รีเซต

ผลการค้นหา “Android” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สัดส่วนผู้ใช้ Android 13 เพิ่มเป็น 5% ของอุปกรณ์ Android ทั้งหมดภายในเวลา 5 เดือน!
อ่าน

สัดส่วนผู้ใช้ Android 13 เพิ่มเป็น 5% ของอุปกรณ์ Android ทั้งหมดภายในเวลา 5 เดือน!

แผนภูมิล่าสุดจาก Google เกี่ยวกับส่วนแบ่งผู้ใช้ Android เวอร์ชันต่าง ๆ มีการอัปเดต Android 13 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และพบว่า ปัจจุบัน OS เวอร์ชันนี้มีผู้ใช้งานเป็นสัดส่วนถึง 5% แล้วภายใน 5 เดือน ปกติแล้ว Google จะเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสัดส่วนการใช้งาน Android เวอร์ชันต่าง ๆ ออกมา โดยจุดประสงค์หนึ่งก็เพื่อแจ้งให้นักพัฒนาทราบว่า ปัจจุบันพวกเขาควรมุ่งเป้าไปที่เวอร์ชันใด ตอนที่ Android 13 เปิดตัวนั้นมีเพียง Google Pixel อย่างเดียวที่ได้ใช้ OS ดังกล่าวก่อนใครเพื่อน หลังจากนั้น Samsung ก็ปล่อยอัปเดต OneUI 5 ออกมา และตามมาด้วย OnePlus และ Sony ที่ปล่อยอัปเดต Android 13 ในปีที่แล้ว ช่วยให้สัดส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ Android 13 เพิ่มมากขึ้น แม้ Android 13 จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ใช้ Android 12 ก็ไม่ได้ลดลงเช่นกัน ตรงกันข้ามกลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ โดยเมื่อเทียบกับแผนภูมิเมื่อเดือนสิงหาคม 2022 จะพบว่า Android 12 มีสัดส่วนอยู่ที่ 13.5% แต่แผนภูมิล่าสุด ณ มกราคม 2023 กลับมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นที่ 18.90% แล้ว ในอนาคต Android 13 ก็จะยิ่งมีสัดส่วนผู้ใช้งานมากขึ้น พร้อมกับฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบัน โดยทางทีมผู้พัฒนาระบบ Android ก็มีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ เสมอหลังจากการเปิดตัวในเดือนสิงหาคม อีกทั้งการร่วมมือระหว่าง Google และ Windows ก็จะช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่าง Android และ Windows 11 ทำได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นล่าสุด Qualcomm ก็มีการเปิดตัวชิป Snapdragon 8 Gen 2 ที่รองรับ Wi-Fi 7 และเพิ่มประสิทธิภาพของ AI, Unreal Engine 5 รวมถึงเปิดตัวบริการดาวเทียมสำหรับ Android อีกด้วย ที่มา: Techspot

Clubhouse เปิดทดสอบเวอร์ชัน Android แล้ว !!
อ่าน

Clubhouse เปิดทดสอบเวอร์ชัน Android แล้ว !!

หลังจาก Clubhouseแอปแชทโซเชียลสนทนาด้วยเสียง เปิดให้บริการบน iOS มาตั้งแต่เปิดตัว ล่าสุดตัวแอปก็ได้ฤกษ์ปล่อยเวอร์ชัน Androidให้ได้เริ่มทดสอบกันแล้ว โดยจะเปิดทดสอบให้ผู้ใช้งานในสหรัฐฯ ใช้เป็นหลักก่อน แล้วจึงจะกระจายไปยังประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพื่อทำการเก็บฟีดแบคจากผู้ใช้งาน รวมถึงทำฟีเจอร์เพิ่มเติมให้ครบก่อนที่จะเปิดให้บริการไปทั่วโลก คาดตัวแอปเวอร์ชันสมบูรณ์จะปล่อยออกมาในช่วงกลางปีนี้โดยก่อนหน้า Clubhouse ตัดสินใจที่จะชะลอการพัฒนาตัวแอปให้ช้าลง โดยเน้นไปที่การแก้ปัญหาเป็นหลัก เพราะช่วงต้นปีตัวแพลตฟอร์มมีการใช้งานจำนวนมาก ซึ่งมากเกินกว่าที่ทางทีมงานคาดไว้ ทำให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานมากไปจนไม่สามารถทำงานได้ไหว พวกเขาจึงหยุดที่จะออกฟีเจอร์ใหม่และเน้นพัฒนาฟีเจอร์เดิมให้แน่นเสียก่อนสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าตัวแอปหรือมุดไปลองโหลดมาใช้ได้จากที่นี่ [คลิก]อ่านบทความเกี่ยวกับClubhouse อื่น ๆหมดความนิยมแล้ว... Clubhouse ยอดดาวน์โหลดแทบไม่เหลือ [อ่านเพิ่มเติม]Facebookอัปเดตฟีเจอร์ให้เหมือน Clubhouse, Podcast, และ Soundbites มาพร้อมวิธี สร้างรายได้ สำหรับครีเอเตอร์โดยเฉพาะ [อ่านเพิ่มเติม]Hotlineเว็บที่รวมจุดเด่นของ Instagram Live และ Clubhouse เอาไว้ด้วยกัน [อ่านเพิ่มเติม]Twitterปล่อยฟีเจอร์ Spaces เลียนแบบ Clubhouse [อ่านเพิ่มเติม]แหล่งที่มา clubhouse.com

เอชเอ็มดีเผยมัลแวร์คุกคามสมาร์ทโฟน Android เพิ่ม 4% ชูโนเกียปลอดภัยสูงสุดบนระบบ Android One
อ่าน

เอชเอ็มดีเผยมัลแวร์คุกคามสมาร์ทโฟน Android เพิ่ม 4% ชูโนเกียปลอดภัยสูงสุดบนระบบ Android One

โนเกีย (Nokia) เผยภัยเงียบ พบไวรัส มัลแวร์คุกคามสมาร์ทโฟน เฉพาะระบบ Android เจาะข้อมูลส่วนตัว สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นกว่า 4% จากจำนวนผู้ใช้งานระบบ Android ทั่วโลก 2.5 พันล้านคน มุ่งเข้าล้วงข้อมูลจากรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน ในขณะที่ปัจจุบันสมาร์ทโฟนเป็นมากกว่ามือถือ แต่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งกระเป๋าสตางค์ เก็บไฟล์ภาพและเอกสารต่าง ๆ ส่งผลให้ผู้ใช้งานมีความต้องการด้านความปลอดภัยเพิ่มสูงขึ้น เปิดสถิติคนไทย 51.9% ยอมรับว่า มือถือที่ปลอดภัย คือตัวเลือกแรกในการเลือกสมาร์ทโฟน ชูโนเกีย สมาร์ทโฟน ระบบแอนดรอยด์ DNA ความทนทาน คุ้มค่า ใช้งานปลอดภัยยาวนาน บนระบบปฏิบัติการ Android One เพียวแอนดรอยด์ และฮาร์ดแวร์รองรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่ดีที่สุด ครอบคลุมสมาร์ทโฟนโนเกียในทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ในราคาประหยัดอย่าง C ซีรีส์ ไปจนถึงรุ่นเรือธงอย่าง X ซีรีส์ ใช้งานได้อย่างมั่นใจบนความปลอดภัยสูงสุด นายภราดร รามบุตร ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอชเอ็มดี โกลบอล (HMD) เปิดเผยว่า ปัจจุบันช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้คนต้องลดพฤติกรรมการสัมผัส และต้องเว้นระยะห่าง หรือ Social distancing ในชีวิตประจำวัน กระตุ้นการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมทางสังคม ก้าวสู่วิถีชีวิตบนโลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการเรียน การทำงาน การจับจ่ายใช้สอย หรือแม้แต่การทำธุรกรรมต่าง ๆ ซึ่งพูดได้ว่าในปัจจุบันการมีสมาร์ทโฟนเพียงหนึ่งเครื่อง เปรียบเสมือนมีทั้งกระเป๋าสตางค์ แฟ้มเก็บไฟล์ภาพ หรือเอกสารสำคัญต่าง ๆ รวมครบจบไว้ในที่เดียว สามารถพกพาพร้อมใช้งานได้อย่างสะดวกทุกที่ทุกเวลา จึงทำให้สมาร์ทโฟนมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ในด้านพฤติกรรมพบประชากรทั่วโลก 2,500 ล้านคน เลือกใช้สมาร์ทโฟนระบบ Android เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มแฮกเกอร์ ไวรัส มัลแวร์ต่าง ๆ ที่อาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ Android แฝงตัวเจาะเข้าถึงความเป็นส่วนตัว สร้างความเสียหายให้ผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 4% โดยมุ่งล้วงข้อมูลสำคัญทั้งการเข้าถึงรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และการทำธุรกรรมต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ หรือ link โฆษณาต่าง ๆ บนโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น ปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อความปลอดภัยของสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการความปลอดภัยบนการใช้งานสมาร์ทโฟนเพิ่มสูงขึ้น จากสถิติพบคนไทยกว่า 51.9% ยอมรับว่า การรู้ว่ามือถือของตัวเองมีความปลอดภัย นั้นสำคัญมากในการเลือกใช้สมาร์ทโฟน ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในความปลอดภัยของโทรศัพท์มือถือโนเกียตลอดระยะเวลาการใช้งาน โนเกียจึงมุ่งตอกย้ำจุดยืนที่เป็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ ด้วย DNA โดดเด่นในด้านความทนทาน คุ้มค่าเกินราคา ใช้งานยาวนาน บนระบบปฏิบัติการ Android One เพียวแอนดรอยด์ ที่สามารถอัปเดตเวอร์ชันใหม่ได้ทันทีเมื่อมีการอัพเกรดจากแอนดรอยด์ และสามารถอัปเดตความปลอดภัยของสมาร์ทโฟน รวมถึงการอัปเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ใหม่ล่าสุดได้ทันที ประกอบกับความมุ่งมั่นพัฒนาทุกผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านของการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ระบบปฏิบัติการ รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมากที่สุด ภายในแนวคิด Love It. keep it. trust it. ระบบปฏิบัติการ Android One เพียวแอนดรอยด์ มีอยู่บนสมาร์ทโฟนโนเกียครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นราคาประหยัดอย่าง C ซีรีส์ ไปจนถึงรุ่นเรือธงอย่าง X ซีรีส์ โดยเป็นแพลตฟอร์มแอนดรอยด์สต็อกรอม (Stock ROM) ที่ได้รับการการันตีด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์จากกูเกิล (Google) อัปเดตความปลอดภัยอยู่เป็นประจำ ในระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี ซึ่งในแต่ละครั้ง ระบบปฏิบัติการจะช่วยลดช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ Android ที่อาจจะถูกตรวจพบโดยมัลแวร์ หรือแฮกเกอร์ ในทุกครั้งที่ใช้โทรศัพท์ จึงทำให้สมาร์ทโฟนโนเกียมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และสร้างเกราะป้องกันด้านความปลอดภัย ยากต่อการถูกคุมคามทางไซเบอร์ หรือถูกแฮกข้อมูลจากแฮกเกอร์ หรือมัลแวร์ เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้เน้นด้านระบบความปลอดภัย หรือเครื่องที่ไม่มีการอัปเดตระบบปฏิบัติการด้านความปลอดภัย พร้อมกันนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วขึ้น ทั้งยังช่วยรักษาอายุการใช้งานแบตเตอรี่ โดยโทรศัพท์จะลดการใช้พลังงานอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และด้วยนวัตกรรมล่าสุดจากกูเกิล (Google) ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการแสดงผลบนหน้าจอที่ให้เฉดสีที่คมชัด และสดใหม่ พร้อมกล้องถ่ายรูปคมชัดมากยิ่งขึ้นอีกด้วย นายภารดรกล่าวทิ้งท้าย

Android รุ่นเก่าเตรียมโบกมือลา Google Apps
อ่าน

Android รุ่นเก่าเตรียมโบกมือลา Google Apps

รายงานข่าวแจ้งว่า Google เตรียมตัดขาดการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android รุ่นเก่า ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ไม่สามารถล็อกอินด้วยบัญชีกูเกิลได้อีกต่อไป ทาง Google ได้ส่งอีเมลให้ผู้ใช้ที่มีสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3.7 ลงไป ว่าในวันที่ 27 กันยายน 2021 เป็นต้นไป ผู้ใช้อุปกรณ์ที่ใช้ Android 2.3.7 ลงไป จะไม่สามารถลงชื่อเข้าสู่ระบบ Google หรือใช้งานแอปได้ ซึ่งรวมไปถึง Gmail, YouTube และอื่น ๆ สำหรับระบบปฏิบัติการตามประกาศนี้ที่จะไม่สามารถใช้งานได้ มีดังนี้ Android 1.0 Android 1.1 Android 1.5 (Cupcake) Android 1.6 (Donut) Android 2.0 2.1 (Eclair) Android 2.2 2.2.3 (Froyo) Android 2.3 2.3.7 (Gingerbread) Google ได้ระบุสาเหตุที่ปิดการลงชื่อเข้าสู่ระบบจากระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าดังกล่าวนั้น เป็นเพราะต้องการรักษาความปลอดภัยให้กับบัญชีของผู้ใช้ โดยผู้ใช้จะไม่สามารถ ลงชื่อเข้าสู่ระบบบัญชีกูเกิลเพื่อใช้งานบริการต่าง ๆ เช่น Gmail, YouTube, หรือ Maps สร้างบัญชีกูเกิล รีเซ็ตเครื่องและพยายามลงชื่อเข้าสู่ระบบใหม่ ลบบัญชีออกจากครื่อง และพยายามเพิ่มบัญชีใหม่ แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้ยังคงสามารถใช้งานบริการต่าง ๆ ได้อยู่ หากเข้าผ่านเบราว์เซอร์ของตัวเครื่องแทน หรือพยายามอัปเดตอุปกรณ์ไปใช้ Android เวอร์ชัน 3.0 หรือใหม่กว่า

Twitter ขอเชิญเข้าร่วม Spaces บน Android ! 🎉
อ่าน

Twitter ขอเชิญเข้าร่วม Spaces บน Android ! 🎉

ผู้คนมากมายเข้ามาในทวิตเตอร์เพื่อพูดคุยในสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทวิตเตอร์ได้เริ่มทดสอบวิธีใหม่ที่จะทำให้บทสนทนามีชีวิตชีวามากขึ้นด้วยSpacesซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับการสร้างคอนเทนต์เสียงแบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ ในอีกไม่กี่วันผู้ใช้ระบบAndroidจะสามารถเข้าร่วมการสนทนาฟังและพูดคุยบนSpacesได้แล้ว ซึ่งทางทวิตเตอร์จะส่งรายละเอียดแจ้งให้ทราบในเร็วๆ นี้ as excitement for spaces grow, so have audiences. stay tuned for an early fix to the infamous "+N" coming out soon we appreciate all of you as we continue to build together pic.twitter.com/n1sDwj73wg Spaces (@TwitterSpaces) February 12, 2021 การเข้าร่วมSpacesบนAndroidนั้นง่ายมาก ให้มองหาวงกลมรอบแถบFleetsสีม่วงและกดเข้าร่วม คุณสามารถร่วมSpacesผ่านลิงค์ที่แชร์ผ่านการส่งทางทวีต หรือDMได้ด้วย ผู้ใช้Androidสามารถใช้อิโมจิในการโต้ตอบ อ่านcaptionและ รับเชิญเป็นspeakerในSpacesได้ นอกจากนั้นจะมีการอัปเดทเพิ่มเติมให้คุณได้เห็นว่าใครอยู่ในSpacesบ้าง รวมถึงชื่อของคุณจะปรากฎในฐานะผู้เข้าร่วมใหม่ อย่างไรก็ตามSpacesยังอยู่ในช่วงทดสอบการใช้งาน ยังมีอีกหลายฟีเจอร์ที่ทางทวิตเตอร์จะทำการเพิ่มเติมในลำดับต่อไปทวิตเตอร์ได้เริ่มทดสอบการใช้งานนี้ในกลุ่มเล็กๆ ของผู้ที่ใช้Androidและได้ขยายไปในหลายชุมชนบนทวิตเตอร์เพื่อให้ได้ฟีดแบ็กเพิ่มเติม โดยทวิตเตอร์ได้ขยายโอกาสให้หลายคนสามารถเข้าร่วมในSpacesมากขึ้น และกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อให้ทุกๆ คนสามารถครีเอทและจัดการสนทนาบนSpacesได้ทั้งบนระบบAndroidและiOSเร็วๆ นี้ สามารถติดตามอัปเดตแบบเรียลไทม์และส่งฟีดแบ็กได้โดยตรงถึงทีมงาน@TwitterSpaces. ข้อมูล : ทีมประชาสัมพันธ์ทวิตเตอร์

Google ปิดตัวแอปพลิเคชัน Street View บน iOS และ Android
อ่าน

Google ปิดตัวแอปพลิเคชัน Street View บน iOS และ Android

Google ประกาศปิดตัวแอปพลิเคชัน Street View บริการเสริมมองเห็นภาพสถานที่ในมุมมอง 360 องศารอบทิศทาง บนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยบริษัทเปิดเผยว่าจะทำการปิดตัวแอปพลิเคชันดังกล่าวภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และทีมงานนักพัฒนาจะหยุดการสนับสนุนแอปพลิเคชันในวันที่ 21 มีนาคม 2023 นับเป็นข่าวใหญ่สำหรับนักเดินทางหรือผู้ที่ต้องใช้แผนที่เป็นประจำ เนื่องจาก Street View ได้รับความนิยมสูงนับจากการเปิดตัวในปี 2015 โดยบริษัทได้ใช้รถยนต์และพนักงานที่เป็นมนุษย์ถ่ายภาพตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เก็บไว้บนฐานข้อมูลขนาดใหญ่บริการ Street View ยังคงมีอยู่ต่อไปแต่กลายเป็นเพียงฟีเชอร์หนึ่งของแอปพลิเคชัน Google Map แอปพลิเคชันแผนที่ยอดนิยม ผู้ใช้งานยังคงตรวจสอบภาพมุมมองต่าง ๆ ของสถานที่บนแผนที่และสามารถเพิ่มภาพรอบทิศทางแบบ Photo Spheres ทั้งจากภายนอกตัวอาคารและภายในตัวอาคารลงไปในแผนที่ได้เช่นเดียวกัน รวมไปถึงการใช้งาน Street View บนเว็บไซต์ Google Map ก็ยังคงใช้งานต่อไปได้ตามปกติแม้จะเป็นการปิดตัวบริการแอปพลิเคชัน Street View แต่ดูเหมือนบริการในลักษณะแผนที่ภาพ 360 องศา ยังคงได้รับความนิยมต่อไป สำหรับนักเดินทางใช้ตรวจสอบสถานที่ก่อนเดินทางไปยังพื้นที่นั้น ๆ นอกจากบริการของ Google แล้วยังมีบริษัทอีกหลายแห่งพยายามพัฒนาบริการในลักษณะดังกล่าว เช่น Apple Maps Street View เป็นต้นที่มาของข้อมูลengadget.com

'studio-quality' ปรับใหม่สำหรับผู้ใช้ Netflix บน Android!
อ่าน

'studio-quality' ปรับใหม่สำหรับผู้ใช้ Netflix บน Android!

อย่าแปลกใจไปถ้าช่วงนี้เสียงจาก Netflix จะดีกว่าที่เคย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้ Android ดูสตรีมมิ่งเจ้าดังนี้ เพราะล่าสุด Netflix ได้อัปเกรดให้แอปพลิเคชันบนแอนดรอยด์สามารถสตรีมเสียงในระบบ xHE-AAC (Extended HE-AAC with MPEG-D DRC) ซึ่งรับประกันว่าเสียงที่ได้นั้นจะอยู่ในคุณภาพระดับ “studio-quality” เลยทีเดียวการอัปเกรดใหม่นี้มาพร้อมกับรูปแบบบิทเรทที่ดีขึ้น (Bitrate บิทเรท คือจำนวน bit ที่ถูกประมวลผลไปในหนึ่งหน่วยเวลา มีหน่วยเป็น bits per second (bps) ยิ่งบิทเรทสูง คุณภาพเสียงก็จะยิ่งดี และในขณะเดียวกันขนาดไฟล์ก็มักจะใหญ่ตามไปด้วย) ที่จะปรับตามระดับการเชื่อมต่อที่มีอยู่ ถ้าสัญญาณดี ก็จะปรับให้คุณภาพเสียงดีตาม แต่ถ้าอยู่ในที่สัญญาณอ่อน ก็จะปรับระบบการใช้เสียงให้เข้ากับสัญญาณที่มีนอกจากนี้ยังมีระบบจัดการเสียงดังที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับเสียงที่ได้ยินโดดจากกันมากเกินไป (นึกภาพหนังแอ็คชันที่เปิดเสียงเบามาทั้งเรื่อง อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นมา ใครใส่หูฟังอยู่ก็หูอื้อกันไป) และยังพัฒนาให้ระบบเสียงชัดขึ้น ได้ยินเสียงสนทนาของตัวละครกับเสียงประกอบได้อย่างชัดเจนกว่าเดิม สำหรับใครที่จะใช้งานก็จะตรวจสอบให้ดีว่า แอนดรอยด์ของเราเป็นรุ่น Android 9 Pie เป็นต้นไปเพื่อที่จะใช้งานระบบ xHE-AAC ดังกล่าว ส่วนใครที่มีอยู่แล้วก็เตรียมใช้งานกันได้เลยขอบคุณข้อมูลจากEngadgetThePowerเกาะติดข่าวที่นี่website: www.TNNThailand.comfacebook : TNNThailandfacebook live : TNN Livetwitter : @TNNThailandLine : @TNNONLINEYoutube Official : TNNThailandInstagram : @tnn_onlineTIKTOK : @tnnonline

Fleeceware จาก Android สู่  App Store
อ่าน

Fleeceware จาก Android สู่ App Store

             ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือทั้งหลายไม่ว่าใช้ระบบปฏิบัติการ Android หรือ iOS ต่างก็ต้องเจอกับปัญหาเรื่องของสิ่งที่จะตามมารบกวนจิตใจของผู้ใช้งานอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในรูปแบบ มัลแวร์ หรือ แอปพลิชันที่มาในรูปแบบการดักจับข้อมูล ล้วนแล้วแต่ที่จะเป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้น แต่ก็ยังพอเบาใจได้เพราะสองปัญหาที่ว่ามาข้างต้นนั้นจะหายไปก็ต่อเมื่อลบแอปพลิเคชันนั้นทิ้งไปหรือเพียงแค่รีเซตเครื่องใหม่ปัญหาเหล่านั้นก็จะหายไป แต่ถ้าเจอเข้ากับ Fleeceware กลับไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นแถมยังจะต้องมาเสียตัวโดยใช่เหตุในบางครั้งด้วย มาถึงตรงนี้หลายคนสงสัยใช่ไหมว่าแล้วเจ้า Fleeceware มันเป็นภัยร้ายรูปแบบไหน แล้วทำไมถึงได้กลายเป็นสิ่งที่กำจัดยากกว่ามัลแวร์ ไปรู้จักกับภัยร้ายหน้าเก่าที่กลายเป็นหน้าใหม่สำหรับ App store กันดีกว่ากับเจ้า Fleeceware เครดิตภาพ Canva.com              Fleeceware เป็นคำศัพท์ความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ค่อนข้างใหม่ ซึ่งแต่เดิมนั้นจะพบมากในผู้ใช้งาน Android ซึ่งหลายคนนึกไม่ออกใช่ไหมว่าไม่มีชื่อแอปพลิเคชันนี้เลยในเครื่อง อย่างที่บอกไปมันเป็นเพียงชื่อเรียกแอปพลิเคชันประเภทนี้เท่านั้น แล้วแอปพลิเคชันประเภท Fleeceware  นั่นก็คือ แอปพลิเคชัน ดูดวง ดูลายมือ ตกแต่งรูป ตัดต่อวิดีโอทั้งหลาย ซึ่งเมื่อเรานั้นติดตั้งลงไปในเครื่องจะเป็นเพียงการทดลองใช้เท่านั้น แต่เมื่อทดลองใช้ไปซักพัก แอปพลิเคชันประเภทนี้จะเรียกเก็บเงินจากเรา และถึงแม้ว่าเราจะไม่ซื้อแอปพลิเคชันหลังจากหมดช่วงทดลองใช้ไปแล้ว และก็ได้ลบแอปพลิเคชันเหล่านั้นออกจากเครื่องไปแล้ว แต่การเรียกเก็บเงินนั้นก็จะแจ้งมาให้เราชำระเงินเหล่านั้นอยู่ดี ซึ่งก่อนหน้านี้จะพบในผู้ใช้งาน Android มากกว่า 25 แอปพลิเคชัน และตอนนี้ได้ลามไปยังผู้ใช้งาน iOS เรียบร้อยแล้ว เครดิตภาพ Canva.com             บริษัท วิจัย Sophos ได้ค้นพบแอปพลิเคชันประเภท Fleeceware ใน App Store ซึ่งที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือมีผู้ใช้กว่า 3.5 ล้านคนติดตั้งแอปพลิเคชั่น fleeceware เหล่านี้จาก  App Store ซึ่งอย่างที่บอกไปแต่ต้นว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้คิดค่าใช้จ่ายสูงถึง 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งหมายความว่าหากผู้ใช้จ่ายเงินสำหรับแอปพลิเคชันนี้โดยไม่รู้ตัวพวกเขาจะถูกเรียกเก็บเงิน  12,000 บาทต่อปี มันเป็นเงินที่เยอะพอสมควรที่ต้องจ่ายเมื่อเทียบกับสิ่งที่แอปพลิเคชันเหล่านี้ทำได้ พื้นฐานของแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ การถอนการติดตั้งเป็นการยกเลิกการสมัครสมาชิกโดยปริยาย และมีแอปพิลเคชันไม่กี่รายการที่ขอให้ผู้ใช้ยกเลิกการสมัครเพื่อป้องกันการถูกเรียกเก็บเงินโดยไม่จำเป็น แต่ไม่ใช่กับแอปพลิเคชัน Fleeceware เหล่านี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำการยกเลิกการสมัครสมาชิกเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก แต่ยังคงเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้แม้หลังจากถอนการติดตั้งไปแล้วก็ตาม เครดิตภาพ Canva.com            แอปพลิเคชันประเภท Fleeceware เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็น แอปพลิเคชันแก้ไขภาพ  ดูดวง  พยากรณ์โชค  อ่านลายมือ สแกน QR Code, และแอปพลิเคชันฟิลเตอร์ที่ใช้ตกแต่งใบหน้าเมื่อเซลฟี่ที่สาว ๆ ทั้งหลายชอบใช้กัน หนึ่งในแอปลิเคชันประเภท Fleeceware มีชื่อว่า Zodiac Master Plus ได้รับการจดทะเบียนใน App Store ในฐานะแอพที่สร้างรายได้สูงสุดอันดับที่ 11 อีกหนึ่งแอปพลิเคชันมีชื่อว่า Lucky Life - Future Seer แอปพลิเคชันเหล่านี้มักติดตั้งโดยผู้ใช้เองเนื่องจากมีการโฆษณาจำนวนมากในแพลตฟอร์มโซเชียล เช่น Instagram, TikTok และ YouTube  ได้บอกวิธีการแก้ไขปัญหา ถ้าคุณบังเอิญเจอแอปพลิเคชันเหล่านี้ใน iPhone ของคุณ โดยให้ถอนการติดตั้งทันทีและยกเลิกการสมัคร หากต้องการยกเลิกการสมัคร ไปที่การตั้งค่า แตะชื่อของคุณ การสมัคร แตะที่ชื่อแอป เลือกตัวเลือกการสมัครสมาชิกที่แตกต่างกันหรือแตะยกเลิกการสมัครสมาชิก  แต่หากคุณไม่เห็น“ การสมัครสมาชิก ” ในการตั้งค่าแอปพลิเคชั่นคลิกเข้าไปที่ Tunes และ App Store Apple ID ดู Apple ID เข้าสู่ระบบและเลื่อนลงไปสมัครเป็นสมาชิกแล้วแตะการสมัครสมาชิก เครดิตภาพ Canva.com               อย่างไรก็ตามข้อปฏิบัติที่ดีที่สุดก่อนติดตั้งแอปพฃิเคชันใด ๆ ควรตรวจสอบการรีวิวจากผู้ใช้งานก่อน แอปพลิเคชันเหล่านี้ส่วนใหญ่มีการรีวิวที่แสดงถึงพฤติกรรมที่ไม่ดีและผิดจรรยาบรรณของการใช้งานโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่ก็อย่าลืมว่าการรีวิวนั้นไม่สามารถเชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะว่าบางแอปพลิเคชันจะเขียนผู้ใช้งานมาเพื่อรีวิวแอปพลิเคชันเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือก็มีเช่นกัน ฉะนั้นแล้วก่อนการติดตั้งไม่ว่าจะแอปพลิเคชันใดก็ตามควรที่จะพิจารณาก่อนว่ามันสำคัญกับเราจริงหรือไม่ หรือว่าติดตั้งแล้วเราได้ใช้งานหรือไม่ และหากจะซื้อแอปพลิเคชันเหล่านี้มันคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือเปล่า การป้องกันดีกว่าการแก้ไขอย่างแน่นอน คุณว่าจริงไหม ? เครดิตภาพปก Canva.com

เจ๋งไปอีก! มือถือ Android พอร์ต Lightning เครื่องแรกของโลก!
อ่าน

เจ๋งไปอีก! มือถือ Android พอร์ต Lightning เครื่องแรกของโลก!

หนุ่มวิศวกรจากสวิสเซอร์แลนด์ Ken Pillonel ผู้เคยโด่งดังจากการดัดแปลง iPhone เครื่องแรกของโลกให้สามารถใช้พอร์ตชาร์จแบบ USB-C ได้ ล่าสุดปีนี้เขากลับมาอีกครั้งด้วยโปรเจกต์ใหม่ ดัดแปลงมือถือแอนดรอยด์ (Android) ธรรมดา ๆ ให้มีพอร์ต Lightning แบบ iPhone ไปเลยโดยวิดีโอสาธิตการดัดแปลงมือถือแอนดรอยด์ชิ้นนี้ ถูกปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 1 เมษายน ซึ่งตรงกับวันเอพริลฟูลส์เดย์ที่ผ่านมา แม้จะเป็นวันโกหก แต่ฝีมือของหนุ่มคนนี้ในวิดีโอดังกล่าวไม่ใช่เรื่องตลกล้อเล่นแต่อย่างใด เพราะเขาสามารถดัดแปลงให้พอร์ตLightning บน Samsung Galaxy A51 ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จ หรือการถ่ายโอนข้อมูลก็แล้วแต่นอกจากนี้ เขาเล่าว่าสิ่งที่ยากคือการทำให้สาย Lightning ของ Apple ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้กับอุปกรณ์ของ Apple โดยเฉพาะ เชื่อจริง ๆ ว่ามันกำลังเสียบกับอุปกรณ์ของ Apple อยู่ และในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้พอร์ต Lightning เข้ากับตัวเครื่องแอนดรอยด์ได้ด้วย โชคดีที่เขาพอมีประสบการณ์จากโปรเจกต์ก่อนหน้านี้ดัดแปลง iPhone แบบ USB-C ทำให้สามารถประดิษฐ์และสร้างตัวแปลงได้เร็วขึ้นด้วยแม้ว่าการที่เขาดัดแปลงมือถือแอนดรอยด์ให้สามารถใช้พอร์ตLightning ได้ จะไม่ได้ดูหวือหวาน่าสนใจเท่ากับสมัยที่เขาทำ iPhone พอร์ต USB-C เพราะผู้ใช้หลายคนก็ไม่ได้ตื่นเต้นไปกับพอร์ตแบบ Lightning สักเท่าไหร่ แต่ก็นับว่าเป็นอีกโปรเจกต์น่าสนใจที่แสดงให้เห็นถึงฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของหนุ่มวิศวกรคนนี้เป็นอย่างดี โดยเร็ว ๆ นี้เขาจะปล่อยวิดีโออธิบายโปรเจกต์นี้แบบเต็ม ๆ ในช่อง YouTube ของเขา ใครที่สนใจก็รอติดตามกันได้เลยขอบคุณข้อมูลจากengadget

แนะนำ 5 แอปบน Android สำหรับคนที่ชอบสเก็ตช์ภาพ
อ่าน

แนะนำ 5 แอปบน Android สำหรับคนที่ชอบสเก็ตช์ภาพ

สมัยนี้แค่มีสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตดี ๆ สักเครื่อง ก็สามารถสร้างสรรค์งานศิลป์สวย ๆ ได้จากทุกที่ทุกเวลา วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 5 แอปพลิเคชันเด็ดที่จะช่วยให้การวาดภาพของคุณสนุก และเพลิดเพลินไปมากกว่าเดิม ที่สำคัญ ทั้งหมดนี้ใช้งานได้บนAndroid ด้วยนะ!1) Infinite Design and Painterภาพจาก Yankodesignสายวาดภาพที่ชอบงานสเก็ตช์ลายเส้น ออกแบบเส้นสายลวดลายต่าง ๆ ตามความคิด เชื่อว่าจะต้องชอบแอปพลิเคชันตัวนี้แน่นอน โดยแอปพลิเคชันนี้จำลองผืนผ้าใบที่ไม่มีที่สิ้นสุด ตลอดจนอินเทอร์เฟซเครื่องมือต่าง ๆ ที่เราสามารถปรับย้ายไปมาได้เพื่อให้เหมาะกับการทำงานของเรา แอปพลิเคชันจากตระกูลแอป Infinite Studio มีให้เลือกหลากหลายตามสไตล์ของชิ้นงาน เช่น Infinite Designer และ Infinite Painterภาพจาก Yankodesignสำหรับ Infinite Designer ตัวนี้จะเน้นไปที่การออกแบบรูปร่าง และภาพสไตล์เวกเตอร์ต่าง ๆ ดังนั้นจึงมีฟีเจอร์ที่สร้างขึ้นให้นักออกแบบสามารถใช้งานได้โดยเฉพาะ เช่น เครื่องมือออกแบบข้อความ, ตัวช่วยแนะนำการร่างเปอร์สเปคทีฟ แต่ถ้าเป็น Infinite Painter จะออกแบบมาเพื่องานเพนท์มากขึ้น โดยจะมีฟีเจอร์เช่นการปรับแต่งหัวพู่กันให้เหมาะกับพื้นผิวที่เลือกไว้ ทั้งนี้ตัวแอปพลิเคชันยังเปิดให้ใช้งานทั้งแบบฟรี และมีเวอร์ชันอัปเกรดที่ต้องเสียค่าบริการเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์บางอย่าง2) Conceptsภาพจาก Yankodesignแค่ชื่อก็น่าจะพอเดาได้ว่าเป็นแอปพลิเคชันด้านการออกแบบโดยเฉพาะ สำหรับแอปพลิเคชันตัวนี้มีทั้งแบบ iOS, Windows และ Android โดยฟีเจอร์หลักเน้นไปที่ความสามารถในการรองรับผืนผ้าใบที่ไม่มีที่สิ้นสุด และโดดเด่นด้วยชุดแปรงวาดภาพที่มีจำนวนให้เลือกมากกว่า ทำให้ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานรู้สึกราวกับได้ใช้เครื่องมือจริง ๆ ส่วนอีกจุดขายคือการทำวงล้อสีให้เลือกคล้ายกับสไตล์ของปากกา COPIC แบบต่าง ๆ ส่วนเรื่องของราคา แอปพลิเคชันตัวนี้มีแบบให้ใช้ฟรี และแบบสมัครรายปี รายเดือน เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์อื่น ๆ3) Sketchbookภาพจาก Yankodesignเชื่อว่าแอปพลิเคชันตัวนี้น่าจะเป็นที่รู้จักกันในวงการนักวาดพอสมควร โดยตัวแอปพลิเคชันมีความโดดเด่นด้วยฟีเจอร์และหน้าตาของการใช้งานที่คล้ายกับการผสานเอา Photoshop มาปรับให้เหมาะกับการใช้งานของนักวาดมากขึ้น ตัวแอปพลิเคชันยังมาพร้อมกับเครื่องมือ ตัวปรับแต่ง และตัวช่วยสร้างอีกหลากหลายเมนูเพื่อให้การวาดภาพสามารถทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีแปรงอีกหลายสิแบบ รวมทั้ง blending modes โหมดที่จะช่วยให้เราสนุกไปกับการผสานหลายเลเยอร์รวมกันได้ ส่วนจุดที่อาจจะโดนใจผู้ใช้งานคงเป็นเรื่องของความเรียบง่ายและสะอาดตาของอินเทอร์เฟซ สำหรับแอปพลิเคชันตัวนี้มีทั้งแบบฟรีและแบบเสียค่าบริการภาพจาก Yankodesign4) Clip Studio Paintภาพจาก YankodesignClip Studio Paint เป็นหนึ่งในคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดของ Photoshop ในด้านภาพประกอบดิจิทัล และขณะนี้พร้อมใช้งานบนแพลตฟอร์มหลัก รองรับทั้งบนสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ต Android สำหรับตัวนี้จะมีเครื่องมือรองรับมากมายที่เหมาะสำหรับนักวาดภาพประกอบ และนักวาดภาพการ์ตูน โดยมีแปรงที่ปรับแต่งให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ รองรับแรงกดแบบต่าง ๆ มีแปรงอัปเดตใหม่ในเกือบทุกเดือน สำหรับตัวแอปพลิเคชันมีรองรับทั้งแบบฟรีและแบบเสียค่าบริการเช่นกัน5) Krita (Beta)ภาพจาก Yankodesignตัวสุดท้ายเป็นแอปพลิเคชันที่นอกจากจะฟรีจริง ๆ แล้ว ในด้านของคุณภาพ ลูกเล่น และความเสถียร ยังสามารถทำได้ดีด้วยเช่นกัน โดยมันมีจุดเด่นอยู่ชุดเครื่องมือที่ละเอียดและมีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย โดยออกแบบมาให้โดนใจสายวาดการ์ตูนโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์แอนิเมชันที่ทำออกมาได้ดี รองรับการใช้งานและพัฒนาต่อใน open source ปัจจุบันมีรองรับทั้งบน Windows, Mac และ Linux แล้ว แต่สำหรับ Android ยังคงให้บริการเฉพาะรุ่นเบต้าเท่านั้น แต่ถึงแม้จะเป็นแค่รุ่นเบต้า แต่ตัว Krita บน Android เกือบจะมีฟีเจอร์และความสามารถเหมือนกันเกือบทั้งหมดกับเวอร์ชันเดสก์ท็อปเลยทีเดียวภาพจาก Yankodesignและทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงตัวอย่าง 5 แอปพลิเคชันสำหรับนักวาดภาพที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายหลายแอปพลิเคชันที่เปิดให้บริการสำหรับการใช้งานในระดับพรีเมียม หรือสำหรับคนที่ต้องการใช้เชิงธุรกิจโดยเฉพาะ ซึ่งถ้ามีตัวไหนน่าสนใจ รับรองว่าเราจะเอามาอัปเดตให้ดูกันอีกแน่นอน!ขอบคุณข้อมูลจากyankodesign

