รีเซต

ผลการค้นหา “Blueprint” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
“เอกนิติ”ชู Bangkok Blueprint เชื่อมการเงินโลก ปราบสแกมเมอร์ เวที IMF-World Bank 2026
อ่าน

“เอกนิติ”ชู Bangkok Blueprint เชื่อมการเงินโลก ปราบสแกมเมอร์ เวที IMF-World Bank 2026

#ทันหุ้น “เอกนิติ”เผยไทยเตรียมนำเสนอBangkok Blue printเชื่อมโยงการเงินโลกในเวทีประชุม IMF-WorldBank 2026 เพื่อร่วมปราบปรามสแกมเมอร์ พร้อมชูนโยบายดึงลงทุนต่างชาติดันเศรษฐกิจ ยกระดับแรงงาน-หนุน SMEs เข้าห่วงโซ่ซัพพลายเชนเชื่อดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า3%ดร.เอกนิตินิติทัณฑประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่าในการประชุมIMF -World Bank 2026เป็นวันที่สามนั้นไทยเตรียมทีาจะเสนอBangkok blue print หรือ พิมพ์เขียวกรุงเทพโดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะนำบทเรียนที่ประเทศไทยเราเก่งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐายด้านดิจิทัลในการปราบปรามสแกมเมอร์และปราบปรามบัญชีม้าจนได้ลดลงมาอย่างมากมาย“วันนี้เราได้ทำงานร่วมกับIMFและก็จะนำเสนอเรื่องBangkok Blueprintในวันพรุ่งนี้(14)ซึ่งอันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราจะไม่ได้แค่เชื่อมโยงหน่วยงานไทยหรือที่เรียกว่าConnect the Dotsซึ่งเชื่อมโยงทั้งปปง.ก.ล.ต.ธนาคารชาติตำรวจในการปราบปรามคนมาหลอกลวงประชาชนวันนี้เราจะไปเชื่อมโยงโลกด้วยเพราะว่าการหลอกลวงประชาชนไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยอย่างเดียวแต่เกิดขึ้นทั่วโลกเพราะฉะนั้นวันนี้การเงินของโลกต้องเชื่อมโยงกันเพื่อให้คนใช้ดิจิทัลในทางการเงินได้ปลอดภัยแล้วก็เพื่อปราบปรามคนที่หลอกลวงประชาชนการเชื่อมโยงเรื่องการแก้ไขเรื่องสแกมเมอร์”“การเชื่อมโยงการเงินโลกสามารถทำได้หลายจุดโดยใช้ระบบดิจิทัลซึ่งปัจจุบันไทยมีระบบพร้อมเพย์,การทำกำกับเกณฑ์กติกาต่างๆ,การเชื่อมโยงConectthe dotsและมาตรฐานโลกของกลต.ในการป้องกันHackerที่ใช้ช่องว่างในเรื่องdigital accessโดยไทยจะใช้กติกาโลกในการทำtravel rulesคือ การต้องรายงานกับหน่วยงานกำกับดูแลนี่ก็เป็นตัวอย่างนะครับก็จะเป็นอีกหลายตัวอย่างที่ประเทศไทยจะนำเสนอในเวทีโลก”ต่อประเด็นที่IMFได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะขยายตัว2.1%นายเอกนิติกล่าวว่า การที่IMFปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทยขึ้นมาที่2.1%ถือเป็นเรื่องที่ดีแต่ยังสามารถผลักดันให้เติบโตได้ดีกว่านี้โดยรัฐบาลมีแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบInvestment-Led Growthเน้นการนำเรื่องการลงทุนมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลักเพื่อยกระดับศักยภาพของประเทศ​ขณะเดียวกัน เราจะเร่งยกระดับทักษะและรายได้คนไทยโดยการลงทุนจากต่างชาติต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาทักษะและความสามารถของแรงงานไทยให้มีรายได้ดีขึ้น​ดึงSMEsเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก(Global Supply Chain)นำผู้ประกอบการไทยเข้าไปอยู่ในกระบวนการผลิตของนักลงทุนต่างชาติโดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายเช่นAI,เกษตรสมัยใหม่และการผลิตอาหาร,และการให้บริการทางการแพทย์“เป้าหมายความร่วมมือภาครัฐและเอกชนนั้นภาครัฐและเอกชนตั้งเป้าหมายการเติบโตไกลกว่าเดิมโดยร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่ต่ำกว่า3%หรือที่เรียกว่า3% Plus”

LH Bank จัดสัมมนา “Gallop into 2026 Blueprint” ถอดรหัสกลยุทธ์การเงินโลก
อ่าน

LH Bank จัดสัมมนา “Gallop into 2026 Blueprint” ถอดรหัสกลยุทธ์การเงินโลก

#ทันหุ้น - ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือLH Bankเดินหน้ามอบประสบการณ์ด้านการลงทุนให้แก่ลูกค้าและนักลงทุน จัดงานสัมมนา “Gallop into 2026 Blueprint”ภายใต้แนวคิดOpportunities Beyond Bordersถ่ายทอดมุมมองและกลยุทธ์การลงทุนแห่งปี 2026 พร้อมเจาะลึกการใช้AIยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่งคั่งในโลกไร้พรมแดน โดยมี นายพีรพัฒน์ เกษบุญชู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้ารายย่อย(ที่ 4 จากขวา) เป็นประธานจัดงานไฮไลต์ภายในงานคือการสัมมนาหัวข้อ AI Future Unleashed 2026 โดย นายอติชาญ เชิงชวโน (อู๋ Spin9) (ที่ 5 จากขวา) คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายเทคโนโลยีชื่อดัง ที่มาเปิดมุมมองบทบาทของ AI ในฐานะตัวแปรสำคัญ (Game Changer) ของโลกธุรกิจและไลฟ์สไตล์ในปี 2026 รวมถึงการเสวนาหัวข้อ LH AI and Technology Fund จากกูรูด้านการเงินที่มาเสิร์ฟความรู้และโอกาสการลงทุนในกองทุนเทคโนโลยีและ AI เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี นายบรรพต ธนาเพิ่มสุข ร่วมดำเนินรายการสัมมนา ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

SMT ปักธงโตระลอกใหม่! ทุ่มกว่า 500 ลบ. ขยายพื้นที่ผลิต 50%
อ่าน

SMT ปักธงโตระลอกใหม่! ทุ่มกว่า 500 ลบ. ขยายพื้นที่ผลิต 50%

#ทันหุ้น - บมจ.สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT เดินหน้าขยายศักยภาพการผลิตครั้งสำคัญ วางแผนลงทุนพัฒนาโรงงานใหม่ มูลค่ารวมเบื้องต้นประมาณกว่า 500 ลบ. เพิ่มพื้นที่อาคารโรงงานในเบื้องต้น (phase 1) ประมาณ 10,000 ตารางเมตร จากประมาณ 22,000 ตารางเมตรเป็นประมาณ 32,000 ตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 50% มุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิต รองรับแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามประมาณการความต้องการในอนาคตของลูกค้าปัจจุบันและรองรับโอกาสจากลูกค้ารายใหม่ พร้อมจัดสรรพื้นที่และกำลังการผลิตระหว่างโรงงานทั้งสองแห่ง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ PCBA, Box Build, OSAT และ Optics Photonics ซึ่งสะท้อนโอกาสในการเติบโต และเตรียมยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินการผลิตภายในไตรมาส 3/2570SMT ซื้อที่ดิน 17 ไร่ ปักหมุดโรงงานแห่งใหม่นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SMT เปิดเผยว่า บริษัทเล็งเห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจจากแนวโน้มความต้องการของผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ประกอบกับประมาณการความต้องการผลิตภัณฑ์ในอนาคตที่ได้รับจากลูกค้า จึงเตรียมความพร้อมด้านพื้นที่และกำลังการผลิตเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 บริษัทได้มีการลงนามในสัญญาซื้อที่ดินเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ภายในนิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการรองรับคำสั่งซื้อและวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนฝ่ายบริหารคาดการณ์เงินลงทุนพัฒนาโรงงานเพิ่มเติม ซึ่งครอบคลุมการเตรียมความพร้อมโครงการ การก่อสร้างอาคารโรงงาน ระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิต เมื่อรวมกับค่าที่ดินจะมีมูลค่าการลงทุนรวมเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 500 กว่าล้านบาทในเฟสแรก อย่างไรก็ตาม งบลงทุนส่วนการพัฒนาโรงงานดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณารายละเอียด โดยฝ่ายบริหารมีกำหนดนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569ขยายพื้นที่โรงงาน 50% รองรับการเติบโตระยะยาวโรงงานแห่งใหม่มีแผนก่อสร้างอาคารพื้นที่รวมประมาณ 10,000 ตารางเมตร บนพื้นที่ดินประมาณ 4 ไร่จากที่ดินที่บริษัท เข้าซื้อทั้งหมดกว่า 17 ไร่ ส่งผลให้พื้นที่อาคารโรงงานรวมของบริษัทเพิ่มจากประมาณ 22,000 ตารางเมตร เป็นประมาณ 32,000 ตารางเมตร หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 50% โดยยังมีพื้นที่ดินสำรองสำหรับรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต สะท้อนการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวของบริษัทจัดทัพกำลังผลิตใหม่ ดัน PCBA–OSAT–Photonicsนายพร้อมพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมีแผนจัดสรรพื้นที่และกำลังการผลิตระหว่างโรงงานทั้งสองแห่งให้สอดคล้องกับลักษณะของแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยโรงงานแห่งใหม่จะมุ่งเน้นการประกอบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PCBA และการประกอบผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Box Build ผ่านการติดตั้งเครื่องจักรใหม่บางส่วน ควบคู่กับการโยกย้ายเครื่องจักรบางส่วนจากโรงงานเดิมไปยังโรงงานแห่งใหม่การโยกย้ายเครื่องจักรดังกล่าวจะช่วยเพิ่มพื้นที่ว่างภายในโรงงานเดิม สำหรับรองรับการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจการประกอบและทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ หรือ OSAT และธุรกิจ Optics Photonics ในอนาคต ทั้งนี้ การลงทุนขยายกำลังการผลิตในโรงงานเดิมจะพิจารณารายละเอียดและงบประมาณแยกต่างหาก โดยไม่รวมอยู่ในประมาณการลงทุนโครงการโรงงานใหม่จำนวน 500 กว่าล้านบาทการจัดสรรพื้นที่ระหว่างโรงงานทั้งสองแห่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ เครื่องจักร และทรัพยากรการผลิต ตลอดจนเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม นอกจากนี้ การมีฐานการผลิตเพิ่มเติมยังช่วยสนับสนุนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity) โดยเพิ่มทางเลือกในการวางแผนและจัดสรรงานตามความเหมาะสมของกระบวนการผลิตและข้อกำหนดของลูกค้าลุยก่อสร้าง ธ.ค.69 ตั้งเป้าเริ่มผลิต Q3/70สำหรับแผนดำเนินโครงการบริษัทคาดว่าจะรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 และวางแผนเริ่มก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินการผลิตภายในไตรมาส 3/2570 ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวเป็นแผนเบื้องต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการอนุมัติรายละเอียดการลงทุนจากคณะกรรมการบริษัท การได้รับอนุญาตที่เกี่ยวข้อง และความพร้อมของงานก่อสร้างและการติดตั้งเครื่องจักรนิคมเอเซียชี้ SMT หนุนอุตฯ อิเล็กทรอนิกส์ไทยนายชาลี โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด กล่าวเสริมว่า SMT เป็นบริษัทชั้นนำของประเทศไทยในด้านการผลิตและประกอบชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Data Center อุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ“ผมเชื่อว่าการลงทุนของ SMT ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะเป็นก้าวสำคัญในการเติบโตของบริษัทเท่านั้น แต่ยังจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอีกด้วย” นายชาลี กล่าว

SICT ก้าวสู่ SET  ยกระดับความเชื่อมั่น เดินหน้าสู่เป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท
อ่าน

