รีเซต

ผลการค้นหา “Addicted Love” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Filing For Love
ดู

Filing For Love

ชิงรักสลักใจ Stolen Love
ดู

ชิงรักสลักใจ Stolen Love

เคมีในฝัน! ซอคังจุน-อันอึนจิน ประกบคู่กันในซีรีส์ใหม่ "A Love Other Than Yours" ประกาศออนแอร์กันยายนนี้
อ่าน

เคมีในฝัน! ซอคังจุน-อันอึนจิน ประกบคู่กันในซีรีส์ใหม่ "A Love Other Than Yours" ประกาศออนแอร์กันยายนนี้

Prime Video เผยกำหนดสตรีมของซีรีส์โรแมนติกเรื่องใหม่อย่างA Love Other Than Yoursนำแสดงโดยสองนักแสดงมากฝีมือซอคังจุนและอันอึนจินร่วมด้วยอีจูอันและโจอารัมโดยมีกำหนดสตรีม วันที่12กันยายน2569เฉพาะที่Prime Videoในประเทศไทยและอีกมากกว่า240ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ซีรีส์จะพาผู้ชมสำรวจเส้นแบ่งอันเปราะบางระหว่าง ความคุ้นเคย และ ความปรารถนา พร้อมชวนค้นหาคำตอบว่า การที่คนสองคนยังเลือกอยู่เคียงข้างกันหลังจากผ่านไปสิบปีนั้น เป็นเพราะความรัก ความเคยชิน หรือเพียงเพื่อความอยู่รอดของความสัมพันธ์ A Love Other Than Yoursบอกเล่าเรื่องของ นัมกุงโฮ และ อีมีโด คู่รักที่คบหากันมายาวนานกว่า10ปี จากความรักที่เคยเร่าร้อน ค่อยๆ เติบโตกลายเป็นความผูกพันไว้ใจที่เรียบง่าย นัมกุงโฮ เป็นชายหนุ่มอัธยาศัยดีและมีอารมณ์ขัน พร้อมเสน่ห์ตามธรรมชาติที่เอาชนะใจคนได้ภายในไม่กี่นาที เขาคิดว่าการแต่งงานคือก้าวต่อไปของชีวิตคู่ ส่วนอีมีโด เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ผู้ทุ่มเทให้กับงาน เธอกำลังเผชิญช่วงเวลาตกต่ำในเส้นทางอาชีพ และได้พบกับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ค่อยๆ เข้ามาทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอน พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญ ว่าควรเดินหน้าสู่ชีวิตแต่งงานด้วยกัน หรือเลือกเปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่ ซอคังจุน(Undercover High School, Cheese in the Trap, Boyfriend on Demand, When the Weather Is Fine)รับบทนัมกุงโฮผู้ช่วยผู้จัดการอัธยาศัยดีแห่งบริษัทHunmin Snacksหลังผ่านเวลาสิบปีที่คบกับมีโด ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขาในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต นัมกุงโฮเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่แข็งแกร่งพอที่จะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้ แต่แล้วโลกของเขาก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อมีโดไปตกหลุมรักผู้ชายอีกคนหนึ่งเข้า อันอึนจิน(Dynamite Kiss, My Dearest, The Good Bad Mother, Hospital Playlist)รับบทอีมีโดผู้กำกับภาพยนตร์ผู้เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการ ในวันที่ชีวิตกำลังถึงจุดต่ำสุด เธอได้พบกับชายคนหนึ่งที่เธอไม่ได้รู้สึกสนใจเขาเลยแม้แต่น้อยในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าหัวใจค่อยๆ หวั่นไหวไปกับเขา ความรู้สึกนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ เพราะเธอมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับกับนัมกุงโฮมาโดยตลอด อีจูอัน(Bon Apptit, Your Majesty, True Beauty)รับบทฮันแทซึงทนายความผู้ทะเยอทะยานแห่งสำนักงานกฎหมายแจคัง เขาเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีสิ่งใดให้พึ่งพานอกจากสติปัญญาของตนเอง ฮันแทซึงจึงทุ่มเทชีวิตเป็นสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของหุ้นส่วนผู้จัดการแห่งแจคัง แต่เมื่อเขาเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเอง เขาก็ได้พบกับอีมีโด หญิงสาวที่มักทำให้เขาคาดไม่ถึงและปลุกความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอด โจอารัม(To the Moon, The Auditors)อดีตสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปGugudanรับบทพัคซูอาพนักงานบริษัทHunmin Snacksหลายคนมองว่าเธอเป็นคนเย็นชาและเข้าถึงยาก แต่ซูอาคิดว่าเธอแค่ไม่ใช่คนอบอุ่น และเลือกแสดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพเท่านั้น ในฐานะลูกสาวของนักฟุตบอลชื่อดัง เธอเรียนรู้ที่จะรักษาระยะห่างกับผู้คนและเปิดเผยเฉพาะเรื่องจำเป็น ซีรีส์ความยาว14ตอนจากKBSเรื่องนี้ กำกับโดย ฮวังซึงกี (The Matchmakers, Into the Ring, Radio Romance)และ อีการัม เขียนบทโดย ยูซูจี (Somehow18) กำหนดสตรีมในวันที่ 12 กันยายน 2569 เฉพาะที่ Prime Video ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

"กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" เพลงรักคลั่งรัก กับ MV วันสิ้นโลกสุดล้ำ
อ่าน

"กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" เพลงรักคลั่งรัก กับ MV วันสิ้นโลกสุดล้ำ

ห่างหายจากการปล่อยเพลงของตัวเองไปนานถึง 4 ปี ล่าสุด กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล กลับมาจับไมค์อีกครั้ง พร้อมซิงเกิลใหม่ Mary Jane (Marry Me) เพลงรักสุดคลั่งรักที่เจ้าตัวลงมือแต่งทำนองและเขียนเนื้อร้องด้วยตัวเองทั้งหมด ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่อยากบอกคนรักตรง ๆ ว่า แต่งงานกันไหม? อยากตื่นมาเจอเธอทุกเช้า "กอล์ฟ พิชญะ" คัมแบ็กในรอบ 4 ปี ส่ง "Mary Jane (Marry Me)" กอล์ฟเผยถึงการกลับมาทำเพลงครั้งนี้ว่า "เอาจริง ๆ คืออัดอั้นมานานครับ 4 ปีที่ไม่ได้จับไมค์จริงๆจังๆ คือคิดถึงการร้องเพลงมาก! กลับมาคราวนี้ผมเลยไม่ได้มาเล่นๆ จัดเต็มลุยแทบทุกขั้นตอน ทั้งเขียนเนื้อ แต่งทำนอง ไปจนถึงคิดพล็อตและกำกับ MV เองด้วยครับ ด้วยความที่ผมเป็นเนิร์ด Spider-Man ตัวยง พอจะทำเพลงรักคลั่งรักสักเพลง เลยนึกถึงประโยคที่ว่า 'สไปเดอร์แมนยังมีแมรี่ เจน...เหมือนที่ผมมีนางเอกในชีวิตของผม' แล้วเอาชื่อ Mary Jane มาเล่นกิมมิคกับคำว่า Marry Me ซะเลย ดูคล้องจองเล่นคำดี ออกมาเป็นเพลงขอแต่งงานฟีลกู้ดในสไตล์ Nerd+Romantic ของผมเอง แอบกระซิบว่าแต่งจาก ประสบการณ์ความรู้สึกตัวเอง ใครอยากเอาไปเล่นafter partyงานแต่ง ยินดีนะครับ (หัวเราะ) ส่วนข่าวดีของกอล์ฟ เป็นเรื่องของอนาคตครับ รอลุ้นกันเองฟังเพลงไปก่อน Link MV : https://youtu.be/uyu5omfHw-o?si=nSPWS1wYs1a3KHvB สำหรับการคัมแบ็กครั้งนี้ กอล์ฟเลือกนำเสนอซาวด์ในดนตรีสไตล์ Funk Pop ฟังง่าย จังหวะติดหู และเต็มไปด้วยพลังที่ชวนให้อยากดูโชว์สด โดยเฉพาะท่อน Pre-Hook และ Hook ที่เป็น Key Part สำคัญของเพลง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงรักที่ทั้งสนุก ขี้เล่น และเต็มไปด้วยความคลั่งรักในแบบของกอล์ฟ ในส่วนของมิวสิกวิดีโอมาในคอนเซปต์ ตกหลุมรักในวันสิ้นโลก เล่าเรื่องราว Action-Romantic-Comedy ของชายหนุ่มที่ตกหลุมรักหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็น และตัดสินใจฝ่าอันตรายท่ามกลางโลกดิสโทเปียและฝูงเอเลี่ยนสายพันธุ์ เพื่อไปขอเธอแต่งงาน ก่อนทิ้งท้ายด้วยเมสเสจสุดฟีลกู้ดว่า ในวันที่โลกกำลังจะแตกสลาย ขอแค่ยังมีกันและกันก็เพียงพอ ความพิเศษของ MV คือการผสมผสาน การถ่ายทำจริงเข้ากับเนื้อเรื่องและงานภาพที่สร้างสรรค์ด้วย AI จากเรื่องราวที่เขียนโดย กอล์ฟ พิชญะ ถ่ายทอดออกมาในสไตล์แอนิเมชัน Action-Romantic กลิ่นอายดิสโทเปีย นอกจากนี้ บางส่วนของเรื่องราวยังได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของกอล์ฟและแฟนสาว ที่ต่างคนต่างเลี้ยงสุนัขพันธุ์คอร์กี้ก่อนจะได้มาเจอกัน พร้อมปิดท้ายช่วง End Credit ด้วยการ Tribute ถึง น้องฟีล่า สุนัขตัวโปรดของกอล์ฟที่เพิ่งจากไป เติมอีกหนึ่งโมเมนต์สุดทัชใจให้กับคนรักสัตว์ ฟังซิงเกิล Mary Jane (Marry Me) ทุกช่องทาง Streaming Platforms และชม MV ได้ทาง Youtube : GolfPichayaMusic

เธอเหงาเราเผลอ
ดู

เธอเหงาเราเผลอ

Operation Love
ดู

Operation Love

Love Deeply!
ดู

Love Deeply!

"mute." ปล่อย "ช่วยพูดว่ารัก" ซิงเกิลแทนความสัมพันธ์ Toxic ร้องขอความรักจากคนหมดใจ
อ่าน

"mute." ปล่อย "ช่วยพูดว่ารัก" ซิงเกิลแทนความสัมพันธ์ Toxic ร้องขอความรักจากคนหมดใจ

"mute. (มิ้ว-ดอต)" หรือ "มิ้ว รวินิษฐ์ เจตน์อริยวิภา" ศิลปินหญิงเดี่ยวมากเสน่ห์จาก MILK! BKK ในเครือค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) เจ้าของผลงานมากคุณภาพกับแนวเพลง Indie Pop-rock อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมผสมผสานด้วยเมโลดี้ที่ให้ความทันสมัย ตอบโจทย์แฟนเพลงชาวเจนซี ตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น ไฟริมทาง, Melatonin, Locket, Dandilion (ขอให้เธอไม่หายไป) รวมถึงซิงเกิลล่าสุดอย่าง "Baby Bye Bye" ที่มาในลุคใหม่ที่จัดจ้านกว่าที่เคย พร้อมได้ "แอนท์ LANDOKMAI" ร่วมแจมโซโล่กีต้าร์สาดสีสันใหม่ ๆ ที่แฟนเพลงคาดไม่ถึง ไม่รอช้า กลับมาเสิร์ฟผลงานใหม่กันแบบนอนสต็อป กับซิงเกิลล่าสุดที่มีชื่อว่า "ช่วยพูดว่ารัก (Begging)" เพลงที่พูดถึงการร้องขอคำว่ารักจากใครสักคน ไม่ว่าอะไรก็สามารถยอมแลกได้ เพียงเพื่อขอให้เขาไม่เดินจากไป แม้จะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้ว ในสมการนี้จะมีเพียงแค่เราคนเดียวที่ยังรู้สึก และจะต้องทนเจ็บปวดก็ยอม ซึ่งถือเป็น Toxic Relationship ที่นานวันเข้ายิ่งบ่อนทำลายความรู้สึกกันและกันไปเรื่อย ๆ แต่การที่เราตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้ แม้จะดูเป็น "คนขี้แพ้" ในสายตาอีกฝ่าย อย่างน้อยก็เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยต่อเวลาให้ความสัมพันธ์สามารถยื้อต่อไปได้อีกสักนิดก็ยังดี โดยในซิงเกิลนี้ "mute." ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์จริงจากเรื่องราวของตัวเองและคนรอบตัว ก่อนนำมาดีไซน์ให้มีเนื้อหาที่เข้าใจง่าย บวกเข้ากับดนตรีสไตล์ Alternative Indie ช่วยเพิ่มเลเยอร์ให้เพลงมีมิติของความสดใหม่และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สามารถฟังเพลง "ช่วยพูดว่ารัก (Begging)" ได้แล้ววันนี้ทุกช่องทาง และสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของศิลปินได้ทาง https://www.facebook.com/MILK.artistserviceplatform และ https://www.facebook.com/shh.mute

FLO เกิร์ลกรุ๊ป R&B สุดแซ่บแห่งยุค ส่งอัลบั้มชุดที่ 2 THERAPY AT THE CLUB พร้อมปล่อยเอ็มวี “Cry Ugly” โดนใจแฟน
อ่าน

FLO เกิร์ลกรุ๊ป R&B สุดแซ่บแห่งยุค ส่งอัลบั้มชุดที่ 2 THERAPY AT THE CLUB พร้อมปล่อยเอ็มวี “Cry Ugly” โดนใจแฟน

FLOทรีโอเกิร์ลกรุ๊ปRBจากอังกฤษผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี กลับมาสานต่อความสำเร็จด้วยอัลบั้มชุดที่2ที่แฟน ๆ รอคอยTHERAPY AT THE CLUBอัลบั้มที่พาสามสาวRene Downer, Stella QuaresmaและJorja Douglasถ่ายทอดทุกความรู้สึกตั้งแต่ความปรารถนา อกหัก ความมั่นใจ ไปจนถึงการเยียวยาตัวเอง ผ่านซาวด์RBและป๊อปที่ทั้งเข้มข้นและเปี่ยมด้วยพลัง พร้อมฉลองการปล่อยอัลบั้มด้วยมิวสิกวิดีโอเพลงCry Ugly มิวสิกวิดีโอCry Uglyได้Jake Navaผู้เคยร่วมงานกับBeyoncมารับหน้าที่กำกับร่วมกับSienna NavaและMarlon Cang (ที่เคยร่วมงานกับFLOในเพลงRecently Deleted)ขณะที่คอนเซปต์ของอัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBได้ตีความคลับให้เป็นมากกว่าสถานที่สำหรับปาร์ตี้ยามค่ำคืน แต่เปรียบเสมือนพื้นที่สำหรับสารภาพความรู้สึก ปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ภายใน และกลับมาเป็นเจ้าของชีวิตของตัวเองอีกครั้ง โดยเล่าเรื่องผ่านช่วงเวลาต่าง ๆ ของค่ำคืน ตั้งแต่การเตรียมตัวก่อนออกไปสนุกจนถึงเช้าวันถัดมา ตลอด16เพลงในอัลบั้มFLOผสมผสานRBและป๊อปในบรรยากาศที่ทั้งหม่นและเปี่ยมด้วยความสุข เข้ากับการเขียนเพลงในแบบบันทึกเรื่องราวส่วนตัว ถ่ายทอดทั้งความปรารถนา หัวใจสลาย ความมั่นใจ และการเยียวยาที่เกิดขึ้นไปพร้อมกัน โดยพวกเธอได้ร่วมงานกับนักแต่งเพลงมากฝีมืออย่างAmy Allen (Olivia Dean), Steph Jones (Sabrina Carpenter, JADE), Julian Bunetta (Teddy Swims, Gracie Abrams)และBoy Matthews (TWICE, Zayn)รวมถึงผู้ร่วมงานคนสำคัญจากผลงานก่อนหน้าอย่างSkippz, Oak FelderและSevyn Streeterขณะเดียวกันสมาชิกทั้งสามยังมีส่วนอย่างมากทั้งในการแต่งเพลงและโปรดิวซ์อัลบั้มชุดนี้ด้วยตัวเอง อัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBยังรวบรวมเพลงเด่นที่แฟน ๆ คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นเพลงไตเติลTHERAPY AT THE CLUBที่FLOเคยนำไปแสดงเป็นครั้งแรกบนเวทีNPRs Tiny Desk,เพลงสุดแซ่บที่หลายคนตกหลุมรักอย่างLeak Itที่กลายเป็นซิงเกิลของวงซึ่งทำอันดับบนชาร์ตUKได้สูงที่สุดจนถึงปัจจุบัน,เพลงขวัญใจแฟน ๆ อย่างRemediedรวมถึงDont Break Her Heartพร้อมด้วยเพลงPoseที่ได้Juicy Jมาร่วมฟีเจอริง และSex In Peaceที่ร่วมงานกับkwn FLOพูดถึงอัลบั้มชุดนี้ว่าเราภูมิใจมากจริง ๆ ที่ในที่สุดก็ได้แบ่งปันTHERAPY AT THE CLUBอัลบั้มชุดที่2ของเราให้ทุกคนทั่วโลกได้ฟัง มันเป็นผลงานที่ให้ความรู้สึกเป็นเรื่องส่วนตัวสำหรับเรามาก ๆ และเป็นผลงานที่เราทุ่มเททำขึ้นมาด้วยความรัก สำหรับเรา คลับเป็นมากกว่าแค่การออกไปเที่ยวกลางคืน มันเหมือนกับการบำบัดเลย คือจะมีที่ไหนอีกที่ทำให้คุณรู้สึกว่ามีคนเข้าใจคุณได้มากไปกว่าห้องน้ำผู้หญิงในคืนที่ออกไปเที่ยว นั่นแหละคือฟีลของอัลบั้มนี้! เรามีส่วนร่วมอย่างมากในการเขียน และสร้างสรรค์โปรเจกต์นี้ร่วมกับเหล่าผู้ร่วมงานคนพิเศษของเรา และนั่นยิ่งทำให้มันมีความหมายกับเรามากขึ้น อัลบั้มนี้สะท้อนถึงจุดที่เราอยู่ในตอนนี้ ทั้งความจริงใจ การเติบโตเปลี่ยนแปลง และการไม่กลัวที่จะรู้สึกกับทุกสิ่งอย่างเต็มที่ เราหวังจริง ๆ ว่าทุกคนจะรักอัลบั้มนี้! ก่อนหน้านี้Universal Music Thailandได้จัดงานFLO - THERAPY AT THE CLUB THAILAND ALBUM PRE-LISTENING EVENTเมื่อวันที่4สิงหาคม2026ณGen Wine Societyโดยมีศิลปิน สื่อมวลชน และครีเอเตอร์เข้าร่วมฟังและรีวิวอัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBก่อนใคร พร้อมชมโชว์สุดพิเศษจากAmie Marksและร่วมกิจกรรมภายในงาน ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน ที่ช่วยอุ่นเครื่องก่อนการเปิดตัวอัลบั้มเต็มอย่างเป็นทางการ ทั้ง16เพลงจากอัลบั้มนี้ ได้กลายเป็นเพลงโปรดเพลงใหม่ของใครหลายคนตั้งแต่วันนั้น และสื่อมวลชนหลายแห่งต่างลงคะแนนว่าอัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBของFLOเป็นหนึ่งในอัลบั้มแห่งปีได้อย่างแน่นอน แฟนเพลงชาวไทยเตรียมตัวพบกับFLOได้ในวันที่29สิงหาคม2026ณSphere Hall, EmpShereกรุงเทพฯซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้สัมผัสพลังเสียงประสานและเพลงจากอัลบั้มTHERAPY AT THE CLUBแบบสด ๆ อย่างใกล้ชิด รายละเอียดที่https://ticketmaster.co.th/activity/detail/26th_flo

"EMIBONNIE" ส่ง "Red Kiss" ซิงเกิลใหม่จังหวะ POP ชวนใจเต้น
อ่าน

"EMIBONNIE" ส่ง "Red Kiss" ซิงเกิลใหม่จังหวะ POP ชวนใจเต้น

ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนเพลงอย่างล้มหลาม หลังเปิดตัวในฐานะเป็นศิลปินดูโอ้หญิงคู่แรกจาก RISER MUSIC สำหรับ "EMIBONNIE" หรือ "เอมี่ ทสร กลิ่นเนียม" และ "บอนนี่ ภัทราภัสร์ โบรัชตะสุวรรณ์" ที่เดบิวต์ซิงเกิลอย่าง "ยิ่งชิดยิ่งคิด (Fall For You)" ด้วยยอดวิวกว่า 3 ล้านวิว ล่าสุดกลับมาพร้อมซิงเกิลที่ 2 กับเพลงเมโลดี้ติดหูอย่าง "Red Kiss" แนวดนตรี POP ผสม Disco House ที่สนุกฟังง่าย เต็มไปด้วยกลิ่นอายเซ็กซี่ ถ่ายทอดโมเมนต์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดจนห้ามใจไม่อยู่ พร้อมได้ทีมเบื้องหลังคุณภาพอย่าง "Wisp Team" รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ ยิ่งช่วยส่งอารมณ์ของเพลงให้ลงตัวยิ่งขึ้น เบื้องหลังการทำงานซิงเกิลคัมแบ็คครั้งนี้ "EMIBONNIE" เล่าว่า "สำหรับซิงเกิล Red Kiss เป็นซิงเกิลที่ 2 ของเราค่ะ กลับมาคราวนี้ในลุคใหม่ โฉมใหม่ ที่ดูโตขึ้นฉีกไปจากภาพจำเดิม ๆ ที่ทุกคนเคยเห็นรวมถึงแนวเพลงก็จะเป็นเพลงแนวใหม่ ที่มีจังหวะ POP ผสมผสานกับ Disco House สนุกฟังง่าย เมโลดี้ติดหู พอได้ยินครั้งแรก ก็จะรู้สึกอยากขยับร่างกายไปตามจังหวะเพลง เป็นกรูฟใหม่ ๆ ที่เรา 2 คนยังไม่เคยได้ลองทำค่ะ ก็รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ แต่ได้พี่ ๆ Wisp Team ซึ่งเป็นทีมที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว มาโปรดิวซ์เพลงให้ ก็เลยรู้สึกอุ่นใจ แล้วก็ทำให้มวลรวมของเพลงออกมาดูทันสมัยเข้าถึงง่ายค่ะ สำหรับเนื้อหาของเพลงเล่าถึงโมเมนต์ของคนสองคนที่ต่างรู้ว่าการเข้าใกล้กันอาจเป็นเรื่องอันตราย แต่ยิ่งห้ามกลับยิ่งดึงดูด จนสุดท้ายก็เลือกปล่อยให้หัวใจเป็นคนตัดสินซึ่งในเพลงจะถ่ายทอดความรู้สึกของแรงดึงดูดระหว่างคนสองคนผ่านประโยค Don't kiss ไม่ไหว และ Red Kiss me right now ค่ะ ส่วน MV จะเล่าผ่านคอนเซ็ปต์ Red Moon หรือปรากฎการณ์อย่างจันทรุปราคา เปรียบความสัมพันธ์ของคนสองคนที่แม้จะอยู่คนละเส้นทาง แต่เมื่อโคจรมาอยู่ในความถี่เดียวกัน ก็เกิดแรงดึงดูดที่ไม่สามารถต้านทานได้ จนนำไปสู่ช่วงเวลาที่เรียกว่า Red Kiss ซึ่งตอนนี้ทั้งเพลงและ MV ปล่อยออกมาแล้ว หวังว่าทุกคนจะชอบ เพราะเราสองคนตั้งใจกับซิงเกิลนี้กันมาก ๆ ค่ะ" สามารถรับชม Music Video เพลง "Red Kiss" ของ "EMIBONNIE" ได้ที่ YouTube : RISER MUSIC และรับฟังผ่าน Music Streaming ทุกแพลตฟอร์ม และติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook, Instagram, X, TikTok ของ RISER MUSIC

Tim
ดู

Tim

นากรักมาก ม๊ากมาก
ดู

นากรักมาก ม๊ากมาก

รีวิวหนัง "Desire ปรารถนาต้องห้าม" ดำดิ่งสู่พันธะสายสวาท เขย่าสถาบันครอบครัวให้สั่นคลอน
อ่าน

รีวิวหนัง "Desire ปรารถนาต้องห้าม" ดำดิ่งสู่พันธะสายสวาท เขย่าสถาบันครอบครัวให้สั่นคลอน

มาอีกหนึ่งคอนเทนต์หนังแนวยั่วยวนสู่สัมพันธ์แนบแน่นสุดอันตรายและยากเกินจะห้ามใจ อิมพอร์ตมาจากเม็กซิโกเรื่องล่าสุดก็คือ "Desire ปรารถนาต้องห้าม" หนังดรามาระทึกขวัญเคล้าความเซ็กซี่อีโรติก ที่จะค่อย ๆ มาปลุกความเร้าร้อนและความกระหายให้กับผู้ชมทีละน้อย ด้วยการแตะต้้องเส้นกั้นบาง ๆ ระหว่างความต้องการกับการฝืนศีลธรรมอันดี ที่บางครั้ง..ความหวั่นไหวก็มิอาจจะต้านแรงได้ มันพร้อมจะนำทางไปสู่ทิศทางที่ทำให้เกิดขึ้นอันตรายได้เกินกว่าที่คิดไว้ ลูเซโร หญิงสาววัยกลางคนที่ชีวิตของเธอมีพร้อมทุกอย่าง ตำแหน่งหน้าที่การงาน ฐานะทรัพย์สินมั่นคง ครอบครัวที่ยังทำหน้าที่เป็นปึกแผ่น แต่กลับพบว่ามีอะไรบางอย่างที่ว่างเปล่า ที่ค่อย ๆ ผลักดันให้เธอถลำเข้าไปสู่เส้นทางที่อ่อนไหวและเสี่ยงอันตราย กระทั่งชายหนุ่มอ่อนวัยกว่าเธอเป็นสิบ ๆ ปี อย่าง มาตีอัส ปรากฏตัวขึ้นในฐานะโค้ชสอนว่ายน้ำลูกสาวของเธอ ชายหนุ่มรูปงามปลุกเร้าอารมณ์ความลุ่มหลงในตัวเธอ และพร้อมที่จะทะยานไปสู่ห้วงความสัมพันธ์ที่สั่นไหวศีลธรรม เมื่อเธอดันลึกซึ้งกับผู้ชายที่ลูกสาวของเธอก็หลงรักอยู่เช่นกัน นี่คือหนังอีโรติกที่นำโดยนักสร้างหญิงล้วน ๆ เป็นผลงานเดบิวต์ของ "เทเรซา ซิโมน" ที่เพิ่งจะเคยมีเครดิตสร้างหนังเป็นเรื่องแรก จากบทหนังของ "จูเลีย คาร์ดาโมเน" กับ "วาเนสซา ไมคลอส" ที่มาพร้อมกับสูตรความสยิวผนวกตัณหาลุ่มหลงที่แสนดุเดือดและอันตรายแบบเดิม ๆ ที่ไม่ได้มีอะไรที่แปลกใหม่นัก ผูกเรื่องราวไว้กับความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวยและร้อนแรงตามปกติ ที่เชื่อว่าผู้ชมก็น่าจะรู้ถึงเส้นทาง เพื่อนำไปสู่ปลายทางที่อาจถึงขั้นกลายเป็นโศกนาฏกรรม พล็อตเรื่องและบทหนังก็ค่อนข้างติดเชยตามสูตร เส้นเรื่องก็ไม่ต่างกับแนว 18+ แม่ม่ายสาวแก่ที่เคยสร้างกันออกแบบเรื่อย ๆ ในทุกยุค ด้วยการหยิบเอาแรงปรารถนาและความต้องการของมนุษย์แบบเล่นในเชิงลู่ทางแห่งการเสพย์สุขชั่วคราว กิมมิกต่าง ๆ แทบจะไม่ต่างไปจากหนังเมื่อสิบหรือยี่สิบปีก่อน ที่อบอวลไปด้วยจังหวะยั่ว ๆ ที่แสนอันตราย กับสารตั้งต้นและบทสรุปที่ไม่ได้มีอะไรเกินคาดเดา แน่นอนว่าฉากอีโรติกสุดเร่าร้อนในหนัง ต้องเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่จัดจ้านและเป็นไฮไลต์ของหนังเรื่องนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยความที่ผู้สร้างหลักของหนังเป็นทีมผู้หญิง นั่นจึงทำให้ฉากเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดออกมาในทิศทางที่กำลังเหมาะเจาะพอดี ไม่ได้เน้นขายความยั่วยวนถลำลึกไปสู่ฉากอนาจารแบบพร่ำเพรือ มันถูกดีไซน์ออกมาในเชิงศิลปะและไม่เน้นที่จะโฟกัสถึงอวัยวะใด ๆ แต่ใช้ลีลาทางการแสดงก็น่าจะเพียงพอแล้ว นับเป็นจุดที่ค่อนข้างทำให้หนังเรื่องนี้สร้างสมดุลให้กับตัวเองได้อย่างมีลิมิต ขณะที่องค์ประกอบงานสร้างด้านอื่น ๆ ใน Desire ปรารถนาต้องห้าม ก็ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานโดยทั่วไป แม้ว่าโทนหนังจะเน้นสร้างบรรยากาศด้วยโทนแสงน้อย ละเลงไปด้วยแสงสีแดงโชย ๆ ที่สะท้อนถึงอารมณ์ตัณหาของตัวละครอย่างตรงไปตรงมา แต่การดีไซน์ฉากแสงน้อย ๆ ก็อาจจะทำให้เป็นอุปสรรคให้การรับชมเล็กน้อย เพราะบางฉากก็เกือบจะมองไม่รู้เรื่องเลยว่าเกิดอะไรขึ้น คลุกเคล้าไปด้วยเสียงเพลงชวนระทึกใจที่เปิดคลอสลับไปมาทีละน้อยแบบ ที่ไม่ได้ปะติดปะต่อและให้อารมณ์แบบดูละครมากกว่า "ลุดวิกา พาเล็ตต์" ดาราตัวแม่ตัวมัมของเม็กซิโก มาทำหน้าที่แบกรับหนังเรื่องนี้ด้วยเสน่ห์แบบสาวใหญ่ของเธอ การแสดงของเธอค่อนข้างถ่ายทอดออกมาได้น่าพอใจ แม้ว่าจะน่าเสียดายที่บทหนังอาจจะไม่ผลักดันและส่งเสริมการแสดงของเธอไปได้ถึงที่สุด ทั้งที่ควรจะไปได้มากกว่านี้ เธอคือนักแสดงที่เห็นได้ชัดว่ามีขอบเขตในการรับมือกับบทอย่างเป็นมืออาชีพ และนั่นก็ทำให้ "ออสการ์ คาซาส" อีกตำนานดาราเด็กของเม็กซิโกที่เติบโตมาเป็นพระเอกแถวหน้าของวงการทุกวันนี้ ได้ถูกขับเสน่ห์ออกมาได้น่าพอใจ เช่นเดียวกับ ทีมนักแสดงสมทบคนอื่น ๆ อย่าง "โฆเซ่ มาเรีย ยาซปิก", "ลีโอนาร์โด ออร์ติซกริส" หรือ "ปิลาร์ ปาสกัวล" ได้รับพลังทางการแสดงของลุดวิกาไปเต็ม ๆ เป็นการรับส่งบทกันไปมาระหว่างมืออาชีพ ท่ามกลางหนังที่เต็มไปด้วยจังหวะและพล็อตเห่ย ๆ อย่างน้อยก็ยังมีจังหวะทางการแสดงที่ยังพอถูไถใช้ได้ และยังพอทำให้เหนียวรั้งเราให้ยังรู้สึกสนใจและอยากติดตามว่าหนังจะนำทางไปในทิศทางไหนและจะจบอย่างไร โดยภาพรวมแล้ว Desire ปรารถนาต้องห้าม อาจจะฉาบหน้าว่าเป็นหนังอีโรติกสุดวาบหวิว แต่ถ้าคุณจะมาสนองนี้ดในทิศทางนั้นกับหนังเรื่องนี้ อาจจะต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวัง เพราะจริง ๆ แล้วนี่คือหนังระทึกขวัญครอบครัวที่เกิดขึ้นจากปัญหาในทุก ๆ การกระทำที่สมาชิกในครอบครัวได้ก่อขึ้นไว้อย่างตามใจด้วยเอง ความยั่วยวนต่าง ๆ เป็นแค่ส่วนเสริม เพราะในท้ายที่สุดมันกลับสะท้อนกลับไปที่ปมปัญหาหลักในสถาบันครอบครัวนั่นเอง มันอาจจะไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบใด ๆ แต่มีเจตนาการถ่ายทอดเรื่องราวที่ย่อยได้ง่าย แม้จะไม่มีอะไรที่แปลกใหม่เลย แต่ยังพอถูไถไปได้เรื่อย ๆ ตามสภาพ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Desire ปรารถนาต้องห้าม ประเภท: ดรามา / ระทึกขวัญ / โรแมนติก ผู้กำกับ: เทเรซา ซิโมน นำแสดงโดย: ลุดวิกา พาเล็ตต์, ออสการ์ คาซาส, โฆเซ่ มาเรีย ยาซปิก, ลีโอนาร์โด ออร์ติซกริส ความยาว: 97 นาที กำหนดฉายในไทย: 17 กรกฎาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: Desire ปรารถนาต้องห้าม ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.1/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.3/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.0/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.7/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.8/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.6/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Noodle Lovers - Hot Noodles And Beautiful Noodles
ดู

Noodle Lovers - Hot Noodles And Beautiful Noodles

"ยิปซี-นิโคลัส" เปิดเรื่องรักกับสามี รัก 8 ปี เกือบพังเพราะอีโก้!
อ่าน

"ยิปซี-นิโคลัส" เปิดเรื่องรักกับสามี รัก 8 ปี เกือบพังเพราะอีโก้!

"ยิปซี คีรติ" ควงคู่สามี "นิโคลัส ฮอว์" เปิดใจผ่านรายการ WandOland ถึงอินไซต์ความสัมพันธ์ตลอด 8 ปี เผยเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้ แม้จะผ่านทั้งอุบัติเหตุ ความจำเสื่อมและภาวะซึมเศร้ามาด้วยกัน แต่สิ่งที่เกือบทำให้ความรักต้องจบเพราะอีโก้ ความเห็นต่างและความกดดันสะสมทุกวัน ก่อนทั้งคู่จะตัดสินใจถอยคนละก้าวเพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้เดินต่อได้ และเรียนรู้ว่าความรักที่ยั่งยืนไม่ใช่การเปลี่ยนอีกฝ่าย แต่คือการเติบโตและยืดหยุ่นไปด้วยกัน มีด้านไหนของตัวเองที่คุณอยากเก่งขึ้นเพื่อรักครั้งนี้ ? ยิปซี คีรติ : อยากเป็นคนที่ยืดหยุ่นมากขึ้น อาจจะด้วยบุคลิกของที่เมื่อก่อนจะเป็นคนที่เหมือนก้อนหิน ไม่ค่อยมีความอ่อนโยนอ่อนนุ่มในตัวเอง ซึ่งเวลาที่เรามาอยู่ในความสัมพันธ์ การมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ความมั่นใจที่มากเกินไป หรืออีโก้ที่มากเกินไป มันไม่เป็นผลดีมีแต่จะชนกัน ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ยิปได้เรียนรู้มาก็ใน 8 ปีนี้ หลัง ๆ เลยพยายามที่จะฝึกตัวเอง โดยที่มีเขาเป็นตัวอย่างด้วยนะ เพราะว่านิคเป็นคนอีกประเภทหนึ่งเลย ตรงข้ามกับยิปโดยสิ้นเชิง เขาเป็นคนตัวใหญ่ก็จริงแต่ว่าเป็นคนอ่อนนุ่ม เขาเป็นคนจิตใจดีและอ่อนโยนมาก แล้วมันเป็นสิ่งตรงข้ามที่เท่ากันพอดีของยิปเลย เราเห็นเขาแล้วเราก็ค่อย ๆ เรียนรู้จากเขา เพื่อที่จะปรับให้ตัวเองมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แล้วพอเราเริ่มเปลี่ยน รู้สึกว่าความสัมพันธ์กลายเป็นว่าดีขึ้นเรื่อย ๆ และเอาไปประยุกต์ใช้กับทุกความสัมพันธ์เลยทั้งกับพ่อแม่ เพื่อน หรือแม้กระทั่งในบริบทของการทำงาน แล้วรู้สึกว่ามันทำให้เกิดความสมดุลและความกลมกลืนมากขึ้นในการใช้ชีวิต เลยรู้สึกว่าเป็นทักษะที่อยากเก่งขึ้นในเรื่องนี้ ลองทำแล้วรู้สึกว่าได้ผลดีกับตัวเอง นิโคลัส ฮอว์ : ถ้ามองตัวเอง จริง ๆ แล้วผมเป็นคนไม่มีระบบเลย แต่ยิปเป็นคนที่ 100% ต้องมีระบบ กินข้าว ออกกำลังกาย ทุกอย่างต้องมีระบบ เราเรียนรู้จากเขาด้วยว่าเราควรจะมีระบบบ้างก็ดี ยิปซี คีรติ : ต้องอธิบายว่าของยิปสุดโต่งจริง ๆ คือการที่มีระบบในชีวิตแล้วมันสมดุล แน่นอนมันเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ทำให้เราฟังก์ชันอะไรได้อย่างเป็นระเบียบมากขึ้น มีแบบแผน แต่ว่าของเรามันเกินไปตรงที่ว่าเหมือน Control freak แล้วเวลาที่บางอย่างไม่เป็นไปตามที่คิดจะสติแตก กลายเป็นว่าเราเครียด ซึ่งสุดท้ายมันไม่ได้ดีกับตัวเรา คือเมื่อก่อนความยื่นหยุ่นคือศูนย์เลย โทษตัวเองด้วยว่าฉันแย่เอง ฉันทำไม่ได้ ตอนไหนที่เห็นว่าตัวเองเริ่มยืดหยุ่น ? ยิปซี คีรติ : เพิ่งมายืดหยุ่นจริงๆ หลัง ๆ เองน่าจะ 2-3 ปีมานี้ ตรงที่ว่าการที่เรียนรู้จากเขา ไม่ใช่ว่าเขามาสอนยิป แต่มันเหมือนกับเราอยู่กับใครมาก ๆ เราจะซึมซับความเป็นตัวเขาไปเอง ว่าเวลาเจอเหตุการณ์เดียวกัน ยิปซีตอบสนองแบบนี้ นิคตอบสนองแบบนี้ แล้วเราเห็นเลยว่าต่างกันมาก แต่คนที่ทุกข์มากคือเรา คนที่ยังแฮปปี้อะไรได้คือเขา มันสถานการณ์เดียวกัน แต่วิธีเราคือมีแต่ความทุกข์ แต่ของเขาคือเขาดูสบายดี เราเลยรู้สึกว่าลองเปลี่ยนวิธีดูบ้างไหม ซึ่งพอเปลี่ยนแล้วมันก็ได้ผลมาก ๆ พอเปลี่ยนมาใช้วิธีแบบเขา ชีวิตมีความสุขขึ้นเยอะมาก นิโคลัส ฮอว์ : ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่เพิ่งได้เรียนรู้คือ ผมเคยมองเธอเป็นคนเดิมอยู่ตลอด เหมือนเธอยังเป็นคนที่เคร่งครัดเหมือนวันแรกที่เราเจอกัน และผมก็ไม่เคยเปิดพื้นที่ให้เธอได้เติบโตหรือเปลี่ยนแปลงเลย ผมว่าหลายคนก็เป็นแบบนี้นะ เรามักติดอยู่กับภาพจำของคนรักตั้งแต่วันแรกที่รู้จัก จนลืมไปว่าคนเราย่อมเปลี่ยนแปลง เรียนรู้ และเติบโตอยู่เสมอ แต่เราไม่ยอมให้พื้นที่เขาได้เป็นคนใหม่ สุดท้ายก็กลายเป็นว่า เราเป็นคนที่ฉุดรั้งเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ช่วงเวลาที่ทำให้ผมเข้าใจเรื่องนี้ที่สุด คือวันแต่งงานของเราตอนที่กำลังตัดเค้ก เค้กกลับหล่นลงพื้นเสียก่อน ตอนนั้นในหัวผมมีแต่ความคิดว่า แย่แล้ว...ผมทำงานแต่งพังหมดแล้ว แต่พอหันไปมองเธอ เธอกลับยิ้ม หัวเราะ และดูมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ วินาทีนั้นเองที่ผมได้รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเอาความกลัวของตัวเองไปครอบเธอ ผมคิดแทนว่าเธอคงต้องรู้สึกว่า มันไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งที่ความจริงแล้วเธอไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ผมต่างหากที่ยึดติดกับภาพเก่าของเธอ จนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เป็นตัวของตัวเอง ในแบบที่เธอเติบโตขึ้นมาเป็นแล้ว ยิปซี คีรติ : เพิ่งเห็น เพราะว่าพอดีมันมีช่างภาพกดถ่ายรูปในรัว ๆ ในโมเมนต์นั้นที่เค้กคว่ำ แล้วหน้านิคเหวอมาก ในรูปมันยังบันทึกภาพไว้อยู่ หน้านิคสะพรึง เหมือนแบบแย่แล้ว แต่หน้ายิปกำลังยิ้มอยู่ คำพูดแบบไหนจากคนรักที่ทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยในวันที่คุณเปราะบาง ? นิโคลัส ฮอว์ : ผมว่าประโยคที่จำได้ที่สุด และเป็นประโยคที่ยิปซีพูดกับผมบ่อยที่สุด คือ "Are you okay?" สำหรับผมมันเป็นคำพูดที่อบอุ่นที่สุดแล้ว ตอนที่ผมฟื้นขึ้นมาในห้อง ICU สิ่งแรกที่เห็นคือผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งนั่งมองผมอยู่แล้วถามเบา ๆ ว่า "Are you okay?" พอกลับบ้านวันที่เหนื่อย ๆ เธอก็ยังถามเหมือนเดิม "Are you okay?" มันไม่ใช่แค่คำถามธรรมดาแต่มันคือความห่วงใยจากใจจริง เธออยากรู้จริง ๆ ว่าผมโอเคไหมทั้งสภาพจิตใจ ร่างกาย หรือสุขภาพโดยรวม ผมชอบคำนี้ที่สุดเพราะทุกครั้งที่ได้ยินมันทำให้รู้สึกว่ามีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ พร้อมจะรับฟังและอยู่กับเรา และแค่นั้นก็ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความหมาย และถูกรักในทุกครั้งที่ได้ยิน ลึก ๆ แล้วมันมีความรู้สึกไหนที่ส่งออกไปเวลาพูดคำนี้ ? ยิปซี คีรติ : เป็นห่วงแหล่ะ เหมือนบางทีวันธรรมดาเขาไปทำงานมาก็ดูปกติ แต่เรารู้สึกได้ว่าข้างในใจเขาน่าจะมีอะไรหนัก ๆ เหมือนสัญชาตญาณมั้งคะ ว่าวันนี้เขาเจอเรื่องอะไรไม่ดีมาหรือเปล่า เราจะถามว่าเป็นไง Are you okay? เหมือนเป็นประโยคที่เปิดให้เขาได้เล่าอะไรที่อาจจะอยู่ในใจเขาในตอนนั้น แต่ทุกครั้งที่พูดมันมาจากความเป็นห่วง สำหรับยิปซีมีคำไหนจากนิคที่ทำให้คุณรู้สึกปลอดภัย ? ยิปซี คีรติ : Do you need a cuddle? แล้วมันจะตามมาด้วยการกอด ส่วนใหญ่เวลาเขาพูดคำนี้คือยิปแย่ละ ประโยคนี้จะโผล่มาตอนที่เห็นว่าอีกนิดหนึ่งยิปจะร้องไห้แล้ว แล้วเขาจะใช้เสียงน่ารัก ๆ เป็นเสียงสองของเขา ถามยิปบ้างว่า Kitten, do you need a cuddle? แล้วทุกครั้งยิปเหมือนจะร้องไห้แล้วบอกว่า Yes แล้วพอกอดเสร็จมันเหมือนตอนนั้นทุกอย่างมันโอเคขึ้น ภาษารักของคุณเป็นแบบไหน ? ยิปซี คีรติ : ของยิปจริง ๆ เป็นคนชอบ Act of Service กับ Physical Touch ค่ะ ของขวัญ สำหรับยิปไม่ต้องเลย ไม่จำเป็นต้องมีของขวัญให้ อาจจะไม่ได้ต้องบอกบ่อยก็ได้ แต่อยากให้มีการสัมผัส เช่น กอด จับมือ และ Act of Service สำหรับยิปมันต้องลงมือทำ ถ้าจะพูดอย่างเดียวว่าฉันรักเธอที่สุด แต่ไม่มีการลงมือทำเห็นยิปจะรู้สึกไม่ค่อยได้ ภาษารักของนิคเป็นแบบไหน ? นิโคลัส ฮอว์ : สำหรับผมภาษารักแบบ การลงมือทำ (Acts of Service) คือสิ่งที่มีความหมายที่สุด ผมไม่ได้ต้องการอะไรยิ่งใหญ่เลย แค่ได้เห็นว่าเธอทำอะไรสักอย่างเพื่อผม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กแค่ไหน แค่นั้นก็พอแล้วเพียงแค่รู้ว่า ในช่วงเวลานั้นเธอนึกถึงผม คิดถึงผม หรือใส่ใจผมในทางใดทางหนึ่ง มันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่เลย อะไรก็ได้ แค่นั้นก็มีความหมายสำหรับผมแล้ว ยิปซี คีรติ : แล้วการแสดงความรักด้วยการสัมผัสล่ะ คุณต้องการไหม? นิโคลัส ฮอว์ : เอาจริง ๆ ผมไม่ได้ต้องการมันมากขนาดนั้น เวลาความเห็นไม่ตรงกัน ข้อห้าม 1 ข้อคืออะไร ? ยิปซี คีรติ : สำหรับคู่เรา มันไม่ใช่คำพูด เหมือนเราจะรู้กันว่าถ้าทะเลาะกันยังไง ตีกันแรงมากแค่ไหน ห้ามออกจากบ้าน นิโคลัส ฮอว์ : ห้ามขับรถ แต่เดินในบ้านได้ หรือออกจากบ้านได้ อยู่รอบ ๆ บ้าน แค่ไม่ต้องไปทำอะไรที่เสี่ยงก็พอ อย่าปล่อยให้อารมณ์โกรธพาไปตัดสินใจทำเรื่องโง่ ๆ จนสุดท้ายต้องมาเสียใจ เพราะมันไม่คุ้มเลย ยิปซี คีรติ : เมื่อก่อนยิปเป็นสายดราม่ามาก คือเป็นนักแสดงด้วยไง การละคร เหมือนเวลาเราสะบั้นอารมณ์ เวลาขับรถเหยียบแรงเลย และจะขับรถแย่ ๆ สร้างความดราม่าให้ตัวเอง เพื่ออะไรก็ไม่รู้ ซึ่งเอาจริง ๆ มันค่อนข้างไร้เดียงสา แล้วพอมองย้อนไปตอนนี้ก็อาย แต่เมื่อก่อนเราทำอย่างนั้นจริง ๆ ซึ่งมันไม่ดี ยิปรู้สึกว่าตอนนั้นทำไปเพื่อประชด เราเอาตัวเองออกไปทำอะไรที่ดูอันตราย ทั้ง ๆ ปกติไม่ได้ทำ อาจจะเหมือนการเรียกร้องความสนใจ ประมาณนั้นถ้ายิปมองจากตอนนี้รู้สึกว่าค่อนข้างเห็นแก่ตัวมาก นิโคลัส ฮอว์ : คุณยังออกจากบ้านได้ เพียงแต่ต้องทำในแบบที่มีสติมากขึ้นและควบคุมตัวเองได้ ถ้าคุณบอกว่า "เดี๋ยวฉันออกไปนั่งดื่มกาแฟกับเพื่อนนะ" แบบนั้นไม่มีปัญหาเลย แต่ถ้าเป็นการโมโห ตะโกนด่าคนอื่น ปาข้าวของ กระแทกประตู แล้ววิ่งออกจากบ้าน แบบนั้นก็ไม่โอเค เคยมีเหตุการณ์ไหนที่คุณคิดว่าความสัมพันธ์ของเราเกือบไม่ได้ไปต่อ ? ยิปซี คีรติ : โปรเจกต์ร้านกาแฟ Solos Coffee ค่ะ เป็นร้านกาแฟแนว Creative อยากทำเป็นกาแฟแบบตามใจเชฟ (Omakase Coffee) ตอนทำก็คิดว่าน่าจะรอด แบ่งหน้าที่กันชัดเจน คิดว่าเราเริ่มทำสิ่งนั้นเร็วเกินไปเหมือนคบกันไม่นานก็ทำงานด้วยกันเลย จังหวะเวลามันไม่ถูกต้องด้วย คำถามนี้เป็นคำถามที่ถ้าคนที่พอจะรู้เบื้องหลังของยิปซีและนิโคลัสว่าผ่านอะไรกันมาบ้าง อย่างของนิคเขาเคยเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เขาความจำเสื่อมอยู่เกือบ 2 เดือน และยิปก็เคยเป็นซึมเศร้าหนักมาก ๆ เขาก็อยู่ข้างยิปมาตลอด คือเป็นคู่ที่ผ่านเรื่องหนักมาค่อนข้างเยอะ แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เราเกือบต้องเลิกกันจริง ๆ คือตอนทำงานด้วยกัน โคตรแย่ มันเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกาะเซาะระยะยาว (Chronic disease) คือพอเห็นไม่ตรงกัน อีโก้ชนอีโก้ เขาก็เก่งในวิธีของเขา เราก็เก่งในวิธีของเรา ถึงหน้าที่จะแยกกัน ไม่ได้ทับทางกันเลย แต่กลายเป็นว่ามันไม่ลงล็อคกันสักที เราก็เก็บเอาพลังงานแบบนั้นไป มันไม่ได้ตัดขาดได้ง่ายขนาดนั้น เราเพิ่งทะเลาะกันเองเรื่องงาน แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็เจอกันที่บ้าน เราพยายามนะ แต่พลังงานมันไม่ถูกเริ่มต้นใหม่ มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวแต่มันทุกวัน เพราะเราทำงานด้วยกันทุกวัน มันเก็บเล็กผสมน้อย เราเลยเลิกทำงานด้วยกันเลย พอถอยแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ? นิโคลัส ฮอว์ : ก็ดีขึ้นนะ แต่ผมก็ยังคิดอยู่เสมอว่า...ถ้าวันนั้นเรารู้ในสิ่งที่เรารู้วันนี้ เราน่าจะเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมมาก และทุกอย่างก็คงไปได้สวยกว่านี้ ตอนนั้นเธอเก่งในแบบของเธอ ส่วนผมก็เก่งในอีกแบบหนึ่ง แต่ผมรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยเห็นว่าผมเก่งแค่ไหน ผมเลยพยายามพิสูจน์ตัวเองให้เธอเห็น และในขณะเดียวกันก็พยายามทำในสิ่งที่เธอทำ เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีพอ ทั้งที่ความจริง ผมน่าจะพูดกับตัวเองและกับเธอว่า "นี่คือจุดแข็งของคุณ และนี่คือจุดแข็งของผม" แค่นั้นก็พอแล้ว เราไม่จำเป็นต้องเอาอีโก้มาชนกันหรือพยายามเอาชนะกันอยู่ตลอดเวลา ถ้าเรายอมรับในจุดแข็งของกันและกันตั้งแต่แรก เราคงทำงานร่วมกันได้ดีกว่านี้มาก ถ้าคู่ชีวิตของเราเป็นเครื่องดื่ม เขาคือรสชาติอะไร ? นิโคลัส ฮอว์ : น้ำ...เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ดีต่อสุขภาพ และเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการทุกวัน เพราะมันคือส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำประมาณ 80% ดังนั้น น้ำจึงไม่ใช่แค่สิ่งที่ควรดื่ม แต่เป็นสิ่งที่ร่างกาย ขาดไม่ได้เลย ยิปซี คีรติ : ยิปมองนิคเป็นโกโก้ร้อนที่ใส่มาร์ชแมลโลว์ไว้ด้านบน เพราะเขาเป็นคนอบอุ่น ทุกครั้งที่ยิปทานเครื่องดื่มนี้ จะเป็นวันที่ยิปอยากถูกโอบกอด รู้สึกถึงความสบายใจจริง ๆ ภายนอกของเขาดูเป็นผู้ชายมาก ๆ ไม่มีความหวาน แต่จริง ๆ ข้างในเขามันมีความสบายใจและเป็นคนสนุก นุ่มนิ่ม มีสีสัน ซึ่งเป็นการรวมกันที่ทำให้รู้สึกได้รับความปลอดภัย ความอบอุ่นและสบายใจไปถึงหัวใจ คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=MWSvv-5O86U

The Frustrating love of a Director and a wage slave
ดู

The Frustrating love of a Director and a wage slave

รักนี้หัวใจต้องห้าม
ดู

รักนี้หัวใจต้องห้าม

"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา
อ่าน

"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา

"BOWKYLION" หรือ "โบกี้ ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ" ศิลปินหญิงแห่งยุคจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ดีกรีเจ้าของซิงเกิลไวรัลที่ทุกคนร้องตามกันได้ ไม่ว่าจะเป็น ลงใจ, บานปลาย, วาดไว้, วิงวอน, ที่คั่นหนังสือ และ ลามปาม รวมถึงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอยังได้เซอร์ไพร์สแฟน ๆ ด้วยการประกาศจัด "KARAWA CONCERT" คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งได้กระแสตอบรับดีเกินคาดจนบัตร Sold Out อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว ไม่เพียงแต่พาร์ทของศิลปินเท่านั้น เธอยังได้รับโอกาสแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง "ข้างบ้าน" ที่กวาดรายได้ไปกว่า 100 ล้านบาท เป็นตัวตอกย้ำภาพความสำเร็จในอีกบทบาทที่แฟน ๆ คาดไม่ถึง อีกหนึ่งผลงานล่าสุดที่กระแสมาแรงตั้งแต่ปล่อยสปอยออกมา กับการร่วมแต่งและร้องเพลง "ดั่งใจฝัน (daydream)" เพลงประกอบซีรีส์บอยเลิฟแนวพีเรียดแฟนตาซีเรื่อง "ภพเธอ Love Upon a Time Series" จากค่าย DOMUNDI (ดูมันดิ) ที่มีการหยิบเอาคำร้องและดนตรีไทยมาประยุกต์เพิ่มเสน่ห์ในแบบใหม่ ๆ จนกลายเป็นอีกซิงเกิลไวรัลในช่วงที่ผ่านมา "BOWKYLION" ขอสานต่อกลิ่นอายความเป็นไทยกันต่อ ผ่านซิงเกิลใหม่อย่าง "นาฬิกาทราย (sign)" ซึ่งการันตีได้เลยว่าทุกผลงานที่ผ่านปลายปากกาของ "BOWKYLION" ล้วนสอดแทรกไปด้วยความหมาย และสำบัดสำนวนที่สละสลวย คงลายเส้นเฉพาะตัวที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ โดยในซิงเกิลนี้เธอได้หยิบเอา นาฬิกาทราย มาใช้เป็นสัญญะเพื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เดินทางมาถึงจุดจบ เป็นการนำเอาคุณสมบัติพิเศษของนาฬิกาทรายที่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป เพราะเมื่อหมดเวลาก็สามารถพลิกด้าน แล้ววนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อยู่เสมอ เปรียบเทียบกับในมุมมองความรัก ทุกครั้งที่ทรายกำลังจะไหลจนหมด เหมือนกับคนที่ใกล้จะหมดใจ แต่ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง "รักฉันเป็นดั่งนาฬิกาทราย ทุ่มเทเท่าไหร่ก็คงสลายไป" การให้อภัย ถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และเป็นเครื่องมือเพื่อยื้อเวลาให้ความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไป แต่ปมในใจกลับไม่เคยได้รับการรักษาเลยสักครั้ง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่นับถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนสลายตัวลงในท้ายที่สุด สะท้อนว่าความรักที่พังทลายลง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงเหมือนกับเม็ดทรายที่สลายไปตามลม การจบความสัมพันธ์จึงไม่ใช่เพียงเพราะการหมดรัก แต่อาจเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกที่เสียไปได้ สำหรับพาร์ทดนตรีถูกนำเสนอด้วยแนวป็อป พร้อมเพิ่มกลิ่นอายความเป็นไทยแบบร่วมสมัยขึ้นผ่านเมโลดี้ เรียกได้ว่าเป็นดนตรีแนวใหม่ ๆ ที่เธอยังไม่เคยทำ และเมื่อผสานเข้ากับภาษาสละสลวยตามกิมมิกเฉพาะตัว ทำให้ซิงเกิลนี้ส่งอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นกว่าที่เคย ก่อนเพิ่มความอินขึ้นอีกสเต็ปผ่านมิวสิกวิดีโอที่ได้สาวมากเสน่ห์อย่าง "เจนิส เจณิสตา" มาร่วมถ่ายทอดความรักฉบับเกิร์ลเลิฟในเส้นเรื่องที่ชวนเรียกน้ำตา ถือเป็นอีกหนึ่งเคมีใหม่ ๆ ที่อยากชวนให้ทุกคนมาลองติดตาม สามารถฟังเพลงและรับชมมิวสิกวิดีโอ "นาฬิกาทราย (sign)" ได้แล้วที่นี่ และติดตามการเคลื่อนไหวของ "BOWKYLION" ได้ทาง https://www.facebook.com/whattheduckmusic และ https://www.instagram.com/bowkylion

"ไม่แบ่งใคร" เพลงใหม่จากวง "ASIA7" บันทึกความรู้สึก ของคนที่เคยรักใครสักคนอย่างสุดหัวใจ
อ่าน

"ไม่แบ่งใคร" เพลงใหม่จากวง "ASIA7" บันทึกความรู้สึก ของคนที่เคยรักใครสักคนอย่างสุดหัวใจ

ซิงเกิลแรกของ "ASIA7" ภายใต้บ้านหลังใหม่ BRIDGE Management ที่นับเป็นการเติบโตครั้งสำคัญของกลุ่มศิลปินฝีมือฉกาจอย่าง "ASIA7" ที่เพิ่งคว้ารางวัล Best Group/Duo Performance จากงาน SOT Music Awards 2026 มาหมาด ๆ กับรางวัลที่การันตีการเป็นวงดนตรีที่น่าจับตามองล่าสุดสมาชิกทั้ง 7 คน "ออย อมรภัทร เสริมทรัพย์ (ร้องนำ), โยเย นริศรา ศักดิ์ปัญจโชติ (ซอ), ต้น ต้นตระกูล แก้วหย่อง (พิณ, แคน), โอม กฤตเมธ กิตติบุญญาทิวากร (แซกโซโฟน), สุนทร ด้วงแดง (กีตาร์), บูม ปรีดา เกศดี(คีย์บอร์ด), โน้ต ฐิติรัฐ ดิลกหัตถการ (กลอง)" พร้อมส่งผลงานใหม่อย่างต่อเนื่องกับ "ไม่แบ่งใคร (Mine)" ถ่ายทอดเรื่องราวของความรักที่เกิดขึ้นจากการได้พบเจอใครบางคนความบังเอิญที่นำพาคนคนนึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างบางอย่างในชีวิต จนกลายเป็นความรู้สึกที่มีคุณค่าและยากจะปล่อยให้หลุดลอยไป เพลงนี้พูดถึงการที่ใครคนหนึ่งได้เข้ามาเปลี่ยนโลกของเรา ทำให้โลกที่เคยเงียบเหงากลับมาสดใสอีกครั้ง ความรู้สึกผูกพันที่ก่อตัวขึ้นจึงนำมาสู่ความปรารถนาที่อยากเก็บรักษาความรักครั้งนี้ไว้เพียงผู้เดียว พร้อมความกลัวที่จะเสียเขาไป และเกิดคำถามขึ้นในใจว่า "ความรักของเราทั้งสองคนยังเป็นความรู้สึกเดียวกันอยู่หรือไม่" บทเพลงนี้จึงเปรียบเสมือนคำอ้อนวอนอย่างอ่อนโยน เพื่อขอความซื่อสัตย์ ความชัดเจน และความมั่นใจว่าความสัมพันธ์ที่มีร่วมกันนั้นจะเป็นของกันและกันอย่างแท้จริงสะท้อนทั้งความรัก ความหวงแหน ความต้องการที่จะรักษาหัวใจดวงสำคัญเอาไว้ โดยไม่ต้องแบ่งปันให้ใครอีก ในส่วนของมิวสิกวิดีโอได้ "ปุยฝ้าย ธาราทิพย์" และ "พลอย จุฑามาศ" สองนักแสดงจากซีรีส์เรื่อง "Shades เด็ก เรียบ ร้าย" ภายใต้สังกัด FRT Entertainment ที่ฮิตติดกระแสบน X และ Youtube อยู่ในเวลานี้มาแสดงเป็นตัวละครหลัก นำเสนอเรื่องราวความรักระหว่างหญิงสาวสองคน ผ่านมุมมองของตัวละครที่มีข้อจำกัดในการสื่อสารกับผู้คนรอบตัวไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาเป็นคำพูด ทุกความหมายจึงถูกส่งผ่านทางการกระทำ สายตา และความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในแทน โดยมอบหัวใจทั้งหมดให้กับอีกฝ่าย ทว่าในความรักนั้นกลับเต็มไปด้วยความเปราะบาง แฝงไปด้วยความกังวลและความไม่มั่นใจลึกๆ จนเกิดเป็นคำถามมากมายในใจว่า "หัวใจของเราสองคนยังตรงกันอยู่ใช่ไหม" หากความรักครั้งนี้ถูกมอบให้กับคนอื่น ฉันคงไม่เหลือหัวใจไว้ใช้ชีวิตต่อไป "ไม่แบ่งใคร (Mine)" จึงเป็นบทเพลงที่ผสานทั้งภาพและเสียงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ถ่ายทอดความรักที่เต็มไปด้วยความซื่อสัตย์ ความหวงแหน และความตั้งใจที่จะรักษาคนสำคัญเอาไว้ในหัวใจเพียงคนเดียวหวังว่าบทเพลงนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทบันทึกความรู้สึกของผู้คนที่เคยรักใครสักคนอย่างสุดหัวใจ และไม่อยากแบ่งความรักนั้นให้กับใครอีกเลย ดู Music Video "ไม่แบ่งใคร (Mine)" จาก "ASIA7" ได้แล้วที่นี่ และฟังเพลงได้ทุกช่องทาง Streaming

สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง
ดู

สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง

ดูอนิเมะ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ EP.12 วินาทีเกโระก้าวข้ามความตาย
อ่าน

ดูอนิเมะ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ EP.12 วินาทีเกโระก้าวข้ามความตาย

ดูอนิเมะออนไลน์ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ ซับไทย ตอนที่ 12 พิอิจิและคิโนซากิบังเอิญไปเจอโรงงานนรกซึ่งเป็นฐานลับทดลองผสมข้ามสายเลือดของโทชิโร่ ทำให้เบียกโกะสมุนมือขวาต้องออกมารับมือเพื่อถ่วงเวลา ทว่าในวินาทีนั้นสัตว์อสูรดัดแปลงพันธุกรรมกลับลืมตาตื่นขึ้น พิอิจิต้องรับศึกหนักจากอสุรกายที่มีพละกำลังและความเร็วเหนือมนุษย์ แม้เขาจะบาดเจ็บสาหัสจนเจียนตาย แต่เสียงโทรศัพท์จากแฟนสาวก็ปลุกแรงฮึดเฮือกสุดท้ายให้เขาลุกขึ้นมาปราบสัตว์ผสมได้สำเร็จก่อนจะหมดสติล้มพับไป วิกฤตมาเยือนเมื่อโทชิโร่ผู้นำตระตูลผู้ใช้สัตว์เตรียมลงสนามล่าด้วยตัวเอง ทว่า เกโระและอุชิโอะก็พุ่งเข้ามาแท็กทีมซัพพอร์ตได้ทันท่วงที แต่ความสยองเพิ่งเริ่มต้นเมื่อโทชิโร่กระดกเลือดผสมเกือบ 100 ชนิดเข้าปากจนระเบิดพลังระดับอสูรกาย บีบให้เกะโร่ต้องตัดสินใจใช้ยาอันตรายอย่างท็อกซินทริปเปิลกับร่างกายตัวเองเพื่อแลกชีวิต สามารถรับชมอนิเมะ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอังคาร เวลาประมาณ 21:30 น. ที่ทรูไอดี ดูอนิเมะ Marriagetoxin วิวาห์แต้มพิษ ตอนที่ 12 เรื่องราวในตอนที่ 12 ปาฏิหาริย์จากขุมนรก หลังจากก้าวข้ามผ่านวิกฤตช็อกปางตายจากการได้รับสารพิษเกินขนาดด้วยท็อกซินทริปเปิล เกโระก็ลุกขึ้นยืนหยัดอีกครั้งและเข้าประจันหน้ากับโทชิโร่ด้วยระดับพลังที่ตื่นขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว ในสมรภูมิรบอันบ้าคลั่งที่ยอดฝีมือแห่ง 5 ตระกูลใหญ่ต่างเค้นพลังเข้าห้ำหั่นจนทะลุขีดจำกัดของร่างกาย ในที่สุดเกโระก็สามารถเข้าถึงแก่นแท้ที่แท้จริงของผู้ใช้พิษ นำไปสู่การปลดปล่อยมหาเวทลับขั้นสุดยอดวิชาแยกพิษออกจากโลหิต ตัดมาอีกด้านหนึ่ง อาราชิยามะและพวกพ้องกำลังเริ่มเคลื่อนไหวตามแผนการลับบางอย่าง โดยพวกเธอได้ก้าวเข้ามาเป็นผู้นำของเหล่าสมาชิกสายเลือดรองแห่งตระกูลผู้ฝึกสัตว์ร้ายที่เคยถูกโทชิโร่จับตัวมาคุมขังเอาไว้เพื่อรวมพลังลุกขึ้นสู้!

ดูอนิเมะ Kill Blue คิลบลู ตอนที่ 10 โนเร็นโหมดคลั่งรักเพราะโดนล้างสมอง
อ่าน

ดูอนิเมะ Kill Blue คิลบลู ตอนที่ 10 โนเร็นโหมดคลั่งรักเพราะโดนล้างสมอง

ดูอนิเมะออนไลน์ Kill Blue คิลบลู ตอนที่ 10 แม้จะขึ้นชื่อว่าโดนสะกดจิต แต่ในโลกแห่งความฝันของโนเร็น กลับมีแต่ภาพของราเม็งแสนอร่อยเท่านั้น ตัดมาที่สนามรบเทนมะและเอจิกำลังเข้าประชันฝีมือกันอย่างดุเดือด ซ้ำร้ายเมื่อโอกามิเข้ามาสมทบ คำพูดของเขาทำเอาเอจิเข้าใจผิดคิดว่าพี่ชายถูกฆ่าไปแล้ว จนเกิดอาการคลุ้มคลั่งระเบิดสาดกระสุนลูกกอล์ฟใส่ไม่ยั้ง ทว่าเทนมะไม่ยอมแพ้งัดท่าไม้ตายลับซัดลูกฟุตบอลฝ่าดงระเบิดเข้ากลางเป้าหมายล้มศัตรูลงได้สำเร็จ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่โนเร็นฟื้นขึ้นมา ทว่าฤทธิ์สะกดจิตกลับทำให้เธอส่งสายตาหวานซึ้งให้โอกามิ จนเขาต้องสับคอให้เธอสลบไปอีกรอบ ด้านคาซึมะที่สิ้นฤทธิ์ได้คุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต ซึ่งโอกามิก็ยอมปล่อยไป ส่วนเทนมะผู้ใสซื่อก็ยอมรับตัวตนนักฆ่าของโอกามิและยอมให้เขาเรียนต่อตามปกติ พร้อมกับสองนักฆ่าป่วนเมืองที่เตรียมย้ายมาเรียนที่เดียวกันในอนาคต สามารถรับชมอนิเมะ Kill Blue อัปเดตตอนใหม่ทุกวันเสาร์ เวลาประมาณ 21:00 น. ที่ทรูไอดี ดูอนิเมะ Kill Blue ตอนที่ 10 เรื่องราวในตอนที่ 10ฤทธิ์การโดนสะกดจิตทำงานเกินร้อย เมื่อโนเร็นตกหลุมรักโอกามิหัวปักหัวปํา เธอเปิดฉากตื๊อและรุกคืบเข้าหาเขาอย่างบ้าคลั่ง ทว่าพอถูกจูโซปฏิเสธกลับมาอย่างนุ่มนวล โนเร็นที่คิดสั้นกลับพยายามจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายเสียนี่! งานนี้คาซึมะเลยต้องรีบเฉลยความจริงว่า เขาใช้ศาสตร์สะกดจิตขั้นรุนแรงที่จะทำให้เหยื่อตกหลุมรักคนที่เห็นเป็นคนแรกหลังลืมตาตื่นแบบถอนตัวไม่ขึ้น เพื่อทำลายคำสาปรักสุดตึงเครียดนี้ จูโซจึงต้องมุ่งหน้าไปยังสวนสนุกตามนัดของคาซึมะ แต่ไหงเหตุการณ์กลับพลิกผันให้เขาต้องขึ้นไปนั่งอยู่บนชิงช้าสวรรค์กับโนเร็นสองต่อสอง แถมบรรยากาศรอบตัวยังเริ่มทวีความโรแมนติกขึ้นมาซะอย่างนั้น หรือว่าหัวใจของจูโซจะเริ่มหวั่นไหวเข้าจริง ๆ แล้วกันแน่

"เพื่อน คณิน" เปิดโหมดคลั่งรัก "แอนจัง" ทำไอจีหวานเจี๊ยบ
อ่าน

"เพื่อน คณิน" เปิดโหมดคลั่งรัก "แอนจัง" ทำไอจีหวานเจี๊ยบ

หวานไม่ไหว หวานไม่ไหว หลังพระเอกหนุ่ม "เพื่อน คณิน ชอบประดิถ" เปิดโหมดคลั่งรัก "แอนจัง" แฟนสาวชาวญี่ปุ่นแบบเต็มสูบ งานนี้ขอเตือนเลยว่าคนโสดโปรดเลื่อนผ่าน เพราะไอจีคู่นี้มีแต่ความหวาน "เพื่อน คณิน" เปิดโหมดคลั่งรัก "แอนจัง" ทำไอจีหวานเจี๊ยบ หลังจากที่พระเอกหนุ่ม "เพื่อน คณิน" เปิดตัวแฟนสาวชาวญี่ปุ่น "แอนจัง" ที่สวยแบบตะโกน ทั้งคู่ก็สาดความหวานแบบไม่กลัวเบาหวาน ไม่กลัวมดกัด โดยทั้งคู่ผลัดกันโพสต์ทั้งภาพทั้งคลิปอวดโมเมนต์ช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้อยู่ด้วยกัน แม้ว่าจะเป็นความรักแบบระยะทางไกล แต่ก็ทำอะไรหัวใจของทั้งคู่ไม่ได้ โดยเฉพาะหนุ่มเพื่อนที่ออกอาการคลั่งรักแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แถมยังยิ้มกว้างมาก ๆ ในทุกวัน จนเพื่อน ๆ อดรนทนไม่ไหว ขอตามแซวกันซะหน่อย อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : SOLD OUT! เพื่อน คณิน เปิดตัวสาวญี่ปุ่นข้างกาย บอกรักสนั่นโซเชียล ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม khaninch, h.anko.25

Taylor Swift ส่งเพลงใหม่ “I Knew It, I Knew You” ประกอบหนัง Toy Story 5 ย้อนสู่รากเหง้าดนตรีคันทรี
อ่าน

Taylor Swift ส่งเพลงใหม่ “I Knew It, I Knew You” ประกอบหนัง Toy Story 5 ย้อนสู่รากเหง้าดนตรีคันทรี

สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวSwiftiesทั่วโลก สำหรับTaylor Swiftโกลบอลซูเปอร์สตาร์หญิงแห่งวงการเพลง ที่กลับมาพร้อมผลงานเพลงใหม่I Knew It, I Knew Youเพลงต้นฉบับจากภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์ของDisneyและPixarอย่างToy Story 5โดยเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของJessieคาวเกิร์ลสาวขวัญใจแฟน ๆ ที่อยู่คู่กับแฟรนไชส์Toy Storyมายาวนาน และถือเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญที่แฟนเพลงของTaylor Swiftต่างเฝ้ารอทันทีที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ นอกจากจะเป็นการกลับมาพร้อมเพลงใหม่แล้วI Knew It, I Knew Youยังน่าสนใจตรงที่เป็นการร่วมงานอีกครั้งระหว่างTaylor SwiftและJack Antonoffโปรดิวเซอร์คู่บุญที่อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครJessieและเรื่องราวการเติบโตของเธอในจักรวาลToy Storyพร้อมพาผู้ฟังย้อนกลับไปสู่กลิ่นอายดนตรีคันทรีที่เป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของTaylor Swiftอีกครั้ง จนแฟน ๆ หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในผลงานที่ชวนให้นึกถึงยุคแรก ๆ ของเธอมากที่สุดในรอบหลายปี Andrew Stantonผู้กำกับและผู้เขียนบทToy Story 5ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของTaylor Swiftว่า เธอสามารถเข้าใจตัวละครJessieและแก่นสำคัญของเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้งตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ชมภาพยนตร์เวอร์ชันพัฒนาเบื้องต้น จนสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นบทเพลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าI Knew It, I Knew Youเป็นส่วนหนึ่งของโลกToy Storyมาตั้งแต่แรกแล้ว Taylor Swiftยังได้เปิดเผยถึงความรู้สึกที่มีต่อโปรเจกต์นี้ว่าฉันฝันมาตลอดว่าอยากมีโอกาสได้แต่งเพลงให้กับตัวละครเหล่านี้ ตัวละครที่ฉันรักมาตั้งแต่ตอนอายุ5ขวบที่ได้ดูToy Storyภาคแรกก่อนจะเล่าถึงที่มาของเพลงI Knew It, I Knew Youว่าฉันตกหลุมรักToy Story 5ทันทีที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และฉันก็กลับบ้านไปแต่งเพลงนี้ขึ้นมาทันทีนี่จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเพลงนี้เกิดขึ้นจากความรัก และความผูกพันที่เธอมีต่อโลกของToy Storyมาอย่างยาวนานจริง ๆ ใครที่คิดถึงเสียงกีตาร์ กลิ่นอายคันทรี และการเล่าเรื่องผ่านบทเพลงในแบบฉบับTaylor Swiftไม่ควรพลาดI Knew It, I Knew Youเพลงที่พาเราย้อนกลับไปสู่ความทรงจำ ความผูกพัน และมิตรภาพอันงดงามที่เป็นหัวใจสำคัญของToy Storyมาตลอดกว่า30ปี และเตรียมรับชมDisney and Pixar's Toy Story 5ได้ในวันที่18มิถุนายนนี้ ที่โรงภาพยนตร์