รีเซต

ผลการค้นหา “La Pluie 〜雨音に耳をすませば〜” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
"PUN" ส่งซิลเกิลใหม่ "รักให้เธอได้รู้ (Proof.)" พิสูจน์ว่าความรักที่ดีมีอยู่จริง
อ่าน

"PUN" ส่งซิลเกิลใหม่ "รักให้เธอได้รู้ (Proof.)" พิสูจน์ว่าความรักที่ดีมีอยู่จริง

แค่อยากให้เธอได้รู้ว่าความรักมันเป็นยังไง เนื้อเพลงของ รักให้เธอได้รู้ (Proof.) แทนใจจาก PUN ถึงทุกคนที่เคยเจ็บปวดกับความรัก ที่เขาอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า ความรัก ไม่จำเป็นต้องลงเอยด้วยน้ำตาเสมอไป เพลง รักให้เธอได้รู้ (Proof.) คือหนึ่งในเพลงหลักจากอีพี While Im Away ของ PUN หรือ ปัน-สรณวรรธ พิชัยรณรงค์สงคราม ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงวัย 22 ปี ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนคนหนึ่ง ที่อยากแสดงให้อีกคนเห็นว่า ความรักที่ดี ที่ไม่ทำให้เราต้องเจ็บปวดนั้นมีอยู่จริง โดยเขาพยายามเข้าไปอยู่เคียงข้างคนที่เคยเจ็บปวดกับความรัก จนไม่กล้าไม่เปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่ ผ่านมุมมองที่อ่อนโยน และจริงใจ โดยขอนั่งคอยอยู่ข้าง ๆ ตรงนี้อยู่เงียบ ๆ พร้อมจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับอีกคนได้ค่อย ๆ เรียนรู้ว่า ความรักที่ดีเป็นแบบไหน เพราะเขาอยากให้อีกคนเปิดใจลองเชื่อดูว่า ความรักยังคงเป็นสิ่งที่สวยงามเสมอ มิวสิควิดีโอเพลงนี้ ออกแบบให้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ของอีพี While Im Away ที่ PUN ตั้งใจเตรียมเป็นของขวัญไว้ให้แฟน ๆ ฟังต่างหน้าในช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่ โดยเล่าผ่านมุมมองของอีกคนที่มองเห็นการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของใครคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องธรรมดาอย่าง การรดน้ำต้นไม้ เปลี่ยนหลอดไฟ รือทิ้งร่มไว้ให้ในวันที่ฝนตก แต่การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น กลับเป็นการแสดงความใส่ใจ และอบอุ่น ที่อีกฝ่ายตั้งใจมอบให้ เพื่อให้เขารับรู้ว่าความรักหน้าตาเป็นอย่างไร โดยแสดงออกผ่านการกระทำ ที่ชัดเจนมากกว่าคำพูด แล้วคุณล่ะ เคยมองเห็นความรู้สึกที่ถูกทิ้งไว้ ผ่านการกระทำเหล่านี้จากใครบางคนข้างตัวของคุณหรือไม่ ความรู้สึกเหล่านั้นได้ส่งผ่านมาถึงคุณได้หรือเปล่า ลองฟัง รักให้เธอได้รู้ (Proof.) ของ PUN แล้วนึกย้อนทบทวนผ่านความทรงจำดี ๆ ของคุณผ่านเพลงนี้ด้วยกันอีกครั้ง คุณอาจจะได้คำตอบว่า ความรักของคุณเป็นแบบไหน

Japanese Festivals Let's Resonate Into The Future! Sagitcho Bayashi
ดู

Japanese Festivals Let's Resonate Into The Future! Sagitcho Bayashi

A Melody To Remember
ดู

A Melody To Remember

"หวังซิงเหอ" เปิดเบื้องหลังทำเพลงให้ "หลัวอวิ๋นซี" กับโลกของดนตรีที่ไร้พรมแดน
อ่าน

