รีเซต

ผลการค้นหา “La Pluie 〜雨音に耳をすませば〜” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
ชวนดู: La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ ปรัชญาสายฝน ที่พาสองเรามาพบกัน
อ่าน

ชวนดู: La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ ปรัชญาสายฝน ที่พาสองเรามาพบกัน

 เรื่องย่อและความน่าสนใจในการวางโครงเรื่อง           เรื่องราวความพิเศษของจักรวาลแห่งสายฝน (rainverses) ที่ผู้คนจำนวนหนึ่งจะสูญเสียการได้ยินชั่วขณะระหว่างฝนตก รู้จักกันในชื่อ โรคหูดับขณะฝนตก หรือ “sudden sensorineural hearing loss during raining”  เช่นเดียวกับ แสงใต้ (ไตเติ้ล ธนธร เสนางคนิกร) คอลัมนิสต์ ที่เกิดและเติบโตมาพร้อมกับโรคหูดับ อย่างไรก็ตามโลกอันเงียบงันครั้งคราวนี้ กลับมีเพียงเสียงเดียวที่คนเหล่านี้สามารถรับรู้ได้ นั่นคือเสียงของโซลเมท (soulmate) ปรากฏการณ์ที่ไม่อาจอธิบายด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ มีเพียงโซลเมทที่ถูกยึดโยงกันด้วยโชคชะตา ที่จะทลายโลกอันเงียบงันและสื่อสารถึงกันและกัน          ทว่าแสงใต้กลับมีอดีตอันเลวร้ายจากเหตุการณ์หย่าร้างของพ่อแม่ ซึ่งต่างก็เป็นโซลเมทของกันและกัน ส่งผลให้ศรัทธาของแสงใต้ที่มีต่อเรื่องโซลเมทพังถลาย ทำให้ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี แสงใต้ไม่เคยปริปากตอบรับ พรรษ (พี พีรวิชญ์ พลอยนำพล) โซลเมทของตนแม้แต่ครั้งเดียว นานวันล่วงเลยไป แสงใต้ยังไม่มีทีท่าจะขานรับโซลเมทของตนแต่อย่างใด จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้ทั้งคู่ได้บังเอิญมาพบกัน ประตูที่ลงกลอนแน่นหนาตลอด 2 ปีของแสงใต้ ก็ดูเหมือนจะแง้มเปิดทีละน้อย            ความสร้างสรรค์และแปลกใหม่ของซีรีส์แนวโรแมนติกแฟนตาซี ถือว่าสอบผ่านอย่างไร้ข้อกังขาจากมุมมองของผู้เขียน การนำเสนอความสัมพันธ์ของตัวละครผ่านสื่อกลางอย่าง “สายฝน” ที่แฝงมาด้วยนัยเชิงปรัชญา อย่างความเศร้าโศก ขุ่นข้องหมองใจในยามฝนตก ในขณะเดียวกันก็สามารถสื่อถึงการชำระล้าง การถือกำเนิดใหม่จากสายฝนด้วยเช่นกัน วันนี้ผู้เขียนจึงจะมาชวนพูดคุย และตีความสัญญะที่ซ่อนเร้นใน "สายฝน" จากซีรีส์เรื่อง ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอกันครับ คำเตือน: อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาในบางส่วน "สายฝน" ตัวแทนของความเศร้าหมองในภาพยนต์           หากผู้อ่านนึกถึงฉากที่เกี่ยวข้องกับฝนในภาพยนต์ ก็คงจะหนีไม่พ้นบรรยากาศขมุกขมัว อึมครึม และไม่ผ่องใสของท้องฟ้า สภาพแวดล้อมเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องหมายของ "ความทุกข์" เพราะบ่อยครั้งที่เมฆฝนเข้าปกคลุม แสงอบอุ่นจากพระอาทิตย์ก็ย่อมถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศทะมึนทึม ผู้คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องยุติกิจกรรมกลางแจ้ง สายฝนจึงเป็นเหมือนอุปสรรค บีบบังคับให้ผู้คนต้องจำกัดตนเองในที่พัก ตัดขาดจากโลกภายนอกชั่วขณะ และด้วยเหตุนี้สายฝนจึงกลายเป็นสัญญะแห่ง ความโดดเดี่ยว ความเศร้าโศก หรือการต้องแยกตัวลำพัง         ฉากที่ใช้สัญญะของสายฝนในเชิงความทุกข์ คงหนีไม่พ้นความขัดแย้งของแสงใต้และครอบครัว ที่ลงเอยด้วยการที่พ่อและแม่ประกาศว่าทั้งสองตัดสินใจหย่าขาดจากกัน เกิดเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่ลงรอยของแสงใต้และแม่ ในขณะที่แสงใต้ไม่อยากรับรู้ความจริงที่ว่า ครอบครัวตนจะไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกต่อไป แสงใต้เลือกที่จะไม่รับฟัง และขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ฝนค่อย ๆ กระหน่ำลงมา ความโดดเดี่ยวลำพัง หยดน้ำตาที่ค่อย ๆ ไหลริน ถูกผสมผสานเข้ากับสัญญะของสายฝนอย่างลงตัว "สายฝน" กับสัญญะของการถือกำเนิดใหม่          เมื่อพูดถึงสายฝน ความทุกข์ก็มักจะเป็นสิ่งแรก ที่แล่นเข้ามาในการรับรู้ของเราใช่ไหมละครับ แต่ผู้อ่านทราบกันไหมครับ ว่าสายฝนยังสามารถเป็นภาพแสดงถึงการถือกำเนิดใหม่ได้อีกด้วย เพราะน้ำเป็นต้นธารของสรรพชีวิต ดังนั้นการมาของสายฝน ที่ชโลมพื้นดินแห้งผาก รดรินต้นกล้าอ่อนให้งอกงาม ก็สามารถสื่อถึงการเริ่มต้นใหม่ หรือการถือกำเนิดใหม่ในทางภาพยนต์ได้เช่นเดียวกัน          ตัวอย่างที่ผู้เขียนหยิบยกมาให้ได้วิเคราะห์ คือฉากที่แสงใต้บังเอิญพบกับพรรษที่ร้านคาเฟ่ ทั้งคู่มีโอกาสพูดคุยถามไถ่เรื่องราวของอีกฝ่าย และดูเหมือนว่าทั้งคู่จะมีความรู้สึกที่ดีให้ต่อกัน ทว่าสายเรียกเข้าจากพรรษ ที่จำเป็นต้องกลับไปรับเคสด่วนที่คลินิกสัตวแพทย์ ทำให้บทสนทนาต้องยุติลง อย่างไรก็ตาม แสงใต้ไม่ปล่อยให้โอกาสสานสัมพันธ์นี้หลุดมือไปง่าย ๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกัน แสงใต้เป็นฝ่ายเริ่มถามชื่ออีกฝ่าย พร้อม ๆ กับที่สายฝนเริ่มโปรยลงมา จากฉากนี้ผู้เขียนสังเกตเห็นบรรยากาศที่ถึงแม้จะมีฝนตกปรอย ๆ แต่ท้องฟ้ากลับเปิดสว่าง มีแดดสดใส ฉากนี้จึงเหมือนกับการเริ่มต้นใหม่ และเป็นจุดเปลี่ยนของแสงใต้ ที่มีอคติต่อเรื่องโซลเมทอีกด้วย สายฝนในฉากนี้จึงทำหน้าที่เสมือนการถือกำเนิดใหม่ของแสงใต้ และหยดน้ำที่ชุบชูหัวใจอันแห้งผากของพรรษตลอด 2 ปี เต็ม   "Determination" สายฝนช่วยกำหนดความต้องการตัวละคร           หัวข้อนี้อาจทำให้ผู้อ่านไม่คุ้นชินสักเท่าไรนัก เพราะ "Determination" หรือ ความมุ่งมั่น ความตั้งใจ เกี่ยวข้องอะไรกับสัญญะของสายฝน ลองจินตนาการว่าผู้อ่านกำลังเดินในสวนสาธารณะร่มรื่น ทว่าจู่ ๆ ท้องฟ้ากลับปกคลุมด้วยเมฆฝน และสายฝนก็เริ่มกระหน่ำเทลงมา สถานการณ์ฉุกละหุกบีบบังคับให้ต้องรีบตัดสินใจ และนำพาตัวเองหาที่หลบฝนให้เร็วที่สุด ดังนั้นสายฝนจึงถูกใช้แสดงความหมายของการตัดสินใจ หรือแสดงเจตจำนงของทิศทางตัวละคร ต่ออุปสรรคที่เกิดตรงหน้า และนอกจากนี้ การที่ตัวละครวิ่งฝ่าพายุฝน ก็เป็นสัญญะของความแน่วแน่ เด็ดเดี่ยว ที่จะฝ่าฟันอุปสรรคตรงหน้าได้อีกด้วย           ตัวอย่างฉากที่ผู้เขียนหยิบมาให้ชมคือ ฉากที่พรรษและแสงใต้กำลังเดินทางกลับที่พัก หลังจากรับประทานมื้อค่ำด้วยกัน ในขณะที่ทั้งสองเดินเอื่อยเฉื่อยให้ได้มีเวลาพูดคุยกัน จู่ ๆ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว แสงใต้เป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนพรรษให้ไปหลบฝนที่ห้องของตนก่อน จึงเกิดเป็นฉากที่ทั้งสองวิ่งจับมือฝ่าพายุฝนไปด้วยกัน ซีนนี้ผู้เขียนตีความสัญญะ ที่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ มุ่งมั่นของคนทั้งสองคน ที่จะจับมือฟันฝ่าอุปสรรคไปพร้อม ๆ กัน"สายฝน" ก็เปรียบดั่งอุปสรรค          หนึ่งในสัญญะของสายฝนที่แพร่หลาย และถูกตีความกว้างขวางที่สุด คงหนีไม่พ้น "อุปสรรค"  มุมมองการตีความตรงนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากนัก เพราะทุกครั้งที่ฝนตก แค่เรานั่งนึกถึงการจราจรติดขัด อากาศอับชื้น ท้องถนนที่เต็มไปด้วยน้ำขังเจิ่งนอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของเรามากโขแล้ว ยิ่งในจักรวาลแห่งสายฝน ที่มีผู้คนเป็นโรคหูดับขณะฝนตกแล้ว การที่ไม่สามารถรับรู้หรือได้ยินเสียงรอบข้างขณะฝนตก แค่คิดชีวิตก็ลำบากแล้ว           แต่ความพิเศษของผู้คนที่เป็นโรคหูดับขณะฝนตก คือความพยายามติดต่อสื่อสารกับผู้คนรอบข้าง ในที่นี้แสงใต้เลือกใช้วิธีเขียนลงบนกระดาษโพสต์อิท เพื่อสื่อสารกับน้องชายอย่าง แสงเทียน (เสือ กฤษณะพงศ์ ศรีภัททิยานนท์) ด้วยวิธีนี้ก็ช่วยสื่อสารและส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของตัวละคร ให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี       เป็นอย่างไรกันบ้างกับบทวิเคราะห์เชิงสัญญะที่แฝงในซีรีส์ "ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ" ในส่วนของซีรีส์เรียกได้ว่าดำเนินเรื่องมาเกินครึ่งทางแล้ว พร้อมกับประเด็นปัญหาที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เขียนจึงอยากเชิญชวนติดตาม และร่วมให้กำลังใจในความสัมพันธ์ของพรรษและแสงใต้ ที่มีฉากประดับเป็นเรื่องราวของจักรวาลแห่งสายฝน พร้อมแฝงไปด้วยนัยยะ และข้อคิดดี ๆ อีกมากมาย สามารถรับชม ซีรีส์ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ La Pluie The Series ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 22.40 น. ทางช่อง one31 และรับชมออนไลน์ย้อนหลัง Uncut Version ได้ที่ iQIYI บทความครั้งหน้าจะเป็นการวิเคราะห์ซีรีส์เรื่องใด ก็ขอฝากติดตามกันด้วยครับ แล้วพบกันใหม่  เครดิตภาพ ภาพปก จาก Lapluie officialภาพที่ 1 จาก Lapluie officialภาพที่ 2 จาก Lapluie officialภาพที่ 3 จาก Lapluie officialภาพที่ 4 จาก Lapluie official จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

มารู้จัก พี พีรวิชญ์ หรือ พรรษ หนุ่มหล่อออร่าปังจากซีรีส์เรื่อง La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ
อ่าน

มารู้จัก พี พีรวิชญ์ หรือ พรรษ หนุ่มหล่อออร่าปังจากซีรีส์เรื่อง La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ที่น่ารักทุกคนไหนใครเป็นคอซีรีส์วายกันบ้างเอ่ย ล่าสุดต้องไม่พลาดกับผลงานซีรีส์เรื่อง La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ เรื่องราวของโชคชะตาท่ามกลางสายฝนกับเสียงแห่งพรหมลิขิตที่นำพาใครบางคนที่เฝ้ารอมารู้จักกัน โดยผลงานการแสดงเรื่องนี้ได้หนุ่ม พี พีรวิชญ์ พลอยนำผล มารับบทเป็น พรรษ หนุ่มหล่อผู้ที่เฝ้ารอเสียงจากพรหมลิขิตเพื่อเจอคู่แท้ วันนี้เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักหนุ่ม พี พีรวิชญ์ กันว่าเขาคนนี้เป็นใครมาจากไหน แล้วมีผลงานการแสดงเรื่องอะไรมาแล้วบ้าง เอาเป็นว่าไปตามดูกันเลยดีกว่ากับมารู้จัก พี พีรวิชญ์ หรือ พรรษ หนุ่มหล่อออร่าปังจากซีรีส์เรื่อง  La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอhttps://www.instagram.com/p/CrECiSBBVxU/?utm_source=ig_web_copy_linkชื่อ : พีรวิชญ์ พลอยนำผลชื่อเล่น : พีIG : peerawich.phttps://www.instagram.com/p/CcP062Yh_kA/?utm_source=ig_web_copy_link จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงหนุ่มพี พีรวิชญ์เข้าสู่วงการบันเทิงจากการที่เข้าร่วมประกวด Freshy BoyGirl 2559 ซึ่งหนุ่มพีก็คว้ารางวัลเดือนคณะมาครองได้สำเร็จ จากการประกวดครั้งนี้จึงทำให้หนุ่มพีเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในมหาวิทยาลัยและตามสื่อโซเซียลของเหล่าวัยรุ่น เรียกได้ว่าเป็นการประกวดที่จุดประกายฉายแววดารามาเลยทีเดียว จากนั้นก็ได้เข้าประกวด หนุ่มโสดในฝันคลีโอ 2017 เป็นผลสืบเนื่องมาจากพื้นเดิมในการประกวดเดือนทำให้กระแสยิ่งพุ่งมากขึ้น และเป็นการแจ้งเกิดหนุ่มพีในวงการบันเทิงอย่างเต็มตัว จากทั้งสองเวทีการประกวดทำให้เขาได้มีผลงานทางด้านการถ่ายแบบhttps://www.instagram.com/p/COvKf20hKzd/?utm_source=ig_web_copy_linkผลงานในวงการบันเทิงหนุ่มพี พีรวิชญ์ได้มีผลงานการแสดงเรื่อง YYY มันเว่อร์นะในปี ค.ศ.2020 เป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกในบทบาทของ อม หนุ่มสุดหล่อ ซึ่งในเรื่องนี้ก็มีเหล่าพี่น้องนักแสดงหลายคู่ที่เข้ามาแสดงในเรื่องนี้ ขอบอกเลยว่าผลงานการแสดงเรื่องนี้นับเป็นซีรีส์วายที่บูมมาก ๆ แฟนคลับขาจิ้นต่างก็ชื่นชอบเป็นยกใหญ่ ต่อมาในปี ค.ศ.2021 ก็ได้มีผลงานการแสดงเรื่อง YYYมันส์ฟินนะ ภาคต่อของเรื่อง YYYมันส์เว่อร์นะ จากกระแสความดังเป็นพลุแตกทำให้แฟนคลับต่างเรียกร้องภาคต่อจึงได้ผลงานการแสดงเรื่องนี้มาต่อ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สนุกไม่แพ้ภาคแรก ความจิ้นความฟินยังคงดีเหมือนเดิม ต่อในปี ค.ศ.2021 ได้มีผลงานซีรีส์เรื่อง Y–Destiny หรือเป็นที่พรหมลิขิต เรื่องราวความรักของที่เกิดมาในแต่ละวัน ซึ่งมีนิสัยที่แตกต่างกันมาก ทั้งในมุมมองความรักและการแสดงออก จึงกลายมาเป็นมวลความสนุกสนาน ซึ่งผลงานเรื่องนี้สนุกมาก ๆ ได้รับกระแสความชอบจากแฟน ๆ ไปอย่างล้นหลามhttps://www.instagram.com/p/Cj-T-0DBx0o/?utm_source=ig_web_copy_linkบทบาท พรรษ จากซีรีส์เรื่อง La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอมาต่อกันในผลงานการแสดงเรื่องล่าสุดอย่างเรื่อง La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ เรื่องราวความสัมพันธ์ที่มีความเชื่อมโยงกับโชคชะตา ในวันฝนตกจะมีเสียงแห่งพรหมลิขิตก้องกังวาลออกมา หนุ่มพรรษก็เป็นฝ่ายที่เฝ้ารอเสียงนี้เสมอมา การเฝ้ารออย่างไร้จุดหมายของเขาที่ไม่เคยคิดเลยว่าเสียงที่เฝ้ารอจะปรากฏมาให้ชุ่มชื่นใจสมกับการเฝ้ารอ การรอคอยที่ราวกับใกล้หมดหวัง จะทำให้เขาได้ยินหรือไม่ต้องตามดูนะคะ ในเรื่องนี้จะได้เห็นหนุ่มพรรษในบทบาทของความอบอุ่น น่ารัก ยิ้มหวานมาก น่าเอ็นดูแบบคูณ 10 บอกเลยว่าที่สุดต้องดูhttps://www.instagram.com/p/CjcfJR7BWyH/?utm_source=ig_web_copy_linkความประทับใจในเรื่องของความประทับใจก็คงต้องยกให้เป็นการทำงานเลย อย่างผลงานการแสดงเรื่องล่าสุดของหนุ่มพี พีรวิชญ์อย่างเรื่อง La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ เป็นผลงานที่ต้องอาศัยการโตขึ้นอีกหนึ่งขั้น ที่ไม่ได้อยู่ในรั้วมหาลัยหรือโรงเรียนแล้ว ดังนั้นบทบาทที่โตขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย แต่แสดงในบทบาท พรรษ ได้ดีมาก ๆ ดีเกินคาดเลยทีเดียว เพียงแค่เปิด EP 1 มาก็เป็นจังหวะที่โดนตกหลุมรักแล้วเรียบร้อย ท่ามกลางฝนที่ตกแล้วหัดมาบอกว่า"พรรษครับ ชื่อพรรษครับ" มันเป็นเสี้ยววินาทีที่ออร่าพุ่งไปไกลมาก ฝีมือการแสดงระดับโปรเลยก็ว่าได้ป.ล.สุดท้ายนี้อย่าลืมไปตามชมผลงานซีรีส์เรื่อง La Pluie The Series ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ ด้วยนะภาพปก:peerawich.p:1/2/3ภาพประกอบ:peerawich.p:1/2/3/4/5คอมมูนิตี้โลกคนรักหนัง ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน

รีวิวซีรีส์ "La Pluie | ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ" (2023) โลกของคนหูดับที่โชคชะตาลิขิตเอาไว้
อ่าน

รีวิวซีรีส์ "La Pluie | ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ" (2023) โลกของคนหูดับที่โชคชะตาลิขิตเอาไว้

สวัสดีค่ะทุกคนนน ช่วงนี้มีซีรีส์วายออนแอร์กันหลายเรื่องมากๆ เรียกได้ว่าใน1อาทิตย์มีซีรีส์วายให้ดูกันเกือบแทบทุกวันเลยทีเดียว วันนี้หยิบเอาซีรีส์วายที่นักเขียนไปเจอโดยบังเอิญมารีวิวให้ทุกคนได้ฟังกันค่ะ เรื่อง La Pluie หรือ ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ ซึ่งความรู้สึกหลังจากได้ดูทีเซอร์และตอนที่1ของเรื่องนี้ไปต้องขอบอกเลยว่าดีเกินคาดเลยค่ะ ซีรีส์เรื่องนี้ถูกสร้างมาจากนิยายชื่อเดียวกันโดยคุณEddy เรื่องราวของคู่แท้แห่งโชคชะตา สำหรับซีรีส์จะสร้างออกมาให้มีความน่าสนใจขนาดไหนต้องไปติดตามรีวิวกันเลยค่ะ!นักแสดงไตเติ้ล ธนธร เสนางคนิกร รับบท 'แสงใต้' นักเขียนคอมลัมน์ เป็นคนชอบเก็บตัว ไม่เข้าหาใครก่อน ไม่เชื่อมั่นในรักแท้หรือsoulmateพี พีรวิชญ์ พลอยนำพล รับบท 'พรรษ' สัตว์แพทย์หนุ่มผู้อบอุ่น เป็นมิตรกับทุกคน เชื่อมั่นในรักแท้หรือsoulmateเสือ กฤษณะพงศ์ ศรีภัททิยานนท์ รับบท 'แสงเทียน' น้องชายของแสงใต้ ขี้โวยวาย อารมณ์ร้อน ใช้อารมณ์นำทุกอย่าง เชื่อมั่นในรักแท้หรือsoulmate คอยเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับแสงใต้คอปเตอร์ นันทพงศ์ วงศ์สกุลยง รับบท 'ลมฝน' เพื่อนร่วมคณะของแสงเทียน เป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดหรือยุ่งกับใคร โลกส่วนตัวสูง ไม่เชื่อมั่นในรักแท้หรือsoulmateเรื่องย่อเพราะพ่อและแม่ตัดสินใจหย่ากัน ทำให้ 'แสงใต้' เด็กหนุ่มที่เป็นโรคหูดับไม่เชื่อในเรื่องคู่แท้แห่งโชคชะตาอีกต่อไป เพราะขนาดพ่อและแม่ของเขาเป็นคู่แห่งโชคชะตา(soulmate)ยังไม่สามารถรักษาความรักครั้งนี้เอาไว้ได้ และในวันนั้นเองวันเกิดของเขาปีที่20 เขาได้ยินเสียงของsoulmateเป็นครั้งแรก แสงใต้ตัดสินใจไม่ตอบกลับไปเพราะไม่อยากสานสัมพันธ์กับsoulmate เวลาล่วงเลยมานานถึง2ปีที่soulmateของแสงใต้คุยคนเดียวมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งแสงใต้ตัดสินใจไม่ฝ่าฝืนโชคชะตาอีกต่อไป เขาตอบกลับsoulmateของตัวเอง ช่วงเวลาดีๆของโชคชะตาความรักของทั้งสองจึงเริ่มขึ้น เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมต่อได้ที่IQIYIหมายเหตุ : อาการของโรคหูดับเมื่อฝนตกคนๆนั้นจะไม่ได้ยินเสียงสิ่งรอบข้าง แต่จะสามารถได้ยินเสียงของคู่แท้แห่งโชคชะตาหรือsoulmateของตัวเองเมื่ออายุครบ20ปี และทั้ง2ฝั่งฝนต้องตกพร้อมกันถึงจะสามารถสื่อสารกันได้รีวิวซีรีส์เนื้อเรื่อง มีกลิ่นอายของ multiverse หน่อยๆ เป็นโลกของคนหูดับที่เมื่อฝนตกจะไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง จะได้ยินแค่เสียงของ soulmate เท่านั้น ซึ่งพล็อตของเรื่องมีความน่าสนใจมากตั้งแต่เป็นนิยายแล้ว พอนำมาทำเป็นซีรีส์แล้วจึงมีความน่าสนใจมากขึ้นไปอีกว่าจะมีการนำเสนอเรื่องราว multiverse ของคนที่เป็นโรคหูดับอย่างไร ถือว่าเป็นซีรีส์ที่น่าจับตามองมากๆเพราะยังไม่เคยเห็นซีรีส์วายเรื่องไหนทำแนวนี้เลย การนำเสนอเรื่องราว เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่หวานตอนต้น ขมตอนปลายจริงๆ ถ้าถามว่าเรื่องเป็นซีรีส์ดราม่าโรแมนติกหรือไม่? ก็ตอบไม่ได้เต็มปากเพราะดราม่าในตอนท้ายก็ไม่ถึงขั้นปวดตับมาก แต่ก็ไม่ใช่ซีรีส์ที่ขายแต่ซีนหวานๆ ทุกคนอาจจะงงว่าตกลงเป็นซีรีส์แนวไหนกันแน่~? เอาเป็นว่าเรื่องนี้มีครบทุกรสชาติทั้งความหวาน จิ้น ฟิน ร้องไห้ เจ็บปวด อยากให้ทุกคนลองไปติดตามดูกันนะคะ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน!นักแสดง ขอชื่นชมเลยว่าการแสดงมีความเป็นธรรมชาติมากๆ ดูแล้วรู้สึกไม่ติดขัด เคมีของนักแสดงมีความน่ารักทั้งคู่หลักและคู่รอง ที่ประทับใจในการแสดงของนักแสดงมากที่สุดคงเป็นฉากในอีพี10ที่นักแสดงต้องเล่นซีนอารมณ์ทั้ง4คน ซึ่งนักเขียนรู้สึกว่าซีนอารมณ์เป็นซีนที่ยากมากๆ ถ้าทำไม่ถึงอารมณ์ของตัวละคร คนดูจะรู้สึกไม่อินทันที แต่นักแสดงทั้ง4คนสามารถถ่ายทอดฉากนั้นได้เป็นอย่างดี รู้สึกอึดอัดในความสัมพันธ์ ความยุ่งเหยิงที่กำลังจะเกิดขึ้นของตัวละคร เป็นอีกฉากที่นักแสดงได้ปล่อยของด้านการแสดงจริงๆฉากที่ประทับใจ คือฉากเคลียร์ใจของพ่อแม่และแสงใต้ ซึ่งการเลิกกันของพ่อแม่ทำให้แสงใต้มีปมเรื่องนี้มาตลอด อีกทั้งพ่อแม่ก็ไม่เคยบอกให้แสงใต้รู้เลยว่าที่เลิกกันมีสาเหตุมาจากอะไร ฉากนี้เลยเป็นฉากที่นักเขียนชอบมากเหมือนแสงใต้ได้รู้ความจริงเรื่องพ่อกับแม่ว่าแท้จริงแล้วทั้งคู่พยายามประคับประคองความสัมพันธ์และปรับตัวเข้าหากันแล้ว แต่เพราะไม่สามารถไปต่อได้จริงๆจึงตัดสินใจให้อีกคนไปเจอคนที่ดีกว่า แต่ก็ยังมีความรักและความปรารถนาดีให้ซึ่งกันและกัน เรื่องนี้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักได้ดีมาก ความรักคือเรื่องของคน2คน โชคชะตาก็ไม่อาจกำหนดได้ว่าใครต้องคู่กับใคร เมื่อเจอความรักดีๆก็จงรักษาความรักครั้งนั้นเอาไว้รายละเอียดซีรีส์เรื่อง La Pluie | ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ (2023)นำแสดงโดย ไตเติ้ล ธนธร x พี พีรวิชญ์ จำนวน 12 ตอนติดตามชมแบบ uncut version ได้ที่ IQIYIOfficial Trailerเครดิตรูปภาพ : ภาพปก // ภาพที่ 1 // ภาพที่ 2 // ภาพที่ 3 // ภาพที่ 4 // ภาพที่ 5 // ภาพที่ 6 // ภาพที่ 7 // ภาพที่ 8 // ภาพที่ 9 // ภาพที่ 10 // ภาพที่ 11 // ภาพที่ 12  จาก @Lapluie_OFCเครดิตวิดิโอ : Official Trailer จาก iQIYI Thailand จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

รีวิวซีรีส์ La Pluie ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ ซีรีส์แนว rainverse กับการพบกันของ Soulmate นำแสดงโดย พี พีรวิชญ์ / ไตเติ้ล ธนธร
อ่าน

รีวิวซีรีส์ La Pluie ฝนตกครั้งนั้นฉันรักเธอ ซีรีส์แนว rainverse กับการพบกันของ Soulmate นำแสดงโดย พี พีรวิชญ์ / ไตเติ้ล ธนธร

รีวิวซีรีส์วาย La Pluie ฝนตกครั้งนั้น ฉันรักเธอ ซีรีส์อบอุ่นหัวใจแนว rainverse หรือจักรวาลแห่งสายฝนที่กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของโชคชะตาและการพบกันของ Soulmate นำแสดงโดย พี พีรวิชญ์ และไตเติ้ล ธนธร ที่มารับบท พรรษ และแสงใต้ ซึ่งสายฝนจะมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับรักครั้งนี้ ตามลงมาอ่านกันเลยยยยเรื่องย่อ : แสงใต้ (ไตเติ้ล ธนธร) มักมีอาการหูดับทุกครั้งเมื่อฝนตก และด้วยความเชื่อที่ว่าเมื่อคนที่มีอาการนี้อายุครบ 20 ปีจะได้ยินเสียงคู่แท้ของตัวเองในวันฝนตก ทำให้แสงใต้เลือกที่จะปฏิเสธความเชื่อนั้นด้วยการไม่ตอบกลับเสียงที่ทักมาตลอด 2 ปี แต่แล้วในวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจตอบกลับเสียงนั้นไปกลับทำให้เขารู้ว่า คนที่อยู่อีกฟากฝั่งที่เป็น Soulmate ของเขานั้นคือ พรรษ (พี พีรวิชญ์) ซึ่งแสงใต้จะสามารถฝืนโชคชะตานี้ได้หรือไม่  และพรรษจะรู้ไหมว่าใครกันคือเจ้าของเสียงคู่แท้ที่เงียบใส่เขามาโดยตลอด ติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ของคู่ Soulmate สายฝนต่อได้ใน La Pluie ฝนตกครั้งนั้น ฉันรักเธอรีวิวหลังดูLa Pluie ฝนตกครั้งนั้น ฉันรักเธอ เป็นซีรีส์ที่สร้างขึ้นจากนิยายชื่อเดียวกัน เป็นเรื่องราวแนว rainverse จักรวาลที่ถูกสมมติสร้างขึ้นและเกี่ยวกับสายฝน โดยในเรื่องนี้ก็เป็นการเล่นกับความเชื่อที่ว่า คนที่มีอาการหูดับทุกครั้งที่ฝนตก เมื่ออายุครบ 20 ปี จะได้ยินเสียง Soulmate ของตัวเอง พล็อตเรื่อง : ชอบการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อเรื่อง อาการหูดับ ผ่าน 2 คู่ คือ คู่พ่อแม่ของ แสงใต้ (ไตเติ้ล ธนธร) ที่สุดท้ายแล้วแม้จะเป็น Soulmate สายฝน แต่สุดท้ายก็ต้องแยกย้าย ด้วยเหตุผลนี้ก็เลยส่งให้ตัว แสงใต้ ไม่เชื่อเรื่องโชคชะตา คู่แท้ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ทำให้คนดูได้มาลุ้นว่าสุดท้ายแล้วแสงใต้จะยอมเปิดใจเชื่อเรื่องนี้ไหม และบทสรุปสุดท้ายของความรักระหว่างแสงใต้กับพรรษจะจบลงเหมือนคู่พ่อแม่ไหมนักแสดง : ส่วนตัวชอบมากกกก ไตเติ้ล ธนธร กับบท แสงใต้ น่ารักมาก คาแรคเตอร์ดูชัดเจน มีความดื้อเงียบ หวั่นไหว น่ารัก ถ่ายทอดออกมาได้ตรงคาแรคเตอร์เลย ส่วน หมอพรรษ ที่รับบทโดย พี พีรวิชญ์ ก็ถ่ายทอดคาแรคเตอร์สัตวแพทย์สายอบอุ่น มั่นคงออกมาได้ดีเลย ชอบทุกครั้งเวลาที่คู่นี้อยู่ด้วยกัน เหมือนมีมวลอบอุ่นอยู่รอบๆ ดูแล้วรู้สึกนุ้บนิ้บหัวใจมีเรื่องให้ได้ยิ้มตลอดภาพรวม : La Pluie ฝนตกครั้งนั้น ฉันรักเธอ ภาพรวมองค์ประกอบทั้งเนื้อเรื่อง บท นักแสดง ลงตัว เข้ากันดีมาก ดูแล้วรู้สึกไม่สะดุดเลย มีมวลความน่ารัก อบอุ่นลอยฟุ้งอยู่ในเรื่อง ฉากดราม่าก็มีบ้าง แต่นักแสดงเล่นดีทำให้เรารู้สึกอยากเอาใจช่วยตลอด ขอให้คะแนนรวมความประทับใจที่ 9/10 คะแนน เลยhttps://youtu.be/Cdc5cxxCpKEส่วนอีกสิ่งที่ประทับใจไม่แพ้กัน คือ เพลงประกอบซีรีส์ เพลง ฟังใจ (You are my destiny) ร้องโดย Boy Sompob ที่อยากให้เพื่อนๆ ได้ลองไปฟังกัน เพราะเสียงร้อง เนื้อร้องฟังแล้วติดหูมาก รวมถึงความหมายของเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของพรรษกับแสงใต้ได้อย่างละมุน มากทั้งนี้ สำหรับใครที่อยากติดตามซีรีส์เรื่อง La Pluie ฝนตกครั้งนั้น ฉันรักเธอ นำแสดงโดย พี พีรวิชญ์ และไตเติ้ล ธนธร สามารถติดตามได้ทุกวันเสาร์ เวลา 22.40 น. ทางช่อง one31 หรือติดตามย้อนหลังได้ที่ iQiyi จ้าตัวอย่าง La Pluie ฝนตกครั้งนั้น ฉันรักเธอhttps://youtu.be/Tz9HG8MGF8Mขอบคุณภาพและวิดีโอประกอบ ดังนี้Youtube iQiyi Thailand : ตัวอย่าง La Pluie ฝนตกครั้งนั้น ฉันรักเธอYoutube Acttraction Entertainment : เพลง ฟังใจ (You are my destiny) - Boy SompobTwitter iQiyi Thailand : ภาพหน้าปก / 1 / 2 / 3 / 4 / 5ผลงานรีวิวซีรีส์วาย 2023 เรื่องอื่นๆ โดย เล่าจากลังรีวิวซีรีส์ ชอกะเชร์คู่กันต์ A Boss and a Babe ช่อง GMM25 ฟอส จิรัชพงศ์ / บุ๊ค กษิดิ์เดชรีวิว Step By Step ค่อย ๆ รัก #เจ๋งพัท เรื่องราวว้าวุ่นของรุ่นวัยทำงาน แมน ธฤษณุ / เบน บัญญพนต์ รีวิวซีรีส์ ราชาวิหค Destiny Seeker The Series ความรักสุดป่วนของประธานหอคู่กัด เอิร์ท ชิษณุพงศ์ / แบงค์ ณฐวัฒน์รีวิวซีรีส์ อย่าเล่นกับอนล Bed Friend Series เมื่อความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกลายเป็นจุดเริ่มต้นสู่ความสัมพันธ์ใหม่ นำแสดงโดย เน็ต สิรภพ / เจมส์ ศุภมงคลรีวิว นิ่งเฮียทูยู CUTIE PIE 2 YOU ซี-นุนิว ตอนพิเศษสุดฟินภาคต่อ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ Cutie Pie Seriesเกาะติดซีรีส์เรื่องใหม่ๆ App TrueID โหลดฟรี!

