TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Billionaire Biker” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
BDMS เพิ่มงบลงทุน WellEra อีก 5.46 พันล้านบาท ดันมูลค่าโครงการแตะ 2.9 หมื่นล้านบาท
#ทันหุ้น #Thailand #ลงทุน #SET #BDMS เพิ่มงบลงทุน WellEra อีก 5.46 พันล้านบาท ดันมูลค่าโครงการแตะ 2.9 หมื่นล้านบาทบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทวาระพิเศษ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 มีมติอนุมัติให้ บริษัท บีดีเอ็มเอส ซิลเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% ปรับเพิ่มงบลงทุนโครงการ BDMS Silver Wellness Residence อีก 5,455 ล้านบาท ส่งผลให้งบลงทุนรวมเพิ่มขึ้นเป็น 29,000 ล้านบาท จากเดิม 23,545 ล้านบาทการเพิ่มงบลงทุนครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากการขยายพื้นที่อาคารของโครงการจากประมาณ 170,000 ตารางเมตร เป็นประมาณ 207,202 ตารางเมตร เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพเชิงพาณิชย์ของโครงการ รวมถึงรองรับทิศทางการเติบโตของธุรกิจด้าน Wellness ของกลุ่ม BDMS ขณะเดียวกันยังได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาดโครงการดังกล่าวตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 13 ไร่ 60.18 ตารางวา บริเวณหัวมุมถนนสารสินและถนนหลังสวน ตรงข้ามสวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน (Mixed-use Development) ที่มุ่งเน้นด้านสุขภาพและคุณภาพชีวิต ภายใต้แนวคิดการผสานธรรมชาติและชุมชนเข้าด้วยกันองค์ประกอบหลักของโครงการประกอบด้วย Wellness Residence, Wellness Clinic, Urban Wellness Retreat และ Premium Lifestyle Mall ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการด้านสุขภาพและการอยู่อาศัยระดับพรีเมียมขนาดใหญ่ของ BDMSบริษัทระบุว่า เมื่อนำงบลงทุนเพิ่มเติมจำนวน 5,455 ล้านบาท มาคำนวณขนาดรายการตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน เทียบกับสินทรัพย์รวมตามงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 จะมีขนาดรายการอยู่ที่ 3.39% และเมื่อนับรวมรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์อื่นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ขนาดรายการรวมอยู่ที่ 9.58% ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ 15% ที่กำหนดให้ต้องเปิดเผยสารสนเทศเพิ่มเติมหรือขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นปัจจุบันโครงการได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และเตรียมเปิดตัวภายใต้ชื่อ “WellEra” ภายใต้แนวคิด “THE DNA OF WORLD WELL-LIVING” โดยอยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2573BDMS ระบุว่าจะทยอยรายงานความคืบหน้าของโครงการให้ผู้ลงทุนรับทราบต่อไป ขณะที่การขยายขนาดโครงการครั้งนี้สะท้อนกลยุทธ์ระยะยาวในการรุกธุรกิจ Wellness ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่บริษัทมองว่าจะมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางแนวโน้มความต้องการด้านการดูแลสุขภาพและการใช้ชีวิตคุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ทันหุ้น • 17 มิ.ย. 69
ดู
Please Charge My Motorbike
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
อ่าน
MGC เผยกำไร Q1/69 ทำนิวไฮ มียอดจองค้าง 2 พันคัน หนุนงบ Q2 โตต่อเนื่อง
#MGC #ทันหุ้น-MGC เดินหน้าสู่รอบการเติบโตครั้งใหม่ (New Growth Cycle) โชว์กำไรไตรมาส 1/69 สร้างสถิติสูงสุดใหม่โดยมีกำไรสุทธิ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 488% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ขณะที่แนวโน้มคาดโตต่อเนื่อง โดยมียอดจองค้าง (Backorder) ของบริษัทฯ อยู่ในระดับสูงกว่า 2,000 คัน พร้อมเตรียมเร่งสปีดการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 และต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลังขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 6,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.6% (YoY) และ EBITDA เติบโต 88.1% (YoY) แตะระดับ 813 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia เต็ม 100% ที่เริ่มสะท้อนเข้ามาอย่างชัดเจน ประกอบกับกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ได้รับแรงหนุนจากความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนน้ำมันในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากรถยนต์สันดาปภายใน สู่รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมมากขึ้นขณะเดียวกัน กระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มแบรนด์ของบริษัทฯ ภายในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังการเปิดตัว XPENG X9 และ BMW iX3 รุ่นใหม่ ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม Premium Intelligent EV อาทิ ZEEKR 009, BMW i5 และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ภายในกลุ่ม ได้รับการตอบรับที่โดดเด่นจากผู้บริโภค และสร้างยอดจองในระดับสูง สะท้อนความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ยอดจองค้าง (Backorder) ของบริษัทฯ อยู่ในระดับสูงกว่า 2,000 คัน พร้อมเตรียมเร่งสปีดการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 และต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลังปี 2569 เป็นอีกปีที่ MGC-ASIA เดินหน้าต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังการวางรากฐานธุรกิจมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบันบริษัทฯ ก้าวสู่การเป็น Premium Mobility Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้ง รถยนต์กลุ่มพรีเมียม ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ บริการทางการเงิน ประกันภัย รถเช่ารถมือสอง บริการหลังการขาย และ Loyalty Ecosystem ซึ่งทุกธุรกิจเริ่มเชื่อมโยงระหว่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มี high margin และ recurring income เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ และการขยายตัวของ New Growth Engine ที่ชัดเจนมากขึ้นMGC-ASIA ยังถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการโมบิลิตี้ อีโคซิสเทม ระดับพรีเมียม (Premium Mobility Ecosystem) ชั้นนำของประเทศไทย ที่มีฐานลูกค้าคุณภาพและกำลังซื้อสูง ซึ่งถือเป็น strategic asset สำคัญในการต่อยอดธุรกิจในระยะยาว โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ ‘MOBILIFE’ แพลตฟอร์ม Loyalty Ecosystem ที่เชื่อมทุกบริการของลูกค้าไว้ในระบบนิเวศเดียว ผ่านการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสินค้าและบริการจากแบรนด์ชั้นนำ ที่บริษัทฯ คัดสรรมาโดยเฉพาะ รวมถึงแลกตั๋วเครื่องบินผ่าน MGC Aviation ได้โดยตรง ซึ่งช่วยสร้างความภักดีของลูกค้า และเพิ่มการใช้บริการภายในระบบนิเวศของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง**โชว์ฟอร์มแกร่ง เติบโตทุกกลุ่มธุรกิจ-Neo Mobility Asia หนุน EV Ecosystem เติบโตต่อเนื่องการรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia เต็ม 100% เริ่มสะท้อนเข้ามาอย่างชัดเจน โดยปัจจุบัน Neo Mobility Asia มีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง XPENG และ ZEEKR อยู่ภายใต้พอร์ตโฟลิโอธุรกิจของบริษัทฯ พร้อมเดินหน้าทยอยส่งมอบรถตาม Backorder จำนวนกว่า 2,000 คัน อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม และสนับสนุนการเติบโตของรายได้และผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป-Alpha X–Howden Maxi เติบโตต่อเนื่องธุรกิจการเงินผ่าน Alpha X เติบโตจากกลุ่ม Wealth Lending ลูกค้าระดับพรีเมียม โดยมีส่วนแบ่งกำไร 11.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,765.3% (YoY) ขณะที่ธุรกิจประกันภัย Howden Maxi เติบโตจากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง-MASTER CAR RENTAL และ SIXT รถเช่า ประเทศไทย รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัวธุรกิจรถเช่ามีรายได้ 489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% (YoY) จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและความต้องการใช้รถจากลูกค้าองค์กร พร้อมเสริมพอร์ตรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้า 100% เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตมากขึ้น-ธุรกิจรถมือสอง หนุน Margin เติบโตธุรกิจรถยนต์มือสองมีรายได้ 273.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% (YoY) โดยยังคงรักษา margin ได้ในระดับที่ดี จากการบริหารรถในสต็อกและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ-Aftersales–MMS สร้างรายได้ประจำแข็งแกร่งธุรกิจบริการหลังการขายมีรายได้ 931 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการในกลุ่ม BMW, MINI, Honda, XPENG, ZEEKR, Rolls-Royce, BMW Motorrad, Harley-Davidson และ MMS ตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Premium Mobility Ecosystem ทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่องทั้งการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ BMW Millennium Auto จังหวัดอุดรธานี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติมจากจังหวัดอุบลราชธานี สะท้อนศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ หลังบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่าย BMW Millennium Auto ที่แข็งแกร่งในโซนภาคใต้ ทั้งภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายศักยภาพการบริการด้านศูนย์ซ่อมสี–ตัวถัง ผ่าน MMS เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์ premium และ EV ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มองว่า ธุรกิจบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี มาตรฐานความปลอดภัย และทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมในปัจจุบันขณะที่การทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ รวมถึงการลงทุนขยายระบบนิเวศและเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มทยอยสะท้อนผ่านการเติบโตของรายได้และคุณภาพกำไรในช่วงครึ่งปีหลังมากขึ้นดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงยอดขายรถยนต์อีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันของระบบนิเวศที่สามารถเชื่อมโยงลูกค้า สร้าง recurring relationship และต่อยอดมูลค่าได้ตลอดวัฏจักรของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ MGC-ASIA ได้วางรากฐานยาวนานเป็นเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการเติบโต ด้วยคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในรูปแบบสงครามราคา และเริ่มสะท้อนผ่านผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น”นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาและเยาวชน ผ่านการจัดการแข่งขัน ‘XPENG Cup International Ice Hockey’ เพื่อส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทย และสร้าง community engagement ภายใต้แบรนด์ premium lifestyle ecosystem ของกลุ่มบริษัทฯ
ทันหุ้น • 12 พ.ค. 69
อ่าน
งานวิ่ง One Bangkok One Pride One Run 2026 วัน แบงค็อก ฉลองทุกความหลากหลาย
วัน แบงค็อก (One Bangkok) จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรุงเทพมหานคร และพันธมิตรต่างๆ เชิญชวนทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ งานวิ่ง "One Bangkok One Pride One Run 2026" ที่ตั้งใจจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองเดือนแห่งความหลากหลาย ด้วยหัวใจหลักที่เชื่อว่า 'ทุกคนคือความภาคภูมิใจ และทุกย่างก้าว คือการแสดงออกถึงตัวตนที่แตกต่างอย่างเท่าเทียม' พร้อมรวมพลังเพื่อสร้างคอมมูนิตี้แห่งสีสันบนพื้นที่สีเขียวผืนใหญ่ใจกลางเมือง ณ วัน แบงค็อก ซึ่งเป็นเสมือนจุดกึ่งกลางที่เชื่อมโยง สวนสาธารณะขนาดใหญ่ 2 แห่งของกรุงเทพฯ ทั้ง สวนลุมพินี และ สวนเบญจกิติ ในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 กับเส้นทางวิ่ง 2 ระยะ 📍 ระยะ 5 กิโลเมตร : สตาร์ทที่ One Bangkok Park จากนั้นวิ่งต่อไปบน เส้นทางรอบสวนลุมพินี และกลับมาสู่เส้นชัยที่ One Bangkok Park 📍 ระยะ 10 กิโลเมตร : สตาร์ทที่ One Bangkok Park วิ่งผ่าน สะพานเขียวที่เชื่อมต่อไปยัง สวนเบญจกิติ และวนกลับมาสู่เส้นชัยที่ One Bangkok Park ผู้สมัครจะได้รับ Race Pack ประกอบด้วยเสื้อวิ่ง กระเป๋า ผ้าซับเหงื่อดีไซน์ลิมิเต็ดเฉพาะงานนี้ รวมทั้งของรางวัลพิเศษมากมายจาก วัน แบงค็อก พบเหล่าซูเปอร์สตาร์ เซเลบริตี้ ที่จะมาร่วมเซอร์ไพรซ์ทุกคน พร้อมอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ทั้งสายสุขภาพและไลฟ์สไตล์ สร้างสีสัน ความตื่นเต้น และแรงบันดาลใจตลอดงาน พร้อมกิจกรรมวอร์มอัพ / คูลดาวน์จากผู้เชี่ยวชาญจาก Jetts Black และหลังจากพิชิตเส้นชัยแล้ว นักวิ่งจะได้สนุกกับ อาฟเตอร์ปาร์ตี้ เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มจากร้านค้าชื่อดัง และดนตรีจาก ดีเจ Rhunrun พร้อมรับ Voucher มูลค่า 200 บาท เพื่อใช้บริการร้านค้าภายใน Parade และ The Storeys นอกจากนั้นยังมีพิธีมอบรางวัลสำหรับผู้ชนะและรางวัลแต่งกายยอดเยี่ยมด้วยคอสตูมที่สะท้อนถึงการแสดงออกในตัวตนที่หลากหลายได้อย่างโดดเด่น เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาร่วมฉลองความหลากหลายกับ One Bangkok One Pride One Run 2026 ในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 ✨ เริ่มต้นลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 04.00 น. ✨ เริ่มวิ่งตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนและสมัครได้แล้ววันนี้ที่ https://race.thai.run/onebangkokoneprideonerun