"หวังซิงเหอ" เปิดเบื้องหลังทำเพลงให้ "หลัวอวิ๋นซี" กับโลกของดนตรีที่ไร้พรมแดน

หวังซิงเหอ กับโลกของดนตรีที่ไร้พรมแดน โปรดิวเซอร์หนุ่มคนเก่งผู้อยู่เบื้องหลังดนตรีประกอบ Blades of the Guardians และ Cloud Knows บทเพลงสุดซึ้งของหลัวอวิ๋นซี ชวนทุกคนเดินทางสำรวจโลกแห่งดนตรีที่ไร้พรมแดน ในบทสัมภาษณ์พิเศษกับทรูวิชั่นส์ นาว จากปลายนิ้วที่สัมผัสคีย์บอร์ดไฟฟ้าในวัย 4 ขวบ ก่อนรู้จักหน้าตาของตัวโน้ตหรือเรียบเรียงถ้อยคำ ใครจะคิดว่าเด็กชายคนนั้นจะเติบโตมาเป็น "หวังซิงเหอ" (Wang Xinghe) โปรดิวเซอร์และคอมโพสเซอร์รุ่นใหม่ผู้เป็นคีย์คอมโพเซอร์คนสำคัญของ 8082 Audio บริษัทผลิตงานด้านดนตรียักษ์ใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ดนตรีประกอบที่สั่นสะเทือนอุตสาหกรรมเกมระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของ Black Myth: Wukong, Persona 5: The Phantom X ไปจนถึงโปรเจกต์ใหม่ที่เหล่าเกมเมอร์กำลังจับตามองอย่าง Black Myth: Zhong Kui และอีกมากมาย แต่ตัวตนของหวังซิงเหอไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ในโลกของเกมเท่านั้น เขายังเป็นหนึ่งในผู้ดูแลอยู่การสร้างดนตรีประกอบสุดฮึกเหิมในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Blades of the Guardians ยอดยุทธ์ดาบพิทักษ์ และเป็นเพื่อนคู่คิดทางดนตรีที่ช่วยถ่ายทอดความทรงจำอันแสนอ่อนโยนของพระเอกหนุ่ม "หลัวอวิ๋นซี" ผ่านบทเพลงอันไพเราะได้อย่างสมบูรณ์แบบ ท่ามกลางตารางงานที่รัดตัวในฐานะผู้สร้างสรรค์ "เสียง" ให้กับโลกจินตนาการ หวังซิงเหอได้สละเวลามานั่งสนทนาแบบ Exclusive กับ TrueVisions Now เพื่อพาเราออกสำรวจโลกแห่งเสียงดนตรี ที่ซึ่งไร้พรมแดนระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต คุณฝันอยากเป็นนักดนตรีมาตั้งแต่เด็กเลยไหม อะไรคือจุดเริ่มต้นให้คุณตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการนี้ ผมเริ่มจับคีย์บอร์ดตั้งแต่อายุ 4 ขวบครับ ผมรู้สึกว่าแพสชันในการแต่งเพลงมันเริ่มต้นขึ้นจากตรงนั้นแหละ แล้วมันก็ฝังลึกอยู่ในตัวผมมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ เครื่องดนตรีชิ้นแรกของผมจริงๆ คือคีย์บอร์ดไฟฟ้าที่มีเสียงซินธ์ (Synth) และพรีเซ็ตต่างๆ ไม่ใช่เปียโนคลาสสิกทั่วไป มันเลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจเรื่องการเรียบเรียงดนตรีและการทำเพลงมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาในช่วงมัธยมปลาย ผมเลือกเรียนหลักสูตร A-levels จากนั้นเข้าเรียนต่อที่ University College London ในสาขาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ พอใกล้จบปี 4 ผมก็มุ่งมั่นว่าจะเอาดีในวงการดนตรีอย่างเต็มตัว ซึ่งถือว่าโชคดีมากที่ได้เข้าร่วมทีมกับ 8082 Audio (ที่ทำงานปัจจุบัน) ทันทีที่เรียนจบ ซึ่งถ้าไม่มีโอกาสนั้นผมคงไม่ได้พัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดดขนาดนี้ มองใครเป็นแรงบันดาลใจบ้างในการสร้างสรรค์ผลงานเพลง ตลอดเส้นทางนักดนตรีอาชีพ ผมได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินและนักแต่งเพลงหลากหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็น JJ Lin (หรือ หลินจวิ้นเจี๋ย เจ้าพ่อ Mandopop ของวงการจีน), John Williams, Rachmaninoff ไปจนถึง Bach ทุกวันนี้ยังมีอะไรให้ผมได้เรียนรู้อีกเยอะมาก และเผลอๆ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าผมอาจจะต้องเรียนรู้จาก AI ด้วยซ้ำ ในฐานะที่คุณมีส่วนในผลงานโปรเจกต์ระดับโลกมากมาย คุณมีกระบวนการในการแต่งเพลงอย่างไร มีเครื่องดนตรีหรือองค์ประกอบอะไรบ้างไหมที่คุณชอบใช้เป็นพิเศษ เพื่อฝัง "ลายเซ็น" ในดนตรีของคุณ ผมเป็นคนค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องเสียงและไอเดียใหม่ๆ โดยปกติแล้วผมจะเริ่มจากการร่างโครงสร้างและโมทีฟ (Motif) หลักๆ ของเพลงก่อน ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนหลังจากร่างเสร็จผมจะเริ่มทำเดโม โดยอาจเริ่มจากเพอร์คัสชันหรือกลองก่อน ตามด้วยคอร์ดและแนวประสานเสียงแบบตรงข้าม (Counterpoints) แล้วค่อยเอาเดโมไปให้ลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ลองฟังดู ช่วงหลังมานี้ผมเริ่มเอา Suno (AI) มาช่วยบ้างเหมือนกัน คือหลังจากผมคิดไอเดียหลักเสร็จ ผมจะโยนร่างเปียโนให้ Suno ช่วยเรียบเรียงออกมา แม้มันจะยังไม่ออกมายอดเยี่ยมเลยทันที แต่มันเวิร์กมากในฐานะเดโมต้นแบบที่ช่วยให้ผมทดลองทิศทางใหม่ๆ ของดนตรีได้เร็วขึ้น ในขั้นตอนของการผลิตงานจริง ผมมักหยิบเอาเครื่องดนตรีจีนดั้งเดิมอย่าง ผีผา (Pipa) หรือ ขลุ่ยต้งเซียว (Dongxiao หรือ ปี่ตื้อ เครื่องดนตรีจีนดั้งเดิมทำจากไม้ไผ่) มาผสมผสาน เพราะมันช่วยเติมกลิ่นอายตะวันออกให้กับบทเพลง นอกจากนี้ผมยังสนุกกับการปั้นเสียงซินธ์ผ่านปลั๊กอินอย่าง Serum 2 ด้วย ช่วงนี้ผมอินกับแนว Color Bass และพวกเสียง Glitch แบบทดลองหน่อยๆ ผมอยากให้แต่ละโปรเจกต์จะมีซิกเนเจอร์ของเสียงที่ต่างกันออกไป ผมเลยพยายามทดลองผสมผสานอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ คุณเคยมีส่วนร่วมในการแต่งเมโลดี้หลักในเกมสุดฮิต Black Myth: Wukong มาบ้าง แต่สำหรับเกม Black Myth: Zhong Kui ภาคใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวและทำเอาเกมเมอร์ทั่วโลกต่างตื่นเต้น คุณมีส่วนร่วมในการทำเพลงให้กับตำนานบทใหม่นี้มากขึ้นไหม ใช่ครับ ผมมีส่วนร่วมใน PV (วิดีโอโปรโมต) ตัวแรกของ Black Myth: Zhong Kui รวมถึงตัวที่เป็นธีมทำอาหารที่ปล่อยออกมาในช่วงตรุษจีนที่ผ่านมาด้วย ส่วนงานที่เหลือตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทำงานและเป็นความลับอยู่ พวกเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมาให้ผู้เล่นทุกคนได้สัมผัสกันแน่นอน นอกจากการแต่งเพลงประกอบให้กับเกมและโฆษณาแล้ว คุณยังได้ร่วมแต่งเพลง Cloud Knows กับ หลัวอวิ๋นซี ที่สละสลวยราวกับบทกวี ช่วยเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการแต่งเพลงนี้หน่อย ว่าคุณทั้งคู่ทำงานร่วมกันอย่างไรเพื่อให้ดนตรีและคำร้องหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน หลัวอวิ๋นซีเป็นคนแต่งเนื้อร้องร่วมกันกับเพื่อนๆ ของเขา ผมช่วยเกลาๆ ตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยเท่านั้น เพลงนี้สะท้อนความทรงจำสมัยเรียนของเขาเอง ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและอารมณ์ที่ซาบซึ้งกินใจ ในฐานะโปรดิวเซอร์ หน้าที่ของผมคือช่วยถ่ายทอดอารมณ์เหล่านั้นออกมาผ่านภาษาดนตรีให้ชัดเจนที่สุด ระหว่างทำเพลงนี้เราได้คุยกันเยอะมากเกี่ยวกับความรู้สึกของเขา ทุกคอร์ด ทุกไลน์เครื่องสายที่ใส่ลงในดนตรีล้วนมาจากสิ่งที่เราแชร์ไอเดียกันทั้งสิ้น นอกจากนี้เรายังใส่เครื่องลมไม้ (Woodwinds) เข้าไปเพื่อสร้าง กลิ่นอายของความทรงจำ ซึ่งไม่ค่อยได้ยินในเพลงป็อปทั่วไป แม้ว่าเพลงนี้จะยังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่เราก็หวังว่าผู้ฟังจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เนื้อเพลงที่เขาบรรจงเขียนขึ้นทุกคำ ทุกบรรทัด นอกจากบทเพลงส่วนตัวของเขาแล้ว คุณยังแต่งเพลง ก้าวหนึ่งไม่หวนกลับ (一往) ประกอบซีรีส์สุ่ยหลงอิ๋น (Shui Long Yin) ที่โด่งดังไปทั่วโลกอีกด้วย คุณพอจะเล่าได้ไหมว่าได้รับแรงบันดาลใจอะไรจากตัวละครหรือช่วงใดของเรื่อง และได้ออกแบบภาคดนตรีอย่างไร เพื่อสะท้อนแนวคิดของ การเดินทางที่ไม่อาจหวนคืน ให้มีความหนักแน่น มีความลึกซึ้งกว่าการเป็นเพลงเศร้าธรรมดา แรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์เพลงก้าวหนึ่งไม่หวนกลับของเรามาจากการเติบโตและพัฒนาการของตัวละครถังลี่ฉือ (Tang Lici) อย่างสมบูรณ์เขาปรากฏตัวครั้งแรกพร้อมกับพลังอันมหาศาล แต่โลกภายในใจของเขาในช่วงแรกนั้นยังเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัว แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป ความผูกพันที่เกิดขึ้นกับมิตรสหาย และการเผชิญหน้ากับคู่อริตลอดเส้นทาง เขาค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นคนที่กล้าหาญกว่าเดิม มีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง ไม่ใช่แค่เก่งกว่าเดิมในแง่ของพลัง แต่เขาสมบูรณ์ขึ้นทั้งในมิติของความรู้สึกและจิตวิญญาณ การตัดสินใจสละตนในตอนท้ายคือจุดจบที่สมบูรณ์แบบและซาบซึ้งที่สุดของเส้นทางตัวละครนี้ เราได้ออกแบบโครงสร้างของเพลงนี้ให้มีความไดนามิกสูงมาก ท่อนร้อง (Verse) สวยงามราวบทกวีและเน้นการใคร่ครวญภายในจิตใจตนเอง ด้วยโทนเสียงที่ชวนให้หวนระลึกถึงอดีต อ่อนโยนแต่มั่นคง หยั่งรากลึกลงไปในความอบอุ่นอันอ่อนโยน ส่วนท่อนคอรัสนั้นเราเร่งทำนองให้พุ่งทะยานขึ้นเพิ่มความฮึกเหิม เพื่อถ่ายทอดความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของตัวละครที่ผ่านความทุกข์ทรมาณมามากมาย สื่อถึงเจตจำนงอันแน่วแน่และจุดมุ่งหมายที่ไม่หวั่นไหวของเขา การเรียบเรียงเพลงทั้งหมดนี้ดูแลโดยจ้ายจินเหยียน (Zhai Jinyan) นักแต่งเพลงผู้มีความสามารถของทีมเรา ซึ่งดูแลจังหวะของเครื่องเคาะต่างๆ การเรียบเรียงดนตรีของเขาช่วยเสริมสร้างโครงสร้างและอารมณ์ความรู้สึกที่แข็งแกร่งให้กับเรื่องราวของเพลง ที่สำคัญคือ เราสร้างสรรค์เพลงทั้งหมดห้าเพลงสำหรับโปรเจกต์นี้ และเพลงนี้ถูกเลือกเป็นตัวแทนจากทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าดนตรีประกอบนั้นมีความสมจริงและเหมาะสมที่สุดกับตัวละคร ในฐานะนักแต่งเพลง คุณมองว่าความสามารถทางดนตรีของหลัวอวิ๋นซีมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างไร มีโมเมนต์ไหนบ้างไหมที่คุณทั้งคู่รู้สึกเชื่อมโยงกันทางดนตรีอย่างสมบูรณ์ ผมมองว่าหลัวอวิ๋นซีเป็นศิลปินที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมครับ เท่าที่ผมได้ยินมาเขาเองก็เคยโปรดิวซ์เพลงด้วยตัวเองมาก่อนในสมัยแรกๆ แม้ความสามารถของเครื่องไม้เครื่องมือในตอนนั้นจะมีขีดจำกัด แต่ไอเดียของเขาชัดเจนและสื่อออกมาได้ดีเสมอ ความคิดความอ่านของเขามักสร้างแรงบันดาลใจให้ผมอยู่บ่อยครั้ง บางทีก็เป็นเรื่องราวส่วนตัว ความรู้สึกหรือภาพในหัวที่เขาอยากถ่ายทอดออกมา และบางครั้งก็ส่งมาเป็นเดโมให้พัฒนาต่อได้เลย เขาเป็นศิลปินประเภทที่ทุ่มเทกับรายละเอียดในการปรับแต่งคอร์ดของเพลงเพื่อหา "โน้ตที่ใช่" สำหรับตัวเขาเอง ผมหวังว่าผมจะเข้าใจวิสัยทัศน์ของเขาอย่างถ่องแท้ และหวังว่าเราจะยังทำงานซิงค์กันแบบนี้ในโปรเจกต์ต่อๆ ไปครับ ตั้งแต่ทำงานมามีโปรเจกต์ไหนที่คุณรู้สึกท้าทายความสามารถที่สุด จนเกือบจะยอมแพ้บ้างไหม คุณจัดการกับความท้าทายนั้นอย่างไร โปรเจกต์ที่ท้าทายที่สุดต้องยกให้ภาพยนตร์เรื่อง Blades of the Guardians (镖人) ที่เพิ่งเข้าฉายในช่วงตรุษจีนนี่เลยครับ อาจารย์ William Wu (อู๋เหว่ยลี่) และทีม 8082 Audio เป็นผู้ทำดนตรีประกอบทั้งหมด ส่วนผมทำหน้าที่เป็นหนึ่งในซูเปอร์ไวเซอร์และคอมโพสเซอร์ครับ นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่ผมได้รับบทบาทสำคัญ ผมเลยรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับมอบโอกาสอันดีงามนี้ แต่ยอมรับเลยว่ามันทำให้ผมเครียดมากเหมือนกัน ทั้งจากตารางงานที่แน่นเอี๊ยด การประชุมติดต่อสื่อสาร และการรับมือกับปัญหาต่างๆ ซึ่งมันไม่มีทางลัดอะไรมาช่วยจัดการความกดดันเหล่านี้ได้ ผมจึงต้องพุ่งชนทุกอุปสรรคและพยายามทำงานให้เสร็จทันเวลา ซึ่งต้องขอบคุณที่ปรึกษาทางดนตรีอย่างอาจารย์ William Wu และทีมงานคอมโพสเซอร์ที่แข็งแกร่งของเราด้วยครับ ครั้งหน้าผมเชื่อว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้ ในการทำงานร่วมกับปรมาจารย์ด้านการประพันธ์เพลงอย่างอาจารย์อู๋เหว่ยลี่คุณได้รับบทเรียนที่สำคัญอะไรจากท่านบ้างไหม ในการผสาน 'จิตวิญญาณกระบี่' ที่มีความสละสลวยและเป็นอมตะในแบบคลาสสิก เข้ากับความดิบ ดุดัน และฉากแอ็กชันสุดเดือดของ Blades of the Guardians เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับดนตรีแนววูเซี่ย (Wuxia) ที่เข้าถึงหัวใจของผู้ชมทั่วโลกในยุคปัจจุบัน? ก่อนการร่วมงานกันครั้งนี้ ความเข้าใจของผมในวูเซี่ย (WuXia) ยังจำกัดอยู่เพียงน้อยนิด ด้วยเหตุผลหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะยุคทองของวูเซี่ยได้ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วในช่วงที่ผมเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ การได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับอาจารย์อู๋เหว่ยลี่ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับผมที่ได้เรียนรู้จากท่านเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเทคนิคการประพันธ์เพลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปรัชญาแห่งชีวิต และจิตวิญญาณอันเหนือกาลเวลาของวูเซี่ย ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากจะถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้อย่างครบถ้วน ต้องยอมรับความจริงว่า เมื่อได้พูดคุยกับท่านแล้ว ความแตกต่างระหว่างวัยจะหายไปจากความรู้สึกโดยสิ้นเชิง อาจารย์อู๋ยังคงรักษาความกระตือรือร้นในแนวคิดใหม่ๆ ไว้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งขยายออกไปไกลเกินกว่าดนตรี ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้ชีวิตสมัยใหม่ ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ไปจนถึงการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร อาจารย์อู๋เหว่ยลี่ได้ประพันธ์ธีมหลักของเรื่อง และเรานำธีมเหล่านี้มาผลิตด้วยเนื้อเสียงที่ทันสมัยยิ่งขึ้น จิตวิญญาณหลักและหัวใจทางอารมณ์ของดนตรียังคงถูกรักษาไว้อย่างครบถ้วน ทั้งเอกลักษณ์แกนกลางและสาระแท้ที่แท้จริง ถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองใหม่และรูปแบบการแสดงออกที่สดใหม่ เราได้ผสานดนตรีวูเซี่ยแบบดั้งเดิมของจีนเข้ากับทัศนียภาพเสียงอันยิ่งใหญ่ บรรจงร้อยเรียงเครื่องดนตรีผสานกับพื้นผิวสังเคราะห์เสียงที่หลากหลาย เพื่อสร้างสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นเสียงอันเป็นนิยามของทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลและวีรบุรุษของมัน นอกจากนี้ เรายังออกแบบเพลงประกอบเพื่อยกระดับการเล่าเรื่องของภาพยนตร์ และเรารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งกับผลลัพธ์สุดท้ายที่ทุกคนได้ฟังกัน มีข้อความอะไรอยากฝากถึงแฟนๆ ที่ติดตามผลงานของคุณอยู่บ้างไหม ขอบคุณมากๆ ครับ ผมมีความสุขมากที่ได้รู้ว่ามีคนชื่นชอบดนตรีของผมมากมายขนาดนี้ นับเป็นเกียรติสูงสุดของผมเลยที่มีคุณทุกคนเป็นผู้ฟัง ผมเชื่อว่าการแต่งเพลงไม่ใช่งานศิลปะอันโดดเดี่ยว หากแต่คือรากฐานสำคัญของงานศิลปะแขนงอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นหนังหรือเกมก็ตาม การได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ จากหลากหลายวงการเป็นเรื่องที่ทั้งท้าทายและน่าตื่นเต้นเสมอ ผมจะเดินหน้าพัฒนาต่อไปด้วยแรงสนับสนุนจากคุณทุกคนครับ ขอบคุณบทสัมภาษณ์ และรูปภาพ: truevisions.co.th อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: https://truevisions.co.th/entertainment/29307/ ติดตามผลงานล่าสุดของ 8082 Audio ได้ที่:https://www.8082audio.com/

ดั่งเม็ดทราย
ดู

ดั่งเม็ดทราย

"เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ซิงเกิลใหม่จาก "BLVCKHEART" ถ่ายทอดชีวิตคนเหงา
อ่าน

"เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ซิงเกิลใหม่จาก "BLVCKHEART" ถ่ายทอดชีวิตคนเหงา

ในโลกที่การเชื่อมต่อเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาที แต่ทำไมบางครั้งการรอคอยเสียงจากใครบางคนกลับดูยาวนานกว่าที่เคย นี่คืออารมณ์ของซิงเกิลล่าสุดในชื่อ "เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" จาก "BLVCKHEART (แบล็คฮาร์ต)" ศิลปินมาแรงแห่งยุคจาก bYOND ยูนิตฮิปฮอปภายใต้ Believe Artist Services โดย "BLVCKHEART (แบล็คฮาร์ต)" ได้พูดถึงความสัมพันธ์ของคนในยุคนี้ได้อย่างลึกซึ้งผ่านเพลงที่แปลกใหม่ด้วยซาวด์ดนตรีและเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา หลังจากที่สร้างปรากฏการณ์ไวรัลฮิตมาแล้วจากเพลง "อยากจะกอดเธอนาน ๆ (HAVE A GOOD TIME)" และ "One Of My Life" จนสามารถคว้ารางวัล MOST POPULAR MALE ARTIST OF THE YEAR จากเวที TOTY Music Awards มาครองได้อย่างสมศักดิ์ศรี ครั้งนี้ "BLVCKHEART" กลับมาพร้อมเพลง "เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ซึ่งยังได้ "ตูน วง Three Man Down" มาช่วยรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้อีกด้วย ในพาร์ทดนตรีมีการเบลนด์เอาความละมุนของ Pop, RB มาผสมกับซาวด์กลิ่นอายยุค 90's ด้วยกันอย่างกลมกล่อม ให้ความรู้สึกของความเหงาได้อย่างชัดเจน พร้อมใช้กิมมิค "เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์" ซึ่งกลายเป็นลายเซ็นประจำตัวของ "BLVCKHEART" ในหลาย ๆ เพลง มาถ่ายทอดเรื่องราวของการรอคอยที่ไร้จุดหมาย เมื่อโทรศัพท์เครื่องเดิมเงียบเหงาลง ความหวังเดียวที่เหลืออยู่คือการได้ยินเสียงจากคนปลายสายอีกสักครั้ง "เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ทำให้เห็นพัฒนาทางดนตรีของ "BLVCKHEART" อย่างชัดเจน ที่กล้าจะทำอะไรใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยเพลงนี้มีความละเอียดในพาร์ทดนตรีมากมายที่ตั้งใจทำออกมา ไม่ว่าจะซาวด์ที่ให้บรรยากาศเหงา ๆ เข้ากับเสียงร้องของเขาได้อย่างดี ร่วมค้นหาคำตอบของการรอคอยไปกับ "BLVCKHEART" ในซิงเกิล "เมื่อไหร่จะมี (มีใจให้กัน)" ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง Music Streaming พร้อมรับชมมิวสิกวิดีโอที่ถ่ายทอดอารมณ์เหงาอย่างถึงที่สุดได้ทาง YouTube : BLVCKHEART และติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย

When it rains, it pours
ดู

When it rains, it pours

นิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKY รวมล้านเรื่องเล่าไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน
อ่าน

นิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKY รวมล้านเรื่องเล่าไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน

สยามพารากอน ร่วมกับ Joyman Gallery และ M Contemporary ร่วมรังสรรค์ประสบการณ์ศิลปะครั้งพิเศษผ่านนิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKY ชวนทุกคนออกเดินทางสำรวจความหมายของตัวตนและโลกที่เราอาศัยอยู่ พร้อมตั้งคำถามต่อความเป็นมนุษย์ เมือง และความสัมพันธ์ในยุคปัจจุบัน ผ่าน 2 นิทรรศการเดี่ยวจากศิลปินร่วมสมัย ที่ตีความโลกในแบบของตนเองอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมเปิดให้ชม เรื่องเล่านับล้าน ภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 22 พฤษภาคม 2569 ณ Art Jewel พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะแห่งใหม่ล่าสุดของเอเชีย ชั้น 5 สยามพารากอน นิทรรศการนี้ได้รวม 2 นิทรรศการน่าสนใจเข้าไว้ด้วยกัน คือ นิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKYรวมล้านเรื่องเล่าไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน 1. Millions of CATS and ONE CAT: แมวล้านตัวกับแมวหนึ่งตัวนิทรรศการเดี่ยวของ เนียม มะวรคนอง ที่ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ภาพ ระบบ และตัวตน ในยุคที่ข้อมูลหลั่งไหลเกินขีดจำกัดของการรับรู้ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ผ่านภาพแมวจำนวนมหาศาลที่ปรากฏในผลงานจิตรกรรมสีอะคริลิคบนผ้าใบกว่า 27 ชิ้น ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะของการดำรงอยู่ร่วมกันในโลกที่ความแตกต่างค่อย ๆ เลือนหาย และความเหมือนถูกขยายจนกลายเป็นมาตรฐานของสังคม นิทรรศการนี้ไม่ได้ให้คำตอบ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำถามต่อการมองเห็น การรับรู้ และความหมายของการมีอยู่ ในโลกที่เต็มไปด้วย ความมากมาย และ ความเหมือน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คุณอาจกำลังสงสัยว่ารูปแมวท่าทางแปลกๆ ในภาพวาดเหล่านี้คืออะไร ที่จริงแล้วผมวาดมันขึ้นมาโดยอาศัยต้นแบบจากภาพที่สร้างด้วย Generative AI หรือ Chatbot AI ที่พวกเราในยุคนี้คงเริ่มคุ้นเคยกับการมีอยู่ของมัน หลายคนใช้มันทำงาน และบางคนรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้งาน AI แต่ผมมองมันเป็นของเล่นมากกว่าที่จะใช้งานจริงจัง เพราะมันเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ ภาพวาดชุดนี้ก่อร่างขึ้นตรงไหนสักแห่งระหว่างที่ผมกำลังเล่นสนุกกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของมัน ความเบี่ยงเบนเล็กๆ น้อยๆ ในผลลัพธ์แต่ละครั้งกระตุ้นจินตนาการให้เกิดชุดคำสั่งต่อไป ผมรู้สึกเหมือนกำลังเล่นโยนรับลูกบอลกับมัน เราผลัดกันพูดทีละประโยค รู้ตัวอีกที กลายเป็นนิทานเรื่องยาว "ในแมวล้านตัวย่อมมีแมวหนึ่งตัว" ขณะทำงานชุดนี้ ผมนึกถึงข้อมูลมหาศาลที่เป็นอาหารของ AI ภาพและเสียงนับล้านไหลวนอยู่ในนั้น ก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ กลืนกินทุกอย่าง แต่อีกด้านหนึ่ง ในมุมเล็กๆ เงียบสงบ ยังมีข้อมูลข่าวสารอีกชุดหนึ่งที่ไม่มีใครอื่นสามารถรับรู้ได้ นอกจากตัวเราเอง เนียม มะวรคนอง กล่าวถึงผลงานในครั้งนี้ 2. BENEATH THE HORIZON LINEนิทรรศการเดี่ยวของ Zillustation (การุญ เจียมวิริยะเสถียร) ชวนผู้ชมชะลอจังหวะและค้นพบความงดงามของเมืองในมิติที่อาจไม่เคยสังเกตมาก่อน ผ่านผลงานศิลปะที่นำเสนอ เมือง ในฐานะพื้นที่มีชีวิต ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว การพบพาน และความทรงจำ ผลงานชุดนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายขาวดำอันละเอียดอ่อนจากปากกาหมึกดำ ถ่ายทอดเป็นแผนที่เชิงศิลปะที่ผสานระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการด้วยกลิ่นอายของป๊อปอาร์ตและการอ้างอิงวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างมีชั้นเชิง จนเกิดเป็นโลกที่ดูเหนือจริง แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนวิถีชีวิตและความงดงามที่ซ่อนอยู่ในมหานคร ศิลปินมุ่งถ่ายทอดความงดงามของเมืองผ่านการบันทึกในรูปแบบที่ผสานเข้ากับธรรมชาติ โดยแต่ละผลงานประกอบด้วยผังเมืองและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด เมืองที่น่าอยู่อาศัย จึงเกิดการพัฒนาเป็นการสร้างสรรค์เชิงศิลปะในรูปแบบแผนที่การเดินทาง เชิญชวนให้ผู้ชมดื่มด่ำและสัมผัสเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ควรค่าแก่การสำรวจ นิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKY นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้หยุดมองโลก อีกครั้ง ท่ามกลางเรื่องเล่ามากมายรอบตัว พร้อมเชิญชวนให้คนรักศิลปะมาร่วมออกเดินทางสำรวจ เรื่องเล่านับล้าน และค้นพบความหมายของการมีอยู่ในโลกยุคปัจจุบันภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 22 พฤษภาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: SiamParagon ====================

