รีเซต

ผลการค้นหา “Kiss Me Again” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คู่จิ้นคู่ใหม่!! เต-นิว คว้าหัวใจสาววาย หลังเริ่มเปิดใจ ใน Kiss Me Again (มีคลิป)
อ่าน

คู่จิ้นคู่ใหม่!! เต-นิว คว้าหัวใจสาววาย หลังเริ่มเปิดใจ ใน Kiss Me Again (มีคลิป)

ออนแอร์ไปไม่กี่ตอนแต่ เต-ตะวัน และ นิว-ฐิติภูมิ นักแสดงจากค่าย GMMTV กับบทบาทที่ถูกใจสาววาย ด้วยเคมีที่เข้ากัน เริ่มจากความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งยิ่งทำให้ทั้งคู่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โพสต์ที่แชร์โดย Tt. (@tawan_v) เมื่อ พ.ค. 20, 2018 เวลา 5:07am PDT ล่าสุดทั้งคู่ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น เมื่อ  “เก้า” (นิว-ฐิติภูมิ) ไปช่วย “พีท”  (เต-ตะวัน) หลังจากที่ถูกพวกนักเลงรุมทำร้าย “พีท” จึงเริ่มเปิดใจให้ “เก้า” มากขึ้น ถึงขนาดมาเรียนพร้อมกัน จนทำให้เพื่อนๆ เริ่มสงสัย แถมทั้งคู่ยังเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป “พีท” และ “เก้า” จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปทางไหน ร่วมลุ้นพร้อมกัน ติดตามชม “Kiss Me Again จูบให้ได้ถ้านายแน่จริง”  ในวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายนนี้ เวลา 20.30 น. ทาง GMM25  และชมย้อนหลัง เวลา 22.30 น. โพสต์ที่แชร์โดย Tt. (@tawan_v) เมื่อ เม.ย. 23, 2018 เวลา 12:15am PDT นิวหิวเต กินกันยังไง ดูกันได้ทางนี้เลย https://youtu.be/IdbRXCszo90 โพสต์ที่แชร์โดย New Thitipoom T. 郑明心 (@newwiee) เมื่อ พ.ค. 12, 2018 เวลา 2:32am PDT อัพเดทชีวิตคนดัง ครบครันเรื่องบันเทิง เพลิดเพลินไปกับบทละคร ติดตาม Dara.trueid.net ได้อีกช่องทางที่ Facebook Twitter Instagram และ แอปพลิเคชั่น  TrueID Application Add friend ที่ ID : @TrueID

"มิ้นท์ ภัทรศยา" คัมแบ็กปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ "BABY BABY" อัปเวลสะท้อนตัวตนความเป็น เฟมินิสม์ (Feminism)
อ่าน

"มิ้นท์ ภัทรศยา" คัมแบ็กปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ "BABY BABY" อัปเวลสะท้อนตัวตนความเป็น เฟมินิสม์ (Feminism)

คัมแบ็กอีกครั้งหลังจากปล่อยเพลง สักคน มาให้ทุกคนได้หายคิดถึง ล่าสุดศิลปิน นางแบบสาว Mint Pattarasaya (มิ้นท์ ภัทรศยา) ขอส่งเพลง BABYBABY ที่จะมาอัพเวลสะท้อนตัวตนความเป็น เฟมินิสม์ (Feminism) ในตัวตนของคุณเองมากยิ่งขึ้น มิ้นท์ เผยว่า สำหรับเพลง BABY BABY คือเพลงของผู้หญิงที่โตแล้ว เป็นผู้หญิงที่ independent มีชีวิต มีความสำเร็จ และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร เธอเปิดใจให้กับความรัก และคิดว่าอาจจะเจอคนที่ใช่แล้ว แต่ผู้ชายคนนี้กลับมีความซับซ้อน มีความ hot and cold บางวันทำให้รู้สึกว่าเขาชัดเจน บางวันก็เหมือนถอยออกไป จนกลายเป็น mixed signals ที่ทำให้ต้องมานั่งตั้งคำถามว่า สรุปแล้วเราสองคนคืออะไรกันแน่ แต่ในจุดนี้ของชีวิต เราไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่จะมีเวลามานั่งเดาใจใครแล้ว เราเป็นผู้หญิงที่มีชีวิตของตัวเอง มีสิ่งที่สร้างมา มีหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ และมีหลายอย่างที่ต้องเสียถ้าเราเลือกให้เวลากับคนผิด สำหรับเรา เวลา มีค่ามาก เพราะเวลาที่เราให้ใครไป มันคือเวลาที่เราอาจจะเลือกให้กับคนอีกคนที่พร้อม ชัดเจน และเห็นคุณค่าของมันมากกว่านี้ก็ได้ เพราะฉะนั้น BABY BABY ไม่ใช่เพลงของผู้หญิงที่กำลังวิ่งตามผู้ชาย แต่มันคือเพลงของผู้หญิงที่กำลังบอกเขาว่า ถ้าคุณอยากอยู่ในชีวิตฉัน ก็หยุดเล่นเกม หยุดส่งสัญญาณที่ทำให้สับสน แล้วเริ่มแสดงให้เห็นจริงๆ ว่าคุณต้องการอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องพูดเยอะ แค่ show up และ prove it. เพราะฉันรู้ว่าตัวเองมีค่า และฉันไม่มีเวลาสำหรับความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน ซึ่งในเพลงนี้ มินท์ได้ กันต์ รุจิณรงค์ (หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ บอล อพาร์ตเมนต์คุณป้า) มาร่วมเป็นโปรดิวเซอร์เพลงนี้ให้อีกด้วย เรียกว่าเป็นเพลงที่ช่วยให้เราอัปเวลความเป็นตัวตนของตัวเองในแบบที่เป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมสามารถฟังเพลง BABY BABY ของ Mint Pattarasaya ได้แล้ววันนี้ ทุกสตรีมมิ่ง แพลตฟอร์มและ ติดตามความเคลื่อนไหวของ Mint Pattarasaya ได้ที่โซเชียลมีเดีย mintpattarasayaofficial ทุกช่องทาง

รู้หรือเปล่า ? คำอธิษฐานของฉัน คือ "ขอแค่ได้เจอ" เธออีกครั้ง เพลงล่าสุดจาก "Aesia"
อ่าน

รู้หรือเปล่า ? คำอธิษฐานของฉัน คือ "ขอแค่ได้เจอ" เธออีกครั้ง เพลงล่าสุดจาก "Aesia"

"Aesia (เอเชีย)" ศิลปิน Gen ใหม่วัย 22 ปี จากค่าย Talent Management พร้อมปล่อยซิงเกิลสไตล์ป๊อป "ขอแค่ได้เจอ (Just One More Time)" ผ่านเสียงร้องเอกลักษณ์ โดยหยิบเอาความรู้สึกของการเฝ้ารอใครบางคน มาถ่ายทอดผ่านคำอธิษฐานแสนเรียบง่าย ที่ไม่ได้หวังครอบครอง แค่ขอได้เจอกันอีกครั้งเพียงเท่านั้น "Aesia" ใช้ความรู้สึกที่แสนจริงใจผ่านเสียงดนตรี เพื่อถ่ายทอดความเป็นตัวเองออกมาได้อย่างน่าค้นหา ทำให้ "ขอแค่ได้เจอ (Just One More Time)" ที่เขาแต่งเนื้อร้อง ทำนอง และคุมงานโปรดิวซ์เองทั้งหมด กลายเป็นเพลงที่ผสมผสานทั้งพลังแห่งความตื่นเต้น ความคิดถึง และการตกหลุมรักใครสักคนซ้ำ ๆ นอกจากนี้ในพาร์ท MV ยังพาแฟนเพลงย้อนกลับไปในห้วงความรู้สึกของมิตรภาพในวัยเยาว์ โดยมีฉากหลังเป็นย่านเมืองเก่ากรุงเทพฯ ที่ชวนให้ยิ้มตาม ปลุกความทรงจำ และความรู้สึกที่เลือนหายไปให้กลับคืนมาอีกครั้ง โดยเฉพาะโมเมนต์ตกหลุมรักครั้งแรก จนต้องอธิษฐานในใจว่า "ขอแค่ได้เจอ" รักครั้งนั้นอีกครั้งเถอะนะ ฟังเพลง และชม MV เพลง "ขอแค่ได้เจอ (Just One More Time)" ได้แล้วที่นี่ ติดตามความเคลื่อนไหวของ Talent Management ได้ทาง IG, TikTok : @tmofficialth และ Facebook, YouTube : Talent Managementและติดตามข่าวสารของ "Aesia" ได้ที่ IG : @aesia_official

"จะกอดเธอไว้ไม่ปล่อยให้หายไปอีกเลย" ซิงเกิลจาก "No One Else" พร้อมชวน "สยาโม" โอบกอดทุกหัวใจ
อ่าน

"จะกอดเธอไว้ไม่ปล่อยให้หายไปอีกเลย" ซิงเกิลจาก "No One Else" พร้อมชวน "สยาโม" โอบกอดทุกหัวใจ

ส่งเพลงใหม่ออกมาให้ฟังแบบต่อเนื่องเลยทีเดียวสำหรับวง "No One Else (โน วัน เอลส์)" ที่ใคร ๆ ต่างยกให้พวกเขาเป็นไอคอนิกของเพลงรัก หลังจากแจกความสดใสไปในซิงเกิลที่แล้ว มาถึงซิงเกิลล่าสุดสมาชิกทั้ง 3 คน "ใหม่ กุ๊ก แนตตี้" ขอปรับโหมดมาถ่ายทอดมุมมองความความรักในรูปแบบของความคิดถึง กับเพลงที่มีชื่อว่า "จะกอดเธอไว้ไม่ปล่อยให้หายไปอีกเลย" เมื่อมีการพบก็ย่อมมีวันจากลา นั่นไม่ใช่สิ่งสุดท้ายหรือจุดจบ หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความหวังแห่งการได้กลับมาพบกัน และแน่นอนว่าเพลงของ "No One Else" มักจะมีอะไรใหม่ ๆ มาให้ทุก ๆ คนได้ฟังเสมอ อย่างในเพลงนี้พวกเขาได้ชวนศิลปินที่มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่โน๊ตแรกอย่าง "สยาโม" มาร่วมถ่ายทอดความคนึงหาจากคนไกลที่ทำได้เพียงคิดถึง และหวังว่าจะได้กลับไปพบกับอ้อมกอดจากคนคุ้นเคย ผ่านดนตรีในสไตล์ Thai Modern ที่ต่างจากเพลงที่ผ่านมาของพวกเขา แต่ยังคงมีกลิ่นอาย Soul RB และใช้จังหวะง่าย ๆ ฟังสบายพร้อมเสริมด้วยเสียงของเครื่องสายมาเพิ่มมวลแห่งความคิดถึงได้น่าฟังยิ่งขึ้น และตอนนี้สามารถชมมิวสิกวิดีโอได้แล้วทาง YouTube Channel : No One Else และฟังเพลงได้ในทุกช่องทาง ซึ่งเพลงนี้เขียนขึ้นโดย "ใหม่ นักร้องนำ" ที่ได้รับแรงบันดาลใจระหว่างทางกลับบ้านหลังเลิกงานและได้เห็นชีวิตของคนที่ต้องยอมอยู่ห่างจากคนที่รักเพื่อมาสร้างชีวิตที่ดีกว่าในเมืองใหญ่ โดยใหม่ได้เล่าเสริมถึงการทำงานให้ฟังว่า "ผมขอนิยามให้เพลงนี้เป็นการเล่าเรื่องแบบบรรยายบรรยากาศ เป็นไวป์ยามค่ำคืนในเมืองใหญ่ที่มีแสงไฟสว่างแต่แฝงด้วยความเหงาของคนที่ต้องห่างไกลจากคนรัก และคงจะดีไม่น้อยถ้าคืนนี้ได้กลับไปอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นนี้อีกครั้ง และอีกหนึ่งคนที่มาทำให้ภาพของเพลงนี้ชัดเจนขึ้นก็คือน้องสยาโม ซึ่งตัวผมเองเป็นแฟนคลับน้องอยู่แล้วและอยากที่จะร่วมงานด้วยมานาน แต่ก็ยังหาจังหวะที่เหมาะสมไม่ได้สักทีจนมาในปีนี้ทางวงได้อยากลองนำเสนออะไรใหม่ ๆ ให้กับคนฟังจึงกลายมาเป็นซิงเกิลที่แตกต่างจากเพลงของ No One Else ที่เคยได้ฟังกันครับ" เป็นอีกหนึ่งเพลงควรค่าแก่การฟังซ้ำให้คลายความคิดถึงเพียงแค่พิมพ์ชื่อเพลง "จะกอดเธอไว้ไม่ปล่อยให้หายไปอีกเลย" จาก "No One Else (โน วัน เอลส์)" ได้ในทุกแพลตฟอร์ม และอย่าลืมกดเข้าไว้เป็นเพลย์ลิสต์โปรดของทุกคน รวมถึงชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube Channel : No One Else พร้อมอัปเดตข่าวสารอื่น ๆ ของวงได้ที่ www.facebook.com/NoOneElseFanPage และ www.facebook.com/Spicydiscrecord

My Life Me
ดู

My Life Me

สัญญะยิ่งใหญ่ ชู 3 นิ้ว เตรียมหวนกลับมาปฏิวัติโลกใน "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping"
อ่าน

สัญญะยิ่งใหญ่ ชู 3 นิ้ว เตรียมหวนกลับมาปฏิวัติโลกใน "The Hunger Games: Sunrise on the Reaping"

ชู 3 นิ้ว กลับมาปฏิวัติโลก จากสัญญะในจักรวาลฮังเกอร์เกมส์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ภาพของประชาชนเขต 12 ที่พร้อมใจชู 3 นิ้วให้กับ แคตนิส เอเวอร์ดีน แทนการขอบคุณ, สรรเสริญ และบอกลาคนรัก ได้กลายมาเป็นการแสดงพลังของประชาชนในโลกความเป็นจริง และจากตัวอย่างล่าสุดที่ปรากฎภาพเฮย์มิตช์ทำสัญญะชู 3 นิ้วอีกครั้ง ส่งสัญญาณว่า The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่ครั้งนี้มันคือการเปิดศึกกับแคปิตอลที่ดุเดือดที่สุด เกร็ดน่ารู้ - อ้างอิงจากสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วของเฮย์มิตช์ ตัวแทนจากเขต 12 ในตัวอย่างThe Hunger Games: Sunrise on the Reapingโยงกลับมาที่การพูดถึงกระแสตอนที่ The Hunger Games ภาคแรกเข้าฉาย แล้วเกิดกระแสการนำสัญญะ ชู 3 นิ้ว จากในภาพยนตร์มาเป็นเครื่องหมายการแสดงพลังทางการเมือง ของประชาชนในโลกของความเป็นจริง อาทิการต่อต้านคณะคสช.ในประเทศไทย การประท้วงรัฐบาลฮ่องกง หรือการต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาร์ - ซีนแรกในจักรวาลฮังเกอร์เกมส์ที่ปรากฏภาพของการชู 3 นิ้ว คือซีนที่ประชาชนในเขต 12 ชู 3 นิ้วให้กับแคตนิส เอเวอร์ดีน ที่อาสาเข้าสู่การแข่งขันฮังเกอร์เกมส์ครั้งที่ 74 ก่อนที่จะปรากฏในภาคต่อ ๆ มา เพื่อสื่อถึงการต่อต้านอำนาจของประธานาธิบดีสโนว์และแคปิตอล - ความหมายของสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว จากภาพยนตร์ THG คือการขอบคุณ, การสรรเสริญ และการบอกลาคนรัก- การกลับมาของสัญญะ ชู 3 นิ้ว ของเฮย์มิตช์จากตัวอย่างใหม่ The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เป็นช่วงเวลา 24 ปีก่อนหน้าเหตุการณ์ของแคตนิส คือสัญญาณสำคัญว่าการชู 3 นิ้ว มีมาแล้วตั้งแต่ก่อนหน้าไตรภาคแรก รวมทั้งบอกเป็นนัยว่าเกมการแข่งขันครั้งที่ 50 ที่มีเฮย์มิตช์เป็นตัวแทนของเขต 12 จะลุกลามไปสู่การรวมพลังของคนธรรมดาต่อต้านอำนาจล้นฟ้าของสโนว์ในแบบที่ดุเดือดไม่น้อย The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม 19 พฤศจิกายน ในโรงภาพยนตร์ ทุกระบบพิเศษ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Barbies ส่งคำปลอบโยนพร้อมคราบน้ำตา ใน "อย่าร้องไห้อีกเลย" ระเบิดความมันส์สุดเดือด
อ่าน

Barbies ส่งคำปลอบโยนพร้อมคราบน้ำตา ใน "อย่าร้องไห้อีกเลย" ระเบิดความมันส์สุดเดือด

Barbies วงอัลเทอร์เนทีฟร็อก จากค่าย smallroom กลับมาปล่อยซิงเกิลใหม่ อย่าร้องไห้อีกเลย (Im Sorry) พร้อมพาชาวร็อกระบายความรู้สึกที่อัดอั้นผ่านซาวด์ดนตรีหนักหน่วงแบบจัดเต็ม ทั้งไลน์กีตาร์สาด ๆ เสียงกลองดิบกระแทกใจ และซินธิไซเซอร์ที่ช่วยเติมสีสันให้เพลงดุดันยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการส่งคำปลอบโยนที่มาพร้อมคราบน้ำตาและความพังแบบฉบับชาวร็อก! Barbies ประกอบด้วย ต้า เผ่าพล เทพหัสดิน ณ อยุธยา (ร้องนำ), เจ นวพัทร์ จันทรากุล (เบส), ขวัญ ศรไชย (กลอง), นัส นัสพงศ์ จันทน์สุคนธ์ (กีตาร์), อ๋อ ทรงธรรม จรรสาโล (เทิร์นเทเบิล) และทิวลิป วีรวัฒน์ สืบสิมมา (กีตาร์) ที่ครั้งนี้กลับมาพร้อมผลงานใหม่ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ความดิบ เดือด และหนักแน่นของดนตรีอัลเทอร์เนทีฟร็อกไว้อย่างเต็มพิกัด สำหรับ อย่าร้องไห้อีกเลย (Im Sorry) คือเพลงที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ปลดปล่อยอารมณ์ที่เก็บกดเอาไว้ จะเจ็บ จะพัง หรือจะร้องออกมาให้สุดก็ไม่ต้องฝืน เพราะบางครั้งการระบายความรู้สึกออกมาให้หมด ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมาทบทวนหัวใจตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่ทุกอย่างจะค่อย ๆ เงียบลง และเหลือเพียงเสียงที่บอกกับตัวเองว่า อย่าร้องไห้อีกเลย คำปลอบโยนที่ไม่ได้มาในรูปแบบอ่อนหวาน แต่ส่งผ่านเสียงดนตรีหนัก ๆ ให้ได้ระเบิดความรู้สึกกันอย่างเต็มที่ ด้าน Music Video ก็จัดเต็มไม่แพ้ตัวเพลง เพราะสมาชิกทั้ง 6 คนลงมือเล่นดนตรีด้วยตัวเอง พร้อมซีนเด็ดในช่วงท้ายที่บอกได้เลยว่างานนี้มีพังยับเยิน! ใครที่คิดถึงความเดือดแบบชาวร็อก เตรียมเปิดเสียงให้ดัง แล้วปล่อยอารมณ์ไปกับ Barbies ได้เลย อย่าร้องไห้อีกเลย (Im Sorry) ซิงเกิลใหม่จาก Barbies รับชม Music Video ได้แล้วที่ YouTube ช่อง SMALLROOM และฟังเพลงได้แล้ววันนี้บนสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม

Hudson Stone ศิลปินหนุ่มคลื่นลูกใหม่มาแรง ส่งซิงเกิลใหม่ “Talk” เมื่อความรักอาจไม่พอ หากสองคนสื่อสารกันไม่เข้าใจ
อ่าน

Hudson Stone ศิลปินหนุ่มคลื่นลูกใหม่มาแรง ส่งซิงเกิลใหม่ “Talk” เมื่อความรักอาจไม่พอ หากสองคนสื่อสารกันไม่เข้าใจ

Hudson Stone ศิลปินหนุ่มคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตามองจาก Hollywood Records กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ Talk ผลงานที่หยิบเรื่องใกล้ตัวอย่างความรัก และปัญหาในการสื่อสารมาร้อยเรียงผ่านซาวด์กีตาร์และเมโลดี้ติดหู หลังจากซิงเกิลเดบิวต์ Overthinker ทำยอดสตรีมไปแล้วกว่า 2.5 ล้านครั้ง พร้อมได้รับเลือกจาก Rolling Stone ให้เป็นหนึ่งใน Songs You Need to Know ฟังเพลง Hudson Stone - Talkhttps://HudsonStoneTH.lnk.to/TalkPR สำหรับ Talk Hudson Stone ร่วมเขียนเพลงกับ Josh Varnadore (OneRepublic), Coleton Rubin (OneRepublic) และ Simon Oscroft (almost monday, OneRepublic) โดยยังคงเสน่ห์ที่เคยได้ยินจาก Overthinker ทั้งการนำโมเมนต์ที่หลายคนน่าจะเคยพบเจอมาเล่าผ่านเนื้อเพลงที่เข้าถึงง่ายและมีลูกเล่น พร้อมซาวด์ที่ชวนให้กลับมาฟังซ้ำ Hudson Stone เล่าถึงที่มาของเพลงนี้ว่า Talk พูดถึงการที่เรารู้ว่าเรารักใครสักคนมากเสียจนบางครั้งมองข้ามสิ่งที่สวยงาม และสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในความสัมพันธ์ไป นั่นคือความสามารถในการสื่อสารกัน ตอนที่ผมเขียนเพลงนี้ ผมอยู่ในความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างซับซ้อน ผมรู้สึกว่าไม่ว่าผมจะทุ่มเทพลังลงไปมากแค่ไหน หรือรักอีกฝ่ายมากเพียงใด ทุกอย่างกลับสูญหายไปท่ามกลางความสับสนทางอารมณ์ ผมเคยได้ยินมาตลอดว่าผู้ชายกับผู้หญิง โดยธรรมชาติแล้วเหมือนพูดกันคนละภาษา และตอนนี้ผมเริ่มเรียนรู้แล้วว่ามันอาจเป็นเรื่องจริง มีบางสิ่งที่สำคัญในความสัมพันธ์ที่ขาดหายไป แต่บางครั้งมันก็เกิดจากตอนที่เราพยายามจะให้ใครสักคนรับฟังเรา ส่วนของการเป็นผู้ฟังกลับทำงานได้ไม่ดีนัก หรือบางครั้ง เราอาจแค่ไม่อยากยอมรับสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพยายามจะบอก ไม่ว่าจะพูดออกมาตรง ๆ หรือเก็บไว้โดยไม่ได้เอ่ยออกมา ความรักเป็นเรื่องที่เข้าใจยากจริง ๆ แฟน ๆ เตรียมฟัง Talk ในเวอร์ชันสดได้เป็นครั้งแรกบนเวที Worlds Collide Tour ซึ่งจะเปิดฉากในวันที่ 25 กันยายน 2026 ณ Acrisure Arena เมือง Palm Desert รัฐ California โดยโชว์เพลงนี้จะมาพร้อมกีตาร์โซโล และเซอร์ไพรส์พิเศษที่รอเปิดเผยบนเวที Hudson Stone เกิดและเติบโตใน Los Angeles และเริ่มจับกีตาร์ตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ ก่อนจะกลายเป็นเครื่องดนตรีที่อยู่กับเขามาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยคุณพ่อชาวออสเตรเลียและคุณแม่ที่มีเชื้อสายเกาหลีครึ่งหนึ่ง เขาจึงเติบโตท่ามกลางวัฒนธรรมและอิทธิพลทางดนตรีที่หลากหลาย โดยมีศิลปินอย่าง Dominic Fike, John Mayer, The Strokes และ Leon Bridges เป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจ จนพัฒนาออกมาเป็นดนตรีที่ผสมกลิ่นอายอินดี้ร่วมสมัย ซาวด์กีตาร์ดิบ ๆ และความอบอุ่นแบบโซลเข้าด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ จาก Overthinker ที่ทำยอดสตรีมทะลุ 2.5 ล้านครั้งและได้รับการจับตามองจาก Rolling Stone สู่ Talk ซิงเกิลใหม่ที่เผยให้เห็นตัวตนทางดนตรีของ Hudson Stone ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งฝีมือการแต่งเพลงและซาวด์กีตาร์ที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมหยิบเรื่องราวและความรู้สึกใกล้ตัวมาเล่าผ่านบทเพลงได้อย่างเข้าถึงง่าย นับเป็นอีกก้าวที่น่าจับตามองของศิลปินหนุ่มคลื่นลูกใหม่คนนี้ และเชื่อว่าเราจะได้เห็นอีกหลายแง่มุมจากเขาผ่านผลงานต่อ ๆ ไปในอนาคต

"ONCE AGAIN" ครั้งแรกของเทศกาลดนตรีที่จะพาทุกคนย้อนสู่เพลงที่ไม่เคยลืม กับ 7 ศิลปินตัวท็อป
อ่าน

"ONCE AGAIN" ครั้งแรกของเทศกาลดนตรีที่จะพาทุกคนย้อนสู่เพลงที่ไม่เคยลืม กับ 7 ศิลปินตัวท็อป

บางครั้งเพลงหนึ่งเพลงไม่ได้เป็นเพียงเสียงดนตรี แต่เป็นเหมือน "ไทม์แมชชีนแห่งความทรงจำ" ที่พาเรากลับไปยังช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต และครั้งนี้เสียงเพลงที่คุ้นเคยเหล่านั้นจะดังขึ้นอีกครั้ง ใน "ONCE AGAIN TIME TRAVEL MUSIC FESTIVAL" ครั้งแรกของเทศกาลดนตรีที่ชวนทุกคนย้อนกลับไปหาเพลงที่ไม่เคยลืม ซึ่งฝังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต เพราะ "ONCE AGAIN" เชื่อว่า แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน บางเพลงก็ยังคงอยู่กับเราเสมอ และรอให้เรากลับมาฟังมันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติสุดโรแมนติกของทะเลสาบและขุนเขา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2569 ณ วัน ชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี โดยงานนี้เกิดจากความร่วมมือของผู้จัดมากความสามารถอย่าง BE HEAR NOW ผนึกกำลังกับ บริษัท AQUA PEARL จำกัด จับมือกันเนรมิตมิวสิคเฟสติวัลแห่งความทรงจำครั้งนี้ขึ้น ซึ่งขนทัพ 7 ศิลปินตัวท็อป เจ้าของบทเพลงที่อยู่ในความทรงจำของแฟนเพลงหลายยุค มารวมไว้บนเวทีเดียว ได้แก่ PAUSE, WAN THANAKRIT, POP PONGKOOL, ETC, TWO POPETORN, LIPTA และ BURIN BOONVISUT ที่ขนเพลงฮิตในอดีตซึ่งผูกพันกับเรื่องราวในชีวิต เพื่อมาร้องไปพร้อมกันอีกครั้ง พร้อมพิเศษสุดกับเซอร์ไพรส์ที่จะทำให้ทุกคนประทับใจอย่างแน่นอน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาสร้างความทรงจำบทใหม่ไปด้วยกัน ใน "ONCE AGAIN TIME TRAVEL MUSIC FESTIVAL" วันที่ 5 ธันวาคม 2569 ณ วัน ชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี โดยบัตร Early Bird ราคาสุดพิเศษเพียง 800 บาท (จากราคา 1,290 บาท) และ บัตร VIP ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษสุดคุ้ม จำนวนจำกัดเพียง 100 ใบเท่านั้น จะเปิดจำหน่ายวันแรก 9 ตุลาคมนี้ เวลา 19.00 น. ทาง Zipevent (https://www.zipeventapp.com/e/Once-Again ) บอกเลยว่างานนี้ฟินกันถ้วนหน้าอย่างแน่นอน สอบถามรายละเอียดการซื้อบัตรและติดตามข่าวสารของงาน "ONCE AGAIN TIME TRAVEL MUSIC FESTIVAL" ได้ทาง Facebook Fanpage, Instagram, X และ Tiktok : Onceagainmusicfestival

สะดุดรักยัยแฟนเช่า
ดู

สะดุดรักยัยแฟนเช่า

They Call Me Trinity
ดู

They Call Me Trinity

เลิกจำศีลแล้ว! ผู้กำกับอินดี้ ฮิโรชิ อิชิคาวะ คัมแบ็กหนังใหม่ในรอบ 14 ปีกับ "The Blue We Touch"
อ่าน

เลิกจำศีลแล้ว! ผู้กำกับอินดี้ ฮิโรชิ อิชิคาวะ คัมแบ็กหนังใหม่ในรอบ 14 ปีกับ "The Blue We Touch"

หนึ่งในนักสร้างหนังชาวญี่ปุ่นที่จัดได้ว่าเป็นยอดฝีมือ แต่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยความอินดี้เฉพาะตัวในทำงานของเขา อย่าง "ฮิโรชิ อิชิคาวะ" เตรียมคัมแบ็กกลับมามีผลงานใหม่ หลังจากที่จำศีลยาวนานเป็นทศวรรษ ในหนังยาวเรื่องใหม่ของเขาที่มีการเปิดเผยโปรเจกต์ออกมาในตลาดซื้อขายหนังที่เทศกาลหนังนานาชาติโตเกียว 2026 ที่จะกลายเป็นผลงานใหม่ในรอบ 14 ปีของเขาเลยก็ว่าได้ Variety รายงานว่า "The Blue We Touch" (ชื่อภาษาญี่ปุ่นที่ว่า Awo no Jo) จะเป็นผลงานเรื่องใหม่ของผู้กำกับสุดติสท์ ฮิโรชิ อิชิคาวะ ที่หวนกลับมาทำหนังอีกครั้งในรอบเกือบ 14 ปีเต็ม นับตั้งแต่หนังเรื่องล่าสุด Petal Dance เมื่อปี 2013 โดยหนังเรื่องนี้ได้ถ่ายทำแล้วเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนตัดต่อและกระบวนการหลังการถ่ายทำอยู่ โดยที่หนังยังมีภายใต้สังกัด Bitters End อีกเเหมือนเคย คาดว่าจะมีกำหนดฉายที่ญี่ปุ่นในช่วงกลางปี 2027 ตามลำดับ The Blue We Touch จะยังเป็นหนังแนวดรามาสำรวจมนุษย์แนวถนัดของผู้กำกับผู้นี้ ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมุมมองจากหลายตัวละคร ที่เน้นไปที่อดีตเพื่อนรักคู่หนึ่ง มิตสึ นักออกแบบเว็บไซต์สัญญาจ้าง ที่หวังจะได้โอกาสเป็นพนักงานประจำ และสร้างสรรค์ผลงานที่เชื่อมโยงกับผู้คนได้ เธอรู้สึกสนใจในตัว ฟูจิโนะ หัวหน้าแผนกทรัพยากรมนุษย์ในบริษัท เธอจึงค่อย ๆ เปิดเผยความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำมานานให้เขาได้รับรู้ ขณะเดียวกัน อายาเนะ หญิงสาวที่ทำงานช่วงกลางคืนไปพร้อม ๆ กับการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่อาชีพอัยการ ได้พบกับ โทโมกิ นักศึกษาสายศิลป์ที่กำลังประสบปัญหาในการวาดภาพเหมือนมนุษย์ เธอจึงตกลงที่จะเป็นแบบให้กับเขา การพบกันครั้งนี้ได้ช่วยเปิดมุมมองในงานศิลปะของเขา โดยที่อายาเนะก็ได้นึกหวนถึงความทรงจำอันล้ำค่าที่เธอเก็บรักษาเอาไว้ในใจตลอดเวลาขึ้นมาอีกครั้ง หนังได้ทีมนักแสดงยอดฝีมือและนักแสดงรุ่นใหม่มาวาดลวดลายทางการแสดงเพียบ ไม่ว่าจะเป็น "นาโอะ", "เอริกะ คาราตะ", "ยูซุ อาโอกิ", "อาริซะ นาคาโนะ" และ "อายูมุ นากะจิมะ" โดยที่ ฮิโรชิ อิชิคาวะ รับหน้าที่กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้อีกเช่นเคย ร่วมด้วยหน้าที่ตัดต่อหนังเอง โดยหนังยังไม่มีกำหนดฉายที่แน่ชัด แต่คาดว่าหนังจะเริ่มตระเวนเดินสายฉายในเทศกาลหนังต่าง ๆ ก่อนจะค่อยลงโรงฉายต่อไป ฮิโรชิ อิชิคาวะ จัดได้ว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับที่จับตัวได้ยากคนหนึ่งของญี่ปุ่น เขาเคยเป็นผู้กำกับหนังโฆษณาที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ก่อนจะก้าวเข้ามาสู่โลกของการเป็นผู้กำกับหนัง เดบิวต์ด้วย Tokyo.sora ในปี 2002 แล้วตามมาด้วย Su-ki-sa ในปี 2006 ที่กลายเป็นผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขาในระดับเวทีนานาชาติ จากนั้นก็เบรกหายไป 7 ปี กลับมาใน Petal Dance หนึ่งในผลงานมาสเตอร์พีชของเขา ที่ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก และล่าสุด The Blue We Touch จะเป็นผลงานหนังเรื่องที่ 4 ในอาชีพของเขา ที่เว้นวรรค์หายไปจากผลงานเรื่องก่อนเกือบ 14 ปี ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

JACKIE JACKRIN ส่งซิงเกิลใหม่ UNTIL WE MEET AGAIN ส่งท้ายอัลบั้ม EP.02 HOW I FEEL?
อ่าน

JACKIE JACKRIN ส่งซิงเกิลใหม่ UNTIL WE MEET AGAIN ส่งท้ายอัลบั้ม EP.02 HOW I FEEL?

กลับมาสร้างความประทับใจให้แฟนเพลงอีกครั้ง สำหรับศิลปินหนุ่มมากความสามารถJACKIE JACKRIN (แจ๊คกี้ จักริน กังวานเกียรติชัย)ที่กลับมาพร้อมซิงเกิลที่4UNTIL WE MEET AGAIN บทสรุปส่งท้ายจากอัลบั้มEP.02 HOW I FEEL?โดยเพลงนี้ถ่ายทอดความรู้สึกคิดถึงของคนที่แม้เวลาจะพาให้ต้องแยกจากกัน แต่ภาพของช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกันยังไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำ ซึ่งได้THUNWA(ธันวา เนตรไทย)มารับหน้าที่แต่งเนื้อร้องและทำนอง ร่วมกับYoryorkkนั่งแท่นโปรดิวเซอร์และเรียบเรียงดนตรี โดยขยายความรู้สึกผ่านElectric Guitarผสานเข้ากับเสียงBassและ กลอง ที่วางจังหวะอย่างทรงพลัง เสริมมิติด้วยSynth Leadเติมเต็มทำนองให้มีความโดดเด่น อบอวลไปด้วยMood Toneของความอบอุ่นและความผูกพัน ให้ทุกคนพร้อมก้าวเดินต่อไปด้วยรอยยิ้ม JACKIE JACKRIN โดยJACKIE JACKRINได้เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการทำงานครั้งนี้ว่าสำหรับเพลงUNTIL WE MEET AGAINเป็นซิงเกิลที่ผมอยากใช้ถ่ายทอดบทสรุปของความรู้สึกคิดถึงครับ ความคิดถึงในมุมของผมไม่ได้มีแค่ความเศร้าหรือความเสียดาย แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความขอบคุณต่อช่วงเวลาดีๆ ที่เคยเกิดขึ้น ผมตั้งใจเล่าผ่านดนตรีสไตล์ป็อปร็อคที่มีพลัง ทั้งเสียงกีตาร์ไฟฟ้าและจังหวะกลองที่หนักแน่น เพื่อสื่อว่าแม้เราจะเดินแยกย้ายไปเติบโตบนเส้นทางของตัวเอง แต่ความทรงจำเหล่านั้นจะยังคงอยู่ และผมเชื่อเสมอครับว่า ตราบใดที่เรายังมีเรื่องราวร่วมกัน สักวันหนึ่งเราอาจได้กลับมาพบกันอีกครั้งบนเส้นขอบฟ้าเดียวกัน ซึ่งMVได้ปล่อยออกมาแล้ว อยากให้แฟนเพลงทุกคนได้ลองติดตามชมและยิ้มไปกับความคิดถึงในเพลงนี้ครับ ติดตามผลงานล่าสุดของ JACKIE JACKRINกับซิงเกิล UNTIL WE MEET AGAINได้ที่YouTube:JACKIE JACKRINและMusic Streamingทุกช่องทางได้แล้ววันนี้

"ถ้าสักวัน" เพลงใหม่จาก "FREEHAND" กับคำถามถ้าเดินสวนกับคนเคยรัก จะยังจำเรื่องราวที่ดีได้ไหม
อ่าน

"ถ้าสักวัน" เพลงใหม่จาก "FREEHAND" กับคำถามถ้าเดินสวนกับคนเคยรัก จะยังจำเรื่องราวที่ดีได้ไหม

ถ้าเดินสวนกับแฟนเก่า จะทำหน้ายังไง ? คำถามธรรมดาที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเพลงใหม่จากวง "FREEHAND" ค่าย genie records "ถ้าสักวัน (Crossroads)" เมื่อความสัมพันธ์จบลง สิ่งที่เหลืออยู่อาจเป็นความรู้สึกขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกัน เป็นความทรงจำดี ๆ ที่เคยมีความหมายแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า "อีกคน" ยังจำเรื่องราวเหล่านั้นได้อยู่หรือเปล่า และหากวันหนึ่งได้พบกันอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องเข้ามาทักทายกัน แค่ได้เห็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้กันก็เพียงพอ เพราะรอยยิ้มนั้นอาจเป็นคำตอบว่า อย่างน้อยเธอก็ยังจำเรื่องราวของเราได้อยู่ ไม่ได้เรียกร้องให้กลับมา แต่ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้รักและมีช่วงเวลาที่มีความหมายร่วมกันนั่นเอง ในส่วนของดนตรี เพลงนี้ยังคงมีกลิ่นอายของ "FREEHAND" อย่างชัดเจน และ "อ๊อฟ บิ๊กแอส" ยังช่วยคุมเรื่องการร้องอีกเช่นเคย ด้านมิวสิกวิดีโอ "จั๊ก จิรัฏฐ์ สมภักดี" ผู้กำกับ เลือกใช้ "การเดินสวนกัน" เป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ ตั้งแต่วันที่คนสองคนพบกันครั้งแรกก็เดินสวนกัน ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่ต่างคนต่างเดินไปข้างหน้า จนกระทั่งวันที่ความสัมพันธ์จบลง ทั้งคู่ก็ยังคงต้องเดินสวนกันแต่จะทำหน้ายังไง ต้องลองไปชมกันเอง และต้องขอบคุณ "เผ่าเพชร เจริญสุข" ที่มารับบทพระเอกเเละสื่ออารมณ์ออกมาได้ชัดมาก ๆ ติดตามเพลงเเละมิวสิกวิดีโอเพลง "ถ้าสักวัน (Crossroads)" จากวง "FREEHAND" ได้เเล้วที่ YouTube : genierock ติดตามชม MV "ถ้าสักวัน (Crossroads)" ได้ที่นี่ สามารถรับฟังเพลงของ "FREEHAND" ได้ทุกช่องทาง Music Streaming ช่องทางการติดตามศิลปิน Facebook : FREEHANDBAND, genierecords / INSTAGRAM, X, TikTok : thefreehandband

Ayumu Imazu ส่งซิงเกิลใหม่ “musubi” เพลงรักที่กำลังมาแรงบนโซเชียลตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลงเต็ม
อ่าน

Ayumu Imazu ส่งซิงเกิลใหม่ “musubi” เพลงรักที่กำลังมาแรงบนโซเชียลตั้งแต่ก่อนปล่อยเพลงเต็ม

หลังสร้างกระแสบนโซเชียลตั้งแต่เพลงยังไม่ปล่อยเต็ม Ayumu Imazu ศิลปินสัญชาติญี่ปุ่นระดับโกลบอล ที่ดูแลการสร้างสรรค์ผลงานด้วยตัวเอง กลับมาพร้อมดิจิทัลซิงเกิลใหม่ musubi (結び) เพลงรักที่พูดถึงสายสัมพันธ์ระหว่างคนสองคน ผ่านแนวคิดเรื่อง ด้ายแดงแห่งโชคชะตา ฟังเพลง musubi ของ Ayumu Imazuhttps://AyumuImazuTH.lnk.to/musubiPR กระแสของเพลง musubi เริ่มต้นขึ้นหลัง Ayumu Imazu โพสต์เดโมของเพลงลง TikTok เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม ก่อนจะได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ มีคอนเทนต์ที่ใช้เสียงเพลงนี้มากกว่า 60,000 โพสต์ ถือเป็นการเติบโตที่รวดเร็วยิ่งกว่า Obsessed หนึ่งในเพลงฮิตที่สร้างชื่อให้เขาในระดับนานาชาติ จากครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ในญี่ปุ่น กระแสของเพลงยังขยายไปถึงเหล่าศิลปิน K-Pop ไม่ว่าจะเป็น TUIDE, RIIZE, BOYNEXTDOOR และ TEAM ที่ร่วมสร้างคอนเทนต์กับเพลงนี้ ขณะที่ Ayumu Imazu ยังได้ร่วมทำแดนซ์คอลลาบอเรชันพิเศษกับ CORTIS ยิ่งทำให้ musubi กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่น่าจับตามองบนโซเชียลในช่วงเวลานี้ ชื่อเพลง musubi (結び) สื่อถึงการผูกโยงและสายสัมพันธ์ โดยเพลงหยิบภาพของ ด้ายแดงแห่งโชคชะตา มาเป็นหัวใจสำคัญในการเล่าเรื่องความรักและความสัมพันธ์ของคนสองคน แม้บางช่วงอาจห่างกันหรือคลาดกันไป แต่ท้ายที่สุดก็ยังเลือกที่จะกลับมาเชื่อมโยงกันอีกครั้ง เนื้อเพลงถ่ายทอดรายละเอียดเล็ก ๆ ทั้งช่วงเวลาที่ราบรื่นและความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ จึงเป็นเรื่องราวที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนที่เคยผ่านหลากหลายช่วงเวลาในความรัก ด้านซาวด์ musubi มีกลิ่นอายชวนให้นึกถึงความรู้สึกคุ้นเคยจากวันวาน ผสมเข้ากับมุมมองทางดนตรีร่วมสมัยในแบบของ Ayumu Imazu จนออกมาเป็นเพลงฟังสบายที่มีเอกลักษณ์ เหมาะทั้งสำหรับเปิดฟังในชีวิตประจำวัน รวมถึงคอนเทนต์บนโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นแดนซ์ชาเลนจ์ ไลฟ์สไตล์ หรือโมเมนต์ของคู่รัก ขณะเดียวกันเรื่องราวของสายสัมพันธ์และบรรยากาศโรแมนติกของเพลงยังเข้ากับเพลย์ลิสต์แนว Chill, Romance, Couple และ Wedding ได้อย่างลงตัว จากเดโมสั้น ๆ ที่จุดกระแสบน TikTok สู่ซิงเกิลเต็มที่แฟนเพลงทั่วโลกกำลังรอฟัง musubi แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงความโดดเด่นของ Ayumu Imazu ทั้งในฐานะศิลปิน นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ที่สร้างผลงานด้วยมุมมองของตัวเอง พร้อมเชื่อมโลกของ J-Pop เข้ากับวัฒนธรรมป๊อประดับสากลได้อย่างเป็นธรรมชาติ และน่าจับตาว่าเพลงรักซิงเกิลนี้จะสร้างโมเมนต์ใหม่ ๆ บนโซเชียลต่อไปได้ไกลอีกมากแค่ไหน ถ้าไม่อยากเอาต์ ต้องใช้เพลงนี้ลงโซเชียลแล้ววันนี้

ส้ม มารี เขียนเพลงใหม่ "ขอฝัน (Wish)" ส่งความคิดถึงข้ามฟ้าถึงแม่ที่จากไป
อ่าน

ส้ม มารี เขียนเพลงใหม่ "ขอฝัน (Wish)" ส่งความคิดถึงข้ามฟ้าถึงแม่ที่จากไป

น้ำตาซึม ส้ม มารี (Zom Marie) เขียนเพลงใหม่ ขอฝัน (Wish) ส่งความคิดถึงข้ามฟ้าถึงแม่ที่จากไป เพลง ขอฝัน เกิดจากความรู้สึกของส้ม มารี ที่อยากจะถ่ายทอดเรื่องราวของการสูญเสียคนรัก หลังจากที่สูญเสียแม่ ผู้เป็นที่รักไป 3 ปีแล้ว รวมกับความรู้สึกที่ว่าหลังจากแม่เสียไป แม้เข้าฝันเพียง 1 ครั้งยังไม่มีเลย จึงเป็นแรงบันดาลใจทำให้เกิดเพลง ขอฝัน เพลงที่พูดว่า เมื่อหลับตา ฉันขอฝันถึงเธอได้ไหม ขอกลับไปพูดคุย ไปกอดอีกสักครั้ง แม้เพียงในฝันก็ยังดี เพราะในชีวิตจริง เราไม่มีทางได้เจอกันอีกแล้ว การได้เจอกันในฝัน คงเป็นสิ่งเดียวที่ใกล้เคียงคำว่า ได้เจอกันอีกครั้งมากที่สุด ซึ่งเพลงนี้ส้ม มารี ก็ได้ขุดความรู้สึกในใจออกมาเขียนเป็นเพลง โดยได้ earthfromearth ศิลปินจาก XOXO Entertainment มาร่วมเขียนด้วย ในพาร์ทดนตรียังได้ร่วมงานกับ ปกป้อง จิตดี โปรดิวเซอร์ที่ร่วมงานกันในเพลง ถ้าคนจะใช่ (มันใช่ไปนานแล้ว), หยุดรัก และตัวแทนของใคร มารับหน้าที่ในการควบคุมการผลิต ซึ่ง Music Video เป็นการเดินทางท่องฝันกลับไปเห็นความทรงจำวัยเด็ก ที่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับแม่ เหมือนได้กลับไปให้แม่และตัวเองในวัยเด็กได้โอบกอด รับฟังซิงเกิลใหม่ ขอฝัน (Wish) ได้แล้วทุก Streaming Platforms สามารถรับชม Music Video: Youtube: ZOMMARIE MUSIC Link MV ขอฝัน (Wish) - Zom Marie : https://youtu.be/q0rATowXY9w

FLO ชวน Honey Dijon ส่ง THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon รีมิกซ์ 8 เพลงจากอัลบั้มฮิต
อ่าน

FLO ชวน Honey Dijon ส่ง THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon รีมิกซ์ 8 เพลงจากอัลบั้มฮิต

หลังจบทัวร์เอเชียในฐานะเฮดไลน์เป็นครั้งแรก FLO สามสาวบริติช RB ประกอบด้วย Rene Downer, Stella Quaresma และ Jorja Douglas เดินหน้าต่อยอดอัลบั้มชุดที่สอง Therapy At The Club ด้วยโปรเจกต์รีมิกซ์ THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon พร้อมชวนดีเจและโปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัลแกรมมีอย่าง Honey Dijon มาปรับโฉม 8 เพลงจากอัลบั้มนี้ ด้วยซาวด์ดนตรีเฮาส์และคลับในแบบฉบับของเธอ ฟังอัลบั้ม THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon ของ FLO และ Honey Dijonhttps://FLOTH.lnk.to/TATCwithHoneyDijonPR รีมิกซ์ Club Therapy with Honey Dijon นำ 8 เพลงจาก Therapy At The Club มาตีความใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Dont Break Her Heart และ Therapy At The Club รวมถึงเพลงเด่นอย่าง Pose, Small Doses, Call Me, Haterbooth, Miss u Missing me และ Touch โดย Honey Dijon เติมกลิ่นอายดนตรีเฮาส์และคลับ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเข้าไปในเพลงแนว RB ของ FLO ทำให้เพลงจากอัลบั้มชุดนี้พร้อมขยับเข้าสู่พื้นที่ของฟลอร์เต้นรำอย่างเต็มตัว FLO กล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า Honey Dijon คือไอคอนตัวจริง และเป็นคนที่พวกเราชื่นชมมานานมาก พวกเรารักเพลงแดนซ์ และไม่นานมานี้ก็ได้ไปเจอกับ Honey ที่ Ibiza พร้อมสัมผัสโชว์สดอันยอดเยี่ยมของเธอ พอถึงเวลาที่เราคิดจะรีมิกซ์ Therapy At The Club เรารู้เลยว่าต้องโทรหา Queen คนนี้! พวกเรารู้สึกขอบคุณมาก และเธอก็ทำออกมาได้สุดยอดจริง ๆ! ด้าน Honey Dijon เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ว่า ฉันเจอสาว ๆ ครั้งแรกตอนที่พวกเธอมาดูโชว์ของฉัน แล้วเราก็เข้ากันได้ทันที หลังจากนั้นไม่ว่าเราจะบังเอิญเจอกันเมื่อไร เราก็มีเคมีที่ดีต่อกันเสมอ เพราะฉะนั้นตอนที่พวกเธอติดต่อมา พร้อมไอเดียสุดบ้าที่อยากให้ฉันรีมิกซ์ทั้งอัลบั้ม ฉันชอบไอเดียนี้มาก ฉันคิดว่ามันเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเชื่อมโลกทางศิลปะของเราเข้าด้วยกันอย่างจริงจัง พวกเธอเก่งมาก ทั้งเพลงและเสียงร้องก็ยอดเยี่ยม และฉันสนุกมากที่ได้ทำงานกับเพลงเหล่านี้ พร้อมเติมกลิ่นอายแบบคลับและเฮาส์ของฉันลงไปในโปรเจกต์ทั้งหมด อัลบั้ม Therapy At The Club พา FLO คว้าอัลบั้ม Top 5 บนชาร์ตสหราชอาณาจักรได้เป็นชุดที่สองติดต่อกัน หลังอัลบั้มเดบิวต์ Access All Areas เปิดตัวที่อันดับ 3 เมื่อปี 2024 พร้อมสร้างสถิติให้ FLO เป็นเกิร์ลกรุ๊ป RB จากสหราชอาณาจักรวงแรก ที่ส่งสองอัลบั้มแรกเข้าสู่ Top 5 ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันอัลบั้มนี้ยังทำยอดขายสัปดาห์แรกสูงที่สุดของวง และทำอันดับบนชาร์ตกับยอดขายเปิดตัวสูงสุดตั้งแต่เดบิวต์ ทั้งในสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และเบลเยียม รวมถึงเข้าสู่ชาร์ตในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก THERAPY AT THE CLUB: Club Therapy with Honey Dijon จึงเป็นอีกอัลบั้มที่ขยายโลกดนตรีของ FLO ให้กว้างขึ้น ด้วยการนำ RB ที่เป็นหัวใจสำคัญของวง มาเชื่อมเข้ากับวัฒนธรรมดนตรีเฮาส์และคลับ ผ่านฝีมือของ Honey Dijon หนึ่งในดีเจและโปรดิวเซอร์ระดับแนวหน้าของวงการเพลงแดนซ์ อีกรสชาติใหม่ที่อยากให้แฟน ๆ ได้สนุกกันต่อตลอดทั้งปี

MUSE ฉลอง 9 ปี ผ่าน “MUSE on the move” Pop-up ที่ COF AND COW
อ่าน

MUSE ฉลอง 9 ปี ผ่าน “MUSE on the move” Pop-up ที่ COF AND COW

MUSE ฉลองครบรอบ 9 ปีแห่งการเดินทางและความผูกพันผ่านแคมเปญ 9 Years with Love, MUSE ถ่ายทอดเรื่องราวตลอด 9 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ Love Letter ที่ส่งต่อคำขอบคุณถึงทุกคนที่เติบโตและเดินทางมาพร้อมกับแบรนด์ พร้อมเปิดประสบการณ์พิเศษผ่าน MUSE on the moveการพาMUSEออกจากพื้นที่ร้านมาสร้างPop-up Experienceที่COF AND COWสาขานางลิ้นจี่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2569ให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสตัวตนของMUSEผ่านสินค้า กิจกรรม และประสบการณ์ต่างๆ และเครื่องดื่มกับขนมสุดพิเศษสำหรับการครบรอบ9ปีนี้ เบสท์ ณิชชารีย์ กิจวิริยะธนะโชติผู้ก่อตั้งแบรนด์MUSEกล่าวว่าตลอดระยะเวลา 9 ปีMUSEเติบโตขึ้นจากความตั้งใจที่จะสร้างของใช้ในชีวิตประจำวันที่ทั้งสวยและใช้งานได้จริง โดยหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญคือCard Holder Phone Caseเคสโทรศัพท์ที่สามารถใส่บัตรได้ ซึ่งเกิดจากความต้องการที่ไม่อยากพกกระเป๋าเวลาออกไปข้างนอก จากจุดเริ่มต้นของการเก็บสต๊อก แพ็ก และจัดส่งสินค้าด้วยตัวเองMUSEค่อยๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์และตัวตนของแบรนด์จนเป็นที่จดจำจากดีไซน์สีสันสดใส วัสดุหนังวีแกน และการPersonalization ปัจจุบัน MUSEเติบโตจากแบรนด์เคสโทรศัพท์สู่Lifestyle Brandที่นำเสนอทั้งAccessories, FashionและLifestyle Productsโดยยังคงยึดแนวคิด Fashion x Functionเป็นหัวใจสำคัญ ผสานดีไซน์ที่สนุก สีสัน และความเป็นตัวเองเข้ากับการใช้งานจริง พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถสร้างความพิเศษให้กับไอเทมของตัวเองผ่านบริการPersonalizationภายใต้แนวคิดBe you, be your own MUSE.ซึ่งสะท้อนความตั้งใจของแบรนด์ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เป็นเพียงของใช้ แต่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ให้ผู้คนได้แสดงตัวตนผ่านสิ่งที่เลือกใช้ในชีวิตประจำวัน สำหรับการฉลองครบรอบ 9 ปี ไฮไลต์สำคัญคือ MUSE on the moveที่พาMUSEออกมาสร้างประสบการณ์ในพื้นที่ใหม่ ผ่านการTake Over COF AND COWสาขานางลิ้นจี่ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของMUSEภายในPop-upเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสและทดลองสินค้า พร้อมร่วมสนุกกับSpecial ActivationและบริการPersonalizationที่สามารถสร้างความพิเศษให้กับไอเทมที่เลือกได้ นอกจากนี้ยังมีเมนูเครื่องดื่มและขนมสุดพิเศษจากCollaborationระหว่างMUSE x COF AND COWที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะช่วงแคมเปญ พร้อมSticker Photo Boothให้ทุกคนได้ถ่ายภาพ เก็บโมเมนต์ และนำภาพกลับไปเป็นที่ระลึกจากการเฉลิมฉลองครั้งนี้ MUSE on the move จึงเป็นมากกว่าการนำแบรนด์ออกมาเปิด Pop-up แต่เป็นการนำตัวตนของ MUSE ออกไปพบกับผู้คนในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความสนุกและความสร้างสรรค์ พร้อมเปิดโอกาสให้ทั้งลูกค้าเก่าและคนที่เพิ่งรู้จักแบรนด์ได้เข้ามาสัมผัส MUSE ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป และร่วมเขียนบทใหม่ของความทรงจำไปพร้อมกับแบรนด์ในวาระครบรอบ 9 ปี นอกจากการเติบโตของ MUSE ในฐานะ Lifestyle Brand แล้ว ปีที่ 9 ยังเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของการต่อยอดธุรกิจผ่าน MUSE Supply Co. บริการด้าน Brand Merchandise และ Corporate Gifting สำหรับองค์กรและแบรนด์ต่างๆ โดยนำความเชี่ยวชาญของ MUSE ด้านการคัดเลือกสินค้า การออกแบบ และ Personalization มาพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์แต่ละแบรนด์ ตั้งแต่การเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับภาพลักษณ์ ไปจนถึงประสบการณ์ของผู้รับ รวมถึงบริการ On-site Personalization ที่สามารถนำเคาน์เตอร์ไปให้บริการภายในงาน ให้ผู้ร่วมงานเลือกปั๊มชื่อหรือ Initials ลงบนสินค้าและรับของชิ้นพิเศษกลับบ้านได้ทันที ร่วมสัมผัสประสบการณ์ 9 Years with Love, MUSE และ MUSE on the move ได้ที่ COF AND COW สาขานางลิ้นจี่ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2569 พร้อมติดตามผลิตภัณฑ์และเรื่องราวของ MUSE ได้ทาง Instagram:@muse.onthemove, Facebook:MUSE on the move,และที่ MUSE in the move ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน