TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Live in Love” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
"ฮาร์ธ–นนท์" โคจรส่งความฟิน ในซีรีส์ ‘Live in Love รักผ่านไลฟ์’
ประเดิมเป็นผู้ผลิตซีรีส์เรื่องแรก สำหรับ STUDIO ON FIRE (สตูดิโอ ออน ไฟเยอร์) ใน "Live in Love รักผ่านไลฟ์ The Series" นำแสดงโดย "ฮาร์ธ ชินดนัย เดชะวลีกุล" และ "นนท์ รัชชานนท์ กันเพรียง" จากหนังสือนิยายของนักเขียนนิยายวายชื่อดังในนามปากกา ยอนิม สู่ซีรีส์สุดอบอุ่นหัวใจ Studio On Fire ( สตูดิโอ ออน ไฟเยอร์ ) สตูดิโอน้องใหม่ประเดิมจัดสร้างผลงานภาพยนตร์ ด้วยมินิซีรีส์เรื่องแรก Live in Love รักผ่านไลฟ์ The Series บทประพันธ์ของนักเขียนขวัญใจผู้อ่านสายวาย ยอนิม เจ้าของนิยายเรื่อง Love Syndrome รักโคตรๆโหดอย่างมึง , Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ทางสตูดิโอ ออน ไฟเยอร์ นำลิขสิทธิ์บทประพันธ์เรื่อง Live in Love รักผ่านไลฟ์ ของ ยอนิม สไตล์ค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เต็มไปด้วยความฟิน จิ้น ละมุน ใจฟู และอบอุ่น มาสร้างเป็นมินิซีรีส์ Live in Love รักผ่านไลฟ์ เดอะซีรีส์ เป็นเรื่องราวในช่วงเวลาโควิดที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านกันเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ต้องเรียนออนไลน์และทำกิจกรรมส่วนใหญ่ที่บ้าน โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ ถูกเล่าผ่านสองตัวละครหลักอย่าง กล้า ชายหนุ่มผู้เย็นชาที่ใจแข็งดั่งหินผา ที่ได้บังเอิญได้มาพบกับ เค้ก รุ่นน้องต่างมหาวิทยาลัยผ่านการ ไลฟ์ ทางสื่อโซเชียลของเพื่อนสนิท จากหัวใจที่ไม่เคยมองหรือแม้แต่ให้ความหวังใคร ก็เริ่มสนใจในรอยยิ้มสดใสแสนซื่อนั้นขึ้นมา ใครจะไปรู้ว่าเพียงหนึ่งคำพูดที่แซวกันเล่นๆ ชื่อน่ากินหว่ะ จากปากของกล้าต่อเค้กนั้น ได้กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์เพียงชั่วข้ามคืนกับแฮชแท็ก #กล้ากินเค้กไหม จนต่อยอดเป็นเรื่องราวความรักให้พวกเราได้อ่าน และกำลังจะได้รับชมกัน เร็วๆนี้ คู่จิ้นคู่ซี้อย่าง #ฮาร์ธนนท์ ฮาร์ธ ชินดนัย เดชะวลีกุล และ นนท์ รัชชานนท์ กันเพรียง มารับบท #กล้าเค้ก หลังจากได้ร่วมงานกันไปเล็กๆน้อยๆในบทบาทของ #นันแม็ค เรื่อง #LoveSyndrome #รักโคตรๆโหดอย่างมึง3 จนแฟนๆตกหลุมรักตามกันไปก่อนหน้านี้ ยอนิม เจ้าของบทประพันธ์เรื่อง Live in Love รักผ่านไลฟ์ มีการพูดถึงแรงบันดาลใจในการแต่งเรื่องนี้ไว้ว่า... แรงบันดาลใจในการแต่งเรื่องนี้ เริ่มมาจากช่วงโควิด ช่วงแรกๆที่มีการกักตัว มีเคอร์ฟิว ก็เลยลองเข้าโซเชียลไปดูอะไรแก้เบื่อ แล้วบังเอิญไปเจอคลิปที่มีน้องๆ เค้าไลฟ์สดคุยกันกับเพื่อนแล้วมีคนตัดมาลง ก็เลยลองเข้าไปดู แล้วเห็นว่าน้องๆคุยกันน่ารักดี แก้เครียดให้เราได้ บางคนมารู้จักกันทางไลฟ์สดก็มี ก็เลยเกิดความคิดที่ว่า บางครั้งความรู้สึกดีๆ มิตรภาพดีๆ ก็มีให้กันผ่านโซเชียลได้นะเลยจุดประกาย อยากแต่งเรื่องราวที่เริ่มต้นจากการ พบเจอทางโลกโซเชียลบ้าง เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นสไตล์การแต่งนิยายที่แตกต่างจากเรื่องที่ผ่านๆมาของ #ยอนิม โดยสิ้นเชิง เพราะในช่วงโควิดได้งานเขียนน่ารักๆที่ฮีลใจตัวเองบ้างก็คงจะดียอนิมกล่าว คู่จิ้นคู่ซี้ที่รับบทนำอย่าง ฮาร์ธ-นนท์ เผยความรู้สึกว่า ดีใจที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้งตื่นเต้นที่ได้เป็นนักแสดงนำซีรีส์เรื่องนี้หลังจากทั้งสองคนได้อ่านหนังสือนิยายไปแล้วก็มีความคิดเห็นมาบอกเล่าให้ฟังดังนี้ ฮาร์ธ-ชินดนัย เดชะวลีกุล แสดงความคิดเห็นว่า รู้สึกชื่นชอบนิยายเรื่องรักผ่านไลฟ์มากๆครับ ตั้งแต่ขณะที่กำลังอ่านอยู่ก็ได้แต่อมยิ้มไป บางทีก็หลุดเขินขึ้นมาเมื่อเห็นภาพว่าเป็นตัวเองเล่น มันเป็นความรัก ความโรแมนติก ที่อยู่ในระดับชีวิตจริงมากๆครับ เลยทำให้เชื่อมั่นได้ว่าทุกคนจะสามารถเข้าถึงตัวละครเหล่านี้ และฟินไปกับซีรีส์เรื่องนี้ได้แน่นอน ผมว่าทุกคนสามารถมีพี่กล้า หรือน้องเค้ก เป็นของตัวเองในชีวิตจริง คือมันจับต้องได้ บวกกับคาแรคเตอร์อื่นๆที่มาเติมเต็มความครบรสสมดุลให้กับเนื้อเรื่อง ยกให้เป็นหนังสืออีกเล่ม