รีเซต

ผลการค้นหา “CATMAN” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
คลิปสั้น
รีวิว The Batman ความแปลกใหม่ที่สนุกสุดๆ!!
อ่าน

รีวิว The Batman ความแปลกใหม่ที่สนุกสุดๆ!!

"อัศวินรัตติกาล" เป็น The Batman เวอร์ชั่นที่เหมาะสม กับคำๆนี้มากที่สุด       หลังจากจบไตรภาคอย่าง The Dark knight ไปก็เป็นเวลาหลายปีทีเดียวจนมาถึงภาคนี้ สำหรับหนังเดี่ยวของฮีโร่ที่เราคุ้นเคย ชายสวมหน้ากากดำ มีผ้าคลุม ปรากฏตัวในยามราตรี ที่อยู่ในคราบของหนุ่มแบดบอย มหาเศรษฐี อย่าง Batman โดยภาคนี้ เป็นฝีมือการกำกับของ Matt Reevs หลังจากไปดูมาเรียบร้อยแล้วต้องบอกเลยว่าภาคนี้เป็น Batman แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ก็สนุกจนเราลืม สิ่งก่อนๆ ไปเลย   รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueID* ไม่มีสปอยล์ อ่านได้ไม่ต้องกลัวครับ * โดยตัวของผู้กำกับได้ออกมาให้สัมภาษณ์ตั้งแต่ก่อนเข้าฉายแล้วว่า Batman ในภาคนี้จะเป็นภาคที่ให้อารมณ์หม่น ๆ มืด ๆ กว่าทุกภาค ไม่ใช่ Batman แบบ Super Hero เต็มขั้นแบบที่เราชินตามาโดยตลอด ซึ่งต้องบอกเลยครับว่า ในข้อนี้ตัวผู้กำกับถ่ายทอดและตีความมันออกมาได้ดีมาก ๆ จากความรู้สึกหลังจากที่ดูจบ สิ่งที่ต้องชมเลยคือ การตีความตัวตนของ Batman กับ ความเป็นมนุษย์ได้อย่างตรงไปตรงมา และ สมจริงในหลาย ๆ ครั้งที่เราเห็น Batman ยืนคู่กันกับเหล่าฮีโร่ ผู้มีพลังพิเศษมากมาย แต่ดูสูสีอย่างมาก ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นคนมีพลังอะไร มันดูขัดกับความเป็นไปอยู่พอสมควร แม้แต่กระทั่งในตัวของหนังเอง แต่ในภาคนี้ หนังเลือกที่จะเล่าเรื่องราวของ Batman แบบที่เป็นปุถุชนมากขึ้น มีเนื้อมีหนังมากขึ้น ซึ่งนั้นทำให้บทบาทดูมีมิติ และ กว้างมากขึ้นอย่างชัดเจน ตัวหนังดำเนินไปด้วยพล็อตเรื่องเดิมที่เราคุ้นเคยกัน มหาเศรษฐีหนุ่ม บรูซ เวยน์ ผู้สูญเสียพ่อและแม่ไป จึงใช้ทรัพย์สมบัติที่มีเพื่อสร้างชุดผดุงความยุติธรรมอยู่ลับ ๆ ใต้หน้ากากแต่ในภาคนี้เราจะไม่ได้เห็น บรูซ เวนย์ ในแบบที่เป็นคนเจ้าชู้ รักสนุก ใช้ทรัพย์ไปอย่างฟุ่มเฟือย แต่จะเป็น บรูซ เวยน์ที่ไม่ได้รู้สึกว่ามีอภิสิทธิ์มากมายไปกว่าใคร ในความร่ำรวยที่ตัวเองมี มิหนำซ้ำยังรู้สึกด้อยไปด้วยซ้ำ หนังเลือกใช้โทนภาพแบบ Film Noir ที่ออกอารมณ์หม่น ๆ มืด ๆ พร้อมกับ Sound Effect ที่ลงตัว เหมือนเป็นหนังสยองขวัญ จึงทำให้แม้ไม่ได้มีฉากฆาตรกรรมที่รุนแรงเลือดสาดอะไรมากมาย แต่ทุกฉากมันดูจริง และ ดูน่ากลัวได้แบบลึก ๆ จริง ๆ อีกอย่างที่เข้ากันได้ดีกับโทนหนังประมาณนี้ คือ ตัวของเมือง Gotham เอง ที่ถึงแม้ตัวหนังไม่ได้พาเราไปดูถึงทุก ๆ ความชั่วร้ายในเมือง แต่ด้วยความหม่น มันทำให้เรารู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยในทุกหย่อมหญ้าของเมือง ๆ นี้ เรียกได้ว่า เป็น Gotham City ที่ไม่ต้องให้เห็นผู้ร้ายครบทุกตัว แต่มันเหมือนกับมีคนชั่วแฝงตัวอยู่ตามมุมมืดเต็มไปหมดเลย ในส่วนของตัวร้ายภาคนี้เราจะได้เห็น The Riddler ในแบบที่เป็นมนุษย์ปุถุชนเช่นเดียวกัน ต้องบอกเลยว่า ถึงแม้จะไม่ได้อลังการงานสร้างมาก แต่หนังทำให้เราเชื่อได้อย่างสุดใจเลยว่า เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความดำมืดในทุก ๆ สถานการณ์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องปรากฏตัวเลย แอบเสียดายที่ผู้กำกับคนนี้ไม่ได้ใช้ตัวร้ายเป็น Joker เพราะผมเชื่อว่าจากที่เขาดีไซน์ตัวละครของ The Riddler ได้มีมิติขนาดนี้ ถ้าเป็นตัว Joker เขาคงจะทำได้ดีมาก ๆ เลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดติได้เลยนะครับ ในส่วนของ The Cat ยังคงมีความหลวมของบทบาท ความผูกพันธ์ และ ความเชื่อมโยงของตัวละครอยู่บ้าง แต่ด้วยส่วนอื่น ๆ ของหนังมันกลบสิ่งเลห่านี้ไปหมด เราเลยไม่ค่อยได้เอะใจกับเรื่องนี้เท่าไหร่นักในตัวหนังเอง. สรุปก็คงไม่กล้าบอกซะทีเดียวว่านี่เป็นหนัง Batman ที่ดีที่สุด แต่ผมขอให้นิยามสั้น ๆ ว่า " If it's not the best it's one of the best " ถึงจะไม่ใช่ภาคที่ดีที่สุด แต่ถ้าให้ยกตัวอย่างหนัง Batman ที่ดีในดวงใจ ภาคนี้จะติดอันดับอย่างแน่นอนการแสดงของ Robert Pattinson เอาอยู่มาก ๆ Sound Effect ทำได้ดี มีล้น ๆ บ้าง เป็นบางฉากเท่านั้นเนื้อเรื่อง ไม่ยืด ไม่ช้า ทำให้เราลุ้นได้ตลอด เป็น 3 ชั่วโมงที่ไม่กล้าลุกไปไหนเลย ภาพสวยมาาาากก !!เอาคะแนน ไปที่ 9/10 เลยครับ คอหนัง Batman ห้ามพลาดเลยครับ ส่วนคนที่ไม่ชอบหนังแนว ฮีโร่ ก็ดูได้ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังครับรับชม The Batman (2022) ได้ผ่านที่ TrueIDใครที่ยังไม่ได้ชมตัวอย่าง ไปดูได้เลยครับhttps://www.youtube.com/watch?v=3X2ddbAbkQEเครดิตภาพจาก The Batman Official ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพหน้าปกเครดิต วีดีโอที่ 1 จาก  Warner Bros. Thailandจะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

ทำความรู้จักกับ 5 นักแสดงนำ จาก The Batman ของผู้กำกับ แมท รีฟส์
อ่าน

ทำความรู้จักกับ 5 นักแสดงนำ จาก The Batman ของผู้กำกับ แมท รีฟส์

The Batman อีกหนึ่งโปรเจ็กต์ภาพยนตร์ที่หลายๆ คนต่างให้ความสนใจ และจับตามอง ตั้งแต่หนังยังไม่ทันได้เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำ เพราะนอกจากที่หนังจะได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง แมท รีฟส์(Cloverfield ,Dawn of the Planet of the Apes ,War for the Planet of the Apes) มารับหน้าที่ผู้กำกับแล้ว หนังยังได้ทีมนักแสดงระดับคุณภาพ มาร่วมจอยอย่างคับคั้ง โดยบทความนี้ เราเลยขอพาทุกคน มาทำความรู้จักกับทัพนักแสดงนำ ที่ผ่านการยืนยันจากค่าย Warner Bros. แล้วว่าพวกเขาจะมาร่วมรับบทต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ ว่าใครรับบทอะไรบ้าง และพวกเขาเคยมีผลงานอะไรที่เป็นที่รู้จัก จนได้มาร่วมโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่นี้ ก่อนที่เราจะได้ไปชมหนังเรื่องนี้กัน ในปี 2021      รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueID1.โรเบิร์ต แพตทินสัน รับบท บรู๊ซ เวย์น/แบทแมนหากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปี ที่แล้ว หลายคนคงคุ้นเคยกับนักแสดงรูปหล่อผู้นี้ ว่ามาจากบท เอ็ดเวิร์ด แวมไพร์หนุ่มจากหนังชุด Twilight Saga ซึ่งหลังจากที่หนังชุดดังกล่าวจบลง แพตทินสัน ก็หันไปเล่นหนังอินดี้ นอกกระแสเป็นส่วนใหญ่ โดยหลายๆ เรื่องก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าที่ควร จนกระทั่งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ หนังหลายๆ เรื่องที่เขาแสดงนำล้วนแต่ได้รับกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็น The King ,High Life และ The Lighthouse รวมถึงปีหน้าและในอนาคต เราอาจได้เห็น แพตทินสัน กลับมาผงาดบนหนังฟอร์มยักษ์อีกครั้ง ในหนังเรื่องล่าสุดของ คริสโตเฟอร์ โนแลน อย่าง Tenet ที่กำลังดำเนินการถ่ายทำอยู่ด้วยผลงานที่ผ่านงานแสดงที่เต็มไปด้วยความยาก และท้าทายนี่เอง ที่ทำให้เมื่อช่วงกลางปี แพตทินสัน ได้ถูกเลือก ให้กลายเป็น บรู๊ซ เวย์น หรือแบทแมน คนใหม่ ซึ่งแม้ว่าหลายๆ คนจะมองว่าเขานั้น หุ่นบอบบางเกินกว่าจะมารับบท แบทแมนได้ แต่ลุ้คของมหาเศรษฐีนั้น แพตทินสัน ถือว่าเป็นคนที่ราศีจับมากที่สุดคนหนึ่ง แถมความสามารถการแสดงที่หลายคนเชื่อใจได้ ทำให้ แบทแมน ในฉบับของ แพตทินสัน น่าจับตามอง และคาดว่าจะสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับบทมนุษย์ค้างคาว ไม่น้อย2.โซอี้ คราวิทซ์ รับบท เซลิน่า ไคล์/แคทวูแมนอีกหนึ่งนักแสดงสาวที่ผลงานช่วงหลังๆ เธอ ท็อปฟอร์มมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการรับบท เลต้า เลสแตรง จากหนังชุด Fantastic Beasts และการรับบทหนึ่งในแก๊งคุณแม่ในซีรีส์ Big Little Lies ซึ่งเธอผ่านทั้งงานแอคชั่น และดราม่ามาอย่างโชกโชน โซอี้ คราวิทซ์ เป็นลูกสาวแท้ๆ ของนักร้อง นักแต่เพลงชื่อดังอย่าง เลนนี คราวิทช์ นอกจากนี้สาวร่างเล็กผู้นี้ยังเป็นลูกบุญธรรมของ เจสัน โมมัวร์ เจ้าของบท อควาแมน อีกด้วย ด้วยรูปร่างที่เล็ก และเพรียวบางของเธอ ทำให้ คราวิทซ์ ได้รับบทเป็น เซลิน่า ไคล์ หรือ แคทวูแมน จอมโจรสาว แห่งเมืองก็อทแธม โดยนักแสดงคนล่าสุดที่ได้รับบทนี้ก็คือ แอนน์ แฮททาเวย์ ในหนังเรื่อง Dark Knight Rise จนทำให้หนุ่มๆ หลายคนหลงเสน่ห์มาแล้ว ต้องมารอดูกันว่า โซอี้ คราวิทซ์ จะเป็น แคทวูแมน ที่แซ่บ และเซ้กซี่แค่ไหน3.แอนดี้ เซอร์คิส รับบท อัลเฟร็ด เพ็นนี่เวิร์ธเชื่อว่าทุกคน คงจดจำบทบาทของนักแสดงผู้นี้ได้ดี ไม่ในฐานะนักแสดงวายร้าย ก็ในฐานะนักแสดงผู้โด่งดังจากบท Motion Capture ไม่ว่าจะเป็นบทราชาวานร ซีซาร์ และกอลลัม โดยบทที่เราได้เห็นหน้าเขาแบบที่ปราศจากซีจี ที่หลายคนคงจำได้ดีก็คือบท ยูลิซีส คลอว์ จาก Avengers: Age of Ultron และ Black Panther นั่นเอง ซึ่งนอกจากบทบาทการแสดงแล้ว แอนดี้ เซอร์คิส ก็ยังพึ่งแจ้งเกิดจากการเป็นผู้กำกับหนัง Breathe ,Mowgli และในตอนนี้เขาก็กำลังดำเนินการสร้าง Venom 2 ที่เตรียมจะฉายในปลายปี 2020 อีกด้วย สำหรับใน The Batman เซอร์คิส จะมารับบทเป็น อัลเฟร็ด พ่อบ้านคู่ใจของ บรู๊ซ เวย์น นอกจากนี้นี่ยังเป็นการกลับมาร่วมงานกันครั้งที่สาม ระหว่างเขา และผู้กำกับ แมท รีฟส์ หลังจากที่เคยร่วมงานกันมาแล้วใน Dawn of the Planet of the Apes และ War for the Planet of the Apes4.พอลล์ ดาโน่ รับบท เอ็ดเวิร์ด แนชตัน/เดอะ ริดเลอร์ นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ที่ผ่านงานระดับคุณภาพมาแล้ว ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง โดยส่วนใหญ่ เรามักจะได้เห็นเขาในหนังอินดี้ นอกกระแส เป็นส่วนใหญ่ แต่ผลงานที่หลายๆ คนน่าจะเคยได้ชมการแสดงของเขาน่าจะเป็น Little Miss Sunshine(2006) หนังดราม่า ตลกร้าย อันแสนอบอุ่นของครอบครัวที่พุพัง นอกจากนี้เขายังมีผลงานการกำกับเรื่องแรกอย่าง Wildlife (2018) หนังโรแมนติก ดราม่า ที่นำแสดงโดย แครี่ มัลลิแกน และ เจ็ค จิลลาฮาล ใน The Batman เรียกได้ว่าน่าจะเป็นหนังบล็อคบัสเตอร์ ฟอร์มยักษ์ เรื่องแรกๆ ที่เขาร่วมแสดงก็ว่าได้ โดยครั้งนี้เขาจะมารับบทวายร้ายจอมปัญหาอย่าง เดอะ ริดเลอร์(The Ridler) ที่ในอดีต ผู้ที่เคยรับบทนี้ก็ จิม แครี่ ใน Batman Forever(1995) โดยแรกเริ่มเดิมที บทนี้เกือบจะตกเป็นของ โจนาห์ ฮิลล์(The Wolf of Wall Street) ที่ถอนตัวออกไปอย่างกะทันหัน ทำให้บทนี้เลยตกเป็นของ ดาโน่ แทน 5.เจฟฟรีย์ ไรท์ รับบท จิม กอร์ดอนอีกหนึ่งนักแสดงผิวสีมากความสามารถ ที่ผลงานของเขาล้วนแต่เป็นที่รู้จักของคนดูหนังเป็นอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้เขาพึ่งโด่งดังจากบท เฟลิกซ์ ในหนังชุด เจมส์ บอนด์ ภาค Casino Royale (2006) และภาค Quantum of Solace (2006) โดยปีหน้าเขาจะกลับมารับบทเดิมอีกครั้งใน No Time to Die ที่เป็นภาคสุดท้ายของ เจมส์ บอนด์ ฉบับ แดเนียล เคร็ก นอกจากนี้เขากำลังโด่งดังจากบทนำในซีรีส์ Westworld ซีรีส์จากช่อง HBO ที่จะเตรียมฉาย season 3 ในช่วงต้นปีหน้าอีกด้วย ซึ่งการเข้ามารับบท จิม กอร์ดอน ของ ไรท์ ในครั้งนี้ ก็ทำให้มีทั้งคนเห็นด้วย และไม่ค่อยเห็นด้วย เนื่องจากนี่จะเป็นครั้งแรก ที่ตัวละครจิม กอร์ดอน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งเมือง ก็อตแทม ถูกเปลี่ยนจากตัวละครผิวขาว มาเป็นนายตำรวจผิวสีแทน แต่ด้วยฝีมือการแสดงของ ไรท์ ที่หลายๆ คนเชื่อมือ ประเด็นดราม่านี้ ก็ไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อความคาดหวังของคนดู และแฟนแบทแมน มากเท่าไหร่ 6.จอห์น เทอร์เตอร์โร รับบท คาร์ไมน์ ฟอลคอนอีกหนึ่งนักแสดงอารมณ์ดี มากความสามารถ ผู้เคยโด่งดังจาก Barton Fink (1991) และสร้างเสียงหัวเราะให้กับแฟรนไชล์ Transforner มาแล้วถึง 4 ภาคด้วยกัน ซึ่ง เทอร์เตอร์โร ก็ได้พิสูจน์ผลงานการแสดงของเขามานานกว่า 40 ปี จากครั้งแรกที่เคยรับบทตัวประกอบใน Raging Bull (1980) จนกลายเป็นนักแสดงที่โด่งดัง มากความสามารถมากที่สุดคนหนึ่ง ที่สามารถเล่นทั้งบทตลกโบกฮา ไปจนถึงบทดราม่า อารมณ์หนักหน่วง ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่แพ้ สตีฟ คาเรลล์ ,อดัม แซนด์เลอร์ หรือ จิม แครี่ เลยซึ่งใน The Batman เขาจะมารับบทเป็น คาร์ไมน์ ฟอลคอน ตัวละครผู้มีอิทธิพลในโลกใต้ดิน ของเมืองก็อทแธม ซึ่งก็ต้องมารอดูกันว่าบทบาทเจ้าพ่อของ เทอร์เตอร์โร นั้น จะออกมาดาร์ค และน่าเกรงขามแค่ไหน    รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDขอขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.imdb.com/

รีวิว Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน แสงอรุณแห่งยุติธรรม
อ่าน

รีวิว Batman v Superman: Dawn of Justice (2016) แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน แสงอรุณแห่งยุติธรรม

สานต่อเรื่องราวจาก Man of Steel ที่ยังคงความยิ่งใหญ่ของงานสร้างไว้เช่นเคย แต่นี่ก็เป็นหนึ่งในหนังที่ผู้ชมเสียงแตกเป็นสองฝ่าย ถ้าคุณชอบ คุณจะบอกว่านี่เป็นหนังที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้เรื่องอื่น แต่ถ้าคุณไม่ชอบ คุณก็จะบอกว่านี่เป็นหนังที่น่าผิดหวังได้เช่นกัน รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! https://www.instagram.com/p/1rhDFyh48m/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== ภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการจะสะท้อนให้เห็นว่า "ในเหตุการณ์เดียวกันสามารถมีมุมมองที่แตกต่างกันได้เสมอ" ผลลัพธ์จากการต่อสู้ของผู้ที่ทรงพลังอย่าง ซูเปอร์แมน ไม่ใช่เพียงแค่การปกป้องโลกเอาไว้ ในทางกลับกันมันก็เป็นการทำลายโลกและสิ่งมีชีวิตไปในตัว แท้จริงแล้วซูเปอร์แมนคือผู้พิทักษ์หรือทำลายล้างกันแน่? https://www.instagram.com/p/1rhaBSB49W/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== ในขณะเดียวกัน การกระทำของ แบทแมน ที่ตั้งตนเป็นศาลเตี้ย มอบความยุติธรรมด้วยความรุนแรงและไร้การควบคุมโดยกฎหมาย ย่อมถูกมองว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสม แต่ความไม่เหมาะสมนี้เอง ที่กลายเป็นสัญลักษณ์และปราบปรามอาชญากรได้รวดเร็วกว่ากระบวนการยุติธรรม แท้จริงแล้วแบทแมนทำถูกต้องหรือไม่? มุมมองที่แตกต่างกันนี้เอง ที่ทำให้ทั้งแบทแมนและซูเปอร์แมนต่างไม่ไว้ใจในการกระทำของอีกฝ่าย อันเป็นหนึ่งในชนวนเหตุที่นำได้สู่การต่อสู้ระหว่าง "มนุษย์กับพระเจ้า" "ความมืดและความสว่าง" "สีดำปะทะสีฟ้า" นั่นเอง https://www.instagram.com/p/BCbCzC_B45-/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== เปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยมสำหรับ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affeck) ในฐานะนักปราบอาชญากรรมแห่งก็อตแธม นำเสนอภาพลักษณ์ของแบทแมนที่จริงจัง และดุดัน มากด้วยฝีมือและประสบการณ์ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อได้ว่า ต้องแบทแมนแบบนี้แหละถึงจะต่อกรกับบุรุษเหล็กอย่างซูเปอร์แมนได้ เฮนรี่ คาวิลล์ (Henry Cavill) กลับมาสานต่อบทบาทซูเปอร์แมนของเขาอีกครั้ง ที่ครั้งนี้ซูเปอร์แมนต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและบอบช้ำทางอารมณ์มากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจหยุดยั้งจิตวิญญาณแห่งการเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นได้ การแสดงของคาวิลล์ในครั้งนี้ก็ยังทำได้ดีไม่แพ้ครั้งก่อน และทำให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใจและเชียร์ซูเปอร์แมนได้เช่นกัน https://www.instagram.com/p/BHud4VqAFkP/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== https://www.instagram.com/p/BGrmvtah46G/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== อีกหนึ่งตัวละครที่ปรากฎตัวครั้งแรกในหนังเรื่องนี้คือ วันเดอร์วูเมิน รับบทโดย กัล กาด็อท (Gal Gadot) ถือเป็นตัวละครรองของหนังเรื่องนี้ แต่ทุกซีนที่เธอปรากฎตัวจะแย่งซีนตัวละครอื่นๆไปไม่น้อยเลย https://www.instagram.com/p/BCdkHJKh4wi/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== ด้านตัวร้ายของเรื่องนี้คือ เล็กซ์ ลูเธอร์ รับบทโดย เจสซี ไอเซนเบิร์ก (Jesse Eisenberg) ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าเขาแสดงได้ดีเลย แต่ที่แย่คือบทบาทหรือคาแรคเตอร์ เพราะลูเธอร์ในฉบับนี้ดูไม่เข้มแข็ง ดูไม่ฉลาดแกมโกง หรือมีความเจ้าเล่ห์เหมือนอย่างต้นฉบับหรือเวอร์ชั่นอื่นๆ ทำให้ไปๆมาๆเลยรู้สึกรำคาญกับท่าทางหรือการแสดงออกของตัวละครนี้ได้ กลายเป็นว่านี่คือหนึ่งในจุดอ่อนของหนังเรื่องนี้ไปในทันที https://www.instagram.com/p/BZZkCn5FbhU/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== ด้านตัวละครรองอื่นๆก็ทำหน้าที่ได้ดีสมบทบาท แต่ก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าพูดถึงหรือจดจำมากนัก โดยรวมแล้วหนังเรื่องนี้เน้นหลักๆแค่ไม่กี่ตัวละครที่ได้กล่าวถึงไป รวมไปถึงฉากแอคชั่นที่ทำได้ดีตามมาตราฐาน แต่ก็ไม่ได้หวือหวามากเกินไป และด้วยความที่เป็นศึกใหญ่ของสองซูเปอร์ฮีโร่ในตำนาน ย่อมถูกตั้งความหวังในเรื่องฉากแอคชั่นไว้สูง โดยส่วนตัวผมไม่ได้ติดใจหรือรู้สึกว่ามันน้อยไปนะ แต่ผู้ชมบางส่วนก็อาจรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสนุกหรือเร้าใจมากเท่าที่ควรก็เป็นได้ https://www.instagram.com/p/BHaDy6ygpTy/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== https://www.instagram.com/p/BGuM8vPh460/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== https://www.instagram.com/p/BGcj7bfB4x3/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== ดังนั้น ข้อเสีย ของหนังเรื่องนี้ ผมจะสรุปออกมาเป็นรายข้อตามนี้ครับ การเดินเรื่องที่ยังไม่กระชับเท่าที่ควร บางช่วงอาจเดินเรื่องช้าไปบ้าง เลยทำให้หนังดูไม่น่าติดตามเท่าไหร่ ฉากแอคชั่นเกือบทุกฉากจะอยู่ในที่มืด แต่ถ้าว่ากันตามตรงก็ไม่ได้มืดมากจนดูยากไปซะทีเดียว ในมุมมองของผมเอง แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าผู้ชมบางส่วนอาจรู้สึกว่ามันมืดจนดูยากไปบ้างเช่นกัน ตัวร้ายที่ดูจะขัดตากับบุคลิกไปบ้าง รวมถึงตัวละครรองไม่ค่อยมีบทเด่นเท่าไหร่ https://www.instagram.com/p/BHcnjLvAe3J/?utm_source=ig_web_copy_linkigsh=MzRlODBiNWFlZA== สรุปแล้ว สำหรับผมอยู่ในฝ่ายชื่นชอบหนังเรื่องนี้ครับ แม้จะมีจุดอ่อนอยู่บ้าง แต่ฉากเท่ๆของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ในหนังเรื่องนี้ก็มีไม่น้อย เลยยังพอมาทดแทนกันได้ ผมให้คะแนนหนังเรื่องนี้อยู่ที่ 8/10 คะแนน ลองเปิดใจดูครับ ไม่เน้นคาดหวังสูงเกินไป คุณอาจสนุกและชอบหนังเรื่องนี้เหมือนผมก็เป็นได้ครับ   ขอขอบคุณ Batman v Superman ภาพปก ตัดต่อเพิ่มเติมโดย BossBondFans ภาพที่ 1 ภาพที่ 2 ภาพที่ 3 ภาพที่ 4 ภาพที่ 5 ภาพที่ 6 ภาพที่ 7 ภาพที่ 8 ภาพที่ 9 ภาพที่ 10 ภาพที่ 11 ภาพที่ 12 ภาพที่ 13 ภาพที่ 14 ภาพที่ 15 เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

รีวิว Batman (1989)
อ่าน

รีวิว Batman (1989)

