TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Arrest and Action” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
คนเดือดขวางทางโจร
Sony Pictures (US) • 19 ก.พ. 69
ดู
The Condemned
ทรูวิชั่นส์ • 29 พ.ค. 69
ดู
Coming Soon
23 ก.พ. 68
ดู
ขังดวลแข้ง
ทรูวิชั่นส์ • 30 เม.ย. 69
ดู
ผู้กล้าโทษประหาร
Medialink Entertainment Limited • 3 ม.ค. 69
อ่าน
หนุ่ม UK วัย 19 ปี ติดคุกอ่วม หลังพยายามล่อลวงเด็กหญิงผ่าน Roblox หวังล่วงละเมิด
รอบนี้เป็นข่าวพึงระวังสำหรับผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในวัยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะครับ โดยทางสำนักข่าว BBC ของสหราชอาณาจักรได้รายงานว่านายคาร์โล ทริตตา (Carlo Tritta) ผู้ต้องหาวัย 19 ปีถูกตัดสินจำคุก 28 เดือน หลังจากพยายามล่อลวงเด็กหญิงวัย 14 ปีผ่าน Roblox โดยจงใจให้เธอเชื่อว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคาร์โลนั้นเป็นไปด้วยความเสน่หา แต่ในความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์ดังกล่าวล้วนเกิดจากการบีบบังคับ ควบคุม และล่วงละเมิดทั้งสิ้นทั้งนี้ นายคาร์โลได้ยอมรับผิดในข้อหาสำคัญได้แก่ สื่อสารไปในเชิงอนาจารกับเด็ก, สร้างภาพลามกของเด็ก, บังคับให้เด็กอายุไม่เกิน 15 ปีรับชมเนื้อหาทางเพศหรือเชิงอนาจาร รวมถึงข่มขู่พยานและทำลายทรัพย์สิน ฯลฯ หลังจากที่เจ้าตัวเดินทางไปยังบ้านของเด็กหญิงเพื่อข่มขู่ให้ถอนฟ้อง ซึ่งผู้พิพากษาระบุว่าตัวคาร์โลทราบแต่แรกแล้วว่าเด็กหญิงคู่กรณีมีอายุต่ำกว่า 16 ปี อีกทั้งแสดงพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเหยื่อและครอบครัว ทำให้เด็กหญิงที่เป็นเหยื่อต้องเข้ารับการบำบัดจากภาวะเครียดและวิตกกังวลอนึ่ง นายคาร์โลกับเด็กหญิงที่เป็นเหยื่อได้รู้จักกันผ่าน Roblox ก่อนจะย้ายไปติดต่อกันผ่านแอปพลิเคชั่น WhatsApp และ Snapchat พร้อมกับหว่านล้อมด้วยคำพูดต่าง ๆ นานาให้เด็กหลงเชื่อว่าเขามีความรักต่อเธอ มิหนำซ้ำยังพยายามส่งอาหารผ่านบริการเดลิเวอรี่มาให้ และโทรศัพท์มือถือด้วย เพื่อให้ได้มาซึ่งภาพลามกจากเหยื่อ แถมบทสนทนาของทั้งคู่ที่เริ่มจากการพูดคุยเรื่องเกม ก็ดันค่อย ๆ เปลี่ยนไปในเชิง 18+ มากขึ้น กระทั่งแม่เด็กหญิงได้พบข้อความในโทรศัพท์ของลูกสาวเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 จนนำไปสู่การจับกุมนายคาร์โลในเวลาต่อมา ซึ่ง ณ ตอนนั้นนายคาร์โลได้รับการประกันตัวชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขว่าห้ามติดต่อหรือเข้าใกล้เหยื่อเด็ดขาด แต่นายคาร์โลก็ฝ่าฝืนคำสั่งศาลและถูกตัดสินจำคุกในที่สุดทางด้านผู้ให้บริการ Roblox ก็ออกมาแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และระบุว่าพวกเขาได้เพิ่มมาตรการตรวจสอบอายุและความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุล่อลวงเด็กเช่นนี้อีกสำหรับกรณีนี้ ทีมงานก็อยากให้เพื่อน ๆ หรือน้อง ๆ ระวังตัวจากภัยสังคมเหล่านี้กันด้วยนะครับ ซึ่งไม่ได้จำกัดวงแค่ใน Roblox เท่านั้น หากแต่เกมอะไรก็ตามที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นอื่นด้วย พึงระลึกไว้เสมอว่าอย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ ให้กับคนแปลกหน้าโดยเด็ดขาดแปลและเรียบเรียงจากhttps://www.bbc.com/news/articles/cgqkl8j75k3ohttps://insider-gaming.com/man-jailed-for-grooming-teen-via-roblox-no-system-perfect/
Online Station • 10 เม.ย. 69
อ่าน
ช็อก! แร็ปเปอร์ดัง Offset ถูกยิงในคาสิโน
มีรายงานว่า Offset แร็ปเปอร์ชื่อดังที่โด่งดังขึ้นมาจากวง Migos กรุ๊ปฮิปฮอปสายแอตแลนตา ถูกยิงในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา บริเวณลานจอดรถวาเลต์ของ Seminole Hard Rock Hotel and Casino เมืองฮอลลีวูด รัฐฟลอริดา โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงประมาณ 2 ทุ่มคลิปวิดีโอหลังเกิดเหตุแพร่กระจายในโซเชียลอย่างรวดเร็ว เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวบุคคลอย่างน้อยสองคนบริเวณหน้าทางเข้าคาสิโน ซึ่งตำรวจยืนยันการจับกุมทั้งสองรายในภายหลัง พร้อมระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหนึ่งคน แต่ยังไม่อยู่ในขั้นอันตรายฝั่งโฆษกของ Offset อย่าง Nathalie Moar ออกมายืนยันว่าเป็น Offset จริง พร้อมให้ข้อมูลว่าขณะนี้เขากำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล อาการคงที่ และอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์ท่ามกลางกระแสข่าวที่วนเวียนอยู่นั้น มีกระแสข่าวลือในโลกออนไลน์ว่าแร็ปเปอร์ Lil Tjay เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ทนายความของเขาอย่าง Dawn M. Florio รีบออกมาชี้แจงผ่านอินสตาแกรมทันที โดยปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่า Lil Tjay ไม่ได้ถูกยิง และไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใด ๆ เกี่ยวกับเหตุยิงดังกล่าว พร้อมเตือนให้ทุกคนตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนแชร์ส่วนตำรวจเองยังไม่มีการยืนยันหรือปฏิเสธการมีส่วนเกี่ยวข้องของ Lil Tjay แต่อย่างใด คาดว่าจะมีความคืบหน้าของคดีนี้ออกมาเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้
TNN ช่อง16 • 7 เม.ย. 69
ดู
Ava
M Pictures (TH) • 16 พ.ย. 66
ดู
ขังฮีโร่ โค่นอำนาจ
ทรูวิชั่นส์ • 6 มิ.ย. 68
ดู
ขังดวลแข้ง
Medialink Entertainment Limited • 12 ม.ค. 67
ดู
Chainsaw Man
Medialink Entertainment Limited • 1 พ.ค. 68
อ่าน
มาแล้ว! "มารี" หลบสื่อพบ ตร. เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา “เมาแล้วขับ” เตรียมส่งฟ้องศาลวันนี้
มาแล้ว! มารี' หลบสื่อพบ ตร. เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา เมาแล้วขับ เตรียมส่งฟ้องศาลวันนี้ กรณีความคืบหน้าประเด็นร้อน นางเอกสาว มารี เบรินเนอร์ ขับรถหรูเข้าด่านตรวจ แต่ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ ขณะที่เพื่อนชายคนสนิท ไฮโซบอส ยังทำตัวกร่างด่ากราดตำรวจ ท้าต่อยตัวต่อตัว ซึ่งการที่นางเอกสาวปฏิเสธการเป่าวัดแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องแจ้งข้อหาเมาแล้วขับ โดยเจ้าตัวได้ใช้หลักทรัพย์ 20,000 บาท ประ กันตัวออกไป และต้องมารายงานตัวที่สน.วังทองหลาง เช้านี้ (25 ส.ค.) พนักงานสอบสวนสอบปากคำให้รับสารภาพ พิมพ์ลายนิ้วมือ และส่งอัยการให้ศาลพิพากษา ส่วน ไฮโซบอส นั้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน และดูหมิ่นเจ้าหน้าที่เบื้องต้นทางฝ่ายชายรับสารภาพ พนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งฟ้องต่อไป ส่วนที่เขาบอกว่ารู้จักนายตำรวจใหญ่ คาดว่าน่าจะเป็นอาการของคนเมา ไม่มีสติ พูดกล่าวอ้างใครก็ได้ ตำรวจยังบอกว่า มารี รับสารภาพว่าดื่มมาก่อนถึงจุดตรวจแต่ไม่บอกเหตุผลว่าทำไมถึงปฏิเสธที่จะเป่า และล่าสุดเช้านี้เวลาประมาณ 09.30 น. นางเอกสาว มารี เดินทางมาเซ็นรับทราบข้อกล่าวหา ที่ สน.วังทองหลางแล้ว แต่หลบกองทัพสื่อมวลชนที่มาดักรอทำข่าว ด้วยการเข้าด้านหลัง สน. เซ็นเรียบร้อยก็ได้เดินทางออกไปอย่างรวดเร็ว และเดินทางไปยังศาลแขวงพระนครเหนือต่อแล้ว
ดาราเดลี่บันเทิง • 25 ส.ค. 68
ดู
ตุลาการกระหายแค้น
U-Next Japan • 26 ธ.ค. 65
อ่าน
ผบ.ตร. คาดหวังกัมพูชาร่วมมือ ส่งตัวผู้ต้องหาคดีก๊กอาน
คดีเครือข่าย “ก๊กอาน” สู่การประสานข้ามแดนหนึ่งในคดีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเชิงอาชญากรรมข้ามชาติในช่วงนี้ คือคดี “ก๊กอาน” ซึ่งเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ข้ามพรมแดน ที่มีการจับกุมและดำเนินคดีในหลายประเทศ โดยตำรวจไทย โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้เดินหน้าสอบสวนอย่างต่อเนื่องล่าสุด พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่ามีการออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวมทั้งหมด 7 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ต้องหาสัญชาติไทย 5 ราย และสัญชาติกัมพูชาอีก 2 ราย ตรวจสอบ “สัญชาติไทย” กับความเป็นมาประเด็นที่น่าจับตาคือ การตรวจสอบสถานะผู้ต้องหาสัญชาติไทยทั้ง 5 ราย ว่าได้สัญชาติมาอย่างไร และมีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลเหล่านี้อยู่ในระหว่างการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตำรวจอยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันว่าการได้รับสถานะเป็นคนไทยของผู้ต้องหาเหล่านี้เป็นไปโดยชอบหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการปลอมแปลงเอกสาร หรือการได้สัญชาติโดยมิชอบ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งคดีที่ถูกแยกดำเนินการในอนาคตขั้นตอน “หมายแดง” และการประสานอินเตอร์โพลในกรณีที่ผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเป็นอำนาจนอกเขตประเทศไทย ขั้นตอนต่อไปคือการให้อัยการมีความเห็นในการเสนอออก “หมายแดง” ผ่านองค์การตำรวจสากล (Interpol) เพื่อขอให้ประเทศที่เกี่ยวข้องร่วมติดตามจับกุมพล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุว่า นี่เป็นขั้นตอนที่จำเป็นในทุกคดีข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีที่มีการกระทำผิดนอกราชอาณาจักร เพราะตำรวจไทยไม่สามารถบุกเข้าประเทศอื่นเพื่อจับกุมได้เอง ความหวังจาก “กัมพูชา” และทางเลือกที่เหลืออยู่แม้ยังไม่มีคำตอบชัดเจนจากทางกัมพูชา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็แสดงความคาดหวังว่าจะได้รับความร่วมมือในการส่งผู้ต้องหาในคดีนี้กลับมาดำเนินคดีในไทย“หากทางการกัมพูชาไม่ส่งตัวผู้ต้องหา ก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ของประเทศนั้น แต่เราจะใช้ทุกช่องทางที่มีเพื่อให้ผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทย” ผบ.ตร. กล่าวการประสานงานในลักษณะนี้ แม้ต้องใช้เวลา แต่ถือเป็นสิ่งที่ตำรวจไทยยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อ ไม่เพียงเพื่อดำเนินคดีเฉพาะราย แต่เพื่อส่งสัญญาณถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทั้งหมดว่า ประเทศไทยไม่ใช่จุดอ่อนทางกฎหมาย
TNN ช่อง16 • 17 ก.ค. 68
อ่าน
"รฟฟท." จับผู้ต้องสงสัยลักลอบตัดสายไฟ"รถไฟฟ้า"ชานเมือง"สายสีแดง"
นายสุเทพ พันธุ์เพ็ง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง เปิดเผยว่า บริษัทฯได้รับแจ้งจากชุดสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลเตาปูน ซึ่งนำโดย พันตำรวจเอก เด่นโดม ลาภานันต์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลเตาปูน พร้อมกำลังชุดปฎิบัติงานป้องกันปราบปราม สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 1 คน บริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งจากการตรวจค้นพบของกลางจำนวน 21 รายการ ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้1.สายไฟกราวสีเขียว จำนวน 1 ม้วน 2.สายไฟทองแดงสี่คอร์ จำนวน 1 ม้วน3.สายไฟสีดำอลูมิเนียม จำนวน 10 ม้วน4.สายไฟกราวทองแดงที่ปอกแล้ว จำนวน 45 ม้วน น้ำหนักรวมประมาณ 74.5 กิโลกรัม5.สายไฟกราวทองแดงยังไม่ปอก ยาว 1 เมตร จำนวน 1 เส้น6.คีมตัดเหล็กขนาด24นิ้ว จำนวน 1 อัน7.คีมขนาดเล็ก จำนวน 2 อัน8.ประแจ จำนวน 2 อัน9.ประแจบล็อกตัวที จำนวน 2 อัน10.มีดปอกสาย จำนวน 6 เล่ม11.รถล้อเลื่อนสามล้อ จำนวน 1 คัน12.เชือกโรยตัว จำนวน 2 เส้น13.กระเป๋าสะพายหลังสีแดง จำนวน 1 ใบ14.กระเป๋าสะพายหลังสีดำ จำนวน 1 ใบ 15.กระเป๋าถือสีน้ำตาล-ดำ จำนวน 1 ใบ16.กระเป๋าถือแบบล้อลากสีดำ จำนวน 1 ใบ17.รถเข็นเหล็ก2ล้อสีฟ้า จำนวน 1 คัน18.ตะกร้าสีเขียว จำนวน 1 ใบ19.วิทยุอนาล็อกสีดำ จำนวน 1 เครื่อง20.โทรศัพท์มือถือ สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง21.รถยนต์ ยี่ห้อ ford สีดำ จำนวน 1 คันโดยจากการสอบปากคำผู้ต้องหา ได้ให้การรับสารภาพ และให้การเพิ่มเติมว่ามีผู้เข้าร่วมกระทำการดังกล่าวอีก ทั้งนี้ ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้กระทำความผิดในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนตั้งแต่สองคนขึ้นไปภายในสถานีรถไฟ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป และมีหรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ยินดีจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเร่งจับกุมกลุ่มผู้ร่วมกระทำการลักลอบตัดสายไฟในพื้นที่รถไฟฟ้าอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้บริษัทฯยังคงมีมาตรการในด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเพิ่มมาตรการเชิงรุก บูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายรักษาความปลอดภัย กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ออกตรวจตราตามเส้นทางการให้บริการทุกวัน เพื่อป้องกันการลักลอบตัดสายไฟในระบบของรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง และยังคงยึดมั่นในด้านความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
TNN ช่อง16 • 10 มิ.ย. 68
อ่าน
ทรัมป์สนับสนุนจับกุมตัวผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียหากขัดตรวจคนเข้าเมือง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แนะนำเมื่อวานนี้ (9 มิถุนายน) ว่า เขาจะสนับสนุนการจับกุมตัวแกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ท่ามกลางการประท้วงสนับสนุนผู้อพยพในรัฐดังกล่าว จนทำให้ประธานาธิบดีต้องส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเข้าประจำการ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทอม โฮแมน ผู้ควบคุมดูแลชายแดนของรัฐบาล ขู่ว่าจะจับกุมใครก็ตามที่ขัดขวางความพยายามบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในรัฐ ซึ่งรวมถึงนิวซัม และคาเรน บาสส์ นายกเทศมนตรีลอสแองเจลิสด้วยส่วนนิวซัมตอบโต้ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับเอ็นบีซีนิวส์ด้วยการท้าทายโฮแมนให้ "รีบมาจัดการให้เสร็จ ๆ ไป" และดำเนินการจับกุม ส่วนทรัมป์เมื่อถูกถามเมื่อวานนี้กรณีนิวซัมท้าให้โฮแมนจับกุมเขา ทรัมป์ตอบว่า "เขาจะสนับสนุน"การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวของทรัมป์ มีขึ้นหลังจากที่โพสต์บน Truth Social ซึ่งเขากล่าวว่า เขาได้ "ตัดสินใจครั้งใหญ่" ด้วยการส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปจัดการกับความไม่สงบในแคลิฟอร์เนียที่ปะทุขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากนโยบายผู้อพยพเข้าเมืองของเขา
TNN ช่อง16 • 10 มิ.ย. 68
อ่าน
ตำรวจสายลับกับภารกิจเงียบ ทำไมต้องใช้เวลานานก่อนลงมือจับกุม
เจาะเบื้องหลังภารกิจลับของตำรวจสายลับในคดีอาญา เหตุใดต้องใช้เวลาหลายเดือนก่อนปฏิบัติการจริง พร้อมอธิบายหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดความเงียบที่เต็มไปด้วยการจับตาการจับกุมผู้ต้องหาในคดีอาญาไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน โดยเฉพาะในคดีที่มีความซับซ้อน เช่น การฟอกเงิน การยักยอก หรืออาชญากรรมที่แฝงตัวในรูปแบบของกิจกรรมปกติ การลงมือโดยไม่มีข้อมูลที่รอบด้านอาจทำให้พลาดเป้าหมาย หรือทำให้คดีล้มในชั้นศาลในสถานการณ์เช่นนี้ ตำรวจสายลับกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญของกระบวนการสืบสวน ด้วยภารกิจแฝงตัวเข้าไปอยู่ในพื้นที่จริงเพื่อเก็บข้อมูลลึกที่ไม่สามารถเข้าถึงได้จากภายนอก งานเหล่านี้ต้องอาศัยความเงียบ ความอดทน และการรอจังหวะอย่างระมัดระวัง สายลับในเครื่องแบบพลเรือนตำรวจสายลับไม่ใช่ตำแหน่งที่มีปรากฏในสายงานทั่วไป แต่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกเฉพาะทาง และสังกัดอยู่ในหน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจ เช่น กองปราบปราม กองบังคับการปราบปรามการทุจริต และ บก.ปอท. ซึ่งมีภารกิจในการรับมือกับอาชญากรรมที่ซ่อนอยู่หลังหน้าฉากหน้าที่ของตำรวจสายลับคือการสืบหาข้อมูลโดยไม่ให้เป้าหมายรู้ตัว ต้องสามารถเข้าไปในพื้นที่จริง ร่วมกิจกรรมหรืออยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว โดยไม่เผยตัวตน เพื่อรวบรวมข้อมูล พฤติกรรม ความสัมพันธ์ รวมถึงธุรกรรมทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดภารกิจนี้ต้องอาศัยทักษะสูง ทั้งในด้านการสังเกต จิตวิทยา และการควบคุมตัวเอง เพราะการแฝงตัวโดยผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ภารกิจล้มเหลวทันทีทำไมต้องใช้เวลาหลายเดือนในคดีที่ซับซ้อนอย่างการฟอกเงินหรือการยักยอกทรัพย์ หลักฐานเพียงชุดเดียวไม่เพียงพอที่จะขออนุมัติหมายจับจากศาลได้ ตำรวจจึงต้องใช้เวลานานในการสืบสวน รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของพฤติกรรมและบุคคลต่างๆ ในเครือข่ายการเฝ้าติดตามเป้าหมายในระยะยาวทำให้เห็นพฤติกรรมซ้ำ หรือรูปแบบการเคลื่อนไหวของเงินที่ผิดปกติ ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐานสนับสนุนในการขอหมายค้นหรือหมายจับได้อย่างชอบธรรมในหลายกรณี การวางแผนสืบสวนใช้เวลาต่อเนื่อง 6 ถึง 12 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่าหลักฐานมีความแน่นหนาเพียงพอ และสามารถเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทางของเงินจนถึงปลายทางที่ใช้จ่ายอย่างผิดกฎหมายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการแฝงตัวการแฝงตัวของตำรวจในคดีอาญาอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายเฉพาะทางที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำหนดกรอบอำนาจไว้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจโดยพลการ และเพื่อรักษาสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาโดยเฉพาะใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 237 ถึง 241 ได้กำหนดขั้นตอนสำคัญไว้ ได้แก่มาตรา 237 ว่าด้วยการขออนุมัติหมายค้น เจ้าหน้าที่ต้องแสดงเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับคดีอยู่ในสถานที่หนึ่งสถานที่ใด และการค้นนั้นจำเป็นต่อการได้มาซึ่งพยานหลักฐานมาตรา 238 – 239 กำหนดว่าการขอหมายจับจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานชัดเจนว่า บุคคลใดบุคคลหนึ่งน่าจะเป็นผู้กระทำความผิด และมีเหตุอันจำเป็นต้องควบคุมตัว เช่น เกรงว่าจะหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานมาตรา 240 – 241 ระบุว่าการสืบสวนสอบสวนต้องกระทำโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามล่อให้กระทำความผิด หรือกระทำใดๆ ที่ขัดต่อหลักความยุติธรรมนั่นหมายความว่า แม้เจ้าหน้าที่จะใช้วิธีการแฝงตัวเพื่อสืบพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยได้ แต่ข้อมูลหรือหลักฐานที่ได้จากกระบวนการนั้น จะถูกนำมาใช้ในศาลได้ ก็ต่อเมื่อได้มาโดยไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคล เช่น ไม่มีการวางกับดัก ล่อให้กระทำผิด หรือดักฟังโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การแฝงตัวต้องยึดหลักสุจริตและความจำเป็นแนวทางปฏิบัติของตำรวจสายลับจึงต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ต้องแสดงให้ศาลเห็นว่า มีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยมีพฤติกรรมผิดกฎหมาย และการเข้าถึงข้อมูลโดยวิธีปกติไม่สามารถทำได้ เช่น ผู้ต้องสงสัยไม่ใช้ระบบออนไลน์เปิดเผย ไม่มีหลักฐานเอกสาร หรือมีพฤติกรรมซ่อนเร้นการแฝงตัวจึงถือเป็น “เครื่องมือสุดท้าย” ที่ใช้เมื่อไม่สามารถเก็บข้อมูลได้จากภายนอก โดยเจ้าหน้าที่ต้องทำบันทึกการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ประกอบคำร้องขอหมายค้นหรือหมายจับในภายหลังความร่วมมือกับหน่วยงานทางการเงินในกรณีที่ข้อมูลที่ได้จากการแฝงตัวเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน หรือการครอบครองทรัพย์สินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นในการตรวจสอบเส้นทางการเงินและยืนยันความผิดปกติ เช่นสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีอำนาจตรวจสอบและระงับธุรกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน รวมถึงสามารถใช้ระบบข้อมูลทางการเงินที่ส่งตรงจากธนาคารธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานกำกับดูแลระบบการเงินของประเทศ หากมีธุรกรรมที่เข้าข่ายผิดปกติ เช่น การโอนข้ามบัญชีหลายทอด หรือการใช้บัญชีผู้อื่นเป็นนอมินี เจ้าหน้าที่สามารถร้องขอข้อมูลเพื่อใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมได้ในบางกรณี ยังอาจเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจตาม พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยตรง ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าถึงบัญชีทรัพย์สิน หรืออายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงินงานในเงา เพื่อความยุติธรรมในที่แจ้งตำรวจกลุ่มนี้ไม่ใช่เพียงผู้สังเกตการณ์ แต่คือคนที่เข้าไปอยู่ในวงจรของอาชญากรรม เพื่อหาหลักฐานที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีอย่างถูกต้องตามกระบวนการภารกิจที่ต้องใช้เวลาหลายเดือน หรือแม้กระทั่งเป็นปี ไม่ใช่เพราะความล่าช้า แต่เป็นความจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าคดีมีน้ำหนักเพียงพอที่จะดำเนินการต่อได้โดยไม่มีช่องโหว่ และเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงความเงียบอาจไม่น่าตื่นเต้นในสายตาสาธารณะ แต่ในโลกของการสืบสวน นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปิดโปงความจริงที่ไม่มีใครกล้าแตะ
TNN ช่อง16 • 17 พ.ค. 68
อ่าน
ศาลอาญาออกหมายจับ “ฮอต” ไฮโซปลอม 4 ข้อหา ม.112-ฉ้อโกง
ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ “ฮอต” ชายแอบอ้างเป็นไฮโซ 4 ข้อหา หนักรวม ม.112, ปลอมเอกสาร, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน ตำรวจอายัดตัวจากเรือนจำพิเศษธนบุรีวันที่ 11 เมษายน 2568 ศาลอาญามีคำสั่งอนุมัติออกหมายจับชายคนหนึ่งที่ใช้ชื่อในสังคมออนไลน์ว่า “ฮอต” ซึ่งมีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นบุคคลมีชื่อเสียงหรือเป็น “ไฮโซ” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนก่อเหตุหลอกลวงผู้คนในหลายรูปแบบ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาล หลังจากมีผู้เสียหายยื่นหลักฐานชัดเจนว่า ผู้ต้องสงสัยได้กระทำการหลอกลวงจนได้รับความเสียหายทั้งในเชิงทรัพย์สินและชื่อเสียงศาลพิจารณาหลักฐานแล้วเห็นว่ามีน้ำหนักเพียงพอ จึงอนุมัติออกหมายจับใน 4 ข้อหา ได้แก่1. ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ2. ความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม3. ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์4. ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อายัดตัวผู้ต้องหาแล้วที่เรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวนเพิ่มเติมตามกฎหมายรายงานระบุว่าคดีนี้เกิดจากการที่ผู้ต้องหาได้แสดงตัวเป็นบุคคลมีฐานะ และอ้างความสัมพันธ์กับบุคคลในระดับสูง เพื่อโน้มน้าวใจให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จนนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายรายอื่นที่อาจตกเป็นเหยื่อเช่นกัน
TNN ช่อง16 • 11 เม.ย. 68
อ่าน
ตำรวจไซเบอร์ จับมือตัดต่อภาพอดีตนายก"ทักษิณ"โพสต์สร้างข่าวปลอม
เมื่อเวลา08.00 น.วันที่ 17 ม.ค. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ อ่อนตา รอง ผบก.สอท.4 พ.ต.อ.สุวัฒน์ เกิดแก้ว รอง ผบก.ตอท.พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 นำกำลัง พร้อมหมายค้นเข้าตรวจค้นห้องพักในพื้นที่อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ก่อนจับกุมนายนิรุติ อายุ 51 ปี ยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง,เครื่องแท็บเล็ต จำนวน 1 เครื่องซึ่งได้ลงชื่อเข้าใช้บัญชีแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ที่มีการตัดต่อ ดัดแปลงและเผยแพร่ภาพถ่าย อดีตนายกทักษิณ ค้างอยู่ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางสืบเนื่องจาก ฝ่ายกฎหมายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจพบบัญชีผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ที่ปรากฏภาพถ่าย นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และบุคคลผู้มีชื่อเสียงหลายคน ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ บางภาพถูกตัดต่อ ดัดแปลง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และพิมพ์ข้อความโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริงเพิ่มเติมลงในภาพดังกล่าว มีเจตนาทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชังและได้รับความอับอาย โดยนำภาพที่ถูกตัดต่อดัดแปลงเหล่านั้นไปโพสต์ให้แพร่หลายผ่านแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ที่เปิดแพร่หลายเป็นสาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้และให้มีการแชร์ส่งต่อๆกันไป โพสต์ซ้ำหลายครั้งต่อเนื่องเรื่อยมา ประชาชนทั่วไปผู้พบเห็นเกิดความเข้าใจผิด สร้างความเกลียดชัง เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย นายทักษิณ จึงได้มอบอำนาจให้ทนายความนำหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ขอให้ดำเนินคดีกับเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวต่อมาชุดสืบสวนได้ทำการตรวจสอบจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายนิรุติ จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นและตรวจสอบ โดยจากการตรวจสอบภายในห้องพักปรากฎภาพของกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาชน แปะอยู่ตามผนังห้อง อีกทั้งพบหลักฐานเป็นภาพตัดต่อใส่ร้ายข้อความอันเป็นเท็จจำนวนมากในคอมพิวเตอร์จึงทำการจับกุม ซึ่งจากการสอบสวนนายนิรุติ รับสารภาพว่าเป็นเจ้าเพจเฟซบุ๊กลมเปลี่ยนทิศ ที่มีการตัดต่อ ดัดแปลง ภาพของนางสาวแพรทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และบุคคลผู้มีชื่อเสียงทางการเมืองในอดีตอีกหลายคนจริง โดยเป็นผู้ลงมือตัดต่อดัดแปลงและโพสต์ภาพด้วยตนเอง ผ่านโทรศัพท์มือถือและเครื่องแท็บเล็ตของกลาง และยังเป็นเจ้าของบัญชีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อีกหลายแพลตฟอร์มที่มีการโพสต์ภาพในลักษณะนี้เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหานําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่นและภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลง ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทําให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสองแสนบาทมาตรา 16 แห่ง พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
TNN ช่อง16 • 17 ม.ค. 68
อ่าน
ปปง. สั่งอายัดทรัพย์ "ดิไอคอน" เพิ่มอีก 48 ล้านบาทเป็นหุ้น - เงินฝาก
วันนี้ (19 ต.ค. 67) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่า ตามที่ เลขาธิการ ปปง. มีคำสั่งที่ ย. 214/2567 และคณะกรรมการธุรกรรม ได้มีคำสั่งที่ ย. 222/2567 ให้อายัดทรัพย์สินของ บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก พร้อมดอกผลไว้ชั่วคราว จำนวน 12 รายการ รวมทั้งสิ้น 127,086,381.51 บาท นั้น เนื่องจากปรากฏพยานหลักฐานอันมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า อาจมีการโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีดังกล่าว และกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนเลขาธิการ ปปง. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ออกคำสั่งที่ ย. 223/2567 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินในคดีนี้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นทรัพย์สินประเภทหุ้นในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และเงินในบัญชีเงินฝาก จำนวน 40 รายการ รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 48,958,234.26 บาท พร้อมดอกผลไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วันทั้งนี้ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่ามีการโอนคริปโทเคอร์เรนซี (USTD) มูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐานในคดีนี้ นั้น สำนักงาน ปปง. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อยู่ระหว่างการตรวจสอบความมีอยู่จริงของธุรกรรมดังกล่าว และหากพบการทำธุรกรรมนั้น จะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปสำนักงาน ปปง. ขอเน้นย้ำว่า ทรัพย์สินที่อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินนั้น หากผู้ใดโอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะ หรือหลังการกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน หรือกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ในขณะที่ได้มา ครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด อาจมีความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับp.p1 {margin: 0.0px 0.0px 0.0px 0.0px; font: 13.0px Thonburi} span.s1 {font: 13.0px 'Helvetica Neue'}ภาพจาก: TNN
TNN ช่อง16 • 19 ต.ค. 67
อ่าน
"หมายเรียก vs หมายจับ" เลือกใช้อย่างไร? ให้ยุติธรรม
ในโลกของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา มีเครื่องมือสำคัญสองอย่างที่ใช้เรียกตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี นั่นคือ หมายเรียก และ หมายจับ แม้จะมีเป้าหมายเดียวกันคือการนำตัวผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่วิธีการและผลทางกฎหมายนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงหมายเรียก: จดหมายเชิญจากเจ้าหน้าที่เมื่อพนักงานสอบสวนหรือตำรวจต้องการพบผู้เกี่ยวข้องในคดี พวกเขาจะเริ่มจากการออกหมายเรียก ซึ่งเปรียบเสมือนจดหมายเชิญอย่างเป็นทางการ ระบุวันเวลาที่ต้องการให้มาพบ หมายเรียกมักใช้กับผู้ต้องหาที่ไม่น่าจะเป็นภัยต่อสังคม ไม่มีแนวโน้มจะหลบหนี หรือพยายามทำลายหลักฐานถ้าผู้รับหมายไม่มาตามนัด เจ้าหน้าที่จะส่งหมายเรียกอีกครั้ง หากยังเพิกเฉย นั่นอาจเป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับได้ทันทีหมายจับ: เมื่อต้องใช้มาตรการเด็ดขาดหมายจับนั้นเข้มงวดกว่ามาก ต้องผ่านการอนุมัติจากศาลหรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และให้อำนาจเจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ทันทีที่พบตัว มักใช้ในกรณีที่มีเหตุผลน่าเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนี เป็นภัยต่อสังคม หรือพยายามทำลายหลักฐานบทเรียนจากคดีดัง: เมื่อต้องใช้หมายจับทันทีคดีแม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์วันที่ 30 กันยายน 2567 ศาลอาญาออกหมายจับแม่ตั๊กและป๋าเบียร์ทันที ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและโฆษณาเท็จ โดยไม่ผ่านขั้นตอนหมายเรียก เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก คดีนี้ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงสิทธิของผู้ต้องหาในการได้รับหมายเรียกก่อนถูกจับกุม โดยเฉพาะในคดีที่ไม่รุนแรงคดีทนายตั้มและภรรยา7 พฤศจิกายน 2567 ศาลอาญาออกหมายจับทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด (ทนายตั้ม) และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงิน มูลค่าความเสียหายสูงถึง 71 ล้านบาท ด้วยความรุนแรงของคดีและหลักฐานชัดเจน ศาลจึงข้ามขั้นตอนหมายเรียก แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมายคดีดิไอคอนคดีใหญ่ที่มีหมายจับถึง 18 ราย ทั้งดาราและนักธุรกิจชื่อดัง ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ศาลเลือกออกหมายจับทันทีเพราะกังวลว่าผู้ต้องหาอาจทำลายหลักฐานหรือหลบหนี จึงต้องจับกุมอย่างรวดเร็วเพื่อดำเนินคดีเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสมหมายเรียก เหมาะกับกรณีที่ผู้ต้องหาไม่น่าจะหลบหนีไม่มีแนวโน้มทำลายหลักฐานให้โอกาสมาพบเจ้าหน้าที่ด้วยความสมัครใจหมายจับ จำเป็นในกรณีที่มีความเสี่ยงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีอาจมีการทำลายหลักฐานไม่ยอมมาตามหมายเรียกคดีมีความรุนแรงต้องควบคุมตัวทันทีทั้งหมายเรียกและหมายจับล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญในกระบวนการยุติธรรม การเลือกใช้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ สมเหตุสมผล เพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หมายเรียกให้โอกาสผู้ต้องหาเข้าสู่กระบวนการด้วยความสมัครใจ ขณะที่หมายจับใช้เมื่อจำเป็นต้องควบคุมตัวทันทีเพื่อประโยชน์แห่งการสอบสวนและการพิจารณาคดีภาพ Freepik
TNN ช่อง16 • 8 พ.ย. 67
อ่าน
เปิดตำรา ส่องคดี "ดิไอคอน" : ข้อกฎหมาย กับความท้าทาย ในโลกธุรกิจยุคใหม่
คดีดิไอคอนกับความพลิกผันในวงการธุรกิจคดีการจับกุม บอสพอลหรือ นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล ซีอีโอดิไอคอนกรุ๊ป พร้อมบุคคลใกล้ชิด รวมถึงผู้มีชื่อเสียงหลายคน สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องเผชิญกับข้อกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น การฉ้อโกงและการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างความเชื่อมั่นหรือชักจูงผู้บริโภคกลายเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของกฎหมายและความพร้อมของหน่วยงานบังคับใช้ความผิดฐานฉ้อโกง: มาตรา 341 และ 343 ประมวลกฎหมายอาญาหนึ่งในข้อหาสำคัญที่ บอสพอล และกลุ่มแม่ข่ายต้องเผชิญ คือความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามมาตรา 341 และ 343 ของประมวลกฎหมายอาญา ข้อหานี้ครอบคลุมการหลอกลวงหรือให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ จนทำให้ผู้เสียหายสูญเสียทรัพย์สินคดีนี้แสดงให้เห็นว่า โมเดลธุรกิจบางประเภทที่ใช้โครงสร้างคล้ายแชร์ลูกโซ่ อาจถูกมองว่าเป็นการแฝงฉ้อโกงได้ แม้ว่าบริษัทจะมีการดำเนินกิจการจริง แต่หากกระบวนการชักชวนสร้างความคาดหวังเกินจริง ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์: เมื่อการตลาดกลายเป็นความเสี่ยงอีกหนึ่งข้อกล่าวหาที่กลุ่มผู้ต้องหาถูกดำเนินคดี คือ การนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ในยุคดิจิทัล การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการโฆษณาหรือชักจูงผู้บริโภค หากพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จหรือทำให้ประชาชนหลงเชื่อผิดไป ก็ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายในกรณีนี้ การใช้โซเชียลมีเดียเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดคำถามว่า ขอบเขตของกฎหมายควรครอบคลุมแค่ไหน เมื่อการโฆษณาและการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้ทั่วไปเริ่มซ้อนทับกันการอายัดทรัพย์สินและการฟอกเงิน: ปปง. เข้าควบคุมทรัพย์สินสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่ง อายัดทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับ บอสพอล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวได้มาโดยสุจริตหรือไม่การอายัดทรัพย์สินเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ใช้บังคับในกรณีที่สงสัยว่าเกิดการฟอกเงิน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจและการทำธุรกรรมทางการเงินในโลกปัจจุบัน หากทรัพย์สินนั้นได้มาโดยมีเจตนาซ่อนเร้นหรือจากการกระทำผิดกฎหมาย จะถูกยึดและนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไปความท้าทายในโลกธุรกิจยุคใหม่: เมื่อกฎหมายต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงคดีนี้เป็นตัวอย่างของความท้าทายในยุคที่ธุรกิจต้องพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การปรับตัวของผู้ประกอบการไม่เพียงพอแค่ในเชิงการตลาด แต่ยังต้องสอดคล้องกับข้อกฎหมายที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วธุรกิจหลายรายเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีหากไม่เข้าใจข้อกำหนดทางกฎหมายอย่างถี่ถ้วน เช่น การโฆษณาที่เกินจริง หรือการสร้างเครือข่ายที่อาจถูกตีความว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเองก็ต้องพัฒนาความรู้ความเข้าใจ เพื่อตรวจสอบและตีความกฎหมายได้อย่างแม่นยำและเป็นธรรมบทสรุป: คดีดิไอคอนกับบทเรียนที่ต้องเรียนรู้คดี ดิไอคอนกรุ๊ปเป็นตัวอย่างสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการทำธุรกิจในยุคใหม่ ซึ่งต้องเผชิญกับการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและครอบคลุมมากขึ้น ผู้ประกอบการและประชาชนต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและความถูกต้องของข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์นอกจากนี้ คดีนี้ยังสะท้อนถึงความจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจต้องทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับกฎระเบียบ และช่วยกันพัฒนากลไกการกำกับดูแลที่เหมาะสมกับยุคดิจิทัล ไม่เช่นนั้น ธุรกิจที่ตั้งใจดำเนินกิจการโดยสุจริตก็อาจเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดในอนาคต--------------------------อ้างอิงพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)ข่าวและแถลงการณ์จากตำรวจสอบสวนกลางและ ปปง.ภาพ Freepik
TNN ช่อง16 • 17 ต.ค. 67
อ่าน
สธ.ตั้งชุดทำงานคุม"บุหรี่ไฟฟ้า" สั่งปิด 309 บัญชีขายออนไลน์
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะรองประธานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ คนที่ 1 กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 5/2567 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษารายละเอียดและจัดทำร่างข้อเสนอนโยบายบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน มีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ร่วมเป็นคณะทำงาน ทำหน้าที่หนุนเสริมกลไกการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าผิดกฎหมาย ห้ามซื้อขาย นำเข้า ถือครอง และให้บริการอย่างเด็ดขาด โดยมีกฎหมายที่รองรับและควบคุมอย่างน้อย 4 ฉบับ อาทิ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560, พ.ร.บ.ส่งออกและนำเข้า ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีนายสมศักดิ์ ระบุด้วยว่า บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แต่ยังคงยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน อีกทั้งการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ยังไม่เข้มข้นเพียงพอ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้คณะทำงานฯ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อคุมเข้ม เช่น ห้ามพกพาและสูบบุหรี่บุหรี่ไฟฟ้าในสถานที่ราชการทุกแห่ง, กระทรวงคมนาคม กวดขันพื้นที่โดยสารในสถานีหรือสนามบิน โดยไม่ให้ผู้โดยสารพกพาหรือสูบบุหรี่ไฟฟ้าบนเครื่องบิน, กระทรวงศึกษาธิการ ให้สารวัตรนักเรียนสอดส่องดูแลพื้นที่สถานศึกษา ไม่ให้นักเรียนพกพาหรือสูบบุหรี่ไฟฟ้า และพนักงานรักษาความปลอดภัยกวดขันพัสดุที่ส่งมาให้แก่นักเรียนในสถานศึกษา, กระทรวงมหาดไทย ให้เข้มงวดสถานประกอบการและสถานบริการ ไม่ให้มีผู้พกพาหรือสูบบุหรี่ไฟฟ้า, กระทรวงแรงงาน ที่มีแรงงานขึ้นทะเบียนกว่า 30 ล้านคน เพิ่มมาตรการเข้มงวดไม่ให้พกพาหรือสูบบุหรี่ในสถานประกอบการ, กระทรวงสาธารณสุข ที่มีคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ดำเนินการขับเคลื่อนผ่านกรรมการจังหวัดทุกจังหวัด และรายงานให้กระทรวงทราบทุก 3 เดือนนายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นเห็นชอบให้หน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช่กฎหมาย จัดทำบันทึกความร่วมมือบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน หรือจัดตั้งคณะทำงานร่วมขับเคลื่อนเฉพาะกิจ นอกจากนั้นเห็นชอบให้ขอความร่วมมือกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ พิสูจน์ทราบผู้กระทำผิดและเริ่มปราบปรามผู้โฆษณาและค้าขายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ โดยเฉพาะผู้ค้าจากระบบเฝ้าระวังที่พบจำนวน 309 บัญชีรายชื่อ กระจายอยู่ใน 23 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผู้ค้ารายใหม่ และให้ สสส.รณรงค์สร้างความเข้าใจบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเข้มข้นต่อไปนพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสสส. กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้มีมติเห็นชอบการดำเนินงานแผนงานพลังวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยไร้ยาสูบ ที่ทำงานร่วมกับ 23 องค์กรวิชาชีพ และสมาพันธ์จังหวัด 36 แห่ง ในการพัฒนาฐานข้อมูลด้านการควบคุมยาสูบ สำรวจพฤติกรรมทัศนคติและความรู้ด้านการบริโภคยาสูบของนิสิตนักศึกษาวิชาชีพสุขภาพในประเทศไทย การให้บริการคลินิกลอยฟ้า จัดตั้งคลินิกฟ้าใส 563 แห่ง และพัฒนาการให้บริการเลิกยาสูบในคลินิก NCDs โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และชุมชน กว่า 200 แห่ง การพัฒนาระบบบริการสุขภาพร่วมกับสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล ในประเด็นการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูภาวะติดนิโคติน นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญในการคงกฎหมายห้ามนำเข้า-ขายบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนไทย
TNN ช่อง16 • 18 ก.ค. 67
อ่าน
ก.ล.ต. กล่าวโทษกรรมการ-ผู้บริหาร EA รวม 3 รายต่อ DSI ส่งเรื่องต่อปปง.
#EA #ทันหุ้น-ก.ล.ต. กล่าวโทษบุคคลรวม 3 ราย คือ นายสมโภชน์ อาหุนัย และนายอมร ทรัพย์ทวีกุล ซึ่งเป็นกรรมการและผู้บริหารบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) รวมทั้งนายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีร่วมกระทำการทุจริต เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้แก่ตนเอง และ/หรือผู้อื่น ทำให้ EA และบริษัทย่อยเสียหาย พร้อมกันนี้ได้ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษนายสมโภชน์ อาหุนัย และนายอมร ทรัพย์ทวีกุล กรรมการและผู้บริหาร EA และบริษัทย่อยที่ EA เป็นผู้ถือหุ้นร้อยละ 99.99 (ได้แก่ บริษัท อีเอ โซล่า นครสวรรค์ จำกัด และบริษัท อีเอ โซล่า ลำปาง จำกัด) และนายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส โดยปรากฏข้อเท็จจริงและหลักฐานที่พิจารณาได้ว่า ในช่วงปี 2556 2558 บุคคลทั้ง 3 รายได้ร่วมกันกระทำการทุจริตการจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศ และ/หรือทุจริตการจัดซื้อโปรแกรมซอฟต์แวร์เพื่อใช้ในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ EA ผ่านบริษัทย่อย 2 บริษัทดังกล่าว เป็นเหตุให้บุคคลทั้ง 3 รายได้รับผลประโยชน์ จำนวนรวม 3,465.64 ล้านบาท การกระทำของบุคคลดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามมาตรา 281/2 วรรคสอง ประกอบมาตรา 89/7 และมาตรา 89/7 ประกอบมาตรา 89/24 มาตรา 311 มาตรา 313 และมาตรา 315 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา แล้วแต่กรณี ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษบุคคลทั้ง 3 รายต่อ DSI เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ยังได้แจ้งการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ข้างต้นต่อ ปปง. อันเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้ การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรม ตามลำดับ ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะติดตามความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อไป และจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ในกระบวนการภายหลัง ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นธุรกรรมที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ในการรวบรวมเอกสารหลักฐานในคดีดังกล่าว ก.ล.ต. ได้ประสานความร่วมมือและได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานกำกับดูแลของต่างประเทศหลายแห่ง
ทันหุ้น • 12 ก.ค. 67
อ่าน
กกต. รวบรวมข้อเท็จจริง-พยานหลักฐาน พร้อมดำเนินคดีหลังมีกระแสบล็อกโหวตเลือกสว.
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า ตามที่ปรากฏกระแสข่าวทางสื่อสารมวลชน ว่า มีกลุ่มบุคคลผู้สมัคร สว. ได้รวมตัวกันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดนนทบุรี, จังหวัดสมุทรปราการ, จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดอื่น ๆ เพื่อจัดกิจกรรมให้ ผู้สมัคร สว. มารวมตัวกัน ณ สถานที่นัดหมาย เพื่อให้ผู้สมัคร สว. มีการแลกเปลี่ยนคะแนน กำหนดบุคคลในกลุ่มของผู้สมัคร สว. ให้เป็นผู้ทำหน้าที่เลือกบุคคลในกลุ่มต่าง ๆ ที่กำหนดให้ได้รับการเลือกเป็น สว. และได้มีการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือก สว. ให้ลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครผู้หนึ่งผู้ใด (บล็อกโหวต) หรือชี้นำให้บุคคลในกลุ่มของผู้สมัคร สว. เลือกหรือไม่เลือกผู้หนึ่งผู้ใด นั้นกกต. ได้รับทราบข้อมูลในการจัดกิจกรรมดังกล่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงได้สั่งการให้ชุดการข่าว, ชุดเคลื่อนที่เร็ว, ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และพนักงานสืบสวนของทุกจังหวัด ลงพื้นที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสโดยดำเนินการก่อนที่มีการจัดให้มีการเลือก สว. ระดับอำเภอ, ระดับจังหวัด และระดับประเทศ บัดนี้ ได้รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมที่จะดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้กระทำความผิดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วหากผู้ใดมีข้อมูลหรือเบาะแสชี้ชัดว่า มีผู้สมัคร สว. ผู้หนึ่งผู้ใด หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวมายัง กกต. เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไปภาพจาก TNN ONLINE
TNN ช่อง16 • 26 มิ.ย. 67
อ่าน
คุมตัว ‘แป้ง นาโหนด‘ ถึง กทม. ก่อนนำตัวส่งเรือนจำกลางบางขวาง
เมื่อเวลา 11:20 น. หน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองปราบปราม คุมตัวนายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี หรือ แป้ง นาโหนด จากสนามบินนานาชาตินครศรีธรรมราช มาถึงสนามบินกองกำกับการ 3 กองบินตำรวจ โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมาน กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ จากกรมราชทัณฑ์ พร้อมอาวุธครบมือ รอรับตัวเพื่อเตรียมนำตัวส่งเรือนจำกลางบางขวางทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้จัดรถยนต์คุ้มกันขบวนจากกองบังคับการปราบปราม 2 คัน รถคุ้มกัน 2 คัน และมีรถตู้ชุดปฏิบัติการพิเศษหนุมาน คอยดูแลความปลอดภัย 1 ชุด จำนวน 4 นาย และมอเตอร์ไซค์ตำรวจ นำขบวน จำนวน 1 คัน โดยนายเชาวลิต จะอยู่ในรถตู้ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และมีรถตู้ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมราชทัณฑ์ 2 คัน และรถคุ้มกัน 1 คัน คอยประกบรถตู้ที่นายเชาวลิตนั่งอยู่ เพื่อขนย้ายนักโทษ จากท่าอากาศยานไปยังเรือนจำกลางบางขวางเมื่อเครื่องลงจอดเสร็จ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้นำรถตู้เข้าไปรับตัวข้างเครื่องบิน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประกบอย่างแน่นหนา โดยนายเชาวลิต สวมเสื้อราชทัณฑ์ สวมเสื้อเกาะกันกระสุน ใส่แมสก์สีขาว และสวมหมวกสีขาว พร้อมใส่เครื่องพันธนาการที่ข้อมือ และเท้า ก่อนที่จะเจ้าหน้าที่จะนำตัวขึ้นรถ และขบวนรถจะเดินทางออกในเวลา 11:33 น.อย่างไรก็ตาม การวางแผนจัดกำลัง และเส้นทางขนย้ายนักโทษ ไม่ได้รับการเปิดเผย เนื่องจากเป็นความลับในการส่งตัวนักโทษ(เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.67)ภาพโดย: ธนาชัย ประมาณพาณิชย์
TNN ช่อง16 • 5 มิ.ย. 67
อ่าน
ตำรวจญี่ปุ่นรวบชายวัย 32 ผลักคนตกรางรถไฟใกล้โตเกียว
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้โดยสารรอการกลับมาเดินรถที่สถานีรถไฟในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 16 ส.ค. 2023) โตเกียว, 16 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (15 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองคาวาซากิ ใกล้กับกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ได้จับกุมชายคนหนึ่งที่ก่อเหตุผลักคน 2 คน ตกลงไปในรางรถไฟที่สถานีรถไฟท้องถิ่น ตอนราว 07.25 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบนชานชาลาที่ไม่มีประตูกั้นของสถานีโนโบริโตะ สายเจอาร์ นัมบุรายงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองคาวาซากิได้จับกุมทาคาชิ อาคุสึ วัย 32 ปี ฐานพยายามฆ่า ส่วนชายเคราะห์ร้ายทั้งสองบาดเจ็บแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนสอบสวนว่าผู้ก่อเหตุและเหยื่อเคราะห์ร้ายทั้งสองมีปัญหาความขัดแย้งใดๆ หรือไม่ทั้งนี้ ไม่มีรถไฟวิ่งเข้าสู่ชานชาลา ณ ตอนเกิดเหตุการณ์ข้างต้น ทว่ารถไฟ 6 เที่ยว ต้องวิ่งล่าช้านาน 10 นาที ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนราว 9,300 คน
Xinhua • 16 พ.ค. 67
อ่าน
สหรัฐฯ จำคุกอดีตตำรวจ 20 ปี เอี่ยวทรมาน 'ชายผิวดำ' ขั้นเลวร้าย
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเยือนสวนสาธารณะเนชันแนล มอลล์ ในกรุงวอชิงตันดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 23 ก.พ. 2023) ฮิวสตัน, 20 มี.ค. (ซินหัว) -- อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ นายหนึ่งถูกตัดสินโทษจำคุกราว 20 ปี เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทรมานชายชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันสองคนในรัฐมิสซิสซิปปีทางตอนใต้ของสหรัฐฯ เมื่อปีก่อน ทอม ลี ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นของสหรัฐฯ พิพากษาโทษจำคุกฮันเตอร์ เอลวาร์ด อดีตรองนายอำเภอและสมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "กูน สควอด" (Goon Squad) เป็นเวลา 241 เดือน พร้อมระบุว่าอาชญากรรมของเอลวาร์ดนั้น "เลวร้ายและน่ารังเกียจ"นอกจากนั้นลียังพิพากษาโทษจำคุกเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอีก 5 คน ซึ่งยอมรับสารภาพว่าเคยกระทำการทรมานเชิงเหยียดเชื้อชาติกับไมเคิล คอเรย์ เจนกินส์ และเอ็ดดี เทอร์เรล ปาร์กเกอร์ หลายครั้ง หลังจากเพื่อนบ้านร้องเรียนว่าชายทั้งสองพักอยู่ในบ้านกับหญิงผิวขาว อนึ่ง เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2023 กลุ่มชายผิวขาว 6 คน ซึ่งเรียกตัวเองว่ากูน สควอด บุกเข้าบ้านหลังหนึ่งในย่านบรากซ์ตันของอำเภอแรนคินโดยปราศจากหมายจับ และทำร้ายรางกายเจนกินส์และปาร์กเกอร์ด้วยปืนช็อตไฟฟ้า ของเล่นทางเพศ และวัตถุอื่นๆเอลวาร์ดยอมรับสารภาพว่ายัดปืนเข้าไปในปากของเจนกินส์ และยิงระหว่าง "จำลองการประหารชีวิต" จนนำมาซึ่งความผิดพลาดขณะการสืบสวนก่อนหน้านี้ของสำนักข่าวเอพียังพบความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าหน้าที่บางคนกับเหตุใช้ความรุนแรงกับชายผิวดำอย่างน้อย 4 กรณี เมื่อนับตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งส่งผลให้ชายผิวดำเสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บถาวร 1 ราย
Xinhua • 20 มี.ค. 67
อ่าน
หมดความอดทน! “ชาล็อต” เอาผิดเกรียนฯ ด่าไม่เลิก รับคำขอโทษเป็นเงินสด ลั่นอยากรู้! “เกลียดอะไรหนู”
หมดความอดทน! ชาล็อต เอาผิดเกรียนฯ ด่าไม่เลิก รับคำขอโทษเป็นเงินสด ลั่นอยากรู้! เกลียดอะไรหนู อดทนมานานกว่า 2 ปี จนในที่สุดก็มาถึงวันที่หมดความอดทนแล้ว นางเอกสาว ชาล็อต ออสติน ที่เพิ่งตัดสินใจเดินทางแจ้งความเอาผิดเกรียนคีย์บอร์ดที่ตามด่าไม่จบไม่สิ้นด้วยถ้อยคำบั่นทอนความรู้สึกลามไปถึงพ่อแม่ เจ้าตัวเผยว่า ต้องบอกว่าเป็นเกรียนคีย์บอร์ดก็ได้ อารมณ์เหมือนแอคปั่น เขาคอยป่วนตลอด คือถ้ากุเรื่องหรืออะไรเราไม่ได้สนใจ แต่นี้คือไปป่วนในงาน เวลาเราไลฟ์ก็ไปป่วนในไลฟ์ที่เราทำงาน ป่วนในไลฟ์บอส ไลฟ์เรา จนทนไม่ไหวแล้ว รู้สึกว่า 2 ปีนี่คือยอมโดน จะด่าจะว่าอะไรยอมหมดเลย ไม่ได้ตอบโต้ เลยรู้สึกว่ามันเกินพอแล้ว บางคำพูดมันแรงมากๆ จนพี่ตำรวจยัง อุ๊ย ขนาดนี้เลยเหรอ เราก็เลยรวบรวมหลักฐานทั้งหมดยื่นให้ทางตำรวจสอบสวน เดี๋ยวต้องไปที่ตำรวจไซ เบอร์ให้เขาเจาะไอพี ถามว่าเป็นคำพูดอะไรบ้าง ก็มีด่าพ่อด่าแม่ บอกพ่อแม่เลี้ยงดูมายังไง ให้ลูกแรดร่านได้ขนาดนี้ เราก็เลยแบบ โหก็เถียงไม่ได้นะ แต่รู้สึกว่าด่าเราเราไม่ว่า แต่พ่อแม่เลี้ยงเรามาดีนะ ทุกสิ่งทุกอย่างเราทำตัวเองไหม พ่อแม่ไม่เกี่ยว เลยไม่โอเค แล้วก็มีอีกหลายๆ อย่าง เป็นไปได้ถ้าเจอตัว จะให้ดูว่าที่เขาพิมพ์มีอะไรบ้าง แรงขนาดไหน ตอนแรกแจ้งไป 5 ราย แต่วันที่ไปสน.ได้มาอีก 1 ราย เป็น 6 ราย มีตัวจี๊ดอยู่ 2 คน แต่พอไปสน.ก็ปิดแอคเคาน์ไปเลย ก็เลย เอ้า ปิดทำไม ทำไมไม่ด่าต่อ ทำไมเขาถึงแอนตี้เรา เขาคงมีความสุขกับการไม่ชอบหนูหรือเปล่า แต่เราไม่ได้สนใจอยู่แล้ว เพราะมีคนชอบ มีคนไม่ชอบ มันเป็นปกติในวงการ เป็นปกติของมนุษย์ แต่หนูแค่ไม่โอเคกับทั้งคำพูด กับการระรานไปถึงงาน การกุข่าว กุเรื่องให้คนเชื่่อ แล้วก็มาด่าเราทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริง ถามว่าทำไมถึงเพิ่งแจ้งความตอนนี้ คือมันต้องมีสักเคสค่ะ ไม่งั้นหนูคงต้องโดนแบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ต่อให้มีเคสนี้ออกมาก็ยังคงโดน แค่อย่างน้อยมันคงบรรเทาลงบ้าง แล้วก็ทำให้หลายๆ คนที่กำลังจะพิมพ์คิดได้บ้าง ว่าผลมันจะเป็นแบบที่เคยเกิดขึ้นนะ มีหลายแอคทักมาขอโทษ บอกหนูขอโทษนะคะ หนูอายุ 16 อย่าเอาเรื่องหนูเลย ยังเรียนอยู่เลย พ่อแม่ต้องเสียใจ เราก็แบบอ้าว แล้วทำไมทำไม เขาบอกว่าหนูเห็นหลายๆ คนเขาสงสัย หนูเลยอยากรู้ ก็บอกว่าเขาว่าสงสัยก็โทร.มาถาม สงสัยก็มาถามดีๆ ได้ แต่นี่ไปลงติ๊กต็อก ไปโยงโน่นนี่นั่นจนปวดหัว เลยแบบสักเคสเถอะ กระทบกับจิตใจมากกว่า ด้วยที่เราดิ่งอยู่แล้วที่เป็นหลายๆ โรคที่เกิดขึ้น พอมีดราม่ายิ่งดิ่งไปอีก พอมีคนมาด่าใจก็ตึกๆ เราก็รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ขอปกป้องตัวเองบ้าง ก็ตามกฎหมายจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาทต่อคน ถ้าถึงขึ้นศาล 6 คนก็ได้ล้านกว่าบาทโปะบ้านได้เยอะอยู่ ตอนนี้ไซเบอร์ก็กำลังเจาะไอพีให้อยู่ หนูหมายไว้แล้วว่าแอคเคาท์ไหน ก็ตัวจี๊ด จริงๆ มีหลายแอคเคาท์ที่หนูเจอทั้งตัวเป็นหน้าบุคคล รู้ชื่อ แต่หนูไม่ตาม เพราะรู้สึกว่าแค่ได้เห็นก็โอเคแล้ว ก็อยากเจอ อยากถามว่าเป็นอะไร มานั่งพูดกันหน่อยเป็นอะไร ถ้าสมมติได้เจอก็จะถามว่า ไม่ทราบว่าเกลียดอะไรหนูมากไหมคะ อยากจะรู้เหตุผล คนเราทำอะไรต้องมีเหตุผล 2 ปี ถ้าจะตามมาเป็นแฟนคลับไหม กลับใจมารักฉันนะ ถามว่าจะใจอ่อนไหม จริงๆ หนูเป็นคนใจอ่อน แต่ว่าไม่เอาอ่ะ ไม่ได้แล้ว หนูกลัวด้วย กลัวว่าถ้าใจอ่อนเดี๋ยวมีอีก อยากให้เป็นบทเรียนด้วย แล้วก็มีเพจนึงที่ยังไม่เข้าร่วม แต่ก็ยังทันนะ ยังไม่ถึง 3 เดือน ยังต้องได้เข้ารอบเพราะเพจนี้หนูแค้นใจมาก เขาจุดประเด็นดราม่าขึ้นมา
ดาราเดลี่บันเทิง • 17 ม.ค. 67
อ่าน
รวบคาคอนโด “ดิ๊ก ชวนากร” ดีกรีนักแสดง ลวงอนาจารสาว วิดีโอคอลเปิดกล้องโชว์เรือนร่าง แบล็คเมล์รีดเงิน 2 แสน
รวบคาคอนโด ดิ๊ก ชวนากร ดีกรีนักแสดง ลวงอนาจารสาว วิดีโอคอลเปิดกล้องโชว์เรือนร่าง แบล็คเมล์รีดเงิน 2 แสน ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รรท. รอง ผบ.ตร. สสและ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร.(สส) ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบนครบาลลาดตระเวนออนไลน์ได้รับทราบความเดือดร้อนโดยมีมิจฉาชีพ คือ ดิ๊ก ชวนากร นักรักโลกโซเชียล ใช้หน้าตาหล่อเหลาของตัวเอง พร้อมกับโปรไฟล์ดีกรี นักแสดง Extra ละครดัง คว้ารางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 การประกวดดาวเดือน The Visible Science Star 2019 ลวงให้รักหญิงสาวผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นขอวิดีโอคอลเปิดกล้องโชว์เรือนร่างเย้ายวนให้หญิงสาวตกเป็นเหยื่อเปิดหน้าอก รูปร่าง ก่อนจะอัดวิดีโอ แคปหน้าจอไว้ นำแบล็คเมล์แลกเงินกว่า 200,000 บาท เมื่อวันที่ 4 พ.ย.66 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ต.ทศรัสมิ์ กิติธารา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.ธนพล มโนษร รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าว ชุดปฏิบัติการที่ 4 ร่วมกันสืบสวนจับกุม นายกันตพิชญ์ หรือชวนากร หรือ ดิ๊ก อายุ 24 ปี ชาวจ.นครปฐมผู้ต้องหาตามหมายจับ 4 หมายจับ ศาลอาญา ที่ 2497/2566 ลงวันที่ 6 ก.ย.2566 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 655/2566 ลงวันที่ 3 ก.ค.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน รีดเอาทรัพย์,ศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 339/2566 ลงวันที่ 15 มิ.ย.2566 ข้อหา ฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ศาลอาญาพระโขนง ที่ 183/2566 ลงวันที่ 3 เม.ย. 2566 ข้อหา ฉ้อโกง เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกผู้ต้องหาติดต่อผ่านทางเฟซบุ๊ก พูดหลอกเหยื่อให้ตกหลุมรัก ก่อนที่จะตัดสินใจวิดีโอคอลเปิดกล้องกับเหยื่อ โดยขอให้เหยื่อโชว์เรือนร่างเปิดหน้าอก ทางผู้ต้องหาจึงบันทึกภาพไว้ ขณะผู้คุยกับเหยื่อทั้งแบบภาพนิ่งและวิดีโอ ก่อนที่ระยะหลังห่างหายกันไป ต่อมาผู้ต้องหาทักมายังผู้เสียหายอีกครั้ง พร้อมข่มขู่ว่าจะนำรูปที่หญิงสาวโชว์หน้าอก ไปเผยแพร่ต่างเว็บไซต์ และเพจต่างๆ พร้อมระบุว่าถ้าไม่อยากให้คลิปถูกปล่อยให้โอนเงินมาให้จำนวน 200,000 บาท แต่ผู้เสียหายแจ้งว่ามีเงินไม่ถึง ผู้ต้องหาจึงบอกว่ามีเท่าไหร่โอนมาให้หมด ด้วยความกลัวภาพจะถูกปล่อยจึงตัดสินใจโอนเงินที่มีทั้งหมดในบัญชี้ให้กับไอ้ดิ๊กจำนวน 159,600 บาท เพื่อหยุดเรื่องดังกล่าว ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบประวัติทำให้ทราบว่า ผู้ต้องหายังนำสินค้ารองเท้าแบรนด์เนมหายาก น้ำหอมแบรนเนม โพสต์ขายผ่านทางเฟซบุ๊ก จนมีเหยื่อหลายรายหลงเชื่อเข้ามาสนใจติดต่อซื้อสินค้าแต่เมื่อโอนเงินให้กับทางผู้ต้องหาแล้วกลับไม่สามารถติดต่อได้ จึงนำประวัติไปตรวจสอบกับทางเว็บ www.blacklistseller.com พบว่ามีผู้ร้องเรียนชื่อบัญชี นายชวนากร จำนวน 17 เรื่อง มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 41,485 บาท ตำรวจชุดสืบสวนจึงติดตามจับกุม กระทั่งพบว่านายดิ๊กหลบซ่อนตัวอยู่ในคอนโดแห่งหนึ่ง ก่อนที่ผู้ต้องหาจะไหวตัวทัน และพยายามหลบหนีแต่สุดท้ายไม่รอดมือสืบนครบาล สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดีได้สำเร็จ เบื้องต้นในชั้นจับกุมจับกุมนายกันตพิชญ์ หรือชวนากร หรือ ดิ๊ก รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกจับกุมและควบคุมตัวมาดำเนินคดีที่ สน.ห้วยขวาง ต่อไป พล.ต.ต.ธีรเดช เปิดเผยว่า ขอแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่ามิจฉาชีพมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอโปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่าหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย หากไม่แน่ใจหรือสงสัยว่าบุคคล นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมายังเพจ สืบนครบาล IDMB ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.
ดาราเดลี่บันเทิง • 4 พ.ย. 66
ดูเพิ่มเติม