้แล้ว คงพอจะเดากันได้ว่าธีมหลักของอัลบั้มนี้คืออะไรTherapy at the Clubพลิกภาพคลับจากแค่สถานที่แฮงเอาต์ยามค่ำคืน ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการระบายความในใจ การปลดปล่อย และการเป็นเจ้าของตัวเอง ผ่านเส้นอารมณ์ตลอดค่ำคืน ตั้งแต่ช่วงวอร์มอัปก่อนออกไปปาร์ตี้ ไปจนถึงเช้าวันถัดมา เพลงในอัลบั้มมาพร้อมกลิ่นอายRBและป็อปโทนเข้มข้นแต่ชวนเคลิ้ม ผสานการเล่าเรื่องแบบไดอารี่ที่จริงใจ ถ่ายทอดทั้งความปรารถนา ความอกหัก ความมั่นใจ และการเยียวยาหัวใจแบบเรียลไทม์ไปพร้อมกัน อัลบั้มนี้สาว ๆFLOร่วมแต่งเพลงด้วยตัวเองร่วมกับทีมโปรดิวเซอร์ และนักแต่งเพลงแถวหน้าอย่างAmy Allen (Olivia Dean), Steph Jones (Sabrina Carpenter, JADE), Julian Bunetta (Teddy Swims, Gracia Abrams)และBoy Matthews (TWICE, Zayn)พร้อมด้วยการกลับมาของพาร์ทเนอร์คนคุ้นเคยอย่างSkippz, Oak FelderและSevyn Streeterที่รังสรรค์ผลงานสุดติดหูของFLOในหลาย ๆ เพลงได้ร่วมทำเพลงในอัลบั้มนี้ด้วยเช่นกัน มาถึงตอนนี้ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไม แฟน ๆ ทั่วโลกถึงเฝ้ารออัลบั้ม Therapy at the ClubของFLOเพราะพวกเธอคือตัวแทนของเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคใหม่จากเกาะอังกฤษที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้อย่างแท้จริง

"SVRN" แท็กทีม "MAX The Darkest Romance" ถ่ายทอดทุกความรู้สึกผ่าน 'WHY [Atelier Session]'
อ่าน

"SVRN" แท็กทีม "MAX The Darkest Romance" ถ่ายทอดทุกความรู้สึกผ่าน 'WHY [Atelier Session]'

งานนี้ทำเอาแฟนเพลงต่างพากันออกปากว่าเหมือนได้ หูเคลือบทอง หลังจากการได้ฟังการร้องของ SVRN (SOVEREIGN) หรือ ปอร์เช่-ศิวกร ร่วมกับ แม็ก The Darkest Romance โปรดิวเซอร์และผู้แต่งเพลง WHY ที่มาถ่ายทอดบทเพลงนี้ร่วมกันในเวอร์ชัน WHY [Atelier Session] โดยการสลับร้องและไลน์การประสานเสียงของทั้งคู่กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนเพลงพูดถึงอย่างมาก เพราะสามารถส่งต่ออารมณ์และความรู้สึกของเพลงออกมาได้อย่างลึกซึ้งและลงตัว ใน Atelier Session ครั้งนี้ SVRN มาในลุคเท่ เต็มไปด้วยเสน่ห์ ถ่ายทอดทุกคำร้องผ่านน้ำเสียงที่หนักแน่น ดิบ และเต็มไปด้วยแรงปะทะทางความรู้สึก จนเผยให้เห็นอีกด้านของศักยภาพการร้องที่กว้างไกลกว่าภาพจำเดิม และสามารถพาผู้ฟังดำดิ่งเข้าไปในโลกของเพลงได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ แม็ก The Darkest Romance ก็เข้ามาเติมเต็มมิติทางอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเอกลักษณ์การร้องที่ลึก ซื่อตรง และเต็มไปด้วยรายละเอียดทางความรู้สึก จนกลายเป็นเวอร์ชันที่พาผู้ฟังดำดิ่งสู่โลกของ WHY ได้อย่างเต็มอารมณ์ นอกจากเคมีการร้องที่ได้รับคำชมอย่างล้นหลามแล้ว กระแสในโลกออนไลน์ยังพูดถึงเสน่ห์ของทั้งสองศิลปินที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะ SVRN ที่ถูกชื่นชมด้านการร้องที่โดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจนในเวอร์ชันนี้ เป็นเสียงในมิติที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน ทั้งพลัง การควบคุมอารมณ์ และน้ำหนักของการถ่ายทอดที่เข้มข้นขึ้นตลอดทั้งเพลง จนแฟน ๆ ตกหลุมรักในเสน่ห์ครั้งนี้แบบเต็ม ๆ ขณะเดียวกัน แม็ก The Darkest Romance ก็ได้รับเสียงชื่นชมไม่แพ้กันจากการเติมเต็มอารมณ์เพลงด้วยพลังการร้องและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งผลให้ WHY [Atelier Session] ถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งเวอร์ชันที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ถึงใจ และหลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าต้องย้อนกลับไปฟังซ้ำเพื่อเก็บรายละเอียดทุกอารมณ์ ใครยังไม่ได้สัมผัสความพิเศษของของ SVRN x MAX THE DARKEST ROMANCE - WHY [Atelier Session] สามารถรับชมได้แล้วทาง Youtube : https://youtu.be/4y3TKyjpg40?si=q0MGUKDEoJDguZ5W

Sam Smith คัมแบ็ก! กับซิงเกิลอบอุ่นหัวใจ “My Guy” น้ำเสียงและแนวดนตรีที่ทุกคนคิดถึง พร้อมประกาศอัลบั้มใหม่
อ่าน

Sam Smith คัมแบ็ก! กับซิงเกิลอบอุ่นหัวใจ “My Guy” น้ำเสียงและแนวดนตรีที่ทุกคนคิดถึง พร้อมประกาศอัลบั้มใหม่

