รีเซต

ผลการค้นหา “Beside You” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
หนึ่ง อภิวัฒน์ ปลื้ม Beside You ประกอบซีรีส์ เทวดาท่าจะรัก Angel Beside Me กระแสดีเกินคาด
อ่าน

หนึ่ง อภิวัฒน์ ปลื้ม Beside You ประกอบซีรีส์ เทวดาท่าจะรัก Angel Beside Me กระแสดีเกินคาด

ออกอาการปลื้มสุดๆ สำหรับนักร้องหนุ่มเสียงดี หนึ่ง-อภิวัฒน์ พงษ์วาท ที่คว้าไมค์มาร้องเพลงเพราะๆ ซึ้งๆ Beside You เพลงประกอบซีรีส์ เทวดาท่าจะรัก Angel Beside Me ผลิตโดย จีเอ็มเอ็มทีวี ไม่มีปาฏิหาริย์ใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่า พลังแห่งรัก นำแสดงโดยพระเอกสุดฮอต เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม และนางเอกสุดปัง เจน-รมิดา จีรนรภัทร ที่เจ้าตัวตั้งใจถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกให้เข้ากับบรรยากาศในเพลงมากที่สุด ทำเอาแฟนๆ ฟังแล้วอินไปตามๆ กันเลยทีเดียว หนึ่ง เผยว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาร้องเพลงนี้ ขอขอบคุณ GMMTV ที่ให้โอกาสครั้งนี้ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงแนวป๊อปบัลลาด เนื้อหาพูดถึงมุมมองของตัวพระเอกที่เป็นเทวดา และคอยอยู่เคียงข้างนางเอก เหมาะสำหรับการที่อยากจะมอบเพลงให้กับคนที่เรารู้สึกว่า เราอยากดูแลเขา อยากอยู่ข้างๆ เขา อยากจะคอยปลอบเขา ในวันที่เขาทุกข์ใจ เพลงเลยชื่อว่า Beside You ซึ่งได้ร่วมงานกับ น้องแอ้ม (อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์) นักแต่งเพลง มีโอกาสได้ร่วมงานกับน้องมา 2-3เพลงแล้ว ถือเป็นนักแต่งเพลงที่มีทำนองไพเราะมาก และมีเนื้อหากินใจสุดๆ ในการร้องผมก็ได้มีส่วนร่วมในการออกแบบการร้องด้วยนิดหน่อย เพราะน้องแต่งมาเพราะอยู่แล้ว เพลงนี้เป็นเพลงที่มีทำนองสวยงามมาก ซึ่งผมได้ใช้เทคนิคในการร้องแบบเสียงหลบผสมกับเสียงจริงด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ร้องยากเหมือนกันครับ สำหรับฟีดแบ็กก็ดีมากๆ เลย ทุกคนที่ได้ฟังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเพลงเพราะ รู้สึกดีใจมากครับ ขอบคุณแฟนเพลง และแฟนซีรีส์ที่ติดตาม รวมถึงคนที่มาฟังเพลงนี้ แล้วรู้สึกว่าเพลงเข้ากับเรื่อง ทำให้ทุกคนอินกับความรู้สึกของพระเอกที่มีให้กับนางเอกจริงๆ ยังไงก็ขอฝากเพลง Beside You ด้วยครับ หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งเพลง ที่ทุกคนจะฟังไปและอินกับซีรีส์นะครับ

ให้ใจน้องเลย! ฟ้อนด์ BNK48 ชี้แจงแมน ๆ หลังเจอดราม่า แฟนคลับส่งกำลังใจ Always beside you!
อ่าน

ให้ใจน้องเลย! ฟ้อนด์ BNK48 ชี้แจงแมน ๆ หลังเจอดราม่า แฟนคลับส่งกำลังใจ Always beside you!

เป็นดราม่าเรื่องราวจากคอมเมนต์ชาวโซเชียลอีกแล้ว ในประเด็น ฟ้อนด์ - ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา หรือ ฟ้อนด์ BNK48 ในการแสดงในงานโชว์ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากมีคลิปออกมา ก็มีคนมาแสดงความเห็นเชิงลบมากมาย จนงานนี้ ฟ้อนด์ BNK48 ออกมาไลฟ์ผ่านทาง BNK48 Application และ โพสต์ใน Page FOND BNK48 ชี้แจงเรื่องราวต่าง ๆ โดยประเด็นหลัก ๆ น้องฟ้อนด์ ไม่ชอบที่มีคนไปด่าเมมเบอร์คนอื่น ๆ ด้วย ก็ออกมายอมรับว่าผิดจากน้อง แต่ด้วยความที่ ฟ้อนด์เองเป็นสาวน้อยอารมณ์ดี ที่เราไม่ค่อยเห็นมุมโกรธของน้อง เลยทำให้แฟนคลับตกใจกับความโกรธนี้ ในไลฟ์จะเห็นว่า ฟ้อนด์ โมโหจริง ๆ แสดงอารมณ์ออกมาเต็มที่ "ไหนว่ารักไง ทำไมต้องมาทำให้ทะเลาะกันเอง ครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ?" โดย ฟ้อนด์ BNK48 ได้โพสต์ข้อความดังนี้ Fond BNK48 สวัสดีค่ะทุกคนนน จริงๆอยากจะไลฟ์อยากจะพูดมากกว่าพิมพ์นะ แต่..พอก่อนดีกว่า เหนื่อยแล้ว5555 ก่อนอื่นเลยยย หนูขอบอกก่อนว่า จริงๆแล้วหนูไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ กับเรื่องการร้องเพลงในงานเมื่อวานนี้ ไม่แคร์สักนิดเลย กับบาง Comment แทบจะปล่อยผ่านด้วยซ้ำ เพราะรู้ว่า มันคือเรื่องนิดเดียว และแค่ Comment จากคนบางกลุ่มจริงๆ ถ้าเราอยู่จุดนี้ เรื่องแค่นี้เราต้องปล่อยผ่านให้ได้ เอาตรงๆสิ่งเดียวที่ทำให้หนูอยากออกมาไลฟ์นั้น นั่นเป็นเพราะว่า "หนูอยากออกมายอมรับ ว่าหนูเป็นคนขึ้นผิดเอง เพราะหนูแคร์ความรู้สึกเมมเบอร์ ที่โดนบางคนบอกว่าร้องเพี้ยน ทั้งๆที่จริงๆหนูเป็นคนขึ้นผิด เค้าไม่ควรโดนว่านะ หนูเลยพูดให้ชัดเจนเลยดีกว่า ว่าหนูผิดเอง เพราะหนูไม่อยากให้เค้าถูกกล่าวหาทั้งๆที่เค้าไม่ได้ผิด แล้วอาจจะเก็บไปคิดมาก ...หนูรู้สึกผิด และหนูก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเรื่องแค่นิดเดียว ต้องหาคนผิดกัน ทั้งๆที่เราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน" แต่.. หนูก็ต้องขอโทษและยอมรับนะคะ ว่าในไลฟ์หนูอาจจะดูใส่อารมณ์มากไป55555 เพราะปกติหนูไม่ค่อยเป็นแบบนี้ ด้วยความที่ช่วงนี้หนูอาจจะเจอเรื่องวุ่นๆมาบ้าง "หนูสัญญานะ" ว่าคราวหน้า ถ้าหนูจะชี้แจงอะไร หรือพูดอะไร จะไม่เกรี้ยวกราดแล้วววว555 แต่เอาตรงๆ ก่อนจะตัดสินใจไลฟ์ หนูก็พูดกับคุณแม่ว่า "ม๊า เดี๋ยวหนูจะไลฟ์บอกทุกคนนะ หนูจะมีสตินะม๊า" เพราะหนูรู้ ว่าอันตรายจากโซเชี่ยลมันเป็นยังไง ตัวอย่างก็มีเยอะ เอาตรงๆตอนไลฟ์หนูก็พยายามมีสตินะ คิดก่อนพูดอยู่ จริงๆหนูก็ควบคุมอารมณ์อยู่นะ555 ถ้ากลับไปดูก็คือโมโหไปยิ้มไป ควบคุมสุดๆ เอาตรงๆยังแอบขำตัวเองเลย5555 แต่นั่นแหละ ด้วยความที่หนูไม่เคยแสดงมุมนี้เลย ทุกคนเลยอาจมองว่ามันเกรี้ยวกราดเกินไป5555 บางประโยคด้วยความที่พูดไปใส่อารมณ์ไป เลยอาจจะดูน่ากลัวมากๆ จริงๆมันคือคำพูดปกติ แต่ฟิลลิ่งในการพูดแตกต่างออกไป หนูจะปรับปรุงนะคะ หนูขอบคุณทุกคนที่หวังดีนะ รู้ว่าเป็นห่วง ขอบคุณทุกคนที่คอยเตือนและให้กำลังใจเสมอนะคะ หนูจะเอาคำที่ทุกคนแนะนำไปปรับปรุงแน่นอน สัญญาค่ะ😊 จะไม่มีอย่างงี้อีกล้าววว บางคนอาจจะไม่ชอบหนูไปเลย😖 แต่หนูอยากจะบอกว่า หนูก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ที่มีมุมนี้อยู่บ้าง เวลาโกรธ หรือเสียใจอะไร แต่พอมาคิดๆดูแล้ว ยังไงหนูก็ผิดอยู่ดีแหละ5555 เพราะหนูเป็นไอดอลอะนะ ทำอะไรก็ต้องระวังกว่าปกติ จริงมะ! เราจะแสดงอารมณ์ทุกอย่างออกมาไม่ได้ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่สังคมสิ!(จริงๆก่อนไลฟ์ หนูรู้ว่าหนูต้องโกรธแน่เลย แต่ยังไงก็ต้องระงับอารมณ์ตัวเอง ตอนนั้นคิดว่าทุกคนคงรับได้ที่จะเห็นอีกมุมหนึ่งของหนู เพราะมันก็เป็นธรรมชาติของคนอยู่แล้ว)อื้ม! งั้นให้บทเรียนครั้งนี้ เอาหนูเป็นตัวอย่างแก่ทุกคนไปเลยแล้วกันเนอะ ว่าเราต้องควบคุมอารมณ์เวลาอยู่ต่อหน้าสาธารณะให้ได้:) บางความรู้สึกก็ไม่ควรแสดงออกมา เพราะมันอาจจะมาทำร้ายเราได้💪 ตอนแรกก็กะจะไม่ไลฟ์ตอนนั้นเลย แต่พอมาคิดๆดูแล้ว ถ้าไม่มาไลฟ์ตอนนั้น ก็อาจจะไม่อยากพูดเรื่องนี้แล้ว ก็จะรู้สึกผิดต่อไป5555 เอาเป็นว่า หนูรักแฟนคลับทุกคนนะ💘 ขอบคุณพลังมากมายที่มากกว่า 90% ให้กำลังใจอยู่เสมอ อ่านแล้วรู้สึกดีที่สุดTT เหมือนเป็นยาวิเศษเลย อ่านอะไรบวกๆแล้วมันช่วยมากจริงๆ ทุกคนไม่เคยทิ้งหนูเลย ..ยามหนูเศร้า ท้อแท้ ก็มีพวกคุณนี่แหละ ที่คอยฮีลหนูอยู่เสมอ รักกกกก💙💚💛🧡❤️💜:: หนูพร้อมที่จะแก้ไข และพัฒนาค่ะ 🙂ขอบคุณนะคะ👍🏻🙏🏻 #FondBNK48 #BNK48 ฟ้อนด์ BNK48 ฟ้อนด์ BNK48 ฟ้อนด์ BNK48 โดยงานนี้ #สวนพริกของฟ้อนด์ (กลุ่มแฟนคลับของน้องฟ้อนด์ BNK48) ได้ออกมาโพสต์เพื่อส่งกำลังใจให้เมมเบอร์ที่เขารัก ด้วยการร่วมกัน แสดงพลังส่งกำลังใจ บอกน้องให้รูว่า ข้างๆ ยังมีพวกเราเสมอ ด้วยการโพสรูปลงไอจี หรือ SNS อื่นๆ แท๊กน้อง พร้อมติดแฮชแท๊ก #Alwaysbesideyou #FondBNK48 #สวนพริกของฟ้อนด์ เชื่อว่ากำลังใจจากแฟน ๆ จะช่วยเยียวยาน้องได้มากที่สุด ชอบในความตรง ๆ แมน ๆ ของ ฟ้อนด์ BNK48 ที่ออกมายอมรับในสิ่งที่ตัวเองพลาดไป ทุกคนต่างเคยพลาดทั้งนั้น และน้อง ๆ ไอดอลก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่พร้อมที่จะพัฒนาต่อไป ทีมข่าวทรูไอดี ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจส่งให้ ฟ้อนด์ นะคะ Fighto นะ รอยยิ้มของวง! ฟ้อนด์ BNK48 ฟ้อนด์ BNK48 เป็นหนึ่งในสมาชิกวง BNK48รุ่น 2 ที่มาแรงตั้งแต่เริ่มออดิชั่น สำหรับฟ้อนด์ - ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา หรือ ฟ้อนด์ BNK48ด้วยรอยยิ้มสดใส และบุคลิกสนุกสนานที่เป็นเอกลักษณ์ เป็น1 ใน 10 BNK48 รุ่น 2 ที่น่าจับตามอง ที่เราเคยจัดอันดับตอนก่อนเดบิวต์อีกด้วย พร้อมกับแคชเฟสที่คุ้นหูอย่าง"ถ้าฟ้อนด์ยื่นไมค์ให้ ให้ทุกคนพูดว่า ฟ้อนด์นะคะฟ้อนด์แปลว่ารัก ทำท่ายึกยัก แปลว่ารักฟ้อนด์ แปลว่ารักฟ้อนด์" ฟ้อนด์ BNK48 ฟ้อนด์ BNK48 ฟ้อนด์ BNK48 ฟ้อนด์ BNK48 ผลงานที่ผ่านมาของฟ้อนด์ BNK48ก่อนเข้ามาในวง ทิ้งทวนกับผลงานการแสดงเป็นลูกสาว ของ แม่การะเกด ในละคร บุพเพสันนิวาส ที่ฮิตติดลมบนในตอนนั้น ทำให้ ฟ้อนด์ BNK48 ถูกพูดถึง และมีแฟน ๆ ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื้อง หลังจากนั้นฟ้อนด์ BNK48ก็ได้เป็นเซ็มบัตสึแรก ที่ติดเพลงแรกของ รุ่น 2เพลง Tsugi no Season ฤดูใหม่ต่อด้วยเพลงBNK Festivalและเป็นเซ็มบัตสึในเพลง Kimi no Koto ga Suki Dakaraก็เพราะว่าชอบเธอซิงเกิ้ลของ Under Girls จากงาน General Election ครั้งแรกของ BNK48 และก้าวไปอีกหนึ่งขั้น เมื่อฟ้อนด์ BNK48 เป็น ดับเบิ้ล เซ็นเตอร์ ร่วมกับ ปูเป้ BNK48ในเพลงJABAJAซิงเกิ้ลหลักและอัลบั้ม 2 ของ BNK48 เป็นอะไรที่เฉิดฉาย ส่องประกายมาก ๆ ทั้งรอยยิ้ม และความน่ารักสดใสของเธอ ทำให้มีแฟนคลับหน้าใหม่ ๆ หลงรักเธอมากขึ้นทุกวัน ซึ่งนอกจากผลงานเพลงของ BNK48ฟ้อนด์ก็พัฒนาเรื่องการร้องเพลงมากขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเพราะ หวานใสมากขึ้นด้วย และซิงเกิ้ล 77 ดินแดนแสนวิเศษ ฟ้อนด์ ก็เป็นหนึ่งในเซ็มบัตสึเพลงนี้ด้วย อ่านข่าวอื่น ๆ ของ BNK48 ได้ที่: รอยยิ้มของวง! ฟ้อนด์ BNK48 เซ็นเตอร์ JABAJA คู่บอสเป้ ยิ่งยึกยัก รู้จักยิ่งรักเธอ เท่เกินไปแล้ว! วี BNK48 ไอดอลลุคแมน ขอเป็นแฟนคลับด้วยคนได้ป่าว! ขอเล่าหน่อย! BNK48 Blooming Season คอนเสิร์ตรุ่น 2 ครั้งแรก ปลดปล่อยศักยภาพ! รูปครบทุกเมมเบอร์! (มีคลิป) กลับด้อมแทบไม่ทัน! เมื่อสาวๆ BNK48 โพสต์แคปชั่น หลังแฟนคลับแอบหวีด CGM48 วงน้องสาว 10 อันดับ BNK48 รุ่น 2 ที่น่าจับตามอง และถูกพูดถึงในโซเชียล อัพเดทข่าวสารวงการเพลงไทยและสากล พร้อม Scoop เจาะลึกในมุมมองที่น่าสนใจติดตาม Music.trueid.net ได้อีกช่องทางที่ TrueID Appหรือร่วมพูดคุยกันผ่านทาง Line @TrueID

นิทรรศการ พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
อ่าน

นิทรรศการ พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก

จากวันแรกที่ได้เจอสู่ทุกวันที่อยู่ในใจ กลับมาอีกครั้งกับ "พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow" นิทรรศการที่ชวนออกเดินทางไปกับความผูกพันที่ลึกซึ้งกว่าแค่คนและสัตว์เลี้ยง นิทรรศการ พาใจกลับดาว Beyond the Rainbowริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก นิทรรศการ "พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow" เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน - 22 พฤศจิกายน 2026 ณ RCB Galleria 1 และ 2 ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-20.00 น. พรามี่ ร่วมกับ อายดรอปเปอร์ ฟิลล์ และ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ภูมิใจนำเสนอ "พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow" ที่กลับมาในพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร ของ RCB Galleria 1 และ 2 พร้อมขยายระยะเวลาจัดแสดงเป็นเวลากว่า 2 เดือน จักรวาลของงานในครั้งนี้ เราจะขยายมาเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ได้เจอกัน ชวนทุกคนกลับมาทบทวนถึงการอยู่ร่วมกันที่ผานมานั้น ทำให้เขาและเราเติบโตขึ้นอย่างไร โดยครั้งนี้ไม่ต้องคอยลุ้นว่าจะจองทันหรือไม่ เพราะสามารถซื้อบัตรและเข้าชมนิทรรศการได้โดยไม่ต้องสำรองรอบล่วงหน้า และเพิ่มประสบการณ์เชิงปฏิสัมพันธ์ให้ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงช่วงเวลาแห่งความคิดถึง แต่ยังมีพื้นที่สำหรับเล่น หัวเราะ ทำความรู้จักเจ้าตัวแสบของเราให้มากขึ้น และเก็บความทรงจำใหม่กลับไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด"เติบโตไปด้วยกัน" (Growing Together) นิทรรศการครั้งนี้ชวนมองความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงให้ไกลกว่าการจากลา กลับไปตั้งแต่วันแรกที่สบตากัน ชีวิตประจำวันแสนวุ่นวาย ภาษารักที่ค่อยๆ เรียนรู้ ไปจนถึงสิ่งเล็กๆ ที่พวกเขาทิ้งไว้และกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราในวันนี้ เรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านโลกสีสันสดใสที่ผสมความจริง ความทรงจำ และจินตนาการเข้าด้วยกัน พร้อมโซนประสบการณ์ที่ไม่ได้มีไว้เพียงให้เดินชม แต่ชวนให้คุณเล่น สัมผัส พูด เรียกชื่อเจ้าตัวแสบ และปล่อยทุกความรู้สึกไปตลอดเส้นทาง บางห้องอาจได้ร้องเรียกชื่อกันแบบสุดเสียง ส่วนบางห้อง...อาจมีน้ำตาบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะการเติบโตมาด้วยกันย่อมมีทั้งเรื่องที่ทำให้หัวเราะและคิดถึงเสมอ โซนที่ 1 : First Hello โซนที่ 2 : Growing Together โซนที่ 3 : Forever in Our Hearts อีกหนึ่งความพิเศษของ "พาใจกลับดาว Beyond the Rainbow" คือการเปิดพื้นที่ให้สัตว์เลี้ยงร่วมออกเดินทางไปกับคุณได้ตลอดนิทรรศการ ลองพาเจ้าตัวเล็ก หรือสำหรับบางบ้านอาจต้องเรียกว่า "เจ้านาย" มาสัมผัสประสบการณ์ไปด้วยกัน แล้วมาดูกันว่า หลังจากที่มนุษย์ใช้เวลาทั้งนิทรรศการพยายามเรียนรู้ภาษารักของพวกเขา สิ่งที่เราคิดมาตลอดว่า "รู้ใจกันที่สุด" จะผ่านการอนุมัติจากเจ้าตัวจริงหรือเปล่า โดยสัตว์เลี้ยงจะต้องอยู่ภายในรถเข็นหรือกระเป๋าสำหรับสัตว์เลี้ยงตลอดระยะเวลาการเข้าชม ซื้อบัตรได้แล้ววันนี้ที่ https://www.ticketmelon.com/th/rivercitybangkok/BeyondTheRainbow

"WINNING" ส่งซิงเกิลใหม่ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" เพลงรักหวังดีแต่ติดที่เธอมีเจ้าของแล้ว
อ่าน

"WINNING" ส่งซิงเกิลใหม่ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" เพลงรักหวังดีแต่ติดที่เธอมีเจ้าของแล้ว

หลังจากปล่อย 2 ซิงเกิล "คิดจะไปก็ไป (It was never me)" และ "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" ภายใต้สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ล่าสุด "WINNING (วินนิ่ง เมธาวิน คุ้มโห้)" สลัดภาพหนุ่ม SAD ไม่ MOVE ON เข้าสู่โหมดเพลงรัก ที่ยังคงคาแรกเตอร์ความเป็นตัวเองในซิงเกิลที่ 3 "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" เพลงแอบรักแบบใหม่ใหม่ที่เปิดเผยและมั่นใจ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" คอนเซ็ปต์ของเพลงนี้เริ่มต้นจากประสบการณ์ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านมานั่นคือการแอบรัก และการรักคนมีเจ้าของ แต่ครั้งนี้ "WINNING" หยิบประสบการณ์ 2 ด้านนี้มาเล่ารวมกันในเพลงเดียว ผ่านเรื่องราวจริงในวัยเด็กของตัวเอง โดยเอาความรู้สึกเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นคำว่า "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" ที่กลายมาเป็นทั้งท่อน Hook และชื่อเพลงด้วย ด้านเนื้อร้อง "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" แม้เพลงนี้จะมีโทนความมั่นใจแบบ Gen Z แต่วิธีการเขียนของ "WINNING" กลับสอดแทรกไปด้วยการเปรียบเทียบที่ลึกซึ้ง อย่างการหยิบเอาคำว่า "นิยาย" หรือ "เจ้าชาย" เพื่อสร้างภาพเรื่องราวความรักที่ช่วยเสริมความมีอีโก้ของตัวละคร โดยร้อยเรียงให้เรื่องราวมีไดนามิกท่อนอวดท่อนอ้อนเพื่อปูเข้าสู่ท่อน Hook ที่จะเป็นการออกโรงมาประกาศตัวว่า "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" แต่แค่ฉันยังไม่มีโอกาส และถ้าวันนั้นมาถึง หรือความสัมพันธ์ของเธอไปต่อไม่ได้แล้ว ฉันคนนี้นี่แหละที่จะอยู่ตรงนี้และรักเธอได้ดีกว่าคนนั้นของเธอแน่นอน! พาร์ทดนตรี "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" เป็น POP-PUNK-ROCK ที่ถ่ายทอดโดย "WINNING" ออกมาได้ดี และร่วมเรียบเรียงโดย "March Vybes" ไม่ว่าจะเป็นความสนุก ความซน ล้นพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการหยิบประสบการณ์ความรักในวัยเด็กมาเล่า ผ่านจังหวะแบบ Medium Tempo มั่นใจว่าในโชว์คนจะโดดตามร้องตามได้สนุกสนานแน่นอน ส่วนของมิวสิกวิดีโอ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" ได้ "เนส (Kaninvong)" มาเป็นผู้กำกับ พร้อมนำเสนอมุมมองการถ่ายทำที่โตขึ้น ลึกขึ้น แต่ยังคงเข้าใจง่ายด้วยการถ่ายแบบ Fixed Camera มุมกล้องเดิมตลอดเรื่อง ผ่านโลเคชั่นเดียวก็คือบนรถ แต่จะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นบนนั้น โดยที่นางเอกจะนั่งอยู่ในรถ ส่วน "WINNING" ที่รับบทเป็นพระเอกจะเดินตามรถอยู่ตลอด เป็น Visual Metaphor (การเปรียบเปรย) ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ไม่เท่ากัน การวิ่งตามความรักอยู่ฝ่ายเดียว การรักข้างเดียว ซึ่งเป็นแก่นเดียวกับเนื้อหาของเพลงนี้ ติดตามฟังเพลง "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" -" WINNING" ได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิงและ YouTube : WINNING / Kicks Records

"Something Sweet" เสิร์ฟเพลงใหม่ "จากคนเคยข้างเคียง" กับรสชาติขมที่ตรงกันข้ามกับชื่อวง
อ่าน

"Something Sweet" เสิร์ฟเพลงใหม่ "จากคนเคยข้างเคียง" กับรสชาติขมที่ตรงกันข้ามกับชื่อวง

"Something Sweet" ศิลปินจากค่าย POP ANIMAL ที่หยิบกลิ่นอายของดนตรียุค 80s มาถ่ายทอดผ่านมุมมองและตัวตนของพวกเขาเอง ประกอบด้วยสมาชิก 6 คน "เคิร์ก ธมณ ธีรพิชญ์พงษ์ (ร้องนำ), ปลายแถว ปราชญ์ อนุศิลป์ (เครื่องเป่า), แซค กฤษฎา ศรีคำวัง (กีตาร์), ออมสิน พัชรพล นามไพร (กีตาร์), ไทม์ ธเนศ หมู่แม่ริม (กลอง), โฟกัส ศิวกร อินศิธร (คีย์บอร์ด)" หลังจากพาแฟนเพลงไปสัมผัสหลากหลายรสชาติของความรักผ่านผลงานก่อนหน้า ทั้ง "สมปรารถนา" เพลงของคนที่ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน ขอเพียงคนที่เรารักได้พบกับสิ่งที่ปรารถนา และ "รักเธอเมื่อวาน (แต่บอกว่านานไว้ก่อน)" เพลงแอบรักสนุก ๆ ของคนที่อยากขอเคลมว่าตัวเองค้นพบและตกหลุมรักเธอคนนี้ก่อนใคร ครั้งนี้ "Something Sweet" ขอเปลี่ยนบรรยากาศ เปิดอีกด้านที่จริงจังและหม่นขึ้น ผ่านซิงเกิลใหม่ "จากคนเคยข้างเคียง" "จากคนเคยข้างเคียง" พาไปสำรวจช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์เดินทางมาถึงปลายทาง เมื่อความรักที่เคยมีให้กันอาจไม่สามารถพาเราเดินต่อไปได้อีก การฝืนอยู่ต่ออาจกลายเป็นการทำร้ายกันมากกว่าเดิม ขณะที่การเลือกหยุดความสัมพันธ์เอาไว้ อาจเป็นหนทางที่ทำให้ความทรงจำดี ๆ ระหว่างกันยังคงอยู่ เพลงนี้จึงเป็นเหมือนบทสนทนากับตัวเองในวันที่ต้องยอมรับความจริงว่า ความรักครั้งนี้อาจไม่มีทางไปต่อได้อีกแล้ว โดย "เคิร์ก" นักร้องนำของวง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึก ให้ช่วงเวลาของคนสองคนที่เคยอยู่ข้างกัน กลายเป็นภาพจำที่ทั้งสวยงามและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ด้านดนตรี "Something Sweet" ยังคงเก็บกลิ่นอายของยุค 80s เอาไว้ แต่ปรับโทนให้หม่นและจริงจังมากขึ้น เพื่อพาคนฟังเข้าไปอยู่ในบรรยากาศของความสัมพันธ์ที่กำลังจะสิ้นสุด โดยมีเสียงคีย์บอร์ดจาก "โฟกัส" เป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนด Mood Tone ของเพลง เติมบรรยากาศให้มีความลึกและชวนให้คนฟังจมอยู่กับความรู้สึกของเรื่องราวมากยิ่งขึ้น อีกหนึ่งความพิเศษของ "จากคนเคยข้างเคียง" คือการกลับมาสร้าง Animation ประกอบ Visualizer โดย "ปลายแถว" สมาชิกของวงที่เคยฝากผลงาน Animation น่ารัก ๆ ไว้ในเพลง "ดอกไม้ในสายฝน" และ "สิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่ง" ครั้งนี้ปลายแถวเลือกหยิบภาพของคู่รักที่กำลังนั่งอยู่บนรถคันเดียวกันในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์กำลังเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด มาถ่ายทอดผ่านภาพ Animation โดยมี สัญญาณไฟจราจร เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเรื่องราว ทั้ง "การหยุด" เพื่อยุติความสัมพันธ์ และ "การเดินหน้าต่อ" เพื่อให้ทั้งสองคนได้ออกเดินทางไปยังเส้นทางของตัวเอง รับฟังเพลง "จากคนเคยข้างเคียง" ได้แล้ววันนี้ที่ YouTube : Something Sweet (Official) และทุก Streaming Platforms

K-Indie ที่ทุกคนรอคอย! เตรียมพบคอนเสิร์ต "OFF THE MENU x HANGSUNG Live In Bangkok"
อ่าน

K-Indie ที่ทุกคนรอคอย! เตรียมพบคอนเสิร์ต "OFF THE MENU x HANGSUNG Live In Bangkok"

ค่ำคืนแห่ง K-Indie ที่ทุกคนรอคอย! การโคจรมาเจอบนเวทีเดียวกันในกรุงเทพฯ ของ "OFF THE MENU" และ "HANGSUNG" กับคอนเสิร์ตโชว์เดี่ยวแบบแพ็คคู่ "VERY Live Presents OFF THE MENU x HANGSUNG Live In Bangkok" 10 ธันวาคม นี้ ที่ Volume Livehouse คอนเสิร์ตโชว์เดี่ยวแบบแพ็คคู่ "VERY Live Presents OFF THE MENU x HANGSUNG Live In Bangkok" แสดงว่าที่ 10 ธันวาคม 2026 สถานที่ : Volume Livehouse ซื้อบัตร https://www.ticketmelon.com/very/offthemenu-hangsung เปิดจำหน่าย 16 กันยายน นี้ เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป Early bird GA : 1,500 บาท (จำนวนจำกัด), Early bird VIP : 2,000 บาท (จำนวนจำกัด), Regular GA : 1,900 บาท, Regular VIP : 2,500 บาท สำหรับสิทธิพิเศษบัตร VIP ได้เข้าฮอลล์คอนเสิร์ตก่อนบัตรทั่วไป (Regular ticket), ถ่ายภาพกับ OFF THE MENU และ HANGSUNG แบบ 1:1 โดยช่างภาพ และจะส่งรูปให้ทางอีเมลที่ใช้ซื้อบัตร, โปสเตอร์คอนเสิร์ต "OFF THE MENU" (오프더메뉴) วงอินดี้สามชิ้นจากกรุงโซล เกาหลีใต้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 กับผลงานเพลงที่โดดเด่น ไม่ยึดติดกับแนวใดแนวหนึ่ง ตามความหมายของชื่อวงที่บอกว่า "ไม่มีเมนูตายตัว" พวกเขานำเอา indie pop, synth-pop, electronica, British rock, ambient ไปจนถึง RB มาผสมผสานเข้าด้วยกัน สร้างซาวด์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละผลงาน เสิร์ฟสิ่งใหม่ ๆ ตามความรู้สึกและแรงบันดาลใจในแต่ละช่วงเวลา "HANGSUNG" (행성) นักร้อง-นักแต่งเพลงอินดี้ดาวรุ่งจากเกาหลีใต้ สายอารมณ์ละเอียดอ่อน นุ่มนวลชวนฝัน กับซาวด์ดนตรีสไตล์ bedroom pop, acoustic-indie และ RB ท่วงทำนองละมุน ฮีลใจ ที่หลายคนชื่นชอบจากเพลงดัง อาทิ Nothin Without You, Forevermore, How about ♡?

ลี
สิทธิพิเศษ

ลี

-

adot° เปิดพื้นที่แห่งที่สอง ณ Happitat โซน Festie Town
อ่าน

adot° เปิดพื้นที่แห่งที่สอง ณ Happitat โซน Festie Town

adot แพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ phygital เปิดพื้นที่แห่งที่สองแล้ว ณ Happitat โซน Festie Town โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ บางนา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ประกอบด้วยสามห้องที่เชื่อมถึงกัน ได้แก่ ห้อง 3213, 3214 และ 3312 นำเสนอสี่คอลเลกชันใหม่จากศิลปินไทย พร้อมพื้นที่จัดแสดง พื้นที่ร้านค้า และห้องประสบการณ์ ที่ผู้ชมมีส่วนร่วมกับผลงานได้จริง ทั้งนี้ adot ดำเนินการโดยบริษัท VUCA Digital (วูคา ดิจิตอล) ในเครือ DreamCrafter Group (ดรีมคราฟเตอร์ กรุ๊ป) ซึ่งมี ดร.ณัฐวัฒน์ (แตน) อริยวรารมย์ และคุณทิพพาภรณ์ อริยวรารมย์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง พื้นที่แห่งใหม่นี้ออกแบบให้เป็นพื้นที่ของคนทุกวัย โดยนำผลงานของศิลปินสามรุ่นมาอยู่ร่วมกันในที่เดียว ตั้งแต่ศิลปินวัยสิบขวบ ไปจนถึงประติมากรอาวุโสวัยเจ็ดสิบกว่าปี สี่คอลเลกชันใหม่ที่จัดแสดงเฉพาะที่ Happitat TinTin TiToคู่ศิลปินพี่น้องชาวไทย ตินติน (14 ปี) และติโต้ (10 ปี) นำเสนอสองคอลเลกชัน ได้แก่Seven Habitatsภาพวาดลายเส้นขาวดำ 8 ชิ้น ที่ได้แรงบันดาลใจจากสารคดีธรรมชาติ Our Planet และOnce Still Wildที่รวมสิ่งมีชีวิตจากคนละช่วงเวลาของโลกมาไว้ด้วยกัน ตั้งแต่สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว จนถึงสัตว์ที่ยังอยู่ร่วมกับเราในวันนี้ โดยผลงานชุดสัตว์มาพร้อมเทคโนโลยี AR และงาน 3D เมื่อผู้ชมส่องผ่านอุปกรณ์ สัตว์ในภาพลายเส้นจะเคลื่อนไหวขึ้นมา เปรม บัวชุมศิลปินสิ่งทอร่วมสมัยและนักออกแบบชาวไทย ผู้นำเศษวัสดุจากอุตสาหกรรมสิ่งทอมาสร้างสรรค์ใหม่ ด้วยการปัก ทอ เย็บมือ และคอลลาจผ้า ภายใต้แนวคิดหลักเรื่อง การเกิดใหม่ จัดแสดงสองคอลเลกชัน ได้แก่A Symphony of Wind, Water, and Bloomที่เส้นใยจะสั่นไหวเมื่อแสงและลมเคลื่อนผ่าน ทำให้ผลงานถูกมองเห็นต่างกันในแต่ละครั้ง และThe Flowers in Full Radianceทุ่งดอกไม้ในจินตนาการที่ประกอบขึ้นจากวัสดุเหลือใช้เช่นเดียวกัน นิทรรศการ Tree of Life โดยศิลปินแห่งชาติ พีระพงษ์ ดวงแก้ว จัดแสดงถึงวันที่ 13 กันยายน 2569 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติได้ประกาศยกย่อง อาจารย์พีระพงษ์ ดวงแก้ว เป็นศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช 2568 สาขาทัศนศิลป์ (ประติมากรรม) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 ศิลปินที่ได้รับการยกย่องในปีนี้ โดยนิทรรศการพิเศษ Tree of Life ผลงานประติมากรรมไม้ จากชุด Biodiversity ของอาจารย์พีระพงษ์ ซึ่ง adot รับหน้าที่ดูแลการจัดแสดง ณ โซน Whimsical Market ห้อง 2304 เปิดให้เข้าชมที่ Happitat ถึงวันที่ 13 กันยายน 2569 ผลงานชุดนี้แกะสลักจากไม้ด้วยเทคนิคงานช่างแบบดั้งเดิม เป็นต้นไม้ในจินตนาการที่ผสมผสานลักษณะของทั้งพืชและสัตว์ สะท้อนความห่วงใยของศิลปินต่อการตัดไม้ทำลายป่า การทำเกษตรเชิงเดี่ยว และมลภาวะ adot Creator Talk A Story Behind Tree of Life วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569 อาจารย์พีระพงษ์ ดวงแก้ว จะร่วมสนทนากับคุณประธาน ธีระธาดาณLuminus Theater โซน Festie Town ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2569เวลา13.00 14.00 น.ภายใต้โปรแกรม adot Creator Talk โดยผู้สนใจสามารถฟังบทสนทนาและชมผลงานจริงได้ในการเดินทางครั้งเดียว ร่วมเทศกาลหนังสือ Once Upon A Book 4 13 กันยายน 2569 ระหว่างวันที่ 4 13 กันยายน 2569 Happitat จัดเทศกาลหนังสือ Once Upon A Book ณ ชั้น 2 โซน Festie Town โดย adot ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลด้วยหนังสือจาก art4d และเวิร์กช็อปภายในร้าน ผู้เข้าร่วมที่ทำภารกิจภายในงาน สามารถร่วมกิจกรรม DIY โปสการ์ด ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษจากคอลเลกชันของ คุณเปรม บัวชุม โดยมีจำนวนจำกัดในแต่ละวัน และดอกไม้ที่ใช้มีที่มาจากวัสดุเหลือใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เช่นเดียวกับวัสดุของผลงานที่จัดแสดงอยู่ในพื้นที่ ผู้ร่วมกิจกรรมจึงได้เห็นกระบวนการ การเกิดใหม่ ของวัสดุด้วยมือของตนเอง คุณพรรณธร ลออรรถวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง adotกล่าวว่า เทศกาลหนังสือเป็นจังหวะที่ตรงกับสิ่งที่เราทำมาก เพราะผลงานหลายชิ้นของศิลปินของเราเริ่มต้นจากการอ่าน น้องตินติน กับ น้องติโต้ ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือและสารคดี ก่อนจะเปลี่ยนสิ่งที่อ่านให้กลายเป็นภาพวาด เราจึงอยากให้ผู้ที่เดินเข้ามาชมได้ลองทำแบบเดียวกัน คือเริ่มจากเรื่องราวและกลับบ้านไปพร้อมกับชิ้นงาน ที่มีเรื่องราวติดตัวไปด้วย พันธมิตรแบรนด์และการสะสมผลงาน พื้นที่ของ adot ที่ Happitat ออกแบบให้ผู้ชมได้เห็นว่าศิลปะอยู่ร่วมกับชีวิตประจำวันได้อย่างไร ผ่านความร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตร ได้แก่ Samsung พันธมิตรด้านเทคโนโลยี ที่จัดแสดงผลงานศิลปะดิจิทัล บน The Frame พร้อมด้วย Music Frame และ Music Studio, Mobella เฟอร์นิเจอร์ดีไซเนอร์, Rolife ของเล่นและโมเดลประกอบเอง, art4d หนังสือด้านสถาปัตยกรรม การออกแบบและศิลปะและOne More Thing แบรนด์สิ่งทอดีไซน์สัญชาติไทย ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถสะสมผลงานได้ในสามรูปแบบ ทั้ง phygital edition ที่จับคู่ผลงานต้นฉบับเข้ากับบันทึกรับรองที่ตรวจสอบได้, digital edition ที่เผยแพร่บน adot.maisonนอกจากนี้ยังมีของสะสมพิเศษที่จัดทำขึ้นในจำนวนจำกัด เกี่ยวกับ adot adot คือแพลตฟอร์มศิลปะและทรัพย์สินทางปัญญาแบบ phygital ที่ผลงานกายภาพและดิจิทัลอยู่ร่วมกัน ผลงานแต่ละชิ้นเชื่อมโยงกับบันทึกรับรองที่ตรวจสอบได้ ทำให้ที่มาและประวัติของผลงานติดตามไปกับชิ้นงานทุกที่ พื้นที่ของ adot จึงเป็น IP studio หรือสตูดิโอทรัพย์สินทางปัญญา ที่ทำงานกับผลงานตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยมีหัวใจสำคัญคือประสบการณ์การได้สะสมผลงานตัวจริง และระบบเศรษฐกิจที่สนับสนุนศิลปินและชุมชนYour Art. Your Ownership. Your Community. ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ adot.maison ปัจจุบัน adot เปิดให้เข้าชมสองแห่ง ได้แก่ Cloud 11 สุขุมวิท ชั้น 2 ห้อง 221 และ 229 และ Happitat โซน Festie Town ห้อง 3213, 3214 และ 3312 โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ บางนา

BEM Care 2026 Health Station”สถานีสุขภาพ
อ่าน

BEM Care 2026 Health Station”สถานีสุขภาพ

#ทันหุ้น- BEM Care 2026 Health Station” สถานีสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 4 - 6 กันยายน 2569  ณ Metro Mall MRT สถานีสวนจตุจักร (ทางออก 2 และ 3) โดยภายในงานจะได้พบกับหลากหลายบูธบริการด้านสุขภาพพร้อมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญมาประเมินสุขภาพและให้คำแนะนำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย อาทิ การคัดกรองโรคต้อหินและความผิดปกติอื่นๆ ของดวงตาจากโรงพยาบาลบ้านแพ้ว, ตรวจประเมินสุขภาพเบื้องต้นจากโรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 ,การประเมินความวิตกกังวลและความเครียดจากโรงพยาบาลราชวิถี, เจาะน้ำตาลปลายนิ้วจากโรงพยาบาลบางไผ่, ตรวจวัดวิเคราะห์องค์ประะกอบของร่างกาย Inbody จากโรงพยาบาบาลบางโพ, สอบถามปัญหาสุขภาพ, ตรวจวัดมวลร่างกายจากสถาบันสุขภาพและความงาม ตรัยญา, การประเมินและบรรเทาอาการปวดด้วยเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าโดย                นักกายภาพบำบัดจากโรงพยาบาลรวมใจรักษ์, บริการพอกยาสมุนไพรจากศูนย์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, เชื่อมสายธารแห่งการให้ ส่งต่อโอกาสในการรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยทั่วประเทศกับบูธบริจาคอวัยวะจากสภากาชาดไทย, พบกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากองค์การเภสัชกรรม GPO และบูธสินค้าเพื่อสุขภาพอีกมากมายนอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Health Talk ได้แก่การดูแลผิวในสภาวะ PM 2.5 และแสง UV เพื่อป้องกันผิวแก่ก่อนวัย จากพี่ฝุ่ง อมต ชัยเกรียงไกร เภสัชกรและนักวิจัยสกินแคร์ถอดรหัสชะลอวัย สไตล์จ๋า จากวีเจจ๋า ดร.ณัฐฐาวีรนุช ทองมีส่งต่อพลังบวกสู่สังคม จากแรงบันดาลใจในการก้าวผ่านช่วงเวลาสำคัญ สู่บทบาทงานจิตอาสาเพื่อร่วมส่งต่อแสงสว่างและสร้างคุณค่าให้ผู้คนรอบข้าง จากกลุ่มมะเร็งเรียกพี่Fit Your Way ออกกำลังกายในสไตล์ที่เป็นคุณ จากโรงพยาบาลรวมใจรักษ์สกัดภาวะอ้วน และโรค NCDs ง่ายๆ เริ่มต้นที่จานอาหารของคุณ จากโรงพยาบาลบางโพสร้าง Routine สุขภาพดีที่ทำได้จริงในชีวิตคนเมือง จาก พญ.ดวงหทัย ยิ้มแย้ม แพทย์ประจำศูนย์ Wellness Center โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4แนวทางการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ Longevity จากองค์การเภสัชกรรม GPOหยุดเวลาให้ร่างกายได้จริงหรือ? เจาะลึกเวชศาสตร์ฟื้นฟูร่างกาย และนวัตกรรมสุขภาพ      แห่งอนาคต จาก TNN Upgrade Your Healthspanชวนรุ่นใหญ่ 60+ เล่าเรื่องจริงจากชีวิตส่งต่อแรงบันดาลใจสู่วัยอิสระ จาก PLEARN TELL |  เพลินเล่า กิจกรรมขยับร่างกาย ได้แก่Health Dance จากครูตุ๊ก สวนลุม และ ครูหนุ่มซุมบ้ากิจกรรมยืดเหยียด Stretch away Office Syndrome จากโรงพยาบาลปิยะเวท และโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกกิจกรรม ขยับ กระฉับกระเฉง...เต้นเพลิน เบิร์นไขมัน จากสำนักงานกองทุนสนับสนุน                   การสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)เพลินขยับ เทคนิคยืดอายุร่างกายสำหรับวัย 60+ แบบ 3B MOVE | BODY • BASE • BALANCE จาก เปาว์ Movement Facilitator PLEARNLAND และกิจกรรม Workshop ได้แก่กิจกรรมสาธิตทำเมนูสุขภาพข้าวแท่งงาขี้ม่อนลาบอกไก่ จากเชฟบีม ภวินวัชร์ ท็อปเชฟไทยแลนด์ ขนมหวานคนแรกของประเทศไทยกิจกรรม DIY เครื่องหอม Aroma Crafting สัมผัสกลิ่นหอม สร้างสรรค์พลังบวก ปรับสมดุลกายและใจBEM ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้โดยสาร ควบคู่ไปกับการมอบบริการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย เพราะเชื่อว่าการดูแลที่ดีต้องไม่หยุดอยู่เพียงการส่งผู้โดยสารถึงจุดหมาย แต่คือการใส่ใจในทุกช่วงเวลาของการเดินทางขอเชิญชวนผู้โดยสารและประชาชนทั่วไป ร่วมเช็กอินสุขภาพได้ในงาน BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ ตั้งแต่วันที่ 4 - 6 กันยายน 2569 เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ Metro Mall MRT สถานีสวนจตุจักร ทางออก 2 และ 3 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: BEM Bangkok Expressway and Metro

รีวิวหนัง “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”​ ก็แค่อีกความมันส์ของเฮียเจสัน ที่ย้ายสมรภูมิสู่น่านน้ำทะเล
อ่าน

รีวิวหนัง “Mutiny คนระห่ำห้ามรอด”​ ก็แค่อีกความมันส์ของเฮียเจสัน ที่ย้ายสมรภูมิสู่น่านน้ำทะเล

เรียกได้ว่าเป็นตัวพ่อหนังบู๊ที่ยังครองตำแหน่งนี้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย กับผลงานที่มีเสิร์ฟออกมาเรื่อย ๆ ไม่ทำให้แฟนหนังลืมหน้าไปเลย สำหรับเฮียสุดเท่ของคนทั้งโลก เจสัน สเตแธม ที่มากับอีกหนึ่งผลงานบู๊เดือดกลางปี Mutiny คนระห่ำห้ามรอด ที่ยังคงจัดจ้านด้วยท่วงท่าและลีลาสไตล์เฮีย พร้อมเซอร์วิสกระตุ้นอะดรีนาลีนให้พุ่งพล่านคาโรงหนังอีกครั้ง โคล รีด อดีตหน่วยรบพิเศษ ที่ผันตัวมาเป็นตำรวจนิวยอร์ก และตอนนี้ดำรงชีวิตด้วยการเป็นบอร์ดี้การ์ดส่วนตัว เขาถูกใส่ร้ายว่าฆ่าเพื่อนซี้ มหาเศรษฐีชาวไทย เขาต้องทุ่มสุดชีวิตเพื่อล้างมลทินด้วยตัวเอง แม้นั่นจะหมายถึงการเอาตัวเองไปพัวพันกับแก๊งอาชญากรข้ามชาติ ทั้งหมดเพื่อตามล่าฆาตกรตัวจริงมาลงโทษ และในที่สุด เจสัน สเตแธม ก็ได้มีโอกาสโคจรมาร่วมงานกับนักสร้างหนังบู๊ตัวพ่อจากฝรั่งเศส ฌ็อง-ฟรองซัว ริเชต์ อย่างเป็นทางการ เขาคนนี้ขึ้นชื่อว่านักแสดงดาวบู๊เบอร์ปัง ๆ ต้องเคยทำงานมาด้วยแล้วทั้งสิ้น ซึ่งในผลงานชิ้นนี้เจสันก็ได้มีโอกาสหวนกลับมาทำงานกับทีมงานฝั่งบ้านเกิดเกาะอังกฤษอีกครั้ง พร้อมกับรับหน้าที่อำนวยการสร้างหนังเอง ภายใต้ค่ายหนัง MadRiver ของเขา ลีลาและวิสัยทัศน์ในการรังสรรค์ผลงานการกำกับของ ฌ็อง-ฟรองซัว ริเชต์ ก็ยังรักษามาตรฐานหนังบู๊ในรูปแบบของเขาเช่นเคย ที่เอาจริง ๆ อาจจะไม่ได้มีอะไรใหม่และแอบเชยไปด้วยซ้ำ แต่ใด ๆ ก็จัดได้ว่าความคงเส้นคงวาตามเกณฑ์ที่ผู้สร้างนำทิศทางเหล่านี้ออกมาถ่ายทอดนั้น ก็ยังคงเป็นสมการที่ค่อนข้างไปกันได้ดีกับตัวหนังเรื่องนี้ตามสูตรและตามโจทย์ ถึงมันจะยังค่อนข้างห่างไกลคำว่าสมบูรณ์แบบก็ตาม ได้มือเขียนบทฝีมือใช้ได้ อย่าง เจ.พี. เดวิส ที่เพิ่งเคยร่วมงานกับผู้กำกับฝรั่งเศสรายนี้ไปในผลงานเรื่องก่อน อย่าง Plane พร้อมกับผลักดันนักเขียนหน้าใหม่ ลินด์เซย์ มิเกล​ มาช่วยขัดเกลาบทอีกทาง ที่ต้องยอมรับตรง ๆ เลยว่าพล็อตเรื่องใน Mutiny เกือบจะตกยุคและล้าหลังไปแล้ว โครงสร้างของเรื่องแทบไม่มีอะไรที่ซับซ้อน เป็นการย้อนใส่เหตุการณ์แบบทื่อตามลำดับ หนึ่ง สอง สาม โดยที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบเรื่อย ๆ ไม่มีออกนอกลู่นอกทาง ทุกอย่างคือสูตรสำเร็จจัดจ้านทั้งหมด แต่โชคดีที่อย่างน้อย ๆ บรรดาซีนแอคชันและสตันท์ต่าง ๆ ก็ยังพอเหนี่ยวรั้งความสนใจคนดูได้อยู่ ทางด้านองค์ประกอบงานสร้างก็ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวา แม้ว่าในหนังเรื่องนี้จะมีฉากหลังเป็นเหตุการณ์ในกรุงเทพฯ และโดยรอบน่านน้ำฝั่งเอเชีย แต่อันที่จริงแล้วในหนังล้วนแต่เป็นการเซ็ตฉากขึ้นมาทั้งหมด ในโรงถ่ายที่อังกฤษและมอลต้า ทำให้กลิ่นอายความเป็นไทยในหนังอาจจะสัมผัสได้ถึงความไม่สมจริงอยู่เบา ๆ แต่ก็ไม่ใช่ส่วนที่บั่นทอนตัวหนังแต่อย่างใด ก็ยังถือว่าหนังยังสามารถสร้างแวดล้อมออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจดีอยู่ ขณะที่มุมภาพมุมกล้องและจังหวะการตัดต่อหนังเรื่องนี้ ก็ล้วนแต่เป็นการใช้บริการทีมงานที่ช่ำชองกับหนังแอคชันเป็นอย่างดี จึงทำให้องค์ประกอบต่าง ๆ จัดได้อย่างใช้ได้ตามมาตรฐาน ติดอยู่เล็ก ๆ นิดเดียว ตรงที่การติดความเชยของหนังที่ยึดหลักเอาแต่สูตรสำเร็จมาใช้ ทำให้บางฉากบางซีนได้สะท้อนออกมาให้กลิ่นความเก่าและวินเทจอยู่เนือง ๆ เกือบจะสับสนไปแล้วว่านี่กำลังดูหนังใหม่ในปี 2026 อยู่ แน่นอนว่าการออกแบบฉากบู๊ใน Mutiny ก็น่าจะเป็นจุดแข็งในระดับหนึ่ง เจสัน สเตแธม ก็ยังไม่เคยหมดมุกไปกับการออกลีลาเตะต่อยรัวกระสุนปืนแบบเท่ ๆ มาพร้อมกับทัพนักแสดงที่คุ้นเคยกันดีในวังวนของหนังบู๊ ทำให้ท่วงท่าการต่อสู้ของพวกเขาไว้วางใจได้ แม้ว่าเอาเข้าจริง ๆ จังหวะการสู้ทุก ๆ อย่างทั้งหมดของพวกเขา แทบจะไม่มีอะไรที่ตราตรึงใจและน่าจดจำเลยก็ตาม แต่ก็ยังเป็นคิวบู๊ที่ทำออกมาได้ใช้ได้ตรงตามโจทย์ เจสัน สเตแธม ก็ยังคงรับหน้าที่เป็นตัวละครนำ สไตล์พูดน้อยต่อยหนักอีกเหมือนเคย ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้เขาน่าจะพูดเยอะกว่าหนังช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ด้วยซ้ำ ถึงบทบาทจะค่อนข้างไม่แตกต่างอะไรจากหนังเรื่องก่อนหน้านี้ของเขา แต่อย่างน้อยก็สัมผัสได้ถึงอินเนอร์ว่าเขาสวมองก์เป็น โคล รีด อยู่จริง ๆ และพยายามทำให้มันออกมาแตกต่างกับความจำเจในบทต่าง ๆ ที่เคยทำมา เสริมด้วย แอนนาเบล วอลลิส​ ที่เข้ามาเสริมได้กำลังดี ถึงแม้ว่าในแง่การมาของตัวละครนี้จะค่อนข้างชวนงงไปหน่อยก็ตาม ราวกับว่าหนังลืมจะใส่รายละเอียดแง่มิติตัวละครของเธอเข้าไป ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Mutiny คนระห่ำห้ามรอด คงจะจัดได้ว่าเป็นแค่...อีกหนึ่งหนังบู๊เรื่องใหม่ของเจสัน สเตแธม ที่นำมาออกมาเสิร์ฟให้แฟน ๆ หากถามถึงความสดใหม่และสิ่งที่น่าจดจำในหนังเรื่องนี้ คงจะต้องตอบอย่างตรงไปตรงมา...ไม่มี แต่ถึงกระนั้นหนังก็ยังละเลงลีลาออกมาได้ตอบโจทย์ตัวเองและผู้ชมได้ค่อนข้างรักษาสมดุลมาตรฐาน งานออกแบบฉากบู๊ยังใช้ได้ เซอร์วิสความมันส์ได้ดี แต่ก็ยังไม่ใช่หนังบู๊ที่ดีเลิศและโดดเด่นจนอยากจะเปิดใจเก็บเอาไว้ในใจสักเท่าไหร่ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Mutiny คนระห่ำห้ามรอด ประเภท: แอคชัน / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: ฌ็อง-ฟรองซัว ริเชต์ นำแสดงโดย: เจสัน สเตแธม, แอนนาเบลล์ วอลลิส, เจสัน หว่อง, โรแลนด์ มูลเลอร์ ความยาว: 94 นาที กำหนดฉายในไทย: 3 กันยายน 2026 Movie.TrueID METRIC: Mutiny คนระห่ำห้ามรอด ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.3/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.2/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.8/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.4/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.5/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"INK WARUNTORN" ชวน "BILLKIN" ถ่ายทอด "ผลข้างเคียง" ของความคิดถึง
อ่าน

"INK WARUNTORN" ชวน "BILLKIN" ถ่ายทอด "ผลข้างเคียง" ของความคิดถึง

"INK WARUNTORN (อิ้งค์ วรันธร)" ศิลปินจากค่าย Boxx Music (บ็อกซ์ มิวสิค) กลับมาพร้อม "ผลข้างเคียง (Love Effects)" ซิงเกิลที่สองจากอัลบั้มใหม่ โดยครั้งนี้ชวน "BILLKIN (บิวกิ้น พุฒิพงศ์)" มาร่วม Featuring หลังจากทั้งคู่เคยร่วมงานกันมาแล้วในเพลง ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม และ แปลไม่ออก เวอร์ชัน Live Session โดยเพลงนี้ถ่ายทอดเรื่องราวของความคิดถึงผ่านมุมของคนที่ต้องอยู่ห่างจากคนที่ชอบ และต้องรับมือกับ ผลข้างเคียง ที่เกิดขึ้นจากการไม่ได้อยู่เคียงข้างกัน "ผลข้างเคียง (Love Effects)" อิ้งค์อยากเล่าถึงช่วงเวลาที่เราไม่ได้อยู่กับคนที่ชอบ โดยเฉพาะความรู้สึกเหงาและคิดถึงที่เกิดขึ้นเมื่อไม่ได้อยู่เคียงข้างกัน จนกลายมาเป็นแนวคิดของเพลงว่า แล้วการไม่ได้อยู่ใกล้คนที่เราชอบนั้นจะทิ้ง "ผลข้างเคียง" อะไรไว้กับเราบ้าง ซึ่งอิ้งค์ได้นำไอเดียนี้มาแชร์กับ "แทน LIPTA" โปรดิวเซอร์คู่ใจที่ร่วมงานกันมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนในด้านดนตรีเพลงนี้กลับมาพร้อม City Pop ที่มีความเข้มข้นขึ้น สะท้อนอีกด้านของ "INK WARUNTORN" ในช่วงเวลาที่เติบโตขึ้น ขณะเดียวกันยังคงกลิ่นอายทางดนตรีที่แฟนเพลงคุ้นเคยเอาไว้ โดยมี "BILLKIN" เข้ามาช่วยเติมน้ำเสียงที่มีทั้งความอบอุ่นและความออดอ้อนให้กับเรื่องราวของความคิดถึงในเพลง อีกหนึ่งความพิเศษของ "ผลข้างเคียง (Love Effects)" คือการได้เห็น "INK WARUNTORN" และ "BILLKIN" ร่วมแสดงในมิวสิกวิดีโอ โดยมี "เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี" รับหน้าที่ผู้กำกับ ถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบ Romantic Comedy เมื่อหญิงสาวที่รับบทโดยอิ้งค์ต้องอยู่ห่างจากแฟนหลายวัน และมีน้องชายข้างบ้านที่รับบทโดยบิวกิ้นคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง พร้อมชวนติดตามเคมีความน่ารักของทั้งคู่ในบท พี่สาวน้องชาย ที่มาพร้อมเรื่องราวชวนยิ้มตลอดทั้งมิวสิกวิดีโอนี้ ติดตามฟัง "ผลข้างเคียง (Love Effects)" - "INK WARUNTORN Feat.BILLKIN" ได้แล้ววันนี้ทาง Music Streaming Platform ทุกช่องทาง และรับชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube ช่อง BoxxMusicOfficial ติดตาม "INK WARUNTORN" และผลงานของอิ้งค์ได้ที่ : Facebook : https://www.facebook.com/InkWaruntorn TikTok : https://www.tiktok.com/@inkwaruntornp Instagram : https://www.instagram.com/inkwaruntorn/ , https://www.instagram.com/inkwaruntorn_official X : https://twitter.com/Inkwaruntornp

Happitat บางนา แลนด์มาร์ก ไวบ์ดี ในกรุงเทพ คอมมูนิตี้แห่งความสุข
อ่าน

Happitat บางนา แลนด์มาร์ก ไวบ์ดี ในกรุงเทพ คอมมูนิตี้แห่งความสุข

มาแล้ว! แลนด์มาร์กแห่งความสุขใน กรุงเทพ ตอบโจทย์คนทุกเจนที่ Happitat บางนา (แฮปปี้แทท บางนา) มาในคอนเซ็ปต์ "จุดหมายแห่งความสุขเหนือจินตนาการ" (The Magical Destination of Happiness) เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ พักผ่อน สร้างสรรค์ และสร้างช่วงเวลาดีๆ แห่งความสุข ท่ามกลางธรรมชาติรายล้อม สายชิล สายช้อป สายไหนๆ ก็เพลินไม่พักแน่นอน ตามเราไปเช็กอินกันได้เลย! Happitat บางนาแลนด์มาร์กความสุข พื้นที่สีเขียว ที่พักฮีลใจไวบ์ดี Happitat บางนา แลนด์มาร์กใหม่แห่งความสุขของกรุงเทพฯ เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นี้แล้วค่ะ แน่นอนว่าในโครงการรายล้อมด้วยบรรยากาศดีๆ ของพื้นที่สีเขียว และเหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ไม่ว่าความสุขของเราจะหน้าตาเป็นแบบไหน ที่นี่ก็คือจุดพักที่ต้องไม่พลาดมาปักหมุดกันได้เลย แฮปปี้แทท บางนา มีอะไรบ้าง ในโครงการจะประกอบด้วย 3 อาคารหลัก คือ Bloominas (บลูมมินัส) โซนสำหรับสายกินและสายชิล มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย Wonderwild (วันเดอร์ไวลด์) สวรรค์ของเด็กและครอบครัว มีสนามเด็กเล่นลอยฟ้า และบรรยากาศแฟนตาซี Festie Town (เฟสตี้ ทาวน์) พื้นที่อีเวนต์ และพื้นที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง (Pet Friendly) เต็มไปด้วยร้านค้าช้อปปิ้งต่างๆ ร้านอาหาร พื้นที่การเรียนรู้ และความสนุกสนานสำหรับทุกคนเจนด้วยพื้นที่อีเวนต์ รวมถึงการจัดเทศกาลต่างๆ อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมี จุดถ่ายรูปสวยๆ ที่ต้องไม่พลาดอีกด้วย เพราะการออกแบบอาคารในรูปแบบ Semi-Outdoor เปิดรับแสงธรรมชาติ มีทางเชื่อมดีไซน์ที่ทอดตัวเชื่อมระหว่างสองอาคาร รวมถึงพื้นที่สีเขียวทั้งแนวราบและแนวดิ่ง ไปจนถึง Pocket Garden ในทุกชั้นของอาคาร ก่อนเชื่อมต่อออกสู่ ผืนป่าธรรมชาติกว่า 30 ไร่ด้านหลังโครงการ เปรียบเสมือน "Urban Lung" ย่านบางนา ให้ทุกคนได้มาพักผ่อน ฮีลใจ ออกกำลังกาย ใช้เวลาร่วมกับธรรมชาติ และร่วมกิจกรรมตลอดทั้งปี การเดินทางไป Happitat บางนา โดยรถไฟฟ้า การเดินทางโดย รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียว ลงที่ สถานีปุณณวิถี (ทางออก 6) แล้วเดินต่อไปยัง โครงการ Cloud 11 เพื่อขึ้น รถ Shuttle Bus บริการฟรี ส่งตรงถึง Happitat บางนา (แนะนำให้เช็กตารางเวลาเดินรถของโครงการอีกครั้ง) การเดินทางโดย รถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง ลงที่ สถานีศรีเอี่ยม (ทางออก 3) จากนั้นต่อรถแท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างอีกเพียงต่อเดียวเพื่อเข้าสู่โครงการ แฮปปี้แทท บางนา ✨ ที่อยู่ : ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 📍 พิกัด : https://maps.app.goo.gl/1TB93kP5V6SspnEp6 ⏰ เปิดให้บริการ : 10.00-22.00 น. 🔗 เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/happitatthailand

"ออมทอง-นารา-บิว" ส่งซิงเกิล "ยิ่งใกล้ยิ่งคิด (Sweet Panic)" เพลงป็อปสดใสที่จะทำให้ทุกคนตกอยู่ในอาการหวั่นไหว
อ่าน

"ออมทอง-นารา-บิว" ส่งซิงเกิล "ยิ่งใกล้ยิ่งคิด (Sweet Panic)" เพลงป็อปสดใสที่จะทำให้ทุกคนตกอยู่ในอาการหวั่นไหว

เขาว่ากันว่า ยิ่งอยู่ใกล้กัน ยิ่งมีโอกาสหวั่นไหว โดยเฉพาะกับคนที่สนิทหรือคนที่รู้ใจ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเข้าขา เข้าทางกันไปหมด จนหลายครั้งความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากคำว่า "เพื่อน" กลับค่อยๆ พัฒนาเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เหมือนกับวลีฮิตของวัยรุ่นยุคนี้ที่ว่า "คลั่งรักแบบไม่รู้ตัว", "แพ้คนใกล้ตัว" หรือ "Friend Zone แต่ใจไม่โซนตาม" ที่ล้วนสะท้อนความรู้สึกของคนที่ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งคิดไปไกล ซึ่งความรู้สึกเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเพลง "ยิ่งใกล้ยิ่งคิด (Sweet Panic)" ซิงเกิลแรกของ สามนักแสดงสาวจากซีรีส์เรื่อง Class Crush Crisis เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ ประกอบด้วย ออมทอง ณัฎฐา, บิว บุษยา และ นารา นาราริน ที่พร้อมให้ทุกคนได้ฟังแล้วบนสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม เพลงนี้ถ่ายทอดความสดใส ร่าเริงของวัยรุ่น ผ่านดนตรีป็อปร่วมสมัยที่มีกลิ่นอาย Bedroom Pop ฟังสบาย แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกของคนที่แอบชอบใครสักคน ยิ่งได้อยู่ใกล้ ก็ยิ่งเก็บอาการไม่อยู่ เบื้องหลังเพลงนี้ได้ ติ๊กกฤษติกร พรสาธิต (ติ๊ก Playground) เจ้าพ่อเพลงแอบรัก มารับหน้าที่แต่งและโปรดิวซ์เพลงให้ โดยเจ้าตัวเผยถึงที่มาของเพลงว่า ... "ตอนแรกที่ได้รับบรีฟว่าเป็นเพลงแอบรักคนใกล้ตัว ผมตีความอยู่หลายแบบ จนสุดท้ายมาหยุดที่คำว่า 'ยิ่งใกล้ยิ่งคิด' เพราะมันตรงกับความรู้สึกมากที่สุด บางทีคนที่เราชอบก็อยู่ตรงหน้า อยู่ใกล้แค่นี้ แต่กลับบอกความรู้สึกไม่ได้ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไหร่ ก็ยิ่งคิดถึงสิ่งที่อยากพูด อยากบอกเขามากขึ้นเท่านั้น"ในส่วนของทำงานร่วมกับสามสาว ติ๊ก กฤษติกร ได้พูดถึงแต่ละคนว่า ..."ออมทอง มีสกิลการร้องที่ดีมาก ผมเลยให้เป็นเหมือนคนนำทางเพื่อนๆ คาแรกเตอร์น้ำเสียงของออมทองมีเสน่ห์และเข้ากับดนตรีสมัยนี้มาก" "นารา ตอนแรกมีความกังวลอยู่บ้างในห้องอัด แต่ยิ่งอัดก็ยิ่งปล่อยตัวเองได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของเพลงออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม" "ส่วน บิว ช่วงแรกค่อนข้างไม่มั่นใจ แต่พอปลดล็อคได้ เค้าก็ค่อนข้างทำได้ดี เพลงนี้สิ่งที่ผมอยากได้คือความเป็นธรรมชาติซึ่งบิวมีพลังงานล้นเหลือ มีความสดใส ร่าเริง ทำให้เพลงนี้มีชีวิตชีวามาก" นอกจากนี้ ติ๊ก กฤษติกร ยังชื่นชมทั้งสามสาวว่า ทุกคนตั้งใจและทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ทำให้บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย สนุก และเป็นธรรมชาติ ซึ่งส่งต่อความรู้สึกนั้นออกมาถึงตัวเพลงได้อย่างชัดเจน ทั้งออมทอง, นารา และ บิว นับเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพครบทั้งการร้องและการเต้น ซึ่งในอนาคตจะมีผลงานใหม่ๆ ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องแน่นอน ส่วนตอนนี้สามารถติดตามผลงานการแสดงของทั้ง 3 คน ได้ในซีรีส์ Class Crush Crisis เพื่อนสนิทระวังคิดไม่ซื่อ และอย่าลืมส่งกำลังใจ พร้อมเปิดฟัง "ยิ่งใกล้ยิ่งคิด (Sweet Panic)" ได้แล้ววันนี้ ทางสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง .. Facebook / IG / TikTok / X : CHANGE MUSIC YouTube : CHANGE2561#ยิ่งใกล้ยิ่งคิด #AomthongNaraBew #ClassCrushCrisis #CHANGEMUSIC