รีเซต

ผลการค้นหา “How to Survive My CEO” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
EMPIRE ตั้ง “ศตวรรษ” ยกระดับธุรกิจทำเงิน
อ่าน

EMPIRE ตั้ง “ศตวรรษ” ยกระดับธุรกิจทำเงิน

#EMPIRE #ทันหุ้น – EMPIRE เสริมทัพเกมกลยุทธ์ครั้งใหญ่! ตั้ง “ศตวรรษ เศรษฐกร” นั่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ หรือ CSO เดินหน้ายกระดับโครงสร้างธุรกิจใหม่ ปั้นโซลูชันครบวงจร ต่อยอดศักยภาพองค์กรและพันธมิตร สร้าง New S-Curve ดันบริษัทโตแกร่งอย่างยั่งยืนนางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้ง นายศตวรรษ เศรษฐกร ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ (Chief Strategy Officer : CSO) สะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างแข็งแกร่งผ่านโครงสร้างธุรกิจใหม่ ตลอดจนการนำเสนอสินค้าและการให้บริการครบวงจร เพื่อเสริมศักยภาพธุรกิจให้กับลูกค้าตลอดจนพันธมิตรอย่างมีกลยุทธ์ โดยเชื่อมั่นว่าจะเป็นการสร้าง New S-Curve ครั้งสำคัญ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และผลักดันการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืน โดยโครงสร้างการบริหารดังกล่าว เป็นการส่งเสริมการบริหารงานภายใน พร้อมเพิ่มมูลค่าบริการด้วยการออกแบบโซลูชันการให้บริการอย่างตรงจุดโชว์วิสัยทัศน์“บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพขององค์กรและพันธมิตร ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์, โซลูชันทางธุรกิจ และเทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง ขณะเดียวกัน การเสริมทัพด้วยผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ และ มีประสบการณ์หลากหลายในการพัฒนาโครงสร้างธุรกิจ อีกทั้งการมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับทิศทางใหม่ขององค์กร จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับ EMPIRE ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ทั้งในมิติรายได้และความสามารถในการทำกำไร พร้อมต่อยอดสู่การเป็นองค์กรที่สร้างมูลค่าในระยะยาว” นางสาววัชราภรณ์ กล่าวทั้งนี้ บทบาทของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ (CSO) จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงกลยุทธ์ของทุกหน่วยธุรกิจ ตั้งแต่การมีส่วนในการวิเคราะห์ปัญหาเชิงโครงสร้าง การร่วมออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อให้การขับเคลื่อนองค์กรเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งระบบนายศตวรรษ  เศรษฐกร เป็นผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญในด้านกลยุทธ์และการพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบ ด้วยประสบการณ์ทำงานร่วมกับผู้บริหาร ผู้ประกอบการ และผู้เชี่ยวชาญชั้นนำหลากหลายอุตสาหกรรม อีกทั้งยังเป็นอดีตผู้ร่วมก่อตั้งและบริหารโครงการ “CEO IDOL” แพลตฟอร์มพัฒนาผู้นำธุรกิจระดับประเทศ ทำให้มีความเข้าใจเชิงลึกในการพัฒนาโครงสร้างธุรกิจและองค์กร ให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ววางกลยุทธ์นอกจากนี้ ประสบการณ์ด้านการบริหารงานเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจอุตสาหกรรมบันเทิง สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์ธุรกิจและการสื่อสาร โดยให้ความสำคัญกับการกำหนดทิศทางและผลลัพธ์ขององค์กรอย่างเป็นขั้นตอน และการมี Identity อย่างชัดเจน เพื่อให้เป็นแนวทางสำหรับทิศทางการเติบโตขององค์กร รวมถึงการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับทุกอุตสาหกรรม ตลอดจนสามารถพัฒนารูปแบบบริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน

"เสนาหอย" ปิดหนี้ 106 ล้าน เผยเคล็ดลับสายมูที่หลายคนไม่รู้
อ่าน

"เสนาหอย" ปิดหนี้ 106 ล้าน เผยเคล็ดลับสายมูที่หลายคนไม่รู้

เปิดความเชื่อของ เสนาหอย ในรายการซุปตาร์พาตะลุย พร้อมบุกบ้านสุดแปลกที่มูเตลูทุกมุม เผยเคล็ดลับทำไมต้องวางแหไว้ใต้ฐานบ้าน อีกทั้งยังเจอซินแสทักว่า หากอยากให้ชีวิตเปลี่ยนต้องทุบบันไดบ้าน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะสุดท้ายสามารถปิดหนี้ 106 ล้านบาทได้ "เสนาหอย" ปิดหนี้ 106 ล้าน เผยเคล็ดลับสายมูที่หลายคนไม่รู้ โดย เสนาหอย ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า ก่อนที่จะรีโนเวต บ้านเป็นหินสีดำ พื้นดำ และมีลักษณะเป็นหลุมลงไป แล้วคุณ มดดำ คชาภา มาทำรายการและบอกว่า พี่หอย นี่บ้านหรือถ้ำ พี่ไปเปลี่ยนนะ ชีวิตพี่จะได้สว่าง แล้วผมก็ทำเลยจนมันเป็นแบบนี้ อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อเหมือนกันนะ แต่ผมเป็นคนเชื่อเรื่องพวกนี้ เพราะผมอยู่กับ วิลลี่ แมคอินทอช บ่อย และตอนที่เราเป็นหนี้ 106 ล้าน ตอนที่เราไม่เหลืออะไร แล้ววันหนึ่ง วิลลี่ แมคอินทอช โทรมาหาผม ให้ผมไปหาท่านหนึ่งคือ ซินแสน้อย ศาลเจ้าท่าเรือ วันนั้นเขาก็พาผมไปบังสุกุลเป็น-บังสุกุลตาย เหมือนให้เกิดใหม่ แล้วก็มาดูบ้านที่นี่ พอมาถึงก็ถามว่า เอา 100 เปอร์เซ็นต์ไหม? ผมก็บอกว่า ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เอา 100 เปอร์เซ็นต์เลยแล้วกัน จากนั้นก็บอกให้เปลี่ยนบันได จากที่อยู่ฝั่งหนึ่งให้ย้ายไปอีกฝั่ง ในใจตอนนั้นคิดอย่างเดียวคือ เอาเงินที่ไหนวะ? เพราะงานยังบางมาก แล้วก็มาปรับบ้านให้เรียบ คำว่า ทำให้เรียบ คือเมื่อก่อนมันเป็นหลุม ก็ต้องถม พอถมเสร็จปุ๊บ เขาบอกว่าศักดิ์สิทธิ์ ข้างล่างฐานบ้านนี้มีแห และต้องเป็นแหที่ใช้มาแล้ว 3 ปี เพื่อการค้า เกี่ยวกับการค้า งานไหลมาเทมา และอีกอย่างคือบันไดในบ้าน ทางขึ้นมันตรงกับทางตรงนี้ใหม่หมด สุดท้ายผมเลยตัดสินใจถามซินแสว่า ทำแล้วจะได้ผลเลยไหม? ซินแสบอกว่า เอาฤกษ์นี้ไป เอาวันนี้นะ 9 โมง 9 นาที คุณใช้ค้อนทุบบันไดทุกขั้น ให้มีรอยเหมือนเริ่มทำแล้ว ผมเล่าหลายครั้ง แต่ก็ยังจำได้เสมอว่า พอทุบปุ๊บ โทรศัพท์ที่อยู่ข้าง ๆ ก็มีสายเข้ามา พอผมรับสายถามว่า ใครครับ? ปรากฏว่า คุณดาว Workpoint ติดต่อมาให้ไปออกรายการ The Mask Singer หลังจากที่ผมไปออกรายการ คนก็เริ่มกลับมาสนใจเรา จากที่เคยหายไป จากนั้นงานก็เข้ามาเรื่อย ๆ

PRI งัด 6 แผนเด็ด สู้ต้นทุนพุ่งกระฉูด บริการเพิ่มมูลค่า
อ่าน

PRI งัด 6 แผนเด็ด สู้ต้นทุนพุ่งกระฉูด บริการเพิ่มมูลค่า

#PRI #ทันหุ้น – PRI ชี้ตลาดอสังหายังเจอแรงกดดัน ฉุดการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ฟากธุรกิจ Property Management มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาทเผชิญต้นทุนพุ่งเต็มแรง เร่งงัด 6 แผนรับมือ ทั้งคุมต้นทุน ดันเทคโนโลยี Gate Go เพิ่มประสิทธิภาพ กระจายซัพพลายเชน ปั้นบริการมูลค่าเพิ่มนางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือPRIผู้นำธุรกิจการให้บริการเกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่แบบครบวงจรประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาในช่วงเวลา8เดือนที่เหลือของปี2569มองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง จากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะความผันผวนเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งที่ดันราคาพลังงานสูงขึ้น ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดว่าGDPไทยปี2569จะเติบโตเพียง2.5–3.0%อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่2–3%สะท้อนค่าครองชีพที่ยังสูง ประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับกว่า90%ของGDPยิ่งกดดันกำลังซื้อให้เปราะบางส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย จากความกังวลด้านรายได้และภาระค่าใช้จ่ายในอนาคตชี้ผลกระทบด้านฝั่งบริหารทรัพย์สิน (Property Management) และการบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีมูลค่าตลาดปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะต้นทุนการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าขนส่ง วัสดุ และอุปกรณ์ซ่อมบำรุง รวมถึง ผลกระทบต่อผู้ว่าจ้างที่อาจกระทบต่อสัญญา ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเร่งบริหารต้นทุน (Cost Control) ท่ามกลางภาวะต้นทุนใหม่ที่มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น โดยในส่วนของ พรีโม ได้เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า ดังนี้ 1.บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (Cost Optimization)พรีโม ให้ความสำคัญกับการทบทวนโครงสร้างต้นทุนในทุกมิติ พร้อมบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับสถานการณ์ 2.เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี (Technology Integration)พรีโม เดินหน้านำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามายกระดับการบริหารจัดการ เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน และเพิ่มความแม่นยำในการดำเนินงาน ได้แก่ ขั้นตอนการตรวจสอบงานระบบอาคาร และระบบไม้กั้นอัจฉริยะGate Goนอกจากรวดเร็วแล้วแต่ยังปลอดภัย 3.กระจายความเสี่ยงด้านซัพพลายเชน (Supply Chain Diversification)ขยายฐานคู่ค้าและแหล่งจัดซื้อ เพื่อรองรับความผันผวนของต้นทุน และสร้างความต่อเนื่องในการให้บริการในระยะยาว 4.พัฒนาบริการที่สร้างมูลค่าเพิ่ม (Value-Added Services)มุ่งต่อยอดบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการบริหารอาคารและไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน 5.เสริมความแข็งแกร่งด้านการเงิน (Financial Discipline)บริหารกระแสเงินสดอย่างรัดกุม พร้อมวางแผนทางการเงินเชิงรุก เพื่อรองรับความไม่แน่นอนและรักษาเสถียรภาพของธุรกิจในระยะยาว 6.ยกระดับมาตรฐานการบริการและความพึงพอใจลูกค้า (Customer Retention)มุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิมด้วยคุณภาพบริการที่สม่ำเสมอ พร้อมยกระดับประสบการณ์การให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการยกเลิกสัญญากางแผนรับมือ นางสุพินท์ มองว่า การรับมือกับปัจจัยเสี่ยงจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ พร้อมมอง “วิกฤติ” เป็นโอกาสขององค์กรที่มีความพร้อม โดย พรีโม ยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจ จับมือพันธมิตร ขยายบริการภายใต้แนวคิด “Living Partner”และ รุกตลาดใหม่อย่าง ขอนแก่น และ ภูเก็ต ควบคู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน และสร้างNew Growth Engineเพื่อเสริมความแข็งแกร่งระยะยาว

Rabbit Life เร่งเครื่องลุยโค้งสอง ส่งประกันสุขภาพเหมาจ่าย Health Smile
อ่าน

Rabbit Life เร่งเครื่องลุยโค้งสอง ส่งประกันสุขภาพเหมาจ่าย Health Smile

#Rabbit Life #ทันหุ้น Rabbit Life ชูแนวคิด “ป่วยแค่ไหนก็ยิ้มได้” กับ “Health Smile” ประกันสุขภาพเหมาจ่าย สำหรับคนทำงานยุคใหม่ ที่มองหาความคุ้มครองที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาว คุ้มครองสูงสุด 20 ล้านบาทต่อครั้ง และยังลดหย่อนภาษีได้ 25,000 บาทนายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life บริษัทในเครือบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังคงเผชิญกับสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่าหลายพื้นที่ของประเทศต้องเผชิญกับวันที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพเป็นเวลานานในแต่ละปี และค่าฝุ่นสามารถพุ่งสูงใกล้ระดับ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรส่งผลให้คนในเมืองต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ*ความเสี่ยงด้านสุขภาพคนเมืองอย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของมนุษย์เงินเดือนไม่ได้มีเพียงเรื่องคุณภาพอากาศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ทั้งการนั่งทำงานเป็นเวลานาน อาการออฟฟิศซินโดรม ความเครียด ไปจนถึงโรคทั่วไปอย่างไข้หวัดหรือโรคทางเดินอาหาร ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและอาจนำไปสู่ภาระค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความซับซ้อนของความเสี่ยงด้านสุขภาพในยุคปัจจุบัน และเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กรในการดูแลพนักงานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ไม่ต่างจากสวัสดิการในด้านอื่น ๆดังนั้น แรบบิท ประกันชีวิต มุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันประกันที่ยืดหยุ่น สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง และการวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการนำเสนอแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย “Health Smile” ภายใต้คอนเซปต์ “ป่วยแค่ไหนก็ยิ้มได้”คอนเซปต์ดังกล่าว เข้ามาเติมเต็ม Employee Benefit ที่อาจยังไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกิน และเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างมั่นใจ พร้อมตอกย้ำบทบาทของบริษัทในการเป็นพาร์ตเนอร์ด้านการวางแผนชีวิตที่ช่วยให้คนทำงานสามารถบริหารความเสี่ยงและคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน*เสิร์ฟประกันสุขภาพเหมาจ่ายสำหรับแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย “Health Smile” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพของคนทำงานยุคใหม่ ที่มองหาความคุ้มครองแบบยืดหยุ่นและครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในระยะยาว โดยมีจุดเด่นด้านความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบเหมาจ่าย ช่วยให้ผู้เอาประกันสามารถบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมออกแบบให้เข้าถึงง่ายและสามารถใช้ร่วมกับสวัสดิการขององค์กรได้อย่างลงตัว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายส่วนเกิน และเพิ่มความมั่นใจในการเข้าถึงการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง*คุ้มครองสูงสุด20ล้านบาทคุ้มค่าด้วยเบี้ยประกันเริ่มต้นเพียง 348 บาทต่อเดือน ให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 20 ล้านบาทต่อครั้ง พร้อมสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันสูงสุด 25,000 บาทต่อปี ตอกย้ำความคุ้มค่าและความยืดหยุ่นในการวางแผนสุขภาพของคนทำงานยุคใหม่อย่างแท้จริง“แรบบิท ประกันชีวิต มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันประกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเรามุ่งให้ประกันเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถบริหารความไม่แน่นอน วางแผนอนาคต และใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน” นายกรณ์ กล่าวสรุป

