TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “แว่นเซมิโปรrov” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
สิทธิพิเศษ
ลด 200.- เมื่อช้อปครบ 2,500.- ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿200.00ที่ เซเรส ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนรับส่วนลด 200.- เมื่อช้อปครบ 2,500.-สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line OA : https://lin.ee/EuWi6mD เงื่อนไข 1. ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ร้านค้าเพื่อรับสิทธิ์2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
นาฬิกา/เครื่องประดับ • 1 พ.ค. 68
สิทธิพิเศษ
เซเรส
CERES โซน Women's Club ชั้น 5 ไอคอนสยาม
นาฬิกา/เครื่องประดับ • 1 พ.ย. 65
อ่าน
5 ครีมกันแดดทาหน้า กันน้ำ สำหรับไปทะเล ดำน้ำ กันแดดได้ดี ไม่มีหลุด
จะไปเที่ยวทะเล ดำน้ำ บอกเลยว่าหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้ก็คือ ครีมกันแดดทาหน้า กันน้ำ นี่ล่ะ! ไอเทมที่จะช่วยให้ผิวหน้าของสาวๆ ไม่หมองไม่คล้ำในช่วงซัมเมอร์นี้! ใครที่มีแพลนไปเที่ยวทะเล เตรียมชุดสวยไว้พร้อมแล้ว ต้องอย่าลืมหยิบครีมกันแดดไปด้วยเด็ดขาดเลยนะคะ ยิ่งไปเที่ยวทะเลบอกเลยว่าครีมกันแดดยิ่งต้องเป็นแบบกันน้ำ จึงจะช่วยให้ผิวรอดจากการถูกทำร้ายจากแสงแดดได้ดีที่สุด ซึ่งใครที่กำลังมองหาครีมกันแดดกันน้ำดีๆ อยู่ล่ะก็ วันนี้เราก็มีมาแนะนำกันค่ะ แต่ละแบรนด์แต่ละขวดบอกเลยว่ากันแดดได้ดี กันน้ำได้เริ่ด เหมาะกับทริปทะเลที่สุดค่าา ครีมกันแดดทาหน้า กันน้ำ ยี่ห้อไหนดี 2026 1. SUPERGOOP! PLAY Everyday Lotion SPF 50 with Sunflower Extract สำหรับกันแดดจากแบรนด์นี้ก็เป็นแบรนด์ที่โด่งดังมาจากสาวก้อย รัชวินนั่นเองค่ะ ซึ่งกันแดดของเค้าก็มีหลายตัวเหมาะกับผิวและการใช้งานค่ะ โดยตัวนี้ก็จะเหมาะกับการออกแดด ไปทะเลมากๆ เพราะเค้าเป็นครีมกันแดดที่ทั้งกันน้ำ กันเหงื่อ สามารถหยิบมาทาได้ทั้งหน้าและตัวเลย ซึ่งกันแดดตัวนี้นอกจากจะปกป้องผิวได้ทั้งจากรังสี UVA และ UVB เค้ายังช่วยไม่ให้ผิวแห้งกร้านด้วยนะคะ เพราะมีส่วนผสมที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว โดยส่วนผสมทั้งหลายก็เป็นส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ ไม่อันตรายต่อผิวด้วยจ้าา 30 / 71 / 162 ml. 380 / 820 / 1,190 บาท 2. ANESSA Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ ถ้าพูดถึงครีมกันแดดที่ยิ่งโดนน้ำโดนเหงื่อแล้วยิ่งดีก็ต้องยกให้ตัวนี้เลยค่ะ เพราะเค้าเป็นครีมกันแดดที่มีเทคโนโลยี Aqua Booster EX ที่เวลาผิวหน้าของเราโดนความชื้น เหงื่อ หรือน้ำ ก็จะยิ่งทำให้กันแดดปกป้องผิวได้มากขึ้น และตัวกันแดดก็ยังติดทนนานบนผิวมากขึ้นด้วย และเค้ายังเป็นสูตร Very Water Resistant ที่หลังจากขึ้นจากน้ำแล้วกันแดดยังช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีได้นานถึง 80 นาทีอีกด้วย! ตัวนี้ใช้แล้วไม่เหียวเหนอะหนะค่ะ ไม่ต้องกลัวทรายติดผิว และไม่ต้องกลัวผิวแห้ง ผิวเสียค่ะ เพราะเค้ามีสารบำรุงผิวใส่มามากถึง 50% อีกด้วยล่ะค่า 20 / 60 ml. 359 / 899 บาท 3. La Roche-Posay Anthelios 50+ Shaka Fluid Invisible Ultra Resistant มาถึงครีมกันแดดทาหน้าอีกหนึ่งตัวที่เหมาะกับการพกไปทะเลมากๆ ค่ะ ซึ่งสำหรับตัวนี้ต้องบอกว่าเค้ากันแดดได้ดีมาก ปกป้องผิวทั้งจากรังสี UVA, UVB อินฟราเรดเอ รวมไปถึงมลภาวะเลย นอกจากนี้ยังกันน้ำ กันเหงื่อ และป้องกันทรายติดผิวได้ดีสุดๆ ซึ่งเค้าบอกเลยว่าแม้จะอยู่ในอากาศร้อนชื้นที่มีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเซลเซียสกันแดดตัวนี้ก็ยังป้องกันได้จ้า ที่สำคัญครีมกันแดดแบรนด์นี้ยังอ่อนโยนต่อผิว เหมาะสำหรับคนผิวบอบบาง ใครที่โดนแดดแล้วผิวยิ่งระคายเคืองง่าย ยิ่งเหมาะเลยค่า 50 ml. 1,400 บาท 4. Shiseido Perfect UV Protector SPF 50+ PA++++ สำหรับครีมกันแดดตัวนี้จาก Shiseido ต้องบอกว่าดีงามไม่แพ้ตัว Anessa เลยนะคะ เพราะเค้ามีเทคโนโลยี WetForce ที่เวลาผิวของเราโดนน้ำโดนเหงื่อ ตัวกันแดดก็จะยิ่งปกป้องได้ดี โดยจะทำปฎิกริยากับน้ำและตัวกันแดดก็จะเคลือบผิวไว้นั่นเองค่ะ ครีมกันแดดตัวนี้ปกป้องผิวได้ทั้งจากรังสี UVA และ UVB และยังลดการเกิดริ้วรอย จุดด่างดำ และปัญหาผิวอื่นๆ ที่เกิดจากแสงแดดด้วย และแม้ว่าเค้าจะเป็นสูตร Very Water Resistant กันแดดติดทนนานแต่ก็ล้างออกง่าย ใช้คลีนเซอร์ทั่วไปก็ล้างออกได้สบายค่า 50 ml. 1,500 บาท 5. Banana Boat Simply Protect Aqua UV Protection Sunscreen Lotion SPF50+ PA++++ สำหรับครีมกันแดดจากแบรนด์นี้แน่นอนว่าอยู่ในลิสต์ ครีมกันแดดกันน้ำ ที่ต้องมีเช่นกันค่ะ ซึ่งสำหรับใครที่กลัวว่าครีมกันแดดแบรนด์นี้จะเหนียวเหนอะหนะ สำหรับรุ่น Aqua นี้ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ เพราะเนื้อครีมบางเบา ไม่มันป้องกันรังสี UVA UVB ได้มากกว่า 50 เท่าเลยทีเดียว จะออกแดดลงทะเล ก็ช่วยกันน้ำได้ดีมากๆ ค่ะ หรือถ้าเราต้องทำกิจกรรมในน้ำนานๆ อย่างการดำน้ำ กันแดดตัวนี้เค้าก็ช่วยปกป้องผิวได้นานถึง 1 ชั่วโมง 20 นาที (80 นาที) เลยค่ะ ซึ่งสำหรับใครที่มองหาครีมกันแดดทาหน้าสำหรับไปทะเล รุ่นนี้เราก็แนะนำให้เลือกเป็นสูตรLong Wearing Moisture นะคะ จะช่วยปกป้องผิวได้ยาวนานขึ้น แถมผิวชุ่มชื้นนานกว่าเดิมอีกด้วย! 50 ml. 390 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ 5 ครีมกันแดด กันน้ำ กันเหงื่อ แถมกันแดดเริ่ด ใช้แล้วหน้ายังผ่อง ไม่มีหมอง! รวม 15 ครีมกันแดดที่ดีที่สุด สำหรับผิวมัน ผิวแห้ง และผิวแพ้ง่าย เป็นสิว
ผิวพรรณ • 25 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
แลกรับ Humidifier มูลค่า 490.- ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿490.00 ที่ สยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน แลกรับ Humidifier มูลค่า 490.- เมื่อช้อปครบ 10,000.- โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. สิทธิพิเศษมีอายุ 30 นาที กรุณากดรับสิทธิ์ต่อหน้าเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์ ลูกค้านำรหัสที่ได้รับไปจากการกดรับสิทธิ์ แสดงต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับสิทธิ์2. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด3. สิทธิพิเศษนี้สำหรับการช้อปสินค้าภายใน Siam Premium Outlets Bangkok เท่านั้น โดยสามารถรวมใบเสร็จได้ภายในวันเดียวกัน4. สิทธิพิเศษนี้สามารถใช้ได้ในช่วงวันที่ 1 มีนาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2569 เท่านั้น5. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้6. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
กระเป๋า/รองเท้า/เครื่องหนัง • 1 มี.ค. 68
อ่าน
ไพรเมอร์ 7-11 ตัวไหนดี 2026 แบบซอง แบบหลอด คัดมาให้แล้ว! ราคาดี ใบแดงมีทอน
เช้าวันไหนรีบออกจากบ้าน แต่ก็ยังอยากให้ผิวดูเรียบเนียน แต่งหน้าติดทน และคุมมันได้ดี ไพรเมอร์ในเซเว่น ถือเป็นไอเทมที่ตอบโจทย์สาวๆ เลยค่ะ เพราะหาซื้อง่าย ราคาเข้าถึงได้ และเหมาะกับคนที่อยากลองใช้ก่อนโดยไม่ต้องลงทุนแพงๆ ไม่ว่าจะเป็นสายแต่งหน้าเบาๆ ไปเรียน ไปทำงาน เพราะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผิวดูเนียนขึ้น ช่วยเบลอรูขุมขน คุมความมัน และทำให้เมกอัพติดทนมากขึ้นตลอดวัน โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหน้ามัน แต่งหน้าไม่ติด หรือรองพื้นเป็นคราบง่าย มีไพรเมอร์ดีๆ สักตัวช่วยได้เยอะเลยค่ะ หากกำลังลังเลว่า ไพรเมอร์เซเว่น ตัวไหนดี ตัวไหนจะเหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง เราคัดมาให้แล้วว่าไพรเมอร์ในเซเว่นมียี่ห้อไหนน่าสนใจ เหมาะกับผิวแบบไหนบ้าง ลองไปช้อปตามกันเลยนะคะ ไพรเมอร์ 7-11 : Mille Snail Bright Primer SPF15 PA+ ไพรเมอร์เนื้อบางเบาจากเกาหลี ช่วยเบลอรูขุมขน ปรับผิวให้แลดูกระจ่างใสขึ้น 1 ระดับ และควบคุมความมันนานถึง 18 ชั่วโมง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิวรวมถึงผิวแพ้ง่าย คนเป็นสิวก็สามารถใช้ได้ คนผิวผสมก็ใช้ดีเลย เพราะมีส่วนผสมบำรุงจากเมือกหอยทากและคอลลาเจน และยังมี SPF15 PA+ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วยค่ะ ไพรเมอร์ 7-11 : IN2IT Primer++ ไอเทม "ถูกและดี" ที่ควรมีติดกระเป๋า เนื้อสัมผัสเป็นเจลกำมะหยี่ใสที่บางเบามาก เกลี่ยลื่นไปกับผิวทันที ว้าวมากตรงการเบลอรูขุมขนที่ทำได้กริบเหมือนใส่ฟิลเตอร์ ช่วยเซตผิวให้พร้อมลงรองพื้นได้เนียนกว่าเดิม ไม่เป็นคราบ และช่วยให้เมคอัพติดทน ไม่ไหลเยิ้มระหว่างวันเพราะคุมมันได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวค่ะ เหมาะมากสำหรับคนผิวผสมถึงผิวมันที่กังวลเรื่องรูขุมขนกว้าง นอกจากนี้ยังไม่มีพาราเบนและน้ำหอม คนผิวแพ้ง่ายเลิฟก็ตรงนี้! ไพรเมอร์ 7-11 : Inn Beauty Perfect Primer เนื้อเป็นครีมสีเบจเกลี่ยง่ายมาก ทาแล้วเนียนนุ่มไปกับผิวทันที จุดที่ว้าวที่สุดคือการพรางรูขุมขนที่ทำได้ดีเกินคาด แถมยังช่วยปรับสีผิวให้ดูสว่างขึ้นนิดนึงแบบไม่ลอย เมคอัพที่ลงทับไปคือติดทนมาก ไม่ตกร่อง ไม่เป็นคราบระหว่างวัน นอกจากจะคุมมันได้เริ่ดด้วย Zinc PCA แล้ว ยังใส่บำรุงอย่างวิตามินและไฮยามาให้ด้วย ใครที่ชอบงานผิวเป๊ะ แต่อยากประหยัดงบ แนะนำแบบซองพกพาง่ายตัวนี้เลยค่ะ ไพรเมอร์ 7-11 :Merrezca Color Correcting CC Cream อีกตัวที่รู้สึกว้าวมาก เพราะเนื้อซีซีครีมจะเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิผิวเรา จากเนื้อสีขาวจะกลายเป็นสีเนื้อที่กลืนไปกับผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ลดความเหลืองของผิวทำให้หน้าดูกระจ่างขึ้น ช่วยปกปิดรอยแดด และจุดด่างดำได้เกินคำว่าไพรเมอร์มาก ผิวดูฉ่ำโกลว์สุขภาพดีแบบสาวเกาหลีแต่ไม่มันเยิ้ม เพราะเขามีสารสกัดจากกุหลาบและคาโมมายล์ แถมยังมี SPF50+ PA+++ ช่วยกันแดดไปในตัวด้วยค่ะ ตัวเดียวจบทั้งบำรุง กันแดด และรองพื้น เหมาะมากสำหรับวันรีบๆ หรือลุค Make up no make up ไพรเมอร์ 7-11 :Sasi Bright and Blur Duo BB Primer ยกให้เป็นไอเทมงานผิวที่คุ้มค่าที่สุดตัวหนึ่งเลยค่ะ ซองเดียวได้ทั้งไพรเมอร์และบีบี เนื้อครีมเกลี่ยง่ายมาก ไม่หนักหน้าเลย ทาแล้วสัมผัสได้ทันทีว่ารูขุมขนดูเรียบขึ้น ผิวดูเนียนขึ้นแบบ Soft Blur สมชื่อ ส่วนของบีบีก็ช่วยปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้นทันที 1 ระดับ รอยดำรอยแดงดูจางลงแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหนาเหนอะ แถมยังช่วยคุมมันได้ดีระหว่างวัน ผิวดูไบรท์ตลอดวันไม่หมองคล้ำเลยค่ะ ผิวดูสวยเป๊ะแบบงานผิวลูกคุณหนู ใครชอบลุคใสๆ สไตล์สายเกาหลีต้องรีบไปตำที่เซเว่นด่วนเลยค่ะ บทความที่คุณอาจสนใจ 10 ครีมซองเซเว่น สูตรหน้านุ่ม ชุ่มชื้น ราคาเบา จ่ายไม่ถึง 50 บาท! 7 เซรั่ม สำหรับคนเป็นสิว ในเซเว่น ครีมซองสำหรับหน้ามัน เป็นสิว ซื้อมาใช้เลย!
แต่งหน้า • 7 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
กูลิโกะ เพรทซ์ บิสกิต รสลาบ 22 ก. x 10 กล่อง ลดจัดหนัก ใช้ 1 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿15.00ที่ ลดจัดหนักสุขจัดเต็ม@แม็คโคร V03 ประหยัด 15.- กูลิโกะ เพรทซ์ บิสกิต รสลาบ 22 ก. x 10 กล่อง (847265) เพียง 85.- ปกติ 100.- ใช้ทรูพอยท์ 1 คะแนน เงื่อนไขกิจกรรม1) ระยะเวลาร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม - 14 เมษายน 25692) ในแต่ละรอบของสินค้า ลูกค้า 1 ท่าน [บัญชีทรูไอดี] จะสามารถใช้สิทธิ์ทรูพอยท์ 1 คะแนน แลกรับคูปองส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการได้ สูงสุด 5 ชิ้น ต่อวัน ต่อสินค้า (แลกได้ทุกสินค้าที่ร่วมรายการในรอบที่กำหนด)3) กรุณาแสดงคูปองที่ได้จากการกดรับสิทธิ์ที่แคชเชียร์ก่อนชำระเงินทุกครั้ง4) สิทธิพิเศษนี้ สามารถใช้ได้ที่แม็คโคร สาขาที่ร่วมรายการเท่านั้น5) ผู้ใช้บริการใช้คูปองส่วนลด บวกเงินเพื่อชำระค่าสินค้า ณ เคาน์เตอร์ชำระเงินแม็คโครสาขาที่ร่วมรายการ6) สินค้ามีจำนวนจำกัด และมีจำนวนแตกต่างไปตามแต่ละสาขา7) คูปองใช้ได้ในระยะเวลาที่กำหนด หากเกินกำหนดไม่สามารถขอคืนทรูพอยท์หรือเปลี่ยนเป็นเงินได้ทุกกรณี8) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีเกิดความผิดพลาดจากระบบทางเทคนิค สินค้าขาด หรือสินค้าหมดก่อนกำหนด9) หากลูกค้ากดแลกสิทธิ์แล้ว ขอสงวนสิทธิ์การคืนทรูพอยท์ทุกกรณี10) บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการจัด ดำเนินการ ปรับ เปลี่ยน กำหนดการแผนการใด ๆ ภายใต้รายละเอียดข้างต้น ได้ตามที่บริษัทเห็นสมควรโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า11) การตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุดและยุติ12) หมดเขตแลก และใช้คูปองบนมือถือ 14 เมษายน 2569 เท่านั้น
อาหารสด/อาหารแห้ง/แช่แข็ง • 18 มี.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ลดสูงสุด 1000 บาท เมื่อซื้อ กรอบแว่นพร้อมเลนส์ LUQREN ใช้ 0 ทรูพอยท์
ลูกค้าทรูใช้ 0 ทรูพอยท์บริการตรวจวัดสายตา ฟรีโดย นักทัศนมาตรศาสตร์ (Optometrist)เมื่อซื้อ กรอบแว่นพร้อมเลนส์ LUQRENรับส่วนลดทันทีครบ 2,000 บาท ลด 200 บาทครบ 3,000 บาท ลด 300 บาทครบ 4,000 บาท ลด 400 บาทครบ 5,000 บาท ลด 500 บาทครบ 10,000 บาท ลด 1,000 บาท โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี เงื่อนไข1. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)2. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์3. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี4. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ5. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้6. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข
เสื้อผ้า/แฟชั่นเครื่องแต่งกาย • 20 ก.พ. 69
อ่าน
PlayStation เปิดตัวแชวอน จากวง Le Sserafim เพื่อโปรโมตแคมเปญ Love of Play ช่วงปีใหม่
หลังจากที่เมื่อวันก่อนทาง PlayStation ได้บอกใบ้ถึงพรีเซนเตอร์หญิงคนใหม่ที่กำลังมีแผนจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ล่าสุดวันนี้ก็มีการเฉลยออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ นั่นก็คือ คิมแชวอน (Kim Chaewon) ไอดอลสาวจากวงเคป๊อปเกาหลีใต้ Le Sserafim ตำแหน่งหัวหน้าวงนั่นเอง โดยเธอจะมาร่วมโปรโมตแคมเปญที่มีชื่อว่า Love of Play เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลปีใหม่ 2026 รวมถึงโปรโมตคอลเลกชั่นสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง PlayStation x Wiggle Wiggle อีกด้วยอนึ่ง แคมเปญ Love of Play จะเป็นการนำเสนอผ่านคลิปวิดีโอทั้งหมด 4 ตอน โดยจะมีชื่อแต่ละตอนว่า Family, Friends, Sisters และ Solo เพื่อน ๆ สามารถชมคลิปโปรโมตตอน Family ได้ที่ด้านล่างครับ (ส่วนตอนที่ชื่อ Friends, Sisters และ Solo จะมีกำหนดเผยแพร่บนช่อง https://www.youtube.com/@PlayStationAsia ในวันที่ 4, 5 และ 6 กุมภาพันธ์ ตามลำดับ)นอกจากนี้ก็ยังมีโปรโมชันพิเศษต้อนรับปีใหม่อย่าง PlayStation Festive New Year Sale 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 6-19 กุมภาพันธ์ 2026 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด) ณ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ พร้อมเอาใจคอเกมด้วยส่วนลดเครื่องคอนโซลและอุปกรณ์เสริม ประกอบไปด้วยเครื่อง PS5 มอบส่วนลด 1,800 บาทเครื่อง PS5 Pro มอบส่วนลด 1,800 บาท และแถมฟรี UHD Blu-ray Disc Drive มูลค่า 3,790 บาทPlayStation VR2 มอบส่วนลด 3,600 บาทPlayStation Portal มอบส่วนลด 700 บาทจอย DualSense รุ่นปกติ ทุกสี (ยกเว้นสีพิเศษและลายลิมิเต็ด) มอบส่วนลด 500 บาทส่วนลดอีกมากมายสำหรับเกมยอดฮิตบน PS5 อย่าง Ghost of Yotei, Death Stranding 2: On The Beach, Astro Bot, Marvel’s Spider-Man 2 และ God of War Ragnarökปิดท้ายด้วยสินค้าพิเศษสำหรับสายไลฟ์สไตล์ โดย PlayStation จับมือกับ Wiggle Wiggle แบรนด์ยอดฮิตจากเกาหลี เปิดตัวคอลเลกชั่นสินค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแคมเปญ Love of Play ประกอบไปด้วย รองเท้าสลิปเปอร์ใส่ในบ้านแบบซักได้ลาย PlayStation, ตัวหนีบอะคริลิก (เซ็ต 2 ชิ้น) และที่รองแก้วอะคริลิก โดยแฟน ๆ PlayStation สามารถเป็นเจ้าของสินค้ารุ่นลิมิเต็ดนี้ได้ง่าย ๆ เพียงเข้าร่วมกิจกรรมบนช่องทางโซเชียลมีเดียของ PlayStation ที่จะจัดขึ้นในช่วงแคมเปญ ผ่านทางลิงค์ https://www.instagram.com/playstationasia/?hl=enแปลและเรียบเรียงจากhttps://blog.playstation.com/2026/02/02/20260203-lny/https://blog.playstation.com/2026/02/02/20260203-lny2/
Online Station • 3 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
ทรูเเบล็ค ทรูเรด ลด 10% เมื่อติดฟิล์ม CERAMIC เเละ CARBON รอบคันรวมบานหน้าเต็ม ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน
ประหยัด ฿1000.00 ลูกค้า ทรูเเบล็ค ทรูเรด ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน ลด 10% เมื่อติดฟิล์ม CERAMIC เเละ CARBON รอบคันรวมบานหน้าเต็ม เงื่อนไข 1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
งานบริการยานยนต์ • 1 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
ลด 5% เมื่อติดฟิล์ม CERAMIC เเละ CARBON รอบคันรวมบานหน้าเต็ม ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน
ประหยัด ฿500.00 ที่ คูลลิ่งซาวด์ ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนน ลด 5% เมื่อติดฟิล์ม CERAMIC เเละ CARBON รอบคันรวมบานหน้าเต็ม เงื่อนไข 1. สามารถใช้สิทธิ์ภายในเดือนที่กดรับรหัสแล้วเท่านั้น ไม่สามารถใช้ข้ามเดือนได้2. ในกรณีที่มีการกดรหัสแล้วไม่ได้นำไปใช้ภายในระยะเวลา ไม่ว่ากรณีใดๆ ทาง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี3. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้
งานบริการยานยนต์ • 1 ก.พ. 69
สิทธิพิเศษ
สร้อยคอ ราคาพิเศษ 799.- สินค้าที่ร่วมรายการ ใช้ 9 ทรูพอยท์
ลูกค้าทรู ใช้ทรูพอยท์ 9 คะแนนซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ ราคาพิเศษ- สร้อยคอ N1036-223 เพียง 799.- (ปกติ 3,100.-)- สร้อยคอ N1037-223 เพียง 799.- (ปกติ 3,100.-)ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมLINE OA: https://lin.ee/l1BTMMnFACEBOOK (12victory): https://www.facebook.com/12victorycrystal เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข
นาฬิกา/เครื่องประดับ • 1 ก.พ. 69
อ่าน
น้อง Konatsu Kato ผู้รับบท Hinako ใน Silent Hill f กลับมาไลฟ์เล่นเกมโหมด NG+ ในลุคสาวแว่น
หลังจากที่น้อง Konatsu Kato ผู้รับบท Hinako Shimizu ก็ได้ไลฟ์สตรีมเล่นเกม SILENT HILL f จนจบไปแล้วเมื่อต้นเดือน มาในคราวนี้น้องกลับมาไลฟ์เล่นเกม SILENT HILL f อีกครั้งในพาร์ทที่ 13 โดยเล่นในโหมด New Game Plus เพื่อต้องการจบรอบที่ 2 และที่สำคัญในการไลฟ์ครั้งนี้น้อง Konatsu Katoยังมาในลุคสาวแว่นด้วย ว่าแล้วไปดูคลิปพร้อมกันเลยครับเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูคลิปอื่น ๆ ของน้อง Konatsu Kato เพิ่มเติมได้ที่ SILENT HILL f を本人がやりますอ้างอิงข้อมูลจากSILENT HILL f #13 ☆ 2周目 加藤小夏
Online Station • 6 ม.ค. 69
สิทธิพิเศษ
ฟรี บริการตรวจวัดสายตา ORRA Signature Fit™ มูลค่า 1,500.- และรับ Voucher 5,000.- ใช้ 0 ทรูพอยท์
ประหยัด ฿6500.00 ที่ คลินิกแว่นตาออร่า ลูกค้าทรูใช้ทรูพอยท์ 0 คะแนนฟรี บริการตรวจวัดสายตา ORRA Signature Fit มูลค่า 1,500.-และ พิเศษ! รับทันที Voucher 5,000.- สำหรับกรอบไทเทเนียม THE FORM (Screwless / Ultra-Lightweight / Asian-Fit ) ราคาปกติ 11,500 - 13,500.-บริการตรวจวัดสายตา ORRA Signature Fit เฉพาะบุคคล ที่วิเคราะห์ Eye Biology + Eye Journey + พฤติกรรมการใช้สายตาจริง พร้อมทดสอบโครงหน้า Personal Colour โดย Stylistสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร: 062-6512365Fackbook: https://www.facebook.com/orraoptometrist/LINE ID: @orra-od เงื่อนไข 1. โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาที หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิ์ภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าสละสิทธิ์ ทาง บริษัทฯ จะไม่ชดเชยรหัสคืนในทุกกรณี2. กดรับสิทธิ์ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์เท่านั้น งดรับสิทธิ์จากภาพถ่าย/ภาพบันทึกหน้าจอ (Screenshot)3. สงวนสิทธิ์งดให้บริการหากลูกค้าทำการกดตัดสิทธิ์ หรือไม่มีโค้ดเพื่อใช้สแกนรับสิทธิ์4. ในกรณีที่โค้ดถูกขโมย ทำลาย หรือนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของโค้ด บริษัทฯจะไม่ทำการคืนเงินในทุกกรณี5. หากโค้ดชำรุดหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใดๆ ทางร้านมีสิทธิ์ปฏิเสธงดให้บริการ6. โค้ดส่วนลดนี้ ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือคืนเป็นเงินสดได้7. บริษัทฯ มีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ตามช่องทางที่กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขาย หรือส่วนลดอื่น ๆ ได้ การพิจารณาและการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุดข้อกำหนดและเงื่อนไข8. สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด9. 1 ท่าน /1 สิทธิ์ /ตลอดแคมเปญ
เสื้อผ้า/แฟชั่นเครื่องแต่งกาย • 1 ม.ค. 69
สิทธิพิเศษ
คลินิกแว่นตาออร่า
ร้านแว่นตาพรีเมียมที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาสายตา การเลือกเลนส์โปรเกรสซีฟคุณภาพสูง ไปจนถึงการออกแบบกรอบแว่นให้เข้ากับโครงหน้า โทนสีส่วนบุคคล (Personal Colour) และสไตล์ของคุณ โดยทีม Personal Stylist มืออาชีพ พร้อมเทคโนโลยี ORRA Signature Fit™ เพื่อความสบายตาในทุกมุมมอง
เสื้อผ้า/แฟชั่นเครื่องแต่งกาย • 1 ม.ค. 69
อ่าน
หยุดโลกหมุน และภาพสั่น ด้วย 4 กล้อง Gimbal และ Action Cam ตัวเทพแห่งปี 2025 ถ่ายปุ๊บ สวยปั๊บ ไม่ง้อตัดต่อ!
ในปี 2025 ยุคที่ใครๆ ก็เป็น Content Creator ได้ การมีวิดีโอที่ นิ่ง และ คมชัด ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ ทางรอด ไม่ว่าคุณจะเป็นสาย Vlog เดินกินเที่ยว, สายลุย Adventure, หรือแค่ถ่ายเก็บความทรงจำครอบครัว การแบกกล้องใหญ่พร้อมไม้กันสั่นอันเท่าแขนกลายเป็นอดีตไปแล้ว วันนี้เราได้รวบรวม 4 จตุรเทพ กล้องที่มีระบบกันสั่น (Gimbal) ทั้งแบบแมคคานิคและแบบดิจิทัลรุ่นล่าสุด ที่กำลังครองตลาดไทยในปี 2025 มาฝาก เพื่อให้คุณได้ ตัวจบ สำหรับการทำคอนเทนต์ที่ลื่นไหลระดับมืออาชีพครับ 1. DJI Osmo Pocket 3: ราชันย์แห่งการ Vlog ที่ยังไม่มีใครโค่นลง แม้จะเปิดตัวมาก่อน แต่ในปี 2025 DJI Osmo Pocket 3 ยังคงยืนหนึ่งในฐานะ กล้อง Gimbal แท้ๆ (Mechanical Gimbal) เพียงรุ่นเดียวที่ให้คุณภาพไฟล์ระดับกล้องโปรในขนาดเท่าแท่งสนีกเกอร์บาร์ จุดเด่นและฟีเจอร์ไม้ตาย: Gimbal 3 แกนของจริง: ต่างจากกล้องอื่นที่ใช้ซอฟต์แวร์ตัดขอบภาพเพื่อกันสั่น รุ่นนี้ใช้มอเตอร์ 3 แกนหมุนเลนส์จริงๆ ทำให้ได้ภาพที่นิ่งกริบที่สุดในโลกโดยไม่สูญเสียรายละเอียดภาพ เซนเซอร์ 1 นิ้ว: ใหญ่สะใจ ถ่ายในที่แสงน้อย (Low Light) ได้ดีที่สุดในกลุ่ม Night Vlog คือสว่างใส ไร้ Noise กวนใจ จอหมุนได้ 2 นิ้ว: แค่ดีดจอแนวนอน กล้องก็เปิดพร้อมถ่าย ดีดแนวตั้งก็พร้อมลง TikTok/Reels ทันที โฟกัสไวปานสายฟ้า: ระบบ Fast Pixel Focus จับหน้าคนแม่นยำมาก วางของโชว์หน้ากล้อง (Product Showcase) โฟกัสก็เข้าเป้าทันที เหมาะกับใคร: สาย Vlog, สายรีวิวสินค้า, Youtuber ที่เน้นคุณภาพไฟล์สูงสุด และถ่ายที่มืดบ่อย ราคาโดยประมาณ: ชุดมาตรฐาน: 18,900 บาท ชุด Creator Combo (แถมไมค์ DJI Mic 2 + ขาตั้ง): 24,000 บาท 2. DJI Osmo Action 5 Pro: ตัวจบสายแบตอึดและ Dynamic Range กว้าง คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของตลาด Action Cam ในปี 2025 รุ่นนี้มาพร้อมสโลแกน "Pro" ที่ไม่ได้ตั้งมาเล่นๆ เพราะอัดสเปกมาแบบจัดเต็ม จุดเด่นและฟีเจอร์ไม้ตาย: เซนเซอร์ Next-Gen 1/1.3 นิ้ว: แม้ขนาดจะเท่ารุ่นเก่า แต่เทคโนโลยีใหม่ให้ Dynamic Range กว้างถึง 13.5 Stops (ระดับเดียวกับกล้องโปร) เก็บรายละเอียดแสงเงาได้เนียนกริบ แบตเตอรี่ 4 ชั่วโมง: อึดที่สุดในตลาด! ถ่ายต่อเนื่องได้นาน 4 ชม. โดยไม่ต้องเปลี่ยนแบต ไม่ต้องพก Power Bank ให้เกะกะ HorizonSteady 360: ระบบกันสั่นดิจิทัลที่หมุนกล้องตีลังกา 360 องศา ภาพก็ยังตั้งตรงขนานกับพื้นโลก นิ่งเหมือนใช้ขาตั้งกล้อง Subject Tracking: ครั้งแรกของ Action Cam ที่มีระบบ AI ตามติดวัตถุ กดเลือกคนหรือรถ แล้วกล้องจะครอปภาพตามวัตถุนั้นให้อยู่กลางเฟรมเสมอ เหมาะกับใคร: สายลุย, นักดำน้ำ (ลงน้ำลึก 20 เมตรไม่ต้องใส่เคส), คนขี้เกียจเปลี่ยนแบต, สายท่องเที่ยวแบบ Adventure ราคาโดยประมาณ: ชุด Standard: 14,000 บาท ชุด Adventure Combo: 17,900 บาท 3. Insta360 Ace Pro 2: อัจฉริยะ AI ผสานพลังเลนส์ Leica เมื่อค่ายกล้อง 360 หันมาทำกล้องทรงปกติ โดยจับมือกับ Leica ผลลัพธ์คือกล้องที่ "ฉลาด" ที่สุดในปี 2025 จุดเด่นและฟีเจอร์ไม้ตาย: Dual AI Chip: ใช้ชิปประมวลผล 2 ตัวทำงานร่วมกัน ตัวหนึ่งจัดการภาพ ตัวหนึ่งจัดการกันสั่น ผลคือถ่ายวิดีโอ 8K ได้ลื่นไหล เลนส์ Leica SUMMARIT: ให้สีสันและมิติภาพที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ คมชัดระดับพรีเมียม PureVideo Low Light: โหมดถ่ายกลางคืนที่ใช้ AI ช่วยลด Noise แบบเรียลไทม์ สู้กับ Pocket 3 ได้สูสีมากในร่าง Action Cam Flip Screen 2.4 นิ้ว: จอพับขึ้นมาเซลฟี่ได้ขนาดใหญ่ มองเห็นตัวเองชัดเจน จัดเฟรมง่าย Pause Recording: ฟีเจอร์เด็ด! กดหยุดถ่ายชั่วคราวแล้วกดถ่ายต่อในไฟล์เดิมได้ ไม่ต้องมานั่งต่อไฟล์ทีหลังให้เสียเวลา เหมาะกับใคร: สาย Gadget ที่ชอบเทคโนโลยีล้ำๆ, คนชอบสีโทน Leica, และคนที่อยากได้กล้อง Action Cam ที่ถ่ายกลางคืนสวย ราคาโดยประมาณ: 16,000 - 19,000 บาท 4. GoPro Hero 13 Black: ราชาเลนส์เสริม และความไว้ใจได้ แม้จะไม่ได้เปลี่ยนดีไซน์มาก แต่ Hero 13 ในปี 2025 เน้นไปที่ความ "Pro" ในการปรับเปลี่ยนเลนส์ ซึ่งเป็นจุดขายที่ค่ายอื่นยังตามไม่ทัน จุดเด่นและฟีเจอร์ไม้ตาย: HB-Series Lenses: รองรับเลนส์เสริมอัจฉริยะ 3 แบบ (ขายแยก) คือ Macro Lens (ถ่ายระยะใกล้), Ultra Wide (กว้างสุดขอบโลก), และ Anamorphic (ถ่ายสัดส่วนหนังภาพยนตร์) ซึ่งพอใส่ปุ๊บ กล้องรู้ทันทีและปรับตั้งค่าให้เอง Magnetic Mounting: ในที่สุด GoPro ก็มีเมาท์แม่เหล็ก! ถอด-ใส่กับขาตั้งได้ใน 1 วินาที ไม่ต้องมานั่งหมุนน็อตอีกต่อไป HyperSmooth 6.0: ระบบกันสั่นที่ได้รับรางวัล Emmy Awards ยังคงทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยม นิ่งหายห่วง GPS: นำระบบ GPS กลับมาแล้ว! สามารถใส่สติกเกอร์ความเร็ว แผนที่ หรือความสูงลงในวิดีโอได้ เหมาะกับใคร: แฟนพันธุ์แท้ GoPro, สาย Creative ที่อยากเล่นมุมภาพแปลกๆ (Macro/Cinematic), นักกีฬาที่ต้องการ GPS Data ราคาโดยประมาณ: 15,900 บาท (ไม่รวมเลนส์เสริม) บทสรุป: เลือกตัวไหนดี? ถ้าเน้นคุณภาพไฟล์สูงสุด และงาน Vlog นั่งคุย: ไป DJI Osmo Pocket 3 คือจบ เจ็บแต่คุ้ม เพราะกันสั่นแบบแมคคานิคยังไงก็เนียนกว่าดิจิทัล และเซนเซอร์ 1 นิ้วคือที่สุด ถ้าเน้นลุยน้ำ แบตอึด ถ่ายยาวๆ: ไป DJI Osmo Action 5 Pro แบต 4 ชั่วโมงคือ Game Changer ของจริง ถ้าเน้นความฉลาด AI และถ่ายกลางคืน: ไป Insta360 Ace Pro 2 ได้เลนส์ Leica และจอพับที่ใช้ง่าย ถ้าเน้นลูกเล่นเลนส์ และมุมมองแปลกใหม่: ไป GoPro Hero 13 Black คือสนามเด็กเล่นของคนมีความคิดสร้างสรรค์ ปี 2025 นี้ ไม่มีข้ออ้างสำหรับวิดีโอสั่นๆ อีกต่อไป เลือกอาวุธที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณ แล้วออกไปสร้างคอนเทนต์ให้โลกจำกันจ้า!
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 21 ธ.ค. 68
สิทธิพิเศษ
True CyberSafe PRO
-
ช้อป • 18 ธ.ค. 68
อ่าน
6 อายครีม Eye-Centric Beauty เน้นลดรอยย่นหางตา บอกลาตีนกาอย่างมั่นใจ!
ผิวรอบดวงตาเป็นส่วนที่บอบบางและเกิดริ้วรอยได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม หัวเราะ หรือแม้แต่การขยี้ตาบ่อยๆ ก็เป็นสาเหตุให้เกิด รอยย่นหางตา และร่องลึกได้นะคะ แต่ไม่ต้องกังวลไป! การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตาที่เน้นการลดเลือนริ้วรอยโดยเฉพาะเป็นกุญแจสำคัญในการคงความอ่อนเยาว์ให้ดวงตาของเรา บทความนี้ได้คัดสรร 6 ผลิตภัณฑ์รอบดวงตาEye-Centric Beauty สุดปังที่ช่วยดูแลปัญหานี้โดยเฉพาะ มาดูกันเลยว่ามีตัวไหนน่าสอยบ้าง! เทรนด์ Eye-Centric Beauty คือการให้ความสำคัญกับการดูแลผิวรอบดวงตาเป็นพิเศษ เพราะบริเวณนี้ต้องการการบำรุงที่เข้มข้นแต่ก็ต้องอ่อนโยนมากๆ ด้วยค่ะ หากคุณกำลังมองหาวิธี ลดรอยย่นหางตา ที่ได้ผลจริง ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยตื้นๆ หรือร่องลึกที่เริ่มชัด การลงทุนในอายครีมที่มีส่วนผสมทรงพลัง เช่น เรตินอล, ไฮยาลูรอนิกแอซิด หรือเปปไทด์ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เราได้รวบรวม 6 ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและเป็นที่พูดถึงในเรื่องของการช่วย บำรุงรอบดวงตาให้กระชับ และลดเลือนร่องรอยแห่งวัย จะมีตัวไหนที่ตอบโจทย์ผิวรอบดวงตาของคุณบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ! 6 อายครีม เน้นบำรุง ลดรอยย่นหางตา ลดตีนกา 1. Eucerin Hyaluron Filler + Elasticity Eye Cream คุณสมบัติเด่น: เนื้อครีมซึมเร็วไม่เหนียวเหนอะ ช่วยบำรุงผิวรอบดวงตาให้ชุ่มชื้นและดูกระชับ ส่วนผสมหลัก: ไฮยาลูรอนิกแอซิดและเปปไทด์ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว จุดเด่น: เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายใช้ได้ทุกวัน ราคาประมาณ: 1,200-1,500 บาท 2. CeraVe Eye Repair Cream คุณสมบัติเด่น: เนื้อครีมอ่อนโยนไม่ระคายเคือง ช่วยลดความแห้งกร้านรอบหางตา ส่วนผสมหลัก: เซราไมด์และไฮยาลูรอนิกแอซิดเสริมชั้นผิวให้แข็งแรง จุดเด่น: ปราศจากน้ำหอมและพาราเบน เหมาะสำหรับผิวบอบบาง ราคาประมาณ: 600-800 บาท 3. Olay Regenerist Retinol24 Night Eye Cream คุณสมบัติเด่น: เนื้อมูสเบาบางใช้กลางคืน ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น ส่วนผสมหลัก: เรตินอล24และไนอะซินาไมด์บำรุงผิวรอบดวงตา จุดเด่น: ซึมไวไม่ทิ้งคราบ เหมาะสำหรับริ้วรอยตื้นๆ ราคาประมาณ: 800-1,000 บาท 4. Gravich Retinol Eye Cream คุณสมบัติเด่น: เนื้อบางเบาแบบแบรนด์ไทย ช่วยบำรุงลดเลือนรอยย่นหางตา ส่วนผสมหลัก: เรตินอลสูตรอ่อนโยนและส่วนผสมธรรมชาติ จุดเด่น: ราคาย่อมเยาใช้ได้ทุกวัน ราคาประมาณ: 300-500 บาท 5. Vichy Liftactiv Supreme Eyes คุณสมบัติเด่น: เนื้อครีมสดชื่นช่วยบำรุงผิวแพ้ง่าย ส่วนผสมหลัก: ราเปราไซต์และไฮยาลูรอนิกแอซิดเติมน้ำให้ผิว จุดเด่น: ลดถุงใต้ตาและรอยย่น ราคาประมาณ: 1,500-2,000 บาท 6. Boots Ingredients Retinal Caffeine Eye Cream คุณสมบัติเด่น: เนื้อเจลเย็นสดชื่นกระชับผิว ส่วนผสมหลัก: เรตินัลและคาเฟอีนช่วยบำรุงรอบหางตา จุดเด่น: หาซื้อง่ายที่ Boots ราคาประมาณ: 400-600 บาท บทความที่คุณอาจสนใจ 12 อายครีม ครีมทาใต้ตา ยี่ห้อไหนดี สำหรับคนใต้ตาคล้ำ แห้ง มีริ้วรอย 6 อายครีมตัวเด็ด ในเซเว่น ครีมทาใต้ตา ขอบตาดํา มีริ้วรอย แนะนำ!
ผิวพรรณ • 17 ธ.ค. 68
อ่าน
Valve เปิดตัวฮาร์ดแวร์ชุดใหม่ 3 ชิ้นรวด Steam Machine, Steam Frame และ Steam Controller เตรียมขายต้นปี 2026
ดูเหมือนว่าวันนี้ Valve ผู้สร้างเกม Half-Life และแพลตฟอร์มร้านค้า Steam จะมีเซอร์ไพรส์มาให้กับผู้เล่นเกมชาว PC กันอีกแล้ว เพราะเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Valve ได้ประกาศเปิดตัวฮาร์ดแวร์ใหม่ในตระกูล Steam พร้อมกันถึง 3 ชนิด ได้แก่ Steam Machine รุ่นใหม่เอี่ยมอ่อง จอย Steam Controller รุ่นใหม่ และของเล่นชิ้นใหญ่อย่าง Steam Frame แว่น VR แบบ Standalone ทั้งหมดนี้จะเริ่มจัดส่งถึงมือผู้เล่นในช่วงต้นปี 2026 ส่วนรายละเอียดราคาและวันที่ชัดเจน จะประกาศอีกครั้งหลังปีใหม่นี้ ซึ่งในวันนี้ทาง Online-Station จะพาเพื่อน ๆ ไปชมกันว่าฮาร์ดแวร์ใหม่ ๆ เหล่านี้มีอะไรบ้าง และแต่ละเครื่องนั้นมีดีอย่างไร!Steam Machine: คืนชีพ PC สไตล์คอนโซลในรูปแบบกะทัดรัดก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2015 ทาง Valve เคยเปิดตัวเครื่อง Steam Machine ซึ่งเป็นเกมมิ่ง PC ในรูปแบบกะทัดรัดคล้ายเครื่องคอนโซล แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จนักจนเงียบหายและเลิกทำไปในที่สุด ก่อนจะสร้างและวางขาย Steam Deck ในเวลาต่อมาวันนี้ Steam Machine กลับมาอีกครั้ง โดยมีระบบปฏิบัติการ SteamOS (มีฐานจาก Arch Linux) ซึ่งถูกปรับแต่งให้เหมาะกับการเล่นเกม Steam บนจอใหญ่ และยังใช้ Proton เพื่อให้เล่นเกมของระบบปฏิบัติการ Windows ได้ด้วยตัวเครื่องรุ่นใหม่นี้มาในดีไซน์ทรงลูกบาศก์ขนาด 6 นิ้ว (160 มม.) ที่กะทัดรัดและเงียบ ทำให้วางใต้ทีวีหรือบนโต๊ะได้สบาย ๆ นอกจากนี้ Valve ยังอวดด้วยว่า Steam Machine จะมีแรงกว่า Steam Deck ถึง 6 เท่า! และมีความจุ SSD ให้เลือกสองโมเดล ได้แก่ 514GB และ 2TB (มีช่องใส่ micro-SD ทั้งคู่)สเป็คของ Steam Machine มีดังนี้:CPU: Semi-custom AMD Zen 4 6C / 12T (สูงสุด 4.8 GHz, 30W TDP)GPU: Semi-Custom AMD RDNA3 28CUs (2.45GHz max, 110W TDP)รองรับ 4K 60 FPS (ด้วย FSR) และ Ray tracingRAM: 16GB DDR5 + 8GB GDDR6 VRAMDisplayPort 1.4 (สูงสุด 4K @ 240Hz หรือ 8K@60Hz รองรับ HDR, FreeSync)HDMI 2.0 (สูงสุด 4K @ 120Hz รองรับ HDR, FreeSync, CEC)Ethernet 1 GbpsUSB-C 10 Gbps (3.2 Gen 2)4x USB-A (2x USB 3 ด้านหน้า, 2x USB 2 ด้านหลัง)การเชื่อมต่อ: 2×2 Wi-Fi 6E, เสาสัญญาณ BT เฉพาะนอกจากนี้ Steam Machine ยังมีแถบไฟ LED ที่สามารถปรับแต่งได้เพื่อบอกสถานะต่าง ๆ ของระบบ (เช่น กำลังดาวน์โหลด หรือกำลังบูตเครื่อง เป็นต้น) และจะวางขายมัดรวมกับ Steam Controller รุ่นใหม่ (แต่ก็มีขายแยกเช่นกัน) โดยมีวิทยุ 2.4GHz ในตัวสำหรับเชื่อมต่อจอย และสามารถใช้จอยกดเปิดเครื่องได้เลยSteam Controller: จอยรุ่นอัปเกรดใหม่ ถอดแบบจาก Steam Deckจอย Steam Controller รุ่นใหม่นี้ มีการพัฒนาต่อยอดจากรุ่นเก่าในปี 2015 โดยเป็นจอยขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ ที่รองรับทั้ง Steam Machine, Steam Frame, Steam Deck และ PC อื่น ๆ ที่รันแพลตฟอร์ม Steam ได้จุดเด่นคือรอบนี้ Valve ดีไซน์โดยใช้ Steam Deck เป็นต้นแบบ โดยเฉพาะ Trackpad ทรงสี่เหลี่ยม ที่อยู่ใต้แกน Analog ทั้งสองข้าง คล้ายกับบน Steam Deck สามารถใช้สำหรับเล่นเกมที่ไม่รองรับจอย หรือรองรับแค่บางส่วน และตัว Trackpad นี้มีระบบ Haptics แยกจากแรงสั่นที่กริปด้วยจอยตัวนี้ใช้ Analog แบบ magnetic thumbsticks รุ่นใหม่ที่แม่นยำและตอบสนองดีขึ้น มีปุ่มด้านหลัง 2 ปุ่มที่ตั้งค่าได้อิสระ และมีปุ่ม Steam/QAM เหมือนบน Deck นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สัมผัส (Capacitive) ที่กริป ซึ่งคาดว่าใช้ในการเปิด/ปิดระบบ Gyro อย่างรวดเร็วนอกจากนี้จอย Steam Controller นั้นยังรองรับการเชื่อมต่อถึง 3 แบบ ได้แก่ Bluetooth, USB-C (เชื่อมต่อด้วยสาย) และระบบการเชื่อมต่อไร้สายมาตรฐานเฉพาะ (ของ Valve) ซึ่งแบบสุดท้ายนี้จะใช้ตัวรับสัญญาณ "Steam Controller Puck" (แถมมาให้และจับคู่กับจอยไว้แล้ว) ซึ่งเสถียรกว่า Bluetooth มี Latency ต่ำ (สูงสุด 8ms, Polling rate 4ms) และเชื่อมต่อพร้อมกันได้ 4 ตัว มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่า 35 ชั่วโมงSteam Frame: แว่น VR Standalone เล่นได้ทั้งคลัง Steamปิดท้ายด้วยเซอร์ไพรส์ใหญ่ Steam Frame ซึ่งเป็นแว่น VR แบบ Standalone ที่ไม่ต้องเชื่อมต่อกับ PC โดยจะรันบนระบบปฏิบัติการ SteamOS และใช้ CPU Snapdragon และไฮไลท์เด็ดคือเจ้าแว่นนี้รองรับทั้งเกม VR และเกมที่ไม่ใช้ระบบ VR แปลว่าสามารถนำไปใช้เล่นเกมไหนในคลัง Steam ของเราก็ได้!ตัวแว่นมีน้ำหนักเบาเพียง 440g (รวมสายรัดและแบตเตอรี่ 21.5Wh) และมีสเปคภายในดังต่อไปนี้:CPU: Snapdragon 8 Gen 3 (4nm ARM64)RAM: 16GB Unified LPDDR5XStorage: 256GB และ 1TB (รองรับขยายความจุด้วย MicroSD ทั้งคู่)จอภาพ: เลนส์ Pancake จอ LCD คู่ ความละเอียด 2160 x 2160 ต่อข้างRefresh Rate: 72 ถึง 144HzField of View (FOV): สูงสุด 110 องศาTracking: กล้องภายนอก 4 ตัว (สำหรับ Headset และ Controller) และกล้องภายใน 1 ตัวสำหรับ Eye Tracking ซึ่งรองรับ Foveated Rendering (เรนเดอร์ชัดแค่ตรงกลางที่มอง) เพื่อลดภาระเครื่องด้วทั้งนี้ Steam Frame จะมาพร้อมกับคอนโทรลเลอร์เฉพาะ ที่รองรับ 6DoF, IMU, Finger tracking และ Haptics ตัวจอยมีปุ่มเทียบเท่าจอยเกมปกติ ใช้ Analog แบบ TMR magnetics sensors (แม่นยำสูง) ใช้ถ่าน AA และสามารถใช้งานได้นานถึง 40 ชั่วโมงโดยฮาร์ดแวร์ทั้ง 3 ชิ้น (Steam Machine, Steam Controller และ Steam Frame) จะเริ่มทยอยจัดส่งในช่วงต้นปี 2026 ในภูมิภาคที่ Steam Deck วางจำหน่ายอยู่แล้ว (สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป และออสเตรเลีย) รวมถึงภูมิภาคที่ Komodo ตัวแทนของ Steam ให้บริการด้วย (ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง และไต้หวัน)ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่ารอบนี้ฮาร์ดแวร์ของ Steam จะประสบความสำเร็จหรือไม่ และแต่ละเครื่องจะมีราคาเท่าไหร่กันบ้าง แต่ที่แน่ ๆ การเปิดตัวพร้อมกัน 3 เครื่องแบบนี้อาจจะเป็นนิมิตหมายที่ดีก็ได้ เพราะ Valve มีโอกาสนับถึง 3 ได้สักที!! (555+)ข้อมูลอ้างอิงจากhttps://automaton-media.com/en/news/valves-brand-new-steam-machine-is-a-gaming-pc-six-times-more-powerful-than-the-steam-deck/https://automaton-media.com/en/news/valve-announces-new-steam-controller-model-featuring-steam-deck-style-trackpads-and-proprietary-wireless-connection/https://automaton-media.com/en/news/valve-announces-new-standalone-vr-headset-steam-frame-compatible-with-both-vr-and-non-vr-games/
Online Station • 13 พ.ย. 68
สิทธิพิเศษ
เลนสคาท
ร้านแว่นตา
ช้อป • 16 ก.ค. 68
อ่าน
realme GT 8 Pro : ปฏิวัติกล้องมือถือด้วย Ricoh GR และดีไซน์ "โมดูลาร์" ที่ถอดเปลี่ยนได้
ยุคใหม่ของเรือธง: ประสิทธิภาพสูงสุดและเอกลักษณ์ด้านภาพถ่าย realme ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุด realme GT 8 Pro อย่างเป็นทางการในประเทศจีนสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นมากกว่าการอัปเกรดประจำปี แต่เป็นการประกาศสงครามในตลาดพรีเมียมด้วยนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน realme GT 8 Pro ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการ "ที่สุด" ของประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับ "สไตล์" ที่แตกต่างและประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพ หัวใจหลักด้านประสิทธิภาพของ GT 8 Pro คือชิปเซ็ตเรือธงแห่งยุคอย่าง Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 Extreme Edition ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3nm ซึ่งมาพร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Adreno 840 และ RAM LPDDR5X สูงสุด 16GB พร้อมพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.1 สูงสุด 1TB ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีพลังประมวลผลที่ทรงพลังที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด ณ ขณะนี้ นอกจากนี้ realme ยังเพิ่มชิปประมวลผลกราฟิก (Graphic Chip) ที่ออกแบบเองอย่าง R1 เพื่อช่วยเสริมการทำงานของ GPU และยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมและการแสดงผลให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น จุดเด่นด้านสเปกเด่นที่เหนือกว่า: หน้าจอ: LTPO AMOLED ขนาด 6.79 นิ้ว ความละเอียด QHD+ (3136x1440px) อัตรารีเฟรชเรท 144Hz ความสว่างสูงสุดเฉพาะจุดสูงถึง 7,000 nits แบตเตอรี่: ความจุขนาดมหึมา 7,000mAh (แบบ Si/C Dual-cell) รองรับชาร์จไวมีสาย 120W และชาร์จไร้สาย 50W การป้องกัน: มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68/IP69 จุดที่แตกต่าง: Ricoh GR และเกาะกล้องที่ "ถอดเปลี่ยนได้" สิ่งที่ทำให้ realme GT 8 Pro โดดเด่นเหนือเรือธงอื่นในตลาดคือฟีเจอร์ที่เน้นการปรับแต่งและประสบการณ์การถ่ายภาพ ซึ่งเป็นจุดที่ realme สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่มักจะเน้นเพียงกำลังซูมหรือความละเอียดพิกเซลเท่านั้น การถ่ายภาพระดับ Ricoh GR realme ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Ricoh (แบรนด์กล้องคอมแพคระดับตำนาน) เพื่อปรับจูนกล้องหลักของ GT 8 Pro ให้มีเอกลักษณ์ กล้องหลักมีความละเอียด 50MP (เซนเซอร์ 1/1.56 นิ้ว, f/1.8 พร้อม OIS) ซึ่งได้รับการปรับแต่งโทนภาพ (Tuned) โดย Ricoh เพื่อให้ได้ "ลายเซ็นต์" ของภาพถ่ายสไตล์ Ricoh GR ที่โดดเด่นเรื่องคอนทราสต์จัดจ้าน สีสันสมจริง และความสมบูรณ์แบบสำหรับ Street Photography โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีโหมดโทนภาพเอกลักษณ์ของ Ricoh GR ให้เลือกถึง 5 แบบ (เช่น Positive, Negative, High-contrast Black White) ชุดกล้องหลังเสริมที่ทรงพลัง: กล้อง Periscope Telephoto 200MP: (เซนเซอร์ ISOCELL HP5 1/1.56 นิ้ว, OIS) รองรับการซูม Optical 3x และ Lossless Zoom สูงสุด 12x กล้อง Ultra-wide 50MP: มุมมอง 116 องศา นวัตกรรมการออกแบบ: โมดูลกล้องที่ถอดเปลี่ยนได้ (Swappable Camera Island) realme GT 8 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของแบรนด์ที่มาพร้อม โมดูลกล้องที่ถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งมีสลักเกลียว Torx สองตัวสำหรับยึด นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการนำแนวคิด "โมดูลาร์ไรเซชั่น" มาสู่ผู้บริโภคอย่างจริงจัง การปรับแต่งสไตล์: ผู้ใช้สามารถซื้อโมดูลดีไซน์ต่าง ๆ (ทรงสี่เหลี่ยม, ทรงกลม, ทรงหุ่นยนต์) มาเปลี่ยนได้เอง เพื่อให้เข้ากับสไตล์ในแต่ละวัน การสนับสนุน DIY: realme ได้เปิดไฟล์โมเดล 3mf ให้ผู้ใช้สามารถ พิมพ์ 3 มิติ โมดูลเกาะกล้องในแบบที่ตนเองออกแบบได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ชุมชนนักประดิษฐ์ (Maker) ได้สร้างสรรค์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน realme GT 8 Pro ถูกวางตำแหน่งให้เป็น "เรือธงนักฆ่าระดับพรีเมียม (Premium Flagship Killer)" ที่มีสเปกเทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนระดับสูงสุดของตลาด แต่มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าอย่างชัดเจน โดยสรุปแล้ว realme GT 8 Pro ไม่ได้เพียงแต่เสนอสเปกที่ "แรง" แต่ยังเสนอ "ความอิสระในการปรับแต่ง" และ "ประสบการณ์การถ่ายภาพที่มีเอกลักษณ์" ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญอย่างมาก การผสานกันระหว่างพลังของ Snapdragon 8 Elite Gen 5, แบตเตอรี่ 7,000mAh และลายเซ็นต์ Ricoh GR ทำให้ GT 8 Pro เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นทั้งในเกมและการสร้างสรรค์ภาพถ่าย realme GT 8 Pro เปิดตัวในประเทศจีนด้วยราคาที่น่าประทับใจเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้รับ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 3,999 หยวน หรือประมาณ 18,000 บาท ซึ่งราคาขายจริงในประเทศไทยอาจมีการปรับเพิ่มเล็กน้อยจากภาษีและค่าใช้จ่ายในการนำเข้า และ GT 8 Pro เตรียมวางจำหน่ายในตลาดโลกเร็วๆ นี้ (คาดว่าเดือนพฤศจิกายน) ซึ่งจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ในตลาดเรือธงทั่วโลกอย่างแน่นอนครับ Credit : realme
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 5 พ.ย. 68
อ่าน
โทรศัพท์มือถือตัวท็อปสำหรับชาว TikTok ปี 2025 ไม่ใช่แค่โทรศัพท์ แต่คือ "สตูดิโอพกพา"!
ถ้าคุณกำลังจะลุยโลก TikTok อย่างจริงจังในปี 2025 โทรศัพท์มือถือของคุณจะหยุดเป็นแค่โทรศัพท์ธรรมดาไม่ได้อีกต่อไป! มันต้องเป็นได้ทั้ง ชุดกล้องถ่ายทำ (Camera Rig), ห้องตัดต่อวิดีโอ (Editing Suite), บูธเสียง (Sound Booth), และ สตูดิโอไลฟ์สด (Live Broadcast Studio) ในเครื่องเดียว การดูแค่สเปกตัวเลขดิบ ๆ จึงไม่พอแล้ว คุณต้องมีกล้องที่เก่งพอจะคุมแสงไม่ให้ไฮไลต์วอด (Blow out highlights) หรือไม่ทำให้ภาพมืดจนเสียรายละเอียด (Lose detail in low light) มีซอฟต์แวร์ที่เข้าใจขั้นตอนการทำงานสร้างสรรค์ และการเชื่อมต่อที่เสถียรสุด ๆ แม้ในระหว่างอัปโหลด และที่สำคัญที่สุดคือ... ทั้งหมดต้องใส่กระเป๋าเสื้อได้! นี่คือการเจาะลึกสมาร์ทโฟนตัวเด็ดที่สุดสำหรับครีเอเตอร์ TikTok ในปี 2025 โดยวัดจากสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ต่อการถ่ายทำ การตัดต่อ และการโพสต์คอนเทนต์ขณะเดินทาง 1. iPhone 17 Pro / 17 Pro Max: พลังการประมวลผลระดับสตูดิโอ จุดเด่น: สร้างมาเพื่อครีเอเตอร์สายจริงจังโดยเฉพาะ! iPhone 17 Pro และ Pro Max มาพร้อมระบบกล้อง 48MP สามตัว และเลนส์ Telephoto เจเนอเรชันใหม่ที่ซูมออปติคัลได้ถึง 8 เท่าที่ระยะ 200 มม. ซึ่งยอดเยี่ยมมากสำหรับการถ่ายวิดีโอแนว Portrait และ B-roll ที่มีสไตล์ กล้องหน้า 18MP ก็สุดล้ำด้วยการใช้เซนเซอร์สี่เหลี่ยมที่ช่วยให้ถ่ายวล็อกหรือเซลฟี่ออกมาดู กว้างแบบภาพยนตร์ (Cinematic-looking vlogs) สิ่งที่เหนือกว่า: ชิป A19 Pro ผสานกับ Neural Engine 16-core ประมวลผลวิดีโอ 4K 120fps Dolby Vision ได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องกลัวเครื่องสะดุด และสามารถตัดต่อฟุตเทจความละเอียดสูงได้โดยตรงในแอปฯ ตัดต่อยอดนิยมอย่าง CapCut หรือ iMovie โดยระบบไม่ช้าลง ฟีเจอร์ Dual Capture ยังช่วยให้คุณบันทึกภาพจากกล้องหน้าและหลังพร้อมกันได้ทันที เหมาะสำหรับวล็อกเกอร์สายรีแอ็กชันและการเล่าเรื่อง ด้วยระบบระบายความร้อนแบบ Vapor Chamber และความจุสูงสุด 2TB ทำให้ iPhone รุ่นนี้มีประสิทธิภาพระดับสตูดิโอจริง ๆ 2. Google Pixel 10 Pro / Pro XL: AI อัจฉริยะช่วยงานเบื้องหลัง จุดเด่น: เหมาะกับครีเอเตอร์ที่อยากให้ซอฟต์แวร์ทำงานหนักแทนคุณ! แม้ชิป Tensor G5 อาจไม่ชนะเลิศในด้านการวัด Benchmark แต่ Google เน้นพัฒนาไปที่ประสิทธิภาพของกล้องเป็นหลัก ฟีเจอร์เด่นอย่าง Magic Cue, Auto Best Take, และ Camera Coach จะช่วยปรับปรุงฉากและให้คำแนะนำในการถ่ายภาพแบบเรียลไทม์ ทำให้คุณถ่ายวิดีโอออกมาดูดีได้โดยไม่ต้องคิดมาก สิ่งที่เหนือกว่า: กล้อง 48MP Pro Res Zoom รองรับการซูมดิจิทัลสูงสุด 100 เท่า พร้อมระบบกันสั่นที่นิ่งและเก็บรายละเอียดได้คมชัด กล้องหน้าก็จัดเต็มด้วยการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps และฟีเจอร์อย่าง Cinematic Blur และ HDR10+ ที่เพิ่มความสวยงามระดับมืออาชีพให้คลิปของคุณ ที่น่าสนใจคือ Google เปิดตัว Pixelsnap ระบบอุปกรณ์เสริมแม่เหล็กที่รองรับการชาร์จไร้สาย 25W Qi2 และสามารถใช้กับกริปหรือกิมบอลได้ง่าย สร้าง Ecosystem ที่เป็นมิตรกับครีเอเตอร์อย่างแท้จริง 3. Samsung Galaxy S25 Ultra: เกรดสีและดีเทลระดับโปร จุดเด่น: ดีไซน์มาเพื่อครีเอเตอร์ที่มองว่าวิดีโอมือถือคืองานระดับมืออาชีพ! เซนเซอร์กล้องหลัก 200MP มอบฟุตเทจที่มีรายละเอียดสูงมาก และกล้อง Ultra-wide ใหม่ 50MP ที่ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้สะอาดตาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่เหนือกว่า: แอปพลิเคชันกล้องถูกอัปเกรดด้วยเครื่องมืออย่าง ProScaler สำหรับการประมวลผลภาพขั้นสูง และ Galaxy Log สำหรับการเกรดสีโดยตรงในกล้อง (In-camera color grading) ทำให้คุณสามารถรักษาโทนสีและสไตล์วิดีโอให้สม่ำเสมอได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการซูมออปติคัลที่ระยะ 5 เท่าและ 10 เท่า เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดเฟรม ชิป Snapdragon 8 Elite ขับเคลื่อน AI On-device และมาพร้อม Vapor Chamber ขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อป้องกันเครื่องร้อนเกินไป ทำให้คุณสามารถอัดวิดีโอติดต่อกันได้ยาวนานด้วยแบตเตอรี่ 5000mAh 4. Xiaomi 15 Ultra: ควบคุมด้วยมือและการรับรองมาตรฐานภาพยนตร์ จุดเด่น: ตอบโจทย์ครีเอเตอร์สายโปรที่ต้องการการควบคุมแบบแมนนวลเต็มรูปแบบและวิดีโอระดับ High-End! ใช้ระบบกล้องสี่ตัวที่มาพร้อมแบรนด์ Leica เซนเซอร์หลักมีขนาดใหญ่ถึง 1 นิ้ว และเลนส์ Telephoto 200MP HP9 รองรับการบันทึก 4K 120fps, 10-bit Log และมาตรฐานวิดีโอที่ได้รับการรับรองจาก ACES สิ่งที่เหนือกว่า: Xiaomi จัดชุดใหญ่ด้วย Photography Kit Edition ซึ่งเป็นกริปเสริมที่มีปุ่มชัตเตอร์, ที่วางนิ้วโป้ง, วงแหวนสำหรับใส่ฟิลเตอร์, และมีแบตเตอรี่ในตัว 2,000mAh ช่วยให้ครีเอเตอร์ทำงานต่อได้นานขึ้นในขณะถ่ายทำ ตัวโทรศัพท์ทำงานบนระบบ HyperOS ที่จัดการไฟล์วิดีโอขนาดใหญ่และงานตัดต่อที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ทำ Mobile Filmmaking ในแบบสตูดิโอพกพา 5. vivo X200 Ultra: เน้นภาพเป็นหลักด้วยพลังชิปคู่ จุดเด่น: เป็นสมาร์ทโฟนที่ให้ความสำคัญกับการถ่ายภาพเหนือสิ่งอื่นใด! มาพร้อมเซนเซอร์ Sony LYT-818 50MP สองตัว และเลนส์ Zeiss APO super-telephoto 200MP ที่ซูมออปติคัลได้ 200 มม. และใช้ ชิปประมวลผลภาพเฉพาะ (Custom Imaging Chips) สองตัว คือ VS1 และ V3+ ที่จัดการภาพทั้งก่อนและหลังการถ่าย ทำให้ประสิทธิภาพตอบสนองรวดเร็วแม้จะใช้โหมดวิดีโอที่ซับซ้อน สิ่งที่เหนือกว่า: รองรับ 4K 120fps, วิดีโอ Time-lapse, และชุด Teleconverter Kit ระดับมืออาชีพ นอกจากนี้ยังมีชุด Photographers Kit แยกต่างหากที่มาพร้อมคันโยกซูม (Zoom Lever), กริปชัตเตอร์, และแบตเตอรี่ 2300mAh ทำให้เป็นโทรศัพท์ที่ปรับเปลี่ยนได้สูงสำหรับการสร้างสรรค์คอนเทนต์สไตล์มืออาชีพ 6. iPhone 17 (รุ่นพื้นฐาน): ตัวเลือกง่าย ๆ แต่ได้ฟีเจอร์โปร จุดเด่น: เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับครีเอเตอร์สายไลฟ์สไตล์และวล็อกเกอร์ทั่วไปที่เน้นความง่ายแต่ได้คุณภาพระดับโปร! รุ่นพื้นฐานนี้ได้ฟีเจอร์ระดับ Pro มาหลายอย่าง เช่น หน้าจอ 6.3 นิ้วที่มาพร้อม ProMotion และ Always-On Display ชิป A19 ที่ยังคงมีพลังการประมวลผลระดับสูง กล้องหลักและ Ultra-wide เป็น 48MP ทั้งคู่ สิ่งที่เหนือกว่า: กล้องหน้า 18MP Center Stage ใหม่ที่ใช้ AI ในการติดตามใบหน้า, หมุนทิศทาง, และปรับเฟรมสำหรับการเซลฟี่แบบกลุ่มและวล็อกโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังรองรับ 4K HDR Video และ Dual Capture ทำให้ iPhone 17 เป็นตัวเลือกที่เบา เร็ว และใช้งานง่ายสำหรับทุกคนที่ต้องการสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงในชีวิตประจำวัน
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 5 พ.ย. 68
อ่าน
มือถือใหม่ Thailand Mobile Expo 2025 คัดรุ่นใหม่น่าใช้ ที่จะมาในงานนี้
ใกล้เข้ามาแล้วครับ สำหรับงาน Mobile Expo 2025 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 2326 ตุลาคม 2568 ณ. ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ที่เดินทางสะดวกทั้งรถส่วนตัว หรือรถไฟฟ้าก็ง่ายเช่นกัน กลับมาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งงานที่ใหญ่ที่สุดแห่งปีเลยครับ เพราะจะเป็นงานทิ้งท้ายงานใหญ่ปลายปี ที่เหล่าผู้ผลิตต่างขนดีลเด็ด โปรโมชั่นโดน และของแถมเพียบตามแบบฉบับงานโมบายล์อีกเช่นเคย งาน Thailand Mobile Expo 2025 มหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดครั้งนี้ เรา True ID ได้รวบรวมไฮไลต์สำคัญของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่หลายรุ่นจะมาวางขายที่งานนี้เป็นที่แรก วันนี้เราคัดมาให้เน้นๆ แล้วกับ 30 รุ่นเด็ดที่จะมาแน่ในงานนี้ ใครกำลังเล็งมือถือรุ่นใหม่อยู่ เดินงานนี้น่าจะได้เสียเงินกันล่ะ ไปติดตามกันเลย iPhone 17 Pro Max iPhone 17 Pro Max คือเรือธงที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เปิดตัวด้วยดีไซน์ตัวเครื่องแบบชิ้นเดียวที่ขึ้นรูปจากอะลูมิเนียมสุดแกร่ง พร้อมขุมพลัง ชิป A19 Pro ที่เร็วสุดขั้ว และเสริมด้วยเทคโนโลยี Vapor Chamber ช่วยระบายความร้อน ทำให้สามารถรักษาระดับประสิทธิภาพของ CPU และ GPU ได้นานต่อเนื่องสูงสุดถึง 40%! สำหรับสายกล้องก็ไม่ผิดหวัง เพราะมาพร้อมระบบกล้องหลัง 48MP ระดับโปรที่ซูมได้โหดขึ้นถึง 8 เท่าแบบออปติคัล ให้คุณเก็บรายละเอียดได้คมชัดกว่าเดิม และไฮไลต์เด็ดที่ทุบสถิติคือแบตเตอรี่ที่อึดที่สุดในตระกูล iPhone สามารถ เล่นวิดีโอได้นานสูงสุดถึง 37 ชั่วโมง ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ปิดท้ายด้วยการอัปเกรดซอฟต์แวร์สู่ iOS 26 และฟีเจอร์อัจฉริยะ Apple Intelligence ที่ช่วยอำนวยความสะดวกตั้งแต่การสร้างสรรค์ภาพไปจนถึงการแปลภาษาสดเลยทีเดียว iPhone 17 iPhone 17 มาพร้อมการอัปเกรดที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าจอ Super Retina XDR ขนาด 6.3 นิ้ว ที่สว่างสุดๆ และได้นำเทคโนโลยี ProMotion 120Hz มาใช้ในรุ่นมาตรฐานเป็นครั้งแรก ทำให้การแสดงผลลื่นไหลยิ่งขึ้น พร้อมเสริมความทนทานด้วยกระจก Ceramic Shield 2 ที่ทนการขีดข่วนได้ดีกว่าเดิมถึง 3 เท่า! ด้านประสิทธิภาพใช้ชิป A19 ที่เร็วแรงและมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวัน นอกจากนี้ยังอัปเกรดระบบกล้องหลักเป็น Fusion คู่ 48MP และกล้องหน้าใหม่ Center Stage 18MP ที่สามารถจัดเฟรมภาพเซลฟี่กลุ่มได้อย่างชาญฉลาด ปิดท้ายด้วยการมาพร้อม iOS 26 และคุณสมบัติ Apple Intelligence ที่มีประโยชน์มากมาย เช่น การแปลภาษาสดและการสร้าง Genmoji ที่เปลี่ยนประสบการณ์การใช้งาน iPhone ไปอีกขั้น Samsung Galaxy S25 Ultra Samsung Galaxy S25 Ultra คือสุดยอดสมาร์ทโฟนที่รวมพลังแห่งนวัตกรรมไว้ครบถ้วน โดยมีไฮไลต์เด่นอยู่ที่การเป็นผู้นำเข้าสู่ยุค AI ในมือถือ (Galaxy AI) ที่ช่วยให้การทำงานในชีวิตประจำวันง่ายขึ้นมาก เช่น การทำงานหลายแอปพร้อมกันด้วยการสั่งการง่ายๆ ผ่าน Google Gemini เพียงแค่กดแล้วพูด นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้อง AI ProVisual Engine ที่ล้ำหน้าที่สุด เพื่อให้ได้ฟุตเทจที่คมชัดแม้ในที่แสงน้อย, ขับเคลื่อนด้วย หน่วยประมวลผลทรงพลังที่สร้างมาเพื่อ Galaxy โดยเฉพาะ, และมี อายุแบตเตอรี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ ซึ่งใช้งานได้ยาวนานทุบสถิติถึง 37 ชั่วโมงสำหรับการเล่นวิดีโอ, ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ดีไซน์ที่ ประณีตบรรจง ด้วย เฟรมไทเทเนียม ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ และปากกา S Pen ในตัวหนึ่งเดียวในตลาด Samsung Galaxy S25 FE Samsung Galaxy S25 FE มาพร้อมการอัปเกรดที่คุ้มค่าเพื่อมอบประสบการณ์ระดับเรือธงในราคาที่เข้าถึงได้ โดยโดดเด่นด้วยหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X 120Hz ขนาด 6.7 นิ้ว ที่คมชัดและลื่นไหล, ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Samsung Exynos 2400 (Deca-Core) ที่ให้ประสิทธิภาพสูง รองรับวิดีโอ 8K และมีกล้องหลังระดับโปรความละเอียด 50MP + 12MP + 8MP พร้อม Optical Zoom 3x และ OIS กันสั่น ที่สำคัญคือมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 4,900 mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน รองรับการชาร์จเร็ว 45W (แบบมีสาย) และ 15W (ไร้สาย) พร้อมคุณสมบัติกันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP68 ที่ช่วยให้คุณมั่นใจในการใช้งานในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ยังอัดแน่นด้วยฟีเจอร์อัจฉริยะภายใต้ Galaxy AI มากมาย รวมถึง Google Gemini, Photo Assist และฟีเจอร์แก้ไขภาพอื่นๆ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการสเปกแรง กล้องเทพ และฟีเจอร์ AI ครบครัน Samsung Galaxy A56 5G Samsung Galaxy A56 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่มอบความสามารถที่โดดเด่นในซีรีส์ Galaxy A โดยมีไฮไลต์ที่หน้าจอแสดงผล FHD+ Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ที่มาพร้อมกับ Vision Booster เพื่อความสว่างสูงสุด 1,200 nits ทำให้รับชมได้อย่างยอดเยี่ยมทุกสภาพแสง, ตัวเครื่องมีความทนทานสูงด้วย เฟรมโลหะ และกระจก Corning Gorilla Glass Victus+ พร้อมมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น IP67 ภายในขับเคลื่อนด้วย หน่วยประมวลผล Octa-core ระดับเน็กซ์เจนพร้อมระบบระบายความร้อนที่ดีขึ้น ทำให้การเล่นเกมและการมัลติทาสก์ลื่นไหล, มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 mAh ที่สามารถรับชมวิดีโอได้นานถึง 29 ชั่วโมง, และยังมีคุณสมบัติอัจฉริยะอย่าง "วงเพื่อค้นหาด้วย Google" และฟีเจอร์กล้อง Object Eraser ที่ช่วยให้ภาพถ่ายของคุณไร้ที่ติ Xiaomi 15 Ultra Xiaomi 15 Ultra คือสุดยอดสมาร์ทโฟนที่ยกระดับการถ่ายภาพไปอีกขั้น ด้วยระบบ กล้องสี่ตัวแห่งอนาคตจาก Leica ที่มีไฮไลต์คือ กล้องหลัก 1 นิ้ว พร้อมเลนส์ออปติคอล Summilux จาก Leica และกล้อง Ultra Telephoto 200MP ใหม่ล่าสุด ที่ให้ช่วงซูมครอบคลุมตั้งแต่ 14 มม. ถึง 200 มม. พร้อมรูรับแสงที่กว้างในทุกความยาวโฟกัส ซึ่งช่วยให้สามารถเก็บภาพยามค่ำคืนและรายละเอียดจากระยะไกลได้อย่างเหนือระดับ ขุมพลังของเครื่องมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite ที่ใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิต 3nm เพื่อประสิทธิภาพที่ล้ำหน้า พร้อมทำงานบน Xiaomi HyperOS 2 ที่ขับเคลื่อนด้วย Xiaomi HyperAI เพื่อสร้าง Ecosystem อัจฉริยะ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังมีดีไซน์ที่งดงามและทนทานด้วยโครงสร้าง Xiaomi Guardian Structure ที่ใช้เฟรมอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูงและปกป้องด้วย Xiaomi Shield Glass 2.0 Xiaomi 15T Pro Xiaomi 15T Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในด้านประสิทธิภาพและการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับระบบ กล้อง Leica สามตัว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มี เลนส์เทเลโฟโต้ Leica 5x Pro พร้อมออปติคัลซูม 5 เท่า และซูมระดับออปติคัลสูงสุด 10 เท่า พร้อมกล้องหลัก 50MP Light Fusion 900 ที่ใช้เลนส์ Summilux จาก Leica ซึ่งมีรูรับแสงกว้างและเซนเซอร์ไดนามิกเรนจ์สูงถึง 13.5EV ทำให้เก็บรายละเอียดแสงและเงาได้อย่างสมบูรณ์แบบแม้ในที่แสงน้อย ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9400+ และมาพร้อมจอถนอมสายตาขนาด 6.83 นิ้ว ที่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz เพื่อการแสดงผลที่ลื่นไหล นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,500mAh ที่ใช้งานได้ยาวนาน และรองรับระบบชาร์จเร็ว HyperCharge 90W (แบบมีสาย) และ 50W (แบบไร้สาย) ทำให้คุณพร้อมใช้งานอยู่เสมอ Redmi A5 Redmi A5 เป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่เน้นมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่าย โดยมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.88 นิ้ว ที่ให้อัตราการรีเฟรชสูงถึง 120Hz และรองรับ DC dimming รวมถึงใบรับรองสามใบจาก TV Rheinland เพื่อการถนอมสายตา ทำให้ประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์และการอ่านลื่นไหลและสบายตา ภายในขับเคลื่อนด้วย โปรเซสเซอร์ Octa-core รุ่นใหม่ที่มอบประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นถึง 83% พร้อมรองรับการขยาย RAM แบบไดนามิกสูงสุด 8GB เพื่อความราบรื่นในการใช้งาน ด้านการถ่ายภาพมาพร้อม กล้องคู่ AI 32MP ที่มีเซ็นเซอร์กล้องใหญ่ขึ้น สามารถจับแสงได้มากขึ้น 18% ทำให้ถ่ายภาพยามค่ำคืนได้ดีขึ้น และโดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,200mAh ที่รองรับการชาร์จเร็ว 15W ซึ่งสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 1.45 วันสำหรับการใช้งานทั่วไป vivo X200 Pro vivo X200 Pro ถูกสร้างมาเพื่อเป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่โดดเด่นด้านการถ่ายภาพและประสิทธิภาพ ด้วยระบบกล้องที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS ซึ่งมีไฮไลต์คือ กล้องเทเลโฟโต้ ZEISS APO คมชัด 200MP พร้อมเซนเซอร์ขนาดใหญ่ที่ช่วยให้ซูมได้ถึง 100x และถ่ายภาพในโหมดต่าง ๆ ได้อย่างน่าทึ่ง เช่น เทเลโฟโต้พอร์ตเทรตที่สมบูรณ์แบบ, และ กล้องหลัก ZEISS สีสันเที่ยงตรง 50MP พร้อมเซนเซอร์ vivo Sony LYT-818 เพื่อภาพถ่ายที่คมชัดและสีสันแม่นยำ ภายในขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง MediaTek Dimensity 9400 ขนาด 3 นาโนเมตร เพื่อประสิทธิภาพที่เหนือกว่า พร้อมชิปประมวลผลภาพและวิดีโอ vivo V3+ นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสุดอึดถึง 6,000 mAh พร้อมเทคโนโลยี Semi-Solid ที่ทนทานต่อสภาวะอุณหภูมิ และมีดีไซน์ที่หรูหราด้วยหน้าจอ Quad Curved ที่เสริมความแข็งแกร่งด้วย กระจก Armor Glass vivo V60 vivo V60 คือสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่มุ่งเน้นประสบการณ์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตขั้นสูงและแบตเตอรี่ที่ทนทานเป็นพิเศษ โดยมีไฮไลต์ที่ระบบกล้อง ZEISS ระดับโปร ประกอบด้วย กล้องหลัก ZEISS OIS 50MP และ กล้องซูเปอร์เทเลโฟโต้ ZEISS 50MP ที่มีโครงสร้างแบบปริทรรศน์ พร้อมระบบกันสั่น OIS ซึ่งสามารถรองรับ พอร์ตเทรต ZEISS หลายระยะโฟกัส ได้ถึง 5 ระยะ และมีโหมด เทเลโฟโต้ซูมเวที 10x เพื่อเก็บภาพได้คมชัดแม้ในระยะไกล ด้านพลังงานโดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ BlueVolt ความจุ 6,500 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 90W FlashCharge นอกจากนี้ยังมาพร้อมการป้องกันที่ครอบคลุมด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 และ IP69 และมีฟีเจอร์ AI ช่วยปรับแต่งภาพถ่าย เช่น AI พอร์ตเทรต 4 ฤดู และ AI ช่วยลบวัตถุในภาพ iQOO 13 5G iQOO 13 5G คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกมและการใช้งานหนัก โดยมาพร้อมกับชิปเซ็ตระดับเรือธง Snapdragon 8 Elite Mobile Platform ที่ใช้กระบวนการผลิต 3 นาโนเมตร และสถาปัตยกรรมคอร์ขนาดใหญ่ทั้งหมด 2+6 ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 45% และประหยัดพลังงานมากขึ้น 44% พร้อมระบบระบายความร้อน Ultra VC 7K เพื่อควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดดเด่นด้านการแสดงผลด้วย หน้าจอถนอมสายตา 2K 144Hz ที่มาพร้อมชิปประมวลผลกราฟิก Q2 ทำให้สามารถทำงานพร้อมกันที่ความละเอียด 2K และอัตราเฟรม 144 FPS เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่บางเฉียบความจุ 6,150 mAh และระบบกล้องหลังสามตัวความละเอียดสูง 50MP + 50MP + 50MP เพื่อการถ่ายภาพด้วยสีสันสมจริง realme GT 7 Pro realme GT 7 Pro เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่เน้นพลังการทำงานและการถ่ายภาพขั้นสูง โดยขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite ซึ่งเป็นชิปตัวแรกของ Qualcomm ที่ใช้โครงสร้าง dual prime core และกระบวนการผลิต 3nm จาก TSMC ทำให้มีสมรรถนะสูงขึ้น 45% พร้อมคะแนน AnTuTu มากกว่า 3,000,000+ มาพร้อมกล้องหลัง AI Ultra-clear Snap สามตัวระดับแฟลกชิปจาก Sony ซึ่งประกอบด้วย IMX 882 3X Periscope 50MP เพื่อการซูมระยะไกลถึง 120X ได้อย่างคมชัด และมีฟีเจอร์ AI ด้านภาพถ่ายที่หลากหลาย หน้าจอเป็นแบบ RealWorld Eco OLED Plus ขนาด 6.78 นิ้ว ที่ realme พัฒนาร่วมกับ Samsung ซึ่งเป็นจอแบน LTPO 8T ที่ให้อัตรารีเฟรชแบบแปรผัน 120Hz พร้อมความสว่างสูงสุด 6,500 นิต และยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,500mAh ที่รองรับระบบชาร์จเร็ว Ultra Charge 120W นอกจากนี้ยังมีความทนทานต่อฝุ่นและน้ำในระดับสูงสุดด้วยมาตรฐาน IP69 realme 15 Pro 5G realme 15 Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นในด้านประสิทธิภาพ กล้องถ่ายภาพ และแบตเตอรี่ โดยขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 ที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 1,100,000 คะแนน AnTuTu พร้อมระบบระบายความร้อน 7000mm AirFlow VC ขนาดใหญ่เพื่อรองรับการเล่นเกมที่หนักหน่วงได้ยาวนาน กล้องมีความคมชัดสูงระดับ Photography Master ด้วยกล้อง 50MP ครบทุกเลนส์ (กล้องหลัก, กล้องมุมกว้าง, และกล้องเซลฟี่) ซึ่งรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ได้ทุกเลนส์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมหน้าจอ 144Hz HyperGlow 4D Curve+ เพื่อประสบการณ์ภาพที่สว่างสดใสและลื่นไหล และมีแบตเตอรี่ความจุใหญ่พิเศษถึง 7,000mAh พร้อมระบบชาร์จไว 80W Ultra Charge ที่ช่วยให้ใช้งานได้ต่อเนื่องตลอดวัน realme Note 70 realme Note 70 เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความทนทานและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานเป็นพิเศษ ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,300mAh พร้อมระบบชาร์จไว 15W และฟังก์ชันชาร์จย้อนกลับ 6W ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 2 วัน ตัวเครื่องมีความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้าง ArmorShell ที่ผ่านมาตรฐานทางทหารสำหรับกันกระแทกระดับสูง (ทนตกสูง 1.8 เมตร) และมีระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำกระเด็น IP54 ภายในขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Octa-core ที่ทำคะแนน AnTuTu ได้ 280K และมีหน้าจอ 90Hz ที่รองรับ Real DC-Dimming เพื่อถนอมสายตา นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ AI เช่น AI Eraser สำหรับลบวัตถุในภาพ และมีลำโพงที่ให้พลังเสียงดังถึง 300% OPPO Find X8 Pro OPPO Find X8 Pro คือสมาร์ทโฟนแฟลกชิปที่เน้นความเป็น "ที่สุดของกล้อง และ AI ทรงพลัง" โดยมีจุดเด่นที่ระบบกล้อง Hasselblad ที่มาพร้อม กล้องหลัก Hypertone 4 ตัว ประกอบด้วย กล้อง Telephoto คู่ (3x และ 6x) ความละเอียด 50MP ทั้งคู่ ซึ่งรองรับการซูมสูงสุดถึง 120x ด้วยพลัง AI Telescope Zoom พร้อมฟีเจอร์ AI ด้านการถ่ายภาพ เช่น Lightning Snap และ AI Photo Remaster ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Trinity Engine x Dimensity 9400 ระดับ 3 นาโนเมตร เพื่อการทำงานที่เสถียรและทรงพลัง และมาพร้อมแบตเตอรี่ OPPO Silicon-carbon ความจุ 5,910mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 26 ชั่วโมง และรองรับการชาร์จไว 80W SuperVOOC OPPO Reno 14 Series OPPO Reno 14 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น "ไอเทมคู่ใจสำหรับปาร์ตี้" โดยเน้นที่การถ่ายภาพพอร์ตเทรตในสภาวะแสงน้อยด้วยฟีเจอร์ AI แฟลช ที่สุดของการถ่ายภาพด้วยแฟลช และ AI แก้ไขภาพอัจฉริยะ 2.0 ที่ทำหน้าที่เหมือนช่างภาพมืออาชีพส่วนตัว ตัวเครื่องมีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ลวดลายหางปลาพลิ้วไหวแบบ ดีไซน์ออร่าไล่เฉดสี และ ฝาหลังกระจกกำมะหยี่ ที่บางเฉียบเพียง 7.42 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 187 ก. พร้อมหน้าจอ OLED 6.59 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ที่รองรับฟีเจอร์ Splash Touch และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี AI สำหรับการเล่นเกม (AI Gaming) และระบบปฏิบัติการ ColorOS ที่มี Google Gemini ในตัว OPPO A6 Pro 5G OPPO A6 Pro 5G มีจุดเด่นที่ความทนทานเป็นพิเศษและอายุการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่นระดับสูงสุด IP69 ซึ่งสามารถทนทานต่อน้ำแรงดันสูงและน้ำร้อนกระเด็นได้ พร้อมการรับรองมาตรฐานทางการทหารเพื่อทนต่อแรงกระแทก ตัวเครื่องมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,500mAh ที่ทนทานยาวนานเกิน 5 ปี และรองรับเทคโนโลยีชาร์จไว 80W SUPERVOOC ที่สามารถชาร์จเต็มได้ภายใน 50 นาที นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์ความบันเทิงที่ลื่นไหลผ่านหน้าจอ AMOLED สว่างพิเศษ 120Hz และระบบระบายความร้อน SuperCool VC ที่ช่วยให้เครื่องเย็น แม้ในระหว่างการเล่นเกมหนักด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 6300 HUAWEI Pura 80 Ultra HUAWEI Pura 80 Ultra ถูกนิยามให้เป็น "นิยามใหม่ของดีไซน์แห่งอนาคต" ที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศด้านการถ่ายภาพอย่างที่สุด โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ระบบกล้อง "เทเลโฟโต้คู่แบบสลับได้" ที่มีเซนเซอร์ขนาดใหญ่พิเศษ พร้อม กล้อง Ultra Lighting HDR ขนาด 1 นิ้ว ซึ่งให้ช่วงไดนามิกสูงถึง 16 EV ทำให้เก็บรายละเอียดแสงและเงาได้อย่างแม่นยำแม้ในที่แสงน้อย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอ Crystal Armour Kunlun Glass รุ่นที่ 2 เพื่อความทนทาน และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ที่เน้นสัญลักษณ์ Forward Symbol และวงแหวนกล้องสีทอง พร้อมประสบการณ์อันชาญฉลาดและทรงพลังผ่านฟีเจอร์ AI ต่าง ๆ HUAWEI nova Y73 HUAWEI nova Y73 โดดเด่นด้วยการเป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความอึดของแบตเตอรี่และความทนทาน โดยมาพร้อม แบตเตอรี่ซุปเปอร์ขนาดใหญ่ 6,620 mAh ที่สามารถรองรับการใช้งานได้ยาวนาน และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 40 W HUAWEI SuperCharge Turbo ที่ชาร์จเพียง 10 นาทีก็สามารถเล่นวิดีโอได้ถึง 5 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบให้ ทนทานต่อการตกและละอองน้ำ ด้วยการรับรองระดับห้าดาวจาก SGS และมาตรฐาน IP64 สำหรับกันฝนและฝุ่น และมีฟีเจอร์ที่ใช้งานง่ายอย่าง X Button ซึ่งทำหน้าที่เป็นปุ่มลัดอเนกประสงค์สำหรับการเรียกใช้แอปที่ใช้บ่อย, ทางลัดวิดเจ็ต หรือเป็นรีโมทอัจฉริยะ HONOR Magic V5 HONOR Magic V5 เป็นสมาร์ทโฟนจอพับได้ที่เน้นการพลิกโฉมประสบการณ์ผู้ใช้ โดยมีจุดเด่นที่การออกแบบ "ศิลปะแห่งการพับที่ 8.8 มม." ซึ่งบางเฉียบที่สุดในอุตสาหกรรม และมีความทนทานสูงด้วยบานพับเหล็กเกรดโล่ที่ทนทานต่อการพับได้ 500,000 ครั้ง พร้อมการรับรองกันน้ำและฝุ่นระดับ IP58 และ IP59 ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Mobile Platform และยังให้พลังงานที่ยาวนานด้วย แบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน 5,820mAh ซึ่งเป็นรุ่นแรกในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังมีการบูรณาการ Gemini AI สำหรับผู้ช่วยอัจฉริยะแบบแบ่งหน้าจอ และมาพร้อมระบบกล้อง HONOR Falcon ที่มีกล้อง Telephoto Periscope Ultra Sensing 64MP เพื่อการถ่ายภาพระดับภาพยนตร์ HONOR 400 Pro HONOR 400 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้านการถ่ายภาพด้วย ระบบกล้องหลัก AI แบบแอดวานซ์ความละเอียด 200MP พร้อมเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.4 นิ้ว และระบบกันสั่น OIS/EIS รวมถึงกล้องเทเลโฟโต้ 50MP ที่ซูมออปติคอลได้ 3 เท่า และฟีเจอร์ Advance AI Image to Video และ HD Moving Photo ตัวเครื่องมาพร้อมดีไซน์บางเบา (8.1 มม., 205 ก.) ที่จับถนัดมือ และยังมอบพลังงานที่เหนือกว่าด้วย แบตเตอรี่ซิลิกอนคาร์บอน 6,000mAh พร้อมคุณสมบัติความทนทานระดับสูงด้วยมาตรฐาน กันน้ำและฝุ่น IP68 IP69 นอกจากนี้ยังมี หน้าจอสว่างสูงสุด 5,000 nit ทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนในทุกสภาพแสง HONOR X9C 5G HONOR X9C 5G ถูกออกแบบมาเพื่อความทนทานเป็นพิเศษและแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน โดยมีจุดเด่นหลักคือเทคโนโลยีป้องกันการตกกระแทก HONOR Ultra-Bounce 2.0 ที่ต้านทานการตกได้ถึง 2 เมตร พร้อมการปกป้องรอบด้าน 360 และมาตรฐานกันน้ำระดับ IP65M นอกจากนี้ยังมาพร้อม แบตเตอรี่ซิลิคอนคาร์บอนขนาดใหญ่พิเศษ 6,600mAh ที่รองรับการชาร์จไว 66W HONOR SuperCharge เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานตลอดวัน ด้านความบันเทิงมาพร้อม หน้าจอ Risk-free Dimming ที่มีความสว่างสูงสุดถึง 4,000 nits เพื่อความสบายตา และระบบ กล้อง AI คมชัด 108MP พร้อม OIS เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัดและลดภาพเบลอ Infinix GT 30 Pro Infinix GT 30 Pro ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เกมเมอร์โดยเฉพาะ โดยมีไฮไลต์สำคัญที่ประสิทธิภาพในการเล่นเกมอย่างเหนือชั้นด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8350 Ultimate 5.5G ที่สามารถขยาย RAM ได้สูงสุดถึง 24GB พร้อมระบบระบายความร้อนเพื่อเกมเมอร์ตัวจริง ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอเกมมิ่งระดับเรือธง 1.5K 144Hz AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรช 144Hz และอัตราการตอบสนองการสัมผัส 2160Hz เพื่อความลื่นไหลสูงสุด นอกจากนี้ยังมีปุ่ม GT Trigger ที่ช่วยให้ควบคุมเกมได้อย่างแม่นยำเหมือนคอนโซล และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์แบบ Mechanical Light Waves ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พร้อมกล้องหลักความคมชัด 108MP สำหรับการถ่ายภาพที่คมชัดในทุกรายละเอียด Infinix Note 50 Pro+ 5G Infinix Note 50 Pro+ (5G) ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่เร็วแรงและทรงพลังในทุกด้าน โดยมีไฮไลต์สำคัญที่สเปคระดับสูง ได้แก่ ชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8350 Ultimate ที่รองรับ 5G เพื่อความเร็วเหนือจินตนาการ และมอบประสบการณ์การเล่นเกมเฟรมเรตสูง 120FPS ได้อย่างเสถียร ระบบกล้องโดดเด่นด้วยกล้องหลักคมชัด 50MP พร้อม OIS และกล้อง Periscope Telephoto 50MP ที่สามารถซูมได้สูงสุดถึง 100X และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60FPS ตัวเครื่องใช้ แบตเตอรี่ Cheetah Ultra 5,200 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 100W และรองรับการชาร์จไร้สาย MagCharge 50W ทั้งหมดนี้ถูกประกอบอยู่ในดีไซน์ที่ประณีตด้วยวัสดุ ArmorAlloy ที่ผสานความแกร่งจาก Damascus Steel และ Aerospace-Grade Aluminium Infinix Smart 10Plus Infinix Smart 10 Plus เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นความทนทานและการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยจุดเด่นหลักคือ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 6,000 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว 18W ที่สามารถสแตนด์บายได้นานถึง 36 วัน และยังมีความทนทานสูงด้วยมาตรฐาน IP64 กันฝุ่นและน้ำ พร้อมผ่านการทดสอบความทนทานต่อการตกกระแทกถึง 1.5 เมตร ด้านประสบการณ์การใช้งานมีความลื่นไหลจาก จอ Punch-Hole 120Hz ที่สว่างสูงสุด 700 nit ทำให้อ่านชัดแม้กลางแจ้ง และชิปประมวลผล T7250 ที่ได้รับการรับรองความลื่นไหลนาน 48 เดือนจาก TV นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์เสียงที่ดื่มด่ำจาก ลำโพงคู่ ที่มีพลังเสียงเพิ่มขึ้น 300% และมาพร้อมฟีเจอร์ Infinix AI ที่ช่วยในการเขียนสรุป และแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้อย่างง่ายดาย Nothing Phone 3 Nothing Phone (3) ยังคงโดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และฟีเจอร์ที่เรียบง่าย แต่มีประสิทธิภาพ โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ New Glyph Interface ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Nothing ที่ผสานแสงและเสียงเพื่อการแจ้งเตือนและการสื่อสารที่ไม่เหมือนใคร ในด้านการถ่ายภาพ มาพร้อม Four 50MP cameras system และเทคโนโลยี TrueLens Engine 4 เพื่อยกระดับคุณภาพของภาพถ่ายให้เป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน (Phone 2) และมาพร้อม AMOLED Display ที่มอบประสบการณ์การแสดงผลที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้ยังนำเสนอ New Essential Search ภายใต้ระบบปฏิบัติการ Nothing OS เพื่อการค้นหาข้อมูลที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็วและชาญฉลาดยิ่งขึ้น CMF Phone 2 Pro CMF Phone 2 Pro เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความสวยงามตามแบบฉบับของ CMF by Nothing ในโทนสีที่ตัดกันอย่างลงตัว มาพร้อมกับฟีเจอร์หลักที่ครอบคลุมการใช้งานที่จำเป็น โดยมีกล้องหลังแบบ Four cameras system ที่เน้นการเก็บแสงได้มากขึ้น (more light) เพื่อภาพถ่ายที่มีคุณภาพ ตัวเครื่องมาพร้อมประสิทธิภาพที่ปรับปรุงจากรุ่นก่อน และใช้งานได้ยาวนานด้วย แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh พร้อมทั้งมีหน้าจอแบบ AMOLED display ที่คมชัด นอกจากนี้ยังถูกสร้างขึ้นอย่างมีสุนทรียภาพด้วยขอบที่เพรียวบาง (Sleek edges) และได้รับการรับรองมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นที่ระดับ IP54 เพื่อความทนทานในการใช้งานในชีวิตประจำวัน Nubia Air Nubia Air เป็นสมาร์ทโฟนที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เน้นความบางและเบาเป็นพิเศษ โดยมีความบางเพียง 5.9 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 172 กรัม ในขณะที่ยังคงความทนทานในระดับเรือธงด้วยมาตรฐาน กันน้ำและฝุ่น IP69K, IP69 และ IP68 หน้าจอเป็นแบบ AMOLED Display ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (1224x2720) ที่มีอัตรารีเฟรช 120Hz และความสว่างสูงสุด 4,500 nits ซึ่งถูกปกป้องด้วย Corning Gorilla Glass 7i ด้านประสิทธิภาพขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต octa-core 5G พร้อม Dynamic RAM สูงสุด 20GB และมาพร้อม แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh พร้อมชาร์จเร็ว 33W สำหรับการถ่ายภาพ มี กล้องหลัง 50MP AI Triple Camera และกล้องหน้า 20MP พร้อมฟีเจอร์ AI อัจฉริยะ เช่น AI Real-time Translate และ AI Magic Photos Nubia Neo 3 GT 5G Nubia Neo 3 GT 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ยุคใหม่โดยเฉพาะ ด้วยดีไซน์แนว Mecha สุดเข้ม พร้อม RGB Lighting ที่สะท้อนความเป็นสายเกมอย่างชัดเจน และเสริมด้วย Gaming Shoulder Triggers (ทริกเกอร์เกมมิ่งคู่) เพื่อการควบคุมเกมที่แม่นยำและลื่นไหล หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Ultra-Smooth Display 120Hz ขนาด 6.8 นิ้ว ที่มีความสว่างสูงสุดถึง 1,000 nits เมื่อใช้งานกลางแจ้ง ขับเคลื่อนด้วย โปรเซสเซอร์ 5G Unisoc T8300 ประสิทธิภาพสูง พร้อมเทคโนโลยีรวมแรมสูงสุด 20GB Dynamic RAM และแบตเตอรี่ความจุสูง 6,000 mAh พร้อมชาร์จไว 33W ที่รองรับ Bypass Charging เพื่อลดความร้อนขณะเล่นเกม นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบกล้อง AI Neovision 50MP และฟีเจอร์ AI Game Space 3.0 ที่มีคู่หูอัจฉริยะช่วยในการเล่นเกมโดยเฉพาะ Redmagic 10 Air REDMAGIC 10 Air คือสมาร์ทโฟนสำหรับเล่นเกมที่เน้นประสิทธิภาพและความเย็นอย่างเหนือระดับ โดยขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตเรือธง Snapdragon 8 Gen 3 ที่ทำงานร่วมกับชิปเกมมิ่ง RedCore R3 และ Energy Cube Technology เพื่อมอบขุมพลังที่ทรงประสิทธิภาพเกินขีดจำกัด พร้อมระบบระบายความร้อน ICE-X แบบ 9 ชั้น และเทคโนโลยี Liquid Metal Cooling ที่ช่วยให้เล่นเกมได้อย่างราบรื่นและยาวนานโดยไม่ร้อน ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.8 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz เพื่อภาพที่สมจริง มี ปุ่มไหล่ (Shoulder Triggers) ที่ตอบสนองรวดเร็วถึง 520Hz และไฟ RGB ที่เสริมบรรยากาศการเล่นเกม นอกจากนี้ยังมี แบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 80W และมีกล้องหลังคู่ 50MP + 50MP พร้อมการทำงานของ Google Gemini AI เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ครบเครื่องยิ่งขึ้น นี้เป็นเพียงบางส่วนของสมาร์ตโฟนที่จะมาถล่มงาน Thailand Mobile Expo 2025 นะครับ เพราะได้ข่าวว่าจะมีมามากกว่า 80 รุ่นที่งานนี้ ใครที่หามือถือใหม่อย่าลืมนะครับ 2326 ตุลาคม 2568 ที่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ แล้วเจอกันครับ
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 10 ต.ค. 68
อ่าน
ส่องสเปคนาฬิกา Seiko 5 Sports x Bamford Limited Edition
Seiko จับมือกับ Bamford Watch Department จากลอนดอน สร้างสรรค์ผลงานพิเศษ Seiko 5 Sports x Bamford Limited Edition (Ref. SRPL95) สะท้อนแนวคิด Retro-Futuristic ซึ่งหมายถึงการออกแบบที่ดึงกลิ่นอายจากอดีตมาผสมผสานกับจินตนาการแห่งอนาคตได้อย่างลงตัว กลิ่นอายแห่งยุค 80 ในเรือนเวลายุคใหม่ ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42.5 มิลลิเมตร ได้แรงบันดาลใจจากสองเรือนเวลาในตำนานของ Seiko ได้แก่ Seiko SKX จากยุค 1980s และ Seiko 5 Sports จากยุค 1960s ทำให้โครงร่างของนาฬิกามีความโค้งมนแบบคลาสสิก ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงทันสมัยในแบบนักดำน้ำยุคใหม่ เม็ดมะยมวางตำแหน่งที่ 4 นาฬิกา เอกลักษณ์เฉพาะของ Seiko ที่ช่วยให้สวมใส่สบายและป้องกันการกระแทก ส่วนขอบตัวเรือนหมุนได้ทิศทางเดียวพร้อมสเกลนาทีครบ 60 นาที โดยช่วง 20 นาทีแรกถูกเน้นด้วยสีส้มสดใส ให้กลิ่นอายของนาฬิกาดำน้ำยุคเก่าแต่ปรับจังหวะใหม่ให้มีความสนุกและทันสมัยมากขึ้น หน้าปัดกึ่งโปร่งใส สะท้อนจิตวิญญาณแห่งอนาคต หัวใจแห่งดีไซน์อยู่ที่หน้าปัด แบบ Skeletonized สีฟ้าใส ซึ่งเผยให้เห็นกลไกการทำงานบางส่วนภายใน เพิ่มมิติและความลึกลับให้กับเรือนเวลา บริเวณรอบในเป็นแทร็กของระบบวัน-วันที่ที่แสดงทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่น ให้เจ้าของเลือกได้เองระหว่างสองภาษาขณะตั้งเวลา โทนสีของหน้าปัดได้รับแรงบันดาลใจจาก ลิโด้ หรือสระว่ายน้ำสาธารณะในยุโรปที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเรโทร ฟ้าใสของน้ำสะท้อนแสงแดดและส้มสดของร่มชายหาด ถูกนำมาตีความใหม่ในสไตล์ Bamford ที่ให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์ไซเบอร์พังก์ในยุคอนาคต เข็มชั่วโมงทรง Plongeur สีฟ้า เข็มนาทีทรงลูกศรสีส้ม และเข็มวินาทีทรง Lollipop ปลายกลมสีส้ม เป็นองค์ประกอบที่สะท้อนถึงการออกแบบยุค 70s80s ได้อย่างลงตัว ทั้งหมดเคลือบด้วยสาร LumiBrite รวมถึงหลักชั่วโมงทรงแท่ง เพื่อให้เรืองแสงในที่มืดได้อย่างโดดเด่น สิ่งหนึ่งที่ทำให้รุ่นนี้แตกต่าง คือ แผ่นดิสก์วันในช่อง Day-Date ก็สามารถเรืองแสงได้ เช่นเดียวกับ แถบกลางของสาย NATO สีฟ้า เมื่ออยู่ในที่มืด นาฬิกาจะเปล่งประกายราวกับแสงนีออนในโลกไซเบอร์ ให้ฟีลลิ่ง Neo-Tokyo อย่างแท้จริง สายนาฬิกาทำจากไนลอนคุณภาพสูงแบบ NATO เพิ่มความทนทานและน้ำหนักเบา ตกแต่งด้วย โลโก้ Bamford บนห่วงโลหะ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลแลบรุ่นนี้โดยเฉพาะ กลไกอัตโนมัติที่ไว้ใจได้ ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 4R36 อัตโนมัติ สำรองพลังงานได้ 41 ชั่วโมง ความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง พร้อมระบบหยุดเข็มวินาทีเพื่อการตั้งเวลาที่แม่นยำ และรองรับการไขลานด้วยมือ ตัวกลไกเดียวกันนี้คือที่รู้จักกันดีในชื่อ NH36 ถือเป็นเครื่องที่ทนทานและดูแลรักษาง่ายที่สุดรุ่นหนึ่งของ Seiko ฝาหลังแบบใสสลักโลโก้ Bamford Watch Department (BWD) อย่างสวยงาม พร้อมสลักหมายเลขซีเรียลประจำเรือนเพื่อยืนยันความเป็น Limited Edition 2,025 เรือนทั่วโลก ฝาหลังแบบใสสลักโลโก้ Bamford Watch Department (BWD) อย่างสวยงาม พร้อมสลักหมายเลขซีเรียลประจำเรือนเพื่อยืนยันความเป็น Limited Edition 2,025 เรือนทั่วโลก สเปกโดยสรุป รุ่น: Seiko 5 Sports x Bamford Limited Edition รหัส: SRPL95 ขนาดตัวเรือน: 42.5 มม. / หนา 13.4 มม. วัสดุตัวเรือน: สแตนเลสสตีล กระจก: Hardlex โค้ง หน้าปัด: โปร่งใสสีฟ้า (Teal) พร้อมโลโก้ Bamford ที่ 6 นาฬิกา กลไก: Seiko Cal.4R36 อัตโนมัติ / 24 jewels พลังงานสำรอง: 41 ชั่วโมง กันน้ำ: 100 เมตร (10 บาร์) สาย: NATO สีฟ้าเรืองแสง พร้อมห่วงโลหะสลักโลโก้ Bamford น้ำหนัก: 93 กรัม จำนวนผลิต: 2,025 เรือนทั่วโลก ราคา: 400 (ประมาณ 18,000 บาท) บทความที่คุณอาจสนใจ Seiko 5 Sports จับมือกับ Pepsi สะท้อนกลิ่นอายแห่งยุค 90 ส่องนาฬิกา Seiko Presage Classic Series Unglazed Arita Porcelain Seiko Prospex Speedtimer Edo Purple รุ่นลิมิเต็ด
ไลฟ์สไตล์ • 7 ต.ค. 68
อ่าน
กรุงเทพประกันชีวิต MOU ม.ศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี เดินหน้าเสริมศักยภาพผู้บริหารตัวแทนสู่ความยั่งยืน
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดยนายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน (ที่ 8 จากซ้าย) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ทางวิชาการกับ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุเทพ อุสาหะ ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี (ที่ 7 จากซ้าย) ในโครงการ Mini MBA Certified BLA SPUC Leader 2025: Entrepreneurial Leaders of the New Era Transform Your Leadership, Transform Your Future โดยมีผู้บริหารฝ่ายขายระดับสูง ภาคตะวันออก ร่วมเป็นสักขีพยาน ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้บริหารตัวแทนให้มีทักษะเชิงผู้ประกอบการ ตลอดจนการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจและภาวะผู้นำ สร้างแนวคิดเชิงนวัตกรรมและการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นความสำคัญของการพัฒนาทักษะเชิงผู้ประกอบการ ภาวะผู้นำ และการใช้เทคโนโลยี AI ในการเสริมสร้างศักยภาพผู้บริหารตัวแทนให้เป็นเจ้าของกิจการที่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจประกันชีวิตได้อย่างยั่งยืน ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี เมื่อเร็วๆ นี้
ทันหุ้น • 6 ต.ค. 68
อ่าน
ศึกเรือธงแห่งปี 2025 ใครคือราชาตัวจริง? เจาะลึกการเปรียบเทียบสมาร์ทโฟนตัวท็อป
ในโลกของสมาร์ทโฟนระดับ "เรือธง" การแข่งขันไม่เคยหยุดนิ่ง ปี 2025 นี้ ถือเป็นยุคที่เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกฝังลึกเข้าไปในฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้สมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจบริบทชีวิตของเราได้อย่างแท้จริง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกและเปรียบเทียบสุดยอดสมาร์ทโฟนเรือธงจากค่ายยักษ์ใหญ่ ที่ต่างก็งัดไม้เด็ดทั้งด้านประสิทธิภาพ การถ่ายภาพ และฟีเจอร์พิเศษมาประชันกัน เพื่อเฟ้นหาว่าใครคือราชาแห่งสมาร์ทโฟนตัวจริง iPhone 17 Pro Max: นิยามใหม่ของความเป็นมืออาชีพด้วยพลัง AI และกล้องซูม 8 เท่า iPhone 17 Pro Max คือที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนที่ถูกสร้างมาเพื่อผู้ใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุดในทุกด้าน จุดเด่นหลักคือจอภาพ Super Retina XDR ProMotion ขนาด 6.9 นิ้ว ที่ใหญ่และสว่างที่สุดเท่าที่เคยมีมาถึง 3,000 nits พร้อมดีไซน์ตัวเครื่องแบบ Unibody อะลูมิเนียมที่มาพร้อมการระบายความร้อนด้วย Vapor Chamber เพื่อคงประสิทธิภาพสูงสุดของระบบประมวลผลใหม่ล่าสุด ชิป A19 Pro ที่มี RAM 12GB โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน AI ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย Apple Intelligence ซึ่งทำให้เกิดฟีเจอร์พิเศษด้านการทำงานอัจฉริยะบนอุปกรณ์ เช่น การสร้างภาพและการแปลภาษาแบบเรียลไทม์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนกล้องถ่ายภาพได้ยกระดับไปอีกขั้นด้วยระบบกล้องหลัง 48MP แบบ Fusion ทั้งสามเลนส์ (Wide, Ultra Wide, Telephoto) โดยมีฟีเจอร์ซูม Optical คุณภาพระดับมืออาชีพสูงสุด 8 เท่า และกล้องหน้า 18MP พร้อม Center Stage ทำให้ iPhone 17 Pro Max เหมาะสมกับช่างภาพ, ครีเอเตอร์, นักเล่นเกม, และผู้บริหารที่ต้องการอุปกรณ์ระดับแฟล็กชิปที่รวมเอาขุมพลัง, นวัตกรรม, และความทนทานไว้ในเครื่องเดียวเพื่อการใช้งานที่ยาวนานที่สุดในบรรดา iPhone Samsung Galaxy S25 Ultra: ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟน AI สำหรับมือโปรพร้อมกล้อง 200MP และ S Pen Samsung Galaxy S25 Ultra คือนิยามใหม่ของสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปที่ผสานพลังการประมวลผลขั้นสูงสุดเข้ากับนวัตกรรม AI อย่างเต็มรูปแบบ จุดเด่นคือดีไซน์พรีเมียมด้วยเฟรมไทเทเนียมที่แข็งแกร่ง และจอ Dynamic LTPO AMOLED 2X ขนาด 6.9 นิ้ว พร้อมฟีเจอร์พิเศษอย่างปากกา S Pen ในตัวสำหรับการสร้างสรรค์และเพิ่ม Productivity อย่างแม่นยำ โดยทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผล Snapdragon 8 Elite for Galaxy ซึ่งปรับแต่งมาเพื่อประสิทธิภาพและการเล่นเกมที่เหนือกว่า พร้อมรองรับ Galaxy AI และ Google Gemini ที่ให้ความสามารถอัจฉริยะในการสรุปเนื้อหาจากแอปพลิเคชันหรือวิดีโอด้วยคำสั่งเสียง ส่วนกล้องถ่ายภาพระดับสุดยอดมาพร้อม AI ProVisual Engine โดยมีกล้องหลักความละเอียด 200MP และชุดเลนส์ Quad Camera ที่ประกอบด้วยเลนส์ Ultra-Wide 50MP และ Periscope Telephoto 50MP (5x Optical Zoom) ทำให้เป็นเครื่องที่เหมาะสมกับช่างภาพ, ครีเอเตอร์, ผู้ใช้งานระดับองค์กรที่ต้องการเครื่องมือ Productivity ที่ครบเครื่อง และผู้ที่ต้องการสุดยอดเทคโนโลยีในระบบปฏิบัติการ Android OnePlus 13: ขุมพลัง Snapdragon 8 Elite พร้อมกล้อง Hasselblad 50MP และแบตเตอรี่ 6,000 mAh OnePlus 13 คือสมาร์ทโฟนเรือธงที่มอบความสมดุลระหว่างพลังการประมวลผลและอายุการใช้งานที่ยาวนาน จุดเด่นที่ก้าวกระโดดคือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6,000 mAh (Glacier Battery) พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 100W และการป้องกันระดับ IP68/IP69 ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผล Snapdragon 8 Elite (หรือ Gen 4) รุ่นล่าสุด เพื่อมอบประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเล่นเกมและการใช้งานหนัก ๆ พร้อม RAM ที่มากถึง 16GB ฟีเจอร์พิเศษที่โดดเด่นคือหน้าจอ LTPO AMOLED 2K+ ขนาด 6.82 นิ้ว ที่มีความสว่างสูงสุด 4,500 nits และเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้จอ ในส่วนของ AI นั้นมีการผสานความสามารถต่าง ๆ เข้ากับ OxygenOS 15 เช่น AI Detail Boost, AI Unblur และ Circle to Search เพื่อช่วยในการจัดการภาพถ่ายและข้อมูล กล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพพัฒนาร่วมกับ Hasselblad มาพร้อมชุดกล้องหลัง Triple Camera ความละเอียด 50MP ครบทุกระยะ รวมถึงเลนส์ Periscope 3x Optical Zoom ที่ถ่ายทอดสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับ Power User, เกมเมอร์, ช่างภาพที่เน้นคุณภาพและความแม่นยำของสี และผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่มีแบตเตอรี่อึดทนทานที่สุดในตลาดแฟล็กชิป Xiaomi 15 Ultra: สุดยอดสมาร์ทโฟนกล้อง Leica 200MP พร้อมขุมพลัง Snapdragon 8 Elite และนวัตกรรม AI Xiaomi 15 Ultra คือสุดยอดสมาร์ทโฟนที่มุ่งเน้นการถ่ายภาพอย่างแท้จริงด้วยจุดเด่นที่ระบบกล้อง Leica ระดับโปรครบชุด ซึ่งรวมถึงเซนเซอร์หลักขนาด 1 นิ้ว (Sony LYT-900) และ ฟีเจอร์พิเศษ เลนส์ Periscope Telephoto ความละเอียดสูงถึง 200MP เพื่อการซูมระยะไกลที่คมชัด ขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผล Snapdragon 8 Elite (3nm) รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มอบประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือชั้นที่สุด พร้อมจอ AMOLED 2K+ ขนาด 6.73 นิ้วที่สว่างเป็นพิเศษ ตัวเครื่องทำงานบน HyperOS 2.0 ซึ่งผสานพลัง AI ภายใต้ชื่อ Xiaomi HyperAI สำหรับฟีเจอร์อัจฉริยะมากมาย เช่น AI Image Enhancement, AI Reflection Removal และ Circle to Search เพื่อยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพและการใช้งานในชีวิตประจำวัน กล้องถ่ายภาพ (Leica Quad Camera) ชุดนี้สามารถบันทึกวิดีโอระดับ 8K และ 4K 120fps ได้อย่างมืออาชีพ ทำให้สมาร์ทโฟนเครื่องนี้เหมาะสมกับช่างภาพ, ผู้สร้างคอนเทนต์ระดับสูง (Content Creator), และผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่รวมเอาสุดยอดเทคโนโลยีทั้งด้านกล้อง พลังประมวลผล และนวัตกรรม AI ไว้ในเครื่องเดียว OPPO Find X8 Pro: ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนพลัง AI พร้อมกล้อง Dual Periscope Telephoto และชิป Dimensity 9400 OPPO Find X8 Pro ได้รับการออกแบบให้เป็นที่สุดของสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปด้วย จุดเด่น ของระบบกล้อง Hasselblad Master Camera System พร้อม ฟีเจอร์พิเศษ กล้องซูม Dual Periscope Telephoto ความละเอียด 50MP ถึงสองตัว (3x และ 6x Optical Zoom) มอบประสบการณ์การซูมระยะไกลที่เหนือชั้นและคมชัด ขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผล MediaTek Dimensity 9400 (3nm) พร้อม Trinity Engine เพื่อประสิทธิภาพที่ทรงพลังและเสถียรที่สุด ตัวเครื่องทำงานบน ColorOS 15 ที่มาพร้อมชุดฟีเจอร์ OPPO AI เต็มรูปแบบ ทั้ง AI Telescope Zoom ที่ช่วยเสริมความคมชัดของการซูมดิจิทัล, AI Eraser, AI Unblur และ AI Reflection Remover เพื่อให้การแก้ไขภาพง่ายและรวดเร็ว กล้องถ่ายภาพ ชุดนี้ให้ความละเอียด 50MP ทุกเลนส์พร้อมการปรับแต่งสี Hasselblad ให้ภาพถ่ายมีมิติและความเป็นธรรมชาติ เหมาะสมกับ ช่างภาพและผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพระยะไกลและคุณภาพสูงสุดในทุกสภาวะ, ผู้ใช้ระดับพรีเมียมที่ต้องการนวัตกรรม AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, และผู้ที่ต้องการแบตเตอรี่ความจุสูง (5,910 mAh) พร้อมการชาร์จเร็ว vivo X200 Pro: ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนกล้องโปร ด้วย ZEISS Telephoto 200MP และขุมพลัง Dimensity 9400 vivo X200 Pro สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสมาร์ทโฟนด้วยการเป็นเรือธงที่เน้นการถ่ายภาพระดับสูงอย่างแท้จริง จุดเด่น ที่ไม่เหมือนใครคือกล้อง Telephoto 200MP ZEISS APO ซึ่งมาพร้อมกับเลนส์ Periscope ที่ให้รายละเอียดและความคมชัดที่ไม่เคยมีมาก่อน และ ฟีเจอร์พิเศษ ZEISS Multifocal Portrait ที่ช่วยให้การถ่ายภาพพอร์ตเทรตมีความยืดหยุ่นและเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยระบบประมวลผล MediaTek Dimensity 9400 รุ่นล่าสุดขนาด 3nm พร้อมชิปประมวลผลภาพ vivo V3 เพื่อประสิทธิภาพที่รวดเร็วและประหยัดพลังงาน ส่วนความสามารถด้าน AI มาพร้อมกับ AI Erase ที่ลบวัตถุในภาพได้อย่างแม่นยำ และฟีเจอร์แปลภาษาอัจฉริยะใน Funtouch OS 15 กล้องถ่ายภาพ ชุดนี้ร่วมพัฒนากับ ZEISS พร้อมการเคลือบ T* ที่ช่วยลดแสงสะท้อน และยังโดดเด่นด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6,000 mAh ทำให้ vivo X200 Pro เหมาะสมกับ ช่างภาพมืออาชีพที่ต้องการความสมบูรณ์แบบของภาพถ่ายพอร์ตเทรต ภาพซูมระยะไกล และผู้ใช้งานระดับพรีเมียมที่ต้องการอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานควบคู่ไปกับประสิทธิภาพระดับท็อป HUAWEI Pura 80 Pro: นิยามใหม่ของสมาร์ทโฟนกล้องโปรด้วยเทคโนโลยี XMAGE และ AI สุดล้ำ HUAWEI Pura 80 Pro สร้างสรรค์นิยามใหม่ของสมาร์ทโฟนระดับเรือธงด้วยการยกระดับการถ่ายภาพไปอีกขั้น จุดเด่น อยู่ที่ชุดกล้อง XMAGE อันทรงพลัง โดยเฉพาะกล้องหลัก Ultra Lighting Camera เซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว พร้อมรูรับแสงที่ปรับได้ตั้งแต่ f/1.6 ถึง f/4.0 ควบคู่กับกล้อง Ultra Lighting Macro Telephoto 48MP รูรับแสงกว้างถึง f/2.1 และซูมดิจิทัลได้สูงสุด 100 เท่า ระบบประมวลผล คาดว่าจะขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Kirin 9020 ที่ให้ประสิทธิภาพที่เสถียรและรวดเร็ว พร้อมรองรับความสามารถด้าน AI ในฟีเจอร์ AI Smart Experience ที่เหนือชั้น เช่น AI Remove สำหรับการลบวัตถุในภาพด้วย Generative Fill และ AI Gesture Control ฟีเจอร์พิเศษ ที่ตอบโจทย์การใช้งานระดับพรีเมียม คือ แบตเตอรี่ 5,170 mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว HUAWEI SuperCharge 100W และหน้าจอ Kunlun Glass 2.0 ที่ทนทานเป็นพิเศษ ทำให้ HUAWEI Pura 80 Pro เหมาะสมกับ ผู้ที่หลงใหลในการถ่ายภาพในทุกสภาพแสง ผู้สร้างคอนเทนต์ที่ต้องการความสามารถในการซูมระดับสูง และผู้ใช้ระดับพรีเมียมที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่รวมประสิทธิภาพอันทรงพลัง เทคโนโลยี AI ล้ำสมัย และความทนทานไว้ในเครื่องเดียว HONOR Magic V5: นิยามใหม่ของจอพับ! บางที่สุดในโลก พร้อมกล้องซูม 100X HONOR Magic V5 สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสมาร์ทโฟนจอพับด้วยการเป็นจุดเด่นด้านการดีไซน์ที่ บางที่สุดในโลก เมื่อพับ (8.8 มม.) และเบาที่สุดในบรรดาจอพับระดับเรือธง พร้อมแบตเตอรี่ Silicon-Carbon 6,100 mAh ซึ่งเป็นฟีเจอร์พิเศษที่ให้ความจุสูงในตัวเครื่องที่เพรียวบาง ระบบประมวลผล ขับเคลื่อนด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8 Elite มอบประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรองรับการทำงานแบบ Multi-tasking บนหน้าจอภายในขนาด 7.95 นิ้วที่ไร้รอยพับอย่างแท้จริง ด้าน กล้องถ่ายภาพ จัดเต็มด้วยระบบกล้องสามตัว AI Enhanced รวมถึงเลนส์ Periscope Telephoto 64MP ที่รองรับการซูมดิจิทัลได้ถึง 100 เท่า ผสานกับพลัง AI และผู้ช่วยอัจฉริยะ Gemini Live ที่ช่วยจัดการงานบนหน้าจอพับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ HONOR Magic V5 เหมาะสมกับ นักธุรกิจและผู้ใช้ระดับพรีเมียมที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอพับที่รวมความบางเบาสุดขีด ประสิทธิภาพระดับเรือธง กล้องซูมที่ทรงพลัง และความอึดของแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ตลอดวัน อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกเรือธงในปี 2025 ขึ้นอยู่กับ ไลฟ์สไตล์ ของคุณเพื่อนๆ เป็นหลักครับ เพราะไม่มีสมาร์ทโฟนใดที่ "สมบูรณ์แบบ" เหมาะสำหรับทุกคน มีแต่สมาร์ทโฟนที่ "เหมาะสมที่สุด" สำหรับคุณเท่านั้น ชอบรุ่นไหน ก็ไปหาลองสัมผัสพร้อมรับโปรโมชันสุดคุ้มที่ True Shop กันได้นะครับ
ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี • 4 ต.ค. 68
อ่าน
วิน เมธวิน มิกซ์แอนด์แมทช์ อวดลุค หล่อ เท่ เต็ม 10 ไม่มีหัก
PUMA ต้อนรับฤดูกาลใหม่ของเหล่าแฟชั่นนิสต้า กับคอลเล็กชัน Autumn Winter 2025 ที่ได้ วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร มาร่วมถ่ายทอดดีไซน์อันโดดเด่น และคอมพลีทลุคออกมาได้อย่างน่าสนใจ โดยในคอลเล็กชันนี้ประกอบไปด้วยรองเท้า เสื้อ กางเกง และกระเป๋า หลากหลายสไตล์ Speedcatตำนานแห่งความเร็วและสไตล์ จากรองเท้าขับรถที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันสู่การพัฒนาต่อเนื่องจนกลายเป็นไอคอนสตรีทแวร์ที่ทุกคนต้องมี โดยในคอลเล็กชัน Speedcat Metallic มาในสีเงินเมทัลลิก ตัดกับแถบ Formstrip สีดำ, สีดำเมทัลลิก ตัดกับแถบ Formstrip สีขาว และ Speedcat OG สุดคลาสสิคสีใหม่ล่าสุด สีฟ้าอ่อน ที่เพิ่มความโดดเด่นด้วยแถบ Formstrip สีส้มสด ถ่ายทอดความมั่นใจอย่างมีสไตล์ H-Streetโลว์โปรไฟล์รุ่นล่าสุด ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้าวิ่ง PUMA Harambee อันโด่งดังในยุค 2000 ไอคอนเหนือกาลเวลาที่ผสานมรดกแห่งการวิ่งเข้ากับ DNA แห่งสตรีท อัปเปอร์เมชน้ำหนักเบา ดีเทลวินเทจอย่างส่วนหัวรองเท้าตัว T รูปทรงเพรียวที่พร้อมสำหรับการวิ่ง และพื้นรองเท้าอินสไปร์จากแทร็ก เสริมด้วยแผงสีเงินเมทัลลิกที่ช่วยขับลุควินเทจให้ชัดขึ้น ขณะที่โลโก้ PUMA ที่เป็นเอกลักษณ์ และแมวกระโดดสุดไอคอนิกถูกปั๊มเด่นบนลิ้นรองเท้า มาพร้อมกัน 3 สีที่พร้อมสะกดทุกสายตา Mostroสนีกเกอร์สุดขบถที่ไม่ยึดติดกรอบเดิมๆ และเต็มไปด้วยความเป็นตัวของตัวเองแบบสุดๆ ทรงโลว์คัตที่โดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยพื้นรองเท้าแบบปุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ และสายรัดแบบยูทิลิทาเรียน มากับสีเหลืองสด Prime Yellow และสีน้ำเงินเข้ม Prime Blue ปลุกชีวิตชีวาให้ทุกสไตล์กับInhale Essentialsที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ย้อนยุคในปี 2000ดีไซน์เฉียบคมและรูปทรงโค้งเว้าอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยผ้าโอเวอร์เลย์ PU และการออกแบบ TPU แบบไดนามิก Palermo Lthอีกหนึ่งคอลเล็กชันในตำนานของ PUMA ที่เปิดตัวในช่วงต้นทศวรรษ 1980 และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่แฟนกีฬาบนระเบียงอัฒจันทร์ในสนามฟุตบอลของอังกฤษ ซึ่งในรุ่นอัปเดตใหม่นี้มีป้ายที่เป็นเอกลักษณ์บนตัวรองเท้าส่วนบน โครงสร้างหัวรองเท้าแบบตัว T และพื้นรองเท้ายางแบบคลาสสิก เช่นเดียวกับรุ่นดั้งเดิม ตัวรองเท้าส่วนบนทำจากหนังพร้อมส่วนปูทับและแถบ Formstrip แบบหนังกลับให้ลุคที่โดดเด่น มีสไตล์ และเหมาะกับการใส่ในชีวิตประจำวัน Velocity NITRO 4น้องใหม่ที่โดดเด่นที่สุดในไลน์รองเท้าวิ่งของ PUMA ออกแบบมาเพื่อทุกคนได้สัมผัสความรู้สึกของการวิ่งที่แท้จริง และเป็นรองเท้าซ้อมวิ่งคู่ใจในทุกวัน ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่หรือวิ่งระยะไหน ให้ความสบายในทุกจังหวะความเร็ว ตอบสนองได้เต็มที่ พร้อมเปิดศักยภาพการวิ่งให้ออกมาอย่างเต็มที่ โดย วิน เมธวิน ได้เลือกมิกซ์แอนด์แมทช์รองเท้ากับเสื้อและกางเกงสไตล์ต่างๆ อย่างคอลเลคชั่นเสื้อผ้าล่าสุด Prime Squared พร้อมแมทช์ไอเท็มอื่นๆ อย่างเสื้อยืด ฮู้ดดี แจ็คเก็ต กางเกงหนัง และกางเกงคาร์โก้ ของ PUMA ออกมาเป็นคอมพลีทลุคที่ถ่ายทอดความเป็น วิน เมธวิน ที่โดดเด่นและมีสไตล์ไม่ซ้ำใคร
ข่าวบันเทิง • 11 ก.ย. 68
อ่าน
แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking ยี่ห้อไหนดี ที่สายลุยห้ามพลาด
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงรักการแบกเป้ลุย เดินป่า ปีนเขา หรือ เดินทางแนวแอดเวนเจอร์ รองเท้าคือหนึ่งในไอเทมที่ห้ามมองข้ามเลยค่ะ เพราะ รองเท้าดีๆ จะช่วยให้ทุกย่างก้าวมั่นคง ปลอดภัย และไม่เจ็บเท้าจนหมดสนุก เราก็เลยรวมแบรนด์ รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking ที่ขึ้นชื่อทั้งเรื่องคุณภาพ ความทนทาน และดีไซน์เท่ๆ มาให้เลือกแบบเน้นๆ เดินป่าในไทย เดินป่าต่างประเทศ ก็พร้อมลุย ใครกำลังเล็งหา รองเท้าคู่ใจสำหรับทริปลุยป่า ปีนเขา บอกเลยว่าไม่ควรพลาด! รองเท้าเดินป่า ปีนเขา Hiking ใส่เที่ยว ยี่ห้อไหนดีที่นักเดินทางใช้แล้วคุ้มสุด! 1. adidas adidas รุ่น Terrex AX4 GORE-TEX คือ รองเท้าเดินป่า ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นักผจญภัยทุกสาย ไม่ว่าจะต้องลุยเส้นทางราบ พื้นหิน ลานโคลน หรือปีนเขาสูง ด้วยดีไซน์ที่เน้นความเบาแต่ยังคงความแข็งแรงและมั่นคง ให้ความรู้สึกกระชับทุกก้าวเดิน ซับในรองเท้าผลิตจากวัสดุ GORE-TEX ที่ขึ้นชื่อเรื่อง การกันน้ำ ช่วยปกป้องเท้าจากความชื้นได้ดีแม้ต้องลุยฝนหรือข้ามลำธาร พร้อมกับคุณสมบัติการระบายอากาศที่ทำให้เท้าไม่อับ รู้สึกแห้งสบายตลอดการใช้งาน พื้นรองเท้าชั้นล่างผลิตจาก ยาง Continental ซึ่งให้การยึดเกาะยอดเยี่ยม ทั้งบนพื้นแห้งและเปียก เพิ่มความมั่นใจในทุกก้าวแม้ต้องเดินบนท่อนไม้เปียกหรือทางเทรลขรุขระ อีกหนึ่งจุดเด่นที่สายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต้องชอบคือ อัปเปอร์ของรองเท้าทำจาก วัสดุรีไซเคิลอย่างน้อย 50% สะท้อนแนวคิดของ adidas ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อโลก และช่วยลดปัญหาขยะพลาสติก นอกจากนี้ วัสดุที่ใช้ยังมีคุณสมบัติทนต่อการสึกหรอ เหมาะกับการใช้งานบนเส้นทางที่สมบุกสมบัน adidas รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่ตอบโจทย์ทั้งในด้านฟังก์ชัน ความทนทาน และความใส่ใจสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับคนที่อยากมีคู่ใจไว้ลุยทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะในป่าลึกหรือยอดเขาสูงก็เอาอยู่แน่นอนค่ะ ✨ราคา 4,250 บาท ============== 2. On Running ถ้าใครกำลังมองหา รองเท้าเดินป่า คู่ใหม่ที่ใส่แล้ว นุ่มสบาย เดินไกลก็ไม่เมื่อย แถมกันน้ำได้ด้วย ต้องบอกเลยว่า On Running รุ่น Cloudhorizon Waterproof เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะตัวรองเท้าออกแบบมาเพื่อคนชอบลุยโดยเฉพาะ จุดเด่นที่สุดของรุ่นนี้คือ การรองรับแรงกระแทก ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดของแบรนด์เลย ด้วยเทคโนโลยี CloudTec Phase ที่ช่วยให้ทุกย่างก้าวนุ่มนวล ไม่เจ็บส้น ไม่ปวดฝ่าเท้า จะเดินขึ้นเขาหรือลงทางชันก็ยังรู้สึกมั่นคง พื้นรองเท้าด้านล่างใช้ ยาง Missiongrip ซึ่งช่วยให้ยึดเกาะได้ดีทั้งบนพื้นแห้งและเปียก หมดกังวลเรื่องลื่นในวันที่ฝนตกหรือเจอทางดินโคลน ส่วนด้านบนก็ไม่ธรรมดา เพราะมาพร้อม เมมเบรนกันน้ำ ที่ช่วยกันฝนซึมเข้าไปในรองเท้าได้ ถึงจะเปียกข้างนอกแต่ข้างในยังแห้งใส่เดินต่อได้ค่ะ ความนุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ต้องยกเครดิตให้ Superfoam Helion ที่ช่วย ซัพพอร์ตเท้า ได้ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเดินไกลแค่ไหนก็ยังรู้สึกสบาย ผ้าตาข่ายที่ใช้ก็ทั้งนุ่มและยืดหยุ่น ใส่แล้วกระชับกำลังดี ไม่รัดจนเจ็บ ที่สำคัญคือรุ่นนี้ยังใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยใช้วัสดุ โพลีเอสเตอร์รีไซเคิลถึงประมาณ 86% ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำหรับคนที่อยากเลือกรองเท้าดีๆ และยังช่วยลดขยะไปในตัวด้วย คนที่อยากได้รองเท้าเดินป่าที่ครบเครื่อง ทั้งเรื่องความสบาย ความทนทาน การยึดเกาะ กันน้ำ และยังดูดี ใส่ได้ทั้งลุยธรรมชาติและเดินเล่นในเมืองแบบไม่ขัดเขิน แนะนำรองเท้ารุ่นนี้เลย! ✨ ราคา 7,800 บาท ============== 3. MERRELL ถ้าพูดถึงรองเท้าเดินป่าที่ทั้งอึด ถึก ทน และใส่สบายสุดๆ ต้องมีชื่อ MERRELL Moab Speed 2 ติดลิสต์แน่นอน รุ่นนี้เป็นเวอร์ชันอัปเกรดล่าสุดจากตระกูล Moab ที่สายเดินป่ารู้จักกันดี โดยยังคงพื้นฐานความเชี่ยวชาญของ Merrell เอาไว้ครบ แต่ใส่นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาแบบจัดเต็ม ทำให้รองเท้าคู่นี้พร้อมลุยไปกับคุณทุกเส้นทาง อัปเปอร์ใช้ไนลอน Ripstop ผสมกับ TPU ที่ทั้งเบาและทน ไม่ขาดง่าย จะเดินในป่า ผ่านพุ่มไม้ หรือโดนหินเฉี่ยวก็ไม่หวั่น ตัวลิ้นรองเท้าออกแบบมาเพื่อกันฝุ่น กันเศษดินเข้าไปในรองเท้า ใส่แล้วมั่นใจว่าข้างในจะยังสะอาดและสบายอยู่ตลอด ส่วนตรงหัวรองเท้าและส้นเท้าก็เสริมด้วยวัสดุที่ทนต่อแรงกระแทกและรอยขีดข่วน จะใส่เข้าป่า เดินลุยเขา หรือเดินในที่ขรุขระก็อุ่นใจ สวมใส่ง่ายด้วยห่วงคล้องตรงส้นและลิ้นรองเท้า จะจับดึงหรือแขวนไว้กับคาราบิเนอร์ก็สะดวก ใครที่กังวลเรื่องกลิ่นก็ไม่ต้องห่วง เพราะเคลือบด้วย Cleansport NXT ที่ช่วยควบคุมกลิ่นตามธรรมชาติ ใส่ทั้งวันเหงื่อออกแค่ไหนก็ยังมั่นใจได้ว่ารองเท้าไม่เหม็นอับ ใต้เท้ามีเทคโนโลยี FlexPlate ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดการบิดตัวของรองเท้า เดินแล้วมั่นคงไม่โยก พร้อมความยืดหยุ่นบริเวณปลายเท้าที่ช่วยให้ก้าวได้อย่างเป็นธรรมชาติ พื้นกลางใช้ โฟม FloatPro ที่เบา นุ่ม ใส่แล้วรู้สึกสบาย จะเดินไกลแค่ไหนก็ไม่ล้าเร็ว รองเท้ารุ่นนี้เรียกได้ว่าทำมาเพื่อสายลุยตัวจริง ทั้งสบาย แข็งแรง ยึดเกาะดี ใส่ลุยป่าหรือเดินทางไกลก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แถมดีไซน์ยังดูเท่ ใส่เที่ยวในเมืองก็ยังได้อีกต่างหากค่ะ! ✨ ราคา 3,843 บาท ============== 4. ASOLO ASOLO Space GV เป็น รองเท้าเดินป่า ที่ทั้งเบาและพร้อมลุย แบบสุดๆ รุ่นนี้ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทั้งความสบาย ความทน และการใช้งานในทุกสภาพอากาศ จุดเด่นของรุ่นนี้คือ ส่วนบนของรองเท้าที่เป็น วัสดุกันน้ำแบบชิ้นเดียว ไม่มีรอยต่อเยอะๆ ให้กังวลเรื่องน้ำซึม ด้านในซับด้วย Gore-Tex Extended Comfort ที่ขึ้นชื่อเรื่อง การกันน้ำ และระบายอากาศ ได้ดีมาก ไม่ว่าจะเดินลุยฝน หรือลากเดินกลางแดด ก็ไม่รู้สึกอับชื้น ใส่แล้วเท้าแห้งสบายตลอดวัน พื้นรองเท้าชั้นกลางใช้ โฟม EVA แบบโมโน ที่หนานุ่ม ช่วยซัพพอร์ตเท้าได้ดี ไม่ว่าจะเดินไกลแค่ไหนก็ไม่รู้สึกเมื่อยง่าย ส่วนพื้นล่างใช้ ยาง Megagrip ที่เกาะพื้นได้ดีสุดๆ ไม่ว่าจะพื้นเปียก หินลื่น หรือทางดินขรุขระก็มั่นใจได้ในทุกก้าว และอีกจุดที่น่าสนใจคือดีไซน์ของพื้นรองเท้าที่ออกแบบมาให้ทำความสะอาดตัวเองได้ระหว่างเดิน หมายความว่าเวลาเดินผ่านโคลนหรือดินเลน พื้นจะไม่อุดตันง่าย ช่วยให้ไม่หนักเท้า เดินต่อได้สบายๆ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการรองเท้าเดินป่าคู่ใจที่ใส่แล้วคล่องตัว กันน้ำได้ดี เกาะพื้นแน่น และพร้อมรับมือกับสภาพภูมิประเทศหลากหลายแบบ ถ้าชอบแนวเท่ๆ ทนๆ และอยากได้รองเท้าที่จบครบในคู่เดียว ASOLO Space GV คือคู่ที่ควรลองเลย! ✨ ราคา 4,900 บาท ============== 5. The North Face ถ้ากำลังมองหา รองเท้าเดินป่าที่ครบเครื่อง ทั้งกันน้ำ ระบายอากาศดี ใส่สบาย และยังมั่นคงทุกก้าวเดิน รุ่น VECTIV Exploris 2 Mid FUTURELIGHT แบรนด์ The North Face คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ เริ่มจากส่วนบนของรองเท้า รุ่นนี้ใช้เมมเบรน FUTURELIGHT ที่ขึ้นชื่อเรื่อง กันน้ำและระบายอากาศได้ดี เท้าไม่อับชื้นแม้เจอฝนหรือเหงื่อเยอะๆ แถมยังใช้แผ่นรองทรงแบบ D-width รุ่นใหม่ ที่ออกแบบให้รองรับรูปเท้าได้หลายแบบมากขึ้น ไม่บีบรัด ส่วนพื้นกลางมาพร้อมเทคโนโลยี VECTIV 2.0 ที่ออกแบบให้มีทรงโค้ง ช่วยให้ทุกก้าวที่เดินส่งแรงไปข้างหน้าได้ดี ไม่เมื่อยง่าย พื้นตรงส้นกับหน้าเท้ามีการแยกโครงสร้าง ช่วยเพิ่มความมั่นคง แถมยังใส่ แผ่น TPU มาให้ ช่วยลดการบิดของเท้าอีกด้วย ส่วนฐานรองเท้าก็มีความกว้างขึ้นก็เพิ่มความมั่นคงให้มากกว่าเดิม เหมาะกับเส้นทางที่หลากหลาย โดยเฉพาะเวลาเดินในที่ขรุขระหรือขึ้นลงเขา พื้นรองเท้าชั้นนอกทำจาก ยาง Surface CTRL พร้อมปุ่มยางที่ออกแบบใหม่ให้เกาะพื้นได้ดี และยังทนต่อการสึกหรอได้ ใครที่เดินบ่อย ใช้งานหนักๆ รับรองว่าไม่สึกเร็ว รองเท้ารุ่นนี้เรียกได้ว่า ตอบโจทย์สายลุย ที่ต้องการรองเท้าเดินป่าที่พร้อมลุยทุกสภาพอากาศ ใส่แล้วเดินไกลได้แบบไม่ต้องกลัวเมื่อยหรือเท้าพลิกเลยค่ะ ✨ ราคา 6,505 บาท ============== 6. PEAK มาต่อกันที่ รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking อย่าง PEAK รุ่น Advanture Outdoor E11841G คู่นี้ตอบโจทย์สายลุยที่อยากได้รองเท้าใส่สบายและทนทานไปพร้อมกัน ด้านบนทำจากวัสดุ Peak Net ซึ่งเป็นเส้นใยพิเศษของทาง Peak เอง ช่วยระบายอากาศได้ดี ใส่เดินไกลๆ เท้าไม่อับหรือร้อนจนเกินไป แผ่นรองด้านในใช้เทคโนโลยี IPEVA ที่ให้ความนุ่ม และรองรับแรงกระแทกได้ดี แถมยังถอดออกมาทำความสะอาดได้ง่าย สบายใจเรื่องความสะอาดไปเลย ส่วนพื้นด้านนอกใช้วัสดุ MD-Rubber ที่หนาและแข็งแรงกว่ารองเท้าทั่วไป พร้อมกับนวัตกรรม Easy Flex ที่ ช่วยให้พื้นรองเท้ายืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของเท้า ลดการบิดของเท้าที่อาจทำให้บาดเจ็บ ทำให้เดินบนพื้นขรุขระได้มั่นใจและไม่เมื่อยง่ายค่ะ รองเท้า PEAK รุ่นนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบเดินป่า ปีนเขา หรือเที่ยวสายแอดเวนเจอร์ เพราะให้ความสบายและความทนทานในคู่เดียว ถ้าอยากได้รองเท้าคู่ใจที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง ลองดูรองเท้าคู่นี้เลย! ✨ ราคา 1,654 บาท ============== 7. SALOMON รองเท้าใส่เที่ยว เดินป่า ปีนเขา Hiking SALOMON รุ่น X ULTRA 360 EDGE MID Gore Tex ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสุดๆ ตัวรองเท้าส่วนบนใช้ วัสดุรีไซเคิลเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แถมยัง ช่วยระบายอากาศได้ดี ทำให้เท้ารู้สึกสบายไม่อับชื้นแม้เจอสภาพอากาศเปียกชื้น เพราะมีชั้น GORE-TEX ที่กันน้ำและกันลมได้แบบเต็มที่ จะลุยฝนหรือลุยโคลนก็ไม่หวั่นค่ะ พื้นรองเท้าใช้เทคโนโลยี All Terrain Contagrip ที่ออกแบบมาให้เกาะพื้นได้ดีในทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นพื้นเปียก พื้นแห้ง พื้นแข็ง หรือพื้นหลวม ก็มั่นใจได้ว่าไม่ลื่นล้มง่ายๆ อีกหนึ่งจุดเด่นคือชิ้นส่วนเสริม Advanced Chassis ที่ฝังอยู่ในพื้นรองเท้า ช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านข้าง ป้องกันการบิดข้อเท้าได้ดี ทำให้เดินบนเส้นทางขรุขระได้มั่นใจมากขึ้น แถมยังช่วยให้เท้ายืดหยุ่นและเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ไม่รู้สึกติดขัด ถือเป็นรองเท้าสายลุยที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนรักการผจญภัย เหมาะกับคนที่อยากได้ความสบาย ความมั่นคง และกันน้ำในคู่เดียว ใครที่ชอบเดินป่า ปีนเขา หรือทริปเที่ยวธรรมชาติ ต้องมีไว้เลยค่ะ ✨ ราคา 7,790 บาท ============== 8. COLUMBIA ปิดท้ายกันที่ รองเท้าใส่เที่ยว ที่เดินได้ไกลแบบสบายๆ ทั้งเส้นทางเปียก เส้นทางขรุขระ หรือแม้แต่ถนนในเมืองที่ลื่นๆ รองเท้า COLUMBIA รุ่น Newton Wander นี่แหละตอบโจทย์สุดๆ ด้วยดีไซน์หนังกลับที่ดูคลาสสิก แต่แฝงด้วยฟีเจอร์กันน้ำแบบจัดเต็ม ทำให้ไม่ต้องกลัวเปียกเวลาเจอฝนหรือทางลื่นๆ ตัวฮาร์ดแวร์โลหะก็ดูทนทานสุดๆ ใส่แล้วมั่นใจได้เลยว่าคงทนใช้งานได้ยาวๆ แถมยังมี ระบบระบายอากาศ Omni-Tech ก็ดีมาก เพราะช่วยให้ อากาศถ่ายเทดี ไม่อับชื้น ใส่เดินนานๆ เท้าก็ไม่อึดอัด ส่วนเทคโนโลยี Omni-MAX รองรับแรงกระแทก ได้เป็นอย่างดี ทำให้ เดินได้สบายไม่เมื่อย พื้นรองเท้าชั้นกลาง TechLite ก็ช่วยลดแรงกระแทกได้ดี และยังมีน้ำหนักเบา ไม่ทำให้รู้สึกหนักเท้า ส่วนพื้นชั้นนอก Omni-Grip ก็เป็นยางแบบไม่ทิ้งรอย แถมลายดอกยางออกแบบมาให้ยึดเกาะได้ดีในทุกพื้นผิว จะลุยป่า เดินเขา หรือเดินในเมืองก็มั่นใจสุดๆ เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าใส่เที่ยวได้ครบจบในคู่เดียว ทั้งสวย คลาสสิก กันน้ำ แถมยังสบายเดินไกลๆ ได้สบายใจ ไม่ว่าจะลุยทางไหนก็เอาอยู่! ✨ ราคา 3,592 บาท ============== รองเท้าใส่เที่ยว ที่น่าสนใจอื่นๆ แนะนำ รองเท้าใส่เที่ยว ผู้ชาย เดินเยอะ เที่ยวต่างประเทศ 2568 ที่สายเดินควรลงทุน ป้ายยา รองเท้าใส่เที่ยว หน้าฝน 2025 ยี่ห้อไหนดี ไม่ต้องกลัวเปียก สายลุยต้องมี 5 รองเท้าใส่เที่ยว ราคาถูก งบ 2,000 นิดๆ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อไหนดี ใส่สบาย ไม่เมื่อยขา
ทราเวล ทิปส์ • 9 ก.ย. 68
อ่าน
โรเซ่ BLACKPINK บอกเล่าตัวตนในแบบฉบับ ROSÉ
โรเซ่ หนึ่งในสมาชิกของ BLACKPINK ที่มีผลงานเดบิวต์เดี่ยวเป็นของตัวเอง และหลังจากที่เข้าร่วมกับ PUMA ในฐานะแอมบาสเดอร์ระดับโลกและได้เห็นความร่วมมือกันมาในปี 2024 ตอนนี้ Ros ได้เผยโฉมคอลเล็กชันเต็มรูปแบบครั้งแรกของเธอกับ PUMA ในคอลเล็คชัน PUMA x ROS การดรอปโมโนโครมสุดพิเศษครั้งนี้สะท้อนโลกผ่านเลนส์สี Ros ที่เบ่งบานด้วยการอ้างอิงถึงเรื่องราวส่วนตัว ซึ่งนำไปสู่คอลเล็กชันที่เป็นการโอบกอดเชิงสร้างสรรค์ต่อรสนิยมและสุนทรียศาสตร์ของ Ros ไอเท็มเบสิกโอเวอร์ไซส์ถูกจับคู่เข้ากับดีไซน์ที่มีความเป็นผู้หญิงชัดเจนและองค์ประกอบการตัดเย็บที่หยิบยืมมาจากประวัติศาสตร์การออกแบบสปอร์ตแวร์ของ PUMA ควบคู่ไปกับกราฟิกเวิร์ดมาร์กพิเศษ ROSIE พร้อมด้วยสองเวอร์ชันใหม่ของ PUMA Speedcat ภาพแคมเปญเปิดตัวคอลเล็กชันนี้มาในบรรยากาศเหนือจริง การโฟกัสที่นุ่มนวลราวความฝัน ท่ามกลางฉากหลังธรรมชาติสีเขียว ภาพถ่ายถ่ายทอดบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความทรงจำและความเป็นธรรมชาติ ที่สะท้อนเจตนากวีของ Ros กับการกบฏอย่างนุ่มนวล การแสดงออกอย่างซื่อสัตว์ และความมั่นใจในทุกๆ วัน คอลเล็กชัน PUMA x ROS นี้พิเศษสำหรับฉันมาก เพราะมันสะท้อนตัวตนของฉันทั้งบนและนอกเวที ฉันอยากให้คอลเล็กชันทุกชิ้นรู้สึกเหมือนการกบฏแบบเงียบๆ เป็นสิ่งที่เสริมพลังให้คุณกล้าที่จะเป็นตัวเองในแบบที่ซื่อสัตย์และไร้ความกลัวที่สุด เรานำความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ใส่เข้าไปในแคมเปญ ซึ่งทั้งหมดเกี่ยวกับการถ่ายทอดเวอร์ชันดิบและเป็นตัวฉันที่สุดโดยไม่ผ่านการปรุงแต่ง ฉันอยากให้มันรู้สึกเหมือนสิ่งที่ฉันมองเห็นตัวเองโดยไม่มีเสียงรบกวนรอบข้าง และฉันคิดว่ามันมีพลังมากจริงๆ เราทุกคนมีจังหวะของตัวเอง ลายเซ็นของตัวเอง และเมื่อเรายอมรับสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ นั่นแหละคือเวลาที่เรารู้สึกเป็นตัวเองอย่างที่สุด Ros กล่าว ต่อจากการผจญภัยโร้ดทริปในแบบSpeedcat-poweredตอนนี้ Ros นำเสนอการตีความใหม่ของเธอต่อซิลูเอตต์แรงบันดาลใจจากการแข่งรถ Speedcat Ballet มาพร้อมเชือกผูกที่ได้แรงบันดาลใจจากรองเท้าบัลเลต์ ขณะที่ Speedcat OG Premium โดดเด่นด้วยดีเทลเชือกที่โอบรอบส่วนอัปเปอร์ สำหรับเสื้อผ้า แนวคิดการออกแบบของการคอลแลบครั้งนี้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของ Ros สู่งานสร้างสรรค์ในสไตล์สปอร์ตตี้ที่ผสานโค้ดของสตรีตแวร์ คอลเล็กชันนี้ตีความใหม่จากแทร็กสูทไอคอนิกของ PUMA โดยOversized Track JacketและRelaxed Track Pantsนำเสนอมุมมองสมัยใหม่ต่อสไตล์ในตำนาน ความผ่อนคลายและซิลูเอตต์กว้างในแรงบันดาลใจจากสปอร์ตแวร์ยังคงต่อเนื่องกับHalf-Zip JacketและFull-Zip HoodieรวมถึงMesh Topที่ด้านหลังพิมพ์กราฟิก ROSIE ขนาดใหญ่ ดีเทลชวนยิ้มในคอลเล็กชันนี้อย่างX-Small DuffleและMicro Gripก็ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายวรรคตอนเชิงภาพที่เล่นสนุกไปตลอดคอลเล็กชัน เพิ่มทั้งบุคลิกและสัดส่วนที่มีเอกลักษณ์
ข่าวบันเทิง • 27 ส.ค. 68
อ่าน
แว่นตา ic!berlin เปิดตัวคอลเลกชันใหม่สุดอลังการ ทัพดารา เซเลป ล้นงาน
อลังการ งานหรูหราสุดๆ สำหรับปาร์ตี้ ic!berlin บนชั้นดาดฟ้า Gaysorn Urban Resort ชั้น 19 อาคาร เกษร ทาวเวอร์ ราชประสงค์ งานดีที่รวมเอาดารา เซเลบริตี้ อินฟลูเอนเซอร์ และแฟชั่นนิต้าทั่วเมืองไทยมาไว้ด้วยกัน ภายใต้ธีม The Silver Light of the Moon ในโอกาสที่ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด เปิดตัวแว่นตา ic!berlin 2 คอลเลกชันใหม่ล่าสุด ความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG และคอลเลกชัน Fall Winter 25/26 พร้อมทั้งแสดงความยินดีกับ หมาก ปริญ สุภารัตน์ ในฐานะนักแสดงเอเชียคนแรก ที่ได้รับเกียรติให้เป็น brand ambassador ic!berlin ของประเทศไทยสู่ปีที่ 4 งานนี้นายแบบ นางแบบมืออาชีพตัวแม่ จี๊ด แสงทอง / เอเลี่ยน กัญญณัท / อินทัช กูรมะสุวรรณ นักแสดงซีรีส์ / เชล ธกฤต / อินทัช ณภัทร ร่วมโชว์คอนเลกชันใหม่ นอกจากนี้ มาร์ค - ธนัท และ ฟลุท ชินพรรธน์ นักแสดงจากซีรีส์ Rearrange The Series ขอฟังอีกครั้ง เพลงรักของเธอ / ลาเต้ - ธนรรถชล และ คิม - พงศธร นักแสดงจากเรื่อง ภพเธอ Love Upon a Time Series / เจมส์ เฮย์วอร์ด และ กาด พลอยสุภา จาก ซีรีส์เรื่อง Bad Guy My Boss เจ้านายร้ายรัก / ฟูม-วรายุทธ์ เต้-สรรวยศ และ คุปต์ แพชัยสงค์ Idol Boy Group วง ZOLAR / เงิน อนุภาษ,โอ๊ต-ธาราธร และ พาย ศรัณวุฒิ นักแสดงจาก FourEverYou ร่วมงาน โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหาร คุณประพันธ์ ผดุงเกียรติสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อายลิ้งค์ วิชั่น จำกัด และ Mr.Davide Lunghi, ic!berlin General Manager ic!berlin ประเทศเยอรมัน เปิดปาร์ตี้ที่ไร้ขีดจำกัด โดย หมาก ปริญ เปิดใจว่า "ต้องบอกว่าดีใจมากครับ ที่ได้รับเกียรติให้เป็น brand ambassader ของ ic!berlin ยาวนานถึง 4 ปี ผมเป็นนักแสดงชาวเอเชียคนแรกด้วยที่ได้รับเกียรตินี้ ถามว่าปลื้มมั้ย ปลื้มมากครับ สำหรับงานในค่ำคืนนี้ นอกจากจะมีแฟชั่นโชว์แว่นตาทั้งสองคอลเลกชัน พร้อมด้วยการแสดงสด และประสบการณ์สุดพิเศษ ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ ความประณีต และนวัตกรรมของแว่นตาแต่ละรุ่นอย่างชัดเจนแล้ว ทั้งสองคอลเลกชั่นโดดเด่นมากครับ ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz หรือว่ารุ่น Mercedes-AMG x ic! berlin เพราะคอลเลกชันรุ่นที่ 6 นี้เป็นการหลอมรวมความหรูหราเหนือกาลเวลาของรถยนต์กับดีไซน์แว่นตาแนวมินิมอลอย่างไร้รอยต่อ โดยรุ่นของ Mercedes-Benz โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบเรโทร ที่ทันสมัยและเลนส์ photochromic ที่เปลี่ยนสีตามแสงอีกด้วยครับ ส่วนรุ่นของ Mercedes-AMG เน้นความสปอร์ตเข้มดุดัน น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ด้วยวัสดุ FLEXARBON คาร์บอนไฟเบอร์หลายชั้นลายพิเศษ Twill Night ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภายในห้องโดยสารของ AMG โดยใน September Collection 25 คอลเลกชันหลักจาก ic! berlin ประจำฤดูใบไม้ร่วงปีนี้มาพร้อมกับการออกแบบที่โดดเด่น ดูเท่มาก ว้าวมากเลยครับ ในส่วนของสี Horizontal Color Split คือการแบ่งสีกรอบแว่นในแนวนอน โดยมีผิวสัมผัสแบบด้านด้านบนและเงาด้านล่าง เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้น อันนี้ผมว่าเจ๋งดีครับ และมาพร้อมเฉดสีใหม่ที่สวยงามและน่าค้นหา เช่น Mimosa Yellow, Bronze / Dark Magenta และ Eucalyptus Green คอลเลกชันนี้ยังเปิดตัว พื้นผิวสเตนเลสแบบกัดลาย และอะซิเตทโทนธรรมชาติที่เรียบหรู ซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์งานฝีมือจากเบอร์ลินได้อย่างลงตัวมากเลยครับ" แว่นตา ic!berlin ทุกคอลเลกชัน มีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ศูนย์การค้าชั้นนำ และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือสามารถติดตาม อัพเดทเทรนด์ก่อนใครที่ facebook , IG @ ic!berlinthailand
ไลฟ์สไตล์ • 23 ส.ค. 68
อ่าน
ปั้นตาให้สวยฉ่ำในแท่งเดียว ด้วย KMA MAKE IT DOLLY ปากกาดอลลี่อาย 2in1
KMA MAKE IT DOLLY (เคเอ็มเอ เมค อิท ดอลลี่) ปากกาดอลลี่อาย 2in1 รวม 2 เฉดสี ในแท่งเดียว มีทั้งชิมเมอร์โทนสว่าง และแมตต์โทนน้ำตาลธรรมชาติ ที่จะเนรมิตดวงตาให้ดูกลมโต หวานฉ่ำ เขียนง่าย นุ่มลื่น ติดทนนาน ไม่หลุดระหว่างวัน พิเศษด้วยสูตร Vegan 5-Free เป็นมิตรกับผิว อ่อนโยนต่อดวงตา ปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน และมีวิตามินอีช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ มาพร้อม 2 เฉดสี ROSY TWINKLE ชมพูหวานเปล่งประกาย และ เฉดสี GOLDEN GLOW ให้ลุคแลดูสุขภาพดี จำหน่ายในราคา 290 บาท สามารถซื้อสินค้าได้ที่ Eveandboy, Beautrium, Watsons และ KMA Shop Central พระราม 2 ชั้น G หรือ ช้อปออนไลน์ได้ที่ KMA Cosmetics : Konvy ,TikTok, Shopee, Lazada
ข่าว • 30 ก.ค. 68
ดูเพิ่มเติม