     Batman ฉบับปี ค.ศ. 1989 เป็นหนังแนว Super Hero ที่อ้างอิงมาจากหนังสือการ์ตูนของฝั่ง DC comicsกำกับโดย Tim Burton เป็นหนังภาคแรกของ Batman ที่ผลิตโดยบริษัท Warner Broshttps://www.youtube.com/watch?v=dgC9Q0uhX70นักแสดงนำแจ็ก นิโคลสัน (Jack Nicholson) รับบทเป็น แจ็ก เนเปียร์ (Jack Napier) ลูกน้องของ คาร์ล กริซซอม ที่ถูกทรยศและกลายมาเป็นอาชญากร Joker ในภายหลังไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) รับบทเป็น แบทแมน (Batman) ฮีโร่ปราบเหล่าร้ายในยามรัตติกาล ภายใต้หน้ากากของเค้าคือ บรูซ เวย์น (Bruce Wayne) อภิมหาเศรษฐี Playboy และใจบุญคิม เบซิงเงอร์ (Kim Basinger) รับบทเป็น วิกกี้ เวล (Vicki Vale) หญิงสาวที่ทำงานเป็นช่างภาพ และเข้ามาในเมืองเพราะสนใจข่าวของ Batmanแจ็ก พาแลนซ์ (Jack Palance) รับบทเป็น คาร์ล กริซซอม (Carl Grissom) หัวหน้าอาญากร ที่คุมเมือง ทำธุรกิจมืด และ คุมเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ็ก นิโคลสัน (Jack Nicholson) รับบทเป็น Jack Napier (Joker)ไมเคิล คีตัน (Michael Keaton) รับบทเป็น Batman, Bruce Wayneคิม เบซิงเงอร์ (Kim Basinger) รับบทเป็น วิกกี้ เวล (Vicki Vale)บทย่อ      ตัวหนังจะตั้งอยู่ในเมืองสมมุติที่อ้างอิงในหนังสือการ์ตูนที่มีชื่อว่า เมืองก็อธแธม (Gotham city) อันเป็นเมืองที่มีแต่เหล่าอาชญากร, มลภาวะที่ทำให้ดูมัวหมองตลอดเวลา, การทุจริต, ยาเสพติด, และการติดสินบนเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีผู้คุมใหญ่อย่าง 'คาร์ล กริซซอม' เป็นผู้คุมเมือง และต่อมาจะโดน Joker เข้ามาแทน       Batman ชายสวมชุดค้างคาวที่ออกไล่ล่าอาชญากร สร้างความกลัวให้อาชญากร จะต้องเจอกับตัวละครที่ร้ายกาจอย่าง Joker เขาจะจัดการกับ Joker ได้อย่างไร? ความสัมพันธ์ระหว่าง กริซซอมกับแจ็คเป็นแบบไหน? อะไรที่ทำให้แจ็คกลายเป็นมาเป็น Joker สามารถดูได้ใน Batman 1989 (ขายหนังสักหน่อย)ความประทับใจ       จริง ๆ ประทับใจอยู่หลายฉากและก็ชอบการแสดงของนักแสดงมาก ๆ เลยอยากจะเล่าสักฉาก ใครที่ยังไม่เคยดูขอให้ข้ามตรงส่วนนี้ไปเพราะจะเป็นการสปอยเนื้อหา 🤣 ฉากเปิดเรื่อง - ในฉากนี้เราจะเห็นเมือง Gotham ที่ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศ ที่มีแต่ฝุ่นควันและถนนที่มีแต่รถวิ่งตลอดเวลา ทางเดินที่ดูแออัด พ่อแม่ลูกที่เดินออกจากโรงหนัง และพยายามหาทางกลับบ้าน ในจุดนี้ระหว่างการดำเนินเรื่อง หากใครที่อ่านหนังสือการ์ตูนหรือรู้เรื่องราวของแบทแมน มาบ้างจะพอรู้ว่า เด็กคนนี้คงเป็นบรูซ เวย์น แต่ความจริงไม่ใช่ หลังจากดำเนินเรื่องมาอีกสักพัก เราจะเข้าใจว่า นี้คือเรื่องในตอนที่บรูซ เวย์นได้เป็นแบทแมนแล้ว ถือว่าเป็นฉากที่เซอร์ไพรส์คนดูไม่น้อยเกร็ดความรู้ของหนังหนังมีความยาว 2 ชั่วโมง 6 นาทีหนังมีทุนสร้าง 48 ล้านดอลลาร์ และทำรายได้ Box office ไปที่ 411.6 ล้านดอลลาร์ และเป็นหนังที่ทำรายได้ 100 ล้านดอลลาร์ ภายใน 10 วันหากเราสังเกตในฉากเปิดตัว เราจะพบชื่อ Jack Nicholson ก่อน ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสัญญาจ้างของ Jack Nicholson ว่าจะต้องให้ Opening มีชื่อของเขาขึ้นก่อนคนแรกครับมีการจัดทำโปรโมทของเล่น เพลง ของสะสม ซีเรียล ก่อนที่หนังจะฉาย จนมีวัฒนธรรมที่เรียกว่า Bat mania เนื่องด้วยทางบริษัทมั่นใจในนักแสดงอย่าง Jack Nicholson และ Michael Keaton ว่าจะต้องทำให้หนังเรื่องนี้ดังเป็นพลุแตกแน่นอน!เมือง Gotham ถูกสร้างขึ้นโดย Anton Frust ที่ต่อมาจะได้รางวัลออสการ์ เขาได้เนรมิตเมือง Gotham ที่มีคำนิยามว่า 'มหานครที่คนเกลียดและเยือกเย็นที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้' ค่าตัวของนักแสดง Jack Nicholson มีค่าตอบแทนสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ เนื่องด้วยสัญญาค่าตอบแทนที่มีค่าล่วงหน้าและเปอร์เซ็นต์ของรายได้จาก Box office ซึ่งเป็นค่าตัวที่สูงสุดในยุคนั้น ส่วนนักแสดง Michael Keaton ได้อยู่ที่ 6 ล้านดอลลาร์เท่านั้นเองครับ Creditภาพหน้าปก : Warnerbros, CanvaVideo ที่ 1 : Batman (1989) Official Trailer by Rotten Tomatoes Classic Trailersภาพประกอบ ที่ 1 - 5 : Warnerbrosแหล่งอ้างอิง : BATMAN (1989) BREAKDOWN! Details You Missed Why Keaton Is The Best! BATMAN (1989) Casting Michael Keaton [HD] Behind the ScenesThe Troubled History of Batman (1989): Burton! Keaton! Nicholson! Batmania!เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

รีวิว Batman V Superman: Dawn of Justice (2016) ที่เกือบจะดี แต่เพราะตัดฉากออกจนน่าเสียดาย
อ่าน

รีวิว Batman V Superman: Dawn of Justice (2016) ที่เกือบจะดี แต่เพราะตัดฉากออกจนน่าเสียดาย

Batman V Superman: Dawn of Justice เป็นภาคต่อยอดจากภาพยนตร์เรื่อง Man of Steel (2013) ซึ่งเป็นภาคที่อยู่ใน Timeline เดียวกันจากผู้กำกับอย่าง Zack Snyder และนอกจากตัวละครอย่าง Superman ที่นำแสดงโดย Henry Cavill แล้ว ยังมี Batman รับบทโดย Ben Affleck ที่มาร่วมจอ (ภาคนี้ถือได้ว่ามีพระเอกถึงสองคนเลย) ซึ่งในจักวาลนี้ทั้งสองคนก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของฮีโร่ DC ทั้ง Superman และ Batman ที่ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครสามารถแทนได้แล้วในความคิดเห็นของคนดูอย่างผม และอีกคนนึงที่เป็นที่โด่งดังไม่แพ้กันคือ Wonder Woman รับบทโดย Gal Gadot ที่ได้มาเป็นฮีโร่รับเชิญ โดยการรับบทในครั้งนี้เธอก็ได้กลายเป็นนักแสดงที่เป็นถึงสัญลักษณ์ของ Wonder Woman ที่หาใครแทนได้ยากเช่นกันเนื้อเรื่องในภาคนี้เป็นมาอย่างไร?อย่างที่ผู้เขียนได้บอกเอาไว้ข้างต้นว่าภาคนี้จะต่อเนื่องจากภาค Man of Steel มาภาคนี้จะเป็นภาคที่ได้เผยปมปัญหาจากผลการปะทะกันระหว่าง Superman และนายพล Zod ที่บวกกันทีโลกแทบแตก และหลังจากนั้น Superman ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกโดยมีการพูดถึงในทั้งด้านดี และด้านลบจากเหตุการณ์การต่อสู้กลางเมืองครั้งนั้น ก็ได้มีบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วยนั่นคือ Bruce Wayne หรือ Batman ที่โกรธแค้นชาว Kryptonian ทั้งสองคน (รวมถึงมีหลายคนเกลียดไปทั้งดาวก็มีเพราะส่วนใหญ่คิดว่าชาวดาว Krypton จะมีมาอีก) หลังจากนั้น Bruce ก็ได้หาวิธีในการที่จะแก้แค้น และทำลายชาวดาว Krypton ซึ่งคนที่หลงเหลืออยู่คือ Superman การต่อสู้จึงได้เริ่มต้นขึ้น แต่การต่อสู้ในครั้งนี้เป็นที่ตัว Superman ที่ไม่สามารถฆ่า Batman ได้เพราะเขาต้องการเพียงแค่ให้ Batman ช่วยเหลือ สุดท้ายแล้วทั้ง Superman และ Batman ได้ทำความเข้าใจ และหาทางช่วยกันในที่สุดแต่ปัญหามันไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เพราะมีบางสิ่งที่ Lex ปลุกมาเพื่อกำจัด Superman มีความแข็งแกร่งมากกว่าที่ Superman จะต่อสู้ได้ด้วยตัวคนเดียว นั่นทำให้นอกจาก Batman แล้ว Diana หรือ Wonder Woman ได้ลงมาช่วยด้วยอีกแรงมารีวิวความรู้สึกหลังดูกันดีกว่าอย่างที่แฟนๆ DC ทราบทั่วกันว่าข่าววงในเป็นอย่างไรกับการสร้างชุดนี้ของ Zack Snyder ซึ่งเนื้อเรื่องรวมถึงฉากต่างๆ เอาตรงๆ ว่าหลังจากที่ดูคือรู้ได้เลยว่ามีการตัดฉากออกหลายจุดมากๆ ดูรู้เรื่อง แต่องค์ประกอบบางอย่างของหนังหายไปอย่างน่าเสียดาย เพราะการตัดฉากที่ควรจะใส่ไว้ออกไป บางครั้งทำให้คนดูทั่วไปเขาดูรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง อีกเรื่องก็คือช่วงเวลาทำความรู้จักกับตัวละครมีน้อยเกินไป (ผู้ชมบางกลุ่มเขาไม่ได้รู้สึกผูกพันอะไรขนาดนั้น) ทั้งๆ ที่ควรจะสร้างภาคเดี่ยวก่อน แต่อยู่ดีๆ มารีบสร้างภาครวมฮีโร่เลยอีกปัญหานี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของเวลาที่เร่งจนเกินไป การที่ต้องตัดลดเวลาให้หนังไม่ดูยาวเกิน (ในสมัยนั้นนะ แต่มายุคนี้ 3 - 4 ชั่วโมงก็เริ่มมีมาให้เห็นกันบ้าง) ทำให้หนังไม่ค่อยมีมิติ และความละเอียดมากเท่าที่ควรสำหรับผู้เขียนนะ แต่ยังไงโดยรวมแล้วภาคนี้ก็ยังถือว่าโอเค และไม่ได้แย่ไปซะทีเดียวถ้าถามว่าแนะนำให้ดูมั้ยก็ยังแนะนำให้ดูนะ เพราะถ้าดูแล้วไม่เครียด หรือดูแล้วสนุกก็โอเคเลย แต่ถ้าคนที่เป็นแฟนๆ ของฮีโร่ DC มาดูเนี่ยผมค่อนข้างเห็นใจเขาเลยจริงๆ เพราะบางอย่างดูค่อนข้างไปทางผิดหวัง แต่ก็อย่างที่กล่าวไปว่าการดูเพื่อเสพความบันเทิงทั่วๆ ไปก็แนะนำอีกเรื่อง เพราะฉากการต่อสู้มันส์ๆ มีค่อนข้างเยอะ และสนุกจริง ตัวอย่างภาพยนตร์https://www.youtube.com/watch?v=0WWzgGyAH6Yab_channel=WarnerBros.Picturesอ้างอิงข้อมูลจาก IMDb | Batman v Superman: Dawn of Justiceขอขอบคุณภาพจาก Facebook | Batman v Superman: Dawn of Justiceตัวอย่างภาพยนตร์โดย Warner Bros. Pictures | Batman v Superman: Dawn of Justice - Comic-Con Trailer [HD]ภาพปกโดยผู้เขียน immark | ภาพปก (ภาพประกอบภาพปก จาก Facebook | Batman v Superman: Dawn of Justice)ภาพที่ 1, ภาพที่ 2, ภาพที่ 4, ภาพที่ 5, ภาพที่ 6 และภาพที่ 7 จาก Facebook | Batman v Superman: Dawn of Justiceภาพที่ 3 จาก Facebook | Man of Steelคอมมูนิตี้ “โลกคนรักหนัง” ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน

Batman มากกว่าฮีโร่คือผู้ป่วย PTSD
อ่าน

Batman มากกว่าฮีโร่คือผู้ป่วย PTSD

                            หลังจากชมภาพยนตร์ The batman ผู้เขียนนั่งไถ่ทวิตก็เห็นแต่รีวิวแบทแมนเต็มไปหมดบ้างก็ว่าดีบ้างก็ว่างั้นๆ ซึ่งตัวผู้เขียนชอบแบทแมนเวอร์ชันนี้มากกว่าแบทแมนของโนแลนด์เสียอีก แบทแมนคนนี้ดูสมจริงและมีความเป็นมนุษย์จิตป่วยที่ตรงสเป็คผู้เขียนเหลือเกินผู้เขียนจะขอมุ่งไปที่การวิเคราะห์ตัวละคร บรู๊ซ เวย์น โดยเฉพาะเลยเพราะตลอดการรับชมภาพยนตร์ผู้เขียนรู้สึกหงุดหงิดใจสุดๆ อยากจะเขย่าตัวอัลเฟร็ดแล้วบอกว่า ดูเจ้าหนูเวรเอ้ยเวย์น เขาไม่ปกตินะทำไมไม่พาไปพบจิตแพทย์ ! ผู้ป่วยเรื้อรัง                              อาการที่ บรูซ เวย์น เป็นคือ PTSD อย่างไม่ต้องสงสัย (PTSD คืออาการของผู้ที่ผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบกระเทือนจิตใจ) บรู๊ซ เวย์น มีอาการบ่งชี้ชัดเจนนั้นคือเขายังยึดติดกับการตายของพ่อแม่แม้จะผ่านมานานมากแล้วแต่เขาก็ยังหมกมุ่นกับมันอยู่ตลอด มีอยู่ซีนหนึ่ง(สปอย!)ที่ผู้เขียนว่ามันชัดเจนมากๆ ซีน ที่แบทแมนมองลูกชายของผู้ลงสมัครผู้ว่าที่ถูกเดอะลิดเลอร์ฆาตกรรม                                                        ทั้งที่สถานการณ์รอบตัวเต็มไปด้วยความวุ่นวายแต่แบทแมนก็ยังอุตส่าห์สะดุดตากับเด็กชายที่ร้องไห้ สายตาที่เขามองไม่ใช่แบบตำรวจเห็นใจเหยื่อแต่มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาในอดีต ซีนนี้แสดงให้เห็นเด่นชัดเลยว่าแม้เวลาจะผ่านมานานเท่าไร บรู๊ซ เวย์น ยังคงเป็นเด็กชายที่นั่งร้องไห้แต่ด้วยเวลามันทำให้เขาโตขึ้นและความเสียใจแบบตอนเด็กก็ถูกพัฒนาไปเป็น ความโกรธ ความชิงชัง ความแค้น ซึ่งในแบทแมนเวอร์ชันนี้เขาจะไม่ได้ถูกเรียกว่าฮีโร่แต่กลับถูกเรียกว่าผู้ล้างแค้นมันคือภาพลักษณ์ที่เขาแสดงออกมาอันมีต้นตอมาจากจิตใจของเขาสัญลักษณ์แห่งความกลัว                              ปกติแล้ว Bat signal มักจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังแต่ของแบทแมนคนนี้ดันกลายเป็น ความกลัว เสียอย่างนั้น มันคือซีนต้นเรื่อง(สปอย) โจรที่ปล้นร้านสะดวกซื้อในวันฮาโลวีนแหงนหน้ามองท้องฟ้าแล้วเห็น Bat signal แล้วรีบวิ่งหนีด้วยความกลัวหรือแม้กระทั่งซีนรถไฟใต้ดินที่แบทแมนเข้าไปช่วยเหยื่อที่ถูกอันตพาลรังแก พี่แบทแกก็เหมือนเข้าไประบายอารมณ์มากกว่าเพราะถ้าเป็นฮีโร่ปกติที่พยายามเข้าไปช่วยเหลือก็จะมุ่งไปที่การปล่อยมัดสักทีสองทีเพื่อให้พวกอันตพาลถอยหนีแล้วช่วยเหยื่อแต่ไม่ใช่กับพี่แบทแน่นอน พี่แกเล่นกระทืบไม่ยังมือเหมือนโกรธเกลียดพวกอาชญากรมากราวกับต้องการสะท้อนถึงลึกๆในใจของเขา สมัยยังเด็กเขาทำได้แค่เกลียดพวกอาชญากรและเก็บมันไว้จนเป็นแผลใจแต่เมื่อเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เขาก็สามารถแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่แม้แต่เหยื่อที่ถูกแบทแมนช่วยก็ยังกลัวเขาไม่ได้ขอบคุณหรือมองเขาเป็นฮีโร่แต่อย่างใด ยึดติดกับก็อตแธม                                   เชื่อว่าหลายคนก็สงสัยว่าพี่แบทแกรวยขนาดนี้ ทำไมไม่ย้ายไปอยู่เมืองที่ดีกว่านี้ สำหรับผู้เขียนต่อให้แจกตั๋วไปอยู่ก็อตแธมฟรียังไม่เอาเลย ต้นตอของสาเหตุนั้นต้องอธิบายยาวหน่อยเพราะ โธมัสกับมาร์ธา คือผู้ทรงอิทธิพลมากๆในก็อตแธมตลอดจนบรรพบุรุษตระกูลเวย์นก่อนมีบริษัทเวย์นเอ็นเตอร์ไพร์ พวกเขาก็เป็นเจ้าของที่ดินทำธุรกิจท่าเรือและสาธารณูปโภคสืบต่อกันมาอย่างช้านานก็อตแธมเป็นดั่งมรดกของตระกูลเวย์นและการที่ โธมัสและมาร์ธา ถูกฆาตกรรมจึงทำให้เหลือ บรู๊ซ เวย์น เพียงคนเดียว เขายังคงฝังใจกับเหตุการณ์วัยเด็กและก็อตแธมก็เหมือนมรดกที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้โดยเฉพาะโครงการฟื้นฟูของโธมัสเวย์นที่ตั้งใจยกระดับก็อตแธมชีวิตพลเมืองให้ดียิ่งขึ้น มันเหมือนดั่งเชื้อไฟที่ บรู๊ซ เวย์น ยึดติดไว้กับบทบาทของแบทแมน ดังข้อความในภาพที่เขียนว่า the sins of my father? ซ่อนเร้นความรู้สึก                                         จะมีอยู่คำพูดหนึ่งที่เดอะลิดเลอร์พูดกับแบทแมนว่า " แกกับฉันต่างก็รู้ดี หน้ากากทำให้ฉันเป็นตัวของตัวเอง " ในลักษณะของเดอะลิดเดอร์นั้นไม่แปลกที่เขาจะใส่หน้ากากเพราะพื้นเพเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่มาจากบ้านเด็กกำพร้า การก่อจลาจลและการใส่หน้ากากเป็นลูกเล่นที่ซ่อนเร้นความธรรมดาให้ดูโดดเด่นขึ้นของตัวเดอะลิดเลอร์แต่ของแบทแมนมันต่างกันมากเพราะตัวจริงของ บรู๊ซ เวย์น คือมหาเศรษฐีที่ชีวิตไม่ได้ธรรมดาเหมือนเดอะลิดเลอร์เลย พี่แกสามารถทำสิ่งดีๆมากมายโดยใช้สถานะความเป็น บรู๊ซ เวย์น ได้อย่างไม่ขัดเขินหรือจะเจริญรอยตามพ่อเป็นนักการที่ดีก็ยังได้ มันง่ายและไม่ต้องยุ่งยากซับซ้อนเท่ากับการเป็นแบทแมนเลยแต่ถึงยังงั้นพี่แกก็กลับเลือกใส่หน้ากากเพราะพี่แบทแกสามารถเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเปิดเผยสามารถแสดงความรู้สึกลึกๆในใจที่อยากจะจัดการอาชญากรอย่างสาสมให้เหมือนกับความเจ็บปวดที่เขาต้องเจอ ไม่เคยจางหาย ในซีนของ อัลเฟร็ด อาการสาหัสอยู่ในโรงพยาบาล น่าจะเป็นบทสรุปที่ชัดที่สุดว่า บรู๊ซ เวย์น ยังคงสะเทือนใจกับเรื่องในอดีดอยู่เพราะบทสนทนาที่พูดกับอัลเฟร็ดว่า " ฉันรู้ว่าตอนนี้มีบางสิ่งที่ยังไม่ผ่าน กลัวที่จะเจอมันอีกครั้งกลัวว่าจะสูญเสียคนที่ห่วงใย "  จริงๆก็ยังมีอีกเยอะที่สามารถหยิบนำมาวิเคราะห์ได้แต่แค่นี้ชัดเจนแล้วว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบแม้แต่ - ฮีโร่ก็ป่วยจิตได้ -อัปเดตความรู้ใหม่ ๆ อีกมากมาย โหลดเลยที่ App TrueID ฟรี !

The Batman (2021) การมาของอัศวินรัตติกาลคนใหม่
อ่าน

The Batman (2021) การมาของอัศวินรัตติกาลคนใหม่

The Batman (2021) การมาของอัศวินรัตติกาลคนใหม่                หากจะมีซูเปอร์ฮีโร่สักคนที่โลดแล่นและอยู่คู่กับวงการฮอลลีวูดมาอย่างยาวนาน หนึ่งในนั้นคงไม่มีใครไม่พูดถึงอัศวินรัตติกาลผู้พิทักษ์แห่งมหานครก็อตแธมยามราตรีอย่างแบทแมนนั่นเอง หากนับการปรากฏตัวครั้งแรงของมนุษย์ค้างคาวในโลกภาพยนตร์ตั้งแต่ยุคขาวดำซึ่งรับบทโดย ลูอิส วิลสัน ในปี1943 จนมาถึงปัจจุบัน หน้ากากค้างคาวและผ้าคุมถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนานกว่า77ปีและมีนักแสดงที่รับบทบาทนี้มาแล้วถึง8คน(เฉพาะในโลกภาพยนตร์)                และดูเหมือนว่าตำนานนักสู้สวมหน้ากากค้างคาวจะถูกหยิบนำมาสร้างใหม่อีกครั้ง หลังต้นสังกัดวอร์เนอร์ฯ ได้ประกาศสร้างภาพยนตร์ Batman ฉบับใหม่ที่ถูกวางโปรแกรมฉายไว้ 21 ตุลาคม 2564 แม้ตอนนี้ทางกองถ่ายจะอยู่ในช่วงพักการถ่ายทำเอาไว้ชั่วขณะเนื่องจากเหตุระบาดของโควิด-19 เราจึงถือโอกาสนี้รวบข้อมูลและข่าวคราวที่เรารู้เกี่ยวกับอัศวินรัตติกาลคนใหม่มาให้ทุกคนได้เตรียมตัวกันก่อน    รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDการแขวนผ้าคุมของBen Affleck หลังการประกาศสร้างภาพยนตร์เดี่ยวของแบทแมน ทางต้นสังกัดได้วางตัวเบน แอฟเฟล็คที่รับบทเป็นแบทแมนอยู่ ณ ขณะนั้นให้นั่งแท่นผู้กำกับของโปรเจคนี้ ก่อนที่เบนจะขอถอนตัวจากตำแหน่งผู้กำกับเหลือเพียงแสดงนำเท่านั้น ทำให้ทางต้นสังกัดต้องควานหาผู้กำกับคนใหม่สำหรับโปรเจคนี้ไม่นานหลังจากการเฟ้นหาผู้กำกับ ทางวอร์เนอร์ฯ ก็ได้ ผู้กำกับมากความสามารถอย่าง แมต รีฟส์ (10 Cloverfield Lane, Dawn of the planet of the apes)มาเป็นผู้กำกับที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลภาพยนตร์เรื่องนี้ในที่สุดแต่ดูท่าทุกอย่างก็ยังคงไม่ราบรื่น เพราะมีข่าวลือมากมายว่าตัวนักแสดงเบน แอฟเฟล็ค อาจถอนตัวจากบทของแบทแมน อาจเนื่องมาจากคำวิจารณ์ที่ไม่ค่อยสู้ดีของภาพยนต์ Batman V Sperman : Dawn of Justice และ Justice League ที่มีเจ้าตัวนำแสดง จนท้ายที่สุดเบน แอฟเฟล็ค ก็ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาจะไม่กลับมารับบทแบทแมนฉบับใหม่อีกต่อไป ภายหลังเบน แอฟเฟล็ค ได้ออกมาเปิดเผยว่าเหตุผลที่ตนเองออกจากบทนั้นมาจากปัญหาติดสุราบวกกับการขาดความกระตือรือร้นและแรงผลักดันที่จะกลับมารับบทนี้อีกแล้ว“ความพยายามและความหลงใหลของผมมันหายไป และผมคิดว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ควรจะถูกสร้างโดยใครสักคนที่หลงใหลและเฝ้าฝันที่จะทำมัน  ผมว่ามันชัดเจนสำหรับผมแล้ว ได้เวลาที่ผมจะต้องเดินต่อ”บทใหม่ของอัศวินรัตติกาลผู้กำกับแมต รีฟส์ ได้ออกมาเผยข้อมูลบางส่วนของภาพยนตร์ให้เราได้รู้ว่าโทนของภาพยนตร์จะออกมาในแนว “สืบสวนสอบสวน(Film Noir)” โดยที่จะตัวภาพยนตร์จะเน้นทักษะการสืบสวนของแบทแมนที่ไม่ค่อยได้เห็นมาเล่าในโลกภาพยนตร์เป็นหลัก นอกจากนี้ นักแสดงทั้งสองคนในเรื่องอย่าง แอนดี้ เซอร์กีสและ ปีเตอร์ ซาร์สการ์ดได้ออกมาพูดว่าโทนของภาพยนตร์จะดิบเถื่อนและมืดมนกว่าภาพยนตร์ของแบทแมนเรื่องใด ๆ ที่เคยทำมาแม้เรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่องนี้จะยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่ผู้กำกับก็ออกมาเผยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่เลือกที่จะเล่าเรื่องราวจุดกำเนิดของแบทแมน แต่จะเล่าเรื่องราวช่วงแรกของการเป็นอัศวินรัตติกาล เราจึงอาจได้เห็นแบทแมนที่อายุน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไร้ประสบการณ์เลย แต่เขาจะยังไม่มีประสบการณ์หรือชำนานมากเหมือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีข่าวลือออกมาว่าเรื่องราวของภาพยนตร์อาจดัดแปลงมาจากเหตุการณ์ในหนังสือการ์ตูน Batman : The Long Halloween ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่โด่งดังอีกหนึ่งเหตุการณ์ของแบทแมนที่ว่าด้วยการปรากฏตัวของฆาตกรต่อเนื่องนาม“ฮอลลิเดย์ คิลเลอร์(Holiday Killer)” ที่จะลงมือสังหารเหยื่อในทุกวันหยุดเทศกาล แบทแมนจึงต้องหาทางหยุดยั้งฆาตกรคนนี้ให้ได้ หากข่าวลือนี้เป็นจริง ภาพยนตร์เดี่ยวของอัศวินรัตติกาลเรื่องนี้ดูจะน่าสนใจขึ้นมาเรื่อย ๆทัพนักแสดงมากความสามารถผู้คนต่างให้ความสนใจกับทีมนักแสดงที่ตบเท้าเข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะนักแสดงชายที่จะมาสวมหน้ากากค้างคาวและรับตำแหน่งอัศวินรัตติกาลแทนเบน แอฟเฟล็ค ที่ประกาศอำลาจากบทนี้ไปแล้ว นี่คือรายชื่อของนักแสดงบางส่วนที่ถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีส่วนในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยโรเบิร์ต แพททินสัน – แบทแมน (บรูซ เวย์น) มีรายชื่อนักแสดงชายมากมายที่สนใจจะรับบทแบทแมนคนใหม่ ไม่ว่าจะเป็น นิโคลาส โฮลท์(Warm bodies, Jack The Giant Slayer, Mad Max: Fury Road) จอน แฮมม์(Baby Driver, Mad Men) แต่นักแสดงที่คว้าตำแหน่งอัศวินรัตติกาลคนใหม่นี้กลับเป็นนักแสดงหนุ่มอย่าง โรเบิร์ต แพททินสัน ที่แม้จะมีเสียงไม่พอใจจากแฟน ๆ ที่คิดว่าตัวโรเบิร์ตนั้น ไม่เหมาะกับการมารับบทนี้เพราะหลายคนติดภาพจำของเขาในบทแวมไพร์หนุ่มในThe Twilight  แต่นี่ถือเป็นเรื่องปกติของนักแสดงที่ได้รับบทแบทแมนที่มักจะต้องเจอเสียงวิจารย์ถึงแง่ดีและแง่ร้ายอยู่เสมอ นอกจากนี้เราจะเห็นว่าช่วงหลังนั้นโรเบิร์ต จะเลือกรับบทในภาพยนตร์นอกกระแสที่ต้องใช้ฝีมือการแสดงอย่างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบทของชายหนุ่มเฝ้าประภาคารในภาพยนตร์สยองขวัญขาวดำอย่างThe Lighthouse หรือบทหัวขโมยมอมแมมที่พยายามจะช่วยน้องชายในGood Time  และเขาสามารถกวาดเสียงคำวิจารณ์แง่บวกจากแฟน ๆ ไปได้จนทำให้เราลืมภาพลักษณ์ของแวมไพร์หนุ่มไปเลย มารอดูกันว่าเขาจะตีความและนำเสนออัศวินรัตติกาลคนใหม่ออกมาได้น่าสนใจแค่ไหนโซอี้ คราวิตซ์ – แคทวูแมน (เซลินา ไคล์)ดูเหมือนนักโจรกรรมสาวที่เป็นเหมือนคู่รักของแบทแมนอย่าง แคทวูแมนจะมีบทบาทในภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งในเรื่องจะรับบทโดยนักแสดงสาว โซอี้ คราวิตซ์ (Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald)แอนดี้ เซอร์กีส - อัลเฟรด หากมีอัศวินรัตติกาล ก็ต้องมีพ่อบ้านผู้คอยอยู่เคียงข้างช่วยเหลืออย่างอัลเฟรดด้วยเสมอ และนักแสดงที่มารับบทในครั้งนี้คือ แอนดี้ เซอร์กีส ที่เคยร่วมงานกับผู้กำกับ Matt Reeve มาแล้วทั้งใน Dawn of the planet of the apes และ War for the planet of the apesเจฟฟรีย์ ไรท์- ผู้บัญชาการ กอร์ดอนเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่ได้รับเสียงฮือฮาจากผู้ชมหลังจากประกาศว่าเขาจะมารับบทเป็นนายตำรวจที่คอยช่วยเหลือแบทแมนอย่างผู้บัญชาการ กอร์ดอน เพราะในการ์ตูนนั้นตัวละครนี้เป็นคนผิวขาว แต่ผู้กำกับนั้นเลือก เจฟฟรีย์ ไรท์ (Westwold, Casino Royale)ซึ่งเป็นคนผิวสีมารับบทนี้แทน ถือว่าเป็นการตีความตัวละครออกมาใหม่ได้อย่างน่าสนใจทีเดียวโคลิน ฟาร์เรล - เดอะ เพนกวิน ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่านักแสดงอย่าง โคลิน ฟาร์เรล (The Lobster, Total Recall) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย กระทั่งภาพจากกองถ่ายที่เผยให้เห็นเขาปรากฏตัวอยู่ในกอง ซึ่งภายหลังก็ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาเองจะมารับบทตัวร้ายคนสำคัญของแบทแมนอีกคนอย่าง เดอะ เพนกวินพอล ดาโน – เดอะ ริดเรอร์ ดูเหมือนว่า เดอะ เพนกวิน จะไม่ใช่ตัวร้ายเพียงแค่คนเดียวในเรื่อง เพราะมีการประกาศว่านักแสดงชายอย่าง พอล ดาโน (The Little Miss Sunshine) จะมารับบทเป็นวายร้ายเจ้าปัญหาอย่าง เดอะ ริดเรอร์ เสริมทัพกับ เดอะ เพนกวิน อีกด้วยจอห์น เทอร์เตอร์โร - คาร์ไมน์ ฟอลคอนอาจไม่ได้มาแค่สอง แต่อาจถึงสาม เพราะนักแสดง จอห์น เทอร์เตอร์โร (The Big Lewboski) ถูกวางตัวให้รับบท คาร์ไมน์ ฟอลคอน เจ้าพ่ออาชญากรที่ทรงอำนาจที่สุดในเมืองก็อตแธมที่ถือว่าเป็นตัวละครวายร้ายยุคแรกเริ่มที่แบทแมนต้องประมือด้วยในช่วงแรกของการเป็นอัศวินรัตติกาลปีเตอร์ ซาร์สการ์ด - อัยการเขตกิล โคลสัน นี่อาจเป็นตัวละครที่แฟน ๆ แบทแมนอาจไม่คุ้นชื่อนี้มาก่อน นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะตัวละครอัยการเขตจอมปลิ้นปล้อนกิล โคลสัน ของ ปีเตอร์ ซาร์สการ์ดคนนี้นั้นถูกเขียนขึ้นมาใหม่เพื่อปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเฉพาะเจมี่ ลอว์สัน, ฝาแฝด ชาร์ลี และ แม็กซ์ คาร์เวอร์ และ กิล เปเรซ-อับราฮัมสี่นักแสดงหน้าใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้เช่นกัน แต่ยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการว่าบทบาทของพวกเขาในเรื่องนั้นเป็นใครและมีความสำคัญกับเนื้อเรื่องมากน้อยขนาดไหน อาจเป็นตัวละครที่ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนหรืออาจถูกสร้างขึ้นใหม่คล้ายกับตัวละครของปีเตอร์ ซาร์สการ์ดก็ได้ชุดมนุษย์ค้างคาวพร้อมยานพาหนะคู่ใจนอกจากทีมนักแสดงมากความสามารถแล้ว สิ่งที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้กันคือการปล่อยคลิปวิดีโอทดสอบหน้ากล้องในชุดอัศวินรัตติกาลของโรเบิร์ต แพททินสันท่ามกลางแสงสีแดง ซึ่งเผยให้เราได้เห็นบางส่วนของชุดเกราะที่ดูเป็นเกราะที่สร้างจากมือเองและดูธรรมดาไม่มีเทคโนโลยีล้ำยุคซึ่งเข้ากับโทนของภาพยนตร์ที่มาในแนวสมจริงและมืดมนเป็นอย่างดี นอกจากนี้ สิ่งที่แฟน ๆ สังเกตและตั้งคำถามไม่แพ้กัน นั่นคือสัญลักษณ์ค้างคาวยังดูแตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อน ๆ มา ซึ่งมีการตั้งทฤษฏีกันว่าสัญลักษณ์ค้างคาวตรงหน้าอกนั้นทำจากปืนของฆาตกรที่ใช้สังหารครอบครัวของแบทแมนนั่นเอง  ไม่เพียงแค่นั้น ผู้กำกับเองยังทำให้แฟน ๆ ของแบทแมนยิ่งคลั่งไปอีกโดยการปล่อยภาพแรกอย่างเป็นทางการของรถแบทโมบิลที่ดูเป็นรถอเมริกัน มัสเซิล คาร์ที่ถูกดัดแปลงมากกว่าที่จะเป็นรถถังติดอาวุธครบครันเหมือนภาคก่อน ๆ ซึ่งดูแปลกใหม่และน่าสนใจมากทีเดียวแม้ขณะนี้ผู้กำกับจะออกมาบอกว่าขั้นตอนการถ่ายทำจะดำเนินไปได้เพียง 25 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดและยังมีข้อมูลอีกมากมายที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยออกมาจนกว่ากองถ่ายดำเนินการถ่ายทำกันต่อได้  แต่ข้อมูลบางส่วนของภาพยนตร์นี้ที่เราหยิบยกนำมาเล่าให้ฟัง ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ที่ทำให้เหล่าแฟน ๆของแบทแมนมีหวังว่าเรื่องราวของอัศวินรัตติกาลบนโลกภาพยนตร์จะยังคงดำเนินต่อไปในเส้นทางที่สดใหม่และแปลกตากว่าที่เคย    รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDขอบคุณภาพประกอบจากDC Comics/ IMDB/ Warner Bros. Entertainment/ Twitter:Matt Reevesภาพหน้าปก/ รูปที่1และ2/ รูปที่3/ รูปที่4 /รูปที่5/ รูปที่6/ รูปที่7/ รูปที่8/ รูปที่9/ รูปที่10/ รูปที่11/ รูปที่12และ13/ รูปที่14 15และ16/