SICT ก้าวสู่ SET  ยกระดับความเชื่อมั่น เดินหน้าสู่เป้ารายได้ 1,000 ล้านบาท

#SICT #ทันหุ้น - บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT ผู้ออกแบบและจำหน่ายไมโครชิปอัจฉริยะสัญชาติไทย ซึ่งก่อตั้งขึ้นจากงานวิจัยของวิศวกรไทยเมื่อปี 2545 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อปี 2563 ได้ผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และย้ายเข้าซื้อขายในตลาด SET กลุ่มเทคโนโลยี (TECH) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไปการย้ายเข้าซื้อขายในตลาด SET ครั้งนี้ นับเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่คณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ภายใต้การนำของ ดร.บดินทร์ เกษมเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้วางแผนไว้ ด้วยความมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาธุรกิจและยกระดับศักยภาพองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีไทยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน ทั้งผู้ถือหุ้น นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายย่อย และกองทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความยืดหยุ่นในการซื้อขายหุ้น ตลอดจนพร้อมรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคงนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาด mai บริษัทมีรายได้เติบโตกว่า 2 เท่า จาก 338 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 690 ล้านบาทในปี 2568 โดยรายได้ราว 99% มาจากตลาดต่างประเทศ ปัจจุบัน SICT มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 35 รายการ มีสิทธิบัตรทั้งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วและยื่นคำขอจดทะเบียนซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณารวมทั้งสิ้น 31 ฉบับ และตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา SICT ได้ส่งมอบไมโครชิปไปแล้วกว่า 1,000 ล้านชิ้น พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงเกินกว่า 40% ทุกปี ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาราว 18% ของรายได้ และมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง ด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 0.2 เท่าปี 2569 เป็นอีกปีที่มีความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ทำให้ผู้ผลิตจัดสรรกำลังการผลิตไปยังชิปขั้นสูงมากขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นและอุปทานมีแนวโน้มตึงตัว ประกอบกับแรงกดดันด้านพลังงานจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งส่งผลต่อบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างไรก็ตาม SICT มุ่งเน้นตลาดที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ ระบบระบุตัวตนสัตว์ (Animal ID) ระบบกุญแจรถยนต์อิเล็กทรอนิกส์ (Immobilizer) Industrial IoT และ NFC ควบคู่กับการเสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม สำหรับสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในยุค AI และ Physical AI ควบคู่กับการยกระดับทักษะของพนักงาน อันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยงรอบด้าน เพื่อบรรลุเป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 นอกจากนี้ บริษัทยังมุ่งสร้างเครือข่ายองค์กรที่แข็งแกร่งผ่านการควบรวมและซื้อกิจการ (MA) รวมถึงการร่วมทุน เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้อย่างยั่งยืนดร.บดินทร์ เกษมเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การย้ายเข้าซื้อขายในตลาด SET สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัทไทยที่เติบโตจากงานวิจัย จนวันนี้ไมโครชิปของเราอยู่ในผลิตภัณฑ์ของลูกค้าทั่วโลก ก้าวต่อไปของ SICT คือ Roadmap to 1,000 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Shift-by-Chip ที่นำเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ไปขับเคลื่อนเมกะเทรนด์ด้านพลังงาน สุขภาพ อาหาร อวกาศ และ Physical AI”SICT ขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้น นักลงทุน พันธมิตร คณะกรรมการ คณะผู้บริหาร พนักงานทุกคน และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางและอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัทในครั้งนี้

BAY เร่งเดินหน้าพัฒนา AI จัดงบลงทุนเทคฯ 15-20%
อ่าน

BAY เร่งเดินหน้าพัฒนา AI จัดงบลงทุนเทคฯ 15-20%

#BAY #ทันหุ้น - ซีอีโอ BAY ลั่นพร้อมการนำ AI มาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลจริง ชี้ที่ผ่านมาธนาคารได้ลงทุน Data Platform และ Data ไปเป็นจำนวนมาก และจะเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องเพื่อยกระดับ AI ให้ดีขึ้น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 15–20% ของงบลงทุนรวมทั้งหมด พร้อมรับมือ Virtual Bank นายเคนอิจิ  ยามาโตะ  กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า กรุงศรีพร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคลและองค์กร เพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเปลี่ยนแปลงทั้งการดำเนินชีวิตและวิธีการดำเนินธุรกิจ  ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการสร้างโอกาสใหม่และขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน โดยได้จัดงาน Krungsri Tech Day 2026 เพื่อสนับสนุนนางสาวสายสุนีย์  หาญประเทืองศิลป์ ประธานกลุ่มสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า ในงาน Krungsri Tech Day 2026 จะครอบคลุม AI ในทุกมิติ ได้แก่ Infrastructure, การเติบโตทางธุรกิจ, การดูแลระบบ Agency, การตรวจจับ Fraud และภัยคุกคามทางไซเบอร์ ตลอดจนการสร้างความเสถียรของระบบ ซึ่งการจะเริ่มต้นใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องวางรากฐานเรื่องข้อมูล (Data) มาก่อนทั้งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากรุงศรีจึงลงทุนใน Data Platform และ Data ที่ใช้ในพอร์ตไปเยอะมาก โดยใช้งบลงทุนสะสมไปหลายร้อยล้านบาท และยังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ AI เป็นรากฐานอีกระดับหนึ่งของธุรกิจในอนาคต ดังนั้นงบลงทุนยังคงเติบโตขึ้น ซึ่งงบลงทุนในฝั่งเทคโนโลยีคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15–20% ของงบลงทุนรวมทั้งหมด และจะเริ่มชะลอตัวลงตาม Mid-term Business Plan ถัดไป หลังจากเร่งลงทุนไปจำนวนมากแล้ว@มีมาตรการป้องกันไซเบอร์ในช่วงที่ผ่านมากรุงศรีได้ลงทุนสร้าง Unified Security Platform ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้ว 80% ในการรวบรวมโซลูชันด้านความปลอดภัยทั้ง Infrastructure Security, Database Security, Application Security ให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ร่วมกับการใช้ AI Engine ช่วยให้ตรวจจับความผิดปกติได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกทั้งยังมีการจัดทำ Playbook รองรับ Cyber Attack, สร้างความตระหนักรู้เรื่อง AI-related threats ให้พนักงานทุกไตรมาส และเตรียมแผน Business Continuity Plan (BCP) รองรับเหตุฉุกเฉิน โดยจะทำงานและแชร์ข้อมูลร่วมกับสมาคมธนาคารไทย, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ สกมช. (NCSA) อย่างใกล้ชิดขณะเดียวกันการดำเนินธุรกิจยังคงมีปัจจัยภายนอกกดดันทั้งสถานการณ์สงคราม, ภัยไซเบอร์, ฮาร์ดแวร์ปรับราคาสูงขึ้น รวมถึงซอฟต์แวร์เปลี่ยนโมเดลการขายจากสั่งซื้อ License มาเป็นระบบ Subscription ทำให้การบริหารจัดการเทคโนโลยีมีความซับซ้อนขึ้น ทั้งเรื่องต้นทุนที่ต้องพิจารณา การเติบโตอย่างยั่งยืนไปจนถึงการเลือกพาร์ตเนอร์@ปรับตัวรับการแข่งขันนอกจากนี้ยังมีเรื่องการแข่งขันที่เริ่มมีมากขึ้นโดยเฉพาะการมาของ Virtual Banking รวมถึงการเติบโตของ Non-Banck ทำให้ธนาคารต้องเร่งปรับตัว ศึกษาพฤติกรรมลูกค้าทั้งกลุ่มเดิมและกลุ่มใหม่ และทบทวนโครงสร้างกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีของตนเองเพื่อรับมือการแข่งขันอย่างไรก็ดีการลงทุน AI เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธนาคารไปสู่ Sustainable Bank ช่วยให้ธนาคารเข้าใจลูกค้าลึกซึ้งผ่าน Personalization และ Hyper-personalization นำไปสู่การเสนอผลิตภัณฑ์ได้ถูกช่วงเวลา และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ซึ่งธนาคารมีระบบ Value Management Tracking ในการติดตาม Value Drivers และ Business Outcomes สำหรับทุก Use Case ที่ดำเนินการ@ใช้ AI ร่วมกับระบบ Bankingนายตุลย์ โรจน์เสรี ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ระดับองค์กร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยว่า การนำ AI มาทำงานร่วมกับระบบ Banking โดยตัว Core Bank ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการนำ AIมาประยุกต์ใช้แต่สิ่งที่ทำไปแล้วคือการแยกฟีเจอร์ต่างๆ ออกมาจาก Core Bank ก้อนใหญ่ ให้กลายเป็น Hub เช่น Lending, Payment, Notification ซึ่ง AI เข้ามาช่วยรีวิวกระบวนการแบบ End-to-End ตรวจสอบ Control points เพื่อทำให้กระบวนการกระชับ และลดภาระเอกสารของลูกค้า ทำให้การทำธุรกรรมสะดวกขึ้นโดยไม่ต้องเซ็นสำเนาถูกต้องซ้ำๆ

ปตท.–กรุงไทย ผนึกพันธมิตร! ปั้น “I-SPARK” ต้นแบบอุตฯ คาร์บอนต่ำ
อ่าน

ปตท.–กรุงไทย ผนึกพันธมิตร! ปั้น “I-SPARK” ต้นแบบอุตฯ คาร์บอนต่ำ

#ทันหุ้น - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม แสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือในการศึกษากลไกระดมทุนแบบผสมผสาน (Blended Finance) และแนวทางการขึ้นทะเบียนโครงการคาร์บอนเครดิต เพื่อพัฒนาโมเดลนำร่อง สร้างความพร้อมด้านพลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่จังหวัดระยอง หรือ “I-SPARK” โดยได้รับเกียรติจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mr. Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก และ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมถ่ายภาพ และมี นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน ปตท. เป็นผู้แทนร่วมลงนาม พร้อมด้วย นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ นายรัฐกร กัมปนาทแสนยากร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร รยย. ร่วมงานความร่วมมือนี้ เป็นการผสานศักยภาพของภาคพลังงาน ภาคการเงิน และหน่วยงานภาครัฐ ในการศึกษาแนวทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม เพิ่มความเป็นไปได้ในการลงทุน และบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ตลอดจนศึกษาแนวทางการขึ้นทะเบียนโครงการเพื่อคาร์บอนเครดิต ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม อันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน I-SPARK ที่กลุ่ม ปตท. มุ่งพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำในพื้นที่อำเภอมาบตาพุด จังหวัดระยอง ให้มีความพร้อมด้านพลังงานสะอาด การลดคาร์บอน โครงสร้างพื้นฐาน และธุรกิจตามแนวทาง Bio-Circular-Green (BCG) เพื่อรองรับการพัฒนาและการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมในอนาคตทั้งนี้ ปตท. จะคัดเลือกโครงการด้านความยั่งยืนที่มีศักยภาพในพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา เพิ่มความพร้อมในการลงทุนและโอกาสในการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิต ขณะที่ ธนาคารกรุงไทย จะศึกษาและออกแบบกลไกระดมทุนแบบผสมผสาน (Blended Finance) เชื่อมโยงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือทางการเงินเพื่อความยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงโครงการสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จะสนับสนุนการประสานความร่วมมือเพื่อการเข้าถึงเงินสนับสนุนแบบให้เปล่า (Grant) แหล่งทุนด้านสภาพภูมิอากาศ และมาตรการจูงใจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการบริหารจัดการคาร์บอนเครดิตให้สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของประเทศนับเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอด I-SPARK จากแผนการพัฒนาสู่การลงทุนจริง เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และวางรากฐานให้สามารถขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศ ควบคู่กับการสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

‘ผู้ว่าธปท.’เปิดแผนปี70 รื้อใหญ่กำกับ‘นอนแบงก์’
อ่าน

‘ผู้ว่าธปท.’เปิดแผนปี70 รื้อใหญ่กำกับ‘นอนแบงก์’

