TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “DIARY OF TOOTSIES” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เดอะ ซี่รี่ส์
ทรูวิชั่นส์ • 29 ส.ค. 68
ดู
ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ ซีซั่น 2
ทรูวิชั่นส์ • 29 ส.ค. 68
อ่าน
GTH เฟ้นหานักแสดงหน้าใหม่ ลงซีรี่ส์สุดฮา Diary of Tootsies Project Audition
จีทีเอช ออน แอร์ร่วมกับ บันทึกของตุ๊ด แฟนเพจสุดฮอต ที่มียอดไลค์กว่า 5แสนไลค์ เปิดโอกาสให้คนที่มีความสามารถ มาร่วมงานกันในซีรี่ส์สุดฮาเรื่องใหม่ล่าสุด งานนี้ ผู้กำกับไฟแรง เติ้ล-ปิยะชาติ ทองอ่วม และช่า เจ้าของเพจดังเตรียมออกตามล่าหานักแสดงในโครงการ Diary of Tootsies Project Audition (ไดอารี่ ออฟ ตุ๊ดซี่ส์ โปรเจ็ค ออดิชั่น) โดยเปิดช่องทางให้ชายไทยที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปี เข้ามาลุ้นเป็น 3 ตัวละครหลัก เริ่มต้นการค้นหาวันที่ 17 ก.ค. ร้านเฟค คลับ ย่านรัชดา ฯลฯ และเปิดออดิชั่นที่จุดรับสมัคร เริ่มที่ภาคเหนือวันที่ 22 ก.ค.ตั้งแต่เวลา 11.00น. ณ ร้าน จีทีเอช ช็อป ชั้น 5 เมญ่า จ.เชียงใหม่ ต่อด้วยที่ภาคกลาง วันที่ 28 ก.ค.ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ที่ลาน Quartier water garden ชั้น 5 The Emquartier กรุงเทพฯ มาร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันได้ว่าใครจะได้เป็นนักแสดงหน้าใหม่ของค่ายจีทีเอช ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ https://www.facebook.com/GTHONAIR ติดตามข่าวสารบันเทิงทีวีได้อีกช่องทาง Facebook.com/TVSociety
ข่าวบันเทิง • 17 ก.ค. 58
หลอนสั้นๆ แต่ขนหัวลุก
6 วันที่แล้ว
เลี้ยงแมว 7 วันที่ทุกคืนจะมีเรื่องสยอง
เลี้ยงแมว 7 วันที่ทุกคืนจะมีเรื่องสยอง
ZBINGZ • 15 ต.ค. 69
ดู
Art Students Daily Life
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
#ตามใจภรรยา 1 วัน ใช้วันทำงานให้คุ้มค่า กิน จุ่ม เที่ยว!!
หนึ่งวันตามใจภรรยา พาไปกิน จุ่ม และเที่ยว เติมความสนุกให้วันทำงานธรรมดา
Softpomz • 19 ต.ค. 69
กะดึก พี่เลี้ยงเด็กผี 7 วัน
กะดึก พี่เลี้ยงเด็กผี 7 วัน
ZBINGZ • 7 ต.ค. 69
ดู
ชีวิตประจำวันของนักเรียนศิลปะ
Docomo • 16 ต.ค. 69
ธี่หยด │ผีสตอรี่ EP.11 [ เรื่องผี ]
ธี่หยด │ผีสตอรี่ EP.11 [ เรื่องผี ] ใครที่มีเรื่องราวสยองขวัญ ประสบการณ์ขนหัวลุก สามารถส่งมาให้ "ผีสตอรี่" เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวของคุณได้ โดยส่งเมลล์มาที่ djarmlooktung@gmail.com แล้วเราจะหลอนไปด้วยกัน
Online Station • 11 ต.ค. 66
อ่าน
"ออฟโรด" เปิดชีวิตสุดลำบากถึงขั้นไม่มีเงินซื้อข้าว ใช้ความพยายามเปลี่ยนชีวิตจนมีวันนี้
บทเรียนชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร! "ออฟโรด กันตภณ จินดาทวีผล" เปิดใจผ่าน "WOODY TALK" ชีวิตวัยเด็กสุดลำบาก บ้านล้มละลาย เดินขายแหนม 10 กิโลฯ เคยไม่มีเงินซื้อข้าว โดนญาติดูถูก จนหล่อหลอมเป็นพลังสู้ไม่ถอยใช้ความพยายามเปลี่ยนชีวิตจนมีวันนี้ พร้อมเบื้องหลังความผูกพัน 5 ปีกับ "ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว" ที่ต่างขั้วแต่เติมเต็ม "ออฟโรด" ใช้ความพยายามเปลี่ยนชีวิตจนมีวันนี้ ชีวิตที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง ?ออฟโรด : เรียนรู้และเติบโตเยอะมาก คือผมไม่ใช่เป็นคนที่มาสายวงการตั้งแต่แรก ค่อนข้าง Introvert มาก ๆ แล้วก็จบ Finance เรียนแบบวิชาการมาตลอด ไม่เคยรู้เรื่องการร้องและเต้น แต่ตอนนี้ต้องมาอยู่ในเส้นทางการทำงานในวงการ ทั้งการร้อง การเต้น การแสดง เหมือนเป็นการเปิดโลกใหม่ เริ่มเรียนใหม่ เรียนรู้ชีวิตใหม่หมดเลย ก็ค่อนข้างที่ทรหดอดทนเหมือนกันครับ การเดินออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย เล่าให้ฟังหน่อยว่าก้าวแรกที่กล้าท้าทายตัวเอง เริ่มต้นจากตรงไหน ?ออฟโรด : เชื่อ Mindset ที่ดีจะทำชีวิตให้ดีขึ้น การที่จะ Beyond ขึ้นกว่าตัวเองในอดีต ต้องกล้าที่จะทำ ก้าวผ่านความกลัว ผมกลัวมาก เพราะเป็น Perfectionist มาก ๆ การที่จะไปทำอะไรที่ไม่ได้เก่งต่อหน้าคนเยอะ ๆ ผมไม่อยากทำรู้สึกเขินอาย แต่วันใดที่ต้องสู้ เราไม่มีทางเลือกมากก็จะทำให้กล้าที่จะลองทำ ลองสู้กับมัน พออยู่ได้รางวัลของสิ่งนั้นคุ้มค่ามากจริง ๆ หมายถึงการทำธุรกิจสักอย่างก็เสี่ยงมาก หรือการที่จะทำอะไรที่รู้สึกว่าตัวเองไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นแบบไหน แต่ทำแล้วสำเร็จ จะรู้สึกดีใจมากและ Fulfill ครับ จากคนที่เคยกลัวจนไม่กล้าลงมือทำ อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กรอบความคิดค่อย ๆ เปลี่ยน และคุณผ่าน Step ไหนมาบ้างกว่าจะกล้าได้ขนาดนี้ ?ออฟโรด : Step คือคนรอบข้าง บางสิ่งบางอย่างกลัวมาก ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ด้วยซ้ำ แต่คนอื่นเชื่อมั่นตัวผมในวันที่ไม่ได้เชื่อมั่นในตัวเอง สิ่งนี้ Lead ให้คนอื่นยังเชื่อมั่นในตัวเรา ทำไมเราถึงจะไม่เชื่อมั่น เราทำได้ เราทำได้ สิ่งนี้เหมือนหลอมให้ทำแล้วทำได้จริง ๆ คือ Mindset การที่ Manifest ตัวเอง ฉันทำได้ ฉันทำได้ แต่ Manifest ไม่ได้แค่คิด แต่ต้องทำด้วยอาศัยการฝึกฝน เพราะทุกครั้งในอดีตที่ขึ้นเวทีก็ต้องมีความกลัว มีคำถามสิ่งนี้ตลอดการทำงานใน 5 ปีที่ผ่านมา ตัวผมค่อนข้างโดนเปรียบเทียบเยอะ เพราะว่าคู่ Partner ของผมค่อนข้างที่จะเก่งมาก ๆ ในด้านนี้ แล้วผมอยู่กับสิ่งนี้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็น Comment หรือว่าอะไร เราจะรู้ตัวเองอยู่กับความเป็นจริง แต่สิ่งนั้นบางอย่างก็ทำให้รู้สึกแย่ แต่ทำให้เปลี่ยนโฟกัสตัวเองใหม่ ทำไมต้องไปเทียบกับคนอื่น ไปเทียบกับเขาทำไม ทำไมไม่เทียบกับตัวเองในอดีตว่าที่ผ่านมาเก่งขึ้นไหม เราพัฒนาอยู่ ผมเชื่อว่าถ้าทำไปทุกวัน คนเราจะสามารถเก่งขึ้นได้ เสียงเปรียบเทียบจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือ Partner อะไรคือคำพูดที่ได้ยินแล้วสะกิดใจที่สุด จนเราต้องดึงสติตัวเองกลับมาอยู่กับความเป็นจริง ?ออฟโรด : เรื่องของความสามารถในการร้อง การเต้น เป็นสิ่งที่โดนมาตลอด มีโดนพูดว่าเป็นตัว Nerf ความสามารถของคู่ผม คำนี้เป็นสิ่งที่ผมทนไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยบอกว่าคุณต้องด้อยความสามารถตัวเองเพื่อเท่าผม ไม่เคยพูดคำนี้ ผมมีแต่เอาตัวเอง Push ให้เท่าเขา หมายถึงว่า ไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนเขา แต่เก่งในแบบของตัวเอง สิ่งที่ยากถามกับตัวเองว่ากลัวไหม ผมกลัว แต่อยากทำให้ได้เหมือนกันครับ ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาคุณมีวิธีจัดการกับปัญหาตรงนั้นยังไง ให้ตัวเองยังยืนหยัดและผ่านมันมาได้ ?ออฟโรด : อย่างแรกคุยกับ Partner เยอะมาก ไม่อยากให้มีสิ่งนี้ ซึ่งก็จะคอยเช็คกันตลอดว่าโอเคเรามีสิ่งนี้อยู่ในหัวไหมหรือมีการเปรียบเทียบ เพราะถ้าอยู่กับสิ่งนี้จะไม่มีความสุข พอได้เคลียร์สิ่งนี้ออกไปเท่ากับว่าเข้าใจและเห็นภาพตรงกันว่าโอเคไม่มีสิ่งนี้ ทำให้ผมอยู่กับสิ่งนี้ได้ แต่สิ่งที่ผมอยู่กับสิ่งนี้ได้มาตลอด รับรู้รับทราบมา 5 ปีในวงการบันเทิงที่ผ่านมา การเปรียบเทียบมีให้เห็นอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ผมไม่ชอบคือการที่ด้อยคุณค่าของอีกคน ในมุมของคนอื่นที่ไม่ใช่แค่ 2 คน รับสิ่งนี้ไม่ได้ ผมก็เลยออกมาแชร์สิ่งนี้ว่าไม่เคยให้คนอื่นด้อยความสามารถตัวเองเพื่อผม การต้องยืนร้องเพลงข้างคนที่เสียงเหมือนมาจากสวรรค์อย่าง ต้าห์อู๋ กดดันเหมือนยืนข้าง Mariah Carey ในใจเรารู้สึกยังไง แล้ววันที่ตัดสินใจเปิดใจคุยกันตรง ๆ วันนั้นคุยอะไรกัน ?ออฟโรด : แต่ละคนมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน เขาพูดกับผมว่าในวันนี้สิ่งที่ออฟโรดไม่มี ในขณะเดียวกันออฟโรดก็มีสิ่งที่เขาไม่มีเหมือนกัน เพราะสิ่งตรงนี้ไม่จำเป็นที่ความสามารถอย่างเดียว แต่องค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง สุดท้ายแล้วเสน่ห์ของคู่ที่เราอยู่ด้วยกันมาคืออะไร แล้วทำสิ่งนั้นมีความสุขไหม จะไม่ยัดเยียดสิ่งนั้นเข้าไป อย่างเช่นคุณต้องเป็นแบบนี้ ต้องเป็นตัวออฟโรด เป็นตัวต้าห์อู๋ แต่อยู่ตรงกันแล้วคือคู่ที่โอเคมีความสุขในการ Perform แค่นั้นครับ มองย้อนกลับไปตั้งแต่วันแรกอะไรคือการเปลี่ยนแปลงที่ชัดที่สุดที่คุณทั้งคู่เห็นในตัวของกันและกัน ?ออฟโรด : เยอะมากครับ เหมือนตอนแรก ๆ พี่ต้าห์อู๋เขาไม่ลงทุน ผมยัดสิ่งนี้ไปให้พี่ต้าห์อู๋ เรื่องการลงทุน จนทุกวันนี้ที่เขาเริ่มลงทุนผมก็ Happy ลงทุนได้ประสบความสำเร็จ นี่คือการซึมซับ เหมือนตัวเองเมื่อก่อนจะเป็นคนที่ Serious แล้วเครียดมากมองเป้าหมายอนาคตแล้วต้องมุ่งและพุ่งอย่างเดียว แต่เขาจะเป็นคนที่บอกว่า ระหว่างทางแวะมีความสุขได้ สมมุติจะเก็บเงินล้าน ไม่ต้องอดทุกอย่าง แวะซื้อน้ำอร่อยให้รางวัลตัวเองหน่อย รู้สึกว่าค่อนข้างเติมเต็มซึ่งกันและกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา ในวันที่เห็นอีกคนหมดพลังหรือเริ่มสูญเสียความมั่นใจ ออฟโรดมีวิธีดูแลและเติมพลังใจให้เขายังไงบ้าง ?ออฟโรด : สิ่งที่พี่ต้าห์อู๋ต้องการคือ กอด เขาเป็นคนที่ติด Skinship มาก วันไหนที่เขารู้สึกว่าเจอเรื่องแย่ ๆ มา แค่ไปกอดก็รู้สึกดีขึ้น รู้สึกว่าเราอยู่ข้าง ๆ เขาในวันที่เขารู้สึกโดดเดี่ยว แล้วในทางกลับกันวันที่เราหมดพลังบ้าง ต้าห์อู๋ เข้ามาฮีลเรายังไง ?ออฟโรด : ในทางกลับกัน การฮีลของเขาคือการปกป้อง การที่รู้สึกว่าโอเคเขาอยู่ข้าง ๆ ในวันที่เรารู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกัน หรือวันที่รู้สึกโดนคนอื่นมองไม่ดี มีสัมภาษณ์ว่า ลองมาเต้น ลองมาร้องเพลงกับผมดู ก่อนที่จะไปดูถูกคนอื่น ออฟโรดทำได้นะ คำที่ออกมาปกป้อง หรือแม้กระทั่งชมเพื่อน ชมความสามารถ แต่เขาจะคอยอยู่ข้าง ๆ รู้สึกว่าโอเค อย่ามาทำร้ายคนนี้ คือวิธี Healing ที่ผมรับรู้ได้แล้วก็รู้สึกขอบคุณเขามาตลอดครับ เวลาที่มีเรื่องไม่เข้าใจหรือความเห็นไม่ตรงกัน ทั้งสองคนมีวิธีปรับความเข้าใจกันยังไง เพื่อไม่ให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน ?ออฟโรด : เรา 2 คนก็มี Activity ที่ชอบคล้าย ๆ กัน ทำสิ่งที่สนุก ๆ อย่างเช่น ไปดูหนัง ไปออกกำลังกายหรือว่าไปใช้ชีวิตง่าย ๆ ล่าสุดก็เพิ่งไปเชียงใหม่อยาก Social Detox ไปทำบุญ ไปไหว้พระ ผมเป็นคนที่หายไปแล้วแฟนคลับบอกว่าออฟโรดหายไปไหนจากโซเชียล ไม่แตะ ไม่จับโทรศัพท์ คนโทรมาก็รับช้าหน่อยแต่รับนะ แต่เขากลัวว่าจะเป็นอะไรไป การต้องเป็นที่พึ่งและส่งต่อรอยยิ้มให้คนเป็นร้อยเป็นพัน จนบางทีกลายเป็นการกดดันตัวเองที่จะต้องดูแลทุกคน ในมุมของคนที่แคร์คนอื่นมาก ๆ แบบเรา มองและรับมือกับความท้าทายนี้ยังไง ?ออฟโรด : ผมแคร์แฟนคลับ แต่กลับมาโฟกัสที่ตัวเอง สมมุติแคร์ทุกคน จริง ๆ Level ของทุกคนกำหนดยากมากว่าเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ ผมแค่มาโฟกัสที่ตัวเอง วันนี้ตอนที่โชว์ โมเมนต์ตรงนั้น มีความสุขไหม ถ้ามีความสุข Emotional สิ่งนี้ส่งไปถึงคนรอบข้าง สมมุติถ้าคนหนึ่ง ผมเดินมาวันนี้ ผมเหนื่อยมาก ไม่อยากมาคุย ไม่อยากทำอะไร สามารถสื่อกันได้ แต่ถ้าวันนี้ผมมาด้วย Energy อยากคุย มีความสุขจะส่งออกได้เหมือนกัน เวลาผมไปขึ้น Concert จะโฟกัสให้ตัวเอง มีความสุข ตอนผมไปงาน K-2O กลัวและตื่นเต้นมาก เพราะว่าตอนนั้นไปเป็น Guest พี่ต้าห์อู๋เพื่อร้องเพลง เป็นเวทีใหญ่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ กลัวคนจะร้องเพลงตามเราได้ไหม ต้องมันส์นิดหนึ่ง แต่ว่าวันนั้นเอาเพลง Closer ไปร้องแล้วคนร้องตามเยอะมาก พอกลับมาดูคลิป Full Fill กับตัวเอง Mindset การมองโลกในแง่ที่ดีและพลังบวกที่สะสมมาขนาดนี้ คิดว่าได้ต้นแบบมาจากคุณพ่อคุณแม่เยอะไหม ?ออฟโรด : ผมเจอโลกมาเยอะมากเล่าเป็นละครเรื่องหนึ่งได้เลยคือ เกิดมาบ้านมีฐานะ ทุกคนรัก แฮปปี้ ญาติพี่น้องรักกันกลมเกลียว พอในวันหนึ่งธุรกิจล้มไม่ประสบความสำเร็จ ไปพึ่งพาจนเขารู้สึกรำคาญ ไม่ชอบ แล้วก็ไม่มีเงิน โดนดูถูกจากญาติตัวเองอยู่ในช่วงที่ตกต่ำ ไม่มีเงินจะกินข้าว อยากกินไก่ทอดก็ไม่ได้กินไม่มีเงินจะซื้อ ลำบากตั้งแต่ ป.4 จนขึ้นปี 4 หลายปีมากที่ลำบาก เกือบ 10 ปี จำได้ไหมว่าวันที่ลำบากที่สุดที่ยังอยู่ในใจเลยคือเหตุการณ์อะไรที่เข้ามาในหัว ?ออฟโรด : การที่ผมขายแหนม ผมทอดแหนมปลากรายใส่กล่องโฟมที่หาดใหญ่ เดินน่าจะ 10 กิโลไปกับแม่ที่อุ้มน้อง เดินไปขายแหนมถือกล่องโฟมนั้น "เอาแหนมไหมครับ" จนเหนื่อย พอไปตั้งก็มีคนมาช่วยซื้อ รู้สึกว่าเหมือนคนที่ขายดอกไม้แล้วข้างทาง แล้วเราสงสารเขา ผมเคยเป็นแบบนั้นมาก่อน ความรู้สึกที่ถูกปฏิเสธกลับมา "ไม่เอาครับ" ผมคือคน ๆ นั้นมาก่อนโดนปฏิเสธ โดนญาติพี่น้องดูถูก เอายายมาปล่อยด้วย ยายผมเป็นอัลไซเมอร์ อยู่ตรงข้ามบ้านกัน คนไม่อยากเลี้ยงอยู่แล้ว รำคาญ ก็เอายายมาให้แม่ผมเลี้ยง แล้วก็บอกว่า "เอาเชื้อโรคมาฝาก" อยู่กับการโดนดูถูกที่ว่า "สอบมหาลัยไม่ติดหรอก ชีวิตแกอยู่แค่นี้เหรอ" ผมอยู่กับความลำบาก ทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนบ้านผมเคยช่วยเหลือจุนเจือเขามาตลอด ทำให้ผมคิดว่าสักวันหนึ่งจะทำสิ่งนี้ให้ครอบครัวสบายที่สุด ตอนเด็ก ๆ ที่โดนคนปฏิเสธ เด็กคนนี้คุยกับตัวเองว่ายังไงเพื่อไม่ให้ร้องไห้ออกมา ?ออฟโรด : ความรู้สึกของผมรู้สึกเสียใจไหมที่ปฏิเสธ ในช่วงแรก ๆ ที่ทำเสียใจ แต่พอไปเรื่อย ๆ โอเค ไม่เป็นไร ก็แค่ทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ต้องมีคนที่ซื้อของเรา เหมือนเรียนรู้ว่า สมมุติเอาไปขายคนที่ไม่ได้หิว เขาก็ไม่ซื้ออยู่แล้ว แล้วทำไมไม่ไปตรงที่เขาหิวข้าวกัน อย่างเช่น ที่เตะบอล ไปออกกำลังกายที่เหนื่อย ๆ แล้วก็ไปขายตรงนั้นไหม ได้เรียนรู้เหมือนได้ลงสนามอย่างแท้จริง เข้าใจหลักการในชีวิตและในวันนั้นที่ขายแหนมก็นำมาทานด้วย ตอนนั้นบ้านผมไม่ได้จะมีเงินไปซื้อของอย่างอื่นกิน บางทีแหนมเหลือ เราก็ไม่อยากจะขายของซ้ำ ก็กินแหนมปลากรายทอด หรือแหนมตุ้มเอามาผัดไข่ กินสิ่งนี้ประทังชีวิต แล้วรู้สึกเสียดายด้วยไม่อยากทิ้ง ก้าวออกจากห้วงนั้นของชีวิตยังไงทั้งบ้านเลย ?ออฟโรด : แม่ผมกับผมค่อนข้างที่จะตีกันเยอะ เพราะค่อนข้างกลัวแล้วก็ Conservative แต่ผมเข้าใจได้ว่าเขาเจออะไรมาก็เป็นคนแบบนี้ แม่ผมมีเท่านี้ก็จะกินเท่านี้ สมมุติมีเงิน 100 บาท ทำยังไงก็ได้ให้ฉันพอ แม้กระทั่งจะหิวก็ตาม แต่ผมรู้สึกว่าไม่พอ ก็ต้องหาเพิ่ม และผมเชื่อว่าโอกาสสำคัญมาก ผมจะไม่หยุดอยู่กับที่ คือแม่ผมอยากให้อยู่ ม.อ. หาดใหญ่ แต่รู้สึกว่าโอกาสของผมก็จะถูกตีกรอบให้เล็กมาก ผมก็ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมาเรียนกรุงเทพฯ ก็กู้ กยศ เรียน เข้าไฟแนนซ์ เป็นประธานรุ่น มีกิจกรรมทำหมด อาจารย์มีให้ไปแข่งไฟแนนซ์ผมก็ไป ทำทุกอย่างให้ได้เจอคน สามารถรับชมรายการ "WOODY TALK" ย้อนหลัง ได้ที่นี่ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : สู้สุดใจ! ต้าห์อู๋ จับคู่ ออฟโรด โชว์ความฟิตใน HYROX ปิดจบเวลาแข่งขัน 1:20:52 ออฟโรด กันตภณ เสิร์ฟความฮอตทะลุปรอท! อวดหุ่นแซ่บแช่ Ice Bath แฟนคลับกรี๊ดสนั่น "ต้าห์อู๋ ออฟโรด" ชวนสัมผัสประสบการณ์ แตะจ่าย ด้วยทรูมันนี่
ข่าวบันเทิง • 4 ต.ค. 69
ดู
The Story Of Nagasaki's Sweets
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
1วันในสวนสนุกเด็ก MELAND
1วันในสวนสนุกเด็ก MELAND
ZBINGZ • 7 ต.ค. 69
อ่าน
Hexed หนังแอนิเมชันล่าสุด คว้า Hailee Steinfeld ร้องเพลงประกอบ “Magic” วอร์ชั่นใหม่ของเพลงฮิตจาก The Cars
Hailee Steinfeld นักร้องและนักแสดงผู้ให้เสียง Billie Doe ในแอนิเมชันเรื่องใหม่จาก Disneys Hexed จาก Walt Disney Animation Studios ปล่อยเพลง Magic เวอร์ชันใหม่ ซึ่งนำเพลงฮิตของ The Cars มาตีความใหม่ในแบบของเธอ ประทับใจเหล่าแฟน ๆ ของดีสนีย์ทั่วโลกทันที นอกจากเพลงนี้แล้ว แฟน ๆ ยังสามารถฟังเพลย์ลิสต์ Disneys Hexed บน Spotify และรอฟังอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งมีดนตรีประกอบที่แต่งขึ้นใหม่โดย Kris Bowers กันได้ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ฟังเพลง Hailee Steinfeld - Magic (From Hexed) Spotify https://open.spotify.com/album/39AuCYk4DyxJJW9e0sPNq3 Apple Music https://music.apple.com/th/artist/hailee-steinfeld/417571723 Disneys Hexed เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่เล่าเรื่องราวของ Billie เด็กสาววัยรุ่นหัวดื้อที่ค้นพบพลังวิเศษของตัวเอง ออกจากชีวิตในย่านชานเมืองไปผจญภัยใน Hexe ดินแดนแม่มดสุดมหัศจรรย์ เธอร่วมมือกับ Alice ผู้เป็นแม่ที่รอบคอบและระมัดระวัง เพื่อไขปริศนาของครอบครัวซึ่งอาจเปลี่ยนโลกของเหล่าแม่มดไปตลอดกาล Hailee Steinfeld พากย์เสียง Billie ขณะที่ Rashida Jones ให้เสียงตัวละคร Alice, Walton Goggins รับบท Beef Roger Crummchuk แมววิเศษสามตาผู้ลึกลับ และ Jodie Foster ให้เสียง Queen Celeste ตัวละครผู้ทรงอำนาจที่พร้อมทำทุกทางเพื่อรักษาบัลลังก์ของตน นอกจากนี้ยังมี Henry Winkler, Dan Stevens, Tracey Ullman และ Stephen Fry ร่วมพากย์เสียงอีกด้วย ภาพยนตร์กำกับโดย Fawn Veerasunthorn และ Jason Hand ร่วมกำกับโดย Josie Trinidad อำนวยการสร้างโดย Roy Conli และ Yvett Merino เขียนบทโดย Jared Bush ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของ Walt Disney Animation Studios และ Dana Ledoux Miller โดย Disneys Hexed เตรียมเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 26 พฤศจิกายนนี้
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 4 วันที่แล้ว
ผมพาลูก 1 ขวบไปทะเลครั้งแรกครับ !! ดื้อมากกกกก
นี่ใจร้าวเอง ฝากกดติดตามด้วยนะะ
JAIRAW • 19 ต.ค. 69
อ่าน
"ต้าห์อู๋" จากเด็กโรงงิ้วสู่เวที Eurovision Asia พร้อมเผยถึง "ออฟโรด"
เปิดใจ ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว เผยความรู้สึกผ่านรายการ Woody Talk หลังได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยในการแข่งขัน Eurovision Asia 2026 เตรียมนำบทเพลงที่บอกเล่าความรู้สึกคิดถึงและอัตลักษณ์ความเป็นไทยไปสื่อสารบนเวที พร้อมย้อนเล่าความทรงจำวัยเด็กทายาทโรงงิ้วสู้ชีวิตตั้งแต่การเรียนรู้ชีวิตครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย การปรับตัวเข้ากับสังคม ตลอดจนความฝันเรื่องการร้องเพลงที่มุ่งมั่นพิสูจน์ตัวเองเพื่อเอาชนะคำสบประมาท เผยความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกับ ออฟโรด ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 "ต้าห์อู๋" จากเด็กโรงงิ้วสู่เวที Eurovision Asia พร้อมเผยถึง "ออฟโรด" ความรู้สึกในการเข้าร่วม Project Eurovision Asia ?ต้าห์อู๋: เพื่อน Mang มาชวนไปแข่งร้องเพลงกันไหมพี่โดมเสนอมา ไม่เอาแล้วพี่ ผมไม่เอาแล้ว เขาบอก ลองไปดู นาน ๆ ไปด้วยกันที รู้สึกว่าเราเป็นเพื่อน Mang มาจะ 10 ปีแล้ว ร้องเพลงด้วยกันมาตั้งแต่สมัยยังอยู่ในมหาวิทยาลัย รู้ว่าต้องทำเพลงด้วยก็โอเค ได้ งั้นเดี๋ยวเราทำเพลงไปกัน จนวันนั้นที่เจอพี่วู้ดดี้จนเป็นวันเปิดตัว เพราะว่าเราเองก็ไม่ได้ไปตามดูรายการ Eurovision ใหญ่ขนาดไหน รู้ว่าแข่งรายการประมาณนี้จนกระทั่งเราได้เห็นตัวอย่างรายการ เราก็เลยว้าว เป็นเวทีที่ใหญ่มาก เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ แล้วพอได้เห็นแชมป์ แต่ละครั้งก็คือหลาย ๆ เพลงที่เขาดังมาก็มาจากที่นี่เหมือนกัน ใหญ่มากของคนยุโรป Eurovision รู้ใช่ไหมว่าคนชนะในอดีตมีใครบ้างที่เรารู้จักกัน ?ต้าห์อู๋: ตอนนั้นก็บอกพี่แก้มบอกว่า เซลีน ดิออน (Cline Dion) เราก็แบบจริงเหรอ และอีกเยอะมากเห็นหลาย ๆ คน ถ้าได้เป็นตัวแทนประเทศไทยจะเป็นยังไง ?ต้าห์อู๋: เป็นเรื่องของวิธีการสื่อสารของบ้านเรา เพราะว่าในรอบนี้ที่ผมกำลังสร้างสรรค์ผลงานออกมา เราเล่าถึงความคิดถึง ซึ่งผมว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกเคยคิดถึงใครสักคนเคยรักแล้วก็ได้สูญเสียหรือจากกันไปของคนที่รักใครสักคนหนึ่ง ผมรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่แล้วก็เป็นเรื่องที่ทุกคนน่าจะเข้าใจได้ แต่เล่าผ่านภาษาของเรา เล่าผ่านวิธีของเรา เล่าผ่านดอกไม้ เล่าผ่านองค์ประกอบเป็นประเทศของเรา กลิ่นแบบนี้ แต่กลายเป็นว่ามีบางอย่างที่ทำให้คนอาจจะมีประสบการณ์ร่วมที่ได้คือเนื้อหา ฝากถึงชาวไทยกับการเป็นตัวแทนการแข่งขัน Eurovision Asia ?ต้าห์อู๋: ก่อนอื่นต้องขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่โหวตให้พวกเรา 2 คน ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย แล้วก็สำหรับแฟน ๆ ที่เป็นชาวไทยทุกคนหรือแม้แต่ชาวต่างชาติเองที่เชียร์พวกเรา ฝากเชียร์พวกเราด้วย จะนำเอกลักษณ์ของเราไปนำเสนอให้ดีที่สุดในบทเพลงนี้เป็นบทเพลงของความคิดถึงของคน 2 คน ซึ่งผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนได้ฟังแล้วอาจจะคิดถึงใครสักคนหนึ่ง ผมก็หวังว่าความคิดถึงก้อนนี้ที่เป็นพลังน้อย ๆ ของพวกเรา 2 คนจะไปจุดติดความคิดถึงของใครหลาย ๆ คนได้ใน Eurovision Asia เส้นทางการพัฒนาตนเองและเป้าหมายในอนาคต ?ต้าห์อู๋: ได้ตกตะกอนตัวเองมาสักพักหนึ่ง เหมือนเราทะลุช่วงสูงสุดมาแล้ว เราเป็นเด็กที่ไม่มีเงิน จน แต่ว่าตอนนี้ไม่ได้รวยมหาศาล เรามีมากพอที่จะดูคุณแม่ หลาน อาม่า ครอบครัวได้ แล้วก็มีธุรกิจเล็ก ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำต่อจากนี้ผ่อนลงเยอะ แต่ก่อนเหมือนเราเหยียบคันเร่งอย่างเดียว อยากจะมีเพลงดัง อยากจะมีงาน อยากจะทำทุกอย่างให้ดี อยากจะสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทุกวันนี้กลายเป็นแค่อยากสนุกกับชีวิต Project ใหม่เข้ามาเราไม่ได้ขวายหา แต่เราพร้อมจะทำขั้นต่อไป ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ว่าจะเต็มไปด้วยความพร้อม ผมรู้สึกว่าสิ่งที่จะเข้ามาในอนาคตจะสำเร็จไม่สำเร็จ ผม Expect เดียวคือมีความสุขที่ได้ทำไหม ในฐานะศิลปินคนหนึ่งถ้าแค่ยังได้ร้องเพลงอยู่บนเวทีก็เป็นความสุชชองเราแล้ว เท่ากับว่าทุกวันนี้เราอยู่ต่อไปทุกอย่างที่เข้ามาก็ถือว่าเป็นโบนัสของชีวิต ?ต้าห์อู๋: ใช่ครับ ผมอยู่มาแค่ 5-6 ปีเอง แต่ผมก็เห็นเส้นโค้งบางอย่างของงานอะไรแบบนี้ เรากำลังดูว่าแล้วคนที่เขายังอยู่ได้เพราะอะไร เพราะเขารักในสิ่งที่เขาทำ แล้วทำไมถึงรักไม่ได้เขาอาจไม่ได้มองว่าเป็นงานอย่างเดียวแต่คือชีวิตต้องมีความสุขกับมัน ถ้าเราไป Expect มาก ความที่ผมโตมากับ พี่บอย ถกลเกียรติ ด้วยก็เลยถูกสอนว่า อย่าคาดหวังผลลัพธ์มาก เพราะว่าเวลาเราคาดหวังผลลัพธ์ เราจะไปเจออยู่ที่เดียว ไม่มีวันรู้ว่าจริง ๆ แล้ว เราอาจจะไปเจออะไรที่ดีกว่านั้นครับ ในวัย 28 คุณวางอะไรบางอย่างได้เร็วมาก ย้อนกลับชีวิตในวัยเด็กและการเติบโตในโรงงิ้วในตอนนั้นเป็นยังไง ?ต้าห์อู๋: โตมาในโรงงิ้วช่วงนั้นโตมาอยู่ที่ช่วงเด็ก ๆ จนถึงประมาณ ม.2 ม.3 ตั้งแต่เด็กถึงสักประมาณอายุ 12-13 ปี บรรยากาศที่นั่น สนุกสนาน ทำให้เราเจอคนเยอะ ทักษะที่ผมเข้ากับทุกคนได้ง่าย ทุกภาคส่วนตั้งแต่ตอนไปเป็นทหารหรือว่าเจอคนเยอะ ๆ เจอคนในบ้าน เจอคนรวย ทำให้เกิดจากการที่เราเจอคนเยอะ เพราะว่าโรงงิ้วในแต่ละที่ ไปเหนือ ไปใต้ ไปกลางเมือง ไปบ้านนอก ทำให้เราเจอแล้วเราเป็นเด็กที่ว่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำคือออกไปเล่น แล้วเราเป็นเด็กกรุงเทพฯ ที่ต้องไปปรับตัวเข้ากับทุก ๆ ที่ ทำให้เรารู้ว่าไปที่ใหม่เราจะมีเพื่อนได้อย่างไร ถ้าเราทำตัวแปลกประหลาด เขาจะเอาเราเป็นเพื่อนไหม ซึ่งแปลกมากที่ผมไปทุกที่แล้วผมมีเพื่อนหมดเลย เรื่องราวความยากทางการเงินและการสู้ชีวิตของครอบครัว ?ต้าห์อู๋: เป็นเจ้าของโรงงิ้วไม่ได้รวยนะครับ คือป๊ากับม้าถ้าเป็นยุคก่อนเป็นเจ้าของโรงงิ้ว ชีวิต Beautiful Romantic มาก ๆ เพราะว่าหม่าม๊าเป็นนางเอกงิ้วมาตั้งแต่เด็ก ส่วนคุณพ่อเป็นจับกัง แล้วเป็นคนจนมาก พ่อขายไอศกรีมหนีมากับโรงงิ้วมาตั้งแต่อายุ 12 จน 14 ปีทำเป็นทุกอย่างในโรงงิ้วก็เป็นคนเก่ง ดีด สี ตี เป่า เรียนภาษาจีนได้หมดมีพรสวรรค์ จนเขาได้แต่งงานกัน กลายเป็นว่ามีเงิน มีบ้าน มีรถ แต่พอมามีเจ้าของโรงงิ้วกลายเป็นว่าคนที่ไม่เคยเป็นเจ้าของ พอได้บริหารยากถึงรู้ว่าจริง ๆ ไม่ได้ง่าย บางทีคนมีเงินอยู่แล้วยังค่อย ๆ ติดลบลงไปเรื่อย ๆ เพราะว่าเราดูแลชีวิตคน บางครั้งอยู่กันแบบครอบครัว สมมุติงานจ้าง 100,000 บาท 10 วัน เงินเดือนลูกน้อง 30-40 คน ไหนจะค่าต่าง ๆ ต้นทุนเพิ่มไปเรื่อย ๆ แล้วงานน้อยลงเรื่อย ๆ จากปกติที่ไม่ต้องบริหารเงิน ได้เงินอย่างเดียวกลายเป็นว่าต้องบริหาร วิกฤตการณ์หนักสุดในชีวิตช่วงเด็ก ?ต้าห์อู๋: ผมว่ามีวิกฤตมาตลอด แต่ป๊าไม่เคยปล่อยให้เราไม่มี อย่างค่าเทอมเราก็จะด่วนที่สุดตลอด ในใบที่เขาให้มา เช่น จ่ายรอบนี้ 3,400 บาท แล้วเขาสแตมป์มา ไม่งั้นไม่ได้สอบแล้วนะป๊า อะไรแบบนี้ก็จะเป็นอย่างงั้นมาตลอด แล้วผมว่าวิกฤตรู้สึกมาตลอดว่าบ้านไม่ได้มีเงิน เพราะว่าเราจะคุยกันตลอดเลยนะว่าลำบากครับ ได้ฝึกทักษะการร้องเพลงตั้งแต่วัยเด็ก ?ต้าห์อู๋: ใช่ครับ พี่สาวชอบร้องเพลง พี่ชายจะเป็นสายนักเต้น จะเป็นคู่กันตลอด ห่างกันแค่ 5 ปี แต่กับผมจะห่างกับพี่ชาย 10 ปี ส่วนพี่สาว 15 ปี เราก็จะเป็นเด็กตัวน้อย ๆ ที่เห็นพี่สาวอยู่สัก ม.ปลายแข่งร้องเพลง พี่ชายก็จะเป็นแก๊งที่ไปช่วยเต้นให้ เราก็จะซึมซับมาตลอด บ้านก็จะมีคอมพิวเตอร์เก่า ๆ เครื่องหนึ่งที่มีคาราโอเกะ ช่วงที่อาม่าไม่ดูละครเราก็จะร้องเพลง เพราะช่วงเขาดูละครจะซีเรียส เขาจะต้องนอนน้ำตาไหลตลอดเวลา เราก็ไปเปลี่ยนพลังงานของเครื่องเป็นร้องอย่างอื่นแทน ชอบตะโกนร้องเพลงตอนเด็ก ๆ ชอบร้อง จำได้เลยว่าฟังยังไงก็ร้องครับ เพลงที่ร้องในโรงงิ้วช่วงเด็ก ?ต้าห์อู๋ : เชื่อไหมครับโรงงิ้วไม่เปิดเพลงจีน เขาเปิดเพลงลูกทุ่ง เพลงอีสาน เพราะพี่ๆคนงานส่วนใหญ่ฟังอีสาน ฟังลูกทุ่ง เหมือนเวลาเราไปดูคนทำงาน เขาก็จะเปิดเพลงที่เขาอยากจะฟังกัน เพราะว่าพ่อเราก็จะไปถึง 19:00 น. บางครั้งเราไปอยู่เขาก็จะเปิดผมฟังมาหมดอันนี้แม่น ๆ สุด "ชิเมโจได๋ ชิเมโจได๋" แล้วก็พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ สวัสดีปีใหม่ Big Ass แต่บ้านผมด้วยความที่ซื้อ น่าจะมีแค่ลิขสิทธิ์ของ Grammy อันนี้ที่บ้าน เพราะว่าที่บ้านก็จะมีคอมพิวเตอร์ในเครื่องนั้น มีเพลงแค่นั้น เราก็จะร้อง "รู้ว่าเสี่ยง แต่คงต้องขอลอง" แล้วจะได้ยินเพลงมาหลากหลาย เพราะพี่สาวเราก็จะร้องเพลงลูกทุ่ง ก็เป็นผลต่อผมเหมือนกัน ที่ชอบเพลงทุกแนวลองเล่นทุกแนว ความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกับออฟโรด ?ต้าห์อู๋: ปีนี้เข้าปีที่ 6 แล้ว ใช้คำว่าร่วมชีวิตกันตอนนี้ตั้งแต่แรกคือเราคุยกันเยอะมาก กระทั่งเราเจอกันครั้งแรกตั้งแต่ปรับความเข้าใจจนถึงตอนนี้ เราก็ยังคุยกันอยู่ตลอด ๆ ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคน ในทุก ๆ ปีมีความโตขึ้น มีมุมมองที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ แม้กระทั่งตัวน้องวันนั้น ปีที่ 1 ปีที่ 2 ปีที่ 3 เราอาจจะยังไม่เข้าใจกัน จนวันหนึ่งเราอาจจะมีความเข้าใจกันแล้ว วันนี้เราอาจจะยังต้องทำความเข้าใจกันไปเรื่อย ๆ อีกอย่างหนึ่งคือคนที่ใกล้ที่สุดด้วย แรก ๆ เราจะพยายามเรียนรู้เขา คุยกันบ้าง แต่เราจะเรียนรู้เขาว่ายังไงกันแน่ ชอบแบบไหน ทำแบบไหน เราจะช่วยเขาได้ยังไงหรือวิธีไหนดี จนกระทั่งสุดท้ายแล้วกว่าเราจะเข้าใจกัน ผมเป็นแบบนี้ เธอมีวิธีคิดแบบนี้ เรามีวิธีคิดแบบนี้ ใช้เวลาเหมือนกันในมุมการทำงาน ในมุมวิธีการคิดครับ ความรู้สึกและการรับฟังกันในความสัมพันธ์ ?ต้าห์อู๋: คุยกันเรื่องนี้ไม่มีวันจบต้องคอย Update กันเรื่อย ๆสอบถามกันอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้รู้สึกยังไงเป็นไงบ้าง อันนี้จะเป็นคำถามหลัง ๆ แรก ๆ จะคิดอะไรอยู่ เป็นยังไงบ้าง คิดว่ายังไง ตอนนี้ผมรู้วิธีคิดของเขาแล้วก็เรารู้ภูมิหลังของกันและกันมา เขารู้วิธีคิดของเราเข้าใจเหตุผลเขา แต่ที่ถามว่า ตอนนี้รู้สึกยังไง เพราะบางทีเราอยู่ในโลกที่เจออะไรมาก็ค่อนข้างเยอะ ไม่รู้ว่าตอนนี้ความรู้สึกเป็นยังไง บางทีเราแค่อยากให้พูดออกมาเพื่อให้เกิดความสบายใจ เช่น บางอย่างผมกับเขาจะมีบางอย่างที่เหมือนกัน ผมเองก็เป็นคนไม่พูด หมายถึงว่าเก็บ ต่อให้เจอเรื่องอะไรก็ตามแค่รู้สึกว่าจัดการได้หรือบางทีเราหยุดตัวเองออกมา ถ้าปัญหาแก้ไม่ได้เราแค่ออกมา แต่เรารู้ว่าวิธีการแก้ปัญหาคืออะไร แต่สุดท้ายทุกข์ยังตะขิดตะขวงใจอยู่จนกว่าเวลาจะผ่านไป บางอย่างที่แก้ไขไม่ได้ เรื่องบางเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ยังเสียใจ เราก็พยายามมองในหลาย ๆ มุม แต่ก็ยังมีความรู้สึกก้อนนั้นอยู่ แต่การที่เราคุยกันถามความรู้สึกกันจะทำให้แบ่งเบาเรื่องพวกนี้ออกมาได้บ้าง สิ่งที่ได้เรียนรู้จากออฟโรด ?ต้าห์อู๋: ค่อนข้างเยอะมากๆ ผมเป็นคนที่ยืดหยุ่นจนเรารู้สึกว่าบางทีเราควรจะต้องมีตบขอบเข้ามาบ้างหรือแม้แต่กระทั่งเขาทำให้เราเป็นคนมี Empathy มากขึ้น เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของมนุษย์เจออะไรมาบ้าง พอเราได้ใช้ชีวิตกับออฟโรด เราใจกว้างในเรื่องที่ใจกว้างก็กว้างมากขึ้นอีก ในเรื่องที่ต้องเข้มงวดก็เข้มงวดมากขึ้นมีหลายเรื่องที่ผมเรียนรู้จากออฟโรดค่อนข้างเยอะแล้วเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ ครับ ติดตามร่วมเชียร์ ต้าห์อู๋ และ มาง บนเวทีการแข่งขัน Eurovision Song Contest Asia โดยทั้งสองจะเป็นตัวแทนประเทศไทย ซึ่งจะมีผู้เข้าประกวดทั้งหมด 11 ประเทศ ในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ณ One Bangkok โดยมี วู้ดดี้ วุฒิธร และ ซินดี้ สิรินยา รับหน้าที่พิธีกรพาผู้ชมทั่วโลกเดินทางไปกับค่ำคืนแห่งเสียงเพลง ถ่ายทอดจากกรุงเทพมหานครสู่ผู้ชมทั่วโลก สามารถติดตาม WOODY TALK ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY TALK , Facebook: Woody, Youtube: Woody เวลา 18.00 น. คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=FHASePF8QIg อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ประวัติ ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว
ข่าวบันเทิง • 2 ต.ค. 69
1 วันแฝงตัวเป็นไอดอล T-POP จะวุ่นวายขนาดไหน !!
นี่ใจร้าวเอง ฝากกดติดตามด้วยนะะ
JAIRAW • 3 วันที่แล้ว
อ่าน
บ้านขุมนรก EP.5-6 : เซ่นชีวิตรัก 17 ปี "แก๊ป" ซุ่มชู้สาวสอง ช็อกซ้ำกลายเป็นเมียซะเอง
"บ้านขุมนรก EP.5-6" คลื่นลูกใหญ่กำลังซัดถาโถมใส่ครอบครัวพรโฮวาอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อการจากไปของมือที่สามอย่าง นลิน (เบญ เรวิญานันท์ ทาเกิด) ได้มาถึง ความจริงก็ค่อย ๆ เริ่มปรากฏขึ้นมา หลังจากที่ ตุลยา (โยเกิร์ต ณัฐฐชาช์ บุญประชม) ทราบผลตรวจทางนิติเวชของคดีนี้ก็ถึงกับล้มทั้งยืน เพราะความจริงแล้วนลินมีชื่อว่า "นนท์" และนลินไม่ใช่ผู้หญิง แต่เป็นสาวประเภทสองที่ยังมีความเป็นเพศชายอยู่ จากการเริ่มต้นหาคำตอบแค่ว่าใครเป็นเมียน้อย กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จนมีคำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวของตุลยาเต็มไปหมด บ้านขุมนรก EP.5-6 "ตกลงแล้วคุณเป็นอะไรกันแน่ ?" คำถามของตุลยาที่เต็มไปด้วยสับสนในตัว คริส (แก๊ป ธนเวทย์) สามีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาตลอด 17 ปี พอได้รู้เรื่องของนลินโลกที่ตุลยาเชื่อมั่นก็พังทลายลงมาหมด เธอสงสัยในตัวเองว่าตลอดเวลาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เธอรู้จักสามีของเธอจริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเธอไม่เคยรู้จักสามีของเธอเลย ซึ่งคริสก็ได้แต่ก้มหน้าขอโทษตุลยากับสิ่งที่ได้ทำลงไป ในเวลาที่มีปัญหา มาริสา (นก สินจัย) จะเป็นคนยื่นมือเข้าไปช่วยทุกครั้ง หลังจากเกิดเรื่องของนลิน มาริสายอมถูกตำรวจจับแทนลูกชายของเธอ เพื่อช่วยให้เขาได้หนีไปและยังคงรักษาความบริสุทธิ์ของเขาเอาไว้ และเธอก็ถึงกับลงไปคุกเข่ากราบอ้อนวอนขอให้ตุลยาช่วยเหลือ เพื่อปกปิดทุกอย่างไม่ให้มีอะไรแพร่งพรายออกไป มันน่าเศร้าที่คนในครอบครัวอย่างตุลยาเองก็ไม่มีสิทธิ์ได้รู้ความจริงนั้นเหมือนกัน สองตอนในสัปดาห์นี้มีแต่เรื่องพีค ๆ ให้ได้ติดตาม มีเงื่อนงำให้น่าสงสัยเต็มไปหมด มาริสากำลังปกปิดอะไรอยู่กันแน่ แล้วตุลยาจะก้าวผ่านสถานการณ์นี้ของชีวิตได้หรือเปล่า ใครเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังในครั้งนี้ ร่วมกันหาคำตอบได้ใน "บ้านขุมนรก" ทางแอปพลิเคชัน TrueVisions NOW และติดตามตอนใหม่ ทุกวันพุธ สัปดาห์ละ 2 ตอน "หรือปีศาจตัวจริงใกล้จะเผยตัวออกมาจากเงามืดแล้ว ?" อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : บ้านขุมนรก EP.3-4 : "โยเกิร์ต" น้ำตาตก ซุ่มจับพิรุธสามี ด้าน "เบญ" ท้าตบ "นก" ไม่แคร์รุ่นใหญ่ ซูมดูนักแสดงซีรีส์ "บ้านขุมนรก HELL HOME" เปิดประตูเข้าบ้านไปพร้อมกัน บ้านขุมนรก EP.1-2 :"สินจัย-โยเกิร์ต" สาดสงครามน้ำลายกลางบ้าน "แก๊ป-เบญ" แอบปันใจริมทะเล!
ข่าวละคร • 1 วันที่แล้ว
Inzoi บุหลัน อินเตอร์ ชีวิตเด็กมัธยมรุ่นใหม่
Inzoi บุหลัน อินเตอร์ ชีวิตเด็กมัธยมรุ่นใหม่
rogerfilms • 5 ต.ค. 69
อ่าน
"เติร์ด Tilly Birds" เปิดใจ 31 ปีไม่เคยมีแฟน เล่าช่วงเวลาเผชิญโรค IBS ทำระบบขับถ่ายพัง
"เติร์ด Tilly Birds" เปิดใจผ่านรายการ "PrimeCast" ถึงมุมมองความรักวัย 31 ปีที่ยังไม่เคยมีแฟนอย่างเป็นทางการ เล่าวิกฤตสุขภาพที่เผชิญมาตลอดทั้งภาวะทางเดินอาหารอักเสบจนเกือบขึ้นโชว์ไม่ได้ รวมถึงภาวะ IBS ที่ขับถ่ายผิดปกติจากความเครียด เผยเบื้องหลังฉายา King of ห้องน้ำ ที่เพื่อนในวงตั้งให้ และปัญหานอนไม่หลับฝังลึกจากวัยเด็กจนต้องพึ่งพาแพทย์ กินยาปรับสภาพต่อเนื่องกว่า 2 ปี "เติร์ด Tilly Birds" เปิดใจ 31 ปีไม่เคยมีแฟน อายุ 31 แต่ไม่เคยมีแฟน ?เติร์ด Tilly Birds : ก็เป็นเรื่องปกติ หลายคนที่อายุเยอะกว่าเรา หรือเท่าเรา หลายคนก็ไม่เคยประสบพบเจอกับการมีแฟนมาก่อน คือเคสล่าสุดของเราหวังพึ่งมากในใจว่า อยากเป็นแฟนกับเขา อยากขอเป็นแฟน แต่ล่าสุดเป็น Long Distance ก็จบไป ส่วนที่ผ่านมาก่อนหน้านั้นอยู่ในขั้น Situationship แต่ว่าท้ายที่สุด เราอาจจะยังไม่ใช่สำหรับเขา แล้วในบางกรณีก็อาจจะมีเคสที่เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้ใช่สำหรับเราเหมือนกัน มีสเปกผู้หญิงตายตัวไหมหรือชอบคนที่เคมีและ Lifestyle เข้ากันมากกว่า ?เติร์ด Tilly Birds : Physically ผู้หญิงหน้าตาทรงหมวย ๆ Lifestyle ไม่จำเป็นต้องตรงกัน 100% แค่คุยกันรู้เรื่อง แบบเรามีกันและกัน be there for each other เหมือนมีไว้เพื่อเป็นความสบายใจ และเป็น Safe Zone ที่ยึดเหนี่ยว เพราะว่าเราก็อายุ 31 ปีแล้วอาจจะไม่ได้มองถึงความสัมพันธ์ที่แบบอย่างนั้น เราอาจต้องการการลงหลักปักฐานสักหน่อยแล้ว หน้าตาสำหรับเราเป็นสิ่งแรก แต่ว่าก็ยังไม่สำคัญเท่าความเข้ากันอยู่ดี ท้ายที่สุดอย่างคนที่เราเคยรู้สึกชอบเขา แต่ว่าไม่ได้ตรงตามรูปภัณฑ์ หรือ Physical Traits ที่เรามองไว้ Type ที่เรามองไว้ก็มีเหมือนกัน ทำงานหนักขนาดนี้มีช่วงที่ร่างกายเริ่มประท้วงหรือมีปัญหาสุขภาพกวนใจบ้างหรือเปล่า ?เติร์ด Tilly Birds : มีครับ แต่เราไม่อยากจะฟันธงนะ เพราะว่ายังไม่ได้ไปหาหมอ จะไปหาหมอวันที่ 13 สิงหาคมนี้ เพิ่งมีเวลาไปหา เข้าข่ายสิ่งที่เรียกว่า IBS ภาวะลำไส้แปรปรวน ตั้งแต่เด็ก ช่วงมัธยม เราลำไส้อักเสบบ่อยมากจนบางครั้งเป็นหนักไข้ขึ้นเข้าโรงพยาบาล ทางเดินอาหารอักเสบ ปีที่แล้วก็ก่อนจะไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัดก็สาหัสก่อนขึ้นเครื่อง ต้อง Cancel Flight ตรงนั้น แล้วเลื่อนคิวงานไปเพราะว่า เติร์ดไม่ไหว อาเจียนอยู่ตรงที่เลื่อนกระเป๋า แบบไม่ไหวแล้ว นั้นคือหนักกว่าที่เป็นปกติ เหมือนอาหารเป็นพิษด้วย แล้วเขาวินิจฉัยว่า เป็นทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน ต้อง Admit ที่สมิติเวช ตอนขึ้นที่สนามบินเลย ปวดท้องหนักที่สุดในชีวิต ตอนนั้นหนักรู้สึกปวดแล้วก็จะอาเจียน แต่ไม่มีอะไรออกมาแล้ว พอเป็นอย่างนี้บ่อย ๆ ก็เลย Develop หรือพัฒนา กลายเป็น IBS กินอะไรเข้าไปที่ละเอียดอ่อนมาก อาจจะถ่ายทันทีลำไส้ตรง หรือว่าบางครั้งกินน้ำหรือไม่กินเลย ตื่นมาแล้วทำงานลืมกินข้าว ก็มาถ่ายเหมือนท้องเสีย แต่จะไม่ใช่ท้องเสีย จะเป็นการถ่ายที่ถ่ายเป็นน้ำของเหลว ถ้าสมมติว่ากำลังจะต้องขึ้นเวที ?เติร์ด Tilly Birds : มีบ่อยเหมือนกัน เพราะความเครียดน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งของสิ่งนี้ ความเครียดจะกระตุ้นทำให้อยู่ ๆ ก็ปวด บางครั้งรู้ว่าไม่ทันแล้วก็ต้องขึ้น แต่ว่าส่วนใหญ่จะทัน ยังโชคดี เพราะว่ารู้ไวเหมือนฉี่ เสร็จแล้วขึ้นเลย ถ้าอยู่บนเวทีส่วนใหญ่จะไม่มา จะมาแค่ก่อนขึ้น แต่มีอยู่รอบหนึ่งที่ปวด จำได้ที่อุบล ตลาดทุ่งศรีเมือง แล้วผมปวดมากจะขึ้นแล้ว เขาบอกว่ามีห้องน้ำอยู่ ต้องเดินฝ่าคนดูเป็นพันคนไป คือไม่มีห้องน้ำตรงนี้ ต้องอั้นไว้ แล้วขึ้นไป มีเพลงนึงจำท่อนผิด เข้าผิด เหมือนประมาณว่า Intro 2 ห้องแล้ว เราจำได้ว่าห้องเดียวก็เลยขึ้นไปก่อน คำว่า ขี้หดตดหาย ปันปัน คือหายไปเลย น่าจะตกใจหายไปหมด แต่เราร้องเพลงไหว แต่แค่กลัวจะไม่ไหว พอลืมเนื้อมีสิ่งอื่นที่มาทดแทนความกังวลตรงนี้ก็เลยหายไปเลย เหมือนขี้หักใน หมอก็พยายามบอกว่า อย่าอั้น เดี๋ยวท้องผูก เพราะตอนเด็ก ๆ เคยอั้นจนพัฒนากลายเป็นริดสีดวงหรือเป็นฝี เคยเป็นฝีกับริดสีดวงพร้อมกันแล้วต้องผ่าออก ต้องเจาะ ฉีดยา คนอื่นเขาเก็บแต้มคาเฟ่หรือร้านอาหาร แต่เราเป็นสาย Check in ห้องน้ำทั่วไทย ช่วยเล่าที่มาที่ไปหน่อย ?เติร์ด Tilly Birds : มีอยู่หลายครั้ง คือ ตอนนั้นเดินทางจากจังหวัดแห่งหนึ่ง แต่ต้องผ่านอีก 3 จังหวัด ก็คือเดินทางทั้งหมด 4 จังหวัด ทุกครั้งที่เขาแวะปั๊ม เรา Check in หมดเขาก็เลยเรียกว่าCheck in เพราะว่า เติร์ดไปสร้าง Landmark มีบิลลี่เคยบอกว่า นายลองอยากเปลี่ยนจากรีวิวคอนเสิร์ตเป็นรีวิวห้องน้ำไหม ปวดเข้าห้องน้ำ 4 จังหวัดเลย เพื่อนก็เลยสถาปนาว่า King of ห้องน้ำนะ มีสถานที่ที่แย่ที่สุด ก็คือไปออกกองถ่าย MV เพลง The แบก ตอนนั้นช่วงโควิดระลอก 2 แล้วห้องน้ำที่ไปถ่าย คือ Location ไปถ่ายโรงสีข้าวเก่า แล้วห้องน้ำนึกภาพว่าไม่ได้สกปรก แต่เก่ามาก คือทั้งห้องและโถส้วมดำจน My God ไม่มีฝารอง เหมือนส้วมห้องน้ำร้านก๋วยเตี๋ยวเก่า ๆ เราก็ยังไงดี ทีมงานก็บอกว่า ข้างหน้าปากซอยมีโลตัส เข้าได้ดีกว่า เราแบบฝนตกขนาดนี้แล้วเดี๋ยวพี่ต้องถ่ายแล้วทำไง เราก็เลยใช้ Skill ห้ามไม่ให้ผิวเรา โดนกับฝารองชักโครก ก็คือ Squat ก็ทิชชู่เปียก ทิชชู่แห้ง พร้อมเสร็จ ประสบการณ์ค่อนข้างมีเยอะจนรับมือได้ เคยเจอโถส้วมตัน..ที่เจอตึกแดง หรือว่าที่ห้องน้ำใช้ไม่ได้ สามารถเอาตัวรอดได้ หรือทิชชู่หมด เคยผ่านหมดแล้วครับ เคยมีช่วงที่เจอปัญหาโรคนอนไม่หลับบ้างไหม ช่วงนั้นรับมือหรือปรับการใช้ชีวิตยังไงให้ผ่านไปได้ ?เติร์ด Tilly Birds : ก็ยังไม่หลับ เพราะว่าตอนเด็ก ๆ นอนกับป๊า แม่ เรานอนตรงกลาง นอนห้องเดียวกัน ป๊าแกดูบอล ดูชิงร้อยชิงล้าน มีเสียง คือเขาไม่ได้เปิดดัง แต่ว่าแสงจากจอ เราก็ไม่หลับ แม่เราหลับไปแล้ว เขาดูทีวีก็ต้องแกล้งหลับ เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ตอนนั้น พอช่วงประถมก็หลับเองได้ยากมาตั้งแต่จำความได้ จนทุกวันนี้ก็ต้องพึ่งยา หาหมอที่โรงพยาบาลแผนกนี้โดยตรง ทรมานมาก แล้วคือจะมาง่วงตอนไหนรู้ไหม ตอนต้องใกล้จะตื่น เป็นแทบจะทุกครั้งในการต้องออกกองตอนเช้า ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหลังหรืออยู่เบื้องหน้า อาจจะเพราะกังวล สมมติเวลาตี 5:00 น. จะต้องตื่นแล้ว บิลลี่บอกว่า น่าจะเป็นเพราะความเครียด กินยาก็แล้ว ชาคาร์โมมายล์ก็แล้วทำทุกอย่าง อาบน้ำร้อน ทำให้ห้องเย็นที่สุด ทำทุกวิถีทาง ซึ่งทุกวันนี้ดีขึ้นนะ แต่ก่อนหนักมาก จัดการยังไง สมมติไม่ได้นอน 2-3 วัน ?เติร์ด Tilly Birds : นั่งเขียนเพลง นั่งดูหนังบนเครื่อง นั่งทำงานไปเลย แต่สมมติว่าจะต้องไปเพอร์ฟอร์ม แล้วจะต้องขึ้นเวที ร่างกายเราเหนื่อย ต้องฝืนทำยังไงก็ได้ให้คนดูไม่รู้ แต่ส่วนใหญ่ก่อนคอนเสิร์ตได้พัก แต่ก่อนออกกองส่วนใหญ่ไม่ยอมหลับ ตื่นเต้น แต่เราไม่ได้กินยานอนหลับทุกวันจริง ๆ จะมีบางวันที่เผลอหลับไปเองบ้าง อย่างเช่น วันที่อาจจะกินเยอะ หรือว่าอาจจะเหนื่อยมาก แต่ต้องบังเอิญจริง ๆ หัวโล่ง หรือว่าไม่เครียด เพราะถ้าเครียดเมื่อไหร่ แล้วเป็นคนที่พอหลับตาเหมือนสมอง Shut down ไม่ได้ ต้องบอกตัวเองว่าหลับเถอะ แต่สมองตอนนั้นเราตัดสินใจพลาดหรือเปล่านะ เมื่อประมาณหลายปีที่แล้ว ก็จะวนมา พยายาม นับแกะ พยายามหายใจ ใช้หลายเทคนิค ใช้หลายวิธี เรียกว่า Bad Anxiety ครับ มีปัญหานอนไม่ค่อยหลับแบบนี้ เคยคิดจะไปทำ Sleep Test เช็กดูไหม ?เติร์ด Tilly Birds : Sleep Test ยัง ตอนแรกที่ไปหาหมอที่นี่ ถามเขาเลยว่าผมต้อง Sleep Test ไหม เขาบอกว่า Sleep Test ไว้สำหรับคนที่นอนแล้วเหมือนหยุดหายใจ หรือว่ากัดฟัน มีปัญหาระหว่างการนอน ซึ่งเราก็ไม่รู้นะว่าเรามีไหม คือแม่เพื่อนเราเพิ่งไปตรวจมาแล้วเขาบอกว่าใน 1 นาที เขาหยุดหายใจไปเกิน 60 ครั้งแล้ว เราอึ้ง เพราะ 1 นาที 60 วินาทีแล้ว เขาทำยังไงก็ต้องรักษา ไป Sleep Test จริงจัง แต่ของเราหมอบอกว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น ถ้าคุณไม่ได้มีปัญหาในระหว่างการนอน คุณมีปัญหาแค่ในการที่พยายามจะนอน ใช้แค่ยาพอแล้ว ให้ยาปรับสภาพ ก็ปรับมา 2 ปีแล้ว ที่ต้องกินยาเกือบทุกวัน เหมือนร่างกายเราจัดการได้ อาจจะจำและชินไปแล้วครับ ทุกวันนี้สุขภาพใจโอเคไหม เวลาเริ่มรู้สึกว่างานกดดันจนใจสั่นหรือวิตกกังวล มีวิธีดึงตัวเองกลับมายังไงบ้าง ?เติร์ด Tilly Birds : จิตใจในเรื่องของการงานจะเครียดหน่อย มีความ Paranoid มีความ Anxious เป็น C ดีกว่า เมื่อกี้เป็น Sleep Anxiety อันนี้เป็น Work anxiety แต่ว่าตอนเด็ก ๆ เคยเป็นสิ่งที่เข้าข่ายก็ยังไม่ได้มีการวินิจฉัย 100% ว่าเป็น Panic Disorder หรือเปล่า ตอนเด็ก ๆ โดน Bully เรื่องรูปร่าง ?เติร์ด Tilly Birds : หลัก ๆ โดน ชื่อพ่อชื่อแม่ รูปร่างมีบ้าง แต่ว่าชื่อพ่อชื่อแม่เรา เป็นอาหาร โจ๊ก กุ้ง ก็โดนล้อเยอะหน่อย ก็ผ่านมาได้ ล้อกันเข้มข้น คือเราลืมเรื่อง Panic Disorder ไปเลย เพราะคิดเรื่องนี้แทนตอนนั้น ผ่านมาได้ เพราะว่าช่วงเปลี่ยนผ่านไป ม.ปลาย ได้ไปอยู่กับเพื่อนที่โอเคมากขึ้น ในสายเรียนศิลป์-ญี่ปุ่น ตอนมัธยมเรียนรวมในห้อง แล้วพอแยกสายก็เป็นสายคำนวณ สายภาษา ก็จะอยู่กับเพื่อนที่สบายใจมากกว่า แต่เพื่อนที่ Bully เราหลัก ๆ ก็ไปเรียนศิลป์-จีน อยู่ห้องเดียวกัน แต่กลายเป็นว่า เราขอเขาหลายรอบแล้วว่า เรื่องนี้หยุดเถอะ วันที่แม่เราเสีย เขาก็ไปกราบศพแม่ ขอโทษที่เคยล้อ ทุกคนไม่ใช่แค่เขา ทุกคนที่เคย Bully เราตอนนั้นก็ไปขอโทษคุณแม่เรา การที่คนใกล้ชิดในครอบครัวป่วย ทำให้เริ่มมองเรื่องสุขภาพของตัวเองเปลี่ยนไปไหม มีความกลัวหรือระวังเรื่องการส่งต่อทางกรรมพันธุ์ ?เติร์ด Tilly Birds : แม่เราเป็นมะเร็งปอด ซึ่งแม่ไม่ใช่ Smoker ไม่สูบบุหรี่ หรือ Genetics ไม่รู้เหมือนกัน แต่ยายเสียเพราะมะเร็งลำไส้ อะไรที่ไม่ดียายเรากินหมด เบาหวาน, ไต ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นกี่อย่างเขาก็เสียไป ส่วนแม่เราพิศวงมาก เพราะว่าเขาไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้ทำงานในที่ที่มีควันธูป แต่สิ่งหนึ่งที่เรากับป๊าสังเกต ไม่ได้ฟันธงเพราะว่าเราก็ไม่สามารถฟันธงได้ คือเขาชอบเย็บผ้า เย็บปักถักร้อย เย็บกระเป๋า เคยเย็บกระเป๋าคีย์บอร์ดให้บิลลี่ เย็บกระเป๋าเป้ให้เราสะพายใส่คอม ทุกวันนี้ยังใช้ได้อยู่ เย็บมาตลอดตั้งแต่เรายังไม่เกิด เขามีอุปกรณ์เย็บผ้า แล้วทุกครั้งที่เขานั่งทำงาน เขาไม่ใส่ Mask เราก็ไม่รู้ว่า Microfiber fabric เศษผ้าเล็ก ๆ หรือฝุ่นที่เขาเก็บกองกันไว้เยอะ ๆ เข้าไปหรือเปล่า เรากับป๊าพยายามสันนิษฐานตรงนี้ วินิจฉัยว่าเพราะอะไรแม่ถึงเป็นมะเร็งปอดเป็นไปได้หลายปัจจัย เพราะว่าเขาเป็นคนที่ดูแลสุขภาพดีที่สุดคนหนึ่งในชีวิต ที่เรารู้จักแม่ เขาหัวใจสั่นเพราะกาแฟแล้วเขารักกาแฟมาก แค่กลิ่นมาเขาก็ไม่ไหว เขาก็ห้ามใจได้ ห้ามกินไปเกือบ 20 ปี ช่วง 10 กว่าปีที่เขาเลิกไปก็ทำได้ ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจจะดวงไม่รู้เหมือนกัน ถ้ามองภาพความสำเร็จในตอนนี้มีอะไรที่เป็นเป้าหมายในใจที่อยากทำให้คุณแม่เป็นพิเศษไหม ?เติร์ด Tilly Birds : ทำเพื่อพวกเขาทุกวัน ทั้งป๊า แม่ เพราะเขาไม่อยู่แล้ว ทุกครั้งที่ขึ้นไปร้องเพลง ทุกครั้งที่ปล่อยเพลง หวังว่าสักทางหนึ่ง เขาจะรับรู้ในทางสัมปรายภพ หรือว่าในทางที่ไม่ใช่ทางโลก เพราะยังคุยกันอยู่เลยว่าเพลง "ถ้าเราเจอกันอีก" มีชื่อเสียงได้เพราะไม่ได้ Promote แต่อาจจะเป็นเพราะป๊าหรือเปล่าก็ว่ากันไปครับ วันนี้มีความฝันยังไง อะไรคือเป้าหมายที่อยากจะทำให้สำเร็จตอนนี้ ?เติร์ด Tilly Birds : ความฝันถ้าพูดกันแบบบั้นปลายเลยคือ ตายไปแต่ชื่อเรายังมีชีวิต ยัง On เหมือน Jackson เหมือน The Beatles ที่มีสมาชิกเสียไปแล้วนั่นคือเป้าหมาย เคยไป TED Talks แล้วสิ่งที่พูดใน TED Talks สมมุติถ้าเขาให้เลือกระหว่าง เงินทอง ชื่อเสียง เราเลือกชื่อเสียง เพราะรู้สึกว่าเรารักสิ่งนี้ พยายามทำมาตลอดเพื่อสิ่งนี้ เราเชื่อว่าความสามารถเราควรค่าแก่การมองเห็นและการรับฟังค่ะ สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. สามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่
ข่าวบันเทิง • 19 ต.ค. 69
อ่าน
พร้อมดูมั้ย!? 3 คู่สุดฮอต ขอดวลเกมท้าพลังสุดฮา ในรายการ Special Vlog LenaMiu X OomBam X TanYuyu
เตรียมพบกับความสนุกแบบจัดเต็ม เมื่อ 3 คู่สุดฮอตอย่าง ลีน่า ลลินา-หมิว ณัชชา, อุ้ม อิษยา-แบม สราลี และ แทน ดวงแก้ว-หยู่ยู้ อรณิชา แท็กทีมมารวมตัวกันใน Special Vlog สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ครั้งนี้ขอเปลี่ยนโหมดจากโมเมนต์หวาน ๆ มาเป็นการแข่งขันสุดเดือดระหว่างทีมเมะและทีมเคะ งานนี้ไม่มีใครยอมใคร เพราะเดิมพันของชัยชนะไม่ใช่แค่ศักดิ์ศรี แต่ทีมที่พลาดท่าคว้าชัยไม่ได้ ยังต้องเจอบทลงโทษสุดป่วนอีกด้วย! Special Vlog LenaMiu X OomBam X TanYuyu ปักหมุดความสนุกกันที่ Mega HarborLand, One Bangkok กับบรรยากาศการถ่ายทำที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความคึกคัก และพลังการแข่งขันที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ เริ่มต้นความเดือดด้วยเกม แน่จริงก็จับให้ได้ ที่ทั้งสองทีมต้องวิ่งไล่จับและแปะสติกเกอร์ฝ่ายตรงข้ามบนแทรมโพลีน ใครจะไวกว่า ใครจะหลบเก่งกว่า ต้องมาวัดกันให้รู้เรื่อง! ต่อด้วย ชู้ตบอลอลเวง เกมที่ต้องอาศัยทั้งความแม่นและการวางแผน เมื่อฝ่ายหนึ่งบุกทำคะแนน อีกฝ่ายก็ต้องตั้งรับให้สุดกำลัง บอกเลยว่างานนี้มีทั้งลุ้นทั้งฮาแน่นอน จากนั้นเพิ่มระดับความท้าทายกับเกม ทดสอบการทรงตัว ที่แต่ละคู่ต้องงัดทั้งสมาธิและเทคนิคมาประชันกัน ก่อนเข้าสู่ เกมนินจา ภารกิจตามหาเป้าสมบัติทั้ง 6 ชั้น ที่มีเวลาเป็นตัวกดดัน และปิดท้ายความสนุกด้วยไฮไลต์สุดระทึกอย่าง Harbor Adventure ที่ทั้งสามคู่ต้องท้าทายความกล้าและอะดรีนาลีนกับฐานผจญภัยสูงเทียบเท่าตึก 4 ชั้น งานนี้ใครจะใจถึง ใครจะมีแผนเด็ด และใครจะเผลอหลุดฟอร์มก่อนเพื่อน ต้องรอติดตาม! ห้ามพลาด! มาร่วมสัมผัสความสนุกแบบจัดเต็มใน Special Vlog ของ LenaMiu X OomBam X TanYuyu แล้วมาดูกันว่าศึกครั้งนี้ทีมเมะหรือทีมเคะจะเป็นผู้ชนะ! พบกันวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมนี้ เวลา 18.00 น. ทาง YouTube: 3Plus และ App 3Plus ปักหมุดรอไว้เลย แล้วมาสนุก หัวเราะ และลุ้นไปพร้อมกัน
ข่าวบันเทิง • 22 ต.ค. 69
ดู
Udon Map Saturday
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
ดู
ซิ่งหนีไปยัยคนสวย
ทรูวิชั่นส์ • 9 ต.ค. 69
อ่าน
เพื่อนสนิท Dear Dakanda - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
แนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ Movie of the Day หนึ่งในหนังขึ้นหิ้งและประสบความสำเร็จของค่ายจีทีเอช นี่คือ "เพื่อนสนิท Dead Dakanda" หนังรักที่ยังคงได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าในวันนี้จะย่างเข้าสู่ปีที่ 16 ที่ได้รู้จักกันมาแล้ว เพื่อนสนิท เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน 2 ช่วงเวลาและสถานที่ที่แตกต่าง ที่เชียงใหม่ ไข่ย้อย คือ หนุ่มเมืองกรุงฯ จากโรงเรียนชายล้วนที่แสนขี้อาย เขาไม่กล้าคุยกับผู้หญิง พูดตะกุกตะกักทุกครั้งที่มีสาวๆ เข้ามาทัก เป็นเหตุให้ต้องคอยหลบเลี่ยงอยู่เสมอ จนกระทั่งหญิงสาวท่าทางสดใส กระฉับกระเฉงเกินมาตราฐานสาวเหนือทั่วไปเข้ามาสมัครเป็นเพื่อน เธอชื่อ ดากานดา ซึ่งสำหรับไข่ย้อย ช่างเป็นชื่อที่แปลก แต่มีเสน่ห์สมตัวเจ้าของเป็นที่สุด ไข่ย้อยแอบหลงรักดากานดา แต่ไม่เคยเอ่ยปาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้มากที่สุดที่คำว่า เพื่อนสนิท เพราะดากานดามีคนที่เธอรักซึ่ง ไม่ใช่เขา ขณะที่บนเกาะพะงัน ไข่ย้อย คือ หนุ่มศิลป์จากเชียงใหม่ ที่อุตส่าห์ดั้นด้นมาเป็นคนไข้ถึงสถานีอนามัยแห่งเดียวบนเกาะ ไข่ย้อย พลัดตกจากดาดฟ้าเรือขาหักจากการพยายามขึ้นไปเล่นบทพระเอกมิวสิกวิดีโอ ท่ามกลางคนแปลกถิ่นหน้าเข้ม พูดจาเร็วปรื๋อ ไข่ย้อยได้ พยาบาลสาวตาโต ยิ้มเก่งเป็นคนคอยดูแล เธอชื่อ นุ้ย ซึ่งสำหรับไข่ย้อย รอยไมตรีที่เธอจ่ายให้เขาบ่อยกว่าจ่ายยา ทำให้เขาสมัครเป็นคนไข้ไม่มีกำหนดหายอย่างเต็มใจ ไข่ย้อยรู้ว่านุ้ยมีใจให้เขา แต่เธอก็ไม่เคยเอ่ยปาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยับเข้าใกล้มากที่สุดที่คำว่า เพื่อนสนิท บางทีเธอคงรู้ว่า เขามีคนที่รักซึ่ง ไม่ใช่เธอ หนังเป็นผลงานการกำกับของ "เอส-คมกฤษ ตรีวิมล" ที่ถือว่าเป็นชิ้นงานระดับมาสเตอร์พีชในเครดิตของเขาเลยก็ว่าได้ และหนังเรื่องนี้ยังถือว่าเป็นผลงานแจ้งเกิดให้กับ 3 นักแสดงนำ "ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์", "นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา" และ "เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน" ที่พวกเขาล้วนแต่เดบิวต์เล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกอย่างเต็มตัวกันทุกคน และถ่ายทอดคาแรกเตอร์ต่างๆ ออกมาได้สมบูรณ์แบบ เพื่อนสนิท ได้รับแรงบันดาลใจจากบทประพันธ์เรื่อง "กล่องไปรษณีย์สีแดง" ของ "อภิชาติ เพชรลีลา" ออกฉายครั้งแรกในวันที่ 6 ตุลาคม 2548 ที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับหนังไทยในตอนที่ออกฉาย ด้วยการกวาดรายได้ได้มากกว่า 80 ล้านบาท ตลอดโปรแกรมฉาย อีกทั้งหนังยังเดินสายคว้ารางวัลจากเวทีต่างๆ ได้อีกเพียบด้วยเช่นกัน | คุณสามารถดูหนัง เพื่อนสนิท Dear Dakanda เต็มเรื่อง ได้ที่ทรูไอดี ประเภท: โรแมนติก / ตลก นำแสดงโดย: ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, ศิรพันธ์ วัฒนจินดา, มณีรัตน์ คำอ้วน กำกับโดย: คมกฤษ ตรีวิมล ความยาว: 127 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 6 ตุลาคม 2548 (กำหนดฉายในประเทศไทย) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังไทย • 26 ก.ย. 69
เกม
Cut The Rope Experiments
กล่องปริศนาปรากฏขึ้นบนโต๊ะทำงานของศาสตราจารย์… ข้างในคือออม นอม สัตว์ประหลาดตัวเล็กจิ๋วผู้กระหายขนมหวานอย่างไม่รู้จักอิ่ม! ร่วมผจญภัยในการทดลองของศาสตราจารย์และพยายามนำขนมไปให้เขาให้ได้
Blacknut • 23 ก.ย. 69
เกม
A Day With Caillou
สวัสดีจ้ะไคยู! ได้เวลาตื่นนอนแล้วนะ เรามีเรื่องต้องทำกันตั้งเยอะแยะเลย มาช่วยไคยูเตรียมตัวและทำมื้อเช้ากันเถอะ แล้วพาเขาไปโรงเรียน ที่ซึ่งมีกิจกรรมสนุกๆ มากมายรอคุณอยู่ การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกนะ!
Blacknut • 23 ก.ย. 69
ดู
My Life Me
ทรูวิชั่นส์ • 1 ต.ค. 69
อ่าน
ดูอนิเมะ Mushoku Tensei เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 EP.13 อ่านบันทึกอนาคตสุดปวดร้าว
ดูอนิเมะออนไลน์ Mushoku Tensei: Jobless Reincarnation Season 3 เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 ตอนที่ 13รูเดียสจากอนาคตข้ามเวลากลับมาเตือนตัวเองในปัจจุบัน หากเขาลงไปในห้องใต้ดินตามคำแนะนำของเทพมนุษย์ร็อกซี่จะต้องเสียชีวิตด้วยโรคร้ายที่มีหนูเป็นพาหะ พร้อมแฉความจริงว่าเทพมนุษย์คือตัวการชั่วร้ายและเป็นบอสใหญ่ของหายนะทั้งหมด เขาแนะนำให้รูเดียสส่งจดหมายหาเอริสเพื่อปรับความเข้าใจ และเตือนว่าการย้อนเวลาครั้งนี้อาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ไปตลอดกาล ชายแก่ในร่างอนาคตพรั่งพรูความรู้สึกอันเจ็บปวดออกมาจนสิ้นใจ รูเดียสจำใจต้องเผาศพของตัวเองก่อนจะมุ่งหน้าสู่ห้องใต้ดินเพื่อเก็บหนูตัวนั้นไปวิจัยและเริ่มเปิดอ่านบันทึกที่ตนเองในอนาคตทิ้งไว้ให้ ดูอนิเมะ เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ ซีซัน 3 ตอนที่ 13 เรื่องราวในตอนที่ 13"ปรึกษานะนาโฮชิ ส่งจดหมายหาเอริส ระวังเทพมนุษย์ให้ดี แต่จงอย่าตั้งตนเป็นศัตรูกับมัน" นั่นคือคำเตือนสุดท้ายที่ร่างในอนาคตของเขาได้ทิ้งไว้ รูเดียส ตัดสินใจเปิดอ่านสมุดบันทึกที่ได้รับสืบทอดมาจากตัวเขาเองในอนาคต ทว่าภายในหน้ากระดาษเหล่านั้น กลับบันทึกเรื่องราวชีวิตอันแสนปวดร้าวและโชกเลือดที่ตัวเขาในอนาคตต้องเผชิญ เรื่องราวการดิ้นรนอันแสนทรมาน ซึ่งมีจุดเริ่มต้นมาจากการตายของร็อกซี่
Anime • 20 ก.ย. 69
อ่าน
"ต้าห์อู๋" เล่าเรื่องอิตาลีถึง "ออฟโรด" เผยสาเหตุทำไมไม่อยากว่าง ในรายการ The Celebrities EP.2
The Celebrities EP.2 : "ต้าห์อู๋ พิทยา แซ่ฉั่ว" ปะทะพิธีกรสายฮา "กตัญญู สว่างศรี" แอบอมยิ้มไปกับหนุ่มมากเสน่ห์คนนี้ ที่ทั้งฮา ทั้งมีสาระ ในมุมมองที่ไม่เคยเห็น นอกจากการออกกำลังกายในปีนี้ที่จริงจังอย่างมากแล้ว ผลงานในปีนี้ของเขายังแจ่มมากอีกด้วย และเรื่องราวของเขาหลังไปทัวร์อิตาลี กับ คู่พาร์ทเนอร์สุดคูล อย่าง "ออฟโรด กันตภณ" นอกจากจะได้ไปทำงานแล้ว ยังได้สัมผัสประสบการณ์สุดฮามากมาย พร้อมเผยถึงว่าหากวันนี้ไม่ได้เป็นนักร้องนักแสดง ในวัยเด็กเค้าฝันอยากเป็นนักสัตววิทยา และเขาเล่าว่าไม่อยากมีวันว่าง เพราะชีวิตสั้น อยากทำอะไรให้รีบทำและควรรู้คุณค่าของเวลา เพียงแค่นำเข้ารายการก็ฮากันไม่หยุด เสียงกรี๊ดให้กับต้าห์อู๋สนั่นสตูฯไม่มีแผ่ว สำหรับหนุ่มมากเสน่ห์ที่หลายคนชื่นชอบ คุณสนุกกับอะไรอยู่?"ทำอัลบั้ม มีเพลงออกมาเรื่อย ๆ การออกกำลังกาย พักผ่อน เวทเทรนนิ่ง ออกสองวันพักวันหนึ่งแล้วไม่นับวันหยุด อยากมีมวลกล้ามเนื้อ อยากฟิตกายให้บึ้มเลย" ก่อนหน้านี้เคยออกกำลังหายแบบหนัก ๆ มั้ย?"รอบนี้มันต้องหนัก และเคยทำมาก่อน ตอนนี้ทำไป 2 วันแล้ว รอบนี้ลงตารางจริงจัง ทั้งการออกกำลังกายและการนอน" นอนวันละกี่ชั่วโมง?"10 ชั่วโมง เมื่อ่กอนนอน 5-6 ชั่วโมง ร่างกายมันออกกำลังกายเยอะ การนอนต้องสัมพันธ์กันด้วย เมื่อก่อนบางวันไม่ได้นอนเลย เวลาว่างก็คิดตลอด ว่างต้องให้สมองรับข้อมูล หัวคิดเรื่องหนึ่ง มัวนั่งยุ่งเรื่องชาวบ้าน ใส่ใจสองเรื่องพร้อมกัน" วันหยุดทำอะไร ?"วันไหน (หัวเราะ) (ถ้ามี ทำอะไร) ตัดผม วันว่างหายากมาก เล่นเวท ไอซ์บาธ ซื้อเสื้อผ้าบ้าง เล่นวอลเลย์บอล ไม่อยากว่าง" The Celebrities EP.2 ทำไมไม่อยากว่าง?"ชีวิตคนเรามันสั้นมาก ในช่วงระยะเวลางานที่ทำไปก็กินเวลาไป เดี๋ยวเราแน่มากนะเรื่องซิตี้รันที่อิตาลีน่ะ" ที่อิตาลีเป็นไงบ้าง ?"เล่าให้ฟังวัน ๆ กรุงโรมถึงไม่ใช้เวลาวันเดียว เพราะกินข้าวมื้อหนึ่งสามชั่วโมงอย่างต่ำ มื้อแรกสี่โมงไปกินข้าวกัน หนึ่งทุ่มได้เข้าร้าน สองทุ่มสั่งออเดอร์ ที่เหลือนั่งตากลม เสิร์ฟไวน์ก่อน เราก็หิวไปเหอะ ซักพักของหวานมา ก็รอกินโปรตีน มาแล้วจานแรกพาสต้าเติมแป้งก่อน ซักพักมาแล้ว พาสต้ามีไส้ ไม่มีเนื้อ ช่วงว่างมาทีละครึ่งชัวโมง สี่ทุ่มเนื้อเริ่มมา ทีละเล็กทีละน้อย สี่ทุ่มครึ่งมาอิ่มแล้ว เนื้อมาช้า แบบนี้ทุกมื้อ ข้าวเช้าเสร็จเที่ยง ไปอีกร้านเริ่มใหม่ไปบ่ายโมงกินไวน์ โน่นเริ่มเที่ยงจบสี่โมงเย็น ร้านปิดแล้ว วนลูปไปนี้มาสี่ทุ่ม จบที่ห้าทุ่มก็กลับบ้านนอนสามชั่วโมง ไอเลิฟอิตาลี (หัวเราะ) มากับอออฟโรด มาย อาโป ว่างแล้วก็กินแฮปปี้ เสร็จในหนึ่งชั่วโมง ตอนเย็นมีอาหารญี่ปุ่น เรียงตามคอร์ส ทุ่มนึงเมนูแรก วนลูปห้าทุ่มเมนูสุดท้าย ระหวางทางก็คุยกันไป สนุกเอนจอย" ชอบอะไรในอิตาลี ?"ชอบสถาปัตยกรรม ชอบฟังเรื่องเล่า มีเรือสุ้กันในนั้น แต่ไม่ได้เข้าไปดู ก็มีช็อปปิ้งบ้าง" อยากไปอีกมั้ย ?"ไปอยู่แล้วคิดถึงแฟน ๆ" ฟังเพลงแบบไหนอินพุชแบบไหน?"อาหารก็หลากหลาย ผักก็เริ่มกิน ฟังเพลงแบบกว้างอยู่แล้ว เพราะว่าแต่ละคนเล่าไม่เหมือนกัน การ์ตูนจีนก็ดู 3D ฝึกวิชา กระดูกเซียนเรื่องละประมาณ 300-400 ตอน เพื่อนดูอนิเมะ ก็ชอบแต่จีนจะทันสมัยนิดหนึ่งให้อะไรเยอะนะ ภาพการเวียนว่ายตายเกิดไปภึงตอนนั้นได้อีก ชีวิตก็เหมือนใบไม้ปลิว มีปรัชญาเยอะ เข้าใจก็เข้าใจ ไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจ" ปรัชญาของตัวเองมีมั้ย?อัตตาหิ อัตโน นาโถ ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน จำได้แค่นี้ ไม่มีอันอื่น (หัวเราะ)ปรัชญามันก็สำคัญนะ คำจีนที่แปลว่า เวลาผ่านไปไม่สามารย้อนกลับมาได้ เราควรรู้คุณค่าของเวลา ก็จำได้คำเดียว เอาจริงมันดีนะ คุณค่าของเวลา แค่คำนี้มันก็เตือนอะไรเราได้หลายอย่าง" ไอดอลของต้าห์อู๋คือใคร ?ไม่มี ชีวิตผมวุ่นวายทุกด้าน การร้องคือ ลีรอย ซานเชส (Leroy Sanchez) (เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวสเปนฉ การแอดลิป ชอบใครผมก็เลียนแบบ" ความฝันตอนเด็กมีมั้ย?"อวดเพื่อนมาตั้งแต่อนุบาลถึง ม.3 อยากเป็นนักสัตววิทยา" ความสนใจ ณ ตอนนี้ยังดูมั้ยเรื่องสัตว์ ?"ดูอีกา พันธู์ตัวใหญ่น่ารัก" ตอนนี้เป้าหมายสำเร็จไปมากน้อยแค่ไหน?"เป็นปีของProcessing ปลายปีกับปีหน้าคึกคริ้นแน่ ช่วง result น่าจะสนุก ก่อนจะถึงผลลัพธ์ และปีนี้ยากสุด เพiาะกำลังทำอยู่หลายอย่าง เป้าหมายใหญ่ขึ้น ผมไปอเมริกามา เรียนู้ร้ภาาอังกฤษจาก MJ มา ไปดูบรอดเวย์มา ผมตกหลุมรักนิวยอร์ก เอเนอร์จี้มันได้มาก บรอดเวย์ คนที่เล่นเป็น MJ เก่งมาก ควรดูสักครั้งนะมันอลังการมากดูแล้วแพชชั่นได้มาเยอะมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือที่นั่นเป็นที่รวมของคนดูและอยากแสดงเส้นทางการแสดงของแต่ละคน พออ่านแล้วก็เสริมสร้างแพชชั่น" ปีหน้าเป้าหมาย แฟน ๆจะได้เห็นอะไร?"ยังมีอีกเยอะเลยทั้งเพลง มิวสิคเฟสติวัล มีซีรีส์ที่ท้าทายมากขึ้น อยากลองเล่นแล้วดังเลย (หัวเราะ)" ช่วงไหนที่เลเวลดังมากขึ้น?"ทุกเลเวลคือประสบการณ์ ชั่วโมงบินนั่นแหละ การมีคนมานั่งสอนไม่เหมือนเราไปเรียนรู้เอง" มาอยู่จุดนี้แล้ว คุณเห็นใครเป็นต้นแบบ?"เออ มันวิเศษมาก ถ้าแก่ไปก็คงไม่เสียดาย มันคือเรื่องจริง ครั้งหนึ่งเคยมีคนรักเรา มีคนมานั่งดูเยอะ ๆ มันสวยงามนะ ความพยายามมันไม่เคยทำร้ายใคร ยิ่งพยายามมากยิ่งท้อ แต่ไม่พยายามเลยผลลัพธ์มันแย่กว่านั้นแน่นอน ชีวิตใครสอนชีวิตใครไม่ได้หรอก แต่ชีวิตเราก็ต้องใช้ คนที่ไม่มีเท่าเรา เรียนรู้จากสิ่งที่เขาทำ อาร์ติสที่ใช้เท้าวาดภาพ คนเราไม่ยอมแพ้ก็ทำอะไรได้เสมอ และมีคุณค่าในตัว" อยากบอกอะไรแฟนคลับ?พอมาถึงจุดนี้รับรู้ถึงความรักของแฟน ๆ สิ่งที่จะตอบแทนใจเขาได้คือมีความสุขกบัสิ่งที่เป็น แฮปปี้กับสิ่งที่เป็น เขาคงอยากเห็นรอยยิ้ม เรามีความสุข เขาก็คงมีความสุข เขาคงไม่สุขตอนเราทุกข์หรอก (กตัญญู :ผมอาจจะมีก็ได้)" คำแนะนำที่ดีที่เคยได้รับคือ?"ไม่มีดีที่สุดแต่มี พี่บอย ถกลเกียรติ บอกว่าเราเป็นคนเร็วมาก ๆ และไม่ได้มองคนรอบข้าง ซึ่งเราในมุมเขานะ ที่เขามอง ความเป็นมาแตกต่างกัน เขาสอนเรามาทำไปให้ดีที่สุด พอมาถึงจุดตรงนี้เลือกทำได้แล้วเราไม่่ต้องไปหวังผลกับมัน สมัยก่อนเราหวังผลกับมัน ได้กำไรเท่าไหร่ เราไม่เคยประสบความสำเร็จเลยเมื่อก่อน สิ่งที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่ปลายทางเสมอไป ระหว่างการทำงาน ทีมงาน คนรอบข้าง คนที่ผลักดันเรา แฟนคลับ ชีวิตเราแต่ละวันที่ผ่านไปมันต้องมีความสุขด้วย แล้วพอวันที่สุงสุด เราจะไม่โดดเดี่ยวมีคนที่พร้อม yes ไปกับเราด้วย" ทำอะไรให้ช้าลงบ้าง เพลงก็มีช้าบ้าง ? ความช้ามันจำเป็นกับชีวิตอย่างไร"ทุกคนมีเป้าหมายแล้วอยากไป แต่ความช้าทำให้เรารอบคอบ ทบทวนมองอะไรกว้างขึ้น ไปตรงสี่แยกแล้วหยุด รถชนคุณนะ (หัวเราะ) ในวันที่เราตัน เราลองหยุดคิดดู มันอาจะคิดไม่ออก ก็ลองพักสักหน่อย" เรื่องอันคัทเล่าที่ไหนไม่ได้ เล่าที่นี่ก็ไม่ได้ ทีเด็ดมีมั้ย?"เป็นเรื่องที่ตอนไปอิตาลี ผมอยู่ไม่ถึงมื้อสุดท้าย แล้วก็ง่วง กลับคนเดียว ออฟโรดดูแลลูกค้า (ตอนดึกไปวื่ง) วิ่งไปปกติ ไปดูทะเลอิตาลี วิ่งไปพอ ๆ กันมีแค่เราสองคนบนถนน ตอนแลนดิ้งออฟโรดเห็นทะเลสวยมาก เขาวิ่งเร็วกว่าผม เขาวิ่งเร็ว ผมวิ่งนาน ออกจากโรงแรมห้าทุ่มกลับมาก็ตีสองตีสาม" นิวยอร์กดีมั้ย ?"ไอเลิฟนิวยอร์กมากว่าเพราะไปที่นั่นกินอาหารไทย กินพิซซ่า ร้านเนื้อ แซนวิชเนื้อแดง ร้านที่ทะเลาะกับออฟโรด ก็คือถ่ายรูปแล้วทะเลาะกับออฟโรด เราอยากให้เขาถ่ายเราบ้าง เขาให้ผจกถ่ายบ้าง เราก็อยากได้มุมนั้นมุมนี้ เขาเหมือนไม่อยากถ่ายให้ แต่เขาคือกลัวรูปออกมาไม่สวย แล้วก็มีเถียงกัน รอบนี้ถือว่าถ่ายรูปสนุกเลยสามชั่วโมง" ถ่ายแบบไหนถึงถูกใจ?"แบบไหนก็ได้หมดเลย บางอันมันลงไปก็ขยับขึ้นมาซิ ทริปหน้าไม่มีแล้วครับ (หัวเราะ) มีแหละ ผมเป็นคนเที่ยวสนุกนะ ถ้าไปกับผมอะ ผมอวดเฉย ๆ" นอกจากได้พูดคุยมุมมองกับต้าห์อุ๋แล้ว ยังได้ฟังเขาตอบคำถามจากแฟนคลับของเขาอย่างสุดละมุน และเล่นเกมทายสัตว์สุดฮา ห้ามพลาด The Celebrities EP.2 ที่จะทำให้คุณหลงรักศิลปินหนุ่มคนนี้มากกว่าเดิม และห้ามพลาด รายการ "The Celebrities" ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. นี้ รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น! อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : The Celebrities EP.2 : ต้าห์อู๋ เปิดใจความฝันในวัยเด็ก พร้อมเผยมุมสุดอบอุ่น เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1 รวมลิงค์ดู The Celebrities ทุกตอน ทาง TrueID ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้
ข่าวบันเทิง • 25 ก.ค. 69
อ่าน
ประวัติ หยู่ยู้ อรณิชา องค์ศรีตระกูล
ประวัติ หยู่ยู้ อรณิชา องค์ศรีตระกูล หยู่ยู้ อรณิชา องค์ศรีตระกูล เกิดวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2542 ที่มาของชื่อเล่น เธอเผยคุณแม่บอกว่า ยู้ แปลว่าน่ารัก หยู่ยู้ มีพี่น้อง 1 คน ด้านการศึกษา จบการศึกษาระดับอนุบาลจาก โรงเรียนอนุบาลธรรมภิรักษ์ธนบุรี ระดับประถมศึกษาจาก โรงเรียนราชินี ระดับมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนสตรีวิทยา และระดับปริญญาตรี จากวิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล เอกการแสดงและกำกับการแสดงภาพยนตร์ หยู่ยู้ เคยทำงานเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของการบินไทย ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ปัจจุบันขึ้นแท่นเป็นนักแสดงดาวรุ่งช่อง 3 และเตรียมมีผลงานซีรีส์ Love Me To Hurt Me รักเท่ากับร้าย ประกบคู่กับ แทน ดวงแก้ว ปิยะอุย ประวัติ หยู่ยู้ อรณิชา องค์ศรีตระกูล ด้านชีวิตในวงการบันเทิง หยู่ยู้ อรณิชา ก่อนเข้าวงการบันเทิง เคยทำงานประจำเป็นและเซ็นสัญญาเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของการบินไทย และผ่านงานโฆษณามาบ้าง ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง และเซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 3 ด้วยความสวย บวกกับเสน่ห์ทรงพลัง และออร่าที่พร้อมเป็นดาวดวงใหม่ ทำให้เป็นที่จับตามอง ด้านชีวิตส่วนตัว หยู่ยู้ อรณิชา เธอเคยเล่าว่าตัวเป็นคนอึน มึน ซึน ก่อนเข้าวงการเป็นคนขี้อาย ส่วนฉายาเพื่อนชอบเรียก นิ้วโป้ง สีที่ชอบ ชมพู ฟ้า เหลือง เมนูโปรด หมูกระเทียมไข่ดาวสุก หยู่ยู้ เคยเล่าว่าเป้าหมายในชีวิต คือ มีความสุขในทุกวัน และมีคติประจำใจ คือ ใช้ชีวิตวันนี้ให้พรุ่งนี้ไม่เสียดาย ผลงานละครโทรทัศน์ / ซีรีส์ 23.5 Degree the World Incline Love Me To Hurt Me รักเท่ากับร้าย ผลงานภาพยนตร์ Achilles Curse: And the Curse of Treasure มิวสิกวิดีโอ เพลง ก่อนที่ ศิลปิน Cornboi ไอจี หยู่ยู้ อรณิชา @yuonc https://www.instagram.com/yuonc/ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "แทน ดวงแก้ว" ประกบ "หยู่ยู้ อรณิชา" เคมีใหม่ชวนจับตาใน "Love Me To Hurt Me รัก = ร้าย" ช่อง 3 จัดเต็ม "Girls Cup 2026 Presented by MAMA" ฟินทุกโมเมนต์ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม yuonc
ประวัติดารา • 7 ก.ย. 69
ดูเพิ่มเติม