รีเซต

ผลการค้นหา “Between Us” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
เตรียมตัวเตรียมใจสู่การปิดฉากรักใน "Maxton Hall – The World Between Us ซีซั่นสุดท้าย"
อ่าน

เตรียมตัวเตรียมใจสู่การปิดฉากรักใน "Maxton Hall – The World Between Us ซีซั่นสุดท้าย"

Prime Video เผยภาพ Key art ใหม่ล่าสุดของซีรีส์ที่หลายคนรอคอย Maxton Hall The World Between Us ซีซั่นที่ 3 ซึ่งจะเป็นซีซั่นสุดท้าย ซีรีส์ Prime Original ภาษาต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ Prime Video โดยจะสตรีมในวันที่ 9 ธันวาคม 2569 บน Prime Video ประเทศไทยและ 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก สานต่อเรื่องราวจากซีซั่นก่อนหน้า Ruby ถูกพักการเรียนจาก Maxton Hall College ความฝันที่จะได้เข้าเรียนที่ Oxford กำลังเลือนหายไป แต่เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อได้ร่วมมือกับ James ทั้งคู่จึงพยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ Ruby ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ความจริงมากเท่าไร ความจริงนั้นก็ยิ่งคุกคามที่จะทำลายทุกอย่างลง มิตรภาพถูกทดสอบ และความลับที่ไม่มีใครคาดคิดเริ่มถูกเปิดเผย ท้ายที่สุด พวกเขาต้องเผชิญกับคำถามสำคัญ ความรักจะเพียงพอสำหรับพวกเขาหรือไม่ นอกจากนักแสดงนำ อย่าง Harriet Herbig-Matten และ Damian Hardung แล้ว นักแสดงในซีซั่นนี้ยังประกอบด้วย Sonja Weier (รับบท Lydia), Eidin Jalali (รับบท Graham), Ben Felipe (รับบท Cyril), Fedja van Hut (รับบท Mortimer), Runa Greiner (รับบท Ember), Justus Riesner (รับบท Alistair), Govinda Gabriel (รับบท Kesh), Andrea Guo (รับบท Lin), Frederic Balonier (รับบท Kieran), Eli Riccardi (รับบท Elaine) และ Dagny Dewath (รับบท Ophelia) Martin Schreier กลับมารับหน้าที่ผู้กำกับอีกครั้ง โดยมี Ceylan Yildirim, Markus Brunnemann และ Eike Adler รับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร นอกจากนี้ยังได้ Sandra Stckmann และ Ceylan Yildirim มารับหน้าที่หัวหน้าทีมเขียนบทในซีซั่น 3 พร้อมด้วยทีมเขียนบท ได้แก่ Catharina Junk, Marlene Melchior และ Aylin Kockler ผู้อำนวยการสร้างได้แก่ Valentin Debler ทั้งนี้ ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุน German Motion Picture Fund (GMPF) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เด็กหนุ่มต่างดาวที่มาปิ๊งสาวบนโลก รักเราห่าง(แค่)ดาวอังคาร (The Space Between Us)
อ่าน

เด็กหนุ่มต่างดาวที่มาปิ๊งสาวบนโลก รักเราห่าง(แค่)ดาวอังคาร (The Space Between Us)

นำเสนอเรื่องราวของ การ์ดเนอร์ เอลเลียต เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ที่เกิดและเติบโตบนดาวอังคาร การ์ดเนอร์ (แสดงโดยอซา บัตเตอร์ฟิลด์) มีชีวิตที่โดดเดี่ยวบนดาวอังคารมาโดยตลอด จนวันหนึ่งเขาได้ติดต่อกับทัลซา (แสดงโดยบริตต์ โรเบิร์ตสัน) สาวที่อยู่บนโลกผ่านการแชทออนไลน์ การติดต่อที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้กลับกลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง จนการ์ดเนอร์ตัดสินใจเดินทางไปหาทัลซาบนโลก ทำให้เกิดเรื่องราวผจญภัยที่ท้าทายและอบอุ่นหัวใจ ข้อดีของหนัง เลยคือเคมีของ อซา บัตเตอร์ฟิลด์และบริตต์ โรเบิร์ตสันมีเคมีที่ดี ทำให้คนดูรู้สึกถึงความผูกพันและแรงดึงดูดของตัวละครทั้งสอง แม้จะต้องอยู่ห่างกันแค่ไหนก็ตาม ฉากและเอฟเฟกต์ของอวกาศ หนังถ่ายทอดความรู้สึกของการใช้ชีวิตบนดาวอังคารได้ดี ทั้งฉากในสถานีอวกาศและพื้นผิวดาวอังคารมีความสมจริง ช่วยเพิ่มความแปลกใหม่ให้กับหนังแนวโรแมนติก นอกจากนี้ยังมีพล็อตที่แปลกใหม่ เรื่องราวรักข้ามดวงดาวและปัญหาทางกายภาพที่เกิดขึ้นเพราะการ์ดเนอร์เติบโตบนดาวอังคาร เพิ่มมิติให้กับเรื่องและทำให้มันแตกต่างจากหนังรักทั่วๆ ไป สรุป "The Space Between Us" เป็นหนังที่มีความสนุกและน่าติดตามโดยเฉพาะสำหรับคนที่ชอบแนวไซไฟโรแมนติก เป็นหนังที่มีเนื้อหาหลักเป็นเรื่องความรักและการค้นหาตัวเอง แถมยังพาเราไปสัมผัสถึงการผจญภัยข้ามดวงดาว ซึ่งแม้ว่าอาจจะไม่ได้ถึงขั้นตราตรึงใจ แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นและน่าจดจำ รับชมเรื่องนี้กันได้ ศุกร์ที่ 15 พ.ย. 67 ทางช่อง True Film 2 (223) เวลา 20:00 น. 📢 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ คลิก https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/zrw142fi #TrueVisions #Movie #TrueFilm2 #TheSpaceBetweenUs #รักเราห่างแค่ดาวอังคาร

เปิดรั้วโรงเรียนชนชั้นสูง รู้จักตัวละครสุดร้อนแรง ในซีรีส์ "Maxton Hall – The World Between Us"
อ่าน

เปิดรั้วโรงเรียนชนชั้นสูง รู้จักตัวละครสุดร้อนแรง ในซีรีส์ "Maxton Hall – The World Between Us"

Prime Videoขอต้อนรับผู้ชมเข้าสู่โลกของ รูบี้ (Harriet Herbig-Matten)และเจมส์ (Damian Hardung)ในMaxton Hall The World Between Us (Maxton Hall -โลกที่ขวางระหว่างเรา)ซีรีส์ออริจินัลจากเยอรมันเรื่องใหม่ ที่สร้างจากนวนิยายขายดีที่ได้รับรางวัล Save MeจากปลายปากกาของนักเขียนMona KastenผลิตโดยUFA Fiction เมื่อรูบี้ค้นพบความลับอันน่าตกใจในโรงเรียนไฮโซแม็กซ์ตัน ฮอลล์โดยบังเอิญ เจมส์ โบฟอร์ต ทายาทมหาเศรษฐีผู้หยิ่งผยองจึงต้องรับมือกับนักเรียนทุนผู้มีไหวพริบอย่างรูบี้ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา นักเรียนเจ้าเสน่ห์ก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อปิดปากรูบี้ให้สนิท และแม้ว่าทั้งสองจะมาจากต่างโลก แต่ในไม่ช้าพวกเขาจะยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน ซีรีส์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวความรักสมัยใหม่ระหว่างเด็กหนุ่มชนชั้นสูงและเด็กสาวชนชั้นคนทำงาน ในโลกแห่งความเย้ายวนใจ ศักดิ์ศรี ความลับ และดราม่า โดยซีรีส์Maxton Hall The World Between Us (Maxton Hall โลกที่ขวางระหว่างเรา)สามารถรับชมได้ที่ Prime Video ในกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก สตรีมพร้อมกันทั้งหมด 6 ตอน ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ รูบี้ เบลล์ รูบี้ใฝ่ฝันที่จะเรียนที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด และทุนการศึกษาจากวิทยาลัยชั้นนำอันทรงเกียรติ แม็กซ์ตัน ฮอลล์ ก็ช่วยให้เธอเข้าใกล้ความฝันของเธอมากขึ้นแม้ว่าตัวเธอจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับโลกของคนรวยเลยก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม รูบี้จะไม่ยอมให้อะไรหรือใครมาทำให้เธอไขว้เขวไปจากเป้าหมาย โดยเฉพาะบรรดาเพื่อนร่วมชั้นที่หยิ่งผยองและมีสิทธิพิเศษ ซึ่งรูบี้จงใจหลีกเลี่ยงอยู่ตลอด แต่เมื่อเธอจับได้ว่าลิเดีย โบฟอร์ตตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง รูบี้จึงกลายเป็นจุดสนใจของเจมส์ พี่ชายของลิเดียโดยไม่รู้ตัว และจู่ๆ โลกที่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเธอก็เริ่มสั่นคลอน เจมส์ โบฟอร์ต เจมส์เป็นทายาทบริษัทแฟชั่น เขาโหยหาที่จะได้รับอิสรภาพจากมอร์ติเมอร์ พ่อจอมบงการของเขา เพื่อหลีกหนีจากบรรยากาศกดดันในบ้านโบฟอร์ต เจมส์จึงใช้เวลาไปกับงานปาร์ตี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้หญิง และกีฬา เขาต้องเผชิญหน้ากับรูบี้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของลิเดียน้องสาวฝาแฝดที่เขารัก แต่เมื่อรูบี้ปฏิเสธที่จะยอมอยู่ใต้การบงการของเขา โลกของเจมส์ผู้โด่งดังและมีอิทธิพลก็กลับตาลปัตร และนำเขาไปสู่ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จัก ลิเดีย โบฟอร์ต เมื่อมองแวบแรก ลิเดียดูเหมือนเป็นหุ่นเชิดคนสำคัญที่สมบูรณ์แบบของกลุ่มบริษัทแฟชั่นโบฟอร์ต เธอสวยสง่าเสมอ เกรดดีระดับเฟิร์สคลาส ภาพลักษณ์ที่ไม่เคยสั่นคลอน และความสนใจหลงใหลในแฟชั่น แต่ลิเดียถูกพ่อของเธอตัดสิทธิ์ที่จะได้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งเมื่อเธอตกหลุมรักครูคนหนึ่งเข้า และถูกจับได้ และเธอก็ขู่ว่าจะทำให้ครอบครัวโบฟอร์ตตกอยู่ในข่าวอื้อฉาวครั้งใหญ่ เอมเบอร์ เบลล์ เอมเบอร์เป็นเจ้าของบล็อก Bellbirdและในฐานะช่างตัดเสื้อเจ้าความคิด เธอมักจะแสดงผลงานของเธอในโลกออนไลน์ เอมเบอร์มั่นใจในตนเองและไม่หวั่นไหวไปกับความเห็นของคนอื่น เธอพร้อมให้ความช่วยเหลือและแนะนำรูบี้พี่สาวของเธอเสมอ แต่เมื่อเธอถูกดึงดูดเข้าสู่วงสังคมของเจมส์และค่อย ๆ ห่างเหินจากครอบครัว เอมเบอร์ก็เริ่มรู้สึกกังวลเรื่องรูบี้ อลิสแตร์ เอลลิงตัน อลิสแตร์คือหัวใจของกลุ่มของเจมส์ เขาเป็นมิตรและภักดี แต่ความสัมพันธ์ลับกับเพื่อนสนิทคนหนึ่งทำให้เขารู้สึกกดดัน เขาไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการเปิดเผยความสัมพันธ์นี้ต่อสาธารณะ แต่คู่ของเขายังไม่พร้อม อลิสแตร์ก็จำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องยากลำบากหลังจากที่เจมส์จับได้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ ลิน หวาง ลินเป็นเพื่อนสนิทของรูบี้ที่แม็กซ์ตัน ฮอลล์ ในฐานะลูกสาวผู้สดใสของคู่รักศิลปินชาวเอเชีย เธอใฝ่ฝันที่จะเรียนที่อ็อกซ์ฟอร์ด ลินเป็นคนตรงไปตรงมาและคอยอยู่เคียงข้างเพื่อนเสมอ เธอคือคนที่ทำให้ชีวิตในโรงเรียนของรูบี้ไม่ขื่นขมเกินไปนัก และมักจะพูดถึงความงี่เง่าของเพื่อนร่วมชั้นที่เธอไม่ชอบให้รูบี้ฟังอยู่ตลอด ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

iQIYI (อ้ายฉีอี้) คอลแลปส์ 2 ซีรีส์ดัง Between Us x Oh No! Here Comes Trouble
อ่าน

iQIYI (อ้ายฉีอี้) คอลแลปส์ 2 ซีรีส์ดัง Between Us x Oh No! Here Comes Trouble

จบไปแล้วสำหรับงานสุดยิ่งใหญ่ประจำปีของ iQIYI (อ้ายฉีอี้) กับงาน iQIYI 2022 Year in Binge รวมความสนุกสุดปังตลอดทั้งปี งานที่ได้สรุปความสำเร็จและการเติบโตของ iQIYI (อ้ายฉีอี้) แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชั้นนำเอเชียในปี 2022 แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งในดวงใจของแฟนๆ รวมไปถึงการเผยถึงซีรีส์คุณภาพน่าดูเรื่องใหม่ๆประจำปี 2023 ซึ่งงานนี้ได้รับการตอบรับจากสื่อมวลชนทั้งไทย มาเลเซีย สิงคโปร์และอีกหลายๆประเทศอย่างคับคั่ง นอกจากนี้ทาง iQIYI (อ้ายฉีอี้) ยังได้จัดกิจกรรมคอลแลปส์พิเศษสุดยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์กับกิจกรรม iQIYI Young Stars ซึ่งเป็นการนำสองนักแสดงซีรีส์ชื่อดังจากทั้ง 2 เรื่อง นำทีมโดยคู่จิ้นซีรีส์วายชื่อดังของไทย บุ๋น-นพณัฐ กันทะชัย และ เปรม-วรุศ ชวลิตรุจิวงษ์ จากซีรีส์ Between Us เชือกป่าน และ เจิงชินฮัว และ เผิงเชียนโย่ว สองนักแสดงมากฝีมือชื่อดังแห่งยุค จากซีรีส์ Oh No! Here Comes Trouble มาร่วมกันตอบคำถามและร่วมเล่นเกมส์ผ่านทางระบบออนไลน์ ซึ่งบรรยากาศงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและครึกครื้นอย่างมาก โดยระหว่างสัมภาษณ์มีคำถามที่ให้ทั้งสองฝ่ายบอกความน่าดูของซีรีส์อีกฝ่าย ทางด้าน บุ๋น-เปรม ตอบว่า หลังจากที่พวกเราได้ดูตัวอย่างซีรีส์ Oh No! Here Comes Trouble แล้ว พวกเราชอบ CG ของเรื่องนี้ สมจริงมาก ยิ่งตัวละครมีการใช้พลังวิเศษด้วย ยิ่งน่าติดตามเข้าไปใหญ่ พวกเราจะรอรับชมซีรีส์เรื่องนี้อย่างแน่นอนครับ และสำหรับ เจิงชินฮัว และ เผิงเชียนโย่ว กล่าวถึงความน่าชมของซีรีส์ Between Us เชือกป่านว่า พวกเราทั้งสองชอบการเล่าเรื่องของซีรีส์ โปรดักชั่นก็อลังการ พล็อตเรื่องดีมากๆครับ พวกเราอยากลองเล่นบทบาทแนวนี้เหมือนกันครับ อีกช่วงที่น่าสนใจมากๆ คือช่วง iQIYI โรงเรียนสอนภาษา ซึ่งเป็นการให้นักแสดงสอนภาษาตัวเองให้อีกฝ่ายจากคำพูดสุดฮิตบนโลกออนไลน์ เช่น 不国小生的恋爱 (ปู๋ชื่อกั๋วเสี่ยวเตอะเลี่ยนอ้าย) แปลว่ามิตรภาพของเราจะคงอยู่ตลอดไป! และ 超好看,爱奇艺上才有! (ชาวห่าวค่าน อ้ายฉีอี้ช่างฉายโยว) แปลว่า ซีรีส์ดีๆต้อง iQIYI เท่านั้น ซึ่งทั้งสองฝ่ายพูดภาษาอีกฝ่ายได้อย่างเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา โดยก่อนที่จะร่ำลากันไป ทั้งสองก็ได้กล่าวขอบคุณแฟนๆที่ติดตามและซัพพอร์ตพวกเขาและซีรีส์มาโดยตลอด หวังว่าจะได้เจอทุกคนในเร็ว ๆ วัน โดยอย่างที่เราทราบถึงความนิยมของ บุ๋น-เปรม สองนักแสดงมากความสามารถจาก Between Us เชือกป่าน ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมในไทย แต่ยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากต่างประเทศ หลังจากกิจกรรมคอลแลปส์สุดพิเศษจบลง ทั้งสองยังได้รับการสัมภาษณ์จากสื่อต่างประเทศที่ได้จ่อคิวรอสัมภาษณ์ ทั้งสื่อโทรทัศน์ สื่อนิตยสาร และสื่อออนไลน์อย่างคับคั่ง แฟน ๆ สามารถติดตามรับชมซีรีส์เรื่อง Between Us เชือกป่าน ได้แล้วบนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และเตรียมติดตามรับชมออริจินัลซีรีส์ Oh No! Here Comes Trouble ในปี 2023 บนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ทุกคนตื่นเต้นมั้ย! อิ้งค์ วรันธร เตรียมมีคอนเสิร์ตเดี่ยว Secret Between Us Concert
อ่าน

ทุกคนตื่นเต้นมั้ย! อิ้งค์ วรันธร เตรียมมีคอนเสิร์ตเดี่ยว Secret Between Us Concert

ข่าวสารวงการเพลง เคยจัดคอนเสิร์ตโซโล่ทิ้งทวนก่อนเรียนจบ เมื่อปี 2559 สำหรับนักร้องสาวสวยเสียงดี มีเสน่ห์ "อิ้งค์ วรันธร เปานิล" แห่งค่าย Boxx music ในเครือ Muzik move ที่นับวันออร่าความสวยยิ่งเปล่งประกาย หลังจากล่าสุดส่งเพลง "รอหรือพอ" (STAY) ออกมาให้ฟัง ตอนนี้เตรียมเผยคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเอง โดยปล่อยข้อความออกมาว่า "ทุกคนตื่นเต้นมั้ย อิ้งค์ตื่นเต้นแล้ว เพราะ "Secret Between Us Concert" มันคือคอนเสิร์ตที่จะกลายเป็นเรื่องราวความลับระหว่างเรา!! #INKWaruntorn #SecretBetweenUs #BoxxMusic #OKD #MuzikMove" งานนี้แฟนเพลงกดเลิฟกันรัว ๆ เตรียมตัวได้เลยฟังเพลง รอหรือพอ ของ อิ้งค์ วรันธร ได้แล้ววันนี้ทาง TrueID Music อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์ วรันธร อิ้งค์ วรันธร ฟังทุกเพลงของ อิ้งต์ วรันธร ได้ที่ trueid music อ่านข่าวอื่น ๆ ได้ที่: ละลายหมดแล้วใจ!! อิ้งค์ วรันธร วางไมค์ใส่ชุดไทย ร่วมงานแต่งเพื่อนรัก ลุคนี้สวยละมุนมาก อิ้งค์ วรันธร Boxx Music เตรียมจัดคอนเสิร์ตโซโล่เดี่ยว ทิ้งทวน ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย New single!! อิ้งค์ วรันธร ปล่อยเพลงใหม่ รอหรือพอ ไม่ถึงอาทิตย์ยอดวิวทะลุล้าน จาก Girl Group สู่ ศิลปินเดี่ยว อิ้งค์ วรันธร สาวหน้าหวานค่าย Boxx Music พร้อมทีเซอร์ MV อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากล พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจติดตาม Music.trueid.net ได้อีกช่องทางที่ TrueID Appหรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID

บอยซ์ไทยเตรียมไปมันส์กับ 4 หนุ่ม CNBLUE ในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครบรอบ 7 ปี 2017 CNBLUE LIVE [BETWEEN US] IN BANGKOK
อ่าน

บอยซ์ไทยเตรียมไปมันส์กับ 4 หนุ่ม CNBLUE ในคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครบรอบ 7 ปี 2017 CNBLUE LIVE [BETWEEN US] IN BANGKOK

4 หนุ่มร็อคแบนด์มากความสามารถ ซีเอ็นบลู (CNBLUE) เตรียมบินลัดฟ้ามาระเบิดความมันส์ให้กับเหล่าบอยซ์ไทย (Boice) อีกครั้ง พร้อมฉลองครบรอบ 7 ปี กับคอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ที่ผู้จัดสุดฮอตอย่าง ไอเอ็มอี โปรดักชันส์ (ประเทศไทย) หรือ ไอมี่ไทยแลนด์ (iME Thailand) ได้เตรียมจัดเต็มทั้งแสง สี เสียง เล่นใหญ่สมชื่อ CNBLUE ให้แฟนๆ ชาวไทยที่รักเหล่าผู้ชายสีฟ้าได้ประทับใจแบบไม่มีวันลืมกันได้เลย แล้วพบกันได้ในงาน “2017 CNBLUE LIVE [BETWEEN US] IN BANGKOK” วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2560 ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานีซีเอ็นบลู (CNBLUE) วงดนตรีร็อคแบนด์ที่รับประกันคุณภาพ ประกอบด้วยสมาชิก 4 หนุ่มสุดเท่ และความสามารถอันล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น จองยงฮวา (JUNG YONG HWA), อีจงฮยอน (LEE JONG HYUN), คังมินฮยอก (KANG MIN HYUK) และ อีจงชิน (LEE JUNG SHIN) โดยเมื่อต้นปีพวกเขาได้ปล่อยมินิอัลบั้มล่าสุด 7th 7ºCN มาให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงพร้อมกับเพลงสุดฮิตอย่าง Between Us (헷갈리게) ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ ทั้งในเกาหลี และต่างประเทศ จนอัลบั้มนี้ขึ้นอันดับ 1 ของ iTunes ชาร์ตในหลายๆ ประเทศทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น ไทย, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, มาเก๊า, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไต้หวัน, เวียดนาม และรัสเซีย โดยอัลบั้มนี้พวกเขาได้ทำเพลงทุกเพลงขึ้นจากประสบการณ์ต่างๆ ของสมาชิกแต่ละคนที่ได้พบเจอตลอด 7 ปีที่เดบิวต์มา และต้องการส่งความรู้สึกต่างๆ นี้ผ่านเพลงไปยังแฟนๆ ของพวกเค้าด้วยดนตรีที่มีสีสันหลายหลาย และทันสมัยตามสไตล์ของพวกเขา รวมไปถึงการเปิดเอเชียร์ทัวร์ “CNBLUE Asia Tour 2017 Between Us” เพื่อต้องการจะไปพบกับแฟนๆ และสร้างประสบการณ์ความสุขสนุกสุดมันส์ขึ้นอีกครั้ง โดยทัวร์ครั้งนี้นอกจากประเทศไทยแล้ว ไอมี่ยังพาพวกเขาไปพบกับแฟนๆ ที่ สิงค์โปร์, มาเลเซีย, ฮ่องกง และไต้หวันอีกด้วยสำหรับบอยซ์ไทย (Boice) ไม่ควรพลาดกับงาน “2017 CNBLUE LIVE [BETWEEN US] IN BANGKOK” ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม 2560 เวลา 18.00 น. ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี เปิดขายบัตรวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม 2560 บัตรราคา 6,000 / 5,000 / 4,300 / 3,300 และ 2,000 บาท จำหน่ายบัตรผ่านทางเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com และ Call Center 02-262-3456 และพิเศษสุดกับ VIP Package สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรราคา 6,000 บาทเท่านั้นที่จะสามารถซื้อแพ็คเกจเพิ่มได้ในราคา 1,500 บาท เพื่อรับสิทธิ์เข้าชมรอบซ้อม (Rehearsal) พร้อมรับฟรีสินค้า Official Goods Limited Edition 2 ชิ้น คือ แท่งไฟ [BETWEEN US] LIGHT STICK และผ้าเชียร์ [BETWEEN US] SLOGAN จำนวนจำกัดเพียง 200 สิทธิ์เท่านั้น(1 บัตรคอนเสิร์ตต่อ 1 สิทธิ์) จะเปิดขาย VIP Package ในวันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม 2560 ผ่านทางเคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 14 สาขาหลักงานนี้หนุ่มๆ ฝากบอกคิดถึง อยากเจอ แล้วมาสนุกสุดมันส์ พร้อมมาร่วมสร้างภาพความประทับใจฉลอง 7 ปีไปกับพวกเขากันในงานนี้ บอยซ์ไทย (Boice) ตัวจริงไม่ควรพลาด!!! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/IMEthailand หรือ Twitter: @ime_th และ Instagram: @ime_th แล้วเจอกัน!!!Music Trueid อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากลข่าว Gossip พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจและติดตามพวกเราชาว Intrend บันเทิง ได้ที่นี่ Line @Trueidและช่องทาง social ของ อินเทรนด์บันเทิง

จากนิยายยอดขายถล่มทลายสู่หนังเรียกน้ำตาแห่งปี "You, Like a Star ระหว่างดาว ระหว่างเรา"
อ่าน

จากนิยายยอดขายถล่มทลายสู่หนังเรียกน้ำตาแห่งปี "You, Like a Star ระหว่างดาว ระหว่างเรา"

YOU, LIKE A STAR คือนิยายรักชิ้นเยี่ยมของนักเขียนนางิระ ยู ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2022 หลังวางจำหน่ายไม่นานก็ได้รับความนิยม อย่างล้นหลามจากผู้อ่านหลากหลายกลุ่ม และในปีถัดมาก็คว้ารางวัล หนังสือยอดเยี่ยมจากร้านหนังสือ ครั้งที่ 20 เมื่อรวมกับนิยายภาคแยก ยอดพิมพ์สะสมของทะลุ 2 ล้านเล่ม เรื่องราวพาเราเดินทางระหว่างภูมิภาคเซโตะอุจิและกรุงโตเกียว ผ่านเรื่องราวความรัก 15 ปี ของ ไค และ อากิมิ ไค (โยโกฮามะ ริวเซย์) เด็กหนุ่มผู้ย้ายมาจากเกียวโตและมีความฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูน ได้พบกับอากิมิ (ฮิโรเสะ ซึสึ) หญิงสาวที่เติบโตบนเกาะแห่งนี้และใฝ่ฝันอยากทำงานปักผ้าที่เธอรัก ทั้งคู่ต่างมีบาดแผล และความโดดเดี่ยว จากปัญหาภายในครอบครัว จึงค่อย ๆ กลายเป็นที่พักพิง ทางใจให้แก่กัน และตกหลุมรัก กันในที่สุด เมื่อเรียนจบ ไคตัดสินใจเดินทาง ไปโตเกียวเพื่อ ไล่ตามความฝัน ขณะที่อากิมิ เลือกอยู่บนเกาะ เพื่อทำงานและดูแลครอบครัว ระยะทาง และภาระชีวิตค่อย ๆ นำพาทั้งสองไปสู่ทางแยกครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ความรักยังคงอยู่ แต่เส้นทางชีวิต กลับทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก เรื่องราวความรัก และการเลือกทางเดิน ชีวิตตลอด 15 ปีของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไร โยโกฮามะ ริวเซย์ คือตัวเลือกแรกสำหรับบทนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาคือนักแสดงที่กำลังเติบโต ขึ้นเป็นหนึ่งในนักแสดงแถวหน้า ของญี่ปุ่น หลังรับบทนำในภาพยนตร์สมบัติชาติญี่ปุ่น KOKUHO (2025) และละครไทกะของ NHK เรื่อง Berabou (2025) โดย ผู้กำกับ ฟูจิอิ มิจิฮิโตะ เคยร่วมงานกับ ริวเซย์ ในภาพยนตร์ Shoutai ได้กล่าวว่า ไม่มีใครที่จะเหมาะกับบทนี้ไปมากกว่าเขาอีกแล้ว หนังยังได้ อิมามุระ เคสุเกะ ผู้กำกับภาพจาก The Last 10 Years (2022) และ 182 Beyond Youthful Days (2024) รวมถึงอาดาจิ นาโอโกะ ผู้เขียนบทจาก Okaeri Mone และ What Did You Eat Yesterday? มาร่วมทีม รวมถึง ฮิโรเสะ ซึสึ ผู้เคยฝากการแสดงอันทรงพลังไว้ใน Wandering Moon เธอตอบรับบทอากิมิ หญิงสาวผู้เป็นตัวละครเอกอีกคน ฮิโรเสะถ่ายทอดหัวใจและวิถีชีวิตของอากิมิ ผู้มีทั้งความละเอียดอ่อนและความเข้มแข็งอยู่ในตัว ตั้งแต่อายุ 17 ถึง 32 ปี จากวัยเรียนสู่ชีวิตวัยทำงาน ทั้งความสุข บททดสอบ ระยะทาง ความไม่เข้าใจ และบาดแผลที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ถือเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ยอดเยี่ยมของเธอในปีนี้ ร่วมด้วยนักแสดงชั้นนำที่มาร่วมถ่ายทอดชีวิตของผู้คนรอบตัวไคและอากิมิ ได้แก่ มัตสึมุระ โฮคุโตะ, นากามูระ อัน, ฮามาดะ กาคุ, โอโนะ มาจิโกะ, คิมูระ โยชิโนะ, อิชิดะ ยูริโกะ และฮาเซงาวะ ฮิโรกิ YOU, LIKE A STAR ระหว่างดาว ระหว่างเรา 3 ธันวาคม ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

keshi ส่งซิงเกิลใหม่ “MISS ME” กระแทกใจคนเศร้า เผยความรู้สึกว่างเปล่าหลังความสัมพันธ์จบลง
อ่าน

keshi ส่งซิงเกิลใหม่ “MISS ME” กระแทกใจคนเศร้า เผยความรู้สึกว่างเปล่าหลังความสัมพันธ์จบลง

keshi ศิลปินและโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันขวัญใจแฟนเพลงชาวงไทย กลับมาพร้อม MISS ME ซิงเกิลใหม่เพลงแรกนับตั้งแต่ปี 2025 ที่เล่าถึงความรู้สึกหลังความสัมพันธ์จบลง ระหว่างความคิดถึงกับการปล่อยมือ ความเจ็บปวดกับความเป็นไปได้ และความไม่แน่ใจต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นเพลงช้า ๆ ซึ้ง ๆ ที่กระแทกทุกคนที่ฟังเข้าอย่างจัง จับใจทุกคนที่ฟังได้ตั้งแต่ครั้งแรก ตามแบบฉบับของ keshi จริง ๆ พิเศษสำหรับแฟนเพลงชาวไทย สามารถจับจองเป็นเจ้าของแผ่นไวนิล MISS ME ขนาด 7 นิ้วของ keshi ได้แล้ววันนี้ ที่เว็บไซต์ umusic.co.th สินค้ามีจำนวนจำกัด MISS ME พูดถึงความรู้สึกสับสนเมื่อไม่รู้ว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหน รวมถึงความกลัวต่อสิ่งที่รออยู่ข้างหน้าและความลังเลที่ยังคงค้างคา ในท่อนหนึ่ง keshi ร้องว่า Its not home, now its just a place I never go บรรยายระยะห่างจากการต้องแยกจากกัน และความรู้สึกที่ไม่เชื่อมโยงกับสถานที่เดิมอีกแล้ว keshi - MISS MEฟังเพลง https://keshith.lnk.to/missmePR ชมวิดีโอ visualizer https://keshith.lnk.to/missmePR/youtube keshi อธิบายถึงเพลงนี้ว่า เพลงนี้พูดถึงการอยากรู้ว่า หลังจากความสัมพันธ์จบลง เรายังมีความหมายกับใครสักคนอยู่ไหม เป็นเรื่องของการยึดเหนี่ยวเศษเสี้ยวใดก็ตามที่ยังเชื่อมโยงเรากับเขาไว้ แม้สิ่งนั้นจะเป็นความเจ็บปวดจากการที่เขาไม่อยู่ก็ตาม ขณะที่ท่อน I want you to hurt when youre not with me สะท้อนความเปราะบางและความปรารถนาซับซ้อนที่จะรู้คำตอบ แม้จะยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร แก่นของเพลงจึงเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบง่าย ๆ keshi แต่งเพลงนี้ร่วมกับ boylife (Brockhampton), Nick Velez และ Justin Tranter (Justin Bieber, Chappell Roan, Selena Gomez) โดยมี keshi, boylife และ Nick Velez ร่วมโปรดิวซ์ keshi เป็นที่รู้จักจากบีต lo-fi hip-hop ซาวด์ alternative RB และเสียงร้อง falsetto นุ่มละมุน ผลงานของเขามียอดสตรีมทั่วโลกทะลุ 1 พันล้านครั้งตั้งแต่ปี 2021 และปัจจุบันมียอดสตรีมสะสมเกิน 7 พันล้านครั้ง จากจุดเริ่มต้นในฐานะโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงในห้องนอน สู่ศิลปินป๊อปที่ออกทัวร์ทั่วโลก ในปี 2025 ทัวร์ Requiem World Tour ของเขาจัดการแสดงเฮดไลน์ ที่บัตรขายหมดในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Madison Square Garden ในนิวยอร์ก, The O2 ในลอนดอน และ Kia Forum ในลอสแอนเจลิส รวมถึงล่าสุดที่ keshi ได้รับการประกาศเป็นหนึ่งในเฮดไลน์ของเทศกาล Clockenflap ที่ฮ่องกง วันที่ 4 ธันวาคมนี้อีกด้วย นอกเหนือจากดนตรี keshi ยังเป็นที่จับตาในแวดวงแฟชั่น เขาเคยร่วมงานกับแบรนด์หรู Yves Saint Laurent และ Fendi รวมถึง GUESS แบรนด์ไลฟ์สไตล์ นอกจากนี้ยังขึ้นปก M Le Magazine du Monde และ Euphoria และเพิ่งถ่ายโฟโต้ชู้ทในนิตยสารแฟชั่นจากลอนดอน Wonderland โดยช่างภาพชื่อดัง Mario Sorrenti ซึ่งนิตยสารกล่าวถึงผลงานเพลงของเขาว่า เพลงของ keshi มักให้ความรู้สึกราวกับรอยช้ำที่มีแสงแดดส่องผ่าน ขณะกำลังค่อย ๆ หายดี อีกทั้งยังได้รับการประกาศให้เป็นแขกรับเชิญพิเศษในงาน VALORANT Champions 2026 ของ Riot Games ที่เซี่ยงไฮ้ MISS ME เป็นเพียงผลงานแรกของ keshi ที่แฟน ๆ รอติดตามอัลบั้มชุดที่สามของเขากันอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งเขาเตรียมขยายจักรวาลทางดนตรีที่เขาสร้างขึ้น เผยให้เห็นศิลปินที่พร้อมเผชิญทั้งความสับสน ความไม่แน่นอน และความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงในทุกรูปแบบ ผ่านเสียงร้องและดนตรีอันสวยงาม เปราะบาง เข้าถึงทุกหัวใจของทุกคนที่เราจะได้ฟังกันเร็ว ๆ นี้

