รีเซต

ผลการค้นหา “Good Boy Series” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Sweets Fanatic Guys
ดู

Sweets Fanatic Guys

Get Ready!
ดู

Get Ready!

คนดีที่ลัก
ดู

คนดีที่ลัก

Beauty
ดู

Beauty

Cool Boys Only High
ดู

Cool Boys Only High

First Kiss Boys
ดู

First Kiss Boys

Ben 10
ดู

Ben 10

"เลออน" อินจัดกับบท "บัว" ถึงขั้นซึ้งน้ำตาแตกตั้งแต่อ่านบท ใน "GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน"
อ่าน

"เลออน" อินจัดกับบท "บัว" ถึงขั้นซึ้งน้ำตาแตกตั้งแต่อ่านบท ใน "GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน"

กระแสดีต่อเนื่องสำหรับ "GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน" ที่ออกอากาศมาแล้ว 2 ตอน ความสนุกเข้มข้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตอนล่าสุดนอกจากความน่ารักคอมเมดี้ แล้วยังมีน้ำตา มีความซึ้ง มีรสชาติเคมีเคใจของตัวละครทั้งหมด ทั้ง "คู่บัวบ้าบิ่น" และ "คู่โฟร์มดเชียร" ที่มีโมเมนท์ให้แฟน ๆ ได้อินไปตาม ๆ กัน ซึ่งงานนี้ไม่ได้อินแค่คนดู เพราะคนเล่นก็อินตั้งแต่ได้อ่านบท โดยเฉพาะ "เลออน บรอคโค่" รับบท "บัว" ก็อินกับตัวละคร บัว จนน้ำตาแตก ตั้งแต่อ่านบทครั้งแรก "เลออน" อินจัดกับบท "บัว" ถึงขั้นซึ้งน้ำตาแตกตั้งแต่อ่านบท ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 "เลออน" เผยว่า "สำหรับตัวละคร บัว เป็นตัวละครที่ เล ผูกผัน และรู้สึกดีใจที่ได้เห็นเขาเติบโต และได้รู้สึกร่วมกับเขาในทุกโมเมนต์ ซึ่งวันอ่านบทครั้งแรกของซีซัน 2 นี้ ทำเอา เล ร้องไห้หนักมาก เพราะความอินและซึ้งไปกับเรื่องราวที่เขาเติบโตขึ้นมาจากซีซัน 1 ซึ่งเลทำการบ้านกับตัวละคร บัว เพิ่มมากขึ้น จนเลรู้สึกเหมือนเป็นคน ๆ เดียวกับ บัว เลย เพราะเราทั้งสองคนเป็นคนที่อยู่ในช่วงอายุเดียวกัน เจนเดียวกัน เจอเรื่องราวคล้าย ๆ กัน แฟชั่นการแต่งตัวก็คล้ายกัน ทำให้เราเข้าใจตัวละคร บัว มากขึ้นไปอีก เลเลยอยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจและติดตามเรื่องราวของ บัว ต่อไปด้วยนะครับ" เรียกว่างานนี้อินทั้งคนเล่น อินทั้งคนดู ติดตามเรื่องราวของ บัว และความสัมพันธ์ของหนุ่ม ๆ "เล็บเจล" ได้ใน "GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน" ทุกวันเสาร์เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน 31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : GELBOYS 2 EP.1 : วัยรุ่น Gen Z+ ปีลึก เซอร์ไพรส์ "โทโมะ" ร่วมจักรวาลเจลบอย เปิดจักรวาลเล็บเจลซีซันใหม่! GELBOYS 2 พร้อมเสิร์ฟความคลั่งรัก ตอนแรก 8 ส.ค.นี้ "GELBOYS 2" เปิดตัว 6 หนุ่มปะทะตัวท็อป T-POP "พีพี - เน็กซ์ BUS - อองรี PROXIE"

High School Lawyer
ดู

High School Lawyer

"ฮีโร่ อาชวิน" เสน่ห์แรงเกินต้าน ครบเครื่องทั้งการแสดงและดีกรีนักบาสฯ ระดับจังหวัด
อ่าน

"ฮีโร่ อาชวิน" เสน่ห์แรงเกินต้าน ครบเครื่องทั้งการแสดงและดีกรีนักบาสฯ ระดับจังหวัด

กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งหนุ่มหล่อหน้าใสที่แฟน ๆ จับตามอง สำหรับ "ฮีโร่ อาชวิน จิรติสกุล" นักแสดงวัย Gen Z จากซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ" จาก CHANGE2561 ORIGINAL ที่นอกจากจะพกพาความหล่อสดใสและคาแรกเตอร์โดดเด่นมาเต็มร้อยแล้ว ความสามารถทางการแสดงของเจ้าตัวยังไม่ธรรมดา จนสามารถคว้าหัวใจแฟน ๆ ไปได้เป็นแถว ในเรื่องนี้ "ฮีโร่" รับบทเป็น "อินดี้" หนุ่ม Extrovert ผู้ตามหาความรักดี ๆ เป็นหนุ่มอัธยาศัยดี มองโลกสดใสเป็นกันเอง และมีดนตรีอยู่ในหัวใจเป็นมือคีย์บอร์ดประจำวง รวมถึงเป็นเพื่อนซี้ของ "ลีร์อิต" ที่รับบทโดย "ยูจีน อัยภณ" เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่เติมสีสันและสร้างความสนุกให้กับเรื่องราวได้อย่างลงตัว "ฮีโร่ อาชวิน" เสน่ห์แรงเกินต้าน ครบเครื่องทั้งการแสดงและกีฬา นอกจอตัวจริงของ "ฮีโร่ อาชวิน" ยังมีไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเจ้าตัวมีดีกรีเป็นนักกีฬา บาสเกตบอลทีมจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่น มีวินัย และความสามารถรอบด้าน ทั้งการเรียน กีฬา และงานในวงการบันเทิง พร้อมด้วยทัศนคติเชิงบวกที่ยิ่งทำให้หนุ่มคนนี้มีเสน่ห์ชวนหลงใหลมากขึ้นไปอีก โดย "ฮีโร่ อาชวิน" ได้เปิดเผยว่า "รู้สึกภูมิใจและดีใจมากครับที่ได้เป็นหนึ่งในนักแสดง CLASS CRUSH CRISIS พวกเราต้องไปฝึกร้องและฝึกเต้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มาก ๆ สำหรับผมที่ได้ทำงานควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือด้วยแต่พวกเราทุกคนตั้งใจและเต็มที่กับทุกอย่างมาก ๆ ขอบคุณ พี่ฉอด พี่เอส ที่ให้โอกาสครั้งนี้ครับ" ทั้งหล่อ สดใส ความสามารถรอบตัว และเต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจขนาดนี้ เชื่อว่าเส้นทางในวงการบันเทิงของ "ฮีโร่ อาชวิน" จะต้องน่าจับตามอง และเตรียมตกแฟน ๆ เพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เปิดวาร์ปไอจี 7 นักแสดงซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ" "แก๊งนมผง" จากซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS" แท็กทีมโชว์ Busking แบบใกล้ชิด เปิดภาพฟิตติ้ง "CLASS CRUSH CRISIS" เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ เตรียมปักหมุดซีรีส์วัยรุ่นแห่งปี

Mr. Mitsuya's Planned Feeding
ดู

Mr. Mitsuya's Planned Feeding

"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!
อ่าน

"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!

Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกที่ต่างบอกว่าครบรส ทั้งซาบซึ้ง สนุก อบอุ่นหัวใจ และสมบูรณ์แบบในทุกมิติ จนหลายคนยกให้เป็นที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี ที่ยังคงสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความประทับใจได้ไม่ต่างจากวันแรกที่ทุกคนได้รู้จักWoodyและBuzz Lightyearซึ่งนอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ทั้งหัวเราะและน้ำตาซึมแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้แฟน ๆ ต้องตีตั๋วกลับเข้าโรงภาพยนตร์ไปดูแบบซ้ำ ๆ คือการซ่อนรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ ไว้แทบทุกเฟรมทั้งFun FactsและEaster Eggsไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ การคารวะทีมงานผู้สร้าง ไปจนถึงการแอบใบ้ผลงานเรื่องใหม่ของสตูดิโอ ชนิดที่ยิ่งดูซ้ำก็ยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยสำหรับFun FactsในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีหลายจุด หลายฉาก ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่รายละเอียดซึ่งแฝงความหมาย รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานที่ประทับใจทีมงานจนอยากบอกต่อ เช่น เสื้อคลุมปอนโชของWoodyเป็นการคารวะ (Homage)ต่อเครื่องแต่งกายของClint Eastwoodในภาพยนตร์คาวบอยเรื่องThe Good, the Bad and the Ugly หลังจากที่Conan O'Brienเสร็จสิ้นการบันทึกเสียงที่Pixarให้กับตัวละครSmarty Pantsของเล่นเทคโนโลยีฝึกการใช้ห้องน้ำในภาพยนตร์ เขาได้เซ็นลายเซ็นไว้บนผนังห้องน้ำแห่งหนึ่งในอาคารSteve Jobsภายในสตูดิโอ กล่องบรรจุของBuzz Lightyearยังคงใช้ดีไซน์เดียวกับที่ปรากฏครั้งแรกบนเตียงของAndyในภาพยนตร์Toy Story หมูเลี้ยงของBlazeเป็นหมูพันธุ์Berkshireซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากสหราชอาณาจักร ชื่อตัวละครJimmy Deanได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมูของพี่ชายBob Pauleyโปรดักชันดีไซเนอร์ของภาพยนตร์ ซึ่งมีชื่อเดียวกัน เสื้อผ้าของBonnieเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของเธอ โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยชุดหลายชั้นที่มีระบาย ก่อนจะค่อย ๆ เรียบง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสื้อสเวตเชิ้ต ซึ่งเปรียบเสมือนผ้าห่มที่มอบความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับเธอ และเมื่อเรื่องราวจบลง เธอกลับมาสวมชุดหลายชั้นที่มีระบายอีกครั้งในเวอร์ชันที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เพื่อสื่อว่าเธอได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกครั้ง สไตล์การเล่นของBonnieและBlazeได้รับแรงบันดาลใจจากโทนสีพาสเทลดั้งเดิมที่สร้างขึ้นสำหรับToy Storyภาคแรก (ออกแบบโดยRalph Egglestonอาร์ตไดเรกเตอร์ผู้ล่วงลับของภาพยนตร์) ระหว่างการออกแบบเตียงของBonnieและBlazeทีมงานได้สร้างรูปแบบการวางและการจับจีบของผ้าห่มขึ้นมาประมาณ35แบบเพื่อรองรับฉากการใช้งานเตียงที่หลากหลาย ซึ่งเต็มไปด้วยความนุ่มฟูและอบอุ่นตลอดทั้งเรื่อง ภายในโรงนา (Barn)ของBlazeมีฟ่อนหญ้าจำนวนทั้งสิ้น25,304,146ชิ้น ม้าเพกาซัสของเล่นที่Buzzขี่ มีชื่อว่าBenito Blanco ผู้รับผิดชอบการออกแบบเส้นขนของม้าเพกาซัสของBuzzไว้ผมยาวสีชมพูในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังสร้างทรงผมสีชมพูแบบเดียวกันให้กับตัวละครม้าตัวนี้ ในฉากที่WoodyและBuzzทะยานขึ้นบินเพื่อหนีจากรถบรรทุกรับบริจาคของเล่น ดนตรีประกอบจะนำทำนองจากช่วงเวลาที่ทั้งคู่บินในToy Storyภาคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ทีมแอนิเมชันยังออกแบบการเคลื่อนไหวของตัวละครให้เหมือนกับฉากต้นฉบับ เพื่อให้เป็นการจำลองฉากจากภาพยนตร์เรื่องแรก นอกจากนี้ในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5ยังซ่อนEaster Eggsเอาไว้อีกมากมาย อาทิ ในช่วงต้นของฉากHighway Robberyเมื่อของเล่นทั้งหมดหยุดนิ่งอยู่ริมถนน จะสามารถเห็นรถPizza Planetขับผ่านไปด้านหลัง ขณะที่รถบรรทุกรับบริจาคของเล่นกำลังวิ่งขึ้นทางด่วน ผู้ชมจะมองเห็นร้านPizza Planetอยู่ด้านหลังของฉาก นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตเห็นสถานที่จากภาพยนตร์Toy Storyภาคก่อน ๆ ได้อีก ได้แก่Poultry Palace,Sleepwell Motelและปั๊มน้ำมันDinocoที่มีรถPizza Planetกำลังเติมน้ำมันอยู่ (หากสังเกตให้ดี อาจเห็นของเล่นบางตัวกำลังเถียงกันอยู่ใต้รถด้วย) อพาร์ตเมนต์ของAlจากToy Story 2ปรากฏอยู่บนเส้นขอบฟ้าของเมือง ในฉากที่Jessieพยายามกลับไปยังบ้านของBonnieหลังจากเดินทางมาถึงฟาร์มของBlazeเป็นครั้งแรก รองเท้าบู๊ตของBlazeปักลายดอกแดฟโฟดิล เพื่อเป็นเกียรติให้กับม้าของเธอที่ชื่อDaffodil ชื่อBlazeเป็นการอ้างอิงถึงคำว่าblazesซึ่งหมายถึงลวดลายหรือบริเวณสีขาวบนใบหน้าของม้าบางตัว Eggmanคือชื่อแบรนด์ของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่LilypadและSmarty Pantsใช้งาน โดยตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงRalph Egglestonโปรดักชันดีไซเนอร์ดั้งเดิมของToy Storyผู้ล่วงลับ ตัวละครKaraและChelseaซึ่งเป็นเพื่อนของBonnieได้รับการตั้งชื่อตามทีมงานCara BrodyและChelsea Waltonอย่างไรก็ตาม ชื่อCaraถูกเปลี่ยนการสะกดเป็นKaraเพื่อให้ในห้องแชตของBonnieมีตัวอักษรCและKแยกจากกัน แทนที่จะเป็นตัวCสองตัว ลูกชายBenและลูกสาวAudreyของAndrew Stantonเคยได้รับการระบุชื่อในเครดิตท้ายเรื่องToy Storyภาคแรก ภายใต้หัวข้อProduction Babies แอปโน้ตเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอของLilypadแสดงโน้ตดนตรีที่ตรงกับทำนองของเพลงYou've Got a Friend in Me บนหน้าจอของLilypadมีเกมชื่อChicken Farmerซึ่งมีAl's Toy Barnและมาสคอตรูปไก่จากToy Story 2ปรากฏอยู่ นอกจากนี้ยังมีเกมชื่อPrance Prance Revolutionซึ่งเคยเป็นเกมอาร์เคดที่ปรากฏในภาพยนตร์Onward มีป้ายชื่อถนนKennas Wayซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับKenna Harrisผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ ส่วนถนนMartin Aveได้รับการตั้งชื่อตามหลานชายของผู้กำกับAndrew Stanton ในภาพยนตร์ทุกเวอร์ชันทั่วโลก แทนที่QR CodeของHi-Tech Edition Buzz Lightyearจะแสดงข้อความว่าStar Command Updateจะเปลี่ยนเป็นUPDT_1195-2INFTY_PLSโดยเลข1195หมายถึงเดือนพฤศจิกายน ปี1995ซึ่งเป็นช่วงที่Toy Storyภาคแรกเข้าฉาย ส่วนINFTYเป็นการอ้างอิงถึงวลีประจำตัวของBuzz Lightyearคือ"To infinity and beyond!" หนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านให้ลูก ๆ ฟังภายในเต็นท์ ระหว่างฉากOperation Jessieคือเรื่องThe Velveteen RabbitผลงานของMargery Williamsซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกระต่ายของเล่นที่ได้รับความรักจากเด็กคนหนึ่งมากเสียจนกลายเป็นของจริง ชื่อร้านไอศกรีมที่Bonnieและคุณแม่ไปนั้น มีที่มาจากToy Storyภาคแรก โดยชื่อนี้เคยปรากฏอยู่บนลังไม้สีน้ำเงินภายในห้องของSidและรสชาติไอศกรีมทั้งหมดที่มีจำหน่ายในร้าน ยังเป็นรสโปรดของทีมงานฝ่ายศิลป์ของToy Story 5อีกด้วย เสื้อของคุณพ่อBonnieตัวหนึ่งมีการอ้างอิงถึงวงดนตรีสัญชาติแคนาดาRushซึ่งเป็นวงโปรดของผู้กำกับAndrew StantonและLaura Meyerกราฟิกอาร์ตไดเรกเตอร์ของภาพยนตร์ โลโก้บนไม้เทนนิสที่ปรากฏในช่วงPrologueใช้ดีไซน์เดียวกับโลโก้ของPixar RenderMan ภายในห้องทำงานของคุณพ่อBlazeมีการซ่อนกาน้ำชาMrs. Nesbitt RenderManซึ่งเป็นของที่ระลึกจากงานSIGGRAPH 2019ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าฉายของToy Story 4 หมายเลขA113อ้างอิงถึงห้องเรียนแห่งหนึ่งของCalArtsที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของPixarหลายคนเคยศึกษาอยู่ รวมถึงPete DocterและAndrew StantonโดยหมายเลขA113จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์Pixarทุกเรื่อง สำหรับToy Story 5หมายเลขนี้ปรากฏในฐานะแบรนด์ของกระดาษภาพถ่าย ซึ่งสามารถเห็นได้ที่ด้านหลังของรูปถ่ายEmilyที่โตเป็นผู้ใหญ่พร้อมลูกสาวของเธอ ในฉากBuried Treasure โค้ดที่ปรากฏบนหน้าจอขณะHi-Tech Edition Buzz LightyearกำลังติดตามภาพของJessieจะลงท้ายด้วยหมายเลขIP139.104.180.97ซึ่งเชื่อมโยงไปยังforthebirds.pixar.comเพื่อเป็นการรำลึกถึงRalph Egglestonนอกจากนี้ เลข97ยังเป็นปีที่Ralphเริ่มทำงานกับPixarอีกด้วย มีEaster Eggจากภาพยนตร์เรื่องGattoซึ่งเป็นผลงานเรื่องต่อไปของPixarที่มีกำหนดเข้าฉายวันที่5มีนาคม2027จำนวน2จุด ได้แก่ มีเกมชื่อPigeon Piazzaปรากฏอยู่บนหน้าจอของLilypadระหว่างที่เธอกำลังเลื่อนดูแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีกระป๋องลูกอมยี่ห้อSaverioวางอยู่บนโต๊ะของBlazeในช่วงท้ายของภาพยนตร์ ขณะที่Tech Trioกำลังดูภาพถ่ายงานแต่งงานบนแล็ปท็อป เรียกว่าทุกฉากถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ แฝงไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราวพิเศษซึ่งรอให้ผู้ชมค้นพบด้วยตัวเองบนจอภาพยนตร์ ใครยังไม่ได้ดูเตรียมเช็กลิสต์ไปเก็บรายละเอียดกันได้เลย ส่วนใครดูแล้วพลาดฉากไหนไปโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้ตีตั๋วไปดูซ้ำ เพราะยิ่งดูซ้ำจะยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อย่าพลาด ไปร่วมตามหาFun FactsและEaster Eggsเหล่านี้ด้วยกันในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

12 สิ่งน่ารู้จากซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ภาคต้น Legally Blonde กับจุดกำเนิดทนายบลอนด์ดีในตำนาน!
อ่าน

12 สิ่งน่ารู้จากซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ภาคต้น Legally Blonde กับจุดกำเนิดทนายบลอนด์ดีในตำนาน!

