รีเซต

ผลการค้นหา “อีฟสึ เล่าเรื่องโดนเหยียด” - ทรูไอดี

ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดูอนิเมะ Jujutsu Kaisen มหาเวทย์ผนึกมาร ซีซัน 3 ตอนที่ 11 ลุ้นการกางอาณาเขต!
อ่าน

ดูอนิเมะ Jujutsu Kaisen มหาเวทย์ผนึกมาร ซีซัน 3 ตอนที่ 11 ลุ้นการกางอาณาเขต!

ดูอนิเมะออนไลน์ JUJUTSU KAISEN Season 3 มหาเวทย์ผนึกมาร ซีซัน 3 ตอนที่ 11 เรจจี้วางแผนรับมืออย่างรัดกุมเพราะระแวงในเล่ห์เหลี่ยมของเคนจาคุ ทว่าฟุชิงุโระกลับไม่ยอมลดราวาศอก พุ่งตัวเข้าจู่โจมหวังชิงแต้มจากเรจจี้ทันที แต่ในจังหวะทีเผลอลูกไฟระเบิดปริศนากลับพุ่งเข้าใส่ฟุชิงุโระจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ฟุชิงุโระกำลังจะเพลี่ยงพล้ำต่อการถูกรุม ทาคาบะ ผู้ใช้คุณไสยดาวตลกก็ปรากฏตัวขึ้นขัดจังหวะได้อย่างทันท่วงที ทำให้สถานการณ์พลิกกลับมาเป็นการดวลแบบ 2 ต่อ 2 โดยทาคาบะแยกไปปะทะกับฮาเซโนกิ ส่วนฟุชิงุโระต้องดวลเดี่ยวกับเรจจี้อย่างตึงมือ ในสภาพร่างกายที่บอบช้ำฟุชิงุโระต้องเผชิญหน้ากับเรจจี้ที่อ่านทางคุณไสยชิกิงามิของเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แผนการสวนกลับที่เตรียมไว้จึงทำได้ยากลำบาก เพราะเขาถูกรุกไล่อย่างหนักจนแทบไม่มีจังหวะให้งัดไม้ตายออกมาใช้ ติดตามชมอนิเมะ Jujutsu Kaisen The Culling Game Part 1 ทุกวันพฤหัสบดี เวลาประมาณ 23.30 น. ที่ ทรูไอดี กดดูเลย มหาเวทย์ผนึกมาร ซีซัน 3 ตอนที่ 11 เรื่องราวในตอนที่ 11 ฟุชิงุโระที่กำลังเสียเปรียบอย่างหนักตัดสินใจใช้แผนล่อหลอกศัตรูแสร้งทำเป็นหนีเพื่อดึงเรจจี้เข้ามาในยิมเนเซียม ก่อนจะเปลี่ยนสถานที่แห่งนั้นให้กลายเป็นสนามล่าด้วยการงัดไพ่ตายอย่างการกางอาณาเขต แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบก็ตาม ฝ่ายเรจจี้ที่เจนจัดในสนามรบก็ไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำ ใช้ไหวพริบตอบโต้กลับในทันควัน การปะทะกันด้วยสุดยอดวิชาของทั้งคู่มาถึงจุดตัดสินใครจะเป็นผู้ที่เหลือรอดในศึกครั้งนี้?

Komani ฉลองครบรอบครึ่งปีประกาศนำ Silent Hill f เกมสยองขวัญ มาดัดแปลงเป็นมังงะพร้อมตอนจบใหม่!
อ่าน

Komani ฉลองครบรอบครึ่งปีประกาศนำ Silent Hill f เกมสยองขวัญ มาดัดแปลงเป็นมังงะพร้อมตอนจบใหม่!

ข่าวดี! สำหรับแฟน ๆ เกมสยองขวัญจิตวิทยา ล่าสุด Konami ประกาศข่าวดีฉลองครบรอบครึ่งปีของเกม Silent Hill f ด้วยการนำมาดัดแปลงเป็นมังงะ โดยได้คุณ Ryukishi07 ผู้เขียนบทเกม (และเจ้าของผลงานในตำนานอย่าง แว่วเสียงเรไร) มาเขียนเรื่องราวให้อีกครั้ง และได้คุณ Ame Gokin มาเป็นผู้วาดภาพประกอบ ซึ่งก็ได้มีการแอบกระซิบว่าตัวมังงะจะมีตอนจบแบบใหม่ที่ไม่เหมือนในเกม เป็นอะไรที่น่าสนใจมากสำหรับใครที่ชอบเนื้อเรื่องของภาคนี้อยู่แล้ว ในส่วนของรายละเอียดอื่น ๆ ต้องรอติดตามกันต่อไปนะ!本日『SILENT HILL f』は発売から半年を迎えましたハーフアニバーサリーにあわせて『SILENT HILL f』のコミカライズが決定ヤングエースUP (@youngace_up)にて連載予定です竜騎士07氏書き下ろしの新たなエンディングを合金アメ氏が描きます 続報をお待ちください#SILENTHILL #サイレントヒルf pic.twitter.com/f3htnnom3t— SILENT HILL (@silenthill_jp) March 25, 2026 Silent Hill f เกมสยองขวัญจิตวิทยา ได้รับการดัดแปลงเป็นมังงะ เขียนโดยคุณ Ryukishi07 และวาดภาพโดย คุณ Ame Gokin ตัวมังงะจะลงในเว็บไซต์ Young Ace UP (เว็บอ่านมังงะออนไลน์)เรื่องราวของตัวเกมจะพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับความเป็นผู้หญิงในสังคมญี่ปุ่นช่วงปี 1960 โดยจะเล่าผ่านตัวละครหลักอย่าง Shimizu Hinako นักเรียนมัธยมปลายที่อาศัยอยู่ในเมือง Ebisugaoka เธอต้องพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด หลังหมอกปริศนาแปรเปลี่ยนให้ทั้งเมืองกลายเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน มีเพียงสัตว์ประหลาดและหมู่มวลดอกฮิกังบานะที่อยู่ได้ในสภาพแวดล้อมนี้ เธอต้องสู้ พร้อมแก้ไขปริศนา และค้นหาความจริงไปด้วย...ที่มา : X(Twitter) Silenthill

ดูอนิเมะ มีสาวน่ารักอยู่ในปาร์ตี้ผู้กล้า EP.11 โยกิ-เรเวน ผิดแผน! เดทในฝันพังยับ
อ่าน

ดูอนิเมะ มีสาวน่ารักอยู่ในปาร์ตี้ผู้กล้า EP.11 โยกิ-เรเวน ผิดแผน! เดทในฝันพังยับ

ดูอนิเมะออนไลน์ There Was a Cute Girl in the Hero's Party, So I Tried Confessing to Her มีสาวน่ารักอยู่ในปาร์ตี้ผู้กล้า ฉันเลยลองสารภาพรักกับเธอ ตอนที่ 11 เมื่อไกเอ่ยปากว่าอยากหางานทำ โยกิจึงเกิดไอเดียพิเรนทร์ด้วยการให้ไกปลอมตัวเพื่อไปลงทะเบียนที่กิลด์นักผจญภัย ทว่าแผนการยังไม่ทันเริ่มเซซิเลียก็จับไต๋ได้เสียก่อนว่าผู้อยู่เบื้องหลังหน้ากากนักดาบทมิฬก็คือโยกิ ถึงอย่างนั้นเซซิเลียกลับยอมร่วมมือด้วย เธอคอยปรามท่าทีที่ดูเล่นใหญ่เกินเบอร์ของโยกิให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง ในขณะที่ไกเองก็มุ่งมั่นทำงานอย่างเต็มที่เพื่อหวังจะตอบแทนบุญคุณของทีล จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อโยกิและเซซิเลียต้องออกไปทำภารกิจระดับ A กันเพียงลำพัง บรรยากาศสองต่อสองทำให้โยกิถึงกับเสียอาการทำตัวไม่ถูก ส่วนเซซิเลียเองก็มีความกังวลเรื่องการคลุมถุงชนกับอาณาจักรข้างเคียงกัดกินใจอยู่ แม้ทั้งคู่จะยังไม่ได้เปิดใจสารภาพความรู้สึกออกมาตรง ๆ แต่ช่วงเวลาที่ได้อยู่เคียงข้างกัน กลับค่อย ๆ ถักทอความรู้สึกดี ๆ ให้งอกงามขึ้นอย่างเงียบเชียบสามารถรับชมอนิเมะ มีสาวน่ารักอยู่ในปาร์ตี้ผู้กล้า ฉันเลยลองสารภาพรักกับเธอ อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอังคาร เวลาประมาณ 21.00 น. ที่ทรูไอดี กดดูอนิเมะ มีสาวน่ารักอยู่ในปาร์ตี้ผู้กล้า ฉันเลยลองสารภาพรักกับเธอ ตอนที่ 11 เรื่องราวในตอนที่ 11 เพราะแผนการของดยุก วันนี้จึงกลายเป็นนัดเดทกลุ่มสุดพิเศษ! ทั้งโยกิและเรเวนต่างตั้งความหวังไว้สูงว่าความสัมพันธ์กับคนที่แอบชอบจะก้าวหน้าขึ้นเสียที ในขณะที่เรเวนกำลังดื่มด่ำกับช่วงเวลาอันแสนหวานร่วมกับแฮปปิเนส จู่ ๆ รองหัวหน้าอัศวินก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเยาะเย้ย แม้แฮปปิเนสจะพยายามปกป้องด้วยการตำหนิความเสียมารยาทนั้น แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นคำพูดถากถางให้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม จนสุดท้ายเรเวนที่แบกรับความอับอายไม่ไหวต้องวิ่งหนีเตลิดไป

เปิดมุมมอง "โยชิ รินรดา" กับการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ
อ่าน

เปิดมุมมอง "โยชิ รินรดา" กับการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ

เปิดมุมมอง "โยชิ รินรดา" กับการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อเรียกว่ากำลังเป็นที่สนใจของใครหลายคนสำหรับเรื่องราวของการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อของ Transgender ที่มีหลายคนทั้งสนับสนุน และหลายคนก็คัดค้านการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ โดยล่าสุด"โยชิ รินรดา"นักแสดงสาวทรานส์ชาวไทย ผู้คว้ามงกุฎ Miss Tiffany's Universe 2017 ได้ออกมาให้ความเห็นกับประเด็นนี้ผ่านทางเพจส่วนตัวของเธอ โดยเธอระบุว่า "โยเป็นทรานส์ และโยก็ภูมิใจในการเป็นทรานส์ค่ะ และแน่นอนว่าโยเห็นด้วยกับการเปลี่ยนคำนำหน้า เนื่องด้วยปัญหาส่วนตัวที่เคยมีมา ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปตปท การโดนตรวจค้นเพราะคำนำหน้าเราไม่ตรงกับเพศสภาพ การที่ไม่สามารถเดินทางไปในบางประเทศได้ หรือการหัวเราะคิกคักต่อหน้าเราเพระเรามีคำนำหน้าเป็นนาย อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เรื่อง(ไม่)ลับทำความรู้จัก "โยชิ รินรดา" สำหรับตัวโย ไม่ได้อยากแก้ หรือลบประวัติว่าฉันคือผู้หญิงจริงๆแต่เกิด โยแค่อยากใช้คำนำหน้าตรงกับเพศสภาพในปัจจุบัน และก็เข้าใจในมุมมองของผญและผช ดังนั้นเราจึงต้องแลกเปลี่ยนหาความตรงกลางระหว่างทั้ง2ฝ่าย การเปลี่ยนมาใช้ นส ไม่ควรที่จะได้เปลี่ยนง่ายเกินไป เพราะหลายคนยังกลัวการอาชญากรรม หลบหลีกหนีคดี อาจจะต้องให้แพทย์ทำการยืนยัน ว่าเราคือทรานส์และใช้ชีวิตเป็นผญมาอย่างยาวนาน และ ควรตรวจสอบได้ง่ายในการที่จะรู้บุคคลนั้นสงสัยว่าเป็นทรานส์หรือป่าว เพื่อไม่สร้างความวุ่นวายและปกปิดตัวตน ในการจะหลอกลวงหรือการรักษาทางการแพทย์(อาจจะมีการลงข้อมูลthaID หรืออะไรก็แล้วแต่) มันยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกมาก ในเหตุการณ์ปัจจุบันโยอยากขอบคุณคนที่เข้าใจที่สนับสนุน และอยากขอบคุณคนที่ยังไม่เข้าใจ และเปิดใจยอมรับฟัง และขอบคุณคนที่ไม่เห็นด้วย และเห็นถึงปัญหาที่ตามมา เราจะได้หาทางออกที่ดีร่วมกัน" ภาพประกอบจาก yoshirinrada.thura ภาพประกอบจาก yoshirinrada.thura ภาพประกอบจาก yoshirinrada.thura ภาพประกอบจาก yoshirinrada.thura

โต้กลับ!! 'วินิซิอุส' จวกผ่านโซเชียล ชี้พวกเหยียดผิวคือคนขลาด
อ่าน

โต้กลับ!! 'วินิซิอุส' จวกผ่านโซเชียล ชี้พวกเหยียดผิวคือคนขลาด

วินิซิอุส จูเนียร์ ดาวเตะทีมชาติบราซิลของ เรอัล มาดริด ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียทันทีหลังจบเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ น็อคเอาท์ เฟส เพลย์ออฟ นัดแรก ที่ทีมราชันชุดขาวบุกไปเอาชนะ เบนฟิก้า 1-0 เมื่อคืนวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตำหนิกลุ่มคนที่แสดงพฤติกรรมเหยียดผิวว่าเป็นพวกขี้ขลาด พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยให้ปัญหาเดิมๆ เกิดขึ้นซ้ำซากไม่จบสิ้น ในเกมนัดดังกล่าว เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายออกนำก่อน จากประตูของ วินิซิอุส ในนาทีที่ 50 แต่หลังจากมีประตูเกิดขึ้น เกมก็ต้องหยุดชะงักไปกว่า 10 นาที เมื่อ วินิซิอุส ฟ้องผู้ตัดสินว่าถูก จานลูก้า เปรสติอันนี่ กองกลางของ เบนฟิก้า พูดบางอย่างใส่ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นการเหยียดผิว ทำให้สตาฟฟ์โค้ชทั้งสองทีมต้องมาช่วยเคลียร์ก่อนที่เกมกลับมาเล่นต่อกันได้ ก่อนที่สุดท้ายจะเป็น เรอัล มาดริด ที่เป็นฝ่ายชนะไปด้วยสกอร์ 1-0 ล่าสุด ดาวยิงบราซิเลียนระบายความคับแค้นใจโดยพุ่งเป้าไปที่ จานลูก้า เปรสติอันนี่ ที่ใช้เสื้อปิดบังปากขณะพูดใส่เขา ซึ่ง วินิซิอุส มองว่าเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงความขี้ขลาดที่ไม่กล้าเปิดเผยสิ่งที่พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ เขายังแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่ตนเองซึ่งเป็นผู้ถูกกระทำกลับต้องมาโดนใบเหลืองเพียงเพราะการฉลองประตู พร้อมทั้งโจมตีว่ามาตรการในการรับมือกับการเหยียดผิวในสนามของยูฟ่านั้นล้มเหลวและไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง ทั้งนี้ วินิซิอุส ได้โพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดียของตนเองระบุว่า "พวกเหยียดผิวก่อนอื่นเลยคือพวกคนขลาด พวกเขาถึงต้องเอาเสื้อปิดปากเพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองนั้นอ่อนแอแค่ไหน" "แต่ที่น่าเศร้าคือพวกเขามีกลุ่มคนที่คอยปกป้อง ทั้งที่ตามหลักการแล้วคนเหล่านั้นมีหน้าที่ต้องลงโทษพฤติกรรมเหล่านี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในชีวิตของผมหรือครอบครัวเลยสักนิด" "ผมได้รับใบเหลืองเพียงเพราะการฉลองประตู จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลเลย ส่วนเจ้าหน้าที่ในสนามก็มีแต่มาตรการที่จัดการได้แย่มากและไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย" วินิซิอุส ทิ้งท้ายว่า เขาไม่ได้มีความสุขที่ต้องมาเป็นจุดสนใจในสถานการณ์เช่นนี้ โดยเฉพาะหลังจากทีมเพิ่งคว้าชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ซึ่งควรจะเป็นพาดหัวข่าวหลัก แต่เขาเล็งเห็นว่านี่คือเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อความเปลี่ยนแปลง ดูบอลสดครบทั้งลีก และถ้วยยุโรปชั้นนำ อาทิ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก / ยูฟ่า ยูโรปา ลีก / ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก / ลาลีกา / บุนเดสลีกา / เซเรีย อา / แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ และอีกมากมายกว่า 2,000 แมตช์ ตลอดฤดูกาล 2025/26 สมัครและดูได้แล้ววันนี้ Now Football 199 บาท/เดือน (1 จอ ดูได้ทุกอุปกรณ์) คลิก : https://truevisions-now.onelink.me/RQwi/1rsb84q1

ดูอนิเมะ Dead Account พิฆาตบัญชีมรณะ EP.7 สงครามจำลองเริ่มแล้ว!
อ่าน

ดูอนิเมะ Dead Account พิฆาตบัญชีมรณะ EP.7 สงครามจำลองเริ่มแล้ว!

ดูอนิเมะออนไลน์ Dead Account เดดแอ็กเคานต์ พิฆาตบัญชีมรณะ ตอนที่ 7 ด้วยความปรารถนาที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เอนิชิโระได้ตัดสินใจเผชิญหน้ากับไฮจิมะตุ๊กตาประจำโรงเรียนมิเด็น จนเขาได้ล่วงรู้ความลับอันน่าตกใจว่า แท้จริงแล้วไฮจิมะคือหุ่นเชิดที่ถูกบงการจากระยะไกลอย่างเหนือชั้น เอนิชิโระพยายามใช้การต่อสู้กับตุ๊กตานี้เป็นบทเรียนฝึกฝน แต่ทว่าโลกแห่งความจริงกลับโหดร้ายกว่าที่คิดเพราะทักษะการควบคุมหุ่นที่เชี่ยวชาญนั้นรุกไล่ต้อนจนเอนิชิโระพ่ายแพ้ อย่างไรก็ตามความพ่ายแพ้ในครั้งนี้กลับเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลุกพลังและขัดเกลาฝีมือของเขาให้รุดหน้าไปอีกขั้น ในขณะเดียวกัน เมื่อแผนการปราบ Kได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ เปลวไฟแห่งเป้าหมายในใจของเอนิชิโระก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้งแต่หนทางสู่สมรภูมินั้นไม่ง่าย เพราะเขามีเงื่อนไขเหล็กที่ต้องผ่านไปให้ได้ นั่นคือการเอาชนะนักเรียนห้องข้างเคียงจอมแกร่งให้สำเร็จ สามารถรับชมอนิเมะ Dead Account อัปเดตตอนใหม่ทุกวันเสาร์เวลาประมาณ 22.00 น. ที่ทรูไอดี ดูอนิเมะ Dead Account ตอนที่ 7 เรื่องราวในตอนที่ 7 เมื่อคำดูถูกเหยียดหยามพุ่งตรงเข้าใส่ทั้งสองกลุ่ม โทสะของ เอนิชิโระก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด! ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและการเผชิญหน้าที่ตึงเครียด สมาชิกแต่ละคนต่างทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับแมตช์ตัดสินที่กำลังจะมาถึง จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของพวกเขาถูกจุดให้ลุกโชนยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ สมรภูมิในครั้งนี้คือคุซัตสึเสมือนจริง พื้นที่จำลองเมืองคุซัตสึที่ถูกเนรมิตขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ และเมื่อเจตจำนงของแต่ละคนมาบรรจบกัน เสียงระฆังแห่งการต่อสู้ก็ได้กึกก้องขึ้น ทันทีที่เริ่มเกมคาซุบาตะไม่รอช้าพุ่งเข้าเปิดฉากโจมตีก่อนทันที แต่กลับถูกสกัดไว้ได้ และกลุ่ม 2 ก็ต้องเผชิญกับวิกฤตเมื่อถูกสวนกลับโดยกลุ่ม 1 แม้เขาจะเป็นเพียงนักศึกษาปีหนึ่ง แต่ฝีมือนั้นกลับร้ายกาจระดับแถวหน้า ด้วยดีกรีผู้ผ่านสมรภูมิกำจัดแอ็กเคานต์หลอนระดับสูง และเคยฉายเดี่ยวสยบผู้บุกรุกระดับกลางมาแล้วด้วยตัวคนเดียว ท่ามกลางการโจมตีแบบกระจัดกระจายแต่เฉียบคมของกลุ่ม 1 ทางด้านกลุ่ม 2 จึงต้องรวมพลังกันสู้ด้วยทีมเวิร์ค เพื่อต้านทานศัตรูที่เหนือชั้น ผลลัพธ์ของการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร?!

รู้จัก ความสามารถ ฮาคาริ คินจิ อนิเมะ Jujutsu Kaisen มหาเวทย์ผนึกมาร
อ่าน

รู้จัก ความสามารถ ฮาคาริ คินจิ อนิเมะ Jujutsu Kaisen มหาเวทย์ผนึกมาร

ประวัติ ฮาคาริ คินจิ ฮาคาริ คินจิ นักเรียนชั้นปี 3 แห่งโรงเรียนไสยเวทโตเกียว จากอนิเมะ JUJUTSU KAISEN Season 3 มหาเวทย์ผนึกมาร ซีซัน 3 ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความระห่ำจนถูกสั่งพักการเรียนเนื่องจากไปมีเรื่องชกต่อยกับเบื้องบน ในระหว่างที่ถูกพักการเรียนเขาได้ผันตัวไปเปิดสังเวียนมวยเถื่อนใต้ดินที่ให้นักคุณไสยมาสู้กันด้วยมือเปล่าเพื่อเดิมพันเงินรางวัล ฮาคาริเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูงจนเข้าขั้นหลงตัวเอง เขาไม่สนใจกฎเกณฑ์ใด ๆ ของโลกนักคุณไสย ปรัชญาการใช้ชีวิตของฮาคาริคือการมองหาความเร่าร้อน เขาหลงใหลในการเห็นผู้คนจมดิ่งไปกับความทะเยอทะยานจนตัวลุกเป็นไฟ ฮาคาริเชื่อว่าการพนันคือวิธีที่แสดงออกถึงพลังชีวิตได้ดีที่สุด แม้ภาพลักษณ์จะดูเป็นคนเห็นแก่ตัวและหยาบคาย แต่ฮาคาริกลับให้เกียรติในความฝันและความปรารถนาของผู้อื่นเสมอ เขาจะยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยเหลือนักคุณไสยคนอื่นก็ต่อเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนที่แท้จริงในตัวคน ๆ นั้นเท่านั้น ดั่งในตอนที่เขาพบกับอิตาโดริ ยูจิ ในตอนแรกเขามองว่ายูจิเป็นเพียงอะไหล่ที่น่าเบื่อ แต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นที่พลุ่งพล่านของรุ่นน้อง เขาก็ยอมรับและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทันที ฮาคาริถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในนักเรียนที่แข็งแกร่งที่สุด โดยโกโจ ซาโตรุ เคยกล่าวว่าเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีศักยภาพทัดเทียมกับตนเองได้ และยูตะยังยอมรับว่าถ้าฮาคาริเครื่องติดเขาจะเก่งกว่าผมเสียอีก พลังไสยเวทย์ของฮาคาริมีความพิเศษคือ "ความสาก" เหมือนมีหนามแหลมคม ยูจิเปรียบเปรยว่าเวลาโดนฮาคาริต่อยเหมือนถูกฟาดด้วยไม้เบสบอลพันลวดหนาม ทำให้ทุกการโจมตีธรรมดาของเขาสร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรง และถึงจะดูเหมือนว่าเขาเป็นนักเลงบ้าพลัง แต่ฮาคาริคืออัจฉริยะด้านการวางแผนในสนามรบ เขามีไหวพริบในการวิเคราะห์พลังของศัตรูได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

“เอวา ปวรวรรณ” เล่า 2025 ปีแห่งบาดแผล น้ำตา และการเติบโต จากความเจ็บปวดสู่หัวใจที่แข็งแรงกว่าเดิม
อ่าน

“เอวา ปวรวรรณ” เล่า 2025 ปีแห่งบาดแผล น้ำตา และการเติบโต จากความเจ็บปวดสู่หัวใจที่แข็งแรงกว่าเดิม

เอวา ปวรวรรณ เล่า 2025 ปีแห่งบาดแผล น้ำตา และการเติบโต จากความเจ็บปวดสู่หัวใจที่แข็งแรงกว่าเดิม แม้ภาพลักษณ์ของคุณหนูหมื่นล้าน เอวา ปวรวรรณ จะเป็นรอยยิ้มสดใสและพลังบวกที่แฟนๆ คุ้นเคยกันดี แต่เบื้องหลังปี 2025 กลับเป็นปีที่เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวด ความสูญเสีย และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตอย่างที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน ล่าสุด เอวาได้โพสต์ข้อความเปิดใจส่งท้ายปี ผ่านโซเชียลมีเดีย เล่าถึงบทเรียนชีวิตที่เต็มไปด้วยน้ำตาและการเติบโต พร้อมยอมรับตรงไปตรงมาว่า ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาที่สุด แต่ก็เป็นปีที่สอนให้เธอเข้าใจคุณค่าของความสุขมากขึ้นเช่นกัน @sunflowava จบปี 2025 แล้วค่ะ!! พอมองย้อนกลับไป ปีนี้เป็นปีที่หนูเจอทั้งความเจ็บปวด ความเศร้า และการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยค่ะ แต่รู้ไหมคะ มันสอนหนูสิ่งที่มีค่ามากๆ นั่นคือ พอความสุขมาถึง หนูจะรู้เลยว่ามันสวยงามแค่ไหน ชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ มีทั้งสุข มีทั้งเศร้า บางวันก็ยุ่งเหยิง บางวันก็ใจฟู อารมณ์ไม่เคยอยู่กับเราตลอดไป ทุกอย่างล้วนผ่านไปได้เสมอค่ะ เพราะงั้นขอให้โอบกอดทุกช่วงเวลาที่เรามีไว้ให้แน่น เพราะแค่ได้มีชีวิตอยู่ตอนนี้ ก็เป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วค่ะ หนูขอบคุณทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต ทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี เรื่องร้ายๆ ทำให้หนูเห็นคุณค่าของช่วงเวลาดีๆ มากขึ้น และสอนให้หนูไม่ยึดติดเกินไป เพราะการยึดติดคือความทุกข์ และไม่มีอะไรอยู่กับเราตลอดไป สิ่งเดียวที่อยู่กับเราจริงๆ คือหัวใจของเราเองค่ะ หัวใจที่ต้องอ่อนโยนแต่เข้มแข็ง พร้อมปกป้องตัวเอง และไม่ปล่อยให้โลกทำให้เรากลายเป็นคนใจร้าย หนูอยากให้ทุกคนลองคิดดู ถ้าหนูถามว่า วันนี้ปีที่แล้ว ทุกคนเคยร้องไห้เรื่องอะไร ส่วนใหญ่ก็คงจำไม่ได้แล้วใช่ไหมคะ ?สุดท้ายทุกอย่างจะกลายเป็นแค่ความทรงจำ และไม่ว่าตอนนี้มันจะเจ็บแค่ไหน หนูสัญญาเลยค่ะ ว่าสักวันเราจะยิ้ม หัวเราะ และมองย้อนกลับไปด้วยหัวใจที่อบอุ่น ตื่นเต้นมากๆ ที่จะได้เจอกับปี 2026 ค่ะ และหนูพร้อมรับทุกอย่าง ด้วยหัวใจที่แข็งแรง แต่ยังนุ่มนิ่มเหมือนเดิมค่ะ อิอิ ไอเลิฟยูบิ้กๆๆมัชชช ขอให้ทุกคนอยู่เติบโตไปกับดอกทานตะวันดอกนี้ไปนานๆนะคะ โพสต์ดังกล่าวได้รับกำลังใจจากแฟนคลับอย่างล้นหลาม หลายคนเข้ามาแชร์ประสบการณ์ชีวิตของตัวเอง พร้อมส่งข้อความให้กำลังใจ และขอบคุณแอวาที่กล้าเปิดหัวใจ ถ่ายทอดความจริงของชีวิตที่ไม่ได้สวยงามตลอดเวลา แต่เต็มไปด้วยพลังในการลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

“บอนนี่” ตกใจและเป็นห่วง “เอมี่” หลังเจอซาแซงประชิดตัววอนให้เกียรติกัน
อ่าน

“บอนนี่” ตกใจและเป็นห่วง “เอมี่” หลังเจอซาแซงประชิดตัววอนให้เกียรติกัน

บอนนี่ ตกใจและเป็นห่วง เอมี่ หลังเจอซาแซงประชิดตัววอนให้เกียรติกัน ทำเอาหลายคนเป็นห่วงนักแสดงสาว เอมี่ ทสร หลังมีคลิปที่เจ้าตัวโดนซาแซงชายรายหนึ่งเข้าประชิดตัว ซึ่งภาพในคลิปวิดีโอก็เห็นถึงสีหน้าของสาว เอมี่ ดูตกใจ ล่าสุดเจอ บอนนี่ ภัทราภัสร์ แม้ไม่อยู่ในเหตุการณ์แต่พอเห็นคลิปก็รู้สึกตกใจและเป็นห่วง คือหนูก็เห็นคลิปพร้อมทุกคนว่ามีการเข้าถึงตัว ก็เป็นห่วงเขา ตอนนั้นหนูไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เห็นคลิปก็สงสารพี่มาก เหมือนเขาก็ตกใจ เพราะเข้ามาประชิด จริงๆ การกระทำแบบนี้มันเป็นสิ่งที่ทำ ให้คนเกิดกลัว คือหนูก็ไม่รู้เหตุผล หนูเชื่อว่าไม่มีใครอยากขึ้นชื่อว่าเป็นซาแซงหรอก แต่ละคนก็คงมีเหตุผลของเขา แต่เราก็ต้องดูด้วยว่าเหตุผลที่จะเข้าไปถึงตัวศิลปินมันทำให้ใครเดือดร้อนหรือเปล่า ก็อยากให้ช่วยกันคิดเยอะๆ จริงๆ ตอนนี้ก็มีพี่ๆ เออาร์ทุกคนคอยคุ้มครอง คอยอยู่ข้างๆ พวกเรา แต่ส่วนตัวหนูไม่เคยเจอ แต่ก็ไม่อยากเจอ หนูเชื่อว่าหลายๆ คนก็น่าจะรู้แหละ ไม่มีใครอยากเป็นซาแซงหรอก เพราะการที่มาทำแบบนี้ ศิลปินไม่ได้มองคุณในทางที่ดีอยู่แล้ว ถ้าเราอยากทำให้ศิลปินรักเราก็ให้เกียรติกันดีกว่า ถ้าคุณให้เกียรติเรา เราก็ให้เกียรติคุณ ถ้าคุณรักเรา เราก็รักคุณ ทำแบบนี้ดีกว่า เราจะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย

ดูอนิเมะ โทจิมะอยากเป็นคาเมนไรเดอร์ ตอนที่ 13 จากงานเลี้ยงสู่สนามรบ!
อ่าน

ดูอนิเมะ โทจิมะอยากเป็นคาเมนไรเดอร์ ตอนที่ 13 จากงานเลี้ยงสู่สนามรบ!

ดูอนิเมะออนไลน์ Tojima Wants to Be a Kamen Rider โทจิมะอยากเป็นคาเมนไรเดอร์ ตอนที่ 13 ฉันจะสู้กับช็อกเกอร์ไปจนตาย คำตอบของยูริโกะที่มีต่ออิจิโยะหลังจากการสารภาพรักนั้นช่างเย็นชาและไร้เยื่อใย แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งหัวใจของอิจิโยะได้ เขายังคงพร่ำบอกรักยูริโกะต่อไปกลายเป็นตำนานรักข้างเดียวที่ดูจะไม่มีวันจบสิ้น ทว่าท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นของงานเลี้ยง ยูคาริสกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความชั่วร้ายของพวกช็อกเกอร์ที่แฝงตัวอยู่ใกล้ ๆ เธอจึงเปิดฉากเข้าปะทะกับนากาโอะทันที แต่ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียด ฟุตาบะก็ได้เข้ามาขัดจังหวะจนทำให้เหล่าไรเดอร์ต้องตบเท้าเรียงหน้ากันแปลงร่างเพื่อเตรียมรับศึกใหญ่ ผลสุดท้ายฝ่ายไรเดอร์เป็นฝ่ายคว้าชัยไปได้ แต่เรื่องราวยังไม่จบเพียงแค่นั้นเพราะในเงามืดมนุษย์ค้างคาวได้เริ่มเคลื่อนไหวและนัดพบกับมนุษย์แมงมุมเป็นที่เรียบร้อยแล้วอัปเดตตอนใหม่ทุกวันเสาร์ เวลาประมาณ 00.00 น. (คืนเช้าวันอาทิตย์) ที่ทรูไอดี กดดูเลย โทจิมะอยากเป็นคาเมนไรเดอร์ ตอนที่ 13 เรื่องราวในตอนที่ 13 ห้องรับรองส่วนตัวของร้านอิซากายะฟุตาบะที่เคยใช้จัดงานเลี้ยง บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพพังยับเยินหลังสิ้นสุดการปะทะกับนากาโอะ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของโทจิมะและพรรคพวก ฟุตาบะที่กำลังเดือดจัดก็ปรากฏตัวขึ้น ทำให้อิจิโยะตัดสินใจโกยแน่บหนีไปทันที แต่มีหรือที่ฟุตาบะจะยอมปล่อยไป เธอเปิดฉากไล่ล่าอย่างไม่ลดละจนกระทั่งทั้งคู่ประจันหน้ากันในที่สุด และ ณ ที่แห่งนั้นเอง ความโกรธแค้นและรอยร้าวที่ฝังลึกในใจซึ่งฟุตาบะมีต่อพี่ชายก็ได้ระเบิดออกมาอย่างไม่อาจหยุดยั้ง

ใจสลายทั้งทีม! "Givemeakiss" ร่ำไห้ หลัง RoV หญิงไทยต้องยุติเส้นทางซีเกมส์ เผยซ้อมกันยันดึกหวังได้ไปต่อ
อ่าน

ใจสลายทั้งทีม! "Givemeakiss" ร่ำไห้ หลัง RoV หญิงไทยต้องยุติเส้นทางซีเกมส์ เผยซ้อมกันยันดึกหวังได้ไปต่อ

สืบเนื่องจากสถานการณ์ดราม่าร้อนแรงของวงการอีสปอร์ตไทยในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (SEA Games 2025) ที่ทำเอาแฟนเกม RoV ต้องช็อกไปตาม ๆ กันครับ หลังจากที่มีประเด็นเรื่องการตรวจพบการกระทำผิดกฎของนักกีฬาในทีมอย่าง "Tokyogurl" (นางสาวณภัทร วราสินธ์) จนนำไปสู่บทลงโทษแบนจากการแข่งขัน ล่าสุดผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวบุคคล แต่ดูเหมือนจะส่งผลร้ายแรงต่อความรู้สึกและเส้นทางของเพื่อนร่วมทีมที่เหลืออย่างจุกอกล่าสุดเหล่าสมาชิกทีมชาติคนอื่น ๆ ก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว หลังจากที่มีประกาศบทลงโทษและการตัดสินใจจากทางสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) ออกมา ความหวังของทีมสาวไทยที่เหลืออยู่ก็ดูเหมือนจะพังทลายลง โดยทาง "Givemeakiss" หรือ จอมคน พุ่มสีนิล หนึ่งในสมาชิกทีม RoV หญิงชุดนี้ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ส่วนตัว บอกเล่าความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจว่า"เสียใจจนพูดไม่ออกเลยค่ะ พวกหนูพยายามกันมาหนักมากๆที่ผ่านมา เพื่อความฝันและเป้าหมายเดียวกัน เมื่อคืนพวกหนูยังคงฟิตซ้อมกันต่อด้วยไลน์อัพที่ยังเหลืออยู่จนถึงดึกมากๆ ตอนนี้ใจหนูแหลกสลายสุดๆเลยค่ะ ท้ายที่สุดนี้หนูอยากขอโทษทุกคนนะคะ"ข้อความนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเกิดเรื่องราวขึ้นเมื่อวาน แต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา สมาชิกทีมที่เหลือ ยังคงมีความหวังและก้มหน้าก้มตาซ้อมกันอย่างหนักจนดึกดื่น เพื่อเตรียมตัวสำหรับการแข่งในรอบต่อไป แต่สุดท้ายก็ต้องฝันสลาย กลายเป็นความผิดหวังขั้นสุดทั้งนี้ทางด้านนายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยเองก็น้อมรับคำตัดสิน ออกแถลงการณ์ยอมรับคำตัดสินโทษดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยยืนยันว่านักกีฬารายดังกล่าว (Tokyogurl) ได้กระทำความผิดจริงตามกฎข้อ 9.4.3 เรื่องการใช้ซอฟต์แวร์ของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการดัดแปลงฮาร์ดแวร์ ซึ่งทางสมาคมฯ เคารพในกฎกติกาและความถูกต้องเป็นที่สุดเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงและเป็นเรื่องน่าเห็นใจสำหรับนักกีฬาคนอื่น ๆ ในทีมที่ทุ่มเทฝึกซ้อมมาอย่างยาวนานเพื่อแข่งขันภายใต้ผืนธงชาติไทย แต่ต้องมา "ใจสลาย" จากการกระทำที่ผิดพลาดในครั้งนี้ แฟน ๆ คงต้องส่งกำลังใจให้ Givemeakiss และเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ครับข้อมูลอ้างอิงจากFacebook Givemeakiss

ดูอนิเมะ Dragon Raja ราชามังกร ซีซัน 2 EP.8 ลำบากเลยต้องแชร์ห้องพัก!
อ่าน

ดูอนิเมะ Dragon Raja ราชามังกร ซีซัน 2 EP.8 ลำบากเลยต้องแชร์ห้องพัก!

ดูอนิเมะออนไลน์ ราชามังกร ซีซัน 2 Dragon Raja II: The Mourner's Eyes Season 2 ตอนที่ 8 แผนการนีเบอลุงเกนของสถาบันคัทเซลและเหล่าผู้อาวุโสต้องหยุดชะงักลง เมื่อซีซาร์ยืนยันว่าตนเองมีสายเลือดที่ต้อยต่ำ แม้ว่าเขาจะเป็นคนเดียวในตระกูลกัตตูโซ่ที่สืบเชื้อสายอันยอดเยี่ยมและได้รับการยอมรับเป็นข้อยกเว้นก็ตาม ทว่าซีซาร์ไม่เคยลืมภาพความสูญเสียมารดาและไม่เคยยอมรับบุญคุณจากตระกูลนี้ เขาตั้งใจจะยืนหยัดอยู่บนโลกในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น ในขณะเดียวกัน จูซื่อหานและลู่หมิงเฟยที่กำลังเดินทางกลับไปยังสถาบัน ก็ได้พบกับเด็กสาวปริศนาคนหนึ่งซึ่งพลัดตกลงมาจากที่สูง แต่โชคดีที่จูซื่อหานสามารถรุดเข้าไปรับร่างของเธอไว้ได้ทันเวลาพอดีอัปเดตตอนใหม่ทุกวันพุธ เวลาประมาณ 00.00 น.​ (คืนเช้าวันพฤหัสบดี) ที่ ทรูไอดี กดดูเลย ราชามังกร ซีซัน 2 ตอนที่ 8 เรื่องราวในตอนที่ 8 นักเรียนหญิงผมสีน้ำตาลที่ตกจากบันไดลงมาต่อหน้าลู่หมิงเฟยและจูซื่อหานคือ เซี่ยหมี นักเรียนชั้นปีที่หนึ่งระดับ A จากสถาบันคัทเซลเช่นเดียวกับทั้งสองคน เธอไม่สามารถเดินทางไปยังสถาบันได้เนื่องจากมีการประท้วงหยุดเดินรถไฟใต้ดินทำให้เธอต้องติดค้างอยู่ที่นี่ เมื่อไม่มีที่พักเซี่ยหมีจึงพยายามกางเต็นท์ในสวนสาธารณะ แต่จูซื่อหานที่เห็นสถานการณ์เข้าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชวนให้พวกเขาไปพักที่โรงแรมด้วยกัน

“ภูธัชชัย BUS” จากนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้สู่ศิลปินไอดอล กับเรื่องลับ ๆ ในวงใครนอนกรนดังที่สุด!
อ่าน

“ภูธัชชัย BUS” จากนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้สู่ศิลปินไอดอล กับเรื่องลับ ๆ ในวงใครนอนกรนดังที่สุด!

จากอดีตนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้ สู่เส้นทางศิลปินเต็มตัว ภู ธัชชัย ลิ้มปัญญากุล หนึ่งในสมาชิกวง BUS เปิดใจครั้งแรกในรายการ Prime Cast แบบเจาะลึก ถึงแรงบันดาลใจ ความกดดัน การเรียนรู้ที่จะชนะใจตัวเอง พร้อมเล่าโมเมนต์ที่จดจำที่สุด ใครกรนดังที่สุด ใครปลุกยากที่สุด และแพชชั่นที่ทำให้ยังเดินหน้าต่อบนเส้นทางนี้ แนะนำตัวหน่อยค่ะ น้องภู ภูธัชชัย : ครับผม ผมภูธัชชัย วงบัสครับจริงๆ เมื่อก่อนเคยเป็นนักกีฬาไอซ์ฮอกกี้ครับ ผันตัวมาเข้าโปรเจค NADAO ACADEMY ก็ได้มาเจอพี่ย้งแล้วก็ได้มาอยู่ตรงนี้ทุกวันนี้ครับผม ตอนเป็นนักกีฬาอายุเท่าไหร่ ? ภูธัชชัย : ผมเริ่มตั้งแต่น่าจะ 7-8 ขวบ จนอายุประมาณ 17 ย่าง 18 ครับ นาดาวเจอเราได้ยังไง? ภูธัชชัย : ตอนนั้นอายุประมาณ 13-14 ก็มีทีม CASTING ทักมาก็ลองแคสแล้วเขาบอกว่าเดี๋ยวบอกผลนะ ผ่านไปประมาณเกือบปีหนึ่ง เขาก็บอกว่าเขาจะทำโปรเจค Nadao Academy คือหาเด็กใหม่หมดเลย จะมีนักแสดงด้วยแล้วก็มีพาร์ทศิลปินด้วย เพราะตอนนั้นมีนาดาวมิวสิคด้วย เลยให้กลับมาแคสอีกรอบหนึ่งก็คือให้เลือกเลยว่าอยากจะอยู่ในดาวบางกอกหรือว่านาดาวมิวสิค ตอนนั้นเราน่าจะเลือกมิวสิคไปครับ เพราะว่าคิดว่าร้องเพลงน่าจะง่ายกว่า จากไม้ฮอกกี้มาจับไมค์ ภูธัชชัย : ช่วงแรกก็งงอยู่แต่ว่าจริง ๆ คือผมมีไปเรียนร้องเพลงมาก่อน ไปเรียนช่วงปิดเทอมแม่ก็จะแบบหากิจกรรมอะไรให้ทำแล้วก็ไปลองเรียนร้องเพลงแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองชอบอยู่แล้ว ตอนนั้นผมว่าเริ่มมาจากการที่เราชอบฟังเพลงด้วยก็เลยอยากลองร้องเล่นจริง ๆ คุณแม่ก็ส่งไปเรียนอาทิตย์ละรอบ เป็นนักกีฬาพอมาเป็นศิลปิน รู้สึกว่าต้องแข่งขันไหม? ภูธัชชัย : ผมเหมือนเป็นคนที่ค่อนข้างขี้กลัวนิดหนึ่ง รู้สึกว่าเวลาแข่งจะกดดันมาก ๆ ไม่ว่าจะแข่งอะไรรู้สึกว่าต้องจัดการกับความกดดันของตัวเองตลอดเวลาหลัง ๆ ก็เลยคิดว่าถ้าเราเปลี่ยน mindset เราคือแข่งกับตัวเองในทุก ๆ วันดีกว่า ตัวเองรู้จักตัวเองมากที่สุด ว่าวันนี้เราทำได้เท่านี้ถ้าวันหน้าเราทำได้มากขึ้นก็ทำให้เราพัฒนาในทุก ๆ อย่าง พอรู้สึกว่าการแข่งขันมันก็ไม่ได้จะต้องชนะหรือว่ามันจะทำให้เราชนะทุกรอบที่เราแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามผมรู้สึกว่า ถ้าชนะถ้าชนะก็ดีใจ เหมือนเป็นรางวัลให้ตัวเอง ยึดจากความพึงพอใจเรา เพราะถ้าเราชนะใจตัวเองมันก็ดีแล้ว เคยมีช่วงที่เครียดมาก ๆ ไหม ? ภูธัชชัย : มีบ้างครับช่วงที่ทำงานหลายอย่างมันก็จะต้องโฟกัสหลายอย่าง แล้วอาจจะทำไม่ได้ดี 100% ในทุก ๆ อย่าง ก็จะมีเก็บมาคิดมากว่าอยากทำให้มันดีกว่านี้ ใครคือคนที่อยู่ข้างตัวเรา ช่วยเรามาจากตรงนั้นได้มากที่สุด ภูธัชชัย : ก็คุยกับที่บ้าน ทุกวันผมจะกลับบ้านประมาณเที่ยงคืนครึ่งจะถึงบ้าน แล้วพ่อแม่ก็ยังไม่นอนก็จะไปนั่งกินข้าวแล้วเค้าก็จะมานั่งคุยกับเราเวลามีอะไรก็จะแชร์ให้ฟัง ผมรู้สึกว่าการได้ระบายให้ใครสักคนฟังก็โล่งแล้ว บางทีปัญหาที่เราเจออยู่มันอาจจะไม่ได้มีทางแก้แต่การที่เราได้พูดออกมาทำให้เรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็มีคนที่ฟังเราอยู่และเข้าใจเราอยู่ เป็นพี่ชายคนโตสนิทกับน้องไหมคะ ? ภูธัชชัย : จริงๆ ก็สนิทครับ เพราะว่าเล่นกับน้องมาตั้งแต่เด็ก ผมห่างกับน้องแค่ 2 ปี อยากพาน้องเข้าวงการไหม ? ภูธัชชัย : กำลังฝึกอยู่ครับ ก็เป็นห่วงเขาอยู่ตลอดครับ ตอนเป็นนักกีฬากับตอนเป็นศิลปินต่างกันไหม ? ภูธัชชัย : ผมว่าก็เป็น Routine ที่ต่างกันไป ตอนเป็นนักกีฬาอาทิตย์หนึ่งก็จะซ้อมประมาณ 3-4 วัน ถ้าสมมุติว่าเรามีวันว่าง 1 วัน ไม่ต้องไปซ้อมอยากทำอะไร ? ภูธัชชัย : มีอะไรที่อยากทำหลายอย่างมาก ถ้ามีเวลาว่างจริงๆ อยากไป เข้าฟิตเนส เพราะเพิ่งกลับมาเวทเทรนนิ่งจริงจัง ช่วงประมาณ 2-3 เดือนที่แล้ว มีหุ่นในฝันไหมว่าอยากรูปร่างแบบนี้ ? ภูธัชชัย : Yeonjun TXT ครับ เป็นเรฟของ Bus ทั้ง 12 คน เพราะพี่ย้งบอกว่าอยากให้ทุกคนบอดี้ประมาณนี้ เพราะว่าใส่เสื้อผ้าออกมาแล้วมันสวยมาก เราก็เลยฟิตตามคุณพ่อของเรา อยากทำให้เขาภูมิใจ ตอนนี้ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้นนะ ถ้าได้แบบนี้จะเอาไปโชว์เขาคนแรก พี่ย้งสอนอะไรที่จำขึ้นใจที่สุด? ภูธัชชัย : เขาสอนให้ Humble ตลอดเวลาไม่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือมีชื่อเสียงโด่งดัง มันทำให้เราเป็นคนน่ารัก ทำให้เราไม่ลืมตัวตนของตัวเองที่มาตั้งแต่วันแรก Routine ของวงบัสคือทุกวันต้องมาเจอกัน ? ภูธัชชัย : Routine ตั้งแต่เดบิวต์คือเราจะมาเจอกันทุกวันนะประมาณ 19:00 น. แต่ถ้าเสาร์อาทิตย์ก็เริ่ม 13:00 - 15:00 น. เราจะมาซ้อมวันทุกวันจะเป็นการซ้อมเพื่อที่จะถ่าย MV หรือไปขึ้น Festival ต่างๆ เพื่อจะเตรียมตัวตลอดเวลากลายเป็นว่าเราต้องมาเจอกันทุกวัน 2 ปีที่ผ่านมารู้สึกว่าเราเติบโตขึ้นด้านไหนบ้าง ? ภูธัชชัย : พอเราทำงานถี่มาก ๆ เราไม่ได้แบบนึกกลับมาถามตัวเองหรือไม่ได้อยู่กับตัวเองเลย เพราะว่าเราอยู่ใน working mode ตลอดเวลาแล้วบางอย่างเวลาเราทำอะไรก็กลายเป็นแบบ auto pilot ไปหมด ผมเคยอาบน้ำแล้วสระผมไปแล้วผมลืมไปเลยว่าสระผมไปแล้ว เพราะเหมือนในหัวไม่ได้โฟกัสอยู่ตรงนั้น เราทำงานดึกขนาดนี้ ก็เป็นคนที่นอนดึกเหมือนกัน ? ภูธัชชัย : จริงๆ เพื่อนๆ ก็นอนดึกแทบทุกคน เพราะรู้สึกว่ายังไม่ได้ทำอะไรเลย ยังไม่ได้เล่นเกมส์เลย เวลามันก็เลยผ่านไปบางทีตี 4 ละ หลังๆก็พยายามปรับเวลานอนครับ พยายามทำให้ตัวเองหลับเร็วขึ้น ดูแลเรื่องการกินไหม ? ภูธัชชัย : ถ้าช่วงเดบิวต์ใหม่ๆกินกันกระจายเลย กลับมามองตัวเองอีกทีเริ่มไม่ได้ละ หลังๆก็กลับมาดูแลตัวเอง ต้องช่วงกันดู ทุกคนก็จะพยายามดูแลร่างกายกัน มีช่วงที่กินคลีนเหมือนกันเป็นช่วงที่เบิร์นน้ำหนักออก ภูมิใจที่เห็นร่างกายได้พัฒนา Bus มีรายการ Bussing Japan เป็นยังไงบ้าง ภูธัชชัย : เป็นอะไรต่อยอดมาจาก frozen hormones คือพี่ย้งชอบไปเที่ยวแล้วชอบไปดื่มด่ำกับบรรยากาศเวลาไปเที่ยว เริ่มมันมี Bussing Thailand จะ Hang over ทุกวันนี้ก็เป็น Bussing Japan เป็นพาร์ท 2 แทนอารมณ์ซีซั่น 2 ผมรู้สึกว่าก็สนุกมาก ๆ เหมือนทุกครั้งที่ได้ไปกับเพื่อนไปอยู่ด้วยกัน 10 วันเกือบ 20 วัน ทำให้เรารู้จักเพื่อนมากขึ้นเห็นเพื่อนในมุมมองที่มากขึ้นสนิทใจกันมากขึ้นครับ โมเมนต์ไหนที่น่าจดจำมากที่สุดสำหรับเรา ? ภูธัชชัย : แก้ผ้าแช่ออนเซ็นด้วยกัน ตอนนั้นเกือบครบตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะได้ทำแต่พอไปถึงหน้างานตรงนั้นจริง ๆ ทุกคนก็กอดคอกันเข้าไปก็เป็นอะไรที่ไม่เคยเลย การเปลี่ยน roommate ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนโรงแรมเป็นยังไงบ้างได้นอนกับใครบ้าง ? ภูธัชชัย : ผมนอนกับเพื่อน ๆ ในวงเนี่ยครบแล้วนะครบแล้วถ้ารวมซีซั่นแรกด้วยแล้วก็รวมแบบเวลาเพลงงานต่างๆด้วยก็คือคิดว่าเคยนอนกับทุกคนมาหมดแล้ว นอนกับใครสบายสุด ? ภูธัชชัย : ผมว่านอนกับเน็กซ์สบายสุด เพราะว่าเขาเป็นคนเป็นคนสะอาด จัดแจงห้องเป็นระเบียบมาก ๆ ผมวางเสื้อกองไว้ตรงโซฟาไม่ได้แล้วต้องให้ผมมาเก็บแล้วผมรู้สึกว่าจริง ๆ อยู่กับเขาก็ได้ความสบายใจเพราะว่าเขาเจ้าระเบียบแต่ว่ามันเป็นเจ้าระเบียบในเรื่องที่ดี ใครนอนดึกสุด ? ภูธัชชัย : นอนกับจินวุคน่าจะดึกสุด เพราะว่ามีเรื่องให้คุยกันไม่หยุดแล้วบางทีหิวแล้วเดินลงไปเซเว่นข้างล่างบ้างมันก็มีความสนุกที่แตกต่างกันไปในเพื่อนๆแต่ละคน ใครปลุกยากสุด ? ภูธัชชัย : ผมว่าผมเป็น 1 ในคนนั้นที่ปลุกยากสุดผมว่าทุกวันนี้ ถ้าสูสีผมน่าจะเป็นพี่มาร์คคริสครับ ใครกรนดังที่สุด ? ภูธัชชัย : ถ้าจำขึ้นใจก็น่าจะเป็น leader พี่อลันก็คือพลังปอดนี่ใหญ่มาก ๆ ผมนอนไม่หลับเลยต้องหมอนแบบปิดหู เขาน่าใช้ Energy เยอะมากๆ มีอะไรที่ภูไม่เคยได้ทำแล้วอยากทำไหม ? ภูธัชชัย : ผมกำลังอยากลองเรียนทำเพลงเรียนใช้พวกโปรแกรมจริง ล่าสุดก็ไปซื้ออุปกรณ์มาแล้วแต่ว่ายังใช้ไม่เป็นนะ ถ้าวันไหนเราพร้อมเราก็จะได้ใช้มันเลย อยากทำมานานแล้วแต่รู้สึกว่ามันต้อง take time กับมันต้องศึกษามันก่อนที่จะทำ มีอะไรที่ทำแล้วรู้สึกว่าเราประทับใจมาก ? ภูธัชชัย : ตั้งแต่เข้าวงการนี้มาก็ทำให้เราเยอะมาก ผมรู้สึกว่าเขาคอยอยู่ข้างหลังเราตลอดคอยซัพพอร์ตเราในทุก ๆ เรื่องเลยไม่ว่าเราจะทำอะไรผมรู้สึกว่าเค้าให้กำลังใจเราตลอด ล่าสุดมีอันที่ตราตรึงใจผมมากยังอยู่ในใจผมอยู่เลย ที่เขาทำให้แต่ล่าสุดผมไป fasion week มาแล้วมันต้องช่วยกันปั่นเทรนด์เพื่อที่จะได้ยอดแบบ EMV (Earn Media Value) แบบสูงๆ เป็นอะไรที่ยากมาก ๆ ต้องเหนื่อยมาก ๆ เขาช่วยกันปั่นเทรนด์ให้ทั้งคืน อดหลับอดนอนปั่นเทรนด์ให้ แล้วก็ติดแท็ก รู้สึกว่าคนหนึ่งแบบอดหลับอดนอนช่วยเรา คือขอบคุณมากๆแล้วก็ประทับใจมากๆ สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook: Alive Dot , Youtube : Alive Dot วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น.

“ชมพู่” สอนลูกอย่าโม้เรื่องฐานะ เล่าโมเมนต์ “น้องเกล” ปล่อยโฮ ขอลาออกจากการเป็นแม่
อ่าน

“ชมพู่” สอนลูกอย่าโม้เรื่องฐานะ เล่าโมเมนต์ “น้องเกล” ปล่อยโฮ ขอลาออกจากการเป็นแม่

ชมพู่ สอนลูกอย่าโม้เรื่องฐานะ เล่าโมเมนต์ น้องเกล ปล่อยโฮ ขอลาออกจากการเป็นแม่ เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่หลายคนชื่นชมกับการเลี้ยงลูกๆ 3 คน นางเอกสาว ชมพู่ อารยา ที่ล่าสุดมีคลิปเป็นไวรัลหลังเจ้าตัว อยากลาออกจากการเป็นแม่ จนลูกสาว น้องเกล ร้องไห้ออกมา ทำเอาคนเอ็นดูมากมาย งานนี้เจอ แม่ชม เลยถามโมเมนต์นี้ว่า... เรื่องลาออกจากการเป็นแม่ เขาบอกว่าสุขกับทุกข์มันก็ร่วมกันนี่แหละ ลูก 3 เหมือนมีเด็กผู้ชาย 3 คน มันวุ่นวาย บางทีเราอยากได้ความสงบบ้าง อยากจะเงียบๆ ไม่ต้องทะเลาะกันแล้วมาฟ้อง ไม่อยากรับรู้แล้ว โมเมนต์ตอนนั้น อำเขาไง ขู่หน่อย พี่สายฟ้าจะเก็ตว่าพูดตลก พี่พายุรู้สึกนิดนึง ก็จะมากอด แต่ที่ไม่รู้เลยคือเจ๊เกล ตอนแรกยังไม่รู้ว่าคืออะไร แต่พอประมวลสักพักนึงก็คือเบะเลย เรื่องเฉลยลูกว่าบ้านรวยคือก็ให้รับรู้ไปตามสภาพ เราไม่ได้พูด มันย่อมมีคนที่เขามีมากกว่าเรา และคนที่เขามีน้อยกว่าเรา เราไม่ได้อยู่สุดที่ไหนสักที่อยู่แล้ว ก็จะบอกลูกว่าไปโรงเรียนไปเจอเพื่อนก็ไม่ต้องโม้ เพราะมาที่นี่ได้ก็แน่ทุกคนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่มีมากกว่าเราก็อาจจะมี หรือคนที่เขาไม่ได้มีเท่าเรา ยูไปพูดยูก็ไปทำให้เขาฟีลแบด เราไม่พูดเรื่องนี้กัน แล้วยูเป็นเด็ก ไม่ใช่เวลาที่ยูจะต้องมาให้คุณค่ากับเรื่องแบบนี้ ฝึกให้เขาให้คุณค่าเรื่องอื่นดีกว่า เขาเข้าใจ บางทีเด็กภูมิใจอะไรก็จะพูดไปเรื่อย เราจะบอกเขาว่ายูไม่ต้องไปโม้นะ เพราะเพื่อนยูอาจจะมีคนที่แย่กว่ายูอีกมากมาย แต่เรื่องร้องไห้กับเป้ย ปานวาดในรายการ จริงๆ เรื่องไม่มีอะไรเลย ประสบการณ์แม่ๆ เรานึกภาพออก เวลาลูกไม่สบาย แล้วทำงาน อะไรแบบนี้ เป็นเรื่องเบสิก แต่คนที่เป็นแม่ถึงจะเข้าใจ...

“The Ugly หน้าเกลียด” หนังใหม่ของผู้กำกับ Train to Busan ปล่อยตัวอย่างให้สัมผัสด้านมืดของมนุษย์
อ่าน

“The Ugly หน้าเกลียด” หนังใหม่ของผู้กำกับ Train to Busan ปล่อยตัวอย่างให้สัมผัสด้านมืดของมนุษย์

ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ปล่อยตัวอย่าง (Official Trailer) The Ugly หน้าเกลียด ออกมาให้แฟนๆ ได้รับชม ยอนซังโฮ (Yeon Sang-ho) ผู้กำกับจากผลงานระดับโลกอย่าง Train to Busan, Peninsula และซีรีส์ Hellbound กลับมาสร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการกำกับภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างเพียง 160,000 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6 ล้านบาท) The Ugly หน้าเกลียด สร้างจาก นวนิยายภาพ(Graphic Novel) ที่ ยอนซังโฮ เขียนและวาดด้วยตัวเองในปี 2018 ลงทุนและควบคุมทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ผ่านบริษัทโปรดักชันของตัวเอง WOWPOINT และยังได้รับเลือกให้เข้าฉายในรอบปฐมทัศน์โลกที่ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโทรอนโต (Toronto International Film Festival TIFF 2025) ในหมวด Special Presentations พาผู้ชมดำดิ่งสู่ความทรงจำอันดำมืดของครอบครัวหนึ่ง ผ่านเรื่องราวของชายหนุ่ม อิม ดงฮวาน (รับบทโดย พัคจองมิน Park Jung-min) ที่ได้รับแจ้งว่าได้พบโครงกระดูกของแม่ซึ่งหายตัวไปกว่า 40 ปี ก่อนที่เขาจะเริ่มออกตามหาความจริง และต้องเผชิญหน้ากับอดีตอันบิดเบี้ยวของครอบครัว นอกจากพัคจองมินที่รับบทนำแบบ สองบทบาท ทั้งพ่อและลูก หนังยังได้นักแสดงคุณภาพร่วมถ่ายทอดอารมณ์เข้มข้น อาทิ คิมยุนซอก และ พัคฮาซอน เสริมทัพด้วยงานภาพและดนตรีประกอบสุดละเมียดที่ตอกย้ำบรรยากาศลึกลับและกดดันตลอดทั้งเรื่อง ยอนซังโฮ เผยว่า ผมเริ่มเขียนบท The Ugly ตั้งแต่ช่วงที่ทำหนัง The Fake (2013) ผมอยากพูดถึงช่องว่างระหว่างรุ่นในสังคมเกาหลี รุ่นพ่อของผมคือยุคแห่งความพยายามสร้างชาติ ขณะที่รุ่นของผมเติบโตมาในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผมสร้างตัวละคร อิมยองกยู เพื่อสะท้อนเกาหลีที่พยายามเอาชนะอดีตอย่างไม่หยุดยั้ง และสร้าง จองยองฮี เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่ถูกลืมในกระบวนการนั้น เตรียมพบกับ The Ugly หน้าเกลียด ได้ 20 พฤศจิกายน นี้ กับเรื่องราวที่ตั้งคำถามถึง ความงาม และ ความจริง ของมนุษย์ในมุมที่ไม่มีใครอยากมอง ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

ดูอนิเมะ Gachiakuta กาจิอาคุตะ ตอนที่ 17 ซังกะนึกถึงความอับอายครั้งแรก!
อ่าน

ดูอนิเมะ Gachiakuta กาจิอาคุตะ ตอนที่ 17 ซังกะนึกถึงความอับอายครั้งแรก!

ดูอนิเมะออนไลน์ Gachiakuta กาจิอาคุตะ ตอนที่ 17 คู่ต่อสู้ที่คาดเดาได้ยากอย่างบุนดุสเปิดฉากการเจรจาด้วยการยิงคำถามใส่โบรอย่างต่อเนื่อง เพราะเขาต้องการข้อมูลสำคัญของ อาร์ฮา คอร์วัส หัวหน้าของกลุ่มนักเก็บกวาด เมื่อได้คำตอบตามที่ต้องการบุนดุสก็ยอมแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญ นั่นคือ หากกลุ่มนักเก็บกวาดพ่ายแพ้ พวกเขาจะต้องถูกจับไปเป็นเครื่องสังเวยของอสูรขยะ ในขณะเดียวกันแจ็บเบอร์กำลังสนุกกับการต่อสู้ถึงขีดสุด เขาคลุ้มคลั่งและต้องการทำลายล้างอย่างโหดเหี้ยม จึงระดมโจมตีใส่ซังกะอย่างไม่ยั้ง ทว่าในที่สุดเขาก็พลาดท่าโดนกรงเล็บอาบพิษข่วนเข้าอย่างจังทำให้บาดเจ็บสาหัส ความเจ็บปวดรุนแรงนี้เองได้นำไปสู่เหตุการณ์ไม่คาดคิดที่กำลังจะเกิดขึ้น อนิเมะ Gachiakuta อัปเดตตอนใหม่ทุกวันอาทิตย์ เวลาประมาณ 22.00 น. ซับไทย พร้อมพากย์ไทย ที่ ทรูไอดี กดดูเลย Gachiakuta ตอนที่ 17 เรื่องราวในตอนที่ 17 ในช่วงเวลาที่ซังกะกำลังต่อสู้ดุเดือดกับแจ็บเบอร์หลังจากถูกกระแสกองขยะพัดพามา เขาก็พลันนึกย้อนถึงช่วงเวลาสมัยเรียนที่โรงเรียนฝึกอบรมผู้คุมเรือนจำกลาง ในเวลานั้น ซังกะซึ่งเคยถูกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะกลับต้องพ่ายแพ้และเสียขวัญอย่างง่ายดายให้กับนักเรียนหญิงที่เข้าเรียนทีหลัง นั่นคือ จุดพลิกผันที่ทำให้ซังกะได้มาพบกับอาวุธคู่ใจและสหายที่เขาวางใจที่สุดในเวลาต่อมา...

"คอลิน ฟาร์เรลล์" ย้อนเล่าสมัยเคยทำให้ "ทอม ครูซ" นอยด์! เพราะเข้าซีนถ่ายหนัง 46 เทค
อ่าน

"คอลิน ฟาร์เรลล์" ย้อนเล่าสมัยเคยทำให้ "ทอม ครูซ" นอยด์! เพราะเข้าซีนถ่ายหนัง 46 เทค

สำหรับชีวิตการทำงาน ไม่ว่าจะทำงานสายอาชีพใด ๆ ทุกคนย่อมต้องเผชิญหน้ากับวันที่ดีและวันดีแย่ปะปนกันไป เช่นเดียวกับการทำงานการแสดงของเหล่าคนดังฮอลลีวูด ที่พวกเขามักจะต้องพานพบกับประสบการณ์ที่จำไม่ลืมและวันแย่ ๆ ที่ต้องจดจำไปตลอดกาล นักแสดงหนุ่มอดีตเคยเป็นตัวท็อปแบดบอยของวงการ "คอลิน ฟาร์เรลล์" ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีเรื่องราวเยอะไม่เบา เพราะครั้งหนึ่งที่เขาเคยทำให้ "ทอม ครูซ" ไม่แฮปปี้กับการทำงานร่วมกับเขามาก่อนด้วย คอลิน ฟาร์เรลล์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่เขาแทบจะไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อนระหว่างพูดคุยกับ สตีเฟน คอลเบิร์ต ในรายการ The Last Show เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างที่เขาเดินสายโปรโมตหนังใหม่ Ballad of a Small Player ทางเน็ตฟลิกซ์ เขาได้ย้อนเล่าไปถึงวันแย่ ๆ ของการทำงานในอดีต ที่เป็นวันที่เขาจำได้ไม่ลืม"ผมเคยมีวันที่แย่สุด ๆ ในชีวิตครั้งหนึ่งเหมือนกัน เมื่อสมัยที่ผมถ่ายหนัง (Minority Report หนังปี 2002) คือตอนนั้นคิวถ่ายตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเกิดผมพอดี แล้วเป็นช่วงวัยกำลังห้าว อายุเพิ่งจะ 26 หมาด ๆ เลยทำเก๋าว่ากองถ่ายหนังทุนสร้างระดับร้อยล้านจะให้ผมทำงานในวันเกิดตัวเองได้ยังไง แต่แน่นอนครับว่าทุกอย่างเป็นไปตามคิด รถมารับผมตอน 6 โมงเช้าของวันนั้น ผมเจอเรื่องไร้สาระสารพัดกับแทบจะยังไม่ได้นอน ก่อนที่คนขับรถบอกว่า 6 โมง 10 นาที แล้วนะครับเฮีย" คอลิน เล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้ฟัง "ระหว่างไปทำงานผมก็สั่งให้เขาเตรียมเบียร์ครึ่งโหลกับบุหรี่ 20 ซองเตรียมเอาไว้ คือมันไม่เจ๋งเลย เพราะว่าอีก 2 ปีต่อมาจากนั้นก็คือผมต้องเข้าไปบำบัดอาการเหล่านี้..คุณก็รู้กันเนอะ แต่ช่วงเวลานั้นมันคือสิ่งที่เยียวยาคนทำงานอย่างเรา ๆ ได้ ผมดื่มไปสองกระป๋อง ก่อนรถจะไปถึงกองถ่าย แล้วการทำงานวันนั้นเป็นวันที่ผมจำบทที่ต้องเข้าฉากได้ไม่ลืมจนถึงวันนี้เลย ทีมงานเข้ามาถามและแนะนำให้ผมออกไปสูดอากาศก่อนไหม แต่ผมเลือกที่จะลุยต่อ" คอลิน ได้บอกเล่าต่อไปอีกว่า "ก็นั่นแหละครับ ผลลัพธ์ในวันนั้นก็คือเราถ่ายฉากนั้นกันไปทั้งหมด 46 เทคกว่าจะได้ แน่นอนว่าทอมไม่ปลื้มกับพฤติกรรมผมเอาซะเลย เขาคือ ทอม ครูซ ที่ผมยกย่องเป็นไอดอล แต่เขาไม่แฮปปี้เลยสักนิดในวันนั้น ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ผมจำได้ไม่ลืม ถึงจะผ่านไป 20 กว่าปีแล้วก็ตาม มันค่อนข้างน่าละอายใจอยู่มาก ๆ เลยครับ" Minority Report เป็นหนังแอคชันไซไฟโจรกรรมที่ออกฉายในช่วงซัมเมอร์ปี 2002 เป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจดจำของทอม ครูซ โดยที่ คอลิน ฟาร์เรลล์ มารับบทเป็นตำรวจที่เป็นปรปักษ์กับตัวละครของทอม รับมอบหมายให้มาขัดขวางภารกิจและจับกุมตัวพระเอก ผลงานการกำกับของพ่อมดฮอลลีวูด "สตีเวน สปีลเบิร์ก" ที่เคยทำรายได้ทั่วโลกไปได้น่าพอใจที่ 358 ล้านเหรียญในเวลานั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa

สำนึกได้.! ซิเมโอเน่ รับเสียใจที่ปะทะคารมแฟนบอล ลิเวอร์พูล ในเกม UCL
อ่าน

สำนึกได้.! ซิเมโอเน่ รับเสียใจที่ปะทะคารมแฟนบอล ลิเวอร์พูล ในเกม UCL

ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ผู้จัดการทีม แอตเลติโก มาดริด ยอมรับเสียใจที่ไปมีปากเสียงกับแฟนบอล ลิเวอร์พูล จนถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ผู้จัดการทีม แอตเลติโก มาดริด มีใชื่อดังจากศึกลาลีกา สเปน ได้ออกมายอมรับว่าตัวเขานั้นเสียใจที่ไปมีปากเสียงกับแฟนบอล ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ สมัยล่าสุด จนถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีจากการแข่งขันดังกล่าวทาง ซิเมโอเน่ กุนซือของทัพ "ตราหมี" ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ในนาทีที่ 92 หลังจากที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดจค์ โหม่งประตูชัยให้ทีม "หงส์แดง" เปิดบ้านเอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบลีกเฟส นัดแรก อย่างไรก็ตามชนวนเหตุของใบแดงเกิดจากการที่ ซิเมโอเน่ ไปมีปากเสียงกับแฟนบอลเจ้าถิ่น ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมาแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเผยถึงสาเหตุที่ทำให้เขาน็อตหลุดมีใจความว่า "ผมเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป มันชัดเจนว่าเราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มีสิทธิ์ตอบโต้ เราเป็นหัวเรือใหญ่ของทีม มันคล้ายๆกับการที่เราต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติและการถูกดูหมิ่นเหยียดหยามในสนาม แต่นักเตะก็ยังสู้เพื่อผู้จัดการทีม เพื่อต่อต้านการถูกเหยียดหยามที่เราได้รับตลอดทั้งเกม มันไม่ง่ายเลยที่จะอยู่ในสถานการณ์ที่เราเจอ ผมมองเห็นการถูกดูหมิ่นหลังจากประตูที่ 3 เมื่อชัดเจนว่าลูกฟุตบอลเข้าไปแล้วผมก็หันหลังกลับไป แต่การดูหมิ่นยังคงดำเนินต่อไป และผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง" ทั้งนี้ทาง ผู้สื่อข่าวถามถึงเหตุการณ์ดูหมิ่นเหยียดหยามว่ามีลักษณะอย่างไร ซิเมโอเน่ ตอบว่า "ความจริงคือผมก็จำได้ไม่ค่อยชัด และไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานการณ์นั้น สิ่งที่ผมมีคือต้องรักษาจุดยืนของตัวเอง ผมต้องรับมือกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นหน้าซุ้มม้านั่งสำรอง และต้องรับรู้ว่าผมไม่สามารถแก้ไขสังคมได้ ผมและผู้จัดการทีมทุกคนไม่ว่าใครก็ตามต้องรับมือกับเรื่องนี้ให้ได้ เพราะมันเกิดขึ้นตลอดเวลา ปฏิกิริยาของผมมันไม่สมเหตุสมผล แต่คุณรู้ไหมว่าการที่เราถูกดูหมิ่นเหยียดหยามตลอด 90 นาทีนั้นเป็นอย่างไร ผมหวังว่า ลิเวอร์พูล จะปรับปรุงเรื่องนี้ได้ และหากระบุตัวบุคคลที่ทำแบบนั้นได้ เขาก็จะได้รับผลที่ตามมา"

นอตหลุด!! 'ซิเมโอเน่' ฉุนขาดจนโดนใบแดง หลังถูกแฟนบอลหงส์แดงด่าตลอดเกม
อ่าน

นอตหลุด!! 'ซิเมโอเน่' ฉุนขาดจนโดนใบแดง หลังถูกแฟนบอลหงส์แดงด่าตลอดเกม

ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือทีม แอตเลติโก มาดริด เปิดเผยสาเหตุที่ทำให้เขาฉุนขาดในเกมพ่าย ลิเวอร์พูล 3-2 ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2025/26 รอบลีกเฟส นัดแรก โดยระบุว่าโดนแฟนบอลเจ้าถิ่นดูหมิ่นตลอดทั้งเกมจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ หลังจากที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันทีมหงส์แดง ทำประตูชัยในนาทีที่ 92 ทาง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ได้แสดงปฏิกิริยาตอบโต้หลังถูกแฟนบอลทีม หงส์แดง จำหนวนหนึ่งยั่วโมโห จนต่อมากุนซือรายนี้โดนใบแดงจากผู้ตัดสินถูกไล่ออกจากสนาม ในงานแถลงข่าวหลังจบเกม ทาง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือวัย 55 ปี กล่าวว่า "ก่อนอื่นผมเสียใจกับสิ่งที่ผมทำลงไป เห็นได้ชัดว่าเราอยู่ในสถานการณ์ที่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้ และมันไม่ดีเลยเมื่อเราตอบโต้กลับไป "พวกเรา [ในฐานะผู้จัดการทีม] อยู่ในสถานะที่เราเป็นผู้นำทัพ ดังนั้นในลักษณะเดียวกับที่เราต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติและการดูหมิ่นเหยียดหยามในสนามทุกวันนี้ เราก็น่าจะสามารถต่อสู้เพื่อผู้จัดการทีมได้เช่นกัน เพื่อต่อต้านการดูหมิ่นเหยียดหยามที่เราได้รับตลอดทั้งเกม "มันไม่ง่ายเลยที่จะอยู่ในสถานการณ์แบบนี้และถูกดูหมิ่นเหยียดหยามตลอดทั้งเกม ผมเห็นมันจากระยะไกลหลังจากที่เสียประตูที่สาม ผมเห็นพวกเขาทำประตูที่สามแล้วผมก็หันหลังกลับไป การดูหมิ่นเหยียดหยามยังคงดำเนินต่อไป และผมก็เป็นคนๆ หนึ่ง" เมื่อถูกถามว่าการดูหมิ่นเหยียดหยามที่เกิดขึ้นนั้นเป็นในลักษณะใด กุนซือรายนี้ตอบกลับว่า "ความจริงคือผมจำไม่ได้แน่ชัด ผมไม่อยากพูดถึงสถานการณ์นั้น "สิ่งที่ผมมีคือผมต้องรักษาตำแหน่งของตัวเองไว้ ผมต้องรู้วิธีรับมือกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่หน้าซุ้มม้านั่งสำรอง และรู้ว่าผมไม่สามารถแก้ไขสังคมแบบนั้นได้ ตัวผมและผู้จัดการทีมไม่ว่าคนไหนก็ตามต้องเจอกับเรื่องนี้ เพราะมันเกิดขึ้นตลอดเวลา "ปฏิกิริยาของผมนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้ แต่คุณรู้ไหมว่าการถูกดูหมิ่นเหยียดหยามตลอด 90 นาทีมันเป็นอย่างไร ผมหวังว่าลิเวอร์พูลจะปรับปรุงในเรื่องนี้ และเมื่อพวกเขาระบุตัวคนที่ทำแบบนั้นได้ จะต้องมีผลลัพท์ที่ตามมา" ข่าวที่เกี่ยวข้อง โปรแกรมบอลวันนี้ ตารางบอลวันนี้ พร้อมลิ้งก์ดูบอลสด สรุปผลบอล ผลบอลเมื่อคืน เช็กผลบอล ผลบอลสดวันนี้

“เอ ศุภชัย“ ให้กำลังใจ “เป้ย” อยากให้ไปเคลียร์กันหลังบ้าน จบแบบประนีประนอมดีสุด
อ่าน

“เอ ศุภชัย“ ให้กำลังใจ “เป้ย” อยากให้ไปเคลียร์กันหลังบ้าน จบแบบประนีประนอมดีสุด

เอ ศุภชัย ให้กำลังใจ เป้ย อยากให้ไปเคลียร์กันหลังบ้าน จบแบบประนีประนอมดีสุด เป็นอีกเรื่องร้อนในวงการบันเทิง เมื่อจู่ๆ สาว เป้ย ปานวาด ได้ออกมาประกาศถอนตัวจากซีรีส์เรื่อง ตถตา พร้อมเผยสาเหตุผลทั้งน้ำตาว่ามีการเปลี่ยนแปลงบทเพิ่มฉากเลิฟซีน แถมตนยังโดนดูถูกพูดจาด้อยค่า จนผู้จัดดังอย่าง เอ ศุภชัย ที่เห็นเหตุการณ์ต้องเข้ามาปลอบ ล่าสุดเจอตัวพี่เอเจ้าตัวก็เผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนั้นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเป้ยเมื่อวาน ตอนนั้นเรากำลังต่อคิวสัมภาษณ์อยู่เป็นคนสุดท้าย คนก่อนหน้าคือน้องเป้ย โดยที่เราไม่รู้อะไรเลย ทีนี้เห็นว่าน้องเป้ยน้ำตาไหลวิ่งออกมาจากวงสัมภาษณ์ ในฐานะที่เราเป็นผู้ใหญ่ในวงการก็เลยรีบเข้าไปหาไปปลอบใจโดยที่ไม่ได้ถามเรื่องราวอะไรเลย เอาแค่กระดาษทิชชูซับน้ำตาให้ แต่ยอมรับว่าตกใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนมีน้องนักข่าวมากระซิบให้ฟัง เราก็รู้แค่นั้น ซึ่งเราไม่เคยทราบปัญหาของน้องเป้ยมาก่อนเลย เราก็ต้องสัมภาษณ์ต่อ ก็เลยให้ทางทีมงานมาดูแลน้องเป้ย สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับน้องเป้ย เราขอเป็นกำลังใจให้ ในฐานะที่เราเป็นผู้จัดละครก่อนทำงานก็จะคุยกับนักแสดงทุกอย่าง แต่เราไม่รู้ว่าฝั่งของทางบ้านที่น้องเป้ยเจอมาเจออะไรบ้าง เราจะขอพูดในฝั่งของเราเอง เวลาทำงานแล้วมีบทอะไรที่นักแสดงต้องเล่นก็จะให้ผู้กำกับไปนั่งคุยกับนักแสดงก่อนให้เคลียร์ว่าเขาเล่นได้แค่ไหน ถ้าเล่นไม่ได้เราก็ต้องอธิบายเหตุผลซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าเราไม่สามารถประนีประนอมให้ลงตัวได้ เราก็ต้องมีวิธีแยกแยะในทางที่ดีขึ้น เพื่อไม่ให้ทุกคนลำบากใจ แต่เราก็บอกกับทางกองว่าทำอะไรก็แล้วแต่ให้ยึดความสบายใจของนักแสดงเป็นหลัก ย้ำว่าอันนี้เราพูดในมุมตัวเอง100% ไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่นเพราะไม่กล้าวิจารณ์ใคร แล้วตอนที่เห็นน้ำตาของเป้ยแล้วรู้สึกตกใจแหละว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เราก็ไม่อยากไปยุ่งเรื่องส่วนตัว คือทุกอย่างก็ต้องไปเคลียร์กันหลังบ้าน สุดท้ายแล้วอยากให้มันจบที่การประนีประนอมจะดีที่สุด แต่ในมุมทำงานก็ไม่เคยเป็นผู้จัดและร่วมงานกับเขา น้องเป้ยเป็นคนน่ารีกตรงไปตรงมา เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก แต่สุดท้ายตอนจบทุกคนก็ต้องมานั่งคุยกัน อันนี้เราไม่กล้าวิจารณ์คนอื่นนะ แค่อยากบอกว่าทุกอย่างมันจะมีจุดที่เราเจอกันพอดี ขอให้เจอจุดนั้น

“หน่อย บุษกร” เล่านาทีกระจกหนัก 20 กก. ตกใส่หัว บอกใกล้จะถึงวันเกิดชอบเกิดเหตุการณ์แบบนี้
อ่าน

“หน่อย บุษกร” เล่านาทีกระจกหนัก 20 กก. ตกใส่หัว บอกใกล้จะถึงวันเกิดชอบเกิดเหตุการณ์แบบนี้

หน่อย บุษกร เล่านาทีกระจกหนัก 20 กก. ตกใส่หัว บอกใกล้จะถึงวันเกิดชอบเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทำเอาแฟนๆ ถึงกับตกใจ หลังก่อนหน้านี้ผู้จัดคนเก่งอย่าง หน่อย บุษกร วงศ์พัวพันธ์ ได้ออกมาเล่าว่าเกิดประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด โดยประตูกระจกบานใหญ่ของตู้เสื้อผ้าที่มีน้ำหนักเกือบ 20 กิโลกรัม หล่นลงมากระแทกศีรษะอย่างจัง ก่อนจะตกแตกกระจายเต็มพื้น หลังเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดดวงตาไปไม่นาน ล่าสุดมีโอกาสเจอตัวสาวหน่อยที่มาออกงานอีเวนต์ เจ้าตัวก็ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมอัปเดตอาการล่าสุดให้ฟังว่า ตอนที่เกิดเหตุการณ์คือดวงของเรานี่สุดยอดมาก ก่อนหน้านั้นได้ผ่าตากุ้งยิง มันเป็นปกติของคนวัย 50 อัพ ที่จะมีไขมันอุดตันใต้ดวงตา ที่ผ่านมาก็อดทน ทานยามาตลอด หยอดยาแล้วก็ไม่หาย ติ่งๆ มันบดบังสายตา ก็เลยตัดสินใจผ่าตัด วันรุ่งขึ้นจะไปออกงาน จึงไปเปิดตู้กระจกเพื่อเลือกกระเป๋า ซึ่งตู้นี้ไม่ค่อยได้เปิด พอลองกระเป๋าเสร็จ ในจังหวะที่ปิดบานกระจก รู้สึกว่ากระจกมันเอียงๆ เดชะบุญกระจกตกใส่แขน ก่อนแล้วค่อยแปะที่หัว พี่อึ้งมาก ตอนนั้นอยู่ห้องคนเดียว ไม่ได้ร้องเรียกให้คนมาช่วย เพราะยังช็อก จากนั้นตนก็ได้เดินไปหาลูกชายน้องจุนก่อนจะบอกให้ช่วยกันเก็บเศษกระจกที่แตกบนพื้น ดีที่กระจกไม่เป็นปากฉลาม ก็แค่มึนไม่แตก มาแตกที่พื้น เดชะบุญที่ไม่เป็นอะไร บุญก็ทำนะ ทำอยู่เรื่อยๆ แต่มันก็คงเป็นช่วงจะใกล้วันเกิด จะชอบเป็นแบบนี้ รถเฉี่ยว

ดู Kaiju No. 8 ไคจูหมายเลข 8 ซีซัน 2 EP.20 เรโน่-ฟุรุฮาชิสู้ตายเพื่อชัยชนะ
อ่าน

ดู Kaiju No. 8 ไคจูหมายเลข 8 ซีซัน 2 EP.20 เรโน่-ฟุรุฮาชิสู้ตายเพื่อชัยชนะ

ดูอนิเมะออนไลน์ Kaiju No. 8 Season 2 ไคจูหมายเลข 8 ซีซัน 2 ตอนที่ 20 (ภาค 2 ตอนที่ 8) โชคชะตา อิฮารุ ฟุรุฮาชิ และ อิจิคาวะ เรโน่ คู่หูจากหน่วยที่ 3 ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเรโน่ได้รับโอกาสพิเศษให้ใช้อาวุธหมายเลข 6 เพื่อพิสูจน์ความสามารถที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดของเขา แต่ในสมรภูมิรบจริงที่เต็มไปด้วยอันตราย เรโน่กลับพบว่าการฝึกซ้อมเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เมื่อเขาตัดสินใจใช้พลังเกินขีดจำกัดของตัวเองเพื่อเป้าหมายเดียวคือโค่นไคจูหลักให้ได้ ผลที่ตามมาคือร่างกายที่บอบช้ำและบาดเจ็บอย่างหนัก แต่ในช่วงเวลาวิกฤตนี้เองที่ฟุรุฮาชิเข้ามาช่วยดึงสติของเขาไว้ จากเดิมที่เคยเป็นเพียงคู่หูในหน่วยฝึก ตอนนี้พวกเขากลับมีเป้าหมายเดียวกันชัดเจนยิ่งขึ้น คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และแข็งแกร่งขึ้นไปพร้อมกัน เพื่อปกป้องคนที่พวกเขารักให้ได้ติดตามอนิเมะ ไคจูหมายเลข 8 ภาค 2 อัปเดตตอนใหม่ทุกวันเสาร์ เวลาประมาณ 22.00 น. ที่ทรูไอดี กดดูเลย Kaiju No. 8 Season 2 ตอนที่ 8 เรื่องราวในตอนที่ 8 ในวินาทีที่ อิจิคาวะ เรโน่ เกือบจะพ่ายแพ้และถูกพลังของ ไคจูหมายเลข 6 กลืนกิน เพื่อนร่วมทีมอย่าง อิฮารุ ฟุรุฮาชิ ก็ก้าวเข้ามาเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดด้วยตัวเอง ฟุรุฮาชิปลดปล่อยพลังงานมหาศาลอย่างน่าทึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในการเป็น "ผู้ปรับตัวฉับพลัน" เช่นเดียวกับ โอกาตะ จูโกะ ที่เคยทำได้ ความเชื่อใจซึ่งกันและกันได้หลอมรวมพลังของเรโน่และฟุรุฮาชิให้เป็นหนึ่งเดียว จนพวกเขาสามารถพลิกสถานการณ์และคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ ภาพการผนึกกำลังกันของทั้งคู่ทำให้โอกาตะหวนคิดถึงบทสนทนาในอดีตกับ ชิโนมิยะ ฮิคาริ เพื่อนร่วมงานเก่าของเขาอีกครั้ง สมัครแพ็กเกจ TrueID+ ผ่านแอป TrueID หรือ กล่อง TrueID TV สมัครเลยhttps://ttid.co/D7LM/h28h8u08

ดราม่าเดือด.! ออสตาเพนโก้ ว่า ทาวน์เซนต์ ไร้การศึกษา ในศึกยูเอส โอเพ่น
อ่าน

ดราม่าเดือด.! ออสตาเพนโก้ ว่า ทาวน์เซนต์ ไร้การศึกษา ในศึกยูเอส โอเพ่น

เยเลน่า ออสตาเพนโก้ ไม่พอใจที่ เทย์เลอร์ ทาวน์เซนต์ ได้แต้มจากลูกพลิกเน็ต แต่กลับไม่ขอโทษตามมารยาททำให้มีปากเสียงกัน จากประเด็นดราม่าในศึกเทนนิส ยูเอส โอเพ่น ประเภทหญิงเดี่ยว รอบ 2 ในแมตช์ที่ เทย์เลอร์ ทาวน์เซนต์ นักเทนนิสเจ้าถิ่น เอาชนะ เยเลน่า ออสตาเพนโก้ จากลัตเวีย 2-0 เซต ซึ่งทั้งสองคนได้มีปากเสียงกันหลังจบการแข่งขัน ชนวนเหตุเกิดจากการที่ ออสตาเพนโก้ ไม่พอใจที่ ทาวน์เซนต์ ได้แต้มจากลูกพลิกเน็ต แต่กลับไม่ขอโทษตามมารยาท ซึ่งหลังจบการแข่งขันระหว่างที่ทั้งสองคนเดินมาจับมือกัน ออสตาเพนโก้ ได้พูดต่อว่า ก่อนที่ ทาวน์เซนต์ จะตอบกลับว่าให้ยอมรับความพ่ายแพ้ หลังจากนั้นเธอได้เดินไปฉลองกับแฟนๆเจ้าถิ่น ขณะที่ ทาวน์เซนต์ ได้รับเสียงโห่ระหว่างเดินออกจากสนาม เทย์เลอร์ ทาวน์เซนต์ ให้สัมภาษณ์หลังแมตช์ว่าเธอโดนต่อว่าว่าไร้การศึกษาและไม่มีมารยาท แถมคู่แข่งยังบอกว่าจะรอดูถ้าไปเล่นนอกอเมริกาแล้วจะเป็นอย่างไร ซึ่งเธอก็สวนกลับไปว่าพร้อมเสมอและมันคงน่าตื่นเต้นดี และบอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เพียงแต่ถ้าใครมาหาเรื่องก็พร้อมปกป้องตัวเอง และยังบอกว่าเธอไม่ได้ตีความคำพูดไปในทางเหยียดผิว ส่วนทางด้าน เยเลน่า ออสตาเพนโก้ ได้โพสต์ในโซเชียลของตัวเองว่าเธอได้บอกกับคู่แข่งเรื่องที่ไม่ยอมขอโทษ แต่กลับได้ยินคำตอบกลับมาว่าไม่จำเป็น ซึ่งกีฬาเทนนิสมีทำเนียมที่นักกีฬาปฏิบัติตามกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอ แม้ว่าคู่แข่งจะเล่นในบ้านตัวเอง แต่มันไม่ได้หมายความว่าเธอจะทำอะไรก็ได้ จากนั้นก็ตามมาด้วยโพสต์ยืนยันว่าชีวิตตนไม่เคยมีความคิดเหยียดผิวเลย และที่ผ่านมาก็ให้ความเคารพกับคนทุกเชื้อชาติ ซึ่งเธอไม่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์หลังตกรอบประเภทคู่เมื่อวันพฤหัสบดี ด้วยเหตุผลที่อ้างกับผู้จัดว่ามีอาการป่วย ทางด้าน นาโอมิ โอซากะ นักเทนนิสลูกครึ่งญี่ปุ่น-เฮติ ออกมาพูดถึประเด็นนี้ว่า "ฉันคิดว่ามันเป็นจังหวะเวลาที่ไม่ดีเลย และเป็นคนที่แย่มากๆ ไม่รู้ว่าเขาทราบเรื่องประวัติศาสตร์เกี่ยวกับประเด็นนี้ในอเมริกาหรือไม่ แต่เธอคงจะไม่มีวันพูดแบบนั้นอีกในชีวิต มันเป็นสิ่งที่แย่มากๆ นี่คือสิ่งที่แย่ที่สุดที่คุณจะพูดกับนักเทนนิสผิวดำในวงการกีฬาที่ส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาว ฉันรู้จักเทย์เลอร์ และรู้ว่าเธอต้องทำงานหนักแค่ไหน เพราะฉะนั้นเธอจึงห่างไกลกับคำว่าไร้การศึกษาหรืออะไรทำนองนั้น" ขณะที่ โคโค่ กอฟฟ์ มือวางอันดับ3 ชาวอเมริกัน เผยถึงประเด็นนี้ว่า "ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของอารมณ์ชั่ววูบ เยเลน่า คงจะสะเทือนใจกับความพ่ายแพ้ มันเป็นสิ่งที่ไม่สมควรพูดไม่ว่าจะรู้สึกอะไรอยู่ก็ตาม ยิ่งเมื่อพิจารณาจากเหตุผลที่เธอพูด ฉันรู้จักกับเทย์เลอร์ เป็นการส่วนตัว ซึ่งมันตรงกันข้ามกับสิ่งนั้น" ส่วนทางฝั่ง อารีนา ซาบาเลนกา นักเทนนิสหญิงมือ 1 ของโลก เผยว่าเธอได้พูดคุยกับ ออสตาเพนโก้ เพื่อช่วยให้ผ่านเรื่องราวนี้ไป "ฉันช่วยให้เธอเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้อย่างเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น บางครั้งเธอก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ แถมยังมีเรื่องที่ต้องดิ้นรนในชีวิต ฉันแค่ช่วยให้เธอตั้งหลกได้ และพูดคุยเปิดใจให้ปล่อยวาง หวังว่าสักวันเธอจะค้นพบตัวเองและรับมือกับมันได้ดีขึ้น ฉันมั่นใจว่าเมื่อเธอได้มองย้อนกลับไป เธอคงจะเสียใจกับพฤติกรรมของตัวเอง"

ไม่คุยกัน 6 ปี "ชูษี เชิญยิ้ม" ควงลูกสาว "บูม ชญาภา" เผยความในใจหลังคืนดี มาพร้อมหลานตา!
อ่าน

ไม่คุยกัน 6 ปี "ชูษี เชิญยิ้ม" ควงลูกสาว "บูม ชญาภา" เผยความในใจหลังคืนดี มาพร้อมหลานตา!

เปิดใจที่แรก ชูษี เชิญยิ้ม กับความสัมพันธ์ของลูกสาว บูม ชญาภา หลังจากที่ทั้งคู่ไม่คุยกันนานกว่า 6 ปี พร้อมขึ้นแท่นคุณตาป้ายแดงรับขวัญหลานสาวคนแรก น้องใบบุญ ที่จะขอมาเคลียร์ทุกประเด็น ผ่านรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องOne31 ที่มี พุฒ พุฒิชัย และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ไม่คุยกัน 6 ปี "ชูษี เชิญยิ้ม" ควงลูกสาว "บูม ชญาภา" เผยความในใจหลังคืนดี มาพร้อมหลานตา! ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 ตอนนี้กี่เดือนแล้ว? บูม ชญาภา : 5 เดือน 8 โล เป็นยังไงบ้าง 5 เดือนที่ผ่านมากับการเลี้ยงน้องใบบุญ ? บูม ชญาภา : มีลูกคนแรกก็จะงง ๆ หน่อย แต่มีป้าช่วยเลี้ยง เลี้ยงไม่ยาก ทำไมถึงตั้งชื่อคนแรกว่าน้องใบบุญ ? บูม ชญาภา : คุณยายของหนูเป็นคนตั้ง เค้าบอกว่าอยากให้เกิดมาเป็นใบบุญให้พ่อแม่พึ่งพา แต่กว่าจะแฮปปี้ตอนอยู่ในท้อง ก็มีเครียดเหมือนกัน? บูม ชญาภา : จริง ๆ หนูอยากมีนานแล้ว เพราะอายุเยอะแล้วเลขสามแล้ว แล้วก็มีพระทักด้วย ว่าถ้าไม่คุ้มอาจจะมี แต่ถ้ามีก็จะดีทุกอย่างจะดีขึ้น ก็ลองปล่อยดู สามเดือนก็เลยติดเลย แต่พอมีแล้วก็เครียด พ่อก็จะพูดตลอดว่าแบบเราเป็นนักร้องพอมีลูกเราก็จะจบ ถ้าโสดไปก็จะดี เราก็คิดแล้วว่าถ้าพ่อรู้จะเป็นยังไงเพราะโกรธกันอยู่ด้วย ก็เลยไม่ได้โพสต์ลงโซเชียล แต่คนรอบตัวรู้หมด คุณพ่อไม่รู้เพราะไม่ได้คุยกันมา 6 ปี ช่วงนั้นทะเลาะกันอยู่ไม่ได้คุยกัน ก็เครียดมีเพื่อนเป็นกำลังใจให้ เพื่อนพ่อก็บอกถ้าลูกคลอดก็จะมีแต่แต่สิ่งดีๆ เข้ามา เชื่อสิ วันที่เค้าตัดสินใจมาบอกเรา ? บูม ชญาภา : คือตอนนั้นคุยกับพี่ปอ (แฟนปัจจุบัน) ของพ่อก่อน เค้าก็โทร.มาหาแม่ว่าถ้าอยากมากราบหลวงตาก็มานะหนูก็ อโหสิกรรมพี่ หนูก็เลยบอกกับแม่ว่าให้บอกพี่ปอไปเลยว่าหนูท้องเพราะอยากรู้ว่าพ่อเขาจะว่ายังไง เพราะตลอดเวลาที่หนูเห็นพ่อผ่านโซเชียลหนูจะคิดตลอดเลยว่าพ่อสร้างภาพ ปล่อยวางจริงหรือเปล่าเพราะก็ยังไม่คุยกับหนู เราก็คุยกับแม่อยู่แบบนี้ว่าสร้างภาพหรือเปล่า ตอนนั้นทะเลาะกันเรื่องอะไร? ชูษี เชิญยิ้ม : ถ้าเราไม่ได้ฝึกฝนธรรมะ ถ้าเรามีสติก็จะไม่มีเรื่องอะไรเลย ก็ทะเลาะกันเรื่องคนอื่น ก็เลยเป็นเรื่องไม่คุยกันเลย บูม ชญาภา : พ่อเค้าก็ไลฟ์สดด่าหนู ชูษี เชิญยิ้ม : อันนี้มันเป็นตัวอย่างที่ไม่น่าจดจำ ทะเลาะกันแล้วมาโพสต์ในโซเชียล ไม่น่าจะให้คนอื่นรับรู้ อยากจะบอกคนอื่นว่าสิ่งที่เราทำมันไม่ดี การที่เราตัดสินใจไปหาพ่อวันนั้น เราคิดว่าเค้าจะเป็นแบบวันนี้ไหม ? บูม ชญาภา : คือหนูแอบถามพี่ปอ ว่าพ่อว่าไงบ้าง เค้าก็จะบอกว่าไม่มีอะไรหรอกเข้ามาเถอะพ่อเค้ารักอยู่แล้ว วันที่ไปหนูก็คิดในใจอยู่แล้ววันนั้นท้องก็โตใกล้จะคลอด พอเดินเข้าไปใกล้เค้าก็ยิ้มเลย เราก็เดินเข้าไปกอดซื้อพวงมาลัยไปขอโทษนะพ่อพ่ออโหสิกรรมให้หนูนะ เค้าบอกว่าเค้าไม่ได้โกรธอะไรแล้ว เพราะอโหสิกรรมนานแล้ว หนูว่าหลวงตามีส่วนเยอะมาก เพราะว่าก่อนที่หนูจะขอโทษครั้งนั้นหนูขอโทษบ่อยมาก ผลักบ้างเดินหนีบ้างให้ออกไป ชูษี เชิญยิ้ม : ตอนนั้นเพื่อนพี่น้องในวงการมาช่วยจับมาผลักกันบ้างเราไม่เอาเลย อีโก้เราสูง มันมีหมดแหละศิลปินมันไม่รู้ตัวเอง นาทีที่ลูกสาวมาบอกว่าท้อง ? ชูษี เชิญยิ้ม : คือตอนนั้นไม่ต้องมาบอก เพราะเราเห็นท้องเขาใหญ่แล้ว มาได้ 6 วันลูกก็ออกเลย ความรู้สึกครั้งแรกที่เห็นว่าท้องรู้สึกยังไงบ้าง ? ชูษี เชิญยิ้ม : ต่อไปเค้าก็จะเรียนรู้ชีวิตเขาแล้ว ความเป็นพ่อเป็นแม่เค้าจะเริ่มรู้แล้วว่าพ่อแม่รักลูกขนาดไหนพอเค้าเป็นแม่เค้าจะรู้เอง ไม่มีอะไรก็สบายๆ เพราะเราอยู่กับหลวงตา เราเรียนรู้และอยู่กับปัจจุบันให้ได้ ช่วงที่ทะเลาะกับพ่อเพื่อนถึงกับต้องดึงสติ? บูม ชญาภา : คือช่วงที่ทะเลาะกันพ่อเค้าจะเป็นคนแบบว่าถ้าทะเลาะกันเค้าจะแบ่งฝั่งเลย ตอนนั้นมันมีงานที่เราต้องทำด้วยกันประจำ งานคอนเสิร์ต เจ้าภาพก็จะเรียกเหมือนเดิม เค้าก็จะบอกเลยถ้าบูมจะไม่มีเขา ถ้าศิลปินคนไหนคบกับไอ้บูมก็ไม่ต้องอยู่ข้างเขา ซึ่งวันนั้นก็ไม่มีใครอยู่ข้างหนูเลย นอกจากพี่แจ็ค ธนพล, ถั่วแระ, คาร์ฟ เชิญยิ้ม, เสเบนซ์ รุ่งสว่าง แค่นั้น แล้วพอทะเลาะกันมันมีผลต่อจิตใจเราไหม? บูม ชญาภา : มีค่ะ หนูกับแม่ไม่ออกไปไหนเลย ปกติงานวันเกิดอะไรเราจะออกไปข้างนอก แต่พอมีเรื่องเราก็เปลี่ยนไปเลยเพราะออกไปมันก็จะเกิดการแบ่งแยก ก็มองทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย ที่พ่อออกมาบอกว่าลดละทุกอย่างหมดแล้วเราคิดว่าพ่อเป็นแบบนั้นจริงไหม? บูม ชญาภา : จริงค่ะ เค้าไม่มีความโกรธไม่มีอะไรเลย เค้าจะมองเป็นเรื่องขำ ๆ ปกติ มันแปลกมาก วันที่หนูดีกับเขาแล้วหนูก็มาบอกว่ามันจริงหรอ วันที่พาเค้าไปวัด เค้าใช้ชีวิตอยู่แบบธรรมดามากเลย ไม่มีติดไม่มียึดมีอะไรก็กิน รู้สึกยังไงบ้างกับคุณพ่อในเวอร์ชั่นนี้? บูม ชญาภา : หนูต้องกราบหลวงตาที่ทำให้พ่อเปลี่ยนได้ขนาดนี้ หนูอ่ะคิดอยู่ว่าจะมีวันนั้นไหมที่หนูกับพ่อจะได้ดีกัน มันก็คงมีแต่คงอีกยาวไกลมาก ทำไมถึงตัดสินใจไปอยู่ที่วัดได้? ชูษี เชิญยิ้ม : คือจริง ๆ แล้วกับหลวงตาไม่ได้รู้จักมาก่อน มันมีที่มาคือได้ร้องเพลงเกี่ยวกับหลวงตา เค้าถามเราว่ารู้จักหลวงตาไหมเราก็บอกว่า ไม่ แต่พอเค้าเปิดให้ดูเราก็บอกอ๋อ เพราะท่านดังมากก็เคยได้ยินดูจาก TikTok ก็ร้องเพลงให้ท่าน เค้าก็ไปเล่าให้หลวงพ่อท่านฟัง แล้วก็บอกว่าเรามีทุกข์ในใจเยอะมากให้มาหาเค้าหน่อย เค้าเปลี่ยนเราเลย ลูกสาวเราเคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตายเพราะเป็นโรคซึมเศร้า ? ชูษี เชิญยิ้ม : พี่ไม่รู้เลย เพิ่งมาเจอเขาตอนเค้าท้องแก่ บูม ชญาภา : เค้าบล็อกทุกช่องทาง คือเป็นหลังจากที่ทะเลาะกับพ่อ เราไม่อยากไปไหนไม่อยากพูดกับใคร ร้องไห้ทั้งวัน เพราะเพื่อนมาหาก็เหมือนกับดีนิดนึงพอเค้ากลับไปอยู่คนเดียวก็เป็นอีก จนตอนนั้นนอนไม่ได้สามวันเหมือนร่างกายอยากจะหลับสมองมันหลับไม่ได้หนูก็เลยเข้าไปทำแบบสอบถามของโรงพยาบาลศรีธัญญา ตอนเช้าพยาบาลก็โทรมาให้รีบมาที่โรงพยาบาลเลย แล้วก็รับยารักษามาเรื่อยๆ เค้าบอกว่ามันเกิดจากความผิดหวังทำให้เรามีอาการซึมเศร้าแต่ก็ยังดีนะที่ยังรู้ตัวไว ไม่ใช่ฆ่าตัวตายไปแล้ว จุดที่ทำให้เราคิดจะฆ่าตัวตายมันคือจุดไหน? บูม ชญาภา : ก็เวลาที่หนูไป เจอพ่อตามงานเค้าก็ผลักหนูแบบกระเด็นเลย คือไม่ใช่ครั้งเดียวมันเป็นหลายครั้งมากต่อหน้าเพื่อนต่อหน้าคนอื่น ก็เลยคิดว่าตายเลยดีกว่าไหม ตอนนี้รักษาไปถึงไหนแล้ว ? บูม ชญาภา : ตอนนี้หายแล้วค่ะ ท้องน้องหมอก็ให้หยุดยาได้ ถ้าเกิดมีอะไรก็ให้ไปหาหมอแต่ก็ก็คือไม่มีอะไรเลย เราสบายใจเจอพ่อก็จบแล้ว ปมที่เราเจอก็หาย เค้าช่วยเยอะช่วยทำงานตั้งแต่อยู่ในท้อง นาทีที่ได้เห็นหน้าน้องใบบุญครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง? ชูษี เชิญยิ้ม : จริง ๆ แล้วเราเป็นคนที่รักเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว เปรียบเสมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ ก็ธรรมดาเราเป็นตา ในใจเราสนิทสนมกับบูม เราก็เซอร์ไพรส์ด้วยที่คุณพ่อรับขวัญหลานถึงที่โรงพยาบาล? บูม ชญาภา : ไม่คิดว่าเค้าจะมา ชูษี เชิญยิ้ม : จังหวะวันนั้นหลวงตาขึ้นมากรุงเทพด้วย ก็เลยไปหาเขาที่โรงพยาบาล พอไม่ได้อยู่ด้วยกันก็วิดีโอคอลคุยกับหลานบ้าง เค้าไปหาผมเดือนละครั้ง แล้วก็จะไปกราบหลวงตาด้วย ถือเป็นคุณตาสปอยล์หลานไหม ? ชูษี เชิญยิ้ม : ไม่มีตังค์ตอนนี้สิ้นทุกอย่าง ไม่มีชื่อเสียงไม่มีงาน ตอนนี้ได้อย่างเดียวคือได้ธรรม อยู่ในศีลอยู่ในธรรม อยากให้หลานเติบโตมาแบบไหน ? ชูษี เชิญยิ้ม : เราก็ไม่รู้ชีวิตเขา อยากให้เขาอยู่ในศีลในธรรม รู้ตัวเองเยอะ ๆ อย่าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ที่เราทุกข์ทุกวันนี้เพราะเราไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ทุกวันนี้ธรรมะไม่มีอะไรมากมาย ชาวเน็ตแซะตกอับหรือเปล่าไปอยู่วัด? ชูษี เชิญยิ้ม : คนเรามีสองแบบมนุษย์โลกพอใจกับไม่พอใจ ถ้าพอใจเราเค้าก็ชมเรา หลวงตาบอกว่าเค้าด่าเราแล้วจริงไหมล่ะถ้าไม่จริงแล้วเราจะโกรธทำไม เค้ารู้จักเราไม่ดีพอ ถ้าเขารู้จักเราคงไม่ว่าเราหรอก คนเราก็แปลกชอบเอาความคิดตัวเองไปยัดเยียดให้คนอื่น มีแต่คนโง่ที่เป็นคนคิดว่าตัวเองสมบูรณ์แบบ ลึกๆ อยากมีอะไรบอกกันและกัน? บูม ชญาภา : ขอโทษที่ทำให้พ่อเสียใจ ขอบคุณพี่ปอ ขอบคุณหลวงตาสินทรัพย์ที่ทำให้มีวันนี้ ที่ทำให้ครอบครัวกลับมาเป็นเหมือนเดิม รักคุณพ่อรักมาก ไม่ได้บอกมา 6 ปี กลับมาบอกก็จะเขิน ๆ ชูษี เชิญยิ้ม : ไม่อยากบอกอะไรเขาอยากให้เขามีสติ ให้อยู่กับตัวเองอย่ายุ่งเรื่องของคนอื่นเขา คนดังถ้าไม่ตกนรกก็ติดคุกถ้าไม่มีสติ สิ่งที่เราไม่รู้อันตรายมาก ตอนนี้ความเชื่อมันมีมากกว่าความจริง ถ้าเราเข้าไปอยู่ในความเชื่อมากๆเราจะไม่เห็นความจริง เพราะฉะนั้นอยู่กับความจริง เคยบอกรักหรือบอกความห่วงใยกับลูกไหม? ชูษี เชิญยิ้ม : เค้ารู้อยู่แล้ว เราเคยเลี้ยงเค้าตั้งแต่ขวบสองขวบ เค้าเลี้ยงยากสันดานเหมือนพ่อ งี่เง่าเลี้ยงยาก เค้าก็เหมือนเราหนีไม่พ้นหรอก ถามว่ารักมั้ยรักอยู่แล้วลูกเรา ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

“ยิปโซ อริย์กันตา” กับชีวิตสุดโต่ง ลดน้ำหนักจนผมร่วง ประจำเดือนขาด สู่การเยียวยาตัวเอง
อ่าน

“ยิปโซ อริย์กันตา” กับชีวิตสุดโต่ง ลดน้ำหนักจนผมร่วง ประจำเดือนขาด สู่การเยียวยาตัวเอง

ล้วงชีวิตสุดโต่ง! ยิปโซ อริย์กันตา ในรายการ Prime Cast เจาะลึกถึงเรื่องรูปร่างและความคาดหวังของสังคม แชร์ประสบการณ์การป่วย Eating Disorder ที่ไม่มีใครรู้ เคยคลั่งผอมจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด สู่การเรียนรู้ที่จะหาจุดสมดุลระหว่างความสุดขอบและความพอดี โดยเฉพาะในเรื่องการออกกำลังกาย เข้าใจและยอมรับในธรรมชาติของร่างกายและจิตใจ และเรื่องการจัดการกับฮอร์โมนด้วยความยากลำบาก ตอนนี้พี่ยิบโซทำอะไรอยู่บ้าง ไม่ได้ถามอายุ ? ยิปโซ : ฉันไม่เคยอายกับเรื่องอายุตัวเองเลยจริง ๆ ปีนี้ 36 ค่ะ มีความสุขนะคะจริงๆแล้ว ชอบตัวเองในเวอร์ชั่นไหนมากที่สุด ? ยิปโซ : มันจะไม่ใช่หลักปีสิ แต่โดยรวม อย่างช่วงอายุ 32 หรือ 35 มันจะมีช่วงที่เราชอบอะไรบางอย่างไม่เหมือนกัน แต่โดยรวมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าตอนนั้นอายุเท่าไหร่ตอนนี้อายุเท่าไหร่เราก็จะชอบอันนั้นที่สุด จะเป็นคนที่ไม่กล้าเปลี่ยนอะไรเลย เพราะรู้สึกว่าถ้าเปลี่ยน เดี๋ยวตรงนี้จะไม่เป็นแบบนี้ เพราะรู้สึกว่ายังไง ๆ มันก็ต้องมาแบบนี้ ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง ? ยิปโซ : ทุกวันนี้ก็คือทำงานปกติในแง่ของโซเชียลก็จะมีงานอยู่ แต่ว่างานละคร งาน acting ตอนนี้ยังไม่ได้ทำโปรเจกต์อะไรค่ะ แล้วก็ทำงานศิลปะเยอะขึ้น เพราะว่าเหมือนกับตอนต้นปีที่ผ่านมา ปี 2025 ก็คือพี่เริ่มทำเหมือนกับ Exhibition join ไป ก็คือเหมือนกับว่าเอาสิ่งที่เคยวาดมาตลอดตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ที่มันไม่เคยแบบทำจริงจังซักที เอามาทำ Exhibition แล้วหลังจากนั้นมา ทุกวันนี้ก็ยังพยายามสม่ำเสมอกับการทำมันมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็หลัง ๆ อินกับการออกกำลังกาย สนุกกับมันมาก ๆ สนุกเกินไปจนมีผลแห่งกรรมบางอย่าง ได้ทำอะไรในสิ่งที่ตัวเองชอบ ? ยิปโซ : เรียกว่าทำหลายอย่าง แต่ไม่เรียกว่าเจอ balance มีความแตกต่างนะ ไม่รู้ทำ balance หายไปตรงไหน แต่ถือว่าศิลปะที่เอาเข้ามามากขึ้นก็ช่วยเยียวยาจิตใจเรามากขึ้นไหม ? ยิปโซ : มากค่ะ คือเหมือนกับว่าเยียวยาจิตใจแต่ไม่ค่อยเยียวยาเรื่องทางการเงิน คือทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ตอนนี้กำลังหา balance นั้นอยู่ว่าเราจะทำในสิ่งที่อยากทำ แล้วทำแบบฉลาดยังไงให้มันหาเลี้ยงชีพตัวเองได้ เราทำในสิ่งที่รัก แต่ว่าสิ่งที่เรารักนั้นควรจะเป็นสิ่งที่ support ชีวิตเราได้ด้วย รู้สึกว่ามันหมดยุคที่จะต้องแลกอันใดอันหนึ่งแล้ว รู้สึกว่า 2 อย่างมันควรจะรวมกันได้ถึงจะเป็นอะไรที่ยั่งยืน แล้วรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้มันทำอย่างงั้นได้ง่ายขึ้น รู้สึกว่าแต่ละคนไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ มี skill ในการหา balance ในชีวิตตัวเองไม่เท่ากัน การที่เราปรับเหมือนกับอายุเท่านี้ ไม่ได้แปลว่าพี่ผ่านอะไรมาแล้วจะหา balance ได้เก่งกว่าคนอื่นนะ เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับพื้นนิสัยแต่ละคนด้วย บางคนเขาตั้งแต่เด็กจนโตเป็นคนที่ balance ชีวิตได้ดีก็มีเหมือนกัน แต่เราตั้งแต่เด็กจนโตเป็นคนที่สุดโต่งมากๆ ถ้าเกิดใครที่แบบรู้จักกันมาตลอด คือเป็นคนทำอะไรทำสุด แบบลองดูก่อน แล้วก็ส่วนใหญ่ก็จะสุดมาพร้อมกับผลของความสุด สุดท้ายเราก็ได้เรียนรู้อะไรจากมันยังไง ? ยิปโซ : ใช่ แต่ว่าแม้แต่ตอนนี้ ล่าสุดที่ไปออกกำลังกายมาก็สุดเหมือนกัน คือมันเหมือนหยุดสันดานไม่ได้ แล้วพอทำไปมันก็จะมีผลลัพธ์ของความสุดออกมา ถามว่าเราได้เรียนรู้ไหม เรียนรู้แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องเรียนรู้บ้างว่าไม่ว่าจะในหมวดไหนก็ตามอย่าสุดเกิน ควรจะขยับบ้าง ตลอดเวลาที่อยู่ในวงการมานาน รู้สึกว่าสังคมหรือ standard ของความคาดหวังที่คนมีให้เรามีผลต่อจิตใจไหม ? ยิปโซ : โหด พี่ถือว่าดื้อแล้วนะ คือเหมือนกับอารมณ์ว่าถ้าเกิดมันมี standard อะไรบางอย่างที่มันมีอยู่ ไม่ใช่ว่าจะโอเค ทุกอย่างอะไรอย่างงี้ แต่เราเองก็ไม่ได้ถึงขั้นว่าจะไปต่อต้านอะไร คือพี่เชื่อว่ายุคก่อนพวกเรา เรื่อง beauty standard เรื่องที่ว่า คุณเป็นคนในวงการ หรือคุณเป็นคนที่ทำการแสดง ยุคก่อนหน้า ต้องเป็น 1 2 3 4 มันเครียดกว่า พอมาสิ่งที่เราอยู่ รู้สึกว่ามันมีความ rebel อะไรบางอย่างขึ้นมาแล้ว อย่างน้อยก็ในใจเราที่รู้สึกว่าเราไม่ได้จำเป็นจะต้องเป็นแบบนั้นเป๊ะ ๆ มันไม่ต้องภาพพับไว้ มันไม่ต้องหน้าตา pattern นี้ หรืออะไร pattern นี้ เพราะว่าเอาจริง ๆ สมัยก่อนยุคเรา จะเป็นสวยคือแบบฝรั่งลูกครึ่ง แล้วเราโผล่เข้ามาในหน้าที่แป๊ะเลย แล้วโชคดีที่ผนวกกับการที่เกาหลีเพิ่งเข้า เลยทำให้หน้าอย่างเราสามารถเกิดในวงการได้ ณ ตอนนั้น Beauty Standard มันเปลี่ยน แล้วก็โชคดีที่จังหวะนั้น เรามีความที่ทั้งเล่นตามน้ำ รู้ว่าจะไม่เปลี่ยนตัวเองแบบไหน แต่ถามว่ามีผลกระทบไหม มีมาก ๆ ยิ่งโดยเฉพาะตอนที่สมัยก่อนถ้าเกิดเราทำงานเป็นตัวเราเองจริง ๆ ที่เป็นยิบโซ ที่ความเป็นเรา มันไม่ซีเรียสเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดเป็นเรื่องการแสดง เราจะกดดันเว่อร์ ๆ เพราะเป็นคนเครียดเวลาทำงานอยู่แล้ว พื้นนิสัยทำงานอะไรแล้วเครียด เป็นคนกดดันตัวเองหรือเปล่า ? ยิปโซ : มากเกินกว่าที่ดูน่ารัก ค่อนข้างเยอะ เหมือนทำอะไรแล้วซีเรียส ถ้าเกิดเราทำไม่ทำเต็มที่จะรู้สึกผิด เพราะพื้นฐานเป็นคนสุดโต่งด้วย อยากทำให้มันดีที่สุด พออันนี้มันมาผนวกรวมกับความกดดันในแง่ของสิ่งที่ไม่ถูกพูดถึงมาก ๆ แต่ว่าแน่นอนเวลาคุณทำงานในวงการ acting หรืออะไรก็ตาม โชคดีโอกาสของเราได้รับบทที่เป็นบทหลัก คุณเป็นนางเอกต่อให้ไม่มีใครมาบอกว่าคุณจะต้องน้ำหนักเท่านี้ หรือคุณจะต้องหน้าตาแบบนี้ หรืออะไรมัน automatic ไปเองว่าเราเองควรจะต้อง fulfill อะไรบางอย่างที่มันเป็น pattern ที่เขาต้องการ ซึ่งตอนนั้นก็มีผลมากใช่ไหม ? ยิปโซ : หนัก ถึงขั้นเคยเป็น Eating disorder คือเหมือนคนเรามันเหมือนกับว่ามันจะเป็นทั้ง anorexic มันจะเป็นทั้ง bulimia มันจะเป็นทั้งหลาย ๆ อย่างได้ บางทีมันส่งกัน ตอนนั้นที่เป็นตอนแรก มันเริ่มจาก anorexic ก่อน ตอนนั้นคือถ่ายละครแล้วตั้งใจจะลดน้ำหนัก อายุประมาณ 20 กว่า เล่นละครเรื่องแรก สมัยก่อนเล่นหนังมันจะไม่ได้ fix มากขนาดนั้น แต่ว่าพอเล่นละคร เราอยากจะทำบทนี้ให้มันจริงก็เลยถ้าเกิดวันหนึ่งเป็นคนแบบนี้ มันไม่น่าจะเป็นร่างนี้ ก็พยายามลดน้ำหนัก ในนั้นเขียนไว้ 45 กก. เราแบบสู้ มันเหมือนมันเป็น mission หนึ่งของเราตอนนั้น ก็เลยกลายเป็นว่าลดน้ำหนักไปเยอะมาก ตอนที่ถ่ายละครอยู่ คนที่กองก็เป็นห่วงอยู่นะ เพราะว่าแทบไม่กินอะไรเลย กินน้อยมาก กินแต่ผัก ตอนนั้นก็คือเละ ก็คือกรอบเลย แขนก็คือเล็กแบบเละไปหมด แล้วก็กระดูกขึ้น ลงเกือบ 10 กิโลนะ แต่ว่าเป็น 10 ที่ไม่เฮลตี้ ไม่ได้ทำในวิธีถูกต้อง แล้วใครเป็นคน confirm ให้ว่าเป็น anorexia ตอนนั้น ยิปโซ : ไม่มีใคร confirm ตอนนั้นเราไม่รู้ด้วยซ้ำ ผ่านไปแล้วหลายปีถึงจะมารู้ว่าเป็น คือหลาย ๆ คนที่เป็น Eating disorder บางทีไม่ได้รู้ตัว ณ ตอนนั้นทันทีนะคะ ตอนนั้น anorexic อยู่แป๊บนึงแล้วสุดท้ายร่างกายมันไม่ยอม มันเหมือนร่างกายเรามันฉลาด คือมันเหมือนกับเราอดอาหารมาตั้งนาน สุดท้ายเขาจะมีวิธีการตีกลับ พอตีกลับเสร็จปุ๊บ พอเราผ่านช่วงที่เราถ่ายทำไปเสร็จปุ๊บ ตอนนั้นผมเริ่มร่วงอะไรทุกอย่าง ร่างกายประจำเดือนไม่มา เพราะว่าร่างกายจะตายแล้วเพราะมันขาดอาหาร ร่างกายเริ่มโหยมาก ๆ แล้วคราวนี้พอเราติดอยู่กับ mentality ว่ามันเป็นโรคทางความคิดแล้ว ยิ่งผอมยิ่งดี เหมือนต่อให้คนที่กองเดินมาคุยกับเราว่าผอมไปแล้วนะ ผู้กำกับเดินมา ยิบหน้าตา concern มาก ใช้งานไม่ค่อยดี แต่เราจะรู้สึกได้ จากสายตาคนรอบข้างได้ว่าถ้าเกิดมันผอมลงกว่านี้ก็คงดี แต่ว่ามันไม่ถูกพูดออกมา ก็โอเค ฉันรู้ ฉันรับโจทย์นั้นโดยที่ไม่ต้องมีใครพูด แล้วพอทำจนกระทั่งผู้กำกับมาบอกว่า ผอมไปนะ ไม่ว่าใครจะมาพูดอีกก็ตาม ดีค่ะ มันเหมือนชนะ มันรู้สึกชนะ อาการนี้ไม่ใช่อาการเท่นะ อาการของคนป่วย การที่เราคิดว่ายิ่งผอมแล้วยิ่งดี มันสะใจ เหมือนมันถูกต้อง มันชนะ ไม่ใช่อาการของคนที่สภาพจิตปกตินะ แต่ตอนนั้นโรคนี้มันไม่ได้ถูกพูดถึง หรือถูกเข้าใจมาก เพราะว่านี่คืออาการที่ไม่ปกติ คือคนเราไม่ควรจะมาเอาชัยชนะอะไรกับความเล็กลงของร่างกาย ไม่ได้สนใจแล้วว่าตอนนั้นสวยหรือไม่ สนใจแค่ว่าจะเล็กลงอีก ไม่กินแล้วก็ต่อมาพอร่างกายตีกลับแล้วมันบังคับว่ายังไงมันโหย กินเข้าไปเสร็จปุ๊บ รู้สึกผิด เป็นต่อมาคือเป็น bulimia โรคนี้ไม่น่ารัก ดูไม่สะอาด แล้วก็เป็นโรคที่ทำให้เราเกลียดตัวเองมาก ๆ จริง ๆ คือ bulimia คือเวลากินแล้วเราเอาออก เรา force ตัวเอง ผ่านไปได้ไงกับ bulimia ยิปโซ : ใช้เวลามาก ๆ แล้วก็พยายามเอาตัวเองออกจากสถานการณ์ที่รู้สึกกดดันตัวเองมากไป เพราะรู้สึกว่าจิตใจตัวเองยังไม่เข้มแข็งพอที่จะแยกแยะได้ ตอนนั้นถึงต้องพักละคร ตอนนั้นคนรอบข้างหรือคนที่ทำงานด้วยก็จะไม่รู้ว่าเราป่วย แต่ถามว่าทุกวันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นดีไหม มองย้อนกลับไปก็ยังกลับไปคำเดิมนะที่ว่าเราเลือกย้อนกลับไปจะไม่เปลี่ยน เพราะเราเป็นมาหมดแล้วมันทำให้เข้าใจว่าเป็นยังไง เพราะว่าตอนนั้นยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้เลยว่าทำยังไงถึงหาย รู้แค่ว่ามันค่อย ๆ คลายขึ้น ค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าหายเองโดยที่เราไม่พยายามนะคะ เราก็ต้องพยายามแบบปรับสภาพใจตัวเองด้วย พยายามเลือกที่จะไม่ทำอะไรบางอย่างที่รู้ว่าทำร้ายตัวเอง จบที่การยอมรับตัวเอง ยิปโซ : คือการพาตัวเองมายอมรับความจริงอะไรบางอย่าง เพราะพี่มองว่าการที่เรารู้สึกว่าต้องเป็นแบบนี้เป๊ะ ๆ เท่านั้นถึงจะเป็นสิ่งที่ดี ถึงจะเป็นสิ่งที่ถูกยอมรับได้ ถึงจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าสวย หรืออะไรก็ตาม อันนั้นไม่ใช่ความจริง มันเครียดนะ พื้นฐานจิตใจทุกคนก็แค่อยากที่จะเป็นในสิ่งที่ดี อยากที่จะเป็นในสิ่งที่ได้รับความรัก ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน หลังจากเกิดเหตุการณ์กับร่างกายมาเยอะมาก รู้สึกว่าฉันอยากจะดูแลร่างกายตัวเอง เป็นแบบนี้หรือยัง ? ยิปโซ : ฉันว่ายังไม่ขนาดนั้น (หัวเราะ) สุดท้ายแล้วสิ่งที่ต้องแก้จริงๆมันคือนิสัย เรายังคงต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวอยู่ คำว่าเต็มที่มันไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอไป ทราบมาว่าเป็นคนปวดท้องประจำเดือนมากตั้งแต่เด็ก ? ยิปโซ : แต่ว่าฮอร์โมนกับพี่ เรามีอะไรที่ได้คุยกันมาตั้งแต่เด็กจนโตอยู่แล้ว เหมือนมันมีช่วงที่ดีขึ้นตอนช่วงที่พี่เล่น Pilates zen ร่างกายดีมาก ชิลดีมาก แต่พอนึกสนุกอยาก Hyrox ขึ้นมาแล้วพอใช้ร่างกายหนักไป ทุกวันนี้หลังจากที่จบจาก Hyrox มาะ ร่างกายสรวนหมดทุกอย่าง สิวที่ปกติแล้วไม่มีก็ขึ้นหมด ตอนแรกก็คือเราเคยมีเรื่องซีสต์ในรังไข่ที่เอาออกไปแล้ว ก็หวังว่าจะไม่ได้ขึ้นใหม่ ตอนนั้นเป็นช็อกโกแลตซีสต์ แต่ว่าล่าสุดก็คือรู้สึกได้เลยว่าตัวเองมีซีสต์ ปวดซีสต์แล้วก็ไปตรวจมาใหม่อีกรอบหนึ่ง ขึ้นแล้ว เชื่อว่าเป็นเพราะว่าเอาตัวเองไปสู่ process ภาวะของความเครียดหนักมาก ทั้งทางร่างกายแล้วก็จิตใจ ออกกำลังกายหนักเกินไป กินไม่ดี นอนไม่ดี มันก็คือความเครียดที่ร่างกายรับรู้ในแบบ physical เหมือนกัน เพราะฉะนั้นหลาย ๆ คนที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่คนเครียด ไม่ได้แปลว่าร่างไม่เครียด ปกติประจำเดือนมาตรงไหม ? ยิปโซ : โชคดีทุกวันนี้ประจำเดือนยังมาตรงอยู่ ต่อให้เครียดแค่ไหนก็ยังมาตรง แต่ว่ามันออกอาการอื่นไงคะ จะเป็นเรื่องผิว เรื่องอารมณ์ เรื่อง weight มันจะไปทางนั้นมากกว่า สิวขึ้น กินทุกอย่าง กินเยอะ เหมือนร่างกายสั่งว่าเธอต้องกินเดี๋ยวนี้ ทุกวันนี้ก็เลยพยายามจูนกลับมาอยู่ พยายามที่จะใช้ชีวิตแบบฝืนใจตัวเองว่าทุกอย่างที่เราเคยฝึกมาต้องยอมเสียสละนะ ทำยังไงก็ได้ให้ร่างกายกลับเข้าสู่สภาวะที่ไม่ต้องเครียดมากที่สุด ทุกวันนี้ต้องอยู่กับความลุ้นตลอดเวลาว่าร่างกายเราจะโอเคไหม มีซีสต์ขึ้นอีกไหมโดยที่เราไม่ใช้ยาคุม รู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้เป็นอะไรมากก็ไม่อยากเอาฮอร์โมนอะไรไปกระตุ้น สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook: Alive Dot , Youtube : Alive Dot วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น.

"ต้า เฟ็ดเฟ่" เปิดใจช่วงแยกทางกับเพื่อนรัก สู่วันที่ต้องไลฟ์ขายของเอาตัวรอด
อ่าน

"ต้า เฟ็ดเฟ่" เปิดใจช่วงแยกทางกับเพื่อนรัก สู่วันที่ต้องไลฟ์ขายของเอาตัวรอด

"เกิดมาเว่า" สัปดาห์นี้พบกับ "ต้า เฟ็ดเฟ่" ยูทูบเบอร์ที่โด่งดัง มีเอกลักษณ์เป็นที่รู้จักในฐานะสมาชิกกลุ่มยูทูบเบอร์สายฮา "เฟ็ดเฟ่บอยแบนด์ และ ชัยโสโร" มาเปิดใจหมดเปลือกถึงเส้นทางชีวิตที่ไม่มีสคริปต์ เล่าปัญหาวิกฤตชีวิตที่ต้องเจอ จนต้องหาเส้นทางใหม่ การทำงานในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง และปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวที่ไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ทุกเมื่อ "ต้า เฟ็ดเฟ่" เปิดใจช่วงแยกทางกับเพื่อนรัก เส้นทางชีวิตและบทเรียนของ ต้า เฟ็ดเฟ่ ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : จริง ๆ แล้วผมเป็นคนชัยภูมิครับ กลับบ้านทุกเทศกาลเลย เวลานึกถึงชัยภูมิ คิดถึงอะไรก่อนเป็นอย่างแรก ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : คิดถึงความสุขอยู่กับพ่อแม่ ต้นไม้ อากาศบริสุทธิ์ นั่งข้างคนที่เรารัก แค่หายใจก็มีความสุขแล้วครับ ร้านเด็ดในชัยภูมิคือร้านอะไร ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ผมรู้สึกว่าอาจจะไม่ใช่ร้านเด็ดร้านดัง แต่เป็นร้านที่เป็นเอกลักษณ์ของหมู่บ้านเราคือ ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงเรียนวังตาท้าว ผมภาษาอีสานผมฟังออกนะแต่พูดไม่ได้ เพราะหมู่บ้านผมพูดโคราชกันไม่ใช่อีสาน ตอนเด็ก ๆ คาแรกเตอร์เป็นแบบนี้ไหมหรือเพิ่งเป็นตอนโต ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : เพิ่งมาเป็นตอนโตครับ เพราะหน้าที่การงานด้วย มันก็เลยกลายเป็นคาแรกเตอร์แบบนี้ จุดไหนที่ทำให้รู้ตัวว่าอยากเป็นคนตลก ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ตอนที่เห็นเพื่อน ๆ หัวเราะกับสิ่งที่เราทำ มันทำให้เรารู้สึกว่าการทำให้คนอื่นมีความสุขมันมีคุณค่ามาก ก็เลยตัดสินใจจะเป็นคนตลก ได้ข่าวว่าพี่ต้าแยกทางกับพี่ชัยแล้ว มันเกิดอะไรขึ้น ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ไม่มีใครผิดหรือถูกครับ มันเหมือนทฤษฎีเหรียญที่มีสองด้าน เรามองคนละมุมกัน เรื่องมันเริ่มจากความคาดหวังกันสูงมากเกินไป เป็นเหมือนพ่อกับลูกที่ตึงเครียดเกินไป ก็เลยมีการทะเลาะกันในงานค่อนข้างบ่อยจนเราไม่มีความสุข เราทำงานสายบันเทิง แต่บางวันต้องทะเลาะกันก่อนเข้าเซ็ต แล้วพอได้เวลา 5 4 3 2 แอ็กชั่น เราต้องเล่นตลกทันที ทั้งที่อารมณ์ยังไม่คลี่คลาย เข้าก็ไม่ชอบเราก็ไม่ชอบ ก็อาจจะเป็นที่ผมผิดด้วยที่การคุย พอเริ่มคุยกันน้อยลง พอจะจูนกันก็ทะเลาะอีกแล้ว มันก็เริ่มจาง ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นเบื้องหลังเขาเป็นยังไง บางทีผมก็อิจฉาช่องอื่นที่ไม่ต้องมาเครียด ๆ อยู่แล้วเข้าฉากต้องตลกเลย แต่ผมก็ไม่ได้ติดอะไรมากเพราะมันเป็นหน้าที่ของเราความรับผิดชอบในงาน ถ้าเลือกได้เราก็ควรแฮปปี้แล้วก็ส่งความแฮปปี้ไปที่คนดูแบบเรียล ๆ มีโอกาสจะกลับมาทำงานด้วยกันอีกไหม ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ผมว่าต้องใช้เวลา จริง ๆ ก็ยังเสียดาย ทุกวันนี้ผมยังเปิดคลิปเก่า ๆ มาดู แล้วก็ยังตลกอยู่เหมือนเดิม แล้วผมดูเขาเล่นมุกก็ยังขำเหมือนเดิม ตอนออกจากช่องเราออกมาแบบตัวเปล่า ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ไม่ใช่ตัวเปล่าครับ ผมได้ความรู้ ได้การลองผิดลองถูก ได้ประสบการณ์ คือถ้าเรายังไม่แรง มีความมั่นใจ และความขยันวินัย มันเริ่มใหม่ได้ทุกเมื่อ การล้มเหลวไม่ใช่เรื่องแย่ ล้มแล้วก็ลุกให้ไว ชีวิตคนเราเคล็ดลับแค่นี้เลย มีอะไรอยากบอกพี่ชัยไหม ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ตอนนี้เขาอาจจะมีแฟนคลับเป็นล้าน ๆ แต่แฟนคลับคนแรกในชีวิตเขาคือผม ตอนแรกเขาไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นคนตลก ผมเชื่อในความสามารถของเขา เขาเก่งอยู่แล้ว คนรักเขาเยอะ แฟนคลับเขาเยอะ ไปต่อได้อยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลหรือท้อ มองยังไงกับคนที่บอกว่าเราตกยุค ต้องมาไลฟ์ขายของ ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : มีครับ หลังออกจากช่องชัยโสโรผมก็ตั้งไลฟ์ขายของเลย รายจ่ายมันไม่รอเรา ขายเสื้อผ้ามือสองใน TikTok มีคนถามว่าใช่ตัวจริงไหม หรือว่าร้อนเงินเหรอ บอกเลยว่าไม่ใช่แค่ร้อน ผมไหม้แล้วครับ (หัวเราะ) ผมว่าทุกอย่างต้องปรับตัวตามยุคครับ ทุกวันนี้คือยุคของคลิปสั้นแนวตั้ง ต้องถ่ายให้เร็วเข้าใจง่าย แต่คนที่ดู Youtube ก็ยังมี อย่าไปกลัวว่าทำแล้วไม่มีคนดู ยิ่งผิดพลาดเรายิ่งได้เรียนรู้ ไม่ควรยอมแพ้ ถ้าชอบก็ทำต่อไป เพราะการทำ Youtube ก็เป็นไดอารี่อย่างหนึ่งที่เราได้บันทึกเก็บไว้ในรูปแบบวีดีโอ คลิปในตำนานที่แรงที่สุดคือคลิปไหน ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : มีคลิปหนึ่งที่เล่นแรงมาก แข่งเกมกันแล้วใช้อุปกรณ์สั่นยัดเข้าไปจริง ๆ เปิดเบอร์สุดแล้วสุดท้ายอุปกรณ์นั่นค้างอยู่ในตัวผม ต้องไปนั่งเบ่งในห้องน้ำ โชคดีที่มันพุ่งออกมาเอง ไม่งั้นคงต้องไปโรงพยาบาล อายหมอตายเลยครับ ตอนนี้ทำแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา ?ต้า เฟ็ดเฟ่ : ใช่ครับ ทำเสื้อบอลลายไทย อยากให้เสื้อเชียร์บอลมีความเป็นไทย ฟอนต์ไทย ลายไทย สามารถสั่งซื้อได้ที่ Shopee ค้นหาว่า truly.bkk ได้เลยครับ สามารถติดตาม "เกิดมาเว่า" ได้ที่ช่องทาง Facebook : WE DO, Youtube : WE DO วันอังคาร เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่

แคปชั่นผู้ชายร้องไห้ 2025 คำคมปลอบใจ หวั่นไหวใช่อ่อนแอ  โพสต์ปลอบใจ ส่งต่อความห่วงใย
อ่าน

แคปชั่นผู้ชายร้องไห้ 2025 คำคมปลอบใจ หวั่นไหวใช่อ่อนแอ โพสต์ปลอบใจ ส่งต่อความห่วงใย

ในวันที่ท้อแท้ อ่อนแอ หรือสับสน ผู้ชายอย่างเราคงรู้สึกว่าการมีน้ำตานั้นเป็นเครื่องแสดงความอ่อนแอ แต่แท้จริงแล้วคนทุกคนไม่ว่าเพศไหนล้วนมีวันที่เจอเรื่องหนักหนากันบ้าง ถ้าวันไหนไม่ไหวเรามี แคปชั่นผู้ชายร้องไห้ คำคมปลอบใจ โดนๆ ไว้โพสต์เยียวยาตัวเองกัน แคปชั่นผู้ชายร้องไห้ 2025 คำคมปลอบใจ หวั่นไหวใช่อ่อนแอ โพสต์ปลอบใจ ส่งต่อความห่วงใย ภายนอกดูสดใส แต่ภายในใจอยู่ ICU ชีวิตคนเรามันแสนสั้น รีบปาดน้ำตาแล้วเดินไปข้างหน้า เจ็บบ้างก็ได้ ถ้าชีวิตนี้ยังได้หายใจอยู่ เวลาจะเยียวยา น้ำตาจะรักษาแผลใจ อ่อนแอบ้างก็ได้ ถ้าไม่ไหวให้ระบายออกมา บอกคนอื่นว่าอย่างร้อง แต่ตัวเองน้ำตาตกในไปแล้ว น้ำตามันคือวิธีที่ผู้ชายชะล้างความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่มันต้องการการชะล้างด้วยน้ำตา น้ำตาคือยาชะล้างความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ น้ำตาคือพลังที่ช่วยให้เราก้าวข้ามความเจ็บปวด น้ำตาคือศิลปะ หัวใจคือนักรบ อ่อนแอให้เห็น แต่ไม่เคยอ่อนแอให้ใคร ผู้ชายที่แท้จริง ไม่กลัวที่จะแสดงความรู้สึก แม้แต่น้ำตา น้ำตาคือลายเซ็นของความเป็นมนุษย์ ความรู้สึก ไม่ได้มีไว้ให้เก็บ แต่มีไว้ให้แสดงออก สถานะอ้างว้าง ใจบางกว่ากระหม่อม เกิดเป็นชายจะร้องไห้ฟูมฟายก็อายคน ต้องอยู่ให้ไหว แม้ไม่มีใครช่วยหนุน แพ้บ้างบางครั้ง แค่ถอยหลังมาตั้งหลักต่อ ถึงโตมากแล้ว แต่ก็ยังอ่อนไหว มีใครบ้างอยากอ่อนแอ แต่เวลาแพ้มันทนไม่ไหว ผ่านมาแล้วนะความรู้สึกนี้ แต่ถ้าเจออีกทีก็มาดิครับ น้ำตาของฉันอาจดูอ่อนแอ แต่หัวใจของฉันยังคงแข็งแกร่ง น้ำตาอาจร่วง แต่ใจไม่เคยยอม อ่อนแอภายนอก แต่ในใจโคตรแกร่ง น้ำตาแค่ฉากหน้า หัวใจคือของจริง ทุกหยดน้ำตา มีเรื่องราวของความแข็งแกร่ง การร้องไห้ไม่ได้ทำให้ฉันเป็นผู้ชายที่แย่ลง มันทำให้ฉันเป็นผู้ชายที่แท้จริง น้ำตาคือเพื่อน ที่เข้าใจความรู้สึกของเรามากที่สุด กล้าที่จะร้องไห้ กล้าที่จะเป็นตัวเอง นี่แหละคือความเท่ที่แท้จริง ความกล้าหาญไม่ได้อยู่ที่การซ่อนน้ำตา แต่อยู่ที่การกล้าปล่อยมันออกมา ปล่อยให้น้ำตาไหล เพื่อแสดงความเป็นตัวเองที่แท้จริง วันไหนที่ผมไม่มีน้ำตา อย่าหาว่าผมเย็นชาแล้วกัน ไม่ไหวอย่าฝืน ร้องให้ยุดค่อยหยุดแล้วเดินหน้าต่อ มีน้ำตาใช่ว่าไม่มีน้ำยา ปาดน้ำตาแล้วพร้อมสู้ต่อ ล้มบ้าง แพ้บ้าง นี่แหล่ะรสชาติชีวิต วันไหนใจบาง ให้น้ำตารักษาใจ อยากร้องร้องให้สุด แล้วค่อยหยุดมาสู้ต่อ ท้อได้ร้องได้แต่อย่าบ่อย รักษาใจหน่อยอย่าให้ทรุดโทรม ภายนอกอาจสั่นคลอน แต่ภายในยังมั่นคง เปราะบางแค่เปลือกใน แต่แก่นแท้โคตรแข็ง ความเจ็บปวดคือเชื้อเพลิง หัวใจคือเครื่องจักร ใจที่ผ่านน้ำตา คือใจที่แข็งแกร่งที่สุด น้ำตาคือรอยแผล หัวใจคือเกราะกำบัง ร้องไห้ ไม่ใช่จุดจบ แต่คือจุดเริ่มต้นของความเป็นชายที่แท้จริง ความอ่อนแอที่แสดงออก คือความแข็งแกร่งที่แท้จริง น้ำตาคือกระจกสะท้อนความเป็นตัวเอง ที่ฉันภูมิใจ น้ำตาคือบทกวีที่เขียนด้วยความกล้าหา ความอ่อนแอที่แสดงออก คือความแข็งแกร่งที่แท้จริง ร้องไห้ คือการปลดปล่อยความรู้สึก ที่ผู้ชายหลายคนซ่อนไว้ บทความที่คุณอาจสนใจ 75 แคปชั่นฟุตบอล 2025 แคปชั่นกีฬา 2025 แคปชั่นอกหัก โดนใจสายคอบอล แคปชั่นผู้ชายสายเปย์ แคปชั่นฮาๆ รวยๆ 2023 เด็ดๆ โดนๆ เรียกยอดไลค์ ได้ยอดเลิฟ แคปชั่นคนหล่อ ฮาๆ กวนๆ ตลกๆ 2025 โพสต์โชว์หล่อปีนี้ยันปีหน้า! 119 แคปชั่นเท่ๆ คูลๆ ผู้ชาย หล่อๆ มาใหม่ ปี 2025 โพสต์แล้วคนขอแชร์ 70 แคปชั่นตำรวจ ฮาๆ กวนๆ คำคมตำรวจ แคปชั่นตำรวจสายตรวจ มีครบจบ 72 แคปชั่นทหาร คำคมทหาร 2025 เกณฑ์ทหาร และ ทหารเกณฑ์ กวนๆ โดนๆ ฮาๆ 110 แคปชั่นเด็กช่าง เท่ๆ วัยรุ่นสายห้าว เตรียมเซฟ คำคมเด็กช่างไว้โพสต์

"กบ ปภัสรา" ควงครอบครัว เล่าเพราะอาการป่วยสามี ทำให้ครอบครัวกล้าพูดความรู้สึกต่อกัน
อ่าน

"กบ ปภัสรา" ควงครอบครัว เล่าเพราะอาการป่วยสามี ทำให้ครอบครัวกล้าพูดความรู้สึกต่อกัน

เมื่อมารายการ "Club Friday Show" ผลิตโดย CHANGE2561 "เอ๋ พรเทพ เตชะไพบูลย์" และ "กบ ปภัสรา เตชะไพบูลย์" เล่าถึงจุดเริ่มต้นตำนานรักซินเดอเรลล่าเมืองไทย พี่เอ๋โสดแบบไม่ธรรมดา ฉายาเยอะวีรกรรมเพียบ ทำให้กบต้องยื่นคำขาด ถึงอายุห่างความต่างเยอะ "เอ๋-กบ" กับความต่างที่ต้องปรับจูนกันแบบสุดพลัง เมื่อลูกสาวสุดที่รัก "เหนือ ดิสรยา เตชะไพบูลย์" แอบหนีเที่ยวแล้วพ่อแม่จับได้ทำเอาบ้านแตกระเบิดลงกลางบ้าน พร้อมเปิดใจเราจะอยู่ยังไงเรียนรู้จากทุกข์ ในวันที่ป๊าป่วยครั้งแรกที่คนในครอบครัวได้พูดความรู้สึกต่อกัน "กบ ปภัสรา" ควงครอบครัว เล่าสิ่งที่ทำให้ครอบครัวกล้าพูดความรู้สึก ดูทีวีออนไลน์ ช่องวัน31 เจอครั้งแรกรู้สึกยังไง ?กบ ปภัสรา : ไม่ใช่สเปคหนู ตัวเตี้ย ตัวเล็กเอ๋ พรเทพ : ยังโตไม่เต็มที่กบ ปภัสรา : คุณอายิ่งพันธ์เป็นคนแนะนำให้รู้จักโสดทั้งคู่เอ๋ พรเทพ : ประทับใจตั้งแต่แรกที่เห็นเค้าเป็นคนทำงานหน้าตาดูดี ลองจีบดูเราก็มีการวางแผนบางอย่างเอาไว้แล้ว ถ้าไม่ฉุดก็จะไปขอเค้าเลยกบ ปภัสรา : พอเข้าเดือนที่สองเค้าก็บอกว่าไปอยู่ด้วยกันเถอะ ตอนนั้นพี่เอ๋คงมีสาว ๆ ให้เลือกได้ ?กบ ปภัสรา : โสดแบบไม่ธรรมดา ฉายาก็เยอะ วีรกรรมก็เพียบ เห็นบอกว่ามีส่งจดหมายมาก็มี ?กบ ปภัสรา : วัวเคยค้า ม้าเคยขี่ เขียนมาหาเราแบบนี้แล้วก็เป็นรูปจับมือเราก็ถามพี่เอ๋เอาอย่างไรดูแลใครอยู่พูดให้หมด เพราะว่าเราจะเดินไปด้วยกันข้างหน้ามันจะต้องจบทุกอย่างแค่นี้ เค้าก็บอกแค่ว่าก็มีเค้าดูแลอยู่สองคนส่งเรียนอยู่ แล้วตอนพี่เอ๋บอกว่ามีดูแลอยู่ทำยังไง ?กบ ปภัสรา : เราก็แค่บอกว่างั้นก็ไปส่งให้จบ อายุที่ต่าง 16 ปี อาชีพ วิถีชีวิตที่ต่าง ?กบ ปภัสรา : ราวฟ้ากับเหว เต้นกินรำกิน หนูตกถังข้าวสารบ้างอะไรบ้าง มีสังคมบางกลุ่มเค้าไม่รับว่าเราเป็นนางงาม เราสวัสดีเค้าเค้าไม่รับไหว้นะคะ เค้าแบบทำมองไม่เห็นเราแล้วเค้าก็พาพี่เอ๋เดินเข้าไปเลย ถ้าสังเกตถ้าเป็นงานสังคมกบจะไม่เคยไปเลย อีกอันหนึ่งที่ต้องปรับกันคือพี่เอ๋เป็นคนพูดจาโผงผาง ?กบ ปภัสรา : พ่อ.. เราฟังครั้งแรกเราบอกไม่สิเราก็สวนเค้ากลับเลย ก็บอกเค้าว่าอย่านะ อย่ามาพูดแบบนี้ แล้วก็ชอบพูดว่ายัยนี่ เราก็ถามเค้าว่าใคร ยัยนี่เอ๋ พรเทพ : ตอนนี้ก็ ฮันนี่ ฮันนี่ คุณพ่อคุณแม่ดุไหม ?เหนือ ดิสรยา : แม่จะดุค่ะ ป๊าจะตามใจ แต่ถ้าจริง ๆ ป๊าจะดุกว่าเยอะมาก บ้านแตกแม่ก็จะเงียบเลย วันที่บ้านแตกคือเพราะหนูหนีไปเที่ยวตอนนั้นอายุ 13 ค่ะกบ ปภัสรา : เปิดห้องเข้าไปแล้วไม่เจอลูก อ้าว! ลูกไม่อยู่บ้านแล้วลูกไปไหนเพราะว่าเราไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ สติจะแตกเลยเหนือ ดิสรยา : ป๊าบอกว่าตอนนี้ป๊ากับแม่คุมหนูไม่อยู่แล้วหนูต้องไปเรียนต่างประเทศเดียวนี้ พรุ่งนี้ให้บินไปเลยนะ ถ้าไม่ไปเมืองนอกก็ออกจากบ้านนี้ไปเลยแล้วตอนนั้นหนูก็กรี๊ดลั่นบ้านเลย แล้วหนูก็พูดกับแม่ว่าถ้าเป็นแม่ที่ดีไม่ได้แล้วจะมีลูกทำไมกบ ปภัสรา : อย่างที่กบบอกว่ามีความสุขมาตลอดวันหนึ่งเรามาเจอความทุกข์ เหมือนเรารับมันไม่ได้นะคะ ตอนแรกตกใจมันเป็นความทุกข์ใหญ่ของครอบครัวเรา ตอนนั้นเป็นช่วงที่กบแย่มาก ๆ เลย เพราะว่าผ่าตัดรอบสุดท้ายเจ็ดวันแรกตื่นมาเหมือนเป็นอีกคนบางทีเราก็จะกอดกันสองคนกับลูก เราก็ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไรสองคนในตอนนั้นเหนือ ดิสรยา : เวลาคุยกันในอนาคตถ้าแบบว่าป๊ากับแม่ไม่ได้อยู่กับลูกแล้ว ลูกจะอยู่อย่างไรพอเป็นคำนี้มันกลายเป็นคำที่เรามาย้อนถามตัวเองเราจะอยู่ยังไง งงไปหมดพูดแล้วจะร้องไห้ คือมันแย่มากจริง ๆ ตอนที่ป๊าป่วย เพราะเราไม่เห็นป๊าแบบนี้มาก่อนมันทำร้ายจิตใจเรามาก เราเสียเค้าไปไม่ได้จริง ๆ ทุกวันนี้ ทุกเวลา ทุกวินาทีเราต้องอยู่กับเค้าให้มากที่สุด รับฟังเรื่องราวเต็ม ๆ ของ "เอ๋ พรเทพ" และ "กบ ปภัสรา" ได้ในรายการ "Club Friday Show" ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน นี้ เวลา 11.00 น. ทางช่องวัน31 อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : แห่ให้กำลังใจคุณเอ๋ พรเทพ พักฟื้นออกกำลังกายจากอาการป่วย รวมดาราสุดแจ่ม ในอ้อมกอดของนักการเมือง สวยไม่เปลี่ยน! คนชอบเรียน! รวมคนดัง กับตำแหน่ง ดร.สาวพราวเสน่ห์ สวย เก๋ เท่ มีกึ๋น!

"มายด์ ณภศศิ" ยอมรับรักครั้งนี้ช่วยให้กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น อนาคตอยากมีลูก
อ่าน

"มายด์ ณภศศิ" ยอมรับรักครั้งนี้ช่วยให้กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น อนาคตอยากมีลูก

"PrimeCast" พามาย้อนเส้นทางชีวิตของ "มายด์ ณภศศิ สุรวรรณ" เน็ตไอดอลและนักแสดงยุคบุกเบิก เปิดใจทุกบทในชีวิตบนเส้นทางวงการบันเทิง โดนบูลลี่ การศัลยกรรม และเรื่องเสียน้ำตา แต่ไม่เคยยอมแพ้ เผยรักครั้งนี้กับไฮโซหนุ่ม สงกรานต์ เตชะณรงค์ ทำให้เธอเป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น แพลนอนาคตอยากมีลูก "มายด์ ณภศศิ" ยอมรับรักครั้งนี้ช่วยให้กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้น ในยุคก่อนเคยโดนบูลลี่บ้างไหม แล้วจัดการยังไง ?มายด์ ณภศศิ : โดนตั้งแต่ประถมตอนที่อยู่ชลบุรีด้วยซ้ำ ที่โดนหนัก ๆ คือช่วงมัธยมต้น เหมือนมีช่วงหนึ่งที่ฮิตไปถ่ายรูปที่สยามแล้วก็มีรุ่นพี่มาขอรูป โดนว่าเยอะมาก เฮิร์ทเหมือนกันนะ ย้ายมาเตรียมอุดมก็โดนจากเว็บบอร์ดออนไลน์มากกว่า ตอนช่วงประกวดอุทัยทิพย์ตอนยังไม่ได้ตำแหน่งก็มีคนมาชื่นชมเราเชียร์เรา แต่พอเราได้ตำแหน่งกลายเป็นมีคนมาหาข้อติ 1 คอมเมนต์พอเริ่มก็จะมีคนตามมาเยอะขึ้น ตอนเด็กอ่านแล้วร้องไห้ เศร้า แต่มีข้อดีคือเราจะเป็นคนที่ไม่เก็บอะไรที่เครียดหรือเศร้ามาคิด เมื่อก่อนการทำศัลยกรรมมันยากมาก เรามีแก้มเยอะเสียงเล็กก็จะมีคนมาว่าเราว่าดัดเสียงก็ปล่อยผ่าน พอมองย้อนภาพกลับไปตอนนั้นก็เครียดเศร้าแต่ก็ไม่ได้เป็นปมมาถึงทุกวันนี้ ตอนช่วงที่ยังไม่มีการทำหัตถการหรือดูแลตัวเองแบบทุกวันนี้ ตอนนั้นทำยังไงให้มีผิวสวยขาวหน้าตาดี ?มายด์ ณภศศิ : ตอนมัธยมก็มีแอบทาแป้ง ทาอุทัยทิพย์เป็นคนรักสวยรักงาม จริง ๆ ศัลยกรมครั้งแรกคือการทำจมูกตอนขึ้นมหาวิทยาลัยปี 1 ตอนนั้นก็รู้สึกว่าดูแลตัวเองดีในระดับหนึ่ง เพราเริ่มเข้าวงการคนที่แนะนำเข้าวงการทำสวยคือ พี่พจน์ อานนท์ เป็นคนพาไปฉีดพวกโบท็อกซ์ เมื่อก่อนเป็นคนที่แก้มบางทีวันไหนที่เรากินเค็มมันก็จะดูบวม มันคือปมของเราในตอนเด็กแล้วเอาผมมาปิด พยายามไปหาฉีดแฟต ตั้งแต่ยุคที่ฉีดแฟตแล้วหน้าบวมเป็นสี่เหลี่ยม เราก็ฉีดสู้แต่มันก็ไม่ได้เล็กลงตอนนี้ก็ยังมีแก้มอยู่สุดท้ายแล้วอะไรที่มันเป็นเราก็พอแล้วโตขึ้นความคิดมันก็เปลี่ยนไป มีช่วงที่เราปล่อยจอย ละเลยสุขภาพไหม ?มายด์ ณภศศิ : ยุคที่เจอปันปันนั่นแหละ ช่วงที่ตัดสินใจเรียนโทเกี่ยวกับ Anti-aging มีช่วงที่ทำงานมาตลอดแล้วปล่อยปะละเลยจนเริ่มอวบเริ่มอ้วนคนทักก็ไม่เชื่อเราก็ยังรู้สึกว่าเรายังหุ่นดีอะ แล้วตอนนี้กลับไปดูรูปตอนนั้นคืออ้วนมาก ตอนเด็ก ๆ ผอมมากจนมาอ้วน จริง ๆ การดื่มหนักกว่าการกินอีก มีช่วงที่ทำ IF หนักมากแต่ดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มกาแฟทั้งวันแล้วมากินข้าวตอนเย็นซึ่งมันเป็นการ IF แบบผิด ๆ ตอนนั้นน้ำหักก็คือขึ้น ๆ ลง ๆ โยโย่ ทุกวันนี้ก็ Balance ตัวเองมากขึ้น หลังจากที่คบกับพี่สงกรานต์ความรักครั้งนี้เปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตบ้าง ?มายด์ ณภศศิ : เราเป็นตัวเราในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ตอนแรกที่คบกับคนนี้คนก็เตือนเยอะเป็นห่วงเยอะ สุดท้ายเชื่อว่ามันคือจังหวะชีวิตของเราด้วย เติบโตขึ้นมาก็มีประสบการณ์ชีวิตมาแล้วเรามาเจอกันในจังหวะที่มันคลิกกัน เติมเต็มความสัมพันธ์ที่มาเติมในสิ่งที่อีกคนขาด เคยถาม พี่สงกรานต์ ไหมว่าเขาหลงรักอะไรในตัวเรา ?มายด์ ณภศศิ : ตอนแรกที่เจอกันก็เป็นคนที่สนุกสนานนะ ก็ยังเป็นมายคนเดิม ชวนเขาไปนั่งชิลเราไม่ได้มาเป็นแบบสายออกกำลังกายหรือทำงาน เขาเหมือนเข้ามาเอ็นจอยในวิถีชีวิตของเรา สนุกไปกับเรา ถ้าถามว่าเคยถามไหม เขาอาจบอกว่าเพราะความเป็นกันเองคิดบวก ไม่ค่อยโกรธใครและใจเย็น แต่ผู้ชายก็จะมีมุมที่ใจร้อนกว่าเรามันก็จะเหมือนหยินหยาง เริ่มออกไปเที่ยวน้อยลงออกกำลังกายดูแลสุขภาพมากขึ้น ?มายด์ ณภศศิ : ปีที่แล้วถือว่าเป็นปีที่เติบโตขึ้น ทำอะไรเยอะขึ้นมาก ๆ เมื่อก่อนเวลาดื่มเยอะ ๆ ก็จะแฮงค์รู้สึก guilty มาก ตื่นมาก็รู้สึกว่าทำไมทำแบบนี้ พรุ่งนี้จะไม่ดื่มแล้วเลิกดื่มตลอดไป แต่สุดท้ายก็กลับไปดื่มอยู่ดี แต่ก็รู้สึกว่าสุดท้ายชีวิตมันต้อง Balance ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกชอบเอ็นจอยในการดื่มแต่เราต้องทำทุกอยางให้มันพอดีมีลิมิตมากขึ้น จากวงการบันเทิงมาเป็นนักธุรกิจเห็นตัวเองในอนาคตเปลี่ยนไปเยอะไหม ?มายด์ ณภศศิ : จริง ๆ ความฝันเราตั้งแต่เด็กเลย อยากทำธุรกิจ เพราะคุณพ่อเคยอยากให้กลับไปช่วยขายไม้ที่บ้าน ซึ่งเป็นโรงไม้ เราก็มีความมั่นใจ แล้วก็ตั้งใจกับตัวเองมาตลอดว่าอยากเติบโตด้วยการทำธุรกิจของตัวเอง แล้วปีนี้ก็เป็นปีที่มองภาพชัดขึ้นมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าเส้นทางมันไม่ได้ง่ายเลยนะ การทำงานมันเครียดมากเลยนะ มันมีปัญหาให้แก้ทุกวัน แล้วก็มีเรื่องที่ต้องจัดการอารมณ์ทุกวัน ถ้าคนอยู่ใกล้ ๆ จะรู้เลยว่า บางทีเราคิดว่าเราจัดการได้ แต่เอาจริง ๆ บางทีมันไม่ได้ เราเคยเป็นคนหลับง่ายมาตลอดนะ แต่พอทำงานหนัก ๆ มันก็หลับยาก คิดเรื่องงานก่อนนอน กดดันตัวเอง จัดการกับความเครียดยังไง ?มายด์ ณภศศิ : ปีนี้ตั้งใจจะปล่อยวางมากขึ้น เคยคิดว่าตัวเองเป็นคน Hold ดีมาก คิดบวก โลกสวย แต่สุดท้ายก็รู้ว่าเราก็เป็นมนุษย์ มันจะมีบางจุดที่เรารู้แหละว่าเครียด แต่ก็ห้ามไม่ได้จริง ๆ บางทีก็พยายามปล่อยวาง บางทีก็อ่านหนังสือ หรือตื่นมานั่งสมาธิตอนเช้าสัก 5 นาที ตั้งนาฬิกาปลุกไว้เลย ถ้าวันไหนนั่งได้ พอนาฬิกาดังมันจะรู้สึกดีมาก แต่ช่วงนี้ไม่ได้ทำแล้วนะ มีช่วงนึงที่ทำ แล้วรู้สึกดีมากเลย มันทำให้รู้ว่าจิตใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เมื่อก่อนคิดว่าเป็น extrovert ตลอดเลยนะ แต่ทุกวันนี้อยู่กับพี่สงกรานต์เยอะ ๆ ก็รู้ว่า บางทีเราอยากอยู่กับตัวเองมากขึ้น อยากเจอแต่เพื่อนที่สนิท ๆ หรือคุยกับคนที่สนิทจริง ๆ มากกว่า ยังสนุกกับการไปอีเวนต์นะ enjoy อยู่ แต่พอเสร็จงานก็อยากกลับบ้าน อยากพักผ่อน อยากอยู่กับตัวเอง เคยอ้วนสุดเท่าไหร่ ?มายด์ ณภศศิ : 56-57 กิโลกรัม ประมาณนั้นค่ะ ปกติปัจจุบันอยู่ที่ 51-52 กิโล ลดน้ำหนักได้ยังไง ?มายด์ ณภศศิ : ถ้าพูดตรง ๆ เลยก็คือแค่ลดแอลกอฮอล์ แล้วก็ปรับไลฟ์สไตล์ค่ะ จริง ๆ แล้วเป็นคนออกกำลังกายอยู่แล้ว ออกกำลังกายมาตั้งแต่ตอนที่ยังดูแลตัวเองไม่ดี กินไม่ดี ก็ออกกำลังกายตลอด เล่น Pilates ต่อยมวย เดินลู่ทุกวัน เพราะสุดท้ายถ้าไลฟ์สไตล์การกินมันไม่ดี กินน้ำตาลเยอะ ดื่มเยอะ มันก็พังอยู่ดี แต่พอปีที่แล้วงานเยอะขึ้น แล้วก็เริ่ม balance ชีวิตได้ดีขึ้น งดดื่ม งดสังสรรค์ ก็เลยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เราเป็นคนเลือกกินประมาณหนึ่งอยู่แล้ว เหมือนเรารู้ว่าควรกินอะไร แต่ก็ไม่ได้ strict มาก บางวันรู้สึกอยากกินอะไรก็กิน แต่กินในปริมาณที่พอดี แล้วก็ไม่ค่อยเสียดายของ ถ้ากินไม่หมดก็แบ่งให้คนอื่นกินต่อได้ สุดท้ายมันคือเรื่องของการ balance ค่ะ เป็นการเปลี่ยนตัวเองในทุก ๆ ด้านให้สมดุลมากขึ้น ผิวพรรณดูแลยังไง ?มายด์ ณภศศิ : ดื่มน้ำช่วยได้เยอะมาก ๆ มาสก์หน้า ล่าสุดไปซื้อเครื่องนวดหน้าจากเกาหลีมานวดวันละ 5 นาที รู้สึกว่าผิวดีขึ้นจริง ๆ ต้องมีเข้าคลินิกกันบ้าง ทุกอย่างก็ Maintain ไปเรื่อย ๆ สิ่งที่ต้องทำทุกวันเพื่อให้สุขภาพดีขึ้นมีอะไรบ้าง ?มายด์ ณภศศิ : หลักง่าย ๆ เลยคือ นอนดี กินดี ออกกำลังกาย ดูแลจิตใจ หายใจในอากาศดี ๆ แล้วก็เรื่องความสัมพันธ์ที่ดีก็สำคัญเหมือนกัน เป็นคนที่มีแฟนมาโดยตลอด ?มายด์ ณภศศิ : มีโสดบ้าง แต่เป็นคนที่ค่อนข้างมีแฟนตลอด เชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นได้ เหมือนกับที่เขาบอกว่า healthy relationship มันช่วยให้ทุกอย่างในชีวิตเราดีขึ้น ถ้าอยู่กับคน toxic บางทีมันไม่รู้ตัว แต่จะเครียดโดยไม่รู้ตัว อย่างน้อยความสัมพันธ์เราดี เราก็ไม่ต้องเอาพลังไปเครียดตรงนั้น จะได้เอาเวลาไปเครียดเรื่องงานนิดหน่อยแทนดีกว่า ถ้าเจอคน toxic ในชีวิต จะจัดการยังไง ?มายด์ ณภศศิ : เมื่อก่อนเป็นคนขี้เกรงใจมาก Empathy สูง ใครขออะไรก็ไปหมด เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่เคยปฏิเสธแต่พอวันหนึ่งลองปฏิเสธให้เป็น รู้สึกว่าตัวเองรักตัวเองมากขึ้น ถึงจะมีความรัก มีแฟน แต่สุดท้ายเราก็เกิดมาคนเดียว เราต้องกอดตัวเองให้ได้ โชคดีที่เพื่อนส่วนใหญ่ดีหมด คนที่ไม่ดีจริง ๆ ก็มักไม่ค่อยได้คุยตั้งแต่แรก vibe มันจะบอกเลยว่าใครควรอยู่ในวงใกล้ จะไม่ทะเลาะกับใคร แต่ถ้ารู้สึกว่า vibe ไม่ตรงกัน ก็จะอยู่ห่าง ๆ และค่อย ๆ fade ออกมาเอง ในอนาคตถ้าอายุเยอะขึ้น ?มายด์ ณภศศิ : ก็ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แหละ แต่รู้ว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือสุขภาพ ตอนแก่ก็อยากเป็นคนแก่ที่ยังเดินเหินได้ เล่นกับลูกหลานได้ ส่วนภายนอกก็อยากดูแลให้ดีนะ ไม่ได้ไม่กลัวแก่ เพราะถ้าหน้าเหี่ยวก็ยังไปฉีดโบท็อกซ์อยู่ การดูแลร่างกายเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลภายนอก ไลฟ์สไตล์จะให้สุดโต่งก็ทำไม่ได้นะ ต้องยอมรับว่าเรื่อง Genetic ก็มีผล กลัวแก่ไหม ก็กลัวแหละ แต่จะดูแลสุขภาพให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้มานั่งเสียดายทีหลัง และไม่เครียดเกินไป เพราะความเครียดก็ทำให้อายุสั้นเหมือนกัน ถ้าอายุ 45 พวกเราจะดูแลตัวเองยังไง ?มายด์ ณภศศิ : คิดว่าอายุ 45 เราก็ยังหน้าแบบนี้ก็คง Maintain อาการไปเรื่อย ๆ แบบพอดีที่สวยในวัยนั้น ยังคงออกกำลังกายตามรูทีน อาจตีกอล์ฟตั้งใจว่าจะตีไปจนแก่ฝึกครั้งหนึ่งมันคุ้ม เป็นคนที่ไม่เก่งกีฬา แค่รู้สึกว่าอันนี้เป็นไลฟ์สไตล์ที่มีตอนแก่ได้ เดินได้ นอนดี มีความสุข เก็บเงินเกษียณก้อนหนึ่ง ชีวิตบั่นปลายมองไว้ว่าสามารถอยู่ที่ต่างจังหวัดได้อยากใช้ชีวิตแบบชิล ๆ อยากมีลูกไหม ?มายด์ ณภศศิ : อยากมีความรู้สึกเป็นแม่ อยากรู้ว่ามีเด็กอยู่ในท้องจะรู้สึกยังไง อย่างที่เขาพูดกันว่าไม่เป็นแม่ไม่เข้าใจ ฉันไม่คิดว่าจะเป็นแม่ได้ด้วยซ้ำ ทุกวันนี้แม่ยังช่วยคอยจัดแจงให้อยู่เลยซึ่ง เรารู้สึกว่าหลายคนที่เราเห็นเป็นเพื่อนเราที่อยู่ดี ๆ มีลูกแล้วเขาสามารถเลี้ยงลูกได้ ทั้งที่ไลฟ์สไตล์ตอนอยู่กับเรามันเลี้ยงเป็นแม่คนได้ เหรอ แต่สุดท้ายก็เป็นได้แล้วเป็นได้ดีกันทั้งนั้นเลย ก็เป็นความรู้สึกที่ใช่ อยากก็ได้ค่ะ สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook: Alive Dot, Youtube: Alive Dot วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่ อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : สงกรานต์ งานเข้าอีกแล้ว! หลังใช้เท้าถีบ มายด์ ณภศศิ ในคอนเทนต์ทุบสะโพก มายด์ ณภศศิ ตอบแล้วใกล้มีข่าวดีแล้วหรือเปล่า หลังโพสต์คลิปใส่ชุดเจ้าสาว มายด์-สงกรานต์ แจงดราม่าถกเสื้อกลางร้านอาหาร ลั่นต่อไปจะระวังให้มากขึ้น

รีวิว HAPPINESS EP.1 ตอนแรก : เซ้นต์-อร เปิดฉาก ชวนคลั่งกับโรคปริศนากำเนิดใหม่
อ่าน

รีวิว HAPPINESS EP.1 ตอนแรก : เซ้นต์-อร เปิดฉาก ชวนคลั่งกับโรคปริศนากำเนิดใหม่

รีวิว HAPPINESS EP.1 ตอนแรก ปราชญ์ (เซ้นต์ ศุภพงษ์) สืบสวนเหตุฆาตกรรมการตายปริศนาที่เหยื่อมีรอยกัดลึกตรงคอ ส่วน รัน(อร พัศชนันท์) มีเหตุที่ทำให้ถูกนำตัวไปยังศูนย์ปฏิบัติการแห่งหนึ่ง หลังรอดมาได้จากการถูกทำร้าย และโดนกักตัว ทั้งปราชญ์และรันเป็นเพื่อนที่สนิทกันที่เป็นตำรวจมาด้วยกัน และครั้งนี้ ทั้งสองคนกำลังเจอโรคอุบัติใหม่ที่ต้องเดิมดันด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง รีวิว HAPPINESS EP.1 ตอนแรก รัน (อร พัศชนันท์) กับ ปราชญ์ ( เซ้นต์ ศุภพงษ์) ในวัยเด็กที่มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ปราชญ์รักและเป็นห่วงรันเสมอ เพื่อนสนิทที่เคียงข้างกันมาและเรียนนายร้อยจนได้เป็นตำรวจด้วยกัน Day 1 กับวันที่ต้องเริ่มต้น เทศกาลสงกรานต์ ในกรุงเทพ ปราชญ์ทำหน้าที่ตำรวจ ส่วยรันเองก็เป็นตำรวจที่เข้มแข็งปราชญ์เข้าไปเตรียมจับคนร้าย ที่มีคนแจ้งว่ามีเหตุหญิงชายทำร้ายกัน เกิดขึ้นในห้องโดยผู้ชายโดนฆ่าตายในห้อง ไม่มีอาวุธแต่เลือดเต็มพื้นที่นอน ผู้ชายโดนฆ่าตาย มีรอยกัดที่คอ ปราชญ์มองผู้เสียชีวิตอย่างสงสัย ในขณะที่ ไก่ (บุญส่ง นาคภู่) มองหามีดและอาวุธ แต่แล้วก็เจอกับผู้หญิงนั่งร้องไห้อยู่ภายในห้อง เธอเล่าเหตุการณ์ให้ปราชญ์ฟังว่ามีผู้ชายพาเธอมาห้องนี้ หลังจากเธอมีอาการร้อนวูบวาบและหิวน้ำตลอดเวลา จากนั้นเธอเข้าห้องน้ำไป แล้วไม่นานชายคนดังกล่าวลวนลามเธอแต่แล้วก็ตื่นมาอีกครั้งพบว่า ผู้ชายคนนั้นตายเสียแล้ว ในวันนั้นเธอมีอาการคล้ายมีใครสิงร่างเธอ ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าไม่ได้ใช้ยาเสพติด และเท่าที่จำได้เธอลงไปในอ่างน้ำ ปราชญ์และทุกคนวิเคราะห์ในกล้องวงจรปิด มองตรงกันว่าเรื่องนี้ไม่ปกติเสียแล้ว แต่ทันใดนั้น รัน ก็โทร.หาปราชญ์พอดี บ่ายวันนั้น ก็มีข่าวชายคลุ้มคลั่งกราดยิงในซอยแห่งหนึ่ง พ่อของรัน (อรุณ ภาวิไล) ดูข่าวนั้นอยู่เช่นกัน รันถึงกับเปลี่ยนช่อง แล้วจู่ ๆ ในแฟลตนั้นรันได้ยินเสียง ผู้หญิงโดนผู้ชายทำร้าย เขาสิ่งไปช่วยผู้หญิงคนนั้น นั่นคือ พี่ตาล (พิรัฏฐ์ชฎา ใจแก้ว) ที่โดน น้าสิงห์ (สืบพงษ์ พุทธผล) ทำร้าย รันทั้งตำหนิและจัดการจนอยู่หมัดจนใส่กุญแจมือหน้าสิงไว้ได้ และไม่ให้ทำร้ายพี่ตาลอีก จากเรื่องราวทั้งหมด รันชวนพ่อย้ายไปอยู่ที่อื่นหลายครั้งแล้ว แต่พ่อก็ไม่ยอมไปเพราะไม่อยากเป็นหนี้ อยากอยู่แบบเรียบง่าย ด้าน อริสรา (นุ้ย เกศรินทร์) จากหน่วยคดีพิเศษเข้ามาเจอปราชญ์ และขอภาพหลักฐานและกล้องวงจรปิดในคดีที่ปราชญ์ไปเจอมาไว้ก่อนปราชญ์ไม่อยากส่งให้เพราะพบว่าเรื่องนี้น่าจะความผิดปกติ ยุทธิศักดิ์ (ดอม เหตระกูล) เข้ามาทำคดีนี้ และไม่นานผู้การ.โทรหาปราชญ์ปราชญ์ขอเอาหลักฐานเหล่านั้นให้ผู้การด้วยตัวเอง เขาไม่ไว้ใจใคร ผู้การ (สุเมธ องอาจ) มีท่าที่ไม่สบายใจแต่ก็ไม่อยากให้ปราชญ์สนใจเรื่องนี้แต่ปราชญ์ ไม่ยอมง่าย ๆ และเชื่อว่าคดีนี้ใหญ่เพราะผู้ชายตายเพราะมีรอยกัดที่คอ เป็นเรื่องใหญ่ และเชื่อว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะฆ่าผู้ชายที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองไม่ได้แน่ ฝ่ายยุทธิศักดิ์ชวนปราชญ์มาร่วมงาน ซึ่งปราชญ์เป็นตำรวจฝีมือดี และคลี่คลายมาทุกคดีแล้ว รันชวนพ่อย้ายไปอยู่คอนโดแต่พ่ออยากเกษียณแบบไม่มีหนี้ แต่รันไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว พ่อลูกทะเลาะกันอีกครั้งเรื่องที่อยู่! รัน โทรหา ปราชญ์ สองคนมากินข้าวที่ร้านจิ้มจุ่มร้านโปรดของรัน และเล่าเรื่องชีวิตให้กันฟัง ส่วนเรื่องงานก็เล่าสู่กันฟัง ปราชญ์เล่าเรื่องคดีที่ติดค้างอยู่นั่นคือคือเรื่องผู้หญิงที่อยู่ในห้องแล้วผู้ชายโดนกัดคอตาย ปราชญ์เตือนรันถ้าเจอใครเอาวิตามินมาให้กินก็อย่ากินเด็ดขาด ปราชญ์มาส่งรันที่แฟลตตำรวจ ปราชญ์บอกรันอย่าไปทะเลาะกับพ่อ เพราะที่พ่อพูดก็คือเป็นห่วง ที่หน่วยปฏิบัติการปราบปรามพิเศษ รัน และ พี่ท็อป (เชา ชวลิต) ซ่อมยิงปืนกัน จู่ ๆ น้าสิงห์ ที่เป็นตำรวจข้างบ้านจับ พี่ตาล ที่เป็นภรรยาเป็นตัวประกัน รันต้องเข้าประชิดตัวเพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้น น้าสิงห์วิ่งหนีไปได้ แต่ก็พบว่าพี่ตาลนั่งทำร้ายสามีจนตาย แต่นั้นไม่ใช่พี่ตาลคนเดิมอีกแล้ว ซอมบี้สิงร่างของเธอแล้ววิ่งหนีซ่อนตัวไปได้ รันและพี่ท็อปตามไปพบว่าน้าสิงห์เสียชีวิตแล้ว และมีเม็ดคล้ายวิตามินบางอย่างตกอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุนั้น อริสราเดินทางมาถึงพื้นที่แห่งนั้นและทำให้เป็นที่ควบคุมพิเศษ พี่ตาลเป็นผู้ติดเชื้อ รันเองก็โดนข่วนที่คอ และต้องตรวจการติดเชื้อในครั้งนี้ด้วย! ตำรวจในส่วนกลาง ตรวจสอบยาที่เจอในที่เกิดเหตุ เรื่องราวแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปราชญ์กับไก่ ต้องหาหลักฐานเพิ่มในคดีแปลก ๆ นี้ ส่วนรันถูกคุมตัวมาที่ศูนย์ควงคุมการแพร่ระบาดเฉพาะกิจ รันต้องไปที่ห้องกักตัว รันจำต้องยอมเพราะไม่อยากเกิดเหตุแบบที่ตาลฆ่าน้าตำรวจเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้น รันโทรหาปราชญ์ บอกให้แจ้งพ่อว่าไม่ได้กลับบ้านซัก 2-3 วัน รันยังไม่ได้บอกความจริงกับปราชญ์รันต้องพักในห้อง 48 และถ้ากักตัวแล้วตรวจไม่พบเชื้อก็สามารถกลับบ้านได้ขณะที่รันกักตัวอยู่ ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนจากห้องข้าง ๆ ตลอดเวลา ในห้องนั้นมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ด้วย โดยมียุทธศักดิ์ ยืนดูอาการของผู้ที่ได้รับเชื้อทุกคน ในศูนย์แห่งนั้น ผลเลือดของรันออกมาเป็นลบ ยุทธศักดิ์สั่งให้ปล่อยตัวกลับบ้านได้ และเฝ้าติดตามอาการของรันต่อไป ปราชญ์ มาพบ ยุทธิศักดิ์ ที่เคยอยากให้ช่วยมาทำเรื่องใหญ้่ที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาอยากให้ปราชญ์มาช่วยงาน เพราะสถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้วยุทธิศักดิ์บอกว่าต้องปิดข่าวนี้ไว้ก่อนเพื่อป้องกันความวุ่นวาย ยุทธศักดื์บอกรันอยู่ที่ศุนย์นี้ และมีความเสี่ยงติดเชื้อ ยุทธิศักดิ์บอกว่าเชื้อนี้ยังไม่รู้ว่าร้ายแรงแค่ไหน รันหนี อริสราออกมา รีบวิ่งเข้าไปหาพี่ตาล ซึ่งพี่ตาลหิวน้ำมากและมีท่าทีแปลก ๆ อยากจะกัดคอรัน รันพยายามเค้นเอาความจริงจากพี่ตาล ในขณะที่พี่ตาลจะกัดคอรัน และเสียงหวอก็ดังขึ้นในศูนย์ จนปราชญ์ได้ยินและถามยุทธศักดิ์ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่กันแน่! สมัครแพ็กเกจ TrueID+ ผ่านแอป TrueID หรือ กล่อง TrueID TV สมัครเลย https://ttid.co/D7LM/h28h8u08 ติดตามชม HAPPINESS เวอร์ชั่นไทย ได้ทุกวันศุกร์-เสาร์ เวลา 20.00 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ดูฟรีที่เดียวที่ ทรูไอดี อ่านข่าวบันเทิงวันนี้ที่เกี่ยวข้อง : เรื่องย่อ HAPPINESS (ตอนแรก) เวอร์ชั่นไทย ดูฟรี ทางทรูไอดีที่เดียว ทำความรู้จักคาแรคเตอร์นักแสดง ซีรีส์ "HAPPINESS" พร้อมชวนคลั่งไปด้วยกัน เก็บตก "เซ้นต์-อร" นำทีมฟิตติ้งซีรีส์ "HAPPINESS" เวอร์ชั่นไทย นักแสดงแน่นจอ เปิดวาร์ปนักแสดงซีรีส์ "HAPPINESS" ติดเครื่องเคมี "เซ้นต์-อร" กลับมาทำงานอีกครั้ง เปิด 3 วิธีการรับชมซีรีส์ "HAPPINESS" เวอร์ชั่นไทย ดูฟรีที่เดียวที่ ทรูไอดี ดูตัวอย่าง "HAPPINESS" เวอร์ชั่นไทย ซีรีส์ที่ทำให้คนคลั่ง เริ่ม 30 พ.ค.นี้ ที่ทรูไอดี เรื่องย่อ HAPPINESS (ตอนแรก) เวอร์ชั่นไทย ดูฟรี ทางทรูไอดีที่เดียว ทำความรู้จักคาแรคเตอร์นักแสดง ซีรีส์ "HAPPINESS" พร้อมชวนคลั่งไปด้วยกัน "เซ้นต์-อร" เปิดตัว "HAPPINESS" ซีรีส์ใหม่แนวระทึกขวัญ พร้อมโปสเตอร์อย่างเดือด เทียบคาแรคเตอร์ตัวต่อตัว "HAPPINESS" เวอร์ชั่นเกาหลี VS เวอร์ชั่นไทย True CJ เล่นใหญ่ บวสรวงซีรีส์ 3 เรื่องรวด ซุปตาร์แน่นเฟรม!