"SERIOUS BACON x PURPEECH" เจอกันครั้งแรกในซิงเกิล "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน"
อ่าน

"SERIOUS BACON x PURPEECH" เจอกันครั้งแรกในซิงเกิล "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน"

หลังจากพาผู้ฟังเดินทางผ่านหลากหลายความสัมพันธ์ "SERIOUS BACON" ก็ได้เดินทางมาถึง Single ที่ 4 จาก EP. Album "ADD-FRIENDTURE TIME" ในเพลง "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน (Crossroads)" พร้อมชวน "PURPEECH" ศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่องการถ่ายทอดบทเพลงแห่งความรู้สึก มาร่วมเติมเต็มเรื่องราวของความสัมพันธ์ที่กำลังจะจบลง กับคำขอครั้งสุดท้ายของคนที่ยังไม่พร้อมปล่อยมือ เพลงนี้เกิดจากการโคจรมาพบกันครั้งแรกของ "SERIOUS BACON" และ "PURPEECH" สองศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่องเพลงเศร้าที่โดนใจคนฟัง โดยทั้งคู่ได้ร่วมกันแต่งเนื้อร้องและเรียบเรียงดนตรี จนเกิดเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่ชวนให้เห็นเคมีทางดนตรีในมุมใหม่ของทั้งสองวง "คงน่าเสียดาย ถ้าเราต้องเลิกกัน เพราะฉันรักการได้อยู่กับเธอ" "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน" เล่าถึงช่วงเวลาที่คนหนึ่งกำลังตัดสินใจเดินจากไป ขณะที่อีกคนยังไม่พร้อมยอมรับความจริง แม้จะรู้ดีว่าความสัมพันธ์อาจมาถึงปลายทางแล้ว แต่ก็ยังอยากขอร้องอีกสักครั้ง ขอให้อีกฝ่ายลองทบทวนถึงวันที่เคยมีร่วมกัน ความฝันที่เคยวางไว้ และความรักที่ยังคงเหลืออยู่ ในส่วนของ Music Video ถ่ายทอดเรื่องราวของ "พัฒน์" และ "แพรว" คู่รักที่กำลังเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเมื่อถึงปลายทางของทริปนี้ ทั้งสองคนก็จะไม่ได้กลับมาเจอกันอีก พัฒน์จึงพยายามยืดเวลาที่เหลืออยู่ แม้กระทั่งการขับรถวนไปในเส้นทางที่ผิด เพียงเพื่อให้ช่วงเวลาบนรถยาวนานขึ้นอีกสักนิด โดยหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะยังไม่ต้องสิ้นสุดลง เสมือนภาพแทนของคนที่ยังไม่พร้อมปล่อยมือ แม้จะรู้ว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงปลายทางได้ แต่ก็ยังอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้นานที่สุด สะท้อนความหวังเล็ก ๆ ของคนที่อยากรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ เช่นเดียวกับท่อนหนึ่งในเพลง "เผื่อเธอเสียดายวันที่ผ่าน อนาคตที่เราเคยฝัน เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน" "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน" จึงอาจเป็นเพลงสำหรับคนที่กำลังอยู่ระหว่าง "การยอมรับความจริง" กับ "การขอโอกาส" แม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์อาจไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่ก็ยังอยากขอโอกาสอีกสักครั้ง เผื่อว่าความรักที่เคยมีร่วมกันจะยังพอมีทางไปต่อ ติดตามฟัง "เผื่อเราไม่ต้องลาจากกัน" "SERIOUS BACON Feat.PURPEECH" พร้อมกันได้แล้ววันนี้ ทุก Streaming Platform และรับชม Music Video ได้ที่ YouTube : BOXX MUSIC พร้อมอัปเดตผลงานใหม่ ๆ ของ "SERIOUS BACON" ได้ที่ : Facebook : https://www.facebook.com/Seriousbaconband, https://www.facebook.com/BoxxmusicOfficial Tiktok : https://www.tiktok.com/@seriousbaconband, https://www.tiktok.com/@boxxmusicofficial Youtube : https://youtube.com/@boxxmusicofficial IG : https://www.instagram.com/seriousbaconband/, https://www.instagram.com/boxxmusicofficial/ Twitter : https://twitter.com/seriousbaconnn, https://twitter.com/boxxmusicteam

รักเก่าที่เคยมีเรา! "Charlie Harper" ร่วมย้อนความทรงจำไม่เคยเลือนหาย ประทับใจในโรงภาพยนตร์
อ่าน

รักเก่าที่เคยมีเรา! "Charlie Harper" ร่วมย้อนความทรงจำไม่เคยเลือนหาย ประทับใจในโรงภาพยนตร์

แม้ความสัมพันธ์จะจบลง แต่ความรู้สึกกลับยังคงไม่จางหาย ร่วมแกะกล่องความทรงจำทบทวนความหลังสองเราของ ชาร์ลี และ ฮาร์เปอร์ คู่รักที่ตัดสินใจออกจากบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ไปด้วยกัน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งต่างคนต่างความฝัน จากคนที่เคยรักกันจึงกลายเป็นเพียง คนเก่า ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในความทรงจำ ถ่ายทอดเรื่องราวความรักปนขมผสมน้ำตาที่จะพาผู้ชมย้อนกลับไปสำรวจความสัมพันธ์ในอดีต ผ่านการแสดงจับใจของสองนักแสดงมากฝีมือ นิก โรบินสัน และ เอมิเลีย โจนส์ ที่ต่างเคยสร้างความประทับใจจากหลากหลายภาพยนตร์อันน่าจดจำ นิก โรบินสัน รับบท ชาร์ลี ชายหนุ่มผู้ฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่อง ความรัก นักแสดงหนุ่มที่เคยพาผู้ชมออกสำรวจความรักหลายหลากแง่มุม ผ่านผลงานสุดโรแมนติก Love, Simon (2018) และ Voicemails for Isabelle (2026) ครั้งนี้เขากลับมาพร้อมบท ชาร์ลี หนุ่มผู้ปราดเปรื่องและมากไปด้วยเสน่ห์ แต่กลับไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วชีวิตของตัวเองต้องการอะไร ต่างจาก ฮาร์เปอร์ แฟนสาวของเขาที่มีความฝันและเส้นทางชีวิตชัดเจน นี่จึงกลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของชีวิตที่อาจทำให้ความรักที่ดีหลุดลอยไป เอมิเลีย โจนส์ รับบท ฮาร์เปอร์ หญิงสาวผู้มุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วย ความฝัน นักแสดงสาวมากความสามารถผู้เคยฝากผลงานการแสดงอันลึกซึ้งและเสียงร้องอันไพเราะไว้ใน CODA ภาพยนตร์เจ้าของรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี 2022 ครั้งนี้เธอกลับมาพร้อมบท ฮาร์เปอร์ หญิงสาวผู้มีความฝันที่จะก้าวไปเป็นเชฟในเมืองใหญ่ เธอตัดสินใจออกจากบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ร่วมกับ ชาร์ลี แต่เมื่อเส้นทางความรักกับความฝันที่ขนานกันมันยากกว่าที่คิด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มสั่นคลอน จากคนรักที่เคยวาดฝันถึงอนาคตไปด้วยกัน มาวันนี้พวกเขากลับต้องเผชิญหน้าความทรงจำในฐานะคนรักเก่า ร่วมสัมผัสโมเมนต์ รักเก่าที่เคยมีเรา สุดซาบซึ้งไปกับ นิก โรบินสัน และ เอมิเลีย โจนส์ ใน Charlie Harper การันตีความประทับใจโดยทีมผู้สร้าง Twilight และ CODA 22 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"JayQ" แท็กทีม "YUNGTARR" ปล่อยเพลง "Just call my phone" เซอร์ไพรส์แฟนฮิปฮอป
อ่าน

"JayQ" แท็กทีม "YUNGTARR" ปล่อยเพลง "Just call my phone" เซอร์ไพรส์แฟนฮิปฮอป

สร้างเซอร์ไพรส์ให้วงการฮิปฮอปได้ไม่น้อย เมื่อ "JayQ (เจคิว)" ศิลปินฮิปฮอปรุ่นใหม่จาก bYOND ภายใต้การดูแลของ Believe Artist Services Thailand พร้อมซิงเกิลใหม่ "Just call my phone" ที่ครั้งนี้ชวน "YUNGTARR (ยังต้าร์)" มาร่วมฟีเจอริงแบบเหนือความคาดหมาย กับการโคจรมาร่วมงานกันในเพลงนี้กลายเป็นเซอร์ไพรส์ที่แฟนเพลงต่างจับตามอง พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าบางครั้งเรื่องราวที่ถูกพูดถึงบนโลกโซเชียล ก็อาจคลี่คลายได้ด้วยการเปิดใจและสื่อสารกันตรง ๆ การกลับมาครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของ "JayQ" ที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในศิลปินจากโปรแกรม Spotify RADAR Thailand ประจำปี 2026 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สนับสนุนศิลปินหน้าใหม่และศิลปินดาวรุ่งให้มีโอกาสเข้าถึงผู้ฟังในวงกว้างมากขึ้น โดย "Just call my phone" ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่แสดงให้เห็นถึงตัวตนและความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ ของ "JayQ" ทั้งในแง่การทำเพลงและการร่วมงานกับศิลปินที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นบนเพลงเดียวกัน สำหรับ "Just call my phone" ทาง "JayQ" เลือกเล่าเรื่องใกล้ตัวในยุคที่ผู้คนคุ้นเคยกับการสื่อสารผ่านหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ข้อความประชดประชัน การทะเลาะกัน การจีบกัน ความเข้าใจผิด เพลง "Just call my phone" ถ่ายทอดผ่านเนื้อหาที่ฟังง่าย มีความกวน และแฝงความขี้เล่นเอาไว้ตลอดทั้งเพลง โดยต้องการสื่อว่าหากมีเรื่องอะไรที่ค้างคาใจหรือเป็นเรื่องสำคัญ การติดต่อพูดคุยกันโดยตรงย่อมดีกว่าการใช้ข้อความหรือโพสต์บนโลกออนไลน์เป็นตัวกลาง ในส่วนของดนตรี "Just call my phone" มาในซาวด์ฮิปฮอปที่เน้นจังหวะสนุกของบีต ชวนให้ขยับตามได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง พร้อมทั้งยังได้ "YUNGTARR" มาร่วมเติมสีสัน ช่วยให้เพลงมีความน่าสนใจยิ่งขึ้นจนกลายเป็นความลงตัวที่มีทั้งความกวน และบรรยากาศชวนโยกสนุกสนาน ด้าน "JayQ" เผยถึงเบื้องหลังการทำงานครั้งนี้ว่า "เพลง Just call my phone เป็น Surprise Drop ที่ผมตั้งใจมอบให้ทุกคนครับ การได้ทำงานกับ YUNGTARR มัน beyond จริง ๆ ครับ ในส่วนของเนื้อหา ผมอยากเสนอการสื่อสารที่จริงใจ ยุคนี้คนชอบพิมพ์แซะหรือพูดกันผ่านหน้าจอ แต่สำหรับผม ความรู้สึกจริงใจมันเกิดขึ้นตอนเราคุยกันตรง ๆ ถ้ามีอะไรสำคัญ Just call my phone ยกหูโทรมาเลยดีกว่าครับ และในฐานะศิลปิน Spotify RADAR Thailand 2026 ผมขอฝากเพลงเต้นลั่น ๆ เพลงนี้ไว้ในเพลย์ลิสต์ของทุกคนด้วยครับ" เรียกได้ว่าเป็นการปล่อยเพลงออกมาได้อย่างเหนือความคาดหมาย อีกทั้งยังได้ "YUNGTARR" มาร่วมแจมด้วย จนเกิดเป็นอะไรใหม่ ๆ ที่แฟน ๆ ต้องรีบไปหาฟังกันได้แล้ว บนทุกช่องทางสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม และสามารถรับชม Music Video ได้ทาง YouTube : JAYQ

ปักหมุด 5 ซีรีส์จีนแนวโรแมนติกในออฟฟิศ ตีแตกทั้งเรื่องงานและความรัก!
อ่าน

ปักหมุด 5 ซีรีส์จีนแนวโรแมนติกในออฟฟิศ ตีแตกทั้งเรื่องงานและความรัก!