กรุงเทพมหานคร • 14 พ.ค. 69
อ่าน
BOI ไฟเขียวไทรอัมพ์ 4 พันล้าน ดันไทยฐานผลิตบิ๊กไบค์ระดับโลก
#ทันหุ้น - บีโอไอ อนุมัติ “ไทรอัมพ์” ลงทุนเพิ่มกว่า 4,000 ล้านบาท รับแนวโน้มตลาดบิ๊กไบค์ฟื้นตัว ผลักดันไทยผู้นำฐานผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่สมรรถนะสูง เผยยอดลงทุนรวมอุตสาหกรรมบิ๊กไบค์ มูลค่ากว่า2 หมื่นล้านบาท สร้างไทยเป็นฐานส่งออกไปทั่วโลกนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อขยายกำลังการผลิตรถจักรยานยนต์ Big Bike ขนาดตั้งแต่ 500 ซีซีขึ้นไป รวมถึงการผลิตเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ และชิ้นส่วนแบบครบวงจร เพื่อส่งออกไปยังบริษัทแม่ในประเทศอังกฤษและประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย ร้อยละ 95 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 5 จำหน่ายในประเทศไทย ตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี เงินลงทุนของส่วนขยายครั้งนี้กว่า 4,000 ล้านบาท บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (Triumph Motorcycles) ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงสัญชาติอังกฤษที่มีประวัติยาวนานกว่า 120 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบทางวิศวกรรม และการผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ (Big Bike) ซึ่งถือเป็นตลาดยานยนต์ระดับพรีเมียม ที่กำลังขยายตัวอย่างมากในตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึงการใช้งานเพื่อการท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต บริษัท ไทรอัมพ์ ได้เข้ามาจัดตั้งฐานการผลิตและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา รวมทั้งสิ้น 4 โครงการ เงินลงทุนสะสมกว่า 13,000 ล้านบาท ปัจจุบันจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 2,000 คน และจะเพิ่มการจ้างงานตามโครงการใหม่นี้อีกกว่า 1,000 คน และมียอดส่งออกจากประเทศไทยกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักของไทรอัมพ์ในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลกการลงทุนของ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ มีบทบาทสำคัญในการยกระดับซัพพลายเชนในประเทศไทย โดยมีการจัดหาชิ้นส่วนและชุดประกอบหลักของรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงจากผู้ประกอบการไทย ครอบคลุมทั้งระบบส่งกำลัง ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ระบบระบายความร้อน ระบบโครงสร้างและความปลอดภัย อาทิ ชุดเกียร์ กล่องควบคุมเครื่องยนต์อิเล็กทรอนิกส์ ชุดหม้อน้ำพร้อมพัดลมระบายความร้อน และชุดจานเบรก ซึ่งช่วยเพิ่มบทบาทของผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงระดับโลก“การขยายการลงทุนครั้งใหญ่ของไทรอัมพ์ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ผลิตระดับโลกต่อศักยภาพของประเทศไทย ในฐานะฐานการผลิตรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงของภูมิภาค บีโอไอพร้อมสนับสนุนการลงทุนที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานไทย และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์คุณภาพสูงระดับโลก” นายนฤตม์ กล่าวทั้งนี้ บีโอไอได้ให้การส่งเสริมกิจการผลิตรถจักรยานยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบตั้งแต่ 250 ซีซีขึ้นไปแก่ผู้ประกอบการรวม 5 บริษัท ครอบคลุมผู้ผลิตระดับโลกทั้งจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ได้แก่ Triumph, Ducati, Harley-Davidson, Kawasaki และ Yamaha มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์สมรรถนะสูงที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และมีการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศอย่างต่อเนื่อง
ทันหุ้น • 23 มี.ค. 69
อ่าน
Binance มั่นใจปี 2026 คริปโทคือหัวใจใหม่ของการเงินโลก
#Binance #ทันหุ้น - Binance Research นำเสนอรายงานการติดตามและวิเคราะห์ตลาดคริปโต FULL-YEAR 2025 THEMES FOR 2026 โดยระบุว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ตลาดเข้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนจากแรงขับเคลื่อนของนโยบายการเงินและการคลัง โลกการเงินดิจิทัลกำลังออกจากภาวะ “Data Fog” ข้อมูลเศรษฐกิจและตลาด “ขุ่นมัว มองไม่ชัด” คือสภาวะที่ข้อมูลข่าวสารในตลาดคริปโตมีจำนวนมหาศาลและซับซ้อนเกินกว่าที่นักลงทุนทั่วไปจะประมวลผลได้ทันจากหลากหลายสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือผิดพลาดได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดปี 2025 และเข้าสู่ภาวะ "Risk Reboot" ล้างกระดานความเสี่ยงใหม่หรือการเริ่มต้นใหม่ของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเต็มรูปแบบ รายงานชี้ให้เห็นว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่การเก็งกำไรโดยนักลงทุนรายย่อยถูกแทนที่ด้วยกระแสเงินทุนมหาศาลจากสถาบันการเงินและระดับรัฐบาล (Sovereign-scale Liquidity)ทิศทางตลาดในปีนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย Policy Triumvirate ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยขับเคลื่อนทางมหภาค 3 คือการผ่อนคลายนโยบายการเงินทั่วโลก, มาตรการกระตุ้นทางการคลัง และการผ่อนปรนกฎระเบียบ ที่เมื่อเกิดขึ้นพร้อมกันจะช่วยกระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Appetite) และเป็นแรงส่งมหาศาลให้ตลาดคริปโต ดังนี้:นโยบายมหภาค: เมื่อสภาพคล่องทั่วโลกกลับมาประสานกัน หัวใจสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดคริปโตในปี 2026 คือการที่เงินทุนทั่วโลกจะเปลี่ยนจาก การรอเลือกเหรียญพื้นฐานดีแต่ราคายังถูก (Potential Energy - สะสม) มาเป็นเหรียญที่ราคากำลังวิ่ง โมเมนตัมมาเต็ม (Kinetic Energy - วิ่ง) ผ่านกลไกหลักดังนี้การผ่อนคลายนโยบายการเงิน (Monetary Easing): ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่ระดับ Neutral Rate ที่ประมาณ 3% พร้อมกลับมาขยายงบดุล (Balance Sheet) ซึ่งคาดว่าจะฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบราว 5-6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ประจวบเหมาะกับการผ่อนคลายเชิงนโยบายจากธนาคารกลางจีน (PBoC) และยุโรป (ECB)มาตรการกระตุ้นการคลัง (Fiscal Stimulus): การเริ่มใช้กฎหมาย OBBBA ในสหรัฐฯ จะส่งคืนเงินภาษีให้ภาคครัวเรือนกว่า 1-1.5 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2026 ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้ว เม็ดเงินไหลตรงสู่ครัวเรือนเช่นนี้มักไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงได้เร็วกว่าสภาพคล่องจากธนาคารกลางการผ่อนปรนกฎระเบียบ (Deregulation): รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดข้อจำกัดด้านเงินทุนใน Wall Street ซึ่งจะช่วยปลุก "จิตวิญญาณแห่งสัตว์ป่า" (Animal Spirits) ให้กิจกรรมการควบรวมกิจการ (MA) และการขายหุ้น IPO กลับมาคึกคักอีกครั้งBitcoin: จากเครือข่ายธุรกรรมสู่ "สินทรัพย์สำรองเชิงกลยุทธ์" ในปี 2026 บทบาทของ Bitcoin (BTC) จะชัดเจนยิ่งขึ้นในฐานะสินทรัพย์ทางการเงินระดับมหภาคมากกว่าเป็นเพียงเครือข่ายการชำระเงินการจัดตั้งกองทุนสำรอง BTC ของรัฐ (Strategic BTC Reserve): เป้าหมายหลักของวาระทางการเมืองในปีนี้คือการผลักดันกฎหมายเพื่อรับรองการมีอยู่ของกองทุนสำรอง Bitcoin ของสหรัฐฯ โดยเปลี่ยนจากการถือครองเฉพาะสินทรัพย์ที่ยึดมาได้ เป็นการเข้าซื้อโดยตรงจากตลาดด้วยงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งมีประเทศอย่างบราซิล ปากีสถาน และรัสเซียที่กำลังพิจารณาแนวทางเดียวกันคาดการณ์ราคาตามสัดส่วน M2 (คือตัวชี้วัด "ปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ" ที่กว้างที่สุดตัวหนึ่ง ถ้า M2 เพิ่ม = เงินทุนล้นระบบ = คริปโตมีโอกาสขึ้น ในขณะเดียวกันถ้า M2 ลด = เงินตึงตัว = คริปโตมีโอกาสลง ซึ่งนักลงทุนคริปโตใช้เป็น "มาตรวัดระดับ" ในการตัดสินใจ) : ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ BTC คิดเป็นประมาณ 2% ของปริมาณเงิน M2 ในกลุ่มประเทศ G4 หากแนวโน้มการเติบโตในทศวรรษที่ผ่านมายังดำเนินต่อไป สัดส่วนนี้อาจแตะ 3% ภายในปี 2028 ซึ่งหมายถึงราคาฐานของ Bitcoin ที่อาจเข้าใกล้ระดับ 160,000 ดอลลาร์สหรัฐฯโลกการเงินยุคใหม่: PayFi คือการนำเอา Decentralized Finance (DeFi) มาผสมผสานกับการชำระเงินในชีวิตจริง และ Agentic Commerce คือการที่ AI Agents (บอทอัจฉริยะ) เป็นผู้ทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจแทนมนุษย์ โดยมีคริปโตเป็นสกุลเงินหลักที่ AI ใช้สื่อสารและจ่ายเงินระหว่างกัน อุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่ "การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยแอปพลิเคชัน"การชำระเงินผ่าน AI (Agentic Payments): นวัตกรรมที่จับต้องได้ที่สุดคือการที่ "AI Agent" สามารถทำธุรกรรมได้เองผ่านมาตรฐาน x402 (Payment Required) ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อการชำระเงินเข้ากับโปรโตคอล HTTP โดยตรง ในปีที่ผ่านมาพบว่ากว่า 90% ของปริมาณเงินในระบบการชำระเงินรูปแบบใหม่นี้ถูกขับเคลื่อนโดยบอท AIIntelligent Finance: ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า ปริมาณการซื้อขายบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) ที่มาจาก AI Agent คาดว่าจะแซงหน้าปริมาณการซื้อขายจากมนุษย์การชำระเงินและ Stablecoins: กระดูกสันหลังใหม่ของการเงินโลก Stablecoin และการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปโทเคน (Tokenization) คือ "หุ้นบลูชิพ" ของรอบวัฏจักรนี้Stablecoin เข้าสู่กระแสหลัก: ด้วยมูลค่าตลาดที่ทะลุ 3 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 และปริมาณธุรกรรมต่อวันที่สูงถึง 3.54 ล้านล้านดอลลาร์ (แซงหน้า Visa ไปแล้ว) ภายในปี 2030 คาดว่ามูลค่าตลาด Stablecoin จะพุ่งแตะ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์Tokenization ในกระบวนการทำงาน: ในปี 2026 การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนจะขยายตัวจากแค่การ "เพิ่มอุปทาน" ไปสู่การใช้ใน "กระบวนการทำงานจริง" (Workflow Utility) โดยเฉพาะหุ้นและพันธบัตรที่แปลงเป็นโทเคนจะถูกนำมาใช้เป็นหลักประกัน (Collateral) และการชำระดุลข้ามระบบได้อย่างไร้รอยต่อบทสรุป: รากฐานที่แข็งแกร่งสู่ปี 2026ภูมิทัศน์ในปี 2026 คือการ "การล้างไพ่" (Purification) ไม่ว่าจะเป็นเหรียญขยะ หรือ ล้างประวัติเหรียญ ยุคของการเก็งกำไรที่ไร้ทิศทางจบลงแล้ว และถูกแทนที่ด้วยโมเดลธุรกิจที่สร้างรายได้จริง โดยโปรโตคอล DeFi ชั้นนำสามารถสร้างรายได้รวมกันกว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบชั้นได้กับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง BNY Mellon หรือ BlackRockความท้าทายหลักของปี 2026 ไม่ใช่แค่การกระจายอำนาจ (Decentralization) แต่คือการวิศวกรรม "ความไว้วางใจที่ตรวจสอบได้" (Verifiable Trust) เพื่อให้ผู้บริโภคและสถาบันทั่วโลกก้าวเข้าสู่โลกคริปโตได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย
ทันหุ้น • 6 มี.ค. 69
ดู
Moto GP
26 ก.พ. 68
อ่าน
นิยามใหม่การแต่งกาย!! PUMA เปิดตัวคอลเล็กชัน Race Ahead
PUMA เปิดตัวคอลเล็กชัน Race Ahead กับนิยามใหม่ของการแต่งกายรับปีใหม่ด้วยสไตล์ที่เต็มไปด้วยพลังและการเคลื่อนไหว PUMA เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการเปิดตัวคอลเล็กชัน Race Ahead ซึ่งเป็นการตีความใหม่ของสไตล์สปอร์ตลักซ์ในมุมมองร่วมสมัย ที่ได้แรงบันดาลใจจากปีมะเมียและอะดรีนาลีนของวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ต อัดแน่นด้วยพลังแห่งการเคลื่อนไหว คอลเล็กชันนี้นำอิทธิพลจากโลกแห่งการแข่งขันมาตีความใหม่เป็นซิลูเอตร่วมสมัยที่ดูทันสมัย ที่ออกแบบมาเพื่อการเริ่มต้นปีใหม่อย่างโดดเด่นและทรงพลัง คอลเล็กชันนี้เฉลิมฉลองทั้งความหลากหลายในการสวมใส่และสไตล์ ด้วยการนำเสนอ 2 ลุคที่แตกต่างกันจาก PUMA ได้แก่ Sporty Active: เสื้อเจอร์ซีย์เนื้อผ้าเบา ที่โดดเด่นด้วยดีเทลแรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต ถ่ายทอดทัศนคติที่เฉียบคมและมั่นใจ เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดวัน Casual Everyday: ไอเทมที่สวมใส่ง่ายในชีวิตประจำวัน ถูกยกระดับด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกของการแข่งขัน ถ่ายทอดความสบายในทุกวัน พร้อมกลิ่นอายความเท่และมีสไตล์ ด้วยการผสานโทนสีกลางที่เรียบๆ เข้ากับรายละเอียดงานออกแบบที่สะดุดตา คอลเล็กชัน Race Ahead จึงช่วยยกระดับการแต่งกายในชีวิตประจำวันให้มีความหรูหราแบบสปอร์ตลักซ์ ตั้งแต่แจ็คเก็ตสไตล์เรซเซอร์ที่ดูปราดเปรียว ไปจนถึงเสื้อผ้าที่สวมใส่ได้หลากหลายและเสื้อเจอร์ซีย์บางเบา ทุกชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับตู้เสื้อผ้าใหม่ที่สดใหม่สำหรับปีที่กำลังจะมาถึง คอลเล็กชัน Race Ahead วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ PUMA.com, ร้าน PUMA flagship store และร้านค้าที่ร่วมรายการ ติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ใหม่ กิจกรรม และโปรโมชันต่างๆ ของ PUMA ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://th.puma.com เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/PUMAThailandOfficial และอินสตาแกรม: www.instagram.com/pumathailand
ไลฟ์สไตล์ • 22 ม.ค. 69
อ่าน
SIRI ประกาศแผนปี69 โกยยอดขาย4.8หมื่นล.
