รีเซต

ผลการค้นหา “How I Got My Trainer to be My Boyfriend” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
"นนท์ อินทนนท์" ปิดบังตัวเองกว่า 10 ปี เผยรักแรกกับนักร้องฝึกหัด เล่าวันที่ถูกนอกใจ
อ่าน

"นนท์ อินทนนท์" ปิดบังตัวเองกว่า 10 ปี เผยรักแรกกับนักร้องฝึกหัด เล่าวันที่ถูกนอกใจ

เปิดหมดเปลือกในรายการ Lets talk เบื้องหลังเสียงหัวเราะและความตลกของ นนท์ อินทนนท์ เคยใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง กลัวคนอื่นรู้ตัวตนและกลัวทำให้ครอบครัวผิดหวัง ต้องปิดบังมาตั้งแต่เด็กกว่าจะกล้ายอมรับตัวเองได้ใช้เวลานานกว่า 10 ปี เคยมีวันที่ตลกไม่ออกจนต้องพึ่งจิตแพทย์ ย้ำบทเรียนชีวิตไม่มีงานเครียดกว่าเหนื่อย เผยรักแรกกับนักร้องฝึกหัดเจ็บเหมือนตกหน้าผา ทุ่มเทเกินร้อยแต่ถูกนอกใจ "นนท์ อินทนนท์" ปิดบังตัวเองกว่า 10 ปี เผยรักแรกกับนักร้องฝึกหัด เล่าวันที่ถูกนอกใจ เป็นคนตลกมีความสุขตลอดหรือเป็นบทบาทในการทำงาน ? นนท์ อินทนนท์: เคยถามตัวเองเหมือนกันจะต้องตลกไปถึงเมื่อไหร่ เพราะเวลาออกไปข้างนอก หรือแม้กระทั่งมารายการเจอผู้คน ทุกคนจะ.."พี่นนท์ขออัดคลิปหน่อยสิ ด่าแฟนหนูให้หน่อย" หรือเล่นตลกให้หนูดูสักอันหนึ่งสิ" ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามไม่ได้มีพรสวรรค์เท่าพี่โหน่งพี่เท่ง แต่เคยไปปรึกษาพี่ ๆ ทางฝั่งนั้นเหมือนกันที่เขาเล่นตลกกันมานาน ๆ เขาก็บอกว่าชีวิตจริงก็ไม่ได้ตลก และไม่มีทางที่จะตลกได้ตลอดอยู่แล้ว ซึ่งตอนก่อนหน้านี้ที่ทำงานในวงการต้องยอมรับว่าพยายามจะให้ทุกคนมีความสุข ซึ่งพอเวลาคนเจอหรือบางคนที่ทำงานเหน็ดเหนื่อยมาก แล้วได้มาเจอเราสักครั้งหนึ่งในชีวิต เขารู้สึกว่าอยากได้พลังงานนี้ก็เลยอยากจะมอบพลังงานนี้ให้ แต่พอทำงานมาได้สัก 5 ปี ที่ทำงานตรงนี้รู้สึกว่าบางวันอาจจะขอนั่งเงียบ ๆ แต่ไม่ถึงเหนื่อยกับการทำงานขนาดนั้น ซึ่งสุดท้ายแล้วงานของนนท์ทำเป็นตัวเอง 100% ไม่ว่าจะเป็นหน้ากล้อง หลังกล้อง หรืออยู่ในทีมกับน้อง ๆ หรืออยู่กับเพื่อนที่เป็นเพื่อนสนิทก็จะเป็นแบบนี้ เป็นคนที่ชอบพูด ชอบสร้างสีสันให้คนมีความสุข เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว การที่คุยกับตัวเองระบายความรู้สึกกับตัวเองได้ เป็นอีกหนึ่งบุคลิกที่ทำให้ได้ระบายก็เลยมีบุคลิกมากมาย ? นนท์ อินทนนท์: ใช่ครับ ก็มีบุคลิกมากมายอย่าง "อินทนิน" หรือการมี "แฟนทิพย์" เรารู้จักตัวเองดีที่สุด บางทีท้อมากเรื่องงานหรือกับผู้ร่วมงาน บางทีเจอไม่น่ารักกับเรา ก็จะไม่ได้ไปโทษเขา เพราะสุดท้ายบางทีเขาอาจจะไปเจออะไรมาไม่ดี เช่น ที่บ้านเขาอาจจะทะเลาะกันกับคนนั้นคนนี้ อารมณ์ไม่ดี แล้วเขาก็มาเจอเรา บางทีอารมณ์เราอาจจะเกินไป จนบางทีอาจจะรู้สึกว่า "อะไรของนนท์" มีหลากหลายมาก รู้สึกว่าจัดการอารมณ์กับตัวเองดีกว่า โอเค ตั้งสติ ไม่เป็นไร เขาอาจจะไปเจอเรื่องไม่ดีมา เพราะถ้าสมมุติ เจอเรื่องไม่ดีมา ก็คงไม่ได้อยากจะมาสุงสิง ซึ่งการทำงานจะได้ราบรื่นด้วย ไม่อยากให้คนอื่นอึดอัด เพราะไม่ได้ทำงานแค่คนเดียว ช่างกล้อง พี่ ๆ ทุกคนเขาต้องรอ เพราะฉะนั้นจัดการตัวเองคือเข้าห้องน้ำ ตั้งจิตอธิษฐานก่อน ทำใจ ทำงาน อดทน ออกไปทำงานต่อได้ วันที่ตลกไม่ออกเบื้องหลังรอยยิ้มในวันที่ข้างในพังที่สุด ? นนท์ อินทนนท์: มีครับ ก่อนที่นนท์จะคุยกับตัวเอง ต้องบอกก่อนว่านนท์ไปพบจิตแพทย์เลย ไม่ว่าจะเป็นจิตแพทย์ที่เป็นหมอ หรือจะคุยเป็นความรู้สึกที่เกี่ยวกับโรงละคร เพราะเราเรียนการละครมา แล้วมีอาจารย์คนหนึ่งที่คุยกับเขาแล้วสบายใจ เราคุยทั้งสองท่าน แล้วท่านบอกว่า การที่ใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ดีที่สุดแล้ว การที่บางอย่างเหนื่อยมาก ๆ เราหลีกหนีสิ่งนี้ไม่ได้ สุดท้ายแล้ว ถ้าไม่เหนื่อย ก็ไม่มีงานเครียดกว่า อยากได้แบบไหน แล้วคิดว่า เหนื่อยจัดการได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในทุกปัญหาที่เกิดขึ้น เราเชื่อว่าจัดการได้แน่ ๆ อย่างที่ 1 เราคุยกับตัวเองแล้วเรารู้ว่าควรจะจัดการยังไง อย่างที่ 2 คือ ตอนนี้มีธรรมะเข้ามาช่วย ถามว่ามีสิ่งที่ยากไหมกับการใช้ชีวิต หรือสิ่งที่ยากกับการที่เราจะจัดการอารมณ์ ณ ตอนนี้ไม่ยากเลย แต่กว่าจะผ่านมาได้สาหัสเหมือนกันนะ ความสัมพันธ์ในอดีตกับนักร้องชายค่ายดัง ในวันที่เขาไม่กล้าเดินข้างเรา ? นนท์ อินทนนท์: เอาเป็นว่าเขาเป็นนักร้องฝึกหัดที่กำลังจะเข้าค่าย ๆ หนึ่งแล้วกัน คือตอนนั้นเด็กมาก ในมุมของเด็กของ นนท์ บุญชื่น สมัยเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เสียใจมาก รู้สึกว่าเราเป็นตัวอะไร เหมือนไม่ให้เกียรติกัน ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเราสนับสนุนเขาทุกเรื่อง รู้สึกว่าให้ใจเขาเต็มที่มาก ๆ เราเพิ่งจะก้าวข้ามผ่านของการที่เคยคบผู้หญิง แล้วมาคบคนนี้เป็นผู้ชายคนแรกของเรา ก้าวข้ามผ่านหลาย ๆ อย่างมาเยอะมาก เช่น เพื่อนสมัยก่อนที่เขาคิดว่าเราเป็นผู้ชายเขามองเรายังไง แล้วเพื่อนสมัยนี้ที่เราเพิ่งเจอกัน แต่เรายังเป็นผู้ชายอยู่เขาจะมองเรายังไง ไม่สนใจ ทำให้เรารู้สึกเสียใจมากที่ไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย ไม่ได้แบบว่า "เธอต้องเปิด เธอต้องเป็นคนที่ลงรูปกับฉัน" หรือแม้แต่กระทั่ง "เธอต้องไปบอกค่ายนะว่าเธอเป็นนั่นเป็นนี่" หรือ "เธอต้องเดินจับมือ" ไม่เคยมีแบบนั้น เรารู้ เข้าใจ ถึงแม้ว่าตอนนั้นอาจจะยังไม่เหมือนตอนนี้ที่เปิดได้สบายใจ ตอนนั้นเรารู้ดีว่ามันเปิดไม่ได้ คนยังไม่ได้ยอมรับขนาดนั้น แต่สิ่งที่เราเจอกลายเป็นเหมือนบาดแผลเล็ก ๆ ในใจเรา เหมือนโดนหักหลัง เรากำลังมีความสุขดีแล้วโดนผลักตกหน้าผาหัวกระแทกพื้นเสียชีวิต รู้สึกไม่ดีกับเขาไปเลย เหมือนมีกำแพงบางอย่าง เข้าใจว่าเราจะทุ่มเทให้เขาเท่านี้ สมมุติเคยทุ่มเทให้เขา 100% ทุ่มเทให้เขา 99.99% แล้วกัน ลดมา 0.1% ก็ถือว่าลด มีอยู่วันหนึ่งเขาขึ้นคอนโดกับคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าทำอะไรมา มีคลิปให้ดูด้วยว่าขึ้นคอนโดด้วยกัน ถ่ายมาเป็นชั่วโมง ตอนลงมากอดคอกัน หอมแก้มกันด้วย เหลือ 95% ก็ลดยังไม่ถึง 50% ซะที สุดท้ายแล้วในใจเราก็ไปบอกเลิกเขา เลิกกันเถอะ เสียใจ ร้องไห้ บอกเลิกเขาตอนประมาณ 14:00 น. พอช่วง 16:00 น. "เธอเรามาคบกันเถอะ คนเราผิดพลาดกันได้" เป็นแบบนี้ครับ อยากด่าตัวเองในตอนนั้นมาก ถ้าย้อนกลับไปด่าตัวเองในวันนั้น อยากด่าตัวเองว่าอะไร ? นนท์ อินทนนท์: ไม่ทันคนมากเลยนะ คนแบบนี้มีอีกเป็นร้อยเป็นล้านพันล้านคน เขาช่วยเหลืออะไรบ้าง ไม่มีเลยแม้แต่อย่างเดียว เราช่วยเหลือเขาหมด แล้วเรารักเขาขนาดนี้ ยังจะกลับไปหาเขาอีก โง่ จะพูดประมาณนี้ คือเรารู้สึกว่าขาดเขาไม่ได้ตอนนั้น จะไม่สามารถหาผู้ชายแบบนี้ได้อีกแล้วตลอดชีวิต อยากเขย่าตัวเองแล้วบอกว่า ฟังนะนนท์ เดินออกไปอีกสัก 3-4 ก้าว ผู้ชายเต็ม เตือนตัวเอง เพราะตอนนั้นเป็นอย่างงั้นจริง ๆ ถ้าในวันนั้นเลือกที่จะรักตัวเองให้เป็น คิดว่าเส้นทางชีวิตและความสัมพันธ์ตอนนั้นจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ? นนท์ อินทนนท์: เราจะมีความสุขมากกว่านี้ ตอนนั้นเสียดายเวลาด้วย เพราะการที่ร้องไห้เหมือนในมิวสิกวิดีโอ ไม่กินข้าวประมาณ 2-3 วัน เราหิวนะ หิวข้าวมาก แต่อยากประชดประชัน อยากใช้ชีวิตให้เขารู้สึกสงสารเรา สุดท้ายเขาก็ไม่ได้รับรู้ เราฝากเพื่อนไปบอกเขา ถ่ายรูปลงเมื่อก่อนใช้โทรศัพท์ BB ถ่ายรูปลงแล้วก็เขียน BC แล้วบอกว่า OMG ก็ไม่ทัก บอกให้เพื่อนว่า "นนท์ไม่กินข้าวเลย" เงียบ เราก็ทนหิวไปขาดสารอาหาร เราพยายามเรียกร้องความสนใจอยู่อย่างงั้น ซึ่งเขาไม่รับรู้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมาก ๆ ในขณะที่เราจมอยู่กับอะไรก็ไม่รู้ในสิ่งที่ไม่ได้ผิดด้วยซ้ำ สุดท้ายแล้วทุกอย่างมีแต่เสียกับเสีย มีสติแค่นั้น กลับมาเหอะ ในวันที่เห็นตัวเองในอดีตกำลังจมอยู่ในวังวนเดิม ๆ ถ้าส่งเสียงไปถึงได้ คิดว่าประโยคไหนจะฉุดขึ้นมาจากน้ำ ? นนท์ อินทนนท์: ลงไปให้ลึก ให้เราเสียชีวิตไปเลย ดำเข้าไปข้างล่างเลย ถ้าเรายังคิดไม่ได้ เราเป็นบัวใต้ตมอยู่ในโคลน ไปพอกโคลนซะ เผื่อผิวเราอาจจะดีขึ้น สมองจะใสขึ้นด้วย ไม่พูดอะไรกับนนท์แล้ว เพราะด่านนท์แล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดครับ ความกลัวที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มสิ่งที่ "นนท์" กลัวที่สุดในการใช้ชีวิต ? นนท์ อินทนนท์: อยากบอกสิ่งที่นนท์รู้สึกกลัวมาตลอดคือการใช้ชีวิต จะเป็นคนที่ปิดบังตัวเอง กลัวว่าคนจะรู้ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ กลัวมาก แล้วก็เป็นคนที่ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงมาโดยตลอด ตั้งแต่ ป.6 จนช่วงขึ้น ปี 1 ช่วงที่อยู่ ป.6 เริ่มถือป้ายโรงเรียน เป็นเชียร์ลีดเดอร์ ทำกิจกรรมมากขึ้น จนเพื่อนมองว่าเป็นเพศที่สามก็เลยเลิกทำ ไม่อยากเป็น พอเข้ามัธยม เพื่อนที่ล้อว่าเป็นเพศที่สามกลับมาเรียนห้องใกล้ ๆ กัน นนท์ก็ต้องยิ่งแมนขึ้น ปิดบังขึ้นไปอีก จนจบ ม.6 ขึ้น ปี 1 ก็ยังต้องปิดบัง เพราะกลัว ไม่รู้กลัวอะไร กลัวพ่อแม่รู้ กลัวคนที่เขาคาดหวังจะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้รู้ กลัวไปหมด อยากจะให้กล้ามากกว่านี้ครับ เมื่อพ่อบอกว่า "เป็นอะไรก็ได้" โมเมนต์ที่ปลดปล่อยชีวิตให้เป็นของตัวเองอย่างแท้จริง ? นนท์ อินทนนท์: เหมือนโดนขอแต่งงาน หูดับ นั่งร้องไห้มานานมากแล้วก่อนที่เขาจะพูดเขาเห็นจนเราไม่ไหวคงเห็นความพยายามว่า ให้เป็นไปเถอะ พอหูดับเสร็จอยู่ ๆ กลายเป็นใจฟู สักแป๊บหนึ่งใจหล่นลงมาอีกแล้ว เพราะเขารับได้จริงไหมหรือว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรอยากให้ผ่าน ๆ ไป ซึ่งวัดไม่ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เขาพูดไปคืออะไร แต่การกระทำกับเขาหลังจากนั้นวัดได้ เพราะเป็นคนที่เข้ามาหาเราแล้วถามว่า เป็นยังไงบ้าง ทำอะไรก็ทำไปเถอะ ตั้งใจ สักวันหนึ่งจะสำเร็จ แต่แม่เป็นคนที่หนักกว่าพ่อมาก ๆ ไม่คุยกันปีหนึ่ง แต่ก็จะฝากบอกพ่อมาเสมอ เขาก็เป็นห่วงเรากินได้ไหม ช่วงนั้นโควิดระบาดก็เลยกลายเป็น ความโชคร้ายที่มีโควิด แต่ในอีกมุมหนึ่งเป็นความโชคดีของเราที่ทำให้ได้กลับเข้ามาอยู่บ้าน เพราะเขากลัวว่าเราจะเป็นโควิด เชื่อคำนี้เลยว่าความโชคร้ายยังมีความโชคดีเสมอ อีกอย่างคือไม่ว่าจะเจออะไรเราจะผ่านไปได้ กลายเป็นเชื่อคำนี้จากสิ่งนี้ไปเลยครับ จุดสำคัญที่ทำให้คนวางความคาดหวังแล้วมาโอบรับตัวเองจริง ๆ นนท์ อินทนนท์: นนท์เชื่อว่าทุกคนรู้ว่าควรทำอะไร แต่ยังไม่ถึงจุดที่เขาทำได้ รู้ว่าต้องทำอะไรตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ต้องยอมรับตัวเอง เป็นเรื่องใหญ่สำหรับนนท์มาก อย่างเช่น ยอมรับว่าเป็นเกย์กว่าจะยอมรับได้ตั้ง 10 กว่าปี กว่าจะยอมรับ สิ่งที่พ่อแม่เป็น เขายอมรับไม่ได้เลยตั้งแต่แรก ไม่ใช่เรื่องผิด เขาจะยอมรับได้ใน 20 ปีข้างหน้าก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะเราก็เกือบ 20 ปีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการยอมรับตัวเอง พูดไม่ได้เลยว่าต้องทำตอนไหน เมื่อไหร่ เอาเป็นว่าเมื่อพร้อม เมื่อเข้มแข็ง เมื่อแข็งแรง เมื่อรู้สึกว่าจะยอมรับในสิ่งที่ว่า ใช่, ไม่ใช่, ชอบ, ไม่ชอบ, โอเค หรือไม่โอเค มีแค่นี้ครับ สามารถติดตาม Let's Talk ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น. คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=fIIdStjTcAI อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ นนท์ อินทนนท์ หรือ วรวรรธน์ บุญชื่น

"เสนาลิง" เปิดเส้นทางความรัก 20 ปี "มด อารดา" ลูกคุณหนู เผยต้องกู้เงินแต่งงานฟ้าแลบ!
อ่าน

"เสนาลิง" เปิดเส้นทางความรัก 20 ปี "มด อารดา" ลูกคุณหนู เผยต้องกู้เงินแต่งงานฟ้าแลบ!

เสนาลิง พิธีกรแถวหน้าในเมืองไทย วันนี้มาเปิดเส้นทางความรักกับภรรยา มด อารดา ที่คบหากันมายาวนานกว่า 20 ปี กับเรื่องราวที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน เกือบไม่ได้แต่งงานเพราะเสนาลิงไม่มีเงิน พร้อมเปิดความน่ารักของลูกสาว น้องนกยูง และมีเรื่องขอแก้ข่าว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ เป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ เสนาลิง" เปิดเส้นทางความรัก 20 ปี "มด อารดา" ลูกคุณหนู เผยต้องกู้เงินแต่งงานฟ้าแลบ! ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 หลายคนอยากรู้เส้นทางความรัก เวลาถ่ายรูปกับภรรยา เหมือนลูกสาวอีกคน คุณมดสวยมาก? จะเข้า 20 ปี ถ้ารวมแต่งงานประมาณเข้า 21 ปี แต่มันเหมือน 40-50 ปี มันนาน เจอภรรยาได้ไง? เขาเป็นตัวแทนพ่อเขา เขาทำร้านมอเตอร์ไซค์ ขายรถมอเตอร์ไซค์ เขาเป็นดีลเลอร์อยู่เชียงใหม่ เขาไปแทนพ่อเขาที่จังหวัดตาก ผมไปเป็นพิธีกรกับพี่เอ๊าะ ก็รู้สึกว่าน่ารักดีเว้ยผู้หญิงคนนี้ แล้วรู้สึกเขาคุยดูธรรมชาติ ดูง่าย ดูมีความสุข ก็เลยนัดคุยกัน พอขึ้นไปเชียงใหม่ทุกครั้งก็โทรหาเลย ปิ๊งเลยมั้ย? เขาปิ๊งเราหรือเปล่า ลองถามดู เขาปิ๊งเราหรือเปล่า (หัวเราะ) เขาอาจปิ๊งเราก็ได้ ใครจะไปรู้ วันนี้เขาไม่มา เราพูดอะไรก็ได้ (หัวเราะ) จีบเขายังไง คุณมดเขาระดับลูกคุณหนูนะ? เราเอาความจริงใจ สมมติเขาต้องกลับสองทุ่ม เราก็ให้เขากลับสองทุ่ม ไม่เคยยื้อเวลา สองทุ่มเขาต้องถึงบ้าน หน้าเราไม่จริงใจอยู่แล้ว หน้าเราเหมือนคนหลอกลวง เราก็ต้องใช้ความจริงใจ เขาสัมผัสได้มั้ยว่าเราจริงใจ? เขาสัมผัส แล้วครอบครัวเขาก็สัมผัส ตอนนั้นเราแอบนะ หลบอยู่ ครอบครัวเขาไม่รู้ เพราะเขาไม่ชอบดารา ตอนนั้นย้อนไปประมาณ 21 เจ้าชู้มั้ยตอนนั้น? ไม่เจ้าชู้ ก็เป็นคนปกติ คุยอยู่กี่คน? 3 คน ไม่มีแฟนนะ คุยเล่นทั่วไป ไม่มีอะไร คิดว่าชาตินี้คงไม่มีใครมาแต่งงานกับเราหรอก เราก็ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ พอคบพี่มด มดบอกว่าเราคบเป็นแฟนกันใช่มั้ย เราก็เลิกคุยกับทุกคนเลย เพื่อคุยกับเขาคนเดียว พี่มดว่าไง พอรู้ว่าคุยกับเขาด้วย แล้วคุยกับอีกหลายคน? อดีตเขาไม่สนใจ เพราะถ้าเขาสนใจ เขาจะไม่คบเราหรอก ตอนนั้นมดเองสวยมาก ไม่ธรรมดา คู่แข่งเยอะมาก ตัวเต็งเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมใหญ่ ถ้าเอ่ยชื่อหลายคนจะพูดว่าทำไมมดเลือกลิง? แม้แต่อั้วเองก็ยังถามเขาเลยว่าเลือกพี่ทำไมวะ คำตอบที่พี่มดให้คืออะไร? เขารู้สึกสบายใจ อย่างอื่นเราคงสู้ไม่ได้ ทั้งหน้าตา ฐานะ เขารู้สึกว่าเขาเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดในขณะที่อยู่กับเรา มดตอบว่าอยู่กับพี่ลิงเหมือนอยู่กับพ่อ หรือไม่ช่วงนั้นอาจดวงตก โดนของ? ช่วงนั้นก็หน้าหมองๆ นะ (หัวเราะ) ต้องพาไปทำทรีตเมนต์ เจ้าของธุรกิจโรงแรม ทุกวันนี้ยังมีอยู่มั้ยโรงแรมนั้น? มี เอ่ยชื่อรู้เลย ตั้งอยู่ถนนสุขุมวิท โรงแรมใหญ่ ระดับ 5 ดาว พ่อแม่เขาไม่ได้ปลื้มเรามาก วินาทีเข้าบ้านไปหาพ่อแม่มดเป็นไง? กังวลเลยนะ พ่อเขาสแกนกรรม ต้องไปนั่งดื่มกับพ่อแม่เขา ไม่ดื่มจริงเหรอเหล้า ก็บอกว่ากินได้ครับ แต่ไม่ได้เป็นคนกินมากมายตลอดเวลาทุกวัน ก็เลยลองดู มีพี่เอ๊าะไปช่วยนะ เพื่อนแต่ละคนก็เอาไปชนกับป๊าไง เขาก็เริ่มเห็น แต่แม่เขาเริ่มรู้มาแล้วว่ามดเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น หมายถึงเวลาเขาคบแฟนจะพาเพี้ยน เราอาจแก่กว่าเขาประมาณ 7-8 ปี ฉะนั้นก็เปลี่ยนไป เขารู้สึกว่าพอได้เจอได้อะไร เขาเปิด เขาโอเพ่นมากขึ้น ทำยังไงให้ที่บ้านเขายอมรับเรา? เนี่ยแหละ ไปเจอก็ไปไหว้สวัสดี ตอนแรกแอบซ่อนเลยนะ แอบหลบไม่ให้เขารู้ว่าเราไป แอบซ่อนอยู่กี่ปี? ไม่นาน ก่อนแต่งงานประมาณ 9 เดือนเอง แต่งฟ้าแล่บมาก ทุกคนคิดว่ามดน่าจะท้องก่อนแต่ง? ทุกคนก็อาจจะคิด เพราะขึ้นปุ๊บ เป็นข่าวในไทยรัฐ เดลินิวส์ ท้ายที่สุดแต่ง 1 ม.ค. นะ วันขึ้นปีใหม่ ตอนแรกเขาจะแต่งอีกปีข้างหน้า ผู้ใหญ่ฝั่งโน้นบอกว่าเดี๋ยวมันข้ามปี คนเหนือเขาถือ แต่งข้ามปีเหมือนรอ เดี๋ยวจะหม้ายก่อน เอาความเชื่อของเขา ก็แต่งเร็วๆ เลยแล้วกัน จังหวะที่ดีคือ 1 ม.ค. วันนั้นคือวันดี เขาเลยเอาวันนั้นก็วันนั้น แต่การเงินพี่ไม่ค่อยดี? มันมี แต่ไม่สามารถไปหาเงินมาซื้อทองซื้อแหวนจ่ายเงินค่าอะไรได้ เงินสดไม่มีในมือ เราใช้เงินไปกับซื้อรถ ซื้อของไปหมดเลยไง ทำไง เห็นว่าแต่งงานแบบรีไฟแนนซ์? กู้ เป็นเงินกู้ เรื่องเงินคิดคนเดียว เรื่องอื่นก็บอกพ่อแม่แหละ พ่อแม่ก็ไปคุยเรื่องนี้ พอคุยเสร็จจะแต่งงาน เราก็เลยไปกู้เงิน บอกพ่อกับแม่ คนอยากแต่งคือมด มดอยากแต่ง บอกถ้าไม่แต่งกับเขา เขาจะไปอยู่เมืองนอก? ใช่ เขาจะไปอยู่สวีเดน ก็เลยแต่งเพื่อไม่ให้เขาไปเมืองนอก แต่ทุกวันนี้เขาก็อยู่เมืองนอก (หัวเราะ) อย่าเรียกว่ามดไปเที่ยว เมืองไทยคือที่ท่องเที่ยวของเขา? เดือนนี้อยู่เมืองไทยไม่ถึง 10 วันนะ เขาไปกับลูก พี่เอาเงินไปจำนองบ้าน ได้เงินมาแต่งงาน? ประมาณ 2-3 ล้าน มดรู้ เพราะพี่บอกว่าไม่อยากเอาเงินพ่อแม่มาแต่งผู้หญิง มันควรเป็นเงินของเรา จะกู้จะอะไรก็เอามาเถอะ เดี๋ยวเราก็ใช้ได้ ทำงานได้ มันจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนพ่อแม่ เป็นเงินของเราเอง เราจะได้รู้ว่าตั้งแต่วินาทีแรก เราเริ่มสร้างด้วยเงินของเรา ซึ่งจะเป็นกู้อะไรก็ตามก็โอเคนะ ก็กลายเป็นคติที่ดีนะ ทุกวันนี้ก็ยังกู้อยู่เลย(หัวเราะ) ยังต้องจ่ายเงินกู้อยู่เลย พูดไปเรื่อย มีทั้งโรงแรม มีบ้าน มีโน่นมีนี่ เยอะแยะไปหมด อยู่กันมา 20 ปี ความรักเวลายาวๆ ทะเลาะกันมั้ย? มี มันเถียงกันเรื่องแบบ..บางทีเป็นทัศนคติ เรื่องแค่คำพูด การเถียงกันแบบเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา เรื่องนี้ทะเลาะกันจนแบบ.. แล้วพอทะเลาะก็จะพาไปเรื่องอื่น อย่างเราบอกว่าตรงไปได้ เขาก็บอกทำไมไม่เลี้ยวขวา เลี้ยวขวาเร็วกว่ามั้ย 1 นาทีเท่านั้นเอง แล้วนั่งอึนกันในรถ มันเหนื่อย สุดท้ายพี่ก็ง้อ เหมือนเถียงกัน สุดท้ายก็บอกว่าเออ พี่ขอโทษๆ จะได้มีวันเวลาที่มีความสุขเร็วขึ้น ไม่งั้นมันทิ้งเวลาไปนาน มดโกรธแต่หายเร็ว มีอะไรอยากบอกภรรยา? ประหยัดหน่อย ประหยัดการบินหน่อย เอาปีกกินรีลงบ้าง (หัวเราะ) เคล็ดลับอยู่คู่กันมาคืออะไร? ต้องพยายามศรัทธาซึ่งกันและกัน มีคุณครูคอยประคับประคองการเลี้ยงคำพูดของพวกเรา การเลี้ยงดู ลูกด้วย ตัวเราเองด้วยเวลามีปัญหา จะปรึกษาคุณครู ชื่อครูพบ เขาจะสอนคุณพ่อคุณแม่ให้เลี้ยงลูกแบบสุขนิยม เลยคลาสครูชื่อพบสุข เราก็คิดว่าเก๋มาก ครูคอยแบบ ทำไมเธอต้องทำแบบนี้ แล้วรู้บางอย่างในปมของเขา เราพยายามเข้าใจ แต่บางทีนิสัยเราอาจถูกฝังมา กูเข้าใจนะ แต่กูไม่เข้าใจ ไม่มีคนชี้แนะหาทางออกไม่ได้ ครูเหมือนกรรมการเลย แล้วบอกเธอรู้สึกไง ก็เหมือนเห็นตัวเอง เขาเป็นเหมือนจิตวิทยา ลูกก็มีจิตวิทยาเด็กอีกคนนึง ถ้าเด็กน้อยมีปัญหา ตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ 3 ขวบ 4 ขวบ จนทุกวันนี้ เรามีอะไรเราก็ปรึกษา บางทีหัวเลี้ยวหัวต่อ มันยาก น้องนกยูงโตแล้ว เลี้ยงแบบให้ได้แฟนระดับพรีเมียม เจ้าชาย เล่นโปโลกอล์ฟ ขี่ม้า ตีกอล์ฟ กรูมมิ่งเพื่อให้ลูกได้แฟนเป็นเจ้าชายเท่านั้น? (หัวเราะ) อำกันเล่นๆ นกยูงแบบว่า ธนู เรือใบ เซิร์ฟ สโนว์บอร์ด สกี ขี่ม้า ตีกอล์ฟ เราบอกว่าลูกทำขนาดนี้ พ่อเสียเงินเยอะนะ ฉะนั้นถ้าหาแฟนขอให้เป็นเจ้าชายแล้วกัน (หัวเราะ) เพราะว่ากีฬาที่เล่นเจ้าชายชอบทั้งนั้นไง ตอนนี้เจอยัง? ไม่เจอเจ้าชาย แต่เจอเจ้าที่ (หัวเราะ) หวงมั้ย? ห่วงแหละ แต่สุดท้ายจะเป็นไปตามสิ่งที่เขาเจอ เขาเลือก เราแค่ได้คอยประคับประคอง ปีนี้อายุเท่าไหร่? 17 ปีแล้ว ไปเที่ยวต่างประเทศ แล้วเพื่อนในกลุ่มพี่ลิงไปไฝว้กับฝรั่ง คือยังไง? เสนาลิง : เขาอยากแย่งโต๊ะกับฝรั่ง นั่งกินอยู่แล้วฝรั่งมา แล้วบอกว่าลุกๆ เป็กกี้ : ไกด์ไง ไปเรือ ไปครูซ แล้วเราไม่เก็ตธรรมเนียมว่าไปครูซอาหารเป็นรอบๆ เราคิดว่าอาหารเรสเตอรองค์ จริงๆ เวลายังไม่หมดหรอก อยู่ดีๆ มีไกด์จากตุรกี 1 ท่านมาไล่พวกเราทั้งหมด โดยพวกเพื่อนมัวแต่เม้าธ์นินทากัน เราดันได้ยินอยู่คนเดีย เราก็ห๊ะ อะไรเหรอ เขาบอกยูลุก ออกไปจากตรงนี้ ก็เลยลุกขึ้นไปโต้เถียงเพื่อความเป็นธรรม เสนาลิง : แล้วพูดโอ้โห สปีก เซิร์จ แด๊ด พูดหาพ่อ (หัวเราะ) เป็กกี้ : แล้วที่โมโหคือนานๆ ได้สปีกอิงลิช แล้วด่า เถียงเขาไม่ทัน โมโหตรงนั้น เสนาลิง : มันสู้ๆ จริงๆ ต้องบอกเจ้าหน้าที่ เรื่องของเรื่องไม่มีอะไรหรอก ไม่ใช่มาใส่เรา ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/uwNPLS_Wzfw?si=PEGW43wh1OuJKlKh

THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 : เปิดฉาก 4 คู่ 4 เคส กับภารกิจที่ไม่มีคำว่าธรรมดา
อ่าน

THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 : เปิดฉาก 4 คู่ 4 เคส กับภารกิจที่ไม่มีคำว่าธรรมดา

"THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1" ได้เวลาเปิดประตูต้อนรับเข้าสู่ "THE CROW CLUB อีกาสมาคม" ซีรีส์จากโปรเจกต์ CHANGE2561ORIGINAL ที่เตรียมพาผู้ชมไปรู้จักกับบาร์ลับสุดแปลก แหล่งรวมพลเหล่าคนตัวจี๊ด ภายใต้การนำของ ลินดา (คริส หอวัง) เจ้าของร้านตัวแม่สุดเพี้ยน ผู้เปลี่ยนแก๊ง "อีกา" ให้กลายเป็นทีมรับจ้างแก้สารพัดปัญหาให้กับผู้ว่าจ้างแบบไร้เงื่อนไข ขอเพียงค่าจ้างถึง ทุกภารกิจก็พร้อมลุย แต่ทุกงานย่อมมีกฎ และ "THE CROW CLUB" ก็มีกฎเหล็กสำคัญที่อีกาทุกคนต้องจำให้ขึ้นใจว่า "งานก็คืองาน" ห้ามมีความสัมพันธ์เกินเลยกับลูกค้าเด็ดขาด หากอีกาคนไหนเผลอเอาหัวใจลงไปเล่นจนเกิดเป็นความสัมพันธ์กับผู้ว่าจ้าง มีสถานเดียวคือ "ถูกไล่ออก!" THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 EP.1 มหกรรมโกลาหลการว่าจ้างงาน 4 คู่ 4 เคส ที่ทำให้ทุกคนได้พบความน่ารักและความพิเศษที่ซ่อนไว้ในตัวอีกาแต่ละคน เมื่อสารพัดงานว่าจ้างสุดประหลาดกำลังนำพาเหล่าอีกาทั้ง 4 คน ไปพบกับเหล่าผู้ว่าจ้างที่จะเข้ามาปั่นป่วนทั้งชีวิตและหัวใจ เริ่มต้นที่ แวน (มิ้ล ณัฐชนน) วิศวกรหนุ่มอัจฉริยะผู้เชื่อมั่นในหลักวิทยาศาสตร์ ต้องมาเจองานจ้างที่เหนือความคาดหมาย เมื่อ รักคุณ (นิวเยียร์ นวพรรษ) ยื่นข้อเสนอด้วยค่าจ้างก้อนโตถึง 1 ล้านบาท เพื่อให้แวนรับบทเป็น "แฟนปลอม ๆ" ในภารกิจสุดพิลึก ไล่ผีที่คอยตามขัดขวางความรัก งานนี้แม้จะขัดกับทุกหลักความเชื่อ แต่เมื่อเงินล้านวางอยู่ตรงหน้า แวนจะยอมรับภารกิจสุดป่วนครั้งนี้หรือไม่ ? ด้าน พาที (ป๊อป ภัทรพล) นักร้องหนุ่มอินโทรเวิร์ตผู้หลงใหลในการร้องเพลง แต่กลับเลือกหันหลังให้คนดูทุกครั้งที่ขึ้นเวที ดันไปสะดุดตา รัลย์ (ไตเติ้ล ธนธร) เด็กฝึกค่ายเพลงที่มองเห็นบางสิ่งพิเศษในตัวเขา และเชื่อว่าพาทีคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะช่วยกอบกู้ความฝันในการเดบิวต์วง T-Pop ให้เป็นจริง งานนี้ รัลย์ จึงเดินหน้าชวนพาทีให้ก้าวออกจากเซฟโซนและเข้าสู่โลกที่เขาไม่เคยคิดจะเผชิญ พาที จะยอม "เซย์เยส" รับข้อเสนอนี้ไหม ? ส่วน แตงโม (อ็อตโต้ พชร) หนุ่มเลือดร้อนสายบู๊ ต้องเจอกับโจทย์สุดจี๊ด เมื่อ โยเย (บีเจ ณัฐนนท์) แฟนเก่าตัวแสบ ชวนให้ แตงโม กลับมาแท็กทีมกันอีกครั้ง เพื่อเข้าร่วมเกมเรียลลิตี้ Werewolf ชิงเงินถึง 10 ล้านบาท งานนี้ต้องทั้งเอาชีวิตรอด แถมยังต้องร่วมมือกับ "แฟนเก่า" ที่ไม่อยากเข้าใกล้ ข้อเสนอนี้ แตงโม จะยอมรับงาน หรือขอบายเพราะคนจ้างคือคนที่ไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด! และ ทะเล (สายลับ เหมวิช) รองผู้จัดการคลับอีกาและจิตรกรหนุ่มผู้มีปมในอดีตจนเลือกปิดตายหัวใจ ต้องมาเจอกับข้อเสนอจาก ซัน (ภณ ธนภณ) นักเขียนนิยายรักดาวร่วง ซึ่งต้องการจ้างทะเลให้รับบทเป็น "สามีหลอก ๆ" ตามสัญญา เพื่อสร้างประสบการณ์ความรักสำหรับนำไปเขียนต้นฉบับเล่มใหม่ หวังกอบกู้ชื่อเสียงนักเขียนนิยายรักอันดับหนึ่งกลับคืนมา แต่สำหรับคนที่ไม่คิดจะเปิดหัวใจให้ใครอย่าง ทะเล การต้องมารับบท "สามี" ให้กับคนแปลกหน้าอาจไม่ใช่งานง่ายอย่างที่คิด ทะเล จะตอบตกลงรับงานครั้งนี้หรือไม่ ? ทุกงานอาจเริ่มต้นเพราะ "เงิน" แต่เมื่อผู้ว่าจ้างกับผู้รับงานต้องใกล้ชิดกันมากขึ้น กฎเหล็กที่ว่า "งานก็คืองาน ห้ามมีใจให้ลูกค้า" จะยังใช้ได้อยู่หรือไม่ ? เตรียมพบกับเคมีเคใจของ 4 คู่ 8 หนุ่ม และสารพัดภารกิจสุดป่วนใน "THE CROW CLUB อีกาสมาคม EP.1" จากโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน และทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ THE CROW CLUB อีกาสมาคม ช่องวัน31 (ตอนแรก) CHANGE2561 บวงสรวง 8 หนุ่ม 4 คู่ "THE CROW CLUB" อีกาสมาคม พาคนดูเปิดประตูสู่สมาคมลับ 18 กันยายนนี้

แฟนหนุ่มยิ้มแก้มปริ! แฟนสาวเปย์ GTA 6 พร้อมตั๋ว VIP งดทำงานบ้าน 3 วันเต็ม
อ่าน

แฟนหนุ่มยิ้มแก้มปริ! แฟนสาวเปย์ GTA 6 พร้อมตั๋ว VIP งดทำงานบ้าน 3 วันเต็ม

Grand Theft Auto 6 หรือ GTA 6 ถือเป็นเกมฟอร์มยักษ์ที่เกมเมอร์ทั่วโลกตั้งตารอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อ แต่ขณะเดียวกัน ความอินของเกมนี้ก็แอบทำให้ความสัมพันธ์ของคู่รักบางคู่สั่นคลอนมาแล้ว แฟนสาวบางคนถึงขั้นยื่นคำขาดสั่งห้ามแฟนหนุ่มเล่นเกมนี้เด็ดขาด เพราะมองว่าระบบความสัมพันธ์ในเกมนั้นถือเป็นการนอกใจอย่างหนึ่ง แต่ในทางกลับกัน มีชายหนุ่มผู้โชคดีคนหนึ่งได้สัมผัสประสบการณ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เมื่อแฟนสาวของเขาจัดเต็มเปย์เกมให้ แถมพ่วงด้วยแพ็กเกจดูแลระดับ VIP!เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่ประเทศเดนมาร์ก เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งได้รับของขวัญสุดเซอร์ไพรส์จากแฟนสาว โดยผู้ใช้ Reddit ชื่อ ImHeiden ได้โพสต์ภาพของขวัญที่แฟนสาวของเขามอบให้เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งบอกเลยว่าเธอจัดเต็มแบบสุด ๆ เพราะของขวัญที่เธอเตรียมไว้ให้นั้นอยู่ในลังกระดาษที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการฉีดพ่นย้อมเป็นสีดำ และมีบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ ซ้อนอยู่อีกชั้นและหลังจากที่เปิดซองที่เขียนไว้ว่า "ลับสุดยอด" ออก ก็พบว่าข้างในคือแผ่นโปสเตอร์ที่เป็นเหมือนตั๋ว VIP แสดงให้เห็นว่าแฟนสาวคนนี้ไม่เพียงแต่ออกเงินซื้อเกมเวอร์ชัน Ultimate Edition ให้เท่านั้น แต่ยังรับปากว่าจะช่วยเหมาทำงานบ้านทั้งหมดแทนเขาเป็นเวลา 3 วันเต็ม แถมยังเตรียมเสบียงอาหารไว้ให้อย่างพรั่งพร้อมอีกด้วย ซึ่ง ImHeiden เปิดเผยว่า โปสเตอร์นี้ไม่ใช่การสั่งให้ AI ทำแบบลวก ๆ แต่แฟนสาวของเขาคิดคอนเซปต์และวางโครงสร้างขึ้นมาเองว่าควรจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ตรงไหนบ้าง จากนั้นจึงให้ AI ช่วยสร้างออกมาเจ้าตัวถึงกับออกปากว่า นี่เป็นวิธีรับของขวัญเกมซีรีส์ GTA ที่ "เว่อร์วังเกินเบอร์ที่สุด" เท่าที่เคยเจอมา ซึ่งเหล่าแฟนเกมที่เข้ามาเห็นต่างก็เห็นพ้องต้องกัน พร้อมกับคอมเมนต์ชื่นชมแฟนสาวของเขากันอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น "โคตรเจ๋งเลย เธอใส่ใจงานอดิเรกของนายมาก" หรือ "น่ารักและใจดีสุด ๆ" ไปจนถึงเชียร์ให้เขา "รีบขอเธอแต่งงานซะเลย" ซึ่ง ImHeiden ก็ยืนยันว่าเขากับแฟนสาวนั้น "จะแต่งงานกันแน่นอน" เพราะอยู่ด้วยกันมาได้ 2 ปีครึ่งแล้ว+เรียกได้ว่าความไฮป์ของ GTA 6 นั้นส่งผลกระทบไปทุกวงการจริง ๆ บางคู่ถึงกับมีการยื่นคำขาดว่าจะเลือกชีวิตรักหรือจะเลือกเกม แต่สำหรับเกมเมอร์แล้ว การมีคนรักที่เข้าใจและพร้อมสนับสนุนงานอดิเรกของเรา ก็คงเป็นของขวัญที่ล้ำค่าไม่แพ้ตัวเกมฟอร์มยักษ์ที่รอคอยมานานนับสิบปีอย่างแน่นอนแปลและเรียบเรียงจากDexerto

"โดนัท มนัสนันท์" เคยอินบทจนป่วยจิต พักงาน 1 ปี เผยสามีติดคอนเทนต์หนักมาก
อ่าน

"โดนัท มนัสนันท์" เคยอินบทจนป่วยจิต พักงาน 1 ปี เผยสามีติดคอนเทนต์หนักมาก

"โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล" เปิดใจใน "PrimeCast" เรื่องชีวิตคู่และแผนอนาคต แฮปปี้ตกลงร่วมกันไม่มีลูก มีแค่น้องหมา เปิดเบื้องหลังจุดเริ่มต้นการทำคลิปคู่กับสามีจากความบังเอิญสู่กระแสตอบรับหลักล้าน เคยเผชิญมรสุมอินบทจัด นอนไม่ได้ จากการรับบทบาทหนักที่มีภาวะทางจิตและอารมณ์รุนแรงต่อเนื่องต้องพักงานละคร 1 ปีเต็ม พร้อมเปิด Routine วัย 40+ ปรับพฤติกรรมดูแลตัวเองเข้มงวด เพื่อความสวยสุขภาพดีระยะยาว "โดนัท มนัสนันท์" เคยอินบทจนป่วยจิต พักงาน 1 ปี จุดเริ่มต้นของการทำ Content คู่กับสามี ?โดนัท มนัสนันท์ : Content คู่ เกิดด้วยความบังเอิญ เริ่มจากเพื่อนส่งรองเท้ามาให้ เราไม่อยากถ่ายรูปเลยทำวิดีโอตลก ๆ ก็ทำคลิปใส่รองเท้าจะไปไหนสุดท้ายไปจบที่ Bar ปรากฏว่ามีคนดูมีคนมา Comment ตลก น่ารัก เริ่มทำเล่นไปเรื่อยกับพี่ตาม Content แรกจำได้ไปกินกาแฟแล้วพี่ตามแต่งตัวเยอะ ส่วนพี่หัวฟู ไม่แต่งหน้าก็มีคนดูเป็นหลายล้าน พี่ตามเขาเป็นเด็กใหม่เพิ่งเข้าวงการ เขาก็แบบ โอ้โห! ดีจังเลย ก็ชวนทำต่อเนื่อง สิ่งที่ทำให้เราทำคลิปคู่กัน คือ Comment คนที่ดูแล้วบอกว่า ดูคลิปเราแล้วเขามีความสุข ดูคลิปเราแล้วเขาสดใส ก็เลยทำให้ทำคลิปออกมาเรื่อย ๆ ค่ะ แล้วสามีชอบมากทุกวันนี้ทุกคนจะคิดว่าเราเป็นคนทำ ไม่ค่ะ เป็นพี่ตาม ถ้าเห็นพี่แต่งหน้าเอาแล้ว วันนี้ตามจะรีบกลับบ้าน โดนัทมาเจอกันนะ วันนี้มาแน่นอน ต้องถ่าย Content สุดท้ายพี่ตามทำงานอะไร ?โดนัท มนัสนันท์ : กลางวันทำงาน Office ที่บ้าน ทำงานเกี่ยวกับเรื่องพลังงาน กลางวันก็จะส่ง Reels ส่งหลายอย่างมาให้พี่ตลอดเวลา สมมุติเรามีลูกค้าเข้า สักพัก คิด Script แล้วโดนัท Revise นะ พี่ก็บอกว่า เธอไม่ทำงานหรอ คิดว่างานที่เขาทำเครียดก็เลยรู้สึกว่าตรงนี้เป็นการคลายเครียด พอพักหรือเดินเข้าห้องน้ำก็จะมาแล้วต้องมี Content จุดเริ่มต้นความรักและเจอกันได้ยังไง ?โดนัท มนัสนันท์ : พบกันที่เที่ยวกลางคืนค่ะ อารมณ์แบบเจอกันที่บาร์นานมากแล้ว พี่ตามเรียนจบปริญญาโท เพิ่งกลับจากอังกฤษไปเจอกันเพราะเพื่อน คือเขาเป็นเพื่อนกับเพื่อนเราแล้วเราก็เป็นเพื่อนของเพื่อนเขาก็เจอกันยังไม่ได้รู้สึกอะไร รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูน่าจะไม่ได้ทำงาน นั่นเป็นความรู้สึกแรกที่เจอเขา พอผ่านไป 10 ปี ก็ไปขอใช้ Office ระหว่างนั้นก็เจอกันเป็นเพื่อนกัน ผ่านไป 10 ปี ก็ไปเจอเขาที่ Office เพราะไปขอใช้ Office เขาถ่ายงานรอบนี้เจอเขาใส่ชุดทำงาน ก็มีงานทำนะ คือบริษัทที่เขาทำอยู่ ใส่เชิ้ตขาว กางเกงทำงาน เป็นหนุ่ม Office เพราะเราไม่เคยเจอเขาตอนกลางวัน มุมมองที่มีก็เปลี่ยนไปจากที่เคยเจอแต่กลางคืน ก็รู้ว่า คนนี้ก็มีงานทำ แล้วก็ผ่านไปอีกหลาย 10 ปีต่อมากว่าจะรู้สึกดีกันค่ะ แพลนชีวิตคู่และเรื่องการมีลูก ?โดนัท มนัสนันท์ : อยู่กันไปแบบนี้ค่ะ ไม่ได้มีวางแผน มีลูกตอนนี้เป็นสุนัข 1 ตัว ลูกชายคลอดออกมาเองนิสัยเหมือนพี่มาก เรื่องมีลูกคุยตั้งแต่ช่วงแรกที่คบกัน พอเริ่มคุยเรื่องอนาคตทั้งคู่ก็ไม่ได้อยากมีลูกซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจกันตรงกัน ถ้าเขาอยากมีเราอาจจะกดดันแต่ก็มีได้ แต่พอดีว่าเขาไม่อยากมี เราก็ไม่ได้อยากมีก็เลยลงตัวค่ะ ตารางชีวิตประจำวันของ โดนัท มนัสนันท์ ?โดนัท มนัสนันท์ : ตอนนี้กำหนดวันใน 1 สัปดาห์ไปโรงยิมด้วยกัน 2 วัน วันอื่นพี่ตามเป็นคนจริงจังเรื่องสุขภาพ รักหุ่น ก็จะเล่นที่บ้าน แต่เราก็อยากมีกิจกรรมที่ให้ได้ทำด้วยกัน ส่วนเราก็ถ้าเกิดไม่ไป โรงยิม ก็จะไปเล่น Pilates บ้าง แล้วก็ทำงาน ถ้าเกิดช่วงไหนไม่ได้ถ่ายละครจะเขียนหนังสืออยู่ที่บ้าน เคยออกหนังสือเล่มหนึ่งนานมากแล้วเป็นหนังสือเดินทางแต่พอดีหนังสือที่ทำอยู่เป็น Project ที่อยากทำแต่เราอยู่ช่วงวัย Introvert ไม่ได้อยากทำงานกับคนเยอะ ๆ ก็เลยมาเป็น Project เขียนหนังสือแทนค่ะ วิธีชาร์จพลังเวลาหมดไฟจากการทำงานหนัก ?โดนัท มนัสนันท์ : อยู่ที่ว่าไปทำอะไรมาขนาดไหนค่ะ ถ้าไปออกกองถ่ายละครติดกันต้องนอน อ่านหนังสืออยู่บ้าน ถ้าไม่ทำงานคืออยู่บ้าน หรือไปเล่นกีฬาที่ทำคนเดียว ไม่เล่นกีฬาเป็นหมู่คณะ ทำไม่เป็นรู้สึกต้องไปเข้าสังคมอีกแล้ว นัดตี Badminton อย่าชวน ต้องเป็น Pilates, Yoga เล่นคนเดียว เล่นเงียบ ๆ ชาร์จพลังจากข้างใน ออกกำลังกายกับสามีบ้างไหม ?โดนัท มนัสนันท์ : ไปโรงยิมใช้ครูฝึกสอนด้วยกัน อาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็จะเป็นกิจกรรมที่ทำด้วยกันตลอดค่ะ งานหลักของ โดนัท มนัสนันท์ ปัจจุบัน ?โดนัท มนัสนันท์ : ถ้าถามในช่วงเวลานี้เป็น Influencer ค่ะ อาชีพหลักตอนนี้ ถ้าถามว่างานหลักของตัวเองตอนนี้เป็นเรื่องการเป็นนักแสดง พอเข้าช่วงวัยหนึ่งรู้สึกอยากทำงานที่เงียบ ไม่ต้องทำกับคนเยอะ เวลาที่ทำเบื้องหลังคือ งานที่ต้องทำกับคนจำนวนเยอะ ต้องมีการประนีประนอมตลอดเวลารู้สึกว่าเหนื่อย บางทีอาจจะไม่สามารถทำสิ่งที่อยากทำได้ แต่ถ้าการเป็นนักแสดงรับผิดชอบแค่ตัวเรา บทที่เล่น แล้วก็ไปทำงานเจอเพื่อนเสร็จกลับบ้าน แต่ถ้าทำเบื้องหลังไม่เสร็จแค่นั้น ยังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ อยู่วงการมากว่า 20 ปี และการดูแลตัวเอง ?โดนัท มนัสนันท์ : อยู่วงการมา 20 กว่าปี ไม่คิดเหมือนกันว่าจะยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ได้ หลายอย่างที่ช่วยไว้ทั้งครีม ทั้งหมอ ทุกงานที่ทำก็มีเรื่องของเวลา เรื่องของภาพลักษณ์ภายนอกที่คนจะคาดหวังยิ่งอยู่นานยิ่งต้องดูแลตัวเอง ส่วนเรื่องการแสดงรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่เก่งต้องพยายามที่จะทำอยู่ตลอดเวลา รู้สึกว่าที่เป็นเราได้ทุกวันนี้เกิดมาจากความพยายามในการทำงานของเราที่จะเรียนรู้พยายามที่ไม่หยุดนิ่ง เคยออกจากบทบาทไม่ได้ตอนเล่นเรื่องสาธุ ?โดนัท มนัสนันท์ : ปีนั้นเป็นปีที่ยาก ต้องเล่นหนังเป็นคนที่มีอาการ PTSD แล้วมาเล่นละครก็มีอาการโรคจิต ต่อมาก็เรื่องสาธุเป็นคนไม่ปกติเกิดขึ้นในปีเดียวกัน แล้วเหมือนเราเป็นคนเชื่อเรื่องพลังงานมาก สมมุติวันนี้ออกจากบ้านด้วยพลังงานที่สดใสก็จะเป็นวันที่ดี ต่อให้เจอเรื่องอะไรที่ไม่ดีก็รับมือได้ พอต้องเล่นเป็นคนที่มีปัญหาทางอารมณ์ ทางจิต ต้องใช้พลังงานนั้นตลอดเวลา เหมือนทั้งปีนั้นไม่ได้ไปจากความหม่นหมองนี้ สมมุติถ่ายละครอาทิตย์ละ 3-4 วันแต่วันที่เหลือก็ยังคงฝังอยู่ ปีนั้นเป็นคนแบบนั้นทั้งปีเป็นคนที่คัตแล้วก็เสร็จนะ ไม่แบบนั่งเศร้าเหงารักไม่เป็น แต่พลังงานที่ใช้ไปกับเขา ทั้งวันต้องคิดเรื่องไม่ดี คิดอยากให้เขาตาย ต้องคิดฆ่าเขา เกลียดเขา เป็นพลังงานที่ไม่ได้สร้างพลังงานบวกให้กับเรา พอตอนถ่ายสาธุเป็น Project สุดท้ายของปีนั้นที่โหดมาก สนุกมาก แต่ทุกวันเราก็จะไม่อยากเป็นเพื่อนกับเอ๋ ไม่อยากรู้จักเขาก็จะมีวันแบบนั้นที่รู้สึกว่าเหนื่อย แต่ก็สนุก เป็นความโรคจิตของการเป็นนักแสดง แต่พอถ่ายเสร็จแล้วจิตใจเริ่มไม่ดี มีปัญหา เริ่มนอนไม่หลับกลับบ้านถึงขั้นนอนไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เหมือนได้ยินเสียง Character แล้ว Sensitive ทุกเรื่อง จนหยุดทำงาน 1 ปี รับแต่งาน Influencer อย่างเดียวช่วงปีที่แล้ว พึ่งกลับมาเล่นละครได้ใหม่ค่ะ การดูแลสุขภาพจิตและการไปพบแพทย์ ?โดนัท มนัสนันท์ : ช่วงที่เป็นหนัก ๆ ก็ไปหาหมอถึงขั้นต้องไปปรึกษาคุณหมอว่า ต้องจัดการตัวเองยังไง ถ้าช่วงไหนเป็นหนัก ๆ พี่ตามก็จะบอกว่า หาหมอไหม นี่โทรเลย โทรก่อนเวลา เขาก็จะสนับสนุนเราว่า อยากให้ไปพูดคุยหรือเอาออกไปจากใจเราบ้าง ซึ่งเราชอบการไปหาหมอ จะบอกทุกคนที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต สมมุติเจอใครก็จะบอกว่าถ้าคิดเองไม่ออกลองไปหาหมอ เขาจะมีมุมมองอีกมุมมองหนึ่ง แล้วมุมมองของเขาไม่ได้เป็นมุมมองที่เป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นมุมมองที่กว้างมาก บางทีหมกมุ่นกับเรื่องอะไร เรามองเห็นแค่ปัญหาของเราแล้วมองเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เขาจะให้มุมมองอื่นและทำให้เข้าใจตัวเองเข้าใจโลกง่ายขึ้นค่ะ สัญญาณเตือนของร่างกายและจุดเริ่มต้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ?โดนัท มนัสนันท์ : ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีเลย เหมือนเบื่อทุกอย่างไปหมด เหมือนซึมก็จะมีวันที่ ร่างกายรู้สึกว่า พยายามจะตามหาความหมายให้กับตัวเองแต่ไม่เจอ ทั้ง ๆ ที่งานที่ทำก็เติมเต็มมาก ๆ บทที่โดนัทได้เล่นเหมือนคนที่คอมกำลังจะพัง ความรู้สึกปิดก็ไม่ยอมปิดระบบ ก็ค้างอยู่แบบนั้น คอมรวน จนเจอนักจิตวิทยาแล้วก็เริ่มเดินทาง แล้วก็ไปเรื่องการมีสุขภาพดีอย่างยืนยาว ก็ไปศูนย์ดูแลสุขภาพองค์รวมถึงขั้นไปสถาบันที่เป็นศาสตร์อินเดียแต่สุดท้ายก็อยู่ที่ตัวเราว่าจะรับมือกับปัญหานี้ยังไง จากนั้นไปลงเรียนการแสดง อาจารย์ถามว่า จะมาเรียนอะไร ไม่ได้มี Project อะไรที่จะทำ เราก็บอกว่า รู้สึก Character นั้นยังอยู่กับเรา เขาก็สอนธรรมมะมาก ฝึกการหายใจ Meditation นั่งสมาธิ มีสติ กับมาอ่านหนังสือ โชคดีที่ช่วงนั้นการเป็น Influencer สนุก ทำแล้วไม่เครียดมากค่ะ หมดไฟทั้งปีแต่หายได้เพราะสิ่งนี้ จุดเปลี่ยนชีวิตจากการลองเป็น Influencer ?โดนัท มนัสนันท์ : แต่ก่อนบ้างานมากพอเจอปัญหานี้รู้เลยว่าควรจะต้องใช้ชีวิตให้สมดุล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแบบการกิน การนอน รูปแบบการดำเนินชีวิตของเราหรืองานที่ทำ ตอนนี้ถ้าเลือกได้ ก็จะไม่รับบทที่หนักเกินไปติด ๆ กัน ก่อนจะเป็นบ้าไป การเป็น SLE (โรคแพ้ภูมิตัวเอง) ดูแลตัวเองอย่างไร ?โดนัท มนัสนันท์ : ห้ามโดนแดด คุณหมอจะพยายามให้เลี่ยงแดดเป็นสิ่งที่ดีต่อผิว แต่ว่าสำหรับคนเป็น SLE จะกระตุ้นโรคให้กำเริบ ซึ่งของพี่เป็นระยะเดี๋ยวโรคสงบ เดี๋ยวกำเริบ แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่ควบคุมได้ ถ้ากำเริบขึ้นมาร่างกายจะอ่อนเพลีย เราจะดูไม่ออก ตอนแรกที่เป็นครั้งแรกที่เจอ ผมร่วงเยอะ ตื่นเช้ามาวันหนึ่งผมร่วงเต็มเตียง เราก็งงว่าทำไมร่วงขนาดนี้แล้วก็ไปทำงานถ่ายละคร เราก็เข้าใจว่าเหนื่อย เพราะเราเหนื่อยจากการทำงานทุกวัน ร่างกายก็เลยผมก็ร่วงจึงไม่ได้คิดอะไรทีนี้ความเหนื่อยเริ่มอยู่ยาว แล้วพี่เพิ่งหายจากไข้เลือดออก เป็นความโชคดีมากก็เลยไปตรวจเลือด แล้วหมอเจอว่า เป็น SLE วิธีการสังเกต SLE จะยากตรงที่ถ้าเราแขนหักขาหักเรารู้ใช่ไหม แต่ SLE คือความรู้สึกล้วน ๆ แล้วพี่ไม่มีผื่นด้วย บางคนจะเป็นผื่นขึ้นที่ผิดปกติ มีอาการปวดข้อ แต่เราไม่เป็นและไม่ปวดแค่เหนื่อยอย่างเดียว ตั้งแต่นั้นรักษาเรื่อย ๆ เลือกวิธีที่จะเป็นการดูแลสุขภาพเพื่อความยั่งยืน ก็คือไม่ได้กินสเตียรอยด์เลือกที่จะใช้ยาทางเลือก เลือกที่จะดูแลตัวเองเรื่องการกิน เรื่องการดูแลตัวเองมากกว่าก็จะมีผลบ้างกับเรื่องบางอย่างเช่น ทำหัตถการ Laser บางตัวจะทำไม่ได้หรือที่เป็นแบบฉีดก็จะทำไม่ได้เลย จะใช้เน้นเป็นพวกเครื่องเอารวมถึงครีมบำรุงผิว เป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าและฝากคำสอนถึงรุ่นน้อง ?โดนัท มนัสนันท์ : ยังมีการแสดงอยู่และหนังสือต้องเสร็จสิ้น ในช่วง 5 ปีนี้จะเป็นผู้หญิงที่มีความสุข ในวัยที่เราเป็น ตอนนี้อยากมีความสุขแค่นั้น อยากให้ชีวิตเรียบง่าย ไม่อยากผจญภัยเหมือนตอนเด็ก ๆ อีกแล้วค่ะ ทาครีมเยอะ ๆ อยากให้รักในสิ่งที่ทำเชื่อในสิ่งที่ทำอยู่ อย่างตอนนี้เวลาโดนัทเจอน้อง ๆ ที่เพิ่งเข้าวงการหรือเพิ่งเริ่มเป็นนักแสดง บางทีเขาก็ท้อไม่เจอบทที่สนุก ต้องใช้เวลาแต่ถ้าเรารักในสิ่งที่ทำอยู่ โดนัทเชื่อว่าทุกคนมีเวลาแล้วก็ต้องอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง พรสวรรค์เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดขึ้นมาได้ต้องไม่หยุดพยายามค่ะ เป้าหมายในอนาคตที่วางไว้ร่วมกัน ?โดนัท มนัสนันท์ : ตอนนี้อยากมีลูกอีกคนหนึ่งเป็น ลูกสุนัข เป็นเป้าหมายถัดไป แล้วก็อยากสุขภาพแข็งแรง มีแรงเดินทางด้วยกัน ได้ทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกันแบบนี้ สิ่งสำคัญยังอยากได้ยินคนที่ดูคลิปเราเดินมาบอกว่า เขาดูคลิปเรา 2 คนแล้วมีความสุขค่ะ สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "โดนัท มนัสนันท์" ครูใหญ่ โพสต์ซึ้งปิดซีซัน TrueAF 2026 เผยส่งถึงฝั่งแล้ว ขอทุกคนอย่าหยุดฝัน! โดนัท แฉวีรกรรม สามี ตอบแล้วหลังเจอถามทำอาชีพอะไร? โดนัท อวยพรวันเกิด ไฮโซตาม อยู่เล่นด้วยกันไปจน 100 ปี

ไฟเขียวลุยสร้างภาคต่อ "How To Lose A Guy In 10 Days" ตำนานหนังรอมคอมเรื่องดังยุค 2000s
อ่าน

ไฟเขียวลุยสร้างภาคต่อ "How To Lose A Guy In 10 Days" ตำนานหนังรอมคอมเรื่องดังยุค 2000s

นี่หนึ่งในหนังโรแมนติกคอเมดี้เรื่องเยี่ยมที่สุด ตามที่ "แมทธิว แมคคอนนาเฮย์" เพิ่งจะให้สัมภาษณ์ยกย่องเอาไว้ เพราะเป็นผลงานที่ทำให้เขากลายเป็นพระเอกหนังรักและช่วยยื้อชีวิตนักแสดงของเขาเอาไว้ในเรืองรองถึงปัจจุบัน และบัดนี้ "How To Lose A Guy In 10 Days" หนังรักเรื่องดังจากยุค 2000 ได้รับสัญญาณว่าจะเป็นหนังดังในอดีตอีกเรื่องที่จะกลับมาลุยสร้างสานต่อภาคใหม่ออกมาเร็ว ๆ นี้ หลังสตูดิโอหนังได้ไฟเขียวพัฒนาสร้างแล้ว Deadline รายงานว่า พาราเมาท์ พิคเจอร์ส ได้ให้ไฟเขียวพัฒนาสร้างโปรเจกต์ภาคต่อหนังรักเรื่องดังจากปี 2003 อย่าง How To Lose A Guy In 10 Days อย่างเป็นทางการแล้ว นี่คือหนังที่สร้างคู่ขวัญให้เกิดขึ้น อย่าง "เคต ฮัดสัน" กับ แมทธิว แมคคอนนาเฮย์ โดยมีข้อมูลว่า เคต ฮัดสัน จะร่วมอยู่เบื้องหลังในการผลักสร้างหนังรักที่เคยสร้างชื่อให้กับเธอเรื่องนี้ ในฐานะผู้อำนวยการสร้างพิเศษ โดยขณะนี้โปรเจกต์ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น จึงยังไม่มีเบาะแสเกี่ยวกับทีมนักแสดง และยังไม่มีข้อมูลเนื้อหาของหนังภาคต่อ รวมทั้งใครจะมาเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้ How To Lose A Guy In 10 Days ฉบับเมื่อปี 2003 เป็นเรื่องราวของนักเขียนสาวกับหนุ่มเนักโฆษณาเจ้าเสน่ห์ ได้เริ่มต้นศึกษาดูใจกัน โดยที่จริง ๆ แล้วความสัมพันธ์ครั้งนี้ของพวกเขามีบางอย่างแอบแฝงอยู่ เพราะว่าเธอต้องการทดลองใช้รักครั้งนี้เป็นบทความในคอลัมน์ ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชมที่ตกหลุมรักเราทิ้งไปภายใน 10 วัน ขณะที่เขาก็ทำการพนันกับเพื่อน ๆ ว่าจะจีบสาวคนนี้และพิชิตใจเธอให้ได้ภายใน 10 วันเช่นกัน "โดนัลด์ เพทรี" เคยกำกับหนังต้นฉบับเอาไว้ ซึ่งเคยกลายเป็นหนังฮิตช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ในปี 2003 กวาดเงินทั่วโลกไปได้ถึง 178 ล้านเหรียญ ถูกนับว่าเป็นหนึ่งในยุคที่เฟื่องฟูเรืองรองของหนังรอมคอมสุด ๆ แม้ว่าปัจจุบันหนังประเภทนี้มักจะเบนเข็มไปเอาดีในจอสตรีมมิงมากกว่ามาเจ็บตัวทางด้านรายได้บนบ็อกซ์ออฟฟิศ แต่เทรนด์ฮิตหยิบหนังเก่ามาผลิตภาคต่อเรื่องใหม่ก็กำลังนำพาหนังรักคลาสสิกเรื่องนี้กลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ตีท้ายครัว! เปิดความรัก "เมย์-บิ๊ก" จากเพื่อนสู่สามี จนถึงวันรอเลี้ยงลูกด้วยกัน
อ่าน