"Elle บันทึกวัยทึน" เป็นซีรีส์ที่แตกยอดความสำเร็จมาจากเฟรนไชส์หนังเรื่องดังแห่งยุค 2000s อย่าง Legally Blonde ที่เป็นไอเดียตกผลึกมาจากตัวแม่ รีส วิเธอร์สปูน ผู้ที่รับบทนำแสดงในหนังต้นฉบับ อยากจะขยายโลกใบสดใสของแอล สาวน้อยที่หลงรักในสีชมพู ตีแผ่ออกมาเป็นห้วงเวลาการเติบโตในโรงเรียนไฮสคูลของแอล ออกมาเป็นซีรีส์จำนวน 8 ตอน ที่ระดมทีมสร้างชั้นนำ จากฝีมือผู้จัด "ลอรา คิตเทรล" และ "แคโรไลน์ ดรายส์" และนี่คือเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่ารู้เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ ซีรีส์ Elle เกิดขึ้นจากไอเดียของ Reese Witherspoon แม้ Legally Blonde จะเป็นแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ แต่จุดเริ่มต้นของซีรีส์ ไม่ได้มาจากการอยากขยายจักรวาลของหนัง หากมาจากความรู้สึกของ Reese ว่า ยังมีพื้นที่สำหรับเรื่องราวที่นำเสนอตัวละครวัยรุ่นหญิงที่เป็นตัวของตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่านี้ จุดประสงค์ของซีรีส์ไม่ใช่การเล่าเรื่องวัยเด็กของ Elle แต่เพื่อตอบคำถามว่า "อะไรทำให้เธอกลายเป็น Elle Woods" แกนหลักของซีรีส์คือการค้นหาคำตอบว่า เด็กสาววัย 16 ปีคนนี้ ผ่านอะไรมา จึงเติบโตเป็นผู้หญิงที่มั่นใจ ไม่ยอมแพ้ และไม่เคยปล่อยให้ใครมาตัดสินคุณค่าของตัวเองอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ แทนที่จะเลือกนักแสดงที่มีชื่อเสียง Reese Witherspoon ต้องการค้นพบ Elle คนใหม่ เธอจึงยืนยันให้เปิดออดิชันทั่วประเทศ และสุดท้าย Lexi Minetree ก็ได้รับเลือกจากผู้สมัครเกือบ 5,000 คน คลิปออดิชันของ Lexi มีลูกเล่นที่ทีมงานไม่ลืม เพราะในคลิปแนะนำตัว Lexi ไม่ได้แนะนำตัวแบบทั่วไป แต่เธอสร้างคลิปที่ได้แรงบันดาลใจจากวิดีโอสมัครเข้าฮาร์วาร์ดของ Elle ใน Legally Blonde เพราะหวังว่าหากทีมงานเปิดดูคลิปของเธอ อย่างน้อยก็จะหยุดดูต่อ และสุดท้ายวิธีนี้ก็ได้ผลจริงๆ Lexi Minetree ดู Legally Blonde มากกว่า 150 รอบ เพื่อฝึกน้ำเสียง การเดิน ภาษากาย และจังหวะการเคลื่อนไหวของ Elle พร้อมทำงานกับผู้ฝึกสอนด้านการใช้เสียง เพื่อสร้างพลังงานแบบ Elle Woods คำแนะนำเพียงข้อเดียว ที่ Reese ให้กับ Lexi นั่นคือ "Elle ไม่เคยใจร้ายกลับ" แม้จะถูกดูถูกหรือถูกทำร้าย Elle ก็ไม่เคยตอบโต้กลับแบบเดียวกัน นี่คือคุณค่าที่ Reese มองว่าเป็นแก่นแท้ของตัวละคร และเป็นสิ่งที่ Lexi ยึดถือในการแสดงทุกฉาก ทุกชื่อตอนของซีรีส์อ้างอิงจากบทพูดใน Legally Blonde นี่เป็นหนึ่งใน Easter Eggs ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่ไว้เพื่อแฟนภาพยนตร์ต้นฉบับ และยังสอดคล้องกับธีมของแต่ละตอนอีกด้วย ความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นหนึ่งในหัวใจของซีรีส์ ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ เนื่องจากในภาพยนตร์ บทของพ่อและแม่ของ Elle มีไม่มากนัก แต่ในซีรีส์ได้ขยายบท Eva Woods แม่ของ Elle ให้เป็นผู้หญิงที่กำลังค้นหาตัวเองเช่นกัน ทั้ง Eva และ Elle ต่างเรียนรู้จากกันและกัน และทีมงานอยากเล่าเรื่องความสัมพันธ์แม่ลูกในมุมที่อบอุ่นและสนับสนุนกัน ทีมงานตั้งใจสร้าง Elle ให้มีคุณภาพด้านภาพเหมือนหนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์มากกว่าซีรีส์ทั่วไป ทั้งการกำกับภาพ การจัดแสง และการถ่ายทำ เพื่อให้ยังคงความสวยงามของ Legally Blonde แต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทีมออกแบบเสื้อผ้า ศึกษาแฟชั่นปี 1995 จริงๆ ทั้งแบรนด์และเทรนด์ในยุคนั้น เพื่อให้เสื้อผ้าทุกชุดไม่ได้แค่ "ดูยุค 90" แต่ผู้ชมต้องเชื่อว่าเด็กสาวคนนี้มีชีวิตอยู่ในปีนั้นจริงๆ สีผมของ Elle ไม่ใช่บลอนด์แบบปัจจุบัน ทีมออกแบบทรงผม เลือกใช้โทน Buttery Blonde หรือบลอนด์อมเหลือง เพราะในยุคนั้นเทคโนโลยีการทำสีผมยังไม่สามารถสร้างเฉดเบจหรือแอชแบบที่นิยมในปัจจุบันได้ และตัวจริงของ Lexi เป็นสาวผมสีน้ำตาลธรรมชาติ เธอจึงต้องย้อมผมและคอยเติมสีตลอดการถ่ายทำ และเป็นการใช้ผมจริงทั้งเรื่อง ไม่มีการใช้วิก ทีมงานตามหาโทรศัพท์ใสยุค 90 และของใช้จริงจากยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดี โทรศัพท์บ้าน และคอมพิวเตอร์ ของใช้ต่างๆ ถูกคัดเลือกจากของจริงหรือของที่ใกล้เคียงที่สุด 1 กรกฎาคมนี้ เตรียมไอเทมสีชมพูให้พร้อม แล้วมารอพบกับความสดใสของ Elle Woods จาก Legally Blonde ในซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ที่ Prime Video เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"
อ่าน

22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"

