TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Good Boy Series” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
จิรภัทรจะเป็นเด็กดี Good Boy Series ช่อง GMM25 (ตอนล่าสุด)
เรื่องย่อ จิรภัทรจะเป็นเด็กดี Good Boy Series ช่อง GMM25 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. เริ่ม 11 ตุลาคมนี้ นำแสดงโดย ลูค ภีมสรรค์ โสตางกูร และ มิค เมธัส โอภาสเอี่ยมขจร ซีรีส์แนวแฟนตาซีฟีลกู๊ดฟินจิกหมอนที่จะพาแฟนๆ ย้อนวันเวลากลับไปทำภารกิจเป็นเด็กดีที่ เธอรัก พร้อมชวนเช็คลิสทดสอบความเป็นเด็กดี ผ่านวีรกรมสนุกๆ และความสัมพันธ์ที่อบอุ่นสดใส ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25
เรื่องย่อละคร • 2 วันที่แล้ว
อ่าน
จิรภัทรจะเป็นเด็กดี Good Boy Series EP.1 เตรียมออนแอร์ “ลูค-มิค” กอดคอชวนย้อนวัยเรียน!!
จิรภัทรจะเป็นเด็กดี Good Boy Series EP.1เตรียมย้อนวัยเรียนไปพร้อมๆ กับการกลับมาพบกันอีกครั้ง ของ 2 นักแสดงวัยรุ่นเคมีสดใสสุดปังที่ทุกคน รอคอย ลูค ภีมสรรค์ โสตางกูร และ มิค เมธัส โอภาสเอี่ยมขจร ในซีรีส์เรื่องล่าสุด จิรภัทรจะเป็นเด็กดี Good Boy Series ได้โอกาสกลับมาทั้งที จะเป็นเด็กดีของเธอให้ได้เลย จาก GMMTV คอนเทนต์โพรไวเดอร์ ชั้นนำของเมืองไทย ซีรีส์แนวแฟนตาซีฟีลกู๊ดฟินจิกหมอนที่จะพาแฟนๆ ย้อนวันเวลากลับไปทำภารกิจเป็นเด็กดีที่ เธอรัก พร้อมชวนเช็คลิสทดสอบความเป็นเด็กดี ผ่านวีรกรมสนุกๆ และความสัมพันธ์ที่อบอุ่นสดใส ร่วมด้วยทัพ นักแสดงรุ่นน้องรุ่นพี่มากฝีมืออย่าง ตาต้า ธารพล พงษ์นริศร, อิงค์ อัศวานันท์, ฟลุ๊ค จีรัสณ์ วงศ์เพียร, แซมมี่ ซาแมนท่า เมลานี่ โค้ทส์, เจมี่ จุฑาพิชญ์ อินทร์จันทร์, เจเจ ชยกร จุฑามาศ, พร้อม กฤชญาณ อรรถวิภัชน์, เอิร์น อิชย์ญาดา วิภูพิพัฒน์, มายเม่ ณิชาภา แพร่พีรกุล, มันตรา ธมนต์ชิตา นามกูล, มิจิรุ รตาภิรมย์ บรรดาประณีต, อาร์ติสท์ ศรีสิรินทร์ วิชยสุทธิ์, จีโน่ เมธัส บ่ายเส็ง, กีตาร์ ศุภกร กันทนิตย์, แพง พิชญาดา ชลไพรพิมลรัตน์ ฯลฯ โดยฝีมือของผู้กำกับฯ คนเก่ง นิว ศิวัจน์ สวัสดิ์มณีกุล ที่เคยกำกับซีรีส์อย่าง We are คือเรารักกัน, สายรหัสเทวดา Perfect 10 Liners ฯลฯ การันตีความสนุกครบรส อินฟินทุกโมเมนต์ ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25 เรื่องราวของ จิรภัทร (มิค เมธัส) วัย 30 ปีที่จากไปพร้อมความเสียดาย ได้รับโอกาสให้กลับมา เริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัย 17 อีกครั้ง เขาจึงตั้งใจจะใช้โอกาสครั้งที่สองนี้ เปลี่ยนชีวิตที่เคยผิดพลาด และใช้ชีวิตให้ ดีขึ้นกว่าเดิม แต่การกลับมาครั้งนี้ทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับ รุธ อติวิชญ์ (ลูค ภีมสรรค์) ประธานนักเรียนเพื่อน ในวัยเด็กที่เขาเคยหลงลืม ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ใกล้ชิดขึ้น ทำให้ชีวิตครั้งที่สองของจิรภัทรไม่ได้มีเพียงเรื่อง ของการแก้ไขอดีต แต่ยังเป็นการกลับมารู้จักใครบางคนที่อาจกลายเป็นความหมายสำคัญของชีวิตอีกครั้ง แล้ว จิรภัทร ในวัย 17 จะเลือกใช้ชีวิตครั้งที่สองนี้อย่างไร มาร่วมเอาใจช่วยไปพร้อมๆ กัน ติดตามชมซีรีส์ จิรภัทรจะเป็นเด็กดี Good Boy Series ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และ เวลา 21.30 น. รับชมย้อนหลังที่แรกได้ทาง Viu เท่านั้น เริ่มตอนแรก 11 ตุลาคมนี้ และพร้อมอัพเดททุกความเคลื่อนไหวได้ที่ www.facebook.com/gmmtvofficial IG YouTube X Weibo : GMMTV ดูทีวีออนไลน์ ช่องGMM25
ข่าวละคร • 6 ต.ค. 69
ดู
มื้อนี้ต้องมีหนุ่มหล่อ
ทรูวิชั่นส์ • 14 ต.ค. 69
ดู
ผมจะมีอายุยืนยาว เพื่อพี่ชายต่างพ่อสุดที่รัก
Medialink Entertainment Limited • 1 มิ.ย. 69
ดู
The Amazing World Of Gumball
ทรูวิชั่นส์ • 1 ก.ย. 69
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#33 จับกิก้าสายฟ้าหล่อเท่ดุดัน!!!!!Tame Storm Giganot
game
BONGAMERZ • 22 ก.ย. 69
อ่าน
ส่องโมเมนต์ฟิตติ้ง “Destination Of Love The Series” คู่หวาน “เบสท์-จินเจียหยู” ออร่าความฟินมาเต็ม
ส่องโมเมนต์ฟิตติ้ง Destination Of Love The Series คู่หวาน เบสท์-จินเจียหยู ออร่าความฟินมาเต็มชุดช้างคนเคียงข้างสุดคิ้วท์ : เต้นชาเลนจ์ด้วยกันน่ารักมากพนักงานออฟฟิศพิชิตใจเธอ : โมเมนต์จับแก้มมองตาเกินอดใจไหวระหว่างถ่ายภาพ แฟนๆ ถามผ่านไลฟ์ว่า How do you feel? ฝ่ายชายจึงตอบว่า I Like her งานนี้ก็มีคนเขินสิคร้าบ!ชิลล์ๆ สบายๆ สไตล์คนคูล : ทั้งขี่หลัง ทั้งกอดคอ คนนี้ผมจองครับ!!เอเวอรี่เดย์คัพเพิ่ล เกินห้ามใจ! : นั่นก็ขี่หลัง นี่ก็ขี่หลัง รอยยิ้มพิมพ์ใจสปอร์ตลุค ฮุกใจเธอ : มีทำท่าชกมวย เพราะเค้าบอกแล้วว่าอยากเป็นเขยนักมวยจ้า พร้อมควงคู่เปิดใจในรายการ วันนี้ เล่าจุดเริ่มต้นในการเจอกันของทั้งคู่ก็มาจาก พ่อบาส ของ น้องเบสท์ พร้อมชมว่า น้องเบสท์ สวยเหมือนเจ้าหญิง
ดาราเดลี่บันเทิง • 3 วันที่แล้ว
ดู
Fbi
ทรูวิชั่นส์ • 12 ส.ค. 69
ดู
แก๊งหนุ่มสุดฮา สะบัดผ้าคว้าฝัน
ทรูวิชั่นส์ • 20 ก.ย. 69
อ่าน
ทำความรู้จัก "มิ้ล ณัฐชนน" และ "นิวเยียร์ นวพรรษ" จากซีรีส์ "THE CROW CLUB อีกาสมาคม"
