รีเซต

ผลการค้นหา “I Promise I Will Come Back” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ซีรีส์ "I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ" เปิดตัวยิ่งใหญ่ ปักหมุดรอชม 19 พ.ค.นี้
อ่าน

ซีรีส์ "I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ" เปิดตัวยิ่งใหญ่ ปักหมุดรอชม 19 พ.ค.นี้

เปิดตัวได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับ ซีรีส์วาย "I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ" ที่เตรียมออกอากาศทางช่อง 7HD ผลงานจากค่ายผสมกลมกล่อม ของ "โต๋นแตร ทินกร" ที่จะทำให้อิน ฟินไปกับภาพฉากสุดละมุน กลิ่นอายมนต์เมืองเหนือ เรื่องราวความรักและมิตรภาพที่ถ่ายทอดผ่านความงดงามของธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดแพร่ ไม่เพียงแต่ความงดงามของสถานที่ถ่ายทำ แต่นักแสดงเองก็แคสติ้งจากคนแพร่โดยแท้จริง ซีรีส์ "I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ" เริ่ม 19 พ.ค.นี้ ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 7HD เรื่องราวของซีรีส์ "I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ" อ้างอิงมาจากเรื่องราวตำนานความรักอมตะ ของเจ้านางอรัญญาณีที่มั่นคงต่อความรัก จนกลายเป็นเรื่องเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่นกลายเป็นแรงบันดาลในโปรเจ็กต์ซีรีส์เรื่องนี้ โดยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ค่ายผสมกลมกล่อม จัดงานเปิดตัวซีรีส์ได้อย่างน่าประทับใจแฟน ๆ นำโดยผู้จัดสุดหล่อ "โต๋นแตร ทินกร" ที่รับหน้าที่แสดงนำด้วย ยกทัพนักแสดง เบส นรเทพ, คู่แฝดนักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังจากไต้หวัน JN Hsia Chen En, JD Hsia Chen Te ร่วมด้วย ณดล กณิน, ส้มโอ พลอยพิมพ์ภา, มาร์ค ธิระศักดิ์, ชายแดน เกรียงศักดิ์ ฯลฯ พร้อมทีมนักแสดงจากจังหวัดแพร่ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารจากช่อง 7HD "คุณนาฏนภางค์ จงสมจิต" กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ มาแสดงความยินดี ณ ชั้น 1 เซ็นเตอร์คอร์ท ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ท่ามกลางการต้อนรับจากแฟนคลับอย่างเนืองแน่น เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นตลอดงาน บรรยากาศงานสุดคึกคัก นอกจากเหล่านักแสดงนำได้ร่วมพูดคุยถึงเบื้องหลังการทำงานที่ต่างทุ่มเทกันอย่างเต็มที่แล้ว ยังมีโชว์ชุดพิเศษจากคนเมืองแพร่ และเพลง ฉันคอยเธอ ศิลปิน KHAO ประกอบซีรีส์ไพเราะ ๆ ให้ฟังกันอีกด้วย หลังงานแฟนคลับผู้โชคดีร่วม 100 คนยังได้กรี๊ดกันเต็มพิกัดกับกิจกรรม Hi-Bye ใกล้ชิดนักแสดง ซึ่ง "โต๋นแตร" ในฐานะผู้จัดเรื่องนี้เผยความรู้สึกว่า "รู้สึกตื่นเต้นมากไม่คิดว่าจะได้รับการตอบรับดีขนาดนี้ พวกเราตั้งใจทำเรื่องนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและซัปพอร์ตความฝันของพวกเรา โดยเรื่องนี้เราใช้กิมมิกจากตำนานเรื่องผานางคอย เจ้าหญิงอรัญญาณี ที่ตกหลุมรักทาส เกิดโศกนาฏกรรม เลยใช้เส้นเรื่องนี้เป็นเส้นเรื่องสำคัญ เรื่องผานางคอย ซึ่งจังหวัดแพร่ของเรารอนักท่องเที่ยว พวกเราก็รอคอยความฝัน รอคอยโอกาส เราเอามาเป็นกิมมิกของการถ่ายทำเรื่องนี้ครับ แล้วเรายังได้นักแสดงจากไต้หวันมาร่วมด้วย รวมถึงนักแสดงจากจังหวัดแพร่ที่มาร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย ซึ่งต้องบอกว่าเรื่องนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริงครับ อยากให้ติดตามชมความสนุกเรื่องนี้กันครับ" ร่วมออกเดินทาง ค้นหาความหมายของการรอคอยไปพร้อม ๆ กัน ในซีรีส์ "I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ" ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา 22.45 น. เริ่มตอนแรก วันจันทร์ที่ 19 พ.ค.นี้ ทางช่อง 7HD กด 35

“Cliffhanger” ฉบับรีเมคใหม่ จ่อหาวันฉายใหม่ต้นปี 2027 หลังค่ายหนังเดิมปิดตัวลง
อ่าน

“Cliffhanger” ฉบับรีเมคใหม่ จ่อหาวันฉายใหม่ต้นปี 2027 หลังค่ายหนังเดิมปิดตัวลง

มีความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับโปรเจกต์หนังแอคชันปีนป่ายที่หยิบเอาหนังคลาสสิกในปี 1993 มารีบูตสร้างใหม่ อย่าง Cliffhanger ของผู้กำกับ เจาเม คอลเล็ต-เซร์รา ที่ปัจจุบันได้ปิดกล้องเสร็จสิ้นในการถ่ายทำไปตั้งแต่ปี 2025 แต่ยังไม่มีโอกาสได้ลงโรงฉายและออกสู่สายตาผู้ชมสักที ล่าสุดดูเหมือนว่าหนังจะได้สตูดิโอหนังจัดจำหน่ายแห่งใหม่ และกำลังมองหากำหนดวันฉายใหม่ในช่วงต้นปี 2027 อยู่ Deadline รายงานมาจากเทศกาลหนังโตรอนโตว่า Vertical Entertainment ค่ายจัดจำหน่ายรายสำคัญของอเมริกา ได้กลายมาเป็นผู้ยื้อชีวิตโปรเจกต์หนัง Cliffhanger เวอร์ชันรีบูตใหม่อย่างเป็นทางการ หนังจากที่ค่ายหนังดังกล่าวได้ตัดสินใจยื่นมือมารับช่วงต่อดูแลจัดจำหน่ายหนังเรื่องนี้ให้ในอเมริกาและขายทอดในตลาดหนังทั่วโลก เนื่องจากหนังถูกทอดทิ้งไปกลางคัน จากผลพ่วงของค่ายหนัง Row K ที่เคยดูแลการจำหน่ายหนังเรื่องนี้ได้ประสบเหตุล้มละลายและปิดตัวลงไปเมื่อช่วงต้นปี 2026 โดยเดิมทีนั้น Cliffhanger เวอร์ชันใหม่นี้ ที่นำแสดงโดย ลิลลี่ เจมส์ และ เพียร์ซ บรอสแนน เคยวางกำหนดฉายเอาไว้ในฐานะหนังปิดฤดูร้อนปีนี้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าหนังได้ถอนโปรแกรมฉายออกไป เพราะปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นกับค่ายหนัง ทำให้ล่าสุด Vertical ได้เข้ามาซื้อสิทธิ์หนังเรื่องนี้ในการช่วยจัดจำหน่ายต่อ พร้อมเล็ง ๆ กำหนดฉายของหนังเอาไว้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นปี 2027 ซึ่งคาดว่าน่าจะราว ๆ เดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ Cliffhanger เป็นเรื่องราวของ เรย์ คูเปอร์ นักปีนเขาระดับตำนานได้พักอยู่บ้านตากอากาศกับลูกสาวของเขา นาโอมิ กับ ซิดนีย์ แต่เมื่อการเยือนของลูกชายเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลมาพักผ่อนที่บ้านพักด้วย ได้มีกลุ่มคนร้ายบุกเข้ามาลักพาตัวไปอย่างอุกอาจ ก่อนจะจับตัวเรย์กับซิดนีย์ไปด้วย ทำให้นาโอมิต้องเอาชนะความกลัวจากอุบัติเหตุปีนเขาในอดีต เพื่อต่อกรกับศัตรูและช่วยเหลือครอบครัวของเธอ ต้นฉบับหนังในปี 1993 เป็นหนังฮิตในช่วงฤดูร้อน ที่นำแสดงโดย ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ที่เขายังรับหน้าที่ร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้ด้วย กวาดรายได้ทั่วโลกไปได้กว่า 255 ล้านเหรียญ และกลายเป็นหนึ่งในผลงานหนังบู๊ที่น่าจดจำของซิลเวสเตอร์จนถึงปัจจุบันด้วย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

DOD ปลดล็อกความเสี่ยง ดึงเงินสดคืน 63 ล้านบ.
อ่าน

DOD ปลดล็อกความเสี่ยง ดึงเงินสดคืน 63 ล้านบ.

#DOD #ทันหุ้น - DOD ทบทวนแผนลงทุนรับมือพิษภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลาง เร่งเจรจาดึงเงินมัดจำกลับ ล่าสุดรับคืนแล้วกว่า 63 ล้านบาท เติมสภาพคล่อง เสริมฐานะการเงินแกร่ง ปิดช่องความเสี่ยงในอนาคต ฟาก Q2/2569 ยังประคองกำไร 0.95 ล้านบาท จากรายได้ 122 ล้านบาทนางสาวสุวารินทร์ ก้อนทอง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD เปิดเผยว่า “จากการที่บริษัทมีแผนการลงทุนขยายสายการผลิตและจัดหาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางทว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนและความผันผวนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุน และทิศทางเศรษฐกิจมหภาค คณะกรรมการและฝ่ายบริหารจึงได้ทบทวนแผนงานและตัดสินใจดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการเจรจาขอรับเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าโครงการต่างๆ บางส่วนคืนสู่บริษัท เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างทันท่วงทีและรักษาสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท ให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด”@เจรจาเรียกเงินคืนการเรียกคืนเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าดังกล่าว ครอบคลุมถึงรายการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในอดีต ซึ่งการที่บริษัทสามารถเจรจาเรียกเงินคืนบางส่วนได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาที่รัดกุม ถือเป็นการตอกย้ำถึงความโปร่งใสและการทำธุรกรรมกับคู่ค้าที่เป็นบุคคลภายนอก (Non-Related Parties) ที่เปิดช่องให้บริษัทฯ สามารถปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นได้อย่างเต็มที่“สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บริษัทมีรายได้จากการขาย 122 ล้านบาท และมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 0.95 ล้านบาท โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงาน ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องและความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน ขณะเดียวกัน บริษัทยังให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลภายใน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียอื่น”ล่าสุด บริษัทสามารถติดตามและได้รับชำระคืนเงินจากรายการจ่ายล่วงหน้าต่างๆ คืนสู่บริษัท แล้วกว่า 63 ล้านบาท พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมภายในเพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต โดยกำหนดเพดานอนุมัติเงินทดลองจ่ายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อครั้ง และกำหนดให้มีการติดตามรับคืนเงินให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการคัดเลือกและตรวจสอบคู่ค้า ตลอดจนรายงานความคืบหน้าของรายการจ่ายเงินล่วงหน้าต่อคณะกรรมการบริษัททุก 30 วัน@ปลกล็อกความเสี่ยงสำหรับมาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบกำกับดูแลและการบริหารความเสี่ยงของ DOD เพื่อให้การใช้เงินทุนของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ พร้อมลดโอกาสเกิดความเสี่ยงจากรายการลักษณะเดียวกันในอนาคตนางสาวสุวารินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การตัดสินใจดึงเงินสดกลับมาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยปลดล็อกความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ แต่ยังทำให้ปัจจุบัน DOD มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดและสภาพคล่องพร้อมรองรับแผนธุรกิจ โดยบริษัทจะนำทรัพยากรทางการเงินดังกล่าวกลับมาโฟกัสกับการขับเคลื่อนธุรกิจหลัก (Core Business) ที่มีศักยภาพสูงพร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรการควบคุมภายในให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือหุ้นทุกฝ่ายในระยะยาว”

สิ้นสุดความเป็นคน กระชากตัวตนเดรัจฉาน! “The Cycle มันกลับมาหอน” ความหลอนสะพรึงครั้งใหม่
อ่าน

สิ้นสุดความเป็นคน กระชากตัวตนเดรัจฉาน! “The Cycle มันกลับมาหอน” ความหลอนสะพรึงครั้งใหม่