Eric Kripke ผู้สร้างซีรีส์ มองว่า The Boys ไม่ใช่เรื่องของ ซูเปอร์ฮีโร่ เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของอำนาจ ทุนนิยม ชื่อเสียง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ คนธรรมดา ทีมผู้สร้างตั้งใจให้ Homelander ไม่ใช่เพียงวายร้ายที่โหดร้าย แต่เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง ความโดดเดี่ยว และความต้องการการยอมรับ จนบางครั้งผู้ชมเองก็เผลอรู้สึกเห็นใจเขา Karl Urban และ Antony Starr รู้จักกันมานานกว่า 20 ปี ก่อนจะมาเล่นเป็นคู่ปรับใน The Boys ซึ่งทั้งคู่มองว่าความคุ้นเคยนอกจอช่วยเพิ่มมิติให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Butcher และ Homelander มากขึ้น Jack Quaid เผยว่า เขากดดันไม่น้อยหลังรู้ว่า Hughie ในเวอร์ชั่นคอมิกถูกออกแบบโดยอ้างอิงหน้าตาของ Simon Pegg ซึ่งเป็นนักแสดงที่เขาชื่นชมมาตลอด และสุดท้าย Simon Pegg ก็ได้มารับบทเป็นพ่อของ Hughie ในซีรีส์ กลายเป็นหนึ่งในความเชื่อมโยงที่แฟนคอมิกและแฟนซีรีส์ต่างประทับใจ Erin Moriarty ผู้รับบท Starlight คือนักแสดงคนแรกที่ถูกแคสต์ใน The Boys และเธอต้องรอนานถึง 6 เดือนเพื่อดูว่าใครจะได้เล่นเป็นสมาชิกคนอื่นๆ ของทีม Eric Kripke มองว่า Mothers Milk คือศูนย์กลางทางอารมณ์ของทีม The Boys และเป็นคนที่ช่วยยึดทุกคนเอาไว้ ในขณะที่ Billy Butcher เต็มไปด้วยความโกรธและความสุดโต่ง Tomer Capone ผู้รับบท Frenchie เป็นนักแสดงคนสุดท้ายที่ถูกแคสต์เข้าทีม The Boys เพราะทีมงานมองว่า Frenchie เป็นตัวละครที่หาคนเล่นได้ยากมาก เนื่องจากต้องทั้งประหลาด มีเสน่ห์ ตลก และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน โดย Tomer Capone มองว่า ถ้า Frenchie ไม่ได้พบ Kimiko เขาอาจกลายเป็นคนที่ หลงทางและอันตรายยิ่งกว่า Butcher เพราะ Kimiko คือคนที่ทำให้เขาเริ่มมองเห็นด้านที่ดีที่สุดของตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่าง Frenchie และ Kimiko เกิดจากการที่ทั้งคู่ต่างเป็นคนบอบช้ำ และพยายามเยียวยากันและกัน Karen Fukuhara ผู้รับบท Kimiko ต้องออดิชั่นโดยไม่มีบทพูดเลย ใช้เพียงสายตา การเคลื่อนไหว และสีหน้าในการสื่อสารอารมณ์ นอกจากนี้เธอยังมองว่า จุดสำคัญของ Kimiko คือต่อให้ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากแค่ไหน เธอก็ยัง พยายามเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง อยู่เสมอ Eric Kripke มองว่า Chace Crawford คือคนที่เหมาะกับบท The Deep มากที่สุด เพราะการจะเล่นเป็นตัวละครที่ทั้งซื่อบื้อ หลงตัวเอง และไม่ทันโลก ให้ออกมาตลกและน่าเชื่อจริงๆ นักแสดงคนนั้นต้องเป็นคนฉลาดและเข้าใจจังหวะคอเมดี้อย่างมาก เส้นเรื่องของ A-Train ถูกออกแบบให้สะท้อนด้านมืดของวงการกีฬาอาชีพ ทั้งเรื่องชื่อเสียง สารกระตุ้น ความกดดัน และระบบธุรกิจที่ทำลายตัวตนของคนดัง โดย Eric Kripke มองว่า Jessie T. Usher ผู้รับบท A-Train สามารถถ่ายทอดทั้ง ความมั่นใจแบบซูเปอร์สตาร์ และ ความเปราะบางของมนุษย์คนหนึ่ง ได้พร้อมกันในตัวละครเดียว Colby Minifie ผู้รับบท Ashley ถูกวางเป็นเพียงนักแสดงรับเชิญในช่วงแรกของซีรีส์ แต่หลังจากทีมงานเห็นพลังการแสดงของเธอ จึงตัดสินใจขยายบท Ashley จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง และเธอยังเป็นคนเสนอไอเดียเองว่า Ashley ควรดึงผมตัวเองจนหัวล้าน เพราะความเครียดจากการทำงานใน Vought ก่อนที่ไอเดียนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของตัวละคร Nathan Mitchell ผู้รับบท Black Noir ได้รับคำชมจากทีมผู้สร้างเป็นอย่างมาก เพราะแม้ตัวละครจะสวมหน้ากากและแทบไม่มีบทพูด แต่เขากลับใส่รายละเอียดการแสดงลงไปในทุกการเคลื่อนไหว จนทีมเขียนบทตัดสินใจขยายเส้นเรื่องของตัวละครนี้ Cameron Crovetti ผู้รับบท Ryan เริ่มเล่น The Boys ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี และตอนนี้เขาอายุ 18 ปีแล้ว โดยเขาบอกว่าถ้าไม่ได้เล่นเรื่องนี้ ตัวเองคงเป็นแฟนพันธุ์แท้ The Boys แบบสุดๆ แน่นอน ทั้งนี้เขารู้สึกเหมือนโตมากับซีรีส์เรื่องนี้จริงๆ เพราะเริ่มเล่นตั้งแต่เด็ก และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนักแสดงและทีมงานก็กลายเป็นเหมือนครอบครัว โดยตัวละคร Ryan คือเด็กที่แบกรับทั้ง ความโกรธแบบ Butcher และ ความโดดเดี่ยวแบบ Homelander เอาไว้พร้อมกัน ทีมออกแบบเครื่องแต่งกายของซีรีส์ ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลิกผ่านชุดฮีโร่ โดยแต่ละชุดจะสะท้อนทั้งภาพลักษณ์ อำนาจ และจิตวิทยาของตัวละคร ไม่ใช่เพียงการออกแบบให้ดูเท่เท่านั้น การออกแบบชุดจะเริ่มจากคำถามว่า ตัวละครนี้อยากให้โลกมองเขายังไง โดยทีมงานซ่อนรายละเอียดและแรงบันดาลใจเล็กๆ แบบ Easter Eggs เอาไว้ในชุดของตัวละครหลายตัว เช่น ลวดลายและเนื้อผ้าบางส่วนของชุด The Deep ที่อ้างอิงจากผิวสัตว์ทะเล หรือรายละเอียดบนชุดของ Sister Sage ที่ได้แรงบันดาลใจจากดวงตาของผีเสื้อกลางคืน เพื่อสะท้อนความลึกลับและการมองเห็นโลกในมุมที่แตกต่าง ทีมผู้สร้างเผยว่า หลายครั้งระหว่างเขียนบท พวกเขากลับรู้สึกว่า โลกความจริงกำลังบ้าคลั่งยิ่งกว่าในซีรีส์ จนการเขียนเรื่องเสียดสีสังคมให้เหนือความจริงกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แทบดูไม่ต่างจากโลกสุดโต่งใน The Boys ทีมเขียนบทของ The Boys ยืนยันว่า ความรุนแรงในซีรีส์ไม่เคยมีไว้เพื่อช็อกคนดูเฉยๆ แต่ทุกฉากจะส่งผลต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการของตัวละครเสมอ หนึ่งในฉากที่ทีมสตันต์ภูมิใจที่สุดคือ ศึกสุดท้ายของซีรีส์ ซึ่งพวกเขายืนยันว่าเป็นฉากที่แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด กองถ่าย The Boys มีธรรมเนียมแกล้งคนที่มีวันเกิดตรงกับวันถ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือทีมงาน โดยทีมงานคนอื่นๆจะเริ่มร้อง Happy Birthday ในขณะที่กล้องยังถ่ายอยู่ เพื่อทำให้เจ้าของวันเกิดรู้สึกเขินอาย ทีมงานเผยว่า บรรยากาศในกองถ่ายซีซั่นสุดท้ายเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา เพราะนักแสดงหลายคนต้องถ่ายซีนสุดท้ายของตัวเอง และทุกครั้งที่มีตัวละครปิดฉาก ทีมงานจะรวมตัวกันปรบมือส่งนักแสดงออกจากกองถ่ายเสมอ ทีมเขียนบทตั้งใจให้ซีซั่นสุดท้ายมีธีมหลักเกี่ยวกับ การต่อสู้ระหว่างความหวังและความสิ้นศรัทธา พร้อมตั้งคำถามว่า ในโลกที่ทุกอย่างเลวร้ายลงเรื่อยๆ มนุษย์จะยังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้หรือไม่ Eric Kripke หวังว่า ในอนาคตซีรีส์ The Boys จะถูกจดจำในฐานะ ภาพสะท้อนของยุคสมัยหนึ่ง มากกว่าเพียงซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายโหด ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Coming Soon
ดู

Coming Soon

เช็กลิสต์ 8 นักแสดงซีรีส์ "หลงกลิ่นเกสร Flower Boy" พร้อมแจกวาร์ปไอจี
อ่าน

เช็กลิสต์ 8 นักแสดงซีรีส์ "หลงกลิ่นเกสร Flower Boy" พร้อมแจกวาร์ปไอจี

ถ้าใครเผลอก้าวเท้าเข้าสู่โลกของ "Flower Boy หลงกลิ่นเกสร" บอกเลยว่าทางออกหาเจอยากมาก เพราะซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่พล็อตชวนลุ้นเกี่ยวกับความลับของกลิ่นหอมปริศนาเท่านั้น แต่ทีมนักแสดงคือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราอินจนถอนตัวไม่ขึ้น วันนี้เราเลยขออาสาเป็นไกด์ พาไปเปิดวาร์ปเหล่านักแสดงหลัก ใครเป็นใคร และต้องไปกดฟอลโลว์ที่ไหนบ้างเตรียมกดบันทึกไว้ได้เลย นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: เพิร์ล ศัจกร นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: ภีค ภีมพล นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: อ่ำ อัมรินทร์ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: เพชร โบราณินทร์ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: ตั้งต้น จิณภพ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: โอเบย์ ปัณณวิชญ์ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: เอี้ยง สวนีย์ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: ภาคิน ลิขิตอัมพร เช็กลิสต์ 8 นักแสดงซีรีส์ "หลงกลิ่นเกสร Flower Boy" พร้อมแจกวาร์ปไอจี เพิร์ล ศัจกร รับบท เซนท์ | IG @pearlpooo นาทีนี้ต้องยกให้เขาเลยกับ เพิร์ล ศัจกร หนุ่มฮอตที่สะสมชั่วโมงบินมาตั้งแต่ปี 2022 จนขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัวใน สลักรักในแสงจันทร์ เมื่อปีก่อนจนแฟนคลับเพิ่มขึ้นถล่มทลาย ในเรื่องนี้เพิร์ลรับบทเป็นไฮโซหนุ่มมาดนิ่งที่เย็นชากับความรัก แต่ต้องแบกภาระกอบกู้ธุรกิจเครื่องหอมของตระกูล เพิร์ลถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตาได้ลึกซึ้งมาก ทำให้เราอยากเอาใจช่วยให้เขาเจอความรัก (และน้ำหอมที่ตามหา) จริง ๆ พีค ภีมพล รับบท เกสร| IG @peakpeemapol ต่อกันที่หนุ่มหน้าใสขวัญใจมหาชน พีค ภีมพล ที่คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2016) เรื่องนี้เราจะได้เห็นพัฒนาการด้านการแสดงของพีคที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ในบท เกสร ตัวแปรสำคัญของเรื่องที่อาจต้องกลายเป็นวัตถุดิบชิ้นสำคัญ เตรียมทิชชู่ไว้ซับน้ำตาได้เลย เพราะพีคเล่นบทดราม่าได้บีบคั้นหัวใจสุด ๆ แถมเคมีกับนักแสดงคนอื่นก็ฟินกระจาย อ่ำ อัมรินทร์ รับบท วิทยา | IG @amarin365 รุ่นใหญ่ไฟกะพริบตัวจริง! การได้ พี่อ่ำ อัมรินทร์ มาร่วมจอนั้นช่วยยกระดับความเข้มข้นของซีรีส์ขึ้นไปอีกขั้น สมกับเป็นนักแสดงระดับมืออาชีพที่แค่ยืนนิ่ง ๆ พลังงานและรังสีความขลังก็แผ่ออกมาจนคนดูสัมผัสได้ เป็นตัวละครที่จะทำให้เรื่องราวมีมิติมากขึ้นอย่างแน่นอน เพชร โบราณินทร์ รับบท เมฆินทร์ | IG @petch_brn สายคมเข้มทางนี้เลย! เพชร โบราณินทร์ มาในลุคหนุ่มนิ่งขรึมแต่เสน่ห์เหลือร้าย เพชรขึ้นชื่อเรื่องการแสดงที่เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว และเรื่องนี้เขาก็ยังคงรักษามาตรฐานความฉ่ำชองในบทบาทได้อย่างดีเยี่ยม ตั้งต้น จิณภพ รับบท ซัน | IG @tangtonjinnaphop ถ้าถามหาความสดใสในเรื่อง ต้องยกให้ ตั้งต้น จิณภพคาแรกเตอร์ของเขามีความน่าเอ็นดู เป็นสีสันที่ทำให้บรรยากาศในเรื่องดูซอฟต์ลง ใครแพ้ทางหนุ่มลุคขี้เล่นขี้อ้อน รับรองโดนตกแน่นอน และแว่วมาว่าเขากำลังจะมีผลงานซีรีส์แนวตั้งออกมาให้ชมกันแบบจุก ๆ อีกด้วย รอติดตามได้เลย โอเบย์ ปัณณวิชญ์ รับบท ตะวัน | IG @obeypun นักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่ง โอเบย์ ปัณณวิชญ์ มาพร้อมความเท่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่หาตัวจับยากมาก ไม่ว่าจะได้รับบทไหนเขาก็สามารถพลิกคาแรกเตอร์จนเราเชื่อสนิทใจ เป็นอีกหนึ่งคนที่กล้องรักมาก ๆ โดดเด่นทะลุจอสุด ๆ เอี้ยง สวนีย์ รับบท มาตา | IG @sawaneeu ถ้าพูดถึงฝีมือระดับปรมาจารย์ต้องยกให้ พี่เอี้ยง สวนีย์ การแสดงของพี่เอี้ยงคือการส่งพลังให้กับนักแสดงรุ่นน้องได้อย่างทรงพลัง ทุกฉากที่มีพี่เอี้ยงปรากฏตัวจะดูขลังและสมจริงจนเราเผลอลืมหายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียว ภาคิน ลิขิตอัมพร รับบท เรย์ | IG @pakin.lk ปิดท้ายด้วยหนุ่มหล่อมาดนิ่งดาวรุ่งดวงใหม่ ภาคิน ลิขิตอัมพร ที่เข้ามาเสริมทัพให้ทีมนักแสดงชุดนี้สมบูรณ์แบบ แม้จะเป็นน้องใหม่แต่ความตั้งใจเต็มร้อย เห็นได้ชัดจากทุกซีนที่เขาปรากฏตัว เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มีอนาคตไกลในวงการบันเทิงแน่นอน