กระแสซีรีส์จีนแนวโรแมนติกในออฟฟิศยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสน่ห์ของการถ่ายทอดเรื่องราวที่สอดแทรกทั้งมุมมองการทำงานสุดท้าทาย ปมความสัมพันธ์อันซับซ้อนและความรักหวานซึ้งที่พาให้เราอินจนต้องฟินจิกหมอน วันนี้เราขอพาทุกคนมาปักหมุด 5 ซีรีส์จีนรักในออฟฟิศสายอาชีพสุดท้าทายบอกเลยว่าสายซีรีส์จีนห้ามพลาด My Boss กับดักรัก บอสตัวร้าย ประเดิมกันด้วยซีรีส์โรแมนติก-คอมเมดี้สุดฮิตที่พาเราไปเจาะลึกสายอาชีพทนายความในวงการกฎหมาย เรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่เคมีพระนางที่พาฟินขั้นสุด ตั้งแต่ความอลเวงของการเป็นรูมเมทกันโดยไม่ตั้งใจ ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างทนายน้องใหม่กับหัวหน้าสายเนี้ยบ ผ่านมุมมองของเฉิงเหยา ทนายสาวน้องใหม่ที่ต้องพิสูจน์ฝีมือภายใต้การเคี่ยวกรำของเฉียนเหิงเจ้านายสุดเฮี้ยบ เรียกได้ว่าครบรสทั้งความรู้เรื่องกฎหมาย และความบันเทิงชวนอมยิ้มตลอดทั้งเรื่อง ขอบคุณภาพจาก weibo @电视剧你也有今天 Our Interpreter วุ่นรักนักแปล ใครชื่นชอบซีรีส์จีนแนวโรแมนติกสายอาชีพที่มีความเข้มข้น ดุเดือด แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นหัวใจและเคมีสุดกลมกล่อม ต้องยกให้ วุ่นรักนักแปล Our Interpreter ซีรีส์เรื่องนี้จะพาคุณเข้าไปสัมผัสเบื้องหลังโลกแห่งการแปลภาษาและการทำงานระดับประเทศ ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างหน้าที่การงาน ความฝัน และถ่านไฟเก่าที่พร้อมจะปะทุขึ้นอีกครั้ง นับเป็นซีรีส์ฟอร์มดีที่จะทำให้คุณได้ลุ้นและร่วมเอาใจช่วยตัวละครตั้งแต่นาทีแรกจนถึงตอนจบแน่นอน ขอบคุณภาพจาก weibo @电视剧我们的翻译官 Blossom through the Cloud จุดจอดหัวใจปักหมุดไว้ที่เธอ เมื่อน่านฟ้าคือความฝันและหัวใจคือจุดหมายปลายทาง พบกับซีรีส์จีนแนวดรามา-โรแมนติกที่จะพาคุณบินทะยานไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้น สัมผัสชีวิตของหญิงสาวผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เพื่อแลนดิ้งลงบนเส้นทางสายนักบินและหัวใจของใครบางคน บอกได้เลยว่าความพยายามและความมุ่งมั่นของนางเอกในเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจชั้นดีในการทำงานและการใช้ชีวิตให้กับคนดูได้มากจริง ๆ ขอบคุณภาพจาก weibo @电视剧飞到我心上 Irreplaceable กลเกมเหนือโชคชะตา ข้ามมาที่ฝั่งออฟฟิศสายเข้มข้นเชือดเฉือนกันบ้าง เรื่องนี้พร้อมจะมาถ่ายทอดทั้งการเฉือนคมในโลกธุรกิจ การต่อสู้กับปมในใจ และความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่เต็มไปด้วยมิติ โดยเราจะได้พบกับสวีฉือ (รับบทโดย จ้าวจินม่าย) ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ต้องดิ้นรนฟันฝ่าเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด พร้อมกับตั้งคำถามถึงคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตและความรักซึ่งไม่อาจมีสิ่งใดมาทดแทนได้ ขอบคุณภาพจาก weibo @无可替代官微 The Early Spring ฤดูใหม่นี้มีเพียงสองเรา หากคุณกำลังมองหาซีรีส์จีนแนวเชิดชูความฝันและการสู้ชีวิตในวัยทำงานที่ผสมผสานความโรแมนติกได้อย่างลงตัวเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องใหม่ในปี 2026 ที่น่าสนใจ ซีรีส์จะพาคุณไปสัมผัสกับบรรยากาศการทำงานอันดุเดือดในเมืองใหญ่ ตลอดจนความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางแรงกดดันและความทะเยอทะยาน ใครชอบพระเอกแนวบอสปากร้ายแต่ใจอ่อนให้เธอคนเดียวบอกเลยว่าจะต้องยกหัวใจให้เรื่องนี้ไปเต็ม ๆ แน่นอน ขอบคุณภาพจาก weibo @早春晴朗官博

YESUNG ฉลองครบรอบ 10 ปีในฐานะศิลปินเดี่ยว ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 "Where We Are"
อ่าน

YESUNG ฉลองครบรอบ 10 ปีในฐานะศิลปินเดี่ยว ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 "Where We Are"

YESUNG (เยซอง) ฉลองครบรอบเดบิวต์ 10 ปีในฐานะศิลปินเดี่ยว พร้อมปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 Where We Are (แวร์ วี อาร์) ที่ประกอบไปด้วยเพลงแนวต่าง ๆ อาทิ โมเดิร์นร็อก, ซิตี้ป็อป, บัลลาด และดิสโก รวมทั้งสิ้น 12 เพลง โดยนับเป็นผลงานใหม่ในรอบ 2 ปี หลังจากมินิอัลบั้มชุดที่ 6 Its Complicated เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2024 ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอด 10 ปีในฐานะศิลปินเดี่ยว YESUNG (เยซอง) ได้รับหน้าที่กำกับอัลบั้มชุดนี้ด้วยตัวเอง โดยเขาได้นำเสนอไอเดียในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนทั้งคัดเลือกเพลง ออกแบบภาพลักษณ์และสไตล์ ไปจนถึงการผลิต เพื่อถ่ายทอดตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาอย่างสมบูรณ์ ที่สำคัญ เขามีส่วนร่วมในการแต่งเนื้อร้องถึง 9 เพลง และแต่งทำนองอีก 1 เพลง สำหรับอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 Where We Are (แวร์ วี อาร์) มีธีมเกี่ยวกับ เวลา ซึ่งพาย้อนมองช่วงเวลาตลอด 10 ปีที่ผ่านมาของ YESUNG (เยซอง) พร้อมค้นหาผ่านดนตรีว่า พวกเราอยู่ ณ จุดใด ในปัจจุบัน ที่ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ล้วนเปลี่ยนแปลงและช่วงเวลามากมายผ่านพ้นไป บทเพลงในอัลบั้มนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนความรู้สึกของ YESUNG (เยซอง) อย่างลึกซึ้งเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความรู้สึกของผู้ที่ร่วมเดินทางเคียงข้างเขามาตลอด รวมถึงผู้ฟังทุกคน โดยเพลงไตเติล Pedazos (เปดาโซส) เป็นเพลงแนวโมเดิร์นร็อกที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ชื่อเพลงที่มีความหมายว่า ชิ้นส่วนที่แตกสลาย บอกเล่าเรื่องราวของความรู้สึกอันซับซ้อนที่หลงเหลืออยู่หลังจากการเลิกรา ซึ่งทุกคนจะได้สัมผัสเสียงร้องอันหลากหลายของ YESUNG (เยซอง) ตั้งแต่เสียงต่ำแหบเสน่ห์ ไปจนถึงเสียงสูงที่ระเบิดพลังออกมา นอกจากนี้ ในอัลบั้มใหม่ยังมีเพลง Winds of Time แนวอัลเทอร์เนทีฟป็อป พูดถึงความรู้สึกในอดีตและความพยายามที่จะใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน, Lonely Night เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟป็อปที่มีกลิ่นอายแจ๊ส บรรยายช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเหงาหลังคนรักจากไป, 순정만화 (And then, Tomorrow) เพลงแนวซิตี้ป็อปสไตล์ AOR (Adult-Oriented Rock) เปรียบวันแห่งความสุขที่มีร่วมกับคนรักเหมือน การ์ตูนแนวโรแมนติก, 춤춰 (Lets Dance) เพลงสไตล์โมเดิร์นดิสโก สื่อถึงการสนุกอย่างเต็มที่ไปกับช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกัน, 시간은 우리 편 (Time Will Heal) เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก สื่อความเชื่อที่ว่าสุดท้ายแล้วกาลเวลาจะช่วยเยียวยา, 여전히 영원히 (靑春) เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟป็อปซาวนด์อะคูสติก ชวนให้ปล่อยวางแล้วอยู่กับปัจจุบัน, Ordinary Miracles เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟป็อป พูดถึงคุณค่าของความทรงจำในชีวิตประจำวัน, まただよ (MATADAYO) เพลงภาษาญี่ปุ่นซึ่งแสดงถึงความปรารถนาที่จะเหนี่ยวรั้งเวลาที่ดำเนินไป, 여우비 (The Rain Between Us) เพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อก เปรียบเปรยช่วงเวลาแห่งการเติบโตที่มาถึงอย่างไม่คาดคิด กับฝนที่ตกในยามแดดออก,숲 (The Forest Dwellers) เพลงบัลลาดที่ช่วยปลอบโยนจิตใจ และ After The Dream (梦屿) เพลงภาษาจีนแด่ผู้ที่คอยมอบความรักให้อย่างมั่นคงเสมอมา ด้านกระแสตอบรับของอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 Where We Are (แวร์ วี อาร์) หลังจากที่ปล่อยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา สามารถคว้าอันดับ 1 บนชาร์ต Top Albums ของ iTunes ทั่วโลกกว่า 13 ประเทศ อาทิ ไทย, มาเลเซีย, เม็กซิโก, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ปานามา, ปารากวัย, เปรู, ฟิลิปปินส์ อีกทั้งยังติดอันดับ TOP10 รวม 17 ประเทศทั่วโลก YESUNG (เยซอง) ได้ฝากข้อความถึง E.L.F. (เอลฟ์ : ชื่อแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) ที่คอยมอบความรักให้เสมอมา ดังนี้ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้การครบรอบ 10 ปี มีความหมายที่พิเศษมากขึ้นครับ เพราะมีทุกคนถึงมีผมในวันนี้ ผมถึงสามารถสร้างสรรค์เพลงที่ผมอยากทำต่อไปได้ และสามารถเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ โดยไม่ต้องกลัวอะไรครับ ขอบคุณที่คอยปกป้องอยู่เคียงข้างและร่วมเดินบนเส้นทางนี้มาด้วยกัน นับจากนี้ไป ผมอยากจะค่อย ๆ ตอบแทนทุกอย่างที่ได้รับมา เช่นเดียวกับที่ทุกคนมอบหัวใจผม ผมก็จะคอยอยู่เคียงข้างทุกคนพร้อมกับผลงานเพลงและภาพลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้น และผมก็จะพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นเพื่อทุกคนครับ เหนือสิ่งอื่นใด ผมจะเป็นศิลปินที่ดียิ่งขึ้นจนทุกคนสามารถภูมิใจได้ไปอีกนานแสนนานครับ

รีวิวหนัง "Fjord" บดขยี้เส้นเรื่องแสนคมคาย อาจจะไม่เพอร์เฟค แต่ตบฉาดใส่หน้าความศิวิไลซ์ได้
อ่าน

รีวิวหนัง "Fjord" บดขยี้เส้นเรื่องแสนคมคาย อาจจะไม่เพอร์เฟค แต่ตบฉาดใส่หน้าความศิวิไลซ์ได้

และนี่คือหนังเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำประจำปีนี้ จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2026 จากฝีมือผู้กำกับชาวโรมาเนีย "คริสเตียน มุงกิอู" ออกมาเป็นหนังดรามาที่กัดกินและบั่นทอนสถาบันครอบครัวและแนวคิดความเชื่อคำสอนตามหลักศาสนาที่ตกผลึกออกมาอย่างคมคายใน "Fjord" ที่เรียกได้ว่าเป็นหนังที่เหมือนจะไม่ได้มีท่วงท่าที่ยากใด ๆ แต่กลับพลิกแพลงบดขยี้ปมประเด็นได้อย่างถลำลึก บนพื้นฐานแห่งความเท่าเทียมในสังคมแดนศิวิไลซ์ มิไฮ กับ ลิสเบธ คู่สามีภรรยาชาวโรมาเนีย-นอร์เวย์ที่เป็นชาวคริสต์นิกายเพนเตโคสต์ที่ค่อนข้างเคร่งครัด ได้ตัดสินใจย้ายถิ่นฐานจากโรมาเนียมาอยู่เมืองเล็ก ๆ ของนอร์เวย์ พร้อมกับลูก ๆ อีก 5 คนของพวกเขา เพื่อหวังจะได้เริ่มต้นใช้ชีวิตในเมืองศิวิไลซ์และใกล้ชิดกับครอบครัวฝ่ายแม่ที่นอร์เวย์ กระทั่ง เอเลีย ลูกสาวของพวกเขาถูกพบว่ามีรอยฟกช้ำตามร่างกาย ซึ่งทางโรงเรียนได้ตั้งของสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นรอยที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเลี้ยงดูตามหลักศาสนาหรือไม่ ทำให้บรรยากาศชีวิตครอบครัวที่หวังจะพานพบกับความสงบสุข ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบความขัดแย้งทางความคิดในสังคมใหม่ที่พวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นคุ้นเคย คริสเตียน มุงกิอู ทำหน้าที่กำกับและเขียนบทหนังเรื่องนี้เองทั้งหมด ที่นับว่าเป็นหนังที่ไม่ใช่ภาษาโรมาเนียเรื่องแรกในชีวิตของเขา ที่มาพร้อมกับพล็อตเรื่องที่กวนใจคนดูไม่น้อย จากเส้นเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ราวกับจะสาธยายภาพชีวิตครอบครัวต่างถิ่นที่ย้ายมาตั้งรกรากในที่ใหม่ ๆ แต่กลับค่อย ๆ ใส่ประเด็นแนวคิดทางสังคมท้องถิ่นแทรกซึมเข้ามาได้อย่างแยบยล กระทั่งนำไปสู่การเป็นหนังต่อสู้ด้วยข้อกฎหมายและขึ้นโรงขึ้นศาลในลักษณะที่คาดไม่ถึงว่าจะนำคนดูมาถึงจุดนี้ได้ จากที่เห็นเฉพาะแค่ภาพโปสเตอร์ของหนังที่ดูอบอุ่น ขอยอมรับตรง ๆ เลยว่าวิธีการเล่าเรื่องใน Fjord อาจจะยังไม่ใช่กลเม็ดที่กลมกล่อมและประทับใจสักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องยกนิ้วให้กับความบ้าและความท้าทายที่หนังกล้าจะพลิกแพลงนำตัวหนังไปสู่ทิศทางลักษณะนี้ ที่ทำให้ตกผลึกแนวคิดออกมาได้อีกมากมาย และเชื่อเหลือเกินว่าคนดูก็เกิดคำถามไปตลอด ๆ ว่าทำไม เพราะอะไร แล้วจะจบแบบไหน เพราะหนังได้เลือกแตะต้องในประเด็นขนบธรรมเนียมมาควบคู่กับศีลธรรมของบ้านเมือง ที่กลายเป็นเส้นบาง ๆ ที่ได้ทำการบดขยี้ออกมาได้อย่างแสนสันต์ มอบผลลัพธ์ออกมาที่อาจจะยังเข้าใจไม่ถ่องแท้ แต่ก็ยังมีบางมุมที่ไม่ต่างกับการตบหน้าฉาดใส่วัฒนธรรมสังคมของประเทศที่เจริญแล้ว องค์ประกอบงานสร้างใน Fjord ก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เพราะเป็นแค่เพียงหนังดรามาฟอร์มดี ๆ เรื่องหนึ่ง ในลักษณะที่ไม่ได้ซีเควนท์ในตัวหนังที่ยิ่งใหญ่อะไร โดยเลือกใช้ทีมงานผสมผสานระหว่างโรมาเนียและนอร์เวย์ พร้อมกับถ่ายทำในอาเลซุนด์ ริมชายฝั่งฟยอร์ดของนอร์เวย์ ที่มอบบรรยากาศได้หลากหลายมากมาย ทั้งอบอุ่นเหมาะกับตั้งรกรากของครอบครัว แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นพื้นที่เย็นยะเยือก ไร้สีสัน ที่หมายจะสะท้อนถึงแนวความคิดการดำรงชีวิตอยู่ในผู้คนในละแวกนี้ ที่เลือกจะยึดแต่หลักแนวคิดดั้งเดิม และไม่มีทางจะปรับเปลี่ยนง่าย ๆ "ทูดอร์ วลาดิเมียร์ พันดูรู" ได้หวนกลับมาทำงานกับผู้กำกับผู้นี้อีกครั้ง มอบผลลัพธ์งานถ่ายภาพออกมาได้น่าเชยชม นำเสนอมุมที่เน้นห้วงอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครได้อย่างถึงแก่นได้ดี เช่นเดียวกับจังหวะการตัดต่อหนังของ "เมียร์เซีย โอลทีนู" กับงานประพันธ์เพลงของ "คาสปาร์ คาเอ" ก็ถ่ายทอดออกมาได้ตรงตามมาตรฐานของตัวหนังได้ดี แต่เพราะหนังเรื่องนี้เป็นการเน้นจุดเด่นในแง่ประเด็นหนังมากกว่า จึงพลอยทำให้งานสร้างต่าง ๆ อาจจะเด่นได้ไม่เทียบเท่า หนังได้นักแสดงยอดฝีมือที่ได้รับกล่าวขานระดับโลก อย่าง "เซบาสเตียน สแตน" กับ "เรนาเต้ ไรน์สเว" มาทำการแสดงนำ ที่ต้องยอมรับว่าพวกเขาทำหน้าที่การแสดงของตัวเองได้ออกมาได้จัดจ้าน ถือว่าเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนหนังเรื่องนี้ได้อย่างมั่นคงเลยทีเดียว แต่ใด ๆ ก็แอบฉุกคิดเช่นกันว่า ถ้าหากบทบาทนี้ไม่ใช่พวกเขาทั้งสองคนนี้ เป็นนักแสดงคนอื่นที่อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงเทียบเท่า ก็เชื่อว่าคนอื่นก็น่าจะทำหน้าที่นี้ได้ดีเช่นกัน เพราะบทหนังที่ค่อนข้างแข็งแรงและส่งเสริมการแสดงของนักแสดงได้ดีนั่นเอง รวมไปถึงการแสดงของทีมดาราสมทบคนอื่น ๆ ที่ก็ถ่ายทอดออกมาได้จัดจ้านไม่แพ้กัน โดยเฉพาะ "ลิซา คาร์เลเฮด" ที่นับว่าเป็นบดขยี้คาแรกเตอร์ที่เต็มไปด้วยมิติที่น่าสนใจไม่เบา เช่นเดียวกับ "เอลเลน ดอร์ริต ปีเตอร์เซน", "ลิซา โลเวน คองซลิ" หรือรุ่นเล็ก "วาเนสซา ซีแบน" และ "เฮนริกเค ลุนด์-โอลเซน" พวกเธอต่างรับมือกับทุก ๆ บทบาทที่ต้องถ่ายทอดออกมาได้อย่างมั่นคง และช่วยประคับประคองเส้นเรื่องของหนังเรื่องนี้ได้แข็งแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว เชื่อเหลือเกินว่า Fjord จะมอบผลลัพธ์ออกมาเป็นหนังที่ทำให้คนดูต้องมาตกผลึกถกเถียงกับกับบทสรุปในท้ายที่สุดแน่ ๆ เพราะหนังเรื่องนี้ไม่ได้ทำการสรุปและตัดสินใด ๆ เกี่ยวกับประเด็นที่เกิดขึ้น เป็นเพียงแค่นำเสนอมุมมองในแต่ละมุม แล้วปล่อยให้คนดูได้เลือกที่จะพิเคราะห์ว่าแบบไหนคือสิ่งที่เหมาะสมกับทุก ๆ สมการของตัวละครในเรื่อง หนังอาจจะเป็นการละเมียดเล่าเรื่องแบบเนิบช้า ไม่ได้โดดเด่นมากนักในการวิธีการเล่า ที่แน่นอนว่ายังไม่ใช่จริตที่โดนใจเท่าไหร่ แต่ใด ๆ ประเด็นที่หนักแน่นของหนังนั่นเอง ที่ช่วยยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ค่อย ๆ บีบคั้นผู้ชมด้วยคำถามที่ยังไม่พร้อมจะมีคำตอบ ที่อาจจะชวนอึดอัดใจ แต่โดยรวมแล้ว..ก็จัดได้ว่าอยู่ในเลเวลที่ดี หมายเหตุ: บทความนี้เขียนขึ้นระหว่างโปรแกรมในเทศกาลหนังนานาชาติกรุงเทพฯ 2026 (BKKIFF2026) ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Fjord ประเภท: ดรามา ผู้กำกับ: คริสเตียน มุงกิอู นำแสดงโดย: เซบาสเตียน สแตน, เรนาเต้ ไรน์สเว, ลิซา คาร์เลเฮด, วาเนสซา ซีแบน ความยาว: 146 นาที กำหนดฉายในไทย: 10 ธันวาคม 2026 Movie.TrueID METRIC: Fjord ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.3/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.6/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.4/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.1/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.5/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