#SIRI #ทันหุ้น – SIRI ชูแผนงานปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายแตะ 4.8 หมื่นล้านบาท และยอดโอน 3.9 หมื่นล้านบาท พร้อมลุยเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 5.1 หมื่นล้านบาท เน้นสัดส่วนกลุ่ม Premium และ Medium กว่า 80% เจาะกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า จากผลประกอบการปี 2568 ที่ผ่านมา ด้วยยอดขายทะลุ 51,000 ล้านบาท ยอดโอน 36,700 ล้านบาท Sold Out รวม 29 โครงการ มูลค่า 28,800 ล้านบาท และครองแชมป์กำไรสูงสุดเมื่อเทียบกับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในอุตสาหกรรม อยู่ที่ 3,029 ล้านบาท (งวด 9 เดือน สิ้นสุด 30 กันยายน 68) รวมถึงการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และมี Dividend Yield ในระดับสูง (ราว 10%), มีสินทรัพย์สูงถึง 148,426 ล้านบาท ช่วยสร้างความมั่นคงทางรายได้ เพิ่มความสามารถในการรับมือความผันผวน และรองรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท นอกจากนี้แสนสิริยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนในการออกหุ้นกู้ (ส่วนใหญ่จะ over subscribe)** ประกาศแผนธุรกิจ พร้อมประกาศแผนธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมั่นคง ตั้งเป้ายอดขาย 48,000 ล้านบาท และยอดโอน 39,000 ล้านบาท ผ่านการเปิดตัว 33 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยเน้นสัดส่วนกลุ่ม Premium และ Medium ถึง 80% เพื่อเจาะกลุ่มกำลังซื้อคุณภาพ (โครงการที่จะเปิดขายในปีนี้มีที่ดินครบหมดแล้ว) ในส่วนของธุรกิจแนวราบ (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม) เปิด 17 โครงการใหม่ มูลค่า 25,000 ล้านบาท ปรับกลยุทธ์ ส่งดีไซน์ใหม่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ (นาราสิริ เศรษฐสิริ บุราสิริ อณาสิริ) และบ้านที่ตอบโจทย์กลุ่ม DINK (Double Income, No Kids) และ Silver (ผู้สูงอายุหรือวางแผนเพื่อเกษียณ), พร้อมมุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้วย Sansiri Community แห่งใหม่ ที่คำนึงถึง Health and Wellness บนทำเลกรุงเทพกรีฑา ด้วยพื้นที่กว่า 142 ไร่ และเปิดตัวโครงการใหม่ในภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมไฮไลต์ ด้วยการเปิดพรีเซลนาราสิริ บรมราชชนนี และ นาราสิริ วิคตัวร์ กรุงเทพกรีฑา ในเดือนมีนาคมนี้ ในขณะที่แนวสูง (คอนโดมิเนียม) ฟื้นตัวต่อเนื่อง รุกหนัก 16 โครงการใหม่ มูลค่า 26,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งโครงการพัฒนาใหม่และโครงการพร้อมอยู่ รวมถึงเปิดตัวแบรนด์ใหม่ LOVE by Sansiri ประเดิมทำเลแรกเจริญนครร่วมกับมิตซุย ฟุโดซัง เอเชีย ดีเวลลอปเมนท์ (ไทยแลนด์) มูลค่าโครงการกว่า 6,300 ล้านบาท พร้อมเดินหน้า Strategic Location ในภูเก็ตด้วยโครงการใหม่บนทำเลศักยภาพหาดสุรินทร์ และการกลับมาของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง XT และ THE MONUMENT** เซ็กเมนต์ลักซ์ชัวรี่แกร่ง นอกจากนี้ ยังตอกย้ำความแข็งแกร่งในเซ็กเมนต์ลักซ์ชัวรี ด้วยโครงการพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ VIA ถึง 3 ทำเล และเดินหน้ายกระดับมาตรฐานที่อยู่อาศัยผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Pets-Welcome ที่จะเพิ่มพอร์ตเป็น 20 โครงการเพื่อตอบโจทย์คนรักสัตว์ และ Pet Parent, Well-being ที่เน้นสุขภาพกายและใจ และมุ่งสร้างวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่ยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Affordable ไปจนถึง Premium ทั่วประเทศ โดยในปี 2569 นี้แสนสิริพร้อมรับมือเศรษฐกิจผันผวนด้วยรากฐานมั่นคงด้วย 4 กลยุทธ์หลัก คือ 1. รุกตลาดระดับกลางถึงบน (Medium to Premium) ปีนี้ยังคงเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ในนี้ในสัดส่วนที่สูงถึง 80% โดยจะเลือกเปิดในทำเลที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของผู้บริโภค2. ตอกย้ำความเป็นแบรนด์อันดับ 1 เพื่อขยายส่วนแบ่งการตลาด3. ปั้น New S-Curve เร่งขยายฐานรายได้ใหม่ผ่านธุรกิจที่หลากหลาย โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจใหม่จาก 15% เป็น 25% ภายใน 5 ปี4. ขยายการร่วมทุน (Joint Venture) เสริมความแกร่งโครงสร้างทางการเงิน เดินหน้ากลยุทธ์การร่วมทุนกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ รองรับทุกโอกาสการเติบโตในอนาคตปัจจุบันแสนสิริมี Backlog แข็งแกร่งกว่า 19,700 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้ทันทีกว่า 10,000 ล้านบาท เสริมทัพด้วย 10 คอนโดสร้างเสร็จใหม่ (Ready to Move) มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท ซึ่งมีสต๊อกพร้อมขายอีก 14,000 ล้านบาท รวมถึงการรุกโครงการใหม่รูปแบบ RTM ในปีนี้ จะเป็นตัวเร่งการรับรู้รายได้ทันทีหลังการโอน มั่นใจผลักดันผลประกอบการทะลุเป้าหมาย พร้อมรักษาการเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
ทันหุ้น • 21 ม.ค. 69
อ่าน
"Elon Musk" เผยความลับ Soft Power ไทย โผล่ในบ้านมหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของโลก
ในนาทีนี้ ชื่อของ "Elon Musk" ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง แต่คือไอคอนแห่งการปฏิวัติโลก ล่าสุดปี 2026 เขายังคงทุบสถิติครองตำแหน่ง "มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก" ด้วยทรัพย์สินสูงถึง 7.22 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 26 ล้านล้านบาท) ซึ่งทิ้งห่างคู่แข่งเกือบ 3 เท่าตัว แต่สิ่งที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกออนไลน์ คือการพบว่าภายในพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว Musk กลับมีกลิ่นอายของ "รื่นรมย์ (REUNROM)" แบรนด์เครื่องหอมสัญชาติไทยวางอยู่อย่างโดดเด่น! กว่าจะก้าวมาถึงจุดที่รวยที่สุดในประวัติศาสตร์ "Elon Musk" เริ่มต้นจากการเป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะชาวแอฟริกาใต้ที่หลงใหลในคอมพิวเตอร์ เขาผ่านการสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนโลกมามากมาย : จุดเริ่มต้นจากความต่าง : เด็กหนุ่มจากแอฟริกาใต้ผู้หลงใหลในคอมพิวเตอร์และสารานุกรม เขาเคยถูกกลั่นแกล้ง (Bully) อย่างหนักในวัยเด็กจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับหล่อหลอมให้เขาแกร่งขึ้น เขาหัดเขียนโปรแกรมเองตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และขายเกมแรกได้ตั้งแต่อายุ 12 Zip2 PayPal (ผู้บุกเบิกโลกดิจิทัล) : เขาเริ่มสร้างตัวใน Silicon Valley ด้วยการนอนค้างในออฟฟิศเพื่อเขียนโค้ดทำ Zip2 ก่อนจะต่อยอดสู่ X.com ที่กลายเป็น PayPal ระบบชำระเงินที่เปลี่ยนโลกการเงินไปตลอดกาล SpaceX (เดิมพันด้วยชีวิต) : ในวันที่จรวดระเบิดติดต่อกัน 3 ครั้งแรก Musk เกือบจะหมดตัว แต่เขาเดิมพันครั้งสุดท้ายจนสำเร็จ ทำให้ SpaceX กลายเป็นบริษัทเอกชนรายแรกที่ส่งมนุษย์ไปอวกาศ และตั้งเป้าที่จะพิชิต "ดาวอังคาร" ให้ได้ภายในทศวรรษนี้ Tesla (ปฏิวัติพลังงานสะอาด) : เขาพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า "รถยนต์ไฟฟ้า" ไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝัน แต่คือเทรนด์หลักของโลก จนทำให้ Tesla กลายเป็นบริษัทรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในปัจจุบันอัปเดตตัวเลขความมั่งคั่งรับปี 2026: ล่าสุด Elon Musk ยังคงครองแชมป์มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก โดยมีทรัพย์สินพุ่งทะยานสู่ 7.22 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 26 ล้านล้านบาท) ซึ่งทิ้งห่างอันดับ 2 อย่างไม่เห็นฝุ่นเกือบ 3 เท่าตัว กลายเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อทั้งเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ระดับ Global Soft Power ไทยฟุ้งกระจาย! เมื่อ "รื่นรมย์" ปักหมุดในบ้าน Musk ท่ามกลางความมั่งคั่งระดับล้านล้านบาท สิ่งที่กลายเป็นไวรัลคือภาพความอบอุ่นในบ้านของ Maye Musk คุณแม่ของ Elon และนางแบบระดับโลก เอกลักษณ์แห่งกลิ่น : รื่นรมย์โดดเด่นด้วยการนำแรงบันดาลใจจากสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทยมาปรุงเป็นกลิ่นหอม เช่น กลิ่นราชบุรี หรือกลิ่นหรูหราอย่างกลิ่นสุขุมวิท ดีไซน์เหนือระดับ : ในภาพปรากฏ Room Diffuser (ก้านหอมปรับอากาศ) และ Moon Perfume น้ำหอมที่ฉีดลงบนเซรามิกกระจายกลิ่น ซึ่งมีดีไซน์เรียบหรูสไตล์ Minimal ร่วมสมัย ระดับสากล : การที่ของขวัญชิ้นนี้ถูกส่งมอบถึงมือ Maye Musk และถูกจัดวางในมุมโปรด เป็นเครื่องยืนยันว่าสินค้าไทยมีคุณภาพและดีไซน์ที่ "ถึง" จนคนระดับโลกเลือกใช้ ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม mayemusk
ข่าวประชาสัมพันธ์ • 20 ม.ค. 69
อ่าน
พ่อพระเอกปังมาก!! “แบงค์ ศรราม” ควงคุณแม่รับรถคันใหม่ อย่างเริ่ด อย่างโซ๊ะ สมมงตัวท็อป!!
พ่อพระเอกปังมาก!! แบงค์ ศรราม ควงคุณแม่รับรถคันใหม่ อย่างเริ่ด อย่างโซ๊ะ สมมงตัวท็อป!! เป็นเป๊ะเป็นปังตามประสาตัวท็อปสุดๆ เพราะล่าสุดพ่อพระเอกลิเกซุปตาร์ขวัญใจแม่ยกอย่าง แบงค์ ศรราม ได้ถือฤกษ์งามยามดี 16 มกราคม 2569 ถอยรถคันใหม่ป้ายแดงที่เจ้าตัวแสนจะถูกใจ พร้อมควงแขน แม่ดวงแก้ว ไปรับรถด้วยกัน บอกเลยว่าบรรยากาศน่าอบอุ่นสุดๆ ซึ่งครั้งนี้ แบงค์ ได้โพสต์ภาพจับมือคุณแม่หน้ารถตู้คันหรูพร้อมแคปชั่น ยินดีต้อนรับลูกชาย Billionaire งานนี้สาวกชาวด้อมเด็กวัดเสียงหวานพร้อมใจกันซูมเลขทะเบียนเลยทีเดียว ไหนๆ ก็ใกล้วันหวยออก บอกเลยคันนี้ต้องมาพร้อมกับความปัง เพราะศรรามเค้าตัวตึงเรื่องเสี่ยงดวงอยู่แล้ว นอกจากนี้เจ้าตัวและคุณแม่ก็ยังได้ขึ้นไปไหว้รถพร้อมขับเอาฤกษ์เอาชัยอีกด้วย ซึ่งครั้งนี้ แบงค์ เลือก XPENG X9 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะที่มาพร้อมความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส เหมาะกับพระศรแบบสุดๆ ดาราเดลี่ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วย ขอให้น้อง Billionaire ขนเงิน ขนทอง ขนแม่ยกกลับบ้านกลับด้อมเยอะๆ เลยนะคะ ปังๆเลยน๊าศรรามมมม
ดาราเดลี่บันเทิง • 16 ม.ค. 69
อ่าน
ส่องรายได้นักแข่ง Formula 1 ปี 2026 ใครรับค่าเหนื่อยสูงสุดในกริด
ก่อนเข้าสู่ Pre Season Test มาอัพเดทค่าตัวนักแข่ง F1 2026 ทุกทีม สัญญาใหม่ในปี 2026 นี้ เงินเดือนนักแข่ง F1 ค่าตัวนักขับคนใดสูงสุดในปีนี้ อเล็กซ์ อัลบอน ได้รับค่าเหนื่อยเท่าไหร่ TrueID Sport จัดมาให้แล้วพร้อมแปลงเป็นค่าเงินไทย *ข้อมูลและการแปลงค่าเงินบาท ณ.วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569 *ค่าตัวพื้นฐานโดยประมาณการ ณ.ปัจจุบันยังไม่รวมโบนัสและรายได้อื่นๆ Shutterstock / Jay Hirano ส่องรายได้นักแข่ง Formula 1 ปี 2026 ใครรับค่าเหนื่อยสูงสุดในกริด ทีม McLaren Lando Norris: $20,000,000 628,000,000 บาท Oscar Piastri: $20,000,000 628,000,000 บาท ทีม Red Bull Racing Max Verstappen: $65,000,000 2,041,000,000 บาท Isack Hadjar: $1,000,000 31,400,000 บาท ทีม Ferrari Lewis Hamilton: $60,000,000 1,884,000,000 บาท Charles Leclerc: $34,000,000 1,067,600,000 บาท ทีม Mercedes George Russell: $40,000,000 1,256,000,000 บาท Kimi Antonelli: $2,000,000 62,800,000 บาท ทีม Williams Carlos Sainz: $10,000,000 314,000,000 บาท Alex Albon: $8,000,000 251,200,000 บาท ทีม Aston Martin Fernando Alonso: $20,000,000 628,000,000 บาท Lance Stroll: $3,000,000 94,200,000 บาท ทีม Audi (Sauber) Nico Hlkenberg: $7,000,000 219,800,000 บาท Gabriel Bortoleto: $2,000,000 62,800,000 บาท ทีม Racing Bulls Liam Lawson: $1,000,000 31,400,000 บาท Arvid Lindblad: $1,000,000 31,400,000 บาท ทีม Haas Esteban Ocon: $7,000,000 219,800,000 บาท Oliver Bearman: $1,000,000 31,400,000 บาท ทีม Alpine Pierre Gasly: $10,000,000 314,000,000 บาท Franco Colapinto: $1,500,000 47,100,000 บาท ทีม Cadillac Sergio Prez: $10,000,000 314,000,000 บาท Valtteri Bottas: $10,000,000 314,000,000 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ สนามแข่ง Formula 1 มีกี่สนามอยู่ประเทศอะไร ระยะทางเท่าไหร่ มีโค้งกี่จุด แรง G คืออะไร ทำไมสำคัญกับการแข่ง F1 นักขับต้องฝึกฝนร่างกายอย่างไร
กีฬาอื่นๆ TrueID • 13 ม.ค. 69
อ่าน
EASTสินเชื่อใหม่โต30% เน้นขยายฐานเมืองกทม.
#EAST #ทันหุ้น – EAST แนวโน้มผลงานไตรมาส 4/2568 คาดเติบโตต่อเนื่อง QoQ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเข้ามาถือหุ้นของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ทำให้มีต้นทุนเงินที่ต่ำและมีฐานเงินที่ใหญ่ขึ้น โดยคาดหวังว่าสินเชื่อใหม่ปีนี้ เพิ่มขึ้น 30% ปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งหมดประมาณ 7,000 ล้านบาท และคุม NPL ไว้ที่ระดับ 5% พร้อมวางกลยุทธ์การเติบโตผ่านช่องทางออนไลน์ ย้ำเน้นขยายตลาดตัวเมืองกรุงเทพฯนายดนุชา วีระพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ EAST ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง และสินเชื่อให้เงินกู้แก่ผู้ประกอบการซื้อรถยนต์ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มไตรมาส 4/2568 คาดจะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2568 ที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 24.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 233.98% YoY มีรายได้รวม 202.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.42% YoY โดยมีสาเหตุการเติบโตมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานของทุนที่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 และมีภาพลักษณ์องค์กรที่ดีขึ้นจากการมีผู้ถือหุ้นใหญ่เข้ามาถือหุ้น อย่าง Itochu Corporation กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นทั้งนี้การเติบโตของกำไรส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มทุนของผู้ถือหุ้นใหม่ ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนการเงินที่ต่ำและมีฐานเงินที่ใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถปล่อยสินเชื่อได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งการขยายสินเชื่อในไตรมาส 4/2568 และปีหน้าขึ้นอยู่กับภาวะการปล่อยสินเชื่อและยอดขายรถยนต์@หวังสินเชื่อใหม่โต 30%โดยบริษัทมองว่าโอกาสที่จะกระทบจากปัจจัยภายนอกจะน้อยกว่ารายอื่น เพราะจะปล่อยสินเชื่อเฉพาะลูกค้ารถญี่ปุ่นที่อยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นคนที่มีเงินเดือนประจำเป็นส่วนใหญ่ โดยสินเชื่อของบริษัทประกอบด้วยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง 50% ตัวอย่างเช่น Toyota, Honda, Nissan นอกจากนี้บริษัทไม่โฟกัสปล่อยรถจีนหรือรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากรถยนต์มือสองยังตีมูลค่าไม่ได้ในตลาด ส่วนที่เหลืออีก 50% จะเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (Big Bike) ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายว่า สินเชื่อใหม่ (New Loan) ในปี 2568 จะเติบโตขึ้น 30% จากปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตสินเชื่อรวมทั้งหมดประมาณ 7,000 ล้านบาท@คุม NPL ที่ 5%อีกทั้งบริษัทมีความระมัดระวังเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ซึ่งปัจจุบันมี NPL อยู่ที่ระดับ 5% อยู่ในจุดที่ควบคุมได้ ไม่ได้มากหรือน้อยจนเกินไป เพราะถ้าน้อยเกินไปจะถือว่า conservative เกินไป เนื่องจากสถานการณ์ตลาดรถยนต์ปัจจุบันทำให้การเปิดสินเชื่อไม่ใช่เรื่องง่าย โดยภาพรวมของตลาดรถมือสองเริ่มฟื้นตัว ตลาดได้ผ่านปัจจัยเรื่องราคาที่ปรับตัวลงมาแล้ว ส่วนยอดขายรถใหม่ราคาค่อนข้างนิ่ง อย่างไรก็ดีกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทในอนาคตคือการโฟกัสลูกค้ากลุ่มกลางถึงระดับบน โดยเน้นปล่อยสินเชื่อผ่านทางออนไลน์ ซึ่งบริษัทเริ่มขยายช่องทางออนไลน์มากขึ้นกว่าหน้าร้าน ปัจจุบันสัดส่วนออนไลน์อยู่ที่ประมาณ 20% และกำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าทุกวันนี้มีการซื้อขายรถยนต์ออนไลน์ค่อนข้างเยอะ ขณะที่คนไปเดินดูรถในหน้าร้านน้อยลง แต่ทั้งนี้บริษัทยังคงยืนยันที่จะทำสินเชื่อในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เป็นหลัก โดยจะควบคุมสินเชื่อได้ง่ายกว่าการทำสินเชื่อต่างจังหวัดที่มีปัจจัยเสี่ยงรวมถึงเรื่องภัยพิบัติ โดยเฉพาะอุทกภัย
ทันหุ้น • 19 พ.ย. 68
อ่าน
"จางวอนยอง" ซื้อวิลล่าหรู มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ด้วยเงินสดทั้งหมด
สวยและรวยมาก! มีรายงานว่านักร้องสาว จางวอนยอง สมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง IVE ได้ทุ่มเงินก้อนโตซื้อบ้านหรูในย่านเศรษฐีของกรุงโซลด้วยเงินสดล้วน ๆเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน สื่อเกาหลีรายงานโดยอ้างข้อมูลจากวงการอสังหาริมทรัพย์และเอกสารจากสำนักงานจดทะเบียนศาลฎีกา ว่า อนยองได้ซื้อ วิลล่าหรู “Lucid House” ตั้งอยู่ในย่าน UN Village เขตฮันนัมดง กรุงโซล ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยสุดหรูของคนดังและนักธุรกิจชั้นนำ โดยเธอซื้อยูนิตขนาดพื้นที่ใช้สอยราว 244 ตารางเมตร ในราคา 13.7 พันล้านวอน(ประมาณ 370–380 ล้านบาทไทย) รายงานระบุว่า ในเอกสารการจดทะเบียนทรัพย์สิน ไม่มีการจำนองหรือการกู้ยืมใด ๆ จึงคาดว่าจางวอนยองจ่ายเงินสดทั้งหมด เพื่อซื้อบ้านหลังนี้ สำหรับ “Lucid House” ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในวิลล่าระดับไฮเอนด์ที่สุดในโซล มองเห็นวิวทั้งแม่น้ำฮันและภูเขานัมซาน มีเพียง 15 ยูนิตเท่านั้นในทั้งโครงการ มาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และลิฟต์ส่วนตัวเพื่อความเป็นส่วนตัวขั้นสุด นอกจากนี้ ที่พักแห่งนี้ยังเป็นอดีตบ้านของ คิมแทฮี และ เรน อีกด้วยด้านจางวอนยอง ซึ่งเกิดในปี 2004 ปัจจุบันเป็นสมาชิกที่โดดเด่นของวง IVE และมักถูกยกให้เป็นเซ็นเตอร์ระดับชาติของวงการ K-pop ล่าสุด วง IVE เพิ่งจัดเวิลด์ทัวร์ “SHOW WHAT I HAVE” ที่สนาม KSPO Dome ในกรุงโซล เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเรียกได้ว่า ทั้งสวย ทั้งเก่ง แถมยังมีวิลล่าหรูระดับซูเปอร์สตาร์ในวัยเพียง 21 ปี สมกับเป็นหนึ่งในไอดอลหญิงที่มาแรงที่สุดในยุคนี้จริง ๆ!
