รีเซต

ผลการค้นหา “Kiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter 1” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu
อ่าน

รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu

     มาใหม่มาแรงมาก ๆ สำหรับซีรีส์บอยเลิฟสุดฟิน อย่างซีรีส์เรื่อง “Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2” จากโปรเจกต์Viu Original จากทางค่ายผู้ผลิต 9NAA PRODUCTION (ก้าวหน้า โปรดักชั่น) ที่บอกเลยว่าดุ เดือด เผ็ดไม่ไหว! บอกเล่าเรื่องราวของเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ ที่จุดเริ่มต้นเกิดที่สวนสาธารณะในกรุงโตเกียวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความสดชื่นของธรรมชาติ💝 นอกเหนือจากนี้แล้วก็ยังได้พระเอกหนุ่มหล่อหน้าสวยอย่างหนุ่ม “พี เอกภพ ต๊ะตา” วันนี้เราเลยอยากจะชวนเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับหนุ่มคนนี้ผ่านทาง ‘รู้จัก พีเอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu’พี เอกภพ      ชื่อของหนุ่มคนนี้คือ “พี เอกภพ ต๊ะตา” เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ส่วนสูง 175 เซนติเมตร การศึกษา ปริญญาตรี สาขาผู้ประกอบการธุรกิจ มหาวิทยาลัย STAMFORD INTERNATIONAL UNIVERSITY และจบการศึกษาปริญญาตรี สาขาวิศวะยานยนต์ มหาวิทยาลัย NAKANIHON AUTOMOTIVE COLLEGE ทำให้หนุ่มพีมีทักษะการพูด สื่อสาร เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่น https://www.instagram.com/p/CySOQDxvA8d/?igsh=MmI5cWEyOGxmYzVy      โดยหนุ่มพี เอกภพ เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นครั้งแรกจาก การถ่ายแบบ เดินแบบ เป็นนายแบบ อีกทั้งเขายังมีการไปแคสโฆษณา และได้เล่นโฆษณาหนึ่งตัว จนต่อมาก็ได้มาแคสบทบาทนักแสดงกับทางบริษัท ๙ หน้า โปรดักชั่น จำกัด และตอนนั้นเขาก็ตัดสินใจว่าหากไม่ผ่านอีกก็จะหยุดเดินสายแล้ว และต่อมาหนุ่มพีก็ได้ผ่านเข้ารอบ และได้ขึ้นมาเป็นพระเอกซีรีส์วายครั้งแรกกับซีรีส์เรื่อง KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viuhttps://www.instagram.com/p/C1Br3hrryi5/?igsh=MTNmYnM1Z2diaTBvaQ==     ในซีรีส์เรื่อง Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 หนุ่มพีแสดงเป็น “พี” หนุ่มคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เป็นเพื่อนซี้ของบีบอย เขามีอุปนิสัยตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ ไม่ค่อยยอมใคร ดูภายนอกดุ ๆ ดูเย็นชา แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนที่ใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น โดยหนุ่มพีก็แสดงคาแรคเตอร์ของพีออกมาได้เป็นอย่างดี มีความหล่อ เท่ มีสไตล์ที่แบบชัดเจนมาก ไม่เพียงเท่านั้นฉากเลิฟซีรกับหนุ่มป้าน จิรโชติ บอกเลยว่าเอาใครหลายคนซู้ดปากอย่างแน่นอนค่า! ถือว่าเป็นการแสดงครั้งแรกที่หนุ่มพีสุดยอดมาก อีกทั้งด้วยความที่หนุ่มพีมีความสามารถในการพูดภาษาญี่ปุ่น ทำให้บทบาทที่เขาได้รับสมบูรณ์แบบมากจริง ๆ ค่ะ 10/10 ไปเลยค่ะKiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 | Official Trailer VER2 [EngSub]https://m.youtube.com/watch?v=YpkPj2_OyBYhttps://www.instagram.com/p/Czgm0kpP2D2/?igsh=MXNrdTZ3YXlrMTRjdg==https://www.instagram.com/p/C4kwbUmPkLG/?igsh=djdhMzFpeWlpb25i      อุปนิสัยของหนุ่มพีคือเขาเป็นหนุ่มหล่อ น่ารัก สดใส ร่าเริงมาก มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเสมอ เขาเฟรนลี่ เอาใจใส่กับแฟนคลับมาก หนุ่มพีเป็นคนชอบเที่ยว ชอบการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการต่อยมวย ฟิตเนส ทำให้เขามีหุ่นที่ดีมาก ๆ เป็นทาสหมาhttps://www.instagram.com/p/CsFuIFcP03H/?igsh=ZW1mMXFvb3ozdWFjช่องทางการติดตามพี เอกภพInstagram : @ekkapopppFacebook : TaTa Ekkapopก็จบลงไปแล้วนะคะสำหรับ รู้จัก พี เอกภพ จากซีรีส์ KISEKI ฤดูปาฏิหาริย์ in Tokyo ทาง Viu ต้องบอกเลยค่ะว่าเป็นหนุ่มหล่อหน้าสวยที่ปังมาก เก่งเรื่องของการแสดง ฉากแซ่บก็คือแตกแตนเป็นไวรัลมาก💗💖🫶🏻 โดยเพื่อน ๆสามารถติดตามซัพพอร์ตหนุ่มพี เอกภพ ได้ทาง Instagram : @ekkapoppp ได้เลยค่า! และรับชมซีรีส์เรื่อง Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter 2 ได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.00 น. เริ่ม 17 มีนาคม 2567 นี้ ทาง Viu เท่านั้นจ้า ^^ เครดิตภาพหน้าปกโดย @ekkapopppภาพหน้าปก1 / ภาพหน้าปก2 / ภาพหน้าปก3เครดิตภาพประกอบบทความโดย @ekkapopppภาพที่1 / ภาพที่2 / ภาพที่3 / ภาพที่4 / ภาพที่5 เครดิตวิดีโอประกอบบทความโดย 9NAA ChannelKiseki 奇跡 ฤดูปาฏิหาริย์ Chapter2 | Official Trailer VER2 [EngSub]บทความที่น่าสนใจ : https://intrend.trueid.net/post/436319เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Trails in the Sky 1st Chapter การรีเมคของเกมระดับตำนาน
อ่าน

Trails in the Sky 1st Chapter การรีเมคของเกมระดับตำนาน

    ผมขอยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเลยครับ... เป็นเวลานานมากที่ผมมองซีรีส์เกมที่ชื่อว่า "Trails" หรือ "Kiseki" ด้วยสายตาที่เคลือบแคลงสงสัย ผมได้ยินเสียงร่ำลือจากเพื่อนๆ ถึงความยิ่งใหญ่ของมัน เรื่องราวที่มีมาจากต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 13 ภาค ใช้เวลาเล่นนับพันชั่วโมง... และคำถามในใจผมก็ดังขึ้นมาเสมอว่า "มันจะคุ้มค่ากับเวลาขนาดนั้นเชียวหรือ?" ผมเคยคิดว่ามันคงเป็นเพียง JRPG สูตรสำเร็จที่ถูกยืดออกไปเท่านั้น แต่แล้ว... โชคชะตาก็นำพาผมมาพบกับ Trails in the Sky 1st Chapter ฉบับรีเมค และหลังจากที่ผมเล่นได้ไปสักพัก เมื่อเวลาผ่านไปผมทำได้เพียงแค่วางคอนโทรลเลอร์ลง แล้วพูดกับตัวเองเบาๆ ว่า...   "เราคิดผิดมาโดยตลอด"   นี่ไม่ใช่แค่การรีวิวเกมครับ แต่นี่คือจดหมายรัก คือคำสารภาพจากใจของคนที่เคยไม่เชื่อ สู่เกมที่มอบประสบการณ์การผจญภัยอันสนุกสนานที่เปี่ยมด้วยหัวใจแห่งความสุขมากที่สุดในเกมหนึ่งของชีวิต และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการให้คะแนน 10/10 กับเกมนี้... ถึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายที่สุดสำหรับผม     เกมเพลย์ สิ่งแรกที่ทำให้ผมประหลาดใจคือระบบการต่อสู้ที่ "ลึก" เกินกว่าที่ตาเห็น ในเวอร์ชันรีเมคนี้ มันไม่ใช่แค่เกมเทิร์นเบสธรรมดาๆ แต่มันคือกลยุทธ์การวางแผนอย่างแท้จริง หัวใจของมันคือ "ไทม์ไลน์" ที่แสดงลำดับการโจมตีของทุกตัวละครในสนามรบ และหน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การเลือกคำสั่งที่แรงที่สุด แต่คือการ "ควบคุม" ไทม์ไลน์นั้นให้อยู่ในกำมือ   ผมยังจำความรู้สึกตอนสู้กับบอสตัวหนึ่งได้ดี มันกำลังจะร่ายเวทมนตร์ทำลายล้างใส่ปาร์ตี้ของผม และเทิร์นของมันก็ใกล้จะมาถึงแล้ว แต่ผมสังเกตเห็นว่าการโจมตีครั้งล่าสุดของโจชัว ทำให้เกจ CP (Craft Points) ของเขาเต็ม 100 พอดี ในเสี้ยววินาทีนั้น ผมตัดสินใจกดใช้ท่าไม้ตาย "S-Craft" ผ่านระบบ "S-Break" ทันที! ร่างของโจชัวพุ่งจากท้ายแถวของไทม์ไลน์ขึ้นมาอยู่หน้าสุด แซงคิวบอสตัวนั้น แล้วปลดปล่อยท่าไม้ตายออกไป ไม่ใช่แค่สร้างความเสียหายมหาศาล แต่มันยังขัดจังหวะการร่ายเวทมนตร์ของบอสได้สำเร็จ วินาทีนั้น... ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นยอดนักวางแผนเลยครับ! มันคือความรู้สึกของการพลิกสถานการณ์ด้วยการตัดสินใจที่เฉียบคมเพียงครั้งเดียว   ยังไม่หมดแค่นั้น ระบบ "โบนัส" ที่จะสุ่มบัฟต่างๆ มาวางบนไทม์ไลน์ ยิ่งเพิ่มมิติทางกลยุทธ์เข้าไปอีก คุณอาจจะเห็นโบนัส "Critical 100%" อยู่บนเทิร์นของศัตรู แต่ถ้าคุณมีตัวละครที่สามารถใช้ท่า "Delay" หน่วงเทิร์นศัตรูได้ คุณก็สามารถ "ขโมย" โบนัสนั้นมาเป็นของเราได้ มันเปลี่ยนการต่อสู้ให้กลายเป็นการชิงไหวชิงพริบที่สนุกและตื่นเต้นตลอดเวลา   และระบบที่เปรียบเสมือนเสาหลักของเกมนี้ทั้งหมดคือ "Orbment" ที่คล้ายกับระบบ Materia ใน Final Fantasy VII มันคือการบังคับให้เราต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะสร้างตัวละครแต่ละตัวไปในทิศทางไหน เอสเทลของผมกลายเป็นนักรบสายพลังทำลายล้าง อัดแน่นไปด้วยควอตซ์เพิ่มพลังโจมตี ในขณะที่โจชัวผู้ปราดเปรียว กลายเป็นตัวละครสารพัดประโยชน์ที่ทั้งโจมตีเร็วและใช้เวทมนตร์สนับสนุนได้ มันคือระบบที่เรียบง่ายแต่เปิดกว้างให้เราได้ทดลองอย่างอิสระ     เนื้อเรื่อง ถ้าเกมเพลย์คือสมองที่เฉียบคม เรื่องราวและตัวละครก็คือ "จุดแข็ง" ที่แสนอบอุ่นของเกมนี้ครับ   สิ่งที่ผมรักที่สุดใน Trails in the Sky คือการที่มันไม่ได้เล่าเรื่องของ "ผู้ถูกเลือก" ที่ต้องกอบกู้โลก แต่เป็นเพียงเรื่องราวการเดินทางของเด็กหนุ่มสาวสองคน เอสเทล และ โจชัว ที่มีความฝันอยากจะเป็น "เบรเซอร์" (นักแก้ไขปัญหาสารพัดนึก) ที่เก่งกาจเหมือนพ่อของพวกเขา มันคือจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยแบบคลาสสิกที่ผมโหยหามานาน คล้ายกับความรู้สึกที่ได้เล่น Dragon Quest เป็นครั้งแรก เป้าหมายของพวกเขาเรียบง่ายแต่ทรงพลัง: "ออกเดินทางไปบนผืนดินที่พวกเขาตั้งใจจะปกป้องด้วยสองเท้าของตัวเอง"   และบนเส้นทางนั้น เราก็ได้พบกับเหล่าตัวละครสมทบที่ผมกล้าพูดได้เลยว่า "ยอดเยี่ยมทุกตัว" ไม่ว่าจะเป็น อาเกต นักดาบจอมหัวรั้นแต่จิตใจดี, โอลิวิเย่ร์ เจ้าชายเพลย์บอยผู้สร้างสีสันและความปวดหัว, หรือ เชราซาร์ด เบรเซอร์รุ่นพี่สุดเซ็กซี่ ทุกคนล้วนมีเสน่ห์และบทบาทที่น่าจดจำ ไม่มีตัวละครไหนเลยที่ผมรู้สึกว่า "น่ารำคาญ" หรือ "อยากให้มีบทน้อยกว่านี้" พวกเขารู้สึกเหมือนเป็นกลุ่มเพื่อนที่ค่อยๆ สนิทสนมกันจริงๆ ผ่านการเดินทางที่ยาวนาน   แต่ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงคือ "โลกในเกม" ของอาณาจักรลิเบอร์ลครับ ทุกครั้งที่คุณผ่านเหตุการณ์สำคัญในเนื้อเรื่องไป บทสนทนาของ NPC ทุกตัวในเมืองจะเปลี่ยนไปทั้งหมด! พวกเขาจะพูดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น พูดถึงข่าวลือต่างๆ มันทำให้ผมรู้สึกว่าโลกใบนี้ไม่ได้หยุดนิ่งรอเราอยู่เฉยๆ แต่มันกำลังดำเนินต่อไปพร้อมกับเรา มันคือความใส่ใจในรายละเอียดในระดับที่ผมไม่เคยเห็นจากเกมไหนมาก่อน และมันให้รางวัลกับความช่างสังเกตของผมอย่างมหาศาล   ถ่ายทอดออกมาได้อย่างทรงพลัง แม้จะเป็นเกมที่รีเมคมาจากรากฐานเก่า แต่ทีมงานได้ขัดเกลางานภาพและเสียงจนมันเปล่งประกายได้อย่างน่าทึ่ง เพลงประกอบที่เป็นเวอร์ชันรีมิกซ์จากต้นฉบับนั้นยอดเยี่ยมมาก มันสามารถถ่ายทอดทั้งความรู้สึกของการผจญภัยอันสดใสและความลึกลับของแผนการร้ายที่ซ่อนอยู่ได้อย่างลงตัว   แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องทึ่งจนอ้าปากค้าง คือ "การกำกับคัทซีน" ครับ ผมขอยกฉากหนึ่งที่ตราตรึงอยู่ในใจผมจนถึงตอนนี้ คือฉากการต่อสู้ด้วยดาบระหว่าง โคลเอ้ และ เอสเทล ในการแสดงละครเวที มันไม่ใช่แค่คัตซีนที่ตัวละครสองตัวยืนฟันดาบใส่กัน แต่มันคืองานออกแบบท่าเต้นที่งดงามและงานกล้องที่น่าทึ่ง กล้องหมุนตามการเคลื่อนไหวของทั้งสองคนที่กำลังร่ายรำเพลงดาบใส่กันอย่างดุเดือดแต่ก็สวยงาม ผมเผลอกลั้นหายใจไปตลอดทั้งฉาก และเมื่อมันจบลง ผมถึงกับต้องวางจอยเพื่อตั้งสติ... นี่คืองานศิลปะ คือการเล่าเรื่องผ่านภาพเคลื่อนไหวที่ทรงพลังอย่างแท้จริง     บทส่งท้าย Trails in the Sky 1st Chapter คือเกม RPG ที่ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มเสียงว่า "นี่คือเกมที่คุณต้องเล่น" มันคือประตูบานแรกที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับใครก็ตามที่อยากจะเข้าสู่โลกของ JRPG และในขณะเดียวกัน มันก็คือบทเรียนชั้นครูในการออกแบบเกมสำหรับแฟนพันธุ์แท้ของแนวนี้   "จิตวิญญาณ" ที่เกมนี้ทิ้งไว้ในใจของผม คือ "ความสุขของการเดินทางที่เรียบง่าย" มันคือการย้ำเตือนเราว่า เรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการกอบกู้โลกเสมอไป บางครั้งมันก็เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ ของเด็กสองคนที่แค่อยากจะเดินตามรอยเท้าของพ่อ, อยากจะช่วยเหลือผู้คน, และอยากจะรู้จักโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ให้มากขึ้น   มันคือความอบอุ่นของมิตรภาพ, ความตื่นเต้นของการค้นพบ, และความรู้สึกดีๆ ที่จะคงอยู่กับคุณไปอีกนานหลังจากเล่นจบ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนๆ ถึงรักซีรีส์นี้มากขนาดนี้ และการรอคอย Trails 2nd ฉบับรีเมค ก็ได้กลายเป็นการรอคอยที่เปี่ยมไปด้วยความหวังและความตื่นเต้นที่สุดของผมในตอนนี้แล้วครับ   เครดิตภาพ ทางผู้เขียนได้ซื้อเกมนี้มาเล่นเองถ่ายรูปลงเอง   เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

รีวิวหนังเรื่อง IT chapter I (2017)
อ่าน

รีวิวหนังเรื่อง IT chapter I (2017)

หนังเล่าเรื่องถึงหมู่บ้านๆหนึ่ง ที่ในหมู่บ้าน ทุกๆหนึ่งปี จะมีเด็กที่อายุน้อยกว่า 13 ปี หายตัวไปทุก 13 ปี จนเป็นข่าวดังมากกว่าสิบถึงยี่สิบคน โดยที่ผู้ใหญ่ทุกคนในหมู่บ้านรู้ว่าเป็นฝีมือของมัน แต่ไม่มีใครคิดจะสนใจหนังเริ่มต้นด้วยน้องชายของบิลลี่ จอร์จี้ เดนไบร์ท หายตัวไปในวันที่ฝนตก จอร์จี้อายุหกขวบ มาชวนพี่ชายออกไปเล่นข้างนอก แต่เพราะฝนตกและอยู่ในเวลาเช้า บิลลี่อยากจะนอนต่อเลยไล่ให้จอร์จไปเล่นข้างนอกคนเดียว ตั้งแต่นั้นมา จอร์จก็หายตัวไป และนับจากวันนั้น บิลลี่ก็โทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้จอร์จ น้องชายของเขาหายตัวไปมาตลอดมีเด็กหายไปจากเมืองนี้ทุกๆ 20 ปี แต่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนในหมู่บ้านคิดจะออกตามหาเพราะรู้ว่าเป็นฝีมือของมัน แม้แต่จอร์จี้ที่หายตัวไปก็เป็นฝีมือของมัน โดยมันจะกินชีวิตของเด็กๆ โดยอาศัยความกลัวเป็นตัวหลอกล่อ พวกมันอยู่ได้เพราะความกลัวของเด็กๆ อาศัยความกลัวของเด็กๆ แปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ที่อยู่ในจิตใจของคนๆนั้นเพื่อสร้างความหวาดกลัวและมอบความตายให้... มันมีความสามารถหลายๆอย่าง และมันมักจะโผล่มาในรูปแบบของตัวตลก ถือลูกโป่งสีแดง ใช้โทนเสียงตลกๆ บิลลี่มีเพื่อนเป็นกลุ่มลูซเซอร์อยู่กลุ่มหนึ่ง ซึ่งในกลุ่มนั้นประกอบไปด้วยเพื่อนสนิทสี่คนของบิลลี่และเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ ทุกคนในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่โดนเพื่อนที่โรงเรียนแกล้ง และเพื่อนกลุ่มนี้ก็พยายามสืบหาการหายตัวไปของน้องชายเพื่อน จอร์จี้ เพราะไม่อยากให้บิลโทษตัวเองมากเกินไป จนไปเจอกับมันเข้า หนังเรื่อง it เป็นผลงานการเขียนของสตีเฟน คิง รีเมคเป็นภาพยนต์มาหลายเวอร์ชันแล้ว ตั้งแต่ปี 90s จนมาถึงปีที่ 2017 เป็นหนังสือที่สตีเฟน คิง ใช้เวลาเขียนถึง 5 ปี กว่าจะจบ นับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก สำหรับหนังสือเล่มหนึ่่งโดยส่วนตัวผู้เขียนไม่เคยอ่านหนังสือของสตีเฟนคิงมาก่อน แต่เคยดูหนังสยองขสัญของสตีเฟนคิงมาบ้าง ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าผู้เขียนเกลียดตอนจบค่ะ แต่หนังเรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ทั้งความสามารถของมันที่จะหลอกให้เด็กๆกลัว มิตรภาพของกลุ่มลูซเซอร์ และการถ่ายภาพและการเล่าเรื่อง ใครเป็นแฟนคลับน้องฟินน์ จาก The strange thing ที่เป็นผลงานของ netflix อย่าพลาดเรื่องนี้นะคะ น้องฟินน์ไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ ส่วนตัว ผู้เขียนเคยดู The strange thing มาก่อน แต่เพราะว่าไม่ใช่แนว ก็เลยเทไป แต่เรื่องนี้น้องฟินน์ตกผู้เขียนไปเต็มๆ กลายเป็นแฟนคลับน้องฟินน์ไปเลยค่ะผู้เขียนขอให้คะแนนหนังเรื่องนี้ 10/10 ค่ะขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปกรูปภาพประกอบที่ 1-3 จากเว็บ https://www.facebook.com/ITMovie/photos

Chapter 1: Project Management คืออะไร?
อ่าน

Chapter 1: Project Management คืออะไร?