Review! Gotham จุดเริ่มต้นของเหล่าวายร้ายใน Batman
อ่าน

Review! Gotham จุดเริ่มต้นของเหล่าวายร้ายใน Batman

Gotham Series ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการและฉายออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 2014 โดยภาพรวมซีซั่นแรกมีจำนวน 22 ตอน และมีเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมในการพลิกบทบาทของเหล่านักแสดงและการดำเนินเนื้อเรื่องที่ใช้เนื้อหาจาก Comic ที่ทำออกมาได้ตรงตามต้นฉบับอย่างไม่ผิดเพี้ยน แนว : อาชญากรรม / สืบสวน รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ      เจมส์ ‘จิม’ กอร์ดอน (James ‘Jim’ Gordon) และฮาร์วี่ย์ บูลล็อก (Harvey Bullock) ได้รับข่าวเรื่องการตายของโทมัส (Thomas) และมาร์ธา (Martha) เจ้าของบริษัท Wayne Enterprises ตระกูลที่ร่ำรวยและมีอำนาจมากที่สุดในเมือง Gotham City  ถูกคนร้ายนิรนามยิงเสียชีวิตขณะกลับมาจากดูหนัง บรูซ เวนย์ (Bruce Wayne) ลูกชายคนเดียวของโทมัสและมาร์ธาซึ่งรอดชีวิตจากการถูกดักปล้นกำลังร้องไห้ออกมาอย่างโดดเดี่ยว จุดเริ่มต้นระหว่างจิมและบรูซได้เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังการพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของเมือง Gotham      แม้จะเป็นเรื่องราวจุดเริ่มต้นของตัวละครอย่าง จิม กอร์ดอน และ บรูซ เวนย์ วัยเด็ก แต่ความน่าสนใจของเนื้อเรื่องนอกเหนือจากการสืบคดีและไล่ตามเหล่าวายร้ายที่ก่ออาชญากรรมใน Gotham       คือการได้เห็นพัฒนาการของเหล่าตัวร้ายอื่นๆที่ยกมาทั้ง Comic อาทิ Catwoman, Poison Ivy, The Penguin, Joker, The Riddler, Black Mark, Two Face เป็นต้น โดยเหล่าวายร้ายทั้งหลายกลับมีสตอรี่ของตัวเองที่ทำให้เกลียดไม่ลงกันเลยทีเดียว ความน่าสนใจของซีรีส์      • การปรากฏตัวของ เซลีน่า ไคน์ (Selina Kyle) หรือ Catwoman ผู้ครอบครองหัวใจของ Batman ในส่วนของซีรีส์ เซลีน่าปรากฏตัวครั้งแรกในตอนที่ 1 และเป็นคนเดียวที่เห็นครอบครัวของบรูซถูกฆ่าในคืนนั้น การกระทำตลอดทั้งซีรีส์ของเซลีน่าเป็นไปยากต่อการคาดเดา เธอเป็นเด็กสาววัย 14 ที่อยู่ในตรอกซอยและเป็นนักลักขโมยที่โลดโผนที่สุดแห่ง Gotham      ส่วนที่ชอบเกี่ยวกับเรื่องราวของเซลีน่าที่ปรากฏขึ้นต่อหน้าบรูซ คือการสร้างสตอรี่ที่เชื่อมโยงถึงบรูซและเซลีน่าตลอดระยะเวลา จุดเริ่มความแตกต่างระหว่างเด็กจรจัดกับลูกมหาเศรษฐี แม้จะเป็นเส้นสายสัมพันธ์คู่ขนาน แต่สุดท้ายทั้งคู่ก็มักร่วมมือกันอย่างเสมอ      แม้เซลีน่าจะแสดงออกถึงการอยู่ฝ่ายเดียวกับบรูซ แต่เธอก็ยังคงแสดงจุดยืนว่าเป็น 1 ในเหล่าวายร้ายที่ต้องการสร้างความโกลาหลในเมือง Gotham City อีกด้วย       • การเติบโตของไอวี่ เปบเปอร์ (Ivy Pepper) หรือ Poison Ivy ที่ในอนาคตเธอจะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบทแมนอีก 1 คน แต่ถึงอย่างนั้นก็จะได้เห็นการเฉือดเฉือนอารมณ์เล็กน้อยในวัยเด็กระหว่างเธอและบรูซ เธอถูกแม่ทิ้งทันทีหลังจากที่พ่อของเธอตายจากการ์ถูกฮาร์วี่ย์ บูลล็อก และจิม กอร์ดอน ยิงจากการเข้าใจผิดในขณะตามหาตัวคนร้ายที่ฆ่าครอบครัวของบรูซ      ส่วนที่ชอบสำหรับเรื่องราวของไอวี่ คือ การที่เห็นเธอค่อยๆเก็บเกี่ยวความโดดเดี่ยวจากคนอื่นมาเป็นความโกรธแค้นอย่างสมเหตุผล      • การถ่ายทอดเรื่องราวของ เอ็ด ’เวิร์ด‘ นิกม่า (Ed ‘ward’ Nygma) จากเด็กหนุ่มหน้าตาใสซื่อ สู่การเป็นจอมวายร้ายแห่งปริศนาอย่าง The Riddler การเริ่มต้นของเขาดูเหมือนจะเป็นการเจ็บช้ำทางสังคมจนเกิดอาการทางจิตเวชที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วกรมตำรวจ G.C.P.D      ส่วนที่ชอบในเนื้อเรื่องของเอ็ด คือการได้รับรู้จุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนและการได้เห็นปัญหาทางจิตที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของเขาเพิ่มทีละนิดทีละน้อย การตั้งคำถาม “อะไรคือความดีและความชั่ว?” “ความถูกต้องและความผิดพลาดคืออะไร?” การได้รับความบอบช้ำอย่างหนักหน่วงของเอ็ดกำลังเอนเอียงทำให้เขามองโครงสร้างแห่งความยุติธรรมเปลี่ยนไปหรือไม่?      ดูเหมือนสามัญสำนึกในการมองโลกของเขาจะเปลี่ยนไป หลังจากได้ลงมือสังหารเหยื่อรายแรก และเขาเองก็พร้อมแล้วที่จะสร้างความเลวร้ายครั้งใหม่เพื่อหาคำตอบของปริศนาวิกลจริตเหล่านี้      นอกเหนือจากการได้เห็นตัวละครหลักทั้ง 2 ฝ่ายอย่าง จิม กอร์ดอน และ บรูซ เวนย์ ที่เป็นฝ่ายยุติธรรมและความดี การปรากฏตัวของเหล่าวายร้ายหลักในเรื่องนี้ก็ดูจะเป็นการขาดไม่ได้เช่นกัน      • จุดเริ่มต้นของ The Penguin หรือ ออสวอล์ด คอบเบิลพ็อต (Oswald Cobblepot ) ที่กลายมาเป็นตัวร้ายหลักในซีรีส์ โดยเรื่องราวของเขานั้นเริ่มต้นขึ้นจากการเป็นเด็กถือร่มให้ ฟิซ มูนนี่ (Fish Mooney) ก่อนจะไต่ระดับการแย่งชิงอำนาจเพื่อกลายเป็นราชาแห่ง Gotham       แม้แรกเริ่มการมีอยู่ของออสวอลด์จะมีบุคลิกอ่อนแอและขี้กลัว แต่สิ่งเหล่านั้นกลับมาพร้อมเล่ห์เหลี่ยมที่เขาใช้มันผ่านมุมมองที่ถูกผู้คนใน Gotham ดูถูก เพื่อแสดงให้เห็นจุดจบของคนที่ประเมินศักยภาพของเขาต่ำเกินไป      ส่วนที่ชอบ คือ ออสวอลด์กลายเป็นจุดพีคของความโกลาหลในการแย่งชิงอำนาจระหว่างคาร์ไมล์ ฟัลโคน และ ซอล มาโรนี่ ที่ก่อเป็นสงครามระหว่างแก๊งที่มีอิทธิพลที่สุดใน Gotham      ทั้งนี้แม้การแสดงออกจะเต็มไปด้วยความปั่นป่วนทางอารมณ์ ระหว่างความกระหายอำนาจและความหวาดกลัว แต่เขาก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการมีอยู่ของเขาคือการเปลี่ยนแปลงเมือง Gotham ให้แตกต่างไปจากเดิมอย่างแท้จริง      จิมและออสวอลด์ กลายเป็นเพื่อนและศัตรู แม้จะอยู่คนละฝ่าย แต่ทั้งสองคนกลับมีอุดมการณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงเมือง Gotham      • แม้จะไม่ใช่การเปิดตัว The Joker อย่างเป็นทางการ แต่เราจะได้เห็นการเริ่มต้นของ เจอโรม วาเลสก้า (Jerome Valeska) ที่จะออกมาสร้างความเลวร้ายรูปแบบใหม่ และยังกลายมาเป็นความหวาดกลัวของ Gotham ในอนาคตอึกด้วย      จุดเริ่มต้นของเจอโรม ดูเหมือนจะสะท้อนภาพลักษณ์ของเขาผ่านการอยู่ในคณะละครสัตว์ที่แสดงออกถึงความสนุกสนานและความโกลาหลอย่างเลวร้าย หลังการตัดสินใจฆาตกรรมแม่ของเขา ภาพรวม จุดเด่น      เป็นการสร้างที่ซีรีส์ที่แคสมาได้ตรงต้นฉบับที่สุด ไม่ว่าจะเป็นจิม กอร์ดอน, ออสวอลด์ คอบเบิลพ็อต, เอ็ด นิกม่า, เซลีน่า ไคล์ การแสดงของตัวละครลื่นไหลมีอินเนอร์ในการถ่ายทอดที่ออกไปทาง Comic ทำให้ดูแล้วไม่มีการติดขัด ฉากคอนแทร็กต่างๆ ทำออกมาได้ดี มีการปรับเปลี่ยนมุมมองและโฟกัสไปยังนักแสดงได้อย่างยอดเหยี่ยม การนำเสนอ      ตัวละครหลักมีจุดเด่นและการแบ่งบทได้ดี เนื่องจากเป็นซีรีส์ตอนยาวและมีการปรากฏตัวของตัวละครหลักหลายคน ในบางตอนอาจมีการเร่งรัดออกหรือละทิ้งตัวร้ายในคดียิบย่อย ทำให้คดีไม่ดูขลังหรือสมเหตุผลเท่าไรนัก การเชื่อมโยงตัวละคร      แม้จะมีการปรับเปลี่ยนบทบาทในตัวละครให้แตกต่างไปจากมุมมองเดิม แต่เราก็จะได้เห็นตัวละครหลักทุกตัวจับมือร่วมบทบาทกันอย่างลงตัว อาทิ การพบเจอกันของออสวอลด์และบาร์บาร่า คีน (Barbara Kean), การช่วยกันระหว่างเซลีน่าและไอวี่, การพบกันของเพนกวินและริดเลอร์ที่จะกลายเป็นคู่หูกันในอนาคต ความแปลกใหม่      การนำตัวละครที่มีอยู่ภายใน Comic ได้ออกมาปรากฏตัวขึ้นในหน้าจอเป็นครั้งแรก อาทิ ฮาร์วี่ เดนท์ (Two Face), ลี ทอมป์กินส์ (Queen of Narrow) และการนำเสนอตัวละครหลักทั้ง 3 ฝ่าย อย่าง จิม กอร์ดอน, บรูซ เวนย์, ออสวอลด์ คอบเบิลพ็อต เสน่ห์ดึงดูด      ปมพื้นหลังของตัวละครที่ถ่ายทอดออกมาได้ดีมากกกก นักแสดงมีอินเนอร์ในการถ่ายทอดตัวละครได้อย่างน่าประทับใจ แม้บางฉากจะไม่หวือหวาเท่าที่ควร แต่ก็มีการสื่อถึงความเป็นไปของ Gotham ที่กล่าวถึงความเลวร้ายอย่างแท้จริงและการแสดงให้เห็นถึงการมีอยู่เพื่ออนาคตข้างหน้ายังคงดำเนินต่อไป ขอบคุณรูปภาพโดย FB Page : Gotham : ภาพปก , ภาพที่ 1/2/3/4/5/6/7/8/9/10/11/12/13/14/15/16/18/19/20/21/23/24/25/26/27/28/29/30 Twitter: @Gotham ภาพที่ 17/22 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

ไม่อยากให้พลาด...!!! The Batman มนุษย์ค้างคาว ที่เรียล จนขนลุก
อ่าน

ไม่อยากให้พลาด...!!! The Batman มนุษย์ค้างคาว ที่เรียล จนขนลุก

รับชมแบบสดๆร้อนๆจากโรงทาง ทรูไอดีBatman ถือเป็นคาแรคเตอร์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดตัวหนึ่งในโลกภาพยนตร์หลังจากถือกำเนิดขึ้นแล้วปรากฏตัวสู่สาธารณชนนับเนื่องมากว่า 80 ปี เรียกได้ว่าเข้าไปอยู่ในทุกอณูของชีวิตผู้คน เราได้เห็น Batman ที่เป็นทั้ง การ์ตูน หนังสือ ซีรีส์ โดยเฉพาะในโลกภาพยนตร์ที่ได้ถูกนำมาตีความทั้งแบบตลก และดราม่าจริงจังและด้วยการมีฐานแฟนๆเป็นจำนวนมากมีหรือถ้าผู้ผลิตจะยอมหยุดสร้างเม็ดเงินจากมัน การสร้างมนุษย์ค้างคาวจึงดำเนินต่อไป แต่ด้วยความที่หนังของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้สร้างมาตรฐานคุณภาพไว้สูงการหาผู้กำกับที่มือถึงจะไม่ทำให้หนังเละจึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆทุกคำวิจารณ์เทคะแนนบวกให้เมื่อ Matt Reeves ถูกเลือกให้มากำกับ Batman จึงถูกจับตามองอย่างมากแต่เขาก็มีความฉลาดและกล้าพอที่จะพาอัศวินรัตติกาลทะยานไปในทิศทางที่เขามั่นใจที่สุด มันจึงทำให้เวอร์ชันนี้ออกมา สมจริง และดีที่สุดเท่าที่เราจะเคยเห็นไม่น้อยหน้าฉบับเก่า ด้วยการผสมหนังอาชญากรรมแบบเต็มสูตร คือถ้าตัดฉาก Batman ออกไปหมดก็จะกลายเป็นหนังสืบสวนชั้นดีเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว Robert Pattinson เป็นมนุษย์ค้างคาวที่มีทั้งเลือดเนื้อและน้ำตาการเลือก Robert Pattinson มารับบท Bruce Wayne ภายใต้หน้ากาก มันทำให้ได้ตัวละครที่มีชีวิตมีความรู้สึกจริงๆมีความเก็บกดและพร้อมระเบิดออกมา เพราะตามเนื้อเรื่องเองก็ปูไว้ว่าเขาเพิ่งมารับบทอัศวินรัตติกาลได้เพียง 2-3 ปีการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆดูไม่เฉียบคมและรอเวลาขัดเกลาอีกเยอะ ในด้านของชุด Batman และรถคู่ใจ ก็ให้ความรู้สึกดิบๆมากเหมือนเอาเศษเหล็กมาประกอบมีรอยต่อให้เห็นอยู่เต็มไปหมดไม่มีอุปกรณ์ไฮเทคที่ทำให้ดูโอเวอร์เกินไป และคราวนี้พระเอกของเราต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีความฉลาดอย่าง  มนุษย์เจ้าปัญหา วิธีการตีความครั้งนี้แตกต่างจากของฉบับ จิม แครี่ เป็นอย่างมากกลายเป็นฆาตกรโรคจิต ไม่ได้ใส่คอสตูมสีฉูดฉาด หรือจะเป็น Catwoman ที่ให้ความรู้สึกเหมือนนักโจรกรรมสาวมากกว่า และคาแรคเตอร์ทุกตัวไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือแม้แต่เมือง Gotham ก็ให้ความรู้สึกเป็นคนธรรมดาจับต้องได้มีด้านมืด มีรัก โลภ โกรธ หลง และผิดพลาดได้ ตลอดเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ผู้ชมจึงสัมผัสได้ถึงความสดใหม่ของหนัง Batman อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและไม่อาจเดาทางได้ถูก Paul  Dano เป็น The Riddler ที่ทั้งโรคจิตและน่ากลัวในความเห็นส่วนตัว มันทำให้รู้สึกว่ามุมกล้องเท่แบบหนังฮีโร่ แต่ก็ดูสมจริงราวกับว่านี่คือข่าวภาพเหตุการณ์จริง จากเมืองใดเมืองหนึ่งของโลก ความฉ้อฉลของนักการเมืองที่เราชินตา ฉากสู้คือเหมือนถูกรุมจริงๆ ไม่รู้สึกว่ามีจังหวะคิวหรือบล็อคกิ้งนักแสดง หรือแม้แต่อารมณ์ตัวพระเอกเองที่เหมือนเราๆทุกคน ยืนอยู่ระหว่างความดี และความชั่วและพร้อมถลำลึกหากไม่ได้ใช้สติ คนดีอาจไม่ใช่อย่างที่คิด และเราชอบฉากตอนไคลแม็กซ์ที่สุดมันรู้สึกได้ว่าแบทแมนกำลังกลัวตาย ซึ่งไม่ได้เห็นในเวอร์ชั่นไหนมาก่อน และนี่คือสิ่งที่ผู้กำกับนำเสนอและน่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้หนัง DC เน้นโทนจริงจังแบบนี้ไปเลย(ปล่อยให้แนว สดใสอบอุ่นเป็นของ Marvel ฮา ฮา) แถมถ้าเอาจริงทางค่ายก็มีตัวละครที่ดราม่าให้เลือกเยอะ  เมื่อดูจากมีเสียงตอบรับในทางที่ดีและเห็นตรงกันว่านี่คือภาพยนตร์ Batman อีกเรื่องที่มีคุณภาพไม่แพ้ฉบับของทิม เบอร์ตัน หรือ คริสโตเฟอร์ โนแลนเลยทีเดียว และใครที่พลาดชมในโรงภาพยนตร์วันนี้ TrueID ได้นำกลับมาให้พิสูจน์ความเรียล ความดิบและdark กันอีกครั้ง รับประกันอรรถรสในการรับชมไม่ต่างกันแน่นอนสามารถรับชมได้แล้ววันนี้ทาง TrueIDคะแนนจากความเห็นส่วนตัว 9.5/10ที่มาของภาพ : Facebook The Batman                      : trueidเครดิตภาพ : ภาพปก , ภาพที่1 , ภาพที่2 , ภาพที่3, ภาพที่4 , ภาพที่5คอมมูนิตี้โลกคนรักหนัง ห้องหวีดซีรีส์ดังออกใหม่มาแรง ป้ายยาหนังดีหนังโดน

รีวิวภาพยนตร์ THE BATMAN - บทตำนานใหม่อัศวินรัตติกาล
อ่าน

รีวิวภาพยนตร์ THE BATMAN - บทตำนานใหม่อัศวินรัตติกาล

 รีวิวภาพยนตร์ THE BATMAN - บทตำนานใหม่อัศวินรัตติกาล การกลับมาอีกครั้งของซุปเปอร์ฮีโร่ระดับตำนานของจักรวาลดีซี ที่ถูกนำไปทำใหม่มาหลายครั้งในมุมมองที่แตกต่างกันไป ครั้งนี้แบทแมนบทใหม่ได้นักแสดงชายที่เคยทำให้สาวๆกริ๊ดสลบมาแล้วอย่าง โรเบิร์ต แพตตินสัน (จาก แวมไพร์ ทไวไลท์ และ เดอะ ไลท์เฮาส์) ร่วมด้วยทีมนักแสดงมากหน้าหลายตา อาทิ โซอี้ คราวิทซ์ (ไดเวอร์เจนท์ คนแยกโลก และ Big Little Lies) มารับบทเป็น แคทวูแมน, พอล ดาโน่ (คู่เดือดเชือดปมดิบ และ Swiss Army Man) มารับบทเป็นตัวร้ายสุดเฮี้ยน เดอะ ริดเลอร์ และ โคลิน ฟาร์เรล (สุภาพบุรุษมาหากัญ และโสดเหงาเป็นล็อบสเตอร์) ที่ครั้งนี้ลงทุนเปลี่ยนโฉมพลิกบทบาทเป็น แพนกวิน    รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueID    พร้อมได้มือผู้กำกับ  แมตต์ รีฟส์ (จาก Cloverfield วันวิบัติอสูรกายถล่มโลก) มาสร้างตำนานครั้งใหม่ครั้งนี้ด้วย          ความรู้สึกหลังดูจบ: THE BATMAN เป็นภาพยนตร์ซุปเปอร์ฮีโร่ ที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นก่อนๆอย่างสิ้นเชิงเลย ด้วยความที่ครั้งนี้ผู้กำกับเลือกที่จะเอาแนวฟิลม์นัวร์มาปัดฝุ่นใหม่ ก็เลยไม่แปลกใจที่แฟนๆเอาเรื่องนี้มาเทียบกับภาพยนตร์เรื่อง Se7en ผลงานชั้นครูของ David Fincher โดยไม่ต้องสงสัย         มู้ดแอนด์โทนของเรื่องนี้ก็เลย มาแนวสืบสวนแก้ไขปริศณาคดีฆาตกรรมของ เดอะริดเลอร์ ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ดิบเถื่อน แรงอาฆาต และอำมหิต แค่ไม่ถึงขั้นเลือดสาดขนาดนั้น พร้อมได้เห็นด้านมนุษย์ในเมืองก็อตแธมได้ชัดเจนมากขึ้น และชอบที่ตัวหนังไม่ได้เล่าย้ำซ้ำรอยไปยังจุดต้นกำเนิดของแบทแมนเหมือนเวอร์ชั่นก่อนที่เห็นจนเบื่อ เราจะได้เห็นเหตุการณ์ในช่วงปีที่2 ของการเป็นแบทแมนที่ผู้คนยังไม่ได้ยอมรับบุรุษผู้นี้กันสักเท่าไรซึ่งจะเป็นการมุ่งสู่จุดเริ่มในการเป็น "ฮีโร่" ในสายตาของผู้คนเมืองก็อตเธม ให้มีความหวังมากขึ้นถึงแม้ตามที่เห็นจะริบหรี่ก็ตาม         ส่วนในด้านงานภาพก็จัดว่าสวยมาก พร้อมกับมุมกล้องที่เท่สุดๆ โดยเฉพาะฉากไฮไลด์สำคัญ คือ ฉากซิ่งไล่ล่าบนถนน ที่ทำเอาแฟนคลับแบทแมนฟืนไปตามๆกันเลย          ด้านการแสดงนั้นถือว่าทำได้ดีเลยละ ทีมนักแสดงทุกคนทั้ง Robert Pattinson ,Zoë Kravitz ,Jeffrey Wright ,Paul Dano และ Colin Farrell โดยเฉพาะ Paul Dano ถึงแม้บทจะน้อยหน่อย แต่ก็สามารถเล่นบทร้ายได้เฮี้ยนสุดๆ จนกลายเป็นอีกตัวร้ายคนโปรดอีกคนนึงเลย             ด้านเพลงประกอบที่ได้ Michael Giacchino (สไปเดอร์แมน: โน เวย์ โฮม และIncredibles รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก) มาร่วมประพันธ์บทเพลงให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ จะมาให้อารมณ์ดาร์ก หม่นๆชวนหลอนหู และทรงพลังในเวลาเดียวและเชื่อหลังจากดูภาพยนตร์เรื่องนี้จบ บทเพลงนี้จะติดหูตลอดตั้งแต่เดินออกจากโรง จนกลับมาถึงบ้านก็ยังไม่สามารถออกจากหัวได้เลยลองฟังได้ที่นี้: https://youtu.be/VlZkpUUM-Rk           ส่วนในด้านข้อเสียของภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยความที่เรื่องนี้มีความยาวตั้ง 2 ซั่วโมง 55 นาที แล้วไม่ได้เต็มไปด้วยฉากแอ็คชั่นมากนัก แถมตอนสืบสวนก็ไม่ได้เล่ามาแบบตัดฉับไวขนาดนั้น คนที่ไม่ชินกับแนวนี้อาจมีอาการเบื่อเหนื่อยหน่ายบ้าง ฮ่าๆ          สรุป: THE BATMAN ถือว่าเป็นบทตำนานใหม่อัศวินรัตติกาลที่น่าจับตามอง ด้วยทั้งเนื้อเรื่องและมู้ดแอนด์โทนที่สดใหม่ เท่ ดิบเถื่อน และดุดัน ที่ดูไม่ฝืนเหมือนครั้งก่อน พร้อมการนำเอาแนวฟิลม์นัวร์ ที่ไม่ได้เห็นบนจอใหญ่มานานมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง เพื่อเตรียมพร้อมสู่จักรวาลอัศวินรัตติกาลที่แฟนๆดีซีทุกคนต้องไม่พลาดเป็นอันขาดTHE BATMAN วันนี้ในโรงภาพยนตร์ทั้งระบบปกติ, IMAX และ 4DXรับชม The Batman (2022) ได้ผ่านที่ TrueID ขอบคุณภาพประกอบจาก TheBatmanMovieภาพปกผมทำเองจากต้นฉบับของ TheBatmanMovie  และ โลโก้ซื่อหนังภาพที่ 1, ภาพที่ 2, ภาพที่ 3, ภาพที่ 4, ภาพที่5จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

ยืนยันแล้ว!! แอนดี้ เซอร์คิส จะมารับบทเป็น อัลเฟรด ใน The Batman
อ่าน

ยืนยันแล้ว!! แอนดี้ เซอร์คิส จะมารับบทเป็น อัลเฟรด ใน The Batman

ถ้าจะให้พูดถึง The Batman ฉบับ Matt Reeves (แมตต์ รีฟส์) แล้วหล่ะก็ ทุกคนน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า Robert Pattinson (โรเบิร์ต แพตทินสัน) นั้นได้รับเลือกให้มารับทเป็นแบทแมน หรือบรูซ เวย์น แฟน ๆ ที่ติดตามข่าวก็คงจะได้ตื่นตาตื่นใจ ไปกับภาพที่ทางผู้กำกับได้ทยอยปล่อยออกมาเลื่อย ๆ และล่าสุดข่าวออกมาแล้วว่า ยืนยันแล้ว!! แอนดี้ เซอร์คิส จะมารับบทเป็น อัลเฟรด ใน The Batman      รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDRobert Pattinson (โรเบิร์ต แพตทินสัน) นั้นได้รับเลือกให้มารับทเป็นแบทแมน หรือบรูซ เวย์น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2019 และเริ่มเปิดกองกันไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา กองถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Batman ฉบับ Matt Reeves (แมตต์ รีฟส์) นั้นได้ใช้โลเคชั่นถ่ายทำอยู่ใน กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้วหลังจากเริ่มถ่ายทำกันมาสักพัก ข่าวล่าสุดก็ได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วว่า Andy Serkis (แอนดี้ เซอร์คิส) จะมารับบทบาทเป็น อัลเฟรด เพนนีเวิร์ท หัวหน้าพ่อบ้านประจำตระกูลเวย์น เพื่อมาเพิ่มความมืดมนให้กับ Batman ในเวอร์ชั่นนี้ ทำเอาแฟน ๆ ต่างพากันตื่นเต้นกันไปยกใหญ่ ไม่นาน ทาง แอนดี้ เซอร์คิส ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ LADbible ไว้ว่า อัลเฟรด ในฉบับนี้จะมาเพิ่มความมืดมน หม่นหมอง และดาร์ก ยิ่งขึ้นมาก ผู้กำกับตั้งใจปราณีตในการที่จะเล่าเรื่องถึงความสัมพันธ์ระหว่าง อัลเฟรด กับ บรูซ เวย์น และนั้นคือแกนหลักสำคัญของหนังเรื่อง The Batmanและสำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Batman จะนำแสดงโดย Robert Pattinson (โรเบิร์ต แพททินสัน) รับบทเป็น แบทแมน, Zoe Kravitz (โซอี้ คราวิทซ์) รับบทเป็น แคทวูแมน, Paul Dano (พอล ดาโน่) รับบทเป็น เดอะริดเลอร์, Jeffrey Wright (เจฟฟรีย์ ไรท์) รับบทเป็น จิม กอร์ดอน และนักแสดงหน้าใหม่อย่าง Jayme Lawson (เจย์มี ลอว์สัน) ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดภาพยนตร์เรื่อง The Batman นั้นจะมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เดือนมิถุนายนปี 2021 นอกจากนี้ แอนดี้ เซอร์คิส ยังบอกกับทางสื่อเสริมด้วยอีกว่า พ่อบ้านอัลเฟรดฉบับที่ ส่วนตัวเขาปลื้มมากที่สุด คือฉบับ ไมเคิล เคน มันเป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด และเขาพยามจะทำให้ถึงจุดที่ ไมเคิล เคน ทำเอาไว้ให้ได้ แล้วเขาจะนำมาปรับใช้ในรูปแบบของตัวเอง เพื่อที่จะเพิ่มความรู้สึก และถ่ายทอดความหม่นหมอง ลงไปในภาพยนตร์เรื่องนี้อีกด้วย   รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDเครดิตรูปภาพ :  The Batman Official Camera Test (2021)(รูปประกอบที่1/รูปประกอบที่2/รูปประกอบที่3)  

เดอะ แบทแมน
ดู

เดอะ แบทแมน

Review! Gotham การเพิ่มขึ้นของเหล่าวายร้ายใน Batman
อ่าน

Review! Gotham การเพิ่มขึ้นของเหล่าวายร้ายใน Batman

การกลับมาอีกครั้งของ Gotham Series Season 2 ในต้นปีมกราคม ค.ศ. 2015 หลังการได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีใน Season 1 ที่ทำเรตติ้งสูงถึง 76% ใน Roten Tomatoes และคำชมจากนักวิจารณ์ 70 จาก 100 คะแนน โดยมีผู้ชมทั่วโลก 14.8 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นการเปิดตัวซีรีส์น้องใหม่ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! แนว : อาชญากรรม/สืบสวน ตัวซีรีส์ซีซั่น 2 จะถูกแบ่งออกเป็น 2 พาร์ท รวม 22 ตอนในฤดูกาล โดยครึ่งแรกจะใช้ชื่อ Rise of the villains การเพิ่มมากขึ้นของเหล่าวายร้าย ที่จะมีตัวร้ายหลักคนใหม่อย่าง ธีโอ กาลาแวน (Theo Galavan) ที่มีเบื้องหน้าเป็นผู้ลงสมัครนายกคนใหม่ แต่เบื้องหลังกลับปกปิดความเลวร้ายที่จะนำมาสร้างความหวาดกลัวแก่เมืองนี้อีกครั้ง และในครึ่งหลังจะใช้ชื่อ Wrath of the villains ความโกรธเกรี้ยวของเหล่าวายร้าย ที่นำโดยนักวิทยาศาสตร์สุดโรคจิตอย่าง ฮิวโก้ สเตรนจ์ (Hugo Strange) ซึ่งเคยปรากฏทางทีวีวิชั่นมาแล้วมากมาย เรื่องย่อ      ผ่านไป 6 เดือนกับการทำลายอำนาจของแก๊งมาเฟียใน Gotham ออสวอลด์ คอบเบิลพ็อต (Oswald Cobblepot) หรือ The Penguin ได้กลายมาเป็นราชาแห่ง Gotham และปกครองธุรกิจดำมืดใต้ดินเพื่อคงอำนาจจากการล่มสลายของคาร์ไมล์ ฟัลโคน (Carmine Falcone) ที่หนีหายออกไปจากเมืองหลังความโกลาหลครั้งใหญ่ของสงครามแก๊งที่เกิดขึ้น  เจมส์ ‘จิม’ กอร์ดอน (James ‘Jim’ Gordon) หลังเกิดความบาดหมางกับผู้ว่าการตำรวจอย่าง กิลเลียน บี โลบ (Gillian B. Loeb) จากการขัดแย้งเรื่องอำนาจระหว่างแก๊งคาร์ไมล์และมาโรนีที่จิมไปมีส่วนเกี่ยวข้องในซีซั่นที่แล้ว ทำให้เขาถูกปลดตำแหน่งออกจากการเป็นตำรวจ เพราะความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นทำให้จิมเริ่มเข้าใจโครงสร้างของเมือง Gotham มากขึ้น ความดำมืดที่ปกปิดในเมืองกำลังหล่อหลอมเขาให้หมดทางเยียวยาลงทีละนิด ในด้านของ บรูซ เวนย์ (Bruce Wayne) หลังจากที่เขาได้เจอทางเข้าชั้นใต้ดินและได้ล่วงรู้ความลับของ โทมัส (Thomas) พ่อของเขาที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักธุรกิจ แต่เบื้องหลังเขายังเป็น 1 ในผู้ร่วมการสนับสนุนในการสร้างสัตว์ประหลาดขึ้นร่วมกับศาสตราจารย์ฮิวโก้ สเตรนจ์  ความน่าสนใจ การเพิ่มขึ้นของเหล่าวายร้ายที่เรียกได้ว่าออกมาแบบจุใจ ไม่ว่าจะเป็น Mr.Freeze, Firefly, Victor Zsasz และการเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามาอย่าง Tabitha Galavan , Lucius Fox ที่จะเข้ามามีบทบาทในซีรีส์มากขึ้น โดยทุกตัวละครจะมีสตอรี่ปูพื้นหลังที่ทำให้รู้ว่าทำไมถึงกลายเป็นวายร้าย ส่วนตัวคิดว่าการทำสตอรี่ปูพื้นหลังได้ดี มีการบอกชัดถึงความเป็นไปและข้อมูลบางอย่างที่เสริมมาจาก Comic ให้ดูมีมิติมากขึ้น การนำตัวละครที่ไม่ได้โด่งดังและไม่ได้โผล่ออกมาในทีวีวิชั่นมากนัก ทำให้การนำเสนอดูน่าสนใจและเข้าใจเนื้อหาในจักรวาล Batman ความแหวกแนว การปรับเปลี่ยนบทตัวละครให้เข้ากับวัฏจักรในเมือง Gotham อาทิ การนำเสนอ บาร์บาร่า คีน (Barbara Kean) ในรูปแบบวายร้ายที่สวย เซ็กซี่ และโรคจิตบาดใจ ทั้งนี้เธอยังถูกตั้งเป็นวายร้ายหลักของตัวละครฝ่ายหญิงอีกด้วย บาร์บาร่าที่ร่วมมือกับกาลาแวน เพื่อต้องการให้ชาวเมืองเชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นคนปลดปล่อยเมือง Gotham ให้ลบล้างตระกูล Wayne ที่เคยมีความแค้นมาตั้งแต่อดีต ความขัดแย้งของตัวละครที่มีอุดมการณ์เดียวกัน อาทิ เซลีน่า ไคล์ ( Selina Kyle) ที่ได้ร่วมมือกับบรูซเพื่อตามหาคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา แต่กลับเป็นการสร้างความขัดแย้งระหว่างเธอกับ อัลเฟรด เพนนีเวิร์ด (Alfred Pennyworth) หลังจากที่เธอลงมือฆ่าเพื่อนของอัลเฟรดเพื่อปกป้องบรูซ ส่วนตัวคิดว่าเป็นการนำเสนอเรื่องของเซลีน่าได้ดีมาก จากการเป็นเด็กหัวขโมยข้างถนนที่เริ่มเข้าสู่การเป็นวายร้ายและกลายเป็น 1 ในคนที่ช่วยเหลือเมือง Gotham ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นวายร้ายอย่างชอบธรรม แต่ทุกคนกลับมีจิตใจของ Gotham ที่ต้องการให้เมืองนี้คงอยู่ต่อไป เอ็ด นิกม่า (Ed Nygma) หลังจากซีซั่นที่แล้วที่เขาได้ลงมือฆ่าอดีตแฟนเก่าของ คริสติน คริงเกิล (Kristin Kringle) โรคจิตเภทของเขากลับเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว และหลังการได้ฆาตกรรมแฟนสาวของเขาอีกครั้ง เขาวนเวียนไล่หาปริศนาไปรอบๆ GCPD โดยที่ไม่มีใครรู้ว่ามีมีชิ้นส่วนของคริสตินหลบอยู่ตามซอกอาคารและตู้กดน้ำ ในซีซั่นนี้เราจะได้เห็นการปะทะกันระหว่างจิม กอร์ดอน และเอ็ด นิกม่า หลังจากที่จิมเริ่มเข้าสืบคดีการหายตัวไปของคริสติน ปริศนาของเอ็ดยังคงเป็นจุดแตกแยกทำให้จิมได้เข้าไปอยู่ในเรือนจำแบล็กเกตอีกด้วย การเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างเอ็ดและออสวอลด์ หลังจากที่แม่ของออสวอลด์ถูกกาลาแวนฆ่าตาย เขาตัดสินใจแก้แค้นโดยการทิ้งอำนาจและทุกอย่างที่มีในทันที หลังจากที่กาลาแวนได้ถูกรับเลือกให้เป็นนายก ออสวอลด์ตัดสินใจบุกไปหาเขาที่งานเปิดตัว ก่อนจะมีการปะทะกันระหว่างจิมและออสวอลด์หลังตัดสินใจละทิ้งมิตรภาพของทั้งคู่ลง หลังจากแก้แค้นกาลาแวนได้สำเร็จ ออสวอลด์ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลจิตเวช Arkham ก่อนชะตากรรมในการก้าวเข้าสู่การมีอำนาจของเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาล การเฉลยคนร้ายที่ฆ่าครอบครัวของบรูซ และการเฉลยเส้นทางที่เลือก หลังจากที่บรูซสืบหาคนร้ายที่ฆ่าพ่อแม่เขาได้สำเร็จ เขาตัดสินใจตรงไปยังที่บ้านพักของคนร้าย และใช้ปืนชี้ไปยังหน้าของชายคนนั้นเพื่อบ่งบอกว่าเขามีเจ็บปวดและเคียดแค้นเพียงใด ส่วนที่ชอบ เป็นการนำเสนอเรื่องราวของบรูซในวัยเด็กที่สูญเสียตัวตนในเมือง Gotham และเริ่มเติบโตมากขึ้นในฐานะสิ่งเดียวที่ยังคงเหลือ คือความเชื่อมั่นที่คิดจะเปลี่ยนแปลง Gotham เช่นเดียวกับจิม กอร์ดอน การมีอยู่ของศาสตราจารย์ฮิวโก้ สเตรนจ์ เรียกได้ว่าแทบจะเป็นสีสันของ Gotham เลยทีเดียวจากการพลิกแพลงบทบาทในการเป็นตัวร้ายที่โหดเหี้ยม มาสร้างความตลกร้ายและความชุลมุนไปทั่วเมือง เหล่าสัตว์ประหลาดที่ถูกดัดแปลงขึ้นกำลังกระจัดกระจายไปทั่วเมือง Gotham จุดเริ่มต้นการก่อสงครามวิกลจริตใน GCPD เจอโรม วาเลสก้า (Jerome Valeska) ได้ปรากฏตัวอีกครั้ง และครั้งนี้เขาแสดงให้เห็นถึงการลงมือที่สร้างความเจ็บแค้นให้เหล่ากรมตำรวจมากมาย หลังจากที่เขาเป็นคนสั่งการบุกกราดยิงและฆ่า ซาร่า เอสเซน (Sarah Essen) หัวหน้าบัญชาการของ GCPD  นับว่าบทสรุปของ Season 2 เป็นการนำเสนอของจุดยืนตัวละครที่จะบอกเส้นทางที่ตัวหลักแต่ละคนตัดสินใจเลือกในทางที่ต่างกันออกไปจาก Season 1 ได้อย่างชัดเจน อาทิ การก้าวเข้าสู่การเป็นอาชญากรจิตเภทของเอ็ด นิกม่า การหันหลังให้กับกรมตำรวจ GCPD ของจิม กอร์ดอน การละทิ้งความรู้สึกในวัยเด็กสู่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของบรูซ เวนย์เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ที่พ่อของบรูซได้พยามสร้างมันไว้ การแยกทางเดินของเซลีน่ากับบรูซ หลังจากที่เธอตัดสินใจยืนหยัดการมีอยู่ด้วยการเข้าร่วมแก๊งอาชญากรรมกับฟิซ มูนนี่  บาร์บาร่า คีนหลังจากที่ได้ฆาตกรรมพ่อแม่ของเธอ เธอได้ร่วมมือกับออสวอลด์เพื่อกลายเป็นพาร์ทเนอร์       ขอบคุณรูปภาพโดย FB Page: Gotham : ภาพปก ภาพที่ 1/2/3/4/5/6/7/8/9/10/11/12/13/14/15/16/17/18/19/20/21/22/23/24/25/26   จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !  

รีวิวหนัง Batman V Superman Dawn of Justice
อ่าน

รีวิวหนัง Batman V Superman Dawn of Justice

ภาพยนตร์สุดแอ็คชั่นหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ที่มันส์จริงๆ เพราะตั้งแต่ต้นปี เราก็ได้ดูหนังซูเปอร์ฮีโร่มาแทบทุกปีเลยจริง ๆ และ ก็ถึงทีของซูเปอร์ฮีโร่ดังของฝั่ง DC Comics ที่มาพร้อมกันหลายตัว ที่เป็นที่รู้กันว่าพวกเขามาเพื่อปูทางไปสู่หนังรวมฮีโร่ที่สุดยิ่งใหญ่อลังการที่กำลังจะตามมาในอนาคตนี้ หนังเรื่องที่กำลังพูดถึงนี้ ก็คือ ‘Batman v Superman: Dawn of Justice’ศึกการต่อสู้ระหว่างสองซูเปอร์ฮีโร่ที่ทุกคนรู้จักและ การปะทะกันครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของซูเปอร์ฮีโร่ เรื่องราวหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เป็นเวลา 18 เดือน ซึ่งซูเปอร์แมนถูกผู้คนบนโลกตั้งคำถามว่า เขาคือใคร เขาเป็นคนดีหรือคนเลวหรือ เขาช่วยเหลือคนเพราะอะไร เราต้องควบคุมเขาไว้หรือไม่? เขาคือพระเจ้าใช่หรือไม่ส่วนอีกด้านหนึ่ง บรูซ เวย์น หรือ แบทแมนก็สั่งสมไฟแค้นไว้ในอก จากการกระทำของซูเปอร์แมน จนกระทั่งเกิดเหตุวุ่นวายจากแผนการร้ายของ เล็กซ์ ลูเธอร์ ซึ่งเขาได้ทำให้ ผู้คนเข้าใจ Superman ผิด ซึ่งจากนั้นทำให้ batman vs Superman สู้กันในที่สุด ฐานะซูเปอร์แมน / คลาร์กเคนท์ ด้วยความกลัวว่าการกระทำของซุปเปอร์ฮีโร่ที่เหมือนเทพจะไม่มีการตรวจสอบศาลเตี้ยที่น่าเกรงขามและมีพลังของเมือง Gotham จะใช้เวลากับผู้ช่วยชีวิตที่ทันสมัยและน่าเชื่อถือที่สุดของ Metropolis ในขณะที่โลกต่อสู้กับฮีโร่ที่ต้องการ และเมื่อ แบทแมน และ ซูเปอร์แมนกำลังทำสงครามกันภัยคุกคามใหม่ก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้มนุษยชาติตกอยู่ในอันตรายมากกว่าที่เคยเป็นมาก่อนสิ่งที่จะไม่พูดไม่ได้นั้นก็คือตัวร้าย Lex Luthor ตัวละครที่ไม่มีมิติเลย ถือว่าเข้าขั้นวิบัติ ตัวละครนี้ออกมาฆ่าหนังจริง ๆ แน่นอนว่าสำหรับคนดูหนังที่ไม่คิดอะไรมาก อาจจะคิดว่าตัวร้ายตัวนี้มันมีจริตจะกร้าน ยียวยกวนบาทาได้ตลอด แต่แฟนคอมมิคคงรู้สึกว่าน่ารำคาญและเยอะเกินไป คือตัวละครตัวนี้บุคลิกทุกอย่างต่าง ๆ ซึ่ง Lex Luthor มันควรจะเป็นตัวละครที่น่าเกรงขามและฉลาด แต่ตัวละครนี้ เหมือนจะออกคล้ายกับ Joker มากเลย ด้วยความที่เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่หลายคนเฝ้ารอคอย บวกกับผลงานก่อนหน้าใน Man of Steel  ที่ปูทางมาดีมาก และแบทแมนในฉบับของผู้กำกับโนแลนที่แฟนๆต่างยกให้เป็นผลงานขึ้นหิ้งและเปลี่ยนภาพซุปเปอร์ฮีโร่ DC ด้วยการนำเสนอในโทน มืดหม่น สมจริง แม้นี่จะเป็นหนังที่กำกับ โดย Zack Snyder แต่ขณะดูก็ยังพบว่า ‘Batman v Superman: Dawn of Justice’ พยายามจะเล่าหลายเรื่องราวเกินไป จนคนดูเองจะจับจุดไม่ถูกว่า เขาจะมาทางไหน มันมีทั้งประเด็นของความชอบธรรมในการเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ความหมั่นไส้กันเองระหว่างผู้มีพลังต่างเมือง การปูทางสอดแทรกตัวละครใหม่ ๆแต่กระแสตอบรับอาจจะไม่ดีนัก ทางด้านวิจารณ์ แต่ก็ยังทำรายได้น่าพอใจอยู่ ซึ่งตัวหนังใช้ทุนสร้างถึง 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ทำรายได้มากถึง 873 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งก็ว่าถล่มความสำเร็จอย่างมาก โดยรวมถือว่าสนุก อิน มันส์ แต่ที่น่าทึ่งมากกว่านั้นก็คือ ได้เห็นซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่อย่าง Wonder woman ซึ่งเธอเป็นหญิงสาวเผ่าอเมซอน และ ก็มีฉากที่เธอแย่งซีนอยู่เหมือนกัน สรุปภาพยนตร์เรื่อง Batman vs Superman Dawn of Justiceก็ถือว่าฉากแอ็คชั่นทำออกมาดีพอสมควร คะแนนสำหรับเรื่องนี้พล็อตเรื่อง 7.5/10เครดิตภาพทั้งหมด warnerbros

VERAPARIS แบรนด์กระเป๋าหนังแท้ของไทย รุ่นใหม่ Lundi ทรง Hobo แรงบันดาลใจจาก Batman
อ่าน

VERAPARIS แบรนด์กระเป๋าหนังแท้ของไทย รุ่นใหม่ Lundi ทรง Hobo แรงบันดาลใจจาก Batman

VERAPARIS แบรนด์กระเป๋าของคนไทย โชว์จุดเด่นด้วยดีไซน์ไม่อิงกระแส และเหนือกาลเวลา จะหยิบมาใช้เมื่อไร ก็ใช่เสมอ ออกกระเป๋ารุ่นใหม่ Lundi กระเป๋าทรง Hobo ที่มีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ ถือแล้วไม่เหมือนใคร คุณวิไลพร ศิรินภาพันธ์ ดีไซน์เนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ VERAPARIS กล่าวถึงความสำเร็จของ แบรนด์ VERAPARIS ที่สาวไทยจำนวนมากให้การยอมรับตลอดมา 8 ปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจำหน่ายกระเป๋ารวมกว่า 100,000 ใบ ล่าสุดแบรนด์ VERAPARIS จึงได้ออกแบบกระเป๋ารุ่นใหม่ Lundi กระเป๋าทรง Hobo ที่มีรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ ถือแล้วไม่เหมือนใคร เป็นอีกหนึ่งใน DNA ของแบรนด์ และกระเป๋านั้นต้อง Timeless จริงๆ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหูของตัวละคร Batman ที่ใช้สายเส้นเดียวปรับทรง ซึ่งเมื่อปรับเป็นแต่ละทรงก็ให้ลุคที่แตกต่างกัน ทำจากหนังวัวแท้ทั้งใบทั้งด้านนอกด้านใน ด้านนอกใช้หนัง Embossed Cow Leather ทนทานต่อรอยขีดข่วน ใช้ได้นานก็ยังสวย ซับในเป็นหนังกลับวัว Cow Suede Leather สัมผัสนุ่ม ให้ความสมูท น้อยแต่ดูดี เพิ่มลูกเล่นด้วยหนวดทั้งสองข้าง แล้วใช้เทคนิคการเข้าตัวแบบอิตาลี ใช้ Mold ในการขึ้นทรงกระเป๋า เย็บจากด้านนอก และใส่ใจในเรื่องการทำให้กระเป๋าทรงสวยเมื่อสะพายเข้าไหล่ ที่จริงๆ ก็คือสายสะพายทีลอดตามช่องด้านข้างกระเป๋าที่เราเจาะเอาไว้ ข้างละ 2 ช่อง ทำให้เมื่อเวลาสะพาย หนวดนี้จะ movement ตาม และสายนี้ยังปรับระดับสะพายได้ 3 ระดับ ที่มาพร้อม 3 ทรงฝากระเป๋าจะโค้งมีลักษณะคล้ายยิ้ม ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจในเรื่องวัสดุของหนังและตัวเสริมอย่างมาก เป็นงานที่รายละเอียดที่ซ้อน ที่ต้องอาศัยความรักประสบการณ์และความอดทน รวมถึงความบ้าในการทำสิ่งที่ไม่เคยมีให้ทำให้ได้ และที่สำคัญ VERAPARIS เราก็ไม่คิดจะตามกระแสแฟชั่น Lundi 13 (4,850 บาท) ขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ใส่ของสำคัญได้ครบ ดีไซน์ให้มีต่างหูและหางกระเป๋าด้านข้าง เพื่อความ Cute พริ้วไหวเวลาใช้งาน มาพร้อมสายสะพาย ปรับใช้ได้ทั้งแบบถือ สะพายไหล่ และสะพายข้าง และพิเศษ Option เสริม ซื้อ Fringe (1,250 บาท) เพิ่มเพื่อความพลิ้วขั้นสุด Lundi 15 (6,850 บาท) ขนาดกว้างขึ้น 2 เซนฯ แต่จุเพิ่มเกือบ 2 เท่า ยังคงความ Cute กะทัดรัด ใช้งานได้คล่องตัว ใส่มือถือได้ทุกรุ่น มาพร้อม Lundi pod ไว้ห้อยแต่งกระเป๋าเพื่อความพริ้วน่ารักขั้นสุด แถมยังใส่ของชิ้นเล็กได้ เช่นกุญแจรถ หรือหูฟังไร้สาย มาพร้อมสายสะพายให้ได้อัพลุคในสไตล์ที่ต้องการ Lundi 20 (7,850 บาท) ด้วยดีไซน์ที่เรียบแต่ดูดีไม่มี out เป็นใบที่เราได้ Inspiration มาจาก Batman ความโค้งของ Hobo ที่มากับหูทรงตั้ง ที่สำคัญ เราเลือกใช้ magnet ทำให้การเปิดปิดสะดวกเป็น single action ทรงสวยดูเป็น Curved ด้วยเทคนิคพิเศษ Lundi pod (1,450 บาท) กระเป๋าจิ๋วไว้ตกแต่งเพิ่มความ cute ให้กับกระเป๋าใบโปรด ใส่ของชิ้นเล็กเช่นหูฟังไร้สายหรือกุญแจรถได้ ด้านนอกเป็นหนังวัว Cow Embossed Leather ซับในด้วยหนังกลับวัว Cow Suede Leather คุณวิไลพร กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากแบรนด์ VERAPARIS ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในสปีกเกอร์ภายในงาน Asia Pacific Leather Fair (APLF ASEAN 2022) หรืองานแสดงเครื่องหนังระดับอาเซียน ส่งผลให้แบรนด์ได้รับการคัดเลือกให้ทำงานร่วมกับโรงฟอกหนังระดับแนวหน้าของประเทศอิตาลี ในการผลิตกระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่ เพื่อที่จะนำไปโชว์ที่งานแสดงสินค้าเครื่องหนังระดับอาเซียนที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในต้นเดือนมีนาคม ปี 2566 ซึ่งเป็นงานที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ซึ่งผลงานที่กำลังรังสรรค์ใหม่นี้ จะออกมาเป็น Limited Edition และวางแผนที่จะจำหน่ายไปทั่วโลกอีกด้วย ปัจจุบันแบรนด์ VERAPARIS มีแล้วกว่า 10 รุ่น แต่ละรุ่นจะมีทั้งหมด 6 เฉดสี และมีการออกแบบเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 6 แบบต่อปี มีกำลังการผลิต 1,000 ใบ/ล็อต โดยกลุ่มลูกค้าจะเป็นสาววัยทำงานที่มีกำลังซื้ออายุระหว่าง 25-35 ปี และตอนนี้ทางแบรนด์มี VERA Gallery ที่ชั้น 1 ตึก Wave Place (BTS เพลินจิต) และ K-Fabulous ชั้น G The Crystal Veeranda เลียบด่วนรามอินทรา (แผนที่: https://vera.onl/store) หรือติดตาม และอัพเดตสินค้าได้ที่ https://vera.onl หรือ Facebook/ Instragram : VERAPARISbag / Line : @veraparisbag

ประวัติ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) ผู้รับบท Batman ใน Justice League
อ่าน

ประวัติ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) ผู้รับบท Batman ใน Justice League

ประวัติ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) มีชื่อจริงเต็มๆว่า เบนจามิน เกซา แอฟเฟล็ก-โบลดท์ (Benjamin Gza Affleck-Boldt) นักแสดง นักเขียนบมภาพยนตร์ และผู้กำกับชาวอเมริกัน เกิดวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1972 ณ ปีค.ศ. 2021 จะมีอายุ 49 ปี เบน แอฟเฟล็ก เริ่มต้นชีวิตนักแสดงตอนอายุได้ 7 ขวบด้วยการได้รับคัดเลือกให้แสดงในภาพนตร์ท้องถิ่น พออายุดได้ 13 ขวบก็ได้เข้าถ่ายทำในรายการโทรทัศน์สำหรับเด็กในเม็กซิโก เบน แอฟเฟล็ก เข้าเรียนที่ Cambridge Rindge and Latin School กับ แมตต์ เดมอน (Matt Damon) เพื่อนที่อาศัยในระแวกเดียวกัน ประวัติ เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) เบน แอฟเฟล็ก เริ่มเป็นที่รู้จักในปีค.ศ. 1995 หลังจากได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงภาพยนตร์เรื่อง Mallrats หลังจากนั้นเขาก็ได้รับรางวัลออสการ์จสาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Good Will Hunting ที่เขาร่วมกันเขียนและแสดงกับ แมตต์ เดมอน เพื่อนรักของเขา ทำให้ เบน แอฟเฟล็ก มีชื่อเสียงโด่งดังและขึ้นเป็นนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวูด ในปีค.ศ. 2005 เบน แอฟเฟล็ก ได้แต่งงานกับนำแสดงสาว เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ ( Jennifer Garner) โดยทั้งสองมีลูกด้วยกัน 3 คน ได้แก่ลูกสาวคนโต ไวโอเลต แอน แอฟเฟล็ก (เกิดวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2005) ลูกสาวรองชื่อ เซราฟีน่า โรส เอลิซาเบธ แอฟเฟล็ก (เกิดวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 2009) และลูกชายคนเล็กชื่อ ซามูเอล การ์เนอร์ แอฟเฟล็ก (เกิดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012) แต่ เบน แอฟเฟล็ก และ เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ ก็หย่าร้างกันในปีค.ศ. 2018 ผลงานการแสดง ภาพยนตร์ ปีค.ศ. 2020 The Way Back รับบท Jack ปีค.ศ. 2020 The Last Thing He Wanted รับบท Treat Morrison ปีค.ศ. 2019 Jay and Silent Bob Reboot รับบท Holden McNeil ปีค.ศ. 2019 Triple Frontier รับบท Tom 'Redfly' Davis ปีค.ศ. 2017 Justice League รับบท Batman / Bruce Wayne คลิกเพื่อดูหนังออนไลน์ ปีค.ศ. 2016 Live by Night รับบท Joe Coughlin ปีค.ศ. 2016 The Accountant รับบท Christian Wolff ปีค.ศ. 2016 Suicide Squad รับบท Bruce Wayne / Batman คลิกเพื่อดูหนังออนไลน์ ปีค.ศ. 2016 Batman v Superman: Dawn of Justice รับบท Bruce Wayne / Batman คลิกเพื่อดูหนังออนไลน์ ปีค.ศ. 2014 Gone Girl รับบท Nick Dunne ปีค.ศ. 2013 Runner Runner รับบท Ivan Block ปีค.ศ. 2012 To the Wonder รับบท Neil ปีค.ศ. 2012 Argo รับบท Tony Mendez ปีค.ศ. 2010 The Town รับบท Doug MacRay ปีค.ศ. 2010 The Company Men รับบท Bobby Walker ปีค.ศ. 2009 Extract รับบท Dean ปีค.ศ. 2009 State of Play รับบท Stephen Collins ปีค.ศ. 2009 He's Just Not That Into You รับบท Neil ปีค.ศ. 2007 Vanity Fair: Killers Kill, Dead Men Die รับบท The Shamus ปีค.ศ. 2006 Smokin' Aces รับบท Jack Dupreeปีค.ศ. 2006 Hollywoodland รับบท George Reeves ปีค.ศ. 2006 Clerks II รับบท Gawking Guy ปีค.ศ. 2006 Man About Town รับบท Jack Giamoro ปีค.ศ. 2004 Surviving Christmas รับบท Drew Latham ปีค.ศ. 2004 Jersey Girl รับบท Ollie Trinke ปีค.ศ. 2003 Paycheck รับบท Jennings ปีค.ศ. 2003 Gigli รับบท Larry Gigli ปีค.ศ. 2003 Daredevil รับบท Matt Murdock / Daredevil ปีค.ศ. 2002 Jennifer Lopez: Jenny from the Block รับบท Boyfriend ปีค.ศ. 2002 The Third Wheel รับบท Michael ปีค.ศ. 2002 The Sum of All Fears รับบท Jack Ryan ปีค.ศ. 2002 Changing Lanes รับบท Gavin Banek ปีค.ศ. 2001 Jay and Silent Bob Strike Back รับบท Holden McNeil / Ben Affleck ปีค.ศ. 2001 Daddy and Them รับบท Lawrence Bowen ปีค.ศ. 2001 Pearl Harbor รับบท Rafe McCawley ปีค.ศ. 2000 Bounce รับบท Buddy Amaral ปีค.ศ. 2000 Joseph: King of Dreams ให้เสียงพากย์ Joseph (voice) ปีค.ศ. 2000 Reindeer Games รับบท Rudy Duncan ปีค.ศ. 2000 SNL Fanatic รับบท Jason ปีค.ศ. 2000 Boiler Room รับบท Jim Young ปีค.ศ. 1999 Dogma รับบท Bartleby ปีค.ศ. 1999 Forces of Nature รับบท Ben ปีค.ศ. 1999 200 Cigarettes รับบท Bartender ปีค.ศ. 1998 Shakespeare in Love รับบท Ned Alleyn ปีค.ศ. 1998 Armageddon รับบท A.J. Frost ปีค.ศ. 1998 Phantoms รับบท Sheriff Bryce Hammond ปีค.ศ. 1997 Good Will Hunting รับบท Chuckie ปีค.ศ. 1997 Going All the Way รับบท Gunner Casselman ปีค.ศ. 1997 Chasing Amy รับบท Holden McNeil ปีค.ศ. 1995 Mallrats รับบท Shannon ปีค.ศ. 1995 Glory Daze รับบท Jack ปีค.ศ. 1993 Dazed and Confused รับบท O'Bannion ปีค.ศ. 1992 School Ties รับบท Chesty Smith ปีค.ศ. 1992 Buffy the Vampire Slayer รับบท Basketball Player #10 ปีค.ศ. 1991 Daddy รับบท Ben Watson ปีค.ศ. 1989 Field of Dreams รับบท Baseball Fan at Fenway Park ปีค.ศ. 1987 Hands of a Stranger รับบท Billy Hearn ปีค.ศ. 1981 The Dark End of the Street รับบท Tommy ผลงานโทรทัศน์ ปีค.ศ. 2015 Jimmy Kimmel Live! รับบท Brian Salty Flanagan ปีค.ศ. 2009 Curb Your Enthusiasm รับบท Man at Store ปีค.ศ. 2001 Saturday Night Live รับบท Donnie Bartalotti ปีค.ศ. 1994 Lifestories: Families in Crisis รับบท Aaron Henry ปีค.ศ. 1993 Against the Grain รับบท Joe Willie Clemons ปีค.ศ. 1993 Almost Home รับบท Kevin Johnson ปีค.ศ. 1988 The Second Voyage of the Mimi รับบท C.T. Granville ปีค.ศ. 1986 ABC Afterschool Specials รับบท Danny Coleman ปีค.ศ. 1984 The Voyage of the Mimi รับบท C.T. Granville ไอจี เบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) @benaffleck https://www.instagram.com/benaffleck อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เบน แอฟเฟล็ก เปลี่ยนโหมดทำหนังดิสนีย์ใน "Keeper of The Lost Cities" ลือหึ่ง! "ไมเคิล คีตัน" ถูกวางตัวให้กลับมาเป็น แบทแมนหลักในจักรวาลดีซี จอร์จ คูลนีย์ เคยเตือน เบน แอฟเฟล็ก แล้วว่าไม่ให้รับบทเป็น "แบทแมน" ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม benaffleck

รีวิว The Batman (2022) อัศวินแห่งรัตติกาล ดูได้แล้วใน TrueID
อ่าน

รีวิว The Batman (2022) อัศวินแห่งรัตติกาล ดูได้แล้วใน TrueID

ถ้าพูดถึงฮีโร่จากค่าย DC แบทแมนก็เป็นฮีโร่ตัวแรกๆที่นึกถึงเลยใช่มั้ยล่ะคะ ถึงแม้ว่าจะมีการนำแบทแมทมาทำใหม่กี่รอบต่อกี่รอบ ก็เป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆเรื่องนี้ตลอด และในปีนี้ The Batman 2022 ก็ได้ทำการรีเมคใหม่ โดยได้ โรเบิร์ต แพททินสัน มารับบท บรูซ เวย์น และที่สำคัญตอนนี้ The Batman (2022) สามารถดูได้ที่ TrueID แล้วนะคะ  สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจจะดู เชิญอ่านรีวิวที่บทความนี้ก่อนได้เลยค่ะ^^https://www.instagram.com/p/CX_nB9aM5G3/?igshid=YmMyMTA2M2Y=เรื่องย่อเปิดเรื่องมาที่เมืองก็อตแธมเกิดการฆาตรกรรมผู้มีอิทธิพลอย่างต่อเนื่องและโหดร้าย แบทแมน รับบทโดย โรเบิร์ต แพททินสัน จึงต้องออกสืบคดีคู่กับนายตำรวจอย่าง เจมส์ กอร์ดอน รับบทโดย เจฟฟรีย์ ไรต์ ที่ต้องช่วยกันสืบคดีที่โหดร้ายนี้ด้วยกัน แต่ยิ่งสืบลึกเข้าไปเท่าไหร่ บรูซ เวย์น ยิ่งค้นพบความลับที่ไม่บริสุทธิ์ของครอบครัวเขาสะเอง https://www.instagram.com/p/CZcOb7BJL56/?igshid=YmMyMTA2M2Y=รีวิวบอกก่อนเลยว่า เป็นหนังที่มีความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงถือว่ายาวมากค่ะ55555 แต่ดูแล้วไม่ได้รู้สึกเบื่อเลย ยิ่งดูไปยิ่งอยากรู้สิ่งที่เกิดขึ้น ทิศทางของเรื่องนี้จะไปทางไหน ใครคือคนร้าย ความลับนั้นคืออะไร หนังจะค่อยๆเฉลยตามสไตล์ของหนังสืบสวนเลยค่ะ ตัวหนังเองจะแตกต่างกับแบทแมนฉบับก่อนหน้านี้มาก เราเองก็เป็นแฟนแบทแมนของ คริสเตียน เบล ต้องบอกเลยว่าความแฟนตาชีแตกต่างกันมากค่ะ เดอะแบทแมน จะไปทางสืบสวน ไม่เวอร์วัง มีความเป็นมนุษย์ธรรมดาที่สุดค่ะ เป็นหนังที่สื่อถึงชนชั้น อำนาจทางการเมืองและการคอรัปชั่นได้อย่างดีเลยค่ะตัวนักแสดงเองก็แคสมาดีสำหรับเรา โรเบิร์ต แพททินสัน เข้าตัวละครได้ดีมากกว่าที่คิดและสามารถลบภาพของแวมไพร์ทไวไลท์ออกไปได้ แต่เป็นแบทแมนที่นอนน้อยไปหน่อยค่ะ555555 ส่วนตัวเราชอบตัวแพนกวินมากค่ะ แคสได้มาตรงคาแรคเตอร์มากดูรู้เลยว่าคนนี้คือแพนกวินทั้งรูปลักษณ์และลักษณะนิสัย ถือว่าเป็น The Batman ที่รีเมคมาได้เยี่ยมเลยค่ะ ทั้งเนื้อเรื่อง นักแสดง แต่สำหรับใครที่ติดภาพแฟนตาซี อุปกรณ์เจ๋งๆ ตัวร้ายแบบหลุดโลก เรื่องนี้จะไม่มีค่ะ ทุกอย่างดูเป็นสิ่งที่จับต้องได้และดูเป็นมนุษย์จริงๆ สำหรับเราให้คะแนนอยู่ที่ 9/10 คะแนน เพราะเป็นแบทแมนที่สมบูรณ์ในด้านการเป็นมนุษย์ที่สุดhttps://www.instagram.com/p/CaiSDZChVTa/?igshid=YmMyMTA2M2Y=ใครที่สนใจจะรับชมก็สามารถชมได้แล้วทางแอพพลิเคชั่น TrueID ของเราได้เลยนะคะ ช่องทางการรับชมก็ง่าย ราคาก็เป็นมิตรแถมถูกลิขสิทธ์ด้วยนะคะ สำหรับใครที่เป็นแฟนแบทแมนยิ่งไม่ควรพลาดเลยค่ะ หนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่เน้นการสืบสวนเป็นหลักบวกกับนักแสดงมากฝีมือ ทำให้หนังเรื่องนี้น่าจะครองใจคุณได้ไม่ยากค่ะ  อย่าลืมเข้าไปชม The Batman อัศวินรัตติกาล 2022 ที่ TrueID กันเยอะๆนะคะ^^https://www.instagram.com/p/CZfavjBr-5S/?igshid=YmMyMTA2M2Y=ขอบคุณภาพจาก Instagram: thebatman ภาพปก/ภาพที่1/ภาพที่2/ภาพที่3/ภาพที่4จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

REVIEW! THE BATMAN (2022) เปิดบทใหม่ของอัศวินรัตติกาลแห่งก็อตแธม
อ่าน

REVIEW! THE BATMAN (2022) เปิดบทใหม่ของอัศวินรัตติกาลแห่งก็อตแธม

นับตั้งแต่ที่โลกได้ร่วมเป็นสักขีพยานการปิดตำนานไตรภาคของแบทแมนที่สมจริงและมืดมนที่สุดกับ The Dark Knight Trilogy (2005-2012) แบทแมนฉบับ Christian Bale โดยผู้กำกับชื่อดังกระฉ่อนแห่งวงการอย่าง Christopher Nolan บัดนี้ 10 ปีต่อมา ภาพยนตร์เดี่ยวรีบูทครั้งใหม่ของแบทแมนได้กลับมาอีกครั้ง โดยผู้กำกับวิสัยทัศน์แปลกใหม่ Matt Reeves จาก War for the Planet of the Apes (2017) และผู้ที่มารับบทเป็นแบทแมนคนใหม่ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพระเอกหนุ่มอย่าง Robert Pattinson จากมหากาพย์โรแมนติกแฟนตาซี The Twilight (2008-2012) ที่ล่าสุดเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมานี้ ทั่วทั้งโลกก็ได้พบกับอัศวินรัตติกาลเวอร์ชั่นใหม่ที่ทั้งโคตรดิบ โคตรดาร์ค และโคตรเดือดกว่าครั้งไหน ๆ นี่คือ การกลับมาเปิดตำนานครั้งใหม่ของอัศวินรัตติกาลในแบบที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนกับ The Batman เดอะ แบทแมนhttps://www.instagram.com/p/CZM38jxJf_l/The Batman เดอะ แบทแมน ภาพยนตร์ฉายเดี่ยวของ Batman อีกครั้งในรอบ 10 ปีที่อยู่ในจักรวาลเอกเทศของตัวเอง เปิดเรื่องราวบทใหม่และนำเสนอกลิ่นอายใหม่ของ Batman จาก DC Comics ให้มีความเป็น "นักสืบรัตติกาล" มากขึ้น เล่าเรื่องราวในปีที่สองของ Bruce Wayne/Batman (Robert Pattinson) หลังจากที่เขาได้ออกปราบอาชญากรรมในเมืองก็อตแธมมาอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วเมื่อมีเหตุฆาตกรต่อเนื่องโรคจิตเริ่มสังหารบุคคลสำคัญทางการเมืองของก็อตแธม แบทแมนจึงถูกบีบบังคับให้ต้องสืบสวนการคอร์รัปชั่นที่ซ่อนอยู่ในเมืองแห่งนี้ แต่เขาจะทำอย่างไร เมื่อค้นพบว่า คดีในครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเขาเองสืบสวนระทึก แอ็กชันใช้ได้https://www.instagram.com/p/CaqXSsrvSfv/เราสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า "The Batman" คือ อัศวินรัตติกาลในแบบที่คุณไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เพราะ ด้วยวิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนใครของผู้กำกับ Matt Reeves ที่อยากจะถ่ายทอดความเป็น "นักสืบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (The world's greatest detective)" ของแบทแมนที่ได้รับการยกย่องแบบในการ์ตูนคอมมิค นั่นจึงทำให้ The Batman มีความแปลกใหม่ในหลาย ๆ ด้าน มีความสดใหม่ที่ดูสมจริง และมาพร้อมกับความทะเยอทะยานที่ค่อนข้างสูง แต่ตัวภาพยนตร์ก็ยังคงโทนเรื่องและสีที่มืดมน และดุดันตามที่ควรจะเป็นจากผลงาน DC ก่อนหน้า ดั่งจะเห็นได้จากคดีฆาตกรรมสุดโหดที่ทำให้แบทแมนต้องงัดทุกสกิลการสืบสวน ตามค้นหาคำตอบถึงต้นตอของปริศนาในครั้งนี้ รวมไปถึงฉากหลังของเรื่องอย่างเมืองก็อตแธมนั่น มันก็เต็มไปด้วยความลึกลับ ความหม่นหมอง และความเสื่อมโทรมจากการคอร์รัปชั่นภายในที่ยากจะมีวันเปลี่ยนแปลงhttps://www.instagram.com/p/Cau60UChTV2/ในขณะที่ The Batman สามารถรักษาความสมดุลระหว่างความตึงเครียดและความหนักแน่นทางอารมณ์ได้อย่างมีชั้นเชิงแล้ว ฉากแอ็กชันใน The Batman ก็สามารถนำเสนอได้อย่างเข้มข้น และดิบเถื่อนจนสร้างช่วงเวลาที่น่าชมได้อยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นฉากการต่อสู้สุดดุเดือดระหว่างแบทแมนกับเหล่าตัวร้าย หรือฉากลุ้นระทึกถึงใจที่มีระเบิดเวลาเป็นเดิมพัน รวมไปถึงฉากไล่ล่าความเร็วบนท้องถนนด้วยรถ Batmobile คู่ใจที่ดูเดือดกว่าครั้งไหน ๆ ช่วงเวลาที่อัดแน่นไปด้วยฉากแอ็กชันเหล่านี้มีส่วนทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีชีวิตชีวาและสร้างความสนุกได้มากขึ้นเลยทีเดียวThe World's Greatest Detectivehttps://www.instagram.com/p/Cax7C3IBtd5/ในภาพยนตร์ The Batman ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่คับคั่งไปด้วยนักแสดงคุ้นหน้าคุ้นตาหลากหลายบทบาทที่เข้ามาสู่โลกแห่งอาชญากรรม ณ เมืองก็อตแธม เริ่มด้วยที่พระเอกหนุ่มสุดฮอต Robert Pattinson เจ้าของบทแวมไพร์หน้าหล่อ Edward Cullen จากมหากาพย์ The Twilight (2008-2012) ที่เข้ามารับบทบาทเป็นมหาเศรษฐี Bruce Wayne/Batman ต่อจากรุ่นพี่อย่าง Christian Bale (จากไตรภาค The Dark Knight) และ Ben Affleck (จากจักรวาล DCEU) การนำเสนอบทบาทแบทแมนของ Robert Pattinson ในฐานะศาลเตี้ยที่ไม่สนอะไรรอบข้างและยังอ่อนประสบการณ์นั่น มันช่างให้ความรู้สึกดิบและเข้มข้นเป็นอย่างมาก ในขณะที่ตัวละครของเขาก็ต้องต่อสู้กับภาวะทางอารมณ์ที่หนักอึ้ง ทั้งความคาดหวังและภาระของตระกูล นั่นจึงทำให้ตัวละครแบทแมนของ Robert Pattinson ดูมีความเป็นมนุษย์อย่างมาก https://www.instagram.com/p/Capsx6BJjlb/ต่อมาที่บทบาทตัวละครนำหญิงในภาคนี้อย่าง Selina Kyle/Catwoman รับบทโดย Zoë Kravitz (จาก Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald) ที่เข้ามารับบทบาทนี้ต่อจากรุ่นพี่ Anne Hathaway (จากไตรภาค The Dark Knight) การแสดงของเธอได้สร้างตัวละครดั้งเดิมแต่มาในรูปแบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเรื่องราว เราจะได้เห็นถึงความฉลาดเกมโกงของ Selina Kyle มากขึ้น รวมไปถึงการนำเสนอลีลาสไตล์การต่อสู้ที่โดดเด่นสำหรับแคทวูแมน ทำให้ Zoë Kravitz นับเป็นหนึ่งในแคทวูแมนที่ดีที่สุดที่เคยมีมาhttps://www.instagram.com/p/CdWjCgfDQK7/ในเมื่อภาพยนตร์ The Batman ต้องการจะถ่ายทอดความเป็น "นักสืบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" ของแบทแมน งั้นก็คงจะไม่มีวารร้ายตัวไหนที่เหมาะสมสำหรับการเปิดเรื่องราวอีกแล้ว นอกจากตัวละคร Edward Nashton/Riddler วารร้ายผู้ชื่นชอบปริศนาชื่อดังจากคอมมิคของแบทแมน รับบทโดย Paul Dano (จาก 12 Years a Slave) ที่ได้รับไม้ต่อมาจากรุ่นพี่บนจอหนังตั้งแต่ปี 1995 อย่าง Jim Carrey (จาก Batman Forever) การแสดงแบบตีความใหม่ของ Paul Dano ได้สร้างความแตกต่างจากฉบับก่อนหน้าเอามาก ๆ จากที่เป็นวารร้ายสายกวนชอบทายปัญหาฉบับ Jim Carrey สู่การเป็นวารร้ายอำมหิต จอมวางแผนฆาตกรรมอย่างเลือดเย็น นี่ถือเป็นตัวละคร The Riddler ที่น่ากลัวที่สุดที่เคยเห็นมาในโลกของแบทแมนก็ว่าได้เลยhttps://www.instagram.com/p/Ceo_gAfDNH8/ในขณะที่ตัวละครบทสมทบที่ซึ่งขาดไม่ได้ในโลกของแบทแมน คือ พ่อบ้านผู้ภักดีประจำตระกูล Wayne อย่าง Alfred Pennyworth รับบทโดย Andy Serkis (จาก Black Panther) ที่รับไม้ต่อจาก Michael Caine (จากไตรภาค The Dark Knight) และ Jeremy Irons (จากจักรวาล DCEU) การมารับบทของ Andy Serkis เรียกได้ว่า ทำให้ภาพลักษณ์ของพ่อบ้าน Alfred ในครั้งนี้มีความเถื่อนที่สุดแล้ว ซึ่งเป็นที่ค่อนข้างน่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็น Alfred เวอร์ชั่นนี้แสดงฉากแอ็กชันซะเท่าไร (ซึ่งคงจะน่าตื่นเต้นไม่น้อยเลย 555) และอีกหนึ่งตัวละครอย่างนายตำรวจแห่งเมืองก๊อตแธม Jim Gordon รับบทโดย Jeffrey Wright (จาก No Time to Die) ที่แน่นอนว่ารับไม้ต่อมาจากรุ่นพี่ Gary Oldman (จากไตรภาค The Dark Knight) และ J. K. Simmons (จากจักรวาล DCEU) เช่นกัน การนำเสนอของ Jeffrey Wright ยังคงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของตัวละครที่มีต่อความยุติธรรม และความไว้ใจของเขาที่มีต่อแบทแมน ไม่ต่างจากฉบับก่อนหน้าของ Gary Oldman https://www.instagram.com/p/Cdbki9pjN3w/นอกจากตัวละคร The Riddler ที่เป็นวารร้ายหลัก ในภาพยนตร์ The Batman ยังได้นำเสนอตัวละครวารร้ายจากหน้าคอมมิคชื่อดังมาสมทบทีละนิดทีละน้อย แต่ก็สร้างความโดดเด่นได้มากไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นตัวละคร Carmine Falcone อาชญากรผู้กุมความลับสำคัญของการคอรัปชั่นและครอบครัวตระกูล Wayne รับบทโดย John Turturro (จาก Transformers) ที่รับไม้ต่อจาก Tom Wilkinson (จากไตรภาค The Dark Knight) หรือจะเป็นตัวละครวารร้ายคู่ปรับตลอดกาลของแบทแมนอย่างตัวตลกโรคจิต Joker รับบทโดย Barry Keoghan (จาก Eternals) ที่เข้ามารับบทบาทนี้ต่อจากรุ่นพี่ผู้สูงส่งทั้งหลาย ดั่งเช่น Heath Ledger (จากไตรภาค The Dark Knight), Jared Leto (จากจักรวาล DCEU) และ Joaquin Phoenix (จาก Joker) แต่ตัวละครวารร้ายคุ้นตาที่โดดเด่นที่สุดและกำลังจะมีซีรีส์เดี่ยวเป็นของตัวเอง คือ Oswald "Oz" Cobblepot/Penguin วารร้ายลูกเล่นเยอะ ผู้ที่ทำงานให้กับ Carmine Falcone รับบทโดย Colin Farrell (จาก Fantastic Beasts and Where to Find Them) ที่เรียกได้ว่า รับไม้ต่อมาจากรุ่นพี่บนจอหนังตั้งแต่ปี 1992 อย่าง Danny DeVito (จาก Batman Returns) การแสดงของ Colin Farrell เป็นที่น่าจดจำและสร้างเสียงชื่นชมอย่างมากใน The Batman จึงไม่แปลกใจเลยที่เรื่องราวของเขาควรจะถูกนำมาเสนอและสำรวจต่อไป ก่อนที่เขาจะได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าพ่ออาชญากรรมนามว่า The Penguinโดยสรุป The Batman เดอะ แบทแมน คือ การกลับมาฉายเดี่ยวอีกครั้งของอัศวินรัตติกาลแห่งเมืองก็อตแธม ที่อยากจะเล่าเรื่องราวในรูปแบบใหม่เพื่อดึงเอาความเป็น "นักสืบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก" ของแบทแมนออกมา การนำเสนอและการแสดงของตัวละครต่างมีเอกลักษณ์ที่งดงาม และน่ากลัว ยิ่งมีการแสดงที่น่าดึงดูดของ Robert Pattinson เข้าไปแล้ว ทำให้ The Batman คือ สิ่งที่แฟน ๆ ของแบทแมนฉบับไตรภาค The Dark Knight จะต้องคิดถึง9/10 - Gritty Triumphhttps://www.youtube.com/watch?v=s6ttqUweIncThe Batman เดอะ แบทแมน สามารถรับชมได้แล้ววันนี้และเตรียมตัวรับชมเรื่องราวบทถัดไปของ The Batman Saga ใน 'THE PENGUIN' ซีรีส์ภาคแยกจาก The Batman นำแสดงโดย Colin Farrell กลับมารับบทเป็น Oswald "Oz" Cobblepot/Penguin ร่วมด้วย Cristin Milioti, Rhenzy Feliz, Michael Kelly และ Michael Zegen กันยายนนี้ 'เขา' จะรุ่งโรจน์!ขอบคุณข้อมูล รูปภาพและวิดีโอที่มาข้อมูล: warnerbros.comภาพปก | ภาพประกอบที่ 1 | ภาพประกอบที่ 2 | ภาพประกอบที่ 3 | ภาพประกอบที่ 4 | ภาพประกอบที่ 5 | ภาพประกอบที่ 6 | ภาพประกอบที่ 7 | ภาพประกอบที่ 8 จาก Official Instagram thebatmanคลิปวิดีโอที่ 1 จาก Youtube: Warner Bros. Thailand#Thebatman #Thebatmansaga #Batman #Thepenguin #DC #DCuniverse #DCelseworldsเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

หนังซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC ที่หลายคนต้องรู้จัก The Batman (2022) เดอะ แบทแมน
อ่าน

หนังซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC ที่หลายคนต้องรู้จัก The Batman (2022) เดอะ แบทแมน

หนังซุปเปอร์ฮีโร่จากค่าย DC ที่หลายคนต้องรู้จัก The Batman (2022) เดอะ แบทแมนThe Batman ในเวอร์ชั่นนี้ออกฉายในปี 2022 ได้ผู้กำกับอย่าง Matt Reeves เจ้าของผลงานหนังสุดยิ่งใหญ่อย่าง The Planet of the Apes และ Cloverfield หนังยังได้นักแสดงนำชายชื่อดังอย่าง Robert Pattinson รับบทเป็น ฺBruce Wayne หรือ The Batman และได้นักแสดงสาวอย่าง Zoe Kravitz รับบท Selina Kyle หรือ Catwoman และนักสืบตัวสำคัญอย่าง James Gordon รับบทโดย Jeffrey Wright หนังความยาว 2 ชั่วโมง 58 นาที   รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDตัวอย่างภาพยนตร์https://www.youtube.com/watch?v=s6ttqUweIncเรื่องย่อบรูซ เวย์น หรือ แบทแมน ต้องเข้าสู่โลกอาชญากรรม เนื่องจากฆาตกรมีเป้าหมายในการสังหารบุคคลระดับสูงในเมืองก๊อทแธ่ม เมืองที่เต็มไปด้วยความดีและเลวอยู่ในเมือง การสืบคดีของแบทแมน ทำให้เค้าได้รู้จัก เจมส์ กอร์ดอน นายตำรวจในกรมตำรวจ แบทแมนสืบหาตัวฆาตกรจากเบาะแสที่เค้าได้รับ ทำให้เค้าด่ำดิ่งลงไปในโลกใต้ดิน จนเจอตัวละครที่น่าจะมีส่วนรู้เห็นอย่าง เซลินา ไคย์ล หรือแคทวูแมน, ออสวัลด์ คอนเบิลพอต หรือเพนกวิน, คาร์ไมน์ ฟัลโคน และ เอ็ดเวิร์ด แนชตัน รายชื่อเหล่านี้คือเหล่าอาชญากรที่น่ากลัวทั้งนั้น แบทแมนจึงต้องปะทะกับบุคคลอันตรายทั้งหมดเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริง การสืบคดีของแบทแมนจะหาตัวการผู้กระทำผิดได้หรือไม่ ต้องชมครับรีวิวหนัง The Batman เวอร์ชั่นปี 2022 นี้ ด้วยความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง ทำให้สามารถเก็บได้ทุกรายละเอียด ซึ่งความยาวหนังขนาดนี้ ทำให้มีบางช่วงที่น่าเบื่อไปบ้าง หนังไม่ได้เน้นไปทางแนวหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ดูเว่อวัง อลังการ แต่หนังเน้นหนักไปทางสืบคดีของแบทแมน ที่เพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นแบทแมนเพื่อจัดการเหล่าอาชญากรในเมืองก๊อทแธ่ม ชอบการเล่าเรื่องของหนังที่ตรงเป็นเส้นเดียวครับ ทำให้เข้าใจได้ง่าย รวมถึงการสิบคดีที่น่าติดตามว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ส่วนในฉากแอ็กชัน คิวบู๊ของหนังเรื่องนี้ ดูดิบเถื่อนมากครับ การชกเข้าหน้าศัตรู ดูหนักแน่นและสมจริงมากๆ ฉากแอ็กชันถือว่าทำได้ดีทีเดียว ในเรื่องการออกแบบเครื่องแต่งกาย ชุดแบทแมนออกแบบมาได้สวยงามมากครับ มีรายละเอียดยิบย่อยและสมจริงมาก เนื่องจากแบทแมนต้องสืบคดี ทำให้ต้องเจอเหล่าอาชญากร ทำให้ชุดของแบทแมนมีร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งในช่วงท้ายเรื่องจะเห็นร่องรอยการต่อสู้ที่สะสมมาได้เด่นชัดครับ ในส่วนของอาชญากรออกแบบชุดได้น่ากลัวดีครับ ออกแนวโรคจิตด้วยซ้ำ โดยส่วนตัว แบทแมนเวอร์ชั่นนี้เปลี่ยนไปจากแบทแมนที่เคยดูมาทั้งหมดครับ ตีความแบทแมนในรูปแบบใหม่ได้ดีทีเดียวรับชม The Batman (2022) ได้ผ่านที่ TrueIDสำหรับรีวิวนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ หากผู้อ่านอยากให้กระผมรีวิวหนังหรือซีรีส์เรื่องอะไร สามารถแนะนำได้นะครับ ใครชอบหนังซุปเปอร์โร่แนวสืบสวน ต้องไปชมนะครับขอบคุณ ตัวอย่างภาพยนตร์ จาก Warner Bros. Thailandขอบคุณรุปภาพทั้งหมดจากภาพปก/ภาพ1/ภาพ2/ภาพ3 จาก @TheBatman และ @thebatmanจะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

รีวิวหนัง Batman v Superman แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน แสงอรุณแห่งยุติธรรม
อ่าน

รีวิวหนัง Batman v Superman แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน แสงอรุณแห่งยุติธรรม

เปิดฉากมาก็เริ่มเรื่องด้วยความมันระทึกใจ กับการปะทะกันของซูเปอร์แมนกับนายพลซ็อด ทำให้เมืองทั้งเมืองพังทลาย และผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ซูเปอร์แมนได้สร้างความเกลียดชังให้กับแบทแมนภาพโดย Batman v Superman: Dawn of JusticeBatman v Superman : Dawn of Justice แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน แสงอรุณแห่งยุติธรรม เป็นหนังที่ออกฉายในปี 2016 ที่กำกับโดย Zack Snyder และแสดงนำโดย Ben Affleck (แบทแมน), Henry Cavill (ซูเปอร์แมน), Amy Adams (ลูอิส), Jesse Eisenberg (เล็กซ์ ลูเธอร์) และ Gal Gadotเป็นเรื่องราวการมองต่างมุมของแบทแมนกับซูเปอร์แมน ที่ทั้งคู่ต่างเป็นฮีโร่นอกกฎหมาย ทำให้ต้องกลายเป็นคู่อริกัน และตกเป็นเหยื่อให้กับ เล็กซ์ ลูเธอร์ ใช้เป็นเครื่องมือให้ฆ่ากันเองในหนังภาคนี้ แบทแมนและซูเปอร์แมนต้องเจอกับศึกหนัก ต้องสู้กับศัตรูที่มาจากโลกเดียวกันกับซูเปอร์แมน ซึ่งเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่แบทแมนและซูเปอร์แมนจะต่อกรได้ แต่โชคดีที่ในหนังภาคนี้มีฮีโร่อีกคนหนึ่ง โผล่ขึ้นมาช่วยทั้งคู่สู้กับศัตรู ฮีโร่คนนี้จะเป็นใครอยากให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามชมกันเองครับภาพโดย Batman v Superman: Dawn of Justiceซึ่งหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ชวนให้น่าติดตาม มีฉากประกอบที่ยิ่งใหญ่อลังการ และรายละเอียดที่ทำให้แต่ละฉากดูตื่นเต้นระทึกใจ มีฉากบู๊แอ็คชั่นสุดมัน เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด ที่ผมชอบมากคือฉากการต่อสู้ของแบทแมนกับซูเปอร์แมน และการต่อสู้ของสามฮีโร่กับอสูรกายจากนอกโลก และอีกเรื่องที่ชอบคือประโยคเด็ดจากในหนังที่ว่า “มนุษย์ทำให้การอยู่ร่วมกันบนโลกเป็นสิ่งที่ยาก” และ “มนุษย์ยังมีความดี”สำหรับหนังเรื่องนี้มีการเดินเรื่องที่ ช่วงแรกเปิดฉากมาด้วยความมันระทึกใจ แล้วก็ต่อด้วยบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เมื่อผู้คนสงสัยและเสื่อมศรัทธาในตัวซูเปอร์แมน ก่อนที่จะต่อด้วยเรื่องราวและฉากการต่อสู้ที่มันระทึกใจไปจนจบเรื่องภาพโดย Batman v Superman: Dawn of Justiceและสุดท้ายนี้ต้องขอบอกเลยว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่มีความสนุก และฉากต่อสู้ที่มันระทึกใจ มีเนื้อหาที่เข้มข้นน่าติดตาม เป็นหนังที่ดีมาก ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ชมกันครับภาพหน้าปกโดย Batman v Superman: Dawn of Justice

รีวิว The Batman 2022 หนังซูเปอร์ฮีโร่สุดแหวกแต่ดี พูดน้อยต่อยหนัก รับชมได้ที่ TrueID
อ่าน

รีวิว The Batman 2022 หนังซูเปอร์ฮีโร่สุดแหวกแต่ดี พูดน้อยต่อยหนัก รับชมได้ที่ TrueID

รีวิว The Batman หนังซูเปอร์ฮีโร่สุดแหวกแต่ดี พูดน้อยต่อยหนัก บทความนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมนะครับ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ก่อนมาเริ่มการรีวิว เรามาดูเรื่องย่อของภาพยนตร์เรื่องนี้กันก่อนดีกว่า   รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDเรื่องย่อโดยภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าถึงแบทแมนมือใหม่ (โรเบิร์ต แพททินสัน) ที่พึ่งมาทำหน้าที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่ได้เพียง 2 ปี ซึ่งยังเป็นมือใหม่มากๆ เลยทำให้การตัดสินใจหรือความชำนาญในการรับบทแบทแมนยังไม่เท่ากับเวอร์ชั่นอื่นๆที่ผ่านมา แต่เขากลับต้องมาเจอกับของแข็ง เมื่อจู่ๆมีวายร้ายออกอาละวาดนั่นก็คือ เดอะ ริดเลอร์ (พอล ดาโน่) โดยเขาได้ทำการไล่ฆ่าคนสำคัญภายในเมืองที่ทุจริตไปทีละคน ทั้งนายกเทศมนตรี ตำรวจ มาเฟีย หรือแม้กระทั่งนักกฎหมาย โดยทุกครั้งที่ริดเลอร์ได้สังหารเหยื่อ ก็มักจะทิ้งโปสการ์ดปริศนาไว้ โดยจะส่งถึงเดอะแบทแมน เพื่อเป็นการท้าทายแบทแมน ให้แก้ปริศนา และไล่จับเขาให้ได้ งานนี้แบทแมนที่ยังเป็นมือใหม่อยู่จึงต้องการความช่วยเหลือ ทั้งจากพ่อบ้านของเขาอย่าง อัลเฟรด (แอนดี้ เซอร์คิส) และผู้หมวด เจมส์ กอร์ดอน (เจฟฟรีย์ ไรท์) ที่จะเป็นเสมือนคู่หูของเขา ที่ช่วยในการแก้ปริศนา รวบรวมหลักฐาน ประติดประต่อเรื่องราวต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อตามหาคนร้ายตัวจริง แต่เหมือนมันจะไม่จบง่ายๆ เมื่อเดอะริดเลอร์มีแผนการที่ใหญ่กว่านั้น และอาจจะส่งผลกระทบถึงผู้คนบริสุทธิ์ในเมืองที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ งานนี้แบทแมนมือใหม่จะทำอย่างไร เขาจะสามารถแบกรับความกดดันนี้ได้หรือไม่ และเขาจะตัดสินใจเลือกทางที่ถูกต้องได้หรือไม่ บทสรุปจะเป็นอย่างไร ไปดูด้วยตาตัวเองได้แล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์นักแสดงและบทบาทที่ได้รับโรเบิร์ต แพททินสัน รับบท บรูซ เวย์นโซอี้ คราวิทซ์ รับบท แคทวูแมน หรือ เซลินา ไคล์เจฟฟรีย์ ไรท์ รับบท เจมส์ กอร์ดอนพอล ดาโน่ รับบท เดอะ ริดเลอร์จอห์น เทอร์เทอร์โร่ รับบท คาร์ไมน์ ฟัลโคนปีเตอร์ สการ์สการ์ด รับบท กิล โคลสันเจย์มี่ ลอว์สัน รับบท เบลล่า รีอาลโคลิน ฟาร์เรลล์ รับบท ออสวัลด์ ค็อบเบิลพ็อตแอนดี้ เซอร์คิส รับบท อัลเฟรด เพนนิเวิดตัวอย่าง THE BATMAN ซับไทย รีวิว THE BATMAN ดิบแต่ดี งดงามและน่าจดจำบทอันเฉียบคม และการดำเนินเรื่องสุดเข้มข้นสิ่งแรกที่จะพูดถึงคงหนีไม่พ้นเรื่องบทและการดำเนินเรื่อง เพราะเขาทำสองส่วนนี้ออกมาได้สุดยอดมากๆ บทเฉียบคม ไดอะล็อคที่ตัวละครพูดออกมามีการแฝงนัยยะซ่อนไว้อย่างธรรมชาติ แต่คมคาย ซึ่งผมชอบมากๆ ชอบการที่ทำบทออกมาให้เป็นแนวสืบสวนสอบสวน และตัวร้ายหลักอย่างเดอะริดเลอร์ที่ชอบเล่นเกมส์ปริศนา มันก็เหมาะกับธีมสืบสวนสอบสวนมากๆ มันให้รสชาติและความรู้สึกใหม่ๆที่เราไม่เคยได้รับจากภาพยนตร์แบทแมนเวอร์ชั่นไหนมาก่อน ต้องยอมรับในตัวผู้กำกับ ที่กล้าจะเสี่ยงสร้างเส้นทางเดินใหม่ให้กับหนังซูเปอร์ฮีโร่ แถมยังทำออกมาได้ดีอีกต่างหาก แต่แม้ว่าบทจะอยู่ในเกณฑ์ดีแล้ว แต่ผมก็ยังรู้สึกว่ามันได้สุดกว่านี้อีกอยู่ดี แอบเสียดายบทของอัลเฟรด น่าจะให้มีบทบาทมากกว่านี้หน่อย ต่อมาด้านการดำเนินเรื่อง ถือว่าทำออกมาได้ดีค่อนไปทางดีมากด้วย เพราะด้วยความยาวหนังกว่า 2 ชั่วโมง 56 นาที แต่กลับดำเนินเรื่องไปได้อย่างกระชับ ครบถ้วน ไม่เวิ่นเว้อมากนัก และไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเบื่อหรืออะไร แต่ถ้าใครที่คาดหวังอยากดูภาพยนตร์แบบบันเทิงบู๊กระหน่ำอาจจะผิดหวัง เพราะเรื่องนี้มาแบบโทนจริงจัง กดดัน ลุ้นระทึก แต่อยากให้เปิดใจดู ผมรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน โดยรวมแล้ว ในส่วนของบทและการดำเนินเรื่องของภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือว่าทำได้ดีมากๆเลยทีเดียวงานภาพ เพลง และเสียงประกอบฉากที่สมบูรณ์แบบในส่วนนี้คือระดับมาสเตอร์พีชเลย คือมันสมบูรณ์แบบมากๆ สำหรับงานภาพ บอกเลยว่าสุดมากๆ เกินคำว่าดีมากไปด้วยสำหรับผม ผมรักงานภาพของเรื่องนี้มากๆ มันสวยงาม ละเมียดละไม แถมโทนสีต่างๆที่เขาเลือกใช้นั้น ยังช่วยทำให้บรรยากาศของหนังมันดูจริงจัง ซีเรียส คือต่อให้บทมันจริงจังแค่ไหน ถ้างานภาพไม่ออกมาแบบนี้มันก็คงไม่ส่งความรู้สึกให้กับคนดูได้เท่านี้หรอก คืองานภาพมันช่วยส่งเสริมให้ภาพรวมของหนังมันดีขึ้นไปอีก คือมันสุดยอดมากๆ และที่ขาดไม่ได้เลยคือเพลงประกอบ และเสียงประกอบฉาก การลำดับเสียงต่างๆ คือมันสุดจริงๆ ไม่แปลกใจที่ผู้กำกับออกมาบอกเสมอว่าเขาตั้งใจทำภาพยนตร์เรื่องนี้มากๆ ซึ่งผลงานมันก็สะท้อนคำพูดและความตั้งใจของเขาออกมาให้เราได้เห็น เสียงต่างๆระทึก ซะใจ ดิบ ดุ ไม่ต้องมีเพลงเยอะ แต่ใช้เพลงแค่บางซีนเพื่อช่วยบิ้วอารมณ์ และทำได้สมบูรณ์แบบจริงๆ เพลงที่เลือกใช้ก็เพราะและเหมาะกับบรรยากาศของหนังมากๆ โดยรวมแล้วในส่วนงานภาพ เพลง และเสียงประกอบฉากของภาพยนตร์เรื่องนี้ ถือว่าทำออกมาได้ดีที่สุดเลย ไม่มีอะไรจะติ ซึ่งผมแนะนำให้ต้องดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้น เพราะมันสร้างมาเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ เราถึงจะได้รับประสบการณ์ที่ผู้กำกับต้องการได้อย่างเต็มอิ่ม และแนะนำมากๆให้ดูในระบบ IMAX รับประกันว่าไม่เสียดายค่าตั๋วแน่นอนฉากแอ็คชั่นสะใจได้อารมณ์ และงานโปรดักชั่นสุดอลังการงานสร้างในส่วนของฉากแอ็คชั่นนั้น แม้ว่าจะมีไม่มาก เพราะบทเน้นไปที่เรื่องการสืบสวนสอบสวน รวบรวมหลักฐาน ไขปริศนา และหาความจริง แต่ก็ยังพอมีฉากแอ็คชั่นออหมาให้เราได้เห็นอยู่ประปราย ซึ่งสำหรับผมแม้ว่าจะแอ็คชั่นไม่เยอะ แต่ทุกซีนที่มีฉากแอ็คชั่น คือทำออกมาได้โคตรดี และน่าประทับใจมากๆ แบบดูและติดตาเลย มันสุดยอดจริงๆ ดูเรียล เดือด ดิบ รุนแรง สะใจได้อารมณ์โคตรๆ และมาเจอกับงายภาพที่ดี มันยิ่งสุดยอดเข้าไปใหญ่ ส่วนตัวผมประทับใจฉากขับรถไล่ล่าเพนกวินมากๆ โคตรมันส์ และโคตรเท่ห์เลย อีกฉากที่ผมรู้สึกชอบคือตอนเปิดต้นเรื่องเลย มันเป็นการเปิดเรื่องที่สุดยอดและน่าจดจำเลย ออกมาจากเงามืด ไม่พูดพร่ำทำเพลง ไล่หวดยับๆ พูดน้อยต่อยหนักของจริง เท่ห์มากๆ และสุดท้ายฉากที่อยู่ในตัวอย่าง ที่เป็นฉากมืดๆและเห็นแต่แสงจากปลายกระบอกปืนและแบทแมนไล่หวดยับๆ ฉากนั้นคือเท่ห์มากๆ ติดตาเลย ดีมากๆ ต่อมาผมขอพูดถึงด้านงานโปรดักชั่น ในส่วนนี้นั้นคือไร้ที่ติ ทำได้สมบูรณ์แบบมากๆ เนี่ยแหละ หนังแบทแมนมันต้องแบบนี้ ทำได้ถึงและยิ่งใหญ่มากๆ ฉากระเบิดเมืองตอนท้ายคือสุดมากๆ ทำออกมาได้สมจริง และถ่ายทอดความตื่นตระหนกของผู้คนออกมาได้ดีด้วย ซึ่งผมก็จะพูดถึงฉากขับรถไล่ล่าอีกเหมือนเดิมที่ทำได้โคตรสุด ระเบิดผู้เขาเผากระท่อม ซะใจ โคตรมันส์ เพราะงานโปรดักชั่นที่สุดยอด มันเลยช่วยส่งให้ฉากแอ็คชั่นของเรื่องนี้นั้นยอดเยี่ยมทุกซีน และได้อารมณ์ถึงใจ เรียกได้ว่าน้อยแต่มาก ไม่เยอะแต่น่าจดจำของจริงการแสดงที่ยอดเยี่ยม บีบคั้นอารมณ์ ส่วนสุดท้ายที่จะพูดถึงคือ ด้านการแสดง สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้แค่รายชื่อนักแสดงก็รับประกันได้แล้วว่าฝีมือแต่ละคน ไม่ทำให้เหล่าผู้ชมผิดหวังแน่นอน เพราะแคสต์มาแต่นักแสดงเทพๆทั้งนั้น ซึ่งพอผมได้ไปดูก็เป็นไปตามที่หวังไว้ ทุกคนแสดงได้ดีมากๆ โรเบิร์ตก็เล่นได้ดีมาก เป็นแบทแมนที่โคตรเท่ห์ ดูดิบ ดุ เชือดร้อน พูดน้อยต่อยหนัก ฉากแอ็คชั่นคืออย่างเดือด ตั้งแต่ที่เคยดูมาก ส่วนตัวผมชอบแบทแมนคนนี้ที่สุดเลย เท่มาก มันดูเรียลและสมจริง ตัวละครมันมีมิติมากๆ ดูมีความเป็นมนุษย์มากกว่าซูเปอร์ฮีโร่ ต่อมาคือนางเอกอย่างแคทวูแมน โซอี้ก็เล่นได้ดีมากๆ เหมือนแมวทุกอริยาบถ แถมมีเสน่ห์มากๆ การแสดงออกทางสีหน้าแววตาดูลึกลับ น่าค้นหาสุดๆ คือดูเป็นแคทวูแมนจริงๆ สวยมากๆ ส่วนคู่หูของแบทแมนในเวอร์ชั่นนี้อย่าง ผู้หมวดจิมกอร์ดอน เจฟฟรีย์ ก็แสดงได้ดีตามมาตรฐาน เคมีเข้าขากันใช้ได้ และน่าจดจำพอสมควร และสุดท้ายคือตัวร้าย ที่ในภาคนี้มีถึง 2 คน คือ เดอะริดเลอร์ รับบทโดย พอล ดาโน่ และ เพนกวิน รับบทโดย โคลิน ฟาร์เรล แต่ในภาคนี้ เดอะริดเลอร์จะเป็นตัวร้ายหลักที่มีบทบาทมากกว่า ซึ่งบแกเลยว่า พอล ดาโน่ ทำได้ดีอย่างที่หวัง ดูเป็นพวกเนิร์ดโรคจิตที่โคตรอันตราย และตีบทแตกจริงๆ แต่ส่วนตัวผมยังรู้สึกว่าทำได้ดีแล้วแต่ยังไปไม่สุดเท่าไหร่ ส่วนเพนกวิน ที่แม้จะไม่ได้มีบทบาทมากมาย แต่จากการแสดงของ โคลิน ฟาร์เรล นั้นมันยอดเยี่ยมและน่าจดจำมากๆ ทั้งน้ำเสียง การแสดงออกทางสีหน้าท่าทาง มันดีมากๆ และน่าหมันใส้โคตรๆ มันไม่ได้ดูเป็นเพนกวินที่ดูเพี้ยนๆ แต่กลับเป็นเพนกวินที่มาในลุคเจ้าพ่อมาเฟียที่มีความน่าเกรงขาม ซึ่งต้องชมทีมงานที่ดีไซน์ตัวละครออกมาได้น่าสนใจ พอมารวมกับการแสดงที่ยอดเยี่ยมมันเลยออกมาดูดีและน่าจดจำ คาดหวังว่าจะได้มีภาคต่อและให้เพนกวินมาเป็นตัวร้ายหลัก อยากเห็นมากๆ ว่าจะออกมาแบบไหน แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วตัวละครที่ประทับใจส่วนตัวผมประทับใจอยู่สองคน คือพระเอกอย่างเดอะแบทแมนที่รับบทโดย โรเบิร์ต แพททินสัน และตัวร้ายหลักอย่าง เดอะ ริดเลอร์ ที่รับบทโดย พอล ดาโน่ เนื่องจากส่วนตัวผมชอบนักแสดงสองคนนี้อยู่แล้ว และรู้สึกตื่นเต้นตั้งแต่ประกาศสร้างและบอกว่ามีสองคนนี้ ผมเป็นหนึ่งในคนที่มองว่าโรเบิร์ตเหมสะกับแบทตั้งแต่ประกาศแคสต์แล้ว เพราะเขาเป็นนักแสดงที่มากฝีมือ และพอหนังฉายออกมาก็พิสูจน์ให้เราได้รู้แล้วว่าเขาเหมาะจริงๆ เป็นแบทแมนที่เท่ห์มากๆ สำหรับผมคือแบทแมนเวอร์ชั่นนี้ เท่ห์ที่สุดถ้าเทียบกับรุ่นเก่าๆ การแสดงของเขามันทำให้ตัวละครดูมีมิติมากขึ้น ดูจับต้องได้และดูเป็นมนุษย์จริงๆ ที่มีความโกรธแค้น เกลียดชัง และต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้เพื่อความถูกต้อง เขาแสดงได้ดี แถมยังถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งจากน้ำเสียงและการแสดงออกทางสีหน้า มันยอดเยี่ยมมากๆ อยากให้ทุกคนได้ดูจริงๆ ต่อมาคือ เดอะริดเลอร์ ซึ่งภาคนี้ดีไซน์ตัวละครตัวนี้ออกมาได้ดีมากๆ และพอล ดาโน่ ก็แสดงได้โคตรถึง และน่ากลัวจริงๆ ดูเป็นตัวอันตรายมากๆ เสียดายที่ส่วนใหญ่จะใส่หน้ากาก เลยไม่ได้เห็นสีหน้าแววตาของตัวละครเท่าไหร่ ผมเลยยังผิดหวังนิดๆ เพราะอยากเห็นเขาปล่อยของแบบสุดๆ อยากเห็นความโรคจิตมากกว่านี้ ดิบเถื่อนมากกว่านี้ แต่เท่านี้ก็พอรับได้ เพราะยังมีฉากที่เขาได้ปล่อยของและเห็นสีหน้าท่าทางเต็มๆ คือช่วงฉากท้ายๆ ส่วนตัวผมชอบฉากที่คุยกับแบทแมนในคุกมาก โคตรดี เล่นดีทั้งคู่และมาเจอกัน มันสุดยอดมากๆ อารมณ์คล้ายๆตอนดู The Dark Knight ฉากที่แบทแมนคุยกับโจ๊กเกอร์เลย แต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่โนแลนทำไว้ แต่ถือว่าดีมากๆแล้ว พอล ดาโน่ก็เป็นนักแสดงอีกคนที่ผมชื่นชอบเหมือนกัน ผลงานก่อนหน้าที่ผมชอบก็จะมี There Will Be Blood กับ Prisoners สองเรื่องนี้พอล ดาโน่ ทำได้ดีมาก พอมาเป็นตัวร้ายในแบท ฝีมือเขาก๋ยังเหมือนเดิม ไม่ได้ดรอปลงแต่อย่างใด ส่วนอีกสองคนที่ชอบรองลงมาคือ เพนกวิน กับ แคทวูแมน สองคนนี้ก็เล่นดี เพนกวินภาคนี้มีบทน้อยผมเลยไม่อยากพูดถึงมากนัก ต้องรอดูภาคต่อๆไป เพราะ โคลิน ฟาร์เรล ก็เป็นนักแสดงที่สุดยอดอีกคนหนึ่งเหมือนกัน แคทวูแมนก็ทำได้ดีเหมือนแมวจริงๆ มีเสน่ห์ดึงดูดมากๆ แต่ยังไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น สรุปและให้คะแนนโดยรวมแล้วผมชอบภาพนตร์เรื่องนี้พอสมควร มันเข้าใกล้คำว่าสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว แต่ก๋ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่เท่าที่เป็นอยู่ก็ถือว่าดีมากๆและเหมาะสมกับชื่ออัศวินรัตติกาลแล้ว ที่ไปไม่ถึงคำว่าสมบูรณ์แบบคงจะเป็นในส่วนของบทและการดำเนินเรื่องเท่านั้น ส่วนด้านงานภาพ โทนสีที่ใช้ ฉากแอ็คชั่น การโปรดักชั่น การดีไซน์ตัวละคร ความสมจริง การลำดับภาพ เสียง และเพลงประกอบต่างๆ ทุกสิ่งเหล่านี้นั้นสมบูรณ์แบบมากๆแล้วสำหรับผม ถือว่าเป็นหนังที่มีแต่ข้อดีซะเยอะเลยก็ว่าได้ และมันเป็นหนังที่ถูกสร้างมาเพื่อดูในโรงภาพยนตร์เท่านั้น จึงได้รับประสบการณ์ที่สุดแสนวิเศษ ดังนั้นใครที่ยังลังเล ว่าจะไปดูดีไหม หรือคิดจะค่อยรอดูตอนลงสตรีมมิ่ง ผมบอกเลยว่าพลาดมากๆ กำเงินแล้วไปซื้อตั๋วเข้าไปดูในโรงดีกว่า ไม่ผิดหวังแน่นอน และแนะนำให้ดูในระบบ IMAX จะได้รับความบันเทิง และเสพงานภาพแบบเต็มสตรีม สวยมากจริงๆ และดีมากๆ สรุปโดยรวมแล้วผมขอให้คะแนนของภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ที่ 8.5/10 คะแนนก็แล้วกันครับ เพราะผมยังมองว่ามันไปได้มากกว่านี้อีก ต้องรอดูภาคต่อไปว่าจะไปในทิศทางไหน และจะรักษามาตรฐานของภาคนี้ได้หรือเปล่า รอติดตามกันต่อไปความเป็นไปได้ในภาคต่อไป (มีสปอยล์)สำหรับผม ผู้กำกับก็จบภาคนี้ไว้แบบปลายเปิดพอสมควร คือมันจะจบเลย หรือจะไปต่อก็ได้ เพราะเหมือนเขาปูตัวร้ายตัวใหม่ไว้แล้ว เพนกวินก็ยังไม่ได้โดนจับ มีโอกาสที่จะได้เป็นตัวร้ายหลักในภาคต่อไป แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์คือหลังจากตอนที่เดอะ ริดเลอร์โดนจับไป และไปเจอกับเพื่อนห่องขังข้างๆที่คุยกับเขา ในหนังไม่ได่ให้เราเห็นหน้าตัวละครนี้ แต่จากบทพูด การหัวเราะต่างๆ ผมคิดว่าน่าจะเป็นโจ๊กเกอร์ ซึ่งภาคนี้ไม่ได้อยู่ในจักรวาลหลักของ DCEU ดังนั้นถ้าทำภาคต่อและมีโจ๊กเกอร์ เราต้องมารอลุ้นว่านักแสดงคนไหนจะได้มาเป็นโจ๊กเกอร์ในเวอร์ชั่นนี้ อยากเห็นจริงๆว่สจะเป็นยังไง เพราะหลังจากหนังฉายไปเมื่อวานวันแรก และได้รับผลตอบรับจากแฟนๆที่ดีเกินคาด ทำให้ตัวผู้กำกับอย่าง แมตต์ รีฟ ออกมาบอกแล้วว่าจะเดินหน้าสร้างภาคสองต่อ ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าภาคสองนี้เขาน่าจะใช้ตัวละคร เพนกวิน มาเป็นตัวร้ายหลัก และถ้าภาคสองประสบความสำเร็จ ในภาคสามเราอาจจะได้เห็นแบทแมนสู้กับโจ๊กเกอร์อีกครั้ง แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว และใครที่ไปดูแล้วออกมาจากโรงแต่ยังอินไม่หาย ก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะก่อนที่ภาคสองจะมา เราจะได้ดูซีรีส์ภาคแยกของตัวละคร เพนกวิน ที่รับบทโดย โคลิน ฟาร์เรล ซึ่งมีการวางแผนไว้ว่าจะฉายทางออนไลน์ แถมสิ่งที้สุดยอดคือซีรีส์ภาคแยกเพนกวินนี้ จะสร้างมาในเรท R คือดิบ เดือด เลือดสาดแน่นอน รอติดตามกันได้เลยรับชม The Batman (2022) ได้ผ่านที่ TrueIDเรื่องย่อ The Batman เดอะ แบทแมนสุดท้ายนี้ ฝากกดติดตาม และกดแชร์ ให้ด้วยนะครับชื่อเรื่อง : The Batmanความยาว : 2 ชั่วโมง 56 นาทีวันที่ฉาย :  3 มีนาคม 2022แนว : ซูเปอร์ฮีโร่ , สืบสวน , ลุ้นระทึก ระบบเสียง : พากย์ไทยและซับไทยช่องทางการรับชม : ทุกโรงภาพยนตร์คะแนน : 8.5/10บทความอื่นๆของ ละเลงหนัง : รีวิว The Last Duel (2021) การดวลจนตัวตายของ 2 อัศวิน เพื่อพิสูจน์ความจริงเตรียมตัวก่อนดู Vikings : Valhalla / ป้ายยา House of GUCCI หนังดีที่ไม่ควรมองข้ามแนะนำรีวิว Hype House (2022) เมื่อเหล่าคนดังมาอาศัยอยู่ด้วยกันเพื่อสร้างคอนเทนต์ออนไลน์รีวิวหนัง House of Gucci ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงของตะกูล GUCCIเรื่องจริงของ Munich – The Edge of War มิวนิก ปากเหวสงคราม เปิดวาร์ปนักแสดง มัธยมซอมบี้ All of Us Are Deadรีวิวหนัง Scream หวีดสุดขีด หนังแฟนเซอร์วิสที่คนไม่ใช่แฟนหนังก็ดูได้รีวิว Special Delivery ส่งด่วนทะลุนรก นำแสดงโดย พัคโซดัม จาก Parasiteรีวิวซีรีส์ มัธยมซอมบี้ (All of Us Are Dead) ซีรีส์ซอมบี้ ที่ทุกคนไม่ควรพลาดรีวิว Moonfall วันวิบัติ จันทร์ถล่มโลก เมื่อดวงจันทร์หลุดวงโคจรแล้วกำลังจะพุ่งชนโลกรีวิว วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ (One for the Road) หนังไทยที่โคตรดี นานๆทีมีครั้งรีวิว The 355 ปฏิบัติการสวยลับรีวิว The Power of the Dog (2021) หนังที่เข้าชิง 12 รางวัล บนเวทีออสการ์ 2022รีวิว Uncharted ผจญภัยล่าขุมทรัพย์สุดขอบโลก หนังที่สร้างจากเกมส์ แต่คนที่ไม่ใช่แฟนเกมส์ก็ดูได้รีวิว Death on the Nile ฆาตกรรมบนลำน้ำไนล์ หนังภาคต่อที่ดีไม่แพ้ภาคแรกรีวิว Texas Chainsaw Massacre สิงหาสับ 2022 หนังไล่เชือดเลือดสาดชวนดูซีรีส์ Twenty-Five Twenty-One ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด ซีรีส์รอมคอมฟีลกู๊ด ที่มีกลิ่นอายของยุค 90เปิดวาร์ปนักแสดง Twenty-Five Twenty-One ยี่สิบห้า ยี่สิบเอ็ด ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ไม่ควรพลาดรีวิว Till We Meet Again ภารกิจรักด้ายแดง หนังรอมคอม ไซไฟ-แฟนตาซี ที่ไม่ควรมองข้ามรีวิว Juvenile Justice หญิงเหล็กศาลเยาวชน ซีรีส์เกาหลีน้ำดีที่อยากให้ทุกคนได้ดูเครดิตภาพทั้งหมดจาก Facebook : The Batmanภาพปก : ภาพที่ 1ภาพประกอบ : ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 / ภาพที่ 6 / ภาพที่ 7 / ภาพที่ 8 / ภาพที่ 9 / ภาพที่ 10 วิดีโอ : The Batman - Main Trailer (ซับไทย) จาก Youtube : Warner Bros. Thailandอัปเดตข่าว ดูหนัง ฟังเพลง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID ,ฟรี

[Review] The Batman (2022) ปฐมบทใหม่ของแบทแมน ผ่านการตีความใหม่ในฉบับของ แมตต์ รีฟซ์
อ่าน

[Review] The Batman (2022) ปฐมบทใหม่ของแบทแมน ผ่านการตีความใหม่ในฉบับของ แมตต์ รีฟซ์

          The Batman อีกหนึ่งปฐมบทของจักรวาล Batman ซึ่งถูกนำเสนอผ่านทางวิสัยทัศน์ และมุมมองของ Matt Reeves (Cloverfield, Dawn of the Planet of the Apes) โดย Matt Reeves ได้พยายามที่จะนำเสนอ Batman ในฉบับที่มีความเป็นมนุษย์มากที่สุด และได้ฉีกออกจากแนวหนัง Superhero ดั้งเดิม ให้เป็นภาพยนตร์แนวสืบสวนฆาตกรรม ซึ่งมีกลิ่นอายคล้ายกับภาพยนตร์แนวอาชญากรรมในยุค 70s เพราะฉะนั้นสิ่งที่ Matt Reeves ต้องการนำเสนอจึงไม่ใช่ Batman ที่สวมชุดปราบปรามเหล่าร้าย ผดุงความยุติธรรมเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็น Batman ในฉบับที่ไม่มีอุปกรณ์ไฮเทค มีบาดแผลจากการต่อสู้ทางร่างกาย และบาดแผลทางจิตใจที่เกิดจากประสบการณ์ที่ผ่านมา รวมไปถึงความสับสนวุ่นวาย ความต้องการล้างแค้น ที่ได้นำเสนอผ่านความรุนแรง ที่แฝงอยู่ในตัวตนของ Batman ตลอด 3 ชั่วโมง ในจอภาพยนตร์   รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDBatman ในแบบฉบับของภาพยนตร์สืบสวน ผ่านเบื้องหลังสังคมอันเน่าเฟะของ Gotham City          บท และการดำเนินเรื่อง ของ The Batman นั้นถือว่าทำออกมาได้ดี เห็นได้ชัดเจนว่า Batman ฉบับนี้ได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนในตำนานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Chinatown (1974), Taxi Driver (1976) และ ภาพยนตร์สืบสวนในยุค 70s อีกมากมาย รวมไปถึงตลอดทั้งเรื่องที่มีกลิ่นอายของภาพยนตร์ในตำนานอย่าง Se7en (1955) ของ David Fincher ซึ่งภาพยนตร์เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่หล่อหลอมให้ Matt Reeves ได้รังสรรค์ The Batman ในฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งจุดสำคัญที่ Matt Reeves ได้พยายามที่จะนำเสนอให้เห็นในภาพยนตร์ คือเรื่องราวของการสืบสวน การแก้ไขปริศนาของการฆาตกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงการหาคำตอบในตัวตนของ Batman ผ่านการกระทำต่าง ๆ การต่อสู้ การแสดงออก และการพูดคุย เพราฉะนั้นตลอดทั้ง 3 ชั่วโมง เราจะได้เห็น Batman อยู่ในทุก ๆ ฉาก จึงทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราได้รับชมอยู่ คือการพยายามค้นหาตัวตนที่แท้จริงของ Batman          อีกสิ่งหนึ่งที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ การพยายามที่จะสื่อสารผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ผ่านเมือง Gotham ทั้งในเรื่องของแสงสี ผู้คนในเมือง บรรยากาศต่าง ๆ ที่ได้สะท้อนให้เห็นถึงอาชญากรรม ความเน่าเฟะของสังคมในเมือง Gotham ที่เกินจะเยียวยา การคอร์รัปชั่นของชนชั้นปกครองในเมือง รวมไปถึงชนชั้นล่าง ที่เป็นเพียงแค่เครื่องมือในการสร้างภาพ และหาเงินของคนรวยเพียงเท่านั้น Gotham จึงไม่ใช่แค่เมืองที่เป็นเพียงพื้นหลังการต่อสู้ระหว่าง Batman กับวายร้ายเหมือนฉบับที่ผ่านมา แต่ Gotham ในฉบับนี้ จะเป็นเหมือนตัวละครสำคัญในเรื่อง ที่เป็นเครื่องมือชั้นดี ในการหล่อหลอมการกระทำของผู้คนในเมือง รวมไปถึงตัวตนของ Batman ในฉบับนี้เช่นกัน Gotham ใน The Batman จึงเป็นเสมือนเครื่องมือสำคัญที่ Matt Reeves ใช้นำเสนอถึงทิศทางที่ชัดเจนของตัวภาพยนตร์เอง ว่าควรจะไปในทิศทางใด รวมไปถึงงานภาพจาก Greig Fraser ผู้กำกับภาพที่ได้ฝากผลงานภาพอันยอดเยี่ยมไว้ในภาพยนตร์เรื่อง Dune (2021) เพลงประกอบจาก Michael Giacchino มือประพันธ์ชื่อดังที่ได้ฝากผลงานการประพันธ์ไว้ในภาพยนตร์มากมาย ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าทั้งงานภาพ และเสียงของ The Batman ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ยอดเยี่ยม ที่ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงทิศทางของโทนภาพยนตร์ใน The Batman ได้อย่างชัดเจน          แต่ถึงอย่างนั้นตัวบท ในบางจุดก็ยังมีจุดที่สามารถตำหนิได้ โดยต้องยอมรับว่าในช่วงแรกของ The Batman นั้น ทั้งในเรื่องของปริศนาต่าง ๆ ความพยายามในการค้นหาตัวตนของ Batman หรือตัวละครอื่น ๆ ในเรื่องสามารถสะกดเราให้รู้สึกตื่นเต้น และลุ้นตามได้ตลอดเวลา แต่ด้วยความยาวของภาพยนตร์ที่มีความยาวถึง 2 ชั่วโมง 55 นาที ทำให้เรารู้สึกว่าความรู้สึกตื่นเต้นในช่วงแรกหายไปหมด และอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องตำหนิเลยคือสถานการณ์ของตัวละคร ด้วยความที่ Matt Reeves ได้พยายามที่จะนำเสนอ Batman ในฉบับที่มีความสมจริง และมีความเป็นมนุษย์มากที่สุด ทำให้ในบางสถานการณ์ หรือในบางฉาก เรายังคงได้กลิ่นอายของภาพยนตร์ Superhero อยู่ จึงทำให้เรารู้สึกขัดแย้งกันกับโทนของภาพยนตร์ที่ Matt Reeves ต้องการนำเสนอ แต่ถึงอย่างนั้นภาพรวมต่าง ๆ ใน The Batman ก็ยังคงอยู่ในทิศทางที่ควรจะเป็น มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ไม่ใช่เฉพาะแค่ตัวภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงตัวละครในภาพยนตร์ ที่นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจเช่นกัน ทำให้เรารู้สึกว่าช่วงเวลาที่ภาพยนตร์กำลังฉายกลับไม่ได้มีความน่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย ทุกฉากมีความสำคัญหมดตัวละครทุกตัวมีความโดดเด่น และมีความสำคัญกับทุกองค์ประกอบของภาพยนตร์          ในเรื่องของนักแสดงนั้น นักแสดงแต่ละคนสามารถนำเสนอ ความชัดเจนของตัวละครออกมาได้อย่างดี โดยเฉพาะ Robert Pattinson (Twilight, Tenet) ที่ได้นำเสนอบาดแผลในใจจากการสูญเสียพ่อแม่ในวัยเด็ก ของ Bruce Wayne รวมไปถึงความกลัว และตัวตนของ Batman ได้อย่างชัด ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า Batman ในฉบับนี้จะไม่ใช่ฮีโร่ในแบบที่เคยเป็นมา แต่จะเป็น Batman ในฉบับที่ใช้ความกลัว และความแค้น เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่ใช้ข่มขวัญเหล่าอาชญากร ซึ่งในส่วนนี้ต้องยอมรับว่าการแสดง ของ Robert Pattinson ที่พยายามนำเสนอให้เห็นว่า Bruce Wayne ในฉบับนี้ไม่ใช่เศรษฐี นักบุญการกุศล ที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็น Bruce Wayne ที่รู้สึกโดดเดี่ยว สิ้นหวังอยู่ตลอดเวลา และ Bruce Wayne ที่ยังคงใช้ชีวิตในอีกตัวตนหนึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปี ที่อยู่ภายใต้หน้ากาก เพราะฉะนั้น Batman ในฉบับนี้ จะเป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนให้เห็นถึงความกระหายในการล้างแค้นของตัว Bruce Wayne เอง ซึ่งจะเห็นได้จากร่องรอยของ Eyes Shadow สีดำ ที่ยังคงทิ้งคราบอยู่รอบบริเวณดวงตาของเขาตลอดเวลา แม้จะถอดหน้ากากแล้วก็ตาม Batman ฉบับนี้ จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า Batman ฉบับนี้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากฉบับที่ผ่านมาอย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีตัวละครอื่นอีกมากมาย ที่เรียกได้ว่าสำคัญกับทุกองค์ประกอบของเรื่อง และมีความสำคัญกับทุกเรื่องราวในภาพยนตร์ไม่ว่าจะเป็นZoë Kravitz รับบท Selina Kyle (Cat Women) หญิงสาวที่พยายามดิ้นรนเอาตัวรอดจากเมืองที่เน่าเฟะอย่าง GothamJeffrey Wright รับบท James Gordon นายตำรวจ ซึ่งถือได้ว่าเป็นคู่หูนักสืบของ Batman ซึ่งในฉบับนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า James Gordan มีความสนิท กับ Batman เป็นอย่างมาก ซึ่งจะต่างจากฉบับอื่น ที่ทำให้เห็นถึงความต่างอย่างชัดเจน ระหว่างมนุษย์กับฮีโร่ ในฉบับนี้ James Gordon จึงเป็นเสมือนเครื่องมือที่ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ของ Batman อย่างชัดเจนAndy Serkis รับบท Alfred Pennyworth ในฉบับนี้ Alfred Pennyworth จะไม่ใช่เพียงพ่อบ้านที่รับใช้ และดูแล Bruce Wayne อีกต่อไป แต่เป็น Alfred Pennyworth ในฉบับที่มีความเป็นพ่อ มีความห่วง Bruce Wayne อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งไม่ต่างจากฉบับอื่น ๆ มากนักThe Riddler และ Penguin ในแบบฉบับของ Matt Reeves           สิ่งไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือตัวร้ายหลักอย่าง The Riddler ซึ่งรับบท Paul Dano ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็น The Riddler ในฉบับที่แตกต่างจากฉบับที่ผ่านมา เหตุการณ์ฆาตกรรมในแต่ละเหตุการณ์ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความโรคจิต ความเจ้าเล่ห์ และความอันตรายภายในจิตใจ ซึ่งถูกหล่อหลอมมาจากสังคมในเมือง Gotham แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่าการแสดงออกของ The Riddler นั้นก็ยังคงมีกลิ่นอายของความเป็น Joker อยู่ ถึงแม้จะมีบางฉากที่เราได้เห็นการแสดงของ Paul Dano ในตอนที่ไม่ได้ใส่หน้ากาก และต้องยอมรับว่า Paul Dano ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะการแสดงสีหน้าท่าทาง จึงทำให้เสียดายว่า เราได้เห็นการแสดงของ Paul Dano ใน The Riddler เวอร์ชั่นไร้หน้ากากน้อยเกินไป          อีกหนึ่งตัวละครสำคัญของ The Batman คือ Oswald Cobblepot หรือ Penguin รับบทโดย Colin Farrell ซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นตัวละครที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ทั้งภูมิหลัง หรือการกระทำต่าง ๆ ของตัวละคร ถึงแม้ว่า Penguin ในฉบับนี้จะไม่ได้มีบทบาทมากนัก แต่ถึงอย่างนั้น แต่ละฉากที่เขาปรากฏตัวออกมา ก็สามารถทำให้เรารู้สึกสนใจตัวละครนี้ได้ตลอดเวลา ซึ่งต้องยอมรับว่าการ Make up ของทีมงาน รวมไปแสดงของ Colin Farrell ได้ถ่ายทอด และนำเสนอความเป็น Penguin ในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนได้อย่างน่าสนใจ          โดยภาพรวมแล้ว The Batman ถือว่าเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ควรค่าแก่การดู แต่ต้องบอกก่อนว่า ด้วยระยะความยาวของภาพยนตร์ที่มีความยาวถึง 2 ชั่วโมง 55 นาที รวมถึงโทนของภาพยนตร์ที่มีความจริงจัง และค่อนข้างเฉพาะทาง ซึ่งอาจทำให้คนที่ไม่ใช่ชอบภาพยนตร์แนวสืบสวน ฆาตกรรมโรคจิต หรือจิตวิทยา อาจจะรู้สึกเบื่อ หรือไม่ได้ประทับใจเท่าที่ควร แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบภาพยนตร์ แนวสืบสวน สอบสวนคดีฆาตกรรม และจิตวิทยา หรือสำหรับผู้ที่แฟน Batman ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฉบับที่ไม่ควรพลาด :)รับชม The Batman (2022) ได้ผ่านที่ TrueIDป.ล. สำหรับใครที่เป็นแฟนเพลง Nirvana ห้ามพลาดเช่นกัน เพราะ Bruce Wayne ฉบับนี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Kurt Cobain รวมไปถึงเพลงประกอบอย่าง Something In The Way รับประกันได้เลยว่าเพลงนี้จะเล่นซ้ำ ๆ อยู่ในหัวของคุณไปอีกสักพักเลยTHE BATMAN (2022)Director: Matt ReevesWriting Credits: Matt Reeves Peter CraigBill Finger - Batman createdBob Kane - Batman created byCast: Robert Pattinson - Bruce Wayne / BatmanZoë Kravitz - Selina KyleJeffrey Wright - Lt. James GordonColin Farrell - Oz / The PenguinPaul Dano - The RiddlerAndy Serkis - Alfred PennyworthJohn Turturro - Carmine FalconeIMDB - 8.6/10Metascore - 73Rotten Tomatoes - 85%Photos:The BATMAN Official Pages : Cover / 1 / 2 / 3 / 4 / 5Video TrailerTHE BATMAN – Main Trailer Facebookuneverwatchuneverknowเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายบน TrueID โหลดเลย ฟรี  

"กรุงศรีออโต้" ปลื้ม โฆษณา “Come Back” คว้า 5 รางวัลจาก Adman Awards & Symposium 2021
อ่าน

"กรุงศรีออโต้" ปลื้ม โฆษณา “Come Back” คว้า 5 รางวัลจาก Adman Awards & Symposium 2021

ข่าววันนี้ นางกฤติยา ศรีสนิท ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำตลาดสินเชื่อเพื่อคนมีรถ คาร์ ฟอร์ แคช ได้นำเสนอทางเลือกแก่เจ้าของรถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำ และพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องมาตลอด 18 ปี โดยมีงานโฆษณาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้ง 5 รางวัลจากเวที Adman Awards Symposium 2021 จึงถือเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของการสื่อสารการตลาดของ คาร์ ฟอร์ แคช ที่สามารถเข้าถึงอารมณ์ร่วมของสังคมในช่วงเวลานั้นๆ และรักษาตัวตนของแบรนด์ที่สนุกสนานและเข้าถึงง่าย ซึ่งเป็นภาพจำที่ผู้บริโภคคุ้นเคยเป็นอย่างดี ภาพยนตร์โฆษณาชุด ทุกอุปสรรคผ่านไปได้ด้วยรอยยิ้ม (Come Back) กวาดรางวัลจาก Adman Awards Symposium 2021 งานประกวดผลงานสื่อสารด้านการตลาดที่จัดโดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย ได้ถึง 5 รางวัล ได้แก่ รางวัล Silver หมวด Casting,รางวัล Bronze หมวด Fiction/Non-Fiction Film or Series: Up to 30 mins,รางวัล Bronze หมวด Consumer Services/B2B/Financial/Real Estate,รางวัล Finalist หมวด Directing และรางวัล Finalist หมวด Script อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ผลงานสร้างสรรค์ชิ้นนี้ยังได้คว้ารางวัลจากเวทีระดับนานาชาติอย่าง Cannes Lions 2021, AD Stars 2021 และ The Work 2021 มาแล้วอีกด้วย ในขณะเดียวกันยังมีส่วนผลักดันให้ยอดสมัครสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ในเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม 2564 เพิ่มสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง 86%

รีวิวจัดเต็ม The Batman : เดอะ แบทแมน (2022)  หม่นมืดดิ่งลึก  บนความแตกต่างแต่ "ดีงาม"
อ่าน

รีวิวจัดเต็ม The Batman : เดอะ แบทแมน (2022) หม่นมืดดิ่งลึก บนความแตกต่างแต่ "ดีงาม"

Movie Full ReviewThe Batman (2022)หม่นมืดดิ่งลึก กับมนุษย์ค้างคาวล้างเดนทรชน บนความต่างแต่ "ดีงาม"เพราะดูไปบ่นไปชอบ Batman  อาจไม่ถึงขั้นหลงไหลแต่ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ไร้พลังพิเศษผู้ผดุงความยุติธรรมยามคำคืนแห่งนคร Gotham ก็คือซุปเปอร์ฮีโร่หนึ่งเดียวใจดวงใจผู้เขียน  นอกเหนือจากนี้ไม่ว่าจะจากค่ายไหนก็คืองานที่ดูสนุกแต่ดูผ่านแล้วก็ผ่านไป  ไม่ได้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเท่ามนุษย์ค้างคาวที่ได้เจอกันครั้งแรกเมื่อสามสิมสามปีที่ผ่านมา  หลังจากนั้นผู้เขียนก็กลายเป็นมีหน้าที่ต้องดูและสะสมหนัง Batman ได้เห็นความรุ่งโรจน์และรุ่งริ่งของฮีโร่คนนี้มา  จนกระทั่งมาเจอและต้องยกไว้บนหิ้งบูชากับ Batman ที่เป็นมนุษย์ที่สุดกับไตรภาค The Dark Knight ของ Christopher Nolan ที่ทำเอาเชื่อได้ว่าถ้ารวยเหมือน Bruce Wayne ก็เป็นฮีโร่ได้  แน่นอนว่าอาจเทียบกันไม่ได้กับฉบับ Tim Burton เพราะหนังออกมาคนละโทน  แต่ถ้าจะให้เลือกเพียงหนึ่งขอเลือกของ Christopher Nolanแล้วเมื่อตัวละคร Batman ได้โลดแล่นบนแผ่นฟิล์มมากว่าสามสิบปี  ผ่านการเล่าเรื่องจากหลายผู้กำกับสิ่งหนึ่งที่ต้องแลกคือความเก่าและซ้ำเพราะมันเล่าบ่อย  ความท้าทายที่จะหยิบเอาเรื่องของฮีโร่ผู้มีปมในใจคนเดิมคนนี้มาเล่าอาจจะไม่มีทางให้ไปมากนัก  เพราะทุกคนรู้เรื่องของ Bruce Wayne เป็นอย่างดีหมดแล้วว่ามีความเป็นมายังไง  ดังนั้นเมื่อมีข่าวว่าจะมาการสร้างหนัง Batman ขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่เกี่ยวกับจักรวาลใดๆที่เคยมีมาโดย Matt Reeves   แม้เขาจะมีเครดิตพอตัวแต่ความรู้สึกของผู้เขียนยังมองว่ามันเร็วไปและคิดว่าไม่น่าจะก้าวข้ามของเดิมที่เคยเล่ากันมา  แต่ถึงกระนั้นด้วยความที่เป็นหน้าที่ที่ต้องดูจึงต้องพิสูจน์แต่คราวนี้สถานการณ์บังคับให้ต้องรอดูที่บ้านและหนังก็ลงสตรีมเร็วกว่าที่คาด  จนเมื่อได้พิสูจน์ด้วยตาและหัวใจจึงพบว่า Matt Reeves ทำได้ในการหาความต่างมาเล่นจนเป็นของดีที่อาจไม่ใช่ที่สุด  แต่ดีก็คือดี The Batman   รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDเรื่องย่อนคร Gotham   เมืองที่โสมมที่สุด  เมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม  กับสองปีที่ผ่านไปหลังจากการออกกวาดล้างเหล่าร้ายยามค่ำคืนของหนึ่งบุรุษสวมหน้ากากที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร  แต่ในทุกเงามืดจะมีความกลัวของเหล่าอาชญากรน้อยใหญ่อยู่ในนั้น  และแม้ว่าเขาไม่สามารถตระเวนไปทั่งทั้งเมือง Gotham แต่เขาก็ได้สร้างความกลัวในใจอาชญากรที่เมื่อเห็นสัญลักษณ์บนท้องฟ้าที่หมายความว่าบุรุษผู้มากับความมืดเสมือนดั่งเงาแห่งความแค้นกำลังออกล่าเดนทรชน  เขาคนนั้นคือบุรุษผู้อยู่ในผ้าคลุมและหน้ากากคางคาวผู้ถูกขนานนามว่า Batman  จนเมื่อจะมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีแล้วมีการฆาตกรรมนายกเทศมนตรีคนปัจจุบัน  แล้วฆาตกรได้ทิ้งปริศนาบางอย่างให้กับ Batman เรื่องราวที่ซับซ้อนจึงตามมาเมื่อนักสืบ James Gordon (Jeffrey Wright) ตามตัว Batman มาร่วมไขคดี  และ Batman เองที่มีชีวิตอีกด้านคือมหาเศรษฐี Bruce Wayne (Robert Pattinson) จึงได้ร่วมมือกับ Alfred (Andy Serkis) พ่อบ้านอดีตสายลับ MI6 ถอดรหัสปริศนา  จึงพบว่าปริศนาที่ถูกทิ้งไว้คือการเปิดโปงความฉ้อฉลของคนที่ใส่หน้ากากคนดีในสังคมอย่างนายกเทศมนตรีที่เชื่อมโยงไปยังไนท์คลับลับของ Oz เจ้าของฉายา The Penguin (Colin Farrell) สมุนมือขวาของเจ้าพ่อ Carmine Falcone (John Turturro)  และการพบกันของ Batman กับ Penguin ก็ทำให้เบาะแสบางอย่างปรากฎผ่าน Selina Kyle (Zoë Kravitz) หญิงสาวที่ทำงานในไนท์คลับนั้น  Batman จึงตามสืบไปทางเธอและพบว่าเธอคือนักย่องเบาที่มีวัตถุประสงค์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับ Carmine Falconeจนกระทั่งเหยื่อรายต่อมาปรากฎขึ้นเรื่อยๆและปริศนาก็ถูกโยนเข้าหา Batman และ Jim Gordon เรื่อยๆ  จนในที่สุดพวกเขาก็พบว่าฆาตกรต่อเนื่องที่สังหารเจ้าหน้าที่ผู้ฉ้อฉลจนทำให้ Gotham กลายเป็นเมืองที่เสื่อมโทรมเกินเยียวยาคือ The Riddler (Paul Dano) ที่มีจุดหมายในการเปิดโปงขวานการแห่งความฉ้อฉลที่เป็นโครงข่ายของเจ้าหน้าที่กับมาเฟียอย่าง Carmine Falcone และแน่นอนว่า Batman ต้องร่วมมือกับ Jim Gordon เพื่อจับ The Riddler ให้ได้โดยมี Selina Kyle เป็นตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับ Carmine Falcone  แต่เรื่องก็ไม่ง่ายเมื่อมีอะไรบางอย่างเกี่ยวข้องกับตัวของ Bruce Wayne เองเป็นเรื่องส่วนตัวที่เกี่ยวพันกับ The Riddler  และ The Riddler ก็มีอะไรซ่อนไว้ในแผนการปั่นหัว Batman ครั้งนี้  ที่ทำให้ Batman ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยนคร Gotham ให้พ้นจากหายนะเหมือนถูกต่อยอดจากซีรีส์ Gotham ทำให้ทั้งหม่นมืด  ดิ่งลึก  แตกต่าง  แต่ความเร้าใจยังมาเต็มกำลังเมื่อเล่าเหตุการณ์หลังจากที่ Batman ออกมาปราบอาชญากรมาแล้วสองปี  ความสัมพันธ์ระหว่างง Batman กับ Jim Gordon ได้ผ่านอะไรมาจนเชื่อใจกันเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งมันคือของที่ทุกคนรู้แล้วเพราะเล่ามาบ่อย  แต่ถ้าหากลองนึกดูโดยเฉพาะคนที่เคยดูซีรีส์ Gotham มาตลอดอย่างผู้เขียนจะมองเห็นมิติบางอย่างที่เหมือนกับเอาซีรีส์ Gotham มาเป็นพิมพ์เขียว  หรืออาจเรียกได้ว่าต่อยอดมาจากเรื่องนั้นเช่นมิติของตัว Alfred ที่เป็นอดีตสายลับ MI6 ที่ซีรีส์อธิบายไว้ชัด  รวมถึงทักษะการต่อสู้ของ Bruce Wayne ที่ได้รับการถ่ายทอดมาจาก Alfred หรืออาจรวมไปถึงจุดสุดท้ายของซีรีส์ที่เผยโฉม Batman ที่ถ้านึกภาพตรงนั้นออกก็คล้ายกับเรื่องราวถูกสานต่อมาจากตรงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องผิด  แต่ถ้าคนที่ไม่เคยดูอาจจะรูสึกว่าบางอย่างมันไม่ชัด  แต่เรื่องราวเบื้องหลังหรือปมของเรื่องมันก็ยังเป็นเรื่องเดิมที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้วเป็นสารตั้งต้นเรื่องจึงเล่าไปได้แบบไม่ต้องไปพะวงหลังจึงทำให้เรื่องนี้มีความต่างเมื่อไม่พยายามเล่าเรื่องชีวิตสองหน้าของ Bruce Wayne แต่เล่าถึงภารกิจล้างเดนทรชนและสืบหาตัวฆาตกรต่อเนื่องของ Batman เต็มที่เพราะชื่อเรื่องก็บอกแล้วว่า The Batman มิใช่ The Bruce Wayne  เรื่องจึงไม่ใช่ความมืดดำกึ่งแฟนตาซีเหมือนฉบับ Tim Burton ไม่ฉูดฉาดหวือหวาเหมือนฉบับ Joel Schumacher ไม่ใช่ดราม่าอาชญากรรมสุดระทึกในแบบของ Christopher Nolan  แต่ Matt Reeves ได้สร้างทางใหม่บนของเดิมให้มีตัวตนของตนเองกับความเป็นหนังนัวร์ยุคใหม่ที่อึดอัด  กดดัน  ดิ่งลึกทางอารมณ์  และถ้าจะเอาจริงยังมีความตลกร้ายให้หัวเราะบนความเครียดอยู่บ้าง  ด้วยการเสนอโทนเรื่องที่เป็นงานสืบสวนเข้มๆที่อาจมีบ้างที่คิดถึงงานของ David Fincher  แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น Matt Reeves ก็ได้สร้างหนัง Batman ในแบบของเขาให้ออกมาลงตัวและดีงามด้วยการเดินเรื่องการสืบสวนแบบประดิดประดอย  ค่อยๆเผยชิ้นส่วนต่างๆออกมาทำให้หาช่องว่างไม่เจอเพราะเล่าได้ค่อนข้างละเอียด  แต่เมื่อถึงเวลาตูมตามก็จัดมาเต็มกำลังเพราะนี่คือหนังทุนสูงแม้จะเห็นความเป็นอินดี้อยู่บ้างกับการคิดอะไรที่ดูแตกต่าง  เพราะเมื่อเล่าเรื่องไปถึงจุดที่เหมาะสมฉากแอ็คชั่นยังมันส์ในระดับที่คนดูนั่งนิ่งติดกับภาพในจอได้อย่างสมใจเช่นฉากขับรถไล่ล่า  ที่ทั้งมุมกล้องและการตัดต่อสร้างความเร้าใจจนคนรักหนังตัวเล็กนั่งนิ่งไม่ไหวติงกับภาพที่เห็น  ซึงถ้าจะให้ลงลึกไปอีกก็คงเป็นเพราะการสร้างทางใหม่บนทางเดิมในบทหนังของ Matt Reeves และ Peter Craig ที่ยังมองเห็นการหยิบเอาชิ้นส่วนที่ได้ผลจากซีรีส์ Gotham และไตรภาค The Dark Knight มาใช้ร่วมกันได้อย่างลงตัวทำให้ส่วนผสมที่ว่าพาให้นี่คือหนัง Batman ที่ดู "จริง" มากที่สุดและดูมีความเป็นมนุษย์ที่สุดไม่ต่างจากงานของ Christopher Nolan เพราะนี่คือความดิบที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้านตัวละครที่นอกจาก Jim Gordon แล้วดูเหมือนจะไม่มีใครขาวสักคนดีที่สุดก็เป็นสีเทาเท่านั้น  ความดิบที่ว่ายังลงมาถึงคอสตูมที่ออกแบบมาให้เป็นความจริงที่สามารถมีได้ทำให้ยิ่งมองเห็นว่าเรื่องนี้คือเรื่องที่มีได้บนโลกจริงๆ  กระทั่งตัวร้าย The Ridler ที่ไม่ใช่หลุดออกมาจากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์แต่มีความผิดปกติที่เหมือนเป็นกระจกคนละด้านกับ Bruce Wayne  ทำให้คนรักหนังตัวเล็กเอ่ยออกมาว่านี่คือ The Ridler ที่ดีที่สุดเพราะไม่ออกมาตลกและดูเป็นจริงที่สุดเช่นเดียวกับ Bruce Wayne ที่ดูหมองและมีปูมหลังในครอบครัวที่เป็นรอยด่างไม่ใช่ฮีโร่จ๋าอย่างที่เคยรู้จัก  ทำให้เห็นชัดในแรงขับจากความวิปริตกับความแค้นที่มาประทะกัน  จนในความเก่าที่เล่ามาซ้ำๆเหมือนมีพลังที่เป็นแรงส่งที่ชัดเจนกว่า  และส่งผลการสร้างความต่างครั้งนี้มีผลออกมาเป็นเลิศการรับผิดชอบตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบบนความต่างจากที่คนดูเคยเห็นสารภาพเลยว่าเคนปรามาส Robert Pattinson มาตั้งแต่ตอนที่เขาแสดงหนัง Twilight ที่แข็งปานท่อนไม้เดินได้มีดีแค่หน้าตา  แต่ในเวลาต่อมาเขาได้พิสูจน์ตัวเองมาได้พอตัวแต่เมื่อเขาจะมารับบท Bruce Wayne ก็ยังมองว่าไม่น่าจะใช่  ทว่าเมื่อหนังออกมาขายความต่างไปจากหนัง Batman ที่เคยเป็นมา Robert Pattinson ก็กลายเป็น Bruce Wayne และ Batman ที่มีความต่างแต่มีความเป็นตัวของตัวเอง  เพราะคราวนี้ Bruce Wayne ไม่ใช่มหาเศรษฐีเจ้าสำราญที่ใช้ชีวิตสองหน้า  แต่เป็นคนเก็บตัวใช้ชีวิตปราบเหล่าร้ายเดนทรชนในยามราตรีจนชีวิตดูหยาบกร้านไม่มีเวลา  แน่นอนว่ามันมองเห็นผ่านแววตาที่อยู่หลังหน้ากากและการทาสีดำที่ขอบตา  ที่เมื่อถอดหน้ากากแล้วสีเลอะจนดูจริงที่สุดยิ่งขับเน้นคงวามเป็น Bruce Wayne ที่ผมยาวรกรุงรังได้อย่างดีที่สุดและมันเป็น Bruce Wayne ในแบบของเขาเองและเพราะความดิบกร้านจริงจังอย่างที่เอ่ยมา  ตัวละครที่ดูเป็นแฟนตาซีอย่าง Catwoman จึงกลายมาเป็นเน้นมุมของ Selina Kyle มากกว่านางแมวป่า  เมื่อคราวนี้เห็นปูมหลังที่เป็นแรงผลักดันของการมาเป็นนักย่องเบาของเธอชัดขั้น  มีความซับซ้อนมากขึ้นผ่านความสัมพันธ์มากขึ้น  เห็นสถานะของการเติบโตมาอย่างคับแค้นในฐานรากที่สึกสุดของสังคม Gotham และ Zoë Kravitz ก็ทำหน้าที่ได้ดีในการเป็น Selina Kyle ที่มีความเป็นมนุษย์ที่ใกล้เคียงกับการมีตัวตนจริงที่สุด  เพราะแค่ชุดยังเอาหมวกมาใส่ทำให้หูทั้งสองข้างเป็นแค่มุมของหมวกไหมพรมเจาะรู  แต่ส่วนที่ดีที่สุดกลับเป็นการรับส่งกับ Robert Pattinson ได้ดีและลงตัวจนมองเห็นอะไรในแววตาแม้ว่าจะต้องรักษาระยะห่าง  จึงเป็นตัวละครที่ตั้งใจมาต่างอย่างได้ผลเพราะแม้จะไม่ใช่ Catwoman ที่ดีที่สุด  แต่ก็เป็น Selina Kyle ที่ดีที่สุดคนหนึ่งที่เป็นมนุษย์และน่าจดจำส่วนสำหรับ Paul Dano กับบท The Ridler ที่สมจริงที่สุดเพราะเป็นคนจริงๆไม่ใช่ตัวประหลาด  Paul Dano สามารถถ่ายทอดแรงขับเคลื่อนที่เป็นด้านตรงข้ามกับ Bruce Wayne ในมุมของเด็กกำพร้าเหมือนกันที่ต่างกัน  แม้จะเห็นหน้าเพียงไม่กี่นาทีแต่การมาแค่เสียงที่อยู่ใต้หน้ากากก็เห็นภาพความวิปริตทางจิตชัดเจน  ยิ่งตอนเห็นหน้าแล้วยิ่งขนลุกกับการแสดงเป็นคนโรคจิตที่เรียกร้องความสนใจจนเล่นใหญ่เบอร์นั้น (ส่วนสาเหตุจะเป็นอะไรไปดูกันเอง) กับอีกคนที่ดูแล้วมีเลือดมีเนื้อคือ The Penguin ที่เมคอัพจนถ้าไม่บอกไม่รู้ว่านี่คือ Colin Farrell ที่สร้างความต่างที่เป็นบุคลิกแบบเห็นแล้วหัวเราะไม่ได้ร้องให้ไม่ออกกับความเป็นเขา  ซึ่งการแสดงผ่านสีหน้าเบื้องหลังเมคอัพยังคงทำให้สัมผัสได้โดยเฉพาะฉากที่ถูกมัดแล้วถูก Jim Gordon กับ Batman สอบสวนหลังฉากระเบิดตูมตามก็นับว่าจัดเต็มความสมจริงส่วน Andy Serkis ในบท Alfred นั้นดูเหมือนจะรับไม้ต่อมาจาก Sean Pertwee จากซีรีส์ Gotham แบบเนียนๆที่ถ้าได้ดูซีรีส์มาจะเห็นมิติความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Bruce Wayne จนทำให้เมื่อถึงเวลาอาจมีขนลุกน้ำตารินได้  แต่กับ Jeffrey Wright ในบท Jim Gordon นั้นคงเป็นตัวละครเดียวที่ยังไม่เห็นความต่างจากเวอร์ชั่นอื่นๆ  และแน่นอนเขาเป็นเพียงคนเดียวที่ดูขาวสะอาดแต่ก็รับส่งกับ Batman ได้ดีจนเห็นเป็นหนังตำรวจคู่หูกลายๆ  กับงานด้านภาพที่หม่นมืดชื้นแฉะทั้งเรื่องทำให้อารมณ์รู้สึกดิ่งและตึง  แล้วก็ไม่ทราบว่าผู้เขียนเป็นคนเดียวหรือคิดไปเองหรือไม่ที่เห็นโทนเรื่อง  งานดนตรี  หรือกระทั่งจังหวะการเล่าเรื่องดูคล้ายกับ Joker เหมือนจะมีอะไรรับส่งเชื่อมโยงกัน  จนอาจมโนได้ว่า DC อาจวางเกมอะไรไว้หรือไม่อย่างไร  ก็น่าคิดนี่คือหนังที่ผู้เขียนดูสองรอติดกันภายในวันเดียว  รอบแรกดูเองเพราะต้องดูก่อนว่าคนรักหนังตัวเล็กดูเนื้อหาและอารมณ์ของหนังที่ออกมาประมาณนี้ได้หรือไม่ (ผู้เขียนยังไม่ให้เขาดู Joker) แต่เมื่อดูรอบแรกแล้วก็มองว่าไม่น่าจะเป็นอะไรเพราะหนังไม่ได้ออกมามีภาพความรุนแรงมากมายด้วยเรท PG-13  เพียงแต่ด้วยความซับซ้อนและการเดินเรื่องที่เป็นงานสืบสวนสอบสวน  และโทนเรื่องกับอารมณ์ที่ดิ่งขมึงตึงเลยไม่แน่ใจเท่านั้น  แต่เมือได้ดูพร้อมกันอีกครั้งปรากฎว่าเด็กอายุสิบสี่นั่งนิ่งติดตรึงไปกับหนังได้อย่างน่าประหลาด  เมื่อดูจบจากปากคำเขาบอกหนังออกมาสนุก  ที่ควรได้อารมณ์ก็ได้ที่ควรสนุกแบบหนังซุปเปอร์ฮีโร่ก็มี  ที่สำคัญเขาบอกว่าจากเรื่องนี้เหมือน DC จะเข้าใกล้กับ Comics เข้าไปอีกขั้น  ซึ่งมันมาจากความสมจริงของเหตุการณ์  และเมื่อหนังมันออกมาดีจนเด็กอายุสิบสี่ดูสนุกแบบไม่ลุกไปเข้าห้องน้ำก็ถือว่าเยี่ยมซึ่งก็ถือว่า Matt Reeves ทำโจทย์ที่ยากให้ออกมาได้ผลลัพธ์ที่สวยงาม  เพราะอย่างที่รู้กันคือหนัง Batman ตัวละคร Batman มันออกมาบ่อยเหลือเกินใช่วงหลัง  การเอาอะไรที่มันซ้ำซากมาเล่าให้มีทางไปของตนเองจึงไม่ใช่เรื่องง่าย  แต่ Matt Reeves ก็ทำได้ดีในการสร้างเรื่องให้ออกมาเป็นความสดใหม่ในความเก่าเก็บ  หรืออาจจะบอกได้ว่าอะไรที่ควรเก็บไว้ก็เก็บ  อะไรที่ควรแหวกไปเลยก็แหวกจนทำให้ได้ Batman ในแบบของตนเองที่สามารถต่อยอดไปจากตรงนี้ได้อีกไกลถ้าเลือกจะไปต่อ  และที่สำคัญคือความรู้สึกคนดูที่เป็นแฟน Batman ที่เริ่มจากความคิดที่ว่าพอบ้างเถอะกับการสร้างทางไปใหม่ๆหรือการีบู๊ทบ่อยๆ  แต่เมื่อมาดูจบกลับกลายเป็นความชอบที่กล้าเล่าเรื่องให้เป็นแบบนี้  แม้ว่าถึงที่สุดในความรู้สึกของผู้เขียนหนังจะยังก้าวข้ามไตรภาค The Dark Knight ในเรื่องความยอดเยี่ยมไม่ได้  แต่ก็เป็นระดับประทับใจจนต้องมาร่ายยาวประมาณนี้ดูไปบ่นไปรับชม The Batman (2022) ได้ผ่านที่ TrueIDขอบคุณภาพประกอบภาพปก / ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 5 / ภาพที่ 8 จาก Facebook DC Comicsภาพที่ 3 / ภาพที่ 6  จาก Twitter The Batmanภาพที่ 4 / ภาพที่ 7 จาก Facebook The Batmanภาพที่ 9 จาก Facebook HBO Asia จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !

ข้อคิดจากตัวละครโจ๊กเกอร์ เวอร์ชั่น Batman The dark night และการตายปริศนาของนักแสดงที่อาจทำให้คุณขนลุก
อ่าน

ข้อคิดจากตัวละครโจ๊กเกอร์ เวอร์ชั่น Batman The dark night และการตายปริศนาของนักแสดงที่อาจทำให้คุณขนลุก

     เมื่อพูดถึงตัวละครโจ๊กเกอร์ คนมักจะนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง JOKER ที่พึ่งฉายไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้ผมได้ไปดูถึงโรงภาพยนตร์ และต้องชื่นชมภาพยนตร์เรื่องนี้สุด ๆ เพราะได้นักแสดงที่แสดงเก่งและถ่ายทอดความเป็นโจ๊กเกอร์ได้ดีมาก ๆ เนื้อเรื่องที่ดีมาก ๆ แถมได้ข้อคิดดี ๆ กลับไปด้วย จึงไม่แปลกใจเลยที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย เช่น รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม รางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ประเภทดรามา รางวัลแซทเทิลไลท์ อวอร์ด สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม แต่วันนี้ผมไม่ได้เขียนเรื่อง JOKER หรอกครับ เพราะคนเขียนหรือเพจต่าง ๆ ได้เขียนเยอะแล้ว จึงจะมาเขียนเรื่อง Batman The dark night (2008) แทน ซึ่งผมคิดว่าข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้ดีไม่แพ้กัน และผู้ที่รับบทโจ๊กเกอร์แสดงเก่งและถ่ายทอดความเป็นโจ๊กเกอร์ได้ดีไม่แพ้กันเช่นกันครับ โดยข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นข้อคิดที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะกลับตัวเป็นคนดีหรืออาจเป็นข้อคิดที่ให้กำลังใจสำหรับคนที่ทำดีอยู่แล้วให้ทำดีต่อไป และผมจะมาพูดถึงการตายปริศนาของนักแสดงเรื่องนี้ที่รับบทเป็นโจ๊กเกอร์ที่อาจทำให้คุณขนลุกได้     รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDขอขอบคุณภาพจาก pixabay    ข้อคิดที่ผมจะกล่าวถึงนั้นอยู่ในตอนท้ายของเรื่อง โดยเนื้อเรื่องมีอยู่ว่า โจ๊กเกอร์ได้บีบให้ประชาชนในเมืองก๊อตแทม อพยพหนีออกจากเมือง แต่ห้ามใช้สะพานและอุโมงในการหนี มีแต่เรือเฟอร์รี่ลำใหญ่ 2 ลำที่ใช้อพยพได้ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ประจำเรือคอยควบคุมเหตุการณ์ ลำแรกมีแต่ประชาชน ลำที่สองมีแต่อาชญากร แต่โจ๊กเกอร์ก็เลวจริง ๆ เรือทั้ง 2 ลำถูกวางระเบิดไว้ที่ใต้ท้องเรืออยู่แล้ว และให้รีโมทไว้สำหรับระเบิดเรืออีกลำ พร้อมบอกกับทุกคนที่อยู่ในเรือทั้ง 2 ลำ ว่าถ้าเรือลำไหนมีใครซักคนหนึ่งกล้ากดรีโมทเพื่อให้เรืออีกลำระเบิด คนจากเรือไหนที่กดรีโมทจะรอดชีวิตทั้งลำ โจ๊กเกอร์ทำเช่นนี้เพื่อหวังว่าจะเกิดความชั่วในจิตใจและความอยากอยู่รอดของมนุษย์ ใครก็ได้มาแย่งรีโมทจากเจ้าหน้าที่มากดเพื่อให้ตัวเองรอดชีวิตขอขอบคุณภาพจาก pixabayคนบนเรือที่มีประชาชนออกเสียงกันว่าควรกดให้เรืออีกลำระเบิด เพราะพวกเขาเลือกที่จะเป็นโจร เป็นอาชญากรเอง สมควรที่จะตายอยู่แล้ว แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครกดระเบิดตัดไปที่เหตุการณ์บนเรืออาชญากร มีนักโทษคนหนึ่งได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า "ถ้าคุณไม่ทำอะไรกับรีโมทนี้ นักโทษคนอื่นก็จะใช้กำลังแย่งมันไป ปล่อยให้ผมทำในส่งที่คุณควรทำเถอะ" หลังจากนั้น นักโทษคนนั้นก็หยิบรีโมทแล้วทิ้งลงไปในทะเล พร้อมกับเดินกลับไปนั่งด้วยสีหน้าที่คิดว่าตัวเองพร้อมที่จะตายแล้วขอขอบคุณภาพจาก pixabay    ตัดมาฉากแบทแมนที่กำลังสู้กับโจ๊กเกอร์อยู่ โจ๊กเกอร์ผิดหวังกับการคิดว่าจะมีเสียงระเบิดเกิดขึ้นจากเรือเฟอร์รี่ไม่ลำใดก็ลำหนึ่ง การพิสูจน์ของโจ๊กเกอร์ที่ว่า เมื่อคนเราต้องการที่จะมีชีวิตรอด จะเกิดความชั่วในจิตใจของมนุษย์ นั้นผิด ไม่มีใครกล้าทำเช่นนั้น เพราะการที่เราฆ่าใครซักคนแม้ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นอาชญกรก็ตามจะทำให้เรารู้สึกผิด นั่นแหละคือความเป็นมนุษย์ที่เอาชนะความชั่วที่จะเกิดขึ้นในใจได้เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการทำความดีไม่มีคำว่าสายไป มนุษย์ทุกคนย่อมมีความดีของตัวเอง สิ่งนั้นแหละที่ทำให้คุณมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ขึ้นมาที่ข่าวการตายของ Heath Ledger นักแสดงที่รับบทโจ๊กเกอร์นะครับ     การตายของเขาเป็นปีเดียวกันที่ภาพยนตร์ Batman The dark night ฉายด้วย (น่าเศร้า) และมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับอาถรรพ์ของการรับบท โจ๊กเกอร์ ซึ่งหลักฐานหลาย ๆ อย่าง มีแนวโน้มว่าการตายของเขามีความเชื่อมโยงกับบทดังกล่าว รายงานจาก Page Six เล่าว่า กลุ่มตำรวจที่ไปถึงสถานที่เกิดเหตุได้พบว่า เขาแปลงสภาพอพาร์ทเมนท์ของตัวเองให้กลายเป็นสถานที่บูชาโจ๊กเกอร์ แต่ผลชันสูตรออกมาพบว่า เขาเสียชีวิตเพราะน็อคยาหลังกินยารวมกันเข้าไปทีเดียว 6 เม็ด ซึ่งมียาที่มีฤทธิ์ร้ายแรงรวมอยู่ด้วย   รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDขอขอบคุณภาพจาก pixabayอ้างอิง   อ่านการตายปริศนาของ Heath Ledger ได้ที่ 1. pagesix 2. esquire

รีวิว The Batman (2022) 12/10 แบทแมนเวอร์ชันที่เรียลที่สุด รับชมได้ที่ทรูไอดี
อ่าน

รีวิว The Batman (2022) 12/10 แบทแมนเวอร์ชันที่เรียลที่สุด รับชมได้ที่ทรูไอดี

แบทแมนในปี 2022 ดูแตกต่างจากแบทแมนเวอร์ชันอื่นๆที่เน้นไปที่ฉากแอคชันและความโสมมของเมืองก๊อตแธม แต่หนังกลับเต็มไปด้วยความโหด ดิบ เถื่อน ที่เคลือบไปด้วยความระแวงสงสัย ด้วยภาพสไตล์ฟิล์มนัวร์ชวนให้นึกถึงการเล่นเกมที่ต้องสืบหาความจริง และไล่จับผู้ร้ายไปด้วย หนังยังคงสภาพการถ่ายทอดความดาร์คของแบทแมนได้ ตามแบบฉบับ จักรวาลของโลก DC ซึ่งผู้กำกับแมตต์ รีฟส์ ทำออกมาได้ดีมากจริงๆ   รับชม The Batman (2022) ได้แล้วที่ TrueIDเรื่องย่อ หนังเล่าถึง บรูซ เวยน์ (โรเบิร์ต แพททินสัน) ในตอนที่ยังหนุ่ม เลือดร้อน และกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ตามจับฆาตกรต่อเนื่อง เดอะริดเลอร์ ที่ไล่ฆ่าผู้มีอิทธิพลแต่ละเมืองด้วยวิธีที่โหดเหี้ยม คนที่รับผิดชอบการสืบคดีนี้คือผู้หมวดกอร์ดอน โดยมีแคทวูแมนมาร่วมแจมด้วยในการตามจับฆาตกรต่อเนื่องที่สร้างความวุ่นวายคนนี้ และนอกจากต้องตามจับคนร้าย บรูซ เวยน์ในวัยหนุ่มก็เจอความจริงบางอย่างที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับตระกูลของเขาในการคอร์รัปชัน รีวืวความรู้สึกหลังดูจบแบทแมนใช้เวลานานหน่อยกว่าจะกลับมา แต่แบทแมนก็กลับมา และหนังมีความยาว 2 ชั่วโมง 45 นาที กว่าสามชั่วโมง เรียกได้ว่าโคตรนานเลย ในความคิดเห็นของผู้เขียน นี้คือแบทแมนเวอร์ชันที่ดีที่สุดเท่าที่ผู้เขียนเคยดูเลยเมื่อคนร้ายพูดว่า ฉันจะนำความวุ่นวายมาสู่เมืองนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือความดุดัน ความโกรธ และความรุนแรงที่ปรากฏและฉายชัดในสายตาและสีหน้าของโรเบิร์ต แพททินสันในบทของบรูซ เวยน์ ซึ่งฉบับโนแลน ไม่มีแบบนี้ ฉบับโนแลนจะเป็นแบบ ฉันจะกำจัดแกออกจากเมืองเองด้วยท่าทางนิ่งๆแบบซูเปอร์ฮีโร่สไตล์ comics มากกว่า และเพราะหนังเน้นไปที่การสืบสวนสอบสวนและการตามหาความจริง ความลุ้นของหนังจึงไม่ใช่การกำจัดหรือปราบเหล่าร้าย แต่เป็นการโค่นล้มระบบทั้งระบบอันเป็นต้นเหตุให้เกิดคนชั่วร้ายลงมา  ภาพ เสียง และธีมเพลงเปิดตัว ต้องขอบอกว่าดีสุดๆและเอาออกจากหัวไม่ได้จริงๆหลังดูจบ หนังจึงมีความสนุกแบบซูเปอร์ฮีโร่สำหรับผู้ใหญ่ หรือเด็กที่โตแล้ว ไม่เหมาะกับคนที่ชอบหนังฮีโร่ที่เน้นไปที่ฉากแอคชัน ฉากบู๊ ฉากปราบเหล่าร้าย หรือการที่ฮีโร่ปรากฏตัวออกมาแล้วตื่นเต้นดีใจสื่งที่น่าเสียดายในหนังเรื่องนี้คือในช่วงเริ่มต้น หนังปูทางได้สนุกและตื่นเต้นมากๆ ในการชวนให้เราติดตามตอนจบ แต่กลับไม่ได้มีจุดพีคในการไขปริศนา เหมือนหนังดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ และหนังก็จบ ปริศนาสุดท้ายก็ดูเรียบง่ายมากๆยังไงก็ตาม โรเบิร์ต แพททินสัน เป็นแบทแมนที่ดีมากๆในปี 2022 และฉากตัดเชือกลงน้ำ ก่อนออกมาจุดพลุช่วยเหลือคร ก็ทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆจนคนดูรู้สึกขนลุกและชื่นชมบรูซ เวยน์เวอร์ชันนี้จริงๆคะแนนรีวิวหนัง 12/10รับชม The Batman (2022) ได้ผ่านที่ TrueIDเรื่องย่อ The Batman เดอะ แบทแมน ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบและปก 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 6 / 7  โดย The Batmanอัปเดตข่าว ดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID ,ฟรี

แนะนำหนังสือ :Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว
อ่าน

แนะนำหนังสือ :Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว

หากเวลาว่างเพื่อน ๆ ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ลองหาหนังสือการ์ตูนที่มีเนื้อเรื่องน่าสนใจมาอ่านกันสักเรื่องดีไหมละครับ นอกจากหนังสือการ์ตูนชื่อดังอย่างเช่น วันพีช ดาบพิฆาตอสูร หรือ ยอดนักปรุงโซมะ ก็ยังมีหนังสือการ์ตูนอีกหลายเรื่องที่มีเนื้อหาน่าสนใจอีกมากมาย วันนี้เรามีหนังสือการ์ตูนที่มีเนื้อหาสนุกและน่าติดตามมาแนะนำกันครับ  นั้นก็หนังสือการ์ตูนเรื่อง Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว    เป็นผลงาน ของอาจารย์ เซกิฮิโกะ อินุย หนังสือการ์ตูน​เรื่อง​ Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว​ เป็นการ์ตูนแนวซุปเปอร์ฮีโร่แอคชั่น ผจญภัย  ที่จะทำให้เพื่อน ๆ สนุกไปกับโลกที่เต็มไปด้วยเหล่าฮีโร่รับจ้างและแก๊งวายร้ายสุดฮา  จัดจำหน่ายโดยบริษัท สยามอินเตอร์คอมมิคส์ มีทั้งหมด 12 เล่มจบเครดิต​ภาพ​: ถ่ายโดยผู้เขียนหนังสือการ์ตูนเรื่อง Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว จะบอกเล่าเรื่องราวในยุคก้าวหน้าของเทคโลยีที่เติบโตไปเร็วมาก ทำให้เกิดอาชีพฮีโร่ขึ้นมา และได้มีหนุ่มน้อยคนนึงที่ชื่อว่า “คาซึรากิ ชูโตะ” ที่มีความฝันในอนาคตคือการเป็นฮีโร่ แต่ชูโตะมักจะโดนน้องสาวกับเพื่อน ๆ หาว่าบ้าและบอกว่าชูโตะไม่สามารถเป็นฮีโร่ได้หรอก เพราะชูโตะมีร่างกายที่ตัวเล็ก แต่ในห้องเรียนของเขาก็มีเพื่อนคนนึงที่ไม่เคยดูถูกความฝันของ ชูโตะเลยเธอชื่อ “มิซึชิม่า มิเรียน” จนวันนึงชูโตะ ได้ไปพบกับกลุ่มบุคคลคนน่าสงสัยจึงได้ตามไป แต่เขาได้พลาดท่าถูกจับตัวไปยัง องค์กรลับที่ว่า “แจ็คเกิล” ซูโตะได้เห็น มิซึชิม่า โดยจับอยู่ แต่แล้วได้มีฮีโร่คนนึงบุกมาช่วยพวกเขา แต่ไม่สามารถต่อกรกับกลุ่มวายร้ายได้ ฮีโร่คนนั้นได้เสนอนาฬิกาที่จะแปลงร่าง​เพื่อช่วยเหลือ มิซึชิม่าได้ ทำให้ชูโตะตัดสินใจใช่มันอย่างไม่ลังเล จนเขากลายร่างเป็น Ratman ได้สำเร็จ แต่เขามารู้ภายหลังว่าแจ็คเกิลตั้งใจที่ให้ชูโตะเป็น Ratman ตั้งแรกอยู่แล้ว เรื่องราวของ ชูโตะ จะเป็นเช่นไรเขาจะได้เป็นฮีโร่ตามที่ฝันหรือไหมหาอ่านกันได้ในหนังสือการ์ตูน Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว กันครับเครดิต​ภาพ​ : ถ่ายโดยผู้เขียนความรู้สึกเมื่ออ่านหนังสือการ์ตูนเรื่อง Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว โดยส่วนตัวการ์ตูนเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจมากโดยการที่ใช้ฉากหลังเป็นประเทศญี่ปุ่นที่เป็นยุคที่เหล่าฮีโร่เป็นแค่อาชีพที่ทำเงินได้ง่ายไม่มีใครสนใจถึงคุณค่า​และจิตวิญญาณของฮีโร่​   กลับกันเหล่าองค์กรที่ถูกกล่าวหาชั่วร้ายกลับมีความเป็นฮีโร่มากกว่าอีก​ ด้านเนื้อเรื่องยังผสมไปด้วยความตลกเพื่อไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป ด้านฉากต่อสู้วาดออกมาได้น่าตื่นเต้นและแปลกใหม่เพราะไม่ได้ต่อสู้กันแบบอลังการเหมือนการ์ตูนฮีโร่เรื่องอื่น งานภาพก็วาดออกมาได้สวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก โดยรวมแล้วหนังสือการ์ตูนการ์ตูน Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว ต้อง ถูกใจคนชอบการ์ตูนต่อสู้กันและเต็มไปด้วยจิตวิญญาณอย่างแน่นนอนครับเครดิตภาพ:ถ่ายโดยผู้เขียนลองหาหนังสือการ์ตูน Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋ว มาลองอ่านกันดูนะครับ ไม่แน่ว่าหนังเรื่องการ์ตูนเรื่อง Ratman ฮีโรพันธุ์จิ๋วอาจจะเป็นหนังสือการ์ตูนเรื่องโปรดของเพื่อน ๆ อีกเล่มก็ได้นะครับ เครดิตภาพปก:ถ่ายโดยผู้เขียน