Sam Smithศิลปินและนักแต่งเพลงเจ้าของรางวัลGRAMMY, BRIT Awards, Golden GlobeและOscarประกาศการกลับมาพร้อมสตูดิโออัลบั้มชุดที่5Hazel Eyesที่มีกำหนดปล่อยให้แฟนเพลงทั่วโลกได้ฟังพร้อมกันในวันที่21สิงหาคมนี้ โดยมาพร้อมซิงเกิลใหม่ล่าสุดMy Guy My Guyคือบทเพลงที่Sam Smithนิยามว่าเป็นเพลงที่รอคอยมาตลอดชีวิตที่จะได้แต่งและร้องเพลงนี้ โดยเขาถ่ายทอดความอบอุ่น ความรัก และความใกล้ชิดผ่านบทเพลงที่แต่งขึ้นในช่วงฤดูร้อน ณ นครนิวยอร์ก เมืองที่กลายเป็นบ้านหลังใหม่ของพวกเขา โดยSam Smithกล่าวว่า นี่คือเพลงที่ผมรู้สึกเหมือนรอคอยมาตลอดชีวิตที่จะได้แต่งและร้องมันขึ้นมา ผมหวังว่าทุกคนจะสัมผัสได้ถึงความรักและความอบอุ่นที่อยู่ในบทเพลงนี้ และบางทีมันอาจทำให้คุณรู้สึกถึงความรักเช่นเดียวกับที่ผมรู้สึก ชมมิวสิควิดีโอเพลงMy GuyของSam Smithที่นี่https://SamSmithTH.lnk.to/MyGuyPR/youtube ซิงเกิลMy Guyเป็นหนึ่งในเพลงเด่นจากอัลบั้มHazel Eyesอัลบั้มที่บอกเล่าเรื่องราวของความรัก การเปิดเผยความรู้สึกภายใน และการค้นหาตัวตนทางศิลปะ ผ่านซาวด์ดนตรีที่ผสมผสานหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นBaroque Pop, British Folk, Outlaw CountryและAlternative RBโดยยังคงโดดเด่นด้วยเสียงร้องอันทรงพลังและการเล่าเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ของSam Smith อัลบั้มนี้ได้Simon Aldredโปรดิวเซอร์และเพื่อนร่วมงานคนสำคัญ รวมถึงศิลปินและนักดนตรีมากฝีมืออย่างFeistและShahzad Ismailyมาร่วมสร้างสรรค์บทเพลงเพราะ ๆ ให้กับSam Smithหลายเพลงได้ทำการบันทึกเสียงที่สตูดิโอระดับตำนานอย่างElectric Lady Studiosในนครนิวยอร์ก ก่อนการประกาศอัลบั้มอย่างเป็นทางการSam Smithได้สร้างความประทับใจให้แฟนเพลงผ่านซีรีส์คอนเสิร์ตพิเศษTo Be Free Residencyที่จัดขึ้นในหลายเมืองทั่วโลก โดยนำทั้งเพลงฮิตตลอดเส้นทางอาชีพและเพลงใหม่จากอัลบั้มHazel Eyesมาแสดงเป็นครั้งแรก พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษอย่างHozier, Ed Sheeran, Brandi Carlile, SIENNA SPIROและKim Petras นอกจากนี้Samยังได้เปิดตัวเพลงMy GuyบนเวทีMAJ Awardsประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการแสดงสดครั้งแรกในสหราชอาณาจักรผ่านรายการLater... with Jools Hollandอีกด้วย Sam Smithกล่าวถึงอัลบั้มHazel Eyesว่า อัลบั้มนี้มีความพิเศษกับผมมาก ผมใช้เวลากว่า3ปีในการสร้างมันร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่รักที่สุด มันเป็นงานที่เป็นส่วนตัวมาก และทำให้ผมเติบโตในฐานะศิลปิน ทั้งในบทบาทนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ ทุกบทเพลงในอัลบั้มนี้เต็มไปด้วยความโรแมนติกและบทเรียนชีวิตที่ผมได้เรียนรู้ตลอดการเดินทางครั้งนี้

ZENTYARB ปล่อยซิงเกิลใหม่ "โจรขโมยใจ" เพลงรักสุดกวน แทร็กแรกเปิดตัวมินิอัลบั้ม EP. OPEN
อ่าน

ZENTYARB ปล่อยซิงเกิลใหม่ "โจรขโมยใจ" เพลงรักสุดกวน แทร็กแรกเปิดตัวมินิอัลบั้ม EP. OPEN

เดินหน้าส่งผลงานใหม่ให้แฟนเพลงฟังอย่างต่อเนื่องสำหรับแรปเปอร์หนุ่มมากความสามารถอย่าง ZENTYARB (เซนท์หยาบ) ศิลปินจากยูนิต bYOND ภายใต้การดูแลของ Believe Artist Services ที่ล่าสุดขอส่งซิงเกิลใหม่กันต่ออย่าง โจรขโมยใจ เพลงเปิดตัวที่อยากชวนทุกคนก้าวเข้าสู่โลกของคนคลั่งรักในแบบฉบับเฉพาะตัว พร้อมประกาศปล่อยมินิอัลบั้มที่ทุกคนตั้งตารอคอยอย่าง EP. OPEN ให้แฟนๆ ได้พร้อมฟัง สำหรับเพลง โจรขโมยใจ ได้ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่ถูกปล้นหัวใจไปแบบไร้ทางสู้ จนกลายเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดป่วน ทั้งการสืบสวน การออกหมายจับ ตลอดจนการตามล่าหาของกลางอย่างหัวใจ ผ่านบรรยากาศดนตรีที่สนุกสนาน ทะเล้น และอบอวลไปด้วยความน่ารัก ซึ่งจะทำให้แฟนๆ ได้ตกหลุมรักเพลงนี้ด้วยกันอย่างแน่นอน นอกจากความสนุกของตัวเพลงแล้ว ซิงเกิลนี้ยังทำหน้าที่เป็นเพลงแทร็กแรกที่จะพาทุกคนเข้าสู่ EP. OPEN มินิอัลบั้มที่รวบรวมบันทึกความรู้สึกและแง่มุมหลากหลายมิติของความสัมพันธ์ ซึ่ง ZENTYARB ตั้งใจให้เป็นพื้นที่สำหรับเปิดเผยตัวตนในมุมที่ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความหวัง หรือความจริงใจ โดยมีเพลงโจรขโมยใจเป็นตัวแทนของการยอมรับว่าได้ตกหลุมรักใครบางคนเข้าแล้ว ก่อนที่แฟน ๆ จะได้พบกับเรื่องราวในแทร็กอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง ยินดีให้บริการ, ประตู, Timezone และ What U want โดย ZENTYARB ได้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจและเบื้องหลังการทำงานเพลงนี้ว่า เพลงนี้เป็นเพลงรักกวน ๆ ตรงไปตรงมาตามสไตล์ของผมครับ คอนเซปต์คือเราโดนเขาขโมยใจไปแล้ว แต่อยากเล่นใหญ่ให้เป็นเรื่องราวของการสืบสวน ขโมยไปแล้วก็ต้องเอามารับคืน หรือไม่เธอก็ต้องมาอยู่ดูแลใจดวงนี้เลย เพลงนี้ยังเป็นเพลงเปิดของ EP. OPEN ซึ่งภาพรวมของ EP นี้จะเล่าถึงการกล้าที่จะเปิดใจในความสัมพันธ์ครับ อยากให้ทุกคนลองฟังกันดูครับ ในส่วนของด้านดนตรี ZENTYARB (เซนท์หยาบ) ยังคงสไตล์บีทที่สนุก สดใหม่ ดีไซน์จังหวะให้ชวนเต้นและเข้าถึงง่าย ผสานกับเนื้อหาที่มีความขี้เล่น รวมถึงลายเซ็นการแรปที่มีโฟลว์ไหลลื่นไหล การใช้คำในการเขียนเพลงที่มีสไตล์ชัดเจน ทำให้เพลงนี้ออกมาได้อย่างน่ารักและลงตัวที่สุด สามารถรับชม Music Video ได้ทาง YouTube : ZENTYARB และสามารถฟังเพลงของความคลั่งรักสุดกวนและร่วมแกะรอยคดีหัวใจไปกัเพลง โจรขโมยใจ ได้แล้วบนทุกช่องทางสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม

Hello Ghost
ดู

Hello Ghost

SIENNA SPIRO เตรียมปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ Visitor สานต่อความสำเร็จจาก "Die On This Hill"
อ่าน