วิเคราะห์​บทเพลง​:命に嫌われいる(ถูก​ชีวิต​เกลียด​ชัง​)​
อ่าน

วิเคราะห์​บทเพลง​:命に嫌われいる(ถูก​ชีวิต​เกลียด​ชัง​)​

บทวิเคราะห์​เพลง 命に嫌わいる(inochi ni ​kirawarete ​iru​) ถูก​ชีวิต​เกลียด​ชัง​เพลง 命に嫌われいる(ในเวอร์​ชั่นภาษา​ไทย)​ นั้นเป็นเพลงที่เกี่ยวกับ​เรื่อง ราว ทุกเรื่องราว​ที่เกิดขึ้น​ทุกช่วงชีวิต​ ที่เลวร้าย และเศร้าโศก  เป็นเพลงที่มีบทความที่รุนเเรง ดังนั้นคนที่มีอาการดังต่อไปนี้ไม่ควรฟังเพลงนี้- มีอาการซึมเศร้า​-ท้อแท้ (แต่ถ้าฟังดีๆก็เป็นการให้กำลัง​ใจ​). มาเริ่มเข้าบทวิเคราะห์​กันนะครับ(เนื้อหาต่อไปนี้เป็นเพียง​การวิเคราะห์​บทเพลงเท่านั้น)เพลงถูก​ชีวิต​เกลียด​ชัง​เป็นเพลงที่สื่อความหมายรุนเเรงเกี่ยวกับ​เรื่องราว​ในชีวิต​ ทั้งถูกผ​ลัก​ดัน​คุณ​ค่า​เป็นต้น เพลงนี้ยังเป็นกำลังใจได้อีก แต่ถ้าคนที่มีอาการ​ซึมเศร้า​ก็ไม่ควรที่จะฟัง เพราะ อาจจะทำให้อาการกำเริบได้ อย่างง่ายดาย​ ถึงอย่างนั้น บทเพลงนี้ยังกล่าว​ถึง "การชิงชัง​จากตัวเราก็เป็นเเค่แฟชั่น​" ประโยคนี้แปลประมาณ​ว่า ถูกเกลียดชัง​แล้วไง ยังไงก็เป็นเรื่อง​ปกติ​อยู่ดีและบทเพลงยังกล่าวไปถึงการมีชีวิต​อยู่แบบใช้ชีวิต​ต่อไปเถอะ ถึงแม้เงินจะไม่มี หรือ ว่าอยู่ต่อไปถึงแม้ยังไม่รู้​จุดหมายปลายทาง​ก็ตาม "ถูก​เกลียดชัง​มันก็พอแล้ว​ถูกผ​ลัก​ดัน​คุณ​ค่า​ที่​มี​จน​มัน​ไม่เหลือ​อะไร​" แปลประมาณ​ว่า  ทั้งถูก​ชีวิต​เกลียด​ชัง​ทั้งถูก​ผ​ลัก​ดัน​คุณ​ค่า​ที่​มี​จน​มัน​ไม่เหลือ​อะไร​และยังมาต้องเจออะไรแบบนี้อีกหรอบทเพลงถูก​ชีวิต​เกลียด​ชัง​หรือ 命に嫌われいる(inochi​ ni​ kirawarete ​iru​)​ ยังพูดถึงการมีชีวิต​อยู่ เพื่อตัวเองไม่ใช่ใครบ้างคนเท่านั้น อยู่ต่อไป ไม่ใช่เเคร์คำคนอื่น เดินต่อไป ก้าวต่อไป  จงไม่ตาย จากปากผู้อื่น จงตายเพราะอายุของเรา  ยังไงก็ตามบทเพลงนี้เป็นบทเพลงที่มีเนื้อหารุนแรง​ ทั้งการ ว่าชีวิต​ แต่ถ้าฟังดีๆ บทเพลงนี้ก็จะกลายเป็นเพลงที่ให้กำลัง​ใจ​อย่างดีอย่างเช่นท่อนที่ว่า"bokura wa inochi ni kirawarete iru sayonara bakari ga sukisugite hontou no wakare nado shiranai bokura wa inochi ni kirawarete iru."(โบคุระ วะ อิโนจิ นิ คิราวาเรเตะ อิรุ ซาโยนาระ บาคาริ กะ ซุคิซุกิเต ฮนโต โนะ วาคาระ นาโดะ ชิราไน โบคุระ วะ อิโนจิ นิ คิราวาเรเตะ อิรุ) ​แปลประมาณ​ว่า ถูก​ชีวิต​เกลียด​ชังโดย​ชีวิต​ของ​ตัวเอง​ก็พอแล้ว"ลาก่อน​นะ"ที่พูด​ออกมา​อย่าง​ไม่ได้คิดอะไร ไม่เคยรู้การจากลามันเป็นยังไง ก็ พวกเราโดนเกลียด​ชัง​โดย​ชีวิต​เราอยู่​ความหมายถูก​เกลียดชัง​โ​ด​ยชีวิ​ต​ของ​ตัวเอง​ก็​พอแล้ว​ คำว่า"ลาก่อน" พูออกมาทั้งๆที่ยังไม่ได้คิด  พูดออกมาอย่าง​ง่ายดาย​ แต่กลับไม่รู้​เลยว่า การจาก​ลา​ที่เเท้จริงมันเป็นอย่างไร​ (บทความนี้เป็นการวิเคราะห์​และ​การเเสดงความคิดเห็น เท่านั้น )​ถ้าใครอยากฟังเพลงสามารถ​พิมพ์​ไปใน YouTube ​ได้เลยว่า -ถูก​ชีวิต​เกลียด​ชัง​-命に嫌われいる-inochi​ ni​ kiraware​te ​iru​สามารถ​พิมพ์​ทั้ง3ชื่อได้เลยทางเราขอให้คุณ​อย่า ยอมแพ้​เพียงแค่​มัน​ยาก​ที่จะ​ทำ  ท้อได้  แต่อย่ายอมแพ้​     

รักหนัง La La Land ต้องไม่พลาดอัลบั้ม La La Land Original Motion Picture Score
อ่าน

รักหนัง La La Land ต้องไม่พลาดอัลบั้ม La La Land Original Motion Picture Score

หลังจากที่กวาดรางวัลครบทั้ง 7 สาขาที่ได้เข้าชิงจากเวทีลูกโลกทองคำ (Golden Globe Awards) กันไปแล้ว ภาพยนตร์โรแมนติก-มิวสิคัล มาสเตอร์พีซ เรื่อง La La Land ก็ได้ทุบสถิติอีกครั้งด้วยการได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สูงสุดถึง 14 รางวัลด้วยกัน เรียกได้ว่า ก้าวขึ้นแท่นตัวเก็งเต็งหนึ่งและได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีนี้อีกครั้ง ซึ่งถือว่าเป็นยอดจำนวนสูงสุดในประวัติศาสตร์รางวัลออสการ์เทียบเท่ากับภาพยนตร์เรื่องดังอย่าง “Titanic” เมื่อปี 1998 และ “All About Eve” เมื่อปี 1951โดยรางวัลที่ La La Land ได้เข้าชิงทั้งหมดได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เดเมี่ยน ชาเซลล์), สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (เอมม่า สโตน), สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ไรอัน กอสลิง), สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (เดเมี่ยน ชาเซลล์), สาขากำกับภาพยอดเยี่ยม (ไลนัส แซนด์เกรน), สาขาเพลงประกอบยอดเยี่ยม (“City of Stars” และ “Audition (The Fools Who Dream)), สาขาดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (จัสติน เฮอร์วิทซ์), สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม (ทอม ครอส), สาขาออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (แมรี่ ซอเฟรส), สาขาออกแบบงานสร้างยอดเยี่ยม (เดวิด วาสโก้ และ แซนดี้ เรย์โนลด์ วาสโก้), สาขาลำดับเสียงยอดเยี่ยม และ สาขาบันทึกเสียงยอดเยี่ยมหลังจากที่ อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง La La Land ได้เป็นที่นิยมจนขาดตลาดในบ้านเรากันไปหลายต่อหลายรอบแล้ว ในที่สุด ก็ถึงเวลาของ อัลบั้ม สกอร์ ที่ประกอบภาพยนตร์ที่โดดเด่นไม่แพ้กัน สำหรับระบบดิจิตอล สามารถฟังและดาวน์โหลดได้ที่นี่ติดตามข่าวอัพเดทได้ที่www.facebook.com/universalmusicthailandTweets by UMusicThaihttps://plus.google.com/+universalmusicthailandMusic Truelife อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากลข่าว Gossip พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจและติดตามพวกเราชาว Entertainment Truelife ได้ที่นี่

คิดเห็นแชร์ : ปรากฏการณ์ ลานิญา (La Nina) กำลังก่อตัว
อ่าน

คิดเห็นแชร์ : ปรากฏการณ์ ลานิญา (La Nina) กำลังก่อตัว

สําหรับคอลัมน์ คิด เห็น แชร์ วันนี้ ผมจะขอเขียนถึงเรื่องปรากฏการณ์ ลานิญา ที่มีโอกาสจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งด้านบวกและลบ ประเทศไทยตลอดปีที่ผ่านมาประสบปัญหาภัยแล้ง เนื่องจากโชคร้ายที่ฤดูฝนเมื่อปี 2562 ฝนตกแต่ไม่เข้าพื้นที่กักเก็บน้ำสำคัญๆ ของประเทศไทย ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญๆ หลายแห่งอยู่ในระดับที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ดี สภาพอากาศของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานิญา ภายในช่วงเดือนตุลาคมนี้ อาจเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยที่จะสะสมน้ำไว้ใช้สำหรับการเกษตรในปี 2564 (ถ้าไม่โชคร้ายเกินไปเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2562 คือฝนตกแต่ไม่เข้าเขื่อน) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกที่เรียกว่า ปรากฏการณ์เอลนิโญ-ลานิญา ตามรากศัพท์ภาษาสเปน เอลนิโญ แปลว่า เด็กชาย และ ลานิญา แปลว่า เด็กสาว ปรากฏการณ์ที่สภาพภูมิอากาศของโลกผิดปกติสลับไปมาระหว่างเอลนิโญ-ลานิญา จึงอาจเปรียบเสมือนการละเล่นซุกซนของเด็กทั้งสอง ซึ่งอาจมีคำศัพท์ที่ใช้เรียกปรากฏการณ์ทั้งสองโดยรวมว่า ENSO (El Nio/Southern Oscillation) ทั้งนี้ขอออกตัวก่อนว่าผมไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ที่มีความเชี่ยวชาญจึงขอไม่อธิบายถึงเหตุผลของการเกิดปรากฏการณ์เหล่านี้ในบทความนี้นะครับ แต่จะขออธิบายถึงผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในรอบนี้ ปรากฏการณ์ ENSO เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบผิดปกติ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เช่น ฤดูแล้ง ฤดูมรสุม เป็นต้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงชนิดที่ทำให้สภาพภูมิอากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ เช่น ในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์เอลนิโญ ปริมาณน้ำฝนในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะน้อยกว่าปกติ และจะมีสภาพอากาศที่ร้อนแห้งแล้งกว่าปกติ ขณะเดียวกันในช่วงที่เกิดปรากฏการณ์ลานิญา ปริมาณน้ำฝนในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลับมีปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ และจะมีอุณหภูมิที่ลดต่ำลงกว่าปกติ เป็นต้น หากยังจำกันได้เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ประเทศไทยปี 2554 ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ลานิญาครั้งรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2553-55 จากข้อมูลการพยากรณ์โดย Climate Prediction Center ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหรัฐ และ Bureau of Meteorology ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศออสเตรเลีย ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.ย. จัดทำการพยากรณ์ไปในทิศทางเดียวกันว่าโอกาสสูงมากที่จะเกิดปรากฏการณ์ลานิญาขึ้นในเดือน ต.ค.นี้ จนถึงต้นปีหน้า ซึ่งผลของปรากฏการณ์ลานิญาหากสรุปโดยย่อๆ คือ ประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีปริมาณน้ำฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ซึ่งเรากำลังเข้าสู่ฤดูมรสุมพอดี แม้ว่าอาจจะเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภัยน้ำท่วมขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ก็อาจถือเป็นโชคดีที่จะได้เติมน้ำเข้าเขื่อนสำคัญๆ ที่ในขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักๆ ในภาคเหนือ, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, และภาคกลาง ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน ซึ่งหากฝนตกเข้าเขื่อนได้ทันฤดูฝน เดือนตุลาคมปีนี้ ก็อาจเป็นโชคดีของเกษตรกรไทยที่ได้ปรากฏการณ์ลานิญาเข้ามาช่วยพอดี และอาจจะสามารถกลับมาทำการเกษตรได้ตามปกติในปี 2564 แต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ไม่โชคร้ายจนเกินไปนักเช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2562 ที่แม้จะสภาพภูมิอากาศของโลกเป็นปกติ แต่ฝนตกไม่เข้าเขื่อน อย่างไรก็ดี ดังที่ผมได้อธิบายไปข้างต้น ผลของปรากฏการณ์ลานิญาจะเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย ดังนั้นผลที่จะตามมาคือ ภูมิอากาศของสหรัฐอเมริกาและอเมริกาใต้ จะมีปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ จะมีอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งมากกว่าปกติ และผลดังกล่าวเริ่มสะท้อนมายังราคาสินค้าเกษตรบางชนิดแล้ว คือ ราคาถั่วเหลืองและข้าวโพดที่เป็นสินค้าส่งออกหลักของ สหรัฐและประเทศในอเมริกาใต้ ปรับตัวขึ้นอย่างมาก โดยราคาถั่วเหลืองกำลังทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 2 ปี ขณะที่ราคาข้าวโพดกำลังปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน และที่สำคัญคือ สินค้าเกษตรทั้ง 2 นั้น ประเทศไทยนำเข้าในฐานะของวัตถุดิบอาหารสัตว์ ดังนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จึงอาจต้องเตรียมแผนรองรับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่กำลังปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ราคายางพาราและปาล์มน้ำมันก็เริ่มที่จะปรับตัวขึ้นแล้วเช่นกัน สะท้อนความกังวลที่มีโอกาสเกิดน้ำท่วมจากปริมาณน้ำฝนที่อาจมากกว่าเกณฑ์ปกติ ดังนั้นเกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐจึงต้องเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่มีความเสี่ยงจะเปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากปรากฏการณ์ลานิญาครั้งนี้

Naughty Boy เจ้าของเพลงฮิต La la la ส่งซิงเกิลใหม่ Emeli Sandé ร่วมแจม
อ่าน

Naughty Boy เจ้าของเพลงฮิต La la la ส่งซิงเกิลใหม่ Emeli Sandé ร่วมแจม

ปี 2013 นี้ถือว่าเป็นปีทองของซุปเปอร์โปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ Naughty Boy ที่ไม่เพียงแค่โปรดิวซ์อัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดแห่งปี 2012 และ 2013 กับอัลบั้ม Our Version Of Events ของ Emeli Sand เขายังได้ก้าวจากเบื้องหลังมาสู่เบื้องหน้า กับเดบิวต์อัลบั้มแรก Hotel Cabana ที่เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ด้วยซิงเกิ้ล La la la ที่มียอดขายซิงเกิ้ลมากว่า 5 แสนซิงเกิ้ลภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ล่าสุดเขามียอดขายทั้งหมด 1.12 MILLION แล้วเฉพาะในอังกฤษ La La La พีคสูงสุดอันดับ 1 UK Chart รวมถึงท็อปชาร์ท จากหลายประเทศทั่วโลก และ Top 5 ในเมืองไทย ครั้งนี้ลองฟังซิงเกิ้ลที่สอง Lifted ที่ได้ศิลปินสาวเสียงโซลดนดัง Emeli Sande ที่เค้าเคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้ มาถ่ายทอดเพลงเพราะๆให้ฟังกันบ้าง รับรองว่าคุณจะติดอกติดใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว!!ติดตามความเคลื่อนไหววงการเพลง ได้อีกช่องทางที่FB : TrueMusicTW: TrueMusic

UK Top 40 : โค่นแชมป์สี่สมัยลงสำเร็จกับ La La La จาก Naughty Boy
อ่าน

UK Top 40 : โค่นแชมป์สี่สมัยลงสำเร็จกับ La La La จาก Naughty Boy

มาแล้วๆ พบกันอีกครั้งแ้ล้วกับการรายงานอันดับเพลงฮิตUK Top 40ที่จะทำให้เพื่อนๆชาวTrueMusic ได้รู้ความเคลื่อนไหวในชาร์ตจากเมืองผู้ดีว่ามีเพลงไหนฮิต เพลงไหนดัง เพลงไหนเป็นแชมป์ สำหรับในสัปดาห์นี้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในตำแหน่งแชมป์ซะแล้ว เมื่อนักแต่งเพลงจากอังกฤษNaughty Boyพาซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดของเขา La La La ที่ได้ Sam Smith มา Featuring ให้ โค่นแชมป์สี่สมัยอย่าง Dart Punk ลงได้สำเร็จ ยังไงต้องรอดูว่าในสัปดาห์หน้าจะยังคงเหนียวแน่นในตำแหน่งนี้ต่อไปหรือเปล่า ไปต่อกันที่อันดับที่ 2 ตกลงมาซะแล้วสำหรับแชมป์สี่สมัยกับเพลง Get Lucky ที่ได้ Pharrell Williams มา Featuring ให้ จาก Daft Punk ขณะที่อันดับ 3 ตกลงหนึ่งอันดับเช่นกันกับเพลง Let Her Go จาก Passengerแล้วยังไงคงต้องมาติดตามกันต่อไปว่า เพลงไหน เพลงอะไร จะเข้ามาติดชาร์ตกันบ้าง แล้วแชมป์จะยังคงเปลี่ยนมือต่อไปเหมือนเดิมหรือไม่ ติดตามได้ในการรายงาน UK Top 40 สัปดาห์หน้านะคะ ^^1Naughty Boy La La La ft.Sam Smithฟัง2Daft PunkGet It Lucky ft.Pharrell Williamsฟัง 3PassengerLet Her Goฟัง4Macklemore Ryan Lewis Cant Hold Us ft.Ray Dalton ฟัง5Rudimental Waiting All Night ft.Ella Eyreฟัง 62 ChainzWe Own It ft.Wiz Khalifaฟัง7David GuettaPlay Hard ft.Ne-Yo Akonฟัง8Armin Van BuurenThis Is What I Feels Like ft.Trevor Guthrieฟัง9Olly MursDear Darlin10Chris MalinchakSo Good To MeฟังCredit : http://www.bbc.co.ukสมัครบริการMP3 Comboคลิกที่นี่รายละเอียดบริการ MP3 Comboคลิกที่นี่ดูรายชื่อเพลงไทยมากกว่า 3,000 เพลงคลิกที่นี่ดูรายชื่อเพลงสากลมากกว่า 5,000 เพลงคลิกที่นี่เข้าสู่หน้าหลักTrueMusicMP3 Comboคลิกที่นี่

สำเร็จอย่างงดงาม ! แท็กซี่บินได้สัญชาติสหรัฐฯ สาธิตการบินครั้งแรกใน LA
อ่าน

สำเร็จอย่างงดงาม ! แท็กซี่บินได้สัญชาติสหรัฐฯ สาธิตการบินครั้งแรกใน LA

วิสก์ แอโร่ (Wisk Aero) บริษัทพัฒนาแท็กซี่บินได้พลังงานไฟฟ้า ในเครือบริษัทผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันอย่างโบอิ้ง (Boeing) ได้สาธิตการบินของอากาศยานบินขึ้นลงในแนวดิ่ง (eVTOL) ต่อสาธารณะครั้งแรกที่ลอสแอนเจลิส ในงานครบรอบ 100 ปีของสนามบินลองบีช ประสบความสำเร็จอย่างงดงามวิสก์ แอโร่ เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2010 ตอนแรกมีชื่อว่าซี แอโร่ (Zee Aero) ต่อมาได้ควบรวมกิจการกับบริษัทคิตตี้ ฮอว์ค คอร์ปอเรชัน (Kitty Hawk Corporation ) และหลังจากสร้างซี แอโร่มาถึงรุ่นที่ 5 ทีมงานก็แยกตัวออกมาก่อตั้งวิสก์ แอโร่ ด้วยเงินลงทุนจากบริษัทโบอิ้ง และปัจจุบันมันก็ได้กลายเป็น eVTOL บริษัทแรกที่จะได้ขึ้นบินทดสอบในลอสแอนเจลิสทั้งนี้ในระหว่างเทศกาลการบินของลองบีช วิสก์ แอโร่ ประสบความสำเร็จในการบินทดสอบ ซึ่งเครื่องที่ใช้บินเป็นรุ่นที่ 5 มี 4 ที่นั่ง ปีกเครื่องยาว 15 เมตร บินได้สูงสุดประมาณ 1,220 เมตรเหนือพื้นโลก ด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 220 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่สำคัญคือเป็นการบินแบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีมนุษย์ขับบนเครื่องหลังจากจบงานสาธิต วิสก์ แอโร่และโบอิ้งก็ได้สนทนากับนายกเทศมนตรีของลองบีช รวมถึงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพื่อหารือเกี่ยวกับอนาคตของ Advanced Air Mobility (AAM) หรือการคมนาคมทางอากาศขั้นสูง ซึ่งนายกเทศมนตรีเร็กซ์ ริชาร์ดสัน (Rex Richardson) ก็ได้แสดงความคิดเห็นว่าภูมิใจมากที่ได้เห็นนวัตกรรมแห่งอนาคตกำลังจะเกิดขึ้นจริงทั้งนี้วิสก์ แอโร่ กำลังพัฒนาอากาศบินรุ่นที่ 6 แล้ว คาดว่าจะสามารถบรรจุผู้โดยสารได้อย่างน้อย 4 คน มีพิสัยการบิน 145 กิโลเมตร มีระบบการบินอัตโนมัติ และที่สำคัญคือใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่เพียง 15 นาทีทั้งนี้ วิสก์ แอโร่ ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มีการพัฒนาอากาศยานบินขึ้นลงแนวดิ่งพลังงานไฟฟ้า บริษัทพัฒนา eVTOL อีกหนึ่งเจ้าอย่างโจบี้ เอวิเอชัน (Jovy Aviation) ก็ได้มีการทดสอบการบินครั้งแรกโดยมีนักบินอยู่บนเครื่องไปแล้ว ส่วนอากาศยานบินของบริษัทสัญชาติจีนอย่างอี้หาง (eHang) นำหน้าไปก่อน เพราะได้รับใบอนุญาตให้สามารถบริการเชิงพาณิชย์ได้เรียบร้อยแล้วที่มาข้อมูล Electrek, Iotworldtodayที่มารูปภาพWisk Aero

Naughty Boy เจ้าของเพลงฮิต La La La ฉายแววพ่อมดคนใหม่แห่งวงการเพลง!!
อ่าน

Naughty Boy เจ้าของเพลงฮิต La La La ฉายแววพ่อมดคนใหม่แห่งวงการเพลง!!

