รีเซต

ผลการค้นหา “Gadino手袋精仿多少钱(威信:10086082)” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
CarePersona วิตามินส่วนบุคคล ราคาพิเศษ 4,900.- (ปกติ 7,900.-) ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

CarePersona วิตามินส่วนบุคคล ราคาพิเศษ 4,900.- (ปกติ 7,900.-) ใช้ 0 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿3000.00 ที่ Geneus Care ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน CarePersona วิตามินส่วนบุคคล ราคาพิเศษ 4,900.- (ปกติ 7,900.-)สอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อสินค้า Line Official: @geneusวิตามินที่ออกแบบเฉพาะคุณ จากรหัสลับใน DNAไม่มีสูตรสุขภาพใดใช้ได้กับทุกคน วิตามินของคุณควรถูกออกแบบมาเพื่อคุณคนเดียว CarePersona จึงใช้ข้อมูลจาก DNA มาผสานกับงานวิจัยด้านโภชนาการ เพื่อสร้างสูตรวิตามินที่ เป็นคุณที่สุด" เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข8. 1 ท่าน /1 สิทธิ์ /ตลอดแคมเปญ

รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติมูลค่า 399 บาทขึ้นไป/ชิ้น   ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติมูลค่า 399 บาทขึ้นไป/ชิ้น ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูรับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติมูลค่า 399 บาทขึ้นไป/ชิ้น เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ร้านค้าเพื่อรับสิทธิ์2. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่กำหนดเท่านั้น3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้ 5. จำกัด 1 สิทธิ์/ ท่าน/ วัน

โกปิโก้ ลูกอมรสกาแฟ 300 เม็ด ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

โกปิโก้ ลูกอมรสกาแฟ 300 เม็ด ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์

ประหยัด ฿5.00ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร V03 ประหยัด 5.- โกปิโก้ ลูกอมรสกาแฟ 300 เม็ด (802080) เพียง 140.- ปกติ 145.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม - 14 เมษายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 14 เมษายน 2569 เท่านั้น

G-SHOCK GA-2100 ลายพรางใหม่ นาฬิกาผู้ชายสายลุยสไตล์วัสดุรักษ์โลก
อ่าน

G-SHOCK GA-2100 ลายพรางใหม่ นาฬิกาผู้ชายสายลุยสไตล์วัสดุรักษ์โลก

เปิดตัวนาฬิกา G-SHOCK 2100 Series ลายพรางใหม่! GA-2100CM, GA-2100CMD และ GA-2100CMD-8A ดีไซน์แปดเหลี่ยมยอดฮิต มาพร้อมวัสดุรักษ์โลก Bio-based Resin และโครงสร้าง Carbon Core Guard แข็งแกร่งน้ำหนักเบา ฟังก์ชันครบกันน้ำ 200 เมตร ตอบโจทย์สายแฟชั่น Gorpcore และ Urban Outdoor โดยซีรี่ย์นี้ ออกมาทั้งหมด 3 แบบ G-SHOCK GA-2100 ลายพรางใหม่ นาฬิกาผู้ชายสายลุยสไตล์วัสดุรักษ์โลก การออกแบบ สไตล์ล้ำสมัย มาในทรง "Octagon" แปดเหลี่ยม ยอดฮิตที่ดูเพรียวบางแต่แข็งแกร่ง เสริมด้วยลายพราง (Camouflage) แบบต้นฉบับของ G-SHOCK ดีเทลที่แอบซ่อนลายพรางถูกออกแบบมาอย่างประณีต โดยมีการซ่อนตัวอักษร "G" (สัญลักษณ์แบรนด์) ไว้ในลวดลายอย่างแนบเนียน ความหรูหราที่ดุดันใช้การพิมพ์แบบ Metallic ทำให้ลายพรางดูมีมิติและดูพรีเมียมกว่าลายพิมพ์ทั่วไปออกแบบมาให้เข้ากับเทรนด์ Gorpcore (แฟชั่นแนวลุยป่าในเมือง) หรือการแต่งตัวสไตล์ Urban Outdoor ความต่างของรุ่น CMD ในรุ่น GA-2100CMD ลายพรางจะลามเข้าไปถึงหน้าปัดภายใน โดยใช้วิธีเคลือบไอโลหะ Vapor Deposition เพิ่มความเท่ขึ้นไปอีกขั้น วัสดุ สายและตัวเรือนทำจาก Bio-based Resin (เรซินชีวภาพ) ซึ่งสกัดจากวัตถุดิบทางธรรมชาติอย่างข้าวโพด ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แข็งแรงแต่เบาใช้โครงสร้าง Carbon Core Guard เสริมด้วยคาร์บอนช่วยกันกระแทกได้ดีเยี่ยมแต่มีน้ำหนักเบาเพียง 51 กรัม ใส่สบายข้อมือ หน้าปัดเป็นกระจกมิเนอรัล (Mineral Glass) ทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีตามมาตรฐาน G-SHOCK G-SHOCK ANALOG-DIGITAL 2100 Series GA-2100CM-5A โทนสีน้ำตาล/เอิร์ธโทน รุ่นนี้จะเน้นลุคสายลุยแบบทหาร (Military) ที่ดูซอฟต์และเข้ากับการแต่งตัวได้ง่าย ใช้ลายพรางโทน น้ำตาล-เขียว (Classic Camo) เหมาะมากกับสายแคมป์ปิ้งหรือคนที่ชอบแต่งตัวแนว Earth Tone สีนี้จะให้ความรู้สึกดุดันแบบดิบๆ แต่ยังดูทันสมัย ตัวเรือนและสายเป็นเรซินชีวภาพ (Bio-based Resin) สีน้ำตาลเข้ม ราคาประมาณ 3,800 บาท G-SHOCK ANALOG-DIGITAL 2100 Series GA-2100CM-8A โทนสีเทาดำ/กามิกาเซ่ รุ่นนี้จะให้ลุคที่ดูสปอร์ตและมีความเป็น Urban มากขึ้น ใช้ลายพรางโทน เทา-ดำ (Urban Camo) ลายพรางสีเทาจะดูเนียนไปกับตัวเรือนมากกว่ารุ่นสีน้ำตาล ใส่ไปทำงานหรือใส่เที่ยวในเมืองได้แบบไม่ตะโกนจนเกินไป แต่ยังคงความเท่ด้วยลายพิมพ์ Metallic วัสดุตัวเรือนและสายเป็นเรซินชีวภาพ สีเทาเข้ม/ดำ ราคาประมาณ 3,800 บาท G-SHOCK ANALOG-DIGITAL 2100 Series GA-2100CMD-8A รุ่นพิเศษ ลายพรางเต็มหน้าปัด รุ่นนี้คือตัวท็อปในด้านดีไซน์ของเซตนี้ เพราะมีการเพิ่มรายละเอียดบนหน้าปัดเป็นพิเศษ ดีไซน์โทนสีเทาดำคล้ายรุ่น 8A แต่ที่พิเศษคือลายพรางลามเข้าไปอยู่ในหน้าปัด จุดเด่นหน้าปัดภายในจะถูกเคลือบด้วยเทคนิค Vapor Deposition เป็นลายพรางเข้าคู่กับสายและขอบตัวเรือน ทำให้ดูมีความเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งเรือน ดูมีมิติและดูแพงกว่าอีก 2 รุ่น วัสดุตัวเรือนและสายเป็นเรซินชีวภาพ สีเทา/เงินเมทัลลิค ฟังก์ชันการใช้งาน กันน้ำลึก 200 เมตร: ใส่ว่ายน้ำ ดำน้ำตื้น หรือลุยฝนได้สบาย ดูเวลาได้ทั่วโลก: รองรับ 31 โซนเวลา (48 เมืองสำคัญ) ไฟส่องสว่าง: ระบบ Double LED Light (Super Illuminator) สว่างชัดเจนทั้งหน้าปัดเข็มและจอดิจิทัล ฟีเจอร์เข็มหลบหน้าจอ (Hand Shift): เมื่อต้องการดูตัวเลขดิจิทัล เข็มนาฬิกาจะเลื่อนหลบให้อัตโนมัติ ไม่บังหน้าจอ ฟังก์ชันครบถ้วน: จับเวลาเดินหน้า/ถอยหลัง ตั้งปลุกได้ 5 เวลาต่อวัน ปฏิทินอัตโนมัติถึงปี 2099 อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ 3 ปี บทความที่คุณอาจสนใจ G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล Casio G-SHOCK MTGB4000 นาฬิกาคาสิโอเรือนแรกจากการร่วมมือระหว่าง AI และ มนุษย์ ส่องนาฬิกา G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES ทั้งสวยทั้งทน มีฟังค์ชั่นอะไรบ้างราคาเท่าไหร่

สร้อยจี้เงินแท้ ราคาพิเศษ 1,099.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

สร้อยจี้เงินแท้ ราคาพิเศษ 1,099.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- สร้อยจี้เงินแท้925 เหลี่ยมเพชรแบบ 88 Cut Zirconia Austria 88-HN0103-01 เพียง 1,099.- (ปกติ 6,800.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/umY5gahFACEBOOK (Herit Design): https://www.facebook.com/HeritDesign เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

สร้อยคอ และต่างหู  ราคาพิเศษ 999.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

สร้อยคอ และต่างหู ราคาพิเศษ 999.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- สร้อยคอ และต่างหู S0207-209 เพียง 999.- (ปกติ 4,300.-)- สร้อยคอ และต่างหู S0253-12 เพียง 999.- (ปกติ 4,200.-)- สร้อยคอ และต่างหู S0283-001 เพียง 999.- (ปกติ 4,700.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/l1BTMMnFACEBOOK (12victory): https://www.facebook.com/12victorycrystal เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

นาฬิกา ราคาพิเศษ 999.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

นาฬิกา ราคาพิเศษ 999.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- นาฬิกา LWA0176-ABL เพียง 999.- (ปกติ 6,100.-)- นาฬิกา LWA0176-BLA เพียง 999.- (ปกติ 6,500.-)- นาฬิกา LWA0176-RBL เพียง 999.- (ปกติ 6,400.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/l1BTMMnFACEBOOK (12victory): https://www.facebook.com/12victorycrystal เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

สร้อยจี้ และต่างหูเงินแท้ ราคาพิเศษ 999.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

สร้อยจี้ และต่างหูเงินแท้ ราคาพิเศษ 999.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- สร้อยจี้เงินแท้925 ประดับเพชร Zirconia Austria HN0032-01 เพียง 999.- (ปกติ 5,000.-)- สร้อยจี้เงินแท้925 ประดับเพชร Zirconia Austria HN0032-03B เพียง 999.- (ปกติ 5,300.-)- สร้อยจี้เงินแท้925 ประดับเพชร Zirconia Austria HN0047-01 เพียง 999.- (ปกติ 5,200.-)- ต่างหูเงินแท้925 เหลี่ยมเพชรแบบ 88 Cut Zirconia Austria 88-HE0117-01 เพียง 999.- (ปกติ 4,200.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/umY5gahFACEBOOK (Herit Design): https://www.facebook.com/HeritDesign เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

สร้อยจี้ และต่างหูเงินแท้ ราคาพิเศษ 799.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

สร้อยจี้ และต่างหูเงินแท้ ราคาพิเศษ 799.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- สร้อยจี้เงินแท้925 เหลี่ยมเพชร Heart Arrows HAN0144 เพียง 799.- (ปกติ 2,500.-)- ต่างหูเงินแท้925 เหลี่ยมเพชร Heart Arrows HAE0171 เพียง 799.- (ปกติ 3,000.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/umY5gahFACEBOOK (Herit Design): https://www.facebook.com/HeritDesign เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

สร้อยคอ ราคาพิเศษ 799.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

สร้อยคอ ราคาพิเศษ 799.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- สร้อยคอ N1036-223 เพียง 799.- (ปกติ 3,100.-)- สร้อยคอ N1037-223 เพียง 799.- (ปกติ 3,100.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/l1BTMMnFACEBOOK (12victory): https://www.facebook.com/12victorycrystal เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

ต่างหูเงินแท้ ราคาพิเศษ 699.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

ต่างหูเงินแท้ ราคาพิเศษ 699.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- ต่างหูเงินแท้925 เหลี่ยมเพชร Heart Arrows HAE0144 เพียง 699.- (ปกติ 2,100.-)- ต่างหูเงินแท้925 เหลี่ยมเพชร Heart Arrows HAE0170 เพียง 699.- (ปกติ 2,800.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/umY5gahFACEBOOK (Herit Design): https://www.facebook.com/HeritDesign เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข

จี-ช็อค
สิทธิพิเศษ

จี-ช็อค

-

On Top 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 4,000 บาท ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

On Top 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 4,000 บาท ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ 0 ทรูพอยท์ On Top 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 4,000 บาท(เฉพาะรุ่นที่มีส่วนลดไม่เกิน 30% ที่ร่วมรายการ) เงื่อนไข 1 โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2 กดรับสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ จุดชำระสินค้าก่อนชำระค่าสินค้า งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย / ภาพบันทึกหน้าจอ3 โปรโมชั่นนี้เฉพาะลุกค้า ทรู และ ดีแทค เท่านั้น4 สิทธิพิเศษสามารถใช้ได้เฉพาะสโตร์คลาแรงส์ สกิน สวีท 9 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล เชียงใหม่, สยามพารากอน และเอ็มโพเรียม เท่านั้น (เคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าไม่ร่วมรายการ)5 สิทธิพิเศษสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 69 ถึง 31 ก.ค. 696 จำกัด 1 สิทธิ์ / 1 หมายเลขสมาชิก / ตลอดรายการ7 จำกัด 500 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ8 คูปองส่วนลดนี้ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้9 คูปองนี้ไม่สามารถใช้เป็นส่วนลดร่วมกับรายการอื่นได้10 โปรดตรวจสอบเงื่อนไข และรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม ณ จุดขาย11 ราคาหรือเงื่อนไขโปรโมชั่นของแต่ละแบรนด์ จะแสดงและ/หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ ณ จุดขาย12 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติ ใช้ 0 ทรูพอยท์
สิทธิพิเศษ

รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติ ใช้ 0 ทรูพอยท์

ลูกค้าทรูใช้ 0 ทรูพอยท์รับส่วนลด 10% เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติ เงื่อนไข 1 โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2 กดรับสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ จุดชำระสินค้าก่อนชำระค่าสินค้า งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย / ภาพบันทึกหน้าจอ3 โปรโมชั่นนี้เฉพาะลุกค้า ทรู และ ดีแทค เท่านั้น4 สิทธิพิเศษสามารถใช้ได้เฉพาะสโตร์คลาแรงส์ สกิน สวีท 9 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัล ชิดลม, เซ็นทรัล บางนา, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เซ็นทรัล พระราม 2, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, เซ็นทรัล เชียงใหม่, สยามพารากอน และเอ็มโพเรียม เท่านั้น (เคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าไม่ร่วมรายการ)5 สิทธิพิเศษสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 69 ถึง 31 ก.ค. 696 จำกัด 1 สิทธิ์ / 1 หมายเลขสมาชิก / ตลอดรายการ7 จำกัด 500 สิทธิ์ ตลอดแคมเปญ8 คูปองส่วนลดนี้ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้9 คูปองนี้ไม่สามารถใช้เป็นส่วนลดร่วมกับรายการอื่นได้10 โปรดตรวจสอบเงื่อนไข และรายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม ณ จุดขาย11 ราคาหรือเงื่อนไขโปรโมชั่นของแต่ละแบรนด์ จะแสดงและ/หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ ณ จุดขาย12 เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

7 นาฬิกา Casio ผู้หญิง รุ่นไหนดี 2026 ดีไซน์เก๋ ใส่แล้วดูแพง ไม่แพ้แบรนด์หรู
อ่าน

7 นาฬิกา Casio ผู้หญิง รุ่นไหนดี 2026 ดีไซน์เก๋ ใส่แล้วดูแพง ไม่แพ้แบรนด์หรู

นาฬิกา Casio แบรนด์นาฬิกาสัญชาติญี่ปุ่นที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ขึ้นชื่อเรื่องความเที่ยงตรง ทนทาน และดีไซน์ที่สวยทันสมัย แทบจะพูดได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก งั้นเรามาส่องกันดีกว่าค่ะว่า นาฬิกา Casio ผู้หญิง รุ่นไหนดี 2026 ดีไซน์เก๋ ใส่แล้วดูแพง ไม่แพ้แบรนด์ไฮเอนด์ แถมราคาเริ่มต้นที่หลักพ้นต้นๆ แต่คุณภาพและดีไซน์ คือดีงามเกินราคา! สาวๆ จะหยิบมาแมตช์กับลุคไหนๆ ก็มอบโททัลลุคแบบผู้ดี มีคลาสให้คุณ แถมบางรุ่นใส่แล้วยังช่วยขับผิวให้ผุดผ่อง ออร่าไฮโซจับอีกด้วย จะมีรุ่นไหนเข้าตาสาวๆ บ้างก็ตามมาอ่านกันเลยค่า นาฬิกา Casio ผู้หญิง ยอดนิยม 2026 ดีไซน์สวย น่าซื้อ 1. Casio LTP-1302DD-4A1V เราขอเริ่มต้นด้วยการพาสาวๆ Back to basic กับนาฬิกา Casio รุ่นมาตรฐานเรือนนี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่ละม้ายคล้ายนาฬิกาแบรนด์เนมสุดหรู ซึ่งเค้ามาด้วยระบบ Analog และฟังก์ชันกันน้ำลึก 50 เมตร หน้าปัดขนาดประมาณ 30 มม. สีชมพูหวานแบบ Sunray ที่มีความเล่นแสงเป็นแนวเหมือนยามดวงอาทิตย์สาดส่อง (นอกจากสีชมพูเค้าก็มีสีอื่นๆ ด้วย!) ตัดกับเข็มนาฬิกาทรงเรียวยาวสีเงิน ทั้งยังมีวันที่แสดงในตำแหน่ง 3 นาฬิกา พร้อมเพิ่มความโดดเด่นด้วยดีเทลขอบหน้าปัดแบบเซาะร่อง ส่วนตัวเรือนชุบเคลือบด้วยไอออน สายนาฬิกาเป็นสตีลข้อต่อ 3 ชิ้นที่ทนทานและเงาวาวกำลังดี ขับให้นาฬิกาเรือนนี้ดูเรียบหรูแฝงความอ่อนหวาน ได้ลุคน้อยแต่มากแบบ Smart casual อย่างไร้ที่ติ! ราคาปัจจุบัน 2,300 บาท 2. Casio LTP-1234LL-7A ตอกย้ำความวินเทจ ดื่มด่ำไปกับความหรูหราที่เรียบง่าย สไตล์ Quiet Luxury เราขอชี้เป้านาฬิกา Casio สายหนังรุ่นนี้ค่ะ เรือนนี้เค้าเป็นนาฬิการะบบ Analog แบบดั้งเดิม ขนาด 3221 มม. พรางข้อมือให้ดูเรียวเล็กลง ซึ่งเค้ามาด้วยหน้าปัดสตีลทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพิ่มเติมตัวเลขบอกเวลาแบบอารบิก 4 ตำแหน่ง พร้อมยกระดับความคลาสสิกไม่รู้จบด้วยตัวเรือนทรงถังบาร์เรลที่ประดับด้วยเข็มนาฬิกาทรง Sword และเม็ดมะยมสีเงิน จับคู่กับสายหนังแท้สีดำลวดลายสวยงาม ใส่แล้วให้ฟินิชลุคผู้หญิงเท่ เด็ดเดี่ยว ปราดเปรียวสไตล์ Girl boss! จะหยิบมาใส่เมื่อไหร่ก็ไม่เชย สมเป็น Timeless Pieces ที่สุด! ราคาปัจจุบัน 2,100 บาท 3. Casio SHE-4554PG-4A อดใจไม่ไหวจนต้องหยิบมาฝากสาวๆ ค่ะกับนาฬิกาคาสิโอ Sheen สี Pink gold คุมโทนอีกหนึ่งรุ่นที่ใส่แล้วขับผิวสุดๆ เรือนนี้! ซึ่งยังคงใช้การบอกเวลาแบบดั้งเดิมที่มีความเที่ยงตรง มาด้วยหน้าปัดทรงกลมดีไซน์ขอบลบมุม 8 เหลี่ยมขัดเงาอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานการแสดงวันที่และการบอกเวลาด้วยตัวเลขโรมันในตำแหน่ง 3 6 9 12 นาฬิกา ประกอบกับเข็มนาฬิกาทรงเรียวยาว ตัวเรือนและสายเป็นสตีลชุบไอออนสี Pink gold ทั่วทั้งเรือน ขับให้ผู้สวมใส่มีบุคลิกสง่าสดใส เปี่ยมด้วยความ Feminine สไตล์ลูกคุณ! นอกจากนี้เค้ายังมาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำลึก 50 เมตร ขอบอกว่าใช้ในชีวิตประจำวันได้สบาย! ราคาปัจจุบัน 6,000 บาท 4. Casio SHE-4559G-8A สาวไหนต้องการนาฬิกาที่บ่งบอกถึงความ Modern luxury มอบโททัลลุคสุดไฮคลาส ทันสมัย ดุจไฮโซสาวท่านหนึ่งให้กับคุณ จะขาดนาฬิกาเรือนนี้ไปไม่ได้เลยค่ะ บอกเลยว่าสาวข้อมือเล็กต้องชอบ! เพราะเป็นรุ่นตัวเรือนขนาดกลาง มาด้วยหน้าปัดทรงกลมสีเทาเจือน้ำเงินล้อแสง ประกอบกับกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดี ทั้งยังจับคู่กับเข็มนาฬิกาทรงดาบ ผสมผสานการบอกเวลา 4 ตำแหน่งแบบไม่ใช้ตัวเลข ส่วนตัวเรือนและสายเคลือบทับด้วยไอออนสีทองอ่อน จึงช่วยขับให้ลุคดูเรียบหรู แฝงความมินิมอลได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งยังสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตรด้วยค่ะ เป็นอีกเรือนที่ใส่ไปทำงานก็หรู ใส่ออกงานก็เริ่ด ครบจบในเครื่องเดียว! ราคาปัจจุบัน 7,500 บาท 5. Casio MSG-S500G-7A มาถึงนาฬิกา Casio Baby G G-MS สายเรซินสีขาวบริสุทธิ์กับตัวเรือนสีทองส่องประกาย ดีไซน์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สวยสะดุดตาเรือนนี้กันบ้างค่า ด้วยตัวเรือนขนาด 42.437.1 มม. เป็นสตีลเคลือบไอออนสีทองรับกับกรอบหน้าปัดแบบเรียบ พร้อมดีเทลขัดเงาผิวกระจกและลายขนแมวดูเหลือบแสง แมตช์เพิ่มความทันสมัยด้วยตัวเลขบอกเวลาแบบสามมิติและการแสดงวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา เพิ่มเติมด้วยเข็มนาฬิกาสีขาวทอง นอกจากนี้เค้ายังสามารถกันน้ำได้ลึกมากถึง 100 เมตร และมีระบบชาร์จไฟด้วยพลังงานแสงด้วยค่ะ สาวคนไหนอยากได้นาฬิกาที่ใส่แล้วคอมพลีตลุคมินิมอล แฝงไปด้วยความเรียบหรู แบบไม่ตะโกน แถมดูทะมัดทะแมง สปอร์ตเบาๆ ทนทาน เหมาะกับการใช้งานหนัก เรือนนี้แหละใช่เลย! ราคาปัจจุบัน 6,900 บาท 6. Casio SHE-4556SPG-5A หากถามว่านาฬิการุ่นไหนของคาสิโอ แมตช์กับอะไรก็ไม่จม ไม่หาย ใส่ไปงานสังคม แล้วสวยเด่นจนใครเห็นเป็นต้องมองซ้ำ! เราขอยกให้ Casio sheen เรือนนี้ที่มาด้วยราคาพันปลายๆ แต่สวยประณีตเหมือนนาฬิกาเฉียดแสน ซึ่งช่วยส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดู Professional สวยสง่าเลอค่า สไตล์ Glamorous! โดยตัวเรือนของเค้ามีขนาด 3932 มม. เป็นสตีลชุบไอออนสีพิ้งค์โกลด์ หน้าปัดสีน้ำตาลเหลือบแสง ตัดกับเข็มนาฬิกาสีเดียวกับตัวเรือน ปิดทับด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่แข็งแรงทนทาน ยากต่อการเกิดรอยขีดข่วน พร้อมเพิ่มความหรูหราเหนือระดับด้วยวงแหวนคริสตัลเปล่งประกายแวววาว และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ สายนาฬิกาเส้นเล็กแบบทูโทนแบบ 3 ข้อต่อ มอบฟินิชลุคเก๋ หวานละมุนแต่ไม่เลี่ยน ไม่เพียงเท่านี้ยังเพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติการกันน้ำลึก 50 เมตรอีกด้วย ราคาปัจจุบัน 7,300 บาท 7. Casio GM-S2100BR-5A ปิดท้ายด้วยนาฬิกาทรงสปอร์ต โทนสีบรอนซ์เป็นประกายแสนอบอุ่นมั่นคง ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เคล้าไปกับกลิ่นอายของความสง่า ใส่แล้วได้ฟินิช Classy look สไตล์นักธุรกิจสาวสุดสตรอง ทั้งเก๋และเท่ในเวลาเดียวกัน โดยตัวเรือนของเค้าเป็นสตีล พร้อมหน้าปัดกรอบโลหะขัดเงาชุบไอออนสีน้ำตาล ที่มาพร้อมการแสดงเวลาแบบแอนะล็อกและดิจิทัล เพิ่มเติมด้วยสายเรซินสีบรอนซ์โมโนโครม ส่งให้นาฬิการุ่นนี้ดูสวยงามประณีตยิ่งขึ้น แม้รูปลักษณ์จะเพรียวบางรับกับข้อมือของสาวๆ มากกว่า G-shock รุ่นอื่น แต่ฟังก์ชันจัดเต็มไม่แพ้รุ่นไหนๆ เลยล่ะค่ะ! ไม่ว่าจะเป็นการกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร แสดงปฏิทินอัตโนมัติ มีไฟส่องหน้าปัด ทำให้มองเห็นในที่มืดได้ง่าย สามารถตั้งการปลุกวันละ 5 เวลาและจับเวลาอย่างแม่นยำ รวมถึงฟังก์ชัน World time ที่สามารถแสดงเวลาของเมืองต่างๆ ได้ถึง 31 ไทม์โซน ตอบโจทย์การใช้งานแบบสมบุกสมบัน หรูแต่ลุยได้ทุกสถานการณ์! ราคาปัจจุบัน 9,200 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ ป้ายยา! 8 นาฬิกาผู้หญิง แบรนด์เนม รุ่นฮิต 2026 ดีไซน์หรู ดูแพง ใส่แล้วขับผิวสุดๆ 6 นาฬิกา Vivienne Westwood รุ่นไหนดี ราคาไม่ถึงหมื่น ใส่สวย ดูหรู!

แนะนำ "กล้อง 360 องศา" อุปกรณ์คู่ใจสายคอนเทนต์ รุ่นใหม่ปี 2025
อ่าน

แนะนำ "กล้อง 360 องศา" อุปกรณ์คู่ใจสายคอนเทนต์ รุ่นใหม่ปี 2025

เคยไหม? พลาดช็อตเด็ดเพราะเล็งไม่ทัน? กล้อง 360 องศาคือคำตอบสุดท้ายที่จะลบปัญหานั้นทิ้งไป! เจ้ากล้องมหัศจรรย์ตัวนี้คือเกมเชนเจอร์สำหรับวงการถ่ายภาพและวิดีโอ เพราะมันสามารถ เก็บภาพรอบทิศทาง (360 องศา) ได้ทั้งหมดด้วยการกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว ทำให้เราสามารถเลือกมุมมองที่ดีที่สุดได้ "ทีหลัง" ในขั้นตอนการตัดต่อ นี่คือเหตุผลว่าทำไมกล้อง 360 องศา ถึงเป็นอุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับสายท่องเที่ยว, วล็อกเกอร์, และนักผจญภัยทุกคน หัวใจหลักของมันคือเทคโนโลยี "Reframing" หรือการจัดเฟรมใหม่ หมายความว่า คุณถ่ายทุกอย่างที่อยู่รอบตัวคุณไว้ก่อน แล้วค่อยใช้แอปพลิเคชันเลือกตัด (Crop) วิดีโอในมุมมองปกติ (Flat Video) หรือมุมมองสุดล้ำอย่าง Tiny Planets (ภาพโลกกลม ๆ เล็ก ๆ) หรือ Fish Eye ได้ตามใจชอบ ทำให้คอนเทนต์ของคุณดูโดดเด่นและสร้างสรรค์กว่าใคร ๆ! สิ่งที่ควรรู้ก่อนทุ่มเงินซื้อกล้อง 360 องศา ก่อนจะควักกระเป๋าซื้อกล้องเทพ ๆ มาเป็นสตูดิโอพกพา มีบางเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อน เพื่อให้ได้รุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณที่สุด: 1. ความละเอียดสำคัญสุด (Resolution is Key) วิดีโอ: กล้อง 360 องศาที่ดีควรเริ่มที่ความละเอียด 5.7K เป็นอย่างต่ำ และถ้าเป็นไปได้ควรเลือกที่ 8K เลยยิ่งดี! เหตุผล: แม้กล้องจะถ่ายที่ 8K แต่เมื่อคุณเลือกมุมใดมุมหนึ่งออกมา (Reframing) ความละเอียดของมุมนั้นจะลดลงอย่างมาก ถ้าความละเอียดเริ่มต้นต่ำ ภาพสุดท้ายที่ได้ก็จะดูแตกหรือเบลอไม่คมชัด ภาพนิ่ง: ควรพิจารณาความละเอียดภาพนิ่งที่สูง เช่น 60 ล้านพิกเซลขึ้นไป เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดพอสำหรับการนำไปใช้ต่อหรือพิมพ์ 2. ดูที่ "ขนาดเซนเซอร์" ไม่ใช่แค่ตัวเลข MP เซนเซอร์ที่ใหญ่ขึ้น (เช่น 1/2 นิ้ว หรือ 1 นิ้ว) จะช่วยให้กล้องรับแสงได้ดีขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้ภาพที่ถ่ายในที่แสงน้อย (Low Light) มีคุณภาพดีขึ้น ลด Noise และยังให้รายละเอียดที่ดีกว่าเดิม ซึ่งสำคัญมากสำหรับวล็อกเกอร์ที่ต้องถ่ายในร่มหรือตอนเย็น 3. ฟีเจอร์ AI คือผู้ช่วยชั้นยอด กล้อง 360 องศาในปัจจุบันมาพร้อมฟังก์ชัน AI ที่ชาญฉลาดมาก เช่น: PureShot/PureVideo: ใช้ AI ในการประมวลผลเพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพและวิดีโอในสภาพแสงที่ท้าทาย Active HDR: ช่วยจัดการกับฉากที่มีความแตกต่างของแสงสูง (เช่น ฉากย้อนแสง) ทำให้รายละเอียดไม่หายไป Deep Track: ระบบติดตามวัตถุด้วย AI ที่จะล็อกเป้าหมายของคุณให้อยู่กลางเฟรมเสมอ แม้คุณจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ตาม ทำให้การตัดต่อแบบ Reframe ง่ายขึ้นมาก 4. การกันน้ำและกันกระแทก (Durability) สำหรับสายลุยหรือสายแอดเวนเจอร์ ฟังก์ชันกันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทก เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ กล้อง Action Cam 360 องศาส่วนใหญ่มักจะกันน้ำได้ที่ความลึกระดับหนึ่ง ซึ่งทำให้คุณสามารถถ่ายกิจกรรมทางน้ำได้โดยไม่ต้องใส่เคสกันน้ำเพิ่ม 5. ระบบจัดเก็บและแบตเตอรี่ วิดีโอ 360 องศาความละเอียดสูงใช้พื้นที่จัดเก็บเยอะมาก! ควรเลือกกล้องที่รองรับ Micro SD Card ความจุสูง (เช่น 128GB หรือ 256GB ขึ้นไป) และควรมีความเร็วในการเขียน/อ่านสูงด้วย นอกจากนี้ แบตเตอรี่ควรมีขนาดใหญ่พอที่จะรองรับการถ่ายวิดีโอต่อเนื่องได้ยาวนาน (เช่น Insta360 X5 บางรุ่นมีแบตเตอรี่ที่ถ่ายได้นานขึ้น) แนะนำกล้อง 360 องศาที่เปิดตัวในปี 2025 DJI Osmo 360 - ยกระดับกล้อง 360 องศา สู่คุณภาพวิดีโอ 8K ระดับมืออาชีพ! DJI ผู้เชี่ยวชาญด้านโดรนและอุปกรณ์กันสั่นระดับโลก ได้ก้าวเข้าสู่ตลาดกล้อง 360 องศาอย่างเต็มตัว ด้วยการเปิดตัว DJI Osmo 360 ที่มาพร้อมคำนิยามใหม่ของกล้องแอคชั่นแคมที่เน้นคุณภาพของภาพและวิดีโอเป็นหลัก! กล้องตัวนี้ไม่ใช่แค่กล้อง 360 องศาธรรมดา แต่คืออุปกรณ์สำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการความคมชัดสูงสุด พร้อมระบบที่เสถียรและใช้งานง่ายตามแบบฉบับของ DJI จุดขายสำคัญคือการนำเสนอความละเอียดวิดีโอ 360 องศาที่สูงถึง Native 8K (7680x3840) ที่ 30fps ซึ่งหมายความว่ามันบันทึกภาพ 8K จริง ๆ ทำให้เมื่อนำมา Reframing (เลือกมุมภาพ) แล้ว ภาพที่ได้ยังคงความคมชัดและรายละเอียดที่สูงมาก นอกจากนี้ รุ่น Pro ยังมาพร้อม เซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว Square CMOS ซึ่งใหญ่กว่าเซนเซอร์ทั่วไป ทำให้รับแสงได้ดีขึ้น ลดสัญญาณรบกวน (Noise) และมีประสิทธิภาพโดดเด่นแม้ในสภาพแสงน้อย โดย DJI Osmo 360 เปิดตัวในประเทศไทยด้วยราคาเริ่มต้นที่ 14,290 บาท สำหรับชุด Standard Combo สิ่งที่ทำให้ DJI Osmo 360 แตกต่างอย่างชัดเจนจากคู่แข่งในตลาด คือการผนวกเทคโนโลยีหลักของ DJI เข้ามาอย่างลงตัว ระบบกันสั่น RockSteady 3.0 และ HorizonSteady ทำงานร่วมกันได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้วิดีโอมีความนิ่งราวกับใช้ Gimbal ตลอดเวลา แม้จะอยู่ในกิจกรรมที่สมบุกสมบันก็ตาม ฟีเจอร์ AI ที่น่าสนใจอย่าง ActiveTrack 3.0 ช่วยให้กล้องติดตามวัตถุได้อย่างแม่นยำ และฟังก์ชัน Invisible Selfie-Stick ที่เป็นเอกลักษณ์ของกล้อง 360 องศาก็ทำงานได้อย่างไร้ที่ติ ทำให้ภาพที่ได้ดูราวกับถ่ายจากโดรนส่วนตัวที่ตามติดคุณไปทุกที่ นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมีความทนทานสูง ด้วยมาตรฐาน กันน้ำลึก 10 เมตร (IP68) โดยไม่ต้องใส่เคส และสามารถทนต่ออุณหภูมิต่ำถึง 20 องศาเซลเซียส DJI Osmo 360 ถูกวางตำแหน่งเป็น กล้อง 360 องศาคุณภาพระดับพรีเมียม ที่เน้นกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์ระดับกลางถึงมืออาชีพ การมีเซนเซอร์ใหญ่และวิดีโอ 8K ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดคอนเทนต์ VR หรือวิดีโอแอคชั่นที่ต้องมีการ Reframing บ่อยๆ ให้ได้คุณภาพสูงสุด นอกจากนี้ การที่กล้องสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในระบบนิเวศน์ของ DJI เช่น DJI Mic ได้อย่างราบรื่นผ่านแอปฯ DJI Mimo ยังช่วยให้ผู้ใช้จัดการงานตัดต่อและเสียงได้อย่างครบวงจร ทำให้ DJI Osmo 360 เป็นอุปกรณ์ที่สร้างมาเพื่อมอบความสะดวกสบาย ประสิทธิภาพ และคุณภาพวิดีโอระดับสูงที่ไม่เป็นสองรองใครในตลาด Action Cam 360 องศา ณ ปัจจุบัน GoPro MAX2 - กล้อง 360 องศา 8K ตัวจริง ที่พร้อมลุยและไม่พลาดทุกช็อต! GoPro ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานกล้อง 360 องศาให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัว GoPro MAX2 ที่มาพร้อมคำนิยาม "True 8K 360 Video" ซึ่งเป็นจุดขายที่โดดเด่นและแตกต่างที่สุดในตลาด ณ ขณะนี้ กล้องรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อครีเอเตอร์สาย Action และนักผจญภัยที่ต้องการคุณภาพวิดีโอที่คมชัดที่สุด โดย MAX2 สามารถบันทึกวิดีโอ 360 องศาด้วยความละเอียด 8K ที่แท้จริง ซึ่งทำให้ได้ความละเอียดเพิ่มขึ้นถึง 21% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องทำ Reframing (เลือกมุมภาพ) ในภายหลัง เพราะแม้จะซูมหรือเลือกมุมออกมาเป็นวิดีโอปกติ ภาพสุดท้ายที่ได้ก็ยังคงมีรายละเอียดที่คมชัดและคุณภาพระดับมืออาชีพ นอกจากนี้ กล้องยังมีความสามารถในการถ่ายภาพนิ่ง 360 องศาความละเอียดสูงถึง 29MP อีกด้วย โดย GoPro MAX2 มีราคาเริ่มต้นที่ 17,500 บาท สิ่งที่ทำให้ MAX2 เหนือกว่ากล้อง 360 องศาอื่น ๆ คือการนำเสนอความสามารถระดับ Pro ที่ไม่เคยมีมาก่อนในกลุ่มกล้องผู้บริโภคทั่วไป ฟีเจอร์เด่นคือการรองรับ 10-Bit Color ในโหมด 8K ซึ่งสามารถบันทึกสีได้มากกว่าหนึ่งพันล้านสี ทำให้ภาพมีความสมจริงและสีสันเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น พร้อมบิตเรต (Bitrate) สูงสุดถึง 300Mbps ซึ่งเป็นบิตเรตที่สูงที่สุดสำหรับกล้อง 360 องศาในตลาดปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเอาใจผู้ใช้งานมืออาชีพด้วยการรองรับ GP-Log Encoding พร้อม LUTs (Look-Up Tables) สำหรับการเกรดสีในขั้นตอน Post-Production ที่ยืดหยุ่นกว่าเดิมมาก MAX2 ยังคงมาพร้อมระบบกันสั่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ GoPro อย่าง Max HyperSmooth ที่ทรงพลังที่สุด พร้อม 360 Horizon Lock ที่ล็อกระนาบภาพให้ตรงเสมอไม่ว่ากล้องจะเอียงหรือหมุนไปในทิศทางใดก็ตาม GoPro MAX2 ถูกสร้างมาเพื่อความทนทานและการใช้งานแบบ Action อย่างแท้จริง โดยเป็นกล้อง 360 องศาเดียวที่มาพร้อม เลนส์แบบบิดแล้วถอดเปลี่ยนได้ (Twist-and-Go Replaceable Lenses) ซึ่งทำจากกระจก Optical ที่แข็งแรงเป็นพิเศษ และหากเกิดความเสียหายจากการใช้งานหนัก คุณก็สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ด้วยมือเปล่าโดยไม่ต้องเปลี่ยนกล้องใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นจุดขายด้านความคุ้มค่าและความทนทานที่สำคัญยิ่งกว่าคู่แข่ง นอกจากฟีเจอร์ 360 แล้ว MAX2 ยังสามารถถ่ายวิดีโอ Single-Lens แบบมุมมองกว้าง Max HyperView 180 ในความละเอียด 4K60 ได้อีกด้วย รวมถึงการถ่าย Super Slo-Mo ในโหมด 360 ที่ความละเอียด 4K100 ซึ่งช้ากว่าปกติถึง 3 เท่า นอกจากนี้ยังมีการอัปเกรดเสียงด้วยชุดไมโครโฟน 6 ตัว พร้อมการรองรับ Bluetooth Audio สำหรับการเชื่อมต่อไมค์ไร้สายหรือหูฟัง เพื่อการควบคุมด้วยเสียงและเสียงวล็อกที่ชัดเจน ทำให้ MAX2 เป็นกล้อง 360 องศาที่สมบูรณ์แบบที่สุดทั้งในด้านคุณภาพ ทนทาน และฟีเจอร์สำหรับครีเอเตอร์ยุคใหม่ Insta360 X5 - ผู้นำด้านคุณภาพ 8K และการตัดต่อ AI ที่ชาญฉลาดที่สุด! Insta360 ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดกล้อง 360 องศาด้วยการเปิดตัว Insta360 X5 ซึ่งถูกยกให้เป็นกล้อง Flagship ที่มาพร้อมกับความสามารถในการถ่ายวิดีโอ 360 องศาที่คมชัดระดับ 8K กล้อง X5 ไม่ได้แค่เพิ่มความละเอียด แต่เป็นการยกระดับคุณภาพของภาพอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการใช้เซนเซอร์ขนาดใหญ่ถึง 1/1.28 นิ้ว และระบบชิปประมวลผล Triple AI Chip ที่ทำงานได้เร็วขึ้น 140% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ทำให้วิดีโอที่ออกมามีสีสันที่สมจริง ความคมชัดที่น่าทึ่ง และภาพที่สว่างสดใสแม้ในที่แสงน้อย โดยเฉพาะโหมด 360 PureVideo ที่ใช้ AI ในการลด Noise และเพิ่ม Dynamic Range สำหรับการถ่ายภาพกลางคืนหรือในที่แสงน้อยได้อย่างเหนือชั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ Insta360 X5 เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับครีเอเตอร์ที่ต้องการคุณภาพสูงสุด สำหรับราคาเปิดตัวในประเทศไทยของ Insta360 X5 เริ่มต้นที่ 18,900 บาท สิ่งที่ทำให้ Insta360 X5 โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน คือนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อลดความยุ่งยากในการใช้งานและเพิ่มความทนทานให้กับกล้อง รุ่นนี้มาพร้อมการออกแบบเลนส์ที่ สามารถถอดเปลี่ยนได้เอง (Fully Replaceable Lenses) ซึ่งหมายความว่าหากเลนส์เกิดความเสียหายจากการใช้งาน Action หนัก ๆ ผู้ใช้ก็สามารถ "แกะออกและใส่เลนส์ใหม่" ได้ทันทีด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องส่งเข้าศูนย์ซ่อมให้เสียเวลา นอกจากนี้ ตัวกล้องยังมีความทนทานสูงขึ้น 100% ในด้านการทนต่อการตกกระแทก และ กันน้ำลึกถึง 49 ฟุต (15 เมตร) ซึ่งดีกว่ารุ่นก่อนถึง 50% ทำให้ X5 เป็นกล้อง 360 องศาที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์ตั้งแต่การขี่มอเตอร์ไซค์ การเล่นสกี ไปจนถึงการดำน้ำตื้น นอกจากนี้แบตเตอรี่ใหม่ขนาด 2400 mAh ยังใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึง 54% (สูงสุด 208 นาทีในการบันทึกวิดีโอ) และรองรับ Hyper Charging ชาร์จเร็วถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 20 นาที หัวใจสำคัญที่แท้จริงของ Insta360 X5 คือระบบ AI Editing ที่ชาญฉลาดและการตัดต่อที่ง่ายดายในแอปพลิเคชัน FlowState Stabilization ยังคงเป็นระบบกันสั่นที่เชื่อถือได้มากที่สุด พร้อม 360 Horizon Lock ที่ล็อกระนาบภาพให้ตรงตลอดเวลา โดยผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์ Reframing เพื่อเลือกมุมที่ดีที่สุดได้ในภายหลังด้วยเครื่องมือ AI ในแอปฯ และสำหรับผู้ที่อยากได้วิดีโอพร้อมแชร์ทันที X5 ก็มี InstaFrame Mode ที่ช่วยสร้างวิดีโอ Flat (มุมมองปกติ) ที่จัดเฟรมให้อย่างสมบูรณ์แบบด้วย AI โดยไม่ต้องเสียเวลาตัดต่อเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ X5 ยังเพิ่มความสะดวกในการควบคุมด้วย Gesture Control และ Voice Control 2.0 ที่อัปเกรดใหม่ รวมถึง Twist to Shoot ที่ให้คุณหมุนไม้เซลฟี่เพื่อเริ่ม/หยุดบันทึกภาพได้ ทำให้ Insta360 X5 เป็นสุดยอดกล้อง Action Cam 360 องศา ที่ผสานคุณภาพวิดีโอ 8K, ความทนทานระดับ Action และความฉลาดของ AI Editing เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เชื่อว่าอ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆ ชาว TrueID น่าจะมีกล้อง 360 องศาในใจบ้างแล้วใช่มั้ยครับ และมีคำแนะนำเพิ่มเติม อย่าลืมตรวจสอบ ความเข้ากันได้ของแอปพลิเคชัน กับระบบปฏิบัติการโทรศัพท์ของคุณ (iOS/Android) และดูรีวิวจากผู้ใช้งานจริงว่าแอปฯ มีความเสถียรและใช้งานง่ายหรือไม่ เพราะหัวใจของการใช้กล้อง 360 องศาคือ "แอปพลิเคชัน" สำหรับการตัดต่อและ Reframing นั่นเอง