TNN ช่อง16 • 12 พ.ย. 68
อ่าน
ยิ่งใหญ่!! ไทรอัมพ์ ประกาศแผนเปิดตัว รถจักรยานยนต์ รุ่นใหม่ 29 รุ่น
ไทรอัมพ์ ประกาศแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ 29 รุ่น ในการเปิดศักราชสุดยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ เตรียมเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงรวม 29 รุ่น ภายใน 6 เดือนข้างหน้า แผนการเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่นี้ ต่อยอดจากความสำเร็จในปีงบประมาณครั้งสำคัญ (FY25) ซึ่ง ไทรอัมพ์ได้ส่งมอบรถจักรยานยนต์ทั่วโลกมากกว่า 141,683 คัน โครงการอันน่าทึ่ง จะเริ่มต้นด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่สู่ตลาด เพื่อเจาะกลุ่มเยาวชนทั่วโลก สำหรับลูกค้าที่ต้องการเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่จากไทรอัมพ์สามารถลงทะเบียนเพื่อรับการอัปเดตได้ที่ www.triumphmotorcycles.co.th ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (Triumph Motorcycles) ประกาศกำหนดการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงใหม่ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 29 รุ่นภายใน 6 เดือนข้างหน้าต่อจากนี้ แผนการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ เกิดขึ้นจากการลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา และด้วยยอดขายทั่วโลกที่ทำลายสถิติของไทรอัมพ์ต่อเนื่องกันมา 5 ปี ตลอดจนความเชื่อมั่นในโอกาสต่าง ๆ ที่มีอยู่ในตลาดรถจักรยานยนต์โลก แม้ต้องเผชิญกับหลายปัจจัยผันผวน โดยปีงบประมาณครั้งสำคัญ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ถึงมิถุนายน 2025 ไทรอัมพ์ได้ส่งมอบรถจักรยานยนต์ทั่วโลกมากกว่า 141,683 คัน ตอกย้ำสถานะผู้ผลิตรถจักรยานยนต์รายใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร แสดงให้เห็นถึงยอดขายเติบโตอย่างน่าทึ่งถึง 136% นับตั้งแต่ปี 2019 ผ่านเครือข่ายผู้แทนจำหน่าย 950 ราย ใน 68 ประเทศ ไทรอัมพ์ เตรียมเผยโฉมรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ในงานเปิดตัวระดับโลกหลายงาน โดยเริ่มต้นแคมเปญแรก True Originals Never Settle ในวันที่ 21 ตุลาคม 2025 ตามมาด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Made to Upstage ในวันที่ 28 ตุลาคม 2025 ในบรรดารถจักรยานยนต์ใหม่ 29 รุ่นที่เตรียมเปิดตัว ไทรอัมพ์ได้ประกาศเปิดตัวไปแล้ว 7 รุ่น ประกอบ ตระกูลรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า TXP รุ่นใหม่, TF 450-X รุ่นล่าสุด และรถจักรยานยนต์ cross-country อีก 2 รุ่น ซึ่งทั้งหมดจะวางจำหน่ายที่โชว์รูมก่อนช่วงเทศกาลคริสต์มาส ขณะที่รถจักรยานยนต์อีก 22 รุ่นที่เหลือ จะเป็นรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ในไลน์อัปที่มีอยู่ รวมถึงรุ่นใหม่ที่พัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ลูกค้าในสหราชอาณาจักร จะสามารถกำหนดสเปก และจองรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ของตนได้ทางออนไลน์ทันทีที่มีการเปิดตัว ผ่านเทคโนโลยีใหม่ Reserve My Triumph ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกรุ่นรถจักรยานยนต์และสีที่ต้องการ พร้อมวางเงินมัดจำ เพื่อการันตีว่าจะเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกที่ได้รับรถใหม่ โดยการส่งมอบจะดำเนินการผ่านผู้แทนจำหน่ายที่ลูกค้าเลือกไว้ เพื่อความสะดวกสบายทั้งด้านการดูแล และการบริการหลังการขาย อย่างไรก็ตามบริการจองรถจักรยานยนต์ใหม่นี้จะทยอยเปิดให้บริการในยุโรปและตลาดหลักอื่น ๆ ตั้งแต่ต้นปี 2026 เป็นต้นไป รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่จะพร้อมจำหน่ายที่ผู้แทนจำหน่ายไทรอัมพ์ทั่วโลกในช่วง 6 เดือนข้างหน้า โดยผู้แทนจำหน่ายแต่ละแห่งจะจัดงานเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงช่วงต้นปีปี 2026 เพื่อให้ลูกค้าได้เป็นหนึ่งในกลุ่มแรก ๆ ที่ชมคอลเลกชันรถจักรยานยนต์ทั้งหมด สำหรับประเทศไทย ลูกค้าและผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ที่พร้อมเปิดตัว รวมถึงการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางเว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th/ และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand แม้ภาคอุตสาหกรรมโดยรวมจะเผชิญความท้าทายอย่างมาก แต่ ไทรอัมพ์ ยังคงยืนหยัดความมุ่งมั่นด้านนวัตกรรมและคุณภาพอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ผ่านการลงทุนอย่างเป็นประวัติการณ์ในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในเสน่ห์อันยั่งยืนของการขับขี่รถจักรยานยนต์ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทั่วโลก การเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นล่าสุด Tiger Sport 800 ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ขณะที่รุ่น Speed Triple RS และ RX ก็มีส่วนช่วยผลักดันยอดขายให้เติบโตแข็งแกร่ง เครือข่ายผู้แทนจำหน่ายของไทรอัมพ์ในประเทศจีน บราซิล และอินเดีย มีผลการดำเนินงานในตลาดที่แข็งแกร่งอย่างมากตลอดทั้งปีที่ผ่านมา และแรงผลักดันนี้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นจากการที่ไทรอัมพ์ได้ขยายตลาดไปยังกลุ่มตลาดใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น รถจักรยานยนต์ขนาดต่ำกว่า 500 ซีซี รถจักรยานยนต์ออฟโรดสมรรถนะสูง และล่าสุดกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่เป็นเยาวชน โดย ไทรอัมพ์ เพิ่งเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับเยาวชนเป็นครั้งแรก ได้แก่ Triumph TXP ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจาก OSET ประกอบด้วย 4 รุ่นใหม่ ปรับระดับสมรรถนะได้ตามผู้ขับขี่ผสานดีไซน์พรีเมียมเข้ากับฟีเจอร์ความปลอดภัยครบครัน ด้วยพื้นฐานเทคโนโลยีบุกเบิกของ OSET เสริมด้วยความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและวิศวกรรมจากไทรอัมพ์ ทำให้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าไทรอัมพ์รุ่น TXP โดดเด่นด้วยโครงรถน้ำหนักเบา การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์สำหรับผู้ขับขี่ ดีไซน์แบบผสมผสาน 2 รูปแบบในหนี่งเดียวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และโดดเด่นด้วยสี Triumph Performance Yellow และสี Graphite Black ขณะที่การเปิดตัวรุ่น TF 450-X เมื่อไม่นานมานี้ ถือเป็นการสานต่อความสำเร็จของการแข่งขันออฟโรดครั้งแรกของไทรอัมพ์ โดยรถจักรยานยนต์ทั้ง Motocross และ Enduro ต่างสร้างผลงานอันโดดเด่น ด้วยการคว้าชัยชนะและโพเดียมในการแข่งขันระดับนานาชาติมากมาย อาทิ รายการ FIM MXGP, EnduroGP, SuperEnduro และ AMA SuperMotocross Championship ทำให้รถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่น TF 250-X, TF 450-RC, TF 250-E และ TF 450-E ต่างพิสูจน์ศักยภาพในระดับสูงสุดบนเวทีการแข่งขันออฟโรดที่แสนท้าท้ายที่สุดในโลก นอกจากนี้ในเวทีการแข่งขันทั่วทั้งยุโรป อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย ไทรอัมพ์ยังสร้างชื่อด้วยการคว้าแชมป์ระดับชาติและโพเดียมหลายรายการ อาทิ ACU British MX2 Motocross Championship ที่ Tommy Searle ขับขี่รถจักรยานยนต์ TF 250-X จนสามารถคว้าแชมป์ไปครอง และรายการ Assoluti d'Italia Enduro Championship ที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่ง Morgan Lesiardo นักแข่งชาวอิตาลีสามารถคว้าแชมป์รุ่น 250 4T ด้วยรถจักรยานยนต์ TF 250-E ในขณะเดียวกัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ขนาดต่ำกว่า 500 ซีซี ประกอบไปด้วย Speed 400, Scrambler 400 X และ Scrambler 400 XC ถือเป็นรถรุ่นสำคัญในการเร่งการเติบโตของไทรอัมพ์ทั่วภูมิภาคเอเชีย พอล สเตราท์ ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ กล่าวว่า แรงขับเคลื่อนที่เราได้สร้างขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่น่าทึ่งและยอดเยี่ยม อีกทั้งยอดขายที่ทำลายสถิติ การขยายเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ และจำนวนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นเหล่านี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เรามีต่ออนาคต แม้ตลาดจะยังคงมีความท้าทายในหลาย ๆ ด้าน แต่เส้นทางของไทรอัมพ์มีความชัดเจน เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบรถจักรยานยนต์ที่เต็มไปด้วยความเร้าใจ ล้ำสมัย และผลิตตามมาตรฐานคุณภาพสูงสุดให้กับลูกค้าทั่วโลก ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมฟอร์มูล่าวัน 2025 ลิ้งก์ดูสด เอฟวัน 2025 ถ่ายทอดสด F1 ผลเอฟวัน โปรแกรม โมโตจีพี 2025 ลิ้งก์ดูสด MotoGP 2025 ผลโมโต จีพี
ไลฟ์สไตล์ • 16 ต.ค. 68
อ่าน
ดิสนีย์ ยังครองแชมป์สตูดิโอหนังแห่งซัมเมอร์ 2025 โดยที่ วอร์เนอร์ ตีตื้นเหมือนฟื้นคืนชีพ
มาดูอีกหนี่งบทสรุปบ็อกซ์ออฟฟิศประจำซัมเมอร์ 2025 ที่คราวนี้เน้นถึงความเปรี้ยงปังแบบรายสตูดิโอหนัง ผลลัพธ์ในท้ายที่สุดพบว่า วอลต์ ดิสนีย์ ยังคงครองตำแหน่งเจ้าแห่งบ็อกซ์ออฟฟิศฤดูร้อนได้อีกปีอย่างต่อเนื่อง ด้วยกระแสตอบรับจากรายได้หนังที่ยังค่อนข้างเข้าตาผู้ชม ส่วนสตูดิโอที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ กลายเป็น วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ที่สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ได้อย่างเปล่งปลั่งแบบเหลือจะเชื่อ วอลต์ ดิสนีย์ สามารถครองแชมป์ซัมเมอร์ 2025 ด้วยผลงานที่ออกฉายทั้งสิ้น 11 เรื่อง (รวมทั้งผลงานที่เข้าฉายต่อเนื่องมาจากฤดูใบไม้ผลิด้วย) โดยสตูดิโอสามารถเก็บเงินรายได้ทั่วโลกไปได้สูงถึง 2.2 พันล้านเหรียญ ที่แบ่งออกเป็นรายได้ในอเมริกา 1.04 พันล้านเหรียญ และรายได้จากนอกอเมริกา 1.16 พันล้านเหรียญ เพราะ Lilo Stitch เป็นหนังที่สร้างเม็ดเงินให้กับสตูดิโอได้ดีที่สุด ที่ 1.034 พันล้านเหรียญจากทั่วโลก ที่ยังกลายเป็นหนังฮอลลีวูดที่แตะหลักพันล้านเพียงเรื่องเดียวในตอนนี้ ขณะที่ผลงานหนังเรื่องอื่น ๆ อาจจะทำตัวเลขได้ทรงตัวตามมาตรฐานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น The Fantastic Four: First Steps (508 ล้านเหรียญ) หรือ Thunderbolts* (382 ล้านเหรียญ) แต่โดยภาพรวมถือว่าทำเงินภาพรวมได้ลดลงจากซัมเมอร์ปีที่แล้ว ที่มี Inside Out 2 กับ Deadpool Wolverine ที่เป็นหนังเรือธงที่กอบโกยเงินได้อย่างมหาศาลนั่นเอง วอร์เนอร์ บราเธอร์ส พลิกขึ้นมาเป็นตำแหน่งรองแชมป์ในซัมเมอร์ปีนี้ กับรายได้รวมทั่วโลกที่ 2.12 ล้านเหรียญ โดยแบ่งเป็นรายได้ในอเมริกา 983 ล้านเหรียญ และรายได้จากนอกอเมริกา 1.14 พันล้านเหรียญ ด้วยผลงานที่ออกฉายทั้งสิ้นแค่ 7 เรื่อง โดยที่ F1 The Movie (616 ล้านเหรียญ) ที่จับมือสร้างกับ Apple โกยเงินเป็นกอบเป็นกำให้กับสตูดิโอ เพราะถึงรายได้ในอเมริกาจะทรง ๆ แต่หนังได้เยอะมาก ๆ จากต่างประเทศ พร้อมกับต้องขอบคุณพลังสุดปังของ 2 หนังจากฤดูใบไม้ผลิ ที่คาบเกี่ยวต่อเนื่องสู่ซัมเมอร์ด้วย อย่าง A Minecraft Movie และ Sinners โดยเฉพาะเรื่องหลังที่ถือว่าเป็นหนังที่โกยเงินในอเมริกาได้ในสัดส่วนที่ปังกว่าต่างประเทศ และยังมี Superman (612 ล้านเหรียญ) ที่กลายเป็นหนังฮีโรที่โดดเด่นที่สุดในซัมเมอร์ปีนี้ หลังที่เป็นการคัมแบ็กล้างตาใหม่ของจักรวาลดีซี ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส รั้งเป็นที่ 3 ในซัมเมอร์ปีนี้มีผลงานหนังเข้าฉายถึง 12 เรื่อง สามารถโกยเงินทั่วโลกไปได้ถึง 1.77 พันล้านเหรียญ แบ่งออกเป็นรายได้ในอเมริกา 744 ล้านเหรียญ และรายได้จากนอกอเมริกา 1.03 พันล้านเหรียญ ต้องขอบคุณการกลับมาสานต่อของเฟรนไชส์ไดโนเสาร์ Jurassic World Rebirth (856 ล้านเหรียญ) ที่ยังตอกย้ำว่ายังปังอยู่ กับฉบับไลฟ์แอคชันของ How to Train Your Dragon (630 ล้านเหรียญ) ที่กลับมาได้ปังมาก ๆ พาราเมาท์ พิคเจอร์ส ส่งในมา 4 เรื่องในซัมเมอร์ปีนี้ แต่ก็ตามมาห่าง ๆ ได้ในอันดับที่ 4 กับรายได้ทั่วโลก 811 ล้านเหรียญ แบ่งเป็นตัวเลขจากในอเมริกาที่ 279 ล้านเหรียญ และรายได้จากนอกอเมริกาที่ 532 ล้านเหรียญ แม้ว่าการปิดฉากของ Mission: Impossible - The Final Reckoning (597 ล้านเหรียญ) ของพวกเขาจะค่อนข้างพลาดเป้าไปบ้าง แต่ก็ยังว่าเป็นตัวเลขในสัดส่วนภาพรวมส่วนใหญ่ของทั้งสตูดิโอในปีนี้ ปิดท้ายที่ โซนี พิคเจอร์ส ที่ไม่ใช่ซัมเมอร์ปีที่ดีเท่าไหร่นัก รั้งในอันดับที่ 5 กับรายได้ทั่วโลกที่ 524 ล้านเหรียญ แบ่งออกเป็นรายได้ในอเมริกา 181 ล้านเหรียญ และรายได้จากนอกอเมริกาที่ 343 ล้านเหรียญ จากการส่งหนังเข้าฉาย 5 เรื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นหนังรีบูต ไม่ว่าจะเป็น 28 Years Later (150 ล้านเหรียญ), Karate Kid: Legends (114 ล้านเหรียญ) หรือ I Know What You Did Last Summer (63 ล้านเหรียญ) ที่ล้วนแต่เป็นผลลัพธ์ที่ไม่เข้าเป้าเลยสักเรื่อง สำหรับภาพรวมซัมเมอร์ในปีนี้ เฉพาะบ็อกซ์ออฟฟิศในอเมริกานั้น พบว่าทำยอดรวมอย่างเป็นทางการไปได้ที่ 3.672 ล้านเหรียญ ที่พบว่าลดลงจากปีที่แล้วแค่เพียง -0.1% ที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่แตกต่างจากปีก่อนสักเท่าไหร่นัก แม้ว่าภาพรวมรายได้หนังแต่ละเรื่องจะไม่ได้สูงมากนัก แต่กลายเป็นปีที่เน้นเฉลี่ยปริมาณแทน Source: TheHollywoodReporter ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 7 ก.ย. 68
