รีเซต

ผลการค้นหา “Cherry Magic” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ไหน..ใครอยากมีพลังวิเศษ  ถ้า 30 ยังซิง! จะมีพลังวิเศษ CHERRY MAGIC THE MOVIE
อ่าน

ไหน..ใครอยากมีพลังวิเศษ ถ้า 30 ยังซิง! จะมีพลังวิเศษ CHERRY MAGIC THE MOVIE

ที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและค่อนข้างเก็บตัว วันหนึ่งเขาค้นพบว่าตัวเองได้รับ "พลังวิเศษ" ที่ทำให้สามารถอ่านใจคนได้แต่ต้องเป็นการสัมผัสตัวเท่านั้น! ความสามารถนี้พาให้เขาได้รู้ความลับบางอย่างจาก คุโรซาวะ ยูอิจิ เพื่อนร่วมงานสุดเพอร์เฟกต์ที่ดันแอบหลงรักเขามาตลอด! ในเวอร์ชันภาพยนตร์ หนังพาเราไปสำรวจความสัมพันธ์ของทั้งสองหลังจากที่พวกเขาตัดสินใจคบกัน ท่ามกลางความกดดันของชีวิต การเติบโตของตัวละคร และความเข้าใจในความรักที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จุดเด่นของหนัง เคมีของนักแสดงที่ลงตัวสุด ๆ อาดาจิ (รับบทโดย อากะโชคุ ชูริ) และคุโรซาวะ (รับบทโดย อาคาสึกิ เคตะ) ถ่ายทอดความรักและมิตรภาพในมุมมองที่ซื่อสัตย์และอบอุ่นมาก การแสดงที่ละเอียดอ่อนและเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ทำให้คนดูรู้สึกอินและหัวใจพองโตไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขา หนังมีจังหวะตลกเบา ๆ ที่ทำให้ยิ้มได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น ฉากอาดาจิใช้พลังอ่านใจคนในสถานการณ์ฮา ๆ รวมถึงฉากซึ้งกินใจที่สะท้อนถึงความรักที่ไม่จำกัดเพศหรือสถานะ ภาพยนตร์ใช้โทนสีและมุมกล้องที่เน้นความเรียบง่ายและละมุน ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะฉากธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับเรื่อง เรื่องนี้ เป็นภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและโรแมนติก เหมาะสำหรับแฟน ๆ ของซีรีส์และคนที่ชอบหนังรักที่มีความหมายลึกซึ้ง มันไม่ใช่แค่เรื่องราวของพลังวิเศษ แต่เป็นการบอกเล่า "พลังของความรักและความเข้าใจ" ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้อย่างแท้จริง ใครที่อยากสัมผัสความรักหวานซึ้งแฝงอารมณ์ขันที่ทำให้หัวใจเต้นแรง อย่าพลาดชมเรื่องนี้นะคะ รับชม ถ้า 30 ยังซิง! จะมีพลังวิเศษ CHERRY MAGIC THE MOVIE พฤหัสบดีที่ 9 ม.ค. 68 ทางช่อง True Film Asia (237) เวลา 16:15 น. 📢 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ คลิก https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/zrw142fi #TrueVisions #Movie #TrueFilmAsia #CHERRYMAGICTHEMOVIE #ถ้า30ยังซิงจะมีพลังวิเศษ

ฟินส่งตรง! "เอย์จิ อากะโสะ x เคตะ มาจิดะ อ้อน 'ขุ่นแม่' ไปดู "Cherry Magic the Movie"
อ่าน

ฟินส่งตรง! "เอย์จิ อากะโสะ x เคตะ มาจิดะ อ้อน 'ขุ่นแม่' ไปดู "Cherry Magic the Movie"

จากมังงะ Boys Love สุดฮิต ของ อ. ยู โทโยตะ ที่ขายได้มากกว่า 2 ล้านก๊อปปี้ ได้กลายมาเป็นซีรีส์ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วเอเชียเรื่องราวของ อาดาจิ วัย 30 ปี ที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง ม่กล้าที่จะเข้าหาใคร จนกระทั่งวันที่เขาอายุครบ 30 ปี จู่ ๆ ก็มีพลังวิเศษที่ว่าเมื่อแตะต้องตัวใครจะรู้ถึงจิตใจคนคนนั้นได้ซึ่งพลังนี้เขาได้รับรู้ว่าคุโรซาว่า หนุ่มสุดหล่อจากแผนกเซลส์ของบริษัทแอบหลงรักเขาแบบคลั่งรักสุดๆ จนทั้งคู่ตัดสินใจคบกัน ความจิ้นฟินถูกสานต่อเป็นซีรีส์สุดฮิตที่แม้ว่าจะผ่านมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ความนิยมใน Cherry Magic ก็ยังไม่ลดลงและได้เวลาของ Cherry Magic The Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ ฉบับภาพยนตร์แล้ว ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวต่อจากซีรีส์ความรักที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นของอาดาจิ และคุโรซาว่า ที่กำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน แต่ก็ต้องเจอกับอุปสรรคเมื่ออาดาจิ ได้รับตำแหน่งใหม่ทำให้ต้องย้ายไปทำงานที่นางาซากิ ที่ทำให้พวกเขาต้องห่างไกลกันถึง 1,200 กิโลเมตร ความรักที่ต้องเลือกระหว่างการก้าวหน้าในอาชีพการงาน และการอยู่กับคนที่รัก พวกเขาจะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปอย่างไร ต้องติดตาม หนังได้ 2 นักแสดงที่กลายมาเป็นคู่จิ้นฟินนอกจอ เอย์จิ อากะโสะ หนุ่มสุดน่ารัก มารับบทเป็น คิโยชิ อาดาจิ เคตะ มาจิดะ รับบทเป็น ยูอิจิ คุโรซาว่า พ่อหนุ่มไมโครเวฟ ที่คลั่งรักแบบไม่หวั่นระยะทาง โดย 2 หนุ่มได้ส่งคลิปพิเศษจากญี่ปุ่นทักทายแฟนๆชาวไทยด้วยภาษาไทยว่า สวัสดีครับคุณแม่ ผมน้องเอจิ ผมพี่เคตะ ดีใจมากๆที่ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะได้ฉายในไทย หวังว่าทุกคนจะมีความสุขที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ รักนะครับ แล้วพบกัน 13 กรกฎาคม ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รีวิวหนัง Cherry Magic the Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ 🍒💜 ฉบับคนไม่เคยดูซีรีส์มาก่อน
อ่าน

รีวิวหนัง Cherry Magic the Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ 🍒💜 ฉบับคนไม่เคยดูซีรีส์มาก่อน

ยังคงอบอวลอยู่ในบรรยากาศความรักแห่งความหลากหลายเป็นกลิ่นอายของ Pride Month ที่เพิ่งผ่านไป น่าเสียดายที่หนังเรื่องนี้อาจจะมาไม่ตรงจังหวะได้จุดขายสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา และนี่คือการแตกยอดออกมาจากซีรีส์บีแอลที่มีแฟน ๆ ตามติดอยู่ไม่น้อย อย่าง "Cherry Magic the Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ" ที่ถือว่าเป็นการขยายเรื่องราวของจากทีวีจอเล็กมาสู่ฉบับหนังจอใหญ่ ที่อาจจะหมายความได้ว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของบานปลายชีวิตคู่ที่งดงามของชายหนุ่มคู่นี้ Cherry Magic the Movie เป็นเรื่องราวของ อาดาจิ คิโยชิ หนุ่มพนักงานบริษัทเครื่องเขียน วัย 30 ปีที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมืดมนมาตลอด เนื่องจากไม่กล้าที่จะเข้าหาใคร อาดาจิมีเพื่อนซี้คือ ซึเกะ มาซาโตะ ซึ่งเป็นนักเขียนนิยายและเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษาเขาเสมอ จนกระทั่งวันที่เขาอายุครบ 30 ปี จู่ ๆ ก็มีพลังวิเศษที่ว่าเมื่อแตะต้องตัวใครจะรู้ถึงจิตใจคนคนนั้นได้ ซึ่งพลังนี้เขาได้รับรู้ว่า คุโรซาวะ ยูอิจิ หนุ่มสุดหล่อจากแผนกเซลส์ของบริษัทแอบหลงรักเขา แถมเป็นระดับที่เรียกว่าคลั่งรักแบบสุดๆ มนตร์รู้ใจทำให้ทั้งสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้น และทำให้อาดาจิได้พัฒนาตัวเองจากคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเองจนกลายมาเป็นคนที่กล้าที่จะรักดูสักครั้ง เมื่อเขาได้สัมผัสถึงความรักของคุโรซาวะจนทำให้ทั้งสองก็ได้ตกลงคบกัน ก่อนหน้านี้ต้องออกตัวก่อนเลยว่า ผู้เขียนบทความนี้ไม่เคยมีประสบการณ์ดูเวอร์ชั่นซีรีส์หรืออ่านมังงะของ Cherry Magic มาก่อนเลยสักตอนเดียว ไม่มีพื้นฐานใด ๆ เกี่ยวกับตัวละครและโครงเรื่องมาก่อน เข้าไปดูฉบับหนังเรื่องนี้แบบที่มีข้อมูลเพียงผิวเผินเท่านั้น และผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นถือว่า...ได้พบคำตอบที่ว่า ทำให้ใคร ๆ ก็แอบประทับใจ Cherry Magic เรื่องนี้กันจริง ๆ เพราะมุมมองที่ถูกนำมาขยายเป็นหนังเรื่องนี้ ทั้งเซอร์วิสแฟน ๆ และใส่ประเด็นชีวิตคู่เอาไว้ได้อย่างซึ้งใจไม่เบา สำหรับที่กังวลว่าไม่เคยรู้เรื่องหรือพื้นฐานเกี่ยวกับ Cherry Magic มาก่อน จะแอบบอกว่าคุณสามารถเข้ามาดูได้เลย เพราะในช่วง 2-3 นาทีแรกของหนังนั้น จะมีการปูพื้นฐานจากเวอร์ชั่นซีรีส์เป็นภาพ flash back มาปะติดปะต่อร้อยเรียงเรื่องราวแบบคร่าว ๆ ให้กับคนดูอีกครั้ง เป็นโครงสร้างที่พยายามจะนำมาเชื่อมโยงกับฉบับหนังเรื่องนี้ ที่อาจจะแค่มาเป็นน้ำจิ้มหน่อย ๆ แต่ก็พอจะสามารถสรุปให้คนไม่รู้เรื่องอะไรเลยได้มีพื้นฐานขึ้นมาอีกนิด ก่อนอื่นคือต้องยกความดีความชอบให้กับ 2 นักแสดงนำ "เอย์จิ อากะโซะ" กับ "เคย์ตะ มาจิดะ" พวกเขาคือผู้เล่นอันทรงคุณค่าในหนังเรื่องนี้ ที่สลับกันเลี้ยงดูประคับประคองหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้อย่างสวยงาม การแสดงของพวกเขาค่อนข้างลื่นไหลเป็นธรรมชาติ จนทำให้คนดูเกือบจะเชื่อไปอย่างหมดใจแล้วว่าพวกเขาคือ อาดาจิ กับ คุโรซาวะ ตัวเป็น ๆ อย่างเนื้อแท้อะไรทำนองนั้น แม้แต่คนที่เคยรู้เรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครนี้มาก่อน ยังสามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ และคล้ายตามได้เพียงแค่ไม่กี่นาที นี่คือพรสวรรค์ในการถ่ายทอดบทบาทนี้ของพวกเขาอย่างดี เวอร์ชั่นหนังของ Cherry Magic the Movie ก็คือได้ผู้กำกับจากฉบับซีรีส์ "ฮิโรกิ คาซามะ" กลับมาสานต่ออีกครั้ง และแน่นอนว่านั่นเป็นจุดที่ทำให้การทำงานลื่นไหลได้เป็นอย่างดี ระหว่างนักแสดงกับทีมงานที่คุ้นเคย จึงทำให้จังหวะของหนังเรื่องนี้หลาย ๆ อย่างออกมาค่อนข้างกลมกล่อม และรู้สึกจุดรู้มุมที่จะทำหน้าที่แฟนเซอร์วิสเป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องชื่นชมด้วยว่า แฟนเซอร์วิสใส่เอาไว้ในปริมาณที่กำลังดี ไม่เลี่ยนเอียนจนเกินไปด้วย แม้ว่า Cherry Magic the Movie ก็ยังคงเจอปัญหาเดิม ๆ ของหนังญี่ปุ่นแนวโรแมนซ์อะไรทำนองนี้ ตรงที่ความย้วยและความอืดอาดในบางจุดของหนังยังสามารถทำให้กระชับไปได้กว่านี้ แต่ก็ถือว่ายังไม่ใช่ข้อบกพร่องที่รุนแรงอะไรเท่าไหร่ เพราะในช่วงครึ่งแรกของหนังถือว่าเป็นการเสิร์ฟความหวานละมุนที่เชื่อมกับซีรีส์ แต่ในช่วงครึ่งหลังนั้นปรับมาค่อนข้างใส่ดราม่าที่ยกระดับความจริงใจขึ้น และถือว่าแปลกใหม่ไม่น้อยที่เห็นหนังญี่ปุ่นหยิบเอาเรื่องประเด็นชีวิตคู่ในกลุ่ม LGBTQ มาเล่นกับบรรทัดฐานของวัฒนธรรมกับสังคม แม้ว่าตรงจุดนี้หนังจะทำออกมาได้ค่อนข้างดีตามมาตรฐานของหนังญี่ปุ่น ที่มักจะค่อย ๆ แทรกซึมและกระตุ้นน้ำตาผู้ชมให้คลอได้ แต่น่าเสียดายที่ Cherry Magic the Movie ก็ยังไม่ได้แตะประเด็นชีวิตคู่ของกลุ่ม LGBTQ ได้อย่างหนักแน่นสักเท่าไหร่ เป็นการเข้าไปสัมผัสแตะเป็นผิวเผินพอเป็นพิธีเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในหนังญี่ปุ่น และคาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้จะมีการกล้าจับ-กล้าเล่าประเด็นนี้ได้อย่างเข้มข้นกว่านี้ต่อไป เอาเป็นโดยภาพรวมแล้วนั้น Cherry Magic the Movie สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานใด ๆ มาก่อนเลย ถือว่าสอบผ่าน นี่คือหนังบีแอลที่ถือว่านำมาขยายเรื่องราวที่ออกไปในทางบทสรุปแห่งชีวิตคู่กับคู่รักเกย์ที่พยายามมุ่งมั่นหาความมั่นคงในชีวิตให้หนักแน่นยิ่งขึ้น มันอาจจะมีจุดที่เพ้อฝันแฟนตาซี และไม่สมเหตุสมผลอยู่บ้าง แต่กลับสามารถสะท้อนสังคมเกี่ยวกับประเด็นการยอมรับผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศในสังคมได้อย่างตรงไปตรงมาไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้นในหนัง Cherry Magic the Movie เรื่องนี้ ก็ไม่ใช่แค่เพียงส่วนขยายความฟินจากซีรีส์เท่านั้น แต่ข้อความของหนังเรื่องนี้พยายามสื่อสารไปถึงผู้ชมและสังคมในการเปิดใจยอมรับกับความหลากหลายทางเพศสภาพในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น เป็นการสอดแทรกแนวคิดอย่างทีละเล็กน้อยแบบไม่ยัดเยียด สุดท้ายก็ออกมาเป็นหนังชั่วโมงกว่า ๆ ที่ละมุมและกลมกล่อมไปกับความมุ่งมั่นและมั่นคงของคนคู่นี้ ที่เอาจริง ๆ มันก็มีแต่ในเรื่องแต่งเป็นส่วนใหญ่...ซึ่งมันมาช่วยเยียวยาเราได้ไม่น้อย ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Cherry Magic the Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ ประเภท: โรแมนติก / แฟนตาซี ผู้กำกับ: ฮิโรกิ คาซามะ นำแสดงโดย: เอย์จิ อากะโซะ, เคย์ตะ มาจิดะ ความยาว: 104 นาที กำหนดฉายในไทย: 13 กรกฎาคม 2022 (ในโรงภาพยนตร์) Movie.TrueID METRIC: Cherry Magic the Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10) พิเศษสำหรับลูกค้าทรู! รับสิทธิ์ตีตั๋วดูหนังในราคาพิเศษ ลูกค้าทรูบลูการ์ด กรีนการ์ด ไวท์การ์ด ซื้อตั๋วหนังที่ Major Cineplex ได้ในราคา 119 บาท กดรับสิทธิ์คลิกเลย [ https://privilege.trueid.net/privileges/0XE16q9aDeVX] ลูกค้าทรูบลูการ์ด กรีนการ์ด ไวท์การ์ด ซื้อตั๋วหนังที่ SF ได้ในราคา 119 บาท กดรับสิทธิ์คลิกเลย [ https://privilege.trueid.net/privileges/vAmWGl44v7wy] ลูกค้าทรูเรดการ์ด ซื้อตั๋วหนังที่ Major Cineplex ได้ในราคา 99 บาท กดรับสิทธิ์คลิกเลย [ https://privilege.trueid.net/privileges/Z01pDjW6d4mK ] ลูกค้าทรูแบล็คการ์ด ซื้อตั๋วหนังที่ Major Cineplex ได้ในราคา 99 บาท กดรับสิทธิ์คลิกเลย [ https://privilege.trueid.net/privileges/d4ZN2erb1mG4] ลูกค้าทรูแบล็คการ์ด ซื้อตั๋วหนังที่ SF ได้ในราคา 99 บาท กดรับสิทธิ์คลิกเลย [ https://privilege.trueid.net/privileges/X0z2B1jjJBQ0] ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