ตีท้ายครัว! เปิดความรัก "เมย์-บิ๊ก" จากเพื่อนสู่สามี จนถึงวันรอเลี้ยงลูกด้วยกัน

ตีท้ายครัว บุกบ้าน เมย์ พิชนาฏ ว่าที่คุณแม่! เปิดเรือนหอเตรียมรับทายาท พร้อมโมเมนต์หวาน บิ๊ก สามีสายซัพพอร์ต ทำพิธีกรกรี๊ดสนั่น! อาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ตีท้ายครัว ขอพาไปบุกบ้านของว่าที่คุณแม่ป้ายแดง เมย์ พิชนาฏ และสามีนักธุรกิจยานยนต์ บิ๊ก ที่วันนี้เปิดบ้านหลังใหม่ต้อนรับลุงๆ ป้าๆ ทีมพิธีกรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเตรียมรับขวัญหลานเป็นทีมแรก! ตีท้ายครัว! เปิดความรัก "เมย์-บิ๊ก" จากเพื่อนสู่สามี จนถึงวันรอเลี้ยงลูกด้วยกัน ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD งานนี้พาไปชมบ้านที่คุณบิ๊กตั้งใจออกแบบและเตรียมทุกพื้นที่ให้ตอบโจทย์ชีวิตของทั้งว่าที่คุณพ่อ ว่าที่คุณแม่ และสมาชิกใหม่ที่กำลังจะมาเติมเต็มครอบครัว ทั้งห้องไลฟ์ ห้องเก็บรถสุดโปรดของคุณบิ๊ก ที่สามารถนั่งมองรถได้แบบเต็มอิ่ม รวมถึงห้อง Baby ที่เตรียมพร้อมรอต้อนรับหนูน้อยอย่างอบอุ่น พร้อมเปิดโมเมนต์สุดน่ารักของคุณสามีสายดูแล เมื่อ บิ๊ก เล่าอาการแพ้ทองของเมย์ รวมถึงอาการแพ้ยาสีฟันที่ทำให้แปรงฟันทีไรต้องคลื่นไส้อาเจียน งานนี้คุณบิ๊กไม่ปล่อยให้ภรรยาทรมาน คอยหาวิธีช่วยและดูแลทุกทาง จนทำให้เมย์ยอมรับว่า ชีวิตแต่งงานแฮปปี้กว่าที่เคยกังวลไว้มาก! มาถึงเรื่องความรักที่ทำเอาเมย์เขิน กับที่มาของแฮชแท็ก #ก็ว่าจะไม่รัก จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยคำว่า เพื่อน เพราะทั้งคู่รู้จักและรู้ใจกันมานาน รู้ข้อดีข้อเสียกันแทบทุกมุม ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจนกลายมาเป็นคู่ชีวิตในวันนี้ และความหวานที่ทำเอา พี่โอ๋-พี่วิลลี่-พี่อาร์ต-พี่ป๋อ ถึงกับกรี๊ด! เมื่อคุณบิ๊กเผยของขวัญวันเกิดตัวเอง คือให้เงินภรรยา งานนี้ว่าที่คุณแม่จะปลื้มแค่ไหน ต้องรอฟังเจ้าตัวตอบเอง! นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเปิดใจถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่ในวัยที่ช้ากว่าคนอื่น การตัดสินใจมีลูกในวัย 40+ ความยาก ความกดดันจากคำถามเรื่องการมีลูก และการเรียนรู้ทุกขั้นตอนของการเป็นพ่อแม่มือใหม่ ที่เมื่อมีลูกแล้วถึงได้รู้ว่า ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ท่ามกลางความยาก บิ๊ก ยังคงเป็นสามีที่คอยซัพพอร์ตเมย์ในทุกเรื่อง ประคับประคองและช่วยให้ภรรยาผ่านแต่ละช่วงเวลาไปได้ดีที่สุด ขณะที่เมย์เองก็เข้าใจและสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของสามี จนทั้งคู่แทบไม่ต้องปรับตัวเข้าหากันมากนัก เพราะพื้นฐานของความสัมพันธ์คือ การเป็นเพื่อนที่รู้จักและเข้าใจกันมาก่อน เหลือเพียงปัญหาเดียวที่ยังตกลงกันไม่ได้ ชื่อลูก! 😂 เมื่อคุณแม่มีไอเดียชื่อสุดน่ารักอย่าง บะจ่าง เพราะเมย์ชอบกิน แต่งานนี้คุณพ่อคุณแม่ยังต้องช่วยกันคิดต่ออีกยาวๆ ว่าสุดท้ายแล้วหนูน้อยจะได้ชื่ออะไร ต้องมาตามลุ้นกัน! ติดตามความรัก ความอบอุ่น และชีวิตบทใหม่ของว่าที่คุณพ่อคุณแม่ เมย์ พิชนาฏ - บิ๊ก พร้อมชมบ้านหลังใหม่และห้อง Baby ที่เตรียมไว้ต้อนรับสมาชิกตัวน้อย ในรายการ ตีท้ายครัว วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.15 น. ทางช่อง 3 กด 33 -📲 ติดตามทุกเบื้องหลังและโมเมนต์สุดขำของสามสาวได้ที่▶️ Facebook ตีท้ายครัว▶️ Instagram @teetaikrua▶️ TikTok @teetaikrua🔹 ดูสด-ย้อนหลังทาง 3plus และ YouTube: NGOA TV

คิมซองโฮ ผู้กำกับแชร์โมเมนต์ประทับใจและเบื้องหลังการถ่ายทำ “Wind Up” ตีโฮมรันให้ทัชใจทุกพื้นที่ในไทย
อ่าน

คิมซองโฮ ผู้กำกับแชร์โมเมนต์ประทับใจและเบื้องหลังการถ่ายทำ “Wind Up” ตีโฮมรันให้ทัชใจทุกพื้นที่ในไทย

เดินหน้าสร้างความประทับใจอย่างต่อเนื่องกับภาพยนตร์มิตรภาพชวนอบอุ่นหัวใจWind Upไวนด์อัพที่ได้สองหนุ่มไอดอลชื่อดังเจโน่และแจมินจากวงNCTมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวสุดทัชใจชวนคนดูให้น้ำตาซึมทุกที่นั่ง โดยมงคลซีนีม่าได้รับเกียรติจากผู้กำกับคิมซองโฮผู้เคยฝากผลงานสุดซึ้งอย่างMove to Heaven(2021)มาร่วมแชร์ประสบการณ์ ความประทับใจ และโมเมนต์เบื้องหลังการถ่ายทำที่จะทำให้เหล่าแฟนๆ ต้องอมยิ้มตามไม่หยุด จุดเริ่มต้นของWind Upเวอร์ชันภาพยนตร์ ตอนแรกWind Upเป็นรูปแบบซีรีส์ชอร์ตฟอร์ม เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มสองคนวัยมัธยมปลายที่มีความฝัน ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ร่วมกันกับค่ายSM Entertainmentซึ่งทางSMได้ส่งนักแสดงมาสองคนคือเจโน่และแจมินจากตอนแรกที่ถ่ายชอร์ตฟอร์มก็มีไอเดียว่าจะนำมาทำมิวสิกวิดีโอด้วยเลยมีการถ่ายให้เป็นแนวนอนเอาไว้ตั้งแต่แรก และด้วยความที่ซีรีส์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมากๆ ก็เลยได้นำมาสู่เป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ในวันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เกาหลีใต้ยังไม่เคยมีซีรีส์ชอร์ตฟอร์มเรื่องไหนเลยที่ออกมาเป็นเวอร์ชันเต็มจอขนาดนี้ หลังจากที่มีเรื่องนี้ออกมาก็ได้ยินมาว่ามีซีรีส์ชอร์ตฟอร์มเรื่องอื่นๆ กำลังจะวางแผนออกฉายในแบบภาพยนตร์ด้วยเช่นกัน สองคาแร็กเตอร์นำของเรื่องนี้ เจโน่-แจมิน มีความเหมาะสมกับบทบาทอย่างไร นักแสดงนำทั้งสองคนจะมีบทอูจินเป็นนักกีฬาเบสบอลมีตำแหน่งพิตเชอร์เป็นคนปาลูกแต่ว่ามีอยู่วันหนึ่งเขาเกิดมีปมในใจทำให้ไม่สามารถขว้างลูกได้ ส่วนอีกคนหนึ่งคือแทฮีเป็นเด็กที่สดใสมากและก็เข้ามาเป็นคนที่ฉุดอูจินขึ้นมาให้เขาสามารถกลับมาเล่นกีฬาได้อีกครั้ง ด้วยความที่แจมินเขาเคยแสดงละครมาก่อนแล้ว เดิมทีตอนแรกคิดว่าเขาน่าจะเหมาะกับบทอูจินมากกว่า แต่ผมก็บอกทีมงานว่าอย่าเพิ่งตัดสินใจ อันนี้แค่เป็นสิ่งที่ผมคิดไว้อย่างเดียว พอถึงวันที่ได้มาเจอนักแสดงทั้งสองคน ผมต้องการที่จะเรียนรู้และซึมซับนิสัยของทั้งคู่ก่อน ดูว่าใครเหมาะกับบทอะไรซึ่งทันทีที่เริ่มบทสนทนา ผมก็ตัดสินใจได้เลยว่าบทอูจินต้องเป็นเจโน่เหมาะมากๆ คือตัวเจโน่มีเคมีบางอย่างที่เหมือนอูจิน ซึ่งก็เหมือนกับที่ผมคิดไว้ครับ ส่วนแจมินเองผมรู้สึกได้ตั้งแต่วันที่อ่านสคริปต์ว่าเขามีบางอย่างที่เหมือนแทฮี เป็นคนที่สดใสร่าเริงและมองโลกในแง่ดี เพราะแบบนี้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันที่ถ่ายทำก็ไม่มีอะไรที่ผิดคาดเลย เหมือนกับที่คิดไว้ตั้งแต่แรกทุกอย่าง แล้วทั้งสองคนนี้ในชีวิตจริงเขาก็หยอกล้อกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วครับ ถ้าทุกคนได้ดูในหนังก็จะได้เห็นแทฮีกับอูจินเขาเล่นกันยังไง ในชีวิตจริงเจโน่กับแจมินเขาก็เล่นกันอย่างนั้นเลย จากปรากฏการณ์ซีรีส์ชอร์ตฟอร์มสู่รูปแบบใหม่บนจอภาพยนตร์ เอาตรง ๆ ผมตกใจมาก ผมรู้อยู่แล้วว่าNCTดังและก็มีแฟนคลับเยอะ แต่ผมก็ยังจินตนาการไม่ออกว่าเยอะขนาดไหน พอออกอากาศในแพลตฟอร์มKITZเห็นยอดวันละ1ล้านวิวทุกวันก็ทำให้ผมเริ่มรู้สึกได้แล้วว่าแฟนคลับด้อมNCTมหาศาลมากๆ และก็ตั้งแต่ที่เห็นยอดวิววันแรก คือกลายเป็นว่าผมตื่นมาทุกเช้าก็จะเช็กยอดวิวก่อนตลอดเลย ซึ่งพอเป็นเวอร์ชันภาพยนตร์ จากเดิมที่เป็นชอร์ตฟอร์มคนดูจะได้เห็นแค่หน้า โฟกัสหน้าของนักแสดงได้เห็นมุมแคบๆ ใช่ไหมครับ แต่ว่าพอมาเป็นภาพยนตร์ทุกคนก็จะได้เห็นทิวทัศน์ ได้เห็นวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้น รวมถึงเพลงประกอบซาวนด์แทร็กต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปด้วย ทุกคน ทุกฉาก แต่ละฉากก็จะมีความยาวมากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้ผมใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่ตอนที่ตัดต่อเลยว่าจะต้องใส่รายละเอียดยังไงให้กับคนดูได้สัมผัสแต่ละฉากได้อย่างยาวนานมากขึ้น เรื่องราวแห่งมิตรภาพที่ถูกเล่าผ่านกีฬาเบสบอล คือจริงๆ ผมก็ไม่ได้ชอบกีฬาเบสบอลขนาดนั้น เพียงแต่ว่ากีฬาเบสบอลเป็นอะไรที่อยู่รอบตัวผมตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย โรงเรียนก็เป็นที่โด่งดังเรื่องเบสบอลทำให้ผมคุ้นเคยกับกีฬาประเภทนี้ แล้วก็มักจะดูหนังที่เกี่ยวกับกีฬาเบสบอลบ่อย เคยดูหนังที่แบรด พิตต์เล่นเรื่องMoneyball(2011)ตั้งแต่ดูเรื่องนั้นก็เลยเหมือนเป็นความฝันเล็กๆ ว่าสักวันหนึ่งเราก็อยากจะทำหนังเกี่ยวกับเบสบอลสักเรื่องเหมือนกัน แล้ววันนี้ก็ได้มาทำหนังเรื่องนี้แล้ว ก็เหมือนฝันที่เป็นจริง และการที่จะเล่าถึงหนังComing of ageความฝันของนักเรียนมัธยมปลายเกี่ยวกับการฟันฝ่าอุปสรรค คิดว่าเอากีฬานี้มาเล่าก็น่าจะเป็นอะไรที่ทำให้คนดูได้อินมากขึ้น มันเหมือนเป็นการสานฝันของเด็กคนหนึ่งที่เอามิตรภาพมาดึงไม่ให้ความฝันนั้นหลุดมือไป อีกอย่างคือที่เกาหลีใต้กีฬาเบสบอลก็เป็นที่นิยมมากๆ ด้วยเช่นกัน เบื้องหลังการเตรียมตัวและ เคมี ที่ผู้กำกับตามหา ผมประทับใจมากๆ ครับ ช่วงที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ทั้งเจโน่และแจมินต้องเตรียมอัลบั้มด้วย อยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตด้วย ทั้งสองมีตารางงานที่ยุ่งมากๆ แต่ก็ยังแบ่งเวลา ต่อให้มีเวลาเพียงเล็กน้อยก็ยังมาซ้อม ทั้งเรื่องของท่าทาง การตีลูก รับลูก ทุกอย่างต้องเหมือนนักกีฬาจริงๆ ผมรู้สึกประทับใจและขอบคุณทั้งสองคนมากๆ ที่ตั้งใจทุ่มเทฝึกเล่นกีฬาเบสบอลอย่างเต็มที่ อีกอย่างที่ผมสัมผัสได้เลยคือเรื่องของมิตรภาพและความน่ารักของทั้งคู่ การถ่ายทำเรื่องนี้ใช้เวลาสั้นมากๆ ต้องรีบถ่าย เพราะพวกเขามีตารางงานที่แน่นมาก ช่วงที่ถ่ายทำคือเป็นช่วงชูซ็อก (วันขอบคุณพระเจ้ของเกาหลี)ซึ่งเป็นช่วงที่ทั้งสองคนพอจะมีคิวให้กองถ่าย ฉะนั้นด้วยความที่เวลาถ่ายสั้น ทั้งสองคนก็เลยเหนื่อยมาก ทีมงานก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่ว่าทั้งสองคนเขาก็น่ารัก คือฝ่ายใดเหนื่อยอีกฝ่ายหนึ่งก็จะคอยเติมเต็มให้ คอยเป็นคนบูสต์พลังให้อีกฝ่าย ทำให้บรรยากาศในการถ่ายทำผ่านไปได้ด้วยดี และก็ผ่านไปได้ด้วยความสนุกสนานมากๆ ฝีมือการแสดงของ เจโน่-แจมิน ตอนแรกผมแอบกังวลนิดนึง เพราะทราบมาว่าเจโน่ไม่เคยผ่านการแสดงเลย แต่ว่าพอมาถ่ายทำจริงๆ ผมเห็นถึงความตั้งใจ เขาพยายามมาก ในขณะเดียวกันเขาก็มีความกังวลแล้วก็กดดันตัวเองมากเป็นพิเศษ บางครั้งเวลาถ่ายทำเขาก็เครียดเกินไป ผมต้องให้กำลังใจว่าไม่เป็นไร นายทำดีแล้ว ไม่ต้องเครียด สบายๆ ผมก็เลยรู้สึกประทับใจในความตั้งใจของเขา ผมคิดว่าเจโน่เขาเป็นอาร์ตทิสต์ มีการฝึกซ้อมการเพอร์ฟอร์แมนซ์บนเวทีของเขาอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรกับการที่เขาจะมาแสดงหน้ากล้องแจมินเองก็ช่วยเจโน่ได้เยอะมากๆ ทั้งสองเขาเป็นเพื่อนกันทำให้เขาคุ้นเคยกันอยู่แล้ว และมีการคุยกันเยอะมาก พออยู่หน้ากล้องบางซีนมีบทที่ต้องพูดยาวๆ ก็มีลืมบ้าง แต่ว่าทั้งสองคนก็ช่วยกันต่อบทจนสุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี แล้วตอนที่ผมมาดูในขั้นตอนตัดต่อก็พบว่าหลายๆ บทสนทนามีการนอกบทด้วยคือไม่ได้อยู่ในสคริปต์ เขาช่วยกันต่อบทจนทำให้ผ่านซีนนั้นไปได้ ส่วนด้านแจมินเขามีเซนส์ในการแสดงที่ดีมาก ต้องบอกก่อนว่าสไตล์การถ่ายงานของผมคือจะไม่ได้ถ่ายแค่สั้นๆ แล้วก็คัต ผมจะปล่อยยาวเลยแล้วค่อยมาดูทีเดียว มาเลือกซีนเอาอีกทีหนึ่ง ฉะนั้นตัวนักแสดงพอเริ่มทำงานกับผมไปเรื่อยๆ เขาก็จะรู้สไตล์ผม แล้วพอเขารู้สึกว่าเขาพลาด เขาก็จะไม่บอกว่าผมขอถ่ายใหม่ เขาจะไม่พูด แต่ว่าเขาจะหาทางเอาตัวรอดยังไงก็ได้ให้ซีนนั้นสามารถจบลงได้ด้วยดี อันนี้ก็เป็นเซนส์ของแจมินเหมือนกัน จริงๆ แล้วถ้าใครได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ให้สังเกตรีแอ็กชันของนักแสดงดีๆ ถ้าซีนไหนที่แบบว่าคนหนึ่งพูด แล้วอีกคนหนึ่งพูดตามว่าอย่างงั้นเหรอนั่นคือเขานึกบทไม่ออก แต่ว่าก็ปล่อยไปเพราะว่าซีนนั้นดูธรรมชาติมากๆ เจโน่-แจมิน บน เวที กับ จอภาพยนตร์ แตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าแตกต่างกัน ในเวอร์ชันที่เขาเป็นไอดอล เขามีการแสดงผ่านกล้องตอนที่เขาถ่ายมิวสิกวิดีโอ แต่ว่าเวลามาถ่ายหนังมันจะมีซีนที่ต้องแสดงอารมณ์อย่างเช่น โกรธกัน ทะเลาะกัน ตะโกนใส่กัน คือพอเห็นเขาแสดงตอนแรก ผมรู้เลยว่าเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน เพราะว่าเขาแสดงอารมณ์เวลาทะเลาะกันได้ไม่ค่อยเหมือนคนโกรธกันจริงๆ ผมมั่นใจว่าถ้าแฟนๆ ได้ไปดูในโรงภาพยนตร์ ฉากที่เขาทะเลาะกัน แฟนๆ ก็จะรู้สึกว่าเขาเหมือนไม่ได้ทะเลาะกันจริงๆ เพราะว่าเขาไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน โมเมนต์ประทับใจในกองถ่ายWind Up สิ่งที่อยู่ในความทรงจำแล้วก็เป็นซีนที่ประทับใจผมที่สุด คือซีนที่ทั้งสองคนปั่นจักรยานท่ามกลางฝนตกแล้วก็ถือร่มมาด้วย ซึ่งจริงๆ ซีนนั้นเป็นซีนที่ถ่ายทำยากมาก ทางทีมงานต้องเตรียมงานกันเยอะมากเพื่อให้ซีนนั้นออกมาได้ด้วยดี พอผมมาดูในห้องตัดต่อแล้วก็รู้สึกประทับใจ ผมสัมผัสได้ถึงความตั้งใจทำงานของทั้งสองคนจริงๆ ซีนนี้ก็เลยเป็นซีนที่ประทับใจเป็นพิเศษ จากผลงานเรียกน้ำตา Move to Heaven สู่ภาพยนตร์ทัชใจWind Up ยังไงก็ต้องมีซีนเรียกน้ำตา บางซีนก็อาจจะให้ความรู้สึกที่คล้ายกับเรื่องMove to Heavenเลย จริงๆ แล้วผมคิดเยอะมากว่าจะถ่ายทอดซีนอารมณ์นั้นให้คนดูอินไปด้วยได้ยังไง แต่ก็อยากให้มาลองมาชมกัน รับรองว่าน้ำตาไหลเหมือนกันแน่นอน ซีนที่คนดูน่าจะเห็นบ่อยๆ ในเรื่องMove to Heavenที่เป็นสโลว์โมชันเปิดประตูมาแล้วได้เห็นภาพที่อยู่ในห้องนั้นเรื่องนี้ก็จะเหมือนกัน ผมพูดมากไม่ได้เดี๋ยวจะเป็นการสปอยล์ แต่ว่ามีซีนสโลว์โมชันที่เปิดประตูออกมาแล้วก็จะได้เห็นภาพของเด็กสองคนอยู่ข้างในนั้นผมพยายามถ่ายทอดซีนอารมณ์ ถ้าเป็นอย่างเรื่องMove to Heavenก็จะเป็นฉากที่อีแจวอนวิ่งสโลว์โมชัน แล้วก็มีเรื่องที่ดีโอแสดง(Bad Prosecutor, 2022)ก็มีซีนสโลว์โมชันที่เรียกอารมณ์เหมือนกัน เรื่องนี้ก็เช่นกันครับจะเป็นซีนที่อูจินปั่นจักรยานสโลว์โมชัน แต่ว่าทำไมฉากนั้นถึงเรียกอารมณ์ ทำไมถึงเศร้า อันนี้ต้องไปรับชมด้วยตนเอง เรื่องราวแห่งความฝันวัยเยาว์ การก้าวข้ามความเจ็บปวด และการเติบโต ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเกี่ยวกับชีวิตของวัยรุ่นเรื่องราวตอนวัยเยาว์ การก้าวผ่านความเจ็บปวด ความไร้เดียงสาของเด็ก และการฟันฝ่าอุปสรรค ผมเชื่อว่าทุกคนน่าจะต้องมีประสบการณ์เหล่านี้มาอยู่แล้ว แต่ว่าที่สำคัญคือจะถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดของตัวละครให้กับคนดูได้รู้สึกตามไปด้วยยังไง อันนี้คือสิ่งที่ผมกังวลมากแต่เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้กันมาแล้ว หลังจากที่เดินทางมาประเทศไทย เห็นWind Upหน้าโรงภาพยนตร์ รู้สึกตื่นเต้นมั้ย ผมได้มีโอกาสไปถ่ายรูปหน้าป้ายมา ผมรู้สึกดีใจมากที่Wind Upได้มาอยู่ในประเทศไทย แล้วผมก็คาดหวังว่าคนไทยทุกคนจะชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมมาไทยรอบนี้ส่วนมากก็จะอยู่ตามห้าง ผมชอบอาหารไทยทุกอย่างเลย มานี่กินแต่อาหารไทยครับ โดยเฉพาะพวกอาหารตามสั่ง ข้าวราดต่างๆ แล้วก็อีกอย่างที่มาไทยในรอบนี้ ผมกำลังจะเตรียมถ่ายทำซีรีส์ไทยก็เลยมาดูโลเคชันต่างๆ ในไทย ไปอีสานด้วย เป็นซีรีส์ไทย ทีมงานโปรดักชันเป็นคนไทย แต่ว่ามีนักแสดงไทยแล้วก็เกาหลีใต้ด้วย ก็จะฉายในไทย ยังไงก็ขอให้Wind Upประสบความสำเร็จนะครับ ผมจะได้มีงานในไทยเยอะๆ เลย มิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวจะช่วยเติมเต็มความฝันของกันและกัน ร่วมสัมผัสความรัก ความอบอุ่น และเติมโมเมนต์แห่งมิตรภาพให้หัวใจได้ชุ่มฉ่ำบนเส้นทางแห่งฝันWind Upไวนด์อัพวันนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ส่อง "ไอเดีย บัฟเฟตต์" นักแสดง Gen Z สายลงทุน หล่อละมุนตา
อ่าน

ส่อง "ไอเดีย บัฟเฟตต์" นักแสดง Gen Z สายลงทุน หล่อละมุนตา

นับเป็นอีกหนึ่งนักแสดง Gen Z ที่น่าจับตามอง สำหรับ ไอเดีย บัฟเฟตต์ อีกหนึ่งในนักแสดง จากซีรีส์ CLASS CRUSH CRISISเพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ จาก CHANGE2561 ORIGINAL ที่มาพร้อมหน้าตาดี เอนเนจี้สดใส กับความสามารถด้านการแสดงและคาแรกเตอร์โดดเด่นเกินวัย ในเรื่อง ไอเดีย รับบท เจีย พ่อหมอสายไพ่ เพื่อนต่างโรงเรียนของแก๊งชมรม อยู่ไปเดี๋ยวก็ชิน หนุ่มที่ใช้ดวงนำทางชีวิต กล้าเป็นตัวเอง เบียว และแปลกแบบไม่แคร์สายตาใคร แถมยังชอบเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจให้คนอื่น ทั้งที่ตัวเองยังไม่เคยมีประสบการณ์รักจริงๆ ก่อนจะกลายเป็นคนสำคัญที่เข้ามาเยียวยาหัวใจของ อินดี้ รับบทโดย ฮีโร่ อาชวิน ในช่วงอกหัก และความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทิศทางไหนต้องติดตาม ส่อง "ไอเดีย บัฟเฟตต์" นักแสดง Gen Z สายลงทุน หล่อละมุนตา แต่ที่น่าสนใจไม่แพ้บทบาทในจอ คือชีวิตจริงของ ไอเดีย บัฟเฟตต์ ที่แม้อายุยังน้อย แต่สนใจศึกษาด้าน การลงทุนและตลาดหุ้น อย่างจริงจัง พร้อมลงมือเรียนรู้ด้วยตัวเอง จนได้ทั้งประสบการณ์และมุมมองเรื่องการเงินเกินวัย โดย ไอเดีย บัฟเฟตต์ เผยว่า ผมศึกษาเรื่องการลงทุนไว้เป็นความรู้รอบตัวครับ ได้ลองลงมือทำบ้าง บางครั้งก็กำไร บางครั้งก็ขาดทุน แต่พอได้ศึกษาเรื่องการลงทุน เหมือนทำให้เราได้ติดตามข่าวสารที่อัปเดตอยู่ตลอดเวลา ได้ฝึกคิด ฝึกวิเคราะห์ และเชื่อมโยงว่าข่าวแต่ละเรื่องน่าจะส่งผลกระทบกับหุ้นตัวไหนบ้าง ที่สำคัญคือทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องคุณค่าของเงินมากขึ้นครับ ส่วนเรื่องการแสดง CLASS CRUSH CRISIS เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ ถือเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกในชีวิตของผม ต้องขอบคุณ พี่ฉอด พี่เอส ที่คอยสอนและให้โอกาสพวกเราได้พัฒนาตัวเองในหลายๆ ด้าน ทั้งส่งไปเรียนการแสดง ทำ WORKSHOP ฝึกออกกอง เรียนร้องเพลง เรียนเต้น และในขณะเดียวกันก็ต้องเรียนหนังสือไปด้วย พอวันนี้ได้เห็นผลงานที่ตัวเองตั้งใจทำออกมา แล้วมีแฟนๆชื่นชอบและชื่นชม ผมรู้สึกดีใจและภูมิใจมากๆเลยครับ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่ง Gen Z ที่มีทั้งแพสชันด้านการแสดงและความสนใจเรื่องการลงทุนสมกับเป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองจริง ๆ

"แมทธิว แมคคอนาเฮย์" อวยยศให้หนังโรแมนติกคอเมดี้ เป็นหนังที่ช่วยชุบชีวิตของเขาไว้หลายครั้ง
อ่าน

"แมทธิว แมคคอนาเฮย์" อวยยศให้หนังโรแมนติกคอเมดี้ เป็นหนังที่ช่วยชุบชีวิตของเขาไว้หลายครั้ง

หากย้อนกลับไปเมื่อสัก 20 ปีที่แล้ว วงการหนังฮอลลีวูดและบ็อกซ์ออฟฟิศยังคงคราคร่ำไปด้วยโปรแกรมหนังรอมคอม หรือ หนังโรแมนติกคอเมดี้ ที่ผลิตป้อนออกสู่สายตาแฟน ๆ ต่อเนื่องมากมาย นับว่าเป็นช่วงเวลาทองอันเรืองรองของหนังประเภทนี้เลยก็ว่าได้ และชื่อของ "แมทธิว แมคคอนาเฮย์" ก็จัดได้ว่าหนึ่งในหนังเทพบุตรพระเอกหนังรักเบอร์ต้น ๆ ของวงการ เพราะในช่วงยุคปี 2000s เขาร่วมแสดงในหนังรอมคอมหลากหลายเรื่อง และประสบความสำเร็จแทบจะทุกเรื่อง จนได้ชื่อว่าเป็นพระเอกหนังรักแห่งยุค และหนังประเภทนี้ก็เคยช่วยชุบชีวิตของแมทธิวมาแล้วเช่นกัน ในบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ แมทธิว แมคคอนเฮย์ ที่เขาอยู่ระหว่างเดินสายโปรโมตหนังเรื่องนี้ใหม่ The Rivals of Amziah King เขาได้เปิดใจเล่าถึงเส้นทางการเป็นนักแสดงของเขาในอดีตถึงปัจจุบัน ซึ่งหนึ่งในช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือการเป็นสวมบทบาทเป็นพระเอกในหนังรักหลาย ๆ เรื่อง ที่เขาเปิดเผยกับพอดแคสต์ชื่อดัง Happy Sad Confused ว่า ช่วงเวลานั้นเป็นห้วงเวลากอบโกยและเอ็นจอยที่สุดในชีวิตของเขาทีเดียว "ผมว่า How to Lose a Guy in 10 Days เป็นเหมือนของขวัญที่มอบความสุขให้ได้แบบไม่รู้จบ ผมว่ามันเป็นหนังโรแมนติกคอเมดี้เรื่องโปรดที่สุดของผมเท่าที่เคยแสดงมา แล้วหลายคนก็ชอบหนังเรื่องนี้ด้วย แล้วจะมาให้นะครับ จนถึงตอนนี้มันคงทำรายได้ให้กับผมได้ดีที่สุด กว่าหนังทุกเรื่องที่ผมเคยแสดงเอาไว้ สมัยก่อนตอนที่ยังมีเคเบิ้ลทีวีหรือดีวีดี ทุก ๆ เดือนมีนาคมผมจะได้เช็คเงินก้อนโต เพราะผลพ่วงจากช่วงวันวาเลนไทน์ สำหรับผมแล้ว หนังเรื่องนี้ยกให้เป็นเสาหลักที่มั่นคงของหนังรอมคอมตลอดกาลไปเลยครับ" แมทธิว แมคคอนาเฮย์ เล่าให้ฟัง How to Lose a Guy in 10 Days เป็นหนังรักเรื่องดังจากปี 2003 ที่เขาได้ประกบคู่แสดงกับ เคต ฮัดสัน ที่การจับคู่ของพวกเขาได้สร้างเคมีคู่ขวัญขึ้นมาได้อย่างน่าประทับใจ ถือว่าเป็นหนึ่งในรอมคอมที่น่าจดจำอีกเรื่องในช่วงยุคปี 2000s และทำให้ในอีกไม่กี่ปีก่อน พวกเขาทั้งคู่ก็ได้โคจรมาจับคู่แสดงด้วยกันอีกครั้ง กับหนังรักผจญภัย Fool's Gold ในปี 2008 นอกจากนี้ หนังรักสร้างชื่อให้เขาอีกเรื่อง อย่าง The Wedding Planner ในปี 2001 ก็สร้างความประทับใจให้เขาเช่นกัน "ตอนนั้นผมต้องขับรถข้ามพรมแดนลงไปทางใต้ในช่วงกลางคืน ผมโดนตำรวจเรียกให้จอดกลางทาง แล้วพวกขเาก็ได้สังเกตและจำผมได้ ผมก็เริ่มคิดแล้วว่าเป็นเรื่องแน่ ๆ มันต้องวุ่นวายแน่ ผมก็เลยตัดสินใจพูดขึ้นมาว่า 'พวกคุณรู้จัก เจนนิเฟอร์ โลเปซ ไหมครับ เคยดูหนังรัก The Wedding Planner ไหม ใช่ครับ ที่เล่นคู่เธอคือผมเองนี่แหละ' ทำให้พวกเจ้าหน้าที่หัวเราะกันใหญ่ สุดท้ายเราก็ได้ถ่ายรูปด้วยกัน และพวกเขาก็ปล่อยผมขับรถต่อไป" แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเคยรุ่งโรจน์ในการเป็นพระเอกหนังรอมคอมมาก่อน แต่กว่าจะใช้เวลาสลัดภาพพระเอกหนังรักก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเขาต้องใช้เวลาหลายปี ในการพิสูจน์ให้ผู้จัดและวงการได้เห็นว่าเขาสามารถรับบทบาทในหนังแนวอื่นได้อยู่ ถึงขั้นมีช่วงต้องพักเบรกไปอยู่ฟาร์มที่บ้านในเท็กซัสเป็นปี ๆ แล้วกลับมาโชว์ฝีมือการแสดงในบทดรามาจัดจ้าน ลบภาพความเป็นพระเอกนักรัก กระทั่งเขามาได้รางวัลออสการ์ตัวแรกของชีวิต จากการแสดงใน Dallas Buyers Club เมื่อปี 2014 นั่นเอง ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“เจโน่-แจมิน” ฝึกกับโคชตัวจริง! จับมือลุยเส้นทางฝันแห่งสนามเบสบอลใน “Wind Up ไวนด์อัพ” ผลงานหนังร์ร่วมกันครั้งแรก
อ่าน

“เจโน่-แจมิน” ฝึกกับโคชตัวจริง! จับมือลุยเส้นทางฝันแห่งสนามเบสบอลใน “Wind Up ไวนด์อัพ” ผลงานหนังร์ร่วมกันครั้งแรก

นับถอยหลังเดินเข้าสู่สนามเบสบอล ฟินให้สุดในโรงภาพยนตร์กับWind Upไวนด์อัพเรื่องราวComing of Ageการเติบโตผ่านช่วงเวลายากลำบากระหว่างนักกีฬาเบสบอลระดับมัธยมปลาย และเพื่อนใหม่ที่เข้ามาเป็นผู้ช่วยของเขา ผลงานการแสดงร่วมกันครั้งแรกของเพื่อนซี้กว่าสิบปีเจโน่และแจมินจากวงNCT ล่าสุดมงคลซีนีม่าเผยโปสเตอร์เวอร์ชันไทยของสองคาแร็กเตอร์อูจิน(เจโน่)นักกีฬาเบสบอลระดับมัธยมปลาย อดีตพิชเชอร์หรือผู้ขว้างดาวรุ่งที่ฟอร์มตกไม่สามารถขว้างลูกได้เฉียบขาดแบบในอดีต ทำให้โคชและเพื่อนร่วมทีมเริ่มถอดใจจากเขา กับแทฮี(แจมิน)นักเรียนใหม่รอยยิ้มสดใสที่ย้ายเข้ามาพร้อมเสนอตัวเป็นผู้จัดการ คู่ซี้และคู่ซ้อมให้กับอูจิน แทฮีมาพร้อมกับความตั้งใจที่ว่าจะฉุดมืออูจินให้ขึ้นจากความมืดมน และทวงคืนตำแหน่งในสนามเบสบอลให้เขาได้อีกครั้ง เจโน่กล่าวถึงการสลับโหมดจากศิลปินไอดอลมารับบทบาททางการแสดงครั้งแรกว่า อุปสรรคสำหรับเขาคือการฝืนห้ามมองกล้องถ่ายทำ ซึ่งต่างจากพาร์ตไอดอลที่ต้องอายคอนแทกต์กับกล้องเสมอ ผมไม่ควรมองกล้องด้วยซ้ำ แต่มันกลับจ่อหน้าอยู่นี่ ผมต้องฝืนไม่มอง ยากใช่เล่นนะ และเพื่อถ่ายทอดบทนักกีฬาเบสบอลให้เท่และสมจริงทุกจังหวะเจโน่และแจมินได้ทำการฝึกซ้อมท่าทาง การเคลื่อนไหวในสนาม ทั้งการตี การขว้าง และการรับลูกกับโคชเบสบอลตัวจริง ให้ผู้ชมและแฟนๆ ได้รับชมฉากกีฬาที่สมจริงผ่านการแสดงสุดเข้มข้นของทั้งคู่ ร่วมส่งกำลังใจถึงเจโน่-แจมินกับWind Upไวนด์อัพผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกที่ทั้งคู่ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ไปเชียร์พร้อมกันให้เต็มทุกที่นั่ง20สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา EP.1: ซี-คีน ขนเสน่ห์วิธีจีบสุดป่วนให้มารัก!
อ่าน

แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา EP.1: ซี-คีน ขนเสน่ห์วิธีจีบสุดป่วนให้มารัก!

แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา EP.1 ตอนแรก :เตรียมตัวรับมือให้พร้อมกับทุกโมเมนต์ความฟิน ความน่ารัก และความป่วนของคู่จิ้นคู่ฮอต ซี เดชชาติ ทาศิลป์ และ คีน สุวิจักขณ์ ปิยะนพโรจน์ ที่ควงคู่ขนเสน่ห์ความสดใสมาเสิร์ฟความฟินครั้งใหม่แบบจัดเต็ม สะท้อนคาแรกเตอร์ของตัวแสดงที่ต่างกันสุดขั้ว แต่โลกดึงดูดให้พวกเขามาเจอกัน ที่จะทำให้ทุกคนยิ้มไม่หยุด แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา EP.1 ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25 ในซีรีส์ฟีลกู๊ดคอมเมดี้น่ารักสดใสเรื่องใหม่ กับซีรีส์ WEIRDO-101 แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา วิชาจีบขั้นต้น...เมื่อโลกเหวี่ยงอีกคนมาให้รัก พร้อมเสริมทัพแก๊งสุดป่วนทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กมากฝีมือที่จะมาร่วมเติมเต็มความสนุกสุดคับคั่ง อย่าง แอสตัน รติภัทร เหลืองวรพันธ์, อังเปา โอชิริส สุวรรณชีพ, อชิ พีระกานต์ เตียวสุวรรณ, มาร์ค ณฐริศร์ วรกรเลิศสิทธิ์, พร้อม ทีปกร ขวัญบุญ, ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร, โต๋ ทินพันธ์ ตันตุ้ย, ไททัน ชยุต กอสุราษฎร์, ต้อ ภควัต ตั้งฉัตรแก้ว, ดอม เหตระกูล, น้ำผึ้ง ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ ผลงานการกำกับของผู้กำกับฯ คุณภาพ วีรชิต ทองจิลา ที่การันตีฟินครบรสทุกอารมณ์ที่ทุกคนไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน เรื่องราวของ นิรันดร์ (คีน สุวิจักขณ์) นักกีฬายูโดของโรงเรียนที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ได้พบกับ ชีวา (ซี เดชชาติ) เด็กเนิร์ดอัจฉริยะจากชมรมดาราศาสตร์ ที่มีความคิดและวิธีสื่อสารไม่เหมือนใคร จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความงงๆ อย่างการที่ นิรันดร์ ช่วย ชีวา จากรุ่นพี่เกเร หลังจากนั้น ชีวา ก็เดินหน้าจีบ นิรันดร์ อย่างตรงไปตรงมาในแบบของตัวเอง จนทำให้ นิรันดร์ เริ่มสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น เรื่องราวสุดวุ่นที่ดึงดูดให้คนสองคนมาใกล้กันจะเป็นอย่างไร? มาร่วมลุ้นและติดตามไปพร้อมกัน พบกับซีรีส์ WEIRDO-101 แรงโน้มถ่วงระหว่างเรา ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20:30 น. ทางช่อง one31 และทางแอปพลิเคชั่น TrueVisions NOW เท่านั้น เริ่มตอนแรก 14 สิงหาคมนี้ ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25

ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท นักแสดงซีรีส์ แม่บ้านอมตะ
อ่าน

ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท นักแสดงซีรีส์ แม่บ้านอมตะ

ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท เกิดวันที่ 31 มกราคม พ.ศ.2547 เป็นลูกครึ่งไทย - นิวซีแลนด์ เขามีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยเจมส์ เป็นพี่คนโต มีน้องสองคน คือ เจสันและวิคทอเรีย ด้านการศึกษาช่วงเรียนเขามีดีกรีนักกีฬาจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย นอกจากนี้เจมส์ยังเป็นนักกิจกรรมของโรงเรียน รวมไปถึงยังเคยเป็นผู้นำออกกำลังกาย BCC LETS MOVE ของทางโรงเรียนอีกด้วย ปัจจุบันเป็นนักแสดง นายแบบ ส่วนผลงานล่าสุดของเจมส์ คือ TATANG Original เรื่องใหม่ แม่บ้านอมตะ รับชมได้ทาง ตาตั้ง by TrueID ประวัติ เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท ด้านชีวิตในวงการบันเทิง เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท ด้วยความที่เขาเป็นนักกิจกรรมตั้งแต่สมัยเรียน รวมไปถึงรูปร่างหน้าตาอยู่ระดับเอลิสต์ ทำให้เจมส์ก้าวสู่วงการบันเทิงจากการเป็น นายแบบ พรีเซนเตอร์ นักแสดง ซึ่งผลงานการแสดงเรื่องแรกของเขา คือภาพยนตร์เรื่อง 14 อีกครั้ง I Love You Two Thousand ปัจจุบันเป็นนักแสดง นายแบบ ส่วนผลงานล่าสุดของเจมส์ คือ TATANG Original เรื่องใหม่ แม่บ้านอมตะ รับชมได้ทาง ตาตั้ง by TrueID ด้านชีวิตส่วนตัว เจมส์ เฮย์วอร์ด เพรสคอท หนุ่มหล่อ ขี้เล่น อารมณ์ดี ยิ้มเก่ง นอกจากงานในวงการบันเทิงแล้ว เจมส์ ยังขยันหารายได้สุด ๆ เขาลุยทำธุรกิจมากถึง 3 อย่างในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายเสื้อผ้า, ร้านสปา และร้านก๋วยเตี๋ยว แฟน ๆ แวะเวียนไปอุดหนุนกันได้เลย ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ Love Alert มีคำเตือนโปรดระมัดระวัง Bad Guy My Boss เจ้านายร้ายรัก แม่บ้านอมตะ ผลงานภาพยนตร์ 14 อีกครั้ง I Love You Two Thousand ไอจี เจมส์ เพรสคอท @_jamesprescott_ https://www.instagram.com/_jamesprescott_ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : แก๊ป จักริน-มะเขือ สุภัทรา โคจรเจอกันครั้งแรกใน "แม่บ้านอมตะ" ดูครบทุกตอน 31 ก.ค. นี้ ที่ TrueID เรื่องย่อ แม่บ้านอมตะ TATANG Original ดูได้ทุกตอนทาง TrueID ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม _jamesprescott_

เดบิวต์เป็นนักแสดงเต็มตัว “น้องฉัตร” ประกบคู่ “ซึงโฮ” ลงบอยเลิฟครั้งแรก ไพล็อตแรกออกตัวแรงเวอร์
อ่าน

เดบิวต์เป็นนักแสดงเต็มตัว “น้องฉัตร” ประกบคู่ “ซึงโฮ” ลงบอยเลิฟครั้งแรก ไพล็อตแรกออกตัวแรงเวอร์

เดบิวต์เป็นนักแสดงเต็มตัว น้องฉัตร ประกบคู่ ซึงโฮ ลงบอยเลิฟครั้งแรก ไพล็อตแรกออกตัวแรงเวอร์ บททดสอบของความไว้วางใจกำลังจะเริ่มต้นขึ้น กับซีรีส์ The Last Lock of Love ล็อกสุดท้าย...คือนายคนเดียว จากค่าย One by Chat Entertainment ที่ได้นักแสดงนำสุดว้าวอย่าง น้องฉัตร ฉัตรชัย ช่างแต่งหน้าชื่อดัง มาวางแปรงบลัชออนชั่วคราว รับบท แชท นักพัฒนาโปรดักส์ที่ใช้ชีวิตแบบปล่อยใจไปกับ One Night Stand ต้องกลับมาเจอ ซึงอู ผู้จัดการคนใหม่ที่ดันเป็นคนเมื่อคืน รับบทโดยหนุ่มเกาหลี ซึงโฮ จนเกิดเป็นเรื่องราวของสงครามภายในออฟฟิศ ซึ่งแค่ Pilot แรกที่ปล่อยออกมาก็กระแสแรง แซ่บถึงใจ ทำเอาสาววายจิกหมอนฟินฉ่ำไปตามๆ กัน เรียกว่าเคมีเคใจไทย-เกาหลี ตรงกันเกิ้น นอกจากนี้ยังมีนักแสดงที่มาร่วมสร้างสีสันอีกมากมาย อาทิ แอน สิเรียม, โม อมีนา, เอแคลร์ จือปาก, มะเดี่ยว และอีกหลายท่าน ล่าสุดได้ฤกษ์จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องอย่างเป็นทางการ ณ วัดสำโรงเหนือ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มการถ่ายทำ มีผู้บริหาร ผู้กำกับ ทีมงาน และนักแสดงร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ก่อนเตรียมส่งมอบเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นให้ผู้ชมได้รับชมกันแบบเต็มๆ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทางช่อง 3HD คืนเดียวที่แค่เผลอวันไนท์แสตนด์ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามในออฟฟิศ สงครามครั้งนี้จะดุเดือดแค่ไหน ติดตาม ซีรีส์ The Last Lock of Love ล็อกสุดท้าย...คือนายคนเดียว ห้ามพลาด

ดูอนิเมะ Mushoku Tensei เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 EP.3 รูเดียสแนะนำภรรยาใหม่
อ่าน

ดูอนิเมะ Mushoku Tensei เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 EP.3 รูเดียสแนะนำภรรยาใหม่

ดูอนิเมะออนไลน์ Mushoku Tensei: Jobless Reincarnation Season 3 เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 ตอนที่ 3 ชีวิตประจำวันที่หวนกลับมาเอริสได้ออกเดินทางร่วมกับกิสเลนจนมาถึงโรงฝึกดาบอันเลื่องชื่อของเทพดาบ กัล ฟาริออน ทันทีที่ก้าวเข้าสำนักเอริสก็เปิดฉากท้าดวลกับศิษย์ร่วมสำนักอย่างดุเดือดจนฝีมือไปเข้าตาเทพดาบ และได้รับการยอมรับให้ฝึกปรือในฐานะดาบศักดิ์สิทธิ์ จนกระทั่งเธอสามารถบรรลุทักษะดาบยาวแสงอันทรงพลังได้สำเร็จ! ทว่าความสำเร็จอันก้าวกระโดดนี้กลับสร้างความไม่พอใจให้กับนีน่าศิษย์พี่ร่วมสำนักที่มองเอริสเป็นคู่แข่ง จนกระทั่งวันประลองครั้งสำคัญกับราชาวารีอิโซลเตมาถึง ทั้งเอริสและนีน่าได้มีโอกาสทบทวนขีดจำกัดของตัวเองเพื่อก้าวข้ามไปอีกขั้น ในที่สุดเอริสก็สามารถควบคุมจิตสังหารอันบ้าคลั่งและผ่านการทดสอบอันโหดหินของราชาวารีได้สำเร็จ แต่หนทางสู่การเป็นผู้ไร้เทียมทานของเธอยังอีกยาวไกล สามารถรับชมอนิเมะ เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ภาค 3 อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 22:00 น. ดูอนิเมะ เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 ตอนที่ 3 เรื่องราวในตอนที่ 3 หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิตและได้ต้อนรับร็อกซี่เข้ามาเป็นภรรยาคนที่สอง รูเดียสก็ได้เริ่มต้นชีวิตประจำวันอันแสนสงบสุขร่วมกับครอบครัวใหญ่ที่มีทั้ง ซิลฟี, ลูซี่ ลูกสาวตัวน้อย รวมถึงเหล่าน้องสาวอย่างนอร์นและไอช่า ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้กลับไปเรียนต่อที่โรงเรียนเวทมนตร์ลาโน โดยมีร็อกซี่เข้ามาทำหน้าที่เป็นอาจารย์คนใหม่ ทว่าในขณะที่รูเดียสกำลังเดินสายแนะนำร็อกซี่ให้ทุกคนรู้จักในฐานะภรรยาของเขาอย่างภาคภูมิใจ คลิฟฟ์เพื่อนสนิทผู้ยึดมั่นในหลักคำสอนทางศาสนาอย่างแรงกล้า กลับไม่สามารถยอมรับความสัมพันธ์แบบสามีหลายภรรยานี้ได้ กำแพงแห่งความเชื่อจะสั่นคลอนมิตรภาพของพวกเขาหรือไม่!

อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans”
อ่าน

อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans”

เมื่อ อาจารย์เบียร์ ฅนตื่นธรรม มารายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 พี่อ้อย พี่ฉอด พี่อั๋น มีหนาว งานนี้ถ้าถามไม่ดีเจอแน่! อาจารย์เบียร์ หยอกๆ พร้อมเปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก ช่วงมหาวิทยาลัยเรียกได้ว่าเละเทะ !?? จาก "ฅนตื่นธรรม เกือบจะเป็น "OnlyFans ตอนนั้น อาจารย์เบียร์ คิดอะไรอยู่ สักยันต์" เพื่อให้แฟนหลงรักก็ทำมาแล้ว ก่อนจะหยุดก็เคยสุดมาก่อน ตอนมีแฟนก็เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานมากเกินจนเป็นเรื่อง ไม่ต้องมีใครสอนก็ควรทราบ การนอกใจ" ไม่ใช่เรื่องดีที่มนุษย์จะทำกันเพราะมันคือสาเหตุที่ทำให้ทุกคนเป็น ทุกข์" อาจารย์เบียร์ เปิดเรื่องราวชีวิตจากเด็กเรียบร้อยโตมาใจแตก จาก "ฅนตื่นธรรม" เกือบจะเป็น "OnlyFans ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 อาจารย์เบียร์ : อยากมารายการนี้มานานมากทำไมต้องมีกระโถนมาอยู่ตรงนี้ด้วยเอ่ยอาจารย์เบียร์ : เอาไว้ตีปากคนถามโดยเฉพาะเลย ตั้งแต่เด็กอาจารย์เป็นเด็กแนวไหนเอ่ยอาจารย์เบียร์ : ถ้าเป็นเด็กนักเรียนอาจารย์เป็นเด็กเรียบร้อย ปรากฏวันนึงเราไปเรียนมหาวิทยาลัยใจแตกเลย เพราะเราไม่เคยเจอสังคมมหาวิทยาลัยเลย มหาวิทยาลัยคือไม่ได้อยู่ในกรอบแล้วไง เพราะเราอยากใช้ชีวิตของเราแล้วเราอยู่ในกรอบมานานเรารู้ตัวว่าเราอยากจะออกจากกรอบนี้มานานมากแล้ว จนวันหนึ่งนกมันถูกปล่อยบินหายเลย แล้วกลายเป็นอาจารย์เละเทะตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นเกเรยังไงบ้างอาจารย์เบียร์ : เกเรเลยกินเหล้าทุกวันในผับ กินทุกวันเล่นทุกวัน เที่ยวทุกวันขอเงินเป็นหมื่น ๆ เพื่อที่จะเอาไปเที่ยวล้างผลาญเงิน มีความรักไหมอาจารย์เบียร์ : มหาวิทยาลัยคืออิ่มมาก ตอนนั้นคือแรก ๆ อาจารย์ไม่เคยบอกเลิกใครเลยมีแต่คนที่ทิ้งเราไป จากนั้นก็เลยเปลี่ยนเป็นคนเจ้าชู้อาจารย์เบียร์ : ใช่ จากนั้นก็เปลี่ยนเลย เราคบใครเราต้องคบแบบอย่าจริงจัง เราต้องไม่ใช่คนที่ถูกทิ้งเราต้องทิ้งเขาก่อนเสมอถาม แต่ใครจะคิดว่า ฅนตื่นธรรม อาจารย์เบียร์ กาลครั้งหนึ่ง เกือบจะทำ "OnlyFansอาจารย์เบียร์ : ใช่.. อาจารย์เคยรักใครถึงขั้นคิดอยากจะลงหลักปักฐานไหมอาจารย์เบียร์ : มีรักมากมันเป็นความสัมพันธ์ที่คาราคาซังมาก เวลาจะเลิกคือจะตัดใจแล้วเขาก็มาขอคืนดีรักใคร่เอ็นดูแล้วก็ออกไปอีก เราก็ทำใจพอกำลังจะทำใจได้ก็กลับมาอีกวนอยู่แบบนี้เป็นสิบ ๆ รอบตัดใจไม่ได้วนเวียนร้องไห้น้ำตาไหลพิธี สักยันต์" ข้างหลังอาจารย์ไปสักก็เพราะมันนี่แหละ เพื่อที่จะให้มันรักอาจารย์นี่แหละ แล้วก็บอกตัวเองว่าแบบนี้ไม่เอาแล้วนะแต่แล้วก็เอาอีกไม่รู้ทำไม ตอนที่อาจารย์เป็นแฟน อาจารย์เป็นแฟนแนวไหนเอ่ยอาจารย์เบียร์ : หึงมาก รักมาก ดูแลมาก เปย์มาก เอาใจมากทุกอย่างเลย แบบทุกทาง อยากรู้ทุกเรื่องเพราะว่าตัวเราเคยเป็น ตัวเราเคยนอกใจ เอาตัวเองเป็นเกณฑ์เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานว่าเขาต้องเป็นเหมือนเรา ขนาดนอนอยู่กับเรายังแอบไปคุยกับคนอื่นได้เลย อยากให้อาจารย์เบียร์พูดถึงเรื่อง การนอกใจ"อาจารย์เบียร์ : การทำชั่ว ทำเลวมันเกิดจากการประพฤตินอกใจ คนเราประพฤตินอกใจเพราะอะไร เพราะว่าไม่รู้จักพอเกิดจากอะไรเกิดจากความมักมากในกาม เพราะฉะนั้นการทำสันดานแบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีเลย แล้วมันจะทำให้ครอบครัวแตกแยก ทำให้เกิดความร้าวฉานสุดท้ายเราจะเกิดการใช้ชีวิตอย่างไม่มีความสุข ติดตามช่วงชีวิตก่อนจะมาเป็น "ฅนตื่นธรรม ของ อาจารย์เบียร์ ได้ในรายการ Club Friday Showวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 10.00 น. ทางช่องวัน31 และรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : CHANGE2561

"เอม สรรเพชญ์ – มุกดา นรินทร์รักษ์" พร้อมลงจอ ใน "ติวเธอ(ร์)…ที่รัก MY TUTOR, MY LOVE" 24 มิถุนายนนี้ ทางช่องวัน31
อ่าน

"เอม สรรเพชญ์ – มุกดา นรินทร์รักษ์" พร้อมลงจอ ใน "ติวเธอ(ร์)…ที่รัก MY TUTOR, MY LOVE" 24 มิถุนายนนี้ ทางช่องวัน31

ช่องวัน31 พร้อมส่งละครโรแมนติกดราม่าเรื่องใหม่ ที่จะทำให้หัวใจของทุกคนเต้นไม่เป็นจังหวะใน ติวเธอ(ร์)ที่รัก MY TUTOR, MY LOVE การโคจรมาเจอกันครั้งแรกของพระเอกหนุ่มสุดฮอต เอม สรรเพชญ์ และนางเอกสาวเจ้าบทบาท มุกดา นรินทร์รักษ์ ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวเลิฟสตอรี่ ที่มีเรื่องราวเข้มข้น ด้วยเสน่ห์ล้นๆ เคมีดีๆ เสริมทัพด้วย หลุยส์ สก็อต, กัปตัน ชลธร, นินน่า ญาณิน, ก้อย ทาริกา ฯลฯ แถมยังได้ 2 นักเขียนบทมือรางวัล อย่าง เจี๊ยบ วรรธนา, เนปาล จิตรานนท์ มารับหน้าที่ร้อยเรียงเรื่องราว การันตีความสนุกโดย กู่-เอกสิทธิ์ ตระกูลเกษมสุข ผู้กำกับมากฝีมือ ที่เคยฝากฝีมือไว้ใน ทิชา, จิตสะกดแค้น ฯลฯ มานั่งแท่นกำกับการแสดง "ติวเธอ(ร์)ที่รัก MY TUTOR, MY LOVE" 24 มิถุนายนนี้ ทางช่องวัน31 ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ติวเธอ(ร์)ที่รัก MY TUTOR, MY LOVE เป็นเรื่องราวของ เอวา(มุกดา นรินทร์รักษ์) นักแสดงสาวเบอร์หนึ่งของวงการ ที่ต้องการไขว่คว้าความเป็นที่หนึ่งในอาชีพ เพื่อให้ตัวเองคู่ควรและเหมาะสมกับ วีชนะ(หลุยส์ สก็อต) แฟนนักการเมืองโปรไฟล์หรู แต่แล้วจุดเปลี่ยนก็เกิดขึ้น เมื่อเอวาได้รับโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องอัปสกิลภาษาอังกฤษแบบด่วนจี๋ นำพาให้เธอได้มาพบกับ ปั้น(เอม สรรเพชญ์) ติวเตอร์หนุ่มมาดกวนแต่แสนอบอุ่น การก้าวเข้ามาของติวเตอร์คนนี้ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแค่ทักษะทางภาษาของเธอเท่านั้น แต่ยังเข้ามาเปลี่ยนทัศนคติและการมองโลกของเอวาไปโดยสิ้นเชิง การโคจรมาเจอกันระหว่างซุปตาร์สาวกับติวเตอร์หนุ่มครั้งนี้ จะเป็นบทเรียนเพื่อความสำเร็จ หรือจะเป็นบททดสอบหัวใจกันแน่? มาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับบทเรียนรักครั้งใหม่นี้พร้อมกันในละคร ติวเธอ(ร์)ที่รัก MY TUTOR, MY LOVE ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรกพุธที่ 24 มิถุนายนนี้ ดูทีวีช่องวัน31

มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อป–บีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์
อ่าน

มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อป–บีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์

รายการ WandOland เปิดมุมลึกซึ้งที่หลายคนไม่เคยเห็นของ ท๊อป จิรายุส ซีอีโอ Bitkub เมื่อเจ้าตัวยอมรับเบื้องหลังความสำเร็จคือความเหงาในแบบของผู้นำที่ต้องเป็นที่พึ่งให้คนรอบตัวแต่ในวันที่เหนื่อยกลับไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร ขณะที่ บีม วลัญช์รัตน์ เปิดใจถึงช่วงเวลาที่เคยทุ่มเทซัปพอร์ตคนรักจนเกือบหลงลืมความฝันของตัวเอง ก่อนทั้งคู่จะค่อย ๆ เรียนรู้การรักษาความสัมพันธ์ จนถึงขั้น Workshop ให้เติบโตไปพร้อมกัน สู่รัก 8 ปีที่ยังเลือกกันในทุกวัน มุมที่ไม่เคยเห็น! "ท๊อปบีม" เปิดสูตรรัก 8 ปี ถึงขั้น Workshop ความสัมพันธ์ ทั้งคู่เจอกันครั้งแรกที่ไหน ? บีม : เจอกันครั้งแรกในงานที่เขาไปพูดค่ะ อยู่แถวที่โรงแรมเอราวัณ ซึ่งบีมก็สนใจพวกเรื่องลงทุนคริปโต ตอนนั้นมันใหม่มาก แล้วเราชอบเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ก็เลยไปฟัง แล้วก็เจอเขา ท๊อป : ตอนผมเปิด Bitkub ใหม่ ๆ เลยครับ บีม : เพิ่งเปิด เหมือนตอนนั้นยังไม่ได้แนะนำตัวเลยว่าเป็น Founder Bitkub เป็นมา 7-8 ปีที่แล้ว ตอนที่บีมเห็น เขาพูดเก่ง แล้วก็ดูเป็นคนเก่ง แต่ตอนนั้นบีมอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษค่ะ เขาแนะนำตัวว่าจบจากที่นี่ ๆ เราก็เป็นหนึ่งในคนที่ไปต่อคิวและถามคำถาม แต่บอกเขาว่าไม่ได้ถามเรื่อง Bitcoin เพราะอยากรู้เรื่องการเรียนต่อ เพราะตอนนั้นเราเพิ่งจบปริญญาตรี ท๊อป : แล้วผมพูดมาหลายเวทีมากครับ ทุกคนถามแต่เกี่ยวกับสิ่งที่ผมพูด ผมพูดตั้ง 2-3 ชั่วโมง เรื่อง Blockchain มีคนนี้คนเดียวที่ถามเรื่องอื่นที่ไม่ใช่สิ่งที่ผมพูด แล้วเขาซุ่มอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้พอทุกคนถามหมดอยู่ดี ๆ ก็โผล่มาแล้วถามเรื่องการเรียนต่อ ผมจำได้แม่นเลยมีคนเดียว ไม่ถามอะไรเกี่ยวกับที่เราพูดเลย ตอนแรกที่เจอก็ดูก็น่ารักดีครับ แล้วสิ่งที่เขาพูดคืออยากจะเรียนต่อ เรามีไฟล์นี้อยู่ ผมตั้งใจทำ Personal statement มากตอนที่สมัครไปเรียนที่ Oxford มันต้องมี reference letter และ personal statement ซึ่งผมยังเก็บไฟล์นั้นไว้เลย แล้วคิดว่าเราจบมานานแล้ว ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เดี๋ยวส่งให้เขาดีกว่า เพราะสูตรของผมคือจะส่งให้ทุกคนที่อยากจะเข้าเรียนต่อ เพื่อช่วยเขาเพราะเราไม่ได้ใช้อะไรแล้ว เพราะฉะนั้นโมเมนต์แรกที่คิดคือมีไฟล์นั้นอยู่ก็เลยอยากจะส่งให้เขาเป็นตัวอย่าง บีม : แต่ว่าของบีม โมเมนต์แรกคือกลัวค่ะ เพราะตอนที่เข้าไปคุยกับเขาคือตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าอยากได้เคล็ดลับว่าไปยังไง แต่สิ่งที่เขาถามกลับมาอันแรกเลยคือเขาหน้านิ่งมาก แล้วตอนที่เขาถามกลับมาว่า เกรดเท่าไหร่ แล้วหน้าไม่มีอารมณ์เลย ก็คิดว่าหรือเราไม่ควรถาม ตอนนั้นบีมไม่อยากคุยแล้ว ไม่อยากบอกว่าเราเป็นใคร คือขาแข็ง แต่ถอยไม่ได้แล้วค่ะ ท๊อป : เราก็ถามว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยนี้ใช่ไหม คุณก็ต้องมีเกรดที่ดี คุณต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง บีม : สุดท้ายเราก็ถอยค่ะ เดี๋ยวลองถามเคล็ดลับจากรุ่นพี่คนอื่นดีกว่า ท๊อป : ตอนนั้นขอ Contact ไว้แล้วครับ มีก่อนที่เขาจะถอย ขอเพื่อที่จะส่ง Personal statement ให้ที่มากกว่านั้นคือ มีรุ่นพี่คนหนึ่งที่เรียนด้วยกันที่ Oxford เขาจบเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ ผมไปเรียนเศรษฐศาสตร์ ก็คิดว่าเราไม่ค่อยรู้ระบบไทย คนที่น่าจะแนะนำได้ดีกว่าจริง ๆ อาจจะเป็นเด็กไทยด้วยกันก็เลยนัดสร้างกลุ่มให้ Connection ให้ แต่บีมหายไปเลย ไม่ตอบ เราก็คิดว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอุตส่าห์นัดให้แล้วเดี๋ยวเราจะเสียหน้า เพราะบีมก็อยู่ในกลุ่มแต่เขาไม่ตอบ เราก็เลยต้องตามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมหายไปเลย ก็เลยได้มีการติดต่อไปหลังจากนั้นครับ บีม : ตอนที่ผ่านไปสักพักแล้วเขาหา Contact แล้วเขาก็ติดต่อมาค่ะ ประมาณเป็นเดือน จากที่เราถามรู้สึกว่าคนนี้นิสัยดีมาก เหมือนเขายังจำได้และยังติดต่อเชื่อมต่อกลุ่มให้ค่ะ แต่ตอนนั้นเราก็กลัว ๆ นิดหนึ่ง ก็เลยไม่ได้ตอบไปสักพัก แต่พอเห็นแล้วว่าเขาตั้งกลุ่มก็เข้าไปตอบค่ะ แล้วเขาก็เหมือนมีติดตามเรื่องเรื่อย ๆ ประมาณนั้น เราก็รู้สึกว่าเขาดูเป็นคนดี ท๊อป : โมเมนต์แรกสำหรับผมที่เข้ากันคือ พาเขามาดูออฟฟิศ ตอนนั้น Bitkub ออฟฟิศเล็กมากครับ เป็นตอนเพิ่งเริ่มเปิดบริษัทใหม่ ๆ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ไปทานข้าวกัน หลังจากดูออฟฟิศเสร็จก็ไปทานข้าวกันต่อครับ นั่นเป็นโมเมนต์ที่ได้คุยกันจริง ๆ ไม่ใช่ผ่านสื่อออนไลน์ เป็นแบบ Face to Face จริง ๆ แล้วพอคุยกัน บางทีเคมีมันบอกไม่ได้ผ่านตัวหนังสือ แต่พอได้คุยกันจริง ๆ แล้วมันรู้สึกว่ามันเข้ากันได้ ก็คือโมเมนต์ที่ได้เจอกัน face to face จริง ๆ ได้นั่งทานข้าวกันจริง ๆ ส้มตำปูปลาร้า สร้างความประทับใจ ? ท๊อป : โมเมนต์ที่ประทับใจครั้งแรกคือ ชอบทานส้มตำปลาร้าทั้งคู่ และต้องใส่พริกเยอะ ๆ มาก ต่างคนต่างดูไม่เหมือนคนที่ชอบกินเผ็ดครับ บีม : ตอนแรกบีมก็ไม่คิดว่าจากภูมิหลังที่เขาอยู่เมืองนอกมานาน จะชอบกินส้มตำปลาร้าเหมือนกัน ซึ่งอันนี้เราก็ชอบกิน และตอนแข่งกินเผ็ดบีมชนะด้วยค่ะ ท๊อปมองเห็นอะไรในตัวบีม ? ท๊อป : เขาเป็นคนที่เสียสละเพราะเขาเป็นกองหลังใช่ไหมครับ พอผมตั้งเป้าหมายอะไร เขาก็ต้องสละสิ่งที่เคยเป็นตัวตนเขามาก่อนเพื่อที่จะปรับตัวเข้ากับเรา ยกตัวอย่างเรื่องการกิน เราไม่กินแป้ง ไม่กินน้ำตาล ไม่กินส้มตำปลาร้า ไม่กินเผ็ด ความผูกพันครั้งแรกที่เราชอบกันคือเพราะชอบพริกเหมือนกัน แต่พอผ่านมาระยะเวลา 7-8 ปีให้หลัง ทั้งสองคนไม่กินพริกเยอะขนาดนั้นแล้ว และไม่ได้กินส้มตำปลาร้าขนาดนั้นแล้วแต่ก็ยังอยู่กันได้ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นโมเมนต์ที่ชอบกันครั้งแรก ต่างคนต่างเติบโตขึ้นทั้งคู่เพื่อที่จะอยู่ด้วยกันได้ครับ พอเราตั้งเป้าหมาย เขาก็เป็นคนที่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างของเขาทั้งหมด ทุกวันนี้เขายังไม่ได้ไปเรียนต่อเลยนะครับ เจอกันครั้งแรกเขาตั้งใจจะไปเรียน แต่ตอนนี้กลายเป็นคนซัพพอร์ตเราแทน เป้าหมายชีวิตเขาคืออยากไปเรียนต่างประเทศสักครั้งหนึ่ง แต่เขาก็ยังไม่ได้ไปเรียนเลยครับ บีม : ยังอยากไปเรียนต่ออยู่ ก็คิดว่าถ้าตอนนี้เห็นว่าข้างหน้าเขาเริ่มมั่นคงระดับนี้แล้ว และข้างหลังเราก็เริ่มมีทีม มีการสร้างทีม มีเลขาฯ 10 คนแล้ว ระบบเริ่มมั่นคงขึ้น ก็เดี๋ยวลองหาช่องทางค่ะ เพราะสำหรับบีม อยากที่จะเติบโตขึ้นตลอดในทุกด้านค่ะ เป้าหมายในความสัมพันธ์ที่อยากให้ไปต่อ ? บีม : จริง ๆ ก็เยอะเลยค่ะ บีมพยายามจะสะท้อนความคิดของตัวเองและคุยกับเขาตลอด ถ้าโมเมนต์นี้เรายังต้องช่วยซัพพอร์ตเราก็จะทำให้เต็มที่ แต่เราก็คุยกับเขาเหมือนกันว่า บีมรู้สึกว่าต้องบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่างบีมกับตัวเอง และบีมกับพี่ท๊อปให้ดีขึ้น เพราะมันจะมีช่วงหนึ่งที่เรารู้สึกว่าถ้าเปรียบเป็นวงกลม วงกลมของพี่ท๊อปกับวงกลมของบีม แล้วเราคอยซัพพอร์ตเขาเรื่อย ๆ จนมีระยะหนึ่งที่รู้สึกว่าพอมันมากเกินไป วงกลมมันทับกันสนิท มันทำให้บางทีความสัมพันธ์กับตัวเราเองหรือเป้าหมายของเราหายไปในบางช่วงเวลา เราก็เลยบอกเขาว่าเราอยากทำสิ่งนี้ 1 2 3 4 นะ เพื่อให้สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ระหว่างบีมกับตัวเองดีที่สุด และบีมก็เชื่อว่าในความสัมพันธ์ของทุกคน ถ้าความสัมพันธ์กับตัวเองดีและสุขภาพจิตดีที่สุด ความสัมพันธ์กับคนอื่นมันจะยิ่งดีและยิ่งส่งเสริมกัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ไม่บาลานซ์ มันอาจจะทำให้เราซัพพอร์ตเขาได้ไม่เต็มที่แล้วก็ได้ค่ะ ก็เคยมีช่วงเวลานั้นเหมือนกัน ท๊อป : เรามี session แบบนี้เลยนะครับ มีการจองตารางเวลาของผมไว้เลยว่าเขียนว่า Workshop เป็นระหว่างผมกับเขา ทั้ง ๆ ที่การอยู่ด้วยกันมันอาจจะเป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก แต่เราต้องการช่วงเวลาที่เรามีสติรู้ตัวเพื่อมาออกแบบ มาล็อกเวลาช่วงหนึ่งเลย แล้วมาคุยกันในทุก ๆ เรื่อง มาเปิดใจ มาแชร์เป้าหมายของชีวิตกัน คุณคิดว่าลึก ๆ แล้วคู่ของคุณมีความกลัวอะไรที่ไม่ค่อยพูดออกมา? บีม : อาจจะกลัวเราเป็นอะไร เพราะว่าเขาจะเป็นคนที่กังวลมากคือเป็นห่วงมาก ไม่ค่อยให้ทำอะไรเท่าไหร่ กลับดึก อยู่ไหน คือปกติเขาก็ไม่ได้ค่อยได้คุยกันหรือไม่ได้ตาม แต่ถ้ามันรู้สึกว่าดึกแล้ว มันไปที่ที่อันตรายหรือเปล่า อย่าไปนะ อย่านั่งรถจักรยานยนต์ คือเขาจะห่วงความปลอดภัยมาก ๆ เป็นพิเศษค่ะ บีมว่าเขาอาจจะกลัวเราเป็นอะไร ท๊อป : คำถามนี้มันสะท้อนถึงความใส่ใจและความเหนียวแน่นของความสัมพันธ์ของกันและกัน ซึ่งฟังแล้วรู้สึกได้เลย บีม : งั้นขออีกอันหนึ่ง ถ้าเป็นตัวเขาเอง บีมมองว่าเขากลัวจัดการไม่ได้ เขากลัวเขาไม่เก่ง เพราะว่าหัวของเขาคือต้องแก้ปัญหาให้กับทุกคน เขารู้สึกว่าต้องเป็นที่พึ่งให้กับทุกคนรอบตัวให้ได้ ในความแข็งแกร่งจริง ๆ ข้างในเขา บีมว่าเขาก็คงเหนื่อย แต่การแสดงออกมาเขาต้องทำให้ได้ ต้องนำให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งของในที่ทำงานเอง ฝั่งของครอบครัว หรือฝั่งของเราเองก็ตาม จริง ๆ คือรู้สึกว่าข้างในเขาก็น่าจะแบกเยอะ แต่อยากแสดงออกมาว่าต้องทำให้ได้ ท๊อป : ใช่ครับ ผมว่ามันเป็นความเหงา อีกแบบหนึ่งที่ไม่ใช่เหงาเพราะไม่ได้เจอคน มันเป็นความเหงาที่ผมว่ายังไม่มีใครแชร์ มันคือ the same level of psychological wound เหมือนกับเรา ที่เราเป็นช้างเท้าหน้าของทุกเรื่อง ทุกคนรอบตัวเราพึ่งเราหมดเลยนะครับ บริษัท 1,000 คน ครอบครัว ครอบครัวเราที่เป็นครอบครัวเราจริง ๆ เราก็เป็นช้างเท้าหน้าของความสัมพันธ์ ฝั่งครอบครัวเขา ฝั่งเขาเราก็เป็นอะไรไม่ได้ คือทุกคนพึ่งเรา มันก็จะเป็นความเหงาอีกแบบหนึ่ง แล้วใจเราล่ะ แล้วใครมาเป็นที่พึ่งของเรา และพอมีปัญหาหนัก ๆ ผ่านมาเรื่อย ๆ ผมว่ามันไม่มีใครเข้าใจ psychological wound ที่มันสะสม as a leader นะ มันก็เป็นความเหงาอีกแบบหนึ่ง แล้วเขาก็พูดถูกตรงที่ว่าก็เป็นห่วงเยอะมากเกินไปนะครับ ห้ามนู่นห้ามนี่ เดี๋ยวอันตราย เราอาจจะเวอร์ด้วยครับ แต่เหมือนเขาทำตัวเป็นเหมือนลูกวัวไม่กลัวเสือครับ ท๊อป : แล้วบีมเขาเป็นคนที่พูดออกมาครับ เขากลัวมากเลยนะ คือกลัวผมไม่รักเขา กลัวไม่ให้เวลาเขา ไม่สนใจเขา พูดตลอด รักเขาไหม บีม : ไม่ใช่ เพราะเขาไม่พูดไงคะ เขาไม่เคยบอกเลย เราก็เลยต้องถาม หลังจากที่ทะเลาะกัน อะไรคือช่วงเวลาหรือสัญญาณที่ทำให้คุณรู้ว่าเรายังเป็นทีมเดียวกัน? บีม : บีมก็จะบอกเขาว่า ทะเลาะกันมันเห็นต่างกันได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วอยากจะทำให้ดีขึ้นทั้งคู่ และการทะเลาะกันมันไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่ว่าสุดท้ายแล้วถ้าเราเข้าใจกันมากขึ้นแล้วมันพร้อมปรับกันทั้งคู่ ยังไงมันก็จะอยู่กันไปได้ยาว ๆ ก็จะพยายามเหมือนบอกเขาว่าไม่ใช่ว่าเราไม่ดีนะ แต่แค่ค่อย ๆ คุยกัน เพื่อให้เรายังเหมือนเข้าใจกันมากขึ้น พอเราเข้าใจกันมากขึ้น เราก็จะทำเหมือนทำให้การปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น พอปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น มันก็จะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็จะคอยบอกเขา reach out ไป บางทีก็อยากจะให้อารมณ์เขานิ่งก่อน เพราะเราก็รู้ว่าถ้าต่างคนต่างเอาอารมณ์มาคุยกันยังไงไม่เห็นผลอยู่แล้ว ก็มีบ้างที่หายกันไปทำให้แต่ละคนเย็นก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน แต่ว่าสุดท้ายแล้วจริง ๆ บีมพยายามจะปรับจูนกันให้เร็วที่สุดจะดีที่สุดไม่งั้นเดี๋ยวมันจะค้างไปหลายวัน ท๊อป : น้อยมากครับที่ค้าง แล้วส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนมาง้อ เร็วมาก แป๊บเดียว ทีมเดียวกันแน่นอน แป๊บเดียวมาแล้ว เป็นฝ่ายง้อตลอด พอเขามาง้อ มาอะไรอารมณ์เย็นลง ก็คุยกัน ก็คือชัดเจน คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=smD_bajeNjI

"นก จริยา" ควงลูกสาว "เจมี่-จีนส์" เล่าอาการป่วยแพนิกนาน 5 ปี กลัวเป็นอัลไซเมอร์
อ่าน

"นก จริยา" ควงลูกสาว "เจมี่-จีนส์" เล่าอาการป่วยแพนิกนาน 5 ปี กลัวเป็นอัลไซเมอร์

"นก จริยา" ที่วันนี้จะมาย้อนเล่า อาการแพนิคที่เป็นมานานกว่า 5 ปี ถึงขั้นไปบวชเพื่อรักษาตัว แถมทุกวันนี้กลัวตัวเองจะเป็นอัลไซเมอร์ พร้อมควงลูกสาวทััง 2 คน เจมี่ - จีนส์ มาเล่าความผูกพันระหว่างแม่ ลูก และเผยสาเหตุขอร้องให้ลูกสาวลาออกจากงาน อีกทั้งยังเปิดใจหลังยุติการประกาศขายสวนทุเรียน และเดินหน้าขายทุเรียนพรีเมียม ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน 31 ที่มีธัญญ่า ธัญญาเรศ และ ดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ "นก จริยา" ควงลูกสาว "เจมี่-จีนส์" เล่าอาการป่วยแพนิกนาน 5 ปี กลัวเป็นอัลไซเมอร์ ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ล่าสุดพี่นกโดนแฮกไอจี? นก จริยา : ใช่ แล้วพี่เป็นคนไม่รู้เรื่องว่าโดนแฮกมันเป็นยังไง คนแฮกเขาก็เก่งนะเรื่องเลวๆ เนี่ย คือเขาแฮ็กเราตอนกลางคืนตอนที่เราหลับแล้ว เขาทำอะไรกับไอจี? นก จริยา : ไอจีพี่มันจะมีความนิ่ง แล้วมีคนส่งข้อความกลับมาว่า ไอจีพี่ส่งข้อความแปลกๆ นะ เป็นข้อความที่มันไม่ใช่พี่แล้วส่งไปทั่วเลย เราก็ถามลูก คืออะไร ลูกว่าน่าจะโดนแฮก แต่ว่าสิ่งที่เรากลัวกว่าคือคนที่เขาส่งไปมันเป็นลิ้งค์อะไร แล้วมันไปมีผลว่าพอเข้าระบบใดๆ ได้ไหม วันนั้นเราต้องรีบตอบกลับว่า อย่ากดเข้าไปนะคะ ไม่ใช่พี่ แล้ววันนั้นมันโยงไปถึงบริษัท ไปแฮกเข้าไปในบริษัทของพี่ด้วย ต้องเข้าไปเปลี่ยนอีเมล ตอนนี้กู้กลับมาได้หรือยัง? นก จริยา : ได้ค่ะ เราต้องเข้าไปรื้อ เปลี่ยนทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยอีกครั้ง ถ้าโดนแฮกต้องทำยังไงบ้าง เพื่อเป็นความรู้? นก จริยา : จริง ๆ พี่รีบเข้าไปเปลี่ยนข้อมูล พี่ไม่ใช่คนเก่งโซเชียลก็รีบปรึกษาเด็กๆ แล้วให้ทางบริษัทรีบจัดการข้อมูลของบริษัท แต่ว่าเราจะห่วงคนที่ถูกส่งไป ณ วันนั้นเราโพสต์ในไอจีเลยว่า ถ้าได้รับข้อความอะไรใดๆ ไม่ใช่นะคะ ไอจีถูกแฮก มาที่ลูกสาวกันบ้าง อายุเท่าไหร่? เจมี่ : 31 ค่ะ จีนส์ : 30 ค่ะ จริง ๆ ลูกชายคนโตจะมาด้วย? นก จริยา : ใช่ค่ะ แต่มีถ่ายลูกค้ากลัวเวลาไม่ทัน ก็ฝากขอโทษด้วย ให้เขามาคนเดียวก็ได้ เขาดังมากนะ ดังด้วยตัวเองเลย? นก จริยา : ก็เป็นความภูมิใจของเขา ธรรมดา ลูกดารา-นักแสดง คือพอเขาโตแล้ว เขาอยากทำอะไรที่ไม่ต้องพึ่งพ่อ แม่ ตลอดเวลา พอเขาทำเกี่ยวกับโซเชียล ออนไลน์ คนรู้จักเขาที่เป็นเขา แล้วมารู้จักว่าเขาเป็นลูกของพี่กับพี่จอนทีหลัง เขามีความรู้สึกว่าเขาไปได้ด้วยตัวเขาเองนะ ความดังของพี่ ๆ เป็นยังไงบ้าง? เจมี่ : ปกติเดินห้างกับพี่เจมส์ไม่ต้องแต่งหน้า แต่เดี๋ยวนี้ถ้าเราโทรมไปดับค่ะ เพราะว่ามีคนตะโกนพี่เจมส์ ทุกคนขอถ่ายรูป จีนส์ : ไม่ชิน ต้องบอกพี่อาบน้ำด้วยนะ นก จริยา : ความที่เขาหนวด เครา เยอะ แล้วเป็นคนที่เหงื่อออกง่าย น้ำหนักเยอะ น้องจะบอกว่าเวลายูออกจากบ้าน ยูใส่น้ำหอมไปเลยนะ น้องจะห่วง เจมี่ : เป็นแผนก QC เพราะอยู่ๆ เขาก็ดัง นก จริยา : เป็นธรรมชาติของเขา แต่เรากลัววันไหนเหงื่อออกเยอะๆ ลูก ๆ ทั้ง 3 คน เป็น Introvert ? นก จริยา : เป็น Introvert หมดเลย จริงๆ พ่อแม่ก็เป็น แต่พอทำงานก็ค่อยๆ เรียนรู้สิ่งงนี้ แต่ 3 คน ตอนเล็กๆ เวลาไปไหน เขาจะโดนคนสนใจ อยากอุ้ม อยากจับแก้ม เขาเลยจะไม่ชอบ เลยจะค่อนข้างเก็บตัว โดยธรรมชาติเขา คงเป็น Introvert ในสายเลือด เจมี่ : ถ้าเซิร์ชวิกิพีเดีย Introvert มันจะขึ้นรูปทั้งบ้านเราเป็นตัวอย่าง คือไม่ค่อยออกจากบ้าน กิจกรรมทุกอย่างที่เราชอบทำจะอยู่ในบ้าน จีนส์ : เวลาจีนส์โตมา จีนส์ต้องถามแม่ว่า แม่มีเพื่อนหรือเปล่า เจมี่ : เพราะแม่ชอบอยู่กับน้องตลอด ก็เอ๊ะ.. แม่มีเพื่อนหรือเปล่า จีนส์ : คือเขาไม่ออกจากบ้าน นก จริยา : ฉันมีเพื่อน เพื่อนก็รักฉัน เป็นคนชอบอยู่กับตัวเอง ชอบเงียบๆ ใครจะมาเป็นห่วงพี่อยู่คนเดียว ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ฉันอยู่คนเดียว ฉันมีความสุขมาก น้องจีนส์เดินตามรอยคุณพ่อ คุณแม่ คือไปช่วยงานบริษัทผลิตละคร? จีนส์ : ใช่ค่ะ ตอนนี้เหมือนเป็นผู้ช่วยแม่ ยังไม่ได้คุมโปรเจกต์อะไรเป็นเรื่อง เป็นราว ก็เป็นเงา แม่ทำอะไรก็ช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยทุกอย่าง มีเถียง ๆ กันบ้างไหม? นก จริยา : มีค่ะ จริงๆ คนนี้เขาไม่ออกแนวเถียง แต่เขาจะใช้ความเห็น แบบมามี้อันนี้หนูว่ามันต้องนำเสนอรูปแบบใหม่ หรือเขาจะไปหางานใหม่ๆ มาเสิร์ฟให้พี่ เพราะเขาเรียนฟิล์มมา ตอนนี้มันเหมือนคู่คิด แล้วก็ทำให้พี่เปลี่ยนงานได้ มันต้องเป็น gen รุ่นใหม่ๆ ต้องเปิดโอกาสให้เขาพัฒนางาน เจมี่เพิ่งออกจากงานประจำที่ทำมาได้หนึ่งปี? เจมี่ : ทำ Marketing เอเจนซี่ ทำไมถึงออก? เจมี่ : เพราะสุขภาพมันไม่ไหวแล้ว แม่เลยขอให้ออก ความรับผิดชอบมันเยอะมาก? เจมี่ : ใช่ค่ะ มันเป็นบริษัทที่ไม่ใหญ่มาก เพราะฉะนั้น หนึ่งคนความรับผิดชอบ และหน้าที่ มันจะเยอะ และเราเป็นคนจริงจังและบ้างานมาก เราก็ทำงานทั้งวันทั้งคืนไม่ค่อยได้พัก จนสุขภาพมันพังทุกด้าน ก็เป็นไทรอยด์ ฮอร์โมนแปรปรวน พีซีโอเอส กินน้ำเปล่าอย่างเดียวก็น้ำหนักขึ้นแล้ว ไปจนถึงจุดที่เรานอนไม่ได้ มือสั่นตลอดเวลา เคยพูดกับเพื่อนเล่นๆ ว่า เกิดมาเรามีแบต 20% ชาร์จเต็มแล้วก็ยังแค่ 20% เพราะมันเหนื่อยมาก ตื่นมาปุ๊บก็เหนื่อยเลย เราก็คิดว่าอันนั้นมันเป็นเรื่องปกติ แต่พอไปตรวจ เป็นคอพอก คอโต ร่างกายมันค่อนข้างไม่ปกติ แม่ก็เลยตัดสินใจว่าออกเถอะ เพราะว่ามันมาจากความเครียด นก จริยา : เห็นลูกสดใส เพราะสุขภาพร่างกายมันฟ้องออกมาเยอะมาก แล้วก็สงสารลูกได้นอนวันนึงไม่กี่ชั่วโมง เพราะเขาไม่สามารถหลับได้สนิท จนเราไม่ไหว เรามีความรู้สึกว่าเรื่องสุขภาพมันสำคัญมากๆ โอเคงานเขาดี มันกำลังก้าวหน้า แต่พี่ขอร้องว่า ออกมาก่อนนะลูก มาตั้งหลักรักษาสุขภาพก่อน เดี๋ยวเรื่องงานค่อยมาคิดกัน ถ้าอยู่ไป ยูได้เงินเดือนสูง แต่สุขภาพไม่ดีเลย ใจก็ไม่มีความสุข พี่ให้ความสัมคัญกับใจที่มีความสุข หลังจากที่ออกมาสุขภาพเป็นยังไงบ้าง? เจมี่ : ดีขึ้นเหมือนได้ชีวิตใหม่ เราตื่นมาไม่เหนื่อย แล้วรู้สึกว่าคนปกติเขาใช้ชีวิตกันแบบนี้ เข้าใจแล้วว่าทำไมเพื่อนเรามันทำอะไรได้เยอะต่อวัน ล่าสุดเห็นเข้าโรงพยาบาล? เจมี่ : เป็นโรคเดิม บ้างาน พอขายทุเรียน เราก็นั่งมอนิเตอร์ฟีดแบค นั่งอ่านไลน์ ตอบไลน์เองทุกอย่าง จนถึงตี3-4 ก็ยังดู เช็กๆ ก็ไม่นอนเลย จนแม่ขับรถพาเข้าโรงพยาบาล บอกหมอให้น้ำเกลือ ให้เขานอนหน่อย จีนส์ : เขาเครียดจนนิ้วล็อก เจมี่ : ใช่ๆ เป็นเหมือนภูมิตก แล้วเป็นโรคข้อบวม พอเราเครียดปุ๊บ ข้อจะบวมขึ้นมา ข้อมือ ข้อแขน ข้อเท้า ก่อนจะมาขายทุเรียนพรีเมียม เห็นว่าประกาศขายสวนทุเรียนไปด้วย แล้วไม่ขาย เพราะอะไร? นก จริยา : สวนทุเรียนมีมา 30 ปีแล้ว พี่จอนนี่เขาไปซื้อทิ้งไว้ ก็ได้ปลูกทุเรียน เพราะคุณแม่เขาเป็นคนแถวนั้น ตอนไปซื้อพี่จอนนี่มีอาการยังไงนะ? นก จริยา : ซื้อตอนเมา พี่ไม่รู้ ซื้อก่อนบอกทีหลัง แล้วเราให้ชาวสวนที่เขาเป็นมืออาชีพเนี่ยทำไป เพราะส่วนใหญ่จะตัดส่งล้ง คือเราเล่นละคร ทำนู้น ทำนี่จนไม่ได้ไปโฟกัสกับสิ่งนั้น พอเจมี่เขาออกจากงาน มารักษาสุขภาพเสร็จแล้วเขาเป็นมาร์เก็ตติ้งจริงๆ เราภูมิใจกับทุเรียนที่สวน เนื้อมันพรีเมียม ทุกปีเราส่งต่างประเทศหมดเลย ทำไมเราไม่เอามาวนอยู่ในเมืองไทย เขาไปขออนุญาตคุณจอนนี่ว่าหนูขอทำมาร์เก็ตติ้งได้ไหม ก็เลยได้ไปศึกษาจริงๆ ทั้งบ้านเลยต้องมานั่งชิมทุเรียน จากตอนแรกพี่นกจะขาย น้องเจมี่บอกว่าเราลองมาทำกันไหม? นก จริยา : ใช่ ขออนุญาตถามถึงอาการแพนิคหร่อย เป็นมากี่ปี? นก จริยา : ประมาณ 5-6 ปี ลากมาตั้งแต่ช่วงโควิด มันเกิดจากอะไร? นก จริยา : พี่ว่าเครียดสะสม เพราะว่าเราต้องบริหารจัดการอะไรเกี่ยวกับกองถ่าย งาน คนในบ้านก็ห่วง คุณพ่อ คุณแม่ คนในบ้านจะติดไหม ทุกอย่างอะถ่ายละครเรื่องเดียว 2 ปี เพราะว่า เปิดปั๊บ หยุด ใครติด ใครไม่ติด มันเลยเก็บความเครียดไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว วันแรกที่รู้ว่าตัวเองเป็น อาการเป็นยังไงบ้าง? นก จริยา : มันมีจังหวะ 2-3 ครั้ง วันแรกเลยพี่กำลังขับรถไปกองถ่ายที่เขาใหญ่ ชอบขับรถคนเดียว พี่ขับไปร้องเพลงไป แต่มันมีจังหวะเหมือนเราหลับในนิดนึง แล้วเราลืมตาขึ้นมาท้ายคือรถบรรทุกอยู่ข้างหน้า เราก็ตกใจ มันช็อกแล้วมันเย็นไปหมดทั้งตัว ค่อยๆ ประคองตัวเองเข้าข้างทาง และจากวันนั้นพี่ขับรถไม่ได้อีกเลย เพราะว่าพอเริ่มบิดพวงมาลัยออก มันสั่นละ เราไม่เคยเป็นแบบนี้ ทำไม เป็นอะไร ล้างหน้า ตีตัวเองให้ตื่น พอบิดพวงมาลัยออกก็สั่นอีก ปรากฎว่าต้องนอนรอคนไปรับที่สระบุรีข้างทาง เพราะว่าขับไม่ได้อีกเลย วันนี้กลับมาขับได้แล้ว แต่ว่า 3-4 ปีที่พี่อยู่หน้าพวงมาลัยไม่ได้ แล้วมีวันที่เหมือนเดินไม่ได้ วันนั้นลูกชวนแม่ไปเดินดูอะไรที่ห้าง ห้างเพิ่งเปิดช่วงโควิด พี่เดินสักพักบอกลูกว่า จีนส์มามี๊ไม่มีแรงเดิน ขาไม่มีแรงแล้ว ค่อยๆ นั่งทรุดลงไปกับพื้น จีนส์บอกมี๊เป็นอะไร ลูกยังไม่เข้าใจ พยายามฝืนเดิน เพราะกลัวลูกกังวลก็ทรุดอีกละ ไปนั่งกินข้าว มามี๊ไม่กินนะ มามี๊กลับบ้าน ไม่เข้าใจตัวเองเป็นคนแข็งแรงตลอดมาทำไมถึงเป็นแบบนั้น มันคือจิตเราสั่งร่างกายเหมือนไม่มีแรงเดินจริงๆ มันก็คือแพนิก? นก จริยา : ใช่จ๊ะ แล้วก็เข้าโรงพยาบาลกลางคืนบ่อยๆ เพราะว่าเหมือนตัวเองกำลังจะตาย ชอบตกใจ เหมือนตัวเองกำลังจะตาย ก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่าต้องรักษาแล้ว ตอนนี้หายหรือยัง? นก จริยา : มันไม่มีคำว่าหาย มันจะมีคำว่าดีขึ้นๆ มันจะมีช่วงที่ร่างกายเราวีคหรือมีอะไรที่มาจู่โจมเราแรงๆ ไม่ทันตั้งตัว มันจะกลับมา เห็นว่าพี่นกกลัวเรื่องอัลไซเมอร์? นก จริยา : พี่กลัวอัลไซเมอร์มาก พี่กลัวจำลูกไม่ได้ อันนี้กลัวมาก แต่ยังไม่เป็น? นก จริยา : ยังไม่เป็น หาหมอตลอดเลย หมอพี่ใกล้เป็นหรือยัง หมอก็บอกคุณนกยังไม่เป็น ครองรักกับพี่จอนนี่มา 33 ปีแล้ว? นก จริยา : เคล็ดลับเหรอ มันก็อยู่ ๆ กันไป คุยกันไป ตีกันไป มีตึง มีหย่อนมีอะไรใด ๆ แต่ว่าพี่ใช้คำว่าสุดท้ายแล้ว เราให้ความเข้าใจ ความเป็นเพื่อน อย่าไปคาดหวัง ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนคาดหวังไม่ได้นะ เราเอื้อกัน เข้าใจกันให้มากที่สุด พ่อแม่สวีตกันบ้างไหม? จีนส์ : เขาไม่ใช่แนวสวีท แต่จะเป็นแนวทำเรื่องเล็ก ๆ ให้กันในแต่ละวัน ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/L20U5bXhIrw?si=CeVQemMh49Geb2sG

"โบ สุรัตนาวี" เปิดใจเล่าย้อนถึงอดีตแต่งงานมา 11 ปี ถูกทรยศตั้งแต่วันแรก แถมยังเจอเนื้องอกในมดลูก
อ่าน

"โบ สุรัตนาวี" เปิดใจเล่าย้อนถึงอดีตแต่งงานมา 11 ปี ถูกทรยศตั้งแต่วันแรก แถมยังเจอเนื้องอกในมดลูก

เมื่อ โบ สุรัตนาวี มาในรายการ Club Friday Show ผลิตโดย CHANGE2561 เปิดใจเล่าย้อนถึงอดีตแต่งงานมา 11 ปี ถูกทรยศตั้งแต่วันแรก จนมีที่มาของคำว่าร่างอวตาร โชคร้าย 2 ชั้น รักพัง !! แถมยังเจอเนื้องอกในมดลูก จนมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย !! จากเพื่อนสนิทกลายเป็นรักครั้งใหม่ของ โบ สุรัตนาวี ความรักของคนเคยมีแผลจะเป็นอย่างไร !? ไม่มีความสามารถในการโสด เพราะ โบ รู้จักตัวเองและมั่นใจ ไม่กลัวการเริ่มต้นใหม่ !! บทเรียนความรักที่ผ่านมาของรักแค่ไหนก็เผื่อใจไว้หน่อย "โบ สุรัตนาวี" เปิดใจเล่าย้อนถึงอดีตแต่งงานมา 11 ปี ถูกทรยศตั้งแต่วันแรก ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 โบ สุรัตนาวี : ไม่ค่อยมีคนรู้ว่าจริงๆแล้ว โบ หย่ามานานแล้ว แต่งงาน 11 ปี ทุกอย่างดีหมดตื่นมาเช้าวันหนึ่งที่ฉันสดใสของฉันอยู่ดีๆเขาก็สารภาพมาเขามีความรู้สึกกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่ในระหว่างนั้นมีเราเป็นภรรยาอยู่โบ สุรัตนาวี : ใช่ค่ะ เราก็ช็อก ก็เลยมีที่มาของคำคำหนึ่งคำว่า ร่างอวตารโบ สุรัตนาวี : เขาบอกว่าเขาสร้างอวตารตัวหนึ่งขึ้นมาเพื่อที่จะได้อยู่กับโบ ขอโทษที่ทรยศตั้งแต่วันแรกเลยนะ ยิ่งคำสารภาพเยอะแค่ไหนมันยิ่งแทงเข้าไป พูดอะไรมาปุ๊บน้ำตาเราหยดๆแล้วเขาหันมาพูดกับเรายิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งน่ารำคาญรู้มั้ย รักพังแล้วยังมีเรื่องอะไรอีกเอ่ยโบ สุรัตนาวี : มันก็มีเรื่องอีกเรื่องหนึ่งแทรกเข้ามาพอตอนที่เราเครียดมากๆเราปวดท้อง สรุปว่ามีเนื้องอกที่มดลูก ตอนนั้นเรารับมือกับตัวเองยังไงโบ สุรัตนาวี : รับไม่ไหวค่ะ ร้องไห้มันออกมาเลยมันไม่สามารถที่จะหยุดได้ คือ มันกลั้นไม่ได้แล้วมันก็ไหลๆตลอดเวลา ภาวะจิตใจบาดเจ็บถึงขั้นไหนเอ่ยโบ สุรัตนาวี : มันล่มสลาย มันมีความคิดฆ่าตัวตาย และตอนนั้นแหละพระเอกของเราก็เข้ามาโบ สุรัตนาวี : เป็นเพื่อนผู้ชายที่สนิทอยู่แล้วก็จะมาอย่าคิดมากเดี๋ยว 60 ดธอค่อยมาอยู่กับฉันแล้วกัน จนวันที่เราดีขึ้นคือเขาก็อยู่ด้วยตลอด ก็มาประโยคนี้อีกเดี๋ยว 50 ก็ลองเป็นแฟนกันมั้ย เราก็แบบพูดเล่น แต่เขาก็บอกว่าเอา เราเป็นคนมีแผลเพราะฉะนั้นเธออย่าซ้ำแผลฉัน ถ้าเราย้อนกลับไปถ้าเราเจอกับความรักพังๆมันมีความรู้สึกไหมเอ่ยว่า ไม่ละฉันจะไม่เริ่มต้นกับความสัมพันธ์แบบนี้อีกกลัวตัวเองวนกลับไปเจ็บอีก มันเคยมีความกลัวในจุดนั้นไหมเอ่ยโบ สุรัตนาวี : ไม่มีเลยค่ะ คือรู้จักตัวองแล้ว ค่อยข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนที่จะแบบมีความสามารถในการโสดค่ะ มีบทเรียนอะไรในเรื่องของความรักครั้งนี้ที่อยากจะบอกกับทุกคนโบ สุรัตนาวี : อยากให้แบ่งพาร์ของตัวเองเอาไว้ คืออย่าง โบ ตอนแต่งงานโบคิดว่าเธอกับฉัน หนึ่งบวกหนึ่งเป็นหนึ่งจริง ๆ มันไม่ใช่เราต้องเผื่อในด้านของตัวเองไว้บ้างสัก 30 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้บอกว่าไม่ให้รักเต็มที่นะ 70 เปอร์เซ็นต์ นั้นเต็มที่ไปเลย แต่อีก 30 เผื่อใจไว้หน่อย ติดตามเรื่องราวของ โบ สุรัตนาวี ได้ในรายการ Club Friday Show วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายนเวลา 10.00 น. ทางช่องวัน31 และรับชมย้อนหลังได้ที่ YouTube : CHANGE2561

เส้นทางของ สายรุ้ง นักสเก็ตลูกครึ่งฮ่องกง–ไทย ที่เติบโตไกลบ้าน
อ่าน

เส้นทางของ สายรุ้ง นักสเก็ตลูกครึ่งฮ่องกง–ไทย ที่เติบโตไกลบ้าน

ล้มกี่ครั้งก็ยังลุก เส้นทางของ สายรุ้ง นักสเก็ตลูกครึ่งฮ่องกงไทย ที่เติบโตไกลบ้าน แต่ไม่ทิ้งความเป็นไทย ในประเทศที่ไม่มีหิมะ และไม่ได้มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับกีฬาฤดูหนาวอย่างชัดเจน เส้นทางของนักกีฬาสเก็ตลีลาอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับ สายรุ้ง นักสเก็ตลีลาลูกครึ่งฮ่องกงไทย ซึ่งอาศัยและฝึกซ้อมอยู่ในฮ่องกง เส้นทางนี้กลับเริ่มต้นจากความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เติบโตเป็นความมุ่งมั่น และพาเธอก้าวข้ามข้อจำกัด จนสามารถไปยืนอยู่บนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติได้อย่างน่าจับตามอง แม้เธอจะเติบโตในต่างประเทศ แต่ ความเป็นไทย ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่เธอพกติดไปในทุกเวที จากความหลงใหล สู่ความมุ่งมั่น จุดเริ่มต้นของสายรุ้งไม่ได้มาพร้อมเป้าหมายที่ชัดเจน หากแต่เกิดจากความหลงใหลในความงดงามของกีฬาสเก็ตลีลา ภาพของการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลบนลานน้ำแข็ง กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเริ่มต้นลองฝึกซ้อม แม้จะยังไม่รู้ว่าปลายทางของเส้นทางนี้จะเป็นอย่างไร จากความสนใจในช่วงแรก ค่อย ๆ พัฒนาเป็นความตั้งใจที่จริงจังมากขึ้น การฝึกซ้อมที่ต่อเนื่องทำให้เธอเริ่มเข้าใจว่า กีฬานี้ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ต้องอาศัยทั้งความแข็งแรงของร่างกาย ความแม่นยำเชิงเทคนิค และการควบคุมอารมณ์ในระดับสูง เบื้องหลังความสวยงาม คือการ ล้ม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เบื้องหลังการแสดงที่ดูสมบูรณ์แบบบนลานน้ำแข็ง เต็มไปด้วยความพยายามที่มองไม่เห็น การล้ม การบาดเจ็บ และความผิดพลาด ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งในด้านทักษะและความมั่นใจ แต่สิ่งที่ทำให้สายรุ้งก้าวผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ไม่ใช่เพียง ความสามารถ แต่คือวินัย ความสม่ำเสมอ และความเชื่อมั่นในตัวเองที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นจากประสบการณ์ จุดเปลี่ยนสู่เวทีโลก หนึ่งใน turning point สำคัญของสายรุ้ง คือการได้ฝึกซ้อมภายใต้การดูแลของ Craig Heath ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเส้นทางการเป็นนักกีฬาของเธอ Craig Heath มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของสายรุ้งในหลายด้าน ในฐานะโค้ชระดับโลกที่มีประสบการณ์ในเวทีนานาชาติ เขาไม่เพียงมีความเชี่ยวชาญด้านการฝึกสอน แต่ยังช่วยให้เธอสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเทคนิค ความแข็งแรงทางจิตใจ (mentality) และการแสดง (performance) สายรุ้งระบุว่า เป็นเพราะคำแนะนำที่แม่นยำและมาตรฐานระดับสูงของโค้ชระดับโลก ทำให้เธอสามารถพัฒนาศักยภาพการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันสั้น และค่อย ๆ ก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่กว้างขึ้น เวทีโลก ไม่ใช่แค่การแข่งขัน การได้ออกไปฝึกซ้อมและแข่งขันในต่างประเทศ ทำให้สายรุ้งได้เห็นมาตรฐานของกีฬาระดับโลกอย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทักษะ แต่รวมถึงการปรับตัว การรับมือกับแรงกดดัน และการพัฒนาตัวเองในทุกมิติ แม้เส้นทางนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่เธอเลือกที่จะมอง ความยาก เป็นแรงผลักดัน มากกว่าจะเป็นข้อจำกัด Soft Power ที่เกิดขึ้น โดยธรรมชาติ นอกเหนือจากบทบาทในสนามแข่งขัน สายรุ้งยังเข้าร่วมกิจกรรม Miss Songkran Hong Kong ซึ่งจัดโดยสมาคมรวมไทยในฮ่องกง เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในต่างแดน แม้จะเติบโตในต่างประเทศ แต่เธอกำลังถ่ายทอด ความเป็นไทย สู่เวทีนานาชาติในแบบที่เป็นธรรมชาติ คนรุ่นใหม่ที่เติบโตในต่างประเทศ แต่มีรากทางวัฒนธรรมไทย กำลังกลายเป็นพลังสำคัญของ Soft Power ที่สามารถสื่อสารตัวตนของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง และเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเธอไม่ได้แค่ แข่งขัน แต่กำลัง สร้างเส้นทางของตัวเอง แม้จะก้าวเข้าสู่เวทีระดับนานาชาติแล้ว สายรุ้งยังคงมองว่าเส้นทางของเธอยังอยู่ในจุดเริ่มต้น และยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก เรื่องราวของ สายรุ้ง จึงไม่ใช่เพียงข่าวของนักกีฬาคนหนึ่ง แต่คือเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ ที่เติบโตไกลบ้าน แต่ยังคงพาความเป็นไทยไปยืนบนเวทีโลก และยังคง ลุกขึ้น ทุกครั้ง ไม่ว่าจะล้มลงกี่ครั้งก็ตาม ------------------------------------------------------

ประวัติ ตังโก้ ฐิตินันต์ รัตนฐิตินันต์ พี่บ่าวตัวตึง จากหนัง เทอม 4
อ่าน

ประวัติ ตังโก้ ฐิตินันต์ รัตนฐิตินันต์ พี่บ่าวตัวตึง จากหนัง เทอม 4

ประวัติ ตังโก้ ฐิตินันต์ รัตนฐิตินันต์ ตังโก้ ฐิตินันต์ รัตนฐิตินันต์ นักแสดงและนายแบบชายชาวไทย เขาเกิดและโตที่หาดใหญ่ ด้านการศึกษา จบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตังโก้เป็นที่รู้จักจากซีรีส์ชื่อดังเรื่อง สืบสันดาน ในบท ชัตเตอร์ หนุ่มหล่อหน้าตาดีที่สำเนียงอังกฤษเป๊ะเวอร์ ปัจจุบันตังโก้มีผลงานภาพยนตร์เรื่อง เทอม 4 ประวัติ ตังโก้ ฐิตินันต์ รัตนฐิตินันต์ ด้านชีวิตในวงการบันเทิง ตังโก้ ฐิตินันต์ ก้าวเข้าสู่วงการ จากงานนายแบบ เดินแบบ เล่นโฆษณา ก่อนจะมีโอกาสได้ชิมลางแสดงเต็มตัว ในซีรีส์เรื่องแรก สืบสันดาน ต่อด้วยซีรีส์ Reverse 4 You The Series (ดาวบริวาร) และ The Next Prince ข้ามฟ้าเคียงเธอ นอกจากนี้ตังโก้ยังเคยเล่นละครเวทีอีกด้วย ปัจจุบันตังโก้มีผลงานภาพยนตร์เรื่อง เทอม 4 ด้านชีวิตส่วนตัว ตังโก้ ฐิตินันต์ หนุ่มใต้ที่พูดภาษาอังกฤษคล่อง สำเนียงเป๊ะมาก ด้านนิสัยส่วนตัว ตังโก้ คนที่ชอบอะไรง่าย ๆ ชิล ๆ ก่อนเป็นนักแสดงเข้าใจแค่ว่าต้องหน้าตาดี ใช้ความกล้า แต่เมื่อลองเข้ามาสัมผัสจริง ๆ มันคือความเข้าใจตัวละคร และอยู่บริบทมากกว่า เป็นการฝึกความเป็นมนุษย์อย่างหนึ่ง ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ สืบสันดาน รับบท ชัตเตอร์ Reverse 4 You The Series (ดาวบริวาร) The Next Prince ข้ามฟ้าเคียงเธอ ผลงานภาพยนตร์ เทอม 4 (Haunted Universities 4) ละครเวที Before 2475 มิวสิกวิดีโอ เพลง หยุดที่ U (AEIOU) ศิลปิน ALALA ไอจี ตังโก้ ฐิตินันต์ @ibaotanggo https://www.instagram.com/ibaotanggo/ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : รีวิวหนัง เทอม 4 Haunted Universities 4 เข้าสู่ภาคเรียนนี้..มันมีแต่ผีเอาแต่ใจ เปิดวาร์ป "ตังโก้ ฐิตินันต์" นักแสดงน้องใหม่ หล่อจับใจ ฝีมือไม่ธรรมดา ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม ibaotanggo

“แมท ภีรนีย์” เผยเคล็ดลับมัดใจ “เฟม” จนอยู่หมัด เพราะรสมือถูกใจคุณสามี!
อ่าน

“แมท ภีรนีย์” เผยเคล็ดลับมัดใจ “เฟม” จนอยู่หมัด เพราะรสมือถูกใจคุณสามี!

แมท ภีรนีย์ เผยเคล็ดลับมัดใจ เฟม จนอยู่หมัด เพราะรสมือถูกใจคุณสามี! ตอนนี้ชีวิตคู่มีลูกชายอย่าง น้องภีรันทร์ มาเติบเต็มครอบครัวให้สมบูรณ์ขึ้น ซึ่งนางเอกสาวสวย แมท ภีรนีย์ กับสามี เฟม ภีมเดช ก็ลุยเลี้ยงลูกชายได้ตัวเอง ซึ่งก็เพิ่งจะแพ็คกระเป๋าทั้งครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลพัทยา และยังเป็นทริปแรกของ น้องภีรันทร์ ในการมาครั้งนี้ด้วย ล่าสุด แมท ได้ออกมาเผยเคล็ดลับมัดใจ เฟม ในสไตล์ของตัวเอง ลงคลิปในไอจีสตอรี่ที่ตนเองชงน้ำให้สามีกิน พอ เฟม กินปุ๊บเท่านั้นแหละ ทำท่าสดชื่นแล้วพูดทันทีว่า หวานแบบรสที่เฟมชอบเลยอ่ะ อูมามิมาก พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นประกอบคลิปว่า เคล็ดลับทำอาหารให้สามีหลง เติมน้ำตาลเยอะๆไว้ อะไรก็อร่อยหมด รู้ทันทีเลยว่ารสมือของคุณภรรยาถูกใจและถูกปากคุณสามีมากแน่นอน.