ส่องโฉมนาฬิกา Casio CA-500WEBF-1A ‘Back to the Future’ ฉลองครบรอบ 40 ปี
อ่าน

ส่องโฉมนาฬิกา Casio CA-500WEBF-1A ‘Back to the Future’ ฉลองครบรอบ 40 ปี

แฟนนาฬิกา Casio Vintage และ แฟนภาพยนตร์ Back to the Future ไม่ควรพลาดกับการโคจรมาเจอกันในวาระครบรอป 40 ปี ของภาพยนตร์ Back to the Future รังสรรค์ออกมาเป็น Casio Vintage CA500WEBF-1A Back to the Future Collaboration Model ที่จะปลุกวิญญาณของการผจญภัยสุดคลาสสิคนี้ไปด้วยกัน แล้วฟังค์ชั่นกับราคาอยู่ที่เท่าไหร่ TrueID Sport ได้นำมาฝากคุณแล้ว ส่องโฉมนาฬิกา Casio CA-500WEBF-1A Back to the Future ฉลองครบรอบ 40 ปี Casio Vintage x Back to the Future Collaboration Model เตรียมย้อนเวลาไปกับสไตล์วินเทจสุดคลาสสิกที่ผสานเข้ากับกลิ่นอายแห่งอนาคต ด้วยการรวมตัวกันของ Casio Vintage ไอคอนที่ไม่เคยตกยุค และภาพยนตร์อมตะอย่าง Back to the Future ในวาระครบรอบ 40 ปีของภาพยนตร์ Back to the Future ในปี 2025 นี้ Casio Vintage ขอร่วมเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยนาฬิการุ่นพิเศษสุดลิมิเต็ด ที่อัดแน่นด้วยจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยข้ามเวลาได้อย่างสมบูรณ์แบบ รายละเอียดที่ทำให้แฟน ๆ ต้องร้อง "Great Scott!" แปลงโฉม DeLorean บนข้อมือ: นาฬิกาเครื่องคิดเลขรุ่นฮิตอย่าง CA500 ซึ่งโด่งดังมาตั้งแต่ยุค 80s ถูกนำมาดีไซน์ใหม่ในธีมของรถไทม์แมชชีน DeLorean โดยเฉพาะ Time Circuits สู่ปุ่มกด: สีสันที่แตกต่างกันบริเวณรอบปุ่มกด ได้แรงบันดาลใจจาก แผงวงจรเวลา (Time Circuits) ของ DeLorean ซึ่งใช้สำหรับตั้งวันและเวลาปลายทาง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังกำหนดพิกัดการเดินทางสู่โลกภาพยนตร์ในทุกครั้งที่มอง หัวใจแห่งการย้อนเวลา: ฝาหลังตัวเรือนสุดพิเศษถูกสลักลาย Flux Capacitor (ฟลักซ์ คาปาซิเตอร์) ชิ้นส่วนเทคโนโลยีในจินตนาการที่เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนไทม์แมชชีน รายละเอียดที่ใส่ใจ: การทำงานร่วมกันครั้งนี้เต็มไปด้วยลูกเล่นที่พิถีพิถัน เช่น โลโก้ Back to the Future ที่สลักอยู่บนตัวล็อกสาย ซึ่งเป็นจุดเล็ก ๆ ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนหนังตัวยง ลุควินเทจร่วมสมัย: ตัวเรือนและสายสีเงิน (Silvery) ให้ลุคที่ดูเนี้ยบ เรียบหรู และสุขุม สามารถสวมใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นลุคทำงานในออฟฟิศ หรือใส่ไปดูหนังเรื่องโปรดก็เท่ไม่แพ้กัน กล่องบรรจุภัณฑ์สุดพิเศษสำหรับนักสะสม นาฬิกามาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์ดีไซน์เฉพาะ ที่จำลองรูปลักษณ์ของ ตลับวิดีโอ (VHS) สุดวินเทจ ซึ่งเป็นการเก็บโลกของภาพยนตร์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถือเป็นของสะสมล้ำค่าที่คู่ควรกับการเป็นส่วนหนึ่งในคอลเล็กชันของแฟน ๆ ทุกคน ให้ Casio Vintage CA500WEBF-1A เป็นตั๋วเดินทางสู่โลกของ Back to the Future และเติมเต็มความรู้สึกของการผจญภัยข้ามเวลาลงไปในทุกนาที ชั่วโมง และวันของคุณ ข้อมูลพื้นฐาน Back to the Future collaboration model Vintage CA500WEBF-1A ขนาดตัวเรือน (ย ก ส) 43.2 mm 34.4 mm 8.2 mm น้ำหนัก 53 กรัม วัสดุตัวเรือน กรอบเรซิน สายสายสเตนเลสสตีล พร้อมตัวล็อกแบบปรับได้ กันน้ำได้ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ประมาณ 5 ปี ในรุ่น CR2016 ฟีเจอร์เด่นของนาฬิกา แสดงเวลา 2 ประเทศ (Dual Time) นาฬิกาจับเวลาละเอียด 1/100 วินาที นาฬิกาปลุกรายวัน และสัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง ปฏิทินอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (ถึงปี 2099) ฟีเจอร์เด่น: เครื่องคิดเลข 8 หลัก (8-digit calculator) ความแม่นยำ: 30 วินาทีต่อเดือน ราคา 5,500 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล Casio G-SHOCK MTGB4000 นาฬิกาคาสิโอเรือนแรกจากการร่วมมือระหว่าง AI และ มนุษย์ ส่องนาฬิกา G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES ทั้งสวยทั้งทน มีฟังค์ชั่นอะไรบ้างราคาเท่าไหร่

Gemini เปิดตัวบัตรเครดิต Solana พร้อมรางวัลโทเคน SOL และการ Stake
อ่าน

Gemini เปิดตัวบัตรเครดิต Solana พร้อมรางวัลโทเคน SOL และการ Stake

#Gemini #ทันหุ้น - ข้อมูลจาก The Block ได้ระบุว่า ศูนย์ซื้อขายคริปโต Gemini กำลังเปิดตัว "Solana edition" ของบัตรเครดิตคริปโตยอดนิยม โดยมอบรางวัลโทเคน SOL คืนให้สูงสุด 4% จากทุกการซื้อ "การเปิดตัว Gemini Credit Card รุ่น Solana เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล เมื่อพิจารณาจากโมเมนตัมของ Solana และชุมชนที่แข็งแกร่งและกระตือรือร้นที่พวกเขาสร้างขึ้นในฐานะหนึ่งในระบบนิเวศชั้นนำสำหรับนักพัฒนาหน้าใหม่" Gemini เขียนในแถลงการณ์ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Gemini ได้เปิดตัวบัตรเครดิตที่มีแบรนด์ผูกติดกับระบบนิเวศคริปโตใดโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ในปีนี้ ศูนย์ซื้อขายได้เปิดตัว "XRP Edition" ของ Gemini Credit Card และยังมีทางเลือกสำหรับธีม Bitcoin ด้วย บัตรของ Gemini ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย Mastercard ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตให้กับศูนย์ซื้อขายในนิวยอร์กแห่งนี้ ตามข้อมูลของนักวิเคราะห์ Mizuho การลงทะเบียนพุ่งสูงขึ้นเกือบ 31,000 ราย ในเดือนสิงหาคม จาก 8,000 รายในปีที่ผ่านมา ศูนย์ซื้อขายแห่งนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นการเสนอขายต่อสาธารณะที่เติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดรายการหนึ่งของปี 2025 บัตร Solana ใหม่นี้ยังมอบโอกาสให้ผู้ใช้ Gemini Stake รางวัลบัตรเครดิต Solana ของตนได้ โดยได้รับผลตอบแทนคืนสูงสุด 6.77% Solana เป็นหนึ่งในระบบนิเวศคริปโตที่เติบโตเร็วที่สุด ในแง่ของจำนวนเงินทุน นักพัฒนา และผู้ใช้งานที่หลั่งไหลเข้ามายังเชนที่เหมาะกับแอปพลิเคชัน ตามการวิจัยจากองค์กรต่าง ๆ เช่น Electric Capital SOL กำลังซื้อขายอยู่ที่ $189 ลดลงจากราคาสูงสุดตลอดกาลที่ $293 ตามหน้าแสดงราคาของ The Block ที่มา https://www.theblock.co/post/375361/gemini-launches-solana-credit-card-with-sol-token-rewards-and-staking

ส่องสเปคนาฬิกา Grand Seiko Evolution 9 Spring Drive U.F.A. Limited Edition
อ่าน

ส่องสเปคนาฬิกา Grand Seiko Evolution 9 Spring Drive U.F.A. Limited Edition

หลายคนคงยังจำกันได้ว่าเมื่อต้นปีที่ผ่านมา Grand Seiko เปิดตัวคอลเลกชัน Spring Drive U.F.A. (Ultra Fine Accuracy) ที่ผสมผสานปรัชญาญี่ปุ่นเข้ากับวิศวกรรมสมัยใหม่ได้อย่างงดงาม จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ด้านความเที่ยงตรงของกลไกที่ใช้พลังงานจากเมนสปริง โดยรุ่นแรกทำจากแพลทินัมพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงิน และรุ่นต่อมาทำจากไทเทเนียมพร้อมหน้าปัดเงิน วันนี้คอลเลกชันอันน่าประทับใจได้สมาชิกใหม่อีกครั้ง กับการเปิดตัว Grand Seiko Evolution 9 Spring Drive U.F.A. Limited Edition SLGB005 ที่มาพร้อมวัสดุ Ever-Brilliant Steel และหน้าปัดสีม่วงที่เปล่งประกายราวรุ่งอรุณเหนือผืนน้ำแข็งได้อย่างงดงาม หน้าปัดสีม่วง ความงามแห่งรุ่งอรุณเหนือผืนน้ำแข็ง แรงบันดาลใจของหน้าปัดมาจาก ทุ่งคิริกามิเนะ ที่อยู่ใกล้กับ Shinshu Watch Studio ซึ่งในฤดูหนาวปกคลุมไปด้วยน้ำค้างแข็ง เมื่อตะวันขึ้นยามเช้า เหล่าต้นไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งจะสะท้อนแสงสีม่วงอันนุ่มนวล ราวกับผืนป่าค่อยๆ ตื่นขึ้นจากความเงียบสงบ หน้าปัด SLGB005 ถ่ายทอดภาพนั้นผ่านพื้นผิวที่แกะลายอย่างประณีต โดยใช้สีม่วงเข้มที่ขอบไล่โทนสว่างขึ้นตรงกลาง เกิดเป็นเอฟเฟกต์แบบ dgrad ให้ความรู้สึกเสมือนท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนจากรัตติกาลสู่รุ่งอรุณ เสริมด้วย เข็มวินาทีสีเงินที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในสไตล์ Spring Drive ยิ่งขับบรรยากาศอันสงบและงดงาม งานออกแบบในสไตล์ Evolution 9 ตัวเรือนผลิตจาก Ever-Brilliant Steel โลหะผสมสเตนเลสที่พัฒนาโดย Grand Seiko ซึ่งมีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูงกว่าสแตนเลสมาตรฐาน และยังสะท้อนแสงขาวสว่างมากกว่า ผิวตัวเรือนถูกขัดแบบ Zaratsu สลับผิวด้านและผิวเงา ให้แสงและเงาเล่นกับเหลี่ยมมุมได้อย่างมีมิติ ขนาดตัวเรือน 37 มิลลิเมตร หนา 11.4 มิลลิเมตร และ lug-to-lug 44.3 มิลลิเมตร อยู่ในมิติที่กำลังพอดีสำหรับผู้สะสมรุ่นใหม่ที่นิยมตัวเรือนบางและกะทัดรัด ฝาหลังแซฟไฟร์ใสเผยให้เห็นงานตกแต่งของกลไก ซึ่งจำลองแรงบันดาลใจจากเกล็ดน้ำแข็งในป่าชินชู เสริมด้วยพลอยสีสดใสเปล่งประกายราวดวงดาวเหนือภูเขาในฤดูหนาว นอกจากนี้ ตัวกระจกหน้าปัดยังใช้แซฟไฟร์ทรงกล่อง เคลือบสารกันแสงสะท้อนด้านในเพื่อความคมชัดสูงสุด กันน้ำได้ 100 เมตร ทนแม่เหล็กได้ 4,800 A/m น้ำหนักรวมเพียง 151 กรัม สวมใส่สบายในทุกโอกาส และเพิ่มความสะดวกด้วยสายสเตนเลส Ever-Brilliant Steel จับคู่กับหัวล็อกแบบสามทบ พร้อมปุ่มกดปลดล็อก เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยอีกขั้น ความพิเศษอยู่ที่ตัวล็อกมีการผสมวัสดุ ไทเทเนียมและโรสโกลด์ 18 กะรัต สะท้อนความหรูหราอย่างมีรสนิยมได้อย่างลงตัวเลยทีเดียว ความแม่นยำระดับ Ultra Fine Accuracy หัวใจสำคัญของเรือนเวลานี้คือ กลไก Spring Drive Calibre 9RB2 ที่มอบความเที่ยงตรงในระดับ 20 วินาทีต่อปี หรือราว 3 วินาทีต่อเดือน ตัวเลขที่น่าทึ่งนี้เกิดจากกระบวนการเลือกและบ่มควอตซ์ออสซิลเลเตอร์นานถึงสามเดือน ก่อนจะทำการวัดค่าความถี่ในอุณหภูมิที่หลากหลาย และข้อมูลที่ได้ถูกบันทึกลงใน IC พลังงานต่ำ เพื่อปรับชดเชยอุณหภูมิอย่างแม่นยำ ทั้งออสซิลเลเตอร์และเซนเซอร์ยังถูกซีลสุญญากาศ เพื่อลดผลกระทบจากความชื้น ไฟฟ้าสถิต และแสง ทำให้การทำงานมีความเสถียรสูงสุด อีกทั้งยังมาพร้อม regulation switch สำหรับการปรับความแม่นยำระหว่างการเซอร์วิสในอนาคต กลไกนี้ยังสำรองพลังงานได้ 72 ชั่วโมง ใช้ทับทิม 34 เม็ด และติดตั้งเข็มพลังงานสำรองเพื่อให้ผู้สวมใส่ใช้งานได้อย่างมั่นใจ สเปกสำคัญ รุ่น: Grand Seiko Evolution 9 Spring Drive U.F.A. Limited Edition รหัส: SLGB005 ตัวเรือน: Ever-Brilliant Steel 37 มม. หนา 11.4 มม. กระจก: แซฟไฟร์ทรงกล่อง เคลือบกันแสงสะท้อนด้านใน กันน้ำ: 100 เมตร (10 บาร์) กันแม่เหล็ก: 4,800 A/m น้ำหนัก: 151 กรัม หน้าปัด: ลาย Ice Forest สีม่วงไล่เฉด กลไก: Spring Drive Calibre 9RB2 อัตโนมัติ สำรองพลังงาน 72 ชม. 20 วินาทีต่อปี ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาที วันที่, พลังงานสำรอง สาย: Ever-Brilliant Steel พร้อมหัวล็อกสามทบ (ผสมไทเทเนียมและโรสโกลด์ 18 กะรัต) จำนวนผลิต: 1,300 เรือน ราคา: ประมาณ 9,500 / 11,000

เปิดตัว Stone Island x New Balance 574 Legacy “Ghost” สนีกเกอร์ที่ควรค่าแก่การสะสม
อ่าน

เปิดตัว Stone Island x New Balance 574 Legacy “Ghost” สนีกเกอร์ที่ควรค่าแก่การสะสม

New Balance 574 ได้ ร่วมมือครั้งใหม่ระหว่างแบรนด์เสื้อผ้าเทคนิคชั้นสูงจากอิตาลีอย่าง Stone Island ออกรองเท้ารุ่นพิเศษ Stone Island x New Balance 574 Legacy Ghost ที่มอบทั้งความหรูหรา แลความมินิมอล ที่จะทำให้เหล่า Sneakerhead ต้องอยากมีไว้ครอบครองอย่างแน่นอน แล้วการร่วมมือในครั้งนี้จะมีรูปโฉมอย่างไรออกมากี่สีสนนราคาที่เท่าไหร่ TrueID Sport นำมาฝากคุณกัน เปิดตัว Stone Island x New Balance 574 Legacy Ghost สนีกเกอร์ที่ควรค่าแก่การสะสม New Balance ได้นำเสนอรองเท้ารุ่นพิเศษ New Balance x Stone Island 574 ซึ่งถูกเรียกว่า "Ghost" โดยมีแรงบันดาลใจมาจากคอลเลกชัน "Ghost" ของ Stone Island นั่นเอง โดยดีไซน์ของคอลเลกชันได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด "extreme camouflage" หรือลายพรางขั้นสูง ซึ่งเป็นปรัชญาหลักของคอลเลกชัน Ghost ของ Stone Island ที่เน้นสีเรียบง่าย, ดูสุขุม, และกลมกลืนกับธรรมชาติ เช่น โทนสีจากแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากลายพรางแบบทหารทั่วไป รองเท้ารุ่นนี้มีความโดดเด่นจากรุ่นก่อนๆ อย่าง Legacy 574 ที่เน้นความสปอร์ต แต่รุ่น Ghost 574 เน้นความหรูหราแบบมินิมอลและสัมผัสที่นุ่มนวล โดยใช้วัสดุหลักเป็น หนังกลับ (suede) แบบ monochromatic หรือสีโทนเดียวทั้งคู่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้หนังกลับหุ้มส่วนกลางของรองเท้า (midsole) ทำให้รองเท้าดูเป็นชิ้นเดียวกันและมีพื้นผิวที่น่าสนใจ สำหรับโลโก้ 'N' อันเป็นเอกลักษณ์ด้านข้างรองเท้า ถูกออกแบบให้มีผิวสัมผัสคล้ายกำมะหยี่ บนลิ้นรองเท้าตกแต่งด้วยโลโก้แบรนด์ Stone Island อย่างโดดเด่น รองเท้ารุ่นนี้จะวางจำหน่ายใน 3 โทนสีหลัก ได้แก่ สีน้ำตาลเข้ม (Dark Brown), สีเทาเข้ม (Dark Grey) และ สีน้ำเงินเข้ม (Navy Blue) โดยทั้งสามสีนี้ถูกเลือกมาเพื่อเสริมกับคอลเลกชันเสื้อผ้า Ghost ที่จะออกวางจำหน่ายพร้อมกัน รองเท้าจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 23 กันยายน 2025 ผ่านเว็บไซต์ของ Stone Island สำหรับสมาชิก My Stone Island และในร้านค้าของ Stone Island บางสาขาทั่วโลก รวมถึงร้านค้าในประเทศไทยด้วยราคาประมาณการ 7,000 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ รองเท้า ASICS Sneaker ผู้ชายรุ่นไหนดีใส่สวยเดินสบาย ปี 2024 รองเท้า Bodega x ASICS GEL-KAYANO 20 Small Wins Add Up ราคาเท่าไหร่ใส่สบายขนาดไหน รวมรองเท้าผ้าใบผู้ชายสีดำยี่ห้อไหนดี 2024 ใส่แล้วเท่ เข้าได้ทุกลุค ราคาเท่าไหร่ 10 รองเท้าผ้าใบผู้ชาย แบรนด์ไหนดี 2024 รุ่นไหนยอดฮิต เท่ และใส่สบาย รองเท้าแตะผู้ชาย ยี่ห้อไหนดี 2024 แฟชั่น ใส่สบาย แบรนด์ไหนดี 6 รองเท้าผ้าใบผู้ชาย 2024 รองเท้าผ้าใบวินเทจ สไตล์ old money ผู้ชาย รองเท้า NEW BALANCE ผู้ชาย 2024 รุ่นไหนดี รุ่นไหนใส่สบาย รุ่นไหนฮิต

เปิดตัว G-SHOCK x Evangelion สุดยอดคอลแลบที่แฟนอนิเมะไม่ควรพลาด
อ่าน

เปิดตัว G-SHOCK x Evangelion สุดยอดคอลแลบที่แฟนอนิเมะไม่ควรพลาด

G-SHOCK ได้จับมือกับอนิเมะในตำนาน EVANGELION ในวาระครบรอบ 30 ปี ของการออกอากาศครั้งแรก ซึ่งนาฬิการุ่นพิเศษนี้ได้รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อแฟนพันธุ์แท้ตัวยงของ EVANGELION ที่รักเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกาสุดทนอย่าง G-SHOCK แล้วรายละเอียดการออกแบบจะเป็นอย่างไร สนนราคาประมาณเท่าไหร่ TrueID Sport ได้นำมาฝากให้คุณแล้ว เปิดตัว G-SHOCK x Evangelion สุดยอดคอลแลบที่แฟนอนิเมะไม่ควรพลาด G-SHOCK รุ่นพิเศษ EVANGELION ✕ G-SHOCK G-SHOCK ร่วมมือกับอนิเมะในตำนานที่มีแฟนทั่วโลกอย่าง EVANGELION เพื่อฉลองครบรอบ 30 ปีของการออกอากาศครั้งแรก นาฬิกา G-SHOCK x Evangelion 110 SERIES GA-110EVA30-7A รุ่นพิเศษนี้ออกแบบโดย คุณยามาชิตะ อิคูโตะ (Ikuto Yamashita) นักออกแบบเครื่องกลผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ EVANGELION โดยเขาได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะต้นฉบับที่ถ่ายทอดความเข้มข้นของโลกในซีรีส์อย่างสมจริง G-SHOCK GA-110 เป็นโมเดลรุ่นพื้นฐานที่เคยใช้ในนาฬิการุ่นพิเศษนี้ เป็นรุ่นเดียวกับที่ใช้ในงานร่วมกับ EVANGELION ครั้งแรกเมื่อปี 2010 รายละเอียดการออกแบบนาฬิกาได้ถ่ายทอดตัวละครหลักอย่าง EVA Unit-01 สายนาฬิกาด้านสั้น มีรายละเอียดส่วนหัว กรอบหน้าปัด มีใบหน้าของ EVA Unit-01 สายนาฬิกาด้านยาว ลากตั้งแต่กรอบหน้าปัดด้านล่างไปจนถึงปลายสาย สื่อถึงท่อนแขนขวาที่กำลังจะขว้าง "หอกลองกินุส (Spear of Longinus)" หน้าปัดด้านใน ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาได้รับแรงบันดาลใจจาก "เทวทูตที่ 3 (3rd Angel)" อย่าง ซาชีล (Sachiel) ดีไซน์รูปตัว Y ที่โดดเด่นบนหน้าปัดสะท้อนรูปแบบ "CAUTION" ที่พบเห็นได้ทั่วไปในซีรีส์ สายรัด สลักคำว่า "NEON GENESIS" ปลายสาย มีโลโก้ NERV ฝาหลัง สลักสัญลักษณ์ฉลองครบรอบ 30 ปี นาฬิการุ่นพิเศษนี้มาพร้อมกับบรรจุภัณฑ์สุดพิเศษที่ผสมผสานความทนทานอันล้ำสมัยของ G-SHOCK เข้ากับสไตล์อันเป็นที่จดจำของ EVANGELION ได้อย่างลงตัว ข้อมูลจำเพาะของนาฬิกา G-SHOCK x Evangelion 110 SERIES GA-110EVA30-7A ขนาดตัวเรือน (ยาว กว้าง สูง): 55 51.2 16.9 มม. น้ำหนัก: 72 กรัม วัสดุตัวเรือนและกรอบ: เรซิน สาย: สายเรซิน โครงสร้าง: ทนทานต่อแรงกระแทก, ทนทานต่อคลื่นแม่เหล็ก กันน้ำ: 200 เมตร แหล่งจ่ายพลังงานและอายุแบตเตอรี่: CR1220 อายุแบตเตอรี่ประมาณ 2 ปี กระจก: กระจกมิเนอรัล ขนาดสายที่รองรับ: 145 ถึง 215 มม. คุณสมบัตินาฬิกาเวลาโลก: 29 โซนเวลา (48 เมือง + เวลาสากลเชิงพิกัด), เปิด/ปิดเวลาฤดูร้อน, สลับเมืองหลัก/เมืองเวลาโลกนาฬิกาจับเวลา: ความละเอียด 1/1000 วินาที, จับเวลาได้สูงสุด 99:59'59.999''ตัวจับเวลา: ตัวนับเวลาถอยหลัง 24 ชั่วโมง, ตั้งค่าได้ตั้งแต่ 1 นาที ถึง 24 ชั่วโมงสัญญาณแจ้งเตือน: นาฬิกาปลุกรายวัน 5 เวลา (พร้อมนาฬิกาปลุกซ้ำ 1 ครั้ง), สัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง ไฟ LED, มีไฟอัตโนมัติ สีไฟ: LED สีเหลืองอำพัน ปฏิทิน: แสดงปฏิทินแบบเต็มอัตโนมัติถึงปี 2099 ความแม่นยำ: 15 วินาทีต่อเดือน คุณสมบัติอื่น ๆ: แสดงเวลา 12/24 ชั่วโมง, บอกเวลาปกติแบบอะนาล็อกและดิจิทัล ราคาประมาณ 18,900 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล Casio G-SHOCK MTGB4000 นาฬิกาคาสิโอเรือนแรกจากการร่วมมือระหว่าง AI และ มนุษย์ ส่องนาฬิกา G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES ทั้งสวยทั้งทน มีฟังค์ชั่นอะไรบ้างราคาเท่าไหร่

ยลโฉม Omega Milano Cortina 2026 หรูหราน่าสะสม ราคาเท่าไหร่
อ่าน

ยลโฉม Omega Milano Cortina 2026 หรูหราน่าสะสม ราคาเท่าไหร่

Omega เป็นนาฬิการะดับตำนานที่อยู่ในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกตั้งแต่ปี 1956 จนถึงปัจจุบัน ด้วยนวัตกรรมและความงดงามเหนือกาลเวลาของ นาฬิกา Omega จึงทำให้เป็นที่ต้องการเหล่าบรรดานักสะสมนาฬิกา แล้ว Omega Milano Cortina 2026 Seamaster 37 mm 37 mm, Moonshine gold on Alligator ที่เปิดตัวในปี 2025 นี้มีรูปโฉมการออกแบบเป็นอย่างไร สนนราคาที่เท่าไหร่มาดูกัน ยลโฉม Omega Milano Cortina 2026 หรูหราน่าสะสม ราคาเท่าไหร่ Omega Milano Cortina 2026 Seamaster 37 mm 37 mm, Moonshine gold on Alligatorราคาประมาณ 712,000 บาท เรือนเวลาอันงดงามนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการนับถอยหลังสู่งานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026 ที่สะท้อนตำนานอันรุ่งโรจน์ของ OMEGA ในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ตั้งแต่เมลเบิร์น 1956 จนถึงปักกิ่ง 2008 และในอนาคตที่ Milano Cortina 2026 ทุกรายละเอียดของนาฬิการุ่นนี้ล้วนเป็นการยกย่องบทบาทอันสำคัญของ OMEGA ในฐานะผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ตัวเรือนสมมาตรที่รังสรรค์จากทองคำ 18K Moonshine ผสมผสานสัดส่วนคลาสสิกเข้ากับความหรูหราทันสมัยอย่างลงตัว ด้วยผิวขัดเงาและเม็ดมะยมทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ หน้าปัดอีนาเมล Grand Feu สีขาวบริสุทธิ์เปล่งประกายเจิดจ้า เสริมความสง่างามด้วยเครื่องหมายบอกชั่วโมงทองคำ 18K Moonshine แกะสลักอย่างประณีต เข็มบอกเวลาทรง Dauphine ขัดเงา สร้างความกลมกลืนละมุนสายตา การลงสีด้วยเทคนิค Petit Feu enamel สีเทาบนตำแหน่งบอกเวลา รวมถึงชื่อ Seamaster และวงแหวนนาที ช่วยเพิ่มความซับซ้อนอย่างละเอียดอ่อนให้กับดีไซน์โดยรวม นาฬิกาเรือนนี้มาพร้อมสายหนังสีน้ำตาล บุด้วยหนังสีเดียวกัน และหัวล็อคทองคำ 18K Moonshine ขัดเงา ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไก Co-Axial Master Chronometer Calibre 8807 ซึ่งได้รับการรับรองจาก METAS ว่ามีความเที่ยงตรงเป็นเลิศ ฝาหลังขัดเงาประดับด้วยเหรียญพิเศษที่ระลึกถึง Milano Cortina 2026 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทในตำนานการจับเวลาอันน่าทึ่งของ OMEGA ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ เพื่อดื่มด่ำอย่างแท้จริงกับรายละเอียดอันประณีตบรรจงของนาฬิกา OMEGA เลือกใช้กระจกคริสตัลแซฟไฟร์สังเคราะห์ อันเลอค่าที่มาพร้อมคุณสมบัติทนทานต่อรอยขีดข่วนระดับสูง และเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน กระจกคริสตัลแซฟไฟร์เหล่านี้ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีเวอนูย์ (Verneuil Process) อันเป็นเอกลักษณ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Flame Fusion ด้วยกรรมวิธีอันซับซ้อน ด้วยระดับความแข็ง 9 ตามมาตรวัดความแข็ง Mohs (มาตรวัดระดับ 1-10) ผลลัพธ์ที่ได้คือ กระจกคริสตัลแซฟไฟร์ที่แทบจะปราศจากรอยขีดข่วน และมีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ดังอัญมณีล้ำค่า สร้างความมั่นใจในทัศนวิสัยที่คมชัด มองง่ายในทุกมุมมอง ข้อมูลทางเทคนิค Omega Milano Cortina 2026 Seamaster 37 mm 37 mm, Moonshine gold on Alligator รหัสสินค้า 522.53.37.20.04.001 ความหนา 11.4 mm เส้นผ่านศูนย์กลางตัวเรือน 37 mm เคส Moonshine สีทอง สีของหน้าปัด สีขาว คริสตัล แซฟไฟร์คริสตัลที่ทนต่อการขีดข่วน พร้อมการเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนด้านใน การกันน้ำ 10 บาร์ (100 เมตร / 330 ฟุต) น้ำหนักสินค้ารวม (ประมาณ) 77 กรัม คาลิเบอร์โอเมก้า 8807 ประเภทการเคลื่อนไหว ไขลานอัตโนมัติ สำรองพลังงาน 55 ชม สายรัด สีน้ำตาลหนังจระเข้ ประเภทหัวเข็มขัด หัวเข็มขัดแบบพิน วัสดุหัวเข็มขัด ทอง Moonshine ราคาประมาณ 712,000 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ หล่อ เท่ กับนาฬิกา G-SHOCK URBAN UTILITY ซีรีส์ใหม่ พร้อมส่วนลดลูกค้าทรู รวมรองเท้าผ้าใบผู้ชายสาย luxury แบรนด์ไหนดีราคาเท่าไหร่ ใส่ได้หลายโอกาส นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี

สรุปงาน Apple Event นอกจาก iPhone 17 Series แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่อีกเพียบ
อ่าน

สรุปงาน Apple Event นอกจาก iPhone 17 Series แล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่อีกเพียบ

โอ้โห! งานนี้ Apple จัดหนักจัดเต็มเอาใจแฟนๆ อีกแล้วครับท่าน! หลังจากที่ทุกคนรอคอยกันมานาน Apple ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน "Awe Dropping" ที่ต้องบอกเลยว่าน่าตื่นเต้นสุดๆ เพราะแต่ละอย่างที่เปิดตัวมานั้นไม่ใช่แค่การอัปเกรด แต่เป็นการยกระดับไปอีกขั้นจริงๆ เรามาดูกันว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง! iPhone 17 Pro Series : ที่สุดแห่งพลังและความแกร่ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า iPhone 17 Pro คือ iPhone ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Apple เคยสร้างมา! ไม่ใช่แค่แบตเตอรี่ที่อึดขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ยังมาพร้อมหน้าจอที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาพร้อมเกราะป้องกัน Ceramic Shield 2 ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมถึงสองเท่า ขุมพลังภายในใช้ชิป A19 Pro ที่แรงแบบเหลือๆ ส่วนกล้องก็จัดเต็มด้วยกล้องหลัง 48MP ครบทุกตัว และกล้องหน้า Center Stage ที่จะช่วยให้คุณโดดเด่นในทุกวิดีโอคอล โดย iPhone 17 Pro เริ่มต้นที่ 43,900 บาท ในขณะที่ iPhone 17 Pro Max เริ่มต้นที่ 48,900 บาท iPhone Air : บางเบาแต่แกร่งเกินต้าน! สำหรับใครที่ชอบความบางเบาแต่ไม่ยอมลดสเปก iPhone Air คือคำตอบสุดท้าย! นี่คือ iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยความบางเพียง 5.6 มิลลิเมตร และหนักเพียง 156 กรัม แต่ภายในกลับอัดแน่นด้วยพลังระดับโปร ตัวเครื่องทนทานกว่ารุ่นไหนๆ ที่เคยเห็น ด้วยหน้าจอ Ceramic Shield 2 และชิป A19 Pro ที่ให้ประสิทธิภาพสุดขีด กล้องหลังก็ไม่ธรรมดาด้วยระบบ 48MP Fusion ที่ถ่ายภาพได้เหนือกว่าใคร และยังมีกล้องหน้า Center Stage ที่ให้คุณคมชัดทุกช็อต แถมตัวเครื่องยังทำจากวัสดุไทเทเนียมรีไซเคิลถึง 80% รักษ์โลกไปอีก โดยมีราคาเริ่มต้น 39,900 บาท iPhone 17 : ทั้งสวยและแกร่ง ถ้ากำลังมองหา iPhone รุ่นใหม่ที่ทั้งสวยและแกร่งต้องยกให้ iPhone 17 เลยครับ! รอบนี้ Apple จัดเต็มความอลังการด้วยหน้าจอที่ลื่นไหลกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยี ProMotion ที่ปรับอัตรารีเฟรชเรทได้สูงสุดถึง 120Hz แถมยังมาพร้อมเกราะป้องกัน Ceramic Shield 2 ที่แข็งแกร่งทนทานกว่าเดิมเยอะ ส่วนด้านการถ่ายภาพก็ไม่น้อยหน้าด้วยระบบกล้อง 48MP Dual Fusion ที่จะทำให้ทุกรูปที่ถ่ายคมชัดและสวยงามยิ่งกว่าเคย และยังมีกล้องหน้า Center Stage ที่จะช่วยให้คุณโดดเด่นในทุกวิดีโอคอลอีกด้วย โดย iPhone 17 เริ่มต้นที่ 29,900 บาท AirPods Pro 3: สุดยอดหูฟังที่มากกว่าแค่เสียงเพลง ที่สุดของหูฟังตัดเสียงรบกวนในแบบ In-ear มาแล้วครับ! AirPods Pro 3 ไม่ได้แค่ให้คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมาพร้อมฟีเจอร์สุดล้ำอย่างการวัดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างออกกำลังกาย และฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์ Live Translation ที่ช่วยให้การสื่อสารข้ามภาษาเป็นเรื่องง่าย นอกจากนี้ยังแบตเตอรี่ที่อึดขึ้น ให้คุณฟังเพลงต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง! ซึ่งราคาค่าตัวอยู่ที่ 8,490 บาท Apple Watch Series 11 และ SE 3: คู่หูสุขภาพที่ฉลาดขึ้น Apple Watch Series 11: ยกระดับการดูแลสุขภาพไปอีกขั้น! ไม่ว่าจะเป็นการตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ, ฟีเจอร์ Workout Buddy ที่จะช่วยให้การออกกำลังกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง โดย Apple Watch Series 11 เริ่มต้นที่ 14,900 บาท Apple Watch SE 3: คุ้มค่าเกินราคา! มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญที่อัปเกรดใหม่ ทั้งการตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ, ข้อมูลสุขภาพเชิงลึกในแอป Vitals, ชาร์จเร็วขึ้น 2 เท่า และที่สำคัญคือหน้าจอ Always-On ที่มีเฉพาะในรุ่นโปร ตอนนี้มาอยู่ในรุ่น SE แล้ว! และราคาก็จับต้องได้ที่ 8,500 บาท Apple Watch Ultra 3: สปอร์ตตัวจริง แกร่งเกินร้อย! และสำหรับสายลุยต้องยกให้ Apple Watch Ultra 3 ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานหลายวัน หน้าจอที่ใหญ่และสว่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา และฟีเจอร์สำหรับนักกีฬาและนักผจญภัยโดยเฉพาะ ทั้งการวัดค่าขั้นสูง, 5G และ Dual-frequency GPS บอกเลยว่านี่คือสุดยอดนาฬิกาสำหรับคนที่รักการท้าทายครับ! ซึ่งราคาของสมาร์ตวอทช์ตัวท็อปรุ่นนี้อยู่ที่ 29,900 บาท นอกจากนี้ ตามการประกาศในงาน Apple Event เมื่อคืนที่ผ่านมา ทาง Apple ได้ระบุว่าวันปล่อยอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ทั้งหมด ได้แก่ iOS 26, iPadOS 26, macOS Tahoe 26, tvOS 26, watchOS 26 และ visionOS จะเริ่มให้ผู้ใช้งานทั่วไปได้ดาวน์โหลดและติดตั้งอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 15 กันยายน 2568 ที่จะถึงนี้ครับ และแน่นอนว่าหากสนใจสั่งจอง iPhone 17 Series รุ่นใหม่ สามารถติดตามการประกาศจากทาง True พร้อมโปรโมชันที่น่าสนใจได้เลยจ้า Credit : apple.com

แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking ยี่ห้อไหนดี ที่สายลุยห้ามพลาด
อ่าน

แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking ยี่ห้อไหนดี ที่สายลุยห้ามพลาด

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักการแบกเป้ลุย เดินป่า ปีนเขา หรือ เดินทางแนวแอดเวนเจอร์ รองเท้าคือหนึ่งในไอเทมที่ห้ามมองข้ามเลยค่ะ เพราะ รองเท้าดีๆ จะช่วยให้ทุกย่างก้าวมั่นคง ปลอดภัย และไม่เจ็บเท้าจนหมดสนุก เราก็เลยรวมแบรนด์ รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking ที่ขึ้นชื่อทั้งเรื่องคุณภาพ ความทนทาน และดีไซน์เท่ๆ มาให้เลือกแบบเน้นๆ เดินป่าในไทย เดินป่าต่างประเทศ ก็พร้อมลุย ใครกำลังเล็งหา รองเท้าคู่ใจสำหรับทริปลุยป่า ปีนเขา บอกเลยว่าไม่ควรพลาด! รองเท้าเดินป่า ปีนเขา Hiking ใส่เที่ยว ยี่ห้อไหนดีที่นักเดินทางใช้แล้วคุ้มสุด! 1. adidas adidas รุ่น Terrex AX4 GORE-TEX คือ รองเท้าเดินป่า ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักผจญภัยทุกสาย ไม่ว่าจะต้องลุยเส้นทางราบ พื้นหิน ลานโคลน หรือปีนเขาสูง ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเบาแต่ยังคงความแข็งแรงและมั่นคง ให้ความรู้สึกกระชับทุกก้าวเดิน ซับในรองเท้าผลิตจากวัสดุ GORE-TEX ที่ขึ้นชื่อเรื่อง การกันน้ำ ช่วยปกป้องเท้าจากความชื้นได้ดีแม้ต้องลุยฝนหรือข้ามลำธาร พร้อมกับคุณสมบัติการระบายอากาศที่ทำให้เท้าไม่อับ รู้สึกแห้งสบายตลอดการใช้งาน พื้นรองเท้าชั้นล่างผลิตจาก ยาง Continental ซึ่งให้การยึดเกาะยอดเยี่ยม ทั้งบนพื้นแห้งและเปียก เพิ่มความมั่นใจในทุกก้าวแม้ต้องเดินบนท่อนไม้เปียกหรือทางเทรลขรุขระ อีกหนึ่งจุดเด่นที่สายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต้องชอบคือ อัปเปอร์ของรองเท้าทำจาก วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 50% สะท้อนแนวคิดของ adidas ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก และช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก นอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ยังมีคุณสมบัติทนต่อการสึกหรอ เหมาะกับการใช้งานบนเส้นทางที่สมบุกสมบัน adidas รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านฟังก์ชัน ความทนทาน และความใส่ใจสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับคนที่อยากมีคู่ใจไว้ลุยทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะในป่าลึกหรือยอดเขาสูงก็เอาอยู่แน่นอนค่ะ ✨ราคา 4,250 บาท ============== 2. On Running ถ้าใครกำลังมองหา รองเท้าเดินป่า คู่ใหม่ที่ใส่แล้ว นุ่มสบาย เดินไกลก็ไม่เมื่อย แถมกันน้ำได้ด้วย ต้องบอกเลยว่า On Running รุ่น Cloudhorizon Waterproof เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะตัวรองเท้าออกแบบมาเพื่อคนชอบลุยโดยเฉพาะ จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้คือ การรองรับแรงกระแทก ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดของแบรนด์เลย ด้วยเทคโนโลยี CloudTec Phase ที่ช่วยให้ทุกย่างก้าวนุ่มนวล ไม่เจ็บส้น ไม่ปวดฝ่าเท้า จะเดินขึ้นเขาหรือลงทางชันก็ยังรู้สึกมั่นคง พื้นรองเท้าด้านล่างใช้ ยาง Missiongrip ซึ่งช่วยให้ยึดเกาะได้ดีทั้งบนพื้นแห้งและเปียก หมดกังวลเรื่องลื่นในวันที่ฝนตกหรือเจอทางดินโคลน ส่วนด้านบนก็ไม่ธรรมดา เพราะมาพร้อม เมมเบรนกันน้ำ ที่ช่วยกันฝนซึมเข้าไปในรองเท้าได้ ถึงจะเปียกข้างนอกแต่ข้างในยังแห้งใส่เดินต่อได้ค่ะ ความนุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ต้องยกเครดิตให้ Superfoam Helion ที่ช่วย ซัพพอร์ตเท้า ได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเดินไกลแค่ไหนก็ยังรู้สึกสบาย ผ้าตาข่ายที่ใช้ก็ทั้งนุ่มและยืดหยุ่น ใส่แล้วกระชับกำลังดี ไม่รัดจนเจ็บ ที่สำคัญคือรุ่นนี้ยังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยใช้วัสดุ โพลีเอสเตอร์รีไซเคิลถึงประมาณ 86% ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำหรับคนที่อยากเลือกรองเท้าดีๆ และยังช่วยลดขยะไปในตัวด้วย คนที่อยากได้รองเท้าเดินป่าที่ครบเครื่อง ทั้งเรื่องความสบาย ความทนทาน การยึดเกาะ กันน้ำ และยังดูดี ใส่ได้ทั้งลุยธรรมชาติและเดินเล่นในเมืองแบบไม่ขัดเขิน แนะนำรองเท้ารุ่นนี้เลย! ✨ ราคา 7,800 บาท ============== 3. MERRELL ถ้าพูดถึงรองเท้าเดินป่าที่ทั้งอึด ถึก ทน และใส่สบายสุดๆ ต้องมีชื่อ MERRELL Moab Speed 2 ติดลิสต์แน่นอน รุ่นนี้เป็นเวอร์ชันอัปเกรดล่าสุดจากตระกูล Moab ที่สายเดินป่ารู้จักกันดี โดยยังคงพื้นฐานความเชี่ยวชาญของ Merrell เอาไว้ครบ แต่ใส่นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาแบบจัดเต็ม ทำให้รองเท้าคู่นี้พร้อมลุยไปกับคุณทุกเส้นทาง อัปเปอร์ใช้ไนลอน Ripstop ผสมกับ TPU ที่ทั้งเบาและทน ไม่ขาดง่าย จะเดินในป่า ผ่านพุ่มไม้ หรือโดนหินเฉี่ยวก็ไม่หวั่น ตัวลิ้นรองเท้าออกแบบมาเพื่อกันฝุ่น กันเศษดินเข้าไปในรองเท้า ใส่แล้วมั่นใจว่าข้างในจะยังสะอาดและสบายอยู่ตลอด ส่วนตรงหัวรองเท้าและส้นเท้าก็เสริมด้วยวัสดุที่ทนต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วน จะใส่เข้าป่า เดินลุยเขา หรือเดินในที่ขรุขระก็อุ่นใจ สวมใส่ง่ายด้วยห่วงคล้องตรงส้นและลิ้นรองเท้า จะจับดึงหรือแขวนไว้กับคาราบิเนอร์ก็สะดวก ใครที่กังวลเรื่องกลิ่นก็ไม่ต้องห่วง เพราะเคลือบด้วย Cleansport NXT ที่ช่วยควบคุมกลิ่นตามธรรมชาติ ใส่ทั้งวันเหงื่อออกแค่ไหนก็ยังมั่นใจได้ว่ารองเท้าไม่เหม็นอับ ใต้เท้ามีเทคโนโลยี FlexPlate ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดการบิดตัวของรองเท้า เดินแล้วมั่นคงไม่โยก พร้อมความยืดหยุ่นบริเวณปลายเท้าที่ช่วยให้ก้าวได้อย่างเป็นธรรมชาติ พื้นกลางใช้ โฟม FloatPro ที่เบา นุ่ม ใส่แล้วรู้สึกสบาย จะเดินไกลแค่ไหนก็ไม่ล้าเร็ว รองเท้ารุ่นนี้เรียกได้ว่าทำมาเพื่อสายลุยตัวจริง ทั้งสบาย แข็งแรง ยึดเกาะดี ใส่ลุยป่าหรือเดินทางไกลก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แถมดีไซน์ยังดูเท่ ใส่เที่ยวในเมืองก็ยังได้อีกต่างหากค่ะ! ✨ ราคา 3,843 บาท ============== 4. ASOLO ASOLO Space GV เป็น รองเท้าเดินป่า ที่ทั้งเบาและพร้อมลุย แบบสุดๆ รุ่นนี้ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งความสบาย ความทน และการใช้งานในทุกสภาพอากาศ จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ส่วนบนของรองเท้าที่เป็น วัสดุกันน้ำแบบชิ้นเดียว ไม่มีรอยต่อเยอะๆ ให้กังวลเรื่องน้ำซึม ด้านในซับด้วย Gore-Tex Extended Comfort ที่ขึ้นชื่อเรื่อง การกันน้ำ และระบายอากาศ ได้ดีมาก ไม่ว่าจะเดินลุยฝน หรือลากเดินกลางแดด ก็ไม่รู้สึกอับชื้น ใส่แล้วเท้าแห้งสบายตลอดวัน พื้นรองเท้าชั้นกลางใช้ โฟม EVA แบบโมโน ที่หนานุ่ม ช่วยซัพพอร์ตเท้าได้ดี ไม่ว่าจะเดินไกลแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเมื่อยง่าย ส่วนพื้นล่างใช้ ยาง Megagrip ที่เกาะพื้นได้ดีสุดๆ ไม่ว่าจะพื้นเปียก หินลื่น หรือทางดินขรุขระก็มั่นใจได้ในทุกก้าว และอีกจุดที่น่าสนใจคือดีไซน์ของพื้นรองเท้าที่ออกแบบมาให้ทำความสะอาดตัวเองได้ระหว่างเดิน หมายความว่าเวลาเดินผ่านโคลนหรือดินเลน พื้นจะไม่อุดตันง่าย ช่วยให้ไม่หนักเท้า เดินต่อได้สบายๆ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการรองเท้าเดินป่าคู่ใจที่ใส่แล้วคล่องตัว กันน้ำได้ดี เกาะพื้นแน่น และพร้อมรับมือกับสภาพภูมิประเทศหลากหลายแบบ ถ้าชอบแนวเท่ๆ ทนๆ และอยากได้รองเท้าที่จบครบในคู่เดียว ASOLO Space GV คือคู่ที่ควรลองเลย! ✨ ราคา 4,900 บาท ============== 5. The North Face ถ้ากำลังมองหา รองเท้าเดินป่าที่ครบเครื่อง ทั้งกันน้ำ ระบายอากาศดี ใส่สบาย และยังมั่นคงทุกก้าวเดิน รุ่น VECTIV Exploris 2 Mid FUTURELIGHT แบรนด์ The North Face คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ เริ่มจากส่วนบนของรองเท้า รุ่นนี้ใช้เมมเบรน FUTURELIGHT ที่ขึ้นชื่อเรื่อง กันน้ำและระบายอากาศได้ดี เท้าไม่อับชื้นแม้เจอฝนหรือเหงื่อเยอะๆ แถมยังใช้แผ่นรองทรงแบบ D-width รุ่นใหม่ ที่ออกแบบให้รองรับรูปเท้าได้หลายแบบมากขึ้น ไม่บีบรัด ส่วนพื้นกลางมาพร้อมเทคโนโลยี VECTIV 2.0 ที่ออกแบบให้มีทรงโค้ง ช่วยให้ทุกก้าวที่เดินส่งแรงไปข้างหน้าได้ดี ไม่เมื่อยง่าย พื้นตรงส้นกับหน้าเท้ามีการแยกโครงสร้าง ช่วยเพิ่มความมั่นคง แถมยังใส่ แผ่น TPU มาให้ ช่วยลดการบิดของเท้าอีกด้วย ส่วนฐานรองเท้าก็มีความกว้างขึ้นก็เพิ่มความมั่นคงให้มากกว่าเดิม เหมาะกับเส้นทางที่หลากหลาย โดยเฉพาะเวลาเดินในที่ขรุขระหรือขึ้นลงเขา พื้นรองเท้าชั้นนอกทำจาก ยาง Surface CTRL พร้อมปุ่มยางที่ออกแบบใหม่ให้เกาะพื้นได้ดี และยังทนต่อการสึกหรอได้ ใครที่เดินบ่อย ใช้งานหนักๆ รับรองว่าไม่สึกเร็ว รองเท้ารุ่นนี้เรียกได้ว่า ตอบโจทย์สายลุย ที่ต้องการรองเท้าเดินป่าที่พร้อมลุยทุกสภาพอากาศ ใส่แล้วเดินไกลได้แบบไม่ต้องกลัวเมื่อยหรือเท้าพลิกเลยค่ะ ✨ ราคา 6,505 บาท ============== 6. PEAK มาต่อกันที่ รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking อย่าง PEAK รุ่น Advanture Outdoor E11841G คู่นี้ตอบโจทย์สายลุยที่อยากได้รองเท้าใส่สบายและทนทานไปพร้อมกัน ด้านบนทำจากวัสดุ Peak Net ซึ่งเป็นเส้นใยพิเศษของทาง Peak เอง ช่วยระบายอากาศได้ดี ใส่เดินไกลๆ เท้าไม่อับหรือร้อนจนเกินไป แผ่นรองด้านในใช้เทคโนโลยี IPEVA ที่ให้ความนุ่ม และรองรับแรงกระแทกได้ดี แถมยังถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย สบายใจเรื่องความสะอาดไปเลย ส่วนพื้นด้านนอกใช้วัสดุ MD-Rubber ที่หนาและแข็งแรงกว่ารองเท้าทั่วไป พร้อมกับนวัตกรรม Easy Flex ที่ ช่วยให้พื้นรองเท้ายืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของเท้า ลดการบิดของเท้าที่อาจทำให้บาดเจ็บ ทำให้เดินบนพื้นขรุขระได้มั่นใจและไม่เมื่อยง่ายค่ะ รองเท้า PEAK รุ่นนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินป่า ปีนเขา หรือเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ เพราะให้ความสบายและความทนทานในคู่เดียว ถ้าอยากได้รองเท้าคู่ใจที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง ลองดูรองเท้าคู่นี้เลย! ✨ ราคา 1,654 บาท ============== 7. SALOMON รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking SALOMON รุ่น X ULTRA 360 EDGE MID Gore Tex ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสุดๆ ตัวรองเท้าส่วนบนใช้ วัสดุรีไซเคิลเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แถมยัง ช่วยระบายอากาศได้ดี ทำให้เท้ารู้สึกสบายไม่อับชื้นแม้เจอสภาพอากาศเปียกชื้น เพราะมีชั้น GORE-TEX ที่กันน้ำและกันลมได้แบบเต็มที่ จะลุยฝนหรือลุยโคลนก็ไม่หวั่นค่ะ พื้นรองเท้าใช้เทคโนโลยี All Terrain Contagrip ที่ออกแบบมาให้เกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นพื้นเปียก พื้นแห้ง พื้นแข็ง หรือพื้นหลวม ก็มั่นใจได้ว่าไม่ลื่นล้มง่ายๆ อีกหนึ่งจุดเด่นคือชิ้นส่วนเสริม Advanced Chassis ที่ฝังอยู่ในพื้นรองเท้า ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านข้าง ป้องกันการบิดข้อเท้าได้ดี ทำให้เดินบนเส้นทางขรุขระได้มั่นใจมากขึ้น แถมยังช่วยให้เท้ายืดหยุ่นและเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ไม่รู้สึกติดขัด ถือเป็นรองเท้าสายลุยที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรักการผจญภัย เหมาะกับคนที่อยากได้ความสบาย ความมั่นคง และกันน้ำในคู่เดียว ใครที่ชอบเดินป่า ปีนเขา หรือทริปเที่ยวธรรมชาติ ต้องมีไว้เลยค่ะ ✨ ราคา 7,790 บาท ============== 8. COLUMBIA ปิดท้ายกันที่ รองเท้าใส่เที่ยว ที่เดินได้ไกลแบบสบายๆ ทั้งเส้นทางเปียก เส้นทางขรุขระ หรือแม้แต่ถนนในเมืองที่ลื่นๆ รองเท้า COLUMBIA รุ่น Newton Wander นี่แหละตอบโจทย์สุดๆ ด้วยดีไซน์หนังกลับที่ดูคลาสสิก แต่แฝงด้วยฟีเจอร์กันน้ำแบบจัดเต็ม ทำให้ไม่ต้องกลัวเปียกเวลาเจอฝนหรือทางลื่นๆ ตัวฮาร์ดแวร์โลหะก็ดูทนทานสุดๆ ใส่แล้วมั่นใจได้เลยว่าคงทนใช้งานได้ยาวๆ แถมยังมี ระบบระบายอากาศ Omni-Tech ก็ดีมาก เพราะช่วยให้ อากาศถ่ายเทดี ไม่อับชื้น ใส่เดินนานๆ เท้าก็ไม่อึดอัด ส่วนเทคโนโลยี Omni-MAX รองรับแรงกระแทก ได้เป็นอย่างดี ทำให้ เดินได้สบายไม่เมื่อย พื้นรองเท้าชั้นกลาง TechLite ก็ช่วยลดแรงกระแทกได้ดี และยังมีน้ำหนักเบา ไม่ทำให้รู้สึกหนักเท้า ส่วนพื้นชั้นนอก Omni-Grip ก็เป็นยางแบบไม่ทิ้งรอย แถมลายดอกยางออกแบบมาให้ยึดเกาะได้ดีในทุกพื้นผิว จะลุยป่า เดินเขา หรือเดินในเมืองก็มั่นใจสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าใส่เที่ยวได้ครบจบในคู่เดียว ทั้งสวย คลาสสิก กันน้ำ แถมยังสบายเดินไกลๆ ได้สบายใจ ไม่ว่าจะลุยทางไหนก็เอาอยู่! ✨ ราคา 3,592 บาท ============== รองเท้าใส่เที่ยว ที่น่าสนใจอื่นๆ แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว ผู้ชาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ 2568 ที่สายเดินควรลงทุน ป้ายยา รองเท้าใส่เที่ยว หน้าฝน 2025 ยี่ห้อไหนดี ไม่ต้องกลัวเปียก สายลุยต้องมี 5 รองเท้าใส่เที่ยว ราคาถูก งบ 2,000 นิดๆ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อไหนดี ใส่สบาย ไม่เมื่อยขา

ยลโฉมนาฬิกา G-Shock MRG-B5000HT-1 ผสานงานฝีมือชั้นสูง กับเทคโนโลยีล้ำสมัยผลิตกี่เรือน ราคาเท่าไหร่
อ่าน

ยลโฉมนาฬิกา G-Shock MRG-B5000HT-1 ผสานงานฝีมือชั้นสูง กับเทคโนโลยีล้ำสมัยผลิตกี่เรือน ราคาเท่าไหร่

G-Shock ได้นำเสนอ มิติใหม่ของนาฬิกาที่นำงานหัตถศิลป์มาผสานกับความล้ำสมัย ผ่านนาฬิกา G-Shock MRG-B5000HT-1 ที่ผลิตออกมาในจำนวนจำกัดเพียง 500 ชิ้นทั่วโลก แล้วความพิเศษของรุ่นนี้ทั้งการออกแบบและฟังค์ชั่นการใช้งานนั้นจะโดนใจคนรัก G-Shock ขนาดไหนมาดูกัน ยลโฉมนาฬิกา G-Shock MRG-B5000HT-1 ผสานงานฝีมือชั้นสูง กับเทคโนโลยีล้ำสมัยผลิตกี่เรือน ราคาเท่าไหร่ MR-G: นวัตกรรมเรือนเวลาที่ผสานหัตถศิลป์ดั้งเดิมและเทคโนโลยีล้ำสมัย สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ MR-G เรือนเวลาสุดพิเศษที่นำงานหัตถศิลป์โบราณมาหลอมรวมกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต MR-G ผลิตจากโลหะประสิทธิภาพสูงอันล้ำสมัย และผ่านการรังสรรค์ด้วยมืออย่างพิถีพิถันด้วยเทคนิค tsuiki หรือการตอกลายค้อนแบบดั้งเดิม ทำให้แต่ละเรือนมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 MR-G ได้พลิกโฉมนาฬิกาโลหะเฉกเช่นที่ G-SHOCK ได้ปฏิวัติความทนทานต่อแรงกระแทก ในฐานะเรือธงของ G-SHOCK, MR-G ยังคงเดินหน้าบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นตัวแทนของนวัตกรรมที่กล้าหาญและความแข็งแกร่งอันประณีต MRG-B5000HT: สุดยอดผลงานแห่งงานฝีมือและเทคโนโลยี ก้าวสู่จุดสูงสุดของตำนาน MR-G ด้วยรุ่น MRG-B5000HT ลิมิเต็ดเอดิชัน ที่เปรียบเสมือนผลงานชิ้นเอกแห่งเรือนเวลาโลหะ กรอบหน้าปัดและสายผ่านการตอกลายด้วยมือทีละชิ้นโดย Kazuya Watanabe ช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญด้าน tsuiki ด้วยเทคนิค yuragi อันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ทำให้แต่ละเรือนมีพื้นผิวที่มีชีวิตชีวาและไม่ซ้ำกัน ลวดลายที่ตอกอย่างเป็นจังหวะนี้สะท้อนจิตวิญญาณของงานโลหะญี่ปุ่นโบราณ ทั้งความมีชีวิตชีวา สมดุล และไม่มีทางทำซ้ำได้ MRG-B5000HT ผลิตจาก DAT55G โลหะผสมไทเทเนียมที่แข็งแกร่งกว่าไทเทเนียมบริสุทธิ์ถึงสามเท่า และยังเคลือบด้วย DLC (diamond-like carbon) เพื่อความทนทานที่เหนือชั้น ควบคู่ไปกับดีไซน์ที่งดงาม หัวใจแห่งงานฝีมือ: ลวดลาย tsuiki และเทคนิค yuragi ลวดลาย Hammertone อันน่าทึ่งบนกรอบหน้าปัดและสายนาฬิกา เกิดจากเทคนิคการตอกลายโบราณที่เรียกว่า tsuiki ซึ่งหัวใจสำคัญคือการสร้างสรรค์ลวดลายที่ไม่สม่ำเสมอแต่มีความลงตัวทางสุนทรียะ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบและมีคุณค่าทางศิลปะอย่างแท้จริง แต่ละเรือนจึงมีลวดลายไม่เหมือนกัน นาฬิกาทุกเรือนได้รับการตอกลายด้วยมือโดย Kazuya Watanabe ช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ด้าน tsuiki เทคนิคการตอกแบบ "yuragi" หรือ "ผันผวน" ของเขา สร้างพื้นผิวที่มีมิติและทรงพลังอย่างน่าประทับใจ ซึ่งเป็นความประณีตที่เครื่องจักรไม่สามารถเลียนแบบได้ ความแข็งแกร่งและโครงสร้างที่ซับซ้อน นอกจากความงดงามแล้ว กรอบหน้าปัดและสายยังผลิตจากวัสดุ DAT55G โลหะผสมที่มีความแข็งกว่าไทเทเนียมบริสุทธิ์ถึง 3 เท่า และเคลือบด้วย DLC (diamond-like carbon) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านทานรอยขีดข่วนและการสึกหรอได้เป็นอย่างดี ตัวเรือนของ MRG-B5000 ประกอบจากชิ้นส่วนทั้งหมด 25 ชิ้น ซึ่งได้รับการขัดแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อความหรูหราและซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีโครงสร้าง Multi-Guard ที่มีการติดตั้งตัวรองรับแรงกระแทกหลายจุดระหว่างชิ้นส่วนกรอบหน้าปัด ทำให้มีความแข็งแกร่งทนทานสูงสุด ส่วนฝาหลัง เป็นแบบขันล็อกผลิตจากไทเทเนียม พร้อมประทับโลโก้ MR-G ไว้ตรงกลาง ทั้งนี้ ตำแหน่งของโลโก้อาจไม่ตรงแนวกับหน้าปัด ซึ่งเป็นปกติของนาฬิกาที่มีฝาหลังแบบขันล็อก ข้อมูลพื้นฐาน G-Shock MRG-B5000HT-1 ขนาดตัวเรือน : 49.4 43.2 12.9 มม. น้ำหนัก: 112 กรัม วัสดุ: ตัวเรือนและกรอบผลิตจาก ไทเทเนียม ทั้งหมด สายนาฬิกา: สายไทเทเนียมแบบตัน มาพร้อมกับตัวล็อกสายแบบ 3 ทบ (Tight-lock, 1-press, 3-fold Clasp) ที่ช่วยให้สวมใส่ได้อย่างกระชับและมั่นใจ โครงสร้าง: โครงสร้างทนทานต่อแรงกระแทก (Shock Resistant) เอกลักษณ์ของ G-SHOCK ความสามารถกันน้ำ: กันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและการทำกิจกรรมทางน้ำ การปรับเวลา: สามารถปรับเวลาได้อย่างแม่นยำผ่าน 2 ช่องทางหลัก: Bluetooth: เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อปรับเวลาโดยอัตโนมัติ Radio-controlled Watch; Multi band 6: รับสัญญาณเทียบเวลาจากสถานีหลัก 6 แห่งทั่วโลก (ในยุโรป, อเมริกาเหนือ, ญี่ปุ่น และจีน) เพื่อรักษาความเที่ยงตรงของเวลา แหล่งพลังงานและแบตเตอรี่: ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Tough Solar) ที่สามารถชาร์จได้เอง ประเทศผู้ผลิต: ญี่ปุ่น คุณสมบัติการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน (Smartphone Link) ฟีเจอร์: เชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth กับแอปพลิเคชัน CASIO WATCHES ประโยชน์: ช่วยให้การตั้งค่านาฬิกาเป็นเรื่องง่าย และยังมีฟังก์ชันพิเศษอีกมากมาย เช่น ปรับเวลาอัตโนมัติเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ ตั้งค่าเวลารอบโลกได้ง่ายๆ กว่า 300 เมือง (พร้อมเพิ่มเมืองเองได้) บันทึกข้อมูล Time place ตั้งค่าการแจ้งเตือน (Reminder) แสดงสถานะการทำงานของนาฬิกา (Self check) ฟังก์ชันค้นหาโทรศัพท์ (Phone finder) แสดงใบรับรอง Premium Production Line รายละเอียดภายนอก (Exterior) กระจกหน้าปัด: แซฟไฟร์ พร้อมเคลือบสารกันสะท้อน (Anti-reflective coating) เพื่อความทนทานและชัดเจน ฝาหลัง: แบบขันล็อก (Screw Lock Back) การเคลือบพื้นผิว: เคลือบด้วย DLC (Diamond Like Coating) ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและทนทานต่อรอยขีดข่วน ขนาดข้อมือที่รองรับ: 150 ถึง 205 มม. ฟังก์ชันนาฬิกา (Watch Features) เวลารอบโลก: แสดงเวลา 39 ไทม์โซน (39 เมือง + เวลาสากลเชิงพิกัด) พร้อมสลับเวลาเมืองหลัก/เวลารอบโลก และการเปิด/ปิดเวลาออมแสงอัตโนมัติ นาฬิกาจับเวลา: ความละเอียด 1/100 วินาที ตัวจับเวลาถอยหลัง (Countdown timer): ตั้งค่าได้สูงสุด 24 ชั่วโมง นาฬิกาปลุก: 5 ครั้งต่อวัน (พร้อม Snooze alarm 1 ครั้ง) ไฟส่องสว่าง: ไฟพื้นหลังแบบ LED (Super illuminator) พร้อมไฟอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ปฏิทิน: แสดงปฏิทินเต็มรูปแบบอัตโนมัติถึงปี 2099 คุณสมบัติอื่นๆ: เปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่มได้ มีโหมดประหยัดพลังงาน (Power Saving) แจ้งเตือนเมื่อแบตเตอรี่ต่ำ ความเที่ยงตรง: 15 วินาทีต่อเดือน (ในกรณีที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับสัญญาณเทียบเวลาและ Bluetooth) แสดงผลได้ทั้งแบบ 12/24 ชั่วโมง สามารถสลับการแสดงผลวันที่/เดือนได้ แสดงวันในสัปดาห์ได้ 6 ภาษา รับสัญญาณเทียบเวลาอัตโนมัติสูงสุด 6 ครั้งต่อวัน (หรือ 5 ครั้งต่อวันสำหรับสัญญาณจีน) ราคาประมาณ 270,000 บาท จำกัดเพียง 500 ชิ้นทั่วโลก โดยแต่ละชิ้นจะมีหมายเลขกำกับ บทความที่คุณอาจสนใจ G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล Casio G-SHOCK MTGB4000 นาฬิกาคาสิโอเรือนแรกจากการร่วมมือระหว่าง AI และ มนุษย์ ส่องนาฬิกา G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES ทั้งสวยทั้งทน มีฟังค์ชั่นอะไรบ้างราคาเท่าไหร่

Seiko 5 Sports จับมือกับ Pepsi สะท้อนกลิ่นอายแห่งยุค 90
อ่าน

Seiko 5 Sports จับมือกับ Pepsi สะท้อนกลิ่นอายแห่งยุค 90

ถ้าคุณเป็นสายสะสมหรือหลงใหลในโลกของเรือนเวลา คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "เป๊ปซี่" เป็นหนึ่งในฉายาสุดคลาสสิกของนาฬิกา Seiko ขอบแดง-น้ำเงิน ที่มักใช้เรียก GMT-Master มาโดยตลอด แต่วันนี้ Seiko ได้พลิกเกมมาจับมือกับ Pepsi ตัวจริงเสียงจริง เปิดตัว Seiko 5 Sports x Pepsi Limited Edition อย่างเป็นทางการ พร้อมดีไซน์ที่ทั้งสดใหม่ เท่จัด และเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งยุค 90 รุ่น SSK047 สไตล์ล้ำ เท่เข้มแบบ Pepsi Max เริ่มกันที่รุ่น SSK047 ซึ่งออกแบบมาโดยอิงกับไลน์ GMT ในตระกูล Seiko 5 Sports ตัวเรือนขนาด 42.5 มม. เคลือบสีดำแบบ Black Hard Coating ทั้งเรือน เสริมลุคโมเดิร์นและดูทะมัดทะแมง สายซิลิโคนสีดำที่มีลวดลายโลโก้ Pepsi ฝังไว้อย่างมีชั้นเชิง ก็ถือเป็นครั้งแรกของซีรีส์ GMT ในไลน์นี้ที่ใช้สายวัสดุยืดหยุ่นแทนสเตนเลสแบบเดิม ขอบหน้าปัดแบบหมุนสองทิศทาง (bidirectional) ใช้คริสตัล Hardlex ใสพิเศษ พิมพ์ลายแดง-น้ำเงินด้านใต้เพื่อเพิ่มมิติ ส่วนเข็ม GMT สีแดงถูกดีไซน์ให้ใช้แสดงเวลาโซนที่สอง เพิ่มความสามารถในการติดตามเวลาหลายประเทศในเรือนเดียว เหมาะกับคนที่ชอบเดินทางหรือต้องทำงานข้ามเขตเวลาบ่อยๆ ส่วนที่ 6 นาฬิกา บนหน้าปัดสีดำ มีโลโก้ Pepsi เวอร์ชันปัจจุบันปรากฏเด่นชัด สะท้อนการผสมผสานโลกของเรือนเวลาแมคคานิคอล เข้ากับโลกแห่งวัฒนธรรมป๊อปอเมริกันได้อย่างลงตัว รายละเอียดทางเทคนิค ขนาดตัวเรือน: 42.5 มม. หนา 13.6 มม. กันน้ำ: 100 เมตร กลไก: อัตโนมัติ Seiko Calibre 4R34 พร้อมฟังก์ชัน GMT พลังงานสำรอง: 41 ชั่วโมง กระจก: Hardlex พร้อมฝาหลังใสโชว์โลโก้ Pepsi ราคาโดยประมาณ: 470 (ประมาณ 21,000 บาท) รุ่น SRPL99 กลิ่นอายยุค 90 แบบเต็มร้อย หาก SSK047 คือ Pepsi Max สายเข้ม SRPL99 ก็เหมือน Pepsi รุ่นคลาสสิกสุดเฟรชชี่ ตัวเรือนขนาด 38 มม. เหมาะมือสำหรับข้อมือกลางถึงเล็ก หน้าปัดสีขาวเงินกับขอบหน้าปัดหมุนทางเดียว (unidirectional) แบ่งสีแดง-น้ำเงิน โดยเฉพาะโทนสีแดงช่วง 20 นาทีแรก โลโก้ Pepsi แบบยุค 90 ปรากฏอยู่ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา และบนฝาหลังใส แถมมาพร้อมสายสเตนเลสแบบ 3 ข้อคลาสสิก ให้ลุควินเทจจ๋า สมกับกลิ่นอายย้อนยุคที่ตั้งใจสื่อ รายละเอียดทางเทคนิค ขนาดตัวเรือน: 38 มม. หนา 12.1 มม. กันน้ำ: 100 เมตร กลไก: อัตโนมัติ Seiko Calibre 4R36 พร้อมวันและวันที่ พลังงานสำรอง: 41 ชั่วโมง สาย: สเตนเลส 3 ข้อพร้อมบานพับ ราคาโดยประมาณ: 330 (ประมาณ 14,500 บาท) กล่องดีไซน์พิเศษ กระป๋อง Pepsi อีกหนึ่งลูกเล่นที่ทำให้คอลเลกชันนี้น่าสะสมยิ่งขึ้นก็คือบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ธรรมดา ทั้งสองรุ่นมาในกล่องพิเศษทรงกระป๋องเป๊ปซี่ ซึ่งรุ่น SSK047 ใช้ดีไซน์ Pepsi ยุคใหม่แบบเรียบเท่ ส่วน SRPL99 มาในธีมคลาสสิกยุค 90 เปิดกล่องมาก็รับกลิ่นอายความวินเทจได้เลยแบบไม่ต้องสวม แต่ละรุ่นมีเพียง 7,000 เรือนเท่านั้น และวางจำหน่ายพร้อมกันเดือนกันยายน 2025 นี้ ใครที่หลงใหลในความวินเทจและวัฒนธรรมป๊อปบอกเลยว่ารุ่นนี้ต้องสะสม! บทความที่คุณอาจสนใจ ส่องนาฬิกา Seiko Presage Classic Series Unglazed Arita Porcelain Seiko Prospex Speedtimer Edo Purple รุ่นลิมิเต็ด

G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล
อ่าน

G-SHOCK x Marvel Fantastic Four 4 เรือนสุดแกร่งจากทีมฮีโร่ระดับจักรวาล

Casio จับมือกับ Marvel เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ G-SHOCK x Marvel Fantastic Four เพื่อต้อนรับภาพยนตร์ภาคล่าสุด The Fantastic Four: First Steps ที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนกรกฎาคม 2025 นี้ โดยออกแบบนาฬิกาทั้ง 4 รุ่นในธีมสีขาว-น้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของชุดทีม Fantastic Four พร้อมตีความความสามารถและบุคลิกของแต่ละตัวละครผ่านดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของ Mr. Fantastic, Invisible Woman, Human Torch หรือ The Thing คอลเลกชันนี้มีเรือนเวลาที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนพลังของแต่ละคน พร้อมความแกร่งตามมาตรฐาน G-SHOCK แบบไม่ลดทอนความเท่ 4 รุ่น 4 สไตล์ ถ่ายทอดจิตวิญญาณฮีโร่ในแบบ G-SHOCK GA-110HDS โดดเด่นด้วยหน้าปัดหลายชั้น ให้ความรู้สึกลึกและมีมิติ พลังแบบสายลุยที่พร้อมท้าทายทุกภารกิจ ไม่ว่าจะอยู่บนโลกหรือข้ามจักรวาล รุ่นนี้เหมือนเป็นตัวแทนของ Mr. Fantastic อัจฉริยะที่ยืดหยุ่นได้ทั้งความคิดและรูปร่าง DW-6900HDS ดีไซน์เรียบง่าย สะอาดตา กับขอบหน้าปัดโค้งมนแบบคลาสสิกที่ไม่เคยตกยุค เหมาะกับทุกลุคในชีวิตประจำวัน สะท้อนภาพของ Invisible Woman ที่แข็งแกร่งอย่างสงบ และพร้อมรับมือได้ทุกสถานการณ์แบบไม่ต้องแสดงออก GA-2100HDS หน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมยอดนิยม ดีไซน์บางเบา มาพร้อมลูกเล่นเรืองแสงในที่มืด ให้ความรู้สึกเท่แบบคม ๆ มีไหวพริบแบบ Human Torch ตัวละครที่เต็มไปด้วยพลังและความไวไฟ แต่ก็เปล่งแสงเมื่อถึงเวลา GA-700HDS เรือนใหญ่ สายลุยของจริง มาพร้อมปุ่มกดด้านหน้าและหน้าปัดเรืองแสง เสริมความรู้สึกทรงพลังและต้านทานได้ทุกอย่าง เหมาะกับแฟน ๆ The Thing ที่รักความดุดัน แข็งแรง และไม่ยอมถอยแม้ในสถานการณ์ที่ยากที่สุด สเปกจัดเต็มทุกเรือน ทนได้ทั้งแรงกระแทก ความร้อน และความเย็น จุดเด่นของนาฬิกาในคอลเลกชันนี้ คือมาตรฐานความทนทานขั้นสูงจาก G-SHOCK ที่แฟน ๆ รู้จักกันดี ทั้งกันกระแทก กันน้ำลึกถึง 200 เมตร และออกแบบมาให้ทนต่ออุณหภูมิสุดขั้วไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวจัด เรียกได้ว่าเหมาะสำหรับทุกภารกิจบนโลกจนถึงระดับเหนือชั้นบรรยากาศ แพ็กเกจย้อนยุค + เข็มกลัดสะสมลิขสิทธิ์แท้ สำหรับแฟนพันธุ์แท้ Marvel ต้องไม่พลาดแพ็กเกจกล่องสไตล์เรโทรในธีม 1960s retro-future ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคเริ่มต้นของ Fantastic Four มาพร้อมของแถมสุดพิเศษคือ เข็มกลัด Fantastic Four สุดคลาสสิก ที่มีเฉพาะในเวอร์ชันวางจำหน่ายในอังกฤษ ราคาทั้ง 4 รุ่น (อิงจากราคาเปิดตัวในอังกฤษ) GA-110HDS-7AER-F4 119.00 (ประมาณ 5,399 บาท) DW-6900HDS-7ER-F4 99.90 (ประมาณ 4,499 บาท) GA-2100HDS-7AER-F4 99.90 (ประมาณ 4,499 บาท) GA-700HDS-7AER-F4 99.90 (ประมาณ 4,499 บาท) ข่าวดีสำหรับแฟนไทย มาแน่ แต่ภายใต้ชื่อใหม่ แม้ในอังกฤษจะใช้ชื่อคอลเลกชัน G-SHOCK x Marvel Fantastic Four แต่ในประเทศไทย นาฬิกาทั้ง 4 รุ่นจะวางจำหน่ายภายใต้ซีรีส์ Hidden Glow Vol. 2 โดยจะไม่มีแพ็กเกจกล่องพิเศษและเข็มกลัดเหมือนเวอร์ชันยุโรป อย่างไรก็ตาม ตัวเรือนและดีไซน์ทุกอย่างจะเหมือนกันทุกประการ บทความที่คุณอาจสนใจ นาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกา G-Shock ผู้ชาย สีขาว รุ่นไหนดี 2024 ใส่แล้วดูดีแบบมินิมอล รวมนาฬิกาผู้ชายสไตล์มินิมอลยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวยใส่ได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกาสาย Nato ยี่ห้อไหนดี สวยทนลุย เปลี่ยนลุคได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกาสายเหล็ก แบรนด์ CASIO นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท รุ่นไหนดี รวมนาฬิกา Rado ผู้ชายปี 2024 รุ่นไหนดี ดีไซน์สวย ราคาเท่าไหร่

ส่องนาฬิกา G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES ทั้งสวยทั้งทน มีฟังค์ชั่นอะไรบ้างราคาเท่าไหร่
อ่าน

ส่องนาฬิกา G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES ทั้งสวยทั้งทน มีฟังค์ชั่นอะไรบ้างราคาเท่าไหร่

แฟนนาฬิกา G-SHOCK น่าจะคุ้นเคยกับ G-SHOCK G-STEEL 110 Series นาฬิกาที่แกร่งระดับตำนานของ G-SHOCK เข้ากับดีไซน์โลหะสุดพรีเมียม ทั้งโครงสร้างตัวเรือนแบบหลายชั้น ผสานกับวัสดุคุณภาพสูง ที่สำคัญคือความทนทานในแบบที่สายลุยชื่นชอบแล้วในปี 2025 นี้ G-SHOCK G-STEEL 110 Series มีรูปโฉมเป็นอย่างไร สนนราคาที่เท่าไหร่มาดูกัน ส่องนาฬิกา G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES ทั้งสวยทั้งทน มีฟังค์ชั่นอะไรบ้างราคาเท่าไหร่ G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES GM110D-8A G-SHOCK GM110D รุ่นปรับปรุงใหม่ล่าสุด ต่อยอดมาจากตระกูล G-SHOCK อะนาล็อก-ดิจิทัลตัวเรือนใหญ่ในรุ่นนี้นี้อัปเกรดความเท่ และพรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการใช้กรอบ และสายที่เป็นโลหะ กรอบโลหะสุดแกร่งผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและแม่นยำ ตามแบบฉบับของ G-SHOCK ทั้งการหล่อ การตัด การขัด รวมถึงเทคนิคการขึ้นรูปพิเศษ เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ดูแข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงกระแทกสูง เป็นโครงสร้างที่แข็งแรงทนทาน โดยยังคงความทนทานในแบบฉบับ G-SHOCK ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ตัวเรือนด้านในทำจากเรซินชั้นดี ช่วยปกป้องกลไกภายในให้ปลอดภัยหายห่วงในทุกการใช้งาน สำหรับรุ่น GM110D-8A นี้ มาพร้อมกับ สายโลหะทั้งเส้น กรอบสเตนเลสสตีลสีเงิน และหน้าปัดสีเทากันเมทัล (Gun Metal Gray) ให้ลุคพร้อมลุยไปกับคุณใน ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะทำงาน หรือไปสนุกในวันพักผ่อน ข้อมูล G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES GM110D-8A ขนาดตัวเรือน: 51.9 48.8 19.9 มม. (ยาว กว้าง หนา) - ตัวเรือนขนาดใหญ่ น้ำหนัก: 168 กรัม วัสดุตัวเรือนและกรอบ: ตัวเรือนทำจากเรซิน / กรอบทำจากสเตนเลสสตีล สายนาฬิกา: เป็นสายสเตนเลสสตีล ตัวล็อกสาย: เป็นแบบพับ 3 ทบ กดครั้งเดียว ความทนทาน: ทนทานต่อแรงกระแทก และ ทนทานต่อคลื่นแม่เหล็ก การกันน้ำ: กันน้ำลึก 200 เมตร แหล่งพลังงานและอายุแบตเตอรี่: ใช้แบตเตอรี่ 2 ก้อน (รุ่น SR927W) อายุแบตเตอรี่ประมาณ 3 ปี ขนาดสายที่รองรับ: ใส่ได้กับข้อมือที่มีขนาดรอบวง 150 ถึง 205 มม. อื่นๆ: มีสารเคลือบ Neobrite ที่เข็มและตำแหน่งบอกเวลา มองเห็นในที่มืดได้เวลาโลก: ดูเวลาได้ 31 เขตเวลาทั่วโลก (รวม 48 เมือง + เวลาสากล) เปิด/ปิดเวลาออมแสงได้ และสลับเมืองหลักกับเมืองเวลาโลกได้ นาฬิกาจับเวลา: จับเวลาได้ละเอียดถึง 1/100 วินาที จับได้นานสูงสุดเกือบ 1,000 ชั่วโมง มีโหมดจับเวลาแบบปกติ, แบบแบ่งช่วง (Split time) และแบบวัดเวลาเข้าเส้นชัยของคนที่ 1 และ 2 นาฬิกานับเวลาถอยหลัง (Timer): นับถอยหลังเป็นหน่วยวินาทีได้ ตั้งเวลาได้ตั้งแต่ 1 นาที ถึง 24 ชั่วโมง (ตั้งเพิ่มได้ทีละ 1 นาที หรือ 1 ชั่วโมง) นาฬิกาปลุก/สัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง: มีนาฬิกาปลุก 5 เวลาต่อวัน (มีแบบเลื่อนปลุกได้ 1 ตัว) และมีเสียงเตือนทุกๆ ต้นชั่วโมง ไฟส่องสว่าง: เป็นไฟ LED แบบ Super Illuminator สว่างมาก มีระบบเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อยกแขนดูนาฬิกา เลือกระยะเวลาไฟติดได้ (1.5 หรือ 3 วินาที) และมีแสงเรืองๆ หลังไฟดับ (afterglow) สีไฟ LED คือ สีขาว ปฏิทิน: เป็นปฏิทินอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (ตั้งค่าครั้งเดียว ใช้ได้ถึงปี 2099) คุณสมบัติปิดเสียง: สามารถเปิด/ปิดเสียงการกดปุ่มต่างๆ ของนาฬิกาได้ ความแม่นยำ: คลาดเคลื่อนไม่เกิน 15 วินาทีต่อเดือนเลือกแสดงเวลาแบบ 12 หรือ 24 ชั่วโมงได้ แบบเข็ม (อะนาล็อก): บอกชั่วโมงและนาที (เข็มนาทีจะขยับทุก 20 วินาที) และมีหน้าปัดเล็กๆ 1 วงสำหรับแสดงสถานะตัวจับเวลา แบบดิจิทัล: บอกชั่วโมง นาที วินาที สถานะ am/pm เดือน วันที่ และวันในสัปดาห์ ราคาประมาณ 12,900 บาท G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES GM110BD-1A9 พบกับ G-SHOCK GM110BD! G-SHOCK ตัวเรือนใหญ่ยอดนิยมที่ได้รับการอัปเกรดให้เท่และพรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยวัสดุโลหะ จุดเด่นอยู่ที่กรอบและสายที่เป็นโลหะ ผลิตอย่างพิถีพิถันด้วยเทคนิคขั้นสูง เพื่อให้ได้ความแข็งแรงทนทานระดับเดียวกับ G-SHOCK ในดีไซน์ที่ดูดีมีระดับ รุ่น GM110BD-1A9 นี้ให้ลุคที่ดุดันในลุค "ดำทอง" ทั้งกรอบและสายเคลือบด้วยไอออนสีดำสนิท ตัดกับหน้าปัดสีทองได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง ทรงพลัง และดูหรูในเวลาเดียวกัน กรอบโลหะสุดแกร่งนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความปราณีตขั้นสูง ด้วยเทคนิคการหล่อ การตัด การขัดอย่างแม่นยำ รวมถึงเทคนิคการขึ้นรูปพิเศษ เพื่อให้ได้ดีไซน์ที่ดูแข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงกระแทกสูง คงความแกร่งตามแบบฉบับ G-SHOCK ทนกระแทก ทนคลื่นแม่เหล็ก และกันน้ำลึก 200 เมตร พร้อมลุยไปกับคุณใน ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะในวันทำงาน หรือในวันพักผ่อนสุดแอคทีฟ ข้อมูล G-SHOCK G-STEEL 110 SERIES GM110BD-1A9 ขนาดตัวเรือน: 51.9 48.8 19.9 มม. (ยาว กว้าง หนา) น้ำหนัก: 168 กรัม - มีน้ำหนักพอดีๆ ให้ความรู้สึกแข็งแรงทนทาน วัสดุตัวเรือนและกรอบ: ตัวเรือนทำจากเรซิน / กรอบทำจากสเตนเลสสตีล สายนาฬิกา: เป็นสายสเตนเลสสตีล ตัวล็อกสาย: เป็นแบบพับ 3 ทบ กดครั้งเดียว ความทนทาน: ทนทานต่อแรงกระแทก และ ทนทานต่อคลื่นแม่เหล็ก การกันน้ำ: กันน้ำลึก 200 เมตรแหล่งพลังงานและอายุแบตเตอรี่: ใช้แบตเตอรี่ 2 ก้อน (รุ่น SR927W) อายุแบตเตอรี่ประมาณ 3 ปี กระจก: กระจกมิเนอรัล การเคลือบพื้นผิว: กรอบและสายเคลือบด้วยไอออนเป็นสีดำ (Black Ion Plated) ทำให้ได้สีดำที่ติดทนนาน ขนาดสายที่รองรับ: ใส่ได้กับข้อมือที่มีขนาดรอบวงตั้งแต่ 150 ถึง 205 มม. อื่นๆ: มีสารเคลือบ Neobrite ที่เข็มและตำแหน่งบอกเวลา ช่วยให้มองเห็นในที่มืดได้ชัดเจน เวลาโลก: แสดงเวลาได้ 31 เขตเวลา (48 เมือง + เวลาสากล) ตั้งเปิด/ปิดเวลาออมแสงได้ และสลับเมืองหลักกับเมืองเวลาโลกได้ นาฬิกาจับเวลา: ละเอียดถึง 1/100 วินาที จับเวลาได้นานสูงสุดเกือบ 1,000 ชั่วโมง มีโหมดจับเวลาแบบปกติ, แบบแบ่งช่วง (Split time), และแบบวัดเวลาเข้าเส้นชัยของคนที่ 1 และ 2 นาฬิกานับเวลาถอยหลัง (Timer): นับถอยหลังเป็นหน่วยวินาทีได้ ตั้งเวลาได้ตั้งแต่ 1 นาที ถึง 24 ชั่วโมง (ตั้งเพิ่มได้ทีละ 1 นาที หรือ 1 ชั่วโมง) นาฬิกาปลุก/สัญญาณแจ้งต้นชั่วโมง: มีนาฬิกาปลุก 5 เวลาต่อวัน (มีแบบเลื่อนปลุก Snooze ได้ 1 ตัว) และมีเสียงเตือนทุกๆ ต้นชั่วโมง ไฟส่องสว่าง: เป็นไฟ LED แบบ Super Illuminator สว่างมาก มีระบบเปิดไฟอัตโนมัติเมื่อยกแขนดูนาฬิกา เลือกระยะเวลาไฟติดได้ (1.5 หรือ 3 วินาที) มีแสงเรืองๆ หลังไฟดับ (afterglow) สีไฟ LED คือ สีขาว ปฏิทิน: เป็นปฏิทินอัตโนมัติเต็มรูปแบบ (ไม่ต้องตั้งค่าวันในแต่ละเดือนไปจนถึงปี 2099) คุณสมบัติปิดเสียง: สามารถเปิด/ปิดเสียงการทำงานของปุ่มกดได้ ความแม่นยำ: คลาดเคลื่อนไม่เกิน 15 วินาทีต่อเดือน แสดงเวลาได้ทั้งแบบ 12 ชั่วโมง หรือ 24 ชั่วโมง การบอกเวลาปกติ: แสดงได้ทั้งแบบเข็ม (บอกชั่วโมง นาที โดยเข็มนาทีจะขยับทุก 20 วินาที) และมีหน้าปัดเล็กๆ 1 วงสำหรับแสดงสถานะตัวจับเวลา / แบบตัวเลขดิจิทัล (บอก ชั่วโมง นาที วินาที สถานะ am/pm เดือน วันที่ วันในสัปดาห์) ราคาประมาณ 13,900 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ นาฬิกา Casio ผู้ชาย สายเหล็ก รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกา G-Shock ผู้ชาย สีขาว รุ่นไหนดี 2024 ใส่แล้วดูดีแบบมินิมอล รวมนาฬิกาผู้ชายสไตล์มินิมอลยี่ห้อไหนดี ดีไซน์สวยใส่ได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกาสาย Nato ยี่ห้อไหนดี สวยทนลุย เปลี่ยนลุคได้บ่อย ราคาเท่าไหร่ รวมนาฬิกา Luxury Smart Watch สำหรับผู้ชาย สมาร์ทวอทช์หรูหราสุดล้ำ ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ นาฬิกา SEIKO ผู้ชาย ราคาไม่เกิน 30,000 บาท รุ่นไหนดี 2024 นาฬิกาคาสิโอผู้ชาย ราคาไม่เกิน 10,000 บาท รุ่นไหนดี นาฬิกาสายเหล็ก แบรนด์ CASIO นาฬิกาผู้ชาย ราคาไม่เกิน 2,000 บาท รุ่นไหนดี รวมนาฬิกา Rado ผู้ชายปี 2024 รุ่นไหนดี ดีไซน์สวย ราคาเท่าไหร่ ---------------------------------------------

ส่องความเท่ห์ Kith x ASICS “Vintage Tech” Summer 2025 มีกี่สีราคาเท่าไหร่
อ่าน

ส่องความเท่ห์ Kith x ASICS “Vintage Tech” Summer 2025 มีกี่สีราคาเท่าไหร่

ASICS และ Kith ได้กลับมาร่วมงานกันในปี 2025 ในคอลเลคชั่น Kith x ASICS Vintage Tech Summer 2025 โดยคอลเลกชันนี้เป็นการนำรองเท้า ASICS รุ่นคลาสสิกมาตีความใหม่ พร้อมเพิ่มดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Kith เข้าไป ทำให้ได้รองเท้าที่ผสมผสานความวินเทจและเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ในคอลเลกชันนี้ Kith ได้เปิดตัวรองเท้า 2 รุ่นใหม่ล่าสุดที่ร่วมกับ ASICS ได้แก่ Kith for ASICS JOG 100S และ Kith for ASICS GEL-NUNOBIKI ในแต่ละโมเดลผลิตออกมากี่สี วัสดุมีความโดดเด่นอย่างไร สนนราคาที่เท่าไหร่มาดูกัน ส่องความเท่ห์ Kith x ASICS Vintage Tech Summer 2025 มีกี่สีราคาเท่าไหร่ Kith for ASICS GEL-NUNOBIKI Kith for ASICS GEL-NUNOBIKI ดีไซน์ลงตัว มาพร้อมกับฟังก์ชันเหนือระดับ โดดเด่นด้วยอัปเปอร์ผ้าตาข่ายระบายอากาศคุณภาพสูงช่วยให้อากาศถ่ายเทได้ดีเยี่ยมไม่อับชื้น แม้สวมใส่ตลอดวัน โอเวอร์เลย์หนังเทียมทนทานเสริมความแข็งแรงและเพิ่มมิติให้ดีไซน์ พร้อมความทนทานใช้งานได้ยาวนานขึ้น ขอบข้อเท้าบุนวมพิเศษมอบความนุ่มสบายและการซัพพอร์ต ลดการเสียดสี และเพิ่มความกระชับ หัวรองเท้ายางปกป้องเท้าส่วนหน้าเท้าจากแรงกระแทก เพิ่มความทนทานและความปลอดภัย โดดเด่นด้วยโลโก้ Kith ที่ลิ้นรองเท้าและข้างข้อเท้า แถบ Formstripes คลาสสิกเอกลักษณ์ของ ASICS บริเวณด้านข้างรองเท้า สะท้อนดีไซน์คุ้นเคย มาพร้อมเชือกผูกรองเท้าแบบเชือกและเชือกสำรอง ให้คุณปรับเปลี่ยนสไตล์ได้ตามใจ ห่วงดึงส้นเท้าสะดวกเพื่อการสวมใส่ที่ง่ายดาย ช่วยให้ใส่และถอดรองเท้าได้รวดเร็ว แผ่นรองพื้นรองเท้าลายตารางพร้อมโลโก้ Kith ดีไซน์พิถีพิถันเพิ่มความพิเศษในทุกย่างก้าว พื้นรองเท้ายางยึดเกาะดีเยี่ยมมั่นใจทุกการเคลื่อนไหว ด้วยการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมบนพื้นผิวต่าง ๆ มอบความมั่นคงและปลอดภัย ราคาประมาณ 4,500 บาท Color: Deliciosoe / Pure Silver Style: ai1203a845-200 Material: Mesh / Synthetic Leather Kith for ASICS JOG 100S Kith for ASICS JOG 100S ดีไซน์ผสมผสานสไตล์เรโทรเข้ากับความทันสมัยที่ลงตัว ที่นำกลิ่นอายรองเท้าวิ่งวินเทจมาตีความใหม่ ผสานดีไซน์และคุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของ Kith โดดเด่นด้วยรายละเอียดที่ใส่ใจ พร้อมพาคุณลุยทุกที่อย่างมีสไตล์ อัปเปอร์ผ้าตาข่ายระบายอากาศให้เท้าคุณเย็นสบายและระบายอากาศได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะใส่เดินเล่นหรือทำกิจกรรมเบาๆ ก็ไม่อับชื้น โอเวอร์เลย์หนังเทียมทนทานและสวยงามเพิ่มความทนทานและมิติให้ดีไซน์ พร้อมเสริมความหรูหราขอบข้อเท้าบุนวมเพื่อความสบายสูงสุดสัมผัสความนุ่มสบายทุกครั้งที่สวมใส่ ช่วยซัพพอร์ตข้อเท้าและลดการเสียดสี ตอกย้ำความคลาสสิกของแบรนด์ด้วยโลโก้ ASICS ขนาดใหญ่ที่หัวรองเท้าและลิ้น แถบสัญลักษณ์ ASICS ที่เพิ่มดีไซน์คุ้นตาและเสริมความแข็งแรงโครงสร้างรองเท้า มาพร้อมเชือกผูกรองเท้าแบบเชือกที่ทนทาน พร้อมเชือกสำรองให้คุณปรับเปลี่ยนสไตล์ แถบสะท้อนแสงที่ส้นเท้าเพิ่มความโดดเด่นและปลอดภัยในที่แสงน้อย ช่วยให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น แผ่นรองพื้นรองเท้าลายตาราง Kith สุดชิคสัมผัสความเป็น Kith ได้ตั้งแต่ก้าวแรกด้วยลายตารางหมากรุกอันเป็นเอกลักษณ์พร้อมโลโก้ พื้นรองเท้ายางยึดเกาะดีเยี่ยมมั่นใจทุกย่างก้าวด้วยการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมบนพื้นผิวหลากหลาย ราคาประมาณ 4,200 บาท Color: Espresso / Vanilla Ice Style: ai1203a848-200 Material: Mesh / Synthetic Leather Kith for ASICS GEL-NIMBUS 10.1 Kith for ASICS GEL-NIMBUS 10.1 การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์ล้ำสมัยและประสิทธิภาพเหนือกว่า นำรองเท้า GEL-NIMBUS ในตำนานมาปรับโฉมใหม่ด้วยสัมผัสพรีเมียมจาก Kith เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้าที่สวยงามสวมสบาย และทนทาน โดดเด่นด้วยอัปเปอร์ผ้าตาข่ายระบายอากาศช่วยให้เท้าของคุณรู้สึกเย็นสบายและแห้งตลอดวัน หมดกังวลเรื่องความอับชื้น โอเวอร์เลย์สังเคราะห์เย็บพิเศษเสริมความแข็งแรงและเพิ่มรายละเอียดที่น่าสนใจ ให้รองเท้าดูมีมิติและทนทาน ซับในสีเดียวกันเพื่อความเรียบเนียนสวยงาม มอบความรู้สึกสบายและดูดีตั้งแต่ภายใน ขอบข้อเท้าบุนวมเพื่อความสบายสูงสุดสัมผัสความนุ่มนวลและรองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ลดการเสียดสีและเพิ่มความกระชับ ส่วนหุ้มปลายเท้าและส้นเท้าคาร์บอนสังเคราะห์เพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพการปกป้องเท้า พร้อมเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างรองเท้า แถบ Formstripes คลาสสิกด้านข้างเอกลักษณ์ของ ASICS ที่ช่วยเสริมดีไซน์ให้สมบูรณ์แบบ โลโก้ ASICS ที่ข้อเท้าด้านข้างตอกย้ำความเป็นแบรนด์และเสริมความพรีเมียม เชือกผูกรองเท้าแบบเชือกพร้อมตัวเลือกให้ความทนทานและกระชับ พร้อมเชือกสำรองสำหรับปรับเปลี่ยนสไตล์ ตกแต่งด้วยโลโก้ Kith บนส้นเท้าและแผ่นรองพื้นรองเท้า พื้นรองเท้ายางยึดเกาะดีเยี่ยมมั่นใจในทุกย่างก้าวด้วยการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมบนพื้นผิวหลากหลาย มอบความมั่นคงและปลอดภัย ราคาประมาณ 6,700 บาท Color: White / Pure Silver Style: ai1203a844-100 Material: Mesh / Synthetic Kith for ASICS GEL-NIMBUS 10.1 Kith for ASICS GEL-NIMBUS 10.1 การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และประสิทธิภาพที่เหนือกว่า โฉมใหม่ด้วยสัมผัสพรีเมียมจาก Kith เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรองเท้าที่ทั้งสวยงาม สวมสบาย และทนทาน อัปเปอร์ผ้าตาข่ายระบายอากาศช่วยให้เท้าของคุณเย็นสบายและแห้งตลอดวัน โอเวอร์เลย์สังเคราะห์เย็บพิเศษเสริมความแข็งแรงและเพิ่มรายละเอียดที่น่าสนใจ ให้รองเท้าดูมีมิติและทนทาน ขอบข้อเท้าบุนวมเพื่อความสบายสูงสุดสัมผัสความนุ่มนวลและรองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ลดการเสียดสีและเพิ่มความกระชับ ส่วนหุ้มปลายเท้าและส้นเท้าคาร์บอนสังเคราะห์เพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพการปกป้องเท้า พร้อมเสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างรองเท้า แถบ Formstripes คลาสสิกด้านข้างเอกลักษณ์ของ ASICS ที่ช่วยเสริมดีไซน์ให้สมบูรณ์แบบ เชือกผูกรองเท้าพร้อมเชือกสำรองสำหรับปรับเปลี่ยนสไตล์ โลโก้ Kith บนส้นเท้าและแผ่นรองพื้นรองเท้าเพิ่มความพิเศษ พื้นรองเท้ายางยึดเกาะดีเยี่ยมมั่นใจในทุกย่างก้าวด้วยการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมบนพื้นผิวหลากหลาย มอบความมั่นคงและปลอดภัย ราคาประมาณ 6,700 บาท Color: Black / Pure Silver Style: ai1203a844-001 Material: Mesh / Synthetic Kith for ASICS GEL-KAYANO 12.1 ความลงตัวของสไตล์และตำนานแห่งรองเท้าวิ่ง Kith for ASICS GEL-KAYANO 12.1 การผสมผสานระหว่างมรดกอันยาวนานของ ASICS และสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Kith รองเท้ารุ่นนี้คือการนำ GEL-KAYANO ในตำนานมาปรับโฉมใหม่ด้วยรายละเอียดที่น่าทึ่งและวัสดุระดับพรีเมียม อัปเปอร์ผ้าตาข่ายพร้อมโอเวอร์เลย์หนังกลับ มอบความสบายและการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม ผสานความหรูหราและมิติให้ดีไซน์ ดีเทลโปร่งแสงเพิ่มความทันสมัยและลูกเล่นเฉพาะตัว ให้รองเท้าดูโดดเด่นมีสไตล์ ซับในผ้าตาข่ายระบายอากาศช่วยให้เท้าเย็นสบายและแห้งตลอดวัน ขอบข้อเท้าบุนวมมอบความนุ่มนวลและรองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ลดการเสียดสี โลโก้ Kith และ Tomodachi Artwork บนลิ้นรองเท้าโดดเด่นด้วยโลโก้ร่วมกันและงานศิลปะ "Tomodachi" สะท้อนมิตรภาพความร่วมมือของทั้งสองแบรนด์ แถบ Formstripes คลาสสิกด้านข้างสัญลักษณ์ ASICS ที่ช่วยเสริมดีไซน์ให้สมบูรณ์แบบและคลาสสิก โลโก้ Kayano ที่ข้อเท้าด้านข้างตอกย้ำความเป็น GEL-KAYANO รายละเอียดที่แฟนรองเท้าวิ่งคุ้นเคย เชือกผูกรองเท้าแบบเชือกพร้อมตัวเลือก พร้อมเชือกสำรองสำหรับปรับเปลี่ยนสไตล์ ตกแต่งโลโก้ ASICS ที่ส้นเท้า เสริมความพรีเมียมให้รองเท้า พื้นรองเท้าชั้นกลาง EVA พร้อมเจลสัมผัสการรองรับแรงกระแทกที่เหนือกว่าด้วย EVA และ Visible GEL มอบความสบายและคืนพลังงานในทุกก้าว พื้นรองเท้ายางยึดเกาะดีเยี่ยมมั่นใจทุกย่างก้าวด้วยยางคุณภาพสูง ให้การยึดเกาะที่ดีเยี่ยมบนพื้นผิวหลากหลาย มั่นคงและปลอดภัย ราคาประมาณ 6,700 บาท Color: Peat / Cream Style: ai1203a846-020 Material: Mesh / Suede / Synthetic Kith for ASICS GEL-KAYANO 12.1 ความลงตัวของสไตล์และตำนานแห่งรองเท้าวิ่งกับ Kith for ASICS GEL-KAYANO 12.1 ที่สุดแห่งการผสมผสานระหว่างมรดกอันยาวนานของ ASICS และสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Kith รองเท้ารุ่นนี้ปรับโฉม GEL-KAYANO ซึ่งเป็นที่โดดเด่นในเรื่องประสิทธิภาพ ด้วยรายละเอียดที่น่าทึ่งและวัสดุระดับพรีเมียม พร้อมเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ อัปเปอร์ผ้าตาข่ายพร้อมโอเวอร์เลย์สัมผัสความสบายและการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม ผสานกับโอเวอร์เลย์สังเคราะห์และหนังกลับที่ให้ความรู้สึกหรูหราและเพิ่มมิติให้ดีไซน์ ดีเทลโปร่งแสงเพิ่มความทันสมัยและลูกเล่นที่ไม่เหมือนใคร ทำให้รองเท้าดูโดดเด่นมีสไตล์ยิ่งขึ้น ซับในผ้าตาข่ายระบายอากาศหมดกังวลเรื่องความอับชื้น ขอบข้อเท้าบุนวมมอบความนุ่มนวลและรองรับแรงกระแทก ลดการเสียดสี และเพิ่มความกระชับ สวมใส่สบายตลอดวัน โลโก้ Kith และ Tomodachi Artwork บนลิ้นรองเท้าโดดเด่นด้วยโลโก้ Kith สะท้อนความร่วมมืออันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์ แถบ Formstripes คลาสสิกด้านข้างสัญลักษณ์ ASICS ให้สมบูรณ์แบบและคลาสสิก โลโก้ Kayano ที่ข้อเท้าด้านข้างตอกย้ำความเป็น GEL-KAYANO รายละเอียดที่แฟนรองเท้าวิ่งคุ้นเคย เชือกผูกรองเท้า พร้อมเชือกสำรองสำหรับปรับเปลี่ยนสไตล์ พื้นรองเท้าชั้นกลาง EVA พร้อมเจลสัมผัสการรองรับแรงกระแทกที่เหนือกว่าด้วย EVA และเทคโนโลยี Visible GEL มอบความสบายและคืนพลังงานในทุกก้าว พื้นรองเท้ายางยึดเกาะดีเยี่ยมมั่นใจทุกย่างก้าวด้วยยางคุณภาพสูง ราคาประมาณ 7,200 บาท Style: ai1203a930-020 Color: Tornado / Pure Silver Material: Mesh / Suede / Synthetic บทความที่คุณอาจสนใจ รองเท้า ASICS Sneaker ผู้ชายรุ่นไหนดีใส่สวยเดินสบาย ปี 2024 รองเท้า Bodega x ASICS GEL-KAYANO 20 Small Wins Add Up ราคาเท่าไหร่ใส่สบายขนาดไหน รวมรองเท้าผ้าใบผู้ชายสีดำยี่ห้อไหนดี 2024 ใส่แล้วเท่ เข้าได้ทุกลุค ราคาเท่าไหร่ 10 รองเท้าผ้าใบผู้ชาย แบรนด์ไหนดี 2024 รุ่นไหนยอดฮิต เท่ และใส่สบาย รองเท้าแตะผู้ชาย ยี่ห้อไหนดี 2024 แฟชั่น ใส่สบาย แบรนด์ไหนดี 6 รองเท้าผ้าใบผู้ชาย 2024 รองเท้าผ้าใบวินเทจ สไตล์ old money ผู้ชาย รองเท้า NEW BALANCE ผู้ชาย 2024 รุ่นไหนดี รุ่นไหนใส่สบาย รุ่นไหนฮิต