The Curious Case of Benjamin Button เบนจามิน บัตตัน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้ - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)
อ่าน

The Curious Case of Benjamin Button เบนจามิน บัตตัน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้ - ดูหนังเต็มเรื่องที่ทรูไอดี (Movie of the Day)

แนะนำหนังน่าดูประจำวันที่ TrueID และ TrueID+ หลากหลายอรรถรสความบันเทิงไร้ขีดจำกัดกับ Movie of the Day หนังดรามาแฟนตาซีเรื่องประทับใจที่โดดเด่นด้วยเนื้อหาสุดอัศจรรย์และงานสร้างที่ตระการตาใน "The Curious Case of Benjamin Button เบนจามิน บัตตัน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้" ผลงานอันลือลั่นของผู้กำกับ "เดวิด ฟินเชอร์" ที่ดีเด่นด้วยการเข้าชิงออสการ์สูงเป็นประวัติการณ์ ผมเกิดมาในสภาวะที่ไม่ปกติ... ในปี 1920 ชายที่เกิดมาด้วยวัยแปดสิบและย้อนอายุถอยหลัง เขาก็เหมือนเราทุกคนที่ไม่สามารถหยุดเวลาได้ จากนิวออร์ลีนส์ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1918 จนถึงศตวรรษที่ 21 กับการเดินทางที่ไม่ธรรมดาที่สุดเท่าที่คน ๆ หนึ่งจะเป็นไปได้ เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ของชายผู้ที่ไม่เหมือนคนทั่วไป และผู้คนกับสถานที่ ๆ เขาได้ค้นพบในช่วงชีวิตเขา ควมรักที่ได้พบพานและสูญเสียไป สีสันความสุขแห่งชีวิตและความโศกเศร้าแห่งความตาย และสิ่งที่คงอยู่เหนือกาลเวลา หนังดัดแปลงสร้างมาจากวรรณกรรมคลาสสิกของ เอฟ. สก็อตต์ ฟิตซ์เจอรัลด์ ที่ได้ "แบรด พิตต์" กับ "เคต แบลนเชตต์" โคจรมาแสดงด้วยกัน พร้อมกับละเลงฝีมือระดับนักแสดงมืออาชีพได้อย่างเปล่งประกาย หนังสร้างความประทับใจให้กับคอหนังเป็นอย่างดี เก็บคะแนนรีวิวได้น่าพอใจไประดับ 72% บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes หนังเรื่องนี้ได้เข้าชิงออสการ์ถึง 13 สาขา ก่อนจะเก็บกลับบ้านไปได้ 3 รางวัล เป็นรางวัลทางด้านเทคนิคงานสร้างทั้งหมด | คุณสามารถดู The Curious Case of Benjamin Button เบนจามิน บัตตัน อัศจรรย์ฅนโลกไม่เคยรู้ ที่ทรูไอดี คลิกเลย! ประเภท: ดรามา / แฟนตาซี นำแสดงโดย: แบรด พิตต์, เคต แบลนเชตต์ กำกับโดย: เดวิด ฟินเชอร์ ความยาว: 166 นาที เข้าฉายครั้งแรก: 12 กุมภาพันธ์ 2009 (กำหนดฉายในประเทศไทย) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เปิดมหาศึกชิงตรีศูล เจสัน โมมัว ฝ่าศึกพิทักษ์สองโลกใน “Aquaman เจ้าสมุทร”
อ่าน

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เปิดมหาศึกชิงตรีศูล เจสัน โมมัว ฝ่าศึกพิทักษ์สองโลกใน “Aquaman เจ้าสมุทร”

มหากาพย์ซูเปอร์ฮีโร่แอ็กชันแฟนตาซีที่สร้างปรากฏการณ์กวาดรายได้ทั่วโลกกว่า 1.15 พันล้านดอลลาร์ กลับมาสร้างความตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง พร้อมส่ง เจสัน โมมัว นำทัพนักแสดงระดับแถวหน้า ทั้ง แอมเบอร์ เฮิร์ด นิโคล คิดแมน และแพทริค วิลสัน เปิดฉากการผจญภัยเหนือจินตนาการท่ามกลางโลกใต้น้ำอันยิ่งใหญ่ งานกำกับของ เจมส์ วาน ที่ผสานฉากต่อสู้สุดเร้าใจ ภาพตระการตา และสมรภูมิชิงบัลลังก์ไว้อย่างครบเครื่อง เรื่องราวของ อาเธอร์ เคอร์รี (เจสัน โมมัว) บุตรชายของ ราชินีแอตแลนนา (นิโคล คิดแมน) แห่งแอตแลนติส กับ ทอม เคอร์รี (เทมูรา มอร์ริสัน) ผู้ดูแลประภาคาร ซึ่งถือกำเนิดพร้อมพลังเหนือมนุษย์และสายเลือดแห่งสองโลกแม้เติบโตบนแผ่นดิน อาเธอร์กลับไม่อาจหลีกหนีชะตา เมื่อ เมรา (แอมเบอร์ เฮิร์ด) ขอให้เขากลับไปหยุด สงครามครั้งใหญ่ที่กำลังคุกคามมวลมนุษย์ เบื้องหลังวิกฤตคือ กษัตริย์ออร์ม (แพทริค วิลสัน) น้องชายต่างมารดาผู้หมายรวบรวมเจ็ดอาณาจักรใต้สมุทร ก่อนยกทัพขึ้นทำลายโลกเบื้องบน อาเธอร์จึงต้องร่วมมือกับเมราและ วัลโก (วิลเลม ดาโฟ) ออกตามหาตรีศูลในตำนาน เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ในราชบัลลังก์และความเป็นผู้นำที่แท้จริงทว่าหนทางกลับเต็มไปด้วยอันตราย เมื่อ แบล็กแมนตา (ยาห์ย่า อับดุล-มาทีน ที่สอง) นักรบผู้เปี่ยมแรงแค้น พร้อมกองกำลังใต้สมุทรลุกขึ้นขัดขวางศึกชิงบัลลังก์ ติดตามมหาศึกตัดสินชะตาสองพิภพใน อควาแมน เจ้าสมุทร (AQUAMAN) วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 18.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live/ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

นิทรรศการ พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
อ่าน

นิทรรศการ พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

จากวันแรกที่ได้เจอสู่ทุกวันที่อยู่ในใจ กลับมาอีกครั้งกับ "พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow" นิทรรศการที่ชวนออกเดินทางไปกับความผูกพันที่ลึกซึ้งกว่าแค่คนและสัตว์เลี้ยง นิทรรศการ พาใจกลับดาว Beyond the Rainbowริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก นิทรรศการ "พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow" เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน - 22 พฤศจิกายน 2026 ณ RCB Galleria 1 และ 2 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-20.00 น. พรามี่ ร่วมกับ อายดรอปเปอร์ ฟิลล์ และ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ภูมิใจนำเสนอ "พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow" ที่กลับมาในพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ของ RCB Galleria 1 และ 2 พร้อมขยายระยะเวลาจัดแสดงเป็นเวลากว่า 2 เดือน จักรวาลของงานในครั้งนี้ เราจะขยายมาเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ได้เจอกัน ชวนทุกคนกลับมาทบทวนถึงการอยู่ร่วมกันที่ผานมานั้น ทำให้เขาและเราเติบโตขึ้นอย่างไร โดยครั้งนี้ไม่ต้องคอยลุ้นว่าจะจองทันหรือไม่ เพราะสามารถซื้อบัตรและเข้าชมนิทรรศการได้โดยไม่ต้องสำรองรอบล่วงหน้า และเพิ่มประสบการณ์เชิงปฏิสัมพันธ์ให้ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงช่วงเวลาแห่งความคิดถึง แต่ยังมีพื้นที่สำหรับเล่น หัวเราะ ทำความรู้จักเจ้าตัวแสบของเราให้มากขึ้น และเก็บความทรงจำใหม่กลับไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด"เติบโตไปด้วยกัน" (Growing Together) นิทรรศการครั้งนี้ชวนมองความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงให้ไกลกว่าการจากลา กลับไปตั้งแต่วันแรกที่สบตากัน ชีวิตประจำวันแสนวุ่นวาย ภาษารักที่ค่อยๆ เรียนรู้ ไปจนถึงสิ่งเล็กๆ ที่พวกเขาทิ้งไว้และกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราในวันนี้ เรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านโลกสีสันสดใสที่ผสมความจริง ความทรงจำ และจินตนาการเข้าด้วยกัน พร้อมโซนประสบการณ์ที่ไม่ได้มีไว้เพียงให้เดินชม แต่ชวนให้คุณเล่น สัมผัส พูด เรียกชื่อเจ้าตัวแสบ และปล่อยทุกความรู้สึกไปตลอดเส้นทาง บางห้องอาจได้ร้องเรียกชื่อกันแบบสุดเสียง ส่วนบางห้อง...อาจมีน้ำตาบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะการเติบโตมาด้วยกันย่อมมีทั้งเรื่องที่ทำให้หัวเราะและคิดถึงเสมอ โซนที่ 1 : First Hello โซนที่ 2 : Growing Together โซนที่ 3 : Forever in Our Hearts อีกหนึ่งความพิเศษของ "พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow" คือการเปิดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงร่วมออกเดินทางไปกับคุณได้ตลอดนิทรรศการ ลองพาเจ้าตัวเล็ก หรือสำหรับบางบ้านอาจต้องเรียกว่า "เจ้านาย" มาสัมผัสประสบการณ์ไปด้วยกัน แล้วมาดูกันว่า หลังจากที่มนุษย์ใช้เวลาทั้งนิทรรศการพยายามเรียนรู้ภาษารักของพวกเขา สิ่งที่เราคิดมาตลอดว่า "รู้ใจกันที่สุด" จะผ่านการอนุมัติจากเจ้าตัวจริงหรือเปล่า โดยสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ภายในรถเข็นหรือกระเป๋าสำหรับสัตว์เลี้ยงตลอดระยะเวลาการเข้าชม ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://www.ticketmelon.com/th/rivercitybangkok/BeyondTheRainbow

รวมลิงค์ดูอนิเมะ You and I Are Polar Opposites ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนใหม่
อ่าน

รวมลิงค์ดูอนิเมะ You and I Are Polar Opposites ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนใหม่

ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ซับไทย อัปเดตตอนใหม่ อนิเมะแนวโรแมนติก-คอมเมดี้วัยเรียน ที่กลับมาแจกความสดใสและทำให้หัวใจของทุกคนเต้นรำไปกับความรักสุดละมุนอีกครั้ง การันตีงานแอนิเมชันและความอบอุ่นโดยสตูดิโอ Lapin Track เรื่องย่ออนิเมะ ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซุซุกิและทานิ คือสองนักเรียนมัธยมปลายที่เป็นเหมือนขั้วตรงข้ามของกันและกันอย่างสิ้นเชิง ซุซุกิเป็นเด็กสาวผู้ร่าเริงสดใสและเต็มไปด้วยพลังงานบวกอยู่เสมอ ในขณะที่ทานิเป็นเด็กหนุ่มเงียบขรึมผู้รักความสงบ แต่สามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาได้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา ทำให้ซูซูกิตกหลุมรักทานิเข้าอย่างจังตั้งแต่แรกเห็น ทว่าเธอกลับไม่กล้าแสดงความรู้สึกออกไปตรง ๆ และไม่เคยรู้เลยว่าจริง ๆ แล้วทานิเองก็แอบชอบเธออยู่เหมือนกัน แต่หลังจากที่เธอรวบรวมความกล้าสารภาพรักออกไป ทานิก็ตอบรับความรู้สึกนั้นในทันที การเดินทางของคู่รักป้ายแดงที่จะพาเราไปร่วมลุ้นกับการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสอง รวมถึงเรื่องราววุ่น ๆ และปัญหาหัวใจของเหล่าเพื่อนพ้องรอบตัวจะเข้ามาเติมเต็มให้ชีวิตวัยรุ่นครั้งนี้สมบูรณ์แบบและอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอาทิตย์ เวลา 15:30 น. ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 1 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 2 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 3 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 4 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 5 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 6 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 7 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 8 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 9 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 10 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 11 🆕 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 12 ดูอนิเมะออนไลน์ You and I Are Polar Opposites Season 2 ลุ้นรักฉบับคู่ต่างขั้ว ซีซัน 2 ตอนที่ 13

รีวิวหนัง "Drawn Together มาร์ฟิล: แรงดึงดูดระหว่างเรา" เสิร์ฟห้วงโรแมนซ์อันตราย ดุจดั่งหนังบอดี้การ์ดฉบับปรับปรุง
อ่าน

รีวิวหนัง "Drawn Together มาร์ฟิล: แรงดึงดูดระหว่างเรา" เสิร์ฟห้วงโรแมนซ์อันตราย ดุจดั่งหนังบอดี้การ์ดฉบับปรับปรุง