ไม่รู้ว่าอะไรดลจิตดลใจ อยู่ดีๆ ตัวผู้เขียนเองก็เกิดนึกครึ้มขึ้นมาว่าเราอยากจะแชร์เรื่องราวจากประสบการณ์ของตัวเองไว้เป็นเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ แก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งก็นึกอยู่พักใหญ่ว่าจะเอาเนื้อหาอะไรมาเล่าสู่กันฟังก่อนดี จึงลองมองหาจากสิ่งที่ตัวเองมีก่อนว่าประสบการณ์อะไรที่คิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านได้ จึงบังเกิดไอเดียที่จะเขียนบทความในสิ่งที่ตัวผู้เขียนเองได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาจากการทำงานด้านการบริหารโครงการ (Project Management) เอาหละก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารโครงการ ขอเกริ่นนำถึงประวัติของตัวผู้เขียนเองสักเล็กน้อย ผู้เขียนเองปัจจุบันได้เกษียณตัวเองจากงานประจำที่ทำอยู่ และมีโอกาสได้ทำงานด้านการบริหารโครงการมาหลากหลายโครงการ ทั้งโครงการของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือแม้แต่หน่วยงานเอกชนต่างๆ ซึ่งมูลค่าโครงการที่ทำมาถือเป็นโครงการที่ค่อนข้างใหญ่มีมูลค่าหลักร้อย หลักพันล้านบาท ประสบการณ์จริงที่ได้เก็บเกี่ยวมาหลายปี ผู้เขียนจึงอยากจะแบ่งปันเรื่องราวให้กับผู้ที่สนใจ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับธรรมชาติของงานโครงการในลักษณะงานที่เป็นรูปแบบงานโครงการ (Project-based) ส่วนใหญ่มักจะแบ่งระยะการดำเนินงานของโครงการ (Project phase) ออกเป็นสามระยะหลักๆ ดังนี้ระยะแรก:  Pre-project (การเตรียมโครงการ) ซึ่งในระยะนี้จะเป็นการเตรียมงานของโครงการ การออกแบบเนื้องานของโครงการ การกำหนดเงื่อนไข การกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของโครงการ การกำหนดกฎเกณฑ์ และข้อบังคับของโครงการ ผลลัพธ์ที่จะได้มาของระยะนี้คือ ร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) หรือเอกสารเชิญชวนยื่นข้อเสนอ (Request for Proposal: RFP) ทั้งนี้อาจรวมถึงขั้นตอนในการยื่นข้อเสนอ (Proposal submission) เพื่อการเข้าประมูล (Bidding) และอาจรวมถึงกระบวนการต่างๆ หลังจากการประกาศผู้ชนะ  ซึ่งยังมีอีกหลายกระบวนการย่อยที่มีรายละเอียดอีกค่อนข้างเยอะสำหรับงานส่วน "Pre-project" ไว้ผู้เขียนจะเล่าให้ฟังอีกครั้งในบทต่อๆ ไปนะครับระยะที่สอง: Project Rolled-out (การเริ่มงานโครงการ) หรืออาจจะเรียกว่า Design and Build (การออกแบบและพัฒนา) จะเป็นช่วงการดำเนินงานที่ผู้ชนะการประมูลจะต้องดำเนินการตามขอบเขตที่ระบุไว้ใน TOR หรือ RFP ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดของการส่งมอบงานตามงวดงาน ซึ่งกรอบระยะเวลาการส่งมอบงานในแต่ละงวดงาน มักจะถูกกำหนดลงในร่างขอบเขตของงาน (TOR)ระยะที่สาม: Warranty (การรับประกัน) โดยมักจะมีระยะเวลารับประกันงานโครงการอย่างน้อย 1 ปี ที่ผู้ชนะการประมูลจะต้องดูแลต่อไปหลังจากตรวจรับและส่งมอบงานเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหากเป็นหน่วยงานรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ก็มักจะมีหนังสือแจ้งให้เริ่มงานในแต่ละระยะ หรือแม้แต่หน่วยงานเอกชนเองก็อาจจะมีเอกสารแจ้งให้ดำเนินการเหมือนกันหัวใจของการบริหารโครงการเอาหละครับ ที่กล่าวมาข้างต้น ก็เพื่อให้เข้าใจธรรมชาติของงานลักษณะโครงการเสียก่อน สำหรับการบริหารโครงการมักจะเกี่ยวข้องกับงานในระยะที่สองและสามเป็นหลัก ซึ่งในบางครั้งอาจจะรวมถึงการบริหารงานในระยะแรกด้วย แล้วการบริหารโครงการ (Project Management) คืออะไร? ผมขอใช้ภาษาง่ายๆ เลยนะครับ การบริหารโครงการก็คือ การกำกับดูแลเพื่อให้การส่งมอบงานเป็นไปตามขอบเขตของงานและเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด พูดให้ง่ายกว่านี้ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้งานเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดและเป็นไปตามขอบเขตคุณลักษณะของโครงการ ซึ่งหัวใจหลักสำคัญของ Project Management ก็คือ Time (ระยะเวลา) และ Cost (ต้นทุน) โดยจะมีผู้ที่ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการ ซึ่งก็คือผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จะต้องดำเนินงานและบริหารเวลาให้การส่งมอบงานเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดโดยก่อให้เกิดความล่าช้าที่น้อยที่สุด อีกทั้งยังต้องควบคุมต้นทุนที่เกิดขึ้นให้อยู่ในงบประมาณที่ได้ประมาณการไว้ ทั้งนี้เพื่อให้งานที่ส่งมอบมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากที่สุด ผู้เขียนขอเสนอเพิ่มหลักสำคัญอีกสองประการ ที่ตัวผู้เขียนเองมักจะยึดหลักปฏิบัติสำหรับการบริหารโครงการอย่างมืออาชีพมาโดยตลอด ซึ่งก็คือ Scope (ขอบเขตงาน) และ Quality (คุณภาพของงาน) บทสรุป Chapter 1ใจความของบทนี้ที่ผู้เขียนได้อธิบาย เพื่อต้องการให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมธรรมชาติของงานโครงการ รวมถึงหัวใจหลักสำคัญของการทำการบริหารโครงการ (Project Management) เพื่อให้เกิดภาพของความเข้าใจเสียก่อน ก่อนจะลงลึกในบทถัดๆ ไป ซึ่งผู้เขียนตั้งใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ในขั้นตอนการทำงานสำหรับผู้ที่สนใจ หรือผู้ที่ต้องการศึกษา หรือผู้ที่กำลังทำงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการ โดยจะเล่าถึงขั้นตอนในแต่ละระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ Pre-project ว่ากว่าจะมาเป็นโครงการนั้นมีความยุ่งยากอย่างไรบ้าง รวมถึงแนวทางการดำเนินงานเพื่อเตรียมตัวสำหรับการทำงานด้านการบริหารโครงการ อาทิเช่น การจัดทำต้นทุน การจัดทำ Cash flow การจัดทำแผนแม่บท (Master plan) การจัดทำแผนการส่งมอบงานย่อย (Project Delivery plan) เป็นต้น ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สิ่งที่ผู้เขียนได้ถ่ายทอดนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่านนะครับ และขอให้ผู้อ่านทุกท่านติดตามในบทต่อๆ ไปที่ผู้เขียนจะเขียนมาให้อ่านอีกต่อๆ ไปนะครับภาพประกอบหน้าปก ภาพปก 1 โดย fauxels จาก pexels.comภาพที่ 1 โดย Pressfoto จาก freepik.comภาพที่ 2 ภาพทำเองจาก Powerpointภาพที่ 3 ภาพทำเองจาก Powerpointภาพที่ 4 โดย Mikael Blomkvist จาก pexels.comเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ไม่มีปาฏิหาริย์! โครเอเชีย ไม่มีอ่อยเฉือน ไอซ์แลนด์ 2-1 รั้งแชมป์กลุ่มเข้ารอบ 16 ทีม
อ่าน

ไม่มีปาฏิหาริย์! โครเอเชีย ไม่มีอ่อยเฉือน ไอซ์แลนด์ 2-1 รั้งแชมป์กลุ่มเข้ารอบ 16 ทีม

เกมนี้มีผลสำหรับทั้งสองทีม โดยทาง โครเอเชีย ต้องการชัยชนะเพื่อทำสถิติชนะรวดในรอบแรก ส่วนไอซ์แลนด์ ต้องการชัยชนะเพื่อโอกาสในการลุ้นเข้ารอบ แต่เกมนี้สู้ความเคี่ยวของ โครเอเชีย ไม่ได้ ไอซ์แลนด์พ่ายแพ้ไป 2-1 ตกรอบเรียบร้อย AP Photo/Natacha Pisarenko ชมคลิปไฮไลท์สำคัญ ฟุตบอลโลก 2018 ล่าสุด ทุกคู่ ได้ที่นี่ คลิก !! การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 นัดที่สาม ของกลุ่ม D คู่ระหว่าง ไอซ์แลนด์ พบกับ โครเอเชีย สำหรับทีมตราหมากรุกเข้ารอบไปแล้ว ส่วนมนุษย์น้ำแข็งยังมีโอกาสลุ้นเข้ารอบได้หากชนะในนัดนี้ สำหรับ กุนซือไอซ์แลนด์ ไฮย์เมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 จัดผู้เล่นมาในชุดที่ดีที่สุด ส่วนทาง ซลัตโก ดาลิช กุนซือโครเอเชีย จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน เปลี่ยนผู้เล่นถึง 9 ตำแหน่ง แต่มีชื่อของ ลูก้า โมดริช กองกลางระดับโลกมาด้วย เริ่มเกม ไอซ์แลนด์ เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นบุกจากซ้ายไปขวามาในชุดสีขาว ส่วนโครเอเชียมาในชุดเยือนสีกรมท่า เวลาผ่านไป 10 นาที เบียร์เคียร์ บียาร์นาสัน ได้รับบาดเจ็บ โดนศอกของ มาร์โก ปาก้า เข้าไปเต็มๆ บริเวณใบหน้า ทำให้เกมหยุดไปพักนึง และ ปาก้า โดนใบเหลืองไปด้วย AP Photo/Mark Baker นาทีที่ 26 ไอซ์แลนด์ ได้โจมตีจากลูกทุ่มไกลของ อารอน กุนนาร์สัน และเป็น แม็กนุสสัน โหม่งเสยไปเสาสอง แต่ไม่มีผู้เล่นของไอซ์แลนด์เข้าไปถึงบอล นาทีที่ 29 ไอซ์แลนด์ ได้ฟรีคิกระยะหวังผล กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ตัดสินใจยิงไปที่เสาแรกแต่บอลไปเข้ามือ ลอฟเร คาลินิช ผู้รักษาประตูโครเอเชีย นาทีที่ 40 ไอซ์แลนด์ มีลุ้นประตูขึ้นนำ จากความผิดพลาดของโครเอเชีย ฟินน์บอกาสัน ตัดบอลมาได้ทำชิงหนึ่งสองกับ กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน รับบอลกลับมาปั่นด้วยขวาบอลเกือบเข้ากรอบ AP Photo/Natacha Pisarenko นาทีที่ 41 โครเอเชีย ต่อบอลกันขึ้นมาเรื่อยๆ เข้ามาบริเวณกลางสนาม โมดริช พลิกบอลมีช่องลองซัดไกลก็ไม่ตรงกรอบ นาทีที่ 45+1 ไอซ์แลนด์ บุกขึ้นมาอีกชุดหนึ่งทางฝั่งขวา จ่ายยัดกลางมาให้ กุนนาร์สสัน ปั่นด้วยขวา ลอฟเร คาลินิช ออกแรงบินปัดอีกครั้ง AP Photo/Vadim Ghirda ชมคลิปไฮไลท์สำคัญ ฟุตบอลโลก 2018 ล่าสุด ทุกคู่ ได้ที่นี่ คลิก !! เริ่มเกมในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีรายงานการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น ยังเป็น ไอซ์แลนด์ ที่ขึงเกมรุกใส่ทางด้าน โครเอเชีย นาทีที่ 53 โครเอเชีย บุกขึ้นมาทางฝั่งซ้าย โจซิป ปิวาริช เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษและเป็น มิลาน บาเดลจ์ วิ่งเข้ามาซัดวอลเลย์บอลเสียบตาข่าย พาทีมขึ้นนำไป 1-0 AP Photo/Natacha Pisarenko นาทีที่ 54 ไอซ์แลนด์ ได้โจมตีจากการทุ่มไกลของ กุนนาร์สสัน อีกครั้งและบอลลอยอยู่หน้าประตูไปเข้าทาง สเวอร์เรียร์ อินกาสัน โขกเต็มๆ ไปเสาสอง ลอฟเร คาลินิช ต้องปัดบอลทิ้งข้ามคานออกไป นาทีที่ 64 อัลเฟรด ฟินน์บอกาสัน โดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าชาร์จไม่โดนบอลแต่ไปโดน ลอฟเร คาลินิช นายทวารโครเอเชีย นาทีที่ 74 ไอซ์แลนด์ ได้ลูกโทษที่จุดโทษจากลูกแฮนด์บอลของ ลอฟเรน ที่เพิ่งลงสนามมาใหม่ และเป็น กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ยิงตีเสมอให้ ไอซ์แลนด์ เป็น 1-1 AP Photo/Natacha Pisarenko นาทีที่ 81 โครเอเชียเปลี่ยนตัวผู้เล่นส่ง อิวาน ราคิติช ลงมาเล่นแทน โควาซิช นาทีที่ 82 ไอซ์แลนด์ ได้ลูกฟรีคิก ซิเกิร์ดส์สัน เปิดบอลเข้าไป แต่ถูกทางด้าน ลอฟเร คาลินิช กระโดดทุบออกไปได้ นาทีที่ 84 โครเอเชีย โต้กลับมาแล้วได้ฟรีคิก อิวาน เปเรซิช รับหน้าที่ปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งเกือบเสียบใต้คาน นาทีที่ 86 โครเอเชีย ได้ลูกฟรีคิก ราคิติช ซัดฟรีคิกบอลปั่นโค้งเกือบเสียบใต้คาน นาทีที่ 90 โครเอเชีย บุกขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง มิลาน บาเดลจ์ จ่ายบอลทะลุไปให้กับ  อิวาน เปริซิช หลุดเข้ามาซัดด้วยซ้ายบอลตุงตาข่าย พาทีมขึ้นนำ 2-1 ชมคลิปไฮไลท์สำคัญ ฟุตบอลโลก 2018 ล่าสุด ทุกคู่ ได้ที่นี่ คลิก !! รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริง มีดังนี้ ทีมชาติไอซ์แลนด์ : ฮันเนส ฮัลล์ดอร์สสัน (GK), เบียร์เคียร์ แซวาร์สสัน, แร๊กนาร์ ซิเกิร์ดส์สัน, สเวอร์เรียร์ อินกาสัน, โยฮัน กุ๊ดมุนด์สัน, เบียร์เคียร์ บียาร์นาสัน, กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน, อัลเฟรด ฟินน์บอกาสัน, ฮอร์เดอร์ แม็กนุสสัน, เอมิล ฮัลล์เฟรดสสัน, อารอน กุนนาร์สัน ทีมชาติโครเอเชีย :  ลอฟเร คาลินิช (GK), อิวาน เปริซิช, เวดราน ชอร์ลูก้า, มาเตโอ้ โควาซิช, อังเดร ครามาริช, ลูก้า โมดริช, ทิน เยดไว, ดูเย่ ชาเลต้า-ชาร์, มิลาน บาเดลจ์, มาร์โก ปาก้า, โจซิป ปิวาริช โปรแกรมการแข่งขัน พร้อมช่องถ่ายทอดสด ฟุตบอลโลก 2018 ดูฟุตบอลโลก 2018 ย้อนหลัง เต็มแมตช์  สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าทรู ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก http://bit.ly/2HtYS2N ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก http://bit.ly/TrueIDSportsLive ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

Chapter . 1  เติมเต็มด้วยบทเพลง
อ่าน

Chapter . 1 เติมเต็มด้วยบทเพลง

          สำหรับใครหลายคน บทเพลงอาจจะเป็นเหมือน ' สมุดบันทึกความทรงจำ ' พวกเรามักจะซ่อนเรื่องราว หรือแม้แต่ ' ใครบางคน ' ไว้ในเพลงที่เราฟัง แต่จะมีสักกี่คน ที่เลือกฟังเพลงเพื่อเติมเต็ม ' บางสิ่ง ' ให้กับตัวเอง          สวัสดีค่ะ นี่เหงาเอง สำหรับบทความแรก เหงาขอเปิดเป็นการแนะนำการฟังเพลงสไตล์เหงาก่อนนะคะ เริ่มแรกเลย เหงาขอถามก่อนว่ามีใครไม่เคยฟังเพลงไหมคะ แน่นอนว่าคงไม่แหละเนอะ บทเพลง เป็นสิ่งที่สามารถให้ความรู้สึกกับเราได้มากมายเลยค่ะ เราบางคนฟังเพลงด้วยจุดประสงค์ที่ (เกือบจะ) ต่างกัน ไม่ว่าจะคลายเครียด ให้กำลังใจ หรือแม้แต่ฟังเพื่อระบายความรู้สึกบางอย่างที่ตรงกับตัวเองในโมเม้นนั้น ๆ เรียกได้ว่าเพลง เป็นเหมือนตัวแทนชั้นดีให้กับคนฟัง และทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ตามความต้องการของเราแต่ละคน          เหงาเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง สำหรับเหงา เพลงเป็นเหมือนเพื่อนที่อยู่กับเหงาได้ทุกสถานการณ์เลยค่ะ และอีกหนึ่งหน้าที่ที่เหงาให้เพื่อนคนนี้คอยทำให้อยู่เสมอ คือ การเติมเต็มความขาดบางอย่างให้กับตัวเอง          ใช่ค่ะ อีกหนึ่ง Function ที่เหงาใช้ในการฟังเพลง คือ ' เติมเต็ม ' เอาเข้าจริงเหงาว่าเราทุกคนก็ได้ใช้ฟังก์ชันนี้ไปแบบไม่รู้ตัวนะคะ (หรืออาจจะรู้) การที่เราเอาใครบางคนซ่อนไว้ในเพลง เวลาฟังก็นึกถึงเขาคนนั้น ก็เหมือนกับการที่เราใช้เพลงเติมเต็มความรู้สึกให้เหมือนได้เจอเขาอีกครั้ง ได้ย้อนกลับไปเห็นวันเก่า ๆ อะไรทำนองนั้น หรือแม้แต่การฟังเพลงแทนความรู้สึก ก็เป็นการเติมเต็มตัวเราเองเข้าไปในบทเพลง และเติมเต็มคนข้าง ๆ ให้เราไม่รู้สึกว่าอยู่ในโมเม้นนั้นตามลำพัง อย่างน้อยก็มีอะไรที่เข้าใจความรู้สึกของเรา          นั่นหมายความว่า เราเติมเต็มแต่ในสิ่งที่เราเคยสัมผัสมาแล้ว แต่สิ่งที่เหงาจะมาแชร์วันนี้ คือการฟังเพลงเพื่อเติมเต็มในสิ่งที่เรา ' ไม่เคยสัมผัส '  เช่น การฟังเพลงรัก เพราะไม่เคยได้สัมผัสความรัก           ฟังดูได้กลิ่นมาม่าเลยใช่มั้ยคะ แต่เอาเข้าจริง มันไม่ได้เศร้าขนาดนั้นหรอกค่ะ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ สำหรับฟังก์ชั่นนี้ ก็เหมือนกับการที่เราได้มองความรักที่สวยงาม จากในละคร หรือนิยายที่เราได้เห็นได้อ่านนั่นแหละค่ะ แต่เปลี่ยนเป็นการสัมผัสผ่านเนื้อเพลงแทน เพราะในโลกความเป็นจริง หลายครั้งเรากลับได้เห็นความรักในอีกด้าน ยิ่งสำหรับบางคนที่ได้รับความเจ็บปวดก็ถึงกับขยาดกับความรักไปเลย ฉะนั้นการที่เราใช้บทเพลงเพื่อให้ได้มองเห็นในด้านสีชมพูของความรัก เหงาว่ามันก็ดีเหมือนกันนะคะ บางทีเหงาก็แอบคิดด้วยซ้ำ ว่าให้มันสวยงามแค่ในนั้นดีกว่าไหม(ไหนบอกไม่ม่า...)          เอาน่า มันก็ม่าบ้างนิดหน่อยเนอะ แต่ประเด็นหลักที่มาแชร์วันนี้ ก็เพื่อให้ทุกคนที่ได้อ่าน ลองหันมาใช้บทเพลงในการเติมเต็มมุมมองด้านดี ๆ ให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม และใช้มันสัมผัสกับความสวยงามที่หล่นหายไปกันดูนะคะ          ท้ายนี้เหงาก็อยากจะขอขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามา (ถ้ามี 5555) เหงาก็แค่นักเขียนมือใหม่ที่เริ่มอยากจะหาแรงผลักดันอะไรบางอย่างให้กับตัวเอง ถ้าบทความนี้จะถูกใจใครได้บ้างก็คงจะดีไม่น้อยเลยแหละ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ^^ ขอบคุณภาพโดย Pexels จาก Pixabay , Karolina Grabowska จาก Pixabay , Minh Thái Lê จาก Pixabay      

รีวิวหนัง  IT Chapter 2 โผล่จากนรก2
อ่าน

รีวิวหนัง IT Chapter 2 โผล่จากนรก2

เครดิตภาพ WarnerBrosหนังเล่าเรื่องต่อจากภาคที่แล้วประมาณ27 ปีหลังจากจบเรื่อง เหล่า แก๊งค์เด็กขี้แพ้ในวันนั้นพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว กลับมารวมตัวกันที่เมืองเดอร์รี่เพื่อจะสานต่อภารกิจเดิมเมื่อ27 ปีที่แล้วให้สำเร็จโดยการกำตัดตัวตลกเพนนีไวซ์ ที่กำลังจะกลับมาสร้างความเขย่าขวัญให้กับทุกคนในหมู่บ้านนี้ในส่วนของการดำเนินเรื่องหนังยังคงทำได้ดีและดีกว่าภาคแรกด้วยครับ หนังเน้นให้คนดูหลอนจากความกลัวมากกว่าที่จะอัดฉากตุ้งแช่ให้คนดูสะดุ้งจนหัวใจจะวาย แต่หนังค่อย ๆ ใส่ความหลอนเข้าผสมผสานกับฉากของเรื่องซึ่งทำออกมาได้หลอนและน่ากลัวมาก โดยเฉพาะช่วงฉากท่อระบายน้ำซึ่งชวนแหวะและขยะแขยงมาก และสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กันคือสายใยของความเป็นเพื่อนรักที่แม้จะห่างหายกันไปนาน แต่เมื่อกลับมาเจอกันพวกเขาก็มีมิตรภาพที่ดีเหมือนเดิม ทำให้ผู้ชมที่มีความทรงจำที่ดีกับเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานมากและเคยอยู่ในสถานที่ที่มีความทรงจำร่วมกัน ก็อาจจะมีแอบซึ้งและอมยิ้มกันบ้าง เครดิตภาพ WarnerBrosหนังผสมผสานความหลากหลายอารมณ์เข้าด้วยกัน ฮา ยิ้ม เศร้า  คือครบมากทุกอารมณ์ แถมการตัดสลับฉากและการเดินเรื่องไม่แย่เท่าภาคแรกที่ตัดอารมณ์คนดูดื้อ ๆ ถือว่าภาคนี้เขาทำการบ้านมาดีอยู่ครับ แต่อย่าเพิ่งรู้สึกว่าระยะเวลาเกือบสามชั่วโมงของหนังเรื่องนี้จะทำให้คนดูรู้สึกอืดอาดยืดยาดหรือรู้สึกเบื่อนะครับ เลิกคิดไปได้เลยเพราะหนังเดินเรื่องได้น่าตื่นเต้นและน่าค้นหาไปกับปมและเหตุการณ์ต่าง ๆส่วนตัวปิศาจอย่าง เพนนีไวซ์กลับมาภาคนี้หลอนหนักกว่าเก่า น่ากลัวและน่าเกียจกว่าภาคที่แล้วเยอะครับ และความแหวะที่แหวะจริงจังขนาดนี้ สาวกหนังสายแหวะคงปลื้มกันน่าดูเลย แต่ก็จะมีบางกลุ่มที่ไม่ชอบอะไรแหวะ ๆ ก็อาจจะไม่ชอบหรือไม่โอเคก็พาร์ทนี้ไปเลย ความฮึกเหิมในช่วงท้ายที่เหล่ากลุ่มเพื่อนรวมใจกันกลับมาต่อสู้เจ้าเพนนีไวซ์อีกครั้ง และช่วงฉากระทึกนี้ก็เล่นกับอารมณ์ของคนดูได้อย่างมีจังหวะจะโคลน มีบางช่วงที่หายใจไม่ทั่วท้องก็เป็นมาแล้วคะแนนเนื้อเรื่อง 9/10 ภาคนี้เป็นการสื่อสารและสะท้อนเรื่องราวของความเป็นเพื่อนรัก โดยหนังเดินเรื่องตามกฎเกณฑ์เดิมของภาคแรกเลยคือเจ้าปิศาจเพนนีไวซ์ที่จะต้องโผล่ออกมาทุก ๆ 27 ปีนั่นเองเครดิตภาพ WarnerBrosข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์1. สามัคคีคือพลัง เมื่อพวกกลุ่มขี้แพ้มารวมตัวกันเพื่อปราบปิศาจร้ายในวัยที่โตขึ้น แม้ว่าปิศาจจะมีพลังมากมายแค่ไหนก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ในช่วงวัยเด็กที่พวกเขาไม่มีความสามารถพอที่จะต่อกรกับปิศาจได้ แต่ด้วยความต้องการที่มุ่งมั่น พวกเขาจึงกลับกันมาที่เมืองนี้และทำเป้าหมายให้สำเร็จ2. ความน่ากลัวและความน่าขยะแขยงของปิศาจ ภาคนี้หนังทำให้ปิศาจเพนนีไวซ์ดูน่ากลัวและน่ารังเกียจมากกว่าเก่า เพราะด้วยพาร์ทความเป็นผู้ใหญ่ของนักแสดงนำ ที่จะให้มาเผชิญกับปิศาจหน่อมแหน้มก็คงไม่ใช่หากใครที่เคยชมภาคแรกมาก่อน แนะนำว่าภาคนี้ก็ห้ามพลาดเลยนะครับ เพราะถือว่าเป็นการก้าวกระโดดของวัยนักแสดงในเรื่อง รวมถึงปิศาจเองก็ร้ายกาจและน่ากลัวขึ้นเช่นกันเครดิตภาพปก WarnerBros

10 สถานที่จริงจากหนัง จอห์น วิค  John Wick แรงกว่านรก Chapter 1-4
อ่าน

10 สถานที่จริงจากหนัง จอห์น วิค John Wick แรงกว่านรก Chapter 1-4

John Wick ตำนานนักฆ่าหมาตายที่ออกมาได้ถึงภาค 4 หรือ JOHN WICK : CHAPTER 4 เป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าปิดฉากไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยความที่หนังเรื่องนี้ใช้ฉากหลังเป็นโลกปัจจุบันของเรานี่เอง ทำให้ทุกฉากทุกสถานที่นั้นเราสามารถไปเที่ยวจริงๆ ได้ทั้งหมด ใครอยากรู้ว่าเขาไปถ่ายกันที่ไหนบ้างลองมาดูกันได้เลย รีวิวหนัง "John Wick: Chapter 4" ดุดันเกือบ 3 ชั่วโมงเพียงนี้ เหนื่อยบ้างนะ..พี่จอห์น Joe Seer / Shutterstock.com **คำเตือน บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของ John Wick ทั้ง 4 ภาค หากยังไม่ได้รับชมกรุณาหลีกเลี่ยง** รวมที่เที่ยวจริงจากหนังจอห์น วิค John Wick ดู John Wick จอห์น วิค แรงกว่านรก ได้ทั้ง 3 ภาคที่นี่ 1. Continental HotelNew York, USA โรงแรมคอนทิเนนทัล เรียกได้ว่าเป็นเหมือนศูนย์กลางของเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ ภายนอกแม้ดูเหมือนที่พักสุดหรูหราหมาเห่าที่หาได้ทั่วไปในนิวยอร์ค ความจริงแล้วมันเป็นสถานที่พักผ่อน และสารพัดบริการทุกระดับประทับใจสำหรับเหล่านักฆ่าทั้งหลายเลยทีเดียว แถมยังเป็นเขตเป็นกลาง มีกฎห้ามฆ่ากันในนี้ด้วย ว่าง่ายๆ มันคือจุดเซฟของจักรวาลนี้นั่นเอง สำหรับสถานที่จริงของที่แห่งนี้ ก็คืออาคาร 1 Wall Street Court เมื่อก่อนตึกนี้ถูกใช้เป็นสำนักงาน มีการเปลี่ยนเจ้าของมาหลายมือ กระทั่งปัจจุบันถูกเปลี่ยนให้เป็นที่พักอาศัยในที่สุด ==================== 2. Bethesda TerraceNew York, USA บริเวณที่เหล่านักฆ่าใช้เป็นแหล่งนัดพบกันประจำ รวมถึงเป็นจุดสุดท้ายในภาค 2 ก่อนที่วินสตันจะให้โอกาสจอห์น 1 ชั่วโมงก่อนออกคำสั่งอัปเปหิจากสมาคมนักฆ่าด้วย สถานที่จริงๆ นั้นอยู่ใน สวนสาธารณะ Central Park สวนที่เป็นดั่งปอดของชาวนิวยอร์คนั่นเองครับ ตรงนี้เป็นมีน้้ำพุ และจุดชมวิวทะเลสาบสวยๆ ด้วย ==================== 3. Piazza della MadonnaLoreto, Italy Anatoly Vartanov/Shutterstock.com หลังจากจอห์นได้รับภารกิจแบบจำยอมมาจากซานติโน่ในภาค 2 เขาก็เดินทางมายังกรุงโรม ตรวจสอบสถานที่ และทางหนีทีไล่ก่อนเป็นอย่างแรกๆ ที่นี่คือ Piazza della Madonna จัตุรัสกลางเมืองที่สำคัญแห่งหนึ่งประเทศอิตาลี และยังเป็นจุดที่อยู่สูงที่สุดของเมืองด้วย ==================== 4. Brooklyn BridgeNew York, USA สะพานบรูคลิน นั้นเป็นโลเคชั่นยอดฮิตสำหรับการถ่ายหนังมากๆ เราจะเห็นที่นี่ได้ในหลายๆ เรื่องเลย โดยตรงนี้จะเป็นฉากที่จอห์นเพิ่งโดนถล่มบ้านไป และพาเจ้าหมาน้อยเดินเท้าไปยังโรงแรมคอนทิเนนทัลนั่นเองครับ ==================== 5. New York Public LibraryNew York, USA ก่อนคำสั่งอัปเปหิจะเริ่มประกาศอย่างเป็นทางการ จอห์นต้องใช้เวลาที่เหลือในการรวบรวมของสำคัญเพื่อเอาชีวิตรอด ที่เขาเก็บไว้ในห้องสมุดสาธารณะเมืองนิวยอร์ค ซึ่งที่นี่ในความจริงนั้นนับเป็นสวรรค์ย่อมๆ ของคนรักหนังสือเลยก็ว่าได้ มีสิ่งตีพิมพ์เก็บไว้ที่นี่ทั้งหมดถึง 53 ล้านเล่ม เป็นห้องสมุดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอเมริกา และใหญ่เป็นอันดับสามของโลกครับ เลยเป็นสาเหตุว่าทำไมบรรณารักษ์ถึงสำคัญมากๆ ที่นี่ ==================== 6. Times SquareNew York, USA จัตุรัส Times Square เองก็เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่ใครมาเที่ยวนิวยอร์คต้องมาให้ได้ เป็นหนึ่งในแยกสุดแสนจะวุ่นวาย ณ ใจกลางเกาะแมนฮัตตัน ที่บ่งบอกความเป็นเมืองใหญ่ของที่นี่ได้เป็นอย่างดี รวมถึงความไม่น่าไว้วางใจของคนที่เดินผ่านไปมา ว่าอาจจะเป็นหนึ่งในมือสังหารที่แฝงตัวอยู่ก็เป็นได้ ==================== 7. Erfoud, Morocco เมื่อหนีหัวซุกหัวซุนมาที่โมร็อคโคแล้ว จอห์นก็ต้องมาทวงสัญญาเลือดที่ทำไว้กับโซเฟีย สถานที่ถ่ายทำก็แน่นอนต้องเป็นเมืองในโมร็อคโคเอง ซึ่งเมือง Erfoud นี้ก็เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนโอเอซิสทางภาคตะวันออกของประเทศ ใกล้กับชายแดนอัลจีเรีย และยังอยู่ในเขตของทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายที่กินพื้นที่กว้างที่สุดของโลกด้วย 8. Eiffel Tower, France หอไอเฟล แลนด์มาร์กของปารีส ฝรั่งเศส และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของโลกด้วย สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2403 (ค.ศ. 1889) มีความสูง 324 เมตร และด้วยค่าหัวของจอห์นที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงต้องมาเผชิญหน้ากับวายร้ายใหม่ นามว่า The Marquis ที่มีตำแหน่งสำคัญใน the High Tables หรือสภาสูงนั่นเอง 9. The National Art Center, Japan anon_tae / shutterstock.com อย่างที่เรารู้ว่าในภาค 4 จอห์นจะต้องตะลุยภารกิจไปแทบจะทั่วโลก โดยหนึ่งในสถานที่ที่ไฮไลต์มากๆ ก็มีที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย ซึ่งก็สะท้อนภาพของแสง สี เสียง ในเมืองใหญ่ของเอเชียได้เป็นอย่างดี โดย 1 ในสถานที่ถ่ายทำก็อยู่ที่ The National Art Center ที่เมืองโตเกียว ซึ่งถูกใช้เป็น โรงแรมคอนทิเนนทัล สาขาโอซากะนั่นเองครับ The National Art Center เป็นศูนย์ศิลปะแห่งชาติอันสถานที่แสดงศิลปะที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองของกรุงโตเกียว ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2007) เป็นสถานที่แสดงศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เปิดให้บริการแก่ประชาชนในรูปแบบของการจัดแสดงศิลปะพิเศษ โดยมีการนำเสนองานศิลปะที่ต่างกันออกไปในแต่ละครั้ง รวมถึงการแสดงแสงสี และยังมีการจัดงานนิทรรศการพิเศษ และกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเข้าใกล้ชิดศิลปะสำหรับบุคคลทั่วไปด้วย 10. Sacr-Cur Basilica, France มหาวิหาร ซาเคร-เกอร์ บาซิลิก้า อันเป็นที่ตั้งของฉากไคลแม็กซ์ประจำภาค 4 (ใครยังไม่ได้ดู จะบอกแค่ว่าบันไดที่นี่สูงมากครับ) ซึ่งตั้งอยู่ ณ จุดที่สามารถมองเห็นปารีสได้ทั้งเมืองเลย นอกจากนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางมาเยี่ยมชมแล้ว ยังเป็นสถานที่สําคัญสําหรับการแสวงบุญของชาวคาทอลิกอีกด้วย อ่านเต็มๆ ได้ที่ พิชิตบันได 222 ขั้นแบบ John Wick Style ที่มหาวิหาร Sacr-Cur Basilica ฝรั่งเศส ====================

ดูดวง 12 ราศี ราศีใดเปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีแบบปาฏิหาริย์ โดย อ.ดา (วริญฐ์ ฟินเวอร์)
อ่าน

ดูดวง 12 ราศี ราศีใดเปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีแบบปาฏิหาริย์ โดย อ.ดา (วริญฐ์ ฟินเวอร์)

ดูดวง 12 ราศี ครั้งนี้ ใครที่กำลังเจอเรื่องเครียดต้องห้ามพลาดนะคะ เพราะอ.ดา วริญฐ์ ฟินเวอร์ มีคำทำนายดีๆ มาฝาก! ว่าราศีใด จะเปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีแบบปาฏิหาริย์ เรื่องไม่ดีผ่านไป ได้เจอกับสิ่งใหม่ๆที่ดีขึ้นซะที! จะใช่ราศีคุณหรือเปล่านะ ดูดวง 12 ราศี ราศีใดเปลี่ยนจากเรื่องร้ายกลายเป็นเรื่องดีแบบปาฏิหาริย์ อันดับ 1 ราศีธนู ราศีพิจิก ราศีเมษ ราศีสิงห์ อันดับ 2 ราศีกรกฎ ราศีพฤษก ราศีมังกร ราศีมีน อันดับ 3 ราศีเมถุน ราศีกุมภ์ ราศีกันย์ ท่องคาถานี้ไว้นะจ๊ะกลับร้ายกลายเป็นดี คาถา พลิกชะตา (สำหรับคนดวงตก) ทำจิตให้เป็นสมาธิ ตั้ง นะโม 3 จบ นะโมพุทธายะ สิทธัง นะชาลีติ ประสิทธิลาภา ปะสันตะ จิตตา ศรัทธา โหนตุ ปิยังมะมะ สัพเพชะนา พะหูชะนา สัพเพทิสา สะมาคะตา กาละโภชนะ วิกาละโภชนา อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะ สีวะลีจะมหาเถโร สัพพะลาโภ นิรันตะรัง ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ. ------------------------------------------- ติดตามดวงรายวัน ดวงรายสัปดาห์ และ คอนเท้นต์ดวงต่างๆ ได้ที่ เพจ Facebook ดวง Live: https://www.facebook.com/duanglive หากยังอ่านดวงไม่จุใจ ติดตามอ่านดวงแบบอื่นๆ ได้ที่นี่ ดวงรายวัน ดวงรายสัปดาห์ ดวงรายปักษ์ ดวงรายเดือน เลขมงคล ฤกษ์มงคล

รีวิวซีรีส์ Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์(2024) Kiseki Series ทาง Viu #มีนาน่าดู
อ่าน

รีวิวซีรีส์ Kiseki ฤดูปาฏิหาริย์(2024) Kiseki Series ทาง Viu #มีนาน่าดู

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมารีวิวซีรีส์ของทาง Viu เรื่อง ฤดูปาฏิหาริย์ Kiseki Series ตอนละ 30 นาที มาวันแรกวันที่ 17 มีนาคม 2024 ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ นำแสดงโดยเอกภพ ต๊ะตา รับบท พี, จิรโชติ โชติทิฆัมพร รับบท ป้าน, นันทกร ศรีเงินทาบ รับบท บีบอย และฉัตริน โชติทิฆัมพร รับบท ปลายเป็นเรื่องราวของพีที่ปัจจุบันอาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่น พีนั้นมีเพื่อนคือบีบอยที่มาเที่ยวญี่ปุ่น 5 วันจึงอาสาพาเพื่อนเที่ยว ทั้งคู่บังเอิญไปเจอกับป้านและปลายหนุ่มฝาแฝดที่กำลังอัดคลิปร้องเพลงเล่นกีตาร์กันอยู่ พีจึงหันมาบอกบีบอยว่าสองคนนั้นไม่มีมารยาทเพราะที่ญี่ปุ่นวันหยุดเขาจะพักผ่อนกัน ส่วนป้านก็กำลังบ่นปลายว่าถ่ายไม่สวย บีบอยที่กำลังเดินผ่านมาก็โดนพีว่าว่าชอบทำของตก เขาจึงพูดกับพีว่าถ้าเก่งนักทำไมไม่ทำเองทำให้ป้านเข้าใจผิดคิดว่าบีบอยว่าตนจึงเกือบจะมีเรื่องกัน แต่ต่อมาพวกเขาก็บังเอิญเจอกันที่ร้านขนม บีบอยจึงชวนป้านกับปลายมานั่งด้วยเพราะเห็นเป็นคนไทยด้วยกัน แต่พอบีบอยรู้ว่าป้านกับปลายไม่มีที่พักเพราะจองวันผิดก็เลยชวนทั้งคู่ไปนอนบ้านพี ตอนแรกพีก็ไม่เต็มใจแต่สุดท้ายก็ใจอ่อน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปก็ต้องไปดูกันพีถึงจะเป็นเพื่อนกับบีบอยแต่นิสัยกลับไม่ค่อยจะเหมือนกันเท่าไหร่ ออกแนวจริงจังกว่า แอบกวนนิดๆ ดูมีมาดหน่อยๆ เป็นคนปากเสีย ขี้บ่นนิดๆ แต่จริงๆ เป็นคนใจดี รู้เรื่องญี่ปุ่นและสถานที่ท่อนเที่ยวเป็นอย่างดี นักแสดงแสดงได้ดูหล่อ มีมาดป้านเป็นฝาแฝดกับปลาย มาเที่ยวญี่ปุ่นก็มาอัดคลิปเล่นกีตาร์กับปลาย เวลาทะเลาะกับปลายก็ดูเป็นคนปากแซ่บระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ว่าปลายจริงจัง ออกแนวบ่นๆ ถึงจะเคยมีเรื่องกับบีบอยแต่พอเคลียร์กันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก นักแสดงแสดงได้ดูนิ่งๆ หน่อยแต่ก็มีมาดบีบอยเป็นเพื่อนสนิทพี เป็นคนพูดเก่ง ขี้เล่นนิดๆ ออกแนวติ๊งต๊อง ดูบ๊องๆ ไม่ค่อยเต็ม ไม่เครียดกับเรื่องอะไรมากมายเพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดี เป็นคนร่าเริงสดใส มีเอนเนอร์จี้ล้น นักแสดงแสดงได้ดูน่ารัก ขี้เล่นปลายเป็นคนร้องเพลงเพราะมาก ชอบทะเลาะกับป้านแต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันจริงจัง ตอนป้านไปมีเรื่องกับบีบอยก็คอยห้าม ดูใจเย็นกว่าป้านมาก ดูขี้เกรงใจ ตอนบีบอยชวนไปนอนบ้านพีก็ปฏิเสธแต่สุดท้ายก็ไปเพราะหาที่พักไม่ได้ นักแสดงแสดงได้ดูจริงใจ น่ารักเสื้อผ้าทำออกมาได้เข้ากับบรรยากาศในเนื้อเรื่องมาก ดูเป็นชุดวัยรุ่นทันสมัย มีแฟชั่น ไม่ธรรมดา ชุดของแต่ละตัวละครจะมีความคล้ายกันแต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว ทรงผมก็ดูดีมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ฉากนั้นด้วยความที่ถ่ายทำกันที่ประเทศญี่ปุ่นทำให้ได้กลิ่นไอความเป็นญี่ปุ่นที่บรรยากาศดีมาก แถมยังสวยสุดๆพล็อตเรื่องเป็นการเล่าเรื่องราวเนื้อหาอันชวนละมุน ท่ามกลางสวนสาธารณะในกรุงโตเกียวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ก่อนจะถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี "พี" หนุ่มคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนั่งรอเพื่อนซี้อย่าง "บีบอย" ถ่ายรูปเก็บบรรยากาศรอบตัวอย่างตื่นเต้นเพราะบีบอยเพิ่งเคยมาต่างประเทศเป็นครั้งแรก แต่การเดินทางครั้งนี้กลับทำให้พวกเขาทั้งสองคนมีเหตุบังเอิญเจอกับ 2 หนุ่มฝาแฝด "ป้าน ปลาย" ที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน และการเจอกันในครั้งนี้ทำให้พวกเขาทั้ง 4 คน ได้เรียนรู้และเข้าใจความหมายของการใช้ชีวิต ในระยะเวลาเพียง  6 วัน หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นที่นี่มันได้เติมเต็มบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปในใจของพวกเขาทั้ง 4 คน และมันก็จบลงที่นี่เช่นเดียวกันอยากให้ดูเรื่องนี้เพราะเป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่ดูสนุก ดูได้เรื่อย ไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ต่อไปจะต้องชวนจิ้นฟินจิกหมอนแน่นอน แถมเรื่องนี้นักแสดงยังงานดีทุกคน หล่อจนกินกันไม่ลง อยากให้ไปดูค่ะอ้างอิงภาพปก ตกแต่งโดย canvaภาพที่1, ภาพที่2, ภาพที่3, ภาพที่4, ภาพที่5, ภาพที่6ขอบคุณภาพจาก twitter: 9NAAchannel และ facebook: 9NaaProductionบทความซีรีส์วายที่กำลังออนแอร์รีวิวซีรีส์ คุณได้ไปต่อ(2024) To Be Continued ทาง ช่อง 3 ย้อนหลังทาง Netflix รีวิวซีรีส์ ปลื้มคนโปรด(2024) A Secretly Love ทาง 3HD ย้อนหลังทาง WeTV #ซีรีส์ดีบอกต่อรีวิวซีรีส์ อายุมั่นขวัญยืน(2024) 1000 YEARS OLD ทาง 3HD ย้อนหลังทาง WeTV #ซีรีส์ดีบอกต่อรีวิวซีรีส์ 23.5 องศาที่โลกเอียง(2024) 23.5 When the Earth Spinning Around ทาง GMM25 ย้อนหลังทาง Netflix #มิ้ลค์เลิฟ #มีนาน่าดู  เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ไขข้อสงสัย : การคัมแบ็กในวงการฟุตบอล แค่ปาฏิหาริย์ หรือมีหลักการซ่อนอยู่เบื้องหลัง ? | Main Stand
อ่าน

