รีเซต

ผลการค้นหา “Heart By Heart The series ” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Let Me Love You With All My Heart
ดู

Let Me Love You With All My Heart

รีวิวหนัง "Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป" สู่บทอวสานถึงการเติบใหญ่ตลอดกาล
อ่าน

รีวิวหนัง "Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป" สู่บทอวสานถึงการเติบใหญ่ตลอดกาล

หนึ่งในซีรีส์วัยรุ่น Coming-of-Age เรื่องฮิตจากเกาะอังกฤษ ที่ดำเนินเรื่องราวประทับใจมาตลอด 3 ซีซัน บัดนี้เดินทางมาถึงบทสรุปสุดท้ายของชีวิตวัยรุ่นชาวเควียร์แล้ว มาในตอนอวสานรูปแบบหนังแทนซีรีส์หลายตอน ออกมาเป็น "Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป" ภาคสุดท้ายของเฟรนไชส์ Heartstopper ที่ยังคงมาพร้อมกับสตอรี่การเติบโตของทุก ๆ ตัวละคร ไม่ใช่แค่เพียงการเติบใหญ่ที่เข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ มีเซ็กส์ได้ หรือเมามายได้ แต่หมายถึงการเติบโต..ตลอดกาล บททดสอบความรักและความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของ นิค กับ ชาร์ลี กำลังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป การเติบโตยังเกิดขึ้นทุกวัน นิคกำลังมุ่งมั่นเตรียมตัวไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ขณะที่ชาร์ลีได้รับผิดชอบหน้าที่ใหม่ ๆ ในโรงเรียน ที่ช่วงเวลาก้าวข้ามผ่านวัยระหว่างพวกเขา กำลังจะสปาร์กจังหวะหัวใจคลื่นใหม่ ๆ เข้ามาเติมเต็บและยกระดับความใกล้ชิดไปอีกขั้น..ตลอดไป สำหรับในหนัง Heartstopper Forever ยังคงดัดแปลงสร้างมาจากนิยายต้นฉบับของ "อลิซ โอสแมน" ที่แน่นอนว่าเธอยังคงกลับมาทำหน้าที่เขียนบทให้อีกเช่นเคย โดยเป็นการหยิบเอาหนังเล่มที่ 6 มาผสมผสานกับเล่มนิยายภาคเสริม Nick and Charlie เข้ามาเติมเต็มสร้างเป็นบทอวสานของห้วงชีวิตวัยรุ่นที่กำลังอยู่ในทางแยกในลักษณะหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่พวกเขากำลังมองหาเส้นทางว่าจะเดินไปทางไหน และความสัมพันธ์ที่ดีงามในช่วงวัยรุ่น อาจจะไม่ตอบโจทย์ในช่วงเวลาก้าวไปสู่วัยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ "วอช เวสต์มอร์แลนด์" นักสร้างหนังสายนอกกระแสจาก Still Alice และ Colette มารับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ โชคดีที่หนังมีองค์ประกอบและพื้นฐานที่ปูทางเอาไว้ได้ค่อนข้างหนักแน่นมาตลอดทั้ง 3 ซีซันที่ผ่านมาแล้ว ทำให้การกลั่นกรองออกมาเป็นบทสุดท้ายในรูปแบบภาพยนตร์ที่มีเวลาจำกัดไม่กี่ร้อยนาที ก็น่าจะพอเหมาะพอเจาะกำลังในการขมวดเรื่องราวทุก ๆ อย่างของพวกเขาในจักรวาลนี้ได้พอดี ฝีมือการกำกับหนังของ วอช เวสต์มอร์แลนด์ อาจจะยังไม่ได้มีจุดเด่นอะไรที่สัมผัสได้ชัด ๆ บ่งบอกเป็นเอกลักษณ์ในวิสัยทัศน์ของเขาสักเท่าไหร่ นอกจากการเอาผลงานตัวเองสอดแทรกเข้าไปในหนังแบบเนียน ๆ เพราะรูปแบบและมาตรฐานก็ยังคงมาพร้อมกับปริมาณทัดเทียมเดิมในแบบที่ซีรีส์เคยปูทางเอาไว้ให้แล้ว ทั้งมุมภาพมุมกล้อง รวมทั้งการดีไซน์เกรดโทนสีในหนังต่าง ๆ ก็ค่อนข้างหยิบเอาเทมเพลตที่ซีรีส์ทำเอาไว้ได้ประยุกต์ให้ต่อ..ก็เท่านั้น แน่นอนว่าคุณควรจะที่จะต้องดูฉบับซีรีส์มาก่อนจะมาเปิดดูหนังเรื่องนี้ เพราะเส้นเรื่องของหนังมีความต่อเนื่องกันในจุด ๆ ทุก และนั่นก็ทำให้การมาของหนังเรื่องนี้ได้เปรียนตรงที่มีจุดแข็งเป็นความมั่นคงของทุกคาแรกเตอร์ตัวละคร ที่ยังทำให้หนังขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้เป็นอย่างดีอยู่ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะออกมาในลักษณะสูตรสำเร็จหนังโรแมนซ์ทั่ว ๆ ไป มีรัก มีเลิก มีโกรธ มีคืนดี แต่กลายเป็นส่วนเสริมที่ช่วยเติมเต็มให้ตัวละครเติบโตได้ตรงตามจุดประสงค์ "คิต คอนเนอร์" กับ "โจ ล็อก" ยังคงเป็นแก้วเป็นแสงที่โดดเด่นสำหรับเฟรนไชส์นี้ นี่คือผลงานที่เคยแจ้งเกิดให้กับพวกเขา และตอนนี้พวกเขาก็ได้้เติบโตกับมันได้เป็นอย่างดี พวกเขาคือ นิค กับ ชาร์ลี ในอุดมคติที่ดีไซน์ออกมาได้อย่างเหมาะเจาะในเรื่องราวนี้ โดยที่พวกเขาสวมบทบาทในแบบที่คาแรกเตอร์ไม่ติดตัวพวกเขาไปด้วยซ้ำ แต่ทุกครั้งที่หวนกลับมาแตะต้องบทบาทนี้ พวกเขาก็ยังกลับมาสวมบทต่อได้อย่างไหลลื่น และขับพลังในตัวละครนั้น ๆ ออกมาได้ค่อนข้างลึกซึ้งถึงแก่น ขณะที่บรรดาทีมนักแสดงสมทบในเรื่องนี้ เพราะด้วยความที่บทสุดท้ายกลายมาเป็นหนังที่มีเวลาจำกัด ทำให้แอร์ไทม์ของพวกเขาอาจจะไม่ได้มีเยอะเท่ากับตอนเป็นฉบับซีรีส์ แต่พวกเขาก็โผล่หน้าคร่าตาออกมาให้คลายความคิดถึงและมาเฉลิมฉลองการปิดฉากเรื่องราวนี้กันแทบจะทุกคน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้มีซีนและมีส่วนสร้างมิติให้กับหนังเรื่องนี้ได้เทียบเท่ากับนักแสดงนำหลักของเรื่องทั้ง 2 คน ท้ายที่สุดแล้ว Heartstopper Forever ก็เหมือนมาทำหน้าที่เป็นงานเลี้ยงฉลองจบการศึกษา แต่อาจจะมาทำหน้าที่แค่เพียงโฟกัสเรื่องราวของคนคู่เดียวเป็นหลัก แต่ยังสามารถกอบโกยและเก็บเกี่ยวทิ้งทวนความสดใสแห่งวัยเยาว์เอาไว้ได้อย่างครบก้วน แม้ว่าในแง่เนื้อหาและองค์ประกอบหลัก ๆ นั้นอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบถึงที่สุด แต่หนังก็ยังทำหน้าที่เซอร์วิสส่งท้ายให้กับแฟน ๆ เฟรนไชส์นี้ได้อย่างกลมกล่อม และอาจจะตรงจุดที่หลายคนต้องการแล้วระดับหนึ่ง เพราะนี่เป็นแค่เพียงอีกก้าวสเต็ปหนึ่งของช่วงชีวิต ที่พวกเขาได้ผละตัวออกจากวัยรุ่น เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอีกรูปแบบ... ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป ประเภท: โรแมนติก / ดรามา ผู้กำกับ: วอช เวสต์เมอร์แลนด์ นำแสดงโดย: คิต คอนเนอร์, โจ ล็อก, เทา ซู, แอลล์ เออร์เจนท์ ความยาว: 113 นาที กำหนดฉายในไทย: 17 กรกฎาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: Heartstopper Forever เธอทำให้ใจฉันหยุดเต้น..ตลอดไป ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.2/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.8/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.4/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“Love in Sync ใจเชื่อมรัก” ซีรีส์แฟนตาซีโรแมนติกคอมเมดี้ คิมมยองซู–คังมินอา ชวนสัมผัสรักที่เชื่อมถึงหัวใจ
อ่าน

“Love in Sync ใจเชื่อมรัก” ซีรีส์แฟนตาซีโรแมนติกคอมเมดี้ คิมมยองซู–คังมินอา ชวนสัมผัสรักที่เชื่อมถึงหัวใจ

เมื่อ หัวใจที่ไร้ความรู้สึกได้พบกับหัวใจที่รู้สึกมากเกินไปความรักครั้งนี้จึงไม่ได้เริ่มจากคำพูด แต่เริ่มจากอารมณ์ที่เชื่อมถึงกันViuเตรียมส่งซีรีส์Viu Originalเรื่องใหม่Love in Syncใจเชื่อมรักนำแสดงโดย คิมมยองซู และ คังมินอา พร้อมเสิร์ฟซับไทยทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มEP.1วันที่4กรกฎาคมนี้ เตรียมเปิดประตูสู่เรื่องราวความรักสุดพิเศษที่เชื่อมโยงกันด้วยความรู้สึก กับซีรีส์แฟนตาซีโรแมนติกคอมเมดี้เรื่องใหม่Love in Syncใจเชื่อมรักผลงานจากViu Originalที่พร้อมพาผู้ชมไปสัมผัสความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ต่างมีบาดแผลในหัวใจ แต่กลับได้พบกันผ่านพลังลึกลับที่ทำให้ทั้งคู่สามารถแบ่งปันอารมณ์ถึงกันได้ Love in Sync ใจเชื่อมรักเล่าเรื่องราวของอดีตนักแสดงสาวชื่อดังที่สูญเสียความสามารถในการรับรู้ความรู้สึก และนักจิตวิทยาหนุ่มที่ต้องแบกรับอารมณ์ของผู้อื่นมากเกินไป เมื่อโชคชะตาพาให้ทั้งคู่มาเจอกัน พลังพิเศษบางอย่างกลับทำให้พวกเขาสามารถเชื่อมโยงอารมณ์ถึงกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ จากคนแปลกหน้า จึงค่อย ๆ กลายเป็นคนสำคัญที่เข้ามาช่วยเยียวยาหัวใจของกันและกัน ซีรีส์เรื่องนี้ได้นักแสดงมากเสน่ห์ คิมมยองซู พระเอกสายโรแมนติกคอมเมดี้ที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ มาประกบคู่กับ คังมินอา นักแสดงดาวรุ่งที่โดดเด่นด้านการถ่ายทอดอารมณ์อย่างเป็นธรรมชาติ เคมีของทั้งคู่เตรียมสร้างโมเมนต์ละมุน อบอุ่น และชวนใจสั่นให้ผู้ชมได้อินไปกับทุกจังหวะความรู้สึก อีกหนึ่งความน่าสนใจคือคอนเซ็ปต์ของเรื่องที่หยิบความต่างสุดขั้วของตัวละครมาเล่าอย่างมีเสน่ห์ หญิงสาวที่ไม่สามารถรับรู้ความรู้สึก กับชายหนุ่มที่แบกรับความรู้สึกมากเกินไป ต้องมาเชื่อมต่อกันผ่านพลังพิเศษในการแบ่งปันอารมณ์ ทำให้Love in Syncใจเชื่อมรักไม่ได้เป็นเพียงซีรีส์รักโรแมนติก แต่ยังเป็นเรื่องราวของการเรียนรู้ ยอมรับ และเยียวยาบาดแผลในใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผลงานนี้ผลิตโดย WEMADผู้สร้างผลงานคุณภาพอย่างThe Red SleeveและCheck-in Hanyangที่มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดซีรีส์โรแมนติกคุณภาพสูง จึงยิ่งเพิ่มความน่าจับตาให้Love in Syncใจเชื่อมรักกลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกาหลีที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด รับชมLove in Syncใจเชื่อมรักซับไทยได้ทางViuทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มวันที่4กรกฎาคม เฉพาะEP.1เวลา20.50น. ตั้งแต่EP.2เป็นต้นไป เวลา22.00น. ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เพชรประกาย
ดู

เพชรประกาย

12 สิ่งน่ารู้จากซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ภาคต้น Legally Blonde กับจุดกำเนิดทนายบลอนด์ดีในตำนาน!
อ่าน

12 สิ่งน่ารู้จากซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ภาคต้น Legally Blonde กับจุดกำเนิดทนายบลอนด์ดีในตำนาน!