ผู้สร้าง Disgaea ระดับ CEO ยอมลดค่าตัวเท่าเด็กจบใหม่ ผันตัวรับจ๊อบที่ปรึกษา+โปรดิวเซอร์ จนบริษัทใหญ่รุมจอง
อ่าน

ผู้สร้าง Disgaea ระดับ CEO ยอมลดค่าตัวเท่าเด็กจบใหม่ ผันตัวรับจ๊อบที่ปรึกษา+โปรดิวเซอร์ จนบริษัทใหญ่รุมจอง

เมื่ออดีตบิ๊กบอสผู้สร้างตำนานเกมยกพวกตีกันอย่าง Disgaea ประกาศรับจ๊อบอิสระในราคาที่ทำเอาบริษัทเกมทั่วญี่ปุ่นต้องตาค้าง เพราะพี่แกคิดค่าตัวเท่ากับ "เด็กจบใหม่" เท่านั้น! งานนี้ไม่ใช่เพราะไม่มีงานทำนะ แต่เป็นเพราะความติสต์และใจรักล้วน ๆ เลยSohei Niikawa ผู้สร้างซีรีส์เกม JRPG ชื่อดังอย่าง Disgaea และอดีต CEO ของค่าย Nippon Ichi Software (NIS) ที่กุมบังเหียนมานานถึง 13 ปี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Dengeki Online ถึงบทบาทใหม่สุดแปลกในฐานะ "Shared Producer" หรือโปรดิวเซอร์แบบแบ่งกันใช้ในราคาที่ถูกจนน่าเหลือเชื่อหลังจากที่เขาลาออกจาก NIS ในปี 2022 Niikawa ได้ก่อตั้งบริษัทของตัวเองชื่อ SuperNiche และมีผลงานเกมล่าสุดคือ Etrange Overlord นอกจากนี้เขายังเขียนนิยายภายใต้นามปากกา Roman Kitayama อีกด้วย แต่สิ่งที่ทำให้คนในวงการต้องฮือฮาคือ การที่เขารับจ๊อบเป็นที่ปรึกษาและโปรดิวเซอร์อิสระให้กับบริษัทอื่น ๆ โดยคิดค่าตัวเฉลี่ยเท่ากับ "เงินเดือนเริ่มต้นของพนักงานจบใหม่" เท่านั้นEtrange Overlordงานของเขาครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาเรื่องแผนธุรกิจ การปรับปรุงองค์กร ไปจนถึงการลงไปช่วยคุมงานสร้างโปรเจกต์เกมจริง ๆ โดยเหตุผลที่เขาตั้งราคาแบบแทบจะ "แจกฟรี" ขนาดนี้ เป็นเพราะเขา "ชอบการได้ลงสนามลุยหน้างาน" และอยากช่วยผลักดันโปรเจกต์ต่าง ๆ ให้สำเร็จโดยไม่สร้างภาระทางการเงินให้แก่ผู้จ้าง เขาจึงเสนอไอเดียว่าใครที่เห็นคุณค่าในตัวเขาสามารถ "แบ่งเช่า" เวลาของเขาไปใช้ได้ตามสะดวกซึ่งปัจจุบัน (มีนาคม 2026) Niikawa รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและโปรดิวเซอร์ให้ถึง 9 บริษัทพร้อมกัน ซึ่งรวมถึงค่ายดังอย่าง Nihon Falcom, G-MODE, UUUM และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเขายืนยันว่าสามารถจัดการเวลาได้สบายมาก แถมยังสนุกกับการได้ทำหลายโปรเจกต์พร้อมกันอีกด้วยเรียกได้ว่าเป็น "เทพมาโปรด" ของแท้เลย บริษัทไหนได้ตัวไปคือคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะได้ทั้งประสบการณ์ระดับ CEO และวิสัยทัศน์ของผู้สร้างเกมระดับตำนานมาช่วยคุมงานในราคาประหยัด ถือเป็นก้าวใหม่ที่น่าสนใจมากของคนทำเกมระดับบิ๊กที่เลือกจะ "มีความสุขกับงาน" มากกว่า "เม็ดเงิน" จริง ๆEtrange Overlordแปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com

"ซี-เอมี่" เปิดสูตรรัก 21 ปี ยืนยาวได้เพราะเลิกยึดติดคำว่าอีโก้
อ่าน

"ซี-เอมี่" เปิดสูตรรัก 21 ปี ยืนยาวได้เพราะเลิกยึดติดคำว่าอีโก้

21 ปีที่ไม่ใช่แค่รักกันแต่คือการยอมกัน "ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์" และ "เอมี่ กลิ่นประทุม" เปิดความจริงชีวิตคู่ ที่ไม่ได้สวยตลอดเวลา ในรายการ "WandOland" เผยความสัมพันธ์ที่ไม่ยึดอีโก้ แต่เลือกปรับเข้าหากัน จนเข้าใจคำว่า Partner อย่างแท้จริง จากความรักที่เคยคาดหวังสู่การให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน "ซี-เอมี่" เปิดสูตรรัก 21 ปี ยืนยาวได้เพราะเลิกยึดติดคำว่าอีโก้ ซีกับเอมี่คบกันมาราธอนมาก 21 ปี ?ซี ศิวัฒน์ : อะเมซิ่งไหมครับที่ทนมาได้ 21 ปี (หัวเราะ) มันเป็นคอมเมเนชั่นที่แปลกมาก มันเป็นความรักที่แบบอยู่นานไปก็รำคาญ ขาดก็ไม่ได้เหมือนจะตาย ก็เลยรู้สึกว่าเราเจอสิ่งที่มันเป็นชีวิตจริง ๆ นี่แหล่ะ เราเจอ My Soulmate ที่แบบว่ามีบางอย่างที่เหมือนกันแล้วก็มีบางอย่างที่มันต่างกันแบบสุด ๆ เลย แต่ว่าวันนี้ 21 ปี เราเดินทางมาตลอดเวลาจนรู้สึกว่าวันนี้เรามองหน้ากันก็แล้วเข้าใจ เพราะว่ากล้ามเนื้อหัวใจมันเป็นกล้ามเนื้อเดียวที่ไม่มีเหตุผลเลย บางสิ่งบางอย่างมันก็แค่ Emotional เพราะฉะนั้นไม่ต้องมีปากไม่ต้องมีสมอง มีหูอย่างเดียวพอ ปิดปากทุกอย่างก็โอเคแล้ว ความสัมพันธ์ครั้งนี้ทำให้คุณเป็นตัวเองมากขึ้นหรือปรับตัวมากขึ้น ?ซี ศิวัฒน์ : คำตอบที่มันชัดเจนไว้ให้คือ 21 ปี คือผมปรับตัวมากขึ้นแน่นอน รู้สึกว่าวันนี้ผมภูมิใจในตัวเองมาก ๆ ในเรื่องของการที่เข้าใจคำว่า Partner หรือคู่ชีวิตจริง ๆ การที่ผู้ชายคนหนึ่งจะลั่นวาจาว่าเราจะใช้ชีวิตกับคนหนึ่ง จะต้องไม่ใช่เอาศูนย์รวมจักรวาลไว้ที่ตัวเอง ผมเชื่อว่ามนุษย์เราเปลี่ยนไม่ได้หรอก ไม่สามารถเปลี่ยนได้ยังไงคุณก็จะเป็นคนแบบนั้น แต่สุดท้ายถ้าวันนี้คุณตั้งใจจะใช้ชีวิตกับอีกคนหนึ่งให้ยืดยาวจนกว่าจะหมดลมหายใจ ผมว่าต้องปรับบางสิ่งบางอย่าง เราเป็นคนที่เดินเข้าห้องน้ำจะถอดกางเกงในปุ๊บเอาเป็นเลข 8 แล้วกองไว้ตรงนั้นเลย อันนั้นคือคุณใช้ชีวิตคนเดียว แต่สำหรับอีกคนหนึ่งที่เป็น Partner เรา สมมติเขาเดินมาเห็นทำไมไม่เก็บให้มันเรียบร้อย ถ้าสมมติเราเอาตัวเองมาที่ตั้ง ทำไมก็อยู่ เดี๋ยว ๆ เราก็เดินไปเก็บก็ได้ ก็แป๊บเดียวอาบน้ำอยู่ มันก็จะเป็น issue แต่ถ้าเรารู้สึกว่า วันนี้เราใช้ชีวิตอยู่กับอีกคนหนึ่ง ถ้าสิ่งนี้คือสิ่งที่เขาไม่ชอบใจ why not ทำไมคุณทำไม่ได้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตกลงแล้วมันสิ่งที่คุณไม่ทำคือมันเป็นการบอกว่านี่คือตัวตนของฉัน หรือคุณกำลังประกาศอีโก้ตัวเองอยู่ ผมรู้สึกว่าวันนี้ความสัมพันธ์ในครั้งนี้ผมเป็นความสัมพันธ์ที่ปรับตัวมากขึ้น แล้วถึงจุดไหนที่เปลี่ยนความคิดว่าเราต้องปรับ ?ซี ศิวัฒน์ : ที่มันชัดเจนจริง ๆ เลย คือวันที่คุณแม่จากไป แล้วผมรู้เลยว่าในวันนั้น สิ่งที่มันไม่ compromise กับเราเลยคือเวลาจริง ๆ พอเราได้สูญเสียคนที่เรารักไปจริง ๆ แล้ว มันทำให้เรารู้จริง ๆ ว่าอย่าเสียเวลากับสิ่งบางสิ่งที่มันไม่ได้มีประโยชน์กับตัวเราเลย ก็เลยรู้สึกว่าคน ๆ นี้เขาอยู่กับผมตั้งแต่ผมดี ผมเลว ทุกอย่างเขาเห็นมาหมดแล้ว แต่เขายังอยู่กับเราอยู่ แล้วเราจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีก ก็เลยรู้สึกว่าวันนั้นผมจะไม่ยอมเสียเขาไป รู้สึกว่ามันถึงเวลาที่เราจะต้องปรับบางสิ่งบางอย่าง ถ้าตั้งใจจริง ๆ ว่าจะใช้ชีวิตกับใครสักคนหนึ่ง จำเป็นจะต้องเป็นน้ำไม่ใช่ภาชนะ เอมี่ กลิ่นประทุม : เป็นตัวเองมากขึ้นสำหรับเอมี่ เพราะว่าเหมือนที่ผ่านมาเวลาคบใครจะแบบ please อีกคนหนึ่งตลอดเวลา แต่กับพี่ซีเขาทำให้รู้สึกว่าเป็นตัวเองได้แบบเต็มที่ แล้วเขาก็ยังรักเขาก็ยังชอบ แต่ว่ามันก็จะมาพร้อมเวลา เพิ่งจะได้เป็นตัวเองแบบหลังแต่งงานด้วยซ้ำ แล้วเราไม่เคยเจอผู้ชายเหมือนพี่ซี คือไม่ง้อ ไม่สน ไม่แคร์ และเราก็เหมือนแบบอยากจะเอาชนะ ฉันต้องทำให้มันเปลี่ยนให้ได้ แต่ว่าพอเรามาอยู่ด้วยมันไม่ใช่การเอาชนะกัน เขาเองก็ทำให้เราปรับตัวทั้ง ๆ ที่เราไม่รู้ เพราะเราเป็นคนมีอีโก้มาก ว่าฉันเป็นแบบนี้เธอจะต้องรักฉันที่ฉันเป็นแบบนี้ แต่ว่าพอเป็นตัวเองมากเกินไปก็รู้สึกว่าเขารับไม่ได้ก็จะคอยกดตัวเองอยู่ตลอด แต่ตอนนี้รู้สึกว่ามันสบายใจมันเป็นตัวเอง สมมติว่าเขาอยากเตือน เขาก็กล้าที่จะเตือน เลยรู้สึกว่าเราได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ปรับตัวเหมือนกัน เมื่อก่อนจะปรับตัวแล้วฝืนตัวเอง ปรับตัวเพื่อให้เขามีความสุขแต่เราไม่มีความสุข แต่ตอนนี้เราปรับตัวที่กำลังพอดี ฉันโอเคที่จะปรับ แต่ถ้ามันมากเกินไปเราก็จะบอกว่า This is all I can do แต่พอไปเรื่อย ๆ พยายามมันก็ทำได้มากขึ้น จากที่เราบอกว่าฉันปรับแล้ว นี่คือปรับแล้ว พอมาถึงจุดหนึ่งก็รู้ว่าไม่ใช่ มันคือปรับเพื่อให้เขาเห็นว่าเราปรับ แต่มันไม่ได้ปรับที่ตัวเราจริง ๆ แต่ตอนนี้คือปรับจริง ๆ ถ้าต้องบอกเหตุผลเดียวที่อาจทำให้คุณเดินออกจากความสัมพันธ์นี้ มันคืออะไร ?เอมี่ กลิ่นประทุม : ถ้าเขาหมดรัก อันเดียวเลย ถ้ายังรักกันอยู่ให้ความสำคัญกันอยู่ อาจจะมีเป๋บ้าง ผิดพลาดเรื่องอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าถ้าท้ายที่สุดเขายังรักอยู่ เราก็สามารถที่จะไปได้ คนที่มันหมดรัก ถ้าเราทำอะไรเขาก็จะไม่อดทนกับเรา เขาก็จะรำคาญทุกเรื่อง เราก็จะหงุดหงิด เราจะไม่ให้อภัยกัน เราจะอยู่ด้วยกันด้วยความรำคาญ แต่ถ้าเรารักก็ยังคงพยายามต่อไปเรื่อย ๆ ที่จะสามารถอยู่ด้วยกันได้ พยายามที่จะปรับหรือพยายามหาทางออก แต่ถ้าคนที่หมดรัก มันไม่พยายามแล้ว ก็ไม่แคร์แล้วไม่รู้จะอยู่ทำไม เคยพูดกันว่าถ้าวันหนึ่งมันเกิดขึ้นถ้าหมดรักจริง ๆ คือไม่อยากให้ฝืนอยู่ รู้สึกว่ามันเสียเวลา ถ้าเรายังหา way ที่จะไปด้วยกันได้ คือเราก็จะ work on it ถ้ารักกันต่างคนก็ต่างที่จะใส่ใจกันแล้วก็พยายามด้วยกันทั้งคู่แต่ถ้าอีกคนหนึ่งหมดรักแล้วอีกคนยังรักอยู่ มันก็จะเป็นฝ่ายนี้ที่ please จนทำดีเท่าไหร่มันก็ไม่ดี ทุกวันนี้รู้สึกว่าที่คนเลิกกันเพราะว่าความอดทนมันน้อย แล้วก็ความพยายามมันน้อย รู้สึกว่าการที่เราจะคบคนหนึ่งมันไม่ได้ง่าย มันก็ต้อง put effort into it และก็พยายาม ทำให้เราเป็นคนดีขึ้นด้วย คนที่รักกันมันก็ต้องให้เวลากันและกันจะปรับตัว ดูสิ 20 ปียังปรับตัวไม่เสร็จเลย ก็เลยรู้สึกว่ามันต้องให้เวลา แล้วถ้าเรายังรักกันอยู่อะไรก็ได้ การบอกรักครั้งแรกรู้สึกยังไงต่างจากการบอกรักครั้งล่าสุดแค่ไหน ?เอมี่ กลิ่นประทุม : การที่เรารักอีกคนหนึ่งโดยที่เราไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เพิ่งจะมาเข้าใจเมื่อไม่นานนี้ ว่านี่คือความรัก เมื่อก่อนรัก ๆ คนนี้เพื่ออยากถูกรัก ทำดีด้วยเพราะก็อยากให้ยูทำดีกับไอ แต่อันนี้ก็คือไม่ใช่ อันนี้คือแบบรักแล้วก็ไม่ได้หวังอะไร ไม่ต้องมารักกลับก็ได้ แต่รู้สึกว่าฉัน happy ที่ฉันรักคุณ ฉัน happy ที่ทำอะไรให้ ซี ศิวัฒน์ : อย่างที่บอกเมื่อ 20 ปีที่แล้วผมให้ความสำคัญกับคำนี้มาก ถ้าไม่จริง No ผมจะไม่พร่ำเพรื่อเลย แต่พอ Once ที่ผมแบบมันก็มีช่วงที่เราคบกัน 1-2 ปี แต่ถามว่านั้นผม commit กับคำพูดผมจริงไหม I down it ผมว่าไม่ เรา expect บางสิ่งบางอย่าง ให้เขาสบายใจ ให้เขารู้สึกดี แต่เราไม่ได้รู้สึกจริง ๆ 100% ในช่วงแรก ๆ แต่วันนี้ผมพูดได้เลยว่าไม่มีความคาดหวังใด ๆ ทั้งสิ้น สิ่งที่ผมบอกรักคือ 100% ของผมจริงๆ ทุกเช้าหรือว่าเวลาที่ผมจะออกไปทำงานจะเดินเข้าไปเอมี่ I Love U นะ แล้วยูไม่ต้องพูดกลับมาเลย คำพูดตรงนี้คือต้องการบอกให้ยูรู้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม โลกใบนี้จะถล่มยังไง คน ๆ นี้จะอยู่กับยูตลอดไป ถ้าวันนี้ถามผมว่าผมบอกรักเขาครั้งแรกเมื่อไหร่ ผมจำไม่ได้จริง ๆ ผมไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าผมบอกรักเขาครั้งแรกเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ ๆ รักในวันแรกกับรักในวันนี้ คนละเรื่องกันเลย เอมี่ กลิ่นประทุม : แต่อันนี้ก็ทำให้รู้สึกว่าบางทีเราอยากให้เขาพูดเหมือนไปบังคับ แต่พอเขาพูดเองมัน So much more เหมือนเรื่องการแต่งงาน ตอนนั้นคบมา 9 ปี แต่ไม่เคยมาขอว่าเมื่อไหร่จะแต่งงานกัน เมื่อไหร่จะมาขอฉันไม่ใช่ รู้สึกว่าถ้าเขาพร้อมเดี๋ยวเขาก็มาเอง ทุกคนจะมากดดันว่าทำไมถึงยังไม่แต่งงานกัน ทำไมพี่ซีไม่มาขอเราสักที แต่เรารู้สึกว่าพอมันถึงจุดนั้น เราจะไม่อยากให้เขามาขอถ้าเขาไม่ได้รู้สึกเอง ก็เลยไม่เคยพูดเรื่องแต่งงาน 9 ปีที่คบกันคือไม่ได้พูดเลย รู้สึกว่าให้เขามาด้วยตัวของเขาเองมันมีความหมายกว่าเยอะมาก ก็เหมือนเช่นการบอกรักเหมือนกัน ซี ศิวัฒน์ : ผมอยากบอกรักผู้หญิงคนนี้ อยากให้เขารู้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผม สมมุติว่าถ้าผมต้องจากโลกนี้ไป เขาจะต้องมั่นใจว่าผู้ชายคนนี้บอกรักเขาทุกวันจริง ๆ เพราะผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าสมมุติผมจากโลกนี้ไปแล้วทุกคนจะต้องรับรู้ได้ว่าผู้ชายคนนี้คือรักผู้หญิงคนนี้จริง ๆ เคยเบื่อกันไหม ?เอมี่ กลิ่นประทุม : คนจะชอบถามว่าไม่เบื่อกันเหรอ แต่ว่ามันเบื่อแล้วเราหา way ของเราว่า ก็แยกไปทำอะไรหรืออะไรสักอย่าง แล้วก็กลับมาได้ ก็เลยแบบว่าไม่มีใครรักกันตลอดเวลาหรอก ไม่ไหวก็แบบ โอเคเรื่องบางเรื่อง ฉันอาจจะต้องไปอยู่กับเพื่อนฉัน ฉันไปอยู่กับเธอไม่ได้หรอก แต่ว่าไม่ได้แปลว่าไม่รักนะ แต่เมื่อก่อนคือรู้สึกว่าจะต้องทำอะไรด้วยกันทุกอย่าง ต้องอยู่ด้วยกัน You have to be my best friend ไม่นะเราต้องมีเวลาห่างกัน ต้องมีเวลาที่ต้องไปอยู่กับเพื่อน เขาก็ต้องไปอยู่ในโลกเขา แล้วพอเรากลับมาเจอกันเราจะรักกัน แต่ถ้าตอนไหนที่เราอยู่ด้วยกันตลอดนะ เราไม่ได้ อันนี้คือสำหรับคู่เรา ซี ศิวัฒน์ : คือการแบบเรา work as a team เราเป็นทีมเดียวกัน จะไม่เอาสติไปอยู่กับการคาดหวัง เพราะว่าผมเชื่อว่าหลายคู่ give up จากการที่เขาไม่ได้ทำงานเป็นทีม บางคนทำงานแค่คนเดียวโดยการที่ฉันพยายามจะปรับ แล้วทำไมเธอถึงไม่เป็นแบบนั้น เดี๋ยวฉันจะทำแบบนี้ แม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมา ในใจลึก ๆ คือคาดหวังเพื่อให้คน ๆ นั้นเห็นและปรับเปลี่ยน สุดท้ายแล้วผลมันไม่ได้เป็นแบบที่คุณต้องการ คุณก็รู้สึกว่ามันเหนื่อยจังเลย ทำไมการที่เราจะมีคนรักสักคนแล้วเราจะต้องเหนื่อยขนาดนี้ ชีวิตที่เหลือของฉันจะต้องทนอยู่กับคนนี้ไปอีกนานแค่ไหนหรือฉันจะต้องยอมปรับไปอีกนานแค่ไหน กว่าที่จะยอมปรับในตามมาตรฐานที่เราต้องการ มันจะต้องทำงานด้วยกัน ไปด้วยกัน โดยที่คุณต้องหา way ของคุณเอง แบบที่ผมกับมี่ เราไม่สามารถที่อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เวลาเขาจะไปดื่มอะไรอยู่กับสามีเขาไม่ได้ เพราะว่าเขาจะรำคาญสามี เขาก็ต้องไปอยู่กับเพื่อนเขา ผมก็ต้องไปเล่นเกมอะไร หรือผมก็ไม่สามารถดื่มกับเขา 2 คนได้ ผมไม่ได้มีโมเมนต์แบบดื่มกันมีความสุข ไม่นะ ต้องมีเพื่อนอยู่ด้วยอะไรอย่างงี้ เราจะหามันเจอในระหว่างทางเอง อยากให้แชร์ว่าจุดไหนที่สามารถทางใครทางมันได้ในบางเรื่อง ?เอมี่ กลิ่นประทุม : คือเมื่อก่อน อยากจะเป็นคนที่ไปเที่ยวแล้วต้องมีแฟน อยากปาร์ตี้กับแฟนอยากอยู่บ้านกินไวน์กับแฟน 2 คน พ่อแม่เราเป็นแบบนี้คือ they enjoy their company have a glass of wine at the end of the day and chill แต่กลายเป็นว่ากินไวน์อยู่คนเดียว this is how I relax ก็พยายามให้เขาเป็นอย่างงั้น จนแบบแรก ๆ ไปอยู่กับเพื่อนคืออยากให้เขามาอยู่ตรงนี้ อยากให้เขาสนุกเหมือนที่เราสนุก เราอยากให้เขามีความสุขแบบนี้ แต่พอเขามาแล้วเขานั่งแบบ จะกลับยัง เรารู้สึกว่าเราทรมานเขา ให้เขามาทำไม แล้วมันทำให้เรารู้สึก เหมือนเราไปบังคับให้เขามีความสุข จนรู้สึกว่าแล้วแต่ มันจะมีบางวันที่เขามาเอง อยากมาเองแล้วเขาแฮปปี้ ถ้าเขาอยากมาเดี๋ยวเขามาเอง นี่คือไม่เคยตื้อเลย สามารถติดตามรายการ "WandOland" ได้ที่ช่องทาง Facebook : Woody, WandOland / Youtube : WoodyWorld, WandOland / instagram : WandOland และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ส่อง 13 บริษัทดาราตั้งชื่อแสนเก๋ พร้อมเปิดกระเป๋ารับทรัพย์

4 วิธีดูแล และป้องกัน หวัดแดด แบบง่ายๆ สู้แดดเมืองไทย ไม่ให้ป่วย!
อ่าน

4 วิธีดูแล และป้องกัน หวัดแดด แบบง่ายๆ สู้แดดเมืองไทย ไม่ให้ป่วย!

แดดเมืองไทย แรงเหมือนซ้อมอยู่ในนรกแบบนี้! นอกจากจะกลัวผิวไหม้แล้ว สิ่งที่มาเงียบๆ แต่ทำเอาชีวิตพังคือ หวัดแดด (Summer Flu) ค่ะ หลายคนอาจจะคิดว่าหวัดต้องมากับฝนหรือความหนาวเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว อุณหภูมิที่พุ่งสูงสลับกับอากาศเย็นจากแอร์นี่แหละตัวดีที่ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ถ้าคุณเริ่มรู้สึกปวดหัวตุบๆ ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือคอแห้งผาก วันนี้จะบอก วิธีดูแล และป้องกัน หวัดแดด ฉบับทำง่ายและได้ผลจริง เพื่อให้คุณผ่านหน้าร้อนนี้ไปได้แบบออร่าไม่ตกค่ะ! หวัดแดด คืออะไร? หวัดแดด ไม่ได้เกิดจากไวรัสเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ร่างกายเผชิญความร้อนจัดจนอุณหภูมิภายในสูงขึ้น และปรับตัวไม่ทันเมื่อต้องเจอความเย็นกะทันหัน เช่น เดินเข้าห้างหลังจากตากแดดมา วิธีดูแลเมื่อเป็น หวัดแดด ให้หายไว เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง : ห้ามใช้น้ำแข็งเช็ดตัวเด็ดขาด เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและระบายความร้อนไม่ได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิปกติเช็ดวนเข้าหาหัวใจค่ะ นอนพักในที่ที่อากาศถ่ายเท : เลี่ยงการเปิดแอร์เย็นจัด ให้เปิดหน้าต่างหรือพัดลมส่ายไปมาเพื่อให้ลมพัดผ่านตัว กินอาหารที่ย่อยง่ายและเย็น : ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม, สับปะรด หรือแกงจืดผักกาดขาว เลี่ยงของมัน ของทอด และเหล้า/เบียร์ เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายขาดน้ำ ใช้ยาสามัญประจำเป็นตัวช่วย : หากมีไข้สูง สามารถกินยาพาราเซตามอลได้ตามน้ำหนักตัว แต่ถ้ามีอาการหน้ามืด ใจสั่น หรือตะคริวร่วมด้วย นั่นอาจเป็นสัญญาณของ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ! วิธีป้องกัน หวัดแดด ตั้งแต่ต้นตอ การป้องกันง่ายกว่าการรักษาเสมอค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่ค่าไฟและค่าหมอพุ่งกระฉูดแบบนี้ 1. กฎการปรับอุณหภูมิ ห้ามวิ่งเข้าห้องแอร์ทันทีหลังโดนแดดจัด! ให้ยืนพักในที่ร่มหรือเปิดพัดลมเบาๆ ประมาณ 5 นาทีก่อน เพื่อให้ร่างกายระบายความร้อนออกมาบ้าง 2. ดื่มน้ำในปริมาณที่ถูกต้อง อย่ารอให้หิวค่อยดื่มค่ะ ควรจิบน้ำอุณหภูมิห้องตลอดวันเพื่อรักษาสมดุลความร้อนในร่างกาย 3. เลือกเสื้อผ้า ใส่ผ้าฝ้าย (Cotton) หรือผ้าลินินที่ระบายอากาศได้ดี สีอ่อนๆ จะช่วยสะท้อนความร้อน ไม่ดูดแสงเหมือนสีดำค่ะ 4. หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วง 10.00 - 16.00 น. ช่วงนี้คือ เวลาที่รังสียูวีและความร้อนสะสม ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ต้องพกพาราซอล (ร่มกันยูวี) และสวมหมวกปีกกว้างนะคะ บทความที่คุณอาจสนใจ ไข้หวัดแดดในเด็ก Vs ไข้หวัดธรรมดา ต่างกันอย่างไร? 5 ผลไม้ฉ่ำน้ำ น้ำเยอะ แต่น้ำตาลน้อย อร่อยคลายร้อนแบบไม่ต้องรู้สึกผิด

BLA ฝ่าปัจจัยท้าทาย ผุดแบรนด์แคมเปญ พิชิตเป้าหมาย
อ่าน

BLA ฝ่าปัจจัยท้าทาย ผุดแบรนด์แคมเปญ พิชิตเป้าหมาย

#BLA #ทันหุ้น - BLA แก้โจทย์ความท้าทายดันธุรกิจโตผ่านแบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” สร้างโอกาสในยุคที่โครงสร้างประชากรไทยเปลี่ยนเป็นสังคมสูงวัย ด้วยการโฟกัสใน 4 มิติ กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล และความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เป้าหมายเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้านางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA กล่าวว่า เพื่อเป็นหนึ่งในใจของลูกค้า และสร้างการจดจำแบรนด์ BLA ได้ต่อยอด แบรนด์แคมเปญ “ใส่ใจ” มาสู่ แบรนด์แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง” เพราะมองว่า ความใส่ใจจะยั่งยืนที่สุด ถ้าสามารถเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน*ทฤษฎีหน้ากากออกซิเจน “ไม่อยากให้มองว่าการใส่ใจตัวเองก่อน คนอื่นในครอบครัวเป็นเรื่องผิด เพราะถ้าเราเป็นเดอะแบกเราจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งสุขภาพร่างกาย การเงิน เราถึงจะดูแลคนอื่นได้ เหมือนทฤษฎีหน้ากากออกซิเจนบนเครื่องบินที่ว่า ต้องใส่หน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อนคนที่ต้องช่วยเหลือ ซึ่งมีความหมายว่าหากใส่ให้ลูกก่อน ลูกรอด แต่ถ้าเราไม่รอดลูกก็ไปต่อไม่ได้” นางสาวอรนาฎ กล่าวอีกว่า ความท้าทายในปัจจุบันมีมากขึ้นทั้งจากปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอกที่เหนือการควบคุม ทำให้การเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจต่างไปจากเดิม ไม่ว่าจะเป็นกำลังซื้อที่ลดลง โครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันก็มีความคาดหวังในผลิตภัณฑ์ และบริการที่มากขึ้น ซึ่งแม้ธุรกิจจะเจอกับความท้าทายแค่ไหน แต่โจทย์ก็คือต้องเดินหน้าต่อไป เพราะภายใต้ความท้าทายก็ยังมีโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมสูงวัยแล้ว นางสาวอรนาฎ มองว่าการที่มีอายุยืนขึ้น (longevity) อายุสุขภาพก็ต้องดีด้วย และการที่จะดีได้ก็ต้องเริ่มจากตัวเราเอง ซึ่งเป็นที่มาของแบรนด์ แคมเปญ “ชีวิตดี เริ่มต้นที่ใส่ใจตัวเอง”*คุณภาพชีวิตที่ดีซึ่ง BLA มองว่า การมีอายุยืนขึ้นจะมีความหมายก็ต่อเมื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดีครบ 4 มิติ คือ สุขภาพ หรือ กายฟิต การมีสุขภาพที่ดี ลดความเสี่ยงและมีการดูแลที่เหมาะสม ความมั่นคงทางการเงิน หรือ เงินพร้อม การสร้างความมั่นคงทางการเงินพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และมีอิสระในการใช้ชีวิตจากการวางแผนชีวิตระยะยาวเอาไว้ ความสมดุลทางใจ หรือ ใจสมดุล มีความสบายใจ พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงชีวิต และ ความสัมพันธ์ที่ดี กับ ครอบครัว คนรอบข้าง ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตมีคุณภาพอย่างต่อเนื่องทั้งนั้ บริษัทได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึก ที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภคยุค longevity หรือ การมีอายุยืนยาว สิ่งสำคัญคือการมีชีวิตอยู่แบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้ได้นานที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากสำหรับการมีอายุยืนยาวขึ้น“เราถ่ายทอดความคิดของ Brand และสื่อสารออกไปผ่านหนังโฆษณา เพื่อจะบอกกับทุกคนที่ต่างมีภาระหน้าที่เพื่อคนอื่น ซึ่งเปรียบเสมือนยอดมนุษย์ของใครบางคน ให้หันมา “ใส่ใจตนเองเพื่อให้มีชีวิตที่ดี” start from self-care for yourself loved ones. ยอดมนุษย์ คือ สัญลักษณ์ของการเสียสละ ทำได้ทุกอย่างเพื่อทำให้คนที่เรารักมีชีวิตที่ดี มีความสุขที่สุด แต่มุมคนที่เรารักจริงๆ แล้ว ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานๆ ซึ่งภาพนี้จะสมบูรณ์ได้ คือ การที่เราแบ่งเวลามาดูแลใส่ใจตัวเราเองบ้าง” นางสาวอรนาฎ กล่าวพร้อมเพิ่มเติมว่า*พัฒนาแอปในปีนี้ BLA ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชัน BLA Happy Life เวอร์ชันใหม่ล่าสุด โดยจะมีสิทธิพิเศษ กิจกรรมข่าวสาร ต่างๆ เพื่อเติมความสุข และการเตรียมความพร้อมทุกมิติเพื่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทยให้ได้มากที่สุดและยังเป็นปีแรกที่เปิด App ให้กับคนทั่วไปที่สนใจได้ใช้ด้วย โดยสามารถดาวน์โหลดได้แล้วตั้งแต่วันนี้“เรามั่นใจว่า ความใส่ใจที่เราทำให้และกำลังสื่อสารออกไปเพื่อให้ทุกคนที่เป็นเหมือนยอดมนุษย์ หันมาใส่ใจตัวเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและพร้อมที่จะดูแลคนที่รัก ทั้งนี้แคมเปญรวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ที่กำลังจะทำต่อจากนี้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ลูกค้ารับรู้ สัมผัสได้ถึงความตั้งใจของเรา และเชื่อว่าสิ่งที่เราทำนี้จะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้าและสังคมไทยของเราได้อย่างแท้จริง สุดท้ายความใส่ใจนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจ และเลือกที่จะให้เราดูแลตลอดไปค่ะ” นางสาวอรนาฎกล่าว

ผมไม่ใช่เกมเมอร์! ซีอีโอ Take-Two ลั่นไม่ขอเล่น GTA 6 เน้นซัพพอร์ตคุมงบ ปล่อยทีมงานโชว์ฝีมือเต็มที่
อ่าน

ผมไม่ใช่เกมเมอร์! ซีอีโอ Take-Two ลั่นไม่ขอเล่น GTA 6 เน้นซัพพอร์ตคุมงบ ปล่อยทีมงานโชว์ฝีมือเต็มที่

ท่ามกลางกระแสไฮป์ของ Grand Theft Auto 6 ที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ เชื่อว่าเกมเมอร์ทั่วโลกต่างก็นับถอยหลังรอวันที่จะได้สัมผัสเกมนี้กันใจจะขาด ยกเว้นอยู่คนหนึ่งที่ดูจะเฉยเมยกว่าใครเพื่อน นั่นก็คือ Strauss Zelnick ซีอีโอของ Take-Two InteractiveZelnick นักธุรกิจผู้คร่ำหวอดซึ่งกุมบังเหียนบริษัทแม่ของ Rockstar มาตั้งแต่ปี 2011 ออกมายืนยันผ่านการสัมภาษณ์ว่า เขาแทบไม่ได้สัมผัสตัวเกม GTA 6 เลย แม้ว่าในฐานะบอสใหญ่เขาจะสามารถเข้าถึงตัวเกมเวอร์ชันพัฒนาได้ทุกเมื่อก็ตาม โดยเขาให้เหตุผลสั้น ๆ ว่าเขา "ไม่ใช่เกมเมอร์" และไม่อยากทำตัวเป็น "Consumer-in-chief" เพื่อหลีกเลี่ยงการแทรกแซงงานสร้างสรรค์ของทีมงานเขามองว่าการที่ซีอีโอพยายามทำตัวเป็นผู้บริโภคในอุตสาหกรรมบันเทิงนั้นอาจเป็น "ความผิดพลาด" เหมือนสมัยที่เขาอยู่วงการหนังหรือเพลง เขาก็ไม่ได้ทำตัวเป็นนักวิจารณ์ แต่เลือกที่จะทำหน้าที่บริหารให้ดีที่สุด ซึ่งมุมมองนี้อาจฟังดู "ห่างเหิน" แต่ถ้ามองอีกมุม นี่อาจเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับโปรเจกต์ GTA 6 เลยก็ได้ในโลกที่เกมยักษ์ใหญ่ต้องใช้ทุนสร้างมหาศาล การมี "คนคุมเงิน" ที่รู้จักบทบาทตัวเองนั้นสำคัญมาก Zelnick ย้ำชัดว่าหน้าที่ของเขาคือ "การดึงดูด รักษา และสร้างแรงจูงใจให้คนเก่ง ๆ ในวงการ แล้วจากนั้นก็ถอยออกมาให้พ้นทาง" การที่เขาไม่พยายามเข้าไปก้าวก่ายงานสายสร้างสรรค์ที่เขาไม่ถนัด ทำให้ทีมงานของ Rockstar Games มีอิสระเต็มที่ในการปั้นผลงานที่เขากล้าเคลมว่า "จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่วงการเคยเห็นมา"เรียกได้ว่า Zelnick เลือกที่จะเป็น "น้ำมันหล่อลื่น" มากกว่าจะเป็น "ฟันเฟือง" ที่เข้าไปขัดขวางการทำงาน ซึ่งปรัชญาการบริหารแบบ "จ่ายครบแล้วจบที่ปล่อยวาง" แบบนี้ อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ GTA 6 ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดอย่างที่ทุกคนตั้งตารอก็เป็นได้!แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com

THIP ตั้ง ‘สุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี’ นั่ง CEO มีผล 1 เม.ย.นี้
อ่าน

THIP ตั้ง ‘สุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี’ นั่ง CEO มีผล 1 เม.ย.นี้

#ทานตะวันอุตสาหกรรม (THIP) ขยับทัพครั้งใหญ่! ประกาศแต่งตั้ง “สุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี” เป็น CEO กางแผนเขย่าวงการบรรจุภัณฑ์โลกด้วยกลยุทธ์ “3 พลัง: ประสิทธิภาพ-คน-การเติบโต” มุ่งเป้าปั๊มกำไร-ขยายฐานลูกค้า พร้อมโชว์ฟอร์ม ‘ฐานผลิตเวียดนาม’ ส่งสัญญาณบวกหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนบริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ THIP ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ ขยับทัพครั้งใหญ่! ประกาศแต่งตั้ง “สุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เพื่อนำทัพขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้บริบทการแข่งขันในระดับสากลที่มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านรายได้ ความสามารถในการทำกำไร และความยั่งยืนในระยะยาวนายสุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับเป้าหมายในปี 2569 บริษัทมุ่งสร้างการเติบโต โดยเน้นการขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการเดินหน้าสู่การเป็น Global Player อย่างเต็มรูปแบบ”ชูกลยุทธ์ "3 พลัง" ลุยสนาม Packaging โลก1. การเติบโตของธุรกิจเร่งสยายปีกขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ เพิ่มกำลังการผลิต และปั้น New Business Model เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระดับ Global โดยยึดมั่นในมาตรฐานและคุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ2. การยกระดับประสิทธิภาพปรับจูนองค์กรสู่ระบบ Lean Organization เต็มรูปแบบ นำเทคโนโลยี Data-driven มาใช้ในการตัดสินใจและบริหารความเสี่ยง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในทุกกระบวนการ3. การพัฒนาบุคลากรสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ "Can-Do Attitude" พัฒนาทักษะบุคลากรให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง และดึงดูด Talents รุ่นใหม่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนองค์กรส่องผลงาน “เวียดนาม” จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ นอกจากภารกิจใหญ่ในไทยแล้ว นายสุรศักดิ์ เหลืองอร่ามศรี ยังพ่วงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ (MD) บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม (เวียดนาม) จำกัด นั่งคุมบังเหียนฐานการผลิตยุทธศาสตร์สำคัญด้วยตัวเอง พร้อมแย้มข่าวดีถึงความคืบหน้าที่ปัจจุบันมีทิศทางดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการคุมต้นทุน การลดของเสีย และประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น โดยคาดว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่เป็นบวกชัดเจนภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นลมใต้ปีกสำคัญที่ช่วยหนุนให้ THIP ก้าวสู่การเป็น "พันธมิตรด้านบรรจุภัณฑ์ระดับโลก" ได้ตามเป้าหมาย

Epic Games โดนทัวร์ลง ปลดโปรแกรมเมอร์ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายจนเสียสิทธิประกันชีวิต ล่าสุด CEO ออกโรงขอโทษแล้ว
อ่าน

Epic Games โดนทัวร์ลง ปลดโปรแกรมเมอร์ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายจนเสียสิทธิประกันชีวิต ล่าสุด CEO ออกโรงขอโทษแล้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาคนรักเกมทั่วโลกถึงกับเดือดและหดหู่ไปตาม ๆ กัน หลังจากเมื่อไม่กี่วันก่อน Epic Games ได้ประกาศปลดพนักงานสายฟ้าแลบรวดเดียวถึง 1,000 คน โดยให้เหตุผลเรื่องรายได้ของบริษัทที่ลดลงเนื่องจากยอดการมีส่วนร่วมในเกม Fortnite ตกต่ำลง ซึ่งในบรรดาผู้ที่ถูกปลดนั้นมีทั้งนักพัฒนาอาวุโสที่ทุ่มเททำงานมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกด้วยทว่าสิ่งที่ทำให้ข่าวนี้กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่ชวนสะเทือนใจยิ่งกว่าเดิม คือหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบคือ Michael Prinke โปรแกรมเมอร์ที่ทำงานให้กับบริษัทมานานกว่า 6 ปี ซึ่งในขณะนี้เขากำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งสมองระยะสุดท้ายอยู่ แต่กลับถูกสั่งปลดฟ้าผ่า ทำให้นอกจากจะเสียตำแหน่งงานไปแบบไม่ทันตั้งตัว ยังทำให้ทั้งครอบครัวต้องสูญเสียทั้งรายได้และสิทธิประกันชีวิตในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุดในชีวิตอีกด้วยเรื่องราวสุดรันทดนี้ถูกเปิดเผยผ่านโพสต์ Facebook ของ Jenni Griffin ภรรยาของ Michael ที่ระบายความรู้สึกด้วยความปวดร้าวว่า การเลิกจ้างครั้งนี้พราก "ประกันชีวิต" ของสามีเธอไปในทันที และด้วยสถานะอาการป่วยของเขาที่ถูกจัดเป็นโรคที่เป็นมาก่อน (Pre-existing condition) ทำให้เขาไม่สามารถยื่นขอรับความคุ้มครองจากประกันชีวิตฉบับใหม่ได้Jenni เปิดใจว่าท่ามกลางความจริงที่แสนโหดร้ายว่าเธอกำลังจะสูญเสียสามี เธอยังต้องแบกรับความเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ การรักษาบ้านที่สร้างมาร่วมกัน รวมถึงการปกป้องอนาคตของลูกชายและสุนัขของพวกเขา เธอเชื่อว่าหากผู้บริหารเข้าใจถึงผลกระทบในแง่ของมนุษยธรรมอย่างแท้จริง พวกเขาคงไม่เจตนาให้เกิดผลลัพธ์ที่ใจร้ายเช่นนี้ พร้อมทิ้งท้ายประโยคที่ทำเอาหลายคนน้ำตาซึมว่า "Mike ไม่ใช่แค่ตัวเลข เขคือพ่อ คือสามี และเป็นบุคคลอันเป็นที่รักยิ่ง"ทันทีที่เรื่องนี้กลายเป็นไวรัล แฟนเกมและชาวเน็ตแห่กันรุมประณาม Epic Games อย่างรุนแรงถึงความใจร้ายใจดำ พร้อมเรียกร้องให้ Tim Sweeney ซีอีโอของบริษัทออกมาแสดงความรับผิดชอบและแก้ไขสถานการณ์นี้โดยด่วน เนื่องจากหลายคนมองว่า Fortnite เป็นแฟรนไชส์ที่ทำเงินได้อย่างมหาศาล แต่กลับสั่งปลดพนักงานที่เคยร่วมสร้างเนื้อสร้างตัวอย่างซื่อสัตย์ และทอดทิ้งคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความตายเพียงเพื่อลดต้นทุน สะท้อนถึงความแล้งน้ำใจของบริษัทออกมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2026 ทางด้าน Tim Sweeney ก็ไม่อยู่เฉย ได้ออกมาทวีตข้อความผ่านบัญชี X (Twitter) ส่วนตัวเพื่อชี้แจงประเด็นนี้ โดยระบุว่าขณะนี้ทาง Epic ได้ติดต่อไปยังครอบครัวแล้ว และจะเข้าไปช่วยจัดการแก้ปัญหาเรื่องประกันชีวิตให้กับพวกเขาอย่างแน่นอน นอกจากนี้เขายังชี้แจงเพิ่มเติมว่าข้อมูลทางการแพทย์ของพนักงานเป็นความลับขั้นสูงสุดและไม่ได้ถูกนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเลิกจ้างครั้งนี้ พร้อมกับกล่าวขอโทษทุกคนที่เขาไม่ได้ตระหนักถึงสถานการณ์อันแสนเจ็บปวดนี้และไม่ได้จัดการรับมือให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆแม้ว่าการออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็วจะช่วยคลายความกังวลให้กับครอบครัว Prinke ไปได้บ้าง แต่นี่ก็นับเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้บริษัทเสียภาพลักษณ์ในสายตาเกมเมอร์ไปไม่น้อยเลยทีเดียวข้อมูลอ้างอิงจากTech4GamersInsider-Gaming

“สุชัย สุตภาคย์” อ่านใจ Fund Flow สินทรัพย์ไหน อยู่รอด ในภาวะสงคราม?
อ่าน

“สุชัย สุตภาคย์” อ่านใจ Fund Flow สินทรัพย์ไหน อยู่รอด ในภาวะสงคราม?