รอวันฝนพรำ
ดู

รอวันฝนพรำ

สายชิลเตรียมตัว! Chill with You: Lo-Fi Story เตรียมเปิดเวอร์ชันมือถือ 8 เมษายน 2026 นี้
อ่าน

สายชิลเตรียมตัว! Chill with You: Lo-Fi Story เตรียมเปิดเวอร์ชันมือถือ 8 เมษายน 2026 นี้

สายชิลเตรียมตัว! Nestopi ประกาศเตรียมส่ง Chill with You: Lo-Fi Story ลงสนามมือถือทั้งระบบ iOS และ Android ในวันที่ 8 เมษายนนี้ โดยเกมนี้เป็นแนว Sound Novel ที่จะให้เราได้เข้าไปนั่งทำงานหรืออ่านหนังสือเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ Satone เด็กสาวช่างฝันผู้รักการเขียนนิยายจุดเด่นของเกมนี้คือการสร้างบรรยากาศที่ช่วยให้เรามีสมาธิ โดยเราสามารถปรับแต่งทั้งเพลงสไตล์ Lo-Fi, เสียงบรรยากาศรอบข้าง (Ambient) ไปจนถึงทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่สะท้อนถึงอารมณ์ของ Satone ในขณะนั้นได้ และยิ่งเราใช้เวลาทำงานร่วมกับเธอมากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์และสายใยระหว่างเรากับเธอก็จะยิ่งลึกซึ้งขึ้น... เผลอ ๆ อาจจะได้รู้จักตัวตนของเธอในมุมที่คาดไม่ถึงด้วยนะดนตรีที่ปรับเปลี่ยนตามอารมณ์ไม่ว่าจะอยากนั่งทำงานแบบชิล ๆ หรือต้องการทำนองเพลงที่ช่วยปลุกไฟในตัว เกมนี้มีเพลงออริจินัลหลากหลายสไตล์ที่แต่งโดยศิลปินฝีมือดีมาให้เลือกตามสถานการณ์เลยเสียงธรรมชาติบำบัดบางทีการปิดเพลงแล้วฟังเสียงลม เสียงฝน หรือเสียงธรรมชาติรอบตัว ก็ช่วยให้ประสาทสัมผัสเราตื่นตัวและจดจ่อกับงานได้ดีขึ้นนะระบบ Pomodoro เพื่อประสิทธิภาพงานที่ดีที่สุดมีตัวช่วยตั้งเวลาทำงานและพักเบรคมาให้ในตัว ช่วยให้เราบริหารจัดการเวลาได้เป๊ะ ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไปความในใจที่ซ่อนอยู่ของ Satoneช่วงพักเบรค อย่าลืมแวะไปคุยกับ Satone ด้วยนะ "ช่วงเวลาล้ำค่า" ที่ได้ทำงานด้วยกันจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้น และถ้าเธอไว้ใจเรามากพอ เธออาจจะยอมเปิดใจเผยความลับบางอย่างให้เราฟังก็ได้นะซื้อ Chill with You: Lo-Fi Story ได้ที่แปลและเรียบเรียงจาก : gematsu.com

Chill with You: Lo-Fi Story เปิดให้มาโพกัสการทำงานในบรรยากาศสุดผ่อนคลายไปกับสาวน้อยแสนน่ารักแล้วบนมือถือสโตร์ไทย
อ่าน

Chill with You: Lo-Fi Story เปิดให้มาโพกัสการทำงานในบรรยากาศสุดผ่อนคลายไปกับสาวน้อยแสนน่ารักแล้วบนมือถือสโตร์ไทย

หลังจากที่ได้เปิดวางจำหน่ายบน Steam ไปในปีแล้ว ตอนนี้สาวน้อย Satone ก็พร้อมที่จะมานั่งทำงานไปกับทุกคนบนมือถือแล้ว! หลังจากที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดนั้นทาง Nestopi Inc. ก็ได้ประกาศพร้อมนำ Chill with You: Lo-Fi Story เกมแนว Sound Novel ที่จะมาช่วยเราในการโฟกัสไปกับการทำงานร่วมกับสาวน้อยแสนน่ารักนาม Satone มาเปิดให้บริการบนมือถือแล้วทั้งบน Android และ iOS สโตร์ไทยスマートフォン版『Chill with You:Lo-Fi Story』、App StoreとGoogle Playにて正式リリースいたしました!最初Steam版をリリースしたときは「スマホ版出せたらうれしいな」程度に思っていましたが、1つ夢がかないました。スマホでもサトネをよろしくお願いいたします! #チルユー pic.twitter.com/Vet0J68mnj— Chill with You Official (@chill_w_you) April 8, 2026 Chill with You: Lo-Fi StoryChill with You: Lo-Fi Story คือเกมแนว Sound Novel สำหรับการโฟกัสการทำงาน ที่คุณจะได้มานั่งทำงานที่โต๊ะโดยมี Satone สาวน้อยผู้มากไปด้วยจินตนาการและรักในการเขียนนิยายอยู่เคียงข้าง ปรับแต่งดนตรีแนว Lo-fi เสียงบรรยากาศ และวิวทิวทัศน์ที่จะสะท้อนอารมณ์ของ Satone เพื่อเพิ่มสมาธิในการทำงานให้กับคุณ ยิ่งคุณใช้เวลาทำงานร่วมกับ Satone มากเท่าไหร่ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกคุณก็จะยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น และบางทีคุณก็อาจจะสัมผัสได้ถึงความในใจและความรู้สึกของ Satone ก็ได้นะ?ดนตรีที่ถ่ายทอดอารมณ์เพื่อเพิ่มการโฟกัสไม่ว่าจะเป็นการทำงานในแบบผ่อนคลายและในจังหวะชิล ๆ หรือจะเป็นการเพิ่มไฟในการทำงานด้วยท่วงทำนองที่เข้าถึงอารมณ์ *Chill Talk* ก็พร้อมที่จะมานำเสนอเพลงออริจินอลที่หลากหลายออกแบบมาเพื่อสถานการณ์การทำงานที่แตกต่างดำดิ่งตัวคุณไปในการตั้งสมาธิที่ลุ่มลึกไปพร้อม ๆ กับฟังเพลงคุณภาพสูงจากเหล่าศิลปินผู้มากฝีมือเสียงธรรมชาติที่หลากหลายเพื่อปลุกสัญชาตญาณในตัวคุณบางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการปิดเสียงเพลงและฟังเสียงอันผ่อนคลายจากธรรมชาติ ปล่อยให้เสียงของลม สายฝน และองค์ประกอบทางธรรมชาติอื่น ๆ ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของคุณและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดำดิ่งปรับแต่งเสียงรอบข้างให้เข้ากับความชอบของคุณตัวจับเวลา Pomodoro เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดตั้งค่าตัวจับเวลา Pomodoro ก่อนเริ่มทำงานเพื่อจัดการเวลาพักผ่อนของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพักสั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอจะช่วยรักษาการจดจ่อและประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงสุดความรู้สึกที่ซ่อนเร้นของ Satoneในระหว่างการพักผ่อน ลองใช้เวลาคุยหรือโต้ตอบกับ Satone ดูสิ "ช่วงเวลาล้ำค่า" ที่พวกคุณได้แบ่งปันกันระหว่างทำงานด้วยกันจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของพวกคุณและยิ่งคุณสร้างความไว้วางใจได้มากพอ เธอก็จะยอมเปิดใจกับคุณเข้าไปกดซื้อ/ดาวน์โหลดตัวเกมกันได้ที่ลิงก์สโตร์ไทยด้านล่าง

"Gibberish" เพลงฮีลใจจังหวะสนุกจาก "KOBE" ชวนปลดปล่อยทุกความเจ็บปวด
อ่าน

"Gibberish" เพลงฮีลใจจังหวะสนุกจาก "KOBE" ชวนปลดปล่อยทุกความเจ็บปวด

เพลง "Gibberish" จาก "KOBE" เป็นเพลงที่ 2 จากอัลบั้ม "POWER" ที่วงเลือกนำเสนออีกแง่มุมหนึ่งต่อจากเพลง Signature ด้วยจังหวะปานกลาง ฟังสนุก ชวนขยับตาม ทั้งเนื้อร้องและดนตรีถูกถ่ายทอดผ่านการทำงานของ "L.J. Bain Chompoowong" (ร้องนำ/กีตาร์) และ "Ayu Charuburana" (กลอง/ร้อง) ที่ผสมผสานเสียงกีตาร์โปร่ง เครื่องเป่า และคอรัสที่อบอวลไปด้วยความอบอุ่น ขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยเนื้อหาที่ทิ่มแทงใจและให้กำลังใจไปในเวลาเดียวกัน แก่ใครก็ตามที่อกหักจากบางสิ่งหรือใครบางคน เยียวยาความรู้สึก จากการถูกดูถูกหรือมองข้ามไปจากการที่เราตั้งใจทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ความสำเร็จในสายตาของพวกเขาเหล่านั้น แต่ท้ายที่สุด คำพูดเหล่านั้นก็ไม่อาจส่งผลต่อคนที่ตั้งใจทำอะไรอยู่ได้อีกต่อไป "Gibberish" จึงเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่จะช่วยปลดปล่อยความเกลียดชังและความเจ็บปวด พร้อมเติมพลังใจให้ก้าวผ่านทุกความรู้สึกแย่ ๆ ไปข้างหน้า สามารถรับชมรับฟัง "Gibberish" จาก "KOBE" ทุกช่องทางสตรีมมิ่ง และรับชมมิวสิกวิดีโอ ได้ที่นี่ ช่องทางการติดตาม "KOBE" : https://www.facebook.com/kobethailand https://www.instagram.com/kobethailand https://www.youtube.com/@kobethailand https://www.tiktok.com/@kobethailand https://www.kobethailand.com/

