รีเซต

ผลการค้นหา “A Tale of Thousand Stars” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Portrait In Crystal
ดู

Portrait In Crystal

ตำนานรัก สวรรค์จันทรา Moonlight Mystique
ดู

ตำนานรัก สวรรค์จันทรา Moonlight Mystique

นักวิเคราะห์ชี้ "The Mandalorian and Grogu" จะไม่ขาดทุน แต่ก็ยังไม่อาจเซฟจักรวาลสตาร์วอร์สได้
อ่าน

นักวิเคราะห์ชี้ "The Mandalorian and Grogu" จะไม่ขาดทุน แต่ก็ยังไม่อาจเซฟจักรวาลสตาร์วอร์สได้

จักรวาลหนังสตาร์วอร์สกลับมาสู่โรงภาพยนตร์อีกครั้งในรอบเกือบ 8 ปี กับ "The Mandalorian and Grogu" ที่แม้ว่าจะเป็นเหมือนผลงานคั่นเวลาในระหว่างที่รอภาคหลักอยู่ระหว่างการตั้งค่าและกำหนดทิศทางต่อไป แต่ดิสนีย์ก็มั่นอกมั่นใจเป็นอย่างมากว่า ผลงานหนังเรื่องนี้จะสามารถเรียกคืนศรัทธาของแฟน ๆ จักรวาลนี้และกอบโกยเงินให้กับสตูดิโอหนังได้เป็นอย่างดีในช่วงฤดูร้อนนี้ แต่ว่าในแง่การกอบกู้สถานการณ์ให้กับหนังชุดสตาร์วอร์นั้น..หนังเรื่องนี้อาจจะยังไม่มีพลังไม่เพียงพอ The Hollywood Reporter ได้วิเคราะห์ว่า The Mandalorian and Grogu จะเป็นบล็อกบัสเตอร์ที่โดดเด่นและทำเงินได้น่าพอใจประจำฤดูร้อนนี้ โดยคาดว่าหนังจะเปิดตัวทั่วโลกในสุดสัปดาห์นี้ได้ราว ๆ 160 ล้านเหรียญ หรืออาจจะมากกว่า ที่ถือว่าสถานการณ์จะดีขึ้นว่า Solo: A Star Wars Story หนังภาคแยกเรื่องล่าสุดที่ลงโรงในปี 2018 ที่กลายเป็นหนึ่งในหนังสตาร์วอร์สที่ล้มเหลวที่สุดนับตั้งแต่เคยสร้างมา แต่ใด ๆ The Mandalorian and Grogu ก็อาจจะยังไม่สามารถทำในอเมริกาได้ดีถึงที่สุด เพราะหลายฝ่ายมองว่าหนังจะสตาร์ทที่ 90-100 ล้านเหรียญ ที่ถือว่าอาจจะน้อยว่าที่ Solo เคยทำไว้ที่ 103 ล้านเหรียญ The Mandalorian and Grogu ไม่ใช่หนังสตาร์วอร์สที่ทุนสร้างมหาศาลอะไร แต่ราคาของหนังก็ไม่ได้ถูก เพราะใช้งบไปราว ๆ 165 ล้านเหรียญ โดยที่ยังไม่รวมงบประชาสัมพันธ์หนังที่น่าจะสูงกว่าร้อยล้าน แหล่งข่าววงในระบุว่า หนังเรื่องนี้จำเป็นจะต้องทำเงินทั่วโลกให้ได้มากกว่า 500 ล้านเหรียญขึ้นไป จึงจะการันตีได้ชัดเจนว่าหนังจะคุ้มทุน แต่ถ้าย้อนกลับไปดูสถานการณ์์ที่เคยเกิดขึ้นกับ Solo ในปี 2018 ทำเงินไปท้ายที่สุดแค่ 393 ล้านเหรียญ แต่หลายฝ่ายมองว่าแมนโดจะได้เปรียบกว่าในแง่ความนิยม ถึงจะเป็นหนังที่นักรีวิวให้คะแนนกลาง ๆ แค่ 64% แต่ก็ถูกใจคนดูมากกว่า แต่อย่างน้อย ๆ The Mandalorian and Grogu ก็เป็นหนังที่แตกยอดออกมาจากความสำเร็จของซีรีส์ทางสตรีมมิง ทำให้มีฐานแฟน ๆ อยู่จำนวนหนึ่ง ดิสนีย์ก็น่าจะไปได้สวยกับการขายของที่ระลึกที่แตกยอดออกมาจากหนังเรื่องนี้ได้สบาย ๆ แต่สถานการณ์ของจักรวาลหนังสตาร์วอร์สก็แทบจะใกล้เคียงกับจักรวาลหนังมาร์เวล ที่สตูดิโอจ้องเขม็งในการจัดการดูแลเฟรนไชส์หนังที่อาจจะไม่สร้างความคุ้มค่าในผลตอบแทนโดยรวม การเบรกพักจักรวาลนี้ไปกว่า 7 ปี ด้วยการหันไปสร้างเป็นฉบับซีรีส์ไลฟ์แอคชัน 6-7 เรื่อง แต่ก็มีแค่ไม่กี่เรื่องที่มีผลลัพธ์ออกยอดเยี่ยม บททดสอบที่แท้จริงของจักรวาลนี้น่าจะเป็นเรื่องถัดไปมากกว่า อย่าง "Star Wars: Starfighter" ที่จะออกฉายในฤดูร้อนปีหน้า เพราะนี่คืออีกหนึ่งเส้นเรื่องของเฟรนไชส์นี้ที่ไม่ได้มีพื้นฐานของซีรีส์มารองรับ ที่มี "ไรอัน กอสลิง" มาเป็นดาราเบอร์ใหญ่ในการดึงดูดความสนใจ กับผู้กำกับยอดฝีมือ "ชอว์น เลวี" ที่รังสรรค์งานเรื่องนี้ หนังเรื่องนี้ต่างหากจะเป็นตัวชี้ชะตาชัด ๆ ให้กับจักรวาลสตาร์วอร์ส โดยที่ The Mandalorian and Grogu อาจจะไม่ได้มาเพื่อเซฟจักรวาล แต่เรื่องต่อไปต่างหากที่เป็นหมากสำคัญต่อการชี้เป็นชี้ตายของ Star Wars ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

Coming Soon
ดู

Coming Soon

Taylor Swift ส่งเพลงใหม่ “I Knew It, I Knew You” ประกอบหนัง Toy Story 5 ย้อนสู่รากเหง้าดนตรีคันทรี
อ่าน

Taylor Swift ส่งเพลงใหม่ “I Knew It, I Knew You” ประกอบหนัง Toy Story 5 ย้อนสู่รากเหง้าดนตรีคันทรี

สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวSwiftiesทั่วโลก สำหรับTaylor Swiftโกลบอลซูเปอร์สตาร์หญิงแห่งวงการเพลง ที่กลับมาพร้อมผลงานเพลงใหม่I Knew It, I Knew Youเพลงต้นฉบับจากภาพยนตร์แอนิเมชันฟอร์มยักษ์ของDisneyและPixarอย่างToy Story 5โดยเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของJessieคาวเกิร์ลสาวขวัญใจแฟน ๆ ที่อยู่คู่กับแฟรนไชส์Toy Storyมายาวนาน และถือเป็นอีกหนึ่งผลงานสำคัญที่แฟนเพลงของTaylor Swiftต่างเฝ้ารอทันทีที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ นอกจากจะเป็นการกลับมาพร้อมเพลงใหม่แล้วI Knew It, I Knew Youยังน่าสนใจตรงที่เป็นการร่วมงานอีกครั้งระหว่างTaylor SwiftและJack Antonoffโปรดิวเซอร์คู่บุญที่อยู่เบื้องหลังเพลงฮิตมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากตัวละครJessieและเรื่องราวการเติบโตของเธอในจักรวาลToy Storyพร้อมพาผู้ฟังย้อนกลับไปสู่กลิ่นอายดนตรีคันทรีที่เป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของTaylor Swiftอีกครั้ง จนแฟน ๆ หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในผลงานที่ชวนให้นึกถึงยุคแรก ๆ ของเธอมากที่สุดในรอบหลายปี Andrew Stantonผู้กำกับและผู้เขียนบทToy Story 5ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของTaylor Swiftว่า เธอสามารถเข้าใจตัวละครJessieและแก่นสำคัญของเรื่องราวได้อย่างลึกซึ้งตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ชมภาพยนตร์เวอร์ชันพัฒนาเบื้องต้น จนสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกเหล่านั้นออกมาเป็นบทเพลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับว่าI Knew It, I Knew Youเป็นส่วนหนึ่งของโลกToy Storyมาตั้งแต่แรกแล้ว Taylor Swiftยังได้เปิดเผยถึงความรู้สึกที่มีต่อโปรเจกต์นี้ว่าฉันฝันมาตลอดว่าอยากมีโอกาสได้แต่งเพลงให้กับตัวละครเหล่านี้ ตัวละครที่ฉันรักมาตั้งแต่ตอนอายุ5ขวบที่ได้ดูToy Storyภาคแรกก่อนจะเล่าถึงที่มาของเพลงI Knew It, I Knew Youว่าฉันตกหลุมรักToy Story 5ทันทีที่มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ และฉันก็กลับบ้านไปแต่งเพลงนี้ขึ้นมาทันทีนี่จึงเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเพลงนี้เกิดขึ้นจากความรัก และความผูกพันที่เธอมีต่อโลกของToy Storyมาอย่างยาวนานจริง ๆ ใครที่คิดถึงเสียงกีตาร์ กลิ่นอายคันทรี และการเล่าเรื่องผ่านบทเพลงในแบบฉบับTaylor Swiftไม่ควรพลาดI Knew It, I Knew Youเพลงที่พาเราย้อนกลับไปสู่ความทรงจำ ความผูกพัน และมิตรภาพอันงดงามที่เป็นหัวใจสำคัญของToy Storyมาตลอดกว่า30ปี และเตรียมรับชมDisney and Pixar's Toy Story 5ได้ในวันที่18มิถุนายนนี้ ที่โรงภาพยนตร์

"คิดถึง" ซิงเกิลใหม่จาก "LITC" กับอัลบั้มแรก Endless Blue
อ่าน

"คิดถึง" ซิงเกิลใหม่จาก "LITC" กับอัลบั้มแรก Endless Blue

"คิดถึง" บทเพลงถึงคนที่อยู่ไกลเกินจะกลับมา หนึ่งในอัลบั้มแรก Endless Blue จาก "LITC (ลิส)" ย่อมาจาก Lightning in the Clouds หรือ "อิทธิพัทธ์ ศรีศรกำพล (หยาง)" ศิลปินอินดี้ป๊อป ที่อยากชวนผู้ฟังดำดิ่งสู่ความรู้สึกที่ลึกที่สุดในหัวใจ โดยเพลงนี้ถูกเขียนขึ้นจากเรื่องจริงของ "LITC" ที่ถ่ายทอดความรู้สึกถึงคุณยายผู้จากไป ความผูกพันที่ไม่มีวันหวนกลับ ถูกเรียบเรียงออกมาเป็นบทเพลงที่ทั้งอ่อนโยนและเจ็บลึกในเวลาเดียวกัน เพราะในความเป็นจริง ไม่ว่าความสัมพันธ์จะเป็นแบบไหน สุดท้ายแล้วเราทุกคนต่างต้องเผชิญกับ "การสูญเสีย" และเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน ในวันที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือ "การคิดถึง" พร้อมกับเฝ้ามอง "ดาวดวงหนึ่ง" ที่เปรียบเหมือนสายตาและรอยยิ้มของใครบางคน ที่ยังคงอบอุ่นอยู่ในหัวใจเสมอ จากความรู้สึกที่ค่อย ๆ ก่อตัว กลายเป็นอัลบั้มแรกในชีวิต Endless Blue ผลงานที่ "LITC" ลงมือทำเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่แต่งเพลง อัดเสียง พัฒนาแนวทางดนตรี จนค่อย ๆ สร้างโลกทางเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ขึ้นมา ที่เต็มไปด้วยความรัก ความเจ็บปวด ความเหงา ความทรงจำ และการค้นหาที่ทางของตัวเองในจักรวาล จนเป็นเพลงในอัลบั้ม ได้แก่ เราห่างกันเหลือเกิน, ความเหงาในจักรวาล, หยดน้ำตา feat.Snoopking, ฝันสุดท้าย, ยินดี, ฉากสุดท้าย และขอพร อัลบั้ม Endless Blue เปรียบเสมือนจักรวาลเล็ก ๆ ที่ผู้ฟังสามารถหลบเข้าไปพักใจได้ในวันที่คำพูดธรรมดาไม่เพียงพอจะอธิบายความรู้สึก เปรียบเหมือนดอกเดซี่ที่ยังคงบานอยู่กลางอวกาศ เป็นสัญลักษณ์ของความหวังเล็ก ๆ ที่ยังคงอยู่ แม้ในวันที่โลกจะเงียบเหงาที่สุด ดังนั้น "คิดถึง" จึงไม่ใช่แค่เพลงหนึ่งในอัลบั้ม แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกทั้งหมดใน Endless Blue ความคิดถึงที่แม้จะส่งไปไม่ถึงใครบางคน แต่ยังคงลอยอยู่ในใจเสมอ ลองเปิดฟัง "คิดถึง" จาก "LITC" แล้วปล่อยให้เพลงนี้พาคุณกลับไปหาใครบางคน ที่ยังอยู่ในความทรงจำ แม้จะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว ได้ที่นี่ และรับฟังเพลงใน อัลบั้ม Endless Blue ได้แล้ววันนี้ บนมิวสิกสตรีมมิ่งทุกแพลตฟอร์ม ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ : + Facebook: LITC | Facebook + YouTube: https://youtube.com/@litcalone?si=TLlAyqigtj-ZaW-L + Instagram: LITC (@official_litc) Instagram photos and videos + TikTok: https://www.tiktok.com/@litcalone?_r=1_t=ZS-964lWMsrEl3 + Spotify: LITC | Spotify

นิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKY รวมล้านเรื่องเล่าไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน
อ่าน

นิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKY รวมล้านเรื่องเล่าไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน

สยามพารากอน ร่วมกับ Joyman Gallery และ M Contemporary ร่วมรังสรรค์ประสบการณ์ศิลปะครั้งพิเศษผ่านนิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKY ชวนทุกคนออกเดินทางสำรวจความหมายของตัวตนและโลกที่เราอาศัยอยู่ พร้อมตั้งคำถามต่อความเป็นมนุษย์ เมือง และความสัมพันธ์ในยุคปัจจุบัน ผ่าน 2 นิทรรศการเดี่ยวจากศิลปินร่วมสมัย ที่ตีความโลกในแบบของตนเองอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมเปิดให้ชม เรื่องเล่านับล้าน ภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 22 พฤษภาคม 2569 ณ Art Jewel พื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะแห่งใหม่ล่าสุดของเอเชีย ชั้น 5 สยามพารากอน นิทรรศการนี้ได้รวม 2 นิทรรศการน่าสนใจเข้าไว้ด้วยกัน คือ นิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKYรวมล้านเรื่องเล่าไว้ใต้ท้องฟ้าเดียวกัน 1. Millions of CATS and ONE CAT: แมวล้านตัวกับแมวหนึ่งตัวนิทรรศการเดี่ยวของ เนียม มะวรคนอง ที่ชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง ภาพ ระบบ และตัวตน ในยุคที่ข้อมูลหลั่งไหลเกินขีดจำกัดของการรับรู้ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ผ่านภาพแมวจำนวนมหาศาลที่ปรากฏในผลงานจิตรกรรมสีอะคริลิคบนผ้าใบกว่า 27 ชิ้น ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะของการดำรงอยู่ร่วมกันในโลกที่ความแตกต่างค่อย ๆ เลือนหาย และความเหมือนถูกขยายจนกลายเป็นมาตรฐานของสังคม นิทรรศการนี้ไม่ได้ให้คำตอบ แต่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตั้งคำถามต่อการมองเห็น การรับรู้ และความหมายของการมีอยู่ ในโลกที่เต็มไปด้วย ความมากมาย และ ความเหมือน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คุณอาจกำลังสงสัยว่ารูปแมวท่าทางแปลกๆ ในภาพวาดเหล่านี้คืออะไร ที่จริงแล้วผมวาดมันขึ้นมาโดยอาศัยต้นแบบจากภาพที่สร้างด้วย Generative AI หรือ Chatbot AI ที่พวกเราในยุคนี้คงเริ่มคุ้นเคยกับการมีอยู่ของมัน หลายคนใช้มันทำงาน และบางคนรู้สึกว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ใช้งาน AI แต่ผมมองมันเป็นของเล่นมากกว่าที่จะใช้งานจริงจัง เพราะมันเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ ภาพวาดชุดนี้ก่อร่างขึ้นตรงไหนสักแห่งระหว่างที่ผมกำลังเล่นสนุกกับความเอาแน่เอานอนไม่ได้ของมัน ความเบี่ยงเบนเล็กๆ น้อยๆ ในผลลัพธ์แต่ละครั้งกระตุ้นจินตนาการให้เกิดชุดคำสั่งต่อไป ผมรู้สึกเหมือนกำลังเล่นโยนรับลูกบอลกับมัน เราผลัดกันพูดทีละประโยค รู้ตัวอีกที กลายเป็นนิทานเรื่องยาว "ในแมวล้านตัวย่อมมีแมวหนึ่งตัว" ขณะทำงานชุดนี้ ผมนึกถึงข้อมูลมหาศาลที่เป็นอาหารของ AI ภาพและเสียงนับล้านไหลวนอยู่ในนั้น ก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ กลืนกินทุกอย่าง แต่อีกด้านหนึ่ง ในมุมเล็กๆ เงียบสงบ ยังมีข้อมูลข่าวสารอีกชุดหนึ่งที่ไม่มีใครอื่นสามารถรับรู้ได้ นอกจากตัวเราเอง เนียม มะวรคนอง กล่าวถึงผลงานในครั้งนี้ 2. BENEATH THE HORIZON LINEนิทรรศการเดี่ยวของ Zillustation (การุญ เจียมวิริยะเสถียร) ชวนผู้ชมชะลอจังหวะและค้นพบความงดงามของเมืองในมิติที่อาจไม่เคยสังเกตมาก่อน ผ่านผลงานศิลปะที่นำเสนอ เมือง ในฐานะพื้นที่มีชีวิต ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว การพบพาน และความทรงจำ ผลงานชุดนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายขาวดำอันละเอียดอ่อนจากปากกาหมึกดำ ถ่ายทอดเป็นแผนที่เชิงศิลปะที่ผสานระหว่างความเป็นจริงและจินตนาการด้วยกลิ่นอายของป๊อปอาร์ตและการอ้างอิงวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างมีชั้นเชิง จนเกิดเป็นโลกที่ดูเหนือจริง แต่ในขณะเดียวกันก็สะท้อนวิถีชีวิตและความงดงามที่ซ่อนอยู่ในมหานคร ศิลปินมุ่งถ่ายทอดความงดงามของเมืองผ่านการบันทึกในรูปแบบที่ผสานเข้ากับธรรมชาติ โดยแต่ละผลงานประกอบด้วยผังเมืองและอัตลักษณ์ที่แตกต่างกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด เมืองที่น่าอยู่อาศัย จึงเกิดการพัฒนาเป็นการสร้างสรรค์เชิงศิลปะในรูปแบบแผนที่การเดินทาง เชิญชวนให้ผู้ชมดื่มด่ำและสัมผัสเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ควรค่าแก่การสำรวจ นิทรรศการ TRILLION STORIES UNDER THE SKY นับเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้หยุดมองโลก อีกครั้ง ท่ามกลางเรื่องเล่ามากมายรอบตัว พร้อมเชิญชวนให้คนรักศิลปะมาร่วมออกเดินทางสำรวจ เรื่องเล่านับล้าน และค้นพบความหมายของการมีอยู่ในโลกยุคปัจจุบันภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน ตั้งแต่วันนี้ถึง 22 พฤษภาคม 2569 ณ Art Jewel ชั้น 5 สยามพารากอน โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: SiamParagon ====================

ประวัติ เอิ้ก ชาลิสา หรือ เอิ้ก หิ้วหวี
อ่าน

ประวัติ เอิ้ก ชาลิสา หรือ เอิ้ก หิ้วหวี

ประวัติ เอิ้ก ชาลิสา หรือ เอิ้ก หิ้วหวี เอิ้ก ชาลิสา หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ เอิ้ก หิ้วหวี และ เอิ้ก อีส มารูอ้วย เกิดวันที่ 31 ธันวาคม ที่จังหวัดเพชรบุรี ปัจจุบันเป็นยูทูบเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ ศิลปิน และนักแสดง เธอมีช่องยูทูบที่ชื่อว่า Chrrissa Chotijirasathit มีผู้ติดตามมากกว่า 700,000 account นอกจากนี้เอิ้กยังชิมลางงานแสดงจริงจังในซิตคอมเรื่อง Jet lag เจ๊ทแหลก ทั้ง 2 ซีซัน ประวัติ เอิ้ก ชาลิสา ด้านชีวิตในวงการบันเทิง เอิ้ก ชาลิสา เริ่มจากทำช่องยูทูบ Chrrissa Chotijirasathit สอนแต่งรูป แต่งแต่งหน้า ต่อมามีโอกาสได้ไปทำงานที่ช่องยูทูบ หิ้วหวี ต่อมา มิกซ์ เฉลิมศรี ชวนมาเป็นแขกรับเชิญเบื้องหน้า กระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้ทำช่องเดี่ยว เธอจึงตัดสินใจมาเปิดช่องยูทูบของตัวเอง ซึ่งมีรายการ EAT อีส มารูอ้วย ที่กระแสตอบรับดีมาก ๆ นอกจากจะชอบสไตล์การกิน รีวิว พูดไปเรื่อยของเอิ้กแล้ว ยังมีแขกรับเชิญมาร่วมแจมอีกด้วย นอกจากนี้เอิ้กยังเป็นเจ้าของเสียงร้องเพลง เลือดกรุ๊ปบี ที่ดังระเบิดในช่วงก่อนหน้านี้ ปัจจุบันเอิ้กชิมลางงานแสดงจริงจังในซิตคอมเรื่อง Jet lag เจ๊ทแหลก และ Jet lag เจ๊ทแหลก 2 ด้านชีวิตส่วนตัว เอิ้ก ชาลิสา เคยบอกความฝันตอนเด็กว่าอยากเป็นดารา แถมยังยกให้ อั้ม พัชราภา เป็นไอดอลที่รักที่สุด ถึงขั้นเคยเอ่ยปากว่าปกป้องอั้มได้เลย ซึ่งความฝันของเอิ้กอยากมีงานแสดงไม่ว่าจะเป็นละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ ซิตคอม Jet lag เจ๊ทแหลก ผลงานเพลง เลือดกรุ๊ปบี อีกละ (HABIT) ชอบนอน (zzz) (feat. 1LIFE) ช่องยูทูบ รายการ EAT มารูอ้วย ช่อง Chrrissa Chotijirasathit รายการ วล็อค มารูแอ๋ ช่อง Chrrissa Chotijirasathit ไอจี เอิ้ก ชาลิสา @chrrissa_p https://www.instagram.com/chrrissa_p/ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เปิดวาร์ปนักแสดง "Jet lag เจ๊ทแหลก" ซิตคอมสุดปั่นที่รวมทุกความฮา ฮาเหมาลำตั้งแต่เริ่ม! Official Trailer ซิตคอม Jet lag เจ๊ทแหลก "Jet lag เจ๊ทแหลก" ซิตคอมสุดป่วนเรื่องแรก ของ BeOnCloud พร้อมเหินฟ้าเสิร์ฟความฮาแบบจัดเต็ม! ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม chrrissa_p

"ออกัส-ปันปัน" ประกบคู่ลงซีรีส์แนวตั้ง "ย้อนยุคมาแก้บน ม้าลาย 9999 ตัว"
อ่าน

"ออกัส-ปันปัน" ประกบคู่ลงซีรีส์แนวตั้ง "ย้อนยุคมาแก้บน ม้าลาย 9999 ตัว"

ได้เวลาลงจอ ฮาทะลุมิติแบบไม่มีพัก! กับเรื่องราวโรแมนติกคอมเมดี้แฟนตาซีสุดอลเวง "ย้อนยุคมาแก้บน ม้าลาย 9999 ตัว (THE MIRACLE of 9,999 ZEBRA)" ซีรีส์แนวตั้ง (Vertical Series) เรื่องแรกจาก ฮาทป๊อบ สตูดิโอ จำกัด (HEARTPOP STUDIO CO., LTD.) ภายใต้โปรเจกต์ Miniheart Series โดยผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง "ไอซ์ ปพิชญา ภัทรลิขิตสกุล" ที่ขอปั้นคอนเทนต์เอาใจคนดูยุคใหม่แบบเต็มสปีด เรียกได้ว่ากระแสแรงตั้งแต่ยังไม่ทันออนแอร์ แค่ปล่อยทีเซอร์ก็ฟินจิกหมอน จนโซเชียลแทบแตก งานนี้ยังดึงแคสติ้งระดับซุปตาร์อย่าง "ออกัส วชิรวิชญ์" ประกบคู่ "ปันปัน สุทัตตา" ร่วมด้วย เกรซ ฮาร์เปอร์, หนิงหนิง มาริกา, พีเค ปิยวัฒน์ และ บ๊วย เชษฐวุฒิ การันตีความสนุกถึงใจแฟน ๆ แน่นอน "ออกัส-ปันปัน" ประกบคู่ใน "ย้อนยุคมาแก้บน ม้าลาย 9999 ตัว" "ย้อนยุคมาแก้บน ม้าลาย 9999 ตัว" เรื่องราวของ พริม (ปันปัน สุทัตตา) ดาราตัวท็อปที่กำลังจะดับเพราะข่าวฉาว แต่เผลอบนศาลพระภูมิร้างว่าอยากไปอยู่ที่ "ไม่มีใครรู้จัก" พร้อมสัญญาว่าจะถวายม้าลาย 9,999 ตัว แบบพูดเล่น ๆ กึ่งประชด แต่พรดันเป็นจริง เลยตื่นขึ้นมาในบ้านของท่าน ขุนเวภพ (ออกัส วชิรวิญช์) ชายหนุ่มหล่อ ขรึม ปากร้าย ผู้ดูแลความสงของบ้านเมืองสมัยอยุธยาตอนปลาย จากซูเปอร์สตาร์กลายเป็น "สาวใช้คนใหม่" ที่พูดจาแปลก และสร้างความวุ่นวายไปทั้งอยุธยา ท่ามกลางความอลเวง ความสัมพันธ์จากหมั่นไส้กลายเป็นหวั่นไหว และเมื่อยิ่งเข้าใกล้การแก้บนจนครบ 9,9,999 ตัว เธอต้องสิ้นใจครั้งใหญ่ ว่าจะกลับสู่โลกเดิมที่รออยู่ หรืออยู่ต่อในยุคที่หัวใจเพิ่งเริ่มต้นที่พักใจ แค่ตัวเดียวก็วุ่นแล้ว นี่ม้าลาย 9,999 ตัวจะป่วนขนาดไหน! ติดตามชมซีรีส์ "ย้อนยุคมาแก้บน ม้าลาย 9999 ตัว (THE MIRACLE of 9,999 ZEBRA)" รับชมพร้อมกันทั่วโลกได้ที่ iQIYI (อ้ายฉีอี้) และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่ โซเชียลมีเดียทุกแพลตฟอร์มของ HEARTPOP STUDIO และ Miniheart Series อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : ผลงานใหม่! เปิดภาพ ปันปัน แต่งพีเรียดประกบพระเอกเนื้อหอม

Genshin Impact เผยโฉมตัวละครล่าสุด "Nicole" "แม่มด" ผู้เงียบงัน
อ่าน

Genshin Impact เผยโฉมตัวละครล่าสุด "Nicole" "แม่มด" ผู้เงียบงัน

เตรียมเพชรให้พร้อม! เมื่อล่าสุดนั้นทาง HoYoverse ก็ได้พาอีกหนึ่งตัวละครสำคัญที่ใครหลายคนต่างก็เฝ้าคอย ผู้ที่กำลังจะเข้ามาให้เปิดหาในเกม Genshin Impact ในอนาคต อย่าง "Nicole" "แม่มด" ผู้เงียบงัน หรือ "ทูตสวรรค์" ผู้สละเสียง มาให้ได้ยลโฉมและทำความรู้จักกันแบบคร่าว ๆ แล้ว! Nicoleชื่อ: Nicoleฉายา: เสียงสงัดในใจ"แม่มด" ผู้เงียบงัน, "ทูตสวรรค์" ผู้สละเสียงวิชั่น: ไฟกลุ่มดาว: Reliquiarium..."ผู้กำกับฟองแห่งความทรงจำเวท", "ผู้สนับสนุนกระรอกอย่างสุดจิตสุดใจ", "สุดยอดนักสร้างแรงบันดาลใจที่ขอแค่ได้ใช้สมองเท่านั้น""Alice? ตัวอักษรในสูตรคาถานี่มันชักจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนะ!"- แม่มดผู้ไร้เสียงคนหนึ่งประท้วงอย่างดุเดือด แม้ว่าการประท้วงจะไม่ได้ผลก็ตามเรื่องราวมากมายที่ Nicole คิดขึ้นมา ล้วนเริ่มต้นด้วย "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..."บางทีสำหรับนักเขียนบางคน "นานมาแล้ว" อาจเป็นเพียงข้ออ้างที่ใช้หลีกเลี่ยงคำถาม เพราะเมื่อบอกไปแล้วว่าเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ณ ปัจจุบัน คนหรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนั้นก็ได้หายไปหมดแล้ว ไม่ว่ายังไง ก็ไม่สามารถย้อนกลับไปสืบค้นในอดีตได้จริง ๆแต่ในหัวของ Nicole เรื่องราวเมื่อ "นานมาแล้ว" เหล่านั้นไม่เคยจางหายไปเลยนานมาแล้ว แสงไฟของอาณาจักรทั้งหลายเคยประดับประดาเต็มผืนแผ่นดินดุจไหมทองคำ นานมาแล้ว บรรดาธิดาแห่งสวรรค์ เคยเดินทางไปมาระหว่างสวนแห่งทวยเทพกับนครของมนุษย์อย่างไร้กังวล นานมาแล้ว เจ้าแห่งยุคเก่าผู้ตกสู่ความมืดมิด ยังไม่ได้นำหายนะกลับสู่แผ่นดินบ้านเกิดของเขา นานมาแล้ว สามจันทราที่โคจรสูงเหนือท้องฟ้ายามค่ำคืน ยังคงอยู่ครบถ้วนทั้งสามดวง...กาลเวลาไม่หยุดนิ่ง มุกไหลเวียนหยกผันแปร เมล็ดพันธุ์อัคนีของสรวงสวรรค์ ได้ดับสูญไปพร้อมกับชีวิตในสังสารวัฏอันไร้ความหวัง ผู้รับใช้ที่เคยภักดีต่อผู้ปกครองได้หักหลังเพื่อชีวิตที่ถูกสร้างขึ้น ราชามังกรสีดำหวนคืนจากห้วงดารา ราชรถแสงจันทร์แตกสลายราวกับแก้วไพฑูรย์...เรื่องราวไม่เคยสิ้นสุด แต่ผู้อ่านและผู้ฟังในอดีตต่างจากไปแล้ว ทูตสวรรค์ที่เคยปรารถนาจะบันทึกเสียงหัวเราะด้วยปากกานั้น สูญเสียทุกสิ่งที่เคยทำให้เธอหัวเราะไปหมดสิ้น แม้แต่เสียงหัวเราะก็หายไป และไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้อีกต่อไปด้วยเหตุนี้ เรื่องราวในใจของ Nicole จึงดูเหมือนจะไม่มีวันเริ่มต้นอย่างเป็นทางการได้อีกแล้ว เธอทำได้เพียงกอดเก็บ "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว" มากมายไว้ในใจ เดินเตร่ไปบนผืนแผ่นดิน และมองดูสรรพสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาจนกระทั่งเธอได้พบกับแม่มดน้อยที่สวมหมวกใบใหญ่ ปีกหมวกนั้นดูโอ้อวดเสียจนแทบจะสูงเสียดฟ้า แน่นอนว่าหมวกในตอนนั้น ก็ยังเล็กกว่าหมวกในปัจจุบันอยู่หลายไซส์แม่มดน้อยนั่งยอง ๆ อยู่ข้าง ๆ Nicole ตั้งใจฟังเธอเล่าเรื่องราวเรื่องแล้วเรื่องเล่า จนกระทั่งดื่มเครื่องดื่มในแก้ว และกินคุกกี้ในกระเป๋าจนหมด"งั้นเธอเป็นทูตสวรรค์จริง ๆ รึเปล่า? เรื่องราวพวกนั้นก็เป็นเรื่องจริงด้วยใช่มั้ย?""งั้นก็ดีเลย ฉันเป็นแม่มด เธอเป็นทูตสวรรค์ เข้ากันได้พอดีเลย"แม่มดน้อยผู้ร่าเริงยื่นมือออกไป เพื่อเชื้อเชิญทูตสวรรค์ที่เดินทางมาจาก "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว" คนนี้"อยากเข้าร่วมสมาคมแม่มดของฉันมั้ย? ฉันเพิ่งคิดชื่อนี้ขึ้นมาเมื่อกี้เอง ฟังดูดีใช่มั้ยล่ะ""ฉันรับรองเลยว่า มันจะเป็นชมรมที่น่าสนใจที่สุด เจ๋งที่สุด และสนุกที่สุดใน Teyvat แน่นอน!""..."ทูตสวรรค์ไม่ทันได้ส่งเสียง... ซึ่งเธอเองก็ส่งเสียงไม่ได้อยู่แล้ว แม่มดน้อยก็คว้ามือเธอไว้ แล้วยัดลูกอมเม็ดสุดท้ายให้เธอ"เท่านี้ สัญญาของแม่มดก็เป็นอันสมบูรณ์แล้ว"แม้ว่าในตอนนั้น Nicole ยังไม่คิดจะเข้าร่วม และยังไม่รู้ด้วยว่าชมรมที่ชื่อว่า "สมาคมแม่มด" นี้จะกลายเป็นเช่นไรในอนาคตแต่อย่างน้อย...อย่างน้อย... ที่นั่นก็ฟังดูเป็นสถานที่ที่มีความสุขมากทีเดียว

Tinga Tinga Tales
ดู

Tinga Tinga Tales