อีกหนึ่งเคมีคู่ใหม่ที่น่าจับตามองจากซีรีส์ "THE CROW CLUB อีกาสมาคม" ในโปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL สำหรับ "มิ้ล ณัฐชนน ศุภวรวงค์" และ "นิวเยียร์ นวพรรษ ธนมงคลสวัสดิ์" ที่โคจรมาร่วมงานและเป็นพาร์ทเนอร์กันครั้งแรก ในบท "แวนรักคุณ" สองตัวละครต่างขั้วที่ต้องมาเจอกันผ่านภารกิจสุดแปลก พร้อมเปิดใจถึงการทำงานครั้งนี้ที่ทั้งคู่ต่างทุ่มเทอย่างเต็มที่ ทำความรู้จัก "มิ้ล ณัฐชนน" และ "นิวเยียร์ นวพรรษ" ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 สำหรับ "มิ้ล ณัฐชนน" การกลับมาครั้งนี้ถือเป็นการคืนจอในรอบ 1 ปี หลังจากฝากฝีไม้ลายมือไว้ใน "Pit Babe The Series 2" โดยเจ้าตัวเผยความรู้สึกถึงการกลับมารับงานแสดงอีกครั้งว่า "อีกาสมาคม เป็นซีรีส์เรื่องที่ 2 ของผม หลังจากหายหน้าไปประมาณ 1 ปี สำหรับเรื่องนี้ผมตั้งใจทำงานให้ออกมาดีที่สุด เพื่อเป็นของขวัญให้กับแฟน ๆ ขอบคุณทุกคนที่ยังรอคอย มิ้ล อยู่ และครั้งนี้ผมก็ไม่ได้โดดเดี่ยวแล้วเพราะ มีคู่แล้ว ได้ นิวเยียร์ มาเป็นพาร์ทเนอร์ ซึ่งเราก็ค่อย ๆ ปรับจูนและเรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ลงตัวมากครับ ในเรื่องนี้ มิ้ล รับบทเป็น แวน หนุ่มสายไอทีมากความสามารถที่มีเป้าหมายหาเงินเพื่อไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกของ คลับอีกา สถานที่ที่รับทำสารพัดงานสุดแปลกที่คนทั่วไปอาจไม่กล้ารับ แวน เป็นคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างห่างจากตัวผมมาก เลยต้องทำการบ้านหนักพอสมควร ทั้งวิธีคิดและบุคลิกของตัวละคร แต่ผมก็พยายามทำออกมาให้ดีที่สุดครับ" ขณะที่ "นิวเยียร์ นวพรรษ" ซึ่งประเดิมผลงานซีรีส์เรื่องแรกกับ CHANGE2561 ก็พร้อมทุ่มเทเต็มที่กับโอกาสครั้งสำคัญ โดยเจ้าตัวเผยว่า "ผมดีใจมากครับ ที่ได้โอกาสจาก พี่ฉอด พี่เอส ให้เข้ามาร่วมอยู่ในโปรเจกต์นี้ THE CROW CLUB อีกาสมาคม เป็นซีรีส์เรื่องแรกของผมกับ CHANGE2561 และยังได้ พี่มิ้ล มาเป็นพาร์ทเนอร์ด้วย ถึงแม้ผมจะไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน ทั้งการแสดง การร้องเพลง หรือการเต้น แต่ผมก็ตั้งใจเรียนรู้และพยายามทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด สำหรับบท รักคุณ ที่ได้รับ รักคุณ เป็นคนซื่อ ๆ ตรงไปตรงมา มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยและถูกเลี้ยงมาอย่างลูกคุณหนู เป็นคนที่โหยหาความรัก แต่กลับไม่เคยได้รักใครอย่างจริงจังสักที และที่สำคัญคือกลัวผีมาก ๆ ผมดีใจมากที่ได้รับเลือกให้มารับบทนี้ และตั้งใจกับตัวละครรักคุณมาก ๆ หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบและเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยครับ" เรียกว่า "มิ้ลนิวเยียร์" เป็นอีกหนึ่งคู่เคมีใหม่ที่น่าจับตาทีเดียว กับการถ่ายทอดความสัมพันธ์ของ "แวนรักคุณ" ที่เริ่มต้นจากภารกิจสุดพิลึก เมื่อหนุ่มสายวิทย์ผู้เชื่อมั่นในเหตุผล ต้องมาเจอกับลูกคุณหนูผู้กลัวผีสุดชีวิต จากงานจ้างที่ดูไม่น่าจะลงตัว จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์แบบไหน ต้องรอลุ้นไปพร้อมกันใน "THE CROW CLUB อีกาสมาคม" ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : THE CROW CLUB อีกาสมาคม โชว์มิติใหม่ของซีรีส์ เปิดความสัมพันธ์ 8 หนุ่ม 4 คู่ ในงาน "THE CROW CLUB FIRST PREMIERE" เรื่องย่อ THE CROW CLUB อีกาสมาคม ช่องวัน31 (ตอนล่าสุด) CHANGE2561 บวงสรวง 8 หนุ่ม 4 คู่ "THE CROW CLUB" อีกาสมาคม พาคนดูเปิดประตูสู่สมาคมลับ 18 กันยายนนี้
ข่าวบันเทิง • 23 ก.ย. 69
ดู
Sweets Fanatic Guys
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#22 จับคู่บัดดี้สีสวยรวมผมไม้หกธาตุ!!!!!
BON GAMERZ
BONGAMERZ • 30 ส.ค. 69
BGZ - ARK PRIMAL GENESIS EP#22 จับคู่บัดดี้สีสวยรวมผมไม้หกธาตุ!!!!!
ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลค์ กดติดตาม เเละช่วยเเชร์ช่องของผมเพื่อเป็นกำลังใจกันด้วยนะครับ
BONGAMERZ • 30 ส.ค. 69
ดู
คนดีที่ลัก
ทรูวิชั่นส์ • 28 ส.ค. 69
อย่าตุกติกนะน้อง
เกมPB
OPZTV • 26 ส.ค. 69
ดู
Get Ready!
ทรูวิชั่นส์ • 8 พ.ค. 69
อ่าน
"เลออน" อินจัดกับบท "บัว" ถึงขั้นซึ้งน้ำตาแตกตั้งแต่อ่านบท ใน "GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน"
กระแสดีต่อเนื่องสำหรับ "GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน" ที่ออกอากาศมาแล้ว 2 ตอน ความสนุกเข้มข้นค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตอนล่าสุดนอกจากความน่ารักคอมเมดี้ แล้วยังมีน้ำตา มีความซึ้ง มีรสชาติเคมีเคใจของตัวละครทั้งหมด ทั้ง "คู่บัวบ้าบิ่น" และ "คู่โฟร์มดเชียร" ที่มีโมเมนท์ให้แฟน ๆ ได้อินไปตาม ๆ กัน ซึ่งงานนี้ไม่ได้อินแค่คนดู เพราะคนเล่นก็อินตั้งแต่ได้อ่านบท โดยเฉพาะ "เลออน บรอคโค่" รับบท "บัว" ก็อินกับตัวละคร บัว จนน้ำตาแตก ตั้งแต่อ่านบทครั้งแรก "เลออน" อินจัดกับบท "บัว" ถึงขั้นซึ้งน้ำตาแตกตั้งแต่อ่านบท ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 "เลออน" เผยว่า "สำหรับตัวละคร บัว เป็นตัวละครที่ เล ผูกผัน และรู้สึกดีใจที่ได้เห็นเขาเติบโต และได้รู้สึกร่วมกับเขาในทุกโมเมนต์ ซึ่งวันอ่านบทครั้งแรกของซีซัน 2 นี้ ทำเอา เล ร้องไห้หนักมาก เพราะความอินและซึ้งไปกับเรื่องราวที่เขาเติบโตขึ้นมาจากซีซัน 1 ซึ่งเลทำการบ้านกับตัวละคร บัว เพิ่มมากขึ้น จนเลรู้สึกเหมือนเป็นคน ๆ เดียวกับ บัว เลย เพราะเราทั้งสองคนเป็นคนที่อยู่ในช่วงอายุเดียวกัน เจนเดียวกัน เจอเรื่องราวคล้าย ๆ กัน แฟชั่นการแต่งตัวก็คล้ายกัน ทำให้เราเข้าใจตัวละคร บัว มากขึ้นไปอีก เลเลยอยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจและติดตามเรื่องราวของ บัว ต่อไปด้วยนะครับ" เรียกว่างานนี้อินทั้งคนเล่น อินทั้งคนดู ติดตามเรื่องราวของ บัว และความสัมพันธ์ของหนุ่ม ๆ "เล็บเจล" ได้ใน "GELBOYS 2 ตกอยู่ในสถานะติ่งแฟน" ทุกวันเสาร์เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน 31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : GELBOYS 2 EP.1 : วัยรุ่น Gen Z+ ปีลึก เซอร์ไพรส์ "โทโมะ" ร่วมจักรวาลเจลบอย เปิดจักรวาลเล็บเจลซีซันใหม่! GELBOYS 2 พร้อมเสิร์ฟความคลั่งรัก ตอนแรก 8 ส.ค.นี้ "GELBOYS 2" เปิดตัว 6 หนุ่มปะทะตัวท็อป T-POP "พีพี - เน็กซ์ BUS - อองรี PROXIE"
ข่าวละคร • 21 ส.ค. 69
ดู
Cool Boys Only High
ทรูวิชั่นส์ • 19 พ.ค. 69
ดู
First Kiss Boys
ทรูวิชั่นส์ • 10 เม.ย. 69
ดู
High School Lawyer
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
อ่าน
"ฮีโร่ อาชวิน" เสน่ห์แรงเกินต้าน ครบเครื่องทั้งการแสดงและดีกรีนักบาสฯ ระดับจังหวัด
กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งหนุ่มหล่อหน้าใสที่แฟน ๆ จับตามอง สำหรับ "ฮีโร่ อาชวิน จิรติสกุล" นักแสดงวัย Gen Z จากซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ" จาก CHANGE2561 ORIGINAL ที่นอกจากจะพกพาความหล่อสดใสและคาแรกเตอร์โดดเด่นมาเต็มร้อยแล้ว ความสามารถทางการแสดงของเจ้าตัวยังไม่ธรรมดา จนสามารถคว้าหัวใจแฟน ๆ ไปได้เป็นแถว ในเรื่องนี้ "ฮีโร่" รับบทเป็น "อินดี้" หนุ่ม Extrovert ผู้ตามหาความรักดี ๆ เป็นหนุ่มอัธยาศัยดี มองโลกสดใสเป็นกันเอง และมีดนตรีอยู่ในหัวใจเป็นมือคีย์บอร์ดประจำวง รวมถึงเป็นเพื่อนซี้ของ "ลีร์อิต" ที่รับบทโดย "ยูจีน อัยภณ" เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่เติมสีสันและสร้างความสนุกให้กับเรื่องราวได้อย่างลงตัว "ฮีโร่ อาชวิน" เสน่ห์แรงเกินต้าน ครบเครื่องทั้งการแสดงและกีฬา นอกจอตัวจริงของ "ฮีโร่ อาชวิน" ยังมีไลฟ์สไตล์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเจ้าตัวมีดีกรีเป็นนักกีฬา บาสเกตบอลทีมจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่น มีวินัย และความสามารถรอบด้าน ทั้งการเรียน กีฬา และงานในวงการบันเทิง พร้อมด้วยทัศนคติเชิงบวกที่ยิ่งทำให้หนุ่มคนนี้มีเสน่ห์ชวนหลงใหลมากขึ้นไปอีก โดย "ฮีโร่ อาชวิน" ได้เปิดเผยว่า "รู้สึกภูมิใจและดีใจมากครับที่ได้เป็นหนึ่งในนักแสดง CLASS CRUSH CRISIS พวกเราต้องไปฝึกร้องและฝึกเต้น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มาก ๆ สำหรับผมที่ได้ทำงานควบคู่ไปกับการเรียนหนังสือด้วยแต่พวกเราทุกคนตั้งใจและเต็มที่กับทุกอย่างมาก ๆ ขอบคุณ พี่ฉอด พี่เอส ที่ให้โอกาสครั้งนี้ครับ" ทั้งหล่อ สดใส ความสามารถรอบตัว และเต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจขนาดนี้ เชื่อว่าเส้นทางในวงการบันเทิงของ "ฮีโร่ อาชวิน" จะต้องน่าจับตามอง และเตรียมตกแฟน ๆ เพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เปิดวาร์ปไอจี 7 นักแสดงซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ" "แก๊งนมผง" จากซีรีส์ "CLASS CRUSH CRISIS" แท็กทีมโชว์ Busking แบบใกล้ชิด เปิดภาพฟิตติ้ง "CLASS CRUSH CRISIS" เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ เตรียมปักหมุดซีรีส์วัยรุ่นแห่งปี
ข่าวบันเทิง • 12 ส.ค. 69
ดู
Mr. Mitsuya's Planned Feeding
ทรูวิชั่นส์ • 8 พ.ค. 69
อ่าน
"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!
Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกที่ต่างบอกว่าครบรส ทั้งซาบซึ้ง สนุก อบอุ่นหัวใจ และสมบูรณ์แบบในทุกมิติ จนหลายคนยกให้เป็นที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี ที่ยังคงสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความประทับใจได้ไม่ต่างจากวันแรกที่ทุกคนได้รู้จักWoodyและBuzz Lightyearซึ่งนอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ทั้งหัวเราะและน้ำตาซึมแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้แฟน ๆ ต้องตีตั๋วกลับเข้าโรงภาพยนตร์ไปดูแบบซ้ำ ๆ คือการซ่อนรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ ไว้แทบทุกเฟรมทั้งFun FactsและEaster Eggsไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ การคารวะทีมงานผู้สร้าง ไปจนถึงการแอบใบ้ผลงานเรื่องใหม่ของสตูดิโอ ชนิดที่ยิ่งดูซ้ำก็ยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยสำหรับFun FactsในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีหลายจุด หลายฉาก ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่รายละเอียดซึ่งแฝงความหมาย รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานที่ประทับใจทีมงานจนอยากบอกต่อ เช่น เสื้อคลุมปอนโชของWoodyเป็นการคารวะ (Homage)ต่อเครื่องแต่งกายของClint Eastwoodในภาพยนตร์คาวบอยเรื่องThe Good, the Bad and the Ugly หลังจากที่Conan O'Brienเสร็จสิ้นการบันทึกเสียงที่Pixarให้กับตัวละครSmarty Pantsของเล่นเทคโนโลยีฝึกการใช้ห้องน้ำในภาพยนตร์ เขาได้เซ็นลายเซ็นไว้บนผนังห้องน้ำแห่งหนึ่งในอาคารSteve Jobsภายในสตูดิโอ กล่องบรรจุของBuzz Lightyearยังคงใช้ดีไซน์เดียวกับที่ปรากฏครั้งแรกบนเตียงของAndyในภาพยนตร์Toy Story หมูเลี้ยงของBlazeเป็นหมูพันธุ์Berkshireซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากสหราชอาณาจักร ชื่อตัวละครJimmy Deanได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมูของพี่ชายBob Pauleyโปรดักชันดีไซเนอร์ของภาพยนตร์ ซึ่งมีชื่อเดียวกัน เสื้อผ้าของBonnieเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของเธอ โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยชุดหลายชั้นที่มีระบาย ก่อนจะค่อย ๆ เรียบง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสื้อสเวตเชิ้ต ซึ่งเปรียบเสมือนผ้าห่มที่มอบความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับเธอ และเมื่อเรื่องราวจบลง เธอกลับมาสวมชุดหลายชั้นที่มีระบายอีกครั้งในเวอร์ชันที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เพื่อสื่อว่าเธอได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกครั้ง สไตล์การเล่นของBonnieและBlazeได้รับแรงบันดาลใจจากโทนสีพาสเทลดั้งเดิมที่สร้างขึ้นสำหรับToy Storyภาคแรก (ออกแบบโดยRalph Egglestonอาร์ตไดเรกเตอร์ผู้ล่วงลับของภาพยนตร์) ระหว่างการออกแบบเตียงของBonnieและBlazeทีมงานได้สร้างรูปแบบการวางและการจับจีบของผ้าห่มขึ้นมาประมาณ35แบบเพื่อรองรับฉากการใช้งานเตียงที่หลากหลาย ซึ่งเต็มไปด้วยความนุ่มฟูและอบอุ่นตลอดทั้งเรื่อง ภายในโรงนา (Barn)ของBlazeมีฟ่อนหญ้าจำนวนทั้งสิ้น25,304,146ชิ้น ม้าเพกาซัสของเล่นที่Buzzขี่ มีชื่อว่าBenito Blanco ผู้รับผิดชอบการออกแบบเส้นขนของม้าเพกาซัสของBuzzไว้ผมยาวสีชมพูในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังสร้างทรงผมสีชมพูแบบเดียวกันให้กับตัวละครม้าตัวนี้ ในฉากที่WoodyและBuzzทะยานขึ้นบินเพื่อหนีจากรถบรรทุกรับบริจาคของเล่น ดนตรีประกอบจะนำทำนองจากช่วงเวลาที่ทั้งคู่บินในToy Storyภาคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ทีมแอนิเมชันยังออกแบบการเคลื่อนไหวของตัวละครให้เหมือนกับฉากต้นฉบับ เพื่อให้เป็นการจำลองฉากจากภาพยนตร์เรื่องแรก นอกจากนี้ในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5ยังซ่อนEaster Eggsเอาไว้อีกมากมาย อาทิ ในช่วงต้นของฉากHighway Robberyเมื่อของเล่นทั้งหมดหยุดนิ่งอยู่ริมถนน จะสามารถเห็นรถPizza Planetขับผ่านไปด้านหลัง ขณะที่รถบรรทุกรับบริจาคของเล่นกำลังวิ่งขึ้นทางด่วน ผู้ชมจะมองเห็นร้านPizza Planetอยู่ด้านหลังของฉาก นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตเห็นสถานที่จากภาพยนตร์Toy Storyภาคก่อน ๆ ได้อีก ได้แก่Poultry Palace,Sleepwell Motelและปั๊มน้ำมันDinocoที่มีรถPizza Planetกำลังเติมน้ำมันอยู่ (หากสังเกตให้ดี อาจเห็นของเล่นบางตัวกำลังเถียงกันอยู่ใต้รถด้วย) อพาร์ตเมนต์ของAlจากToy Story 2ปรากฏอยู่บนเส้นขอบฟ้าของเมือง ในฉากที่Jessieพยายามกลับไปยังบ้านของBonnieหลังจากเดินทางมาถึงฟาร์มของBlazeเป็นครั้งแรก รองเท้าบู๊ตของBlazeปักลายดอกแดฟโฟดิล เพื่อเป็นเกียรติให้กับม้าของเธอที่ชื่อDaffodil ชื่อBlazeเป็นการอ้างอิงถึงคำว่าblazesซึ่งหมายถึงลวดลายหรือบริเวณสีขาวบนใบหน้าของม้าบางตัว Eggmanคือชื่อแบรนด์ของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่LilypadและSmarty Pantsใช้งาน โดยตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงRalph Egglestonโปรดักชันดีไซเนอร์ดั้งเดิมของToy Storyผู้ล่วงลับ ตัวละครKaraและChelseaซึ่งเป็นเพื่อนของBonnieได้รับการตั้งชื่อตามทีมงานCara BrodyและChelsea Waltonอย่างไรก็ตาม ชื่อCaraถูกเปลี่ยนการสะกดเป็นKaraเพื่อให้ในห้องแชตของBonnieมีตัวอักษรCและKแยกจากกัน แทนที่จะเป็นตัวCสองตัว ลูกชายBenและลูกสาวAudreyของAndrew Stantonเคยได้รับการระบุชื่อในเครดิตท้ายเรื่องToy Storyภาคแรก ภายใต้หัวข้อProduction Babies แอปโน้ตเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอของLilypadแสดงโน้ตดนตรีที่ตรงกับทำนองของเพลงYou've Got a Friend in Me บนหน้าจอของLilypadมีเกมชื่อChicken Farmerซึ่งมีAl's Toy Barnและมาสคอตรูปไก่จากToy Story 2ปรากฏอยู่ นอกจากนี้ยังมีเกมชื่อPrance Prance Revolutionซึ่งเคยเป็นเกมอาร์เคดที่ปรากฏในภาพยนตร์Onward มีป้ายชื่อถนนKennas Wayซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับKenna Harrisผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ ส่วนถนนMartin Aveได้รับการตั้งชื่อตามหลานชายของผู้กำกับAndrew Stanton ในภาพยนตร์ทุกเวอร์ชันทั่วโลก แทนที่QR CodeของHi-Tech Edition Buzz Lightyearจะแสดงข้อความว่าStar Command Updateจะเปลี่ยนเป็นUPDT_1195-2INFTY_PLSโดยเลข1195หมายถึงเดือนพฤศจิกายน ปี1995ซึ่งเป็นช่วงที่Toy Storyภาคแรกเข้าฉาย ส่วนINFTYเป็นการอ้างอิงถึงวลีประจำตัวของBuzz Lightyearคือ"To infinity and beyond!" หนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านให้ลูก ๆ ฟังภายในเต็นท์ ระหว่างฉากOperation Jessieคือเรื่องThe Velveteen RabbitผลงานของMargery Williamsซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกระต่ายของเล่นที่ได้รับความรักจากเด็กคนหนึ่งมากเสียจนกลายเป็นของจริง ชื่อร้านไอศกรีมที่Bonnieและคุณแม่ไปนั้น มีที่มาจากToy Storyภาคแรก โดยชื่อนี้เคยปรากฏอยู่บนลังไม้สีน้ำเงินภายในห้องของSidและรสชาติไอศกรีมทั้งหมดที่มีจำหน่ายในร้าน ยังเป็นรสโปรดของทีมงานฝ่ายศิลป์ของToy Story 5อีกด้วย เสื้อของคุณพ่อBonnieตัวหนึ่งมีการอ้างอิงถึงวงดนตรีสัญชาติแคนาดาRushซึ่งเป็นวงโปรดของผู้กำกับAndrew StantonและLaura Meyerกราฟิกอาร์ตไดเรกเตอร์ของภาพยนตร์ โลโก้บนไม้เทนนิสที่ปรากฏในช่วงPrologueใช้ดีไซน์เดียวกับโลโก้ของPixar RenderMan ภายในห้องทำงานของคุณพ่อBlazeมีการซ่อนกาน้ำชาMrs. Nesbitt RenderManซึ่งเป็นของที่ระลึกจากงานSIGGRAPH 2019ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าฉายของToy Story 4 หมายเลขA113อ้างอิงถึงห้องเรียนแห่งหนึ่งของCalArtsที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของPixarหลายคนเคยศึกษาอยู่ รวมถึงPete DocterและAndrew StantonโดยหมายเลขA113จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์Pixarทุกเรื่อง สำหรับToy Story 5หมายเลขนี้ปรากฏในฐานะแบรนด์ของกระดาษภาพถ่าย ซึ่งสามารถเห็นได้ที่ด้านหลังของรูปถ่ายEmilyที่โตเป็นผู้ใหญ่พร้อมลูกสาวของเธอ ในฉากBuried Treasure โค้ดที่ปรากฏบนหน้าจอขณะHi-Tech Edition Buzz LightyearกำลังติดตามภาพของJessieจะลงท้ายด้วยหมายเลขIP139.104.180.97ซึ่งเชื่อมโยงไปยังforthebirds.pixar.comเพื่อเป็นการรำลึกถึงRalph Egglestonนอกจากนี้ เลข97ยังเป็นปีที่Ralphเริ่มทำงานกับPixarอีกด้วย มีEaster Eggจากภาพยนตร์เรื่องGattoซึ่งเป็นผลงานเรื่องต่อไปของPixarที่มีกำหนดเข้าฉายวันที่5มีนาคม2027จำนวน2จุด ได้แก่ มีเกมชื่อPigeon Piazzaปรากฏอยู่บนหน้าจอของLilypadระหว่างที่เธอกำลังเลื่อนดูแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีกระป๋องลูกอมยี่ห้อSaverioวางอยู่บนโต๊ะของBlazeในช่วงท้ายของภาพยนตร์ ขณะที่Tech Trioกำลังดูภาพถ่ายงานแต่งงานบนแล็ปท็อป เรียกว่าทุกฉากถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ แฝงไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราวพิเศษซึ่งรอให้ผู้ชมค้นพบด้วยตัวเองบนจอภาพยนตร์ ใครยังไม่ได้ดูเตรียมเช็กลิสต์ไปเก็บรายละเอียดกันได้เลย ส่วนใครดูแล้วพลาดฉากไหนไปโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้ตีตั๋วไปดูซ้ำ เพราะยิ่งดูซ้ำจะยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อย่าพลาด ไปร่วมตามหาFun FactsและEaster Eggsเหล่านี้ด้วยกันในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 4 ก.ค. 69
อ่าน
12 สิ่งน่ารู้จากซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ภาคต้น Legally Blonde กับจุดกำเนิดทนายบลอนด์ดีในตำนาน!
"Elle บันทึกวัยทึน" เป็นซีรีส์ที่แตกยอดความสำเร็จมาจากเฟรนไชส์หนังเรื่องดังแห่งยุค 2000s อย่าง Legally Blonde ที่เป็นไอเดียตกผลึกมาจากตัวแม่ รีส วิเธอร์สปูน ผู้ที่รับบทนำแสดงในหนังต้นฉบับ อยากจะขยายโลกใบสดใสของแอล สาวน้อยที่หลงรักในสีชมพู ตีแผ่ออกมาเป็นห้วงเวลาการเติบโตในโรงเรียนไฮสคูลของแอล ออกมาเป็นซีรีส์จำนวน 8 ตอน ที่ระดมทีมสร้างชั้นนำ จากฝีมือผู้จัด "ลอรา คิตเทรล" และ "แคโรไลน์ ดรายส์" และนี่คือเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่ารู้เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ ซีรีส์ Elle เกิดขึ้นจากไอเดียของ Reese Witherspoon แม้ Legally Blonde จะเป็นแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ แต่จุดเริ่มต้นของซีรีส์ ไม่ได้มาจากการอยากขยายจักรวาลของหนัง หากมาจากความรู้สึกของ Reese ว่า ยังมีพื้นที่สำหรับเรื่องราวที่นำเสนอตัวละครวัยรุ่นหญิงที่เป็นตัวของตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่านี้ จุดประสงค์ของซีรีส์ไม่ใช่การเล่าเรื่องวัยเด็กของ Elle แต่เพื่อตอบคำถามว่า "อะไรทำให้เธอกลายเป็น Elle Woods" แกนหลักของซีรีส์คือการค้นหาคำตอบว่า เด็กสาววัย 16 ปีคนนี้ ผ่านอะไรมา จึงเติบโตเป็นผู้หญิงที่มั่นใจ ไม่ยอมแพ้ และไม่เคยปล่อยให้ใครมาตัดสินคุณค่าของตัวเองอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ แทนที่จะเลือกนักแสดงที่มีชื่อเสียง Reese Witherspoon ต้องการค้นพบ Elle คนใหม่ เธอจึงยืนยันให้เปิดออดิชันทั่วประเทศ และสุดท้าย Lexi Minetree ก็ได้รับเลือกจากผู้สมัครเกือบ 5,000 คน คลิปออดิชันของ Lexi มีลูกเล่นที่ทีมงานไม่ลืม เพราะในคลิปแนะนำตัว Lexi ไม่ได้แนะนำตัวแบบทั่วไป แต่เธอสร้างคลิปที่ได้แรงบันดาลใจจากวิดีโอสมัครเข้าฮาร์วาร์ดของ Elle ใน Legally Blonde เพราะหวังว่าหากทีมงานเปิดดูคลิปของเธอ อย่างน้อยก็จะหยุดดูต่อ และสุดท้ายวิธีนี้ก็ได้ผลจริงๆ Lexi Minetree ดู Legally Blonde มากกว่า 150 รอบ เพื่อฝึกน้ำเสียง การเดิน ภาษากาย และจังหวะการเคลื่อนไหวของ Elle พร้อมทำงานกับผู้ฝึกสอนด้านการใช้เสียง เพื่อสร้างพลังงานแบบ Elle Woods คำแนะนำเพียงข้อเดียว ที่ Reese ให้กับ Lexi นั่นคือ "Elle ไม่เคยใจร้ายกลับ" แม้จะถูกดูถูกหรือถูกทำร้าย Elle ก็ไม่เคยตอบโต้กลับแบบเดียวกัน นี่คือคุณค่าที่ Reese มองว่าเป็นแก่นแท้ของตัวละคร และเป็นสิ่งที่ Lexi ยึดถือในการแสดงทุกฉาก ทุกชื่อตอนของซีรีส์อ้างอิงจากบทพูดใน Legally Blonde นี่เป็นหนึ่งใน Easter Eggs ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่ไว้เพื่อแฟนภาพยนตร์ต้นฉบับ และยังสอดคล้องกับธีมของแต่ละตอนอีกด้วย ความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นหนึ่งในหัวใจของซีรีส์ ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ เนื่องจากในภาพยนตร์ บทของพ่อและแม่ของ Elle มีไม่มากนัก แต่ในซีรีส์ได้ขยายบท Eva Woods แม่ของ Elle ให้เป็นผู้หญิงที่กำลังค้นหาตัวเองเช่นกัน ทั้ง Eva และ Elle ต่างเรียนรู้จากกันและกัน และทีมงานอยากเล่าเรื่องความสัมพันธ์แม่ลูกในมุมที่อบอุ่นและสนับสนุนกัน ทีมงานตั้งใจสร้าง Elle ให้มีคุณภาพด้านภาพเหมือนหนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์มากกว่าซีรีส์ทั่วไป ทั้งการกำกับภาพ การจัดแสง และการถ่ายทำ เพื่อให้ยังคงความสวยงามของ Legally Blonde แต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทีมออกแบบเสื้อผ้า ศึกษาแฟชั่นปี 1995 จริงๆ ทั้งแบรนด์และเทรนด์ในยุคนั้น เพื่อให้เสื้อผ้าทุกชุดไม่ได้แค่ "ดูยุค 90" แต่ผู้ชมต้องเชื่อว่าเด็กสาวคนนี้มีชีวิตอยู่ในปีนั้นจริงๆ สีผมของ Elle ไม่ใช่บลอนด์แบบปัจจุบัน ทีมออกแบบทรงผม เลือกใช้โทน Buttery Blonde หรือบลอนด์อมเหลือง เพราะในยุคนั้นเทคโนโลยีการทำสีผมยังไม่สามารถสร้างเฉดเบจหรือแอชแบบที่นิยมในปัจจุบันได้ และตัวจริงของ Lexi เป็นสาวผมสีน้ำตาลธรรมชาติ เธอจึงต้องย้อมผมและคอยเติมสีตลอดการถ่ายทำ และเป็นการใช้ผมจริงทั้งเรื่อง ไม่มีการใช้วิก ทีมงานตามหาโทรศัพท์ใสยุค 90 และของใช้จริงจากยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดี โทรศัพท์บ้าน และคอมพิวเตอร์ ของใช้ต่างๆ ถูกคัดเลือกจากของจริงหรือของที่ใกล้เคียงที่สุด 1 กรกฎาคมนี้ เตรียมไอเทมสีชมพูให้พร้อม แล้วมารอพบกับความสดใสของ Elle Woods จาก Legally Blonde ในซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ที่ Prime Video เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 30 มิ.ย. 69
อ่าน
22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"
Eric Kripke ผู้สร้างซีรีส์ มองว่า The Boys ไม่ใช่เรื่องของ ซูเปอร์ฮีโร่ เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของอำนาจ ทุนนิยม ชื่อเสียง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ คนธรรมดา ทีมผู้สร้างตั้งใจให้ Homelander ไม่ใช่เพียงวายร้ายที่โหดร้าย แต่เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง ความโดดเดี่ยว และความต้องการการยอมรับ จนบางครั้งผู้ชมเองก็เผลอรู้สึกเห็นใจเขา Karl Urban และ Antony Starr รู้จักกันมานานกว่า 20 ปี ก่อนจะมาเล่นเป็นคู่ปรับใน The Boys ซึ่งทั้งคู่มองว่าความคุ้นเคยนอกจอช่วยเพิ่มมิติให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Butcher และ Homelander มากขึ้น Jack Quaid เผยว่า เขากดดันไม่น้อยหลังรู้ว่า Hughie ในเวอร์ชั่นคอมิกถูกออกแบบโดยอ้างอิงหน้าตาของ Simon Pegg ซึ่งเป็นนักแสดงที่เขาชื่นชมมาตลอด และสุดท้าย Simon Pegg ก็ได้มารับบทเป็นพ่อของ Hughie ในซีรีส์ กลายเป็นหนึ่งในความเชื่อมโยงที่แฟนคอมิกและแฟนซีรีส์ต่างประทับใจ Erin Moriarty ผู้รับบท Starlight คือนักแสดงคนแรกที่ถูกแคสต์ใน The Boys และเธอต้องรอนานถึง 6 เดือนเพื่อดูว่าใครจะได้เล่นเป็นสมาชิกคนอื่นๆ ของทีม Eric Kripke มองว่า Mothers Milk คือศูนย์กลางทางอารมณ์ของทีม The Boys และเป็นคนที่ช่วยยึดทุกคนเอาไว้ ในขณะที่ Billy Butcher เต็มไปด้วยความโกรธและความสุดโต่ง Tomer Capone ผู้รับบท Frenchie เป็นนักแสดงคนสุดท้ายที่ถูกแคสต์เข้าทีม The Boys เพราะทีมงานมองว่า Frenchie เป็นตัวละครที่หาคนเล่นได้ยากมาก เนื่องจากต้องทั้งประหลาด มีเสน่ห์ ตลก และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน โดย Tomer Capone มองว่า ถ้า Frenchie ไม่ได้พบ Kimiko เขาอาจกลายเป็นคนที่ หลงทางและอันตรายยิ่งกว่า Butcher เพราะ Kimiko คือคนที่ทำให้เขาเริ่มมองเห็นด้านที่ดีที่สุดของตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่าง Frenchie และ Kimiko เกิดจากการที่ทั้งคู่ต่างเป็นคนบอบช้ำ และพยายามเยียวยากันและกัน Karen Fukuhara ผู้รับบท Kimiko ต้องออดิชั่นโดยไม่มีบทพูดเลย ใช้เพียงสายตา การเคลื่อนไหว และสีหน้าในการสื่อสารอารมณ์ นอกจากนี้เธอยังมองว่า จุดสำคัญของ Kimiko คือต่อให้ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากแค่ไหน เธอก็ยัง พยายามเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง อยู่เสมอ Eric Kripke มองว่า Chace Crawford คือคนที่เหมาะกับบท The Deep มากที่สุด เพราะการจะเล่นเป็นตัวละครที่ทั้งซื่อบื้อ หลงตัวเอง และไม่ทันโลก ให้ออกมาตลกและน่าเชื่อจริงๆ นักแสดงคนนั้นต้องเป็นคนฉลาดและเข้าใจจังหวะคอเมดี้อย่างมาก เส้นเรื่องของ A-Train ถูกออกแบบให้สะท้อนด้านมืดของวงการกีฬาอาชีพ ทั้งเรื่องชื่อเสียง สารกระตุ้น ความกดดัน และระบบธุรกิจที่ทำลายตัวตนของคนดัง โดย Eric Kripke มองว่า Jessie T. Usher ผู้รับบท A-Train สามารถถ่ายทอดทั้ง ความมั่นใจแบบซูเปอร์สตาร์ และ ความเปราะบางของมนุษย์คนหนึ่ง ได้พร้อมกันในตัวละครเดียว Colby Minifie ผู้รับบท Ashley ถูกวางเป็นเพียงนักแสดงรับเชิญในช่วงแรกของซีรีส์ แต่หลังจากทีมงานเห็นพลังการแสดงของเธอ จึงตัดสินใจขยายบท Ashley จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง และเธอยังเป็นคนเสนอไอเดียเองว่า Ashley ควรดึงผมตัวเองจนหัวล้าน เพราะความเครียดจากการทำงานใน Vought ก่อนที่ไอเดียนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของตัวละคร Nathan Mitchell ผู้รับบท Black Noir ได้รับคำชมจากทีมผู้สร้างเป็นอย่างมาก เพราะแม้ตัวละครจะสวมหน้ากากและแทบไม่มีบทพูด แต่เขากลับใส่รายละเอียดการแสดงลงไปในทุกการเคลื่อนไหว จนทีมเขียนบทตัดสินใจขยายเส้นเรื่องของตัวละครนี้ Cameron Crovetti ผู้รับบท Ryan เริ่มเล่น The Boys ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี และตอนนี้เขาอายุ 18 ปีแล้ว โดยเขาบอกว่าถ้าไม่ได้เล่นเรื่องนี้ ตัวเองคงเป็นแฟนพันธุ์แท้ The Boys แบบสุดๆ แน่นอน ทั้งนี้เขารู้สึกเหมือนโตมากับซีรีส์เรื่องนี้จริงๆ เพราะเริ่มเล่นตั้งแต่เด็ก และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนักแสดงและทีมงานก็กลายเป็นเหมือนครอบครัว โดยตัวละคร Ryan คือเด็กที่แบกรับทั้ง ความโกรธแบบ Butcher และ ความโดดเดี่ยวแบบ Homelander เอาไว้พร้อมกัน ทีมออกแบบเครื่องแต่งกายของซีรีส์ ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลิกผ่านชุดฮีโร่ โดยแต่ละชุดจะสะท้อนทั้งภาพลักษณ์ อำนาจ และจิตวิทยาของตัวละคร ไม่ใช่เพียงการออกแบบให้ดูเท่เท่านั้น การออกแบบชุดจะเริ่มจากคำถามว่า ตัวละครนี้อยากให้โลกมองเขายังไง โดยทีมงานซ่อนรายละเอียดและแรงบันดาลใจเล็กๆ แบบ Easter Eggs เอาไว้ในชุดของตัวละครหลายตัว เช่น ลวดลายและเนื้อผ้าบางส่วนของชุด The Deep ที่อ้างอิงจากผิวสัตว์ทะเล หรือรายละเอียดบนชุดของ Sister Sage ที่ได้แรงบันดาลใจจากดวงตาของผีเสื้อกลางคืน เพื่อสะท้อนความลึกลับและการมองเห็นโลกในมุมที่แตกต่าง ทีมผู้สร้างเผยว่า หลายครั้งระหว่างเขียนบท พวกเขากลับรู้สึกว่า โลกความจริงกำลังบ้าคลั่งยิ่งกว่าในซีรีส์ จนการเขียนเรื่องเสียดสีสังคมให้เหนือความจริงกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แทบดูไม่ต่างจากโลกสุดโต่งใน The Boys ทีมเขียนบทของ The Boys ยืนยันว่า ความรุนแรงในซีรีส์ไม่เคยมีไว้เพื่อช็อกคนดูเฉยๆ แต่ทุกฉากจะส่งผลต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการของตัวละครเสมอ หนึ่งในฉากที่ทีมสตันต์ภูมิใจที่สุดคือ ศึกสุดท้ายของซีรีส์ ซึ่งพวกเขายืนยันว่าเป็นฉากที่แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด กองถ่าย The Boys มีธรรมเนียมแกล้งคนที่มีวันเกิดตรงกับวันถ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือทีมงาน โดยทีมงานคนอื่นๆจะเริ่มร้อง Happy Birthday ในขณะที่กล้องยังถ่ายอยู่ เพื่อทำให้เจ้าของวันเกิดรู้สึกเขินอาย ทีมงานเผยว่า บรรยากาศในกองถ่ายซีซั่นสุดท้ายเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา เพราะนักแสดงหลายคนต้องถ่ายซีนสุดท้ายของตัวเอง และทุกครั้งที่มีตัวละครปิดฉาก ทีมงานจะรวมตัวกันปรบมือส่งนักแสดงออกจากกองถ่ายเสมอ ทีมเขียนบทตั้งใจให้ซีซั่นสุดท้ายมีธีมหลักเกี่ยวกับ การต่อสู้ระหว่างความหวังและความสิ้นศรัทธา พร้อมตั้งคำถามว่า ในโลกที่ทุกอย่างเลวร้ายลงเรื่อยๆ มนุษย์จะยังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้หรือไม่ Eric Kripke หวังว่า ในอนาคตซีรีส์ The Boys จะถูกจดจำในฐานะ ภาพสะท้อนของยุคสมัยหนึ่ง มากกว่าเพียงซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายโหด ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 20 พ.ค. 69
ดู
Coming Soon
23 ก.พ. 68
อ่าน
เช็กลิสต์ 8 นักแสดงซีรีส์ "หลงกลิ่นเกสร Flower Boy" พร้อมแจกวาร์ปไอจี
ถ้าใครเผลอก้าวเท้าเข้าสู่โลกของ "Flower Boy หลงกลิ่นเกสร" บอกเลยว่าทางออกหาเจอยากมาก เพราะซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่พล็อตชวนลุ้นเกี่ยวกับความลับของกลิ่นหอมปริศนาเท่านั้น แต่ทีมนักแสดงคือหัวใจสำคัญที่ทำให้เราอินจนถอนตัวไม่ขึ้น วันนี้เราเลยขออาสาเป็นไกด์ พาไปเปิดวาร์ปเหล่านักแสดงหลัก ใครเป็นใคร และต้องไปกดฟอลโลว์ที่ไหนบ้างเตรียมกดบันทึกไว้ได้เลย นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: เพิร์ล ศัจกร นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: ภีค ภีมพล นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: อ่ำ อัมรินทร์ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: เพชร โบราณินทร์ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: ตั้งต้น จิณภพ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: โอเบย์ ปัณณวิชญ์ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: เอี้ยง สวนีย์ นักแสดง หลงกลิ่นเกสร Flower Boy: ภาคิน ลิขิตอัมพร เช็กลิสต์ 8 นักแสดงซีรีส์ "หลงกลิ่นเกสร Flower Boy" พร้อมแจกวาร์ปไอจี เพิร์ล ศัจกร รับบท เซนท์ | IG @pearlpooo นาทีนี้ต้องยกให้เขาเลยกับ เพิร์ล ศัจกร หนุ่มฮอตที่สะสมชั่วโมงบินมาตั้งแต่ปี 2022 จนขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัวใน สลักรักในแสงจันทร์ เมื่อปีก่อนจนแฟนคลับเพิ่มขึ้นถล่มทลาย ในเรื่องนี้เพิร์ลรับบทเป็นไฮโซหนุ่มมาดนิ่งที่เย็นชากับความรัก แต่ต้องแบกภาระกอบกู้ธุรกิจเครื่องหอมของตระกูล เพิร์ลถ่ายทอดอารมณ์ผ่านสายตาได้ลึกซึ้งมาก ทำให้เราอยากเอาใจช่วยให้เขาเจอความรัก (และน้ำหอมที่ตามหา) จริง ๆ พีค ภีมพล รับบท เกสร| IG @peakpeemapol ต่อกันที่หนุ่มหน้าใสขวัญใจมหาชน พีค ภีมพล ที่คร่ำหวอดในวงการมานานกว่า 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2016) เรื่องนี้เราจะได้เห็นพัฒนาการด้านการแสดงของพีคที่เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ในบท เกสร ตัวแปรสำคัญของเรื่องที่อาจต้องกลายเป็นวัตถุดิบชิ้นสำคัญ เตรียมทิชชู่ไว้ซับน้ำตาได้เลย เพราะพีคเล่นบทดราม่าได้บีบคั้นหัวใจสุด ๆ แถมเคมีกับนักแสดงคนอื่นก็ฟินกระจาย อ่ำ อัมรินทร์ รับบท วิทยา | IG @amarin365 รุ่นใหญ่ไฟกะพริบตัวจริง! การได้ พี่อ่ำ อัมรินทร์ มาร่วมจอนั้นช่วยยกระดับความเข้มข้นของซีรีส์ขึ้นไปอีกขั้น สมกับเป็นนักแสดงระดับมืออาชีพที่แค่ยืนนิ่ง ๆ พลังงานและรังสีความขลังก็แผ่ออกมาจนคนดูสัมผัสได้ เป็นตัวละครที่จะทำให้เรื่องราวมีมิติมากขึ้นอย่างแน่นอน เพชร โบราณินทร์ รับบท เมฆินทร์ | IG @petch_brn สายคมเข้มทางนี้เลย! เพชร โบราณินทร์ มาในลุคหนุ่มนิ่งขรึมแต่เสน่ห์เหลือร้าย เพชรขึ้นชื่อเรื่องการแสดงที่เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว และเรื่องนี้เขาก็ยังคงรักษามาตรฐานความฉ่ำชองในบทบาทได้อย่างดีเยี่ยม ตั้งต้น จิณภพ รับบท ซัน | IG @tangtonjinnaphop ถ้าถามหาความสดใสในเรื่อง ต้องยกให้ ตั้งต้น จิณภพคาแรกเตอร์ของเขามีความน่าเอ็นดู เป็นสีสันที่ทำให้บรรยากาศในเรื่องดูซอฟต์ลง ใครแพ้ทางหนุ่มลุคขี้เล่นขี้อ้อน รับรองโดนตกแน่นอน และแว่วมาว่าเขากำลังจะมีผลงานซีรีส์แนวตั้งออกมาให้ชมกันแบบจุก ๆ อีกด้วย รอติดตามได้เลย โอเบย์ ปัณณวิชญ์ รับบท ตะวัน | IG @obeypun นักแสดงหน้าใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่ง โอเบย์ ปัณณวิชญ์ มาพร้อมความเท่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่หาตัวจับยากมาก ไม่ว่าจะได้รับบทไหนเขาก็สามารถพลิกคาแรกเตอร์จนเราเชื่อสนิทใจ เป็นอีกหนึ่งคนที่กล้องรักมาก ๆ โดดเด่นทะลุจอสุด ๆ เอี้ยง สวนีย์ รับบท มาตา | IG @sawaneeu ถ้าพูดถึงฝีมือระดับปรมาจารย์ต้องยกให้ พี่เอี้ยง สวนีย์ การแสดงของพี่เอี้ยงคือการส่งพลังให้กับนักแสดงรุ่นน้องได้อย่างทรงพลัง ทุกฉากที่มีพี่เอี้ยงปรากฏตัวจะดูขลังและสมจริงจนเราเผลอลืมหายใจไปชั่วขณะเลยทีเดียว ภาคิน ลิขิตอัมพร รับบท เรย์ | IG @pakin.lk ปิดท้ายด้วยหนุ่มหล่อมาดนิ่งดาวรุ่งดวงใหม่ ภาคิน ลิขิตอัมพร ที่เข้ามาเสริมทัพให้ทีมนักแสดงชุดนี้สมบูรณ์แบบ แม้จะเป็นน้องใหม่แต่ความตั้งใจเต็มร้อย เห็นได้ชัดจากทุกซีนที่เขาปรากฏตัว เป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่มีอนาคตไกลในวงการบันเทิงแน่นอน
ข่าวบันเทิง • 6 พ.ค. 69
ดู
เด็กดีที่ไหน?
ทรูวิชั่นส์ • 1 พ.ค. 69
อ่าน
คูลเหลือเกิน! ส่อง หนุ่มน้อย "มิลาน ณเดชย์" เด็กหนุ่มจากบ้าน Building A
ถูกถามถึงกันมาเยอะหลังจากที่ปรากฎโฉมแบบจึ้ง ๆ ให้พี่ ๆ ได้ตามกรี๊ด ตามเชียร์กัน สำหรับ "มิลาน ณเดชย์ ณวรรณติ๊บ" (Nadech Nawantip) นักแสดงหนุ่มหน้าใส ดูละมุม จนใครๆ ก็อยากเข้าหา จากสังกัด Building A อีกหนึ่งนักแสดงจากโปรเจกต์ปั้น "School of Ruck The series" ที่เตรียมจะลงจอให้คนทั่วโลกได้เห็นศักยภาพของเด็ด Gen Z ช่วงปลางปี 2569 นี้ ก่อนที่จะไปชมฝีไม้หลายมี ทักษะงานแสดงของ "มิลาน ณเดชย์" ในบทของ "ไออุ่น" ขอพาไปทำความรู้จักหนุ่มคนนี้สักหน่อย เพราะบอกเลยว่ามีที่มาไม่ธรรดาจริงๆ "ณเดชย์ ณวรรณติ๊บ หรือ มิลาน" เป็นเด็กหนุ่มกำลังโตจากกรุงเทพมหานคร เกิดปี 2010 กำลังการศึกษา โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เท่านั้น แม้อายุยังน้อยแต่ความสามารถเพียบ เพราะเคยผ่านงานแสดงละครเวที โรงเรียนมาแล้ว แถมงานกีฬาก็เป็นสายนักสู้ อาทิ เทควันโด(สายดำ),มวย งานอดิเรก มิลาน บอกว่าจะสะสมของเล่น โมเดลรถ, โมเดลตัวละคร Marvel ความชอบของ "มิลาน ณเดชย์"-การ์ตูน : Cars, Zootopia,Ratatouille-สี : ชมพู,ดำ,ฟ้า-ไอดอล : Justin Bieber,Cortis-อาหาร : Sushi,spaghetti,pizza-ขนม : Haribo,yogurt, cheese cake-เครื่องดื่ม : ชาเขียว,นํ้าผลไม้-ผลไม้ : ผลไม้รสเปรี้ยวแต่สิ่งที่ไม่ชอบคือ "อาหารรสจัด"IG : MILAN_NADECH "มิลาน ณเดชย์" เล่าถึงการมาร่วมโปรเจกต์ "School of Ruck The series"ของ ค่าย Building A ว่า "ตนเองนั้นเริ่มจากการออดิชั่น จากโปรเจกต์"ชายน์ บอย"ของพี่แอนดี้ หลังจากนั้นก็ถูกช่วยมาโปรเจกต์ ตนเองอาจจะเป็นคนเดียวที่ถูกแคสถึง 2 บทด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ "ไออุ่น" ที่ได้รับเล่นในเรืองนี้ "ไออุ่น"เขาจะเป็นคนเงียบๆ อินโทรเวิร์ต (Introvert) ยอมรับว่าแรกๆ ก็ไม่ค่อยเข้าใจกับคาแรกเตอร์เท่าไหร่ แต่พอผ่านการเวิร์คชอป การพูดคุยกับผู้กำกับ พี่แอนดี้ ลองเล่นกับเพื่อนดูก็เข้าใจตัวเขามากยิ่งขึ้นแล้ว จริงๆ สำหรับคนอายุแบบตัวเองก็นับว่า "เจอศึกหนักเลยก็ว่าได้" แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นว่าสุดท้ายแล้วที่พยายาม ทำมา เคี้ยวมา ผลทั้งหมดจะเป็นอย่างไร อยากให้ไปลุ้นพร้อมๆ กันเหมือนผม" "School of Ruck The Series" มีกำหนดออนแอร์ในช่วงกลางปี 2026 ทางช่อง 9 กด 30นับว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองของ มิลาน - ณเดชย์ ณวรรณติ๊บ"(Nadech Nawantip) ทีมงาน และ"แอนดี้ ราชิต กุศลคูณสิริ" ผู้กำกับที่กลับมาอวดฝีมือให้วงการสะเทือนอีกครั้ง ติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่าน IG : BUILDING_AYouTube : BUILDING_A_TH. TIKTOK : insidebuildingA. X : buidling_A_TH
ข่าวบันเทิง • 12 เม.ย. 69
อ่าน
ประวัติ ซออินกุก (Seo In Guk)