#ทันหุ้น - นายสุชัย สุตภาคย์ Executive Vice President ฝ่ายตราสารทุน บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวในงานสัมมนารวมพลคนทันหุ้น ในหัวข้อ "อ่านใจ Fund Flow สินทรัพย์ไหน อยู่รอด ในภาวะสงคราม" ว่าตลาดหุ้นไทยอยู่ในจุดที่ค่อนข้างโชคดี เนื่องจากผ่านจุดที่ตกต่ำสุดมาแล้ว ประกอบกับการมีรัฐบาลที่เริ่มมีเสถียรภาพ ทำให้ดึงดูดนักลงทุนในลักษณะของการเข้ามาเก็งกำไรแบบ Bottom Fishing หรือลงทุนในราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงหลังจากราคาลดลง โดยมองว่าเม็ดเงินต่างชาติที่ไหลออกเป็นเพียงการหลบความเสี่ยงระยะสั้น และมีโอกาสไหลกลับเข้ามาเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลงอย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรเทน้ำหนักไปที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ควรแบ่งสัดส่วนการลงทุนให้สมดุล ได้แก่ การถือหุ้นปันผลหรือหุ้นปลอดภัยเพื่อลด ความผันผวนของพอร์ต การมีหุ้นพลังงานติดไว้ในระดับที่เป็นกลาง เพื่อป้องกันความเสี่ยงกรณีราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีก และที่สำคัญคือ การเตรียมเงินทุนไว้เก็บสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาตกลงมาแรง เพื่อรอทำกำไรจากการฟื้นตัวทันทีที่สงครามยุติ

PwC ห่วงวิกฤติช็อตเงินสด สำรวจซีอีโอไทยมั่นใจฮวบ
อ่าน

PwC ห่วงวิกฤติช็อตเงินสด สำรวจซีอีโอไทยมั่นใจฮวบ

#PwC #ทันหุ้น - PwC ประเทศไทย ประเมินเอกชนไทยถูกสงครามอิหร่านกดดันชัด เป็นห่วงกระแสเงินสดตึงมือ แนะนำวางแผนประมาณการรอบถี่ขึ้น พร้อมมองเห็นดีมานด์ดีลควบรวมเพื่อหาทางรอด เผยผลสำรวจ 59 ซีอีโอของไทย 38% มีแผนเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ใน 3 ปีข้างหน้า ส่วนจำนวนซีอีโอที่เชื่อมั่นว่ามีรายได้เพิ่มกลับตกต่ำที่สุดรอบ 3 ปี                นายพิสิฐ  ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า มีมุมมองต่อสถานการณ์ภาคธุรกิจเอกชนในองค์รวมของไทยตอนนี้ได้รับปัจจัยกดดันภายนอกสำคัญคือสงครามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ผลกระทบมาในรูปแบบราคาพลังงานสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มด้วย ซึ่งจะต้องจับตาตัวเลขดังกล่าว เพราะจะมีผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ส่อชะลอออกไป@เงินสดคือหัวใจ จากปัจจัยข้างต้นเริ่มเห็นสัญญาณที่ทำให้ทุกฝ่ายระมัดระวังเรื่องการใช้เงินและหวงเงินสดมากขึ้น เช่น การเก็บหนี้จะทำได้ยากขึ้นเนื่องจากลูกหนี้เองก็ไม่มีเงินจ่าย ฟากองค์กรธุรกิจผู้เป็นเจ้าหนี้การค้าจำเป็นต้องเร่งติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพและรัดกุมมากกว่าเดิมเพื่อรักษาสภาพของกระแสเงินสด “ลูกหนี้อาจจำเป็นต้องชะลอการจ่ายชำระหนี้บ้าง ป้องกันกรณีความเสี่ยงธุรกิจไม่สามารถเก็บเงินได้และไม่สามารถกู้เงินได้ด้วยย่อมจะเข้าสู่สภาวะวิกฤติทันที” ดังนั้นการบริหารกระแสเงินสดจึงมีความจำเป็น ธุรกิจจะต้องมีความถี่ในการทำประมาณการมากขึ้น จากเดิมที่เคยดูรายเดือน ควรปรับมาเป็นรายสัปดาห์หรือรายวันเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว บริหารจัดการสมดุลให้เงินเข้าและเงินออกสอดคล้องกัน หากเก็บเงินได้ช้าลง เช่น จากรอบ 30 วัน เป็นรอบ 45 วัน ก็จำเป็นต้องปรับแผนการจ่ายเงินให้เหมาะสมด้วย และในอีกมิติหนึ่งคาดการณ์ว่ากิจการต่างๆ ต้องการจะควบรวมกันลักษณะ MA มากขึ้นภายใต้ผลกระทบเศรษฐกิจเช่นปัจจุบันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งสร้างความได้เปรียบให้ได้มากที่สุด@สำรวจ 59 ซีอีโอ                สอดคล้องกับผลสำรวจ PwC’s 29th Global CEO Survey: Thailand หัวข้อ การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนในยุค AI โดยได้รับความร่วมมือจากผู้นำองค์กรธุรกิจระดับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของประเทศไทย 59 ราย (ภายใต้การสำรวจซีอีโอทั่วโลกกว่า 4,454 ราย ระหว่าง 30 ก.ย. 2568 ถึง 10 พ.ย. 2568) ผลสำรวจระบุว่า การควบรวมและซื้อกิจการถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัยมากขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจาก เมกะเทรนด์ ทั้ง AI การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย 38% ของซีอีโอไทยมีแผนเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อขยายไปสู่ภาคส่วนใหม่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพิ่มขีดความสามารถที่องค์กรยังขาด อีกทั้งทดลองและต่อยอดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงจากธุรกิจหลัก และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในสภาพแวดล้อมที่เศรษฐกิจโลกผันผวนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบมีเพียง 24% ของซีอีโอไทยที่ “เชื่อมั่นอย่างมาก” ว่าองค์กรของตนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้ ลดลงจาก 47% ในปี 2566 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นของผู้บริหารไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่ผันผวน และการเร่งตัวของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ดังนั้นปีนี้โจทย์ของซีอีโอไทยไม่ใช่แค่ระมัดระวัง แต่คือการตัดสินใจให้คมขึ้นภายใต้ข้อจำกัด โดยควรยกระดับข้อมูลและ AI จากการทดลองให้สู่การใช้จริง ต้องให้สร้างผลลัพธ์วัดได้ นอกจากนี้ยังต้องตัดสินใจอย่างมีวินัยและยืดหยุ่นโดยมีแผนรองรับในกรณีต่างๆ ทั้งเลวร้าย ปกติ และกรณีดีเป็นพิเศษ รวมถึงเสริมภูมิคุ้มกันไซเบอร์และความต่อเนื่องทางธุรกิจ มีการร่วมมือกับพันธมิตร หรือ MA ที่มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ชัดเจน จัดพอร์ตการลงทุนและการเติบโตให้ยืดหยุ่น รวมถึงการยกระดับธรรมาภิบาล

“ปิยะภัทร์ ภัทรภูวดล” แนะกลยุทธ์ลงทุน อยู่รอด ในภาวะสงคราม
อ่าน

“ปิยะภัทร์ ภัทรภูวดล” แนะกลยุทธ์ลงทุน อยู่รอด ในภาวะสงคราม

#นายปิยะภัทร์ ภัทรภูวดล FRM Director ผู้บริหาร ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ กล่าวในงานสัมมนารวมพลคนทันหุ้น ในหัวข้อ "อ่านใจ Fund Flow สินทรัพย์ไหน อยู่รอด ในภาวะสงคราม" ว่าการบริหารสภาพคล่อง และการเก็บสำรองเงินสดเพื่อรอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง กลยุทธ์ที่แนะนำ คือ การกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัย เช่น กองทุนตลาดเงิน หรือหุ้นที่มีคุณภาพสูงและมีความผันผวนต่ำ เพื่อประคับประคองพอร์ตโฟลิโอ นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ถึงทิศทางของ ราคาทองคำและน้ำมัน ที่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ รวมถึงนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ทำให้นักลงทุนต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

PwC สำรวจ 59 ซีอีโอไทย คาดรายได้ลดต่ำสุดรอบ 3 ปี
อ่าน

PwC สำรวจ 59 ซีอีโอไทย คาดรายได้ลดต่ำสุดรอบ 3 ปี

#ทันหุ้น #2026 #SET #PwC สำรวจ 59 ซีอีโอไทย คาดรายได้ลดต่ำสุดรอบ 3 ปีPwC ประเทศไทย เผยรายงานผลสำรวจล่าสุดพบ มีเพียง 24% ของซีอีโอไทยที่ ‘เชื่อมั่นอย่างมาก’ ว่าองค์กรของตนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในปีนี้ ลดลงจาก 47% ในปี 2566 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามปี สะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นของผู้บริหารไทย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนที่ผันผวน และการเร่งตัวของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AIรายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลก ประจำปี ครั้งที่ 29 ฉบับประเทศไทย (PwC’s 29th Global CEO Survey: Thailand) ภายใต้หัวข้อ ‘การเป็นผู้นำท่ามกลางความไม่แน่นอนในยุค AI’ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานผลสำรวจซีอีโอทั่วโลก (PwC 2026 Global CEO Survey) ชี้ให้เห็นว่า ผู้นำธุรกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุน และความเสี่ยงไซเบอร์ ขณะเดียวกันยังมองหาโอกาสใหม่ โดยเฉพาะการยกระดับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence: AI) ในระดับองค์กร และการขยายสู่ธุรกิจหรือโดเมนใหม่เพื่อการเติบโตระยะยาว@มั่นใจต่ำสุดนายพิสิฐ ทางธนกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า “ความเชื่อมั่นของซีอีโอไทยในปีนี้ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสามปี เพราะโจทย์ไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจชะลอ แต่เป็นความเสี่ยงที่ซ้อนทับกัน ตั้งแต่ความผันผวนในระดับมหภาค กำแพงภาษี ไปจนถึงความเสี่ยงไซเบอร์ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกระทบทั้งต้นทุน การวางแผนงาน และการตัดสินใจลงทุนโดยรวม”ขณะเดียวกัน ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยปรับลดลงเช่นกัน โดยมีเพียง 34% ของซีอีโอไทยที่คาดว่าเศรษฐกิจในประเทศจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของซีอีโอทั่วโลกที่ 55% อย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปี 2569 เป็นปีที่องค์กรต้องบริหารงานภายใต้บริบทของ ‘ความไม่แน่นอนเป็นเรื่องปกติ’ และต้องตัดสินใจอย่างสมดุลระหว่างการป้องกันความเสี่ยงระยะสั้นกับการวางรากฐานเพื่อการเติบโตในระยะยาวนอกจากความกังวลด้านเศรษฐกิจ ผลสำรวจยังพบว่า ซีอีโอไทยมอง ความผันผวนทางเศรษฐกิจมหภาค และ ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ เป็นความเสี่ยงสำคัญสูงสุดของธุรกิจในปีนี้ (ที่ 29% เท่ากัน) ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี กำแพงภาษี และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สร้างแรงกดดันต่อการวางแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง“ในปีนี้ ผู้นำธุรกิจไทยเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทั้งในและนอกประเทศที่ซับซ้อนมากกว่าที่เคย ปัจจัยเหล่านี้ไม่เพียงแต่กระทบต้นทุนและความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังทำให้ซีอีโอจำนวนมากเลือกใช้แนวทางที่รอบคอบมากขึ้นในการตัดสินใจ โดยเฉพาะการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อบริหารความเสี่ยงเฉพาะหน้าควบคู่ไปกับการรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ” นาย พิสิฐ กล่าว@องค์กรไทยเปิดรับ AI แล้วผลสำรวจพบว่า แม้ 33% ของซีอีโอไทยระบุว่า องค์กรสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการใช้ AI ในปีที่ผ่านมา แต่ยังมีเพียงส่วนน้อย (18%) ที่สามารถเพิ่มรายได้และลดต้นทุนได้พร้อมกัน สะท้อนความท้าทายด้านโครงสร้างองค์กร กลยุทธ์ข้อมูล ทักษะบุคลากร และกรอบการกำกับดูแล AIนอกจากนี้ ในทางปฏิบัติ การนำ AI มาใช้ในองค์กรไทยยังคงกระจุกตัวอยู่ในงานบริการสนับสนุนและกระบวนการภายใน ขณะที่การประยุกต์ใช้ AI ในกระบวนการหลักที่เชื่อมโยงกับการสร้างรายได้โดยตรงยังอยู่ในระดับจำกัด สะท้อนให้เห็นว่า มูลค่าทางธุรกิจ ไม่ได้เกิดจากการนำ AI เข้ามาใช้งานเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความพร้อมด้านข้อมูล โครงสร้างองค์กร ทักษะบุคลากร และการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) ควบคู่กัน“ซีอีโอไทยกำลังเผชิญโจทย์ที่ยากกว่าการบริหารความเสี่ยงระยะสั้น นั่นคือการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอน เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคตที่ AI จะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันอย่างแท้จริง ผู้บริหารควรเร่งยกระดับการใช้ AI จากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ พร้อมมีกรอบกำกับดูแลที่เข้มแข็งเพื่อสร้างความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” นาย พิสิฐ กล่าว@การพลิกโฉมองค์กรท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กลายเป็นบริบทปกติ ผลสำรวจพบว่า ซีอีโอไทยจำนวนมากเริ่มขยับจากการตั้งรับความเสี่ยงไปสู่การปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อสร้างแหล่งรายได้การเติบโตใหม่ในระยะยาว โดย 56% ระบุว่าองค์กรได้ขยายเข้าสู่ภาคส่วนหรืออุตสาหกรรมใหม่ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ขณะที่อุตสาหกรรมที่ซีอีโอสนใจขยายเข้าไป่มากที่สุด ได้แก่ บริการด้านสุขภาพและสุขภาวะ (25%) และธุรกิจบริการและการพักผ่อน (21%)นอกจากนี้ การควบรวมและซื้อกิจการ (mergers and acquisitions) ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์อย่างมีวินัยมากขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจาก เมกะเทรนด์ ทั้ง AI การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดย 38% ของซีอีโอไทยมีแผนเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ในช่วงสามปีข้างหน้า เพื่อขยายไปสู่ภาคส่วนใหม่ในสัดส่วนที่เหมาะสม เพิ่มขีดความสามารถที่องค์กรยังขาด อีกทั้งทดลองและต่อยอดตลาดใหม่ กระจายความเสี่ยงจากธุรกิจหลัก และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในสภาพแวดล้อมที่เศรษฐกิจโลกผันผวนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น“ผลสำรวจปีนี้สะท้อนว่า การพลิกโฉมองค์กรไม่ใช่โครงการระยะยาวที่ทำแบบค่อยเป็นค่อยไปได้อีกต่อไป แต่คือความสามารถในการขยับทรัพยากร การลงทุน และคนไปอยู่ในจุดที่สร้างมูลค่าได้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องถอนหรือปรับสิ่งที่ไม่ตอบโจทย์อย่างรอบคอบ องค์กรที่ทำได้จะเปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นโอกาส และเปลี่ยนการลงทุนด้านดิจิทัลและ AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดได้จริง”“ปีนี้โจทย์ของซีอีโอไทยไม่ใช่แค่ระมัดระวัง แต่คือการตัดสินใจให้คมขึ้นภายใต้ข้อจำกัด โดยมีสามเรื่องที่ควรทำพร้อมกัน หนึ่ง ยกระดับข้อมูลและ AI ให้สร้างผลลัพธ์วัดได้ สอง เสริมภูมิคุ้มกันไซเบอร์และความต่อเนื่องทางธุรกิจ และสาม จัดพอร์ตการลงทุนและการเติบโตให้ยืดหยุ่น ผ่านความร่วมมือหรือ MA ที่มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์ชัดเจน” นาย พิสิฐ กล่าว

LPN สู่ปีแห่งการสร้างรากฐานลุยโมเดลใหม่-เป้าขาย8พันล.
อ่าน

LPN สู่ปีแห่งการสร้างรากฐานลุยโมเดลใหม่-เป้าขาย8พันล.

#LPN #ทันหุ้น - LPN ชี้ปี 2569 รุกสร้างรากฐานองค์กรให้แกร่ง พร้อมเพิ่มโมเดลเพิ่มรายได้ใหม่ ทั้งจากที่อยู่อาศัย การลงทุน บริการหลังการขาย หนุนโตได้ทุกสภาวะ เดินเกมผ่าน 3 แกนหลักในการบริหารองค์กร เปิดตัว 3 โครงการ ปักเป้ายอดขาย 8 พันล้านบาทนางสาวดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)หรือ LPN เปิดเผยว่า สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ไม่ใช่ปีแห่งการเร่งเติบโต แต่เป็นปีของการสร้างรากฐานขององค์กรให้แข็งแกร่งที่สุด LPN จึงเลือกเพิ่มโมเดลธุรกิจที่นอกเหนือจากการขายเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบอื่นด้วย ทั้งจากการอยู่อาศัย การลงทุน และการบริการหลังการขายที่ครอบคลุมทุกมิติของการอยู่อาศัย  เพื่อให้ธุรกิจมีความสามารถในการเติบโตได้ในทุกสภาวะของตลาดทั้งนี้จะเห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 ยังคงชะลอตัวต่อเนื่องมาจากปี 2568 ซึ่งนับเป็นความท้าทายในการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากปัจจัยด้านภาระหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น กำลังซื้อที่จำกัด รวมไปผลกระทบจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ความตึงเครียดของเหตุการณ์ที่กระทบเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทำให้ปีนี้ยังคงเป็นอีกปีที่ต้องวางทิศทางการบริหารองค์กรด้วยความรอบคอบ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งขององค์กรให้มีเสถียรภาพและมีความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจมากที่สุด”** แนวทางการเติบโตสำหรับแนวทางในการดำเนินธุรกิจของ LPN ในปี 2569 จะถือเป็นปีแห่งการรักษาเสถียรภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจเพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันขององค์กรและสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้กลยุทธ์ “Rebuild - Strengthening The Core” ประกอบด้วย 3 แกนหลัก ได้แก่Strengthen Product Core หรือการสร้างความแข็งแกร่งในการพัฒนาโครงการ ประกอบด้วย การเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท ประกอบด้วย 1) โครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม BAAN 365 เจษฎาราชพฤกษ์ มูลค่าโครงการกว่า 1,350 ล้านบาท 2) โครงการคอนโดมิเนียม Low Rise บนทำเลถนนเพชรเกษม มูลค่าโครงการ 1,400 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 2/2569 และโครงการคอนโดมิเนียม High RiseStrengthen Business Core หรือการเสริมพลังแกนหลักทางธุรกิจผ่านการดำเนินงานเชิงรุกในหลายมิติ เริ่มต้นด้วย การยกระดับ Brand Experience เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าตั้งแต่การสื่อสาร จนถึงการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพควบคู่กับความเชี่ยวชาญในระบบบริหารจัดการโครงการครอบคลุมครบทุกด้าน ซึ่งต่อยอดเป็นรายได้ประจำของกลุ่มธุรกิจสะท้อนถึงการปรับตัวเชิงรุกขององค์กรStrengthen Financial Core หรือการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการบริหารจัดการทางการเงิน ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การควบคุมต้นทุน และการวางโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรง เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต เริ่มต้นด้วย การบริหารแหล่งเงินทุนและกระแสเงินสด ควบคู่กับการลดภาระหนี้ให้ลดลง*** ปักเป้ายอดขาย8พันล.สำหรับปี 2569 บริษัทวางเป้าหมายยอดขาย (Presale) ไว้ที่ 8,000 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 10% จากปี 2568 ที่ทำได้ 7,200 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมมูลค่า 5,500 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวมูลค่า 1,700 ล้านบาท และมีโครงการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบในปี 2568 จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 3,700 ล้านบาทโดยปัจจุบันบริษัทมียอดรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 1,620 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ในปี 2569 – 2570 ขณะที่รายได้รวมของปี 2568 อยู่ที่ 6,730 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 4,060 ล้านบาท และรายได้จากการบริหารจัดการงานเช่าและธุรกิจบริการ อยู่ที่ 2,670 ล้านบาท โดยวางเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ไว้ที่ 7,600 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 13%

ดูดวงไพ่ยิปซีรายสัปดาห์ ช่วงวันที่  16 -22 มีนาคม 2569 โดย อ.เมธี ศิษย์ อ.ขุนทอง ณ อยุธยา
อ่าน

ดูดวงไพ่ยิปซีรายสัปดาห์ ช่วงวันที่ 16 -22 มีนาคม 2569 โดย อ.เมธี ศิษย์ อ.ขุนทอง ณ อยุธยา

เปิดดวงไพ่ยิปซี รายสัปดาห์ ช่วงวันที่ 16 -22 มีนาคม 2569 สัปดาห์นี้คนเกิดวันไหนที่ "ช้าๆได้พร้าเล่มงาม" และดวงคนเกิดวันอื่นๆ จะดีด้านใดกันบ้าง หรือมีประเด็นอะไรต้องระวังเป็นพิเศษ มา ดูดวงรายสัปดาห์ กับ อ.เมธี ศิษย์ อ.ขุนทอง ณ อยุธยา 0915945646 กันเลยได้ มีคำทำนายมาให้ครบ! สำหรับคนเกิดทั้ง 7 วัน ทั้ง ดวงการงาน ดวงการเงิน ดวงความรัก และ ดวงสุขภาพ ดูดวงไพ่ยิปซีรายสัปดาห์ ช่วงวันที่ 16 -22 มีนาคม 2569โดย อ.เมธี ศิษย์ อ.ขุนทอง ณ อยุธยา ดวงรายสัปดาห์คนที่เกิดวันจันทร์ วันจันทร์: ไพ่ อัศวินดาบ (Knight of Swords) คำทำนาย: นักรบผู้กล้าหาญ มีทักษะ มีความกล้า มีความคล่องแคล่ว ข้อเสียคือความเกลียดชัง ความโกรธเคือง ความขัดแย้ง ลักษณะนิสัย: คุณเป็นคนมุทะลุ ทรนง เชื่อมั่นในตัวเอง มีอัตตา มีทิฐิ (มีความเป็นตัวของตัวเองมาก) การงาน: จะสำเร็จจากการต่อสู้ฝ่าฟัน การงานของคุณ จะเหมาะกับต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ หรือมีการขนส่งแล้วจะดี ภาพรวมเรื่องงานคุณจะฝ่าฟันเรื่องงานสำเร็จ สู้ๆ ลุยๆ เเล้วจะชนะครับ การเงิน: สู้ได้ครับในช่วงนี้ เเต่เหนื่อยยาก ลำบากหน่อย เรื่องเงินในช่วงนี้ควรตรงไปตรงมานะครับ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ที่เกี่ยวกับเงิน เจรจาแบบตรงไปตรงมาแล้วจะสำเร็จ ความรัก: ลดความมั่นใจของตัวเองลง ลดความทรนง ลงบ้างนะครับ ควรใจเย็นๆ ค่อยๆคิด ค่อยๆคุยกัน เเล้วจะดีครับ คนโสด ถ้าอยากมีคู่เข้ามา ควรเปิดใจและให้อภัย หรือลดทิฐิลงมานะครับ สุขภาพ: ช่วงนี้เเข็งเเรงดีครับ (คนที่ป่วยอยู่ก็จะดีขึ้นครับ) ระวังเรื่องของการหกล้ม หรือจากอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆนะครับ จากการใจร้อนรีบร้อนเกินไป เลขประจำไพ่: 36 39 369 ---------------------------------------- ดวงรายสัปดาห์คนที่เกิดวันอังคาร วันอังคาร: ไพ่ ราชาถือไม้ (King of Wands) คำทำนาย: ราชาเเแห่งงาน เป็นคนซื่อสัตย์ มีสติ อัธยาศัยดี ใจกว้าง เป็นมิตรเเละตามใจ ลักษณะนิสัย: คุณเป็นคนขยันทำงานเเละซื่อสัตย์ในงานที่รักมาก การงาน: ขอเเค่คุณซื่อสัตย์กับงานทึ่ทำ เชื่อมั่นศรัทธา กับงานที่คุณทำอยู่ ชีวิตคุณประสบความสำเร็จเเน่นอนครับ ให้คุณมีเสรีภาพ คุณเป็นคนเก่งงาน มั่นใจในความคิดของตัวคุณเอง การงานถ้าคุณได้ทำงานที่ตนเองรักและชอบที่จะทำ มักจะทำได้ดีและสำเร็จครับ การเงิน: จะมีเงินมากขึ้นจากงานที่คุณเชื่อมั่นเเละทำอยู่ (หรืองานที่คุณหลงไหล) จะร่ำรวยได้ครับไพ่ใบนี้ ความรัก: คุณเป็นคนไม่สนใจเรื่องความรักสักเท่าไหร่ ถ้ามีคู่อยู่เเล้ว คุณจะสนใจเเต่เรื่องงานเท่านั้น (ควรเเบ่งเวลาให้คู่รักบ้างนะครับ เพื่อความสัมพันธ์ที่ดี เเละยาวนาน) สุขภาพ: ระวังโรคเกี่ยวกับออฟฟิตซินโดม ระวังโรคเกี่ยงกับกระดูกสันหลัง เเละต้นคอนะครับ ควรหมั่นตรวจสุขภาพประจำปีทุกปีนะครับ เลขประจำไพ่: 78 79 89 289 789 ---------------------------------------- ดวงรายสัปดาห์คนที่เกิดวันพุธ วันพุธ: ไพ่ 8 ไม้ (8 of Wands) คำทำนาย: การสื่อสาร ความก้าวหน้า การเคลื่อนไหวที่ดีขึ้น คำทักทาย: การงาน การเงินของคุณ เกี่ยวกับการสื่อสารไหมครับ ไพ่ใบนี้จะมีความสำเร็จเกิดขึ้นนะครับ การงาน: บางอย่างก็ต้องรอครับ ทุกอย่างมีจังหวะของมัน รีบมากจะเสียงานนะครับ ช้าๆได้พร้าเล่มงามครับ แต่ในทุกๆวันให้คุณอย่าหยุดนิ่งทำมันต่อไปอย่าหยุดรับรองครับสำเร็จแน่นอน 100% การเงิน: ไม่ขาดมือครับ (ตอนนี้อยู่ในเกณฑ์พอใช้ครับ) อนาคตจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆแน่นอนนะครับ ถ้าท่านทำงานที่ท่านรักอยู่อย่างไม่หยุดนิ่ง และไม่ยอมแพ้ ความรัก: เรื่อยๆครับไม่มีปัญหารุนแรงอะไรมากมาย จะดีขึ้นได้ด้วยการพูดคุยกันครับ เปิดใจคุยกัน ส่วนคนโสด จะมีคนเข้ามาชอบคนเรื่อยๆนะครับ คุณก็เป็นคนฝ่ายเลือก (เลือกดีๆนะครับยังไม่ต้องรีบร้อนอะไร) สุขภาพ: ปานกลางครับ ไม่มีอะไรน่ากังวลในช่วงนี้ ส่วนคนที่ทำงานออฟฟิต ระวังโรค office syndrome นะครับ (นั่งนานปวดหลัง ปวดคอ ครับ) ส่วนคนที่ป่วยอยู่ก็จะกลับมาดีกันได้ เลขประจำไพ่: 58 89 ---------------------------------------- ดวงรายสัปดาห์คนที่เกิดวันพฤหัสบดี วันพฤหัสบดี: ไพ่ 7 ไม้ (7 of Wands) คำทำนาย: น้ำท่วมปาก กำลังต่อสู้ การเอาชนะอุปสรรค การโดนรุกราน การป้องกันตนเอง คำทักทาย: ช่วงนี้การงานการเงินหรือความรักของคนค่อนข้างถาโถมเข้ามา คุณรู้สึกหนักใจในเรื่องนี้ใช่ไหมครับ กดดัน การงาน: ต่อสู้ฝ่าฟัน ลุยๆๆ เหนื่อยเเต่ก็สำเร็จนะครับ เดือนนี้เหนื่อยหน่อยนะ งานรุม บริหารเวลาดีๆ รับรองสำเร็จผลครับ การเงิน: สู้ได้ครับ บริหารจัดการเงินของคุณให้ดีๆ คิดจะลงทุนอะไร ลงทุนได้ครับ หนักแน่นนะครับอย่าอ่อนไหว ชัดเจนกับการลงทุนหรือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่แล้วคุณจะสำเร็จแล้วเงิน ความรัก: เป็นความรักที่ต้องต่อสู้ฝ่าฟันนะครับ เเต่ผลลัพธ์คือสำเร็จนะครับ อย่าท้อไปเสียก่อนนะ สุขภาพ: เเข็งเเรงดีครับ ถ้าบางคนตัองต่อสู้กับโรคภัย จะหายป่วย หรือไม่ก็ดีขึ้นได้ครับ เลขประจำไพ่: 71 77 79 ---------------------------------------- ดวงรายสัปดาห์คนที่เกิดวันศุกร์ วันศุกร์: ไพ่ พระราชินีถือดาบ (Queen of Swords) คำทำนาย: นางพญาหิมะผู้เคร่งขรึม รู้สถานการณ์ทุกอย่าง เฉียบแหลม ผู้ซ่อนอารมณ์ของตัวเองเก่ง ฉลาด ลักษณะนิสัย: คุณเป็นคนตรง คุณเป็นคนค่อนข้างทรนง เอาเเต่ใจ เชื่อมั่นในตัวเองมาก การงาน: คุณทำงานธุรกิจส่วนตัวไหมครับ หรือถ้าทำงานประจำ คุณก็เป็นหัวหน้าใช่ไหม ต้องอดทนต่อสู้กับงานอย่างยืดหยัดในความเป็นตัวเอง ไม่ต้องสนใจงานอื่นที่ตนเองไม่ได้รัก การเงิน: สู้ได้เเบบตรงไปตรงมา เจรจาด้วยความตรงไปตรงมา ไม่มีลับลมคมในเเล้วคุณจะสำเร็จ ในเรื่องการเงิน ครับ ความรัก: คุณค่อนข้างทรนง เอาเเต่ใจ ลดทิฐิลงบ้าง เเล้วความรักจะไปได้ด้วยดีครับ ส่วนคนโสด มีดวงโสดต่อไปใน 3 เดือนนี้ครับ สุขภาพ: เเข็งเเรงดีครับ คนที่มีปัญหาสุขภาพก็จะดีขึ้น เลขประจำไพ่: 21 29 289 ---------------------------------------- ดวงรายสัปดาห์คนที่เกิดวันเสาร์ วันเสาร์: ไพ่ Devil (ไพ่ซาตาน) คำทำนาย: ปีศาจ กุหลาบที่โหดร้าย เครื่องธุรกิจสีเทา ความซ่อนเร้น หมกเม็ด ตัณหาราคะเรื่องเพศ เเรงกระตุ้นที่ไม่สามารถควบคุมได้ ด้านมืดที่ถูกปลดปล่อยออกมา คำเตือน: ช่วงนี้คุณทำอะไรต้องระวังและใช้สติให้มากที่สุด เพราะจะมีเรื่องผิดศีลธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องได้ง่ายๆ หลอกล่อให้คุณเป็นคนไม่ดีได้ การงาน: ระวังเรื่องเอกสารสัญญารัดกุมและรอบคอบเข้าไว้ครับ ระวังโดนโกง ไว้ใจใครไม่ได้จริงๆครับช่วงนี้ (ยิ่งเพื่อนรักหรือคนใกล้ตัวต้องยิ่งระวังครับ ระวังเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนะครับ) พูดถึงเรื่องงานไพ่ใบนี้เหมาะกับคนที่ทำงานธุรกิจสีเทา งานผิดศีลเช่นการพนัน ขายอาวุธ ร้านเหล้า ธุรกิจที่เกี่ยวกับการดูเเลเพศตรงข้าม เป็นต้น ถึงจะรวยครับ (อย่าลืมทำบุญมากๆ ทำบุญบ่อยๆนะครับ ถ้าจะทำงานประเภทนี้) การเงิน: เสี่ยงถูกโกง เช็คเด้ง ห้ามให้ใครยืมเงิน เเละระวังหมดเงินไปกับเรื่องเลวร้าย หมดเงินหมดทองกับการหักห้ามใจในเรื่องความชั้วร้ายของตัวเองไม่ได้ เเละสิ่งที่ไม่ดีต่างๆนาๆจะเข้ามาล่อตาล่อใจเยอะ (สิ่งผิดศีลธรรมต่างๆทั้งนั้นครับ) ความรัก: ระวังได้ไปเป็นชู้ชาวบ้าน หรือไปผิดลูกผิดเมียเขานะครับ (วิธีเเก้คนที่มีคู่ที่ดีอยู่เเล้วควรรักเดียวใจเดียวครับ มั่นคง ซื่อตรง ซื่อสัตย์ ไม่โกหก ดีสุดครับ) ส่วนคนโสด ระวังคนที่มีเจ้าของเเล้ว เข้ามายุ่งกับคุณนะครับในช่วงนี้ สุขภาพ: โรคผิวหนัง โรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ โรคพิษสุราเรื้อรัง วิธีแก้เคล็ด: เข้าวัด เข้าโบสถ์ ฟังธรรม อยู่ในศีลในธรรม ครับ เลขประจำไพ่: 68 86 88 168 888 ---------------------------------------- ดวงรายสัปดาห์คนที่เกิดวันอาทิตย์ วันอาทิตย์: ไพ่ 8 เหรียญ (8 of Pentacles) คำทำนาย: การทำงานและความสามารถด้วยตนเอง ความรักในการทำงาน กิจการใหม่ ผลลัพธ์ที่เป็นบวก บรรลุในธุรกิจของตัวเอง คำทักทาย: ตอนนี้คุณมีโครงการจะทำอะไรใหม่ๆเพื่อเพิ่มมูลค่าทางการเงินใช่ไหมครับ (บางคนอาจจะต่อยอดจากธุรกิจที่มีอยู่แล้วก็ได้) การงาน: จะดีขึ้นเรื่อยๆนะครับ นับจากนี้ จะโอกาสใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตนะครับ คุณเป็นคนขยันทำมาหากินคุณไม่มีวันแพ้แน่นอน การเงิน: ดีขึ้นตามลำดับนะครับ ทำต่อไปครับอย่าหยุดนิ่งรวยแน่นอนคนอย่างคุณ การเงินจะดีขึ้นกว่าวันนี้แน่นอนครับ ความรัก: จะสามารถพัฒนา ความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นได้นะครับ ค่อยๆสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกันไปเรื่อยๆนะครับ เป็นความรักที่ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอย่าทิ้งกันตอนลำบาก ส่วนคนโสด ถ้ามีคนเข้ามาก็ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์กันไปเรื่อยๆนะครับ ดูความจริงใจของเขาครับว่าเขาจะดีกับเราขึ้นไปเรื่อยๆไหม สุขภาพ: สุขภาพอยู่ในเกณฑ์ดีครับไม่มีปัญหาอะไร ระวังเรื่องแค่ทำงานหนักเกินไปจะทำให้เกิดโรคจากการพักผ่อนน้อยได้ (ถ้าคนที่ป่วยอยู่ก็จะดีขึ้นครับ) เลขประจำไพ่: 68 89 ขอบคุณเนื้อหาจากอ.เมธี ศิษย์ อ.ขุนทอง ณ อยุธยา 0915945646 ไอดีไลน์ @metee1 รู้จัก อ.เม มากขึ้น ดูประวัติได้ที่http://www.metee456.com

หมดเงินเป็นล้านซื้อ เครื่องจักรไฮเทค แต่ทำไมค่าไฟไม่ลด?
อ่าน

หมดเงินเป็นล้านซื้อ เครื่องจักรไฮเทค แต่ทำไมค่าไฟไม่ลด?

#ทันหุ้น-ท่านผู้อ่านคะ ท่านเคยเจอเรื่องตลกร้ายแบบนี้ไหมคะ? ลงทุนติดตั้งระบบเซนเซอร์ราคาแพงเพื่อเตือนเมื่อการใช้ไฟพุ่งสูง แต่พอสัญญาณเตือนดัง พนักงานกลับเดินไปปิดเสียง แล้วทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะรำคาญเสียงเตือนสัปดาห์นี้ดิฉันขอพักเรื่องตัวเลขและการเงิน มาคุยเรื่อง "หัวใจ" ของความสำเร็จในการทำ Green Tech กันบ้าง นั่นคือเรื่อง "คน" ค่ะจากการที่ดิฉันได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาให้หลายโรงงาน พบปัญหาสุดคลาสสิกที่ผู้บริหารมักมองข้าม คือเรามัวแต่ไปโฟกัสที่การเลือกเทคโนโลยีว่าต้องรุ่นล่าสุด ต้องประหยัดไฟเบอร์ 5 แต่เราลืมอัพเกรดซอฟต์แวร์ที่สำคัญที่สุด นั่นคือ ทัศนคติของพนักงานลองจินตนาการดูนะคะ เราซื้อรถเฟอร์รารี่มา แต่คนขับยังขับเหมือนขับรถอีแต๋น เหยียบคันเร่งมิดแล้วเบรกกะทันหัน รถดีแค่ไหนก็พัง จริงไหมคะในโครงการ Green Tech ก็เช่นกันค่ะ ถ้าท่านไม่อยากให้เงินลงทุนกลายเป็นแค่ ของประดับโรงงาน นี่คือ 3 สิ่งที่ท่านต้องรีบทำกับทีมงาน ก่อนที่จะเริ่มติดตั้งระบบค่ะ1. เปลี่ยนความกลัว ให้เป็นความเข้าใจเชื่อไหมคะว่า ศัตรูตัวฉกาจของ Green Tech ไม่ใช่เทคนิคที่ซับซ้อน แต่คือความกลัวของพนักงานเก่าแก่ ที่คิดว่า เอาหุ่นยนต์มาวัดไฟ เดี๋ยวฉันก็ตกงานสิ หรือระบบอะไรยุ่งยาก เพิ่มภาระงานชัดๆเมื่อเขากลัว เขาจะต่อต้าน อาจจะด้วยวิธีการไม่ให้ความร่วมมือ หรือแกล้งทำเป็นใช้ไม่เป็น หน้าที่ของผู้บริหารคือต้องสื่อสารให้ชัดว่า เทคโนโลยีนี้มาเพื่อ ช่วยเขา ไม่ใช่มา ไล่เขาออก เช่น บอกให้ชัดเจนว่า ระบบ IoT นี้จะช่วยให้ไม่ต้องเดินจดมิเตอร์ร้อนๆ ทุกชั่วโมง แต่ให้นั่งดูผ่านมือถือสบายๆ แล้วเอาเวลาไปดูแลเครื่องจักรจุดอื่นแทน2. เปลี่ยนคำสั่ง ให้เป็นเกมการออกคำสั่งว่า ห้ามเปิดแอร์ต่ำกว่า 25 องศา หรือ ห้ามเดินเครื่องพร้อมกัน มักได้ผลแค่ตอนหัวหน้าเดินผ่านค่ะ ลองเปลี่ยนวิธีบริหารแบบนักธุรกิจหญิงดูไหมคะ? ใช้การทำ Energy KPIดิฉันเคยแนะนำให้โรงงานหนึ่ง แบ่งโซนแข่งกันประหยัดไฟระหว่างแผนก โดยมีหน้าจอโชว์กราฟ Real-time ที่โรงอาหาร แผนกไหนทำค่า Peak Demand ได้ต่ำที่สุดในเดือนนั้น มีรางวัลเป็นโบนัสพิเศษหรือเลี้ยงบุฟเฟต์ทั้งแผนก ผลลัพธ์น่าทึ่งมากค่ะ จากที่ต้องคอยดุ พนักงานกลับช่วยกันเตือนเพื่อนร่วมงานกันเองว่า อย่าเพิ่งเดินเครื่องจักรตัวใหญ่นะ กราฟกำลังพุ่ง เดี๋ยวเราแพ้แผนก B เป็นไงคะ ผลลัพธ์ที่ได้ พลังของ Teamwork ชนะทุกเทคโนโลยี3. สร้างฮีโร่ ในองค์กรท่านทำคนเดียวไม่ไหวหรอกค่ะ ท่านต้องหาหัวหมู่ทะลวงฟัน ในระดับปฏิบัติการ ลองมองหาพนักงานรุ่นใหม่ หรือหัวหน้างานที่มีแวว สนใจเทคโนโลยี แต่งตั้งเขาเป็น Green Champion ส่งเขาไปอบรม ให้ความรู้ และให้อำนาจเขาในการดูแลโปรเจ็กต์เมื่อคำแนะนำเรื่องการประหยัดพลังงาน มาจากเพื่อนร่วมงานด้วยกันเอง (ไม่ใช่คำสั่งจากเบื้องบน) พนักงานมักจะเปิดใจรับฟังมากกว่า และเกิดวัฒนธรรมองค์กรแบบใหม่ขึ้นมาจริงๆบทสรุป: Technology is just a tool.สุดท้ายนี้ ดิฉันขอย้ำว่า เทคโนโลยีเป็นแค่เครื่องมือ แต่คนคือผู้ใช้งาน การลงทุนใน Green Tech ที่คุ้มค่าที่สุด จึงต้องเริ่มจากการลงทุนใน "คน" ของท่านก่อนบทความหน้า เราจะมาสรุปภาพรวมทั้งหมด และดิฉันมี Case Study ลับ ของบริษัทไทยที่เริ่มจากติดลบ แต่ใช้กลยุทธ์ Green Tech จนกลายเป็นผู้นำตลาดมาเล่าให้ฟัง ห้ามพลาดนะคะ!

บสย. ผนึก สภาอุตฯ ดันเครดิตสกอริ่ง ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ
อ่าน

บสย. ผนึก สภาอุตฯ ดันเครดิตสกอริ่ง ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อ

#ทันหุ้น บสย. ผนึก สภาอุตสาหกรรมฯ ชูมาตรการเฉพาะจุด ช่วย SMEs ฝ่าพิษเศรษฐกิจ เร่งต่อยอด “เครดิตสกอริ่ง” ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) พร้อมด้วย นางดุสิดา ทัพวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ และทีมงาน เข้าพบ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. และคณะผู้บริหาร สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือสนับสนุนผู้ประกอบการไทยใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่1. กำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่ม Small และ Medium ของ บสย. และสมาชิก ส.อ.ท. ครอบคลุมมิติต่างๆ ทั้งด้านการเงิน การเข้าถึงสินเชื่อผ่านกลไกค้ำประกันของ บสย. การส่งเสริมการตลาด การเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและการแข่งขัน จากปัจจุบัน บสย. มีจำนวนลูกค้าสะสมกว่า 9 แสนคน โดยกว่า 20% เป็นผู้ประกอบการในกลุ่ม Small และ Medium โจทย์สำคัญคือเพื่อให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ สามารถอยู่รอด อยู่ได้ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ2. วิเคราะห์แนวโน้มอุตสาหกรรมที่ต้องได้รับการส่งเสริม “มาตรการเฉพาะจุด” เพื่อร่วมกันหามาตรการให้ความช่วยเหลือสมาชิก ส.อ.ท. และลูกค้า บสย. อย่างเฉพาะจุด ทั้งอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือ หรืออุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโต และเป็นจุดแข็งของประเทศไทย แต่จำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จ อาทิ เกษตรแปรรูป ธุรกิจอาหารเพื่อส่งออก ฯลฯ3. ผนึกกำลังร่วมพัฒนา “เครดิตสกอริ่ง” ต่อยอดจาก “TCG Score” ของ บสย. เพื่อประเมิน ระดับความเสี่ยงทางการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน และเสถียรภาพของ SMEs ในแต่ละกลุ่ม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนธุรกิจและการเข้าถึงสินเชื่อในอนาคตของแต่ละกลุ่ม รวมไปถึงการให้คำแนะนำในการปรับตัวให้กับผู้ประกอบการที่ยังต้องการการพัฒนาต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน ให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง (Financial Inclusion)การหารือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง บสย. และ ส.อ.ท. ในการผลักดันมาตรการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมไทย และเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมยกระดับความร่วมมือระหว่างกันตลอดปี 2569

5 นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จที่คุณเริ่มทำได้วันนี้
อ่าน