มงคลเมเจอร์เตรียมพาผู้ชมร่วมค้นหาความจริงของเรื่องราวสุดสยองที่ไม่มีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ในThe Cycleมันกลับมาหอนภาพยนตร์สยองระทึกเรื่องใหม่ของผู้กำกับสายสยอง จอร์แดน ดาวนีย์(The Head Hunter, V/H/S/Beyond)และโปรดิวเซอร์สายคลั่งเจมส์ แฮร์ริส (Obsession, 47 MetersDown)ที่จะกลับมาสร้างฝันร้ายครั้งใหม่ให้หลอนลั่นยิ่งกว่าเดิม พร้อมอุ่นเครื่องด้วยทีเซอร์ภาพยนตร์ น่าจับตาออกมาจุดชนวนความผวาเหนือจินตนาการก่อนเผชิญความสะพรึงขั้นสุดในโรงภาพยนตร์ เมื่อตำรวจพบศพสภาพเน่าเปื่อยอยู่ข้างสถานที่เกิดเหตุอาชญากรรมสุดเหี้ยม เบาะแสเดียวที่พวกเขามีคือลูกสาวของเหยื่อที่ถูกทอดทิ้งไปนานถึง36ปี ซึ่งเธอต้องมาร่วมไขปริศนาอันน่าขนลุกที่พ่อของเธอคิดจะนำติดตัวลงหลุมไปด้วยยิ่งขุดลึกยิ่งค้นพบความลับที่ถูกซ่อนงำมานาน และแล้วความจริงสุดสยดสยองก็กำลังจะถูกเปิดเผย... เมื่อความตายซุกซ่อนความลับไว้เกินคาด และอาชญากรรมโหดยังคงเป็นปริศนาดำมืดนำทีมสะสางความสยองโดยเดโบราห์ แอนน์ วอลล์ (ซีรีส์Daredevil, True Blood)และเจฟฟรีย์ โดโนแวน(ซีรีส์Burn Notice, Fargo) เตรียมกระชากตัวตนเดรัจฉานที่จะเปลี่ยนทุกนิยามของมนุษย์หมาป่า!The Cycleมันกลับมาหอน24กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"NOTTO" หวนจับไมค์ในรอบหลายปี ส่งเพลง "อย่าบอกว่ารัก" เวอร์ชัน 2026
อ่าน

"NOTTO" หวนจับไมค์ในรอบหลายปี ส่งเพลง "อย่าบอกว่ารัก" เวอร์ชัน 2026

"NOTTO (น็อตโตะ)" หวนกลับมาจับไมค์อีกครั้ง หลังห่างหายจากการปล่อยผลงานเพลงในฐานะศิลปินไปหลายปี ประเดิมด้วย "อย่าบอกว่ารัก" เพลงที่เคยทำให้คนรู้จักเธอในฐานะนักร้อง พร้อมย้ำการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้หวังไล่ล่าอันดับในชาร์ต หรือสร้างอดีตขึ้นมาใหม่ แต่เพราะยังรักและมีความสุขกับการร้องเพลง ห่างหายจากการปล่อยเพลงในฐานะศิลปินไปหลายปี สำหรับนักร้องสาว "NOTTO (น็อตโตะ)" แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา เสียงร้องและบทเพลงของเธอยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนเพลง หลายคนยังกลับไปฟังเพลงเก่า จำเนื้อร้องได้ และที่สำคัญยังคงถามไถ่อยู่เสมอว่า เมื่อไรจะได้ยิน "NOTTO" กลับมาร้องเพลงอีกครั้ง วันนี้คำถามนั้นมีคำตอบแล้ว เมื่อ "NOTTO" กลับมาจับไมค์อีกครั้ง พร้อมหยิบเพลง "อย่าบอกว่ารัก" กลับมาถ่ายทอดใหม่ในเวอร์ชันปี 2026 เพลงที่ถือเป็นบทเพลงสำคัญในชีวิต เพราะเป็นเพลงที่ทำให้คนรู้จักศิลปินนักร้องที่ชื่อ "น็อตโตะ" เป็นครั้งแรก แต่การกลับมาครั้งนี้ "NOTTO" บอกว่า ไม่ได้กลับมาเพื่อไล่ล่าความสำเร็จเหมือนในอดีต และไม่ได้ต้องการสร้างภาพความสำเร็จเดิม ๆ ให้กลับมาอีกครั้ง หากแต่เป็นการกลับไปหาสิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาโดยตลอด นั่นคือ "เสียงเพลง" "น็อตโตะ" กล่าวว่า "เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา NOTTO ยังคงได้รับความรักจากแฟนเพลงอยู่เสมอ มีแฟน ๆ กลับไปฟังเพลงเก่า มีคนที่ยังจำเนื้อเพลงได้ และยังมีคนเข้ามาถามอยู่เรื่อย ๆ ว่า NOTTO จะกลับมาร้องเพลงอีกหรือไม่ ทุกครั้งที่มีแฟนเพลงเข้ามาทักทาย NOTTO ยอมรับว่ารู้สึกดีใจ เพราะทำให้รู้ว่าเพลงที่เคยร้องและช่วงเวลาที่เคยมีร่วมกับคนฟัง ยังไม่ได้หายไปไหน สำหรับ อย่าบอกว่ารัก เวอร์ชัน 2026 NOTTO มองว่าเป็นเหมือนของขวัญเล็ก ๆ ที่อยากมอบให้กับแฟนเพลงทุกคนที่เคยฟังเพลงนี้ในอดีต รวมถึงเป็นของขวัญให้กับตัวเองด้วย เพราะนี่คือการได้กลับมาทำสิ่งที่ตัวเองรักอีกครั้ง ขอบคุณทาง อาร์เอส ที่ทำให้เพลง อย่าบอกว่ารัก กลับมาอีกครั้งในเวอร์ชันนี้ และการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเพลง อย่าบอกว่ารัก เท่านั้น เพราะ NOTTO กำลังเตรียมปล่อยผลงานเพลงใหม่ในเร็ว ๆ นี้ โดยได้ จั๊ก ชวิน ซึ่งเป็นญาติกัน มารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ และมี ว่าน ธนกฤต ร่วมเป็น Co-Producer ที่น่าสนใจคือผลงานเพลงใหม่ครั้งนี้ NOTTO ยังได้ร้องใน เวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่น อีกด้วย โดยเนื้อร้องภาษาญี่ปุ่นเขียนโดยอาจารย์ชาวญี่ปุ่นของ NOTTO เอง ถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษที่แฟนเพลงจะได้สัมผัส" การกลับมาของ "NOTTO" ครั้งนี้ จึงไม่ใช่การกลับมาเพื่อพิสูจน์ว่าเธอยังทำได้หรือไม่ ไม่ใช่การกลับมาเพื่อแข่งขันกับใคร และไม่ใช่การพยายามย้อนวันวานให้กลับมาเหมือนเดิม แต่เป็นการกลับมาเพราะหัวใจยังรักเสียงเพลง ฝากติดตาม "อย่าบอกว่ารัก" เวอร์ชัน 2026 และผลงานเพลงใหม่ของ "NOTTO" ได้เร็ว ๆ นี้ ที่นี่

"ชาตรี อินคอนเสิร์ต โลกมายา" เผยไฮไลต์เด็ด พร้อมดึง "ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง" ร่วมแจมโชว์หยุดโลก
อ่าน

"ชาตรี อินคอนเสิร์ต โลกมายา" เผยไฮไลต์เด็ด พร้อมดึง "ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง" ร่วมแจมโชว์หยุดโลก

หลังจากกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากการประกาศจัดงานในข่าวแรก ล่าสุดผู้จัดงาน Snack Box Showbiz ยิ่งตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของการกลับมาในรอบหลายปี ส่งข่าวอัปเดตสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคอนเสิร์ตตำนานโฟล์คซองสตริงวงแรกของเมืองไทย "ชาตรี อินคอนเสิร์ต โลกมายา" ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 ณ ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ งานนี้นอกจากแฟนเพลงจะได้สัมผัสความอบอุ่นแบบครบทีมจากสมาชิกดั้งเดิม ทั้ง "ป้อม คทาวุธ สท้านไตรภพ, ยุ่น ประยูร เมฆหมอก, ปุ้ย อนุสรณ์ คำเกษม, แดง นราธิป กาญจนวัฒน์" และการกลับมาขึ้นเวทีครั้งสำคัญของ "เหมา ประเทือง อุดมธนาวัฒน์" อีกหนึ่งสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งวงชาตรีแล้ว ล่าสุดทางวงได้เปิดเผยความพิเศษระลอกสองที่ทำเอาแฟนเพลงตื่นเต้นไปตาม ๆ กัน ไฮไลต์สำคัญคือการคว้าตัวศิลปินแขกรับเชิญระดับตำนานยุค 90 อย่าง "ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง" ที่จะมาร่วมสร้างปรากฏการณ์ข้ามยุค ถ่ายทอดบทเพลงสุดพิเศษร่วมกับวงชาตรีในรูปแบบโชว์สุดเซอร์ไพรส์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นบนเวทีไหนมาก่อน โดย "ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง" ได้เปิดเผยถึงความรู้สึกในการมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า "ผมโตมากับเพลงของพี่ ๆ วงชาตรี รู้สึกเป็นเกียรติและตื่นเต้นมาก ๆ ครับที่ได้มาเป็นแขกรับเชิญให้กับวงชาตรี ซึ่งถือเป็นวงดนตรีระดับตำนานและเป็นไอดอลในดวงใจของใครหลาย ๆ คน บทเพลงของวงชาตรีมีเสน่ห์และความคลาสสิกที่ฟังเมื่อไหร่ก็อบอุ่นเสมอ ครั้งนี้ผมตั้งใจเตรียมโชว์พิเศษมาเพื่อแฟน ๆ โดยเฉพาะ รับรองว่าทำให้เต็มที่ ทุกคนจะได้รับความประทับใจและความทรงจำดี ๆ กลับไปแน่นอนครับ" ไม่เพียงเท่านั้น วงชาตรียังจัดหนักจัดเต็มด้วยการคัดสรรลิสต์เพลงฮิตตลอดกาลมาจัดแสดงแบบจุใจถึง 50 บทเพลง ตลอดการแสดงกว่า 3 ชั่วโมงเต็ม รวบรวมเพลงดังที่คุณคิดถึงและร้องตามได้ทุกท่อน ไม่ว่าจะเป็น แฟนฉัน, จากไปลอนดอน, อธิษฐานรัก, สัญญาใจ, ยากยิ่งนัก, รักครั้งแรก ฯลฯ นำมาร้อยเรียงและเรียบเรียงดนตรีใหม่ให้ทรงคุณค่า พร้อมโปรดักชันแสง สี เสียง สุดอลังการที่จะพาแฟน ๆ ย้อนเวลากลับสู่ยุคทองของเพลงไทยอีกครั้ง รายละเอียดการจัดงานและเปิดจองบัตร วันและเวลาแสดง : วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 15:00 น. (ประตูเปิด 13:30 น.) สถานที่ : ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ชั้น 3 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ราคาบัตร : 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,500 และ 1,000 บาท ช่องทางจำหน่ายบัตร : ThaiTicketMajor ทุกช่องทาง (เคาน์เตอร์ ThaiTicketMajor, เว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com และ Call Center 02-262-3456) สำหรับแฟนเพลงที่ไม่อยากพลาดโชว์ครั้งประวัติศาสตร์และความทรงจำสุดประทับใจ สามารถจับจองบัตรได้แล้ววันนี้ที่ ThaiTicketMajor ทุกสาขา ก่อนบัตรจะหมด!