ที่อยากให้ทุกคนได้อ่านเลยครับ พร้อมมากที่จะเริ่มทำงานกับตัวละคร กล้า อย่างสุดกำลังไปเลยครับ นนท์ -รัชชานนท์ กันเพรียง ก็ได้กล่าวไว้ดังนี้ รู้สึกตื่นเต้นมากๆที่ได้รับบทบาท ตัวละคร เค้ก เพราะว่าคาแร็คเตอร์ของเค้กค่อนข้างแตกต่างจากตัวผมพอสมควรในเรื่องของบุคลิก ที่เป็นคนซื่อๆ มึนๆ ดูไม่มีพิษมีภัย (แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวผมจริงๆดูมีพิษมีภัยนะครับ 555+) แต่ในขณะเดียวกันก็ตามคนทัน ดูคนออก แต่ทำเป็นไม่รู้เท่านั้นเอง ซึ่งแตกต่างจากตัวผมเองพอสมควร แต่ก็จะมีสิ่งที่เหมือนกันคือ ชอบ ดนตรี และ เล่นเกมส์ จึงเข้าใจในบางสิ่งที่เค้กต้องการจะสื่อและรู้สึกผูกพันได้ง่าย โดยรวมคือชอบตัวละครนี้เลยครับ อยากรู้แล้วว่าตอนได้เข้าฉาก จะเป็นยังไง สนุกแค่ไหน รอติดตามรับชมกันเลยครับ ร่วมลุ้นไปพร้อมๆกันว่า กล้า กับ เค้ก จะได้พบกันในชีวิตจริงเมื่อไหร่ และเขาทั้งสองจะผ่านอุปสรรค ทั้งสถานการณ์ที่ต้องรักษาระยะห่าง และอุปสรรคความรักไปได้อย่างไร แล้วสุดท้าย #กล้ากินเค้กไหม มาหาคำตอบ และ ร่วมเสพความอบอุ่นใจฟูไปพร้อมๆกันเร็วๆนี้ ใน Live in Love รักผ่านไลฟ์ The Series
ข่าวละคร • 15 ก.ย. 66
ดู
Filing For Love
ทรูวิชั่นส์ • 11 ก.ค. 69
ดู
รักทั้งทีต้องให้ลึกซึ้ง
Docomo • 25 มี.ค. 69
ดู
Love Deeply!
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
ดู
Let Me Love You With All My Heart
Docomo • 7 ก.ค. 69
อ่าน
"หยิ่น-วอร์" นำทีมบวงสรวง พร้อมแถลงข่าว ซีรีส์ "ที่รักสารวัตรเธียร์"
บวงสรวงพร้อมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับซีรีส์ ที่รักสารวัตรเธียร์ | POLICE IN LOVE นำโดย หยิ่น อานันท์, วอร์ วนรัตน์, เชน โรจนินทร์, บอส ฐปณัฐ, กฤต รณกฤต, ตั๋ง ชินดิศ ร่วมด้วย เต้ ดาวิชญ์, ปาน ธนพร, ใหม่ ลอเรน (Powerpuff Gay), ต๊งเหน่ง รัดเกล้า, นินิว เพชรด่านแก้ว และอื่น ๆ "หยิ่น-วอร์" นำทีมบวงสรวง พร้อมแถลงข่าว ซีรีส์ "ที่รักสารวัตรเธียร์" โดยในงานแถลงข่าวมีการเปิดเผยถึงคอนเทนต์ที่ทางทีม ARGENTIS เตรียมเสิร์ฟให้แฟนๆอย่างมากมายตลอดช่วงเวลาที่ซีรีส์ออนแอร์ เริ่มต้นด้วยวันเสาร์ มีการ Live ก่อนซีรีส์ออนแอร์ ช่วงเวลา 1 ทุ่ม และต่อด้วย การเปิด Space พูดคุยกับแฟนๆหลังซีรีส์ออนแอร์ เวลา 5 ทุ่ม ทุกวันจันทร์มีการเสิร์ฟคลิปรีแอคชั่นจากทีมนักแสดง ทั้ง 12 EP เวลา 1 ทุ่มตรง ต่อด้วยทุกวันอังคารกับคอนเทนต์ น้องหมี Recap Live กับการเลือกซีนต่าง ๆ ในแต่ละ EP มาเมาท์มอย เวลาเที่ยงตรง และทุกๆวันพุธ จะได้รับชมคลิปเบื้องหลัง Behind The Scenes ครบถ้วนทุก EP และคอนเทนต์ เกมพักกอง กับการเล่นเกมสนุก ๆ ชิงเงินรางวัลในกองถ่าย เวลาเที่ยงตรง เรียกว่ามีคอนเทนต์อัดแน่นให้แฟนๆได้ฟินกันตลอดทั้ง 3 เดือนที่ซีรีส์ออนแอร์อย่างแน่นอน โดย ที่รักสารวัตรเธียร์ | POLICE IN LOVE จะออนแอร์ให้ได้รับชมกันทุกคืนวันเสาร์ เวลา 20:00 น. เริ่มตอนแรก 12 กันยายนนี้ ทาง WeTV
ข่าวละคร • 15 ส.ค. 69
ดู
รักของลุง เกิดอีกครั้ง บนฟากฟ้า
Docomo • 25 มี.ค. 69
อ่าน
"รักที่พอดี" ซิงเกิลเพลงรักที่กำลังพอดีจาก "fellow fellow"
"fellow fellow (เฟลโล่ว เฟลโล่ว)" โดยสมาชิก "ข้าว ปณิธิ เลิศอุดมธนา (ร้องนำ)" และ "ที พิษณุ หทัยพันธลักษณ์ (ร้อง, กีตาร์)" จาก Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ถ่ายทอดความรักที่เป็นพื้นที่ปลอดภัยผ่านซิงเกิลใหม่ "รักที่พอดี (enough)" โดยพูดถึงความรู้สึกที่ปลอดภัยต่อใจจนแปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากพอสำหรับคนสองคน เนื้อหาของ "รักที่พอดี (enough)" เขียนขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของ "ข้าว" ถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ทำให้เราสบายใจ เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกัน ความสัมพันธ์ที่เราสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่ โดยได้เล่าไว้ว่า "เพลงนี้แต่งมาจากประสบการณ์ชีวิต ได้เจอกับความรักในแบบที่แฮปปี้กับตัวเรา ได้เจอคนที่สอนให้เราได้รู้ว่าความรักไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบก็ได้ แค่เป็นความรักที่เข้าใจกัน และเข้าใจในตัวของเราว่าเราเป็นยังไง เราสามารถเป็นตัวเองได้ที่ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร และอยู่ด้วยกันก็มีความสุข มันคือความรักที่พอดี มันดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องเป็นคนที่ดีพอ แต่ขอเป็นคนที่พอดีก็พอครับ" และ "ที" ก็ได้เสริมว่า "จริง ๆ เพลงนี้เป็นเพลงที่ค่อนข้างโรแมนติกเพลงนึงเลย เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับคู่รักหลาย ๆ คู่ ผมว่าในชีวิตของเราไม่ได้มีโมเมนท์ที่เพอร์เฟกต์โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดเวลา อาจจะมีวันที่แย่ แต่ขอแค่คนสองคนพร้อมที่จะเข้าใจกัน และเดินไปพร้อมกับซึ่งที่ไม่เพอร์เฟกต์ ช่วยกันแก้ไขในสิ่งที่ไม่ดีของแต่ละคน ถือว่าเป็นความพอดีที่เกิดขึ้นครับ" "รักที่พอดี (enough)" โปรดิวซ์โดย "แทน Lipta" เช่นเดิม แต่เพิ่มเติมความพิเศษด้วยการได้ "น็อต Spatchies" มาร่วมเป็น Co-producer เรียบเรียงพาร์ตดนตรี จนเกิดเป็นเป็นบัลลาร์ด-ซินธ์-พอป ในแบบที่ "fellow fellow" ถนัด ทอถักกับบีทที่ทำหน้าที่เป็นกรูฟชวนเคลิ้มเบา ๆ เคล้ากับเสียงคีย์บอร์ดที่คอยหยอดสร้างมิติโรแมนติกลึก ๆ อยู่เบื้องหลัง เพื่อให้คนฟังได้รู้สึกไปกับทุกคำร้องที่ "ข้าว fellow fellow" ตั้งใจและต้องการถ่ายทอดออกมา ส่วนมิวสิกวิดีโอ (MV) เล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่รักคู่หนึ่ง ตั้งแต่เริ่มคบจนพัฒนาไปเป็นครอบครัว ซึ่ง MV นี้มีกิมมิกพิเศษตรงที่ถ่ายทอดผ่านมุมมองจากกล้องวงจรปิด ซึ่งเปรียบเหมือนเราได้เห็นถึงความสัมพันธ์นี้ ในแบบของความรักที่เรียบง่ายในชีวิตประจำวันของคู่รักจริง ๆ ติดตามฟังเพลง "รักที่พอดี (enough)" ได้แล้วทุกมิวสิคสตรีมมิง พร้อมรับชม MV ได้ทาง YouTube : fellowfellowband / Kicks Records
ข่าวเพลงไทย • 13 ส.ค. 69
ดู
MuTeLuv โปรดใช้วิจารณญาณในการรักเธอ
ทรูวิชั่นส์ • 25 ส.ค. 68
ดู
คว้ารักกลางฤดูร้อน
Docomo • 30 มิ.ย. 69
ดู
รักนี้ลุงขอ
Docomo • 25 มี.ค. 69
ดู
สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง
Docomo • 30 มิ.ย. 69
ดู
รักษ์
ทรูวิชั่นส์ • 6 ส.ค. 69
พบรักที่อิตาลี (1/2)
อิตาลีรอบนี้ดีมากกกกกก
oppahong • 10 ส.ค. 69
ดู
ตายไม่ได้(2026)
Docomo • 31 ก.ค. 69
ดู
สูตรรัก...สั่งใจให้รัก
ทรูวิชั่นส์ • 4 วันที่แล้ว
อ่าน
ต้อนรับชั่วโมงแห่งความรักกับ "Happy Hour" ซิงเกิลใหม่ล่าสุดจาก "LADIIPRANG"
ถ้าความรักมีช่วงเวลาที่ดีที่สุด ก็คงเป็นชั่วโมงที่มีคนที่เรารักอยู่ข้าง ๆ และนั่นคือความรู้สึกที่ "LADIIPRANG" อยากชวนทุกคนมาสัมผัสผ่าน "Happy Hour" ซิงเกิลใหม่ล่าสุด เพลงรักฟีลอบอุ่นที่พร้อมเปลี่ยนทุกชั่วโมงธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ "Happy Hour" ถ่ายทอดโมเมนต์เล็ก ๆ ที่อบอวลไปด้วยความสุข ตั้งแต่วินาทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วได้เห็นคนที่รักอยู่ข้าง ๆ ความรู้สึกที่ทำให้เราเผลอคิดว่า ถ้าหยุดเวลาไว้ตรงนี้ได้ก็คงดี แค่มีอ้อมกอดของกันและกัน ทุกวินาทีก็ดูมีความหมายจนอยากเก็บไว้ตลอดไป ผลงานคุณภาพที่ได้คนดนตรีตัวจริงอย่าง "ดาโน่ ดนัย" และนักเขียนมือทอง "แอ้ม อัจฉริยา" มาร่วมดีไซน์ซาวด์ป๊อปอาร์แอนด์บี ที่ทั้งละมุนและโรแมนติกอย่างพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ เพื่อขับเสน่ห์น้ำเสียงของ "LADIIPRANG" ให้เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก จนกลายเป็นเพลงรักที่ทั้งฟังสบาย อบอุ่นหัวใจ และชวนยิ้มได้ตั้งแต่ต้นจนจบ สำหรับใครที่กำลังมีความรัก หรือกำลังมีใครบางคนที่ทำให้ทุกวันกลายเป็นวันที่พิเศษ "Happy Hour" คือเพลงที่อยากให้คุณเปิดฟังไปพร้อมกับเขา แล้วปล่อยให้ทุกวินาทีกลายเป็นความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน พร้อมรับชมมิวสิกวิดีโอได้แล้ววันนี้ YouTube/LOVEiS และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook : Prang Kannarun Fanpage, Instagram : LADIIPRANG, TikTok : LADIIPRANG, Facebook : LOVEiS /X/Instagram : @LOVEiS_ent
ข่าวเพลงไทย • 26 ก.ค. 69
อ่าน
BEEEF เปิดตัวโปรเจกต์ "BEEEF CUT" 5 วงอินดี้หน้าใหม่ไฟแรง ลุยตลาดเพลงไทยตลอดปี 2026
BEEEF ยูนิตเพลงอินดี้ป็อป ภายใต้การดูแลของทีม Artist Services จาก Believe ประกาศเปิดตัวโปรเจกต์แกะกล่องครั้งสำคัญ "BEEEF CUT" เฟ้นหาและผลักดันศิลปินอินดี้รุ่นใหม่ที่มีคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ดนตรีทางเลือกใหม่ พร้อมขับเคลื่อนวงการเพลงไทยตลอดปี 2026 ตอกย้ำ BEEEF ในฐานะศูนย์รวมความอร่อยทางดนตรี และเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมดนตรี (Cultural Tastemaker) อย่างแท้จริง นำทีมคัดสรรและพัฒนาผลงานอย่างใกล้ชิดโดย "อู๋ ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์" ตำแหน่ง Senior AR จาก BEEEF สำหรับชื่อโปรเจกต์ "BEEEF CUT" ได้รับการเปรียบเปรยเหมือนชิ้นส่วนของเนื้อในแต่ละส่วน (Cut) ที่แม้จะมีความแตกต่างกันทั้งรสสัมผัสและคาแรกเตอร์ แต่ทุกชิ้นส่วนล้วนมีความพิเศษและส่งมอบความอร่อยในตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ เช่นเดียวกับทิศทางดนตรีของวงอินดี้ไทยหน้าใหม่ในโปรเจกต์นี้ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 วงดนตรี พร้อมปล่อยซิงเกิลติดกัน 5 วันรวด ให้ทุกคนได้ฟังกันแล้ว เริ่มจาก "Satellite." วงดูโอ้เสียงละมุน กับเพลง "Driving home to you" เพลงรักมู้ดเหงา ๆ ที่อยากให้ทุกคนได้ลองฟัง ชูจุดเด่นด้วยการร้องเพลงสากลศักยภาพระดับอินเตอร์ การันตีด้วยยอด Monthly Listeners สูงที่สุดในโปรเจกต์กว่า 7.3 หมื่นคนต่อเดือน ตามมาด้วย "Yellow Butter Cult" วงดนตรีจากมหาสารคาม กับเพลง "ความรัก ความปลอดภัย" เพลงที่จะพาทุกคนไปตามหาความหมายของความรัก นำทีมโดย "มิวสิค" ลีดเดอร์สุดครบเครื่อง เจ้าของเสียงร้องใหญ่ทรงพลัง ถ่ายทอดบทเพลงสไตล์ "เพื่อชีวิตยุค 2020" ด้วยเนื้อหาลึกซึ้งจนกลายเป็นเพลงขวัญใจสายแคมป์ปิ้ง ต่อด้วยศิลปินอย่าง "Memories can wait" กับเพลงป๊อบอย่าง "Not Surprised" โดดเด่นด้วยดนตรีฟังสนุกสุดแมส ศิลปินเดี่ยวหนึ่งเดียวในโปรเจกต์ ดีกรีมือกลองและน้องชายของศิลปินดัง "ตู่ ภพธร" โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์หล่อเท่พร้อมศักยภาพการเป็นโปรดิวเซอร์มือทอง และวง "Goofy Glasses" กับเพลง "ด้วยความมั่นใจที่มีอยู่น้อยนิด (at first sight)" เพลงป๊อบโซลที่เต็มไปด้วยกรูฟเท่ ๆ วงดูโอ้จากการรวมตัวของนักร้องและมือกลองระดับแบคอัพศิลปินชั้นนำ การันตีสกิลดนตรีระดับเทพกับเสียงร้องนุ่มลึกชวนเคลิ้ม สุดท้ายกับ "One Analog" กับ เพลง "เพลงง้อ" เพลงอินดี้ไทยสไตล์ยุค 2000 ที่ให้ความรู้สึกสนุกสนานฟังง่าย นำโดย "เบ๊บ" นักร้องนำเสน่ห์แรง และมือกลองสายเบื้องหลัง พร้อมมือกีตาร์ออร่าสไตล์หนุ่มหล่อที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร ความน่าสนใจที่ทำให้ "BEEEF CUT" เป็นโปรเจกต์อินดี้ที่แตกต่างและน่าจับตามองที่สุดในเวลานี้คือการชุบชีวิต Compilation Project ที่หายไปนานจากวงการเพลงไทย ให้กลับมาสร้างเสน่ห์ของการฟังเพลงแบบไร้ขอบเขตอีกครั้ง ควบคู่ไปกับการใช้กลยุทธ์แผนปล่อยเพลงเดือดต่อเนื่อง 5 วัน 5 เพลงรวด (5-Day Release Plan) ให้แฟนเพลงได้เต็มอิ่มกับอรรถรสทางดนตรีติดต่อกันแบบวันต่อวัน นอกจากนี้ยังเป็นการนำเสนอรสชาติดนตรี Indie Pop ที่ให้กลิ่นอายความคลาสสิกที่หลายคนโหยหา ขณะเดียวกันก็พร้อมนำเสนอความสดใหม่ให้แก่กลุ่มฟังเพลงรุ่นใหม่ยุค Gen Z ได้อย่างลงตัว "อู๋ ยศทร บุญญธนาภิวัฒน์" Senior AR ของ BEEEF เปิดเผยว่า "สำหรับ BEEEF CUT ทางทีมมีความตั้งใจที่จะทำลายกรอบเดิม ๆ ของการปล่อยเพลง การกลับมาทำ Compilation พร้อมแผนปล่อยเพลง 5 วันติด ถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ โดยศิลปินทั้ง 5 วงล้วนพกรสชาติดนตรี Indie Pop ที่หลายคนคิดถึงมาอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งหน้าที่สำคัญของ BEEEF ภายใต้ Believe Artist Services คือการพารสชาติอันยอดเยี่ยมเหล่านี้ไปเสิร์ฟให้ถึงหูคนฟัง และเชื่อมั่นว่านี่จะเป็นก้าวแรกที่พาเหล่าศิลปินหน้าใหม่ไปสู่การเซ็นสัญญาเป็นศิลปินเต็มตัวในอนาคตได้อย่างแน่นอน" ตอนนี้ทุกคนสามารถร่วมพิสูจน์รสชาติใหม่ของวงการอินดี้ป็อปไปกับโปรเจกต์ "BEEEF CUT" ได้แล้วตลอดปี 2026 ผ่านทุกช่องทางสตรีมมิ่งชั้นนำและรับชมมิวสิกวิดิโอได้บน YouTube : @BEEEFTH
ข่าวเพลงไทย • 15 ส.ค. 69
ดู
เธอเหงาเราเผลอ
ทรูวิชั่นส์ • 22 ก.ค. 69
อ่าน
"กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" เพลงรักคลั่งรัก กับ MV วันสิ้นโลกสุดล้ำ
ห่างหายจากการปล่อยเพลงของตัวเองไปนานถึง 4 ปี ล่าสุด กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล กลับมาจับไมค์อีกครั้ง พร้อมซิงเกิลใหม่ Mary Jane (Marry Me) เพลงรักสุดคลั่งรักที่เจ้าตัวลงมือแต่งทำนองและเขียนเนื้อร้องด้วยตัวเองทั้งหมด ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่อยากบอกคนรักตรง ๆ ว่า แต่งงานกันไหม? อยากตื่นมาเจอเธอทุกเช้า "กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" กอล์ฟเผยถึงการกลับมาทำเพลงครั้งนี้ว่า "เอาจริง ๆ คืออัดอั้นมานานครับ 4 ปีที่ไม่ได้จับไมค์จริงๆจังๆ คือคิดถึงการร้องเพลงมาก! กลับมาคราวนี้ผมเลยไม่ได้มาเล่นๆ จัดเต็มลุยแทบทุกขั้นตอน ทั้งเขียนเนื้อ แต่งทำนอง ไปจนถึงคิดพล็อตและกำกับ MV เองด้วยครับ ด้วยความที่ผมเป็นเนิร์ด Spider-Man ตัวยง พอจะทำเพลงรักคลั่งรักสักเพลง เลยนึกถึงประโยคที่ว่า 'สไปเดอร์แมนยังมีแมรี่ เจน...เหมือนที่ผมมีนางเอกในชีวิตของผม' แล้วเอาชื่อ Mary Jane มาเล่นกิมมิคกับคำว่า Marry Me ซะเลย ดูคล้องจองเล่นคำดี ออกมาเป็นเพลงขอแต่งงานฟีลกู้ดในสไตล์ Nerd+Romantic ของผมเอง แอบกระซิบว่าแต่งจาก ประสบการณ์ความรู้สึกตัวเอง ใครอยากเอาไปเล่นafter partyงานแต่ง ยินดีนะครับ (หัวเราะ) ส่วนข่าวดีของกอล์ฟ เป็นเรื่องของอนาคตครับ รอลุ้นกันเองฟังเพลงไปก่อน Link MV : https://youtu.be/uyu5omfHw-o?si=nSPWS1wYs1a3KHvB สำหรับการคัมแบ็กครั้งนี้ กอล์ฟเลือกนำเสนอซาวด์ในดนตรีสไตล์ Funk Pop ฟังง่าย จังหวะติดหู และเต็มไปด้วยพลังที่ชวนให้อยากดูโชว์สด โดยเฉพาะท่อน Pre-Hook และ Hook ที่เป็น Key Part สำคัญของเพลง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงรักที่ทั้งสนุก ขี้เล่น และเต็มไปด้วยความคลั่งรักในแบบของกอล์ฟ ในส่วนของมิวสิกวิดีโอมาในคอนเซปต์ ตกหลุมรักในวันสิ้นโลก เล่าเรื่องราว Action-Romantic-Comedy ของชายหนุ่มที่ตกหลุมรักหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็น และตัดสินใจฝ่าอันตรายท่ามกลางโลกดิสโทเปียและฝูงเอเลี่ยนสายพันธุ์ เพื่อไปขอเธอแต่งงาน ก่อนทิ้งท้ายด้วยเมสเสจสุดฟีลกู้ดว่า ในวันที่โลกกำลังจะแตกสลาย ขอแค่ยังมีกันและกันก็เพียงพอ ความพิเศษของ MV คือการผสมผสาน การถ่ายทำจริงเข้ากับเนื้อเรื่องและงานภาพที่สร้างสรรค์ด้วย AI จากเรื่องราวที่เขียนโดย กอล์ฟ พิชญะ ถ่ายทอดออกมาในสไตล์แอนิเมชัน Action-Romantic กลิ่นอายดิสโทเปีย นอกจากนี้ บางส่วนของเรื่องราวยังได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของกอล์ฟและแฟนสาว ที่ต่างคนต่างเลี้ยงสุนัขพันธุ์คอร์กี้ก่อนจะได้มาเจอกัน พร้อมปิดท้ายช่วง End Credit ด้วยการ Tribute ถึง น้องฟีล่า สุนัขตัวโปรดของกอล์ฟที่เพิ่งจากไป เติมอีกหนึ่งโมเมนต์สุดทัชใจให้กับคนรักสัตว์ ฟังซิงเกิล Mary Jane (Marry Me) ทุกช่องทาง Streaming Platforms และชม MV ได้ทาง Youtube : GolfPichayaMusic
ข่าวเพลงไทย • 21 ก.ค. 69
ดู
Hold my hand at Twilight
ทรูวิชั่นส์ • 8 พ.ค. 69
ดู
Hold my hand at Twilight
Docomo • 8 พ.ค. 69
ดู
Tim
ทรูวิชั่นส์ • 21 ก.ค. 69
ดู
Operation Love
ทรูวิชั่นส์ • 14 พ.ค. 69
อ่าน
"ROOFTOP" ส่งเพลงใหม่ "อยากรู้จัก ไม่รู้จบ" เปิดจักรวาลคนคลั่งรักที่ยิ่งรู้จัก ก็ยิ่งอยากรักแบบไม่รู้จบ