#ธปท.#ทันหุ้น - ผู้ว่าธปท.เปิดยุทธศาสตร์ปี 2570 มุ่งใช้นโยบายการเงิน “รักษาเสถียรภาพราคา-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ” เดินหน้าลุยแก้หนี้ครัวเรือน-หนุนสินเชื่อเอสเอ็มอี ผ่านนโยบายกำกับสถาบันการเงิน ตัดวงจรทุนเทา-ฟอกเงิน เล็งห้ามใช้เงินสดซื้อ “วิลล่า-รถหรู” พร้อมรื้อโครงสร้างกำกับ “นอนแบงก์” 3 พันราย ระบุ ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายจะให้น้ำหนักปัจจัยในประเทศนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงผลการดำเนินงานต่อสื่อมวลชนหลังเข้ารับตำแหน่งครบ 13 เดือน พร้อมเปิดแผนการดำเนินงานในปี 2570 โดยระบุว่า ในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมาธปท.ได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการดำเนินนโยบายการเงินและการกำกับดูแล โดยเพิ่มบทบาทการประคับประคองการเติบโตของเศรษฐกิจให้เข้าใกล้ระดับศักยภาพควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างผ่านการกำกับสถาบันการเงินใน 4 เรื่อง ได้แก่ หนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs ความเป็นธรรมในการใช้บริการทางการเงิน รวมถึง การป้องกันเงินเทาและการทุจริตผ่านการออก 18 มาตรการ@แผนปีหน้าสำหรับแผนการดำเนินงานในปีหน้า ธปท. ตั้งเป้าหมายดำเนินการหลายเรื่อง โดยมีแกนหลักคือ การแก้ปัญหาหนี้สินและการเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs เนื่องจากสินเชื่อ SMEs ในระบบเผชิญภาวะหดตัวติดลบต่อเนื่องกันมานานถึง 17 ไตรมาส และมี SMEs คุณภาพเพียง 21% เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ทั้งนี้ ธปท.เตรียมผลักดัน 4 มาตรการสำคัญ คือ 1.การจัดตั้ง Co-Guarantee Portal หรือ การพัฒนาตัวกลางในลักษณะ Marketplace เพื่อจับคู่ระหว่าง SME กับสถาบันการเงิน ช่วยเพิ่มทางเลือกในการรับสินเชื่อใหม่และการปรับโครงสร้างหนี้ (Refinance) 2.กลไกการค้ำประกันสินเชื่อถาวร (อายุ 5 ปี) โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานค้ำประกัน (บสย.) ตั้งเป้าหมาย KPI ร่วมกันในการผลักดันสินเชื่อใหม่ให้แก่ SME ปีละ 100,000 ล้านบาท หรือรวม 500,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี3. โครงการ Data Exchange Project (Alternative Data) หรือเชื่อมโยงข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตร เพื่อนำข้อมูลการค้าและการชำระเงินมาใช้ประเมินรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของ SME พ่อค้าแม่ค้า และผู้ไม่มีรายได้ประจำ ซึ่งเดิมสถาบันการเงินไม่สามารถประเมินรายได้ได้ 4.การส่งเสริมการแข่งขันและลดต้นทุนสินเชื่อ โดยปรับลดต้นทุนดำเนินการ ปรับเกณฑ์การพิจารณาข้อมูลเครดิตบูโร และสร้างสภาวะการแข่งขันที่เหมาะสมเพื่อให้ลูกหนี้ได้รับเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้น@รื้อกำกับ'นอนแบงก์'ครั้งใหญ่ ผู้ว่าธปท.กล่าวด้วยว่า อีกแผนงานที่สำคัญปีหน้า คือการ ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของธปท.โดยการปรับเปลี่ยนเก้าอี้บริหารระดับสูงเพื่อจัดตั้งสายงานรองผู้ว่าการ ด้าน Non-Bank ขึ้นมาดูแลผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงินเป็นการเฉพาะ โดยจะกำกับทั้งในฝั่งที่เป็น Payment และ Lendingทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ธปท. เน้นการตรวจกำกับสถาบันการเงินประเภทรับฝากเงินธนาคารพาณิชย์และแบงก์รัฐเป็นหลัก แต่โครงสร้างใหม่นี้จะดึงการกำกับดูแลผู้ประกอบการนอนแบงก์ทั้งหมดกว่า 3,000 ราย จากเดิมที่เน้นตรวจสถาบันการเงินหลักราว 30 ราย เข้ามาอยู่ภายใต้สายงานเดียว@กำกับสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าในส่วนของสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้า สินเชื่อผ่อนชำระ และสินเชื่อดิจิทัล (Buy Now Pay Later / Consumer Loans) ธปท. มีแนวทางกำกับดูแลการผ่อนชำระสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน และมีระยะเวลาผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน โดยเน้นการควบคุมอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) และการคุ้มครองสิทธิของผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มการซื้อขายออนไลน์ผู้ว่าธปท.กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการมีส่วนร่วมปราบการฟอกเงินและทุนเทานั้น ที่ผ่านมา ธปท.ได้ การกำกับธุรกรรมเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาท ขึ้นไป ซึ่งพบว่าหลังออกมาตรการมูลค่าการถอนเงินสดลดลงกว่า 57% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2569 การกำหนดให้ร้านทองต้องรายงานข้อมูลเมื่อมีการถือทองคำตั้งแต่ 2 กิโลกรัมต่อวัน ส่งผลให้ธุรกรรมดังกล่าวลดลงกว่า 85% เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2569@จ่อเฮียริ่ง 5 มาตรการ ขณะเดียวกัน ธปท. อยู่ระหว่างเตรียมออกประกาศและเปิดรับฟังความคิดเห็นอีก 5 มาตรการ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงเดือนมีนาคม 2570 ได้แก่ การกำกับการซื้อขายทองคำด้วยเงินสดเกิน 10 ล้านบาท การกำกับธุรกิจ Buy Now Pay Later การลดค่าตรวจเครดิตบูโร การกำกับ THB Stablecoin และการยกระดับธุรกิจ Money Changer รวมถึงเตรียมออกโครงการ SMEs Credit Portal ในเดือนมกราคม 2570 เพื่อเป็นแพลตฟอร์มกลางเชื่อมระหว่างผู้ประกอบการและผู้ให้สินเชื่อนอกจากนี้ ธปท.จะเข้าไปดูเรื่องการใช้เงินสดที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน เช่น การซื้อบ้าน วิลล่าหรูราคาแพง หรือ การซื้อรถยนต์เก่าหรือรถยนต์หรูที่ราคาแพง ซึ่งอาจจะห้ามไม่ให้ใช้เงินสดเข้าไปซื้อขาย เป็นต้น สำหรับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายนั้น เขากล่าวว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายดอกเบี้ยในระยะต่อไป จะให้น้ำหนักกับปัจจัยภายในประเทศ

GPSC จับมือ KHNP พัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ภายใต้แผน PDP2026
อ่าน

GPSC จับมือ KHNP พัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ภายใต้แผน PDP2026

#GPSC #ทันหุ้น-GPSC รุกแผนขยายความร่วมมือ SMR จับมือ KHNP เกาหลีใต้ ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีนิวเคลียร์ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค การพัฒนาศักยภาพบุคลากร เตรียมพร้อมบริหารจัดการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ รองรับการลงทุนพอร์ต SMR 9,000 MW ภายใต้แผน PDP2026 ของไทยนายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า สำหรับทิศทางการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) โดยภาครัฐได้เดินหน้าสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเป็น 50,000 MW (เมกะวัตต์) ขึ้นไป ซึ่ง GPSC ในฐานะบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้านนวัตกรรมพลังงานไฟฟ้า มีความพร้อมในการเข้าร่วมพัฒนาตามแผนดังกล่าว โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยี SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการประเมินเพื่อรองรับความต้องการพลังงานในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตรวมไว้ที่ 9,000 MW ภายในปี พ.ศ. 2593อย่างไรก็ดี ตามแผนระยะแรกจะพัฒนากำลังการผลิต 300 MW ในปี พ.ศ. 2580 โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำร่องโครงการ ส่วนแผนผลิตในระยะต่อไป รัฐเป็นผู้พิจารณาอนุญาตพื้นที่ในการก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบัน GPSC ได้เดินหน้าร่วมมือในการศึกษาเทคโนโลยีจากประเทศต่างๆ เพื่อพิจารณาการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของ SMR พร้อมกับการเพิ่มทักษะองค์ความรู้ของบุคลากร ให้สามารถปฏิบัติงาน และกำกับดูแลด้านความปลอดภัยในการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า SMR ล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ ได้ขยายความร่วมมือกับ Korea Hydro Nuclear Power (KHNP) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม Korea Electric Power Corporation (KEPCO) ที่ถือหุ้น 100% จากประเทศเกาหลีใต้ มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาและดำเนินงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีความเชี่ยวชาญระดับสากลที่ครอบคลุมงานวิศวกรรม จัดซื้อ และก่อสร้าง (EPC) รวมถึงการบำรุงรักษา (OM) แบบครบวงจร ให้กับโรงไฟฟ้าและโครงการพลังงานในหลากหลายประเทศทั่วโลกในขณะที่ KEPCO เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญการพัฒนาโครงการหลากหลายรูปแบบ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าประมาณ 30% ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศเกาหลีใต้ คิดเป็นกำลังผลิตรวมประมาณ 31,000 MW สะท้อนให้เห็นศักยภาพการผลิตไฟฟ้าเทียบเท่ากับปริมาณการใช้ไฟของไทยทั้งประเทศ โดยความร่วมมือดังกล่าว จะช่วยให้ GPSC สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลเชิงเทคนิค และประสบการณ์จากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ เพื่อนำมาใช้ประกอบการศึกษาแนวทางการพัฒนา SMR ในประเทศไทยทั้งนี้ GPSC ยังเดินหน้าศึกษาศักยภาพพื้นที่ในประเทศไทยสำหรับการติดตั้ง SMR ผ่านกรอบความร่วมมือกับพันธมิตรจากเกาหลีใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาความเหมาะสมทั้งด้านพื้นที่ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง ก่อนเข้าสู่กระบวนการพัฒนาโครงการในอนาคตและอยู่ระหว่างการสำรวจแนวทางการจัดตั้งบริษัท หรือกลไกสำหรับพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้าน SMR ซึ่งก่อนหน้านี้ GPSC ยังได้ร่วมกับ บริษัท Seaborg Technologies ApS ผู้พัฒนาเทคโนโลยี SMR ประเทศเดนมาร์ก ศึกษาความเป็นไปได้การพัฒนาออกแบบให้เป็นโมดูลาร์ขนาดเล็ก มีความปลอดภัยสูง ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งการศึกษาจะใช้เวลาประมาณ 4 ปี (ระหว่างปี พ.ศ. 2567-2570)สำหรับแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยี SMR จะใช้แบบ Technology Diversification ที่ไม่ได้จำกัดการศึกษาไว้ที่เทคโนโลยีหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เปิดทางเลือกในการศึกษาความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลายประเทศที่ได้ร่วมมือกัน ทั้งเกาหลีใต้ และเดนมาร์ก เพื่อให้สามารถประเมินเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของไทย และสามารถบริหารความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนด้านเทคโนโลยี กฎระเบียบ ต้นทุน และภูมิรัฐศาสตร์ทั้งนี้ แผนธุรกิจที่จะเข้าไปพัฒนาโครงการตามแผนพัฒนา PDP 2026 นั้น มีเป้าหมายหลักในการบรรลุ Net Zero Emissions ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยกำหนดเป้าหมายการลดความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอนลง 35% ใน ปี พ.ศ. 2573 เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตการลงทุนมากกว่า 40% ใน ปี พ.ศ. 2578 โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้บรรลุเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 10% ในพอร์ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดการณ์ว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ในปี พ.ศ. 2573 อย่างแน่นอนอย่างไรก็ตาม GPSC ได้วาง 4 แนวทางในการลดคาร์บอนให้เป็นไปตามเป้าหมาย ประกอบด้วย (1) การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบันสามารถลดได้ประมาณ 90,000 ตันต่อปี (2) การขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ที่ประสบความสำเร็จในประเทศอินเดีย สามารถมีกำลังการผลิตราว 8,000 เมกะวัตต์ (3) การพัฒนาและศึกษาเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น Carbon Capture and Storage (CCS) ไฮโดรเจน และการใช้แอมโมเนียเผาร่วมกับถ่านหิน และ (4) การซื้อขายคาร์บอนเครดิตและการชดเชยผ่านโครงการต่างๆ เช่น การปลูกป่า เพื่อทำหน้าที่ดักจับคาร์บอนจากชั้นบรรยากาศ เป็นต้น

บัวหลวงส่องหุ้นโรงไฟฟ้าให้น้ำหนัก”มากกว่าตลาด” แผนPDP2026 หนุน
อ่าน

บัวหลวงส่องหุ้นโรงไฟฟ้าให้น้ำหนัก”มากกว่าตลาด” แผนPDP2026 หนุน

#ทันหุ้น-บล.บัวหลวง ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยคงน้ำหนัก"มากกว่าตลาด" โดยมองว่าแผน PDP2026 กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการลงทุนไฟฟ้ารอบใหม่ของไทย โดยประเด็นสำคัญไม่ใช่เพียงสัดส่วน Renewable ที่เพิ่มขึ้น แต่คือ Demand ใหม่จาก Data Center/AI, การลงทุน Grid และ Direct PPA ซึ่งจะกำหนดผู้ได้ประโยชน์ในรอบถัดไปโดยทุก 4 แนวทางของ PDP2026 มีแผนลงทุนช่วง 2569–2580 เหมือนกันทั้งหมด รวม 50.9GW แบ่งเป็น Solar 24.3GW, BESS 14.5GW, CCGT 9.1GW, Wind 2.7GW และ SMR 0.3GW ทำให้รอบ Capex ในช่วงทศวรรษแรกแทบไม่ขึ้นกับว่าไทยจะเลือก Pathway ใดในระยะยาวDemand เป็นตัวแปรสำคัญที่สุด โดย กกพ. (EPPO) ประเมิน Data Center demand ปี 2593 ตั้งแต่ 6.8GW ใน Low case, 8.8GW ใน Mid caseและสูงถึง 19.8GW ใน High case แต่ PDP ใช้เพียง Low–Mid case เป็นฐาน เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงข่าย ทำให้ Grid และ Connection capacityกลายเป็นคอขวด (Bottleneck) สำคัญกว่ากำลังผลิตไฟฟ้า ขณะเดียวกัน Gas ยังไม่หายไปจากระบบ โดยทุก Pathway ยังต้องมีกำลังผลิต CCGTเพื่อเป็น Flexible capacity รองรับ Renewable ส่วน Direct PPA ผ่าน TPA ได้รับอนุมัติเชิงนโยบายจาก กพช. แล้วเมื่อ 15 ก.ค. 2569 โดยมี Data Center และผู้ใช้ไฟรายใหญ่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักการวิเคราะห์ Sensitivity ของฝ่ายวิจัยชี้ว่า PDP2026 และ Direct PPA สามารถสร้าง Upside ต่อกำไรปี 2571 ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดย GPSC มี earnings upside สูงสุดที่ +25.8–37.5% ภายใต้สมมติฐานกำลังผลิตเพิ่ม 2–3GW แต่ต้องแลกกับ Net gearing ที่เพิ่มจาก 0.59 เท่า เป็น 0.95–1.14 เท่าขณะที่ BGRIM มี Upside +11.1–24.4% ที่กำลังผลิตเพิ่ม 0.5–1GW จากฐานธุรกิจ SPP ที่สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของ Direct PPA ทั้ง Data Center และ EEC แต่มีข้อจำกัดจาก Net gearing ฐานที่สูงกว่าอยู่ที่ 1.56เท่า ส่วน GULF มี Upside +10.0–12.1% ที่ 5–6GW หรือเพิ่มกำไรราว 3.7–4.4 พันล้านบาท ซึ่งสูงที่สุดในเชิงมูลค่าขณะที่ GUNKUL +8.7–20.3% ที่ 0.5–1GW และมีข้อได้เปรียบจาก Net gearing ฐานเพียง 0.22 เท่า ส่วนWHAUP +18.1% ที่ 0.5GW เป็นทางเลือกที่รับประโยชน์จาก Data Center/EEC ผ่าน Connection fee และ Utility volume มากกว่าการขายไฟโดยตรงฝ่ายวิจัยบัวหลวง เลือก GULF กับ GUNKUL เป็น Top picks โดย GULF เด่นจากขนาดและธุรกิจครบทั้ง Solar, Wind, BESS และ Gas flexibility พร้อม Upside กำไรเชิงมูลค่าสูงสุด ขณะที่ GUNKUL เป็น High-beta play ที่มี Balance sheet รองรับการลงทุนได้ดีกว่า จาก Net gearing ฐานปี 2571 เพียง 0.22 เท่าด้าน BGRIM เป็น Recovery play ที่มี Direct-PPA leverage สูง ส่วน GPSC เป็นตัวเลือกที่มี Earnings upside สูงที่สุดหากได้ Capacity ตามสมมติฐาน ขณะที่ WHAUP เป็นกลุ่ม infrastructure play ของธีม Data Center/EEC ตัวรองลงมาได้ส่วน Catalyst สำคัญระยะใกล้คือ Public hearing วันที่ 8 ก.ย. 2569 และรายละเอียด Wheeling charge ของ Direct PPA ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
อ่าน