แกกลับมา

แกกลับมา

#OSXTRUEID

"วัฏสงสาร" ซิงเกิลใหม่จาก TaitosmitH Feat. PINKIE สะท้อนกิเลสของมนุษย์ผ่านบาป 7 ประการ
อ่าน

"วัฏสงสาร" ซิงเกิลใหม่จาก TaitosmitH Feat. PINKIE สะท้อนกิเลสของมนุษย์ผ่านบาป 7 ประการ

หลังจากประสบความสำเร็จกับเพลง ว่าไงคนเก่ง เพลงปลอบประโลมใจจากความรักอันแสนบริสุทธิ์ที่หาเทียบเทียมไม่มีจาก TaitosmitH (ไททศมิตร) ในปี 2025 ที่ผ่านมา ปีนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับบทเพลงเข้มข้นที่แฟน ๆ คิดถึง ในเพลงล่าสุด วัฏสงสาร "วัฏสงสาร" ซิงเกิลล่าสุดจาก TaitosmitH บทเพลงที่พูดถึงการเวียนว่ายตายเกิด ที่เป็นดั่งบทสะท้อนวงเวียนชีวิตของมนุษย์ทุกคน ผู้ต่างติดอยู่ในวงจรของความหลง ความอยาก และความเสียใจที่มักเดินทางมาถึงในวันที่ไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขได้ เตือนใจให้เราหันกลับมามองชีวิตอีกครั้ง ก่อนความประมาทจะกลายเป็นความเสียใจ และก่อนที่ทุกสิ่งจะเหลือเพียงโอกาสที่ไม่มีวันหวนคืน ฟากมิวสิกวิดีโอได้หยิบเอาแนวคิด บาป 7 ประการ มาเป็นภาษาภาพในการตีความกิเลสของมนุษย์ ผ่านการตีความของ กอล์ฟปวีณ ภูริจิตปัญญา (ผู้กำกับ GODSKIN หมัดเทวา ท้าเดิมพัน) ที่มารับหน้าที่กำกับด้วยตัวเอง โดยสมาชิกแต่ละคนรับบทเป็นตัวแทนของบาปแต่ละข้อ ได้แก่ จ๋าย (ร้องนำ) ตัวแทนแห่งอัตตา, โมส (ร้องนำ) ตัวแทนแห่งราคะ, ตุ๊ก (กลอง) ตัวแทนแห่งความละโมภ, เจต (เบส) ตัวแทนแห่งความตะกละ, เจ (คีย์บอร์ด) ตัวแทนแห่งความเกียจคร้าน และ มีน (กีตาร์) เป็นตัวแทนแห่งโทสะ ขณะที่ PINKIE (พิ้งกี้) ศิลปินหญิงเดี่ยวคนแรกจากค่าย 9 อัคคัญญ์ มาร่วมถ่ายทอดตัวแทนของริษยา เติมเต็มบาปทั้งเจ็ดให้สมบูรณ์ พร้อมขยายมิติของบทเพลงผ่านอีกเสียงร้องอันทรงพลังที่สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ อีกหนึ่งตัวละครสำคัญในเรื่องราวของเพลงนี้คือ จี๋สุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร นักแสดงนำจากภาพยนตร์ GODSKIN หมัดเทวา ท้าเดิมพัน ผู้รับบทเป็นตัวแทนของมนุษย์ที่ต้องเผชิญหน้ากับกิเลสทั้งเจ็ด และเรียนรู้ผลของการตัดสินใจในโลกที่ไม่มีใครหลีกหนีกรรมและผลของกรรมได้ ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะหลงวนอยู่ในวัฏจักรของกิเลสนานเพียงใด ทุกการกระทำล้วนทิ้งร่องรอยและผลลัพธ์ไว้เสมอ คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่าเราจะหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้เมื่อไร แต่คือวันนี้เราจะเลือกใช้ชีวิตอย่างไร ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป และ วัฏสงสาร จะกลายเป็นอีกบทเพลงที่ทำหน้าที่ดั่งบทบันทึกที่ชวนให้ทุกคนได้ตั้งคำถามกับชีวิต และคอยเตือนใจให้ใช้ทุกช่วงเวลาที่มีอยู่ด้วยความไม่ประมาท ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ฟังและรับชมมิวสิกวิดีโอ วัฏสงสาร จาก TaitosmitH ได้แล้ววันนี้

[US Box Office] "Insidious: Out of the Further" วิญญาณกลับมาหลอน แต่ยังต้องพ่ายให้แมงมุมต่อไป
อ่าน

[US Box Office] "Insidious: Out of the Further" วิญญาณกลับมาหลอน แต่ยังต้องพ่ายให้แมงมุมต่อไป

Box Office Spider-Man: Brand New Day บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 21-23 สิงหาคม 2026 -เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของโปรแกรมหนังซัมเมอร์ประจำปีนี้ ถือว่าเป็นวีคนี้หนาแน่นไปด้วยทัพหนังเข้าใหม่มาเสริมความหลากหลาย แต่ถึงแม้ว่าจะมาเยอะแค่ไหน ดูเหมือนว่าแชมป์หนังที่หัวตารางก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องอื่น พ่นใยเรืองรองแชมป์่ต่อไป พร้อมกับรายล้อมไปด้วยหนังใหม่ ๆ ที่พยายามแทรกเข้ามาเอาซีน ที่สำหรับในช่วงปลายฤดูร้อนแบบนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นแค่เพียงหนังไม้ประดับที่ไม่ได้เน้นความหวือหวาในกระแสและการโกยรายได้สักเท่าไหร่ นั่นจึงยังทำให้ "Spider-Man: Brand New Day" ยังคงเรืองรองแชมป์ต่อไปเป็นสัปดาห์ที่ 4 ต่อเนื่องแล้ว ล่าสุดเก็บไปเพิ่มอีก 39 ล้านเหรียญ แม้ว่าจะมีแบ่งรอบฉายและโรงฉายไปให้กับหนังเรื่องอื่นบ้างแล้ว แต่วีคนี้รายได้เฉลี่ยต่อโรงหนังก็ยังเฉียด ๆ หลักหมื่นอยู่เลย กับตัวเลขเปลี่ยนแปลงต่อสัปดาห์ลดลงไปที่ -45% เท่านั้น ทำให้ตัวเลขล่าสุดในอเมริกาขยับไปแตะที่ 855 ล้านเหรียญ ยังมีลุ้นกับโอกาสความเป็นไปได้ที่จะปิดโปรแกรมระดับพันล้านได้อยู่ ขณะที่สถานการณ์ทั่วโลกก็ทะยานรายได้ไปได้กว่า 2.22 พันล้านเหรียญ ยังรั้งอยู่ในอันดับที่ 4 ของหนังทำเงินสูงสุดของโลก และคาดว่าวีคหน้าอาจจะมีการขยับขึ้นไปเป็นที่ 3 นักวิเคราะห์มองว่า Spider-Man: Brand New Day น่าจะมีโอกาสยึดตำแหน่งแชมป์ไปได้อีก จนถึงสัปดาห์ที่ 2 เดือนกันยายน เพราะหลังจากนี้แทบไม่มีหนังคู่แข่งที่น่ากลัวเข้าฉายเลย จนกว่าจะเป็นคิวการมาของ Practical Magic 2 และ Resident Evil ตามลำดับ ส่วนเรื่องที่เปิดตัวได้ดีที่สุดในสัปดาห์นี้ก็คือการกลับมาตำนานวิญญาณตามติด "Insidious: Out of the Further" กลับมาสานต่อภาคที่ 6 ของหนังชุดนี้ ออกสตาร์ทกับตัวเลข 3 วันแรกที่ 25.3 ล้านเหรียญ จาก 3,303 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 7,600 เหรียญ ก็ถือว่ายังเป็นเฟรนไชส์หนังที่ยังรักษามาตรฐานตัวเองเอาไว้ได้ดี แม้ว่าจะเป็นตัวเลขเปิดตัวที่น้อยกว่า 33 ล้านเหรียญ ที่ Insidious: The Red Door ภาคที่แล้วทำเอาไว้ในปี 2023 ก็ตาม สำหรับหนังภาคนี้ถือว่าได้การต้อนรับจากนักวิจารณ์ที่ดีกว่าหลาย ๆ ภาคที่ผ่านมา เห็นได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยได้มา 58% ถือว่าค่อนข้างสูงกว่ามาตรฐานด้วยซ้ำ พร้อมกับเปิดตัวนอกกระแสได้ด้วยตัวเลขอีก 35 ล้าน กลายเป็นหนังสตาร์ททั่วโลกได้สวย ๆ ระดับ 60 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่เพียง 18 ล้านเท่านั้นเอง ยังคงตอกย้ำได้ชัดเจนว่า แฟน ๆ หนังชุดวิญญาณตามติดยังคงพึงพอใจกับตัวหนังอยู่ และหนังก็ยังคงรักษาการเป็นหนังลงทุนน้อย ๆ แต่กอบโกยได้เยอะ ๆ อยู่ต่อไป ย่างเข้าสู่วีคที่ 6 แล้ว "The Odyssey" ก็ยังไม่ยอมลงไปจาก Top 3 ง่าย ๆ วีคนี้เก็บไปอีก 19.5 ล้านเหรียญ ลดลงไปจากวีคก่อนแค่ -17% เท่านั้น ยังคงพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าหนังมหากาพย์ของคริสโตเฟอร์ โนแลนเรื่องนี้ ซื้อใจคนดูได้ในระยะยาว กับจุดแข็งที่หนังยังสามารถรักษารอบฉายในโรง IMAX ได้ไปจนถึงเดือนกันยายนนี้ ทำให้ล่าสุดรายได้ในอเมริกามุ่งไปแตะ 540 ล้านเหรียญ กับการสะสมตัวเลขทั่วโลกที่ทำได้แล้วกว่า 1.44 พันล้านเหรียญ ปีนี้..ไม่ใช่ปีที่ดีของ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส จริง ๆ เพราะ "The End of Oak Street" ร่วงลงมาอยู่อันดับที่ 5 ในวีคนี้ กับรายได้ที่ลดลงฮวบถึง -57% เก็บไปได้อีกแค่ 9 ล้านเหรียญ ที่ต้องมาแข่งชิงอันดับกับ "PAW Patrol: The Dino Movie" ซึ่งตอนนี้รั้งในอันดับที่ 4 กับรายได้ 9.1 ล้านเหรียญ เฉือนแซงกันแค่หลักแสน หนังทั้งสองเรื่องนี้เพิ่งเข้าฉายไปสัปดาห์ก่อน แต่ก็มีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะสู้ไหวมากนัก โดยหนังไดโนสาร์ทะลุมิติทั้งคู่นี้ ทำยอดรวม 10 วันแรกไปได้ 38 ล้านเหรียญ กับ 35 ล้านเหรียญ ตามลำดับ ที่บอกเลยว่า...ไม่สู้ดีเลยจริง ๆ เฮียเจสันกลับมาบู๊ประจำช่วงเวลาอีกครั้ง กับหนังใหม่ของเขา "Mutiny" ที่ออกสตาร์ทเปิดตัวได้แบบซอฟต์ ๆ กับรายได้ 7.5 ล้านเหรียญ จาก 2,703 โรงฉาย ถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ และยังคงตอกย้ำสถานการณ์ความตกต่ำของหนังบู๊ได้อยู่ต่อไป โดยลีลาบู๊ของเฮียเจสันเรื่องนี้ได้คะแนนรีวิวเฉลี่ยในระดับกลาง ๆ ที่ 50% แต่ที่น่าวิตกก็คือหนังใช้ทุนสร้างค่อนข้างพอสมควรในระดับ 40 ล้านเหรีบญ แต่การเปิดตัวได้เพียงเท่านี้...ค่อนข้างจะเหนื่อยไม่เบาแน่ หนังดรามากระแสดีจากชีวิตในครัว "Tony" ได้ฤกษ์ฉายแบบวงกว้างอย่างเป็นทางการ ทำให้วีคนี้ขยับเข้ามาถึง Top 10 กับรายได้ 5 ล้านเหรียญ จากการฉาย 1,642 โรงฉายทั่วอเมริกา นี่คือหนังขวัญใจนักวิจารณ์ กวาดคะแนนได้สูงถึ 95% และกลายเป็นกระแสปากต่อปากที่ผู้ชมแห่แหนกันไปดู หลังได้ฤกษ์เพิ่มโรงฉายให้ทั่วประเทศ ขณะที่หนังเจาะกลุ่มสาว(ใหญ่) "Spa Weekend" ออกสตาร์ทไปเบาะ ๆ ที่ 3.1 ล้านเหรียญ จาก 2,009 ถือว่าเปิดตัวได้ไม่ค่อยมีอนาคตที่ดีสักเท่าไหร่ หวังจะมาเจาะกลุ่มผู้หญิงแต่เสียงรีวิวค่อนข้างสยอง "The Fast and the Furious" นำกลับมาฉายใหม่ฉลองครบ 25 ปี ก็ทำเงินติด Top 10 อยู่นะ กับรายได้ 3.1 ล้านเหรียญ นี่คือหนังคลาสสิกที่เป็นต้นกำเนิดของหนังแข่งรถซิ่งที่ท้าทายทุกกฎฟิสิกส์ ที่ล่าสุดกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการสร้างภาคจบในภาคที่ 11 ถัดมาอีกเรื่องที่เปิดตัวใหม่ก็คือ "The Magic Faraway Tree" หนังครอบครัวแฟนตาซีที่มี แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ แสดงนำ เปิดตัวไปแค่เบา ๆ เพียง 1.3 ล้านเหรียญ จาก 1,611 โรงฉาย ไม่ค่อยมีกระแสมากนัก แม้ว่าเสียงรีวิวจะค่อนข้างน่าพอใจ ได้คะแนนสูงถึง 79% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมี "Hot Spot" หนังไซไฟที่โดนรีวิวสับเละ เปิดตัวได้เหงา ๆ แค่ 250,000 เหรียญ จาก 268 โรงฉายทั่วอเมริกา เป็นอีกเรื่องที่ไม่น่าจะยืนโรงฉายได้ยืนยาว และ "It Ends" หนังระทึกขวัญวัยรุ่นกระแสดี ที่โกยรีวิวได้สูง 94% เปิดตัวฉายแบบวงจำกัดแค่ 5 โรงฉาย ด้วยรายได้ 60,512 เหรียญ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 12,000 เหรียญ ถือว่าค่อนข้างใช้ได้ โดยคาดว่าหนังจะมีการขยายวงกว้างเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ต่อไป สัปดาห์ถัดไปจะเป็นการส่งท้ายซัมเมอร์อย่างเป็นทางการ ที่มาพร้อมกับกองทัพหนังใหม่อีกกระบุง นำมาด้วยหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องล่าสุดของ ริดลีย์ สก็อต ใน "The Dog Stars" ร่วมด้วยหนังแอนิเมชันผสมไลฟ์แอคชันที่เกือบจะตายเพราะถูกอดีตค่ายหนังเดิมเขวี้ยงทิ้ง "Coyote vs. Acme" ต่อด้วยหนังเขย่าขวัญหรรษา "Buddy" หนังโรแมนซ์วัยใสฟอร์มเล็ก ๆ จากฝั่งอังกฤษ "Finding Emily" พร้อมทั้งหนังแอคชันพันธุ์ระห่ำวัยรุ่นชายแท้ "Idiots" และยังเป็นการพรีเมียร์ในอเมริกาอย่างเป็นทางการของ "Colony" หนังซอมบี้พันธุ์ใหม่จากเกาหลี Source: TheNumbers อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : [US Box Office] ส่งไดโนเสาร์มาฟาดแมงมุม ก็ยังไม่อาจโค่น "Spider-Man: Brand New Day" ลงจากบัลลังก์ได้ [US Box Office] พ่นใยสตรองต่อเนื่อง "Spider-Man: Brand New Day" เดินหน้าโกยสถิติใหม่ [US Box Office] สร้างปรากฏการณ์มหึมา Spider-Man: Brand New Day ปังไม่เกรงใจใคร [US Box Office] มหากาพย์ยังสตรองอยู่ "The Odyssey" ลอยลำโกยทรัพย์ปังต่อเนื่องในวีคที่ 2 [US Box Office] มหากาพย์สมราคาคุย "The Odyssey" ครองบัลลังก์ โกยรายได้ระดับอู้ฟู่! ------------------------------------ ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ร่วมเป็นสักขีพยานการกลับมาของวงร็อคระดับโลก “Oasis: Don't Look Back In Anger” เข้าฉาย IMAX เพียง 3 วันเท่านั้น
อ่าน