ปี 2013 ถือว่าเป็นปีทองของซุปเปอร์โปรดิวเซอร์ชาวอังกฤษ Naughty Boy ที่ไม่เพียงแค่โปรดิวซ์อัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดแห่งปี 2012 และ 2013 กับอัลบั้ม Our Version Of Events ของ Emeli Sand เขายังได้ก้าวจากเบื้องหลังมาสู่เบื้องหน้า กับเดบิวต์อัลบั้มแรก Hotel Cabana ที่เป็นอีกหนึ่งอัลบั้มที่น่าจับตามองที่สุดในปีนี้ เปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ด้วยซิงเกิ้ล La la la ที่มียอดขายซิงเกิ้ลมากว่า 5 แสนซิงเกิ้ลภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ La La La พีคสูงสุดอันดับ 1 UK Chart รวมถึงท็อปชาร์ทจากหลายประเทศทั่วโลก และ Top 5 ในเมืองไทย http://www.youtube.com/watch?v=3O1_3zBUKM8 Hotel Cabana คืออัลบั้มที่มีกลิ่นอายของอังกฤษอยู่ในทุกอนู พบการร่วมงานกับศิลปินชั้นนำมากมายในอัลบั้ม Hotel Cabana อาทิ Emeli Sand, Tinie Tempah, Ed Sheeran, Wretch 32, Sam Smith, Gabrielle, Bastille, George The Poet และ Wiz Khalifa Naughty boy ถือเป็นโปรดิวเซอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ งานของเค้าล้วนโดดเด่น หาตัวจับยากและไม่มีใครเหมือนทั้งในแนว British urban,pop และ RB ไม่มีทางที่จะมีใครเดินตามเค้าได้ และไม่เคยมีใครสร้างสรรค์งานแบบนี้มาก่อนนอกจาก Naughty Boyติดตามความเคลื่อนไหววงการเพลง ได้อีกช่องทางที่FB : TrueMusicTW: TrueMusic

แบรนด์ไทย "LA GLACE" รุกตลาดจีน เตรียมเข้าตลาดหุ้น l การตลาดเงินล้าน
อ่าน

แบรนด์ไทย "LA GLACE" รุกตลาดจีน เตรียมเข้าตลาดหุ้น l การตลาดเงินล้าน

LA GLACE แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องในกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชัน Z ประกาศเป้าหมายใหม่ในปี 2568 ตั้งเป้ายอดขายในประเทศให้แตะระดับ 1,000 ล้านบาท และวางแผนขยายสู่ตลาดต่างประเทศเพื่อผลักดันยอดขายรวมทะลุ 2,000 ล้านบาท ก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตบริษัทฯ เปิดเผยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา LA GLACE สามารถสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งจากจุดยืนที่ชัดเจนในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และภาพลักษณ์แบรนด์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้น ซึ่งให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ ความคุ้มค่า และคุณภาพของสินค้า ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มากกว่า 80 SKU ประกอบไปด้วยกลุ่ม Make up, Skincareและ Mask sheetทิศทางการเติบโตของแบรนด์ยังขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ด้านการตลาดดิจิทัลที่แข็งแกร่ง รวมถึงการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์และยูทูบเบอร์ชื่อดัง ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศภายใน 3 ปีข้างหน้าคือตั้งแต่ปี 2569-2571 คือตลาดในเอเชีย รวมทั้งตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกาด้วย โดยหมุดหมายแรกที่จะออกไปคือ ฮ่องกง เพราะถือเป็น Gatewayประตูสู่ลูกค้า Gen Z ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2571 ยอดขายทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัท จะมียอดขายรวม 2,000 ล้านบาท จากทั้งในและต่างประเทศ ก่อนที่จะเดินหน้าสู่เป้าหมายสำคัญคือการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนและขยายกิจการอย่างยั่งยืนในระยะยาวการเติบโตอย่างรวดเร็วของ LA GLACE ถือเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมความงาม ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับตัวตน ความหลากหลาย และคุณภาพในราคาจับต้องได้ ซึ่งทำให้แบรนด์ไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและระดับโลก หากสามารถรักษาเอกลักษณ์และความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

ตกเป็นเป้าวิจารณ์ TikTok สั่งพนักงาน LA ใช้สิทธิลาป่วยช่วงเกิดไฟป่า
อ่าน

ตกเป็นเป้าวิจารณ์ TikTok สั่งพนักงาน LA ใช้สิทธิลาป่วยช่วงเกิดไฟป่า

ในขณะที่สถานการณ์ไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ยังคงทวีความความรุนแรง ล่าสุดมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 10 ราย ทำให้เหตุการณ์ไฟป่าครั้งนี้เป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมที่สร้างความเสียหายในรัฐแคลิฟอร์เนีย รวมถึงพนักงานของบริษัท TikTok แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ยอดนิยม ซึ่งมีสำนักงานและที่พักอยู่ในบริเวณดังกล่าวปัจจุบันพนักงาน TikTok ในมหานครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการทำงานจากที่บ้านเนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในครั้งนี้ ล่าสุดมีรายงานว่าบริษัท TikTok ได้แจ้งให้พนักงานในบริเวณมหานครลอสแอนเจลิส ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าใช้เวลาหยุดลาพักร้อนหรือลาป่วย หากไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ในขณะที่สำนักงานบริษัท Tiktok ในมหานครลอสแอนเจลิส ยังคงปิดทำการอยู่นับจากวันที่ 8 มกราคม และคาดว่ายังคงปิดทำการต่อไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม เนื่องจากไฟป่ายังคงลุกลามในพื้นที่ และพนักงานหลายคนก็กำลังประสบกับปัญหาไฟฟ้าดับ ระบบการสื่อสารอินเทอร์เน็ตขัดข้อง และพนักงานบางคนต้องอพยพออกจากบ้านอย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวของบริษัท TikTok สร้างความไม่พอใจให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก เนื่องจากพนักงานมองว่าไม่เห็นอกเห็นใจพนักงานในช่วงที่กำลังเผชิญกับวิกฤตไฟป่า และนโยบายนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัท TikTok ในสายตาของสาธารณชนทำให้เกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของบริษัทต่อพนักงานทางด้านของบริษัท TikTok ได้รีบออกแถลงการณ์ว่า การสื่อสารใด ๆ ที่แจ้งให้พนักงานใช้เวลาลาพักร้อน หากไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้นั้นเป็นความเข้าใจผิด และยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานเป็นอันดับแรกอย่างไรก็ตาม พนักงานหลายคนยังคงไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมองว่าบริษัทควรให้ความช่วยเหลือพนักงานในช่วงวิกฤตมากกว่านี้ บริษัทควรมีนโยบายที่ยืดหยุ่นและให้ความช่วยเหลือพนักงานในทุกสถานการณ์ ไม่ใช่เพียงแค่เน้นผลงาน เป็นที่น่าจับตามองว่าหลังจากนี้ท่าทีของบริษัท Tiktok รวมไปถึงสถานการณ์ไฟป่าในมหานครลอสแอนเจลิสจะมีบทสรุปอย่างไรแหล่งที่มาของข้อมูล: Techcrunch.com

เปิดที่มา-ความหมายลึกซึ้งของ “La La La” เพลงไวรัลจังหวะสนุกของ Naughty Boy ft. Sam Smit
อ่าน

เปิดที่มา-ความหมายลึกซึ้งของ “La La La” เพลงไวรัลจังหวะสนุกของ Naughty Boy ft. Sam Smit

เพลงLa La LaของNaughty Boy ft.Sam Smithกลับมาเป็นเพลงไวรัลไปทั่วโซเชียลมีเดียอีกครั้ง ด้วยยอดวิวในTikTokมากกว่า400ล้านครั้ง หลังเพลงนี้ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี2013กวาดยอดขายระดับX3แพลตินัม และคว้าอันดับ1บนUK Official Chartได้อย่างสวยงาม แต่เบื้องหลังเพลงฮิตติดหู พร้อมท่อนร้องเสียงน่ารักๆ เนื้อหาของเพลงกลับหม่นหมองและลึกซึ้งกว่าที่คิด หลีกหนีจากปัญหาชีวิต และคำพูดแย่ๆ เนื้อหาหลักของเพลงอยู่ที่ท่อนคอรัสที่ร้องว่า I'm covering my ears like a kid When your words mean nothin', I go, "La, la, la" I'm turnin' up the volume when you speak 'Cause if my heart can't stop it, I'll find a way to block it ฉันเอามือปิดหูตัวเองเหมือนเด็กๆ คำพูดของเธอฟังดูไร้ค่า ฉันเลยร้องลา ลา ลากลบเสียงไป ฉันเร่งเสียงให้ดังขึ้นยามเธอพูด เพราะถ้าหัวใจของฉันมันหยุดไม่ได้ ฉันก็จะหาทางปิดกั้นมันเอง เนื้อเพลงกล่าวถึงความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นกับคนรัก คนในครอบครัว เพื่อน หรือใครก็ตามในชีวิต ที่อยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ จนไม่อยากได้ยินคำพูดที่ทำร้ายจิตใจจากอีกฝ่าย จึงเลือกที่จะปิดหูไม่ฟังเสียง ไม่ขอรับรู้อะไร แล้วร้องเพลงกลบเสียงไปเหมือนเป็นเด็กๆ แทน แรงบันดาลใจจากWizard of OzและปิศาจEl Toในตำนานพื้นบ้านของโบลิเวีย ทางด้านมิวสิควิดีโอที่แฟนๆ หลายคนชื่นชอบ แต่อาจไม่เข้าใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ว่ากันว่าIan Pons Jewellผู้กำกับมิวสิควิดีโอเพลงLa La Laได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แฟนตาซีเรื่องดังWizard of OzผสมกับEl Toปิศาจในตำนานพื้นบ้านของโบลิเวีย เนื้อเรื่องในตำนานเล่าถึงเด็กชายหูหนวกที่หนีออกจากบ้านหลังเกิดความรุนแรงในครอบครัว เขามีพลังวิเศษที่สามารถเปล่งเสียงร้องเพื่อช่วยเหลือผู้คนให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดได้ เขาออกเดินทางช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อนมากมายพร้อมสุนัขที่เป็นมิตรคู่ใจ จนกระทั่งเขาได้มาถึงเหมืองที่ถูกปกครองด้วยปิศาจEl Toที่มีพลังควบคุมใครก็ได้ที่ได้ยินเสียงเขา เพื่อช่วยให้ชาวบ้านหลุดพ้นจากความทุกข์ เด็กชายที่หูหนวกจึงเป็นคนเดียวที่สามารถเข้าไปในเหมือง แล้วเปล่งเสียงร้องเพื่อหยุดยั้งพลังของปิศาจ ทำให้ชาวบ้านกลับมามีชีวิตอันสงบสุขอีกครั้ง แต่เขาต้องอยู่ที่นั่นเพื่อส่งเสียงสะกดพลังของปิศาจตลอดไป จะเห็นได้ว่าหลายฉากในมิวสิควิดีโอเพลงLa La Laได้แรงบันดาลใจจากตำนานของโบลิเวียเรื่องนี้อย่างแน่นอน ทั้งฉากที่เด็กชายถูกพ่อดุแล้วหนีออกมาจากบ้าน ออกเดินทางพร้อมกับชายคนหนึ่งที่จูงสุนัขมาด้วย จนมาถึงฉากสุดท้ายที่ชายผู้ร่วมเดินทางด้วยกอดลาเด็กชาย และจูงสุนัขออกมาจากเหมือง ทิ้งให้เด็กชายนั่งปิดหูเปล่งเสียงสู้กับปิศาจเพียงลำพัง ไม่น่าเชื่อว่าเพลงฟังสนุกติดหูเพลงนี้จะมีเนื้อหาที่ลึกซึ้ง และมีที่มาที่คาดไม่ถึงอยู่หลายจุด ที่เหนือไปกว่านั้นคือดนตรีที่ติดหูทำให้เพลงLa La LaของNaughty Boy ft.Sam Smithฟังซ้ำๆ ได้ไม่มีเบื่อและคลาสสิกเหนือกาลเวลา ที่ฟังกี่ครั้งก็ไม่เคยเก่าเลย ชมมิวสิควิดีโอเพลงLa La LaของNaughty Boy ft.Sam Smithได้ที่นี่https://NaughtyBoyTH.lnk.to/LaLaLaPR/youtube

ชิลีโชว์ฟาร์มยั่งยืน “La Pachamama” ใช้มูลสัตว์สร้างพลังงานใช้เอง
อ่าน

ชิลีโชว์ฟาร์มยั่งยืน “La Pachamama” ใช้มูลสัตว์สร้างพลังงานใช้เอง

ท่ามกลางพื้นที่ชายฝั่งที่แห้งแล้งของประเทศชิลี ฟาร์มเล็ก ๆ แห่งหนึ่งกำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก นั่นคือฟาร์มที่มีชื่อว่า “ลา ปาชามามา” (La Pachamama) ฟาร์มที่ใช้นวัตกรรมการเปลี่ยนมูลสัตว์ให้กลายมาเป็นแหล่งพลังงานสำหรับใช้ในฟาร์ม ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง ลอส โมลเลส (Los Molles) ซึ่งจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมในฟาร์ม คือความต้องการแสวงหาแหล่งพลังงานใหม่ และการแก้ปัญหาพื้นที่ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง ทำให้พวกเขาต้องมองหาวิธีการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ เพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ดังกล่าวด้วยเหตุนี้ เจ้าของฟาร์มจึงได้หันมาใช้ถังผลิตแก๊สชีวภาพ (Biodigester) เพื่อเปลี่ยนมูลแกะและแพะในฟาร์ม ให้กลายเป็นก๊าซชีวภาพ สำหรับใช้ในบ้านและห้องครัว และฟาร์มแห่งนี้ยังผลิตไฟฟ้าใช้เอง โดยสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเสียค่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมาเป็นเวลากว่า 8 ปีแล้วนอกจากนี้พวกเขายังแก้ปัญหาดินที่เคยปลูกพืชไม่ได้ ด้วยการปรับปรุงดินจากการใช้มูลสัตว์และกระดาษลัง โดยปัจจุบันพวกเขาสามารถปลูกต้นผลไม้ต่าง ๆ รวมแล้วมากกว่า 300 ต้นฟาร์มแห่งนี้ จึงได้กลายเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) และความยืดหยุ่นของชนบท (rural resilience) และนอกเหนือจากพลังงานและเกษตรกรรมแล้ว เจ้าของฟาร์มยังมุ่งมั่นด้านการศึกษา โดยเปิดต้อนรับให้เด็ก ๆ ในพื้นที่ ได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับวนเกษตร (Agroecology) การจัดการที่ดิน ที่ผสมผสานการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการใช้ชีวิตที่ยั่งยืนผลงานของฟาร์มแห่งนี้ ยังได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติมาแล้ว โดยในปี 2022 ฟาร์มแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น ผู้นำแห่งการพัฒนาชนบทของทวีปอเมริกา (Leaders of Rurality of the Americas) จากสถาบันความร่วมมือทางการเกษตรระหว่างประเทศในทวีปอเมริกา (IICA) และล่าสุดเจ้าของฟาร์มแห่งนี้ ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมนำเสนอโมเดลนวัตกรรมฟาร์มยั่งยืน ในการประชุมสุดยอดด้านสภาพอากาศ COP30 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–21 พฤศจิกายน 2025 ที่เมืองเบเลม (Belem) ประเทศบราซิล