อ่าน
aespa ปลดปล่อยความมั่นใจ ในมินิอัลบั้มชุดที่ 6 'Rich Man' ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าทะลุ 1.11 ล้านชุด
aespa (เอสป้า) ปลดปล่อยพลังแห่งความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัด ในมินิอัลบั้มชุดที่ 6 Rich Man (ริช แมน) ซึ่งประสบความสำเร็จสร้างสถิติมียอดสั่งซื้อล่วงหน้าทะลุ 1.11 ล้านชุด (ณ วันที่ 4 กันยายน 2025) และคาดว่า aespa (เอสป้า) จะขึ้นแท่น Million Seller (หรือศิลปินที่มียอดจำหน่ายอัลบั้มทะลุล้านชุด) ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 7 ต่อจากมินิอัลบั้มชุดที่ 2 Girls, มินิอัลบั้มชุดที่ 3 MY WORLD, มินิอัลบั้มชุดที่ 4 Drama, อัลบั้มเต็มชุดแรก Armageddon, มินิอัลบั้มชุดที่ 5 Whiplash และซิงเกิล Dirty Work สำหรับมินิอัลบั้มชุดที่ 6 Rich Man (ริช แมน) ของ aespa (เอสป้า) เน้นถึงสโลแกน I am enough as I am. I am a Rich Man (ฉันพอใจในสิ่งที่ฉันเป็น ฉันนี่แหละคือ Rich Man) โดยประกอบไปด้วยเพลงหลากหลายแนว อาทิ ฮิปฮอป, อาร์แอนด์บีอันชวนฝัน, เพลงจังหวะปานกลางสุดไพเราะ, ป็อป และอื่น ๆ รวมทั้งหมด 6 เพลง นับเป็นอัลบั้มที่จะสร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่า Rich Man ซึ่งจะไม่ใช่แค่ Rich Man ที่มีความหมายโดยทั่วไปแบบเดิม แต่จะเป็น Rich Man ในแบบฉบับของ aespa (เอสป้า) ที่เต็มไปด้วยความทรงพลังและพลังที่โดดเด่นของพวกเธอ พร้อมแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสีสันทางดนตรีที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เริ่มจากเพลงไตเติล Rich Man (ริช แมน) เพลงแดนซ์ที่มีจุดเด่นอยู่ตรงเสียงกีตาร์ไฟฟ้าแบบหยาบที่ดึงดูดผู้ฟัง นำเสนอพลังอันไร้ขีดจำกัดผ่านการผสมผสานเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละสมาชิกเข้ากับท็อปไลน์ที่ติดหูและเสียงของวงดนตรีที่เปลี่ยนแปลงอย่างหลากหลาย เนื้อเพลงไตเติลถ่ายทอดข้อความเกี่ยวกับการนับถือตัวเองและการรักตัวเอง โดยจะรวบรวมความเชื่อมั่นและความรักในตัวเอง เพื่อแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์แห่งความมั่นใจและความเป็นอิสระซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ aespa (เอสป้า) ไม่เพียงเท่านี้ มิวสิกวิดีโอมีการตีความ Rich Man ตามที่ aespa (เอสป้า) กำหนดไว้ในฐานะตัวตนที่มีความเป็นอิสระ เคลื่อนไหวตามจังหวะของตัวเองแม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด อีกทั้งยังสะกดทุกสายตาด้วยภาพอันสวยงามที่ดูทรงพลัง ทั้งการไล่ล่ารถยนต์และการแข่งขันรักบี้ นอกจากนี้ ในอัลบั้มยังมีเพลงแดนซ์ฮิปฮอป Drift (ดริฟต์) ที่มาพร้อมเสียงผิวปากสุดติดหูอย่างโดดเด่น รวมถึงการสร้างความประทับใจด้วยเนื้อเพลงที่ถ่ายทอดการวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่มีใครหยุดยั้งได้ของ aespa (เอสป้า) และเสียงของจังหวะที่รวดเร็ว, เพลงแดนซ์ Bubble (บับเบิล) เน้นการผสมผสานสุดเรียบง่ายของเบสกลองอันหนักหน่วง นำเสนอข้อความสนุก ๆ ผ่านการเปรียบเทียบความจอมปลอมของอีกฝ่ายกับฟองสบู่ที่จะถูกทำให้แตก, เพลงแนวอาร์แอนด์บีอันชวนฝัน Count On Me (เคานต์ ออน มี) พูดถึงการไม่สนใจว่าต้องเจ็บปวดเพียงใด ตราบใดที่ยังมีคนรักอยู่, เพลงป็อปสุดสดใสที่มีเสียงร้องแสนหวาน Angel #48 (แองเจิล #โฟร์ตี้เอท) เปรียบเทียบคนในโชคชะตากับ Angel #48 และสุดท้ายกับเพลงป็อปจังหวะปานกลาง To The Girls (ทู เดอะ เกิร์ลส์) ส่งต่อข้อความให้กำลังใจจาก aespa (เอสป้า) เกี่ยวกับการเชื่อมั่นในตัวเองและก้าวเดินต่อไป ทั้งนี้ aespa (เอสป้า) เปิดฉากเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งที่สามอย่างยิ่งใหญ่ 2025 aespa LIVE TOUR - SYNK : aeXIS LINE - เมื่อวันที่ 29-31 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ KSPO DOME กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และเตรียมกลับมาสร้างความสนุกให้กับแฟนคลับชาวไทยในคอนเสิร์ต 2025 aespa LIVE TOUR - SYNK : aeXIS LINE - in BANGKOK (ทูเธาซันด์ทเวนตี้ไฟว์ เอสป้า ไลฟ์ ทัวร์ - ซิงก์ : เอ็กซิส ไลน์ - อิน แบงค็อก) วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2025 เวลา 18:00 น. และวันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน 2025 เวลา 16:00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า ทั้งหมด 2 รอบการแสดง เปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก MY Membership (GL) Pre-Sale ในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2025 เวลา 19:00 น. 23:59 น., รอบสมาชิก JOY-CLUB Pre-Sale วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2025 เวลา 11:00 น. 15:59 น. และรอบบุคคลทั่วไป วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2025 ตั้งแต่เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/aespa_SYNK_aeXISLINE_in_BANGKOK รอติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางบัญชีโซเชียล มีเดียต่าง ๆ ของ SM True : เฟซบุ๊ก facebook.com/smtruethailand, อินสตาแกรม instagram.com/smtruethailand และเอ็กซ์ x.com/SMTrueThailand
ข่าวเพลงต่างประเทศ • 6 ก.ย. 68
อ่าน
เปิดตัว All New Honda Wave125 2025 มอเตอร์ไซค์ครอบครัวยอดนิยม เปิดราคาเริ่มต้น 57,200 บาท
เปิดสเปกและราคาอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับมอเตอร์ไซค์สำหรับครอบครัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของฮอนด้า คือ Honda Wave 125 รุ่นปี 2025 โดยรุ่นนี้จะมีความพิเศษที่แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ อย่างไร วันนี้ TrueID จะมาเล่าให้ฟังกันครับ All-New Honda Wave125 รุ่นใหม่ปี 2025 เปิดตัวแล้ว โดยมีราคาเริ่มต้น 57,200 บาท สำหรับรุ่นล้อซี่ลวด และรุ่นท็อปสุดคือรุ่นพิเศษจำกัดจำนวน 500 คัน มาพร้อมโช้ค Profender ในราคา 66,200 บาท. การอัปเกรดหลักๆ ประกอบด้วยสีสันใหม่ที่หรูหรา, ระบบไฟหน้า LED, แผงหน้าปัด Digital LCD, ช่องจ่ายไฟ USB-C, และระบบ Smart Key ในบางรุ่นย่อย ดีไซน์การออกแบบของ All-New Honda Wave125 รุ่นใหม่ปี 2025 มาพร้อมสีใหม่ที่ดูหรูหราทันสมัยยิ่งขึ้น ติดตั้งชุดไฟหน้าแบบ Full LED Headlight และไฟท้าย X-Clusive LED Tail Light เพื่อทัศนวิสัยที่ดีขึ้น แผงหน้าปัด เปลี่ยนเป็นแผงหน้าปัด Digital LCD Multimeter แสดงข้อมูลครบครัน เพิ่มช่องจ่ายไฟแบบ USB-C สำหรับชาร์จอุปกรณ์ เพิ่มระบบกุญแจรีโมทในรุ่นย่อยที่สูงขึ้นเพื่อความสะดวกสบาย ระบบเครื่องยนต์ ใช้เครื่องยนต์ Honda Smart Engine ขนาด 125 ซีซี หัวฉีด PGM-FI ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบส่งกำลังเกียร์วน 4 สปีด รองรับระบบสตาร์ทมือและเท้า มิติตัวรถมีขนาด 717 x 1,895 x 1,110 มม. (กว้างxยาวxสูง) มีพื้นที่ใต้เบาะขนาดใหญ่ 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกเต็มใบได้ และมีช่องเก็บของด้านหน้า โดยจะมีรุ่นพิเศษ จำกัดจำนวนเพียง 500 คัน ที่มาพร้อมโช้ค Profender ซึ่งเป็นส่วนเสริมด้านสมรรถนะ สิ่งใหม่ที่อัปเกรดมาบน All New Honda Wave125 มีดังนี้ ระบบเบรกหน้า ดิสก์เบรก Combine Brake System (CBS) Honda SMART Key กุญแจรีโมตอัจฉริยะล้ำสมัย (เฉพาะรุ่นล้อแม็กกุญแจรีโมต) จุดชาร์จ USB-C New Rotation Hook ที่แขวนอเนกประสงค์แบบพับเก็บได้ รุ่นย่อยและราคาเปิดตัว รุ่นล้อซี่ลวด (Standard): 57,200 บาท รุ่นล้อแม็ก: 59,400 บาท รุ่นล้อแม็ก + Smart Key (คีย์เลส): 60,800 บาท รุ่นพิเศษ (ล้อแม็ก + Smart Key + โช้ค Profender): 66,200 บาท (จำกัด 500 คัน) Credit : thaihonda.co.th
ข่าวยานยนต์ • 3 ก.ย. 68
อ่าน
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ฉลองครบรอบ 28 ปี “แจกใหญ่ แจกเต็ม” ลุ้นรับรางวัลรวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดแคมเปญพิเศษ แจกใหญ่ แจกเต็ม ในโอกาสฉลองครบรอบ 28ปี ของบริษัทฯ และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าคนสำคัญทุกท่าน โดยแคมเปญนี้เป็นการเชิญชวนลูกค้าร่วมสนุกและลุ้นรางวัลใหญ่รถยนต์ DEEPAL E07 Performance AWD พร้อมอุปกรณ์ชาร์จไฟ, รถจักรยานยนต์ Vespa LX 150, iPhone 16 Pro Max และรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 7ล้านบาท โดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 31ธันวาคม 2568 วิธีการรับสิทธิ์เพื่อร่วมลุ้นรับของรางวัล ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมชิงรางวัล สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ (ทั้งเบี้ยฯ ปีแรกและเบี้ยฯปีต่ออายุ) ผ่านวิธีการและ/ หรือช่องทางการชำระเบี้ยที่กำหนด ดังนี้ ชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ (ชำระผ่านทุกช่องทาง ยกเว้น จ่ายผ่าน แอปพลิเคชัน เอ็มม่า บาย แอกซ่า) 1สิทธิ์ / 1กรมธรรม์ ชำระเบี้ยประกันชีวิตประเภทสามัญ ผ่าน แอปพลิเคชัน เอ็มม่า บาย แอกซ่า 2สิทธิ์ / 1กรมธรรม์ สมัครบริการชำระเบี้ยประกันแบบหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝาก (DA) หรือ ผ่านบัตรเครดิต (CCPA) 3สิทธิ์ / 1กรมธรรม์ สมัครบริการรับกรมธรรม์ประกันชีวิตในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-POLICY) 1สิทธิ์ / 1กรมธรรม์ กรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทสามัญ ปีแรกหรือปีต่ออายุ ที่ขายผ่านทุกช่องทางของบริษัทมีสิทธิ์เข้าร่วมรายการ กรมธรรม์จะต้องมีผลบังคับ ณ วันที่จับรางวัลและจัดส่งของรางวัล สงวนสิทธิ์รางวัล 1รางวัลต่อลูกค้า 1ท่าน ตลอดระยะเวลาโครงการสำหรับลูกค้าที่เป็นผู้โชคดีได้รับรางวัลไปแล้วจะไม่เข้าร่วมในการจับรางวัลครั้งถัดไป พนักงานของบริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนประกันชีวิต และ คณะกรรมการดำเนินการจับรางวัล และ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ไม่สามารถเข้าร่วมรายการจับรางวัลนี้ได้ สำหรับแคมเปญ แจกใหญ่ แจกเต็ม เปิดโอกาสให้ลูกค้าสะสมสิทธิ์และลุ้นรับรางวัลใหญ่จนถึงวันที่ 31ธันวาคม 2568 โดยมีกำหนดการจับรางวัล ทั้งหมด 4รอบ เริ่มจับรางวัลตั้งแต่เดือนกันยายน 2568ไปจนถึง เดือนมกราคม 2569ดังนี้: ครั้งที่ 1: จับรางวัลในวันที่ 26 กันยายน 2568 ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1ตุลาคม 2568 ครั้งที่ 2: จับรางวัลในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1พฤศจิกายน 2568 ครั้งที่ 3: จับรางวัลในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่1ธันวาคม 2568 ครั้งที่ 4: จับรางวัลในวันที่ 23 มกราคม 2569 ประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 1กุมภาพันธ์ 2569 หมายเหตุ:ชิ้นส่วนที่เหลือจากการจับรางวัลในแต่ละครั้ง จะถูกนำมารวบรวมเพื่อจับรางวัลในรอบถัดไป สำหรับช่องทางการประกาศรายชื่อผู้โชคดี ประกาศผลรายชื่อผู้โชคดี ผ่านช่องทาง Facebook Official Fanpage Krungthai-AXA Life และ Websitehttps://www.krungthai-axa.co.thโดยจะประกาศเลขที่กรมธรรม์ และชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกันภัยของกรมธรรม์ที่ได้รับรางวัล ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัล จะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1159ในเวลา 9.00 19.00น. วันจันทร์ถึงวันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยการติดต่อจะเป็นไปตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้โชคดีได้ระบุไว้ในขั้นตอนการสมัครทำประกันชีวิต เพื่อนัดหมายเข้ารับของรางวัล ณ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรม การบริการ และผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159 หรือwww.krungthai-axa.co.th
ทันหุ้น • 26 ส.ค. 68
อ่าน
มหาเศรษฐีคนดังในวงการคริปโตเตรียมบินท่องเที่ยวอวกาศด้วยยาน New Shepard ของ Blue Origin
หลังจากจัสติน ซัน มหาเศรษฐีคนดังในวงการคริปโตชนะการประมูลที่นั่งยานอวกาศของ Blue Origin ด้วยราคา 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 904 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2021 แต่พลาดโอกาสเดินทางครั้งนั้นเพราะติดภารกิจ จัสติน ซัน (Justin Sun) มหาเศรษฐีคริปโตและผู้ก่อตั้งบล็อกเชน Tron ก็เตรียมตัวจะเดินทางขึ้นสู่อวกาศในภารกิจอวกาศเที่ยวถัดไปของยาน New Shepard หมายเลข NS-34เที่ยวบินครั้งที่ 14 ของ New Shepardโดยเที่ยวบินนี้จะเป็นภารกิจที่มีลูกเรือเป็นครั้งที่ 14 ของยาน New Shepard และเป็นเที่ยวบินที่ 5 ของปี 2025 แม้ยังไม่ประกาศวันปล่อยตัวอย่างเป็นทางการ แต่ Blue Origin ยืนยันว่า จัสติน ซันจะร่วมบินในฐานะหนึ่งในผู้โดยสารหลัก สมาชิก 6 คน บนยานอวกาศจัสติน ซัน ไม่ได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศคนเดียวแต่จะเดินทางขึ้นไปพร้อมกับลูกเรือภารกิจ NS-34 ทั้ง 6 คน ประกอบด้วยอาร์วินเดอร์ (อาร์วี) ซิงห์ บาฮาล: นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และนักผจญภัย ผู้เคยเดินทางทั่วโลกทั้งขั้วโลกเหนือ-ใต้Gökhan Erdem: นักธุรกิจและช่างภาพชาวตุรกี ผู้ใฝ่ฝันถึงการไปสถานีอวกาศเดโบราห์ มาร์โตเรลล์: นักข่าวและนักอุตุนิยมวิทยาจากเปอร์โตริโก ทูตระบบสุริยะของ NASA และ NOAAไลโอเนล พิทช์ฟอร์ด: ผู้ก่อตั้งองค์กรช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในเนปาล หลังจากสูญเสียครอบครัวจากเหตุเครื่องบินตกเจมส์ (เจดี) รัสเซลล์: นักลงทุนจาก Alpha Funds ซึ่งเคยบินกับ NS-28 มาแล้วเมื่อปลายปี 2024จัสติน ซัน: มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในวงการคริปโต เจ้าของสินทรัพย์กว่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ และอดีตตัวแทนถาวรของเกรเนดาประจำ WTOราคาค่าตั๋วที่สูง บริษัท Blue Origin ระบุว่าจะนำเงิน 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังกล่าวของซัน ได้มอบให้กับ “Club for the Future” องค์กรไม่แสวงกำไรเพื่อการศึกษาเกี่ยวกับอวกาศของบริษัท ทั้งนี้การบินอวกาศครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงพลังของเทคโนโลยี การกุศล และการเป็นสัญลักษณ์ของอนาคตที่เปิดกว้างขึ้นสำหรับภาคเอกชนในอวกาศสำหรับยาน New Shepard ของบริษัท Blue Origin นับเป็นยานอวกาศแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ออกแบบสำหรับการท่องเที่ยวอวกาศระดับไม่ถึงวงโคจรของโลก (Suborbital) โดยจะพาผู้โดยสารทะยานขึ้นสู่ความสูงประมาณ 100 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ซึ่งถือเป็นขอบอวกาศตามมาตรฐาน Kármán Lineภารกิจการเดินทางแต่ละครั้งใช้เวลาราว 11 นาที ตั้งแต่ปล่อยตัวยันกลับสู่พื้นดิน โดยมีช่วงเวลาประมาณ 3-4 นาทีที่ผู้โดยสารจะได้สัมผัสภาวะไร้น้ำหนักและเห็นทัศนียภาพโลกจากอวกาศผ่านหน้าต่างขนาดใหญ่ภายในแคปซูล
TNN ช่อง16 • 28 ก.ค. 68
อ่าน
RIIZE ชวนปลุกพลังแห่งเสียงดนตรีให้ดังกึกก้องอิมแพ็ค! ในคอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรก
SM True (เอสเอ็ม ทรู) ปลุกพลังแห่งเสียงดนตรีให้ดังกึกก้องทั่วอิมแพ็ค สู่เส้นทางการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งของ RIIZE (ไรซ์) กับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย 2025 RIIZE CONCERT TOUR [RIIZING LOUD] IN BANGKOK (ทูเธาซันด์ทเวนตี้ไฟว์ ไรซ์ คอนเสิร์ต ทัวร์ [ไรซิ่ง ลาวด์] อิน แบงค็อก) ในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2025 เวลา 18:00 น. และวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2025 เวลา 16:00 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า RIIZE (ไรซ์) บอยแบนด์ภายใต้สังกัด SM ENTERTAINMENT (เอสเอ็ม เอนเทอร์เทนเมนต์) ที่กำลังมาแรงแบบฉุดไม่อยู่ และถูกจับตามองอย่างมากในฐานะศิลปินรุ่นใหม่ ที่มีศักยภาพจะก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นศิลปินเบอร์หนึ่ง ของวงการเค-ป็อป ด้วยกระแสความนิยมที่พุ่งทะยานอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและทั่วโลก พวกเขาสร้างเอกลักษณ์ชัดเจนผ่านแนวคิด Realtime Odyssey (เรียลไทม์ โอดิสซีย์) หรือ เส้นทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่เปิดเผยทุกช่วงเวลา ทุกความพยายาม และกระบวนการทำตามความฝันให้กลายเป็นจริง นอกจากนี้ RIIZE (ไรซ์) ยังโดดเด่นด้วยแนวดนตรีเฉพาะตัว Emotional Pop (อีโมชันนัล ป็อป) ที่ถ่ายทอดอารมณ์และประสบการณ์ชีวิตประจำวันของสมาชิกแต่ละคนผ่านบทเพลงได้อย่างลึกซึ้ง จากความสำเร็จในทุกผลงาน RIIZE (ไรซ์) ก้าวขึ้นเป็นศิลปิน Triple Million Seller หรือศิลปินที่มียอดจำหน่ายเกินหนึ่งล้านชุดติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 โดยอัลบั้มเต็มชุดแรก ODYSSEY (โอดิสซีย์) ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2025 มียอดขายทะยานเกือบ 1.8 ล้านชุดภายในสัปดาห์แรก สานต่อจากซิงเกิลเดบิวต์ Get A Guitar และมินิอัลบั้มชุดแรก RIIZING ที่เคยสร้างสถิติไว้ก่อนหน้านี้ อัลบั้ม ODYSSEY ยังเป็นการต่อยอดแนวคิด Realtime Odyssey ซึ่งเปรียบเสมือนการสรุปและนิยามตัวตนของวงได้อย่างชัดเจน ผ่านบทเพลงหลากอารมณ์ อาทิ เพลงไตเติลแนวแดนซ์ผสานกลิ่นอายร็อกแอนด์โรล Fly Up (ฟลาย อัป) และเพลงฮิปฮอปจังหวะจัดจ้านอย่าง Bag Bad Back (แบ็ก แบด แบ็ก) รวมทั้งสิ้น 10 แทร็ก บ่งบอกเส้นทางการเติบโตต่อเนื่องจากมินิอัลบั้ม RIIZING และแฟนคอนทัวร์ RIIZING DAY ในปี 2024 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฟนคอนทัวร์ครั้งแรกในประเทศไทย 2024 RIIZE FAN-CON 'RIIZING DAY' in BANGKOK (ทูเธาซันด์ทเวนตี้โฟร์ ไรซ์ แฟน-คอน ไรซิ่ง เดย์ อิน แบงค็อก) ณ ธันเดอร์โดม เมื่อวันที่ 2728 กรกฎาคม 2024 ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม บัตรจำหน่ายหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วภายในวันเดียว รวมผู้ชมกว่าหมื่นคน พิสูจน์ถึงความรักและแรงสนับสนุนจากแฟนชาวไทยได้เป็นอย่างดี ตอกย้ำพลังความโด่งดังของ RIIZE (ไรซ์) ในปี 2025 กับทัวร์คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของวง 2025 RIIZE CONCERT TOUR [RIIZING LOUD] ที่พร้อมส่งเสียงแห่งตัวตนของพวกเขาให้ดังกระหึ่มไปทั่วโลก โดยทัวร์ครั้งนี้จะจัดขึ้นใน 22 เมืองใหญ่ เริ่มต้นที่กรุงโซล (46 กรกฎาคม) ซึ่งบัตรจำหน่ายหมดเกลี้ยงทุกที่นั่ง รวมถึงที่นั่งแบบจำกัดทัศนวิสัย สะท้อนกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นไม่หยุดยั้ง จากนั้น RIIZE (ไรซ์) จะเดินทางไปเปิดการแสดงที่ ฮโยโกะ (1213 ก.ค.), ฮ่องกง (19-20 ก.ค.), ไซตามะ (2324 ก.ค.), ฮิโรชิมา (3031 ก.ค.), กัวลาลัมเปอร์ (16 ส.ค.), ฟุกุโอกะ (2324 ส.ค.), ไทเป (30 ส.ค.), โตเกียว (1315 ก.ย.), กรุงเทพฯ (2021 ก.ย.), จาการ์ตา (10 ม.ค. 2026), มะนิลา (17 ม.ค. 2026), สิงคโปร์ (24 ม.ค. 2026) และมาเก๊า (7 ก.พ. 2026) ตลอดจนการทัวร์ในทวีปอเมริกาเหนืออีก 8 เมือง ยืนยันถึงการขยายอิทธิพลของวงสู่เวทีระดับสากลอย่างแท้จริง คอนเสิร์ตในประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญของการเดินทางสู่บทถัดไป ที่จะพาทุกคนร่วมสัมผัสพลังผ่านการแสดงมากมายตั้งแต่เพลงฮิต Memories ไปจนถึงอัลบั้มล่าสุด ODYSSEY เติมเต็มด้วยโปรดักชันสุดอลังการ และเวทีที่ออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และตัวตนของ RIIZE (ไรซ์) อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมยกระดับทุกมิติของโชว์แบบจัดเต็มให้ BRIIZE ชาวไทย (บรีซ : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ได้สัมผัสความประทับใจแบบไม่รู้ลืม เตรียมส่งเสียงเชียร์สุดพลังในทุกจังหวะของโชว์ เพื่อสร้าง คอมโบแห่งความสุข ที่จะดังกึกก้องในความทรงจำของทุกคน เปิดจำหน่ายบัตรรอบสมาชิก BRIIZE Membership (GL) Pre-Sale ในวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2025 เวลา 19:00 น. - 23:59 น. ทางเว็บไซต์เท่านั้น และรอบบุคคลทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 3 สิงหาคม 2025 ตั้งแต่เวลา 11:00 น. เป็นต้นไป ทางเคาน์เตอร์เซอร์วิสในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.allticket.com/event/RIIZE_RIIZINGLOUD_IN_BANGKOK บัตรราคา 6,000 (VIP PACKAGE) / 5,500 (บัตรยืน) / 5,300 / 4,900 (บัตรยืน) / 3,700 / 2,700 / 2,200 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ซื้อบัตร ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางบัญชีโซเชียล มีเดียต่าง ๆ ของ SM True : Facebook (เฟซบุ๊ก) facebook.com/smtruethailand, Instagram (อินสตาแกรม) instagram.com/smtruethailand, X (เอ็กซ์) x.com/SMTrueThailand และ TikTok (ติ๊กต๊อก) tiktok.com/@smtruethailand สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อบัตรได้ทาง Counter Service : อีเมล support@allticket.com และไลน์ออฟฟิเชียล @counterservice
ศิลปินเอเชีย • 25 ก.ค. 68
อ่าน
"MILLI" บุกบนบิลบอร์ดไทม์สแควร์อีกครั้ง! พร้อมทัวร์ตุ๊กตุ๊กโปรโมต "HEAVYWEIGHT" กลางกรุงฯ
หากยังพอจำกันได้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ภาพของ MILLI (มิลลิ) แร็ปเปอร์สาวจากค่าย YUPP! ได้ไปปรากฏบนบิลบอร์ด ณ นิวยอร์กไทม์สแควร์ ในแคมเปญ Spotify EQUAL ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน ภาพโปรโมตสุดเฮฟวีของ MILLI จากอัลบั้มชุดใหม่HEAVYWEIGHT (เฮฟวีเวต) ก็ไปอยู่บนบิลบอร์ดยักษ์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ภายใต้แคมเปญ Spotify The NewAlbum แบบว่าปึ้ง! แบบว่าปังสุดอะไรสุด! แฟนคลับที่อาศัยอยู่อีกฟากโลกต่างแท็กอินสตาแกรมของ MILLI มาอย่างคึกคักนับว่าเป็นอีกก้าวที่สุดจะอลังการที่นักฟังเพลงฟากฝั่งอเมริกาจะได้ทำความรู้จักกับ MILLI มากยิ่งขึ้นในฐานะศิลปิน! ข้ามมาที่ฝั่งไทย MILLI และค่าย YUPP! ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่การปล่อยอัลบั้ม เพราะหนึ่งวันให้หลังหลังจากที่ HEAVYWEIGHTถูกปล่อยให้ทั่วโลกฟังครบ 13 แทร็ก MILLI ก็ขอขึ้นรถตุ๊กตุ๊ก โปรโมตเพลงทั้งอัลบั้มแบบสร้างปรากฏการณ์อีกครั้งใน MILLIHEAVYWEIGHT ALBUM RELEASE EVENT โดยได้ Tuk Tuk Radio มาร่วมสร้างสีสัน เติมเต็มระบบเสียงด้วยเครื่องดีเจจากDJ LAB SIAM จากจุดเริ่มต้นที่ The Storeys ณ One Bangkok สู่ใจกลางสยาม รถติดก็ไม่หวั่นลงมาร้องมาเต้นกลางถนนกันไปเลยสิ! ต่อด้วยแวะพบปะแฟนคลับแบบใกล้ชิดที่ร้าน Jades ถนนบรรทัดทองและปิดท้ายด้วยปาร์ตี้เปิดอัลบั้มสุดเดือดที่ร้าน BLAQ LYTE BLOQ ซึ่งภายในงานก็มีศิลปิน ค่ายเพลง พาร์ตเนอร์ สื่อมวลชนมาร่วมมันกันอย่างมากมายตลอดค่ำคืน สามารถฟังทั้ง 13 แทร็กของอัลบั้ม HEAVYWEIGHT จาก MILLI ได้แล้วทุกมิวสิกสตรีมมิงแพลตฟอร์มห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!