ร่วมเป็นสักขีพยานการกลับมาของวงร็อคระดับโลก “Oasis: Don't Look Back In Anger” เข้าฉาย IMAX เพียง 3 วันเท่านั้น

วงดนตรีระดับตำนานที่ทั่วโลกยกย่องกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อDisney+เตรียมนำOasis: Don't Look Back In Angerสารคดีฟอร์มยักษ์ของHulu Originalที่นำเสนอเรื่องราวการกลับมารวมตัวกันของOasisวงร็อกระดับไอคอนแห่งสหราชอาณาจักร เข้าฉายให้แฟน ๆ ได้ร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการดนตรีบนจอยักษ์ พร้อมประกาศความยิ่งใหญ่ด้วยการได้รับเลือกให้เปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกในงาน83rd Venice International Film Festivalก่อนเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่11กันยายนนี้ โดยในประเทศไทยจะเข้าฉายเพียง3วันเท่านั้น ระหว่างวันที่11 - 13กันยายน2569ในโรงภาพยนตร์ พร้อมระบบIMAX สารคดีเรื่องนี้เป็นผลงานจากMagna StudiosและSony Music Visionซึ่งสร้างสรรค์โดยSteven Knightนักเขียน โปรดิวเซอร์ และผู้กำกับผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลBAFTAและOscarเจ้าของผลงานPeaky BlindersและA Thousand Blowsพร้อมได้Dylan SouthernและWill LovelaceจากShut Up and Play the HitsและMeet Me in the Bathroomมารับหน้าที่กำกับ ถ่ายทอดหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของโลกดนตรีร่วมสมัยผ่านมุมมองที่ทั้งใกล้ชิดและทรงพลัง Oasis: Don't Look Back In Anger จะพาผู้ชมร่วมเดินทางไปกับLiam GallagherและNoel Gallagherซึ่งกลับมาขึ้นเวทีร่วมกันอีกครั้งในทัวร์Oasis Live 25ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นการคัมแบ็กของวงร็อกที่ทั่วโลกตั้งตารอ โดยสารคดีเรื่องนี้ถ่ายทอดทั้งความยิ่งใหญ่ของการแสดง ความผูกพันระหว่างศิลปินกับแฟนเพลง และอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตลอดการเดินทางของทัวร์คอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ ที่กลายเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางดนตรีที่สำคัญที่สุดของปี2025 นอกจากภาพการแสดงอันเปี่ยมด้วยพลัง ความพิเศษของOasis: Don't Look Back In Angerคือการเปิดประตูสู่เบื้องหลังที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน ตั้งแต่การซ้อม บรรยากาศหลังเวที ไปจนถึงช่วงเวลาบนเวที พร้อมบทสัมภาษณ์ร่วมกันครั้งแรกของNoel GallagherและLiam Gallagherในรอบกว่า20ปี ที่จะพาผู้ชมย้อนกลับไปมองเส้นทางของวง ความหมายของการกลับมาพบกันอีกครั้ง อีกทั้งยังพาไปสำรวจอิทธิพลทางวัฒนธรรมและพลังของบทเพลงที่ทำให้Oasisยังคงเป็นแรงบันดาลใจของผู้ฟังหลากหลายเจเนอเรชันทั่วโลกจนทุกวันนี้ ไม่เพียงเรื่องราวเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และฟุตเทจหาชมยากที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนOasis: Don't Look Back In Angerยังอำนวยการสร้างโดยSam BridgerและGuy Heeleyพร้อมทีมผู้อำนวยการสร้างKate Shepherd, Marisa Clifford, Davud Karbassioun, Tom Mackay, Krista Wegener, Thomas Benski, Isabel DavisและTim O'Sheaเสริมทัพด้วยทีมงานคุณภาพระดับรางวัลOscarทั้งผู้คว้ารางวัลด้านการมิกซ์เสียงJames MatherและTarn Willersผู้กำกับภาพHaris Zambarloukosรวมถึงทีมตัดต่อGeorge CraggและMartina Zamoloที่ร่วมกันสร้างสรรค์เรื่องราวที่ถ่ายทอดทั้งพลังของเสียงดนตรีและทุกอารมณ์ของการกลับมาครั้งสำคัญนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนทำให้สารคดีเรื่องนี้เป็นเหมือนบันทึกปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมวงการดนตรีโลก แฟนเพลงชาวไทยและคนรักเพลงร็อกอย่าพลาด มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ และเฉลิมฉลองให้กับมรดกทางดนตรีของวงร็อกระดับตำนานกับOasis: Don't Look Back In Angerเข้าฉายในไทย11 - 13กันยายนนี้3วันเท่านั้น ในโรงภาพยนตร์ พร้อมระบบIMAX ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

DELTA เมย์แบงก์เพิ่มคำแนะนำเป็น”ซื้อ” มองกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัวแรง
อ่าน

DELTA เมย์แบงก์เพิ่มคำแนะนำเป็น”ซื้อ” มองกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัวแรง

#DELTA #ทันหุ้น-บล.เมย์แบงก์(ประเทศไทย) ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำในหุ้นบริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เป็น"ซื้อ" จากเดิมแนะนำ"ถือ" แม้จะมีการปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 313 บาท จากเดิม 336 บาท เนื่องจากคาดว่ากำไรปกติในปี 2569 เติบโต 42% YoY และในปี 2570 เติบโต 47% YoY แม้ DELTA ยังซื้อขายที่พั/อี ปี 2570 ราว 72 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีอยู่ประมาณ 1SD แต่ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแล้วราว 27% จากจุดสูงสุด ทำให้เป็นจังหวะเข้าลงทุนที่น่าสนใจมากขึ้น เพื่อรับการฟื้นตัวของกำไรปกติในช่วงครึ่งหลังปี 2569 และไตรมาส 1/70 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น หรือ GPMขณะเดียวกันฝ่ายวิจัยยังเชื่อว่าธีมการเติบโตจาก AI จะยังคงแข็งแกร่ง โดยคากกำไรปกติในช่วงปี 2568-2571 จะเติบโตเฉลี่ย 41% ต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2565-2568 ที่เติบโตเฉลี่ย 17% และการเติบโตของรายได้จากลูกค้าองค์กรของ Microsoft และ Amazon ยังสะท้อนว่าการลงทุนด้าน AI และ Data Center Infrastructure เริ่มสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจนฝ่ายวิจัยปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569 ลง 12% เหลือ 3.3 หมื่นล้านบาท (+42% YoY) เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 2/69 ที่อ่อนแอกว่าคาด จากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่าปัจจัยลบส่วนใหญ่เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และคาดว่ากำไรปกติในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวแข็งแกร่งสู่ 1.8 หมื่นล้านบาท (+35% YoY, +27% HoH) จากการฟื้นตัวของ GPM และการเติบโตของยอดขาย นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มซัพพลาย เออร์รายใหม่เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ และคาดว่าการตั้งด้อยค่าสินค้าคง คลังประมาณ 800 ล้านบาท ที่บันทึกในไตรมาส 2/69 จะสามารถกลับรายการได้ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ อีกทั้ง DELTA จะเริ่มเดินเครื่องผลิตเชิงพาณิชย์ที่โรงงานแห่งใหม่ในบางปู ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังโดยคาดว่ากำไรปกติในปี 2570 อยู่ที่ 4.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% มีปัจจัยหนุนจากกำลังการผลิตใหม่จากโรงงานบางปู สัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว และผลิตภัณฑ์ระบบจ่ายไฟสำหรับ AI Server โดยคาดว่า GPM จะกลับมาขยายตัวตั้งแต่ไตรมาส 1/70 เป็นต้นไป เพราะสามารถทยอยผลักภาระต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้ ผ่านการเจรจาปรับราคาประจำปีราคาหุ้น DELTA วันนี้เคลื่อนไหวอยู่ที่ 270.00 บาท บวก 5.00 บาท หรือ 1.89% มีมูลค่าการซื้อขาย 1,974.65 ล้านบาท

"Red Velvet" ซัมเมอร์ควีนคัมแบ็ก พร้อมมินิอัลบั้มใหม่ "Velvet Summer"
อ่าน

"Red Velvet" ซัมเมอร์ควีนคัมแบ็ก พร้อมมินิอัลบั้มใหม่ "Velvet Summer"