LA สร้าง “หุ่นยนต์แฟนสาว” ตอบโจทย์คนเหงาในยุค AI เฟื่องฟู
อ่าน

LA สร้าง “หุ่นยนต์แฟนสาว” ตอบโจทย์คนเหงาในยุค AI เฟื่องฟู

บริษัทด้านหุ่นยนต์ในเมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา นำเสนอผลงานหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้แนวคิด หุ่นยนต์แฟนสาว ในชื่อ อาเรีย (Aria) โดยหวังว่าจะนำไปใช้งานได้หลากหลาย เช่นเป็นหุ่นยนต์เพื่อนคุย เป็นหุ่นยนต์ดูแลลูกค้า เป็นหุ่นยนต์เพื่อการศึกษา ด้วยการพัฒนาหน้าตา และการแสดงอารมณ์ของหุ่นยนต์ ให้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้นผลงานนี้เป็นของบริษัท เรียลโบติกส์ (Realbotix) ภายในหุ่นยนต์ติดตั้งระบบปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ Chat GPT-4 และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เพื่อช่วยในการประมวลผลการทำงาน และการตอบคำถาม ส่วนผิวของหุ่นยนต์เป็นซิลิโคน ที่ให้สัมผัสเหมือนจริงคล้ายผิวมนุษย์บริเวณดวงตาของหุ่นยนต์ ยังติดตั้งระบบการติดตามสายตา เพื่อติดตามการจ้องมองของบุคคล นำไปสู่ความสามารถในการจดจำบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือแม้แต่การอ่านการแสดงออกทางสีหน้าของมนุษย์ เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถตอบสนองได้อย่างเป็นธรรมชาติความสามารถของหุ่นยนต์ในการเลียนแบบการแสดงออกของมนุษย์นั้นมาจากการทำงานของมอเตอร์ 17 ตัว ซึ่งช่วยให้หุ่นยนต์ สามารถเคลื่อนไหวปากและตาได้อย่างสมจริง และหุ่นยนต์ยังออกแบบ แบบแยกส่วน หรือโมดูลลาร์ ทำให้สามารถถอดเปลี่ยนใบหน้าและทรงผมได้ภายในไม่กี่วินาทีตัวหุ่นยนต์ยังสามารถตั้งโปรแกรม เพื่อให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ เช่น การสื่อสารผลิตภัณฑ์ ความช่วยเหลือด้านวิชาการ หรือการสอบถามทางการแพทย์ และสามารถทำหน้าที่เป็นเพื่อนคุยคลายเหงาให้กับมนุษย์ได้ด้วยโดยราคาจำหน่ายหุ่นยนต์ตัวนี้ เริ่มตั้งแต่แบบอกขึ้นไปจนถึงศีรษะ ราคาที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 348,000 บาท และแบบเต็มตัวพร้อมฐานเลื่อนได้ จะอยู่ที่ 175,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 6,000,000 บาทสำหรับหุ่นยนต์ตัวนี้ ได้นำไปจัดแสดง ในงานแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก CES 2025 หนึ่งในงานใหญ่ ที่รวมทั้งผู้ผลิต นักวิเคราะห์ และซัพพลายเออร์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา เพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-10 มกราคม ที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกาข้อมูลจากapvideohub,economictimes,ecr.co.za

พาทานอาหารเช้ากับ Oh La La Cafe
อ่าน

พาทานอาหารเช้ากับ Oh La La Cafe

รูปภาพโดยผู้เขียน อาหารเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดเพราะเนื่องจากร่างกายมีการอดอาหารมาตลอดทั้งคืน ดังนั้นเราไม่ควรมองข้ามอาหารเช้าไปนะค่า ดังนั้นทางผู้เขียนจะแนะนำ คาเฟ่อาหารเช้าร้านเล็กๆอบอุ่น น่ารัก น่ารัก ในซอยสุขุมวิท50 เป็นร้านอาหารเช้าเจ้าแรกในซอยเลยค่า การเดินทางไม่ยากเลย นั่งรถไฟฟ้าลงสถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุชเดินเข้ามาในซอยสุขุมวิท50 ประมาณ100เมตร มองขวามือ ร้านอยู่ใต้คอนโดเดอะลิงค์ 5 ติดถนนใหญ่เลยค่า หรือถ้าขับรถมา ก็มีที่จอดรถให้บริการจ้า ด้านหน้าร้านจะมีโต๊ะให้นั่งมีสวนต้นไม้สวนดอกไม้เล็กๆ บรรยากาศร่มรื่นพาเพื่อนหรือคนรู้ใจมานั่งทานอาหารเช้าก็โรแมนติกนะจ้า Breakfast Date กิ้บเก๋มากค่าร้านจะเปิด 7.30-18.00ทุกวัน รูปภาพโดยผู้เขียน เอกลักษณ์ร้านอาหารเช้าที่ร้านโอ้ลัลล้าคาเฟ่ใช้วัตถุดิบที่เป็นออแกนิคเช่นไข่ไก่โยเกิตนมสดเนื้อสัตว์ผักและผลไม้ที่เราชอบอาหารเช้าร้านนี้เพราะเมนูในหนึ่งจานของร้านจะได้สารอาหารครบถ้วนโปรตีนคาร์โบไฮเดรตไขมันและวิตามินอาหารจานเด็ดของร้านจะเป็นเมนูอโวคาโดซึ่งนำเข้าจากประเทศออสเตรเลียเมนูแนะนำไข่เจียวอโวคาโดใส่ครีมชีสเสริฟพร้อมขนมปังบาร์แกตแซนด์วิชกริชชีสผักเคลอโวคาโด แซนด์วิชไก่อโวโคโดบนขนมปังบาร์แกตเสริฟพร้อมสลัดอีกเมนูที่ไม่ควรพลาดคือวาฟเฟิลทางร้านจะใช้ยีสต์สดดังนั้นวาฟเฟิลจะกรอบนอกนุ่มข้างในเมนูแนะนำวาฟเฟิลผลไม้ทางร้านใช้ผลไม้สด และ นำ้ไซรับเคี่ยวเองโดยใช้นำ้ตาลอ้อยเคี่ยวกับนำ้เมเปิ้ลกลิ่นหอมมากและรสหวานกลมกล่อมเข้ากันมากกับผลไม้เบอร์รี่ที่อมเปรี้ยวหรือใครที่เป็นมังสวิรัติหรือทานเจทางร้านก็มีเสริฟนะจ้าเมนูเจที่เราชอบมากๆคือแซนด์วิชวีแกนเพสโต้ซึ่งทางร้านใช้นูตริชั่นยีสต์ปั่นกับเมล็ดมะม่วงหิมพานเป็นครีมชีสเจผสมกับเพสโตใบโหะพาปั่นกับนำ้มันมะกอกนำ้เลมอนทานกับเต้าหู้ทอดและมะเขือเทศราชินีอร่อยสุดๆเลยค่า รูปภาพโดยผู้เขียน และสายของหวานก็ต้องไม่พลาดhomemade cakeของร้านนี้เลยจ้าเค้กร้านโอ้ลัลล้าจะเป็นเค้กสไสตล์เนื้อเค้กจะแน่นและเข้มข้นเพราะทางร้านใช้ชีสนมเนยนำเข้าจากยุโรปเมนูเค้กทีเป็นเมนูดังของร้านคือทิรามิสุเค้กแครอทวอลนัท และชีสเค้กเนื้อชีสเค้กจะเนียนนุ่มละลายในปาก และเค้กร้านนี้ไม่หวานมากทานเพลินจนอยากทานชิ้นที่สองต่อเลยจ้า ต่อกันด้วยกาแฟ ที่ร้านจะใช้ Dark Arabica Coffee Bean ของจังหวัดเชียงใหม่และใช้นมสดออแกนิกของ Daily Home ดื่มแล้วใจไม่สั่น รสชาติกลมกล่อม เมนูกาแฟแนะนำ Hot Caramel Coffee หอมกลิ่นคาราเมลกับกาแฟสดคั่วอ่อนๆหยุดความเหนื่อยความอ่อนล้าตอนได้ดื่มกาแฟแก้วนี้เลยจ้า เมนูกาแฟเย็นเราแนะนำ Iced Orange Coffee ทางร้านใช้นำ้ส้มคั้นกันสดๆไม่ใส่นำ้ตาล ผสมกับกาแฟอาราบิกา ที่รสหวานนำ อมเปรี้ยวน้อยไปติดขมปลายๆ ดื่มแล้วสดชื่นมากๆ ใครที่ชอบทานอาหารเช้าแนะนำให้มาที่ร้านโอ้ลัลล้าคาเฟ่ ถนนสุขุมวิท50 ตื่นสายแค่ไหนก็ได้กิน ที่ร้านมีเมนูหลากหลายน่าทานมากๆลองเช็คที่https://www.facebook.com/OhLaLaCafeSoi50หรือเว็บไซต์www.ohlalacafesoi50.comก่อนไปได้นะจ้าหรือถ้าไม่มีเวลาไปแต่อยากทานมากๆทางร้านมีบริการส่งทั่วกรุงเทพด้วยค่า เครดิตรูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน

WIWM | LA Originals -2 บุรุษผู้สร้างวัฒนธรรม LA
อ่าน

WIWM | LA Originals -2 บุรุษผู้สร้างวัฒนธรรม LA

     ในทุกพื้นที่เคยเป็นที่รกร้าง ไม่มีอะไร ไม่มีความแปลกใหม่ จนกระทั่งมีคน ๆ หนึ่งลุกขึ้นมาสร้างบางสิ่งบางอย่าง เช่น งานศิลปะ อาหาร สิ่งก่อสร้าง แล้วคนในพื้นที่นั้นยอมรับจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่เกิดการเผยแพร่ไปสู่ต่างแดน WhenIWatchMovie วันนี้เต้ยจะพาทุกคนไปพบกับภาพยนตร์สารคดีเรื่อง LA Originals ที่บอกเล่าชีวิตของ 2 บุรุษผู้ให้กำเนิด Los Angeles     ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของ 2 คู่ซี้ 'คาร์ทูน' (Mister Cartoon) กับ 'เอสเตวาน' (estevan oriol) ผู้ที่สร้าง Los Angeles ให้เป็นดั่งภาพที่ปรากฏในทุกวันนี้ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่มาจากภาพถ่าย วิดีโอที่เอสเตวานบันทึกเหตุการณ์ต่าง ๆ เก็บไว้เป็นความทรงจำ     คาร์ทูน ช่างสักมือทอง ณ ปัจจุบันค่าสักราว ๆ 50,000 เหรียญ เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านการวาดรูป ก่อนจะมาเป็นช่างสัก เขาเป็นศิลปินวาดภาพกราฟฟิตี้มาก่อน ส่วนเอสเตวานเป็นช่างภาพและผู้กำกับฝีมือดี     ฮิปฮอปชักพาให้ทั้งคู่ได้รู้จักกันและสร้างวัฒนธรรมให้ LA ช่วงที่พวกเขาเตร็ดเตร่ในวงการฮิปฮอป ได้ออกทัวร์กับวงต่าง ๆ อาทิ B-Real , Cypress Hill , แต่พวกเขาไม่ได้ไปในฐานะ แรปเปอร์ หรือนักดนตรี แต่เป็นผู้จัดการทัวร์ คาร์ทูนใช้ความสามารถในการวาดรูปออกแบบเวที เอสเตวานสนใจการถ่ายภาพ เขาจึงเริ่มต้นหัดถ่ายภาพตามทัวร์ที่ร่วมออกเดินทางด้วย     คาร์ทูนเริ่มสนใจการวาดภาพบนผิวหนังคน ในระหว่างออกทัวร์เขาใช้พื้นที่หลังเวทีสักให้กับแรปเปอร์และทีมงานของวง ด้วยความที่ลายเส้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงเกิดการบอกต่อปากต่อปาก ทำให้คนในวงการฮิปฮอปแห่แหนมาสักเรื่อย ๆ เช่น Travis Scott , Eminem , Redmen , Snoop Dogg และเหล่าคนดังอีกมากมาย จนเกิดวัฒนธรรมใหม่ขึ้น ‘คนที่มีรอยสักของคาร์ทูน เราคือพี่น้องกัน’ นอกจากนี้เขายังได้เป็นส่วนหนึ่งของ MV เพลง และถูกกล่าวถึงในเพลงหลาย ๆ ครั้ง     เอสเตวานฝึกถ่ายภาพไปเรื่อย ๆ จนเซียน กดชัดเตอร์เพียงแชะเดียวก็ได้รูปที่สมบูรณ์แบบ ครั้งหนึ่งภาพที่เขาถ่ายถูกนำมาเป็นภาพปกอัลบั้มวง Brink และยังมีอีกปกอัลบั้มของ Snoop Dogg ด้วย ทั้งคู่ถือว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของวงการฮิปฮอป ถ้าไม่มีพวกเขาเพลงฮิปฮอปอาจไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในเวลารวดเร็ว หรือฮิปฮอปอาจจะไม่อยู่ร่วมตัวกันเป็นกลุ่ม เป็นครอบครัวแบบนี้     นอกจากแวดวงฮิปฮอปแล้วพวกเขายังได้นำรถโหลดเตี้ยเข้ามาสู่ Los Angeles จนทำให้คนในพื้นที่นั้นต่างชื่นชอบรถประเภทนี้ไปพร้อมกับเขา เคยเห็นสัญลักษณ์โลโก้ LA กันหรือเปล่า? ทุกคนรู้ไหมว่าสัญลักษณ์นี้ถูกออกแบบโดยคาร์ทูน แต่ก่อนที่จะเป็นงานศิลปะแบบนี้ ดั้งเดิมคือสัญลักษณ์มือที่เอสเตวานเป็นคนคิดและถ่ายภาพเก็บไว้ คนก็เริ่มหันมาทำตาม ๆ กัน     ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์สารคดีและเรื่องนี้มันค่อนข้างเฉพาะกลุ่มมาก ๆ อาจทำให้คนทั่วไปที่ไม่ชอบดูสารคดี หรือไม่รู้จัก ไม่เคยอ่านประวัติฮิปฮอปจะเข้าไม่ถึง แต่สำหรับเต้ยที่คอสารคดีอยู่แล้วแถมรู้จักฮิปฮอปเป็นทุนเดิม เรื่องนี้ค่อนข้างดูง่าย สบายเลยแหละ อารมณ์เหมือนเพื่อนนั่งเล่าสู่กันฟัง ไม่มีประเด็นที่ต้องให้ไปคิดต่อ เขียน : Isalineภาพ : Netflix @LA Originals 

CKP โบรกแนะ "ซื้อ" เป้า 5.00 บ. เล็ง La Nina มาครึ่งปีหลัง
อ่าน

CKP โบรกแนะ "ซื้อ" เป้า 5.00 บ. เล็ง La Nina มาครึ่งปีหลัง

#บล.เคจีไอ #ทันหุ้น - CKP โบรกแนะ "ซื้อ" เป้า 5.00 บ. เล็ง La Nina มาครึ่งปีหลัง ภาวะ La Nina กำลังเข้ามาใกล้ตัวนับจากเดือนก.ย. 2567 บล.เคจีไอ ยังคงเห็นความเป็นไปได้สูงสำหรับการเกิด La Nina ใน 2H67 ราว 50% ในช่วง ก.ย. - พ.ย. 67 แม้ว่าสภาวะภูมิอากาศปัจจุบันชื่ว่ามีสัญญาณของสถาานะ Neutral โดยในช่วงที่ใกล้ ๆจะเกิด LA Nina ตามการบ่งชี้จากการลดลงของ ONI Index (เทียบกับปัจจุบันที่ 0.5) เมื่อพิจารณาจากข้อมูลในอดีต หลังเกิดปรากฏการณ์ EI Nino มีค่า ONI Index 0.5 เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2552, 2558 และปี 2562 ตามปกติจะแปรเปลี่ยนเป็นภาวะ La Nia ในปีถัไป ดังนั้น กระแสน้ำและปริมาณฝนตกน่าจะทยอยเพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะใน 2H67) คาดหวังไว้มากว่ากำไรใน 2Q67F จะพลิกฟื้น บล.เคจีไอ เชื่อมั่นว่ากำไรสุทธิของ CKP ใน 2067F จะอยู่ที่ 72 ล้านบาท (ดีขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 461 ล้านบาทใน 1Q67 และกำไร 2 ล้านบาท ใน 2Q66) หากไม่รวมขาดทุน FX (ขาดทุน FX ต่ำลงอย่างมากจากโครงการหลวงพระบาง: LPCL) กำไรหลักน่าจะอยู่ที่ 122 ล้านบาท (ฟื้นตัวขึ้นจากขาดทุนหลัก 242 ล้านบาทใน 1Q67 และขาดทุนหลัก 13 ล้านบาท ใน 2Q66 ทั้งมีตัวเลขกำไรหลักฟื้นตัวทั้ง Q0Q และ YoY เพราะจะเป็นช่วงถูดูกาลที่ผลิตไฟฟ้าแข็งแกร่งขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่าง ๆ โดยโครงการ NN2อาจส่งกระแสไฟฟ้าเข้าระบบ 513GWh (+38% QOQ และ +74% YOY) ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าที่โครงการไซยะบุรีก็เพิ่มขึ้นเป็น 1,156GWh (+10% QOQ แต่ -12% YoY) ตามกระแสน้ำเข้าเขื่อนเพิ่มขึ้นจากอ่างเก็บน้ำ Xiaowan และ Nuozhadu ของจีน บล.เคจีไอ ยังแนะนำซื้อ พร้อมคงราคาเป้าหมาย DCE ที่ 5.00 บาท

La La Land ความฝัน ความรัก และการงาน
อ่าน

La La Land ความฝัน ความรัก และการงาน

    คุณผู้อ่านเคยอยู่ในจุดที่ต้องเลือกกันบ้างไหมครับ...ประเด็นสำคัญในการดำเนินชีวิตคงไม่พ้นเรื่องความรัก ความฝัน และหน้าที่การงาน สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่มีผลทางด้านความมั่นคงในชีวิต หากคุณโชคดีหน่อย ความฝันของคุณและการงานที่มั่นคงอาจจะเผอิญเป็นสิ่งเดียวกัน แต่ชีวิตคนส่วนใหญ่ไม่ได้โชคดีแบบนั้นหรอกครับ ถ้ามันต่างกันไปคนละทางเลยล่ะ...นั่นล่ะคือจุดที่คุณต้องเลือกแล้ว ยิ่งสำหรับคนที่มีความรักมาเกี่ยวข้องด้วยยิ่งไปกันใหญ่ การตัดสินใจของคุณอาจจะยากขึ้นไปอีก ถ้าหากคนรักของคุณไม่ชอบในสิ่งที่คุณเลือก    ผมมีภาพยนตร์อยู่เรื่องหนึ่งที่อยากแนะนำให้คุณผู้อ่านได้ลองไปชม นั่นคือ "La La Land" ซึ่งมันเป็นภาพยนตร์ Musical ครับ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วอย่าเบือนหน้าหนีนะครับ หนังเรื่องนี้มีการร้องเล่นเต้นรำกันก็จริง แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดของตัวหนังหรอกครับ เชื่อผมเถอะ มันจะมาในจังหวะที่เหมาะสมกับตัวหนังมากๆ และคุณพร้อมที่ปล่อยใจไปตามอารมณ์ที่เขาต้องการจะสื่อแน่นอน    La La Land เป็นภาพยนตร์มิวสิคเคิล เข้าฉายเมื่อปี 2016 ว่าด้วยเรื่องของหนุ่มสาวสองคนที่เข้ามาใช้ชีวิตที่ Los Angeles เมืองหลวงของภาพยนตร์ Hollywood ด้วยความหวังที่ว่าจะได้เฉิดฉายบนเส้นทางที่ตนเองฝันเอาไว้    ภาพยนตร์เรื่องนี้ดำเนินเรื่องด้วยสองตัวละครหลักคู่ขนานกันไป ตัวหนังโฟกัสที่ตัวละครทั้งสองตัวนี้เท่าๆกันเลยครับ ซึ่งมันลงตัวมากๆ หากขาดการเล่าเรื่องของตัวละครไหนไป มิติของหนังคงจะตกลงไปมาก    Mia สาวที่มีความฝันอยากเป็นดาราดัง เธอทำงานในร้านกาแฟที่อยู่ในสตูดิโอถ่ายหนัง เธอมุ่งมั่นกับความฝันในการเป็นนักแสดงมาก จึงเรียนมหาลัยถึงแค่ปี 2 ก็ลาออก แล้วมาเช่าอพาร์ทเม้นต์อยู่กับเพื่อนใน LA เธอตระเวนไปออดิชั่นทดสอบบทต่างๆ แต่ก็ไม่ได้รับเลือกสักที    Sebastian หนุ่มนักเปียโนมาดเซอร์ เช่าอพาร์ทเม้นอยู่ใน LA คอยรับงานเล่นดนตรีไปเรื่อย ซึ่งดูเหมือนการงานจะไม่คอยมั่นคงเท่าไหร่นัก มีความฝันอยากจะเปิดร้านดนตรีกลางคืนของตัวเองที่จะเล่นเฉพาะดนตรีแจ๊สขนานแท้เท่านั้น ซึ่งด้วยความที่เขาอยากเล่นแต่ดนตรีแจ๊สเท่านั้นนี่แหละทำให้ไม่ค่อยมีที่ไหนอยากจ้างเขาไปเล่นดนตรี     หนุ่มสาวทั้งสองบังเอิญได้มาเจอกันและนั่นทำให้เรื่องราวดำเนินไป เรื่องราวจะเป็นอย่างไร? พวกเขาลงเอยกันหรือไม่? พวกเขาจะได้เป็นตามที่ฝันไว้ไหม? ขอให้ตามไปชมกันด้วยตนเองนะครับ    ประสบการณ์ครั้งแรกที่ผมได้รับชมภาพยนตร์เรื่อง La La Land ในโรงภาพยนตร์มันอ้างว้างมากๆ เพราะในโรงภาพยนตร์มีผู้ชมเพียงสองคนเท่านั้น ซึ่งเข้าใจได้ว่าคนทั่วไปไม่ชอบภาพยนตร์แนวนี้ เพราะผมเองก็ไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่ หากผมรู้ก่อนที่จะได้ชมว่ามันเป็นภาพยนตร์ Musical ผมก็คงจะไม่ได้ไปดูเหมือนกันครับ ในวันนั้นผมไปดูเพราะมีหลายๆคนแนะนำ และผมได้ลองฟังเพลงประกอบของภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วมันเพราะดี นั่นคือเพลง 'City of stars' ผมฟังซ้ำบ่อยมาก จนมีความรู้สึกว่ายังไงก็ต้องไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ได้    จุดเด่นหลักๆ ที่ทำให้ผมแนะนำภาพยนตร์เรื่องนี้เลยก็คือ เรื่องของดนตรีและเพลงประกอบนี่แหละ แต่ผมขอตัดคำว่า 'ประกอบ' ออกดีกว่า เพราะสำหรับภาพยนตร์มิวสิคเคิลแบบนี้นั้น เพลงคือส่วนสำคัญที่ช่วยพยุงหนังทั้งเรื่อง มันมีบทบาทที่สำคัญพอๆกับตัวละครเลยล่ะครับ เพลงทุกเพลงที่อยู่ภาพยนตร์เรื่อง La La Land นั้น ผมกล้ายืนยันได้เลยว่าดีเยี่ยมทุกเพลงครับ โดยเฉพาะเพลงที่เป็นธีมหลักของเรื่องคือ 'City of stars' ทุกครั้งที่เพลงนี้ขึ้นมาน้ำตาผมแทบไหล มันซาบซึ้งมาก เมื่อเพลงนี้ประกอบกับจังหวะที่ดีของหนังและการนักแสดงที่ดีของนักแสดง มันทำให้ดึงอารมณ์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยมเลย    ภาพยนตร์มิวสิคเคิลอื่นๆที่ผมเคยดูมา ในจังหวะที่เพลงขึ้นและเข้าสู่โหมดมิวสิคเคิลผมจะรู้สึกตราตรึงในแง่ของโชว์ประกอบเพลงซะมากกว่า ผมบอกไม่ถูกเหมือนกัน มันจะมีความอลังการของเพลงและโชว์ที่ดูเว่อร์วัง แต่สำหรับในภาพยนตร์เรื่องนี้แม้มันจะแปะหน้าว่าเป็นมิวสิคเคิล แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเว่อร์วังอะไรเลย ส่วนใหญ่มันจะมาในโมเม้นต์ของความโรแมนติกเท่านั้น มาแบบพอดีๆ ไม่เยอะไม่น้อยเกินไป มาในจังหวะที่พอดีกับอารมณ์ของหนัง เมื่อมันเปลี่ยนจากโหมดปกติไปสู่มิวสิคเคิล เราจะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจอะไรเลย ด้วยเพลงและดนตรีที่เหมาะสมและมาในจังหวะที่ถูกต้อง ทำให้เราอินไปกับเรื่องราวในหนังได้อย่างง่ายๆ    เทคนิคการถ่ายทำของภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น สำหรับผมไม่มีข้อติเลย เทคนิคมุมกล้องดี การตัดต่อการดี ทุกอย่างดีหมด โดยเฉพาะโทนสี ผมโทนสีของเรื่องนี้มาก เค้าทำสีของหนังออกมาให้ได้อารมณ์ความโรแมนติกอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะครับ    ในด้านของการแสดง ผมชื่นชอบทั้ง Emma Stone และ Ryan Gosling ทั้งสองคนนั้นทำได้อย่างดีเยี่ยม ผมว่าทั้งสองคนนี้ในด้านการแสดงไม่มีใครแพ้กันเลย เป็นการคัดเลือกนักแสดงมาได้เหมาะสมกันที่สุดแล้วครับ ทั้งสองคนสวมบทบาทได้อย่างลงตัว และผมได้ไปค้นหาดูเกี่ยวกับเบื้องหลังการถ่ายทำก็พบว่าก่อนหน้านี้ Ryan Gosling ไม่ได้เล่นเปียโนเป็นอยู่แล้ว เขาจำเป็นต้องไปฝึกฝนก่อนที่จะมาถ่ายทำ เขาใช้เวลาฝึกอยู่ประมาณหนึ่งปีเลยครับ ซึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้เขาเล่นได้อย่างมืออาชีพมากๆ ผมประทับใจทุกครั้งที่เขาเล่นเปียโน โดยเฉพาะเมื่อเขาเล่นเพลง 'City of stars' เขาดูหล่อและเท่มาก ขนาดผมเป็นผู้ชายแท้ๆ ยังรู้สึกเลยว่าผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์มาก    ซึ่งการแสดงของนักแสดงนำทั้งสอง ดีจนถึงขั้นได้เข้าชิงสาขาการแสดงของเวที Oscar เลยล่ะครับ ฝ่ายหญิงดีถึงชั้นชนะรางวัลเลยครับ ส่วนรางวัลอื่นๆ ที่ชนะเลิศในเวที Oscar ก็ได้แก่ ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม และการออกแบบยอดเยี่ยมครับ นอกจากนั้นยังได้เข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วยนะครับ เรียกได้ว่าเป็นการการันตีคุณภาพของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ    ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง La La Land คือคุณ 'Damien Chazelle' นะครับ ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเขาคือเรื่อง 'First man' ฉายไปเมื่อปี 2018 ซึ่งดีมากเช่นกันครับ และอีกเรื่องที่ผมอยากแนะนำก็คือเรื่อง 'Whiplash' เป็นเรื่องแรกที่ผมได้รับชมจากผู้กำกับคนนี้ ซึ่งประทับใจไม่แพ้เรื่อง La La Land เลยล่ะครับ    ด้วยอายุเพียง 34 ปีของเขา แต่สร้างภาพยนตร์ออกมาได้ยอดเยี่ยมในระดับนี้ ผมเชื่อว่าในอนาคตเขาจะต้องมีภาพยนตร์ดีๆออกมาให้เราได้รับชมกันอีกเยอะอย่างแน่นอนครับ    อย่างไรก็ตามสำหรับในบทความนี้ผมต้องขอลาคุณผู้อ่านไปเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณที่อ่านมาจนจบนะครับ :)ภาพ La La Land ทั้งหมดจาก IMDb

'La La Land' ป๊อปร็อกจากศิลปินยุคใหม่ 'Demi Lovato'
อ่าน

'La La Land' ป๊อปร็อกจากศิลปินยุคใหม่ 'Demi Lovato'

จากนักแสดงเด็กในสังกัด Disney สู่การเป็นนักร้องมืออาชีพที่ทั่วโลกต่างยอมรับ 'Demi Lovato' โดยเมื่อประมาณ 11 ปีก่อนเธอได้ปล่อยเพลงที่ชื่อว่า 'La La Land' แก่คนฟังทั่วอเมริกา จนกลายสามารถพาอัลบั้มแรกของตัวเองทะยานพุ่งสู่อันดับ 1 บนชาร์ตอเมริกาได้อย่างเต็มภาคภูมิ'La La Land' เป็นอีกหนึ่งเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้กับเดมี่ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่เธอได้แต่งบทประพันธ์ด้วยตนเองร่วมกับศิลปินความสามารถอย่าง Joe Jonas, Nick Jonas, Kevin Jonas และ John Fields โดยเพลงนี้ได้ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้ม Don't Forget ที่เซ็นต์สัญญาภายใต้ค่ายเพลงชื่อดังอย่าง Hollywood Records เพลงนี้เป็นเพลงป๊อปร็อกสมัยใหม่ในช่วงนั้น เนื่องจากทั้งตัวนักร้องและศิลปินที่เข้ามาร่วมแต่งเพลง ล้วนแล้วแต่เป็นนักร้องดาวรุ่งทั้งสิ้น ดังนั้นดนตรีและเทคนิคการร้องจึงถือเป็นการยกระดับดนตรีให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยดนตรี La La Land นั้น กีตาร์ค่อนข้างจะเป็นเครื่องเล่นที่เด่นออกมา และผสมกับเครื่องดนตรีอื่นอย่าง คีย์บอร์ด, กลอง และ เบส ทางด้านของเทคนิคการร้องในเพลงนี้ เดมี่เลือกที่จะใช้คีย์ต่ำสุดอยู่ที่ F#3 และคีย์สูงสุดอยู่ที่ E5 นอกจากนี้เดมี่มีการผสมผสานเสียงลมของเธอได้ค่อนข้างลงตัว สำหรับผมแล้วเดมี่ถือเป็นนักร้องอัจฉริยะอีกหนึ่งคน เพราะเธอเป็นคนที่อิมโพรไวส์ได้ค่อนข้างดี ดังนั้นแน่นอนว่าสมองของเดมี่เต็มไปด้วยไอเดีย เดมี่ไม่ใช่นักร้องที่พยายามจะฮิตโน้ตหรือพยายามตะเบ็งเสียงจนน่ารำคาญ เดมี่รู้จักในการผ่อนหนักผ่อนเบา ทำให้การร้องของเธอค่อนข้างมีไดนามิค ดังนั้นทุกครั้งที่ฟังเพลงของเดมี่เราจะไม่รู้สึกอึดอัดไปกับเสียงของเธอในส่วนของเบื้องหลังและสิ่งที่เดมี่ต้องการถ่ายทอดให้กับทุกคนที่ฟังเพลงนี้นั้น เธอต้องการบอกเล่าว่า เมื่อเธอเหยียบเข้ามาในวงการฮอลลีวูดและเธอเริ่มมีชื่อเสียง ทุกคนรอบตัวเธอต่างพยายามเข้ามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเลือกบังคับให้เธอใส่ส้นสูง พยายามให้เธอแต่งตัวให้เหมือนนางแบบ แต่เธอบอกว่าเธอจำไม่ทำมัน เพราะการเป็นตัวของตัวเองมันคือสิ่งที่ควรจะเป็นเพลงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ประสบความสำเร็จ เพราะสามารถไต่ในชาร์ตเพลงทั้งในอเมริกาและแถบยุโรปได้หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เยอรมัน, ออสเตรเลีย, แคนาดา และอังกฤษ เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำให้เดมี่มีฐานแฟนเพลงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และเป็นจุดเริ่มต้นที่เธอเริ่มเดินทางไปเล่นคอนเสิร์ตในต่างประเทศอีกด้วยหากใครที่ช่วงนี้อยู่ในช่วงที่ต้องการหาเพลงป๊อปร็อกฟังอยู่ La La Land อาจเป็นคำตอบที่ใช่ และหากได้ฟังมันอาจจะกลายเป็นเพลงที่เข้าไปอยู่ในลิสต์เพลงโปรดของคุณต่อไปในอนาคตก็เป็นได้  ฟังเพลงได้ที่ : Youtubeเครดิตภาพภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพหน้าปก

ทำได้แล้ว! โมรียา ปลดล็อคคว้าแชมป์แรก กอล์ฟ Hugel-JTBC LA Open
อ่าน

ทำได้แล้ว! โมรียา ปลดล็อคคว้าแชมป์แรก กอล์ฟ Hugel-JTBC LA Open

         โปรโมโมรียา จุฑานุกาล คว้าแชมป์แรกตลอดการเล่นกอล์ฟอาชีพ lpga พร้อมทำสถิติพี่น้องคู่ที่สองที่คว้าแชม์ LPGA ศึกกอล์ฟ Hugel-JTBC LA Open AP Photo/Mark J. Terrill ศึกกอล์ฟอาชีพหญิงรายการ Hugel-JTBC LA Open ที่สนาม วิลเชียร์ คันทรี คลับ ระยะ 6,450 หลา พาร์ 71 มหานคร ลอส แองเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน เป็นการดวลสวิงกันในวันสุดท้าย ความกดดันมาอยู่ที่หลุมสุดท้ายพาร์3 ขณะที่โมรียาขึ้นนำเมื่อถึงหลุมสุดท้าย 2 สโตรก แต่อันดับสอง โค จิน ยอง จากเกาหลีใต้ตีเข้าไปเกาะธงมีโอกาสพัตต์เบอร์ดี้เพื่อไล่ขึ้นมาและลุ้นให้โมรียาออกโบกี้เพื่อไปเล่นเพลย์ออฟลุ้นแชมป์ แต่ทว่านักกอล์ฟสาวชาวไทยไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวัง รักษาความนิ่งตีเข้าไปออนกรีนแล้วพัตต์ไปเกาะที่หลุม ในขณะที่ โค จิน ยอง ไม่สามารถพัตต์เบอร์ดี้ได้ทำให้นักกอล์ฟสาวไทยคลายความกดดันเข้าไปพัตต์เซฟพาร์คว้าแชมป์แรกให้กับตัวเองจากการเล่นใน lpga มาแล้วกว่า 156 ทัวร์นาเมนต์ และเป็นนักกอล์ฟพี่น้องคู่ที่สองต่อจาก แอนนิกา กับ ชาร์ลอตตา โซเรนสตัม จาก สวีเดน ที่สามารถคว้าแชมป์ใน lpga ทัวร์อีกด้วย โปรเม น้องสาวเข้าไปแสดงความดีใจกับแชมป์แรกของพี่สาว ผลงานนักกอล์ฟสาวไทยคนอื่นๆ เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ 4 อันเดอร์พาร์ 280 จบอันดับ 9 , เอรียา อีเวนพาร์ 284 รั้งอันดับ 24 ร่วม, วิชาณี มีชัย 2 โอเวอร์พาร์ 286 อยู่อันดับ 31 ร่วม และ พรอนงค์ เพชรล้ำ 5 โอเวอร์พาร์ 289 เข้าป้ายอันดับ 42 ร่วม

La La Land กับ 3 ข้อคิดที่คุณจะได้รับ
อ่าน

La La Land กับ 3 ข้อคิดที่คุณจะได้รับ

 La La Land กับ 3 ข้อคิดที่คุณจะได้รับ  "La La Land" หรือ "นครดารา" ภาพยนตร์แนวรักโรแมนติกยอดฮิตตลอดกาลที่ยังคงติดอยู่ในใจของใครหลายคน นำแสดงโดย Ryan Gosling  รับบทโดย Sebastian Wilder และ Emma Stone รับบทโดย Mia Dolan เรื่องราวของเรื่องนี้เป็นหนุ่มสาวคู่รักที่ต่างมีความฝันเป็นของตัวเอง Sebastian Wilder มีความฝันอยากเป็นนักดนตรีและ Mia Dolan มีใจรักในการแสดงเธอจึงมีความฝันว่าเธอจะต้องได้เป็นนักแสดง เมื่อเขาทั้ง2ได้พบเจอกัน ความรักจึงได้บังเกิดขึ้น ซึ่งเป็นความรักที่ต่างสนับสนุนความฝันของกันและกัน บทความนี้จะกล่าวถึง 3 ข้อคิดที่ได้จาก "La La Land" จะมีข้อคิดอะไรบ้างมาเริ่มกันเลย เกิดมาเพื่อรักกันแต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน  เซบาสเตียนและมีอาต่างมีความรัก ความหวังดี เป็นกำลังใจให้กันเสมอทั้งคู่ต่างช่วยกันผลักดันแพชชั่นของอีกฝ่าย แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งเมื่อเราได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมาครอบครองก็อาจจะต้องเสียอย่างใดอย่างหนึ่งไปเหมือนกับที่ทั้งสองคนประสบความสำเร็จในความฝันของเขาทั้งคู่แต่กลับน่าเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่ชื่นชมผลงานของกันและกัน ทำได้แค่เพียงยิ้มให้แก่กัน ย้อนนึกถึงวันเก่าๆและแอบคิดว่าถ้าพวกเขายังคงอยู่ในชีวิตของกันและกันมันจะดีมากแค่ไหน แต่ในชีวิตจริงเมื่อต่างคนต่างมีเส้นทางของตัวเองก็ต้องแยกย้ายจากกันไปเหลือเพียงความคิดถึงเท่านั้นความฝันเป็นสิ่งสวยงามเสมอ  อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าพระเอกและนางเอกต่างมีความฝันทั้งคู่ พระเอกเป็นคนที่มีความหลงไหลในเพลงแจ็สอย่างมากเขาฝันอยากมีร้านนั่งดื่มชิลๆบรรเลงดนตรีเพลงแจ็สแม้ใครต่อใครต่างบอกเขาให้ล้มเลิกและไปหาสิ่งอื่นทำ เพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่เซบาสเตียนยังคงไม่ย่อท้อและพยายามในสิ่งที่เขารักต่อไป ส่วนนางเอกมีความฝันอยากเป็นนักแสดงตั้งแต่เด็กเขาได้รับแรงบรรดาลใจจากน้าสาวของเขา มีอาจึงยอมทิ้งการเรียนเพื่อเอาดีทางด้านการแสดงโดยพยายามแคสงานต่างๆแม้ว่าจะได้เป็นตัวประกอบในหนังบางเรื่องบ้าง แต่หลายครั้งที่เธอแคสงานกลับไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ถึงอย่างไรมีอาก็ยังคงสู้ต่อไปในเส้นทางความฝันนี้  หลายคนมีความฝันเป็นของตัวเอง แต่ไม่กล้าที่จะทำเพราะคิดว่าคงไม่สามารถทำมันได้ ลองเปลี่ยนความคิดใหม่จินตนาการว่าถ้าเราประสบความสำเร็จในความฝันของตัวเองมันจะดีขนาดไหนกันนะ การดื่มด่ำกับความฝันที่เป็นจริงแล้วจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง มันจะหอมหวานและคุ้มกับสิ่งที่เสี่ยงไปขนาดไหน ถ้าเรามัวแต่คิดแต่กลับไม่ทำอะไรเลยความฝันก็เป็นได้แค่ก้อนเมฆก้อนหนึ่งที่ลอยอยู่บนฟ้าสวยงามแต่จับต้องมันไม่ได้ อย่ายอมแพ้ละทิ้งความฝันของตัวเอง  แม้ว่าเซบาสเตียนและมีอากำลังทำตามความฝันของพวกเขา แต่ชีวิตมักจะมีบททดสอบมากมายเข้ามาในชีวิตเสมอ เมื่อทั้งคู่ได้คบหาดูใจกัน มีฉากหนึ่งที่นางเอกคุยอยู่กับแม่ทางโทรศัพท์ ทางเซบาสเตียนได้ยินเรื่องที่แม่ลูกคุยกัน แม่ของมีอาอยากให้มีอานั้นได้พบผู้ชายที่มีความมั่นคงในชีวิต เซบาสเตียนจึงยอมทิ้งดนตรีแจ็สไปเข้าร่วมวงดนตรีสมัยใหม่เพื่อให้ตัวเองมีเงิน มีความมั่นคงในชีวิตจนทำให้ความรักของทั้งคู่เกิดปัญหาขึ้นมา ในด้านของมีอาเช่นกัน เขาได้รับกำลังใจจากเซบาสเตียนว่าเขาควรที่จะคิดบทละครของตัวเองและสร้างละครขึ้นมา เมื่อถึงวันแสดงทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เซบาสเตียนไม่มาชมผลงานของมีอา มีผู้เข้าชมเพียงเล็กน้อยและยังตำหนิว่าเธอนั่นแสดงได้ไม่ดีเลย จากนั้นเธอคิดว่าจะยอมแพ้ให้กับความฝันที่ตัวเองพยายามมาถึง6ปี  หลายครั้งกับความพยายามไม่ยอมละทิ้งความฝันมักจะมีอุปสรรค์มากมายถาโถมเขามาเหมือนกับคนที่กำลังวิ่งแต่เส้นทางที่วิ่งเต็มไปด้วยพายุ ลม ฝน จนอยากยอมแพ้ให้กับความฝันนี้เสีย เมื่อใดที่ท้อจนแทบยืนไม่ไหวเพียงเราพักและก้าวต่อไป เมื่อเราลงสนามแล้วต้องไปให้สุดถ้าสุดท้ายแล้วมันจะไม่เป็นตามที่ใจหวังแม้จะเจ็บปวดแต่สุดท้ายย่อมได้บทเรียนหรือค้นพบเส้นทางใหม่เพราะมนุษย์นั้นมีโอกาสเลือกเส้นทางที่หลากหลายยกเว้นว่าเราจะยอมแพ้หันหลังให้กับมันเสีย  หวังว่าทุกท่านคงจะชอบบทความนี้ถ้าหากว่าใครได้รับข้อคิดอื่นๆสามารถแสดงความคิดเห็นด้านล่างนี้ หรือใครไม่เคยดูหนังเรื่อง La La Land สามารถรับชมได้ทาง Netflix ขอขอบคุณรูปภาพจาก La La Land  : ภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 / ภาพที่4 / ภาพที่5  เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Whisper Of The Heart - La La Land ผู้มาก่อนกาล
อ่าน

Whisper Of The Heart - La La Land ผู้มาก่อนกาล

ไม่มีใครไม่รู้จักอนิเมชั่นจาก สตูดิโอจิบลิ ไสตล์การเล่าเรื่อง ลายเส้น ที่เป็นโดดเด่น ยากที่จะมีคนเทียบเคียงได้ นั้นเองคือเหตุผลว่าทำไม อนิเมชั่นจาก จิบลิ ถึงครองใจชาวโลกได้มากมายเพียงนี้ และล่าสุด 21 เรื่องของสตูดิจิบลิ ก็ได้นำลง Netflix ดูได้ยาว ๆ กันไปข้างเลยWhisper Of The Heart คื่อเรื่องราวที่ว่าด้วยความฝัน ความรัก และการจากลา ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนประกอบของชีวิตมนุษย์ (โปรดอย่าให้โปสเตอร์หนังมันหลอกเราได้!) เนื้อหาของ La La Land เองก็เช่นกัน มีส่วนประกอบของการตามล่าความฝันควบไปกับความรัก เส้นทางของชีวิตที่ต้องเดินหน้าตามหาความหมายของการมีอยู่ของตัวเอง จึงกล่าวรวมยอดได้เลยว่า Whisper Of The Heart คือภาพยนตร์ที่มีเนื้อหามาก่อนกาลก่อนหลาย ๆ เรื่องที่เราในปัจจุบันซาบซึ้งไปกับบทประพันธ์และยกยอให้เป็นเรื่องที่คุณคู่ควร นี้คือ Whisper Of The Heart วันนี้ข้าพเจ้าเองจะมานำเสนอให้ท่านได้ฟังกันเรื่องราวของ... ชิซุกุ สาวน้อยผู้รักการอ่านและเติบโตมากับครอบครัวที่เช่าอพาร์ทเม้นท์ เล็ก ๆ อยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น เธอได้ถูกไหว้วานจากเพื่อนให้แปลบทเพลง Country Road เป็นเนื้อร้องภาษาญี่ปุ่น แม้จะไม่ใช่สิ่งที่เธอถนัดแต่เพื่อนรักไหว้วานมาอย่างนั้นก็ต้องทำอยู่แล้ว แต่เธอก็ดันทำเนื้อเพลงที่แปลเองหล่นไว้ เมื่อไปตามหาก็ได้พบกับเจ้าหนุ่ม เซจิ นั่งอ่านบทเพลงที่เธอแปลเอาไว้อยู่ ทั้งสองได้มารู้จักกัน บ้านของเขาคือร้านขายของเก่าและเป็นนักดนตรี ส่วนบ้านของเธอเป็นห้องเช่าเล็ก ๆ แต่คนในครอบครัวล้วนแล้วแต่เป็นปัญญาชน ที่เลี้ยงดูลูกด้วยการปล่อยให้เธอเลือกชีวิตตัวเอง เป็นสิ่งที่น่าสนใจเอามาก ๆ ลูกเป็นของเราหรือไม่ เคยคิดมั้ยครับว่า จริง ๆ แล้วมนุษย์เราล้วนไม่ใช่ของกันและกันแบบที่กล่าวการเป็นเจ้าของซึ่งกันและกันอยู่บ่อย ๆ บางทีการเลี้ยงลูกเราก็ไม่จำเป็นต้องชี้ชะตากำหนดว่าเขาควรจะไปทางไหน อย่างเช่น ชิซุกุ เกิดมาในสภาพสังคมครอบครัวตัวเองที่เลี้ยงลูกแบบปล่อย ให้เผชิญกับเรื่องราวอันเจ็บปวดด้วยตัวเอง และแก้ปัญหาด้วยตัวเอง หวังพึ่งพ่อแม่น้อยมาก ๆ คำถามคือนั้นเป็นสิ่งที่สมควรทำหรือไม่ กลับกัน เซจิ ต้องถูกพ่อชี้ชะตาเด็ดขาดว่าต้องไปเรียนต่อเมืองนอกเท่านั้น เป็นการต่อยอดโอกาสที่ดีนะ แต่การต้องจากลาคนที่ตัวเองรักแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ดีแล้วหรือมันจึงเป็นคำถามแก่สังคมของเราว่า เราควรจะเลี้ยงลูกแบบปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับปัญหาและแก้มันด้วยตัวเอง หรือชี้ชะตาว่าชีวิตเขาควรจะถูกเติมเต็มด้วยสิ่งใด คำตอบนั้นไม่มีที่แน่ชัด เพราะไม่ว่าจะเลือกเลี้ยงลูกด้วยทางไหนก็ตาม เด็กย่อมได้รับผลกระทบจากสิ่งที่ผู้ใหญ่เลือกให้เสมอ มันไม่มีทางเลยที่เราจะไม่พบกับปัญหาและความเจ็บปวด มันคือพื้นฐานของมนุษย์ที่จะต้องเจอ แก้ไข และผลลัพธ์คือสิ่งที่เรียกว่าความสุขหากปล่อยอิสระทางการกระทำและความคิดแก่ลูกมากไป เด็กก็จะเริ่มหลงทาง แต่มันก็จะเป็นบทเรียนชีวิตแก่พวกเขาแต่ถ้าเลี้ยงด้วยความเข้มงวด เส้นทางพวกเขาจะแน่วแน่ตรงดิ่ง ไม่ไขว้เขว แต่มันจะเกิดคำถามว่า พวกเขาชอบแบบนี้จริง ๆ หรือเปล่า นี้จึงเป็นหนังที่ชี้ให้เห็นทางเลือกทั้งสองแก่พ่อแม่ คนที่กำลังเป็นหรือเป็นอยู่แล้วก็ตามวันนั้น วันไหน หัวใจจะเป็นสีชมพูการพยายามเป็นหัวใจหลักของเรื่องนี้ เมื่อมีฝันก็มีรัก เมื่อมีรักก็มีหวัง ดังนั้นเองทั้งคู่จึงหันไปคนละทางเพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง และตลอดทั้งเรื่อง มันไม่ใช่แค่บอกกับคนดูว่า พยายามต่อความฝันอย่างเดียว แต่เราต้องรู้จักวิจารย์ตัวเอง ลดอีโก้ลง แล้วมองโลกให้กว้างขึ้นเรายังคงโง่งมอยู่เสมอ เมื่อไปเจอสิ่งที่ใหญ่กว่าตน เซจิ มีความฝันคือการเป็นนักทำไวโอลิน เขาทำออกมาได้ดีถึงขนาด ชิซุกุ ออกปากชม แต่ไม่ว่ายังไง เซจิ ก็ยังบอกตัวเองเสมอว่า สิ่งที่เขาทำ ใคร ๆ เขาก็ทำได้ จึงต้องพยายามยิ่งกว่านี้เป็นเท่าตัว ต้องทำมากกว่าอีกร้อย อีกพันครั้งเขามองตัวเองเป็นตัวเล็กน้อยอยู่เสมอ เพื่อที่จะได้พร้อมไปเจอสิ่งที่ใหญ่กว่าแล้วเรียนรู้จักสิ่งเหล่านั้น พัฒนาตัวเองไปสู่ฝั่งฝันได้ ชิซุกุ เอง ที่ไม่เคยมีฝันที่ชัดเจนมาก่อน เธอถามตัวเองว่าจุดยืนของเธอ มันอยู่ตรงไหน การได้พบกับ เซจิ นอกจากจะเป็นรักแล้ว ยังเป็นแรงผลักดันให้เธอค้นหาตัวตนของตัวเอง เมื่อคนที่เธอรักดันมีฝันและพยายามจนแทบเป็นแทบตาย เธอจึงเริ่มเขียนหนังสือ เขียน เขียน เขียน และเขียน จนในที่สุดงานมันออกมา และแม้เธอจะรู้ว่ามันจะห่วยแค่ไหนก็ตาม แต่นี่เป็นการเจียระไนเพชรเหม็ดงามที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ก้อนหินสกปรก ทั้งสู่จึงมีฝัน สู่เพื่อฝัน และวันนั้น วันที่ฝันทั้งคู่สำเร็จ พวกเขาจะหันกลับมาหากันเหมือนกับชื่อหนังในภาษาไทยที่ว่า วันนั้น วันไหน หัวใจจะเป็นสีชมพู พวกเขาจะรอคอยซึ่งกันและกันอยู่เสมอ ไม่ว่ามันจะใช้เวลานานเท่าใดจนกว่า... จนกว่า ความรักและความฝันของเราสองจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้งวันนี้ทั้งคู่คงได้แต่ภาวนาว่า วันนั้น วันไหน หัวใจจะเป็นสีชมพู ติดตามข้าพเจ้าเองได้ที่ยูทูป Funfrom production และได้ที่ Blockdit ภาพจาก : https://www.youtube.com/watch?v=0pVkiod6V0U

LA LA LAND นครดารา กับเรื่องราวที่ซ้อนอยู่หลังฉาก 2
อ่าน

LA LA LAND นครดารา กับเรื่องราวที่ซ้อนอยู่หลังฉาก 2

La La Land ชื่อไทยคือ นครดาราเป็นภาพยนตร์เพลงแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่ได้รับคำชมจากทั้งคนดูและนักวิจารณ์จำนวนมาก เขียนบทและกำกับโดย Damien Chazelle นำแสดงโดย Ryan Gosling, Emma Stone, John Legend และ Rosemarie DeWitt นอกจากเรื่องราวความรักในเนื้อเรื่องแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีเรื่องราวมากมายที่ซุกซ่อนอยู่อีกมาก ครั้งก่อนผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวที่น่าสนใจไปบ้างแล้วใน LA LA LAND นครดารา กับเรื่องราวที่ซ้อนอยู่หลังฉาก 1 ครั้งนี้จะมีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง ไปดูกันเลย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์ที่สร้างภาพลักษณ์ของความสำเร็จในชีวิต และกลายเป็นความหวังให้กับคนที่อยากประสบความสำเร็จ เพราะตัวละครในเรื่องเป็นตัวละครที่ไม่ได้มีต้นทุนมากนัก พวกเขาต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้โอกาสไล่ตามความฝัน จนสุดท้ายความฝันของพวกเขาก็กลายเป็นความจริง ซึ่งจุดนี้เองถือได้ว่าเป็นเหมือนกับแรงผลักดันให้หลาย ๆ คนสู้เพื่อประสบความสำเร็จในชีวิตอีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกความเป็นอเมริกันได้ดีคือการใช้รถยนต์ส่วนตัว ในประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่มักจะใช้บริการรถสาธารณะมากกว่ารถยนตร์ส่วนตัว แต่ไม่ใช่ในอเมริกาเพราะการที่อเมริกายิ่งใหญ่ได้ในปัจจุบันส่วนหนึ่งมาจากรถยนต์ ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อเมริกากลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าไปทั่วโลกแทนมหาอำนาจในยุโรปที่ได้รับความเสียหายจากสงคราม ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้นทำให้เศรษฐกิจของอเมริกาเติบโตอย่างก้าวกระโดด รถยนต์ระดับราคาปานกลางและระดับราคาสูงได้รับความนิยมมาก บวกกับการโฆษณาทำให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจซื้อรถยนต์จนกลายเป็นเรื่องปกติที่จะมีรถยนต์ไว้ที่บ้านซึ่งก่อนหน้านี้รถยนต์เป็นสิ่งที่คนรวยเท่านั้นถึงจะมีไว้ได้รถยนต์ทำให้วิถีชีวิตของชาวอเมริกันแตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก ระยะเวลาในการเดินทางไปที่ทำงานหรือไปที่ต่าง ๆ สั้นลง ประชาชนไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อเช่าที่พักในเมืองเพื่ออยู่ใกล้ที่ทำงานอีกต่อไป เพียงแค่มีรถยนต์ก็สามารถพักอยู่ในแถบชานเมืองแล้วค่อยขับรถยนต์มาทำงานในตอนเช้าก็ได้ ทำให้ประชาชนมีเวลาว่างในแต่ละวันและเงินเหลือมากขึ้น และเริ่มหันไปสนใจหาความบันเทิง ส่งผลให้อุตสาหกรรมบันเทิงเติบโต รัฐบาลกลางของอเมริกาเองก็เล็งเห็นถึงประโยชน์ของรถยนต์ จึงสร้างถนนทางหลวงไปมลรัฐต่าง ๆ มากมายเพื่อเชื่อมเมืองเข้าไว้ด้วยกัน การตัดถนนเป็นการกระจายความเจริญไปสู่ชนบท หลังจากนั้นเกิดอาชีพและธุรกิจมากมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถยนต์ยิ่ง ทำให้ประเทศอเมริกามีการกระจายรายได้มากขึ้น คนที่อยู่ในชนบทที่ไม่เคยได้เข้าไปในเมืองก็สามารถนั่งรถยนต์เพื่อเข้าเมืองได้ ถือได้ว่ารถยนต์เป็นสิ่งที่ช่วยให้อุตสาหกรรมบันเทิงในอเมริกาเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพลงและดนตรีคือสิ่งที่เป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้และเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถคว้ารางวัลด้านดนตรีประกอบยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัลหลายเวที หากจะมีแนวเพลงหรือดนตรีใดที่มีอิทธิต่อดนตรีในอเมริกามากที่สุดก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากดนตรีแจ๊ส เพราะปัจจุบันมีศิลปินจากทั่วโลกนำดนตรีแจ๊สไปเป็นส่วนผสมในผลงานของตัวเอง แต่ในอีกด้านดนตรีแจ๊สยังสิ่งที่สะท้อนประวัติศาสตร์ความยากลำบากของชาวแอฟริกัน-อเมริกันดนตรีแจ๊สเป็นดนตรีที่เกิดจากชาวแอฟริกันที่ถูกชาวยุโรปนำมาขายเป็นแรงงานทาสในอเมริกา ชาวแอฟริกันที่ต้องเศร้าโศกและต้องทนทุกข์ต่อการใช้แรงงานของเจ้านาย ทำให้ต้องหาสิ่งที่จะมาทำให้ผ่อนคลายและสนุกมมากขึ้น สิ่งนั้นคือการเล่นดนตรี แรกเริ่มดนตรีของชาวแอฟริกันที่มาอยู่ในอเมริกาจะใช้การตีกลองเพื่อเป็นทำนอง การร้องเล่นเต้นรำของชาวแอฟริกามักมาพร้อมกับความเชื่อของชาวแอฟริกา ความเชื่อเรื่องสิ่งเหนือธรรมชาติหรือความเชื่อของวูดู ชาวอเมริกาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขาไม่เข้าใจว่าชาวผิวสีกำลังทำอะไรอยู่ ความไม่เข้าใจนี้ก็ทำให้เกิดทัศนคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับวูดู จะเห็นได้จากวูดูถูกนำเสนอในเชิงของไสยศาสตร์ที่ใช้ในทางชั่วร้ายดนตรีของชาวแอฟริกาเริ่มได้นับอิทธิพลจากดนตรีอื่นที่อยู่ในอเมริกา จนพัฒนากลายเป็นดนตรีบลูส์และกลายเป็นดนตรีแจ๊สในที่สุด ดนตรีแจ๊สเริ่มต้นจากเครื่องดนตรีไม่กี่ชนิด หลังจากนั้นได้มีการเพิ่มเครื่องดนตรีต่าง ๆ เข้ามาร่วมบรรเลงด้วย เช่น เปียโน แซกโซโฟน ไวโอลิน มาร่วมบรรเลงในดนตรีแจ๊ส ดนตรีแจ๊สเริ่มเป็นที่นิยมในช่วงปี ค.ศ.1917 จากวง ดิ ออริจินัล ดิกซีแลนด์ แจ๊ส แบนด์ (The Original Dixieland Jazz Band) หรือ โอดีเจบี (ODJB) ทำให้ดนตรีแจ๊สกลายเป็นแนวเพลงที่ได้รับความนิยมมากในอเมริกาทั้งคนผิวขาวและคนผิวสี จากนั้นดนตรีแจ๊สก็ได้กลายเป็นรากฐานของดนตรีหลากหลายแนวในอเมริกาภาพยนตร์ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่สะท้อนทั้งเรื่องราวในอดีต และปัจจุบันของประเทศผู้สร้าง เนื้อเรื่องของ LA LA LAND นครดารา ถึงจะเป็นที่อยู่ในยุคปัจจุบัน แต่องค์ประกอบต่าง ๆ ก็เป็นผลมาจากอดีตทั้งสิ้น การตามล่าหาความฝันที่มาจากความฝันอเมริกา โลกของทุนนิยมที่ฝักลึก อุตสาหกรรมบันเทิงที่กลายเป็นเครื่องมือส่งเสริมทางเศรษฐกิจและการเมือง รถยนต์ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนอเมริกัน และดนตรีแจ๊สที่เกิดจากช่วงเวลาที่ยากลำบากของทาสผิวดำ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นอยู่ในประวัติศาสตร์หลายร้อยปีของประเทศสหรัฐอเมริกา และจะกลายเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้คนรุ่นหลังกลับมานึกถึงเรื่องราวที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็นอย่างที่เป็นอยู่เครดิตภาพ La La Land ภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 /จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

BCP ทรีนีตี้ คาดค่าการกลั่นกลับมาดีตั้งแต่ Q3/67 ผลของ La Nina หนุน
อ่าน

BCP ทรีนีตี้ คาดค่าการกลั่นกลับมาดีตั้งแต่ Q3/67 ผลของ La Nina หนุน

#BCP #ทันหุ้น-บล.ทรีนีตี้ ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP แนะนำซื้อเก็งกำไร และให้ราคาเป้าหมายที่ 46 บาท ซึ่ง 3 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลง 25% ตามแนวโน้มผลประกอบการที่คาดว่าจะออกมาอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าแนวโน้มค่าการกลั่นจะกลับมาดีตั้งแต่ไตรมาส 3/67 เป็นต้นไป จากผลของ La Nina ฝ่ายวิจัยทรีนีตี้ คาดว่า BCP จะมีกำไรไตรมาส 2/67 ที่ 1.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 308% YoY แต่ลดลง 24% QoQ โดยมีกำไรพิเศษจากการขายโรงไฟฟ้าอยู่ราว 1.2 พันล้านบาท ถ้าไม่นับรวมรายการพิเศษกำไรปกติคาดว่าอยู่ที่ราว 355 ล้านบาท ลดลง 61% YoY และลดลง 90% QoQ จาก GPM ที่ปรับตัวลงและค่าเสื่อมราคา ดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อ BSRC โดยยังคงประมาณการกำไรทั้งปี 2567 ของ BCP อยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่ถ้าไม่นับรวมรายการพิเศษในปี 2566 จะเติบโตราว 54% โดยมีการรับรู้ผลกำไรจาก BSRC เต็มปี ราคาหุ้น BCP วันนี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ 32.25 บาท ลบ 0.50 บาท หรือ 1.53% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 235.80 ล้านบาท

เนสเพรสโซ ชวนคอกาแฟดื่มด่ำลิมิเต็ด อิดิชั่น รสชาติใหม่ La Cumplida Refinada
อ่าน

เนสเพรสโซ ชวนคอกาแฟดื่มด่ำลิมิเต็ด อิดิชั่น รสชาติใหม่ La Cumplida Refinada

เนสเพรสโซ ชวนคอกาแฟกลับมาดื่มด่ำกับรสชาติจากต้นกำเนิดอีกครั้งกับแคปซูลลิมิเต็ด อิดิชั่นใหม่ La Cumplida Refinada ในกลุ่ม Master Origins จากประเทศนิการากัว ที่สะท้อนถึงความพิถีพิถัน ความปราณีต และผลงานด้านคราฟต์แมนชิปของเนสเพรสโซในการรังสรรค์กาแฟจากภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวไร่กาแฟในประเทศนิการากัวอย่างใกล้ชิด เป็นที่ทราบกันดีว่ากาแฟเนสเพรสโซในกลุ่ม Master Origins เป็นกลุ่มกาแฟที่สะท้อนถึงต้นกำเนิดของกาแฟอย่างแท้จริง อีกทั้งยังโดดเด่นในด้านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จากดินแดนต้นกำเนิด โดยเนสเพรสโซได้ทำงานร่วมกับชาวไร่กาแฟอย่างใกล้ชิด เพื่อเติมเต็มความใส่ใจในการรังสรรค์รสชาติกาแฟคุณภาพจาก 5 ประเทศทั่วโลกที่ได้ชื่อว่ามีทั้งภูมิประเทศและภูมิปัญญาการปลูกกาแฟโดดเด่นที่สุด นำมาสกัดอย่างพิถีพิถันด้วยกรรมวิธีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจึงให้กลิ่นและรสชาติที่สะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่นของแต่ละประเทศอย่างแท้จริง และยังสามารถเชื่อมโยงได้ถึงการปลูกกาแฟ รวมทั้งการแปรรูปผ่านภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์โดยชุมชนชาวไร่ท้องถิ่นในประเทศนั้น ๆ อีกด้วยโดยมี 5 รสชาติหลักในกลุ่ม Master Origins ได้แก่ Ethiopia, Nicaragua, Columbia, Indonesia และ India นอกจาก 5 รสชาติหลักในกลุ่ม Master Origins แล้ว เนสเพรสโซยังเตรียมเสิร์ฟกาแฟลิมิเต็ด อิดิชั่นสุดพิเศษตลอดทั้งปี 2022 เพื่อให้เหล่าคอกาแฟได้ลิ้มรสชาติแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่นและดินแดนต้นกำเนิดแบบเอ็กคลูซีฟ โดยเริ่มต้นปีนี้กับแคปซูลลิมิเต็ด อิดิชั่น La Cumplida Refinada กาแฟอาราบิก้า 100% จากประเทศนิการากัวที่รังสรรค์จากความชำนาญและกรรมวิธีแปรรูปอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งนี้ กว่าจะมาเป็นแคปซูลกาแฟคุณภาพนั้น ต้องผ่านกระบวนการเพาะปลูก รวมถึงกรรมวิธีการแปรรูปที่ต้องการความพิถีพิถันเป็นอย่างสูง นอกจากนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเส้นทางกว่าจะมาเป็นกาแฟแคปซูล La Cumplida Refinada คือ ความชำนาญ เนื่องจากไร่กาแฟในประเทศนิการากัว มีสภาพภูมิอากาศและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ เนสเพรสโซจึงได้ทำงานกับชาวไร่กาแฟท้องถิ่นในแคว้น La Cumplida (ลากุมปลิดา) เฟ้นหาวิธีการแปรรูปที่เหมาะกับเมล็ดกาแฟ เพื่อรังสรรค์รสชาติอันกลมกล่อมและดึงความเป็นเอกลักษณ์ออกมาได้มากที่สุด โดยเนสเพรสโซได้ทดลองการ แปรรูปถึง 3 ปี โดยใช้วิธีการพ่นยีสต์ธรรมชาติลงบนผลเชอร์รี่กาแฟ และนำไปหมักเป็นเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนจะนำเมล็ดกาแฟไปตากแดดเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ จะทำให้กาแฟมีความกลิ่นหอมเหมือนผลเชอร์รี่เชื่อมและทับทิม และรสชาติที่โดดเด่นและนุ่มละมุนอันเป็นเอกลักษณ์ สำหรับกาแฟลิมิเต็ด อิดิชั่นรสชาติใหม่ La Cumplida Refinada มีกำหนดวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1 มีนาคม 2565 ที่เนสเพรสโซบูติกทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์เนสเพรสโซ https://www.nespresso.com/th/ และเนสเพรสโซ แอปพลิเคชั่นสำหรับ iPhone, iPad และ Android TM ราคาแคปซูลละ 30 บาท และพิเศษสำหรับ Duo Pack ราคา 600 บาท ประกอบด้วย 20 แคปซูล

อัลบั้มเพลงประกอบหนัง La La Land ครองอันดับ 1 ลุ้นลูกโลกทองคำอาทิตย์นี้!
อ่าน

อัลบั้มเพลงประกอบหนัง La La Land ครองอันดับ 1 ลุ้นลูกโลกทองคำอาทิตย์นี้!

นี่ก็นึกว่าเข้าโรงฉายอย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับภาพยนตร์รัก เพลงเพราะ อย่าง La La Land หรือ นครดารา ที่จริง ๆ แค่เปิดฉายรอบพิเศษ ตั้งแต่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก็ถือว่ากระแสดีไม่มีตก ใครได้เข้าไปชมแล้ว พอออกมาก็อยากจะหาซื้ออัลบั้ม หรือหาดาวน์โหลเพลงเก็บกันไว้เลย จนวันนี้ก็ยังครองอันดับ 1 บน iTunes บ้านเราเหนียวแน่น สมคำร่ำลือกิตติศัพท์นักประพันธ์ฝีมือดีอย่าง Justin Hurwitz ผู้คว้ารางวัล Critics’ Choice Award สาขา Best Score จากเรื่องนี้มาแล้วและเร็ว ๆ นี้มาลุ้นกัน กับ รางวัลลูกโลกทองคำหรือ Golden Globe Awards ที่จะจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคมนี้ ตามเวลาสหรัฐอเมริกา โดยเพลงโดดเด่นจาก La La Land อย่าง City of Stars ด้วยเสียงร้องชวนฝันของสอง พระ นาง Ryan Gosling และ Emma Stone ได้เข้าชิง Best Song ส่วนเพลงประกอบภาพยนตร์ก็ได้เข้าชิง Best Score เช่นเคย และหนังยังลุ้นคว้ารางวัล Best Picture อีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีเสน่ห์จริง ๆ La La Land เปิดให้ชมรอบพิเศษแล้ววันนี้ ฉายจริง 12 มกราคม อัลบั้มเพลงสุดประทับใจสามารถฟังและดาวน์โหลดได้ที่ http://va.lnk.to/u7NNA ซีดีมีวางจำหน่ายแล้ว CAP, DJ SIAM, 8 MUSIQUE Thonglor, DORAME SIAM, MUSIC LAND ประตูน้ำ, NONG ท่าพระจันทร์ติดตามข่าวอัพเดทได้ที่www.facebook.com/universalmusicthailandTweets by UMusicThaihttps://plus.google.com/+universalmusicthailandMusic Truelife อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากลข่าว Gossip พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจและติดตามพวกเราชาว Entertainment Truelife ได้ที่นี่

รีวิว​ Sublimage​ La Creme​  &​  Sublimage​ La​ Creme​ Yeux จากแบรนด์​ Chanel
อ่าน

รีวิว​ Sublimage​ La Creme​ &​ Sublimage​ La​ Creme​ Yeux จากแบรนด์​ Chanel

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เรามีของเล่นใหม่มารีวิวอีกแล้ว สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราได้มาจากพี่สาวของเราค่ะ เราก็เลยไม่ค่อยรู้รายละเอียดของครีมตัวนี้สักเท่าไหร่ แต่วันนี้ที่เราจะมารีวิวก็คงจะเป็นความรู้สึกที่ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ค่ะว่ามันเป็นยังไงบ้าง มันดีหรือไม่ดียังไง และผลิตภัณฑ์ที่เราอยากจะมารีวิวในวันนี้ก็มีด้วยกัน 2 ตัวค่ะ นั่นคือ Sublimage La Crème และ Sublimage La Crème Yeux จากแบรนด์ Chanel นั่นเองค่ะ ซึ่งสิ่งที่เราลองจะเป็นตัวเทสเตอร์ค่ะ มาดูรีวิวกันดีกว่าค่ะSublimage La Crèmeตัวนี้เขาเคลมมาว่าช่วยฟื้นคืนความแข็งแรงแก่ผิว ช่วยให้ผิวแลดูมีชีวิตชีวา ดูเปล่งประกายสุขภาพดี ช่วยให้สุขภาพผิวมีความแข็งแรง ช่วยกระชับและยืดหยุ่นผิว ช่วยให้ริ้วรอยตื้นขึ้น และทำให้โครงหน้าได้รูป ช่วยให้ผิวงดงามไร้ที่ติและช่วยลดเลือนจุดด่างดำบนใบหน้าให้มีความสม่ำเสมอและทำให้ผิวดูเอิบอิ่ม สรรพคุณก็คือว้าวมาก !! มาดูรีวิวจากการใช้ดีกว่าค่ะผลจากการใช้​​​​เรารู้สึกว่าเนื้อครีมตัวนี้คือดีจริงมีความนุ่ม แค่เอานิ้วปาดนิ้วก็นุ่มแล้ว เหมือนจะเวอร์นะแต่มันนุ่มจริงแล้วเนื้อครีมมีความลื่น ๆ ทาง่ายซึมไว และยังคงความชุ่มชื้น แต่จะรู้สึกเหมือนว่ามันมีความมันบนใบหน้านิดหน่อยหลังทาเสร็จ แต่พอไปแต่งหน้าแล้วเรารู้สึกว่าครีมตัวนี้ช่วยให้แต่งหน้าได้ดีขึ้นนะ ด้วยความชุ่มชื้นของเนื้อมันทำให้แต่งหน้าแล้วมีความเนียน ทาแป้งแป้งก็ไม่เป็นขุยเหมือนตอนที่ไม่ทา กลิ่นมีความหอมมาก หอมแบบกลิ่นครีมหรู ๆ ไม่ฉุนตัวนี้เราไม่แน่ใจว่ามันจะเห็นผลเร็วหรือช้าแต่สำหรับเรา เรารู้สึกแค่ว่ามันชุ่มชื้นจริงและรู้สึกถึงความเอิบอิ่มจริง แต่พวกลดรอยต่าง ๆ อาจจะยังไม่เห็นผลในการใช้แค่ตัวเทสเตอร์ ทาแล้วไม่แพ้ สิวไม่ขึ้น ทาแล้วก็รู้สึกดีกว่าไม่ทานะ ถามว่าดีไหมมันก็ดีในบางเรื่องและบางเรื่องก็ยังพิสูจน์ผลไม่ได้ อาจจะขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคนด้วยSublimage La Crème Yeuxสำหรับตัวนี้เป็น Eye crème ค่ะ เขาเคลมว่าครีมตัวนี้จะช่วยมอบความชุ่มชื้นได้อย่างล้ำลึก ทำให้ดวงตาเปล่งปลั่งดูมีชีวิตชีวา ผิวแข็งแรงกว่าที่เคย เรียบเนียนและเต่งตึง ดวงตาดูยกกระชับจนสังเกตได้ ดูกลมโตเป็นประกาย เปรียบเสมือนผิวได้รับการพักผ่อน ลดรอยคล้ำใต้ตาและรอยบวม สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น เผยความงามแบบสมบูรณ์แบบตามธรรมชาติ สรรพคุณตัวนี้ก็ว้าวไม่แพ้กันค่ะ มาดูรีวิวกันค่ะผลจากการใช้ตัวนี้เนื้อครีมคล้ายกับตัวครีม Sublimage La Crème เลยค่ะ กลิ่นก็ค่อนข้างไปทางขนม ๆ นิด ๆ แต่ตัว Sublimage La Crème เหมือนกลิ่นจะไปทางดอกไม้ ตัวอายครีมนี้เรารู้สึกว่ามันมีความเข้มข้นที่ไม่ใช่หมายถึงเหนียวเหนอะหนะอะไรแบบนั้นนะคะ แต่เนื้อมันให้ความชุ่มชื้นได้อย่างเต็มที่จริง ๆ และเมื่อทาลงไปรู้สึกเหมือนเติมเต็มร่องรอบดวงตาได้ด้วย รู้สึกรอบดวงตามีความอวบอิ่มเหมือนนอนตั้งแต่หัวค่ำ ชอบตอนที่ทาแล้วไปแต่งหน้า รู้สึกว่ารอบดวงตาเราดูเนียนและสดใสขึ้น ต่างจากตอนที่ไม่ทาเพราะพอทาแป้งลงไปจะรู้สึกว่าใต้ตาไม่สม่ำเสมอไม่สดใส ซึ่งพอทาแล้วเรารู้สึกว่ามันเติมเต็มให้เราได้จริง ๆคะแนนที่ให้สำหรับตัว Sublimage La Crème เราให้ 8/10 เรารู้สึกว่ามันดีนะ แต่ก็ยังไม่เห็นตามคำเคลมบางคำเท่าไหร่ อาจจะติดที่เราใช้เป็นตัวเทสเตอร์อยู่เลยยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน และรู้สึกว่าถ้าไปซื้อตัวจริงใช้เราว่ามันอาจแพงเกินไป ใครที่มีกำลังทรัพย์พอก็อาจจะชอบก็ได้ เพราะว่าตัวจริงก็น่าจะได้ปริมาณที่เพียงพอที่จะเห็นผลของการเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ แต่ก็อย่างที่บอกว่าทาดีกว่าไม่ทา มันก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างในตอนก่อนทาและหลังทาพอสมควรแหละสำหรับตัว Sublimage La Crème Yeux เราให้ 9/10 มันทำให้ดวงตาเราชุ่มชื้นและดูเหมือนคนนอนมาเต็มที่จริง ๆ ช่วยเติมเต็มร่องใต้ตาได้ดี พอแต่งหน้าแล้วทำให้ดูสดใสขึ้น ตัวนี้ถือว่าชอบมากเลยทีเดียว แต่ถ้าใช้หมดแล้วก็อาจจะยังไม่มีโอกาสได้ซื้อไซส์จริงมาใช้ เพราะอย่างที่บอกว่าราคาก็แพง ใครที่มีกำลังทรัพย์ก็ลองซื้อมาใช้ดูนะคะ ถือว่าดีเลยทีเดียวภาพประกอบโดยผู้เขียน: ลมภัท