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways Up ฟื้นตัวระยะสั้นในกรอบ 1,570-1,587 จุด หนุนจาก Bond Yield ที่ชะลอตัวเล็กน้อย หลังนายวอลเลอร์ระบุว่าจะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม Fed เดือนนี้ หากข้อมูลบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง ทำให้ตลาดปรับลดความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเหลือ 50% จากวันก่อนหน้าที่ 62% ขณะที่ Dollar Index อ่อนตัวลงจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นแรง 2% จากทั้งมาตรการแทรกแซงของทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่น รวมถึงแนวโน้มที่ BoJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้ ล่าสุด Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ อยู่ที่ 4.76%ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ยังยืนบริเวณ US$95 ต่อบาร์เรล โดยยังต้องติดตามการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านว่าจะผ่อนคลายลงได้เร็วเพียงใด ส่วนปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตามคือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรคืนนี้์ (ตลาดคาดเพิ่มขึ้นราว 5.5 หมื่นราย) หากออกมาต่ำกว่าที่คาด จะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการลงทุนช่วยกด Bond Yield ให้ปรับลงต่อได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งตัวเลขสำคัญคือเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน ส.ค. ที่จะประกาศวันศุกร์หน้า ซึ่งจะเป็นตัวเลขสุดท้ายก่อนการประชุม Fed ในวันที่ 15-16 ก.ย. หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดหรือชะลอตัวลงจะยิ่งเพิ่มโอกาสที่่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ได้และเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ด้านปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ สัปดาห์หน้าติดตามการพิจารณางบประมาณปี 70 วาระ 2-3 ของสภาฯ ส่วนปลายเดือนไฮไลท์อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญที่นัดติดสินคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันที่ 28 ก.ย.กลยุทธ์ : Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและแนวโน้มกำไร 2H26 โดดเด่น // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Playหุ้นเด่นเดือน ก.ย : BTG, HANA, ITC, PR9, STAFSSIA Portfolio: BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLORหุ้นเด่นวันนี้ : BDMS· แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท· โมเมนตัมกำไร 3Q26 คาดว่าจะเร่งตัว q-q และกลับมาโต y-y ได้ หนุนจากรายได้เดือน ก.ค.-ส.ค. เบื้องต้นที่คาดเติบโตในกรอบ 8-10% y-y เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยยะจาก 1H26· เราคาดกำไรปี 2026 เติบโต +4% y-y และเร่งตัวขึ้นเป็น +7% y-y ในปี 2027 ราคาหุ้น BDMS +7% YTD ยัง Laggard SET ที่ +25% YTD อย่างมาก คาดว่ามีโอกาสกลับมา Outperform ในฐานะ Laggard Play และ Sector Rotation· แนวรับ 20.20-20.10 บาท แนวต้าน 21//22-22.40 บาทด้าน บล.คิงส์ฟอร์ด ฝ่ายวิเคราะห์ประเมิน SET Index มีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,568–1,631 จุด โดยอิงระดับ Valuation จากค่าเฉลี่ย PE 1 ปีที่ -0.50SD ถึง -1.50SD และ 12-month trailing EPS ของ SET ที่ 100.50 คาดหวังการฟื้นตัวหลังโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้ลดลง โดย CME FedWatch คาดมีโอกาสเหลือราว 50% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 25 bps แนะนำ กลุ่มโรงไฟฟ้า รับเหมาฯ นิคมฯ (โยง Data Center) เช่น GULF, BGRIM, GPSC, STECON, AMATA กลุ่มอิเล็กฯ เช่น HANA, CCET กลุ่มท่องเที่ยว/ขนส่ง (ไทยเที่ยวไทยพลัส) เช่น AOT, CENTEL กลุ่มเดินเรือ (จาก BDI ที่สูงขึ้น) เช่น PSL, PRM กลุ่มอาหาร (ราคาขายสัตว์บกสูงขึ้น) เช่น BTG, CPF กลุ่ม ร.พ. (High Season ฤดูฝน) เช่น BDMS, BCHAOT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 68.00 บาท) แนวโน้ม 4Q68/69 (ก.ค.-ก.ย.69) คาดกำไรกลับมาเติบโตได้ทั้ง QoQ, YoY สถิติการบินเบื้องต้นในเดือน ก.ค. จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารของ AOT แม้ปรับตัวลดลง YoY แต่มีสัญญาณฟื้นตัว MoM โดยกำไรจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งเนื่องจากเริ่มรับรู้ค่าบริการผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ (PSC) เป็น 1,120 บาท/คน เข้ามาเต็มไตรมาส ช่วยชดเชยรายได้ที่สูญเสียจาก King Power และผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เรามีการปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 68/69 ขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 1.99 หมื่นล้านบาท +10%YoY ส่วนกำไรปี 69/70 เติบโตโดดเด่นที่ 2.94 หมื่นล้านบาท (+47%YoY)BTG* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 23.52 บาท) กำไรในช่วง 2Q69 ที่ผ่านมา -YoY -QoQ กดดันจากราคาขายไก่และสุกรในไทยที่อ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ราคาไก่และสุกรในปัจจุบันเห็นการฟื้นตัวดีขึ้นมาจาก 2Q69 แล้ว ส่งผลบวกต่อไปยังการดำเนินงานปกติในช่วง 3Q69-4Q69 ซึ่งเราคาดว่าราคาขายสัตว์บกจะมีเสถียรภาพมากขึ้น จาก Supply มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น หลังช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ราคาขายสัตว์บกมีปัจจัยผันผวนจากโรคระบาดที่ทำให้รายย่อยเร่งขายออกมา ส่งผลให้ตลาดเกิดภาวะ Oversupply และราคาขายเหวี่ยงลงเป็นช่วงๆขณะที่บล.ดาโอ คาดดัชนี SET แกว่ง Sideway ต่อ หลังปัจจัย Macro ยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนเฝ้าติดตาม จากความไม่แน่นอนทั้งการประกาศตัวเลข จ้างงาน และเงินเฟ้อสหรัฐฯ (สัปดาห์หน้า) ทั้งนี้ ถ้อยแถลงของ กรรมการ Fed ที่มาโทน Dovish อ่อนๆ จะช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนได้บ้าง ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังขาดปัจจัยบวกเพิ่มเติมประเด็นที่น่าสนใจตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกได้ หลัง Christopher Waller ระบุ การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย จะขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน ส.ค. นี้ ทำให้ตลาดลดความหวังเรื่อง Fed จะขึ้นดอกเบี้ยลง โดยความน่าจะเป็นที่ตลาดมอง Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเดือน ก.ย. ลดลงสู่ระดับ 50% จาก 63% และส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุน ทั้งนี้นักลงทุนยังจับตาตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ โดยคาดว่า Non-Farm payrolls จะออกมาที่ +55,000 ตำแหน่งJohn Williams ประธาน Fed สาขานิวยอร์ก เผยเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวหลังผลกระทบจากภาษีศุลกากรคลี่คลาย และราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังไม่ลามสู่ภาคบริการ จึงหนุนคงดอกเบี้ยตามเดิมเพราะมองว่าอยู่ในระดับที่สมดุล โดย Fed จะติดตามข้อมูลเพิ่มเติมก่อนประชุม FOMC กลางกันยายนนี้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมติอนุมัติแล้ว ให้การส่งเสริมโครงการของ Nestle’ (ไทย) 2 โครงการ รวมมูลค่าประมาณ 6.4 พันล้านบาท แบ่งเป็นโครงการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงราว 4.5 พันล้านบาท และโครงการผลิตขนมขบเคี้ยวสำหรับสัตว์เลี้ยงราว 1.93 พันล้านบาท ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง โดยกว่า 90% ของกำลังผลิตเน้นส่งออก และจะดึงวัตถุดิบเกษตรในประเทศเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตปีละราว 450 ล้านบาทกฟผ. เปิดร่างแผน PDP2026 ฉบับใหม่ ชูโซลาร์ลอยน้ำและ SMR มุ่ง Net Zero เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะวันที่ 8 ก.ย. 2569 ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม กพช. พิจารณาภายในสิ้นปี 2569 และคาดว่าการประมูลกำลังผลิตไฟฟ้ารอบแรกภายใต้แผนนี้จะเริ่มเร็วที่สุดในปี 2570 โดยสาระสำคัญคือเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตใหม่ปี 2569-2580 รวม 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ แบ่งเป็นโซลาร์ 2.43 หมื่นเมกะวัตต์ (รวมโซลาร์ลอยน้ำเหนือเขื่อน) แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) 1.45 หมื่นเมกะวัตต์ ลม 2.7 พันเมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าก๊าซ CCGT 9.1 พันเมกะวัตต์ และ SMR (Small Modular Reactor) 9 พันเมกะวัตต์Strategyกลยุทธ์หลัก: ระยะสั้น เดือนก.ย. มักเป็นเดือนเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐฯ เน้นเก็งกำไรหุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เราชอบ CK ด้านหุ้นระยะกลาง - ยาว ลงทุนหุ้นตาม Theme โดย กลุ่มท่องเที่ยว ให้ถือครอง (รอสะสมตอนย่อ) ชอบ AOT, CENTEL ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคาร เรายังชอบ KTB, KBANK, TTB, KKPตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 25 Aug 26US, Fed Hammack SpeechEA, Retail Sales MoM (Jul), Consensus=N/A, Prior=-0.3%EA, ECB Lane SpeechUS, Non-Farm Payrolls (Aug), Consensus=55K, Prior=-23KUS, Unemployment Rate (Aug), Consensus=4.2%, Prior=4.1%US, Average Hourly Earnings MoM (Aug), Consensus=0.2%, Prior=0.1%.Technical : BCH, KAMARTFund Flow และตลาดการเงินต่างชาติ “ซื้อ” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ตลาดหุ้น (3 ก.ย. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 64,483.60 ล้านบาท และ (MAI) 310.96 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,955.81 ล้านบาทBond Yield 10 ปี ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 2.10 bps ปิดที่ 2.44% โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย มูลค่า 2,327 ล้านบาทค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.97 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้าหุ้นเด่นวันนี้KTB, TTB : 1) กลุ่มธนาคารมี sentiment บวกจาก Fitch Ratings มองความเสี่ยงไทยลดลงและมีโอกาสปรับเพิ่ม Outlook ประเทศไทยจากปัจจุบันที่ Negative ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับ Outlook ของธนาคารไทยเพิ่มขึ้นเช่นกัน,2) เราคาดว่า KTB (ซื้อ/เป้า 50 บาท) และ TTB (ถือ/เป้า 3.20 บาท) มีโอกาสได้ปรับ Outlook เพิ่มขึ้นในรอบนี้ ซึ่งจะเป็น sentiment ต่อราคาหุ้นที่มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้KLINIQ : 1) ผู้บริหาร KLINIQ ยังมองแนวโน้มธุรกิจใน 2H26E ยังมีโมเมนตันในทิศทางที่ดี จากการเปิด 13 สาขาใหม่ ประเมิน SSSG เติบโต double digit ขณะที่ SGA to sales จะลดลงจากการบริหารค่าใช้จ่ายดีขึ้น, 2) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 35.00 บาท โดยประมาณการกำไรปี 2026E ที่ 476 ล้านบาท (+31% YoY) ส่วนกำไร 2H26E ยังเติบโตดีที่ 243 ล้านบาท (+28% YoY, 4% HoH)กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1566-1571 แนวต้าน 1586-1595Technical Pick: : TASCO, BHStock picks for September 2026 : AOT, BEM, CENTEL, GPSC, PLANB, SCGP