Jay Chou กลับมาปลุกกระแส Mandopop อีกครั้ง ด้วยเพลงใหม่ “Children of the Sun”
อ่าน

Jay Chou กลับมาปลุกกระแส Mandopop อีกครั้ง ด้วยเพลงใหม่ “Children of the Sun”

Jay Chou(เจย์ โจว) เจ้าพ่อMandopopจากไต้หวัน กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยผลงานอัลบั้มเต็มชุดที่16ที่ใช้ชื่อเดียวกับเพลงโฟกัสว่าChildren of the Sunที่นอกจากจะเต็มอิ่มกับ12เพลงใหม่ กับอีก1เพลงพิเศษChristmas Starรวมทั้งหมด13เพลงแล้ว แฟน ๆ ยังได้อิ่มเอมกับมิวสิควิดีโอเพลงChildren of the Sunที่มาพร้อมภาพสวยงามเปรียบดั่งผลงานศิลปะชั้นสูง ความยาวเกือบ7นาที ฝีมือการถ่ายทำและตัดต่ออย่างปราณีตจากWētāWorkshopเจ้าของ5รางวัลออสการ์ ทีมงานเดียวกันกับAvatar, The Lord of the Rings, Planet of the ApesและDuneนับว่าเป็นผลงานใหม่ในรอบ4ปีที่คุ้มค่ากับการรอคอยจริง ฟังเพลงChildren of the SunของJay Chouที่นี่https://JayChouTH.lnk.to/COTSPR Children of the Sunชื่อนี้มาจาก จาง เสวียโหย่ว หรือ แจ็คกี้ จาง (Jacky Cheung)นักร้องระดับตำนาน ที่เคยตั้งฉายานี้ให้กับJay Chouหลังจากที่คอนเสิร์ตของเขาในฮ่องกงปี2023จัดแสดงได้อย่างราบรื่น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีฝนตกต่อเนื่องในช่วงหลายวันก่อนการแสดง แต่ทุกครั้งก่อนเริ่มโชว์สภาพอากาศกลับเปิดโล่งเสมอ โดย จาง เสวียโหย่ว ส่งโน้ตเขียนด้วยลายมือพร้อมมะม่วงที่ติดป้ายว่าChildren of the Sunมาให้ เพื่อแซวถึงความโชคดีของเขาอย่างขำ ๆJay Chouเล่าว่าการกระทำนี้ทำให้หัวใจของเขาสดใสราวกับมีแสงแดดและยังพูดติดตลกว่าเขาจะขอรับฉายานี้ไว้เลยปัจจุบัน วลีนี้จึงได้กลายมาเป็นชื่ออัลบั้มใหม่ของเขา ที่สื่อถึงพลังบวก ความมีชีวิตชีวา และพลังสร้างสรรค์ ที่เป็นจิตวิญญาณประจำตัวของJay Chouเสมอมา ภาพปกอัลบั้มและมิวสิกวิดีโอChildren of the Sunถ่ายทำที่โบสถ์Chapelle Sainte-Jeanne-dArcในกรุงปารีส ซึ่งเป็นฉากสำคัญของมิวสิกวิดีโอ ทีมงานโปรดักชันได้ออกแบบฉากในสไตล์ศตวรรษที่19อย่างพิถีพิถันเพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศลึกลับในมิวสิควิดีโอ ถ่ายทำกันในช่วงเวลากลางคืน ทีมงานใช้เครนถึง9ตัวสำหรับจัดแสงไฟขนาดใหญ่จากภายนอก เพื่อส่องกระจกสีของโบสถ์ให้โดดเด่น สร้างโทนภาพที่มืด ลึกลับ และมีความเป็นภาพยนตร์ นอกจากนี้การถ่ายทำที่เล่าเรื่องแบบภาพยนตร์ แอนิเมชันที่ซับซ้อน และเทคนิคโพสต์โปรดักชันขั้นสูง ทำให้มิวสิควิดีโอนี้ใช้งบประมาณรวมทั้งหมดสูงกว่า2.8ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว92ล้านบาท) จึงถือเป็นหนึ่งในโปรดักชันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เพลงMandopopเลยทีเดียว Jay Chouได้อัปเดตความคืบหน้าให้แฟน ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย และเล่าถึงกระบวนการสร้างสรรค์เบื้องหลังอัลบั้มนี้ว่า แค่เพราะอัลบั้มก่อนของผมออกในปี2022ไม่ได้หมายความว่าผมใช้เวลา3-4ปีในการเขียนอัลบั้มนี้ ผมแค่ชะลอจังหวะชีวิตลง และปล่อยให้ดนตรีเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่งเพลงเมื่อมีแรงบันดาลใจ อัดเสียงเมื่อมีเวลา และถ่ายทำเมื่อทำได้ ที่น่าขำคือช่วงที่ผมทำงานได้มากที่สุดกลับเป็นหลังจากทัวร์จบไปแล้วเขาเสริมพร้อมหัวเราะว่าถ้าผมไม่ต้องไปทัวร์ ไม่เล่นบาสเกตบอล หรือไม่ต้องรอเนื้อเพลงจากVincent Fangบางทีผมอาจทำอัลบั้มเสร็จได้ภายในเดือนเดียว และตอนนี้เมื่อโปรเจกต์เสร็จสมบูรณ์ เขาสรุปสั้น ๆ ว่า สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ ในที่สุดอัลบั้มนี้ก็ปล่อยออกมาแล้ว นับว่าเป็นการกลับมาของเจ้าพ่อวงการเพลงMandopopที่แฟน ๆ รอคอย และเกินความคาดหวังของใครหลายคน รวมถึงพิสูจน์ความสามารถทางดนตรีของเขาได้ดีอีกครั้งว่า หากเป็นเรื่องดนตรีแล้วล่ะก็Jay Chouจัดเต็มแบบไม่ผ่อนปรนเลยแม้แต่วินาทีเดียวอยู่เสมอ จนถึงทุกวันนี้