"เพราะทุกครั้งที่เราได้สบตา... จักรวาลก็ปรากฏอยู่ข้างในนั้น" เคยเป็นไหม ? คนบางคนยิ่งอยู่ด้วย ยิ่งรู้จัก ยิ่งค้นพบว่ามีอะไรให้ตกหลุมรักเพิ่มขึ้นทุกวัน จนรู้สึกว่า...อยากทำความรู้จักเขาไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีวันหมด ล่าสุด "ROOFTOP" กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ที่จะพาทุกคนเข้าสู่จักรวาลคนคลั่งรักแบบหาทางออกไม่ได้ กับเพลง "อยากรู้จัก ไม่รู้จบ (Endless You)" เสน่ห์ของเพลงนี้คือการเล่าความรักที่ไม่ได้หวือหวา แต่เป็นความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ โตขึ้นทุกวัน ยิ่งได้รู้จักอีกฝ่าย ก็ยิ่งรู้สึกว่า "เธอยังมีเรื่องให้ฉันตกหลุมรักได้อีกเยอะเลย" ความพิเศษของ MV รอบนี้ก็อบอุ่นไม่แพ้กัน เพราะได้คู่รักสายท่องเที่ยว "บาส" และ "เอิร์น" จาก Go Went Go มาร่วมถ่ายทอดพิสูจน์นิยามรักที่ไม่รู้จบ ผ่านโมเมนต์ธรรมดาที่ดูแล้วใจฟูสุด ๆ ชวนทุกคนมาสบตาและเดินทางไปในจักรวาลความรัก ที่แม้จะเจอหน้ากันทุกวัน ไปเที่ยวด้วยกันมาแล้วทุกที่ แต่หัวใจก็ยังสั่นไหวเหมือนวันแรกที่เจอกัน ใครที่กำลังอินเลิฟ กำลังคลั่งรัก หรือมีใครสักคนที่มองกี่ครั้งก็ยังรู้สึกใจเต้นเหมือนวันแรก ลองเปิด "อยากรู้จัก ไม่รู้จบ (Endless You)" - "ROOFTOP" แล้วจะเข้าใจว่าความรักที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การรู้จักกันจนหมด แต่คือการอยากรู้จักกันต่อไปทุกวัน แบบไม่มีวันสิ้นสุด รับชมมิวสิกวิดีโอ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ Youtube : LOVEiS และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook/ Instagram /TikTok: rooftop_official และ Facebook : LOVEiS /X/Instagram : @LOVEiS_ent
ข่าวเพลงไทย • 21 ก.ค. 69
อ่าน
"mute." ปล่อย "ช่วยพูดว่ารัก" ซิงเกิลแทนความสัมพันธ์ Toxic ร้องขอความรักจากคนหมดใจ
"mute. (มิ้ว-ดอต)" หรือ "มิ้ว รวินิษฐ์ เจตน์อริยวิภา" ศิลปินหญิงเดี่ยวมากเสน่ห์จาก MILK! BKK ในเครือค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) เจ้าของผลงานมากคุณภาพกับแนวเพลง Indie Pop-rock อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมผสมผสานด้วยเมโลดี้ที่ให้ความทันสมัย ตอบโจทย์แฟนเพลงชาวเจนซี ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น ไฟริมทาง, Melatonin, Locket, Dandilion (ขอให้เธอไม่หายไป) รวมถึงซิงเกิลล่าสุดอย่าง "Baby Bye Bye" ที่มาในลุคใหม่ที่จัดจ้านกว่าที่เคย พร้อมได้ "แอนท์ LANDOKMAI" ร่วมแจมโซโล่กีต้าร์สาดสีสันใหม่ ๆ ที่แฟนเพลงคาดไม่ถึง ไม่รอช้า กลับมาเสิร์ฟผลงานใหม่กันแบบนอนสต็อป กับซิงเกิลล่าสุดที่มีชื่อว่า "ช่วยพูดว่ารัก (Begging)" เพลงที่พูดถึงการร้องขอคำว่ารักจากใครสักคน ไม่ว่าอะไรก็สามารถยอมแลกได้ เพียงเพื่อขอให้เขาไม่เดินจากไป แม้จะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้ว ในสมการนี้จะมีเพียงแค่เราคนเดียวที่ยังรู้สึก และจะต้องทนเจ็บปวดก็ยอม ซึ่งถือเป็น Toxic Relationship ที่นานวันเข้ายิ่งบ่อนทำลายความรู้สึกกันและกันไปเรื่อย ๆ แต่การที่เราตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้ แม้จะดูเป็น "คนขี้แพ้" ในสายตาอีกฝ่าย อย่างน้อยก็เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยต่อเวลาให้ความสัมพันธ์สามารถยื้อต่อไปได้อีกสักนิดก็ยังดี โดยในซิงเกิลนี้ "mute." ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์จริงจากเรื่องราวของตัวเองและคนรอบตัว ก่อนนำมาดีไซน์ให้มีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย บวกเข้ากับดนตรีสไตล์ Alternative Indie ช่วยเพิ่มเลเยอร์ให้เพลงมีมิติของความสดใหม่และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สามารถฟังเพลง "ช่วยพูดว่ารัก (Begging)" ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง และสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.facebook.com/shh.mute
ข่าวเพลงไทย • 24 ก.ค. 69
ดู
ฮักสัปปะลี่กับคดีสีชมพู
ทรูวิชั่นส์ • 11 ส.ค. 68
ดู
Let Me Love You With All My Heart
ทรูวิชั่นส์ • 30 มิ.ย. 69
ดู
สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง
ทรูวิชั่นส์ • 30 มิ.ย. 69
อ่าน
ประมวลภาพคอนเสิร์ต "CLUB 30 CONCERT" กับ 5 ศิลปินเพื่อนรักวัยสามสิบ