ซัมเมอร์ควีน Red Velvet (เร้ด เวลเว็ท) คัมแบ็กในรอบ 2 ปี 2 เดือน พร้อมมินิอัลบั้มใหม่ Velvet Summer (เวลเว็ท ซัมเมอร์) ผลงานที่ถ่ายทอดกลิ่นอายของฤดูร้อนหลากหลายแบบในสไตล์ที่นุ่มนวลและเติบโตมากขึ้นของพวกเธอ ก่อนหน้านี้ Red Velvet (เร้ด เวลเว็ท) ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงสถานะ ซัมเมอร์ควีน ตัวแทนแห่งเค-ป็อปจากการสร้างสรรค์ผลงานเพลงฮิตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น 빨간 맛 (Red Flavor), Power Up, 음파음파 (Umpah Umpah) และ Queendom ทำให้การกลับมาพร้อมมินิอัลบั้มใหม่ Velvet Summer (เวลเว็ท ซัมเมอร์) สามารถดึงดูดความสนใจจากแฟนเพลงทั่วโลกได้เป็นอย่างดี สำหรับมินิอัลบั้มฤดูร้อน Velvet Summer (เวลเว็ท ซัมเมอร์) ได้รวบรวมรวมทั้งหมด 5 บทเพลง เริ่มตั้งแต่เพลงไตเติล Surfin' Boy (เซิร์ฟฟิน บอย) ที่เนื้อร้องทั้งหมดแต่งโดยสมาชิกในวงอย่าง JOY (จอย) พูดถึงการหวนนึกถึงฤดูร้อนอันร้อนแรงที่เคยใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ และการได้สร้างความทรงจำอันเปล่งประกายด้วยกันอีกครั้ง เพลงนี้เป็นเพลงแดนซ์ที่ผสมผสานกีตาร์บอสซาโนวาฟังสบาย จังหวะเรกเก้ที่ผ่อนคลาย และเฮาส์กรูฟที่มีสไตล์อย่างลงตัว ซึ่งไฮไลต์อยู่ตรงเสียงที่สดใสราวกับกำลังโลดแล่นอยู่บนผืนน้ำทะเลที่สะท้อนแสงแดด ร่วมด้วยการประสานเสียงร้องที่สดชื่นและชวนฝันของ Red Velvet (เร้ด เวลเว็ท) ด้านมิวสิกวิดีโอของเพลงไตเติล Surfin' Boy (เซิร์ฟฟิน บอย) ได้นำเรื่องราวของไซเรนและเจ้าชายกบมาตีความใหม่ตามสไตล์ของ Red Velvet (เร้ด เวลเว็ท) สร้างบรรยากาศอันน่าค้นหาที่ผสานความเป็นจริงเข้ากับจินตนาการ ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างร้อนแรงจากเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนของแต่ละสมาชิก รวมถึงความสามารถอันโดดเด่นของพวกเธอในการถ่ายทอดคอนเซปต์ดังกล่าวออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในมินิอัลบั้มนี้ยังมีเพลงป็อปแดนซ์ Hot Girls Cold Vibe (ฮอต เกิร์ลส์ โคลด์ ไวบ์) ที่แสดงถึงพลังความมั่นใจและเสน่ห์สุดคูลของสาว ๆ สุดฮอตที่กำลังขับรถเล่นในค่ำคืนฤดูร้อน, เพลง Orchestra (ออร์เคสตรา) ที่นำเพลง Lujon ของนักประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ชื่อดังชาวอเมริกัน Henry Mancini มาตีความใหม่ในสไตล์ร่วมสมัย, เพลงป็อปจังหวะปานกลาง Hula Hoop (ฮูลาฮูป) บอกเล่าความทรงจำของวันฤดูร้อนอันเจิดจ้าที่ผ่านไปและความสัมพันธ์อันล้ำค่า และเพลงแนวอะคูสติกป็อป Hawaii (ฮาวาย) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ JOY (จอย) แต่งเนื้อร้องด้วยตัวเอง บรรยายถึงช่วงเวลาแห่งการปล่อยวางความจริงอันเป็นทุกข์และความกังวลที่หนักอึ้งในชีวิตทิ้งไป เพื่อกลับไปค้นพบความฝันในวัยเยาว์และสัมผัสถึงอิสรภาพอีกครั้งราวกับได้ไปเที่ยวฮาวาย หลังจากที่มินิอัลบั้มฤดูร้อน Velvet Summer (เวลเว็ท ซัมเมอร์) วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็สามารถคว้าอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ใน 15 ประเทศทั่วโลก อาทิ ไทย, เดนมาร์ก, สวีเดน, ชิลี, เปรู, สิงคโปร์ ฯลฯ และติดอันดับ TOP10 รวม 28 ประเทศทั่วโลก ไม่เพียงเท่านี้ เพลงไตเติล Surfin' Boy (เซิร์ฟฟิน บอย) ยังทะยานสู่อันดับ 1 บนชาร์ต Real-time ของ Bugs ทันทีที่ปล่อยออกมา รวมถึงทุกเพลงในอัลบั้มยังติดชาร์ตเพลงดิจิทัลหลักในประเทศเกาหลีใต้ ทั้ง Melon และ Bugs นอกจากนี้ Red Velvet (เร้ด เวลเว็ท) ได้เผยความรู้สึกเกี่ยวกับการคัมแบ็กที่แฟน ๆ รอคอยในครั้งนี้ ดังนี้ IRENE (ไอรีน) : ฉันรู้สึกขอบคุณมาก ๆ เพราะฉันรู้ว่าการรอคอยของทุกคนนั้นมีค่ามาก ๆ ค่ะ มาสร้างความทรงจำดี ๆ ด้วยกันเยอะ ๆ เลยนะคะ SEULGI (ซึลกิ) : ขอบคุณที่รอคอยและคิดถึง Red Velvet กันนะคะ หวังว่าอัลบั้มนี้จะช่วยให้ทุกคนรู้สึกเย็นสบายในฤดูที่ร้อนระอุนี้นะคะ💕 WENDY (เวนดี้) : ขอบคุณทุกคนมาก ๆ สำหรับความรักและการสนับสนุนที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเสมอมานะคะ มาใช้เวลาช่วงฤดูร้อนปี 2026 อย่างมีความสุขไปพร้อมกับ Red Velvet กันนะคะ ! JOY (จอย) : ReVeluv (เรเวเลิฟ : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ของพวกเรา💚 ฉันจะตอบแทนการรอคอยอันยาวนานด้วยการแสดงที่ยอดเยี่ยมที่สุดค่ะ💚 ขอบคุณและรักเสมอนะคะ💚 YERI (เยริ) : ขอบคุณมาก ๆ ที่เชื่อในพวกเราและรอคอยกันนะคะ ! เพราะ ReVeluv พวกเราทั้ง 5 คนถึงสามารถยืนอยู่บนเวทีด้วยกันได้อีกครั้งค่ะ พวกเราตั้งใจเตรียมกันมาก ๆ หวังว่าทุกคนจะมอบความรักให้พวกเราเยอะ ๆ และมาอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ !

"เจมส์ เรืองศักดิ์" คัมแบ็กงานเพลงในรอบหลายปี ปล่อยซิงเกิลใหม่ "อัสดง"
อ่าน

"เจมส์ เรืองศักดิ์" คัมแบ็กงานเพลงในรอบหลายปี ปล่อยซิงเกิลใหม่ "อัสดง"

หลังห่างหายจากการทำอัลบั้มเต็มไปนาน จนแฟนเพลงต่างเฝ้ารอการกลับมา ล่าสุด เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ศิลปินคุณภาพเจ้าของบทเพลงฮิตมากมาย กลับมาพร้อมซิงเกิลใหม่ อัสดง เพลงเปิดตัวจากอัลบั้ม Present Tenseปัจจุบันกาล ผลงานที่สะท้อนตัวตน มุมมอง และความตั้งใจของเขาในฐานะศิลปินที่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน การกลับมาครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากความตั้งใจของเจมส์ที่ไม่อยากให้ตัวเองถูกจดจำเพียงในฐานะ อดีตนักร้องยุค 90 แต่ยังอยากเป็นศิลปินที่มีผลงานใหม่ให้ผู้ฟังได้ติดตาม จึงเป็นที่มาของอัลบั้ม Present Tenseปัจจุบันกาล ซึ่งเปรียบเสมือนการบันทึกเรื่องราวของ เจมส์ เรืองศักดิ์ ณ วันนี้ ทั้งในแง่ความคิด มุมมองชีวิต และแนวทางการทำงานดนตรี เจมส์เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวทั้ง Facebook: Ruangsak James Loychusak และ Instagram: @jamesruangsak.co.th ว่า ก่อนอื่นต้องบอกว่า อัสดง คือเพลงแรกที่ผมเลือกปล่อยจากอัลบั้มใหม่ Present Tenseปัจจุบันกาล ครับ เพลงนี้พิเศษสำหรับผม เพราะเป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ผมไม่ได้แต่งเอง ผมชวน Jc Janez (เจน เจนจิรา เฉียงเอก) มาร่วมงาน เพราะผมชอบวิธีการใช้ภาษาไทยของเธอมาก เธอเลือกใช้คำไทยที่สวยและคลาสสิก แต่กลับทำให้ฟังรู้สึกร่วมสมัยได้ อย่างคำว่า อัสดง และอีกหลายคำในเพลงซึ่งเด็กรุ่นใหม่อาจไม่ค่อยได้ยินกันแล้ว สำหรับผม นี่แหละคือความหมายของความร่วมสมัย ไม่ใช่การทิ้งของเก่า แต่เป็นการหยิบความงดงามของภาษาไทยมาผสมกับดนตรีในยุคนี้ให้เข้ากันอย่างลงตัว ส่วนดนตรี ผมได้ พี่เปี๊ยก ธนเดช ผาสุกธรรม ที่เคยทำงานด้วยกันมาตั้งแต่สมัย RS มาช่วยเรียบเรียงและทำงานในส่วนการมิกซ์เสียงให้ เพลงนี้เลยมีกลิ่นอายที่ทั้งคุ้นเคยและสดใหม่ในเวลาเดียวกัน และก็เป็นเพลงเดียวในอัลบั้มที่ผมเปิดโอกาสให้คนอื่นมาแต่งและเรียบเรียง ส่วนอีก 9 เพลงที่เหลือ ผมแต่ง เรียบเรียง และควบคุมการผลิตเองทั้งหมด เนื้อหาของ อัสดง พูดถึงการแอบรักคนคนหนึ่ง ทั้งที่รู้ว่าความรักครั้งนั้นอาจไม่มีวันเป็นจริง แต่ก็ยังเลือกที่จะมีความหวังต่อไป ผมตั้งใจให้เพลงนี้มีทั้งความเป็นไทยและความร่วมสมัย โดยเฉพาะวิธีการร้อง การอิมโพรไวซ์ ที่ผมพยายามออกแบบให้ฟังแล้วรู้สึกสดใหม่ แต่ยังรักษาอารมณ์ของเพลงเอาไว้ ส่วน Music Video ผมตีความคำว่า อัสดง ผ่านแสงยามเย็น ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงคนสองคนที่อยู่คนละที่ คนละโลก แม้จะไม่เคยได้พบกัน แต่ต่างก็อยู่ใต้แสงเดียวกัน เป็นความหวังเล็ก ๆ ของคนที่แอบรักใครสักคน และมีความสุขเพียงแค่ได้อยู่ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน หวังว่าทุกคนจะชอบ อัสดง และหวังว่าเพลงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเดินทางในอัลบั้ม Present Tenseปัจจุบันกาล ที่ผมตั้งใจทำมากที่สุดอัลบั้มหนึ่งในชีวิตครับ แฟนเพลงสามารถรับฟัง "อัสดง" ซิงเกิลแรกจากอัลบั้ม Present Tenseปัจจุบันกาล ได้แล้ววันนี้ทาง YouTube ช่อง James Academy : https://youtu.be/uU0R86BlyrQ?si=Spae7cHtinCrdm_c และทุกแพลตฟอร์ม Music Streaming :https://bfan.link/asadong พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของ เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ ผ่าน Facebook : Ruangsak James Loychusak และ Instagram: @jamesruangsak.co.th

"jaei" ส่งเพลงรักสดใสชวนฟัง "เธอน่าจะชอบนะ" ได้ "guncharlie" ร่วมแต่งให้
อ่าน

"jaei" ส่งเพลงรักสดใสชวนฟัง "เธอน่าจะชอบนะ" ได้ "guncharlie" ร่วมแต่งให้

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา สาว "จ๊ะอี๋ jaei (นวลจันทร์ ณ ถลาง)" สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ได้ปล่อยซิงเกิล "ไม่รู้ไม่รู้ (Maybe I Like You)" เพลงป็อปฟังสบายที่มีกลิ่นอายวินเทจมาแล้วนั้น ล่าสุด ได้พร้อมปล่อยซิงเกิลใหม่เพลงรักอีกเช่นเคยชื่อ "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" ซึ่งความพิเศษของเพลงนี้ ได้ศิลปินรุ่นพี่ร่วมค่ายอย่าง "guncharlie" มาร่วมแต่งคำร้องและทำนองให้อีกด้วย "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" เนื้อหาเล่าถึงโมเมนต์ในความรัก ความสัมพันธ์ ผ่าน มุมมองที่สดใสและน่ารักในแบบ "jaei" อีกเช่นเคย โดยเพลงนี้จะเปรียบการถ่ายรูปท้องฟ้าส่งให้ดูเป็นประโยคบอก "รักและคิดถึง" ของคนขี้อายคนหนึ่ง และได้ "guncharlie" มาเขียนเนื้อร้องและทำนองเพลงนี้ให้ โดยเขียนจากสิ่งที่ "jaei" เคยเล่าให้ฟังว่า "เวลาชอบใครก็จะชอบถ่ายท้องฟ้าไปให้ดู" หรือ "พอเจออะไรน่ารัก ๆ ก็จะนึกถึงเขาเสมอ และอยากให้เขาได้ดูด้วยเหมือนกัน" ซึ่งจะเล่าถึงคนบางคนที่อาจจะเขินกับการพูดคำว่ารัก ตรง ๆ เลยแสดงออกผ่านการส่งรูปน่ารัก ๆ หรือสิ่งที่เจอในชีวิตประจำวันให้ดู หรือส่งท้องฟ้าที่กำลังมองอยู่มา เพื่อแสดงให้เห็นว่า แม้จะไกลกันแต่เรายังคิดถึงเธอตลอด นอกจากนั้นในส่วนของดนตรี เพลงนี้ได้ "ปกป้อง Plastic Plastic" มาเรียบเรียงดนตรีให้ และ "แทน Lipta" ยังคงเป็นโปรดิวเซอร์อีกเช่นเคย ในส่วนของมิวสิกวิดีโอ "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" - "jaei" ได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่าน MV นี้ด้วยตนเอง โดยเล่าถึงการเป็น "นักสะสมท้องฟ้า" ที่คอยถ่ายท้องฟ้าส่งไปให้คนที่ชอบ ผ่านกล้องชนิดต่าง ๆ เพราะคิดว่าเขาเองก็น่าจะชอบเหมือนกัน อีกทั้งใน MV ยังถ่ายทำด้วยกล้อง iPhone อีกด้วย ติดตามฟังเพลง "เธอน่าจะชอบนะ (reminds me of you)" ได้แล้วทุกช่องทางมิวสิคสตรีมมิง และรับชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube : jaeicoolkid / Kicks Records

Janine Berdin ส่งเพลงใหม่ “PROMISE..!!!” สานต่อความปังจากเพลงไวรัลที่สายโวคอลแห่คัฟเวอร์
อ่าน

Janine Berdin ส่งเพลงใหม่ “PROMISE..!!!” สานต่อความปังจากเพลงไวรัลที่สายโวคอลแห่คัฟเวอร์

Janine Berdinนักร้อง นักแต่งเพลง และหนึ่งในศิลปินหญิงดาวรุ่งจากฟิลิปปินส์ เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของเพลงสุดไวรัลที่สายโวคอลแห่คัฟเวอร์ท้าพลังเสียงกันทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างWhat if I miss you for the rest of my life?จากอัลบั้มเดบิวต์LAB SONGS NG MGA TANGAที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนเพลงทั่วโลก ด้วยการปล่อยซิงเกิลใหม่PROMISE..!!!ซิงเกิลแรกจากDeluxe Editionของอัลบั้ม พร้อมพาทุกคนดำดิ่งสู่เรื่องราวของความรัก ความสูญเสีย และความโหยหา ผ่านบทเพลงที่เต็มไปด้วยความจริงใจและอารมณ์อันเข้มข้น PROMISE..!!!เป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่เคยอ้อนวอน ต่อรอง และให้คำสัญญากับอีกฝ่าย เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่กำลังจะจบลง สะท้อนช่วงเวลาของความสิ้นหวังที่หลายคนเคยเผชิญ รวมถึงความรู้สึกของคนที่เคยส่งข้อความอ้อนวอนอย่างสุดหัวใจ แม้อีกฝ่ายจะเพียงแค่อ่านแล้วไม่ตอบ ฟังเพลงPROMISE..!!!ของJanine Berdinที่นี่https://JanineBerdinTH.lnk.to/PROMISEPR Janine BerdinพูดถึงเพลงPROMISE..!!!ว่าฉันเขียนเพลงนี้จากช่วงเวลาที่เอาแต่ส่งข้อความไปอ้อนวอนเขาในMessengerโดยพิมพ์เป็นตัวใหญ่ทั้งหมด แต่สุดท้ายก็ถูกอ่านแล้วไม่ตอบ พอย้อนกลับไปนึกถึงตอนนั้นก็แอบเขินอยู่เหมือนกันค่ะ เพลงPROMISE..!!!ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์จริงของเธอ ที่เคยส่งข้อความอ้อนวอนคนรักผ่านMessengerที่อีกฝ่ายอ่านแล้วไม่ตอบทำให้ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยความจริงใจ ถ่ายทอดความเปราะบาง ความเจ็บปวด และความหวังที่ยังหลงเหลืออยู่ได้อย่างลึกซึ้ง กลายเป็นบทเพลงที่ไม่เพียงชวนให้ทุกคนนึกถึงความอกหักในอดีต แต่ยังค่อย ๆ พาพวกเขากลับไปสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นอีกครั้ง พร้อมเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน และค้นพบความสบายใจจากการรู้ว่าพวกเขาไม่เคยต้องเผชิญกับความรู้สึกเหล่านั้นเพียงลำพัง เมื่อได้ฟังเพลงPROMISE..!!!แล้ว หลายคนน่าจะคิดไปในทางเดียวกันว่าJanine Berdinคือหนึ่งในศิลปินดาวรุ่งแห่งวงการOPM (Original Pilipino Music)ที่น่าจับตามอง และด้วยอัลบั้มLAB SONGS NG MGA TANGAเวอร์ชั่นDeluxe Editionแฟน ๆ จะได้สัมผัสบทเพลงใหม่ ๆ ที่เติมเต็มจักรวาลทางอารมณ์ของอัลบั้มนี้มากยิ่งขึ้น และพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ฟังหน้าใหม่ได้ค้นพบตัวตนและโลกดนตรีของJanine Berdinมากยิ่งขึ้น โดยอัลบั้มDeluxe Editionที่มาพร้อมเพลงใหม่4เพลง จะปล่อยให้แฟน ๆ ได้ฟังพร้อมกันในวันที่31กรกฎาคมนี้

"EARTH PATRAVEE" ส่งซิงเกิล "เป็นฉันที่คิดผิดไป" ดึง "เป้ อารักษ์" ร่วมแสดง MV
อ่าน

"EARTH PATRAVEE" ส่งซิงเกิล "เป็นฉันที่คิดผิดไป" ดึง "เป้ อารักษ์" ร่วมแสดง MV

หลังจากพาผู้ฟังอบอุ่นหัวใจไปกับซิงเกิลที่ "กี่ฤดู (Heart Is Home)" จากอัลบั้ม "HEART IS HOME" ศิลปินหญิงมากความสามารถจาก BOXX MUSIC อย่าง "Earth Patravee (เอิ๊ต ภัทรวี)" กลับมาถ่ายทอดอีกหนึ่งมุมของความรักผ่านซิงเกิลใหม่ล่าสุด "เป็นฉันที่คิดผิดไป (Grow Old/Apart)" เพลงของคนที่เคยฝากอนาคตไว้ในคำสัญญาของใครบางคน แต่สุดท้ายกลับต้องเป็นฝ่ายเรียนรู้ว่า มีเพียงตัวเองเท่านั้นที่เชื่อในคำว่าตลอดไป "คิดว่าเราจะแก่ไปด้วยกัน แบบที่เธอสัญญา" สาว "เอิ๊ต ภัทรวี" พูดถึงแรงบันดาลใจในการเขียนเพลงนี้ว่า "เป็นเพลงที่เราลองแต่งบนคอร์ดง่าย ๆ 3-4 คอร์ดก่อน ในช่วงหลัง ๆ ของการทำอัลบั้มคำว่าแก่ไปด้วยกัน ลอยขึ้นมาจากการฟังเพลงรัก แล้วทำให้นึกถึงความรักในวัยที่ไร้เดียงสา วันที่เราพูดคำว่าตลอดไป แบบที่ไม่ได้เข้าใจมันจริง ๆ หรอก ว่ามันคืออะไรกันแน่ ในวันนั้น เราเชื่อแบบนั้นจริง ๆ เราเชื่อว่าในความสัมพันธ์ ไม่มีใครตั้งใจหลอกกันหรอก แต่อาจจะมีฝ่ายหนึ่งที่พูดประโยคคำสัญญาขึ้นมา โดยที่ไม่ได้เข้าใจมันจริง ๆ" สำหรับพาร์ทดนตรี เพลงนี้ใช้กิมมิกของวัยเยาว์ ด้วยการใช้เสียงต่าง ๆ ที่ทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ไร้เดียงสา ไม่ว่าจะเป็นเสียงกดเทป เสียงร้องที่ถูกทำให้รู้สึกเหมือนอัดมาจาก soundabout ยุคก่อน และตั้งใจเอาเครื่องสายมาบิ้วความรู้สึก โดยใช้กีต้าร์ไฟฟ้าที่ซาวด์ค่อนข้างแตกต่างจากเพลงอื่น ๆ ติดร็อกนิด ๆ เพื่อดึงให้ความรู้สึกต่างกันอย่างชัดเจน ก่อนจะกลับมาอยู่กับตัวเองและกีต้าร์โปร่งอีกครั้ง ในด้าน Music Video ได้รับเกียรติจาก "เป้ อารักษ์" มาร่วมแสดงด้วย เพลงนี้ เอิ๊ตตั้งใจอยากจะลองท้าทายตัวเองในด้านการแสดง ด้วยความที่รู้สึกว่าตัวเองรู้จักเพลงนี้เป็นอย่างดี และอยากจะลองรู้จักเพลงนี้ในอีกแง่มุมของการสื่อสาร เอิ๊ตเล่าว่า "ได้ร่วมงานกับพี่เป้ ซึ่งเก่งมาก ตอนแรกยอมรับว่าเกร็งมากเลยค่ะ แต่พอได้คุยและทำงานร่วมกันไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มผ่อนคลาย โดยเฉพาะในซีนอารมณ์ พี่เป้คอยช่วยแนะนำตลอด ทำให้รู้สึกไว้ใจและกล้าแสดงออกมากขึ้น เหมือนได้แลกเปลี่ยนความรู้สึกบางอย่างผ่านการแสดง เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆ แต่ก็ยังแอบเขินนิด ๆ เวลาดูตัวเองในจออยู่ดีค่ะ" "เป็นฉันที่คิดผิดไป (Grow Old/Apart)" จึงเป็นอีกหนึ่งบทบันทึกของความรักที่เคยสวยงาม แต่สุดท้ายกลับเหลือเพียงความทรงจำของคำสัญญาในวันวาน และความเข้าใจที่ค่อย ๆ ตกตะกอนขึ้นหลังทุกอย่างจบลงว่า ที่ผ่านมาอาจมีเพียง "ฉัน" เท่านั้น ที่เชื่อในคำว่าตลอดไป จนสุดท้ายเหลือเพียงความรู้สึกว่า "เป็นฉันที่คิดผิดไป" ติดตามฟัง "เป็นฉันที่คิดผิดไป (Grow Old/Apart)" จาก "Earth Patravee" ได้แล้ววันนี้บนทุกสตรีมมิงแพลตฟอร์ม และรับชม Music Video ได้ที่ YouTube : Earth Patravee ติดตาม "EARTH PATRAVEE" และผลงานของเธอได้ที่ : Facebook : https://www.facebook.com/EarthPatravee X : https://x.com/EarthPatravee Instagram : https://www.instagram.com/earthpatravee/ TikTok : https://www.tiktok.com/@earthp YouTube : https://www.youtube.com/@EarthPatraveeMusic

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน
อ่าน

KGI จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน

#ทันหุ้น – บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จัด 3 หุ้นเด่น แนะเก็งกำไร ตามปัจจัยพื้นฐาน ได้แก่ SPA ให้เป้าพื้นฐาน 3.9 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคาสร้างฐานมีโอกาส Rebound ประเมินแนวรับ 3.0 บาท / แนวต้าน 3.16 – 3.20 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไปค่าเฉลี่ย 200 วัน (EMA) +/- 3.4 บาท (Stop loss 2.92 บาท) 2) ประเมินนักท่องเที่ยวฟื้นตัวหนุนผลการดำเนินงาน Q2/69 ฟื้นตัวต่อ ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยกว่าคาด ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะชาวจีนที่เป็นลูกค้าหลักของ SPA หนุนอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ใน Q2/69 ให้ยังเติบโตในระดับ Mid-single digit 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-16 เท่า (ยังต่ำกว่า -1 SD ที่ราว 20 เท่า) ขณะที่คาดกำไรปีนี้จะเริ่มมกลับมาโต +30% YoY หลังลดลง YoY มาหลายปีติดต่อกันหุ้น SCGP ให้เป้าพื้นฐาน 28 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway up ลุ้นทำจุดสุงใหม่ ประเมินแนวรับ 25 บาท / แนวต้าน 26.25 – 27.0 บาท กรณีแกว่งตัวขึ้นผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 30 บาท (Stop loss 24.5 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร Q2/69 ฟื้นต่อเนื่อง ประเมินอัตรากำไรจะฟื้นตัวต่อเนื่องจาก Q1/69 จากราคากระดาษในภูมิภาคที่ปรับขึ้น (อุปทานกระดาษทุนต่ำในภูมิภาคจากจีนลดลง) การจัดหากระดาษลูกฟูกเก่าใช้แล้วได้มากขึ้น (เป็นบวกต่ออัตรากำไร) และธุรกิจ Fajar ทยอยฟื้นตัว ขณะที่คาดแนวโน้มเศรษฐกิจในภูมิภาคได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางน้อยกว่าคาด 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-20 เท่า (ต่ำกว่า -1SD ที่ 22 เท่า) ขณะที่คาดกำไรปีนี้ฟื้นตัว +37% YoYหุ้น MRDIYT ให้เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท โดย 1) ประเมินแนวโน้มราคา Sideway ในกรอบฯ แนะนำ “ซื้ออ่อนตัว” แนวรับ 8.8 บาท / แนวต้าน 9.25 – 9.45 บาท กรณีแกว่งตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 9.65 บาท (Stop loss 8.6 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเข้า FTSE SET Mid-Cap Index และลุ้นเข้า SET50 ต่อจาก MSCI ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ และ FTSE Russell ประกาศ MRDIYT เข้าคำนวณในดัชนี FTSE SET Mid-Cap Index (มีผล 22 มิ.ย.) และฝ่ายวิจัยฯคาดมีโอกาสเข้าคำนวณดัชนี SET50 สำหรับรอบ 2H69 (คาดประกาศกลางเดือน มิ.ย.นี้) คาดหนุนเม็ดเงินลงทุนนักลงทุนสถาบัน 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 17.5 เท่า (ต่ำกว่า -2SD ของกลุ่มค้าปลีกที่ 18.6 เท่า)

"JayQ" ปล่อยซิงเกิลใหม่ "WIRUNJUMBANG" เล่าชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์ ชวน "2ectasy" แจมสุดเดือด
อ่าน

"JayQ" ปล่อยซิงเกิลใหม่ "WIRUNJUMBANG" เล่าชีวิตเริ่มต้นจากศูนย์ ชวน "2ectasy" แจมสุดเดือด

"JayQ (เจคิว)" ศิลปินจากยูนิต bYOND ภายใต้การดูแลของ Believe Artist Services กลับมาอีกครั้งกับซิงเกิลใหม่ชื่อ "WIRUNJUMBANG" หรือ "วิรุฬจำบัง" ผลงานที่เขาถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของตัวเองในฐานะศิลปินที่ค่อย ๆ สร้างตัวตนตั้งแต่อายุ 17 ปี แรงบันดาลใจในการทำเพลงนี้ มาจากตัวละครพญายักษ์ในวรรณคดีไทยชื่อ "วิรุฬจำบัง" ซึ่ง "JayQ" ได้นำมาใช้เปรียบกับตัวเองขณะอยู่บนเวที ที่เขาต้องแสดงออกอย่างเต็มที่ มีพลัง และดูแข็งแกร่ง แต่เมื่อก้าวลงจากเวทีแล้ว เขายังคงเป็นวัยรุ่นที่มีด้านอ่อนโยนและต้องการคนที่เข้าใจเขาในแบบที่เขาเป็น โดยเนื้อหาของเพลงพูดถึงการเริ่มต้นจากศูนย์ การฝ่าฟันแรงกดดันรอบด้านและความต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเองผ่านดนตรี เพื่อชีวิตของตัวเองและเป้าหมายที่วางไว้ โดย "JayQ (เจคิว)" ได้เล่าถึงเพลงนี้ไว้ว่า "Im on the stage ผมกลายเป็นยักษ์ feel like วิรุฬจำบัง ผมเริ่มต้นจากศูนย์ ทำทุกอย่างไม่ง่ายเลย แต่ที่ผมยังเดินต่อก็เพราะอยากทำเพื่อชีวิต และเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความพยายามมันเปลี่ยนโชคชะตาได้จริง ๆ" นอกจากนี้ยังได้ชวน "2ectasy" ศิลปินที่กำลังมาแรงในขณะนี้มาร่วมฟีเจอริงด้วย โดยพาร์ทของ 2ectasy เน้นถ่ายทอดความรู้สึกของการเผชิญหน้ากับแรงกดดันในฐานะคนที่ต้องอยู่เบื้องหน้า ซึ่งช่วยเพิ่มความหนักแน่นให้กับเพลงได้อย่างลงตัว ก่อนที่บทสรุปของเพลงจะพากลับมาสู่ความรู้สึกเรียบง่ายถึงวันที่เหนื่อยที่สุด สิ่งที่ต้องการจริง ๆ อาจเป็นแค่คนที่คอยอยู่ข้าง ๆ และเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เรียกได้ว่าเพลง "WIRUNJUMBANG (วิรุฬจำบัง)" เต็มไปด้วยตัวตนที่ชัดเจนของ "JayQ" ไว้อย่างครบถ้วนกับการแรปที่มีเอกลักษณ์ผสมกับเมโลดี้ที่ฟังเรียบง่ายและติดหู ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่มีทั้งความแข็งแกร่งและความอ่อนไหวในเวลาเดียวกัน สามารถติดตามฟัง "WIRUNJUMBANG (วิรุฬจำบัง)" ได้แล้วบนทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และรับชม Music Video ได้ทาง YouTube ช่อง JayQ

“Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” ปล่อยตัวอย่างเต็ม เผยเรื่องราวสุดเข้มข้นรับฤดูแสนอบอุ่น
อ่าน

“Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ” ปล่อยตัวอย่างเต็ม เผยเรื่องราวสุดเข้มข้นรับฤดูแสนอบอุ่น

จากคืนที่เป็นแค่การแต่งเพลงเล่น ๆ สู่เพลงฮิตที่ดังไปทั่วโลก เมื่อความสำเร็จเริ่มเปลี่ยนทุกอย่าง คำถามคือใครกันแน่ที่ควรเป็นเจ้าของเพลงนี้? ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ปล่อยตัวอย่างเต็มPower Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณผลงานเรื่องล่าสุดของJohn CarneyจากBegin Again, OnceและSing Streetเผยอีกด้านของบทเพลง ความสัมพันธ์ และคำถามเบื้องหลังความสำเร็จ ก่อนไปร่วมค้นหาคำตอบของบทเพลงนี้11มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ เรื่องราวการพบกันโดยบังเอิญของริค (นำแสดงโดยPaul Rudd)นักร้องนำวงดนตรีงานแต่ง และแดนนี่ (นำแสดงโดยNick Jonas)อดีตบอยแบนด์ชื่อดัง นำไปสู่บทเพลงหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ของเสียงดนตรี เรื่องราวค่อยๆ พาไปสู่เส้นทางของชื่อเสียง ความฝัน การยอมรับ และสิ่งที่อาจต้องแลกมา เมื่อบทเพลงหนึ่งบทเพลงไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความไพเราะ หากยังซ่อนคำถามบางอย่างไว้เบื้องหลัง และอาจเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล โดยตัวอย่างเต็มที่ปล่อยออกมา ได้เผยให้ผู้ชมเห็นเรื่องราวที่เข้มข้นขึ้น ทั้งความสัมพันธ์ ปมเบื้องหลังความสำเร็จ และคำถามสำคัญที่ซ่อนอยู่ภายใต้บทเพลงหนึ่งเพลง อีกทั้งยังเผยให้เห็นมิติของตัวละครที่ถ่ายทอดโดยPaul RuddและNick Jonasสองนักแสดงต่างเสน่ห์มากฝีมือ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าติดตามว่าภาพยนตร์จะพาผู้ชมไปสู่บทสรุปของบทเพลงนี้อย่างไร ร่วมด้วยPeter McDonaldที่วางมือตราตำรวจจากTHE BATMANมาร่วมเขียนบทและแสดง ขณะที่การกำกับของJohn Carneyที่ได้Yaron Orbachกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากBegin AgainและSing Streetยังช่วยขับเสน่ห์ของภาพและบรรยากาศให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าติดตามยิ่งขึ้น นอกจากนี้Power Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณได้รับเสียงตอบรับจากเทศกาลภาพยนตร์ทั่วโลก การันตีด้วยรางวัลBest FeatureจากAnnapolis Film Festival 2026และBoulder International Film Festival 2026รวมถึงรางวัลSpecial Jury PrizeสาขาMusic in FilmจากDesertscape International Film Festival 2026และกวาดคะแนนความประทับใจจากนักวิจารณ์87%บนRotten Tomatoesพร้อมตราMust-SeeจากMetacritic พบกับเรื่องราวของPower Ballad เพราะเพลงนี้ เพลงของคุณ11มิถุนายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"ไอซ์-บิ๊ก" ประเดิมซีรีส์แนวตั้ง TrueID Short Drama "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน" แซ่บบ้านสะเทือน
อ่าน

"ไอซ์-บิ๊ก" ประเดิมซีรีส์แนวตั้ง TrueID Short Drama "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน" แซ่บบ้านสะเทือน

ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และไม่มีท่าทีแผ่วลงเลย สำหรับซีรีส์แนวตั้ง หรือ TrueID Short Drama ที่ทางทรูไอดี พร้อมคัดสรรนำมาเสิร์ฟให้แฟน ๆ ได้รับชม ล่าสุดหน้าร้อนพร้อมเสิร์ฟกับซีรีส์แนวตั้งเรื่องใหม่ล่าสุด "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน (Revenge From The Future Me)" ซีรีส์แนวดรามาสะใจ นำแสดง 4 นักแสดงที่คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีอย่าง "ไอซ์ อธิชนัน, บิ๊ก ณทรรศชัย, จอร์จ ฐปนัท และ วินนี่ ศิภัชรดา" "ไอซ์-บิ๊ก" ประเดิมซีรีส์แนวตั้ง "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน" สมัครแพ็กเกจ TrueID Short 30 Day สมัครเลย จากราคาปกติ 379 บาท เหลือเพียง 199 บาท ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 18 มิถุนายน 2569 เท่านั้น "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน (Revenge From The Future Me)" ว่าด้วยเรื่องราวของ ทอฝัน (ไอซ์ อธิชนัน) ที่แต่งงานและใช้ชีวิตกับ วายุ (จอร์จ ฐปนัท) ได้ 3 ปี วันหนึ่งเธอพบความจริงว่า สามีแอบมีสัมพันธ์ลับกับ แพรไหม (วินนี่ ศิภัชรดา) ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเธอ และยิ่งเจ็บใจเมื่อรู้ว่าทั้งคู่ไม่ได้รู้สึกผิด แถมยังวางแผนฆ่าเธอเพื่อหวังเงินประกัน วายุ พลั้งมือทำร้าย ทอฝัน จนหัวกระแทกพื้น ทอฝัน ตื่นมาอีกครั้งในช่วงเวลาในอดีต ที่บ้านหลังเดิม และได้พบกับ อชิระ (บิ๊ก ณทรรศชัย) เพื่อนของวายุที่เคยถูกวายุโกงเงินไป ครั้งนี้เธอจึงเริ่มวางแผนต่าง ๆ อย่างแยบยล เพื่อแก้ไขสิ่งที่เคยเกิดขึ้น เธอไม่ได้ลงมือทำร้ายใคร ไม่ได้ล้างแค้นด้วยความรุนแรง เธอเพียงเปิดเผยความจริง และปล่อยให้ผลของการกระทำ ย้อนกลับไปหาคนที่ก่อมันขึ้นมาเอง แฟน ๆ สามารถรับชม TrueID Short Drama เรื่อง "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน (Revenge From The Future Me)" ได้ฟรี 9 ตอนแรก จากทั้งหมด 50 ตอน โดยสามารถกดซื้อแพ็กเกจเพื่อรับชมเพิ่มได้เลย เพราะทรูไอดีดูช็อตไม่ช็อตฟีล อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ส่อง 4 นักแสดง TrueID Short Drama "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน (Revenge From The Future Me)"

"Lonely Loud Fest 2" คัมแบ็กเปิดตี้คนขี้เหงา ปักหมุดรอกดบัตร Early Bird 1 มิ.ย.นี้
อ่าน

"Lonely Loud Fest 2" คัมแบ็กเปิดตี้คนขี้เหงา ปักหมุดรอกดบัตร Early Bird 1 มิ.ย.นี้