SIENNA SPIRO เตรียมปล่อยอัลบั้มเดบิวต์ Visitor สานต่อความสำเร็จจาก "Die On This Hill"

SIENNA SPIROศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงดาวรุ่งวัย20ปีจากลอนดอน เจ้าของเสียงร้องสะกดอารมณ์คนฟังทั่วโลกจากเพลงDie On This Hillประกาศอัลบั้มเดบิวต์Visitorซึ่งใช้ชื่อเดียวกับซิงเกิลที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่างThe Visitorโดยอัลบั้มชุดนี้จะพาผู้ฟังดำดิ่งสู่โลกดนตรีที่ผสมผสานกลิ่นอายโซล และซิมโฟนิกป็อป ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความเปราะบาง และความไม่จีรังของชีวิต ผ่านเสียงร้องอันทรงพลัง และเป็นเอกลักษณ์ของเธอ อัลบั้มVisitorถ่ายทอดบรรยากาศอบอุ่น ละเมียดละไม และจริงใจ แม้แก่นเรื่องจะสะท้อนความไม่จีรังและความเปราะบางทางอารมณ์ แต่ผลงานทั้งชุดกลับเต็มไปด้วยรายละเอียดทางเสียงที่ลึกซึ้ง และพลังการเล่าเรื่องที่เฉียบคมของSIENNA SPIRO อัลบั้มนี้ได้โปรดิวเซอร์ชื่อดังOmer Fediรับหน้าที่Executive Producerร่วมด้วยทีมโปรดักชันระดับโลกอย่างBlake Slatkin, YakobและMichael Pollackและนักประพันธ์ออร์เคสตราLarry GoldและPeter Rotterร่วมกันรังสรรค์บทเพลงชั้นเยี่ยมในสตูดิโอระดับตำนานอย่างElectric Lady Studios, Abbey Road StudiosและValentine Recording Studios ก่อนการปล่อยอัลบั้มSIENNA SPIROได้กล่าวถึงแนวคิดหลักในการทำอัลบั้มVisitorว่า ฉันรับรู้ถึงความไม่ถาวรของทุกอย่างมาตลอด ฉันกลัวการสิ้นสุดและการจากลาอย่างมาก จนบางครั้งเลือกจะไม่เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่หรือสิ่งใดก็ตามที่รู้ว่าไม่มีวันอยู่ตลอดไป ในแง่หนึ่ง ฉันเลยใช้ชีวิตเหมือนเป็นผู้มาเยือนคนหนึ่งที่แค่เดินผ่านเข้ามา การทำอัลบั้มนี้สอนให้ฉันรู้จักซึมซับช่วงเวลาปัจจุบัน แทนที่จะกังวลกับอนาคตอยู่ตลอดเวลา ฉันหวังว่าเมื่อผู้คนได้ฟังอัลบั้มนี้ มันจะช่วยปลอบโยนพวกเขาว่า ทุกอย่างล้วนมีอยู่เพียงชั่วคราว และเราไม่จำเป็นต้องรีบปล่อยวางเสมอไป เราสามารถให้คุณค่ากับสิ่งต่าง ๆ ได้ แม้มันจะไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป Pre-order/ Pre-saveอัลบั้มVisitorของSIENNA SPIROที่นี่https://SiennaSpiroTH.lnk.to/TheVisitor ผลงานของเธอสะท้อนความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดสตรีมทั่วโลกทะลุ1.2พันล้านครั้ง และในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เธอมีเพลงติดBillboard Hot 100พร้อมกันถึง3เพลง ได้แก่Die On This Hill (อันดับ19), The Visitor (สูงสุดอันดับ43)และYou Stole The Show (อันดับ55)นอกจากนี้ เธอยังร่วมแต่งเพลงMaterial Loverสำหรับภาพยนตร์The Devil Wears Prada 2อีกด้วย ในขณะเดียวกัน ทัวร์เฮดไลน์แรกในอเมริกาเหนือThe Visitor Tourก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยบัตรขายหมดภายในไม่กี่วินาที ก่อนจะเพิ่มรอบและขายหมดอีกครั้ง พร้อมเสียงชื่นชมจากสื่อระดับโลก อาทิVarietyที่ยกให้เธอเป็นหนึ่งในเสียงร้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุคและLos Angeles Timesที่ชื่นชมว่าเสียงของSPIROหนักแน่น ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยอารมณ์ จนอาจเป็นเสียงที่น่าทึ่งที่สุดจากอังกฤษนับตั้งแต่Adele SIENNA SPIROยังได้รับความสนใจจากวงการเพลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขึ้นเวทีร่วมกับSam Smithที่Castro Theatre,การที่P!nkคัฟเวอร์Die On This HillในThe Kelly Clarkson Showและโชว์ไวรัลในThe Tonight Show Starring Jimmy Fallonล่าสุดSIENNA SPIROได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงCritics ChoiceจากBRIT Awards 2026,ติดForbes 30 Under 30และเข้าชิงAmerican Music Awards 2026สาขาBest Vocal PerformanceและBreakthrough Pop Artistพร้อมทั้งได้รับคำชื่นชมจากสื่อชั้นนำอย่างRolling Stone, Dazed, Los Angeles Times, V Magazine, The New York TimesและThe Hollywood Reporter หลังการเปิดตัวอัลบั้มVisitorSIENNA SPIROเตรียมเดินสายThe Visitor Tourในสหราชอาณาจักรและยุโรปในช่วงปลายเดือนนี้ พร้อมขึ้นแสดงในเทศกาลดนตรีระดับโลกตลอดช่วงซัมเมอร์และฤดูใบไม้ร่วง อาทิMontreux Jazz Festival, All Points East, Lollapalooza, Newport Jazz, Outside Lands, All Things GoและAustin City Limits สำหรับใครที่กำลังมองหาอัลบั้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความเปราะบาง และความงดงามในเวลาเดียวกัน VisitorของSIENNA SPIROคือผลงานที่ไม่ควรพลาด เพิ่มไว้ในเพลย์ลิสต์ล่วงหน้า แล้วเตรียมปล่อยใจไปกับเสียงของเธอได้เลย ฟังพร้อมกัน3กรกฎาคมนี้

สำรวจใจไขรหัสรัก
ดู

สำรวจใจไขรหัสรัก

Coming Soon
ดู

Coming Soon

สูตรลับรักรสหวาน Sweet Trap
ดู

สูตรลับรักรสหวาน Sweet Trap

aron! ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านเพลงใหม่ “Macramé” (feat. Mei Semones) เปิดทางสู่อัลบั้มเดบิวต์ที่รอคอย
อ่าน

aron! ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านเพลงใหม่ “Macramé” (feat. Mei Semones) เปิดทางสู่อัลบั้มเดบิวต์ที่รอคอย

aron!ศิลปินแจ๊สอัจฉริยะภายใต้สังกัดVerve Recordsกำลังถ่ายทอดเสน่ห์คลาสสิกผสานกลิ่นอายร่วมสมัยได้อย่างลงตัว และเป็นบทพิสูจน์ว่าแจ๊สไม่เพียงยังคงมีชีวิต หากแต่ยังคงพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง The Line of Best Fit aron!ศิลปินดาวรุ่งมาแรงวัย22ปี กับแนวดนตรีCozy PopจับมือกับMei Semonesศิลปินอินดี้ป็อปแจ๊สขวัญใจวัยรุ่น ส่งเพลงใหม่สุดอบอุ่นMacramที่ผสมผสานระหว่างดนตรีป็อป อินดี้ร็อก และกีตาร์แนวแจ๊สได้อย่างไพเราะลงตัว ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่กำลังตกหลุมรักและเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ได้อย่างน่ารักน่าชัง เป็นอีกซิงเกิลที่เตรียมปูทางสู่อัลบั้มเดบิวต์ของaron!ที่แฟน ๆ รอคอยในปี2026นี้ ฟังเพลงMacram (feat. Mei Semones)ของaron!ที่นี่https://aronTH.lnk.to/MacramePR สำหรับเพลงMacramทางด้านaron!เผยอย่างเป็นกันเองว่าตอนนี้ผมกำลังเดตกับผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อMeiเลยแต่งเพลงขึ้นมาจากการจินตนาการว่าเราได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน (ซึ่งก็คิดไปไกลพอสมควร) และช่วยกันตกแต่งห้องของเรา ทั้งติดโปสเตอร์และแขวนmacram (macramei) Meiเขียนท่อนของเธอในรถ ระหว่างที่เรากำลังขึ้นภูเขาไฟที่Mauiและเธอยังเป็นคนแต่งไลน์กีตาร์สุดจัดจ้านตามสไตล์ของเธอด้วย นับเป็นการร่วมงานอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างaron!และMei SemonesสำหรับเพลงMacramที่ถ่ายทอดเรื่องราวอย่างมีเอกลักษณ์ ผ่านเนื้อร้องทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นMei Semonesเป็นศิลปินจากBrooklynผู้โดดเด่นด้วยซาวด์อินดี้ป็อปกลิ่นอายแจ๊ส และการใช้สองภาษาในบทเพลง และเรียกได้ว่าเธอกำลังก้าวขึ้นเป็นดาวรุ่งในแวดวงอินดี้และแจ๊สร่วมสมัย จากความสำเร็จของอัลบั้มเดบิวต์AnimaruและEPล่าสุดKurageเธอสั่งสมประสบการณ์จากการแสดงสดโชว์เคสจากหลากหลายเวทีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นCOLORS, Vevo DSCVR, KEXPและAudiotreeพร้อมคำชื่นชมจากสื่อชั้นนำอย่างNPR All Things Considered, Variety, The New York Times (Artist to Watch), The Fader (Gen F), Stereogum, Guitar.comและRolling Stoneที่ยกย่องให้เธอเป็นArtist You Need to Know ด้านMeiกล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่าฉันชื่นชมaron!ในฐานะนักดนตรีมาก ๆ เลยดีใจมากที่เราได้ทำเพลงนี้ด้วยกัน มันสนุกมากที่ได้ช่วยกันเขียนและลองไลน์ดนตรีใหม่ ๆ ทุกครั้งที่เราเล่นด้วยกัน ฉันได้เรียนรู้อะไรใหม่เสมอ ก่อนหน้านี้aron!ทำแฟน ๆ เคลิบเคลิ้มกับเพลงป็อปแจ๊สแนวโมเดิร์นฟังสบายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นFoolsongที่เขาแชร์สิ่งที่ควรและไม่ควรทำ ให้กับใครก็ตามที่ได้มาคบกับแฟนเก่าของเขา และหวังว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่ทำผิดพลาดเหมือนอย่างที่เขาเคยทำ และWonderful Thingเพลงป็อปแจ๊สนุ่มนวลชวนฝัน ที่แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ในการแต่งเพลงของเขาได้เป็นอย่างดี จนหลาย ๆ คนโดนตกไปตาม ๆ กัน รวมถึงนักร้อง นักแต่งเพลงชื่อดังระดับโลกอย่างJohn Mayerที่เอ่ยปากชื่นชมaron!ด้วยตัวเอง มาจนถึงเพลงล่าสุดMacramที่บอกได้คำเดียวว่าไม่เคยทำให้ผิดหวังอีกเช่นเคย รอฟังอัลบั้มเดบิวต์ของaron!ในปีนี้กันได้เลย

The Story Of Nagasaki's Sweets
ดู

The Story Of Nagasaki's Sweets

"หวังซิงเหอ" เปิดเบื้องหลังทำเพลงให้ "หลัวอวิ๋นซี" กับโลกของดนตรีที่ไร้พรมแดน
อ่าน

"หวังซิงเหอ" เปิดเบื้องหลังทำเพลงให้ "หลัวอวิ๋นซี" กับโลกของดนตรีที่ไร้พรมแดน

หวังซิงเหอ กับโลกของดนตรีที่ไร้พรมแดน โปรดิวเซอร์หนุ่มคนเก่งผู้อยู่เบื้องหลังดนตรีประกอบ Blades of the Guardians และ Cloud Knows บทเพลงสุดซึ้งของหลัวอวิ๋นซี ชวนทุกคนเดินทางสำรวจโลกแห่งดนตรีที่ไร้พรมแดน ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับทรูวิชั่นส์ นาว จากปลายนิ้วที่สัมผัสคีย์บอร์ดไฟฟ้าในวัย 4 ขวบ ก่อนรู้จักหน้าตาของตัวโน้ตหรือเรียบเรียงถ้อยคำ ใครจะคิดว่าเด็กชายคนนั้นจะเติบโตมาเป็น "หวังซิงเหอ" (Wang Xinghe) โปรดิวเซอร์และคอมโพสเซอร์รุ่นใหม่ผู้เป็นคีย์คอมโพเซอร์คนสำคัญของ 8082 Audio บริษัทผลิตงานด้านดนตรียักษ์ใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ดนตรีประกอบที่สั่นสะเทือนอุตสาหกรรมเกมระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของ Black Myth: Wukong, Persona 5: The Phantom X ไปจนถึงโปรเจกต์ใหม่ที่เหล่าเกมเมอร์กำลังจับตามองอย่าง Black Myth: Zhong Kui และอีกมากมาย แต่ตัวตนของหวังซิงเหอไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในโลกของเกมเท่านั้น เขายังเป็นหนึ่งในผู้ดูแลอยู่การสร้างดนตรีประกอบสุดฮึกเหิมในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Blades of the Guardians ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์ และเป็นเพื่อนคู่คิดทางดนตรีที่ช่วยถ่ายทอดความทรงจำอันแสนอ่อนโยนของพระเอกหนุ่ม "หลัวอวิ๋นซี" ผ่านบทเพลงอันไพเราะได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางตารางงานที่รัดตัวในฐานะผู้สร้างสรรค์ "เสียง" ให้กับโลกจินตนาการ หวังซิงเหอได้สละเวลามานั่งสนทนาแบบ Exclusive กับ TrueVisions Now เพื่อพาเราออกสำรวจโลกแห่งเสียงดนตรี ที่ซึ่งไร้พรมแดนระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต คุณฝันอยากเป็นนักดนตรีมาตั้งแต่เด็กเลยไหม อะไรคือจุดเริ่มต้นให้คุณตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการนี้ ผมเริ่มจับคีย์บอร์ดตั้งแต่อายุ 4 ขวบครับ ผมรู้สึกว่าแพสชันในการแต่งเพลงมันเริ่มต้นขึ้นจากตรงนั้นแหละ แล้วมันก็ฝังลึกอยู่ในตัวผมมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ เครื่องดนตรีชิ้นแรกของผมจริงๆ คือคีย์บอร์ดไฟฟ้าที่มีเสียงซินธ์ (Synth) และพรีเซ็ตต่างๆ ไม่ใช่เปียโนคลาสสิกทั่วไป มันเลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจเรื่องการเรียบเรียงดนตรีและการทำเพลงมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาในช่วงมัธยมปลาย ผมเลือกเรียนหลักสูตร A-levels จากนั้นเข้าเรียนต่อที่ University College London ในสาขาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ พอใกล้จบปี 4 ผมก็มุ่งมั่นว่าจะเอาดีในวงการดนตรีอย่างเต็มตัว ซึ่งถือว่าโชคดีมากที่ได้เข้าร่วมทีมกับ 8082 Audio (ที่ทำงานปัจจุบัน) ทันทีที่เรียนจบ ซึ่งถ้าไม่มีโอกาสนั้นผมคงไม่ได้พัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดขนาดนี้ มองใครเป็นแรงบันดาลใจบ้างในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง ตลอดเส้นทางนักดนตรีอาชีพ ผมได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินและนักแต่งเพลงหลากหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็น JJ Lin (หรือ หลินจวิ้นเจี๋ย เจ้าพ่อ Mandopop ของวงการจีน), John Williams, Rachmaninoff ไปจนถึง Bach ทุกวันนี้ยังมีอะไรให้ผมได้เรียนรู้อีกเยอะมาก และเผลอๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าผมอาจจะต้องเรียนรู้จาก AI ด้วยซ้ำ ในฐานะที่คุณมีส่วนในผลงานโปรเจกต์ระดับโลกมากมาย คุณมีกระบวนการในการแต่งเพลงอย่างไร มีเครื่องดนตรีหรือองค์ประกอบอะไรบ้างไหมที่คุณชอบใช้เป็นพิเศษ เพื่อฝัง "ลายเซ็น" ในดนตรีของคุณ ผมเป็นคนค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องเสียงและไอเดียใหม่ๆ โดยปกติแล้วผมจะเริ่มจากการร่างโครงสร้างและโมทีฟ (Motif) หลักๆ ของเพลงก่อน ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนหลังจากร่างเสร็จผมจะเริ่มทำเดโม โดยอาจเริ่มจากเพอร์คัสชันหรือกลองก่อน ตามด้วยคอร์ดและแนวประสานเสียงแบบตรงข้าม (Counterpoints) แล้วค่อยเอาเดโมไปให้ลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ลองฟังดู ช่วงหลังมานี้ผมเริ่มเอา Suno (AI) มาช่วยบ้างเหมือนกัน คือหลังจากผมคิดไอเดียหลักเสร็จ ผมจะโยนร่างเปียโนให้ Suno ช่วยเรียบเรียงออกมา แม้มันจะยังไม่ออกมายอดเยี่ยมเลยทันที แต่มันเวิร์กมากในฐานะเดโมต้นแบบที่ช่วยให้ผมทดลองทิศทางใหม่ๆ ของดนตรีได้เร็วขึ้น ในขั้นตอนของการผลิตงานจริง ผมมักหยิบเอาเครื่องดนตรีจีนดั้งเดิมอย่าง ผีผา (Pipa) หรือ ขลุ่ยต้งเซียว (Dongxiao หรือ ปี่ตื้อ เครื่องดนตรีจีนดั้งเดิมทำจากไม้ไผ่) มาผสมผสาน เพราะมันช่วยเติมกลิ่นอายตะวันออกให้กับบทเพลง นอกจากนี้ผมยังสนุกกับการปั้นเสียงซินธ์ผ่านปลั๊กอินอย่าง Serum 2 ด้วย ช่วงนี้ผมอินกับแนว Color Bass และพวกเสียง Glitch แบบทดลองหน่อยๆ ผมอยากให้แต่ละโปรเจกต์จะมีซิกเนเจอร์ของเสียงที่ต่างกันออกไป ผมเลยพยายามทดลองผสมผสานอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ คุณเคยมีส่วนร่วมในการแต่งเมโลดี้หลักในเกมสุดฮิต Black Myth: Wukong มาบ้าง แต่สำหรับเกม Black Myth: Zhong Kui ภาคใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวและทำเอาเกมเมอร์ทั่วโลกต่างตื่นเต้น คุณมีส่วนร่วมในการทำเพลงให้กับตำนานบทใหม่นี้มากขึ้นไหม ใช่ครับ ผมมีส่วนร่วมใน PV (วิดีโอโปรโมต) ตัวแรกของ Black Myth: Zhong Kui รวมถึงตัวที่เป็นธีมทำอาหารที่ปล่อยออกมาในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาด้วย ส่วนงานที่เหลือตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทำงานและเป็นความลับอยู่ พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมาให้ผู้เล่นทุกคนได้สัมผัสกันแน่นอน นอกจากการแต่งเพลงประกอบให้กับเกมและโฆษณาแล้ว คุณยังได้ร่วมแต่งเพลง Cloud Knows กับ หลัวอวิ๋นซี ที่สละสลวยราวกับบทกวี ช่วยเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการแต่งเพลงนี้หน่อย ว่าคุณทั้งคู่ทำงานร่วมกันอย่างไรเพื่อให้ดนตรีและคำร้องหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน หลัวอวิ๋นซีเป็นคนแต่งเนื้อร้องร่วมกันกับเพื่อนๆ ของเขา ผมช่วยเกลาๆ ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยเท่านั้น เพลงนี้สะท้อนความทรงจำสมัยเรียนของเขาเอง ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอารมณ์ที่ซาบซึ้งกินใจ ในฐานะโปรดิวเซอร์ หน้าที่ของผมคือช่วยถ่ายทอดอารมณ์เหล่านั้นออกมาผ่านภาษาดนตรีให้ชัดเจนที่สุด ระหว่างทำเพลงนี้เราได้คุยกันเยอะมากเกี่ยวกับความรู้สึกของเขา ทุกคอร์ด ทุกไลน์เครื่องสายที่ใส่ลงในดนตรีล้วนมาจากสิ่งที่เราแชร์ไอเดียกันทั้งสิ้น นอกจากนี้เรายังใส่เครื่องลมไม้ (Woodwinds) เข้าไปเพื่อสร้าง กลิ่นอายของความทรงจำ ซึ่งไม่ค่อยได้ยินในเพลงป็อปทั่วไป แม้ว่าเพลงนี้จะยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่เราก็หวังว่าผู้ฟังจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อเพลงที่เขาบรรจงเขียนขึ้นทุกคำ ทุกบรรทัด นอกจากบทเพลงส่วนตัวของเขาแล้ว คุณยังแต่งเพลง ก้าวหนึ่งไม่หวนกลับ (一往) ประกอบซีรีส์สุ่ยหลงอิ๋น (Shui Long Yin) ที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย คุณพอจะเล่าได้ไหมว่าได้รับแรงบันดาลใจอะไรจากตัวละครหรือช่วงใดของเรื่อง และได้ออกแบบภาคดนตรีอย่างไร เพื่อสะท้อนแนวคิดของ การเดินทางที่ไม่อาจหวนคืน ให้มีความหนักแน่น มีความลึกซึ้งกว่าการเป็นเพลงเศร้าธรรมดา แรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์เพลงก้าวหนึ่งไม่หวนกลับของเรามาจากการเติบโตและพัฒนาการของตัวละครถังลี่ฉือ (Tang Lici) อย่างสมบูรณ์เขาปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมกับพลังอันมหาศาล แต่โลกภายในใจของเขาในช่วงแรกนั้นยังเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ความผูกพันที่เกิดขึ้นกับมิตรสหาย และการเผชิญหน้ากับคู่อริตลอดเส้นทาง เขาค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นคนที่กล้าหาญกว่าเดิม มีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง ไม่ใช่แค่เก่งกว่าเดิมในแง่ของพลัง แต่เขาสมบูรณ์ขึ้นทั้งในมิติของความรู้สึกและจิตวิญญาณ การตัดสินใจสละตนในตอนท้ายคือจุดจบที่สมบูรณ์แบบและซาบซึ้งที่สุดของเส้นทางตัวละครนี้ เราได้ออกแบบโครงสร้างของเพลงนี้ให้มีความไดนามิกสูงมาก ท่อนร้อง (Verse) สวยงามราวบทกวีและเน้นการใคร่ครวญภายในจิตใจตนเอง ด้วยโทนเสียงที่ชวนให้หวนระลึกถึงอดีต อ่อนโยนแต่มั่นคง หยั่งรากลึกลงไปในความอบอุ่นอันอ่อนโยน ส่วนท่อนคอรัสนั้นเราเร่งทำนองให้พุ่งทะยานขึ้นเพิ่มความฮึกเหิม เพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของตัวละครที่ผ่านความทุกข์ทรมาณมามากมาย สื่อถึงเจตจำนงอันแน่วแน่และจุดมุ่งหมายที่ไม่หวั่นไหวของเขา การเรียบเรียงเพลงทั้งหมดนี้ดูแลโดยจ้ายจินเหยียน (Zhai Jinyan) นักแต่งเพลงผู้มีความสามารถของทีมเรา ซึ่งดูแลจังหวะของเครื่องเคาะต่างๆ การเรียบเรียงดนตรีของเขาช่วยเสริมสร้างโครงสร้างและอารมณ์ความรู้สึกที่แข็งแกร่งให้กับเรื่องราวของเพลง ที่สำคัญคือ เราสร้างสรรค์เพลงทั้งหมดห้าเพลงสำหรับโปรเจกต์นี้ และเพลงนี้ถูกเลือกเป็นตัวแทนจากทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าดนตรีประกอบนั้นมีความสมจริงและเหมาะสมที่สุดกับตัวละคร ในฐานะนักแต่งเพลง คุณมองว่าความสามารถทางดนตรีของหลัวอวิ๋นซีมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างไร มีโมเมนต์ไหนบ้างไหมที่คุณทั้งคู่รู้สึกเชื่อมโยงกันทางดนตรีอย่างสมบูรณ์ ผมมองว่าหลัวอวิ๋นซีเป็นศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมครับ เท่าที่ผมได้ยินมาเขาเองก็เคยโปรดิวซ์เพลงด้วยตัวเองมาก่อนในสมัยแรกๆ แม้ความสามารถของเครื่องไม้เครื่องมือในตอนนั้นจะมีขีดจำกัด แต่ไอเดียของเขาชัดเจนและสื่อออกมาได้ดีเสมอ ความคิดความอ่านของเขามักสร้างแรงบันดาลใจให้ผมอยู่บ่อยครั้ง บางทีก็เป็นเรื่องราวส่วนตัว ความรู้สึกหรือภาพในหัวที่เขาอยากถ่ายทอดออกมา และบางครั้งก็ส่งมาเป็นเดโมให้พัฒนาต่อได้เลย เขาเป็นศิลปินประเภทที่ทุ่มเทกับรายละเอียดในการปรับแต่งคอร์ดของเพลงเพื่อหา "โน้ตที่ใช่" สำหรับตัวเขาเอง ผมหวังว่าผมจะเข้าใจวิสัยทัศน์ของเขาอย่างถ่องแท้ และหวังว่าเราจะยังทำงานซิงค์กันแบบนี้ในโปรเจกต์ต่อๆ ไปครับ ตั้งแต่ทำงานมามีโปรเจกต์ไหนที่คุณรู้สึกท้าทายความสามารถที่สุด จนเกือบจะยอมแพ้บ้างไหม คุณจัดการกับความท้าทายนั้นอย่างไร โปรเจกต์ที่ท้าทายที่สุดต้องยกให้ภาพยนตร์เรื่อง Blades of the Guardians (镖人) ที่เพิ่งเข้าฉายในช่วงตรุษจีนนี่เลยครับ อาจารย์ William Wu (อู๋เหว่ยลี่) และทีม 8082 Audio เป็นผู้ทำดนตรีประกอบทั้งหมด ส่วนผมทำหน้าที่เป็นหนึ่งในซูเปอร์ไวเซอร์และคอมโพสเซอร์ครับ นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่ผมได้รับบทบาทสำคัญ ผมเลยรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับมอบโอกาสอันดีงามนี้ แต่ยอมรับเลยว่ามันทำให้ผมเครียดมากเหมือนกัน ทั้งจากตารางงานที่แน่นเอี๊ยด การประชุมติดต่อสื่อสาร และการรับมือกับปัญหาต่างๆ ซึ่งมันไม่มีทางลัดอะไรมาช่วยจัดการความกดดันเหล่านี้ได้ ผมจึงต้องพุ่งชนทุกอุปสรรคและพยายามทำงานให้เสร็จทันเวลา ซึ่งต้องขอบคุณที่ปรึกษาทางดนตรีอย่างอาจารย์ William Wu และทีมงานคอมโพสเซอร์ที่แข็งแกร่งของเราด้วยครับ ครั้งหน้าผมเชื่อว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้ ในการทำงานร่วมกับปรมาจารย์ด้านการประพันธ์เพลงอย่างอาจารย์อู๋เหว่ยลี่คุณได้รับบทเรียนที่สำคัญอะไรจากท่านบ้างไหม ในการผสาน 'จิตวิญญาณกระบี่' ที่มีความสละสลวยและเป็นอมตะในแบบคลาสสิก เข้ากับความดิบ ดุดัน และฉากแอ็กชันสุดเดือดของ Blades of the Guardians เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับดนตรีแนววูเซี่ย (Wuxia) ที่เข้าถึงหัวใจของผู้ชมทั่วโลกในยุคปัจจุบัน? ก่อนการร่วมงานกันครั้งนี้ ความเข้าใจของผมในวูเซี่ย (WuXia) ยังจำกัดอยู่เพียงน้อยนิด ด้วยเหตุผลหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะยุคทองของวูเซี่ยได้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วในช่วงที่ผมเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ การได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์อู๋เหว่ยลี่ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับผมที่ได้เรียนรู้จากท่านเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเทคนิคการประพันธ์เพลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปรัชญาแห่งชีวิต และจิตวิญญาณอันเหนือกาลเวลาของวูเซี่ย ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้อย่างครบถ้วน ต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อได้พูดคุยกับท่านแล้ว ความแตกต่างระหว่างวัยจะหายไปจากความรู้สึกโดยสิ้นเชิง อาจารย์อู๋ยังคงรักษาความกระตือรือร้นในแนวคิดใหม่ๆ ไว้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งขยายออกไปไกลเกินกว่าดนตรี ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้ชีวิตสมัยใหม่ ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ไปจนถึงการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร อาจารย์อู๋เหว่ยลี่ได้ประพันธ์ธีมหลักของเรื่อง และเรานำธีมเหล่านี้มาผลิตด้วยเนื้อเสียงที่ทันสมัยยิ่งขึ้น จิตวิญญาณหลักและหัวใจทางอารมณ์ของดนตรียังคงถูกรักษาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งเอกลักษณ์แกนกลางและสาระแท้ที่แท้จริง ถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองใหม่และรูปแบบการแสดงออกที่สดใหม่ เราได้ผสานดนตรีวูเซี่ยแบบดั้งเดิมของจีนเข้ากับทัศนียภาพเสียงอันยิ่งใหญ่ บรรจงร้อยเรียงเครื่องดนตรีผสานกับพื้นผิวสังเคราะห์เสียงที่หลากหลาย เพื่อสร้างสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นเสียงอันเป็นนิยามของทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลและวีรบุรุษของมัน นอกจากนี้ เรายังออกแบบเพลงประกอบเพื่อยกระดับการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ และเรารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งกับผลลัพธ์สุดท้ายที่ทุกคนได้ฟังกัน มีข้อความอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ ที่ติดตามผลงานของคุณอยู่บ้างไหม ขอบคุณมากๆ ครับ ผมมีความสุขมากที่ได้รู้ว่ามีคนชื่นชอบดนตรีของผมมากมายขนาดนี้ นับเป็นเกียรติสูงสุดของผมเลยที่มีคุณทุกคนเป็นผู้ฟัง ผมเชื่อว่าการแต่งเพลงไม่ใช่งานศิลปะอันโดดเดี่ยว หากแต่คือรากฐานสำคัญของงานศิลปะแขนงอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนังหรือเกมก็ตาม การได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ จากหลากหลายวงการเป็นเรื่องที่ทั้งท้าทายและน่าตื่นเต้นเสมอ ผมจะเดินหน้าพัฒนาต่อไปด้วยแรงสนับสนุนจากคุณทุกคนครับ ขอบคุณบทสัมภาษณ์ และรูปภาพ: truevisions.co.th อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: https://truevisions.co.th/entertainment/29307/ ติดตามผลงานล่าสุดของ 8082 Audio ได้ที่:https://www.8082audio.com/

รู้จัก มินามิ โคโตนะ นักแสดงสาวรับบทนำใน “The Convenience Store มันแอบอยู่ในร้าน”
อ่าน

รู้จัก มินามิ โคโตนะ นักแสดงสาวรับบทนำใน “The Convenience Store มันแอบอยู่ในร้าน”

สุดสัปดาห์นี้The Convenience Store:มันแอบอยู่ในร้านโดยฉายแสง แอด.เวนเจอร์ชวนมาช้อปร้านสะดวกซื้อเพื่อจะได้มีโอกาสเข้าไปสำรวจความลี้ลับในร้านแห่งนี้ หลังจากตอนนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยพล็อตเรื่อง บรรยากาศความหลอนที่ค่อย ๆ ทำงานกับความรู้สึก รวมทั้งตัวละครหลักล้วนต่างมีบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบของค่ำคืน และก่อนตอกบัตรพร้อมเข้ากะดึกมารู้จักนักแสดงที่รับบท7ตัวละครหลักเพื่อร่วมไขปริศนาความลี้ลับในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นทาซุรุ ยูกิโนะรับบทโดย มินามิ โคโตนะ,ซาวาตาริ ชินจิรับบทโดย เทรุโนะสุเกะ ทาเคไซอิ,ฟุนาฮาชิ ทาคุยะรับบทโดย เท็ตตะ เซกิ,คอนโด คาซุกิรับบทโดย ทานากะ ชุนสุเกะ,คนไร้บ้านรับบทโดย โกซุ ทาเคโอะ,หญิงสาวปริศนารับบทโดย ซากุราอิ อัตสึโกะ,คาโฮะรับบทโดย คาโต้ นัตสึกิซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราวที่ค่อย ๆ คลี่คลายในค่ำคืนที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม พร้อมรู้จักกับผลงานของมินามิ โคโตนะในบททาซุรุ ยูกิโนะนักแสดงสาวกับผลงานหลากหลายบทบาท ทั้งความอบอุ่น ความสดใส และมิติทางอารมณ์จากผลงานอย่างPETALS AND MEMORIESในบทชิเงตะ คิโยมิ,MEETS THE WORLDในบทไร,THE MAKANAI: COOKING FOR THE MAIKO HOUSEในบทโคโตโนะและKNUCKLE GIRLในบททาจิบานะ ยูซุกิแต่ครั้งนี้เธอต้องก้าวเข้าสู่อีกด้านของการแสดง กับบทบาทในคืนกะดึกที่เต็มไปด้วยความผิดปกติ ความระแวง และความลับบางอย่างที่ค่อย ๆ เข้าใกล้ตัวมากขึ้นทุกขณะ อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้ดูจบแล้ว แต่ความรู้สึกเหมือนยังออกจากร้านไม่ได้ง่าย ๆ เพราะเพลง Night Shift IncidentโดยLIZAที่ทั้งติดหูและพาอารมณ์ของเรื่องตามกลับบ้านไปด้วย พิเศษ!เมื่อชมภาพยนตร์The Convenience Store:มันแอบอยู่ในร้านทุกที่นั่ง หรือจนกว่าของจะหมด รับทันที พวงกุญแจSD Cardลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์ 1ชิ้น /1ที่นั่ง (สินค้ามีจำนวนจำกัด) เฉพาะสาขา เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน และ เอส เอฟ ซีเนม่า เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เท่านั้นร่วมสัมผัสความหลอนที่จะได้พบกับอีกด้านของความคุ้นเคยThe Convenience Store:มันแอบอยู่ในร้านในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"เฟิร์น กัญญารัตน์" เสิร์ฟเพลง "อยากสิฮักได้เด้" เพลงรักฟังเพลินรับลมร้อน!
อ่าน

"เฟิร์น กัญญารัตน์" เสิร์ฟเพลง "อยากสิฮักได้เด้" เพลงรักฟังเพลินรับลมร้อน!

มาในโหมดสดใสเต็มพิกัดสำหรับ เฟิร์น กัญญารัตน์ ที่กลับมาพร้อมซิงเกิลที่ 3 จากอัลบั้ม ถ้าสวรรค์บ่ตื่นสาย กับเพลง อยากสิฮักได้เด้ งานนี้บอกเลยว่าฟังง่าย ติดหูไว แถมมู้ดยังน่ารักเกินต้าน เหมาะกับซัมเมอร์สุดๆ ตัวเพลงหยิบฟีล แอบชอบแบบไม่ทันตั้งตัว มาเล่าได้แบบโดนใจคนเคยมีโมเมนต์นี้เต็มๆ แค่เห็นหน้าก็ใจเต้นแรง คิดไปไกลแบบห้ามไม่ได้ และแอบลุ้นเบาๆ ว่าจะมีสิทธิ์ได้พัฒนาเป็นมากกว่าคนแอบมองไหม ความสนุกอยู่ตรงที่เพลงมีทั้งความขี้เล่น ความเขิน และความเชื่อเรื่องดวงเข้ามาเพิ่มสีสัน ทำให้ฟังแล้วอมยิ้มไม่รู้ตัว พาร์ต MV ก็ทำถึงไม่แพ้กัน เพราะมาในโทนสดใส น่ารักละมุนตา ดูแล้วฟีลกู้ดสุดๆ เหมือนโดนพาย้อนกลับไปช่วงที่เราเคยแอบชอบใครสักคน แบบเขินๆ ลุ้นๆ โลกทั้งใบดูชมพูขึ้นมาทันที ใครได้ดูมีสิทธิ์อินแรงแบบไม่รู้ตัว ตอนนี้กระแสก็เริ่มปังต่อเนื่อง แผ่นเสียงใน TikTok พุ่งแตะ 46K ไปแล้ว หลายคนเอาไปทำคลิปกันสนุกๆ มีลุ้นเป็นเพลงไวรัลประจำช่วงนี้แบบไม่ยาก ตามไปฟังและชม MV อยากสิฮักได้เด้ ได้ที่ช่องยูทูบ Grammy Gold Official แล้วอย่าลืมเข้าไปเล่น TikTok กับเพลงนี้กันเยอะๆ ระวังนะฟังไปฟังมา อาจได้คนพิเศษแบบไม่รู้ตัว อยากสิฮักได้เด้ - เฟิร์น กัญญารัตน์https://youtu.be/nxRSeILUEDc?si=uYZOHNXI71rsZFGk

ปาฏิหาริย์รัก ใต้เงาจันทร์
ดู

ปาฏิหาริย์รัก ใต้เงาจันทร์

"TALAY" ส่งเพลง "ยิ้มแฉ่ง" เล่าอาการตกหลุมรักแบบไม่ทันตั้งตัว พร้อมเปิดโปรเจกต์พิเศษ
อ่าน

"TALAY" ส่งเพลง "ยิ้มแฉ่ง" เล่าอาการตกหลุมรักแบบไม่ทันตั้งตัว พร้อมเปิดโปรเจกต์พิเศษ

"TALAY (ทะเล สงวนดีกุล)" เสิร์ฟความสดใสชวนฟินให้คนฟังได้ยิ้มตาม กับโปรเจกต์พิเศษที่เปิดตัวด้วยโมเมนต์สุดน่ารักในเพลง "ยิ้มแฉ่ง (Ours)" จาก "TALAY (ทะเล สงวนดีกุล)" พูดถึงอาการของคนตกหลุมรักแบบไม่ทันตั้งตัว โดยถ่ายทอดเรื่องราว "สามช่วงเวลาในความสัมพันธ์" ของคนสองคน ผ่าน 3 บทเพลง, 3 โมเมนต์ และมิวสิกวิดีโอทั้ง 3EP. ที่ค่อย ๆ พาคนฟังเดินทางจากจุดเริ่มต้นที่เป็นรอยยิ้มแรกของความรู้สึก ไปจนถึงช่วงเวลาที่ชัดเจนที่สุดในหัวใจ โดยทุกเพลงถูกดูแลภาพรวม ทั้งเนื้อร้อง ทำนองและโปรดิวซ์จาก "สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน" ศิลปินคุณภาพที่การันตรีด้วยผลงานเพลงมากมาย และยังเป็นผู้บริหารค่าย Double Mass อีกด้วย ในพาร์ทดนตรี "ยิ้มแฉ่ง (Ours)" เป็นเพลงป๊อปฟีลกู๊ดที่อบอุ่น ฟังสบายเข้าถึงง่าย แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดทางอารมณ์ "สงกรานต์ รังสรรค์" วางโครงสร้างเพลงให้มีจังหวะเบา ๆ และเมโลดี้ที่ติดหู เพื่อส่งให้เสียงร้องของ "TALAY" โดดเด่น เต็มไปด้วยความสดใส ทำให้คนฟังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่จริงใจ ของคนที่กำลังเริ่มชอบใครบางคน ผลลัพธ์คือเพลงรักที่ไม่ซับซ้อน แต่สามารถถ่ายทอดโมเมนต์ของหัวใจได้อย่างชัดเจน จนหลายคนอาจเผลอนึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเคยมีใครบางคนทำให้โลกทั้งวันสดใสขึ้นมา ขณะที่ในพาร์ทของมิวสิกวิดีโอ "ยิ้มแฉ่ง (Ours)" เลือกเล่าเรื่องราวผ่านการเติบโตของเด็กสองคนตั้งแต่วันแรก โดย "TALAY" (รับบท นพ) และได้ "เนปจูน ณัฏฐ์กฤตา พูนสุขวัฒนา" (รับบท พลอย) มาร่วมถ่ายทอดบทบาทสำคัญของเรื่องราว จากเพื่อนในวัยเด็ก ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนไปโดยไม่ทันรู้ตัว ทุกการพบกัน ทุกบทสนทนา กลายเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ทั้งคู่เผลอยิ้มออกมา และเริ่มคิดถึงรอยยิ้มของกันและกัน ทำให้ภาพของความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เติบโตถูกเล่าออกมาอย่างอบอุ่นและมีเสน่ห์ ชวนให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่หัวใจเคยเต้นแรงแบบนั้นอีกครั้ง 3 เพลง, 3 พาร์ท, 3 โมเมนต์ ในโปรเจกต์นี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการปล่อยเพลงใหม่ของ "TALAY" แต่เป็นการตั้งใจเล่าเรื่องทั้ง "สามมิติของความรู้สึก" ผ่านเพลงและมิวสิกวิดีโอ หากใครเคยมีช่วงเวลาที่หัวใจเผลอยิ้มออกมาเพราะใครบางคน เพลง "ยิ้มแฉ่ง (Ours)" อาจทำให้คุณนึกถึงรอยยิ้มของคนนั้นขึ้นมาอีกครั้ง เรื่องราวความสัมพันธ์ทั้ง 3 เพลงนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามรับฟังและดู MV/EP.2 ได้ในวันที่ 25 มีนาคม และ MV/EP.ปิดท้าย ในวันที่ 15 เมษายน 2569 ที่ช่อง Youtube : SIAMJNK สามารถฟังเพลง "ยิ้มแฉ่ง (Ours)" ได้แล้วบนสตรีมมิงทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงรับชมมิวสิกวิดีโอได้ที่ Youtube