รู้จัก 2 คู่จิ้นฟินนอกจอ เอย์จิ x เคตะ มัดใจผู้ชมอยู่หมัดใน "Cherry Magic The Movie"
อ่าน

รู้จัก 2 คู่จิ้นฟินนอกจอ เอย์จิ x เคตะ มัดใจผู้ชมอยู่หมัดใน "Cherry Magic The Movie"

ผู้กำกับหนัง "Cherry Magic The Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ" บอกถึงเคมีระหว่าง "เอย์จิ อากะโสะ" และ"เคตะ มาจิดะ" ในการถ่ายทำครั้งนี้ว่าพัฒนาไปยิ่งกว่าในการถ่ายทำซีรีส์ เพราะทั้งสองคนสนิทสนมกันมากขึ้น ทำให้การถ่ายทำครั้งนี้มีการอิมโพรไวซ์ หรือการด้นสดที่ไม่มีอยู่ในบท แต่เป็นการแสดงที่ทั้งสองคนคิดขึ้นมาเองในกองถ่ายขณะนั้นเยอะมาก เพราะทั้งสองคนสวมบทบาทเป็นตัวละครได้อย่างดีเยี่ยม และน่ารักเป็นอย่างมาก จนบางครั้งผู้กำกับคาซาม่าเองก็สารภาพว่า ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังแสดงอยู่ หรือว่าเป็นตัวตนของพวกเขาจริง ๆ "ผมคิดว่าการอิมโพรไวซ์ของพวกเขาค่อนข้างมีเสน่ห์มากครับ มันทำให้ผมประทับใจมากเลย พวกเขาสามารถแสดงแก่นแท้ของบทบทของพวกเขาได้โดยที่ไม่สูญเสียเนื้อหาใจความหลักไป ผมรู้สึกว่าเส้นกั้นระหว่างการเป็น อาดาจิ กับ คุโรซาว่า และ อากะโสะกับมาจิดะมันจางไปเรื่อยๆ เพราะนักแสดงทั้งสองคนมักจะปรึกษากันอยู่เสมอในเรื่องของการแสดงทำให้พวกเขาเข้ากันได้เป็นอย่างดีและผลที่ได้รับออกมาเพอร์เฟ็คต์ เอย์จิ อากะโสะ รับบทเป็น คิโยชิ อาดาจิ อาดาจิ พนักงานหนุ่มบริษัทเครื่องเขียน Toyokawa ที่ไม่ได้โดดเด่นใด ๆ เขาใช้ชีวิตในแต่ละวันไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งเมื่อเขาอายุ 30 ปี เขาก็เกิดมีพลังวิเศษที่แตะตัวใครก็จะรู้ถึงความคิดในใจของคนคนนั้นขึ้นมา มันทำให้ชีวิตของเขาปั่นป่วน โดยเฉพาะหัวใจที่ต้องเต้นแรงเป็นครั้งแรกเมื่อรู้ว่าคุโรซาว่า หนุ่มหล่อของบริษัทแอบหลงรัก และอาดาจิยังได้รับรู้ความในใจของคนอื่นๆ ทั้งคุณฟูจิซากิเพื่อนร่วมงานที่แอบชอบในความเอาใจใส่ของเขา รวมถึงใช้มันช่วยในการทำงานได้ราบรื่นขึ้น แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะพึ่งพาพลังวิเศษนี้ตลอดไป เขาพยายามที่จะกล้าและเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นทั้งเรื่องงานและความรัก แต่แล้วชีวิตของเขาพบบททดสอบครั้งสำคัญเมื่อต้องถูกย้ายไปประจำที่นางาซากิ ความรักที่เพิ่งได้รู้จักครั้งแรกก็ต้องห่างกันซะแล้ว อาดาจิจะรับมือไหวหรือเปล่า เอย์จิ อากะโสะ เกิดวันที่ 1 มีนาคม 1994 เนื่องด้วยอาชีพของคุณพ่อทำให้เอย์จิต้องไปอยู่ที่ วิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ จนกระทั่ง 4 ขวบจึงได้ย้ายกลับมายังประเทศญี่ปุ่น คุณพ่อของเขาเป็นอาจารย์คณะ Foreign Studies (Linguistic Department) และปัจจุบันเป็นอธิการบดีของ Nagoya Gakuin University ในปี 2020 คุณแม่เป็นคุณครูสอนเปียโน เขามีน้องชายหนึ่งคนที่อายุห่างกัน 4 ปี ปัจจุบันเรียนด้านภาพยนตร์ที่ Osaka University of Arts เอย์จิ ได้รับอิทธิพลจากคุณพ่อและคุณแม่ ทั้งด้านการเรียนภาษาอังกฤษและการเล่นเปียโน เขาหัดเรียนเปียโนตั้งแต่อายุ 3 ขวบและเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกภาษาอังกฤษก่อนที่จะดร็อปออกมาเพื่อเข้ามายังโตเกียวเพื่อเอาดีด้านการเป็นนักแสดง เขาเริ่มต้นด้านวงการบันเทิงด้วยการเป็นนายแบบในช่วงวัยรุ่นโดยใช้ชื่อ มาโมรุ อากาโสะ และเข้าร่วมกลุ่มไอดอล BOYS AND MEN ในนาโงย่า เมื่อปี 2010 ก่อนจะออกจากลุ่มในปี 2011 เพื่อเดินหน้าทางด้านการแสดงอย่างเต็มตัว จุดเปลี่ยนของเขาคือการชนะรางวัล Grand Prix ในการประกวดนายแบบของ Samantha Thavasa ในปี 2013 และในปี 2015 ก็ได้ย้ายมาอยู่กับ Tristone Entertainment ที่มีนักแสดงดังมากมายในสังกัดเช่น ชุน โอกุริ, เคย์ ทานากะ, โก อายาโนะ และ เคนทาโร่ ซาคากุจิ และได้ใช้ชื่อเอย์จิ อากะโสะ จนถึงปัจจุบัน ผลงานเด่น Kamen Rider Build (2017-2018) บท บันโจ / Kamen Rider Cross-Z ทำให้เขามีชื่อเสียงในแฟนคลับ Kamen Rider อย่างมาก ก่อนจะมีผลงานภาพยนตร์ เรื่อง Omoi, Omoware, Furi, Furare (2020) ร่วมกับนักแสดงมาแรงอย่าง ทาคุมิ คิตามุระ และดังเป็นพลุแตกในระดับเอเชียกับซีรีส์เรื่อง Cherry Magic! Thirty Years of Virginity Can Make You a Wizard?! ในปี 2020 จากนั้นเขาก็ได้รับความนิยมยังไม่แผ่วและมีผลงานที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างซีรีส์ She Was Pretty (2021) ที่แสดงร่วมกับ เคนโตะ นาคาจิมะ และ ฟูกะ โคชิบะ รวมถึงแสดงหนังเรื่อง The Great Yokai War: Guardians(2021) เขาได้กลับมาร่วมงานกับเคตะ มาจิดะอีกครั้งในซีรีส์เรื่อง SUPER RICH (2021) ส่วนในปี 2022 นี้ก็มีผลงานมากมาย เช่น หนัง The Sunday Runoff (2022) ผลงานซีรีส์เรื่อง Hiru (2022) ซีซั่น 1 ที่แสดงร่วมกับ เคนทาโร่ ซาคากุจิ และกำลังจะมีผลงานซีรีส์เรื่อง Maiagare! (2022) รางวัลที่ได้รับ รางวัล Next News Award จากเวที Line News Awards 2021 มอบให้กับผู้ที่มีผลงานโดดเด่นน่าสนใจและคาดว่าจะมีกระแสความดังในปีถัดไป รางวัล Popular Actor (Hot Topic Actor) จากเวที WEIBO Account Festival (2021) เคตะ มาจิดะ รับบทเป็น ยูอิจิ คุโรซาว่า คุโรซาว่า หนุ่มหล่อผู้ครองตำแหน่งท็อปเซลส์ยอดขายสูงสุด 5 ปีซ้อนแห่งบริษัทเครื่องเขียน Toyokawa เขาเป็นคนมีเสน่ห์เลยทำให้มีสาว ๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเสมอ พนักงานขวัญใจบริษัทคนนี้มาตกหลุมรักหนุ่มติ๋มๆ เงียบๆได้ เพราะอาดาจิเคยช่วยเขาเอาไว้ตอนเข้าบริษัทมาใหม่ ๆ หลังจากนั้นจึงเฝ้าสังเกตอาดาจิมาตลอดจนรู้ถึงความใจดี ความน่ารัก ข้อดีต่างๆ ที่ตัวอาดาจิเองก็ไม่รู้มาก่อน ยิ่งรู้จักก็ยิ่งทำให้เขาคลั่งรักขึ้นเรื่อยๆ หลังจากอาดาจิมีพลังวิเศษขึ้นมา เลยทำให้ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นและได้เป็นคนรักกันในที่สุด ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยดีจนกระทั่งอาดาจิต้องไปทำงานที่นางาซากิ แม้จะเป็นพ่อคนอบอุ่นไมโครเวฟ คอยสนับสนุนแฟนมาตลอด แต่พอห่างกัน เขาจะทนความอ้างว้างได้ไหมนะ เคตะ มาจิดะ เกิดวันที่ 4 กรกฎาคม 1990 ที่จังหวัดกุมมะ เขาเป็นคนที่มีความสามารถทางด้านกีฬามาตั้งแต่เด็กและเรียนเคนโดตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยมต้น ตอนเรียนชั้นมัธยมปลายเขาเลือกเรียนต่อที่ Japan Aviation High School เพราะว่ามีความฝันอยากจะเป็นนักบิน แต่ว่ามีปัญหาเรื่องสายตาเลยพักฝันเรื่องเป็นนักบินไป แม้ว่าจะต้องเลิกเรียนด้านการบินแต่ก็เบนมาเรียนด้านเครื่องยนต์เครื่องบิน ระหว่างนั้นก็หันมาเอาดีทางด้านการเต้น และได้เป็นกัปตันทีมแดนซ์ Cypher Heads Fam ซึ่งเขาก็จริงจังกับการพัฒนาฝีมือการเต้นมากๆ และได้ไปเรียน ที่ EXPG STUDIO TOKYO โรงเรียนสอนเต้นของค่าย LDH หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย Nippon Sport Science University ในปี 2011 เขาก็ไปสมัครออดิชั่นเป็นนักแสดง Gekidan EXILE ซึ่งก็ผ่านฉลุยเตรียมตัวเดบิวต์ในฐานะศิลปิน ความสามารถในการเต้นของเขาโดดเด่นจน ผ่านการคัดเลือกให้เป็น Generations from Exile Tribe เตรียมตัวเป็นหนึ่งในสมาชิกบอยกรุ๊ป แต่โชคร้ายที่ก่อนเดบิวต์ไม่นานเขาเกิดการบาดเจ็บอย่างรุนแรงที่น่องขาขวา ทำให้เขาต้องลาออกและกลับไปอยู่ Gekidan EXILE เพื่อมุ่งมั่นเอาดีทางด้านการแสดงต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเขามีผลงานที่น่าสนใจหลายเรื่องเช่น Beauty And The Man (2015), HighLow The Movie (2016) และมาดังเปรี้ยงเป็นที่รู้จักจาก Cherry Magic และได้รับรางวัลต่างๆ ซึ่งในการสัมภาษณ์แทบทุกครั้งเขามักจะให้เครดิต เอย์จิ อากะโสะ นักแสดงคู่ใจที่มีส่วนสำคัญทำให้เขาประสบความสำเร็จในทุกวันนี้ เขาผลงานเด่นระดับอินเตอร์ด้วย ผลงานในซีรีส์ Neflix เรื่อง Alice in Borderland แสดงบทนำเป็นครั้งแรกในซีรีส์เรื่อง Nishiogikubo Mitsuboshi Youshudou (2021) หรือบาร์สามดาว และมีผลงานโปรเจ็คปั้นซีรีส์จากการประกวดมังงะ ที่เขาเป็นคณะกรรมการคัดเลือกด้วยตัวเองและแสดงนำในเรื่อง Isn't It a Bad Guy? (2022) รางวัลที่ได้รับ Best supporting actor จาก The 106th The Television Drama Academy Awards (2020) จากเรื่อง Cherry Magic! Best supporting actor จาก The 31st TV LIFE Dorama of the year (2021) จากเรื่อง SUPER RICH ได้เป็นหนึ่งในตัวแทนวิ่งคบเพลิง Tokyo 2020 Olympic Torch Relay ประจำจังหวัดกุนมะ เมื่อวันที่ 31 มีนาคมปี 2021 Cherry Magic The Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ13 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"Cherry Magic The Movie" ไม่เคยดูซีรีส์..ก็ดูได้ แต่ถ้าดูมาแล้วจะยิ่งฟิน!
อ่าน