5 นิสัยของคนที่ประสบความสำเร็จที่คุณเริ่มทำได้วันนี้

ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของโชค หรือพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว หลายครั้งมันคือผลลัพธ์ของ นิสัยเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้แตกต่างจากเรามากนัก แต่พวกเขามีวินัยและรูปแบบความคิดที่ช่วยผลักดันตัวเองไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ 5 นิสัยเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ไม่ต้องรอจังหวะชีวิตที่สมบูรณ์แบบ และคุณสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้เลย 1. ตั้งเป้าหมายชัดเจน และเขียนมันลงไป คนที่ประสบความสำเร็จมักรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร พวกเขาไม่ได้ปล่อยให้ชีวิตลอยไปตามกระแส แต่กำหนดทิศทางอย่างชัดเจน การเขียนเป้าหมายลงบนกระดาษช่วยให้สมองรับรู้ว่ามัน จริงจัง มากกว่าการคิดลอย ๆ ในหัว ลองเริ่มจากเป้าหมายง่าย ๆ เช่น อ่านหนังสือเดือนละ 1 เล่ม เก็บเงินให้ได้ 5,000 บาทใน 3 เดือน ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง เมื่อคุณเขียนและทบทวนทุกวัน สมองจะเริ่มมองหาโอกาสที่สอดคล้องกับเป้าหมายนั้นโดยอัตโนมัติ นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความสำเร็จ 2. ลงมือทำทันที ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ความคิดดี ๆ ไม่มีค่า ถ้าไม่มีการลงมือทำ คนที่ประสบความสำเร็จมักไม่รอให้ทุกอย่าง พร้อม 100% พวกเขาเริ่มจากสิ่งที่มี แล้วปรับปรุงระหว่างทาง หากคุณอยากพัฒนาทักษะใหม่ อย่ารอให้มีเวลาว่างมากกว่านี้ เริ่มเรียนออนไลน์วันละ 20 นาที หากอยากออกกำลังกาย อย่ารอวันจันทร์หน้า เริ่มวันนี้เลย การลงมือทำแม้เพียงเล็กน้อย จะสร้างแรงผลักดันให้เกิดความต่อเนื่อง และความต่อเนื่องนี่เองที่พาไปสู่ผลลัพธ์ใหญ่ 3. จัดการเวลาอย่างมีระบบ ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือการใช้เวลา คนที่ประสบความสำเร็จมักวางแผนวันของตัวเองล่วงหน้า พวกเขารู้ว่าสิ่งใดสำคัญ และไม่ปล่อยให้เรื่องเล็กน้อยมารบกวนเป้าหมายหลัก เทคนิคง่าย ๆ ที่เริ่มได้วันนี้คือ เขียน 3 สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำในแต่ละวัน ทำงานยากก่อนในช่วงที่สมองสดที่สุด ลดเวลาบนโซเชียลมีเดียลงวันละ 30 นาที เพียงปรับเล็กน้อย เวลาที่ได้คืนมาจะมากกว่าที่คิด และคุณจะเริ่มเห็นความก้าวหน้าอย่างชัดเจน 4. เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก คนที่หยุดเรียนรู้มักถูกทิ้งไว้ข้างหลัง คนที่ประสบความสำเร็จจึงไม่หยุดพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะผ่านการอ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ หรือเรียนคอร์สใหม่ ๆ คุณไม่จำเป็นต้องอ่านวันละหลายชั่วโมง แค่วันละ 1015 นาที ก็เพียงพอแล้ว ความรู้เล็ก ๆ ที่สะสมทุกวัน จะกลายเป็นความได้เปรียบในระยะยาว การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ ทำให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้น และมองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น 5. มีวินัย และทำแม้ในวันที่ไม่อยากทำ นี่คือนิสัยที่สำคัญที่สุด แรงบันดาลใจอาจมาและไป แต่ วินัย คือสิ่งที่ทำให้คุณเดินหน้าต่อได้ในวันที่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้ คนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มีพลังตลอดเวลา พวกเขาก็มีวันที่ไม่อยากทำอะไรเหมือนกัน แต่พวกเขาเลือกทำต่อไป เพราะเข้าใจว่าความสำเร็จเกิดจากความสม่ำเสมอ ไม่ใช่อารมณ์ชั่วคราว หากคุณตั้งใจจะออกกำลังกาย 30 นาที แม้วันนี้รู้สึกขี้เกียจ ลองทำแค่ 10 นาทีแทน อย่างน้อยคุณยังรักษาความต่อเนื่องไว้ได้ และความต่อเนื่องคือหัวใจของผลลัพธ์ระยะยาว บทความที่คุณอาจสนใจ 5 นิสัยที่ทำให้ผู้ชายดูมีเสน่ห์ขึ้นในสายตาสาวๆ โดยไม่ต้องพูดเยอะ 10 ลักษณะ ผู้ชายที่มีเสน่ห์ แบบไหนโดนใจสาว ผู้หญิงเห็นแล้วชอบ วิธีสร้างเสน่ห์และความมั่นใจ ให้เป็นชายในฝันของสาวๆ

7 วิธีจัดการสภาพคล่องสำหรับมนุษย์เงินเดือน
อ่าน

7 วิธีจัดการสภาพคล่องสำหรับมนุษย์เงินเดือน

รวมวิธีวางแผนการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน มีเงินเก็บ ทำได้จริง การมีรายได้ประจำทุกเดือนเปรียบเสมือนดาบสองคมที่หากขาดการบริหารจัดการที่ดี เงินที่หามาได้อาจหมดไปกับค่าครองชีพและสิ่งของฟุ่มเฟือยอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน พรอมิสขอเสนอแนวทางวิธีจัดการสภาพคล่อง และการวางแผนการเงินฉบับมืออาชีพที่จะเปลี่ยนนิสัยการใช้เงินของคุณให้มั่นคงและยั่งยืน เพื่อสร้างรากฐานความมั่งคั่งให้มนุษย์เงินเดือนทุกคนอย่างแท้จริง การวางแผนการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือนสำคัญอย่างไร การวางแผนการเงินไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเก็บเงินให้ได้ยอดสูง ๆ เท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือการสร้าง "อิสรภาพและการจัดการความเสี่ยง" เมื่อคุณมีแผนที่ทางการเงินที่ชัดเจน คุณจะสามารถควบคุมรายจ่าย วิธีจัดการสภาพคล่อง ในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดสะสมจากภาระหนี้สิน และที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อมสำหรับเป้าหมายในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่อยู่อาศัย การท่องเที่ยว หรือการเกษียณอายุอย่างมีคุณภาพ 7 วิธีวางแผนการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน เพื่อให้พนักงานประจำสามารถเริ่มต้นวิธีจัดการสภาพคล่องได้ตั้งแต่วันนี้ เราขอแนะนำ 7 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่คุณสามารถลงมือทำได้ทันทีดังนี้ 1. แบ่งเงินทันทีที่เงินเดือนเข้า กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดของวิธีจัดการสภาพคล่องคือการ "ออมก่อนใช้" ทันทีที่เงินเดือนถูกโอนเข้าบัญชี ให้คุณแยกเงินออมออกมาอย่างน้อย 10-20% ไปไว้ในอีกบัญชีหนึ่งทันที การทำเช่นนี้จะช่วยบังคับนิสัยการใช้เงินของคุณให้อยู่ภายใต้งบประมาณที่เหลืออยู่จริง ป้องกันปัญหาการใช้เงินเพลินจนไม่เหลือเก็บในช่วงปลายเดือน 2. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่มีวิธีจัดการสภาพคล่องใดจะดีไปกว่าการรู้ว่าเงินไหลออกไปที่ไหนบ้าง การจดบันทึกรายจ่ายทุกประเภทผ่านแอปพลิเคชันหรือสมุดบันทึกจะทำให้คุณมองเห็น "รายจ่ายแฝง" เช่น ค่าสมาชิกรายเดือนที่คุณไม่ได้ใช้งานจริง หรือค่ากาแฟสะสมในแต่ละวัน เมื่อเห็นข้อมูลเหล่านี้ คุณจะสามารถวิเคราะห์และตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปได้แม่นยำขึ้น 3. อย่าประมาทเรื่องฉุกเฉิน การเตรียม "เงินสำรองฉุกเฉิน" (Emergency Fund) คือเกราะป้องกันชีวิตขั้นพื้นฐานที่ทุกคนต้องมี โดยควรสะสมเงินส่วนนี้ให้ได้ประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่ายรายเดือน เพื่อใช้รองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น การเจ็บป่วยกะทันหัน หรือภาวะว่างงานชั่วคราว เงินก้อนนี้จะช่วยให้คุณใช้ชีวิตต่อได้โดยไม่ต้องไปกู้ยืมจนเสียสภาพคล่อง 4. ใช้เงินสดมากกว่าบัตรเครดิต แม้การรูดบัตรเครดิตจะมอบความสะดวกสบายและคะแนนสะสม แต่ก็แฝงไปด้วยความเสี่ยงในการใช้เงินเกินตัว การเลือกใช้เงินสดหรือเงินโอนในกระเป๋าจะช่วยให้คุณตระหนักถึงมูลค่าของเงินที่จ่ายไปได้ชัดเจนกว่า การเห็นยอดเงินในบัญชีลดลงจริงเป็นวิธีจัดการสภาพคล่องที่ช่วยชะลอความต้องการซื้อสิ่งของที่ยังไม่จำเป็นได้ดีเยี่ยม 5. ตั้งเป้าหมายการออมที่ชัดเจน แรงจูงใจคือสิ่งสำคัญในการออมเงิน คุณควรตั้งเป้าหมายที่วัดผลได้จริง เช่น "ออมเงินดาวน์รถ 100,000 บาทภายใน 12 เดือน" การมีเป้าหมายที่จับต้องได้จะทำให้การประหยัดในแต่ละวันมีความหมาย และช่วยให้คุณรักษาวินัยทางการเงินได้นานกว่าการออมไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมาย 6. ตัดรายจ่ายเล็ก ๆ ที่บ่อยเกินไป พฤติกรรม "จ่ายยิบย่อย" คืออุปสรรคสำคัญของวิธีจัดการสภาพคล่องของมนุษย์เงินเดือน เช่น การสั่งอาหารเดลิเวอรี่ทุกมื้อ หรือการซื้อของสะสมตามกระแสรายวัน หากลองรวบรวมยอดเงินยิบย่อยเหล่านี้ดูจะพบว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ที่นำไปต่อยอดการลงทุนหรือใช้ในกรณีจำเป็นได้มหาศาล 7. หารายได้เสริมเล็ก ๆ เพิ่มเติม ในยุคที่เศรษฐกิจผันผวน การมีรายได้จากทางเดียวอาจมีความเสี่ยง ลองใช้ทักษะที่คุณมี เช่น งานกราฟิก งานเขียน หรือการขายของออนไลน์ มาสร้างรายได้เพิ่มในช่วงวันหยุด รายได้เสริมส่วนนี้จะช่วยเป็นตัวช่วยวิธีจัดการสภาพคล่องให้มีความคล่องตัวขึ้น และช่วยเร่งให้เป้าหมายการออมสำเร็จรวดเร็วยิ่งขึ้น สรุปบทความ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนำวิธีจัดการสภาพคล่อง ทั้ง 7 ข้อไปใช้ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำพามนุษย์เงินเดือนไปสู่ความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว แม้ในช่วงแรกอาจจะดูยากลำบากในการปรับตัว แต่ผลลัพธ์ที่จะตามมาคือความสบายใจและความอุ่นใจที่มีรากฐานทางการเงินที่แข็งแรง สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาวินัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คุณก้าวผ่านทุกวิกฤตเศรษฐกิจไปได้อย่างยั่งยืน

สหภาพแรงงาน Ubisoft สุดทน! จี้ CEO ลาออก ชี้อยู่ไปก็ไร้ศรัทธา ไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว
อ่าน

สหภาพแรงงาน Ubisoft สุดทน! จี้ CEO ลาออก ชี้อยู่ไปก็ไร้ศรัทธา ไม่คาดหวังอะไรอีกแล้ว

สถานการณ์ในรั้ว Ubisoft ค่ายเกมดังสัญชาติฝรั่งเศสดูท่าจะเข้าขั้นวิกฤตจนยากจะเยียวยา เมื่อความไม่พอใจในหมู่พนักงานกำลังถึงขีดสุดหลังต้องเผชิญมรสุมข่าวร้ายซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ว่าจะเป็นการปลดคนระลอกใหญ่ โปรเจกต์เกมหลายเกมถูกยกเลิก และการปิดตัวของสตูดิโอหลายแห่ง จนความเชื่อมั่นที่มีต่อบริษัทดิ่งลงเหวแบบกู่ไม่กลับล่าสุด สมาชิกสหภาพแรงงาน Solidaires Informatique ในฝรั่งเศส นำโดย Marc Rutschlé และ Chakib Mataoui ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ โดยเรียกร้องให้ Yves Guillemot ซีอีโอคนปัจจุบัน ลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยทั้งสองเปิดเผยผ่านสื่อ Game Developer ว่าบรรยากาศภายในบริษัทตอนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด พนักงานรู้สึกเหมือนถูกผู้บริหารหักหลัง โดยเฉพาะจากนโยบายบังคับเข้าออฟฟิศ (Return-to-Office) และมาตรการรัดเข็มขัดที่มุ่งลดต้นทุนกว่า 200 ล้านยูโร ซึ่งสร้างความไม่พอใจไปทั่วทั้งองค์กรMarc Rutschlé กล่าวถึงซีอีโออย่างดุเดือดว่า "ผมไม่คาดหวังอะไรจากผู้ชายคนนี้อีกแล้ว... ผมคิดว่าระดับความเกลียดชังที่ผู้คนมีต่อเขามันมากเสียจนเขาควรจะไปได้แล้ว เพื่อที่เราจะได้เริ่มสร้างความเชื่อใจกันใหม่สักที"แม้พวกเขาจะยอมรับว่า Yves อาจไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดเพียงลำพัง แต่ในฐานะเจ้าของบริษัทและผู้นำสูงสุด เขาคือคนที่ต้องรับผิดชอบ เพราะว่า "ท้ายที่สุดแล้ว ยังไง Ubisoft ก็คือบริษัทของเขา" และตราบใดที่เขายังนั่งเก้าอี้นี้ พนักงานก็มองไม่เห็นทางสว่างเลย ว่าจะกลับมาศรัทธาในบริษัทนี้ได้อีกอย่างไรCharlie Guillemotนอกเหนือจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง "ระบบอุปถัมภ์" (Nepotism) เข้ามาเติมเชื้อไฟอีก เพราะมีการตั้งข้อสังเกตถึง Vantage Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอใหม่ภายใต้ร่มเงา Tencent แต่กลับแต่งตั้งให้ลูกชายของ Yves อย่าง Charlie Guillemot นั่งแท่นผู้นำ ดูแลแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Assassin's Creed, Rainbow Six และ Far Cry แม้ว่าเขาไม่เคยมีผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอันมาก่อน อีกทั้งพนักงานยังมองด้วยว่าการขาดความหลากหลายในองค์กร จะยิ่งทำลายความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ ๆ อีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของค่ายเกมยักษ์ใหญ่เจ้านี้ และหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงระดับหัวเรือใหญ่ ก็ยากที่จะเห็น Ubisoft กลับมายืนผงาดและชนะใจเหล่าพนักงานหรือแม้แต่เกมเมอร์กลับคืนมาได้ในเร็ววันแปลและเรียบเรียงจากTech4Gamers