ไขข้อสงสัย : การคัมแบ็กในวงการฟุตบอล แค่ปาฏิหาริย์ หรือมีหลักการซ่อนอยู่เบื้องหลัง ? | Main Stand

เมื่อนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกดังขึ้น สกอร์บอร์ดที่สนามอตาเติร์ก นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี แสดงผล 3-0 ท่ามกลางเสียงฉลองของแฟนบอล เอซี มิลาน ณ ตอนนั้น มันแทบไม่มีทางเลย ที่พวกเขาจะชวดถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2004-05 ไปครองได้ อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีช่วงต้นครึ่งหลัง เพื่อยิงคืนให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 3-3 ก่อนพลิกล็อกแซงคว้าแชมป์ ด้วยการดวลลูกโทษตัดสินชนะไป 3-2 เถลิงแชมป์บอลยุโรปสมัยที่ 5 ของสโมสรอย่างยิ่งใหญ่ "ปาฏิหาริย์ที่อิสตันบูล" คือหนึ่งในการคัมแบ็กครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์ลูกหนัง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นแค่ปาฏิหาริย์ที่บังเอิญเกิดขึ้น หรือมีทฤษฎีและหลักการใด ๆ เป็นองค์ประกอบอยู่เบื้องหลังหรือไม่ มาหาคำตอบได้จากในบทความนี้ของ Main Stand กัน ทฤษฎี "มือขึ้น"? ในวงการบาสเกตบอล มีทฤษฎีที่ชื่อว่า "Hot Hand Theory" ซึ่งกล่าวถึงความ "มือขึ้น" ของนักบาส เมื่อเขาสามารถทำสกอร์ได้แล้ว การชู้ตลูกครั้งถัดไป จะมีโอกาสเป็นคะแนนได้มากกว่า หากพูดถึงในวงการฟุตบอล นั่นคือถ้าผู้เล่นคนหนึ่งสามารถยิงประตูเบิกร่องได้แล้ว ลูกที่เหลือจะหลั่งไหลมาดั่งสายน้ำเลย เหมือนกับในเกมนี้ ที่ลิเวอร์พูลสามารถยิงได้ 3 ลูกในเวลา 6 นาที โดยมีการพูดถึงวลีดังกล่าวเป็นครั้งแรกในงานวิจัยเมื่อปี 1985 ที่ต้องการหาคำตอบว่า ทฤษฎีนี้เป็นความจริง หรือเป็นแค่เพียงหลักจิตวิทยาเท่านั้น หากยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดที่สุด เราต้องลองเทียบกับการโยนเหรียญเสี่ยงทาย ที่มีโอกาสออกหัวและก้อยอย่างละ 50% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากเหรียญออกด้านหัวสัก 4 ครั้งต่อเนื่องกัน เมื่อต้องเสี่ยงทายการโยนเหรียญครั้งถัดไป ย่อมเป็นปกติที่เราจะมองว่า เหรียญมีโอกาสออกด้านก้อยมากกว่าในครั้งที่ 5 ซึ่งแนวคิดแบบนี้ถูกเรียกว่าเป็น "Gambler Fallacy" หรือ "ตรรกะวิบัติของนักพนัน" นั่นเพราะเรานำเอาข้อมูลในอดีต มาคำนวณความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เหรียญจะหล่นลงมาในด้านหัวหรือก้อย ก็ยังคงเป็น 50:50 อยู่ดี เพราะธรรมชาติไม่ได้ทำ Big Data เพื่อกำหนดการสุ่มให้มีความยุติธรรมแต่อย่างใด (ฮา) ย้อนกลับมาที่งานวิจัยตัวนี้ ซึ่งมีการรวบรวมข้อมูลสถิติผู้เล่นทีม ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส ประกอบไปด้วยการยิงรูปแบบต่าง ๆ ทั้งลูกที่เข้าและไม่เข้า ตลอดทั้งฤดูกาล 1980-81 เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่า ทฤษฎี "มือขึ้น" เป็นจริงหรือไม่ น่าเสียดายที่เมื่อประมวลผลดูแล้ว ทีมวิจัยได้ข้อสรุปมาว่า "ทฤษฎีมือขึ้น" หรือ "Hot Hand Theory" ไม่มีหลักฐานมารองรับแบบจริงจัง และถูกสรุปรวมว่าเป็น "Hot Hand Fallacy" หรือ "ตรรกะวิบัติมือขึ้น" แทน อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน มีหลายงานวิจัยที่มาโต้แย้งข้อสรุปดังกล่าวอยู่ ว่าอาจเป็นการด่วนสรุปแบบ "Confirmation Bias" โดยที่มีข้อมูลอยู่อย่างจำกัด และทฤษฎี "มือขึ้น" สามารถเป็นจริงได้ หากเปลี่ยนตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย เช่น ระยะห่างของเวลาที่ผู้เล่นใช้ในการทำสกอร์ ซึ่งไม่ได้ถูกนำมาคำนวณในงานวิจัยชิ้นแรก เป็นต้น จิตวิทยาของผู้ชนะ แม้ทฤษฎี "มือขึ้น" จะยังไม่มีเหตุผลมาพิสูจน์ แต่สำหรับบทความนี้ เรามีตัวอย่างจาก 4 แมตช์พลิกนรก ทั้งในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ พรีเมียร์ลีก ที่พิสูจน์ว่าจิตวิทยาของผู้ชนะนั้น สำคัญขนาดไหน ลองพิจารณาดูว่าทั้ง 4 นัดนี้ มีอะไรเหมือนกันบ้าง เอซี มิลาน 3-3 ลิเวอร์พูล แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ปี 2005คริสตัล พาเลซ 3-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม 2-3 ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ปี 2019ลิเวอร์พูล 4-0 บาร์เซโลน่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ปี 2019 ในค่ำคืนที่อิสตันบูล ลิเวอร์พูลต้องเผชิญกับแผงกองหลังอย่าง เปาโล มัลดินี่, อเลสซานโดร เนสต้า, ยาป สตัม, และ คาฟู แน่นอนว่าการทวงคืนสักประตูก็เป็นเรื่องที่ยากแล้ว นับประสาอะไรกับการรัวให้ได้ 3 ลูก กับช่วงเวลาที่จำกัด คริสตัล พาเลซ ตามหลังให้กับทีมที่กำลังตามหาแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 24 ปี อย่าง ลิเวอร์พูล อยู่ 0-3 จนถึงนาทีที่ 79 แน่นอนว่าพาเลซรอดตกชั้นแล้ว พวกเขาลงเล่นอย่างไร้แรงกดดันตลอดทั้งเกม ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ โดนออกนำไปก่อน 3-0 เมื่อรวมสกอร์ของทั้งสองนัด (นัดแรก สเปอร์ส แพ้มา 0-1 ก่อนโดนยิง 0-2 ในครึ่งแรกของนัดสอง) โดยที่เหลือเวลาให้พลิกเกมอีกราว 45 นาทีเท่านั้น และที่สำคัญ พวกเขาต้องบุกไปเยือน อาหยักซ์ อันสเตอร์ดัม ที่ผู้เล่นวัยรุ่นกว่าค่อนทีม กำลังโชว์ฟอร์มอย่างดุดัน และ ลิเวอร์พูล ที่ต้องยิงให้ได้อย่างน้อย 3 ประตู พร้อมกับป้องกันไม่ให้ ลีโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรส, และ ฟิลิปเป คูตินโญ ทำประตูให้กับผู้มาเยือนจากแคว้นกาตาลันได้ เริ่มแรกเลย สิ่งที่ทีมตามหลังจำเป็นต้องมี คือทัศนคติว่าพวกเขาสามารถทำได้ ไม่ว่าอุปสรรคจะยากเย็นเพียงใด และต้องพึงรู้ถึงประสิทธิภาพในตัวเอง ว่าทีมของตนมีผู้เล่นที่ดี แท็คติก และแรงสนับสนุนที่เพียงพอต่อการคัมแบ็กได้ พวกเขาอาจมีชื่อชั้นเป็นรอง หรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนยากเกินกว่าจะพลิกเกมได้ แต่สภาพจิตใจของทีมที่เปิดหน้าแลกเข้าใจเหล่านี้ ก็มีผลกระทบต่อทีมที่ได้เปรียบมาก่อนได้เช่นกัน นั่นก็เพราะทีมที่อยู่ในตำแหน่งได้เปรียบ ซึ่งมักมีช่องว่างของผลสกอร์มากกว่า 3 ลูก จะลงเล่นเพื่อรักษาระยะห่าง มากกว่าพยายามทำประตูทิ้งห่างออกไป เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อาจเคยกล่าวไว้ว่า "เกมรุกทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์" อย่างไรก็ตาม เยนส์ ไคล์เนิร์ต นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน กลับเห็นต่างออกไป "เมื่อคุณมีแนวคิดที่จะเล่นเกมรับกันทั้งทีม มันสามารถส่งผลให้ผู้เล่นก่อข้อผิดพลาดที่ไม่น่าเกิดขึ้นมาได้ และเมื่อไหร่ที่อีกทีมทำประตูตีตื้นมาได้ หรือยิ่งใกล้หมดเวลามากขึ้นเท่าไหร่ ผลกระทบจากความกลัวเสียประตูเหล่านี้ อาจนำพาหายนะมาสู่ทีมได้" ลิเวอร์พูล ใช้เวลาแค่ 6 นาที เพื่อทวงสกอร์คืน 3 ลูก จากแผงแนวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ณ เวลานั้น และรักษาโมเมนตัม จนสามารถไปชนะที่ฎีกาได้ คริสตัล พาเลซ ใช้ประโยชน์จากความกดดันของลิเวอร์พูล ด้วยการรัวยิง 3 ประตู ในเวลาเพียง 9 นาที ดับฝันการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013-14 ของหงส์แดงลงอย่างเป็นทางการ ในนาทีสุดท้ายของเกม ผู้รักษาประตูของอาหยักซ์ ตัดสินใจเปิดบอลยาวขึ้นไป จนทำให้สเปอร์ส ได้มีโอกาสขึ้นเกมบุกอีกครั้ง จนสามารถปิดบัญชีได้จากลูกยิงของ ลูคัส มูร่า ที่ส่งให้ทีมเข้าชิงแชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ ดิว็อก โอริกี ยิงประตูตีตื้นให้ลิเวอร์พูลได้ตั้งแต่นาทีที่ 6 ของเกม และเป็นเขาเองที่ทำประตูชัย จากจังหวะเปิดเตะมุมเร็วของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ส่งให้ทีมเดินหน้าไปคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ สูตรสำเร็จการคัมแบ็ก นอกจากการมีจิตวิทยาที่เหมาะสมของผู้ชนะนั้น เราก็ไม่อาจมองข้ามการแก้เกมมาสู้ของผู้จัดการทีม และโค้ชที่ต่างต้องทำการบ้านมาเป็นอย่างดี เพื่อพยายามเก็บผลสกอร์ที่ต้องการมาให้ได้ ราฟาเอล เบนิเตซ เปลี่ยนแผนการเล่นจาก 4-4-1-1 เป็น 3-5-2 ในครึ่งเวลาหลัง, โทนี่ พูลิส ส่งดไวท์ เกย์ล ลงมาเพื่อยิง 2 ประตู เปลี่ยนเกมให้กับ คริสตัล พาเลซ, เมาริซิโอ โปเชตติโน ถอดกลางรับอย่าง วิคเตอร์ วานยาม่า เพื่อส่ง เฟร์นานโด ยอเรนเต ไปยืนค้ำในแนวหน้า, และ เยอร์เกน คล็อปป์ ถอดแบ็กซ้ายอย่าง แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่มีอาการบาดเจ็บออก เพื่อส่ง จอร์จินโญ ไวจ์นัลดุม ลงไปซัด 2 ลูกสำคัญให้กับลิเวอร์พูล นี่คือเบื้องหลังการแก้เกมสำคัญ ๆ ที่มีผลต่อการคัมแบ็กทั้งสี่หน และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือผู้เล่นคนที่ 12 อย่างแฟนบอล ที่คอยกระตุ้นและส่งเสียงเชียร์ให้กับทั้ง 11 คนในสนาม แน่นอนว่าการขาดหายไปของกองเชียร์ตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา ส่งผลกระทบกับหลายทีมทั่วทั้งยุโรป โดยเฉพาะกับทีมที่ขึ้นชื่อว่าแฟนบอลของพวกเขาเป็นดั่ง "อาวุธลับ" อย่างลิเวอร์พูล ซึ่งผลงานโดยรวมดร็อปลงไปพอสมควรเลย (และยังมีปัจจัยอาการบาดเจ็บของกองหลังพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายอีกด้วย) สุดท้ายแล้ว สูตรสำเร็จเหล่านี้ไม่สามารถกด ขึ้นขึ้น ลงลง ซ้ายขวา ซ้ายขวา บี เอ สตาร์ท แล้วสามารถนำไปใช้งานได้ในทันที มันยังคงจำเป็นต้องอาศัยการฝึกซ้อม และองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อสร้างปาฏิหาริย์ครั้งยิ่งใหญ่เหล่านี้ให้เกิดขึ้นได้จริง แหล่งที่มา : https://doi.org/10.1016/j.psychsport.2012.11.009https://doi.org/10.1016/0010-0285(85)90010-6https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=2627354https://www.dw.com/en/the-psychology-of-sporting-comebacks/a-48678259https://www.liverpoolecho.co.uk/sport/football/football-news/liverpool-half-time-istanbul-benitez-18282081https://www.uefa.com/uefachampionsleague/news/025d-0f782b45c942-3e20b8c30dfa-1000--miracle-of-istanbul-an-oral-history/ ข่าวที่เกี่ยวข้อง มีใครกันบ้าง!? เปิดรายชื่อและเรื่องราวสุดพิเศษของ "กุนซือ" ที่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก วันนี้เมื่อปีนั้น: 25 พ.ค.2005 แชมป์ยุโรปสุดเหลือเชื่อของลิเวอร์พูล (ชมคลิป) ---------------------------- ดูสดฟรี!! ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ทุกสัปดาห์ พร้อมกีฬาชั้นนำระดับโลกแบบจัดเต็ม ต้อง App TrueID เท่านั้น รวมข้อมูลแก้ไขปัญหาการใช้งาน รับชม หรือโปรโมชันกิจกรรมต่างๆ คลิกที่นี่ อัพเดทข่าว ผลบอล พรีเมียร์ลีก แบบทันใจ พร้อมวิเคราะห์คู่เด่นในรอบสัปดาห์ ส่งถึงมือคุณคลิกเลย!!bit.ly/2PsYXMGหรือกด*301*32# โทรออก

ไร้ปาฏิหาริย์! ไม่มีสัญญาณผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดเบรุต
อ่าน

ไร้ปาฏิหาริย์! ไม่มีสัญญาณผู้รอดชีวิตจากเหตุระเบิดเบรุต

วันนี้ ( 6 ก.ย. 63 )หน่วยกู้ภัยเลบานอนและอาสาาสมัคร รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากชิลี กว่า 50 ชีวิตยังคงปฏิบัติการเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตเมื่อวันเสาร์ หลังจากที่การตรวจพบว่าเซนเซอร์สามารถจับสัญญาณชีพได้จากใต้ซากตึก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ล่าสุดเปิดเผยว่า ไม่น่าจะมีความหวังว่ามีใครสามารถรอดชีวิตอยู่ใต้ซากตึกได้นานกว่า 1 เดือน นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอนตั้งแต่เดือนที่แล้วก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สามารถจับเสียงลมหายใจด้วยอุปกรณ์เซนเซอร์ตัวหนึ่ง ทั้งทีมจึงได้พยายามที่จะขุดค้นภายใต้ซากเพื่อค้นหาผู้อาจรอดชีวิต แต่หัวหน้าทีมอาสากู้ภัยจากชิลี แถลงเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบไปแล้วราวร้อยละ 95 ของซากตึกที่จับเจอสัญญาณชีพก่อนหน้านี้ แต่กลับไม่พบอะไรเพิ่มเติม ซึ่งหมดความหวังว่าจะเจอผู้รอดชีวิตแล้วเหตุระเบิดท่าเรือกรุงเบรุตจากสารแอมโมเนียมไนเตรต เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม จนทำให้มีผู้เสียชิวิต 190 คน บาดเจ็บกว่า 6,000 คน สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับทั้งเมือง และยิ่งกระทบต่อเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้วของประเทศให้รุนแรงเข้าไปอีก ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้จัดพิธีรำลึกเหตุการณ์ระเบิดครบ 1 เดือนไปเมื่อวันศุกร์เกาะติดข่าวที่นี่ website: www.TNNThailand.com facebook : TNNThailand facebook live : TNN Live twitter : @TNNThailand Line : @TNNONLINE Youtube Official : TNNThailand Instagram : @tnn_online TIKTOK : @tnnonline

Indigo Park : Chapter 1 สวนสนุกกระตุกขวัญ
อ่าน

Indigo Park : Chapter 1 สวนสนุกกระตุกขวัญ

Indigo Park : Chapter 1 สวนสนุกกระตุกขวัญเมื่อนึกถึงสวนสนุกหลายคนก็นึกถึงเครื่องเล่นในดวงใจเเตกต่างกันออกไป บางคนชอบรถไฟเหาะ บางคนชอบม้าหมุน ของเล่นเเต่ละชิ้นได้มอบความสนุกเเละฝากความทรงจำดีๆเอาไว้ให้เราได้คิดถึงอีกด้วย เเต่กับเกมนี้นั้นจะมอบประสบการณ์ตรงข้าม เพราะเราจะได้ไปสำรวจสวนสนุกร้างเเห่งนึง บอกได้เลยว่าคุณผู้อ่านจะไม่ได้ประสบการณ์อันน่าจดจำกลับไปอย่างเเน่นอน กับเกมที่ชื่อว่า Indigo Park : Chapter 1 เนื้อเรื่องย่อ(story)เนื้อเรื่องไม่บอกอะไรมากหรืออาจไม่มีเลยก็ได้ เเต่เท่าที่ผมสังเกตุคือเหมือนกับว่าเราเป็นคนอยากลองของ เพราะสวนสนุก indigo เป็นสวนสนุกร้างคนทั่วไปย่อมไม่เข้าไปอยู่เเล้ว เเต่พอเราเข้าไปกลับพบว่าสวนสนุกยังใช้งานได้ เราจะได้เจอ เเรมบลี่(rambley) เเรคคูนสุดร่าเริงที่ต้อนรับเราเป็นอย่างดี ซึ่งตลอดเกมมันจะเป็นไกด์พาเราเดินทัวร์สวนสนุก ซึ่งขอบอกเลยว่า เเรมบลี่เป็นคนนำไกด์ได้ดี ดูเป็นมิตร เเต่ไม่รู้ทำไมไม่รู้สึกอยากไว้ใจหมอนี่เลย การเล่น(gameplay)เกมนี้เป็นเเนวสยองขวัญเเละเเก้ปริศนานิดหน่อย การควบคุบหลักก็เป็นพื้นฐานเหมือนเกมสยองทั่วไป เเละปุ่มที่ขาดไม่ได้สำหรับเกมสยองขวัญ นั่่นคือปุ่ม F เอาไว้กดไฟฉายนั่นเอง ตัวเกมจะเน้นไปที่บรรกาศเเละเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับสวนสนุกเเห่งนี้มากกว่า เเละเป็นจุดเเข็งของเกมนี้เลยก็ว่าได้เพราะเรารู้สึกไม่ปลอดภัยตลอดทั้งเกม   สรุป เกมนี้ทำบรรยกาศออกมาให้รู้สึกขนลุกได้ดี ศัตรูที่ไล่ล่ามาขวางเราก็ทำออกมาได้ตื่นเต้นพอสมควร ถ้าการเที่ยวสวนสนุกที่เคยเราเคยไปเที่ยวกันได้มอบความทรงจำดีๆไว้ให้จดจำ เกมนี้ก็มอบความทรงจำเเย่ๆเกี่ยวกับสวนสนุกเอาไว้ให้จดจำได้เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นเกมฟรีด้วย ! เเละผมเชื่อว่าเขาจะนำตอนต่อไปมาลงขายบนสตีมอย่างเเน่นอน ใครสนใจไปโหลดมาลองได้เลย สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อน เจอกันบทความหน้า สวัสดีครับเครดิตภาพโดย Gudusเกมนี้พัฒนาเเละจัดจำหน่ายโดย : UniqueGeeseX / youtubeบทความอื่นที่น่าสนใจของ Gudusสาวน้อยหัดผจญภัย หารู้ไม่มีคำว่า "ภัย" อยู่ในนั้น Kejora [demo]เเค่พับกระดาษปัญหาก็หมดไป Paper trail [demo] เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ไร้ปาฏิหาริย์! พบร่างน้องโฟร์ โดนน้ำพัด ร่วงจากจยย. แม่ร่ำไห้ แทบขาดใจ
อ่าน