"Elle บันทึกวัยทึน" เป็นซีรีส์ที่แตกยอดความสำเร็จมาจากเฟรนไชส์หนังเรื่องดังแห่งยุค 2000s อย่าง Legally Blonde ที่เป็นไอเดียตกผลึกมาจากตัวแม่ รีส วิเธอร์สปูน ผู้ที่รับบทนำแสดงในหนังต้นฉบับ อยากจะขยายโลกใบสดใสของแอล สาวน้อยที่หลงรักในสีชมพู ตีแผ่ออกมาเป็นห้วงเวลาการเติบโตในโรงเรียนไฮสคูลของแอล ออกมาเป็นซีรีส์จำนวน 8 ตอน ที่ระดมทีมสร้างชั้นนำ จากฝีมือผู้จัด "ลอรา คิตเทรล" และ "แคโรไลน์ ดรายส์" และนี่คือเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่ารู้เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ ซีรีส์ Elle เกิดขึ้นจากไอเดียของ Reese Witherspoon แม้ Legally Blonde จะเป็นแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ แต่จุดเริ่มต้นของซีรีส์ ไม่ได้มาจากการอยากขยายจักรวาลของหนัง หากมาจากความรู้สึกของ Reese ว่า ยังมีพื้นที่สำหรับเรื่องราวที่นำเสนอตัวละครวัยรุ่นหญิงที่เป็นตัวของตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่านี้ จุดประสงค์ของซีรีส์ไม่ใช่การเล่าเรื่องวัยเด็กของ Elle แต่เพื่อตอบคำถามว่า "อะไรทำให้เธอกลายเป็น Elle Woods" แกนหลักของซีรีส์คือการค้นหาคำตอบว่า เด็กสาววัย 16 ปีคนนี้ ผ่านอะไรมา จึงเติบโตเป็นผู้หญิงที่มั่นใจ ไม่ยอมแพ้ และไม่เคยปล่อยให้ใครมาตัดสินคุณค่าของตัวเองอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ แทนที่จะเลือกนักแสดงที่มีชื่อเสียง Reese Witherspoon ต้องการค้นพบ Elle คนใหม่ เธอจึงยืนยันให้เปิดออดิชันทั่วประเทศ และสุดท้าย Lexi Minetree ก็ได้รับเลือกจากผู้สมัครเกือบ 5,000 คน คลิปออดิชันของ Lexi มีลูกเล่นที่ทีมงานไม่ลืม เพราะในคลิปแนะนำตัว Lexi ไม่ได้แนะนำตัวแบบทั่วไป แต่เธอสร้างคลิปที่ได้แรงบันดาลใจจากวิดีโอสมัครเข้าฮาร์วาร์ดของ Elle ใน Legally Blonde เพราะหวังว่าหากทีมงานเปิดดูคลิปของเธอ อย่างน้อยก็จะหยุดดูต่อ และสุดท้ายวิธีนี้ก็ได้ผลจริงๆ Lexi Minetree ดู Legally Blonde มากกว่า 150 รอบ เพื่อฝึกน้ำเสียง การเดิน ภาษากาย และจังหวะการเคลื่อนไหวของ Elle พร้อมทำงานกับผู้ฝึกสอนด้านการใช้เสียง เพื่อสร้างพลังงานแบบ Elle Woods คำแนะนำเพียงข้อเดียว ที่ Reese ให้กับ Lexi นั่นคือ "Elle ไม่เคยใจร้ายกลับ" แม้จะถูกดูถูกหรือถูกทำร้าย Elle ก็ไม่เคยตอบโต้กลับแบบเดียวกัน นี่คือคุณค่าที่ Reese มองว่าเป็นแก่นแท้ของตัวละคร และเป็นสิ่งที่ Lexi ยึดถือในการแสดงทุกฉาก ทุกชื่อตอนของซีรีส์อ้างอิงจากบทพูดใน Legally Blonde นี่เป็นหนึ่งใน Easter Eggs ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่ไว้เพื่อแฟนภาพยนตร์ต้นฉบับ และยังสอดคล้องกับธีมของแต่ละตอนอีกด้วย ความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นหนึ่งในหัวใจของซีรีส์ ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ เนื่องจากในภาพยนตร์ บทของพ่อและแม่ของ Elle มีไม่มากนัก แต่ในซีรีส์ได้ขยายบท Eva Woods แม่ของ Elle ให้เป็นผู้หญิงที่กำลังค้นหาตัวเองเช่นกัน ทั้ง Eva และ Elle ต่างเรียนรู้จากกันและกัน และทีมงานอยากเล่าเรื่องความสัมพันธ์แม่ลูกในมุมที่อบอุ่นและสนับสนุนกัน ทีมงานตั้งใจสร้าง Elle ให้มีคุณภาพด้านภาพเหมือนหนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์มากกว่าซีรีส์ทั่วไป ทั้งการกำกับภาพ การจัดแสง และการถ่ายทำ เพื่อให้ยังคงความสวยงามของ Legally Blonde แต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทีมออกแบบเสื้อผ้า ศึกษาแฟชั่นปี 1995 จริงๆ ทั้งแบรนด์และเทรนด์ในยุคนั้น เพื่อให้เสื้อผ้าทุกชุดไม่ได้แค่ "ดูยุค 90" แต่ผู้ชมต้องเชื่อว่าเด็กสาวคนนี้มีชีวิตอยู่ในปีนั้นจริงๆ สีผมของ Elle ไม่ใช่บลอนด์แบบปัจจุบัน ทีมออกแบบทรงผม เลือกใช้โทน Buttery Blonde หรือบลอนด์อมเหลือง เพราะในยุคนั้นเทคโนโลยีการทำสีผมยังไม่สามารถสร้างเฉดเบจหรือแอชแบบที่นิยมในปัจจุบันได้ และตัวจริงของ Lexi เป็นสาวผมสีน้ำตาลธรรมชาติ เธอจึงต้องย้อมผมและคอยเติมสีตลอดการถ่ายทำ และเป็นการใช้ผมจริงทั้งเรื่อง ไม่มีการใช้วิก ทีมงานตามหาโทรศัพท์ใสยุค 90 และของใช้จริงจากยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดี โทรศัพท์บ้าน และคอมพิวเตอร์ ของใช้ต่างๆ ถูกคัดเลือกจากของจริงหรือของที่ใกล้เคียงที่สุด 1 กรกฎาคมนี้ เตรียมไอเทมสีชมพูให้พร้อม แล้วมารอพบกับความสดใสของ Elle Woods จาก Legally Blonde ในซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ที่ Prime Video เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!
อ่าน

"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!

Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกที่ต่างบอกว่าครบรส ทั้งซาบซึ้ง สนุก อบอุ่นหัวใจ และสมบูรณ์แบบในทุกมิติ จนหลายคนยกให้เป็นที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี ที่ยังคงสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความประทับใจได้ไม่ต่างจากวันแรกที่ทุกคนได้รู้จักWoodyและBuzz Lightyearซึ่งนอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ทั้งหัวเราะและน้ำตาซึมแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้แฟน ๆ ต้องตีตั๋วกลับเข้าโรงภาพยนตร์ไปดูแบบซ้ำ ๆ คือการซ่อนรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ ไว้แทบทุกเฟรมทั้งFun FactsและEaster Eggsไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ การคารวะทีมงานผู้สร้าง ไปจนถึงการแอบใบ้ผลงานเรื่องใหม่ของสตูดิโอ ชนิดที่ยิ่งดูซ้ำก็ยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยสำหรับFun FactsในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีหลายจุด หลายฉาก ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่รายละเอียดซึ่งแฝงความหมาย รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานที่ประทับใจทีมงานจนอยากบอกต่อ เช่น เสื้อคลุมปอนโชของWoodyเป็นการคารวะ (Homage)ต่อเครื่องแต่งกายของClint Eastwoodในภาพยนตร์คาวบอยเรื่องThe Good, the Bad and the Ugly หลังจากที่Conan O'Brienเสร็จสิ้นการบันทึกเสียงที่Pixarให้กับตัวละครSmarty Pantsของเล่นเทคโนโลยีฝึกการใช้ห้องน้ำในภาพยนตร์ เขาได้เซ็นลายเซ็นไว้บนผนังห้องน้ำแห่งหนึ่งในอาคารSteve Jobsภายในสตูดิโอ กล่องบรรจุของBuzz Lightyearยังคงใช้ดีไซน์เดียวกับที่ปรากฏครั้งแรกบนเตียงของAndyในภาพยนตร์Toy Story หมูเลี้ยงของBlazeเป็นหมูพันธุ์Berkshireซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากสหราชอาณาจักร ชื่อตัวละครJimmy Deanได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมูของพี่ชายBob Pauleyโปรดักชันดีไซเนอร์ของภาพยนตร์ ซึ่งมีชื่อเดียวกัน เสื้อผ้าของBonnieเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของเธอ โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยชุดหลายชั้นที่มีระบาย ก่อนจะค่อย ๆ เรียบง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสื้อสเวตเชิ้ต ซึ่งเปรียบเสมือนผ้าห่มที่มอบความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับเธอ และเมื่อเรื่องราวจบลง เธอกลับมาสวมชุดหลายชั้นที่มีระบายอีกครั้งในเวอร์ชันที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เพื่อสื่อว่าเธอได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกครั้ง สไตล์การเล่นของBonnieและBlazeได้รับแรงบันดาลใจจากโทนสีพาสเทลดั้งเดิมที่สร้างขึ้นสำหรับToy Storyภาคแรก (ออกแบบโดยRalph Egglestonอาร์ตไดเรกเตอร์ผู้ล่วงลับของภาพยนตร์) ระหว่างการออกแบบเตียงของBonnieและBlazeทีมงานได้สร้างรูปแบบการวางและการจับจีบของผ้าห่มขึ้นมาประมาณ35แบบเพื่อรองรับฉากการใช้งานเตียงที่หลากหลาย ซึ่งเต็มไปด้วยความนุ่มฟูและอบอุ่นตลอดทั้งเรื่อง ภายในโรงนา (Barn)ของBlazeมีฟ่อนหญ้าจำนวนทั้งสิ้น25,304,146ชิ้น ม้าเพกาซัสของเล่นที่Buzzขี่ มีชื่อว่าBenito Blanco ผู้รับผิดชอบการออกแบบเส้นขนของม้าเพกาซัสของBuzzไว้ผมยาวสีชมพูในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังสร้างทรงผมสีชมพูแบบเดียวกันให้กับตัวละครม้าตัวนี้ ในฉากที่WoodyและBuzzทะยานขึ้นบินเพื่อหนีจากรถบรรทุกรับบริจาคของเล่น ดนตรีประกอบจะนำทำนองจากช่วงเวลาที่ทั้งคู่บินในToy Storyภาคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ทีมแอนิเมชันยังออกแบบการเคลื่อนไหวของตัวละครให้เหมือนกับฉากต้นฉบับ เพื่อให้เป็นการจำลองฉากจากภาพยนตร์เรื่องแรก นอกจากนี้ในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5ยังซ่อนEaster Eggsเอาไว้อีกมากมาย อาทิ ในช่วงต้นของฉากHighway Robberyเมื่อของเล่นทั้งหมดหยุดนิ่งอยู่ริมถนน จะสามารถเห็นรถPizza Planetขับผ่านไปด้านหลัง ขณะที่รถบรรทุกรับบริจาคของเล่นกำลังวิ่งขึ้นทางด่วน ผู้ชมจะมองเห็นร้านPizza Planetอยู่ด้านหลังของฉาก นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตเห็นสถานที่จากภาพยนตร์Toy Storyภาคก่อน ๆ ได้อีก ได้แก่Poultry Palace,Sleepwell Motelและปั๊มน้ำมันDinocoที่มีรถPizza Planetกำลังเติมน้ำมันอยู่ (หากสังเกตให้ดี อาจเห็นของเล่นบางตัวกำลังเถียงกันอยู่ใต้รถด้วย) อพาร์ตเมนต์ของAlจากToy Story 2ปรากฏอยู่บนเส้นขอบฟ้าของเมือง ในฉากที่Jessieพยายามกลับไปยังบ้านของBonnieหลังจากเดินทางมาถึงฟาร์มของBlazeเป็นครั้งแรก รองเท้าบู๊ตของBlazeปักลายดอกแดฟโฟดิล เพื่อเป็นเกียรติให้กับม้าของเธอที่ชื่อDaffodil ชื่อBlazeเป็นการอ้างอิงถึงคำว่าblazesซึ่งหมายถึงลวดลายหรือบริเวณสีขาวบนใบหน้าของม้าบางตัว Eggmanคือชื่อแบรนด์ของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่LilypadและSmarty Pantsใช้งาน โดยตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงRalph Egglestonโปรดักชันดีไซเนอร์ดั้งเดิมของToy Storyผู้ล่วงลับ ตัวละครKaraและChelseaซึ่งเป็นเพื่อนของBonnieได้รับการตั้งชื่อตามทีมงานCara BrodyและChelsea Waltonอย่างไรก็ตาม ชื่อCaraถูกเปลี่ยนการสะกดเป็นKaraเพื่อให้ในห้องแชตของBonnieมีตัวอักษรCและKแยกจากกัน แทนที่จะเป็นตัวCสองตัว ลูกชายBenและลูกสาวAudreyของAndrew Stantonเคยได้รับการระบุชื่อในเครดิตท้ายเรื่องToy Storyภาคแรก ภายใต้หัวข้อProduction Babies แอปโน้ตเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอของLilypadแสดงโน้ตดนตรีที่ตรงกับทำนองของเพลงYou've Got a Friend in Me บนหน้าจอของLilypadมีเกมชื่อChicken Farmerซึ่งมีAl's Toy Barnและมาสคอตรูปไก่จากToy Story 2ปรากฏอยู่ นอกจากนี้ยังมีเกมชื่อPrance Prance Revolutionซึ่งเคยเป็นเกมอาร์เคดที่ปรากฏในภาพยนตร์Onward มีป้ายชื่อถนนKennas Wayซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับKenna Harrisผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ ส่วนถนนMartin Aveได้รับการตั้งชื่อตามหลานชายของผู้กำกับAndrew Stanton ในภาพยนตร์ทุกเวอร์ชันทั่วโลก แทนที่QR CodeของHi-Tech Edition Buzz Lightyearจะแสดงข้อความว่าStar Command Updateจะเปลี่ยนเป็นUPDT_1195-2INFTY_PLSโดยเลข1195หมายถึงเดือนพฤศจิกายน ปี1995ซึ่งเป็นช่วงที่Toy Storyภาคแรกเข้าฉาย ส่วนINFTYเป็นการอ้างอิงถึงวลีประจำตัวของBuzz Lightyearคือ"To infinity and beyond!" หนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านให้ลูก ๆ ฟังภายในเต็นท์ ระหว่างฉากOperation Jessieคือเรื่องThe Velveteen RabbitผลงานของMargery Williamsซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกระต่ายของเล่นที่ได้รับความรักจากเด็กคนหนึ่งมากเสียจนกลายเป็นของจริง ชื่อร้านไอศกรีมที่Bonnieและคุณแม่ไปนั้น มีที่มาจากToy Storyภาคแรก โดยชื่อนี้เคยปรากฏอยู่บนลังไม้สีน้ำเงินภายในห้องของSidและรสชาติไอศกรีมทั้งหมดที่มีจำหน่ายในร้าน ยังเป็นรสโปรดของทีมงานฝ่ายศิลป์ของToy Story 5อีกด้วย เสื้อของคุณพ่อBonnieตัวหนึ่งมีการอ้างอิงถึงวงดนตรีสัญชาติแคนาดาRushซึ่งเป็นวงโปรดของผู้กำกับAndrew StantonและLaura Meyerกราฟิกอาร์ตไดเรกเตอร์ของภาพยนตร์ โลโก้บนไม้เทนนิสที่ปรากฏในช่วงPrologueใช้ดีไซน์เดียวกับโลโก้ของPixar RenderMan ภายในห้องทำงานของคุณพ่อBlazeมีการซ่อนกาน้ำชาMrs. Nesbitt RenderManซึ่งเป็นของที่ระลึกจากงานSIGGRAPH 2019ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าฉายของToy Story 4 หมายเลขA113อ้างอิงถึงห้องเรียนแห่งหนึ่งของCalArtsที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของPixarหลายคนเคยศึกษาอยู่ รวมถึงPete DocterและAndrew StantonโดยหมายเลขA113จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์Pixarทุกเรื่อง สำหรับToy Story 5หมายเลขนี้ปรากฏในฐานะแบรนด์ของกระดาษภาพถ่าย ซึ่งสามารถเห็นได้ที่ด้านหลังของรูปถ่ายEmilyที่โตเป็นผู้ใหญ่พร้อมลูกสาวของเธอ ในฉากBuried Treasure โค้ดที่ปรากฏบนหน้าจอขณะHi-Tech Edition Buzz LightyearกำลังติดตามภาพของJessieจะลงท้ายด้วยหมายเลขIP139.104.180.97ซึ่งเชื่อมโยงไปยังforthebirds.pixar.comเพื่อเป็นการรำลึกถึงRalph Egglestonนอกจากนี้ เลข97ยังเป็นปีที่Ralphเริ่มทำงานกับPixarอีกด้วย มีEaster Eggจากภาพยนตร์เรื่องGattoซึ่งเป็นผลงานเรื่องต่อไปของPixarที่มีกำหนดเข้าฉายวันที่5มีนาคม2027จำนวน2จุด ได้แก่ มีเกมชื่อPigeon Piazzaปรากฏอยู่บนหน้าจอของLilypadระหว่างที่เธอกำลังเลื่อนดูแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีกระป๋องลูกอมยี่ห้อSaverioวางอยู่บนโต๊ะของBlazeในช่วงท้ายของภาพยนตร์ ขณะที่Tech Trioกำลังดูภาพถ่ายงานแต่งงานบนแล็ปท็อป เรียกว่าทุกฉากถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ แฝงไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราวพิเศษซึ่งรอให้ผู้ชมค้นพบด้วยตัวเองบนจอภาพยนตร์ ใครยังไม่ได้ดูเตรียมเช็กลิสต์ไปเก็บรายละเอียดกันได้เลย ส่วนใครดูแล้วพลาดฉากไหนไปโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้ตีตั๋วไปดูซ้ำ เพราะยิ่งดูซ้ำจะยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อย่าพลาด ไปร่วมตามหาFun FactsและEaster Eggsเหล่านี้ด้วยกันในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

10 เช็คลิสต์หัวใจก่อนถึงวัย 40
ดู

10 เช็คลิสต์หัวใจก่อนถึงวัย 40

เผยโฉมภาพแรกซีรีส์ "Carrie" ตำนานสาวสยองที่แฟน ๆ ทั่วโลกรอคอย...จะกลับมา!
อ่าน

เผยโฉมภาพแรกซีรีส์ "Carrie" ตำนานสาวสยองที่แฟน ๆ ทั่วโลกรอคอย...จะกลับมา!

Prime VideoเผยภาพแรกของCarrie ซีรีส์ออริจินัลเรื่องใหม่ที่กำลังจะเปิดตัว ซึ่งสร้างจากนวนิยายเรื่องแรกอันโด่งดังของสตีเฟน คิง (Stephen King) โดยนำมาตีความใหม่อย่างกล้าหาญ ทันยุคสมัย และเหนือความคาดหมาย พร้อมดัดแปลงเป็นซีรีส์โทรทัศน์เป็นครั้งแรกโดย ไมค์ ฟลานาแกน (Mike Flanagan) โชว์รันเนอร์ผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ ทั้งนี้ซีรีส์ Carrieจะสตรีมให้รับชมเฉพาะบนPrime Videoในกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ซีรีส์เล่าเรื่องราวของCarrie White (Summer Howell)เด็กสาวมัธยมผู้แปลกแยก เธอใช้ชีวิตอยู่แต่ภายในบ้านมาตลอด ภายใต้การดูแลของMargaret (Samantha Sloyan)ผู้เป็นแม่ที่ปกป้องเธออย่างเข้มงวด หลังจากการเสียชีวิตอย่างกะทันหันก่อนวัยอันควรของพ่อ ทำให้Carrieต้องก้าวเข้าสู่สังคมอันโหดร้ายของโรงเรียนมัธยม เธอต้องเผชิญกับเหตุการณ์การกลั่นแกล้งที่ลุกลามเป็นกระแสไวรัลและสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งชุมชน แรงกดดันที่ถาโถมมาไม่หยุด รวมถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติในยุคโซเชียลมีเดีย ขณะที่Carrieกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พลังจิตลึกลับของเธอในการเคลื่อนย้ายวัตถุก็ค่อยๆ ตื่นขึ้น ซีรีส์ความยาว 8 ตอนเรื่องนี้จะต่อยอดเรื่องราวจากผลงานระดับตำนานของสตีเฟน คิง ด้วยการขยายมิติของตัวละครและความขัดแย้งให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมพาผู้ชมติดตามการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวันที่ค่อยๆ นำไปสู่ค่ำคืนแห่งโศกนาฏกรรมซึ่งเปลี่ยนทุกสิ่งไปตลอดกาล ถ่ายทอดเรื่องราวอันเข้มข้นและเปี่ยมด้วยความเป็นมนุษย์ ว่าด้วยการเผชิญหน้าระหว่างความเมตตาและความโหดร้าย พร้อมตั้งคำถามว่า สิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่นี้ คือจุดกำเนิดของฮีโร่ สัตว์ประหลาด หรือบางสิ่งที่ซับซ้อนยิ่งกว่านั้น ตามที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ซีรีส์CarrieนำแสดงโดยSummer HowellในบทCarrie Whiteตัวละครเอกอันเป็นตำนานของเรื่อง เธอผ่านการคัดเลือกนักแสดงครั้งใหญ่ ที่มีนักแสดงมากกว่า 1,000 คนเข้าร่วมออดิชัน ทีมนักแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ยังประกอบด้วยSamantha Sloyan(The Pitt)รับบทMargaret White, Siena Agudong(Resident Evil)รับบทSue Snell, Alison Thornton(Fire Country)รับบทChris Hargensen, Joel Oulette(My Life with the Walter Boys)รับบทTommy Ross, Josie Tota(The Buccaneers)รับบทTina, Arthur Conti(Beetlejuice Beetlejuice)รับบทBilly, Thalia Dudek(The Running Man)รับบทEmaline, Amber Midthunder(Prey)รับบท คุณนายDesjardinและMatthew Lillard(Man of Tomorrow)รับบท ครูใหญ่Grayle ไมค์ ฟลานาแกน (Midnight Mass, The Haunting of Hill House)นอกจากจะรับหน้าที่โชว์รันเนอร์,เขียนบท และเป็นผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารของซีรีส์ เขายังรับหน้าที่กำกับทั้งหมด 4 ตอน ขณะที่ สตีเฟน คิง มารับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารด้วยเช่นกัน ซีรีส์เรื่องนี้ผลิตโดยAmazon MGM Studios Carrieนวนิยายเรื่องแรกของ สตีเฟน คิง ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2517 และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางนักเขียนที่ทำให้ผลงานของเขามียอดจำหน่ายรวมมากกว่า 350 ล้านเล่มทั่วโลก นวนิยายเรื่องนี้ติดอันดับหนังสือขายดีของThe New York Timesนาน 14 สัปดาห์ และได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ มากกว่า 35 ภาษา ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 เรื่องราวดังกล่าวถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดยBrian De Palmaซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ และมีบทบาทสำคัญในการทำให้Carrieกลายเป็นผลงานทรงอิทธิพลในวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยปีนี้ยังเป็นวาระครบรอบ 50 ปีของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวอีกด้วย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"Sterling Point" ปล่อยตัวอย่างเต็ม ที่เปิดทางสู่กองมรดก ณ เกาะลึกลับที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้
อ่าน

"Sterling Point" ปล่อยตัวอย่างเต็ม ที่เปิดทางสู่กองมรดก ณ เกาะลึกลับที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้

Prime Videoเผยตัวอย่างอย่างเป็นทางการและภาพชุดใหม่จากSterling Pointซีรีส์แนวComing-of-ageที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรู้สึก โดยตัวอย่างซีรีส์มาพร้อมกับเพลง "Look at My Life"ซิงเกิลใหม่จากอัลบั้มชุดถัดไปของGracie Abramsที่มีชื่อว่าDaughter from Hellซึ่งมีกำหนดปล่อยในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ ซีรีส์Sterling Pointทั้ง 8 ตอน จะพร้อมสตรีมในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เฉพาะบนPrime Videoในมากกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ซีรีส์เล่าเรื่องราวของAnnie Jacobson (รับบทโดยElla Rubin)เด็กสาววัย 17 ปี ผู้เติบโตในนครนิวยอร์กพร้อมกับพี่น้องฝาแฝดของเธอ (รับบทโดยKeen Ruffalo)และพ่อบุญธรรมแสนอบอุ่น (รับบทโดยJay Duplass)แต่ชีวิตของAnnieกลับต้องเปลี่ยนไป เมื่อพบว่าคุณปู่ได้ทิ้งมรดกเป็นเกาะลึกลับในแคนาดาไว้ให้ และที่แห่งนั้น เธอจะได้พบกับมิตรภาพครั้งใหม่ ความรักที่กำลังก่อตัว และความลับในครอบครัวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน นอกจากนี้Sterling Pointยังร่วมแสดงโดยนักแสดงอีกมากมาย อาทิAmlie Elisabeth Hoeferle (The Hunger Games: The Ballad Of Songbirds Snakes, Night Swim), Jacob Whiteduck-Lavoie (Billie Blue), Daniel Quinn-Toye (Sunny Dancer) Bo Bragason (Renegade Nell, The Radleys), Jeffrey Dean Morgan (The Walking Dead), Nikko Angelo Hinayo (Davey Jonesie's Locker), Mabel Strachan (The Ridge), Elle-Maija Tailfeathers (Three Pines)และMissi Pyle (Harlan Cobens Shelter) ซีรีส์เรื่องนี้ได้Megan Park (My Old Ass)มารับหน้าที่เป็นผู้กำกับ โชว์รันเนอร์ร่วม และผู้อำนวยการสร้าง ร่วมกับJosh SchwartzและStephanie Savageภายใต้บริษัทFake Empireพร้อมด้วยDani GorinและTom Ackerleyภายใต้บริษัทLuckyChap ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Hailey Bieber
ดู

Hailey Bieber

เปลี่ยนร่างกี่ครั้ง ใจยังรักเธอ
ดู

เปลี่ยนร่างกี่ครั้ง ใจยังรักเธอ

"ไอซ์-อุ้ม" นำทีมแก๊งเพื่อนซี้ คุยเจาะเบื้องหลังบทพิสูจน์ชีวิต Gen Z ใน The Running เงิน งาน ความรัก
อ่าน

"ไอซ์-อุ้ม" นำทีมแก๊งเพื่อนซี้ คุยเจาะเบื้องหลังบทพิสูจน์ชีวิต Gen Z ใน The Running เงิน งาน ความรัก

ก่อนร่วมออกเดินทางไปกับความฝัน บทเรียนชีวิต และการเติบโตของคนรุ่นใหม่ในละคร The Running เงิน งาน ความรัก ผลงานของผู้จัด จ๊ะ จิตตาภา แจ่มปฐม แห่งค่าย มาสเตอร์ วัน วีดีโอ โปรดักชั่น และผู้กำกับ ฟิวส์ กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล เตรียมอุ่นเครื่องกับรายการพิเศษ เปิดกองวิก 3 The Running : เงิน งาน ความรัก ที่จะพาไปเจาะเบื้องหลังการทำงาน พร้อมทำความรู้จักตัวละครที่สะท้อนชีวิตจริงของคนรุ่น Gen Z นำทีมโดย ไอซ์ ภาณุวัฒน์ และ อุ้ม อิษยา พาผู้ชมไปรู้จัก เซนต์ และ เฟื่อง สองตัวละครต่างขั้วที่มีมุมมองชีวิตแตกต่างกัน ร่วมด้วย เซ้นต์ ศุภพงศ์, ปีเตอร์แพน ทัศน์พล, ซีน ภัสธรากรณ์ และ พริม พริมา ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของมิตรภาพ เงิน งาน และความรักของคนรุ่นใหม่ "ไอซ์-อุ้ม" นำทีมแก๊งเพื่อนซี้ คุยเจาะเบื้องหลังบทพิสูจน์ชีวิต Gen Z ใน The Running เงิน งาน ความรัก ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD เริ่มที่ EP.1 เปิดเบื้องหลังการเตรียมตัวของนักแสดง เมื่อ ไอซ์ กับบท เซนต์ ที่ทำให้ต้องพลิกบทบาทเป็น CEO หนุ่มบ้างาน พูดเร็ว คิดไว ขณะที่ อุ้ม กับบท เฟื่อง ต้องเปลี่ยนลุคเป็นสาวเอเนอร์จีล้น พร้อมเผยโมเมนต์สุดฮาในกองถ่าย รวมถึงเคมีของ ไอซ์-อุ้ม ที่ผู้กำกับสั่งให้เว้นระยะห่างกันช่วงแรก เพื่อเก็บพัฒนาการความสัมพันธ์ของตัวละครให้สมจริง ส่วน EP.2 พาไปรู้จักครอบครัวของตัวละคร โดยครอบครัวของ เฟื่อง งานนี้ได้ บิ๊ก ศรุต และ โอ๋ เพชรดา รับบทพ่อแม่ที่พร้อมสนับสนุนลูกทุกเส้นทาง ขณะที่แม่ของ เซนต์ รับบทโดย เฟรช อริศรา กลับคาดหวังให้ลูกสืบทอดธุรกิจ จนกลายเป็นแรงกดดันสำคัญ เบื้องหลังการทำงานของนักแสดงแต่ละคน จะเป็นท้าทายขนาดไหนและมีเรื่องราวสนุก ๆ อะไรกันบ้าง? ติดตาม เปิดกองวิก 3 The Running : เงิน งาน ความรัก วันที่ 2627 มิถุนายน 2569 เวลา 11.30 น. ทาง 3Plus Application, YouTube และ Facebook Page ก่อนร่วมลุ้นเส้นทางของ เซนต์ และ เฟื่อง ที่ต้องเผชิญบททดสอบของเงิน งาน และความรัก ในละคร The Running : เงิน | งาน | ความรัก ทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. เริ่มตอนแรก 28 มิถุนายนนี้ ทางช่อง 3

สลับร่างปิดฉาก "Reborn Rookie" โกยเรตติ้งตอนจบสุดงดงาม กอบกู้หน้าให้ช่องประทับใจ
อ่าน