GUNKUL ผนึก สยามพิวรรธน์ ไซม่อน ดันโมเดล ‘Solar – Battery’
อ่าน

GUNKUL ผนึก สยามพิวรรธน์ ไซม่อน ดันโมเดล ‘Solar – Battery’

#ทันหุ้น - บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ผู้นำด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนครบวงจรของประเทศไทย ผนึกกำลัง บริษัท สยามพิวรรธน์ ไซม่อน จำกัด เดินหน้าขยายผลโครงการ Solar Rooftop (โซลาร์รูฟท็อป) สู่โมเดล Solar-plus-Battery ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร ให้กับ สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ตอกย้ำศักยภาพศูนย์การค้าเอาท์เล็ตที่มีความพร้อมด้านพลังงานหมุนเวียนมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และสะท้อนบทบาทของ GUNKUL ในฐานะ Net Zero Partner ที่ช่วยภาคธุรกิจปลดล็อกศักยภาพพลังงานหมุนเวียน นำประเทศไทยก้าวสู่การเป็น Green Destination ของภูมิภาคนางสาวนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ") เผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GUNKUL และสยามพิวรรธน์ ในการผลักดันศูนย์การค้าแรกในไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ส่วนกลาง (Common Area) 100% (RE100) ภายในปี 2030 ผ่านโมเดล ‘Solar-plus-Battery’ โดยจากเดิมการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้แค่ในช่วงกลางวัน แต่รูปแบบการติดตั้งแบบผสมผสานระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ สามารถช่วยผู้ประกอบการเห็นผลลัพธ์การประหยัดค่าไฟฟ้าที่มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการบริหารจัดการพลังงานสะอาดไปใช้ในเวลาที่จำเป็นต่อธุรกิจ โดย BloombergNEF คาดการณ์ว่าต้นทุนของโมเดลโซลาร์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน เริ่มเข้าสู่ช่วงต้นทุนที่แข่งขันได้ รวมทั้งการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานทั่วโลกในปี 2026 จะเพิ่มขึ้น 41% จากปี 2025 สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วและศักยภาพของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในทุกสเกล ไม่ว่าจะเป็นระดับครัวเรือน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมถึงในระดับโครงข่าย (Utility-scale) บริษัทฯ มองบทบาทตัวเองเป็น Net Zero Partner ที่ช่วยภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยกลยุทธ์และโซลูชั่นพลังงานสะอาดที่หลากหลาย ตอบโจทย์ Load Profile ของลูกค้าที่แตกต่างกัน ภายใต้นโยบายในบริบทตลาดพลังงานไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ร่วมกับการผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืน โดยโครงการสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ บนพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร แบ่งเป็นระบบโซลาร์รูฟท็อปบนอาคารและพื้นที่จอดรถ รวมถึงระบบแบตเตอรี่ นับเป็นโครงการต้นแบบที่ GUNKUL ตั้งใจผลักดันให้เป็น มาตรฐานใหม่ของการใช้พลังงานในอาคารพาณิชย์ ที่ก้าวข้ามจากการติดตั้งโซลาร์เพียงอย่างเดียว สู่การผสานการผลิตและกักเก็บพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปลดล๊อกศักยภาพการใช้พลังงานหมุนเวียน และผลักดันเป้าหมาย RE100 ให้เกิดขึ้นจริงในภาคธุรกิจไทยนายไมเคิล ถัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ไซม่อน จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาโซลาร์รูฟท็อป บนพื้นที่ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ร่วมกับ GUNKUL ใน Phase 2 ซึ่งเป็นการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ขนาด 250 กิโลวัตต์-ชั่วโมง บริเวณหลังคาลานจอดรถ ถือเป็นการขยายผลเพื่อต่อยอดการขับเคลื่อนด้านพลังงานทดแทนอย่างเต็มรูปแบบ ตอกย้ำเจตนารมณ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ที่ตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ในปี 2050 ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน ขอบเขตที่ 1 และ 2 โดยสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ นับเป็น พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต แห่งแรกในเมืองไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียน ตั้งแต่ปี 2022 ที่ผ่านมา สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน ที่คำนึงถึงการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ความร่วมมือนี้ ทำให้สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในพื้นที่ส่วนกลางได้ก่อนกำหนดคือไตรมาส 2 ของปี 2026 โดยการติดตั้งระบบโซลาร์บนหลังคาอาคารและลานจอดรถของโครงการ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 54,400 ตารางเมตร ในรูปแบบสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรงระหว่างผู้ผลิตไฟฟ้ากับผู้ใช้ไฟฟ้า หรือ Direct PPA (Direct Power Purchase Agreement) แบบผลิตและใช้ไฟในพื้นที่เดียวกัน (on-site) สามารถผลิตไฟฟ้าได้กว่า 5,115,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2,540 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้กว่า 267,200 ต้นต่อปี การผนึกความร่วมมือกันในครั้งนี้ จะช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว นับเป็นการสนับสนุนภาคธุรกิจให้ก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ได้อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวสู่ Green Destination ที่สำคัญของภูมิภาคความร่วมมือระหว่าง GUNKUL และ สยามพิวรรธน์ ในครั้งนี้ตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสององค์กรในการผลักดันภาคธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าไทยสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงระบบบริหารจัดการพลังงาน การเชื่อมต่อ Direct PPA ซึ่งเป็นหมุดสำคัญต่อการไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี สะท้อนถึงความพร้อมและความมุ่งมั่นของ GUNKUL ภายใต้ประสบการณ์ 40 กว่าปีและศักยภาพที่พร้อมดูแลครอบคลุมห่วงโซ่พลังงานแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการเป็นพาร์ตเนอร์ที่ช่วยผู้ประกอบการไทยต่อจิ๊กซอว์โซลูชั่นพลังงานเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน (ESG) ของลูกค้าจากเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain)

โปรเจกต์ขัง 300 แข้งจากทั่วญี่ปุ่น หนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะรอด! "BLUELOCK ขังดวลแข้ง" ปล่อยตัวอย่างเต็มซับไทย
อ่าน

โปรเจกต์ขัง 300 แข้งจากทั่วญี่ปุ่น หนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะรอด! "BLUELOCK ขังดวลแข้ง" ปล่อยตัวอย่างเต็มซับไทย

ถึงเวลาสานต่อปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ของมังงะยอดฮิตที่บ้าดีเดือดที่สุดเวลานี้มงคลซีนีม่าชวนแฟนชาวไทยนับถอยหลังสู่การเปิดฤดูกาลดวลแข้งครั้งใหม่ในBLUELOCKขังดวลแข้งโดยเผยโปสเตอร์ใหม่และตัวอย่างเต็มซับไทยออกมาเรียกเสียงฮือฮาและปลุกอะดรีนาลีนให้แฟนๆ ทั่วประเทศได้พบกับภาพยนตร์ไลฟ์แอ็กชันที่ดัดแปลงจากมังงะฟุตบอลสุดเดือด ซึ่งสร้างปรากฏการณ์มาแล้วทั่วโลกด้วยยอดขายกว่า50ล้านเล่มผลงานจากปลายปากกาของมุเนยูกิ คาเนชิโระและยูสุเกะ โนมุระ เตรียมเข้าสู่สมรภูมิแห่งอีโก้ที่ไม่มีพื้นที่สำหรับผู้แพ้ เมื่อวงการฟุตบอลญี่ปุ่นกำลังจะถูกเขียนกติกาขึ้นใหม่ ฟุตบอลจะไม่ใช่เพียงเกมกีฬาเพื่อเติมเต็มความฝันอีกต่อไป แต่คือสมรภูมิที่เหล่าศูนย์หน้าต้องเดิมพันทุกอย่างเพื่อก้าวขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุด ภายใต้โปรเจกต์ลับที่มีชื่อว่าBLUELOCKคุกขังศูนย์หน้าดาวรุ่งกว่า300ชีวิตจากทั่วประเทศไว้ในสถานที่เดียว เพื่อเผชิญบททดสอบสุดโหดและการแข่งขันที่ไม่มีคำว่ามิตรภาพ โดยมีเป้าหมายเดียวคือการเป็นศูนย์หน้าอันดับหนึ่งของโลก โดยในตัวอย่างพร้อมทวีคูณความเดือดระอุด้วยเพลงธีมภาพยนตร์MonstruoจากAdoศิลปินหญิงเจ้าของพลังเสียงสุดโดดเด่นที่มาร่วมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันและอีโก้ของเหล่าแข้งบลูล็อก จัดเต็มด้วยงานโปรดักชันจาก CREDEUSทีมผู้อยู่เบื้องหลังผลงานฟอร์มยักษ์ Kingdom(2019)จนถึงภาพยนตร์คุณภาพ Kokuho(2025)และกำกับโดย ยูสุเกะ ทากิจากซีรีส์Land of Tanabata(2024)พร้อมนักแสดงแถวหน้าของญี่ปุ่นที่จะมาระเบิดความมันส์ทั้งฟูมิยะ ทาคาฮาชิ,โคกะ ยูได (KวงTEAM),มาซาทากะ คูโบตะ,ไคโตะ ซากูราอิและเมอิ ฮาตะ อัจฉริยะลูกหนังถือกำเนิด แมตช์หยุดโลกจะอุบัติBLUELOCKขังดวลแข้งคิกออฟพร้อมกันทั่วประเทศ10กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

CKP พัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือเอลนีโญครึ่งปีหลัง
อ่าน

CKP พัฒนาระบบคาดการณ์น้ำ รับมือเอลนีโญครึ่งปีหลัง

#CKP #ทันหุ้น-CKP เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เอลนีโญ ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นย้ำในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัท ขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางเดินหน้าตามแผน ส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 2/69 มีกำไร 210 ล้านบาท และครึ่งแรกปีนี้ที่ 326 ล้านบาทนายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โรงไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำงึม 2 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ระดับ 355 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแม้จะมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำน้อยลง ขณะที่ปริมาณน้ำเฉลี่ยที่ไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ยังคงมากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15 ทั้งนี้ ข้อมูลพยากรณ์อากาศบ่งชี้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจึงเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ (Hydrometeorological Monitoring and Forecasting System) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำของบริษัทด้านโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ หลวงพระบาง มีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 77 ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) กลุ่มไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ภายใต้บริษัท บางเขนชัย จำกัด (BKC) ซึ่งได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์ (MW) ปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโดยมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2570 ภายใต้สัญญาระยะเวลา 25 ปี**ผลดำเนินงานไตรมาส 2/69ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 2/69 และครึ่งปีแรกของปี 2569 ว่า CKP มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนปี 2569 จำนวน 210 และ 326 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 40 และ 22 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายไฟฟ้าของบริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) และบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ลดลงตามปริมาณการขายไฟฟ้า ประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงของ BIC ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2อย่างไรก็ตามบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ XPCL ในไตรมาส 2 และช่วงครึ่งแรกของปีจำนวน 318 และ 517 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49 และ 134 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ จากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงทั้งนี้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ XPCL เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากผลประกอบการของ NN2 และ BIC ที่ลดลง และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานในภาพรวมของ CKP ได้เป็นอย่างดีสำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 2.49 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.52 เท่า แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและรักษาความสามารถในการชำระหนี้ให้อยู่ในระดับเหมาะสม ขณะเดียวกัน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ต่ำกว่าปีก่อนคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของ XPCL และเป็นปัจจัยสนับสนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยบริษัทยังคงติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและบริหารโครงสร้างหนี้ระยะยาวอย่างต่อเนื่อง"ท่ามกลางความผันผวนด้านพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์ พลังงานหมุนเวียนยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดย CKPower จะเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593" นายธนวัฒน์ กล่าว

พี่จะรวยคนเดียวเรอะ! บอส LOTF2 จวก GTA 6 โมเดลไร้แผ่นเกมคือการ "บีบค่ายเล็ก" ทางอ้อม
อ่าน

พี่จะรวยคนเดียวเรอะ! บอส LOTF2 จวก GTA 6 โมเดลไร้แผ่นเกมคือการ "บีบค่ายเล็ก" ทางอ้อม

วงการแผ่นเกมคอนโซลกระเทือนเลื่อนลั่น! กลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนฉ่าแทงใจดำคนชอบเก็บแผ่นเกม เมื่อพี่ใหญ่แห่งวงการอย่าง Rockstar Games ประกาศเปิดพรีออเดอร์เกมมหาชนที่ทุกคนรอคอยอย่าง GTA 6 หรือ Grand Theft Auto VI ไป แต่ความพีกคือพี่แกหักดิบประกาศชัดเจนว่า "เกมนี้จะไม่มีการปั๊มแผ่นดิสก์ขายอีกต่อไปจ้า! จะเป็นเวอร์ชัน Digital-Only 100%" ขนาดกล่องที่วางขายตามร้านค้าทั่วไป ข้างในก็จะมีแค่กระดาษโค้ดให้ไปกดดาวน์โหลดเอาเอง ไม่มีแผ่นเกมใส่มาให้!แถมน้ำมันยังราดซ้ำบนกองไฟเข้าไปอีก เมื่อจู่ ๆ Sony ก็ประกาศแผนเตรียมเลิกผลิตแผ่นเกมบลูเรย์ทั้งหมดภายในปี 2028 และมีข่าวลือว่า Microsoft ก็กำลังซุ่มทำระบบเปลี่ยนแผ่นเกมให้เป็นไฟล์ดิจิทัลอยู่เหมือนกัน ทำเอาเกมเมอร์สายสะสมแผ่นร้องกรี๊ดดดไม่ถูกใจสิ่งนี้กันเพียบ!GTA6 shipping with no disc feels unfair to studios still backing physical — and it’s accelerating the shift. Sony ending physical support from 2028 could slash disc releases as early as 2027 or even sooner.Physical delivers far less revenue per unit to developers, longer lead… https://t.co/gLkVTi5bDL— Marek Tyminski (@tyminski_marek) July 5, 2026 และงานนี้ไม่ใช่ว้าวุ่นแค่ผู้เล่นนะ เพราะล่าสุดคุณ Marek Tyminski บอสใหญ่ค่าย CI Games ผู้สร้างเกม Lords of the Fallen 2 ทนไม่ไหวทวีตข้อความฉะโมเดลนี้ทันควัน ลั่นว่าพฤติกรรมของ GTA 6 และค่ายยักษ์ใหญ่มัน "ไม่ยุติธรรมอย่างแรง!" กับพวกค่ายเกมอินดี้หรือสตูดิโอขนาดกลางและขนาดเล็กเพราะการทำแผ่นเกมในยุคนี้มีต้นทุนแฝงเยอะมาก ทั้งโดนร้านค้าหักหัวคิว ค่าปั๊มแผ่น ค่าขนส่ง จนค่ายเกมเหลือเงินตกถึงท้องน้อยกว่าขายแบบดิจิทัลเกือบครึ่งนึง แต่ค่ายเล็กก็ต้องยอมแบกรับเพราะจำเป็นต้องพึ่งพา "แผ่นเกมที่วางเด่นอยู่บนชั้นในร้านค้า" ให้คนที่เดินผ่านไปมาได้เห็น ได้หยิบดู และตัดสินใจซื้อ ที่ถือเป็นช่องทางสำคัญในการทำการตลาดและกระจายสินค้าของค่ายเล็กนั่นเองGTA 6โดยคุณ Marek แกบอกว่า ค่ายยักษ์ใหญ่ระดับ Rockstar ทำแบบนี้ได้สบาย ๆ เพราะเกม GTA 6 เกมสเกลใหญ่ ทุนหนา ยอดขายมันถล่มทลายเป็นล้าน ๆ ชุด กินส่วนต่างดิจิทัลอิ่ม ๆ จนไม่ต้องแคร์สื่อ แต่การทำแบบนี้มันเหมือนเป็นการบีบและกดดันให้ค่ายเกมเล็ก ๆ ต้องเลิกทำแผ่นเกมตามไปด้วยเพราะการที่ค่ายใหญ่หักดิบเลิกทำแผ่น สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ "ร้านขายเกมปลีกและระบบขนส่งแผ่นเกมจะค่อย ๆ ล่มสลายและเจ๊งไป" พอไม่มีร้านเกม ค่ายเล็ก ๆ ที่ยังอยากทำแผ่นเกมออกมาขายเพื่อโปรโมตหรือเอาใจแฟน ๆ ก็จะ ไม่มีที่ให้วางขาย ระบบการผลิตและขนส่งแผ่นเกมก็จะแพงขึ้นมหาศาลเพราะไม่มีค่ายใหญ่ ๆ มาช่วยแชร์ต้นทุน เนื่องจากพอยอดสั่งผลิตแผ่นเกมทั่วโลกลดลง โรงงานก็ต้องขึ้นราคาต่อแผ่นซึ่งดราม่านี้ทำเอาคนนึกถึงทีมพัฒนาผู้สร้างเกม Baldur's Gate 3 ที่เคยออกมาบ่นเหมือนกันว่า การทำแผ่นเกมยุคนี้มันแพงหูฉี่และเหนื่อยสะบัด แต่พอทำออกมาแล้วเห็นแฟนเกมมีความสุข มันก็คุ้มค่าทางจิตใจ แต่ว่านะตอนนี้อนาคตแผ่นเกมมืดมนจัด ๆ เลย เพราะขนาดเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Alan Wake 2 หรือ Hellblade 2 ก็ยังไม่ยอมทำแผ่นออกมาขายแต่แรกเลยอะ!Lords of the Fallen 2แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com

BC ปั้นแลนด์มาร์คใหม่ รับดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้น
อ่าน

BC ปั้นแลนด์มาร์คใหม่ รับดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้น

#BC #ทันหุ้น - BC ปักหมุด JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 จ่อยื่น EIA ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ก่อนเปิดรุกสร้างแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางสุขุมวิท ด้าน Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket และโครงการ สุขุมวิท ซอย 5 คืบหน้าตามแผน ลุ้นเปิดรับนักท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2569 ทันไฮซีซันนายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรมภายใต้โมเดล Build-Operate-Sale (BOS) กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าพัฒนาโครงการตามแผนอย่างต่อเนื่อง สำหรับไฮไลต์ในโครงการ JW Marriott Hotel Bangkok Sukhumvit 24 ถือเป็นหนึ่งในโครงการแฟลกชิปของบริษัทบนทำเลใจกลางสุขุมวิท ซึ่งโครงการกำลังเริ่มดำเนินการจัดทำและยื่นรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าจะสามารถส่งรายงานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ตอกย้ำความพร้อมของ BC ในการสร้างโรงแรมระดับลักซ์ชัวรีที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากทั่วโลก ขณะที่โรงแรมเมอเวนพิค รีสอร์ท กมลาบีช ภูเก็ต (Mövenpick Resort Kamala Beach Phuket) บริเวณหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต และ โครงการสุขุมวิท ซอย 5 จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีความคืบหน้าตามแผน โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2569 เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) และความต้องการที่เพิ่มขึ้นของนักเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศการเดินหน้าของโครงการสำคัญในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพการพัฒนาและบริหารสินทรัพย์ของ BC ที่ดำเนินไปตามแผน พร้อมตอกย้ำบทบาทของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์คุณภาพ ที่พร้อมสร้างประสบการณ์การเข้าพักระดับสากล ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว

สิ้นวิธี แลอับจน หลงทิศทาง | วิวาห์ใบสั่งตาย 6 - ฝันร้ายชั่วนิรันดร์ [บทที่ 4]

สิ้นวิธี แลอับจน หลงทิศทาง | วิวาห์ใบสั่งตาย 6 - ฝันร้ายชั่วนิรันดร์ [บทที่ 4]

วิวาห์ใบสั่งตาย 6 | https://store.steampowered.com/app/3227760/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

KTX ชี้ลงทุน Q3 ยังท้าทาย ชูธีม AI – 5 DR เด่นนำพอร์ต
อ่าน

KTX ชี้ลงทุน Q3 ยังท้าทาย ชูธีม AI – 5 DR เด่นนำพอร์ต

#ทันหุ้น - กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ประเมินการลงทุนโลก Q3/69 ภาพรวมยังเผชิญความท้าทาย คาดตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น หุ้นธีม AI ขับเคลื่อนตลาด ทั้งกลุ่ม  Semiconductor , Memory ,Optical Network , CPU , Liquid Cooling และ Energy Bottleneck ขณะที่ตลาดเอเชียเริ่มสดใสราคายังต่ำและมีความคุ้มค่าด้านการลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะ โซน ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ส่วนจีน ยังลงทุนได้เฉพาะกลุ่ม พร้อมแจก DR ดาวเด่นประจำไตรมาส 3 ได้แก่ TAIWAN19, NIKKEI80, AMD80, ZJINNO80 และ GEV80นายวรัท บางเจริญพรพงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด (KTX)เปิดเผยว่าแนวโน้มภาพรวมการลงทุนต่างประเทศในไตรมาส 3/2569 ภายใต้ทิศทางที่ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายในระยะทางข้างหน้า “Bumpy Road Ahead” เนื่องจากในช่วงครึ่งหลังของปี 2569ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่ากรอบเป้าหมาย ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงิน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีท่าทีเริ่มเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงระดับการเก็งกำไรผ่านMarginและOptionที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลทำให้ตลาดผันผวนมากขึ้นดังนั้น แรงขับเคลื่อนตลาดรอบนี้ จึงไม่ได้มาจากการขยายตัวของP/Eเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา แต่ต้องพึ่งพาการเติบโตของกำไรที่แท้จริงมากขึ้นอย่างไรก็ตามมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อในลักษณะแกว่งตัวในทิศทางขาขึ้น (Sideway to Sideway Up)จากปัจจัยสนับสนุนจากการปรับประมาณการกำไร โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)โดยประเมินว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์AIยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างแก่อุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี คาดว่าโอกาสการลงทุนหลังจากนี้จะเริ่มกระจายตัวออกจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่พิเศษ (Mega-cap)มุ่งไปสู่กลุ่มธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังของระบบปัญญาประดิษฐ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผล (Semiconductor),กลุ่มหน่วยความจำ (Memory),ระบบเครือข่ายใยแก้วนำแสง (Optical Network),หน่วยประมวลผลกลาง (CPU),ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling)ตลอดจนกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวิกฤตพลังงาน (Energy Bottleneck)ซึ่งถือเป็นโอกาสใหม่สำหรับนักลงทุนในการสร้างผลตอบแทนระยะยาว"ด้านตลาดเอเชียเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้ว เนื่องจากมีราคาคุ้มค่าน่าลงทุนกว่า ขณะที่แนวโน้มกำไรและอัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) กำลังปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นซึ่งเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อุปทานAIและSemiconductorส่วนตลาดจีนยังต้องเลือกลงทุนอย่างระมัดระวังเพราะผลตอบแทนเริ่มแยกเป็นK-shapeระหว่างกลุ่มHardware/AI Supply Chainที่ได้ประโยชน์ กับกลุ่มบริโภคและอินเทอร์เน็ตที่ยังถูกกดดันจากเศรษฐกิจภายในประเทศ"นายวรัท กล่าวขณะที่กลยุทธ์การลงทุนKTXแนะนำเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy)มากขึ้น โดยเน้นหุ้นและDRที่มีกำไรเติบโตชัดเจน ได้ประโยชน์โดยตรงจากAI Infrastructureและมีปัจจัยเร่งเฉพาะตัวโดยDR Top Picksประจำไตรมาส 3/2569ได้แก่-TAIWAN19จากบทบาทสำคัญในAI Supply ChainและSemiconductor-NIKKEI80จากโครงสร้างเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ได้ประโยชน์จากAI Supply ChainและRobotics-AMD80จากการเปลี่ยนผ่านรายได้สู่Data Centerและความต้องการCPUในยุคAgentic AI-ZJINNO80จากการเป็นผู้ผลิตOptical Transceiverที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านData Center Networking-GEV80จากความต้องการไฟฟ้าและระบบกริดที่กลายเป็นคอขวดใหม่ของAI Data Center

ไม่นึกถึง แม้นภัย จักถึงตัว | วิวาห์ใบสั่งตาย 5 ชีวิตหลังความตาย [บทที่สี่]

ไม่นึกถึง แม้นภัย จักถึงตัว | วิวาห์ใบสั่งตาย 5 ชีวิตหลังความตาย [บทที่สี่]

วิวาห์ใบสั่งตาย 5 ชีวิตหลังความตาย | https://store.steampowered.com/app/2600570/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ซับไทย by ปกส้ม | https://www.youtube.com/@podcaststory1009 นิยายแปลวิวาห์ใบสั่งตาย https://dekd.co/w/n/2531227 ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

จิตหวาดหวั่น เห็นวิญญาณ มิอาจหนี | วิวาห์ใบสั่งตาย 6 - ฝันร้ายชั่วนิรันดร์ [บทที่ 2]

จิตหวาดหวั่น เห็นวิญญาณ มิอาจหนี | วิวาห์ใบสั่งตาย 6 - ฝันร้ายชั่วนิรันดร์ [บทที่ 2]

วิวาห์ใบสั่งตาย 6 | https://store.steampowered.com/app/3227760/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

DITTO ได้ฤกษ์! เปิดจอง Blu Green Token 3-13 ก.ค. นี้ ชูผลตอบแทนเฉลี่ย 10.35%
อ่าน