ไร้ปาฏิหาริย์! พบร่างน้องโฟร์ โดนน้ำพัด ร่วงจากจยย. แม่ร่ำไห้ แทบขาดใจ

พบร่างน้องโฟร์ ไร้ลมหายใจ หลังนั่งซ้อนท้ายจยย.ตา กลับบ้าน โดนน้ำป่า พลัดร่วงจมหาย หากันกว่า 1 คืน แม่เจอ ร่ำไห้ ปริ่มใจแทบขาด วันที่ 11 พ.ค.2565 เจ้าหน้าที่ในพื้นที่อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบร่างน้องโฟร์ เด็กชายวัยเพียง 4 ขวบ ที่ถูกกระแสน้ำพัดตกฝาย ขณะนั่งซ้อนท้ายจยย.ไปกับตา เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) โดยพบในสภาพไร้ลมหายใจ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของพ่อแม่และครอบครัวอย่างมาก ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มค้นหาตั้งแต่ช่วงเช้า โดยงมหาในลำคลองห้วยตะเคียน หมู่ 1 ต.ทับสะแก ก่อนพบขนมที่น้องซื้อกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ได้หยิบมาแกะให้น้อง ไม่นานก็พบร่างเด็กอยู่ไม่ห่างจากห่อขนม โดยมีผักตบชวาจำนวนมากลอยทับอยู่ เจ้าหน้าที่จึงนำร่างออกมาได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบบาดแผลที่หัว คาดว่าคงไปฟาดกับขอบปูนของฝายน้ำล้นหรือท่อน้ำ ก่อนโดนกระแสน้ำพัดจนเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำศพไปยังรพ.ทับสะแก ก่อนที่ทางครอบครัวจะมารับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ชวนอ่าน CHAPTER 1: LOST รวมเรื่องเล่าระหว่างหลงทาง
อ่าน

ชวนอ่าน CHAPTER 1: LOST รวมเรื่องเล่าระหว่างหลงทาง

CHAPTER 1: LOST ผู้เขียน: รวม 14 นักเขียนและนักวาด  สำนักพิมพ์: แซลมอน / SALMON หมวดหมู่: วรรณกรรม เรื่องสั้น จำนวนหน้า: 224 หน้า 📖 รีวิวหนังสือ  CHAPTER 1: LOST รวมเรื่องเล่าระหว่างหลงทาง CHAPTER 1: LOST คือโปรเจกต์พิเศษของ Salmon Books ที่ให้โอกาสนักเล่าเรื่อง 14 คน สร้างสรรค์เรื่องสั้น บทความ หรือการ์ตูน ที่สะท้อนธีม “หลงทาง” ในมิติหลากหลาย เช่น การหลงทางในชีวิต ความสัมพันธ์ และตัวตน ความงุนงงระหว่างการตัดสินใจหรือการไม่ตัดสินใจ ความรู้สึกเคว้งคว้างที่เกิดจากสังคมและสิ่งรอบตัว งานแต่ละชิ้นไม่จำเป็นต้องให้คำตอบ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้เขียนและผู้อ่านได้ตั้งคำถามและค้นหาในแบบของตัวเอง รายชื่อนักเล่าเรื่อง: โตมร ศุขปรีชา : THE LONG ROAD ถนนเลียบแม่น้ำ ธีรภัทร์ เจนใจ : CHOICES LEFT UNMADE หลงทางที่ไม่ได้เลือก ปฏิกาล ภาคกาย : MUSEUM OF YOU น้ำใส ศุภวงศ์ : THE CYCLE OF W;SB[P}WTF!E/?SI!!!!* ธนชาติ ศิริภัทรยาชัย : LOST IN THAILAND ปัจจาพงศ์ ศุภชัยเจริญ : DOT BY DOT โชติกา ปริณายก : FLATMATES คาลิล พิศสุวรรณ : CONTEMPORARY LOVE จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ : NOSTALGIC HOLE หลุมลัก ทราย โชนะโต : BIRDSHIT APOCALYPSE การ์ตูนสั้น ภาพประกอบโดย จัง, SAHRED TOY, PLARIEX, TUNA DUNN บรรจุอารมณ์หลากหลายผ่านภาพที่สะท้อนความรู้สึกหลงทางในอีกมุมหนึ่ง ความรู้สึกหลังอ่าน: หนังสือบอกเล่าเรื่องสั้น เรื่องราวชีวิตของคนแต่ละคนที่พบว่าทุกคนต่าง หลงทางในแบบของตัวเอง เป็นการรวมพลังของนักเล่าเรื่องหลายคน ทำให้มีอารมณ์ รูปแบบการเล่าแตกต่างและหลากหลาย มีทั้งเรื่องสั้นเชิงสารคดี เรื่องสั้นแนวบันทึกชีวิต และการ์ตูนที่ตีความธีมหลงทางออกมาอย่างสร้างสรรค์ ด้วยภาษาที่อ่านง่าย กระชับ จบเป็นตอนๆ และเต็มไปด้วยความหมายที่ชวนคิด ชวนถาม และซึมลึกไปในใจผู้อ่าน ความประทับใจ:  ส่วนตัวแล้วเรื่องที่เราชอบที่สุดต้องขอยกให้ เรื่อง “NOSTALGIC HOLE หลุมลัก” โดย ผู้เขียน จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ เป็นเรื่องราวการหลงทางผ่านทางความทรงจำ การหลงในอดีตของตัวเอง ที่อ่านแล้วรู้สึกอินไปกับสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อ หลุมลึกของความทรงจำที่เราไม่รู้ว่าจะไต่ขึ้นมาอย่างไร หรือควรจะปีนขึ้นมารึเปล่า เพราะบางครั้งการหลงทางอยู่ในความทรงจำ ก็อาจเป็นการเยียวยา เพียงแต่เราต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเดินออกมา... สรุป: หากใครกำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงทาง ไม่ว่าจะในชีวิต การทำงาน หรือความสัมพันธ์ ให้หนังสือ CHAPTER 1: LOST ได้เคียงข้างและคอยบอกว่า คุณไม่ใช่คนเดียวที่หลงทาง เราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าจะไปทางไหนทันที แค่ขอให้เดินต่อไปและค้นหาวิธีของตัวเราเอง เครดิตภาพถ่ายจากมือถือเองทุกภาพค่ะ เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

พูดภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ Chapter1 การทักทายและการแนะนำตัว
อ่าน

พูดภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ Chapter1 การทักทายและการแนะนำตัว

พูดภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ Chapter1 การทักทายและการแนะนำตัว        พูดถึงเรื่องการสื่อสารภาษาอังกฤษปัจจุบันภาษาอังกฤษเข้ามามีบทบาทกับเรามากขึ้นทุกวัน การสื่อสารบนโลกอินเทอร์เน็ตทำให้โลกที่กว้างใหญ่แคบลง ทำให้เราได้พบปะผู้คนต่างเชื้อชาติมากขึ้น โอกาสต่างๆก็เกิดตามมาด้วย ผู้คนที่สามารถพูดคุยสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดียอมมีโอกาสมากกว่าผู้อื่น ฉะนั้นวันนี้เราเริ่มมาฝึกภาษาอังกฤษกันเถอะครับ         Chapter 1 การทักทายและการแนะนำตัว (Greeting and Introducing)Vocabulary (คำศัพท์ที่ควรรู้)good morning    กูด มอร์นิง    สวัสดีตอนเช้าgood afternoon  กูด อาฟเตอร์นูน   สวัสดีตอนกลางวันfine   ไฟน์  สบายดีwell   เวล   ดีquite  ไควท์   ค่อนข้างlunch  ลันซ์   อาหารกลางวันgeneral manager   เจนเนอรอล แมนนิเจอร์  ผู้จัดการทั่วไปto go back  ทู โก แบค  กลับto return from  ทู รีเทิร์น ฟรอม  กลับมาจากto work  ทู เวิร์ค   ทำงาน1. Good morning สวัสดีตอนเช้า หรืออรุณสวัสดิ์ เป็นคำกล่าวทักทายที่ใช้ในตอนเช้าจนถึงเที่ยง ใช้ทักทายได้ทั้งสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ2. Good afternoon สวัสดีตอนกลางวัน เป็นคำกล่าวทักทายที่ใช้ในตอนกลางวันไปจนถึงบ่ายแก่ๆ ใช้ทักทายได้ทั้งสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ3. Good evening สวัสดีตอนเย็น ใช้กล่าวทักทายในตอนเย็นจนถึงช่วงหัวค่ำ ใช้ได้ทั้งสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ4. Hello สวัสดี ใช้ได้ไม่จำกัดช่วงเวลา เป็นคำกล่าวทักทายที่ใช้ได้ทั่วไป ทั้งสถานการณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ5. Hi สวัสดี เป็นคำทักทายที่ไม่จำกัดช่วงเวลา แต่เป็นรูปที่ไม่เป็นทางการใช้สำหรับกล่าวทักทายเพื่อนหรือผู้ที่สนิทกัน6. How do you do? สวัสดี เป็นคำทักทายที่ไม่จำกัดช่วงเวลา จะใช้ในสถานการณ์ที่เป็นทางการ และมักจะใช้เมื่อรู้จักกันเป็นครั้งแรก7. Long time no see. ไม่ได้เจอกันเสียนานสำนวนนี้ใช้ได้ในแบบที่ไม่เป็นทางการConversation 1Good morning, Pink. How are you?อรุณสวัสดิ์พิ้ง สบายดีไหมGood morning. I am fine, and you?อรุณสวัสดิ์ค่ะ ฉันสบายดี แล้วคุณล่ะคะI am quite well.ผมค่อนข้างสบายดีConversation 2Good afternoon, Jim.สวัสดีตอนบ่าย, จิม.Good afternoon, Emma. Have you had lunch yet?สวัสดีตอนบ่าย, เอมมา ทานข้าวเที่ยงหรือยังNot yet.ยังเลยConversation 3Good evening, Mike.สวัสดีตอนเย็น, ไมค์Good evening, Rihanna. Are you going back home?สวัสดีตอนเย็นริฮานน่า กำลังจะกลับบ้านเหรอครับYes, and you? ใช่แล้ว เธอล่ะMe too.ผมก็เหมือนกันConversation 4Hello, Violet. Long time no see.สวัสดี, ไวโอเล็ท. ไม่เจอกันนานเลยHi, Elle. I have just returned from Chiang Mai.สวัสดี, เอลลี่. ฉันเพิ่งกลับมาจากเชียงใหม่Conversation 5How do you do? I'm Lucy, the general manager.สวัสดีค่ะ ฉันลูซี่ค่ะ เป็นผู้จัดการทั่วไปค่ะHow do you do? My name is Rihanna. It's my first day of work here.สวัสดีค่ะ ฉันชื่อริฮานน่า มาทำงานที่นี่เป็นวันแรกค่ะConversation 6How have you been, Violet?สบายดีไหมคะไวโอเล็ทNot very well. I have a cold.ไม่สบายมากเลยค่ะ ฉันเป็นหวัดGet well soon.หายเร็วๆนะคะConversation 7Hi, Mike. How's life?สวัสดีไมค์ ชีวิตตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างNot bad. How is everything going with you?ก็ไม่เลว แล้วทุกอย่างในชีวิตคุณเป็นยังไงบ้างSo-so.ก็เรื่อยๆ       อย่าลืมลองเอาไปฝึกใช้กันนะครับ เครดิตภาพภาพโดย 5688709 จาก Pixabay  ภาพหน้าปก

เปิดประวัติ ‘Brave Girls’ เกิร์ลกรุ๊ปสุดแกร่งกับปาฏิหาริย์ของวงการ K-POP
อ่าน

เปิดประวัติ ‘Brave Girls’ เกิร์ลกรุ๊ปสุดแกร่งกับปาฏิหาริย์ของวงการ K-POP

เปิดประวัติ ‘Brave Girls’ เกิร์ลกรุ๊ปสุดแกร่ง กับปาฏิหาริย์ของวงการ K-POPเรียกได้ว่าเป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่มาแรงที่สุดวงหนึ่งของเกาหลีในปี 2021 นี้เลยก็ว่าได้สำหรับสาว ๆ ‘Brave Girls’ จากค่าย Brave Entertainment ที่จุดกระแสเพลงเก่าให้กลับมาติดชาร์ต และทำลายสถิติต่าง ๆ ภายในไม่กี่วันหลังกลับมาติดชาร์ต จนกลายมาเป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปลูกรักของชาวเกาหลีไปแล้วเรียบร้อย ไม่รอช้า เราไปทำความรู้จักกับสมาชิกปัจจุบันทั้ง 4 คนกันดีกว่า!ประวัติสมาชิกMinyoung | มินยองStage Name : Minyoung (민영)ชื่อจริง : Kim Min Young (김민영) (คิม มินยอง)ตำแหน่ง : Main Vocalist, Main Dancerวันเกิด : 12 กันยายน ค.ศ. 1990กรุ๊ปเลือด : ABInstagram : @nyong2yaYouTube : 민영타임 Minyoung Time- มินยองเกิดที่อินชอน เกาหลีใต้ และเข้าเรียนที่ Hanyang University Dance Arts โดยมีสาขาหลัก คือ การเต้นรำแบบดั้งเดิมของเกาหลี โดยเธอมีความสามารถที่โดดเด่นทั้งการเต้นรำ บัลเล่ต์ และการแสดง- มินยองเป็นเด็กฝึกตอนอายุ 21 ปี แล้วเคยอยู่วงเกิร์ลกรุ๊ป ZZBest ก่อนเข้าร่วม Brave Girls ในปี 2015- นอกจากความสามารถด้านการร้องที่ไม่ธรรมดาแล้ว เธอยังมีเรียวขาที่สวยมาก จนได้เป็นหน้าปกของมินิอัลบั้ม ‘High Heels’- เธอยังเป็นคนที่นอนหลับลึกที่สุดในวง อีกทั้งยังเป็นคนที่สนุกสนานตลอดเวลา- เมนูโปรดของเธอคืออาหารที่มีรสเผ็ด ซูชิ และน้ำผลไม้ โดยเธอไม่ชอบกาแฟ และหอยหรือปลาน้ำจืด- เพลงโปรดของมินยอง คือ ‘Expectations’ ของ Lauren และเพลงของ KehlaniYujeong | ยูจองStage Name : Yujeong (유정)ชื่อจริง : Nam Yu Jeong (남유정) (นัม ยูจอง)ตำแหน่ง : Vocalist, Visualวันเกิด : 2 พฤษภาคม ค.ศ.1991กรุ๊ปเลือด : ABInstagram : @braveg_yjYouTube : 유랄라Youlalla- ยูจองเกิดที่เมืองซูวอน เกาหลีใต้ และเข้าศึกษาที่ Sungshin Women’s University ในสาขา Media Communications อีกทั้งยังเคยเรียนโรงเรียนนานาชาติในฮ่องกง ทำให้เธอสามารถพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง- เธอเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Brave Girls ในปี 2015- ยูจองถูกเลือกให้เป็นสมาชิกที่มีความน่ารักมากที่สุด ด้วยภาพลักษณ์และนิสัยขี้เล่นของเธอ โดยเธอยังเคยเลียนแบบท่าทางของ CEO อย่าง Brave Brothers อีกด้วย- แม้ว่าจะขี้เล่นแต่เธอก็เป็นสมาชิกที่ช่างพูดมากที่สุดในวง  และมักเป็นคนให้กำลังใจเพื่อน ๆ ในวงเสมอ- งานอดิเรกของยูจองคือการพาสุนัข 3 ตัวเดินเล่นในทุก ๆ วัน อ่านหนังสือ และฟังเพลงของ Jannabi โดยเธอยังเป็นแฟนเพลงตัวยงของ ‘เรน’ อีกด้วย- อาหารสุดโปรดของเธอ คือ ต็อกบกกีและซูชิ แต่ไม่ชอบขนมหวานและแตงสุด ๆ- ยูจองเคยปรากฏตัวบนแพคเกจมันฝรั่งทอด Kkobuk ด้วยการทุ่มเทของเหล่าแฟนคลับ ที่รวมตัวกันซื้อหุ้นของบริษัทขนมและลงชื่อเสนอให้เธอ- ยูจองยังเคยได้เข้าร่วมแข่งขันรายการเซอไววัล The Unit ร่วมกับอึนจี และคว้าอันดับที่ 37 ของรายการEunji | อึนจีStage Name : Eunji (은지)ชื่อจริง : Hong Eun Ji (홍은지) (ฮง อึนจี)ตำแหน่ง : Main Rapper, Lead Dancer, Vocalist, Centerวันเกิด : 19 กรกฎาคม ค.ศ.1992กรุ๊ปเลือด : ABInstagram : @bg_eunji92- อึนจีเกิดที่เมืองยอซู จังหวัดซอลลาใต้ เกาหลีใต้ และเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Myongji ในสาขาภาพยนตร์และดนตรี- อึนจีเข้าร่วม Brave Girls ในปี 2015- อึนจีมีจุดเด่นคือดวงตาของเธอที่มีความกลมโต อีกทั้งร่างกายของเธอมีความยืดหยุ่นมาก โดยเธอยังสามารถแสดงท่าเต้นที่มีความผาดโผนได้ดี- อึนจีเป็นสมาชิกอีกคนของวง ที่ขึ้นชื่อว่าพูดเก่งที่สุด- สิ่งที่แรกที่เธอมักทำหลังตื่นนอน คือการเช็คโทรศัพท์ของเธอ- อาหารสุดโปรดคืออาหารตะวันตก รวมไปถึงอาหารที่มีรสจัดและสมูทตี้สตรอว์เบอร์รี่ โดยเธอไม่ชอบอาหารทะเลเกือบทุกชนิด- อึนจียังได้เข้าร่วมแข่งขันรายการเซอไววัล The Unit ร่วมกับยูจอง โดยเธอสามารถคว้าอันดับ 48 ของรายการ- นอกจากนี้หลาย ๆ คนอาจะเคยคุ้นหน้าเธอกับการร่วมแสดงในเพลงโปรโมท ‘Spring’ ของรุ่นพี่ Park Bom ในรายการ QueendomYuna | ยูนาStage Name : Yuna (유나)ชื่อจริง : Lee Yu Na (이유나) (อี ยูนา)ตำแหน่ง : Lead Vocalist, Lead Dancer, Rapper, Maknaeชื่อจริง : 6 เมษายน ค.ศ.1993กรุ๊ปเลือด : AInstagram : @u.naleeYouTube : 나는유나다- ยูนาเกิดที่เจจู เกาหลีใต้ และเข้าร่วมเป็นสมาชิก Brave Girls ในปี 2015- เธอไว้ผมบ๊อบมาตั้งแต่ช่วงมัธยมต้น จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์ที่หลาย ๆ คนเปรียบว่าเธอเหมือนเด็กผู้ชาย- งานอดิเรกของยูนาคือการอ่านบทกวี ดูหนังสยองขวัญ รวมไปถึงการวาดภาพ และจัดภาพต่าง ๆ ใน Instagram- ในช่วงมัธยมเธอยังเคยเป็นสมาชิกวงดนตรีร็อคของโรงเรียนอีกด้วย- ยูนายังได้รับใบอนุญาตบาริสต้า เมื่อเดือนธันวาคมปี 2020 ที่ผ่านมาอีกด้วย- อาหารสุดโปรดของเธอคืออาหารเกาหลี และช็อกโกแลตมิ้นต์ โดยเธอไม่ชอบทานพุดดิ้งและซูชิ รวมไปถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เธอไม่แตะเลย- ยูนาเคยเข้าร่วมแข่งขันรายการเซอไววัล The Unit เช่นเดียวกัน แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ผ่านการออดิชั่นในรอบแรกไปได้- ชาวเน็ตเกาหลีหลายคนลงความเห็นว่าบางมุมของ เธอดูคล้าย ไอรีน Red Velvetเพลง Rollin' ที่กลับมาเป็นไวรัลสุดฮิต หลังจากปล่อยมากว่า 4 ปีWe Ride เพลงล่าสุดของวงเมื่อปี 2020 ที่กลับมาเป็นกระแสได้อีกครั้ง หลังจากที่คนเริ่มหันมาสนใจวงDeepened เพลงเปิดตัวของสาว ๆ Brave Girls กับสมาชิกปัจจุบันทั้ง 4 คนติดตาม Brave Girls ได้ที่ Youtube : Brave Girls 브레이브걸스Twitter : @bravegirlsInstagram : @bravegirls.officialFacebook : bravegirls.officialบทความที่น่าสนใจ- ชวนรู้จักกับ ‘ยูน’ STAYC สาวน้อยเสียงใส กับใบหน้าที่เหมือนตุ๊กตา- เปิดประวัติ PURPLE KISS เกิร์ลกรุ๊ปมากความสามารถดีกรีน้องสาว MAMAMOO- 8 เพลงเกิร์ลกรุ๊ป K-POP ที่ทำเอาแฟนคลับถึงกับ ‘งง’ หลังจากที่ได้ฟังครั้งแรก! Source รูปภาพ : FB bravegirls.official (Cover) (1) (2) (3) (4) (5)คลิปวิดีโอ : Youtube Brave Entertainment (1) (2) (3)      

ญาติเศร้าไร้ปาฏิหาริย์ พบร่างแล้วยายวัย70 ปั่นจักรยานหายจากบ้าน ตกคลองจมดับ
อ่าน

ญาติเศร้าไร้ปาฏิหาริย์ พบร่างแล้วยายวัย70 ปั่นจักรยานหายจากบ้าน ตกคลองจมดับ

ไม่มีปาฏิหาริย์ ญาติเศร้าพบร่างยายชื่น อายุ 70 ปี ปั่นจักรยานหายออกจากบ้าน 2 วัน จนท.พบตกคลองจมน้ำเสียชีวิต ห่างจากบ้าน 3.8 กม. จากกรณี นางชื่น ไกรเนตร อายุ 70 ปี ชาวบ้านโรงกาแฟ ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปั่นจักรยานหายออกจากบ้าน เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 64 ที่ผ่านมา ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย. ทางกู้ภัยระดมกำลังจาก 2 มูลนิธิมาช่วยกันดำน้ำหาหลักฐาน เนื่องจากบ้านของนางชื่น อยู่ติดกับคลองชลประทานขนาดใหญ่ โดยญาติสงสัยว่าอาจปั่นจักรยานตกลงไปในคลอง และพบจักรยานตกอยู่ในคลองห่างจากบ้านเพียง 100 เมตร แต่ยังไม่พบร่าง ล่าสุด วันที่ 2 มิ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมชุดประดาน้ำมาทำการค้นหาภายในคลองอีกครั้ง และประสานขอความอนุเคราะห์จากชลประทาน ให้ปิดทางน้ำเพื่อสะดวกแก่การค้นหาผู้สูญหาย ขณะที่กู้ภัยได้ค้นหาภายในคลองแบบปูพรมหน้ากระดาน ก็พบร่างผู้เสียชีวิตในคลองซอย สาย 54 ซ้าย บ้านหนองตาเสือ ต.กุยบุรี จึงแจ้งไปยัง ร.ต.อ.สมยงค์ บานเย็น พนักงานสอบสวน สภ.กุยบุรี และรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นประตูน้ำในคลองซอย สาย 54 ซ้าย และมีทางตัด พบร่างผู้เสียชีวิตติดคาอยู่บริเวณปากท่อ และเมื่อทางชลประทานปิดน้ำจนลดลง ร่างผู้เสียชีวิตก็ลอยเข้าไปในท่อและโผล่มาอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อนำขึ้นมา ทางญาติก็ยืนยันว่าเป็นร่างของนางชื่นจริง จากนั้นจึงได้ให้แพทย์มาทำการตรวจสอบ และทางญาติไม่ได้ติดใจการเสียชีวิต จึงให้นำร่างผู้ตายไปดำเนินการทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ไร้ปาฏิหาริย์ พบศพ แตงโม นิดา แล้ว!
อ่าน

ไร้ปาฏิหาริย์ พบศพ แตงโม นิดา แล้ว!

ข่าวบันเทิงวันนี้ ไม่มีปาฏิหาริย์ 13.10 น. ยืนยันพบศพ "แตงโม นิดา" กลางแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ห่างจากกองบัญชาการท่าเรือพิบูลสงคราม1 ซึ่งไม่ไกลจากสถานที่ ที่ทีมกู้ภัยหาร่างอยู่เจ้าหน้าที่กำลังกางผ้าใบ และตรวจสอบศพที่พบ แต่อย่างไรก็ตามได้รับการยืนยันจาก พี่ชายของแตงโมแล้วว่าเป็นศพของแตงโมจริง ซึ่งทีมงานสื่อมวลชนหลายสื่อพร้อมใจกันไม่ถ่ายภาพศพ พี่ชายแตงโมให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตา ตอนนี้ฮิปโปเพื่อนสนิท และเบิร์ด แฟนหนุ่มของแตงโม และคุณแม่ของแตงโมถึงสถานที่พบศพแล้ว และตอนนี้แพทย์ชันสูตรพลิกศพในลำดับต่อไป ทีมงานขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของดาราสาวแตงโม ไว้ ณ ที่นี้ด้วย รายงานข่าวแจ้งว่า ตอนนี้ คุณแม่นิดาได้ลงไปยืนยันตัวตน และเบิร์ด แฟนหนุ่มมีใบหน้าที่อิดโรย เข้าไปขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ในงมร่างแตงโมขึ้นมา และแพทย์กำลังชันสูตรพลิกศพเบื้องต้ยของแตงโมในขณะนี้ และกำลังพาร่างของแตงโมไปที่สภ.นนทบุรี ก่อนจะส่งไปชันสูตรต่อที่รพ.ตำรวจ เพื่อชันสูตรต่อไป! ยศ พี่ชายแตงโม ที่พบศพกลางน้ำ อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'แต๊งค์' เดือด! ผู้ชาย 2 คนคือใคร ทำไมอยากปิดข่าว ลั่นเพื่อน 'แตงโม' ไม่กลัวพวกคุณ พี่ชาย "แตงโม" อยากรู้ความจริง จากปากเพื่อน ๆว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น!! เพื่อน "แตงโม" และ คนขับเรือ เข้าพบตำรวจแล้ว! อะตอม สัมพันธภาพ หวังมีปาฏิหารย์ เผย แตงโม เหมือนญาติสนิท ลุ้นทุกวินาที! เปิดไทม์ไลน์ อัปเดตความเคลื่อนไหวค้นหา แตงโม นิดา ตกเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา โบ TK โพสต์ภาพ แตงโม ก่อนตกเรือ ถ่ายกับผู้จัดการส่วนตัว เผื่อเป็นประโยชน์ในการค้นหา! บีบหัวใจ! เบิร์ด แฟนหนุ่มนอกวงการ แตงโม โพสต์เศร้า เธออยู่ไหนทุกคนเป็นห่วง! เอ ศุภชัย โพสต์ภาพคู่ แตงโม ถามลูกอยู่ไหน แม่รออยู่! เจ้าหน้าที่วางทุ่นลอยขยายพื้นที่ค้นหา "แตงโม นิดา" ด้านหน่วยกู้ภัยทางน้ำจะเดินทางมาเพิ่ม 20 คน โม อมีนา เล่านาทีค้นหา แตงโม นิดา แฟนหนุ่ม "แตงโม นิดา" เคลื่อนไหว หลังค้นหาแฟนสาว นานกว่า10 ชั่วโมง คนบันเทิงส่งกำลังใจให้ แตงโม นิดา ปลอดภัย หลังพลัดตกเรือ ยังค้นหาไม่พบ! แห่แชร์คลิป เพื่อนแตงโมคุยแม่ให้ปิดข่าว สงสัยไม่ช่วยทันที #แตงโม พุ่ง เปิดภาพ แม่ "แตงโม นิดา" ร่ำไห้ติดตามภารกิจค้นหาลูกสาว เผยว่ายน้ำเก่ง แฟน ๆ ส่งกำลังใจ ขอให้ แตงโม นิดา ปลอดภัย ดัน #แตงโม ขึ้นเทรนด์ทันที แตงโม นิดา ตกเรือ หายกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา!!

“เจ้าชาย” ที่ไม่รอปาฏิหาริย์  แต่ต้องสร้างขึ้นมาเอง  เพื่อให้โลกน่าอยู่กว่าเดิม
อ่าน

“เจ้าชาย” ที่ไม่รอปาฏิหาริย์ แต่ต้องสร้างขึ้นมาเอง เพื่อให้โลกน่าอยู่กว่าเดิม

เจ้าชายวิลเลียมแห่งราชวงศ์อังกฤษได้แสดงบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและอนาคตของโลก โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังเป็นวิกฤตระดับโลกที่ทุกคนต้องร่วมกันเผชิญ ระหว่างการเดินทางไปยังประเทศบราซิลเพื่อร่วมกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม COP30 ที่จะจัดขึ้นปลายปี 2025 พระองค์ได้ให้สัมภาษณ์กับคริสเตียน อามันปูร์ ผู้สื่อข่าวชื่อดังของ CNN โดยกล่าวถึง “ความวิตกกังวลต่อสภาพภูมิอากาศ” หรือ climate anxiety ซึ่งกำลังแพร่หลายอย่างมากในหมู่คนรุ่นใหม่เจ้าชายวิลเลียมกล่าวว่า เขาได้ยินเสียงจากเยาวชนทั่วโลกที่ตั้งคำถามว่า “เราจะได้รับมรดกโลกแบบไหนจากคนรุ่นก่อน” คำถามนี้สะท้อนความรู้สึกสิ้นหวังของคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมาท่ามกลางภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งไฟป่า น้ำท่วม ภัยแล้ง และอุณหภูมิที่สูงขึ้น พระองค์ยอมรับว่า ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องจริง แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นพลังในการลงมือทำ พระองค์เชื่อว่าเยาวชนไม่ได้ต้องการแค่คำพูดสวยหรู แต่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ด้วยแนวคิดนี้ พระองค์จึงก่อตั้งโครงการ Earthshot Prize ในปี 2020 เพื่อมอบรางวัลให้กับบุคคลหรือองค์กรที่คิดค้นนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างสร้างสรรค์ โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประกวดเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นกลไกที่ช่วยผลักดันให้เกิดแนวทางใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันได้ เจ้าชายวิลเลียมกล่าวว่า Earthshot Prize คือโอกาสในการสร้าง “ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชีวิตดีขึ้นและช่วยโลกไปพร้อมกัน” ซึ่งเป็นแนวทางที่ผสมผสานระหว่างความยั่งยืนและการพัฒนาเศรษฐกิจในอีกมุมหนึ่ง พระองค์ยังเปิดเผยความรู้สึกส่วนตัวในฐานะพ่อของลูกสามคน ได้แก่ เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายหลุยส์ พระองค์บอกว่า สิ่งหนึ่งที่ทรงชอบพูดกับลูก ๆ ก่อนนอนคือ “โลกใบนี้จะดีขึ้น เพราะยังมีผู้คนเก่ง ๆ และมีหัวใจที่อยากช่วยเหลือโลกอยู่มากมาย” คำพูดนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของพระองค์ในการปลูกฝังความหวังและทัศนคติเชิงบวกให้คนรุ่นต่อไป เพื่อให้มองเห็นว่าโลกยังสามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ หากทุกคนร่วมมือกันการเดินทางของเจ้าชายวิลเลียมในครั้งนี้ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก เพราะบราซิลเป็นประเทศที่มีป่าอเมซอน ซึ่งถือเป็น “ปอดของโลก” และจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP30 ในปีหน้า พระองค์ได้เข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นโกงกาง เยี่ยมชมพื้นที่อนุรักษ์ และพบปะกลุ่มเยาวชนในโครงการ Generation Earthshot เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในภารกิจปกป้องโลกของเรา การปรากฏตัวของเจ้าชายวิลเลียมในบราซิลครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจทางราชการเท่านั้น แต่เป็นการสื่อสารอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม พระองค์แสดงให้เห็นว่าการสื่อสารเรื่องวิกฤตภูมิอากาศไม่จำเป็นต้องใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือ แต่สามารถใช้ “ความหวัง” เป็นพลังขับเคลื่อนได้เช่นกันในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและปัญหาซับซ้อน เสียงของเจ้าชายวิลเลียมจึงเป็นเหมือนคำเตือนใจว่า อนาคตของโลกยังไม่ถูกกำหนด และสิ่งที่จะกำหนดมันได้คือการลงมือทำของเราทุกคน การรักษาโลกไม่ใช่เรื่องของผู้นำหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของมนุษยชาติทั้งหมด หากเรามีความหวังและพร้อมจะลงมือ โลกใบนี้ก็ยังสามารถเป็นบ้านที่สวยงามสำหรับคนรุ่นต่อไปได้อย่างแน่นอน

รอชมปาฏิหาริย์ที่กรุงโรม! เนียงโกลัน หวัง โรม่า จะกลับมาได้ ดั่งเช่นนัดกับ บาร์เซโลน่า
อ่าน

รอชมปาฏิหาริย์ที่กรุงโรม! เนียงโกลัน หวัง โรม่า จะกลับมาได้ ดั่งเช่นนัดกับ บาร์เซโลน่า

รัดย่า เนียงโกลัน กองกลางจอมดุของ เอเอส โรม่า เชื่อว่าทีมของตนจะสร้าง ปาฏิหาริย์ พลิกกลับมาชนะ ลิเวอร์พูล และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก AP Photo/Dave Thompson กองกลางชาว เบลเยี่ยม ระบุว่า เหตุการณ์ที่ หมาป่ากรุงโรม เจอในตอนนี้คล้ายๆ กับรอบที่ผ่านมาที่พวกเขาพ่ายต่อ บาร์เซโลน่า ในเลกแรก 1-4 แต่กลับมาเอาชนะได้ในบ้าน 3-0 ผ่านเข้ารอบด้วยกฎยิงประตูทีมเยือน เราเริ่มต้นได้ดีแต่จากนั้นเราผิดพลาดเยอะเกินไปและเราก็ปล่อยให้คู่แข่งได้มีโอกาสมากมายเกินไปอีกด้วย นี่คือสิ่งที่เราต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เนียงโกลันเปิดใจผ่าน มีเดียเซต พรีเมี่ยม 5-0 เป็นสกอร์ที่ห่างเกินไป แต่เรายิงได้ 2 ลูกและกลับจบเกมด้วยสกอร์ 5-2 ทำให้เรายังมีความหวังในการผ่านเข้าชิงชนะเลิศ เราจำเป็นต้องรวมพลังกันอีกครั้งเหมือนเช่นที่เราเคยเล่นงาน บาร์เซโลน่า มาแล้วด้วยชัยชนะ 3-0 แน่นอนเรารู้ดีว่ามันยากเพียงใด แต่เราพร้อมจะทำปาฎิหาริย์ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง โรม่า ต้องการ 3 ประตู เป็นอย่างน้อย เพื่อที่จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ช่องทางการรับชมการถ่ายทอดสดทาง TrueID ดูสดผ่านแอปพลิเคชั่น ทรูไอดี คลิก http://bit.ly/2HtYS2N ดูสดผ่านเว็บไซต์ ทรูไอดี คลิก http://bit.ly/TrueIDSportsLive ติดตามข่าวสารกีฬาได้ที่ TrueID App หรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID ร่วมไปถึงแฟนเพจ TrueID Sports

รีวิว! The Strangers : Chapter 1 (2024) จุดเริ่มต้นของฆาตกร
อ่าน

รีวิว! The Strangers : Chapter 1 (2024) จุดเริ่มต้นของฆาตกร

“The Strangers" เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวไล่เชือดที่สร้างความระทึกขวัญให้กับผู้ชมได้อย่างน่าจดจำมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะจากฉากที่ดูเรียบง่ายแต่กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด หากใครเป็นสายหนังแนว Slasher เรื่อง “The Strangers” คงจะเป็นชื่อท็อปๆที่ถูกพูดถึงและแนะนำให้ดูกันเป็นแถบ แต่ในเวอร์ชันปี 2024 นี้คือหนังรีเมคไตรภาคใหม่ที่ใช้ชื่อว่า The Strangers: Chapter 1 ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นการรีบูตและขยายเรื่องราวจากภาพยนตร์ต้นฉบับเดิม เรียกได้ว่าต้องรอนานถึง 16 ปีเลยทีเดียวกว่าจะได้เห็น ”ฆาตกรคนแปลกหน้า“ ออกมาเฉิดฉายอีกครั้ง รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ เรื่องราวเล่าถึงคู่รักหนุ่มสาว ”มาย่า (Maya)” และ “ไรอัน (Ryan)” ที่กำลังเดินทางข้ามประเทศเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองพอร์ตแลนด์ แต่แล้วรถของพวกเขาก็มาเสียในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า "วีนัส" ในรัฐออริกอน ทั้งคู่จึงต้องตัดสินใจพักค้างคืนที่กระท่อมกลางป่าที่ห่างไกลผู้คน แต่เมื่อเขาไปถึงกลับไม่พบใครอยู่ที่นั่นเลย ค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อคนแปลกหน้าสามคนที่สวมหน้ากากปริศนาได้ปรากฏตัวขึ้นและเริ่มคุกคามพวกเขาอย่างไม่มีเหตุผล การไล่ล่าและเอาชีวิตรอดที่แสนตึงเครียดจึงเริ่มต้นขึ้น จุดเด่นที่น่าสนใจ ความตึงเครียดที่สร้างจากบรรยากาศ ยังคงคอนเซ็ปเหมือนกับภาคแรก ซึ่งตัวหนังเรื่องจะเน้นการสร้างความระทึกขวัญผ่านบรรยากาศที่อึดอัดและเสียงที่ชวนให้ประสาทเสีย โดยเฉพาะการปรากฏตัวของคนแปลกหน้าที่ดูเหมือนไม่มีตัวตน เนื่องจากภาครีเมคซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแรกคือบ้านพักที่อยู่ในป่า จะทำให้ได้เห็นฉากวิ่งหนีเอาตัวรอดที่ระทึกกว่าเดิม  การขยายจักรวาลให้ใหญ่ขึ้น จุดที่แตกต่างจากหนังต้นฉบับคือการที่หนังเรื่องนี้ตั้งใจที่จะเป็นเพียง "บทที่ 1" ของเรื่องราวทั้งหมด โดยมีการทิ้งปมและเบาะแสต่างๆ ที่บ่งบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้เป็นเพียงการสุ่มเลือกเหยื่อธรรมดา แต่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองและตัวละครอื่นๆ ซึ่งจะได้รับการขยายความในภาคต่อๆ ไป โดยในปี 2008 เราจะรู้แค่เพียงฆาตกรทั้งสามคนเป็นฆาตกรที่ถูกหยิบยกมาจากคดีจริงก่อนจะถูกสร้างเป็นหนัง แต่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฆาตกรทั้ง 3 คนเลย เรียกได้ว่าการกลับมาคราวนี้คงจะเป็นการเฉลยปมและตัวฆาตกรไปในตัวเลยหรือเปล่านะ?  ความครบรสที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีตัวละครหลักเพียง 2 คนและยังเป็นคู่รัก คงไม่ต้องพูดถึงว่ามันจะเป็นความรักที่ต้องอาศัยความเสียสละและการเอาตัวรอดขนาดไหน ภาคนี้แอบทำมาได้ซึ้งบาดใจกว่าในปี 2008 อย่างแน่นอน ตอนจบต้องมีแอบน้ำตาซึมกันอย่างแน่นอน คุณคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้คนแปลกหน้ากลุ่มนี้เลือกเหยื่อที่ "อยู่บ้าน" และจะมีเบาะแสอะไรซ่อนอยู่ใน The Strangers : Chapter 1? ซึ่งเรียกได้ว่ากลับมาได้สมศักดิ์ศรีในรอบ 16 ปีเลยทีเดียว แม้จะเผยออกมาแบบไม่โหดดิบเท่าเรื่องอื่นๆ แต่ก็จะทำให้เราเห็นใจตัวละครมากขึ้นอย่างแน่นอน แถมยังทิ้งปมไว้ให้ไขต่อกันอีกในปี 2025 หากใครชื่นชอบภาคแรกอยู่แล้ว และอยากรู้ว่าฆาตกรตัวจริงจะเป็นใคร ไม่ควรพลาดอย่างแรง~   ขอบคุณรูปภาพโดย Twitter: @Strangers_flim ภาพปก ภาพที่ 1/2/3/4/5 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

พ่อแม่เศร้า ไร้ปาฏิหาริย์ ด.ญ.10ขวบ โดนพลุตกใส่หัว เสียชีวิตแล้ว ตร.เอาผิดคนจุดเพิ่ม
อ่าน

พ่อแม่เศร้า ไร้ปาฏิหาริย์ ด.ญ.10ขวบ โดนพลุตกใส่หัว เสียชีวิตแล้ว ตร.เอาผิดคนจุดเพิ่ม

วันที่ 14 เม.ย.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีพลุตะไลงานศพ ตกลงมาใส่ศีรษะ ด.ญ.อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนอาจวิทยาคาร อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 29 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยหลังเกิดเหตุ ด.ญ.นอนพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.มหาราชนครราชสีมา โดย เมื่อเวลา 19.45 น. วานนี้ ด.ญ.เสียชีวิตลงแล้วอย่างสงบ ท่ามกลางความเสียใจของพ่อแม่และคนในครอบครัว โดยวันนี้ ครอบครัวจะเดินทางไปรับร่างด.ญ.เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดหน้าพระธาตุ ต.ตะคุ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.ปักธงชัย เตรียมแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับชาย 2 คนที่เป็นผู้จุดพลุตะไลจากเดิม ข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส เป็น ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต

In de table ร้านอาหาร Fine Dining กับเส้นทางของเชฟอินที่กินได้ ใน Chapter I กว่าจะเป็นอิน "ก๋วยเตี๋ยว"
อ่าน

In de table ร้านอาหาร Fine Dining กับเส้นทางของเชฟอินที่กินได้ ใน Chapter I กว่าจะเป็นอิน "ก๋วยเตี๋ยว"

ในซอยอินทามระ 3 จะมีร้านคาเฟ่เล็กๆ ที่ชื่อว่า In de bake ที่จำหน่าย อาหารคาว ขนมหวานและเครื่องดื่มน่าทานมากมาย แต่กระนั้นเมื่อยามเย็นมาถึง ภายในร้านจะถูกแปรสภาพ กลายเป็นร้านอาหาร Fine Dining กับมื้ออาหารเย็นสุดพิเศษ พร้อมกับป้ายหน้าร้านเล็กๆ ที่จะส่องสว่างขึ้นมาในยามเย็นกับชื่อร้าน “In de Table” กับ Concept Indetable, Edible journeys หรือ เส้นทางของเชฟอินที่กินได้หน้าร้านก่อนอื่น ต้องเล่าก่อนว่าเชฟอินเป็นใครมาจากไหน พื้นเพของเชฟมาจากจังหวัดระนอง ด้วยความที่ตั้งแต่เด็กๆ ก็ต้องช่วยคุณแม่เปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ทำให้มีพื้นฐานของการทำอาหาร พอโตขึ้น ก็เริ่มออกค้นหาตัวเองว่าอยากจะเป็นอะไร ควบคู่ไปกับการเรียนสายสามัญ จนสุดท้ายค้นพบว่าตัวเองอยากทำอาหาร จึงตัดสินใจขอแม่ว่าจะขอเรียนทำอาหาร ตั้งแต่นั้นมา เชฟอินก็เข้าสู่วงการอาหาร เริ่มจากเรียนทำอาหารจาก Le Cordon Bleu จนถึงการออกไปแข่งขันตามสถาบันแข่งขันอาหารต่างๆ ได้รางวัลเต็มไปหมด และสุดท้ายก็ลงหลักปักฐาน จึงเกิดมาเป็นร้าน “In de bake”In de bake ต้นกำเนิดของ In de tableถึงแม้ว่าร้าน “In de bake” จะเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยเหตุผลที่เกิดจากความต้องการของตลาดมากกว่าความต้องการที่เชฟอยากจะทำจริงๆ เชฟเลยลองมานั่งคิดๆ ดู และนึกได้ว่าตัวเองอยากจะเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว แต่ถ้าเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวมันคงจะธรรมดาเกินไป เลยตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเป็นการเปิดร้าน Fine Dining ภายในร้าน In de bake อีกที และนี่คือที่มาของ “In de Table” นั่นเอง กับ Concept เส้นทางของอินที่กินได้ กับ Chapter หมายเลขหนึ่ง กว่าจะมาเป็นอิน = “ก๋วยเตี๋ยว”เชฟอิน และผู้ช่วยของเขาเรามาลองนึกกันว่า เวลาเราเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยวนั้นจะมีอะไรบ้าง ถ้าให้นึกเร็วๆ ก็จะมี ก๋วยเตี๋ยว เครื่องปรุง ของทางเล่น เครื่องดื่ม ของหวาน และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้แหละ ที่ทางเชฟนำมาตีความใหม่ กลายมาเป็นเมนูสุดพิเศษที่มีด้วยกันถึง 7 เมนู ที่ยังไม่ได้รวมเมนู Complementary อีกหลายเมนู ที่จะได้มารับชมกันบรรยากาศในร้านComplementary: ไซรัปกุหลาบ อุทัยทิพย์เมนูแรก มาเป็นถ้วยสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่มีชื่อว่า ไซรัปกุหลาบ อุทัยทิพย์ ถ้าใครจำกันได้ สมัยก่อนร้านก๋วยเตี๋ยวจะมีน้ำฟรีให้เราได้ตักกัน และหลายๆ ร้านเองก็จะชอบหยดอุทัยทิพย์ลงไปเพื่อเพิ่มความหอม เชฟอินเลยทำน้ำกุหลาบขึ้นมา ปรุงกลิ่นให้คล้ายๆ กับอุทัยทิพย์ แต่รสชาติจะออกไปทางเปรี้ยวนำและหวานตาม เปิดต่อมรับรสของเราให้พร้อมที่จะทานอาหาร ยังมีดอกกุหลาบแคระที่เสียบอยู่ ซึ่งเราสามารถเด็ดกลีบมากินได้ โดยจะมีความฝาดเล็กๆ ตัดรสชาติกับตัวเครื่องดื่มได้เป็นอย่างดีข้าวพองบัตเตอร์เบคอนเมนู Complementary จานที่สองจะเริ่มหนักขึ้นเล็กน้อย กับ ข้าวพองบัตเตอร์เบคอน ที่มาของเมนูนี้คือ น้ำมันกากเจียว ที่เราจะเห็นก๋วยเตี๋ยวหลายๆ ร้านชอบใช้กัน ทางเชฟเลยนำความกรอบและหอมของน้ำมันกากเจียว มาตีความใหม่ กลายเป็นข้าวพองกรอบๆ ที่รสชาติออกจืดๆ ทานคู่กับเนยที่ผสมเบคอนเข้าไป กลิ่น รสสัมผัส และรสชาติใกล้เคียงกับกากเจียว มีความกรอบและออกมันๆไปทางนวลๆ แถมไม่ต้องกลัวอ้วนอีกด้วยเกี๊ยวทอด : Deep Fried Pork with red bell pepper jamเมนูจานหลักจานแรกนั้น อยากให้ทุกคนนึกถึง ของทอด ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหลายๆ ร้านจะมีกันและเป็นเมนูเบสิคสุด นั่นคือ เกี๊ยวทอด กับเมนูที่มีชื่อว่า Deep Fried Pork with red bell pepper jam เมนูเกี๊ยวทอดที่ออกมาในรูปแบบของกุยช่าย ด้านล่างจะใส่ซอสที่ทำจากพริกระฆังแดง ที่ต้องนำพริกไปเผาจนไหม้ ลอกส่วนที่ไหม้ออกผ่านน้ำ นำเม็ดออก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วนำไปต้มจนเปื่อยและนำมากรองครั้งสุดท้ายเพื่อให้ได้เฉพาะตัวซอส ส่วนตัวเกี๊ยวจะปั้นออกมาคล้ายๆ กับกุยช่าย โดยมีส่วนผสมทั้งเนื้อหมูและดอกกุยช่าย นำไปทอดจนกรอบ เสิร์ฟพร้อมกับผักแว่นแก้ว และ Butterfly Tuile สวยๆ ที่ทานได้เช่นกัน รสชาติจะออกเค็มนิดๆ มีความเผ็ดจัดจ้าน ตัดกับ Texture กรอบๆ ทั้งจากตัวเกี๊ยวและทีล บาลานซ์รสชาติได้ดีมากสำหรับจานนี้Butterfly Tuileเครื่องปรุง: Seasoning Toastจานที่สอง มาเป็นในรูปแบบขนมปังกรอบที่ตกแต่งแต่ละชิ้นไม่เหมือน ในชื่อว่า “เครื่องปรุง” หรือ Seasoning Toast มีอยู่ด้วยกัน 4 ชิ้น ที่หน้าตาไม่เหมือนกัน โดยไอเดียจานนี้มาจากเครื่องปรุง ทั้ง 4 ที่เรารู้จักกันดี พริก น้ำตาล พริกน้ำส้ม และน้ำปลา แต่ถ้านำ 4 อย่างนี้มาทำก็จะธรรมดาเกินไป เลยนำวัตถุดิบที่ให้รสชาติที่เหมือนกันมาสร้างเป็น Toast 4 รสชาติ และเวลาทานก็จะไล่ตามลำดับตามนี้เปรี้ยว หรือ อาจาดพริกเหลืองดอง กลิ่นที่ได้เหมือนกับพริกน้ำส้ม แต่รสชาติเปรี้ยวจะกลางๆ ทานได้ง่าย ออกมันๆหวาน หรือ โทสน้ำอ้อย รสชาติจะออกหวานๆ ไปทางคาราเมล ติดเลี่ยนพอสมควร อันนี้ใครสายหวานน่าจะชอบเค็ม หรือ น้ำปลาหอม นำมาทำในรูปแบบครีมที่โรยด้วยเบคอน จะออกไปทางเค็มแบบเบาๆ และได้ความกรุบกรอบจากตัวเบคอนอีกทีเผ็ด หรือ พริกป่น แต่จะออกไปทางเผ็ดแบบปาปริก้ามากกว่าเชฟบรรจงประดับดอกไม้ทานได้ หรือ Eatable Flowerเมนูนี้จะมีความพิเศษตรงที่เชฟจะรู้เลยว่า ลูกค้าแต่ละทานที่มาทานชอบรสชาติแบบไหน อย่างเช่นผู้เขียนเอง ก็ชอบตัวอาจาดพริกเหลืองดองที่สุด ด้วยรสชาติกลมกล่อมกว่าตัวอื่นๆ ก็บ่งบอกได้ว่าเป็นคนชอบทานรสเปรี้ยวนั่นเองผักลวก: Salad in Chef In Styleต่อกันด้วยจานที่สาม กับเมนูที่มีชื่อสั้นๆ ว่า Salad ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผักลวก ที่ใส่อยู่ในก๋วยเตี๋ยว แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ออกมาในรูปของสลัด แต่หน้าตายังมีความเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้งอยู่นั่นเอง ก่อนที่จะเสิร์ฟจานนี้ ทางเชฟจะให้เราทำคาร์เวียร์บัลซามิค โดยการหยดน้ำส้มสายชูสีดำที่ผสมกับผงวุ้น ลงไปในน้ำมันมะกอกเย็น แล้วจะกลายเป็นหยดคาร์เวียร์สวยๆ เมื่อหยดจนหมด ก็จะเทใส่ตาข่ายกรอง รอนำไปใส่ในสลัดอีกทีอุปกรณ์สำหรับทำ "คาร์เวียร์บัลซามิค"ตั้งใจหยดลงไปทีละหยดส่วนตัวของสลัดนั้น จะประกอบไปด้วย ผักบุ้งที่นำไปช็อกในน้ำแข็ง ผ่านการดองในน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ สุดท้ายนำไปตุ๋นจนหน้าตาออกมาเป็นเส้นสีน้ำตาลอ่อน เลมอนแพชชั่นฟรุตเจลลี่ ผักโต้วเหมี่ยว อัลฟาฟ่า โทบิโกะสีเขียว ผักสลัด มะเขือเทศดอง พร้อมกับหอยโฮตาเตะตัวเบ้งๆ ที่โรยด้วยคาร์เวียร์บัลซามิคเช่นเดียวกับที่เราได้ทำกันไปก่อนหน้า แต่จะออกเปรี้ยวมากกว่า จากนั้นจะราดด้วยเบซิลออย ก่อนทานก็คลุกเคล้าให้เข้ากัน หากรู้สึกว่ายังไม่ค่อยเปรี้ยวก็เติมคาร์เวียร์บัลซามิกที่ทำกันไปก่อนหน้าลงไปเพิ่มอีก รสชาติออกสดชื่นมีความเปรี้ยวนิดๆ ให้รสสัมผัสออกไปทางกรอบๆ โดยเฉพาะตัวผักบุ้งที่ทำเลียนแบบเส้นก๋วยเตี๋ยวแต่กรอบมากๆ โฮตาเตะก็ทำออกมาได้พอดี ไม่แห้งหรือกระด้าง และที่สำคัญหน้าตาสวยมากซุป: Dashi Soupจานที่สี่นี้ จะไม่ได้มาในรูปแบบจาน แต่มาเป็นแก้วไวน์ในชื่อว่า “คล่องคอ” จะเป็น Dashi Soup พร้อมกับเครื่องเคียงอย่างมูสไก่ และไช้เท้าตุ๋น โดยก่อนเสิร์ฟจะมีการ Smoked ตัวซุป ก่อนทานให้เปิดฝาและคนควันให้เข้ากับซุป จะได้รสชาติออกเค็มๆ นวลๆ นึกถึงซุปพะโล้ที่รสชาติพอดีมากๆ ได้กลิ่นสโมคหอมๆ และรสชาติเองก็มีความเป็นควันๆ ด้วยเช่นกัน ทางเชฟแนะนำว่า ให้ลองเด็ดกลีบกุหลาบแคระที่นำมาตกแต่งบนมูสไก่ ลงไปในซุปด้วยจะได้ความฝาดๆ มาตัดกับความเค็มได้ดีขึ้น มูสไก่นุ่มอร่อย ส่วนไช้เท้าจะออกหวานนำตัดรสชาติกับซุปอีกที เวลาทานให้ทานสลับกันเพื่อให้ได้รสชาติที่ครบทั้งหวานเค็มฝาดSmoke Soup เพื่อให้รสชาติและกลิ่นมีมิติมากขึ้นลูกชิ้น กลายมาเป็น "รวมชิ้น"ก่อนจะไปถึงจานหลักนั้น จะมีเมนูสุดท้ายคั่นก่อนกับจานที่ 5 ในชื่อ “รวมชิ้น” ที่มีที่มาจากลูกชิ้น โดยนำเสอนออกมาเป็น 3 แบบด้วยกัน ก็จะมี โครเกต์ ที่เป็นตัวแทนลูกชิ้นกุ้ง มาพร้อมกับน้ำจิ้มที่ทำจากบ๊วยที่ต้มพร้อมกับพริก ให้รสชาติกรอบนอกนุ่มใน เนื้อแน่นมากและรสชาติกุ้งเองก็ชัดสุดๆ บ๊วยต้มพริกเองก็อร่อยและรสชาติออกหนักเผ็ดพอสมควร อย่างที่สอง จะเป็น แซลม่อนกรอบครีมชีส ตัวแทนของเต้าหู้ปลา ที่จะมี Texture หนึบหนับกับความหวานของแซลมอนเป็นตัวชูโรง ตัดกับความกรอบของแผ่นครีมชีสด้านล่าง ปรุงรสด้วยซอสพริกศรีราชาและพริกไทย มีความเผ็ดที่มากกว่าตัวโครเกต์ และออกไปทางครีมมี่ และสุดท้ายคือไชเท้าดองครีมสดที่ด้านนอกจะโรยด้วยครัสต์ใบโหระพากรอบๆ ตัวนี้ไม่ได้แทนสิ่งใด แต่มาเพื่อปรับรสชาติลิ้นให้เตรียมพร้อมกับจานหลักจานต่อไป ออกไปทางครีมมี่เบาๆ มีความสดชื่นเย็นตาโฟ: Yentafo Ranong Lobsterและแล้วก็มาถึงอาหารคาวจานสุดท้าย กับเมนูที่มีชื่อว่า “เย็นตาโฟ” ที่นำเสนอในรูปแบบก๋วยเตี๋ยวแห้ง ประกอบไปด้วย กุ้งมังกรจากระนองที่จับสดๆ ซึ่งเนื้อจะมีความเฟิร์มและแน่นกว่าแบบเลี้ยง ผ่านการเบิร์นจนสุก และราดซอสเย็นตาโฟผสมกับไวน์ครีมซอสปิดท้าย บันนิกุริครีมกุ้งย่าง เส้นโซบะข้าวกล้อง ก่อนเสิร์ฟจะโรยด้วยไข่กุ้งแบบจุกๆ เวลาทานให้คลุกตัวเส้นกับซอสและไข่กุ้งให้เข้ากันก่อน และทานสลับกับตัวเนื้อกุ้ง ก่อนที่สุดท้ายจะทานบันนิกุริอีกทีเนื้อกุ้งมังกรจะมีความเฟิร์มในแต่ละส่วนไม่เท่ากัน อย่างเช่นบริเวณลำตัวเนื้อจะแน่นและหนึบ มีความสู้ฟันนิดๆ ส่วนปลายหางจะออกนุ่มๆ แทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว เส้นโซ บะ จะให้รสสัมผัสแบบ al dente มีความนุ่มและหนึบที่ค่อนข้างพอดี พอเจอกับซอสเย็นตาโฟที่มีความนุ่มและหวานแบบเย็นตาโฟรวมทั้งไข่กุ้งที่รสชาติดีมากแทบไม่มีกลิ่นคาว รสชาติเลยไปด้วยกันได้ดีและพอดีกับลิ้นมากๆ ส่วนปันนิปุริจะออกไปทางเปรี้ยวจากไส้เลมอน เคิร์ท ที่อยู่ด้านในรวมทั้งให้ความกรุบกรอบ เป็นการปิดท้ายเมนูนี้ได้เป็นอย่างดีเบิร์นไฟให้ส่งกลิ่นหอมๆขนมหวาน: OH HO SWEETเริ่มต้นจานของหวานในคอร์สกับเมนู “OH HO SWEET” เมนูรวมมิตรขนมไทยที่เราจะเห็นได้จากร้านก๋วยเตี๋ยวบางร้าน ประกอบไปด้วย มองบังเผือกที่เป็นเส้นๆ และด้านล่างเป็นพานาคอตต้าเผือก ที่จะให้ 2 Texture ทั้งนุ่มจากตัวมองบังและนวลจากพานาคอตต้า รสชาติออกหวานละมุนหอมกลิ่นเผือก ไอศกรีมกะทิรสชาติเข้มๆ ให้ความรู้สึกเหมือนทานไอศกรีมสมัยก่อนออกหวานมันและหอมกะทิสุดๆ พร้อมกับครัมเบิ้ล และหยกกรอบที่มาเพิ่มรสสัมผัสกรุบกรอบในจานนี้ และปิดท้ายด้วย ทีลรังผึ้ง ที่ให้ความกรอบเช่นกัน จานนี้จะแยกทาน หรือทานรวมๆ กันก็ได้ทั้งหมดกรานิต้าแตงโมจบจากเมนู 7 คอร์สหลักไปแล้ว ทางเชฟเองก็ยังมีเสิร์ฟขนมอีก 1 อย่าง คือ กรานิต้าแตงโม ที่มีตัวแตงโมที่ทำออกมาเหมือนเป็นน้ำแข็งไส ทานคู่กับวุ้นดำหรือเฉาก๊วย และโอ้วเอ้ว ที่ให้รสสัมผัสเหมือนกับลูกตาลที่แน่นกว่าและมีรสออกเขียวๆ ทานพร้อมกันจะตัดรสชาติกันได้ดี หลังจากทานเมนูนี้จบ ทางร้านยังเสิร์ฟชาร้อนๆ ให้ทานเพื่อปรับลิ้นชาร้อนๆ สำหรับปรับลิ้นเพื่อไปยังเมนูพิเศษต่อไปSpecial Menuและเหมือนเชฟเองก็ยังกลัวว่าจะยังไม่อิ่ม เลยจัดเมนูพิเศษที่ทางเชฟเองก็ทำขนมหวานได้ดี เป็นช็อกโกแลตในรูปหัวใจ พร้อมกับผลไม้นานาชนิดเพื่อทานตัดเลี่ยนด้วยกัน เป็นการปิดมื้ออาหารสุดพิเศษนี้ได้พิเศษจริงๆSpecial Menu พร้อมกับผลไม้หลากหลายชนิดรสชาติอาหารโดยรวมแล้วถือว่าทำออกมาได้ยอดเยี่ยมทุกเมนู โดยเฉพาะเรื่องของความ Creative ที่นำก๋วยเตี๋ยว เมนูบ้านๆ มาตีความใหม่หรือ Deconstruct เป็นเมนูอาหาร Fine Dining ได้ประทับใจมากๆ รสชาติอาหารอร่อยและ Balance รสชาติของแต่ละเมนูได้ดีเช่นกัน ส่วนปริมาณถือว่าเยอะและรับประกันได้เลยว่าจุกแน่นอน ในส่วนของเครื่องดื่มเอง ก็มีน้ำดื่มเสิร์ฟตลอด แต่ถ้าหากอยากทานไวน์ Pairing หรือค็อกเทล ก็มีให้บริการด้วยเช่นกันบรรยากาศร้านสวยๆในส่วนของการบริการนั้น ให้ความรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อนที่มีความเป็น Fine Dining อยู่ การบริการเป๊ะแต่ได้ความเป็นกันเองไปในตัว ทางเชฟเองลงมาแนะนำเมนูเองแทบทุกเมนู รวมทั้งในหลายๆ เมนูนั้นก็นำมาทำและจัดจานให้ดูก่อนทานถึงโต๊ะกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะตัวเมนูจานหลักอย่างเย็นตาโฟ เราก็จะได้กลิ่นกุ้งมังกรเผาเย้ายวนชวนน้ำลายสอ และลุ้นว่าเมื่อไรจะได้ทานกันสักทีคำแนะนำอย่างหนึ่งสำหรับร้านนี้ หากสามารถช่วยเพื่อนเดอะแก๊งค์หรือครอบครัว มาได้มากกว่า 4 คน ก็จะสามารถขอเป็น Course Private ได้ บอกได้เลยว่า การทานอาหารร่วมกับคนที่เราสนิทสนมด้วย จะทำให้เมนูอาหารในมื้อนี้ยิ่งอร่อยขึ้นไปอีก และควรสำรองที่นั่งก่อนมาทานทุกครั้ง ผ่านทาง Line หรือ Messenger ของทางร้านได้ทันที หลังจากที่อ่านรีวิวนี้กันแล้ว หากสนใจอยากจะไปทาน Chapter นี้ ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยเนื่องจากวันที่ผู้เขียนไปทานนั้น เป็นรอบสุดท้ายสำหรับ Chapter นี้พอดี แต่อย่างไรก็ดี หลังจากนี้จะเป็น Chapter ใหม่ซึ่งทางร้านยังไม่ได้ประกาศว่าจะเป็น Concept อะไร แต่ที่เชฟสปอยมานั้น จะเป็นการเดินทางในช่วงที่เชฟออกไปเก็บประสบการณ์จากการแข่งขัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ทางผู้เขียนเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน แต่ถ้ามีโอกาสได้มารีวิวร้านนี้อีกจะมาเล่าให้ฟังนะ In de Tableราคา: 2,500 Baht / Person (Net)พิกัดความอร่อย: ซอยอินทามระ 3 ตำแหน่งเดียวกับร้าน In de bakeเวลาเปิดปิด: พุธ – อาทิตย์: 17:30 น. – 19:30 และ 20:00 – 22:00 (สำรองที่นั่งล่วงหน้า)             #ภาพถ่ายทั้งหมดโดยผู้เขียน#บทความดังกล่าวถูกเรียบเรียงและแต่งขึ้นโดยนักเขียนเองทั้งหมด#ก๋วยเตี๋ยว #เชฟอิน #ChefTable #FineDining #indetable #indebake #ChefIN หิวใช่ไหม อยากหาของกินอร่อย ๆ ใช่หรือเปล่า ส่องร้านเด็ดร้านดังได้ที่ App TrueID โหลดฟรี !

รีวิวภาพยนตร์  IT CHAPTER TWO
อ่าน

รีวิวภาพยนตร์ IT CHAPTER TWO

          สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ ก่อนอื่นนะครับวันนี้เนี่ยมีภาพยนตร์ที่อยากจะแบ่งปันความรู้สึกกันครับก็คือ It Chapter Two หรือโผล่จากนรก 2 หลาย ๆ คนอาจจะรู้จักในชื่อผีตัวตลกแตกต่างกันไปครับ ซึ่งมันก็ได้เดินทางมาถึงภาคที่ 2 แล้ว บอกตามตรงนะครับ ในฐานะที่เป็นแฟนภาพยนตร์สยองขวัญแต่ผมกลับไม่ค่อยชอบอิทเท่าไหร่ครับ ด้วยความที่ว่ามันเป็นหนังที่แปลก บรรยากาศเน้นไปที่ความน่ากลัวของตัวตลก บอกตรง ๆ ครับไม่ค่อยอินเท่าไหร่ ไม่ค่อยเข้าใจด้วยซ้ำว่ามันน่ากลัวตรงไหน ยิ่งถ้าหลอกแบบกระตุก ๆ นั้น ผมรู้สึกว่ามันน่าขำมากกว่าน่ากลัวซะอีก แต่อันนี้ก็คือความเห็นส่วนตัวนะครับ อย่าเพิ่งด่าผมเลย ซึ่งผมเองก็ได้ไปหาข้อมูลครับว่าที่อเมริกาเนี่ยเขาจะมีโรคที่ชื่อว่า Coulrophobia หรือโรคกลัวตัวตลกนั่นเองครับ ซึ่งเจ้าตัวตลกหน้าสีขาวนะครับอยู่คู่กับวัฒนธรรมมาช้านานแล้วครับ ถ้าจะให้เทียบแล้วก็คล้าย ๆ กับนางรำบ้านเราครับ ที่ผมว่าโคตรจะน่ากลัวเลยแต่ฝรั่งก็น่าจะรู้สึกเฉย ๆ ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะยังไงครับอิทนั้นก็ไม่ได้มีแค่ความสยดสยองมากเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครของแก๊ง loser เข้ามาเกี่ยวพันด้วย นั่นทำให้หนังสนุกขึ้นไปอีกเป็นกองครับ พอภาค 2 มาก็ไม่รอช้าครับ รีบไปดูทันที          เรามาฟังกันดีกว่าครับว่าหลังจากที่ผมดูจบเนี่ยเรารู้สึกยังไงกันบ้าง ตัวเรื่องนี่เริ่มด้วยหลังจากเหตุการณ์ที่เมือง Derry ครั้งแรกจบลง ด้วยชัยชนะของพวกกลุ่มเด็ก ๆ แต่ทุกคนรู้ดีครับว่า Pennywise นั้นยังไม่ตายเลยทำสัญญาเลือดกันเอาไว้ ถ้าเกิดมันกลับมาก็พวกเขาก็จะกลับมาสู้มันอีกครั้ง ซึ่งต้องบอกเขาว่าเจ้าตัวตลกเนี่ยมันจะออกล่าเหยื่อทุก ๆ 27 ปี อารมณ์ว่าต้องจำศีลอะไรประมาณนั้นครับ เมื่อเวลาผ่านไปทุกคนในแก๊ง loser ทั้ง 7 คนได้ออกไปมีชีวิตตามแบบของตัวเอง 6 คนนั้นย้ายออกจากเมืองไปแล้ว มีเพียง Mike เด็กผิวสีคนเดียวครับที่ยังอยู่ที่นี่ แล้วเมื่อ 27 ปีผ่านไปตอนนี้ทุกคนเติบโตและลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปจนหมดแล้ว แต่เจ้าตัวตลกมันกลับมาอีกครั้งแถมมันดูเหมือนจะมีเป้าหมายที่แตกต่างจากเดิมด้วย Mike จึงเรียกเพื่อน ๆ ทุกคนกลับมารวมตัวกันเพื่อกำจัดมันให้หายไปอย่างถาวรและนี่แหละครับก็คือโครงเรื่องง่าย ๆ ของหนังเรื่องนี้          ความรู้สึกแรกหลังดูจบก็คือ ชอบครับ ชอบมากกว่าภาคแรกพอสมควร ต้องบอกว่า Production ของภาค 2 เนี่ยดูอลังการกว่าภาคแรกเยอะมาก ๆ ครับ ฉากต่าง ๆ นี่โคตรจะจัดเต็มครับ แอบไปดูงบการสร้างมาเนี่ยภาคแรกนั้นอยู่ที่ 35 ล้านเหรียญส่วนภาคที่ 2 เนี่ยอยู่ที่ประมาณ 60-70 ล้านเหรียญเลยครับ ถือว่าเพิ่มมาเกือบเท่าตัวเลยต่อให้จ้าง James McAvoy แล้วก็ยังเหลือ ๆ อยู่เลยครับ แสงสีต่าง ๆ ก็ทำได้ดูดีขึ้นมาก กลายเป็นหนังสยองขวัญฟอร์มยักษ์ได้อย่างเต็มตัว ซึ่งไม่ต้องบอกนะครับว่าอย่าเอางบพวกนี้ไปเทียบกับพวกหนังฮีโร่ 70 ล้านสำหรับหนังสยองขวัญที่มันเยอะมาก ๆ ครับ เรื่องความน่ากลัวนี้ให้ผ่านเลยครับ จำที่ผมบอกตอนแรกได้ไหมครับว่าไม่อินกับความสยองตัวตลกแต่ It Chapter 2 แลดูจะพัฒนาตรงส่วนนี้ไปอีกขั้นครับฉากแปลก ๆ ดูน้อยลง ตัวตลกนั้นดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นแถมมีเอกลักษณ์ให้เราเห็นมากกว่าเดิม ผมก็เพิ่งจะมากลัวมันภาคนี้แหละครับสำหรับ Pennywise ซึ่งสำหรับภาคนี้มันก็ไม่ได้ออกมาแค่นิดหน่อยนะครับ เรียกว่าภาคนี้มากันแบบจัดเต็มสุด ๆ เอาให้เต็มที่ มีเท่าไหร่ใส่ให้หมดครับ ตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง หนังมีความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงนะครับ แต่ฉากหลอกนี่มันตั้งแต่ต้นจนจบครับ คิดดูมันเยอะขนาดไหนแถมส่วนใหญ่ก็จะมีไอเดียการหลอกที่ดีครับ จังหวะชั้นเชิงก็ไม่แพ้หนังผีเจ้าใหญ่ ๆ เรื่องอื่นเลยครับผม          อีกส่วนที่ไม่ชมไม่ได้เลยก็คือนักแสดงครับ ภาคนี้เด็ก ๆ โตแล้วนักแสดงก็เปลี่ยนตามไปใช่ไหมครับ นำทีมโดย James McAvoy Bill Hader และ Jessica Chastain ยังมีอีกหลายคนนะครับแต่ขอพูดถึงคนหลัก ๆ ก่อน ทั้งหมดนั้นแสดงได้สมบทบาทมากและตรงคาแรคเตอร์ที่เคยเป็นตอนเด็ก ๆ สุด ๆ จำได้ไหมครับว่าแก๊ง loser แต่ละคนก็จะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป บางคนนิสัยแบบนั้น กลัวอะไรแบบนั้น นักแสดงรุ่นใหญ่เนี่ยก็ถอดแบบออกมาได้เหมือนครับ เรียกว่าเป๊ะเลยก็ได้ เราเชื่อได้อย่างสนิทใจเลยครับว่าผู้ใหญ่คนนี้คือคนเดียวกันกับเด็กคนนั้นกับเด็กคนนั้นในภาค 1 บ่งบอกถึงการเตรียมตัวที่ดี อีกคนที่ต้องขอพูดถึงแล้วก็คือ Bill Skarsgård ครับหรือคนที่รับบทเป็น Pennywise  นี่เอง ภาคนี้เจ้าตัวตลกนั้นมีการแสดงด้านอารมณ์มากกว่าเดิมมากและเขาทำได้จริง ๆ ครับ เป็นธรรมชาติและดูชั่วร้าย ผมคิดว่าคนนี้เนี่ยไปเล่นเป็นโจ๊กเกอร์ยังได้เลยครับ ฝีมือขนาดนี้เนี่ย แต่ว่าชมกันมาเยอะแล้ว ผมขอพูดในจุดที่ไม่ชอบบ้างแล้วกันนะครับ ข้อแรกก็คือตัวหนังที่ยาวมากจนเกินไปนั่นแหละครับ ผมรู้สึกว่า 3 ชั่วโมงสำหรับเรื่องนี้มันดูยาวมาก ๆ ครับ การดำเนินเรื่องบางอันก็เหมือนจะซ้ำ ๆ วน ๆ ไป เข้าใจครับว่าต้องการบิ๊วอารมณ์แต่พอเราเจอจากแนวเดิมเยอะ ๆ นาน ๆ เข้า บางทีมันก็แอบรู้สึกเบื่อเหมือนกันครับ          อีกประเด็นก็คือการเล่าเรื่อง it Chapter 2 นั้นมีการเล่าที่ทำให้รู้สึกว่ามันขาด ๆ เกิน ๆ ตลอดเวลา ส่วนนี้เยอะไป ส่วนนี้น้อยจัง ผมคิดว่าทางผู้กำกับเนี่ยพยายามจะเล่าทุกอย่างที่มีในหนังสือออกมาให้หมดครับ โดยไม่พยายามที่จะดัดแปลงอะไรเลย ซึ่งผมยังไม่เคยอ่านอิทมาก่อนนะครับ มีหนังสืออยู่เหมือนกันแต่หนาเกินครับอ่านไม่ไหวจริง ๆ สังเกตจากการเล่าเรื่องดูครับ ค่อนข้างจะแปลกหนัง 3 ชั่วโมงแต่กลับมีจุดชวนงงอยู่พอสมควร ผมเชื่อว่าดูจบ คนยังไม่รู้เลยครับว่าจริง ๆ แล้ว Pennywise เนี่ยมันคืออะไรกันแน่ มาได้ยังไง มันทำอะไรได้บ้าง หนังไม่เน้นตรงส่วนนี้เลยครับ ใครที่ไม่เคยอ่านหนังสือหรือว่าข้อมูลของเจ้า Pennywise มาก่อนเนี่ย ต้องบอกเลยว่ามีงงเล็ก ๆ แน่นอน ซึ่งปัญหาเหล่านี้นะครับมักจะเกิดขึ้นกับหนังที่สร้างจากนิยายของสตีเฟนคิงเป็นประจำครับ ด้วยเอกลักษณ์ของนักเขียนท่านนี้ เขามักใช้ความสยองขวัญผสมกับหลักจิตวิทยา จิตใจของมนุษย์ที่ค่อนข้างจะลึกซึ้ง มันเล่ายากครับ ใครที่มาเป็นผู้กำกับต่างก็ปวดหัว แถมรายละเอียดเยอะมาก ๆ เกินกว่าที่จะสรุปได้ภายใน 2-3 ชั่วโมง นั่นทำให้ผมคิดว่า it Chapter Two นั้นยังไม่พีคเท่าที่ควรครับ ผมกลับไม่รู้สึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างแก๊ง loser เท่าที่ควรจะเป็น อีกส่วนที่จะเรียกว่าเป็นข้อเสียได้ก็ไม่เต็มปากนักนะครับก็คือ เรื่องนี้เนี่ยไม่ได้มีความเป็นหนังสยองขวัญซะทีเดียวครับ มันมีความ Fantasy เล็ก ๆ อยู่ โดยเฉพาะช่วงท้ายของเรื่องนี่มันแทบจะเปลี่ยนไปจนคิดว่าไม่ใช่หนังเรื่องเดียวกันเลยครับ ใครที่ยังไม่จุใจกับความสยองขวัญอาจจะรู้สึก fail เล็ก ๆ ได้ครับ ประกอบกับการตัดสินใจของตัวละครที่ดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผล มันเหมือนภาคแรกจนเกินไปครับ ท่าทางภายนอกของตัวละครเนี่ยดูดีครับแต่ความคิดและการตัดสินใจจะดูเด็กไปหน่อยครับ 27 ปีผ่านไปดูไม่โตขึ้นเลยสักนิดครับ การพัฒนาของตัวละครถือว่าผิดหวังเหมือนกัน             สรุปเลยนะครับ ดูเอาน่ากลัวยังได้เหมือนเดิมครับแถมที่คนเดิมเสียอีก พูดจากคนที่ไม่ชอบอิทภาคแรกเลยนะครับพอมา Chapter 2 เนี่ยดูเข้าท่าครับ มีทั้งความน่ากลัว บางฉากก็มีแอบเสียวไส้เล็กน้อย บางฉากมาแบบนิ่ง ๆ แต่น่าขนลุก เรียกว่าหลากหลายอารมณ์จริง ๆ ครับ ยิ่งกว่า Scary Stories to tell In The Dark อีกแถมการแสดงขั้นเทพของนักแสดงแต่ละคนเนี่ยก็เป็นอีกจุดครับที่ช่วยให้หนังสนุกขึ้นมามาก ๆ แต่ดูแล้วต้องพยายามคิดตามแล้วก็มีสมาธินิดหน่อยนะครับ ไม่งั้นอาจจะไม่เข้าใจประเด็นหลัก ๆ ของเรื่องเท่าที่ควร จุดเสียเล็กน้อยก็พอจะมองข้ามได้ครับ ฉากสยองขวัญนั้นแน่นจัดเต็มแน่นอน ดูเต็มราคายังคุ้มครับเรื่องนี้ แต่ถ้าคุณไม่ถูกโรคกับความสยองขวัญแนวแฟนตาซีอาจจะมีปัญหากับเรื่องนี้ได้เช่นกันครับ โดยรวมแล้วผมไม่มีปัญหาครับ ชอบมากกว่าภาคแรกซะด้วยอย่างที่บอกไป 8 เต็ม 10 ครับเรื่องนี้ ใครยังไม่จุใจกับหนังสยองขวัญจัดไปครับเรื่องนี้ องค์ประกอบทุกอย่างเกือบดีครับ อีกนิดเดียวจริง ๆขอขอบคุณภาพทั้งหมดจาก Official Trailer Youtube     

nba score วันนี้ : ปาฏิหาริย์ควอเตอร์ 4! Thunder แซง Nuggets ดุเดือดในเกมเพลย์ออฟ
อ่าน

nba score วันนี้ : ปาฏิหาริย์ควอเตอร์ 4! Thunder แซง Nuggets ดุเดือดในเกมเพลย์ออฟ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2025 ที่สนามบอลล์อารีนา เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด โอคลาโฮมา ซิตี้ ธันเดอร์ พลิกสถานการณ์ในควอเตอร์สุดท้าย เอาชนะ เดนเวอร์ นักเก็ตส์ ไปด้วยสกอร์ 92-87 ในเกมที่ 4 ของรอบรองชนะเลิศสายตะวันตก ทำให้ซีรีส์เสมอกันที่ 2-2 นัด สรุปเกม: พลิกเกมในควอเตอร์สุดท้าย เกมเริ่มต้นด้วยการยิงที่ไม่แม่นยำจากทั้งสองทีม โดยในควอเตอร์แรก ทั้งสองทีมทำได้เพียง 25 คะแนนรวมกัน ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดในประวัติศาสตร์เพลย์ออฟ  ในควอเตอร์ที่สาม เดนเวอร์ นักเก็ตส์ เริ่มทำคะแนนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะการยิงสามแต้มที่แม่นยำ ทำให้ขึ้นนำ 69-63 เมื่อจบควอเตอร์ อย่างไรก็ตาม ธันเดอร์สามารถกลับมาได้ในควอเตอร์ที่สี่ ด้วยการรัน 14-3 พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง 63-71 มาเป็นนำ 77-73   ผู้เล่นเด่น Shai Gilgeous-Alexander: ทำคะแนนสูงสุดให้กับธันเดอร์ด้วย 25 คะแนน พร้อมกับ 6 รีบาวด์และ 6 แอสซิสต์ Isaiah Hartenstein: คว้า 14 รีบาวด์ ช่วยให้ทีมควบคุมเกมใต้แป้น  Cason Wallace และ Aaron Wiggins: ทำคนละ 11 คะแนน สนับสนุนเกมรุกของทีม  Jalen Williams และ Alex Caruso: ทำคนละ 10 คะแนน ช่วยเพิ่มความหลากหลายในเกมรุก สถิติที่น่าสนใจจากเกมที่ 4 เปอร์เซ็นต์การยิงรวม: ธันเดอร์ 35.6% (31 จาก 87 ครั้ง), นักเก็ตส์ 31.3% (25 จาก 80 ครั้ง) เปอร์เซ็นต์การยิงสามแต้ม: ทั้งสองทีมทำได้ 24.4% (ธันเดอร์ 10 จาก 41 ครั้ง, นักเก็ตส์ 11 จาก 45 ครั้ง) รีบาวด์รวม: ธันเดอร์ 55 ครั้ง, นักเก็ตส์ 49 ครั้ง เทิร์นโอเวอร์: ธันเดอร์ 14 ครั้ง, นักเก็ตส์ 13 ครั้ง คะแนนต่อควอเตอร์: ธันเดอร์: 17 | 25 | 21 | 29 นักเก็ตส์: 8 | 28 | 33 | 18 เหตุการณ์สำคัญในเกม ควอเตอร์แรกต่ำสุดในประวัติศาสตร์เพลย์ออฟ: ทั้งสองทีมทำคะแนนรวมกันเพียง 25 คะแนน (ธันเดอร์ 17 – 8 นักเก็ตส์) ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดในประวัติศาสตร์เพลย์ออฟ การรันคะแนนของธันเดอร์ในควอเตอร์ที่ 4: ธันเดอร์ทำการรัน 14-3 พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลัง 63-71 มาเป็นนำ 77-73 การป้องกันที่แข็งแกร่งของธันเดอร์ในช่วงท้ายเกม: ธันเดอร์สามารถป้องกันไม่ให้นักเก็ตส์ทำคะแนนได้ในช่วงเวลาสำคัญของเกม บทสัมภาษณ์หลังเกม Nikola Jokić เซ็นเตอร์ของนักเก็ตส์ ยอมรับถึงฟอร์มการเล่นของตนเองว่า: "ผมต้องรับผิดชอบต่อฟอร์มการเล่นของตัวเองในเกมนี้ ผมรู้ว่าผมสามารถเล่นได้ดีกว่านี้" เขายังกล่าวถึงการป้องกันของธันเดอร์ว่า: "พวกเขาทำได้ดีในการป้องกัน ทำให้ผมต้องทำงานหนักขึ้นในการหาพื้นที่และโอกาสยิง" โค้ชของธันเดอร์, Mark Daigneault กล่าวว่า "เราสูญเสียแนวทางในเกมรับในควอเตอร์ที่สาม แต่ทำได้ดีในการปรับแก้ในควอเตอร์ที่สี่" Jamal Murray ของนักเก็ตส์กล่าวว่า "นี่ไม่ใช่งานศพ ซีรีส์ยังเสมอกัน 2-2 และยังมีเกมให้เล่นอีก"   โปรแกรมถัดไป เกมที่ 5 จะกลับไปเล่นที่สนามของโอคลาโฮมา ซิตี้ ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2025 โดยผู้ชนะของเกมนี้จะมีโอกาสขึ้นนำซีรีส์และเข้าใกล้การผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศสายตะวันตก รูปหน้าปก : รูปที่1 รูปที่2 รูปที่3 รูปที่4 รูปที่5  รูปภาพที่1 : จากเฟสบุ๊ค NBA รูปภาพที่2 : จากเฟสบุ๊ค Denver Nuggets รูปภาพที่3 : จากเฟสบุ๊ค Oklahoma City Thunder รูปภาพที่4 : จากเฟสบุ๊ค NBA เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !