รีเซต

ผลการค้นหา “ジェーン・パトリックの功罪―Don’t Be Too Emotional― ” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
"TELEx TELEXs" ส่งซิงเกิลใหม่ "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" โอบอุ้มหัวใจในวันที่ฝืนเข้มแข็งไม่ไหว
อ่าน

"TELEx TELEXs" ส่งซิงเกิลใหม่ "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" โอบอุ้มหัวใจในวันที่ฝืนเข้มแข็งไม่ไหว

หลังจากเปิดตัวบทใหม่ในฐานะศิลปิน Duo อย่างเป็นทางการ และส่งความคิดถึงผ่านซิงเกิลคัมแบ็ก "พบกันอีก" ให้แฟนเพลงได้หายโหยหากันไปแล้ว "TELEx TELEXs" โดย "ออม (ร้องนำ)" และ "นาว (กีตาร์)" เดินหน้าถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกต่อเนื่องทันที ด้วยซิงเกิลที่ 2 "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" บทเพลงที่เปรียบเสมือนกอดอันอบอุ่นและพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่กำลังเหนื่อยล้า "การร้องไห้ ไม่ใช่สัญญาณของความพ่ายแพ้ แต่มันคือการอนุญาตให้ตัวเองได้พัก" สำหรับซิงเกิล "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" มาพร้อมกับ Message หลักที่ต้องการโอบกอดและปลดล็อกความรู้สึกของคนฟัง โดย "TELEx TELEXs" ตั้งใจถ่ายทอดมุมมองว่า ความอ่อนแอหรือหยดน้ำตาไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนแพ้ แต่มันคือกระบวนการธรรมชาติทางอารมณ์ที่เปิดโอกาสให้ตัวเราได้ปลดปล่อยและพักผ่อนจากความกดดัน นอกจากนี้ เพลงยังแตะถึงความรู้สึก "โดดเดี่ยว" ที่หลายคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน โดยชวนให้ตระหนักว่า แม้ในวันที่รู้สึกว่าไม่มีใคร "ตัวเราเอง" นี่แหละคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุด และเป็นที่พักใจที่ปลอดภัยที่สุดได้เสมอ การยอมรับความรู้สึกตัวเอง ร้องไห้ออกมา แล้วคอยอยู่เป็นเพื่อนตัวเอง คือก้าวแรกของการฮีลใจอย่างแท้จริง และความพิเศษใน MV นี้คือได้นักแสดงอย่าง "สตาร์บัคส์" ที่ห่างหายจากการแสดงกลับมาโชว์ฝีมือให้ทุกคนได้ดูกันด้วย เชื่อว่าน่าจะทำให้แฟน ๆ หายคิดถึงและอินไปกับการแสดงของสตาร์บัคส์อย่างแน่นอน ด้านดนตรียังคงเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ "TELEx TELEXs" ไว้อย่างเข้มข้น เพิ่มเติมด้วยบรรยากาศและเมโลดี้ที่นุ่มนวล ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สอดรับกับเสียงร้องของออมที่ส่งผ่านความรู้สึกโอบอ้อมอารี และไลน์กีตาร์ของนาวที่คอยประคองอารมณ์เพลงให้ดิ่งลึกแต่แฝงไปด้วยความหวัง "พวกเราอยากให้เพลงนี้เป็นเหมือนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ ในวันที่คุณรู้สึกว่าโลกมันหนักเกินไป ไม่ต้องฝืนยิ้ม ไม่ต้องเก่งตลอดเวลา ร้องไห้ออกมาได้เลย เพราะสุดท้ายแล้ว การยอมรับความอ่อนแอก็คือจุดเริ่มต้นของการดูแลตัวเองครับ/ค่ะ" TELEx TELEXs กล่าว รับฟังและชม Music Video เพลง "เธอร้องไห้ได้เลยนะถ้าเธออ่อนแอ" จาก "TELEx TELEXs" ได้แล้ววันนี้บนทุกแพลตฟอร์ม Streaming และ Youtube Channel และติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ทาง Facebook, Instagram, TikTok : TELEx TELEXs และ Facebook : Juicey / Instagram : juiceyisyours

Annoying And Cunning Sisters
ดู

Annoying And Cunning Sisters

"เต้ย จรินทร์พร" ไม่ทน!! เมื่อ “ความคิดเห็น” กลายเป็นบาดแผล และบางคอมเมนต์มีราคาที่ต้องจ่าย
อ่าน

"เต้ย จรินทร์พร" ไม่ทน!! เมื่อ “ความคิดเห็น” กลายเป็นบาดแผล และบางคอมเมนต์มีราคาที่ต้องจ่าย

กรณีของ เต้ย จรินทร์พร ซึ่งออกมาแสดงจุดยืนหลังเผชิญความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องความรักที่รุนแรงและล้ำเส้น จึงไม่ใช่เพียงประเด็นของคนดังคนหนึ่งเท่านั้น หากยังเป็นภาพสะท้อนสำคัญของสังคมออนไลน์ว่า เรากำลังใช้ สิทธิในการแสดงความคิดเห็น อย่างรับผิดชอบมากน้อยเพียงใด เรื่องความรักเป็นเรื่องส่วนตัว แม้บุคคลสาธารณะจะต้องอยู่ท่ามกลางความสนใจของผู้คน แต่การเป็นนักแสดงหรือคนดังไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวจะสูญเสียสิทธิในชีวิตส่วนตัว หรือเปิดโอกาสให้ใครเข้ามาตัดสิน เหยียดหยาม และใช้ถ้อยคำรุนแรงได้โดยไม่มีขอบเขต การติดตามผลงาน การชื่นชอบ หรือแม้แต่การรู้สึกผิดหวังกับข่าวของศิลปิน เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ แต่ความรู้สึกเหล่านั้นควรหยุดอยู่ที่การแสดงความเห็นอย่างสุภาพ ไม่ใช่การนำชีวิตรักของผู้อื่นมาเป็นพื้นที่ระบายอารมณ์ หรือใช้ถ้อยคำดูถูกเพื่อสร้างความสะใจให้กับตัวเอง เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่อยู่หลังหน้าจอก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน มีความรู้สึก มีครอบครัว และมีศักดิ์ศรีที่ควรได้รับการเคารพไม่ต่างจากคนทั่วไป หลายคนอาจเข้าใจว่า การแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์เป็นสิทธิที่ทำได้อย่างไม่มีข้อจำกัด แต่ในความเป็นจริง เสรีภาพในการแสดงออก ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบ การวิจารณ์อย่างมีเหตุผล แตกต่างจากการใช้ถ้อยคำดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือกล่าวหาด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ขณะที่การแสดงความคิดเห็นซ้ำ ๆ จนสร้างความหวาดกลัว ความกดดัน หรือความเสียหาย ก็อาจก้าวข้ามจากการวิจารณ์ไปสู่การคุกคามได้ สิ่งที่ควรตั้งคำถามก่อนโพสต์จึงไม่ใช่เพียงว่า พิมพ์ได้หรือไม่ แต่ควรถามตัวเองด้วยว่า ข้อความนี้เป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นเพียงการคาดเดา, จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรงหรือไม่, หากมีคนพูดแบบเดียวกันกับเรา เราจะรู้สึกอย่างไร ความเห็นนี้กำลังวิจารณ์ผลงาน หรือกำลังทำร้ายตัวตนของใครบางคน, เพียงหยุดคิดสักไม่กี่วินาที อาจช่วยป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคนอื่นได้มากกว่าที่เราคาดคิด ที่ผ่านมา คนดังหลายคนเลือกไม่ตอบโต้เมื่อเผชิญกระแสวิจารณ์ เพราะไม่ต้องการขยายประเด็นหรือทำให้เรื่องราวบานปลาย แต่การนิ่งเงียบไม่ได้แปลว่าเจ้าตัวไม่รู้สึกเจ็บปวด และไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะมีสิทธิ์ล้ำเส้นได้มากขึ้นเรื่อย ๆ การที่เต้ย จรินทร์พร ออกมาปกป้องตัวเองในครั้งนี้ จึงอาจมองได้ว่าเป็นการส่งสัญญาณว่า ทุกคนมีสิทธิ์กำหนดขอบเขตให้กับชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือบุคคลสาธารณะ การลุกขึ้นมาพูดเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี ไม่ใช่การสร้างดราม่า และไม่ใช่การรับมือกับคำวิจารณ์ไม่ได้ หากเป็นการยืนยันว่า การแสดงความเห็นควรอยู่บนพื้นฐานของความเคารพ ไม่ใช่การทำร้ายกันเพียงเพราะเห็นต่าง การประกาศจุดยืนของบริษัท ทีโออีวาย จำกัด ที่ระบุว่าพร้อมพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย หากพบข้อความหรือการกระทำที่เข้าข่ายดูหมิ่น หมิ่นประมาท บิดเบือนข้อเท็จจริง หรือคุกคามจนสร้างความเสียหาย ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า โลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ที่ผู้ใช้จะพูดหรือทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบ แม้การดำเนินการทางกฎหมายจะเป็นสิทธิของผู้เสียหาย แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ สังคมควรช่วยกันสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารที่ไม่ผลักให้ใครต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสุดท้ายในการปกป้องตัวเอง ผู้ใช้งานทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ง่าย ๆ ด้วยการไม่ส่งต่อข้อความที่ไม่ตรวจสอบ ไม่ร่วมซ้ำเติมผู้ที่กำลังตกเป็นเป้า และไม่สนับสนุนคอนเทนต์ที่ใช้ความอับอายหรือความเจ็บปวดของผู้อื่นเป็นความบันเทิง สิ่งที่น่ากังวลของสังคมออนไลน์ คือความรู้สึกว่าคนที่อยู่หลังหน้าจอเป็นเพียงชื่อบัญชีหรือภาพโปรไฟล์ จนทำให้บางคนกล้าใช้ถ้อยคำที่อาจไม่กล้าพูดต่อหน้า แต่เบื้องหลังบัญชีนั้นคือคนคนหนึ่งที่อาจต้องใช้ชีวิตอยู่กับคำพูดเหล่านั้นเป็นเวลานาน คำประชดประชันที่ผู้เขียนคิดว่าเป็นเพียงเรื่องสนุก อาจกลายเป็นความเครียด ความกังวล หรือความเสียหายที่ยากจะเยียวยา กรณีของ เต้ย จรินทร์พร อาจเริ่มต้นจากความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องความรัก แต่สิ่งที่สังคมควรเรียนรู้คือ ทุกความสัมพันธ์และทุกชีวิตมีขอบเขตที่ควรเคารพ เราอาจไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของใครได้ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดเหยียดหยามเพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง เราอาจติดตามชีวิตของคนดังได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเรามีสิทธิ์ครอบครองหรือตัดสินชีวิตของพวกเขา ก่อนพิมพ์ข้อความใดลงบนโลกออนไลน์ ลองถามตัวเองสั้น ๆ ว่า ถ้าคนที่เรารักถูกพูดถึงด้วยถ้อยคำแบบนี้ เราจะรู้สึกอย่างไร หากคำตอบคือรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่ยุติธรรม บางทีข้อความนั้นก็ไม่ควรถูกส่งออกไปตั้งแต่แรก เพราะบนโลกออนไลน์ที่เต็มไปด้วยความเห็นต่าง สิ่งที่สังคมต้องการมากที่สุดอาจไม่ใช่เสียงที่ดังที่สุด แต่คือ เสียงที่รู้จักเคารพผู้อื่นมากพอ

อย่าปล่อยให้เรื่องมันบานปลาย
ดู

อย่าปล่อยให้เรื่องมันบานปลาย

"แม่โย ทัศน์วรรณ" วัย 75 ยังขับรถเอง ทำงานเอง เผยสูตรทำยังไงให้ใจไม่แก่ตาม
อ่าน

"แม่โย ทัศน์วรรณ" วัย 75 ยังขับรถเอง ทำงานเอง เผยสูตรทำยังไงให้ใจไม่แก่ตาม

ในวัย 75 สำหรับหลายคนอาจหมายถึงการพัก แต่สำหรับ "แม่โย ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา" ยังเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลัง ทั้งทำงาน ขับรถ และดูแลตัวเอง เปิดใจในรายการ "How are you feeling?" มองความแก่ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่คือสิทธิพิเศษของคนที่ได้ใช้ชีวิตมายาวนาน จากชีวิตที่สร้างทุกอย่างด้วยตัวเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว และเส้นทางในวงการบันเทิงหลายสิบปี ยึดหลักไม่ปล่อยให้ความทุกข์มีอำนาจเหนือชีวิต สังขารแก่ได้แต่ใจไม่จำเป็นต้องแก่ตาม ใช้ทุกวันให้มีคุณค่าที่สุด "แม่โย ทัศน์วรรณ" วัย 75เผยสูตรทำยังไงให้ใจไม่แก่ตาม เจาะลึกมุมมองการตื่นมาในวัย 75 ปีแล้วยังมีพลังใช้ชีวิต ?แม่โย ทัศน์วรรณ : ถ้าตอนยุคสาว ๆ เรียกว่า อึด ถึก ซึ่งเหมาะกับอาชีพที่แม่ทำเป็นนักแสดงต้องอดทน ต้องแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา แม่อยู่ในวงการจะมีชื่อเสียงว่า ขี้เหนียว ไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีใครได้เงินของเขาง่าย ๆ แต่แม่มีเหตุผลที่ต้องขี้เหนียว เราไม่ได้เกิดมาร่ำรวย ไม่ได้เกิดมามีมรดกที่รองรับอยู่ทุกอย่างหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของหยาดเหงื่อแรงงานและน้ำตา หามาด้วยทุกอย่าง ทุกบาทมีค่าหมด หามาได้ต้องเก็บใช้ให้คุ้มที่สุด แต่สิ่งเดียวที่แม่ไม่ขี้เหนียวคือ อาหารการกิน เพราะถือว่าใช้ร่างกายในการทำงาน ทำทุกอย่างเพื่อให้มีเงินทองมาเลี้ยงดูครอบครัวด้วยความเหนื่อยยาก ถ้าเผื่อร่างกายเราไม่ดูแลก็จะทรุดเร็ว เขาก็จะอยู่กับเราแบบไม่มีคุณภาพซึ่งยอมไม่ได้และที่สำคัญก็คือความคิด แม่จะไม่แบบว่าแย่แล้วทำไมต้องเป็นฉัน โดนเรียกว่า "ลูกเป็ดขี้เหร่" สู่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวรุ่นแรก รับมือความเครียดยังไง ?แม่โย ทัศน์วรรณ : แม่ไม่เครียด เพราะคนเราต้องเจอทุกรูปแบบเป็นประสบการณ์ชีวิตแม่ถือว่า ความเครียดเป็นยาพิษสำหรับร่างกาย แม่รักร่างกาย ความเครียดเป็นยาพิษ ความเครียดนำมาซึ่งโรคภัยไข้เจ็บ แล้วจะต้องสูญเสียอีกเยอะ ถ้าไปให้ความสำคัญกับความเครียดนั้น เราต้องบอก "ทำอะไรฉันไม่ได้" แม่โยมี Space ของตัวเอง ทำงานศิลปะ วาดรูป ถักผ้าห่ม ?แม่โย ทัศน์วรรณ : ทั้งอ่านหนังสือการฝีมือหรือการประดิษฐ์เป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาอะไรก็ได้ไม่ต้องเป็นภาษาไทย ดูรูปดู Pattern ทำได้แล้วมีสมาธิแล้วมีความสุขมากค่ะ กลัวแก่ไหมและรับมือกับความเสื่อมของร่างกายอย่างไรเมื่อหนีธรรมชาติไม่พ้น ?แม่โย ทัศน์วรรณ : ไม่กลัว เกิด แก่ เจ็บ ตาย หนีไม่พ้น ถ้าไปกลัวหนีพ้นไหม ก็หนีไม่พ้น มีทางเดียวคือ ในเมื่อหนีไม่พ้นก็ต้องทำให้มีคุณค่าที่สุด ตรงไหนทำให้ตัวเราดูดี ทำให้แข็งแรง แต่ธรรมชาติเป็นอย่างนั้น ไปฝืนธรรมชาติไม่ได้ ฝืนได้ก็คือ ทำศัลยกรรม แค่ดูดีขึ้น ชุ่มชื่นหัวใจ สวยขึ้น แต่รู้แก่ใจว่าไปทำศัลยกรรมมาเพื่อให้สวย เวลาคนเรามีความสุขออกมาทางผิวพรรณ หน้าตา ดูสวย เพราะว่าใจสุขมาจากข้างใน แต่ข้างนอกทำให้สวยยังไงแต่ข้างในคิดลบตลอดเวลาหรือว่าตำหนิคน ตำหนิทุกอย่างในโลกนี้ไปหมด ออกมาไม่สวยรวมถึงผิวพรรณออกมาไม่เหมือนกันค่ะ มายาคติเรื่องคนแก่กับการเป็นผู้ทรงอิทธิพลรุ่นใหญ่ที่ร่วมสมัย ?แม่โย ทัศน์วรรณ : ด้วยพื้นฐานอาจจะเป็นคนรักเด็ก มีความสุขกับการอยู่กับเด็ก เวลาคุยกับเด็กไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็คุยกับเขาได้แล้วก็ไปกับเขาได้ ไม่ได้ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ที่พอเดินเข้าไปแล้วเด็กจะต้องเงียบ ไม่ใช่ บางทีอาโยตลกกว่าเขาอีก เด็ก ๆ ก็จะชอบมาถามมาคุย ไม่ใช่ว่าอาโยจะไม่เคยคิดว่า "อุ๊ย เราแก่แล้ว อย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ ต้องนั่งอยู่เฉย ๆ ให้ลูกหลานทำให้" ไม่ใช่ โยเป็นคนที่ตลอดชีวิต ทำอะไรเองด้วยตัวเองทุกอย่าง ทุกวันนี้ยังขับรถเองอยู่ ไม่ยอมเกษียณทำไมถึงยังมีงานต่อเนื่องและไม่เคยกลัวไม่มีงาน ?แม่โย ทัศน์วรรณ : รับจนกว่าจะไม่ไหวหรือจนกว่าสังขารจะไม่เอื้ออำนวยแล้วและไม่เคยกลัวการไม่มีงาน เพราะมีงานมาตลอดไม่ใช่ว่าเก่ง เราก็ต้องทำตัวให้คนอยากร่วมงานด้วย งานเราต้องรับผิดชอบในงานที่ได้รับมา ที่เขามาจ้าง ทุกตัวละครที่ต้องไปเป็นจะต้องรับผิดชอบตัวละครตัวนั้น เพื่อให้ผลงานออกมาดีที่สุดให้งานละครของเขาที่มาจ้างเราเป็นผลงานที่ดีออกไป ยังไม่เคยไปกองถ่ายสาย ไม่เคยสร้างปัญหาให้กองถ่ายด้วย วินัยในการทำงานของโยเป๊ะ เพราะว่าทุกคนต้องไม่มาเกิดปัญหาเพราะอาโยแล้วงานก็จะเดินไปด้วยดี คนก็อยากร่วมงาน ไม่ใช่ใครบอกว่า "อุ๊ย อย่าไปเอาคนนี้มาเล่น เรื่องมาก ปัญหาเยอะ ช้าก็ช้า มาก็สาย" ไม่แน่นอนค่ะ มองเรื่องความแก่อย่างไร ในวันที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องน่ากังวล แต่สำหรับเราคือ Privilege ?แม่โย ทัศน์วรรณ : อยู่ถึง 70 ได้มีโอกาสพิเศษแล้ว ฟ้าประทานมา ไม่ใช่ง่ายนะถึง 70 ปี ประสบการณ์ฉันเยอะมาก คุณมีความรู้มากเท่าฉันไหมล่ะ ฉันมีโอกาสเกิดก่อนแล้วก็อยู่มาได้เห็นอะไรเยอะแยะไปหมด สัจธรรมโลกก็คือ "ความเปลี่ยนแปลง" ความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่แน่นอน ฉะนั้นจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของโลกเรา ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก ยิ่งปัจจุบันเร็วมากจนแทบจะตามไม่ทัน แต่ถ้ามัวแต่ตื่นตระหนกก็ยิ่งตามไม่ทัน ต้องตามด้วยความสุขและต้องศึกษาให้เข้าใจ ตลอดชีวิตไม่เคยแตะหุ้นหรือลงทุน เปิดสูตรการเก็บเงินฉบับคุณแม่ บริหารเงินอย่างไรให้มั่นคงถึงวันนี้ ?แม่โย ทัศน์วรรณ : เล่นไม่เป็น คือไม่ค่อยใช้เงิน ไม่มีเงินก็ไม่ใช้ ไม่ใช้สินค้า Brand name ภูมิใจในการซื้อของถูกมาหิ้วแล้วคนบอกว่า "สวยจังเลย" บอก "ถูกมากเลยนะ" ไม่รู้สึกว่าด้อยกว่าคนอื่น แม่ไม่ยึดอันนั้น สินค้าแบรนด์เนมแม่รู้สึกว่าแพงเกินเหตุผล แพงเกินไปสำหรับแม่ ซื้อกระเป๋าใบละเป็นแสนเอามาทำอะไร มั่นคงมากถึงจะตายไปก็ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องห่วง ทำไปหมดแล้ว ถ้าเผื่อเป็นอะไรไปมีลูกคนเดียวก็สบาย ลูกไม่รู้สึกว่าต้องเป็นภาระ เขาก็ไปตามฝันเขาได้เลย ?แม่โย ทัศน์วรรณ : ไปได้เลย แต่เขาก็เป็นลูกที่น่ารักนะคะ เวลาเราเจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษาดูแล แต่เขาก็รู้ว่าเวลาใครมาสัมภาษณ์ที่เกี่ยวกับว่าเป็นลูกดูแลแม่ไหม เขาก็ดูแลตามนั้น แต่แม่ไม่เคยไปขอเงิน เพราะเขามีรายได้ของเขาอยู่ จัดการความทุกข์อย่างไรในวันที่ผิดหวังใช้หลักสติและการเปลี่ยนอิริยาบถ ?แม่โย ทัศน์วรรณ : อย่างที่แม่บอกว่า ไม่ให้มีอำนาจเหนือเรา ความเครียดรู้อยู่ว่าทำให้เป็นพิษกับร่างกาย ถ้าความทุกข์ที่เจอ จัดการไม่ได้ เคลียร์ไม่ได้ มัวแต่ไปจมอยู่กับความทุกข์ไม่ดีแล้ว ต้องรีบใช้สติตั้งรับ คิดให้ดีว่าเหตุการณ์ที่ทุกข์อยู่เกิดจากอะไร วิเคราะห์หาเหตุผลและจะแก้ไขยังไง ซึ่งถ้าแก้ไขไม่ได้ แม่จะทิ้งไปแล้วไปหาทางอื่นทำ ไม่ให้ความสำคัญ อย่าไปมัวเข้าข้างตัวเอง ต้องคิดเผื่อความผิดหวังไว้บ้าง แค่คิดปลอบใจตัวเองว่า คนเราก็เป็นอย่างนี้ มีสุข มีทุกข์ ถ้าคิดแค่คำว่า "ทำไมต้องเป็นฉัน" จะทุกข์หนักขึ้นไปอีก คิดวิเคราะห์หาทางออกดีกว่าที่จะมานั่งถามว่า ทำไมต้องเป็นฉัน ทำไมฉันต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ทำไมทำกับฉันอย่างนี้" ก็จะไม่จบสิ้น วันที่แม่ร้องไห้ หยุดร้องไห้ได้ยังไง ?แม่โย ทัศน์วรรณ : แม่ร้อง ๆ อยู่ แล้วมองดูเวลาว่า ถึงเวลานอนแล้ว ไม่ได้ต้องนอน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ไม่ใช่เวลามาร้องไห้ การไม่ฟังความรู้สึกแย่ ๆ บ้างทำให้ไม่จม เปลี่ยนอิริยาบถคือการให้กายนำใจ เพราะว่าใจยากที่จะบังคับ Out ร่างกายแล้วเลื่อนเวลาไป พอมีแรงค่อยมาดูว่าใจรู้สึกอะไร การรับมือกับเรื่องไม่เป็นธรรม การโดนนินทา และความผิดหวังในความรัก ?แม่โย ทัศน์วรรณ : เจอบ่อยค่ะ อย่างโดนนินทา ถ้ามีคนมาเล่าก็จะฟังแล้วก็อาจจะมีความรู้สึกเสียใจนิด ๆ แต่ไม่ไปให้ความสำคัญมาก เพราะว่าไม่ได้ยินกับหูตัวเอง ฟังเขามาเล่า จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ อะไรที่เก็บไว้เป็นขยะแม่ไม่เอา กวาดออกไปหมด เก็บไว้ไม่มีประโยชน์ก็เป็นพิษกับร่างกาย ในวันที่ผิดหวังกับความรักก็คิดว่าเราไม่ดีเอง ไม่ดูตาม้าตาเรือ ถามว่ายังรักมากอยู่ ไม่มีเขาได้ไหม เลิกได้ไหมได้ ต้องปล่อย แล้วก็คิดว่าถ้ายังมีเขาอยู่ความทุกข์กี่เปอร์เซ็นต์ ความสุขกี่เปอร์เซ็นต์ สมมติว่าความทุกข์มากกว่าขาดทุนแล้ว ในขณะที่นั่งร้องไห้ฟูมฟาย เขาทำอะไรอยู่ล่ะก็อาจจะมีความสุขอยู่ก็ได้ ขาดทุนอีกแล้วค่ะ วันที่รู้ว่ามีลูก การรับมือกับกระแสสังคมและพลังซัพพอร์ตจากแก๊งเพื่อนสนิท ?แม่โย ทัศน์วรรณ : ตอนนั้นไม่รู้ตัวว่าท้อง พอรู้ก็รู้สึกดีใจมากที่จะมีลูก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าจะมีปัญหาตามมาแน่นอน แต่ตอนนั้นกลัวไม่ได้ ตั้งรับ พร้อมรับทุกอย่างอยู่ที่เรา อะไรจะแรงขึ้นหรือเบาลงอยู่ที่เรา วันนั้นพอข่าวออกไป ณ ตอนนั้นไม่ได้มาร้องไห้ ก็เฉย ทำงานถ่ายหนังไปเรื่อย ๆ ตอนนั้นกระแสที่เข้ามาชนคือเป็นนางเอกท้องก่อนแต่ง ผู้ชายเขามีคนอื่นอยู่แล้ว ซึ่งรู้ว่าจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่ก็พร้อมที่จะรับมือ ถ้าเป็นปัญหาสำหรับคุณไม่ต้องก็ได้ ฉันดูแลลูกของฉันได้ มีความสุขไม่มีความกลัว และแก๊งเพื่อนสำคัญให้กำลังใจบ้าง ด่าบ้าง แล้วแต่บุคลิกของแต่ละคน เช่น คุณอรสาก็จะว่า "เธอนี่นะ" ส่วน คุณดวงใจ จะปลอบเขาจะละมุน คุณมยุรฉัตรเขาเป็นพี่สาวคนโตก็ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจ คุณจิ๋มก็เป็นคนพาไปฝากท้องกับคุณหมอและช่วยพาหลบนักข่าวด้วยค่ะ เป้าหมายเล็ก ๆ ในแต่ละวันและมิตรภาพที่ยาวนาน ?แม่โย ทัศน์วรรณ : บางทีก็คิดว่าพรุ่งนี้จะไปกินอะไรอร่อย ๆ ที่ไหนดี แล้วก็ชวนเพื่อน ชวนลูกไปกิน การได้กินของที่อยากกิน ได้ซื้อของที่อยากซื้อ ได้ไปไหนโดยไม่เดือดร้อนใคร ซึ่งทำได้หมดแล้ว เป็นหนึ่งในความสุขของเราที่มีเพื่อนรู้ใจช่วยเหลือจุนเจือ มีน้ำใจให้กันตลอดและยังล้อเล่นกันเหมือนเดิม เรารู้ว่าบุคลิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน คำพูดนี้พูดกับคนนี้ได้ พูดกับคนนี้ไม่ได้ ในวัยนี้เวลาเจอกันพูดคุยเรื่องอะไร ?แม่โย ทัศน์วรรณ : อยู่ที่ขณะนั้นสุขภาพเป็นยังไง ถ้าโรคเยอะก็คุยเรื่องหมอ แต่ถ้าสุขภาพดี มีความสุขสบายดีก็ชวนกันไปกินของอร่อยหรือนัดเจอกันเป็นกลุ่ม แต่พออายุเยอะมาก ๆ การเจอก็ห่างออกไปอยากอยู่บ้าน อยากดูซีรีส์ หรือทำงานประดิษฐ์เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่กับบ้านที่หามาได้ด้วยตัวเอง มีความสุขอยู่ในบ้าน ดูแลบ้านค่ะ สุขภาพใจนำสุขภาพกาย ความผูกพันทางสังคมเล็ก ๆ คือกุญแจสำคัญของการมีอายุยืน ?แม่โย ทัศน์วรรณ : ข้างในยังเป็นคนเดิม เพราะยังแข็งแรง สุขภาพดี รักษาความรู้สึกข้างในไว้ว่าฉันยังแข็งแรง พยายามทำจิตใจให้ผ่องใส เบิกบาน และเบาสบายอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สังขารไม่ห่างไกลออกไป ถ้าใจเรามีความสุข ความสุขเป็นยาวิเศษทำให้ร่างกายข้างในมีพลัง ความสุขทำให้ระบบทุกอย่างในร่างกายสบายและกระฉับกระเฉงเหมือนเครื่องจักรที่มีพลังค่ะ "อย่าใจร้ายกับตัวเอง" ถึงคนทุกวัยที่กลัวความแก่ ?แม่โย ทัศน์วรรณ : อยากจะบอกทุกคนว่า "อย่าใจร้ายกับตัวเองมากนักเลย" ความแก่มาพร้อมกับเราตั้งแต่ลืมตาดูโลก จะไปวิ่งหนีหรือรังเกียจเขาทำไม ในเมื่อตอนนี้แก่แล้วก็ยอมรับว่าสังขารเราแก่ แต่จิตใจไม่ได้แก่ตาม สามารถทำอะไรได้อีกตั้งเยอะ สามารถช่วยเหลือคนได้ เป็นผู้ให้ได้อีกมากมาย เราไม่ได้หยุดอยู่ที่คำว่าแก่และไม่ใช่แก่กะโหลกกะลา แต่แก่อย่างมีคุณค่า การเป็นผู้ให้โดยไม่เดือดร้อนและไม่คาดหวังจะทำให้คุณมีความสุขมาก เราเกิดมาในยุคที่ไม่มีระบบออนไลน์ พอต้องมาเรียนรู้ใหม่ยากกว่าเด็ก ๆ ที่เกิดมาในยุคที่มีพร้อมทุกอย่าง เดี๋ยวนี้ก็ต้องยอมรับว่าต้องถามลูกหลานค่ะ สามารถติดตาม "How Are You Feeling?" ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot, Facebook : Life Dot, Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : "โย ทัศน์วรรณ" ลดเค็มเพื่อสุขภาพ "ขวัญ พิมพ์อัปสร" ยกคุณแม่เป็นตัวอย่าง เรื่องการดูแลตัวเอง

"มาวิน" เผยมีลูกยากนาน 4 ปีกว่าจะได้เป็นพ่อคน ตั้งธงไม่ใช้ความรุนแรงกับลูก
อ่าน

"มาวิน" เผยมีลูกยากนาน 4 ปีกว่าจะได้เป็นพ่อคน ตั้งธงไม่ใช้ความรุนแรงกับลูก

มาวิน ทวีผล เปิดใจในรายการ MY DADDY James ถึงเส้นทางการมีลูกยากนาน 4 ปีเต็ม ผ่านความล้มเหลวมาถึง 8 ครั้งจนเกือบยอมแพ้ แต่ตัดสินใจฮึดสู้รอบที่ 9 หลังภรรยา ตู่ ปิยวดี เตือนสติว่าต้องมีตัวแทนความรักไว้ดูแลกันในวันที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ จนสำเร็จได้ลูกสาวสมใจ พร้อมเล่าถึงบาดแผลในอดีตที่เติบโตมากับความไม่พร้อมและการถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะไม่ส่งต่อความรุนแรงให้ น้องเหมียวหมี่ และมุ่งมั่นเป็นพ่อที่อ่อนโยน เลี้ยงลูกด้วยการให้เกียรติและการแบ่งปัน "มาวิน" เผยมีลูกยากนาน 4 ปีกว่าจะได้เป็นพ่อคน ตั้งธงไม่ใช้ความรุนแรงกับลูก เส้นทาง 4 ปีเต็มกับการทำบุตรยาก 9 ครั้ง ? มาวิน ทวีผล: เส้นทาง 4 ปีเต็ม 9 ครั้ง ตอนที่เริ่มทำ พี่ตู่อายุประมาณ 43-44 ปี เพราะว่าพี่ยัง Set ตัวเองไม่ได้ ยังไม่พร้อมด้วยหน้าที่การงาน ฐานะ หรืออะไรก็ตาม แต่ช่วงแรก ๆ จะบอกว่า Sperm เต็มไปหมดเลย ดีมาก หมอบอก โอ้โห เพอร์เฟกต์ เยี่ยม เดินหล่อมาเลย เต็มคลัง พอผลออกยืดอก ช่วงนั้นยืดเลย เสร็จแล้วพี่ตู่ก็ไปตรวจไข่ยังเยอะอยู่ แต่พอเริ่มแต่งงานเตรียมตัวจะมีน้อง ผ่านมา 2-3 ปี ใช้ร่างกายไปเยอะ ทุกอย่างหายไปหมด ตอนแรกพี่ตู่ยังมีเยอะอยู่คือตอนนั้นพี่ตู่เป็นคนที่ไข่ตกเดือนหนึ่งเยอะมาก ถือว่าประมาณ 8 ฟองขึ้นไป ถึง 10 ฟอง ถือว่าเยอะ แต่เวลาใช้งานจริง สุดท้ายด้วยวัย ปัญหาที่โครโมโซมและอื่น ๆ ของพี่วินน้ำเชื้อก็หายไปเกินครึ่ง จนเดินแรก ๆ ยืด หลัง ๆ เดินหงอออกมาจากการที่ใช้ชีวิตหนักไปหน่อย ประจวบกับช่วงหลังที่งานเยอะด้วย เวลาพักน้อย แล้วทำกันมาทุก ๆ รอบ จากตอนที่มีความหวัง จำได้เลยว่าครั้งแรกที่เอาไข่กับน้ำเชื้อผสมกัน แล้วมาแจ้งผลว่าไข่ปฏิสนธิกี่ฟอง สมมุติตอนแรกมี 8 ฟอง เขาบอกได้ 7 ฟอง รอดมาในหนึ่งวัน คิดว่าปลายทางต้องได้แน่ ๆ แต่พอวันต่อมา ต่อมาค่อย ๆ หายตก หายตก แล้วก็ไม่ได้ ล้มเหลวติดกัน 23 ครั้ง เริ่มท้อบ้างไหม ? มาวิน ทวีผล: ท้อนะ แต่หยุดไม่ได้ ท้อสุดครั้งที่ 5 สองครั้งแรกทะเลาะกัน พี่ตู่บอกพี่ใช้ชีวิตไม่ดี ปรับตัวเองไม่เยอะพอ ไม่ยอมหยุด พักผ่อนน้อยไป กลายเป็นความเครียดสะสม แต่พอครั้งที่ 3 ครั้งที่ 4 พอพี่ได้ปรับ ทุกอย่างไม่ได้ เริ่มเป็นที่โครโมโซมหรือเปล่า กลับมามองกันเองทำให้เข้าใจกันมากขึ้น จนครั้งที่ 8 คือความโปร่ง คุยกันว่าทำลูก 1 ครั้ง เสียตังค์เยอะ พอครบ 8 ครั้ง เราต้องพอแล้วไหม เพราะถ้าเดินหน้าต่อ ยิ่งจะเจ็บกันไปเรื่อย ๆ แล้วฉันไม่อยากให้เธอเจ็บแล้ว แต่พี่ตู่พูดมาคำเดียวเลยว่า "ถ้าฉันตาย เธอจะอยู่ยังไง" คำพูดนี้พี่หยุดเลย พี่ก็พูดว่า "ฉันจะตายกับเธอ" พี่พูดคำนี้ พี่อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา โลกของพี่กับเขาติดกันมาก เราเหมือนแยกมาจากครอบครัวทั้งคู่ เพราะเรามีกันอยู่แค่ 2 คน แล้วรักกันมาก ถ้าไม่มีเขาจะอยู่ยังไง แล้วพี่ถามกลับว่า "แล้วเธอล่ะ?" เขาบอก "ฉันก็อยู่ไม่ได้ แต่ต้องหาตัวแทนลงให้ได้ 1 คน ในวันที่ใครคนหนึ่งไม่อยู่ ต้องมีคนนี้อยู่แทนเรา" วินาทีแรกที่เห็นหน้าลูกตอนคลอด ? มาวิน ทวีผล: โอโห โมเมนต์นั้นคิดในใจ "นี่ลูกเราจริงเหรอ อยู่ในท้องตัวออกมา 3.6 กิโลกรัม" จมูกบานมาก ใหญ่ หน้าอืดกลมหมด แล้วร้องเสียงดัง ก็คิดว่านี่คือความตลก Ultrasound ที่เห็น ตาเป็นขีด ๆ ยาว ๆ จมูกโด่ง ๆ แต่ของจริงออกมาทำไมเป็นแบบนี้ แล้วร้องเสียงดังมาก แต่รู้แหละว่านี่คือลูก รักหมดหัวใจตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น แต่แค่มีคำถามเล่นในใจ พี่ตู่ก็คิด "ทำไมลูกเราหน้าตาแบบนี้" พยาบาลบอก "ใจเย็น ๆ ค่ะ หน้ายังไม่ Set ตัว เพิ่งออกจากน้ำคร่ำมา" แล้วค่อย ๆ ปรับขึ้นเรื่อย ๆ พอ 1 วัน หน้าเปลี่ยนไปเยอะ แต่เป็นเรื่องตลก ขำ ๆ ตาเป็นขีดมาเลยครับ แนวทางการเลี้ยงลูกในอนาคต ? มาวิน ทวีผล: คงไม่บังคับเขา แต่อยากให้เป็นเด็กที่รู้จักการให้ก่อน เพราะพี่รู้สึกว่าการรับ สำหรับเขา ให้เขาได้ตลอดชีวิต เราไม่ขาด เรามี แต่ถ้าไม่รู้จักการ sharing พี่ว่าในสังคมไทยด้วย คือการแบ่งปัน พี่อยากให้ความรู้สึกว่า การอยู่กับคนอื่น ถ้ามีโอกาสที่มากกว่า หรือมองด้วยความเท่าเทียม ต้องรู้จักแบ่งปันให้คนอื่นด้วย ไม่ใช่ว่าหนูจะได้สิทธิพิเศษหรือหนูจะได้รับ หนูต้องทำงานเป็น แล้วพี่เชื่อว่าลูกพี่อย่างหนึ่งที่โชคดีคือ ในทุกอาชีพมีข้อดี แต่เราทำอาชีพตรงนี้ เป็นอาชีพที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยากอยู่ในที่เราอยู่ ลูกพี่ได้เกิดมาตรงจุดนี้กับการที่พ่อแม่ทำงาน อยากให้เขาภูมิใจ แล้วให้เขารู้ว่าเริ่มจากการแบ่งปัน เริ่มจากการให้ เราไปช่วยชาวบ้านทุกวัน ไปทำให้คนอื่นให้ซึมซับตรงนี้ ไม่ขออะไรเลย โตมาเขาจะเป็นแบบพี่ก็ได้ หรือไม่เป็นแบบพี่ ไม่เป็นปัญหา แต่ให้เขารู้จักการแบ่งปัน รู้จักการให้ รู้จักการเคารพในเรื่องต่าง ๆ ก็พอครับ จะพาลูกเข้าสาย Foodie ไหม ? มาวิน ทวีผล: แน่นอนลูกผมกินเก่งมากนะ Food Creator ทุกวันนี้ป้อนข้าวไม่ทันเลย บางทีก็เอามาออกกล้อง อย่างมีบาง EP เขาก็นั่งข้าง ๆ พี่ รีวิวไปด้วย พี่รู้สึกว่า ประสบการณ์ชีวิตที่เขาจะได้มากกว่าคนในวัยเดียวกันหรือเปล่าพี่ไม่แน่ใจ แต่พี่เชื่อว่าเขาจะได้สิ่งดี ๆ จากพี่ไปเยอะ ใช้คำว่าสิ่งดี ๆ เพราะเราสอนให้รู้จักการให้ แล้วสนุกในการทำคลิปพ่อลูกนั่งกินข้าวด้วยกัน คุยกันไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยเหมียวหมี่ก็มา คิดว่าคงสนุกดีครับ ปมในวัยเด็กและความตั้งใจที่จะไม่ส่งต่อความรุนแรง ? มาวิน ทวีผล: ความไม่อบอุ่น การทำร้ายกันและความรุนแรงในครอบครัว จะต้องจบที่รุ่นพี่ ลูกผมต้องไม่โดนเรื่องพวกนั้น การที่โดนตบ, โดนตี, โดนซ้อม ต้องจบที่รุ่นพี่ ที่เราโดน ลูกผมต้องไม่โดนแบบนั้น เป็นแผลที่ทุกวันนี้ชินชา เป็นแผลเป็นที่ติดอยู่ที่แขนหรือตามตัวพี่ลบไม่ออก แต่พอเคยโดน เราก้าวข้ามไปแล้ว แต่เป็นแค่แผลภายนอกที่ไม่สามารถทำลายเนื้อ หนัง กระดูก หรือเส้นเอ็นพี่ได้ เพราะยังใช้งานร่างกายได้เหมือนเดิม แต่แค่ไม่เคยลืมว่าเคยผ่านจุดนั้นมาในชีวิตที่รุนแรงและเลวร้าย จนเคยคิดว่า "นี่พ่อเหรอ นี่ใช่พ่อเราจริง ๆ เหรอ ที่ต้องมานั่งเอามือกาดแล้วโดนฟาดอยู่อย่างนี้ อย่าทำ ๆ นี่พ่อเราเหรอ ทำไมทำขนาดนี้" รู้สึกว่าเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ไม่สนับสนุน ไม่ชอบ การลงมือกับผู้หญิงเป็นสิ่งที่เกลียดมาก เราเลยโตมาด้วยความ Gentle จะไม่เอาอะไรที่ได้รับมาในวัยหนึ่งไปยัดเยียดใส่คนอื่นหรือส่งต่อ ต้องจบที่เราเท่านั้นครับ มุมมองของครอบครัวและการให้อิสระทางความคิดกับลูก ? มาวิน ทวีผล: เป็นอะไรก็ได้ ขอให้ตลกไว้ก่อน ชอบความน่ารักเฮฮา เพราะบ้านพี่เฮฮา พี่เป็นคนยังไง พี่ตู่ตัวจริงก็เป็นแบบพี่ ไม่งั้นอยู่ด้วยกันไม่ได้ คุณปิยวดี มาลีนนท์เป็นคนตลกมาก มุกเยอะ ขำขันทั้งสามีทั้งภรรยายิงมุกกันทั้งวันครับ สุขภาพและการออกกำลังกาย ? มาวิน ทวีผล: ผมพยายามฟิต กลับมาออกกำลังกาย ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วผลจากการที่มีเหมียวหมี่ด้วย ทำงานทุกวัน มีรายการเยอะขึ้น พี่ไม่มีวันพัก เดินทางต่างจังหวัดตลอด กลับถึงบ้านตี 1 ตี 2 ตื่น 6 โมงเช้ามาเลี้ยงลูก ไม่มีวันพัก บางวันช่วง 9 โมงออกกองทุกวันไม่มีวันหยุด เราก็ต้องช่วยภรรยา เพราะเขาก็เครียด เหนื่อย เราก็ต้องมาช่วยเขาดู มีวันหนึ่งเดือนกันยายนพี่ไม่กล้าบอกเขา ลืมตาขึ้นมา เหมือนจะตายหายใจไม่ออก ใจเต้น เอายาแก้หอบมาทานดีขึ้นนิดเดียว นอนเกร็งจะตายไหม จนเราไปตรวจ หมอตรวจปอดบอกไม่ได้มีฝ้าไม่มีอะไร แต่ปลายปอดบิ่นหมดเลยกลับมาเป็นหอบหืดเรื้อรัง ซึ่งตอนพี่เกิดมาแค่ 1 กิโลกรัม 7 ขีดร่างกายไม่สมบูรณ์ ขา 2 ข้างยาวไม่เท่ากัน ห่างกันเซนกว่า ๆ สะบัก 2 ข้าง ข้างซ้ายเปิด ทำให้ไหล่พี่หลุดบ่อย มาด้วยน้ำหนักที่น้อย มาโตข้างนอก มีหลาย ๆ อย่าง แล้วเป็นหอบหืดตั้งแต่เด็ก ๆ อาการนี้หายไปนานมากแล้ว แต่กลับมาเยือนใหม่ หมอบอกภูมิตกไม่เหลือถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป คุณมีสิทธิ์ไปได้นะ พักผ่อนน้อย เรื่องเดียวสำคัญต้องใช้ยาตัวแรงสุดสำหรับหอบถุงลมโป่งพองเลย ทำทุกวัน 1 ปี ถึงจะหายขาดแล้วดีขึ้นเยอะแล้วเริ่มกลับมาออกกำลังกายครับ จังหวะนั้นนึกถึงหน้าลูกไหม ? มาวิน ทวีผล: จังหวะนั้นนึกถึงหน้าลูกมาก ๆ เลย จะไม่ได้อยู่รอดูลูกโตเหรอ แม้กระทั่งวันที่ เหมี่ยวหมี่เกิดพี่ไปตรวจสุขภาพเลยนะ กลัวตายมาก เราจะเป็นอะไรไหม เบาหวาน น้ำตาล หรืออื่น ๆ ไปตรวจเลย เมื่อต้นปีก็ไปตรวจดีขึ้นเยอะ แต่ช่วงที่ทำงานหนัก ๆ 3-4 เดือนที่เลี้ยงลูกมา ทำงานกลางแดดแล้วมองไปเป็นฝ้า จุดดำ ๆ เหมือนหน้ามืด แล้วไปดูใน Tiktok อาการนี้ทำให้คนตาบอด เราก็ขวัญเสียเลย ถึงขั้นโทรไปบอกภรรยาว่า ไม่ถ่ายแล้วงาน Cancel ให้หมด จะไปหาหมอ ไปตรวจตาชุดใหญ่เลย ทั้งหยอดสารละลายในตา ถ่างตา ตรวจเลนส์ในตาเป็นยังไง สรุปว่าดีหมด หมอบอกว่า นอนน้อย กลับไปนอนเยอะ ๆ หน่อยนะครับ ช่วงนี้กลับมาออกกำลังกายบ้างหรือยัง ? มาวิน ทวีผล: กลับมาออกกำลังกายเพราะกลัวตาย ทำให้รู้เลยว่า หาเงินได้เยอะขนาดไหน สุขภาพไม่ดี ไม่ได้ใช้นะ แค่เดินไม่ได้ก็ไม่ได้ใช้แล้ว ลำบาก แล้วพี่ก็กลับมาออกกำลังกาย แล้วที่บ้านก็สร้างยิมไว้ด้วย ก็ออกชุดใหญ่เลย ออก ๆ ทั้งลีน ทั้งเบิร์นไปด้วย ทำไมการมีลูกถึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เราอดทนและจัดการอารมณ์ เรื่องของเวลาได้เก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด ? มาวิน ทวีผล: ผมกับตู่ใจเย็นขึ้นเยอะ เปลี่ยนแปลงเยอะมาก บางทีไม่พอใจ จับมือก่อน หาย จบ ไม่ทะเลาะ โชคดีมากพี่กับพี่ตู่ไม่มีปัญหาเรื่องการเลี้ยงลูก คือทางเดียวกันเลย หลัก ๆ พี่ให้เขาลีดด้วยซ้ำ แล้วพี่ตาม ต้องการอะไรบอก ซึ่งคนอย่างเราต้องเจอคนที่เอาอยู่ ไม่งั้นไปเรื่อย ต้องมีภรรยาเป็นช้างเท้าหน้า เป็นผู้นำที่ดี แล้วทำตามเขา จะรู้สึกว่าเรียล ปลอดภัย ชีวิตง่ายจัง ความในใจและนิยามคำว่าบ้านและครอบครัว ? มาวิน ทวีผล: บ้านและครอบครัวของผมคือ "ความรัก" อย่างเดียวเลย ผมไม่เคยคิดว่าจะมีบ้านของตัวเอง จนมาทำงานตรงนี้ แล้วอยู่กับตู่ ตู่ก็ไม่เคยคิดว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองเหมือนกัน จนมีผม แล้วเราแยกออกมาเพื่อครอบครัว ทุกวันนี้ก่อนนอนจะกอดหอมภรรยา แล้วจับมือนอนทุกคืน แล้วบอกว่า "มีความสุขจังเลย มีบ้านของเราแล้ว" ไม่ใช่แค่บ้าน มีตัวน้อยด้วยเป็นครอบครัว ทุกฝีก้าวที่เดินอยู่ในบ้านของเรา ทุกลมหายใจที่เราใช้ในบ้าน มีความสุขกว่าอยู่ข้างนอกเยอะ บ้านคือส่วนหนึ่งของร่างกาย คือความรัก คือความรู้สึกในทุก ๆ ที่ ในทุก ๆ ห้อง เหมือนเป็นตัวเราที่ชัดเจนมาก ๆ นิยามได้ว่านี่แหละครอบครัว หลับตาเดินยังได้เลยในบ้าน ทุกอย่างคือเราครับ สามารถติดตาม "My Daddy James" ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น. คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=xMVyJl-P8rot=1s

ดื้อแล้วยิ่งอิน! วิจัยเผย "การเลือกทำเรื่องไร้ศีลธรรม" ในเกมช่วยเพิ่มความอินได้มากกว่าการเป็นคนดี
อ่าน

ดื้อแล้วยิ่งอิน! วิจัยเผย "การเลือกทำเรื่องไร้ศีลธรรม" ในเกมช่วยเพิ่มความอินได้มากกว่าการเป็นคนดี

เคยสงสัยไหมว่าทำไมการสวมบทเป็น "ตัวร้าย" หรือเลือกชอยส์สายดาร์กในเกมถึงทำให้เราอินกับเนื้อเรื่องอย่างบอกไม่ถูก? สำหรับแฟนเกมสายเนื้อเรื่องที่มีระบบทางเลือก (Moral Choices) หลายคนอาจเคยเจอสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อต้องตัดสินใจทำเรื่องใจร้ายทว่าผลงานวิจัยฉบับล่าสุดชื่อ "Why are immoral choices more immersive?" โดย Yilin Li และ Yuen Kuang Jun ที่ตีพิมพ์ในวารสารจิตวิทยา Acta Psychologica ได้ชี้ให้เห็นว่า "ความรู้สึกผิด" จากการทำเรื่องไม่ดีในเกม อาจเป็นเครื่องปรุงชั้นดีที่ช่วยเพิ่มความอินให้กับผู้เล่นอย่างคาดไม่ถึงโดยการทดลองนี้ได้เกณฑ์เกมเมอร์จำนวน 320 คนในประเทศจีน (อายุ 18-39 ปี) โดยแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองกลุ่มผ่านการชมและเลือกทางเลือกจากฉากทางศีลธรรมสุดกดดันในเกมระดับขึ้นหิ้งอย่าง Detroit: Become Human (ฉากที่ Connor ต้องเลือกจะยิงหรือไม่ยิง Chloe) และ BioShock (ฉากที่ Jack ต้องเลือกจะช่วยหรือสูบพลัง ADAM จาก Little Sister)ผลการทดลองเมื่อมีอิสระในการเลือกเอง (Group A)ผู้เล่นที่ตัดสินใจเลือกทางเลือกที่ "ไร้ศีลธรรม" ด้วยตนเอง มีคะแนนความอินกับเนื้อเรื่องเฉลี่ยสูงถึง 3.83 จาก 5 คะแนน ซึ่งสูงกว่ากลุ่มที่เลือกทางเลือกที่เป็นคนดี (ได้คะแนนเฉลี่ย 3.43)เมื่อถูกระบบสุ่มเลือกให้ (Group B)ในกลุ่มที่ไม่ได้เลือกเองแต่ต้องดูผลลัพธ์จากการสุ่มของระบบ คะแนนกลับพลิกผันทันที! โดยคนที่เห็นตัวละครทำเรื่องดีได้คะแนนความอิน 3.14 คะแนน ในขณะที่คนที่เห็นตัวละครทำเรื่องเลวร้ายกลับได้คะแนนความอินร่วงลงมาเหลือเพียง 2.39 คะแนนทำไม "ทำชั่ว" ถึงทำให้เราอินกว่า?ทั้งนี้ทางทีมวิจัยอธิบายผ่านโมเดลจิตวิทยาว่า เมื่อผู้เล่นมี "เจตจำนงเสรี (Autonomy)" ในการเลือกด้วยตนเอง พวกเขาจะรับรู้ว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นจากน้ำมือของพวกเขาจริง ๆ ส่งผลให้เกิดความรู้สึก "ผิดและตึงเครียดทางศีลธรรม (Guilt Moral Conflict)" ขึ้นมาซึ่งความรู้สึกผิดและตื่นตัวนี้เอง ไม่ได้ทำให้ผู้เล่นรู้สึกแย่กับเกม แต่กลับกลายเป็นปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้ผู้เล่น "จดจ่อกับสถานการณ์" มากยิ่งขึ้น และเริ่มขบคิดตรรกะหรือผลลัพธ์ของเนื้อเรื่องอย่างลึกซึ้ง ตรงกันข้าม หากเราถูกบังคับให้ทำเลวโดยไม่ได้เลือกเอง เราจะรู้สึกต่อต้านและหลุดออกจากอินเนอร์ของเกมทันทีแปลและเรียบเรียงจาก : automaton-media.com

"WINNING" ส่งซิงเกิลใหม่ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" เพลงรักหวังดีแต่ติดที่เธอมีเจ้าของแล้ว
อ่าน

"WINNING" ส่งซิงเกิลใหม่ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" เพลงรักหวังดีแต่ติดที่เธอมีเจ้าของแล้ว

หลังจากปล่อย 2 ซิงเกิล "คิดจะไปก็ไป (It was never me)" และ "ดีใจกับฉันหน่อย (Exit)" ภายใต้สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) ล่าสุด "WINNING (วินนิ่ง เมธาวิน คุ้มโห้)" สลัดภาพหนุ่ม SAD ไม่ MOVE ON เข้าสู่โหมดเพลงรัก ที่ยังคงคาแรกเตอร์ความเป็นตัวเองในซิงเกิลที่ 3 "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" เพลงแอบรักแบบใหม่ใหม่ที่เปิดเผยและมั่นใจ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" คอนเซ็ปต์ของเพลงนี้เริ่มต้นจากประสบการณ์ที่หลายคนน่าจะเคยผ่านมานั่นคือการแอบรัก และการรักคนมีเจ้าของ แต่ครั้งนี้ "WINNING" หยิบประสบการณ์ 2 ด้านนี้มาเล่ารวมกันในเพลงเดียว ผ่านเรื่องราวจริงในวัยเด็กของตัวเอง โดยเอาความรู้สึกเหล่านั้นมาต่อยอดเป็นคำว่า "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" ที่กลายมาเป็นทั้งท่อน Hook และชื่อเพลงด้วย ด้านเนื้อร้อง "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" แม้เพลงนี้จะมีโทนความมั่นใจแบบ Gen Z แต่วิธีการเขียนของ "WINNING" กลับสอดแทรกไปด้วยการเปรียบเทียบที่ลึกซึ้ง อย่างการหยิบเอาคำว่า "นิยาย" หรือ "เจ้าชาย" เพื่อสร้างภาพเรื่องราวความรักที่ช่วยเสริมความมีอีโก้ของตัวละคร โดยร้อยเรียงให้เรื่องราวมีไดนามิกท่อนอวดท่อนอ้อนเพื่อปูเข้าสู่ท่อน Hook ที่จะเป็นการออกโรงมาประกาศตัวว่า "ฉันรักเธอดีกว่าเขา" แต่แค่ฉันยังไม่มีโอกาส และถ้าวันนั้นมาถึง หรือความสัมพันธ์ของเธอไปต่อไม่ได้แล้ว ฉันคนนี้นี่แหละที่จะอยู่ตรงนี้และรักเธอได้ดีกว่าคนนั้นของเธอแน่นอน! พาร์ทดนตรี "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" เป็น POP-PUNK-ROCK ที่ถ่ายทอดโดย "WINNING" ออกมาได้ดี และร่วมเรียบเรียงโดย "March Vybes" ไม่ว่าจะเป็นความสนุก ความซน ล้นพลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับการหยิบประสบการณ์ความรักในวัยเด็กมาเล่า ผ่านจังหวะแบบ Medium Tempo มั่นใจว่าในโชว์คนจะโดดตามร้องตามได้สนุกสนานแน่นอน ส่วนของมิวสิกวิดีโอ "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" ได้ "เนส (Kaninvong)" มาเป็นผู้กำกับ พร้อมนำเสนอมุมมองการถ่ายทำที่โตขึ้น ลึกขึ้น แต่ยังคงเข้าใจง่ายด้วยการถ่ายแบบ Fixed Camera มุมกล้องเดิมตลอดเรื่อง ผ่านโลเคชั่นเดียวก็คือบนรถ แต่จะมีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นบนนั้น โดยที่นางเอกจะนั่งอยู่ในรถ ส่วน "WINNING" ที่รับบทเป็นพระเอกจะเดินตามรถอยู่ตลอด เป็น Visual Metaphor (การเปรียบเปรย) ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่ไม่เท่ากัน การวิ่งตามความรักอยู่ฝ่ายเดียว การรักข้างเดียว ซึ่งเป็นแก่นเดียวกับเนื้อหาของเพลงนี้ ติดตามฟังเพลง "ฉันรักเธอดีกว่าเขา (Pick me)" -" WINNING" ได้แล้วทุกช่องทางสตรีมมิงและ YouTube : WINNING / Kicks Records

ปั๊บ POTATO เขียนเพลงใหม่ "อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ" จากประสบการณ์ตรง ปิดท้ายอัลบั้ม "DOT"
อ่าน

ปั๊บ POTATO เขียนเพลงใหม่ "อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ" จากประสบการณ์ตรง ปิดท้ายอัลบั้ม "DOT"

เดินทางมาถึงเพลงสุดท้ายของ DOT อัลบั้มชุดที่ 9 สำหรับ POTATO กับ อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ เพลงที่ ปั๊บ พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข นักร้องนำของวง ลงมือเขียนเนื้อเพลงด้วยตัวเอง โดยหยิบความรู้สึกจากประสบการณ์ตรงมาถ่ายทอดเป็นเพลงที่พูดถึงความเจ็บปวดจาก ความเข้าใจที่ไม่จริง เมื่อคำว่าเป็นห่วงจากคนที่เคยทำร้ายเรา กลับไม่ได้ช่วยเยียวยา แต่ยิ่งทำให้บาดแผลเดิมชัดเจนขึ้น โดยปั๊บเล่าถึงความรู้สึกเบื้องหลังเพลงนี้ว่ามันเป็นความรู้สึกนึงที่โผล่ขึ้นมา เหมือนแบบไม่ต้องมาบอกว่าเข้าใจฉันหรอก หากความเข้าใจนั้นมันไม่จริง ยิ่งแสดงออกมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราเจ็บปวดใจในความไม่จริงนั้นมากเท่านั้น เลยเปรียบเพลงนี้ ถึงคนรักที่เคยทำร้ายและจากกันไป แต่ก็ยังเหมือนคอยส่งความหวังดีให้กัน ซึ่งมันไม่ได้มาจากใจ เค้าแค่รู้สึกผิดกับสิ่งที่เค้าเคยทำ ส่วนเราเองก็ยังไม่หายจากสิ่งนั้น แล้วยิ่งทุกครั้งที่เค้าถาม ความห่วงใยมันก็ยิ่งทำให้เราเจ็บปวด และกลับเป็นสิ่งที่ทำร้ายเรา เพราะมันไม่ได้มาจากใจ และที่เค้าทำมันไปเพื่อปกป้องตัวเองจากความรู้สึกบางอย่าง ด้านดนตรี POTATO เลือกถ่ายทอดอารมณ์ดังกล่าวผ่านซาวด์ Rock ที่เข้มขึ้น เติมน้ำหนักให้ทั้งความโกรธและความผิดหวัง ก่อนส่ง อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ เป็นบทสรุปของอัลบั้ม DOT ที่เต็มไปด้วยหลากหลายมุมของความรู้สึก และเป็นอีกหนึ่งเพลงที่สะท้อนตัวตนของ POTATO ในวันที่เติบโตขึ้นและกล้าที่จะพูดถึงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา สามารถฟัง อย่าทำเป็นเหมือนว่าเข้าใจ เพลงปิดท้ายอัลบั้ม DOT จาก POTATO ได้แล้ววันนี้ ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง พร้อมรับชม MV ได้ทาง YouTube potatobandofficial และเตรียมรอติดตามบทใหม่ของวงที่กำลังจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้

เกิดอะไรขึ้น!? “เนย วรัฐฐา” โพสต์แคปชั่นร่ายยาวอย่าขอโอกาสอีกเพราะให้ไปมากพอแล้ว
อ่าน

เกิดอะไรขึ้น!? “เนย วรัฐฐา” โพสต์แคปชั่นร่ายยาวอย่าขอโอกาสอีกเพราะให้ไปมากพอแล้ว

เกิดอะไรขึ้น!? เนย วรัฐฐา โพสต์แคปชั่นร่ายยาวอย่าขอโอกาสอีกเพราะให้ไปมากพอแล้ว ก่อนหน้านี้เรื่องความสัมพันธ์กับสามีอย่าง ฤทธิ์ กาไชย ถูกจับตาอย่างหนัก หลังจาก แม่เนย วรัฐฐา เคยได้โพสต์ถึงพฤติกรรมของคุณสามี และให้โอกาสในการปรับปรุงตัว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะคุกรุ่นจนทำเอาแตกฮือกันทั้งไทม์ไลน์อีกครั้ง เพราะล่าสุด เนย ได้ออกมาโพสต์ร่ายยาวจนทำเอาหลายคนเข้ามาให้กำลังใจ โดยโพสต์ดังกล่าวแปลเป็นไทยว่า อย่ามาขอโอกาสฉันอีกครั้ง เมื่อฉันให้คุณมากเกินพอ โอกาสที่คุณได้รับและเลือกที่จะโยนทิ้งมันไป อย่าเรียกฉันว่าไม่มีหัวใจเพียงเพราะฉันก็เลิกใจดีกับคนที่ไม่เคยเห็นค่าความใจดีของฉัน และได้โปรดอย่าบิดเบือนเรื่องราวใหม่ และวางตัวคุณเองในบทบาทของผู้ถูกกระทำ เมื่อคุณเป็นคนที่เริ่มทำลายมัน ไม่ได้โหดร้าย ฉันไม่เต็มใจที่จะแบกรับในเรื่องที่ฉันไม่ได้ทำอีกต่อไป คุณได้รับความอดทนจากฉัน คุณได้รับการให้อภัยจากฉัน คุณได้รับทุกโอกาสเพื่อที่จะทำให้ดีกว่าเดิม แต่สิ่งที่คุณจะไม่มีอีกต่อไปคือการเข้าถึงฉัน และนั่นไม่ใช่การลงโทษ มันเป็นเรื่องง่ายๆ เป็นผลที่ตามมาของการได้รับโอกาสมากเกินไปแต่ไม่เคยเห็นคุณค่าอะไรเลย งานนี้ก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่าจะหมายถึงเรื่องใด และจะจบลงแบบใด ดาราเดลี่ขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ด้วยนะคะ ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีทุกเรื่องเลยนะแม่

รีวิวหนัง "Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย" กรุ่นละมุน..ก้าวเติบโตที่แข็งแกร่งของวัยสาว
อ่าน

รีวิวหนัง "Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย" กรุ่นละมุน..ก้าวเติบโตที่แข็งแกร่งของวัยสาว

Happy Madison ค่ายผลิตหนังของแด๊ดดี้ อดัม แซนด์เลอร์ ยังคงเสิร์ฟคอนเทนต์ต่อเนื่องในปีนี้ หลังจากที่ครึ่งแรกของปีเคยส่งหนังวัยเรียนมหาวิทยาลัย ที่ผลักดันลูกสาวคนโตมาแล้ว ย่างเข้าสู่เข้าครึ่งหลังของปีนี้ก็ถึงเวลาการดันของลูกสาวคนเล็ก ในหนังวัยรุ่นสไตล์ Coming-of-Age ที่ละมุนไปด้วยความกลมกล่อมประเด็นดรามาที่ทัชหัวใจ "Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย" ที่จะพาไปสำรวจกับหนึ่งวันพันเรื่องที่เด็กสาววัยทีนคนหนึ่ง ต้องเผชิญหน้าและประคับประคองชีวิตตัวเองให้ผ่านไปในแต่ละวัน เรื่องราวชีวิตของ โซฟี เบิร์นบอม เด็กสาววัยมัธยมปลายที่กำลังจะเฉิดฉายในช่วงชีวิตวัยรุ่นของเธอ ด้วยการคว้าบทนำในละครเพลงของโรงเรียน เรื่อง Waitress นี่คือโอกาสที่ยิ่งใหญ่เกินฝันของเธอนับตั้งแต่เกิดมา แต่อยู่ ๆ ชีวิตการพลิกผันพัลวัน เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและความวุ่นวายที่ถาโถมใส่ครอบครัวของเธอ กลายเป็นประเด็นโกลาหลยิ่งกว่าการซ้อมละครเวทีที่เธอต้องรับมืออยู่เสียอีก ผลงานล่าสุดของผู้กำกับหญิง "จูเลีย ฮาร์ต" จากหนังชุด Stargirl ของดิสนีย์ ที่กลับมาครั้งนี้ยังคงละเลงรังสรรค์องค์ประกอบแนวถนัดของเธออีกครั้ง กับการสร้างหนังวัยรุ่นที่คลุกเคล้าไปกับมนต์เสน่ห์ของเสียงเพลงกลิ่นอายมิวสิคัลเบา ๆ โดยที่เธอรับหน้าที่กำกับหนังเรื่องนี้ พร้อมกับร่วมเขียนบทหนังกับ "จอร์แดน โฮโรวิตซ์" และ "ลอร่า แฮนกิ้น" ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่เธอสามารถรับมือกับคอนเทนต์ที่ช่ำชองได้อย่างเปี่ยมล้น ยังคงบดขยี้ย่างก้าวเติบโตของเด็กสาววัยรุ่นได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง กับสตอรี่ง่าย ๆ ที่สามารถทัชถึงหัวใจคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา และจำใจต้องปาดน้ำตาเบา ๆ ให้กับความซาบซึ้งที่ต้องการนำเสนอ อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้น Don't Say Good Luck คือหนังที่มานำเสนอเข้าประเด็นหลักได้อย่างตรงไปตรงมา กับบทหนังและพล็อตเรื่องค่อนข้างย่อยง่ายมากจริง ๆ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยตัวละครหลากมากมาย แต่หนังก็สามารถเกลี่ยความสำคัญและมิติต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะการบ่มความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกที่ซาบซึ้งและประทับใจ พ่วงกับชีวิตการเติบโตของเด็กสาววัยมัธยมที่กำลังเรียนรู้โลกใหม่ ๆ กับผู้คนใหม่ ๆ ที่กำลังจะเพิ่มพูนเข้ามาในชีวิต มันคือพล็อตเรื่องง่าย ๆ ที่แฝงไปด้วยความประทับใจและอบอุ่นใจ ทัชใจคนดูได้อย่างทรงพลังด้วยท่วงท่าง่าย ๆ โปรดักชันของหนังเรื่องนี้ก็เป็นไปง่าย ๆ ไม่ได้ซับซ้อนใด ๆ กับมุมภาพและมุมกล้องที่ละมุน สะท้อนถึงความอบอุ่นหัวใจที่เป็นแก่นแท้ของหนังเรื่องนี้ตรงตามโจทย์ แม้ว่าจะไม่ใช่งานสร้างที่หวือหวาอะไร แต่ทุกองค์ประกอบของหนังก็เข้าถึงแก่นแท้ของหนังได้อย่างถ่องแท้ เสริมด้วยการคัดเลือกเพลงที่เข้ามาส่งเสริมในโหมดมิวสิคัลได้อย่างลงตัว และมีรสนิยมเข้ากับเนื้อหาของหนังได้ทุกบทเพลง เป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มอรรถรสและความสมบูรณ์ของหนังได้อย่างอิ่มเอมด้วยดี แต่ไฮไลต์ที๋โดดเด่นของหนังเรื่องนี้ ก็คือพาร์ทการแสดง ใครจะว่าผู้จัดหาทางดันลูกสาวตัวเอง...ก็คงจะพูดไม่ผิด เพราะถ้าลูกสาวของเขามีของเด็ดและโชว์ศักยภาพในการรับบทบาทนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ต้องยอมรับเลยว่า "ซันนี แซนด์เลอร์" ฝีมือไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ แม้ว่าจะมีใบหน้าคล้ายกับพี่สาวเขาอย่างกับถอดแบบกันมา แต่แนวทางการรับมือกับบทนี้ของเธอค่อนข้างเข้าเรื่องทีเดียว ประคับประคองบทนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ไม่ได้มีชั่วโมงบินที่สูงนัก แต่ก็กลายเป็นทายาทนักแสดงมืออาชีพที่รับมือกับบทดรามาได้อย่างน่าพอใจ ยิ่งมาประกบคู่แสดงกับนักแสดงสาวยอดฝีมือ "เมลานี ลินสกี" เป็นการส่งเสริมแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกได้เวิร์กสุด ๆ เคมีระหว่างพวกเขาอบอวลและอบอุ่นเป็นอย่างดี เป็นการช่วยกันเติมเต็มระหว่างนักแสดงอาชีพกับนักแสดงหน้าใหม่ที่รับต่อบทบาทได้อย่างลงตัว ยิ่งเสริมด้วยทัพนักแสดงเจ้าบทบาทมากมาย อย่าง "แม็กซ์ กรีนฟิลด์", "สตีฟ บุสเซมี", "เบเบ้ นอยเวิร์ธ" และ "แจ็ค แชมเปียน" ก็เพิ่มมิติทางด้านการแสดงให้หนังเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Don't Say Good Luck จัดได้ว่าเป็นหนังดรามาครอบครัวที่ซาบซึ้ง แต่ไม่ถึงฟูมฟายไร้สติ เป็นหนังที่ค่อย ๆ บิ้วต์อารมณ์ความประทับใจของผู้ชมได้มากขึ้นทีละน้อย ตามติดไปกับแนวคิดการรับมือของเด็กสาววัยรุ่นที่ต้องเผชิญหน้ากับหลากหลายเหตุการณ์ในห้วงเวลาวัยทีนของเธอ ที่จะประสบการณ์เป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง หนังโดดเด่นด้วยทีมนักแสดงระดับเทพ ที่ช่วยส่งเสริมการแสดงหน้าใหม่ของซันนี แซนด์เลอร์ ลูกสาวของอดัม แซนด์เลอร์ ให้เปล่งประกายออกมาในระดับที่คาดไม่ถึง ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย ประเภท: ดรามา / มิวสิคัล ผู้กำกับ: จูเลีย ฮาร์ต นำแสดงโดย: โซฟี แซนด์เลอร์, เมลานีน ลินสกี, แม็กซ์ กรีนฟิลด์, แจ็ค แชมเปียน ความยาว: 93 นาที กำหนดฉายในไทย: 14 สิงหาคม 2026 (ที่ Netflix) Movie.TrueID METRIC: Don't Say Good Luck ถ้าอยากจะปัง อย่าขอให้โชคช่วย ภาพรวม⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.1/10) การเล่าเรื่อง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.1/10) การแสดง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.4/10) การกำกับ⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.2/10) เทคนิคงานสร้าง⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.0/10) บทภาพยนตร์⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.8/10) ห้ามพลาด! แพ็กเกจ True 5G Super Netflix เอาใจคนรักความบันเทิงสนุกกับการดู Netflix ได้คมชัดทุกจอ เริ่มต้นแค่เพียง 499 บาท/เดือน คลิกเลย! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

70+ แคปชั่นฟาดๆ ด่าแบบผู้ดี เจ็บๆ ฮาๆ อัปเดต 2026 ไม่มีคำหยาบแต่อ่านแล้วเจ็บจี๊ด!
อ่าน

70+ แคปชั่นฟาดๆ ด่าแบบผู้ดี เจ็บๆ ฮาๆ อัปเดต 2026 ไม่มีคำหยาบแต่อ่านแล้วเจ็บจี๊ด!

เชื่อว่าหลายๆ คนก็คงมีบางอารมณ์ที่อยากระบายความโมโหออกมาด้วย แคปชั่นฟาดๆ เจ็บๆ เป็นสเตตัสบนโซเชียล แต่ก็ไม่อยากจะใช้คำหยาบให้ดูไม่ดีสักเท่าไหร่ วันนี้เราก็เลยหยิบ แคปชั่นฟาดๆ เจ็บๆ ด่าแบบผู้ดี มาฝากกันซะหน่อย แต่บอกเลยว่าทางเราเน้นสายฮานะคะ เจ็บๆ ฮาๆ ไม่มีคำหยาบ แรงแต่ดูแพง อ่านแล้วเจ็บจี๊ด จะหยิบไปโพสต์ระบายอารมณ์ หรือหยิบไปโพสต์พร้อมรูปขำๆ ก็ได้ แต่งานนี้ใครที่หยิบไปโพสต์ด่าทอใครบนโซเชียลก็คิดให้ดีก่อนนะคะ เพราะคำพูดหรือข้อความแบบนี้หากโพสต์แบบไม่ทันคิดสุดท้ายก็อาจจะวกกลับมาทำร้ายตัวเราเองได้นะ! แนะนำว่าให้คุยกันดีๆ ดีกว่ามาด่าทอกันแบบหยาบคายลงโซเชียลนะจ๊ะ! แคปชั่นฟาดๆ ด่าแบบผู้ดี ไม่มีคำหยาบก็เจ็บได้ เรื่องบางเรื่องสมองไม่มีก็ไม่เป็นไร แต่มารยาทอะต้องมีนะคะ จะดูถูกก็ไม่ว่า แต่ดูน้ำหน้าตัวเองด้วย ขอบคุณที่อิจฉา ไว้โอกาสหน้า จะทำให้อิจฉามากกว่าเดิม ไม่ได้ส่งเสีย แต่ทำไมชอบสงสัยเอ่ย จะกี่ร้อยฟิลเตอร์ ก็ยังเบลอธาตุแท้ไม่ได้ ขอโทษนะ ชีวิตเราเลือกจำแต่อะไรดีๆ อะ เราเลยจำเธอไม่ได้ ถ้าคิดว่าพื้นฐานครอบครัวดี ก็ไม่ควรเหยียบใครให้ดูสูงนะ😏 อย่าทำตัวเป็นกระจกที่คอยส่องแต่ชีวิตคนอื่นจนลืมส่องนิสัยตัวเอง ยังอยู่ที่อยู่เดิมไหมคะ? พอดีแผ่เมตตาไปให้แต่มันตีกลับอ่ะค่ะ ควรรักตัวเองให้มากๆ นะ เพราะคนอื่นเกลียดหมดแล้ว ! เลิกนินทาคนอื่นให้ได้ก่อน แล้วค่อยไปขอพรให้ตัวเองได้ดี อยู่ให้หน้าเป็นรอยตีนกาเถอะ อย่าให้เป็นรอย-ีนเราเลย จำไว้นะ อย่ามีแต่ปากที่ดี ทำชีวิตให้ดีด้วยล่ะ อายุตั้งขนาดนี้แล้ว เอาเวลาไปสร้างตัวเถอะ ไม่ใช่มัวแต่สร้างภาพ ขอโทษ​ที่ใช้ชีวิตแบบ​ ธรรมดา แต่ดันไป​ หรูหรา ในชีวิตเธอ เธอก็เหมือนผักตบชวา เป็นพืชขยะ ไม่มีค่าแถมรกโลก สมองเธอคงเรียบหรู มีความคุณหนู แต่ไม่มีรอยหยัก จะดูถูกก็ไม่ว่า แต่ดูน้ำหน้าตัวเองด้วย ขอบคุณที่อิจฉา ไว้โอกาสหน้า จะทำให้อิจฉามากกว่าเดิม เธอกลัวความสูงหรอ เห็นชอบทำตัวต่ำๆ เกิดปีไก่เหรอ ถึงได้จิกเก่งขนาดนี้ หน้าก็ลอยแล้ว กระทงไม่ต้องลอยก็ได้มั้ง ไม่ได้เกลียดหรอก แต่ถ้าวันไหนโดนรถชน จำไว้เรานี่แหละคนขับ ดูๆ ไปก็เหมือนจะครบ 32 นะ เสียดายที่ขาดสมองไปอันเดียว เธอก็เหมือนแมงกะพรุน บอบบาง สดใส แต่มีพิษ! คําคมเจ็บๆ จุกๆ สั้นๆ 2026 ปกติหิวน้ำนี่ต้องให้กรอก หรือให้กรวด บำรุงสมองหน่อยนะจ๊ะ อย่าบำรุงแต่หน้า ความสวยระดับสอง ความสยองระดับสิบ ที่นี่ภาคกลางจ้า ไม่ต้องโชว์เหนือกว่าใครเขา ชอบปลายปี ชอบหน้าหนาว แต่ไม่ชอบหน้าเธออ่ะ อยากเป็นส่วนหนึ่ง แต่ระวังจะเป็นส่วนเกินนะ นอกจากปากแล้ว เธอก็ไม่มีอะไรดีเลย ไม่ต้องพยายามเหมือนใคร เหมือนรูปโปรไฟล์ตัวเองได้ก่อน พร้อมบวกตลอดอะค้าบ โทรศัพท์มีเครื่องคิดเลข ขอโทษนะ ที่ความสุขของเรา มันดันไปหนักหัวเธอ หน้าเธอเหมือนสี่เหลี่ยมจัสตุรัสเลยย ด้านคูณด้าน สร้างภาพเก่งขนาดนี้ มีอาชีพเป็นช่างภาพเหรอ เธอมันก็เหมือนแบงค์กาโม่อ่ะ ถูกและปลอม กินข้าวต้องใส่จาน อยากนอนโรงบาลมาใส่กับเรานี่! เตะบอลคงไม่ถนัด แต่ให้เตะปากก็ได้อยู่ กินต่ออร่อยไหม กินก่อนอร่อยกว่านะ หน้าเธอไม่เหมาะกับรองพื้น เหมาะกับรองเท้ามากกว่า 5+5 อ่ะได้ 10 ถ้าอยากเลือดไหลซิบๆ ให้มาบวกกับเรา สมองไม่มีไม่เป็นไร แต่มารยาทต้องมีนะคะ หน้าตาก็ดูฉลาด แต่พูดจาเหมือนขาดสมอง หาแคปชั่น อัปรูปรัวๆ จนเน็ตหมด ลูกค้าทรูมารับเน็ตเพิ่ม 320MB ใช้ได้ 24 ชั่วโมงกดรับได้ทุกวัน บนแอปทรูไอดี คลิกรับเลย! มารยาทไม่มี หน้าตาดีก็เท่านั้น ✨😊👏🏻 ไม่จำเป็นต้องโต้ตอบ เพราะไม่มีผลอะไรต่อชีวิตขนาดนั้น ไม่แปลกหรอกที่เธอจะมองบนใส่เรา เพราะเธออยู่ต่ำกว่าเรามาก พัฒนาสมอง ให้ดีเหมือนปากเธอบ้างก็ได้นะ เป็นห่วง :) ควรรักตัวเองให้มากๆ นะ เพราะคนอื่นเกลียดหมดแล้ว ! แคปชั่นฟาดๆ ด่าแบบเจ็บๆ โพสต์แล้วแรง แถมดูแพงมากแม่! เคยเป็นช่างไฟฟ้าเหรอ เห็นสร้างกระแสเก่งจัง เก็บแรงด่า ไว้แผ่เมตตาให้ดีกว่า ที่เฉยไม่ได้กลัว แค่ไม่อยากลดตัวไปสัมผัส เค้าให้งดใช้ถุงพลาสติก แต่ไม่ได้ให้งดใช้สมองนะ ถ้ามีดีเหมือนปาก ชีวิตเธอคงไปได้ไกลมากแล้วเนอะ กินอาหารดีๆ บ้างนะ จะได้มีสารอาหารไปเลี้ยงสมอง ที่เฉยๆ นี่ไม่ได้ยอมหงอนะ แต่รอเหยียบ เก่งหรือกาก เค้าไม่ได้วัดกันที่ปากนะคะ ใช้สมองนิดนึงค่ะ หรือจะเป็นเพราะสวดมนต์ก่อนนอน คนบางคนเลยร้อนตัวขนาดนี้ หิวๆ อย่างเธอไม่พอหรอกน้ำขวด คงต้องกรวดน้ำไปให้ หน้านะไม่ใช่แบงค์พัน ที่จะได้เทาแล้วดูแพง เวลาใครถามว่า "มีอะไรเป็นของตัวเองแล้วบ้าง" นี่ตอบเลย "อ๋อ! มีมารยาทค่ะ เลยไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น!" ถึงไม่ได้ขายเพชรพลอย แต่ก็ดูออกบ่อยว่าใครปลอม แปลกนะคนเรา ชอบทำตัวเป็นกระดาษทรายขัดเกลาคนอื่น ทั้งที่ตัวเองก็หยาบ จะกี่ร้อยฟิลเตอร์ ก็ช่วยเบลอธาตุแท้ไม่ได้หรอก ที่บอกว่าคนอื่นไม่สนใจใยดี เพราะเค้ามองไม่เห็น "สัมภเวสี" หรือเปล่าคะ ตอนแรกก็ดูเป็นมิตร พอรู้จักแล้ว "งูพิษ" ชัดๆ! เธอนี่ใสวิ้งเหมือนกระจกเลยเนอะ สะท้อนคนอื่น แต่ไม่เคยสะท้อนเงาตัวเอง คนบางคนก็เหมือนฝุ่น PM2.5 ดูไร้ค่าแถมเป็นพิษ ช่วงนี้ร้อนเงินเหรอคะ เห็นขยันลดราคาตัวเองจัง บทความแคปชั่นอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ อัปเดตใหม่! 300 แคปชั่นฮาๆ กวนๆ 2026 ลงทวิต ลงเฟซบุ๊ก เรียกไลก์ 150 แคปชั่นผู้หญิงสายฮา ผู้หญิงตลก เป็นผู้หญิงกวนๆ ต้องคู่กับแคปชั่นฮาๆ

"เมื่อความกดดันคือความสนุก" เจษ เจษฎ์พิพัฒ  แชร์ประสบการณ์ในวงการให้น้อง ๆ TRUE AF2026
อ่าน

"เมื่อความกดดันคือความสนุก" เจษ เจษฎ์พิพัฒ แชร์ประสบการณ์ในวงการให้น้อง ๆ TRUE AF2026

เซอร์ไพรส์สุดพิเศษในบ้าน TRUE AF2026 สัปดาห์ที่ 8 ทำให้น้อง ๆ ตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อพระเอกหนุ่มฮอต เจษ เจษฎ์พิพัฒ บุกมาแชร์เคล็ดลับและประสบการณ์การทำงานในวงการบันเทิงแบบหมดเปลือก จากจุดเริ่มต้นที่แท้จริงแล้วเจ้าตัวฝันอยากเป็นแค่นักดนตรีและมือกลอง แต่เพราะเส้นทางสายดนตรีมันยาก จึงลองหันมาจับงานแสดง ซึ่งแม้ตอนแรกจะรู้สึกไม่ชอบ แต่ด้วยความที่เป็นคนทุ่มเททำอะไรก็ทำได้ดีเสมอ สุดท้ายเลยทั้งเก่งและรักงานแสดงไปโดยปริยาย พร้อมส่งต่อประสบการณ์การทำงานในวงการบันเทิงแบบจัดเต็ม เข้าใจตัวละคร ดีกว่าจำบทเป๊ะ ๆ เจษ ได้ส่งต่อเทคนิคการแสดงแบบเน้นความเข้าใจมากกว่าการท่องจำบทเป๊ะ ๆ เปรียบการเล่นละครกับการร้องเพลงที่ต้องอินเนอร์มาเต็มและต้องหมายความกับมันทุกคำ ก่อนเข้าฉากต้องทำการบ้านมาอย่างดี รู้ว่าตัวละครมาจากไหนและต้องการอะไร แต่พอถึงเวลาแสดงจริงให้ทิ้งทุกอย่างแล้วปล่อยให้ความสดใหม่หน้ากองสร้างโมเมนต์มหัศจรรย์ขึ้นมาเอง นอกจากนี้ยังสอนน้อง ๆ ให้มองความกดดันและความผิดพลาดเป็นเรื่องสนุก พร้อมกับย้ำเรื่องการวางตัวในกองถ่ายว่าต้องแคร์ความรู้สึกทีมงานเบื้องหลัง เพราะทำงานหนักกว่าเรา ไม่เอาเปรียบใคร และห้ามใช้ความเหนื่อยมาเป็นข้ออ้างเด็ดขาด ต้องให้เกียรติทีมงานเบื้องหลังทุกคนเหมือนพี่เหมือนน้อง เปลี่ยนความกดดันให้เป็นความสนุก เมื่อน้อง ๆ ถามถึงวิธีจัดการกับความเครียด เจษเผยว่าตัวเองมักจะมองความกดดันให้เป็นความตื่นเต้นและความสนุกเสมอ แม้แต่ตอนที่ต้องไปรับงานร้องเพลงทั้งที่ไม่ถนัด ก็ต้องสนุกไปกับมันให้ได้ พร้อมทั้งแนะว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ถ้าเอ็นจอยกับมัน คนอื่นจะพร้อมให้อภัย เมื่อการออกงานคือการไปเจอเพื่อนและล้อเลียนแฟนคลับ อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจสุด ๆ คือทัศนคติในการออกงานอีเวนต์และเจอแฟนคลับ เมื่อก่อนเจษเคยกังวลทุกครั้งว่าจะมีคนมารอหรือมีคนรู้จักมากแค่ไหน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดเหล่านั้นค่อย ๆ หายไป เพราะสิ่งที่ทำให้เขาสนุกกับการออกงานในวันนี้คือการได้เจอแฟนคลับ เจษพูดติดอารมณ์ขันว่า ทุกวันนี้ตั้งใจไปล้อเลียนแฟนคลับ เพราะรู้สึกว่าทุกคนเหมือนเพื่อนมากกว่า การได้หยอกล้อ แซวกัน หรือสร้างเสียงหัวเราะ กลายเป็นเสน่ห์ของการเจอกันในแต่ละงาน และเป็นบรรยากาศที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าสิ่งสำคัญคือการเป็นตัวเองโดยไม่เอาเปรียบหรือทำร้ายความรู้สึกของใคร เพราะเมื่อเราให้ความจริงใจกับผู้คน ความสนุกก็จะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ก่อนจบการพูดคุย เจษยังได้ทิ้งท้ายเรื่องการทำตามความฝันว่า เราไม่จำเป็นต้องเลือกทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งระหว่างดนตรีกับการแสดง เก็บทุกอย่างที่รักเอาไว้ วันหนึ่งเราอาจจะได้หยิบมันขึ้นมาใช้อย่างแน่นอน

"ออม กรณ์นภัส" เปิดอกรับแรงกดดัน! ทำอะไรต้องระวังทุกฝีก้าว หลังถูกชาวเน็ตวิจารณ์เรื่องพฤติกรรม
อ่าน

"ออม กรณ์นภัส" เปิดอกรับแรงกดดัน! ทำอะไรต้องระวังทุกฝีก้าว หลังถูกชาวเน็ตวิจารณ์เรื่องพฤติกรรม

มีประเด็นให้ได้ติดตามกันอีกแล้ว เมื่อนักแสดงสาวสุดฮอต "ออม กรณ์นภัส" ได้ไปนั่งเปิดใจในรายการ "ก่อนนอน PODCAST EP.9" ถึงราคาของชื่อเสียงที่ต้องแลกมากับการสูญเสียความเป็นตัวเอง "ออม กรณ์นภัส" ยอมรับตรง ๆ ว่า ลึก ๆ แล้วตนเองเป็นคนเซนซิทีฟมาก สิ่งที่บั่นทอนจิตใจที่สุดคือการโดนคนในอินเทอร์เน็ตจับแพะชนแกะตีความกันไปเอง จนทุกวันนี้ต้องระมัดระวังตัวแทบทุกฝีก้าว ยกตัวอย่างเช่น วันไหนรีบเดินลงจากเวทีก็โดนด่าว่าเดินเชิด หรือทำตัวเหวี่ยง จนตอนนี้ต้องคอยดึงสติ ค่อย ๆ เดิน และพยายามพูดให้น้อยลงเพื่อให้อยู่ตรงกลางมากที่สุด ความกดดันนี้ทำให้ครั้งหนึ่ง "ออม กรณ์นภัส" เคยมีความคิดแวบเข้ามาในหัวว่าอยากจะปิด X (ทวิตเตอร์) และ TikTok หนีไปเลย โดยเหลือไว้แค่ Instagram สำหรับรับงานเท่านั้น แต่สุดท้ายวิธีรับมือที่เลือกใช้ในตอนนี้คือการ "ไม่อ่าน" หากเจอคลิปของตัวเองที่มีคอมเมนต์เดือด ๆ ก็จะใช้วิธีปัดหนีทันที พร้อมยึดหลักคิดว่า ถ้าเราไม่ได้ทำผิด ก็ไม่จำเป็นต้องไปรับผิดชอบกับสิ่งที่คนอื่นพยายามยัดเยียดให้ นอกจากนี้ ในรายการยังได้มีการพูดถึงประเด็นดราม่าก่อนหน้านี้ ขณะกำลังไลฟ์สดกับนางร้ายรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง "กิ๊ก สุวัจนี" ซึ่งในจังหวะที่ กิ๊ก กำลังพูดอยู่นั้น ออม ได้เอาไมค์เข้ามาจ่อใกล้ปากคล้ายจะอม และทำเสียงใส่ไมค์ ด้าน กิ๊ก กำลังให้สัมภาษณ์อยู่อย่างตั้งใจ จนต้องหยุดชะงัก ตกใจ หน้าเสียและหันมามองหน้าของ ออม เพราะนึกว่าตัวเองพูดอะไรผิด ด้าน ออม ก็ได้รีบตอบกลับว่า "ไม่มีอะไร หนูสมาธิสั้นเอง" และหัวเราะ ทำเอาชาวเน็ตวิพากย์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม และพฤติกรรมของนักแสดงสาว

“แพนเค้ก” คิวงานชน เสียดายอดลงแข่ง HYROX สิงหานี้ เดินหน้าซ้อมหนักหวังแก้มือสนามถัดไป
อ่าน

“แพนเค้ก” คิวงานชน เสียดายอดลงแข่ง HYROX สิงหานี้ เดินหน้าซ้อมหนักหวังแก้มือสนามถัดไป

แพนเค้กคิวงานชน เสียดายอดลงแข่งHYROXสิงหานี้เดินหน้าซ้อมหนักหวังแก้มือสนามถัดไป นางเอกสาวสายฟิต แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ออกมาเปิดใจถึงกระแสซุ่มซ้อมร่างกายอย่างหนัก โดยยอมรับว่าได้กดสมัครลงแข่งขันกีฬาพิสูจน์ความถึกสุดท้าทายอย่าง HYROX ในประเภทคู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าต้องยอมถอยในรอบเดือนสิงหาคมนี้อย่างน่าเสียดาย เนื่องจากตารางงานชนกันจนไม่สามารถเดินทางไปร่วมแข่งขันได้ แม้จะพลาดสนามแรกไปอย่างน่าเสียดาย แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เสียกำลังใจ พร้อมเปลี่ยนความผิดหวังเป็นแรงขับเคลื่อน เดินหน้าลงสนามซ้อมร่วมกับโค้ชเข้มข้นเหมือนวันแข่งจริง เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับรอบถัดไป เนื่องจากเป็นกีฬาที่ต้องสู้กับใจตัวเองและใช้ทักษะความแข็งแรงของร่างกายในหลายมิติ โดยแพนเค้กยังได้ฝากข้อคิดเตือนใจถึงคนที่กำลังหักโหมออกกำลังกายหรือข้ามขั้นตอนเพื่อหวังผลลัพธ์ที่รวดเร็วว่า การออกกำลังกายต้องเล่นตามจังหวะและกำลังของตัวเอง อย่าไปวิ่งตามแข่งกับคนอื่นเพราะจะทำให้เหนื่อยจนหายใจไม่ทันและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ สิ่งสำคัญที่สุดคือการโฟกัสที่ตัวเองและรักษาวินัยความสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากที่สุดแต่ให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนที่สุด ส่วนเคล็ดลับการดูแลรูปร่างในชีวิตประจำวัน เจ้าตัวเน้นย้ำเรื่องการใช้ชีวิตให้สมดุลตามธรรมชาติ กินอาหารให้เพียงพอกับพลังงานที่ใช้ไป พร้อมพักผ่อนให้พอ และพกเสบียงคลีนไปกองถ่ายเองเป็นประจำ โดยเธอมองว่าเทรนด์สุขภาพในปัจจุบันกลายเป็นไลฟ์สไตล์หลักของผู้คนไปแล้ว ซึ่งการมีสุขภาพที่ดีไม่เพียงแต่ทำให้ใส่เสื้อผ้าได้สวยและทำงานที่รักได้อย่างยาวนาน แต่ยังช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขในทุกช่วงวัยอีกด้วย