เด็กดีที่ไหน?
ดู

เด็กดีที่ไหน?

คูลเหลือเกิน! ส่อง หนุ่มน้อย "มิลาน ณเดชย์" เด็กหนุ่มจากบ้าน Building A
อ่าน

คูลเหลือเกิน! ส่อง หนุ่มน้อย "มิลาน ณเดชย์" เด็กหนุ่มจากบ้าน Building A

ถูกถามถึงกันมาเยอะหลังจากที่ปรากฎโฉมแบบจึ้ง ๆ ให้พี่ ๆ ได้ตามกรี๊ด ตามเชียร์กัน สำหรับ "มิลาน ณเดชย์ ณวรรณติ๊บ" (Nadech Nawantip) นักแสดงหนุ่มหน้าใส ดูละมุม จนใครๆ ก็อยากเข้าหา จากสังกัด Building A อีกหนึ่งนักแสดงจากโปรเจกต์ปั้น "School of Ruck The series" ที่เตรียมจะลงจอให้คนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพของเด็ด Gen Z ช่วงปลางปี 2569 นี้ ก่อนที่จะไปชมฝีไม้หลายมี ทักษะงานแสดงของ "มิลาน ณเดชย์" ในบทของ "ไออุ่น" ขอพาไปทำความรู้จักหนุ่มคนนี้สักหน่อย เพราะบอกเลยว่ามีที่มาไม่ธรรดาจริงๆ "ณเดชย์ ณวรรณติ๊บ หรือ มิลาน" เป็นเด็กหนุ่มกำลังโตจากกรุงเทพมหานคร เกิดปี 2010 กำลังการศึกษา โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เท่านั้น แม้อายุยังน้อยแต่ความสามารถเพียบ เพราะเคยผ่านงานแสดงละครเวที โรงเรียนมาแล้ว แถมงานกีฬาก็เป็นสายนักสู้ อาทิ เทควันโด(สายดำ),มวย งานอดิเรก มิลาน บอกว่าจะสะสมของเล่น โมเดลรถ, โมเดลตัวละคร Marvel ความชอบของ "มิลาน ณเดชย์"-การ์ตูน : Cars, Zootopia,Ratatouille-สี : ชมพู,ดำ,ฟ้า-ไอดอล : Justin Bieber,Cortis-อาหาร : Sushi,spaghetti,pizza-ขนม : Haribo,yogurt, cheese cake-เครื่องดื่ม : ชาเขียว,นํ้าผลไม้-ผลไม้ : ผลไม้รสเปรี้ยวแต่สิ่งที่ไม่ชอบคือ "อาหารรสจัด"IG : MILAN_NADECH "มิลาน ณเดชย์" เล่าถึงการมาร่วมโปรเจกต์ "School of Ruck The series"ของ ค่าย Building A ว่า "ตนเองนั้นเริ่มจากการออดิชั่น จากโปรเจกต์"ชายน์ บอย"ของพี่แอนดี้ หลังจากนั้นก็ถูกช่วยมาโปรเจกต์ ตนเองอาจจะเป็นคนเดียวที่ถูกแคสถึง 2 บทด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ "ไออุ่น" ที่ได้รับเล่นในเรืองนี้ "ไออุ่น"เขาจะเป็นคนเงียบๆ อินโทรเวิร์ต (Introvert) ยอมรับว่าแรกๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจกับคาแรกเตอร์เท่าไหร่ แต่พอผ่านการเวิร์คชอป การพูดคุยกับผู้กำกับ พี่แอนดี้ ลองเล่นกับเพื่อนดูก็เข้าใจตัวเขามากยิ่งขึ้นแล้ว จริงๆ สำหรับคนอายุแบบตัวเองก็นับว่า "เจอศึกหนักเลยก็ว่าได้" แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นว่าสุดท้ายแล้วที่พยายาม ทำมา เคี้ยวมา ผลทั้งหมดจะเป็นอย่างไร อยากให้ไปลุ้นพร้อมๆ กันเหมือนผม" "School of Ruck The Series" มีกำหนดออนแอร์ในช่วงกลางปี 2026 ทางช่อง 9 กด 30นับว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองของ มิลาน - ณเดชย์ ณวรรณติ๊บ"(Nadech Nawantip) ทีมงาน และ"แอนดี้ ราชิต กุศลคูณสิริ" ผู้กำกับที่กลับมาอวดฝีมือให้วงการสะเทือนอีกครั้ง ติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่าน IG : BUILDING_AYouTube : BUILDING_A_TH. TIKTOK : insidebuildingA. X : buidling_A_TH

ประวัติ ไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล ขอแต่งงาน น้ำตาล พิจักขณา
อ่าน

ประวัติ ไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล ขอแต่งงาน น้ำตาล พิจักขณา