ประวัติ ซออินกุก (Seo In Guk) ซออินกุก (Seo In Guk) ภาษาเกาหลี 서인국 เป็นนักร้องและนักแสดงชาวเกาหลีใต้ เกิดวันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ.1987 ที่เมืองอุลซัน เกาหลีใต้เมื่อเขาอายุได้ 10 ขวบ ซออินกุกได้ฟังเพลงของ คิม จุง-มิน (Kim Jung-min) ทำให้เขาเกิดแรงบันดาลใจที่จะเป็นนักร้อง ปัจจุบัน ซออินกุก เป็นนักแสดง ศิลปิน และนักแต่งเพลงฝีมือคุณภาพอีกคนของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ ประวัติ ซออินกุก (Seo In Guk) ด้านชีวิตในวงการบันเทิง ซออินกุก (Seo In Guk) เริ่มต้นเข้าสู่วงการบันเทิงจากการชนะเลิศในรายการเรียลลิตี้โชว์ความสามารถ Superstar K หลังจากนั้นซออินกุกก็ได้เปิดตัวในฐานะนักร้องอาชีพ ในปีค.ศ. 2012 ได้เป็นส่วนหนึ่งของละครเพลง Gwanghwamun Love Song ต่อมาเขาก็ได้เปิดตัวในฐานะนักแสดงละครกับบทบาทสมทบในซีรีส์เรื่อง Love Rain ต่อมาซออินกุกก็ได้เซ็นสัญญากับเอเจนซี่ของญี่ปุ่น Irving Entertainment และในปีเดียวกันซออินกุกก็ได้เป็นนักแสดงนำในซีรีส์เรื่อง Reply 1997 ละครแนวย้อนยุคที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นอยู่ในเกาหลีใต้ในช่วงปี 80-90 โดยการแสดงของเขาก็ได้รับคำชมจากผู้ชมและนักนักวิจารณ์ นอกจากนี้เขายังได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้สองเพลง โดยหนึ่งในนั้นคือเพลง All For You ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในซิงเกิ้ลเพลงที่ขายดีที่สุดในชาร์ต Gaon Single Chartในปีค.ศ. 2014 ซออินกุก (Seo In Guk) ได้เปิดตัวอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นชุดแรกของเขาในชื่อ Everlasting ซึ่งประกอบด้วยซิงเกิ้ลที่ออกมาก่อนหน้านี้อย่างเพลง Fly Away และ We Can Dance Tonight และในอัลบั้มนี้ยังมีเพลงใหม่ที่ชื่อว่า Everlasting Love ซึ่งมีทั้งหมด 12 แทร็ก อัลบั้มนี้เปิดตัวที่อันดับเก้าใน Oricon Daily Chart ต่อมาซออินกุกได้รับรางวัล 3 ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม (เอเชีย) จากงาน Japan Gold Disc Awardsในปีค.ศ. 2016 ซออินกุก (Seo In Guk) ได้แสดงซีรีส์เรื่อง Squad 38 ของช่อง OCN โดยเขาได้รับบทบาทเป็นนักต้มตุ๋นมืออาชีพ โดยละครเรื่องนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกลายเป็นซีรีส์ที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่อง OCN และเขายังได้รับรางวัลพิเศษในงาน 11th Asian TV Drama Conference หลังจากนั้นเขามีผลงานอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ 2026 ซออินกุก มีซีรีส์เรื่องใหม่ Boyfriend on Demand ที่กำลังทำสาว ๆ ใจสั่นอยู่ตอนนี้ และเร็ว ๆ กำลังจะอีกเรื่องคือ Back to Work ด้วย ด้านชีวิตส่วนตัว ซออินกุก (Seo In Guk) เป็นนักแสดงที่มีเอกลักษณ์ทางด้านงานแสดงอย่างมาก โดยเฉพาะการสื่อสารอารมณ์ทางสีหน้า แววตา และน้ำเสียงในแต่ละประโยคที่เปล่งออกมา ทำให้เราเข้าถึงตัวละครนั้นได้จริง ๆ นอกจากนี้ ซออินกุก ยังเป็นนักแสดงและศิลปินที่มีคุณภาพจัดอยู่ในระดับเอลิสต์ เพราะไม่ว่าจะบทบาทไหน เขาทำได้ดีเสมอ จนแฟน ๆ เชื่อและอินไปกับตัวละครนั้น ส่วนในพาร์ทร้องเพลง เขามีเสน่ห์อันทรงพลังเหลือเกิน และจากความสามารถล้นเหลือทำให้เขาได้รับรางวัลการันตีมากมาย ผลงานภาพยนตร์ ปีค.ศ. 2013 No Breathing รับบท Jo Won-il ปีค.ศ. 2016 I Love That Crazy Little Thing (รับเชิญ) ปีค.ศ. 2021 Pipeline รับบท Pin Dol-yi ปีค.ศ. 2022 Project Wolf Hunting ปีค.ศ. 2023 The Boys ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ ปีค.ศ. 2012 Love Rain รับบท Kim Chang-mo (1970s) / Kim Jeon-seol (2012) Reply 1997 รับบท Yoon Yoon-jae The Sons รับบท Yoo Seung-gi ปีค.ศ. 2013 Master's Sun รับบท Kang Woo Reply 1994 Yoon Yoon-je (รับเชิญ) ปีค.ศ. 2014 High School King of Savvy รับบท Lee Min-seok/Lee Hyung-seok The King's Face รับบท Prince Gwanghae ปีค.ศ. 2015 Hello Monster รับบท Lee Hyun/David Lee Oh My Ghost รับบท Edward (รับเชิญ) She Was Pretty (รับเชิญ) ปีค.ศ. 2016 Squad 38 รับบท Yang Jeong-do Shopaholic Louis รับบท Louis/Kang Ji-sung ปีค.ศ. 2018 The Smile Has Left Your Eyes รับบท Kim Moo-young ปีค.ศ. 2019 Abyss รับบท Alien "Grim Reaper" ปีค.ศ. 2021 Navillera รับบท Hwang Hee Doom at Your Service รับบท Myul Mang/Kim Sa-ram ปีค.ศ. 2022 Soundtrack #1 Caf Minamdang ปีค.ศ. 2023 Deaths Game ปีค.ศ. 2025 Twelve ปีค.ศ. 2026 Boyfriend on Demand Back to Work รายการวาไรตี้ ปีค.ศ. 2013 I Live Alone ปีค.ศ. 2015 Law of the Jungle in Indochina Mari and Me ปีค.ศ. 2016 Law of the Jungle in Mongolia มิวสิกวีดีโอ ปีค.ศ. 2012 เพลง Please Don't... ศิลปิน K.Will ปีค.ศ. 2013 เพลง Would You? ศิลปิน Swings เพลง Pick Up the Phone ศิลปิน Phone ปีค.ศ. 2014 เพลง Another Parting ศิลปิน Melody Day รางวัล ปีค.ศ. 2009 Cyworld Digital Music Awards สาขา Male Newcomer of the Year ปีค.ศ. 2012 5th Korea Drama Awards สาขา Best New Actor , Best Couple Award with Jung Eun-ji 5th Style Icon Awards สาขา Top 10 Style Icons 1st K-Drama Star Awards สาขา Rising Star Award , Best Couple Award , Best OST 14th Mnet Asian Music Awards สาขา Best OST 4th Melon Music Awards สาขา Best OST ปีค.ศ. 2013 2nd Gaon Chart K-Pop Awards สาขา Song of the Year (September) SBS Drama Awards สาขา New Star Award ปีค.ศ. 2014 3rd Gaon Chart K-Pop Awards สาขา Song of the Year (December) Japan Gold Disc Awards สาขา Best 3 New Artists (Asia) KBS Drama Awards สาขา Best New Actor ปีค.ศ. 2016 tvN10 Awards สาขา Made in tvN Actor (Drama) , Best Kiss with Jung Eun-ji 11th Asian TV Drama Conference สาขา Special Award, Actor MBC Drama Awards สาขา Excellence Award, Actor in a Miniseries ปีค.ศ. 2022 Asia Artist Awards : Best Actor Award KBS Drama Awards : Best Couple Award (ซออินกุก กับ โอยอนซอ Caf Minamdang, 2022) ปีค.ศ. 2023 SSFF ASIA : Global Sportlight Awards ไอจีซออินกุก (Seo In Guk)@seo_cccc https://www.instagram.com/seo_cccc/ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เปิดวาร์ปไอจี 17 นักแสดง "Boyfriend on Demand แฟนสมมติสะดุดรัก" ซีรีส์เกาหลี 2026 ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม seo_cccc
ประวัติดารา • 7 เม.ย. 69
ดูเพิ่มเติม