"Cherry Magic The Movie" ไม่เคยดูซีรีส์..ก็ดูได้ แต่ถ้าดูมาแล้วจะยิ่งฟิน!

จากมังงะ BL (Boys Love) สุดฮิต ของ อ. ยู โทโยตะ ที่ขายได้มากกว่า 2 ล้านก๊อปปี้ ได้กลายมาเป็นซีรีส์ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วเอเชีย กับ Cherry Magic! 30 ยังซิงกับเวทมนตร์ปิ๊งรัก กลายมาเป็นซีรีส์จำนวน 12 ตอน (และตอนพิเศษ 3 ตอน) ที่ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นในเดือนตุลาคมปี 2020 ทางช่อง TV Tokyo (และในประเทศไทยออกฉายผ่านทางแอปพลิเคชั่น WeTV) และแม้ว่าจะผ่านมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ความนิยมใน Cherry Magic ก็ยังไม่ลดลงและยังคงมีแฟน ๆ คอยติดตามความเคลื่อนไหวอย่างเหนียวแน่น ด้วยเนื้อหาที่ทุกคนลงความเห็นว่าละมุนใจ สร้างความรู้สึกดี ๆ เกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ ทุกคนจึงลุ้นให้มีการสานต่อเรื่องราว Cherry Magic ซึ่งวันนี้ความฝันของทุกคนก็เป็นจริง เวทมนตร์ปิ๊งรัก ที่เคยสะกดใจผู้ชมกลับมาอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์พร้อมเรื่องราวใหม่ที่จะทำให้มีความสุขกันอีกครั้ง เรื่องราวของความรักผสมแฟนตาซีนิด ๆ ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษอาดาจิ หนุ่มพนักงานบริษัทเครื่องเขียน Toyokawa วัย 30 ปี ที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมืดมนมาตลอด เนื่องจากไม่กล้าที่จะเข้าหาใคร อาดาจิ มีเพื่อนซี้คือ ซึเกะ ซึ่งเป็นนักเขียนนิยาย และเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษาเขาเสมอ จนกระทั่งวันที่เขาอายุครบ 30 ปี จู่ ๆ ก็มีพลังวิเศษที่ว่าเมื่อแตะต้องตัวใครจะรู้ถึงจิตใจคนคนนั้นได้ ซึ่งพลังนี้เขาได้รับรู้ว่าคุโรซาว่า หนุ่มสุดหล่อจากแผนกเซลส์ของบริษัทแอบหลงรักเขา แถมเป็นระดับที่เรียกว่าคลั่งรักแบบสุดๆ มนตร์รู้ใจทำให้ทั้งสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้น และทำให้อาดาจิได้พัฒนาตัวเองจากคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเองจนกลายมาเป็นคนที่กล้าที่จะรักดูสักครั้ง เมื่อเขาได้สัมผัสถึงความรักของคุโรซาว่า จนทำให้ทั้งสองก็ได้ตกลงคบกัน ไม่เคยดูซีรีส์ก็ดูได้ แต่ถ้าดูมาแล้วยิ่งฟินภาพยนตร์เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็นเรื่องราวที่สานต่อจากเวอร์ชั่นซีรีส์แต่ทางผู้สร้างก็ตั้งใจว่านอกจากแฟนๆ ที่รอคอยอยู่แล้ว ผู้ชมใหม่ๆ ที่ไม่เคยดูเรื่องนี้มาก่อนก็จะสนุกได้ โดยโปรดิวเซอร์ฮอนมะ เผยว่า สำหรับผู้ที่ดูซีรีส์มาแล้วฉันหวังว่าพวกเขาจะสนุกไปกับสิ่งที่คิดถึง และถึงไม่เคยดูมาก่อนก็ได้โปรดจับตาเสน่ห์ของอาดาจิ ด้วยนะคะ หัวใจของคุณจะเต้นรัวเลยเมื่อได้ชม และฉันหวังว่าภาพยนตร์จะนำเสนอเสน่ห์ของเชอรี่เมจิคออกมาได้ รวมทั้งความหล่อเหลาและความคลั่งรักจากใจจริงของคุโรซาว่าที่มีต่ออาดาจิ ฉันว่าผู้ชมจะสนุกกับมันค่ะ Cherry Magic The Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ13 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

จากซีรีส์ BL สุดฮิต...สู่ไลฟ์แอคชั่น "Cherry Magic The Movie" ฟินใจสาววาย!
อ่าน

จากซีรีส์ BL สุดฮิต...สู่ไลฟ์แอคชั่น "Cherry Magic The Movie" ฟินใจสาววาย!