หลังสร้างปรากฏการณ์ "เทศกาลของคนขี้เหงา" จนกลายเป็นงานมิวสิกเฟสติวัลที่ถูกพูดถึงอย่างมากบนโลกโซเชียล ทั้งบรรยากาศสุดอบอุ่น โมเมนต์ฮีลใจ และเสียงเพลงที่เข้าถึงทุกความรู้สึกของคนฟัง ล่าสุด "Lonely Loud Fest" พร้อมกลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับ "Lonely Loud Fest 2" ที่ครั้งนี้อัปเกรด เติมความเลิศมากกว่าเดิม และไลน์อัปศิลปินแบบจัดเต็ม พร้อมเนรมิตค่ำคืนแห่งความเหงาให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขอีกครั้ง จากกระแสตอบรับถล่มทลายในครั้งแรก ทำให้การกลับมาของ "Lonely Loud Fest 2" กลายเป็นหนึ่งในมิวสิกเฟสติวัลที่แฟนเพลงรอคอย โดยครั้งนี้เตรียมเปิดพื้นที่ให้คนขี้เหงาได้ปลดปล่อยทุกความรู้สึก ผ่านคอนเซ็ปต์เทศกาลที่อยากชวนทุกคนมาตะโกนบอกโลกว่า "เราอยู่ได้นะ!" ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน ก็มาสนุกและฮีลใจไปพร้อมกันได้ ด้วยเพลงฮิต เพลงเศร้า เพลงรัก โดย "Lonely Loud Fest 2" จะจัดขึ้นในวันที่ 20 กันยายน นี้ ณ UNION HALL, UNION MALL พร้อมขนทัพศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยมาร่วมบรรเทาความเหงา ไม่ว่าจะเป็น NONT TANONT, INK WARUNTORN, BOWKYLION, PUN, 4EVE และ POLYCAT ภายในงานยังเตรียมกิจกรรม มุมถ่ายรูป และเซอร์ไพรส์อีกเพียบ ที่จะทำให้ "Lonely Loud Fest 2" ไม่ใช่แค่มิวสิกเฟสติวัลทั่วไป แต่คือประสบการณ์แห่งความสุขที่แฟนเพลงจะได้กลับบ้านพร้อมความทรงจำดี ๆ อีกครั้งแน่นอน แฟนเพลงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะบัตร Early Bird ราคาเพียง 799 บาท จากราคาปกติ 1,299 บาท จะเปิดจำหน่ายวันที่ 1 มิถุนายน นี้ เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป และเปิดขายถึงวันที่ 30 มิถุนายนเท่านั้น ทาง TICKET MELON สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง FACEBOOK / X / Instagram /TikTok : RS Multimedia Entertainment

Coming Soon
ดู

Coming Soon

MIRESI : Invisible Future เกม RPG ท่องเวลาไปเซฟอนาคต ปล่อย PV ตัวใหม่ให้รับชมแล้ว!
อ่าน

MIRESI : Invisible Future เกม RPG ท่องเวลาไปเซฟอนาคต ปล่อย PV ตัวใหม่ให้รับชมแล้ว!

MIRESI : Invisible Future เกม Time-Travel RPG ที่จะให้เราท่องเวลาไปเซฟอนาคต จาก Smilegate และ Control 9 ซึ่งได้เหล่าคนที่เคยร่วมงานกับเกม Goddess of Victory: NIKKE มาร่วมด้วย ล่าสุดได้ปล่อย PV ตัวใหม่ ของเกมออกมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นกันก่อนแล้ว! บอกเลยว่างานดีมาก!#MIRESI 2nd PV releasedA fleeting glimpse of a sweet and peaceful illusionin the midst of an endless battle."This comforting world is but a hoax, and I must wake from it."...The choice that will save the girls lies ahead...📺HD Versionhttps://t.co/s7kL4oaqWq… pic.twitter.com/hUiA7f3dLw— MIRESI: Invisible Future (@Miresi_en) May 11, 2026 "อนาคตที่เราจะได้อยู่เคียงข้างท่าน Councilor แทนที่จะเป็นฝันร้ายที่ฉายซ้ำไปซ้ำมาไม่จบสิ้น อนาคตแบบนั้น เราจะไปถึงได้จริง ๆ ใช่ไหม ในคราวนี้?"MIRESI : Invisible Future PV TeaserDescription ของคลิปนี้ตัวเกมจะไปออกงาน Anime Expo 2026 ด้วย รอติดตามข่าวสารกันต่อไปได้เลย

กลับมาอีกครั้ง! TELEx TELEXs : The Next Chapter การกลับมาของเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย
อ่าน

กลับมาอีกครั้ง! TELEx TELEXs : The Next Chapter การกลับมาของเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย

หลังจากห่างหายไปใช้ชีวิตและเก็บเกี่ยวเรื่องราวกันพักใหญ่ วันนี้ TELEx TELEXs กลับมาอีกครั้งในปี 2026 พร้อมบทใหม่ของการเดินทางทางดนตรี ในรูปแบบดูโอที่เข้มข้นกว่าเดิม โดย ออม (ร้องนำ) และ นาว (กีตาร์) จับมือกันพาเสียงดนตรีที่แฟน ๆ คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง แม้วันนี้สมาชิกจะเหลือเพียงสองคน แต่หัวใจของความเป็นเพื่อนและตัวตนทางดนตรียังคงชัดเจนเหมือนเดิม การกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ หากแต่เป็นการ เดินต่อ ตลอด 78 ปีที่ผ่านมา TELEx TELEXs พาผู้ฟังด่ำดิ่งไปกับซาวด์ Synth-Pop เหงา ๆ ผ่านบทเพลงอย่าง 1991-1993, Shibuya และ หรือฉันเองที่ขังเธอไว้ในความทรงจำ จนกลายเป็นเหมือนเพื่อนที่อยู่เคียงข้างทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิตใครหลายคน ซิงเกิลใหม่ครั้งนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็น สะพาน เชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน สะท้อนช่วงเวลาที่วงหายไป ขณะที่แฟนเพลงต่างได้พบเจอเรื่องราวและผู้คนใหม่ ๆ ในชีวิต แต่เมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ดนตรีของ TELEx TELEXs ยังคงเป็น Safe Zone หรือ ที่พักใจ ที่ทุกคนสามารถกลับมาได้เสมอ พร้อมส่งต่อสาระสำคัญว่า เรายังอยู่ข้างกัน และจะไปต่อด้วยกัน การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงปล่อยเพลงใหม่ แต่คือการยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและแฟนเพลง ว่าการเดินทางของ TELEx TELEXs และผู้ฟังจะยังคงดำเนินเคียงข้างกันต่อไป สามารถรับชมมิวสิควิดีโอเพลง พบกันอีก.. ได้แล้ววันนี้ทาง Youtube : TELEx TELEXs และติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ทาง Facebook, Instagram, TikTok: TELEx TELEXs และ Facebook : Juicey / Instagram: juiceyisyours MV LINK: https://youtu.be/VdxiBx-jzug?si=c4P6EK6uCMlTIbAU

เปิดวิธีรับชมซีรีส์แนวตั้ง TrueID Short Drama เรื่อง "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน" ทำตามนี้ดูได้ยาว
อ่าน

เปิดวิธีรับชมซีรีส์แนวตั้ง TrueID Short Drama เรื่อง "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน" ทำตามนี้ดูได้ยาว

เปิดวิธีรับชม TrueID Short Drama ซีรีส์ไทยแนวตั้งเรื่อง "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน (Revenge From The Future Me)" แนวดรามา ชวนลุ้นทุกนาที นำแสดงฝีมือคุณภาพโดย "ไอซ์ อธิชนัน, บิ๊ก ณทรรศชัย, จอร์จ ฐปนัท และ วินนี่ ศิภัชรดา" พร้อมแล้วตามไปดูวิธีรับชมที่แสนง่าย แค่ทำตามก็ดูไปฟินไปได้แบบยาว ๆ เปิดวิธีรับชมซีรีส์แนวตั้ง "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน" และพิเศษสุด! กับแพ็กเกจสุดปังรับซัมเมอร์นี้ ดูความบันเทิงพรีเมียมไม่อั้น ในราคาสุดฮอตสามารถรับชม TrueID Shortsจากราคาเดือนละ 359 บาทเหลือ 299 บาทเท่านั้นเฉพาะตั้งแต่วันที่ 2-30 เมษายน 2569กดสมัครที่นี่ได้เลย https://trueid.onelink.me/D7LM/l5a5vds9**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด (คลิกเพื่ออ่าน) วิธีรับชม TrueID Short Drama ขั้นตอนแสนง่าย ดังนี้ 1. เข้าไปที่แอปพลิเคชั่น ทรูไอดี 2. จากนั้นดูแถบเมนูด้านล่าง เลือกคำว่า Watch หรือ ดู 3. เลือกแถบด้านบนคำว่า Short Drama 4. เลือกรับชมซีรีส์แนวตั้งที่คุณอยากดูได้เลย 5. หรืออีกวิธีคือ เซิร์ชชื่อเรื่องที่ช่องค้นหา จากนั้นเลือกที่ ช็อตดรามา / Short Drama และกดดูซีรีส์แนวตั้งที่คุณอยากดูได้เลย แฟน ๆ สามารถรับชม TrueID Short Drama เรื่อง "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน (Revenge From The Future Me)" ได้ฟรี 9 ตอนแรก จากทั้งหมด 50 ตอน โดยสามารถกดซื้อแพ็กเกจเพื่อรับชมเพิ่มได้เลย เพราะทรูไอดีดูช็อตไม่ช็อตฟีล อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "ไอซ์-บิ๊ก" ประเดิมซีรีส์แนวตั้ง TrueID Short Drama "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน" แซ่บบ้านสะเทือน ส่อง 4 นักแสดง TrueID Short Drama "เกิดใหม่ครั้งนี้ฉันขอทวงคืน (Revenge From The Future Me)"

ชาร้อนแก้วนี้ฉันเสิร์ฟให้คุณนะ!! “MINTTY” คัมแบ็ครอบนี้ มาพร้อม “HOT TEA” ได้ทีมเกาหลีคุมโปรดิวซ์!
อ่าน

ชาร้อนแก้วนี้ฉันเสิร์ฟให้คุณนะ!! “MINTTY” คัมแบ็ครอบนี้ มาพร้อม “HOT TEA” ได้ทีมเกาหลีคุมโปรดิวซ์!

MINTTY (มินท์ตี้)หรือมิ้นท์-วรัญช์รักษ์ พรปวีณ์วรกุลศิลปินหญิงเดี่ยวมากความสามารถ ครั้งหนึ่งเธอเคยเดบิวต์เป็นไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปK-POPที่ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้ชื่อTINY-G (ไทนี่-จี)เธอคือเลือดศิลปินโดยแท้ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไกลถึงประเทศเกาหลีใต้แม้จะห่างหายจากการงานเพลงไปนาน จนปัจจุบันขยับบทบาทมาเป็นCEOของค่ายMFlow Musicภายใต้MFlow Entertainmentดูแลงานเบื้องหลังซีรีส์วาย (Y-Series)และยังเดินหน้าอีกChapterลุยเล่นซีรีส์หลายบทบาทด้วยตัวเอง แต่เธอไม่เคยหยุดความฝัน หรือหยุดพัฒนาตัวเองเลยสักครั้ง เพราะเส้นทางศิลปินคือความฝันตั้งต้นของเธอMINTTY (มินท์ตี้)กลับมาอีกครั้ง พร้อมเปิดตัวซิงเกิลสากลล่าสุด ในชื่อHOT TEAเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพลัง และความมั่นใจของผู้หญิงสมัยใหม่ ที่นิยามเอาไว้ว่า ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องไล่ล่าตามใคร หรือพยายามจะเป็นเหมือนใคร แค่เป็นตัวเองในทุกย่างก้าว ก็สามารถดึงดูด และสะกดทุกสายตาได้ทันทีเหมือนกันเรื่องราวของHOT TEAเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเสน่ห์ และตัวตนที่ชัดเจน ให้รสสัมผัสเหมือนกำลังจิบชาร้อน ที่ทั้งอบอุ่น และเข้มข้นในเวลาเดียวกัน เพราะมันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะลืมเลือน เพลงนี้ยังได้ทีมงานคุณภาพจากประเทศเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นGoldash - Geumjae Yoonคุมงานโปรดิวซ์ให้งานออกมาละเอียดโดนใจMINTTYสุดๆ ตามด้วยHeggy - Hyejin Shinทำหน้าที่แต่งเนื้อร้อง ปิดท้ายด้วยYeni - Sehyeon Hwangแต่งท่วงทำนองให้เพลงมีมิติชวนฟังHOT TEAจะทำให้ทุกคนได้เห็นความสวยงามของผู้หญิงผ่านแฟชั่น ที่สะท้อนถึงพลังความเป็นตัวตนของตัวเองอย่างถึงที่สุด บนพื้นที่ของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ และความเป็นตัวเองนี่แหละ คือเสน่ห์ของMINTTYที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัส เพราะเธอตั้งใจว่าชาร้อนแก้วนี้ฉันเสิร์ฟให้คุณนะ