ข่าวเพลงไทย • 24 ก.ค. 68
อ่าน
Volonaut Airbike โชว์บินจริงอีกครั้ง พร้อมเปิดจองวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ราคาเริ่มต้น 28 ล้านบาท
ในช่วงหลายเดือนก่อนโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอ "Volonaut Airbike" พัฒนาโดย Volonaut ในชุดทหารสตอร์มทรูปเปอร์บินผ่านป่า เหมือนกับหลุดมาจากภาพยนตร์ไซไฟชื่อดัง สตาร์วอร์ส (Starwars) จนทำให้หลายคนในตอนนั้นคิดว่ามันเป็นเรื่องแต่ง CGI หรืออย่างมากก็มีสายเคเบิลซ่อนอยู่วันนี้ "Volonaut Airbike" กลับมาบินอีกครั้งแสดงให้เห็นพลังในการบินขึ้นบนท้องฟ้าเสียงดังสนั่น และที่สำคัญที่สุดคือมัน “บินขึ้นและลงจอดได้จริง” กลบกระแสข่าวลือคลิปวิดีโอใช้การตัดต่อย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนโดยในวิดีโอจะเห็นคลื่นความร้อนพวยพุ่งลงสู่พื้นอย่างชัดเจน พร้อมแรงยกที่ทรงพลังพอจะยกทั้งตัวนักบินและตัวเครื่องได้ คาดว่ารวมกันแล้วหนักประมาณ 150 ปอนด์ หรือ 68 กิโลกรัมระบบควบคุมของ "Volonaut Airbike" ใช้เทคโนโลยี Fly-by-wire ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ มีระบบสำรองถึง 3 ชั้น และสามารถบินได้แบบแฮนด์ฟรี รวมถึงขึ้นลงอัตโนมัติ ทั้งยังมาพร้อมเครื่องยนต์เจ็ทอันทรงพลังหลายตัวที่ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนแน่ชัด ระบบขับเคลื่อน Volonaut Airbikeตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Volonaut รุ่นเชิงพาณิชย์ของ "Volonaut Airbike" จะจำกัดความเร็วไว้ที่ 63 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้เข้าข่ายเครื่องบินอัลตราไลท์ที่ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตนักบิน แม้ว่ามันจะทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตอนนี้บริษัทเปิดจองวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ในจำนวนจำกัด ราคาเริ่มต้น 880,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 28 ล้านบาทระบบขับเคลื่อนใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลายรูปแบบ เช่น Jet-A, น้ำมันก๊าด, ดีเซล หรือไบโอดีเซล และสามารถเติมเชื้อเพลิงใหม่ได้ภายในประมาณ 1 นาที พร้อมบินต่อได้ทันที ราวกับสนามแข่ง Daytona ชื่อดังในสหรัฐอเมริกา"> โทมัส ปาตัน (Thomas Patan) วิศวกรผู้พัฒนายืนยันว่า “แรงขับดันเพียงพอสำหรับบินได้อย่างปลอดภัยนานสูงสุด 10 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักผู้ขับขี่” นอกจากนี้การบินได้บนท้องฟ้ายังเป็นความฝันของเขา “ความฝันของผม คือ การสร้างยานบินส่วนตัวที่ดูเหมือนหลุดมาจากหนังไซไฟ และใช้งานได้จริง ซึ่งตอนนี้เรากำลังจะทำให้มันเป็นจริง”
TNN ช่อง16 • 23 ก.ค. 68
อ่าน
เปิดตัว E-bike สุดแปลกจากแคนาดา วิ่งไกลกว่า 200 กม. ด้วยการชาร์จรอบเดียว
อิเล็กตรอม (Electrom) บริษัทจากแคนาดา เปิดตัวจักรยานไฟฟ้าที่เคลมว่าสามารถใช้เดินทางไกลได้สูงสุด 200 กิโลเมตร ด้วยรูปทรงที่คล้ายกับรถมอเตอร์ไซค์แบบ 3 ล้อเรียกว่าเวโลโมบิล (Velomobile) ซึ่งโดดเด่นที่กระจกบังลมปกคลุมทั้งร่างกายคนขับจนถึงลำตัวช่วงบน และยังมาพร้อมส่วนหุ้มขาด้านหน้าด้วย ข้อมูล E-bike สุดแปลกจากแคนาดาElectrom มีความยาว 2.77 เมตร ฐานล้อยาว 2.13 เมตร ส่วนที่กว้างที่สุดของรถคือช่วงแฮนด์จับที่กว้าง 66 เซนติเมตร น้ำหนักสูงสุด 70 กิโลกรัม เมื่อติดตั้งแบตเตอรี่สำหรับจ่ายไฟ 2 ลูก ขึ้นโครงด้วยตัดดัดทรงเป็นเนื้อเดียว หรือที่เรียกว่าโมโนค็อก (Monocoque) เพื่อความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา ส่วนตัวถังขึ้นรูปด้วยคาร์บอนแบบโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate)ตัวรถมี 2 โมเดลย่อย ซึ่งในรุ่นท็อปสุด หรือรุ่นดีลักซ์ จะได้มอเตอร์คู่หน้าแรงบิด 43 นิวตันเมตร (Nm) กับมอเตอร์คู่หลังแรงบิด 100 นิวตันเมตร แต่ไม่ได้บอกว่าแรงบิดรวมเป็นเท่าใด ทำความเร็วสูงสุด 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 22.4 แอมป์ชั่วโมง (Ah) 2 ตัว วิ่งได้ระยะทางไกลสุด 200 กิโลเมตรต่อรอบการชาร์จตัวรถใช้ระบบเกียร์แบบเดียวกับจักรยานทั่วไป พร้อมโซ่และที่ปั่นจักรยานในตำแหน่งปลายเท้า เบาะนั่งขึ้นโครงจากคาร์บอนไฟเบอร์ซึ่งเหมาะกับคนที่มีความสูงระหว่าง 152 - 198 เซนติเมตร และกล่องเก็บของด้านท้าย (Tailbox) ที่มีขนาด 100 ลิตร หรือจะเพิ่มเป็นกล่องใหญ่ขึ้นได้เป็นออปชันเสริม ตัวเลือกและราคา E-bike สุดแปลกจากแคนาดาElectrom ยังมีตัวเลือกสีตัวถังให้เลือกหลายเฉดสี เนื่องจากเป็นการหุ้มเคลือบ (Wrap) ด้วยฟิล์มไวนิล จึงสะดวกในการเปลี่ยนสีภายหลังหากต้องการ โดยเปิดให้สั่งทำแล้วในราคาเริ่มต้น 9,890 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 323,000 บาทและรุ่นท็อปสุดจะผลิตในแคนาดาเท่านั้น จึงมีราคาขายที่ 15,500 ดอลลาร์แคนาดา หรือ 370,000 บาท ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ทั่วโลก แต่รุ่นท็อปสุดจะมีราคาขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินในช่วงที่สั่งซื้อ
TNN ช่อง16 • 13 ก.ค. 68
อ่าน
เงิน 3,000 บาทเปลี่ยนชีวิต "มะเดี่ยว" สู้สุดใจจนเป็นตัวแม่ไอคอนโซเชียล ณ เวลานี้!
ฮากระจาย! เกิดมาเว่า สัปดาห์นี้พบกับ "มะเดี่ยว-อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ อินฟลูฯ ตัวแม่ที่กล้าลบคิ้ว! มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากการแต่งหน้าจัดจ้านและท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ จนทำให้เกิดกระแสเลียนแบบในโลกออนไลน์ และเรียกปรากฏการณ์นี้ว่าโรคมะเดี่ยว เคยเห็นผีตั้งแต่เด็ก? บอกเลขแม่นจนคนแห่ขอ และเล่าถึงความเป็นมาจุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็นมะเดี่ยวในวันนี้ มากรุงเทพด้วยเงินติดตัว 3000 เผย ช่วยตัวเองก่อน แล้วค่อยช่วยคนอื่น เป็นจังหวัดอะไร ? มะเดี่ยว: เป็นคนขอนแก่น อ.บ้านฝาง ค่ะ เล่าย้อนกลับไปตอนเด็ก ? มะเดี่ยว: ตอนเราเด็ก เราชอบ เราเป็นกะเทยมาแล้ว เกิดมาก็โดดเด่น บอกหวยถูก เป็นคนดัง เห็นเป็นสิ่งลี้ลับ ไปไหนมาไหนคนก็จะให้เงินเรา ชอบซื้อไปชุดสวย ๆ งาม ๆ แม่เราก็เป็นแบบว่าลูกอยากได้ชุดผู้หญิง ซื้อให้เลย ไม่เคยห้าม ทำไมถึงโกนคิ้วออก ? มะเดี่ยว: เพราะว่าเราไม่ชอบมีคิ้ว มีคิ้วทำไม มันไปบังบังตา คิ้วเป็นมงกุฎของนางงามเขาไม่ใช่เหรอ เอาไปทิ้งหน่อยคำนี้ มันไม่ใช่มงกุฎ มันเป็นเหมือนว่ามาบังตาเราไว้ ทำให้ตาเราไม่เด่น เส้นทางสู่ความสำเร็จ ? มะเดี่ยว: เราไม่ได้ตั้งใจจะดังนะ เราก็แต่งชุดแบบธรรมดา ลงเฟซ แล้วก็ดันดัง มากรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 15 พ่อแม่บอกไปเลย มาคนเดียวแล้วฉันแล้วก็มาเช่าห้องอยู่ ตอนนั้นก็เอาเงิน 3,000 มากรุงเทพฯ มาออกรายการ สรยุทธ สุทัศนะจินดา แล้วก็ไปออกรายการ Asia's Next Top Model เราเป็นดีไซเนอร์อยู่ Asia's Next Top Model เขาติดต่อมาให้เราไปแคสติ้งเกี่ยวกับดีไซเนอร์ พอทำรายการ Asia's Next Top Model เราก็ต้องไปจากไทย ขนของไปให้หมด จบรายการแล้วเป็นอย่างไร ? มะเดี่ยว: เราทำงานมานาน ตั้งแต่อายุ 16 จนถึงอายุ 21 ทำงานมาหลายปีมาก จนเขาบอกว่าหมดเงินแล้ว ให้กลับบ้านเลย ที่ช็อกก็คือว่า แม่เราเคยโทรมาขอเงินแบบไปผ่าตัดแค่ 3,000 เป็นค่าห้อง ท่านก็บอกว่าไม่มีแต่อย่าไปบอกมะเดี่ยวนะว่าไม่มี เดี๋ยวจะเครียด พอกลับบ้านไป ฉันไม่ยอมหรอกค่ะ เราต้องทำให้เราสู้ขึ้นมา ตอนกลับแม่ก็ยังโอนเงินมาให้ 3,000 อีก ตอนไปตอนกลับแม่ก็ให้ 3,000 คือไปเริ่มต้นด้วย 0 น่ะ กลับมาก็เริ่มต้นด้วย 0 อีก 4 ปีที่เราทำงานมาตลอด ก็คิดแบรนด์เลย ตู้คุณย่า เอาผ้าถุงมาตัดเป็นชุด เป็นผ้าซิ่น เอามาตัดเป็นชุดของตัวเอง ค่าตัด 100 ลงทุน 200 ใช่ไหม ขายไปเลย 999 แล้วก็ยิงแอดเลย ตอนนั้นแบบเพิ่งอายุ 21 ปี วันแรกปังเลย ถ้าเราเครียดแล้วยิ่งว่างมันก็จะเครียดขึ้นไปอีก ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากเราช่วยตัวเองนี่คือคำที่ถูกต้อง ช่วยตัวเองเถอะค่ะ ช่วยคนอื่นแล้วอย่าลืมช่วยตัวเองบ้างนะคะ ก็เลยประสบความสำเร็จในช่วงแรกที่กลับบ้าน แล้วมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ? มะเดี่ยว: เปลี่ยนตัวเอง ไปประกวด Miss Fabulous ทำให้เราได้เกิดมา เขาก็เป็นผู้ให้โอกาส ไบรอัน ตัน เราได้ไปออกรายการ The Billionaire สเปกของมะเดี่ยว ? มะเดี่ยว: ไม่ได้ชอบคนที่มีหน้าตาดีเท่าไหร่ หน้าตาก็สำคัญแต่ว่าเราจะดูที่บุคลิก จะดูด้วยเสน่ห์ของเขา ถ้าเป็นสเปกก็ต้องคนนี้เลย เพราะว่าแฟนเขาหน้าเหมือนฉันเลย เต๋อ ฉันทวิชช์ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากบอกอะไรตัวเอง อยากแก้ไขอะไรมากที่สุด ? มะเดี่ยว: จะบอกให้ตัวเองตั้งใจเรียนภาษาอังกฤษเยอะ ๆ เพราะว่าตามบ้านนอกเรา ภาษาอังกฤษเขาไม่ได้สอนจริงจัง ไม่ได้ให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ ฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่มีความกล้าที่อยากจะเป็นตัวของตัวเอง ทำอย่างไรให้ปลุกความกล้า ? มะเดี่ยว: ก่อนที่จะกล้าเป็นตัวของตัวเองก่อนต้องหาตัวเองให้เจอก่อน จะต้องหาตัวเองให้เห็นว่าเราเป็นอะไรกันแน่ ลองทำไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ว่าใครจะเจอตัวเองในการทำครั้งแรก Passion มันหาได้ใหม่ได้เรื่อย ๆ อยู่แล้ว แต่ เธอต้องก้าวออกจากห้องตอนนี้ ไม่ใช่ไปนั่งหา Passion อยู่ในห้องตัวเอง ไปหาทำอะไรที่เราไม่เคยทำ สามารถติดตาม เกิดมาเว่า ได้ที่ช่องทาง Facebook: WE DO , Youtube: WE DO วันอังคาร เวลา 18.00 น.
ข่าวบันเทิง • 9 ก.ค. 68
อ่าน
ยิ่งใหญ่! "มิลลิ-ยัวร์บอยทีเจ-แอทลาส" ระเบิดความสนุก ในงาน "EA SPORTS FC MOBILE FESTIVAL"
EA SPORTS ผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาเกมกีฬาจัดงานสุดยิ่งใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดงาน EA SPORTS FC MOBILE FESTIVAL BANGKOK อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 และวันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ตลอด 2 วันเต็มอย่างจุใจ ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการประเดิมเวทีแรกของโปรเจกต์ EA SPORTS FC Asia Series presented by Visa ณ BCC Hall เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยงานนี้ได้มอบประสบการณ์สุดพิเศษด้วยการผสมผสานความตื่นเต้นของการแข่งขัน E-Sports เข้ากับความมันส์ของคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศ โดยแฟนเกมและแฟนคลับรวมตัวคับคั่ง เวลา 2 วันเต็ม ณ BCC Hall เซ็นทรัลลาดพร้าว ตลอดทั้งสองวัน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากผู้เข้าร่วมงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเหล่าเกมเมอร์ที่มาเชียร์ทีมโปรดในการแข่งขันชิงเงินรางวัลกว่า 1,000,000 บาท หรือแฟนเพลงที่ตั้งใจมาชมโชว์จากศิลปินที่ชื่นชอบ ทุกโซนของงานต่างมีผู้คนหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นโซนกิจกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงบูธที่น่าสนใจ พร้อมกับศิลปินที่ขึ้นโชว์ในวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2568 กับ 7 หนุ่มสุดฮอตที่สุดในตอนนี้ ATLAS ทันทีที่เสียงดนตรีดังขึ้น แสงไฟสาดส่องไปที่เมมเบอร์ทั้งเจ็ด อากาศในฮอลล์ก็เหมือนจะร้อนระอุขึ้นมาทันที ATLAS ได้ขนเพลงฮิตติดหูมาระเบิดความสนุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพลงเร็วที่ชวนให้เต้นตามและเพลงช้าที่สะกดใจ การแสดงที่ทั้งร้องทั้งเต้น เป็นการเปิดงานวันแรกที่สร้างความประทับใจและปลุกเร้าอารมณ์ผู้ร่วมงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และยังมี BENZKHAOKHWAN ศิลปินสาวจากเมืองไทย ก็เนรมิตความน่ารักสดใสทั้งเวทีเอาใจหนุ่ม ๆ ภายในงาน นอกจากนี้ยังมีแร็ปเปอร์สาว RAMENGVRL จากอินโดนีเซีย มาขึ้นไฮป์เวทีให้ลุกเป็นไฟอีกด้วย และในวันที่สองยังคงจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นขบวนพาเหรดสุดอลังการ, สัมผัสประสบการณ์แบบใกล้ชิดจากเหล่าพันธมิตรสโมสรระดับแนวหน้าของ EA SPORTS FC MOBILE แถมยังมีแร็ปเปอร์สาวสุดฮอต MILLI มาพร้อมกับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และลีลาการแร็ปอันดุดัน ส่งพลังถึงคนดู ทำเวทีลุกเป็นไฟ อย่างเดือด ตามมาด้วย URBOYTJ ที่ขนเพลงฮิตมาให้แฟน ๆ ได้เต้นและร้องตามกันแบบกระหึ่มฮอลล์ ทั้งการร้องและการเอนเตอร์เทนคนดูได้อย่างอยู่หมัด ทำเอาแฟนคลับที่มาชมการแสดงประทับใจแบบสุดๆ นอกจากนี้ยังมีการแข่งขัน EA SPORTS FC Asia Series presented by Visa ถือเป็นครั้งแรกที่จะเป็นการรวมตัวนักกีฬาอีสปอร์ตแนวหน้าจากทั่วโลกมาประชันฝีมือกันแบบสด ๆ สุดมันส์ที่ประเทศไทยบนเวทีที่จัดด้วยมาตรฐานระดับโลกท่ามกลางเสียงเชียร์จากกองเชียร์และผู้ชมที่ลุ้นระทึกทุกวินาทีของการแข่งขัน โดยได้นักฟุตบอลระดับตำนานชื่อดังอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เจย์ เจย์ โอโอชา มาร่วมโชว์สกิลการเล่นเกมในครั้งนี้ด้วย จนในที่สุดก็ได้ TOTONNAKA22 สามารถคว้าแชมป์และรับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 1,000,000 บาทไปครองได้สำเร็จ!! ถือเป็นการเป็นการฉากการแข่งขัน EA SPORTS FC Asia Series ได้อย่างสมเกียรติความยิ่งใหญ่ในสนามแรก
ศิลปินไทย • 18 มิ.ย. 68
อ่าน
จักรยานไฟฟ้า Olto ebike ความเร็ว 53 กม./ชม. พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะและระบบกันขโมยสุดล้ำ
อินฟินิท แมชชีน (Infinite Machine) สตาร์ทอัพด้านนวัตกรรมเพื่อการเดินทางจากบรูคลิน นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้จักจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าพีวัน (P1) ที่มีดีไซน์โดดเด่นคล้ายไซเบอร์ทรัค (Cybertruck) ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มจักรยานไฟฟ้า กับผลงานชื่อว่า โอลโต อีไบค์ (Olto ebike)ที่ผสมผสานสุนทรียภาพแบบเรโทรยุคเก่า-กับโลกอนาคต เข้ากับเทคโนโลยีและสมรรถนะที่ทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสะดวกสบาย ปลอดภัย และมีสไตล์ รูปลักษณ์ และ คุณสมบัติเด่นโอลโต อีไบค์ (Olto ebike) มีน้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม มีเอกลักษณ์การออกแบบที่เฉียบคม ด้วยตัวถังอะลูมิเนียมอัดขึ้นรูปมุมเฉียบคม และมีน้ำหนักเบา ผสมผสานกับโครงสร้างเหล็กเชื่อมและอะลูมิเนียมหล่อที่แข็งแกร่ง จักรยานไฟฟ้ารุ่นนี้มาพร้อมเบาะนั่งที่ยาวเป็นพิเศษ รองรับผู้โดยสารได้ถึงสองคน โดยมีที่วางเท้าแบบสไลด์ออกด้านหลังเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารด้านหลัง และสำหรับผู้ขับขี่ด้านหน้า ซึ่งออกแบบมาให้สามารถปั่นได้ตามปกติ แต่หากต้องการขับเคลื่อนด้วยระบบคันเร่งเพียงอย่างเดียว แป้นเหยียบก็สามารถล็อคด้วยแม่เหล็กให้เป็นที่วางเท้าได้ ช่วยให้การจัดเก็บและขนย้ายเป็นเรื่องง่ายการออกแบบการออกแบบของ โอลโต อีไบค์ (Olto ebike) คำนึงถึงการใช้งานจริงพร้อมด้วยที่จับใต้เบาะสำหรับการบรรทุกสัมภาระ และที่พักเท้าด้านหลังที่ซ่อนอยู่และสามารถดึงออกมาใช้งานได้ เบาะนั่งทรงสี่เหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ให้พื้นที่กว้างขวางและสบายยิ่งขึ้น ใต้เบาะนั่งยังซ่อนช่องเก็บแบตเตอรี่แบบถอดเปลี่ยนได้ ทำให้การเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ไฟหน้าถูกติดตั้งไว้ที่โครงด้านล่างเหนือล้อเล็กน้อย เพื่อให้แสงสว่างทั้งไฟสูงและไฟต่ำ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ทั้งนี้ โอลโต อีไบค์ (Olto ebike)สามารถปรับแต่งได้ ด้วยส่วนประกอบแบบโมดูลาร์ โดยผู้ใช้งานสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น ที่นั่งเด็ก, แร็คท้าย, ตะกร้า หรือแผงกลาง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายประสิทธิภาพภายในโอลโต อีไบค์ (Olto ebike)มีมอเตอร์ดุมล้อหลังขนาด 750 วัตต์ เสริมกำลังการปั่นของผู้ขับขี่ให้มีประสิทธิภาพ มอเตอร์นี้สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนถนนในเมือง และเพิ่มเป็น 53 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อตั้งค่าสำหรับการใช้งานแบบออฟโรด ซึ่งถือเป็นความเร็วที่น่าประทับใจสำหรับจักรยานไฟฟ้าพลังงานทั้งหมดมาจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 48โวลต์ ต่อ 25 แอมป์ต่อชั่วโมง ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว(Hot-Swappable) โดยติดตั้งอยู่ในช่องเก็บของใต้เบาะนั่ง การชาร์จเพียง 5.5 ชั่วโมงต่อหนึ่งครั้ง อ้างว่าสามารถให้ระยะทางวิ่งได้ประมาณ 64 กิโลเมตร ซึ่งระยะทางจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับการช่วยเหลือที่ผู้ใช้เลือกผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่ติดตั้งบนแฮนด์ หรือผ่านหน้าจอควบคุมที่รวมอยู่ในแฮนด์จักรยานคุณสมบัติอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยรถจักรยานไฟฟ้าคนนี้มีแอปพลิเคชันเฉพาะของ Olto สามารถแสดงข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น ความเร็ว ระยะทางที่เดินทาง และระดับแบตเตอรี่ นอกจากนี้ยังมีการแจ้งเตือนผู้ใช้หากจักรยานถูกรบกวนเมื่อทิ้งไว้โดยไม่มีคนดูแล และสามารถติดตามตำแหน่งของ Olto ได้ด้วย GPS หากเกิดการโจรกรรม และมีระบบ ล็อคแฮนด์และล้ออัตโนมัติ สัญญาณเตือนการเคลื่อนไหวที่เปิดใช้งานด้วยเสียง และช่องสำหรับApple AirTag เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการป้องกันการโจรกรรมมีระบบเบรกเป็น ดิสก์เบรกไฮดรอลิกทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ขนาด 12 นิ้ว พร้อมระบบกันสะเทือนหน้า 60 มม. และหลัง 21 มม. ช่วยลดแรงกระแทกจากถนนขรุขระ และมีการเดินสายเคเบิลภายในทั้งหมดเพื่อความเรียบร้อย ระบบไฟ LED เต็มรูปแบบพร้อมไฟเลี้ยวและไฟหน้ากำลังสูง รวมถึงแตรไฟฟ้าเกรดมอเตอร์ไซค์ที่ให้เสียงดังฟังชัด ราคาและการวางจำหน่ายมีกำหนดวางจำหนายช่วง ประมาณเดือนกันยายน หรือ พฤศจิกายน 2025 ซึ่งคาดว่าจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดจักรยานไฟฟ้า ด้วยการผสมผสานระหว่างสไตล์, ฟังก์ชันการใช้งาน และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัยโดยมีให้เลือกสองสีคือสีเงินและสีดำ ราคาอยู่ที่ 3,495 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 128,000 บาท
TNN ช่อง16 • 17 มิ.ย. 68
อ่าน
“ไมค์ ภัทรเดช” ดูแลดีเหมือนลูก ขอส่งต่อให้เจ้าของใหม่!
ไมค์ ภัทรเดช ดูแลดีเหมือนลูก ขอส่งต่อให้เจ้าของใหม่! ออกมาประกาศขายรถหรู Porsche สำหรับพระเอกหนุ่ม ไมค์ ภัทรเดช หลังจากที่ดูแลรถคันนี้อย่างดีเหมือนลูก แต่เพราะซื้อมาแล้วไม่ได้ขับ เลยทำให้เจ้าตัวจำเป็นต้องขายรถเพื่อส่งต่อให้เจ้าของคนใหม่ ไมค์ ได้ลงรูปรถ Porsche ในไอจี พร้อมเขียนข้อความว่า รักและดูแลดีมาก ไม่เคยคิดว่าจะขาย แต่ไม่ได้ขับเลยจริงๆคับ ขอส่งต่อให้เจ้าของใหม่ครับ #Porsche718 #CaymanS ปี2017 วิ่งน้อย 10,xxxโล ตัวหายาก ขับสนุกกว่าตัวปกติเยอะ มีไม่กี่คันไทย จอดในร่มตลอด ใช้ถนอมมาก ไม่เคยลากรอบ เติมเบนซินเพียวตลอด เบรคชะลอทุกหลุม ส่วนมากใช้บนทางด่วน ดูแลดีเหมือนลูก สภาพทุกอย่างเหมือนใหม่ใครหาอยู่ไม่ผิดหวังแน่นอน รถศูนย์ AAS วารันตีถึงปี กค 26 เครื่องยนต์เบนซิน 2,500cc 350ม้า เบาะไฟฟ้าปรับ 14 ทิศทาง Logo Embed บนหัวเบาะ พวงมาลัย Multifunction ปรับอุ่นเย็น แม็กซ์ขอบ 19 ยางเพิ่งเปลี่ยน ใช้ได้อีกนาน มีประกันชั้น 1 **ราคา 4.7M
ดาราเดลี่บันเทิง • 29 พ.ค. 68
อ่าน
CPW รายได้ Q1/68 พุ่ง 2,614 ลบ. กำไรสุทธิเกือบ 25 ลบ. จากยอดขายสมาร์ทโฟน โตสวนกระเเส
นายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPWเปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 1/2568 มีรายได้จากการขายและบริการ 2,614.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการที่แข็งแกร่งของกลุ่มสินค้าสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และแก็ดเจ็ตดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ขณะที่มีกำไรสุทธิ 24.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.53% โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.88% นอกจากนี้ ด้วยโครงสร้างการเงินที่มั่นคง จากการขยายตัวของรายได้และสินค้าคงคลัง ขณะที่อัตราหมุนเวียนลูกหนี้การค้าและเจ้าหนี้การค้าอยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนที่มีประสิทธิภาพ แม้ภาวะเศรษฐกิจในประเทศยังเผชิญความไม่แน่นอน แต่บริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากความแข็งแกร่งของพอร์ตสินค้าและโครงสร้างช่องทางจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ โดย ณ สิ้นมีนาคม 2568 CPW มีร้านค้าปลีกภายใต้การบริหารทั้งหมด 107 สาขา ครอบคลุมหลากหลายแบรนด์ประกอบด้วย ร้าน dotlife (ดอทไลฟ์) จำนวน 22 สาขา ร้าน Apple Brand Shop จำนวน 27 สาขา ศูนย์บริการ iServe จำนวน 1 สาขา ร้าน AIS จำนวน 26 สาขา Samsung จำนวน 21 สาขา และ ร้าน Xiaomi จำนวน 6 สาขา ร้าน SB Life Connect จำนวน 1 สาขา ร้าน Nintendo Authorized Store By SYNNEX จำนวน 1 สาขา และร้าน Huawei จำนวน 1 สาขา และล่าสุด TECHHOUSE by .life 1 สาขา ตั้งอยู่ใจกลาง One Bangkok บนพื้นที่ใหญ่ที่สุดกว่า 1,000 ตร.ม. มุ่งหวังเป็นแหล่งรวม Lifestyly Gadget แห่งแรกของไทยที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เยอะที่สุด และรวมที่สุดของเทคโนโลยีกว่า 100 แบรนด์จากทั่วโลกไว้ในที่เดียว ตอกย้ำ CPW ผู้นำในธุรกิจดิจิทัลไลฟ์สไตล์ อย่างไรก็ดี บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริการที่มีคุณภาพที่ โดยแผนธุรกิจในปี 68 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตแบบ Organic Growth ที่ระดับ 15% ด้วยกลยุทธ์ “การต่อยอด” โดยจะโฟกัสสิ่งที่มีอยู่และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพช่องทางจำหน่าย แทนการเปิดสาขาใหม่เหมือนช่วงที่ผ่านมา เช่น การรีโนเวทร้าน AIS หลังซื้อกิจการจาก IBIZ Plus มา 3 ปี ตามนโยบายใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตในกลุ่มลูกค้ารายย่อยมากขึ้น โดยในปี 68 จะมีการรีโนเวท 5 ร้านค้า รวมถึงขยายพอร์ตสินค้าในกลุ่มที่มีศักยภาพสูง เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์, IoT และแบรนด์ Huawei ซึ่งกำลังเติบโตควบคู่กับ Apple ที่เป็นแบรนด์หลักของบริษัท “CPW ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยจุดแข็งในฐานะผู้นำด้าน Creative Retail ที่นำเสนอสินค้าและบริการ ครอบคลุมแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในยุคดิจิทัล พร้อมเดินหน้าต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง” นายปรเมศร์กล่าว
TNN ช่อง16 • 23 พ.ค. 68
อ่าน
MGC-ASIA รับทรัพย์ฉ่ำ Q2/68 ลุยส่งมอบรถไฟฟ้า XPENG กว่า 1,500 คัน ตุนแบ็กล็อกในมือ 2,159 คัน
ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เปิดเผย ถึงทิศทางภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ว่า ครึ่งปีแรกผลการดำเนินงานมีแนวโน้มปรับตัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ (Mobility Retail) เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตแบบก้าวกระโดดรับเมกะเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลให้บริษัทฯได้รับอานิสงค์และมียอดจองรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากยอดคำสั่งซื้อรถยนต์ที่ยังคงมีอยู่ในระดับสูงตั้งแต่ไตรมาสแรก และต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 2/2568 โดยเฉพาะ XPENG ที่รอทยอยส่งมอบรถให้ลูกค้ากว่า 1,500 คัน และ ณ วันที่13 พฤษภาคม 2568 บริษัทฯ มีสินค้ารอส่งมอบ (Backlog) 2,159 คัน โดยแบ่งเป็น XPENG จำนวน 1,265 คัน, ZEEKR 248 คัน, Rolls-Royce 8 คัน, BMW 179 คัน, MINI 62 คัน, HONDA 228 คัน, Harley-Davidson 67 คัน และ BMW Motorrad 102 คันขณะที่กลุ่มธุรกิจให้บริการหลังการขาย (Aftersales Service) บริษัทฯ มุ่งตอกย้ำศักยภาพการให้บริการด้านการจัดการงานซ่อมให้ครอบคลุมทุกมิติ ตามมาตรฐานสากล สู่การสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) โดยบริษัทฯ มีแผนขยายสาขา MMS Car Service Tire ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร (One-Stop Service) เพิ่มอีก 5 สาขา ในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ เพื่อเพิ่มบริการให้ครอบคลุมในหลากหลายพื้นที่“แผนการขยายสาขา บริษัทฯ จะเลือกลงทุนบนทำเลที่มีศักยภาพ และเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ เพื่อยอดใช้บริการที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีแผนการจะย้ายหรือปิดสาขาที่หมดอายุสัญญา รวมถึงสาขาที่ผลการดำเนินงานไม่เป็นตามเป้า เพื่อลดภาระต้นทุนค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ” กลุ่มธุรกิจให้บริการรถเช่าและพนักงานขับ ทั้งระยะสั้น ระยะยาว (Car Rental and Driver Services) ยังมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากฐานลูกค้าระดับพรีเมียม-ลักชัวรี ที่ยังคงมีดีมานด์การใช้เพิ่มขึ้น และบริษัทฯมีการบริหารปรับพอร์ตรถยนต์และบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การมุ่งเน้นพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ ที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้ทุกกลุ่มธุรกิจ กลุ่มธุรกิจอื่นๆ (Other Services) สำหรับธุรกิจบริการทางการเงินอย่างครบวงจร บริษัท อัลฟา เอกซ์ จำกัด (Alpha X) บริษัทฯ มุ่งเน้นการให้สินเชื่อ Wealth Lending ในอัตราที่เพิ่มขึ้น และผลจากการบริหารค่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Net Interest Margin: NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้น จากปัจจัยสนับสนุนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ทำการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 2% เหลือ 1.75% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วงครึ่งปีหลัง ส่งสัญญาณบวกต่อธุรกิจที่สามารถเปิดโอกาสให้การลงทุนและสินเชื่อเอกชนกลับมาฟื้นตัว และจากปัจจัยบวกดังกล่าว ส่งผลให้ Alpha Xสามารถขยายพอร์ตสินเชื่อ Wealth Lending เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Ultra-high Net Worth ได้เพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้นแตะระดับ 12,500 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทฯ เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิต โดยนำเสนอการแก้ปัญหาในการชำระหนี้ที่ยั่งยืนให้กับลูกค้า เพื่อสร้างผลกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและ บริษัท ฮาวเด้น แมกซี่ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด วางแผนกลยุทธ์ที่จะขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น ด้วยการเพิ่มผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าอาทิ ประกันสุขภาพดูแลสวัสดิการพนักงาน และประกันแบบกลุ่มที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในวัยเกษียณ รวมถึงยังได้ขยายการให้บริการ กลุ่มประกันภัยไซเบอร์ (Cyber Insurance) ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีและภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของธุรกิจให้มั่นคงและยั่งยืนในอนาคต ซึ่งการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์เป็นการต่อยอดจากเดิมที่ให้บริการครอบคลุมไปยังภาคพลังงานและพลังงานทางเลือก เพื่อต่อยอดธุรกิจให้อยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบต่อสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่อย่างยั่งยืน ดร.สัณหวุฒิ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตกว่าปีก่อน จากกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ภาวะกดดันจากหลายปัจจัยที่เข้ามา ทำให้บริษัทฯ ต้องวางแผนอย่างละเอียด เพื่อต่อยอดการเติบโตใน 4 ธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ ที่จะมีการส่งมอบรถอีกประมาณ 2,100 คัน ภายในไตรมาส 2/2568 และไตรมาส 3/2568 โดยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับบริษัทฯ เป็นผู้นำและจัดจำหน่ายรถยนต์ในเซกเมนต์พรีเมียม ทำให้ในปัจจุบันบริษัทฯ ได้มุ่งเน้นกับรถยนต์เพียงบางรุ่นที่กำลังเป็นที่นิยม เพื่อลดภาระต้นทุนการขายไม่ให้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น“อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว จากผลกระทบของนโยบาย Trump 2.0 ที่มีการปรับเพิ่มกำแพงภาษีเพื่อกีดกันการค้า ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องปรับตัวและวางแผนกลยุทธ์บริหารต้นทุนอย่างรอบคอบ ทำให้ในปัจจุบันการขยายธุรกิจไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามอยู่ระหว่างการศึกษาการลงทุนและนโยบายภาษีอย่างถี่ถ้วน เพื่อสร้างการลงทุนให้มีสิทธิภาพ และสร้างผลตอบแทน ที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้นทุกท่าน”
TNN ช่อง16 • 22 พ.ค. 68
ดูเพิ่มเติม