DITTO ได้ฤกษ์! เปิดจอง Blu Green Token 3-13 ก.ค. นี้ ชูผลตอบแทนเฉลี่ย 10.35%

#DITTO #ทันหุ้น - บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DITTO) ได้ฤกษ์ขาย Blu Green Token (BLU) ผนึก บริษัท โทเคน เอ็กซ์ จำกัด (Token X) เดินหน้ารับจองเริ่ม 3-13 กรกฎาคม 2569 นี้ รายย่อยวงเงิน ไม่เกิน 3 แสนบาท รายใหญ่ไม่จำกัด ราคา 1.20 บาทต่อโทเคน จำนวน 400 ล้านโทเคน ระดมทุนไม่เกิน 480 ล้านบาท เผยบริษัทหลักทรัพย์อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) ร่วมบริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่เป็นตัวแทนแนะนำโทเคนดิจิทัล สนใจจองผ่านแอปพลิเคชั่น Token Xนายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DITTO และบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (STCT) เปิดเผยความคืบหน้าถึง โครงการระดมทุนผ่าน Blu Green Token ว่า ล่าสุดมีความคืบหน้าไปมากโดยจะเปิดให้ผู้ลงทุนจองซื้อ Blu Green Token ในวันที่ 3-13 กรกฎาคม 2569 โดยมี Token X ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลร่วมกับ InnovestX เป็นผู้ช่วยในการจัดจำหน่ายโทเคนดิจิทัลร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์อื่น ๆ ในฐานะตัวแทนแนะนำโทเคนดิจิทัลความร่วมมือกับ Token X ครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงการลงทุนคาร์บอนเครดิตและมีส่วนร่วมในโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ดำเนินการตามมาตรฐานสากล พร้อมรับผลตอบแทนจากการขายคาร์บอนเครดิต โดยมีอัตราผลตอบแทนประมาณการเฉลี่ยต่อปี (IRR) กรณีฐานร้อยละ 10.35 ตลอดอายุโครงการโทเคนดิจิทัลนอกจากนี้โครงการยังมีกลไกคุ้มครองผู้ถือโทเคนดิจิทัล โดย DITTO จะทำหน้าที่ผู้สนับสนุนทางการเงินที่จำเป็นสำหรับใช้ในการชำระผลตอบแทนทบต้นสะสมและเงินลงทุนเริ่มต้นของโทเคนดิจิทัล ในกรณีที่การจำหน่ายคาร์บอนเครดิตไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งผู้ถือโทเคนดิจิทัลมีสิทธิได้รับผลตอบแทนสะสมในอัตราร้อยละ 3.0 ต่อปี ตามเงื่อนไขระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน“โครงการ Blu Green Token เป็นการต่อยอดธุรกิจคาร์บอนเครดิต ที่ได้จากการปลูกป่าชายเลน ดำเนินการโดย STCT ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DITTO โดยโครงการนี้ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปี มีพื้นที่ป่าชายเลนที่ใช้เป็นทรัพย์สินอ้างอิงครอบคลุมพื้นที่ 17,531.04 ไร่ และขึ้นทะเบียนโครงการภายใต้มาตรฐาน Standard T-VER และ Premium T-VER ขององค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) อีกทั้งพื้นที่ป่าดังกล่าวสามารถดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าป่าฝนเขตร้อน 4-10 เท่า จึงถือว่าเป็นป่าที่มีศักยภาพ” นายฐกร กล่าวด้านนายวันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (Chief Investment Officer) Token X ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า Token X ในฐานะผู้พัฒนาและผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลได้ร่วมมือกับ STCT ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DITTO เปิดให้นักลงทุนที่สนใจจองซื้อ Blu Green Token ผ่านแอปพลิเคชั่น Token X ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เริ่มเวลา 9.00 น. ถึงวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.30 น. ด้วยราคาเสนอขาย 1.20 บาทต่อโทเคน มูลค่าจองซื้อขั้นต่ำเพียง 1,200 บาท (1,000 โทเคน) โดยจำนวนโทเคนดิจิทัลที่เสนอขายไม่เกิน 400 ล้านโทเคน รวมมูลค่าทั้งสิ้นไม่เกิน 480 ล้านบาท อายุโครงการ 7 ปีข้อมูลสำหรับผู้ลงทุนสำหรับผู้ลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อโทเคนดิจิทัลได้ในวงเงิน ไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ในขณะที่ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และผู้ลงทุนสถาบันไม่จำกัดวงเงินลงทุน โทเคนดิจิทัลเสนอขายในราคา1.20บาทต่อโทเคน โดยกำหนดจำนวนจองซื้อขั้นต่ำที่1,000โทเคน(1,200บาท)ทั้งนี้ นักลงทุนที่สนใจสามารถจองซื้อBlu Green Tokenในตลาดแรกผ่านแอปพลิเคชันToken Xตั้งแต่วันที่ 3กรกฎาคม พ.ศ. 2569เวลา 9.00 น. ถึงวันที่ 13กรกฎาคม พ.ศ. 2569เวลา 15.30 น. ผู้สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://blufinance.co/ หรือเว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. market.sec.or.th/public/ipos/IPOSTD01.aspx?TransID=667397lang=thคำเตือน:ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

สุขสันต์วันเกิดนะ...ลามู | Hungry Lamu 2 [บทสรุปลามูผู้หิวโหย]

สุขสันต์วันเกิดนะ...ลามู | Hungry Lamu 2 [บทสรุปลามูผู้หิวโหย]

Hungry Lamu 2 | https://kulurc.itch.io/hungry-lamu-2 สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black Timestamp 00:00 | เปิดคลิป 01:00 | ผลไม้ที่หนีไป 05:54 | ห้องนอนชวนหลอน 14:55 | ลามูตื่นได้แล้ว 16:38 | เด็กน้อยกับคุณแม่ 21:31 | ฟาร์มหมูดีน 32:58 | สุขสันต์วันเกิด 37:24 | อควาเรียมร้าง 45:12 | ลามูซ่อนเร็ว 47:25 | อพาร์ทเม้นท์น่าสงสัย 55:10 | ลามูไม่หิวแล้ว 1:00:22 | ปลดล็อกคลังภาพ 1:05:35 | ปิดคลิป

เปิดตำนาน "ผีปอบญี่ปุ่น" | Hollow Cocoon [DEMO]

เปิดตำนาน "ผีปอบญี่ปุ่น" | Hollow Cocoon [DEMO]

Hollow Cocoon | https://store.steampowered.com/app/2414630/Hollow_Cocoon/ สมัครเป็น "แฟนตัวกลม" | https://www.youtube.com/channel/UC705OZcYT8ysriJ93eiQVeg/join โดเนทให้นายน็อตตัวกลม | https://tipme.in.th/notto-nbk สนับสนุนค่าโกโก้ป๋าน็อต | Super Thanks , Super Chat , Super Stickers ช่องทางการติดต่อ ติ๊กต็อก | https://www.tiktok.com/@nottonbk แฟนเพจ | https://www.facebook.com/NottoNBK/ กลุ่ม ดินแดนของป๋าน็อต | https://www.facebook.com/groups/2059358350800958 อีเมล | nanobreakch@gmail.com ::: สนใจติดต่อโฆษณาหรือสปอนเซอร์ ::: ⭐ ติดต่อทีมงาน Online Station ⭐ Email | os.influencer@truedigital.com ใครที่ทำช่อง Youtube และสนใจเข้าสังกัด Online Station สมัครได้ที่นี่ : https://caster.online-station.net/​​​ Online Station ช่วยให้ช่องคุณเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว OS Caster กันนะครับ 🖥️ Notty's Machine Specification Mainboard | ROG Strix Z790-F Gaming WIFI CPU | Intel i9 13900K GPU | Nvidia RTX 4090 RAM | Corsair Vengeance DDR5 Bus 5600 Mhz SSD | Samsung 980 Pro 1TB PSU | Thermaltake Toughpower GF3 1350W Gold AIO | NZXT Kraken X73 RGB CASE | NZXT H7 Flow Black

JR วางเกมใหญ่โค้งหลัง บิ๊กดีลสถานีไฟฟ้าย่อย
อ่าน

JR วางเกมใหญ่โค้งหลัง บิ๊กดีลสถานีไฟฟ้าย่อย

#JR #ทันหุ้น - JR ดีลงาน Substation โรงไฟฟ้าพลังงานลมจากภาคเอกชนขนาดกำลังผลิตรวม 180 เมกะวัตต์ ต่อยอดธุรกิจ คาดชัดเจนช่วง Q3/2569 ชี้หากลุล่วงหนุน Backlog เพิ่มต่อเนื่อง จากเดิมราว 6 พันล้านบาท รับรู้ไม่ต่ำกว่า 2 ปี แย้มครึ่งหลังปี 2569 งานเรียงคิวบุ๊กอื้อ บอสใหญ่ “จรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ“ ตอกย้ำฐานการเงินแกร่ง ชูแคชโฟลว์เพียบ               นายจรัญ วิวัฒน์เจษฎาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู. ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ JR เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจารับงานทางด้านการวางระบบโครงข่ายสถานีไฟฟ้าย่อย (Substation) สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมจากภาคเอกชน จำนวน 2 โครงการ  ขนาดกำลังไฟฟ้า 90 เมกะวัตต์ (MW) ต่อโครงการ หรือคิดเป็นกำลังรวม 180 เมกะวัตต์  เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในอนาคต ซึ่งคาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ในช่วงไตรมาส 3/2569 งานทะลักครึ่งหลังแจ่ม ทั้งนี้้ หากการเจรจารับงานในส่วนดังกล่าวสำเร็จตามที่วางไว้ ประเมินว่าคงจะกลายเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ตัวเลขงานในมือ (Backlog) ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันราว 6 พันล้านบาท ซึ่งกระจายในโครงการทั้งภาคเอกชนและหน่วยงานราชการ โดยน่าจะสามารถส่งมอบและรับรู้รายได้ต่างๆ ได้ต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี 6 เดือนนับจากนี้ ขณะที่แนวโน้มผลงานในครึ่งหลังปี 2569 ทาง JR ประเมินว่าน่าจะปรับตัวดีต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับครึ่งแรกปีเดียวกัน เนื่องจากบริษัทมี Backlog ที่รอส่งมอบที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น รวมทั้งบริษัทยังมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ๆ เข้ามาในช่วงที่เหลือในปีนี้ตอกย้ำฐานะการเงินปึ้ก อย่างไรก็ดี ภาพรวมธุรกิจในปี 2569 บริษัทยังคงประมาณการรายได้เพิ่มขึ้น 10-15% เมื่อเทียบกับปี 2568 เพราะบริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้ค่อนข้างมาก รวมทั้งยังมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ๆ เข้ามาในช่วงที่เหลือปีนี้เพิ่มเติมทั้งในส่วนของโครงการทางภาคเอกชนและเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ ซึ่งควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ นายจรัญ กล่าวเสริมในแง่ฐานะทางการเงินของ JR ในปัจจุบันถือว่าแข็งแกร่ง โดยมีกระแสเงินสดหรือเทียบเท่า (แคชโฟลว์) อยู่ที่กว่า 200 ล้านบาท และมีหนี้สินที่มีภาระ ดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ในระดับที่ต่ำเพียง 0.3 เท่า ดังนั้นจึงทำให้บริษัทมีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลและรับงานโครงการใหม่ๆ ในลักษณะต่างๆ ได้เป็นอย่างดีคุมเข้มต้นทุนสกัดความเสี่ยง นอกจากนี้ จากโครงสร้างทางเงินที่ดีของบริษัท จึงทำให้บริษัทสามารถดำเนินการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการได้เป็นอย่างดี ทั้งในส่วนของราคาอุปกรณ์และวัสดุต่างๆ แม้ช่วงที่ผ่านมาราคาของต้นทุนดังกล่าวจะขยับสูง แต่บริษัทได้มีการดำเนินกลยุทธ์อย่างรัดกุมและรอบคอบ โดยได้ดำเนินการการเจรจากับซัพพลายเออร์เพื่อล็อกราคาไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับโครงการที่บริษัทได้รับการคัดเลือก และเบื้องต้นยังคงแนวทางส่วนนี้ต่อไปสำหรับโครงการใหม่ในอนาคตต่อไป                    ขณะเดียวทางบริษัทได้มีการปรับแนวทางการดำเนินงานให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน  และให้น้ำหนักกับงานโครงการจากลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต (เดิมจากมีรับงานจากลูกค้าหลากหลายกลุ่ม) อีกทั้งบริษัทมองปัจจัยดังกล่าวน่าจะช่วยเป็นแรงสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในระยะยาวอีกหนึ่งด้วย

“เอกนิติ” ลุย กรอ. ชุดใหม่ ผนึกรัฐ–เอกชน ปลดล็อก 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ
อ่าน

“เอกนิติ” ลุย กรอ. ชุดใหม่ ผนึกรัฐ–เอกชน ปลดล็อก 4 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ

#ทันหุ้น “เอกนิติ“เดินหน้ากรอ.ชุดใหม่ดึงรัฐ–เอกชน“ร่วมออกแบบเศรษฐกิจไทย”ปลดล็อก4เครื่องยนต์เศรษฐกิจสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ดันจีดีพีขยายตัวสูงกว่า3%เพิ่มสัดส่วนการลงทุน30%ของจีดีพียกขีดแข่งขันประเทศขึ้นสู่กลุ่มTop 20ของโลกใน4ปีดร.เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่ารัฐบาลได้ยกระดับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.)โดยเปลี่ยนจากเวทีรับฟังข้อเสนอไปสู่กลไกร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ข้อเสนอของภาคเอกชนไม่หยุดอยู่เพียงบนโต๊ะประชุมแต่สามารถแปลงเป็นการลงมือทำแก้ปัญหาจริงและสร้างผลลัพธ์ที่ประชาชนและผู้ประกอบการสัมผัสได้“ในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนไปในระดับโครงสร้างวันนี้คำถามใหญ่ของประเทศไทยไม่ใช่เพียงเศรษฐกิจจะโตเท่าไรแต่คือเราจะโตจากอะไรและจะทำอย่างไรให้การเติบโตนั้นเกิดขึ้นจริงกรอ.จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยโดยมีเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจและทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูงภายใน12ปีพร้อมกำหนดให้มีตัวชี้วัดและการติดตามผลทั้งในระยะ6เดือน12เดือนและตลอดวาระรัฐบาล”เขากล่าวว่า จากการรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนหลายเวทีทั้งจากกลุ่มอุตสาหกรรมสภาเอกชนและผู้ประกอบการในภาคส่วนต่างๆซึ่งสะท้อนปัญหาสำคัญตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ขาดโอกาสแต่ติดคอขวดหลายด้านพร้อมกันการทำงานของกรอ.ชุดนี้จะให้ภาคเอกชนมีบทบาทที่เข้มข้นมากขึ้นเพราะภาคเอกชนคือผู้ลงทุนผู้สร้างนวัตกรรมผู้สร้างงานผู้เชื่อมไทยกับตลาดโลกและผู้ทำให้ศักยภาพของประเทศกลายเป็นผลลัพธ์จริงขณะที่ภาครัฐต้องทำหน้าที่ปลดล็อควางโครงสร้างพื้นฐานปรับกติกาและทำให้การทำงานของระบบราชการเร็วขึ้นชัดขึ้นและสนับสนุนการแข่งขันได้มากขึ้นด้วยเหตุนี้กรอ.ชุดใหม่จึงถูกออกแบบให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน4เครื่องยนต์หลักเพื่อให้การแก้ปัญหาไม่แยกส่วนแต่เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครื่องยนต์ที่หนึ่งNew Economy Infrastructure Engineคือ การสร้างฐานเศรษฐกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตเพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายเช่นSmart Electronics, Data Center, AI Infrastructure, Automotiveแห่งอนาคต,พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเป้าหมายไม่ใช่เพียงการเพิ่มตัวเลขการลงทุนแต่ต้องทำให้การลงทุนใหม่ยกระดับเศรษฐกิจไทยทั้งระบบเครื่องยนต์ที่สองTrade Localization Engineคือการเชื่อมเศรษฐกิจไทยกับตลาดโลกพร้อมกระจายโอกาสลงสู่พื้นที่และผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะSMEผ่านการยกระดับการท่องเที่ยวคุณภาพสินค้าและบริการไทยเกษตรและอาหารแห่งอนาคตSoft Powerการค้าการลงทุนและการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่คุณค่าใหม่เครื่องยนต์ที่สามPeople Engineคือการพัฒนาคนไทยให้พร้อมกับเศรษฐกิจยุคใหม่เพราะปัญหาสำคัญของตลาดแรงงานวันนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องการมีงานทำแต่คือทักษะไม่ตรงกับความต้องการของเศรษฐกิจใหม่จึงต้องเร่งยกระดับการศึกษาวิจัยและนวัตกรรมUpskill–ReskillและทักษะAIและดิจิทัลเพื่อให้คนไทยไม่ตกขบวนและมีโอกาสได้งานคุณภาพมากขึ้นเครื่องยนต์ที่สี่Government Engineคือการเปลี่ยนภาครัฐจากคอขวดให้เป็นผู้สนับสนุนการเติบโตผ่านการลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็นยกระดับรัฐบาลดิจิทัลเพิ่มความสะดวกในการประกอบธุรกิจและทำให้การอนุมัติอนุญาตและบริการภาครัฐรวดเร็วโปร่งใสและคาดการณ์ได้มากขึ้น“ถ้าเรามองเศรษฐกิจเหมือนทีมฟุตบอลกองหลังคือเสถียรภาพการคลังและเศรษฐกิจมหภาคกองกลางคือพลังงานน้ำกฎระเบียบเทคโนโลยีและคนส่วนกองหน้าคืออุตสาหกรรมแห่งอนาคตและภาคเอกชนที่จะทำประตูให้ประเทศกรอ.คือเวทีที่ทำให้ทีมเศรษฐกิจไทยเล่นเป็นทีมเดียวกัน”ดร.เอกนิติกล่าวนอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการ4คณะเพื่อขับเคลื่อนงานตาม4เครื่องยนต์เศรษฐกิจโดยแต่ละคณะจะต้องกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์Quick Big Winเป้าหมายตัวชี้วัดและแผนดำเนินงานสำหรับระยะเร่งด่วน(6เดือน)และQuick Winสำหรับระยะกลาง(1ปี)และระยะยาว(4ปี)พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อกรอ.ทุก2เดือนเพื่อให้การทำงานมีจังหวะติดตามผลต่อเนื่องไม่ใช่ประชุมแล้วจบหัวใจของกรอ.ชุดนี้คือการเปลี่ยนข้อเสนอให้เป็นผลลัพธ์ทุกข้อเสนอจะต้องตอบคำถาม3ข้อให้ชัดเจนคือใครเป็นเจ้าภาพจะดำเนินการอย่างไรและจะเห็นผลเมื่อใดเพื่อให้ทุกเรื่องมีเจ้าของมีแผนและมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์สำหรับบทบาทของตนในฐานะรองประธานกรอ.และผู้ขับเคลื่อนด้านการลงทุนใหม่จะมุ่งผลักดันงานที่เป็นคอขวดสำคัญของประเทศได้แก่การเตรียมพลังงานและน้ำรองรับการลงทุนการพัฒนาAI InfrastructureและData Centerการเร่งมาตรการFast Passสำหรับโครงการลงทุนการปลดล็อคกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและการเชื่อมโยงการลงทุนใหม่ให้สร้างประโยชน์ต่อSMEแรงงานและห่วงโซ่อุปทานไทยทั้งนี้กรอ.จะให้ความสำคัญกับ7สาขาเศรษฐกิจแห่งอนาคตได้แก่Smart Electronics, Tourism,Agri Food Processing, Medical Wellness, Retail Trading, Automotiveแห่งอนาคตและCreative Economyซึ่งเป็นสาขาที่ไทยมีศักยภาพและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มการลงทุนงานคุณภาพและโอกาสให้คนไทยได้กว้างขึ้นเป้าหมายของกรอ.ไม่ใช่เพียงทำให้ตัวเลขGDPดีขึ้นแต่คือการทำให้เศรษฐกิจไทยมีเครื่องยนต์ใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมแข่งขันได้กว่าเดิมและสร้างโอกาสได้กว้างกว่าเดิมโดยเฉพาะให้SMEไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่คุณค่าใหม่เป็นsupplierเป็นservice providerเป็นpartnerและได้รับการยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีและผลิตภาพไปพร้อมกับการลงทุนใหม่แนวทางการทำงานของกรอ.ชุดนี้จะสอดคล้องกับหลัก5Tของรัฐบาลได้แก่Target, Transition, Transformation, TransparentและTogetherกำหนดตำแหน่งไทยในเวทีโลกที่ชัดเจนปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้ตรงกับเป้าหมายยกเครื่องปลดล็อคอุปสรรคกฎระเบียบและข้อจำกัดมีOKRเป้าหมายที่วัดได้และการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนพูดง่ายๆคือเราต้องตั้งGPSให้ชัดจับพวงมาลัยให้ตรงปลดเบรกที่ฉุดรั้งและเร่งคันเร่งในเรื่องที่สำคัญที่สุดดร.เอกนิติกล่าวปิดท้ายว่าประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนหน้าต่างโอกาสครั้งสำคัญของเศรษฐกิจโลกวันนี้โลกกำลังจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานใหม่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนฐานการผลิตและพลังงานอาหารดิจิทัลและภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นปัจจัยสำคัญของการลงทุนโอกาสครั้งนี้จะไม่รอเราและจะไม่มาถึงประเทศที่ยังทำงานแบบเดิมกรอ.ชุดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดทีมประเทศไทยโดยรัฐและเอกชนต้องร่วมกันทำให้ไทยไม่ใช่เพียงผู้ตามของโลกใบใหม่แต่ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคและสร้างโอกาสใหม่ให้คนไทยทุกคน

บีโอไออัด 2,500 ลบ. ดันธุรกิจไทยสู่อนาคต สร้างทักษะคนกว่า 6 หมื่นคน
อ่าน

บีโอไออัด 2,500 ลบ. ดันธุรกิจไทยสู่อนาคต สร้างทักษะคนกว่า 6 หมื่นคน

#ทันหุ้น - “เอกนิติ” นั่งหัวโต๊ะประชุมบีโอไอ อนุมัติเงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ล็อตใหญ่ 48 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 2,500 ล้านบาท เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยด้วยเทคโนโลยี  ระบบอัตโนมัติ และการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมทั้งเร่งสปีดมาตรการ Skill Bridge พัฒนากำลังคนทักษะสูงกว่า 66,000 คน เพื่อมุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยพร้อมแข่งขันในเวทีโลกนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีมติอนุมัติ 17 โครงการที่ขอรับการส่งเสริมตาม “มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Business Transformation)” และ 31 โครงการที่ขอรับการส่งเสริมตาม “มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge)” เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งทั้งสองมาตรการนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นเรื่องที่รองนายกฯ เอกนิติ ผลักดันมาโดยตลอดสำหรับ“มาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน(Business Transformation)”ที่ประชุมได้อนุมัติให้การส่งเสริมบริษัทไทยจำนวน17โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม1,033 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมเกษตร การแปรรูปอาหาร เทคโนโลยีชีวภาพ การแพทย์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยโครงการเหล่านี้จะมีการลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น การปรับสายการผลิตให้เป็นSmart Factoryด้วยระบบออโตเมชั่นและหุ่นยนต์ การใช้AIและData Analyticsในการวิเคราะห์กระบวนการผลิตแบบreal-timeเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดของเสียในสายการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงที่ตอบโจทย์ตลาดโลก เช่น บรรจุภัณฑ์ชีวภาพย่อยสลายได้จากวัตถุดิบทางการเกษตร และอุปกรณ์การแพทย์ความแม่นยำสูง ตลอดจนการยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียว ด้วยระบบพลังงานอัจฉริยะและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวในส่วน“มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่(Skill Bridge)”ที่ประชุมได้อนุมัติให้การส่งเสริมบริษัทและสถาบันการศึกษา/ฝึกอบรมจำนวน 31 โครงการ วงเงินสนับสนุนรวม 1,465 ล้านบาทเพื่อพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 49,300 คน เมื่อรวมกับโครงการที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้านี้ ทำให้ปัจจุบันมีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้มาตรการนี้แล้วทั้งสิ้น35โครงการ ซึ่งจะมีการพัฒนาบุคลากรรวม66,500คน โดยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนผ่านการพิจารณาคัดเลือกจาก4ปัจจัยหลัก ได้แก่ มาตรฐานหลักสูตร ความเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ศักยภาพและความพร้อมในการจัดฝึกอบรม โดยการฝึกอบรมจะครอบคลุมทักษะที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น•ดิจิทัล: หลักสูตรด้านเทคโนโลยีAI, Data Analytics, Cloud ComputingและCybersecurity•อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ: หลักสูตรด้านการออกแบบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB Design)และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ•ยานยนต์สมัยใหม่: หลักสูตรด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV)เทคโนโลยีแบตเตอรี่ และระบบการผลิตสมัยใหม่•หุ่นยนต์: หลักสูตรด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ และการผลิตอัจฉริยะ (Smart Manufacturing)•เกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ: หลักสูตรด้านการประยุกต์ใช้AIและIoTในภาคเกษตร เกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture)และเทคโนโลยีชีวภาพ•การแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง: หลักสูตรด้านนวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร และบรรจุภัณฑ์อัจฉริยะ•การแพทย์: หลักสูตรด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมชีวการแพทย์ และการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสุขภาพ•อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ: หลักสูตรด้านการวิเคราะห์วัสดุและนาโนขั้นสูง ระบบควบคุมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และอากาศยานไร้คนขับนอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติโครงการภายใต้ “มาตรการสนับสนุนสตาร์ทอัพศักยภาพสูงที่มีความพร้อมเชิงพาณิชย์” ซึ่งเป็นโครงการของผู้ประกอบการไทยที่นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่เป็น Deep Tech มาต่อยอดสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรม โดยมุ่งวิจัยและพัฒนา “คาร์บอนควอนตัมดอท” (Carbon Quantum Dots: CQDs) ซึ่งเป็นวัสดุนาโนขั้นสูง ที่สามารถเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้กับวัสดุที่นำไปผสม เช่น เสริมความแข็งแกร่ง โดย CQDs ในโครงการจะผลิตจากเศษวัสดุเหลือทิ้งในภาคอุตสาหกรรมและการเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในประเทศ ลดการพึ่งพาวัสดุนำเข้าจากต่างประเทศ และยกระดับผลงานวิจัยของไทยสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน และวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมวัสดุขั้นสูงของประเทศในระยะยาว“สิ่งที่เราทำวันนี้คือ การส่งเสริมการลงทุนในเรื่องที่เป็นอนาคตของประเทศ และการช่วยยกระดับผู้ประกอบการไทย เป็นการตอกย้ำว่าบีโอไอไม่ได้มีบทบาทแค่การดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ แต่ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทุกกลุ่มสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวให้สอดคล้องกับกติกาการค้าใหม่ของโลก ควบคู่กับการเร่งพัฒนากำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งในสาขา AI, เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง, ยานยนต์ไฟฟ้า, หุ่นยนต์,  อุตสาหกรรมชีวภาพ และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ เพื่อให้บุคลากรไทยสามารถเข้าถึงงานที่มีคุณค่าและสามารถสร้างรายได้สูงในอนาคต” นายนฤตม์ กล่าว