ประวัติ ไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล ไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล เกิดวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2526 ที่จังหวัดนนทบุรี มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน โดยไผ่เป็นพี่ชายคนโต และมีน้องชาย 1 คน น้องสาว 1 คน ด้านการศึกษา ไผ่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ระดับปริญญาตรีจาก คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจ เคยเป็นนักแสดงช่อง 7 ปัจจุบันผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ต่อมาในช่วงเดือน มี.ค.2569 ไผ่ ได้ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแฟนสาว น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ในทริปล่าแสงเหนือท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก สมกับที่ทุกคนรอคอย ประวัติ ไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล ด้านชีวิตในวงการบันเทิง ไผ่ พาทิศ ปี 2545 เข้าวงการบันเทิง จากประกวดดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ลปี 2001 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ Popular vote จากนั้นจึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงของช่อง 7 (2546-2559)​ ปัจจุบันเป็นนักแสดงอิสระ มีผลงานละครเรื่อง เบญจา คีตา ความรัก เคยออกผลงานเพลงในฐานะสมาชิกวงเฟรนด์ สังกัดไว้ลายโซไซตี้ ด้านชีวิตส่วนตัว ไผ่ พาทิศ คบหาดูใจกับนักแสดงสาว​ น้ำตาล ​พิจักขณา วงศารัตนศิลป์​ มานานหลายปี ซึ่งทุกคนลุ้นกับคู่นี้หนักมาก ว่าจะมีข่าวดีเมื่อไหร่ สำหรับเส้นทางความรักของทั้งคู่ถือว่าไม่ค่อยราบรื่น แต่ก็พยายามจับมือประคอง เข้าใจซึ่งกันและกันทำให้ความรักเดินทางมาไกลได้ขนาดนี้ ต่อมาในช่วงเดือน มี.ค.2569 ไผ่ ได้ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแฟนสาว น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ในทริปล่าแสงเหนือท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก สมกับที่ทุกคนรอคอย ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ ปี 2546 เบญจา คีตา ความรัก รับบท รับบท สิชล ช่อง 7 ปี 2547 หนี้ชีวิต รับบท สุทัศน์ ขบวนการปุกปุย รับบท หมวดกวิน ปี 2548 เกิดแต่ตม รับบท โสฬส ปิ๊ง รับบท ปีเตอร์ สืบ-สาว-ราว-รัก รับบท ไม้ ปี 2549 ดวงใจและสายน้ำ รับบท ไอน้ำ ปี 2550 ฟ้า หิน ดิน ทราย รับบท อัคนี (หิน) อภิมหึมามหาเศรษฐี รับบท เอก แสงดาวแห่งหัวใจ รับบท ชนะพล ปี 2551 สายใยสวาท รับบท เจ้านเรนทร ปมรักรอยอดีต รับบท แน่แท้ หอหญิง รับบท วุฒิ ปี 2552 เพลงรักข้ามภพ รับบท เพทาย เสาร์ 5 รับบท กริ่ง คลองตะเคียน รักแท้แก้ได้ รับบท ภูมิชาย ปี 2553 หงส์ฟ้า รับบท วายุ คุณพ่อหวานแหวว รับบท สุริยน ปี 2554 อุบัติรักเกาะสวรรค์ รับบท ฉลาม ในรอยรัก รับบท คิมลี เสาร์ 5 ตอน...ทับทิมสยาม รับบท กริ่ง คลองตะเคียน ปี 2555 นางแบบโคกกระโดน รับบท อินทร์ กู้ภัยหัวใจแหวว รับบท สารวัตรสวัสดี ปี 2556 สุภาพบุรุษบ้านทุ่ง รับบท หิน นักสู้มหากาฬ รับบท กรณ์ ยมบาลเจ้าขา ตอน...อบต.แกะขาว รับบท ทองดี (รับเชิญ) ปี 2558 หวานใจนายจิตระเบิด ธนา รับบท ราชวงศ์ ปี 2559 ผักบุ้งกับกุ้งนาง รับบท กร ดิเรกณรงค์ ปี 2561 สกาวเดือน รับบท อิสเรส (อิส) รักฉันสวรรค์จัดให้ รับบท ร.ต.อ. อัคนี อุทัยวรรณ ช่อง 8 ปาก รับบท หมออุรส GMM 25 ปี 2562 ปมรักสลับหัวใจ รับบท ธีรเดช ช่อง 8 เดอะซีรีส์ รัก ลวง หลอน ตอน เรือนลี้ลับ รับบท บี๋ ปี 2563 คุณแม่มาเฟีย รับบท ณัฐพล ช่อง GMM 25 ปี 2564 รักวุ่นวายเจ้าชายกบ รับบท ฤกษ์ฤทธิ์ ช่องวัน 31 สั่งใจให้หยุดรักเธอ รับบท ธาดา ช่องจีเอ็มเอ็ม 25 ปี 2565 เสาร์ 5 รับบท พันเอก พาทิศ พิสิฐกุล (รับเชิญ) ช่อง 7 ปี 2566 ปาฏิหาริย์กาลเวลา รับบท พีรดล (พีท) พีพีทีวี เรือนชฎานาง รับบท ราเมศ ช่อง 8 แผนลวงบ่วงมารยา รับบท ช่อง 7 ปี 2567 สงครามสมรส รับบท ทนายกนกพล ธิติจินดา ช่องวัน 31 แผนลวงบ่วงมารยา รับบท ภูริ / ติโต้ ช่อง 7HD ปี 2568 จิตสะกดแค้น รับบท ชวดล ซิตคอม ยอดชายนายโข่ง รับบท ดนัย ช่อง 7 หยิบหัวใจใส่ตัวโน้ต รับบท ใหม่ หมอสามชั้น รับบท ทนายเคารพ วิวาห์...ฮาเฮ รับบท เข้ม ผลงานภาพยนตร์ ลูกตลกตกไม่ไกลต้น เพราะแฟนเก่าเปลี่ยนแปลงบ่อย The Ex-Morning​ Sweet Dreams ฆ่าฉันในฝันของนาย มิวสิกวิดีโอ เพลง หยุด...หัวใจไม่รักดี ศิลปิน Andy ATK (แอนดี้ เขมพิมุก) เพลง เจ้าหญิงในนิยาย ศิลปิน โบ สุนิตา ผลงานเพลง เพลง ถูกใจคนไหน เพลงประกอบละคร เบญจา คีตา ความรัก เพลง วง Friend (อู๋-น้ำ-บิ๊ก-ไผ่) อัลบั้ม เพื่อนกัน วง Friend (อู๋-น้ำ-บิ๊ก-ไผ่) อัลบั้ม เพื่อนกันวันเปิดเทอม รางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 และ Popular vote ดัชชี่บอยแอนด์เกิร์ล ปี 2001 ขวัญใจสาวประเภทสอง งานสตาร์ปาร์ตี้ 16 ปี ทีวีพูล ปี 2005 รางวัล Best Men's Health Cover Guy งาน Men's Health Editor's Choice Awards 2010 รางวัล สปอร์ตแมน 2013 ไอจี ไผ่ พาทิศ @paipartith https://www.instagram.com/paipartith/ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ไผ่ พาทิศ ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอ น้ำตาล แต่งงาน ท่ามกลางแสงเหนือ จับตา 3 คู่รักมาราธอน กองเชียร์วอนอยากเห็นงานแต่งแล้ว ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม paipartith

“บอย ปกรณ์” น้ำตาไหลเล่าฝันถึงแม่ พร้อมเหตุผลพาแม่เที่ยวทุกทริป
อ่าน

“บอย ปกรณ์” น้ำตาไหลเล่าฝันถึงแม่ พร้อมเหตุผลพาแม่เที่ยวทุกทริป

บอย ปกรณ์ น้ำตาไหลเล่าฝันถึงแม่ พร้อมเหตุผลพาแม่เที่ยวทุกทริป ทำเอาแฟนๆ ยิ้มหลังก่อนหน้านี้พระเอกหนุ่ม บอย ปกรณ์ ได้ออกมาเล่าความฝันว่าแม่เข้าฝันในเวอร์ชั่นที่สดใส หน้าตาย้อนวัย 10 ปี โดยล่าสุดเจ้าตัวได้มาออกงานพร้อมเล่าความฝัน รวมไปถึงเหตุผลพาแม่เที่ยวทุกทริป ด้วยว่า ในรอบฝันล่าสุด เราเห็นแม่ในหมวดที่เวอร์ชั่นสดใสมากที่สุด และเป็นโหมดที่เราไม่เคยเห็นเขาในภาพแบบนี้มานานแล้ว เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมาเขาก็ไม่สบายนาน แต่ภาพในฝันที่เราเห็นล่าสุดนั้น เขาใส่เสื้อโปโลมา ใส่แว่น เดินเร็วๆ เดินคล่องๆ ตามสไตล์เขา และหน้าก็เหมือนย้อนวัยหน่อย สดใส ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วของเขา เขามาในหมวดที่ดูสดใส แข็งแรง แต่เสียดายเพราะว่าเราฝันถึงแป๊บเดียว จำได้ว่าเขาเดินออกมาจากมุมหนึ่ง เขาเดินผ่านปุ๊บเราก็สะดุ้งตื่นทันที ซึ่งในวินาทีนั้น เราก็ยิ้มกว้างทีเมื่อเห็นภาพแม่เดินผ่าน แล้วตอนนั้นมันก็เลยตื่นขึ้นมาโดยทันที เขาก็คงจะมาบอกว่าเขาสบายดีไม่ต้องเป็นห่วงนะ เพราะที่ผ่านมาเราก็ฝันถึงแม่เรื่อยๆ บางทีก็ฝันเป็นเรื่องเป็นราว บางทีก็ปะติดปะต่อไม่ค่อยได้ จำไม่ค่อยได้บ้าง แต่รอบนี้จำแม่นเพราะมันเป็นฝันก่อนตื่น เห็นภาพชัดเลย แล้วทุกวันนี้เวลาผมคุยกับแม่ ผมคุยกับแม่ทุกวัน ก่อนออกจากบ้าน ผมนอนอยู่ชั้นเดียวกับห้องพระ แล้วก็จะมีรูปแม่กับพ่อตั้งอยู่ และก่อนนอนก็จะมีไปคุยบ้าง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่บอกกับเขาตลอด ก็บอกเขาว่าพวกเราสบายดี ให้แม่สบายใจได้ ให้เขามีความสุข ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมต้องการให้มันเกิดกับแม่มากที่สุด หมดห่วง สบายใจ มีความสุข การที่เราฝันเห็นเขา และเขามาในภาพแบบนี้ มันก็ทำให้เราสบายใจ ว่าเขามีความสุข ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราต้องการมากที่สุด ส่วนน้องๆ เองก็ฝันกันทุกคน เราทั้งครอบครัวผูกพันกันมาก อย่างคนที่บ้านฝันถึงแม่ทีไรเขาถูกหวย แต่ลูกฝันถึงทีไรไม่เคยถูกเลย เพราะว่าตามมาจนท้อ ลูกไม่เคยถูกเลย ในส่วนของวันใหม่ก็มีมาเล่าให้ฟังว่าฝันถึงแม่ วันใหม่เขาก็คิดถึงแม่อยู่แล้ว เขาผูกพันกับแม่ น่าจะผูกพันมากกว่าพวกผมอีก เวลาเราไปเที่ยวแทบทุกทริปที่เป็นทริปขอ ครอบครัว เราก็จะเอาแม่ไปด้วย สิ่งที่เรานำไปก็คือเสื้อ แล้วก็พวงกุญแจตุ๊กตาแม่ ก็จะพกแม่ไปตลอด แต่ก็กลัวแม่สับสนเหมือนกัน สรุปแล้วมึงจะให้แม่อยู่บ้านหรือจะให้แม่ไปด้วย อย่างเวลาเราจะไปเราก็จะพูดว่าแม่ไปเที่ยวกันนะ แล้วถ้าไปถึงแล้วมันหนาวถ้าแม่อยากกลับก่อนแม่ก็บินกลับมาเองเลยนะ เพราะว่าเราแค่มีความรู้สึกว่าที่ผ่านมาเราเที่ยวกับเขาตลอด เราอยากให้เขาไปเที่ยวกับเราเรื่อยๆเพราะว่าช่วงที่เขาไม่สบาย มันก็มีความตลกอย่างหนึ่ง นอกจากเขากลัวว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับเรา แต่อีกอันนึงที่เขาพูดกับพวกเราตลอดคือ เขากลัวว่าเขาจะไม่ได้ไปเที่ยวกับพวกผมอีก หลังจากที่เขาไม่อยู่เราก็ตั้งไว้แล้วว่าถ้าทริปไหนที่ไปเป็นครอบครัว เราจะพาเขาไปด้วยตลอด ซึ่งเขาไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจ แต่แค่เขาอยากไปกับลูกเท่านั้นเอง เพราะอยากไปญี่ปุ่น มันก็เป็นที่ที่เราเคยไปกับเขามาตอนที่เขายังอยู่ เอาจริงๆ มันเป็นการรีมายด์ที่มีความสุข เพราะว่ามันเป็นความผูกพัน บ้านเราโตขึ้นมาด้วยกันแบบนี้เชื่อแม่มองอยู่ แต่ไม่ได้ห่วงอะไรแล้ว เขาแค่อยากจะเห็นวันใหม่โต อยากจะใช้เวลาด้วยกันเรื่อยๆ แล้วถ้าย้อนกลับไปเมื่อปลายปีก่อนหน้านี้ ที่ไปฮ่องกง คือแม่ไม่สบายหนักมากแล้ว แต่เขาอยากไปเที่ยวกับพวกผม