จากมังงะ BL (Boys Love) สุดฮิต ของ อ. ยู โทโยตะ ที่ขายได้มากกว่า 2 ล้านก๊อปปี้ ได้กลายมาเป็นซีรีส์ที่สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วเอเชีย กับ Cherry Magic! 30 ยังซิงกับเวทมนตร์ปิ๊งรัก กลายมาเป็นซีรีส์จำนวน 12 ตอน (และตอนพิเศษ 3 ตอน) ที่ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นในเดือนตุลาคมปี 2020 ทางช่อง TV Tokyo และแม้ว่าจะผ่านมาเป็นเวลาเกือบ 2 ปีแล้ว แต่ความนิยมใน Cherry Magic ก็ยังไม่ลดลงและยังคงมีแฟน ๆ คอยติดตามความเคลื่อนไหวอย่างเหนียวแน่น ด้วยเนื้อหาที่ทุกคนลงความเห็นว่าละมุนใจ สร้างความรู้สึกดี ๆ เกี่ยวกับความรักและความสัมพันธ์ ทุกคนจึงลุ้นให้มีการสานต่อเรื่องราว Cherry Magic ซึ่งวันนี้ความฝันของทุกคนก็เป็นจริง เวทมนตร์ปิ๊งรัก ที่เคยสะกดใจผู้ชมกลับมาอีกครั้งในรูปแบบภาพยนตร์พร้อมเรื่องราวใหม่ที่จะทำให้มีความสุขกันอีกครั้ง เรื่องราวของความรักผสมแฟนตาซีนิด ๆ อาดาจิ หนุ่มพนักงานบริษัทเครื่องเขียน Toyokawa วัย 30 ปี ที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเอง ใช้ชีวิตอย่างมืดมนมาตลอด เนื่องจากไม่กล้าที่จะเข้าหาใคร อาดาจิ มีเพื่อนซี้คือ ซึเกะ ซึ่งเป็นนักเขียนนิยาย และเป็นคนที่คอยให้คำปรึกษาเขาเสมอ จนกระทั่งวันที่เขาอายุครบ 30 ปี จู่ ๆ ก็มีพลังวิเศษที่ว่าเมื่อแตะต้องตัวใครจะรู้ถึงจิตใจคนคนนั้นได้ ซึ่งพลังนี้เขาได้รับรู้ว่าคุโรซาว่า หนุ่มสุดหล่อจากแผนกเซลส์ของบริษัทแอบหลงรักเขา แถมเป็นระดับที่เรียกว่าคลั่งรักแบบสุดๆ มนตร์รู้ใจทำให้ทั้งสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้น และทำให้อาดาจิได้พัฒนาตัวเองจากคนที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเองจนกลายมาเป็นคนที่กล้าที่จะรักดูสักครั้ง เมื่อเขาได้สัมผัสถึงความรักของคุโรซาว่า จนทำให้ทั้งสองก็ได้ตกลงคบกัน เชอรี่เมจิค ดังไกลทั่วเอเชีย! กระแสเชอรี่เมจิค เรียกได้ว่าเป็นเซอร์ไพรซ์ฮิตของแท้ เพราะว่าเป็นซีรีส์เล็กๆ ที่ฉายทาง TV Tokyo ในช่วงสล็อตเวลาที่เรียกว่า Moku Dra 25 (木ドラ25 หรือ Thursday Drama 25:00 ) ช่วงเวลา ตีหนึ่งในคืนวันพฤหัสบดี ซึ่งไม่ใช่ช่วงไพรม์ไทม์ ซีรีส์ กำกับโดย ฮิโรกิ คาซามะ ผู้เคยมีผลงานกำกับหนัง Cheer Boys!! (2020) (มี ฮิโรยูกิ ยูอาสะ และมาซาทากะ ฮายาชิ เป็นผู้กำกับร่วม) เขียนบทโดย เอริกะ โยชิดะ เมื่อออนแอร์ เริ่มมีกระแสปากต่อปากไปยังต่างประเทศและดังมาถึงประเทศไทยจนแห่กันไปดูแล้วติดใจในพล็อตเรื่องและตัวละครสุดน่ารัก รวมถึงการแสดงที่ชวนทำให้ใจฟูของเอย์จิ อากะโสะ ในบทอาดาจิ และใจเหลวไปกับความอบอุ่นของพ่อไมโครเวฟ เคตะ มาจิดะ ในบทคุโรซาว่า จนเกิดปรากฏการณ์ "เชอรี่เมจิค" ฟีเวอร์ ในหลายประเทศ ทั้ง ไทย เวียดนาม เกาหลี และมีการซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายในหลายประเทศทั่วโลก กระแสความฮิตของเชอรี่เมจิค ทำให้ซีรีส์ติดอันดับ 1 ของ ORICON Drama Satisfaction Survey Ranking ถึง 5 สัปดาห์ติดต่อกัน อีกทั้งยังได้รางวัลมาการันตี ทั้ง My Best TV Award Grand Prix จาก Galaxy Award ครั้งที่ 15 และรางวัล Best Drama และนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (เคตะ มาจิดะ ) จาก Television Drama Academy Award ครั้งที่ 106 รวมถึงเป็นซีรีส์ที่ยอดวิวสูงสุดของ TSUTAYA Premium / TSUTAYA TV อีกด้วย พิสูจน์รักทางไกล แต่หัวใจใกล้กัน สานต่อความสำเร็จของเวอร์ชั่นซีรีส์กลายมาเป็น Cherry Magic The Movie ซึ่งได้ คานามิ ฮอนมะ โปรดิวเซอร์เวอร์ชั่นซีรีส์ ผู้กำกับ ฮิโรกิ คาซาม่า กลับมาทำหน้าที่เช่นเดิม และได้ ริโกะ ซาคากุจิ ผู้มีผลงานเขียนบท Fortuna's Eye (2019) และ After the Rain (2018) มาทำหน้าที่เขียนบทภาพยนตร์ โดยเล่าเรื่องราวความรักที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นของอาดาจิ และคุโรซาว่า ที่กำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามัน แต่ก็ต้องเจอกับอุปสรรคเมื่ออาดาจิ ได้รับตำแหน่งใหม่ทำให้ต้องย้ายไปทำงานที่นางาซากิ ที่ทำให้พวกเขาต้องห่างไกลกันถึง 1,200 กิโลเมตร ความรักที่ต้องเลือกระหว่างการก้าวหน้าในอาชีพการงาน และการอยู่กับคนที่รัก พวกเขาจะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปอย่างไร ต้องติดตาม Cherry Magic The Movie ถ้า 30 ยังซิงจะมีพลังวิเศษ13 กรกฎาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ -------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"SHERRY" ลุยอัลบั้ม 2 ส่งเพลงแรก "ปลายเส้นขอบฟ้า" สไตล์ Gothic Dark Romantic
อ่าน

"SHERRY" ลุยอัลบั้ม 2 ส่งเพลงแรก "ปลายเส้นขอบฟ้า" สไตล์ Gothic Dark Romantic

เรียกได้ว่าหลังจากที่ประสบความสำเร็จจากการปล่อยอัลบั้มแรก "Human Certificate" ล่าสุดศิลปินวงอินดี้มากฝีมือ อย่าง "SHERRY (เชอร์รี่)" เดินหน้าปล่อยซิงเกิลใหม่ในอัลบั้มที่ 2 กับเพลง "ปลายเส้นขอบฟ้า" โดยเนื้อหาที่เล่าถึงความรู้สึกอยากออกเดินทางไปยังที่ไกล ๆ เพื่อทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลัง แล้วใช้เวลาช้า ๆ ไปกับคนที่เรารัก เพราะบางครั้งความสุขไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การมีใครสักคนพร้อมจับมือกันและอยู่เคียงข้างกันแบบนี้ตลอดไป สำหรับเพลงนี้เขียนโดย "แจ็ค อรรถพล ละมูล (นักร้องนำ)" และ "เบนซ์" วง Dept ยังคงมาเป็นโปรดิวเชอร์ให้อีกครั้ง ผ่านดนตรีแนวเพลงอัลเทอร์เนทีฟ (Alternative) ที่มีกลิ่นความโรแมนติกในแบบ Gothic จนสัมผัสถึงปลายยุค 80s ถึงต้นยุค 90s ในแบบของ "SHERRY" มาพร้อมไลน์โซโล่กีต้าร์เท่ ๆ ของ "จีน พันธุ์กวี สัมมาชีวานันท์ (กีตาร์)" ช่วยถ่ายทอดความรู้สึกของเพลงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถฟังเพลงนี้ได้ทุกสตรีมมิ่งรวมถึงชมได้ที่มิวสิกวิดีโอทาง YouTube Channel : SPICYDISC โดย "แจ็ค" ได้เล่าให้ฟังว่า "อัลบั้มใหม่ชุดนี้เริ่มต้นจากการที่พวกเราวางคอนเซ็ปต์ดนตรีไว้เป็น Vintage Digital โดยยังคงความอินกับแนว Post-punk Revival ที่พวกเราชอบ สำหรับเพลง ปลายเส้นขอบฟ้า ซึ่งเป็นเพลงเปิดของอัลบั้มที่ตั้งใจให้มีกลิ่นอาย Alternative Rock ผสมกับความหม่นและโรแมนติกในแบบ Gothic โดยหยิบซาวด์ในช่วงปลายยุค 80s ถึงต้นยุค 90s มาตีความในแบบของพวกเราครับ ในส่วนของเนื้อหา เบนซ์ ซึ่งมารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับพวกเรา ได้ตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า เวลาไปเที่ยว เราทำอะไร ? ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่ทำอะไร ก็หายใจทิ้ง ประโยคธรรมดา ๆ นี้จึงถูกนำมาต่อยอดจนกลายเป็นท่อน แค่ได้หายใจทิ้งไป กับแสงตะวันที่เตรียมจะลาลับไป ก่อนจะค่อย ๆ แต่งต่อจนกลายเป็นเพลงที่ทุกคนได้ฟังกัน เชื่อว่าแฟนเพลงของพวกเราฟังแล้วจะรู้สึกถึงความใหม่ในอัลบั้มใหม่ที่จะปล่อยออกมาต่อจากนี้อย่างแน่นอนครับ ขอฝากด้วยนะครับ" ส่วนใครที่อยากพาตัวเองหลบความวุ่นวายต่าง ๆ ที่เผชิญอยู่สามารถฟังเพลงใหม่ "ปลายเส้นขอบฟ้า" จาก "SHERRY" เหมือนได้ตกภวังค์อยู่กับคนรักสองต่อสอง โดยฟังได้ในทุกสตรีมมิง และชมมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ได้ทาง YouTube Channel : SPICYDISC พร้อมอัปเดตข่าวสารอื่น ๆ ของวงได้ที่ https://www.facebook.com/sherryyband และ https://www.facebook.com/Spicydiscrecord

ยิ่งกว่าฝัน “เนเน่ รอยัล” ประเดิมพากย์เสียงแอนิเมชันฟอร์มยักษ์ครั้งแรก "Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง"
อ่าน

ยิ่งกว่าฝัน “เนเน่ รอยัล” ประเดิมพากย์เสียงแอนิเมชันฟอร์มยักษ์ครั้งแรก "Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง"

เพิ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ไปก่อนหน้านี้ กับการประกาศเปิดตัว เนเน่ รอยัล หรือ รัตติกานต์ อำลอย ในฐานะผู้พากย์เสียงภาษาไทยเป็น บิลลี่ ตัวละครเอกในเรื่อง ล่าสุด Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง ภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์เรื่องใหม่จากผู้สร้าง Frozen และ Zootopia ก็ตอกย้ำกระแสความสนใจอีกครั้ง ด้วยการพาเนเน่มาเปิดใจถึงความรู้สึกต่อโอกาสครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในเส้นทางของเธอ ตลอดจนเผยถึงความเชื่อมโยงระหว่างตัวเธอกับบิลลี่ เด็กสาวผู้ออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนและพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง พร้อมชวนทุกคนไปพบกับการผจญภัยในโลกเวทมนตร์สุดมหัศจรรย์ 26 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ไม่อยากพลาดความสนุก เตรียมซื้อตั๋วล่วงหน้า เลือกรอบฉายและที่นั่งก่อนใคร 26 ตุลาคมนี้ภาพยนตร์แอนิเมชั่นของดิสนีย์ที่ชอบมากคือ Frozen และตัวละครที่ชอบมาก ๆ ก็คือ เอลซ่า ค่ะ เนเน่เผยพร้อมรอยยิ้มกว้างทันทีเมื่อถูกถามถึงความผูกพันที่มีต่อโลกของดิสนีย์ ก่อนที่เด็กสาวผู้ชื่นชอบเอลซ่าใน Frozen คนนี้ จะได้มาเป็นส่วนหนึ่งในแอนิเมชันของดิสนีย์ด้วยตัวเอง ซึ่งสำหรับเธอโอกาสครั้งนี้ไม่ใช่แค่การได้ลองทำสิ่งใหม่ แต่ยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการเรียนรู้และท้าทายตัวเอง เมื่อได้รับเลือกให้เป็นผู้พากย์เสียงภาษาไทยในบท บิลลี่ ตัวละครเอกใน Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง ภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีเรื่องใหม่จาก Walt Disney Animation Studios ที่จะพาผู้ชมออกเดินทางสู่โลกเวทมนตร์อันน่าตื่นตา พร้อมเรื่องราวของเด็กสาวที่กำลังค้นหาตัวตนและค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง ทั้งนี้ Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันแฟนตาซีแนว Coming-of-Age ของ Walt Disney Animation Studios ที่เล่าเรื่องของ บิลลี่ เด็กสาววัยรุ่นผู้หุนหันพลันแล่นและไม่ค่อยยึดติดกับกรอบเดิม ๆ ซึ่งชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปอย่างไม่คาดคิด เมื่อเธอเผลอปลดปล่อยพลังเวทมนตร์ลับที่ซ่อนอยู่ในตัว และถูกพาออกจากโลกชานเมืองอันคุ้นเคยไปสู่ Hexe ดินแดนมหัศจรรย์ที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และเรื่องราวเหนือความคาดหมาย การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงทำให้บิลลี่ได้พบกับ Ms. Quill ปากกาขนนกวิเศษ และ Elias Quire สมุดบันทึกเวทมนตร์ลึกลับ แต่ยังนำพาเธอไปค้นพบความลับบางอย่างของครอบครัว ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงโลกแห่งเวทมนตร์และเหล่าแม่มดไปตลอดกาลซึ่งการได้ เนเน่ รอยัล มาพากย์เสียงภาษาไทยเป็น บิลลี่ นับว่าน่าสนใจอย่างมาก เพราะทั้งคู่ไม่เพียงอยู่ในช่วงวัยเดียวกัน ยังมีความเชื่อมโยงกันในหลายแง่มุม ขณะที่บิลลี่เป็นเด็กสาววัยรุ่นที่อยู่ในช่วงค้นหาตัวตน ก่อนจะได้ก้าวออกจากโลกเดิม ๆ สู่โลกแห่งเวทมนตร์ และพบว่าตัวเองมีพลังและศักยภาพอีกมากมายที่รอการค้นพบ เนเน่ก็กำลังค้นหาตัวตน กล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่คุ้นเคย เปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ และมุ่งมั่นพิสูจน์ศักยภาพของตัวเองบนเวทีระดับโลก ความเชื่อมโยงเหล่านี้ทำให้เนเน่สามารถเข้าถึงความรู้สึกและตัวตนของบิลลี่ได้เป็นอย่างดี และยิ่งทำให้การรับบทผู้ให้เสียงพากย์ภาษาไทยเป็นบิลลี่ของเธอ กลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ที่น่าจับตามองไม่น้อย เมื่อถามถึงความรู้สึกแรกหลังได้รับเลือกให้มาพากย์เสียงภาษาไทยเป็นบิลลี่ เนเน่เผยว่าทั้งดีใจและตื่นเต้น เพราะนี่คือโอกาสใหม่ที่ท้าทาย และแตกต่างจากงานที่เคยทำมา โดยเฉพาะการต้องใช้เสียงเป็นเครื่องมือหลักในการถ่ายทอดอารมณ์และบุคลิกของตัวละคร รู้สึกทั้งดีใจและตื่นเต้นมากค่ะ เพราะ Disneys Hexed เป็นแอนิเมชันฟอร์มยักษ์ของดิสนีย์ และการได้มารับบทเป็น บิลลี่ ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่อง ก็ถือเป็นโอกาสใหม่ที่ท้าทายมาก ๆ สำหรับเนเน่ โดยเฉพาะการต้องถ่ายทอดทั้งอารมณ์ ความคิด และบุคลิกของตัวละครผ่านเสียง ทำให้รู้สึกว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่อยากลองและอยากทำออกมาให้ดีที่สุดค่ะ เนเน่กล่าวและพอได้ทำความรู้จักกับบิลลี่มากขึ้น เนเน่ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวละครนี้มีหลายมุมที่น่าค้นหา โดยเฉพาะการเป็นเด็กสาวที่กำลังพยายามทำความเข้าใจตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องเรียนรู้ที่จะก้าวออกจากโลกที่คุ้นเคย เพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งเป็นมุมที่เนเน่รู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเองได้อย่างชัดเจน บิลลี่เป็นตัวละครที่มีความน่าสนใจมากค่ะ เธอเป็นเด็กสาววัยรุ่นที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับเนเน่เลย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือบิลลี่ค่อนข้างหุนหันพลันแล่นและไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ แล้ววันหนึ่งเธอก็ค้นพบว่าตัวเองมีพลังเวทมนตร์ ทำให้ได้ก้าวออกจากโลกเดิม ๆ ไปสู่โลก Hexe และเริ่มออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวตนของตัวเอง สิ่งที่เนเน่รู้สึกว่าเหมือนตัวเองมาก ๆ คือเรื่องของการไล่ล่าความฝันและความพยายามค่ะ ตัวบิลลี่ต้องพิสูจน์ตัวเองในโลกเวทมนตร์ ส่วนเนเน่เองก็ต้องก้าวผ่านบททดสอบและความท้าทายบนเวทีระดับโลกเช่นกัน ทำให้เข้าใจความรู้สึกและอารมณ์ของตัวละครนี้ได้ไม่ยากเลยค่ะ เนเน่เล่าถึงตัวละครที่กำลังจะถ่ายทอดเสียงในเวอร์ชันภาษาไทย ซึ่งไม่เพียงแค่เรื่องความฝันและความพยายาม แต่เธอยังมองว่าความกล้าและการเปิดใจเรียนรู้จากประสบการณ์ คืออีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เธอกับบิลลี่มีเหมือนกัน เพราะตลอดการเดินทางของบิลลี่ เธอต้องออกจากพื้นที่ที่ตัวเองคุ้นเคยเพื่อพบเจอกับโลกใบใหม่ เช่นเดียวกับเนเน่ที่มีโอกาสได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ และเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เข้ามาในชีวิตอยู่เสมอเมื่อพูดถึงเวทมนตร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง ลองถามเนเน่ว่า หากเธอมีเวทมนตร์แบบเดียวกับบิลลี่ได้หนึ่งอย่าง เธออยากมีเวทมนตร์แบบไหน สาวน้อยขวัญใจชาวไทยและทั่วโลกบอกพร้อมรอยยิ้มว่า ถ้าเลือกได้ เนเน่อยากมีเวทมนตร์ที่สามารถส่งต่อความสุขให้คนอื่นผ่านเสียงเพลงและเสียงดนตรีค่ะ เพราะสำหรับเนเน่ ดนตรีเป็นเหมือนเวทมนตร์อย่างหนึ่งอยู่แล้ว แค่เพลงหนึ่งเพลงหรือเสียงหนึ่งเสียงก็สามารถเปลี่ยนอารมณ์ของคนที่กำลังเศร้าให้กลับมายิ้มได้ หรือทำให้คนที่กำลังเหนื่อยรู้สึกมีพลังขึ้นมาได้ ถ้ามีเวทมนตร์แบบนี้จริง ๆ เนเน่ก็คงอยากใช้มันเพื่อทำให้คนรอบตัวมีความสุขค่ะ สำหรับบางคนเรื่องของเวทมนตร์อาจดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่สำหรับ เนเน่ รอยัล เวทมนตร์ของเธอคือเสียงและพลังทางดนตรีที่สามารถส่งต่อความสุขให้กับผู้คนได้ และครั้งนี้เธอกำลังจะนำเสียงของตัวเองมาพาทุกคนเข้าสู่โลกเวทมนตร์ไปกับ บิลลี่ เด็กสาวที่ค้นพบพลังพิเศษในตัวเองและตัดสินใจก้าวออกจากโลกเดิม ๆ เพื่อค้นหาความหมายของตัวตน ในภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์ Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง เตรียมพบกับความสนุกสุดตระการตา พร้อมร่วมออกเดินทางไปสัมผัสความมหัศจรรย์ผ่านน้ำเสียงและตัวตนของเธอได้ในโรงภาพยนตร์ฝากทุกคนรอติดตาม Disneys Hexed ด้วยนะคะ เป็นงานที่เนเน่ตั้งใจและสนุกกับการทำมาก ๆ หวังว่าทุกคนจะชอบบิลลี่ในเวอร์ชันเสียงไทย และอยากชวนทุกคนไปผจญภัยในโลกเวทมนตร์กันเยอะ ๆ นะคะ เตรียมซื้อตั๋วล่วงหน้า 26 ตุลาคมนี้ แล้วไปพบกัน 27 พฤศจิกายน ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศค่ะ เนเน่ฝากผลงาน 26 พฤศจิกายนนี้ เตรียมเปิดประตูสู่โลกแห่งแม่มดและเวทมนตร์สุดมหัศจรรย์ พร้อมออกเดินทางไปกับ บิลลี่ ในเสียงพากย์ภาษาไทยโดย เนเน่ รอยัล กับ Disneys Hexed มหัศจรรย์เวทมนตร์อลเวง แอนิเมชันฟอร์มยักษ์จากสตูดิโอผู้สร้าง Frozen และ Zootopia ที่จะมอบความสุขส่งท้ายปีในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ อย่าลืม! เตรียมแจ้งเตือนให้ดี 26 ตุลาคมนี้ เปิดให้ซื้อตั๋วล่วงหน้า ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

คริสปี้ ครีม ต้อนรับฮาโลวีนกับเหล่าตัวการ์ตูนสุดคลาสสิก ใน “LOONEY TUNES Halloween”
อ่าน

คริสปี้ ครีม ต้อนรับฮาโลวีนกับเหล่าตัวการ์ตูนสุดคลาสสิก ใน “LOONEY TUNES Halloween”

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานบริษัท เคเอฟยู จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์คริสปี้ ครีม (Krispy Kreme) โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก พาเหล่าตัวการ์ตูนสุดคลาสสิกจาก Looney Tunes มาสร้างสีสันในเทศกาลฮาโลวีน ผ่านโดนัท 4 แบบ 4 สไตล์ เริ่มที่ บักส์ บันนี (Bugs Bunny) โดนัทเนื้อนุ่มสูตรต้นตำรับสอดไส้บิสคอฟบัตเตอร์ครีมเนื้อเนียน เคลือบช็อกโกแลตสีแดงสด ตกแต่งด้วยดาร์กช็อกโกแลต เกล็ดน้ำตาลรูปค้างคาว พร้อมแผ่นช็อกโกแลตรูปบักส์ บันนี จอมกวน, โลล่า บันนี (Lola Bunny) โดนัทออริจินอล เกลซ ท็อปวิปครีมสีม่วง โรยเกล็ดน้ำตาลรูปดาวสีทอง และแผ่นช็อกโกแลตรูปโลล่า บันนีแสนน่ารัก, แทซ (Taz) โดนัทเคลือบดาร์กช็อกโกแลตเข้มข้น แต่งลวดลายด้วยบัตเตอร์ครีมสีเขียวสดใส ประดับแผ่นช็อกโกแลตรูปแทซด้านบน สอดไส้โอรีโอ้คุกกี้แอนด์ครีมเน้น ๆ อร่อยเต็มคำ ปิดท้ายกับคู่กัดขวัญใจแฟนการ์ตูนอย่าง ทวีตตี้ ซิลเวสเตอร์ (Tweety Sylvester) โดนัทออริจินอล เกลซ เคลือบช็อกโกแลตสีส้ม โรยหน้าจัดเต็มด้วยสปริงเคิล มิกซ์หลากสี พร้อมแผ่นช็อกโกแลตรูปทวีตตี้และซิลเวสเตอร์ ต้อนรับเทศกาลฮาโลวีนกับแก๊งสุดป่วนจากลูนีย์ ตูนส์ ใน Krispy Kreme LOONEY TUNES Halloween Doughnuts ในราคาชิ้นละ 55 บาท หรือจะเลือกซื้อแบบเซตทั้งแบบแพ็ก 3 ในราคา 165 บาท (ลูนีย์ ตูนส์ ฮาโลวีน โดนัท 3 ชิ้น) หรือแบบเซตที่มาพร้อมกล่องลายลิมิเต็ดในราคาเพียง 329 บาท (ลูนีย์ ตูนส์ ฮาโลวีน โดนัท 4 ชิ้น, แอสซอร์ทเตท 2 ชิ้น และออริจินอล เกลซ 6 ชิ้น) ตั้งแต่วันที่ 6 31 ตุลาคม 2569 ณ ร้านคริสปี้ ครีม ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ (ราคาดังกล่าว ยกเว้น สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินดอนเมือง และแอปพลิเคชัน ฟู้ดดิลิเวอรี) พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของ คริสปี้ ครีม โดนัท สุดโปรดของคุณได้ที่ www.krispykreme.co.th หรือ www.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ #Krispykremethailand

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เปิดตัว Moon Blush คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ 2569
อ่าน

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เปิดตัว Moon Blush คอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์ 2569

เทศกาลไหว้พระจันทร์ประจำปีนี้กำลังจะมาถึง พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ขอร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความเป็นสิริมงคลด้วยคอลเลกชันขนมไหว้พระจันทร์โฮมเมดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กล่องของขวัญดีไซน์ลิมิเต็ดเอดิชัน และของขวัญสุดพิเศษ ซึ่งล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามเหนือกาลเวลาของ ดอกเหมย สัญลักษณ์แห่งความอดทน ความเข้มแข็ง และการผลิบานอย่างสง่างามท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของฤดูกาล คอลเลกชัน Moon Blush ถ่ายทอดความงดงามอันเป็นนิรันดร์ของดอกเหมย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็ง และการเริ่มต้นใหม่ กล่องของขวัญรุ่นพิเศษนี้ได้รับการออกแบบอย่างประณีตด้วยลวดลายดอกไม้แสนอ่อนช้อย โดดเด่นด้วยเฉดสีฟ้าอันละเมียดละไมและสีแดงจักรพรรดิอันทรงพลัง สะท้อนความงดงามที่เบ่งบานท่ามกลางความท้าทายและการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิต ภายในชุด Eternal Bloom (Special Edition) ทุกท่านจะได้พบ Moon Blush Ceramic Diffuser ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มาพร้อมกลิ่นหอมละมุนสดชื่น ถ่ายทอดความหมายแห่งความหวังและการเริ่มต้นบทใหม่ที่งดงาม เมื่อจับคู่กับขนมไหว้พระจันทร์รสเลิศแล้ว ทั้งสององค์ประกอบร่วมกันสร้างประสบการณ์แห่งเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ครบทุกมิติ ถ่ายทอดความประทับใจผ่านรสชาติ สัมผัส และกลิ่นหอมอย่างลงตัว มากกว่าของขวัญในเทศกาล คอลเลกชัน Eternal Bloom (Special Edition) คือสัญลักษณ์แห่งความปรารถนาดี งานฝีมืออันประณีต และความทรงจำอันน่าประทับใจ เหมาะสำหรับมอบให้แก่ครอบครัว คนสำคัญ ลูกค้าคนพิเศษ และพันธมิตรทางธุรกิจในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์นี้ ในราคา 2,188 บาทสุทธิต่อกล่อง นอกจากนี้ ยังมีคอลเลกชันกล่องขนมไหว้พระจันทร์ให้เลือกสรรอีกหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ Eternal Bloom (ไม่รวม Ceramic Diffuser) ราคา 1,688 บาทสุทธิต่อกล่องกล่องของขวัญทรงกระเป๋าถือดีไซน์หรู พร้อมหูจับสีทอง บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ขนาดใหญ่ 4 ชิ้น (150 กรัมต่อชิ้น) หรือขนาดเล็ก 6 ชิ้น (50 กรัมต่อชิ้น) Blossom Box ราคา 1,288 บาทสุทธิต่อกล่องกล่องของขวัญดีไซน์พรีเมียม บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ขนาดใหญ่ 4 ชิ้น (150 กรัมต่อชิ้น) หรือขนาดเล็ก 6 ชิ้น (50 กรัมต่อชิ้น) Duet Box ราคา 888 บาทสุทธิต่อกล่องกล่องของขวัญขนาดกะทัดรัดและสง่างาม บรรจุขนมไหว้พระจันทร์ 2 ชิ้น (150 กรัมต่อชิ้น) ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นเดี่ยว ราคา 248 บาทสุทธิต่อชิ้น (150 กรัม) ขนมไหว้พระจันทร์ทุกชิ้นรังสรรค์อย่างประณีตโดยทีมเชฟผู้เชี่ยวชาญจากห้องอาหารพาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ ผสานศาสตร์แห่งขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากดอกเหมยสู่ 6 รสชาติพิเศษที่เปรียบเสมือนการผลิบานของฤดูกาลใหม่ในทุกคำที่ได้ลิ้มลอง ไส้ชาเขียวมัทฉะ พิสตาชิโอ และคัสตาร์ด ไส้ชาดำ ลิ้นจี่ และวอลนัต ไส้ชาขาวไวท์พีโอนี พีช และเเมคคาเคเมีย ไส้ทุเรียนจันทบุรีเเละเม็ดบัว พร้อมไข่แดง ไส้เม็ดบัวและเมล็ดแตงโม พร้อมไข่แดง ไส้หมูแผ่นปรุงรสและสารพัดถั่ว ขนมไหว้พระจันทร์พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ถึง 27 กันยายน2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pagodabangkok.com/mooncake หรือสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ https://shop.line.me/@pagoda หรือติดต่อเราผ่านช่องทางเหล่านี้ไลน์ @pagodaโทร 02 059 5999อีเมล restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.comเว็บไซต์ www.pagodabangkok.comเฟซบุ๊ก www.facebook.com/PagodaChineseRestaurant/อินสตาแกรม www.instagram.com/pagodabangkok/

งานหยาบ! Ubisoft วางขาย Heroes III บน Steam แต่ดันลืมใส่ไฟล์เกม โหลดมาเล่นไม่ได้!
อ่าน

งานหยาบ! Ubisoft วางขาย Heroes III บน Steam แต่ดันลืมใส่ไฟล์เกม โหลดมาเล่นไม่ได้!

งานนี้ทำเอาแฟน ๆ เกมทั้งอึ้งทั้งมึนไปเลย เมื่อทางค่าย Ubisoft ตัดสินใจทำเซอร์ไพรส์เพื่อเฉลิมฉลองการประกาศเปิดตัวภาครีเมค ด้วยการวางจำหน่ายเกมต้นฉบับอย่าง Heroes of Might and Magic III บนแพลตฟอร์ม Steam แบบสายฟ้าแลบในวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ดันเกิดข้อผิดพลาดมหันต์ เพราะทีมงาน "ลืมอัปโหลดไฟล์เกม" ลงไปซะงั้น!กลายเป็นว่าแทนที่จะเข้าเล่นได้ทันที ผู้เล่นกลับพบว่าตัวเกมมีให้ดาวน์โหลดเพียงแค่ไฟล์ .exe ขนาด 23.49KB เท่านั้น ไม่มีไฟล์ข้อมูลเกมอย่างอื่นเลย ทำเอาเหล่าเกมเมอร์ที่ซื้อไปหัวเสีย พากันถล่มรีวิวแง่ลบกันทันที และที่ตลกร้ายคือ แม้ไฟล์เกมในเวอร์ชันดังกล่าวที่ Ubisoft นำมาขายจะไม่สมบูรณ์จนเล่นไม่ได้ แต่ผู้เล่นบางส่วนกลับพบว่า หากลงม็อดภาคเสริมยอดฮิตอย่าง Horn of the Abyss ที่แจกฟรี ก็จะสามารถเข้าไปเล่นเกมได้หน้าตาเฉยซะงั้น?!ล่าสุดแม้ว่าทาง Ubisoft ฝ่ายซัพพอร์ต หรือช่องทางออฟฟิเชียลของแฟรนไชส์ Might and Magic จะยังไม่ได้ออกมากล่าวถึงเหตุการณ์นี้ แต่จากข้อมูลบน SteamDB พบว่ามีการอัปเดตไฟล์ขนาด 928MB เข้ามาในฝั่ง Public Branch ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. หรือราว ๆ 10 ชั่วโมงหลังวางจำหน่าย ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการแก้ไขปัญหาไฟล์ทิพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ใครที่สนใจจะสอยตำนานเกมนี้มาเล่นบน Steam ก็อาจจะต้องเช็กสถานการณ์ในหน้ารีวิวเพื่อความชัวร์กันอีกทีสำหรับคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อน Heroes of Might and Magic III เป็นเกมแนวเทิร์นเบสวางแผนกลยุทธ์สุดคลาสสิกจากปี 1999 ที่เราจะได้สวมบทเป็นราชินี Catherine นำทัพฮีโร่และเหล่ามอนสเตอร์ออกรบเพื่อปลดปล่อยอาณาจักร Erathia อันเป็นบ้านเกิด หลังจากที่ราชา Gryphonheart ผู้เป็นพ่อถูกทรยศสังหารจนเกิดความวุ่นวายและถูกเนโครแมนเซอร์คืนชีพขึ้นมาเป็นอันเดด ทำให้อาณาจักรอื่น ๆ ฉวยโอกาส พากันเข้ามารุกรานจนเกิดความโกลาหล กลายเป็นสงครามนองเลือดไปทั่วทั้งทวีปทั้งนี้ Heroes of Might and Magic III ที่วางขายบน Steam อยู่ ณ ขณะนี้เป็นเวอร์ชันเดียวกับ Complete Edition ที่วางขายอยู่บนเว็บไซต์ GOG.com ซึ่งรวมเอาภาคเสริม Armageddon’s Blade และ The Shadow of Death เอาไว้ด้วย ขณะที่ Heroes® of Might Magic III - HD Edition ที่ Ubisoft เคยวางขายไปก่อนหน้านี้ แม้จะมีการปรับปรุงกราฟิกใหม่พร้อมกับ QoL อื่น ๆ แต่กลับไม่ได้รับความนิยมเนื่องจากขาดฟังก์ชันสุ่มแผนที่ และไม่มีเนื้อหาจากภาคเสริมทั้งสองเลย ทำให้เป็นเวอร์ชันที่ขาดความสมบูรณ์ในสายตาของผู้เล่นทั้งนี้ ใครที่ได้ซื้อ Heroes of Might and Magic III เวอร์ชันล่าสุดไป ก็มีสิทธิ์ดาวน์โหลด Heroes of Might and Magic III: Horn of the Abyss ซึ่งเป็นภาคเสริมจากฝีมือของแฟน ๆ มาเล่นได้แบบฟรี ๆ ซึ่งก็มีเนื้อหาใหม่ต่าง ๆ ฟีเจอร์ QoL มากมาย รวมถึงเมืองโจรสลัด Cove เมืองแนวสตีมพังก์อย่าง Factory และล่าสุดคือเมืองน้ำแข็ง Bulwarkส่วนทางด้านโปรเจกต์ Heroes of Might and Magic III Remake ที่เพิ่งประกาศไปนั้น จะเป็นการยกเครื่องสร้างใหม่ตั้งแต่ต้นด้วยเอนจิน Snowdrop ของทางค่ายเอง โดยจะเปลี่ยนจากมุมมอง 2D ไอโซเมตริก เป็นโลก 3D เต็มรูปแบบ หมุนกล้องได้อย่างอิสระ มีระบบสภาพอากาศและฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ รองรับโหมดโซโลและออนไลน์สูงสุด 8 คน รองรับแผนที่รวมถึงแคมเปญดั้งเดิมที่คอมมูนิตี้เคยสร้างไว้นับพัน ๆ ด่าน และมีเนื้อหาจากภาคเสริม Armageddon’s Blade และ The Shadow of Death รวมไว้ด้วยทั้งนี้ตัวเกมภาครีเมคนี้มีกำหนดวางจำหน่ายในปี 2027 บน PC (Steam, Epic Games Store, Ubisoft Connect), PS5 และ Xbox Series X|S)แปลและเรียบเรียงจากAutomaton Media

WHIB กลับมาสร้างสีสันรับซัมเมอร์ กับมินิอัลบั้มชุดที่ 2 CHERRY PIE พร้อมออกเดินทางค้นหาสีสันที่เป็นตัวเอง
อ่าน

WHIB กลับมาสร้างสีสันรับซัมเมอร์ กับมินิอัลบั้มชุดที่ 2 CHERRY PIE พร้อมออกเดินทางค้นหาสีสันที่เป็นตัวเอง

WHIBบอยกรุ๊ป7สมาชิกจากCjes Studioกลับมาพร้อมมินิอัลบั้มชุดที่2CHERRY PIEต้อนรับซัมเมอร์ปี2026ด้วยพลังแห่งความสดใส ความร้อนแรง และเรื่องราวการเติบโตที่ถ่ายทอดผ่านบทเพลงทั้ง5แทร็ก โดยมีเพลงไตเติลCHERRY PIEเป็นหัวใจสำคัญของอัลบั้มที่สะท้อนการค้นหาสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของวง หลังจากสร้างความประทับใจด้วยมินิอัลบั้มแรกROCK THE NATIONที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นอันเข้มข้นในการพิสูจน์ตัวเองต่อสายตาโลกWHIBประกอบด้วยคิมจุนมิน (Kim Junmin),ฮาซึง (Haseung),จินบอม (Jinbeom),ยูกอน (Ugeon),อีจอง (Leejeong),แจฮา (Jaeha)และวอนจุน (Wonjun)ก็เดินหน้าต่อด้วยCHERRY PIEอัลบั้มที่บอกเล่าเรื่องราวของแสง สี และอารมณ์ที่พวกเขาได้พบระหว่างการเดินทาง พร้อมสะท้อนการเติบโตผ่านการค้นหาสีสันที่เป็นตัวของตัวเอง แทนที่จะถูกนิยามด้วยเพียงสีเดียว ภายใต้แนวคิดThe same summer, different lights, the same path, different colors. We pass through all those colors to find our own.อัลบั้มนี้เปรียบช่วงเวลาที่แสงเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันกับอารมณ์และประสบการณ์ของทั้ง7สมาชิก ซึ่งแม้จะมีบุคลิกและเสน่ห์ที่แตกต่างกัน แต่ต่างก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกัน ความสดใสและความเข้มข้น ความอ่อนโยนและความร้อนแรง หลอมรวมกันจนกลายเป็นสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ของWHIB มินิอัลบั้มCHERRY PIEประกอบด้วยทั้งหมด5เพลง ได้แก่ เพลงไตเติลCHERRY PIE,PAGES OF US,MOTTO,CANT STOP=NOT FOUNDและMAKE ITโดยแต่ละเพลงเปรียบเสมือนอีกหนึ่งหน้าของเรื่องราววัยเยาว์ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ความหลงใหล และช่วงเวลาแห่งการเติบโต ถ่ายทอดช่วงเวลาที่WHIBได้ค้นพบสีสันใหม่ของตัวเองท่ามกลางเฉดสีมากมายนับไม่ถ้วนระหว่างสีขาวและสีดำ นอกจากคอนเซ็ปต์รับซัมเมอร์ที่เต็มไปด้วยความสดชื่นแล้วWHIBยังต่อยอดจากภาพลักษณ์อันทรงพลังบนเวทีที่แฟน ๆ คุ้นเคย ด้วยการนำเสนอเสน่ห์อันหลากหลายและพลังอันสดใหม่ที่สะท้อนความเป็นวัยรุ่นได้อย่างมีชีวิตชีวา พร้อมแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของสมาชิกแต่ละคนที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง และยังคงก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับแฟน ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

"DMD SPORT DAY 2026" ทำถึง! จัดเต็มความสนุก 12 ชั่วโมงสุขไม่มีพัก!
อ่าน

"DMD SPORT DAY 2026" ทำถึง! จัดเต็มความสนุก 12 ชั่วโมงสุขไม่มีพัก!

Game is over! แต่มวลความสุขยังไม่จบ กับ DMD SPORT DAY 2026 : High School Vibes ที่ปิดฉากมหกรรมกีฬาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ครั้งที่ 2 ไปอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ตลอด 12 ชั่วโมงเต็ม แฟน ๆ ได้เต็มอิ่มกับความสนุกแบบครบทุกมิติ ทั้งการแข่งขันกีฬาสุดเข้มข้น กิจกรรมมากมาย และ Special Show สุดพิเศษที่หัวเรือใหญ่แห่งค่ายดูมันดิ อ๊อฟชั่น กิตติพัฒน์ จำปา ตั้งใจจัดเต็มเพื่อมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษให้กับแฟน ๆ DMD SPORT DAY 2026 เรียกได้ว่างานนี้ปังตั้งแต่สนามจริงจนถึงโลกออนไลน์ เมื่อแฮชแท็ก #DMDSportsDay2026 สร้างปรากฏการณ์ความนิยมบน X ด้วยยอดพูดถึงรวมกว่า 12.5 ล้านครั้ง พร้อมทะยานขึ้น อันดับ 1 ทั้งในประเทศไทยและ Worldwide รวมถึงติดเทรนด์ในอีก 102 พื้นที่ทั่วโลก ตอกย้ำความประทับใจ และพลังความรักจากแฟน ๆ ที่ส่งต่อความสุขให้กับงานครั้งนี้อย่างล้นหลาม บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยพลังความสนุกและเสียงเชียร์จากแฟน ๆ ของทั้งสองทีม PINK POWER และ GREEN MONSTER ที่พร้อมใจกันส่งเสียงกรี๊ดดังกระหึ่ม เติมเต็มเอ็นเนอร์จี้ให้เหล่านักกีฬาตลอดการแข่งขันแบบไม่มีแผ่ว พร้อมด้วยสองหนุ่มอารมณ์ดี ป๊อปปี้ รัชพงศ์ และ ปาร์ค ภาณุภัทร ที่รับหน้าที่สร้างสีสันบนเวที พาแฟน ๆ ร่วมเก็บทุกโมเมนต์แห่งความสนุก เสียงหัวเราะ และความประทับใจตลอดทั้งงาน พิธีเปิดเริ่มต้นอย่างอลังการด้วยขบวนพาเรตสุดอลังการในงาน เรียกเสียงฮือฮาเมื่อ อู่อู๋ ธนภูมิ, เซฟ วรพงษ์, ลาเต้ ธนรรถชล, คิม พงศธร (เชิญป้ายงาน) DMD SPORT DAY 2026 ตามมาด้วย ณฐ ณฐสิชณ์ (เชิญธง โลโก้งาน) จิมมี่ กานต์ (เชิญธง DOMUNDI) เจมส์ ศุภมงคล (เชิญธง MANDEE WORK) และ ทอมมี่ สิทธิโชค (เชิญธง DMD MUSIC) สร้างบรรยากาศเปิดงานสุดยิ่งใหญ่ การแข่งขันครั้งนี้ได้ 2 HEAD OF TEAM สุดโต่งอย่าง ซี พฤกษ์ (ทีม GREEN MOSTER) และ แม้ก กรธัสส์ (ทีม PINK POWER) นำทีมลงแข่งขัน ส่วน เน็ต สิรภพ - เจเจ รัชพล (ถือป้ายสี) ติวเตอร์ กรภัทร์ - ยิม ปริญญากรณ์ (เชิญธง) เติมเต็มความคึกคักด้วยขบวนคฑากรสุดเท่อย่าง โทมัส ธีร์ทัศน์, เก่ง หฤษฎ์, น้ำปิง นภัสกร, ก้อง ก้องภพ, เติ้ล มติมันท์, เฟิร์สวัน วรรณกร, ตี๋ตี๋ วันพิชิต และ ป๋อ ศุภการ รวมถึงเชียร์ลีดเดอร์ประจำสีที่มาพร้อมพลังเต็มร้อย อ๊อตโต้ สรนันท์, โอม ธนกฤต (ทีม PINK POWER), ฟีฟ่า ธนัช และ รีออน ณัฐฐ์พฤทธ์ (ทีม GREEN MOSTER) นอกจากนี้ยังมีเหล่าน้อง ๆ ตัวแทนนักกีฬาร่วมสร้างสีสันในขบวนพาเหรด ไม่ว่าจะเป็น เจ็ม กันตพัฒน์, นอร์ท ชัชพล, ปัง พิรุฬห์วัตน์, พีท ชณันวิชญ์, ต้น ศรัณญ์, ฟิวส์ วัชรพล, พอร์ช ศิฑา, นัน นัฐนันท์, มาร์ค สรณ์ธรรศ, ภูผา สิรภพ ป้ายคำคมสี ธีร์ ธีรติ, เวฟ ธนภัทร ป้ายคำคมภาษาอังกฤษ คอปเปอร์ ภูริวัจน์, นิค นิโคล่า, เท็ดดี้ สิปปกร เติมความน่ารักกับ 2 หนุ่มสุดคิ้วท์ ควงแขน Mr. DMD ริวจิน ทินภัทร, แพทจิ จิรชาติ และเสียงกรี๊ดดังสนั่นให้กับ นุนิว ชวรินทร์ ปรากฏตัวในฐานะผู้เชิญถ้วยรางวัล ปิดท้ายขบวนด้วยความสดใสจากเหล่าเด็ก ๆ ที่มาร่วมเติมสีสัน ได้แก่ ZongZon, HeartDy, Jessy, Alinor, JookKroo, MR.Toky, OhAe, Rainy, TMilk, MhiiPraew และ BokBear เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญ เมื่อ ซี แม้ก ในฐานะ HEAD OF TEAM ร่วมกล่าวคำปฏิญาณประจำการแข่งขัน พร้อมด้วย อ๊อฟชั่น กิตติพัฒน์ จำปา ร่วมจุดคบเพลิง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นการแข่งขัน DMD SPORT DAY 2026 : High School Vibes อย่างเป็นทางการ ศึกแห่งศักดิ์ศรีเริ่มต้นขึ้นกับแมตซ์แรกกับการแข่งขัน CHAIR BALL ที่มีนักกีฬาจากทีม PINK POWER อย่าง แม้ก, ปาร์ค, เน็ต, มาร์ค, เซฟ, ติวเตอร์, ลาเต้, อ๊อตโต้, แพทจิ, เวฟ และ ฟีฟ่า ส่วนทีม GREEN MOSTER ทอมมี่, ยิม, ณฐ, เจเจ, ตี๋ตี๋ นอร์ท, ริวจิน, เจมส์, ฟิวส์, ธีรฺ และ รีออน ทุกจังหวะการส่งบอล และชู้ตทำแต้มเรียกเสียงเชียร์จากแฟน ๆ ได้ตลอดทั้งเกมส่งให้ทีม GREEN MOSTER คว้าชัยชนะมาครอง ก่อนจะไปลุ้นกันต่อกับการแข่งขันในกีฬาต่อไป เรายังมีเกมสนุก ๆ มาให้เล่นกับเกม Wacky Sports #1 วิ่งโป่งโกย เรียกว่าเกมนี้ต้องให้ความอดทนในการประครองลูกโป่งไปถึงจุดหมาย งานนี้ทีม GREEN MOSTER ชนะไป วอมมือให้พร้อมกับการแข่งขัน VOLLEYBALL โดยทีม PINK POWER ได้ส่ง แม้ก, โทมัส, ปัง, อ๊อตโต้, ลาเต้, จิมมี่, เน็ต, น้ำปิง และ เฟิร์สวัน ฝั่ง GREEN MOSTER ส่ง ซี, ณฐ, คิม, ก้อง, พีท, เติ้ล, ป๊อปปี้, ริวจิน และ เก่ง ต่างงัดทั้งพลัง ความเร็ว และทีมเวิร์กออกมาสู้กันอย่างเต็มที่ ผลัดกันทำแต้มอย่างสูสีทำให้ทีม PINK POWER พลิกเกมชนะได้สำเร็จ หลังจากลุ้นกันจนหัวใจเต้นแรง ถึงเวลาผ่อนคลายกันต่อกับเกมน่ารัก ๆ ที่จะทำให้เหล่าอุนย่า อุนยาย และพี่สาวยิ้มไม่หุบ เมื่อบรรดาหลาน ๆ ลงสนามประชันความน่าเอ็นดู Wacky Sports #2 วิ่งหาพ่อ!!! โดยภารกิจคือวิ่งฝ่าด่านสิ่งกีดขวาง เพื่อไปหา พ่อพ่อ ป๊าป๊า และพี่พี่ ให้ได้เร็วที่สุด แต่ละคนทั้งตั้งใจ ทั้งใส่สปีดเต็มที่ เรียกทั้งเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์จากแฟน ๆ ตลอดการแข่งขัน ก่อนที่ Rainy จะเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก คว้าตำแหน่งผู้ชนะ และหัวใจของทุกคนไปครอง มันส์กันต่อแบบไม่มีพักกับการแข่งขัน Basketball นักกีฬาจากทีม PINK POWER ส่ง ติวเตอร์, โทมัส, ป๋อ, ปัง, เฟิร์สวัน, จิมมี่, ลาเต้, แพทจิ, นิค และต้น ส่วนทีม GREEN MOSTER ส่ง ตี๋ตี๋, เจมส์, ณฐ, ริวจิน, นอร์ท, ธีร์, พีท, คอปเปอร์ และ ฟิวส์ ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกันอย่างดุเดือดโชว์ทั้งสกิลการเลี้ยงบอล ความแม่นยำในการชู้ต และจังหวะบล็อก ชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร ทำเอาแฟน ๆ ลุ้นกันทุกวินาที ผลัดกันทำแต้มแบบไม่มีแผ่ว ส่งให้ทีม GREEN MOSTER เป็นผู้ชนะ ท่ามกลางเสียงปรบมือ และเสียงเชียร์ที่ดังทั่วทั้งสนาม พักเบรคการแข่งขันสุดเดือดกับโชว์ HALFTIME SHOW สุดคิวท์ ในเพลง Oh! + Gee - Girls' Generation นำทีมโดย นุนิว, เจมส์, ณฐ, ยิม, น้ำปิง, ก้อง, เฟิร์สวัน, เจ็ม, ป๋อ, เซฟ, เจเจ, แพทจิ, คิม, โอม, อ๊อตโต้, ฟีฟ่า, พอร์ช และ เวฟ ที่ขนทั้งลุค ความน่ารัก และเอ็นเนอร์จี้มาเสิร์ฟแบบจัดเต็มอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟน ๆ ตั้งตารอ กับการแข่งขัน ARCHERY (ยิงธนู) ที่เปลี่ยนบรรยากาศจากความดุเดือด มาเป็นศึกวัดความนิ่ง ความแม่นยำ โดยทีม PINK POWER ส่ง นุนิว, แพทจิ, ป๋อ, เซฟ, มาร์ค, ลาเต้ และ จิมมี่ ทีม GREEN MOSTER ส่ง โอม, ทอมมี่, เจมส์, ซี, คอปเปอร์, ภูผา, ริวจิน และคิม ทำเอาทุกสายตาจับจ้องไปที่เป้าหมาย พร้อมลุ้นทุกครั้งที่ลูกธนูพุ่งออกจากคันธนู เพราะแต่ละคะแนนมีผลต่อชัยชนะของทีม ซึ่งครั้งนี้ ทีม GREEN MOSTER เป็นทีมที่ชนะไป สนุกอย่างต่อเนื่องกับเกมสบายสมอง Wacky Sports #3 ชู๊ตลงทรง เกมสุดครีเอทีฟที่เรียกทั้งเสียงหัวเราะและเสียงเชียร์ลั่นฮอลล์ เมื่อผู้เข้าแข่งขันจากทั้งสองทีมต้องช่วยกัน ชู้ตลูกบอลให้ลงกางเกง ของเพื่อนร่วมทีมให้ได้มากที่สุดภายในเวลา 3 นาที ฟังดูง่าย แต่ต้องอาศัยความแม่นยำ จังหวะ ไม่มีใครยอมใคร ทั้งคนโยน คนรับ และคนลุ้นต่างออกอาการดุ๊กดิ๊กกันทั้งสนาม สุดท้ายทีม PINK POWER โชว์ทีมเวิร์ก เก็บแต้มคว้าชัยชนะในเกมนี้ ปิดท้ายความเดือดกับการแข่งขัน FUTSAL หนึ่งในแมตช์ที่แฟน ๆ รอคอย แค่เสียงนกหวีดเริ่มเกมก็จุดไฟความมันส์ทันที เมื่อทีม PINK POWER ส่ง ติวเตอร์, ปาร์ค, เซฟ, ลาเต้, เจ็ม และต้น ทีม GREEN MOSTER ส่ง เก่ง, อู่อู๋, ป๊อปปี้, ก้อง, ลีออน, นอร์ท, พีท, เติ้ล, นัน และ ฟิวล์ ที่จัดเต็มทั้งเกมรุกและเกมรับ ไม่มีใครยอมใครลงสนามเดินเกมบุกใส่กันแบบไม่มียั้ง แข่งกันยิงประตู เรียกเสียงกรี๊ดจากกองเชียร์ได้แทบทุกนาที จบครึ่งแรกพักเหนื่อยมาเติมเอนเนอร์จี้ความน่ารักของหลาน ๆ ที่มาออกสเต็ปแดนซ์เอาใจแฟน ๆ ก่อนจะกลับเข้าสู่การแข่งขันในครึ่งหลัง บอกเลยว่าสมศักดิ์ศรีแมตช์ปิดท้ายของการแข่งขันในวันนี้ ก่อนที่ทีม GREEN MONSTER จะโชว์ฟอร์มสุดแกร่ง ยิงเอาชนะไปด้วยสกอร์ 6-3 คว้าชัยชนะไปครอง ท่ามกลางเสียงเชียร์ และบรรยากาศสุดเดือดที่ปิดฉากการแข่งขันได้อย่างประทับใจ ตลอด 6 ชั่วโมงเต็มของการแข่งขันกีฬา 5 ประเภท ทุกคนใส่เต็มแบบไม่มีกั๊กกันเลยทีเดียว ซึ่งปีนี้แบ่งรางวัลพิเศษเป็น 2 หมวด เริ่มที่รางวัลแรก Most Love Player ที่เพื่อน ๆ นักแสดงโหวตให้เพราะความรัก ความเอ็นดู และสปิริตในสนามตกเป็นของ นุนิว จากทีม PINK POWER และ นอร์ท จากทีม GREEN MONSTER ฝั่งของนักกีฬาที่คว้า รางวัล MVP ประจำการแข่งขัน DMD SPORT DAY 2026 ไปครองก็คือ โทมัส จากทีม PINK POWER และ เก่ง จากทีม GREEN MONSTER และช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ รางวัล Champion Trophy จากคะแนนรวมสูงสุดประจำปีนี้ตกเป็นของทีม GREEN MONSTER คว้าถ้วยรางวัล DMD SPORT DAY 2026 ไปครอง ถึงช่วงเวลาพิเศษที่แฟน ๆ รอคอย กับ SPECIAL SHOW ที่ยกระดับความสนุกหลังจบการแข่งขันสุดเข้มข้นที่มาในธีม HIGHT SCHOOL BOY BAND เปิดเวทีแรกด้วยโชว์สุดมันส์จากเพลง WORK - ATEEZ 4 หนุ่ม TRAINEE อย่าง พีท, ฟีฟ่า, รีออน และ เท็ดดี้ ขนพลังความเท่ และความเดือดมาเสิร์ฟแบบเต็มเวที หลบทางให้ตัวพ่อ ตัวตึง ตัวจี๊ดมาแล้ว! เมื่อเวทีต้องสั่นสะเทือนกับโชว์สุดกวนในเพลง คืนที่หมาเต็มวัด ที่ขนความม่วนมาแบบไม่มีแผ่ว นำทีมโดย ซี, แม้ก, มาร์ค, เน็ต, เก่ง, โทมัส, ลาเต้, เติ้ล, ภูผา, ต้น และ ริวจิน เรียกได้ว่าเป็นโชว์สายเอ็นเตอร์เทนที่ครบเครื่อง มีตัวพ่อแล้ว จะขาดตัวมัมไปได้ยังไง! ถึงเวลาของโชว์ที่มาพร้อมความจึ้ง ความแซ่บ กับ 2 เพลงสุดปังอย่าง เรื่องคืนนั้น สกัดดาวยั่ว เปิดด้วย นุนิว, น้ำปิง, ก้อง, เฟิร์สวัน, คิม, โอม และ อ๊อตโต้ งานนี้ทุกคนจัดเต็มอินเนอร์ และเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดแพรวพราว ตั้งแต่จังหวะแรกที่ขึ้นเวที สมมงตัวมัมแห่งค่ำคืนอย่างแท้จริง เติมความสดใสให้เวทีกลับมาคึกคักอีกครั้งกับโชว์สุดน่ารักในเพลง จดชื่อ (Naughty List) หนุ่มสายเนิร์ดยกให้ ณฐ, เจ็ม, เซฟ, เจเจ และ พอร์ช ถึงคิวสายโจ๊ะทั้งที จะให้แผ่วได้ยังไง! เสิร์ฟต่อกับโชว์ ปาร์ตี้นารี นำทีมโยกย้าย จิมมี่, ปาร์ค, ป๊อปปี้, นอร์ท, เวฟ, นิค และ ฟิวส์ ทั้ง 7 หนุ่มจัดเต็มทั้งสเต็ปสายแดนซ์ สร้างสีสันและความม่วนแบบเต็มสิบไปเลย ไฮไลต์ที่แฟน ๆ รอคอย! เมื่อ DEXX ขึ้นเวทีพร้อมระเบิดความเดือดในโชว์สุดพิเศษกับเพลง REDRED CORTIS และ BANG BANG BANG ที่เปิดโหมดความมันส์แบบไม่มีลิมิต นำทีม เจมส์, ยิม, ป๋อ, ตี๋ตี๋ และ อู่อู๋ แค่ดนตรีขึ้นก็ทำเอาทั้งฮอลล์ลุกเป็นไฟ กับเพอร์ฟอร์แมนซ์สุดเดือดแบบจัดเต็ม ไปต่อกับความปังของค่ำคืนในช่วง DMD MUSIC : HIGH SCHOOL COLLAB สเตจพิเศษที่รวมพลังเสียง และเคมีสุดเข้มข้นของเหล่าศิลปิน เปิดเวทีด้วยโชว์แรกจาก นุนิว ทอมมี่ ที่มาในเพลง Time Flies พร้อมโชว์พลังเสียงสุดละมุนแต่ทรงพลัง ฟาดโน้ตสูงแบบเอาอยู่ สะกดทั้งฮอลล์ให้ตกอยู่ในมนตร์เสน่ห์ตั้งแต่ต้นจนจบ ต่อด้วยคู่ที่เคมีแรงเกินต้านอย่าง ซี เติ้ล ที่ไม่ได้มีดีแค่ความหล่อแบบกินกันไม่ลง แต่ยังขนความเท่ขึ้นเวทีในเพลง ย้าย่ายะ ระเบิดสกิลแร็ป และสเตปสุดคูลแบบจัดเต็ม ทั้งจังหวะ ทั้งพลัง ทั้งอินเนอร์มาแบบไม่มีพัก ทำเอาเวทีเดือดขึ้นทันที ตามมาติด ๆ กับอีกหนึ่งสเตจที่ทำเอาอุณหภูมิในฮอลล์พุ่งขึ้น เฟิร์สวัน เก่ง ที่ขอจัดเต็มในเพลง แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ ระเบิดอารมณ์เพลงแบบเข้มข้น ถ่ายทอดทั้งพลังเสียง และอินเนอร์แบบถึงใจ เข้าสู่โหมดความทรงจำวัยเรียนกับ MOVIE SONG : HIGH SCHOOL MUSICAL ที่ขนเพลงฮิตจากภาพยนตร์สุดประทับใจมาเสิร์ฟแบบครบทุกอารมณ์ให้ชวนคิดถึง เปิดสเตจด้วยคู่ โทมัส ก้อง เติ้ล ยิม ในเพลง ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย (Ost.เพื่อนสนิท) เติมความละมุนให้ทั้งฮอลล์ ก่อนส่งต่อความน่ารักในบรรยากาศวัยเด็กกับแก๊ง ริวจิน แพทจิ นอร์ท อ๊อตโต้ คอปเปอร์ ฟีฟ่า ที่หยิบเพลง คอนเสิร์ตคนจน (Ost.แฟนฉัน) มาสร้างโมเมนต์ปั่นจักรยานสุดคิวท์ เรียกรอยยิ้มทั่วงาน ต่อด้วย ซี นุนิว แม้ก ณฐ กับเพลง แค่เธอรักฉัน (Ost.O Negative) ตามด้วย เก่ง น้ำปิง ลาเต้ คิม ในเพลง ไม่ต่างกัน (Ost.คิดถึงวิทยา) ที่เติมความอบอุ่นแบบเต็มหัวใจ เพิ่มดีกรีความมันส์ขึ้นอีกขั้น เมื่อ อู่อู๋ เซฟ เน็ต เจเจ ปล่อยพลังความสแวกในเพลง ซักซี้ดนึง (Ost.SuckSeed) ก่อนปิดท้ายพาร์ทนี้ด้วยโชว์สุดซึ้งจาก เติ้ล เฟิร์สวัน ตี๋ตี๋ ป๋อ กับเพลง สักวันหนึ่ง (Ost.สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก) ปิดท้ายความสนุกแบบจัดเต็มกับ HIGH SCHOOL DANCE REMIX สเตจสุดท้ายที่รวมพลังน้อง ๆ ทุกคนขึ้นเวทีเดียวกันในเพลง อย่างน้อย Big Ass เติมเต็มบรรยากาศแห่งความประทับใจ ก่อนระเบิดความมันส์ต่อกับเมดเล่ย์เพลงฮิตแบบ Non-stop ทั้ง ที่รักครับ, ไอ้คนน่ารัก, Boom 1000%, จุ๊บเธอ และ Love Generation เต็มอิ่มตลอด 12 ชั่วโมงเต็ม กับความสนุกแบบจัดเต็มใน DMD SPORT DAY 2026 : High School Vibes ที่เสิร์ฟทั้งความมันส์ เสียงเชียร์ และโมเมนต์สุดประทับใจแบบไม่มีแผ่ว แม้ไฟบนเวทีจะดับลงและการแข่งขันจะจบไปแล้ว แต่เสียงกรี๊ด รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และพลังความสุขจากทุกการแข่งขันและทุกโชว์ ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟน ๆ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมหกรรมความสุขที่รวมทุกอารมณ์ไว้ครบ พร้อมส่งต่อความประทับใจและความคิดถึง ให้ทุกคนเฝ้ารอการกลับมาสร้างความทรงจำครั้งใหม่อีกครั้งในปีหน้า