สลับร่างปิดฉาก "Reborn Rookie" โกยเรตติ้งตอนจบสุดงดงาม กอบกู้หน้าให้ช่องประทับใจ

ด้เวลาอำลาไปอีกเรื่อง สำหรับซีรีส์ม้ามืดจากช่อง JTBC ที่กอบโกยเรตติ้งได้อย่างน่าประทับใจประจำล็อตนี้ อย่าง "Reborn Rookie มือใหม่หัดแค้น" ที่เดินทางมาถึงบทสรุปสุดท้ายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซีรีส์เชือดเฉือนปมธุรกิจสุดเข้มข้นผสมผสานแนวแฟนตาซีสลับร่างกันชวนติดตาม กลายเป็นซีรีส์เรื่องแรกในรอบปีของช่อง JTBC ที่กลับมาเก็บเรตติ้งขึ้นเลขสองหลักได้อีกครั้ง และเรื่องนี้ก็อวสานไปอย่างพอใจอีกด้วย Nielson Korea ได้เปิดเผยตัวเลขความนิยมของรายการทีวีต่าง ๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพบว่าเมื่อวันอาทิตย์ (5 ก.ค.) ซีรีส์ช่อง JTBC ยังโกยความนิยมเป็นคอนเทนต์ของเคเบิ้ลทีวีที่มีคนดูมากที่สุดประจำวัน โดยปิดฉากตอนสุดท้ายไปได้งดงามด้วยเรตติ้ง 13.5% ที่นับว่าทะยานเพิ่มสูงขึ้นจากตอนก่อนจบในคืนเสาร์มาเกือบจะ +3% เลยทีเดียว ขณะที่ตัวเลขเรตติ้งในหัวเมืองพื้นที่กรุงโซลและปริมณฑลก็ได้ในสัดส่วนใกล้ ๆ กันที่ 13.5% เช่นเดียวกัน Reborn Rookie ตอนจบยังสามารถทำสถิติยอดผู้ชมพุ่งขึ้นไปสูงถึง 3.34 ล้านคนทั่วประเทศได้อย่างน่าประทับใจ มีรายงานว่าในตอนจบของซีรีส์เรื่องนี้มี รยูจิน ไอดอลสาวจากวง ITZY มาปรากฏตัวในฐานะนักแสดงรับเชิญในบทบาทที่กลายเป็นมีมส่งท้ายด้วย ทั้งนี้ เรตติ้งตอนจบของเรื่องนี้ ก็สามารถเข้าไปอยู่อันดับที่ 9 ในสถิติชาร์ตซีรีส์เรตติ้งสูงสุดตลอดกาลของช่อง JTBC ตามหลังเรื่อง The Tale of Lady Ok เมื่อปีที่แล้วแค่นิดเดียวเท่านั้น ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ซีรีส์ใหม่จากช่อง KBS2 ก็เริ่มส่งสัญญาณความนิยมขึ้นมาเด่นชัดขึ้น สำหรับ "The Husband" ที่เรตติ้งเริ่มเฟื่องฟูขึ้นตามกระแสของผู้ชมที่เริ่มให้ความสนใจ เพราะตอนที่ 2 ของการออกอากาศนั้น ทำเรตติ้งปรับตัวขึ้นมาที่ 6.4% ที่ถือว่ากระโดดเพิ่มขึ้น +2% จากตอนแรก และยังสามารถโกยยอดผู้ชมทะลุหลักล้านไปที่ 1.2 ล้านคนทั่วประเทศ นี่คือซีรีส์ดรามาลึกลับชวนระทึกเรื่องใหม่ของพระเอกซุปตาร์ นัมกุงมิน ที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวพ่อเรียกเรตติ้ง คงจะต้องติดตามดูกันต่อไปว่าเรื่องนี้จะร้อนแรงตีตื้นขึ้นมาระดับไหน ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนเปิดหัวใจรับมิตรภาพสุดอบอุ่นกับ “ไลล์ จระเข้ตัวพ่อ...หัวใจล้อหล่อ” จระเข้ร้องเพลงประทับใจ
อ่าน

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 ชวนเปิดหัวใจรับมิตรภาพสุดอบอุ่นกับ “ไลล์ จระเข้ตัวพ่อ...หัวใจล้อหล่อ” จระเข้ร้องเพลงประทับใจ

จากวรรณกรรมเยาวชนชื่อดังสู่ภาพยนตร์มิวสิคัลแฟนตาซีฟีลกู๊ดที่ครองใจผู้ชมทั่วโลกไลล์ จระเข้ตัวพ่อ...หัวใจล้อหล่อ Lyle, Lyle, Crocodileถ่ายทอดมิตรภาพแสนอบอุ่นระหว่างเด็กชายผู้โดดเดี่ยวกับจระเข้ผู้มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง นำแสดงโดยฮาเวียร์ บาเด็มนักแสดงรางวัลออสการ์ พร้อมเสียงร้องของชอว์น เมนเดสในบทไลล์จระเข้ขวัญใจมหาชน ไลล์ จระเข้ตัวพ่อ...หัวใจล้อหล่อเล่าเรื่องของครอบครัวพริมม์ที่ย้ายเข้าสู่บ้านหลังใหม่กลางนครนิวยอร์ก โดยจอช (วินสโลว์ เฟกลีย์)ต้องเผชิญความกังวลกับการเริ่มต้นชีวิตในโรงเรียนแห่งใหม่ กระทั่งเขาได้พบกับ ไลล์ จระเข้แสนใจดีผู้สื่อสารผ่านเสียงเพลงอันไพเราะ ซึ่งอาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคา ทั้งคู่ค่อย ๆ สร้างมิตรภาพที่งดงามจนเปลี่ยนแปลงชีวิตของกันและกัน ขณะเดียวกัน เฮคเตอร์ พี. วาเลนติ (ฮาเวียร์ บาเด็ม)เจ้าของผู้เปี่ยมด้วยความฝันก็หวนกลับมาเพื่อช่วยผลักดันพรสวรรค์ของไลล์ให้โลกได้รับรู้แต่เมื่อเพื่อนบ้านจอมจู้จี้มิสเตอร์กรัมป์ส (เบร็ตต์ เกลแมน)พยายามขับไล่จระเข้เสียงทองตัวนี้ ครอบครัวพริมม์จึงต้องร่วมแรงร่วมใจกันพิสูจน์ว่า ความแตกต่างไม่ใช่อุปสรรคของการอยู่ร่วมกัน พบความน่ารักของจระเข้ที่ครองหัวใจผู้ชมทั่วโลก กับไลล์ จระเข้ตัวพ่อ...หัวใจล้อหล่อ วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. ทาง ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และทางhttps://true4u.com/live/ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา
อ่าน

"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา

"BOWKYLION" หรือ "โบกี้ ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ" ศิลปินหญิงแห่งยุคจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ดีกรีเจ้าของซิงเกิลไวรัลที่ทุกคนร้องตามกันได้ ไม่ว่าจะเป็น ลงใจ, บานปลาย, วาดไว้, วิงวอน, ที่คั่นหนังสือ และ ลามปาม รวมถึงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอยังได้เซอร์ไพร์สแฟน ๆ ด้วยการประกาศจัด "KARAWA CONCERT" คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งได้กระแสตอบรับดีเกินคาดจนบัตร Sold Out อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว ไม่เพียงแต่พาร์ทของศิลปินเท่านั้น เธอยังได้รับโอกาสแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง "ข้างบ้าน" ที่กวาดรายได้ไปกว่า 100 ล้านบาท เป็นตัวตอกย้ำภาพความสำเร็จในอีกบทบาทที่แฟน ๆ คาดไม่ถึง อีกหนึ่งผลงานล่าสุดที่กระแสมาแรงตั้งแต่ปล่อยสปอยออกมา กับการร่วมแต่งและร้องเพลง "ดั่งใจฝัน (daydream)" เพลงประกอบซีรีส์บอยเลิฟแนวพีเรียดแฟนตาซีเรื่อง "ภพเธอ Love Upon a Time Series" จากค่าย DOMUNDI (ดูมันดิ) ที่มีการหยิบเอาคำร้องและดนตรีไทยมาประยุกต์เพิ่มเสน่ห์ในแบบใหม่ ๆ จนกลายเป็นอีกซิงเกิลไวรัลในช่วงที่ผ่านมา "BOWKYLION" ขอสานต่อกลิ่นอายความเป็นไทยกันต่อ ผ่านซิงเกิลใหม่อย่าง "นาฬิกาทราย (sign)" ซึ่งการันตีได้เลยว่าทุกผลงานที่ผ่านปลายปากกาของ "BOWKYLION" ล้วนสอดแทรกไปด้วยความหมาย และสำบัดสำนวนที่สละสลวย คงลายเส้นเฉพาะตัวที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ โดยในซิงเกิลนี้เธอได้หยิบเอา นาฬิกาทราย มาใช้เป็นสัญญะเพื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เดินทางมาถึงจุดจบ เป็นการนำเอาคุณสมบัติพิเศษของนาฬิกาทรายที่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป เพราะเมื่อหมดเวลาก็สามารถพลิกด้าน แล้ววนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อยู่เสมอ เปรียบเทียบกับในมุมมองความรัก ทุกครั้งที่ทรายกำลังจะไหลจนหมด เหมือนกับคนที่ใกล้จะหมดใจ แต่ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง "รักฉันเป็นดั่งนาฬิกาทราย ทุ่มเทเท่าไหร่ก็คงสลายไป" การให้อภัย ถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และเป็นเครื่องมือเพื่อยื้อเวลาให้ความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไป แต่ปมในใจกลับไม่เคยได้รับการรักษาเลยสักครั้ง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่นับถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนสลายตัวลงในท้ายที่สุด สะท้อนว่าความรักที่พังทลายลง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงเหมือนกับเม็ดทรายที่สลายไปตามลม การจบความสัมพันธ์จึงไม่ใช่เพียงเพราะการหมดรัก แต่อาจเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกที่เสียไปได้ สำหรับพาร์ทดนตรีถูกนำเสนอด้วยแนวป็อป พร้อมเพิ่มกลิ่นอายความเป็นไทยแบบร่วมสมัยขึ้นผ่านเมโลดี้ เรียกได้ว่าเป็นดนตรีแนวใหม่ ๆ ที่เธอยังไม่เคยทำ และเมื่อผสานเข้ากับภาษาสละสลวยตามกิมมิกเฉพาะตัว ทำให้ซิงเกิลนี้ส่งอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นกว่าที่เคย ก่อนเพิ่มความอินขึ้นอีกสเต็ปผ่านมิวสิกวิดีโอที่ได้สาวมากเสน่ห์อย่าง "เจนิส เจณิสตา" มาร่วมถ่ายทอดความรักฉบับเกิร์ลเลิฟในเส้นเรื่องที่ชวนเรียกน้ำตา ถือเป็นอีกหนึ่งเคมีใหม่ ๆ ที่อยากชวนให้ทุกคนมาลองติดตาม สามารถฟังเพลงและรับชมมิวสิกวิดีโอ "นาฬิกาทราย (sign)" ได้แล้วที่นี่ และติดตามการเคลื่อนไหวของ "BOWKYLION" ได้ทาง https://www.facebook.com/whattheduckmusic และ https://www.instagram.com/bowkylion

Love Parade
ดู

Love Parade

Filing For Love
ดู

Filing For Love

FLO โชว์ไลน์ประสานเสียงแนว R&B สไตล์ 90s’ สุดนุ่มในเพลงใหม่ “Don’t Break Her Heart”
อ่าน

FLO โชว์ไลน์ประสานเสียงแนว R&B สไตล์ 90s’ สุดนุ่มในเพลงใหม่ “Don’t Break Her Heart”