Actor Awards 2026 สรุปผลผู้ชนะรางวัลการแสดงหนัง-ซีรีส์แห่งปี "Sinners" พลิกล็อกโดดเด่น
อ่าน

Actor Awards 2026 สรุปผลผู้ชนะรางวัลการแสดงหนัง-ซีรีส์แห่งปี "Sinners" พลิกล็อกโดดเด่น

Actor Awards 2026 หรือ Actor Awards ครั้งที่ 32 รางวัลที่จัดขึ้นเพื่อมอบให้กับผลงานยอดเยี่ยมทางการแสดงของปี โดยสมาพันธ์นักแสดงอาชีพแห่งอเมริกา หรือ SAG-AFTRA ซึ่งในปีนี้ได้มีการเปลี่ยนชื่อรางวัลใหม่เป็นปีแรก จากเดิมที่คุ้นเคยกันในชื่อ SAG Awards นั่นเอง เวทีนี้ได้ฤกษ์ประกาศผลความยอดเยี่ยมแห่งปี ในทั้ง 2 ฝั่งสาขา ภาพยนตร์และทีวีซีรีส์ ออกมาแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม ตามเวลาในประเทศไทย ที่ชมการถ่ายทอดสดผ่านสตรีมมิง Netflix ไปทั่วโลก และมีดาราสาว "คริสเตน เบล" กลับมารับหน้าที่เป็นพิธีกรอีกครั้ง สำหรับภาพรวมในปีนี้ รางวัลค่อนข้างกระจายหลากหลาย "Sinners" พลิกความคาดหมายคว้ารางวัลใหญ่ของงาน และยังมี "ไมเคิล บี. จอร์แดน" ก้าวขึ้นเวทีได้อย่างภาคภูมิจากการแสดงแบบเหนือชั้น "One Battle After Another" ที่เข้าชิงมากที่สุด สามารถเก็บกลับบ้านไปได้เพียงรางวัลเดียว มีเพียง "เจสซี บัคลีย์" จาก Hamnet เป็นตัวเต็งที่ไม่พลิกโผ กับ "เอมี แมดิแกน" จาก Weapons ที่พลิกล็อกฝ่าตัวเต็งขึ้นคว้ารางวัลได้แบบปัง ๆ เรียกได้ว่าปีนี้มีหลายรางวัลเกินการคาดเดาไม่น้อย ทางฝั่งทีวีซีรีส์ "The Pitt" กับ "The Studio" เป็นความโดดเด่นบนเวทีรางวัล ในฐานะซีรีส์แนวดรามาและแนวตลกดีเด่นในรอบปีนี้ ดารารุ่งฝีมือไม่ธรรมดา "โอเวน คูเปอร์" สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลจากการแสดงใน Adolescence ขณะเดียวกันก็มอบรางวัลยิ่งใหญ่ตัวสุดท้ายให้กับ "แคทเธอรีน โอฮารา" รุ่นใหญ่ผู้ล่วงลับ จากการแสดงใน The Studio เป็นการรำลึกถึงผลงานการแสดงที่ทำเอาไว้ได้ยอดเยี่ยมในช่วงบั้นปลายชีวิต รางวัลนักแสดงนำชายในภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ทิโมธี ชาลาเมต์ จาก Marty Supreme ลีโอนาร์โด ดีแคพริโอ จาก One Battle After Another อีธาน ฮอว์ก จาก Blue Moon ไมเคิล บี. จอร์แดน จาก Sinners 🏆 เจสซี พลีมอนด์ จาก Bugonia รางวัลนักแสดงนำหญิงในภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เจสซี บัคลีย์ จาก Hamnet 🏆 โรส เบิร์น จาก If I Had Legs I'd Kick You เคต ฮัดสัน จาก Song Sung Blue เชส อินฟินิติ จาก One Battle After Another เอ็มมา สโตน จาก Bugonia รางวัลนักแสดงสมทบชายในภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไมล์ส แคตัน จาก Sinners เบนิซิโอ เดล โตโร จาก One Battle After Another เจคอบ เออลอร์ดี จาก Frankenstein พอล เมสคัล จาก Hamnet ฌอห์น เพนน์ จาก One Battle After Another 🏆 รางวัลนักแสดงสมทบหญิงในภาพยนตร์ยอดเยี่ยม โอเดสซา เอไซออน จาก Marty Supreme อารีอานา กรานเด จาก Wicked: For Good เอมี แมดิแกน จาก Weapons 🏆 วุนมิ โมซากุ จาก Sinners เทยานา เทย์เลอร์ จาก One Battle After Another รางวัลทีมนักแสดงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Frankenstein Hamnet Marty Supreme One Battle After Another Sinners 🏆 รางวัลทีมนักแสดงสตันท์ในภาพยนตร์ยอดเยี่ยม F1 the Movie Frankenstein Mission: Impossible - The Final Reckoning 🏆 One Battle After Another Sinners รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทลิมิตเต็ดซีรีส์หรือภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ เจสัน เบตแมน จาก Black Rabbit โอเวน คูเปอร์ จาก Adolescence 🏆 สตีเฟน กราแฮม จาก Adolescence ชาร์ลี ฮันนาม จาก Monster: The Ed Gein Story แมทธิว รีสซ์ จาก The Beast in Me รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทลิมิตเต็ดซีรีส์หรือภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ แคลร์ ดาเนส จาก The Beast in Me เอริน โดเฮอร์ตี จาก Adolescence ซาราห์ สนุก จาก All Her Fault คริสติน เทรมาร์โค จาก Adolescence มิเชลล์ วิลเลียมส์ จาก Dying for Sex 🏆 รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ดรามา สเตอร์ลิง เค. บราวน์ จาก Paradise บิลลี่ ครูดัพ จาก The Morning Show วัตสัน ก๊อกกินส์ จาก The White Lotus แกรี่ โกลด์แมน จาก Slow Horses โนอาห์ ไวล์ จาก The Pitt 🏆 รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ดรามา บริตต์ โลเวอร์ จาก Severance พาร์คเกอร์ โพซีย์ จาก The White Lotus เคอรี รัสเซลล์ จาก The Diplomat 🏆 เรห์ ซีฮอร์น จาก Pluribus เอมี ลู วูด จาก The White Lotus รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ตลก ไอก์ บารินฮอลต์ซ จาก The Studio อดัม โบรดี จาก Nobody Wants This เท็ด แดนสัน จาก A Man on the Inside เซ็ธ โรเกน จาก The Studio 🏆 มาร์ติน ชอร์ต จาก Only Murders in the Building รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ตลก แคธริน ฮาห์น จาก The Studio แคทเธอรีน โอฮารา จาก The Studio 🏆 เจนนา ออร์เทกา จาก Wednesday จีน สมาร์ท จาก Hacks คริสเตน วิก จาก Palm Royale รางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ดรามา The Diplomat Landman The Pitt 🏆 Severance The White Lotus รางวัลทีมนักแสดงยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ตลก Abbott Elementary The Bear Hacks Only Murders in the Building The Studio 🏆 รางวัลทีมนักแสดงสตันท์ยอดเยี่ยม ประเภทซีรีส์ดรามาและตลก Andor Landman The Last of Us 🏆 Squid Game Stranger Things รางวัลการแสดงเกียรติยศ มอบให้ แฮร์ริสัน ฟอร์ด 🏆 ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เปิดโปรไฟล์ 15 หนุ่ม SMTR25 ในรายการ "Reply High School" หล่อออร่ากระจาย!
อ่าน

เปิดโปรไฟล์ 15 หนุ่ม SMTR25 ในรายการ "Reply High School" หล่อออร่ากระจาย!

ได้เวลาจัดกระเป๋าแล้วมาเช็คชื่อไปพร้อมกันกับรายการเรียลลิตี้ย้อนยุคกระแสแรงอย่าง "Reply High School" ที่พาหนุ่ม ๆ ทั้ง 15 คนจาก SMTR25 มาจำลองชีวิตนักเรียนในบรรยากาศวันวาน ความเก๋คือเขาแบ่งสมาชิกออกเป็น 3 ห้องเรียนตามยุคสมัย ได้แก่ 1990, 2000 และ 2010 ซึ่งแต่ละยุคก็มีเสน่ห์และกลิ่นอายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง วันนี้เราจะพาไปเปิดวาร์ปความสดใสของเด็กนักเรียนทั้ง 15 คนกันบอกเลยว่างานดีจนเลือกเมนไม่ถูกแน่นอน! เปิดโปรไฟล์ 15 หนุ่ม SMTR25 ในรายการ "Reply High School" ฮันบิ (HANBI) พี่ใหญ่สุดขรึมของห้องเรียน 2000 ผู้มีออร่าความเป็นผู้นำสูงปรี๊ด แถมยังมี MARK วง NCT เป็นต้นแบบความเก่งรอบด้านอีกด้วย (วันเกิด 24 ตุลาคม พ.ศ. 2546 | Blood Type: AB | MBTI: INFJ) ซงฮา (SONGHA) พี่รองสายชิลล์ของห้องเรียน 2000 ที่น้อง ๆ ต่างพร้อมใจเรียกคุณลุงประจำห้อง ความนิ่งที่มาพร้อมความน่ารักนี่แหละเสน่ห์เขาเลย แถมมี YOO JAE SUK เป็นไอดอลอีกด้วย (วันเกิด 19 เมษายน พ.ศ. 2547 | Blood Type: A | MBTI: ENTJ/ENTP) แดเนียล (DANIEL) หนุ่มพลังงานสูงที่เป็นแบตเตอรี่สำรองของห้องเรียน 2010 คอยปลุกไฟให้เพื่อน ๆ ตลอดเวลา มี Justin Bieber เป็นแรงบันดาลใจ สายศิลปินตัวจริงเสียงจริง (วันเกิด 11 สิงหาคม พ.ศ. 2548 | Blood Type: B | MBTI: INFP) ฮยอนจุน (HYUNJUN) หนุ่มสายละมุนที่มาพร้อมออร่าความอบอุ่นแบบไมโครเวฟเรียกพี่ ใครเห็นช็อตดูแลกุมโดรีคือหลงรักแน่นอน ดาเมจแรงมาก (วันเกิด 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 | Blood Type: A | MBTI: ENFP) ฮามิน (HAMIN) หนุ่มนิ่งสุขุมแต่แฝงไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น เดินตามรอยรุ่นพี่ MINHO วง SHINee มาติด ๆ ความตั้งใจนี้ให้เต็มร้อยไม่มีหัก (วันเกิด 5 สิงหาคม 2549 | Blood Type: O | MBTI: ENFJ) แจวอน (JAEWON) น้องเล็กของห้องเรียน 2010 ที่น่าแกล้งที่สุดในโลก โดนพวกพี่ ๆ รุมเอ็นดูตลอด มี D.O. วง EXO เป็นต้นแบบ สายเสียงดีหน้ามนต้องยกให้คนนี้เลย (วันเกิด 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 | Blood Type: B | MBTI: ENFJ) อูลิน (WOOLIN) เจ้าของฉายาสมบัติของห้อง 90 วิชวลที่เพื่อน ๆ โหวตให้เป็นอันดับหนึ่ง ใบหน้าฟ้าประทานที่แท้ทรู มี JAEHYUN วง NCT เป็นต้นแบบ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมออร่าถึงพุ่งขนาดนี้ (วันเกิด 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 | Blood Type: O | MBTI: ISFP) นิโคลัส (NICHOLAS) พี่ใหญ่มาดเท่ของห้องเรียน 1990 ที่แอบซ่อนความนุบนิบไว้ข้างใน ช็อตกัดขนมปังแล้วยิ้มหวานในทีเซอร์คือตำนาน แถมยังมี Benedict Cumberbatch เป็นไอดอลซะด้วย เท่แบบมีคลาสสุด ๆ (วันเกิด 27 ธันวาคม พ.ศ. 2547 | Blood Type: A | MBTI: INTJ) คัสโช (KASSHO) หนุ่มนัยน์ตามีเสน่ห์ที่ชวนให้โดนสะกด ความใสซื่อตอนน้องกัดขนมคือที่สุดของความน่าเอ็นดู มีรุ่นพี่ TAEYONG วง NCT เป็นแรงบันดาลใจ สายเต้นสายอาร์ตต้องคนนี้เลย (วันเกิด 20 มกราคม พ.ศ. 2549 | Blood Type: A | MBTI: INTP) จัสติน (JUSTIN) หนุ่มญี่ปุ่นสายเอ็นเตอร์เทนเนอร์ เอเนอร์จี้ล้นเหลือเข้ากับคนง่ายสุด ๆ แถมยังมี Role Model ระดับตำนานอย่าง Michael Jackson และรุ่นพี่ KAI, D.O. วง EXO มิน่าล่ะเสน่ห์ถึงแพรวพราวขนาดนี้ (วันเกิด 27 มกราคม พ.ศ. 2549 | Blood Type: O | MBTI: ESFP) ฮารุตะ (HARUTA) พี่รองของห้องเรียน 2010 สายซัพพอร์ตที่เป็นพลังเงียบ คอยช่วยเหลือทุกคนอย่างเต็มใจ มีรุ่นพี่ MAX CHANGMIN วง TVXQ! เป็นไอดอล มั่นใจได้เลยว่าความพยายามไม่เป็นสองรองใคร (วันเกิด 5 มีนาคม พ.ศ. 2549 | Blood Type: A | MBTI: ESFP) ซาดาฮารุ (SADAHARU) เจ้าของรอยยิ้มสั่งตายจากญี่ปุ่น สบตาครั้งเดียวคือล้มตึง! แถมยังมี WONBIN วง RIIZE เป็น Role Model ความวิชวลนี้มันสืบทอดกันมาสินะ (วันเกิด 14 กันยายน พ.ศ. 2550 | Blood Type: B | MBTI: ENTP) ชาร์ลี (CHARLIE) ต่อด้วยหนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ตัวป่วนประจำห้องเรียน 2010 ที่มีเอเนอร์จี้แบบ Infinity มีทั้งความเท่แบบ Shawn Mendes และความนิ่งแบบ D.O. วง EXO เป็นต้นแบบ สีสันของคนนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริง ๆ (วันเกิด 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 | Blood Type: B | MBTI: ENFJ) คชิน (KACHIN) ตัวแทนเด็กไทยในห้องเรียน 2000 มาพร้อมความนุ่มนิ่ม น่ารักเหมือนก้อนแป้ง แต่มีไอดอลคือพี่ KAI วง EXO นะ บอกเลยว่าในอนาคตไลน์เต้นต้องไม่ธรรมดาแน่ (วันเกิด 3 สิงหาคม พ.ศ. 2550 | Blood Type: O | MBTI: ENTJ) ตาต้า (TATA) ปิดท้ายด้วยหนึ่งหนุ่มไทยที่หล่อแบบตะโกน! ลุคของเขาคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความหล่อและความน่ารัก มีพี่ DOYOUNG วง NCT เป็นต้นแบบ เป็นสายโวคอลรึเปล่านะต้องจับตาดู (วันเกิด 1 เมษายน พ.ศ. 2551 | Blood Type: AB | MBTI: ESFP)

ประวัติ อ๊อตโต้ สรนันท์ สุขสวัสดิ์
อ่าน

ประวัติ อ๊อตโต้ สรนันท์ สุขสวัสดิ์

ประวัติ อ๊อตโต้ สรนันท์ สุขสวัสดิ์ อ๊อตโต้ สรนันท์ สุขสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2548 นักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่ที่พกพาความสามารถมาอย่างเต็มเปี่ยม เส้นทางในวงการบันเทิงของเขาเริ่มต้นเป็นที่รู้จักจากการเข้าร่วมรายการเซอร์ไววัลชื่อดังอย่าง Project Alpha แม้จะพลาดโอกาสในการเดบิวต์ไปอย่างน่าเสียดาย แต่เสน่ห์และความสามารถที่โดดเด่นก็ทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองในทันที ในปี 2025 อ๊อตโต้พิสูจน์ฝีมือด้านการแสดงครั้งแรกในซีรีส์แนวตั้งเรื่อง PRIME TOUR ก่อนจะสร้างกระแสอีกครั้งในรายการ DMD Friendship the Reality, The THIRD Chapter ซึ่งส่งผลให้ในปัจจุบันเขาได้ก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกสมาชิกใหม่ของครอบครัว DMD Gen 5 อย่างเต็มตัว ด้านการศึกษา อ๊อตโต้ สรนันท์ กำลังศึกษาที่ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเขาได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในผู้นำเชียร์ของมหาวิทยาลัยอีกด้วย ผลงานการแสดง ซีรีส์ PRIME TOUR บัดดี้ทำดีดี...นี่เพื่อนซี้แกเอง Duang with You ด้วงกับเธอ ไอจี อ๊อตโต้ สรนันท์ @ottoottoo_ https://www.instagram.com/ottoottoo_/ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรมottoottoo_

เปิดปีอย่างปัง “ปอนด์-ภูวินทร์” คู่ฮอตมาแรงแห่งปี!!
อ่าน

เปิดปีอย่างปัง “ปอนด์-ภูวินทร์” คู่ฮอตมาแรงแห่งปี!!

เปิดปีอย่างปัง ปอนด์-ภูวินทร์ คู่ฮอตมาแรงแห่งปี!! มีสติหน่อยคุณธีร์ เป็นกระแสทั่วโลกออนไลน์ คลิปไวรัลจากซีรีส์จัดเต็ม ส่งผลให้รวมพลคู่ครั้งแรกหลังจากซีรีส์ มีสติหน่อยคุณธีร์ ออนแอร์จบ สร้างประวัติศาสต์แฟนคลับมาหาล้นลานเซ็นทรัลเวิลด์ ความออตส่งต่อยาวมาถึงวันเกิด ปอนด์ แฟนคลับมาร่วมงานล้นหลาม ภูวินทร์ หอบเค้กเซอร์ไพรส์ งานเดี่ยวก็เริ่ด!ภูวินทร์ โปรเจ็คท์ใหญ่ Scarlet Heart Thailand กำลังถ่ายทำอย่างหนักหน่วง ทางด้านปอนด์ มีซีรีส์ HIGH LOW BORN TO be HIGH ประกาศโปรเจ็คท์แล้ว รอติดตามวันออกอากาศ นอกจากนี้ปอนด์ มาแล้วผลงานใหม่ ร่วมพากย์เสียง Hoppers เด้งโดด เปลี่ยนโหมดเป็นบีเวอร์ งานซีรีส์คู่ก็จึ้ง!THEE AND THEE : ตั้งสติหน่อยคุณธีร์ กลับมาใน SHORT DRAMA ต่อด้วยมีสติแล้วลูกพีช Peach And Me ตอนพิเศษ COMING SOONงานเพลง งานแฟชั่นก็มี แถมมีลูกชายชื่อ น้องเพิ่มพูน ด้วยน๊าาา