สเปน..มีนิยายรักน้ำเน่าเยอะกว่าที่คุณคิด แล้วตอนนี้ก็มาถึงนิยายรักอีกเล่มที่ได้ฤกษ์เข็นขึ้นจออย่างเป็นทางการ กับงานเขียนสุดโรแมนซ์จากซีรีส์ชุด Marfil จากปลายปากกาของ เมอร์เซเดส รอน ที่โหมโรงกับเรื่องแรกใน "Drawn Together มาร์ฟิล: แรงดึงดูดระหว่างเรา" มาพร้อมกับสูตรสำเร็จหนังจากนิยายรักตรงตามหลักการเป๊ะทุกประการ ตั้งแต่ฉากแรกยังฉากสุดท้าย ความรักระหว่างลูกสาวเจ้านายกับบอดี้การ์ดหนุ่มสุดล่ำ แหม...มันช่างเลี่ยนชวนเอียนกับพล็อตจั๊กกะจี้ใจอะไรทำนองนี้จริง ๆ มาร์ฟิล คอร์เตส ลูกสาวมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลชาวสเปนได้เผชิญหน้ากับอันตราย เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากกลุ่มคนลึกลับระหว่างวิ่งออกกำลังกายใจกลางมหานครนิวยอร์ก โดยที่ไม่มีใครทราบว่าพวกมันต้องการอะไรกันแน่ นั่นทำให้เธอต้องอยู่ภายใต้การคุ้มครองและดูแลโดยบอดี้การ์ดหนุ่ม เซบาสเตียน มัวร์ ที่เขาได้รับหน้าที่มาดูแลเธออย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย พวกเขาทั้งคู่ต่างมีบุคลิกที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่ความแตกต่างระหว่างกันกลายเป็นแรงดึงดูดก่อตัวขึ้นทีละน้อยระหว่างพวกเขา ถึงแม้ว่าจะเป็นรักจากสเปน แต่หนังเรื่องนี้มีเหตุการณ์และฉากหลังในนิวยอร์กช่วงครึ่งแรกของหนัง แค่โลเคชันของหนังก็กินขาด ส่งเสริมการเป็นมหานครที่เหมาะเจาะกับการแลนดิ้งจังหวะโรแมนซืได้อย่างลงตัว เพราะหนังรักดัง ๆ ระดับโลกหลายเรื่องก็มีจุดเริ่มต้นมาจากเกาะแมนฮัตตันและบริเวณโดยรอบ นั่นทำให้หนังรักเรื่องนี้ได้รับการเติมเต็มเสน่ห์ได้แบบฟรี ๆ เพราะการมีฉากหลังเป็นเมืองที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์เหลือล้น และจุดนั้นก็ช่วยผลักดันความละมุนในหนังรักเรื่องนี้ขึ้นมากอง แม้ว่าจะต้องมาผสมกับภาพเหลือง ๆ ตามแบบฉบับหนังสเปนก็ตาม นี่คือผลงานการกำกับหนังเรื่องแรกของ "ออสการ์ เปดราซา" นักสร้างที่คร่ำหวอดในวงการซีรีส์สเปน แน่นอนว่าประสบการณ์และฝีมือของเขาสามารถรับมือกับหนังเรื่องนี้ได้สบาย ๆ งานกำกับค่อนข้างไหลลื่นไปตามสูตรหนังแนวนี้ของสเปนที่มีเกลื่อนไปหมด ครึ่งแรกเป็นเหมือนการจุติแรงปรารถนาของหนัง ก่อนที่ครึ่งหลังจะหักเลี้ยวไปสู่สไตล์หนังสเปนอย่างแท้จริง ที่โดยภาพรวมก็จัดได้ว่างานสร้างออกมาตรงตามมาตรฐานแทบจะทั้งหมด ไม่มีอะไรที่หวือหวาและออกนอกกรอบใด ๆ เลยสักนิด ทุกอย่างก็แค่ทำได้ดีใช้ได้ โดยที่หนังเรื่องนี้ได้ "โซเฟีย คูเอนซา" มือเขียนบทจากหนังเฟรนไชส์ดัง Your Fault กับ Our Fault แน่นอนว่าเธอรับมือกับการดัดแปลงบทจากนิยายรักน้ำเน่าเป็นทุนเดิม ทำให้จังหวะของหนังก็แทบจะไม่ต่างกับงานเขียนหนังเรื่องก่อน ๆ ที่เธอเคยเขียนเอาไว้ เพราะลีลาของหนังก็ค่อนข้างคล้ายกัน ความรักที่ก่อตัวขึ้นในสถานการณ์อันตราย นับว่าเป็นสูตรเดิม ๆ ที่หนังรักสเปนมักจะหยิบมาใช้อยู่เรื่อย แม้ว่าจะเป็นหนังที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำเน่า และหนังเรื่องนี้ก็ดูเหมือนจะได้แรงบันดาลใจมาจากหนังคลาสสิก The Bodygaurd ในตำนานด้วย เลยทำให้อะไร ๆ เหมาะเจาะลงตัวไปหมด เป๊ะตามสูตรเกินไปด้วยซ้ำ ทางด้านองค์ประกอบงานสร้างก็เป็นไปตามมาตรฐานทั่วไปของหนังรักทำนองนี้ ถ้าคุ้นเคยกับโทนงานภาพติดเหลืองจากหนังสเปน ก็น่าจะมีมุมมองที่เต็มความเร้าร้อนให้กับนิยามรักได้ดีขึ้น มุมกล้องและมุมภาพในหนังแทบอยู่ในกรอบที่ควรจะเป็นทั้งสิ้น ส่งเสริมองค์ประกอบความเป็นหนังรักได้เหมาะเจาะ เสิร์ฟซีนเลี่ยน ๆ ได้เป็นระยะ และแน่นอนว่าหนังรักสเปนมักจะมาพร้อมกับซาวด์ดนตรีประกอบที่ชวนสร้างบรรยากาศหลงใหลต่อเนื่อง และหนังเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ยังไม่ลืมที่จะใส่เสน่ห์ตรงนี้เข้ามา แต่ต้องชื่นชมว่า..ไม่ได้ใส่มาเยอะเกินไป "ฮิวโก้ ดีเอโก การ์เซีย" กับบทบาทพ่อบอดี้หนุ่มทรงเสน่ห์ แม้ว่าลักษณะของเขาเกือบจะเหมือน อลัน ริตช์สัน ฉบับละตินอเมริกาก็ตาม แต่เขากลับเติมเสน่ห์ความน่าหลงใหลเข้าไปในบทบาทนี้ได้อย่างเปล่งประกาย โดยเฉพาะเมื่อมาประกบคู่กับ "เอสเตอร์ เอ็กซ์พอซิโต" พวกเขาได้ร่วมกันสร้างเคมีที่พึงมีในหนังโรแมนซ์แบบถูกทุกข้อ กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเสน่ห์ของนักแสดงนำที่ค่อย ๆ บิวต์อารมณ์คนดูได้ทีละน้อย ไม่รีบร้อน ไม่เร่งเร้า และไม่ยัดเยียดเสิร์ฟอะไรรสเลี่ยนเกินเหตุ ถือว่าเป็นสมการหนังรักน้ำเน่าที่จังหวะของคู่พระนางไม่ได้บดขยี้เร่าร้อนจนเกินตัว ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Drawn Together ก็จัดว่าเป็นหนังรักเรื่องล่าสุดจากสเปนที่อาจจะไม่ได้มีอะไรที่สดใหม่และหวือหวาเลย แต่อย่างน้อย ๆ ก็กลมกล่อมกว่าหนังรักจากนิยายน้ำเน่าของสเปนที่มีเกลื่อนตลาดหนังสตรีมมิงในยุุคนี้ แม้ว่าหนังจะลงล็อกตามสูตรสำเร็จแบบเป๊ะ ๆ แทบไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่การเซอร์วิสต่าง ๆ ก็ละเมียดละไมออกมาด้วยจังหวะที่กำลังเหมาะเจาะพอดี ไม่มากและไม่น้อยเกินไป เหมือนกับกำลังนั่งดู The Bodyguard เวอร์ชันปี 2026 จากสเปน ฉบับปรุงปรับที่ยังไม่ได้เพอร์เฟคอะไร แต่ก็ไม่ล้นทะลักและหวานนำหน้าชนิดที่ไม่ชวนให้ติดตามต่อ อย่างน้อย ๆ เคมีระหว่างนักแสดงก็พอจะช่วยประคับประคองหนังเรื่องนี้เอาไว้ และแน่นอนว่า...หนังมันยังไม่จบแค่เท่านี้ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Drawn Together มาร์ฟิล: แรงดึงดูดระหว่างเรา ประเภท: โรแมนติก / ดรามา / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: ออสการ์ เปดราซา นำแสดงโดย: ฮิวโก้ ดีเอโก การ์เซีย, เอสเตอร์ เอ็กซ์พอซิโต, วาคิน เฟอร์เรเอรา ความยาว: 102 นาที กำหนดฉายในไทย: 9 กันยายน 2026 (ที่ PrimeVideo) Movie.TrueID METRIC: Drawn Together มาร์ฟิล: แรงดึงดูดระหว่างเรา ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.0/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.0/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.4/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.2/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 ในไทย แม้ฉายเพียง 15 สาขา แค่ 3 วันเท่านั้น
อ่าน

“Oasis: Don’t Look Back In Anger” เปิดตัวอันดับ 1 ในไทย แม้ฉายเพียง 15 สาขา แค่ 3 วันเท่านั้น

กระแสแรงเกินต้านOasis: Dont Look Back In Angerภาพยนตร์สารคดีที่พาแฟนเพลงทั่วโลกกลับมาสัมผัสมนต์เสน่ห์และพลังของ Oasis อีกครั้ง สร้างปรากฏการณ์ทันทีที่เข้าฉายในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวขึ้นอันดับ 1 Box Office เมืองไทย จากโรงฉายเพียง 15 สาขา ตอกย้ำกระแสความร้อนแรงของการกลับมาของวงร็อกระดับตำนานที่แฟนเพลงทั่วโลกรอคอย พร้อมชวนชาวร็อกมาร่วมพิสูจน์ที่สุดแห่งประสบการณ์ทางดนตรีด้วยตัวเอง ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นOasis: Dont Look Back In Angerคือภาพยนตร์สารคดีที่พาผู้ชมร่วมเดินทางไปกับการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งของLiam Gallagher และ Noel Gallagherผ่านOasis Live 25หนึ่งในการกลับมาของวงร็อกแอนด์โรลที่แฟนเพลงทั่วโลกตั้งตารอมากที่สุด พร้อมนำเสนอฟุตเทจที่ไม่เคยเปิดเผย และการเข้าถึงเบื้องหลังอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งช่วงการซ้อม เบื้องหลังเวที และการแสดงบนเวที โดยภาพยนตร์ถ่ายทอดเรื่องราวของทัวร์คอนเสิร์ตผ่านการแสดงจาก 12 เวทีใน 3 ทวีป และถ่ายทำสำหรับ IMAX เพื่อเก็บทั้งพลังของการแสดง รวมถึงอารมณ์ความรู้สึกของสมาชิกวงและแฟนเพลงจากทั่วโลกอย่างลึกซึ้งที่สุด ไม่เพียงการได้เห็น Oasis กลับมาอยู่บนเวทีเดียวกันอีกครั้ง แต่ความพิเศษของภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ยังรวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ของแฟนเพลง ซึ่งทีมผู้สร้างให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องราวของวง โดยทีม Cinematographers ได้รับโจทย์ให้ถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองจากการชมการแสดง ขณะที่การถ่ายทำก็มุ่งค้นหาอารมณ์อันหลากหลายทั้งบนเวทีและท่ามกลางฝูงชน เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงความสดใหม่ และความใกล้ชิด เสมือนได้อยู่ในคอนเสิร์ตจริง ๆ ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นฟุตเทจการแสดงสดที่เปี่ยมด้วยพลังและอารมณ์อย่างยิ่ง ซึ่งหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การกลับมาของ Oasis เป็นหนึ่งในการคัมแบ็กของวงร็อกที่ยิ่งใหญ่แห่งยุค คือการที่Oasis Live 25ไม่เพียงดึงดูดเฉพาะแฟนเพลงรุ่นเดิม แต่ยังขยายไปสู่แฟนเพลงเจเนอเรชันใหม่ เพราะในหลายเวทีผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงคนรุ่นก่อนที่ค้นพบวงในยุค 90s แต่ยังมีลูก ๆ และหลาน ๆ ของแฟนเพลงรุ่นนั้นเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ครั้งนี้ด้วย โดย Steven Knight ผู้สร้างและเขียนบทภาพยนตร์ เล่าว่า สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างมากให้กับ Liam และ Noel คือการได้เห็นพ่อกับลูกชาย หรือแม่กับลูกสาว มีปฏิกิริยาทางอารมณ์ร่วมกันไปกับบทเพลงของ Oasis ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าดนตรีของวงได้กลายเป็นสะพานเชื่อมผู้คนต่างรุ่นเข้าหากันยิ่งไปกว่านั้น ภาพยนตร์ยังนำเสนออีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญที่แฟน Oasis ทั่วโลกรอคอย นั่นคือ บทสัมภาษณ์ร่วมกันครั้งแรกของLiam และ Noelในรอบกว่า 20 ปี เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นสองพี่น้องพูดคุยและย้อนรำลึกถึงความทรงจำร่วมกันอีกครั้ง ในมุมที่ทั้งจริงใจ เป็นธรรมชาติ และแตกต่างจากภาพจำที่ผู้คนคุ้นเคย ทั้งหมดนี้ทำให้ Oasis: Dont Look Back In Angerไม่ใช่เพียงภาพยนตร์สารคดีทางดนตรี แต่เป็นเรื่องราวของการกลับมาพบกันอีกครั้ง การให้อภัย การคืนดี และพลังของดนตรีที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ดังที่ผู้กำกับ Dylan Southern และ Will Lovelace มองว่า หัวใจสำคัญของภาพยนตร์คือการถ่ายทอดเรื่องราวของการให้อภัยและการกลับมาคืนดี ผ่านความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงบนเวทีและท่ามกลางแฟนเพลง ขณะที่ความสุขและความปลาบปลื้มของผู้ชมเองก็มีส่วนในการขับเคลื่อนการกลับอย่างยิ่งใหญ่ของวงเช่นกันแฟนเพลงชาวไทยอย่าพลาด มาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์วงการเพลง ที่มีพลังเชื่อมโยงผู้คนต่างเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน ในOasis: Dont Look Back In Angerเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ถึงวันที่ 13 กันยายนนี้เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ปลุกไฟแอคติ้ง คัมแบ็กทรงพลังใน "The Rivals of Amziah King คนอย่างคิง"
อ่าน

แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ ปลุกไฟแอคติ้ง คัมแบ็กทรงพลังใน "The Rivals of Amziah King คนอย่างคิง"

ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม สำหรับภาพยนตร์ดราม่า อาชญากรรมเรื่อง "The Rivals of Amziah Kingคนอย่างคิงที่ล่าสุดคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาตินอร์เวย์ (Norwegian International Film Festival)เมืองเฮาเกซุนด์ ครั้งที่54มาครอง และยังเป็นการกลับจู่จอภาพยนตร์ครั้งสำคัญในรอบ 6 ปี ของแมทธิว แม็กคอนาเฮย์(Matthew McConaughey)นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ ที่ไม่ใช่แค่การรับบทบาทใหม่อีกครั้ง แต่คือการพาตัวเองดำดิ่งสู่โลกที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบท"แอมไซอาห์ คิง"ชายผู้ดูแลกิจการน้ำผึ้ง ที่เปรียบเสมือนศูนย์กลาง และที่พึ่งของเหล่าคนนอกคอกในโอคลาโฮมา เรื่องราวของนักดนตรีบลูแกรสส์กับกลิ่นอายดราม่าสืบสวน พร้อมเผยเบื้องหลังสุดทรหดแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากการถ่ายทำร่วมกับฝูงผึ้งจริงนับพันตัว มาร่วมเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจ และเหตุผลที่ทำให้นักแสดงระดับตำนานคนนี้ตัดสินใจเข้าร่วมเดินทางไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ Q:ช่วยแนะนำตัวเองและบทบาทที่คุณได้รับใน "The Rivals of Amziah King" แมทธิว แม็กคอนาเฮย์ผมรับบทเป็น"แอมไซอาห์ คิง"ทำโรงงานน้ำผึ้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐโอคลาโฮมา ผมเป็นพ่ออุปถัมภ์ตอนนี้โสดแล้วเพราะ เกลนดาภรรยาของผม เราเคยรับอุปการะเด็ก ๆ หลายคนส่วนใหญ่เป็นเด็กชนพื้นเมืองอเมริกัน และตั้งแต่ที่เธอจากไปผมก็ไม่สามารถรับอุปการะเด็กตามกฎหมายได้อีก ผมเลยมักจะคอยดูแลพวกคนหลงทางหรือคนนอกคอกรอบ ๆ ตัว ซึ่งพวกเขาก็กลายมาเป็นวงดนตรีเป็นเพื่อน เป็นลูกจ้างของผมจนกระทั่งเด็กสาวคนนี้ ที่ชื่อคาเทรีตัวละครนำในหนังของเราผมบังเอิญเจอเธออีกครั้งในปัจจุบัน แล้วคุณจะได้รู้ทีหลังในหนัง ว่าเธอและน้องชายของเธอ เคยเป็นเด็กในอุปถัมภ์ของผมกับเกลนดาเมื่อ 10 ปีก่อน ผมชวนเธอกลับเข้ามาในชีวิต ให้งานทำเธอก็กลายเป็นเหมือนลูกศิษย์คนโปรดและเป็นเหมือนลูกสาวของผมอีกครั้งแล้วหลังจากนั้น มันก็กลายเป็นเรื่องราวของเธอ Q:อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณรับบทนี้? คือผมไม่ได้อ่านบทที่สามารถดึงผมออกจากชีวิตส่วนตัว หรือดึงผมกลับมาอยู่หน้ากล้องตลอด 4 ปีครึ่งที่ผ่านมา จนกระทั่งได้อ่านเรื่องนี้ ทั้งความสละสลวยทางภาษา ความไร้เดียงสา ความเป็นมา แล้วก็ความงดงาม และอารมณ์ขัน เป็นสิ่งที่ผมอยากมีส่วนร่วม และคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะถ่ายทอดออกมาให้โลกเห็น ตามความคิดผมนะ ตัวละคร แอมไซอาห์ คิง คือชายระดับตำนาน คนที่คอยเป็นผู้ชี้นำทางให้เหล่าคนนอกคอก เป็นทั้งครูต้นแบบ เหมือนเป็นพ่อกลาย ๆเขาชุบเลี้ยงเธอจากเจ้าหญิงให้กลายเป็นราชินี และมันก็เป็นเรื่องราวที่งดงามมาก คุณมักจะไม่ค่อยได้เห็นมันถูกถ่ายทอดออกมาโดยเฉพาะฉากหลังที่มีความออริจินัลขนาดนี้ที่แอนดรูว์ผู้กำกับและนักเขียนบทของเราเนรมิตออกมา ผมรู้จักคนพวกนี้นะ ผมรู้จักสถานที่แห่งนี้แต่ผมเดาว่าคน 90% ในโลกคงจะคิดว่าหนังเรื่องนี้ถูกเซ็ตให้อยู่ในยุคปลาย60s-70sหรือไม่ก็คิดว่ามันอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่นไปเลย แต่มันมีอยู่จริงในปัจจุบันและมันมีความบริสุทธิ์เป็นความไร้เดียงสาที่ผมคิดว่าโลกควรได้เห็น และมันก็สนุกมาก ๆ ด้วย Q:ดนตรีมีบทบาทอย่างไรในภาพยนตร์เรื่องนี้? จริง ๆ จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังมิวสิคัลก็คงได้ เราไม่ได้ร้องไดอะลอกเป็นเพลงหมดหรอกนะ แต่เราก็ไม่ได้เปิดวิทยุ ไม่ได้เปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียง หรือSpotifyดนตรีในเรื่องมันเป็นดนตรีสด เราทุกคนเล่นเครื่องดนตรี ผมเล่น แมนโดลิน หีบเพลง และผมก็ร้องเพลงเวลาที่พวกเรามารวมตัวกัน ในคืนวันศุกร์ เราจะจัดคอนเสิร์ตสดกันที่ลานจอดรถตรงร้านแซนด์วิชไก่ทอดไดรฟ์อิน เวลาที่เราเล่นคอนเสิร์ตใหญ่คืนวันเสาร์มันก็จะจัดที่หอประชุมท้องถิ่นขนาด 400 ที่นั่ง คนอาจจะไม่เต็มเวลาที่เราจัดปาร์ตี้ฉลองการเก็บเกี่ยวน้ำผึ้งลอตแรกของปี เราจะไปที่บ้านเพื่อนกินของอร่อย ๆ แล้วทุกคนก็เล่นดนตรีและร้องเพลง ทุกคนได้มีส่วนร่วมหนึ่งในสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับ แอมไซอาห์ คือเขามักจะเป็นดาวเด่นของงานเสมอ และเหตุผลที่เขาเป็นดาวเด่นก็เพราะเขามักจะส่องสปอตไลต์ไปที่คนอื่น และทำให้พวกเขาเป็นดาวเด่นแทน เขาเป็นดาวเด่นเพราะเขาทำแบบนั้นไม่ได้คิดอะไรเลย เขาแค่เป็นคนแบบนั้น Q:คุณต้องเรียนแมนโดลินเพื่อบทนี้ด้วยหรือเปล่า? ผมกำลังเรียนวิธีเล่นแมนโดลินอยู่ ส่วนหนึ่งที่ผมรับเล่นหนังเรื่องนี้ ก็เพราะผมหาข้ออ้างมาตลอด40ปีที่จะเรียนเครื่องดนตรีประเภทสายสักชิ้น ผมเลยตัดสินใจรับงานนี้เพื่อบังคับตัวเองให้เรียนดนตรี ผมเริ่มเรียนน่าจะประมาณ4เดือนก่อน ผมคงไม่กล้าบอกว่าตัวเองเล่นเก่งหรอกนะ แต่ผมเล่น2เพลงหลักที่ผมต้องเล่น และร้องในหนังเรื่องนี้อย่างเพลงQuill(ซึ่งร้องร่วมกับ เบน ฮาร์เดสตี)และTalk on Indolence(ที่ร้องร่วมกับ เซธ อะเว็ตต์) และผมคงจะเล่นมันต่อไปหลังจากจบงานนี้ อย่างที่บอกผมหาข้ออ้างที่จะทำมา40ปีแล้วและผมรับงานนี้เพื่อให้มันเป็นจริงสักที Q:เล่าถึงการร่วมงานกับ ที-โบน เบอร์เนตต์ ให้ฟังหน่อย ผมรู้จักที-โบนมาพักใหญ่แล้ว เราเจอกันที่สตูดิโอในแอลเอ เพื่อเตรียมงานก่อนเปิดกล้อง ผมอัดเสียงร้องเอาไว้ แล้วเขาพามือแมนโดลินเข้ามา ช่วยแต่งเพลงพวกนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้น ซึ่งใช้เวลาประมาณ3วันเราก็ได้แทร็กพื้นฐานที่จะเอาไว้ใช้เล่นสด เวลาถ่ายทำมันยังไม่สมบูรณ์หรอก เพราะมันจะยิ่งสมจริงและดีขึ้นกว่าเดิมในคืนที่เราถ่ายทำจริง ซึ่งจะนำไปสู่เวอร์ชันสุดท้ายที่สมบูรณ์ แต่เราก็มีพื้นฐานที่เราจะใช้เล่นคืนนั้นทุกเพลง Q:การทำงานร่วมกับผึ้ง เป็นอย่างไรบ้าง? "คุณรู้ไหม นี่เป็นหนังที่ผมได้ทำลายสถิติตัวเองหลายอย่างเลย อย่างการเข้าฉากกับผึ้งเป็นพันๆ ตัวนั่น ไม่มีCGสักนิด ของจริงล้วนๆ แต่ที่ตลกคือผมดันมารู้ว่าตัวเองแพ้ผึ้งก็ตอนถ่ายหนังเรื่องนี้นี่แหละ! (หัวเราะ) ผมโดนต่อยตอนซ้อมกับพวกมันเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดกล้อง ทีมงานเลยต้องเปลี่ยนคิวถ่ายฉากที่ผมต้องถือผึ้งนางพญาไปไว้เป็นฉากสุดท้ายของเรื่องเลย เผื่อผมโดนต่อยจนหน้าบวมอีกรอบ จะได้ปิดกล้องไปเลยแบบไม่ต้องถ่ายซ่อม ผมเคยทำงานกับผึ้งมาแล้วทั้ง ที่เท็กซัส ที่ฮาวาย แล้วก็ที่นี่ในแอละแบมา ความจริงก็คือ ผึ้งทุกรังที่คุณไปเจอ นิสัยต่างกันหมด มีผลหมดไม่ว่าอากาศร้อนแค่ไหน เย็นแค่ไหน หรือพวกมันหิว อายุเท่าไหร่สภาพอากาศเป็นยังไง อารมณ์ของพวกมันเปลี่ยนไปตามปัจจัยเหล่านี้ เราได้ทำงานกับผึ้งตัวเป็น ๆ ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณทำตัวนิ่ง ๆ พูดน้ำเสียงเรียบ ๆ และห้ามเกร็งเด็ดขาด เพราะพวกมันสัมผัสได้ ถ้ารูขุมขนคุณหดเกร็ง ถ้ามันสัมผัสได้ถึงความกังวล หรือความตึงเครียด พวกมันจะป้องกันตัวและต่อยคุณ ดังนั้นคุณต้องผ่อนคลาย ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากหลังจากที่คุณเพิ่งโดนต่อย และยังมีผึ้งเกาะอยู่เต็มตัว จะให้ผ่อนคลายเอาไว้มันยากมาก และใช่ ผมตัวบวมเป่งเลยทั้งที่แขนและที่หน้า การสัมภาษณ์นี้คุณน่าจะได้เห็นภาพตอนที่ผมตาบวมปิดเพราะโดนต่อยที่หน้าผาก Q:มีฉากไหนหรือโมเมนต์ไหนที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำสำหรับคุณบ้าง? ฉากที่นิยามความเป็นหนังเรื่องนี้ และน่าจะเป็นฉากโปรดของแอนดรูว์ด้วย ก็คือตอนที่เราเล่นเพลงQuillที่บ้านของผม และผมดึงคาเทรี( แอนเจลินา ลุกกิงกลาสส์) เข้ามาแล้วบอกให้เธอร้องโซโล่ ซึ่งเธอไม่อยากทำ คนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากทำ แต่นี่คือสิ่งที่แอมไซอาห์ทำ เขาจับคนมาอยู่กลางแสงสปอตไลต์ แล้วบอกว่าเอาเลย ทำสิ เธอไม่มีทางทำพลาดหรอกและฉากนั้นเป็นฉากที่คาเทรีถูกดึงเข้ามาในครอบครัวของผม ซึ่งเต็มไปด้วยนักดนตรีนอกคอก เป็นฉากที่เธอลดกำแพงลง และทำให้เธอเห็นว่าเธอจะเข้ากับที่นี่อีกครั้งได้ยังไง เธอเห็นว่าผู้คนดูแลกันยังไง เธอรับรู้ได้อีกครั้งว่า ครอบครัวคือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาเอง เป็นฉากที่เธอถูกดึงเข้ามาจริง ๆ เธอยอมทิ้งความดื้อรั้น และคิดว่า โอเค ฉันไว้ใจที่นี่ได้ฉันเชื่อใจพวกเพี้ยนแสนน่ารักเหล่านี้ได้ รวมถึงวิธีที่พวกเขาสนับสนุนเธอด้วย Q:เล่าถึง แอนดรูว์ แพตเทอร์สัน (ผู้กำกับ) หน่อย ทำไมคุณถึงเลือกที่จะร่วมงานกับเขา? เขาเป็นหนุ่มที่อาศัยอยู่กับภรรยาในโอคลาโฮมา เขาเคยทำหนังเรื่องThe Vast of Nightเมื่อ5ปีก่อน ซึ่งประสบความสำเร็จมากในสายเทศกาล และทำให้เขาได้รับข้อเสนอใหญ่ ๆ ให้ไปฮอลลีวูดและกำกับหนังฟอร์มยักษ์ งบเป็นสิบล้านถึงร้อยล้านเหรียญ แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลทุกครั้ง เขาบอกว่าไม่ล่ะ ขอบคุณฮอลลีวูด ผมจะอยู่แบบนี้และทำงานกับสิ่งที่ผมรู้จักดีกว่า สิ่งนี้บอกว่าเขาเป็นคนยังไง ผมเลยคิดว่า โอเค หมอนี่มีมุมมองเป็นเอกลักษณ์ แน่วแน่ และเป็นตัวของตัวเอง ในสิ่งที่เขาเป็น สิ่งที่เขาเขียน และสิ่งที่เขารู้ สิ่งที่เขาทุ่มเวลาและแรงกายลงไป เขาอดทนและเชื่อมั่นในตัวเอง การทำแบบเขาได้ตอนอายุเท่านั้นช่างน่ายกย่อง มันสะท้อนตัวตนของเขา และมันทำให้ผมมั่นใจว่า ผมกำลังร่วมงานกับคนที่จะไม่ยอมโอนอ่อน ต่อแรงกดดัน แค่เพื่อให้หนังเอาใจตลาดมากขึ้น หรือเปลี่ยนบทให้กลายเป็นอย่างอื่น อาจจะมีคนพูดว่าลองเติมมุกตลกแบบนี้เข้าไปหน่อยสิ เขาเขียนสคริปต์ที่ออริจินัลมาก ๆ ทุก ๆ ฉากมีความออริจินัลในแบบของมันเอง มันทำให้ผมเชื่อใจเขามาก ผมอยากจะเชื่อมั่นในผู้ชายที่เชื่อมั่นในตัวเองคนนี้ผมเลยกระโดดขึ้นรถไฟขบวนนี้ไปกับเขา Q:คุณตื่นเต้นที่จะให้ผู้ชมได้เห็นอะไรมากที่สุด? ความดิบ ความไร้เดียงสา และอารมณ์ขันของหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นทั้งหนังรัก เป็นหนังคาวบอย เป็นหนังดราม่าอาชญากรรม ทั้งหมดในเรื่องเดียว ไม่ค่อยได้เห็นอัดแน่นขนาดนี้ในเรื่องเดียวหรอก มันเกี่ยวกับครอบครัว และสิ่งที่คุณสร้างมันขึ้นมา ไม่ใช่ครอบครัวในอุดมคติที่มีพ่อแม่ ลูกสองคน และสุนัขหนึ่งตัว มันคือกลุ่มคนนอกคอกที่มารวมตัวกัน พึ่งพากัน และสนับสนุนกันจนกลายเป็นชุมชนเล็ก ๆ มันคือเรื่องราวสืบสวนคดีฆาตกรรม เป็นการไขปริศนาว่าใครทำทั้งหมดนี้ ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่สนุกมาก ๆ คุณจะได้เห็นความสนุกที่เรามีในเรื่อง คุณจะรับรู้ได้ตั้งแต่30วินาทีแรก แล้วคุณจะร้องว่าโอ้ นี่มันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้เลยและผมดีใจที่มันเป็นแบบนั้น ร่วมสัมผัสอีกหนึ่งภาพยนตร์ฟอร์มเยี่ยมแห่งปี"The Rivals of Amziah Kingคนอย่างคิง"17กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เช็กความพร้อมก่อนบุกเรือนรก ระเบิดความแค้นกลางมหาสมุทรกับเจสัน สเตแธม ใน “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”
อ่าน

เช็กความพร้อมก่อนบุกเรือนรก ระเบิดความแค้นกลางมหาสมุทรกับเจสัน สเตแธม ใน “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”

เจสัน สเตแธม "คนมีอดีต" ครั้งนี้รับบทเป็น โคล รีด อดีตนาวิกโยธินคอมมานโดและเจ้าหน้าที่ตำรวจพิเศษ SCO19 ประจำกรุงลอนดอน ใน Mutiny เจสันควบตำแหน่งทั้งบทนำและโปรดิวเซอร์ ได้ร่วมงานกับผู้กำกับ ฟร็องซัว ริเชต์ที่เคยกำกับผลงานสุดมันส์อย่าง Plane และทีมออกแบบคิวบู๊ผู้อยู่เบื้องหลังความระห่ำของ Mad Max: Fury Road และ Fast Furious เจสันตอบรับร่วมโปรเจคเร็วมาก เขาได้รับบทในวันศุกร์ ใช้เวลาอ่านตอนเสาร์-อาทิตย์ พอวันจันทร์พวกเขาก็เริ่มลุยกันเลย ภาพยนตร์มีฉากหลังส่วนหนึ่งที่ประเทศไทย ตัวละครเจ้านายและเพื่อนรักของโคล รีด เป็นนักธุรกิจเดินเรือชาวไทย เมื่อเขาถูกฆ่าตาย ภารกิจล่าแค้นจึงเริ่มต้นขึ้นที่นั่น ทีมงานเนรมิตถนนเมืองไทยทั้งเส้น ที่อัดแน่นไปด้วยร้านค้า แผงลอย และบาร์ ถ่ายทำกันในสตูดิโอที่อังกฤษ เพื่อการสร้างโลกประเทศไทยให้สมจริงที่สุด ทีมคอสตูมได้มีการร่วมงานกับคอสตูมดีไซเนอร์ชาวไทย พลิน ประทุมมาส ร่วมออกแบบและจัดหาชุดสำหรับตัวละครชาวไทยในฉากทั้งหมด มีนักแสดงไทยร่วมแสดงคือ เทม-เมธี ทับทิมทอง จากซีรีส์ The White Lotus ผู้กำกับยืนกรานว่าเราจะถ่ายทำกันบนเรือสินค้าจริง พวกเขาถ่ายทำฉากส่วนใหญ่ของหนังบนเรือสินค้าจริงความยาว 150 เมตร น้ำหนักกว่าหมื่นตัน การถ่ายทำบนเรือที่อยู่ในทะเลจริงสร้างความหฤโหดต่อนักแสดงเอาเรื่อง มีทั้งควัน เสียง จากเครื่องยนต์ กลิ่นเหล็กสนิม วันไหนที่คลื่นลมสงบนักแสดงสามารถยืนต่อบทบนเรือกันได้แบบชิลๆ แต่วันไหนที่คลื่นลมแรงพื้นใต้เท้าก็เหมือนจะยุบไป นี่คือความท้าทายที่นักแสดงและทีมงานต้องเผชิญ ฉากแอ็กชันใหญ่ที่สุดของเรื่องคือซีนที่เจสันต่อสู่บนสะพานที่พาดระหว่างสองเรือ เขาเสนอว่าขอเล่นเองโดยไม่ใช้สลิง แต่ทีมงานบอกว่านั่นมันเป็นไปไม่ได้หรอก! ตอนถ่ายทำและล่องเรือที่แถบมอลตา พวกเขามีโอกาสได้ล่องเรือผ่านเซ็ตติ้งที่เป็นฉากหลังให้ผลงานระดับประวัติศาสตร์อย่าง Troy และ Game of Thrones ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟความมันระดับมหากาพย์ “แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน” ศึกนี้ไม่มีใครยอมใคร
อ่าน

ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 เสิร์ฟความมันระดับมหากาพย์ “แบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน” ศึกนี้ไม่มีใครยอมใคร

มหาศึกที่ทำให้มหานครเมโทรโพลิสพังพินาศ กลายเป็นบาดแผลฝังใจของ"บรูซ เวย์น"หรือแบทแมน (เบน แอฟเฟล็ก)เมื่อเขาได้เห็นพลังทำลายล้างของซูเปอร์แมนด้วยตาตนเอง จนเกิดความหวาดระแวงว่าบุรุษเหล็กอาจกลายเป็นภัยที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ ขณะที่คลาร์ก เคนต์หรือซูเปอร์แมน (เฮนรี คาวิลล์)ต้องรับมือกับกระแสสังคมที่แบ่งเป็นสองฝ่าย ทั้งผู้ศรัทธาและผู้หวาดกลัวในพลังเหนือมนุษย์ พร้อมเดินหน้าสืบหาตัวตนของศาลเตี้ยแห่งก็อตแธม ความขัดแย้งจึงทวีความรุนแรงและผลักให้สองฮีโร่ต้องเผชิญหน้ากัน โดยมีเล็กซ์ ลูเธอร์ (เจสซี ไอเซนเบิร์ก)คอยชักใยอยู่เบื้องหลัง เมื่อการเดิมพันครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่คือชะตาของมวลมนุษยชาติไดอานา พรินซ์หรือวันเดอร์วูแมน (แกล กาโดต์)จึงต้องก้าวเข้าสู่สมรภูมิ เพื่อร่วมต้านมหันตภัยที่กำลังอุบัติขึ้น ติดตามชมแบทแมน ปะทะ ซูเปอร์แมน แสงอรุณแห่งยุติธรรม (BATMAN V SUPERMAN: DAWN OF JUSTICE)วันเสาร์ที่ 5 กันยายน เวลา 18.30 น. ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และรับชมออนไลน์ได้ที่https://true4u.com/live/ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ยกไทยไว้ลอนดอน! “Mutiny” ทุ่มสร้างถนนเมืองไทยสมจริงในโรงถ่าย เนรมิตฉากไล่ล่าสุดเดือด
อ่าน

ยกไทยไว้ลอนดอน! “Mutiny” ทุ่มสร้างถนนเมืองไทยสมจริงในโรงถ่าย เนรมิตฉากไล่ล่าสุดเดือด

นับถอยหลังการกลับมาระห่ำแค้นของแอ็กชันสตาร์ขวัญใจคนทั้งโลกเจสัน สเตแธมในMutinyคนระห่ำห้ามรอดเตรียมพาผู้ชมไปสัมผัสภารกิจล่าครั้งเดือด เมื่ออดีตมือพระกาฬอย่างโคล รีดต้องออกล้างแค้นบนเรือยักษ์ หลังเหตุการณ์การลอบสังหารเพื่อนรักของเขา เบื้องหลังความเดือดของเรื่องนี้ทีมผู้สร้างจัดเต็มงานโปรดักชันด้วยการยกกองถ่ายไปปักหลักที่ ไพน์วูดสตูดิโอสตูดิโอถ่ายทำระดับโลกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พร้อมลุยถ่ายคิวกลางคืนต่อเนื่องเพื่อถ่ายฉากสำคัญอย่างฉากการไล่ล่าทิบู(รามอน ติการัม)มหาเศรษฐีชาวไทยและเพื่อนรักของโคล รีดเหตุการณ์ที่จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ และจุดชนวนให้รีดต้องเข้าสู่ภารกิจล้างแค้น ไล่ล่าความจริงและเอาตัวรอดบนเรือยักษ์ ความอลังการของงานสร้างยังรวมถึงการเนรมิตถนนเมืองไทยขึ้นมาใหม่ทั้งเส้นภายในไพน์วูดสตูดิโอ ซึ่งอัดแน่นด้วยร้านค้า แผงลอย และบาร์ รวมถึงการสร้างฉากภายในเรือบรรทุกสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ขึ้นจริง เพื่อให้โลกของMutinyเต็มไปด้วยรายละเอียดและความสมจริงที่สุด ซีนที่เราถ่ายกันที่นั่นมันสุดยอดมากสเตแธมกล่าวงานฉากที่รัสเซลล์และทีมงานเนรมิตขึ้นมามันเจ๋งสุดๆ ผลงานของเขามันไร้ที่ติจริงๆ เบื้องหลังงานสร้างสุดประณีตทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของรัสเซลล์ เดอ โรซาริโอโปรดักชันดีไซเนอร์มือเก๋าจาก Kick-Ass (2010)และ Argylle (2024)ที่เคยร่วมงานกับสเตแธมมาแล้วหลายครั้ง โดยเจ้าตัวเผยว่าการกลับมาร่วมงานกันครั้งนี้เกิดขึ้นจากการชักชวนโดยตรงจากพระเอกสายบู๊ ผมรู้จักเจสันมานานเคมีการทำงานของเราตรงกัน เขาต่อสายหาผมให้มาร่วมงานในMutinyและผมก็ตอบตกลงแบบไม่ต้องคิดเลย สำหรับถนนเมืองไทยที่สร้างขึ้นในลอนดอนนั้น ทีมงานไม่ได้ต้องการจำลองสถานที่จริงแบบตรงตัว100เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องการถ่ายทอดความรู้สึกของสถานที่ให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็ยังต้องคงความสมจริงเพื่อไม่ให้รายละเอียดของฉากบดบังความมันส์ของหนังแอ็กชัน ถนนที่เราสร้างอาจจะไม่ได้ก๊อบปี้สถานที่จริงในไทยมา100%แต่มันเหมือนกับบทกวีชั้นยอดตรงที่มันมอบความรู้สึกให้กับคุณเดอ โรซาริโอเผย แฟนหนังชาวไทยเตรียมระเบิดความระห่ำไปกับ เจสัน สเตแธม ในMutinyคนระห่ำห้ามรอด3กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์จัดเต็มความมันส์แบบนอนสต็อปตลอด95นาที ทั้งเสียงไทยและเสียงอังกฤษ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ไม่มีคำว่าฝันของใคร เส้นทางนี้คือฝันของเรา “เจโน่-แจมิน” วง NCT โชว์เคมีมิตรภาพสุดซึ้งใน “Wind Up”
อ่าน

ไม่มีคำว่าฝันของใคร เส้นทางนี้คือฝันของเรา “เจโน่-แจมิน” วง NCT โชว์เคมีมิตรภาพสุดซึ้งใน “Wind Up”

เส้นทางแห่งความฝันไม่มืดมนอีกต่อไป เมื่อนายเข้ามาอยู่เคียงข้างกัน เกาหลีใต้ตีโฮมรันถึงไทยส่งตรงภาพยนตร์Coming of Ageอบอุ่นหัวใจWind Upไวนด์อัพเรื่องราวการก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเพื่อเส้นทางฝันของอูจินพิชเชอร์วัยมัธยมปลายที่กำลังอยู่ในช่วงดิ่งลงเหวเมื่อไม่สามารถขว้างลูกเบสบอลได้เหมือนเดิม และแทฮีนักเรียนใหม่ที่เสนอตัวเข้ามาช่วยเหลืออูจินให้กลับมาเล่นเบสบอลได้อีกครั้ง โลกที่เคยมืดมนกำลังจะสดใสขึ้นอีกครั้งพร้อมกับมิตรภาพที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่างสองคน จากนี้ไปไม่มีคำว่าฝันของใครเพราะเส้นทางนี้จะมีแต่ฝันของเรา มงคลซีนีม่าเผยโปสเตอร์ใหม่แสดงให้เห็นพลังแห่งมิตรภาพที่จะกอดคอร่วมเดินทางผ่านความทุกข์ ความสุข และความหวัง โดยคู่เพื่อนซี้เคมีธรรมชาติอเจโน่-แจมินวงNCTสองไอดอลหนุ่มแห่งยุคที่จะจับมือกันก้าวข้ามอุปสรรค พร้อมโชว์เสน่ห์ด้านการแสดงบนจอภาพยนตร์ร่วมกันเป็นครั้งแรก จากไวรัลขว้างลูกบอลขึ้นชั้นสามของสนามเบสบอลในร่มโกช็อกสกายโดมในขณะแสดงคอนเสิร์ตของเจโน่สู่การได้รับเกียรติขว้างลูกเปิดสนามให้กับทีมเบสบอลในประเทศเกาหลีใต้ และล่าสุดกับบทบาทอูจินนักกีฬาเบสบอลตัวท็อประดับมัธยมปลายตำแหน่ง"พิชเชอร์"(ผู้ขว้างลูก)ผู้มีลูกฟาสต์บอลที่ยอดเยี่ยม แต่เพราะปมในในบางอย่างทำให้เขาไม่สามารถขว้างลูกสไตรก์ได้อีก ส่งผลให้อนาคตการเป็นนักกีฬาของเขากำลังจะดับลง หวนคืนสู่บทบาทนักแสดงอีกครั้งสำหรับแจมินหลังเคยฝากเสน่ห์ด้านการแสดงไว้ในซีรีส์The Way I Hate You (2019)โดยในครั้งนี้เขาจะมารับบทแทฮีนักเรียนใหม่ที่หอบความสดใสมาเต็มกระเป๋า เขาเสนอตัวเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้กับอูจินคอยเป็นแสงสว่างในวันที่มืดมน ดูแลทั้งร่างกาย และช่วยเติมไฟให้พลังใจจนอูจินกลับมามีความหวังบนเส้นทางฝันอีกครั้ง มิตรภาพจะคอยเป็นกำลังใจให้กัน ถ้ามีฉันอยู่ ความฝันของนายต้องไม่หลุดมือ ร่วมพิสูจน์ทุกความรู้สึกของการเติบโตก้าวผ่านวัยไปกับเจโน่-แจมินวงNCTในWind Upไวนด์อัพ20สิงหาคมนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

เส้นทางของ สายรุ้ง นักสเก็ตลูกครึ่งฮ่องกง–ไทย ที่เติบโตไกลบ้าน
อ่าน

เส้นทางของ สายรุ้ง นักสเก็ตลูกครึ่งฮ่องกง–ไทย ที่เติบโตไกลบ้าน

ล้มกี่ครั้งก็ยังลุก เส้นทางของ สายรุ้ง นักสเก็ตลูกครึ่งฮ่องกงไทย ที่เติบโตไกลบ้าน แต่ไม่ทิ้งความเป็นไทย ในประเทศที่ไม่มีหิมะ และไม่ได้มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับกีฬาฤดูหนาวอย่างชัดเจน เส้นทางของนักกีฬาสเก็ตลีลาอาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับ สายรุ้ง นักสเก็ตลีลาลูกครึ่งฮ่องกงไทย ซึ่งอาศัยและฝึกซ้อมอยู่ในฮ่องกง เส้นทางนี้กลับเริ่มต้นจากความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เติบโตเป็นความมุ่งมั่น และพาเธอก้าวข้ามข้อจำกัด จนสามารถไปยืนอยู่บนเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติได้อย่างน่าจับตามอง แม้เธอจะเติบโตในต่างประเทศ แต่ ความเป็นไทย ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่เธอพกติดไปในทุกเวที จากความหลงใหล สู่ความมุ่งมั่น จุดเริ่มต้นของสายรุ้งไม่ได้มาพร้อมเป้าหมายที่ชัดเจน หากแต่เกิดจากความหลงใหลในความงดงามของกีฬาสเก็ตลีลา ภาพของการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลบนลานน้ำแข็ง กลายเป็นแรงผลักดันให้เธอเริ่มต้นลองฝึกซ้อม แม้จะยังไม่รู้ว่าปลายทางของเส้นทางนี้จะเป็นอย่างไร จากความสนใจในช่วงแรก ค่อย ๆ พัฒนาเป็นความตั้งใจที่จริงจังมากขึ้น การฝึกซ้อมที่ต่อเนื่องทำให้เธอเริ่มเข้าใจว่า กีฬานี้ไม่ได้มีเพียงความสวยงาม แต่ต้องอาศัยทั้งความแข็งแรงของร่างกาย ความแม่นยำเชิงเทคนิค และการควบคุมอารมณ์ในระดับสูง เบื้องหลังความสวยงาม คือการ ล้ม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เบื้องหลังการแสดงที่ดูสมบูรณ์แบบบนลานน้ำแข็ง เต็มไปด้วยความพยายามที่มองไม่เห็น การล้ม การบาดเจ็บ และความผิดพลาด ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทั้งในด้านทักษะและความมั่นใจ แต่สิ่งที่ทำให้สายรุ้งก้าวผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ไม่ใช่เพียง ความสามารถ แต่คือวินัย ความสม่ำเสมอ และความเชื่อมั่นในตัวเองที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นจากประสบการณ์ จุดเปลี่ยนสู่เวทีโลก หนึ่งใน turning point สำคัญของสายรุ้ง คือการได้ฝึกซ้อมภายใต้การดูแลของ Craig Heath ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเส้นทางการเป็นนักกีฬาของเธอ Craig Heath มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของสายรุ้งในหลายด้าน ในฐานะโค้ชระดับโลกที่มีประสบการณ์ในเวทีนานาชาติ เขาไม่เพียงมีความเชี่ยวชาญด้านการฝึกสอน แต่ยังช่วยให้เธอสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเทคนิค ความแข็งแรงทางจิตใจ (mentality) และการแสดง (performance) สายรุ้งระบุว่า เป็นเพราะคำแนะนำที่แม่นยำและมาตรฐานระดับสูงของโค้ชระดับโลก ทำให้เธอสามารถพัฒนาศักยภาพการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันสั้น และค่อย ๆ ก้าวสู่เวทีการแข่งขันระดับนานาชาติที่กว้างขึ้น เวทีโลก ไม่ใช่แค่การแข่งขัน การได้ออกไปฝึกซ้อมและแข่งขันในต่างประเทศ ทำให้สายรุ้งได้เห็นมาตรฐานของกีฬาระดับโลกอย่างชัดเจนมากขึ้น ไม่ใช่แค่ทักษะ แต่รวมถึงการปรับตัว การรับมือกับแรงกดดัน และการพัฒนาตัวเองในทุกมิติ แม้เส้นทางนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่เธอเลือกที่จะมอง ความยาก เป็นแรงผลักดัน มากกว่าจะเป็นข้อจำกัด Soft Power ที่เกิดขึ้น โดยธรรมชาติ นอกเหนือจากบทบาทในสนามแข่งขัน สายรุ้งยังเข้าร่วมกิจกรรม Miss Songkran Hong Kong ซึ่งจัดโดยสมาคมรวมไทยในฮ่องกง เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยในต่างแดน แม้จะเติบโตในต่างประเทศ แต่เธอกำลังถ่ายทอด ความเป็นไทย สู่เวทีนานาชาติในแบบที่เป็นธรรมชาติ คนรุ่นใหม่ที่เติบโตในต่างประเทศ แต่มีรากทางวัฒนธรรมไทย กำลังกลายเป็นพลังสำคัญของ Soft Power ที่สามารถสื่อสารตัวตนของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง และเข้าถึงผู้คนทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเธอไม่ได้แค่ แข่งขัน แต่กำลัง สร้างเส้นทางของตัวเอง แม้จะก้าวเข้าสู่เวทีระดับนานาชาติแล้ว สายรุ้งยังคงมองว่าเส้นทางของเธอยังอยู่ในจุดเริ่มต้น และยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก เรื่องราวของ สายรุ้ง จึงไม่ใช่เพียงข่าวของนักกีฬาคนหนึ่ง แต่คือเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ ที่เติบโตไกลบ้าน แต่ยังคงพาความเป็นไทยไปยืนบนเวทีโลก และยังคง ลุกขึ้น ทุกครั้ง ไม่ว่าจะล้มลงกี่ครั้งก็ตาม ------------------------------------------------------