รวมตัวท็อปทั้งที จะธรรมดาได้ไง! ปี 2026 ต้องจารึกอีกหนึ่งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการคอนเสิร์ตไทย กับการรวมตัวครั้งสำคัญของ 5 นักร้องเพื่อนรักวัยสามสิบ ที่นำโดย เจเจ้คนโต INK WARUNTORN, เจ้คนรอง BOWKYLION, พี่คนกลาง JEFF SATUR, น้องคนรอง THE TOYS และมักเน่น้องสุด NONT TANONT ในฐานะกลุ่มศิลปินตัวท็อปที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ และมีศักยภาพทางดนตรีโดดเด่นที่สุด ณ เวลานี้ พร้อมเสิร์ฟความสุขแบบจัดหนักให้แฟน ๆ ได้เต็มอิ่มตลอดทั้ง 2 วัน เมื่อวันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี "CLUB 30 CONCERT" นี่คืออีกหนึ่งวาระแห่งชาติที่แฟน ๆ เรียกร้อง กับการโคจรมารวมตัวกันของทั้ง 5 ศิลปินบนเวทีเดียวกัน ที่พร้อมปลุกอิมแพ็คให้สะเทือนด้วยโชว์ที่ไม่มีใครยอมใคร งานนี้ไม่มีคำว่าเพื่อน พี่ น้อง มีแต่ตัวท็อปที่พร้อมฟาดให้สเตจลุกเป็นไฟ จนกระแสแรงเกินคาด เพียงเปิดขายบัตรวันแรก กว่า 20,000 ที่นั่งจากทั้ง 2 รอบก็ถูกจับจองจนหมดเกลี้ยง! เพียงแค่เริ่มต้นโชว์ ทั้งฮอลล์ก็ต้องร้องว้าวไปกับพลังเสียงของทั้ง 5 คน ที่ขนเพลงฮิตไฮไลต์ของแต่ละคนมาร้อยเรียงบนเวทีเดียวกัน เริ่มจาก รักแรก NONT TANONT ต่อด้วย ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม INK WARUNTORN, Dum Dum JEFF SATUR, ก่อนฤดูฝน THE TOYS และปิดท้ายด้วย วาดไว้ BOWKYLION ที่ทั้ง 5 คนร่วมกันร้องบนเวทีเดียวกัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นเรื่องราวอย่างประทับใจ ก่อนเข้าสู่ช่วงถัดไป ที่นับเป็นโชว์ที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว! เมื่อเพื่อนขอร้องเพลงเพื่อนบ้าง เริ่มด้วยเพลง ลงใจ ในฉบับของนนท์ ธนนท์ ต่อด้วย วิงวอน ที่นนท์ร้องคู่อิ้งค์ วรันธร ก่อนส่งเวทีเดี่ยวให้อิ้งค์ได้โชว์สเต็ปเต้นในเพลง Ride or Die เรียกทั้งความน่ารักและความสดใสได้เต็มฮอลล์ พร้อมชวนโบกี้ไลอ้อนมาร้องคู่ด้วยกัน 2 เพลงติดอย่าง ของขวัญปีใหม่ และ หยดน้ำตา ก่อนส่งสเตจเดี่ยวให้โบกี้ในเพลง ทุกนาทีที่สวยงาม พร้อมบันไดที่ขึ้นมาพร้อมแสง ช่วยขับออร่าให้เฉิดฉายทั่วทั้งฮอลล์ ก่อนเข้าสู่คิวของเดอะทอยส์ที่ร่วมแจมในเพลง แน่ใจใช่ไหม แล้วต่อด้วยโชว์เดี่ยวของทอยเองในเพลง สายตาหลอกกันไม่ได้ ในเวอร์ชั่น หนุ่มแว่นดำ Introvert และ ดีใจด้วยนะ ที่ได้เจฟ ซาเตอร์เข้ามาร้องคู่กัน ก่อนปล่อยให้เจฟโชว์พลังเสียงไฮโน้ตต่อเนื่องกับเพลง จดหมาย ต่อด้วยคู่ที่ทุกคนรอคอยมากที่สุด เมื่อนนท์ร้องคู่กับเจฟ ซาเตอร์ ในเพลง 4:00 ก่อนถูกคั่นช่วงสุดท้ายด้วยทอยที่ขึ้นมาร้องพร้อมกันทั้ง 3 คนในเพลง ถ่านไฟเก่า ปิดจบเซสชันนี้ท่ามกลางความประทับใจ และปลุกพลังความสุขให้พุ่งทะยานไปทั่วทั้งฮอลล์ และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งฮอลล์ กับละครผลไม้ AI เกมรักคฤหาสน์ตลาดไท ที่พาคนดูตื่นตาไปกับเรื่องราวความรักของทั้ง 5 คนที่ต้องมาพัวพันกันแบบเลี่ยงไม่ได้ นำโดย เสี่ยหมอนทอง (รับบทโดย เดอะทอยส์) ที่แอบรักเลขาองุ่น (รับบทโดย โบกี้ไลอ้อน) พร้อมเพลง ใจเย็น ที่ช่วยเติมบรรยากาศหนาวใจให้ทั้งฮอลล์หวานฟินตามกัน ก่อนตัดฉากมาที่ ไฮโซสาวสตรอเบอรี่ (รับบทโดย อิ้งค์ วรันธร) สาวสวยมากเสน่ห์ที่ต้องมาเจอสองหนุ่มอย่าง พี่กล้วย (รับบทโดย นนท์ ธนนท์) และพี่แก้ว (รับบทโดย เจฟ ซาเตอร์) ที่ต่างเข้ามาแย่งชิงความรัก จนสร้างทั้งเสียงหัวเราะและความสุขให้แฟน ๆ แบบไม่กั๊ก แม้เรื่องรักครั้งนี้จะวุ่นวายจนแทบไม่ต้องอยู่กันแล้ว แต่ก็ยังเสิร์ฟความสนุกต่อเนื่องด้วยเพลงฮิตติดกระแสอย่าง ย้าย่ายะ ก่อนจบท้ายด้วยเพลงระดับตำนาน ลีฟ แอนด์ เลิร์น ที่เรียกเสียงปรบมือให้กับโชว์การแสดงครั้งนี้ได้อย่างน่าจดจำ ต่อด้วยพาร์ทที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดประทับใจของทั้ง 5 คน เพราะนี่คือช่วงเวลาที่พาย้อนกลับไปมองจุดเริ่มต้นของแต่ละคน กับบันไดก้าวสำคัญบนเส้นทางความฝัน เริ่มต้นด้วยนนท์ ที่ออกเดินตามความฝันด้วยความรักในเสียงเพลง ตั้งแต่ก่อนเข้าประกวดรายการ The Voice จนพิสูจน์ตัวเองและกลายเป็นศิลปินที่เป็นที่รักของคนทั้งประเทศ ต่อด้วยโบกี้ ที่เล่าถึงจุดเริ่มต้นจากการตั้งกล้องร้องเพลงในห้องเล็ก ๆ ในยุคที่ SocialCam กำลังฮิต ซึ่งในวันนั้นที่ยังไม่มีใครรู้จัก ก่อนจะได้เข้าประกวด The Voice และกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ส่วนเจฟก็เดินตามหาความฝันมาเป็นเวลาสิบปี ผ่านทั้งความอดทน ความพยายาม และการไม่ยอมแพ้ จนสามารถก้าวข้ามตัวเองไปสู่เวทีระดับโลก ต่อด้วยอิ้งค์ ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็น เจ้าหญิงแห่งวงการป๊อป อย่างที่ทุกคนรู้จักในวันนี้ แต่เริ่มจากการอัดเสียงคอรัสเล็ก ๆ ในเพลง ก่อนมะลิบาน ของวงไทม์ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนค่อย ๆ สะสมประสบการณ์บนเส้นทางดนตรีมาอย่างยาวนาน และสุดท้ายคือทอย ถึงแม้จะเป็นคนพูดน้อย แต่กลับเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินอีกหลายคน จากคนเบื้องหลังที่ตั้งใจทำเพลงไปขายแต่ไม่มีใครซื้อ จนตัดสินใจปล่อยคลิปออดิโอลงยูทูบไว้เพียงเพลงเดียว ก่อนที่วันนี้จะก้าวไปคว้ารางวัลระดับเอเชียได้สำเร็จ โดยทุกเรื่องราวถูกถ่ายทอดควบคู่ไปกับเพลงแรกของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น ฟ้า, กลับมา, ไม่กล้าบอกชัด, ก่อนมะลิบาน และ หน้าหนาวที่แล้ว พร้อมปิดท้ายด้วยคำขอบคุณจากทั้ง 5 คน ถึงทุกคนที่ค้นพบและเดินทางมาพร้อมกับพวกเขาจนถึงวันนี้ เซสชันถัดไปที่หลายคนรอคอย เมื่อมิตรภาพไม่มีต้องอยู่บนเวทีนี้อีกแล้ว ชวนแวะชมความแสบ ซน และการแกล้งกันแบบไม่มีใครยอมใคร ผ่านแชทกลุ่มไลน์ แก๊งห้าพยัคฆ์หนี ที่สร้างมาเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้แวะจิกกัดกันอย่างสุดมันส์ เพราะเวทีนี้ใครที่ไม่เคยทำอะไร ก็ต้องได้ลอง ทำให้แฟนๆ ต้องเซอร์ไพรส์ เริ่มด้วยเพลงร็อค ไม่มีเธอ กับซีนเด็ดที่โบกี้ต้องรับบทว้ากเองคนเดียว ต่อด้วยเพลงระดับ Legend อย่าง Billie Jean ของราชาเพลงป๊อป Michael Jackson โดยมีทอยที่ต้องเต้นบนเวทีด้วย ก่อนส่งต่อความสนุกในเพลง นักเลงเก่า ที่ให้เจเจ้คนโตอย่างอิ้งค์รับบทแร็ปเปอร์สุดน่าเอ็นดู และปิดท้ายด้วย สามสิบยังแจ๋ว เสิร์ฟโมเมนต์ขวัญใจแม่ยกให้ได้กรี๊ดกันสนั่นทั้งฮอลล์ ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายที่ทั้ง 5 คนขอเปิดเพลย์ลิสต์ ขนเพลงฮิตมาเอาใจแฟน ๆ กันอีกครั้ง กับบทเพลงที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็ทั้งตื่นตาและร้องตามไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ลาลาลอย, เกี่ยวกันไหม, ส่วนต่าง, ดอกไม้ที่รอฝน, เหมือนวิวาห์, พิง, สักวันฉันจะหายดี, โต๊ะริม และ ที่คั่นหนังสือ ก่อนจบช่วงนี้ด้วยเพลง ลืมไปแล้วว่าลืมยังไง ที่ทั้ง 5 คนร่วมกันร้องบนเวทีเดียวกันอย่างน่าประทับใจ และก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย ตลอดกว่า 4 ชั่วโมงที่ทั้งศิลปินและแฟน ๆ ได้ร่วมเก็บเกี่ยวความสุข ความประทับใจ และโมเมนต์ที่อิ่มเอมใจไปพร้อมกัน ก่อนที่ทั้ง 5 คนจะร่วมแสดงความยินดีที่ได้ให้พวกเขาโคจรมาพบกัน ได้เดินทาง ได้ทำงาน และได้เติบโตไปด้วยกัน พร้อมประโยคที่ทัชใจใครหลายคนว่า เชื่อว่าใครหลายคนก็เป็นแฟนคลับพวกเรา และพวกเราทั้ง 5 คน ต่างก็เป็นแฟนคลับของกันและกัน ก่อนปิดท้ายด้วยประโยคที่ชวนซึ้งไปทั้งฮอลล์อย่าง ขอบคุณนะ ที่ได้มาเป็นเพื่อนกัน ใน "CLUB 30 CONCERT" แห่งนี้ และส่งท้ายค่ำคืนด้วยเพลงสุดท้าย เราและนาย ที่กลายเป็นบทสรุปของมิตรภาพ ความทรงจำ และการได้พบกันอย่างสวยงาม นับเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่พิสูจน์ให้เห็นว่า "CLUB 30 CONCERT" ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ตที่รวม 5 ศิลปินตัวท็อปไว้บนเวทีเดียวกันเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ของมิตรภาพ ความทรงจำ และการเติบโตของศิลปินทั้ง 5 คน ที่แฟน ๆ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญไปพร้อมกัน ตั้งแต่เสียงหัวเราะ น้ำตา รอยยิ้ม ไปจนถึงทุกบทเพลงที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มหัวใจ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ได้จบลงแค่ตอนแสงไฟบนเวทีค่อย ๆ ดับลง แต่ยังคงสว่างอยู่ในความทรงจำของทุกคน ในฐานะค่ำคืนที่ทำให้ทั้งศิลปินและแฟน ๆ ได้รู้สึกโชคดีที่ครั้งหนึ่งเราได้มาอยู่ในโมเมนต์เดียวกัน ได้ร้องเพลงด้วยกัน และได้เป็นส่วนหนึ่งของคำว่าเพื่อนกันไปพร้อมกัน ทำให้ "CLUB 30 CONCERT" กลายเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์แห่งปี 2026 ที่จะถูกจดจำไปอีกนาน
ศิลปินต่างประเทศ • 4 ก.ค. 69
ดูเพิ่มเติม