เนื้อเพลงสุดสตรอง ถ่ายทอดแอดติจูดเพื่อนหญิงพลังหญิง จากDont Break Her Heartซิงเกิลล่าสุดจากFLOสามสาวเกิร์ลกรุ๊ปแนวHip-Hop RBสุดสวยจากเกาะอังกฤษ ประกอบด้วยJorja Douglas, Stella QuaresmaและRene Downerดีกรีเจ้าของอัลบั้มเข้าชิงแกรมมี2026ที่หลังจากชวนโยกเซ็กซี่ ๆ ในเพลงสุดไวรัลอย่างLeak Itและโชว์โวคอลซึ้ง ๆ ในTherapy at the Clubกันไปแล้ว รอบนี้สามสาวกลับมาพร้อมดนตรีแนวRBยุค90s-2000sโชว์ไลน์ประสานเสียงเพราะ ๆ นุ่ม ๆ แต่เนื้อเพลงสุดสตรองที่บอกว่าพวกเธอพร้อมสู้เพื่อเพื่อนสาวในแก๊ง หากพบว่ามีชายหนุ่มคนใดกล้ามาหักอกหรือทำร้ายจิตใจของเพื่อนพวกเธอ นี่แหละตัวแทนเพลงของแก๊งเพื่อนสาวที่จริงใจที่สุดในยุคนี้ ชมมิวสิควิดีโอเพลงDont Break Her HeartของFLOที่นี่https://FLOTH.lnk.to/DBHHPR/youtube ในเพลงDont Break Her Heartสาว ๆFLOได้กลับมาร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คู่บุญอย่างJulian Bunetta (ที่ีเคยร่วมงานกับGracie Abrams)และนักแต่งเพลงSteph Jones (ที่เคยแต่งเพลงให้Sabrina CarpenterและJADE)ที่เคยทำเพลงสุดฮิตอย่างLeak Itด้วยกัน นอกจากทำนองจะนุ่มนวลฟังเพลิน ที่ตรงกันข้ามกับเนื้อเพลงที่สู้เพื่อเพื่อนแบบยิบตา ทั้งบอกว่าถ้านายหักอกเพื่อนฉัน นายจะต้องชดใช้ไปจนถึงถ้านายหักอกเพื่อนฉัน ฉันจะตามเอาเรื่องนายแน่แล้ว ทางด้านมิวสิควิดีโอที่กำกับโดยTroy Roscoeก็เด็ดไม่แพ้กัน เราจะได้เห็นสามสาวสวมบทนักสืบ ไขคดีเปิดโปงความชั่วร้ายของคนทรยศ FLOเผยว่าDont Break Her Heartคือเพลงประจำแก๊งเพื่อนสาวที่พวกเรารักที่สุด เพราะสะท้อนความรักและความผูกพันที่มีต่อกัน รวมถึงความพร้อมที่จะปกป้องหัวใจของเพื่อนสาวในทุกสถานการณ์ ต่อจากเพลงDont Break Her Heartสามสาวเตรียมปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่2ที่หลายคนรอคอย โดยใช้ชื่อเดียวกับเพลงล่าสุดTherapy at the Clubในวันที่24กรกฎาคมนี้ ดูจากชื่อของอัลบั้มนี้แล้ว คงพอจะเดากันได้ว่าธีมหลักของอัลบั้มนี้คืออะไรTherapy at the Clubพลิกภาพคลับจากแค่สถานที่แฮงเอาต์ยามค่ำคืน ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการระบายความในใจ การปลดปล่อย และการเป็นเจ้าของตัวเอง ผ่านเส้นอารมณ์ตลอดค่ำคืน ตั้งแต่ช่วงวอร์มอัปก่อนออกไปปาร์ตี้ ไปจนถึงเช้าวันถัดมา เพลงในอัลบั้มมาพร้อมกลิ่นอายRBและป็อปโทนเข้มข้นแต่ชวนเคลิ้ม ผสานการเล่าเรื่องแบบไดอารี่ที่จริงใจ ถ่ายทอดทั้งความปรารถนา ความอกหัก ความมั่นใจ และการเยียวยาหัวใจแบบเรียลไทม์ไปพร้อมกัน อัลบั้มนี้สาว ๆFLOร่วมแต่งเพลงด้วยตัวเองร่วมกับทีมโปรดิวเซอร์ และนักแต่งเพลงแถวหน้าอย่างAmy Allen (Olivia Dean), Steph Jones (Sabrina Carpenter, JADE), Julian Bunetta (Teddy Swims, Gracia Abrams)และBoy Matthews (TWICE, Zayn)พร้อมด้วยการกลับมาของพาร์ทเนอร์คนคุ้นเคยอย่างSkippz, Oak FelderและSevyn Streeterที่รังสรรค์ผลงานสุดติดหูของFLOในหลาย ๆ เพลงได้ร่วมทำเพลงในอัลบั้มนี้ด้วยเช่นกัน มาถึงตอนนี้ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไม แฟน ๆ ทั่วโลกถึงเฝ้ารออัลบั้ม Therapy at the ClubของFLOเพราะพวกเธอคือตัวแทนของเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคใหม่จากเกาะอังกฤษที่น่าจับตามองที่สุดในขณะนี้อย่างแท้จริง

22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"
อ่าน

22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"

Eric Kripke ผู้สร้างซีรีส์ มองว่า The Boys ไม่ใช่เรื่องของ ซูเปอร์ฮีโร่ เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของอำนาจ ทุนนิยม ชื่อเสียง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ คนธรรมดา ทีมผู้สร้างตั้งใจให้ Homelander ไม่ใช่เพียงวายร้ายที่โหดร้าย แต่เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง ความโดดเดี่ยว และความต้องการการยอมรับ จนบางครั้งผู้ชมเองก็เผลอรู้สึกเห็นใจเขา Karl Urban และ Antony Starr รู้จักกันมานานกว่า 20 ปี ก่อนจะมาเล่นเป็นคู่ปรับใน The Boys ซึ่งทั้งคู่มองว่าความคุ้นเคยนอกจอช่วยเพิ่มมิติให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Butcher และ Homelander มากขึ้น Jack Quaid เผยว่า เขากดดันไม่น้อยหลังรู้ว่า Hughie ในเวอร์ชั่นคอมิกถูกออกแบบโดยอ้างอิงหน้าตาของ Simon Pegg ซึ่งเป็นนักแสดงที่เขาชื่นชมมาตลอด และสุดท้าย Simon Pegg ก็ได้มารับบทเป็นพ่อของ Hughie ในซีรีส์ กลายเป็นหนึ่งในความเชื่อมโยงที่แฟนคอมิกและแฟนซีรีส์ต่างประทับใจ Erin Moriarty ผู้รับบท Starlight คือนักแสดงคนแรกที่ถูกแคสต์ใน The Boys และเธอต้องรอนานถึง 6 เดือนเพื่อดูว่าใครจะได้เล่นเป็นสมาชิกคนอื่นๆ ของทีม Eric Kripke มองว่า Mothers Milk คือศูนย์กลางทางอารมณ์ของทีม The Boys และเป็นคนที่ช่วยยึดทุกคนเอาไว้ ในขณะที่ Billy Butcher เต็มไปด้วยความโกรธและความสุดโต่ง Tomer Capone ผู้รับบท Frenchie เป็นนักแสดงคนสุดท้ายที่ถูกแคสต์เข้าทีม The Boys เพราะทีมงานมองว่า Frenchie เป็นตัวละครที่หาคนเล่นได้ยากมาก เนื่องจากต้องทั้งประหลาด มีเสน่ห์ ตลก และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน โดย Tomer Capone มองว่า ถ้า Frenchie ไม่ได้พบ Kimiko เขาอาจกลายเป็นคนที่ หลงทางและอันตรายยิ่งกว่า Butcher เพราะ Kimiko คือคนที่ทำให้เขาเริ่มมองเห็นด้านที่ดีที่สุดของตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่าง Frenchie และ Kimiko เกิดจากการที่ทั้งคู่ต่างเป็นคนบอบช้ำ และพยายามเยียวยากันและกัน Karen Fukuhara ผู้รับบท Kimiko ต้องออดิชั่นโดยไม่มีบทพูดเลย ใช้เพียงสายตา การเคลื่อนไหว และสีหน้าในการสื่อสารอารมณ์ นอกจากนี้เธอยังมองว่า จุดสำคัญของ Kimiko คือต่อให้ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากแค่ไหน เธอก็ยัง พยายามเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง อยู่เสมอ Eric Kripke มองว่า Chace Crawford คือคนที่เหมาะกับบท The Deep มากที่สุด เพราะการจะเล่นเป็นตัวละครที่ทั้งซื่อบื้อ หลงตัวเอง และไม่ทันโลก ให้ออกมาตลกและน่าเชื่อจริงๆ นักแสดงคนนั้นต้องเป็นคนฉลาดและเข้าใจจังหวะคอเมดี้อย่างมาก เส้นเรื่องของ A-Train ถูกออกแบบให้สะท้อนด้านมืดของวงการกีฬาอาชีพ ทั้งเรื่องชื่อเสียง สารกระตุ้น ความกดดัน และระบบธุรกิจที่ทำลายตัวตนของคนดัง โดย Eric Kripke มองว่า Jessie T. Usher ผู้รับบท A-Train สามารถถ่ายทอดทั้ง ความมั่นใจแบบซูเปอร์สตาร์ และ ความเปราะบางของมนุษย์คนหนึ่ง ได้พร้อมกันในตัวละครเดียว Colby Minifie ผู้รับบท Ashley ถูกวางเป็นเพียงนักแสดงรับเชิญในช่วงแรกของซีรีส์ แต่หลังจากทีมงานเห็นพลังการแสดงของเธอ จึงตัดสินใจขยายบท Ashley จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง และเธอยังเป็นคนเสนอไอเดียเองว่า Ashley ควรดึงผมตัวเองจนหัวล้าน เพราะความเครียดจากการทำงานใน Vought ก่อนที่ไอเดียนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของตัวละคร Nathan Mitchell ผู้รับบท Black Noir ได้รับคำชมจากทีมผู้สร้างเป็นอย่างมาก เพราะแม้ตัวละครจะสวมหน้ากากและแทบไม่มีบทพูด แต่เขากลับใส่รายละเอียดการแสดงลงไปในทุกการเคลื่อนไหว จนทีมเขียนบทตัดสินใจขยายเส้นเรื่องของตัวละครนี้ Cameron Crovetti ผู้รับบท Ryan เริ่มเล่น The Boys ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี และตอนนี้เขาอายุ 18 ปีแล้ว โดยเขาบอกว่าถ้าไม่ได้เล่นเรื่องนี้ ตัวเองคงเป็นแฟนพันธุ์แท้ The Boys แบบสุดๆ แน่นอน ทั้งนี้เขารู้สึกเหมือนโตมากับซีรีส์เรื่องนี้จริงๆ เพราะเริ่มเล่นตั้งแต่เด็ก และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนักแสดงและทีมงานก็กลายเป็นเหมือนครอบครัว โดยตัวละคร Ryan คือเด็กที่แบกรับทั้ง ความโกรธแบบ Butcher และ ความโดดเดี่ยวแบบ Homelander เอาไว้พร้อมกัน ทีมออกแบบเครื่องแต่งกายของซีรีส์ ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลิกผ่านชุดฮีโร่ โดยแต่ละชุดจะสะท้อนทั้งภาพลักษณ์ อำนาจ และจิตวิทยาของตัวละคร ไม่ใช่เพียงการออกแบบให้ดูเท่เท่านั้น การออกแบบชุดจะเริ่มจากคำถามว่า ตัวละครนี้อยากให้โลกมองเขายังไง โดยทีมงานซ่อนรายละเอียดและแรงบันดาลใจเล็กๆ แบบ Easter Eggs เอาไว้ในชุดของตัวละครหลายตัว เช่น ลวดลายและเนื้อผ้าบางส่วนของชุด The Deep ที่อ้างอิงจากผิวสัตว์ทะเล หรือรายละเอียดบนชุดของ Sister Sage ที่ได้แรงบันดาลใจจากดวงตาของผีเสื้อกลางคืน เพื่อสะท้อนความลึกลับและการมองเห็นโลกในมุมที่แตกต่าง ทีมผู้สร้างเผยว่า หลายครั้งระหว่างเขียนบท พวกเขากลับรู้สึกว่า โลกความจริงกำลังบ้าคลั่งยิ่งกว่าในซีรีส์ จนการเขียนเรื่องเสียดสีสังคมให้เหนือความจริงกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แทบดูไม่ต่างจากโลกสุดโต่งใน The Boys ทีมเขียนบทของ The Boys ยืนยันว่า ความรุนแรงในซีรีส์ไม่เคยมีไว้เพื่อช็อกคนดูเฉยๆ แต่ทุกฉากจะส่งผลต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการของตัวละครเสมอ หนึ่งในฉากที่ทีมสตันต์ภูมิใจที่สุดคือ ศึกสุดท้ายของซีรีส์ ซึ่งพวกเขายืนยันว่าเป็นฉากที่แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด กองถ่าย The Boys มีธรรมเนียมแกล้งคนที่มีวันเกิดตรงกับวันถ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือทีมงาน โดยทีมงานคนอื่นๆจะเริ่มร้อง Happy Birthday ในขณะที่กล้องยังถ่ายอยู่ เพื่อทำให้เจ้าของวันเกิดรู้สึกเขินอาย ทีมงานเผยว่า บรรยากาศในกองถ่ายซีซั่นสุดท้ายเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา เพราะนักแสดงหลายคนต้องถ่ายซีนสุดท้ายของตัวเอง และทุกครั้งที่มีตัวละครปิดฉาก ทีมงานจะรวมตัวกันปรบมือส่งนักแสดงออกจากกองถ่ายเสมอ ทีมเขียนบทตั้งใจให้ซีซั่นสุดท้ายมีธีมหลักเกี่ยวกับ การต่อสู้ระหว่างความหวังและความสิ้นศรัทธา พร้อมตั้งคำถามว่า ในโลกที่ทุกอย่างเลวร้ายลงเรื่อยๆ มนุษย์จะยังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้หรือไม่ Eric Kripke หวังว่า ในอนาคตซีรีส์ The Boys จะถูกจดจำในฐานะ ภาพสะท้อนของยุคสมัยหนึ่ง มากกว่าเพียงซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายโหด ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แอนตี้หัวใจยัยไอดอล
ดู

แอนตี้หัวใจยัยไอดอล

สิ้นสุดการรอคอย..เติมรักครั้งใหม่ "Your Fault: London" ปล่อยทีเซอร์ใหม่ ฟินรักต่อมิถุนายนนี้
อ่าน

สิ้นสุดการรอคอย..เติมรักครั้งใหม่ "Your Fault: London" ปล่อยทีเซอร์ใหม่ ฟินรักต่อมิถุนายนนี้

Prime Videoเผยตัวอย่างอย่างเป็นทางการและภาพชุดใหม่ของYour Fault: London(คำขอโทษ: ลอนดอน2)ภาพยนตร์ภาคต่อที่หลายคนรอคอย จากการดัดแปลงนิยายไตรภาคCulpable(ผลงานเบสต์เซลเลอร์ระดับนานาชาติของMercedes Ron) ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจากสหราชอาณาจักร ภาพยนตร์นำแสดงโดยMatthew Broome (The Buccaneers)และAsha Banks (A Good Girls Guide to Murder)ในบทNickและNoahคู่รักขวัญใจแฟนๆ โดยมีกำหนดสตรีมแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนPrime Videoในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ในมากกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก หลังเหตุการณ์สุดเข้มข้นในMy Fault: Londonทั้งNickและNoahกลับมาอีกครั้ง พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น ใกล้ชิดกันมากขึ้น และรักกันยิ่งกว่าเดิม แต่เมื่อชีวิตเริ่มพาทั้งคู่ไปคนละเส้นทาง ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุด เมื่อNoahเดินหน้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ขณะที่Nickต้องทุ่มเทให้กับภาระการงานที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อผู้คนใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต พร้อมปลุกเร้าอารมณ์ที่ไม่คาดคิดและความหึงหวงที่ยังคงคุกรุ่น รอยร้าวจึงเริ่มก่อตัว ความเชื่อใจถูกทดสอบ ความปรารถนาปะทุขึ้น และสายสัมพันธ์ที่ทั้งคู่เคยเชื่อว่าไม่มีวันแตกสลายก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อมาถึงทางแยกสำคัญNoahและNickจึงต้องตัดสินใจว่าจะต่อสู้เพื่อความรักที่พาพวกเขามาพบกัน หรือเสี่ยงสูญเสียมันไปตลอดกาล นักแสดงที่จะมาร่วมสร้างสีสันในภาคล่าสุดนี้ประกอบด้วยLouisa BinderในบทSophiaหญิงสาวสวยและทะเยอทะยานที่เริ่มสนใจNickหลังเข้าทำงานที่Leister Enterprises, Joel NankervisในบทMichaelนักศึกษาจากออกซ์ฟอร์ดผู้มั่นใจและใจเย็น ที่สร้างมิตรภาพกับNoahได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็แอบต้องการความสัมพันธ์ที่มากกว่านั้น, Scarlett RaynerในบทBriarนักวางกลยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญในการชักใย ที่ภายนอกดูเป็นคนใจดี แต่แท้จริงแล้วเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม และเข้ามาตีสนิทกับNoahที่ออกซ์ฟอร์ดด้วยจุดประสงค์แอบแฝง รวมถึงOrlando NormanในบทCruzมือขวาของRonnieในโลกการแข่งขันรถใต้ดิน Your Fault: London(คำขอโทษ: ลอนดอน2)ยังถือเป็นการสานต่อความร่วมมือระหว่างPrime VideoและMercedes Ronซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อThe House of Ronหลังความสำเร็จของนิยายไตรภาคCulpable ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

พร้อมหรือยัง!? "มาม่า presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต" ซ้อมเข้ม เตรียมฟังกับบทเพลงในความทรงจำ 14 มิ.ย. นี้
อ่าน

พร้อมหรือยัง!? "มาม่า presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต" ซ้อมเข้ม เตรียมฟังกับบทเพลงในความทรงจำ 14 มิ.ย. นี้

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับ "มาม่า presents GDH โตมาด้วยกัน ออร์เคสตรามูฟวี่คอนเสิร์ต" คอนเสิร์ตที่จะพาคุณย้อนกลับไปดื่มด่ำความทรงจำผ่านภาพยนตร์และบทเพลงอันประทับใจจาก GTH และ GDH ในเวอร์ชันที่ยิ่งใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา จัดแสดงเพียง 2 รอบเท่านั้น! วันที่ 14 มิถุนายน 2569 ณ One Bangkok Forum โดยบรรยากาศการซ้อมล่าสุดเต็มไปด้วยพลังและความตั้งใจของเหล่าศิลปินและนักแสดงชื่อดังที่ แท็กทีมกันมาร่วมสร้างโชว์สุดพิเศษ โดยเริ่มจากกรุ๊ปนางเอกที่รวมตัวกันอย่างคึกคัก นำโดย คริส หอวัง, เจนเย่ เมธิกา, โฟกัส จีระกุล, มิว นิษฐา, หนูนา หนึ่งธิดา และ อาม่าแต๋ว อุษา ที่ต่างทุ่มเทซ้อมทั้งร้องและแสดงกันแบบจัดเต็ม จนได้เพอร์ฟอร์แมนซ์ที่ทั้งสนุกและน่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีโมเมนต์อบอุ่น เมื่อทาง GDH ทำเซอร์ไพรส์จัดเค้กวันเกิดก้อนโตมาให้กับหนูนา งานนี้ทำเอาเจ้าตัวถึงกับยิ้มปลื้มและใจฟูขั้นสุดเลยทีเดียว ต่อเนื่องด้วยการซ้อมในวันที่สอง ซึ่งเป็นคิวของทีมนักแสดงจากซีรีส์สุดฮิต Hormones วัยว้าวุ่น อาทิ เก้า สุภัสสรา, ปันปัน สุทัตตา, เบล เขมิศรา, ฟรัง นรีกุล, แพรว นฤภรกมล, แพรวา ณิชาภัทร, ต้าเหนิง กัญญาวีร์, ฝน ศนันธฉัตร, พีช พชร, สกาย วงศ์รวี, ไมเคิล ศิรชัช, แบงค์ ธิติ, ท็อป ณภัทร, พี สาริษฐ์, อัด อวัช, โอบ นิธิ รวมถึงไอซ์ พาริส ที่มาซ้อมกันยาวนานกว่า 5 ชั่วโมงแบบไม่มีดร็อปเอ็นเนอร์จี้ เรียกว่าทั้งร้องทั้งเต้นกันอย่างสนุกสนาน ปิดท้ายด้วยการซ้อมในวันที่สามของ เจมมี่เจมส์, เจ้านาย จินเจษฎ์, ตั้ว คณิศร, มาร์ช จุฑาวุฒิ และศิลปินรุ่นใหญ่ อ้อง สุรสีห์ ที่ต่างใส่พลังกันแบบไม่มีกั๊ก จนทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ยิ่งน่าจับตามองว่าบนเวทีจริงจะมีโชว์พิเศษอะไรมาเซอร์ไพรส์ผู้ชมอีกบ้าง สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดการเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำครั้งสำคัญ บัตรคอนเสิร์ตยังคงเปิดจำหน่าย โดยการแสดงจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 14:00 น. และ 19:30 น. ณ One Bangkok Forum ราคาบัตร 8,000 / 6,000 / 5,000 / 4,000 / 3,500 / 3,000 บาท สามารถซื้อได้ที่ Thaiticketmajor ทุกสาขา และเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com ทั้งนี้รายได้จากการจำหน่ายบัตรจำนวน 5,000,000 บาท จะนำไปมอบให้กับมูลนิธิดวงใจใหม่ เพื่อช่วยเหลือการผ่าตัดหัวใจผู้ป่วยระยะเร่งด่วนจำนวน 111 ดวง สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook / Instagram / Tiktok / X : GDH

"ชาล็อต ออสติน" เปิดหัวใจถึงแฟนด้อม SMILEY ดวงใจสำคัญที่ผูกพันเหมือนครอบครัว
อ่าน

"ชาล็อต ออสติน" เปิดหัวใจถึงแฟนด้อม SMILEY ดวงใจสำคัญที่ผูกพันเหมือนครอบครัว

ต้องบอกว่าเป็นการมาเปิดดวงใจจริง ๆ สำหรับครั้งนี้ที่ "ชาล็อต ออสติน" หรือ "ชลลดา" จากซีรีส์ "นทีร้อยเล่ห์" เรื่องที่สองของเมกะโปรเจกต์ซีรีส์ชุด "4 ELEMENTS บ้านวาทินวณิช" ได้มาพูดคุยกับ "แป๋ว ดวงใจ สอาดจิตต์" ในพอดแคสต์ "ดวงใจ STORY" แบบเจาะลึกทุกเรื่องราวในชีวิต โดยเฉพาะเรื่องราวความผูกพันกับแฟนคลับ SMILEY ที่เธอยกให้เป็นอีกหนึ่งดวงใจสำคัญในชีวิต "ชาล็อต ออสติน" เปิดหัวใจถึงแฟนด้อม ผูกพันเหมือนครอบครัว "ชาล็อต ออสติน" เผยว่า "หนูไม่เคยมองว่าพวกเขาเป็นแฟนคลับ แต่มองว่าเป็นเพื่อนจริง ๆ คือมีอะไรกันก็จะคอยแนะนำ คอยแกล้ง คอยหยอก คอยแซว เราอยู่กันด้วยความเข้าใจ อยู่กันด้วยความหวังดีจริง ๆ เขาไม่ได้มาคาดหวังให้หนูเป็นแบบนั้นแบบนี้ ขอแค่ให้หนูกินอิ่มนอนหลับ แฮปปี้กับชีวิต หาความสุขให้ได้ แล้วก็มาแบ่งปันมาแชร์กัน เขาก็แฮปปี้แล้ว เรารู้สึกว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ เพราะเราเองก็อยากให้เขามีความสุขกับการตามเราเช่นกัน คือการที่เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่แรก ๆ มันไม่ใช่ระยะเวลาสองสามเดือนแต่มันคือหลายปี บางคนอยู่กันจนแบบจำหน้ากันได้ คนนี้มีลูกแล้วโตแล้ว รู้แล้วว่าคนนี้คือใคร ทำงานอะไร ทำไมวันนี้คนนี้ไม่มา" นอกจากนี้ ชาล็อต ยังยอมรับว่า บางครั้งอาจมีความรู้สึกงอน เวลาถูกเข้าใจผิด แต่ไม่เคยโกรธ เพราะเข้าใจว่าทุกคนหวังดี "ถ้าถามว่าชาล็อตเคยโกรธแฟนคลับที่ไม่เข้าใจเราบ้างไหม ก็จะมีแค่งอน ๆ มันเป็นอารมณ์แค่นั้น แค่รู้สึกว่า ณ ตอนนี้ยังไม่เข้าใจเราไม่เป็นไร แต่อย่าเพิ่งว่ากันนะ สุดท้ายอารมณ์นั้นก็หายไป แล้วเวลาเราเจอเรื่องอะไรแล้วเราทำผิด เขาก็จะเตือนและดุเราเล็กน้อย เพื่อให้เรารู้ว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำนะ หรือถ้าทำแบบนี้แล้วมันจะดีนะ อันไหนที่ดีหนูก็รับฟัง แต่ว่าอันไหนที่ใช้อารมณ์ในการโพสต์ หนูก็จะอ่านแล้วก็ผ่านไป ถ้าเราไม่ใช่แบบนั้นก็ไม่เป็นไร" ก่อนฝากข้อความสุดอบอุ่นถึงเหล่า SMILEY ว่า "หนูอยากจะบอกแฟนคลับว่าอยู่กันแบบมีความสุขแบบนี้นะคะ หนูดูการเติบโตของทุกคนอยู่เสมอ แล้วก็ถ้าเป็นไปได้มาหากันบ่อย ๆ จะได้จำได้ แล้วก็อยู่กันแบบครอบครัวไปนาน ๆ นะคะ" นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ "ชาล็อต ออสติน" ที่มาเปิดดวงใจและถ่ายทอดความรู้สึกลึกสุดใจถึงแฟนคลับ ยังมีอีกหลากหลายเรื่องราว ที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด กับการเปิดใจทุกเรื่องราว พร้อมส่งต่อมุมมองชีวิตที่ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยข้อคิด ติดตามได้ใน "ดวงใจ STORY" ทาง YouTube และ Facebook : Ch7HD และสามารถติดตามอัปเดต EP ใหม่ กับแขกรับเชิญในดวงใจคนต่อไปได้ทุกวันพฤหัสบดีแรกของเดือน แฟน ๆ สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, IG, X, TikTok, YouTube : Ch7HD อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เปิด 7 ดวงใจสำคัญของ "ชาล็อต ออสติน" เผยเส้นทางจากแสงแฟลชสู่ทางธรรม อิงฟ้า-ชาล็อต ครบรอบ 4 ปี ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เรามาเจอกัน ชาล็อต อินจัดดูหนัง เส้นตายสายลวง บอกต้องอยู่กับความหวาดระแวง

Kiss that Kills
ดู

Kiss that Kills

A Warmed Up Love
ดู

A Warmed Up Love

การันตี..งานแต่งคู่นี้คลั่งเกินคาด “The Drama แต่งก็บ้า..ดราม่าเบอร์นี้” ได้ผู้กำกับหนังสยองแห่งยุคนั่งแท่นโปรดิวซ์
อ่าน

การันตี..งานแต่งคู่นี้คลั่งเกินคาด “The Drama แต่งก็บ้า..ดราม่าเบอร์นี้” ได้ผู้กำกับหนังสยองแห่งยุคนั่งแท่นโปรดิวซ์

ความน่าสนใจของ The Drama แต่งก็บ้า..ดราม่าเบอร์นี้ไม่ได้มีเพียงแค่โจทย์รักที่ตั้งไว้เพื่อเชื้อเชิญคนดูให้มาตั้งคำถามหาคำตอบ และสำรวจ ความรักกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ในแต่ละวันเท่านั้นแต่อีกหนึ่งความน่าสนใจของThe Drama คือการได้อารี แอสเตอร์เจ้าพ่อหนังสยองเรื่องฮิตเขย่าขวัญสายสัมพันธ์คู่รักมาก่อนในMidsommar และ Hereditary มาทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ด้วย ท่ามกลางสีสันดั่งลูกกวาด และท้องฟ้าสว่างสดใส อารี แอสเตอร์เสกสันต์วันหวานให้ความสัมพันธ์คู่รักกลายเป็นภาพสยองชวนขนหัวลุก ได้อย่างตราตรึง ผ่านภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมอย่าง Midsommarและแน่นอนว่าเมื่อนำเอาเซนส์ความสยองในสายสัมพันธ์คู่รักของอารี แอสเตอร์ มาจับคู่กับ เซนส์ตลกร้ายพร้อมพาคนดูลงลึกไปสำรวจความหมายของรักแท้ของผู้กำกับคริสตอฟเฟอร์ บอกลีแล้วล่ะก็รับรองได้เลยว่าความสัมพันธ์ที่ผู้ชมจะได้เห็นในภาพยนตร์รักตลกร้ายอย่าง The Drama แต่งก็บ้า..ดราม่าเบอร์นี้ จะมาพร้อมกับความเพี้ยนจนคิดไม่ถึง บรรยากาศขนลุกขยี้ใจ และความกระอักกระอ่วนชวนตั้งคำถาม ที่จะพลิกโฉมมุมมองของคำว่ารักไปสู่อีกด้านที่คุณเองก็อาจไม่เคยจินตนาการมาก่อน The Drama แต่งก็บ้า..ดราม่าเบอร์นี้ ว่าด้วยเรื่องราวสุดพิลึกพิลั่นพาใจให้แอบผวาของชาร์ลี(รับบทโดย โรเบิร์ต แพททินสัน)ที่ตกหลุมรักเอ็มม่า(รับบทโดย เซนเดย์อา)ตั้งแต่วินาทีที่พบเธอในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ได้มีโอกาสสานต่อความสัมพันธ์ จนตัดสินใจจะแต่งงานด้วยกัน ทว่าในคืนหนึ่งที่ทั้งคู่ได้สังสรรค์กับเพื่อนเอ็มม่าได้เปิดเผยวีรกรรมอันดำมืดในอดีตของเธอ ต่อหน้าชาร์ลีและกลุ่มเพื่อนเปลี่ยนเรื่องตลกขำขันในวงมิตรภาพให้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ชาร์ลีเริ่มมองว่าที่เจ้าสาวของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สัมผัสความสัมพันธ์เพี้ยนผวา พร้อมตั้งคำถามเบอร์แรงถีงคู่รักทุกคู่ใน The Dramaแต่งก็บ้า..ดราม่าเบอร์นี้ผลงานจากสตูดิโอ A24 ที่กำลังเดินหน้าสู่100 ล้านเหรียญฯในอเมริกา เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แฟน ๆ สะอื้น "Gen V" ซีรีส์ภาคแยกจาก The Boys ไม่ได้ต่อซีซัน 3 กับบ้านหลังเดิม
อ่าน

แฟน ๆ สะอื้น "Gen V" ซีรีส์ภาคแยกจาก The Boys ไม่ได้ต่อซีซัน 3 กับบ้านหลังเดิม

หนึ่งในซีรีส์ที่แตกหน่อมาจากความสำเร็จของซีรีส์ต้นฉบับ อย่าง "Gen V" ไซด์สตอรี่ภาคแยกจาก The Boys กำลังจะเผชิญหน้ากับชะตากรรมไร้บ้าน เพราะเป็นข่าวร้ายของแฟน ๆ เนื่องจาก Gen V ซีซัน 3 อาจจะไม่ได้ไปต่อกับสตรีมมิงเจ้าเดิม Prime Video อีกแล้ว มีโอกาสที่จะปิดฉากลงที่ 2 ซีซัน หรือไม่แน่อาจจะต้องมองหาบ้านหลังใหม่ในการลงจอฉายออนไลน์แทน Variety รายงานว่า ซีรีส์ Gen V หนึ่งในซีรีส์ภาคแยกของ The Boys มีสถานะไม่ค่อยสู้ดีล่าสุด หลังจากที่ทาง Amazon Prime ต้นสังกัดของซีรีส์ มีท่าทีที่จะไม่กลับมาสานต่อในซีซันต่อไป แม้ว่าจะปูทางและยังมีคอนเทนต์อีกมากมายให้ได้ไปต่อ "แม้ว่าเราอยากจะสานต่อเรื่องนี้ในซีซันต่อไป โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ Godolkin เรามุ่งมั่นที่จะใส่ตัวละครต่าง ๆ ใน Gen V เข้าไว้ใน The Boys ซีซัน 5 ที่เป็นซีซันสุดท้ายเช่นกัน รวมทั้งโปรเจกต์ใหม่อื่น ๆ ที่จะตามมา ดังนั้นคุณจะยังได้เห็นพวกเขาอีกครั้งในรูปแบบใหม่" แถลงการณ์จากโปรดิวเซอร์ซีรีส์ อย่าง เอริค คริปเก้ และ อีแวน โกลด์เบิร์ก Gen V พรีเมียร์ครั้งแรกในปี 2023 โดยซีซันที่ 2 เพิ่งจะออกอากาศจบไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 กับกระแสที่ไม่ได้ร้อนแรงอะไรมากนัก ซึ่งตัวละครจาก Gen V จะมาปรากฏตัวในตอนใหม่ ๆ ที่เหลือของ The Boys ซีซัน 5 ที่เป็นฤดูกาลสุดท้ายของซีรีส์เรื่องนี้เช่นกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบอนาคตว่าทางผู้จัดจะไปต่อกับจักรวาลนี้อย่างไร ซีรีส์ Gen V ซีซัน 2 ออกอากาศ 3 ตอนแรกในเดือนกันยายน 2025 ทำยอดวิวได้ถึง 424 ล้านนาที ที่มากพอจะติดอยู่ในอันดับที่ 8 ของชาร์ตยอดนิยม Top 10 แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นกระแสช่วงพรีเมียร์ฤดูกาลใหม่ไป ปรากฏว่าซีรีส์ก็ไม่สามารถทำยอดวิวได้ติดเข้า Top 10 ได้อีกเลย ยกเว้นแค่สัปดาห์แรกของการพรีเมียร์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีอีกโปรเจกต์ The Boys: Mexico ที่เป็นซีรีส์ภาคแยกอีกเรื่อง ที่จะอยู่ในจักรวาลเดียวกันแต่คนละพื้นที่ของเหตุการณ์ เป็นซีรีส์ในมุมมองเวอร์ชันของเม็กซิโก อยู่ระหว่างพัฒนาการสร้างอยู่ในตอนนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa