รีเซต

ผลการค้นหา “A Boss and a Babe” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
Whose Baby Is In The Classroom?
ดู

Whose Baby Is In The Classroom?

“อเล็กซ์ เรนเดลล์” รีวิวความน่ารักของ “น้องเลนอน” ชีวิตเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง!
อ่าน

“อเล็กซ์ เรนเดลล์” รีวิวความน่ารักของ “น้องเลนอน” ชีวิตเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง!

อเล็กซ์ เรนเดลล์ รีวิวความน่ารักของน้องเลนอนชีวิตเรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง! ตั้งแต่มีลูกชาย น้องเลนอน เข้ามาเป็นสามาชิกใหม่ของครอบครัว ตอนนี้นักแสดงหนุ่ม อเล็กซ์ เรนเดลล์ ก็หลงลูกชายคนนี้ไม่ไหวแล้ว เพราะชอบลงโมเมนต์น่ารักกับ น้องเลนอน ให้ดูกันบ่อยๆ ล่าสุด อเล็กซ์ รีวิวการคลั่งรักของคุณพ่อที่มีต่อลูกชายคนนี้ว่า ช่วงนี้ Daddy เดินทางเป็นว่าเล่นเลย มองไปทางไหนก็มีเรื่องมาไห้คิดถึง กลับมาเเล้วเห็นสายตาที่มองมาพร้อมเล่นกับ daddy ตลอด อมยิ้มใส่ เเล้วก็กวักเเขนด้วยความดีใจ หัวเราะด้วยฟันครึ่งซี่ เราเดินๆไปตรงไหนก็มองตาม เดินออกก็เรียก Bababa อะไรไม่รู้! จะนอนดึกเท่าไหร่ก็โดนปลุก 6:30 ตลอด ชีวิตเรามาถึงจุดนึ้ได้ยังไง จุดที่มี mini-me คอยจ้องเราทุกก้าว คอยสังเกตเรา คงไม่มีใครนอกจากลูกเราเเล้วเเหละ ภูมิใจที่เราเป็น father figure ให้เค้านะ ที่ต้องเดินทางคือความรับผิดชอบล้วนๆ hope that my responsibilty is something you one day admire and follow on my son

เบบี๋มาแล้ว! นางเอกสาวคลอดลูกสาว สามีโพสต์ต้อนรับสุดอบอุ่น พร้อมหน้าครอบครัว
อ่าน

เบบี๋มาแล้ว! นางเอกสาวคลอดลูกสาว สามีโพสต์ต้อนรับสุดอบอุ่น พร้อมหน้าครอบครัว

เบบี๋มาแล้ว! นางเอกสาวคลอดลูกสาว สามีโพสต์ต้อนรับสุดอบอุ่น พร้อมหน้าครอบครัว ขึ้นแท่นเป็นครอบครัวลูกสามแบบเต็มตัวแล้วจ้า สำหรับอดีตนางเอกสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมันคนสวย นนนี่ ณัฐชา และสามีหนุ่มนักธุรกิจ แอ็คมี่ วรวัฒน์ ที่ล่าสุดทั้งคู่จูงมือกันบินลัดฟ้าไปต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวกันไกลถึงประเทศดูไบงานนี้บอกเลยว่าเบบี๋ลืมตาดูโลกท่ามกลางบรรยากาศสุดปัง โดยทางด้านคุณพ่อแอ็คมี่ได้โพสต์ภาพโมเมนต์สุดอบอุ่นพร้อมต้อนรับลูกสาวตัวน้อยด้วยแคปชันภาษาอังกฤษละมุนใจว่าWelcome to the world, Opera. My baby girl. 19.10.2026 Aurora, Elite , Opera เรียกว่าเติมเต็มความอบอุ่นให้ครอบครัวใหญ่ขึ้นไปอีกขั้น ทางนี้เห็นแล้วก็อดปลื้มตามไม่ได้ ทางดาราเดลี่ ขอแสดงความยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดง ลูกสาม ด้วยนะคะ

รีวิวหนัง "Heart of the Beast หัวใจผจญไพร" กลเม็ดเดินป่าขั้นพื้นฐานสู่ขั้นสูง กับน้องหมาอินเนอร์ชนะเลิศ
อ่าน

รีวิวหนัง "Heart of the Beast หัวใจผจญไพร" กลเม็ดเดินป่าขั้นพื้นฐานสู่ขั้นสูง กับน้องหมาอินเนอร์ชนะเลิศ

โดยปกติแล้วหากเอ่ยชื่อถึงผู้กำกับ "เดวิด เอเยอร์" ก็มักจะนึกถึงภาพหนังบู๊ระห่ำชวนมันส์จัดจ้านสนั่นจอ แต่สำหรับผลงานใหม่ในปี 2026 ไม่ใช่แนวที่คุ้นเคย เพราะเรียกได้ว่าเขาได้ฉีกแนวของตัวเองครั้งสำคัญ ด้วยการปลุกปั้นและรังสรรค์หนังแนวผจญภัยกลิ่นฟีลกู้ดหน่อย ๆ ด้วยสมการกับน้องตูบสี่ขา ออกมาเป็น "Heart of the Beast หัวใจผจญไพร" หนังผจญป่าที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์เดินป่าเผชิญหน้ากับความเป็นความตายกับการเอาชีวิตให้รอดของอดีตทหารกับสุนัขฝึกสนามรบที่เป็นคู่หูกัน เรื่องราวของ เจมส์ เบลมอนต์ อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยการรบพิเศษ กับ โอดิน สุนัขสมรภูมิรบคู่กายของเขา ได้ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกในพื้นที่อลาสก้า ทำให้พวกเขาติดอยู่ในผืนป่ากว้าง ท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บและแฝงไปด้วยอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ พวกเขาจึงได้ดิ้นรนต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดและความผูกพันอันแข็งแกร่งระหว่างคนกับสุนัข คือถ้าย้อนกลับไปดูเครดิตหนังเก่า ๆ ของเดวิด เอเยอร์ คุณอาจจะไม่เชื่อว่าเขาจะพลิกผันแนวมาทำหนังสไตล์ออกมากับเขาได้ เพราะเรียกได้ว่าแตกต่างจากแนวถนัดของเขาอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างน้อย ๆ ก็พิสูจน์ให้ได้เห็นแล้วว่า ถึงจะช่ำชองทำหนังแนวระเบิดภูเขาเผาระเบิดมามากมายหลายเรื่อง ก็ยังสามารถปรับโหมดเป็นความฟีลกู้ดได้เช่นกัน ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้หยิบเอาบทหนังของ "คาเมรอน อเล็กซานเดอร์" ที่เคยติดแบล็กลิสต์เป็นบทหนังที่ควรค่าแก่การนำสร้างเป็นหนังประจำปี 2017 แต่ก็ได้รับการพัฒนาสร้างเกือบสิบปีกว่าจะขึ้นจอได้สำเร็จ ในแง่พล็อตเรื่องใน Heart of the Heart คงต้องบอกว่าไม่มีอะไรที่หวือหวาแปลกใหม่อะไรสักเท่าไหร่เลย ทุก ๆ สัดส่วนล้วนแต่เป็นองค์ประกอบสูตรสำเร็จที่คุ้นเคยดี ระหว่างหนังผจญภัยเอาชีวิตรอดกับคอนเทนต์ฟีลกู้ดสไตล์เจ้านายและน้องหมาเคียงข้างกัน ล้วนแต่เป็นคอนเซ็ปต์ที่เคยผ่านตาและเห็นมาจากหนังหลาย ๆ เรื่องมาก่อนหน้านี้แล้วทั้งสิ้น อีกทั้งเส้นเรื่องก็แทบจะไม่มีชั้นเชิงตื้นลึกหนาบางอะไรเช่นเดียวกัน นอกจากเป็นหนังที่เน้นการเดินป่าลำเนาไพรไปเรื่อย ๆ ตามสเต็ป พร้อมกับสอดแทรกสถานการณ์พลิกผันต่าง ๆ นานาเข้ามาต่อเนื่องแบบสำเร็จรูป เอาจริง ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกติดใจหรือเห็นว่าสไตล์การร้อยเรียงเรื่องราวของ Heart of the Beast ที่ออกมาในทำนองนี้จะเป็นปัญหาใด ๆ กลับมองว่าเป็นหนังที่ไหลลื่นและดูได้สบาย ๆ ตามประสาหนังฟีลกู้ดเพลินดีด้วยซ้ำ หนังมอบผลลัพธ์ชนิดที่ไม่ต้องคิดอะไรเลย ปล่อยจอยไปกับการเดินเท้าเดินป่าตามเส้นทางของตัวละครหลักทั้ง 2 ชีวิต แต่ถ้าในแง่ความเป็นภาพยนตร์นั้น หนังยังค่อนข้างขาดชั้นเชิงอยู่มาก แม้จะพยายามแทรกเส้นเรื่องภูมิหลังเกี่ยวกับชีวิตนักรบในสมรภูมิเข้ามา แต่ก็เป็นส่วนเสริมในลักษณะแฟลชแบ็กเบา ๆ ที่ไมได้เน้นให้เกิดความสำคัญมากนัก ทำให้หนังเรื่องนี้จึงดำเนินเรื่องไปในทิศทางที่ค่อนข้างราบเรียบ...เกือบจะไร้จุดเด่น โชคดีที่วิสัยทัศน์และมุมมองของผู้กำกับที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ทำหนังมากว่า 20 ปี บ่มเพาะหนังเรื่องนี้ออกมาได้พอถูไถได้ดีไม่น้อย ถึงบทหนังจะซ้ำ ๆ เดิม ๆ ไม่มีมิติอะไร แต่ก็ได้รับการทดแทนได้จากจังหวะการกำกับและดีไซน์งานสร้างของหนังเรื่องนี้ได้ค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว ถึงมันจะออกมาเป็นทำนองคล้าย ๆ กับหนังสร้างเพื่อโปรโมตกิจกรรมการเดินป่าและโฆษณาแบรนด์อุปกรณ์เครื่องใช้กลางแจ้งก็ตาม แต่ต้องยอมรับว่าผืนป่าธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ในหนังเรื่องนี้ ได้ทำหน้าที่ฮีลใจและทำให้คนดูประทับใจได้โดยอัตโนมัติ Heart of the Beast อาจจะบอกว่าเป็นหนังที่มีฉากหลังเกิดขึ้นในอะแลสกาของสหรัฐฯ แต่ความจริงแล้วหนังเรื่องนี้ปักหลักถ่ายทำในผืนป่าเขาของนิวซีแลนด์แทบจะทั้งเรื่อง เรียกได้ว่าโลเคชันที่ถ่ายทำกับสถานที่ที่อ้างอิงในหนังอยู่คนละขั้วโลกกันเลย แต่ใด ๆ งานออกแบบโปรดักชันและสร้างแลนด์สเคปที่งดงามในหนังเรื่องนี้ ก็เป็นสิ่งที่ต้องยกนิ้วให้จริง ๆ หนังยังไหลลื่นไปกับจังหวะการตัดต่อที่สบาย ๆ ราบรื่น ผนวกเขากับการงานดนตรีบรรเลงที่ได้ "จาเรด ไมเคิล ฟราย" กลับมาร่วมงานกับผู้กำกับคนนี้อีกครั้ง แม้ว่าแนวดนตรีจะต่างออกไป เพราะก่อนหน้านี้ประพันธ์ได้จังหวะเร้า ๆ ในหนังบู๊เป็นส่วนใหญ่ "แบรด พิตต์" ก็ยังคงรักษามาตรฐานความเป็นนักแสดงมืออาชีพได้อย่างช่ำชอง อาจจะดูว่าเป็นหนังที่น่าจะเล่นได้ง่าย เพราะแทบจะไม่มีไดอะล็อกบทพูดสื่อสารกับคู่แสดงใด ๆ ที่เป็นมนุษย์ เขาต้องประกบคู่เคียงกายกับน้องหมาตลอดทั้งเรื่อง แต่หารู้ไม่ว่าการแสดงที่บทน้อย ๆ นี่แหละ มืออาชีพของจริงเท่านั้นที่จะรับมือกับมันได้อย่างเยี่ยมยอด และแบรดก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ในฐานะหนึ่งในตัวละครนำที่ช่วยขับเคลื่อนตัวหนังในพาร์ทของความเป็นมนุษย์ แต่ที่ไม่อาจจะเลี่ยงการอวยยศให้เลย ก็คือการแสดงของ เจ้าอูเบอร์ น้องหมาดาราเจ้าบทบาท ที่ทำหน้าที่ในการประคับประคองตัวหนังในพาร์ทของสัตว์ได้อย่างน่าประทับใจ นี่เป็นอีกครั้งที่การแสดงของสัตว์สามารถแทรกซึมไปสู่หัวใจของผู้ชมได้อย่างเต็มเปี่ยม เชื่อเหลือเกินว่าคนดูน่าจะถูกเจ้าอูเบอร์ตกกันเป็นแถบ ๆ กับอินเนอร์ทางการแสดงที่ชนะเลิศของมัน เพราะดูแล้ว ๆ มันอาจจะแสดงได้โดดเด่นดีกว่า แบรด พิตต์ ในหนังเรื่องนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นโดยภาพรวมแล้ว Heart of the Beast ก็อาจจะเป็นหนังผจญภัยฟีลกู้ดที่สร้างออกมาได้ดีตรงตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น แม้ว่าในแง่ชั้นเชิงและมิติของเรื่องราวในหนังเรื่องนี้จะยังค่อนข้างบกพร่องไปอยู่ แต่ในองค์ประกอบอื่น ๆ กลับมาช่วยส่งเสริมความใจฟูของหนังได้เป็นอย่างดี เดวิด เอเยอร์ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่ได้ถนัดแค่หนังบู๊ มาพร้อมกับการผนวกงานสร้างที่ค่อนข้างน่าหลงใจ และน่าจะทำให้คนรักการเดินป่าจะชื่นชอบหนังเรื่องนี้ การแสดงก็ดีตามเกณฑ์ เผลอ ๆ น้องหมาดาราจะเล่นได้โดดเด่นกว่าพระเอกซุปตาร์ด้วยซ้ำ หนังอาจจะวนอยู่กับการเดินป่าขั้นพื้นฐาน แล้วค่อย ๆ ไปสู่ขั้นสูงตามลำดับ แต่อย่างน้อย ๆ หนังก็อบอวลไปด้วยความประทับใจและอาจจะแอบปาดน้ำตาแห่งความเใจฟูได้ด้วยเช่นกัน ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Heart of the Beast หัวใจผจญไพร ประเภท: ผจญภัย / ดรามา / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: เดวิด เอเยอร์ นำแสดงโดย: แบรด พิตต์, เจ้าอูเบอร์ ความยาว: 101 นาที กำหนดฉายในไทย: 24 กันยายน 2026 Movie.TrueID METRIC: Heart of the Beast หัวใจผจญไพร ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.5/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.4/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.1/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.6/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ตีท้ายครัว! เปิดความรัก "เมย์-บิ๊ก" จากเพื่อนสู่สามี จนถึงวันรอเลี้ยงลูกด้วยกัน
อ่าน

ตีท้ายครัว! เปิดความรัก "เมย์-บิ๊ก" จากเพื่อนสู่สามี จนถึงวันรอเลี้ยงลูกด้วยกัน

ตีท้ายครัว บุกบ้าน เมย์ พิชนาฏ ว่าที่คุณแม่! เปิดเรือนหอเตรียมรับทายาท พร้อมโมเมนต์หวาน บิ๊ก สามีสายซัพพอร์ต ทำพิธีกรกรี๊ดสนั่น! อาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ตีท้ายครัว ขอพาไปบุกบ้านของว่าที่คุณแม่ป้ายแดง เมย์ พิชนาฏ และสามีนักธุรกิจยานยนต์ บิ๊ก ที่วันนี้เปิดบ้านหลังใหม่ต้อนรับลุงๆ ป้าๆ ทีมพิธีกรแบบเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมเตรียมรับขวัญหลานเป็นทีมแรก! ตีท้ายครัว! เปิดความรัก "เมย์-บิ๊ก" จากเพื่อนสู่สามี จนถึงวันรอเลี้ยงลูกด้วยกัน ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 3HD งานนี้พาไปชมบ้านที่คุณบิ๊กตั้งใจออกแบบและเตรียมทุกพื้นที่ให้ตอบโจทย์ชีวิตของทั้งว่าที่คุณพ่อ ว่าที่คุณแม่ และสมาชิกใหม่ที่กำลังจะมาเติมเต็มครอบครัว ทั้งห้องไลฟ์ ห้องเก็บรถสุดโปรดของคุณบิ๊ก ที่สามารถนั่งมองรถได้แบบเต็มอิ่ม รวมถึงห้อง Baby ที่เตรียมพร้อมรอต้อนรับหนูน้อยอย่างอบอุ่น พร้อมเปิดโมเมนต์สุดน่ารักของคุณสามีสายดูแล เมื่อ บิ๊ก เล่าอาการแพ้ทองของเมย์ รวมถึงอาการแพ้ยาสีฟันที่ทำให้แปรงฟันทีไรต้องคลื่นไส้อาเจียน งานนี้คุณบิ๊กไม่ปล่อยให้ภรรยาทรมาน คอยหาวิธีช่วยและดูแลทุกทาง จนทำให้เมย์ยอมรับว่า ชีวิตแต่งงานแฮปปี้กว่าที่เคยกังวลไว้มาก! มาถึงเรื่องความรักที่ทำเอาเมย์เขิน กับที่มาของแฮชแท็ก #ก็ว่าจะไม่รัก จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยคำว่า เพื่อน เพราะทั้งคู่รู้จักและรู้ใจกันมานาน รู้ข้อดีข้อเสียกันแทบทุกมุม ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนสถานะจนกลายมาเป็นคู่ชีวิตในวันนี้ และความหวานที่ทำเอา พี่โอ๋-พี่วิลลี่-พี่อาร์ต-พี่ป๋อ ถึงกับกรี๊ด! เมื่อคุณบิ๊กเผยของขวัญวันเกิดตัวเอง คือให้เงินภรรยา งานนี้ว่าที่คุณแม่จะปลื้มแค่ไหน ต้องรอฟังเจ้าตัวตอบเอง! นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเปิดใจถึงการเริ่มต้นชีวิตคู่ในวัยที่ช้ากว่าคนอื่น การตัดสินใจมีลูกในวัย 40+ ความยาก ความกดดันจากคำถามเรื่องการมีลูก และการเรียนรู้ทุกขั้นตอนของการเป็นพ่อแม่มือใหม่ ที่เมื่อมีลูกแล้วถึงได้รู้ว่า ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่ท่ามกลางความยาก บิ๊ก ยังคงเป็นสามีที่คอยซัพพอร์ตเมย์ในทุกเรื่อง ประคับประคองและช่วยให้ภรรยาผ่านแต่ละช่วงเวลาไปได้ดีที่สุด ขณะที่เมย์เองก็เข้าใจและสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของสามี จนทั้งคู่แทบไม่ต้องปรับตัวเข้าหากันมากนัก เพราะพื้นฐานของความสัมพันธ์คือ การเป็นเพื่อนที่รู้จักและเข้าใจกันมาก่อน เหลือเพียงปัญหาเดียวที่ยังตกลงกันไม่ได้ ชื่อลูก! 😂 เมื่อคุณแม่มีไอเดียชื่อสุดน่ารักอย่าง บะจ่าง เพราะเมย์ชอบกิน แต่งานนี้คุณพ่อคุณแม่ยังต้องช่วยกันคิดต่ออีกยาวๆ ว่าสุดท้ายแล้วหนูน้อยจะได้ชื่ออะไร ต้องมาตามลุ้นกัน! ติดตามความรัก ความอบอุ่น และชีวิตบทใหม่ของว่าที่คุณพ่อคุณแม่ เมย์ พิชนาฏ - บิ๊ก พร้อมชมบ้านหลังใหม่และห้อง Baby ที่เตรียมไว้ต้อนรับสมาชิกตัวน้อย ในรายการ ตีท้ายครัว วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.15 น. ทางช่อง 3 กด 33 -📲 ติดตามทุกเบื้องหลังและโมเมนต์สุดขำของสามสาวได้ที่▶️ Facebook ตีท้ายครัว▶️ Instagram @teetaikrua▶️ TikTok @teetaikrua🔹 ดูสด-ย้อนหลังทาง 3plus และ YouTube: NGOA TV

“อเล็กซ์” อวดความน่ารัก “น้องเลนนอน” วัย 6 เดือน ความสุขของคนเป็นพ่อ
อ่าน

“อเล็กซ์” อวดความน่ารัก “น้องเลนนอน” วัย 6 เดือน ความสุขของคนเป็นพ่อ

อเล็กซ์ เรนเดลล์ อวดความน่ารัก น้องเลนนอน วัย 6 เดือน ความสุขของคนเป็นพ่อ ชีวิตครอบครัวตอนนี้ลงตัวสุดๆ เพราะมีลูกชายอย่าง น้องเลนนอนมาทำให้ชีวิตคู่สีสันมากขึ้น สำหรับนักแสดงหนุ่ม อเล็กซ์ เรนเดลล์ กับภรรยาสาวนอกวงการ เจนนี่ เผลอแปปเดียว น้องเลนนอน อายุ 6 เดือนแล้ว ล่าสุด อเล็กซ์ ได้ลงคลิปความน่ารักของลูกชายในวัย 6 เดือน ที่ตอนนี้พาไปเที่ยวพักผ่อนที่โรงแรมแห่งนึงพร้อมเขียนแคปชั่น I dont remember any 6 months where i smiled and laughed this much being ur dad is a gift from god หรือแปลเป็นไทยว่า ผมจำไม่ได้เลยว่ามีช่วงเวลา 6 เดือนไหน ที่ผมยิ้มและหัวเราะได้มากขนาดนี้... การได้เป็นพ่อของลูก คือของขวัญจากพระเจ้า

ดูอนิเมะ Yomi no Tsugai ยมลแห่งยมโลก EP.15 กำแพงความเชื่อใจพังทลาย
อ่าน

ดูอนิเมะ Yomi no Tsugai ยมลแห่งยมโลก EP.15 กำแพงความเชื่อใจพังทลาย

ดูอนิเมะออนไลน์ Daemons of the Shadow Realm ยมลแห่งยมโลก ตอนที่ 15 หลังจากที่ฮานะได้ล่วงรู้ถึงสารท้าทายจากศัตรู เธอทำได้เพียงบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยความหนักใจ ก่อนจะส่งสัญญาณเตือนให้เดระเร่งเตรียมการรับมือกับวิกฤตการณ์ที่ดูจะบานปลายและยุ่งยากขึ้นทุกวินาที ตัดมาทางด้านยูรุและเคนที่พากันออกสำรวจเมืองกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของยมลตนอื่นที่ดักซุ่มอยู่ใกล้ ๆ พวกเขาจึงตัดสินใจล่อศัตรูเข้าสู่ป่าลึกเพื่อปักหลักตั้งรับจู่โจม แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน เมื่อยมลปริศนาทั้งสองตนนั้นไม่ได้มาร้าย ทว่ากลับคลานเข่าเข้ามาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือในการเอาชีวิตรอดในโลกมนุษย์ เพียงเพราะเจ้านายที่ทำพันธสัญญากับพวกตนดันเป็นสุนัข และในนาทีที่กำลังสับสนท่านโอชิระก็ได้พาดันจิมาพบกับยูรุจนได้ ทว่าท่ามกลางความรีบร้อนและบรรยากาศแห่งการพบกันใหม่ ความจริงอันโหดร้ายถูกกระชากหน้ากากออกทันที ว่าแท้จริงแล้วเพื่อนสนิทของเขาคือยมลซาชิกิวาราชิ การถูกหักหลังโดยคนที่รักที่สุดและเติบโตมาด้วยกันทำเอาโลกทั้งใบของยูรุพังทลายและจมดิ่งสู่ความสับสนทรมานอย่างหนัก สามารถรับชมอนิเมะ ยมลแห่งยมโลก ซับไทย อัปเดตตอนใหม่ทุกวันเสาร์ เวลาประมาณ 23:00 น. ที่ทรูไอดี ดูอนิเมะ ยมลแห่งยมโลก ตอนที่ 15 เรื่องราวในตอนที่ 15 ความจริงอันเจ็บปวดทำเอายูรุถึงกับใจสลาย เมื่อพบว่าดันจิเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเด็กที่เขาไว้ใจที่สุด แท้จริงแล้วไม่ใช่คน แต่เป็นหนึ่งในคู่ยมลซาชิกิวาราชิ ซ้ำร้ายผู้เป็นนายของดันจิกลับเป็นเคียวกะคนที่ยูรุรู้จักเป็นอย่างดี ด้วยความเสียใจและสับสนที่ถูกคนใกล้ตัวหลอกมาตลอด ยูรุตัดสินใจเดินหันหลังหนีจากท่านซ้ายขวาและเคนที่กำลังเป็นห่วง ออกไปเดินจมดิ่งอยู่กับความคิดเพียงลำพังท่ามกลางหุบเขาอันอ้างว้าง ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและกำแพงความเชื่อใจที่พังทลายลง ยูรุได้รับคำปลอบโยนจากปั๊กที่แอบตามเขามา จนทำให้ภาพความทรงจำอันแสนอบอุ่นในอดีตเกี่ยวกับดันจิผุดขึ้นมาอีกครั้ง... ยูรุจะก้าวผ่านความสับสนครั้งนี้และเลือกที่จะเชื่อใจใครต่อไป

"โบ–เผือก-อาร์ต" พร้อมลงจอ พบเรื่องวุ่น ๆ สุดฮา เสียดสีชีวิตคนทำงาน ในซิตคอม "ใต้โต๊ะทำงาน" ออกอากาศ 16 มิ.ย.นี้
อ่าน

"โบ–เผือก-อาร์ต" พร้อมลงจอ พบเรื่องวุ่น ๆ สุดฮา เสียดสีชีวิตคนทำงาน ในซิตคอม "ใต้โต๊ะทำงาน" ออกอากาศ 16 มิ.ย.นี้

oneD ORIGINAL ร่วมกับ ATIME Media เต็มใจเสนอ ซิตคอม ใต้โต๊ะทำงาน Under The Working Desk ซิตคอมสุดฮาเสียดสีชีวิตวัยทำงาน ที่รับรองว่า..จึ้ง จี๊ด โดนใจทุกตอนแน่นอน จากอดีตคนทำงานมืออาชีพ สู่เจ้าของบริษัทคอนเทนต์ถังแตก! โช ติงติง ปลื้ม สามเพื่อนซี้วัย 40+ ต้องร่วมงานกับเด็ก Gen Z เพื่อหาเงินใช้หนี้ 3 ล้านบาท ภายใน 6 เดือน ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกออนไลน์ ลูกค้าสุดเพี้ยน และวิกฤตชีวิตวัยกลางคนที่ไม่มีคู่มือสอน "ใต้โต๊ะทำงาน" ออกอากาศ 16 มิ.ย.นี้ ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 โช (ดีเจโบ ธนากร) อดีตครีเอทีฟมือทอง ติงติง (ดีเจเผือก พงศธร) อดีตโปรดิวเซอร์ปากแซ่บ และ พี่ปลื้ม (ดีเจอาร์ต มารุต) อดีตอีเวนต์ไดเรกเตอร์สุดเป๊ะ ต่างถูกบีบให้ออกจาก บริษัท บรีฟเฮีย แบงค็อก ที่อยู่กันมาเกินครึ่งชีวิต ทั้งสามจึงต้องพยายามสมัครงานใหม่ ทั้งที่ยังมีไฟอยู่เต็มหัวใจแต่ก็ไม่มีใครรับ!! พวกเขาจึงไปขอความช่วยเหลือจาก ดีเจพี่อ้อย (ดีเจอ้อย นภาพร) ที่ยอมให้ยืมเงิน 3 ล้านบาท เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจที่คิดว่า ยังไปรอดในยุคนี้ แต่ไม่ทันไรพี่อ้อยก็กลับมาทวงเงินพวกเค้าทันที แถมยื่นคำขาดให้ใช้เงินคืนภายใน 6 เดือน กลายเป็นแรงผลักดันสุดท้ายที่ทำให้ทั้งสามฮึดสู้ด้วยการสร้างงานเอง!! งานนี้ Gen Y ที่ถูกเลย์ออฟตอน 45 จึงต้องหันมาปั้นบริษัทกับ Gen Z เปิดช่องคอนเทนต์แนวตั้งชื่อ Under The Working Desk จากคนที่เคยทำงานอยู่ใต้โต๊ะของบริษัทใหญ่ สู่การมาตั้งโต๊ะเล็กๆ ในห้องเช่าริมถนน ทั้งสามจะปวดเฮดกลุ้มฮาร์ดแค่ไหน? เมื่อต้องปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ของการทำงานที่ไม่ได้มีหัวหน้า..แต่มีอัลกอริทึมแทน นำแสดงโดยแก๊ง GEN Y สู้ชีวิต ดีเจโบ ธนากร, ดีเจเผือก พงศธร, ดีเจอาร์ต มารุต ร่วมด้วย ดีเจพี่อ้อย นภาพร พร้อมน้อง ๆ GEN Z สุดจึ้ง พิกกาพลอย, ชา ชณิฌา เสริมทัพความฮาสุดด้วยเหล่านักแสดงรับเชิญสุดฮาที่จะมาร่วมสร้างความสนุก พร้อมแบกปัญหาวุ่นๆ มาให้แก้แบบไม่พัก อาทิ ดิว วีรวัฒน์, ดีเจดาด้า, มั้ง พงษ์พันธ์, จอร์ด-เบียร์ รับทราบ, แหม่ม กะเทยทำ, กตัญญู สว่างศรี, ดรีม อภิชญา, โอ่ง เลวานดอฟสกี้, เตยดอนเมือง, ดีเจบุ๊คโกะ, เบียร์ บั๊ฟแก๊ก ฯลฯ ภารกิจปั้นบริษัท กับวิกฤตวัยกลางคนครั้งนี้..พวกเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง? ตามชมได้ในซิตคอม ใต้โต๊ะทำงาน Under The Working Desk ทุกคืนวันอังคาร เริ่มอังคารที่ 16 มิถุนายนนี้ เวลา 21.30 น. ทางช่องวัน31

รีวิวหนัง "The Furious คนเดือดระห่ำ" บู๊แหลกสาแก่ใจยิ่งนัก สมราคาคุย...แอคชันชวนฮ็อปแห่งปี!
อ่าน

รีวิวหนัง "The Furious คนเดือดระห่ำ" บู๊แหลกสาแก่ใจยิ่งนัก สมราคาคุย...แอคชันชวนฮ็อปแห่งปี!

นี่คือหนังแอคชันที่ได้ยินเสียงร่ำลือโชยมาเรื่อย ๆ ว่าเป็นหนังบู๊เดือดที่นักวิจารณ์แทบจะทุกสำนักต่างพากันซูฮกอย่างไร้ข้อกังหา ท่ามกลางยุคที่หนังระห่ำแนวนี้ค่อนข้างลำบากในการทำเงินบนบ็อกซ์ออฟฟิศ เพราะผ่านช่วงเวลาอันรุ่งเรืองไปหลังจากตำนานนักฆ่าแค้นเพราะหมา แล้วการมาของ "The Furious คนเดือดระห่ำ" ก็เป็นเหมือนการจุดประกายไฟความหวังให้กับหนังบู๊เมาหมัดจัดจ้านขึ้นอีกครั้ง เพราะทุก ๆ องค์ประกอบของหนังเรื่องนี้ ถึงจะยังไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบที่สุด แต่เต็มไปด้วยลีลาการต่อสู้ที่จริงใจและสาแก่ใจคนดูในรอบหลายปีเลย หลังจากลูกสาวของ หวังเหว่ย ถูกลักพาตัวไปโดยเครือข่ายอาชญากร และเขาไม่ได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจที่ทุจริต เหว่ย จึงได้ออกอาละวาดเพื่อตามหาเธอด้วยตนเอง พันธมิตรหนึ่งเดียวของเขาคือ นาวิน นักข่าวสุดทรหด ผู้ซึ่งภรรยาได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ด้วยแรงขับจากความแค้นอันบ้าระห่ำ คู่หูที่ดูแปลกประหลาดคู่นี้ จึงได้ต่อสู้กับเหล่าโจรลักพาตัวในการแสดงฝีมือศิลปะการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ผลงานล่าสุดของ "เคนจิ ทานิงะกิ" ตำนานสตันท์แมนที่ผันตัวมาเป็นนักสร้างหนัง ที่เคยอยู่เบื้องหลังหนังชุด Shinobi เมื่อหลายสิบปีก่อน เพิ่งหันมาเอาจริงจังกับการเป็นผู้กำกับอย่างเต็มตัวเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และใน The Furious เขาก็ได้โอกาสให้พิสูจน์ความทะเยอทะยานในการรังสรรค์คอนเทนต์หนังบู๊แบบเต็มไปด้วยซีนต่อสู้แบบดุดันตลอดทั้งเรื่อง มาพร้อมกับโครงสร้างเรื่องที่จัดจ้านและหนักหน่วงที่สอดแทรกสะท้อนปัญหาสังคมปัจจุบันได้อย่างตรงไปตรงมา การันตีได้ชัด ๆ ว่าประสบการณ์กับฝีมือของเขา..ได้ทำถึง เอาจริง ๆ ในแง่โครงสร้างบทและพล็อตเรื่องใน The Furious อาจจะไม่ได้ใหม่และมีส่วนประกอบที่หนักแน่นอะไร เป็นแค่เพียงโครงเรื่องง่าย ๆ ที่จับพล็อตสู้ตายเพื่อตามหาลูกสาวที่หายไปเท่านั้น แต่ไฮไลต์หลักของหนังเรื่องนี้ก็คือการออกลีลาท่วงท่าคิวบู๊ที่ดุเดือด ชนิดที่ทำให้คนดูรู้สึกเหนื่อยหอบตามไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว นี่คือตัวอย่างของหนังที่รู้จักตัวเองเป็นอย่างดี เข้าสูตรพูดน้อยต่อยหนัก ๆ ของแท้ เพราะสามารถดึงเอาจุดเด่นที่ต้องการถ่ายทอดโดยเฉพาะ มาจัดวางเอาไว้ในหนังได้อย่างลงตัวและตอบโจทย์คนดูได้อย่างไร้ข้อกังขาจริง ๆ บอกได้เลยว่า ถ้าหากว่าใครเป็นแฟนคลับหนังบู๊และหนังแอคชันแบบเตะต่อยไม่พัก นี่คือคอนเทนต์หนังที่คุณเฝ้าตามหาในรอบหลายปีเลย ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า หนังจะต้องถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนาน Jonh Wick แต่ใน The Furious ก็มีชั้นเชิงและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไปคนละแบบ ด้วยความที่หนังมีกลิ่นอายความเป็นทีมงานเอเชียสร้างเป็นหลัก จึงทำให้หนังเรื่องนี้น่าจะเป็นความมันส์หยดสไตล์เอเชียเดือด ๆ นับตั้งแต่เรื่อง The Raid หรือหนังไทย ต้มยำกุ้ง เมื่อทศวรรษก่อนเลย อย่างที่เกริ่นเอาไว้แล้วว่า The Furious เดือดสุด ๆ กับการคิวบู๊ ก็เพราะว่านี่เป็นหนังที่เกณฑ์คนทำงานสตันท์แมนมากองรวมเอาไว้แบบแน่น ๆ พร้อมกับช่วยกันออกแบบและดีไซน์ท่วงท่าการต่อสู้ออกมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ ผสมผสานรูปแบบศิลปะการต่อสู้จากหลายวัฒนธรรมฝั่งเอเชียเข้าเอาไว้ด้วยกันอย่างหลากหลาย ทำให้ทุกฉากมีการแตะต่อยและออกโรงบู๊กันคือความดีงามที่หนังสรรค์สร้างได้ถึงแก่น พร้อมกับเสิร์ฟซีนบู๊มาแบบแน่น ๆ ตั้งแต่เริ่มจนจบเรื่อง เป็นหนังที่มีลวดลายท่าบู๊ที่เป๊ะมาก ๆ และใช้คำว่าต่อสู้ได้เปลืองอย่างคุ้มค่าสุด ๆ "เซี่ยเมี่ยว" คือตำนานนักบู๊บนจอใหญ่คนถัดไปของวงการหนังแน่นอน เพราะหลังจากสั่งสมประสบการณ์มาสมควร บัดนี้ถึงแก่เวลาที่เขาจะเฉิดฉายในระดับสากลสักที แม้ว่าบทพูดของเขาในเรื่องนี้แทบจะไม่มี แต่ก็ทดแทนด้วยลายเส้นการแตะต่อยและต่อสู้ที่เฉียบคมมาก ๆ ในทุกฉาก เรียกได้ว่าเขาได้งัดเอาสิ่งที่ทำให้ชำนาญสุด ๆ ออกมาแทนไดอะล็อกในตัวหนัง ซึ่งกลายเป็นไลน์ที่วาดลวดลายออกมาได้ดีงามไม่เบาเลย เช่นเดียวกับ "โจ ทัสลิน" มาเป็นส่วนเสริมทดแทนที่บทบาทของเซี่ยเมี่ยวได้ขาดหายไป กลายเป็นการเติมเต็มจับคู่ที่แตกต่างได้อย่างลงตัว และคาดไม่ถึงว่าพาร์ทการต่อสู้และโชว์ลีลาแอคชันของเขาจะมอบผลลัพธ์ออกมาได้ดีเด่นขนาดนี้ เป็นอีกคนที่อย่ามองข้ามใบหน้าหล่อ ๆ ใจดีไป เพราะหมัดของเขาก็หนักไม่แพ้ โดยที่ทีมนักแสดงสมทบส่วนใหญ่เป็นที่คุ้นเคยในหมู่หนังแอคชันฝั่งเอเชีย ล้วนแต่เป็นสตันท์ที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็วาดลีลาการต่อสู้ออกมาได้จัดจ้านและตอบโจทย์คนดูได้ดี ทางฝั่งทีมดาราสมทบจากไทย ไม่ว่าจะเป็น "จีจ้า ญาณิน" ที่แม้แต่คนไทยก็ไม่ค่อยได้เห็นเธอเท่านั้น เธอยังโชว์ลีลาการบู๊อันเป็นเอกลักษณ์และทำให้หายคิดถึงได้อยู่ กับบทบาทที่เป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง ทางด้าน "ปู สหจักร" ก็ช่ำชองกับการร่วมงานในระดับสากลอยู่แล้ว พี่แกยังวาดลวดลายได้เป็นธรรมชาติและเป็นเนื้อเดียวกันกับหนังได้ดี และ "โดนัท มนัสนันท์" ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่เราไม่ค่อยจะเห็นเธอได้สวมบทนี้เท่าไหร่ในการทำงานที่เมืองไทย ถึงจะเป็นแค่บทเสริมย่อย ๆ แต่อินเนอร์การแสดงระดับตัวแม่ของเธอก็ยังเอาอยู่ ดังนั้นโดยสรุปแล้ว The Furious คนเดือดระห่ำ ก็ถือว่าสมราคาที่ทุกฝ่ายร่ำลือกัน เพราะนี่ก็คือสุดยอดหนังแอคชันเดือดผุด ๆ ประจำปี 2026 อย่างเลี่ยงไปไม่ได้ เป็นหนังที่ชูความโดดเด่นจากสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีและทำได้ถนัดที่สุด งัดนำออกมานำเสนอได้อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้กลบร่องรอยความไม่สมบูรณ์แบบในองค์ประกอบอื่น ๆ ไปได้อย่างฉลุย เซอร์วิสคอหนังดูได้อย่างจัดจ้าน กับซีนแอคชันที่ดุเดือดและทีเด็ด จัดให้ต่อเนื่องแทบไม่พักเกือบ 2 ชั่วโมง นี่คือหนังที่แฟน ๆ จะต้องรู้สึกสาแก่ใจยิ่งนัก เป็นฟีลบู๊ที่สะใจที่ใคร ๆ ก็คิดถึงฟีลนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง The Furious คนเดือดระห่ำ ประเภท: แอคชัน / อาชญากรรม / ระทึกขวัญ ผู้กำกับ: เคนจิ ทานิงะกิ นำแสดงโดย: เซี่ยเมี่ยว, โจ ทัสลิน, หยางเอิ้นโยว่, จี้จ้า ญาณิน ความยาว: 113 นาที กำหนดฉายในไทย: 18 มิถุนายน 2026 Movie.TrueID METRIC: The Furious คนเดือดระห่ำ ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.8/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.3/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.5/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.2/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

แฟนเกมเผยทฤษฎีมโนหลุดโลก เกี่ยวกับ Evie ในเกม Stellar Blade: BLOOD RAIN ว่าเป็นลูกใคร?
อ่าน

แฟนเกมเผยทฤษฎีมโนหลุดโลก เกี่ยวกับ Evie ในเกม Stellar Blade: BLOOD RAIN ว่าเป็นลูกใคร?

ภายในงาน Summer Game Fest 2026 ที่ผ่านมา ทาง SHIFT UP ได้ประกาศเปิดตัว Stellar Blade: BLOOD RAIN เกมแอ็คชั่นผจญภัยภาคต่อที่มีการนำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในจักรวาลเดียวกับ Stellar Blade และจะดำเนินต่อจากเหตุการณ์ในภาคก่อน พร้อมนำเสนอเรื่องราวผ่านตัวเอกคนใหม่อย่าง Evie โดยในภาคนี้จะมีการขยายขอบเขตของเกม Stellar Blade ออกไปในทิศทางใหม่ที่ทะเยอทะยานยิ่งกว่าเดิมโดยในตอนนี้ดูเหมือนว่าตัว Evie นั้นกำลังเป็นประเด็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ รูปร่างของ Evie นั้นเพรียวบาง ตัวเล็กกว่า และมีใบหน้าที่ดูอ่อนวัยกว่ามาก เมื่อเทียบกับ Eve ตัวเอกจากภาคแรก แบบว่าดูเด็กเกินไปจนยากที่จะเชื่อว่าเธอจะมาเป็นตัวละครหลักในภาคนี้ แต่กระนั้นก็ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้นโดยแฟนเกมบางคน โดยการเผยทฤษฎีมโนหลุดโลกเกี่ยวกับ Evie ในเกม Stellar Blade: BLOOD RAIN ว่าเป็นลูกใคร? ซึ่งคำตอบที่นี้ก็คือ Eve และ Adam นั่นเองจากข้อมูลล่าสุด คุณ Hyung-tae Kim ประธานบริษัท Shift Up ได้ออกมาเผยว่า ทั้งตัวละคร Evie และ Eve นั้นจะมีความเกี่ยวข้องกันซึ่งเป็นความลับ ไม่อาจจะบอกได้ในตอนนี้ และนี่ก็อาจจะเป็นข้อสันนิษฐานที่อาจจะเป็นจริงก็ได้ว่า "Eve และ Adam" คือ พ่อ แม่ ของ Evie เอาเป็นว่าเพื่อน ๆ มีความคิดเห็นอย่างไร อย่าลืมโพสต์บอกเล่ากันเข้านะครับอ้างอิงข้อมูลจากhttps://x.com/mei_c19

"No One Else" ชวน "คอปเปอร์ BUS" และ "อูน – แพค" ถ่ายทอดโมเมนต์หวานผ่าน "คนๆ นี้เป็นของคุณ"
อ่าน

"No One Else" ชวน "คอปเปอร์ BUS" และ "อูน – แพค" ถ่ายทอดโมเมนต์หวานผ่าน "คนๆ นี้เป็นของคุณ"

กลับมาพร้อมความหวานร้อยอีกเช่นเคยสำหรับวง "No One Else (โน วัน เอลส์)" หลังจากซิงเกิลที่แล้วมาพร้อมเพลงเศร้าที่เต็มไปด้วยความรักและความคิดถึงอย่าง "เราคงได้พบกันในสักวัน" ซึ่งครั้งนี้สมาชิกทั้ง 3 คน "ใหม่ กุ๊ก แนตตี้" ขอเสิร์ฟเพลงรักที่ทุกคนคุ้นเคยกับเพลง "คนๆ นี้เป็นของคุณ" เพลงซึ่งเป็นตัวแทนของคนที่พร้อมจะรักและดูแลด้วยความรู้สึกที่ดีและเต็มใจอยู่เสมอ เพื่อให้รู้ไว้ว่าคน ๆ นี้เป็นของคุณ นอกจากนี้พวกเขายังได้เพิ่มความพิเศษให้กับเพลงนี้ด้วยการชวน "คอปเปอร์ (BUS)" มาร่วมเติมเต็มความสดใสไปกับช่วงเวลาอันแสนพิเศษกับการได้พบความรักดีดี ผสานไปกับดนตรีสไตล์ RB ในแบบฉบับของ No One Else พร้อมเพิ่มความโมเดิร์นด้วยการเรียบเรียงดนตรีโดย "มิค เพชรภูมิ" ส่งให้ซิงเกิลนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงรักฟีลกู้ดที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด แต่ความพิเศษยังไม่หมดแค่นั้น เพราะในส่วนมิวสิกวิดีโอของพวกเขายังได้คุณพ่อ-คุณแม่ ป้ายแดงอย่าง "แพค อูน" มาร่วมแชร์ความสุขในทุกวันผ่านชีวิตประจำวันอันเรียบง่ายแต่อบอวลไปด้วยความรักของเขาทั้งคู่ที่ตอนนี้ถูกเติมเต็มด้วย ตะเร๊ก (คำเรียกลูกชาย) เข้ามาเป็นของขวัญแสนพิเศษให้กับพวกเขา ซึ่งตอนนี้สามารถเข้าไปฟังเพลงนี้ได้แล้วทุกช่องทาง และรับชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube Channel : No One Else โดย "แนตตี้ (กีตาร์)" เป็นตัวแทนวงได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการแต่งที่มาจากแฟนเพลงมักจะเข้ามาคอมเมนต์อยู่เสมอ รวมไปถึงการร่วมงานกันครั้งแรกกับศิลปิน T Pop สุดฮอตอย่าง "คอปเปอร์ (BUS)" พวกเขาโคจรมาเจอกันได้อย่างไร ซึ่ง แนตตี้ ได้เล่าให้ฟังว่า "จุดเริ่มต้นของเพลงนี้มาจากแฟนเพลงที่เข้ามาคอมเมนต์ใต้คลิปว่าหลังจากฟังเพลง โน วัน เอลส์ แล้วรู้สึกเหมือนมีแฟน เหมือนได้รับการโอบกอดจากใครสักคน พวกเราจึงตั้งใจแต่งเพลงนี้ให้กับทุกคนได้รับความรู้สึกดี ๆ ไปหลังจากฟังเพลงนี้ครับ ประกอบกับพวกเราอยากให้มู้ดของเพลงนี้มีความสดใสมาก ๆ เลยมีความคิดที่อยากชวนใครสักคนมาเติมเต็มในส่วนนี้ ซึ่งก็นึกถึง คอปเปอร์ น้องมีความสดใสของ T Pop ฟังแล้วมีรอยยิ้มอย่างที่พวกเราตั้งใจนำเสนอครับ เลยลองชวนมาร้องด้วยกันซึ่งน้องทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเลยครับ ดีใจมาก ๆ ที่น้องมาร่วมร้องในเพลงนี้ ส่วนของมิวสิกวิดีโอเรายังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือ การนำเสนอผ่านเรื่องราวของคู่รักที่เราสามารถพบเห็นได้ ครั้งนี้พวกเราได้ชวนคู่ของอูน แพค มาถ่ายทอดมุมมองความรักดีดีด้วยกัน และนี่คือเรื่องราวทั้งหมดของเพลงนี้ครับ" ใครที่อยากรู้ว่าการฟังเพลงจาก "No One Else (โน วัน เอลส์)" แล้วให้ความรู้สึกเหมือนมีแฟนต้องลองไปฟังเพลง "คนๆ นี้เป็นของคุณ" ได้ในทุกแพลตฟอร์ม และอย่าลืมกดเข้าไว้เป็นเพลย์ลิสต์โปรดของทุกคน รวมถึงชมมิวสิกวิดีโอได้ทาง YouTube Channel : No One Else พร้อมอัปเดตข่าวสารอื่น ๆ ของวงได้ที่ www.facebook.com/NoOneElseFanPage และ www.facebook.com/Spicydiscrecord

Coming Soon
ดู

Coming Soon

"นนนี่" ควงสามีเคลียร์ทุกดราม่า "ท้องก่อนแต่ง" เผย "แอน สิเรียม" บอกท้องก็เลี้ยง!
อ่าน

"นนนี่" ควงสามีเคลียร์ทุกดราม่า "ท้องก่อนแต่ง" เผย "แอน สิเรียม" บอกท้องก็เลี้ยง!

นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวคนสวยนางเอกระดับตำนาน แอน สิเรียม วันนี้อุ้มท้องมาเปิดใจครั้งแรก หลังควงแฟนหนุ่มนอกวงการแต่งงานสุดชื่นมื่น เผยสาเหตุโพสต์ตัดพ้อ รู้สึกไม่มีบ้าน หันไปไม่เจอใคร พร้อมเผยป่วยซึมเศร้าหนักมาก จนคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ "นนนี่" ควงสามีเคลียร์ทุกดราม่า "ท้องก่อนแต่ง" เผย "แอน สิเรียม" บอกท้องก็เลี้ยง! ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ตอนนี้อายุครรภ์เท่าไหร่? นนนี่ : 6 เดือนกว่า ๆ ค่ะ มารายการคุยแซ่บโชว์รายการแรก ทราบเพศแล้ว? นนนี่ : ได้ลูกสาวค่ะ หนูไม่ได้คิดว่าอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ได้หมดเลยค่ะ ไม่ติดเลยค่ะ สามีล่ะ? นนนี่ : เหมือนกัน แต่ดูเหมือนเขาอยากได้ลูกสาวมากกว่า วันนี้เขาก็มาแต่ไม่ออกกล้อง เขินค่ะ (หัวเราะ) สามีชื่ออะไร? นนนี่ : คุณอาร์ค่ะ คุณอาร์อยากได้ลูกสาวเพราะอะไร? อาร์ : เราเป็นผู้ชายก็รู้นิสัยผู้ชาย คิดว่าถ้ามีลูกสาวน่าจะเลี้ยงง่ายกว่ามั้ง (หัวเราะ) ไปพบรักกันได้ยังไง? นนนี่ : จริง ๆ เราสองคนทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ตอนนั้นนนนี่อยู่เชียงใหม่ อาร์อยู่สุวรรณภูมิ และเจอกันที่อบรมสัมมนาของบริษัทค่ะ ไม่มีใครจีบใครค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน เริ่มสปาร์กกันตอนไหน? นนนี่ : เหมือนคุยกันไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าถูกใจค่ะ ถูกใจอะไรในตัวคุณอาร์? นนนี่ : เขาเป็นคนซื่อ ๆ ขี้อายด้วยค่ะ จริงมั้ยอาร์? นนนี่ : เปล่า เราโดนหลอก (หัวเราะ) อาร์ : ตามนั้นแหละครับ ผมตามเขาไม่ค่อยทันหรอกครับ (หัวเราะ) นนนี่ : ไม่ (หัวเราะ) ต่างคนต่างตามกันไม่ทันไง อาร์ชอบนนนี่ตรงไหน? อาร์ : ชอบคนขาวครับ แล้วเขานิสัยดี ยิ้มง่ายตลอดเลย พูดอะไรก็ยิ้ม หัวเราะ เลยหลงเสน่ห์ครับ รักทางไกลส่งผลมั้ย? นนนี่ : มันก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น เดี๋ยวนี้ตั๋วเครื่องบินก็ชม.เดียวเอง บินหากันบ่อยมั้ย? นนนี่ : หนูก็ติดเขานะ หนูไปหาเขาแทบทุกอาทิตย์ เขามาเดือนละครั้ง ที่เหลือหนูบินไป ชม.เดียว ศุกร์-อาทิตย์ บินไปบินมาจนวันนึงเกิดเหตุ วันที่เรารู้ว่าตั้งครรภ์? นนนี่ : ตอนนั้นย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วค่ะ เรารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรสักอย่างผิดปกติ ก็คิดว่าราท้องหรือเปล่า เราก็เลยตรวจ แค่นั้นเอง เริ่มกินเยอะ เริ่มโหย เหมือนอารมณ์แปรปรวน อารมณ์ไม่เหมือนเดิม ก็ตรวจ แต่ไม่ได้คิดว่าจะท้อง พอท้องก็ไม่ได้ตกใจมากนะคะ ก็บอกเขาเป็นคนแรกค่ะ อาร์รู้ว่านนนี่ท้อง รู้สึกยังไง? อาร์ : การที่มีเด็กคนนึงเกิดมาก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เราไม่ได้ทำอะไรผิด เขาท้อง เราก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนั้นไป จริง ๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ เราอายุ 30 ไปแล้ว พร้อมเป็นคุณพ่อครับ ฝั่งแม่แอนว่าไงบ้าง? นนนี่ : แม่บอกว่าท้องก็เลี้ยง แค่นี้เลยค่ะ ตอนแรกพอรู้ว่าท้องจะไม่จัดงานแต่งยิ่งใหญ่อลังการ? นนนี่ : ต้องเข้าใจก่อนว่า พอเราท้องแล้วพอเราจัดงานแต่งงาน ถ้าเป็นตัวเราเองมันก็สนุกได้ไม่เต็มที่เนอะ เราก็ยังรับแขกได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถใส่ส้นสูงเต็มที่อะไรขนาดนั้น ดื่มก็ไม่ได้ ก็คิดว่าไม่จัดดีมั้ย แต่พอผู้ใหญ่สองฝั่งมานั่งคุยกัน เขาอยากให้จัด ก็ไม่ได้เป็นงานที่ใหญ่ขนาดนั้น บรรยากาศก็อบอุ่น ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนแม่ งานเป็นสไตล์เรียบง่าย เพื่อนแม่ พี่ป้าน้าอามาช่วยกันร้องเพลง เป็นงานเล็ก ๆ ค่ะ พอปล่อยภาพแต่งงานออกไป นนนี่ก็บอกเลยว่าตัวเองท้องได้ 4 เดือนแล้ว? นนนี่ : ก็ต้องบอกแล้วล่ะ เพราะมันขึ้นมาเยอะมาก คนก็ดูรู้อยู่แล้ว เราไม่ได้มีเหตุผลต้องปิดบังอะไร ยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้ว ได้ปรึกษาแม่แอนก่อนมั้ย? นนนี่ : ไม่ได้ปรึกษาค่ะ ตัดสินใจเองเลย เพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรด้วยค่ะ มีกระแสอะไรกลับมามั้ย? นนนี่ : หนูโดนดีเอ็มด่าว่าท้องก่อนแต่ง หน้าไม่อายเหรอ หนูก็โดนเหมือนกัน เราก็ตอบว่าไม่ได้ผิดนี่ แล้วยังไง เมื่อก่อนไม่เคยตอบเลยเรื่องนี้ แต่วันนึงอยู่ในจุดที่ไม่อยากทนแล้ว ทำไมมีคนมาด่าเราฟรีๆ ตลอดเลย แต่ก็เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่คอมเมนต์ในทางบวก เราก็รับพลังบวกดีกว่า หลังแต่งปุ๊บ คนส่องไอจีนนนี่ พอแต่งแล้วรูปคู่กับอาร์หายไปไหนหมดเลย? นนนี่ : มีคนเอาไปลงว่าเตียงหัก เลยแก้ข่าวว่าเตียงเราไม่ได้หัก เตียงเราสั่น (หัวเราะ) เกิดอะไรขึ้น? นนนี่ : เรื่องทะเลาะที่ไร้สาระมาก แล้วก็เป็นเรื่องเล็กมากด้วยนะ จนหนูจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร หนูไม่ได้ลบด้วยนะ หนูแค่ซ่อนเฉย ๆ อาร์เขามีอินสตาแกรมที่เป็นแอ็กหลุม เอาไว้ส่องหนูคนเดียว เขาเห็นว่ารูปคู่หาย เขาก็บอกว่าทำไมต้องเอารูปคู่ออกด้วย แค่นั้นเอง เราก็ตอบว่าไม่อยากเก็บ (หัวเราะ) ก็งอนกันนั่นแหละ งอนนานมั้ย? นนนี่ : ไม่นานค่ะ เราจะไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ ปกติก็ผลัดกันง้อ รอบนี้ที่รูปหายก็จำไม่ได้แล้ว คิดว่าเป็นทุกคนนะที่งอนกัน รูปที่ซ่อนไว้ เอากลับมาหรือยัง? นนนี่ : กลับมานานแล้วค่ะ ไปส่องได้เลยปกติค่ะ โพสต์ตัดพ้อเหมือนกัน ล่าสุดบอกว่าไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าบ้านเลย มันเกิดอะไรขึ้น? นนนี่ : เป็นอารมณ์น้อยใจ หนูก็ตอบไม่ได้ว่าจากฮอร์โมนหรือเปล่า อารมณ์นี้ก่อนท้องไม่มีค่ะ เราอยากระบายแต่ไม่รู้จะระบายกับใคร เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ทำไมเราไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น เราก็เห็นคนโพสต์ไอจีกันเยอะแยะนี่นา ทำไมเราจะโพสต์ไม่ได้ คิดว่าพอลูกคลอดคงไม่ได้มีเวลามาโพสต์แล้วล่ะ ก็ขอโพสต์สัก 5 อันได้มั้ย แล้วจะไม่โพสต์แล้ว สามีเห็นภรรยาโพสต์แบบนี้ ให้กำลังใจกันยังไง? อาร์ : นนเขาเป็นคนที่ถ้าเขาโกรธ เขาจะไม่ค่อยบอก จะเก็บไว้คนเดียว เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ ต้องรอให้มันหายไปเอง ถึงมาคุย เขาถึงจะเปิดว่าเป็นแบบนี้ๆ นอนกรนบ้างอะไรบ้าง เยอะแยะไปหมด มันก็หลายเรื่อง ผมคิดว่าเป็ฯฮอร์โมนคนท้องด้วยแหละ ก่อนท้องยิ้มง่ายมาก พูดอะไรก็ยิ้ม พอท้องปุ๊บเปลี่ยนเลย หน้ามือเป็นหลังมือ นนนี่ : พอแล้ว ๆ อาร์ : ผมหายใจก็ผิด (หัวเราะ) พอเจอข้อความแบบนี้อยากบล็อกภรรยามั้ย? อาร์ : ไม่เลยครับ ไม่คิดจะบล็อกภรรยาเลย ผมเข้าใจ ต้องระวังภาวะหลังคลอด มาม่าบลูอีก? นนนี่ : ยังมีอีกเหรอคะ สาเหตุที่โพสต์ตัดพ้อยาว ๆ เป็นเพราะก่อนหน้านั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วย? นนนี่ : ใช่ค่ะ ต้องเท้าความก่อนว่านนนี่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาประมาณ 4-5 ปีแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่ผิดมากนะคะ ห้ามทำเด็ดขาด การกินยาไม่สม่ำเสมอ ต้องกินยาให้สม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ และต้องไปพบแพทย์ตามนัดตลอด ด้วยความที่เราอยู่ เชียงใหม่ กรุงเทพฯไปๆ มาๆ ต้องยอมรับว่าก่อนท้อง เราใช้ชีวิตเต็มที่เต็มเหนี่ยวเหมือนกัน ทำให้เราละเลยการกินยา การพบแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราควรไปตลอด กินยาให้สม่ำเสมอ พอผ่านไปเรื่อยๆ เราไม่ได้ดีขึ้น อาการเริ่มดิ่งลงๆๆ ครั้งแรกที่รู้สึกว่าเราแปลก ๆ ต้องพบแพทย์? นนนี่ : รู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรเลย อยู่ดี ๆ ก็เบื่อทุกอย่าง อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุอะไรเลย นอนไม่หลับเลยค่ะ ก็เริ่มไปหาหมอ แต่ไปหาหมอไม่ปะติดปะต่อด้วย เปลี่ยนรพ.ไปเรื่อยๆจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องที่รู้สึกผิด เราไม่สบายก็ไปหาหมอ จะป่วยกายหรือป่วยใจก็ป่วยอยู่ดี ไปหาหมอดีกว่า การไม่ได้ไปหาหมอต่อเนื่อง ถึงขั้นทำให้เราทำร้ายร่างกาย? นนนี่ : ด้วยความที่แย่มาก ตอนไปหาหมอ หมอพูดว่านนนี่ไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เลยทำให้มันเคว้ง พอเคว้งมันก็ดิ่ง อาการแย่ลง ๆ ถึงจุดที่เราคิดสั้นด้วย แต่เป็นการกระทำที่ไม่ควรอย่างมาก ลงมือไปแล้วด้วย? นนนี่ : ใช่ค่ะ ตอนนั้นเราไม่รู้เรากินยาเกินขนาด เรากินยาที่มีเข้าไปหมดเลย กินจนค่าตับปาเข้าไป 3-4 พัน ต้องนอนแอดมิตเป็นอาทิตย์ค่ะ รอดได้ยังไง? นนนี่ : คุยกับแฟนนี่แหละ เขารู้สึกว่ามันไม่ได้ปกติ เขารู้สึกว่าเราน่าจะดาวน์หรือเปล่า เขาเรียก 1669 ไปตามขั้นตอน ล้างท้อง อยู่ไอซียู เรารู้ทุกอย่าง แต่มันขยับไม่ได้ รู้ทุกอย่างว่าเขาล้างท้อง ทำอะไรเกิดขึ้น แล้วอย่าทำเลย ไม่เวิร์ก วิธีล้างท้องเขาใส่สายสอดเข้าไปในจมูกถึงกระเพาะ เอาชาโคลสูบขึ้นมา เราต้องคาสายเอาไว้เป็นวันข้ามคืน มันทรมาน ไม่สบายตัวเลย และเจ็บค่ะ พอล้างท้องเสร็จแล้ว? นนนี่ : ต้องอยู่ไอซียู หมดค่ารักษาเป็นแสน ก็เป็นบทเรียน ไม่ทำแล้ว เจอค่ารักษาหายเลย (หัวเราะ) มันไม่ดีเลย จริงๆ เข้าใจแหละทุกคนต้องมีช่วงเวลาอ่อนแอ เราเป็นหนึ่งในคนที่ไม่รู้จะหาทางออกยังไงด้วย วินาทีที่รู้ว่านนนี่ทำแบบนี้ ส่งรพ.รู้สึกยังไง? อาร์ : เป็นห่วงมากเลยครับ ตอนนั้นเขาอยู่เชียงใหม่คนเดียว ผมอยู่กรุงเทพฯ เราอยากไปหาเดี๋ยวนั้นเลย แต่คงเป็นไปไม่ได้ ก็บอกให้เขาใจเย็นๆ ก่อน โทรเรียก 1669 ให้เขาพานนไปรพ.ให้ไวที่สุด ตอนแรกนนจะไม่ไปด้วย อาจด้วยภาวะซึมเศร้าหรือเปล่า สุดท้ายแล้วพูดไปพูดมากล่อมได้ ก็เลยสามารถพาไปได้ ณ ตอนนั้นผมก็ดิ่งเหมือนกัน ทำอะไรไม่ถูกเลยตอนนั้น นนนี่ : เชื่อมั้ยเขาจับผิดอะไรถูกทุกอย่างเลย น่ากลัวมากเลย ถ้าไม่รู้สึกว่าแฟนตัวเองผิดปกติ เราอาจไม่ได้นั่งคุยอยู่ตรงนี้ก็ได้อาร์ให้กำลังใจนนนี่ยังไง? อาร์ : บอกว่าเราต้องตั้งสติ ใจเย็นๆ มีอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว ให้หาคนปรึกษา คนคุย คนที่ไว้ใจได้ เพราะถ้าคุณเก็บไว้คนเดียว แน่นอนแหละ เหมือนแบกโลกทั้งใบ นนนี่ : หนูมีอะไรจะไม่พูด ชอบเก็บไว้คนเดียว พอรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คุณแม่ได้พูดอะไรมั้ย? นนนี่ : เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกับหนู หนูว่าเขาก็คงเสียใจ คนเป็นแม่ก็คงเสียใจทุกคน เขาก็เลยคุยกับอาร์แทน เขาอัปเดตอะไรกับอาร์ ตอนลูกสาวอยู่ไอซียู? อาร์ : คุณแม่เขาเป็นห่วงมากเลยครับ โห คนเป็นแม่เนอะ ไม่มีใครอยากเห็นลูกเข้าไอซียูหรอกครับ เขาก็เสียใจ เหมือนทำอะไรไม่ถูกตอนนั้น เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่แม่ก็โอเค เขาติดภารกิจ ติดงาน ไม่สามารถมาดูได้จริงๆ ผมก็เลยไปดูแทน อย่างน้อยเขาจะได้อุ่นใจว่ายังมีคนดูแลเขาอยู่ หลังจากนั้นก็คีฟคอนแทคกันมาตลอดเลย นนนี่ : เพราะส่วนใหญ่ถ้าเป็นแม่ลูกคุยกันจะชอบตีกัน เขาเป็นห่วงเรามาก แค่ไม่ได้เดินมาบอกเราตรงๆ พอได้ฟังรู้สึกยังไง? นนนี่ : หนูรู้อยู่แล้วว่าแม่ก็ต้องเป็นห่วงลูกทุกคน แม่ก็รักลูกทุกคน หนูก็รักแม่เหมือนกัน แต่ว่าบางทีการสื่อสารของเรา มันเหมือนคุยกันได้สองสามคำก็ชอบตีกัน (หัวเราะ) มันเริ่มเป็นตั้งแต่อายุ 14-15 ค่ะ ตอนนี้อาการทุกอย่างเป็นปกติหรือยัง? นนนี่ : มันก็อาจมีผลข้างเคียงในอนาคต ซึ่งร่างกายเราไม่รู้หรอกเพราะในนั้นได้รับสารพิษต่อให้ได้รับการล้างท้อง แต่เอฟเฟกต์ก็คงอยู่แหละ โรคซึมเศร้าไม่ได้หายขาด? นนนี่ : ต้องใช้เวลารักษานาน เราชอบคิดว่าดีแล้ว นนนี่กินยาวันละ 5-6 เม็ด พอท้องกินอะไรก็อยากอ้วก เราไม่อยากกิน ยานอนหลับก็พยายามไม่กินแล้ว เขาจะบอกว่าถ้านอนไม่หลับจริงๆ ค่อยกินนะ ตอนนี้ลูกเราเริ่มดิ้นแล้ว พอเรากินยาลูกเราไม่ดิ้น เราใจหาย เพราะตัวยาที่กินค่อนข้างแรง เรากินเรายังเบลอเลย นนนี่สงสัยว่าเป็นจุดกำเนิดของโรคซึมเศร้าหรือเปล่า เป็นเพราะปมในวัยเด็ก? นนนี่ : ที่คุยกับหมอ มันก็ค่อนข้างเกี่ยว กว่าจะป่วยเป็นซึมเศร้าได้ ไม่ใช่ 2-3 วันเป็นเลย มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างสะสมมา 25 ปี ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า ปมนั้นคืออะไร? นนนี่ : เรารู้สึกว่าเราเหงา เราเคว้ง หันไปแล้วไม่มีใครเลย ไม่รู้จะคุยกับใคร ช่วงเด็กๆ แม่ทำงานเยอะค่ะ มันสะสมมาหลายปีค่ะ พอมองย้อนกลับไป เราเข้าใจ? นนนี่ : เราเข้าใจ แต่ไม่ใช่เราไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เราก็เข้าใจว่าถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนใช้ ค่าเรียน ค่าเลี้ยงดู ค่าโน่นค่านี่ เขายิ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ยิ่งต้องทำงานหนัก 2-3 เท่าอีก พอโตมาเราก็เข้าใจ แต่ตอนนั้น 5-6 ขวบ เราก็รู้สึกว่าเงินไม่ได้สำคัญ เราอยากได้เวลา อยากมีเพื่อนเล่น อยากมีเพื่อนคุย อยากไปโน่นไปนี่ แต่เราไม่มี เราก็เหงา เข้าใจแม่ช่วงไหน? นนนี่ : ประมาณ 20 กว่า ๆ สิ่งที่ขาดไปตอนเด็ก ก็ส่งผลตอนโต ตอนนี้เราเป็นแม่แล้ว จะชดเชยอะไร? นนนี่ : อะไรที่เราขาดไป ก็ไม่อยากให้ลูกขาด รู้สึกว่าขาดเวลา ก็จะมีเวลาให้ลูก วางแผนการเลี้ยงยังไง? นนนี่ : จริงๆ ไม่มีแผนอะไรเลย ไม่เคยมีลูก ยากจัง (หัวเราะ) เชื่อว่าแม่ได้ดูเทปนี้ มีอะไรอยากบอกแม่? นนนี่ : เชื่อแล้วค่ะว่าเป็นแม่เหนื่อยมากเลย (หัวเราะ) ขนาดยังไม่คลอดออกมา อะไรที่หนูทำผิดพลาดไป หนูขอโทษนะคะ หนูขออย่าให้ลูกดื้อเหมือนหนูเลย (หัวเราะ) เขาพูดเสมอว่าทำอะไรไว้กับฉัน เดี๋ยวรอดูนะ (หัวเราะ) ช่วงวัยเด็ก ความดื้อกับแม่ ขนาดไหน? นนนี่ : ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าดื้อเงียบ จะไม่พูด ไม่แสดงออก แต่ไม่ทำ จะเดาไม่ถูกกัน แม่ไม่เคยตีเลยนะคะ แม่ใจดีมาก อายุ 20 กว่าถึงคุยกันรู้เรื่อง? นนนี่ : เป็นช่วงที่ไปเรียนที่อังกฤษด้วย แม่ก็จะมาหา มาอยู่ด้วย เวลาไปไหนก็เหมือนเพื่อนกัน ไปช้อปปิ้ง ไปกินข้าว ไปดื่ม ไปดริ๊งค์ แม่ลูกไม่เคยคุยกันดีๆ เลย เคยทะเลาะหนักสุด ไม่คุยกันนานมั้ย? นนนี่ : เป็นเดือนค่ะ จำเรื่องราวไม่ได้แล้ว คงพูดกันไม่เข้าหูนี่แหละ ไม่มีใครง้อใคร อยู่ดีๆ ก็กลับมาคุยกันเอง หนูก็ไม่ง้อ เขาก็ไม่ง้อ มีแต่คนบอกเรานิสัยเหมือนกัน ถึงไม่พูดแต่เราก็รัก ไม่จำเป็นต้องพูด แต่ก็รู้ว่ารัก ท้อง 6 เดือนแล้ว ได้ปรึกษาแม่แอนมั้ย? นนนี่ : ไม่มีเลยค่ะ เขาบอกเขาลืมแล้วค่ะ มัน 30 ปีแล้ว เขาพูดประโยคนี้ประโยคเดียวเลย หนูเลยไม่พูดอะไรต่ออีกเลย เขาบอกจำไม่ได้แล้ว มันนานไป (หัวเราะ) ท้องนี้ต้องสู้กับอาการเจ็บป่วยหนักมาก มีปวดหัวไมเกรนด้วย? นนนี่ : อาการปวดหัวไมเกรนเพิ่งเป็นตอนท้อง ไม่เคยเป็นเลยค่ะ หนูไปหาหมอหลายรอบมาก ไปทุกอาทิตย์เลย สามวันไปที เขาก็ตอบไม่ได้ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ แต่ที่แน่ๆ มันกินยาไม่ได้ ฉีดยาไม่ได้ ที่ทำได้แล้วดีขึ้นเลยคือฝังเข็ม หายเลยค่ะ เวลาเป็นปีก็ฝังเข็ม? นนนี่ : ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว เปลี่ยนมาเป็นปลายประสาทอักเสบแทน เวลาเดินจะเจ็บช่วงอุ้งเชิงกราน มันไม่ถึงกับเดินไม่ได้ แต่เดินแล้วเจ็บ เลยทำให้ไม่อยากเดิน ถ้าฝืนเดิน มีอันตรายมั้ย? นนนี่ : มีแย่ไปกว่านั้น มีภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งเขาไม่ให้เดินเยอะด้วย มันเยอะมาก (หัวเราะ) โรคปลายประสาทอักเสบเกิดจากอะไร? นนนี่ : เขาก็ไม่ได้บอก พอท้องใหญ่ขึ้น อาจไปกดทับเส้นประสาทหรือเปล่า ตอนนี้เดินแล้วเจ็บแปร๊บขึ้นมา แล้วมันร้าว เป็นตอน 2-3 อาทิตย์หลังค่ะ สามีดูแลยังไง? อาร์ : เราไม่ใช่หมอเนอะ พาไปรพ.อย่างเดียวเลย บางทีเห็นแล้วก็อยากช่วย แต่ทำอะไรไม่ได้ เราไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดจากอะไร ต้องให้หมอดูให้ นนนี่ : เปลี่ยนมา 4 หมอ ต้องมีรถเข็นมั้ย? นนนี่ : อย่าเลย เรายังชอบเดินอยู่ ใช้รถเข็นก็ลำบากอยู่นะ เดี๋ยวท้องใหญ่ขึ้น มันก็อาจเป็นทางเลือกที่ดี? นนนี่ : เราไม่อยากนั่งรถเข็น เราอยากเดิน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันแล้วกัน คุณหมอให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษมั้ย? นนนี่ : เขาไม่ให้ทำงานหนัก ไม่ให้ออกกำลังกาย งดอะไรที่ใช้ร่างกายเยอะๆ ขับรถเจ็บ พอเราเกร็งเท้าปุ๊บมันจะจี๊ดขึ้นมา เบรกงานแล้ว? นนนี่ : ลาหยุดค่ะ มีภาวะรกเกาะต่ำด้วย ส่งผลอะไรบ้าง? นนนี่ : เห็นหมอบอกว่าต้องผ่าคลอด ไม่ให้เดินเยอะค่ะ ไม่ได้แพลนจะคลอดเองค่ะ กลัว (หัวเราะ) จะผ่าอยู่แล้ว ไม่มีดูฤกษ์ เอาเป็นฤกษ์ที่ลูกอยากออกมาเลย มาตอนไหนก็ตอนนั้นเลยค่ะ เราไม่มูเลย แฟนก็ไม่มูเหมือนกัน เอาที่สะดวกค่ะ ส่วนสาเหตุเกิดจากอะไร เชื่อว่าแชต GPT ต้องมีคำตอบค่ะ มีเตรียมใจขนาดไหนใกล้คลอดแล้ว? นนนี่ : สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แต่หลายคนพูดว่าเหนื่อยแน่ๆ ก็แพลนเลี้ยงกันเอง มีแม่อาร์ช่วยเลี้ยง พุฒ : ตอนแรกเราอยากเห็นทุกพัฒนาการของลูก เราอยากเลี้ยงเอง พอกลับไปอยู่บ้านเท่านั้นแหละ ที่รักเราหาพี่เลี้ยงเถอะ ไม่งั้นจะเป็นเราสองคนที่ตีกัน (หัวเราะ) นนนี่ : เพื่อนหนูมีลูกก่อนหนู อายุเท่าๆ กัน ก็ไม่แพลนที่จะเลี้ยงเองเลย จ้างพี่เลี้ยงตั้งแต่อีก 3 เดือนคลอด แล้วเตือนเลยว่าต้องจ้าง ก็รอก่อน ถ้าไม่เวิร์กก็ค่อยว่ากัน ชื่อใครคิด? นนนี่ : ช่วยๆ กันคิดค่ะ ชื่อเล่นมีชื่อเดียวเลย ชื่อจริงก็ยากมากเลย ให้คุณยายเป็นคนตั้ง แต่เราปัดตกไปหลายทีแล้ว ชื่อเล่นช่วยคิดมั้ย? อาร์ : ผมชื่ออาร์ แม่ชื่อแอน ตระกูลนนเขาตระกูล อ. หมดเลย ก็เลย เป็น อ. นี่แหละ อัยย์มาเป็นชื่อแรกเลย และผ่านเลย นนนี่ : จริง ๆ อยากมีลูกสองคน อยากได้ผู้ชาย บ้านผู้หญิงเยอะแล้ว อาร์ : ผมไม่ติดเลย ผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ดีครับ มีอะไรอยากบอกสามี? นนนี่ : อยากบอกว่ารักทุกวัน บางทีอาจงี่เง่าไปบ้าง ขี้งอนไปบ้าง เหวี่ยงบ้าง โมโหบ้าง แต่ก็รักค่ะ อยากบอกว่าเขาก็เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่เข้ามาในชีวิตเรา อยากบอกอะไรคุณภรรยา? อาร์ : รักเสมอครับ รักไม่เปลี่ยนแปลง เป็นเหมือนวันแรกที่เจอกัน ยันวันสุดท้ายของชีวิตครับ นนนี่ : (ยิ้มหวานกอดสามี) ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama คลิปสัมภาษณ์ : https://youtu.be/cpFuspIsvQg?si=u2uHM2yK4CKTpSm8

รีวิวหนัง "โกฮัง หัวใจโกโฮม" มาตรฐานใจฟูที่คุ้นเคยจากจีดีเอช โมเมนต์สี่ขาทำน้ำตาหยด
อ่าน

รีวิวหนัง "โกฮัง หัวใจโกโฮม" มาตรฐานใจฟูที่คุ้นเคยจากจีดีเอช โมเมนต์สี่ขาทำน้ำตาหยด

จีดีเอช ค่ายหนังอารมณ์ดีอันดับต้น ๆ ของไทยได้หวนกลับมาเติมเต็มหัวใจให้ฟูฟ่องอีกครั้งกับคอนเทนต์ล่าสุดของสุดทัชหัวใจ ที่ผูกโยงความผูกพันอันแสนประทับใจระหว่างมนุษย์กับเจ้าตูบสี่ขาเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกล่อม ออกมาเป็น "โกฮัง หัวใจโกโฮม" หนังดรามาร้อยเรียงชีวิตธรรมดา ๆ ผ่านสายตาของน้องหมา 3 วัย ในช่วง 3 ห้วงชีวิตของมัน กลั่นกรองออกมาเป็นบทแห่งความซาบซึ้งที่กระตุ้นต่อมน้ำตาผู้ชมได้เป็นอย่างดี เรื่องราวของลูกหมาจรสีขาวจมูกชมพูที่กินอยู่หลับนอนหน้าร้านสะดวกซื้อ เริ่มค้นพบว่านอกจากเล่นสนุกไปวัน ๆ มันก็ฝันอยากจะมีบ้านที่อบอุ่น จนมันได้มาเจอกับเจ้าของคนแรก ฮิโระ วิศวกรรถยนต์ชาวญี่ปุ่นวัยใกล้เกษียณ ผู้เป็นคนตั้งชื่อ โกฮัง ให้มัน แล้วชะตาชีวิตก็พาให้โกฮังในวัยหนุ่ม ได้ไปเจอกับเจ้าของคนที่สอง น้ำชา แม่บ้านชาวเมียนมาที่คอยดูแลและปกป้องมัน ตอนที่อยู่ในบ้านพักพิงสุนัขจรจัด เมื่อเวลาผ่านไป โกฮังได้กลายมาเป็นหมาคณะสุดเก๋า และได้เจอกับเจ้าของคนที่สาม เปเล่ และ ใจดี สองนักศึกษามหาลัยที่ตกลงจะช่วยกันดูแลมัน หมาแก่อย่างโกฮังจึงตอบแทน ด้วยการสอนให้ทั้งคู่ได้รู้จักความรัก โกฮัง เป็นผลงานที่ได้ 3 ผู้กำกับลูกหม้อประจำค่ายจีดีเอช มาช่วยแบ่งรับผิดชอบโปรเจกต์ ด้วยท็อปปิกง่าย ๆ กับการเล่ามุมมองในโกฮัง ทั้ง 3 ช่วงวัย วัยเด็ก, วัยหนุ่ม และ วัยชรา เริ่มต้นที่ความสดใสและเหมาะเจาะลงตัวดีกับการทำหน้าที่เป็นฉากเปิดให้กับหนัง ด้วยฝีมือการรังสรรค์ของ "หมู ชยนพ" ที่ลายเส้นของนักสร้างผู้นี้ยังชัดเจนเหมือนเคย ไม่ว่าจะท่วงท่าลีลาในการร้องเรียงมุมมองในหนังพาร์ทนี้ อบอวลไปด้วยความน่ารักสดใสที่ขับเสน่ห์ลูกหมาโกฮังออกมาได้อย่างประทับใจ ตกคนดูได้ทั้งโรงหนังอย่างสบาย ๆ โดยที่พาร์ทเรื่องราวของโกฮังวัยเด็ก ค่อนข้างวางพื้นฐานโครงสร้างเรื่องเอาไว้ตามมาตรฐานทั่วไปของหนังจีดีเอช ที่ยังสอดไส้ความฟีลกู้ดออกมาฟุ้ง ๆ ให้สัมผัสอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับหยอดจังหวะโบ๊ะบ๊ะอารมณ์ขันอย่างมีสไตล์เข้ามาอยู่เรื่อย ๆ ก่อนจะสับสวิตช์อย่างรุนแรงกับการส่งต่อไปสู่พาร์ทของโกฮังวัยหนุ่ม จากการรังสรรค์ของ "บาส พูนพิริยะ" ที่งัดเอาจังหวะและลีลาความระทึกขวัญมาใช้ได้อย่างเต็มอิ่มอีกครั้ง หนังพาร์ทนี้อาจจะไม่ได้เป็นที่พูดถึงเท่าไหร่ แต่กลายเป็นส่วนที่ปรากฏเมจิกโมเมนต์ขึ้นในหนังได้มากที่สุด อาจจะน่าเสียดายนิด ๆ ตรงที่เรื่องราวของโกฮังวัยหนุ่มนี้ สามารถบดขยี้เรื่องราวและสร้างมิติเพิ่มพูนให้ยิ่งขึ้นกว่านี้ได้สบาย ๆ แต่เพราะเงื่อนไขแอร์ไทม์ที่ค่อนข้างมีจำกัด จึงทำการร้อยเรียงออกมาได้แค่เพียงผิวเผินลักษณะ แต่ก็ยังเปี่ยมล้นไปด้วยจังหวะที่เฉียบคมไม่เบาเลย มาถึงพาร์ทที่ละมุนเป็นด้วยความรักและความอบอุ่น กับพาร์ทของโกฮังวัยชรา จากฝีมือการของ "อัตตา เหมวดี" ผู้กำกับที่น่าจะอายุน้อยที่สุดของค่ายตอนนี้ ที่พกพาความสดใสมาควบคู่กับกลิ่นอายความละมุน ที่ช่วยผลักดันสร้างโมเมนต์ของเจ้าหมายามบั้นปลายที่เรียกน้ำตากำลังดี ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในพาร์ทนี้ของหนังค่อนข้างจะฉีกไปจาก 2 พาร์ทก่อนหน้านี้ไปสักหน่อย เพราะกลายเป็นว่าหนังวางเส้นเรื่องความเป็นจังหวะโรแมนติกคอมเมดี้ สไตล์สัมพันธ์เฟรนด์โซนเข้ามาร้อยเรียงเข้ากับเรื่องราวไปด้วย อาจจะเป็นองค์ประกอบที่บางทีก็ยังไม่ค่อยจะไปด้วยกันได้สักเท่าไหร่กับสิ่งที่ปูทางเอาไว้ทั้งหมด ด้วยการรียูสมาตรฐานดั้งเดิมของจีดีเอชมาบูรณะใช้อีกครั้ง จัดได้ว่าเป็นการม้วนเพื่อไปสู่บทสรุปที่ค่อนข้างจะเพลย์เซฟไปสักนิด ความประทับใจยังถูกกดทับเอาไว้ไม่ถึงขีดสุด โดยที่ในส่วนการแสดงในโกฮัง ที่อยากจะกล่าวถึงก่อนเป็นลำดับแรก ๆ เลยก็คือ นักแสดงน้องหมา ที่เรียกได้ว่า ทั้ง 3 นักแสดงหมา ทำหน้าที่ของตัวเองในและพาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม "น้องโคริ" ยังเป็นลูกหมาตัววัยซนตอนที่ต้องเข้าฉากทำงานหนังเรื่องนี้ แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายไม่น้อยเลยที่ต้องทำงานกับหมาเด็ก แต่น้องโคริก็สามารถโปรยเสน่ห์ออกมาไดตลบอบอวลอย่างน่าพึงพอใจ ขณะที่ "น้องมีโชค" ที่มาสานต่อในช่วงวัยหนุ่ม นี่คือนักแสดงหมาที่ได้รับการฝึกฝนได้อย่างมีศักยภาพ ถึงจะเป็นพาร์ทที่ต้องใช้พละกำลังและการร่วมมือที่ค่อนข้างสาหัสกว่าพาร์ทอื่น ๆ แต่น้องมีโชคก็สามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างคล่องตัว และ "น้องหิมะ" นักแสดงหมาฝึกวัยชรา ที่ทำการแสดงเอาไว้ได้ลงล็อกมาก ขนลุกได้แม้กระทั่งจังหวะการสะดุดหรือการเดินชนต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดออกมาในหนังได้อย่างลงตัวดี ในส่วนทีมนักแสดงในโกฮัง ก็ต้องยอมรับว่าต้องหลีกทางความโดดเด่นให้กับนักแสดงหมาที่เป็นตัวละครหลักทั้งสิ้น "เจ้านาย จินเจษฎ์" กับ "ตู ต้นตะวัน" จับมือกันสร้างโมเมนต์ที่ชวนขายทางการแสดงได้มากที่สุดของหนังเรื่องนี้ ทางด้าน "ยาสุชิ คิตะจิมะ" ก็เหมือนแสดงเป็นตัวละคร ความสดใสและจังหวะการแสดงที่สมวัยได้ถูกถ่ายทอดออกมาได้ลงตัว และที่เซอร์ไพรส์เบา ๆ ก็คือนักแสดงสาวชาวเมียนมาร์ "พิงกี้-โป มะมี ตา" ที่มอบผลลัพธ์ทางการแสดงได้บียอนด์กว่าที่คิดเอาไว้ ในแง่องค์ประกอบงานสร้างใน โกฮัง หัวใจโกโฮม เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยน่าเป็นกังวลอะไร เพราะสามารถเชื่อใจและไว้ใจในฝีมือทีมสร้างของจีดีเอชได้อยู่แล้ว ทุกชิ้นงานและทุกซีนมักจะได้รับการสังเคราะห์ออกมาโดยละเอียดเป็นพื้นฐานอยู่ ทำให้ในทุก ๆ เอลิเมนต์ของหนังเรื่องนี้ มอบองค์ประกอบออกมาได้อย่างไหลลื่และลงตัวด้วยดี งัดเอาทุก ๆ ศาสตร์ที่เป็นสายเส้นประจำค่ายนี้ออกมาใช้ได้อย่างเติมเต็มและสมบูรณ์ครบถ้วน โดยสรุปแล้ว โกฮัง หัวใจโกโฮม ก็น่าจะเป็นหนังน้องหมาที่สามารถสะกิดต่อมใจฟูให้กับผู้ชมได้ง่าย ๆ มาพร้อมกับผลลัพธ์ที่บรโภคง่าย ย่อยง่าย และซาบซึ้งได้ง่าย ๆ แม้ว่าภาพรวมก็ยังจัดได้ว่าเป็นอีกชิ้นงานที่จีดีเอชยังค่อนข้างนำตัวเองไปอยู่ในพื้นที่เซฟโซนเดิม ๆ อยู่ เพราะโกฮังก็เป็นเป็นการหยิบเอาตำราเก่า ๆ ของจีดีเอชมาประยุกต์ชงขึ้นมาใหม่ แน่นอนว่ายังรักษามาตรฐานเอาไว้ได้เช่นเดิม แต่ท่วงท่าต่าง ๆ นั้นอาจจะไม่ได้สดใหม่มากนัก ท้ายที่สุดโทนของหนังก็ฟุ้งไปด้วยกลิ่นอายราวกับดูหนังญี่ปุ่นเกี่ยวกับน้องหมาซึ้ง ๆ เรื่องหนึ่ง แต่เป็นบริบทในแบบไทย มันก็กลมกล่อมและประทับใจดี แต่อาจจะยังไม่ถึงขั้น..หลงรักขนาดนั้น ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง โกฮัง หัวใจโกโฮม ประเภท: ดรามา ผู้กำกับ: ชยนพ บุญประกอบ, นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, อัตตา เหมวดี นำแสดงโดย: เจ้าโคริ, เจ้ามีโชค, เจ้าหิมะ, จินเจษฎ์ วรรธนะสิน, ต้นตะวัน ตันติเวชกุล, ยาสุชิ คิตะจิมะ ความยาว: 145 นาที กำหนดฉายในไทย: 2 เมษายน 2026 Movie.TrueID METRIC: โกฮัง หัวใจโกโฮม ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.7/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.5/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.6/10) ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

“พีท” ยิ้มถูกแซว “เป็นผู้ชายหาเช้ากินค่ำ” ด้าน “แก้มบุ๋ม” ลุ้นมีลูกปีนี้
อ่าน

“พีท” ยิ้มถูกแซว “เป็นผู้ชายหาเช้ากินค่ำ” ด้าน “แก้มบุ๋ม” ลุ้นมีลูกปีนี้

พีท ยิ้มถูกแซว เป็นผู้ชายหาเช้ากินค่ำ ด้าน แก้มบุ๋ม ลุ้นมีลูกปีนี้ ควงกันออกงานถี่ๆ คู่รัก พีท กันตพร และภรรยาสาว แก้มบุ๋ม ปรียาดา แต่มีหลายคนแซว พี่พีท รวยแล้วแต่ยังทำงานเหมือนเป็นหนี้ ด้านภรรยาแซว เป็นผู้ชายทำงานหาเช้ากินค่ำ งานนี้ทั้งคู่เผยพร้อมอัปเดตแพลนมีเบบี๋ พี่พีท: จัดอันดับหมวดผู้ชายหาเช้ากินค่ำบางครั้งก็ไม่ได้กินข้าวจริงๆ ดีใจนะไม่ว่าเราอยู่ในฐานะหน้าที่อะไรเราก็ต้องขยันอยากให้ทุกคนรู้สึกแบบนี้มันดูตลกดีแต่มันก็เป็นเรื่องจริงเพราะเราก็หาเช้ากินค่ำบางครั้งตกเย็นเราก็ยังไม่ได้กินเลย แก้มบุ๋ม : เป็นหนูหนูก็ยอมนะหนูอยู่ข้างเขาเห็นเขาทำงานหนักแบบนี้เห็นเขาขยันแล้วเราก็ขยันตามเขาเลยเป็นตัวอย่างที่ดีพอเห็นเขาขยันมันก็เป็นประโยชน์กับเราเหมือนกัน หนูชอบถามเขาเป็นหนี้หรือเปล่า พี่พีท : ทำงานเกิน 24 ชั่วโมงพอมีโอกาสเข้ามาเราก็พยายามคว้าโอกาสนั้นให้หมดก็เลยเป็นแบบที่ทุกคนเห็นมีแพลนไปเที่ยวแต่พอมีงานเข้ามาก็รับงานก่อน ส่วนใหญ่เป็นงาน live พวก content เมื่อก่อนเรากลัวกล้องเขินมาก เราทำงานแบบมีสเต็ป 1 2 3 ตอนนี้เป็นธรรมชาติสุดๆ แก้มบุ๋ม : ตอนนี้มีคนชมว่าพี่พีทขายเก่งกว่าหนูก็น่าจะไปไกลแล้วเลเวลเขาตามไม่ทันแล้วถ้าถามว่าตอนนี้สามีทำอาชีพอะไรทำงานเหมือนคนเป็นหนี้ไม่ใช่ผู้บริหารแล้วเป็นทุกอย่างเหมือนเป็นลูกหนี้ทั้งๆ ที่ไม่มีหนี้ พี่พีท : ทุกวันนี้ยังเหมือนเดิมแต่มีงานเยอะขึ้นรู้สึกว่าการมีงานดีกว่าไม่มีงานมีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับมาทำงานและรู้ว่าวันนี้ต้องทำอะไร 1 2 3 4 แล้วกลับมานอนไปทำงานที่บริษัทที่โรงพยาบาลตอนเช้าและกลับมาตอนเย็นมีงานต่อเราจะได้แพลนชีวิตตัวเองได้พอเราอยู่หน้าจอมันมีความสุข มันไม่ได้เครียดมีอะไรให้ทำ manage เวลาโดยการลดเวลานอน แก้มบุ๋ม : เรื่องทายาทตอนนี้อยู่ในช่วงเก็บไข่ใช้วิทยาศาสตร์ล้วนๆ ส่วนเติมความหวานอยู่ใน LIVE เพราะเห็นว่าอยากหยิกก็หยิกเลยไปกอดเขาปกติมันก็มีช่วงเวลาโมเม้นต์เติมพีทเติมบุ๋มเวลาพี่พีทแสดงความรักด้วยการกอดด้วยหอมหนูก็กลัวไลฟ์ปลิวมากเพราะเวลาเกิดขึ้นในติ๊กต๊อกก็จะเกิดขึ้นกับหนูตลอดไม่ใช่ไม่อยากอยู่กับเขานะกลัวช่องจะปลิว เขาน่าหมั่นเขี้ยวอยู่กันมาปีที่ 2 แล้ว รอบนี้เป็นช่วงปักอยู่รอบที่แล้วเราได้ไข่จาก 2 ฟองแต่ใช้ได้ฟองเดียวรอบนี้เหมือนดีขึ้นดีขึ้นกว่า 2-3 เท่าตอนนี้ก็รอลุ้นกันช่วงอยู่ในช่วงปรับยาถามว่าปีนี้ไหมต้องแล้วแต่หมอ หมอก็บอกว่าแล้วแต่เรามันขึ้นอยู่กับใครถ้าปีนี้มันพอก็อาจจะปีนี้หวังว่าจะเป็นปีนี้คุณปู่คุณย่านับวันรอรู้สึกว่าถ้ามันมีปีนี้ก็มันมีปีนี้ พยายามไม่เครียด