Google เตรียมรองรับพาสปอร์ตวัคซีนโควิด-19 บน Android
อ่าน

Google เตรียมรองรับพาสปอร์ตวัคซีนโควิด-19 บน Android

ในช่วงสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 เรื่องของการฉีดวัคซีนถือได้ว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ล่าสุด Google เองก็ได้ออกมาอัปเดตว่าต่อไปนี้ Android จะสามารถจัดเก็บและแสดงหลักฐานของการฉีดวัคซีน Covid-19 ได้แล้วGoogle ได้ยืนยันว่าการอัปเดต Passes API จะทำให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข และองค์กรทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตสามารถสร้างบันทึกของการฉีดวัคซีนในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งสามารถเก็บไว้ในสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ได้ โดยบริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์นี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาในขั้นต้น ก่อนที่จะนำไปใช้ในประเทศอื่นๆ ซึ่งยังไม่ได้มีรายละเอียดว่าจะเป็นประเทศใดบ้างโดยบันทึกเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในอุปกรณ์ของผู้ใช้ และฟีเจอร์นี้จะสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้ Android เวอร์ชันเก่าที่สุดคือ 5.0 Lollipop อย่างไรก็ตามตัวฟีเจอร์นี้จะไม่ต้องใช้แอปพลิเคชัน Google Pay มาประกอบแต่อย่างใด ซึ่งแต่เดิมแอปพลิเคชันนี้มักใช้สำหรับแสดงตั๋วและบอร์ดดิ้งพาสต่าง ๆ อยู่แล้วกลับมาทางฝั่ง Apple เอง ขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์สำหรับ iOS แม้ว่าทางฝั่งนี้อาจจะไม่ได้มีปัญหามากนัก เนื่องจากมีแอปพลิเคชันอีกมากมายจากบุคคลที่สามที่ให้บริการ พาสปอร์ตวัคซีน อย่างเช่นสหราชอาณาจักรเองก็มีบริการแอปพลิเคชัน National Health Service app จากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ ที่ใช้เพื่อการแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนเช่นกันถึงแม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะไม่ค่อยพอใจนักกับความคิดที่ว่าจะต้องเก็บและแสดงพาสปอร์ตวัคซีนนี้ต่อสถานที่ต่าง ๆ แต่ก็คงต้องยอมรับว่ามันกลายมาเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เสียแล้ว อย่างเช่นที่รัฐบาลไอร์แลนด์กำลังพิจารณากำหนดให้ต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีน ในการนั่งที่ผับหรือร้านอาหาร ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติต่อคนหนุ่มสาว ซึ่งเป็นกลุ่มท้าย ๆ ที่จะได้รับวัคซีน นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการบินต่างก็จับตามองพาสปอร์ตวัคซีนอยู่เช่นกัน เพื่อเป็นแนวทางในการเริ่มต้นการท่องเที่ยวระหว่างประเทศและการเดินทางเพื่อธุรกิจต่าง ๆนอกจากนั้นข้อดีที่ปฏิเสธไม่ได้ ก็คือความจริงที่ว่าระบบดิจิทัลตัวนี้ ยังช่วยลดความเสี่ยงของการโกงอีกด้วย โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อุตสาหกรรมใบรับรองการฉีดวัคซีนปลอมได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการสร้างระบบที่บันทึกด้วยตัวมันเอง และถูกจัดเก็บด้วยระบดิจิทัลก็อาจจะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ได้มากขึ้นขอบคุณข้อมูลจากtheregister

Samsung ครองอันดับ 1 ตลาด Android ด้าน Huawei ติดอันดับ 5
อ่าน

Samsung ครองอันดับ 1 ตลาด Android ด้าน Huawei ติดอันดับ 5

ปัจจุบัน Android มีส่วนแบ่งตลาดทั้งหมด 71.3% ที่เหลือเป็นของ iOS เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว จาก 71.1% มีสมาร์ตโฟน Android ถูกจำหน่ายออกไปทั้งหมดกว่า 1 พันล้านเครื่อง ปัจจุบันมีสมาร์ตโฟน Android ที่กำลังเปิดใช้งานทั้งหมด 2,800 ล้านเครื่อง ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ ผู้นำในตลาดสมาร์ตโฟน Android ก็ไม่ได้เกินกว่าที่เราคาดการณ์กันนั่นก็คือ Samsung นั่นเอง มีส่วนแบ่งทั้งหมด 34.6% ตามด้วย Xiaomi มีส่วนแบ่ง 14.3%, OPPO 10.3%, Vivo 9.8% และ Huawei 6.7% สมาร์ตโฟนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของกลุ่ม Android คือ Samsung Galaxy A12 ตามด้วย Samsung Galaxy A21s และ Samsung Galaxy A10s ซึ่งสมาร์ตโฟนเหล่านี้เป็นสมาร์ตโฟนที่ราคาไม่แพง มีหน้าจอขนาดใหญ่ กล้องที่ใช้ได้ และแบตเตอรี่ความจุเยอะ ในกลุ่มสมาร์ตโฟนพับหน้าจอได้ซึ่งเป็นตลาดใหม่ นำโดย Samsung เช่นเดียวกัน โดย Galaxy Z Fold 3 เป็นสมาร์ตโฟนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปีที่แล้ว ปีนี้ก็คงไม่พ้น Galaxy Z Fold 4 และ Galaxy Z Flip 4 ครับ ที่มา PhoneArena

วิธีอัปเดต Netflix สำหรับ android box
อ่าน

วิธีอัปเดต Netflix สำหรับ android box

โดยปกติแล้วหากท่านซื้อ android box มาสักเครื่อง จะพบได้ว่า เครื่องจะใส่ App พื้นฐานให้ 4 อย่าง เป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ YouTube, Netflix, Kd Play และ Play Storeแต่จะสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า Netflix ที่แถมมากับเครื่องนั้น มักไม่สามารถทำการอัปเดตได้ โดยตรวจสอบได้โดยการเข้าที่ Play Store และค้นหาชื่อ Netflix ซึ่งหากไม่ขึ้น แสดงว่าเครื่องของท่านไม่อาจจะทำการอัปเดต Netflix ได้ซึ่งโดยปกติแล้ว Netflix ที่ติดมากับเครื่องนั้นมักจะเป็น Netflix ในเวอร์ชั่น 4.16 ที่สามารถดาวน์โหลดได้โดยตรงที่หน้าเว็บไซต์ของ Netflix สำหรับอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึง android box ที่ไม่สามารถดาวน์โหลด Netflix จาก Play Store ได้ โดยในเวอร์ชั่น 4.16 นี้ จะเป็นเวอร์ชั่นที่เก่ามากสำหรับ Netflixดังนั้นจึงเป็นปัญหาสำหรับ android box ในหลาย ๆ รุ่นที่อัพเดท Netflix ไม่ได้ และจำเป็นต้องใช้เวอร์ชั่นตั้งต้นที่แถมมากับเครื่องไปตลอด โดยไม่มีการ Update และไม่มีไฟล์ apk ในเวอร์ชั่นอื่น ๆ ที่จะรองรับอีกด้วย เพราะหน้าเว็บไซต์ Netflix นั้นมีเพียงเวอร์ชั่นเก่า 4.16 ไว้ให้ดาวน์โหลดมาหลายปีแล้วแต่หากเรามีความต้องการจะ Update Netflix จากปัญหาข้างต้นนั้นสามารถแก้ไขได้โดยทำการดาวน์โหลดผ่าน Aptoide TV โดยก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่า Aptoide TV คืออะไร เพื่อจะได้ไม่ต้องกังวลในการใช้งานAptoide TV นั้นไม่ได้แตกต่างจาก Play Store แต่มาในรูปแบบ 3rd Party ที่เรียกว่าไม่ได้ขึ้นกับ Google ดังนั้นจึงเป็นตลาด App ที่ใหญ่มากสำหรับชาว android ทางเลือก และที่นี่มี Netflix อย่างเป็นทางการอยู่ด้วย ดังนั้นคุณสามารถอัปเดต Netflix ได้เหมือนกับการอัพเดทผ่าน Play Store ทุกประการ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ทำการเข้าเว็บไซต์ทางการของ Aptoide TV ที่ https://tv.aptoide.com/ จากนั้นเลือก Download Aptoide TV หากการดาวน์โหลดไม่เริ่มต้นอัตโนมัติให้ทำการเลือกที่ Click Here จะได้ไฟล์ apk สำหรับติดตั้งไว้ในเครื่องจากนั้นทำการ Install App ด้วยโปรแกรม Install ของของ แอนดรอยด์ บ็อกซ์ ของท่าน โดยปกติแล้วจะใช้ชื่อ ตัวจัดการไฟล์ apk หรือหากหาไม่พบ สามารถติดตั้ง APK Installer จาก Playstore ก็ได้เช่นเดียวกัน เพื่อใช้ในการติดตั้ง Aptoide TV apk ที่ได้ดาวน์โหลดมาเมื่อเปิด Aptoide TV ที่ติดตั้งแล้วจะพบหน้าจอสำหรับเลือกแอปที่ต้องการติดตั้ง โดยสามารถหาแอปอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่รูปแว่นขยายด้านซ้ายบน หรือหากต้องการสมัครเพื่อลงชื่อเข้าใช้ ให้เข้าที่ในส่วนของการตั้งค่า หรือจะไม่ลงชื่อเข้าใช้ก็สามารถติดตั้งแอปต่าง ๆ ได้เช่นกันเลือก Netflix เพื่อดูรายละเอียด โดยจะเห็นว่ามีหัวข้ออัพเดทอยู่หากเรามี Netflix ในเครื่องของเรา และในส่วนของเวอร์ชั่น จะพบว่าเป็นเวอร์ชั่น 7 แล้ว ซึ่งมาไกลกว่าเวอร์ชั่น 4 มาก หากหลังการอัพเดทแล้วใช้งานไม่ได้ หรือเครื่องไม่รองรับ ให้กลับมาที่นี่ และเลือกในส่วนของ เวอร์ชั่นอื่นๆ เพื่อหาเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดที่เข้ากับเครื่องของเราได้กดเลือกอัปเดตได้เลย ระบบจะทำการอัปเดตเหมือนกับ Play Storeกลับมายังส่วนของรายละเอียดแอปในเครื่องจะพบว่าเวอร์ชั่นของ Netflix ได้เปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นใหม่แล้วเมื่อเปิดแอปจะเห็นได้ว่า รูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อย และสามารถเลือกหมวดหมู่ต่าง ๆ ได้ละเอียดกว่าเวอร์ชั่น 4 มากทีเดียว ซึ่งการใช้ Aptoide TV นี้จะต้องใช้ในการอัพเดทครั้งต่อ ๆ ไป และสามารถครอบคลุมถึงแอปอื่น ๆ ที่เครื่องอาจไม่ได้รองรับผ่าน Play Store สำหรับแอนดรอยบ็อกซ์ของเราได้อีกด้วย ทั้งนี้สำหรับแอปที่อัพเดทผ่าน Play Store อยู่แล้วก็จะยังคงอัพเดทได้ปกติขอบคุณภาพปก Thibault Penin by  unsplashภาพประกอบโดย ผู้เขียนเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน  App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Android ปล่อยฟีเจอร์ช่วยคนหูหนวกแจ้งเตือนเสียงผ่านมือถือ
อ่าน

Android ปล่อยฟีเจอร์ช่วยคนหูหนวกแจ้งเตือนเสียงผ่านมือถือ

จากสถิติของWHO พบว่าในปัจจุบันมีคนหูหนวกหรือมีปัญหาด้านการได้ยินอยู่มากถึง446 ล้านคนทั่วโลก พวกเขาต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากสำหรับการอาศัยอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงยังต้องสังเกตสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเสมอ ๆ เพื่อไม่ให้ตนเองเดินไปชนกับอะไร หรืออะไรมาชนกับตัวเอง ทางGoogle เข้าใจถึงปัญหาเหล่านี้ดี และพยายามพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับผู้มีปัญหาด้านการให้ยินโดยเฉพาะ ซึ่งล่าสุดแอป Live Scribeบน Android ก็ได้ติดเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ากับระบบของตนเองแล้วLive Scribeแอปถอดคำพูดเป็นข้อความแบบเรียลไทม์ อัปเดทฟีเจอร์ใหม่ Sound Notifications มีความสามารถในการรับฟังเสียงโดยรอบและทำการแยกแยะเสียงดังกล่าว เพื่อแจ้งเตือนให้คนที่มีปัญหาในการได้ยินได้รู้ว่ามีอะไรกำลังเกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเองบ้าง หรือกล่าวง่าย ๆ ว่า ฟีเจอร์ Sound Notifications เปรียบเป็นดั่งหูสำรองของเรานั้นเอง โดยฟีเจอร์ Sound Notifications สามารถแยกแยะเสียงที่ได้ยินได้ว่าเป็นเสียงอะไร โดยใช้ AI เป็นตัวประมวลผล ก่อนจะแจ้งเตือนด้วยวิธีต่าง ๆ ไปยังผู้ใช้งาน เช่น การสั่น ข้อความ ไฟฉาย หรือผ่านอุปกรณ์สวมใส่ที่เป็น Wear OS เป็นต้น ตัวแอปมีการเก็บข้อมูลเสียงที่ได้ยิน และมาบันทึกให้เรารู้ได้ว่า เราได้ยินเสียงไหนเวลาใดบ้างปัจจุบันฟีเจอร์ดังกล่าวสามารถแยกแยะเสียงไปจนถึงระดับเสียงหมาเห่าหรือเสียงเด็กร้องได้แล้วเกาะติดข่าวที่นี่website:www.TNNThailand.comfacebook :TNNThailandfacebook live :TNN Livetwitter :@TNNThailandLine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNThailandInstagram :@tnn_onlineTIKTOK :@tnnonlineแหล่งที่มาblog.google

Qualcomm เปิดตัวฟีเจอร์เชื่อมต่อดาวเทียมสำหรับสมาร์ตโฟน Android!
อ่าน

Qualcomm เปิดตัวฟีเจอร์เชื่อมต่อดาวเทียมสำหรับสมาร์ตโฟน Android!

วันนี้ Qualcomm ประกาศแผนการสำคัญสำหรับสมาร์ตโฟนฝั่ง Android นั่นก็คือฟีเจอร์การเชื่อมต่อกับดาวเทียม ทำให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอย่างเช่น Samsung สามารถใช้งานฟีเจอร์เชื่อมต่อดาวเทียมแบบ Apple ได้ ฟีเจอร์เชื่อมต่อดาวเทียมของ Qualcomm ใช้ชื่อว่า Snapdragon Satellite ซึ่งเป็นโซลูชันการส่งข้อความผ่านดาวเทียมแบบสองทาง ให้บริการโดยบริษัท Iridium ซึ่ง Qualcomm บอกว่าฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ในสมาร์ตโฟนที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 โดยจะเปิดให้ใช้งานในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 การใช้งานเชื่อมต่อดาวเทียมของ Snapdragon Satellite นั้นจะมีความคล้ายกับของ Apple คือสามารถใช้งานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ แต่ที่มากกว่านั้นคือสามารถส่งข้อความ SMS ได้แม้ว่าจะไม่ใช่ยามฉุกเฉินก็ตาม Snapdragon Satellite จะเปิดให้ใช้งานช่วงแรกสำหรับสมาร์ตโฟน แต่ในอนาคตจะรองรับหลายแพลตฟอร์ม ตั้งแต่แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์ IoT ด้วย นอกจากนี้ Qualcomm ยังประกาศร่วมมือกับ Garmin เพื่อให้บริการด้านความฉุกเฉินเช่นเดียวกัน ที่มา MacRumors

โครงการ Camaliot ใช้มือถือ Android เชื่อมต่อดาวเทียมช่วยพยากรณ์อากาศ
อ่าน

โครงการ Camaliot ใช้มือถือ Android เชื่อมต่อดาวเทียมช่วยพยากรณ์อากาศ

ปัจจุบันการติดตามรายงานสภาพอากาศมีความสำคัญและต้องการความแม่นยำเพิ่มมากขึ้น ล่าสุดได้มีการทำโครงการ Camaliot ขึ้นมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพยากรณ์อากาศ โดยใช้การทำงานร่วมกันระหว่างสมาร์ตโฟนทั่วโลกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android และดาวเทียมบนอวกาศ โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากองค์การอวกาศยุโรปหรือ ESAแอปพลิเคชัน Camaliotถูกพัฒนาขึ้นมาใช้งานบนสมาร์ตโฟนที่รองรับระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป ภายหลังการติดตั้งแอปพลิเคชัน Camaliotระบบสามารถเชื่อมต่อกับดาวเทียมเพื่อส่งข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน ทีมนักวิจัยนำข้อมูลการรับส่งสัญญาณที่เกิดขึ้นไปตรวจสอบและพยากรณ์อากาศในบริเวณตำแหน่งที่สมาร์ตโฟนเครื่องนั้น ๆ ได้รับสัญญาณเป้าหมายของโครงการนั้นไม่ได้ต้องการทำงานร่วมกับดาวเทียมของประเทศใดประเทศหนึ่งแต่ต้องการรวบรวมข้อมูลจากดาวเทียมจากหลายประเทศ เช่น US Global Positioning System (GPS), GLONASSของรัสเซีย, Beidouของจีน หรือ Galileoของสหภาพยุโรปวิธีการใช้งานแอปพลิเคชัน Camaliot1. ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบและอยู่บริเวณพื้นที่ท้องฟ้าแจ่มใสเพื่อรับส่งข้อมูล2. เมื่อเสร็จสิ้นการรับส่งข้อมูลสามารถกดปุ่มหยุดบันทึกข้อมูล3. แอปพลิเคชัน Camaliotทำการอัปโหลดข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์กลาง โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถลบหรือเก็บไฟล์ข้อมูลได้นอกจากความสามารถในการรับส่งข้อมูลบนแอปพลิเคชันยังแสดงข้อมูลอันดับผู้ที่เข้าร่วมโครงการและมีส่วนร่วมในการรับส่งข้อมูลมากที่สุด อย่างไรก็ตามข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ผู้พัฒนาโครงการยืนยันว่าจะไม่ถูกนำมาทำการเผยแพร่และถูกเก็บเป็นความลับแนวคิดของโครงการนี้มีความคล้ายกับโครงการ SETI@Home ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกมีส่วนร่วมในการรับสัญญาณจากสิ่งมีชีวิตนอกโลกแต่ระบบวิธีการทำงานและวัตถุประสงค์นั้นแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีความคล้ายกับโครงการ Folding@Home การใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลช่วยประมวลผลทางการแพทย์ และโครงการของนาซาที่เปิดโอกาสให้คนทั่วโลกสามารถมีส่วนร่วมในการถ่ายภาพท้องฟ้า รวมไปถึงโครงการ iNaturalistที่เปิดโอกาสให้คนทั่วโลกสามารถช่วยกันบันทึกพฤติกรรมของสัตว์ที่มาของข้อมูล theverge.comที่มาของรูปภาพ camaliot.org

โหมดขับรถของ Google Assistant สำหรับ Android เตรียมเปิดใช้งาน
อ่าน

โหมดขับรถของ Google Assistant สำหรับ Android เตรียมเปิดใช้งาน

Google สัญญาว่าจะเปิดตัวโหมดขับรถ (Driving Mode) ของGoogle Assistant บนมือถือหรือสมาร์ทโฟนในปี 2019 แต่ข้อมูลดังกล่าวก็ได้หายไป โดยทางXDA-Developers ได้ค้นพบ (ผ่าน Android Police) ว่าโหมดขับรถของGoogle Assistant ได้มีการเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวบน Android แล้ว ซึ่งจากที่ทาง XDA-Developers พบ ปรากฎว่าตัวอินเทอร์เฟซได้มีเปลี่ยนแปลงไปมาก จากที่เคยนำเอามาโชว์เดโมI/O 2019 แต่ไอเดียของตัวระบบยังคงเหมือนเดิม ทั้งปุ่มและข้อความขนาดใหญ่ที่ให้เราได้แชทและส่งข้อความ พร้อมเปิดเพลงในขณะเดียวกันได้ โดยไม่รบกวนต่อการขับขี่ใด ๆ หรือน้อยที่สุดปัจจุบันดูเหมือน โหมดขับรถบน Google Assistant ตอนนี้กำลังเปิดใช้งานแล้วบนตัวเซิร์ฟเวอร์ และคาดว่าน่าจะเปิดขึ้นมาสำหรับทดสอบโดยเฉพาะ การเข้าถึงฟีเจอร์ดังกล่าวอาจจะเฉพาะบุคคลโดยเฉพาะเท่านั้น การดีเลย์ดังกล่าวอาจเพราะ Google ไม่พอใจในตัวฟีเจอร์ดังกล่าว จึงได้ทำการออกแบบและสร้างมันออกมาใหม่ และนั่นอาจดีสำหรับเราจริง ๆเกาะติดข่าวที่นี่website:www.TNNThailand.comfacebook :TNNThailandfacebook live :TNN Livetwitter :@TNNThailandLine :@TNNONLINEYoutube Official :TNNThailandInstagram :@tnn_onlineTIKTOK :@tnnonlineแหล่งที่มาengadget.com

ฟีเจอร์ ‘Heads Up’ แจ้งเตือนชาว Android เงยมองถนนขณะเดิน
อ่าน

ฟีเจอร์ ‘Heads Up’ แจ้งเตือนชาว Android เงยมองถนนขณะเดิน

ชาว Android ที่ชอบเดินไปเล่นมือถือไปอาจจะชอบฟีเจอร์ใหม่ที่แว่วมาว่าใกล้จะเปิดตัวนี้ โดยมันจะคอยเตือนให้เราหยุดมองโทรศัพท์มือถือขณะเดินไปไหนมาไหนโดยเบื้องต้น tech blog XDA Developers รายงานว่าฟีเจอร์นี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบการใช้งาน ซึ่งมีภาพแคปเจอร์หน้าจอหลุดออกมาให้เห็นเป็นลักษณะหน้าจอของแอปพลิเคชันที่แจ้งเตือนปรากฏบนหน้าจอ พร้อมข้อความกระตุ้นให้เงยหน้า ซึ่งฟีเจอร์ดังกล่าวก็มาพร้อมชื่อน่ารัก ๆ ว่า Heads Up ซึ่งจะอยู่ในแอปพลิเคชัน Digital Wellbeing ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานจัดการปริมาณเวลาการใช้โทรศัพท์ของตนได้ ตัวอย่างเช่น สามารถกำหนดขีดจำกัดการใช้งานแอพบางแอพหรือปิดเสียงการแจ้งเตือนตามเวลาที่กำหนดได้การแจ้งเตือนของฟีเจอร์นี้ก็จะมาในลักษณะข้อความต่าง ๆ เช่น ระวัง มองไปข้างหน้า และ ดูทางด้วย พร้อมกับอีโมจิน่ารัก ๆ ที่จะช่วยให้คุณไม่เดินก้มหน้าเพลินจนลืมดูทางรอบ ๆ นั่นเอง" style="height: 781px;">ขอบคุณข้อมูลจากbbc

"แอปฯนอกสโตร์"อันตรายกว่าที่คิด! ตร.แนะวิธีตั้งค่าระบบ IOS - Android
อ่าน

"แอปฯนอกสโตร์"อันตรายกว่าที่คิด! ตร.แนะวิธีตั้งค่าระบบ IOS - Android

ตำรวจสอบสวนกลาง แนะวิธีตั้งค่าโทรศัพท์ป้องกันการติดตั้ง แอปฯนอกสโตร์ เช็กเลยมีทั้ง ระบบ IOS และ ระบบ Androidเพจเฟซบุ๊ก ตำรวจสอบสวนกลาง เผยว่า ทุกวันนี้ข่าวการโดนแฮกข้อมูล หรือโดนดูดเงินออกไปมีอยู่ทุกวัน ยิ่งมิจฉาชีพเดี๋ยวนี้ก็อาศัยช่องทางต่างๆ มากมายในการหลอกล่อให้เราติดตั้งแอปฯปลอม ไม่ว่าจะเป็นการหลอกให้กดลิงก์ หรือส่ง SMS แอบอ้างว่าเป็นหน่วยงานรัฐ แล้วหลอกให้โหลดแอปดูดเงินไปติดตั้ง เพื่อเป็นการป้องกันอีกชั้นหนึ่ง จึงขอแนะนำขั้นตอนการตั้งค่า ไม่ให้โทรศัพท์ของท่านติดตั้งแอปฯนอกสโตร์ได้สำหรับระบบ Androidในแต่ละรุ่นอาจจะมีการตั้งค่าไม่เหมือนกัน แต่หลักๆ แล้วก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้เพื่อไม่ให้ตัวโทรศัพท์ติดตั้งแอปจากนอกสโตร์ได้- โดยเข้าไปที่ Setting Security and Privacy Install Unknown appsสำหรับภาษาไทย ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า ความปลอดภัย ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จักแหล่งที่มา จากนั้นเหลือไม่อนุญาตโดยเลื่อนปุ่มไปทางด้านซ้ายสำหรับระบบ Android ในบางรุ่นหากไม่เจอเมนูด้านบน สามารถใช้ปุ่มแว่นขยายในการตั้งค่า แล้วค้นหาคำว่าไม่รู้จักแหล่งที่มา เพื่อเข้าถึงเมนูในส่วนนี้ได้ภาพจาก ตำรวจสอบสวนกลางระบบ IOSเช็คโปรไฟล์เบื้องต้นว่ามีการติดตั้งโปรไฟล์แปลกปลอมหรือไม่ ถ้ามีให้ทำการลบทันที-โดยเข้าไปที่ Setting General VPN Device Managementสำหรับภาษาไทย ให้เข้าไปที่ การตั้งค่า ทั่วไป การจัดการ VPN และอุปกรณ์ ในส่วนของ Configuration Profiles หรือ โปรไฟล์กำหนดค่า (ในภาษาไทย)- หากมีโปรไฟล์ที่เราไม่รู้จัก หรือ โปรไฟล์แปลกปลอมที่ไม่ได้มาจากระบบโดยสังเกตจากชื่อบริษัท ด้านล่างโปรไฟล์ สามารถลบได้ทันที โดยคลิกที่ โปรไฟล์ จากนั้น กดปุ่ม Remove Profile หรือ เอาโปรไฟล์ออก (ในภาษาไทย) สีแดง เพื่อลบออกอย่างไรก็ดี นี่เป็นเพียงการป้องกันเบื้องต้นเท่านั้น ที่สำคัญที่สุดเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพก็คือมีสติ ไม่คลิกลิงก์ปลอม รู้เท่าทันมิจฉาชีพภาพจาก ตำรวจสอบสวนกลางที่มา ตำรวจสอบสวนกลางภาพจาก AFP / ตำรวจสอบสวนกลาง

"realme ปล่อย realme UI 3.0 รองรับฟีเจอร์ใน Android 12 เต็มรูปแบบ
อ่าน

"realme ปล่อย realme UI 3.0 รองรับฟีเจอร์ใน Android 12 เต็มรูปแบบ

realme แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ประกาศปล่อย realme UI 3.0 เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของหนุ่มสาวยุคดิจิทัล โดย realme UI 3.0 จะรอบรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของระบบปฏิบัติการ Android 12 ได้อย่างเต็มรูปแบบตามคอนเซ็ปต์ Seamless Fun มาพร้อมการอัปเกรดทุกมิติทั้งดีไซน์ที่สดใสสบายตา ความลื่นไหลที่สัมผัสได้ การปรับแต่งได้ตามใจ ความเป็นส่วนตัวที่ดียิ่งขึ้น และแน่นอน ประสิทธิภาพการทำงานขั้นสุดยอด เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งานสมาร์ตโฟน realme เท่านั้น Fluid Space Design ดีไซน์สวยสดใสสบายตา realme UI 3.0 นำเสนอดีไซน์ที่โดดเด่นยิ่งกว่า ด้วยการจัดเลย์เอาต์ใหม่ให้เป็นระเบียบ สบายตา เพื่อการใช้งานที่ดูลื่นไหลยิ่งขึ้น เรื่องแรกเลย คือ ไอคอนผ่านการดีไซน์ใหม่เป็นภาพ 3D ที่ดูสดใสมากยิ่งขึ้น โดยเน้นเส้นขอบที่ชัดเจน ผสานการใช้โทนสีแบบกึ่งโปร่งแสง เพื่อเพิ่มความสวยงามสบายตาและดูมีชีวิตชีวาสไตล์คนรุ่นใหม่ ทำให้รูปลักษณ์ไอคอนโดยรวมมีสีสันเจิดจ้าสะดุดตา และให้มุมมมองที่ดูมีมิติยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับ UI 2.0 จะเห็นว่าไอคอนใหม่ให้ขอบเขตสีที่กว้างกว่า จึงสามารถเลือกให้เหมาะสมกับบุคลิกของผู้ใช้แต่ละคนได้หลากหลายมากขึ้น นอกจากนี้ realme UI 3.0 ยังจัดวางเลย์เอาต์ใหม่เพื่อให้ข้อมูลดูไม่อัดแน่นบนหน้าจอมากเกินไป โดยมีการเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม ทั้งขนาดและคอนทราสต์ของตัวหนังสือถูกกำหนดใหม่ให้ผู้ใช้รู้สึกได้ถึงระดับความสำคัญที่แตกต่างกัน และความใส่ใจต่อข่าวสารที่มีการแจ้งเตือน ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานได้ดีขึ้น Personalization ปรับแต่งหน้าจอได้ตามใจคุณ realme UI ให้ความสำคัญกับการปรับแต่งหน้าจอตามบุคลิกผู้ใช้งานเสมอ ทั้งไอคอน พื้นหลัง ตัวหนังสือ และองค์ประกอบอื่น ๆ และใน realme UI 3.0 รองรับการปรับแต่งธีมสีแบบสากล เพื่อให้ผู้ใช้เลือกโทนสีที่โดนใจได้ตามใจ รวมถึงการอัปเกรด AOD ( Always-On Display) เพื่อให้ผู้ใช้นำภาพโปรดมาทำเป็นภาพหน้าจอได้อย่างง่ายดาย หรือเลือก AOD ดีไซน์ realmeow (เรียวเหมียว) มัสคอตสุดน่ารักของแบรนด์ ให้คุณแสดงตัวตนที่โดดเด่นได้ไม่เหมือนใคร! นอกจากนี้ realme UI 3.0 ยังรองรับ Omoji ทั้งรูปสัตว์ประหลาด อาหาร และสิ่งของต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ให้คุณเลือกใช้ได้อย่างหลากหลายตามจินตนาการของคุณ รวมถึงวอลล์เปเปอร์ภาพเคลื่อนไหวแบบไดนามิกสำหรับบางรุ่น เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์เอ็ฟเฟ็กต์ภาพแบบใหม่อย่างเต็มตา Fluidity and Functionality ความลื่นไหลที่สัมผัสได้และประสิทธิภาพการทำงานขั้นสุดยอด ผลการสำรวจของ realme พบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่ประทับใจกับความลื่นไหลของ realme UI 2.0 และความลื่นไหลนั้นก็ได้รับการอัปเกรดมากขึ้นใน realme UI 3.0 realme UI 3.0 ได้มีการนำเสนอ AI เพื่อการทำงานที่ราบรื่นในทุกฟีเจอร์และช่วยลดการใช้พลังงานแบตเตอรี่ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน รวมถึงอัตราการใช้งานหน่วยความจำก็ถูกยกระดับประสิทธิภาพ ลดช่องว่างการบันทึกข้อมูลในหน่วยความจำ และ AI ยังช่วยบีบอัดหน่วยความจำเพื่อให้สามารถเปิดโปรแกรมการทำงานที่แตกต่างกันได้อย่างราบรื่น รวมถึงการจัดลำดับการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม ปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดการใช้หน่วยความจำเครื่องได้ถึง 30% เพิ่มประสิทธิภาพการเปิดแอปพลิเคชันในภาพรวมได้ถึง 13% และเพิ่มอายุแบตเตอรี่ได้ถึง 12% ในขณะเดียวกัน การทำภาพเคลื่อนไหว (แอนิเมชั่น) ก็ได้รับการพัฒนาขึ้น โดย AI Animation Engine จะตั้งรูปแบบการเปลี่ยนแปลงภาพโดยกำหนดตามการเคลื่อนไหวและความโค้งของวัตถุ เอ็ฟเฟ็กต์ของแอนิเมชั่นจะสอดคล้องตามการปัดหน้าจอที่เน้นความ สะดวกง่ายดาย มากขึ้น และนั่นทำให้รู้สึกลื่นไหลมากขึ้นด้วย realme UI 3.0 ยังนำเสนอฟีเจอร์ Floating Window 2.0 ซึ่งผู้ใช้สามารถควบคุมหน้าต่างของแอปต่าง ๆ ได้ตามใจ เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกยิ่งกว่าเดิม ซึ่งครอบคลุมทุกการใช้งานด้านการสื่อสารและคอนเทนต์ต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์แบบ Privacy ให้คุณมั่นใจกับความเป็นส่วนตัวที่ดีขึ้น realme UI 3.0 อัปเดตมาตรฐานความเป็นส่วนตัวเพื่อรับประกันว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานจะมีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Subtitle Stitching เวอร์ชั่นปรับปรุงใหม่ ที่ช่วยให้คุณแชร์ภาพและวิดีโอโปรดได้แบบเป็นส่วนตัว และเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการแบ่งปันคอนเทนต์ ผู้ใช้สามารถลบข้อมูลสถานที่และข้อมูลการถ่ายภาพในรูปภาพที่แชร์ได้ รวมถึงซ่อนเวลาถ่าย รุ่นกล้อง และการตั้งค่าอื่น ๆ อีกทั้งใน realme UI 3.0 ผู้ใช้ยังสามารถปิดการอนุญาตของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลตำแหน่งปัจจุบัน โดยสามารถตั้งเป็นการไม่ระบุตำแหน่งแบบชี้ชัด เพื่อเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัว ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงข้อมูลด้วยภาพยังทำให้ผู้ใช้ทราบถึงระดับความเป็นส่วนตัวของกิจกรรมต่าง ๆ ของแอปได้ โดยสามารถมองเห็นระดับการอนุญาตเข้าถึงของแอปในรูปแบบภาพกราฟิก ที่แสดงรายการของการอนุญาตการเข้าถึงของแอป รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งานแอปต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานแอปได้ในทุกแง่มุม Upgrade Roadmap กำหนดการอัปเกรด realme UI 3.0 พัฒนาให้สอดคล้องกับสมาร์ตโฟนแต่ละรุ่น โดยจะทยอยปล่อยใช้งานตามกำหนดเวลาต่อไปนี้ โดยแฟน ๆ realme สามารถติดตามข่าวสารได้ผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเป็นทางการของ realme ตุลาคม ปี 2564 realme GT ธันวาคม ปี 2564 realme X7 Max, realme GT Master Edition, realme 8 Pro, realme GT Neo2 5G ไตรมาส 1 ปี 2565 realme X50 Pro 5G, realme 7 Pro, realme X7 Pro, realme 8 4G, realme Narzo 30, realme C25, realme C25s, realme narzo 50A, realme 8i ไตรมาส 2 ปี 2565 realme X7, realme X3, realme X3 SuperZoom, realme 8 5G, realme 8s, realme 7 5G, realme Narzo 30 Pro 5G, realme Narzo 30 5G

Samsung จะกลายเป็นมือถือ Android ค่ายแรกที่ถ่าย Story ชัด !
อ่าน

Samsung จะกลายเป็นมือถือ Android ค่ายแรกที่ถ่าย Story ชัด !

อินฟลูเอนเซอร์สายไอทีชื่อดัง Ahmed Qwaider ออกมาทวีตว่า ซัมซุงนั้นกำลังหารือกับ Instragram, Snapchat และ TikTok เพื่อทำให้สามารถถ่ายภาพและวิดีโอในแอปพลิเคชันนั้นไม่ถูกลดทอนความละเอียด ถือว่าเป็นข่าวดีมาก ๆ สำหรับผู้ใช้งาน Samsung ที่มีลุ้นว่าในอนาคตอาจจะสามารถถ่ายสตอรี่และวิดีโอในแอปพลิเคชันแบบชัด ๆ ได้แล้ว คาดการณ์ว่ารุ่นแรกที่ได้ใช้ จะเป็น Samsung Galaxy S23 ทุกรุ่น ที่จะเปิดตัวในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ และรุ่นที่เปิดตัวก่อนหน้านั้น อาจจะต้องรออัปเดตอีกครั้งนึง อย่างที่เราทราบกันดีว่า Android ในแทบทุกตัวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรุ่นไหนหรือยี่ห้อไหนเลยที่สามารถถ่ายสตอรี่หรือวิดีโอในตัวแอปได้คมชัดเท่าตัวของ iPhone จนโดนผู้ใช้งาน iPhone แซวอยู่บ่อยครั้งว่า โทรศัพท์ Android จะแพงแค่ไหนแต่ก็ยังถ่ายสตอรี่ไม่ชัดเท่า iPhone อยู่ดี เป็นเพราะว่ามือถือของ Android นั้นมีเยอะมาก ๆ เปิดตัวปีนึงนั้นไม่สามารถนับได้ การทำแอปพลิชันให้เข้ากับมือถือ Android ในทุก ๆ รุ่นนั้นจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ต่างจากฝั่ง iOS ที่ปีนึงเปิดตัวไม่กี่ครั้งจนสามารถนับรุ่นได้ เหตุผลนี้จึงทำให้แอปพลิชันหลาย ๆ ตัว รวมไปถึง Instragram ,Snapchat และ TikTok ในระบบปฏิบัติการ iOS สามารถใช้งานได้ดีกว่าใน Android หลาย ๆ ตัว พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

OnePlus การันตีอัปเดต Android ให้นาน 4 ปี! มากกว่า Google อีก
อ่าน

OnePlus การันตีอัปเดต Android ให้นาน 4 ปี! มากกว่า Google อีก

ปัจจุบันการอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับใครที่ซื้อสมาร์ตโฟน Android คงไม่มีใครอยากโดนลอยแพกันแบบงง ๆ ซึ่ง OnePlus ก็ได้ประกาศแผนการอัปเดต Android ใหม่ โดยเพิ่มระยะเวลาเป็น 4 รุ่น หรือยาว ๆ ไป 4 ปีเลยครับ OnePlus ระบุว่า สมาร์ตโฟนบางรุ่นที่เปิดตัวในปี 2023 และใหม่กว่าจะได้รับอัปเดต Android ทั้งหมด 4 เวอร์ชัน และรองรับการอัปเดตด้านความปลอดภัยนานทั้งหมด 5 ปี แต่ตัวแทนของ OnePlus ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเรื่องสมาร์ตโฟนรุ่นใดบ้างที่จะได้รับอัปเดต โดยปกติแล้ว OnePlus จะมีระยะเวลาการอัปเดต Android ให้กับอุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไป อย่าง OnePlus 10T และ OnePlus 10 Pro จะมีอัปเดต Android ให้ทั้งหมด 3 เวอร์ชันและอัปเดตความปลอดภัย 4 ปี ตามสเปกระดับเรือธง ส่วน OnePlus Nord 2T ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนระดับกลางจะได้รับการอัปเดต Android ทั้งหมด 2 เวอร์ชัน และแพตช์ความปลอดภัย 3 ปี ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน OnePlus (แม้ว่าจะมีผลปีหน้านะ) อย่าง Samsung เองก็เริ่มอัปเดต Android ให้กับสมาร์ตโฟนระดับเรือธงและระดับกลางนานขึ้นกว่าเดิม และตั้งแต่ One UI 5 ก็ปล่อยอัปเดตออกมาเร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยเหมือนกัน ที่มา The Verge

Samsung Galaxy Fold รุ่นแรกจะไม่ได้ไปต่อใน Android 13
อ่าน

Samsung Galaxy Fold รุ่นแรกจะไม่ได้ไปต่อใน Android 13

Samsung เป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวสมาร์ตโฟนแบบพับหน้าจอได้ กับ Samsung Galaxy Fold ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Galaxy Z ซีรีส์ สำหรับสมาร์ตโฟนพับหน้าจอได้ ซึ่ง Galaxy Fold รุ่นแรกจะไม่ได้รับอัปเดต Android 13 แล้ว เดิมทีมีข่าวว่า Galaxy Fold รุ่นแรกติดปัญหาอยู่สักพักก่อนที่จะเปิดตัว โดย Galaxy Fold รุ่นแรกเปิดตัวมาพร้อมกับ Android 9 หรือ Android Pie เมื่อปี 2019 ซึ่ง Samsung จะมีอัปเดตให้อุปกรณ์ทั้งหมด 3 เวอร์ชันใหญ่ นั่นหมายความว่า Samsung Galaxy Fold รุ่นแรกจะมีอัปเดตเวอร์ชันสุดท้ายคือ Android 12 เท่านั้น ไม่ได้รับอัปเดต Android 13 ครับ แม้ว่า Samsung จะไม่มีอัปเดตให้สำหรับ Galaxy Fold รุ่นแรกแล้วก็ตาม แต่บริษัทจะยังมีอัปเดตระบบความปลอดภัยหรือ Security Patch ให้อีก 1 ปี ที่มา Gizmochina พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

วิธีเปลี่ยนรหัสผ่าน Google ในโทรศัพท์ (Android)
อ่าน

วิธีเปลี่ยนรหัสผ่าน Google ในโทรศัพท์ (Android)

ผมคิดว่าทุกคนคงจะมีบัญชี"Google"กันอยู่แล้วอย่างน้อย1 บัญชี ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนต้องมีไว้เชื่อใช้ในการทำอะไรต่างๆ อย่าง การหาข้อมูล หรือการหาวิธีที่จะทำอะไรบางอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมาย หรือไม่ก็ใช้ในการทำงานต่างๆ ซึ่งพูดได้เลยว่า"Google"เป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์แก่ใครก็ตามที่ต้องการจะใช้งานเพื่อเป้าหมายของตัวเองวันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องของ"รหัสผ่าน" ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมีไว้เพื่อความอุ่นใจในการป้องกันข้อมูลต่างๆของตนเองที่ได้เซฟไว้ในบัญชี"Google" แต่ทว่าก็มีคนบางกลุ่มที่ดันเกิด"ลืมรหัสผ่าน" ของบัญชีตัวเอง มันอาจจะเกิดจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะ เรื่องมากมายในชีวิตที่ทำให้ต้องเครียด หรือ การใช้สมองในการจดจำบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญจนลืมรหัสผ่านไปในที่สุด  ด้วยเหตุนี้ ผมจึงได้หาวิธีในการ"เปลี่ยนรหัสผ่านใหม่" มาเพื่อให้ทุกท่านที่ลืมรหัสผ่านสามารถตั้งค่ารหัสผ่านบัญชี"Google"ใหม่ได้ และผมแนะนำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากทำตามวิธีการนี้แล้ว พวกคุณต้องอย่าลืมบันทึกรหัสผ่านที่ตั้งใหม่ใส่โน็ตในมือถือด้วยนะครับ  เพื่อป้องกันการลืมตามภาพเลยครับขั้นตอนแรก เข้าไปใน"Google" ขั้นตอนที่2 กดเข้าไปด้านบนขวามือ ตามลูกศรเลยครับขั้นตอนที่3 กดไปที่"จัดการบัญชีGoogle"ขั้นตอนที่4 กดเข้าไปตรง"ข้อมูลส่วนบุคคล" ตามที่ลูกศรชี้เลยครับขั้นตอนที่5 ให้เลื่อนหาคำว่า"รหัสผ่าน" แล้วกดเข้าไปตามที่ลูกศรชี้เลยครับขั้นตอนที่6 กดเข้าไปตรงที่"หากลืมรหัสผ่าน" ตามที่ลูกศรชี้เลยครับขั้นตอนที่7 เมื่อถึงขั้นนี้ให้คุณทำการ "ใช้การปลดล็อคหน้าจอ" เพื่อดำเนินการในขั้นถัดไปกดเข้าไปตรงที่"ดำเนินการ" แล้วให้ทำการปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ขั้นตอนที่8 เมื่อปลดล็อคหน้าจอสำเร็จ มันจะนำพาเรามาหน้านี้ครับ ซึ่งสิ่งที่เราควรทำคือการ ตั้งรหัสผ่านใหม่ครับ แล้วก็อย่าลืมนะครับ เมื่อนึกรหัสผ่านใหม่เเล้วลงมือตั้งรหัสแล้ว ให้ไปเขียนรหัสผ่านใส่โน็ตในมือถือด้วยนะครับขั้นตอนสุดท้าย นั้นก็คือการเริ่มต้นใช้งานรหัสผ่านใหม่นั้นเองครับสำหรับใครที่อ่านมาแล้วรู้สึก งงๆ ว่าทำไมผมไม่บอกวิธีดูรหัสผ่านแทนละ? ทำไมต้องเปลี่ยนใหม่  ต้องบอกตรงนี้เลยนะครับว่า ผมก็ไม่รู้วิธีครับ5555 พอลองดูแบบเดิมๆที่เคยดูมันก็กลายเป็นการเช็คความปลอดภัยของรหัสผ่านแทน แต่กลับไม่ให้เราดูรหัสผ่านเฉยเลย  ขอย้ำอีกครั้งนะครับ! เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้รีบไปจด/พิมพ์ ใส่โน็ตในโทรศัพท์ทันทีเลยนะครับ เพื่อกันลืมนั้นเอง  และอีกอย่างคือ ผมใช้วิธีนี้ในโทรศัพท์ (Android) นะครับ ไม่รู้ว่าios จะใช้ได้รึป่าว  ขอบคุณที่เข้ามาอ่านบทความครับ!!เครดิตภาพโดยผมเอง WhiteRoom  เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

Android เตือนภัย พบกองทัพ Spam กว่า 600
อ่าน

Android เตือนภัย พบกองทัพ Spam กว่า 600

          ในยุคที่มือถือนั้นเป็นปัจจัยที่ 7 ของมนุษย์อย่างเรา ๆ ไปแล้วไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นคนจับมือถือกันแทบจะทุกคน และเชื่อเหลือเกินว่าในมือถือของเรา ๆ ท่าน ๆ มีแอปพลิเคชันไม่ต่ำกว่า 15 แอปพลิเคชันอย่างแน่นอน ยิ่งถ้าเป็นคนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android แล้วละก็ต้องบอกเลยว่ามีแอปพลิเคชันออกใหม่มาให้ได้ดาวน์โหลดไปใช้กันอย่างสนุกสนาน แต่ล่าสุดได้มีการเตือนภัยออกมาสำหรับใครที่ใช้โทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Android ว่ามีแอปพลิเคชันที่เป็น Spam ใน Play Store กว่า 600 แอปพลิเคชันที่คอยสร้างควงามรำคาญและแอบดักจับข้อมูลในมือถืออยู่ฟังดูแล้วเยอะมากเลยใช่ไหม แล้วเจ้า Spam จะมีผลยังไงกับมือถือเราแล้วจะมีวิธีและป้องกันอย่างไรบ้างวันนี้มีคำตอบมาให้แล้ว เครดิตภาพโดย mohamed Hassan จาก Pixabay           เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดเผยเกี่ยวกับแอปพลิเคชันใน Play Store ว่ามีแอปพลิเคชันที่เข้าข่ายที่จะเป็นแอปพลิเคชัน Spam มากถึง 600 กว่าแอปพลิเคชัน ซึ่งลักษณะการทำงานของแอปพลิเคชันประเภทนี้ สามารถที่จะแยกออกเป็นประเภทของโฆษณากับประเภทที่แอบเก็บข้อมูลของมือถือหรือถ้าจะพูดภาษาง่าย ๆ คือการแฮกข้อมูลในมือถือเรานั่นเอง ได้ยินแบบนี้แล้วรู้สึกว่าจะไม่ปลอดภัยซะแล้วสำหรับการที่จะดาวน์โหลดแอปพลิเคชันครั้งต่อไปมาไว้ในมือถือของเรา แต่กระนั้นการที่เราจะป้องกันหรือว่าหลีกเลี่ยงการที่จะดาวน์โหดลแอปพลิเคชันต่าง ๆ นั้นก็เป็นไปได้ยากแม้ว่าเราจะป้องกันดีแค่ไหน แต่ด้วยความที่เหล่าโปรแกรมเมอร์ที่ออกแบบแอปพลิเคชันนั้นก็จะสร้างความน่าเชื่อถือให้เราอยู่เสมอ หากนึกภาพไม่ออก ลองนึกถึงเวลาที่เราเล่นมือถือเกมอะไรสักอย่างแล้วจะมีโฆษณาเด้งขึ้นว่าเล่นเกมนี้แล้วได้เงิน นั่นแหละครับคือการสร้างความน่าเชื่อถือของแอปพลิเคชันเหล่า Spam เครดิตภาพโดย Hannes Edinger จาก Pixabay           Per Bjorke ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสของ Ad Traffic Quality ของ Google ได้ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่า “คุณลองนึกภาพว่าในขณะที่คุณใช้ แต่มีความผิดพลาดเกิดขึ้นในมือถือของคุณ เช่น ดูวีดีโอแล้วมีโฆษณาที่ไม่ได้เกิดจากแอปพลิเคชันนั้นแสดงขึ้นมา หรือว่าการใช้แผนที่ในจุดหมายที่ไม่ใช่จุดหมายที่แท้จริง นั่นคือปัญหาที่กำลังเผชิญหากไม่มีการแก้ไข”          “ยิ่งเทคโนโลยีก้าวไปเร็วมากแค่ไหน สิ่งที่เราไม่ต้องการก็มักจะเป็นสิ่งที่ตามเรามาเสมอ ทาง Play Store มีมาตรการรับมืออย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้ใช้งานได้มั่นใจได้ว่าใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างแน่นอน” เครดิตภาพโดย mohamed Hassan จาก Pixabay              แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางที่จะแก้ไขหรือป้องกันซะทีเดียว วิธีเลี่ยงที่จะไม่ให้ถูกแอปพลิเคชันเหล่านี้ทำงานในมือถือของเรานั้นก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเพียงแค่ไม่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันจากแหล่งที่มาที่ไม่ชัดเจน หรือหากดาวน์โหลดมาแล้วแจ้งให้ใส่ข้อมูลที่เป็นส่วนตัว เช่น บัตรเครดิต บัตรประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นส่วนตัวก็อย่าไปเผลอใส่และให้ลบแอปพลิเคชันนั้นทิ้งออกจากเครื่องด้วย เรื่องของ Spam ที่มาในแอปพลิเคชันทาง Play Store ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใดได้ลบแอปพลิเคชันที่เข้าข่ายของการเป็น Spam ทิ้งไปอยู่เรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นแล้วเหล่าสาวก Android ก็ไม่ต้องกังวลไปใช้งานได้อย่างสบายใจได้เลย   เครดิตภาพปกโดย neo tam จาก Pixabay

Nokia เปิดตัวรุ่นเล็ก C12 : มาพร้อม Android 12 Go Edition, จอ 6.3 นิ้ว
อ่าน

Nokia เปิดตัวรุ่นเล็ก C12 : มาพร้อม Android 12 Go Edition, จอ 6.3 นิ้ว

HMD Global เริ่มต้นปี 2023 ด้วยการเปิดตัว Nokia C12 ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมระบปฏิบัติการ Android 12 Go Edition โดยได้รับการพัฒนามาจา่ก Nokia C10 และดูเหมือนจะเป็นรุ่นที่มีขนาดตัวเครื่องเล็กที่สุดในซีรีส์ C นี้ Nokia C12 มาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด HD+ โดยตัวเครื่องมีขนาด 160.6 x 74.3 x 8.75 มม. และมีน้ำหนัก 177.4 กรัม ในขณะที่ C10 มีหน้าจอขนาด 6.52 นิ้ว บอดีมีขนาด 169.9 x 77.9 x 8.8 มม. และหนัก 191 กรัม Nokia C12 ได้รับการติดตั้งชิปเซต Unisoc SC9863A1 ระดับ 8 คอร์ (4x 1.6 GHz + 4x 1.2 GHz) พร้อมชิปกราฟิก PowerVR IMG 8322 โดยทำงานร่วมกับแรม 2 GB (เสริมแบบเสมือนจริงได้อีก 2 GB) และสตอเรจแบบ eMMC 5.1 ขนาด 64 GB สมาร์ตโฟนดังกล่าวยังมีกล้องหน้า 1 ตัว ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 1 ตัว ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล Nokia C12 รองรับการเชื่อม 4G, Wi-Fi b/g/n และ Bluetooth 5.2 อีกทั้งยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้วย โดยมีแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh ในส่วนของบดีนั้นผลิด้วยวัสดุโพลีคาร์บอเนต พร้อมลวดลายบนพื้นผิวที่ช่วยให้ผู้ใช้จับได้กระชับมือ และมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP52 ที่ช่วยกันน้ำได้ดีในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังรองรับการอัปเดตความปลอดภัยต่อเนื่อง 2 ปี Nokia C12 มีราคาอยู่ที่ 120 ยูโร (ประมาณ 4,300 บาท) โดยจะวางจำหน่ายที่ประเทศเยอรมนีและออสเตรียเป็บลำดับแรกก่อนจะขยายการจำหน่ายไปประเทศอื่น ๆ ต่อไป อ้างอิง

Google เตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android 12L ออกแบบมาเพื่อแท็บเล็ตโดยเฉพาะ
อ่าน

Google เตรียมเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android 12L ออกแบบมาเพื่อแท็บเล็ตโดยเฉพาะ

ช่วงหลังมานี้ดูเหมือนว่าเราจะได้เห็นแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android กันมากขึ้น หลังจากที่เงียบเหงาไปนานหลายปี ล่าสุดในการเปิดตัว Pixel 6 Series สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Google ยังได้เผยข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ Android 12L ที่ออกแบบมาเพื่อแท็บเล็ตโดยเฉพาะอีกด้วยหากย้อนกลับไปในช่วงปี 2011 ทาง Google เคยเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb ซึ่งออกแบบมาเพื่อแท็บเล็ตโดยเฉพาะ และหวังให้มันเป็นตัวชูโรงในการต่อสู้กับ iPad ทว่า ด้วยเหตุที่แอปพลิเคชันของ Android ในเวลานั้นยังไม่สามารถสู้กับทาง Apple ได้ ส่งผลให้แท็บเล็ต Android ได้รับความนิยมลดลงเรื่อย ๆ จนแทบจะหายไปเลยช่วงหนึ่งจนกระทั่งไม่กี่ปีที่ผ่านมาเหล่าอินเตอร์แบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Samsung, Xiaomi, Huawei หรือ Realme เริ่มทำแท็บเล็ต Android ออกสู่ตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ และไม่เพียงแค่แท็บเล็ตที่เปิดตัวออกมา ยังมีสมาร์ทโฟนจอพับอีกหลายรุ่นจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป ซึ่งทาง Google เองก็คงอยากจริงจังในด้านนี้ จึงตั้งใจพัฒนาระบบปฏิบัติการ Android 12L ขึ้นมานั่นเองสำหรับ Android 12L นั้นเป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Android 12 ที่เปิดตัวมาพร้อมกับ Pixel 6 Series คล้ายกับที่ iPadOS แตกหน่อมาจาก iOS เพื่อรองรับการทำงานบนจอแสดงผลขนาดใหญ่ได้ดี และเป็นมิตรต่อการใช้งานมากขึ้นการออกแบบด้าน UI หรือส่วนติดต่อผู้ใช้ถูกปรับให้มีความเหมาะสมกับหน้าจอขนาดใหญ่มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้เข้าสู่ส่วนการแจ้งเตือน (Notification) จากการลากแถบด้านบนลงมา จะพบกับส่วนที่แสดงการแจ้งเตือนอยู่ทางด้านขวามือ และส่วนที่เป็นการตั้งค่าต่าง ๆ (ปรับแสงสว่างจอ, เปิดระบบสั่น, เปิดใช้งาน Internet เป็นต้น) จะอยู่ทางซ้ายมือนอกจากนี้ ในขณะที่เปิดแอปพลิเคชนัแบบเต็มหน้าจอ บริเวณด้านล่างของจอจะมีแถบทาสก์บาร์ เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปพลิเคชันที่เปิดใช้งานอยู่ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น อีกทั้งยังสะดวกต่อการเปิดใช้งานแอปพลิเคชันแบบแบ่งครึ่งจออีกด้วย ซึ่งในส่วนของทาสก์บาร์นี้จะคล้าย ๆ กับทาสก์บาร์บน Windows ที่เราใช้งานกันบนคอมพิวเตอร์ PC นั่นเอง ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่ออกแบบมาค่อนข้างดี อาจจะใช้งานได้ง่ายกว่าการใช้ Gesture (การปัดลากนิ้วตามรูปแบบ) แบบที่ใช้กันในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำทางด้านของนักพัฒนา Google จะเพิ่มความสะดวกให้นักพัฒนาสามารถออกแบบแอปพลิเคชัน ให้รองรับกับหน้าจอขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม และใน Google Play Store จะมีแจ้งเตือนไว้ด้วยว่าแอปพลิเคชันใดบ้างที่ได้รับการปรับให้เข้ากับหน้าจอขนาดใหญ่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นข้อพิจารณาสำหรับผู้ใช้งานนั่นเองสำหรับ Android 12L นี้ ทาง Google เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2022 ส่วนในเวลานี้ได้มีการออกเวอร์ชันสำหรับนักพัฒนาให้นำไปทดลองใช้งานเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้วขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจากTechspot