รีเซต

ผลการค้นหา “Mama gogo” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
OH MY MAMA! 5 เมนูควรสั่งกับ Mama Dolores ซอยเย็นอากาศ
อ่าน

OH MY MAMA! 5 เมนูควรสั่งกับ Mama Dolores ซอยเย็นอากาศ

คุณคะ! พิซซ่าอร่อย ๆ ที่ไหน ๆ ก็มีในกรุงเทพฯ แต่พิซซ่าอร่อยแถมมีอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่สุดยอดมาก ๆ มีที่นี่ค่ะคุณขา! Mama Dolores ซอยเย็นอากาศ พี่นี่ก็พลาดว่าจะมาจะมาหลายรอบ สุดท้ายพอได้มาลองก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ คุณ  Mama Dolores หากใครสงสัยว่า เออ...เมดิเตอร์เรเนียนที่ว่านี่มันประเทศไหนมั่งล่ะแม่ .. ค่ะ เค้ามัดรวมเมนูยอดฮิตของ Moroccon Lebanese Turkish Greek และ Italian มาไว้ที่เดียวกัน  บรรยากาศร้านโปร่งโล่งสบาย ตั้งอยู่ในซอยเย็นอากาศ จัดร้านเป็นแนวสวนโอเพ่นแอร์ มีเตาอบพิซซ่าและครัวอยู่ตรงกลางของร้าน มีส่วนด้านในที่เป็นห้องแอร์ด้วย ที่ชอบเป็นพิเศษ คือ ส่วนที่เค้าจัดเป็นแนวศาลาซุ้มในสวน คือ จะนั่งจะนอนเม้ามอยหอยกาบ หลังอิ่มหนำสำราญกับอาหารอร่อย ๆ แล้ว บรรยากาศดี นี่ยังสามารถนั่งต่อชิลล์เอ้าท์กับเครื่องดื่มทั้งเมา และไม่เมาของเขาก็ดีงามใช่ย่อย ใครชอบ Sangria ก็อยากให้มาลองที่ร้านนี้ดูค่ะ ช่วงนี้ติด COVID-19 ร้านก็ปิดนะจ๊ะ ไว้หมด COVID-19 ใครอยากไปลอง ไปลองกันได้ แต่ถ้าใครรอไม่ไหวจะลองสั่งมากินที่บ้านก็ได้อีกเช่นกัน แต่ไอ้ครั้นจะสั่งอะไรก็ไม่ค่อยจะแน่ใจ มาค่ะวันนี้พี่มีเมนูแนะนำ 5 สิ่งอย่างควรลอง ของ Mama Dolores ดูรีวิวเสร็จแล้วรีบโทรไปสั่งกันนะคะ! (รายละเอียดพิกัดร้านและบริการเดลิเวอรี่ พี่จะแปะไว้ที่ด้านท้ายรีวิวจ้ะ) ปล. อาหารเซ็ทส่วนใหญ่มาคู่กับสลัด และ Pitta Bread - อิ่มจุกแน่นอน ก่อนสั่งคำนวณพื้นที่ในกระเพาะอาหารกันดี ๆ เพราะ portion ที่ mama ให้มานั้นใหญ่โตมาก จานที่ 1 มาค่ะ Starter เบา ๆ กับ Falafel Set! 280 บาท จัดใหญ่เว่อร์วังอลังการ ทานคนเดียวไม่หมดนะจ๊ะ บอกเลย ในเซ็ทประกอบไปด้วย ฟาลาเฟล, ฮัมมุส, สลัด ดิปปิ้งต่าง ๆ แถมเฟรนฟรายชิ้นโตกรอบนอกนุ่มใน อร่อยมาก! ไม่ต้องกลัวไม่อิ่ม ในเซ็ทเค้ายังให้ Pitta Bread มาอีก 2 หน่วย คุณคะ! กินอิ่มนอนหลับแน่นอนค่ะ เซ็ทเดียวจอด!  ( แนะนำมากับเพื่อนหลาย ๆ คนจะได้สั่งหลาย ๆ อย่างเนอะ ) จานที่ 2 สาวกเนื้อแกะห้ามพลาดกับ Lamb Kebab Set 480 บาท เช่นเคยค่ะ จัดเซ็ทเข้าคู่กันมากับแป้ง Pitta และสลัดผักแกล้มเฟรนฟราย ซัลซ่ามะเขือเทศที่รอง Kebab อร่อยมากคุณ Lamb Kebab ก็เครื่องเทศมาจริง นุ่มจริง ยิ่งกินคู่สลัดกับซอสดิ้ปปิ้งที่คู่กันมาสุดยอดมาก ๆ จานนี้กินคนเดียว อิ่มไปสองมื้อแน่นอน รับรองได้ ( แต่ก็เห็นชาวต่างชาติหลายคนสั่งกินคนเดียวนะ-แต่สายกินอย่างพี่ พี่เน้นกินหลากหลาย 555 ) จานที่ 3 มาค่ะ สายหมูก็มา Grilled Pork chop เสิร์ฟคู่กับเฟรนฟราย ( หรือสลัด ) 260 บาท จานนี้เห็นชิ้นหมูแล้วกรี๊ดในใจ คุณพระ! มันคุ้มค่ามาก! จานนี้เช่นเคยเสิร์ฟคู่เฟรนฟราย แต่เนื่องด้วย เฟรนฟรายเต็มโต๊ะแล้ว เราเลยขอเปลี่ยนเป็นสลัด ซึ่งทางร้านก็ยินดีเปลี่ยนให้ สลัดดีมาก คือ เดรสซิ่งแบบน้ำมันมะกอกกับบัลซามิก มีกลิ่นเลม่อนนิด ๆ ผักสดกรอบ กินคู่กับเนื้อหมูย่างที่หมักมาได้ที่ นุ่มแต่หนึบหนับ กัดกระเทียมย่างที่เสิร์ฟมาคู่กันไปด้วย สวรรค์มากแม่! จานที่ 4 อันนี้ห้ามพลาดเลยค่ะ ถือว่าเป็นอีกไฮไลต์ของร้าน พิซซ่า Chorizo ( 12นิ้ว ) 370 บาท! พิซซ่าแป้งหนา กรอบนอกนุ่มใน แป้งมีความเหนียวหนึบกำลังดี ไม่แห้งไม่แข็ง ชีสและท๊อปปิ้งรสชาติดี ที่แน่ๆ ชีสตู้มมาก ๆ ใครแฟนพิซซ่าอยากให้ได้ลองพิซซ่าที่นี่ ฟินมากจ๊ะ บอกเลย! พิซซ่าเบสิค ราคาเริ่มต้นที่ 250 บาท ( ขนาด 12 นิ้ว ) เป็นพิซซ่าออกแนวมาการิต้า คือ มีแค่แป้งและชีส แต่ถ้าใครอยากพิเศษเพิ่มท๊อปปิ้งนี่นั่น เค้าก็มีท๊อปปิ้งหน้าต่าง ๆ ให้เลือกทั้ง Salami ( +100 บาท ) Chorizo ( +120 บาท ) Parma Ham ( 120 บาท ) หรือจะซีฟู๊ด ( +150 บาท ) ก็มี ราคาท๊อปปิ้งก็บวกเพิ่มเข้าไปในราคาพิซซ่าคลาสสิค 1 ถาด เอาจริง ๆ กิน 2-3 คน มีอิ่มแน่นอนค่ะ ดูหน้าท๊อปปิ้งตู้ม ๆ นั่นสิ! จานที่ 5 จานนี้อร่อยจนต้องสั่งเพิ่ม HUMMUS ( Classic ) 160 บาท หนึ่งในจาน Signature จริง ๆ เค้าก็แถมมากับเซ็ทแต่อร่อยมากจนต้องสั่งเพิ่ม! ฮัมมุสของทางร้านมีความอร่อยหลากหลาย พี่ได้ลองแต่แบบคลาสสิค แต่เค้าก็มีฮัมมุสแบบต่าง ๆ อย่างอื่นอีก เช่น Hummus กับ เห็ดChampignons หรือ Hummus กับ Avocado ใครที่ไม่เคยลอง ขอให้ลอง! ฮัมมุส มีส่วนประกอบหลักเป็นถั่วลูกไก่ ( Chickpea ) ที่มากด้วยคุณค่าทางอาหาร ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว กระเทียม งาบด ( Tahini ) และเกลือ นิยมรับประทานกับขนมปังพิต้า ( Pitta Bread ) พี่เอามาประยุกต์กินกับเฟรนฟรายและพิซซ่า ก็รอดนะ อร่อย!  นี่ลองของเค้าไปแค่ 5 เมนูนะ ถ้าร้านเปิดอีกเมื่อไหร่ จะกลับไปลองเมนูอื่น ๆ ที่เหลือ ทั้งมะเขือม่วงอบ ทั้งพาสต้า สลัดต่าง ๆ ไหนจะ Shalshuka, Dolma, พริกหยวก และอื่น ๆ อีกมากมายคุณ .. จบ COVID-19 ไว้ไปเยี่ยมอีกแน่นอนค่ะแม่โดโลเรส! *ช่วงนี้ติด COVID-19 หน้าร้านปิด แต่มีบริการ Delivery นะคะ ลองสั่งมากินที่บ้านกันได้* ร้านอาหาร มามาโดโลเรส Mama Dolores Restaurant ที่อยู่ : 20 ซ.เย็นอากาศ ถ.จันทน์ ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์ : 080 606 0400 Website : https://mamadoloresbkk.com/ ดูเมนูออนไลน์และบริการDeliveryได้ที่ : https://mamadoloresbkk.com/menu/ ภาพถ่ายทั้งหมดโดยผู้เขียน WillWorkforTravel  

เผือก-ฟรอยด์ ดึงคนดังร่วมประลองฝีมือปรุงอาหารจานเด็ด ใน GOGO YUMMY
อ่าน

เผือก-ฟรอยด์ ดึงคนดังร่วมประลองฝีมือปรุงอาหารจานเด็ด ใน GOGO YUMMY

ข่าวบันเทิงวันนี้ ในชั่วโมงเร่งรีบ อย่ามองข้ามอาหารในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านคุณ เพราะวัตถุดิบในร้านสะดวกซื้ออาจจะเปลี่ยนเป็นเมนูจานเด็ดของคุณก็ได้ รายการ GoGo Yummy จะพาผู้ชมทางบ้านไปแซ่บกับอาหารจานอร่อยกับเมนูพิเศษจากฝีมือการปรุงอาหารของเหล่าบรรดาเซเล็บคนดังที่จะมาโชว์สูตรเด็ดให้คุณได้ชมกัน GOGO YUMMY รายการวาไรตี้โชว์สุดอร่อย รายการที่ให้ผู้แข่งขันสร้างสรรค์เมนูอาหารที่ง่ายและชาญฉลาดจากสินค้าในร้านสะดวกซื้อ พร้อมความสนุก ความฮาจาก 2พิธีกร เผือก พงศธร จงวิลาส– ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ และดารา นักแสดงที่จะมาแบตเทิลกันภายใต้โจทย์ต่าง ๆ  แค่ตอนแรกก็ปังมาก พบกับฝีมือการปรุงอาหารของนางเอกสาวสวย แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ จะมาประลองฝีมือกับ รัศมีแข  ฟ้าเกื้อล้น ที่สร้างเซอร์ไพรส์เสน่ห์ปลายจวักจนใครคาดไม่ถึง พร้อมเชฟปริศนาสุดน่ารัก สำหรับโจทย์สำหรับการแข่งขันคือ แฮปปี้แฟมิลี่ และซาลาเปา มาดูกันสิว่า แพนเค้ก และรัศมีแข จะเลือกใช้ส่วนประกอบใดมารังสรรค์อาหารได้ยัมมี่ที่สุด และหน้าตาอาหารจะหน้าตาน่าทานขนาดไหน ต้องไปติดตามชมในรายการ “GOGO YUMMY (โกโก ยัมมี่)” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24และแอปพลิเคชั่น TrueID เริ่มวันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562  เป็นตอนแรก อัพเดทชีวิตคนดัง ครบครันเรื่องบันเทิง เพลิดเพลินไปกับบทละคร ติดตาม Dara.trueid.net ได้อีกช่องทางที่ TrueID App  หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID

รีวิว ปัดแก้ม HOT MAMA! จากเดอะบาล์ม
อ่าน

รีวิว ปัดแก้ม HOT MAMA! จากเดอะบาล์ม

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน^^     หน้าร้อนที่แสนจะร้อนระอุมาถึงแล้วนะคะ แหม.. แต่จะว่าไปฤดูไหน ๆ บ้านเราก็ร้อนพอ ๆ กันทุกเดือนล่ะนะคะ แต่จะพิเศษหน่อยก็ช่วง เดือนมีนาคม ยาวไปจนกว่าฝนจะตกนั่นแหละค่ะ ช่วงนั้นถึงจะพอมีลมฝนเย็น ๆ มาให้คลายร้อนกันได้บ้าง แต่เมื่อซัมเมอร์มาถึง สาว ๆ ก็ควรจะทำตัวให้สดใสซาบซ่าท้าแดดที่แสนจะจัดจ้านกันซะหน่อยนะคะ ช่วงฤดูนี้เราควรจะเลือกใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสวันรุ่นปิ๊ง 😊 เช่นเสื้อผ้าลายดอก หรือพวกสีจัด ๆ ให้เข้ากับซัมเมอร์ไงล่ะคะ ได้เสื้อผ้าสดใสแล้ว.. คราวนี้ก็แต่งหน้าด้วยสีสันโทนสดชื่น สดใสสบายตากันได้เลยค่ะ     การแต่งหน้าให้ดูสดใส และโดดเด่นนั้น สิ่งนึงที่เราจะขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ บรัชออน หรือสีปัดแก้มนั่นเอง เพราะแก้มทั้งสองข้างของเรานั้น จัดว่าเป็นจุดเด่นอีกจุดนึงบนใบหน้า ที่ใคร ๆ มองมาก็จะต้องสะดุดตาเป็นอันดับต้น ๆ เลยค่ะ สำหรับบทความนี้แฟรี่พิมก็เลยอยากจะมารีวิวบรัชออนตัวดัง จากเดอะบาล์ม ให้สาว ๆ ได้อ่านกันค่ะ เผื่อใครกำลังสนใจอยากจะซื้อพอดี มาพูดถึงตลับของเค้ากันก่อนเลยนะคะ.. มาในรูปแบบตลับกระดาษแข็ง ๆ หน้าปกเป็นภาพเขียนรูปสาวสวยใส่บิกินี่ อยู่ริมหาด ก็ตามสไตล์ของแบรนด์นี้เลยค่ะ มีซองกระดาษแข็งรูปเดียวกับตลับหุ้มอยู่หนึ่งชั้น เลื่อนเปิดออกมาด้านในมีตัวเนื้อบรัชเต็มตลับ ด้านบนมีกระจกขนาดกำลังดี น้ำหนักเบา สามารถพกพาใส่กระเป๋าออกไปใช้งานนอกบ้านได้ง่าย ส่วนตัวแฟรี่พิมชอบแพคเก็ตจิ้งแบบนี้ เพราะดูทนทานและสะดวกพกพา ถัดมาจะพูดถึงตัวบรัชออน สีนี้เป็นสีออกชมพูอมส้มนิด ๆ ประมาณชมพูอมพีช สีมีประกายเหลือบทอง คือปัดออกมาแล้วสวยมาก และแทบจะเข้าได้กับทุกโทนสีเลย คือจะแต่งหน้าโทนชมพู โทนส้ม โทนนู้ด โทนแดง โทนนำตาล คือปัดได้หมด เม็ดสีละเอียดและเนื้อแน่นมาก เอาแปรงปัดแก้มวน ๆ ยังไม่เป็นฝุ่นออกมาเลย ปัดง่ายไม่เป็นปื้นและไม่เป็นคราบ สีแบบดูแพง ดูผู้ดีมาก เพราะด้วยตัวเนื้อบรัชเป็นแบบชิมเมอร์ พอปัดลงไปที่แก้มแล้วจะทำให้แก้มของเราดูมีสุขภาพดี สีออกวาว ๆ ไม่ปัดไฮไลต์เพิ่มยังสวยเลย สามารถใช้ปัดได้ทุกวัน ถ้าวันไหนแต่งหน้าเข้ม หรือแต่งไปงาน ก็ปัดทับซัก 2-3 รอบ รับรองว่าติดทนนานหลายชั่วโมงค่ะ (แฟรี่พิมลองมาแล้ว) นอกจากใช้ปัดแก้มแล้วยังใช้ทาตาได้อีกด้วยนะคะ เผื่อวันไหนใครอยากแต่งหน้า อมชมพูทั้งหน้าก็ใช้ตลับนี้ตลับเดียวได้เลย ส่วนริมฝีปากก็ทาลิปกลอสเงา ๆ ก่อน แล้วค่อยเอาภู่กันแตะสีเบา ๆ มาทาทับตรงกลางปาก เพียงแค่นี้ก็จะได้เมคอัพ สีชมพูใส ๆ แบบง่าย ๆ กันแล้วล่ะค่ะ หืม.. บรัชออนอะไรจะคุ้มค่า 3 in 1 ขนาดนี้นะ!     สำหรับบรัชออน HOT MAMA จาก THE BALM ตัวนี้มีขายที่ร้านซีโฟร่า และสามารถสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ ขนาด 7.08 กรัม ราคา 800-900 บาท ถึงจะไม่ได้ออกมาใหม่ แต่ก็เป็นบรัชออนที่เป็นตัวโปรดอันดับต้น ๆ ของแฟรี่พิมที่หยิบมาใช้บ่อยมาก ๆ แต่ก็ยังไม่ยุบไปไหนเลยค่ะ เรียกได้ว่าคุ้มค่า กับราคาเงินที่เราจ่ายไปสุด ๆ ไปเลยค่ะ หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านที่กำลังอยากจะซื้อบรัชออนใหม่กันนะคะ ขอให้คุณผู้อ่านทุกท่ารักษาสุขภาพกันด้วยค่ะ^^   Cr.ภาพถ่ายทั้งหมดจากผู้เขียนบทความ

รีวิว กิมจิผักกาดขาว ตรา กิมจิ โกโก (KIMCHI GOGO) #ของอร่อยบอกต่อ
อ่าน

รีวิว กิมจิผักกาดขาว ตรา กิมจิ โกโก (KIMCHI GOGO) #ของอร่อยบอกต่อ

     กลับมาอีกแล้วกับการรีวิวกิมจิผักกาดขาวหลังจากเคยรีวิวไปแล้วใน รีวิว กิมจิผักกาดขาวและกะหล่ำปลี ตราคิงเชฟ (KING CHEF) ครั้งนี้จะเลยจะขอกลับมารีวิวกิมจิที่คุณไม่ควรพลาด เชื่อว่านักอ่านที่เข้ามาอาจจะเคยได้ลิ้มลองกิมจิยี่ห้ออื่นๆ กันไปแล้วบ้าง แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองรับประทานเลย นี่อาจจะเป็นยี่ห้อเริ่มต้นสำหรับมือใหม่ก็ได้ และเหตุผลที่นักเขียนสรรหากิมจิยี่ห้อต่างๆ มาชิมก็เพราะได้ดูรายการวาไรตี้ของทางเกาหลีบ่อยๆ เขาบอกว่ากิมจิรสชาติของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จะมีซิกเนเจอร์เฉพาะตัว งานนี้ก็ต้องมาลองแล้วว่าจริงไหม และกิมจิ ตรากิมจิโกโก นี้จะอร่อยนัวแค่ไหน มาฟังรีวิวกันได้เลยเกริ่นก่อนสักนิด กิมจิ ถือเป็นหนึ่งในอาหารเครื่องเคียงของประเทศเกาหลีใต้ที่ได้รับความนิยมมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากกิมจิผักกาดขาวแล้วยังมีกิมจิ ประเภทต่างๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น กิมจิหัวไชเท้า , กิมจิกะหล่ำปลี หรือจะเป็นกิมจิหัวหอม ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เรียกได้ว่ากิมจิมีหลากหลายแบบที่คุณสามารถลิ้มลองได้ และยังมีประโยชน์มากอีกด้วย เพราะดีต่อลำไส้นั่นเองทำไมถึงเป็นกิมจิ ตรา กิมจิ โกโก #ของอร่อยบอกต่อ ต้องบอกเลยว่าช่วงนี้นักเขียนเอาแต่อยู่บ้านปั่นงาน ดูซีรีส์ ทั้งวันเลยจริงๆ แน่นอนว่าเป็นซีรีส์เกาหลีละฉากทำอาหารหรือรับประทานอาหารก็มีกิมจิล่อตาล่อใจซะจริงๆ งานนี้นักเขียนขอไม่ทนเลยแวะ Tops ไปจัดมาสักห่อว่าจะมานั่งผัดข้าวกินเล่นๆ แต่สรุปอร่อยกว่าที่คิดเลยขอรีวิวสักหน่อยกิมจิผักกาดขาว ตรา กิมจิ โกโก (KIMCHI GOGO)ส่วนประกอบผักกาดขาวหัวไชเท้าผงพริกแดงต้นหอมแครอทพริกชี้ฟ้าแดงกระเทียมขิงเกลือ(เรียกว่าส่วนผสมธรรมชาติมากจริงๆ ทางสินค้าเคลมมาเลยว่าเป็นกิมจิผักกาดขาวแบบต้นตำหรับเลย)ช่วงรีวิวบรรจุภัณฑ์ของสินค้าบอกเลยดูพรีเมี่ยมมากๆ (แม้ที่นักเขียนถ่ายมาจะดูดรอปไปหน่อยก็ตามแต่ของจริงคือดี) ขนาดของสินค้าคือกำลังพอดีเลย และยังมีซิปล็อคให้อีกด้วยถ้ารับประทานไม่หมด กลิ่น : หลังจากฉีกซองเปิดซิปล็อค คือว้าวมาก กิมจิแบบหอมมากๆ หอมมากจริงๆ ไม่ได้เป็นกลิ่นเปรี้ยวเกินไป ขนาดยังไม่ได้รับประทานยังรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่ดูกลมกล่อมอยู่พอสมควรเลยสี : สีของกิมจิดูดีมากๆ ดูสดใหม่และเป็นชิ้นๆ รสชาติ : นี่คือไฮไลท์ของการรีวิวเลย หลังจากรับประทานพูดได้เต็มปากว่าอร่อยมาก อยากให้ผู้อ่านรีบวิ่งไปซื้อมาชิมเลย แบบมันเป็นอะไรที่รสชาติกลางๆ ไม่เปรี้ยวไป ไม่อ่อนจนเกินไป คือกำลังดี รสชาตินัวและกลิ่นหอมๆ ระหว่างกิน ฟีลคือดีมาก รสชาติออกจากเปรี้ยวหวานเค็ม คือมันครบรสมากๆ อยากให้ได้ลอง และยิ่งทานกับข้าวผัดคือสิ้นแล้ว อร่อยจนปลาบปลื้ม (อาจดูเวอร์แต่ต้องลองเอง หรือนักเขียนหิวกันนะช่วงนั้น 555) คำแนะนำ : เปิดรับประทานให้หมดจะดีที่สุดเทซองออกมาจะเป็นแบบนี้ (ขออภัยหากดูไม่น่ากินแต่จริงๆ มันดีมาก ขอไปฝึกถ่ายรูปใหม่แปป )แนะนำเมนูกินคู่กิมจิข้าวผัด (อะไรก็ได้เพราะอร่อยหมด)ผสมเป็นข้าวยำ (อันนี้ดีมากเคยลองแล้ว)มันเทศ (ต้องลองมันดูแปลกแต่กิมจิคู่กันละมันอร่อยจริงๆ นะเพื่อนๆ)มาม่าชีส (นี่คือที่สุดแล้วต้องจัดเลย)ภาพเพิ่มเติมราคาโดยประมาณ 69 บาท (บางที่บางสาขาราคาไม่เหมือนกัน อาจเพราะว่าซองเหมือนกันแต่ขนาดแต่ละกรัมไม่เหมือน)หากสนใจสามารถหาซื้อได้ที่ Tops Supermarket หรือ Online , BigC Supermarket , Foodlandและนี่คือแนวทางสำหรับคนที่สนใจจะลองมาซื้อมาชิมดู แต่หากยังไม่ถูกใจ รอบทความหน้าไดเลยว่านักเขียนจะมีอะไรมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ส่งต่อความอร่อยอีก หากชื่นชอบบทความของนักเขียนสามารถติดตามได้ที่ CJoniaTimeบทความน่าสนใจรีวิว "ข้าวผัดกิมจิ" ในเซเว่น (7-11) อร่อยไหม เหมือนหรือเปล่า ต้องมาตามรีวิว กิมจิผักกาดขาวและกะหล่ำปลี ตราคิงเชฟ (KING CHEF)รีวิวหนัง Extreme Job ภารกิจโปลิศสุดโต่ง ตำรวจขายไก่เข้า Netflix แล้วพามารู้จักกับ " ใส่นัวแฟมิลี่ " และ " ดมเต๋า " เหล่าสตรีมเมอร์สุดฮอต⛔ไม่อนุญาตให้คัดลอกหรือนำเนื้อหาของบทความไปเขียนใหม่ทุกช่องทาง ทั้งนี้หากเพื่อการรีวิวกรุณาใส่เครดิตของโพสต์ดังกล่าวด้วยภาพหน้าปกและในบทความทั้งหมดโดย นักเขียน ขอขอบคุณ Canva (ภาพบางส่วนจาก Canva)อัปเดตเมนูอาหารสุดแสนน่ากินอีกมากมายไปกับเรา โหลดเลยที่ App TrueID ฟรี !

รีวิว บรอนเซอร์ BAHAMA MAMA จากเดอะบาล์ม
อ่าน

รีวิว บรอนเซอร์ BAHAMA MAMA จากเดอะบาล์ม

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน^^  หน้าร้อนนี้ใครอยากมีผิวหน้าสวย ๆ บ่มแดดกันบ้างคะ?      สาวไทยเราส่วนใหญ่มีผิวขาวเหลือง ซึ่งพอตากแดดจัด ๆ กันแค่ไม่กี่ชั่วโมงแก้มก็จะแดงระเรื่อ เปลี่ยนสีเข้มขึ้นนิด ๆ ดูสวยดีนะคะ แต่น่าเสียดายที่สาวไทยส่วนใหญ่นั้น จะไม่ค่อยเป็นมิตรกับแดดซักเท่าไหร่ แฟรี่พิมก็เช่นกันค่ะ พอจะออกแดดทีไรนอกจากจะหยิบหมวกมาใส่แล้ว ยังจะแอบกางร่ม หาผ้าคลุมหน้า เอาผ้าคลุมไหล่ ใส่แว่นตาดำ เห็นแล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้จริง ๆ ก็แหม.. พี่พระอาทิตย์บ้านเราเค้าช่างขยันทำงานซะจริง ๆ นี่คะ แดดแรงทั้งวันถ้าไม่ปิดบังให้มิดแบบนี้มีหวังแสบผิวเอามาก ๆ ฉะนั้นอย่าได้คิดเลยว่า ถ้าอยากได้ผิวหน้าสีเข้มบ่มแดดแบบ Sun Kiss แล้วแฟรี่พิมจะยอมไปนั่งตากแดดให้เจ็บผิว.. เพียงแต่แฟรี่พิมมีตัวช่วยค่ะ ใครอยากรู้ว่าคืออะไร ตามมาอ่านต่อได้เลยค่าา บรอนเซอร์ BAHAMA MAMA จาก The Balm ใช่แล้วค่ะ.. เราใช้วิธีการปัดบรอนเซอร์ ให้หน้าของเราเกิดสีบ่มแดดแบบปลอม ๆ โดยไม่ต้องตากแดดจริง ๆ นั่นเองล่ะค่ะ แถมรวดเร็วทันใจอีกด้วย อยากบ่มแดดตอนไหนก็ปัดตอนนั้นกันไปเล๊ย ตลับเค้ามาในแบบกระดาษแข็งพิมพ์ลาย มีซองพิมพ์รูปเดียวกันซ้อนมาให้อีกชั้น แบบนี้ก็ดีไปอีกอย่างนะคะเพราะเวลาที่เราพกพาไปไหนมันจะไม่ทำให้ตลับด้านในเก่าเร็วนั่นเอง เลื่อนเปิดออกมาก็จะเจอกับตลับใส่บรอนเซอร์ เปิดขึ้นมาด้านนึงเป็นกระจกขนาดพอดี ๆ อีกฝั่งเป็นเนื้อบรอนเซอร์ให้มาเยอะพอสมควร แฟรีพิมใช้มาหลายเดือนแล้วยังแทบจะไม่ยุบเลยนะ ส่วนตัวคือชอบตลับแบบนี้ เพราะน้ำหนักเบาและพกพาง่ายมาก เวลาตกก็ไม่ห่วงว่าจะแตกเพราะเป็นกระดาษ แต่เสียอย่างเดียวก็คือ มันเลอะเทอะง่ายไปนิดนึงเวลาที่เราปัดด้วยแปรงน่ะนะ สีกำลังดีสำหรับผิวแฟรี่พิม (ผิวขาวเหลือง) ทีแรกแอบกลัวว่าจะเข้มไป แต่ความจริงก็ไม่เข้มขนาดนั้นนะ สีชัดดีซะอีก คือปัดขึ้นมาแล้วเคาะฝุ่นทิ้งปาดลงไปบนหน้าแล้วสีเป๊ะเลย คือถ้าสีอ่อนกว่านี้จะเสียเวลาบิ้วซ้ำหลายรอบไง ชัด ๆ แบบนี้แหละถูกใจมาก แต่สาว ๆ มือใหม่ที่เพิ่งจะหัดแต่งหน้าก็ต้องระวัง ใช้กันเบา ๆ มือนิดนึงนะ อย่าใจร้อนจิกสีขึ้นมาแล้วกดสีหนัก ๆ ทีเดียวบนใบหน้าเดี๋ยวมันจะแก้ยาก แนะนำให้ค่อย ๆ แตะสี เคาะออก แล้วปัดเบา ๆ มือก่อน ถ้าไม่พอค่อยเติมลงไปเพิ่มก็ได้ จะได้ดูเนียน ๆ ตัวสีเค้าออกน้ำตาลอมเทา ๆ ให้เงาที่ไม่หลอกและดูเป็นธรรมชาติมาก ๆ นอกจากจะเอามาปัดแก้มให้ดูบ่มแดดแล้ว เรายังเอามาแรเงาจมูก เขียนทับหัวคิ้ว หรือเอามาทาเปลือกตาได้ด้วย ใช้คุ้มอยู่นะ วิธีใช้ แบบง่าย ๆ เลยก็คือให้ใช้คู้กับแปรงปัดแก้มที่ขนฟู ๆ อวบ ๆ ไม่เอาแบบขนแน่น ๆ หรือแปรงพุ่มสั้น ๆ นะคะ เพราแปรงพวกนั้นมันจะเกลี่ยแบบฝุ่นไม่สวย มันจะเป็นปื้น พวกแปรงขนฟู ๆ จะช่วยให้เรากระจายสีได้ดีขึ้นค่ะ ปัดเอาสีขึ้นมาแล้วเคาะออกหนึ่งครั้ง จากนั้นใช้ปัดตรงบริเวณขอบหน้า หรือกรอบหน้าโดยรอบ เพื่อเป็นการสร้างเงาให้กับใบหน้าของเราให้ดูเรียวเล็กมากยิ่งขึ้น ถ้าหากต้องการปัดแก้มให้ดูบ่มแดด ก็ให้ปัดเน้นตรงบริเวณโหนกแก้มคาดจมูก และบริเวณหน้าผาก แบบนี้ก็ช่วยทำให้ใบหน้าของเรามีสีที่สวยบ่มแดด เหมือนนั่งอาบแดดมาทั้งวันกันเลยล่ะค่ะ เห็นตลับบาง ๆ แบบนี้เค้าให้มาในปริมาณ 7.08 กรัม เลยค่ะ จัดว่าใช้ได้นานหลายเดือน หรือใครไม่ได้ใช้เป็นประจำทุกวัน เผลอ ๆ อาจจะอยู่ได้เป็นปีเชียวนะคะ ราคาประมาณ 800-900 บาท หาซื้อได้ที่ร้านซีโฟร่า หรือสั่งออนไลน์ก็แสนจะสะดวก     และร้อนนี้ใครอยากจะแต่งหน้าลุคบ่มแดด หรืออยากมีกระปลอม ๆ ก็หวังว่าจะมีตัวช่วยดี ๆ ที่แฟรี่พิมนำมารีวิวในบทความนี้กันแล้วนะคะ ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขกับหน้าร้อนที่จะมาถึงค่ะ^^   Cr.ภาพถ่ายทั้งหมดจากผู้เขียนบทความ

รีวิว Resident Evil 3 ฉบับ GOG แบบจัดเต็ม
อ่าน

รีวิว Resident Evil 3 ฉบับ GOG แบบจัดเต็ม

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ย้อนเวลากลับไปสู่เมืองแรคคูนซิตี้ ในปี 1998 อีกครั้ง กับเกม "Resident Evil 3" ฉบับ GOG บอกเลยว่าเป็นการกลับมาสัมผัสบรรยากาศสยองขวัญคลาสสิกที่คุ้นเคย แต่ก็แอบมีความสดใหม่อยู่บ้างในบางจุด เอาเป็นว่าบทความนี้ผมจะมารีวิวเกมนี้แบบเจาะลึกทุกแง่มุม แชร์ประสบการณ์ระหว่างเล่นแบบหมดเปลือก ใส่ความรู้สึกส่วนตัวลงไปแบบเนียนๆ ผสมไปกับแต่ละหัวข้อ ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันแบบเพลินๆ พร้อมแล้วก็ลุยกันเลย!     เนื้อเรื่อง: ฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น เนื้อเรื่องของ Resident Evil 3 เกิดขึ้นก่อนและหลังเหตุการณ์ใน Resident Evil 2 เล็กน้อย เราจะได้รับบทเป็น Jill Valentine อดีตสมาชิกหน่วย S.T.A.R.S. ที่พยายามเอาชีวิตรอดจากเมืองแรคคูนซิตี้ที่เต็มไปด้วยซอมบี้และอาวุธชีวภาพสุดอันตราย พูดง่ายๆคือเราต้องหนีหัวซุกหัวซุนครับ แล้วไม่ใช่แค่ซอมบี้ธรรมดาๆ นะ เพราะเรายังต้องเผชิญหน้ากับ Nemesis อาวุธชีวภาพสุดโหดที่ถูกส่งมาเพื่อกำจัดสมาชิก S.T.A.R.S. โดยเฉพาะ บอกเลยว่าทุกย่างก้าวในเกมนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด และลุ้นระทึกสุดๆ ยิ่งตอนที่ Nemesis โผล่มานี่นะ หัวใจแทบจะวาย เพราะมันทั้งอึด ทั้งถึก แถมยังไล่ล่าเราแบบไม่ลดละ ใครที่เคยเล่นภาคดั้งเดิมมาแล้วคงรู้ซึ้งดี แต่สำหรับมือใหม่ผมบอกเลยว่าคุณจะได้สัมผัสกับความกดดันแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนแน่นอน ส่วนตัวผมตอนเล่นนี่บางทีแอบจิตตกเลยครับ เจอ Nemesis ทีไรต้องหาที่หลบก่อนทุกที บางครั้งเล่นไปก็แอบสงสาร Jill เหมือนกันนะ ต้องมาเจออะไรแบบนี้     เกมเพลย์: ความคลาสสิกที่ผสมผสานกับความทันสมัย Resident Evil 3 ยังคงเอกลักษณ์ของเกมเพลย์แบบ Survival Horror ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เราจะต้องบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ทั้งกระสุน ยาสมุนไพร กุญแจต่างๆ บอกเลยว่าทุกอย่างมีค่ามากๆ บางทียิงซอมบี้ตัวนึงก็ต้องคิดแล้วคิดอีกว่าคุ้มมั้ย ระบบการต่อสู้ก็ยังคงเป็นแบบ Tank Controls ที่อาจจะรู้สึกขัดใจสำหรับผู้เล่นยุคใหม่บ้าง แต่สำหรับผมมันกลับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเกมนี้ มันทำให้เรารู้สึกอึดอัด เคลื่อนไหวช้า ยิ่งเพิ่มความกดดันและความสมจริงเข้าไปอีก แต่ก็ใช่ว่าเกมนี้จะไม่มีอะไรใหม่เลยนะครับ Resident Evil 3 ฉบับ GOG นี้มีการปรับปรุงในบางจุด เช่น ระบบการหลบหลีกที่เพิ่มเข้ามา ทำให้เราสามารถหลบการโจมตีของศัตรูได้คล่องตัวขึ้น และยังมีระบบการผสมผสานไอเท็มที่ช่วยให้เราสามารถสร้างไอเท็มใหม่ๆ ขึ้นมาได้ ซึ่งตรงนี้ผมชอบมากเลยนะ มันทำให้เรารู้สึกมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น ต้องคอยคิดวางแผนว่าจะใช้ทรัพยากรอะไร ผสมอะไร เพื่อให้ได้ของที่ดีที่สุดมาใช้ บอกเลยว่าบางทีนั่งผสมของเพลินจนลืมเนื้อเรื่องหลักไปเลยก็มี (ฮ่าๆ)   กราฟิกและเสียง: ความสยองขวัญที่ยังคงตราตรึง ถึงแม้กราฟิกของ Resident Evil 3 จะเป็นแบบโพลิกอนเหลี่ยมๆ ตามสไตล์เกมยุค PS1 แต่ผมว่ามันก็ยังคงความน่ากลัวและมีเสน่ห์เฉพาะตัวอยู่นะ ฉากต่างๆ ในเกมถูกออกแบบมาได้ดี บรรยากาศของเมืองแรคคูนซิตี้ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ความมืด ไฟไหม้ตามจุดต่างๆ มันช่างดูหดหู่และสิ้นหวังจริงๆ ส่วนเรื่องเสียงประกอบนี่ต้องยกนิ้วให้เลยครับ เสียงซอมบี้คำราม เสียงฝีเท้า เสียงกรีดร้องต่างๆ มันช่างหลอนประสาทและกระตุ้นอะดรีนาลีนได้ดีจริงๆ ยิ่งตอนที่ Nemesis โผล่มาพร้อมกับเสียงดนตรีประกอบสุดอลังการนี่นะ ผมบอกเลยว่าขนลุกซู่! บางครั้งเล่นไปก็แอบปิดเสียงบ้างเหมือนกันครับ กลัวเกิน (ฮ่าๆ) โดยเฉพาะเสียงตอน Nemesis พูดว่า "S.T.A.R.S." นี่คือจำได้ขึ้นใจเลยครับ หลอนมากจริงๆ     ปริศนาและความท้าทาย: บททดสอบความเฉลียวฉลาด Resident Evil 3 ไม่ได้มีดีแค่การต่อสู้กับซอมบี้เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยปริศนาต่างๆ ที่เราต้องแก้ไขเพื่อหาทางไปต่อ ปริศนาเหล่านี้มีตั้งแต่ระดับง่ายๆ ไปจนถึงระดับที่ต้องใช้ความคิดพอสมควร บางครั้งก็ต้องหาไอเท็มมาประกอบกัน บางครั้งก็ต้องอ่านเอกสารต่างๆ เพื่อหาเบาะแส ส่วนตัวผมคิดว่าปริศนาในเกมนี้ออกแบบมาได้ดี ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป แถมยังช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับเกมเพลย์ ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อกับการเดินยิงซอมบี้อย่างเดียว และที่สำคัญปริศนาเหล่านี้มักจะเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่อง ทำให้เรารู้สึกอินกับเกมมากขึ้น บางครั้งแก้ปริศนาได้แล้วก็แอบภูมิใจเล็กๆ นะ เหมือนเราได้เป็นส่วนหนึ่งของการไขคดีนี้จริงๆ แต่ก็มีบางปริศนาที่ผมติดอยู่พักนึงเหมือนกัน ต้องวนกลับไปหาของอยู่หลายรอบ บางทีก็แอบหัวร้อนนิดๆ แต่พอแก้ได้แล้วก็รู้สึกโล่งใจสุดๆ ไปเลยครับ   การกลับมาเล่นซ้ำ: ความคุ้มค่าที่มากกว่าหนึ่ง Resident Evil 3 เป็นเกมที่มีค่าในการเล่นซ้ำสูงมาก เพราะนอกจากโหมดเนื้อเรื่องหลักแล้ว ยังมีโหมด Mercenaries ที่เราจะต้องเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้และทำคะแนนให้ได้มากที่สุดภายในเวลาที่กำหนด ซึ่งโหมดนี้ผมชอบมากเลยนะ มันท้าทายและเล่นสนุกมากๆ ยิ่งเล่นกับเพื่อนยิ่งมันส์ นอกจากนี้ยังมีตอนจบหลายแบบ ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราในระหว่างเล่นเกม ซึ่งตรงนี้มันทำให้เราอยากกลับมาเล่นซ้ำเพื่อปลดล็อคตอนจบทั้งหมดและค้นหาความลับต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในเกม บอกเลยว่าเกมนี้คุ้มค่ากับราคาแน่นอน เล่นจบแล้วก็ยังกลับมาเล่นได้อีกเรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ บางครั้งผมก็หยิบเกมนี้กลับมาเล่นเพื่อรำลึกความหลัง บางครั้งก็เล่นเพื่อท้าทายตัวเอง พยายามทำเวลาให้ดีขึ้น หรือปลดล็อคไอเท็มใหม่ๆ บอกเลยว่าเล่นกี่ครั้งก็ยังสนุกเหมือนเดิมครับ     สรุป: Resident Evil 3 ฉบับ GOG เป็นการกลับมาของเกมสยองขวัญคลาสสิกที่แฟนๆ Resident Evil ไม่ควรพลาด มันยังคงความสนุก ความตื่นเต้น และความกดดันไว้ได้อย่างครบถ้วน ถึงแม้กราฟิกจะดูเก่าไปบ้างตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงมีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว เกมเพลย์ก็ยังคงสนุกและท้าทาย ปริศนาก็ออกแบบมาได้ดี แถมยังมีโหมด Mercenaries ให้เล่นอีก บอกเลยว่าคุ้มค่าสุดๆ ใครที่กำลังมองหาเกมสยองขวัญคลาสสิกดีๆ สักเกม ผมขอแนะนำ Resident Evil 3 เลยครับ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน! แต่เตรียมใจไว้หน่อยนะครับ เพราะคุณอาจจะฝันร้ายถึง Nemesis ไปอีกหลายคืนเลยทีเดียว (ฮ่าๆ)   เครดิตภาพ ทางผู้เขียนได้ซื้อเกมนี้มาเล่นเองถ่ายรูปลงเอง   เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Mama’s Kitchen : ผัดมักกะโรนีกุ้ง เมนูแสนอร่อย ถูกใจคุณหนูๆ
อ่าน

Mama’s Kitchen : ผัดมักกะโรนีกุ้ง เมนูแสนอร่อย ถูกใจคุณหนูๆ

กักตัวอยู่บ้านหนีโควิด-19 มาก็นาน สั่งเมนูเดลิเวอรี่มาก็หลายสิบร้าน จนคุณหนู ๆ ที่บ้านเริ่มบ่นว่าเบื่อ วันนี้มีเสียงเรียกร้องให้เข้าครัวโชว์ฝีมือ และเมนูที่เด็กๆ เรียกร้องก็คือ “ผัดมักกะโรนีกุ้ง” ที่ชื่อแม้จะดูเรียบง่ายและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่มีคุณค่าทางอาหารนับว่าไม่น้อยทีเดียว และยังใช้เวลาไม่นานในการจัดเตรียมวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่าง ๆ ว่าแล้วเราก็มาเริ่มกันที่วัตถุดิบและวิธีการทำอย่างละเอียดว่ามีอะไรบ้างกันเลยค่ะ วัตถุดิบและเครื่องปรุงที่ใช้ : - เส้นมักกะโรนีต้มสุก 200 กรัม - กุ้งแชบ๊วย 6 ตัว - ไข่ไก่ 2 ฟอง - แครอทหั่น - หอมใหญ่หั่น - มะเขือเทศหั่น - ข้าวโพดอ่อนหั่น - กระเทียมซอยละเอียด - เครื่องปรุงรส (ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซอสมะเขือเทศ น้ำตาลทราย น้ำมันพืช เกลือ) ขั้นตอนการทำ ผัดมักกะโรนีกุ้ง 1.ต้มเส้นมักกะโรนีประมาณ 8 นาที โดยใส่เกลือเพียงหยิบมือเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเส้นมักกะโรนี ตามด้วยน้ำมันพืชเล็กน้อยเพื่อให้เส้นมักกะโรนีไม่เกาะตัวกัน เสร็จแล้วนำมาพักไว้ 2.นำกระทะตั้งไฟใส่น้ำมันรอจนกระทะร้อนสักเล็กน้อย ใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอมขึ้นสีเหลืองเล็กน้อย จากนั้นใส่แครอท ข้าวโพดอ่อนและหอมใหญ่ ตามด้วยกุ้งแชบ๊วย ผัดทุกอย่างให้เข้ากันจนกุ้งเริ่มเปลี่ยนสี แต่หลังจากใส่กุ้งลงไปแล้วอย่าผัดนานเกินไปเพราะกุ้งอาจจะแข็งได้ 3.ใส่ไข่ไก่ลงไปผัดต่อจนไข่เริ่มสุก ค่อยนำเส้นมักกะโรนีตามลงไปผัด ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ชิมรสตามความชอบ บางคนชอบรสหวานอาจเติมน้ำตาลเพิ่มได้ หรือหากบางคนชอบซอสมะเขือเทศฉ่ำ ๆ ก็สามารถเพิ่มตามความชอบได้เช่นกัน 4.จากนั้นใส่มะเขือเทศผัดต่อให้เข้ากัน เป็นอันเรียบร้อย ตักใส่จานรอเสิร์ฟให้คุณหนู ๆ ได้เลย วัตถุดิบและส่วนประกอบข้างบนสามารถทำผัดมักกะโรนีให้เด็ก ๆ ได้ถึงสามจานอิ่มกำลังพอดีเชียวค่ะ แต่ถ้าเด็ก ๆ บ้านไหนกินจุ คุณแม่ คุณพ่อทั้งหลายสามารถคำนวณเพิ่มสัดส่วนปริมาณได้เลยนะคะ มื้อนี้อร่อยแค่ไหนหม่าม้าไม่ต้องสงสัย เพราะหมดเกลี้ยงในเวลาอันรวดเร็ว ตบท้ายด้วยนิ้งโป้งน้อย ๆ ที่พร้อมใจกันยกให้หม่าม้า พร้อมคำพูดแสนชื่นใจว่า “Mama. It is yummy!” แหม ไม่รู้เอาใจกันรึเปล่า แต่เมนูหน้ามีอีกแน่นอนจ้า เครดิตภาพปกแลภาพประกอบทั้งหมด โดยผู้เขียน (หม่าม้าน้องพรีม)

รีวิว ซุปหม่าล่าสำเร็จรูป รสเนื้อ เชื่อหรือไม่ ยกนิ้วให้มาม่าโอเค MAMA O.K.
อ่าน

รีวิว ซุปหม่าล่าสำเร็จรูป รสเนื้อ เชื่อหรือไม่ ยกนิ้วให้มาม่าโอเค MAMA O.K.

ใครที่เป็นสาวกชอบทานอาหารรสชาติ "หม่าล่า" ที่ชอบความเผ็ดร้อนจนลิ้นชา ต้องลองซุปหม่าล่าสำเร็จรูป รสเนื้อ เชื่อหรือไม่ ยกนิ้วให้มาม่า (MAMA O.K.) ในแบรนด์มาม่าออเรียนทอลคิทเช่น ที่เพิ่งจะวางตลาดเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ ยังไม่มีขายทุกที่ทุกห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต จะหาซื้อได้เฉพาะบางแห่งเท่านั้น วันนี้เราก็เลยจะมารีวิวให้เห็นกันชัด ๆ ว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร และรสชาติ น้ำซุปหม่าล่าสำเร็จรูปสูตรนี้ จะโดนใจกันมากน้อยแค่ไหน ตามมาดูกันเลยค่ะ   มาม่า ออเรียนทอลคิทเช่น (MAMA O.K.) น้ำซุปหม่าล่าสำเร็จรูป รสเนื้อ ที่เรานำเสนอในวันนี้ เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบะหมี่สำเร็จรูปแบรนด์ดังอย่างมาม่า MAMA O.K. เมนูนี้เป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสหม่าล่าเนื้อ บรรจุในซอง ขนาด 85 กรัม 1 แพ็ค มี 4 ซองใหญ่ ๆ ปริมาณจุใจทานคนเดียวกำลังพอดีเลย ราคาแพ็คละ 60 บาท ซองละ 15 บาทเท่านั้นค่ะ เมื่อเราหาซื้อมาแล้ว ก็เปิดซองดูกันเลยค่ะ ว่ามีส่วนประกอบอะไรกันบ้าง? ในซองจะมีบะหมี่อบแห้ง 1 ก้อนใหญ่ พร้อมเครื่องปรุงรสน้ำซุปและนำมันปรุงรสรวม 2 ซอง     มาม่า ออเรียนทอลคิทเช่น (MAMA O.K.) น้ำซุปหม่าล่าสำเร็จรูป รสเนื้อ ขนาด 1 ซอง ปริมาณ 85 กรัม มีส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณ- แป้งสาลี 57.84% น้ำมันปาล์ม 18.64% เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน 2.30% น้ำตาล 1.76% กลิ่นเนื้อ 0.34% ผงหม่าล่า 0.29% และเนื้อวัวผง 0.01%ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร- มีแป้งสาลี และอาจมีไข่ นม ถั่วเหลือง กุ้ง ปลา และหอยเพิ่มคุณค่าอาหารและโภชนาการ- ด้วยการเติมไข่ เนื้อสัตว์ ไส้กรอก ปูอัด ลูกชิ้น และผักต่าง ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้ตามใจ- เหมาะสำหรับทุกคน จะรับประทานเป็นอาหารว่าง หรืออาหารมื้อดึก เพื่อคลายความหิวได้ดี  วิธีปรุงต้มน้ำให้เดือด โดยกะปริมาณน้ำให้พอดี สำหรับ 1 ถ้วยใหญ่ ประมาณ 380 มล. แกะซองบะหมี่เตรียมไว้ รอน้ำเดือด ก็ใส่บะหมี่อบแห้งลงไปต้ม เติมไข่ เนื้อสัตว์ ผัก ไส้กรอก ปูอัด ลูกชิ้น ฯลฯ และเครื่องปรุงที่ให้มา รอประมาณ 4 นาที พอน้ำเดือดอีกครั้ง ก็ปิดไฟ เทใส่ชาม กำลังร้อน ๆ ได้กลิ่นหอมกรุ่น ๆ รอสักครู่ก็ชิมรสชาติน้ำซุปได้เลยค่ะ    รสชาติความอร่อยและจุดเด่นของบะหมี่สำเร็จรูป ซุปหม่าล่า รสเนื้อ ที่เราได้ลองชิมเป็นครั้งแรก เห็นว่า ดีที่เส้นบะหมี่มีความเหนียวนุ่มหนาหนึบ น้ำซุปรสเข้มข้น ในรสหม่าล่าเนื้อมีรสชาติอร่อย ให้ความรู้สึกเผ็ดซ่า ชาลิ้น ในน้ำซุปรสเนื้อที่เข้มข้นมีความกลมกล่อมเข้ากันได้เป็นอย่างดี มีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ให้เพลิดเพลินจนหมดชามในเวลาอันรวดเร็ว ให้คะแนนเต็ม 10 ของเมนูเด็ด MAMA O.K. ทีเดียว เหมาะกับคนที่ชอบลองของใหม่ รู้แล้วรีบไปหามาลองชิมกันเลยค่ะ   ความรู้สึกของผู้เขียนกับการรีวิวบะหมี่สำเร็จรูป ซุปหม่าล่า รสเนื้อ ซึ่งเป็นรสชาติใหม่ล่าสุด ของแบรนด์มาม่าออเรียนทอลคิทเช่น ที่มีความประทับใจในรสชาติที่แปลกใหม่โดนใจ สำหรับคนที่ชอบรสเผ็ดซ่า ชาลิ้น แบบหม่าล่าได้ดีทีเดียว ในปัจจุบันบะหมี่สำเร็จรูปมาม่าออเรียนทอลคิทเช่น ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เพราะมีเอกลักษณ์ที่ถูกอกถูกใจ ก็คือ เส้นบะหมี่มีความเหนียวนุ่มหนาหนึบ และมีหลายรสชาติให้เลือก เช่น ในสไตล์เกาหลี มีรสฮอตโคเรียน รสฮอตแอนด์สไปซี่ รสโคเรียนสไปซ์ รสกุ้งผัดซอสต้มยำ รสหมูบะช่อทรงเครื่อง รสผัดไข่เค็ม เป็นต้น แนะนำให้ลองชิมดูค่ะ อาจจะเป็นรสชาติใหม่ที่ใช่สำหรับเราก็ได้ค่ะ ภาพประกอบ : ภาพที่ 1-7 /ผู้เขียน ภาพปก /Canvaห้องส่องร้านดังมาแรง รวมของกินอร่อยต้องโดน บอกสูตรเมนูลับที่ไม่ลับอีกต่อไป

รีวิว Mama ผีหวงลูก หนังผีสุดหลอน ผลงานสร้างชื่อของ เจสซิก้า เชสเทน พากย์ไทยทาง Netflix
อ่าน

รีวิว Mama ผีหวงลูก หนังผีสุดหลอน ผลงานสร้างชื่อของ เจสซิก้า เชสเทน พากย์ไทยทาง Netflix

ชวนมาหลอนไปกับหนัง Mama หรือชื่อไทย ผีหวงลูก ภาพยนตร์ผลงานการสร้างของผู้กำกับฝีมือจัดจ้านด้านการผสมผสานเทพนิยายกับความสยองขวัญ กีเยร์โม เดล โตโร (Guillermo del Toro's Pinocchio - 2022, The Shape of Water - 2017, Pan's Labyrinth - 2006) กำกับโดยแอนดี้ มุสเคียติ ผู้กำกับคนเก่งชาวอาร์เจนติน่าเจ้าของผลงาน The Flash (2023), IT (2017) และ IT Chapter Two (2019) ร่วมกับนักแสดงสาวเก่ง เจสซิก้า เชสเทน (Mother's Instinct-2024, IT Chapter Two -2019) และนิโคไล คอสเตอร์วัลดาอู (Game of Thrones) ภาพยนตร์สร้างเมื่อปี 2013 ตอนนี้ออกอากาศให้รับชมทาง Netflix น่ากลัวดาร์ก ชวนขนลุกแค่ไหนไปติดตามกับรีวิวนี้กันค่ะ เรื่องย่อ Mama ผีหวงลูก (2013)ภาพยนตร์ Mama หรือชื่อไทย ผีหวงลูก (2013) บอกเล่าเรื่องราวของวิคตอเรียและลิลลี่ เด็กหญิงสองพี่น้องที่หายตัวไปในวันที่พ่อแม่ของพวกเขาถูกฆาตกรรม ในตอนนั้นพวกเธอยังเด็กมาก ๆ คนหนึ่งอายุ 3 ปีส่วนอีกคนอายุเพียง 1 ปีเท่านั้น ผ่านไป 5 ปีอาลูคัสและแฟนสาว แอนนาเบล ตามหาจนพบพวกเธออยู่ในกระท่อมร้างกลางป่า ทั้งสองพี่น้องได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งดูเหมือนจะไปได้สวย แต่แล้วแอนนาเบลได้ยินเสียงประหลาดตอนกลางคืนเสมอ เหมือนมีคนตามมาอยู่กับเด็กทั้งสองคนด้วย เสียงที่ว่านั้นคืออะไร วิคตอเรียและลิลลี่จะสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้หรือไม่ โปรดรับชมกันต่อทาง Netflix หนังยาว 1 ชั่วโมง 40 นาทีพล็อตผีหวงลูก ตื่นเต้นชวนขนลุกช่วงนี้ก็ยังไม่ฮาโลวีน แต่หนังแนวสยองขวัญใน Netflix มีมาให้รับชมแทบทุกอาทิตย์ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องนี้จะมีอะไรแตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ มากนัก แต่พอได้รู้ว่าเป็นผลงานการสร้างของผู้กำกับที่เชี่ยวชาญเรื่องตัวประหลาด และวิชวลเอฟเฟกต์ขั้นเทพอย่าง กีเยร์โม เดล โตโร ก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะไม่ดูได้ ดูแล้วไม่ผิดหวัง พล็อตดัดแปลงจากหนังสั้นปี 2018 ชื่อเดียวกันสัญชาติอาร์เจนติน่า เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์เดบิวต์ของผู้กำกับ แอนดี้ มุสเคียติ ถึงจะเป็นหนังสยองขวัญและสร้างเมื่อปี 2013 แต่มาดูตอนนี้บอกเลยมีความร่วมสมัย ถึงพล็อตตอนต้นจะคล้ายเรื่องอื่น พล็อตเด็กเล็กถูกทิ้งร้างกลางป่าและมีคนที่ไม่ใช่พ่อแม่ของเด็กช่วยเลี้ยง เข้าทำนองเมาคลีลูกหมาป่า, ทาร์ซาน ถูกเลี้ยงโดยลิงกอริลล่า, เจ้าหญิงออโรร่า ถูกเลี้ยงโดยสามแม่มด แต่พล็อตโดยรวมก็มีความแปลกใหม่ชวนให้ค้นหา ดูไปลุ้นไปว่าใครเป็นคนช่วยเลี้ยงเด็กสองคนนี้ อะไรคือสิ่งเด็กน้อยทั้งสองเรียกว่ามาม่า Mama ตามชื่อเรื่อง เลี้ยงมาแล้วจะเป็นอย่างไร นิสัยจะเหมือนคนทั่วไปไหม และสิ่งนั้นตามเด็ก ๆ มาทำไม น่าติดตาม เล่าเรื่องดี โปรดักชั่นหลอนได้เรื่องเล่าเรื่องดี ดำเนินเรื่องกระชับ ไม่น่าเบื่อ ค่อย ๆ เผยปมมาทีละนิด ผูกปมโยงเรื่องดี ส่วนตัวคิดว่าบทดีไม่บ้ง ถึงแม้บางตัวละครจะจากไปอย่างง่ายดายเหลือเกิน เปิดเรื่องมากับสาเหตุการติดอยู่กลางป่าของเด็กน้อยทั้งสอง ชวนลุ้นไปว่าตัวอะไรช่วยเลี้ยงเด็กน้อยทั้งสอง และตัวนั้นมีปมอะไร ทำไมถึงมาอยู่จุดนี้ เล่าไปจนถึงตอนที่พวกเขาย้ายมาอยู่กับอาและแฟนของอา มีฉากสะดุ้งประปราย พอรับได้ถ้าดูตอนกลางวัน แต่ถ้าดูตอนกลางคืนคนเดียวอาจจะต้องเปิดไฟสว่าง 😱🤣 ภาพแสงสีเสียงทำดี ภาพมีความสะพรึง ดูไปแอบคิดไป อยากจะเอาสปอตไลท์ไปส่องตรงที่มืดจัง คิวสะดุ้งจังหวะดี ตัวประหลาดชวนหลอน ตอนปรากฎตัว ท่าเดิน ท่าวิ่ง ชวนสยองทั้งนั้น ถ้าขวัญอ่อนอาจต้องหาเพื่อนดู ส่วนตอนจบถือว่าใช้ได้ แต่อยากให้จบแบบ....จะถูกใจกว่านี้ นักแสดงเก่งทุกคน ความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากพล็อตดีโปรดักชั่นปังแล้ว นักแสดงก็มีบทบาทสำคัญที่ทำให้อินกับเรื่องราว เริ่มแรกขอชื่นชม มอร์แกน แมคเกอร์รี่ (The Mysteries of Laura) ที่รับบทเป็นหนูน้อยวิคตอเรีย วัยสามขวบ พูดเก่งน่ารักเว่อร์ ส่วนเมแกน ชาร์เพนเทอร์ (IT, Resident Evil Retribution) ที่รับบทเป็นวิคตอเรีย วัยแปดปีก็แสดงดี สีหน้าแววตาเข้าถึงบทบาท, หนูน้อยอิซาเบลล์ เนลีส (IT, The Tale, Mommy) ที่รับบท ลิลลี่วัยหกขวบ แสดงดีเช่นกัน ถึงบทพูดจะไม่ค่อยมีแต่สีหน้า แววตา รอยยิ้ม สื่ออารมณ์ได้หมด ชวนหลอนมาก ๆ และขาดไม่ได้คือหนุ่มนิโคไล คอสเตอร์วัลดาอู (The Other Woman) ที่รับบทเป็นอาลูค คุณอาผู้ใจดีและรักแฟนมาก กับเจสซิก้า เชสเทน ที่รับบทแอนนาเบล แฟนสาวของอาลุค ที่ไม่ใช่แค่รักอาแต่ยังรักหลาน ๆ ของอาด้วย สาวเจสซิก้า สวยเท่เก๋แสดงดี ดูแล้วชวนหลอนไปกับเธอด้วย 👍 ภาพยนตร์เรื่องนี้นับว่าเป็นการจุดประกายความโด่งดังของนักแสดงทุกคน ให้เติบโตมีผลงานปัง ๆ มากมาย 👍👍ให้คะแนน 8/10ใครชอบหนังแนวสยองขวัญหลอนสั่นประสาท แนะนำ Mama ผีหวงลูก (2013) แค่ทีมนักแสดงและผู้สร้างก็น่าดูแล้ว พล็อตยังชวนขนหัวลุก แถมดำเนินเรื่องดี ให้คะแนน 8/10 รับชมได้ทาง Netflix หนังยาวแค่ 100 นาที ยังไงถ้าขวัญอ่อนแนะนำหาเพื่อนดูด้วยนะ ภาพยนตร์เรื่อง : Mama ผีหวงลูก (2013)แนว : สยองขวัญ ดาร์ก ขนหัวลุกนักแสดง : เจสซิก้า เชสเทน, นิโคไล คอสเตอร์-วัลดาอู, เมแกน ชาร์เพนเทียร์, อิซาเบลล์ เนลีสระยะเวลารับชม : 100 นาทีช่องทางรับชม : Netflix มีพากย์ไทยให้คะแนน : 8/10  เครดิตภาพ : SF Cinema / Major Group / Mamafilm : ปก/ภาพ1 / ภาพ2 / ภาพ3 / ภาพ4 /  ภาพ5 / ภาพ6 บทความน่าสนใจรีวิว Anatomy of A Fall เขาบอกว่าเธอฆ่า หนังรางวัลออสการ์ปี 2024รีวิวหนังแอนิเมชั่น The Garfield Movie เดอะการ์ฟิลด์มูฟวี่ รีวิว+เปิดวาร์ป 7 นักแสดง The Double 

หวนคืนสู่คฤหาสน์สยอง: รีวิว Resident Evil 1 GOG ในปี 2023 ยังขลังอยู่ไหม?
อ่าน

หวนคืนสู่คฤหาสน์สยอง: รีวิว Resident Evil 1 GOG ในปี 2023 ยังขลังอยู่ไหม?

Resident Evil ภาคแรก ถือเป็นหนึ่งในเกมในตำนานที่ปฏิวัติวงการเกมสยองขวัญเอาตัวรอด (Survival Horror) ไปตลอดกาล ด้วยบรรยากาศที่กดดัน การไขปริศนาสุดท้าทาย และซอมบี้ที่พร้อมจะขย้ำคอคุณได้ทุกเมื่อ เกมนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกมแนวนี้ และยังคงเป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ผมจะพาทุกคนย้อนกลับไปสัมผัสประสบการณ์สุดคลาสสิกนี้อีกครั้ง กับ Resident Evil 1 บน GOG มาดูกันว่าในปี 2023 เกมนี้ยังคงความสนุกและความน่ากลัวได้อยู่หรือไม่   กราฟิกและงานภาพ: ความคลาสสิกที่ยังดูดี (ในแบบของมัน) แน่นอนว่ากราฟิกของ Resident Evil 1 ในปี 1996 ไม่สามารถเทียบกับเกมสมัยนี้ได้ แต่สำหรับเกมที่อายุอานามกว่า 20 ปี ผมบอกเลยว่ามันยังดูดีกว่าที่คิด ตัวละครและสภาพแวดล้อมเป็นโพลีกอนเหลี่ยมๆ ที่ดูแข็งๆ แต่ก็มีรายละเอียดที่พอจะทำให้เรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร มุมกล้องแบบ Fixed Camera Angle ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ ถึงแม้จะทำให้รู้สึกอึดอัดในบางครั้ง แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างบรรยากาศความตึงเครียดและทำให้เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรโผล่มาข้างหน้า ยิ่งเวลาเดินผ่านประตูแต่ละบาน หัวใจมันเต้นตุบๆ ทุกทีเลยนะ ไม่รู้ว่าข้างหลังประตูนั้นจะมีซอมบี้ หรือ Licker รออยู่รึเปล่า ส่วนตัวผมมองว่ากราฟิกแบบนี้มันมีเสน่ห์ในแบบของมัน มันทำให้ผมนึกถึงยุคทองของเกม PlayStation และให้ความรู้สึก nostalgic อย่างบอกไม่ถูก     เสียงประกอบและดนตรี: หลอนประสาทจนขนลุก สิ่งที่ทำให้ Resident Evil 1 น่ากลัวจนขนหัวลุกก็คือเสียงประกอบและดนตรีนี่แหละ เสียงครางของซอมบี้ เสียงกรีดร้องของ Crimson Head เสียงฝีเท้าที่ดังอยู่ไกลๆ เสียงทั้งหมดนี้มันผสมผสานกันได้อย่างลงตัว สร้างบรรยากาศที่กดดันและชวนให้รู้สึกหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา จำได้เลยว่าตอนเด็กๆ เล่นนี่ผมต้องเปิดไฟนอนเลยทีเดียว แล้วยิ่งดนตรีประกอบนะ แต่ละฉากนี่มันช่างเข้ากับบรรยากาศเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับ Hunter หรือ Tyrant ดนตรีมันเร่งเร้าจนหัวใจแทบจะวาย ต่อให้เล่นมาหลายรอบแล้วก็ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งเลย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งที่ทำให้เกมนี้ยังคงความคลาสสิกจนถึงทุกวันนี้   เกมเพลย์: การเอาตัวรอดสุดท้าทาย ระบบการเล่นของ Resident Evil 1 นั้นเรียบง่ายแต่ท้าทาย เราต้องสำรวจคฤหาสน์ Spencer Mansion ไขปริศนาต่างๆ หาไอเท็มเพื่อใช้ในการต่อสู้หรือเอาตัวรอด และแน่นอนว่าต้องต่อสู้กับเหล่าซอมบี้และสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์อื่นๆ เกมนี้เน้นการบริหารทรัพยากรที่มีจำกัด กระสุนแต่ละนัด สมุนไพรแต่ละต้น ล้วนมีค่า เราต้องคิดให้ดีก่อนที่จะยิงหรือใช้ไอเท็ม เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะไม่มีกระสุนเหลือไว้สู้กับบอส หรือไม่มีสมุนไพรรักษาแผลเวลาโดนซอมบี้ขย้ำ ผมเองก็เคยพลาดท่ามาหลายครั้งแล้ว ยิงซอมบี้เพลินจนกระสุนหมด พอเจอ Hunter เข้าไปนี่แทบจะร้องไห้เลย   แล้วยิ่งระบบเซฟเกมที่เป็นเอกลักษณ์ของ Resident Evil ยุคแรกๆ ที่ต้องใช้ Ink Ribbon ในการเซฟตามจุดต่างๆ ยิ่งทำให้เกมมันท้าทายขึ้นไปอีก เพราะเราต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเซฟตอนไหน ถ้าเซฟบ่อยเกินไป Ink Ribbon ก็อาจจะหมดก่อนถึงจุดสำคัญๆ แต่ถ้าไม่เซฟเลยแล้วพลาดท่าตายขึ้นมาก็ต้องย้อนกลับไปเล่นใหม่ไกลเลยทีเดียว บอกเลยว่าระบบนี้มันทั้งกดดันและสนุกไปพร้อมๆ กัน มันทำให้ทุกการตัดสินใจของเรามีความหมาย และทำให้รู้สึกโล่งอกทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเครื่องพิมพ์ดีดดังขึ้น     ปริศนา: ลับสมองประลองปัญญา Resident Evil 1 โดดเด่นในเรื่องของการออกแบบปริศนา ปริศนาในเกมนี้ไม่ได้ยากจนเกินไป แต่ก็ต้องใช้ความคิดและการสังเกตพอสมควร บางปริศนาต้องใช้ไอเท็มที่หาได้จากที่ต่างๆ มาประกอบกัน บางปริศนาต้องอ่านเอกสารต่างๆ เพื่อหาคำใบ้ บางปริศนาก็ต้องอาศัยความจำและไหวพริบ ผมชอบปริศนาในเกมนี้มาก มันรู้สึกท้าทายและน่าค้นหา ทุกครั้งที่ไขปริศนาได้มันรู้สึกเหมือนได้ปลดล็อคอะไรบางอย่าง และทำให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวเองเล็กๆ (แม้ว่าบางครั้งจะต้องแอบเปิดดูเฉลยก็เถอะ ฮ่าๆ)   เนื้อเรื่อง: ความลึกลับที่ชวนติดตาม เนื้อเรื่องของ Resident Evil 1 นั้นเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ เราได้รับบทเป็นสมาชิกหน่วย S.T.A.R.S. ที่ถูกส่งมาสืบสวนคดีฆาตกรรมปริศนาในคฤหาสน์ Spencer Mansion แต่แล้วเราก็พบว่าคฤหาสน์แห่งนี้เต็มไปด้วยซอมบี้และสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ เราต้องเอาตัวรอดและค้นหาความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด เนื้อเรื่องของเกมนี้เต็มไปด้วยความลึกลับ การทรยศหักหลัง และฉากที่น่าจดจำมากมาย ผมยังจำฉากที่ซอมบี้ตัวแรกหันมามองเราได้แม่นเลย มันเป็นฉากที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง และเป็นจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญทั้งหมดในเกมนี้     สรุป: ความคลาสสิกที่ยังคงขลัง Resident Evil 1 บน GOG ยังคงเป็นเกมที่สนุกและน่ากลัว ถึงแม้กราฟิกจะล้าสมัยไปบ้าง แต่เกมเพลย์ที่ท้าทาย บรรยากาศที่กดดัน และเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ยังคงทำให้เกมนี้เป็นหนึ่งในเกมสยองขวัญเอาตัวรอดที่ดีที่สุดตลอดกาล สำหรับใครที่เคยเล่นเกมนี้มาแล้ว การกลับมาเล่นอีกครั้งบน GOG ก็เหมือนเป็นการย้อนเวลากลับไปสู่ความทรงจำในวัยเด็ก ส่วนใครที่ไม่เคยเล่นมาก่อน นี่คือโอกาสที่ดีที่จะได้สัมผัสกับเกมระดับตำนานที่ปฏิวัติวงการเกมสยองขวัญ รับรองว่าคุณจะไม่ผิดหวัง เพียงแต่เตรียมใจไว้ให้ดี เพราะคฤหาสน์ Spencer Mansion แห่งนี้ไม่ได้ต้อนรับคุณด้วยดอกไม้และรอยยิ้มแน่นอน!   เครดิตภาพ ทางผู้เขียนได้ซื้อเกมนี้มาเล่นเองถ่ายรูปลงเอง   เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ชวนดู! Don't Call Me Ma'am (2025) ซีรีส์เกาหลีดราม่าคอมเมดี้
อ่าน

ชวนดู! Don't Call Me Ma'am (2025) ซีรีส์เกาหลีดราม่าคอมเมดี้

         มาแล้วสำหรับซีรีส์เรื่อง “Don't Call Me Ma'am (2025)” ซีรีส์เกาหลีดราม่าคอมเมดี้ คือซีรีส์เกาหลีแนวดราม่าคอมเมดี้ที่ทั้งอบอุ่นและสะเทือนใจในเวลาเดียวกัน เล่าเรื่องของ ผู้หญิงวัย 41 ปีสามคน ที่แต่ละคนต่างเคยคิดว่าชีวิตของตัวเอง “ไปต่อไม่ได้แล้ว” แม่บ้านที่ละทิ้งงานในฝัน, ภรรยาที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่เย็นชา, และสาวโสดที่ประสบความสำเร็จแต่เหงาเกินบรรยาย แต่วันหนึ่ง…พวกเธอตัดสินใจลุกขึ้นมาทบทวนชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยมิตรภาพที่จริงใจ และความกล้าที่จะไม่ยอมปล่อยให้ความฝันตายไปพร้อมกับอายุที่มากขึ้น ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้สอนให้คุณเปลี่ยนโลก แต่จะค่อย ๆ พาให้คุณ“อยากเริ่มใหม่” แม้จะอยู่ในวัยที่ใคร ๆ บอกว่าสายไปแล้วก็ตาม เพราะ “ไม่มีชีวิตหน้า” ให้เราได้ลองอีกครั้ง ดังนั้น…ลองใช้ชีวิตนี้ให้ดีที่สุด เหมือนที่พวกเธอกำลังทำใน Don't Call Me Ma'am🌿 รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! 1.) เรื่องราวของ “ชีวิตจริง” ที่สะท้อนความรู้สึกของคนวัยกลางคนได้อย่างเจ็บลึก          ซีรีส์เรื่อง “Don't Call Me Ma'am” เป็นซีรีส์ที่กล้าหยิบ “ช่วงชีวิตที่ไม่มีใครพูดถึง” มาขยายให้เห็นความงดงามในความธรรมดา ช่วงวัยที่คนเริ่มถามตัวเองว่า เรายังมีความฝันไหม? หรือ ชีวิตที่เป็นอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่เราต้องการจริงหรือเปล่า? ซึ่งในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ซีรีส์เรื่องนี้พาเราหยุดและมองชีวิตอย่างช้า ๆ ผ่านสายตาของผู้หญิงสามคนวัย 41 ปี ที่ต่างเคยคิดว่าทุกอย่างในชีวิต ถูกกำหนดไว้แล้ว แต่กลับค้นพบว่า ยังมีโอกาสอีกมากให้เราเริ่มใหม่เรียกว่าเป็นซีรีส์ที่ดูไปคุณอาจเห็นตัวเองในบางฉาก ความเหนื่อยล้าจากงาน ความโดดเดี่ยวในความสัมพันธ์ หรือความฝันที่เคยทิ้งไว้ข้างทาง แล้วจะรู้ว่า การใช้ชีวิตให้ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่ยังอยากเริ่มใหม่ ก็เพียงพอแล้ว https://www.instagram.com/reel/DQljutQEep-/?igsh=dTM1dDlkMjk1M3Bj https://www.instagram.com/p/DQLugkWj7pN/?igsh=bXJxenpibW8wdzR2 2.) มิตรภาพของผู้หญิงสามคนที่ “จริง” และ “ลึก” กว่าซีรีส์ทั่วไป           จุดเด่นที่สุดของเรื่องนี้คือ “ความสัมพันธ์ของสามเพื่อนสนิท” โจนาเจอง, กูจูยอง และอีอิลรี” ซึ่งพวกเธอต่างผ่านเส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อกลับมาเจอกันในวัย 40 พวกเธอกลายเป็นกระจกสะท้อนชีวิตของกันและกัน ในบางตอน เพื่อนจะกลายเป็นคนปลอบใจ ในบางตอน เพื่อนก็จะกลายเป็นคนพูดความจริงที่เราไม่อยากฟัง และในหลายตอน เพื่อนก็คือเหตุผลเดียวที่ทำให้พวกเธอ ไม่ล้ม ในซีรีส์เรื่องนี้ได้ถ่ายทอดมิตรภาพของผู้หญิงได้อย่างละเอียดและสมจริง ทั้งความอบอุ่น ความอิจฉา ความผิดหวัง และความภาคภูมิใจที่แฝงอยู่ในความสัมพันธ์ระยะยาวของเพื่อนที่รู้จักกันมาครึ่งชีวิต ใครที่เคยมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่ โตมาด้วยกัน จะเข้าใจความรู้สึกของเรื่องนี้ได้ทันที https://www.instagram.com/p/DP51idpjN7C/?igsh=MXRud25rbXczaHlzdQ== 3.) การแสดงระดับมาสเตอร์พีซจากสามนักแสดงหญิงมากฝีมือ         อีกหนึ่งความปังของซีรีส์เรื่องนี้คือเหล่านักแสดงมากความสามารถอย่าง “คิมฮีซอน, ฮันฮเยจิน และจินซอยอน” สามชื่อที่แทบไม่ต้องแนะนำสำหรับคอซีรีส์เกาหลี เพราะพวกเธอคือกลุ่มนักแสดงหญิงที่เติบโตในวงการมาพร้อมกับประสบการณ์และฝีมือการแสดงระดับท็อป และใน Don't Call Me Ma'am พวกเธอได้แสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ คิมฮีซอน ถ่ายทอดบทแม่บ้านที่พยายามหาคุณค่าของตัวเองได้อย่างนุ่มนวลและทรงพลัง ฮันฮเยจิน แสดงความขัดแย้งในใจของภรรยาที่ดูสมบูรณ์แบบแต่ข้างในเต็มไปด้วยความเหงาได้อย่างสมจริง จินซอยอน สะท้อนความโดดเดี่ยวของหญิงโสดวัยทำงานที่พยายาม “เข้มแข็ง” ทั้งที่ในใจอยากได้รับความรักอย่างยิ่ง          ทั้งสามคนทำให้เราเชื่อว่าพวกเธอคือเพื่อนกันจริง ๆ เคมีเข้ากันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นฉากดราม่าที่ต้องร้องไห้ด้วยกัน หรือฉากที่หัวเราะปลดปล่อยในร้านเหล้าเล็ก ๆ ทุกช่วงเต็มไปด้วย “ความจริงของชีวิต” มากกว่าการแสดง https://www.instagram.com/p/DP6BmHLiPH7/?igsh=MWVnejdnaG4xbXdjOA== 4.) งานภาพ เนื้อหา และอารมณ์ที่สวยงามและสมดุลระหว่าง “ความจริง” กับ “ความหวัง”        ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แนวเศร้าหม่นหรือหดหู่จนดูแล้วหมดแรง แต่เป็นแนวดราม่าที่มีอารมณ์ อบอุ่นแบบ bittersweet เหมือนกาแฟที่มีรสขมแต่หอมหวานในเวลาเดียวกัน งานภาพถ่ายและโทนสีของเรื่องออกแบบมาอย่างประณีต มีความเรียบง่ายแต่สื่ออารมณ์ได้ลึกซึ้ง เช่น แสงแดดอุ่นยามเช้าที่สะท้อนบนโต๊ะอาหารของครอบครัวที่เงียบเกินไปหรือฉากที่ทั้งสามสาวเดินบนถนนในยามค่ำ พูดคุยเรื่องชีวิตอย่างซื่อ ๆ แต่เต็มไปด้วยความหมาย นอกจากนี้ บทพูดของเรื่องยังมีความ “จริง” จนหลายประโยคกลายเป็นคำพูดที่อยากจดจำ🫶🏻 https://www.instagram.com/p/DQdS8p-DYim/?igsh=MTllMGowOGl2ZTg1eA== 5.) เพราะซีรีส์เรื่องนี้เตือนให้เราเชื่อว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเริ่มต้นใหม่”            หัวใจของ Don't Call Me Ma'am อยู่ที่ประโยคหนึ่งที่ตัวละครพูดไว้ว่า “เราไม่มีชีวิตหน้า เพราะฉะนั้น จงใช้ชีวิตนี้ให้ดีที่สุด” นี่คือสารสำคัญของเรื่อง การเรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเอง ยอมรับข้อผิดพลาดในอดีต และกล้าที่จะเดินต่อ ไม่ว่าคุณจะอายุ20, 40 หรือ 60 ปี ชีวิตก็ยังมีสิ่งใหม่ให้ลองเสมอ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้บอกให้คุณต้องเปลี่ยนโลก แต่บอกเพียงว่า “จงอย่าหยุดพยายามเปลี่ยนตัวเองให้มีความสุขกว่าเมื่อวาน” และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ Don't Call Me Ma'am ไม่ใช่แค่ซีรีส์ แต่เป็นแรงบันดาลใจเงียบ ๆ สำหรับทุกคนที่เคยรู้สึกว่า “ชีวิตของฉันคงเท่านี้” https://www.instagram.com/p/DQv6PGZjX35/?igsh=MXR1eDdiNnhkcXk3Zg== สำหรับในซีรีส์เรื่อง “Don't Call Me Ma'am” เป็นเรื่องราวของ “ชีวิตจริง” ที่ถูกเล่าด้วยความอบอุ่น อ่อนโยน และจริงใจ เรื่องของคนธรรมดาที่พยายามใช้ชีวิตให้มีความหมายในวันที่ไม่มีอะไรแน่นอนอีกต่อไป โดยเพื่อน ๆ สามารถรับชมซีรีส์เรื่อง “Don't Call Me Ma'am” ได้ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2025 รับชมได้ทาง Netflix เลยน้า💖✨ เครดิตภาพหน้าปก @tvchosuninsta ภาพหน้าปก เครดิตภาพและวิดีโอประกอบบทความ @tvchosuninsta วิดีโอที่1 / ภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 / ภาพที่4 / ภาพที่5   จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

รีวิวกิมจิ GOGO
อ่าน

รีวิวกิมจิ GOGO

รีวิวกิมจิ GOGO ปัจจุบันวัยรุ่นในประเทศไทยนิยมรับประทานกิมจิกันมาก เนื่องจากได้รับกระแสมาจากละครหรือภาพยนตร์เกาหลีที่มักจะมีการนำวัฒนธรรมด้านอาหารอย่างการทำกิมจิและการรับประทานกิมจิมาถ่ายทอดในละครหรือภาพยนตร์ได้อย่างน่าสนใจ ทำให้แฟนคลับชาวไทยรู้สึกอยากรับประทานกิมจิอย่างในละครหรือภาพยนตร์เกาหลีบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตอนนี้ก็คือ ตามร้านค้าออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ หรือ Facebookต่างก็มีคนจำหน่ายกิมจิกันเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากในแต่ละเดือนมีลูกค้าสั่งกิมจิออนไลน์กันหลายพันออเดอร์เลยทีเดียว แต่ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากิมจิยี่ห้อไหนที่อร่อยและผ่านกรรมวิธีการผลิตที่มีคุณภาพ วันนี้พร่างพิชญ์จึงจะมาแนะนำทุกท่านให้รู้จักกับกิมจิ GOGO ซึ่งเป็นกิมจิที่ผลิตโดย Sukishi ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีจากชื่อเสียงในด้านรสชาติอาหารเมนูปิ้งย่างเกาหลีและคุณภาพของทางร้าน การันตีด้วยสาขาทั่วประเทศไทยกว่า 80 สาขา ลักษณะบรรจุภัณฑ์ เป็นซองสีขาวครีม มีรูปกิมจิอยู่ตรงกลางซอง ซึ่งขอยืนยันว่าภาพตรงปกอย่างแน่นอนค่ะ แบ่งเป็น 2 ขนาด ดังนี้ ซองขนาด 80 กรัม (ภาพที่รีวิว) เป็นซองสำหรับรับประทาน 1 ครั้ง จึงเป็นแบบตัดที่ปากซอง พร้อมเทแล้วรับประทาน ซองขนาด 150 กรัม เป็นซองที่บรรจุกิมกิมากกว่าซอง 80 กรัมเกือบ 1 เท่า จึงมีขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย มีซิปล็อกเพื่อรักษาคุณภาพกิมจิเมื่อเรารับประทานไม่หมดใน 1 ครั้งค่ะ ราคา ซองขนาด 80 กรัม (ภาพที่รีวิว) ราคา 39 บาท ซองขนาด 150 กรัม ราคา 69 บาท พิกัดการสั่งซื้อ ซื้อออนไลน์ได้จากเว็บไซต์ Tops โดยสามารถ >>กดที่นี่เพื่อไปยังหน้าเว็บของ Tops ค่ะในด้านของราคาที่ซื้อจาก Tops กับร้านค้าออนไลน์ร้านอื่น ๆ เปรียบเทียบกันแล้วพบว่า Tops จำหน่ายในราคาถูกกว่าแหล่งอื่นค่ะ รีวิวรสชาติกิมกิ GOGO กิมจิมีรสชาติที่เข้มข้น จัดจ้าน เปรี้ยวนำ มีความเผ็ดในระดับที่กำลังดี ไม่เผ็ดมากจนเกินไป ที่สำคัญไม่ออกรสหวานอย่างกิมจิเจ้าอื่น ๆ ด้วยค่ะ เมนูแนะนำสำหรับรับประทานคู่กับกิมจิ GOGO เมนูที่พร่างพิชญ์จะขอแนะนำ ก็เป็นเมนูง่าย ๆ ที่วัยรุ่นอย่างเราสามารถทำได้โดยใช้เวลาไม่กี่นาที นั่นก็คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบเกาหลี ในที่นี้พร่างพิชญ์ซื้อของยี่ห้อNISSIN มารีวิวเพราะมีรสชาติอร่อย เส้นเหนียวนุ่ม ที่สำคัญราคาเพียงแค่ซองละ 10 บาทเท่านั้นค่ะ หรือท่านใดที่มียี่ห้อในดวงใจอื่น ๆ ก็สามารถใช้แทนกันได้ค่ะ แต่วันนี้พร่างพิชญ์ขอมารีิวิวก่อน 2 รสชาติ ดังนี้นะคะ 1. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบเกาหลียี่ห้อNISSIN รสไก่เกาหลีชีส (แบบแห้ง) ราคา : 10 บาท รสชาติ : รสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสนี้จะเผ็ดไม่มาก และมีความละมุนเพราะมีผงชีสที่อัดแน่นในซองเครื่องปรุงอย่างเต็มพิกัด เข้ากันได้ดีกับกิมจิรสเปรี้ยวเผ็ดอย่างกิมกิ GOGO ค่ะ 2. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบเกาหลียี่ห้อNISSIN รสไก่เผ็ดเกาหลี (แบบแห้ง) ราคา : 10 บาท รสชาติ :รสชาติของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสนี้จะค่อนข้างเผ็ดจัดจ้าน เมื่อรับประทานกับกิมจิ GOGO ก็จะยิ่งอร่อยและเข้ากันมากเลยค่ะ เครดิตภาพโดย ผู้เขียน สำหรับใครที่กำลังมองหากิมจิอร่อย ๆ รสชาติเข้มข้นเหมือนอย่างในละครหรือภาพยนตร์เกาหลี ขอแนะนำให้ทุกท่านได้ลองกิมจิ GOGO ของ Sukishi กันนะคะ รับรองได้ว่าทุกท่านจะต้องติดใจในรสชาติและคุณภาพอย่างแน่นอนค่ะ

รีวิวร้านอาหาร ย่าน ท่าเตียน "ผัดไทยกระทงทอง by AMA" กรุงเทพฯ
อ่าน

รีวิวร้านอาหาร ย่าน ท่าเตียน "ผัดไทยกระทงทอง by AMA" กรุงเทพฯ

"ผัดไทยกระทงทอง by AMA" ร้านเด็ด ย่าน ท่าเตียน กรุงเทพฯถ้าพูดกันถึงเรื่องของอาหารไทย อย่างแรกที่เรานึกถึงคงไม่พ้น ต้มยำกุ้ง หรือผัดไท วันนี้เราจะพาไปชิมร้านเด็ด ย่าน ท่าเตียน "ผัดไทยกระทงทอง by AMA" ซึ่งร้านนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติแน่นมาก และบรรยากาศภายในร้านตกแต่งได้น่ารัก มีความวินเทจ พอเข้าไปในร้านจะมีบริการขันเงินใส่น้ำแข็งให้เราเอามาประคบช่วยคลายร้อนกันก่อนเลย เมนูแนะนำของร้าน ต้มยำกุ้ง ไข่เจียวโบราณ พร้อมข้าวสวยอัญชัน ต้มยำกุ้งอร่อยสุดๆ เค้าใส่มันกุ้งแบบข้นคลั่ก รสชาติเข้มข้นถึงเครื่อง ไม่เผ็ดจัดผัดไทยกุ้งสดกระทงทอง ผัดไทยใส่เส้นจันท์ เหนียว นุ่ม ผัดได้หอมอร่อยมาก เป็นสูตรโบราณซอสมะขามเปียกของอาม่าโดย เพิ่มแป้งกรอบรูปกระทงรองเส้นผัดไทย โปะหน้าด้วยกุ้งสดส่วนข้าวผัดเขียวหวานก็หอมเครื่องแกงเขียวหวานมาก ข้าวนุ่มๆ ทานร้อนๆ คู่กับคอหมูย่าง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว มีไข่เค็มมาเสริมรสเค็มมัน ประทับใจมาก และยังมีทีเด็ดตรงน้ำปลาพริกของร้านที่มีทั้งกระเทียมตำและน้ำมะนาวผสมเข้าไปด้วย แซบจริง!!ตอนแรกเราก็แอบคิดนะ ชาวต่างชาติเยอะมาก รสชาติจะถูกปากคนไทยไหมนะ แต่พอได้ลองชิมเมนูแรก ต้มยำกุ้งละต้องบอกว่าอร่อยมาก รสชาติเข้มข้นแบบคนไทยเลย ราคาก็เป็นมิตร ทั้งอร่อย ทั้งอิ่มคุ้ม แถมเจ้าของร้านเป็นกันเองมาก เรามา 2 รอบละ ร้านชื่อ ผัดไทยกระทงทอง by AMAร้านตั้งอยู่ตรงท่าเตียนปากทางเข้าท่าเรือท่าเตียน บรรยากาศสบายๆ ใครที่มาเที่ยววัดพระแก้ว วัดโพธิ์ หรือจะแวะมากิน ไอติมลายกระเบื้องวัดอรุณฯ และกำลังมองหาร้านอาหารอร่อย ย่าน ท่าเตียน คนอาจจะเยอะหน่อยนะ แต่อยากแนะนำเพื่อนๆมาลองชิมร้านนี้กันรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนผัดไทยกระทงทอง by AMAที่อยู่ : 270 - 272 ถนนมหาราช พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม กรุงเทพมหานคร 10200 (ตรงข้ามวัดโพธิ์ ปากซอยท่าเตียน)พิกัด : https://www.google.com/maps/place/AMAเปิด : เปิด-ปิด 10.00-19.00 น. จันทร์ - ศุกร์  /  เปิด-ปิด 09.00-19.00 น. เสาร์-อาทิตย์เบอร์โทรศัพท์ : 084-716-8185เว็บไซต์ : https://web.facebook.com/padthaithongPhoto Credit : ภาพถ่ายจากผู้เขียนเอง   TAG#ผัดไท #ผัดไทกระทงทอง #ท่าเตียน ห้องส่องร้านดังมาแรง รวมของกินอร่อยต้องโดน บอกสูตรเมนูลับที่ไม่ลับอีกต่อไป

Jogo พื้นรองเท้าเช็คความสามารถนักฟุตบอล
อ่าน

Jogo พื้นรองเท้าเช็คความสามารถนักฟุตบอล

Jogoคือระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อดูข้อมูลสถิติของนักกีฬาฟุตบอลแบบ Real-time สามารถแปลงค่าความสามารถที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยตา ให้ออกมาเป็นค่าสถิติกราฟตัวเลขเพื่อวิเคราะห์และประเมินได้โดยง่าย พัฒนาขึ้นโดย SportsTalentVisionสตาร์ทอัพชาวดัตช์Your browser does not support HTML5 video.Jogoจะถูกใส่ไว้ในรองเท้าของนักกีฬา ตัวระบบประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก พื้นรองเท้าด้านในรองเท้าฟุตบอล, โมดูลเซ็นเซอร์กันน้ำ 2 - 3 ตัวที่เสียบเข้ากับพื้นรองเท้าแต่ละอันจากด้านล่าง, และแอป iOS/Android สำหรับใช้ดูสถิติของนักกีฬา เซ็นเซอร์สามารถใส่ทิ้งไว้จนกว่ามันจะเสื่อมสภาพไปเองได้ แต่แบตเตอรี่ของโมดูลจำเป็นต้องชาร์จใหม่ สามารถชาร์จได้ด้วยแถบแม่เหล็กที่ใส่เข้าไปยังช่องตรงพื้นรองเท้า เซ็นเซอร์แต่ละตัวจะบันทึกข้อมูล 1,000 ครั้งต่อวินาที มีน้ำหนัก 4 กรัม และสามารถใช้ได้นานถึง 30 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้งJogoสามารถแปลงค่าความสามารถของนักกีฬาตอนซ้อมหรือระหว่างแข่งขันออกมาเป็นค่าสถิติต่าง ๆ ได้ตั้งแต่ ความเร็วเฉลี่ย, อัตราเร่ง/การลดความเร็ว, การสัมผัสบอล, เวลาที่อยู่กับบอล, การ ส่ง/รับ ลูกบอล, พลังในการยิง, การกระจายกำลังขาขวา/ซ้าย, ระยะการเลี้ยงบอล, และระยะทางรวมที่เดินทาง โดยข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกส่งผ่านทางระบบ Bluetooth ไปยังตัวแอพ ซึ่งโค้ชและตัวผู้เล่นจะสามารถดูค่าความสามารถได้ผ่านทางแดชบอร์ดบนหน้าจอ โดยตัวแอพสามารถช่วยให้โค้ชติดตามและเปรียบเทียบความสามารถของผู้เล่นต่าง ๆ ในทีมทั้งหมดได้ชุด Jogo สำหรับผู้เล่น 1 คนมีราคาอยู่ที่ 84 ยูโร หรือประมาณ 8,300 บาทแหล่งที่มาkickstarter.com

รีวิว Mama (มาม่า ผีหวงลูก) หนังสยองขวัญสูตรสำเร็จที่ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แต่พอดูแก้เบื่อได้สนุกเพลินๆ [มีพากย์ไทย] ดูได้ทาง Netflix
อ่าน

รีวิว Mama (มาม่า ผีหวงลูก) หนังสยองขวัญสูตรสำเร็จที่ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แต่พอดูแก้เบื่อได้สนุกเพลินๆ [มีพากย์ไทย] ดูได้ทาง Netflix

รีวิว Mama (มาม่า ผีหวงลูก) หนังสยองขวัญสูตรสำเร็จที่ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่ แต่พอดูแก้เบื่อได้สนุกเพลินๆ [มีพากย์ไทย] ดูได้ทาง Netflix บทความรีวิวนี้ถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกส่วนตัวของผม หากผิดพลาดประการใด หรือไม่ถูกใจใครต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แต่ก่อนจะมาเริ่มการรีวิวเรามาดูเรื่องย่อกันก่อนดีกว่าเรื่องย่อ Mama (มาม่า ผีหวงลูก)เรื่องราวของเด็กสาวพี่น้องผู้โชคร้าย ได้แก่ Victoria (รับบทโดย Megan Charpentier) และ Lilly (รับบทโดย Isabelle Nélisse) ทั้งคู่ได้ถูกพ่อแท้ๆ ลักพาตัวไปก่อนที่ทุกอย่างจะลงเอยด้วยการที่ทั้ง 2 ต้องอาศัยอยู่กันอย่างลำพังในบ้านกลางป่านานถึง 5 ปี เมื่อมีคนไปเจอทั้งคู่ พวกเธอก็ได้ถูกส่งกลับให้มาอยู่ในการดูแลของอา Lucas (รับบทโดย Nikolaj Coster-Waldau) และ Annabel (รับบทโดย Jessica Chastain) แฟนสาวของอา แต่ทุกอย่างยังไม่จบแค่นั้น เนื่องจากหลังเด็กทั้ง 2 มาอยู่ด้วยได้ไม่นาน  Lucas และ Annabel ก็ได้พบว่ามีใครบางคนหรือบางสิ่งบางอย่างยังคงตามหลอกหลอนเด็กทั้ง 2 คนนี้อยู่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ทุกคนคงต้องไปรับชมด้วยตาของตัวเอง Mama (มาม่า ผีหวงลูก) สามารถรับชมได้พร้อมพากย์ไทยทาง Netflixตัวอย่าง Mama (มาม่า ผีหวงลูก)รีวิว Mama (มาม่า ผีหวงลูก)สำหรับหนังเรื่องนี้บอกตามตรงเลยว่าผมไม่เคยรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อมาก่อน เป็นหนังเก่าที่ออกฉายตั้งแต่ปี 2013 ผลงานการกำกับของ Andy Muschietti ผู้กำกับจาก It และ The Flash อำนวยการสร้างโดย Guillermo del Toro ผู้กำกับยอดฝีมือจาก The Shape of Water แต่ตอนที่กดเข้าไปดูผมไม่รู้มาก่อนว่าเป็นผลงานของใคร คือเข้าไปดูแบบไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ซึ่งก็ต้องบอกตามตรงว่าพอดูจนจบก็ไม่ได้ถึงกับผิดหวังอะไร แต่ก็ไม่ได้ถึงกับชอบเป็นพิเศษ เพราะตัวหนังทำออกมาได้แบบตามสูตรสำเร็จหนังสยองขวัญทั่วไป จุดแข็งของเรื่องเลยก็คือบทที่เขียนมาค่อนข้างดี พล็อตหลักมีความน่าสนใจและน่าติดตาม การดำเนินเรื่องก็ทำได้ดี ดูได้เพลินๆ ไม่มีจังหวะให้รู้สึกเบื่อเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคงเป็นจุดหักมุมในตอนท้ายเรื่องที่นำไปสู่บทสรุปที่เกินความคาดหมายของผมอยู่พอสมควร และบทสรุปนี้เองที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีความน่าจดจำส่วนตัวในระหว่างดูผมเองค่อนข้างรู้สึกเฉยๆ มาก จังหวะความสยองขวัญในหนังก็ทำออกมาได้ค่อนข้างธรรมดา มันมีความน่ากลัวอยู่แหละ แต่ยังไม่มากพอสำหรับผม ส่วนตัวคือผมไม่มีความรู้สึกกลัวหรือตกใจเลยตอนที่ดูหนังเรื่องนี้ อาจจะเพราะมันเป็นหนังเก่าด้วยมั้ง พวกซีจีวิญญาณในเรื่องมันเลยออกมาดูลอยๆ จนทำให้ความน่ากลัวหายไปหมด ผมมองว่าเด็กทั้ง 2 ในช่วงต้นเรื่องที่เพิ่งออกมาจากป่านั้นดูน่ากลัวกว่าผีในเรื่องเสียอีก อย่างไรก็ตาม ถึงผมจะบอกว่าบทเขียนมาค่อนข้างดีแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันจำเจและเป็นแบบหนังสยองขวัญสูตรสำเร็จมากๆ ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่จะมีในหนังสยองขวัญทุกเรื่องเลยก็คือคนซวยที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรขนาดนั้นแต่ต้องมาตาย และคนๆ นั้นก็คือป้า Jean พี่สาวของแม่เด็กที่พยายามเข้ามาอยากเอาหลานไปเลี้ยง คือแกอาจจะดูเหวี่ยงๆ วีนๆ แต่จุดประสงค์ของเขาก็คืออยากให้เด็กมีชีวิตที่ดี ส่วนตัวผมเลยมองว่าแกไม่ควรต้องมาตายแบบซวยๆ แบบนี้ แต่ก็นะ ถือว่าเป็นสีสันของหนังไปส่วนต่อมาคือด้านงานภาพและการโปรดักชั่น ในส่วนนี้ก็ค่อนข้างธรรมดามาก งานภาพให้ฟีลหนังสยองขวัญทุนต่ำเกรดบีมากๆ อารมณ์เหมือนหนังแผ่นสมัยก่อน แต่ก็ถือว่าทำออกมาดีนะ ไม่ได้แย่เลย ถ้าหากเทียบตามปีที่หนังออกฉายคือปี 2013 งานโปรดักชั่นและซีจีระดับนี้นี่ถือว่าดีมากๆ แล้ว ส่วนนี้เลยไม่ได้อยากจะติอะไรมากมาย แต่หากพูดถึงสิ่งที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คงจะเป็นการสับขาหลอกคนดูที่ตอนแรกปูเรื่องมาเหมือนว่าตัวเอกจะเป็นอา Lucas แต่แท้จริงแล้วคนที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้คือ Annabel ที่รับบทโดย Jessica Chastain ต่างหาก ซึ่งมันสมเหตุสมผลเพราะเธอเป็นผู้หญิงที่ใกล้ชิดกับเด็กๆ เธอจึงเป็นคนเดียวที่จะสามารถดึงเด็กๆ กลับมาได้ แม้ว่าสุดท้ายเธอจะช่วยได้แค่ Victoria ที่เป็นคนพี่ แต่มันก็สมเหตุสมผลแล้ว เพราะ Lilly ยังเด็กมากๆ ตอนที่หลงป่า คืออายุแค่ 1 ขวบ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่เธอจะเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าวิญญาณร้ายนั้นคือแม่ของเธอ ส่วนตัวผมมองว่าบทสรุปแบบหักมุมนี้แหละที่ช่วยยกระดับให้หนังดีขึ้นมากๆ นับเป็นหนังสยองขวัญอีกเรื่องที่ดูได้สนุกเพลินๆ เหมาะกับคนที่ชอบแนวสยองขวัญเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม อย่าเชื่อทั้งหมดที่ผมรีวิว เพราะคนเราชอบไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ทางที่ดีคือทุกคนควรไปดูด้วยตาตัวเองจะดีกว่า สุดท้ายนี้ ฝากกดแชร์ และกดติดตามด้วยนะครับช่องทางอื่นๆ ในการติดตาม ละเลงหนังกลุ่มสำหรับพูดคุยเรื่องหนัง : พูดคุยเรื่องหนังทุกเรื่องบนโลกบทความอื่นๆของ ละเลงหนัง :รีวิว The Roundup 4: Punishment (บู๊ระห่ำ ล่าล้างนรกนรกลงทัณฑ์) หนังแอ็คชั่นภาคต่อของลุงมาดงซอกที่ยังคงสนุกและบันเทิงไม่มีเปลี่ยนรีวิว Garouden: The Way of the Lone Wolf (กาโร่เดน ศึกยอดคน: วิถีหมาป่าเดียวดาย) อนิเมะต่อสู้เรื่องใหม่จาก Netflix ที่เน้นความสมจริงแต่ดันออกมาน่าเบื่อรีวิว ATLAS (ล่าข้ามจักรวาล) หนังแอ็คชั่นไซไฟเรื่องใหม่จาก Netflix ย่อยง่าย ดูได้สนุกเพลินๆ [มีพากย์ไทย]รีวิว The 8 Show (เกมโชว์เลือดแลกเงิน) ซีรีส์เกมโชว์สุดแปลกเรื่องใหม่จากเกาหลี สนุกดูเพลินพร้อมจิกกัดเรื่องชนชั้นทางสังคม [มีพากย์ไทย] ดูได้ทาง Netflixรีวิว Furiosa: A Mad Max Saga ฟูริโอซ่า มหากาพย์แมดแม็กซ์ ภาคแยกยังคงสนุกไม่มีเปลี่ยนรีวิว Bridgerton (วังวนรัก เกมไฮโซ ซีซั่น 3) การกลับมาในซีซั่นใหม่ที่ยังคงสนุกและดูเพลินเหมือนเดิม [มีพากย์ไทย] ดูได้ทาง Netflixรีวิว Monkey Man (มังกี้แมน) หนังแอ็คชั่นล้างแค้นสุดเดือดเรื่องใหม่ของ Dev Patel บู๊สนั่นแอ็คชั่นกระจายกลิ่นอายแบบ John Wickรีวิว Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba Hashira Training Arc (ดาบพิฆาตอสูร: การสั่งสอนของเสาหลัก) การกลับมาของซีซั่น 4 ที่คุณภาพยังคงดีงามไม่มีตกแหล่งที่มาจาก Mamaภาพปก: ภาพที่ 1ภาพประกอบ: ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4วิดีโอ: MAMA Trailer Thai subtitle (Official) จาก Youtube: UIP Thailandเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

โบว์-อาร์ต-มารุต จับตะหลิวท้าดวลทำอาหารในรายการ GOGO Yummy
อ่าน

โบว์-อาร์ต-มารุต จับตะหลิวท้าดวลทำอาหารในรายการ GOGO Yummy

ข่าวบันเทิงวันนี้ ห้ามพลาดชม รายการแข่งขันทำอาหารใหม่แกะกล่อง GOGO Yummy ได้ 2 พิธีกรมากฝีมืออย่าง เผือก พงศธร จงวิลาส  ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ สำหรับเทปวันอาทิตย์นี้ ( 26 พค.) พบกับผู้เข้าแข่งขันสายฮาอย่าง ดีเจโบว์ -ธนากร ชินกูล กับ ดีเจอาร์ต -มารุต ชื่นชมบูรณ์ มาปะทะฝีมือการทำอาหารแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ซึ่งกรรมการที่จะมาตัดสินในอาทิตย์นี้ คือ เชฟพลอย -ณัฐณิชา บุญเลิศ กูรูอาหารชื่อดัง รูปรายการ GOGO Yummy ผู้เข้าแข่งขันต้องเลือกวัตถุดิบในร้านสะดวกซื้อมาปรุงอาหาร และนำมาครีเอทเมนูใหม่แสนอร่อยในเวลาที่จำกัด และวันนี้ เหล่าผู้แข่งขัน ดีเจอาร์ต -มารุต อดีตพิธีกรายการอาหารชื่อดัง ซึ่งเก็บเกี่ยวกลยุทธิ์การปรุงอาหารขั้นเทพมาทุกย่านน้ำ ต้องมาปะทะ โบว์ ธนากร ดีเจหนุ่มผู้กินยากเลยต้องเข้าครัวทำกินซะเองเลยมีสกิลทำอาหารมาอย่างพอตัว งานนี้ ใครจะชนะต้องอยู่ที่ไอเดียว่าใครเจ๋งกว่ากัน ก่อนสู่ช่วงควงตะหลิวท้าประลอง 2 ดีเจจะต้องเลือกเชฟปริศนามาเป็นตัวช่วยในครัว และทั้งคู่จะเลือกใครระหว่าง “นักซิ่งสาวสุดเซ็กซี่” หรือ “แดนเซอร์สายย่อ” โดยเมนูเด็ดที่ดีเจอาร์ตจัดความอร่อยมาเสิร์ฟให้ชิม คือ “คานาเป้ อาริงาโตะ” และโบว์ ธนากร ก็จัดเมนู “นาโชส์ ฟองดูชีส” หน้าตาจะออกมาน่าทานหรือไม่ต้องไปติดตามชมความสนุกได้ในรายการ “GOGO YUMMY (โกโก ยัมมี่)” วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2562 เวลา 16:30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และแอปพลิเคชั่น TrueID อัพเดทชีวิตคนดัง ครบครันเรื่องบันเทิง เพลิดเพลินไปกับบทละคร ติดตาม Dara.trueid.net ได้อีกช่องทางที่ TrueID App  หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID

Hi, Bye Mama! บ๊ายบายแม่จ๋า
อ่าน

Hi, Bye Mama! บ๊ายบายแม่จ๋า

         ซีรี่ย์ Hi bye mama บ๊ายบาย แม่จ๋า                                                        "เราเรียกชายที่สูญเสียภรรยาว่าพ่อหม้าย                                              เรียกหญิงที่สูญเสียสามีว่าแม่หม้าย                                         เรียกเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ว่าเด็กกำพร้า          แต่รู้มั้ยว่าทำไมไม่มีคำเรียกพ่อแม่ที่ต้องสูญเสียลูก เพราะมันไม่สามารถบรรยายได้" ประโยคหนึ่งจากซีรี่ย์ Hi, bye mama! ซีรี่ย์ครอบครัวที่จะทำให้เข้าใจความรักมากขึ้น  แค่เพียงประโยคเดียวก็ทำน้ำตาซึมซะแล้ววันนี้จะมารีวิวซีรี่ย์ Hi,bye mama!ซีรีย์เกาหลียอดฮิตที่ว่ากันว่าบีบคั้นหัวใจ และต้องร้องไห้หนักมากตั้งแต่อีพีแรกกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่ชอบซีรี่ย์ดราม่า แฟนตาซี feel good ให้แง่คิดการดำรงชีวิต และมีปมมากมาย รับประกันได้เลยเมื่อคุณได้ดูซีรี่ย์เรื่องนี้คุณจะต้องหลั่งน้ำตาแน่นอน  ก่อนจะเปิดดูซีรี่ย์อย่าลืมเตรียมทิชชูให้พร้อมกันด้วยล่ะเรื่องย่อซีรีย์ เริ่มต้นที่นางเอก ซายูรี ได้แต่งงานกับพระเอก โจคังฮวา (ศัลยแพทย์ทรวงอก) ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และได้ให้กำเนิดลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน  แต่แล้วในวันหนึ่งสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ซายูรีได้ประสบอุบัติเหตุทำให้เธอเสียชีวิตแต่โชคยังดีที่เธอยังสามารถรักษาลูกในท้องไว้ได้ โจคังฮวาเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก ทำให้ตนเองใช้ชีวิตแบบคนสิ้นหวังไปวันๆ และตัดสินใจไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ จอนอึนซูค(แม่ซายูรี)ได้ต่อว่าโจคังฮวาว่าถ้าตัวเองตายไปใครจะดูแลลูก ทำให้โจคังฮวาคิดได้และตัดสินใจมีชีวิตอยู่ต่อ ในส่วนนี้ของซีรีย์เล่นในประเด็นของแม้วันนี้จะแย่แต่เราก็ต้องสู้ชีวิตกันต่อไป ซึ่งบีบคั้นหัวใจสำหรับชายคนหนึ่งที่ต้องดูแลลูกน้อยเพียงลำพังหลังจากสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปเป็นอย่างมาก จนแล้วจนเล่าในที่สุดโจคังฮวาก็ยอมเปิดใจแต่งงานใหม่สักที โอมินช็อง(ภรรยาใหม่)ต้องมาดูแลซออูจิน(ลูกเลี้ยง)ในฐานะแม่แทนซายูรี และในส่วนนี้ของซีรีย์ก็จะเล่นประเด็นแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงจะใช้ชีวิตกันไปในทิศทางไหน ซึ่งในสังคมปัจจุบันเราอาจคุ้นเคยกับคำว่าแม่เลี้ยงใจร้าย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม่เลี้ยงที่รักลูกเลี้ยงได้เหมือนกับเป็นลูกตัวเองก็มีเยอะไป ตลอดเวลา 5 ปีที่ตายไป ซายูรีก็วนเวียนอยู่กับลูกไม่ยอมไปไหน ด้วยความเป็นห่วงของแม่ทำให้ซออูจินมองเห็นแม่ของตัวเองได้ แต่มันก็ไม่ได้มีผลดีกับเธอนัก ผลจากการเห็นผี(แม่ของตัวเอง) ก็ยังส่งผลให้เธอเห็นผีตนอื่นด้วยซายูรีพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกไม่ต้องเห็นผีอีกต่อไป แล้ววันหนึ่งเธอได้รับบทลงโทษเนื่องจากไปลบหลู่เบื้องบน โดยให้ไปใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ปกติเป็นเวลา 49 วัน หากเธอสามารถกลับไปอยู่ในที่เดิมของเธอได้ (ซึ่งมีโอมินซ็องทำหน้าที่แทนแล้ว)เธอจะได้เป็นมนุษย์ตลอดไป  แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นโอมินซ็องดีกับลูกและสามีเธอทุกอย่างและพวกเขากำลังไปได้ดี และในตอนแรกเธอหวังเพียงว่าหลังจากจัดการกับปัญหาการเห็นผีของลูกเรียบร้อยแล้ว เธอจะตัดสินใจหายไป แต่ความเป็นจริงความโลภของคนเราก็มีกันทุกคน เธอเองก็อยากอยู่กับลูกกับครอบครัวเช่นกัน เธอต้องตัดสินใจเลือกว่าจะเห็นแก่ตัวหรือเลือกที่จะกลับไปอยู่ในที่ที่เคยเป็นของเธอ ติดตามความสนุกได้ใน Hi bye mama บ๊ายบายแม่จ๋า           สำหรับความสนุกเรื่องนี้ ผู้เขียนเองให้คะแนน 10 / 10 เลยค่ะ    นอกจากนี้ในซีรีย์ยังมีปมจากหลายครอบครัวอีกมากมาย ซึ่งแน่นอนครอบครัวเป็นเรื่องที่มีต่อจิตใจเรามากอยู่แล้ว และสอดแทรกการใช้ชีวิตในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ว่าควรใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท เมื่อวันนึงเราตายไปแล้วจะได้มีมีอะไรต้องมาเสียดายในภายหลัง  หากใครมองหาซีรี่ย์บีบคั้นหัวใจ แนะนำเลยค่ะ หากเป็นเราจะเลือกแบบไหน เราจะยอมเสียสละ หรือเราจะเห็นแก่ตัว โอ้ย ยิ่งคิดยิ่งเครียด.....สามารถรับชมได้ทาง Netflixเรื่องโดย May.bieรูปหน้าปกโดย wikipediaขอขอบคุณรูป ประกอบที่ 1 , รูปประกอบที่ 2 , รูปประกอบที่ 3 และ รูปประกอบที่ 4 จาก tvn    

Go Go ตามหาน้องแมวในนาโกย่ากัน!
อ่าน

Go Go ตามหาน้องแมวในนาโกย่ากัน!

เอาจริง ๆ ผมไม่ใช่ทาสแมวนะ แต่คุณเพื่อน 2 คนที่ตามผมมาเที่ยวด้วยนี่ทาสแมวตัวจริงและอยากจะไปเล่นแมวให้หนำใจสักครั้งในชีวิต เกิดเป็นชายชาตรีแต่มีจิตใจคาวาอี้ก็ต้องจัดให้มันหน่อย ผมจึงถือโอกาสเพิ่มโปรแกรมคาเฟ่แมวเข้าไปในทริปญี่ปุ่นรอบนี้ด้วยเลย ผมเริ่มค้นหาคาเฟ่แมวในนาโกย่า มีที่ไหนน่าสนใจซึ่งหาข้อมูลมาได้ว่ามีคาเฟ่แมวใกล้ ๆ บริเวณแหล่งท่องเที่ยวย่านโอซุ ที่ใกล้กับแลนด์มาร์คของเมืองนาโกย่าอย่างวัดโอซุคันนอนที่ใครมาเที่ยวนาโกย่าต้องแวะมาไหว้ขอพรที่วัดนี้ คาเฟ่แมวแห่งนี้มีชื่อว่า Cat café Mocha ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่น แต่ไม่ค่อยเห็นรีวิวจากคนไทยที่แวะมาสาขานาโกย่า งั้นครั้งนี้ขอถือโอกาสมาแนะนำ Cat café Mocha สาขานาโกย่า ให้เพื่อน ๆ ทาสแมวที่อาจมีโอกาสไปนาโกย่าในอนาคตได้เป็นแนวทางเล็ก ๆ น้อย ๆ เสริมทริปของคุณมีความน่ารักเพิ่มยิ่งขึ้น! อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น Cat café Mocha สาขานาโกย่าอยู่ไม่ไกลกับแหล่งท่องเที่ยวหลักในเมืองนี้ ผมเองวางแผนการเดินทางวันนี้โดยเริ่มต้นที่แรกไปเที่ยวชมปราสาทนาโกย่าที่เป็นแลนด์มาร์คที่ใครไม่มาอาจเหมือนมาไม่ถึงนาโกย่าเลยก็ว่าได้นะ.. แต่เหมือนว่าเราจะอยู่ที่นี่นานไปหน่อย ทั้ง ๆ ที่คิดว่าจะชมปราสาทไม่นานเพราะช่วงที่ผมไป ด้านในปราสาทยังปิดปรับปรุงอยู่ แต่เพื่อนผมดูร้านขายของฝากเป็นเวลานานพอสมควร ครั้นจะไปว่ามันก็ไม่อยากจะทำให้มันเสียอรรถรสในเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ผมเลยปล่อยให้เพื่อนดูของจนพอใจกันไปข้าง กว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ปาไปตอนเที่ยง! เราแวะทานข้าวที่ร้านยาบะตง ร้านข้าวหมูทอดทงคัตสึ แถมเติมข้าวได้ไม่อั้น! มื้อนี้รวบมื้อเช้าและเที่ยงไปเลย เมื่ออิ่มจนพุงกาง แต่แปลกที่สายตาพวกเราไม่หย่อน พร้อมลุยต่อแบบสุด ๆ เพราะเรากำลังจะไปหาน้องแมวกันแล้ว! เรานั่งรถไฟมาลงที่สถานี Yaba-cho  เดินออกประตู 4 กลับหลังและเดินตรงไปอีกหน่อยขวามือจะเจอซอยเล็ก ๆ เลี้ยวเข้าไปและเดินตรงไปเรื่อย ๆ จะเจอร้าน SOLO PIZZA อยู่ซ้ายมือ คาเฟ่จะอยู่ตึกติดกันสามารถเดินเข้าตึกไปได้เลย คาเฟ่จะอยู่ชั้น 2 โซน B ด้านในตึกอาจจะดูลึกลับหน่อยแต่หาไม่ยากครับ เรามาถึงหน้าคาเฟ่เรียบร้อย แต่ต้องเดินเข้าไปแบบเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราเลือกอยู่กับน้องแมว 30 นาที โดนไปเกือบคนละพันเยน ราคาแรงเอาเรื่องนะเนี่ย แต่ไหน ๆ มาแล้วก็อย่าเสียเวลาเลยดีกว่า ภายในร้านมีลูกค้าอยู่แค่ 1 คน แถมนอนเล่นมือถือแล้วมีน้องแมวนั่งตักอยู่ด้วย แหม่จะชิลไปไหน เราเองก็พยายามหาน้องแมวมาเล่นบ้าง แต่ทำไมไม่ค่อยอยากจะเชื่องเลย บางตัวต้องหาของเล่นมาเล่นกับมันถึงจะยอมมาหา แต่ส่วนใหญ่นอนหลับไม่สนใจลูกค้าเลยจ้า เพื่อนผมคนนึงก็ไล่ถ่ายภาพน้องแมวแต่ละตัวอย่างไม่หยุดหย่อน อีกคนก็พยายามเล่นกับแมวอย่างไม่ลดละถึงมันจะไม่ค่อยอยากเล่นด้วยก็ตาม แปป ๆ ครึ่งชั่วโมงก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกเราลงมติว่าคงไม่ต่อเวลา แค่นี้ก็เป็นครึ่งชั่วโมงที่ทำให้ใจพองโตได้แล้ว เราโบกมือลาน้องแมว และเดินออกจากตึก เตรียมเดินลุยย่านของเล่นในเมืองนาโกย่าต่อ ให้สมกับเป็นวัยรุ่นชายหน่อย! เรื่องและภาพโดย AomSowon

ต้องดูให้ได้.. Go Astro Boy Go! Go
อ่าน

ต้องดูให้ได้.. Go Astro Boy Go! Go

สวัสดีจ้า เรามีการ์ตูนที่อยากจะมาแชร์ให้ทุกคนดูเป็นการ์ตูนอีกหนึ่งเรื่องที่สนุกแล้วช่วยให้เราผ่อนคลายมากขึ้นปกติชีวิตคนเราก็มีความเครียดหรือต้องใช้สมองทั้งวันเกือบตลอดเวลาอยู่แล้วเพราะฉะนั้นเราก็ควรจะหาการ์ตูนที่ให้เราใช้สมองคิดตามได้น้อยที่สุด การ์ตูนเรื่องนี้เป็นการ์ตูนที่สามารถรับชมได้ทั้งผู้หญิงหรือผู้ชายเด็กก็สามารถรับชมได้แต่บางตอนก็ควรได้รับคำแนะนำหรือควรดูพร้อมไปกับผู้ใหญ่นั่นเองการ์ตูนเรื่องนี้ชื่อเรื่องว่า Go Astro Boy Go! Goเดี๋ยวขอเกริ่นย่อ ๆ ให้ฟังก่อนมีดอกเตอร์อยู่ 2 คนด็อกเตอร์ ได้สร้างหุ่นยนต์ขึ้นมานั่นก็คือแอสโตร ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้เยอะมากช่วยเหลือหรือทำอะไรเขาจะคอยแก้ปัญหาคู่กับหลานสาวของดอกเตอร์แล้วก็แมวอีก 1 ตัวใน 1 วันมักมีปัญหาที่ต้องได้พบอยู่แล้ว อย่างเช่นตอน ที่ต้นไม้เลื้อยขึ้นทั่วห้องแล็บแล้วเข้าไปในพวกคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ทำให้ ระบบคอมพิวเตอร์ของห้องทดลอง เออเร่อกันไปหมด เขาก็เลยกลายร่าง เป็นหุ่นยนต์ตัวจิ๋วเพื่อเข้าไปในมิติต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์เพื่อเข้าไปแก้ไขข้างใน แต่ใช่ว่าจะหมดทีเดียวจนในที่สุดเขาก็ต้องออกมา และเขาก็เลยได้ส่องกล้องทางไกล มองไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งเจอบ้านที่มีปัญหาเรื่องเพลี้ยที่คอยกินดอกไม้ของพวกเขา พวกเขาก็เลยลงไปบอกกับชาวบ้านว่าเขาสามารถมีวิธีที่ไล่เพลี้ยได้โดยไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง หลังจากนั้นแอสโตรกับแมวก็แปรงร่าง เป็นหุ่นยนต์ตัวเล็กอีกครั้ง เพื่อลงไปดูว่าเพลี้ยมันกลัวอะไรจนเขาได้รับรู้ว่าเพลี้ยนั้นกลัว แมลงเต่าทองก็เลยทำให้ครอบครัวนั้นรู้ว่าเขาควรปลูกดอกไม้มากกว่าดอกกุหลาบ เพราะว่าแมลงเต่าทองนั้นชอบ ดอกไม้ชนิดอื่นที่มีสารอาหารมากกว่าดอกกุหลาบนั่นเองความประทับใจ9.5/10การ์ตูนเรื่องนี้จะเป็นเกี่ยวกับการต่อสู้ แต่ไม่ได้รุนแรงขนาดเด็กห้ามรับชมแต่อาจจะมีบางฉาก ที่มีการสู้กันนั่นเองเพราะว่าการ์ตูนเรื่องนี้ เขาทำออกมาในแนวเหมาะกับเด็กผู้ชายก็ดูได้ เด็กผู้หญิงก็ดูสนุก ภาพการ์ตูนนั้นโดยรวม ค่อนข้างทำออกมาดีเลย การ์ตูนเรื่องนี้เขามีสาระหรือเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เราได้ความรู้ด้วยนะ เพราะถึงแม้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้จะเป็นเกี่ยวกับการประดิษฐ์ หรือการกู้วิกฤตต่าง ๆ แต่เขาก็มักจะมีสาระให้เด็ก ๆ หรือบางเรื่องผู้ใหญ่แบบเรายังไม่รู้เลยใครที่ชอบดูการ์ตูน เป็นงานอดิเรกอยู่แล้วหรืออยากมีการ์ตูนสนุก ๆ ดูสักเรื่องหนึ่งกับครอบครัว ขอแนะนำเรื่องนี้เลยเพราะเหมาะกับทุกเพศทุกวัย จะดูกับลูก หรือดูกับคนรัก หรือดูกับเพื่อนก็ได้ทในวันพักผ่อนวันชิว ๆ ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองเราแบบนี้ ควรอยู่ติดบ้านดีกว่าถ้าไม่รู้จะหาดูได้ที่ไหนแนะนำให้ดูผ่านช่อง True ID เลยจ้า ดูฟรีและพากย์ไทยภาพคมชัดแนะนำเลยขอบคุณภาพประกอบจากช่อง true ID สามารถติดตามรับชมได้ตามนี้เลยจ้าhttps://movie.trueid.net/series/j96NM5lGBxE9/rnjG8RmG5VVB   

MAMA อาหารยอดฮิตหลังหวยออก
อ่าน

MAMA อาหารยอดฮิตหลังหวยออก

สวัสดีค่ะ ช่วงกลางเดือนมกราคม หลาย ๆ คน คงกระเป๋าแบน เนื่องจากไปเที่ยวช่วงปีใหม่ หรือ ซื้อของให้คนในครอบครัว จากการสำรวจการซื้อขายสินค้าทั่วไป พบว่าช่วงเดือนมกราคมนี่แหละค่ะ เป็นช่วงที่มีคนจับจ่ายใช้สอยน้อยที่สุด เมื่อถึงกลางเดือนแล้ว หลาย ๆ คนในที่นี้ คงลุ้นกับผลสลากกินแบ่งรัฐบาล บางรายก็สมหวัง บางรายก็ผิดหวัง แห้ว ตาม ๆ กันไป อย่างเช่นผู้เขียน วันนี้จึงจะขอนำเสนอMAMA อาหารยอดฮิตหลังหวยออก วัตถุดิบของเราจะเน้น ของกึ่งสำเร็จรูปค่ะ อย่างแรก คือ มาม่า (ได้จากการจับฉลากช่วงปีใหม่ ได้มาม่าตั้งแต่ต้นปีเลยค่ะ ฮ่า ๆ ๆ) มาม่ารสต้มยำกุ้งน้ำข้น มีพลังงานทั้งหมด 260 กิโลแคลอรี และมีโซเดียมถึง 1,270 มล. ซึ่งคิดเป็น 53% ของปริมาณที่คนต้องการต่อวัน ดังนั้นเราจะกินแค่ 1 ซองก็พอนะคะ วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปที่ผู้เขียนเตรียมไว้อีก 2 อย่างก็คือ โปรตีนถั่วแหลือง (Textured Soy Protein)และ สาหร่ายวากาเมะ แบบแห้ง (Wakame Seaweed)ค่ะ มาเริ่มทำกันเลยค่ะ หิวแล้ว 1.นำโปรตีนถั่วเหลือง และ สาหร่ายวากาเมะแห้ง ไปแช่น้ำเปล่าให้ขยายตัวเต็มที่ก่อน 2. ต้มน้ำให้เดือด และใส่สาหร่ายวากาเมะ ลงไป (เนื่องจากผู้เขียนหิวมาก ก็เลยข้ามขั้นตอนแรกไป สาหร่ายจะไม่สวยงาม ดังรูป) 3. เติมโปรตีนถั่วเหลืองลงไป ตามที่ต้องการ 4. ใส่เส้นมาม่าลงไป ในระหว่างที่น้ำเดือด 5. เมื่อเส้นมาม่าเริ่มคลายตัว ให้คนเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้มันติดก้นหม้อ 6. เติมน้ำซุปปลาแห้งเข้มข้น (DASHI SOUP STOCK)1 ช้อนโต๊ะ เพื่อเพิ่มความหอมของน้ำซุป 7. เมื่อน้ำเริ่มคลุกคลิกแล้ว ใส่พริกมาม่า และน้ำมันที่ให้มา พร้อมคนให้เข้ากัน 8. เทใส่จาน รับประทานได้เลย เป็นยังไงบ้างคะ เมนูง่ายๆ ใช้งบประมาณและเวลาเพียงเล็กน้อย ก็อิ่มอร่อยได้ทันที สำหรับคนที่ไม่ถูกหวยงวดนี้ ไม่ต้องเสียใจไป งวดหน้าก็ยังมีค่ะ่ งวดหน้าอาจจะถูกรางวัลใหญ่ ได้กินบุฟเฟ่ที่ภัตราคาร 5 ดาวกันเลย เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายๆคน คงมีสูตรการต้มมาม่าของตัวเอง และชอบรสชาติมาม่าต่าง ๆ กันไป บทความหน้า ผู้เขียนจะขอรีวิว มาม่ารสต่าง ๆ ที่เคยลิ้มลองมา และลองมาให้คะแนนกันนะคะ

Check-in Mama Don't Like
อ่าน

Check-in Mama Don't Like

วันนี้พาทุกคนมาที่ร้าน MAMA DON'T LIKE เปิดทำการ วันจันทร์-วันพฤหัส 07.30-17.30 น. และวันศุกร์-อาทิตย์ 9.00-17.30 น. เรียกได้ว่าเป็นคาเฟ่ที่กำลังมาแรงจาก สาขา แกลง (ระยอง) มาเปิดตัวสาขาที่จันทบุรี เรียกได้ว่ามีลูกค้ามาเข้าใช้บริการกันแบบไม่หยุดหย่อนเลย และที่สำคัญลานจอดรถจุกๆเลยจ้า บริเวณร้านคือจอดได้หมดไม่ต้องกลัวว่ามาแล้วจะไม่มีที่จอดน้า นอกจากเครื่องดื่มจะเข้มข้นหลากหลาย แล้วยังมี ครัวซอง ใครไปร้านนี้คือห้ามพลาด ร้านทำเอง แล้วโครตอร่อย หอม กรอบมากๆๆๆๆ และยังมีเบเกอรี่ ในร้านกลิ่นเบเกอรี่เตะจมูกมากๆๆ ภายในร้านและนอกร้าน มีมุมให้เลือกถ่ายรูปเยอะมากๆๆๆๆๆ แนะนำให้ไปวันธรรมดาน้า ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์คนแน่นมาก  ซึ่งสไตล์การตกแต่งร้านโครตเก๋ มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร แล้วร้านดูสะอาดมาก เห็นแล้วรู้เลยว่าเป็นร้าน Mama Don't Like เพราะร้านเป็นสีส้มแบบส้มตะโกนนน เจ้าของร้านก็โครตจะอินดี้ เป็นกันเองมาก และร้านก็ตกแต่งไปด้วยต้นไม้ โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติมากๆ   ร้านจะมีทั้งหมด สองโซน มีโซนในร้านก็จะอบอุ่น ด้านในร้านก็จะเป็นสีดำ และมีกระจกที่มีแสงสะท้อนเข้ามาคือดีมากๆๆ และโซนนอกร้านอีกที่ ก็เป็นสีดำเหมือนกันบรรยากาศก็เหมือนกันอบอุ่น มีมุมถ่ายรูปเยอะ ลองรับลูกค้าได้ค่อนข้างเยอะมากๆ หากใครกำลังมองหาร้านที่มีความชิล และบรรยากาศเป็นกันเองขนาดนี้เราแนะนำที่นี่เลย Mama Don't Like  เพจร้าน : https://www.facebook.com/mmdlcoffee/?locale=th_TH พิกัด : https://maps.app.goo.gl/6yhDUY7zuFXRQH8v6 เครดิตรูปและเนื้อหา : Janji อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !

GoTo บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่สุดจากอินโดนีเซีย
อ่าน

GoTo บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่สุดจากอินโดนีเซีย

PT GoTo Gojek Tokopedia บริษัทด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียเผยว่าจะปลดพนักงานรอบใหม่ราว 600 ตำแหน่ง เพื่อปรับองค์กรและเพิ่มกำไร เมื่อปีที่แล้ว GoTo เคยปลดพนักงานไปแล้วมากถึง 1,300 คน GoTo ระบุว่าการปลดพนักงานในรอบนี้อยู่ภายใต้แผนการควบรวมธุรกิจบางอย่างและปรับรวมทีมงานบางทีม เพื่อให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ดียิ่งขึ้น บริษัทเคยระบุไปก่อนหน้านี้ว่ามีแผนจะทำให้บริษัทคล่องตัวมากขึ้น และรักษาความสามารถในการเติบโตท่ามกลามเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย ที่มา Reuters

“Van Gogh Alive Bangkok” ครั้งแรกในไทย!!! ผ่านรูปแบบศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟ
อ่าน

“Van Gogh Alive Bangkok” ครั้งแรกในไทย!!! ผ่านรูปแบบศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟ

ครั้งแรกในประเทศไทยชวนทุกคนร่วมดื่มด่ำไปกับโลกศิลปะและชีวิตของศิลปินระดับโลกVincent Van Gogh (วินเซนต์แวนโกะห์)ภายใต้คอนเซ็ปต์I dream my painting, and then I paint my dreamจัดแสดงให้ชมตลอด4เดือนเต็มตั้งแต่วันที่31มีนาคม 31กรกฎาคม2566บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง4,120ตารางเมตรของAttraction Hallชั้น6ไอคอนสยามโดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น4พื้นที่หลักเพื่อให้สัมผัสความเป็นศิลปินได้อย่างเต็มอิ่มVan Gogh Alive Interpretive Informationก้าวแรกเป็นการทำความรู้จักกับวินเซนต์แวนโกะห์ผ่านชิ้นงานที่ถือเป็นไฮไลต์ของเขารวมถึงจำลองห้องนอนที่มาจากภาพBedroom in Arlesภาพห้องนอนของศิลปินในเมืองอาร์ลส์(Arles)อันเลื่องลือถอดแบบที่พำนักของเขาในบ้านหลังสีเหลืองทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่แห่งเดียวที่เขาเรียกว่าบ้านซึ่งจุดกำเนิดของแรงบันดาลใจในการสร้างงานสำคัญหลายต่อหลายชิ้นซึ่งในนิทรรศการจะถอดแบบเครื่องเรือนและการตกแต่งห้องต่างๆให้เหมือนกับในภาพวาดอย่างพิถีพิถันก่อนจะพาทุกคนก้าวต่อไปยังพื้นที่แสดงงานศิลปะS4 Gallery Hallที่นำงานเขียนอันโด่งดังระดับโลกในช่วงปี1880 1890มากกว่า3,000ภาพมาฉายบนกำแพงสูง6เมตรโดยฉายลงบนผนัง40จุดและฉายลงบนพื้นอีก20จุดประกอบดนตรีที่สื่อถึงความรู้สึกของศิลปินแบ่งผลงานเป็นชุดตามพื้นที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่เพื่อให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงอารมณ์ในแต่ละช่วงชีวิตอย่างชัดเจนนอกจากนี้ยังมีชุดภาพเหมือนตนเองที่วินเซนต์ได้วาดไว้ตลอดชีวิตการทำงานของเขาแสดงให้เห็นถึงพลวัตของสภาวะทางอารมณ์ที่ค่อนข้างแปรปรวนของศิลปินระดับโลกคนนี้โดยภายในโซนนี้ยังมีการผสมผสานกลิ่นอโรมาเพื่อกระตุ้นการรับรู้และเสริมอารมณ์นำพาผู้ชมให้ดื่มด่ำไปกับแวนโกะห์อะไลฟ์โดยเลือกกลิ่นหอมของสนไซเปรสซีดาร์วู้ดแซนดอลวู้ดและลูกจันทน์เทศมาผสานความสดชื่นกับกลิ่นเลมอนและหญ้าแฝกซึ่งสามารถเชื่อมผู้ชมให้ใกล้ชิดกับสวนผลไม้สวนหย่อมและทุ่งกว้างที่วินเซนต์ได้รังสรรค์ไว้ในผลงานชิ้นเอกอันไร้กาลเวลาต่อด้วยโซนที่3 Van Gogh Old Townนำเสนอเมืองที่วินเซนต์เคยอาศัยอยู่ด้วยเทคนิคผสมผสานระหว่างของจริงและดิจิทัลอาร์ตเป็นการเปิดประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ใน4ธีมหลักFields, Starry Night, Countryside and Gardenนำภาพเขียนจากพื้นที่เมืองอาร์ลส์อันงดงามมานำเสนอสำหรับโซนสุดท้ายจะเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมที่น่าสนใจอาทิห้องสอนวาดภาพแบบแวนโกะห์ชั้นเรียนศิลปะที่ให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ลองลงมือสร้างงานศิลป์และห้องจัดแสดงLetter to Theoจดหมายถึงน้องชายคนโปรดของวินเซนต์รวมถึงมีAI Interactive Roomที่ช่วยรังสรรค์ภาพถ่ายของคุณให้ออกมาเหมือนจิตรกรรมพร้อมพักผ่อนในบรรยากาศอาร์ตๆกับVan Gogh Caf by After Youที่นำแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะของวินเซนต์แวนโกะห์มาสร้างสรรค์เครื่องดื่มและขนมหวาน(เมื่อวันที่30มี.ค.66)ภาพโดย:ธนาชัยประมาณพาณิชย์

รีวิว Hi Bye, Mama! บ๊ายบายแม่จ๋า
อ่าน

รีวิว Hi Bye, Mama! บ๊ายบายแม่จ๋า

วันนี้เราจะมารีวิวซีรีส์เรื่อง Hi Bye, Mama! บ๊ายบายแม่จ๋า เป็นซีรีส์ที่กำลังได้รับความนิยมและถูกพูดถึงเป็นวงกว้างอยู่ในขณะนี้ หลังจากการกลับมารับงานแสดงอีกครั้งของนางเอกหน้าสวย คิมแตฮี หลังจากที่เธอได้พักงานในวงการไปเกือบ 5 ปี และการกลับมาครั้งนี้ก็ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วทั้งในเกาหลีและประเทศไทย สำหรับซีรีส์เรื่องนี้เรียกได้ว่าแค่เปิดตัวมา EP แรกก็ปังมากแล้ว ถ้าคุณได้ดูจะต้องเตรียมกระดาษทิชชูไว้ซับน้ำตากันเลยทีเดียว แค่ EP แรกก็บีบหัวใจแบบที่สุดถึงที่สุดแล้ว เป็นซีรีส์ที่อาจจะทำให้หลายคนเป็นไบโพล่าได้ เพราะเดี๋ยวทุกข์เดี๋ยวตลก และยิ่งบวกกับความสวยและน่ารักของคิมแตฮีด้วยแล้ว ก็คือต้องดูแล้วแหละขอขอบคุณภาพจาก TvN Netflix สำหรับเรื่องราวจะปูเรื่องมาด้วยประเด็นดราม่าหนักหน่วง ที่ใครได้ดูก็คือจำเป็นต้องมีทิชชูไว้คอยซับน้ำตา ที่เล่าถึงเรื่องราวความรักของ ชายูริ (รับบทโดยคิมแตฮี) และสามีของเธอ โชคฮังฮวา (รับบทโดยอีคยูฮยอง) เป็นแพทย์ศัลยกรรมทรวงอก วันหนึ่งภรรยาของเขาได้ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตโดยเหลือเพียงลูกของเขาและเธอ ทำให้โชคฮังฮวาคิดที่จะตายตามภรรยาสุดที่รัก แต่เนื่องด้วยหน้าที่พ่อที่ต้องเลี้ยงลูกให้เติบใหญ่จึงทำให้เขาหยุดความคิดนั้น จนวันหนึ่งเขาได้แต่งงานใหม่และเหมือนว่าจะลืมภรรยาเก่าของเขาได้ แต่เรื่องก็กลับตาลปัตรวุ่นวายเมื่ออยู่ดี ๆ นางเอกก็ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง จนเกิดความวุ่นวายขึ้น ปล. ไม่สปอยล์ต้องไปดูเองแต่เกริ่นว่าสนุกถ้าใครไม่ดูก็คือพลาดมากขอขอบคุณภาพจาก TvN Netflix จุดเด่นของเรื่อง แน่นอนว่าทุกคนทั้งเกาหลีและไทยต่างเฝ้ารอการกลับมารับงานแสดงของคิมแตฮี และเรื่องนี้ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง เพราะเธอแสดงเป็นชายูริได้อย่างมีมิติมาก แสดงถึงอารมณ์ความรักลูกได้อย่างดีเยี่ยม และพระเอกของเรื่องนี้ก็คือร้องไห้ก็น่าสงสารมาก ตลก ซึน มึน คือเขาเล่นได้หมดและลื่นไหล ทำให้เราเชื่อได้จริง ๆ ว่าพระเอกรักนางเอกมากและชีวิตของเขาก็คือน่าสงสาร เป็นเรื่องราวของครอบครัว ๆ หนึ่งที่ดูจะธรรมดา โดยแม่ของลูกจากไปตั้งแต่ลูกเกิดแล้วพ่อมีภรรยาใหม่เพื่อช่วยเลี้ยงดูลูกสาว แต่ที่มันไม่ธรรมดาคืออยู่ดี ๆ ก็เกิดปาฏิหารย์ให้คนที่ตายไปแล้วได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งเป็นเวลา 49 วัน โดยซีรีส์ปูเรื่องไว้ตั้งแต่ชื่อแล้วว่ายังไงก็ต้องมีดราม่า ถ้าใครเป็นสายรักกุ๊กกิ๊กก็คือต้องผ่านเรื่องนี้ไป ถ้าใครที่มีครอบครัวหรือคนรักที่จากไปแล้ว รอคอยปาฏิหารย์ว่าสักวันคนที่เรารักได้กลับมาอีกครั้งมันจะเป็นอย่างไร จะทำให้ชีวิตดีขึ้น หรือแย่ลง หรือว่าวุ่นวาย ถ้าคุณดูเรื่องนี้อาจจะทำให้คุณคิดได้ว่าทำไมสวรรค์ถึงไม่ให้คนที่เรารักกลับมาหาเรา ขอขอบคุณภาพจาก TvN Netflix หนังเล่าถึงเรื่องราวของความตายระหว่างสามีภรรยาที่รักกันมาก และสายใยแห่งความผูกพันธ์ระหว่างแม่กับลูก สำหรับการจากลาของคนสองคนที่รักกันมากและความห่วงใยระหว่างนางเอกที่มีให้แก่ลูกสาวตั้งแต่ตอนเป็นผีจนได้กลับมาเป็นคนในเวลา 49 วัน แม้อนาคตอาจจะไม่ใช่การจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งหรืออาจจะจบแบบแฮปปี้เราเองก็ยังไม่รู้ แต่ที่รู้แน่ ๆ คือคุณจะสามารถได้ความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งสุข เศร้า เหงา คิดถึง และสุดท้ายนี้ซีรีส์เรื่อง Hi Bye, Mama! บ๊ายบายแม่จ๋า ยังติดท็อปเทรนด์ Netflix ของประเทศไทยอีกด้วย ถือเป็นการการันตีว่าซีรีส์น่าติดตามขนาดไหน และในปัจจุบันนี้สามารถรับชม  Netflix ได้ทางทรูไอดีทีวี 

ทำความรู้จัก ราเมงแบบจุ่ม (Tsukemen) ไปกับร้าน "Fujiyama Go Go" !!!
อ่าน

ทำความรู้จัก ราเมงแบบจุ่ม (Tsukemen) ไปกับร้าน "Fujiyama Go Go" !!!

         บ้านเราจะชินกับคำว่า "ราเมน" ซะส่วนใหญ่ใช่ไหมครับทุกท่าน วันนี้มีโอกาสแวะทาน "สึเคเมน" (Tsukemen) ราเมงแบบจุ่มที่ร้าน Fujiyama Go Go !!! ทานเสร็จได้ค้นพบร้านที่ใช่เมนูที่ชอบอีกร้านนึงเลยหล่ะครับทุกท่าน ขอเท้าความและทำความรู้จักกับ สึเคเมน (Tsukemen) กันก่อนเลยครับ          สึเคเมน (ภาษาญี่ปุ่น : つけ麺) คือ ราเมนแบบจุ่ม ซึ่งเป็นราเมนประเภทหนึ่งที่จะแยกเส้นกับซุปออกจากกันเอาไว้คนละชาม วิธีการรับประทานก็คือคีบเส้นไปจุ่มในถ้วยซุปนั่นเองครับ โดยเส้นของสึเคเมนอาจเป็นราเมน โซบะ หรืออูด้งก็ได้นะครับ ซึ่งร้านนี้เขาจะใช้เส้นราเมนแยกกับน้ำซุปให้เราได้ทานกันนั่นเอง แต่ว่าทุกท่านอาจจะเคยทานกันมาก่อนแล้วนะครับ นั่นคือ ซารุโซบะตามร้านราเมนทั่วไปที่จะแยกเส้นกับน้ำซุปออกจากกัน แต่น้ำซุปในซารุจะเรียกว่าสึยุ ซึ่งทำจากโชยุนั่นเองครับ !!        fujiyama go go ที่บินลัดฟ้านำสึเคเมนมาเสิร์ฟให้ถึงมิอเราจากนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ส่งตรงมาอยู่ที่กรุงเทพฯ บ้านเรากันถึงที่เลยครับ โดยที่ญี่ปุ่นมีสาขามากกว่า 50 แห่งทั่วประเทศกันเลย แบบนี้ไม่ธรรมดาแล้วล่ะครับ รวมถึงทางร้านขยายสาขาไปยังประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่บ้านเราอีกหลายประเทศแล้ว โดยสาขาที่ผมได้มีโอกาสได้เข้าไปทานในสาขา Fujiyama Go Go พระโขนงครับ ปัจจุบันมีสาขาถึง 5 สาขา ภายในประเทศไทยแล้วครับ พูดถึงบรรยากาศภายในร้านสาขาพระโขนงแล้วจะเป็นสไตล์การตกแต่งสไตล์โทนไม้ ให้มีกลิ่นอายร้านราเมนในประเทศญี่ปุ่นเลยครับ ร้านจะแบ่งเป็นโซนเคาน์เตอร์บาร์ และโต๊ะครอบครัวครับ และครัวทานร้านจะเป็นลักษณะครัวเปิด เชฟสามารถลวกเส้นร้อนๆ น้ำซุปหอมๆ ให้เราได้เห็นกันเลยครับ         ลักษณะการบริการทางร้านจะคล้ายร้านราเมนญี่ปุ่นตั้งแต่เข้าร้านเลยล่ะครับ ทางพนักงานและเชฟจะกล่าวต้อนรับเราเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งเข้าร้านและเวลาเช็คบิลครับ บรรยากาศการรับออเดอร์หลังจากพนักงานต้อนรับรับออเดอร์จากเราแล้วจะแจ้งให้เชฟทราบโดยแจ้งเมนูเป็นภาษาญี่ปุ่น และเช่นเดียวกันกับเชฟที่ตอบกลับเป็นภาษาญี่ปุ่นเช่นกัน บรรยากาศคือร้าน ญี่ปุ่นแท้ๆ เลยครับ ประทับใจการบริการเหมือนกันครับ ส่วนที่จอดรถจะสามารถหาที่จอดรถภายในซอยสุขุมวิท 69/1 ได้เลยครับ               🥘 เมนูที่สั่งเมนูแรก : Ebi Tsukemen (เอบิ สึเคเมน) ราคา 230 บาท (รวมน้ำเปล่าเย็น + น้ำซุปปลาแห้งฟรีเติมไม่อั้น)        เมนูเอบิ สึเคเมน เป็นเมนู ที่จะจัดเสิร์ฟ เส้นสึเคเมน แยกน้ำซุปเอบิครับ ซึ่งน้ำซุปเอบิจะเป็นน้ำซุปสูตรเข้มข้นสูตรพิเศษของทางร้าน น้ำซุปทางร้านจะส่งตรงมาจากนาโกย่าเลยล่ะครับ โดยน้ำซุปจะมีความหอมกลิ่นน้ำมันกุ้ง ซดน้ำซุปแล้วหอม เข้มข้น กลิ่นมันกุ้ง สายกุ้งห้ามพลาด (ส่วนตัวไม่ชอบทานต้นหอมเลยไม่ใส่มานะครับ ปกติทางร้านจะใส่มาให้) เครื่องเคียงจะมีหมูชาชูกับหน่อไม้และสาหร่ายในน้ำซุปให้ครับ หมูชาชูจะแทรกมันมาให้บ้างครับ ไม่เยอะมาก ท่านใดไม่ชอบมัน หรือไม่ทานมันสามารถทานได้ครับ ส่วนหน่อไม้ไม่มีกลิ่นเหม็นเลยครับ ส่วนตัวไม่ชอบทานหน่อไม้เพราะกลิ่นแรง แต่หน่อไม้ร้านนี้สามารถทานได้ครับ จะมีรสชาติเค็มๆ อร่อยดีครับ ส่วนท่านใดไม่ชอบความเข้มข้นจนเกินไปทางร้านจะให้น้ำซุปปลาแห้งใส่กาน้ำร้อนตั้งไว้ประจำที่โต๊ะสามารถเติมเพื่อลดความเข้มข้นของน้ำซุปลงได้ครับ (ส่วนตัวชอบทานข้นๆ ครับ) หรือหากทานไปซักพักน้ำซุปลดลงแล้วก็เติมน้ำซุปเพิ่มได้ตลอดครับ (น้ำซุปปลาแห้งจะเป็นน้ำซุปที่ต้มกับปลาแห้งเลยครับมีกลิ่นหอมปลาแห้ง เหมาะสำหรับผสมน้ำซุปสึเคเมนครับ)        How to ทาน ทางร้านจะเสิร์ฟน้ำซุปร้อนๆ มาพร้อมกับเส้นราเมนชามใหญ่ 1 ชาม ให้เราคลุกเครื่องปรุงในซุปให้เข้ากันก่อน แล้วนำเส้นจุ่มลงในน้ำซุปเอบิแล้วทานได้เลยครับ หากเราทานไปสักพักน้ำซุปหายร้อนแล้วก็สามารถอุ่นน้ำซุปได้ตลอดเวลาโดยทางร้านจะมีเตาไฟฟ้า Built In มากับโต๊ะที่เรานั่งอยู่แล้วครับ ได้อุ่นซุปร้อนๆ ทานได้ตลอดเวลาแบบนี้ก็ฟินกันสุดๆ ไปเลยครับ         🍜 เมนูที่สอง : Noukou Tsukemen (โนโค สึเคเมน) ราคา 210 บาท (รวมน้ำเปล่าเย็น + น้ำซุปปลาแห้งฟรีเติมไม่อั้น)        เมนูโนโค สึเคเมนจะเป็นสึเคเมนที่ทำจากน้ำซุปสูตรพิเศษของทางร้านครับ มีความเข้มข้นกว่า เอบิ สึเคเมนที่จะมีความหอมมันกุ้ง จะจัดเสิร์ฟน้ำซุปถ้วยแยกชามกับเส้นสึเคเมนออกมาเช่นกันครับ ภายในเครื่องเคียงจะจัดเสิร์ฟพร้อมกับหมูชาชูและหน่อไม้เช่นกัน (ส่วนตัวไม่ชอบทานต้นหอมเลยไม่ใส่มานะครับ ปกติทางร้านจะใส่มาให้นะครับ) เนื้อหมูชาชูจะคล้ายกันกับของเอบิเลยครับ แทรกมันบางในชั้นเนื้อ ท่านใดไม่ชอบทานมันหรือไม่ทันมันสามารถทานได้ครับ เนื้อสัมผัสจะนุ่มไม่แข็ง ทานคู่กันกับราเมนและน้ำซุปบอกได้เลยว่าอร่อยสุดๆ ไปเลยครับ หน่อไม้ก็มีรสชาติเค็มๆ ไม่เหม็นเลยครับ บอกได้คำเดียวประทับใจสุดๆ ครับ ส่วนท่านใดไม่ชอบซุปเข้มไปก็สามารถเติมน้ำซุปปลาแห้งได้ครับ         How to ทาน ทางร้านจะเสิร์ฟน้ำซุปร้อนๆ มาพร้อมกับเส้นราเมนชามใหญ่ 1 ชาม เช่นกัน ให้เราคลุกเครื่องปรุงในซุปให้เข้ากันก่อน แล้วนำเส้นจุ่มลงในน้ำซุปเอบิแล้วทานได้เลยครับ หากเราทานไปสักพักน้ำซุปหายร้อนแล้วก็สามารถอุ่นน้ำซุปได้ตลอดเวลาโดยทางร้านจะมีเตาไฟฟ้า Built In มากับโต๊ะที่เราทานครับ สามารถอุ่นน้ำซุปได้ตลอดเวลาตามใจเราเลยล่ะครับ ท่าน         🍝 หลังจากที่ทานเส้นจนหมดแล้วแต่น้ำซุปยังเหลือเราสามารถทำ "Risotto (รีซอตโต้)" ทานให้ฟินกันอย่างต่อเนื่องได้ครับ !!!         หลังจากที่ทานราเมนและเครื่องเคียงจนหมดแล้ว น้ำซุปเหลือแต่เราอยากทานต่อสามารถสั่งชุดรีซอตโต้ ข้าว + ไข่ + ชีส (ราคา 60 บาท) เพื่อนนำมาทำ รีซอตโต้ กันครับ Risotto (รีซอตโต้) นั่นคือ ลักษณะของอาหารประเภทข้าวชนิดหนึ่งแบบสไตล์อิตาเลี่ยน มีวิธีการปรุงโดยนำข้าวมาปรุงในหม้อที่ใส่น้ำซุปโดยการค่อยๆ คนอยู่ตลอดเวลาข้าวจะดูดรสชาติของน้ำซุปเข้าไปทีละน้อยจนเข้าเนื้อข้าวนั่นเอง ไม่รีรอเลยครับสั่งมาชุดนึงเลย ของใหม่ของแปลกต้องลองครับ ส่วนตัวไม่เคยทานที่ไหนเลยล่ะครับ ความฟิน ความหอมน้ำซุปซึมเข้าไปในตัวข้าว มีความเข้มข้น บวกกับความเข้มข้นของชีสที่เราใส่ลงไปแถมมีความหวานของไข่อีกด้วย บอกเลยครับว่าฟินสุดๆ ทานหมดชามนี่คือ จุกเลยครับ         How to ทาน วิธีการทานนะครับ ให้อุ่นน้ำซุปบนเตากันก่อนเลย แล้วใส่ข้าว + ไข่ + ชีส ตามลงไป คนให้เข้ากัน แล้วคนไปเรื่อยๆ เลยครับ จนกว่าน้ำซุปจะซึมเข้าไปในข้าว เมื่อน้ำซุปเริ่มซึมเข้าตัวข้าวแล้วให้หรี่ความแรงไฟลงครหรือจะปิดเลยก็ได้นะครับ สามารถรับประทาน Risotto ได้เลย          สำหรับท่านใดที่อยากทานราเมนเมนูปกติทางร้านมีให้เลือกหลากหลายเมนูเช่นกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็น มิโซะ ราเมน, อุมาการะ ราเมน, ทงคัตสึ ราเมน, นาโกย่า ราเมน ฯลฯ มากมายกล่าวไม่หมดจริงๆ บอกได้เลยว่า มาร้านนี้ได้ทานราเมนครบทุกประเภท ต้องแวะมาทานให้ครบทุกเมนูซะแล้วหล่ะครับทุกท่าน !!! สาขาและช่องทางการติดต่อ🚩สาขา : สุขุมวิทซอย 39 ตึก Bio House ชั้น 1เวลา : เปิดบริการทุกวัน 11.00-23.00 น.โทร : 02-662-6115Website : https://g.page/Fujiyama-55-Phra-Khanong?shareGoogle map : https://g.page/Fujiyama-55-Phra-Khanong?share 🚩สาขา : BTSพระโขนง ซอย 69/1 ติดกับธนาคารกสิกรเวลา : เปิดบริการทุกวัน 11.00-23.00 น.โทร : 063-212-4646Google Map : https://goo.gl/maps/kUaqNpWzYd5c952n8 🚩สาขาเอกมัยซอย 2เวลา : เปิด 11.00-23.00 น.โทร : 02-005-5439Google Map : https://goo.gl/maps/HS8MiGur1ocV1Rxa6 🚩สาขา ทุ่งครุ โครงการ การ์เด้น ทาวน์เวลา : เปิดบริการทุกวัน 12.00-22.00 น.โทร : 063-231-4646Google Map : https://goo.gl/maps/U4jASxSwzopu32yf8 🚩สาขา เชียงใหม่ PROMENADA ชั้น 2 หน้า โรงหนัง SFเวลา : เปิดบริการทุกวัน 10.30-21.00 น.โทร: 053-142-755แนะนำฝากร้าน Fujiyama GO GO ด้วยเมนู สึเคเมน ครับ ลองสักครั้งแล้วจะติดใจครับอัปเดตบทความพากินพาเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ โหลดเลยที่ App TrueID ฟรี !

พิซซ่าเตาถ่านที่ Mama Dolores
อ่าน

พิซซ่าเตาถ่านที่ Mama Dolores

ร้านอาหารเมดิเตอเรเนียน สไตล์อิตาเลียนใจกลางเมืองกรุง "Mama Dolores" ร้านตกแต่งเเนวโมเดิร์น ๆ ตามสไตล์อิตาเลียน จุดเด่นของร้านเลย จะมีเตาอบพิซซ่าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางร้านอาหาร ที่นั่งรับประทานอาหารก็จะเป็นแบบเปิดโล่ง บวกกับที่นั่ง ที่ค่อนข้างนั่งสบายมาก ๆ ร้าน "Mama Dolores" ก็มีหลายสาขา แต่สาขาที่เราจะไปทานอยู่ที่ ซอยเย็นอากาศ สาทรนี่เองครับ เครดิตภาพโดยผู้เขียน พิซซ่าเตาถ่านที่นี่เริ่มต้นเพียง 99 บาทเท่านั้น เเต่ราคานี้มีเเต่ชีสนะครับ ต้องเพิ่มหน้าหรือเลือกหน้าพิซซ่าเข้าไป ซึ่งอย่างนึงมีตั้งแต่ 30 - 50บาทครับ ซึ่งโดยรวมเเล้วถาดนึงราคาก็ประมาณ 300 บาท ครับ เเต่ชีสนี่เหนียวและเเน่นมาก หน้าพิซซ่าเครื่องเคียงก็มาเเบบเต็ม ๆ คือหยิบมาชิ้นเเรกชีสเยิ้มตามอย่างกับในโฆษณาโทรทัศน์ และพอกัดเข้าไปคำแรกมีอารมณ์ประมาณกรอบนอกนุ่มในพอบรรยายเเล้วคิดภาพตามรู้สึกหิวอีกรอบเลย ( ^_^ ) เครดิตภาพโดยผู้เขียน Baked Spinach with Cheese หรือ ผักโขมอบชีส ตามภาพเลยจร้าาา คือชีสยืดดดมาก น่ารับประทานมากก ( กอไก่ล้านตัว )ผักโขมอบชีส ที่นี่เป็นอะไรที่ลงตัวมาก คือชีสที่เยิ้ม + กับผักที่อร่อยลงตัว แถมราคาไม่เเรงด้วยเพียง 200 บาท เเล้วเเต่ขนาด + เเล้วเเต่หน้า คือเอาตรง ๆ เลยก่อนที่จะตัดสินใจเข้าร้านนี้ คือร้านตกเเต่งได้หรูหราไฮโซมาก ส่วนมากมีเเต่ฝรั่งที่เข้ามารับประทาน ส่วนตัวเลยคิดว่าทานมื้อนี้ต้องทานมาม่าไปอีกหลายมื้อเเน่ ๆ แต่ที่ไหนได้ เป็นราคาที่จับต้องได้ครับไม่เเพงอย่างที่คิด เครดิตภาพโดยผู้เขียน จุดขายของร้านเลยครับ เตาพิซซ่าขนาดใหญ่ พ่อครัวนวดแป้ง ปรุงอาหารอยู่กลางร้านเลย คือบรรยากาศดูแล้วเหมือนอยู่ต่างประเทศแบบนั้นเลย คือเป็นการรออาหารที่เพลินมาก นั่งดูตั้งเเต่ขั้นตอนการนวดแป้ง ปรุงหน้าพิซซ่า จนถึงนำพิซซ่าเข้าเตาอบ คือนั่งมองไปก็หิวไป เเบบว่าเปลี่ยนบรรยากาศจากการรออาหารแบบเดิม ๆ ที่ต้องนั่งก้มหน้านั่งเล่นโทรศัพท์ในการรออาหาร เครดิตภาพโดยผู้เขียน บรรยากาศในร้านก็เป็นแบบสบาย ๆ ที่นั่งกว้างขวาง ไม่อึดอัด โต๊ะรับประทานอาหารก็เเบ่งเป็นโซน ๆ ห้องน้ำสะอาดเรียบร้อย ที่จอดรถก็กว้างพอสมควร ผมมองผ่าน ๆ น่าจะจอดรถได้สักประมาณ 10 คัน พิกัดของร้านหาไม่ยากตามนี้เลยครับ ถ้าเข้ามาทางถนนนางลิ้นจี่ ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือนะครับ สังเกตง่าย ๆ จะมีป้ายMama Dolores เด่นชัดเจนที่อยู่20 ซอยเย็นอากาศ สาทร, สาทร ทุ่งมหาเมฆ กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ02-884-5521 , 080-946-5432

รีวิวเกมCooking mama
อ่าน

รีวิวเกมCooking mama

สวัสดีจ้าเพื่อน ๆ นักอ่านที่น่ารักทุกคน วันนี้เราก็มีเกมทำอาหารมาแนะนำกัน เกมนี้เป็นเกมที่เล่นกันแบบง่าย ๆ แก้เบื่อ ไม่หัวร้อนแน่นอนค่ะ เกมนี้จะเป็นเกมที่ฝึกเด็ก ๆ มากกว่า แต่ส่วนตัวเราโตแล้วแต่ชอบเล่นเพลิน ๆ เลยอยากมาแนะนำเพื่อน ๆ ให้ลองเล่นกันเผื่ออาจจะเล่นแก้เบื่อ ฆ่าเวลากักตัวเกมที่เราจะแนะนำในวันนี้ก็คือ “เกมCooking mama” เกมนี้นะคะเป็นเกมทำอาหารที่ถือว่าเป็นเกมในตำนานได้เลย เกมนี้เหมาะกับการเล่นไปเรื่อย ๆ เพลิน ๆ ไม่คิดอะไรมาก เกมนี้นะคะด้านในก็มีลูกเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแต่งร้าน แต่งตัวให้กับตำละคร และก็ทำอาหารแต่ก็เป็นการทำอาหารที่ไม่ธรรมดาเลยล่ะค่ะเพราะว่าเกมนี้ทำอาหารเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการซอยผัก ผัดผัก เรียกง่าย ๆ ว่าทำทุกอย่างเองหมดเลยเราก็มาเริ่มกันที่วิธีการเล่นก่อนเลยนะคะ1. เพื่อน ๆ ก็เข้าไปโหลดเกมCooking mama จากนั้นก็เปิดเกมเริ่มเล่นได้เลย เมื่อเพื่อน ๆ เข้าเกมมาอล้วก็จะได้รับของขวัญพิเศษมา2. เมื่อเปิดเกมมาหน้าแรกก็จะมีเมนูให้เลือกเล่นมากมาย อย่างแรกที่ควรจะทำเลยเมื่อเข้าเกมควรจะกด Login ก่อน3. พอ Login เสร็จแล้วก็จะเห็นแถบเมนูให้เลือกเล่น เพื่อน ๆ ลองกดไปที่คำว่า ห้องครัว4. เมื่อเพื่อน ๆ เปิดมาแล้วก็จะเจอกับเมนูให้ได้ทำกัน อันนี้เราก็ขอลองเล่นให้เพื่อน ๆ ดูสักอัน5. กดไปที่เมนูอาหารที่เราอยากจะทำ จากนั้นกด ทำ ได้เลย6. ด้านล่างก็จะเป็นขั้นตอนการทำ เราต้องทำให้ครบทุกขั้นตอนตามเวลาที่กำหนดแต่ถ้าเพื่อน ๆ อยากจะแต่งตัวให้กับเชฟก็ง่าย ๆ เลย ให้เพื่อน กดตรงขีด 3 ขีดจากนั้นก็จะเห็นเมนูอีกให้กดเลือกชุดของ Mama เพื่อน ๆ สามารถแต่งตามจินตนาการได้เลยส่วนเมนูนี้ เมนูการออกแบบ เมื่อกดไปแล้วก็จะให้ออกแบบร้านของเรา เพื่อน ๆ ก็สามารถออกแบบในแบบที่เพื่อน ๆ ชอบได้เลยเป็นอย่างไรกันบ้างคะ เกมCooking mama เป็นเกมที่เล่นเพลิน ๆ คลายเครียดได้ ถ้าเพื่อน ๆ เบื่อ ๆ ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ก็ลองโหลดมาเล่นกันได้นะคะ มีเมนูให้เพื่อน ๆ ได้เลือกทำเยอะแยะมากมาย และยังได้ออกแบบชุดตัวละคร แถมได้ออกแบบร้านเป็นร้านในฝันของเราอีกด้วยเครดิตภาพ : ผู้เขียน

พิซซ่าอร่อย รสชาติโดนใจ @ Big Mama Pizzeria
อ่าน

พิซซ่าอร่อย รสชาติโดนใจ @ Big Mama Pizzeria

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปลิ้มลองรสชาติอาหารสไตล์อิตาเลียนกันที่ร้าน Big Mama Pizzeria (บิ๊ก มามา พิซเซอเรีย) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งร้านเด็ด ร้านดัง และฮิตมากในย่านอโศก โดยร้านนี้จะตั้งอยู่ตรงปากซอยสุขุมวิท 21 ห่างจากแยกอโศกประมาณ 2 - 3 กิโลเมตรเท่านั้น เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเปิด GPS แล้วขับตามมาได้เลย ไม่มีหลงแน่นอน ถ้าเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ให้ลงสถานีอโศก รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีสุขุมวิท ทางออกที่ 6 แล้วต่อวินมอเตอร์ไซต์ให้มาส่งถึงหน้าร้านได้เลยราคาประมาณ 20 บาทเท่านั้นเอง Big Mama จะมีร้านอยู่สองฝั่งถนนให้เราเลือกเข้าไปนั่งทาน ซึ่งบรรยากาศร้านจะตกแต่งต่างกัน โดยฝั่งขวาจะเป็นร้านอาหารสไตล์สเปนมีชื่อร้านว่า Big Mama Tapas ฝั่งซ้ายจะเป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลียน มีชื่อร้านว่า Big Mama Pizzeria ซึ่งเป็นร้านที่เราจะเข้าไปลองทานในวันนี้นะครับ Big Mama Pizzeria จะมีโต๊ะนั่งสองโซนให้เลือก โซนแรกอยู่ตรงปากทางเดินเข้าร้าน มีที่นั่งประมาณ 8 โต๊ะ ประดับตกแต่งไปด้วยต้นไม้ และดอกไม้หลากหลายชนิดเหมาะสำหรับนั่งชิวรับลมเย็น ๆ จิบไวน์ไปนั่งคุยกันไป โซนที่สองเป็นห้องแอร์ด้านในร้าน มีที่นั่งประมาณ 12 โต๊ะ บรรยากาศสบาย ๆ ฝาผนังถูกตกแต่งด้วยภาพวาด และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด เมื่อเราเลือกโต๊ะนั่งได้แล้ว พนักงานจะนำเมนูมาให้พร้อมเสิร์ฟขนมปังปิ้งร้อน ๆเนย และวอดก้าเสาวรสให้คนละ 1 แก้ว รสชาติของวอดก้าอร่อย ชุ่มคอมากเลยล่ะ วันนี้เราสั่งเมนูขึ้นชื่อของทางร้านมาลอง 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ Chicken Kai Yang Salad (สลัดไก่ย่าง) Pizza Big Mama (พิซซ่าบิ๊กมามา) และ Mushroom and Bacon Spaghetti (สปาเก็ตตี้เห็ดเบคอน) ซึ่งทั้งสามเมนูตกแต่งจานได้น่าทานมาก ๆ ตามจุดต่าง ๆ ของร้านจะมีขวดไวน์หลายชนิด หลายยี่ห้อ วางโชว์เต็มไปหมดก็เลยรู้สึกอยากลองชิมดู เลยสั่งไวน์แดง (Carafe Red Wine) มา 1 โถ ดื่มได้ประมาณ 4 แก้ว เพราะว่าคุ้มกว่าสั่งเป็นแก้ว เราไม่แน่ใจว่าเป็นไวน์ยี่ห้ออะไร แต่ถือว่าคุ้มราคาเลยล่ะ ไวน์รสชาติดี มีกลิ่นหอม นุ่ม ไม่บาดคอแต่ไม่แนะนำสำหรับคนคออ่อน หรือต้องขับรถนะเพราะดีกรีแรงใช้ได้เลยทีเดียว เรามาลองชิมรสชาติอาหารกันบ้างดีกว่าเมนูแรกสลัดไก่ย่าง เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำสลัด 3 อย่าง 3 รสชาติมีน้ำจิ้มซีฟู้ด รสชาติออกเปรี้ยว น้ำจิ้มแจ่วรสชาติเผ็ดแซ่บ และมายองเนสรสหวาน ๆ มัน ๆ เวลาทานก็เททั้งสามลงไปในจานสลัด คลุกเคล้าให้เข้ากัน จะมีทั้งรสเปรี้ยว หวาน มัน และเผ็ดนิด ๆ อร่อยลงตัวเข้ากันมาก ๆ เลยล่ะ เมนูที่สองพิซซ่าบิ๊กมามา เสิร์ฟมาแบบร้อน ๆ ถาดใหญ่มีหลายหน้า หลายรสชาติในถาดเดียว ทั้งซีฟู้ด ไส้กรอก เห็ด และเบคอน ชีสคือดีมาก เหนียว นุ่ม หนึบ ยืด รสชาติอร่อย รสชาติพิซซ่าอร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ แป้งรอบนอกบาง กรอบ แป้งด้านในนุ่ม วัตถุดิบส่วนผสมที่ใช้โรยหน้าต่าง ๆ รสชาติดี เติมออริกาโนนิด พริกป่นหน่อย เหยาะซอสเข้าไป อื้อหือบอกได้คำเดียวเลยว่า ฟินสุด ๆ เมนูสุดท้ายของวันนี้เป็นสปาเก็ตตี้เห็ดเบคอน ตอนเสิร์ฟจะมีแผ่นแป้งบาง ๆ ปิดปากหม้อมา แล้วพนักงานจะใช้มีดกรีดเพื่อเปิดแป้งออก คือเสิร์ฟมาแบบร้อน ๆ ควันโขมงเลย วัตถุดิบหลักจะมีเห็ดหลายชนิด เบคอนทั้งแบบชิ้น และแบบทอดกรอบสำหรับโรยหน้า เมนูนี้อร่อยมาก ๆ เราชอบสุด ๆ เส้นสปาเก็ตตี้เหนียว นุ่ม กำลังดี ทานพร้อมเห็ด และเบคอนกรอบ ๆ ฟินมาก แนะนำสำหรับคนที่ชอบทานเมนูสปาเก็ตตี้นะครับว่า ต้องลองสปาเก็ตตี้เห็ดเบคอนของร้านนี้ดู มันสุดมากจริง ๆ ถ้าใครกำลังมองหาร้านพิซซ่า หรืออาหารอิตาเลียนที่บรรยากาศดีรสชาติอร่อย ราคาไม่แพงอยากแนะนำให้ลองมาทานที่ร้าน Big Mama Pizzeria ดูสักที รับรองเลยว่าจะต้องติดใจกับบรรยากาศ การบริการ และรสชาติอาหารของร้านนี้อย่างแน่นอน สรุปราคาอาหารรวม 1,390 บาท Chicken Kai Yang Salad (สลัดไก่ย่าง) 265 บาท Pizza Big Mama (พิซซ่าบิ๊กมามา) 370 บาท Mushroom and Bacon Spaghetti (สปาเก็ตตี้เห็ดเบคอน) 275 บาท Carafe Red Wine (ไวน์แดง) 480 บาท เปิดบริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 11.00 - 23.30 น. Facebook : Big Mama Pizzeria – Italian food restaurant Bangkok โทร : 02 – 259 - 0232 แผนที่ร้าน Big Mama Pizzeria ภาพประกอบปกและบทความโดย : Dark Caramel (ผู้เขียน)

พาส่อง มาม่าสเตชั่น MAMA Station @RCA
อ่าน

พาส่อง มาม่าสเตชั่น MAMA Station @RCA

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน วันนี้ Nuiiz​the​Writer​ จะพาไปชิมร้านบะหมี่สไตล์ชิก ๆ อย่าง "มาม่าสเตชั่น (MAMA Station)" ร้านอาหารสไตล์มาม่ารูปแบบใหม่ ที่ RCA ใกล้แหล่งเที่ยวกลางคืนใจกลางเมือง ส่วนบรรยากาสภายในร้านเป็นจะอย่างไร รสชาติต่างจากที่เราทำกินเองมากไหม ตามไปดูกันเลย... Let's​ Go​รีวิว มาม่าสเตชั่น MAMA Station @RCAมาม่าสเตชั่น มีหลายสาขา ดังนี้ลาดพร้าว (โครงการ HappyHub คอร์ทแบดมินตัน )เพชรเกษม (โครงการ มินิมอลล์ เพชรเกษม 98)สุคนธสวัสดิ์ RCAส่วนที่มาของการก่อกำเนิดจากโมเดล MAMA Shop ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ตั้งแต่เมื่อปี 2565 บรรยากาศร้านตกแต่งเหมือนโรงงานมาม่า และเริ่มพัฒนาโครงการเป็น ร้านสไตล์นั่งกิน โดยมี Target ให้เป็นศูนย์รวมของคนที่ชอบกินเส้น โดยในแต่ละสาขาสามารถรังสรรค์เมนูให้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับทำเล และกลุ่มลูกค้า ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่แต่สาขาจะมีเอกลักษณ์เฉพาะเป็นของตัวเอง เมนูและราคาในของแต่ละสาขาจึงไม่เท่ากัน อันเกิดจากการให้ Creative Space กับแต่ละพาร์ทเนอร์ได้ใส่ไอเดียในการพัฒนาเมนูของตนเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่ต้องเหมือนกัน คือ เมนูมาม่าต้องอร่อย!เมนู Mama Station (มาม่า สเตชั่น) มีอะไรบ้าง?มาม่าหมูสับทรงเครื่อง ออริจินัล (แห้ง/น้ำ)  ราคา 49 บาทมาม่าต้มยำทรงเครื่อง (แห้ง/น้ำ) ราคา 49 บาทมาม่าต้มยำทะเลน้ำข้น ราคา 89 บาทมาม่าฮอทโคเรียนผัดแห้ง ราคา 89 บาทมาม่าผัดไข่เค็มแห้ง ราคา 89 บาทมาม่าปลาหมึกผัดไข่เค็มแห้ง ราคา 89 บาทมาม่าหม้อไฟเกาหลี ราคา 139 บาทยำมาม่าไส้กรอกหมูสับ ราคา 59 บาทยำมาม่าทะเล ราคา 89 บาททั้งนี้ สามารถเพิ่มเครื่อง (Add Topping) เช่น ปูอัด ผัก 3 สี ไข่ต้ม ชีสแผ่น หมูสับ ลูกชิ้นหมู หมูเด้ง กิมจิ ปลาหมึก กุ้ง ฯลฯ ได้อีกด้วย รวมไปถึงระหว่างรออาหารจานหลักก็ยังมีของทานเล่น (Appitizer) จำพวก เกี๊ยวทอด เกี๊ยวซ่า คาราเกะต้มยำ และเฟรนซ์ฟราย ให้ขบเคี้ยวเล่นเพลิน ๆเครื่องดื่ม น้ำอัดลม/อิชิตัน แบบรีฟิล 30 บาทน้ำเปล่า 15 บาทชาไช่มุกบุก 30 บาทจากประสบการณ์ที่เราไปใช้บริการ Mama Station สาขา RCA พบว่ามีราคาสูงกว่าเท่าหนึ่งเมื่อเทียบจากสาขาอื่น ๆ อาจเป็นเพราะบริเวณนั้นมีลูกค้าชาวจีน/ชาวต่างชาติเยอะ ทั้งที่อยู่อาศัยหรือมาเที่ยวผับบาร์ยามค่ำคืนแล้วหิวยามดึกค่ะ Location สำหรับเราถือว่าสอบผ่านเลย ด้านนอกทำเลที่ตั้งดีลูกค้าสามารถเห็นได้ง่าย ด้านในตกแต่งทันใหม่สไตล์คาเฟ่ยุคใหม่ ดึงดูดลูกค้าให้อยากเข้ามาใช้บริการในร้านเป็นอย่างมากค่ะโดยเราสั่งมา 2 เมนู คือ มาม่าต้มยำทรงเครื่อง ในราคา 99 บาท และมาม่าฮอทโคเรียนผัดแห้ง 169 บาท พร้อมสั่งน้ำอัดลมรีฟิล 30 บาท สำหรับเมนูแรก คือ มาม่าต้มยำทรงเครื่อง นั้น  ความรู้สึกของเราหลังจากได้ชิมแล้ว ค่อนข้างอร่อยเลย รวมถึงยังรักษามาตรฐานรสชาติดั้งเดิมของ มาม่าต้มยำ แบบ Original แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เขียน วัตถุดิบอย่างหมูสับ และไข่ยางมะตูมและเครื่องเคียงอื่น ๆ ถ้าเทียงราคาและปริมาณสำหรับเราอาจจะยังไม่ค่อยสมเหตุสมผลมากนักส่วนเมนูที่สอง คือ มาม่าฮอทโคเรียนผัดแห้ง เมนูนี้อาจจะยังไม่สอบไม่ผ่านเรื่องรสชาติ ด้วยในตลาดร้านบะหมี่-ราเมง-รามยอน ที่มีจำนวนมากและเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้ามากขึ้นนี้ สัดส่วนราคากับปริมาณไม่สัมพันธ์กัน ในราคานี้ลูกค้าอาจเลือกรับประทานร้านอื่นในราคานี้ที่ได้คุณภาพและปริมาณมากกว่านี้ค่ะ แต่อย่างไรก็ตาม จุดเด่นที่ต้องพูดถึง คือ การบริการค่อนข้างดี พนักงานค่อนข้างใส่ใจกับลูกค้า มี Service Mind อยู่ค่อนข้างสูง มี Recommentation สำหรับเมนูที่น่าสนใจและเป็น Signature ของทางร้าน ให้ได้ลองลิ้มกันค่ะ และที่สำคัญร้านนี้เป็นตัวเลือกสำหรับนักท่องเที่ยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวยามราตรีที่ต้องการหาร้านบะหมี่ดี ๆสักร้านร้าน ๆ ไว้ซดน้ำซุปให้หาย Hang Out ก่อนกลับบ้าน ซึ่งเปิดบริการถึงตีห้า หรือ 05.00 น. เลยหล่ะค่ะกว่า 50 ปีที่ " มาม่า " ยืนหนึ่งเรื่องความอร่อย ด้วยเส้นที่เหนียว นุ่ม หนึบ หลากหลายรสชาติ" เรียกได้ว่าจะทำเมนูก็อร่อย "ที่อยู่: MAMA Station RCA เลขที่ 29, โครงการ Royal City Avenue, 125 RCA Alley, บางกะปิ, Huai Khwang, Bangkok 10320เวลา: เปิด 11.00 โมงเช้า - ตี 5.00 น.พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Riqq3GiwLPg8LVy59หมายเหตุ : ภาพปกและภาพถ่ายประกอบบทความ ภาพที่ 1 - 6 ถ่ายโดยผู้เขียนเอง บทความ​แนะนำ รีวิว นักล่าหมูกระทะ (Nak-La Mookata) @ MBK CENTERรีวิวเดินทางไปจ๊อดแฟร์ แดนเนรมิต 2566 (JODD FAIRS DanNeramit)สวนปทุมวนานุรักษ์ ข้างเซ็นทรัลเวิลด์ - แพลทินัม พิกัดใหม่! กรุงเทพรีวิว Shake Shack Thailand เซ็นทรัลเวิลด์ ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังจากเมการีวิว ตลาดนัด กรีนวินเทจ ติดรถไฟฟ้า BTS รัชโยธิน หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !